297
รูปท่ี 3.80 แสดงการเร่มิ ต้นปรบั เปลวไฟท่ีเกดิ จากแก๊สอะเซทลิ นี โดยปรับใหข้ าดจากปลายทิพก่อน
จากนน้ั จึงลดวาลว์ ให้เปลวไฟหดตวั กับปลายทพิ สิ้นสดุ ขั้นตอนนีจ้ ึงเปิดวาลว์ ออกซิเจนออกมา
ปฏกิ ริ ยิ าของการตดั ดว้ ยแก๊ส
หลังจากทีอ่ ่นุ ชน้ิ งาน (Preheat) จนกระทง่ั ผวิ งานร้อนแดงมสี ีสุกสวา่ งและผวิ งานดา้ นท่ีถูกเผาด้วย
เปลวไฟเร่มิ หลอมละลายจึงกดแขนตดั เพื่อปล่อยใหอ้ อกซเิ จนแรงดันสงู ออกมาทาปฏิกิริยากับบอ่ หลอมละลาย
เกิดปฏิกิริยาออกซเิ ดชนั (Oxidation) อยา่ งรวดเร็ว ในขณะเดียวกันออกซเิ จนแรงดนั สูงกจ็ ะดันใหบ้ ่อหลอม
ละลายทะลขุ าดออกจากกนั เกดิ เปน็ รอ่ งตดั (Kerf) ดังแสดงในรปู ท่ี 3.81
รปู ที่ 3.81แสดงลกั ษณะการตัดและการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
หมายเหตุ :
ปรมิ าณออกซเิ จนมากกว่าแก๊สอะเซทลิ นี หรือเปลวออกซิไดซงิ ไมแ่ นะนาใหน้ าไปใชใ้ นการอุ่นชนิ้ งาน
เน่อื งจากจะทาให้เกดิ ฟองอากาศเมื่อโลหะหลอมละลายและการท่ีใชเ้ ปลวนิวทรลั อุน่ ช้นิ งานนัน้ เมอ่ื พ่น
ออกซิเจนความดังสงู ออกมาเปลวไฟที่ได้จะเปน็ เปลวออกซิไดซิงออ่ นๆ
มมุ เดนิ และระยะหา่ งระหว่างกรวยไฟกับช้นิ งาน
ในการตัด ผปู้ ฏิบัติงานต้องเคลื่อนหัวตดั ไปในทิศทางการตัดด้วยความเร็วสมา่ เสมอ และควรถือหวั ตดั
เอนเล็กน้อยประมาณ 5-10 องศา หรือมีมุมเดนิ 90-95 องศา น่ันเอง การเอนหวั ตดั นจี้ ะชว่ ยให้สามารถตัด
โลหะแผน่ บางไดด้ ี ดังแสดงในรปู ที่ 3.82
298
รปู ท่ี 3.82 แสดงการถือหัวตัดให้มีมุมเดิน 90-95 องศา
ขณะทาการตดั โดยเคลอื่ นหัวตดั ไปขา้ งหนา้ น้นั ตอ้ งควบคุมให้กรวยไฟ (Inner Cone) อยหู่ า่ งจาก
ผวิ หน้าชิ้นงาน 3-10 มิลลิเมตร ดังแสดงในรูปท่ี 3.83
รูปท่ี 3.83 แสดงระยะห่างระหวา่ งกรวยไฟกบั ช้ินงานทีเ่ หมาะสมในการตดั
ลาดบั ขนั้ การตัด
การตัดต้องเริ่มต้นตัดท่ขี อบของแผน่ เหล็กโดยถือทอร์ชให้ทิพตดิ ตั้งฉากหรือเอนเขา้ หาช้นิ งานเล็กนอ้ ย
ดังแสดงในรูปท่ี 3.84
รูปที่ 3.84 แสดงการเร่ิมตดั ทข่ี อบของชิน้ งาน
โดยเอนทิพตดั เขา้ หาช้ินงานเล็กน้อย
การเริ่มต้นตัดที่ขอบของช้นิ งานนจี้ ะทาให้ช้ินงานรับความร้อนได้เร็วและจะร้อนแดงในไม่ช้า เม่อื ขอบ
ของงานรอ้ นแดงจนกระทั่งเร่ิมหลอมละลายในช่วงนี้ควรใหก้ รวยไฟหา่ งจากบ่อหลอมละลาย 6-8 มิลลิเมตร จงึ
299
กดแขนตัดเพื่อปลอ่ ยใหอ้ อกซิเจนแรงดันสูงพ่งุ ออกมา ในชว่ งนี้ออกซิเจนจะพงุ่ ออกไปกระแทกบอ่ หลอม
ละลาย นา้ โลหะเหลวจะกระเด็นออกมาจานวนมากในช่วงนี้ ควรถือหัวตดั ใหก้ รวยไฟห่างจากบอ่ หลอมละลาย
13-16 มลิ ลเิ มตร ถือหวั ตัดให้อยู่ในระยะนี้ในช่วงระยะเวลาหนึง่ หลังจากช้นิ งานถกู เจาะไชจนทะลุแลว้ จงึ ลด
ระยะหา่ งระหว่างกรวยไฟกับบ่อหลอมละลายลงมาเหลือ 6-8 มลิ ลิเมตร เช่นเดิม ดังแสดงใน
รปู ท่ี 3.85
รปู ที่ 3.85 แสดงการเรม่ิ ตน้ ตัดการเจาะทะลุ และระยะห่างระหว่างกรวยไฟกบั บ่อหลอมละลาย
ถา้ โลหะทนี่ ามาตัดมคี วามหนามาก จาเป็นที่ตอ้ งมกี ารสา่ ยหรอื เคลอ่ื นทที่ ิพเปน็ วงกลมขนาดเล็ก เพ่ือ
ให้การเจาะทะลุกระทาได้งา่ ย ดงั แสดงในรูปท่ี 3.86
รปู ท่ี 3.86แสดงเทคนิคการตัดโดยใหร้ อยตดั อยู่ในแนวดง่ิ
การตัดตรงโดยให้รอยตดั อย่ใู นแนวดงิ่ เพอื่ ใหไ้ ด้รอยตัดท่มี ีขนาดเล็กแคบ และเป็นการประหยดั เนอื้
