กระบวนการจัดการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยท่ี 3 เรื่อง การสบื พนั ธข์ุ องพืชดอกและการ
เจริญเตบิ โต ก่อนเรม่ิ บทเรียน
2. ครกู ระตุ้นความสนใจของนักเรยี นโดยนำกิจกรรมมาให้นักเรยี นมสี ่วนร่วมในห้องเรียน โดยครเู ขียน
คำถาม Prior Knowledge บนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นตอบคำถามลงในสมดุ บนั ทึก
3. ให้นกั เรียนจบั คู่ แล้วแลกเปลี่ยนคำตอบและอภิปรายคำตอบกบั คู่ของตนเองใหไ้ ดค้ ำตอบที่ สมบรู ณ์
ถกู ต้องที่สดุ
4. ครสู ่มุ เรยี กนักเรยี น 5-6 คู่ ออกมานำเสนอคำตอบ
5. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายคำตอบ Prior Knowledge โดยมแี นวคำถามดังน้ี
- ดอกไมม้ คี วามสำคัญกบั วงจรชีวิตของพชื อย่างไร
(แนวตอบ: ดอกไม้เปน็ อวยั วะที่พชื ใช้ในการสรา้ งเซลล์สืบพันธ์ุ และสบื พนั ธุ์ โดยมสี ่วนประกอบท่ี
สำคญั คอื เกสรเพศผแู้ ละเกสรเพศเมยี ส่วนกลบี เลีย้ งและกลบี ดอกเป็นอกี ปัจจัยท่ชี ว่ ยในการสบื พันธุ์
เชน่ กลีบดอกท่ีมสี ีสันสวยงามช่วยลอ่ แมลงมาผสมเกสร)
6. ครูให้นักเรียนตอบคำถาม Big Question ก่อนเริ่มบทเรียนโดยให้นักเรียนเขียนคำตอบลงในสมุด
บันทึกก่อนเข้าสู่บทเรียน โดยมีแนวคำถามดังน้ี
- ดอก (Flower) มีความสำคัญกับพืชอย่างไร
(แนวตอบ: ดอกเป็นอวัยวะทใ่ี ช้ในการสรา้ งเซลล์สบื พันธุส์ ำหรบั พชื ดอก โดยพืชบางชนดิ อาจมีดอกท่ี
สมบูรณเ์ พศ (Perfect flower) มเี กสรเพศผู้ (Stamen) และเกสรเพศเมีย (Pistil) อยู่ภายในดอก
เดียวกัน แต่พืชบางชนิดอาจมีดอกที่ไมส่ มบรู ณ์เพศ (Incomplete flower) มเี พยี งเกสรเพศผ้หู รอื
เกสรเพศเมยี อยภู่ ายในดอก หลงั จากดอกไม้ได้รบั การผสมเกสร ดอกจะพฒั นากลายเปน็ ผล เน่ืองจาก
รังไข่ (Ovary) ทอ่ี ยภู่ ายในดอกจะเจริญเป็นเน้ือผลที่ห่อหุ้มเมล็ด (Seed) ไวภ้ ายใน)
- กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียแตกต่างกัน อย่างไร
(แนวตอบ: แตกต่างกัน สปอร์มาเทอร์เซลล์ (Spore mother cell) ที่อยู่ภายในอับเรณู (Anther)
ของเกสรเพศผู้ (Stamen) จะแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส (Meiosis) ได้ไมโครสปอร์ จำนวน 4 สปอร์
(Microsporocyte) แต่ละสปอร์จะแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ เจริญเป็นเรณู (Pollen) ซึ่งเป็นแกมีโทไฟต์
เพศผู้ (Male gametophyte) ส่วนสปอร์มาเทอร์เซลล์ที่อยู่ภายในรังไข่ (Ovary) ของเกสรเพศเมีย
(Pistil) จะแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ ได้จำนวน 4 เมกะสปอร์ แต่จะเหลอื เพียง 1 เซลล์ท่ีแบง่ เซลล์แบบไม
โอซิสได้จำนวน 7 เซลล์ 8 นิวเคลยี ส รวมเรียกวา่ ถงุ เอ็มบรโิ อ (Embryo sac) ซง่ึ เป็นแกมโี ทไฟต์เพศ
เมยี (Female gametophyte))
- การปฏิสนธขิ องพชื ดอกมีความสมั พนั ธอ์ ย่างไรกบั การเจรญิ และพัฒนาของเอ็มบรโิ อ (Embryo)
(แนวตอบ: หลังการปฏิสนธิจะมีเพียงเกสรเพศเมีย (Pistil) ที่เจริญพัฒนาไปเป็นผล (Fruit) โดย
การปฏิสนธิของพืชดอกเป็นการปฏิสนธิซ้อนที่เกิดขึ้นจากสเปิร์ม (Sperm) ตัวหนึ่งไปผสมกับ
เซลล์ไข่แล้วเจริญพัฒนาเป็นไซโกต (Zygote) แล้วเจริญต่อไปเป็นเอ็มบริโอ (Embryo) ส่วน
สเปิรม์ อกี ตัวหนงึ่ ไปผสมกบั โพลารน์ วิ คลไี อ (Polar nuclei) แล้วเจรญิ พัฒนาเป็นเอนโดสเปริ ม์
(Endosperm) ซ่งึ เป็นสว่ นประกอบท่ีอยู่ภายในเมลด็ (Seed))
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครเู ขยี นคำศัพท์บนกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนสืบคน้ ข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ เช่น หนังสือเรียน
ชวี วิทยา ม.5 เล่ม 1 อินเทอรเ์ น็ต ห้องสมดุ เพือ่ หาความหมายของคำศัพท์ ดงั น้ี
- Alternation of generation
(แนวตอบ: วัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอก ซึ่งมี 2 ระยะสลับกัน คือ ระยะสปอโรไฟต์
(Sporophyte) สลบั กบั ระยะแกมโี ทไฟต์ (Gametophyte))
- ระยะ Sporophyte
(แนวตอบ: ระยะทพ่ี ืชมีการสรา้ งสปอร์ (Spore))
- ระยะ Gametophyte
(แนวตอบ: ระยะท่พี ืชมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ (Gamete))
- Diploid
(แนวตอบ: จำนวนโครโมโซม (Chromosome) ทมี่ สี องชดุ )
- Haploid
(แนวตอบ: จำนวนโครโมโซม (Chromosome) ที่มีชดุ เดียว)
- Microspore mother cell
(แนวตอบ: กลมุ่ เซลลท์ อี่ ยภู่ ายในอับเรณู (Anther) ซึง่ จะแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิส (Mitosis) ได้
เซลล์ใหม่ 4 เซลล์ เรียกว่า ไมโครสปอร์ (Microsporocyte))
- Megaspore mother cell
(แนวตอบ: กลุม่ เซลลท์ ่อี ยภู่ ายในออวุล (Ovule) ซึ่งจะแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ (Meiosis) ได้เซลล์
ใหม่ 4 เซลล์ เรยี กวา่ เมกะสปอร์ (Megapore))
- Male gametophyte
(แนวตอบ: เรณู (Pollen))
- Female gametophyte
(แนวตอบ: ถุงเอม็ บรโิ อ (Embrto sac))
2. ครูแจกใบงาน เรอ่ื ง วฏั จักรชีวติ ของพืชดอก ให้นักเรียนศึกษาคำชี้แจงและลงมือทำใบงานโดยนำ
ความรทู้ ไ่ี ด้จากการสืบค้นความหมายของคำศพั ทบ์ นกระดานทำใบงาน
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มเรยี นนักเรยี น 3-4 คน ออกมานำเสนอคำตอบในใบงานหน้าช้ันเรยี น
2. ครสู มุ่ เรยี กนกั เรียน 2 คน ช่วยกันสรปุ วฏั จกั รชีวิตของพืชดอก
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการทำใบงานเรื่อง วัฏจักรชวี ิตของพืชดอก ให้ได้ใจความ
ว่า “พืชมีวัฏจักรชีวิตแบบสลับระหว่างระยะสปอโรไฟต์ (Sporophyte) กับระยะแกมีโทไฟต์
(Gametophyte) โดยระยะสปอโรไฟต์ทำหน้าที่สร้างสปอร์ (Spore) ส่วนระยะแกมีโทไฟต์ทำ
หนา้ ท่สี ร้างเซลลส์ ืบพันธุ์ (Gamete) ซงึ่ ไมโครสปอร์ (Micro spore) ที่เกดิ จากการแบ่งเซลล์ของ
ไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์ (Microspore mother cell) ที่อยู่ภายในอับเรณู (Anther) จะเจริญ
และพัฒนาเป็นแกมีโทไฟต์เพศผู้ (Male gametophyte) คือ เรณู (Pollen) ส่วนเมกะสปอร์
(Megaspore) ที่เกิดจากการแบ่งเซลล์ของเมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์ (Megaspore mother
cell) ที่อยู่ภายในออวุล (Ovule) จะเจริญและพัฒนาเป็นแกมีโทไฟต์เพศเมีย (Female
gametophyte) คือ ถงุ เอ็มบรโิ อ (Embryo sac)”
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดชวี วิทยา ม.5 เล่ม 1
2. ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามท้าทายการคิดขัน้ สูง (H.O.T.S.) โดยมแี นวคำถามดงั น้ี
- หากพืชไมม่ กี ระบวนการปฏสิ นธิ พชื จะมวี งจรชีวติ แบบใด
(แนวตอบ: พืชจะไม่มีระยะดิพลอยด์ (Diploid) หรือระยะสปอโรไฟต์ (Sporophyte) จึงทำให้
พืชไม่สามารถสร้างสปอร์ (Spore) และเจริญเป็นต้นสปอโรไฟต์ได้ ส่งผลให้พืชไม่สามารถสร้าง
เซลล์สืบพันธุ์ (Gamete) ได้ต่อไป)
3. ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของพืชชนิดอื่น เช่น มอส เฟิร์น สน หญ้าถอดปล้อง เห็ด
เพื่อทำชิ้นงาน 1 ชิ้น โดยให้นักเรียนเลือกพืชมาหนึ่งชนิดแล้วสรุปและวาดวัฏจักรชีวิตลงใน
กระดาษ A4 พรอ้ มตกแตง่ ใหส้ วยงามและนำเสนอหนา้ ช้นั เรียน
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยท่ี 1
2. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองโดยตอบคำถาม Topic Question ลงในสมุดบันทึก
ของตนเอง จากนน้ั นักเรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รายคำตอบ ดังนี้
- สปอรม์ าเทอร์เซลล์ (Spore mother cell) ทำหนา้ ทีอ่ ะไร
(แนวตอบ: แบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ (Meiosis). เพอื่ สร้างสปอร์ (Spore))
- สปอร์ (Spore) ของพชื ดอกมีกี่ชนดิ อะไรบ้าง
(แนวตอบ: 2 ชนดิ คอื ไมโครสปอร์ (Microspore) และเมกะสปอร์ (Megaspore))
- แกมโี ทไฟต์เพศผูแ้ ละเพศเมยี ของพืชดอกคืออะไร ทำหน้าทอี่ ะไร
(แนวตอบ: แกมีโทไฟต์เพศผู้ (Male gametophyte) คือ เรณู (Pollen) ทำหน้าที่สร้างเซลล์
สืบพันธ์ุ (Gamete) คือ สเปิร์ม (Sperm) ส่วนแกมีโทไฟต์เพศเมีย (Female gametophyte)
คอื ถงุ เอม็ บริโอ (Embro sac) ทำหน้าทส่ี รา้ งเซลล์สืบพนั ธุ์ คอื ไข่ (Egg))
- ระยะแกมโี ทไฟต์ (Gametophyte) แตกต่างกบั ระยะสปอโรไฟต์ (Sporophyte) อยา่ งไร
(แนวตอบ: ระยะแกมีโทไฟต์ (Gametophyte) ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธ์ุ (Gamete) ซึ่งเป็น
ระยะที่มีโครโมโซมเพียงหนึ่งชุด ส่วนระยะสปอโรไฟต์ทำหน้าที่สร้างสปอร์ ซึ่งเป็นระยะที่มี
โครโมโซม (Chromosome) 2 ชดุ )
- กระบวนการแบ่งเซลล์แบบใดทำให้เซลล์อยู่ในสภาพแฮพลอดย์ (Haploid) และดิพลอยด์
(Diploid) ตามลำดับ
(แนวตอบ: ไมโอซสิ (Meiosis). และไมโทซสิ (Mitosis) ตามลำดบั )
3. ครตู รวจแบบฝึกหัดชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1
4. ครตู รวจใบงาน เรื่อง วฏั จกั รชวี ติ ของพืชดอก
5. ครปู ระเมินชนิ้ งาน เรอ่ื ง วฏั จักรชีวิตของพืชชนดิ อื่น
6. สังเกตพฤติกรรมการทำงานของนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
7. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
การวัดและประเมินผล วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน
- รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
รายการวดั - ตรวจแบบทดสอบก่อน - แบบทดสอบก่อนเรียน
- รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การประเมนิ กอ่ นเรียน เรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การ
- แบบทดสอบกอ่ น
การสืบพันธุ์ของพืชดอกและ สืบพนั ธุข์ องพชื ดอกและ
เรยี นหน่วยการ การเจริญเติบโต
การเจริญเตบิ โต
เรียนรู้ที่ 1 การ
สืบพนั ธ์ขุ องพชื ดอก - สงั เกตจากการตอบคำถาม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
และการเจริญเตบิ โต และแสดงความคิดเห็น รายบุคคล
ประเมินระหวา่ งการจัด
กิจกรรมการเรยี นรู้
1) กจิ กรรมนำสู่การ
เรียน
- การตอบคำถาม
รายการวดั วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
2) วัฏจกั รของพืช
- ตรวจใบงาน เรอ่ื ง - ใบงานเรื่อง - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
ดอก วัฏจกั รชวี ติ ของพชื ดอก วัฏจกั รชีวิตของพชื ดอก เกณฑ์
3) การนำเสนอผล - ประเมินชิน้ งาน เรื่อง วฏั - แบบประเมนิ ช้ินงาน
การทำกิจกรรม จักรชีวติ ของพืชชนิดอนื่ - แบบฝึกหัดชวี วิทยา
- ตรวจแบบฝึกหัดชวี วิทยา
4) พฤตกิ รรมการ ม.5 เล่ม 1
ทำงานรายบุคคล ม.5 เลม่ 1
- ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2
5) พฤตกิ รรมการ ผลทำกจิ กรรม นำเสนอผลทำกิจกรรม ผา่ นเกณฑ์
ทำงานกลุ่ม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
6) คุณลักษณะ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
อันพึงประสงค์ การทำงานรายบุคคล การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- สังเกตความมวี ินัย - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มั่น คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์
ในการทำงาน อันพึงประสงค์
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การสบื พนั ธุ์ของพืชดอกและการ
เจริญเตบิ โต
2) แบบฝึกหดั ชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การสบื พันธ์ขุ องพืชดอกและการ
เจรญิ เตบิ โต
3) แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การสืบพันธ์ุของพชื ดอกและการ
เจริญเตบิ โต
4) ใบงานเรื่อง วัฏจกั รชวี ิตของพืชดอก
แหล่งการเรียนรู้
1) อนิ เทอรเ์ นต็
ใบงาน
เร่ือง วัฏจกั รชวี ติ ของพืชดอก
ตอนที่ 1
คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนพิจารณาวัฏจักรชีวิตของพชื ดอก แล้วเติมคำท่ีขาดหายไปลงในกล่องสเี หลย่ี มให้สมบูรณ์
ตอนท่ี 2
คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาส่วนประกอบทีก่ ำหนดให้ในตาราง แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตารางใหต้ รง
กับจำนวนชุดโครโมโซม
ขอ้ สว่ นประกอบ แฮพลอยด์ (n) ดพิ ลอยด์ (2n)
1. ไซโกต (Zygote)
2. อบั เรณู (Anther)
3. เมกะสปอร์ (Megasporogenesis).
