The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KITTIPONG KUMPAPONG, 2022-07-19 04:41:32

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

(๑๑)

๕.๑.๔ การสานสร้างความสัมพันธ์ของคนในสังคมให้มีคุณค่าร่วมและตระหนักถึง
ผลประโยชน์ของสังคม และเสริมสร้างการบริหารราชการแผ่นดินท่ีมีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีระบบ
ตรวจสอบและการรับผดิ ชอบทรี่ ดั กมุ โดยสร้างคา่ นยิ มใหม่ที่ยอมรับร่วมกนั บนฐานของความไว้เน้ือเชอ่ื ใจและ
เกื้อกูลกันในสังคม ส่งเสริมวัฒนธรรมการเมืองท่ีมีธรรมาภิบาลนําไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องและ
เหมาะสม เสริมสร้างระบบบริหารราชการให้เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ มีระบบถ่วงดุลอํานาจการตรวจสอบ
ที่เข้มงวดและรอบด้าน พัฒนาข้าราชการให้มีคุณภาพสูง มีคุณธรรม จริยธรรมทางอาชีพ และมีความรับผิด
รับชอบ ปฏิรูปการเมืองไทยทั้งระบบให้เป็นประชาธิปไตยของมวลชน สร้างความเท่าเทียมในกระบวนการ
ยุติธรรมและเพ่ิมช่องทางในการรับข้อร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียหายและผู้ได้รับ
ผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสนับสนุนการใช้ส่ือเพ่ือสังคมทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น และ
สงั คมออนไลน์ให้เปน็ พลงั หนนุ เสริมการพัฒนา

๕.๒ ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาคนส่สู ังคมแหง่ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ อยา่ งยัง่ ยืน ใหค้ วามสาํ คัญกบั

๕.๒.๑ การปรับโครงสร้างและการกระจายตัวประชากรให้เหมาะสม เป็นการส่งเสริม
คู่สมรสท่ีมีความพร้อมให้มีบุตรเพ่ิมข้ึนและรักษาระดับอัตราเจริญพันธุ์ไม่ให้ตํ่ากว่าระดับที่เป็นอยู่ปัจจุบัน
สนับสนุนการกระจายตัวและส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานของประชากรให้เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพ โอกาส
และทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่

๕.๒.๒ การพัฒนาคุณภาพคนไทยให้มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง มุ่งพัฒนาคุณภาพคน
ไทยทุกชว่ งวัย สอดแทรกการพฒั นาคนดว้ ยกระบวนการเรียนรู้ท่ีเสริมสร้างวัฒนธรรมการเก้ือกูล พัฒนาทักษะ
ให้คนมีการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต ต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมที่เกิดจากการฝึกฝนเป็นความคิดสร้างสรรค์
ปลกู ฝงั การพรอ้ มรับฟงั ความคดิ เหน็ จากผอู้ ืน่ และจติ ใจท่มี ีคุณธรรม ซื่อสัตย์ มรี ะเบียบวนิ ัย พฒั นาคนด้วยการ
เรียนรใู้ นศาสตร์วิทยาการให้สามารถประกอบอาชพี ได้อยา่ งหลากหลาย สอดคล้องกับแนวโนม้ การจ้างงานและ
เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สร้างจิตสํานึกให้คนไทยมีความรับผิดชอบต่อสังคม เคารพ
กฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน สร้างค่านิยมการผลิตและบริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เรียนรู้การรองรับ
การเปลีย่ นแปลงทเ่ี กิดจากสภาพภูมิอากาศและภยั พบิ ตั ิ

๕.๒.๓ การส่งเสรมิ การลดปจั จัยเสีย่ งด้านสุขภาพอย่างเป็นองคร์ วม โดยสร้างเสริมสุขภาวะ
คนไทยให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงท้ังร่างกายและจิตใจ พัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง
ครอบครัว ชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะท่ีเอ้ือต่อสุขภาพ ควบคู่กับการพัฒนา
ระบบบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพ พร้อมทั้งการส่งเสริมการแพทย์ทางเลือก การพัฒนาระบบฐานข้อมูล
สุขภาพของประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขให้เหมาะสมท้ังการผลิตและการกระจายบุคลากร
ตลอดจนการใช้มาตรการการเงนิ การคลงั เพ่อื สุขภาพที่มีประสทิ ธภิ าพและยง่ั ยืน

๕.๒.๔ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งสร้างกระแสสังคมให้การเรียนรู้เป็นหน้าท่ีของ
คนไทยทุกคน มีนิสัยใฝ่รู้ รักการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก และส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันของคนต่างวัย ควบคู่กับการ
ส่งเสริมให้องค์กร กลุ่มบุคคล ชุมชน ประชาชน และส่ือทุกประเภทเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ สื่อสาร
ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย รวมถึงส่งเสริมการศึกษาทางเลือกที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และสร้าง
สงั คมแหง่ การเรยี นรทู้ ม่ี ีคุณภาพและสนับสนนุ ปจั จยั ท่กี อ่ ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ตลอดชวี ิต

(๑๒)

๕.๒.๕ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคม เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง
และพัฒนาบทบาทของสถาบันหลักทางสังคมให้เอื้อต่อการพัฒนาคน สร้างค่านิยมให้คนไทยภูมิใจใน
วัฒนธรรมไทย และยอมรับความแตกต่างของความหลากหลายทางวัฒนธรรมท่ีลดปัญหาความขัดแย้งทาง
ความคดิ และสร้างความเปน็ เอกภาพในสงั คม สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวัฒนธรรมร่วมกับประชาคมโลก
โดยเฉพาะประชาคมอาเซยี นให้เกดิ การไหลเวยี นทางวัฒนธรรมในรูปแบบการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ส่งเสริมความ
เขา้ ใจระหวา่ งประชาชนในการเรียนรู้ประวตั ศิ าสตร์ วฒั นธรรม และการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ขอ้ มลู ขา่ วสาร

๕.๓ ยทุ ธศาสตร์ความเข้มแขง็ ภาคเกษตร ความมัน่ คงของอาหารและพลงั งาน ใหค้ วามสาํ คัญกับ

๕.๓.๑ การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติท่ีเป็นฐานการผลิตภาคเกษตรให้เข้มแข็งและย่ังยืน
มุ่งรักษา ป้องกัน และคุ้มครองพื้นท่ีท่ีมีศักยภาพทางการเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อยมีท่ีดิน
เป็นของตนเองหรือมีสิทธิทํากินในที่ดิน ใช้มาตรการทางภาษีเพ่ือบังคับหรือจูงใจให้บุคคลผู้ถือครองที่ดิน
ทําประโยชน์ในพ้ืนท่ีดังกล่าวมากขึ้น สนับสนุนการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
เร่งรัดการจัดให้มีองค์กรและระบบบริหารจัดการท่ีดินให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติท่ีเป็น
ฐานการผลิตภาคการเกษตร ฟื้นฟูและส่งเสริมค่านิยม วัฒนธรรมที่ดี และวิถีชีวิตทางการเกษตรท่ีให้
ความสาํ คญั กบั การพัฒนาระบบเกษตรกรรมย่งั ยืน

๕.๓.๒ การเพ่ิมประสิทธิภาพและศักยภาพการผลิตภาคเกษตร ภาครัฐให้ความสําคัญกับ
การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน สนับสนุนการผลิตทาง
การเกษตรท่ีสอดคล้องกับสภาพพ้ืนที่ ควบคุมและกํากับดูแลให้มีการนําเข้าและใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ได้
มาตรฐาน ปรับปรุงบริการข้ันพ้ืนฐานเพ่ือการผลิตให้ทั่วถึง ส่งเสริมการผลิตท่ีคงไว้ซ่ึงความหลากหลายของ
พันธ์ุพืชและสัตว์ท่ีเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและส่ิงแวดล้อมของประเทศ พัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ ท่ีเหมาะสมทางการเกษตร รวมท้ังสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีการผลิตท่ีเป็น
มิตรต่อสิ่งแวดลอ้ มให้แก่เกษตรกรอยา่ งตอ่ เนื่องและทั่วถึง

๕.๓.๓ การสร้างมูลค่าเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิต สนับสนุนการผลิต
และบริการของชุมชนในการสร้างมูลค่าเพ่ิมสินค้าเกษตร อาหาร และพลังงาน ส่งเสริมสถาบันการศึกษาใน
พ้ืนที่ให้ร่วมทําการศึกษาวิจัยกับภาคเอกชน สนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการนําองค์ความรู้ นวัตกรรม
และเทคโนโลยีการผลิตท่ีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนฐานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
สินค้า ผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร มาตรฐานระบบการ
ผลิตสินคา้ เกษตรให้เทียบเท่าระดับสากล ส่งเสริมระบบตลาดกลางสินค้าเกษตรและตลาดซ้ือขายสินค้าเกษตร
ล่วงหน้า ส่งเสริมภาคเอกชนและองค์กรชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการระบบสินค้าเกษตรและ
อาหารรว่ มกบั สถาบันเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพระบบการบรหิ ารจดั การโลจิสตกิ สข์ องภาคเกษตร

๕.๓.๔ การสร้างความมั่นคงในอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร มุ่งพัฒนาระบบการสร้าง
หลักประกันรายได้ของเกษตรกรให้มีความม่ันคงและครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมด พัฒนาระบบประกันภัย
พืชผลการเกษตร ส่งเสริมระบบการทําการเกษตรแบบมีพันธสัญญาที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ยกระดับคุณภาพ
ชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกร สร้างแรงจูงใจให้เยาวชน เกษตรกรรุ่นใหม่ และแรงงานที่มีคุณภาพเข้าสู่
อาชีพเกษตรกรรม พัฒนาสถาบันเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนให้เป็นกลไกสนับสนุนการพึ่งพาตนเองของ
เกษตรกร เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรรายย่อยท่ีได้รับผลกระทบจากการนําเข้าสินค้าเกษตรและ
อาหารที่มีต้นทุนตา่ํ ท่เี ปน็ ผลมาจากข้อตกลงการเปิดการค้าเสรี

(๑๓)

๕.๓.๕ การสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพัฒนาพลังงานชีวภาพในระดับครัวเรือนและ
ชมุ ชน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นไม้และปลูกป่าโดยชุมชนและเพื่อชุมชนเพ่ิมขึ้น ส่งเสริมให้เกษตรกรทํา
การเกษตรด้วยระบบเกษตรยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนให้มีการจัดการและ
เผยแพร่องค์ความรู้และการพัฒนาด้านอาหารศึกษาทุกรูปแบบอย่างต่อเน่ืองและท่ัวถึง รวมท้ังส่งเสริม
พฤติกรรมการบริโภคท่ีเหมาะสมของบุคคลและชุมชน สนับสนุนการสร้างเครือข่ายการผลิตและการบริโภคท่ี
เกื้อกูลกนั ในระดับชุมชนท่ีอยบู่ รเิ วณใกล้เคยี งกัน สง่ เสรมิ การนําวัตถุดิบทางการเกษตรท่ีผลิตได้ในชุมชนและท่ี
เหลือใช้จากการเกษตรมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนในชุมชน รวมท้ังส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน
พืน้ ทใี่ ห้เป็นเครื่องมอื ในการสรา้ งความเขม้ แขง็ ด้านอาหารให้กบั เกษตรกรและชมุ ชนอย่างเปน็ ระบบ

๕.๓.๖ การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานชีวภาพเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาประเทศและ
ความเข้มแข็งภาคเกษตร ด้วยการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานจากพืช
พลังงาน จัดให้มีระบบการบริหารจัดการสินค้าเกษตรท่ีใช้เป็นทั้งอาหารและพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการ
ผลติ และการใชพ้ ลังงานชวี ภาพท่ีเกี่ยวเนื่องกับภาคการผลิตและบริการ จัดให้มีกลไกกํากับดูแลโครงสร้างราคา
ของพลงั งานชวี ภาพ และปลูกจติ สาํ นึกในการใชพ้ ลังงานชวี ภาพอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและคุม้ คา่

๕.๓.๗ การปรับระบบบริหารจัดการภาครัฐเพ่ือเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและ
พลังงาน โดยสนับสนุนบทบาทของเกษตรกร เครอื ข่ายปราชญ์ชาวบา้ น ภาคเอกชน และชุมชนให้เข้ามามีส่วน
ร่วมในการกําหนดทิศทางและวางแผนการผลิตทางการเกษตร ปรับกระบวนการทํางานของหน่วยงานภาครัฐ
ท่ีเก่ียวข้องให้มีการร่วมมือและบูรณาการการทํางานอย่างจริงจัง ทั้งในส่วนกลางและระดับพ้ืนท่ี พัฒนาระบบ
ฐานข้อมูลสารสนเทศด้านอาหารและพลังงานต้ังแต่การผลิต การตลาดไปจนถึงการบริโภค พัฒนากฎหมายที่
เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการเกษตร ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศท้ังในระดับพหุภาคีและทวิภาคี
โดยเฉพาะประชาคมอาเซียนท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน

๕.๔ ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
ใหค้ วามสําคญั กับ

๕.๔.๑ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่มีคุณภาพและย่ังยืน โดยสร้างความ
เข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผลักดันให้มี
บทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็งและแข่งขันได้ ด้วยการปรับโครงสร้างการค้าและการ
ลงทุนให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย แอฟริกา และเศรษฐกิจภายในประเทศ ปรับ
โครงสร้างภาคบริการให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มกับสาขาบริการที่มีศักยภาพและเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมบน
ฐานความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์
การพฒั นาเมอื งสร้างสรรค์ และการพฒั นาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พัฒนาภาคเกษตรบนฐานการเพ่ิมผลิตภาพ
ในการผลิตและยกระดับการสร้างมูลค่าเพ่ิมด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และ
พัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่มุ่งการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้มีคุณภาพและย่ังยืน ด้วยการใช้ความรู้ด้าน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ สู่อุตสาหกรรมฐานความรู้เชิงสร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดลอ้ ม

(๑๔)

๕.๔.๒ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ให้เป็นพลังขับเคลื่อนการ
ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เน้นการนําความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ทรัพย์สินทางปัญญา วิจัยและพัฒนาไปต่อยอด ถ่ายทอด และประยุกต์ใช้ประโยชน์ท้ังเชิงพาณิชย์ สังคม และ
ชุมชน โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอ้ืออํานวยต่อการพัฒนาและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และ
นวตั กรรมทส่ี ่งเสรมิ การใช้ความคดิ สร้างสรรค์และสร้างมูลคา่ เพม่ิ ใหก้ ับภาคการผลติ ตลอดจนพัฒนาโครงสร้าง
พ้ืนฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรมให้ท่ัวถึงและเพียงพอทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพใน
ลักษณะของความร่วมมอื ระหว่างภาครัฐและเอกชน

๕.๔.๓ การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันท่ีมีประสิทธิภาพ เท่าเทียม และเป็นธรรม
มงุ่ พัฒนาตลาดเงนิ และตลาดทุน รวมท้ังกําลังแรงงานให้เอื้อต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาระบบการ
จัดการทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้เชื่อมโยงการขนส่งท้ัง
ภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพ่ือเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพและมาตรฐานสู่สากล สร้างความม่นั คงด้านพลังงาน
ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด พัฒนาพลังงานทางเลือก และเพ่ิมประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุก
ระดับ ปฏิรูปกฎหมาย และกฎ ระเบียบต่างๆ ทางเศรษฐกิจให้เอ้ือต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันและ
สอดคล้องกบั กระแสการเปลี่ยนแปลงในสงั คมโลก

๕.๔.๔ การบริหารจัดการเศรษฐกิจส่วนรวมอย่างมีเสถียรภาพ ให้ความสําคัญกับการ
บริหารจัดการด้านการเงิน โดยดําเนินนโยบายการเงินที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์แวดล้อมและทันต่อ
เหตกุ ารณ์ เพ่ิมบทบาทตลาดทนุ ในระบบเศรษฐกจิ ใหส้ อดคลอ้ งกับทิศทางการพัฒนาภาคการเงินโลก ปรับปรุง
โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน พัฒนากลไกการเฝ้าระวังความผันผวนทางเศรษฐกิจและพัฒนาระบบเตือนภัย
แบบองค์รวม เพ่ิมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุนระหว่างประเทศ และการบริหารจัดการด้าน
การคลังท่ีปรับปรุงระบบการจัดเก็บรายได้ของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพของการจัดสรรและการบริหาร
งบประมาณ ป้องกันความเส่ียงทางการคลัง พัฒนาประสิทธิภาพการดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมให้
ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการขั้นพื้นฐานของภาครัฐ
เพมิ่ ขึ้น และเสริมสรา้ งความเข้มแข็งทางการคลงั ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่

๕.๕ ยุทธศาสตร์การสรา้ งความเชือ่ มโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความม่ันคงทางเศรษฐกิจและ
สังคม ให้ความสําคัญกบั

๕.๕.๑ การพัฒนาความเช่ือมโยงด้านการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ภายใต้กรอบความ
ร่วมมือในอนุภูมิภาคต่างๆ มุ่งพัฒนาบริการขนส่งและโลจิสติกส์ท่ีมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากล
ปรับปรุงกฎระเบียบการขนส่งคนและสินค้าที่เกี่ยวข้อง พัฒนาบุคลากรในธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์
เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวพ้ืนที่ชายแดน/เขตเศรษฐกิจชายแดน ตลอดจนเช่ือมโยงระบบการผลิต
กบั พ้นื ท่ตี อนในของประเทศ

๕.๕.๒ การพัฒนาฐานลงทุนโดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอนุภูมิภาค
มงุ่ พฒั นาพนื้ ท่ีในภมู ภิ าคตา่ งๆ ของประเทศให้เชือ่ มโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ให้เป็นฐานการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การเกษตร และการท่องเที่ยว พัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนและเมือง
ชายแดน รวมท้ังบูรณาการแผนพัฒนาพ้ืนที่เช่ือมโยงกับประเทศเพ่ือนบ้านให้บรรลุประโยชน์ร่วมกันท้ังด้าน
ความมนั่ คงและเสถียรภาพของพน้ื ที่

(๑๕)

๕.๕.๓ การสร้างความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เป็นการพัฒนาความร่วมมือ
ระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนท่ีมีศักยภาพในการพัฒนาบุคลากรในทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ เสริมสร้าง
ความเข้มแข็งให้สถาบันการศึกษาท้ังของรัฐและเอกชนให้มีมาตรฐาน เป็นท่ียอมรับในระดับสากล ยกระดับ
ทักษะฝีมือแรงงาน กําหนดมาตรฐานข้ันพ้ืนฐานของคุณภาพสินค้าและบริการ ท่ีเป็นการป้องกันสินค้าและ
บรกิ ารนาํ เข้าที่ไมไ่ ดค้ ุณภาพทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

๕.๕.๔ การเข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือระหว่างประเทศและภูมิภาคภายใต้บทบาท
ทสี่ ร้างสรรค์ เปน็ ทางเลอื กในการดําเนนิ นโยบายระหว่างประเทศในเวทีโลก มุ่งรักษาบทบาทของไทยในการ
มีส่วนร่วมกําหนดยุทธศาสตร์ของกรอบความร่วมมือที่ดําเนินอยู่ รวมทั้งรักษาดุลยภาพของปฏิสัมพันธ์กับ
มหาอํานาจทางเศรษฐกิจเดิมและมหาอํานาจใหม่

๕.๕.๕ การสร้างความเป็นหนุ้ สว่ นทางเศรษฐกจิ ในภูมิภาคด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
การเคล่ือนย้ายแรงงาน และการส่งเสริมแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเร่งดําเนินการด้านความร่วมมือใน
การกําหนดมาตรฐานฝีมือระหว่างประเทศเพื่ออํานวยความสะดวกการเคล่ือนย้ายแรงงานในภูมิภาค ส่งเสริม
ผู้ประกอบการไทยในการขยายการลงทุนไปสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน คุ้มครองและส่งเสริม
สิทธิและผลประโยชน์ของคนไทยและแรงงานไทยในตา่ งประเทศ

