The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทน.ลำปาง_เทศบาล7(ศิรินาวินวิทยา)_SAR2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noktee43, 2020-11-19 22:40:33

ทน.ลำปาง_เทศบาล7(ศิรินาวินวิทยา)_SAR2562

ทน.ลำปาง_เทศบาล7(ศิรินาวินวิทยา)_SAR2562

๗๐

ตารางสรปการประ ินคณ าพ าตรฐานการศึกษา ระ ั ปฐ วั
าตรฐาน ่ ๑ คณุ ภาพของเดก็
ประ น็ พจิ ารณา ๑.๔ มพี ัฒนาการด้านสตปิ ัญญา ส่ือสารได้ มีทักษะการคดิ พนื้ ฐานและแสวงหาความรู้ได้

ระ ั ชั้น จำนวน ็กปฐ วั ก็ ปฐ วั ่ การ รอ ะ ระ ั คณ าพ
(คน) ประ ิน
อนุบาล ๑/๑ ๙๖.๘๘ ยอดเยย่ี ม
อนบุ าล ๑/๒ ๑๖ ระ ั ๒ขนึ้ ไป (คน) ๑๐๐.๐๐ ยอดเยี่ยม
อนุบาล ๒/๑ ๑๖ ๑๕ ๑๐๐.๐๐ ยอดเยย่ี ม
อนุบาล ๒/๒ ๒๗ ๑๐๐.๐๐ ยอดเย่ียม
อนบุ าล ๓/๑ ๒๕ ๑๖ ๙๕.๒๔ ยอดเยี่ยม
อนบุ าล ๓/๒ ๒๑ ๒๗ ๑๐๐.๐๐ ยอดเยย่ี ม
๒๐ ๒๕ อ่
รว ๒๐ ๙๘.๖๙
๑๒๕ ๒๐

๑๒๓

จากตารางพบวา่ เดก็ ปฐมวยั อายุ (๓ – ๕ ปี) ของโรงเรียนเทศบาล ๗ (ศิรนิ าวินวิทยา) โดย
ภาพรวมมพี ฒั นาการด้านสติปัญญา ส่ือสารได้ มีทักษะการคดิ พ้ืนฐานและแสวงหาความรู้ได้ ซ่งึ ภาพรวมทุก
ระดับช้ันมีเด็กปฐมวัยทมี่ ผี ลการประเมนิ ระดับ ๒ ขนึ้ ไป จำนวน ๑๒๓ คดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๘.๖๙ ระดับคุณภาพ
ยอดเยย่ี มโดยระดับชัน้ ทมี่ ผี ลการประเมินคิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐ ระดบั คณุ ภาพ ยอดเยย่ี ม ได้แก่ ระดับช้ันอนบุ าล
ปที ี่ ๑/๒, ระดับชั้นอนบุ าลปีท่ี ๒/๑, ระดบั ชน้ั อนุบาลปีที่ ๒/๒ ระดับชน้ั อนุบาลปที ี่ ๓/๒ รองลงมา คือ
ระดับชัน้ อนุบาลปีท่ี ๑/๑ มีผลการประเมนิ คดิ เป็นร้อยละ ๙๖.๘๘ ระดับคณุ ภาพ ยอดเยย่ี ม และอันดับสดุ ทา้ ย
คือระดับช้ันอนบุ าลปที ี่ ๓/๑ มีผลการประเมินคดิ เป็นร้อยละ ๙๕.๒๔ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม

ขอ้ มูลหลกั ฐานเอกสารเชงิ ประจกั ษท์ ี่สนับสนนุ ผลการประเมินตนเอง
- แผนยุทธศาสตร์
- แผนพฒั นา ๔ ปี
- แผนปฏิบัตกิ ารประจำปี
- แผนปฏิบัตกิ ารประจำปงี บประมาณ
- แบบประเมนิ คุณภาพการศึกษาปฐมวัย พัฒนาการด้านร่างกาย (ปฐ) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่

ปีการศึกษา ๒๕๖๒ (อายุ ๓ – ๕ ป)ี
- แบบบนั ทกึ ผลการประเมินพัฒนาการ (อ.๐๒) ปีการศึกษา ๒๕๖๒ (อายุ ๓ – ๕ ปี)
- รปู เล่มรายงานการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach)
- รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา(Self Assessment Report: SAR) ประจำปกี ารศึกษา

๒๕๖๑

๗๑

จุดเด่น
เด็กมพี ฒั นาการดา้ นรา่ งกาย โดยมนี ้ำหนกั สว่ นสูง และสมรรถภาพทางกายผา่ นเกณฑ์มาตรฐานของ

กรมอนามยั สขุ ภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ชอบออกกำลังกาย มีสุขนิสยั ทด่ี ี และดูแลความปลอดภัยของ
ตนเองได้ รวมถึงมีพฒั นาการด้านสังคม ชว่ ยเหลอื ตนเองและเปน็ สมาชิกท่ีดีของสังคม สามารถปฏบิ ัติตนตาม
กฎระเบยี บของสถานศกึ ษาหรอื สังคมได้ดี

จดุ ทีค่ วรพัฒนา
การดำเนนิ งานตามมาตรฐานนี้ ในสว่ นของพฒั นาการดา้ นสตปิ ัญญา ทกั ษะการสื่อสาร ทักษะการคดิ

พืน้ ฐานและแสวงหาความรู้ เด็กควรได้รับการส่งเสรมิ เกีย่ วกบั การส่อื สาร ทกั ษะในการคิดพืน้ ฐาน การคดิ
วิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา

ขอ้ เสนอแนะ
สถานศกึ ษามีการจัดกิจกรรมท่สี อดแทรกกับตารางกจิ กรรมประจำวนั ที่พฒั นาเดก็ ใหม้ ีความพรอ้ มในการ

สอ่ื สาร ทักษะในการคดิ พน้ื ฐาน การคดิ วิเคราะห์ คดิ แกป้ ญั หา โดยได้ชี้แจงผ้ปู กครองเพ่ือขอความร่วมมือในการ
ส่งเสริมทักษะดังกล่าว เชน่ กจิ กรรมสง่ เสริมการอา่ น กจิ กรรมสง่ เสรมิ ทักษะคณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์

มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
ระดบั คณุ ภาพ......ดเี ลิศ.......
วธิ กี ารดำเนินการ

โรงเรียนเทศบาล ๗ (ศิรนิ าวนิ วทิ ยา) มีการกำหนดเปา้ หมาย วิสยั ทศั นพ์ ันธกิจ เป้าหมาย
อตั ลกั ษณเ์ อกลกั ษณ์สอดคลอ้ งกับสภาพความตอ้ งการพฒั นาของสถานศึกษา ได้แก่ กำหนดหลักสตู รสถานศึกษา
และแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา เน้นเด็กทุกคนไดร้ บั การพัฒนาจนจบระดับการศึกษากอ่ นประถมศึกษา เด็ก
ด้อยโอกาสและเด็กพิการไดร้ ับการพฒั นาตามศักยภาพจัดทำหลกั สตู รครอบคลมุ พัฒนาการทัง้ ๔ ด้านสอดคล้อง
กบั บริบทของท้องถิ่น โดยโรงเรียนไดด้ ำเนินการบรหิ ารและการจดั การหลกั สตู รมีหลักสูตรปฐมวัยท่ียดื หยุ่นและ
สอดคลอ้ งกบั นโยบายของสถานศึกษา โดยได้จัดทำหลักสูตรเพ่ิมเติมระดับชนั้ ปฐมวยั คือ การจดั ประสบการณ์
การเรียนรู้โดยใช้โครงการเป็นฐาน (Project Approach) เปน็ รปู แบบการจัดประสบการณท์ ี่ก่อให้เกิดการเตรยี ม
ความพร้อม เน้นการเรยี นรผู้ ่านการเล่นและการลงมือปฏิบัติดว้ ยตนเองให้มากท่ีสดุ สอดคล้องกบั วถิ ีชวี ิตของ
ครอบครวั ชุมชน และท้องถ่ิน จัดครทู ีเ่ หมาะสมกบั การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ คือมีครูประจำการทีจ่ บ
การศึกษาสาขาปฐมวัยโดยตรง ครทู กุ คนมีใบประกอบวชิ าชีพครูส่งเสรมิ ให้ครมู ีความเชีย่ วชาญด้านการจดั
ประสบการณส์ ง่ คณะครเู ขา้ รับการอบรมเพ่ือพฒั นาศกั ยภาพอย่างต่อเนื่องพฒั นาคุณภาพครูดา้ นการศึกษาปฐมวยั
อย่างต่อเนอ่ื ง ซง่ึ สง่ ผลใหค้ รูด้านการศึกษาปฐมวยั ทุกคนล้วนมีความรคู้ วามสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบ
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั มีทกั ษะในการจัดประสบการณ์และการประเมนิ พฒั นาการเด็กเปน็ รายบุคคล มี
ประสบการณ์ในการออกแบบการจัดกจิ กรรม ทักษะการสังเกต และการปฏสิ ัมพนั ธ์ท่ีดกี ับเดก็ และผปู้ กครอง ครู

๗๒

สถานศกึ ษาจดั สภาพแวดล้อมและสอื่ เพื่อการเรียนรูอ้ ย่างปลอดภยั และเพยี งพอ โดยจัดให้มีพน้ื ท่ีพร้อมอุปกรณ์ที่
จำเปน็ สำหรบั ทำกจิ กรรมตามตารางกจิ กรรมประจำวันอย่างเหมาะสมกับเด็ก อีกทงั้ สอื่ ภายในหอ้ งเรยี น หอ้ ง
ศูนยส์ อ่ื การเรียนรู้ ได้แก่ ของเลน่ หนังสอื นิทาน เกมการศึกษา และส่อื ภายนอกห้องเรียน ได้แก่ ส่ือจาก
ธรรมชาติ เช่น ตน้ ไม้ สนามหญา้ อีกทง้ั สระว่ายน้ำ สนามกีฬาเทศบาลนครลำปางซง่ึ อยู่บรเิ วณหนา้ โรงเรยี น
เครื่องเล่นสนามสร้างสรรคป์ ัญญาสำหรับเดก็ มุดลอดปนี ป่าย มีสอ่ื เทคโนโลยี เชน่ คอมพวิ เตอร์ เปน็ สอื่ เพ่ือการ
สบื เสาะหาความร้สู ำหรบั เด็กให้บริการส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพ่ือสนับสนุนการจดั
ประสบการณ์สำหรับครูเชน่ สัญญาณ wifi และมหี ้องคอมพวิ เตอร์ ใหค้ รูทุกคนสามารถใชบ้ รกิ ารสืบค้นกรอก
ข้อมูลในระบบประกันคณุ ภาพภายใน (AQA) ระบบสารสนเทศข้อมูลนกั เรยี น (SIS) ขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น มีการตดิ ตั้งกล้องวงจรปดิ เพ่ิมความปลอดภยั แก่ครูมีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษาท่ี
สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และอตั ลักษณท์ ี่สถานศกึ ษากำหนด กิจกรรมตรวจสอบภายในมีการ
แต่งตง้ั คณะกรรมการใหม้ ีสว่ นรว่ มในการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาเช่น การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา
คณะกรรมการเครือขา่ ยผ้ปู กครอง รบั การตรวจสอบจากต้นสังกดั และจดั ทำรายงานผลเสนอตน้ สังกัด แจ้งท่ี
ประชุมคณะกรรมการ ผูป้ กครองนักเรียน ผู้มีส่วนรว่ มได้รับทราบทัว่ กัน

ผลการดำเนนิ งาน
การดำเนนิ การประเมินมาตรฐานที่ 2 มกี รอบการประเมนิ สรปุ ไดด้ ังนี้ ทำการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลใน

เดือนมนี าคม พ.ศ. 2563 โดยเกบ็ รวบรวมจากแบบประเมินด้านการบริหารจัดการ มาตรฐานสถานศึกษาพัฒนา
เด็กปฐมวยั 256๒ ในแตล่ ะประเด็นพิจารณา แล้วเก็บขอ้ มูลจากสภาพจริง ในการประเมนิ คร้ังนี้ ในการ
ประเมนิ ครั้งนมี้ เี ครื่องมือเก็บข้อมูลในมาตรฐานที่ 1 มผี ลการประเมนิ มีดงั นี้

ตารางสรปการประ ินคณ าพ
าตรฐานการศกึ ษา ่ ๒ กระ วนการ ริหาร ะการจั การ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ ระ ั ปฐ วั

ประเดน็ พจิ ารณา ระดับคะแนน ระดับคุณภาพ

2.1 มหี ลักสตู รครอบคลมุ พัฒนาการทงั้ ๔ 4 ดเี ลศิ
ดา้ นสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น 5 ยอดเย่ียม
2.2 จดั ครใู ห้เพียงพอต่อชัน้ เรยี น 4
2.3 สง่ เสรมิ ให้ครมู ีความเชยี่ วชาญด้านการจัด 4 ดเี ลศิ
ประสบการณ์ ดีเลิศ
2.4 จัดสภาพแวดลอ้ มและสื่อเพื่อการเรยี นรู้
อย่างปลอดภัยและเพยี งพอ

๗๓

ประเด็นพิจารณา ระดับคะแนน ระดับคุณภาพ

2.5 ใหบ้ ริการสอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือ 4 ดีเลศิ
เพ่อื การเรยี นรเู้ พื่อสนับสนุนการจดั 4 ดีเลิศ
ประสบการณ์

2.6 มรี ะบบบริหารคณุ ภาพท่ีเปดิ โอกาสให้
ผู้เกีย่ วขอ้ งทกุ ฝา่ ยมีสว่ นรว่ ม

จากตารางสรุปการประเมินคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาท่ี ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ผล
การพิจารณา ระดับคุณภาพ ดีเลิศ เมอื่ แยกประเด็นพิจารณา อนั ดับแรกครมู ีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการท้ัง ๔
ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถ่ิน ได้ระดับคะแนน ๔ ระดับคุณภาพ ดีเลิศ ประเด็นพิจารณา จัดครูให้
เพียงพอต่อชั้นเรยี น ระดับคะแนน ๔ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ประเดน็ พิจารณา ส่งเสริมใหค้ รมู ีความเช่ียวชาญ
ดา้ นการจดั ประสบการณ์ ระดบั คะแนน ๔ ระดับคณุ ภาพ ดีเลิศ ประเด็นพิจารณาจัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อ
การเรียนรู้อย่างปลอดภัยและเพียงพอ ระดับคะแนน ๔ ระดับคุณภาพ ดีเลิศ ประเด็นพิจารณาให้บริการสื่อ
เทคโนโลยสี ารสนเทศและสื่อเพื่อการเรียนร้เู พ่ือสนับสนนุ การจดั ประสบการณ์ ระดับคะแนน ๔ ระดับคุณภาพ ดี
เลิศ และประเด็นพิจารณามีระบบบริหารคุณภาพท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เก่ียวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ระดับคะแนน ๔
ระดับคณุ ภาพ ดเี ลศิ

ขอ้ มลู หลักฐานเอกสารเชิงประจกั ษ์ทส่ี นบั สนนุ ผลการประเมินตนเอง

- แบบรายงานผลงานทเ่ี กิดจากการปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ ประจำปีการศึกษา 2562
- แผนยุทธศาสตร์
- แผนพัฒนา ๔ ปี
- แผนปฏิบัตกิ ารประจำปี
- แผนปฏิบัติการประจำปงี บประมาณ
- คำส่ังเขา้ รบั การอบรมพัฒนาศกั ยภาพบุคลากร
- ภาพถ่ายการอบรมพฒั นาศักยภาพบคุ ลากร
- คำส่ังมอบหมายหน้าทค่ี รูและบคุ ลากร
- แผนการจดั ประสบการณ์ที่สอดคลอ้ งกับมาตรฐานตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
- สื่อภายในหอ้ งเรยี น หอ้ งศูนย์ส่ือการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ ของเลน่ หนังสอื นทิ าน เกมการศึกษา
- ส่อื จากธรรมชาติ เช่น ตน้ ไม้ สนามหญา้ รวมถงึ สระว่ายนำ้ เคร่อื งเลน่ สนามสรา้ งสรรคป์ ัญญา
สนามกฬี าเทศบาลนครลำปางซงึ่ อยบู่ รเิ วณหน้าโรงเรยี น
- สื่อเทคโนโลยี เชน่ คอมพิวเตอร์สัญญาณ wifi กล้องวงจรปดิ
- เว็บไซตข์ องโรงเรียนเทศบาล ๗ (ศริ ินาวนิ วิทยา) (www.ms๗.ac.th)
- บันทกึ การประชมุ ของคณะกรรมการสถานศกึ ษา
- บันทกึ การประชุมประจำเดือนของคณะครู

๗๔

- รูปเลม่ รายงานการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้แบบโครงการ (Project Approach)
- รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา (Self Assessment Report: SAR) ประจำปกี ารศึกษา
๒๕๖๑

จดุ เดน่
สถานศึกษาจดั สรรครูที่มีวฒุ ิการศกึ ษาตรงตามสาขาวิชาการศกึ ษาปฐมวยั อย่างเหมาะสมในอตั ราสว่ นครู

กับเด็ก ครูมีความรู้ความสามารถมาปฏิบตั ิการสอนเพ่ือพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการทงั้ ๔ ด้าน ให้เปน็ ไปตามวัย

จดุ ท่ีควรพัฒนา
สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ครอบคลุมทุกบริเวณของสถานศกึ ษา รวมถงึ สัญญาณไปไม่ถึงอาคารเรียนอนุบาล

ควรพัฒนาการให้บริการส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อเพ่ือการเรียนรู้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครูในการ
สนบั สนุนการจัดประสบการณ์

ขอ้ เสนอแนะ
สถานศกึ ษาได้พัฒนาระบบเครือขา่ ยอนิ เตอรเ์ นต็ สัญญาณ wifi ใหค้ รอบคลุมทุกพน้ื ทใ่ี นบรเิ วณโรงเรียนให้

ใช้งานได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและสร้างหอ้ งเรยี น ICT สำหรบั เพื่อเป็นแหล่งเรยี นรูใ้ ห้เดก็ และครูไดส้ ืบคน้ ข้อมูล

มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนทีเ่ นน้ เดก็ เปน็ สำคญั

ระดบั คุณภาพ......ดีเลิศ.......