โลหะทส่ี ญู เสียไป ถา้ มีการเตรยี มการทีด่ ี ใชเ้ ทคนคิ การตดั ท่ถี ูกต้องแลว้ จะทาให้การตัดดาเนนิ ไปด้วยความ
สะดวกโดยไม่หยุดชะงกั ระหวา่ งทาง การหยุดชะงักระหวา่ งทางจะทาให้ขอบของการตดั มีตาหนิ จาเปน็ ตอ้ ง
เพม่ิ ระยะเวลาและคา่ ใชจ้ า่ ยในการตกแต่งรอยตัดมากขนึ้ ในภายหลัง
จากเหตผุ ลข้างตน้ ผู้ปฏบิ ตั งิ านตัดตอ้ งถือด้ามทอรช์ ตดั โดยให้รอู นุ่ ชน้ิ งานจานวน 2 รู และ รูพ่น
ออกซิเจนอยู่ในแนวเดียวกันกับแนวตดั ทขี่ ดี ไว้ โดยที่รูอุ่นช้นิ งานอกี 2 รู เดนิ คู่ขนานไปกบั แนวตดั ดังแสดงใน
รปู ที่3.87
300
รปู ที่ 3.87 แสดงการควบคุมทพิ ตดั ตรงโดยท่รี ่องตดั อยู่ในลักษณะดงิ่
เทคนิคการตัดตรงโดยให้รอยตัดบากเฉียง
ในการตัดบากเฉยี งกเ็ ชน่ เดียวกัน ผปู้ ฏบิ ตั งิ านตอ้ งควบคุมทอรช์ โดยใหร้ พุ น่ ออกซเิ จนแรงดันสงู เพื่อน
ตดั ใหอ้ ยตู่ รงแนวตัดที่ขดี ไว้ และรูอนุ่ ช้นิ งานท้งั 4 รู อยู่ในตาแหนง่ ขนานไปกบั แนวตัดข้างละ 2 รดู งั แสดงใน
รูปที่ 3.88
รปู ท่ี 3.88 แสดงการควบคุมทพิ ตดั ในการตดั บากเฉยี ง
ความเร็วในการเคล่อื นหัวตัด
ความเรว็ ในการเคลื่อนหวั ตัดต้องเหมาะสมและสมา่ เสมอ ถ้าเคลือ่ นหัวตดั เร็วเกนิ ไปจะทาใหช้ ้นิ งาน
ไดร้ บั ความร้อนน้อย การเกิดออกชิเดชันไม่เพียงพอต่อการตัด ทาใหน้ า้ โลหะในบ่อหลอมละลายสะท้อนขน้ึ มา
ชน้ิ งานไม่ถูกตัดขาด เกิดตาหนิทขี่ อบของรอยตดั ทาใหเ้ สียวค่าใช้จ่ายเพ่มิ ในการตกแตง่ หรือตอ้ งตัดใหม่ ดัง้
น้ัน ความเร็วในการเคล่ือนหวั ตัวมคี วามสาคัญอย่างยงิ่ ในขบวนการตัด ความเร็วในการตดั ขน้ึ อยู่กับความ
หนาของชิ้นงานถา้ ชิน้ งานหนาต้องการปริมาณความร้อนในการออกชเิ ดชนั นาน จาเปน็ ต้องเดนิ หัวตดั อย่าง
ชา้ ๆ ดังแสดงในรปู ท่ี 3.89
301
รูปท่ี 3.89 แสดงความเรว็ ตัดเปน็ อตั ราสว่ นแปรผนั ตามความหนาของชิ้นงาน
จากรูปท่ี 3.89 สัญญาลกั ษณ์ (ก) แสดงอตั ราสว่ นความเรว็ ตัดของเคร่อื งตัดซง่ึ เคลื่อนท่ีด้วยความเร็ว
สม่าเสมอ สัญญาลักษณ์ (ข) แสดงอตั ราสว่ นความร้อนตัดของการตัดด้วยมือซง่ึ จะเดินช้ากวา่ การตัดด้วยเครอ่ื ง
ตดั เน่ืองจากการตดั ดว้ ยมือ การเคล่ือนหัวตดั จะไมส่ ม่าเสมอ
จากสญั ญาลักษณ์ทั้งสองจะเหน็ วา่ ความเรว็ ท่ีใช้ในการตัดจะแปรผนั ไปตามความหนาของชนิ้ งาน
ถ้าช้ินงานบางก็สามารถเคล่ือนหัวตดั เรว็ ได้ แตถ่ า้ ช้ินงานหนากต็ ้องเคลื่อนหวั ตดั ไหช้ า้ ลงเพอื่ ให้ได้การตัดท่ี
สมบรูณ์
17. ใบงานท่ี .....17...
หน่วยการสอนที่ ...8... ชอื่ หนว่ ยการสอน การตัดโลหะดว้ ยแก๊ส
ชื่อหัวข้อเร่ือง 1. อุปกรณ์การตดั แก๊ส
2. เครือ่ งตดั แกส็
จดุ ประสงค์ เพื่อ
1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎของโรงงานได้อย่างเคร่งครดั
2. บอกวธิ ปี ้องกนั อบุ ตั ิเหตุในงานเชื่อมแก๊ส และเชอ่ื มไฟฟา้ ได้
3. บอกวิธีการปอ้ งกันอบุ ัติเหตุในงานโลหะแผ่นได้
302
4. ศกึ ษาและเขา้ ใจความสาคัญของความปลอดภัยในการปฏบิ ตั งิ านได้
5. นาหลักคดิ ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงใชร้ ่วมกบั การปฏบิ ัติงาน
ลาดบั กจิ กรรม/ลาดับการปฏบิ ัติ
...................................................................................................................................... ........................................