๕.๕.๖ การมีส่วนร่วมอย่างสําคัญในการสร้างสังคมนานาชาติท่ีมีคุณภาพชีวิต ป้องกันภัย
จากการก่อการร้ายและอาชญากรรม ยาเสพติด ภัยพิบัติ และการแพร่ระบาดของโรคภัย มุ่งพัฒนา
ศักยภาพและความพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหาข้ามชาติด้านการก่อการร้าย ยาเสพติด และการหลบหนี
เข้าเมืองท้ังระบบ พัฒนาศักยภาพและความร่วมมือภายในภูมิภาคเพ่ือเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ
และเหตุฉกุ เฉนิ และรว่ มมือในการปอ้ งกนั การตดิ เชอ้ื และการแพร่ระบาดของโรคอบุ ัตใิ หม่และโรคระบาดซ้ํา

๕.๕.๗ การเสริมสร้างความร่วมมือท่ีดีระหว่างประเทศในการสนับสนุนการเจริญเติบโต
ทางเศรษฐกิจอย่างมีจริยธรรมและไม่ส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม พร้อมทั้งเปิดรับความร่วมมือกับองค์กร
ระหว่างประเทศท่ีไม่แสวงหากําไร เป็นการดําเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในระดับ
อนุภูมิภาค เสริมสร้างการผลิตและบริโภคสินค้าและบริการที่นําสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริม
และอํานวยความสะดวกองค์กรระหว่างประเทศท่ีไม่แสวงหากําไรให้มีบทบาทเพิ่มข้ึนในการให้ไทยเป็นฐาน
การดําเนินความรว่ มมอื เพือ่ การพฒั นาประเทศในภมู ภิ าค

๕.๕.๘ การเร่งรัดการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรที ี่มผี ลบังคับใช้แล้ว เป็นการสร้าง
องค์ความรู้ให้กับภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบให้สามารถพัฒนาศักยภาพและ
โอกาสของตนเองในการใช้ประโยชน์จากการเปิดการค้าเสรี โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ท่ไี ด้รบั การสนบั สนนุ เยยี วยาและดแู ลจากรัฐในกรณีทไ่ี มส่ ามารถปรับตัวไดท้ นั

๕.๕.๙ การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุน และการประกอบธุรกิจในเอเชีย
รวมทั้งเป็นฐานความร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาค โดยจัดให้มีสิทธิประโยชน์และการอํานวยความสะดวกท่ี
จําเป็น เพื่อให้มีการจัดตั้งสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค และสนับสนุนบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศ
ทไ่ี ม่แสวงกําไร

๕.๕.๑๐ การปรับปรุงและเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีการพัฒนาภายในประเทศ
ตั้งแต่ระดับชุมชนท้องถิ่น มุ่งเสริมสร้างศักยภาพชุมชนท้องถิ่นให้รับรู้และเตรียมพร้อมรับกระแสการ
เปล่ียนแปลงท้ังภายในและภายนอกประเทศ สนับสนุนกลไกการพัฒนาระดับพ้ืนท่ีในการกําหนดยุทธศาสตร์
การพัฒนาระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดชายแดน ให้สามารถพัฒนาเชื่อมโยงกับประเทศ
เพื่อนบ้าน ส่งเสริมศักยภาพด้านวิชาการและเครือข่ายของสถาบันการศึกษาของไทยท่ีสร้างความใกล้ชิด และ
ปฏสิ ัมพันธ์กบั ประเทศในอนุภมู ิภาค

(๑๖)

๕.๖ ยทุ ธศาสตรก์ ารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมอยา่ งยง่ั ยนื ให้ความสาํ คญั กับ

๕.๖.๑ การอนุรกั ษ์ ฟื้นฟู และสร้างความม่ันคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มงุ่ รกั ษาและฟน้ื ฟพู นื้ ทปี่ ่าและเขตอนรุ กั ษ์ พัฒนาระบบฐานขอ้ มูลและการจดั การองค์ความรู้ให้เป็นเคร่ืองมือใน
การวางแผนและบริหารจัดการ ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการท่ีดินและการจัดการทรัพยากรทางทะเลและ
ชายฝั่ง เร่งรัดการบริหารจัดการน้ําแบบบูรณาการ ปรับปรุงและฟ้ืนฟูแหล่งนํ้าเพื่อเพ่ิมปริมาณน้ําต้นทุน
ส่งเสรมิ ให้เกิดการใช้น้ําอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ จัดทําแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ําเพ่ือการอุปโภค
บริโภคอยา่ งเปน็ ระบบ รวมทั้งส่งเสริมการอนรุ กั ษแ์ ละใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ

๕.๖.๒ การปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศเพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การ
เปน็ เศรษฐกจิ และสงั คมคาร์บอนตํ่าและเป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม โดยปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศและ
พฤติกรรมการบริโภคเพ่ือเตรียมพร้อมไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนตํ่าและเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม เพ่ิมประสิทธิภาพ
การใชพ้ ลังงานในภาคคมนาคมและขนสง่ เพอื่ ลดปริมาณก๊าซเรอื นกระจก พฒั นาเมืองทเี่ ปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ ม
เน้นการวางผงั เมืองทีผ่ สมผสานวฒั นธรรม สงั คม ระบบนิเวศเข้าด้วยกนั

๕.๖.๓ การยกระดับขีดความสามารถในการรองรับและปรับตัวต่อการเปล่ียนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ เพ่ือให้สังคมมีภูมิคุ้มกัน มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และเคร่ืองมือในการบริหารจัดการเพื่อรองรับกับ
ความท้าทายจากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงพัฒนาศักยภาพชุมชนให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมอิ ากาศ

๕.๖.๔ การเตรียมความพร้อมรองรับกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยการจัดทําแผนที่และ
จัดลําดับพื้นท่ีเสี่ยงภัยท้ังในระดับประเทศ ภูมิภาคและจังหวัด ยกระดับการจัดการภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ
พฒั นาระบบฐานข้อมูล การส่อื สารโทรคมนาคม ส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการจัดการ
ภัยพิบัติ พัฒนาระบบงานอาสาสมัครของประเทศอย่างจริงจัง และให้มีมาตรฐานตามหลักสากล สนับสนุน
ภาคเอกชน สถานประกอบการ โรงเรียน และท้องถิ่นให้มีการเตรียมความพร้อม และจัดทําแผนปฏิบัติการ
รองรับภัยพบิ ตั ิ

๕.๖.๕ การสร้างภูมิคุ้มกันด้านการค้าจากเง่ือนไขด้านสิ่งแวดล้อมและวิกฤตจากการ
เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งติดตามและเฝ้าระวังมาตรการการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อ
การค้าและการลงทุน เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการทางการค้าและข้อตกลง
ระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ ศึกษาผลกระทบและกําหนดแผน
กลยุทธ์รายสินค้า รวมทั้งมาตรการเยียวยาในสินค้าและธุรกิจที่เก่ียวข้อง ส่งเสริมให้ผู้ส่งออกทําคาร์บอน
ฟุตพริน้ ต์ และสร้างแรงจงู ใจให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพ่ือการพฒั นาส่ิงแวดลอ้ มอย่างยั่งยนื

๕.๖.๖ การเพ่ิมบทบาทประเทศไทยในเวทีประชาคมโลกท่ีเก่ียวข้องกับกรอบความตกลง
และพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เป็นการศึกษารายละเอียดและสร้างความเข้าใจในพันธกรณี
ติดตามสถานการณ์การเจรจาและท่าทีของประเทศตา่ งๆ พฒั นาบุคลากรภาครัฐเพ่ือเสริมสร้างทักษะการเจรจา
พฒั นาความร่วมมือในกลมุ่ อาเซยี นและประเทศคูค่ า้ สาํ คญั สนับสนนุ การดําเนินงานตามพันธกรณีและข้อตกลง
ระหว่างประเทศดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม

(๑๗)

๕.๖.๗ การควบคุมและลดมลพิษ มุ่งลดปริมาณมลพิษทางอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการ
จัดการขยะและนํ้าเสียชุมชน พัฒนาระบบการจัดการของเสียอันตราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะติดเช้ือ
ลดความเสย่ี งอันตราย การร่ัวไหล การเกิดอุบัติภัยจากสารเคมี และพัฒนาระบบเตือนภัย แจ้งเหตุฉุกเฉิน และ
ระบบการจดั การเม่ือเกิดอุบตั ภิ ัยด้านมลพิษ

๕.๖.๘ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมให้มี
ประสิทธิภาพ โปร่งใสและเป็นธรรมอย่างบูรณาการ มุ่งส่งเสริมสิทธิและพัฒนาศักยภาพชุมชนในการเข้าถึง
และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ ปรับปรุงกฎหมายเพ่ือแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ําในการเข้าถึงและใช้
ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ปรับนโยบายการลงทุนภาครัฐให้เอ้ือต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟู ผลักดัน
ให้มกี ารจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างแรงจูงใจในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและลดการ
ก่อมลพิษ สร้างรายได้จากความหลากหลายทางชีวภาพ พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบติดตามประเมินผล
รวมทั้งส่งเสรมิ การศึกษาวิจัยเพื่อสรา้ งระบบบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มทีม่ ีประสทิ ธิภาพ

๖. การบรหิ ารจัดการแผนพัฒนาฯ ฉบบั ที่ ๑๑ ส่กู ารปฏบิ ัติ

การบริหารจัดการแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ สู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ ให้ความสําคัญกับการ
ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศโดยยึดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ เป็นกรอบทิศทางหลัก และแปลงสู่การปฏิบัติใน
ระดับต่างๆ ที่สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม และกระจายการพัฒนาลงสู่พ้ืนที่ โดยยึดหลักการพัฒนาพ้ืนที่
ภารกจิ และการมสี ว่ นร่วม ให้จงั หวดั เปน็ พืน้ ท่ดี าํ เนินการขับเคล่ือนการพัฒนา และเป็นจุดเชื่อมโยงการพัฒนา
จากระดับชุมชนสู่ประเทศและประเทศสู่ชุมชน เพิ่มการใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิด
สร้างสรรค์ให้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกภาคส่วนท้ังระดับพ้ืนท่ี ท้องถ่ิน และชุมชน
ใช้กลไกและเครื่องมือการพัฒนาของภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน และสื่อมวลชนอย่าง
บูรณาการให้การขับเคลื่อนเกิดประสิทธิภาพด้วยกระบวนการสร้างเครือข่ายหรือคลัสเตอร์ที่ตอบสนองต่อการ
แกป้ ัญหาและการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ โดยมีแนวทางสําคญั ดังน้ี

๖.๑ การสร้างความรคู้ วามเข้าใจให้ทุกภาคสว่ นตระหนกั ถึงความสาํ คัญและพร้อมเขา้ ร่วมในการ
ผลักดันแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ ไปสู่การปฏิบัติ โดยจัดทําแนวทางการส่ือสารประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วน
ตระหนักและยอมรับแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑ สร้างความเข้าใจให้ภาคการเมืองในเป้าประสงค์และแนวทาง
ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ และผลักดันให้ภาคการเมืองนําประเด็นการพัฒนาสําคัญไปผสมผสานในการ
จัดทาํ นโยบาย รวมทั้งจัดทาํ คูม่ ือการแปลงแผนพัฒนาฯ ฉบบั ท่ี ๑๑ เผยแพร่ใหภ้ าคกี ารพฒั นารบั รแู้ ละนําไปปฏิบตั ิ

๖.๒ การสร้างความเช่ือมโยงระหว่างแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑ นโยบายรัฐบาล แผนการบริหาร
ราชการแผ่นดิน และแผนระดับอื่นๆ โดยกําหนดประเด็นการพัฒนาสําคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาฯ
ฉบับท่ี ๑๑ ท่ีเสนอต่อสาธารณะอย่างชัดเจน บูรณาการประเด็นการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ที่มีความ
เช่ือมโยงกัน และจัดทําเป็นแผนการลงทุนหรือแผนพัฒนาเฉพาะด้านที่ตอบสนองการพัฒนาในหลายมิติ
เชื่อมโยงแนวคิดพ้ืนฐาน ยุทธศาสตร์ ประเด็นพัฒนาสําคัญ และแผนพัฒนาเฉพาะด้านภายใต้แผนพัฒนาฯ
ฉบับท่ี ๑๑ เข้ากบั นโยบายรฐั บาล แผนการบริหารราชการแผ่นดิน และแผนระดับต่างๆ จัดทํายุทธศาสตร์การ
จัดสรรงบประมาณแบบมีส่วนร่วม โดยบูรณาการสาระสําคัญของแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑ และการจัดสรร
งบประมาณที่สอดคล้องกัน รวมถึงกําหนดแนวทางจัดสรรงบประมาณสนับสนุนแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่ม
จังหวัด และแผนท้องถิ่นภายใต้แนวทางการพัฒนาภาคท่ีเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑ ตลอดจน
ผลักดันให้ภาคเอกชนนําประเด็นการพัฒนาสําคัญในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ พิจารณาประกอบการจัดทํา
แผนการลงทุนทางธุรกิจ

(๑๘)

๖.๓ การสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการขับเคล่ือนแผนของภาคีการพัฒนาต่างๆ นําการวิจัย
เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ให้เอ้ือต่อการขับเคลื่อนการพัฒนา
นําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นเคร่ืองมือในการสื่อสาร จัดทําฐานข้อมูลท่ีภาคส่วนต่างๆ เข้าถึงและใช้
ประโยชน์ไดง้ ่าย รวมท้งั สรา้ งชอ่ งทางใหป้ ระชาสังคมมโี อกาสแสดงความคิดเห็นและรว่ มกจิ กรรมการพัฒนา

๖.๔ การเพ่ิมประสิทธิภาพกลไกรับผิดชอบการขับเคลื่อนแผนฯ ท่ีชัดเจน สามารถขับเคล่ือน
แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑ ในระดับประเทศและระดับพ้ืนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้เชื่อมโยง
คณะกรรมการระดับชาติที่มีอยู่นําแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ มาเป็นกรอบดําเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
ให้จังหวัดเป็นจุดประสานการพัฒนาระดับพ้ืนท่ี รวมท้ังประสานและผลักดันกลไกนอกภาครัฐมีส่วนร่วม
ขบั เคลื่อนแผนฯ มากขนึ้

๖.๕ การเสริมสร้างบทบาทของทุกภาคส่วนให้สามารถขับเคล่ือนแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ พัฒนาศักยภาพประชาชนให้มีบทบาทสําคัญในกระบวนการพัฒนา สร้างความ
เขม้ แข็งของชุมชนให้พร้อมรองรบั กบั ความเปลย่ี นแปลง เสริมสร้างความเข้มแขง็ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ทุกรูปแบบ ผลักดันให้สถาบันการศึกษาในพ้ืนที่เข้าร่วมพัฒนาชุมชนให้มากข้ึน สนับสนุนให้ภาคเอกชนมี
บทบาทนาํ ในการขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ และสังคมทด่ี ี และพฒั นาบุคลากรภาครัฐใหเ้ ปน็ ผู้นําการเปลี่ยนแปลง

๖.๖ การติดตามประเมินผลแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑ โดยติดตามความก้าวหน้า ประเมินผลสําเร็จ
และผลกระทบของการดําเนินงานอย่างต่อเน่ืองตามประเด็นการพัฒนายุทธศาสตร์และผลการพัฒนา
ในภาพรวม พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๑ ทั้งการติดตามประเมินผลการบริหาร
จดั การแผนพัฒนาฯ ฉบบั ท่ี ๑๑ สกู่ ารปฏบิ ตั ิในภาพรวม การตดิ ตามประเมินผลการพฒั นาระดบั พื้นท่ี และการ
ตรวจสอบของภาคประชาชนให้เข้มแข็ง โดยสนับสนุนให้ภาคประชาชนรวมกลุ่มติดตามความก้าวหน้า
ตรวจสอบความโปร่งใสและความสําเร็จของโครงการต่างๆ ตลอดจนพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เช่ือมโยงเป็น
เครอื ขา่ ยในทกุ ระดับ ทง้ั ฐานขอ้ มูลระดบั ภาพรวมและระดับพ้ืนท่ี

สาํ นักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ
962 ถนนกรงุ เกษม เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ 10100

โทร. 0-2282-4841-2 โทรสาร 0-2281-9705
http://www.nesdb.go.th

e-mail: [email protected]
ISBN 978-616-235-096-2

5. แผนยุทธศาสตรกรมสงเสรมิ การเกษตร พ.ศ. 2556 -2559
แผนยุทธศาสตรกรมสง เสริมการเกษตร พ.ศ. 2556 -2559

แผนยทุ ธศาสตรก์ รมส่งเสรมิ การเกษตร
พ.ศ. 2556 – 2559

ประกาศใช้ ณ วนั ที่ 13 มนี าคม 2556

(ปกหนา้ ด้านใน)

สรุปปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ทางสายกลาง

พอประมาณ

มเี หตผุ ล มภี มู คิ ้มุ กนั ในตวั ทีด่ ี

เง่ือนไขความรู้ เง่ือนไขคณุ ธรรม
(รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั ) (ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต ขยนั อดทน สติปัญญา แบง่ ปัน)

นาสู่

ชวี ติ /เศรษฐกิจ/สงั คม/สงิ่ แวดล้อม
สมดลุ /มน่ั คง/ยงั่ ยืน

หลักการทรงงานในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว

1. ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ
2. ระเบิดจากข้างใน
3. แก้ปัญหาทีจ่ ุดเล็ก
4. ทาตามลาดบั ขน้ั ค่อยเป็นค่อยไป
5. ภูมิสงั คม
6. องค์รวม
7. ไม่ติดตารา
8. ประหยดั เรียบง่าย ไดป้ ระโยชน์สูงสดุ
9. ทาใหง้ ่าย
10. การมีส่วนร่วม
11. ประโยชน์ส่วนรวม
12. บริการรวมทีจ่ ุดเดียว One Stop Services
13. ใช้ธรรมชาติ ช่วยธรรมชาติ
14. ใช้อธรรมปราบอธรรม
15. ปลูกป่าในใจคน
16. ขาดทนุ คือกาไร คมุ้ ค่ามากกว่าคมุ้ ทนุ
17. การพ่ึงตนเอง
18. พออยู่พอกิน
19. เศรษฐกิจพอเพียง
20. ความซื่อสตั ย์ สจุ ริต และกตญั ญู
21. ทางานใหส้ นกุ มีความสขุ ในการทางาน
22. ความเพียร : พระมหาชนก
23. รู้ รัก สามคั คี
24. ความอดทน ม่งุ มน่ั ยึดธรรมะ และความถกู ต้อง

ท่ีมา : สานกั งาน กปร.(http://www.rdpb.go.th)

คานา

แผนยุทธศาสตร์กรมสง่ เสริมการเกษตร พ.ศ. 2556 - 2559 จัดทาข้ึนเพ่ือให้การปฏบิ ัตงิ าน
ของกรมสง่ เสรมิ การเกษตรมีกรอบทิศทางทีช่ ัดเจน มีการปฏิบัตงิ านที่เชือ่ มโยงสอดคลอ้ งกนั ในทุกระดับเพ่ือ
บรรลเุ ปา้ หมายเดยี วกนั ในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์ไดค้ านึงถงึ สภาพแวดล้อมและสถานการณก์ ารเปลีย่ นแปลง
ในมติ ติ ่างๆ ท้งั ในระดบั โลก ระดบั ภูมภิ าค และภายในประเทศ รวมทั้งเช่อื มโยงกบั แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) แผนพัฒนาการเกษตร แผนบริหารราชการแผน่ ดิน นโยบาย
ของรฐั บาล ยทุ ธศาสตรป์ ระเทศ และแผน/ยุทธศาสตรอ์ ่นื ๆทีเ่ กย่ี วข้อง โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การให้ความสาคัญกับ
การบรหิ ารราชการสว่ นภมู ภิ าคและท้องถ่นิ ภายใตแ้ ผนพัฒนาจังหวัด/กลมุ่ จังหวดั และแผนพัฒนาทอ้ งถ่นิ