วิธดี ำเนินการ

สถานศึกษาจัดการศึกษาระดับปฐมวัยโดยม่งุ เน้นความสำคัญของการพฒั นาในทุกๆ ดา้ น ทัง้

ทางดา้ นรา่ งกาย ดา้ นอารมณจ์ ิตใจ ดา้ นสงั คม และดา้ นสติปัญญา มีความรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม และ

วัฒนธรรมในการดำรงชวี ิต ซง่ึ เป็นการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ทเ่ี น้นผ้เู รยี นเป็นสำคัญ เพ่ือสามารถอยูร่ ่วมกบั

ผูอ้ ่ืนได้อย่างเป็นสุข ภายใต้คำว่า เก่ง ดี มีสุข จดั ประสบการณใ์ นรปู แบบบรู ณาการการเรียนรู้ ทัง้ ในหอ้ งเรียน

และนอกห้องเรียน เพื่อใหเ้ ด็กไดป้ ระสบการณ์ตรงเชื่อมโยงกับประสบการณเ์ ดิม เกิดการเรียนรู้ให้เดก็ มีโอกาส

เลือกทำกิจกรรมอย่างอิสระตามความต้องการ ความสนใจ ความสามารถ ตอบสนองต่อวิธีการเรยี นรขู้ องเดก็ เป็น

รายบุคคลหลากหลายรูปแบบจากแหลง่ เรยี นร้ทู หี่ ลากหลาย เดก็ ไดเ้ ลือกเล่นเรยี นรลู้ งมือกระทำและสร้าง

องค์ความร้ดู ว้ ยตนเองโดยครูมบี ทบาทเปน็ ผู้ชี้แนะ ผปู้ กครองใหค้ วามรว่ มมอื กบั ครูโดยครูร่วมกนั ระดมความคดิ

จัดทำแนวการจัดประสบการณ์แผนการจดั ประสบการณจ์ ากการวเิ คราะหม์ าตรฐานคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ ซง่ึ

สามารถยืดหย่นุ ไดส้ ่งเสริมความสนใจและความถนัดโดยจัดตาม ๖ กิจกรรมหลกั การเรียนรู้ กจิ กรรมเคล่ือนไหว

จังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เช่น การเลา่ นิทาน การเล่าเร่อื งตามภาพ สำรวจเรียนรสู้ ิ่งตา่ งๆรอบตัว

กิจกรรมสรา้ งสรรค์ เชน่ วาดภาพ ระบายสี เปา่ สนี ้ำ พ่นสี ฉีก ตดั ปะ ยอ้ มสีกระดาษทิชชู ป้นั ดนิ น้ำมัน กจิ กรรม

เสรี เช่น เล่นตามมมุ ตามอิสระตามสนใจ ไดแ้ ก่ มุมบา้ น มุมบลอ็ ก มุมหนงั สือ กจิ กรรมกลางแจ้ง เช่น เลน่ สนาม

เล่นอิสระ เลน่ การละเลน่ พนื้ บา้ น กิจกรรมเกมการศึกษา เชน่ เกมโดมิโน เกมภาพตัดต่อ เกมภาพกบั เงา เกม

ภาพเหมอื น ครจู ดั บรรยากาศในหอ้ งเรียนทีส่ ง่ เสริมความสนใจใหแ้ กเ่ ด็ก โดยจัดตกแต่งห้องเรียนให้มสี ีสันสดใส

สะอาด ปลอดภยั หอ้ งเรยี นมบี รรยากาศเตม็ ไปด้วยความอบอุ่น ความเห็นอกเหน็ ใจ มคี วามเอ้อื เฟ้ือเผื่อแผต่ ่อ

๗๕

กันและกนั ซ่ึงเป็นแรงจงู ใจภายในท่ีกระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นรกั การอยู่รว่ มกันในห้องเรยี น ให้เดก็ มสี ว่ นรว่ มใช้สื่อและ
เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกับวัย ประเมนิ พัฒนาการของเดก็ ปฐมวัยตามสภาพจริง จากการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้
จากการจดั กจิ กรรมประจำวัน ดว้ ยเคร่อื งมือและวธิ ีการท่หี ลากหลาย เชน่ การสังเกตพฤติกรรม การสอบถาม
ความคดิ เห็นจากผปู้ กครองเก่ียวกับพฤติกรรมความกา้ วหน้าและแนวทางการสง่ เสริมพฒั นาการเดก็ การสำรวจ
และการวิเคราะหผ์ ลพัฒนาการของเด็ก โดยให้ผู้ปกครองมสี ว่ นรว่ มในการประเมนิ นำผลการประเมินที่ไดไ้ ป
ปรบั ปรุงการจดั ประสบการณ์และพฒั นาเด็กมีการประเมินผลตรวจสอบคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา ตดิ ตามผล
การดำเนินงานและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองประจำปี มกี ารนำผลการประเมินไปปรับปรงุ พัฒนา
คุณภาพสถานศกึ ษา โดยทุกฝา่ ยมีส่วนรว่ ม พร้อมทั้งรายงานผลการประเมนิ ตนเองให้หน่วยงานต้นสงั กัดทราบ
อย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนนิ งาน
การดำเนินการประเมนิ มาตรฐานท่ี 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเปน็ สำคัญ มีกรอบการ

ประเมินสรุปได้ดงั น้ี ทำการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ในเดอื นมีนาคม พ.ศ. 2563 โดยใชเ้ คร่ืองมือทีโ่ รงเรียนสรา้ งข้นึ
ซง่ึ เก็บรวบรวมมาตรฐานการศกึ ษาท่ี ๓ จากแบบรายงานผลงานทเ่ี กดิ จากการปฏิบตั หิ น้าท่ีของพนักงานครู ปี
การศึกษา 2562 แล้วนำขอ้ มูลมาหาความถ่ี โดยสถิตทิ ีใ่ ช้คือ ฐานนิยม และเกบ็ ข้อมลู จากสภาพจรงิ ผลการ
ประเมนิ คร้ังนมี้ ีเครื่องมือเก็บขอ้ มูลในมาตรฐานที่ 1 ผลการประเมนิ ดังน้ี

ตารางสรุปการประเมินคณุ ภาพ
มาตรฐานการศกึ ษาท่ี 3 การจัดประสบการณ์ทเ่ี น้นเดก็ เป็นสำคัญ ระดบั ปฐมวัย

ปีการศึกษา ๒๕๖๒

จำนวน ผลการประเมิน ระดับ
คณุ ภาพ
ประเด็นพจิ ารณา ครู (ความถ่ี) ฐานนยิ ม
12345 ๔ ดีเลิศ
๕ ยอดเยย่ี ม
(คน) ๓
2 ดี
3.1 จดั ประสบการณท์ ่ีส่งเสริมใหเ้ ดก็ มี ปานกลาง

พฒั นาการทกุ ด้านอย่างสมดลุ เต็มตาม 6 ๐๐๒๓๑

ศักยภาพ

๓.๒ สร้างโอกาสใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณ์

ตรงอยา่ งมคี วามสขุ เล่นและปฏิบตั อิ ยา่ งมี 6 ๐ ๐ ๐ ๐ ๖

ความสุข

๓.๓ จดั บรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการเรียนร้ใู ช้ 6 ๐๑๓๒๐
สือ่ และเทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมกบั วัย

๓.๔ ประเมนิ พัฒนาการเดก็ ตามสภาพจริง

และนำผลการประเมินพฒั นาการเด็กไป 6 ๐๓๐๓๐
ปรบั ปรุงการจดั ประสบการณ์และพัฒนา

เด็ก

๗๖

จากตารางสรุปการประเมินคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาท่ี 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
ผลการพิจารณาโดยรวม ระดับคุณภาพ ดีเลิศ เมื่อแยกประเด็นพิจารณา อันดับแรก ครูจัดประสบการณ์ที่
ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มตามศักยภาพ ความถ่ี 3 ฐานนิยม ๔ ระดับคุณภาพ ดีเลิศ
ประเดน็ พิจารณา สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงอย่างมีความสุขเล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข ความถ่ี
๖ ฐานนิยม ๕ ระดับคุณภาพ ยอดเย่ียม ประเด็นพิจารณา จัดบรรยากาศท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ใช้ส่ือและ
เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวยั ความถี่ 3 ฐานนยิ ม 3 ระดบั คณุ ภาพ ดี ประเด็นพิจารณา ประเมินพฒั นาการเด็ก
ตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ความถ่ี 3
ฐานนิยม 2 ระดับคุณภาพ ปานกลาง

ข้อมูลหลักฐานเอกสารเชงิ ประจักษท์ ่สี นับสนุนผลการประเมนิ ตนเอง
- แบบรายงานผลงานท่เี กดิ จากการปฏิบัตหิ นา้ ท่ี ประจำปีการศึกษา 256๒
- แผนยุทธศาสตร์
- แผนพฒั นา ๔ ปี
- แผนปฏิบัตกิ ารประจำปี
- แผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปีงบประมาณ
- รางวัลท่คี รูไดร้ บั
- แนวการจัดประสบการณ์
- แผนการจดั ประสบการณ์
- บนั ทกึ การมาเรยี น
- สมุดรายงานประจำตวั (อ.๐๑)
- แบบบันทึกผลการประเมินพัฒนาการ (อ.๐๒) ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ (อายุ ๓ – ๕ ป)ี
- แบบประเมนิ คุณภาพการศึกษาปฐมวัย ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ (ปฐ) ทง้ั ๔ ด้าน
- ผลงานนกั เรียน
- ส่อื การสอนของครู
- แหล่งเรียนรู้ภายในอาคารเรียน เชน่ ห้องศนู ยส์ อ่ื การเรียน ห้องสมดุ ส่อื การสอน มุมประสบการณ์
- แหล่งเรยี นรู้ภายนอกอาคารเรยี น เชน่ แปลงสาธติ เกษตร สวนสมุนไพร สนามหญา้ สนามเด็กเล่น

สระว่ายนำ้ เคร่อื งเล่นสนามสร้างสรรคป์ ญั ญา สนามกีฬาเทศบาลนครลำปาง
- รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา (Self Assessment Report : SAR) ประจำปกี ารศกึ ษา

๒๕๖๑

จุดเดน่
ครูมคี วามต้ังใจและมุ่งม่นั ในการพฒั นาเดก็ ครบทุกดา้ นทงั้ ด้านร่างกาย ดา้ นอารมณจ์ ติ ใจ ด้านสงั คมและ

ดา้ นสตปิ ญั ญา อยา่ งสมดุลเต็มตามศักยภาพ โดยสร้างโอกาสใหเ้ ด็กไดร้ บั ประสบการณ์ตรงอย่างมีความสุขเล่น

๗๗

และปฏบิ ตั ิอยา่ งมคี วามสุข จดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้แบบโครงการ (Project Approach) ภาคเรียนละ 1 ครัง้
ซง่ึ เป็นวิธกี ารสอนสร้างองค์ความร้ใู หก้ บั ผูเ้ รยี น และยังมีการจดั บรรยากาศการเรียนร้ใู ห้เอ้ือต่อการเรยี นรขู้ องเด็ก
อีกดว้ ย สอดคล้องกบั เอกลักษณ์ของโรงเรยี น

จดุ ท่ีควรพัฒนา
ควรสรา้ งความเข้าใจและเลง็ เหน็ ความสำคัญเกยี่ วกบั หลกั การจัดการศึกษาปฐมวยั และเป็นแบบอย่างที่

ดีแกค่ รูบุคลากรผปู้ กครองชมุ ชนและผ้ทู เี่ ก่ียวข้อง

ข้อเสนอแนะ
สถานศึกษาควรเปิดโอกาสให้ชุมชนผปู้ กครอง เข้ามามสี ว่ นร่วมในการจัดการศกึ ษาของโรงเรียนมกี ารใช้

ภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ ในการจัดการเรียนร้สู ร้างโอกาสใหเ้ ดก็ ได้รับประสบการณ์ตรงอย่างมคี วามสุขเล่นและปฏบิ ตั ิ
อย่างมีความสุข มสี ว่ นรว่ มในการประเมนิ พัฒนาการเด็กควรมกี ารวจิ ัยอยา่ งตอ่ เน่ือง และนำผลการประเมนิ ที่ได้
ไปพฒั นาคณุ ภาพเดก็ และแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารจัดประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพ และได้พยายามพฒั นาการจดั
ประสบการณ์ท่เี นน้ เด็กเป็นสำคัญ โดยบรรจโุ ครงการไวใ้ นแผน 4 ปี ดงั ต่อไปนี้

๒. โครงการพัฒนาการศึกษาระดับอนุบาล
๒. กจิ กรรมสร้างสรรค์ วนั ของหนูน้อย
๓. โครงการหนนู อ้ ยมารยาทงาม
๔. โครงการการจัดการเรยี นรรู้ ะดบั ชั้นอนบุ าลโดยใช้โครงการเปน็ ฐาน (Project Approach)
๕. โครงการสนบั สนนุ ค่าใชจ้ ่ายในการศึกษาตั้งแต่อนบุ าลจนจบการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน
๖. โครงการเกษตรกรตวั น้อยล้อมร้ัวปลกู ผกั

๗๘

สรปุ ผลการประเมินในภาพรวม

ผลการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ระดบั การศึกษาปฐมวัย อยใู่ นระดับ..........ดเี ลิศ...............
จากผลการดำเนินงานโครงการและกจิ กรรมต่าง ๆ ส่งผลใหส้ ถานศึกษาจัดการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา

ประสบผลสำเรจ็ ตามที่ตง้ั เป้าหมายไวใ้ นแตล่ ะมาตรฐาน จากผลการประเมินสรปุ ว่า อยู่ในระดบั คณุ ภาพ...ดีเลิศ.....
ทั้งน้ี เพราะ

มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพเด็ก อยู่ในระดบั คณุ ภาพ.....ยอดเยย่ี ม....
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและจัดการ อยใู่ นระดับคณุ ภาพ.....ดเี ลิศ...
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนท่เี นน้ เด็กเปน็ สำคัญอยู่ในระดับ.......ดเี ลิศ........

๗๙

ระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน

มาตรฐานท่ี ๑ ดา้ นคุณภาพผู้เรียน

ระดบั คุณภาพ ดีเลิศ
การดำเนินการประเมินมาตรฐานท่ี ๑ มีกรอบการประเมินสรุปได้ดังนี้ มีจำนวนนักเรียนระดับการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ๔๒๖ คน ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๒ โดยส่วนใหญ่จะเก็บรวบรวมจาก

เอกสารท่ีคณะครูทำการประเมินในชั้นเรียนท่ีทำการสอนปกติแล้วกรอกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอรข์ องงานวัดผล
ประเมินผล ดังนั้นจึงได้ข้อมูลหลายแหล่ง เช่น คุณลักษณะพึงประสงค์ของผู้เรียนจะต้องได้ข้อมูลจากครูผู้สอน
อย่างน้อย ๘ สาระการเรียนรู้ แล้วทำการประมวลผล ส่วนความสามารถในการอ่าน เขียน การสื่อสาร ได้ข้อมูล

จากการประเมินผลในสาระวิชาภาษาไทยทุกบทเรียน เป็นต้น รายละเอียดอยู่ในกรอบการประเมินตนเองของ

โรงเรียนเทศบาล ๗ (ศิรินาวินวิทยา) ในการประเมินคร้ังนี้มีเคร่ืองมือเก็บขอมูลในมาตรฐานท่ี ๑ ทั้งส้ิน ๑๔ ฉบับ
ผลการประเมินมดี งั น้ี

ตารางสรุปผลการประเมนิ คณุ ภาพมาตรฐานท่ี ๑ ด้านคุณภาพผู้เรียน (N = ๔๒๔ คน)

ระดับ

ดา้ น ร้อยละ คะแนน ระดบั คุณภาพ

๑.๑ ผลสมั ฤทธท์ิ างวชิ าการของผ้เู รยี น ๘๖.๖๑ ๔ ดีเลิศ

๑.๒ คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ ๗๖.๘๓ ๔ ดเี ลิศ

รวม ๗๑.๗๒ ๔ ดเี ลิศ

จากตารางสรุปผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพผู้เรียน อยู่ในระดับดีเลิศ (ร้อยละ ๗๑.๗๒)
ซ่ึงการประเมินคุณภาพผู้เรียนท้ังหมด ๒ ด้าน ประกอบด้วย ผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการของผู้เรียน อยู่ในระดับดีเลิศ
(ร้อยละ ๘๖.๖๑)และคุณลักษณะที่พึงประสงค์อยู่ในระดับดีเลิศ (ร้อยละ ๗๖.๘๓) มีรายละเอียดแต่ละด้าน
ดังต่อไปน้ี

๘๐

ด้านผลสัมฤทธิ์ทางวชิ าการของผเู้ รียน
ตารางสรุปผลการประเมินด้านผลสมั ฤทธ์ทิ างวชิ าการของผเู้ รยี น (N = ๔๒๔ คน)

ระดับ ระดับ

ประเด็น รอ้ ยละ คะแนน คุณภาพ

๑. มคี วามสามารถในการอา่ น การเขียน การส่ือสาร และการคิดคำนวณ 68.93 3 ดี

๒. มีความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย 100.00 5 ยอดเยี่ยม
แลกเปล่ียน ความคดิ เห็น และแก้ปัญหา

๓. มีความสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม 100.00 5 ยอดเยี่ยม

๔. มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร 91.75 5 ยอดเยย่ี ม

๕. มผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษา 79.01 4 ดเี ลิศ

๖. มีความรู้ ทกั ษะพนื้ ฐาน และเจตคติท่ีดีต่องานอาชีพ 79.95 4 ดีเลศิ

รวม 86.61 4 ดีเลิศ

จากตารางสรุปผลการประเมิน ดา้ นผลสัมฤทธ์ทิ างวชิ าการของผเู้ รียน อยู่ในระดบั ดีเลิศ (ร้อยละ ๘๖.๖๑)
ซง่ึ ประเดน็ ที่ ๒ มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปล่ยี น ความคิดเห็น และ
แก้ปัญหาและประเด็นที่ ๓ มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม มีผลการประเมินสูงสุดอยู่ในระดับยอดเย่ียม
(ร้อยละ ๑๐๐) รองลงมาคือประเด็นท่ี ๔ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร มีผลการ
ประเมินอยู่ในระดับดีเลิศ (ร้อยละ 91.75) และพบว่าประเด็นท่ี ๑ มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การ
สื่อสาร และการคิดคำนวณ มีผลการประเมินต่ำสุดอยู่ในระดับดี (ร้อยละ 68.93) มีรายละเอียดแต่ละประเด็น
ดังตอ่ ไปนี้

