The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by darinkhatsanit, 2021-06-21 06:12:02

แผนการจัดการเรียนรู้ 2564

ilovepdf_merged

แผนการจัดการเรยี นรู้

รายวชิ าชีววทิ ยา3
(ว30243)

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5

จัดทาโดย…

นางสาวดาริน คาดสนิท

โรงเรยี นบา้ นแพงพิทยาคม
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา มธั ยมศกึ ษา เขต 22

กระทรวงศึกษาธิการ

แผนการจัดการเรยี นรู้ รหสั วิชา ว30243
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชา ชวี วทิ ยาเพ่ิมเตมิ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง โครงสรา้ งหน้าทีข่ องพชื ดอก เวลา 3 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง เนือ้ เย่ือพชื โรงเรียนบ้านแพงพิทยาคม
ผสู้ อน นางสาวดาริน คาดสนิท

ผลการเรียนรู้

อธิบายเกี่ยวกบั ชนิดและลกั ษณะของเนื้อเยื่อพืชและเขยี นแผนผังเพ่ือสรุปชนิดของ
เนอ้ื เย่อื พืช

สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

พชื ดอกประกอบดว้ ยอวัยวะตา่ ง ๆ ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ และดอก ซ่งึ อวยั วะเหลา่ นปี้ ระกอบไปด้วย
เน้อื เยอ่ื ทท่ี ำหนา้ ท่ีแตกต่างกัน โดยเนอื้ เยื่อพืชแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 ประเภท คือเนอ้ื เยื่อเจริญและเน้ือเย่ือถาวร
โดยเนอ้ื เยือ่ เจริญแบ่งออกไดเ้ ปน็ เน้อื เย่ือเจรญิ ส่วนปลาย เน้ือเย่ือเจริญเหนือข้อ และเน้ือเย่อื เจรญิ ด้านข้าง
ส่วนเน้อื เย่อื ถาวรเปลยี่ นแปลงจากเนอ้ื เย่ือเจริญเพ่ือทำหน้าที่เฉพาะ แบ่งออกได้เป็น 3 ระบบ คือ ระบบ
เน้อื เย่อื ผวิ ระบบเนื้อเย่ือพ้ืน และระบบเน้ือเย่ือท่อลำเลยี ง

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายเกี่ยวกับชนิดและลักษณะของเนื้อเย่ือพชื ได้ (K)
2. เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งชนิดและลักษณะของเนื้อเย่อื พชื ได้ (K)
3. จำแนกประเภทและเขียนแผนผังสรปุ ชนิดของเนื้อเยื่อพืชได้ (P)
4. รับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่แี ละงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)

สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่นิ
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

- เนื้อเย่ือแบ่งเป็น 2 กลมุ่ ใหญ่ คอื เน้ือเยอื่ เจรญิ และ
เน้อื เย่ือถาวร
- เนื้อเยื่อเจริญแบ่งเป็น เนื้อยื่อเจริญส่วนปลาย
เนอื้ เยื่อเจริญเหนอื ข้อ และเน้ือเยอ่ื เจริญด้านข้าง
- เนื้อเยื่อถาวรเปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อเจริญ
เนื้อเยื่อถาวรอาจแบ่งได้เป็น 3 ระบบ คือ ระบบ

เนื้อเยื่อผิว ระบบเนื้อเยื่อพื้น และระบบเนื้อเยื่อ ท่อ
ลำเลยี ง ซงึ่ ทำหนา้ ทต่ี ่างกัน

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการระบุ
2) ทักษะการเช่ือมโยง
3) ทักษะการรวบรวมข้อมลู
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน

กระบวนการจัดการเรียนรู้

แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ขน้ั นำ

ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง เนอ้ื เยอ่ื พชื
2. ครูนำภาพต้นไผ่และต้นมะม่วงมาให้นักเรียนเปรียบเทียบแล้วถามคำถาม Big Question เพื่อให้
นกั เรียนได้อธบิ ายเก่ยี วกบั ชนิดและลักษณะของเนื้อเย่ือแตล่ ะชนิดดงั นี้

ภาพต้นไผ่ ภาพตน้ มะม่วง

- จากภาพลำตน้ ของตน้ ไผ่กบั ตน้ มะม่วงแตกตา่ งกนั อย่างไร

(แนวตอบ: เนื่องจากต้นไผ่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว จึงมีลักษณะของลำต้นที่สูงและเป็นปล้องหรือข้อ

(Node) สว่ นต้นมะม่วงเป็นพืชใบเลยี้ งคู่ จงึ มีลกั ษณะของลำตน้ ที่กว้าง)

- จากภาพทำไมลำตน้ ของต้นไผ่กบั ต้นมะมว่ งจงึ แตกต่างกัน
(แนวตอบ: ต้นไผ่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีเนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ (Intercalary meristem) อยู่
ระหว่างข้อ (Node) ทำให้ต้นไผ่มีลำต้นสูง ส่วนต้นมะม่วงเป็นพืชใบเลี้ยงคู่มักพบเนื้อเยื่อเจริญ
ด้านขา้ ง (Lateral meristematic) แต่ไมพ่ บในพืชใบเลีย้ งเดี่ยว ซ่งึ เนื้อเยื่อเจริญดา้ นข้าง หรือแคม
เบียม (Cambium) จะทำให้ลำต้นขยายขนาดกว้างขึ้น ดังนั้น ต้นไผ่จึงมีลำต้นที่ผอมสูงกว่าต้น
มะมว่ ง)
- จากภาพอวัยวะของพืชทำหนา้ ท่สี ัมพนั ธก์ นั อยา่ งไร
(แนวตอบ: อวยั วะของพชื ไดแ้ ก่ ราก (Root) ลำตน้ (Stem) ใบ (Leaf) และ ดอก (Flower) ซึ่งราก
ทำหนา้ ที่ดดู นำ้ และธาตุอาหารที่อยูใ่ นดนิ ลำเลยี งไปสสู่ ว่ นตา่ ง ๆ ผ่านลำต้นซึง่ ภายในมที ่อลำเลียงน้ำ
และอาหาร นอกจากนี้ลำต้นพืชช่วยคำจุนให้พืชตั้งตรงได้ เมื่อน้ำและธาตุอาหารลำเลียงมาสู่ใบซ่ึง
เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่หลักในการสังเคราะห์ด้วยแสง เพื่อผลิตอาหารให้กับพืช ส่วนดอกเป็นอวัยวะ
สืบพันธุ์ทำหนา้ ท่ีสร้างเซลล์สบื พันธุ์ให้กบั พืช เมื่อดอกได้รับการผสมเกสร จะมีเพียงเกสรเพศเมยี ที่
พัฒนาตอ่ ไปเปน็ ผล ซงึ่ ภายในมเี มลด็ (Seed) ทำหนา้ ทีแ่ พรพ่ นั ธ์ุ)
- เพราะเหตุใดพชื สว่ นใหญจ่ งึ คายน้ำในเวลาเช้า
(แนวตอบ: แสงในเวลาเข้ามีผลต่อการเปิด-ปิดของปากใบ โดยแสงมีผลทำให้เกดิ การลำเลยี งสารเข้า
สู่เซลล์คุม (Guard cell) ส่งผลให้น้ำบริเวณโดยรอบออสโมซิส (Osmosis)เข้าสู่เซลล์คุมส่งผลให้
เซลลเ์ ต่งปากใบพืชจึงเปิด)

ขัน้ สอน

ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูถามคำถาม “เนือ้ เยอ่ื พชื แตกต่างจากเนื้อเย่ือสตั ว์อยา่ งไร”จากนั้นให้นกั เรียนร่วมกนั สืบค้นข้อมูล

จากแหลง่ เรียนรูต้ า่ ง ๆ เชน่ อนิ เทอร์เน็ต หรือหนังสอื เรียนชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1 เพ่อื ตอบคำถาม

(แนวตอบ: เนอ้ื เยื่อพืช (Plant tissue) ประกอบดว้ ยเซลล์ทม่ี ผี นังหนา ซ่ึงเปน็ สารประเภทเซลลูโลส
และมีแวคิว-โอลที่มีขนาดใหญ่กว่า และมีคลอโรพลาสต์เป็นองค์ประกอบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วย
แสง ซึ่งแตกต่างกับเนื้อเยื่อสัตว์ที่ประกอบด้วยเซลล์ที่ไม่มีผนังเซลล์ มีแวคิวโอล (Vacuole) ขนาด
เล็กกว่า และไมม่ ีคลอโรพลาสต์ (Chloro plast))
2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยให้แต่ละกลุ่มสืบคน้ ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น
อนิ เทอรเ์ นต็ เรือ่ ง เน้ือเย่ือเจริญของพชื ในประเด็นดงั ต่อไปน้ี
- ศกึ ษาเนือ้ เย่ือเจริญของพืชของลำต้นดังตอ่ ไปนี้ (ต้นถ่ัวและต้นไผ่)
- ศกึ ษาคำศัพทเ์ ฉพาะของเน้อื เยื่อเจรญิ ของพชื
3. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มทำใบงานเร่อื ง เนอื้ เยื่อเจรญิ ของพชื

ช่ัวโมงท่ี 2

ข้นั สอน

ข้นั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รายผลจากการทำใบงาน เรอื่ ง เนื้อเย่ือเจรญิ ของพชื โดยใช้ แนวคำถาม
ดังน้ี
- เน้ือเย่ือเจรญิ ของพชื ดอกแบ่งตามตำแหนง่ ท่ีอยู่ออกเป็นกี่ชนดิ
(แนวตอบ: เนื้อเยอ่ื พชื มี 3 ประเภท ได้แก่ เนอ้ื เยื่อเจรญิ ส่วนปลาย (Apical meristem)
เนอื้ เยือ่ เจรญิ เหนอื ขอ้ (Intercalary meristem) และเนอื้ เย่อื เจริญดา้ นข้าง (Lateral
meristem))
- เน้อื เยอ่ื เจรญิ มีความสำคัญกบั พืชอยา่ งไร
(แนวตอบ: เนื้อเยื่อเจริญ (Meristem) เป็นเนื้อเยื่อที่มีสมบัติการแบ่งเซลล์ได้ ทำให้พืชเจริญเติบโต
ได้อย่างไม่มีสิ้นสุด โดยเนื้อเยื่อเหล่านี้จะเจริญต่อไปจนกระทั่งทำหน้าที่เฉพาะ เรียกว่า เนื้อเยื่อ
ถาวร (Permanent tissue) โดยมียีนหรอื สารพันธุกรรมเป็นตัวกำหนดรูปร่าง ขนาด และหน้าท่ีให้
สอดคล้องกบั โครงสร้างเฉพาะส่วนตา่ ง ๆ ของพชื )
2. หลังจากการอภิปราย ครูอาจใช้ภาพจาก PowerPoint Presentation เรื่อง เนื้อเยื่อเจริญและ
ชน้ิ สว่ นตา่ ง ๆ ของพืช และระบุวา่ มเี นอื้ เยอ่ื บริเวณใดเป็นเปน็ องค์ประกอบ
3. ครูถามนักเรียนว่า “การเจริญเติบโตปฐมภูมิ (Primary growth) ส่งผลอย่างไรกับพืช” จากนั้นสุ่ม
นักเรียนออกมาอธบิ ายคำตอบ
(แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน เช่น การเจรญิ เตบิ โตปฐมภูมิมีผลทำให้ลำตน้ สงู
ยาวขึ้น)
4. ครูจับคู่ให้นักเรียนโดยการสุ่มเลขที่ จากนั้นให้นักเรียนออกมาจับสลากหนา้ ชั้นเรียน จากนั้นครูจะ
ชแี้ จงรายละเอียดว่า “ถ้าผใู้ ดได้สแี ดงจะเป็นฝ่ายถามคำถามทา้ ทายการคดิ ขนั้ สงู (H.O.T.S.) และถ้า
ผู้ใดได้สีขาวจะต้องเป็นผู้ตอบคำถาม” จากนั้นครูให้คนที่จับได้สีขาวนำเสนอคำตอบของคู่ตนเอง
พร้อมเสนอแนวคำตอบของตนเองร่วมกับของเพอื่ น โดยมีแนวคำถามดงั นี้
- พชื จะมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไรหากพชื มเี พียงเน้อื เย่ือเจรญิ และพืชจะดำรงชวี ิตอยไู่ ดห้ รือไม่
(แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยมีแนวคำตอบว่า หากพืชมีเพียงเนื้อเยื่อเจริญ
(Meristem) พืชจะเจริญแบ่งเซลล์อย่างไม่มีสิ้นสุด ไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ไม่มีหน้าที่เฉพาะ พืช
ดังกล่าวจึงไมม่ อี วัยวะและไม่สามารถดำรงชวี ิตอยู่ได้)