ยทุ ธศาสตรฉ์ บับน้ีมงุ่ เนน้ ในเรื่องการเพ่มิ ประสิทธภิ าพการผลติ เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถในการ
แข่งขันของภาคเกษตร การพัฒนาเกษตรกรใหม้ ีคุณภาพชวี ิตทีด่ ี มคี วามเข้มแขง็ พึ่งพาตนเองได้ และการบรหิ าร
จัดการและให้บรกิ ารที่ดีแก่เกษตรกร โดยใช้แผนยุทธศาสตรเ์ ปน็ กรอบในการเช่ือมโยงการทางานทง้ั ในเชิง
Function – Area – Agenda เขา้ ด้วยกนั โดยใชพ้ นื้ ท่ีเปน็ ศูนย์กลาง และใชก้ ลไกการบริหารแบบบูรณาการและ
จดั การเชิงกลยทุ ธ์เป็นเครื่องมือในการดาเนินงานให้ประสบผลสาเรจ็

ในกระบวนการจดั ทาแผนฉบับนี้ ไดเ้ ปดิ โอกาสใหเ้ จา้ หน้าท่ีทกุ ระดับ ทง้ั ในสว่ นกลางและสว่ น
ภมู ภิ าค ไดม้ สี ว่ นรว่ มในการให้ขอ้ คดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะ โดยใช้เวทกี ารประชุมสมั มนาของเจ้าหน้าทีแ่ ละผู้บรหิ าร
รวมทั้งไดเ้ ปดิ รับความคิดเห็นโดยใช้แบบสอบถาม และทางเวบ็ ไซต์ของกรมสง่ เสริมการเกษตร เพ่ือให้ได้แผน
ยทุ ธศาสตร์ท่มี ีคุณภาพ มีเนอ้ื หาที่ครอบคลุมและชัดเจน และสามารถนาไปปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและ
ประสิทธิผล

การที่แผนยุทธศาสตร์กรมส่งเสรมิ การเกษตร พ.ศ. 2556 – 2559 จะถกู ขับเคลือ่ นไปสู่การปฏิบตั ิ
และบรรลผุ ลสาเร็จตามท่ีมงุ่ หวังได้จริง เจ้าหนา้ ทขี่ องกรมส่งเสรมิ การเกษตรทุกคนจะตอ้ งรว่ มมือรว่ มใจในการ
ปฏบิ ตั งิ านให้เปน็ ไปตามกรอบทศิ ทางท่ีกาหนด โดยหวงั วา่ จะทาใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลงที่สาคัญในการปฏบิ ัติงาน
สง่ เสรมิ การเกษตร และสง่ ผลใหเ้ กษตรกรอยู่ดีมสี ุขอยา่ งยง่ั ยนื ต่อไป

กรมส่งเสรมิ การเกษตร
มนี าคม 2556

บทสรุปสาหรับผู้บริหาร

กรมส่งเสริมการเกษตรมีการจัดทาแผนยุทธศาสตร์มาอย่างตอ่ เนอื่ งเพื่อใหม้ ีกรอบทศิ ทางในการทางาน
รว่ มกนั ท่ีชัดเจน แนวคิดหลกั ของแผนยุทธศาสตรก์ รมสง่ เสริมการเกษตร พ.ศ. 2556 - 2559 คือการใช้พน้ื ท่ี
เปน็ ศูนยก์ ลางในการดาเนินการ (Area-Based) และมุ่งเนน้ ในเร่อื งการเพิ่มประสทิ ธิภาพการผลติ ของเกษตรกร
(Agenda-Based) โดยใชบ้ ทบาทภารกิจของกรมสง่ เสริมการเกษตรคือการพัฒนาเกษตรกรและการส่งเสรมิ การ
ผลิต (Function-Based) บรู ณาการร่วมกบั หนว่ ยงานและภาคสว่ นอื่น เพ่ือให้เกิดผลสาเร็จในการส่งเสรมิ การเกษตร
ท่ีเบ็ดเสรจ็ เป็นรูปธรรม และเกิดความต่อเน่ืองยง่ั ยนื ในพื้นท่เี ป้าหมาย ในขณะเดียวกนั การดาเนินงานของกรม-
ส่งเสรมิ การเกษตรต้องสามารถให้บริการที่ดแี ละสง่ เสริมพัฒนาเกษตรกรได้อยา่ งท่ัวถงึ ครอบคลุมในทุกพ้นื ที่

ในการดาเนินการเพื่อใหบ้ รรลุวิสัยทัศน์ “กรมสง่ เสริมการเกษตรเป็นองค์กรทมี่ ่งุ มั่นในการสง่ เสริม
และพัฒนาให้เกษตรกรอยู่ดมี ีสุขอย่างย่ังยนื ” ได้กาหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมการเกษตรไว้ 4 ประเดน็ ได้แก่

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การตอบสนองต่อนโยบายสาคัญของรัฐบาล : เป็นการให้ความสาคัญกับการ
ดาเนนิ งานโครงการสาคญั ตามนโยบายรัฐบาลและโครงการตามมติคณะรัฐมนตรี

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลติ สินค้าเกษตรและสรา้ งความเขม้ แข็งของเกษตรกร
และภาคเกษตร : เป็นภารกิจพน้ื ฐานของกรมสง่ เสริมการเกษตร ประกอบดว้ ย 2 สว่ นคือ (1) การเพ่ิมประสิทธิภาพ
การผลิตและจัดการสินค้าเกษตร และ (2) การสรา้ งความเข้มแขง็ ของเกษตรกรและความยั่งยืนของภาคเกษตร

ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การบูรณาการส่งเสรมิ การเกษตรเชิงพน้ื ที่ : เปน็ ยุทธศาสตร์ที่มุ่งเนน้ การใช้พืน้ ทเี่ ปน็
ศูนยก์ ลางในการพัฒนา โดยการเพมิ่ ประสทิ ธิภาพการผลิตของเกษตรกรในพน้ื ท่ีเน้นหนัก และการสง่ เสริมและ
ให้บรกิ ารแก่เกษตรกรอยา่ งท่ัวถึงและครอบคลุมในทุกพน้ื ท่ี

ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 การพัฒนาศักยภาพการส่งเสริมการเกษตร : มีจดุ มุ่งหมายเพื่อพฒั นาการดาเนินงาน
สง่ เสรมิ การเกษตรในภาพรวม ซ่งึ ประกอบดว้ ย 3 ด้านคือ (1) การพฒั นาศกั ยภาพด้านการสง่ เสริมการเกษตร
(2) การพฒั นาเกษตรกรเครือข่ายและสร้างความรว่ มมือหนว่ ยงานภาคใี นการส่งเสริมการเกษตร และ (3) การพฒั นา
การใหบ้ ริการด้านการสง่ เสรมิ การเกษตร

สาหรบั การขับเคล่ือนการดาเนินการตามแผนยุทธศาสตรน์ ี้ กาหนดให้ “การเพ่ิมประสิทธิภาพการ
ผลิตของเกษตรกร” เปน็ เป้าหมายหลักในการสง่ เสรมิ การเกษตร และให้สานักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต
และสานักงานเกษตรจังหวดั เปน็ หน่วยงานหลกั ในการขับเคล่อื นและนายทุ ธศาสตร์ไปสู่การปฏบิ ัตใิ นพืน้ ที่ โดยใช้
กลไกการบูรณาการและการจัดการเชิงกลยุทธเ์ ปน็ เครื่องมือสาคัญ และจดั ให้มีการถอดบทเรียนเพื่อประยุกต์ใช้ใน
การตอ่ ยอดและขยายผลด้วย นอกจากนกี้ ารดาเนนิ งานสง่ เสรมิ การเกษตรต้องเกีย่ วข้องกับยทุ ธศาสตร์อนื่ ๆ อีก
เป็นจานวนมาก จงึ ได้รวบรวมและสรปุ สาระสาคัญของยุทธศาสตรท์ ่ีเกีย่ วข้องไวใ้ นภาคผนวก เพือ่ ใช้เปน็ ข้อมลู
ประกอบการดาเนินงาน ประสาน และร่วมมือกบั หนว่ ยงานตา่ งๆ

แผนยทุ ธศาสตร์ฉบับน้ี มีเจตนาเพ่ือใช้เป็นกรอบทิศทางกวา้ งๆ ซึ่งผ้ทู ี่เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบในแต่ละเรื่อง
แตล่ ะประเด็นตอ้ งมกี ารกาหนดรายละเอียดเกยี่ วกับเปา้ หมาย ตัวช้วี ัด และแนวทางปฏิบตั ิทช่ี ัดเจนเพมิ่ เติม และ
ควบคมุ กากบั การดาเนนิ งานใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธติ์ ามทีก่ าหนดไว้

สารบัญ

คานา
บทสรปุ สาหรับผู้บริหาร

บทท่ี 1 สถานการณท์ ่ีส่งผลกระทบต่อการส่งเสริมการเกษตร 1

บทท่ี 2 กรอบทิศทางแผนยุทธศาสตรก์ รมสง่ เสริมการเกษตร พ.ศ. 2556 - 2559 5

บทท่ี 3 ยทุ ธศาสตรก์ ารส่งเสริมการเกษตร 7

ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 การตอบสนองตอ่ นโยบายสาคญั ของรฐั บาล 7

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและสร้างความเข้มแข็ง 8

ของเกษตรกรและภาคเกษตร

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การบรู ณาการสง่ เสรมิ การเกษตรเชงิ พื้นที่ 12

ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การพัฒนาศักยภาพการสง่ เสริมการเกษตร 14

บทท่ี 4 การขับเคลื่อนแผนส่กู ารปฏบิ ตั ิ 19

ภาคผนวก 22
ก. การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ ม (SWOT Analysis) 24
ข. ยุทธศาสตรห์ นว่ ยงานภายนอกทเ่ี กี่ยวข้องกับงานสง่ เสริมการเกษตร 42
ค. การเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น (ASEAN Community : AC)

บทท่ี 1
สถานการณ์ทสี่ ง่ ผลกระทบต่อการสง่ เสรมิ การเกษตร

การดาเนนิ งานส่งเสรมิ การเกษตร ต้องเผชญิ กับสถานการณ์และการเปลย่ี นแปลงต่างๆ ทงั้ ทางดา้ น
เศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ดังน้นั ในการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์จึงต้องมีการศึกษาและวเิ คราะห์
สถานการณต์ ่างๆ อย่างรอบด้าน เพ่อื ให้ได้กรอบทศิ ทางทชี่ ัดเจนและสอดคล้องกบั ความเปน็ จรงิ ประเดน็ สาคัญท่ี
นามาวเิ คราะห์ประกอบการจัดทาแผนยุทธศาสตร์คร้งั น้ี มีดงั น้ี

1.1 สถานการณ์การเปลีย่ นแปลงในระดับโลก

1) กฎ กติกาใหม่ของโลก จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านตา่ งๆ และวิกฤติเศรษฐกิจท่ีผ่านมา
สง่ ผลใหเ้ กดิ การปรบั เปลย่ี นกฎระเบียบในการบริหารจดั การเศรษฐกิจโลก ทงั้ ทางด้านการคา้ การลงทนุ การเงนิ
สง่ิ แวดล้อม และสงั คม เช่น มาตรการทางการค้าในรูปแบบท่ีไม่ใชภ่ าษี การเปดิ เสรที างการค้าในลักษณะตา่ งๆ
เรื่องของทรัพยส์ นิ ทางปัญญา กฎระเบียบท่ีเก่ียวกับการแก้ไขปัญหาสิง่ แวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เรือ่ งของสทิ ธเิ ด็ก สตรี และคนพิการ เปน็ ต้น

2) การปรบั ตวั เข้าส่เู ศรษฐกจิ โลกแบบหลายศนู ย์กลาง โดยศูนยก์ ลางอานาจทางเศรษฐกิจจะยา้ ยมา
อยทู่ เี่ อเชีย การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคต่างๆ ของโลกจะมมี ากขึ้น ประชาคมอาเซียน (ASEAN
Community : AC) จะมีบทบาทมากขน้ึ การแข่งขันทางการค้าและการลงทุนจะมคี วามรุนแรงมากขึน้ และถกู
กระทบจากมาตรการด้านสังคมและส่งิ แวดล้อมอย่างไมเ่ ปน็ ธรรม

3) ประชากรโลกจะเพม่ิ ข้นึ เปน็ 9,300 ล้านคน ในปี 2050 และโครงสร้างประชากรจะเปลยี่ นไป
ส่โู ครงสรา้ งท่มี ีผู้สูงอายุมากข้ึน โดยเฉพาะในเอเชยี ส่งผลให้เกิดการเคลอ่ื นย้ายแรงงานข้ามชาติ สมองไหล
โครงสร้างการผลติ เปลี่ยนจากการใชแ้ รงงานมาเป็นการใชอ้ งค์ความรู้และเทคโนโลยี ทาให้ต้องพัฒนาคนควบคกู่ บั
การพัฒนาเทคโนโลยี โครงสร้างการใชจ้ ่ายงบประมาณเปลี่ยนแปลง คอื มีการใช้จา่ ยด้านสุขภาพเพ่ิมมากข้ึน
สาหรบั ประเทศไทยจะเขา้ สสู่ ังคมผ้สู งู อายุอย่างสมบรู ณใ์ นปี พ.ศ. 2568

4) การเปลย่ี นแปลงสภาวะภมู ิอากาศของโลกและความห่วงใยในเรือ่ งสิ่งแวดลอ้ ม จะนาไปสู่การ
เปล่ียนรปู แบบการบริโภค ภาคการผลิตจงึ จาเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาการผลิตให้มปี ระสทิ ธิภาพ (Green
Production & Green Productivity) ลดการใช้พลังงานและการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจก สรา้ งอาชพี สเี ขยี ว
(Green Jobs) เพอ่ื ผลิตสนิ คา้ และบริการท่เี ปน็ มติ รต่อส่งิ แวดลอ้ ม (Green Products) และตอบสนองความ
ตอ้ งการของผู้บริโภค (Green Demands)

5) อณุ หภมู โิ ลกทสี่ งู ขนึ้ การเปล่ียนแปลงของฤดูกาล การเกิดภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาติทร่ี นุ แรงและ
บ่อยครั้ง ปริมาณน้าที่กกั เกบ็ ลดลงและขาดแคลน จะสง่ ผลตอ่ ระบบการผลติ ทางการเกษตร การระบาดของ
ศตั รูพชื ปศสุ ตั ว์ และประมง ซง่ึ เปน็ พนื้ ฐานสาคัญของความมนั่ คงทางอาหาร

6) ความม่นั คงทางอาหารและพลงั งานมีแนวโนม้ เปน็ ปัญหาสาคัญ โลกตอ้ งผลิตอาหารและพลงั งาน
ให้เพียงพอกับการเตบิ โตของประชากร เนื่องจากความตอ้ งการอาหาร สินคา้ เกษตร และพชื พลงั งานมีแนวโนม้
เพ่ิมข้ึนตามการเพ่ิมขน้ึ ของประชากรและการเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ แต่การผลติ ลดลงด้วยขอ้ จากัดดา้ นพื้นท่ี
และผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงของสภาวะภูมิอากาศ

7) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยมี ผี ลต่อการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม เช่นการส่งเสริมเศรษฐกจิ
สรา้ งสรรค์ การพฒั นาพลงั งานจากพชื การพัฒนาสนิ คา้ สขุ ภาพ



1.2 สถานการณ์ภายในประเทศ

1) สถานการณ์ความเหลือ่ มล้าทางรายได้ของประชากรและโอกาสการเข้าถึงทรัพยากร ทาให้
สดั ส่วนรายได้ระหว่างกลุม่ คนรวยร้อยละ 10 ของประชากร กับกลมุ่ คนจนร้อยละ 10 ของประชากร มีความ
แตกตา่ งกันมากกวา่ 20 เท่า เปน็ สาเหตนุ าไปสู่ความขัดแย้งในสงั คม และเปน็ อุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

2) ประเทศไทยต้องเผชิญกับ Middle Income Trap แม้วา่ เศรษฐกิจจะเตบิ โตอยา่ งต่อเน่ือง และ
รายได้ตอ่ หวั สูงขึ้น แต่ยังสงู ไม่มากพอ เพราะอัตราการเติบโตผันผวนตามบรบิ ทโลกท่ีเปล่ียนแปลง และยงั ไม่
สามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจต่างประเทศได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ เช่น การดูดซบั องค์ความรู้
เพอื่ ยกระดับหว่ งโซม่ ูลค่าของการผลติ เปน็ ต้น

3) โครงสร้างและการเจริญเตบิ โตของภาคเกษตร มลู คา่ ผลติ ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
ภาคเกษตรมกี ารเติบโตในอตั ราทต่ี ่ากว่าภาคอุตสาหกรรมและบริการ แต่กย็ ังมีความสาคัญตอ่ ระบบเศรษฐกิจ
โดยรวมของประเทศ เน่ืองจากเป็นแหลง่ รายได้หลกั ของคนส่วนใหญ่ และเปน็ ฐานในการสรา้ งมลู คา่ เพ่ิมของ
ภาคอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันมกี ารใชผ้ ลผลติ การเกษตรเป็นวตั ถดุ ิบดา้ นอาหาร พลงั งาน และวัสดุชีวภาพมี
แนวโน้มสูงขึน้ อย่างรวดเรว็ สว่ นการค้าสนิ คา้ เกษตรยงั ต้องพึ่งพาตลาดตา่ งประเทศซึง่ มีความผนั ผวน ผลติ ภาพ
การผลิตยังคงอยูใ่ นระดับต่า ภาคเกษตรเริ่มประสบกับปัญหาเชงิ โครงสร้าง คือ การขยายพน้ื ทเ่ี พาะปลูกถึงจุด
อิ่มตวั แรงงานภาคเกษตรมอี ายุสงู ข้นึ และมีจานวนลดลง ทกั ษะในการผลิตของเกษตรกรสว่ นใหญ่ยังเปน็ แบบ
ดัง้ เดิม

4) สถานการณ์ภาพรวมภาคเกษตร ถงึ แมป้ ระเทศไทยจะยงั เป็นผูส้ ่งออกสนิ ค้าเกษตร แต่
ประสทิ ธิภาพการผลติ ของภาคเกษตรได้รบั ผลกระทบจากฐานทรัพยากรธรรมชาติเสือ่ มโทรม ระบบการผลิตภาค
เกษตรยังต้องพง่ึ ปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ ทาให้มีตน้ ทุนทสี่ ูง ขณะท่ีพื้นท่ีการเกษตรมจี ากดั และถูกใชไ้ ปเพือ่
กิจการอนื่ มากข้นึ พ้นื ทช่ี ลประทานมสี ดั ส่วนเพียงรอ้ ยละ 22 ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตร รวมทง้ั การถูก
ครอบครองพ้ืนท่ีเกษตรกรรม ส่วนการเชื่อมโยงผลผลิตเกษตรกับภาคอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า
ยงั อย่ใู นวงจากัดและลา่ ช้า เน่ืองจากการพัฒนาเป็นแบบแยกสว่ นและขาดการรวมกลมุ่ อยา่ งเป็นระบบ