........................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
เกณฑ์การพิจารณา
....................................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ..................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................. .................
.................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. .................................................
18. แบบประเมินผล 10 %
10 %
แผนการวดั ผลและประเมนิ ผลท้งั รายวชิ า 10 %
- พทุ ธพิ ิสัย 1) แบบฝกึ หัด 30 %
2) ทดสอบหลงั เรยี น 35 %
3) วัดผลสมั ฤทธิ์ 15 %
รวม 50 %
- ทกั ษะพิสัย 1) ใบงาน/งานที่มอบหมาย
2) วดั ผลสมั ฤทธิ์
รวม
303
- จิตพิสัย 20 %
หมายเหตุ: (คะแนนทดสอบก่อนเรยี นไวส้ าหรับเปรยี บเทยี บกบั คะแนนทดสอบหลังเรียน)
19. แบบฝึกหดั
ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนใี้ ห้ไดใ้ จความ
รงั สี2.จงบอกเคร่ืองมือและอุปกรณ์ในการเชื่อมแกส๊ ?
1. อธิบายวธิ ีการป้องกนั อันตรายจากการเชื่อมถั่งนา้ มันขนาดเล็ก
....................................................................................................................................... .......................................
........................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
20. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรแู้ บบมุง่ เน้นสมรรถนะอาชพี และบูรณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
20.1 สรปุ ผลการจัดการเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบัติ
5432 1
ดา้ นการเตรียมการสอน
1. จัดหนว่ ยการเรียนรูไ้ ด้สอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้
2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจิตพิสัย
304
3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่อื นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจัดการเรยี นรู้ก่อนเข้า
สอน
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
4. มวี ธิ กี ารนาเขา้ สบู่ ทเรียนที่นา่ สนใจ
5. มกี ิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ ้เู รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จดั กิจกรรมทีส่ ่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนค้นควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นักเรยี นมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
8. จดั กจิ กรรมท่ีเน้นกระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระต้นุ ใหผ้ เู้ รยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี
10. จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ทเ่ี ช่ือมโยงกบั ชวี ิตจรงิ โดยนาภมู ปิ ญั ญา/บูรณาการเข้ามามีส่วนร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
12. มีการเสริมแรงเมอ่ื นักเรียนปฏบิ ตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น
14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รยี น อย่างทัว่ ถงึ
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่ีกาหนด
ดา้ นสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้
16. ใชส้ อ่ื ทีเ่ หมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น
17. ใชส้ ่ือ แหลง่ การเรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานที่ ของจริง เอกสาร
สอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เปน็ ตน้
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
18. ผ้เู รียนมสี ่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทกั ษะ และจิตพสิ ัย
20. ครู ผ้เู รียน ผปู้ กครอง หรือ ผ้ทู ่ีเกย่ี วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ย่ยี ม 4 = ปฏบิ ัติดี 3 = ปฏบิ ัติ รวม
พอใช้ ค่าเฉล่ีย
2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏิบัติ
20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ัญหา
ปัญหาที่พบ แนวทางแกป้ ญั หา
ด้านการเตรียมการสอน
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
305
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
..
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
ดา้ นสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
ดา้ นการวดั และประเมินผล
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบุเป็นข้อๆ)
................................................................................. ..................................................................................
.. ..
................................................................................. ..................................................................................
.. ..
................................................................................. ..................................................................................
. ..
306
................................................................................. ..................................................................................
.. ..
ลงชอ่ื ........................................................................ ครูผสู้ อน
(....................................................................)
ตาแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
21. บนั ทึกการนิเทศและติดตาม
วนั -เดอื น- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ช่ือ-สกุล ผูน้ ิเทศ ตาแหนง่
ปี
307
แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั วิชา .......20103-1001....... วชิ า ....................งานเชอื่ มโลหะเบ้ืองตน้ .............................
หน่วยการสอนท่ี ...8... ชื่อหน่วยการสอน การตดั โลหะดว้ ยแกส๊
ชอ่ื หัวข้อเรือ่ ง..........1.การใช้อุปกรณช์ ่วยตัด............ จานวน…..12...ชั่วโมง สปั ดาหท์ ่ี 18
1. สาระสาคญั
ในงานอุตสาหกรรมส่ิงที่คานึงถึงอันดับแรกคือความปลอดภัย หรือที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ
“Safety First” เพื่อใหเ้ กดิ ความปลอดภัยในขณะที่ทางานและจดั สภาพการทางานทด่ี ี ซงึ่ ผูป้ ฏบิ ตั งิ าน จะต้อง
ระลึกถึงเสมอในเรื่องความปลอดภัยในงานเชื่อมแก๊สและไฟฟ้า อันตรายท่ีเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงาน มีมาจาก
สาเหตุที่ต่างๆ กัน เช่น คน เคร่ืองมือ เครื่องจักร สภาพแวดล้อมจากการทางาน ซึ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมาจะมี
ปัญหาตามมาอีกมากมาย เช่น งานผลิตจะหยุดในช่วงท่ีเกิดอุบัติเหตุตรงจุดน้ัน ต้องปฐมพยาบาล เสียค่า
รักษาพยาบาลเพิม่ ขน้ึ อกี อุบัตเิ หตทุ ่เี กดิ ข้ึนสามารถปอ้ งกนั ได้โดยการศกึ ษาเรื่องความปลอดภัย ในงานเชอ่ื มให้
เขา้ ใจ และปฏบิ ัตติ ามอย่างเคร่งครัด
2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้
1. การใชอ้ ปุ กรณช์ ว่ ยตัด
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
308
3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1 อธบิ ายการใช้อปุ กรณ์ชว่ ยตัดได้
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรยี นรู้
4.1 ด้านความรู้
1. การใช้อุปกรณช์ ว่ ยตัด
4.2 ดา้ นทกั ษะหรือการประยุกต์ใช้
1. ปฏิบตั ติ ามกฎของโรงงานได้อย่างเคร่งครดั
2. บอกวิธีปอ้ งกันอบุ ัติเหตุในงานเช่อื มแก๊ส และเช่อื มไฟฟา้ ได้
3. บอกวธิ กี ารปอ้ งกันอุบัติเหตุในงานโลหะแผ่นได้
4. ศกึ ษาและเข้าใจความสาคญั ของความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานได้
5. นาหลกั คดิ ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งใช้รว่ มกับการปฏิบัติงาน
4.3 ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลักปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
1 ความมีมนุษยสัมพันธ์
2 ความมีวนิ ยั
3 ความรบั ผดิ ชอบ
4 ความซอ่ื สัตย์สุจรติ
5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝ่รู้
309
8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนัน
9 ความรักสามัคคี
10 ความกตญั ญกู ตเวที
5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ข้ันตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผเู้ รยี น
ข้นั เตรยี ม(จานวน.....15....นาท)ี ขัน้ เตรียม
ครูผู้สอนแนะนาการเรียนการสอนเกี่ยวกับเนื้อหา ผู้เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยการสรุป
รายวิชางานเช่ือมโลหะเบ้ืองต้น จุดประสงค์การ อภปิ ราย แลว้ กล่าวนาเข้าสูเ่ น้ือหาที่จะศกึ ษา
เรียนรู้ และร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการวัดผล
ประเมินผลตลอดภาคเรียน เพ่ือให้ผู้เรียนใช้เป็น
แนวทางในการพฒั นาการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง
ข้นั การสอน(จานวน....300.....นาที)
ครผู สู้ อนบอกจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ หน่วยท่ี 1
ความปลอดภัยในงานเช่ือม
ครูผู้สอนอธิบายเกยี่ วกับเน้ือหาสาระ ดงั นี้
การใช้อุปกรณช์ ว่ ยตดั
ครเู ปิดโอกาสให้ผูเ้ รียนคนอื่นๆ แสดงความคดิ เห็น สง่ ชนิ้ งาน ประเมินผลงาน
รว่ มกันทกุ คน
ทาแบบประเมินผลหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 1
ร่วมกนั วิเคราะห์คาตอบ ครูเฉลยคาตอบและ
ร่วมกันอภปิ รายผล
310
ข้นั สรปุ (จานวน......15.....นาท)ี
ครูผสู้ อนสรุปบทเรียน โดยการอภิปรายซกั ถามข้อ
สงสัยและอธิบายเพ่มิ เติมในส่วนที่เห็นวา่ ผู้เรียน
ส่วนมากไมผ่ ่านการประเมนิ เพือ่ แกข้ ้อสงสยั และ
ความไมเ่ ข้าใจของผเู้ รยี น
ผูเ้ รียนรบั ใบงาน ศึกษา ซักถาม อภปิ ราย พรอ้ ม
สาธติ แลว้ ปฏิบตั ิตามใบงานในเวลาทก่ี าหนด
วเิ คราะหผ์ ลการปฏิบัตงิ าน อภิปรายและสรปุ
6. สือ่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 ส่ือสงิ่ พิมพ์
1. หนังสอื เรยี น วชิ างานเชอื่ มโลหะเบ้อื งตน้
2. ใบความรู้ ใบงาน
3. กิจกรรรมการเรียนการสอน
6.2 สือ่ โสตทศั น์
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................... ...................
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................. .............................
6.3 สอื่ ของจรงิ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
311
7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
ห้องสมดุ วิทยาลัย ศูนยว์ ทิ ยบุ ริการ หอ้ ง Internet
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
.............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................... ...............................................
.................................................................................... ..........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
8. งานท่ีมอบหมาย
8.1 กอ่ นเรียน
ตรวจสอบ/จดั ทาแบบฝกึ หัดหน่วยที่ 8 และใบงานที่ 24 ให้เสร็จสมบูรณ์ สง่ ในคาบ
8.2 ขณะเรียน
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
.............................................................................................................. ................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................... ..........................................................................
8.3 หลงั เรียน
คาช้ีแจง จงทาเคร่ืองหมาย( / )หนา้ ข้อความท่ีถูกต้องและเครื่องหมาย ( X ) หนา้ ขอ้ ความท่ไี ม่ถูกต้อง
............ 1. ห้องเกบ็ แกส็ ควรเกบ็ ใหเ้ ก็บมดิ ชดิ ไม่ควรใหผ้ ู้ใดได้ทราบวา่ ห้องนน้ั เปน็ ห้องเกบ็ แกส๊
............ 2. กอ่ นทาการเช่ือมควรตรวจสอบรอยรวั่ ของอปุ กรณ์เสียกอ่ น โดยใช้เทยี นลนสารวจหารอยรัว่
............. 3. ขณะทาการเช่อื มสภาพอากาศโดยรอบจะรสู้ ึกรอ้ นและอบอ้าวถา้ มีการระบายอากาศไม่ดี
การทีฝ่ นตกลงมาจะทาใหผ้ ู้เช่ือมรสู้ ึกเยน็ สบาย
............ 4. เครือ่ งเชอ่ื มไมจ่ าเปน็ ต้องต่อสายลงดิน เพราะในการเชอ่ื มมีสายไฟเชอ่ื มและสายดนิ อยู่แลว้
312
............ 5. ในการเชอ่ื มภายในถังหรอื ในทแี่ คบ ๆ ควรมกี ารระบายอากาศท่ีดี ดังนน้ั ควรปลอ่ ยออกซิเจน
บรสิ ทุ ธ์เิ ข้าไป เพอ่ื ช่วยใหช้ า่ งเชือ่ มหายใจได้สะดวก
9. ผลงาน/ช้นิ งาน ท่เี กิดจากการเรยี นรู้ของผเู้ รียน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
10. เอกสารอา้ งอิง
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................. .............
...................................................................................................................... ........................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................... .......................
11. การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวชิ าอ่ืน
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน
12.1 ก่อนเรยี น
1. จากการสงั เกตพฤติกรรมและความสนใจของนักศึกษา
2. จากการตอบคาถามของนกั ศกึ ษา
12.2 ขณะเรยี น
1. จากการถามตอบระหวา่ งครูกบั นักศึกษา
2. จากการตอบคาถามของนักศึกษา
3. จากการสังเกตการจดบันทกึ ลงในสมดุ
12.3 หลังเรียน
1. จากการสงั เกตการตอบคาถาม
2. จากแบบทดสอบหลังเรียนการเรยี น
13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 การใชอ้ ุปกรณ์ช่วยตดั
1. วิธกี ารประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้และแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ย
ที่ 1 2. เคร่อื งการประเมิน : แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
313
3. เกณฑ์การประเมิน : เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี ่อง
ปรบั ปรงุ 4. เกณฑ์การผา่ น : เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
314
14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หน่วยการสอนท่ี ....8..... ชอื่ หน่วยการสอน การตัดโลหะด้วยแกส๊
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือ 1. ปฏิบตั ิตามกฎของโรงงานไดอ้ ย่างเคร่งครดั
2. บอกวิธปี ้องกนั อุบตั เิ หตใุ นงานเช่ือมแกส๊ และเช่ือมไฟฟ้าได้
3. บอกวิธีการป้องกนั อุบตั เิ หตใุ นงานโลหะแผน่ ได้
4. ศกึ ษาและเข้าใจความสาคัญของความปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงานได้
5. นาหลกั คิดของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงใช้ร่วมกับการปฏิบัติงาน
ขอ้ คาถาม
คาช้แี จง จงทาเครื่องหมาย( / )หนา้ ขอ้ ความทถ่ี กู ต้องและเครอ่ื งหมาย ( X ) หน้าข้อความทไี่ มถ่ กู ต้อง
............ 1. หอ้ งเกบ็ แกส็ ควรเก็บให้เก็บมิดชดิ ไม่ควรให้ผใู้ ดไดท้ ราบว่าห้องนั้นเปน็ ห้องเกบ็ แกส๊
............ 2. กอ่ นทาการเชื่อมควรตรวจสอบรอยร่วั ของอุปกรณ์เสียก่อน โดยใชเ้ ทียนลนสารวจหารอยรวั่
............. 3. ขณะทาการเช่อื มสภาพอากาศโดยรอบจะรสู้ ึกร้อนและอบอา้ วถา้ มกี ารระบายอากาศไมด่ ี
การที่ฝนตกลงมาจะทาให้ผูเ้ ชือ่ มรสู้ ึกเยน็ สบาย
............ 4. เครือ่ งเช่อื มไม่จาเป็นต้องต่อสายลงดนิ เพราะในการเชื่อมมสี ายไฟเชอื่ มและสายดินอยู่แลว้
............ 5. ในการเชือ่ มภายในถังหรอื ในทแ่ี คบ ๆ ควรมีการระบายอากาศทด่ี ี ดังนั้น ควรปลอ่ ยออกซิเจน
บรสิ ุทธ์เิ ข้าไป เพอ่ื ชว่ ยใหช้ ่างเชื่อมหายใจได้สะดวก
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
1. ตอบ X
2. ตอบ X
3. ตอบ X
4. ตอบ X
5. ตอบ X
315
15. แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการสอนที่ ....8..... ชื่อหน่วยการสอน การตดั โลหะดว้ ยแก๊ส
วัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ปฏิบัตติ ามกฎของโรงงานได้อย่างเคร่งครดั
2. บอกวธิ ปี ้องกันอบุ ัตเิ หตใุ นงานเชื่อมแก๊ส และเชอื่ มไฟฟา้ ได้
3. บอกวิธีการปอ้ งกนั อบุ ัตเิ หตุในงานโลหะแผ่นได้
4. ศกึ ษาและเข้าใจความสาคัญของความปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงานได้
5. นาหลักคิดของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงใชร้ ่วมกบั การปฏิบัติงาน
ขอ้ คาถาม
คาชแ้ี จงจงเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องที่สุด