ตารางสรุปผลการประเมินประเด็นท่ี ๑ มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การส่ือสาร และการคิด
คำนวณ (N = ๔๒๔ คน)

เรอ่ื ง รอ้ ยละ ระดบั คะแนน ระดบั คุณภาพ
๑.๑.๑ มีความสามารถในการอา่ น 81.60 4 ดีเลศิ
๑.๑.๒ มคี วามสามารถในการเขยี น 75.71 4 ดเี ลิศ
๑.๑.๓ มีความสามารถในการสอ่ื สาร 84.43 4 ดีเลศิ
๑.๑.๔ มีความสามารถในการคดิ คำนวณ 33.96 1
68.93 3 กำลงั พัฒนา
รวม ดี

๘๑

จากตารางสรุปผลการประเมิน ประเด็นมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิด
คำนวณ อยู่ในระดับดี (ร้อยละ ๖๘.๙๓) ซ่ึงเรื่องความสามารถในการส่ือสารมีผลการประเมินสูงสุดอยู่ในระดับดี
เลิศ (ร้อยละ 84.43) และพบว่าเร่ืองมีความสามารถในการคิดคำนวณมีผลการประเมินต่ำสุดอยู่ในระดับกำลัง
พัฒนา (รอ้ ยละ 33.96)

ตารางสรุปผลการประเมินประเด็นที่ ๒ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ

อภิปรายแลกเปลย่ี น ความคิดเห็น และแกป้ ัญหา (N = ๔๒๔ คน)

เร่ือง รอ้ ยละ ระดับคะแนน ระดบั คุณภาพ
100.00 5 ยอดเยี่ยม
๑.๑.๒ (๑) มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์
คิดอย่างมวี จิ ารณญาณ

๑.๑.๒ (๒) อภปิ รายแลกเปลยี่ น ความคิดเหน็ 100.00 5 ยอดเยย่ี ม

และแก้ปัญหา

รวม 100.00 5 ยอดเยีย่ ม

จากตารางสรุปผลการประเด็นที่ ๒ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย

แลกเปลี่ยน ความคดิ เห็น และแกป้ ัญหา อยใู่ นระดบั ดีเลศิ (ร้อยละ ๑๐๐) และพบว่าเรอ่ื งมีความสามารถในการคิด

วิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณและเร่ืองอภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและแก้ปัญหา อยู่ในระดับยอดเยี่ยม

(รอ้ ยละ ๑๐๐)

ตารางสรปุ ผลการประเมนิ ประเดน็ ที่ ๓ มคี วามสามารถในการสร้างนวตั กรรม (N = ๔๒๔ คน)

ชั้น จำนวนนกั เรียน จำนวนระดับ 2 ขึ้นไป รอ้ ยละ ระดบั ระดบั คุณภาพ
ป.1 50 50 100.00 คะแนน ยอดเย่ียม
ป.2 51 51 100.00 ยอดเยี่ยม
ป.3 52 52 100.00 5 ยอดเยีย่ ม
ป.4 54 54 100.00 5 ยอดเยย่ี ม
ป.5 54 54 100.00 5 ยอดเยีย่ ม
ป.6 55 55 100.00 5 ยอดเยี่ยม
ม.1 38 38 100.00 5 ยอดเยี่ยม
ม.2 36 36 100.00 5 ยอดเยย่ี ม
ม.3 34 34 100.00 5 ยอดเยีย่ ม
รวม 424 424 100.00 5 ยอดเยี่ยม
5
5

๘๒

จากตารางสรุปผลการประเด็นที่ ๓ มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม อยู่ในระดับยอดเยี่ยม(ร้อยละ
๑๐๐) และพบว่าทุกระดบั ช้ัน อยู่ในระดับยอดเยย่ี ม (รอ้ ยละ ๑๐๐) มผี ลการประเมินสงู สุด

ตารางสรุปผลการประเมินประเด็นท่ี ๔ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(N = ๔๒๔ คน)

ช้ัน จำนวนนักเรียน จำนวนระดับ 2 ขน้ึ ไป รอ้ ยละ ระดบั ระดับคุณภาพ
ป.1/1 25 23 92.00 คะแนน ยอดเยย่ี ม
ป.1/2 25 22 88.00 ยอดเยย่ี ม
ป.2/1 26 24 92.31 5 ยอดเยี่ยม
ป.2/2 25 23 92.00 5 ดเี ลศิ
ป.3/1 25 24 96.00 5 ยอดเย่ยี ม
ป.3/2 27 22 81.48 4 ดีเลศิ
ป.4/1 28 25 89.29 5 ดีเลิศ
ป.4/2 26 25 96.15 4 ดเี ลิศ
ป.5/1 27 25 92.59 4 ยอดเย่ยี ม
ป.5/2 27 23 85.19 4 ดีเลศิ
ป.6/1 28 27 96.43 5 ยอดเยย่ี ม
ป.6/2 27 25 92.59 4 ดเี ลิศ
ม.1/1 38 35 92.11 5 ยอดเยย่ี ม
ม.2 36 34 94.44 4 ยอดเยย่ี ม
ม.3 34 32 94.12 5 ยอดเยย่ี ม
รวม 424 389 91.75 5 ยอดเยยี่ ม
5
5

จากตารางสรุปผลการประเด็นที่ ๔ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอยู่ใน
ระดับดีเลิศ (ร้อยละ ๙๑.๗๕) และพบว่าช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖/๑ อยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ร้อยละ 96.43) มีผล
การประเมินสูงสุด รองลงมาคอื ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔/๒ มีผลการประเมินอยู่ในระดับยอดเย่ียม (ร้อยละ 96.15)
และพบวา่ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕/๒ มีผลการประเมินต่ำสดุ อยใู่ นระดบั ดี (รอ้ ยละ 85.19)

๘๓

ตารางสรปุ ผลการประเมินประเดน็ ที่ ๕ มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นตามหลักสตู รสถานศึกษา
(N = ๔๒๔ คน)

ชั้น จำนวนนักเรยี น จำนวนระดบั 2 ข้ึนไป ร้อยละ ระดับ ระดับคุณภาพ
ป.1/1 25 23 92.00 คะแนน ยอดเยยี่ ม
ป.1/2 25 21 84.00 ดีเลิศ
ป.2/1 26 22 84.62 5 ดเี ลศิ
ป.2/2 25 19 76.00 4 ดเี ลิศ
ป.3/1 25 22 88.00 4 ดีเลิศ
ป.3/2 27 21 77.78 4 ดเี ลิศ
ป.4/1 28 20 71.43 4 ดี
ป.4/2 26 17 65.38 4 ดี
ป.5/1 27 19 70.37 3 ดี
ป.5/2 27 19 70.37 3 ดี
ป.6/1 28 24 85.71 3
ป.6/2 27 23 85.19 3 ดเี ลิศ
ม.1 38 22 57.89 4 ดีเลิศ
ม.2 36 34 94.44 4 ปานกลาง
ม.3 34 29 85.29 2 ยอดเยยี่ ม
รวม 424 335 79.01 5 ดีเลิศ
4 ดีเลิศ
4

จากตารางสรุปผลการประเด็นท่ี ๕ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา อยู่ในระดับดีเลิศ
(ร้อยละ ๗๙.๐๑) และพบว่ามัธยมศึกษาปีที่ ๒ อยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ร้อยละ 94.44) มีผลการประเมินสูงสุด
รองลงมาคอื ประถมศึกษาปที ่ี ป.1/1 มผี ลการประเมินอยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ร้อยละ 92.00) และพบวา่ ระดับชั้น
มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ มีผลการประเมินต่ำสุดอยใู่ นระดบั ปานกลาง (รอ้ ยละ 57.89)

๘๔

ตารางสรปุ ผลการประเมินประเด็นที่ ๖ มีความรู้ ทกั ษะพืน้ ฐาน และเจตคติทดี่ ตี ่องานอาชีพ
(N = ๔๒๔ คน)

ระดบั ระดับคุณภาพ
ช้นั จำนวนนักเรยี น จำนวนระดับ 2 ขน้ึ ไป ร้อยละ คะแนน ดี
ดี
ป.1/1 25 17 68.00 3
ยอดเยี่ยม
ป.1/2 25 15 60.00 3 ดีเลศิ

ป.2/1 26 24 92.31 5 ยอดเย่ียม
ดเี ลิศ
ป.2/2 25 22 88.00 4 ดีเลศิ

ป.3/1 25 24 96.00 5 ยอดเยย่ี ม
ยอดเยยี่ ม
ป.3/2 27 23 85.19 4 ยอดเยย่ี ม
ยอดเยยี่ ม
ป.4/1 28 23 82.14 4
ดีเลิศ
ป.4/2 26 25 96.15 5 ปานกลาง
ปานกลาง
ป.5/1 27 26 96.30 5 ปานกลาง

ป.5/2 27 26 96.30 5 ดีเลิศ

ป.6/1 28 27 96.43 5

ป.6/2 27 24 88.89 4

ม.1 38 22 57.89 2

ม.2 36 21 58.33 2

ม.3 34 20 58.82 2
รวม 424 339 79.95 4

จากตารางสรุปผลการประเด็นที่ ๖ มีความรู้ ทักษะพ้ืนฐาน และเจตคติท่ีดีต่องานอาชีพอยู่ในระดับดีเลิศ
(ร้อยละ ๙๗.๙๕) และพบว่าประถมศึกษาปที ี่ ๖/๑ อยูใ่ นระดับยอดเยี่ยม (รอ้ ยละ 96.43) มีผลการประเมินสูงสุด
รองลงมาคือประถมศึกษาปีท่ี ๕/๑ และ ๕/๒ มผี ลการประเมินอยู่ในระดับยอดเย่ียม (ร้อยละ 96.30) และพบว่า
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑/๒ มผี ลการประเมนิ ตำ่ สดุ อย่ใู นระดับดี (รอ้ ยละ 60.00)

๘๕

ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ตารางสรปุ ผลการประเมนิ ด้านคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (N = ๔๒๔ คน)

ดา้ น ร้อยละ ระดบั ระดับคุณภาพ
๑.๒.๑ การมีคุณลักษณะและคา่ นิยมที่ดตี ามทสี่ ถานศึกษากำหนด 81.37 คะแนน ดเี ลิศ
๑.๒.๒ ความภูมใิ จในทอ้ งถิ่นและความเปน็ ไทย 90.57
๑.๒.๓ การยอมรบั ท่ีจะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย 83.02 4
๑.๒.๔ สุขภาวะทางรา่ งกายและจิตใจ 52.36
76.83 5 ยอดเยย่ี ม
รวม
4 ดเี ลิศ

2 ปานกลาง

4 ดีเลิศ

จากตารางสรุปผลการประเมิน ด้านคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ อยู่ในระดับดีเลิศ (ร้อยละ ๗๖.๘๓) ซ่ึงด้าน
ที่ ๑.๒.๒ ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย มีผลการประเมินสูงสุดอยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ร้อยละ ๙๐.๕๗)
รองลงมาคือ ด้านที่ ๑.๒.๓ การยอมรบั ท่ีจะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลายอยู่ในระดับดีเลิศ (ร้อยละ
๘๓.๐๒) และด้านที่ ๑.๒.๔ สุขภาวะทางร่างกายและจิตใจ มีผลการประเมินต่ำสุดอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ
๕๒.๓๖) และพบวา่ ประเดน็ ที่ ๓ มรี ายละเอียดแต่ละประเด็น ดังต่อไปน้ี

ตารางสรุปผลการประเมนิ ประเดน็ ที่ ๑ การมคี ุณลกั ษณะและคา่ นยิ มทดี่ ตี ามที่สถานศกึ ษากำหนด
(N = ๔๒๔ คน)

ช้ัน จำนวนนักเรียน จำนวนระดบั ดเี ย่ียมขนึ้ ไป รอ้ ยละ ระดับคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ป.1/1 25 23 92.00 5 ยอดเย่ียม

ป.1/2 25 0 0.00 1 กำลังพฒั นา

ป.2/1 26 24 92.31 5 ยอดเยี่ยม

ป.2/2 25 22 88.00 4 ดเี ลศิ

ป.3/1 25 25 100.00 5 ยอดเยย่ี ม

ป.3/2 27 27 100.00 5 ยอดเยย่ี ม

ป.4/1 28 28 100.00 5 ยอดเยย่ี ม

ป.4/2 26 9 34.62 1 กำลงั พฒั นา

ป.5/1 27 25 92.59 5 ยอดเยีย่ ม

ป.5/2 27 18 66.67 3 ดี

๘๖

ชนั้ จำนวนนกั เรยี น จำนวนระดบั ดเี ยีย่ มขึ้นไป รอ้ ยละ ระดับคะแนน ระดบั คุณภาพ

ป.6/1 28 27 96.43 5 ยอดเยยี่ ม

ป.6/2 27 24 88.89 4 ดเี ลศิ

ม.1/1 38 25 65.79 3 ดี

ม.2 36 35 97.22 5 ยอดเย่ยี ม

ม.3 34 33 97.06 5 ยอดเยย่ี ม

รวม 424 345 81.37 4 ดเี ลศิ

จากตารางสรุปผลการประเด็นท่ี ๑ การมีคุณลักษณะและค่านิยมท่ีดีตามที่สถานศึกษากำหนด อยู่ใน
ระดับดีเลิศ (ร้อยละ ๘๑.๓๗) และพบว่าระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓/๑, ๓/๒ และ ๔/๑ อยู่ในระดับยอดเย่ียม
(ร้อยละ ๑๐๐.๐๐) มีผลการประเมินสูงสุด รองลงมาคือช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ มีผลการประเมินอยู่ในระดับยอด
เย่ียม (ร้อยละ 97.22) และพบว่าระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑/๒ มีผลการประเมินตำ่ สุดอยู่ในระดับกำลังพัฒนา
(ร้อยละ ๐.๐๐)

ตารางสรปุ ผลการประเมนิ ประเด็นที่ ๒ ความภมู ใิ จในทอ้ งถ่ินและความเปน็ ไทย (N = ๔๒๔ คน)

ช้นั จำนวนนักเรยี น จำนวนระดับดีเย่ียมขึ้นไป รอ้ ยละ ระดบั คะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ป.1/1 25 24 96.00 5 ยอดเยย่ี ม

ป.1/2 25 0 0.00 1 กำลังพฒั นา

ป.2/1 26 24 92.31 5 ยอดเยีย่ ม

ป.2/2 25 22 88.00 4 ดีเลศิ

ป.3/1 25 25 100.00 5 ยอดเย่ยี ม

ป.3/2 27 27 100.00 5 ยอดเยย่ี ม

ป.4/1 28 28 100.00 5 ยอดเยี่ยม

ป.4/2 26 26 100.00 5 ยอดเยี่ยม

ป.5/1 27 26 96.30 5 ยอดเยี่ยม

ป.5/2 27 24 88.89 4 ดเี ลศิ

ป.6/1 28 27 96.43 5 ยอดเยยี่ ม

ป.6/2 27 24 88.89 4 ดีเลิศ

๘๗

ช้ัน จำนวนนกั เรียน จำนวนระดับดีเย่ยี มขน้ึ ไป รอ้ ยละ ระดบั คะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ม.1 38 38 100.00 5 ยอดเย่ียม

ม.2 36 36 100.00 5 ยอดเยี่ยม

ม.3 34 33 97.06 5 ยอดเยยี่ ม

รวม 424 384 90.57 5 ยอดเยี่ยม

จากตารางสรุปผลการประเด็นท่ี ๒ ความภูมิใจในท้องถ่ินและความเป็นไทย อยู่ในระดับยอดเย่ียม (ร้อย
ละ ๙๐.๕๗) และพบว่าระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓/๑, ๓/๒, ๔/๑, ๔/๒, ม.๑ และ ม.๒ อยู่ในระดับยอดเยี่ยม
(ร้อยละ ๑๐๐.๐๐) มีผลการประเมินสูงสุด รองลงมาคือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีผลการประเมินอยู่ในระดับยอด
เย่ียม (ร้อยละ 97.๐๖) และพบว่าระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑/๒ มผี ลการประเมนิ ต่ำสดุ อยู่ในระดบั กำลงั พัฒนา
(ร้อยละ ๐.๐๐)

ตารางสรุปผลการประเมินประเด็นที่ ๓ การยอมรบั ทจี่ ะอยรู่ ว่ มกนั บนความแตกตา่ งและหลากหลาย
(N = ๔๒๔ คน)

ชน้ั จำนวนนักเรียน จำนวนระดบั ดเี ย่ยี มข้ึนไป รอ้ ยละ ระดับคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ป.1/1 25 25 100.00 5 ยอดเย่ยี ม

ป.1/2 25 13 52.00 2 ปานกลาง

ป.2/1 26 13 50.00 2 ปานกลาง

ป.2/2 25 24 96.00 5 ยอดเยี่ยม

ป.3/1 25 25 100.00 5 ยอดเยี่ยม

ป.3/2 27 27 100.00 5 ยอดเย่ียม

ป.4/1 28 28 100.00 5 ยอดเยย่ี ม

ป.4/2 26 26 100.00 5 ยอดเยีย่ ม

ป.5/1 27 14 51.85 2 ปานกลาง

ป.5/2 27 14 51.85 2 ปานกลาง

ป.6/1 28 28 100.00 5 ยอดเยย่ี ม

ป.6/2 27 27 100.00 5 ยอดเยี่ยม

ม.1 38 38 100.00 5 ยอดเย่ียม

๘๘

ชนั้ จำนวนนกั เรยี น จำนวนระดับดเี ยย่ี มขน้ึ ไป ร้อยละ ระดับคะแนน ระดบั คุณภาพ

ม.2 36 18 50.00 2 ปานกลาง

ม.3 34 34 100.00 5 ยอดเยยี่ ม

รวม 424 352 83.02 4 ดเี ลิศ

จากตารางสรุปผลการประเด็นที่ ๓ การยอมรับท่ีจะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย อยู่ใน