5) การผลติ สินคา้ เกษตรที่สาคัญในชว่ งทีผ่ ่านมามีอตั ราการขยายตวั ท่ีเพ่มิ ขึ้น เนอ่ื งจากราคาอยู่ใน
เกณฑ์ดี จงู ใจใหเ้ กษตรกรขยายเน้อื ทีเ่ พาะปลูก ส่วนผลผลติ ต่อไร่คอ่ นขา้ งผนั ผวน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ
เปลยี่ นแปลงและศัตรพู ชื ระบาด ประเทศไทยยังคงมคี วามม่ันคงดา้ นอาหาร ผลผลิตเกษตรมเี พียงพอสาหรบั การ
บรโิ ภคและส่งออกแมจ้ ะถูกปรบั เปลยี่ นไปส่พู ืชพลังงานมากขนึ้

6) ประชากรภาคเกษตรเป็นกลมุ่ ท่ีภาครัฐตอ้ งให้การดูแลอย่างใกล้ชดิ และต่อเนือ่ ง เพราะนอกจาก
จะเป็นผผู้ ลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งประเทศแลว้ ยงั เป็นกลมุ่ คนท่ีมีฐานะความเป็นอยู่ด้อยกว่ากลุม่ อื่นๆ ในสังคม
ประชากรภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลงและเป็นผสู้ งู อายุมากข้ึน ส่งผลให้เกดิ ภาระพงึ่ พิงในชุมชนและแรงงานภาค
เกษตรมจี านวนลดลง ผู้ท่ีอยใู่ นวัยแรงงานมีการเคลอ่ื นย้ายเขา้ สภู่ าคอุตสาหกรรมและภาคบรกิ ารมากขนึ้ ท้ังแบบ
ถาวรและชัว่ คราว เนอื่ งจากการเกษตรเป็นการทางานตามช่วงฤดกู าล รายได้ไมแ่ นน่ อน ขาดสวสั ดิการและการ
คุ้มครองแรงงานท่ีม่นั คง

7) ทรพั ยากรทางการเกษตร ทรัพยากรดินมคี วามเสื่อมโทรมมากขึ้น คือมีประมาณร้อยละ 60 ของ
พ้นื ทที่ ง้ั ประเทศ การใช้ที่ดนิ ทไ่ี มเ่ หมาะสมกบั ศักยภาพมถี ึงร้อยละ 40 ของพน้ื ที่การเกษตร เนอื้ ท่ีถือครองทาง
การเกษตรเฉล่ียต่อคนลดลง พ้ืนที่ชลประทานมีประมาณร้อยละ 22 ของพื้นท่ีการเกษตร ปริมาณน้าที่สามารถ
กักเก็บและใชง้ านไดใ้ นเข่ือนและอ่างเกบ็ นา้ ทว่ั ประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ



8) นโยบายและมาตรการตา่ งๆ ของภาครฐั ในการให้ความช่วยเหลอื เกษตรกร เช่น การประกนั
รายไดเ้ กษตรกร การรบั จานาสินคา้ เกษตร การช่วยเหลือเกษตรกรผ้ปู ระสบภัยธรรมชาติ การแก้ไขปญั หาผลไม้
ล้นตลาด การแก้ไขปัญหาหน้ีสินของเกษตรกร การคุ้มครองพนื้ ทีเ่ กษตร สง่ ผลให้เกษตรกรขายผลผลติ ไดใ้ นราคา
ทีส่ ูงขนึ้ แตใ่ นขณะเดียวกันต้นทนุ การผลิตก็สงู ขนึ้ และส่งผลให้เกดิ การบุกรกุ พ้นื ทีป่ า่ ไม้และพ้นื ทสี่ าธารณะเพ่ือ
ขยายพืน้ ที่เพาะปลกู

9) การบริหารจดั การภาคการเกษตร เชน่ การจดั ต้ังสภาเกษตรกร การพัฒนาระบบสวสั ดิการ
เกษตรกร การพฒั นาดา้ นตลาดและโลจิสติกส์ ระบบควบคุมคุณภาพสนิ ค้าเกษตรตามมาตรฐานสากล การวจิ ยั
และพฒั นา บุคลากรทางวิชาการเกษตรของภาครัฐมแี นวโน้มลดลง การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร
การจัดสรรงบประมาณด้านการเกษตรซงึ่ ค่อนข้างต่าเม่ือเทียบกบั ดา้ นอืน่ ๆ ความรว่ มมือกบั ตา่ งประเทศและ
ข้อตกลงทางการค้าต่างๆ สง่ ผลกระทบต่อภาคเกษตร

10) การเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ทจี่ ะมผี ลในปี 2558 เปน็ ประเด็น
ทส่ี าคัญในระดบั ประเทศ และจะส่งผลต่อภาคการเกษตรทัง้ ในเชิงบวกและเชิงลบ จึงต้องมกี ารเตรียมความพร้อม
ทัง้ ดา้ นการพัฒนาบุคลากร กระบวนการและกลไกทางาน รวมทั้งการพัฒนาเกษตรกรให้มีความรคู้ วามเขา้ ใจและ
สามารถปรับตัวได้

1.3 แนวโนม้ สถานการณ์ในอนาคต

1) ความคาดหวงั ท่ีมีตอ่ ภาคเกษตร : ภาคเกษตรมคี วามสาคัญในสังคมไทย การเกษตรเปน็ วิถีชีวติ
เป็นภาคการผลิตทสี่ อดคลอ้ งและเก้ือหนนุ ธรรมชาติ ก่อให้เกิดประโยชนใ์ นหลายดา้ น คือ เปน็ แหล่งอาหารหลัก
เปน็ สินค้าออก เปน็ ฐานวตั ถุดิบ ชว่ ยรักษาสภาพแวดลอ้ ม เป็นท่ีรองรบั ผู้ทป่ี ระสบปญั หาการวา่ งงาน ภาคเกษตรมี
สว่ นอยา่ งสาคัญในการลดความยากจน สรา้ งงาน ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก

2) ดา้ นเศรษฐกิจ : ภาวะเศรษฐกิจของโลกมีผลกระทบต่อเกษตรกรรนุ แรงมากขึน้ การแข่งขันใน
ระบบเศรษฐกจิ และการค้าของโลกมีการกาหนดมาตรการใหมๆ่ เพ่ือชว่ งชิงตลาดและกดี กนั ทางการคา้ มากข้ึน การ
ปรับเปลีย่ นเป็นระบบเศรษฐกิจแบบสร้างมูลค่าเพ่มิ (new value creation economy) เศรษฐกจิ เชิงสร้างสรรค์
(creative economy) และเศรษฐกจิ สเี ขียว (green economy) รวมท้ังสถานการณ์พลังงานทสี่ ง่ ผลทั้งทางบวก
และทางลบต่อภาคเกษตร สดั ส่วนของผลติ ภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) ของ
ภาคเกษตรมีแนวโนม้ ลดลง

3) ด้านสินค้าเกษตร : ผู้บรโิ ภคมคี วามตอ้ งการและเรียกร้องมากขึ้น สินคา้ เกษตรถูกกาหนด
คุณภาพ ความปลอดภยั และมาตรฐานด้านตา่ งๆ มากข้นึ สินค้าเกษตรถกู ตรวจสอบ ควบคมุ กีดกันด้วยวธิ กี าร
ต่างๆ สินคา้ ธรรมชาติ อนิ ทรีย์ และสุขภาพเป็นที่ต้องการมากข้ึน สนิ คา้ ต้องมีความแตกต่าง หลากหลาย
เฉพาะเจาะจงกับลกู ค้า และสินค้าทมี่ งุ่ เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market) การแข่งขันของสินค้าเกษตรในดา้ น
ราคาและคุณภาพจากประเทศทีม่ ีศักยภาพ เช่น จีน อินเดีย กัมพชู า ฯลฯ มคี วามรุนแรงขึ้น ความสมดุลของการ
ผลติ พืชอาหารและพืชพลังงานเป็นเร่ืองทีต่ ้องคานงึ ถึง

4) ด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม : โลกเข้าสู่ยคุ ของเทคโนโลยีชวี ภาพ เทคโนโลยีการ
สือ่ สารและสารสนเทศมีอิทธิพลต่อการพฒั นาการเกษตร สนิ คา้ อาหารจะถูกผลติ ดว้ ยระบบอตุ สาหกรรมและ
เทคโนโลยีข้นั สงู การวจิ ยั และการพัฒนาเทคโนโลยีดา้ นอาหารเสริมหรืออาหารทท่ี าให้อายุยนื (สมนุ ไพร/พืชท่ีหายาก)
มมี ากข้นึ เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ มากย่ิงข้ึน และอย่างรวดเรว็ ซ่งึ มีผลกระทบต่อความเปน็ อยู่ของคนในสังคมรวมถึง
เกษตรกร ทรพั ย์สินทางปญั ญาและภมู ิปัญญามีความสาคัญมากขึน้ การพัฒนาเกษตรกรจะตอ้ งเสรมิ สรา้ งให้เกิด
การเรียนรูแ้ ละเข้าถึงขอ้ มลู ขา่ วสารและองค์ความรู้ต่างๆ



5) ด้านสังคม : คนจานวนมากยงั คงต้องอยู่ในภาคเกษตรและการเกษตรยังคงเป็นวิถีชีวิตของ
คนไทย การพัฒนาที่ม่งุ เน้นหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพง่ึ พาตนเอง และความย่ังยืน รวมถงึ การให้
ความสาคญั กบั ความสุขมวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Happiness : GDH) รูปแบบของสงั คมเปน็
สงั คมข้อมูลขา่ วสารและองคค์ วามรู้ ภาคประชาสงั คมมีส่วนร่วมในการพฒั นามากขึน้ ประชากรภาคเกษตรลดลง
และคนวัยชราเพิ่มมากขึ้น การเคลอื่ นยา้ ยแรงงานจากภาคเกษตรเข้าสูภ่ าคอตุ สาหกรรมและบริการเน่ืองจาก
ความไม่แนน่ อนของรายได้จากภาคเกษตร นอกจากน้ี ความม่นั คงด้านอาหาร (Food Security) จะเปน็ ปัญหา
ในระยะตอ่ ไป ซง่ึ เรื่องเหล่านี้มีความสาคัญต่อการพัฒนาชีวิตความเปน็ อยู่ของเกษตรกร

6) ดา้ นทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ ม : ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมมกี ารเปลีย่ นแปลงรนุ แรง ความ
แปรปรวนของดนิ ฟา้ อากาศและภยั ธรรมชาติส่งผลรนุ แรงมากย่งิ ขึน้ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรลดลงและ
ส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมมากขึ้น ทรัพยากรมีน้อยลงและต้องแย่งชิงกันมากขึ้น รวมถึงการครอบครองทีด่ ินของ
นายทนุ และชาวต่างชาติ ซง่ึ กระทบต่อความมน่ั คงในการประกอบอาชีพการเกษตรของเกษตรกรรายย่อยและ
ความย่งั ยืนของภาคเกษตรในระยะยาว

7) ด้านการบรหิ ารและการปกครอง : การปรบั เปลยี่ นระบบการบรหิ ารราชการและการใหบ้ ริการ
ของภาครัฐ การบริหารราชการส่วนท้องถ่ิน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการบริหารราชการ
ส่วนภมู ภิ าค ซง่ึ ผู้วา่ ราชการจงั หวัดมีบทบาทมากขึ้นและเป็นเจ้าภาพหลกั ในการสง่ เสริมพัฒนาและให้บรกิ ารตา่ งๆ
ในระดับพืน้ ที่ และการพัฒนาการเกษตรมหี น่วยงานอื่นเขา้ มาเกีย่ วข้องมากขึน้ ทั้งสถาบันการศึกษา องคก์ ารนอก
ภาครฐั (NGO) และภาคเอกชน ทาให้ต้องมีการปรบั ระบบการทางานสง่ เสริมการเกษตรให้มปี ระสทิ ธิภาพและ
สอดคล้องกบั สถานการณ์ เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สงู สุด

สถานการณ์การเปลย่ี นแปลงข้างต้นสง่ ผลกระทบต่อภาคการเกษตร กรมสง่ เสริมการเกษตรจงึ ตอ้ ง
ปรับตัวเพ่ือรองรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซ่ึงแนวทางการสง่ เสรมิ การเกษตรในอนาคต จะมุง่ เน้นในเร่ืองการ
เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลติ และลดต้นทุนการผลติ การพัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานสนิ คา้ เกษตร ความสามารถใน
การแข่งขันของสนิ ค้าเกษตร ความอยู่ดีมีสขุ ของเกษตรกร ความมัน่ คงย่ังยนื ของทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อมทางการ
เกษตร การบรหิ ารจัดการและใหบ้ รกิ ารที่ดีแกเ่ กษตรกร ซึ่งประเด็นท้ังหมดที่กล่าวมานี้สามารถส่งเสริมและพัฒนา
ให้เกิดขนึ้ ได้บนพื้นฐานของหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง



บทท่ี 2
กรอบทิศทางแผนยุทธศาสตรก์ รมส่งเสริมการเกษตร พ.ศ. 2556 – 2559

2.1 วิสยั ทัศน์ และพันธกิจ

วิสยั ทัศน์
กรมสง่ เสริมการเกษตรเป็นองค์กรท่มี ุ่งมนั่ ในการส่งเสรมิ และพฒั นาให้เกษตรกรอยู่ดีมสี ุขอยา่ งยงั่ ยืน

พนั ธกิจ
1. สง่ เสรมิ และพฒั นาเกษตรกรให้มีความเขม้ แข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้
2. สง่ เสริมและพัฒนาเกษตรกรให้มขี ีดความสามารถในการผลิตและจดั การสินคา้ เกษตรตามความต้องการของ

ตลาด
3. ใหบ้ รกิ ารทางการเกษตรและผลิตปัจจัยทางการเกษตรเพอ่ื สนบั สนุนและจาหนา่ ยแก่เกษตรกรและ

หน่วยงานท่ีเกีย่ วข้อง
4. ศกึ ษา วจิ ัย และพัฒนางานด้านการสง่ เสริมการเกษตร และบูรณาการการทางานกบั ทกุ ภาคส่วน

2.2 ภารกจิ และอานาจหนา้ ท่ีตามกฎหมาย

 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2545
ขอ้ 1 ให้กรมสง่ เสรมิ การเกษตร มภี ารกิจเก่ยี วกับการเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรในการผลิตการแปรรูป
การเพ่ิมมูลค่าในสินค้าเกษตร การกาหนดมาตรการและแนวทางในการส่งเสริมการเกษตร
การควบคุมคุณภาพสินคา้ และผลติ ภัณฑ์ ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร สูเ่ กษตรกร
เพ่ือสร้างรายได้และความม่นั คงในการผลติ และการประกอบอาชีพการเกษตร โดยใหม้ ีอานาจหนา้ ท่ี
ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ส่งเสรมิ และพฒั นาเกษตรกรและองคก์ รเกษตรกร
(๒) ฝกึ อาชีพเกษตรกร และใหบ้ ริการทางการเกษตร
(๓) พฒั นา ส่งเสรมิ และประสานการถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิต และการจดั การผลผลิตพชื
ประมง และปศุสตั ว์ แก่เกษตรกร
(๔) ปฏบิ ัติการอืน่ ใดตามที่กฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ท่ีของกรมสง่ เสรมิ การเกษตรหรือ
ตามท่กี ระทรวงหรือคณะรฐั มนตรมี อบหมาย

 พระราชบัญญตั สิ ง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ชุมชน พ.ศ. 2548
มาตรา 24 ให้กรมสง่ เสรมิ การเกษตรทาหนา้ ท่เี ปน็ สานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ รับผิดชอบ
งานธุรการ งานประชุม การศึกษาข้อมูล และกิจกรรมต่างๆ ท่ีเก่ียวกับงานของ
คณะกรรมการ
ให้สานกั งานเกษตรจังหวัดทาหน้าทีแ่ ละรบั ผิดชอบงานตามวรรคหนึง่ ที่เกีย่ วกบั งานของ
คณะกรรมการส่งเสริมวสิ าหกิจชมุ ชนจงั หวดั



2.3 กรอบทศิ ทางแผนยทุ ธศาสตร์กรมสง่ เสริมการเกษตร พ.ศ. 2556 – 2559

เกษตรกรอย่ดู มี ีสุขอยา่ งยงั่ ยนื

- ขดี ความสามารถในการแขง่ ขันของภาคเกษตร
- เกษตรกรมีคณุ ภาพชีวิตทดี่ ี เขม้ แข็ง พง่ึ พาตนเองได้

- เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลติ ของเกษตรกร
- เกษตรกรได้รบั การส่งเสริมและบรกิ ารทางการเกษตร
อยา่ งทว่ั ถงึ ครอบคลมุ ในทุกพื้นท่ี

กลุ่มเปา้ หมาย กลุม่ เปา้ หมาย
พื้นทเ่ี น้นหนัก พื้นทีท่ ัว่ ไป

บรู ณาการส่งเสริมการเกษตรเชิงพ้ืนท่ี
(Area - Based)

เพ่มิ ประสิทธภิ าพการผลิตสนิ ค้าเกษตร ตอบสนองตอ่ นโยบายสาคัญ
และสรา้ งความเข้มแข็งของเกษตรกร ของรัฐบาล

และภาคเกษตร (Agenda - Based)
(Function - Based)

พฒั นาศักยภาพการส่งเสริมการเกษตร



บทท่ี 3
ยุทธศาสตร์การส่งเสรมิ การเกษตร

ยทุ ธศาสตร์การส่งเสริมการเกษตรในบทนี้ เป็นเน้ือหาสาระสาคัญในการดาเนินงานของกรมส่งเสรมิ
การเกษตรใหป้ ระสบผลสาเร็จ โดยกาหนดยทุ ธศาสตร์การดาเนินงานไว้ 4 ประเด็น ซึ่งแต่ละประเด็นมีความ
เชื่อมโยง สอดคล้อง และสนับสนุนกันและกันในการดาเนนิ งานสง่ เสริมการเกษตร ยทุ ธศาสตร์ทงั้ 4 ประเด็น
ดังกล่าวประกอบดว้ ย

๑. การตอบสนองต่อนโยบายสาคัญของรฐั บาล
2. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสนิ ค้าเกษตรและสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและภาคเกษตร
3. การบูรณาการสง่ เสริมการเกษตรเชิงพน้ื ที่
4. การพฒั นาศกั ยภาพการส่งเสรมิ การเกษตร
นอกจากน้ี ยังได้กาหนดเปา้ ประสงค์ ตวั ชวี้ ัด และแนวทางการดาเนินงานในแต่ละยุทธศาสตร์ เพือ่ ใหเ้ กิด
ความชัดเจนแก่เจา้ หนา้ ที่ในการนายทุ ธศาสตร์ไปปฏิบตั ิ โดยมรี ายละเอียด ดงั น้ี

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การตอบสนองต่อนโยบายสาคญั ของรัฐบาล

การตอบสนองนโยบายสาคญั ของรัฐบาล เป็นยุทธศาสตร์ที่สรา้ งขึ้นเพื่อรองรับการดาเนนิ งานเชิงนโยบาย
(Agenda – Based) ทงั้ งานตามนโยบายสาคัญของรัฐบาล หรือภารกิจเร่งดว่ นของรฐั บาลที่แถลงต่อรฐั สภา
โครงการภายใตแ้ ผนบริหารราชการแผ่นดินที่รฐั บาลกาหนดให้เป็นโครงการสาคัญ (Flagship Project) และโครงการ
ท่ีจัดทาข้ึนตามมติคณะรฐั มนตรี โดยอาจจะเป็นโครงการส่งเสริมการเกษตรท่ปี รับใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายสาคญั ของ
รฐั บาล ซ่งึ กรมส่งเสริมการเกษตรต้องดาเนินการให้เกิดผลสาเร็จ และรายงานผลการดาเนินงานต่อรฐั บาลและ
หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้อง

เป้าประสงค์
ผลสาเร็จของการดาเนนิ งานตามนโยบายสาคญั ของรฐั บาล

ตัวช้วี ัดเป้าประสงค์
ระดับความสาเร็จของการดาเนินงานโครงการและกจิ กรรมตามนโยบายสาคัญของรัฐบาล