ช่ัวโมงที่ 3

ข้นั สอน

ขน้ั ท่ี 2 สำรวจและค้นหา (Elaborate)

1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลผ่านแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
เช่น อนิ เทอรเ์ นต็ เรอ่ื ง ระบบเน้ือเยอ่ื ถาวร (Permanent tissue) โดยแบง่ หนา้ ทค่ี วามรบั ผิดชอบ
แต่ละกลุ่ม ดังนี้
- กลมุ่ ที่ 1 ศกึ ษาหัวข้อ ระบบเน้ือเยื่อผวิ (Epidermal tissue system)
- กล่มุ ท่ี 2 ศกึ ษาหวั ข้อ ระบบเนือ้ เยอ่ื พนื้ (Ground tissue system)
- กลุ่มที่ 3 ศกึ ษาหัวขอ้ ระบบเนื้อเย่ือลำเลยี ง (Vascular tissue system)

2. ให้แต่ละกลมุ่ ทำใบงาน เรือ่ ง ระบบเนือ้ เย่ือถาวรของพืช โดยให้แตล่ ะกลมุ่ มีหน้าท่ี ดงั น้ี
- กลุ่มท่ี 1 ทำตอนที่ 1 ระบบเนือ้ เยื่อผวิ (Epidermal tissue system)
- กลุ่มที่ 2 ทำตอนที่ 2 ระบบเน้ือเยื่อพื้น (Ground tissue system)
- กลุ่มที่ 3 ทำตอนท่ี 3 ระบบเน้อื เยื่อลำเลียง (Vascular tissue system)
3. นักเรียนแต่ละคนสรุปความรู้เรื่อง ระบบเนื้อเยื่อถาวรของพืช จากในหนังสือเรียนชีววิทยา ม.5
เล่ม 1 ลงในสมุดบนั ทึกของตนเอง

ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)

4. นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายผลจากการทำใบงาน เรื่อง ระบบเนื้อเยื่อถาวรของพืช โดยนำภาพ
เนื้อเยื่อพืชตัวอย่างมาให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามว่าบริเวณที่ชี้เป็นเนื้อเยื่อชนิดใด ตัวอย่าง
คำถาม เชน่ บริเวณ A และ B คือเน้อื เยื่ออะไร

A

B

(แนวตอบ: บริเวณ A คือ สเกลอเรงคิมา (Sclerenchyma) เนื่องจากมีผนังเซลล์ค่อนข้างหนาสว่ น
บริเวณ B คือ พาเรงคิมา (Parenchyma) เนื่องจากเซลล์ค่อนข้างกลม มีผนังเซลล์หนาบาง
สมำ่ เสมอกนั ท้ังเซลล์)
5. ให้นักเรียนทำกิจกรรม โดยครูทำสลากที่มีชื่อเนื้อเยื่อ ดังนี้ ได้แก่ เอพิเดอร์มิส (Apidermis) เพริ
เดิร์ม (Periderm) พาเรงคิมา (Parenchyma) คอลเลงคิมา (Collenchyma) สเกลอเรงคิมา
(Sclerenchyma) ไซเลม็ (Xylem) และโฟลเอ็ม (Phloem)
6. ครูแจกสลากใหก้ ับนักเรยี น โดยนกั เรยี นแต่ละคนจะไดร้ บั สลากชือ่ เนอื้ เย่อื เพยี ง 1 ช่อื และ
ห้ามใหเ้ พ่ือนเห็นสลากของตนเอง
7. ครพู ดู ระบบเนอื้ เย่อื ถาวรของพืชแต่ละระบบ แล้วใหน้ กั เรยี นยนื ขนึ้ ตามระบบทนี่ ักเรียน
ไดร้ บั สลากเนื้อเย่ือน้ัน ๆ จากนน้ั จึงแสดงสลากของตนเองใหเ้ พ่อื น พร้อมบอกคณุ สมบตั ิ
ของเนือ้ เยอ่ื นั้น ๆ เชน่
(แนวตอบ: คอลเลงคิมา (Collenchyma) เป็นเนื้อเยื่อที่ให้ความแข็งแรงแก่โครงสร้างพืช พบมาก
บริเวณใตช้ นั้ เอพเิ ดอร์มสิ (Apidermis) ของลำตน้ ก้านใบ และ แผ่นใบ แต่ไม่พบในราก เปน็ ตน้ )
8. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั อภปิ รายและประเมนิ คำตอบว่าถกู ต้องหรือไมอ่ ย่างไร

ข้นั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
9. ให้นกั เรียนทำผังมโนทศั น์เพ่ือจำแนกประเภทและชนิดของเน้อื เย่ือพืช ลงในกระดาษ A4 ตกแต่งให้
สวยงาม พร้อมนำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน
10. ครูมอบหมายการบ้านใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหดั ชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1

ขน้ั สรุป

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใช้แนวคำถาม Topic Question เพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียน และสรุปความรู้ในหน่วย
การเรยี นรูท้ ี่ 2 โดยมีแนวคำถาม ดงั น้ี
- เนือ้ เยอ่ื เจริญแตกตา่ งกบั เนือ้ เย่อื ถาวรอยา่ งไร จงยกตัวอย่างเนื้อเยอ่ื แตล่ ะชนิด
(แนวตอบ: เนื้อเยื่อเจริญมีสมบัติแบ่งเซลล์ได้ เช่น คอร์กแคมเบียม (Cork cambium) วาสคิวลาร์
แคมเบียม (Vascular cambium) แต่เนื้อเยื่อถาวรพัฒนามาจากเน้ือเยื่อเจริญท่ี มีรูปร่างและ
หน้าทีเ่ ฉพาะ เชน่ พาเรงคิมา (Parenchyma) ไซเล็ม (Xylem) และโฟลเอม็ (Phloem))
- เนื้อเยื่อถาวรชนิดหนึ่ง มีน้ำตาลสะสมอยู่ ผนังเซลล์มีความหนาบางสม่ำเสมอ เนื้อเยื่อชนิดนี้ คือ
เนอ้ื เย่ืออะไร
(แนวตอบ: พาเรงคิมา (Parenchyma))
- เนื้อเยอื่ ในลำต้นของตน้ ไผก่ ับตน้ ถ่วั มคี วามเหมอื นหรือแตกตา่ งกันอยา่ งไร

(แนวตอบ: แตกต่างกัน ลำต้นของต้นไผม่ ีเนื้อเย่ือเจริญเหนือข้อ (Intercalary meristem) และลำ
ต้นของตน้ ถว่ั มีเน้อื เยอ่ื เจริญด้านข้าง (Leteral meristem))
- เนอ้ื เยื่อไซเลม็ (Xylem) และโฟลเอ็ม (Phloem) ทำหนา้ ทอ่ี ะไร และประกอบดว้ ยเซลล์
อะไรบา้ ง
(แนวตอบ: เนื้อเยื่อไซเล็ม ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร ประกอบด้วย เวสเซลเทรคีค
(Tracheid) ไฟเบอร์ (Fiber) และพาเรงคิมา (Parenchyma) ส่วนเนื้อเยื่อโฟลเอ็ม (Phloem) ทำ
หน้าที่ลำเลียงอาหารประเภทน้ำตาล ประกอบด้วย ซีฟทีวบ์ (Sieve tube) เซลล์คอมพาเนียน
(Companion cell) ไฟเบอร์ (Fiber) และพาเรงคมิ า (Parenchyma))
- เม่อื นำเนอื้ เย่อื บรเิ วณลำตน้ มาศกึ ษาภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ จะทราบไดอ้ ย่างไรวา่ เน้อื เยอ่ื
บรเิ วณน้เี ป็นเน้ือเยื่อไซเล็ม (Xylem) หรอื โฟลเอ็ม (Phloem)
(แนวตอบ: เนื้อเยื่อไซเล็ม (Xylem) เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบไปด้วยเซลล์ที่ไม่มีชีวิต มีรูปร่าง
ทรงกระบอกและรูปทรงกระสวย ภายในเซลล์มักมีรูพรุน ส่วนโฟลเอ็ม (Phloem) ประกอบด้วย
เซลล์ที่ยังคงมชี ีวิต มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก หัวท้ายเซลล์มีรูเล็ก ๆ คล้ายตะแกรง มักประกบคู่กบั
เซลลท์ มี่ ีนิวเคลียส)
2. ครูตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรอ่ื ง โครงสร้างและหนา้ ท่ีของพชื ดอก
3. ครตู รวจใบงานเร่ือง เนือ้ เยื่อเจรญิ ของพืช
4. ครูตรวจใบงานเรอื่ ง ระบบเน้อื เย่อื ถาวรของพืช
5. ครูตรวจแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหดั ชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1
6. ครูประเมินผังมโนทัศน์
7. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานของนักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
8. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่

การวดั และประเมินผล

รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก์ าร

ประเมิน

การประเมินก่อน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น - แบบทดสอบก่อนเรยี น - รอ้ ยละ 60 ผา่ น

เรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เกณฑ์

- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น โครงสร้างและหน้าท่ีของพชื โครงสร้างและหนา้ ที่

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ดอก ของพชื ดอก

โครงสร้างและหนา้ ท่ี

ของพืชดอก

ประเมินระหว่าง

การจัดกิจกรรม

การเรียนรู้

1) กิจกรรมนำสู่ - สงั เกตจากการตอบคำถาม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - รอ้ ยละ 60 ผา่ น