ระดับดีเลิศ (ร้อยละ ๘๓.๐๒) และพบว่าระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑/๑, ๓/๑, ๓/๒, ๔/๑, ๔/๒, ๖/๑, ๖/๒, ม.๑

และม.๓ อยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ร้อยละ ๑๐๐.๐๐) มีผลการประเมินสูงสุด รองลงมาคือช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒/๒

มีผลการประเมินอยู่ในระดับยอดเย่ียม (ร้อยละ 96.00) และพบว่าระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๒/๑ และระดับช้ัน

มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ มีผลการประเมินต่ำสดุ อยใู่ นระดับกำลังพฒั นา (ร้อยละ ๕๐.๐๐)

ตารางสรุปผลการประเมินประเดน็ ท่ี ๔ สขุ ภาวะทางร่างกายและจติ ใจ (N = ๔๒๔ คน)

จำนวน จำนวนระดับดีเยี่ยมขนึ้ ระดับ

ช้ัน นักเรียน ไป ร้อยละ คะแนน ระดับคุณภาพ
ดีเลศิ
ป.1/1 25 22 88.00 4
ปานกลาง
ป.1/2 25 13 52.00 2 ปานกลาง
ยอดเย่ยี ม
ป.2/1 26 13 50.00 2 ยอดเยีย่ ม

ป.2/2 25 24 96.00 5 ดเี ลิศ
กำลังพัฒนา
ป.3/1 25 25 100.00 5 กำลังพฒั นา
กำลังพัฒนา
ป.3/2 27 24 88.89 4 กำลงั พฒั นา
กำลังพฒั นา
ป.4/1 28 3 10.71 1 กำลังพัฒนา
ปานกลาง
ป.4/2 26 4 15.38 1 ปานกลาง
ปานกลาง
ป.5/1 27 10 37.04 1 ปานกลาง

ป.5/2 27 5 18.52 1

ป.6/1 28 13 46.43 1

ป.6/2 27 10 37.04 1

ม.1/1 38 19 50.00 2

ม.2 36 21 58.33 2

ม.3 34 20 58.82 2

รวม 424 222 52.36 2

๘๙

จากตารางสรุปผลการประเด็นท่ี ๔ สุขภาวะทางร่างกายและจิตใจ อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ
๕๒.๓๖) และพบว่าระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓/๑ อยู่ในระดับยอดเย่ียม (ร้อยละ ๑๐๐.๐๐) มีผลการประเมิน
สูงสุด รองลงมาคือช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒/๒ มีผลการประเมินอยู่ในระดับยอดเย่ียม(ร้อยละ ๙๖.๐๐) และพบว่า
ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔/๑ มผี ลการประเมินต่ำสุดอยูใ่ นระดับดี (ร้อยละ 10.71)

มาตรฐานที่ ๒ ดา้ นกระบวนการบริหารและการจัดการ
ระดับคณุ ภาพ ดีเลศิ
การดำเนินการประเมินมาตรฐานท่ี ๒ มีกรอบการประเมินสรุปได้ดังน้ี การเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลาย

แหล่ง เช่น เอกสาร รูปภาพ บันทึกการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา เป็นต้น เก็บข้อมูลในเดือนมกราคม –
กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ แล้วกรอกข้อมลู ในแบบข้อมูล ชุดท่ี ๒ ผลการประเมนิ มดี งั นี้

ประเดน็ รอ้ ยละ ระดบั คุณภาพ

๑ มีเปา้ หมายวิสยั ทัศนแ์ ละพันธกจิ ทสี่ ถานศึกษากำหนดชัดเจน ๙๔.๐๐ ยอดเยยี่ ม
๒. มีระบบบริหารจดั การคุณภาพของสถานศึกษา ๙๕.๐๐ ยอดเย่ียม
๘๑.๐๐
๓. ดำเนินงานพฒั นาวิชาการทีเ่ น้นคุณภาพผู้เรยี นรอบดา้ นตามหลกั สูตร ๘๗.๐๐ ดเี ลศิ
สถานศึกษา ๘๗.๐๐ ดเี ลศิ
๔. พฒั นาครูและบคุ ลากรใหม้ ีความเช่ียวชาญทางวิชาชพี ดเี ลศิ
๘๔.๐๐
๕ จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมท่ีเอ้อื ต่อการเรียนรู้อย่างมี ๘๘.๐๐ ดเี ลิศ
คณุ ภาพ ดเี ลศิ
๖ จดั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือสนบั สนนุ การบรหิ ารจดั การและ
การจดั การเรียนรู้

สรุป

จากตารางสรุปผลด้านกระบวนการบริหารและการจดั การ อยใู่ นระดับดีเลิศ (ร้อยละ ๘๘.๐๐) และพบว่า
ประเด็นมีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา อยู่ในระดับยอดเย่ียม (ร้อยละ ๙๕.๐๐) มีผลการประเมิน
สงู สุด รองลงมาคือประเด็นมีเป้าหมายวิสัยทศั น์และพนั ธกิจที่สถานศกึ ษากำหนดชัดเจน อย่ใู นระดับดีเลศิ (รอ้ ยละ
๙๔.๐๐) และพบว่าประเด็นพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ อยู่ในระดับดีเลิศ (ร้อยละ
๘๗.๐๐) ได้ผลการประเมินเท่ากับประเด็นจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างมี
คุณภาพ (ร้อยละ ๘๗.๐๐) ต่อมาประเด็นจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการ
จดั การเรยี นรู้ (รอ้ ยละ ๘๔.๐๐) และอันดับสุดทา้ ยคือประเดน็ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการท่ีเน้นคณุ ภาพผู้เรียนรอบ
ด้านตามหลักสตู รสถานศกึ ษา (ร้อยละ ๘๑.๐๐)

๙๐

มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจดั การเรียนการสอนที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ
ระดบั คุณภาพ ดีเลศิ
การดำเนินการประเมนิ มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ประสบการณ์ทีเ่ นน้ เดก็ เป็นสำคัญ มกี รอบการประเมนิ สรปุ

ได้ดงั นี้ ทำการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ในเดอื นมีนาคม พ.ศ. ๒๕๖3 โดยใช้เครอ่ื งมอื ที่โรงเรียนสรา้ งขึ้นซ่ึงเกบ็ รวบรวม
มาตรฐานการศึกษาที่ ๓ จากแบบรายงานผลงานท่ีเกดิ จากการปฏบิ ตั หิ น้าท่ขี องพนักงานครู ปีการศึกษา แลว้ นำ
ขอ้ มูลมาหาความถี่ โดยสถิตทิ ใี่ ช้คือ ฐานนิยม และเก็บขอ้ มูลจากสภาพจริง ผลการประเมนิ คร้ังน้ี ในการประเมนิ
ครงั้ นี้มเี ครื่องมือเก็บข้อมูลในมาตรฐานท่ี ๑ ทง้ั ส้ิน ๒ ฉบับ ผลการประเมนิ มดี ังนี้

แบบสรปุ มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ขั้นพนื้ ฐาน
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖2

ประเดน็ พิจารณา ๑ ความถี่ ฐานนิยม ระดบั คุณภาพ
0 ระดบั คุณภาพ ๕
๑. จัดการเรยี นรู้ผ่านกระบวนการคดิ
และปฏิบัติจริง และสามารถนำไป 0 ๒๓๔
ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตได้ 0
๒. ใชส้ ื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และ 0 1 3 15 1 4 ดีเลศิ
แหล่งเรียนร้ทู เ่ี อ้ือต่อการเรยี นรู้
๓. มีการบริหารจัดการช้นั เรียนเชิงบวก 0 0 2 15 3 4 ดีเลิศ
๔. ตรวจสอบและประเมินผเู้ รียนอย่าง 0 6 12 2 4
เปน็ ระบบและนำผลมาพฒั นาผู้เรียน 156 8 ๕ ดีเลศิ
๕. มกี ารแลกเปลยี่ นเรียนรแู้ ละให้ข้อมลู ยอดเยีย่ ม
สะท้อนกลับเพื่อพฒั นาและปรับปรุงการ
จัดการเรียนรู้ o o o 2๐ 5 ยอดเยยี่ ม

จากตารางสรุปการประเมินคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาที่ ๓ ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ี
เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผลการพิจารณา ระดับคุณภาพ ดีเลิศ เมื่อแยกประเด็นพิจารณา อันดับแรก จัดการ
เรยี นรู้ผ่านกระบวนการคดิ และปฏิบตั ิจรงิ และสามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตได้ ความถี่ ๑๕ ฐานนยิ ม ๔ ระดับ
คุณภาพ ดีเลิศ และประเด็นพิจารณา ใชส้ ่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอ้ือต่อการเรยี นรู้ ความถ่ี
๑๕ ฐานนิยม ๔ ระดับคุณภาพ ดีเลิศ ประเด็นพิจารณา มีการบรหิ ารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ความถ่ี ๑๒ ฐาน
นิยม ๔ ระดับคุณภาพ ดีเลิศ ประเด็นพิจารณา ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมา
พัฒนาผู้เรียน ความถี่ ๘ ฐานนิยม ๕ ระดับคุณภาพ ยอดเย่ียม และประเด็นพิจารณา มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และใหข้ ้อมลู สะท้อนกลับเพ่ือพัฒนาและปรบั ปรุงการจดั การเรยี นรู้ ความถี่ ๒๐ ฐานนยิ ม ๕ ระดับคุณภาพ ยอด
เยี่ยม

๙๑

อภปิ รายผล

มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพผเู้ รียน
ด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน พบว่ามีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ
อภิปรายแลกเปล่ยี น ความคิดเห็น และแก้ปัญหาและมีความสามารถในการสรา้ งนวัตกรรม อยใู่ นระดับยอดเย่ียม
ทั้งน้ีอาจเป็นเพราะว่ามีกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ
โดยใช้กระบวนการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ในวิชาต่าง ๆ การจัดกิจกรรรมกลุ่มเพ่ือส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักฝึกทักษะการ
คิด การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกันการให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น อภิปราย โต้แย้ง ในวิชา
ภาษาไทย สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ และกลุ่มวิชาเพ่ิมเติมในระดับมัธยม อีกทั้งวิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ โดย
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยข้ันตอนต่างๆ ดังนี้ คือ ๑) ข้ันสังเกตเพื่อระบุปัญหา ๒) ขั้นต้ังสมมติฐาน ๓)
ขั้นการรวบรวมข้อมูล และ ๔) ข้ันสรุปผล ตามวิธีการที่กล่าวมานั้นผู้เรียนมีการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมี
วิจารณญานโดยมีการสอบหัวข้อโครงการและนำเสนองานตามหัวข้อของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนได้มีการอภิปราย
แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และแก้ปัญหา และผู้เรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนากระบวนการ
เรียนรู้และส่งเสริมศักยภาพของตนเอง สามารถสรุปองค์ความรู้เพ่ือนำมาสร้างเป็นชิ้นงาน ผลงาน และโครงงาน
ที่มีคุณค่าและเกิดประโยชน์ได้ ดังน้ี โครงงานมัธยมศึกษา เรื่องสุคนธบำบัด และเร่ืองสมุนไพรล้างพิษในผัก เป็น
ตน้
ด้านคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ พบว่าด้านความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทยอยู่ในระดับยอดเยี่ยม
ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่าผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และท้องถ่ิน เห็นคุณค่าของความเป็นไทย และมี
ส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีไทย และภูมิปัญญาไทยโดยแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองในวนั ศุกร์ เข้า
ร่วมกิจกรรมของทอ้ งถ่นิ รว่ มอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมประเพณีทอ้ งถ่นิ เป็นต้น
มาตรฐานที่ ๒ ด้านกระบวนการบริหารและการจดั การ
พบวา่ ประเดน็ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา อยู่ในระดับยอดเย่ียมท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่า
มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน โดย
ดำเนินการ ดังน้ี
1. การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Quality Planning) มีการกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์และ
แผนปฏิบัติการ และการวางแผนคุณภาพ โดยผู้บริหารมีการสร้างวสิ ัยทัศนค์ ุณภาพสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของ
ผู้เรยี น บคุ ลากร ผูป้ กครอง และชมุ ชน ตลอดจนสังคมและหนว่ ยงานที่เก่ยี วข้อง
2. การปรับปรุงคุณภาพ (Quality Improvement) การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาคุณภาพของ
สถานศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ด้วยความรอบคอบและความเข้าใจในข้อจำกัดของสถานการณ์ โดย
การศึกษา วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนตามหลักเหตุผล และหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยพยายามหา
วิธีการที่เรียบงา่ ย แต่มีประสทิ ธิภาพทีส่ ดุ มาใชใ้ นการแก้ปญั หาและการพฒั นางาน
3. การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) โดยการกำหนดมาตรฐาน เกณฑ์ และวิธีการติดตาม
ตรวจสอบคุณภาพ เพื่อประเมินและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับมาตรฐาน โดยปรับการดำเนินงานและ
ผลลัพธ์ให้สอดคล้องกบั มาตรฐาน

๙๒

แบบสรปุ มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ
มาตรฐานการศึกษาที่ ๓ ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผลการพิจารณา
ระดับคุณภาพ ดีเลิศ ท้ังนี้อาจเป็นเพราะว่ามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพ่ือพัฒนาและ
ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้และมีการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน โดย
ทุกระดับช้ันมีการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (PROJECT-BASED LEARNING) มีการจัดการเรียนรู้ท่ีมี
ครเู ป็นผ้กู ระตุน้ เพ่ือนำความสนใจที่เกิดจากตัวนักเรยี นมาใชใ้ นการทำกิจกรรมค้นควา้ หาความรู้ดว้ ยตวั นักเรยี นเอง
นำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ การฟังและการสังเกตุจากผู้เชี่ยวชาญ โดยนักเรียนมีการเรียนรู้
ผ่านกระบวนการทำงานเปน็ กลมุ่ ทจี่ ะนำมาสู่การสรปุ ความรู้ใหม่ มีการเขยี นกระบวนการจดั ทำโครงงานและไดผ้ ล
การจัดกิจกรรมเปน็ ผลงานแบบรปู ธรรม

สรุปผลการประเมนิ ในภาพรวม

ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาระดับการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน อยู่ในระดบั ดีเลิศ
จากผลการดำเนินงานโครงการและกจิ กรรมต่าง ๆ ส่งผลให้สถานศึกษาจัดการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา

ประสบผลสำเร็จตามที่ต้ังเป้าหมายไว้ในแต่ละมาตรฐาน จากผลการประเมนิ สรุปว่า อยู่ในระดับคณุ ภาพดเี ลิศ ทงั้ นี้
เพราะมาตรฐานท่ี 1 คุณภาพผู้เรียน อยู่ในระดบั คุณภาพดเี ลิศ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ อยู่
ในระดับคุณภาพดีเลิศ มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอยู่ในระดับดีเลิศ

(การนำเสนออภปิ ราย ขอ้ มูลทนี่ ำมาอภิปรายจะตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐานท่สี ถานศึกษากำหนด)

๙๓

ส่วนที่ 3

สรุปผล แนวทางการพัฒนา และความต้องการการช่วยเหลือ

ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศสำคัญที่สถานศึกษาจะต้องนำไปวิเคราะห์
สงั เคราะห์ เพ่ือสรปุ นำไปสกู่ ารเชอื่ มโยงหรือสะท้อนภาพความสำเรจ็ กบั แผนพัฒนาคุณภาพการ จัดการศกึ ษาของ
สถานศึกษา และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดังนั้น จากผลการดำเนินงาน
ของสถานศึกษา สามารถสรุปผลการประเมินในภาพรวมของจุดเด่น จุดควรพัฒนาของแต่ละมาตรฐานพร้อมท้ัง
แนวทางการพฒั นาในอนาคตเพอ่ื ให้ได้มาตรฐานท่สี งู ข้นึ และความต้องการชว่ ยเหลือ ดังน้ี

ระดับการศกึ ษาปฐมวยั

สรปุ ผล

จุดเด่น จุดควรพัฒนา

คุณภาพของเดก็ คุณภาพของเดก็

เดก็ มพี ฒั นาการดา้ นรา่ งกาย โดยมนี ำ้ หนกั ทักษะการสื่อสาร ทักษะการคิดพ้ืนฐานและแสวงหา

ส่วนสงู และสมรรถภาพทางกายผา่ นเกณฑ์มาตรฐาน ความรู้ เด็กควรได้รับการสง่ เสริมเก่ยี วกบั การสื่อสาร

ของกรมอนามัย สขุ ภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทักษะในการคิดพ้นื ฐาน การคดิ วเิ คราะห์ คิด

ชอบออกกำลังกาย มสี ขุ นสิ ยั ที่ดี และดแู ลความ แก้ปัญหา

ปลอดภัยของตนเองได้ รวมถึงมพี ัฒนาการด้านสังคม

ช่วยเหลอื ตนเองและเป็นสมาชิกทด่ี ีของสงั คม

กระบวนการบริหารและการจดั การ กระบวนการบริหารและการจัดการ

สถานศกึ ษาจดั สรรครูทมี่ วี ุฒกิ ารศึกษาตรงตาม สญั ญาณอนิ เตอรเ์ นต็ ไม่ครอบคลมุ ทกุ บริเวณของ

สาขาวชิ าการศกึ ษาปฐมวัย อย่างเหมาะสมใน สถานศึกษา รวมถงึ สญั ญาณไปไม่ถึงอาคารเรียน

อตั ราส่วนครกู ับเด็ก ครูมคี วามรู้ความสามารถมา อนุบาล ควรพฒั นาการให้บริการส่ือเทคโนโลยี

ปฏิบัตกิ ารสอนเพื่อพัฒนาเด็กให้มพี ัฒนาการทัง้ ๔ สารสนเทศและส่ือเพื่อการเรียนรู้เพ่ืออำนวยความ

ด้าน ใหเ้ ปน็ ไปตามวัย สะดวกแก่ครูในการสนับสนุนการจดั ประสบการณ์

การจัดประสบการณ์ทเ่ี น้นเดก็ เป็นสำคญั การจัดประสบการณท์ เ่ี น้นเดก็ เปน็ สำคญั

ครมู ีความต้ังใจและมุ่งม่ันในการพัฒนาเด็กครบทุก ควรสร้างความเขา้ ใจและเล็งเห็นความสำคัญ

ด้านทง้ั ดา้ นร่างกาย ด้านอารมณจ์ ิตใจ ด้านสังคมและ เกีย่ วกบั หลักการจัดการศึกษาปฐมวยั และเป็น

ดา้ นสติปัญญา อยา่ งสมดลุ เต็มตามศักยภาพ โดย แบบอย่างทีด่ ีแกค่ รูบุคลากรผู้ปกครองชมุ ชนและผูท้ ี่

สรา้ งโอกาสให้เด็กไดร้ บั ประสบการณต์ รงอยา่ งมี เกย่ี วข้อง

ความสขุ เล่นและปฏิบตั ิอย่างมคี วามสขุ จัด

ประสบการณ์การเรยี นรู้แบบโครงการ (Project

Approach) ภาคเรียนละ 1 ครัง้ สรา้ งองค์ความรู้

ให้กบั ผูเ้ รียน และยงั มีการจดั บรรยากาศการเรียนรู้ให้

เออ้ื ต่อการเรยี นรู้ของเด็กอีกด้วย สอดคลอ้ งกับ

เอกลกั ษณ์ของโรงเรียน

๙๔

แผนการพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สงู ข้นึ

-
แนวทางการพฒั นาสถานศกึ ษาในอนาคต

-

ความตอ้ งการและการชว่ ยเหลือ
-

๙๕

ระดับการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน จดุ ควรพัฒนา

สรปุ ผล คุณภาพของผเู้ รียน
- ความสามารถในการคดิ คำนวณ
จดุ เดน่ - ความสามารถในการเขียน
- สขุ ภาวะทางรา่ งกายและจิตใจ
คณุ ภาพของผู้เรยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคิดวิเคราะหค์ ิดอย่างมี
วิจารณญาณ
- ความสามารถอภปิ รายแลกเปลีย่ น ความ
คดิ เห็นและแก้ปัญหา
- ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมี
วจิ ารณญาณ อภิปรายแลกเปล่ยี น ความ
คิดเหน็ และแก้ปญั หา
- ความสามารถในการสร้างนวตั กรรม
- ความภมู ใิ จในทอ้ งถิ่นและความเป็นไทย

กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ กระบวนการบริหารและการจัดการ
- มเี ปา้ หมายวิสยั ทัศน์และพนั ธกจิ ทสี่ ถานศกึ ษา - ดำเนินงานพัฒนาวิชาการท่ีเน้นคุณภาพผู้เรยี น
กำหนดชัดเจน รอบดา้ นตามหลักสูตรสถานศึกษา
- มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศกึ ษา - จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนนุ การ
บรหิ ารจดั การและการจัดการเรียนรู้

การจดั การเรียนรู้ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ การจดั การเรยี นรู้ท่ีเน้นผ้เู รยี นเป็นสำคัญ
- การแลกเปลีย่ นเรยี นรู้และใหข้ ้อมูลสะท้อน - จัดการเรียนรูผ้ ่านกระบวนการคดิ และปฏิบัตจิ รงิ
กลบั เพื่อพัฒนาและปรับปรงุ การจัดการเรียนรู้ และสามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตได้
- การบรหิ ารจัดการชัน้ เรยี นเชิงบวก

แผนการพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับคณุ ภาพมาตรฐานให้สูงขน้ึ

๑. เสริมทักษะวชิ าการโดยมีทักษะ การเรียนร้ทู ีจ่ ำเป็นเป็นเครื่องมือในการเรียนรคู้ ือ 3Rsx7Cs ดังน้ี

ทกั ษะการอ่าน ทักษะการเขียน ทกั ษะ คณิตศาสตร์ ทกั ษะความคดิ เชิงวิพากษ์และการแก้ไขปัญหา ทกั ษะการ
สื่อสาร ทักษะความคิดสรา้ งสรรคแ์ ละ นวตั กรรม ทักษะการร่วมมือ ทกั ษะทางสังคมและเรยี นรขู้ ้ามวฒั นธรรม
ทักษะชีวติ และการท างาน และทักษะด้าน สารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี

๒. เสรมิ สรางศกั ยภาพของแหลงเรียนรู หองปฏิบตั กิ ารหองสมุด ศนู ย ICT รวมทั้งสงเสรมิ การใช้

๙๖

แหลงเรยี นรูและภมู ปิ ญญาทองถ่นิ เพื่อประโยชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอยางหลากหลายแนวทางการ
พัฒนาสถานศึกษาในอนาคต

แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต
๑. การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาช่วยพัฒนา การศึกษาตามแนวทางการปฏริ ปู การศกึ ษา
๒. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ทเ่ี น้นการพัฒนาผเู้ รยี นเป็นรายบุคคลให้ชัดเจนขึน้
๓. การส่งเสริมใหค้ รูเห็นความสำคัญของการจดั การเรียนร้โู ดยเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ การจดั ทำวจิ ัยในชั้น

เรียนเพ่ือพัฒนาผเู้ รียนใหส้ ามารถเรยี นร้ไู ด้เต็มศักยภาพ

ความต้องการและการชว่ ยเหลือ
๑. การสร้างข้อสอบทส่ี อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรตู้ ามแนวทางของการประเมนิ O-NET
๒. การจดั สรรครูผ้สู อนใหต้ รงตามวชิ าเอกทโ่ี รงเรยี นมีความต้องการและจำเป็น

๙๗

สว่ นที่ 4
การปฏบิ ตั ทิ ีเ่ ป็นเลศิ ของสถานศกึ ษา

แบบรายงาน “วิธหี รือแนวทางปฏิบตั ิทีเ่ ป็นเลศิ ” สำหรับสถานศกึ ษา
กรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถิน่ กระทรวงมหาดไทย

ชอื่ ผลงาน (Best Practices) การจัดการเรยี นร้ทู ใ่ี ชโ้ ครงงานเปน็ ฐาน (Project Approach)
คำสำคัญ (Project Approach)
ประจำปีการศึกษา 256๒
1.บทนำ
กระบวนการ/วธิ กี ารดำเนินงานในอดีต

แตเ่ ดิมการจดั การศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรยี นเทศบาล๗ (ศริ ินาวินวิทยา)ในช่วงเวลาหลาย
สิบปีที่ผ่านมาได้ดำเนนิ การจัดการเรยี นรตู้ ามหลกั การพัฒนาสมอง หรอื BBL (Brain-Based Learning) เปน็ การ
จดั กระบวนการเรียนรู้ทีส่ อดคลอ้ งกบั พัฒนาการดา้ นโครงสรา้ งและการทำงานของสมอง หลักการสำคญั ในการ
เรยี นรู้ของสมองเด็กปฐมวัย คือ “เล่นคือเรยี น เรยี นคือเลน่ ” (Play and Learn) บรู ณาการเขา้ กับกจิ กรรมหลัก
๖ กจิ กรรมไดแ้ ก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมสรา้ งสรรค์ กจิ กรรมเสรี
กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมเกมการศกึ ษาที่มุ่งเปา้ ไปที่การสอนของครแู ละการเรยี นรู้ของเด็กโดยครูต้องเปน็ ผู้
ค้นหาความถนัดและความสามารถในตัวเด็กใหพ้ บ เพอื่ นำมาส่งเสริมและกระตนุ้ ความสามารถน้ันๆ ให้เหมาะสม
เพอื่ ให้เขาไดเ้ รยี นรู้ตามที่ถนดั เนน้ ใหเ้ ด็กไดเ้ ลน่ จับต้องสมั ผัสสมองเรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทสัมผสั ทง้ั หา้ ซึ่งกน็ บั ได้
ว่าสามารถพัฒนาเด็กให้มีความพรอ้ มทัง้ ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านรา่ งกาย ดา้ นอารมณจ์ ติ ใจ ด้านสงั คม และดา้ น
สตปิ ัญญาได้อย่างมคี ณุ ภาพเชน่ กนั แต่เนื่องจากการกา้ วยา่ งเข้าสู่ศตวรรษท่ี๒๑เปน็ ช่วงเวลาทีโ่ ลกมีความ
เปล่ยี นแปลงและพฒั นาไปอย่างรวดเรว็ ความก้าวหนา้ ของวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม เปน็ ปัจจยั สำคัญ
ท่ีสง่ ผลให้โลกแหง่ การเรียนรู้เปล่ยี นแปลงไป กล่าวคือ การศึกษาในศตวรรษท่๒ี ๑เปน็ การศกึ ษาเพอื่ สร้างความรู้
ความสามารถและเปดิ โอกาสให้เดก็ มีโอกาสพัฒนาศกั ยภาพของตนตามความสนใจ โดยไมม่ ีข้อจำกัดด้านเวลาและ
สถานทรี่ ูปแบบหรือกระบวนการเรยี นรู้กต็ ้องปรับปรุงไปเร่ือยๆเพ่ือให้เข้ากบั ยุคสมยั โดยเดก็ จะมีการเรียนรู้ที่
ยืดหยุน่ สร้างสรรค์ และท้าทาย มองเห็นปัญหาเป็นโจทยใ์ ห้เด็กไดเ้ รยี นรูว้ ิธกี ารแก้ไขโดยมคี รเู ป็นผูช้ ้ีแนะ คอย
อำนวยความสะดวกและเรียนร้ไู ปพร้อมๆกับเดก็ เดก็ ได้เรียนรโู้ ดยตรงจากทรพั ยากรของชมุ ชน ภูมิปัญญาชาวบา้ น
แหลง่ เรยี นรู้นอกห้องเรียนดงั นั้น โรงเรยี นเทศบาล ๗ (ศิรนิ าวินวทิ ยา) จงึ ได้กำหนดนโยบายให้นำวิธกี ารจดั การ
เรียนรู้โดยใชโ้ ครงการเป็นฐาน(Project Approach) ซึ่งสอดคล้องกบั แนวทางการศกึ ษาในศตวรรษที่ ๒๑ มาใช้
ในการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้เพ่ือเปน็ การเตรียมประสบการณ์ใหเ้ ด็กได้เตบิ โตเปน็ พลเมืองที่มีคุณภาพ และมี
ทกั ษะในการดำเนินชวี ิตอยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสุขอย่างยงั่ ยนื ตอ่ ไป

สำหรับการจัดการเรียนการสอนระดับข้นั พ้ืนฐานแต่เดิมมานั้น จะเปน็ การเรยี นรู้แบบเชิงรับ โดย
เรยี นรู้จากการบอกการสอนของครู หรือจากการจดั อบรมให้ความรตู้ ามหลักสตู รตา่ ง ๆ ลักษณะน้ีออกมา พบว่า
ไมว่ า่ จะสอนจะอบรมไดด้ ีเพียงใดผเู้ รยี นหรือผ้เู ข้ารับการอบรม ไมส่ ามารถนำความรู้ไปใชไ้ ด้ทงั้ หมด ยงั ไม่ประสบ
ผลสำเรจ็ เท่าที่ควร เนอื่ งจากนักเรียนยังขาดทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไม่กลา้ แสดงออก และไม่ค่อย
สนใจในการเรยี น ต่อมาได้มีการประชุมระดมความคิดร่วมกันของผูบ้ รหิ าร คณะครู เพอ่ื คิดแกป้ ญั หาด้วยการ
เรยี นรู้บรู ณาการทั้งในเวลาและนอกเวลาเรยี น โดยการจัดการเรยี นรู้โดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project Based

๙๘

Learning) กอรปกบั นโยบายรฐั บาลที่มุ่งให้ผูเ้ รยี นสามารถคดิ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหาและเรียนรู้ได้ดว้ ยตนเองอยา่ ง
ตอ่ เน่อื ง โดยปฏริ ปู ให้มีความเชอ่ื มโยงกนั ทงั้ หลักสตู รและการเรยี นการสอน ให้กา้ วทันการเปล่ยี นแปลงและ
สอดคล้องกบั การเรยี นรู้ยุคใหม่ การพัฒนาครู และการพฒั นาระบบการทดสอบ การวัดและประเมนิ ผลท่ีได้
มาตรฐาน เช่ือมโยงกับหลกั สูตรและการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียน เพื่อสง่ เสริมใหน้ กั เรียนเกิดทกั ษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กลา้ แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และมีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อการเรยี น การจดั การเรยี นรู้
แบบโครงงานเป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ หรือการค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งทีผ่ ูเ้ รยี นอยากรู้หรือสงสยั โดยใช้
กระบวนการและวธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ ผเู้ รยี นจะเปน็ ผ้ลู งมือปฏิบตั ิกจิ กรรมตา่ ง ๆ เพื่อคน้ หาคำตอบด้วยตนเอง
โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถน่ิ จนไดช้ ้นิ งานทส่ี ามารถนำผลการศึกษาไปใช้ได้จริงในชวี ติ ประจำวัน และมี
ครูผูส้ อนคอยสนับสนนุ ใหค้ ำปรึกษาผเู้ รียน ในการศกึ ษาคน้ ควา้ เพ่ิมเติมจากแหล่งเรียนร้แู ละปรับปรงุ ความรู้ที่ได้
ใหส้ มบูรณย์ ง่ิ ข้ึน สถานศึกษาดำเนนิ การจัดเนื้อหาสาระและกจิ กรรมให้สอดคลอ้ งกบั ความสนใจ ความถนดั ของ
ผู้เรียน ฝกึ ทักษะกระบวนการคิด จดั กจิ กรรมใหผ้ ู้เรียนได้เรยี นรู้จากประสบการณ์จรงิ ฝกึ การปฏบิ ตั ิใหท้ ำได้ คดิ
เป็น ทำเป็น รกั การอ่านและเกิดการใฝร่ ู้อย่างต่อเน่ือง จัดการเรยี นการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ
อย่างได้สดั สว่ นสมดลุ กัน รวมทง้ั ปลูกฝงั คุณธรรม ค่านิยมท่ีดงี ามและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ไวใ้ นทุกวชิ า

นโยบายของโรงเรยี นเทศบาล 7 (ศิรินาวนิ วิทยา) กำหนดใหน้ ำแนวคดิ การจัดการเรียนรู้ท่ใี ช้
โครงงานเปน็ ฐาน มาใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนในทุกกลุม่ สาระและทุกระดบั ชัน้ เรียน การจดั ประสบการณ์
โดยใช้โครงการเป็นฐาน (Project Approach) สำหรบั ระดับชั้นอนบุ าลปีท่ี 1 จนถึงระดบั ชน้ั อนุบาลปที ่ี ๓ และ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1 – ๓ โดยจดั เป็นกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 –
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ได้จัดเปน็ วิชาเพิ่มเติมในกลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ วิชา พน้ื ฐานโครงงานวทิ ยาศาสตร์
1 - 6 ทางโรงเรยี นกำหนดให้ครูจัดกจิ กรรมทีน่ ักเรยี นสนใจ ให้ได้ลงมือปฏิบัติมากทสี่ ดุ ในสว่ นการทำกจิ กรรมของ
นกั เรยี น กำหนดนกั เรียนไดเ้ รยี นรแู้ ละทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจ โดยมีครเู ป็นผูแ้ นะแนวทางโดยแบง่ ข้นั ตอนใน
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่เน้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั จงึ มงุ่ เน้น สนบั สนนุ และสร้างเสริมคณุ ภาพการเรยี นการสอนใน
ระดับขั้นพื้นฐานให้มีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลเพมิ่ ข้ึนจงึ ได้มีการพัฒนากระบวนการเรยี นรขู้ องนักเรียนโดยใช้
กระบวนการโครงงาน ออกเป็น 8 ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่ สบื ค้นเร่ืองราว เล่าเร่ืองหน้าเวบ็ คิดสเต๊ปการทำงาน เล่า
ขานส่เู พื่อน เร่ิมเรอื่ งตามขนั้ ตอน เตรียมพร้อมและแลกเปล่ยี น ขีดเขยี นสรุปความ เลา่ ขานความสำเร็จ

สภาพท่ัวไป
โลกในปจั จบุ นั เปล่ยี นแปลงไปจากอดตี วธิ ีการทเ่ี ด็กๆ ส่อื สารกับเพื่อนๆ การรับรู้และแบ่งปนั ข้อมูล

ข่าวสาร และการดำเนินชีวติ แตกต่างจากในยุคของพ่อแม่หรอื ครเู ปน็ อยา่ งมาก ไม่เฉพาะเทคโนโลยที พ่ี ฒั นาขึน้
แตร่ วมถึงการเขา้ ถึงข้อมลู ข่าวสารท่รี วดเร็วไร้ขีดจำกัด หน้าที่ของผใู้ หญค่ ือการเตรยี มเดก็ เหล่านใ้ี หพ้ ร้อมสำหรบั
งานและอาชีพใหม่ ๆ ทจ่ี ะเกิดในอนาคตและอาจไมม่ ีอยใู่ นปัจจุบัน เด็ก ๆ จึงต้องไดร้ บั การฝกึ ฝนทกั ษะท่ีจำเปน็
เชน่ ทักษะการอ่าน การเขยี น และการคิดคำนวณ การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ การแกป้ ญั หา การสร้างสรรคแ์ ละ
นวัตกรรม ความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ การสอ่ื สาร สารสนเทศ
การเท่าทันส่ือ คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสารสนเทศ อาชพี และการเรยี นรู้ เป็นตน้ การเรียนการสอนในยุคใหม่นี้จึง
ต้องเปลย่ี นแปลงไป หอ้ งเรียนธรรมดาถูกเปล่ยี นใหเ้ ปน็ ห้องเรียนทีม่ สี ภาพแวดลอ้ มเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างไม่มี
ขดี จำกัด วิธีการเรียนการสอนเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบท่ีสง่ เสริมทกั ษะท่ีจำเปน็ ในศตวรรษที่ 21 มากขน้ึ ซง่ึ การสอน
แบบเดมิ ไมส่ ามารถทำใหเ้ ด็ก ๆ เกดิ ทกั ษะเหล่าน้ี วิธกี ารเรียนการสอนท่ีถกู พูดถึงบอ่ ยคร้ังและมีการนำไปทดลอง

๙๙

ใช้อย่างแพรห่ ลายในปจั จบุ นั คือ การเรียนแบบโครงงานหรอื การเรียนโดยโครงงานเป็นฐาน (Project-Based
Learning) ผนู้ ำดา้ นการศกึ ษาหลายทา่ นไดเ้ สนอว่าการสอนแบบน้วี ่าเป็นวิธีการสอนทด่ี ีทส่ี ดุ เพื่อเตรยี มพร้อม
สำหรับการเป็นพลเมืองในยุคศตวรรษท่ี 21 ตอ่ ไป

ปัจจบุ นั โลกมกี ารเปลย่ี นแปลงไปมาก ทั้งด้านเทคโนโลยแี ละการเขา้ ถงึ ข้อมลู ข่าวสาร การสอนยุค
สมัยใหม่จงึ ต้องเปล่ยี นแปลงไป วธิ ีการเรียนการสอนเปลยี่ นไปเป็นรูปแบบท่เี นน้ พัฒนาทกั ษะมากกวา่ ความรู้ การ
เรียนแบบโครงงานเป็นรูปแบบการเรียนหนึ่งท่ีเหมาะสมสำหรับการเรียนในศตวรรษท่ี 21 เนื่องจากเปน็ กจิ กรรมท่ี
เนน้ การปฏบิ ัติตามความสนใจของนักเรยี น มกี ารนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างแพร่หลาย
การเรยี นแบบโครงงานจะเร่ิมจากจากการเตรียมความพร้อมของครู นกั เรยี น วัสดอุ ปุ กรณ์ และโครงสรา้ งพ้นื ฐาน
ของโรงเรียน จากนนั้ นักเรียนเลอื กหัวข้อทจ่ี ะศกึ ษา โดยมีครูเป็นผ้จู ดุ ประกายและใหค้ ำปรึกษา นกั เรียนและครู
รว่ มกนั วางแผนการทำโครงงานในรปู แบบของแผนปฏิบัติการหรอื เคา้ โครงโครงงาน โดยกำหนดวัตถุประสงค์
สมมติฐาน ขอบเขตการศึกษา และวธิ ีการศกึ ษา ศกึ ษาหลักการทฤษฎีทีเ่ ก่ยี วข้อง ลงมือปฏบิ ัตติ ามแผน โดยเก็บ
รวบรวมข้อมูล วเิ คราะห์ขอ้ มูล ค้นหาข้อมลู เพมิ่ เติม เขียนรายงาน เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ และประเมิน
โครงงาน ซงึ่ ในแตล่ ะขน้ั ตอนนกั เรียนสามารถเลือกใช้โซเชียลมีเดียทีเ่ หมาะสมมาประยกุ ต์ใชเ้ พ่อื ให้สอดคล้องกบั
ลกั ษณะของนกั เรียนในยคุ ใหม่ ในศตวรรษท่ี 21 แลว้

ลักษณะสำคญั ของวิธีหรอื แนวทางปฏบิ ตั ิที่เป็นเลศิ
ลกั ษณะสำคญั ของวธิ หี รอื แนวทางปฏิบัติทีเ่ ป็นเลิศ
การนำแนวคิดการจดั การเรียนรู้แบบโครงการ(Project Approach) มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน

ระดบั ปฐมวัยมี ๕ ลกั ษณะดังนี้
๑. การสนทนาพดู คยุ ปรึกษา ครูสามารถแนะนำการเรียนรู้ใหเ้ ด็ก และช่วยให้เดก็ แต่ละคนมโี อกาส

แลกเปล่ยี นส่งิ ทตี่ นทำกบั เพือ่ น การพบปะสนทนากันในกลมุ่ ยอ่ ย หรือกลุ่มใหญท่ ้ังชน้ั ทำใหเ้ ดก็ มีโอกาสทีจ่ ะ
อภิปรายแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นซึ่งกันและกนั

๒. การศึกษานอกสถานท่ี หรืองานในภาคสนาม เป็นกระบวนการที่สำคัญของการทำโครงการ
ประสบการณ์ในระยะแรกครูอาจพาไปศึกษานอกห้องเรียนเรียนรู้ส่ิงก่อสร้างต่างๆท่ีอยู่ใน ชุมชนรอบบริเวณ
โรงเรียนเช่น ร้านค้า ถนนหนทาง ป้ายสัญญาณ งานบริการต่าง ๆ ฯลฯ จะช่วยให้เด็กเข้าใจโลกที่แวดล้อม มี
โอกาสพบปะกับบุคคลท่ีมีความรู้เชี่ยวชาญในหัวเร่ืองที่เด็กสนใจ ซ่ึงถือเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ขั้นแรกของ
งานศกึ ษาค้นคว้า

๓. การนำเสนอประสบการณ์เดิม เด็กสามารถทบทวนประสบการณ์เดิมในหัวเร่ืองที่น่าสนใจ มีการ
อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประสบการณ์ท่ีเหมือนหรือแตกต่างกับเพ่ือน รวมทั้งแสดงคำถามท่ีต้องการสบื คน้ ใน
หัวเร่ืองนั้นๆ นอกจากน้ีเด็กแต่ละคนสามารถท่ีจะเสนอประสบการณ์ ท่ีตนมีให้เพ่ือนในช้ันได้รู้ด้วยวิ ธีการอัน
หลากหลายเสมือนเป็นการพัฒนาทักษะเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การเขียน การใช้สัญลักษณ์ทาง
คณิตศาสตร์ การเล่นบทบาทสมมติ และการกอ่ สรา้ งแบบตา่ ง ๆ

4. การสืบค้น งานโครงการเปิดกว้างให้ใช้แหล่งค้นคว้าข้อมูลอย่างหลากหลายตามหัวเรื่องที่สนใจเด็ก
สามารถสัมภาษณพ์ ่อแม่ ผปู้ กครองของตนเอง บุคคลในครอบครวั เพื่อนนอกโรงเรียน สามารถหาคำตอบของตน
ด้วยการศึกษานอกสถานที่ สัมภาษณ์วิทยากรท้องถิ่นที่มีความรอบรู้ในหัวเร่ือง อาจสำรวจ วิเคราะห์วัตถุส่ิงของ

๑๐๐

ตนเอง เขียนโครงร่าง หรือใช้แว่นขยายส่องดูวัตถุต่างๆ หรืออาจใช้หนั งสือในช้ันเรียนหรือในห้องสมุด
ทำการคน้ คว้า

๕. การจัดแสดง การจดั แสดงทำได้หลายรูปแบบ อาจใช้ฝาผนงั หรือปา้ ยจดั แสดงงานของเด็ก เป็นการ
แลกเปล่ยี นความคิด ความรู้ที่ไดจ้ ากการสืบคน้ แกเ่ พ่ือนในชั้น ครสู ามารถให้เด็กในช้ันได้รับทราบความก้าวหนา้ ใน
การสบื ค้นโดยจดั ใหม้ ีการอภิปราย หรือการจัดแสดงท้ังจะเปน็ โอกาสให้เดก็ และครูได้เล่าเร่ืองงานโครงการทท่ี ำแก่
ผู้มาเย่ยี มเยียนโรงเรยี นอีกดว้ ยลักษณะท้งั ๕ ประการที่ใช้การจัดประสบการณโ์ ดยใชโ้ ครงการเปน็ ฐาน (Project
Approach) ดงั ท่กี ล่าวมาจะปรากฏในแต่ละระยะของงานโครงการ ซ่งึ มีอยู่๓ ระยะ ดงั นี้

ระยะที่ ๑ เร่ิมตน้ โครงการ : ทบทวนความรแู้ ละความสนใจของเด็กเดก็ และครูจะใช้เวลาสว่ นใหญ่ในการ
อภิปรายเพ่ือเลือกและปรบั หัวเร่อื งท่จี ะทำการสืบคน้ หัวเรอื่ งอาจเสนอโดยเดก็ หรอื ครูและเด็กร่วมกนั โดยใชห้ ลัก
ในการเลือกหัวเรื่องดังนี้

๑. เลือกหัวเรื่องที่เก่ียวกับประสบการณ์ทเี่ ด็กมีอยู่ทุกวัน อย่างน้อยเด็กประมาณ ๒ – ๓ คน ควรคุ้นเคย
กับหัวเรื่อง และจะชว่ ยในการต้ังประเด็นคำถามเก่ยี วกบั หวั เรอื่ ง

๒. ทักษะพื้นฐานทางการรู้หนังสือและจำนวน ควรถูกบูรณาการอยู่ในหัวเรื่องที่ทำโครงการรวมทั้ง
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษา เช่น การถามคำถาม การสังเกต การนับ การทำกราฟ การสเก็ตซ์
ภาพ การป้นั การประดษิ ฐ์ ฯลฯ
๓.หัวเร่ืองทีเ่ ลือกควรใช้เวลาทำโครงการไดอ้ ย่างน้อย ๑ สปั ดาห์ และเหมาะทจี่ ะทำการสำรวจคน้ คว้าท่โี รงเรยี น
มากกว่าทบ่ี า้ นเม่ือไดห้ ัวเรื่องแลว้ ครูควรเรม่ิ ทำแผนทท่ี างความคดิ (Mind map) หรือ ใยแมงมุม(Web) เพอ่ื ระดม
ความคิดรว่ มกับเด็กในหวั เรื่องน้ัน และจดั แสดงแผนท่ีทางความคดิ ทท่ี ำไว้ภายในชนั้ เรยี น ซ่งึ ข้อมูลตา่ ง ๆท่ีได้
สามารถใชใ้ นการสรุป อภิปราย ระหว่างทำโครงการ และยงั สามารถเชอ่ื มโยงไปยงั หวั เร่ืองย่อยได้อีก
นอกจากนี้ ในชว่ งอภปิ รายระดมความคดิ ครูจะทราบว่าเดก็ มีประสบการณ์ในหัวเร่ืองน้ันเพยี งใดที่เด็กจะเสนอ
ประสบการณ์และแสดงแนวคิดส่ิงที่ตนเข้าใจในรปู แบบตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสมของวัย เช่นเด็กปฐมวยั อาจใช้
การเขยี นภาพ เล่นบทบาทสมมติ ฯลฯ ครจู ะเปน็ ผชู้ ่วยให้เด็กเสนอคำถามที่ต้องการสบื ค้นคำตอบ จดหมาย
เกยี่ วกับหวั เรอื่ งท่ีจะสืบค้นถูกสง่ ไปยังบ้านของเด็ก ครจู ะเปน็ ผ้กู ระต้นุ ให้พ่อแม่พูดคุยกับเดก็ เกี่ยวกบั หัวเรื่องเพ่ือ
แลกเปล่ียนประสบการณ์ ครูจะช้ีแนะวิธีสืบคน้ เพ่ือให้เดก็ แต่ละคนได้ทำงานตามศกั ยภาพโดยใช้ทักษะพนื้ ฐาน
ทางการสร้างการวาดภาพดนตรี และบทบาทสมมติ

ระยะที่ ๒ พฒั นาโครงการ : ใหโ้ อกาสเดก็ ค้นคว้าและมีประสบการณ์ใหม่เปน็ งานในภาคสนาม ซึ่ง
ประกอบด้วยการสืบค้นตามแหล่งข้อมลู ต่าง ๆ ระยะน้ีถือเปน็ หวั ใจของโครงการ ครจู ะเป็นผจู้ ดั หา จัดเตรียม
แหลง่ ขอ้ มลู ให้เด็กสืบคน้ ไม่วา่ จะเปน็ จริง หนังสือ วสั ดอุ ปุ กรณ์ต่าง ๆหรือแมแ้ ต่การออกภาคสนามหรอื ไปศึกษา
นอกสถานท่ี หรอื นัดหมายผู้เช่ยี วชาญ วทิ ยากรท้องถิน่ เพือ่ ให้เด็กได้ทำการสบื คน้ สังเกตอย่างใกล้ชิด และ
บนั ทึกสงิ่ ท่ีพบเห็น เขยี นภาพที่เกิดจากการสงั เกต จัดทำกราฟ แผนภมู ิ ไดอะแกรม หรอื สร้างแบบตา่ ง ๆ
สำรวจ คาดคะเน มีการอภิปรายเล่นบทบาทสมมติเพ่ือแสดงความเข้าใจในความรู้ใหม่ท่ไี ด้

ระยะที่ ๓ สรุปโครงการ : ประเมิน สะท้อนกลับ และแลกเปล่ียนงานโครงการเป็นระยะสรุป
เหตุการณ์ รวมถึงการเตรียมเสนอรายงานและผลท่ีได้ในรูปของการจัดแสดงการค้นพบ และจัดทำส่ิงต่าง ๆ
สนทนา เล่นบทบาทสมมติ หรอื จัดนำชมสิง่ ที่ได้จากการก่อสร้างครคู วรจัดให้เดก็ ได้แลกเปลี่ยนส่ิงที่ตนเรียนรู้กับ
ผู้อื่น เด็กสามารถช่วยกันเล่าเรื่องการทำโครงการให้ผู้อื่นฟังโดยจัดแสดงสิ่งท่ีเป็นจุดเด่นให้เพื่อนในชั้นเรียน
อ่ืน ครู พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้บริหารได้เห็น ครูจะช่วยเด็กเลือกวัสดุอุปกรณ์ที่จะนำมาแสดง ซ่ึงการทำ
เช่นน้ีเท่ากับช่วยให้เด็กทบทวนและประเมินโครงการทั้งหมด ครูอาจเสนอให้เด็กใช้จินตนาการ ความรู้ใหม่ท่ีได้

๑๐๑

ผา่ นทางศลิ ปะ ทางละคร สดุ ท้ายครูนำความคดิ และความสนใจของเด็กไปสู่การสรปุ โครงการ และอาจนำไปส่หู ัว
เรอื่ งใหม่ของโครงการต่อไป

สำหรับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของระดับชั้นปฐมวัยโรงเรียน
เทศบาล ๗ (ศิรินาวินวิทยา) โดยใช้โครงการเป็นฐาน (Project Approach ) สอดคล้องกับการเรียนรู้โดยใช้
ทฤษฎีการสร้างสรรค์ด้วยปัญญาConstructionism๑๐ ข้ันตอน ไดแ้ กจ่ ุดประกายความรู้ ฟ้ืนฟูประสบการณ์ เล่า
ขานความเดิม แต่งเติมความคิด พินิจคำถาม ตามหาคำตอบ รอบรู้เรื่องราว ประมวลเล่าสู่กันฟัง นำไปสร้าง
แผนภาพ เล่าขานความสำเร็จโดยมีกำหนดเวลาในการจัดประสบการณ์ประมาณ ๓ - ๕ สัปดาห์ต่อภาคเรียน
โดยแทรกในหน่วยการเรียนตามความเหมาะสม สำหรบั การจัดประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าหวั เรื่องทีเ่ ด็กปฐมวัย
ขอ งโรงเรีย น เท ศ บ าล ๗ (ศิ ริน าวิน วิท ย า) ใน แต่ ล ะระดั บ ช้ั น ส น ใจแล ะเลื อ ก ท่ี จะเรีย น รู้ ได้ แ ก่
ระดับช้ันอนุบาลปีท่ี ๑ โครงการ(Project Approach) เรียนรู้หัวข้อเร่ือง ดอกอัญชัญ กะหล่ำ แตงโม
ระดับชั้นอนุบาลปีท่ี ๒ โครงการ (Project Approach) เรียนรู้หัวข้อเรื่อง ดอกทานตะวัน กล้วย รถแบ๊คโฮ
ระดบั ชน้ั อนุบาลปที ่ี ๓ โครงการ (Project Approach) เรียนรูห้ วั ข้อเรอ่ื ง องนุ่ สตรอเบอร่ี รถไฟ

การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำงานตาม
ระดับทักษะท่ีตนเองมีอยู่ เป็นเรื่องที่สนใจและรู้สึกสบายใจที่จะทำ นักเรียนได้รับสิทธิในการเลือกว่าจะต้ังคำถาม
อะไร และต้องการผลผลิตอะไรจากการทำงานช้ินนี้ โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์และจัดประสบการณ์
ให้แก่นักเรียน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา และสร้างแรงจูงใจให้แก่นักเรียน โดยลักษณะของการเรียนรู้แบบ
โครงงาน มีดังนี้ นักเรียนกำหนดการเรียนรู้ของตนเอง เชื่อมโยงกับชีวิตจริง สิ่งแวดล้อมจริง มีฐานจากการวิจัย
หรือ องค์ความรู้ที่เคยมี ใช้แหล่งข้อมูล หลายแหล่ง ฝังตรึงด้วยความรู้และทักษะบางอย่าง ใช้เวลามากพอใน
การสร้างผลงาน มีผลผลิต การเรียนแบบโครงงานเป็นรูปแบบการเรียนหน่ึงท่ีเหมาะสมสำหรับการเรียนใน
ศตวรรษท่ี 21 เน่ืองจากเป็นกิจกรรมท่ีเน้นการปฏิบัติตามความสนใจของนักเรยี น มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ใน
การจัดการเรียนการสอนอย่างแพร่หลาย การเรียนแบบโครงงานร่วมกับโซเชียลมีเดียจะเริ่มจากการเตรียมความ
พร้อมของครู นักเรียน วัสดุอุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน จากนั้นนักเรียนเลือกปัญหาท่ีจะศึกษา
โดยมีครูเป็นผู้จุดประกายและให้คำปรึกษา นักเรียนและครูร่วมกันวางแผนการทำโครงงานในรูปแบบของ
แผนปฏิบัติการหรือเค้าโครงโครงงาน โดยกำหนดวัตถุประสงค์ สมมติฐาน ขอบเขตการศึกษา และวิธีการศึกษา
ศึกษาหลักการทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้อง ลงมือปฏิบัติตามแผน โดยเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ค้นหาข้อมูล
เพิ่มเติม เขียนรายงาน เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ และประเมินโครงงาน ซ่ึงในแต่ละข้ันตอนนักเรียนสามารถ
เลือกใช้โซเชียลมีเดียท่ีเหมาะสมมาประยุกต์ใช้เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของนักเรียนในยุคใหม่ การเรียนแบบ
โครงงานร่วมกับโซเชียลมีเดียจะช่วยพัฒนาสมรรถนะและทักษะทส่ี ำคัญในศตวรรษท่ี 21 ของนักเรยี นได้เปน็ อยา่ ง
ดี