แนวทางการดาเนินงาน
1.1 โครงการตามนโยบายสาคัญของรฐั บาล : วเิ คราะห์นโยบายของรัฐบาลท่แี ถลงตอ่ รัฐสภา ประมวล

สรปุ ประเด็นนโยบายที่สอดคล้องกบั บทบาทภารกจิ ของกรมส่งเสริมการเกษตร และจดั ทาโครงการสง่ เสรมิ
การเกษตรเพ่ือรองรบั นโยบายดงั กล่าว โดยเฉพาะโครงการสาคญั ภายใต้แผนบริหารราชการแผน่ ดิน (Flagship
Project) รวมทงั้ เสนอโครงการเพอ่ื ขอรบั การสนับสนุนงบประมาณตามระเบียบ/วิธปี ฏบิ ัตทิ ่ีกาหนด และ
ดาเนินการตามแผนปฏบิ ตั กิ ารใหเ้ กิดผลสาเรจ็ โดยมีการควบคมุ กากับ และตดิ ตามการดาเนินงานอยา่ งใกล้ชดิ
ตลอดจนรายงานผลการดาเนินงานตอ่ รัฐบาล



1.2 โครงการทีจ่ ัดทาข้นึ ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี : ประสานและดาเนนิ การในส่วนท่ีเก่ียวข้อง ตั้งแต่การจัดทา
โครงการ การเสนอเรื่องต่อคณะรฐั มนตรี ประสานหนว่ ยงานทีเ่ ก่ียวข้อง และดาเนินโครงการตามแผนปฏบิ ตั กิ าร
โดยมีการควบคุม กากบั และตดิ ตามการดาเนนิ งานอยา่ งต่อเนื่อง และรายงานผลการดาเนนิ งานต่อคณะรฐั มนตรี
และหนว่ ยงานท่ีเกีย่ วข้อง

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การเพ่ิมประสทิ ธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและสร้างความเข้มแข็งของ
เกษตรกรและภาคเกษตร

การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลติ สินค้าเกษตรและสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและภาคเกษตร เป็น
ยุทธศาสตร์การพัฒนาท่ีครอบคลุมงานพ้ืนฐานสาคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร (Function – Based) ในการ
ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพการเกษตร ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม
และส่ิงแวดล้อม ซ่ึงเป็นองค์ประกอบที่สาคัญและส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรต้ังแต่ระดับครัวเรือน
ชุมชน และระดับประเทศ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและเสริมสร้างให้เกิดความยั่งยืนของภาค
เกษตร

เป้าประสงค์
1. เกษตรกรมีความสามารถในการผลิตและจดั การสนิ คา้ เกษตร
2. เกษตรกรมีการทากจิ กรรมท่ีเสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ และความยง่ั ยืน

ตัวช้ีวัดเป้าประสงค์
1. จานวนเกษตรกรที่ได้รับการสง่ เสริมและพฒั นาการผลติ และจดั การสนิ ค้าเกษตรทมี่ ีการนาไปปฏบิ ตั ิ
2. จานวนเกษตรกรทีไ่ ด้รับการสง่ เสรมิ และพัฒนาความเข้มแข็งและความย่ังยืนทมี่ ีการนาไปปฏบิ ัติ

แนวทางการดาเนนิ งาน
การดาเนินงานการสง่ เสริมการเกษตรภายใตย้ ุทธศาสตรน์ ี้เป็นงานพืน้ ฐานสาคัญของกรมสง่ เสรมิ

การเกษตร ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสนิ ค้าเกษตร และการเสรมิ สร้างความ
เขม้ แข็งของเกษตรกรและความย่งั ยืนของภาคเกษตร แนวทางการดาเนนิ งานในแตล่ ะส่วน มีดงั นี้

2.1 เพิม่ ประสิทธิภาพการผลิตและจดั การสนิ คา้ เกษตร
2.1.1 พฒั นาการผลติ และบรหิ ารจดั การสินค้าเกษตร เพ่ือเพ่มิ ศักยภาพการผลิตเชิงพาณิชยแ์ ละ

อตุ สาหกรรม และเพิ่มขดี ความสามารถในการแข่งขันของสินคา้ เกษตรไทยซ่ึงเป็นส่วนสาคัญในการสนับสนุนให้
ไทยก้าวสกู่ ารเปน็ ครวั โลก โดย

- สง่ เสริมการผลติ รายสนิ ค้า และเกษตรอินทรีย์เชงิ พาณิชย์ โดยให้สอดคล้องกบั เขตเกษตร
เศรษฐกิจ (Zoning)

- เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต ลดการสูญเสยี ผลผลิตหลงั การเก็บเก่ียว
- พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร โดยเฉพาะมาตรฐาน GAP



- พัฒนาโลจสิ ติกส์ของสนิ ค้าเกษตร และมรี ะบบการตรวจสอบย้อนกลบั (Traceability) เพ่ือเพมิ่
มูลคา่ และสร้างความเชือ่ ม่ันแก่ผูบ้ ริโภค

- ส่งเสรมิ การใช้เทคโนโลยกี ารผลติ สมยั ใหมผ่ สมผสานกบั ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน และให้ความสาคญั กบั
การผลิตท่ีเปน็ มิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม (Green Product)

- ส่งเสรมิ การผลติ พชื อาหารและพลังงานใหเ้ กิดความสมดลุ และมัน่ คง โดยให้ความสาคญั กบั อาหาร
เปน็ อันดับแรก

- สง่ เสริมการผลิตเพ่ือรองรับสถานการณ์ด้านราคาและข้อตกลงทางการค้าต่างๆ รวมถึงการเขา้ สู่การ
เป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลติ ให้สอดคล้องกบั กฎระเบียบ
ของประเทศคู่ค้า เผยแพร่ความรู้และสร้างความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การเปดิ เสรีการค้าและการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจ
เพอ่ื ให้เกษตรกรสามารถปรบั ตัวได้และลดผลกระทบทจี่ ะเกิดขึ้น

2.1.2 ส่งเสรมิ และพฒั นาการบรหิ ารจัดการศตั รูพชื เพ่อื ลดความเส่ียงจากการระบาดศัตรพู ชื และเพ่ิมขดี
ความสามารถในการบรหิ ารจัดการศัตรูพชื ของชุมชน โดย

- ให้ความสาคญั ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การสารวจสถานการณ์การระบาด การพยากรณ์และเตอื นการ
ระบาดของศัตรูพชื

- ส่งเสริมและพฒั นาให้เกษตรกรและชมุ ชนสามารถบริหารจดั การศตั รูพืชไดด้ ว้ ยตนเอง
- สนบั สนุนการใชส้ ารชวี ภัณฑ์ต่างๆ และพัฒนาให้เกษตรกรสามารถผลติ สารชีวภณั ฑ์และศัตรู
ธรรมชาตใิ ช้ไดเ้ องในไรน่ า
- จดั ตัง้ และพัฒนาศูนย์จดั การศตั รูพชื ชมุ ชนให้มศี ักยภาพและสามารถพึ่งตนเองด้านจัดการศตั รูพืช
ไดอ้ ย่างยั่งยืน
- พฒั นาฐานข้อมูลและองค์ความรูด้ ้านการบรหิ ารจัดการศัตรพู ชื ให้สามารถเข้าถึงไดแ้ ละใช้
ประโยชนไ์ ดใ้ นทุกระดบั

2.1.3 ส่งเสริมการใช้ปจั จัยการผลิตและการเขตกรรม เพอื่ ใหเ้ กษตรกรสามารถผลิต จัดหา และใชป้ ัจจัย
การผลติ อยา่ งถูกต้องและมีประสทิ ธิภาพ เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองด้านปัจจัยการผลติ และลดความเสยี่ งในการ
ขาดแคลนปัจจัยในการผลิต โดย

- เสรมิ สร้างความรู้ความเข้าใจให้เกษตรกรในเรอ่ื งการใชป้ ุ๋ยเคมี
- การผลิตและใช้สารชวี ภาพและชวี ภณั ฑต์ ่างๆ
- การปรับปรงุ บารุงดิน การบรหิ ารจัดการการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม และการบริหารจดั การน้าใน
ไรน่ าและชุมชน
- สนับสนนุ การผลติ พลังงานทดแทนในครัวเรือนและชุมชน
- ส่งเสริมการเขตกรรมรปู แบบตา่ งๆ ที่เหมาะสม
- สง่ เสรมิ การผลิตพันธุพ์ ืชและปัจจัยการผลิตตา่ งๆ ไว้ใชเ้ อง

2.1.4 ส่งเสริมด้านการตลาดและการเพ่ิมมูลค่าสนิ ค้าเกษตร เพ่ือเพ่ิมชอ่ งทางการจาหน่าย ขยายตลาด
ลดปัญหาราคาสินคา้ เกษตรตกต่า และสรา้ งมูลค่าเพมิ่ ของสินค้าเกษตร โดย

- ส่งเสรมิ ตลาดในระดบั ต่างๆ
- ส่งเสรมิ ระบบการทาการเกษตรแบบมีพันธสญั ญา (Contract Farming)



- สง่ เสรมิ การจาหน่ายสินค้าเกษตรตามชน้ั คุณภาพ
- สนับสนุนใหม้ ีการแปรรูปสนิ คา้ เกษตร และพัฒนาผลิตภณั ฑ์
- ส่งเสริมเศรษฐกิจสรา้ งสรรค์ และเศรษฐกิจสีเขยี วในภาคเกษตร
- ส่งเสริมการทาการเกษตรแบบกลมุ่ การผลติ หรือเครือขา่ ยวสิ าหกิจ (Cluster) เพือ่ เพ่มิ ขีดความ
สามารถในการแข่งขัน
- สนบั สนนุ การสร้างเครอื ขา่ ยการผลติ การตลาด และการบรโิ ภคท่เี ก้อื กูลกนั
- พัฒนาทกั ษะและองค์ความรู้ด้านการตลาด การบรหิ ารจัดการระบบสนิ คา้ เกษตร
- สนบั สนนุ กิจกรรมแสดงสินค้าในตา่ งประเทศ เพื่อเพ่มิ ชอ่ งทางในการจาหน่ายสินค้าเกษตรของไทย

2.2 เสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและความยั่งยืนของภาคเกษตร
2.2.1 ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ให้มีศกั ยภาพท้ังดา้ นการผลิต

และการบรหิ ารจดั การ สามารถเชอ่ื มโยงเครือข่ายการทางานร่วมกบั กล่มุ /องค์กรเกษตรกร/ชมุ ชนท้งั ในเชิงธุรกจิ
และคุณภาพชวี ิต โดย

- สง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ เกษตรกรให้ดีขึ้น ทัง้ ในดา้ นชีวิตความเปน็ อยู่ รายได้ และการแก้ไข
ปัญหาหนสี้ นิ โดยยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเป็นสาคัญ

- ส่งเสรมิ และพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายให้เข้มแขง็ และพ่ึงพาตนเองได้ เปน็ กลไกหลกั ในการ
พฒั นาเศรษฐกิจชมุ ชน และมีความพร้อมสาหรับการแข่งขันเชงิ การค้าในอนาคต

- ส่งเสรมิ และพัฒนาเกษตรกรแกนนา และผนู้ ากลุ่มตา่ งๆ เช่น ผนู้ ากลุ่มแม่บา้ นเกษตรกร และผู้นา
กลุม่ ยุวเกษตรกร ให้มีความรู้ ความสามารถ มภี าวะความเปน็ ผูน้ า สามารถพัฒนาเกษตรกรและชมุ ชนของตนเอง
ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ และสามารถจดั การกบั ปญั หาการเกษตรต่างๆ ที่เกิดข้ึนได้ โดยสนับสนนุ ใหเ้ ข้ามามสี ่วน
ร่วมในเวทีของการบรหิ ารงานเกษตรในระดับต่าง ๆ

- ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรมืออาชีพ (Smart Farmer) โดยพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถ
ในการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาด สามารถปรบั ตวั รองรบั กับสถานการณ์การเปลีย่ นแปลงต่างๆได้

- ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรนุ่ ใหม่ รวมถึงยุวเกษตรกร ให้เปน็ กาลังสาคัญของภาคเกษตรใน
อนาคต

- สง่ เสริมและพัฒนาเกษตรกรสงู อายุ ใหม้ สี ่วนรว่ มในการพัฒนาภาคเกษตร มีคุณภาพชีวิตทดี่ ี
และไดร้ บั การยอมรบั นบั ถือในชุมชนและสังคม

- ส่งเสริมเคหกิจเกษตร เพื่อพัฒนาให้ครวั เรือนเกษตรกรมสี ุขภาพแข็งแรง บ้านเรอื นน่าอยู่ และ
เศรษฐกจิ มัน่ คง

- เสรมิ สร้างใหเ้ กษตรกรรจู้ กั ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน และนวัตกรรม
- สนับสนุนการดาเนินงานของสภาเกษตรกร และระบบสวัสดิการเกษตรกร
- ยกย่องเชิดชูเกียรติ เผยแพร่ และประชาสัมพันธผ์ ลงานดีเด่นของเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และ
วสิ าหกจิ ชมุ ชนที่เป็นต้นแบบที่ดใี หเ้ ปน็ ทีป่ ระจักษ์แก่บคุ คลท่ัวไปและเปน็ แบบอย่างในการประกอบอาชีพดา้ น
การเกษตร

๑๐

2.2.2 สนบั สนนุ โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดาริ เพ่ือใหเ้ กษตรกรมคี วามม่ันคงในอาชพี และสามารถ
พงึ่ พาตนเองได้อยา่ งยั่งยืนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง โดย

- ให้ความสาคญั กบั การดาเนินโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดารขิ องทุกพระองค์
- เรง่ รัดการดาเนนิ งานให้มปี ระสทิ ธภิ าพ จริงจัง บงั เกิดผลอยา่ งเปน็ รูปธรรม
- ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอาชพี ทางการเกษตรทสี่ อดคล้องกับศักยภาพพ้ืนท่ีและความ
ตอ้ งการของเกษตรกร
- นาองค์ความรูแ้ ละเทคโนโลยที ีเ่ หมาะสมจากโครงการต่างๆ มาใช้เป็นต้นแบบและขยายผลไปยัง
พนื้ ท่ีต่างๆ

2.2.3 เสริมสร้างความมั่นคงและปลอดภยั ด้านอาหารในครัวเรอื นและชมุ ชน เพ่ือเป็นภูมิคุ้มกัน
สาหรับครวั เรือนเกษตรกรและชมุ ชนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย

- สง่ เสริมการผลิตเพื่อการบริโภคในครวั เรือน และการแปรรปู และถนอมอาหาร เพอื่ ให้ครวั เรอื น
เกษตรกรมอี าหารบรโิ ภคอย่างเพยี งพอในทุกสถานการณ์

- สนบั สนนุ ใหม้ ีเครอื ข่ายการผลิตและการบรโิ ภคที่เกอื้ กูลกันในระดับชมุ ชน
- สนบั สนนุ ให้ประชาชนทว่ั ไปทาการเกษตร สง่ เสรมิ พฤติกรรมการบรโิ ภคท่เี หมาะสม และเผยแพร่
องค์ความรู้และพฒั นาการดา้ นอาหารศึกษา

2.2.4 ส่งเสริมการเกษตรในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับศักยภาพ
และพนื้ ท่ี เพื่อยกระดบั มาตรฐานการครองชพี ของเกษตรกรอย่างยงั่ ยนื มีความมน่ั คงในอาชพี อยู่ดกี ินดี เสรมิ สร้าง
รายได้ ลดรายจ่ายในครวั เรือน และมีคุณภาพชีวิตทีด่ ี โดย

- ฟน้ื ฟูอาชพี ดา้ นการเกษตร
- สรา้ งความเข้มแขง็ ให้กับเกษตรกร และรวมกลุ่มเพ่ือแก้ไขปัญหาและเพิ่มอานาจการต่อรอง
- เสรมิ สร้างเศรษฐกิจในพืน้ ทใ่ี ห้เข้มแขง็ และย่งั ยนื ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2.2.5 ส่งเสรมิ ระบบเกษตรกรรมในการสรา้ งความม่นั คงและย่ังยืนของภาคเกษตร เพอ่ื ให้เกิดความม่นั คง
ในการประกอบอาชีพการเกษตรควบค่กู บั การฟืน้ ฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เปน็ ฐานการผลติ ของภาค
เกษตรได้อย่างย่งั ยนื รวมท้ังสามารถรองรบั การเปล่ยี นแปลงของสภาพภูมอิ ากาศหรือสถานการณ์ภัยธรรมชาตทิ ่ี
เกดิ ข้ึนได้ โดย

- ส่งเสริมการทาการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- ส่งเสริมให้เกษตรกรมคี วามรู้ความเข้าใจ และปรบั เปลยี่ นพฤติกรรมการทาการเกษตรให้
เหมาะสมกับตวั เกษตรกร ศักยภาพของพ้ืนท่ี และสถานการณต์ ่างๆที่เกยี่ วข้อง
- ส่งเสริมการทาเกษตรกรรมยั่งยนื ในรูปแบบต่างๆ เชน่ เกษตรผสมผสาน เกษตรธรรมชาติ เกษตร
อินทรยี ์ เกษตรทฤษฎใี หม่ และวนเกษตร
- ส่งเสริมการเกษตรในชุมชนเมือง
- การท่องเทีย่ วเชิงเกษตร
- การจดั การฟาร์ม

๑๑

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การบรู ณาการสง่ เสริมการเกษตรเชิงพื้นท่ี

การบูรณาการสง่ เสริมการเกษตรเชงิ พนื้ ที่ มีจดุ มงุ่ เน้นในการสง่ เสรมิ การเกษตรแบบเบ็ดเสร็จในพืน้ ท่ีใด
พน้ื ทห่ี น่ึง (Area - Based) และมเี จตนารมณท์ จ่ี ะใหอ้ านาจและอิสระแก่หนว่ ยงานในพื้นทใี่ นการดาเนินการต่างๆ
โดยมงุ่ ผลสาเร็จของงานเป็นสาคัญ ด้วยเปา้ หมายและวิธกี ารทเ่ี ปน็ การเฉพาะในแตล่ ะพนื้ ที่ เนน้ การบรู ณาการงาน
ทเี่ กย่ี วข้องกันจากทุกภาคสว่ นลงในพน้ื ที่อยา่ งเปน็ ระบบ ท้ังงานตามนโยบาย (Agenda – Based) และงานตาม
บทบาทหนา้ ท่ี (Function – Based) ระดมสรรพกาลังและทรัพยากรต่างๆ เข้ามาร่วมดาเนินการ ซงึ่ ต้องใช้
ความสามารถในการประสานและบริหารจดั การ รวมทั้งการวางแผนพัฒนาที่เบ็ดเสรจ็ โดยคานงึ ถึงศักยภาพของ
พ้ืนที่ สภาพแวดลอ้ ม สถานการณ์ และความตอ้ งการของเกษตรกรซึง่ แตกต่างกนั ในแต่ละพน้ื ท่ี

เปา้ ประสงค์
เกิดการบรู ณาการงานสง่ เสรมิ การเกษตรในพ้นื ที่

ตวั ชว้ี ดั เป้าประสงค์
จานวนงบประมาณที่มีการใช้ในการบูรณาการในพืน้ ท่ี

แนวทางการดาเนนิ งาน
ในการบูรณาการสง่ เสรมิ การเกษตรเชงิ พ้ืนที่ ได้แบง่ พื้นทเี่ ป้าหมายเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ พ้นื ท่เี น้นหนกั