การเรยี น และแสดงความคดิ เห็น รายบุคคล เกณฑ์

- การตอบคำถาม

2) เนือ้ เย่อื ของพืช - ตรวจใบงานเร่ือง - ใบงานเร่ือง - ระดับคณุ ภาพ

เนอ้ื เยอ่ื เจรญิ ของพชื เนอื้ เยอ่ื เจริญของพืช 2 ผ่านเกณฑ์

- ตรวจใบงานเร่อื ง - ใบงานเรอื่ ง

ระบบเนอ้ื เยื่อถาวรของพชื ระบบเน้อื เยื่อถาวร

- ตรวจผงั มโนทศั น์ เรอ่ื ง ของพชื

ประเภทและชนดิ ของ - แบบประเมินผงั

เนอ้ื เย่อื มโนทศั น์

3) การนำเสนอผล - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพ 2

การทำกิจกรรม ผลทำกจิ กรรม นำเสนอผลทำกจิ กรรม ผ่านเกณฑ์

4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2

ทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์

รายบคุ คล

5) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

ทำงานกลุ่ม การทำงานรายบุคคล การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

6) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2

อนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มน่ั คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์

ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 โครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องดอก
2) แบบฝกึ หัดชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของดอก
3) ใบงานเร่ือง เนื้อเย่ือเจรญิ ของพชื
4) ใบงานเร่ือง ระบบเน้ือเย่ือถาวรของพชื
5) Powerpoint Presentation เรื่อง เนอ้ื เย่ือเจริญและชนิ้ สว่ นต่าง ๆ ของพชื

แหล่งการเรยี นรู้
1) อินเทอรเ์ น็ต

ใบงาน

เรอื่ ง เน้อื เย่อื เจรญิ ของพืช

คำช้แี จง : สบื คน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั เนอ้ื เย่ือพชื จากหนงั สอื เรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 อนิ เทอรเ์ น็ต หรอื แหลง่ เรยี นรู้
อ่ืน ๆ แล้วนำขอ้ มูลและความรทู้ ไ่ี ด้มาระบชุ ่ือเนื้อเย่ือพชื ลงในกรอบสเ่ี หลีย่ ม

ใบออ่ นเรมิ่ เกิด

ตายอด
ตาขา้ ง

คอร์กแคมเบยี น
วาสควิ ร์แคมเบียม

ขนราก
ขนราก

ต้นถว่ั

หมวกราก

ตน้ ไผ่

ใบงาน เฉลย

เรือ่ ง เนื้อเยอ่ื เจริญของพืช

คำชี้แจง : สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเยื่อพืชจากหนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 อินเทอร์เน็ต หรือแหล่ง
เรียนรู้อื่น ๆ แล้วนำข้อมูลและความรู้ที่ได้มาระบุชื่อเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะของพืชลงในกรอบ
ส่ีเหลี่ยม

ตาข้าง ใบออ่ นเรมิ่ เกดิ
เนื้อเย่ือเจรญิ ปลายยอด
ต้นถั่ว
(Shoot apical meristem)

ตายอด

คอร์กแคมเบยี ม
วาสควิ ลารแ์ คมเบียม

ขนราก

ขนราก
เนื้อเย่ือเจรญิ ปลายราก

(Root apical meristem)

หมวกราก

เนือ้ เยอ่ื เจรญิ เหนือขอ้
(Intercalary meristem)

ต้นไผ่

ใบงาน

เรอื่ ง ระบบเน้ือเยื่อถาวรของพชื

คำชแี้ จง : ให้นกั เรียนพจิ ารณาภาพเน้ือเย่ือถาวรท่ีกำหนดให้ แลว้ จำแนกระบบของเน้ือเย่ือและระบชุ ่อื และ

รปู ร่างของเน้อื เยื่อลงในตารางทีก่ ำหนดให้

ภาพเนอื้ เย่อื ถาวร ระบบ ช่อื รูปร่าง

ใบงาน เฉลย

เรื่อง ระบบเนอ้ื เยอ่ื ถาวรของพืช

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาภาพเนื้อเยื่อถาวรท่ีกำหนดให้ แล้วจำแนกระบบของเนื้อเยอื่ และระบชุ ือ่ และ

รปู ร่างของเน้อื เย่ือลงในตารางทีก่ ำหนดให้

ภาพเนอื้ เย่ือถาวร ระบบ ช่ือ รูปร่าง

ระบบ มีรปู ร่างหลายแบบ เช่น กลม รี เปน็
เนอื้ เยอื่ พ้ืน ต้น เมือ่ เรียงตวั ตดิ กันจะเกิดช่องว่าง
พาเรงคิมา ระหว่างเซลล์ ภายในมี แวคิวโอล
(Parenchyma) ขนาดใหญ่ และมีความหนาของผนัง
เซลล์สมำ่ เสมอกนั

ระบบ เอพิเดอร์มิส เซลล์เรียงแถวเดียว ไม่มีช่องว่าง
เนือ้ เยอ่ื ผวิ (Epidermis) ระหว่างเซลล์ มีผนังเซลล์ด้านนอก
หนากว่าด้านใน เพราะมีสารคิวติน
มาเคลือบ บางเซลล์เปลี่ยนแปลงไป
ทำหน้าที่พิเศษ เช่น เซลล์คุม

มีรูปร่างหลายแบบ เช่น เหลี่ยม รูป

ระบบ สเกลอเรงคิมา ดาว มีผนังเซลล์ค่อนข้างหนา
เน้ือเย่ือพื้น เนื่องจากประกอบด้วย เซลลูโลส

(Sclerenchyma) ลิกนนิ เพกตนิ และซเู บอรนิ

ระบบ ไซเลม็ และ ไซเล็มมีรูปร่างคล้ายท่อยาวส่วน
เนอื้ เยือ่ โฟลเอม็ ปลายค่อนข้างแหลม ส่วนโฟลเอ็ม
ลำเลียง มีรูปร่างคล้ายท่อทรงกระบอก พบ
(Xylem and รขู นาดเล็กอยู่บรเิ วณหัวท้าย
Phloem)

แบบประเมนิ ผงั มโนทศั น์

คำช้แี จง ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ตี รงกับระดับคะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
รวม 32

1 ความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
2 ความถูกต้องของเนอื้ หา
3 ความคิดสรา้ งสรรค์
4 ความตรงต่อเวลา

ลงช่อื ................................................... ผูป้ ระเมนิ
................./................../..................

เกณฑก์ ารประเมนิ ผังมโนทัศน์

ประเดน็ ทปี่ ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32

1. ความ ผังมโนทัศน์สอดคล้อง ผังมโนทศั นส์ อดคล้อง ผังมโนทัศนส์ อดคล้อง ผงั มโนทัศนไ์ ม่

สอดคลอ้ งกบั กับจดุ ประสงค์ทกุ กบั จุดประสงค์เป็นสว่ น กบั จุดประสงค์บาง สอดคลอ้ งกบั

จุดประสงค์ ประเด็น ใหญ่ ประเดน็ จดุ ประสงค์

2. ความถกู ตอ้ ง เน้อื หาสาระของผงั มโน- เนอ้ื หาสาระของผังมโน- เนอื้ หาสาระของผังมโน- เนอื้ หาสาระของผังมโน-

ของเน้ือหา ทศั นถ์ กู ตอ้ งครบถ้วน ทัศนถ์ กู ต้องเป็นสว่ น ทัศนถ์ ูกต้องบาง ทัศนไ์ ม่ถูกต้องเปน็ ส่วน

ใหญ่ ประเด็น ใหญ่

3. ความคดิ ผังมโนทัศน์แสดงถึง ผงั มโนทศั นแ์ สดงถงึ ผงั มโนทัศน์มีความ ผงั มโนทศั นไ์ ม่มคี วาม

สรา้ งสรรค์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ นา่ สนใจ น่าสนใจ

แปลกใหม่ สวยงาม

4. ความตรงตอ่ สง่ ชิน้ งานภายในเวลาท่ี สง่ ชิ้นงานช้ากว่าเวลาท่ี สง่ ชิ้นงานชา้ กวา่ เวลาที่ สง่ ชิน้ งานช้ากวา่ เวลาท่ี

เวลา กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วนั กำหนด 3 วันขึน้ ไป

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14-16 ดมี าก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ า ชวี วทิ ยาเพม่ิ เตมิ รหัสวิชา ว30243

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง โครงสร้างหนา้ ท่ีของพืชดอก ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง เนอ้ื เยื่อพชื เวลา 3 ช่ัวโมง

1. ผลการจัดการเรียนรู้

............................................................................................................................. ...................................

............................................................................................................................. ...................................

............................................................................................... .................................................................

............................................................................................................................. ...................................

2. ปญั หาและอุปสรรค
...................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ ........................................................
............................................................................................................................. ...................................
3. แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................... .............
..................................................................................................................... ...........................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่ือ.....................................................ผสู้ อน
(นางสาวดาริน คาดสนทิ )
………/………../…….....

แผนการจัดการเรียนรู้ รหสั วิชา ว30243
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชีววิทยาเพ่มิ เตมิ
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง โครงสร้างหน้าทข่ี องพืชดอก เวลา 5 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 2 เรือ่ ง โครงสร้างและหนา้ ที่ของราก โรงเรยี นบ้านแพงพิทยาคม
ผสู้ อน นางสาวดาริน คาดสนทิ

ผลการเรียนรู้

สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งภายในของรากพืชใบเดีย่ วและรากพืชใบเลี้ยงคู่จากการตดั
ตามขวาง

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

รากพชื ประกอบดว้ ย เนอ้ื เยื่อเจริญปลายรากและเน้ือเยื่อลำเลยี ง ทำหนาท่ีดูดนำ้ และธาตุอาหาร
ภายในดนิ และทำหน้าที่พเิ ศษ เช่น รากหายใจ รากสะสมอาหาร

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายโครงสร้างภายในของรากพชื ใบเลยี้ งเดย่ี วและรากพชื ใบเลี้ยงคู่จากการตัดตามขวาง (K)
2. เปรียบเทยี บโครงสร้างภายในของรากพชื ใบเลยี้ งเดี่ยวและรากพืชใบเลย้ี งคู่ได้ (P)
3. ใฝร่ ้แู ละรบั ผิดชอบหนา้ ท่ีทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (A)

สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

- ราก คือ ส่วนแกนของพืชที่โดยทั่วไปเจริญอยู่ใต้
ระดับผิวดิน ทำหน้าที่ยึดหรือค้ำจุนให้พืช
เจริญเติบโตอยู่กับท่ีได้และยังมีหน้าที่สำคัญในการ
ดูดน้ำและธาตุอาหารในดินเพื่อส่งไปยังส่วนต่าง ๆ
ของพชื
- โครงสร้างภายในของปลายรากที่ตัดตามยาว
ประกอบด้วยเน้ือเยื่อเจริญ แบ่งเป็นบริเวณต่างๆ
คือ บริเวณหมวกราก บริเวณเซลล์กำลังแบ่งตัว
บริเวณเซลล์ขยายตัวตามยาวและบริเวณที่เซลล์มี
การเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่เฉพาะและ
เจริญเติบโตเตม็ ที่

- โครงสร้างภายในของรากระยะการเติบโตปฐมภูมิ
เมื่อตัดตามขวางจะเห็นโครงสร้างแบ่งเป็น 3 ชั้น
เรียงจากดา้ นนอกเขา้ ไป คือ ชัน้ เอพิเดอร์มสิ ชั้น

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ

คอร์เทกซ์และชั้นสตีล ในชั้นสตีลจะพบมัดท่อ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

ลำเลียงที่มีลักษณะแตกต่างกันในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและ

พืชใบเลีย้ งคู่

- โครงสร้างภายในของรากระยะการเติบโตทุติยภูมิ

ชั้นเอพิเดอร์มิสจะถูกแทนที่ด้วยชั้นเพริเดิร์ม ซึ่งมี

คอร์กเป็นเนื้อเยื่อสำคัญ ชั้นคอร์เทกซ์อาจมีการ

เปลี่ยนแปลงเกิดเซลล์ที่ทำให้มีความแข็งแรงเพิ่มข้ึน

หรือเกิดเซลลท์ สี่ ะสมอาหารเพิ่มขึ้นส่วนลักษณะมัดท่อ

ลำเลียงจะเปลี่ยนไป เนื่องจากมีการสร้างเนื้อเย่ือ

ลำเลยี งเพมิ่ ขน้ึ

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการระบุ
2) ทักษะการเช่ือมโยง
3) ทักษะการรวบรวมข้อมลู
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

กระบวนการจัดการเรียนรู้

แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ชัว่ โมงที่ 1
ขั้นนำ
ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)

1. ครถู ามคำถาม Prior knowledge เพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียนโดยมีแนวคำถามดังน้ี “อวัยวะ
ของพืชทำงานสัมพันธ์กันอยา่ งไร”
(แนวตอบ: อวัยวะของพืชประกอบด้วย ราก (Root) ลำต้น (Stem) ใบ (Leaf) และ ดอก (Flower)
ซง่ึ แตล่ ะอวยั วะตา่ งทำงานสมั พนั ธก์ นั เชอ่ื มโยงกนั เปน็ ระบบ เพอ่ื ใหพ้ ชื ดำรงชวี ติ อยไู่ ดโ้ ดยสว่ นตา่ ง ๆ
ของพืชต่างต้องการน้ำและอาหารเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานใช้กิจกรรมในการดำรงชีวิต โดยราก
เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดูดน้ำและธาตุอาหารที่อยู่ภายในดินลำเลียงไปสู่ใบเพ่ื อเป็นสารตั้งต้นใน
กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงเพือ่ ผลติ อาหารให้กบั พชื แล้วลำเลียงผ่านลำตน้ ไปสู่สว่ นต่าง ๆ ของ
พืช)

2. ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนโดยนำภาพ หรอื แสดงเปน็ PowerPoint Presentation เร่ือง การ
เจรญิ ของรากต้นถ่ัว โดยมีแนวภาพ ดงั นี้

3. หลังจากดูภาพ ครูสุ่มเรียกเลขที่ของนักเรียนประมาณ 3-4 คน เพื่อตอบคำถามคนละ 1 ข้อ โดยมี
แนวคำถาม ดงั น้ี
- การเจรญิ ของรากตน้ ถว่ั มีแนวโน้มเป็นอย่างไร
(แนวตอบ: รากของต้นถว่ั ยาวข้นึ และมขี นาดใหญ่มากข้ึน)
- รากของต้นถั่วประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อประเภทใด จงยกตัวอย่างชนิดของเนื้อเยื่อมาอย่างน้อย 1
ชนิดตัวอยา่ ง
(แนวตอบ: เนื้อเยื่อเจริญ (Meristem) ได้แก่ เนื้อเยื่อเจริญปลายราก (Apical meristem) ทำให้
รากพืชยาวขึ้นและภายในรากมีเนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง (Lateral meristem) หรือวาสคิวลาร์แคม
เบียม (Vascular cambium) ทำให้รากพืชมีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากน้ีรากพืชยังประกอบด้วย

เนื้อเยื่อถาวร (Permanent tissue) ที่เปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อเจริญเพื่อทำหน้าที่เฉพาะ เช่น
เซลล์ขนราก (Root hair cell) ท่อไซเลม็ (Xylem) และโฟลเอม็ (phloem))
- รากทำหนา้ ท่ีอะไรบ้าง นอกจากดดู นำ้ และธาตุอาหาร
(แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรยี น ตัวอย่าง เชน่ สะสมอาหาร หายใจ พยงุ ลำต้น)

ขน้ั สอน

ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล หรือศึกษาเนื้อหาและโครงสร้างภายในของปลายรากที่ตัดตามขวางใน
หนังสอื เรียนชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1
2. ครูถามนกั เรียนวา่ โครงสรา้ งภายในรากทต่ี ดั ตามขวางแบง่ ออกเปน็ กช่ี ั้น ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
(แนวตอบ: 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นนอกสุด หรือเอพิเดอร์มิส (Epidermis) ชั้นถัดเข้ามา หรือชั้นคอร์เทกซ์
(Cortex) และชัน้ ในสุด หรอื ชน้ั สตีล (Stele))
3. ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมหี นา้ ทศี่ ึกษาหัวขอ้ ดังน้ี
- กลุ่มที่ 1 ศกึ ษารายละเอียดภายในชั้นเอพิเดอร์มิส (Epidermis)
- กลุ่มที่ 2 ศึกษารายละเอียดภายในชน้ั คอรเ์ ทกซ์ (Cortex)
- กล่มุ ท่ี 3 ศกึ ษารายละเอียดภายในชน้ั สตลี (Stele)
4. เมอ่ื แต่ละกล่มุ สบื ค้นและศึกษาข้อมูลแลว้ ใหน้ กั เรียนจบั กลมุ่ กลุ่มละ 3 คน โดยสมาชิกภายในกลุ่ม
ต้องมาจากกลุ่มที่ศึกษารายละเอียดภายในชั้นเอพิเดอร์มิส (Epidermis) คอร์เทกซ์ (Cortex) และ
สตลี (Stele) ตามลำดับ

ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
5. ให้สมาชิกภายในกลุ่มอธบิ ายหวั ขอ้ ทตี่ นเองศึกษาจากกลมุ่ เดิมใหส้ มาชิกภายในกลุ่มใหม่ฟังให้เข้าใจ
6. ครแู จกใบงานเรอ่ื ง โครงสร้างภายในของรากพืช แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มศึกษาคำชี้แจง และลงมือทำใบ
งาน
7. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอคำตอบในใบงาน โดยนักเรียนและครูร่วมกันเฉลยและ
อภิปรายคำตอบท่ถี ูกต้อง
8. ใหน้ ักเรียนทุกคนสรุปความรู้ทไ่ี ด้จากการทำใบงานลงในสมุดบันทกึ ของตนเอง

ชั่วโมงที่ 2

ขัน้ สอน

ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูนำภาพหรือแสดงเป็น PowerPoint Presentation เกี่ยวกับประเภทของรากพืช โดยมีแนว
ภาพดังน้ี

ภาพ A ภาพ B

2. หลังจากดูภาพ ครูถามคำถามนักเรียน เพื่อให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ หรือจาก
หนงั สือเรียนชีววิทยา ม.5 เลม่ 1 โดยมีแนวคำถาม ดังน้ี

- จากภาพ รากท้งั สองมีลักษณะแตกตา่ งกนั อย่างไร
(แนวตอบ: ภาพ A รากมขี นาดใหญ่และเรียวเลก็ ลง และภาพ B รากมลี กั ษณะเปน็ ฝอยๆ)

- ภาพซ้ายเป็นรากประเภทใด
(แนวตอบ: รากแกว้ (Tap root) หรือรากปฐมภมู ิ (Primary root))

- ภาพขวาเปน็ รากประเภทใด
(แนวตอบ: รากฝอย (Fibrous root) หรอื รากทุติยภูมิ Secondary root))

- ภาพ A เป็นรากท่มี ีแหลง่ กำเนดิ มาจากอะไร
(แนวตอบ: รากแรกเกดิ หรอื แรดเิ คิล (Radicle))

- ภาพ B เปน็ รากท่มี แี หล่งกำเนดิ มาจากอะไร
(แนวตอบ: เพริไซเคลิ (Pericyicle))

3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ รากพิเศษหรือรากวิสามัญ
(Adventitious root) แล้วทำใบงาน เร่อื ง ประเภทของราก

4. ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ สง่ ตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอใบงานหน้าชนั้ เรยี น

5. นักเรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายความรูจ้ ากการทำใบงานรว่ มกัน

ชว่ั โมงที่ 3

ข้ันสอน

ข้ันที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อทำกิจกรรม การเจริญของรากพืช ในหนังสือเรียนชีววิทยา
ม.5 เล่ม 1 โดยมีจุดประสงค์เพื่ออธิบายเปรียบเทียบการงอกและการเจริญเติบโตของรากพืชใบ
เล้ียงเดย่ี วและรากพชื ใบเลยี้ งค่ไู ด้
2. ครใู ชร้ ปู แบบการเรยี นรแู้ บบร่วมมือ : เทคนคิ คคู ดิ สส่ี หาย มาจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยกำหนดให้
สมาชิกแต่ละคนภายในกลมุ่ มีบทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง ดังนี้
- สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหนา้ ทเี่ ตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการทำกิจกรรม การเจริญของรากพชื
- สมาชกิ คนที่ 2 : ทำหน้าทอ่ี า่ นวิธกี ารทำกิจกรรม และนำมาอธิบายให้สมาชกิ ภายในกลุ่มฟงั
- สมาชิกคนที่ 3 : ทำหนา้ ที่บนั ทึกผลการทดลอง
- สมาชิกคนที่ 4 : ทำหน้าท่นี ำเสนอผลการทดลอง

ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. หลังจากการทำกิจกรรม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น

อินเทอร์เน็ต เพื่อจัดทำรายงาน เรื่อง การเจริญของรากพืช โดยต้องมีองค์ประกอบของรายงาน
ครบถ้วน ได้แก่ 1) ปกนอก 2) ปกใน 3) คำนำ 4) สารบัญ 5) สารบัญตาราง 6) สารบัญรูปภาพ
7) บทนำ 8) เนื้อหา 9) สรุป 10) บรรณานุกรม และ 11) ภาคผนวก และนำเสนอ เนื้อหาที่
เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมซึ่งตรงกับจุดประสงค์ของกิจกรรม ผลกิจกรรมในรูปแบบตาราง โดย
มีรูปแบบการนำเสนอท่นี ่าสนใจ
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากกิจกรรม เรื่อง การเจริญของรากพืช โดยใช้แนวคำถาม
ดงั น้ี
- สว่ นใดของเมล็ดท่งี อกออกมาก่อน และงอกมาจากตำแหนง่ ใดของเมล็ด
(แนวตอบ: รากเปน็ ส่วนท่งี อกออกมาจากเมลด็ (Seed) เปน็ ลำดับแรก)
- ตำแหน่งท่ีมีการงอกออกมาของเมลด็ ถัว่ เขียวและเมล็ดข้าวโพดเหมือนหรอื แตกต่างกันอย่างไร
(แนวตอบ: ไมแ่ ตกตา่ งกนั คือ งอกออกมาทางรูขนาดเล็กท่ีอยใู่ ตร้ อยแผล เรียกวา่ รูไมโคร
ไพล์ (Micropyle))
- การงอกของรากถัว่ เขียวและข้าวโพดเหมอื นหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร

(แนวตอบ: แตกต่างกัน เมื่อต้นถั่วเขียวและข้าวโพดเจริญ รากของต้นถั่วเขียวจะเจริญเป็นราก
แก้ว (Tap root) ส่วนรากข้าวโพดจะเจริญมาจากโคนต้นเป็นรากพิเศษ (Adventitious root)
หรือ รากฝอย (Fibrous root) ไม่แตกตา่ งกนั )

ชว่ั โมงที่ 4

ขน้ั สอน

ข้ันที่ 2 สำรวจคน้ หา
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน เพื่อทำกิจกรรม โครงสร้างภายในของปลายรากพืช ตอนท่ี
1 ในหนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 โดยมีจุดประสงค์ดังนี้ 1) อธิบายเปรียบเทียบการงอกและ
การเจรญิ เตบิ โตของรากพชื ใบเล้ยี งเดี่ยวและรากพืชใบเลยี้ งคไู่ ด้ โดยสมาชกิ ในกลุ่มมีบทบาทและ
หนา้ ทีข่ องตนเอง ดังน้ี
- สมาชกิ คนท่ี 1 เตรยี มวัสดุอุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นการทำกิจกรรม โครงสรา้ งภายในของปลายรากพชื
- สมาชกิ คนที่ 2 และ 3 ทำการทดลอง
- สมาชิกคนที่ 4 บันทกึ ผลการทำกิจกรรม
- สมาชกิ คนที่ 5 หรอื 6 นำเสนอผลทไ่ี ด้จากกิจกรรม
(หมายเหตุ: ให้นักเรียนระมัดระวงั การใชก้ รดไฮโดรคลอริก)
2. นำผลจากการทำกิจกรรมมาสืบค้นข้อมูล หรือศึกษาจากหนังสือเรียนเกี่ยวกับโครงสร้างภายใน
รากท่ตี ัดตามยาว โดยแต่ละบรเิ วณเรยี กวา่ อะไร แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มูลลงในสมดุ บนั ทกึ

ขัน้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
3. หลังจากการทำกิจกรรม นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากกจิ กรรม ตอนที่ 1 โดยใช้คำถาม
ในการอภิปรายดงั นี้
- จากภาพพจิ ารณาภาพที่กำหนดให้ จงระบุช่ือบริเวณ A B C และ D

A

B

C

D

(แนวตอบ: A คือ บริเวณเปลี่ยนสภาพและเจริญเต็มที่ของเซลล์ (Region of cell -
Differentiation and maturation) B คือ บริเวณยืดตามยาวของเซลล์ (Region of cell
Elonglstin) C คือ บริเวณแบ่งเซลล์ (Region of cell division) และ D คือ บริเวณหมวกราก
(Root cap))

ช่ัวโมงที่ 5

ข้นั สอน

ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเดิม เพื่อทำกิจกรรม โครงสร้างภายในของปลายรากพืช ตอนที่ 2 ในหนังสือ

เรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 โดยมีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาโครงสร้างภายในของปลายรากพืชด้วย
กล้องจุลทรรศน์ได้ 2) เปรียบเทียบความแตกต่างของโครงสร้างภายในของปลายรากพืชใบเลี้ยง
เดยี่ วพืชใบเลยี้ งคู่ โดยสมาชิกในกลมุ่ มบี ทบาทและหนา้ ที่ของตนเอง ดงั นี้
- สมาชิกคนที่ 1 เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรม โครงสร้างภายในของปลายรากพืช
ตอนท่ี 2
- สมาชกิ คนที่ 2 และ 3 ทำการทดลอง
- สมาชิกคนท่ี 4 บันทึกผลการทำกิจกรรม
- สมาชิกคนที่ 5 และ 6 นำเสนอผลทีไ่ ด้จากกิจกรรม

ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
2. หลงั จากการทำกจิ กรรม นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายผลจากกจิ กรรม ตอนท่ี 2
3. ครูถามคำถามทา้ ยกิจกรรม โดยใช้แนวคำถามตอ่ ไปนี้

- โครงสร้างภายในของรากจากการตัดตามยาวในพืชใบเลียงคู่และใบเลี้ยงเดี่ยวเหมือนกัน หรือ
แตกต่างอย่างไร
(แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยมีแนวตอบคำถามท้ายกิจกรรม ดังนี้ เหมือนกันซึ่ง
ประกอบด้วย 4 บริเวณ ได้แก่ บริเวณเปล่ียนสภาพและเจริญเต็มที่ของเซลล์ (Region of Cell
differentiation and maturation) บริเวณยืดตามยาวของเซลล์ (Region of cell Elonglstin)
บรเิ วณแบง่ เซลล์ (Region of cell division และบรเิ วณหมวกราก (Root cap))
- การเจริญเติบโตปฐมภูมิ (Primary growth of root) และการเจริญเติบโตทุติยภูมิ (Secondary
Growth of root) ของรากแตกต่างกันอยา่ งไร และสามารถพบได้ทงั ในรากพชื เล้ยี งคู่และรากพืชใบ
เลย้ี งเดย่ี วหรือไม่

(แนวตอบ: รากต้นทานตะวันและรากต้นข้าวต่างประกอบด้วย 3 ชั้น คือ ชั้นเอพิเดอร์มิส
(Epidermis) คอร์เทกซ์ (Coetex) และ สตีล (Stele) แต่ต้นทานตะวันจะมีจำนวนแฉกของท่อ
ลำเลยี งไซเลม็ (Xylem) ท่อี ยใู่ นชัน้ สตีลนอ้ ยกว่าตน้ ขา้ ว และมกี ารจดั เรยี งท่อลำเลียงท่ีเป็นระเบียบ
มากกว่า)

ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
4. ครมู อบหมายการบา้ นใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝกึ หัดชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1
5. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนสรา้ งแบบจำลองโครงสร้างภายในรากพชื ใบเลี้ยงเดย่ี วและพืชใบเลยี้ งคู่ โดย
ให้นักเรียนจับกลุ่มอิสระ 4-5 คน ร่วมกันออกแบบใช้วัสดุที่มีความเหมาะสมในการทำแบบจำลอง
เชน่ ตะเกยี บ หลอด หนงั ยาง และนำเสนอในรปู แบบทสี่ วยงาม

ขน้ั สรุป

ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจใบงานเรือ่ ง โครงสร้างภายในของราก
2. ครตู รวจใบงานเร่ือง ประเภทของราก
3. ครูตรวจแบบฝกึ หัดชีววิทยา ม.5 เล่ม 1
4. ครูประเมินผลการทำกจิ กรรม
5. ครปู ระเมนิ รายงาน เรื่อง การเจริญของรากพชื
6. ครปู ระเมนิ แบบจำลองโครงสร้างภายในทีต่ ัดแนวตามขวางของรากพืชใบเล้ียงเดยี่ วและพืชใบเลี้ยงคู่
7. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานของนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
8. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน

รายการวดั - สังเกตจากการตอบ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ ระหวา่ ง
การจัดกจิ กรรม ค ำ ถ า ม แ ล ะ แ ส ด ง รายบุคคล - ระดับคณุ ภาพ 2
การเรยี นรู้ ผ่านเกณฑ์
1) กจิ กรรมนำสูก่ าร ความคิดเหน็
- ระดบั คณุ ภาพ 2
เรียน - ตรวจใบงาน เร่อื ง - ใบงานเรอ่ื ง ผา่ นเกณฑ์
- การตอบคำถาม - ระดับคุณภาพ 2
2) โครงสร้างและ โครงสร้างภายใน โครงสร้างภายใน ผ่านเกณฑ์
หนา้ ที่ของราก - ระดับคุณภาพ 2
- กิจกรรมการเจรญิ ของราก ของราก ผ่านเกณฑ์
ของรากพืช - ระดบั คุณภาพ 2
- กิจกรรม - ตรวจใบงานเรอื่ ง - ใบงานเรอ่ื ง ผา่ นเกณฑ์
โครงสร้างภายในของ
ปลายรากพืช ประเภทของราก ประเภทของราก
- กิจกรรม
โครงสร้างภายในของ - ตรวจรายงาน เรือ่ ง - แบบประเมิน
ปลายรากพืช ตอนท่ี 2
การเจริญของรากพืช รายงาน
3) การนำเสนอผล
การทำกิจกรรม - ต ร ว จ แ บ บ จ ำ ล อ ง - แบบประเมิน

4) พฤติกรรมการ โครงสร้างภายในราก แบบจำลอง
ทำงานรายบุคคล
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและ - แบบฝกึ หดั
5) พฤตกิ รรมการ
ทำงานกลมุ่ พชื ใบเล้ียงคู่ ชวี วทิ ยา

6) คณุ ลกั ษณะ - ต ร ว จ แ บ บ ฝ ึ ก หั ด ม.5 เลม่ 1
อนั พงึ ประสงค์
ชีววิทยา ม.5 เลม่ 1

- ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ การ

ผลทำกิจกรรม นำเสนอผลทำ

กจิ กรรม

- สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม

การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล

- สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม

การทำงานรายบุคคล การทำงานกล่มุ

- สงั เกตความมวี นิ ยั - แบบประเมนิ

ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น คณุ ลกั ษณะ

ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียนชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 โครงสร้างและหน้าที่ของดอก
2) แบบฝกึ หัดชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 โครงสร้างและหน้าท่ีของดอก
3) ใบงานเรื่อง โครงสร้างภายในของรากพชื
4) ใบงานเรื่อง ประเภทของราก
5) PowerPoint Presention เร่อื ง การเจรญิ ของรากต้นถ่ัว
6) วัสดอุ ุปกรณ์ท่ใี ช้ในการทำกจิ กรรม การเจริญของรากพืช
7) วสั ดุอปุ กรณ์ทใี่ ชใ้ นการทำกจิ กรรม โครงสร้างภายในของปลายรากพชื
8) วสั ดอุ ุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการทำกิจกรรม โครงสร้างภายในของปลายรากพชื ตอนที่ 2

แหลง่ การเรยี นรู้
1) อินเทอรเ์ น็ต

ใบงานท่ี
เร่ือง โครงสรา้ งภายในของราก

คำชี้แจง : พิจารณาตวั อกั ษรจากภาพที่กำหนดให้ และเตมิ คำตอบลงในตารางให้ถกู ต้อง

dj

e k

a

f nm l
g

o

b pq
r

h s
c

i

t

ข้อ ชอ่ื ส่วนประกอบ ข้อ ชื่อส่วนประกอบ

a. k.

b. l.

c. m.

d. n.

e. o.

f. p.

g. q.

h. r.

i. s.

j. t.