การเรยี นร้แู บบโครงงาน ได้กล่าววา่ การเรียนรแู้ บบโครงงานเปน็ รปู แบบหน่งึ ของ Child –
Centered Approach ทเี่ ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดท้ ำงานตามระดบั ทักษะทต่ี นเองมอี ยู่ เป็นเร่ืองท่ีสนใจและรู้สกึ
สบายใจทจี่ ะทำ นักเรียนไดร้ ับสิทธใิ นการเลือกวา่ จะตั้งคำถามอะไร และต้องการผลผลิตอะไรจากการทำงานชิน้ นี้
โดยครทู ำหน้าที่เป็นผสู้ นับสนุนอปุ กรณ์และจัดประสบการณ์ให้แกน่ ักเรียน สนับสนุนการแกไ้ ขปัญหา และสร้าง
แรงจงู ใจให้แกน่ กั เรยี น โดยลักษณะของการเรยี นร้แู บบโครงงาน มีดงั นี้

1. ยดึ หลกั การจดั การเรียนรทู้ ี่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ทเ่ี ปดิ โอกาสให้ผ้เู รยี นได้ทำงานตามระดับทักษะท่ี
ตนเองมีอยู่

๒. เปน็ รูปแบบหนง่ึ ของการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี น้นบทบาทและการมีสว่ นรว่ มของผเู้ รยี น

๑๐๒

(Active Learning)
๓. เป็นเรอื่ งที่ผเู้ รยี นสนใจและรสู้ กึ สบายใจที่จะทำ
4. ผู้เรียนไดร้ ับสทิ ธใิ นการเลือกว่าจะต้ังคำถามอะไร และต้องการผลผลิตอะไรจากการทำโครงงาน
5. ครูทำหน้าทเ่ี ป็นผูส้ นับสนุนอปุ กรณ์และจดั ประสบการณใ์ ห้แก่ผู้เรียน สนับสนนุ การแกไ้ ขปญั หา และ

สรา้ งแรงจงู ใจให้แกผ่ เู้ รยี น
6. ผูเ้ รยี นกำหนดการเรียนรขู้ องตนเอง
7. เชอ่ื มโยงกบั ชีวิตจริง สง่ิ แวดล้อมจริง
๘. มชี ้ินงาน นวัตกรรม หรอื ผลผลติ จากการทำโครงงาน

วัตถปุ ระสงคข์ องวธิ ีหรอื แนวทางปฏบิ ัติทีเ่ ป็นเลศิ
1. นกั เรียนสามารถเลอื กใชแ้ หล่งเรยี นรแู้ ละภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ได้
2. นกั เรียนมที กั ษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานรว่ มกบั ผู้อื่นได้ มีเจตคติทีด่ ีต่อการทำงาน

ซง่ึ จะนำไปสู่อาชีพสุจรติ ต่อไป
3. นักเรียนมีความสามารถในการคดิ วเิ คราะหค์ ดิ สังเคราะห์มีวจิ ารณญาณมีความคิดสรา้ งสรรค์คิด

ไตร่ตรองคดิ แบบองค์รวมทั้งระบบและมีวิสัยทศั น์
4. นกั เรยี นมคี วามร้แู ละทักษะท่จี ำเป็นตามสาระ และตัวช้วี ดั ตามการบรู ณาการกบั สาระการเรียนรู้
5. นกั เรยี นมีทักษะในการแสวงหาความร้ดู ้วยตนเองรักการเรยี นรู้ และพัฒนาตนเองอย่างตอ่ เน่ือง
6. นกั เรยี นและครูท่ีปรกึ ษาสามารถสร้างองคค์ วามรู้ได้ดว้ ยตนเอง (Knowledge Management)

เป้าหมาย
ตัวช้ีวดั เชงิ ปริมาณ
นักเรียนช้นั อนบุ าลปที ่ี 1 - 3 โรงเรียนโรงเรยี นเทศบาล 7 (ศริ นิ าวินวิทยา) เทศบาลนครลำปาง

จำนวน 1๒๕ คน มผี ลการประเมินการเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach) อยใู่ นระดบั ปานกลาง
ระดบั 2 ดาว ( )

นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 – ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นโรงเรยี นเทศบาล 7
(ศิรินาวนิ วทิ ยา) เทศบาลนครลำปาง จำนวน 1๕๓ คน

นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 – ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนโรงเรยี นเทศบาล 7
(ศิรนิ าวนิ วิทยา) เทศบาลนครลำปาง จำนวน 2๗๑ คน

ตัวชว้ี ัดเชิงคุณภาพ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 – ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 มคี วามรู้ความเข้าใจใน
รายวิชาโครงงาน มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และมีเจตคติทด่ี ตี ่อการเรยี นวชิ าวิทยาศาสตร์

๑๐๓

2. แนวทาง/ขั้นตอนการดำเนินงาน/Flow Chart (แผนภูมิ) ของวิธีหรือแนวทางปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ
ส ำห รับ ขั้ น ต อ น ก ารด ำเนิ น ง าน จั ด ป ระ ส บ ก ารณ์ ก ารเรีย น รู้แ บ บ โค รงก าร (Project Approach)
ระดับปฐมวยั มดี งั น้ี

ขนั้ ที่ ๑ หาหัวขอ้ เรื่องตามความสนใจของเดก็
ข้ันท่ี ๒ ครู เด็กและผู้ปกครองจัดแหล่งเรียนรภู้ ายในช้ันเรยี นทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั หวั ขอ้ โครงการ
ข้นั ท่ี ๓ ซกั ถามเด็กเรอื่ งประสบการณ์เดมิ เป็นรายบคุ คล (แสดงบนแผน่ ชารท์ )
ขน้ั ที่ ๔ เด็กสรา้ งงานศิลปะจากประสบการณเ์ ดมิ ของตนเอง เช่น วาด ป้นั ปะติด ฯลฯ
ข้ันท่ี ๕ เดก็ ตงั้ คำถามเกี่ยวกบั หัวขอ้ โครงการ ครูบันทึก (แสดงบนแผน่ ชาร์ท)
ขนั้ ท่ี ๖ เด็กและครู จัดหมวดหมูค่ ำถาม นำเสนอออกมาเปน็ แผนผังความคดิ (แสดงบนแผ่นชาร์ท)
ขั้นที่ ๗ ค้นหาคำตอบ เช่น เชญิ วิทยากรพเิ ศษ ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ฯลฯ ( รูปถ่าย
ขั้นที่ ๘ เช่อื มโยง หรอื เปรยี บเทียบ ความเหมอื นความต่าง โดยใชแ้ ผนภมู ิ เซต (แสดงบนแผน่ ชาร์ท)
ขน้ั ท่ี ๙ สรปุ และแสดงผลงานเด็กในลักษณะตา่ ง ๆ เช่น เพลง คำคล้องจอง บทบาทสมมตุ ิ โมเดล็ ฯลฯ
ขั้นท๑่ี ๐ ปดิ โครงการอนุบาลจดั นทิ รรศการ (เนน้ เด็กทุกคนต้องได้นำเสนอผลงาน)

๑๐๔

ขน้ั ตอนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้แบบโครงการ (Project Approach )

โรงเรยี นเทศบาล ๗ (ศิรินาวนิ วิทยา)

ข้ันตอน รายละเอยี ด ระยะการสอน กระบวนการ เรยี นรู้โดย
แบบโครงการ ใช้Constructionism

๑. หาหวั ข้อเร่ืองตามความสนใจของเด็ก ระยะที่ ๑ การอภิปรายกลุ่ม จดุ ประกายความรู้
๒. ครู เด็กและผู้ปกครองจัดแหล่งเรียนรู้ภายใน ระยะท่ี ๑ ฟน้ื ฟปู ระสบการณ์
ระยะที่ ๑ การนำเสนอ
ชั้นเรยี นทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั หัวข้อโครงการ ระยะท่ี ๑ ประสบการณ์ เลา่ ขานความเดิม
ระยะที่ ๑
๓. ซกั ถามเดก็ เร่ืองประสบการณ์เดิมเปน็ ระยะที่ ๒ เดิม แต่งเตมิ ความคิด
รายบคุ คล (แสดงบนแผ่นชาร์ท) ระยะท่ี ๒
การนำเสนอ พินิจคำถาม
๔. เดก็ สรา้ งงานศลิ ปะจากประสบการณเ์ ดิม ระยะท่ี ๒ ประสบการณ์
ของตนเอง เช่น วาด ป้ัน ปะติด ฯลฯ ระยะท่ี ๓
ระยะท่ี ๓ เดิม
๕. เดก็ ต้งั คำถามเก่ียวกบั หัวข้อโครงการ
ครบู นั ทึก (แสดงบนแผ่นชาร์ท) การนำเสนอ
ประสบการณ์
๖. เดก็ และครู จดั หมวดหมู่คำถาม นำเสนอ
ออกมาเป็นแผนผังความคดิ เดิม
(แสดงบนแผ่นชาร์ท)
การอภิปรายกลุ่ม
๗. คน้ หาคำตอบ เชน่ เชิญวิทยากรพิเศษ
ศกึ ษาดูงานนอกสถานที่ ฯลฯ ( รปู ถ่าย ) การอภปิ รายกลุ่ม ตามหาคำตอบ
๗.๑ ประวัติ
๗.๒สว่ นประกอบหรอื การไปศึกษา รอบรเู้ รอ่ื งราว
องคป์ ระกอบ(แสดงบน นอกสถานท่ี
แผน่ ชาร์ท) และการสบื คน้
๗.๓ ประเภทหรอื ชนิด
๗.๔ประโยชน์ ข้อมูล
ฯลฯ
การสบื คน้ ข้อมลู ประมวลเล่า
๘. เชื่อมโยง หรือเปรียบเทียบ ความเหมือน สู่กนั ฟัง
ความต่าง โดยใช้แผนภมู ิ เซต
(แสดงบนแผน่ ชารท์ ) การจดั แสดง นำไปสร้างแผนภาพ
ผลงาน
๙. สรุปและแสดงผลงานเด็กในลักษณะ
ต่าง ๆ เช่น เพลง คำคล้องจอง บทบาท การจดั แสดง เล่าขานความสำเรจ็
สมมตุ ิ โมเดล็ ฯลฯ ผลงาน

๑๐. ปดิ โครงการอนุบาลจดั นิทรรศการ
(เน้นเดก็ ทุกคนต้องได้นำเสนอผลงาน)

๑๐๕

กำหนดการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้แบบโครงการ(Project Approach )

โรงเรยี นเทศบาล ๗ (ศิรินาวนิ วทิ ยา)

ระดบั ชัน้ ..................................... เรือ่ ง............................................... วนั ที.่ ..........ถึงวนั ท่ี...........

ขนั้ ที่ รายละเอียด กจิ กรรม/สถานที่ วัน/เดือน/ปี หมายเหตุ

๑. หาหวั ขอ้ โครงการตามความสนใจของ -สนทนาพูดคยุ เพื่อเสนอ

เดก็ เรอ่ื งราวท่ีเด็กๆ ตอ้ งการเรยี นรู้

โดยใชว้ ิธเี สนอความคดิ เห็นและ

ลงความเหน็ วา่ เด็กๆ ส่วนใหญ่

ตอ้ งการเรยี นร้เู รอื่ งใดก่อนเป็น

อนั ดบั แรก

๒. ครู เดก็ และผู้ปกครองจดั แหล่งเรยี นรู้ - ออกหนังสือแจง้ ผู้ปกครองให้

ภายในชน้ั เรยี นทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั หวั ขอ้ ทราบในการเปิดโปรเจค

โครงการ แอพโพทเร่ืองทจ่ี ะเรยี นรู้เพ่ือให้

ผู้ปกครองให้การสนบั สนุนการ

เรียนร้ขู องเด็กๆ

- จดั แหล่งเรยี นรภู้ ายใน

หอ้ งเรยี นโดยเด็กนำส่ือเก่ียวกับ

เร่ืองมาจากบ้าน

๓. ซกั ถามเดก็ เรื่องประสบการณ์เดิมเปน็ - สนทนาพูดคุยในห้อง

รายบคุ คล ครบู ันทึก แลกเปลีย่ นประสบการณ์เดิม

(แสดงบนแผ่นชารท์ ) และนำเรื่องราวทีพ่ ูดคุยเขียนลง

บนแผน่ ชารท์ เพ่ือบันทึก

๔. เดก็ สรา้ งงานศิลปะจากประสบการณเ์ ดิม - วาดภาพ

ของตนเอง เช่น วาดภาพ ปั้น ปะติด -ปัน้ ดนิ นำ้ มัน

ฯลฯ -ปะตดิ

ฯลฯ

๕. เดก็ ตง้ั คำถามเกย่ี วกบั หัวข้อโครงการ - เด็กๆ รว่ มกนั แสดงความ

ครูบนั ทึก (แสดงบนแผน่ ชาร์ท) คดิ เหน็ สนทนาระดมความคดิ

ตงั้ คำถามในส่ิงท่สี งสยั และ

ตอ้ งการคำตอบแล้วนำมาเขียน

ลงบนแผ่นชารท์

๑๐๖

ข้ันท่ี รายละเอียด กิจกรรม/สถานที่ วัน/เดือน/ปี หมายเหตุ

๖. เดก็ และครู จดั หมวดหม่คู ำถาม นำเสนอ - รว่ มกนั สนทนา อภิปราย

ออกมาเป็นแผนผงั ความคิด จดั หมวดหมคู่ ำถามทส่ี งสยั

(แสดงบนแผ่นชาร์ท) บนแผ่นชาร์ท

๗. ค้นหาคำตอบ เช่น เชิญวิทยากร ศึกษาดู -ทัศนศึกษาจากแหลง่ เรียนรู้

งานนอกสถานท่ี ฯลฯ นอกสถานทีจ่ ากสถานท่จี ริง

๗.๑ ประวัติ - สบื ค้นขอ้ มลู จากห้องสมุดของ

๗.๒สว่ นประกอบ หรอื องคป์ ระกอบ โรงเรยี น

๗.๓ ประเภท - เรียนรู้จากประสบการณต์ รง

๗.๔ประโยชน์ คน้ ควา้ หาคำตอบในสิง่ ท่ีอยากรู้

ฯลฯ โดยการซักถามจากผ้รู ู้

(แสดงบนแผ่นชารท์ )

๘. เชือ่ มโยง หรอื เปรียบเทียบ -ระดมความคดิ เชื่อมโยง หรอื

ความเหมือนความต่าง โดยใชแ้ ผนภูมิ เปรียบเทียบ ความเหมือน

เซต (แสดงบนแผ่นชารท์ ) ความตา่ ง โดยใชแ้ ผนภูมิ

เวนนไ์ ดอะแกรม

๙. สรปุ และแสดงผลงานเด็กในลักษณะ - แตง่ เพลง

ตา่ งๆ เช่น เพลง คำคล้องจอง - แตง่ คำคล้องจอง

บทบาทสมมุติ โมเดล็ ฯลฯ -แสดงบทบาทสมมติ

- ทำโมเดล

ฯลฯ

๑๐. ปิดโครงการอนุบาล จัดนทิ รรศการ - จัดนิทรรศการการปิดโปรเจค

นำเสนอข้อมูลโดยการเชญิ

บคุ ลากรในโรงเรียน ผปู้ กครอง

เพื่อนต่างห้องเย่ียมชม

ลงช่ือ................................................ครูผู้ควบคุมการทำโครงการ
(................................................)

ลงชื่อ................................................ครูผคู้ วบคุมการทำโครงการ
(................................................)