และพน้ื ทที่ ว่ั ไป ซึง่ การดาเนนิ การในแต่ละจงั หวัดใหม้ ีครบท้ังพืน้ ท่เี น้นหนักและพืน้ ท่ีท่ัวไป เพ่ือให้มีการพัฒนา
รปู แบบและกระบวนการทางานเพือ่ เปน็ กรณีศึกษาสาหรบั พื้นท่ที ี่แตกตา่ งกนั ซง่ึ จะทาให้การดาเนนิ งานตามระบบ
ส่งเสริมการเกษตรสามารถให้บริการแก่เกษตรกรในทุกพน้ื ที่ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยการดาเนินงานในพ้ืนที่ทัง้
2 ประเภทมีแนวคดิ พืน้ ฐานเหมือนกัน แต่มีจุดมุ่งเน้นในการดาเนินงานแตกตา่ งกัน ดังนี้

3.1 เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการผลติ ของเกษตรกรในพ้ืนท่ีเน้นหนกั
3.1.1 มุ่งเน้นการดาเนนิ การเพื่อใหเ้ กิดผลสาเรจ็ ตามนโยบายระดับต่าง (Agenda - Based) โดยเฉพาะ

อย่างยงิ่ นโยบายของรฐั บาล และนโยบายของผ้วู ่าราชการจังหวดั รวมถึงกรอบทิศทางในภาพรวมของการพัฒนา
ประเทศ สาหรับแผนยุทธศาสตร์ฉบบั น้ีได้กาหนดให้ “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกร” เป็น
เปา้ หมายหลักในการสง่ เสริมการเกษตร ซ่งึ ในแต่ละพน้ื ทต่ี ้องพจิ ารณาเลอื กชนิดสินค้าท่ีต้องการเพิม่ ประสิทธิภาพ
การผลิต เลือกพ้ืนที่และเกษตรกรเป้าหมายในการพฒั นา และกาหนดผลสาเร็จทีต่ ้องการให้เกดิ ขนึ้ ให้ชัดเจน

3.1.2 บรู ณาการแผนงาน โครงการ งบประมาณ และบคุ ลากรจากทุกภาคสว่ นเข้าไปร่วมดาเนนิ การ โดย
- ปรับปรงุ แผนงานโครงการระดบั กรมให้มลี กั ษณะเปน็ โครงการหลักตามบทบาทหนา้ ที่

(Function - Based) มีความยืดหยนุ่ เปน็ โครงการท่ีสามารถนาไปบรู ณาการต่อได้ และมีความต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี
โดยมเี ป้าหมายของผลสาเร็จทช่ี ดั เจนเป็นรูปธรรม เปน็ กรอบทิศทางใหจ้ ังหวดั สามารถจัดทาโครงการย่อยรองรับ
เพื่อใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จเดียวกันได้

๑๒

- จดั ทาโครงการในระดับพนื้ ท่ี (Area - Based) เป็นโครงการเฉพาะดา้ น เฉพาะจุด หรือเฉพาะ
กล่มุ เป้าหมาย โดยวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มและความตอ้ งการของเกษตรกร รวมทงั้ ความต้องการเชิงนโยบาย
ระดับต่างๆ และเช่อื มโยงงานตา่ งๆ ท้งั Agenda - Based, Function - Based และ Area - Based เขา้ ดว้ ยกัน
และบูรณาการโครงการและงบประมาณกบั หน่วยงานต่างๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งลงในพื้นที่แบบเบ็ดเสรจ็ เพื่อเพิม่
ประสทิ ธภิ าพและลดความซ้าซอ้ นของการดาเนนิ งานส่งเสริมการเกษตร

3.1.3 บรหิ ารจดั การใหเ้ กิดผลสาเรจ็ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ โดย
- ดาเนินการโดยใช้กลไกของระบบสง่ เสริมการเกษตร และศนู ย์บริการและถา่ ยทอด

เทคโนโลยีการเกษตรประจาตาบล (ศบกต.) เป็นหลกั
- เกษตรจังหวัดเป็นเจา้ ภาพหลกั ในการดาเนนิ การในพนื้ ที่ โดยมีอสิ ระในการบริหารจดั การอยา่ ง

เตม็ ทภ่ี ายใต้ศักยภาพ ความพรอ้ ม และทรัพยากรที่มีอยู่ รวมถึงการระดมสรรพกาลงั และเตรยี มความพรอ้ มของ
เจา้ หนา้ ที่ในทุกระดบั

- ประสานและรว่ มมือกับหนว่ ยงานภาคีทกุ ภาคส่วน เพือ่ ให้การดาเนนิ งานประสบความสาเรจ็
เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ต่อเกษตรกรในพน้ื ท่ี และสง่ ผลต่อภาพรวมของการสง่ เสรมิ และพฒั นาการเกษตรของประเทศ

- ติดตาม ควบคุม กากับ สนับสนุน และช่วยแกไ้ ขปัญหาการดาเนินงานในแต่ละระดบั อย่าง
ต่อเน่อื ง โดยมุ่งผลสาเร็จของงานเป็นสาคัญ และมกี ารนาเร่อื งการบูรณาการส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นทเี่ ข้าหารอื
ในเวทกี ารประชมุ ตา่ งๆ อยา่ งสมา่ เสมอ เพ่ือใหเ้ จ้าหน้าที่ได้มีส่วนร่วมและเกิดการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ซ่ึงจะนาไปสู่
การพฒั นารปู แบบและกระบวนการทางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งข้นึ

3.1.4 ทาใหเ้ กดิ ความต่อเนื่องและยั่งยนื ของการดาเนินงาน โดย
- สนับสนุนใหม้ กี ลุ่ม/องค์กรเกษตรกรเป็นผู้ขับเคลื่อนการดาเนนิ งาน และเกษตรกรเครือขา่ ย

เข้ามาร่วมดาเนินการ
- เสริมสรา้ งใหเ้ กดิ การเรียนรู้และพัฒนา (Learning and Growth) มกี ารสรปุ บทเรยี นของ

การบรู ณาการส่งเสรมิ การเกษตรเชงิ พืน้ ท่ี และนาข้อสรุปท่ไี ด้ไปพัฒนารปู แบบและกระบวนการทางานอย่าง
ต่อเนื่อง เพ่ือใหเ้ กิดการพฒั นายกระดบั หรือต่อยอดในพ้นื ที่เดิม และเปน็ บทเรียนหรอื ต้นแบบสาหรบั ขยายผลสู่
พืน้ ที่อื่นต่อไป

3.2 ให้บริการและส่งเสรมิ การเกษตรครอบคลุมในทุกพ้ืนท่ี
3.2.1 มงุ่ เนน้ การปฏิบัตงิ านส่งเสรมิ การเกษตรใหท้ ่ัวถึงและครอบคลุมในทกุ พน้ื ที่ ทั้งในส่วนท่มี แี ละไม่มี

โครงการ/งบประมาณรองรับ
3.2.2 ส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดาเนินชวี ิตและ

ประกอบอาชีพ และเสรมิ สร้างใหเ้ กษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองทงั้ ในระดับครัวเรือนและชุมชน
3.2.3 บริหารจัดการการดาเนนิ งาน โดย
- กาหนดทิศทางการส่งเสริมการเกษตรโดยใชแ้ ผนพัฒนาการเกษตรที่มงุ่ เนน้ ตอบสนองความ

ตอ้ งการของเกษตรกรและชมุ ชนในพืน้ ทเ่ี ป็นสาคัญ และเชื่อมโยงกบั แผนพัฒนาตาบลขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่นิ (อปท.)

- ดาเนินการโดยใชก้ ลไกของระบบส่งเสรมิ การเกษตร และศนู ย์บรกิ ารและถา่ ยทอด
เทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบล (ศบกต.) เปน็ หลัก

๑๓

- ใช้เกษตรกรเครือข่ายเปน็ ผสู้ นับสนนุ และชว่ ยเหลือการปฏบิ ตั งิ านในพ้ืนที่ เพื่อเสรมิ สร้างใหเ้ กดิ
การพัฒนาเกษตรกรโดยเกษตรกรดว้ ยกันเอง

- ประสานการทางานกับหนว่ ยงานภาคีตา่ งๆ โดยเฉพาะอย่างยิง่ การทางานร่วมกับองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ (อปท.) ภายใต้โครงการและงบประมาณของทุกหนว่ ยงานทม่ี ีอยใู่ นพน้ื ที่

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพฒั นาศักยภาพการสง่ เสริมการเกษตร

การพัฒนาศกั ยภาพการส่งเสริมการเกษตร มีจุดมุ่งหมายเพือ่ เสรมิ สร้างสมรรถนะขององค์กรในภาพรวม
สรา้ งความเขม้ แข็งให้กบั เครือขา่ ยซง่ึ เปน็ กลไกสาคญั ในการขบั เคล่ือนงานสง่ เสรมิ การเกษตรในระดับพน้ื ท่ี และ
ยกระดับการให้บริการเพ่ือสนับสนนุ การดาเนินงานสง่ เสริมการเกษตรใหม้ ีประสทิ ธิภาพย่ิงข้ึน ซึง่ ปจั จยั ดังกล่าว
เป็นพ้นื ฐานสาคัญและสง่ ผลต่อความสาเรจ็ ของงานสง่ เสรมิ การเกษตรในการพัฒนาอาชีพ รายได้ และชวี ิตความ
เปน็ อยู่ของเกษตรกรให้ดขี ึน้

เป้าประสงค์
การดาเนินงานส่งเสรมิ การเกษตรเปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

ตัวช้ีวัดเป้าประสงค์
ระดับความสาเร็จของการพฒั นาศกั ยภาพการส่งเสรมิ การเกษตร

แนวทางการดาเนินงาน
การพัฒนาศักยภาพการสง่ เสรมิ การเกษตร ประกอบดว้ ยประเดน็ การพฒั นา 3 ด้าน คือ การพัฒนา

ศักยภาพด้านการสง่ เสรมิ การเกษตรแกเ่ จา้ หนา้ ที่สง่ เสริมการเกษตร การพฒั นาศักยภาพเกษตรกรเครอื ขา่ ยและ
หน่วยงานภาคีในการสง่ เสริมการเกษตร และการพัฒนาการให้บรกิ ารด้านการสง่ เสริมการเกษตร ซึ่งแต่ละประเดน็
มแี นวทางดาเนนิ การ ดังนี้

4.1 พัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมการเกษตร
4.1.1 เพ่มิ ประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การงานสง่ เสรมิ การเกษตร เพื่อให้กรมสง่ เสริมการเกษตรมีขดี

ความสามารถและมาตรฐานการปฏิบตั งิ านในระดบั สงู และมีความพร้อมในการรองรับการเปลี่ยนแปลงของ
สถานการณ์ทง้ั ในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพฒั นาองค์กรในภาพรวม ได้แก่

- การบรหิ ารและพัฒนาบุคลากร
- การพัฒนาระบบงาน และบูรณาการการทางาน
- การบรหิ ารจดั การงบประมาณ
- การปรับโครงสร้างหนว่ ยงาน
- พฒั นาศนู ย์ส่งเสรมิ และพัฒนาอาชพี การเกษตรเปน็ หน่วยงานหลักในการให้บรกิ ารความรแู้ ละ
การผลติ ปจั จยั ด้านการเกษตรแกเ่ กษตรกร

๑๔

4.1.2 สง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มของเกษตรกรและชุมชนในการพัฒนาการเกษตร เพอื่ ใหเ้ กษตรกรและชุมชน
เป็นศนู ยก์ ลางในการพฒั นาและเกดิ ความตอ่ เนื่องยงั่ ยืน โดย

- พฒั นาระบบส่งเสริมการเกษตรบนพน้ื ฐานของการมีสว่ นรว่ มและการเรียนรรู้ ว่ มกันของเกษตรกร
และชุมชน ภายใต้องค์กรและเครือขา่ ยตา่ งๆ ในพ้ืนที่

- พัฒนาศูนย์บริการและถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจาตาบล (ศบกต.) ให้เปน็ ศนู ยก์ ลาง
ในการให้บริการและบูรณาการการทางานกบั ภาคส่วนตา่ งๆ ในพื้นท่ี

- บรู ณาการการทางานในพนื้ ท่ีกบั หน่วยงานภาคีต่างๆ โดยเฉพาะองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
และสถาบนั การศึกษา

- ใชเ้ กษตรกรเครือข่าย เช่น อาสาสมคั รเกษตรหมู่บา้ น (อกม.) เกษตรกรรุน่ ใหม่ ในการสนบั สนนุ
และช่วยเหลือการปฏิบัตงิ านของเจ้าหนา้ ที่ส่งเสรมิ การเกษตรในพืน้ ที่

4.1.3 สนับสนุนการวิจัยและพัฒนางานส่งเสรมิ การเกษตร และการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ รวมทัง้ การจดั การ
ความร้ใู นทุกระดบั โดย

- สนบั สนนุ การวจิ ัยในงานประจา (Routine to Research : R2R)
- การเปน็ องค์กรแหง่ การเรยี นรู้
- การพฒั นางานวชิ าการดา้ นต่างๆ ทเี่ กีย่ วข้อง และประสานความร่วมมอื ทางวชิ าการกับ
สถาบันการศึกษาและหนว่ ยงานต่างๆ ทัง้ ในส่วนกลางและภูมิภาค

4.1.4 เตรียมการรองรับการเปน็ ประชาคมอาเซียน โดย
- พัฒนาบุคลากรทุกระดบั ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถปฏบิ ัติงานเพอ่ื รองรบั การเข้าสู่

ประชาคมอาเซยี น
- รวบรวมและพัฒนาองค์ความรทู้ ี่เกี่ยวข้อง เช่น กฎ/ระเบียบ ขอ้ ตกลง แผนงาน/โครงการ

กระบวนการ/กลไกการดาเนินงาน เปน็ ตน้
- วิเคราะห์ผลกระทบที่มีต่อการพฒั นาการเกษตรและเกษตรกร เพ่ือใชป้ ระโยชน์จากโอกาสท่จี ะ

เกดิ ข้ึน และลดความเสย่ี งและความเสยี หายจากปญั หาอุปสรรคต่างๆ
- จัดระบบและกลไกการทางาน เพ่ือใหส้ ามารถสง่ เสริมและพัฒนาเกษตรกรท้งั ในเชงิ รุกและเชิงรับ

4.2 พฒั นาเกษตรกรเครอื ข่ายและสร้างความร่วมมือหน่วยงานภาคีในการสง่ เสริมการเกษตร
4.2.1 พัฒนาศักยภาพด้านการสง่ เสรมิ การเกษตรแก่อาสาสมคั รเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) โดย สง่ เสริมและ

พฒั นาอาสาสมคั รเกษตรหมูบ่ ้านให้มคี วามรู้ความสามารถในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีตามท่ีกาหนด เพ่อื เป็นเครอื ขา่ ย
เป็นแกนนา และเป็นผูป้ ระสานการดาเนินงานต่างๆ เพื่อสนบั สนุนการดาเนินงานสง่ เสริมการเกษตรในพ้ืนที่

4.2.2 พฒั นาศักยภาพด้านการส่งเสริมการเกษตรแกเ่ กษตรกรร่นุ ใหม่ เพือ่ ให้มีความรคู้ วามสามารถใน
การทาการเกษตร และเป็นเกษตรกรที่มีคุณภาพ สนบั สนุนให้เปน็ เครือข่ายและแกนนาในการส่งเสริมการเกษตร
รวมทั้งผลกั ดันให้เปน็ Smart Farmer เพ่ือทดแทนเกษตรกรท่ีมอี ายสุ ูงขึน้ และแก้ไขปญั หาการแคลนแรงงานภาค
การเกษตร

๑๕

4.2.3 สร้างความรว่ มมอื กับองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ เป็นการสร้างภาคีความรว่ มมอื กับองคก์ ร/
หน่วยงานตา่ งๆ ทม่ี บี ทบาทหน้าท่ีหรอื ปฏบิ ตั ิงานทเ่ี กยี่ วข้องกับเกษตรกรในพ้ืนท่ี เชน่ เจ้าหน้าทส่ี ่งเสรมิ การเกษตร
ประจาองค์การบริหารส่วนตาบล (อบต.) โดยการสนบั สนุนในด้านความรู้ การอบรม และการเขา้ ร่วม
ประชมุ สัมมนาต่างๆ
4.3 พฒั นาการให้บรกิ ารด้านการส่งเสรมิ การเกษตร

4.3.1 พฒั นาระบบและฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพ มีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และ
เปน็ ปจั จุบนั สามารถเชือ่ มโยงกบั ระบบตา่ งๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง และรองรบั การขยายงานในอนาคต เพ่ือเพ่ิม
ประสิทธิภาพการให้บริการแก่เกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรผปู้ ระสบภัยพบิ ตั ทิ างธรรมชาติ

4.3.2 พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูลส่งเสริมการเกษตรใหม้ ีประสทิ ธภิ าพและเป็นมาตรฐาน
สามารถเขา้ ถงึ และใชป้ ระโยชน์ได้ในทุกระดบั อยา่ งมีประสิทธภิ าพ สะดวก รวดเร็ว โดย

- พัฒนาระบบเครือข่ายเช่ือมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนกิ ส์
- ปรบั ปรุงข้ันตอนการติดต่อส่อื สารให้มีความสะดวกรวดเร็ว สามารถใหบ้ รกิ ารข้อมลู ข่าวสาร
และองคค์ วามรู้ผ่านทางระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์และสารสนเทศ
- สามารถเชอ่ื มโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานอนื่ ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
- เพม่ิ ขดี ความสามารถของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรในการใชร้ ะบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์และสารสนเทศ
ในงานสง่ เสริมการเกษตร
4.3.3 พัฒนาระบบการประชาสมั พนั ธง์ านส่งเสริมการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เจ้าหนา้ ที่ส่งเสริม
การเกษตร เกษตรกร หนว่ ยงานตา่ งๆ รวมทง้ั ผ้ทู สี่ นใจ ไดร้ ับขอ้ มลู อยา่ งท่วั ถงึ ถกู ต้อง ทันสมยั และทนั เวลา
จากยุทธศาสตร์ท้ัง 4 ประเด็น เป้าประสงค์ ตัวช้ีวดั และแนวทางการดาเนนิ งานตามท่ีกล่าวมาขา้ งต้น
สรุปไดต้ ามตารางตอ่ ไปนี้

๑๖

ตารางสรุปแผนยุทธศาสตร์กรมสง่ เสรมิ

ยุทธศาสตร์ เปา้ ประสงค์ ตวั ชวี้ ดั เปา้ ประสงค

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 ผลสาเร็จของการดาเนนิ งาน ระดับความสาเรจ็ ของการ
การตอบสนองต่อนโยบาย
สาคัญของรัฐบาล ตามนโยบายสาคญั ของ ดาเนินงานโครงการและกจิ
ยุทธศาสตร์ท่ี 2
การเพ่ิมประสิทธิภาพการ รัฐบาล ตามนโยบายสาคญั ของรฐั บ
ผลิตสินค้าเกษตรและ
สร้างความเข้มแข็งของ 1. เกษตรกรมีความสามารถ 1. จานวนเกษตรกรท่ีไดร้ ับ
เกษตรกรและภาคเกษตร
ในการผลติ และจัดการ สง่ เสรมิ และพัฒนาการผ

สนิ ค้าเกษตร และจัดการสินค้าเกษตร

2. เกษตรกรมีการทากจิ กรรม การนาไปปฏิบัติ

ที่เสริมสรา้ งความเขม้ แข็ง 2. จานวนเกษตรกรท่ไี ด้รบั

และความยัง่ ยืน ส่งเสรมิ และพัฒนาควา

เข้มแข็งและความยั่งยืน

การนาไปปฏิบตั ิ

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 เกดิ การบูรณาการงานสง่ เสริม จานวนงบประมาณที่มีการ
การบูรณาการส่งเสรมิ
การเกษตรเชงิ พืน้ ท่ี การเกษตรในพน้ื ท่ี การบูรณาการในพืน้ ที่