4. สปอโรไฟต์ (Sporophyte)
5. ถงุ เอ็มบรโิ อ (Embryo sac)
ใบงาน เฉลย
เรอื่ ง วฏั จกั รชีวิตของพืชดอก
ตอนที่ 1
คำช้ีแจง : ให้นักเรยี นพจิ ารณาวัฏจักรชวี ิตของพืชดอก แลว้ เติมคำทขี่ าดหายไปลงในกลอ่ งสเี หลี่ยมใหส้ มบูรณ์
สปอโรไฟต์
ไมโครสปอร์
มาเทอรเ์ ซลล์
ดพิ ลอยด์ เมกะสปอร์
มาเทอรเ์ ซลล์
แฮพลอยด์ เมกะสปอร์
ถงุ เอม็ บรโิ อ
ไมโครสปอร์
เรณู
ตอนท่ี 2
คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาส่วนประกอบที่กำหนดให้ในตาราง แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตารางให้ตรง
กับจำนวนชดุ โครโมโซม
ข้อ สว่ นประกอบ แฮพลอยด์ (n) ดิพลอยด์ (2n)
1. ไซโกต (Zygote) ✓
2. อับเรณู (Anther) ✓
3. เมกะสปอร์ (Megasporogenesis). ✓
4. สปอโรไฟต์ (Sporophyte) ✓
5. ถงุ เอม็ บรโิ อ (Embryo sac) ✓
แบบประเมินชิน้ งาน
คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนประเมินชิ้นงานตามรายการทีก่ ำหนดแล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของชิ้นงาน
2 การจดั รูปแบบช้ินงาน
3 ความตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอื่ ............................................... ผปู้ ระเมิน
................./................/................
เกณฑก์ ารประเมินชนิ้ งาน
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
1. ความถูกต้องของ 4 3 21
ชิ้นงาน ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ช้ินงานไมถ่ ูกต้อง และ
ครบทุกหวั ข้อ ครบทุกหัวข้อเป็นส่วน ครบทุกหัวข้อเพียง ไม่ครบตามหัวข้อที่
ใหญ่ บางสว่ น กำหนด
2. การจัดรูปแบบ ชิ้นงานมีระเบียบ มี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานไม่มีระเบียบ
ชิ้นงาน
ความคดิ สรา้ งสรรค์ และ ความน่าสนใจเป็นส่วน ความน่าสนใจเพียง ไม่มีความน่าสนใจ
มคี วามนา่ สนใจ ใหญ่ บางส่วน
3. ความตรงต่อเวลา สง่ ชนิ้ งานภายในเวลาที่ ส่งชิ้นงานช้ากว่าเวลาท่ี สง่ ช้ินงานชา้ กวา่ เวลาที่ สง่ ชนิ้ งานชา้ กวา่ เวลา
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน ทก่ี ำหนด 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 ดมี าก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรบั ปรงุ
บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ า ชวี วิทยาเพิม่ เติม รหสั วิชา ว30243
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง การสบื พันธุ์ของพืชดอกและการเจรญิ เติบโต ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 เรอื่ ง วัฏจักรของพืชดอก เวลา 1 ชั่วโมง
1. ผลการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
............................................................. ............................................................................................ .....................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................... ........................................................................................................... ...............
ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน
(นางสาวดาริน คาดสนิท)
………/………../…….....
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเตมิ รหัสวิชา ว30243
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง การสืบพันธ์ขุ องพชื ดอกและการเจรญิ เติบโต ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 15 เรอื่ ง การสร้างเซลล์สืบพนั ธุ์ของพืชดอก เวลา 4 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางสาวดาริน คาดสนิท โรงเรียนบา้ นแพงพทิ ยาคม
ผลการเรียนรู้
อธิบาย และเปรียบเทยี บกระบวนการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเ์ุ พศผูแ้ ละเพศเมยี ของพชื ดอก และอธบิ าย
การปฏสิ นธิของพชื ดอก
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การสืบพันธ์เุ ป็นกระบวนการสำคัญท่ีทำใหพ้ ืชสามารถดำรงพันธ์ุได้ โดยพืชดอกจะมีดอกเปน็ อวยั วะ
สบื พันธแุ์ บบอาศยั เพศ ซ่ึงดอกไม้แตล่ ะชนิดจะมีโครงสร้างทีแ่ ตกตา่ งกนั ไปตามชนดิ ของพืช ซึ่งดอกจะมี
โครงสรา้ งหลกั สำคัญ 4 สว่ นทต่ี ิดอยู่บนฐานดอก ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลบี ดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายกระบวนการสรา้ งเซลลส์ ืบพันธแ์ุ ละการปฏิสนธิของพืชดอกได้ (K)
2. เปรยี บเทียบกระบวนการสรา้ งเซลล์สบื พนั ธเุ์ พศผ้แู ละเพศเมียของพชื ดอกได้ (P)
3. รับผดิ ชอบต่อหน้าที่และงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- พืชดอกสร้างไมโครสปอร์และเมกะสปอร์ ซึ่งอาจสรา้ ง
ในดอกเดียวกันหรอื ตา่ งดอกหรือตา่ งตน้ กัน
- การสร้างไมโครสปอร์ของพืชดอกเกิดขึ้นโดยไมโครส
ปอร์มาเทอร์เซลล์แบ่งเซลล์แบบไมโอซิสได้ไมโครส
ปอร์ โดยไมโครสปอร์นี้แบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ 2
เซลล์ คือ ทิวบ์เซลล์และเจเนอเรทิฟเซลล์ เมื่อมีการ
ถา่ ยเรณไู ปตกบนยอดเกสรเพศเมีย ทวิ บ์เซลล์จะงอก
หลอดเรณู และเจเนอเรทฟิ เซลล์แบ่งไมโทซิสได้เซลล์
สืบพันธุ์ เพศผู้ 2 เซลล์
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
- การสร้างเมกะสปอร์เกิดขึ้นภายในออวุลในรังไข่ โดย
เซลล์ที่เรียกว่า เมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์แบ่งไมโอซิส
ได้เมกะสปอร์ ซึ่งในพืชส่วนใหญจ่ ะเจรญิ พัฒนาต่อไป
ได้เพียง 1 เซลล์ ทเ่ี หลอื อกี 3 เซลลจ์ ะฝ่อ เมกะสปอร์
จะแบ่งไมโทซิส 3 คร้ัง ได้ 8 นวิ เคลียส ท่ีประกอบด้วย
7 เซลล์โดยมี 1 เซลล์ ที่ทำหน้าที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์
เรียกเซลล์ไข่ ส่วนอีก 1 เซลล์มี 2 นิวเคลียสเรียกโพ
ลาร์นวิ คลีไอ
- การปฏิสนธิของพืชดอกเป็นการปฏิสนธิคู่ โดยคู่หน่ึง พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
เปน็ การรวมกันของสเปริ ม์ เซลล์หนึ่งกับเซลล์ไข่ได้เป็น
ไซโกต ซึ่งจะเจรญิ และพัฒนาไปเป็นเอ็มบรโิ อ และอีก
คู่หนึ่งเป็นการรวมกันของสเปิร์มอีกเซลล์หนึ่งกับโพ
ลาร์นิวคลีไอได้เป็นเอนโดสเปิร์มนิวเคลียส ซึ่งจะ
เจริญและพฒั นาต่อไปเป็นเอนโดสเปิร์ม
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการระบุ
2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
3) ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่วั โมงท่ี 1
ขั้นนำ
ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. เร่ิมเขา้ สูบ่ ทเรียนครูถามคำถาม Prior Knowledge เพอื่ ทบทวนความรู้เดิม โดยมแี นวคำถามดงั น้ี
- พชื สบื พนั ธ์ุได้อยา่ งไร
(แนวตอบ: พืชใช้อวัยวะที่เรียกว่า ดอก ในการสืบพันธุ์ โดยมีส่วนประกอบของดอกที่มีส่วนสำคัญ
ในการสืบพันธุ์ คอื เกสรเพศผแู้ ละเกสรเพศเมีย ซึ่งอาจอยู่ภายในดอกเดยี วกันหรอื คนละดอก)
2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 4 กลุ่ม จากนั้นครูแจก
ดอกไม้ 4 ประเภท ได้แก่ ดอกชบา ดอกฟกั ทอง ดอกเฟื่องฟ้า ดอกกหุ ลาบ
3. จากนัน้ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันสำรวจและเขยี นส่วนประกอบของดอกไม้ โดยให้
ตวั แทนกลมุ่ ออกมาเขียนส่วนประกอบของดอกไม้บนกระดานหนา้ ชนั้ เรยี น
4. ครูนำดอกไม้ของแต่ละกลุ่มมาให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าตัวแทนกลุ่มเขียนคำตอบถูกต้อง
หรือไม่ โดยมแี นวคำตอบ ดังนี้
- ดอกชบา
(แนวตอบ: ประกอบด้วยเกสรเพศผู้ (Stamen) เกสรเพศเมีย (Pistil) กลีบดอก (Petal) กลีบเลี้ยง
(Sepal))
- ดอกฟักทอง
(แนวตอบ: ประกอบด้วยเกสรเพศเมีย (Pistil) กลีบดอก (Petal) กลีบเลย้ี ง (Sepal))
- ดอกเฟือ่ งฟา้
(แนวตอบ: ประกอบดว้ ยเกสรเพศผู้ (Stamen) เกสรเพศเมยี (Pistil) กลบี เลี้ยง (Sepal))
- ดอกหนา้ ววั
(แนวตอบ: ประกอบด้วยเกสรเพศผู้ (Stamen) เกสรเพศเมยี (Pistil))
- ดอกบานเยน็
(แนวตอบ: ประกอบด้วยเกสรเพศเมีย (Pistil) กลบี ดอก (Petal) กลีบเลย้ี ง (Sepal))
ขน้ั สอน
ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นกั เรยี นสบื ค้นขอ้ มลู จากหนังสอื เรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 เกี่ยวกบั โครงสร้างและ
ประเภทของดอก
2. ให้นักเรยี นวาดรูปและสรุปองคป์ ระกอบของดอกลงในสมดุ บันทึก
3. ใหน้ ักเรียนวิเคราะห์วา่ ดอกไมท้ ่คี รูนำมาใชใ้ นการเรยี นการสอนเปน็ ดอกสมบูรณ์เพศ
หรอื ไม่ จากนัน้ ครเู ขียนคำถามบนกระดาน โดยมแี นวคำถามดังนี้
- ดอกครบสว่ นคอื อะไร
(แนวตอบ: ดอกที่มีส่วนประกอบครบทั้ง 4 ส่วน คือ เกสรเพศผู้ (Stamen) เกสรเพศเมีย (Pistil)
กลีบดอก (Petal) กลบี เล้ยี ง (Sepal))
- ดอกไม่ครบส่วนคืออะไร
(แนวตอบ: ดอกทม่ี ีสว่ นประกอบไมค่ รบทั้ง 4 ส่วน)
- ดอกไม่สมบูรณเ์ พศ (Imperfect flower) คอื อะไร
(แนวตอบ: ดอกทีม่ เี พยี งเกสรเพศผู้ (Stamen) หรอื เกสรเพศเมีย (Pistil) อยา่ งใดอย่างหน่ึง)
- ดอกสมบูรณเ์ พศ (Perfect flower) คอื อะไร
(แนวตอบ: ดอกท่มี ีทง้ั เกสรเพศผู้ (Stamen) และ เกสรเพศเมยี (Pistil))
4. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับดอกเดี่ยวและดอกช่อจากแหล่งการเรียนรู้ เช่น หนังสือเรียน
ชวี วิทยา ม.5 เล่ม 1 อินเทอร์เนต็
5. ครูแจกใบงานเรอ่ื ง ประเภทของดอก แลว้ ใหน้ กั เรียนศึกษาคำชี้แจงแลว้ ลงมือทำใบงาน
ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
6. ครสู มุ่ ตวั แทนนกั เรยี น 4-5 คน ออกมานำเสนอใบงาน เรื่อง ประเภทของดอกหนา้ ช้นั เรยี น
7. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการทำใบงาน โดยมีแนวโน้มการอภิปรายผลว่า “พืชดอกมี
อวัยวะ คือ ดอก (Flower) ทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์ของพืชดอก โดยดอกมีทั้งดอกเดี่ยว (Solitary
flower) และดอกช่อ (Inflorescence flower) ดอกบางชนิดมีรังไข่ (Ovary) อยู่เหนือวงกลีบ
(Perianth) บางชนิดมีรังไข่อยู่ใต้วงกลบี ซึ่งเกสรเพศผู้ (Stamen) ทำหน้าสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้
และเกสรเพศเมยี (Pistil) ทำหน้าท่ีสร้างเซลลส์ ืบพันธุ์เพศเมยี นอกจากน้ียงั มีกลีบเล้ียง (Sepal) ทำ
หน้าที่ห่อหุ้ม และป้องกันอันตรายให้แกส่ ว่ นของดอกทีอ่ ยูภ่ ายใน และกลีบดอกที่มีสสี ันสวยงามทำ
หน้าที่ล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร หากจำแนกองค์ประกอบของดอกสามารถแบ่งได้เป็น ดอกครบ
ส่วน (Complete flower) ดอกไม่ครบส่วน (Incomplete flower) ดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect
flower) ดอกไมส่ มบูรณ์เพศ (Imperfect flower)”
ชัว่ โมงท่ี 2
ขัน้ สอน
ขน้ั ที่ 2 สำรวจความรู้ (Explore)
1. ให้นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 5-6 คน ทำกจิ กรรม เร่อื ง โครงสร้างของดอก
2. ให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบ โดยสมาชิกในกลุ่มมีบทบาทและหน้าที่ของ
ตนเอง ดังน้ี
- สมาชิกคนที่ 1 : ทำหน้าท่เี ตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์กิจกรรมโครงสรา้ งของดอก
- สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหนา้ ทอี่ า่ นวิธกี ารทำกจิ กรรม และนำมาอธบิ ายให้สมาชิกภายในกลุ่ม
ฟงั
- สมาชกิ คนที่ 3 และ 4 : ทำหนา้ ทีบ่ ันทึกผลการทำกจิ กรรม
- สมาชกิ คนที่ 5 และ 6 : ทำหน้าที่นำเสนอผลที่ได้จากการทำกิจกรรม
3. ในระหว่างการทำกิจกรรมให้สมาชกิ ภายในกลมุ่ ตง้ั คำถามข้ันตอนการทดลองที่ตนเอง
สงสัย แลว้ ใหส้ มาชิกร่วมกันสบื ค้นจากแหล่งขอ้ มูลเพอ่ื ตอบคำถาม
ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
4. ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม และอธิบายข้อสงสัยที่สมาชิก
ภายในกลุ่มต้งั คำถาม และนำเสนอผลจากการสบื คน้ คำตอบ
5. ครูพิจารณาผลจากการทำกจิ กรรมและผลจากการสืบคน้ ขอ้ สงสัยในขั้นตอนการทำกิจกรรมของ
นกั เรียน
6. ครูเสริมและเพิ่มเตมิ ขอ้ มูล หากข้อมลู ทนี่ ักเรยี นออกมานำเสนอยังไมส่ มบรู ณ์
7. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายผลจากการทำกิจกรรม
8. ครูถามคำถามท้ายกจิ กรรม โดยนกั เรยี นและครูรว่ มกนั เฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม ดงั น้ี
- ดอกชนิดใดเป็นดอกสมบูรณ์ (Complete flower) และดอกชนิดใดเป็นดอกไม่สมบูรณ์
(Incomplete flower)
(แนวตอบ: ดอกสมบูรณ์ (Complete flower) ได้แก่ กล้วยไม้ ทานตะวัน มะเขือ พุทธรักษา
กหุ ลาบ สว่ นดอกไม่สมบูรณ์ (Incomplete flower) ไดแ้ ก่ ฟกั ทอง มะละกอ ตำลงึ )
- ดอกชนิดใดมที ั้งเกสรเพศผู้ (Stamen) และเกสรเพศเมยี (Pistil)
(แนวตอบ: กล้วยไม้ ทานตะวนั มะเขอื พทุ ธรกั ษา กุหลาบ)
- ดอกชนดิ ใดบ้างมีเพยี ง 1 ดอก บนก้านดอกและดอกชนดิ ใดมดี อกมากกว่า 1 ดอกบนกา้ นดอก
(แนวตอบ: ดอกที่มีเพียง 1 ดอก บนก้านดอก คือ มะเขือ ส่วนดอกที่มีดอกมากกว่า 1 ดอกบน
กา้ นดอก คือ กล้วยไม้ ทานตะวนั พุทธรกั ษา)
- ดอกชนดิ ใดมีรังไข่ (Ovary) เหนือวงกลีบ (Perianth) และดอกชนดิ ใดมีรังไข่ใตว้ งกลบี
(แนวตอบ: ดอกที่มีรังไข่ (Ovary) เหนือวงกลีบ (Perianth) ได้แก่ เข็ม มะเขือ มะละกอ ส่วน
ดอกที่มีรงั ไข่ใตว้ งกลบี ไดแ้ ก่ กลว้ ย ตำลึง พทุ ธรักษา)
- ดอกชนิดใดที่รังไข่ (Ovary) มีเพียงออวุล (Ovule) เดียว และดอกชนิดใดที่มีรังไข่ออวุลจำนวน
มาก
(แนวตอบ: ดอกท่ีมรี งั ไข่เพยี งออวลุ เดียว (Ovule) ได้แก่ เข็ม มะเขอื มะลิ มะละกอ สว่ นดอกท่ีรัง
ไข่มี ออวลุ จำนวนมาก ได้แก่ กลว้ ย ตำลึง พทุ ธรกั ษา)
ชัว่ โมงท่ี 3
ข้ันสอน
ขั้นท่ี 2 สำรวจความรู้ (Explore)
1. ให้นักเรียนแบง่ กลุม่ ออกเปน็ 2 กลุม่ โดยแต่ละกล่มุ มีหน้าที่ ดังนี้
- กลุม่ ที่ 1 ศึกษาการสร้างเซลลส์ บื พันธ์ุเพศผู้
- กล่มุ ที่ 2 ศึกษาการสรา้ งเซลลส์ ืบพันธุ์เพศเมยี
2. ให้สมาชิกในกลุ่มที่ 1 จับคู่กับสมาชิกในกลุ่มที่ 2 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคู่แลกเปลี่ยนข้อมูล
จากน้นั ทำใบงาน เร่อื ง การสรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุของพชื ดอก
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครสู มุ่ นกั เรยี น 3-4 คู่ ออกมานำเสนอใบงานหนา้ ช้ันเรยี น
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการทำใบงานให้ได้ใจความว่า “ดอกทำหน้าที่ในการ
สบื พันธ์แุ บบอาศัยเพศ ภายในอบั เรณูซงึ่ เป็นส่วนหนึง่ ของเกสรเพศผมู้ ีไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์ท่ี
แบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ 4 ไมโครสปอร์แต่ละไมโครสปอร์จะแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ 2
นิวเคลียส คือ เจอเนอเรทพี นวิ เคลยี สกับทิวบน์ ิวเคลยี ส สว่ นภายในรงั ไขม่ ีออวุล ซึ่งภายในมีเมกะ
สปอร์มาเทอร์เซลล์ เมื่อแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสได้เมกะสปอร์จำนวน 4 เซลล์ ซึ่งในจำนวน 4
เซลล์จะสลายไป 3 เซลล์ เหลือเพียง 1 เซลล์ แล้วเกิดการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส 3 ครั้ง ได้ 7
เซลล์ 8 นิวเคลยี ส ซ่งึ ประกอบด้วยแอนติโพแดลจำนวน 3 เซลล์ ซินเนอร์จิดจำนวน 2 เซลล์ เอน
โดสเปิร์มจำนวน 1 เซลล์ (2 นิวเคลียส) และเซลลไ์ ข่ 1 เซลล์”
5. หลงั จากจบการอภปิ ราย ครอู าจใช้คำถามเพื่อนำเขา้ สบู่ ทเรียนถัดไป โดยมีแนวคำถาม ดงั น้ี
- กระบวนการผสมเกสรของพืชเกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร
(แนวตอบ: เกดิ ขึ้นจากเรณู (Pollen) ที่แตกออกจากอับเรณู (Anther) ไปตกลงบนยอด
เกสรเพศเมีย (Pistil))
- การถา่ ยเรณู (Pollen) ของพชื ดอกมีกแ่ี บบ อยา่ งไร
(แนวตอบ: 2 แบบ คือ การถา่ ยเรณใู นดอกเดียวกนั หรือต้นเดยี วกัน และการถา่ ยเรณู
ขา้ มต้น)
- การปฏสิ นธคิ ืออะไร
(แนวตอบ: การบวนการทีส่ เปิร์ม (Sperm) เขา้ ไปผสมกบั เซลล์ไขท่ อ่ี ยภู่ ายในรังไข่)
6. เพอ่ื อธิบายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจรูปแบบการถ่ายเรณู ครูอาจยกตวั อย่างจากดอกไมจ้ รงิ มาให้
นกั เรียนไดศ้ กึ ษาและอธบิ าย ดังนี้
- ดอกชบา 1 ดอก: อาจเกดิ การถ่ายเรณภู ายในดอกเดียวกัน
- ดอกฟักทองเพศผู้ และดอกฟกั ทองเพศเมยี : เกดิ การถ่ายเรณขู ้ามดอกภายในตน้ เดยี วกนั
- ต้นมะละกอ ซึ่งเป็นต้นแยกเพศที่มีเฉพาะดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียเท่านั้น: เกิดการถ่ายเรณู
ข้ามดอกและขา้ มต้น
ช่วั โมงท่ี 4
ขั้นสอน
ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูเปิดสื่อวิดีทัศน์ เรื่อง Double Fertilization in Angiosperms หรือให้นักเรียนศึกษาสื่อคิว
อาร์โค้ดจากหนังสือเรยี นชีววิทยา ม.5 เลม่ 1 เร่ือง การปฏสิ นธิของพืช
2. หลังจากนักเรียนดูวิดที ัศนจ์ บ ครเู ขยี นข้อความบนกระดาน แลว้ ให้นกั เรียน เรยี งลำดับหมายเลข
ตามขั้นตอนการปฏิสนธิของพืชดอกให้ถูกต้อง โดยให้นักเรียนลอกคำถามและเรียงลำดับหมายเลขลงใน
สมดุ บนั ทกึ ของตนเอง โดยมีแนวคำถามดงั น้ี
1) สเปริ ม์ ไปผสมกับโพลารน์ วิ คลีไอและเซลล์ไข่
2) เรณตู กลงบนยอดเกสรเพศเมยี
3) เจเนอเรทีฟเซลลแ์ บ่งเซลลแ์ บบไมโทซิสไดส้ เปริ ม์ 2 เซลล์
4) ทิวบ์นิวเคลยี สแบง่ เซลลง์ อกหลอดเรณูไปตามก้านเกสรเพศเมีย
3. ครใู หน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ทำใบงานท่ี 3.2.4 เร่อื ง การปฏิสนธขิ องพืชดอก
4. ครูอาจแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการงอกหลอดเรณู โดยครูอาจให้นักเรียนสืบค้น
ข้อมลู เพ่ิมเติมเกี่ยวกับปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ การงอกหลอดเรณู แล้วใหน้ ักเรยี นสรปุ ลงในสมดุ บนั ทึกของ
ตนเอง
5. ใหน้ กั เรยี นจับคู่ แลกเปล่ยี นขอ้ มลู และขอ้ สรุปทีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาใบงาน
ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
6. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยข้ันตอนการปฏิสนธิของพืชดอก โดยครูอธิบายคำตอบว่า เม่ือเรณูตก
ลงบนยอดเกสรเพศเมีย เรณู ทิวบ์เซลล์จะแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสเพื่องอกหลอดเรณูไปตามก้าน
เกสรเพศเมียแทงเข้า ไปในรงั ไข่ จากนนั้ เจเนอเรทีฟเซลลจ์ ะแบ่งเซลล์ ได้ 2 นิวเคลยี ส ได้จำนวน
สเปริ ม์ 2 เซลล์ เข้าไปผสมกับโพลาร์นิวคลีไอและเซลล์ได้ โดยสเปิร์มทผ่ี สมกับโพลาร์นิวคลีไอจะ
เจรญิ เป็นเอนโดสเปริ ์ม สว่ นสเปิร์มทผ่ี สมกับเซลล์ไขจ่ ะเจริญเปน็ ไซโกต ดังน้ัน หมายเลขควรเรียง
จาก 2) 4) 3) 1)
7. ครูสมุ่ ตวั แทนกลุม่ ออกมานำเสนอใบงานที่ 3.2.4 เร่อื ง การปฏิสนธขิ องพชื ดอก
8. ครูสุ่มตัวแทน 1 คู่ นำเสนอข้อสรปุ ท่ีไดจ้ ากการศึกษาการงอกหลอดเรณู
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
9. ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หัดชวี วิทยา ม.5 เล่ม 1
10. เพื่อขยายความเข้าใจให้นักเรียนทำผังสรุปกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก พร้อม
นำเสนอในรูปแบบทีน่ า่ สนใจ
11. ให้นกั เรยี นทำผังมโนทัศน์ เร่อื ง การถ่ายเรณู พร้อมตกแต่งให้สวยงาม
ขนั้ สรุป
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบฝกึ หดั ในแบบฝีกหัดชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1
2. ครูตรวจใบงาน เรอ่ื ง ประเภทของดอก
3. ครตู รวจใบงาน เรอ่ื ง การสร้างเซลลส์ บื พันธุ์ของพืชดอก
4. ครูตรวจใบงาน เร่ือง การปฏสิ นธขิ องพชื ดอก
5. ประเมนิ ชน้ิ งาน เร่อื ง การสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของพชื ดอก โดยใช้แบบประเมินช้ินงาน
6. ประเมินผังมโนทศั น์ เรอื่ ง การถา่ ยเรณู โดยใช้แบบประเมนิ ช้นิ งาน
7. สังเกตพฤติกรรมการทำงานของนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
8. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑก์ าร
ประเมิน
7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง
การจดั กิจกรรม
การเรียนรู้
1) กิจกรรมนำสู่ - สังเกตจากการตอบ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60
การเรยี น คำถามและแสดงความ รายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- การตอบคำถาม คิดเหน็
2) การสรา้ งเซลล์ - ตรวจใบงานเรื่อง - ใบงานเรอื่ งประเภท - ระดบั
สืบพันธุข์ องพชื ประเภทของดอก ของดอก คุณภาพ 2
ดอก - ตรวจใบงานเรื่อง - ใบงาน เรือ่ ง การสรา้ ง ผา่ นเกณฑ์
การสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุ เซลลส์ บื พนั ธขุ์ องพชื ดอก
ของพืชดอก - ใบงาน เรอื่ ง การ
- ตรวจใบงาน เรื่อง การ ปฏิสนธขิ องพชื ดอก
ปฏสิ นธขิ องพืชดอก - แบบประเมนิ ชิน้ งาน
- ประเมินชิน้ งาน เร่อื ง - แบบฝกึ หดั ชวี วิทยา
การสร้างเซลล์สบื พันธุข์ อง ม.5 เล่ม 1
พชื ดอก
- ประเมินผังมโนทศั น์
เรอ่ื งการถา่ ยเรณู
- ตรวจแบบฝกึ หดั
ชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1
3) การนำเสนอผล - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ
การทำกิจกรรม ผลทำกจิ กรรม นำเสนอผลทำกิจกรรม 2
ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ
ทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล 2
รายบุคคล ผ่านเกณฑ์
5) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ
ทำงานกล่มุ การทำงานรายบุคคล การทำงานกลุ่ม 2
ผา่ นเกณฑ์
รายการวัด วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑก์ าร
6) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบประเมนิ ประเมิน
อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่นั คณุ ลกั ษณะ
ในการทำงาน อนั พึงประสงค์ - ระดบั คุณภาพ
2
ผา่ นเกณฑ์
สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 การสืบพนั ธข์ุ องพชื ดอกและการ
เจริญเตบิ โต
2) แบบฝึกหดั ชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การสบื พนั ธุ์ของพชื ดอกและการ
เจรญิ เติบโต
3) ใบงาน เรื่อง ประเภทของดอก
4) ใบงาน เรอื่ ง การสร้างเซลลส์ ืบพันธุ์ของพชื ดอก
5) ใบงาน เรอ่ื ง การปฏสิ นธขิ องพชื ดอก
6) วสั ดอุ ุปกรณ์กิจกรรมโครงสรา้ งของดอก
7) วดิ ีทศั น์ เรอ่ื ง Double Fertilization in Angiosperms
จาก (https://www.youtube.com/watch?v=bUjVHUf4d1I)
แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอรเ์ นต็
3) ส่ือควิ อาร์โคด้ จากหนังสือเรยี นชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1 เร่ือง การปฏสิ นธิของพชื
ใบงาน
เรอื่ ง ประเภทของดอก
ตอนท่ี 1 จำแนกดอกตามส่วนประกอบของดอก
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาดอกไม้ที่กำหนดให้ แลว้ ทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในตาราง
ชอื่ ดอกไม้ ประเภทของดอก ดอกไม่ครบส่วน
ดอกสมบรู ณ์เพศ ดอกไมส่ มบูรณ์เพศ ดอก ครบส่วน
มะเขือ
บานเย็น
อนิ ทผาลัม
ขา้ วโพด
มะละกอ
กล้วยไม้
ตอนที่ 2 จำแนกดอกตามจำนวนดอกที่อยู่บนกา้ น
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นพจิ ารณาดอกไม้ทีก่ ำหนดให้ แล้วทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในตาราง
ชอ่ื ดอกไม้ ประเภทของดอก
ดอกเดี่ยว ดอกช่อ
ดอกการะเวก
ดอกฝรั่ง
ดอกผกากรอง
ดอกหางนกยงู
ดอกมะเขือ
ตอนท่ี 3 จำแนกดอกตามตำแหน่งของรังไข่เทียบกับตำแหนง่ ของวงกลีบ
คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนพิจารณาดอกไม้ทก่ี ำหนดให้ แลว้ ทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในตาราง
ชื่อดอกไม้ ประเภทของดอก
ดอกท่ีมีรงั ไข่อยู่เหนือวงกลีบ ดอกท่ีมีรงั ไขอ่ ยู่ใต้วงกลบี
ยี่หบุ
ทบั ทมิ
พรกิ
ถ่วั
แตงกวา
ใบงาน เฉลย
เรอ่ื ง ประเภทของดอก ดอกไมค่ รบส่วน
✓
ตอนที่ 1 จำแนกดอกตามส่วนประกอบของดอก ✓
✓
คำชีแ้ จง : ใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาดอกไม้ทีก่ ำหนดให้ แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตาราง ✓
ชือ่ ดอกไม้ ประเภทของดอก
ดอกสมบรู ณ์เพศ ดอกไมส่ มบูรณ์เพศ ดอกครบสว่ น
มะเขือ ✓ ✓
บานเยน็ ✓
อินทผาลมั ✓
ขา้ วโพด ✓
มะละกอ ✓
กล้วยไม้ ✓ ✓
ตอนที่ 2 จำแนกดอกตามจำนวนดอกที่อยูบ่ นก้าน
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาดอกไม้ทีก่ ำหนดให้ แล้วทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในตาราง
ชอ่ื ดอกไม้ ประเภทของดอก
ดอกเด่ียว ดอกช่อ
ดอกการะเวก ✓
ดอกฝร่ัง ✓
ดอกผกากรอง ✓
ดอกหางนกยงู ✓
ดอกมะเขอื ✓
ตอนที่ 3 จำแนกดอกตามตำแหนง่ ของรังไข่เทียบกับตำแหน่งของวงกลีบ
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นพิจารณาดอกไม้ที่กำหนดให้ แล้วทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในตาราง
ช่ือดอกไม้ ประเภทของดอก
ดอกที่มีรงั ไข่อยูเ่ หนือวงกลบี ดอกที่มีรงั ไข่อยใู่ ต้วงกลบี
ยหี่ บุ ✓
ทับทิม ✓
พรกิ ✓
ถ่ัว ✓
แตงกวา ✓
ใบงาน
เรื่อง การสร้างเซลล์สืบพนั ธ์ุของพืชดอก
ตอนที่ 1
คำช้ีแจง : จงเตมิ คำลงในตารางกระบวนการสรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุ
ลกั ษณะที่พิจารณา การสร้าง male การสร้าง female
gametophyte gametophyte
แหล่งสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธุ์ …............................... รงั ไข่
เซลลเ์ รม่ิ ตน้ (mother cell) ................................... เมกะสปอรม์ าเทอรเ์ ซลล์
เซลลท์ ไ่ี ดจ้ าก meiosis ของเซลลแ์ ม่ ...................................
ไมโครสปอร์
จานวน 4 เซลล์
เซลลท์ ไ่ี ดจ้ ากการแบ่งเซลลแ์ บบ mitosis ...................................
...................................
ตอนท่ี 2
คาชี้แจง : จงเขยี นแผนภาพกระบวนการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศผแู้ ละการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศเมยี
1. การสรา้ งเรณู (pollen grian) ของพชื ดอก
ตอบ
2. การสรา้ งถุงเอม็ บรโิ อ ของพชื ดอก
ตอบ
ใบงาน เฉลย
เรื่อง การสรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุของพืชดอก
ตอนที่ 1
คำชแ้ี จง : จงเติมคำลงในตารางกระบวนการสร้างเซลล์สืบพนั ธุ์
ลกั ษณะท่ีพิจารณา การสร้าง male การสร้าง female
gametophyte gametophyte
แหลง่ สรา้ งเซลลส์ บื พนั ธุ์ …........อ..บั...เ.ร..ณ...ู ............ รงั ไข่
เซลลเ์ รม่ิ ตน้ (mother cell) ..ไ..ม..โ..ค..ร..ส..ป..อ..ร..ม์...า..เ.ท..อ..ร..์... เมกะสปอรม์ าเทอรเ์ ซลล์
เซลลท์ ไ่ี ดจ้ าก meiosis ของเซลลแ์ ม่ เซลล์
เมกะสปอร์
ไมโครสปอร์ ......จ..า..น..ว..น....4...เ.ซ...ล..ล..์ ......
จานวน 4 เซลล์
แอนตโิ พแดล,
เซลลท์ ไ่ี ดจ้ ากการแบ่งเซลลแ์ บบ mitosis เจอเนอเรทฟี เซลลแ์ ละ ซนิ เนอรจ์ ดิ ,
........ท..ว.ิ .บ...น์..วิ..เ..ค..ล..ยี..ส........ โพลารน์ วิ คลไี อ,
.............เ.ซ...ล..ล..ไ์ ..ข..่ ..........
ตอนท่ี 2
คาชี้แจง : จงเขยี นแผนภาพกระบวนการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศผแู้ ละการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธเุ์ พศเมยี
1. การสรา้ งเรณู (pollen grian) ของพชื ดอก
ตอบ Microspore mother cell (2n) -------เกิดการ meiosis--------> ได้4 microspore (n) -------เกิดการ
mitosis (นวิ เคลยี ส)--------> ได้ เรณู ซงึ่ มี 2 นิวเคลยี ส คอื Generative nucleus และ tube nucleus
2. การสรา้ งถงุ เอม็ บรโิ อ ของพชื ดอก
ตอบ Megaspore mother cell (2n) -------เกิดการ meiosis-------->ได้ 4 megaspore ซึง่ จะสลายไป 3
และได้ 1 megaspore (n) -------เกดิ การ mitosis ทนี่ ิวเคลยี ส 3 ครงั้ -------->ไดe้ mbryo sac (ถุงเอม็ บรโิ อ)
(7 เซลล์ 8 นิวเคลยี ส)
ใบงาน
เร่อื ง การปฏิสนธิของพชื ดอก
ตอนท่ี 1
คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนศึกษาจากแหลง่ การเรียนรู้เพมิ่ เตมิ จากสอื่ อินเทอรเ์ น็ต หนงั สอื เรียนชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1
แลว้ ตอบคำถามต่อไปน้ี
1. การปฏสิ นธขิ องพชื ดอกเกดิ ขน้ึ เม่อื ใด
ตอบ
2. พจิ ารณาภาพท่กี าหนดให้ A B C และ D คืออะไร ตามลาดบั
ถงุ เอม็ บริโอ
A
B
C
D
ตอบ
3. สเปิรม์ ของพชื เกดิ จากจากเซลลใ์ ด
ตอบ
4. หลงั จากเกดิ การปฏสิ นธิ บรเิ วณหมายเลข 1 และ 2 จะพฒั นาเป็นอะไร ตามลาดบั
1
2
ตอบ
ตอนท่ี 2
คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นวาดแผนผังกระบวนการสร้างเซลล์สบื พนั ธุ์ของพชื ดอกจนกระท่ังเกิดกระบวนการ
ปฏสิ นธิ พร้อมตกแตง่ ใหส้ วยงาม
ใบงาน เฉลย
เร่อื ง การปฏสิ นธขิ องพืชดอก
ตอนท่ี 1
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนศกึ ษาจากแหลง่ การเรียนรู้เพิม่ เติมจากสือ่ อินเทอร์เน็ต หนังสือเรยี นชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1
แลว้ ตอบคำถามต่อไปน้ี
1. การปฏสิ นธขิ องพชื ดอกเกดิ ขน้ึ เมอ่ื ใด
ตอบ เกดิ ขนั้ เมอื่ สเปิรม์ เขา้ ไปผสมกบั เซลลไ์ ขก่ บั โพลารน์ ิวคลไี อ
2. พจิ ารณาภาพท่กี าหนดให้ A B C และ D คอื อะไร ตามลาดบั
ถงุ เอม็ บริโอ
A
B
C
D
ตอบ A คอื แอนตโิ พแดล B คอื โพลารน์ วิ คลไี อ C คอื ซนิ เนอรจ์ ดิ และ D คอื เซลลไ์ ข่
3. สเปิรม์ ของพชื เกดิ จากจากเซลลใ์ ด
ตอบ เกดิ จากการแบ่งเซลลข์ องเจเนอเรทฟี ไดส้ เปิรม์ 2 นิวเคลยี ส
4. หลงั จากเกดิ การปฏสิ นธิ บรเิ วณหมายเลข 1 และ 2 จะพฒั นาเป็นอะไร ตามลาดบั
1
2
ตอบ หมายเลข 1 เจรญิ เป็นเอนโดสเปิรม์ หมายเลข 2 เจรญิ เป็นไซโกต
ตอนที่ 2
คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นวาดแผนผังกระบวนการสร้างเซลลส์ บื พนั ธุข์ องพืชดอกจนกระทั่งเกิดกระบวนการ
ปฏสิ นธิ พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม
ครูพจิ าณาคำตอบของนักเรียน แตแ่ ผนผงั ควรมลี กั ษณะดังภาพ
แบบประเมินชิ้นงาน
คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนประเมินช้ินงานตามรายการทก่ี ำหนดแลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถกู ต้องของชิ้นงาน
2 การจัดรูปแบบชน้ิ งาน
3 ความตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชื่อ ............................................... ผ้ปู ระเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารประเมินชน้ิ งาน
รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
1. ความถกู ตอ้ งของ 4 3 21
ชิน้ งาน ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชน้ิ งานไมถ่ ูกตอ้ ง และ
ครบทุกหัวข้อ ครบทุกหัวข้อเป็นส่วน ครบทุกหัวข้อเพียง ไม่ครบตามหัวข้อท่ี
ใหญ่ บางสว่ น กำหนด
2. การจัดรปู แบบ ชิ้นงานมีระเบียบ มี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานไม่มีระเบียบ
ช้ินงาน
ความคิดสรา้ งสรรค์ และ ความน่าสนใจเป็นส่วน ความน่าสนใจเพียง ไมม่ ีความนา่ สนใจ
มีความน่าสนใจ ใหญ่ บางสว่ น
3. ความตรงต่อเวลา สง่ แบบชิ้นงานภายใน ส่งแบบชิ้นงานชา้ กว่า ส่งแบบช้ินงานชา้ กว่า สง่ แบบชน้ิ งานช้ากว่า
เวลาทกี่ ำหนด เวลาทก่ี ำหนด 1 วัน เวลาท่กี ำหนด 2 วนั เวลาทีก่ ำหนด 3 วัน
ข้ึนไป
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 ดมี าก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรับปรงุ
แบบประเมนิ การปฏิบัติการ
คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนประเมนิ การปฏบิ ัติการของนักเรียนตามรายการทก่ี ำหนดแลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การปฏบิ ัติการทดลอง
2 ความคลอ่ งแคลว่ ขณะปฏบิ ัตกิ าร รวม
3 การนำเสนอ
ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
................./................../.............