๑๐๗

สำหรับขัน้ ตอนการดำเนนิ งานโครงงานขนั้ พน้ื ฐาน มี 8 ขนั้ ตอนดงั น้ี
ขน้ั ท่ี 1 สืบค้นเรือ่ งราว
ข้ันที่ 2 เล่าเร่อื งหนา้ เวบ็
ขั้นที่ 3 คดิ สเตป็ การทำงาน
ขนั้ ที่ 4 เลา่ ขานสู่เพื่อน
ขั้นท่ี 5 เรม่ิ เร่อื งตามข้ันตอน
ขนั้ ท่ี 6 เตรยี มพร้อมและแลกเปล่ยี น
ขน้ั ที่ 7. ขีดเขียนสรปุ ความ
ขน้ั ที่ ๘ เล่าขานความสำเร็จ

ขั้นตอนการทำโครงการ

กจิ กรรม การทำกจิ กรรมของนักเรียน การทำกจิ กรรมของครูทปี่ รกึ ษา

1. สืบคน้ นกั เรียนสืบค้นข้อมลู จากแหล่งเรยี นรตู้ า่ ง ๆ สืบคน้ ข้อมูลจากแหลง่ เรียนรู้ตา่ ง ๆ
เช่น เว็บไซต์ตา่ งๆ ผ้รู ู้ วิทยากรท้องถนิ่
เรอ่ื งราว เช่น เว็บไซต์ต่างๆ ผู้รู้ วทิ ยากรท้องถิน่ แหลง่ เรียนรใู้ นทอ้ งถนิ่ ฯลฯ เพื่อใหร้ ู้เทา่ ทนั
นักเรียน แล้วศึกษาผลการค้นคว้าของ
แหล่งเรยี นรใู้ นท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมกบั ทป่ี รึกษา นักเรยี นไปดว้ ย (ประชมุ แลกเปล่ยี น
เรยี นรขู้ องครู ครั้งท่ี 1 การตรวจ
2. เลา่ เร่ืองหนา้ นักเรยี นนำผลการสบื ค้นข้อมูลท่ีได้ โพสใน หัวข้อสนใจของนักเรียน และวิเคราะห์หวั ข้อของ
เว็บ เวบ็ บอรด์ ของโรงเรียน ในหวั ข้อของตนเอง นักเรียนร่วมกนั )
และศึกษาผลการค้นคว้าของมลู ของเพ่ือน ๆ
ในกลมุ่ ของตนเอง และต่างกลุ่มร่วมกบั ท่ี ครนู ำผลการสบื ค้นข้อมลู ที่ได้ โพสในเว็บ
ปรกึ ษา บอร์ด ของโรงเรยี น ในหวั ขอ้ สนใจของ
นกั เรยี นกลมุ่ ของตนเอง และศึกษาผลการ
3. คิดสเต็ปการ นกั เรียนออกแบบวิธีการดำเนินงานของตนเอง ค้นควา้ ของมูลของนักเรยี นในกลมุ่ อน่ื ๆ
ทำงาน แล้วนำไปแลกเปลยี่ นเรียนรู้ในกลุ่ม ก่อนจะ ทำการให้ขอ้ เสนอแนะเพ่ือการพฒั นาแก่
สรุปเป็นขน้ั ตอนในการดำเนินงานของกลุม่ นกั เรยี น
ตนเองร่วมกับที่ปรกึ ษา
ร่วมกับนกั เรยี นในการออกแบบวธิ กี าร
4. เล่าขานสู่ ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการ ดำเนนิ งานของกลุ่มทต่ี นเองเป็นทปี่ รึกษา
เพอ่ื น ดำเนนิ งานของกลุ่มตนเอง จนถงึ ข้ันตอนใน แลว้ นำไปแลกเปลยี่ นเรยี นร้กู ับทีครทู ี่
การวางแผนการดำเนนิ งานของกลุ่ม โดยใชส้ ่อื ปรึกษากลุ่มอ่ืน ๆ (ประชุมแลกเปลี่ยน
อย่างหลากหลาย เช่น สไลดค์ อมพิวเตอร์ เรยี นรขู้ องครู คร้งั ที่ 2)
คอมพิวเตอร์ แผนภาพความคิดแบบต่าง ๆ
ฯลฯ ใช้เวลาไมเ่ กิน 1๐ นาที ให้คำปรึกษาแก่ตัวแทนนักเรียนใน
นำเสนอผลการดำเนนิ งานของกลมุ่ ตนเอง
จนถึงขนั้ ตอนในการวางแผนการ
ดำเนินงานของกลุ่ม โดยใชส้ ่ืออย่าง
หลากหลาย เช่น สไลด์คอมพิวเตอร์
แผนภาพความคิดแบบตา่ ง ๆ ฯลฯ

๑๐๘

กจิ กรรม การทำกจิ กรรมของนักเรยี น การทำกิจกรรมของครทู ี่ปรึกษา
5. เรม่ิ เร่ืองตาม นกั เรยี นแต่ละกลุ่มดำเนนิ โครงงานตามที่
วางแผนไวร้ ว่ มกบั ท่ีปรึกษา นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ดำเนนิ โครงงานตามท่ี
ขน้ั ตอน วางแผนไวร้ ่วมกับทป่ี รึกษา(ประชมุ
ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลการ แลกเปล่ยี นเรยี นรขู้ องครู คร้ังที่ 3)
6. เตรยี มพร้อม ดำเนินงานของกลุ่มตนเอง จนถงึ ขัน้ ตอนใน
และแลกเปล่ยี น การดำเนนิ งานของกลุ่ม โดยใช้ส่อื อย่าง ใหค้ ำปรึกษาแก่ตวั แทนนกั เรียนในนำเสนอ
หลากหลาย เช่น สไลดค์ อมพิวเตอร์ ผลการดำเนนิ งานของกลุ่มตนเอง จนถึง
คอมพวิ เตอร์ แผนภาพความคดิ แบบต่าง ๆ ข้ันตอนในการดำเนนิ งานของกลุม่ โดยใชส้ อ่ื
ฯลฯ ใช้เวลาไม่เกิน 1๐ นาที อยา่ งหลากหลาย เช่น สไลด์คอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ แผนภาพความคดิ แบบตา่ ง ๆ
ฯลฯ

7. ขีดเขยี นสรุป นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ทำการเขยี นรายงาน ให้คำปรึกษานกั เรียนในการเขียนรายงาน
ความ โครงการรว่ มกับที่ปรึกษา โครงการร่วมกบั ท่ีปรกึ ษา(ประชมุ
แลกเปล่ยี นเรียนรขู้ องครู
ครัง้ ที่ 4)

8. เล่าขาน 1. นกั เรียนนำเสนอผลการดำเนนิ โครงงาน 1. นกั เรยี นช้นั ม.3 นำเสนอผลการดำเนิน
ความสำเรจ็
แก่ คณะกรรมการประเมนิ (กรรมการ โครงงาน แก่ คณะกรรมการประเมิน

จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ ผอ. ครทู ่ีปรึกษา (กรรมการ จำนวน 5 ทา่ น ได้แก่ ผอ.

กลุ่ม ครูที่ปรกึ ษาโครงงาน และกรรมการ ครทู ่ปี รกึ ษากลุ่ม ครูทปี่ รกึ ษาโครงงาน

ภายนอก 2 ท่าน) และกรรมการภายนอก 2 ท่าน)

2. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ดำเนินการแกเ้ ลม่ 2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ดำเนนิ การแกเ้ ลม่

รายงานโครงการ ตามข้อเสนอแนะกรรมการ รายงานโครงการ ตามข้อเสนอแนะกรรมการ

สอบรว่ มกับครูที่ปรึกษา สอบรว่ มกบั

3. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ดำเนนิ การจัด ครูที่ปรึกษา

นิทรรศการโครงงานรว่ มกับที่ปรกึ ษา 3. ดำเนินการจดั นทิ รรศการโครงงานรว่ มกับ

นักเรียน

3. ผลลพั ธ์/ผลการดำเนนิ การ
ตวั ชว้ี ัดเชิงปริมาณ

นักเรยี นช้นั อนบุ าลปที ี่ 1 - 3 โรงเรียนโรงเรยี นเทศบาล 7 (ศิรินาวนิ วิทยา) เทศบาลนครลำปาง
จำนวน 1๒๕ คน มผี ลการประเมนิ การเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach) อยใู่ นระดับ
ปานกลางระดับ 2 ดาว ( ) คิดเป็นรอ้ ยละ 85

นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 – ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรยี นโรงเรยี นเทศบาล 7
(ศริ นิ าวินวทิ ยา) เทศบาลนครลำปาง จำนวน 1๕๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ 8๕

๑๐๙

นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 – ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนโรงเรยี นเทศบาล 7
(ศริ ินาวนิ วิทยา) เทศบาลนครลำปาง จำนวน 2๗๘ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๘๕

ตัวช้ีวดั เชิงคุณภาพ
นักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในรายวชิ าโครงงาน มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

และมีเจตคติทดี่ ตี ่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์

สรุป บรรลเุ ป้าหมาย
เม่ือดำเนนิ การตามขัน้ ตอนของ Best Practices แล้ว ส่งผลต่อสถานศึกษาอยา่ งไร

โครงงานก่อให้เกดิ คณุ ค่าต่อนักเรยี นดงั น้ี
1. ชว่ ยสรา้ งแนวทางใหมเ่ พื่อริเริ่มงานไปสู่งานอาชพี และศกึ ษาตอ่ ท่ีตนเองสนใจและถนัด
2. สร้างเสริมประสบการณป์ ฏิบัติจรงิ สง่ ผลให้เกิดความเข้าใจอยา่ งซาบซงึ้ ในโครงงาน
3. ไดท้ ดสอบความถนดั และแก้ปัญหาในงานทส่ี นใจและมีความพร้อม ทำให้มนั่ ใจ
4. กอ่ ใหเ้ กดิ ความภาคภมู ใิ จในโครงงานท่ีได้รเิ ร่ิมสร้างสรรค์
5. กอ่ ให้เกดิ ความรกั ความเขา้ ใจ ความสัมพนั ธอ์ ันดีระหว่างเพื่อนนักเรยี นท่ปี ฏิบัตริ ่วมกัน
6. กอ่ ให้เกิดความรู้ทางวชิ าการท่ีกวา้ งขวางขน้ึ ได้รบั ความสำเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตร

โครงงานก่อให้เกดิ คุณค่าต่อโรงเรียนและคณะครูดงั นี้
1. เกดิ การประสานงานทางวชิ าการทผี่ สมผสานหรอื บูรณาการเกิดข้ึนในโรงเรียน
2. เกดิ ความเข้าใจที่ตรงกนั ว่า การฝกึ ปฏิบตั จิ รงิ ในสถานท่ตี ่างๆมากกวา่ ทจี่ ะเรยี นแต่ในหอ้ ง
3. เกิดศูนย์รวมสื่อการเรียนการสอนมีศนู ยว์ ัสดอุ ุปกรณ์การสอน สำหรบั ใหก้ ลมุ่ สาระตา่ งๆในโรงเรยี นได้
ใช้รว่ มกนั ส่งผลใหน้ ักเรียนได้มีโอกาสฝกึ ใช้สื่อการสอนอยา่ งแท้จริงหลากหลาย
4. เกดิ ความสัมพันธ์อนั ดรี ะหว่างนกั เรยี น โรงเรียนและคณะครูมโี อกาสปฏิบตั ิงานรว่ มกัน

โครงงานก่อให้เกดิ คุณคา่ ต่อท้องถ่ินดังนี้
1. การเผยแพรแ่ ละประชาสัมพนั ธค์ วามรู้ ผลงานของโครงงานที่สำเร็จไปสู่ท้องถิ่น
2. ชว่ ยลดปัญหาวัยรุน่ ในทอ้ งถิน่ ทีเ่ กี่ยวกับความประพฤติ จรรยามารยาท และศลี ธรรม
3. ทำให้ประชาชนในท้องถ่นิ มพี น้ื ฐานการศึกษาทด่ี ี โดยเฉพาะงานอาชีพที่หลากหลายและการพฒั นา
การศกึ ษาท่ีมุง่ เนน้ ให้เยาวชนมีนิสยั รักการทำงาน ไม่เปน็ คนเกยี จครา้ นในการทำงาน

๔. ปัจจัยเกอ้ื หนุน/ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
๑. นักเรยี นมีความกระตือรือร้นในการทำโครงงาน จนประสบความสำเร็จได้รับรางวัลตา่ งๆ
๒. ครูสามารถพฒั นาการเรยี นการสอนโดยเน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั
๓. ผบู้ รหิ าร ผู้ปกครอง ชุมชนและบคุ ลากรทางการศกึ ษาทุกทา่ น ให้การสนับสนนุ ในการจัดการ

เรียนรอู้ ยา่ งต่อเนือ่ ง

๑๑๐

๕. แนวทางการพัฒนาใหย้ ่ังยืน
การศึกษาเป็นเคร่อื งมอื ในการพัฒนาที่ยั่งยืน สังคมทม่ี ี การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื จึงต้องอาศัยการศกึ ษาเป็นกลไก

ในการดำเนนิ การ ซง่ึ กลวธิ ใี นการจัดการให้การศึกษาบรรลุเปา้ หมายของการพฒั นาคนใหเ้ กดิ การพัฒนาที่ย่ังยนื
จะมกี ลวิธีในการดำเนินงาน ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลกั ดงั นี้

1. หลักสตู ร องค์ความรเู้ กีย่ วกับปรากฏการณ์และการเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์ปัจจบุ ันดว้ ยความ
เขา้ ใจ องค์ความรู้ทีม่ ีครอบครัวและชุมชนเปน็ ฐาน

2. บคุ ลากร โดยมีครเู ปน็ ต้นแบบผเู้ รียนมีความคดิ วิเคราะห์และสร้างสรรค์มจี ติ วิญญาณ การรับ
ฟัง การสัมผัส เหน็ แล้ว คิด วเิ คราะห์ เพื่อนำไปสูก่ ารปฏิบตั ิหรือแก้ไขปญั หา ซ่ึงเปน็ หวั ใจของการจัดการเรียนรู้
ผ่านการปฏบิ ตั ิ (Active learning) เป็นวธิ จี ัดการเรยี นการสอนให้เดก็ ได้เรียนโดยลงมือทำ ได้คดิ ไดส้ รา้ งสรรค์ใน
กระบวนการคิดของตัวเอง

3. เป้าหมายเพอื่ สรา้ งสังคมแหง่ ปัญญา (education society) เศรษฐกจิ สเี ขยี ว (พอเพียงและไมท่ ำลาย
ทรพั ยากรจนเกดิ ภัยพบิ ัติ) เปา้ หมาย สงิ่ แวดลอ้ ม (ยนื ยาวด้วยการทดแทนและชว่ ยอนุรักษ์ ใช้ตามความ จำเป็น
ไม่ใชค่ วามอยากหรอื ความต้องการ)

4. เกดิ สงั คมทีม่ ีการศึกษาตลอดชวี ติ (Life – long educationsociety) เศรษฐกิจท่ีเอื้ออาทรและพึง่ พา
ซง่ึ กันและกนั แบบกัลยาณมิตร สิง่ แวดล้อมทเ่ี รยี กคนื ความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายท่เี ป็นพหุ
วฒั นธรรมของประชากรโลก การอยรู่ ว่ มกันฉนั ท์มติ รและมีความสุขที่ยงั่ ยืน

6. การเปน็ ต้นแบบให้กบั หนว่ ยงานอ่ืน/การขยายผล และ/หรือรางวัลท่ไี ดร้ ับ
ทางโรงเรยี นได้จัดพ้ืนท่ใี หเ้ ดก็ ได้แสดงผลงาน นำเสนอผลงานโครงงาน แลกเปลี่ยนเรยี นรใู้ นโอกาสตา่ งๆ

จัดนทิ รรศการโครงการของแต่ละระดบั ช้นั ในงานวันวชิ าการของโรงเรยี นเปน็ ประจำทุกปี ซง่ึ นักเรียนได้มสี ว่ นรว่ ม
นำเสนอผลงานของตนแก่ผู้บริหารทอ้ งถ่นิ เทศบาลนครลำปาง ผูบ้ ริหารสถานศึกษา เครอื ข่ายการศึกษา คณะครู
นักเรยี น ผ้ปู กครองทีม่ ารว่ มงานวนั วชิ าการของทางโรงเรียน นอกจากนี้ยังไดเ้ ขา้ ร่วมการแขง่ ขันโครงงานระดบั
ปฐมวัยในกิจกรรมการแข่งขนั ทักษะทางวชิ าการ เทศบาลนครลำปาง’

๑๑๑
ตัวอยา่ งขน้ั ตอนการจดั ประสบการณ์โดยใช้โครงการเปน็ ฐาน (Project Approach)

ระดบั ชน้ั อนุบาล เร่ือง แตงโม
ข้นั ตอนท่ี 1 หาหัวข้อโครงการตามความสนใจของนักเรยี น

ขั้นตอนที่ 2 ครู นกั เรยี นและผูป้ กครองจดั แหล่งเรยี นร้ภู ายในช้ันเรียนที่เกีย่ วข้องกับหัวขอ้ โครงการ

๑๑๒
ข้ันตอนที่ 3 ซักถามนักเรยี น เร่อื งประสบการณเ์ ดิมเป็นรายบคุ คล ครบู นั ทึก (แสดงบนแผ่นชารท์ )

ขนั้ ตอนที่ 4 นกั เรยี นสร้างงานศลิ ปะจาก ประสบการณเ์ ดมิ ของตนเอง เช่น วาดภาพ ปั้น ปะติด ฯลฯ

ขน้ั ตอนท่ี 5 นกั เรียนตั้งคำถามเกย่ี วกับหวั ข้อโครงการ ครูบนั ทึก (แสดงบนแผน่ ชารท์ )

๑๑๓
ขน้ั ตอนที่ 6 นักเรยี นและครู จดั หมวดหมูค่ ำถาม นำเสนอออกมาเปน็ แผนผังความคดิ (แสดงบนแผ่นชารท์ )

ขน้ั ตอนที่ 7 ค้นหาคำตอบ เชน่ เชญิ วิทยากร ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ฯลฯ

๑๑๔
ขั้นตอนที่ 8 เชอื่ มโยง หรอื เปรียบเทยี บ ความเหมือนความตา่ ง โดยใชแ้ ผนภมู ิ เซต (แสดงบนแผ่นชารท์ )

ขั้นตอนท่ี 9 สรปุ และแสดงผลงานนกั เรยี น ในลักษณะต่าง ๆ เชน่ เพลง คำคล้องจอง บทบาทสมมตุ ิ
โมเด็ล ฯลฯ

๑๑๕

ขั้นตอนท่ี 10 ปดิ โครงการอนุบาล

๑๑๖
ตวั อย่างข้นั ตอนการจดั ประสบการณโ์ ดยใช้โครงการเปน็ ฐาน (Project Approach)

ระดับชัน้ อนบุ าล เรือ่ ง กะหลำ่
ขน้ั ตอนที่ 1 หาหัวขอ้ โครงการตามความสนใจของนักเรยี น

ขั้นตอนท่ี 2 ครู นักเรียนและผปู้ กครองจดั แหล่งเรียนร้ภู ายในชั้นเรียนท่เี กีย่ วข้องกับหวั ข้อโครงการ

๑๑๗
ขน้ั ตอนท่ี 3 ซักถามนักเรียน เรือ่ งประสบการณเ์ ดิมเป็นรายบุคคล ครบู ันทึก(แสดงบนแผ่นชารท์ )

ขั้นตอนท่ี 4 นกั เรียนสรา้ งงานศิลปะจาก ประสบการณเ์ ดมิ ของตนเอง เชน่ วาดภาพ ปน้ั ปะตดิ ฯลฯ

๑๑๘

ขั้นตอนที่ 5 นักเรยี นต้ังคำถามเกี่ยวกบั หวั ข้อโครงการ ครูบันทกึ (แสดงบนแผ่นชาร์ท)

ขั้นตอนที่ 6 นกั เรยี นและครู จัดหมวดหมคู่ ำถาม นำเสนอออกมาเป็นแผนผังความคิด (แสดงบนแผน่ ชารท์ )

๑๑๙

ขนั้ ตอนท่ี 7 ค้นหาคำตอบ เช่น เชญิ วทิ ยากร ศกึ ษาดูงานนอกสถานที่ ฯลฯ

ทศั นศึกษาเรอื่ ง กะหลำ่ ณ สวนเกษตรปลอดสารพษิ บ้านนายาง หม่ทู ่ี 8 ตำบลทุง่ ฝาย
อำเภอเมอื ง จังหวดั ลำปาง


Click to View FlipBook Version