เฉลย

ใบงาน
เร่อื ง โครงสร้างภายในของราก

คำช้แี จง : พจิ ารณาตวั อักษรจากภาพท่ีกำหนดให้ และเติมคำตอบลงในตารางให้ถูกต้อง

d
j

e k

a

f nm l
g

o

b pq
r

hs
c

i

t

ขอ้ ชอ่ื ส่วนประกอบ ขอ้ ช่อื ส่วนประกอบ

a. บริเวณเปลี่ยนแปลงสภาพและเจรญิ เต็มท่ี k. สตลี (Stele)

(Region of cell differentiation and maturation)

b. บรเิ วณยืดตามยาวของเซลล์ (Region of cell elongation) l. โฟลเอม็ (Phloem)

c. บริเวณการแบ่งเซลล์ (Region of cell division) m. เอนโดเดอรม์ สิ (Endodermis)

d. หมวกราก (Root cap) n. เพรไิ ซเคิล (Pericycle)

e. เอนโดเดอรม์ ิส (Endodermis) o. เพรไิ ซเคลิ (Pericycle)

f. คอรเ์ ทกซ์ (Cortex) p. เอนโดเดอรม์ สิ (Endodermis)

g. ขนราก (Root hair zone) q. โฟลเอม็ (Phloem)

h. เน้ือเยอ่ื เจริญปลายราก (Apical meristem) r. ไซเล็ม (Xylem)

i. หมวกราก (Root cap) s. พธิ (Pith)

j. คอรเ์ ทกซ์ (Cortex) t. คอรเ์ ทกซ์ (Cortex)

ใบงาน ประโยชน์
เรื่อง ประเภทของราก

คำชีแ้ จง : จงระบปุ ระเภทและคุณสมบัติของรากพิเศษท่ีกำหนดให้

ภาพ ประเภท ลกั ษณะเด่น

ใบงาน เฉลย
ประโยชน์
เรือ่ ง ประเภทของราก

คำชีแ้ จง : จงระบปุ ระเภทและคณุ สมบัติของรากพิเศษที่กำหนดให้

ภาพ ประเภท ลกั ษณะเดน่

รากสมสะอาหาร มีลักษณะอวบอ้วน มักเรียกว่า ทำหน้าที่เกบ็
(Storage root) หัว เช่น แคร์รอต มันเทศ มันสำ สะสมอาหาร
ประหลัง

รากอากาศ เป็นรากที่แตกออกมาบริเวณข้อ ทำหน้าทีด่ ูด
(Aerial root) ของลำต้น แล้วห้อยลงมาใน ความชื้นใน
อากาศ ไม่เจริญลงดิน เช่น ราก
กลว้ ยไม้ อากาศ

รากค้ำจนุ เป็นรากที่แตกออกมาบริเวณข้อ ทำหน้าทีพ่ ยุงลำ
(Prop root) ของลำต้นที่อยู่ใต้ดิน และเหนือ ตน้ ไมใ่ หล้ ม้
ดินข้นึ มาเลก็ นอ้ ย เชน่ ต้น โกงกาง

รากหายใจ เป็นรากที่ปลายโผล่ขึ้นมาเหนือ ทำหนา้ ทหี่ ายใจ
(Aerating root) พื้นดินหรือเหนือผิวน้ำ เพื่อ และช่วยดกั
หายใจพบในพืชบางชนิดบริเวณ ตะกอนรวมทง้ั
ปา่ ชายเลน เชน่ รากตน้ แสม ลำพู อินทรียวัตถตุ ่าง
ๆ ตามพืน้ ท่ี
ชายฝ่งั

เป็นรากที่แตกออกมาจากบริเวณ ทำหน้าทพ่ี ยุงลำ

รากเกาะ ข้อของลำต้น แล้วมาเกาะตาม ต้นใหม้ ัน่ คงและ

(Climbing root) หลักหรือเสา เช่น รากของพลู ชูลำตน้

พรกิ ไทย พลู ข้ึนที่สูง

แบบประเมินแบบจำลอง

คำชแี้ จง ให้ผสู้ อนประเมนิ แบบจำลอง แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321
1 การออกแบบ
2 การเลือกใชว้ ัสดุ รวม
3 ความสมบรู ณ์
4 ความตรงต่อเวลา

ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมนิ
................./................../..................

เกณฑก์ ารประเมินแบบจำลอง

ประเด็นทปี่ ระเมนิ ระดบั คะแนน
1. การออกแบบ
4 32 1

ออกแบบจำลองก่อนลง ออกแบบแบบจำลองกอ่ น ออกแบบแบบจำลองก่อน สรา้ งแบบจำลองได้
มอื ปฏบิ ตั ิ วางแผนและ สอดคล้องกบั จุดประสงค์
ดำเนินการสรา้ ง ลงมอื ปฏิบัติ วางแผนและ ลงมือปฏบิ ัติ วางแผนและ บางสว่ น โดยไม่ได้
แบบจำลองได้สอดคล้อง ออกแบบและวางแผน
กบั จดุ ประสงค์ ดำเนินการสรา้ ง ดำเนินการสร้าง ดำเนินการ

แบบจำลองได้สอดคล้อง แบบจำลองได้สอดคลอ้ ง

กับจุดประสงคเ์ ป็นส่วน กับจดุ ประสงค์บางส่วน

ใหญ่

2. การเลอื กใช้วัสดุ เลือกใชว้ สั ดุได้เหมาะสม เลือกใช้วสั ดุได้เหมาะสม เลือกใชว้ สั ดุไดเ้ หมาะสม เลือกใช้วัสดุไม่เหมาะสม
และใชง้ บประมาณอย่าง แตใ่ ชง้ บประมาณสูง พอสมควร และใช้ และใชง้ บประมาณสงู มาก
ประหยัด งบประมาณสงู

3. ความสมบรู ณ์ แบบจำลองมีความ แบบจำลองมีความ แบบจำลองมีความ แบบจำลองไมแ่ ข็งแรง
แขง็ แรง ทนทาน สวยงาม แขง็ แรง ทนทาน และใช้ แขง็ แรง ทนทาน แต่ไม่ และไม่สามารถใชง้ านได้
4. ความตรงต่อ และใช้งานไดจ้ รงิ งานไดจ้ ริง สามารถใช้งานไดจ้ รงิ จริง
เวลา
ส่งแบบจำลองภายใน สง่ แบบจำลองช้ากว่าเวลา สง่ แบบจำลองชา้ กว่าเวลา สง่ แบบจำลองช้ากว่าเวลา
เวลาท่กี ำหนด ท่ีกำหนด 1 วัน ท่ีกำหนด 2 วัน ที่กำหนด 3 วันขึ้นไป

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-16 ดมี าก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมินรายงาน

คำชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อนประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
รวม 32

1 ความถูกต้องของเน้อื หา
2 ความสมบูรณ์ของรูปเล่ม
3 ความตรงต่อเวลา

ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมิน
................./................../..................

เกณฑก์ ารประเมนิ รายงาน

ประเดน็ ทีป่ ระเมิน ระดบั คะแนน
1. ความถกู ต้อง
432 1
ของเนือ้ หา
เน้ือหาสาระของ เนื้อหาสาระของ เน้อื หาสาระของ เน้ือหาสาระของ
2. ความสมบูรณ์ รายงานไม่ถกู ตอ้ งเปน็
ของรูปเลม่ รายงานถูกต้องครบถ้วน รายงานถูกต้องเป็นสว่ น รายงานถูกต้องบาง ส่วนใหญ่
องคป์ ระกอบไม่
3. ความตรงต่อ ใหญ่ ประเดน็ ครบถ้วน ไมเ่ ปน็
เวลา ระเบยี บ และรูปเล่มไม่
มอี งค์ประกอบครบถว้ น มอี งคป์ ระกอบครบถ้วน มีองคป์ ระกอบครบถ้วน สวยงาม
ส่งชิ้นงานช้ากว่าเวลาท่ี
สมบูรณ์ มคี วามเปน็ สมบรู ณ์ มีความเปน็ สมบรู ณ์ แต่ยงั ไม่เปน็ กำหนด 3 วันข้ึนไป

ระเบียบ และรูปเล่ม ระเบียบ แตร่ ปู เลม่ ไม่ ระเบยี บ และรปู เลม่ ไม่

สวยงาม สวยงาม สวยงาม

ส่งชิ้นงานภายในเวลาที่ สง่ ช้ินงานชา้ กว่าเวลาที่ สง่ ชิ้นงานชา้ กว่าเวลาที่

กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

11-12 ดีมาก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ต่ำกว่า 6 ปรบั ปรุง

แบบประเมินการปฏบิ ัติการ

คำชีแ้ จง : ให้ผ้สู อนประเมนิ การปฏบิ ตั ิการของนักเรยี นตามรายการท่ีกำหนดแลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321
1 การปฏบิ ัติการทดลอง
2 ความคล่องแคลว่ ขณะปฏบิ ัตกิ าร รวม
3 การนำเสนอ

ลงชอ่ื ................................................... ผปู้ ระเมิน
................./................../..................

เกณฑ์การประเมินการปฏบิ ตั ิการ

ประเดน็ ทป่ี ระเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32

1. การปฏิบัติการ ท ำ ต า ม ท ด ล อ ง ต า ม ท ำ ต า ม ท ด ล อ ง ต า ม ต้องให้ความชว่ ยเหลือบ้าง ต้องให้ความช่วยเหลือ

ทดลอง ขั้นตอนและใช้อุปกรณ์ ขั้นตอนและใช้อุปกรณ์ได้ ในการทำการทดลอง และ อย่างมากในการทำการ

ได้อย่างถูกตอ้ ง อย่างถูกต้อง แต่อาจต้อง การใชอ้ ุปกรณ์ ทด ล อง แ ล ะ กา ร ใช้

ได้รบั คำแนะนำบา้ ง อปุ กรณ์

2. ความคลอ่ งแคลว่ มีความคล่องแคล่วใน มีความคล่องแคล่วในการ ขาดความคล่องแคล่ว ทำการทดลองเสร็จไม่

ขณะปฏิบัตกิ าร การทำการทดลองโดยไม่ ทำการทดลองแต่ต้อง ในขณะการทำการทดลอง ทันเวลา และทำอุปกรณ์

ต้องได้รับคำชี้แนะ และ ได้รับคำแนะนำบ้าง และ จึงทำการทดลองเสร็จไม่ เสียหาย

ท ำ ก า ร ท ด ล อ ง เ ส ร็ จ ท ำ ก า ร ท ด ล อ ง เ ส ร็ จ ทันเวลา

ทนั เวลา ทันเวลา

3. การบันทึก สรปุ บันทึกและสรปุ ผลการ บันทึกและสรุปผลการ ต้องให้คำแนะนำในการ ต้องให้ความช่วยเหลือ

และการนำเสนอ ทดลองได้ถกู ตอ้ ง รดั กุม ทดลองได้ถูกต้อง แต่การ บันทึก สรุป และนำเสนอ อย่างมากในการบันทึก

ผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลองยัง ผลการทดลอง สรุป และนำเสนอผล

เป็นขน้ั ตอนชัดเจน ไมเ่ ป็นข้ันตอน การทดลอง

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

11-12 ดีมาก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ตำ่ กว่า 6 ปรบั ปรงุ

บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชวี วิทยาเพ่มิ เติม รหัสวิชา ว30243

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง โครงสร้างหนา้ ทขี่ องพืชดอก ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง โครงสรา้ งและหน้าท่ขี องราก เวลา 5 ชั่วโมง

1. ผลการจดั การเรยี นรู้

............................................................................................................................. ...................................

............................................................................................................................. ...................................

............................................................................................... .................................................................

............................................................................................................................. ...................................

2. ปัญหาและอุปสรรค
...................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ ........................................................
............................................................................................................................. ...................................
3. แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................... .............
..................................................................................................................... ...........................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชื่อ.....................................................ผูส้ อน
(นางสาวดารนิ คาดสนทิ )
………/………../…….....

แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา ว30243
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชวี วทิ ยาเพ่มิ เตมิ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรื่อง โครงสรา้ งหนา้ ทขี่ องพชื ดอก เวลา 5 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3 เร่ือง โครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องลำตน้ โรงเรียนบา้ นแพงพิทยาคม
ผูส้ อน นางสาวดารนิ คาดสนทิ

1. ผลการเรยี นรู้

สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของรากพืชใบเดี่ยวและรากพืชใบเลี้ยงคู่จากการ

ตดั ตามขวาง

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายโครงสรา้ งภายในของรากพืชใบเลีย้ งเดี่ยวและรากพชื ใบเล้ียงค่จู ากการตัดตามขวาง (K)
2. เปรยี บเทยี บโครงสรา้ งภายในของรากพืชใบเลย้ี งเดี่ยวและรากพชื ใบเลยี้ งคู่ได้ (P)
3. ตระหนักถงึ คุณคา่ ของการใช้จากลำต้นของพืช (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

- ลำต้น คือ ส่วนแกนของพืชที่โดยทั่วไปเจริญอยู่
เหนือระดับผิวดนิ ถัดขึ้นมาจากราก ทำหน้าที่สร้าง
ใบและชูใบ ลำเลียงน้ำ ธาตุอาหาร และอาหารท่ี
พืชสร้างขึ้นส่งไปยังส่วนตา่ ง ๆ

- โครงสร้างภายในของลำต้นระยะการเติบโตปฐมภูมิ
เมื่อตัดตามขวางจะเห็นโครงสร้างแบ่งเป็น 3 ชั้น
เรียงจากด้านนอกเข้าไป คือ ชั้นเอพิเดอร์มิส ชั้น
คอร์เทกซ์ และชั้นสตีล ซึ่งชั้นสตีลจะพบมัดท่อ
ลำเลียงที่มีลักษณะแตกต่างกันในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
และพชื ใบเลี้ยงคู่

- ลำต้นในระยะการเติบโตทุติยภูมิ จะมีเส้นรอบวง
เพ่ิมข้นึ และมโี ครงสร้างแตกตา่ งจากเดมิ เนอ่ื งจาก
มีการสร้างเนื้อเยื่อเพริเดิร์ม และเนื้อเยื่อท่อ
ลำเลียงทตุ ิยภมู เิ พิ่มข้ึน

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

ลำต้นพืชประกอบด้วย เนื้อเยื่อด้านข้าง ทำให้ลำต้นขยายขนาดใหญข่ ึ้น และภายในลำต้นมีเนื้อเยื่อ
ลำเลยี งทำหนา้ ที่ลำเลยี งน้ำและอาหาร นอกจากนี้ พืชบางชนิดมลี ำตน้ ใตด้ นิ ทำหนา้ ทส่ี ะสมอาหาร

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี นิ ยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
1) ทักษะการระบุ
2) ทกั ษะการสงั เกต
3) ทกั ษะการทดลอง
4) ทักษะการเปรยี บเทยี บ
5) ทกั ษะการจำแนกประเภท
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ชั่วโมงท่ี 1

ขนั้ นำ

ขั้นท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยนำต้นพืชขนาดเล็ก เช่น ต้อยติ่ง ต้นถั่วที่เพาะไว้ มาให้
นกั เรียนสังเกต เพอื่ ศกึ ษาลักษณะของลำต้นแตล่ ะชนิด
2. ครตู ัง้ คำถามกระตุ้นความคิดนกั เรยี น โดยมแี นวคำถามดังนี้
- นักเรียนรไู้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ บรเิ วณใดเป็นลำตน้
(แนวตอบ: ลำต้นมักมสี ีเขียว หรอื สอี ืน่ รว่ ม มีเจรญิ ออกด้านข้างของลำต้นตรงตำแหน่งข้อที่เห็นได้
ชัดเจน โดยเฉพาะพืชใบเลยี้ งเดี่ยว เช่น ตน้ ข้าว ไผ่ จะเหน็ ข้อและปลอ้ งชัดเจนกว่าพชื ใบเลยี้ งคู่)
- นกั เรยี นคดิ ว่าหากเราตัดลำต้นพืชตามขวาง เราจะสงั เกตเหน็ อะไรบา้ ง
(แนวตอบ: โครงสร้างภายในของลำต้นที่แตกตา่ งกันไปตามชนิดของพชื เช่น พืชใบเล้ียงเด่ยี ว และ
พืชใบเลี้ยงคู่ จะพบว่าลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว กลุ่มท่อลำเลียงกระจายทั่วไปในเนื้อเยื่อพื้น
(Ground tissue) แต่ในพชื ใบเลยี้ งคู่ กลุม่ ท่อลำเลยี งเรียงเป็นระเบียบในแนวรัศมี

ข้ันสอน

ข้ันท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล และศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ภายในของลำต้นพืชใบเล้ียงเดี่ยวและพืชใบ
เล้ยี งคู่ จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หรือหนังสอื เรยี นชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ตามความสมัครใจ ร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับบริเวณปลายสดุ
ของลำตน้ จาก PowerPoint Presentation เร่อื ง บรเิ วณปลายสุดของลำต้น โดยมีแนวภาพดังนี้

ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2

3. ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หรือหนังสือเรียนชีววิทยา
ม.5 เล่ม 1 และระบุส่วนประกอบในภาพ เช่น เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายยอด (Shoot apical
meristem) ว่าอยู่บริเวณใดของลำต้น จากนั้นครูสุ่มตัวแทนกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ออกมานำเสนอ
ข้อมลู ของกลมุ่ ตนเองทรี่ วบรวมไดห้ น้าชั้นเรียน

4. นกั เรียนและครรู ่วมกันอภปิ รายผลจากการสืบค้นและร่วมกนั ระบอุ งค์ประกอบภายในภาพ
5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการจับสลากหมายเลข 1-4 เพื่อแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม

จากนั้นครูนำกล้องจุลทรรศน์ สไลด์ตัวอย่างของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่มาให้
นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษา
6. ครูมอบหมายให้แต่ละกลุ่มวาดภาพโครงสร้างภายในของลำต้นเมื่อตัดตามขวางที่ศึกษาจากกล้อง
จุลทรรศน์ลงในกระดาษ A4 พร้อมนำเสนอระบุส่วนประกอบกอบต่าง ๆ พร้อมนำเสนอในรูปแบบท่ี
สวยงาม

ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
7. ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ ส่งตวั แทนกลุ่มออกมานำเสนอชิ้นงานหนา้ ชน้ั เรยี น
8. ครูอธิบายความรดู้ ้วยวิธกี ารตง้ั คำถามใหน้ ักเรยี นวเิ คราะห์และอธิบายคำตอบ โดยมแี นวคำถาม ดังน้ี
- การจัดเรียงตัวของกลุ่มมัดท่อลำเลียง (Vascular bundle) ภายในลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบ
เลย้ี งคแู่ ตกตา่ งกนั หรอื ไมอ่ ย่างไร

(แนวตอบ: แตกต่างกัน กลุ่มมัดท่อลำเลียงในลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะกระจายทั่วเนื้อเยื่อ แต่จะ
เรียงตัวเปน็ ระเบียบในลำต้นพืชใบเลยี้ งคู่)
- วาสคิวลาร์ แคมเบยี ม (Vascular cambium) ทำหน้าทีอ่ ะไร และเนือ้ เยื่อชนดิ น้ีพบไดใ้ นพชื ชนดิ ใด
(แนวตอบ: ทำหนา้ ที่แบ่งเซลล์ ทำให้เกิดเนือ้ เยอ่ื ทอ่ ลำเลียง สว่ นมากพบในพืชใบเลี้ยงคู่)
- ช่องพธิ (Pith cavity) พบได้ในพชื ชนดิ ใด
(แนวตอบ: พบในพชื ใบเลี้ยงเด่ียว สว่ นพธิ (Pith) ในลำต้นพืชใบเลีย้ งคูจ่ ะถูกแทนท่ีดว้ ยไซเลม็ )
9. ครูนำภาพโครงสร้างภายในของลำต้นเม่ือตัดตามขวางมาให้นกั เรียนร่วมกนั ตอบคำถามจากภาพโดย
มีแนว คำถามดงั นี้

ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2

- ภาพท่ี 1 เป็นภาพของเนือ้ เย่ือท่ีอยภู่ ายในลำต้นชนดิ ใด
(แนวตอบ : ลำตน้ พชื ใบเลี้ยงเดี่ยว)
- ภาพท่ี 2 เปน็ ภาพของเนอ้ื เยอื่ ท่ีอยูภ่ ายในลำต้นชนิดใด
(แนวตอบ : ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่)

ชั่วโมงท่ี 2

ขน้ั สอน

ขนั้ ที 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล และศึกษาเนื้อหาจากแหล่งการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต หนังสือ
เรียนชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1 โดยครกู ำหนดหวั ข้อเรื่องดังนี้
- ลำตน้ ขยายขนาดเปน็ วงกวา้ งได้อยา่ งไร
2. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5-6 คน สบื คน้ ขอ้ มูลว่า “ทำไมเนอ้ื ไม้จงึ มีสเี ข้มและอ่อนแตกต่างกัน”

ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
3. ครูนำเกม หรือใช้ความบันเทิงช่วยกระต้นุ ใหน้ ักเรียนมสี ่วนรว่ ม เพื่อเลอื กตวั แทนนกั เรียน 3-4 คน
ออกมานำเสนอชิ้นงาน เรื่อง ลำต้นขยายขนาดได้อย่างไร แล้วให้นักเรียนทุกคนร่วมกันอภิปราย
ขอ้ มลู ท่ตี วั แทนนกั เรียนนำเสนอ
4. ให้ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลว่า “ทำไมเนื้อไม้จึงมีสีเข้มและอ่อนแตกต่างกัน” จากนั้นครู
พิจารณาข้อมูลท่ตี วั แทนนักเรียนนำเสนอ
(แนวคำตอบ: เน้อื ไม้ ประกอบด้วย แก่นไม้ และกระพ้ีไม้ ซง่ึ แก่นไม้ เปน็ บริเวณที่มีไซเล็มท่ีมีอายุ
มาก ไม่สามารถลำเลียงน้ำได้เนื่องจากมีการสะสมของสารอินทรีย์จึงทำให้บริเวณนี้มีสีเข้มส่วน
กระพี้ไม้เป็นบริเวณที่มีไซเล็ม (Xylem) ที่มีอายุน้อย สามารถลำเลียงน้ำและธาตุอาหารได้
เนอ่ื งจากยงั ไมม่ ีสารอินทรียม์ าสะสมจงึ ทำใหบ้ รเิ วณน้ีมีสีอ่อน)

ชวั่ โมงท่ี 3-4

ขัน้ สอน

ข้นั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ให้นักเรียนศึกษากิจกรรม โครงสร้างภายในของลำต้น โดยจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาโครงสร้าง
ของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลียงคู่ด้วยกล้องจุลทรรศน์ได้ 2) อธิบายและเปรียบเทียบ
โครงสร้างภายในของลำต้นแตล่ ะชนิดในหนังสอื เรยี นชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1
2. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน โดยสมาชกิ ในกลมุ่ มบี ทบาทและหนา้ ท่ีของตนเอง ดังน้ี
- สมาชกิ คนที่ 1 เตรยี มวัสดุอปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นการทำกจิ กรรมโครงสร้างภายในของลำต้น
- สมาชิกคนท่ี 2 และ 3 ทำการทดลอง
- สมาชกิ คนท่ี 4 บนั ทึกผลการทำกิจกรรม
- สมาชกิ คนท่ี 5 นำเสนอผลทีไ่ ดจ้ ากกิจกรรม

ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครสู ่มุ ตวั แทนกลุ่มออกมานำเสนอผลจากการทำกจิ กรรมโครงสรา้ งภายในของลำต้น
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการทำกิจกรรมโครงสร้างภายในของลำต้น และถาม
คำถามทา้ ยกิจกรรม โดยมีแนวคำถามดงั นี้
- เน้อื เย่ือของลำต้นพชื ใบเลยี้ งเด่ยี วและพืชใบเลี้ยงคู่มีโครงสรา้ งเหมือนหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ : เนื้อเยื่อชั้นต่าง ๆ ของลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่และลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวประกอบไปด้วยชั้น
เนื้อเยื่อที่คลา้ ยกัน คือ เอพิเดอร์มิส (Epidermis) มัดท่อลำเลียง (Vascular bundle) และพิธ (Pith) แต่
แตกต่างกันท่ีพืชใบเลี้ยงคู่ระหว่าง ไซเล็ม (Xylem) และโฟลเอ็ม (Phloem) จะมีเนื้อเยื่อแคมเบียม

(Vascular Cambium) คั่น ในขณะที่พืชใบเลี้ยงเดี่ยวไม่มีเนื้อเยื่อแคมเบียมคั่น และในพืชใบเลี้ยงคู่จะ
เหน็ บรเิ วณพธิ ชดั เจน นอกจากนี้การจัดเรยี งตวั ของมัดท่อลำเลียงในพชื ใบเล้ียงคจู่ ะเป็นระเบียบมากกว่า
พืชใบเล้ยี งเดย่ี ว)

ชวั่ โมงที่ 5

ขนั้ สอน

ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา
1. ให้นักเรียนออกมาจับฉลากหมายเลขระหว่างหมายเลข 1 และ 2 เพื่อแบ่งนักเรียนออกเป็น 2
กลมุ่ โดยแต่ละกล่มุ มีหนา้ ทสี่ ืบค้นหัวขอ้ ตอ่ ไปนี้
- กลุ่มนักเรียนทจี่ บั ได้หมายเลข 1: ศึกษาลำตน้ เหนือดนิ (Aerial stem)
- กลุ่มนักเรียนท่ีจบั ไดห้ มายเลข 2: ศกึ ษาลำต้นใตด้ ิน (Underground stem)
จากนั้นใหน้ ักเรยี นร่วมกันสบื ค้นข้อมูลผ่านแหลง่ การเรียนรู้ตา่ งๆ จากนั้นจัดทำชิ้นงานในรูปแบบ
PowerPoint Presentation
2. ใหน้ ักเรียนภายในกล่มุ ร่วมกนั แบง่ หน้าทสี่ มาชิกภายในกลมุ่ ดงั นี้
- นกั เรียนกลุ่มที่ 1 : ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูล
- นักเรยี นกลุ่มท่ี 2 : ทำขอ้ มูลนำเสนอในรปู แบบ PowerPoint Presentation
- นักเรยี นกลมุ่ ที่ 3 : นำเสนอขอ้ มลู

ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครูใหต้ ัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลในรูปแบบ PowerPoint Presentation ภายใต้หวั ข้อเรื่อง
โครงสร้างและหน้าที่ภายในของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ แล้วให้นักเรียนบันทึก
ขอ้ มูลท่ีตวั แทนนำเสนอลงในสมดุ บันทึกของตนเอง
4. ให้นักเรียนนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากการนำเสนอข้อมูลของตัวแทนกลุ่ม ทำใบงาน เรื่อง หน้าท่ี
และชนดิ ของลำตน้
5. นักเรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รายผลทไี่ ดจ้ ากการทำใบงาน เรือ่ ง หนา้ ท่แี ละชนิดของลำต้น

ข้ันท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
6. ครูมอบหมายให้นักเรียนสร้างแบบจำลองโครงสร้างภายในลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลีย้ งคู่
โดยให้นักเรียนจับกลุ่มอิสระ 4-5 คน ร่วมกันออกแบบใช้วัสดุที่มีความเหมาะสมในการทำ
แบบจำลอง เชน่ ตะเกียบ หลอด หนังยาง และนำเสนอในรูปแบบท่นี ่าสนใจ
7. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั ลงในแบบฝกึ หัดชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1

ข้นั สรุป

ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบฝกึ หัดชีววิทยา ม.5 เล่ม 1
2. ครตู รวจใบงานเร่ือง หน้าท่แี ละชนิดของลำตน้
3. ครใู ช้คำถาม topic Question เพื่อทดสอบความเข้าใจของนกั เรยี น และสรุปความรูใ้ นหน่วยการ
เรียนรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง โครงสร้างและหน้าทข่ี องราก โดยมีแนวคำถามดังน้ี เชน่
- โครงสร้างบรเิ วณปลายยอด มีกีอ่ ย่าง แลว้ แต่ละอย่างมอี ะไรบา้ ง
(แนวตอบ: มี 4 อย่าง คือ 1) เนื้อเยื่อบริเวณส่วนปลายยอด (Shoot apical meristem) ใบแรก
เกิด (Leaf primordium) ใบอ่อน (Young Leaf) และลำตน้ อ่อน (young stem))
- บอกขอ้ แตกต่างของลำต้นพืชใบเลย้ี งเดี่ยวและพชื ใบเลยี้ งคทู่ ี่เห็นได้อยา่ งชัดเจน
(แนวตอบ: กลมุ่ ทอ่ ลำเลยี ง (Vascular bundle) ที่มีการจัดเรยี งตัวท่แี ตกตา่ งกัน)
4. ครปู ระเมินช้ินงาน โครงสร้างภายในลำตน้ เม่อื ตดั ตามขวาง โดยใชแ้ บบประเมินชนิ้ งาน
5. ครปู ระเมนิ ช้ินงาน PowerPoint โดยใชแ้ บบประเมินชิน้ งาน โดยใชแ้ บบประเมนิ ช้ินงาน
6. ครูประเมินแบบจำลองโครงสร้างภายในลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ โดยใช้แบบ
ประเมินผลงาน
7. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานของนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
8. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวดั วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

7.1 ประเมนิ ระหว่าง - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล - ระดบั คณุ ภาพ 2
การจัดกจิ กรรม
- ใบงาน ผ่านเกณฑ์
1) กจิ กรรมนำสกู่ าร - สงั เกตจากการตอบ เรือ่ ง หน้าท่ีและชนดิ
ของลำต้น - ระดับคณุ ภาพ 2
เรียน คำถามและแสดงความ - แบบประเมนิ ช้ินงาน ผ่านเกณฑ์
- แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
- การตอบคำถาม คิดเหน็ แบบจำลอง ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หดั ชวี วทิ ยา - ระดบั คณุ ภาพ 2
2) โครงสร้างและ - ตรวจใบงาน ม.5 เลม่ 1 ผ่านเกณฑ์
- ระดบั คุณภาพ 2
หน้าที่ของลำต้น เร่ือง หน้าทแ่ี ละชนิด - แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์
นำเสนอผลทำกิจกรรม
- กจิ กรรม ของลำตน้ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
การทำงานรายบุคคล
โครงสรา้ ง - ตรวจช้ินงาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม
การทำงานกลุ่ม
ภายในของลำ โครงสรา้ ง ภายในลำ - แบบประเมนิ
คุณลกั ษณะ
ตน้ ต้นเมอื่ ตัดตามขวาง อนั พึงประสงค์

- ตรวจ PowerPoint

Presentation เรอ่ื ง

ศึกษาลำตน้ เหนือดิน

และลำตน้ ใตด้ นิ

- ตรวจแบบจำลอง

โครงสร้างภายในลำ

ตน้ พชื ใบเลย้ี งเด่ียว

และพืชใบเลี้ยงคู่

- ตรวจแบบฝกึ หัด

ชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1

2) การนำเสนอผล - ประเมนิ การนำเสนอ

การทำกิจกรรม ผลทำกิจกรรม

3) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤติกรรม

ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล

4) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม

ทำงานกลมุ่ การทำงานรายบุคคล

5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวินยั

อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มนั่

ในการทำงาน

8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 โครงสร้างและหน้าทข่ี องดอก
2) แบบฝกึ หดั ชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 โครงสรา้ งและหน้าท่ีของดอก
3) ใบงานเรื่อง หนา้ ที่และชนดิ ของลำต้น
4) วสั ดุอุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการทำกจิ กรรม โครงสรา้ งภายในของลำต้น
5) สไลด์ตวั อย่างของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดีย่ วและพชื ใบเล้ยี งคู่
6) กลอ้ งจุลทรรศน์
7) ต้นพืชชนิดตา่ ง ๆ
8) PowerPoint Presentation เรือ่ ง บรเิ วณปลายสดุ ของลำตน้

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องปฏบิ ตั กิ ารทดลองชวี วิทยา
2) อินเทอร์เน็ต

ใบงาน

เรื่อง หน้าท่แี ละชนิดของลำต้น

คำชแี้ จง : ให้นักเรียนพิจารณาคำถาม และนำคำศัพท์ที่กำหนดให้มาตอบคำถามให้ถูกต้อง

Creeping stem Tuber Bulb Rhizome

Tendril climber Twinter Corm Root climber

Cladophyll Stem spine Climbing stem

1. ลำตน้ ที่ประกอบด้วยข้อและปล้อง ซึ่งปล้องมตี าที่บ๋มุ ลงไป เชน่ มันฝรัง่
ตอบ

2. ลำตน้ ทเ่ี ปลีย่ นแปลงไปคล้ายใบ ทำหนา้ ท่ีสังเคราะหด์ ว้ ยแสงได้
ตอบ

3. ลำตน้ อ่อน ต้ังตรงไม่ได้ ต้องเล้ือยไปบนผิวดนิ เชน่ แตงโม
ตอบ

4. ลำตน้ ตั้งตรงมลี กั ษณะอวบใหญ่ มีใบชขู ึ้นสงู เชน่ เผือก แห้ว
ตอบ

5. ลำตน้ ตงั้ ตรง มีข้อปลอ้ งส้ันมากด้านล่างของลำตน้ มรี ากเปน็ กระจุก เชน่ หอม
ตอบ

6. ลำต้นอยู่ใตด้ นิ เหน็ ข้อปล้อง ตามข้อมใี บสนี ำ้ ตาล เชน่ ขิง ข่า
ตอบ

7. ลำต้นไต่ขึ้นสงู ไปตามหลัก หรอื ต้นไมท้ ี่อยู่ตดิ กัน เช่น เฟ่ืองฟา้ พลดู ่าง
ตอบ

8. ลำตน้ พนั หลักเป็นเกลยี วขึน้ ไป เชน่ เถาวัลย์
ตอบ

9. ลำต้นเปล่ียนเป็นหนาม เชน่ มะนาว ส้มชนิดตา่ ง ๆ
ตอบ

10. ลำตน้ เปลีย่ นเป็นมือเกาะ เชน่ บวบ แตงกวา
ตอบ


Click to View FlipBook Version