เกณฑ์การประเมนิ การปฏิบตั ิการ
ประเดน็ ที่ประเมิน 4 ระดับคะแนน 2 1
3
1. การปฏิบัติการ ทำตามทดลองตาม ทำตามทดลองตาม ตอ้ งให้ความ ตอ้ งให้ความ
ทดลอง ขั้นตอนและใช้อปุ กรณ์ ขน้ั ตอนและใช้อปุ กรณ์ ชว่ ยเหลอื บา้ งในการ ช่วยเหลืออย่างมาก
ได้อย่างถูกต้อง ได้อยา่ งถูกตอ้ ง แตอ่ าจ ทำการทดลอง และ ในการทำการ
ตอ้ งไดร้ ับคำแนะนำบ้าง การใช้อุปกรณ์ ทดลอง และการใช้
อุปกรณ์
2. ความคล่องแคล่ว มคี วามคลอ่ งแคล่วใน มคี วามคลอ่ งแคล่วใน ขาดความ ทำการทดลองเสร็จ
ขณะปฏิบตั กิ าร การทำการทดลองโดย การทำการทดลองแต่ คลอ่ งแคลว่ ในขณะ ไมท่ ันเวลา และทำ
ไม่ต้องไดร้ ับคำชีแ้ นะ ต้องได้รับคำแนะนำบ้าง การทำการทดลอง อุปกรณเ์ สยี หาย
และทำการทดลอง และทำการทดลองเสรจ็ จงึ ทำการทดลอง
เสร็จทันเวลา ทนั เวลา เสรจ็ ไมท่ ันเวลา
3. การบันทึก สรุป บันทึกและสรุปผลการ บนั ทกึ และสรปุ ผลการ ต้องให้คำแนะนำใน ตอ้ งใหค้ วาม
และการนำเสนอ ทดลองได้ถูกตอ้ ง ทดลองไดถ้ กู ตอ้ ง แต่ การ บนั ทกึ สรุป ช่วยเหลอื อย่างมาก
ผลการทดลอง รดั กุม นำเสนอผลการ การนำเสนอผลการ และนำเสนอผลการ ในการบนั ทึกสรุป
ทดลองเปน็ ขน้ั ตอน ทดลองยงั ไม่เป็นข้ันตอน ทดลอง และนำเสนอผลการ
ชัดเจน ทดลอง
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
11-12 ดีมาก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ต่ำกวา่ 6 ปรับปรุง
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้ รหัสวิชา ว30243
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ รายวชิ า ชีววทิ ยาเพิม่ เตมิ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง การสืบพนั ธ์ขุ องพชื ดอกและการเจรญิ เติบโต เวลา 4 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 15 เรือ่ ง การสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก
1. ผลการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
...................................................................................................................................... ..........................
3. แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................... .............
ลงชื่อ.....................................................ผสู้ อน
(นางสาวดาริน คาดสนทิ )
………/………../…….....
แผนการจดั การเรียนรู้ รหัสวิชา ว30243
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชวี วทิ ยาเพ่ิมเติม
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง การสืบพันธ์ขุ องพืชดอกและการเจริญเตบิ โต เวลา 3 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 16 เร่ือง การปฏสิ นธขิ องพืชดอก โรงเรียนบา้ นแพงพทิ ยาคม
ผู้สอน นางสาวดาริน คาดสนทิ
ผลการเรียนรู้
อธบิ าย และเปรยี บเทียบกระบวนการสรา้ งเซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศผแู้ ละเพศเมยี ของพืชดอก และอธิบาย การ
ปฏสิ นธขิ องพืชดอก
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏสิ นธิ (Fertilization) คอื กระบวนการทีเ่ ซลลส์ บื พันธเุ์ พศผู้ (ละอองเรณู) ผสมกบั เซลลส์ ืบพนั ธ์ุ
เพศเมยี (ไข่อ่อน) เมื่อเกิดการถา่ ยละอองเรณู ละอองเรณจู ะตกอยู่ท่ีบรเิ วณไมโครไพลซ์ ่งึ จะมสี ารกง่ึ เหลวคอย
ดักจับเรณูไว้ เมือ่ มสี ภาพทเี่ หมาะสม ละอองเรณูจะงอกและมกี ารเจรญิ ของท่อเรณเู พ่อื เขา้ ไปผสมกับเซลลไ์ ข่
(Egg cell)
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการเกดิ เมล็ดและผลของพชื ดอกได้ (K)
2. สรา้ งแบบจำลองโครงสร้างของผลได้ (P)
3.ประยกุ ตโ์ ครงสรา้ งตา่ ง ๆ ของเมลด็ และผลไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ (P)
4. รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทแ่ี ละงานที่ได้รับมอบหมาย (A)
สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- ภายหลังการปฏิสนธิ ออวุลจะมีการเจริญและพัฒนา
ไปเป็นเมล็ด และรังไข่จะมีการเจริญและพัฒนาไป
เปน็ ผล
- โครงสร้างของเมล็ดประกอบด้วย เปลือกเมล็ด
เอ็มบริโอ และเอนโดสเปิร์ม โครงสร้างของผล
ประกอบด้วย ผนังผล และเมล็ด ซึ่งแต่ละส่วนของ
โครงสรา้ งจะมีประโยชนต์ อ่ พชื เองและต่อส่งิ มชี ีวติ อืน่
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการระบุ
2) ทกั ษะการเช่อื มโยง
3) ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
กระบวนการจดั การเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ช่วั โมงท่ี 1
ข้ันนำ
ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครกู ระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อนเข้าสูบ่ ทเรยี น โดยให้นักเรยี นเล่นเกมแขง่ กนั บอกชื่อดอกไม้
โดยครูกำหนดจำนวนพยางค์ ดังนี้
- 1 พยางค์ (เข็ม บวั )
- 2 พยางค์ (กหุ ลาบ มะลิ ชบา)
- 3 พยางค์ (เบญจมาศ ทานตะวนั กระดมุ ทอง)
- 4 พยางค์ (บานไม่รโู้ รย คณุ นายตนื่ สาย)
2. นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับโครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืช
กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ และการปฏิสนธิ โดยครูตั้งคำถาม แล้วให้นักเรียนยกมือตอบ
คำถาม โดยมแี นวคำถามตอ่ ไปนี้
- กระบวนการปฏสิ นธิเกดิ ขึ้นบรเิ วณใดของดอก
(แนวตอบ: รงั ไข่ (Ovary))
ข้นั สอน
ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรียนสืบคน้ ข้อมลู หรือศกึ ษาจากหนงั สือเรยี นชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1 เพอ่ื ตอบคำถามตอ่ ไปนี้
- เมล็ดและผลเจรญิ หรอื พัฒนามาจากส่วนใด
(แนวตอบ: เมลด็ พฒั นามาจากออวุล (Ovule) ส่วนผลเจรญิ มาจากรังไข่ (Ovary))
- ส่วนประกอบของผล (Fruit) ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
(แนวตอบ: ผนงั ผล (Pericarp) และเมล็ด (Seed))
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยให้นักเรียนสืบคน้ ข้อมูล เรื่อง โครงสร้างของผลจากแหลง่
การเรยี นรู้ เช่น อินเทอรเ์ นต็ ห้องสมุด หรอื หนังสอื เรียนชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1
3. หลังจากน้ันใหต้ วั แทนกลุม่ ออกมารบั ดินน้ำมนั ซง่ึ มสี สี ันต่างๆ ท่คี รเู ตรียมไวใ้ ห้แต่ละกลมุ่
4. ครูมอบหมายให้แต่ละกลุ่มร่วมกันสร้างแบบจำลองโครงสร้างของผล โดยใช้ดินน้ำมันที่ครูเตรียมไว้
ให้
ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
5. ครูสมุ่ ตวั แทนกลมุ่ 2 คน ออกมานำเสนอแบบจำลองโครงสรา้ งผลของกลุ่มตนเอง
6. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายผลจากการสร้างแบบจำลองโครงสร้างผล โดยมีแนวการอภิปรายวา่
ผลประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ผนังผล (Pericarp) และเมล็ด (Seed) ซึ่งผนังผลแบ่งออกเป็น 3 ช้ัน
ได้แก่ ผนังชั้นนอก (Exocarp) ผนังชั้นกลาง (mesocarp) และผนังชั้นใน (Endocarp) ส่วนเมล็ด
(Seed) เจริญมาจากออวุล (Ovule) ที่มีส่วนประกอบหลัก คือ เปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat) เอน
โดสเปิรม์ (Endosperm) และเอม็ บรโิ อ (Embryo)
7. ครยู กตวั อย่างผลใหน้ กั เรียนเขา้ ใจมากขน้ึ โดยใหน้ กั เรียนศึกษาผลมะพร้าวในกรอบ Biology Focus
จากหนงั สอื เรยี นชีววิทยา ม.5 เลม่ 1
ผลชั้นนอก (Exocarp)
มลี ักษณะเปน็ สีเขยี วในผลสด
ผลชนั้ กลาง (Mesocarp)
มลี กั ษณะอ่อนนุ่ม มีเสน้ ใย
ผลช้ันใน (Endocarp)
มีลักษณะแข็งเหมือนเนื้อไม้ซึ่งเรียก
อีกอย่างว่ากะลามะพร้าว ภายในมี
เอนโดสเปิร์ม ประกอบด้วยน้ำและ
เนือ้ มะพรา้ วนยิ มนำมาบริโภค
ชว่ั โมงที่ 2
ขั้นสอน
ข้ันท่ี 2 สำรวจความรู้ (Explore)
1. ให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 3 กลุม่ โดยให้แต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนกลุ่มออกมาจับสลากหมายเลข 1-
3 โดยแตล่ ะหมายเลขมีหนา้ ทศ่ี กึ ษาเนื้อหาต่อไปน้ี
- หมายเลข 1 คือ กลุ่มที่หน่งึ ศกึ ษาผลเดยี่ ว
- หมายเลข 2 คอื กลุ่มท่สี องศกึ ษาผลกลุ่ม
- หมายเลข 3 คอื กลมุ่ ท่สี ามศึกษาผลรวม
2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาหัวข้อตามสลากที่กลุ่มตนเองได้รับแล้วสรุปลงในกระดาษ A4
เรือ่ ง ประเภทของผล พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
3. ครูส่มุ ตวั แทนนกั เรยี นออกมานำเสนอชิน้ งาน เร่ือง ประเภทของผล
4. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั อภปิ รายผลจากการศึกษาประเภทของผลว่า “เนื่องดอกไม้ของพชื แต่ละชนิด
มีจำนวนรังไข่ (Ovary) ที่แตกต่างกัน ทำให้ผลซึ่งเจริญมารังไข่แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ผล
เดี่ยว (Simple fruit) ซึ่งเป็นผลที่เจริญมาจากดอกเดี่ยวเพียงหนึ่งดอกและมีเกสรเพศเมีย (Pistil)
เพียง 1 อัน ผลกลุ่ม (Aggregate fruit) ซึ่งเป็นที่เจริญมาจากดอกหนึ่งดอกที่มีเกสรเพศเมีย
มากกว่า 1 อัน ส่งผลให้รังไข่แต่ละอันเจริญเป็นดอกย่อยที่ติดอยู่บนฐานดอกเดียวกัน และผลรวม
(Multiple fruit) เจรญิ มาจากดอกย่อย ส่งผลใหร้ งั ไขข่ องแต่ละดอกยอ่ ยเช่อื มติดเปน็ เน้ือเดยี ว”
5. เพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียน ครูพูดชื่อผลไม้ แล้วให้นักเรียนยกมือตอบคำถามเพื่อจำแนก
ประเภทผลไมโ้ ดยใชจ้ ำนวนรงั ไข่ของดอกเป็นเกณฑ์
(แนวคำตอบ: สับปะรด จัดอยู่ในประเภทของผลรวม เนื่องจากรังไข่ของดอกย่อยแต่ละอันพัฒนา
กลายเปน็ ผล หลอมรวมกันกลายเปน็ สับประรด 1 ผล)
ชัว่ โมงท่ี 3
ข้ันสอน
ข้ันที่ 2 สำรวจความรู้ (Explore)
