The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทน.ลำปาง_เทศบาล7(ศิรินาวินวิทยา)_SAR2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noktee43, 2020-11-19 22:40:33

ทน.ลำปาง_เทศบาล7(ศิรินาวินวิทยา)_SAR2562

ทน.ลำปาง_เทศบาล7(ศิรินาวินวิทยา)_SAR2562

๑๒๐
ขั้นตอนที่ 8 เชอื่ มโยง หรือเปรียบเทยี บ ความเหมือนความตา่ ง โดยใช้แผนภูมิ เซต (แสดงบนแผ่นชาร์ท)

ขน้ั ตอนท่ี 9 สรปุ และแสดงผลงานนักเรียน ในลักษณะตา่ ง ๆ เช่น เพลง คำคลอ้ งจอง บทบาทสมมตุ ิ โมเดล็
\

๑๒๑

ขัน้ ตอนท่ี 10 ปิดโครงการอนุบาลจดั นิทรรศการ

๑๒๒

ตัวอย่างข้ันตอนการจดั ประสบการณโ์ ดยใช้โครงการเป็นฐาน (Project Approach)
ระดับชั้นอนบุ าล เรื่อง ดอกทานตะวนั

ขน้ั ตอนที่ 1 หาหวั ขอ้ โครงการตามความสนใจของนักเรียน

๑๒๓
ข้ันตอนที่ 2 ครู นกั เรียนและผ้ปู กครองจดั แหลง่ เรียนรู้ภายในชัน้ เรียนทเ่ี กย่ี วข้องกับหัวขอ้ โครงการ

๑๒๔
ขน้ั ตอนที่ 3 ซกั ถามนักเรียน เรอ่ื งประสบการณเ์ ดิมเป็นรายบคุ คล ครบู นั ทกึ (แสดงบนแผ่นชาร์ท)

๑๒๕
ขน้ั ตอนที่ 4 นกั เรยี นสร้างงานศลิ ปะจาก ประสบการณเ์ ดมิ ของตนเอง เช่น วาดภาพ ป้นั ปะตดิ ฯลฯ

กจิ กรรมการะบายสภี าพดอกทานตะวนั

กิจกรรมการปน้ั ดินน้ำมนั เปน็ ดอกทานตะวัน

๑๒๖
กจิ กรรมการป้นั ดนิ น้ำมันเปน็ ดอกทานตะวัน

กิจกรรมการวาดดอกทานตะวัน

๑๒๗

ขนั้ ตอนที่ 5 นักเรยี นต้งั คำถามเก่ยี วกับหัวข้อโครงการ ครูบันทึก (แสดงบนแผ่นชารท์ )
(แสดงบนแผน่ ชารท์ )

ขั้นตอนท่ี 6 นกั เรียนและครู จัดหมวดหม่คู ำถาม นำเสนอออกมาเป็นแผนผังความคิด

๑๒๘

ขนั้ ตอนที่ 7 ค้นหาคำตอบ เชน่ เชิญวิทยากร ศกึ ษาดูงานนอกสถานที่ ฯลฯ

๑๒๙

ทศั นศึกษาเรื่อง ดอกทานตะวนั
ณ บา้ นเพาะรกั ตำบลบอ่ แฮว้ อำเภอเมือง จงั หวดั ลำปาง

๑๓๐

ทัศนศกึ ษาเร่ือง ดอกทานตะวนั
ณ บา้ นเพาะรกั ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จงั หวดั ลำปาง

๑๓๑

ขัน้ ตอนที่ 8 เชื่อมโยง หรือเปรียบเทยี บ ความเหมือนความต่าง โดยใชแ้ ผนภมู ิ เซต
(แสดงบนแผ่นชาร์ท)

๑๓๒

ขั้นตอนท่ี 9 สรุปและแสดงผลงานนักเรยี น ในลกั ษณะต่าง ๆ เชน่ เพลง คำคล้องจอง บทบาทสมมุติ
โมเด็ล ฯลฯ

๑๓๓
ทดลองปลกู ต้นดอกทานตะวัน

๑๓๔
เตรยี มดนิ เพื่อทดลองปลูกตน้ ดอกทานตะวัน

หยอดเมลด็ ทานตะวนั ลงในกระถาง

๑๓๕
ชว่ ยกันรดนำ้

๑๓๖

ขัน้ ตอนท่ี 10 ปดิ โครงการอนบุ าล

ตัวอ
ย่าง
โครง

๑๓๗

งานระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษา
เรือ่ ง สุคนธบำบดั ยบั ยัง้ เชอื้ รา

การใชช้ วี ติ ของคนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะดแู ลสขุ ภาพของตนเองมากข้ึน มีการออกกำลังกาย การ
รับประทานอาหารคลนี การรับประทานผกั ผลไมท้ ่ีไม่ใช้สารเคมี เพ่ือให้สขุ ภาพแข็งแรงและปอ้ งกนั โรคทจ่ี ะเกดิ
ตามมา ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มกี ารผลติ ผกั ผลไม้มากมายหลายชนิดเพื่อใชบ้ รโิ ภคภายในประเทศ
แต่สว่ นใหญย่ ังใช้สารเคมใี นการดแู ลรักษา รวมถึงการเกบ็ รักษาผลผลติ ผลไม้ทีค่ นไทยชอบบริโภคชนิดหนง่ึ คอื
มะม่วง โดยเฉพาะมะม่วงสุกที่จะนำมาทำเป็นอาหารวา่ งท่ีข้นึ ชอื่ คอื ข้าวเหนยี วมะมว่ ง

ผศู้ ึกษาเคยอา่ นเจอวา่ มะมว่ งสุกจะมีการแวกซเ์ คลือบผวิ เพื่อใหผ้ วิ สวยและอยู่ไดน้ าน ซ่ึงแวกซ์ทใี่ ช้อาจมี
อนั ตรายต่อผู้บรโิ ภค แต่ มะม่วงเป็นพชื ทป่ี ลกู ในบา้ นเพื่อให้รม่ เงาเกือบทุกบ้าน เม่ือสุกก็จะมีปรมิ าณมาก ตอ้ งเก็บ
ไว้รับประทานหลา ยๆ วนั แต่ถ้าเราท้งิ ไว้วัน สองวันก็จะเริ่มมเี ช้ือราสดี ำทเ่ี ปลือก แลว้ มะมว่ งกจ็ ะเน่า ถา้ เรา
สามารถนำสิ่งที่มาเคลือบผิวทส่ี กัดจากธรรมชาตแิ ละหาไดง้ ่าย นำมาเคลอื บผวิ มะม่วง แล้วทำให้มะมว่ งคงความสด
ได้นาน คงจะดีไมน่ อ้ ยผู้ศึกษาจงึ มคี วามสนใจที่จะใช้น้ำมันหอมระเหยทส่ี กดั จากสมนุ ไพรมาใช้เคลือบผิวมะมว่ งสุก
เน่ืองจากหาไดง้ า่ ยและเปน็ สมุนไพรทส่ี ามารถกำจัดแมลงได้
สื คน ร่ืองราว

ผูศ้ ึกษาเคยอา่ นเจอว่า มะมว่ งสุกจะมีการแวกซเ์ คลอื บผิว เพ่อื ใหผ้ ิวสวยและอย่ไู ดน้ าน ซ่ึงแวกซท์ ่ีใช้อาจมี
อันตรายต่อผู้บริโภค แต่ มะม่วงเป็นพืชท่ปี ลูกในบ้านเพ่ือให้รม่ เงาเกือบทุกบ้าน เมื่อสุกกจ็ ะมีปรมิ าณมาก ต้องเก็บ
ไว้รบั ประทานหลา ยๆ วนั แต่ถา้ เราทิ้งไวว้ นั สองวนั กจ็ ะเริ่มมเี ชอื้ ราสดี ำท่เี ปลือก แล้วมะม่วงกจ็ ะเนา่ ถ้าเรา
สามารถนำสง่ิ ที่มาเคลือบผวิ ทส่ี กดั จากธรรมชาติและหาไดง้ ่าย นำมาเคลือบผิวมะม่วง แล้วทำใหม้ ะมว่ งคงความสด
ไดน้ าน คงจะดีไม่นอ้ ยผู้ศึกษาจึงมคี วามสนใจทีจ่ ะใช้น้ำมนั หอมระเหยที่สกดั จากสมุนไพรมาใช้เคลอื บผิวมะม่วงสุก
เนอ่ื งจากหาได้งา่ ยและเป็นสมนุ ไพรทีส่ ามารถกำจดั แมลงได้