1. สารอะซีโตนมีความสามารถดูดศิมอะเซทลิ ีนไดก้ ่ีเท่าของตัวมนั เอง
ก. 14 เทา่ ข. 20 เทา่
ค. 24 เท่า ง. 30 เท่า
2. เกจท่ีใช้วัดความดันภายในท่อเป็นเกจชนิดใด
ก. เกจวดั ความดันสูง(High Pressure Gage)ข. เกจวดั ควากนั ต่า(Low Pressure Gage)
ค. เกจวัดความดัน(Pressure Gage)ง. เกจวัดความดัตนปานกลาง(Medium Pressure Gage)
3. ถังบรรจุแก๊สอะเซทลิ นิ โดยทว่ั ไปแล้วจะทาด้วยสอี ะไร
ก. ดา,เขยี ว ข. เหลือง,นา้ ตาล
ค. แดง,สม้ ง. ถูกทุกข้อ
4. ถงั บรรจุแก๊สออกซิเจนโดยทวั่ ไปจะทาดว้ ยสีอะไร
ก. ดา,เขียว ข. นา้ เงิน,ฟา้
ค. เทา,เทาแก่ ง. ม่วง,มว่ งแดง
5. ในการเคลื่อนยา้ ยถงั แก๊ส ควรใชว้ ธิ ีใด
ก. นอนวงแลว้ ใชถ้ ีบให้กล้ิงไป
ข. จับถังเอน แล้วดึงส่วนหัวถังแลว้ ใช้กาลังลากไป
ค. จบั ถังเอนดว้ ยมือขวา แล้วใช้มือซ้ายป่นั สาตัวใหห้ มนุ ไป
ง, จบั นอนบนตะแกรงโคง้ แล้ว 2 คน ชว่ ยกันหวิ้ ไป
6. เพื่อใหไ้ ดค้ วามดันใช้งานตามความต้องการและคงที่ขณะหมุนปรับสกรูทม่ี าตรวดั ความดนั ควรทาอย่างไร
ก. ปิดวาลท์ ่ที อรช์
ข. เปิดวาล์วทที่ อรช์
ค. เปดิ วาลวท์ ี่ทอรช์ แต้องเหยยี บท่อยางไว้ให้แบน
ง. เปิดวาลว์ ทที่ อรช แต่ต้องใช้นวิ้ อุดรูไว้
7. ทอ่ ยางทเ่ี ปน็ ทางเดนิ ของแกส๊ ซึ่งใช้ในการเชอ่ื ม ต้องมีคุณสมบตั ิอย่างไร
ก. ตอ้ งทนแรงดันสูง ข. ต้องไม่ทาปฏิกริ ิยากันแกส๊ ทผ่ี ่าน
ค. ต้องทนต่อการเผาไหม้ได้ดี ง. ถกู ทุกข้อ
8. ทอรช์ เช่อื มแบบหวั ฉีดเหมาะสาหรบั แก๊สอะเซทิลีนแบบใด
ก. แกส๊ อะเซทิลนี แบบถังสาเร็จซึง่ มคี วามดนั สูง
316
ข. แก๊สอะเซทลิ ีนแบบถังกาเนดิ ซง่ึ มคี วามดนั ต่า
ค. แกส๊ อะเซทิลนี ทีล่ ะลายในสารอะซีโตน
ง. ถูกทงั้ ข้อ ก และค.
9. อตั ราการไหลของแกส๊ จะแปรผนั ไปตามขนาดของอะไร
ก. ขนาดของทอ่ ยาง ข. ขนาดของรูทพิ
ค. ถงั บรรจุ ง. มาตรวดั ความดนั
10. การจุดเปลวไฟควรจดุ ดว้ ยอะไร
ก. ไฟแช็ก ข. ไม้ขดี ไฟ
ค. จดุ จากโลหะร้อน ง. ทีจ่ ุดเปลวไฟ (Spark Lighter)
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
1. ค
2. ก
3. ข
4. ข
5. ก
6. ค
7. ข
8. ง
9. ก
10. ข
317
16. ใบความรทู้ ี่ ........
หน่วยการสอนท่ี ...8... ชื่อหนว่ ยการสอน การตัดโลหะด้วยแกส๊
ชอื่ หัวข้อเร่อื ง 1. การใชอ้ ปุ กรณช์ ว่ ยตัด
การใช้อปุ กรณ์ช่วยตดั
การตดั แผ่นโลหะจะตัดไดย้ ากกวา่ แผ่นโลหะบาง เชน่ การตัดแผน่ โลหะหนา 6 มลิ เิ มตรหรือนอ้ ยกว่า
สามารถตัดได้โดยไม่จาเป็นต้องใชเ้ ทคนคิ การตัด แต่ถา้ เป็นโลหะหนา เชน่ 13 มิลิเมตร หรอื หนากวา่ อาจจะ
ตัดไม่ขาดถา้ ตัดไมถ่ กู วิธี โดยเฉพาะการตดั ทห่ี นักและยาก เช่น การตัดแผน่ เหลก็ ทีห่ นา 305 มลิ เิ มตร (12 นว้ิ )
หรอื หนากวา่ จาเป็นต้องใช้อุปกรณ์และเทคนิคการตัดช่วย เพ่ือป้องการผดิ พลาด
การใชเ้ หล็กฉากประกอบในการตดั เปน็ เทคนิควิธหี นึ่งทจ่ี ะช่วยใหก้ ารเคลือ่ นที่ตดั เทย่ี งตรงและสมา่ เสมอ
สามารถชว่ ยในการตัดไดต้ รงตามตาแหนง่ ทต่ี อ้ งการ ดงั แสดงในรูปที่ 3.90
รปู ที่ 3.90 แสดงการใชเ้ หล็กฉากชว่ ยในการตัด
การใช้ล้อประกอบหวั ตัด ช่วยใหส้ ามารถตัดตรงและตัดโค้งไดเ้ ป็นอย่างดี ชว่ ยให้การตัดง่ายข้ึนและได้แนวตัด
ท่ีมีคณุ ภาพ ดงั แสดงในรูปท่ี 3.91
รูปท่ี 5.91แสดงการใชล้ อ้ ประกอบหวั ตดั ช่วยใหก้ ารตัดด้วยมอื มีความเทีย่ งตรงสูง
รปู (ก) เปน็ การประกอบล้อเข้ากับหัวตัดใช้ในการตัดวงกลมหรือสว่ นโค้ง
รูป (ข) เปน็ การประกอบล้อเขา้ กับหัวตัดใชใ้ นการตัดตรงได้ดี
สแลกและการเกดิ สแลก
สแลกเป็นเศษวัสดอุ ยา่ งหน่ึงทีเ่ กดิ จากการตัด สแลกมี 2 ชนดิ คือ สแลกอ่อนและสแลกแขง็
* สแลกออ่ นจะเปน็ ลกั ษณะรูพรุน เปราะ สามารถเคาะออกไดง้ า่ ยจากรอยตดั
318
* สแลกแขง็ เกิดจากเน้ือโลหะทไ่ี มเ่ กิดการออกชเิ ดชัน หรอื ออกชิเดชันไมห่ มด รวมตัวกับสแลกอ่อน
ทาใหเ้ กิดเปน็ สแลกแขง็ ท่ีบรเิ วณดา้ นใต้ของรอยตดั เคาะออกไดย้ ากจาเป็นตอ้ งใชก้ ารเจียระไนออก สแลก
แขง็ เกิดจาการตัดทีไ่ ม่ถูกตอ้ งหรือทิพตดั สกปรก หรือทาการอนุ่ ชน้ิ งานมากเกิดไป หรอื เดินชา้ เกนิ ไป หรอื
ระยะหา่ งเปลวไปกบั ช้ินงานห่างมากเกนิ ไป หรือความดันของออกชเิ จนมากเกินไป
เพ่อื ให้ได้ชน้ิ งานทม่ี ีรอยคดั สะอาด ไหม้ สี แลกแกะตดิ ทาให้ประหยัดเวลาในการเคาะนาสแลกออก
ผู้ปฏบิ ัติงานตัดควรถือให้หัวตดั เอนเลก็ น้อยประมาณ 1-2 องศา สแลกจะถูกเปา่ ออกไม่ตดิ อยใู่ นส่วนท่เี ปน็
เศษวัสดดุ งั แสดงในรูปที่ 3.92
รปู ท่ี 3.92 แสดงการเอนหวั ตัดเลก็ น้อย ทาให้ไมม่ สี แลกเกาะติดช้นิ งานที่นาไปใชง้ าน
การให้ความร้อนแผ่นเหล็กหนา
หวั ตดั ด้วนมือ (Hand Torch) ท่ัวไปไม่สามารถตดั โลหะท่ีหนากวา่ 178 มิลิเมตร(7 นว้ิ ) ถงึ 254 มิลิ
เมตร (10 น้วิ ) ได้ แตห่ วั ตดั ขนาดใหญ่ซงึ้ มีความเรว็ ในการไหลของแกส๊ ในอัตรา 600 คิวบิกฟตุ ต่อชัว่ โมง
(2830ลิตรตอ่ นาที) สามารถตดั โลหะไดห้ นาถึง 4 ฟตุ (1.2 เมตร)
ในการใหค้ วามร้อนแก่ชิ้นงานที่หนามากๆเชน่ นี้ จะร้อนชา้ และเสียเวลามาก ดั้งนั้น เพื่อใหช้ น้ิ งาน
หนาๆร้อนแดงและเกดิ ออกซเิ ดชนั ได้เร็ว ตอ้ งใช้ลวดเสรมิ เขา้ ไปในเปลวไฟ ซึ่งจะช่วยให้สามารถทาการ
เริม่ ตน้ ตัดไดเ้ ร็วขึ้น
รูปที่ 3.93 แสดงการเสริมลวดขณะอ่นุ ชน้ิ งาน สาหรับช้ินงานทีม่ คี วามหนามาก ๆ
ช่วยให้สามารถทาการเริ่มต้นตดั ไดเ้ ร็วข้นึ
การตัดโลหะแผน่ บาง
การตัดโลหะแผ่นบางซ่ึงมีความหนาเกจ18 จนถงึ เกจ11 จะตอ้ งถือทอร์ชให้หวั ทพิ เอนเป็นมุมแหลมให้
มากจากผวิ หนา้ ของช้ินงาน จึงจะทาให้รอยตัดท่ีเรียบและมสี แลกเกาะตดิ เล็กนอ้ ยดังแสดงในรปู ท่ี 3.94
319
รูปที่ 3.94 แสดงการควบคุมหัวทพิ ในการตดั โลหะแผน่ บาง
การตัดวงกลม
การเจาะแผ่นโลหะให้ไดร้ ูขนาดใหญจ่ าเป็นตอ้ งใชก้ ารตดั ด้วยแกส๊ เนือ่ งจากการตัดด้วยวิธีอ่นื กระทาได้ยาก
เสยี เวลา และคา่ ใช้จา่ ยสงู การตดั ดว้ ยแกส๊ น้ี กอ่ นอ่นื ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิงานเริ่มตน้ ตัดบรเิ วณพื้นทภี่ ายในให้เป็นเศษ
วัสดเุ สยี ก่อน จากน้นั จงึ เคล่ือนตัดในลักษณะโคง้ เพ่ือเดนิ เข้าหาแนวตดั วงกลมทตี่ ้องการ การตดั ให้เอียงหวั
ทิพเล็กน้อย โดยใหเ้ ปลวไฟพุ่งไปยงั เศษวัสดุ จะทาใหส้ แลกไปเกาะติดอยู่ทเี่ ศษวสั ดุ เม่ือสน้ิ สดุ การตดั แผน่
วงกลมภายในจะหลดุ ตกลงมาได้รอยเจาะรขู นาดใหญท่ ่ีมีรอยตัดสะอาดและเรยี บ
รูปที่3.95 แสดงเทคนคิ วธิ ใี นการตัดวงกลมภายในขนาดใหญ่ดว้ ยหัวทพิ แก๊ส
การตัดทอ่ (pipe cutting)
การตัดท่อด้วยมือ (freehand cutting) สาหรับทอ่ ขนาดเล็ก ขนาด 76 มิลลเิ มตร (3นว้ิ ) หรือต่ากวา่
สามารถทาการตัดโดยการถอื ทอร์ชใหห้ วั ตัดอยู่ในแนวด่งิ และเคล่ือนตัดมายังดา้ นขา้ งท้ังสองข้างได้เลย
เนอื่ งจากท่อมีขนาดเล็ก หลังจากนั้นให้หมนุ ท่อพลิกขนึ้ เพ่ือทาการตัดดา้ นล่างต่อไปดงั แสดงในรูปที่ 3.96
รปู ท่ี 3.96 แสดงการตดั ท่อทม่ี ขี นาดเลก็
320
สาหรบั ทอ่ ขนาดใหญ่หรอื โตกว่า 76 มิลลเิ มตร (3น้ิว) ผปู้ ฏิบัตงิ านต้องถือทอรช์ โดยใหห้ ัวทิพตงั้ ฉาก
กบั ผิวโคง้ เทคนคิ ตดั แบบน้ี เหมาะสาหรับท่อขนาดใหญท่ ่ีมีผนังหนา แต่ก็ตดั ท่อขนาดเล็กได้ดเี ช่นเดียวกัน
เน่ืองจากทอ่ มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถหมนุ ท่อได้ ดงั นัน้ การตดั ควรตดั ตอ่ เน่ืองจนกระท่ังมาบรรจบ
กบั รอยตดั ในระยะเรมิ่ ตน้ ดังแสดงในรปู ที่ 3.97
รูปที่ 3.97 แสดงการควบคุมหัวตัดใหต้ ัง้ ฉากกับผิวโค้งในการตัดท่อขนาดใหญ่ และทศิ ทางตัด
321
17. ใบงานท่ี .....24...
หนว่ ยการสอนที่ ...8... ชอื่ หน่วยการสอน การตัดโลหะด้วยแกส๊
ช่อื หัวข้อเร่อื ง 1. การใชอ้ ปุ กรณช์ ว่ ยตดั
จดุ ประสงค์ เพ่ือ
1. ปฏิบัติตามกฎของโรงงานได้อย่างเคร่งครดั
2. บอกวิธปี ้องกันอุบตั เิ หตใุ นงานเชือ่ มแก๊ส และเชอ่ื มไฟฟ้าได้
3. บอกวธิ กี ารปอ้ งกันอุบัตเิ หตุในงานโลหะแผ่นได้
4. ศึกษาและเข้าใจความสาคัญของความปลอดภัยในการปฏิบตั งิ านได้
5. นาหลกั คดิ ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงใช้ร่วมกบั การปฏบิ ตั งิ าน
ลาดับกิจกรรม/ลาดับการปฏบิ ตั ิ
.............................................................................................................................................. ................................
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................... ...........................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
เกณฑ์การพจิ ารณา
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .................................................
322
18. แบบประเมินผล
แผนการวัดผลและประเมินผลทง้ั รายวชิ า
- พุทธิพิสัย 1) แบบฝกึ หัด 10 %
2) ทดสอบหลงั เรียน 10 %
3) วัดผลสมั ฤทธ์ิ 10 %
รวม 30 %
- ทักษะพสิ ัย 1) ใบงาน/งานท่ีมอบหมาย 35 %
2) วดั ผลสัมฤทธ์ิ 15 %
รวม 50 %
- จติ พสิ ยั 20 %
หมายเหตุ: (คะแนนทดสอบก่อนเรียนไว้สาหรบั เปรยี บเทยี บกับคะแนนทดสอบหลงั เรยี น)
19. แบบฝกึ หัด
ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปนใ้ี หไ้ ด้ใจความ
1.เปลวไฟท่ีใชใ้ นงานเช่อื มแก๊ส มีกอ่ี ยา่ ง อะไรบา้ ง ?
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
323
20. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรแู้ บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
20.1 สรุปผลการจดั การเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ
5432 1
ดา้ นการเตรียมการสอน
1. จัดหน่วยการเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้ังดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจติ พิสัย
3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเข้า
สอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มีวิธีการนาเข้าส่บู ทเรียนที่น่าสนใจ
5. มกี จิ กรรมทีห่ ลากหลาย เพ่ือช่วยใหผ้ ้เู รียนเกิดการเรยี นรู้ ความเข้าใจ
6. จดั กิจกรรมทสี่ ง่ เสริมให้ผเู้ รยี นค้นควา้ เพื่อหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
8. จัดกจิ กรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )
9. กระต้นุ ให้ผู้เรียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ เ่ี ช่ือมโยงกับชวี ิตจริงโดยนาภูมปิ ญั ญา/บรู ณาการเขา้ มามสี ่วนร่วม
11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มกี ารเสริมแรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ัติ หรอื ตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน
14. เอาใจใสด่ ูแลผเู้ รียน อย่างทั่วถึง
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทกี่ าหนด
ดา้ นสอื่ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใช้สือ่ ทเ่ี หมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผูเ้ รยี น
17. ใชส้ อื่ แหลง่ การเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เปน็ ต้น
ดา้ นการวดั และประเมินผล
18. ผู้เรียนมีสว่ นร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจิตพิสยั
20. ครู ผ้เู รียน ผปู้ กครอง หรือ ผ้ทู เ่ี กยี่ วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏิบัติดเี ยีย่ ม 4 = ปฏบิ ตั ิดี 3 = ปฏิบตั ิ รวม
พอใช้ ค่าเฉล่ยี
2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไม่มีการปฏบิ ตั ิ
324
20.2 ปัญหาทพ่ี บ และแนวทางแก้ปัญหา
ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ัญหา
ด้านการเตรยี มการสอน
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
................................................................................. ..................................................................................
.. .
ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล
................................................................................. ..................................................................................
. ..
................................................................................. ..................................................................................
. ..
................................................................................. ..................................................................................
. ..
325
................................................................................. ..................................................................................
. ..
ดา้ นอ่ืนๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อๆ)
................................................................................. ..................................................................................
. ..
................................................................................. ..................................................................................
. ..
................................................................................. ..................................................................................
. ..
................................................................................. ..................................................................................
. ..
ลงช่ือ ........................................................................ ครผู ้สู อน
(....................................................................)
ตาแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
21. บันทึกการนิเทศและติดตาม
วัน-เดอื น- เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม ชื่อ-สกุล ผู้นิเทศ ตาแหน่ง
ปี
326