1. ครูวาดแผนผัง เรื่อง โครงสร้างเมล็ด บนกระดาน จากนั้นแจก ใบงานเรื่องโครงสร้างเมล็ดของพืช
แลว้ ให้นักเรยี นสบื คน้ ข้อมูลจากแหลง่ การเรยี นรูเ้ พือ่ เติมคำลงในแผนผงั ให้สมบรู ณ์
2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 5-6 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนส่งตัวแทนกลมุ่
เสนอชื่อเมล็ดที่กลุ่มตนเองต้องการศึกษา จากนั้นครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำราย งาน
เกยี่ วกับโครงสรา้ งของเมล็ด
3. หลงั จากน้ันให้นักเรียนศกึ ษาข้อมูลเกีย่ วกับการเจริญของไซโกต (Zygote) จากแหลง่ การเรยี นรู้ เช่น
สอ่ื อนิ เทอร์เน็ต หนังสอื เรยี นชีววิทยา ม.5 เลม่ 1
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
4. ครูสุม่ ตัวแทนนักเรยี นออกมานำเสนอใบงานเร่ือง โครงสรา้ งของเมล็ดพืช หรอื สุม่ เรยี กตวั แทนเฉลย
แผนผังให้สมบูรณ์ หากนักเรียนเติมคำตอบลงในแผนผังไม่ถูกต้อง ครูอาจชี้แนะหรือให้นักเรียน
รว่ มกันออกความคดิ เห็นจนกว่าข้อมูลจะถูกต้องสมบรู ณ์
5. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอรายงาน เรื่อง โครงสร้างของเมล็ด โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
ออกมานำเสนอโครงสรา้ งของเมลด็ ท่ีกลุ่มตนเองเลือกศึกษา ผนู้ ำเสนออาจวาดภาพโครงสร้างเมล็ด
หน้ากระดาน หรือทำเป็นใบความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างเมล็ดของกลุ่มตนเองมาแจกให้เพื่อนในห้อง
เพอื่ ประกอบการอธบิ ายใหเ้ ขา้ ใจและเห็นภาพชดั เจนมากยง่ิ ขึ้น
6. จากนัน้ ครใู ชค้ ำถามเพ่อื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจมากข้ึน โดยครูอาจถามคำถาม ดงั นี้
- การเจริญของไซโกต (Zygote) ไปเปน็ เอ็มบริโอ (Embryo) เกดิ จากการแบ่งแบบใดและเกิดขึ้นกคี่ ร้ัง
(แนวตอบ: แบบไมโทซิส (Mitosis) จำนวน 2 ครัง้ )
- ไซโกต (Zygote) ทเ่ี กิดจากการแบง่ เซลล์แล้วติดอยู่กบั รูไมโครไพล์ (Micropyle) เรียกว่าอะไร
(แนวตอบ: เซลล์ฐาน (Basal cell))
- เซลลส์ นับสนนุ (Suspensor) ทำหนา้ ท่อี ะไร
(แนวตอบ: ยดึ เอ็มบริโอ (Embryo))
- บริเวณใดของเอ็มบรโิ อ (Embryo) จะเปล่ียนแปลงเนอ้ื เยอื่ และสว่ นตา่ ง ๆ เพือ่ ทำหนา้ ท่เี ฉพาะ
(แนวตอบ: แอพิคัลเซลล์ (Apical cell))
ข้นั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
7. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั ชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 1
8. หลังจากเรียนเรื่อง โครงสร้างของผลและเมล็ดพืช แล้วให้นักเรียนยกตัวอย่างประโยชน์ที่ได้จาก
โครงสร้างต่าง ๆ ของเมล็ดและผล โดยครูอาจให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่าง โดย
ตัวอยา่ งของนักเรยี นแต่ละคนตอ้ งไม่ซำ้ กนั
9. ให้นักเรียนนำความรู้ เรื่อง โครงสร้างของผลและเมล็ด มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันด้วยกา ร
ออกแบบหรอื สรา้ งชน้ิ งานข้นึ มา 1 ช้ิน พร้อมอธิบายประโยชน์ หรอื สรรพคุณของช้นิ งานน้นั ๆ
ขน้ั สรุป
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ตรวจแบบฝกึ หัดในแบบฝกึ หดั ชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1
2. ตรวจใบงานเรอื่ ง โครงสรา้ งของเมลด็ พืช
3. ประเมินช้ินงาน เรือ่ ง ประเภทของผล จากแบบประเมินชนิ้ งาน
4. ประเมินรายงาน เรื่อง โครงสรา้ งเมล็ด จากแบบประเมินรายงาน
5. ประเมินช้นิ งาน เร่อื ง โครงสรา้ งของผลและเมล็ด จากแบบประเมินชน้ิ งาน
6. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานของนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
7. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
การวัดและประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การ
ประเมนิ
ประเมนิ ระหว่าง
การจดั กิจกรรม
การเรยี นรู้
1) กิจกรรมนำสู่การ - สังเกตจากการตอบคำถาม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60
เรียน และแสดงความคดิ เหน็ รายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
- การตอบคำถาม
2) การปฏิสนธขิ อง - ตรวจใบงานเร่ือง - ใบงานเรื่อง - ระดับ
พืชดอก โครงสร้างของเมล็ดพืช โครงสรา้ งของเมลด็ คณุ ภาพ 2
- ประเมินชิ้นงาน เรือ่ ง พชื ผา่ นเกณฑ์
ประเภทของผล - แบบประเมนิ ชิน้ งาน
- ประเมินชิน้ งาน เรอ่ื ง - แบบฝึกหัดชีววทิ ยา
โครงสรา้ งของผลและ ม.5 เล่ม 1
เมล็ด
- ประเมนิ รายงาน เรอ่ื ง
โครงสรา้ งเมล็ด
- ตรวจแบบฝึกหัดชวี วิทยา
ม.5 เลม่ 1
รายการวัด วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑก์ าร
ประเมนิ
3) การนำเสนอผล - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดับคุณภาพ
การทำกจิ กรรม ผลทำกิจกรรม นำเสนอผลทำ 2
กจิ กรรม ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ
ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล
การทำงานรายบุคคล 2
ผ่านเกณฑ์
5) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ
ทำงานกลมุ่ การทำงานรายบุคคล
การทำงานกลุ่ม 2
ผา่ นเกณฑ์
6) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ยั - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ
อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น คุณลักษณะ 2
ในการทำงาน อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 การสืบพนั ธ์ุของพืชดอกและการ
เจริญเตบิ โต
2) แบบฝกึ หัดชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 การสบื พนั ธุ์ของพืชดอกและการ
เจรญิ เตบิ โต
3) ใบงานเร่ือง โครงสรา้ งของเมล็ดพืช
แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) อินเทอร์เน็ต
ใบงาน
เรอื่ ง โครงสร้างของเมลด็ พชื
คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนเตมิ คำหรือข้อความลงในแผนผงั เร่อื ง โครงสร้างของเมลด็ พืช ให้สมบรู ณ์
เมลด็
เปลือกหุ้มเมลด็ ลกั ษณะ :
หน้าท่ี :
รากแรกเกดิ คือ
ใบเลย้ี ง คือ ลาต้นใต้ใบเล้ียงท่ีเป็ นส่วนแกนของ
เอม็ บรโิ อทอ่ี ย่ใู ตใ้ บเลย้ี ง
คือ ลาตน้ เหนอื ใบเลย้ี งทเ่ี ป็นสว่ นของเอม็ บรโิ อ
ทอ่ี ย่เู หนือใบเลย้ี งขน้ึ ไป
ทาหน้าท่ี
หน้าท่ี เก็บสะสมอาหารจำพวกแปง้ น้ำตาล โปรตีน หรือไขมนั ขน้ึ อยู่กบั
ชนิดของพืช แต่ พืชใบเลย้ี งคู่บางชนดิ จะไมม่ ีส่วนน้ี เชน่ ถ่วั มะขาม หรือ
พืชบางชนดิ ส่วนนีอ้ าจไม่พัฒนา เช่น กลว้ ย
ใบงาน เฉลย
เรือ่ ง โครงสรา้ งของเมลด็ พืช
คำช้แี จง : ให้นักเรียนเติมคำหรอื ข้อความลงในแผนผงั เรื่อง โครงสรา้ งของเมลด็ พชื ให้สมบูรณ์
เมลด็
เปลอื กหุ้มเมลด็ ลกั ษณะ : หนา เหนียว และแขง็
เอม็ บริโอ
หน้าที่ : ป้องกนั อนั ตรายเอม็ บรโิ อทอี่ ย่ภู ายในเมลด็ ป้องกนั การ
สญู เสยี น้า และป้องการงอกจนกวา่ จะไดร้ บั สภาวะทเี่ หมาะสมในพชื
บางชนดิ
รากแรกเกิด คือ แรดเิ คลิ ทอี่ ย่บู รเิ วณส่วนปลายสุดของแกน
เอม็ บรโิ อ
ไฮโพคอลทลิ คือ ลำต้นใต้ใบเลี้ยงที่เป็นส่วนแกนของเอ็มบริโอ
ทีอ่ ยู่ใตใ้ บเล้ยี ง
เอพคิ อลทลิ คือ ลำต้นเหนือใบเลี้ยงที่เป็นสว่ นของเอ็มบริโอท่ี
อยเู่ หนือใบเล้ียงขน้ึ ไป
ใบเลยี้ ง ทาหน้าท่ี ดูดซึม ลาเลียงอาหารจากเอนโด
สเปิร์มในพืชบางชนิด และป้องกันยอดอ่อน
ไมใ่ หไ้ ดร้ บั อนั ตราย
เอนโดสเปิร์ม หน้าท่ี เก็บสะสมอาหารจำพวกแป้ง นำ้ ตาล โปรตีน หรอื ไขมนั ขนึ้ อยกู่ บั
ชนดิ ของพชื แต่ พืชใบเล้ยี งคู่บางชนิดจะไม่มีส่วนน้ี เชน่ ถัว่ มะขาม หรือ
พืชบางชนดิ สว่ นน้อี าจไม่พฒั นา เช่น กล้วย
แบบประเมินช้ินงาน
คำช้แี จง : ให้ผสู้ อนประเมนิ ช้ินงานตามรายการท่ีกำหนดแลว้ ขีด ✓ ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถูกต้องของชน้ิ งาน
2 การจัดรปู แบบช้นิ งาน
3 ความตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชอ่ื ................................................ ผ้ปู ระเมนิ
................./................/................
เกณฑ์การประเมนิ ชน้ิ งาน
รายการประเมนิ ระดับคะแนน
1. ความถูกต้องของ 4 3 21
ช้ินงาน ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชนิ้ งานไมถ่ กู ตอ้ ง และ
ครบทุกหวั ขอ้ ครบทุกหัวข้อเป็นส่วน ครบทุกหัวข้อเพียง ไม่ครบตามหัวข้อท่ี
ใหญ่ บางสว่ น กำหนด
2. การจัดรปู แบบ ชิ้นงานมีระเบียบ มี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานไม่มีระเบียบ
ชน้ิ งาน
ความคิดสร้างสรรค์ และ ความน่าสนใจเป็นส่วน ความน่าสนใจเพียง ไม่มีความน่าสนใจ
มคี วามนา่ สนใจ ใหญ่ บางส่วน
3. ความตรงตอ่ เวลา สง่ ช้นิ งานภายในเวลา ส่งช้ินงานช้ากวา่ เวลา สง่ ช้นิ งานช้ากว่าเวลา ส่งช้นิ งานชา้ กวา่
ทก่ี ำหนด ทีก่ ำหนด 1 วนั ทีก่ ำหนด 2 วนั เวลาท่ีกำหนด 3 วัน
ขึน้ ไป
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรับปรุง
บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้ รหสั วิชา ว30243
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ า ชวี วทิ ยาเพิ่มเตมิ
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 เร่ือง การสบื พันธ์ขุ องพชื ดอกและการเจริญเติบโต เวลา 3 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 16 เรื่อง การปฏสิ นธิของพชื ดอก
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................... ...............
3. แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................
ลงช่ือ.....................................................ผสู้ อน
(นางสาวดารนิ คาดสนิท)
………/………../…….....