๑๗

มการเกษตร พ.ศ. 2556 – 2559

ค์ แนวทางการดาเนินงาน

1.1 โครงการตามนโยบายสาคัญของรฐั บาล
จกรรม 1.2 โครงการทจี่ ดั ทาข้นึ ตามมติคณะรัฐมนตรี
บาล
บการ 2.1 เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร
ผลติ 2.1.1 พฒั นาการผลิตและบรหิ ารจดั การสนิ คา้ เกษตร
รท่มี ี 2.1.2 ส่งเสรมิ และพฒั นาการบริหารจดั การศัตรพู ชื

2.1.3 สง่ เสริมการใชป้ ัจจยั การผลิตและการเขตกรรม
บการ 2.1.4 สง่ เสริมด้านการตลาดและการเพิม่ มูลคา่ สนิ คา้ เกษตร
าม 2.2 เสรมิ สร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและความยง่ั ยืนของภาคเกษตร
นท่ีมี 2.2.1 ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน

2.2.2 สนบั สนนุ โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดาริ
2.2.3 เสรมิ สร้างความม่ันคงและปลอดภัยด้านอาหารในครัวเรือนและชุมชน
2.2.4 ส่งเสริมการเกษตรในเขตพฒั นาพเิ ศษเฉพาะกิจจงั หวัดชายแดนภาคใต้
2.2.5 สง่ เสริมระบบเกษตรกรรมในการสร้างความมั่นคงและย่ังยืนของภาคเกษตร
รใชใ้ น 3.1 เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลิตในพน้ื ทเี่ นน้ หนัก
3.1.1 ม่งุ เนน้ การดาเนินการเพ่ือให้เกดิ ผลสาเรจ็ ตามนโยบายระดับตา่ งๆ
3.1.2 บรู ณาการแผนงาน โครงการ งบประมาณ และบคุ ลากรจากทุกภาคสว่ น
3.1.3 บรหิ ารจดั การให้เกดิ ผลสาเร็จอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
3.1.4 ทาใหเ้ กิดความต่อเนื่องและยั่งยืนของการดาเนนิ งาน
3.2 ให้บริการและส่งเสริมการเกษตรครอบคลุมในทุกพื้นท่ี
3.2.1 มุ่งเน้นการปฏบิ ัตงิ านส่งเสริมการเกษตรให้ทวั่ ถึงและครอบคลุมทุกพน้ื ท่ี
3.2.2 สง่ เสริมและพัฒนาให้เกษตรกรใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3.2.3 บรหิ ารจดั การการดาเนินงาน



ยทุ ธศาสตร์ เปา้ ประสงค์ ตวั ชวี้ ัดเป้าประสงค

ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 การดาเนินงานส่งเสริม ระดับความสาเร็จของการ
การพฒั นาศกั ยภาพการ การเกษตรเปน็ ไปอย่างมี พัฒนาศักยภาพการสง่ เสร
ส่งเสริมการเกษตร ประสทิ ธภิ าพ การเกษตร

๑๘

ค์ แนวทางการดาเนินงาน
4.1 พัฒนาศกั ยภาพดา้ นการสง่ เสรมิ การเกษตร

ริม 4.1.1 เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการบริหารจดั การงานสง่ เสรมิ การเกษตร
4.1.2 สง่ เสรมิ การมสี ่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนในการพัฒนาการเกษตร
4.1.3 สนบั สนุนการวจิ ัยและพัฒนางานสง่ เสริมการเกษตร การแลกเปลีย่ น
เรียนรู้และการจดั การความรู้ในทุกระดับ
4.1.4 เตรียมการรองรบั การเป็นประชาคมอาเซียน

4.2 พัฒนาเกษตรกรเครอื ข่ายและสรา้ งความรว่ มมือหนว่ ยงานภาคีในการส่งเสริม
การเกษตร
4.2.1 พฒั นาศกั ยภาพดา้ นการส่งเสริมการเกษตรแกอ่ าสาสมคั รเกษตร
หมู่บา้ น (อกม.)
4.2.2 พฒั นาศักยภาพดา้ นการส่งเสริมการเกษตรแก่เกษตรกรรุ่นใหม่
4.2.3 สร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่

4.3 พฒั นาการให้บริการดา้ นการส่งเสริมการเกษตร
4.3.1 พฒั นาระบบและฐานข้อมลู ทะเบียนเกษตรกร
4.3.2 พัฒนาระบบคอมพวิ เตอร์และฐานข้อมูลส่งเสริมการเกษตร
4.3.3 พฒั นาระบบการประชาสัมพนั ธง์ านสง่ เสรมิ การเกษตร



บทที่ 4
การขบั เคลอื่ นแผนสูก่ ารปฏบิ ตั ิ

การขบั เคล่ือนแผนสูก่ ารปฏบิ ัตเิ ป็นองค์ประกอบสาคญั ทจี่ ะทาให้แผนยทุ ธศาสตร์เกดิ ผลสาเรจ็ และ
บรรลเุ ป้าหมายตามที่มุง่ หวัง เนอ่ื งจากเป็นกระบวนการสรา้ งความเข้าใจ ประสาน และร่วมมือของผู้เก่ยี วข้องให้
สามารถนาแนวคดิ และเนื้อหาสาระของแผนยุทธศาสตร์ไปปฏบิ ัตใิ ห้เกิดผล นอกจากนี้ยงั ทาใหผ้ ูเ้ กี่ยวขอ้ งในทุก
ระดบั ไดเ้ ขา้ ใจในบทบาทหน้าท่ี ขน้ั ตอน/กระบวนการ และกลไกการดาเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายรว่ มกนั โดย
มีแนวทางในการขับเคล่อื นแผนยทุ ธศาสตร์ส่กู ารปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

1) กาหนดให้ “การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการผลิตของเกษตรกร” เป็นเปา้ หมายหลักในการสง่ เสริม
การเกษตร เพื่อใหก้ ารดาเนินงานมจี ดุ เน้นร่วมกันและการดาเนินการในทุกๆ เรื่องมงุ่ ไปสเู่ ปา้ หมายเดยี วกัน อนั จะ
ทาให้เห็นภาพผลสาเร็จของงานสง่ เสรมิ การเกษตรได้อยา่ งชัดเจน เป็นรูปธรรม และสามารถตอบสนองต่อนโยบาย
ระดับต่างๆ ในเร่ืองนี้ได้

2) มอบหมายความรบั ผิดชอบ ดงั น้ี
(1) จดั ใหม้ กี ลไกการดาเนนิ งานในลกั ษณะของคณะทางานเพ่ือเปน็ ผ้รู ับผดิ ชอบหลักในการ

ขบั เคล่ือนการดาเนินงานตามแผนยทุ ธศาสตร์
(2) มอบหมายใหส้ านกั สง่ เสริมและพัฒนาการเกษตรเขตเป็นศนู ย์กลางในการขบั เคล่อื นการ

ดาเนินงานของจังหวดั ในเขตพ้นื ทีร่ บั ผิดชอบ
(3) กาหนดให้สานักงานเกษตรจงั หวัดเปน็ หน่วยงานหลกั ในการนายทุ ธศาสตร์ไปสู่การปฏิบตั ิ

โดยบริหารจดั การภายใต้ศกั ยภาพและทรัพยากรทม่ี ีอยอู่ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
3) สานกั งานเกษตรจงั หวดั ใช้ “แผนยทุ ธศาสตร์ของหนว่ ยงาน” เป็นเครอื่ งมือในการบริหารจดั การ

เชงิ กลยทุ ธ์ และเช่อื มโยงแผนยุทธศาสตรก์ รมส่งเสรมิ การเกษตรกบั แผนพัฒนาจงั หวัด/กลมุ่ จังหวัดและแผนพัฒนา
ท้องถิน่ รวมถงึ การบูรณาการกับหน่วยงานและภาคสว่ นอืน่

4) ทาความเข้าใจบทบาทใหช้ ัดเจนในกระบวนการทางานส่งเสริมการเกษตรระหวา่ งการบริหาร
ราชการสว่ นกลาง ส่วนภมู ภิ าค และส่วนท้องถนิ่ เพื่อให้สามารถปฏิบตั ิงานรว่ มกนั ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ใช้
ทรพั ยากรรว่ มกัน และเกิดผลสาเรจ็ ร่วมกนั (Win-Win) ซึ่งกระบวนการทางานส่งเสรมิ การเกษตรภายใตร้ ะบบ
บริหารราชการแผน่ ดนิ ในปัจจุบนั จาแนกไดเ้ ป็น 3 สว่ น คอื

(1) การจดั หาองค์ความร้แู ละเทคโนโลยที เี่ หมาะสมทง้ั ด้านวิชาการเกษตรและด้านส่งเสริม
การเกษตร เปน็ หนา้ ท่ขี องกรมส่งเสรมิ การเกษตร โดยนกั วิชาการทง้ั ในส่วนกลาง สานักส่งเสริมและพัฒนาการ
เกษตรเขต และสานักงานเกษตรจงั หวัด

(2) การบรหิ ารจัดการและการสนับสนนุ เปน็ หนา้ ทีข่ องจงั หวัดและองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในการพิจารณาเลือกว่าต้องการผลสาเร็จของงานในเร่ืองอะไร จานวนเท่าไร และจัดหาปัจจัยสนับสนุน ซึ่ง
สานักงานเกษตรจังหวดั ในฐานะราชการส่วนภมู ภิ าคเป็นผู้บริหารจัดการให้เกิดผลสาเร็จโดยใชอ้ งค์ความรู้/
เทคโนโลยีและศักยภาพการทางานของกรมสง่ เสริมการเกษตรในการดาเนนิ การ

(3) การปฏบิ ัตงิ านสง่ เสรมิ การเกษตร เปน็ บทบาทของเครอื ขา่ ยและภาคีการทางานในพ้ืนท่ี
โดยเจา้ หนา้ ท่สี ง่ เสรมิ การเกษตรใช้กลไกของระบบสง่ เสรมิ การเกษตรเป็นเคร่ืองมือในการสง่ เสรมิ พฒั นา และ
สนับสนุนให้เครือข่ายและภาคีต่างๆ เหล่านท้ี างานร่วมกนั ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ

๑๙

5) เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจบคุ ลากรทุกระดับ ใหเ้ ข้าใจถึงสาระสาคัญ ตระหนักถงึ ความสาคญั
และพร้อมเขา้ รว่ มผลักดนั การพัฒนางานสง่ เสริมการเกษตรตามกรอบของแผนยุทธศาสตร์ รวมถึงผบู้ รหิ ารทุกระดบั
ตอ้ งให้ความสาคญั ในการตดิ ตามความก้าวหน้าและให้การสนับสนนุ ด้านตา่ งๆ อย่างตอ่ เน่ืองจรงิ จงั

6) ใชร้ ะบบตดิ ตามและประเมนิ ผลเป็นกลไกในการตดิ ตาม กากบั และนิเทศงานในระดับพ้นื ที่ มีการ
รายงานความก้าวหน้าตอ่ ผบู้ ริหารอย่างสม่าเสมอ และกาหนดใหก้ ารขับเคลอ่ื นแผนยทุ ธศาสตร์เป็นตวั ชว้ี ัดในการ
ประเมนิ ผลการปฏิบตั ริ าชการของผู้บรหิ ารและเจา้ หนา้ ท่ีท่ีเกย่ี วข้องทกุ ระดับ

7) ยดึ หลกั การเรียนรู้จากการปฏบิ ัตงิ าน (Learning by Doing) โดยใช้เทคนคิ การถอดบทเรียนจาก
การดาเนินงานเพื่อประยุกตใ์ ชใ้ นการต่อยอดและขยายผลต่อไป ซ่ึงเรอ่ื งนี้มคี วามสาคญั ในการทางานที่ยึดพน้ื ทเี่ ป็น
หลัก เพราะการดาเนินงานในแต่ละพนื้ ท่ีมีความเฉพาะเจาะจงแตกต่างกันไป ไม่สามารถใชร้ ูปแบบท่เี ป็นมาตรฐาน
เดียวกันได้ ต้องมีการประยุกต์และพัฒนาการดาเนนิ งานให้มคี วามเหมาะสมเป็นกรณๆี ไป โดยเฉพาะอย่างย่ิงใน
กรณขี องการส่งเสรมิ และพัฒนาทม่ี ่งุ เนน้ ในเชงิ คณุ ภาพเป็นสาคัญ

8) แผนยุทธศาสตรฉ์ บบั นม้ี ลี ักษณะเปน็ กรอบทิศทางกว้างๆ ที่กาหนดเนื้อหาสาระให้ครอบคลมุ งาน
ทง้ั หมดท่ตี ้องดาเนินการทั้งในปัจจุบนั และอนาคต ดังนน้ั ผทู้ ี่เปน็ เจ้าภาพรับผิดชอบในแตล่ ะเรอื่ งแตล่ ะประเด็นใน
แผนยทุ ธศาสตรน์ ้ีจะต้องกาหนดรายละเอยี ดเก่ยี วกบั เป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางปฏิบัตทิ ่ชี ดั เจนเพิม่ เตมิ โดย
อาจจะทาในลกั ษณะของโครงการหรือยทุ ธศาสตรใ์ นการปฏิบตั ิงาน เช่น ยทุ ธศาสตร์รายสนิ ค้า ยทุ ธศาสตรเ์ ฉพาะ
เรอ่ื ง ยทุ ธศาสตรข์ องหน่วยงาน ยทุ ธศาสตร์ระดับพื้นที่ เปน็ ตน้ และควบคมุ กากับการดาเนินงานใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธิ์
ภายใตก้ รอบทศิ ทางที่กาหนดไวต้ ่อไป

การทแ่ี ผนยุทธศาสตร์กรมสง่ เสรมิ การเกษตร พ.ศ. 2556 – 2559 ฉบบั นี้ จะถูกขับเคลื่อนไปส่กู าร
ปฏบิ ตั ไิ ด้จรงิ จาเปน็ อยา่ งย่งิ ท่ีเจ้าหนา้ ที่ของกรมส่งเสรมิ การเกษตรทุกคนไม่ว่าตาแหนง่ หรือระดับใด จะต้องรู้
เข้าใจ ยอมรับ และรว่ มมือร่วมใจในการปฏบิ ัติงานใหเ้ ป็นไปตามกรอบทิศทางและบรรลุผลสาเรจ็ ตามทีม่ ุ่งหวงั ของ
แผนยุทธศาสตรฉ์ บบั น้ี

๒๐

ภาคผนวก

๒๑

ภาคผนวก ก : การวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ ม (SWOT Analysis)

จดุ แข็ง (Strengths : S)
S1 โครงสร้างองคก์ รที่มีหนว่ ยงานครอบคลมุ ทกุ ระดับในพ้นื ที่ ทาให้สามารถใหบ้ ริการแก่เกษตรกรไดอ้ ย่างท่ัวถงึ
S2 มรี ะบบสง่ เสริมการเกษตรเป็นกลไกในการขับเคลอ่ื นงานในพ้ืนที่ทั้งในระดับตาบลและอาเภอ
S3 การสรา้ งระบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยใช้ศนู ย์บรกิ ารและถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาตาบล

(ศบกต.) เป็นศนู ยก์ ลาง ทาให้เกิดการบรู ณาการและเข้าถงึ กลมุ่ เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
S4 บคุ ลากรมีความรคู้ วามสามารถในการประสานงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการบริการ ท้ังด้านการและ

ผลิตการตลาด เพ่ือพฒั นาอาชีพใหแ้ กเ่ กษตรกร
S5 มีพระราชบญั ญัติส่งเสริมวิสาหกจิ ชุมชน พ.ศ. 2548 ท่เี อ้อื ประโยชน์ต่อการปฏิบัตงิ านของเจ้าหนา้ ทกี่ รม

ส่งเสรมิ การเกษตร
S6 มีผลงานสง่ เสรมิ การเกษตรที่ดีเด่นทส่ี ามารถใชเ้ ป็นต้นแบบใหก้ ับเกษตรกรและหน่วยงานอื่นๆ เช่น

โรงเรียนเกษตรกรในพระราชดาริฯ คลนิ กิ เกษตร ไร่นาสวนผสม เป็นต้น
S7 บคุ ลากรมีความสามารถ เสยี สละ เขา้ ถงึ และเป็นทยี่ อมรบั ของเกษตรกร
S8 มเี น้อื หาเทคโนโลยแี ละสื่อเผยแพร่ความรูด้ ้านการเกษตรให้แกเ่ กษตรกรอย่างเพียงพอ
S9 กรมฯมีเครอื ขา่ ยเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในสว่ นกลางและภูมิภาค ทาให้การติดต่อประสานงานมีความ

สะดวกและรวดเรว็

จดุ อ่อน (Weaknesses : W)
W1 การบริหารงบประมาณและแผนงานโครงการส่วนใหญ่คานงึ ถึงเปา้ หมายในระดับผลผลติ (Output)

แตไ่ ม่ใหค้ วามสาคัญกบั เป้าหมายในระดับผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact)
W2 นโยบายของกรมมคี วามไม่แนน่ อน ขาดการควบคุมกากบั การดาเนินงานให้เปน็ ไปตามนโยบาย

อย่างต่อเน่ือง รวมท้งั การติดตามประเมนิ ผล
W3 เจ้าหน้าท่ขี าดความเขา้ ใจทางเทคนิคการวางแผนเชงิ กลยทุ ธ์ และไม่มกี ารใชแ้ ผนเปน็ กรอบ

การดาเนนิ งานขององคก์ รในทกุ ระดับ
W4 การจัดสรรงบประมาณบางส่วนยงั ไม่สอดคล้องกบั ระยะเวลาและกจิ กรรมทจ่ี ะดาเนนิ งานเทา่ ท่คี วร
W5 เจา้ หน้าที่ในพน้ื ท่ีมภี ารกิจมาก รวมท้งั ได้รับการมอบหมายงานนอกภารกจิ เพิ่มเติม ซงึ่ ส่งผลกระทบ

ตอ่ การปฏบิ ตั ิงานตามภารกิจหลัก
W6 คา่ นิยมในการทางานของเจ้าหน้าท่บี างสว่ นยังเคยชินต่อการรอรบั ฟังคาสงั่ จากผู้บังคับบัญชา

ทาใหก้ ารทางานยดึ ตดิ รปู แบบและขาดความริเรมิ่ ในการพัฒนางาน
W7 ขาดเวทแี ละชอ่ งทางการกาหนดเป้าหมายการดาเนนิ งานอย่างมสี ่วนรว่ มของบคุ ลากรในองค์กร

ทาใหข้ าดความรู้สกึ เป็นเจ้าของรว่ มกนั
W8 บุคลากรบางสว่ นโดยเฉพาะในสว่ นภมู ิภาค ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเปน็ ระบบและต่อเน่ือง

เพือ่ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัตงิ านที่รบั ผิดชอบ
W9 การบริหารงานบคุ คล ทั้งการใหค้ ุณ/ให้โทษ และความกา้ วหน้าในตาแหนง่ หนา้ ท่ี ไมก่ ่อใหเ้ กิดแรงจูงใจใน

การทางาน ทาใหบ้ คุ ลากรไม่ทุม่ เทและมุ่งมั่นในการทางาน

๒๒

โอกาส (Opportunities : O)
O1 กระแสของผู้บริโภคท่ตี ้องการสินค้าปลอดภยั มีคุณภาพ และสนิ คา้ เพื่อสขุ ภาพ โดยใชก้ ระบวนการผลิตท่ี

เปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อม เปน็ โอกาสในการสง่ เสรมิ การผลติ สินคา้ เกษตรเพ่ือการแข่งขนั
O2 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 ที่ใหจ้ งั หวัดตั้งงบประมาณได้

ทาใหแ้ หล่งงบประมาณที่จะสนับสนุนงานส่งเสริมการเกษตรในพ้นื ทมี่ ีเพมิ่ ขนึ้
O3 การจัดทาคารบั รองการปฏบิ ัติราชการ ทาใหก้ ารปฏิบตั ิงานมคี วามชัดเจนและบุคลากร

เกดิ การพัฒนาตนเอง
O4 พระราชบัญญตั สิ ่งเสริมวสิ าหกิจชมุ ชน พ.ศ. 2548 เป็นกฎหมายท่ีเอ้ือประโยชน์ต่อเกษตรกร

องค์กรเกษตร และชุมชนท่ีเป็นลกู คา้ ของกรมสง่ เสรมิ การเกษตรในการพึ่งพาตนเอง
O5 การพัฒนาเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารทาใหเ้ กษตรกรได้รบั ขอ้ มลู ขา่ วสารท่ีสะดวก

รวดเร็ว และหลากหลาย
O6 การกระจายอานาจสอู่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ทาให้มีการสนับสนุนการทางานของกรมส่งเสรมิ การเกษตร

ทงั้ ดา้ นงบประมาณและบุคลากร
O7 ผวู้ า่ ราชการจังหวัดให้ความสาคัญและสนบั สนนุ การดาเนินงานสง่ เสรมิ การเกษตร
O8 เกษตรกรให้ความเชื่อมั่นและยอมรับการปฏิบัตงิ านของเจ้าหนา้ ที่ส่งเสริมการเกษตรในการสง่ เสรมิ อาชพี ทา

ให้การทางานสะดวกข้นึ

อปุ สรรค (Threats : T)
T1 หน่วยงานภาครัฐไม่มีการบรู ณาการในทกุ ระดับ ทาให้งานซ้าซอ้ น สน้ิ เปลอื งทรพั ยากร และเกษตรกร

เกดิ ความเบื่อหน่าย
T2 นโยบายด้านการเกษตรปรับเปล่ยี นบอ่ ยและไมต่ ่อเน่ืองทาใหข้ าดทศิ ทางในการพัฒนา
T3 การดาเนนิ งานตามนโยบายการจัดทาความตกลงการคา้ เสรี ทาใหม้ ีผลกระทบต่อภาคการผลติ และ

การตลาดสินค้าเกษตร สง่ ผลกระทบตอ่ การประกอบอาชีพของเกษตรกรรายย่อย
T4 เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีความรู้และขาดโอกาสในการเขา้ ถึงแหล่งวชิ าการ ขอ้ มูลข่าวสาร และเงนิ ทนุ

ตลอดจนไม่มกี ารวิเคราะหต์ ลาดและความเสย่ี ง ทาให้ขีดความสามารถในการผลติ ลดลงและการพัฒนา
การเกษตรเป็นไปอย่างลา่ ชา้
T5 กรมส่งเสริมการเกษตรได้รบั การมอบหมายงานพิเศษ งานด่วน งานจร ไมต่ รงกับบทบาทหน้าที่ของกรม
สง่ เสริมการเกษตร
T6 ปัญหาจากภัยพิบัติตา่ งๆ และความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศส่งผลกระทบต่ออาชีพการเกษตร
และเป็นอปุ สรรคตอ่ การควบคมุ ปริมาณและคณุ ภาพผลผลติ เกษตร

๒๓

ภาคผนวก ข : แผน/ยุทธศาสตร์ของหนว่ ยงาน

ยทุ ธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคญั ของแผน

1. กรอบยุทธศาสตร์ความ  วสิ ยั ทศั น์ : “คนไทยมีอาหารทีม่ ีคุณภาพเพ่ือบรโิ ภคอย่า
ม่ันคงด้านอาหารกระทรวง และย่ังยืน”
เกษตรและสหกรณ์ (พ.ศ.  วตั ถุประสงค์
2556 – 2559)
1) เพอ่ื ใหม้ อี าหารทม่ี ีคณุ ภาพเพียงพอกับความต้องก
(สานักงานเศรษฐกจิ
ของประชากร ทง้ั จากการผลติ ภายในประเทศ และ/หรือก
การเกษตร)
2) เพื่อใหป้ ระชากรเขา้ ถึงอาหารทีม่ คี ณุ ภาพและคณุ ค

โภชนาการทเ่ี หมาะสม

3) เพ่ือใชป้ ระโยชน์จากอาหารในการบรโิ ภค โดยมปี ร

อาหารท่เี พียงพอ มสี ุขอนามยั และการดูแลสุขภาพท่ีดี ทาใ

เปน็ อยทู่ างกายภาพได้รับการตอบสนองอย่างเพยี งพอ

4) เพ่ือใหป้ ระชาชน หรอื ครวั เรอื น หรอื บคุ คลตอ้ งเข

อาหารอยา่ งเพียงพอตลอดเวลา ไมม่ ีความเสยี่ งในการเข้าถ

เมื่อเกิดความขาดแคลนขนึ้ มาอยา่ งกระทันหนั หรือเหตุการ

เกดิ ขน้ึ เปน็ วัฏจักร

 เปา้ หมาย

1) ผลติ อาหารทมี่ คี ุณภาพดี ปลอดภัย ใหเ้ พยี งพอกบั

ต้องการบริโภคภายในประเทศ ตามหลักโภชนาการอย่างเห

2) ประชากรมีอาหารบรโิ ภคในระดบั ครวั เรือนและช

เพียงพอ รวมท้งั ในกรณีภาวะฉกุ เฉนิ

3) มที รัพยากรเพ่ือการผลติ อยา่ งยัง่ ยืนและเหมาะสม

เกษตรกรมีระบบสวสั ดกิ ารและรายได้ทม่ี นั่ คง



นภายนอกที่เก่ยี วข้องกับงานส่งเสรมิ การเกษตร

ประเดน็ ทีเ่ ก่ียวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร
างเพียงพอ  ยุทธศาสตรท์ เ่ี กย่ี วข้อง

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 ผลิตอาหารอยา่ งเพียงพอกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ
อย่างยั่งยนื
การบริโภค กลยุทธท์ ่ี 1 เพิม่ ศักยภาพการผลติ
ารนาเขา้ - ดาเนินการตามยทุ ธศาตรร์ ายสินคา้ เกษตร
ค่าทาง - สนบั สนนุ ใหเ้ กษตรกรมีการใชป้ ัจจยั การผลติ ท่เี หมาะสมและมีประสทิ ธภิ าพสูงสุด

- สนับสนนุ การจัด Zoning เพื่อการผลติ แบบครบวงจร
รมิ าณ - สง่ เสรมิ บทบาทของกลุ่มและชมุ ชนในการสร้างความม่ันคงอาหารในระดับ
ให้ความ ครัวเรอื นและชมุ ชน

- สนับสนนุ ใหเ้ กษตรกรมีการสารองปัจจัยการผลิต
ขา้ ถึง กลยทุ ธท์ ่ี 3 ปอ้ งกันและลดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
ถึงอาหาร - สง่ เสรมิ การทาการเกษตรแบบผสมผสานแทนการปลูกพืชเชงิ เดีย่ วเพือ่ ความ
รณท์ ี่ หลากหลาย

กลยทุ ธ์ที่ 5 พฒั นาเกษตรกรให้เขม้ แข็ง
- สร้างเกษตรกรคลน่ื ลูกใหม่ โดยสรา้ งมาตรการจงู ใจดึงคนรุ่นใหม่สู่ภาคเกษตร

บความ - เสริมสร้างองคค์ วามรู้ เทคโนโลยีทางการเกษตรที่เหมาะสม เป็นมิตรกบั
หมาะสม สิ่งแวดล้อมให้แกเ่ กษตรกรอย่างต่อเนื่อง
ชุมชนอย่าง - สร้างโอกาสใหเ้ ขา้ ถึงแหล่งเงินทนุ และเปดิ โอกาสใหม้ สี ่วนรว่ มพฒั นาการ

เกษตรของเกษตรกรตน้ แบบ
ม - สง่ เสรมิ และสนบั สนุนเครือข่ายกลุ่มการผลติ การตลาดสนิ คา้ เกษตร

- สง่ เสรมิ การรวมกลุ่มของเกษตรกรเพ่อื พฒั นาดา้ นการผลิตการตลาดใน
รูปแบบขององคก์ รเกษตรกร เช่น สหกรณ์ กลุม่ เกษตรกร และวิสาหกจิ ชมุ ชน

๒๔

ยุทธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน

 ยุทธศาสตร์ 4 ประเดน็
1) ผลติ อาหารอยา่ งเพยี งพอกับความต้องการบรโิ ภค

ภายในประเทศอย่างย่ังยนื
2) สนบั สนุนให้ประชากรทกุ ระดบั เข้าถงึ อาหารอยา่ ง

ไดต้ ลอดเวลา
3) สง่ เสรมิ การผลิตอาหารคุณภาพดี ลดการสูญเสยี

การใช้ประโยชนอ์ ยา่ งเหมาะสม
4) รกั ษาเสถยี รภาพการผลติ อาหารอย่างยงั่ ยนื



ประเดน็ ที่เกี่ยวข้องกับกรมสง่ เสรมิ การเกษตร
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 สนับสนุนใหป้ ระชากรทุกระดบั เขา้ ถึงอาหารอย่างเพียงพอได้
ค ตลอดเวลา

กลยทุ ธท์ ่ี 1 ส่งเสริมการเพิ่มผลผลติ ในชมุ ชน
งเพยี งพอ - สง่ เสริมการผลิตตามแนวเกษตรทฤษฎใี หม่ การเกษตรผสมผสาน เพ่อื

บริโภคในครวั เรอื น ลดความเสี่ยงในการขาดแคลนอาหาร
และมี - สนบั สนนุ ให้ชุมชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการทาการเกษตรในรูปแบบของแปลง

รวมในพื้นทว่ี ่างเปล่า เช่น โฉนดชมุ ชน และท่ีสาธารณะประโยชน์
- สง่ เสรมิ การทาเกษตรและเลย้ี งสตั ว์ในโรงเรียน โครงการอาหารกลางวัน เพื่อ

สนบั สนุนให้เด็กนกั เรียนได้เรียนรวู้ ิธีการทาการเกษตร และสามารถนาผลผลติ มา
ประกอบอาหารเพ่ือส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียน

กลยทุ ธท์ ่ี 2 ส่งเสริมระบบการบรกิ ารเพื่อสนับสนุนการผลิตและการสร้างรายได้
ภายในชุมชน

- ส่งเสริมการมีงานทาเพื่อเพิ่มรายไดใ้ หช้ ุมชน จัดหาอาชีพเสริมเพ่มิ รายไดข้ อง
ครอบครัว เช่น ท่องเที่ยวเชิงเกษตร โฮมสเตย์

- สง่ เสริมการสรา้ งผลิตภณั ฑ์ชมุ ชน สรา้ งเอกลกั ษณ์สินค้า
กลยทุ ธ์ที่ 3 ฟ้ืนฟูวัฒนธรรมการเกบ็ สารองอาหารของครวั เรอื น

- ฟนื้ ฟูวิถชี วี ติ วัฒนธรรม และการถา่ ยทอดภูมิปญั ญาท้องถ่นิ ในการผลติ และ
การบริโภคที่สอดคลอ้ งกับท้องถน่ิ เพ่ือให้มีแหล่งอาหารทห่ี ลากหลาย

- สนบั สนุนการฟน้ื ฟวู ัฒนธรรมการเก็บสารองอาหารของครวั เรอื นในแต่ละท้องถ่นิ
กลยทุ ธท์ ี่ 6 สนบั สนุนมาตรการปอ้ งกันและรองรับภัยพบิ ัติทางธรรมชาติ

- จัดตัง้ ธนาคารขา้ วชุมชน สาหรบั เปน็ แหลง่ กู้ยืมขา้ วเพ่ือการบรโิ ภค รวมทัง้
ศูนยส์ ่งเสรมิ และผลิตพันธข์ุ ้าวชุมชน เพ่อื เป็นแหล่งเมล็ดพนั ธ์ุดีจาหนา่ ยแก่เกษตรกร
ในทอ้ งถนิ่

- สนับสนุนการพัฒนาระบบการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

๒๕

ยุทธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคัญของแผน



ประเด็นที่เก่ียวข้องกับกรมส่งเสรมิ การเกษตร
ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 ส่งเสริมการผลิตอาหารคุณภาพดี ลดการสูญเสยี และมีการใช้
ประโยชนอ์ ย่างเหมาะสม

กลยุทธท์ ี่ 1 สนับสนนุ การผลติ ท่ไี ดม้ าตรฐานความปลอดภัยดา้ นอาหารตลอด
ห่วงโซ่การผลิต

- สรา้ งแรงจูงใจให้เกษตรกรเขา้ สรู่ ะบบการผลติ อาหารท่ีได้มาตรฐานมากขึน้
เช่น แรงจูงใจดา้ นการตลาด แรงจูงในด้านความรับผดิ ชอบต่อสังคม

กลยุทธ์ท่ี 2 สง่ เสรมิ การบริโภคอาหารที่มคี ุณค่าทางโภชนาการ
- สร้างการตระหนกั รู้ในสงั คมด้านทศั นคติ คา่ นิยม ความเชื่อ และพฤติกรรม

เกย่ี วกับการบรโิ ภคอาหารท่ีถูกหลักโภชนาการ การถนอมอาหารเพ่ือบรโิ ภคใน
ครวั เรือนและชมุ ชน

- สง่ เสริมให้เกษตรกรเปน็ ผูม้ ีความรู้ในมิติตา่ งๆ ในการใช้ทรัพยากรเพ่ือการผลิต
- สนบั สนุนกลไกการรวมกลุ่มของเกษตรกรในชมุ ชน เพื่อการเรียนร้เู กีย่ วกับ
หลกั โภชนาการ
กลยุทธท์ ี่ 3 ลดการสูญเสยี ของผลผลิตการเกษตร (อาหาร)
- ส่งเสรมิ ใหม้ กี ารใชป้ ระโยชน์จากอาหาร รวมทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑอ์ าหาร
ต้งั แตใ่ นระดบั ครัวเรอื นและชุมชน
ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 รักษาเสถียรภาพการผลติ อาหารอยา่ งยั่งยืน
กลยุทธท์ ี่ 2 สนับสนนุ การจดั ทรพั ยากรดิน นา้ ป่าไม้ ประมง และความ
หลากหลายทางชีวภาพอยา่ งยัง่ ยนื
- สนับสนนุ การทาการเกษตรยัง่ ยืนในรปู แบบต่างๆ เช่น เกษตรทฤษฎใี หม่
เกษตรอนิ ทรยี ์ เกษตรผสมผสาน และวนเกษตร เปน็ ต้น
กลยทุ ธ์ที่ 4 สนับสนุนการสร้างความมั่นคงดา้ นรายไดใ้ ห้กับเกษตรกร
- ปรับปรุงและพัฒนาระบบการสร้างหลกั ประกนั ด้านรายได้ให้ครอบคลมุ
เกษตรกรทงั้ หมด

๒๖

ยทุ ธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคัญของแผน

2. แผนจดั การคณุ ภาพ  วิสัยทศั น์ : “ประเทศไทยมีการพัฒนาอยา่ งเปน็ มติ รต่อ
สงิ่ แวดล้อม พ.ศ. 2555 สิ่งแวดล้อม ดว้ ยการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวด
– 2559 เป็นธรรม สมดลุ มีประสทิ ธิผล และมีส่วนรว่ มของทุกภาคส
(สานักนโยบายและแผน เสรมิ สร้างคณุ ภาพชีวติ ทดี่ ีให้กบั ประชาชน”
ทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ ม กระทรวง  เป้าประสงค์
ทรัพยากรธรรมชาติและ 1) มรี ูปแบบการผลิตและการบริโภคทเ่ี ป็นมิตรตอ่ ส่งิ แ
สิ่งแวดล้อม)
มากขึ้น
2) รกั ษาความสมบูรณข์ องระบบนิเวศน์ และอนรุ ักษ

ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอยา่ ง
3) ลดความเหลอื่ มล้าของสงั คมดว้ ยการเพมิ่ โอกาสกา

และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมอยา่ งเ
4) สร้างคุณภาพส่ิงแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชน
5) สรา้ งความพร้อมเพื่อรบั มือกบั การเปล่ยี นแปลงสภ

ภูมอิ ากาศและภัยธรรมชาติ
6) สรา้ งสังคมใหส้ านึกรบั ผดิ ชอบตอ่ ส่ิงแวดล้อม



ประเดน็ ท่ีเกี่ยวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร

- เร่งรดั การจดั ทาประกนั ภัยพืชผลการเกษตรจากภยั ธรรมชาตใิ หค้ รอบคลุม
เกษตรกรผ้ปู ลูพืชเศรษฐกิจท่ีสาคญั ของประเทศ

- สง่ เสริมระบบการทาเกษตรแบบมีพันธะสัญญาท่ีเปน็ ธรรมแกท่ ุกฝา่ ย
- เรง่ รดั จัดทาระบบสวสั ดกิ ารใหแ้ กเ่ กษตรกร
กลยุทธ์ที่ 5 จัดสรรการผลติ พืชอาหารและพชื พลังงานอยา่ งเหมาะสม
- กาหนดนโยบายในการสง่ เสริมพลังงานทางเลือกในส่วนของพชื พลงั งานเพอ่ื
ลดปญั หาการแย่งพื้นท่ีปลูกพืชอาหาร
- กาหนดเขตส่งเสรมิ การปลพู ืชพลังงาน (Zoning)

อ  ยุทธศาสตร์ท่ีเก่ียวข้อง
ดล้อมที่ ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การปรับฐานการผลิตและการบริโภคใหเ้ ปน็ มิตรตอ่ สิ่งแวดล้อม
สว่ น เพอื่
แผนงานที่ 1.2 การปรับฐานการผลิตภาคเกษตรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แวดลอ้ ม แนวทางปฏิบัติท่ี

ษ์ ฟ้ืนฟู 1.2.2 ส่งเสริมให้เกษตรกรทาการเกษตรด้วยระบบเกษตรกรรมย่ังยืนตาม
งย่งั ยนื หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน เกษตร
ารเขา้ ถงึ ธรรมชาติ เกษตรทฤษฎีใหม่ และวนเกษตร รวมถึงห้ามใช้สารเคมีทางการเกษตร
เปน็ ธรรม ในพ้ืนท่ีสูงและพ้ืนท่ีต้นนา้ ให้การสนับสนุนทุนทางทรัพยากรเพ่ือสร้างแรงจูงใจแก่
เกษตรกรในการปรับเปล่ียนรูปแบบการทาเกษตรให้เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมมากข้ึน
ภาพ เช่น การจัดหาแหล่งทุนและสร้างกลไกทางการตลาดเพ่ือรองรับสินค้าเกษตร
อินทรีย์ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น และการให้ความรู้ในการจัดการวัสดุเหลือใช้
ทางการเกษตร การลดใช้สารเคมใี นภาคการเกษตรโดยหนั มาใช้วิธีธรรมชาตแิ ทน
ควบคูก่ บั การส่งเสรมิ การแปรรูปผลผลิต การเพ่ิมมูลค่า และการจัดการด้าน
การตลาด รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและบริการเป็นระบบครบวงจร
เป็นต้น

๒๗

ยุทธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน

 ยทุ ธศาสตร์ 6 ประเดน็
1) การปรบั ฐานการผลิตและการบริโภคให้เปน็ มติ รต

ส่ิงแวดล้อม
2) การอนรุ ักษแ์ ละฟ้นื ฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย
3) การจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มเพื่อ

เสรมิ สรา้ ง ธรรมาภบิ าล
4) การสรา้ งคณุ ภาพสิ่งแวดล้อมทีด่ ีใหก้ ับประชาชนใน
5) การเตรียมความพร้อมเพ่ือรบั มอื กบั ความเสย่ี งจาก

เปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศและภยั ธรรมชาติ
6) การพัฒนาคนและสงั คมให้มีสานกึ รับผิดชอบต่อ

ส่ิงแวดล้อม


Click to View FlipBook Version