า ร่อื งหนา ว็

๑๓๘

รวมกลุ่มประชุมวางแผนหัวข้อ ต้ังคำถามและประเด็น เกี่ยวกับหัวเรื่อง ช่ือเรื่อง สถานที่ ท่ีจะศึกษา
ตามท่ีกำหนดและตามความสนใจ เม่ือได้หัวข้อก็นำข้อมูลไปกรอกในกระดานข่าวของเว็บไชต์www.ts7lp.ac.th
โรงเรียนเทศบาล ๗ (ศิรินาวินาทยา) โดยให้เพื่อนๆ น้องๆ ในกลุ่ม เข้ามาตั้งกระทู้ เก่ียวกับชื่อเรื่อง หัวข้อ และ
เสนอแนะประเด็นตา่ งๆ เพอื่ สำหรับนำไปเป็นข้อมูลในการแกไ้ ขหัวข้อ และสามารถนำขอ้ เสนอแนะต่างมาปรับปรุง
แก้ไขตอ่ ไป

คิ ส ต็ปการ ำงาน
การศกึ ษาโครงงานเร่อื งสุคนธบำบัดยบั ย้ังเชือ้ รา มวี ตั ถุประสงค์เปรยี บเทียบปรมิ าณเช้ือราบนผวิ มะม่วง
สุกที่ทานำ้ มนั หอมระเหยชนดิ ต่าง ๆ ที่อย่ใู นถุงและไมอ่ ยู่ในถงุ
คณะผูจ้ ัดทำไดน้ ำเนนิ การไปตามลำดับขนั้ ตอนดง้ั นี้
1.การกำหนดสถานท่ีศึกษา
2.การกำหนดวัสดุ-อปุ กรณ์ทใี่ ช้ในการศกึ ษา
3.การกำหนดวิธีการศึกษา
4.การเก็บรวบรวมข้อมลู
5.การวิเคราะห์ข้อมูล
6.เคร่อื งมือท่ีใช้ในการศึกษา

าขานส พอื่ น
จดั ทำ power point เพ่ือนำเสนอบทท่ี ๑ – บทที่ ๓ ของโครงงานเพ่ือแจ้งในสิง่ ท่ีทำให้แก่
คณะกรรมการและเพ่ือนๆ ได้รับทราบ และนำขอ้ มลู ทคี่ ณะกรรมการเสนอแนะ นำกลบั มาปรบั ปรุงโครงงานก่อน
จะดำเนินการในขนั้ ตอนต่อไป

๑๓๙

ร่ิ ร่ืองตา ข้ันตอน
วิธีการดำเนินการศกึ ษา

1.นำผา้ สะอาดทีช่ บุ นำ้ มาเช็ดผิวมะม่วงสุกท่ีมนี ้ำหนกั เท่ากัน จำนวน 10 ผล

2. ใชห้ ลอดฉดี ยาขนาด 5 ml. ดูดนำ้ มันหอมระเหยจากสะระแหน่จำนวน 3 ml. ฉดี ลงในถว้ ย
ใบเล็ก หยิบมะม่วงออกมา 2 ลูก ใช้ฟองน้ำขนาด 3 ซม.*3 ซม. ชุบนำ้ มนั หอมระเหยจากสะระแหน่ในถว้ ย แลว้
นำไปทาผิวของมะม่วงลูกท่ี 1 และ 2 หลังจากนน้ั นำมะมว่ งลูกที่ 2 ใส่ถงุ ซิบล็อคแลว้ ตดิ สติกเกอร์ หมายเลข 1
คอื ทาน้ำมนั หอมระเหยจากสะระแหน่ นำไปวางบนโต๊ะ โดยวางมะมว่ งท่ีอยใู่ นถุงซบิ ล็อคไวข้ า้ งบน วางมะมว่ งทไี่ ม่
อยู่ในถงุ ไว้ขา้ งล่าง

3. ใช้หลอดฉดี ยาขนาด 5 ml. ดูดนำ้ มนั หอมระเหยจากมะกรดู จำนวน 3 ml. ฉีดลงในถว้ ยใบ
เลก็ หยิบมะม่วงออกมา 2 ลกู ใช้ฟองนำ้ ขนาด 3 ซม.*3 ซม. ชบุ น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดในถว้ ย แลว้ นำไป
ทาผวิ ของมะมว่ งลูกท่ี 1 และ 2 หลังจากนั้นนำมะม่วงลูกท่ี 2 ใส่ถงุ ซิบล็อคแลว้ ติดสติกเกอร์ หมายเลข 2 คือ ทา
นำ้ มนั หอมระเหยจากมะกรูด นำไปวางบนโต๊ะ โดยวางมะม่วงทอ่ี ยใู่ นถุงซิบล็อคไวข้ ้างบน วางมะม่วงทไ่ี ม่อยู่ในถุง
ไว้ข้างล่าง

๑๔๐

4. ใชห้ ลอดฉดี ยาขนาด 5 ml. ดดู นำ้ มันหอมระเหยจากมะนาวจำนวน 3 ml. ฉีดลงในถ้วยใบ
เลก็ หยิบมะมว่ งออกมา 2 ลูก ใชฟ้ องน้ำขนาด 3 ซม.*3 ซม. ชบุ น้ำมันหอมระเหยจากมะนาวในถ้วย แลว้ นำไป
ทาผวิ ของมะมว่ งลูกท่ี 1 และ 2 หลงั จากน้นั นำมะมว่ งลูกท่ี 2 ใส่ถงุ ซิบลอ็ คแลว้ ตดิ สติกเกอร์ หมายเลข 3 คือ ทา
น้ำมันหอมระเหยจากมะนาว นำไปวางบนโตะ๊ โดยวางมะม่วงที่อยใู่ นถุงซบิ ล็อคไวข้ ้างบน วางมะมว่ งท่ไี มอ่ ยู่ในถุง
ไว้ข้างล่าง

5. ใช้หลอดฉดี ยาขนาด 5 ml. ดูดนำ้ มันหอมระเหยจากตะไคร้หอมจำนวน 3 ml. ฉีดลงในถว้ ย
ใบเลก็ หยิบมะม่วงออกมา 2 ลกู ใชฟ้ องน้ำขนาด 3 ซม.*3 ซม. ชุบนำ้ มันหอมระเหยจากตะไคร้หอมในถว้ ย แล้ว
นำไปทาผวิ ของมะมว่ งลูกที่ 1 และ 2 หลังจากนั้นนำมะม่วงลูกท่ี 2 ใส่ถงุ ซบิ ล็อคแลว้ ติดสติกเกอร์ หมายเลข 4
คือ ทานำ้ มันหอมระเหยจากตะไครห้ อม นำไปวางบนโต๊ะ โดยวางมะมว่ งที่อยู่ในถงุ ซิบล็อคไว้ข้างบน วางมะมว่ งท่ี
ไมอ่ ยู่ในถงุ ไว้ขา้ งล่าง

6. นำมะม่วงทเี่ หลือ ลูกท่ี 1 ใสถ่ งุ ซบิ ล็อคแลว้ ติดสตกิ เกอร์ หมายเลข 5 คอื ไมท่ านำ้ มนั หอม
ระเหยแล้วนำไปวางไวข้ ้างบน ลูกสดุ ท้ายมาวางไว้ข้างล่าง

๑๔๑

7. บนั ทึกผลลกั ษณะของผิวมะมว่ งแตล่ ะอย่างทสี่ งั เกตได้
8. ทง้ิ ไว้ 2 วนั บันทกึ ผลลกั ษณะของผิวมะม่วงแต่ละอย่างทส่ี ังเกตได้
9. ทิ้งไว้ 4 วัน บันทึกผลลักษณะของผวิ มะมว่ งแต่ละอย่างท่ีสงั เกตได้
10. ท้ิงไว้ 6 วัน บันทกึ ผลลักษณะของผวิ มะม่วงแต่ละอยา่ งที่สงั เกตได้
ตร พรอ ะ ก ป ่ น
นำข้อมลู ท่ีได้จากการทดลองมาเขียนในบทที่ ๔ และบทที่ ๕ โดยนำผลการทดลองท่ีไดม้ าสรปุ และเขยี น
ขอ้ เสนอแนะ จัดทำรายงานผลในรูปแบบตารางบนั ทึกผล
ข ข นสรปควา

๑๔๒

าขานควา สำ ร็จ
นำเสนอโครงงานต่อคณะกรรมการ โดยจดั ทำ power point สรปุ ท้งั ๕ บท ผลการนำเสนอ โครงการ

สุคนธบำบดั ยบั ยัง้ เช้อื ราได้รบั รางวลั โครงงานดเี ด่นในระดบั มธั ยมศกึ ษาของโรงเรยี นเทศบาล ๗ (ศริ ินาวินวิทยา) ปี
การศกึ ษา ๒๕๖๒

๑๔๓

ตวั อย่างโครงงานระดับชน้ั มัธยมศึกษา
เร่อื ง สมุนไพรลา้ งพิษในผกั

ในปัจจบุ ันผคู้ นส่วนใหญใ่ ห้ความสำคญั ในเรื่องของการดแู ลสุขภาพของตนเองและครอบครัว อัน
เนือ่ งมาจากการใช้ชวี ิตอยู่กับความเรง่ รบี ตลอดเวลา ทำงานหนกั พักผ่อนนอ้ ย กินอาหารทไ่ี มเ่ ป็นประโยชนต์ ่อ
สขุ ภาพทำใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม ผคู้ นส่วนใหญจ่ งึ หันมาดูแลสุขภาพทง้ั เร่ืองการออก
กำลงั กายและการเลือกรับประทานอาหารทม่ี ีประโยชน์ รวมถงึ การเลือกรบั ประทานอาหารที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง
แต่ดว้ ยยุคสมัยทวี่ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหมๆ่ เข้าชว่ ยในการผลิตอาหารให้เพียงพอแกก่ ารบริโภค เช่น มกี าร
นำสารเคมเี ข้าชว่ ยในการเพาะปลกู เพ่อื เพมิ่ ผลผลติ และคุณภาพของผลผลติ เป็นเหตใุ หเ้ กิดปัญหาตามมามากมาย
และที่สำคัญคือ ปญั หาเกี่ยวกบั สุขภาพ เพราะสารเคมีกำจัดศัตรพู ชื ทุกชนิดเป็นพิษต่อส่งิ มีชวี ิต หากใชเ้ กินความ
จำเปน็ หรอื ขาดความระมัดระวงั ในการใช้แลว้ จะทำให้สารตกคา้ งหลงเหลืออยู่ในอาหารและส่ิงแวดลอ้ มได้ ข้อมลู
จากเว็ปไซต์ thaipan นำเสนอผลตรวจผักผลไม้ในปี 2562 พบว่าผกั และผลไม้มีสารพษิ ตกค้างเกนิ มาตรฐาน
41% ผักในห้างสรรพสนิ คา้ มีปริมาณสารเคมตี กค้างมากกว่าผักผลไม้ตลาดสด และพบสารพษิ ทีห่ า้ มใช้ในประเทศ
ไทยตกคา้ งอกี 12 ชนิดจากผลดงั กล่าวแสดงวา่ ผกั และผลไม้ทีเ่ รานำมาบริโภคสว่ นใหญ่จะมีสารเคมีตกคา้ งแทบ
ท้ังสนิ้ ไมเ่ ว้นแมแ้ ต่กระเพรา พริกและถัว่ ฝกั ยาว เกดิ จากการทีเ่ ราบรโิ ภคผักผลไม้ที่มีสารพษิ จากสารเคมีตกคา้ ง
อยู่ในระดบั ทไ่ี ม่ปลอดภัยเปน็ อันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค อาการของผไู้ ด้รบั สารพษิ จากสารเคมีตกค้างเป็น
ประจำทำให้รา่ งกายออ่ นแอ ขาดความต้านทานโรค มีอาการปรากฏเชน่ วงิ เวียนศีรษะ คล่นื ไส้ อาเจียน หายใจขัด
นำมาซึง่ โรคร้ายตา่ ง ๆมากมายได้

จากการศึกษาพบวา่ มีพืชสมุนไพรไทยหลายชนิดสามารถลา้ งสารพษิ จากร่างกายได้ เชน่ มะนาว
โหระพา ตำลงึ และรางจดื ดังนนั้ ผทู้ ดลองจึงตอ้ งการศึกษาความสามารถในการลา้ งพิษของสมนุ ไพรดงั กลา่ วในการ
ล้างสารเคมีตกคา้ งในผักผลไม้ เพ่ือนำไปใชแ้ กป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั

สืบค้นเร่ืองราว
ผลการตรวจผักและผลไม้ประจำปี 2562 โดยร่วมมือกับองค์กรภาคีต่างๆ ซ่ึงประกอบไปด้วย

หน่วยงานราชการ เช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่
โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ องคก์ รผู้บริโภค และภาคประชาสงั คม ในจังหวัด
ต่างๆ โดยเก็บตัวอย่างท้ังหมด 286 ตัวอย่างจากห้างค้าปลีก ตลาดสดท่ัวไปในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่
ขอนแก่น ยโสธร สระแก้ว จันทบุรี ราชบุรี และ สงขลา ครอบคลุมผัก 15 ชนิด และผลไม้ 9 ชนิดท่ีนิยมบริโภค
ทัว่ ไป โดยส่งตรวจท่หี ้องปฏิบตั ิการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO-17025 ในประเทศสหราชอาณาจักร พบว่า
ผักผลไม้มี สารพิษตกค้างเกินมาตรฐานสูงถึง 41%จากผลตรวจดังกล่าวทำให้ทราบว่า ผักและผลไม้ท่ีเรา
รับประทานกันอยู่ล้วนมีสารพิษตกค้างอยู่ ซ่ึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงทำให้เกิดความตระหนักที่ต้องการจะ
ปอ้ งกันปญั หาทจี่ ะเกิดข้นึ

๑๔๔

เลา่ เรื่องหน้าเวบ็
รวมกลุ่มประชุมวางแผนหัวข้อ ต้ังคำถามและประเด็น เก่ียวกับหัวเร่ือง ชื่อเร่ือง สถานท่ี ที่จะศึกษา

ตามท่ีกำหนดและตามความสนใจ เมื่อได้หัวข้อและข้อมูลท่ีน่าสนใจ มีการนำเสนอลงยูทูป โดยให้เพื่อนๆ น้องๆ
และผู้ที่เข้ารับชม แสดงความคิดเห็น และเสนอแนะประเด็นต่างๆ เพื่อสำหรับนำไปเป็นข้อมูลในการแก้ไขหัวข้อ
และสามารถนำข้อเสนอแนะต่างมาปรบั ปรงุ แก้ไขตอ่ ไป

๑๔๕
คิดสเต็ปการทำงาน
การศกึ ษาโครงงานเรื่อง สมนุ ไพรลา้ งพิษในผัก

คณะผ้จู ัดทำได้นำเนินการไปตามลำดับขั้นตอน 3 ข้นั ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ศึกษาความสามารถในการลา้ งสารพษิ ของพืชสมุนไพรไทยชนดิ ตา่ งๆ ขนั้ ตอนการศกึ ษา

1. ศึกษาสรรพคณุ ของพชื สมุนไพรไทยชนดิ ตา่ ง ๆท่มี ีคณุ สมบัตใิ นการล้างพิษ
2. ศึกษาดงู าน ชมรมรักษส์ มุนไพรลำปางและข้อมลู จากอินเตอรเ์ นต็ เว็บไซค์ สมุนไพรไทยพืน้ บา้ น
3. รวบรวมขอ้ มลู ท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้า
4. สรปุ ผลจากการศกึ ษาความสามารถในการล้างสารพิษของพืชสมนุ ไพรไทยชนิดต่างๆ
ตอนที่ 2 ศกึ ษาและเปรียบเทียบสารเคมีทตี่ กคา้ งในผักทจ่ี ำหน่ายตามตลาดสดและห้างสรรพสินค้า
ตอนที่ 3 เปรียบเทยี บประสิทธภิ าพในการลา้ งสารพษิ ของพืชสมุนไพรไทยชนิดตา่ ง ๆ

เลา่ ขานสเู่ พ่อื น

๑๔๖

จัดทำ power point เพ่ือนำเสนอบทท่ี ๑ – บทที่ ๓ ของโครงงานเพือ่ แจ้งในสง่ิ ท่ีทำให้แก่
คณะกรรมการและเพ่ือนๆ ได้รบั ทราบ และนำขอ้ มูลท่คี ณะกรรมการเสนอแนะ นำกลับมาปรบั ปรงุ โครงงานก่อน
จะดำเนนิ การในขน้ั ตอนต่อไป

เร่ิมเรอื่ งตามขัน้ ตอน
วิธีการดำเนนิ การศึกษา
ตอนท่ี 1 ศึกษาความสามารถในการล้างสารพิษของพืชสมนุ ไพรไทยชนดิ ต่างๆ

ขัน้ ตอนการศึกษา
1. ศึกษาสรรพคณุ ของพชื สมุนไพรไทยชนิดต่าง ๆทีม่ ีคุณสมบัติในการล้างพษิ
2. ศกึ ษาจากอนิ เตอรเ์ น็ต เวบ็ ไซต์ สมนุ ไพรพ้ืนบ้าน
3. ศึกษา ดูงานชมรมลำปางรักษ์สมุนไพร ต. บอ่ แฮว้ อ. เมือง จ.ลำปาง
4. รวบรวมขอ้ มลู ที่ได้จากการศึกษาค้นควา้
5. สรุปผลจากการศึกษาความสามารถในการล้างสารพิษของพืชสมุนไพรไทยชนดิ ตา่ งๆ
ตอนที่ 2 ศกึ ษาและเปรียบเทยี บสารเคมีท่ตี กคา้ งในผักท่ีจำหน่ายตามตลาดสดและห้างสรรพสนิ ค้า
วสั ดอุ ุปกรณ์ที่ใชใ้ นการศกึ ษา
1. สมุนไพรไทย ได้แก่ มะนาว รางจดื ตำลึง ชนดิ ละ 0.2กิโลกรมั
2.

3. ผักคะนา้ ทีจ่ ำหนา่ ยตามตลาดสด และทีจ่ ำหน่ายในห้างสรรพสินคา้
4. พริกสดทจี่ ำหนา่ ยตามตลาดสด และทจี่ ำหนา่ ยในหา้ งสรรพสนิ ค้า

5. บก๊ิ เกอร์และ หลอดหยด
6. มีด
7. ชุดทดสอบยาฆ่าแมลง / สารพษิ ตกค้าง จที ี
8. ตะแกรงใส่หลอดทดลองและหลอดแกว้ ทดลอง

๑๔๗
ตอนท่ี 2 ศึกษาและเปรียบเทยี บสารเคมีทตี่ กคา้ งในผักท่ีจำหน่ายตามตลาดสดและห้างสรรพสนิ ค้า
วิธกี ารดำเนินการศึกษา

1. ห่นั พรกิ ทซ่ี ้ือมาจากตลาดสดและพรกิ ที่ซ้ือจากซุปเปอรม์ าร์เกต็ มาหั่นเปน็ ช้นิ เลก็ ๆ

นำพริกที่หน่ั ใส่ลงในขวดพลาสติกสขี าว 3 ขดี ของขวดทั้ง 2 ขวด

2. เตมิ นำ้ ยาสกดั 6 มิลลลิ ิตร ลงในขวดพลาสติกท่มี ีพรกิ ทัง้ 2ขวด ปิดฝาขวดใหส้ นิท
จากนั้น เขย่าแรงๆ เป็นเวลา 2 นาที

3.จากน้นั ใชห้ ลอดหยด ค่อยๆสบู น้ำทไ่ี ดจ้ ากการสกดั ออกจากขวดพลาสติกสีขาวเตมิ ลงในหลอดแก้ว
ทดลองจนหมด

๑๔๘
4. นำหลอดแกว้ ทดลองทั้ง 2 หลอดจมุ่ ลงในนำ้ อ่นุ (ปรมิ าณครึ่งแก้ว) แล้วเขย่าเพ่ือระเหยน้ำ

5. แก่วงหลอดทจ่ี มุ่ ลงในนำ้ อุ่น ใหเ้ หลือแตส่ ารสกดั เข้มขน้ หลอดละ 1 หยด แล้วยกออก
6. ผสมน้ำยาทดสอบ 1 ดว้ ยนำ้ กล่นั ขวดละ 1 มิลลลิ ติ ร เขย่าใหเ้ ข้ากันแลว้ ทงิ้ พกั ไว้ก่อน

7. เติมนำ้ ยาทดสอบ 2 ลงในหลอดแก้วทดลอง 3 มิลลิลติ ร ทงั้ 2หลอด เขย่าใหเ้ ข้ากัน

8. เติมนำ้ ยาทดสอบ 1 ท่ีเตรยี มไว้ ลงในหลอดแก้วทดลองหลอดละ 2 หยด เขย่าใหเ้ ท่ากัน
9. จากนน้ั นำน้ำยาทดสอบ 3 ผสมกบั น้ำกลนั้ 1.5 มลิ ลิลติ ร
10. เตมิ น้ำยาทดสอบ 3 ทผ่ี สมแล้ว 2 หยด ลงในหลอดแกว้ .เขย่าใหเ้ ข้ากนั
11. สังเกตสีที่เกิดขึ้น แล้วบนั ทึกผล

๑๔๙

ตอนที่ 3 เปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลา้ งสารพิษของพืชสมนุ ไพรชนิดต่าง ๆ
การทดสอบความสามารถในการลา้ งพษิ ของสมนุ ไพรชนิดตา่ ง ๆ

1. นำสว่ นของนำ้ สมนุ ไพรแตล่ ะชนดิ ที่ได้ทำการสกัดแล้ว มาเทใส่ลงในกะละมัง เพ่ือแช่ผักคะน้าท่ีใชท้ ำการ
ทดลองในตอนท่ี 2 โดยทำการแช่โดยแบง่ ระยะเวลา เป็น 5 นาที และ 10 นาที

2. เมือ่ เวลาผ่านไป 5 นาที นำผกั คะน้าทแี่ ชน่ ้ำสมุนไพรแต่ละชนดิ มาห่ันเปน็ ชิน้ เล็กๆ
3. จากนัน้ นำผกั คะนา้ ไปทดสอบด้วยชุดทดสอบ GT เพอ่ื เปรียบเทียบปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพชื ทต่ี กค้าง
ในผักคะนา้ ข้นั ตอนการทดสอบสารเคมตี กค้างทำเช่นเดยี วกับการทดสอบตอนท่ี 2 การศกึ ษาและเปรียบเทียบ
สารเคมที ีต่ กค้างในผักทจ่ี ำหน่ายตามตลาดสดและห้างสรรพสนิ คา้
4. โดยแบ่งเปน็ หลอดทดลอง 4 หลอด ไดแ้ ก่

หลอดท่ี 1 หลอดควบคมุ (ผกั คะน้าแบบไม่ผา่ นการแชน่ ้ำสมนุ ไพรใดๆ)
หลอดที่ 2 ผักคะน้าที่แชใ่ นนำ้ ตำลึง นาน 5 นาที
หลอดท่ี 3 ผักคะน้าที่แช่ในนำ้ มะนาว นาน 5 นาที
หลอดที่ 4 ผักคะนา้ ที่แช่ในนำ้ รางจืด นาน 5 นาที

5. สังเกตสใี นหลอดทดลองทั้ง 4 หลอด แล้วบนั ทึกผล
6. ทำเช่นเดียวกันกับขอ้ ที่ 3 -5 แต่ระยะเวลาผักการแช่นำ้ สมนุ ไพร คือ 10 นาที จากนน้ั สังเกตผลการ
ทดลอง แลว้ บนั ทกึ ผล

๑๕๐

เตรยี มพร้อมและแลกเปลี่ยน
นำข้อมูลทไี่ ด้จากการทดลองมาเขียนในบทที่ ๔ และบทที่ ๕ โดยนำผลการทดลองที่ได้มาสรุปและเขยี น

ข้อเสนอแนะ จัดทำรายงานผลในรูปแบบตารางบันทึกผล

ขดี เขียนสรุปความ
การศกึ ษาโครงงานเร่ืองผักปลอดสารพิษจากสมุนไพรไทยมีวตั ถุประสงคเ์ พือ่ ศกึ ษาความสามารถในการลา้ ง

สารพิษของพืชสมุนไพรไทยชนดิ ต่างๆเพ่ือเปรียบเทยี บสารเคมีที่ตกค้างในผักทีจ่ ำหนา่ ยตามตลาดสดและ
หา้ งสรรพสินคา้ เพ่ือเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการล้างสารพษิ ของพชื สมนุ ไพรไทยชนดิ ต่าง ๆคณะผจู้ ัดทำได้ผล
การศกึ ษา ดังน้ี

๑. เพื่อศกึ ษาความสามารถในการล้างสารพิษของพืชสมนุ ไพรไทยชนิดตา่ งๆ
จากการศึกษา พบวา่ พชื สมนุ ไพรท่สี ามารถล้างสารพิษได้ ได้แก่

1.๑ ตำลงึ มสี รรพคุณชว่ ยลดไข้ ดับพษิ ร้อน ถอนพิษ แก้ไข้ตัวร้อน ดับพิษฝี ถอนพิษตำแย แก้ปวด
แสบปวดร้อน แก้คัน แกว้ ิงเวียนศรี ษะ

๑.๒ รางจดื บำรงุ สขุ ภาพ มีสรรพคุณชว่ ยขับพษิ แกเ้ มา บำบดั รักษาอาการติดยาเสพติด ปอ้ งกนั ภาวะ
เป็นพษิ ต่อตับจากสรุ า ตา้ นมะเร็ง บรรเทาพษิ ยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ

๑.๓ มะนาวบรรเทาอาการคลื่นไส้ รักษาสวิ ป้องกนั นิว่ ในไต โรคหวัด ลา้ งพษิ แกก้ ระหายน้ำ แกไ้ อ
แก้ร้อนใน ช่วยใหเ้ จริญอาหาร ทาแก้ผิวหนังตกสะเก็ด แก้อาหารเปน็ พิษ แก้เลือดออกตามไรฟัน แกล้ มวงิ เวียน
ช่วยป้องกันโรคหวัด,เหงือกบวม,ลกั ปดิ ลักเปดิ แก้จกุ เสยี ดแน่นท้อง แก้ปวดท้อง ขบั เสมหะ บำรุงกระเพาะอาหาร
และขบั ลม

๑๕๑

2. เพ่ือการศึกษาและเปรยี บเทียบสารเคมที ่ีตกค้างในผกั ที่จำหนา่ ยตามตลาดสดและหา้ งสรรพสนิ ค้า
ไดท้ ำการทดสอบสารเคมีตกค้างโดยใชช้ ดุ ทดสอบ สารพิษตกค้าง จที ี โดยทดสอบจากผักคะน้าและพริก
สดที่จำหนา่ ยในตลาดสดและหา้ งสรรพสนิ ค้า ดงั ตางรางต่อไปน้ี

ชนิดของผกั แหลง่ ที่จำหน่าย ผลการทดสอบ

สีท่เี กิดข้ึน อา่ นผล

ผกั คะน้า ตลาดสด สสี ้มปนชมพู ไมป่ ลอดภัยถูกยับย้ัง 15%
หา้ งสรรพสินคา้ สีสม้ เขม้ ปลอดภัย

พริกสด ตลาดสด สสี ้มปนชมพู ไม่ปลอดภัยถกู ยับยัง้ 15%
ห้างสรรพสนิ ค้า สีส้มเข้ม ปลอดภยั

ตารางท่ี 1 ผลการทดสอบสารเคมีท่ีตกค้างในผกั ท่ีจำหนา่ ยตามตลาดสดและห้างสรรพสินค้า
จากตารางท่ี 1 ผลการทดสอบสารเคมีที่ตกค้างในผักที่จำหน่ายตามตลาดสดและห้างสรรพสินค้า เพ่ือ

การศึกษาและเปรียบเทียบสารเคมีที่ตกค้างในผักท่ีจำหน่ายตามตลาดสดและห้างสรรพสินค้า พบว่า ผักคะน้าท่ี
ซื้อมาจากตลาดสดทดสอบมีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย ถูกยับยั้ง 15 % แต่ผักคะน้าที่ซ้ือมาจาก
ห้างสรรพสินค้า ทดสอบสารเคมีทดสอบมีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับปลอดภัย และ พริกสดท่ีซื้อมาจากตลาดสด
ทดสอบมีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย ถูกยับยั้ง 15 % แต่พริกสดที่ซ้ือมาจากห้างสรรพสินค้า ทดสอบ
สารเคมีทดสอบมสี ารเคมีตกคา้ งอยใู่ นระดับปลอดภัย

สรุปได้ว่า การทดสอบสารเคมีท่ีตกค้างในผักท่ีจำหน่ายตามตลาดสดและห้างสรรพสินค้า ใช้ผักคะน้า
และพริกสดในการทดสอบ พบว่า ผักคะน้าและพริกสดท่ีซื้อจากห้างสรรพสินค้ามีปริมาณสารเคมีตกค้างอยู่ใน
ระดับที่ปลอดภัยต่อร่างกาย และผักคะน้าและพริกสดที่ซ้ือจากตลาดสดมีปริมาณสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับท่ีไม่
ปลอดภยั ต่อรา่ งกาย

3. เพอ่ื เปรยี บเทยี บประสทิ ธภิ าพในการลา้ งสารพิษของพืชสมนุ ไพรไทยชนดิ ต่าง ๆ
สมุนไพรท่ีทำมาศกึ ษาเปน็ สมนุ ไพรที่มคี ุณสมบตั ิสามารถลา้ งพษิ ได้ ได้แก่ ตำลงึ มะนาว และรางจดื
ไดผ้ ลการทดสอบ ดังนี้

ระยะเวลา ตัวควบคุม สมุนไพรทใี่ ช้ทดสอบ
5 นาที ตาลงึ มะนาว รางจืด
15 นาที
สีส้มปนชมพู สีสม้ ปนชมพู สีส้ม

สีสม้ ปนชมพู (ไมป่ ลอดภยั ) (ไม่ปลอดภยั ) (ปลอดภยั )

(ไมป่ ลอดภยั ) สีสม้ ปนชมพู สีส้มปนชมพู สีส้มเขม้

(ไม่ปลอดภยั ) (ไมป่ ลอดภยั ) (ปลอดภยั )

ตารางท่ี 2 ผลการทดสอบประสทิ ธิภาพในการลา้ งสารพิษของพืชสมุนไพร

๑๕๒

จากตารางท่ี 2 ผลการทดสอบประสิทธิภาพในการล้างสารพิษของพืชสมุนไพร พบว่า ผักคะน้าท่ีซ้ือมา
จากตลาดสด( ตัวควบคุม) เม่ือทำมาทดสอบสารเคมตี กค้าง ผลการทดสอบน้ำยาทดสอบเป็นสีส้มปนชมพู อ่านค่า
ว่าไมป่ ลอดภัย ผักคะน้าที่แช่น้ำตำลึง ในระยะเวลา 5 นาที สีของน้ำยาทดสอบท่ีเกิดข้ึนเป็นสีส้มปนชมพู อ่าน
ค่าว่า มีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย และในระยะเวลา 10 นาที สีของน้ำยาทดสอบที่เกิดขึ้นเป็นสีส้ม
ปนชมพู อ่านค่าวา่ มีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดบั ไม่ปลอดภัย ผักคะนา้ ท่ีแช่นำ้ มะนาว ในระยะเวลา 5 นาที สีของ
น้ำยาทดสอบที่เกิดข้ึนเป็นสีส้มปนชมพู อ่านค่าว่า มีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย และในระยะเวลา 10
นาที สีของน้ำยาทดสอบที่เกิดขึ้นเป็นสีส้มปนชมพู อ่านค่าว่า มีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย ส่วน
ผักคะน้าท่ีแช่น้ำรางจืด ในระยะเวลา 5 นาที สีของน้ำยาทดสอบที่เกิดข้ึนเป็นสีส้มเข้ม อ่านค่าว่า มีสารเคมี
ตกค้างอยู่ในระดับท่ีปลอดภัยต่อร่างกาย และในระยะเวลา 10 นาที สีของน้ำยาทดสอบที่เกิดข้ึนเป็นสีส้มเข้ม
อา่ นค่าวา่ มีสารเคมีตกค้างอย่ใู นระดบั ทีป่ ลอดภัยต่อรา่ งกาย

สรุปวา่ จากการนำผกั คะน้าทีซ่ ื้อมาจากตลาดสดมาแช่ น้ำสมุนไพรชนดิ ต่าง ๆ ไดแ้ ก่ นำ้ มะนาว น้ำตำลึง
และน้ำรางจืด ในเวลา 5 นาที ผักคะน้าท่ีแช่น้ำมะนาว และน้ำตำลึง สีของน้ำยาทดสอบสารเคมีตกค้างเป็นสีส้ม
ปนชมพู อ่านค่าได้ ว่าไม่ปลอดภัย และในเวลา 10 นาที ผักคะน้าที่แช่น้ำมะนาว และน้ำตำลึง สีของน้ำยา
ทดสอบสารเคมีตกค้างเป็นสีส้มปนชมพู อ่านค่าได้ ว่าไม่ปลอดภัย ส่วนผักคะน้าท่ีแช่น้ำรางจืดในระยะเวลา 5
และ 10 นาที ตำลึง สขี องน้ำยาทดสอบสารเคมีตกคา้ งเปน็ สีสม้ เขม้ อา่ นค่าได้ ปลอดภยั

เลา่ ขานความสำเร็จ
นำเสนอโครงงานต่อคณะกรรมการ โดยจัดทำ power point สรุปทั้ง ๕ บท ผลการนำเสนอ โครง

สมุนไพรลา้ งพษิ ในผัก และนำโครงงานเขา้ รว่ มการแข่งขนั ทักษะวิชาการเทศบาลนครลำปาง โครงงานวทิ ยาศาสตร์
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 - 3 ไดล้ ำดบั ที่ 3

๑๕๓

ภาคผนวก

๑๕๔

คำสัง่ โรงเรียนเทศบาล ๗ (ศิรินาวินวิทยา)
ท่ี ๒๐ / ๒๕๖๒

เร่อื ง แตง่ ต้งั คณะกรรมการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาระดบั การศึกษาข้ันปฐมวัยและพนื้ ฐาน
ตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๑ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรค

หน่งึ แหง่ พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาตพิ .ศ. ๒๕๔๒ ซง่ึ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๔๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
กฎกระทรวง ข้อ ๓ ให้สถานศึกษาแตล่ ะแหง่ จัดให้มีระบบการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาโดย

การกําหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภท
การศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกําหนด พร้อมทั้งจัดทําแผนพัฒนาการจัดการศึกษา
ของสถานศกึ ษาท่ีมงุ่ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและดําเนินการตามแผนท่ีกาํ หนดไวจ้ ดั ให้มีการประเมินผล

และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดําเนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มี
คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือ

หน่วยงานท่กี าํ กับดแู ลสถานศึกษาเป็นประจาํ ทุกปเี พื่อใหก้ ารดําเนินการประกนั คุณภาพการศึกษาตามวรรคหนึ่ง

เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กํากับดูแลสถานศึกษามีหน้าท่ีในการให้
คาํ ปรกึ ษา ชว่ ยเหลือ และแนะนําสถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาพฒั นาอย่าง

ต่อเนื่อง

ดังน้ันเพื่อให้การดำเนินการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๗ (ศิรินาวิน
วิทยา) ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จึงขอแต่งต้ังบุคคลดังต่อไปน้ี เป็น

กรรมการดำเนนิ การ ดงั นี้ คอื

๑. คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย

๑. นางพณิฏฏา พวงชมพูพิศาล ผู้อำนวยการสถานศึกษา ประธานกรรมการ

๒. นางบงกช ปิงเมอื ง รองผูอ้ ำนวยการ รองประธานกรรมการ

๓. นางสาวรตั นา เครือคำอา้ ย ครคู ศ.๓ กรรมการ

๔. นางสาวชมพนู ุช มสี วย ครคู ศ.๓ กรรมการ

๕. นายธีระ สุขประเสรฐิ ครคู ศ.๒ กรรมการ

๖. นางกมลทิพย์ มะทะโจทย์ ครคู ศ.๓ กรรมการ

๗. นางสาวเขมนิจ คำคะมลู ครคู ศ.๒ กรรมการและเลขานุการ

มีหนา้ ท่ี ๑. อำนวยความสะดวก ให้คำปรกึ ษาในเร่ืองตา่ ง ๆ
๒. ควบคุม ตดิ ตามการดำเนินงานกำหนดค่าเปา้ หมายและตัวช้วี ดั การศึกษาระดบั การศึกษา

ขน้ั พืน้ ฐานเพือ่ รองรับการประเมนิ คณุ ภาพ

๑๕๕

๒. คณะกรรมการดำเนินงานเก็บรวบรวมข้อมูลมาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพผู้เรยี น

๒.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผูเ้ รียน

๑) มคี วามสามารถในการอ่าน การเขยี น การสือ่ สาร และการคิดคำนวณ ประกอบด้วย

๑. นางกาญจนา กุศล ครู คศ.๒

๒. นางสุวรรณี พรมเสน ครู คศ.๓

๒) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมวี จิ ารณญาน อภปิ รายแลกเปล่ยี น ความคดิ เห็น

และแกป้ ัญหา ประกอบด้วย

๑. นายธีระ สุดประเสรฐิ ครู คศ.๒

๒. นายสุดเขต เดชรัตน์ ครู คศ.๒

๓) มีความสามารถในการสร้างนวตั รกรรม ประกอบด้วย

๑. นายธีระ สุดประเสรฐิ ครู คศ.๒

๒. นายสุดเขต เดชรัตน์ ครู คศ.๒

๔) มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร ประกอบดว้ ย

๑. นายอุเทน จักรบุญมา ครู คศ.๓

๒. นายเกรยี งศักดิ์ สุขมี ครู คศ.๓

๕) มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ประกอบด้วย

๑. นางอรวรรณ เครอื ใหม่ ครู คศ.๓

๒. นางสุวรรณี พรมเสน ครู คศ.๓

๖) มคี วามรู้ ทกั ษะพ้ืนฐาน และเจตคติท่ดี ีต่องานอาชพี ประกอบดว้ ย

๑. นางนรีกานต์ เตชะเมา ครู คศ.๓

๒. นางภทั รภร ยะย่าเปา้ ครู คศ.๓

๒.๒ คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ของผ้เู รยี น

๑) การมคี ณุ ลักษณะและคา่ นยิ มทดี่ ตี ามท่สี ถานศึกษากำหนด ประกอบดว้ ย

๑. นายเกรียงศกั ด์ิ สุขมี ครู คศ.๓

๒. นางสาวบญุ เตี่ยม จนั ทร์ทิพย์ ครู คศ.๒

๒) ความภมู ใิ จในท้องถ่ินและความเป็นไทย ประกอบดว้ ย

๑. นางเปมิกา แกว้ มา ครู คศ.๓

๒. นายพุทธนิ ันท์ พรมเสน ครูจา้ งสอน

๓) การยอมรับที่จะอยรู่ ่วมกันบนความแตกตา่ งและหลากหลาย ประกอบดว้ ย

๑. นางสาวชมพูนุช มีสวย ครู คศ.๓

๒. นางสาวนันท์นภัส พรมวงค์ ครู คศ.๒

๔) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสงั คม ประกอบด้วย

๑. นางรชั ดาพร บางหลวง ครู คศ.๓

๒. นายสมโภค สมบรู ณผ์ ล ครู คศ.๒

๑๕๖

๓. คณะกรรมการดำเนินงานเก็บรวบรวมข้อมูลมาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ

๓.๑ มีเป้าหมาย วสิ ัยทศั น์ และพันธกิจท่สี ถานศึกษากำหนดชดั เจน ประกอบด้วย

๑. นางกาญจนา กศุ ล ครู คศ.๒

๒. นายสดุ เขต เดชรัตน์ ครู คศ.๒

๓.๒ มรี ะบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ประกอบด้วย

๑. นายเกรยี งศักด์ิ สุขมี ครู คศ.๓

๒. นางสาวเขมนิจ คำคะมูล ครู คศ.๒

๓.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรยี นรอบดา้ นตามหลกั สตู รสถานศึกษาและทุก

กลุม่ เปา้ หมาย ประกอบดว้ ย

๑. นางสุวรรณี พรมเสน ครู คศ.๓

๒. นายธีระ สุดประเสรฐิ ครู คศ.๒

๓.๔ พฒั นาครูและบุคลากรใหม้ ีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ประกอบด้วย

๑. นางสาวรัตนา เครือคำอ้าย ครู คศ.๓

๒. นางภทั รภร ยะย่าเปา้ ครู คศ.๓

๓.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมท่ีเอ้ือตอ่ การจดั การเรียนรู้ ประกอบดว้ ย

๑. นายเกรียงศักด์ิ สขุ มี ครู คศ.๓

๒. นายสมโภค สมบรู ณผ์ ล ครู คศ.๒

๓.๖ จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบรหิ ารจดั การและการจดั การเรยี นรู้

ประกอบด้วย

๑. นายอุเทน จักรบญุ มา ครู คศ.๓

๒. นางชไมพร อนวุ งศ์ ครู คศ.๒

๔. คณะกรรมการดำเนินงานเกบ็ รวบรวมข้อมูลมาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเ่ี น้นผู้เรยี น

เปน็ สำคัญ

๔.๑ จดั การเรยี นรู้ผา่ นกระบวนการคดิ และปฏิบัตจิ ริง และสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ได้

ประกอบด้วย

๑. นายธีระ สุดประเสรฐิ ครู คศ.๒

๒. นางสาวทชั กร บญุ รัตน์ ครู คศ.๒

๔.๒ ใชส้ ือ่ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ท่เี อ้ือตอ่ การเรยี นรู้ ประกอบด้วย

๑. นายอุเทน จกั รบุญมา ครู คศ.๓

๒. นางเปมิกา แก้วมา ครู คศ.๓

๔.๓. มีการบรหิ ารจัดการชั้นเรยี นเชิงบวก ประกอบด้วย

๑. นางสาวจนั ทรเ์ พ็ญ โหรชิตร ครู คศ.๓

๒. นางสาวนันทน์ ภสั พรมวงค์ ครู คศ.๒

๔.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรยี นอย่างเปน็ ระบบ และนำผลมาพัฒนาผเู้ รียน ประกอบด้วย

๑. นางนรกี านต์ เตชะเมา ครู คศ.๓

๒. นายสุดเขต เดชรตั น์ ครู คศ.๒

๑๕๗

๔.๕ มีการแลกเปลยี่ นเรยี นร้แู ละใหข้ อ้ มลู ป้อนกลบั เพ่ือปรับปรุงและพฒั นาการจดั การเรียนรู้

ประกอบดว้ ย

๑. นางเปมิกา แก้วมา ครู คศ.๓

๒. นางอรวรรณ เครอื ใหม่ ครู คศ.๓

มหี นา้ ท่ี ๑. กำหนดค่าเป้าหมายและตวั ชี้วดั การศึกษาระดบั การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน

๒. เก็บรวบรวมขอ้ มลู /หลักฐาน/ร่องรอยจากการปฏบิ ตั ิงานเพ่ือพฒั นาคุณภาพการศึกษาในแต่ละ

มาตรฐานและประเด็นพิจารณา ของบคุ ลากรรายบคุ คลและกล่มุ ให้เป็นปัจจุบัน

๕. คณะกรรมการดำเนินงานเก็บรวบรวมข้อมูล (ระดับการศกึ ษาปฐมวัย)

๕.๑ คณะกรรมการดำเนนิ งานเก็บรวบรวมข้อมูลมาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพเด็ก

๑) เดก็ มีพัฒนาการดา้ นร่างกายแข็งแรง มสี ุขนสิ ยั ท่ีดี และดแู ลความปลอดภัยของตนเองได้

๑. นางธัญญารตั น์ ภูมนิ ทร์ ครู คศ. 1

๒) เดก็ มีพฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารมณไ์ ด้

๑. นางจิราภรณ์ บุญเลิศ ครู คศ. ๓

๓) เดก็ มพี ฒั นาการด้านสงั คม ชว่ ยเหลือตนเองและเปน็ สมาชิกท่ีดขี องสงั คม

๑. นายโรจนฤ์ ทธิ์ โชครวย ครู คศ. ๒

๔) เดก็ มพี ฒั นาการดา้ นสอื่ สารได้ มที ักษะการคดิ พนื้ ฐานและแสวงหาความรู้ได้

๑. นางวิภาวี แกว้ คำดี ครู คศ. ๒

6. คณะกรรมการดำเนินงานเก็บรวบรวมข้อมูลมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ

๑) มหี ลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทง้ั 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถ่ิน

๑. นางวภิ าวี แก้วคำดี ครู คศ. ๒

๒) จดั ครใู หเ้ พียงพอต่อชน้ั เรียน

๑. นางจิราภรณ์ บุญเลศิ ครู คศ. ๓

๓) ส่งเสริมใหค้ รมู ีความเชย่ี วชาญดา้ นการจัดประสบการณ์

๑. นางสุพัตรา ใจยาสาร ครู คศ. 3

๔) จดั สภาพแวดล้อมและส่ือเพ่ือการเรยี นรูอ้ ย่างปลอดภัยและเพียงพอ

๑. นายโรจนฤ์ ทธิ์ โชครวย ครู คศ. 2

5) ให้บรกิ ารส่ือ เทคโนโลยี สารสนเทศและสื่อเพื่อการเรยี นรู้ เพื่อสนับสนุนการจดั ประสบการณ์

๑. นางธัญญารัตน์ ภูมินทร์ ครู คศ. 1

6) มรี ะบบบรหิ ารคุณภาพทีเ่ ปิดโอกาสให้ผู้เกย่ี วข้องทุกฝ่ายมสี ว่ นรว่ ม

๑. นางกมลทิพย์ มะทะโจทย์ ครู คศ. 3

7. คณะกรรมการดำเนนิ งานเกบ็ รวบรวมข้อมูลมาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณท์ ีเ่ นน้ เดก็ เปน็ สำคญั

๑) การจัดประสบการณท์ ี่สง่ เสริมให้เด็กมีพฒั นาการทุกดา้ นอย่างสมดุลเต็มตามศักยภาพ

๑. นางวภิ าวี แกว้ คำดี ครู คศ. 2

๑๕๘

๒) สรา้ งโอกาสให้เดก็ ไดร้ ับประสบการณต์ รงอย่างมีความสุข เล่น และปฏิบตั ิอย่างมคี วามสขุ

๑. นางจริ าภรณ์ บุญเลิศ ครู คศ. ๓

๓) จัดบรรยากาศท่เี อือ้ ต่อการเรียนรู้ใช้ส่ือและเทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกับวัย

๑. นางสุพตั รา ใจยาสาร ครู คศ. 3

๔) ประเมนิ พฒั นาการเด็กตามสภาพจรงิ และนำผลการประเมินพัฒนาการเดก็ ไปปรบั ปรงุ การจดั ประสบการณ์

๑. นางกมลทิพย์ มะทะโจทย์ ครู คศ. 3

8. คณะกรรมการจัดทำรายงานการประเมิน ประกอบด้วย

๑. นางสาวเขมนจิ คำคะมูล ครู คศ.๒ หวั หน้างาน

๒. นางรัตนา เครอื คำอา้ ย ครู คศ.๓ กรรมการ

๔. นางสาวชมพูนุช มีสวย ครู คศ.๓ กรรมการ

๕. นางกมลทพิ ย์ มะทะโจทย์ ครู คศ.๓ กรรมการและเลขานุการ

มีหน้าท่ี รวบรวมการจดั ทำรายงานการประเมิน ตามมาตรฐานและประเดน็ เพ่ือรองรบั การประเมินภายใน

ท้ังนี้ ให้ผทู้ ่ไี ดร้ ับการแต่งตง้ั ปฏิบตั ิหนา้ ท่เี กบ็ รวบรวมข้อมลู /หลักฐาน/ร่องรอยจากการปฏิบตั งิ านเพ่อื
พัฒนาคุณภาพการศกึ ษาในแต่ละมาตรฐานและประเด็นพิจารณา ของบุคลากรรายบุคคลและกลุ่มใหเ้ ป็นปจั จบุ นั

สั่ง ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน ๒๕๖2

(นางพณิฏฏา พวงชมพพู ิศาล)
ผู้อำนวยการสถานศึกษา

โรงเรียนเทศบาล ๗ (ศิรนิ าวนิ วทิ ยา)

กรอบการประเมินตนเองของโรงเ
มาตรฐานการศึกษาท่ี 1 ดา้
ปกี ารศกึ ษ

มาตรฐาน เครือ่ งมือ แหล่งข้อมูล ผู้ใหข้
ประเดน็ พิจารณา
- แบบสรปุ ผลการประเมนิ อ.บ. 02 เดก็ ระดบั ช้ัน
มาตรฐานท่ี 1 พัฒนาการเด็กปฐมวยั อายุ ปที ี่ 1 - 3
ดา้ นคุณภาพเดก็ 3 – 5 ปี
1.1 เด็กมีพฒั นาการ (sar ท.7 อ. 1 – 01) ปฐ. 1
ด้านร่างกายแข็งแรง มี - แบบสรปุ ผลการประเมนิ
สุขนิสัยท่ดี ี และดูแล มาตรฐานดา้ นผลผลติ ทาง
ความปลอดภัยของ การศกึ ษา (ผเู้ รยี น)
ตนเองได้ (sar ท.7 อ. 1 – 02)

1.2 เด็กมพี ัฒนาการ - แบบสรุปผลการประเมนิ อ.บ. 02 เด็กระดบั ชั้น
ดา้ นอารมณ์ จติ ใจ พฒั นาการเด็กปฐมวยั อายุ ปีท่ี 1 - 3
ควบคุมและแสดงออก 3 – 5 ปี
ทางอารมณ์ได้ (sar ท.7 อ. 1 – 01)

เรยี นเทศบาล 7 (ศริ ินาวนิ วิทยา) 159
านคุณภาพเดก็ ระดบั ปฐมวยั ผู้รบั ผิดชอบ
ษา 2562

การ
ข้อมูล วิเคราะห์ เกณฑ์การประเมนิ เวลาเกบ็ ขอ้ มลู

ขอ้ มูล

นอนบุ าล รอ้ ยละ จำนวนเดก็ ท่ีผ่านการ 16 พ.ค.2562 ครูธญั ญารัตน์ ภูมนิ ทร์

ประเมินระดบั 2 -

ขน้ึ ไป 30 ม.ี ค.2563

นอนบุ าล รอ้ ยละ จำนวนเดก็ ที่ผ่านการ 16 พ.ค.2562 ครจู ริ าภรณ์ บุญเลศิ

ประเมินระดับ 2 -

ขน้ึ ไป 30 มี.ค.2563

มาตรฐาน เครอ่ื งมอื แหล่งข้อมลู ผูใ้ ห
ประเดน็ พิจารณา
แบบสรปุ ผลการประเมิน ปฐ. 1 เดก็ ระด
1.2 เดก็ มพี ัฒนาการ มาตรฐานด้านผลผลติ ทาง อนุบาล
ดา้ นอารมณ์ จติ ใจ การศกึ ษา (ผ้เู รยี น) 1-3
ควบคมุ และแสดงออก (sar ท.7 อ. 1 – 02)
ทางอารมณ์ได้

1.3 เด็กมีพฒั นาการ แบบสรปุ ผลการประเมิน อ.บ. 02 เด็กระด
ดา้ นสงั คม ชว่ ยเหลือ พฒั นาการเด็กปฐมวยั อายุ ปฐ. 1 อนุบาล
ตนเองและเป็นสมาชกิ ท่ี 3 – 5 ปี อ.บ. 02 1-3
ดขี องสงั คม (sar ท.7 อ. 1 – 01) ปฐ. 1
แบบสรปุ ผลการประเมิน เด็กอนบุ
1.4 เด็กมีพัฒนาการ มาตรฐานดา้ นผลผลิตทาง 1-3
ดา้ นสอ่ื สารได้ มีทกั ษะ การศกึ ษา (ผ้เู รยี น)
การคดิ พ้ืนฐานและ (sar ท.7 อ. 1 – 02)
แสวงหาความรู้ได้
แบบสรปุ ผลการประเมนิ
พฒั นาการเด็กปฐมวยั อายุ
3–5ปี (sar ท.7 อ. 1 – 01)
แบบสรปุ ผลการประเมิน
มาตรฐานดา้ นผลผลิตทาง
การศกึ ษา (ผเู้ รียน)
(sar ท.7 อ. 1 – 02)

160

หข้ ้อมูล การ เกณฑ์การประเมิน เวลาเก็บขอ้ มลู ผรู้ บั ผิดชอบ
วิเคราะห์
ดับชั้น ขอ้ มูล จำนวนเด็กทีผ่ ่าน 16 พ.ค. 2562 ครูโรจน์ฤทธ์ิ โชครวย
ลปที ่ี
รอ้ ยละ

การประเมินระดบั -

2 ขนึ้ ไป 30 มี.ค.2563

ดบั ชน้ั รอ้ ยละ จำนวนเดก็ ทีผ่ า่ น 16 พ.ค.2562 ครสู ุพัตรา ใจยาสาร

ลปีท่ี การประเมินระดบั -

2 ขนึ้ ไป 30 ม.ี ค.2563

บาลปีท่ี ร้อยละ จำนวนเด็กทผี่ ่าน 16 พ.ค.2562 ครกู มลทิพย์ มะทะโจทย์

การประเมินระดบั -

2 ขน้ึ ไป 30 มี.ค.2563

กรอบการประเมินตนเองของโรงเ
มาตรฐานการศึกษาที่ 2 กระบวนการ

ปกี ารศึกษ

มาตรฐาน เครอื่ งมือ แหล่งข้อมลู ผ้ใู หข้ อ้ มูล
ประเดน็ พจิ ารณา
แบบเก็บข้อมลู กำหนด ครหู วั หน้า
มาตรฐานที่ 2 มาตรฐานการศึกษาที่ 2 การสอน ฝา่ ยวชิ าการ
ดา้ นกระบวนการ กระบวนการบรหิ ารและ
บริหารและการ การจดั การ ระดับชนั้ อนุบา
จดั การ ประเดน็ พจิ ารณา แผนการจดั
2.1 มีหลักสูตร มีหลกั สูตรครอบคลมุ ประสบการณ์
ครอบคลุม พฒั นาการท้งั 4 ดา้ น
พฒั นาการทั้ง 4 สอดคลอ้ งกบั บริบทของ หลกั สูตร
ดา้ น สอดคลอ้ งกับ ท้องถนิ่ แกนกลาง
บรบิ ทของท้องถนิ่ (SAR ท. 7 อ.02 - 01) การศกึ ษา
ปฐมวยั

161

เรียนเทศบาล 7 (ศิรินาวินวทิ ยา)
รบรหิ ารและการจัดการ ระดบั ปฐมวัย
ษา 256๒

การวเิ คราะห์ เกณฑ์การประเมนิ เวลาเกบ็ ขอ้ มลู ผ้รู ับผดิ ชอบ
ข้อมลู

รายการ ระดับของรายการ เดือนมีนาคม 2563 ครูวิภาวี แกว้ คำดี

เทยี บกบั พิจารณา

าล เกณฑ์ 1 หมายถงึ ไม่มี

พิจารณา รายการ (กำลงั พัฒนา)

๒ หมายถงึ มรี ายการ

พจิ ารณา ๑ ข้อ

(ปานกลาง)

๓ หมายถงึ มีรายการ

พิจารณา ๒ ข้อ

(ดี)

๔ หมายถึง มีรายการ

พจิ ารณา ๓ ข้อ

(ดีเลิศ)

๕ หมายถึง มีรายการ

พิจารณา ๔ ข้อ

(ยอดเย่ียม)

มาตรฐาน เครือ่ งมอื แหล่งข้อมูล ผ้ใู ห้ขอ้ มลู
ประเด็นพิจารณา
แบบเก็บข้อมลู ทะเบียนเด็ก ครรู ะดบั ชัน้
2.2 จดั ครูให้ มาตรฐานการศึกษาที่ 2 แสดงจำนวน อนุบาล
เพียงพอต่อช้นั เรยี น กระบวนการบรหิ ารและ และอายุของ
การจัดการ เด็ก
ประเดน็ พจิ ารณา จำนวนครทู ่ี
จดั ครูใหเ้ พียงพอต่อช้ัน ปฏบิ ัติงานจริง
เรยี น
(SAR ท. 7 อ.02 - 02)

162

การวิเคราะหข์ อ้ มลู เกณฑก์ ารประเมนิ เวลาเกบ็ ขอ้ มูล ผู้รับผดิ ชอบ
ครูจิราภรณ์ บญุ เลศิ
รายการเทยี บกบั ระดับของรายการ เดอื นมนี าคม

เกณฑ์พิจารณา พจิ ารณา 2563

1 หมายถึง ไม่มีรายการ

(กำลงั พฒั นา)

๒ หมายถงึ มีรายการ

พิจารณา๑ ข้อ

(ปานกลาง)

๓ หมายถงึ มรี ายการ

พจิ ารณา ๒ ข้อ

(ด)ี

๔ หมายถึง มีรายการ

พจิ ารณา ๓ ข้อ

(ดเี ลิศ)

๕ หมายถงึ มีรายการ

พจิ ารณา ๔ ข้อ

(ยอดเย่ียม)

มาตรฐาน เครอ่ื งมือ แหล่งข้อมูล ผูใ้ ห้ข้อมูล
ประเด็นพิจารณา
แบบเกบ็ ข้อมูล ใบแสดง ครปู ระจำชน้ั
2.3 ส่งเสรมิ ให้ครูมี มาตรฐานการศึกษาท่ี 2 คณุ วฒุ ิ อนบุ าลปีที่ 1 -
ความเชี่ยวชาญดา้ น กระบวนการบริหารและ การศึกษา
การจัดประสบการณ์ การจัดการ
ประเดน็ พิจารณา
ส่งเสรมิ ใหค้ รมู ีความ ข้อกำหนด
เชยี่ วชาญด้านการจดั เกีย่ วกบั
ประสบการณ์ บทบาทหน้าที่
(SAR ท. 7 อ.02 - 03) ของ
บคุ ลากร

หลักฐานการ
ผา่ นการอบรม

163

การวเิ คราะห์ เกณฑก์ ารประเมนิ เวลาเก็บข้อมลู ผู้รบั ผดิ ชอบ
ข้อมูล
เดือนมนี าคม. ครูสพุ ตั รา ใจยาสาร
รายการเทยี บ ระดับของรายการ 2563

- 3 กบั เกณฑ์ พิจารณา

พจิ ารณา 1 หมายถึง ไม่มีรายการ

(กำลงั พัฒนา)

๒ หมายถึง มีรายการ

พจิ ารณา๑ ข้อ

(ปานกลาง)

๓ หมายถงึ มรี ายการ

พจิ ารณา ๒ ข้อ

(ดี)

๔ หมายถงึ มีรายการ

พจิ ารณา ๓ ข้อ

(ดเี ลศิ )

๕ หมายถงึ มรี ายการ

พิจารณา ๔ ข้อ

(ยอดเย่ยี ม)

มาตรฐาน เคร่อื งมือ แหลง่ ข้อมูล ผใู้ ห้ขอ้ มูล
ประเดน็ พจิ ารณา
แบบประเมนิ มาตรฐาน ครปู ระจำช้ัน
2.4 จดั สภาพแวดลอ้ ม สภาพแวดล้อมภายนอก สถานศกึ ษา อนบุ าลปที ่ี 1 -
และส่ือเพ่ือการเรียนรู้ อาคารเรยี นเพือ่ ความ พัฒนาเด็ก
อย่างปลอดภยั และ ปลอดภัย ปฐมวัย
เพียงพอ (SAR ท. 7 อ.02 – 0๔) แหง่ ชาติ

แบบประเมิน
สภาพแวดล้อมภายใน
อาคารเรยี นเพือ่ ความ
ปลอดภัย
(SAR ท. 7 อ.02 – 04)

แบบคัดกรองความเสีย่ ง
ของพน้ื ท่ีเล่น/สนามเด็ก
เล่น
(SAR ท. 7 อ.02 – 04)


Click to View FlipBook Version