แผนการจัดการเรียนรู้ รหสั วิชา ว30243
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชวี วทิ ยาเพิ่มเติม
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง การสบื พนั ธขุ์ องพืชดอกและการเจรญิ เตบิ โต เวลา 4 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 17 เรอื่ ง การงอกของเมล็ดพืช โรงเรยี นบา้ นแพงพทิ ยาคม
ผ้สู อน นางสาวดารนิ คาดสนิท
ผลการเรยี นรู้
ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกบั ปัจจัยตา่ ง ๆ ทีม่ ีผลต่อการงอกของเมลด็ สภาพพักตัวของเมลด็ และ
บอกแนวทางในการแกส้ ภาพพกั ตัวของเมล็ด
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การงอกของเมลด็ ต้องไดร้ บั สภาพแวดล้อมภายนอกที่เหมาะสมมากระต้นุ การเปลยี่ นแปลง
ภายในเมล็ด เอ็มบริโอจะเจริญเป็นต้นพชื ซึง่ กระบวนการที่เอม็ บริโอในเมลด็ เจรญิ เปน็ ต้นพชื เรียกวา่ การ
งอก (Germination)
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายเกย่ี วกบั ปัจจยั ต่าง ๆ ทีม่ ีผลตอ่ การงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ดได้ (K)
2. บอกแนวทางในการแกส้ ภาพพกั ตัวของเมล็ดได้ (P)
3. รบั ผิดชอบตอ่ หน้าทแ่ี ละงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)
สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถนิ่
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- เมล็ดที่เจริญเต็มที่จะมีการงอกโดยมีปัจจัยต่าง ๆ ที่มี
ผลต่อการงอกของเมล็ด เช่น น้ำหรือความชื้น
ออกซิเจน อุณหภูมิ และแสง เมล็ดบางชนิดสามารถ
งอกได้ทันที แต่เมล็ดบางชนิดไม่สามารถงอกได้ทันที
เพราะอยู่ในสภาพพักตัว
- เมล็ดบางชนิดมีสภาพพักตัวเนื่องจากมีปัจจัย บาง
ประการที่มีผลยับยัง้ การงอกของเมล็ดซึ่งสภาพพักตวั
ของเมล็ดสามารถแกไ้ ขได้หลายวธิ ตี ามปจั จยั ทย่ี บั ย้งั
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการระบุ
2) ทกั ษะการเชื่อมโยง
3) ทักษะการรวบรวมข้อมลู
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
กระบวนการจัดการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ขั้นนำ
ข้ันที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนครูอาจนำเกมหรือความบันเทิงมาให้นักเรียนมีส่วนร่วมในชั้น
เรยี น โดยครนู ำภาพเมลด็ พืชชนดิ ตา่ ง ๆ มาใหน้ ักเรยี นทายว่าเป็นเมล็ดพืชชนดิ ใด ดังรปู ภาพ
เมลด็ ตน้ ดาวเรือง เมลด็ ถัว่ เหลือง
เมล็ดกาแฟ เมลด็ ทับทมิ
ขั้นสอน
ขน้ั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูนำภาพเดมิ ทใ่ี ชก้ ระตุ้นนักเรยี นในตอนตน้ ชั่วโมงมาถามคำถามนักเรยี นว่า นกั เรียนทราบหรือไม่
วา่ เมล็ดพืชแต่ละชนิดมลี ักษณะการงอกที่แตกต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ: บางชนดิ มลี กั ษณะการงอกท่เี หมือนกัน เชน่ ถั่วเขยี ว ถ่วั เหลอื ง แต่บางชนิดมีลักษณะ
การงอกที่แตกตา่ งกัน เช่น การงอกของเมล็ดขา้ วโพดแตกต่างกับเมล็ดถัว่ เขียว)
2. ให้นักเรียนเขียนคำตอบลงในสมุดบันทึกของตนเอง หลังจากจบการเรยี นการสอนครูและนกั เรยี น
ร่วมกนั เฉลยคำตอบทีถ่ กู ต้อง
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน เลือกพืชมา 1 ชนิด ตามที่นักเรียนสนใจ จากนั้นให้
นกั เรียนสบื ค้นและศกึ ษาว่าพชื ชนิดน้ันมีลกั ษณะการงอกอย่างไร
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
4. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอรูปแบบการงอกของพืชที่กลุ่มของนักเรียนเลือก
นำมาศกึ ษา
5. นกั เรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลจากการสบื ค้นวา่ “การงอกของเมลด็ พืชแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 แบบ
คอื การงอกโดยชูใบเลยี้ งขึ้นเหนือดิน ได้แก่ พริก ถ่ัวเขียว สังเกตการงอกลกั ษณะน้ีได้จากใบเล้ียง
จะโผล่พ้นขึ้นมาเหนือดิน และการงอกโดยใบเลี้ยงอยู่ใต้ดิน ได้แก่ ข้าวโพด ข้าว สังเกตการงอก
ลักษณะนไี้ ด้จากใบแทข้ องพืชเหล่านจ้ี ะโผลพ่ ้นเหนือดนิ และมใี บเล้ยี งอยูใ่ ตด้ นิ ”
6. เพื่อให้นักเรยี นเข้าใจกระบวนการงอกของเมล็ดพืช ครูให้นักเรียนศึกษาสือ่ คิวอาร์โค้ดจากหนังสือ
เรียนชีววิทยา ม.5 เลม่ 1 เรื่อง การงอกของเมล็ด
7. เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน ครูถามนักเรียนโดยมแี นวคำถามดังนี้
- การงอกของเมล็ดถ่ัวเขียวตา่ งกับเมล็ดข้าวโพดอยา่ งไร
(แนวตอบ: ต่างกันตรงที่เมล็ดถั่วเขียวไฮโพคอลทิล (Hypocotyl) จะเจริญได้เร็วกว่าเอพิคอลทิล
(Epicotyl) ทำใหใ้ บเลีย้ งเจรญิ ขน้ึ มาเหนือดิน สว่ นเมลด็ ข้าวโพดเอพิคอลทลิ จะเจรญิ เร็วกว่าไฮโพ
คอลทิลทำให้ใบเลย้ี งยังคงอยู่ใตด้ นิ )
ช่วั โมงท่ี 2
ขน้ั สอน
ขั้นที่ 2 สำรวจความรู้ (Explore)
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น กลุ่มละ 5-6 คน ทำกิจกรรม เรื่อง การงอกเมล็ด จากหนังสือเรียน
ชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1
2. ให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งภาระหน้าทีร่ ับผดิ ชอบ โดยสมาชกิ ในกลุม่ มบี ทบาทและหน้าที่ของตนเอง
ดงั น้ี
- สมาชิกคนท่ี 1: ทำหน้าทีเ่ ตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์กจิ กรรมการงอกเมลด็
- สมาชกิ คนที่ 2: ทำหน้าท่อี ่านวธิ ีการทำกิจกรรม และนำมาอธิบายใหส้ มาชิกภายในกลุ่มฟัง
- สมาชิกคนท่ี 3 และ 4: ทำหน้าที่บันทกึ ผลการทำกจิ กรรม
- สมาชิกคนท่ี 5 และ 6: ทำหนา้ ทีน่ ำเสนอผลท่ีได้จากการทำกจิ กรรม
3. ในระหว่างการทำกิจกรรมให้สมาชิกภายในกลุ่มตั้งคำถามขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ตนเองสงสัย
เชน่ แล้วให้สมาชกิ ร่วมกนั สบื ค้นจากแหลง่ ข้อมูลเพอ่ื ตอบคำถาม
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม และอธิบายข้อสงสัยที่สมาชิก
ภายในกลุม่ ตั้งคำถาม และนำเสนอผลจากการสืบค้นคำตอบ
5. ครูพิจารณาผลจากการทำกิจกรรมและผลจากการสืบค้นข้อสงสัยในขั้นตอนการทำกิจกรรมของ
นกั เรยี น
6. ครูเสริมและเพ่ิมเติมข้อมลู หากข้อมลู ทน่ี ักเรียนออกมานำเสนอยงั ไมส่ มบรู ณ์
7. ครถู ามคำถามทา้ ยกิจกรรม และเฉลยคำถามท้ายกิจกรรม โดยมีแนวคำถาม ดังนี้
- ต้นออ่ นของพชื ทั้ง 2 ชนิดที่งอกออกจากเมล็ดประกอบดว้ ยโครงสร้างเหนือดินใดบา้ ง
(แนวตอบ: ต้นอ่อนของถั่วเขียวจะพบทั้งใบเลี้ยง (Cotyledon) และใบแท้ (foliage leaf) แต่ต้น
อ่อนของข้าวโพดพบเพียงใบแท้)
- ลกั ษณะการงอกของพชื ทงั้ 2 ชนดิ แตกตา่ งกันหรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ: แตกต่างกัน เมล็ดถั่วเขียวจะงอกแบบชูใบเลี้ยงขึ้นเหนือดิน (Hypogeal
germination) แตเ่ มลด็ ข้าวโพดจะงอกแบบใบเลี้ยงอยใู่ ต้ดิน (Epigeal germination))
ช่วั โมงท่ี 3
ข้นั สอน
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจความรู้ (Explore)
1. ก่อนเร่ิมเข้าสหู่ ัวข้อถัดไป ครูถามคำถามทบทวนจากการทำกจิ กรรมการงอกเมล็ด โดยมีแนวคำถาม
ดงั น้ี
- เมล็ดถว่ั เขยี วและเมล็ดขา้ วโพดทน่ี กั เรยี นนำมาเพาะเจรญิ เปน็ ตน้ อ่อนทุกเมลด็ หรือไม่
(แนวตอบ: ขึ้นอยูก่ ับผลการทำกจิ กรรมของนักเรียน)
- ในการปลูกต้นถว่ั เขียวและข้าวโพดนกั เรียนคดิ ว่ามีปจั จยั ใดบ้างทม่ี สี ่วนสำคญั ในการงอกของเมลด็
(แนวตอบ: ขน้ึ อยูก่ ับคำตอบของนักเรยี น ตวั อยา่ งคำตอบควรมีน้ำ ความชื้น)
2. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการงอกเมล็ดจากแหล่งการเรียนรู้ สื่ออินเทอร์เน็ต
จากน้ันสรปุ เปน็ ผงั มโนทศั นพ์ ร้อมตกแต่งให้สวยงาม
3. ให้นักเรียนจับคู่แลกผังมโนทัศน์ของตนเองกับเพื่อน แล้วร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้จากการ
สบื ค้นข้อมลู
ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. หลังจากแลกเปล่ียนความรู้ เรอ่ื ง ปจั จยั ที่มผี ลต่อการงอกเมลด็ แล้ว ครูเขยี นคำถามบนกระดานและ
ให้นักเรียนลอกคำถามและตอบคำถามลงในสมุดบันทกึ ของตนเอง จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 5-6
คน อธิบายคำตอบของตนเอง หากนักเรียนตอบคำถามไม่ถูกต้อง หรือคำตอบยังไม่สมบูรณ์ ให้
นกั เรียนและครรู ว่ มกนั อภิปรายหาคำตอบท่ถี กู ต้อง โดยมีแนวคำถามดังนี้
- ปัจจัยทม่ี ีผลต่อการงอกเมล็ดแบ่งออกเปน็ ก่ีประเภท อะไรบ้าง
(แนวตอบ: 2 ประเภท คอื ปจั จัยภายในและปจั จยั ภายนอก)
- ปจั จยั ภายนอกท่ีมีผลตอ่ การงอกเมล็ด ได้แก่อะไรบ้าง และมีผลอย่างไรจงอธบิ ายพอสังเขป
(แนวตอบ: น้ำหรอื ความช้ืน ออกซเิ จน แสง (สำหรบั พืชบางชนิด) และอุณหภูมิ)
- ปจั จยั ภายในทมี่ ผี ลตอ่ การงอกเมลด็ ได้แกอ่ ะไรบ้าง และมีผลอย่างไรจงอธบิ ายพอสงั เขป
(แนวตอบ: เปลือกหุม้ เมล็ด (Seed coat) เอนโดสเปิรม์ (Endosperm) เอม็ บรโิ อ
(Embryo))
- สภาพพักตัวของเมล็ดคืออะไร
(แนวตอบ: สภาพเมลด็ ท่ียังคงมชี ีวิตแตไ่ มส่ ามารถงอกเปน็ ต้นใหมไ่ ด้)
5. เพอ่ื ทดสอบความเข้าใจของนักเรียนครสู มมติสถานการณข์ ึน้ มาให้นกั เรยี นวิเคราะหส์ าเหตุและแก้ไข
สถานการณ์
- นาย A นำเมล็ดข้าวโพดมาเพาะในกระบะที่มีกระดาษทิชชูที่เปียกชื้น ตั้งไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท
และมีแสงแดดส่องถึง เมื่อเวลาผ่านไป 2 วัน เมล็ดข้าวโพดไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเหตุใดจงึ
เป็นเชน่ นัน้ นักเรยี นมวี ิธีแก้ไขอยา่ งไร
- นาย B นำเมล็ดยาสูบมาเพาะในกระบะที่มีกระดาษทิชชูที่เปียกชื้น ตั้งไว้ในห้องมืด ที่มีอุณหภูมิสูง
กว่า 35 องศาเซลเซียส เมื่อเวลาผ่านไป 2 วัน เมล็ดยาสูบไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเหตุใดจึง
เป็นเชน่ นน้ั นกั เรียนมีวธิ แี กไ้ ขอย่างไร
- นาย C นำเมล็ดฟักข้าวมาปลูกสลับกับเมล็ดแตงโมในแปลงของตนเอง เมื่อเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์
เมล็ดไม่งอก เพราะเหตุใดจึงเปน็ เชน่ น้ัน นักเรียนมวี ธิ แี กไ้ ขอยา่ งไร
- นาย D อยากเพาะเมล็ดกลว้ ยไม้พนั ธเุ์ ศรษฐกจิ ขาย แตเ่ มล็ดไม่งอก นักเรยี นคดิ ว่าเกดิ จาก
สาเหตุใด และมวี ธิ แี กไ้ ขอย่างไร
6. ครูอธิบายเพิ่มเติมจากคำถามสถานการณ์ตัวอย่างต่อไปว่า “นอกจากเมล็ด (Seed) เอ็มบริโอ
(Embryo) เอนโดสเปิร์ม (Endosperm) แล้วสารเคมียังมีส่วนทำให้เมล็ดอยู่ในสภาพพักตัว
โดยเฉพาะกรดแอบไซซิก (Abscisic acid) ที่มีสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับ
กระบวนการงอกของเมล็ดพืช ทางแก้ที่ดีคือให้ธรรมชาติ เช่น น้ำฝนช่วยชะล้างสารเคมีที่เคลือบ
เมลด็ เหล่านีอ้ อกไป”
7. ครูถามความเห็นจากนักเรียนวา่ นกั เรียนมีวิธีแกไ้ ขอยา่ งอ่ืนอกี หรอื ไม่
(แนวตอบ: พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน แตค่ ำตอบควรนำไปผ่งึ เมล็ดใหแ้ หง้ กอ่ นนำไปเพาะ หรือใช้
สารเร่งการงอก เช่น การใชจ้ บิ เบอเรลลิน (Gibberellin) ไซโทไคนนิ (Cytokinin))
8. ครูแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมเกีย่ วกับสารเคมีท่ีมีผลต่อการงอกของเมล็ดในกรอบ Biology Focus ใน
หนังสอื ชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1
ช่ัวโมงที่ 4
ขั้นสอน
ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูพูดเกริ่นนำก่อนเข้าสู่หัวขอ้ ถัดไปว่า หลังจากที่นักเรยี นได้เรยี นรู้โครงสรา้ งเมล็ดพชื แลว้ นักเรียน
คดิ ว่าเมลด็ พนั ธดุ์ ีคอื เมล็ดที่ดมี ีลักษณะอย่างไร
(แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบ เช่น เมล็ดพันธุ์ดีควรมีสีสด ไม่เก่าขุ่นมัว
ไม่ควรมเี ศษหรอื รอยแตกหัก ไม่มีรอยเจาะของแมลง มคี วามช้ืนตำ่ ปราศจากสิ่งเจอื ปนและโรค มี
2. ครูถามต่อไปว่า นักเรียนมีวิธีตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์อย่างไรบ้าง โดยครูอาจให้นักเรียนตอบ
ตามความคิดเห็นก่อน แล้วจึงมอบหมายให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ เช่น ส่ือ
อินเทอรเ์ นต็ หนงั สอื เรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1
(แนวตอบ: พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบ เช่น สังเกตจากลักษณะภายนอก
ตรวจสอบความแขง็ แรงดว้ ยการนำไปเพาะ ความบรสิ ทุ ธ์ขิ องเมลด็ การหาค่าดัชนีการงอก)
3. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถลงมือปฏิบัติได้ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6
คน เพื่อทำกจิ กรรมการตรวจสอบคุณภาพเมลด็ พนั ธุ์
4. ให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบ โดยสมาชิกในกลุ่มมีบทบาทและหน้าทีข่ องตนเอง
ดังนี้
- สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหนา้ ท่เี ตรยี มวสั ดอุ ุปกรณ์กจิ กรรมการตรวจสอบคณุ ภาพเมล็ดพันธ์ุ
- สมาชกิ คนที่ 2 : ทำหน้าท่ีอ่านวธิ กี ารทำกิจกรรม และนำมาอธบิ ายใหส้ มาชิกภายในกลมุ่ ฟงั
- สมาชิกคนที่ 3 และ 4 : ทำหน้าทีบ่ ันทึกผลการทำกิจกรรม
- สมาชิกคนที่ 5 และ 6 : ทำหนา้ ท่ีนำเสนอผลทีไ่ ดจ้ ากการทำกจิ กรรม
5. ในระหวา่ งการทำกจิ กรรม ใหส้ มาชิกภายในกลุ่มตั้งคำถามขัน้ ตอนการทำกิจกรรมทตี่ นเองสงสัย เช่น
แล้วให้สมาชิกร่วมกนั สืบคน้ จากแหลง่ ข้อมลู เพอื่ ตอบคำถาม
ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
6. ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม และอธิบายข้อสงสัยที่สมาชิก
ภายในกล่มุ ตง้ั คำถาม และนำเสนอผลจากการสืบคน้ คำตอบ
7. ครูพิจารณาผลจากการทำกิจกรรมและผลจากการสืบค้นข้อสงสัยในขั้นตอนการทำกิจกรรมของ
นักเรยี น
8. ครเู สรมิ และเพม่ิ เตมิ ข้อมูล หากขอ้ มูลท่ีนกั เรียนออกมานำเสนอยังไมส่ มบูรณ์
9. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายผลจากการทำกิจกรรม
10. ครูถามคำถามทา้ ยกจิ กรรม และเฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม โดยมแี นวคำถามดงั น้ี
- นักเรยี นมวี ิธีคัดเลอื กเมลด็ พนั ธ์ถุ ่วั เขยี วจากแหลง่ ตา่ ง ๆ อย่างไร เพ่ือให้ไดเ้ มล็ดพันธท์ุ ด่ี ีทส่ี ุด
(แนวตอบ: พิจารณาจากดัชนีการงอกเมล็ดพันธุ์ หากแหล่งใดมีค่าดัชนีสูงกว่า แสดงว่าเมล็ดพันธ์ุ
จากแหลง่ นัน้ มคี ณุ ภาพท่ีดกี ว่า)
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
11. ครูถามคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง (H.O.T.S) โดยมแี นวคำถามดงั น้ี
- โครงสร้างสว่ นใดของเมล็ดท่ีมผี ลตอ่ สภาพพักตวั ของเมล็ดมากทสี่ ุด เพราะเหตุใด
(แนวตอบ: เป็นแนวคำถามปลายเปิด ครูพิจารณาคำตอบของนักเรียน ตัวอย่างคำตอบ เช่น
เปลือกหุ้มเมล็ด ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะเหมาะสมต่อการงอกเมล็ด แต่ถ้าหากเมล็ดพันธุ์มี
เปลือกหุ้มเมล็ดที่หนาเกินไป น้ำและความชื้น ออกซิเจนไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ จำเป็นต้อง
อาศัยกระบวนการทางธรรมชาติหรือการกระทำของมนษุ ย์ให้เปลือกหุ้มเมล็ดมีลักษณะออ่ นลง)
12. หลังจากจบบทเรียนครูอาจให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของเมล็ดซึ่งเป็นแหล่งสะสม
พนั ธกุ รรมของพืช ดงั น้นั ครูอาจใหน้ กั เรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 5-6 คน จดั ตัง้ ธนาคารเมลด็ พนั ธุ์พืช
ชนิดต่าง ๆ ภายในโรงเรียนด้วยการปลูกพืชและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อเป็น
แหลง่ การศกึ ษาและอนุรกั ษพ์ ันธุพ์ ชื ไปในตัว
13. ครหู มอบหมายใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หัดในแบบฝึกหดั ชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1
14. เพื่อขยายความรู้ ความเข้าใจ ครูให้นักเรียนตอบคำถาม Topic Question ลงในสมุดบันทึกของ
ตนเอง จากนัน้ ครูอา่ นคำถามและให้นกั เรียนรว่ มกันเฉลยคำตอบท่ีถูกต้อง โดยมีแนวคำถามดังนี้
- จงอธบิ ายกระบวนการสรา้ งสปอร์ (Spore) และเซลล์สบื พนั ธเุ์ พศเมยี ของพืชดอก
(แนวตอบ: ภายในรังไข่ที่ประกอบไปด้วยออวุล (Ovule) จะมีเมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์
(Megaspore mother cell: 2n) อยู่ภายในทำหน้าที่สร้างเมกะสปอร์จำนวน 4 เซลล์ แต่สลาย
ไป 3 เหลือเพียง 1 เซลล์ จะเจริญกลายเป็น ถุงเอมบริโอ (Embryo sac) ซึ่งทำหน้าที่สร้างเซลล์
สืบพันธุ์ด้วยการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (Mitosis) จำนวน 3 ครั้ง ได้ 7 เซลล์ 8 นิวเคลียส คือ
แอนติโพแดล (Antipodal) จำนวน 3 เซลล์, โพลารน์ วิ คลไี อ (Polar nuclei) จำนวน 1 เซลล์ (มี
2 นวิ เคลียส), ซนิ เนอรจ์ ดิ (Synergids) จำนวน 2 เซลล์ และเซลลไ์ ข่ (Egg cell) จำนวน 1 เซลล์)
- การปฏสิ นธิซอ้ น (Double fertilization) ของพืชดอกเกิดขึ้นเม่อื ใด
(แนวตอบ: เมื่อสเปิร์ม (Sperm) เข้าไปผสมกับเซลล์ไข่ (Egg cell) และ โพลาร์นิวคลีไอ
(Polarnuclei))
- พชื ทไ่ี ด้รับการผสมเกสรจะมพี ฒั นาการอยา่ งไร
(แนวตอบ: หลักการผสมเกสรมีเพียงเกสรเพศเมีย (Pistil) ที่จะเจริญและพัฒนาต่อไปเป็นผล
(Fruit) และเมล็ด (Seed) โดยรังไข่ (Ovary) จะเจริญไปเป็นผลห่อหุ้มเมล็ดที่ภายในมีเอ็มบริโอ
(Embryo) ที่เจริญมาจากไซโกต (Zygote) และมีเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) ซึ่งเป็นอาหาร
ให้กับเอ็มบรโิ อ)
- โครงสร้างของเมล็ดพชื ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
(แนวตอบ: เปลือกห้มุ เมล็ด (Seed coat) เอนโดสเปิร์ม (Endosperm) และเอม็ บริโอ (Embryo))
- โครงสรา้ งของผล (Fruit) ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
(แนวตอบ: ผนังผลชั้นนอก (Exocarp) ผนังผลชั้นกลาง (Mesocarp) และผนังผลชั้นใน
(Endocarp))
- สตอรว์เบอร์รี น้อยหน่า มะม่วง ลำไย มังคุด มะละกอ ราสเบอร์รี จัดเป็นผลประเภทใดบ้างหาก
พิจารณาจากตำแหน่งของรังไข่ (Ovary) เปน็ เกณฑ์
(แนวตอบ: ลำไย มังคุด มะม่วง และมะละกอ จัดเป็นผลเดี่ยว (Simple fruit) สตรอว์เบอร์รี
นอ้ ยหนา่ ราสเบอร์รี่ จดั เปน็ ผลกลุม่ (Multiple fruit))
- จงเปรยี บเทียบรูปแบบการงอกของเมลด็ ข้าวโพดและเมลด็ ถั่วเหลือง
(แนวตอบ: เมล็ดขา้ วโพดงอกแบบใบเล้ยี งอยใู่ ต้ดนิ (Hypogeal germination) ส่วนเมล็ดถั่วเหลอื ง
งอกแบบชใู บเล้ยี งขึน้ เหนอื ดิน (Epigeal germination))
- สภาพพกั ตัวของเมลด็ คืออะไร และยกตวั อยา่ งการแก้สภาพพักตวั ของเมล็ดมาอย่างน้อย
3 ข้อ
(แนวตอบ: สภาพพักตัวของเมล็ด คือ กลไกธรรมชาติที่ป้องกันอันตรายให้กับเมล็ดพันธุ์จาก
สภาพแวดล้อม โดยสภาพเมล็ดยังคงมีชีวิตแตไ่ มส่ ามารถงอกเปน็ ตน้ ใหมไ่ ด้)
- เอ็มบริโอ (Embryo) ที่อยู่ในเมล็ดพันธุ์ที่มีเอนโดสเปิร์ม (Endosperm) น้อยจะได้รับสารอาหาร
อยา่ งไร
(แนวตอบ: อาศัยไมคอร์ไรซา (Mycorrhiza) ซึ่งเป็นราชนิดหนึ่งช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์เพ่ือ
เป็นอาหารให้แก่ เอม็ บริโอ (Embryo) ทอี่ ยภู่ ายในเมลด็ (Seed))
- การหาคา่ ดัชนีการงอกของเมล็ดพนั ธ์ทุ ำได้อย่างไร
(แนวตอบ: คำนวณจากสูตรผลรวมของ (จำนวนเมลด็ ทง่ี อกในแตล่ ะวนั /จำนวนวนั หลงั เพาะ))
15. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน เลือกศึกษาเมลด็ พันธ์ุพืชมา 1 ชนิด เพื่อจัดทำรายงาน เรื่อง
โครงสร้างและปัจจยั ทม่ี ีผลตอ่ การงอกของเมลด็ พร้อมนำเสนอหน้าชน้ั เรยี น
16. ครูอาจเพิ่มเติมความรู้ให้แก่นักเรียนศึกษาเรื่อง เมล็ดข้าว ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่คนเอเชียส่วนใหญ่
นิยมปลูกและนำมาผ่านกระบวนการวิธีต่าง ๆ ก่อนนำมาหุงรับประทาน ซึ่งส่วนประกอบของ
เมล็ดขา้ วสามารถนำมาใช้ประโยชนต์ า่ ง ๆ ได้มากมาย
17. ให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมจากกรอบ Biology in real life แล้วครูอาจตั้งคำถามว่าส่วนประกอบ
ของเมลด็ ขา้ วนำมาใช้ประโยชน์อย่างไรบา้ ง
(แนวตอบ: เปลือกข้าว (Seed Coat) หรือแกลบนิยมนำมาผสมในอาหารของสัตว์ปีก เยื่อหุ้ม
เมล็ดหรือรำข้าว (Rice bran) นิยมนำมาสกัดทำเป็นน้ำมันรำข้าวใช้ประกอบอาหาร เอ็มบริโอ
(Embryo) หรือจมูกข้าวนิยมนำมาผสมในเครื่องดื่มประเภทนม เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และ
เอนโดสเปริ ม์ (Endosperm) หรือข้าวขาวนยิ มนำมาหงุ รับประทาน)
18. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยพิจารณาข้อความที่อยู่ในกรอบ Self Check ว่าถูกหรือผิด
แล้วบันทึกลงในสมุด หากพิจารณาข้อความไม่ถูกต้อง ให้กลับไปทบทวนเนื้อหาตามที่หัวข้อ
กำหนดให้
19. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการ
เจริญเตบิ โต
20. ครูหมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 โดยให้นักเรียนตอบคำถาม
ลงในสมุดบันทกึ ของตนเอง
21. ครูเฉลยแบบฝึกหดั ประจำหนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ดงั น้ี
(แนวตอบ: