¡Ã³Õ·Õ赌ͧ¡Òë×éͨӹǹÁÒ¡ à¾×èÍ㪌Ê͹ ½ƒ¡ÍºÃÁ Ê‹§àÊÃÔÁ¡ÒâÒ ËÃ×Í໹š ¢Í§¢ÇÑญ¾ÔàÈÉ ¡ÃسÒติดต่อÊͺ¶ÒÁÃÒ¤Ò¾ÔàÈÉ
ä´Œ·Õè á¼¹¡¡ÒõÅÒ´¾ÔàÈÉ ºÃÔÉÑ· «ÕàÍç´ÂÙपÑè¹ ¨Ó¡Ñ´ (ÁËÒª¹) â·Ã. 0-2826-8222 ËÃ×Í â·ÃÊÒà 0-2826-8356-9
เหนือกว่าลกู นอ้ งแบบไอน์สไตน์ คอื เจา้ นายอจั ฉรยิ ะ
ผเู้ ขยี น : Robert Hromas, M.D. & Christopher Hromas, Ph.D.
ผู้แปล : ชชั วนันท์ สนั ธิเดช
ราคา 205 บาท
ส�ำนกั พิมพ์ เชนจพ์ ลสั
สงวนลขิ สิทธใ์ิ นประเทศไทยตาม พ.ร.บ. ลขิ สทิ ธ์ิ พ.ศ. 2537
โดย บริษัท ซเี อ็ดยูเคชน่ั จ�ำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2562
หา้ มคดั ลอก ลอกเลียน ดดั แปลง ท�ำซ้�ำ จัดพมิ พเ์ นือ้ หาและภาพประกอบ หรือกระท�ำอน่ื ใด
โดยวธิ กี ารใด ๆ ในรปู แบบใด ไม่ว่าสว่ นหนง่ึ สว่ นใดของหนงั สอื เล่มน้ี เพื่อเผยแพร่ในส่อื ทุกประเภท
หรอื เพอื่ วัตถปุ ระสงค์ใด ๆ นอกจากไดร้ บั อนญุ าต
Einstein’s Boss: 10 Rules for Leading Genius
By Robert Hromas with Christopher Hromas
Copyright 2018 Robert Hromas
All rights reserved.
Thai language copyright 2019 SE-EDUCATION PUBLIC COMPANY LIMITED
Thai language edition arranged with HarperCollins Leadership, a division of Harper
Collins Focus, LLC. through Bridge Communications Co., Ltd.
Thai translation copyright SE-Education Public Co., Ltd. All rights reserved.
112-109-161
2266098765432
ขอ้ มลู ทางบรรณานกุ รมของสำ�นกั หอสมุดแห่งชาติ
โรมาส, โรเบริ ต์ .
เหนือกว่าลูกน้องแบบไอน์สไตน์ คือเจ้านายอัจฉริยะ = Einstein’s Boss: 10 Rules for
Leading Genius.-- กรงุ เทพฯ : ซเี อด็ ยเู คชน่ั , 2562.
296 หนา้ .
1. ผนู้ �ำ . 2. ภาวะผนู้ �ำ . I. โรมาส, ครสิ โตเฟอร,์ ผแู้ ตง่ รว่ ม. II. ชชั วนนั ท์ สนั ธเิ ดช, ผแู้ ปล.
III. ชอ่ื เรอ่ื ง.
158.4
ISBN (e-book) 978-616-08-3782-3
จดั พมิ พแ์ ละจดั จำ�หน่ายโดย
เลขท่ี 1858/87-90 ถนนเทพรตั น แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรงุ เทพฯ 10260
โทร. 0-2826-8000 สายงานการผลติ โทร. 0-2826-8333 โทรสาร 0-2826-8589
¾ÔÁ¾·์ Õè : บรษิ ทั พมิ พด์ ี จ�ำ กดั เลขท่ี 30/2 หมู่ 1 ถ.เจษฎาวถิ ี ต.โคกขาม อ.เมอื งสมทุ รสาคร 74000
โทรศพั ท์ 0-2401-9401 โทรสาร 0-2401-9417-9 นายเสรมิ พนู พนชิ ผพู้ มิ พ์ พ.ศ. 2562
หากมีค�ำ แนะน�ำ ติชม ติดตอ่ ได้ที่ [email protected]
ค้นหาหนังสือท่ีตอ้ งการ ได้เร็ว ทนั ใจ ที่ www.se-ed.com
ขออุทิศหนังสอื เล่มนแี้ ด่
ชารี โรมาส ผู้เชอ่ื ในเรือ่ งนก้ี ่อนใครท้ังหมด
และแกเบรยี ล โรมาส ทใ่ี ห้การสนบั สนนุ ด้วยดี
จนหนังสอื เล่มน้เี สรจ็ สมบรู ณ์
สารบญั
สารจากผูเ้ ขียน 5
บทน�ำ 11
บทท่ี 1 หาตวั อจั ฉรยิ ะใหเ้ จอ 17
บทที่ 2 อจั ฉรยิ ะเทา่ นั้นยังไม่พอ 34
บทท่ี 3 กฎขอ้ ที่ 1 กระจกไม่เคยหลอกคณุ 59
บทท่ี 4 กฎข้อท่ี 2 หลกี ออกมา 85
บทท่ี 5 กฎข้อที่ 3 หุบปากซะ แล้วฟัง 107
บทท่ี 6 กฎข้อที่ 4 พลกิ หนิ ทีละกอ้ น 129
บทท่ี 7 กฎข้อที่ 5 การเล่นแรแ่ ปรธาตเุ หนือกวา่ เคมี 152
บทที่ 8 กฎข้อท่ี 6 อดตี ของคณุ อาจไม่ใช่ความจรงิ ในอนาคต 174
บทท่ี 9 กฎข้อที่ 7 อยา่ สนใจพวกกระรอก 200
บทที่ 10 กฎข้อท่ี 8 สรา้ งสมดุลระหวา่ งหัวใจกบั ความคิด 218
บทท่ี 11 กฎขอ้ ท่ี 9 ใช้ปญั หาเปน็ ตวั ดงึ ดูดอัจฉริยะ 240
บทท่ี 12 กฎข้อท่ี 10 สมานฉนั ท์กับวกิ ฤต 260
บทส่งทา้ ย เอาใจเขามาใสใ่ จเรา 282
สารจากผ้เู ขียน
ผมหวงั วา่ ผมจะไดอ้ า่ นหนงั สอื เลม่ นต้ี งั้ แตต่ อนทไี่ ดร้ บั ต�ำ แหนง่ ผนู้ �ำ
เปน็ ครง้ั แรก ตอนนนั้ ผมมดื บอดและท�ำ ผดิ พลาดมากมาย ซง่ึ ท�ำ ใหเ้ สยี ใจ
จนถงึ ทกุ วนั นี้ ในฐานะผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นลคู เิ มยี และคณบดคี ณะแพทยศาสตร์
โลซาโนลอง แห่งศนู ย์สขุ ภาพมหาวิทยาลัยเทก็ ซัส ณ ซานอนั โตนิโอ ผม
เปน็ ผนู้ �ำ คณะแพทยศาสตรซ์ งึ่ มคี ณาจารยถ์ งึ 1,300 คน มนี กั ศกึ ษาแพทย์
กวา่ 900 คน มเี จา้ หนา้ ทเี่ กอื บ 3,000 คน และมแี พทยฝ์ ึกหดั กวา่ 800 คน
ผมคุมห้องทดลองซ่ึงกำ�ลังออกแบบยารักษาโรคมะเร็งชนิดใหม่ โดย
กอ่ นหนา้ นนั้ ในต�ำ แหนง่ ประธานคณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ฟลอรดิ า
ผมภูมิใจที่จะบอกว่า คณะของผมทำ�เงินได้ถึง 1 พันล้านเหรียญ
จากการถา่ ยโอนเทคโนโลยชี วี ภาพ
ผมต้องเป็นผู้นำ�ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ท้ังนักเคมีอินทรีย์
นักชีววิทยาโมเลกุล แพทย์ผู้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดผ่านสาย-
สวน และแพทยผ์ วิ หนงั แบบเชอ่ื มดว้ ยเลเซอร์ ตง้ั แตว่ ศิ วกรชวี การแพทย์
ไปจนถงึ นกั คณติ ศาสตร์ ตง้ั แตผ่ ชู้ �ำ นาญการสรรี วทิ ยาไปจนถงึ นกั เภสชั วทิ ยา
โมเลกุล นอกจากนี้ ผมยังบริหารนักวิทยาศาสตร์หลายร้อยคนที่
ไม่ใช่แพทย์ เราให้การสนับสนุนกลุ่มนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ซ่ึง
เต็มไปด้วยความหลากหลาย ท้ังผู้สร้างฮาร์ดแวร์ นักโปรแกรมเมอร์
ซอฟต์แวร์ ผเู้ ชีย่ วชาญดา้ นความปลอดภัยทางไซเบอร์ และนักวิเคราะห์
ขอ้ มลู ทมี ของพวกเรายงั รวมถงึ นกั สอื่ สารมวลชน ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นคณุ ภาพ
5
นักจติ วิทยา นกั การตลาด นกั บัญชี และคนจบเอ็มบเี อทีท่ �ำ งานบริหาร
อยู่ส่วนกลาง ประสบการณ์ของผมกับมืออาชีพที่ฉลาดเป็นกรดเหล่านี้
สอนผมว่า อัจฉริยะไม่ได้มีรูปแบบตายตัวและไม่ได้กระจุกอยู่ในอาชีพ
ไหนโดยเฉพาะ ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาวิชา คนหลายร้อยคนท่ีมี
ประกายแหง่ อจั ฉรยิ ภาพตา่ งกเ็ ปน็ สมาชกิ ในทมี ของเรา สง่ิ ทผ่ี มรชู้ ดั กค็ อื
กลุ่มของอัจฉริยะผู้น่าประทับใจเหล่าน้ีต่างก็เรียกร้อง “กฎใหม่” แห่ง
ความเป็นผู้นำ�
ความทา้ ทายของผมอยทู่ ก่ี ารบรหิ ารอจั ฉรยิ ะเหลา่ น้ี ซงึ่ มาจากสายงาน
อนั หลากหลายแตอ่ ยใู่ ตอ้ งคก์ รเดยี วกนั การเอาวทิ ยาการความกา้ วหนา้ ตา่ ง ๆ
มาแปลงเป็นผลในทางปฏิบัติ และบริหารผลลัพธ์อันทรงคุณค่าออกมา
ให้ได้ ด้านท่ียากท่ีสุดของงานของผมก็คือ การเอาคนท่ีฉลาดเป็นกรด
เหล่านี้มาทำ�งานร่วมกันเป็นทีมเดียว อัจฉริยบุคคลส่วนใหญ่มักคิดว่า
พวกเขารู้ส่ิงต่าง ๆ ดีท่ีสุดแล้ว และมีแนวโน้มท่ีจะมุ่งไปในแนวทาง
ของตวั เอง ซง่ึ ถา้ เปน็ อยา่ งนน้ั กห็ มายความวา่ จะไมม่ อี ะไรประสบความส�ำ เรจ็
ไดเ้ ลย ผมเรยี นรจู้ ากประสบการณส์ ว่ นตวั วา่ การน�ำ พวกอจั ฉรยิ ะนนั้ ยาก
กวา่ การน�ำ คนประเภทอนื่ แตข่ อ้ ดกี ค็ อื หากคณุ ท�ำ ใหอ้ จั ฉรยิ ะเหลา่ นนั้ มา
ทำ�งานรว่ มกนั ได้ดี คุณจะเปลี่ยนโลกท้ังใบเลยทีเดียว
“การนำ�พวกอัจฉริยะ ก็เหมือนการนำ�ทัพที่มีแต่นายพล” บ็อบ
เลเวอเรนซ์ แพทย์และผเู้ ช่ียวชาญด้านคณุ ภาพโรงพยาบาลตั้งขอ้ สงั เกต
ไว้ ซึง่ ผมยนื ยันไดเ้ ลยว่าจริง อัจฉริยะมักมีความเข้าใจอนั ลกึ ซ้งึ ซงึ่ ไม่มี
ใครอื่นมองเห็น โดยสามารถคิดริเริ่มและคุ้นชินกับการก้าวเดินไปบน
วถิ ที างของตนเอง
การจะสร้างสรรค์ให้ได้ในระดับนั้น อัจฉริยะจำ�เป็นต้องจมอยู่กับ
ความคดิ ของตวั เอง นกั วทิ ยาศาสตรค์ อมพวิ เตอร์ แพทย์ และนกั ชวี วทิ ยา
โมเลกลุ หวั กะทใิ นแผนกของผม ไมช่ อบคดิ วา่ ผมเปน็ ผนู้ �ำ ของทมี พวกเขา
6
ชอบทำ�งานเองโดยไม่ข้ึนตรงต่อผมหรือใครในทีม ในประวัติศาสตร์ท่ี
ผา่ นมา อัจฉรยิ บคุ คลลว้ นสรา้ งผลงานอันกา้ วหนา้ ด้วยการอยโู่ ดดเด่ยี ว
กบั ความคดิ ของตัวเอง
ณ วันนี้ เทคโนโลยกี �ำ ลงั ขบั เคลื่อนองค์กรท่ปี ระสบความสำ�เร็จทงั้
หลาย โรเบริ ต์ โซโลว์ นกั เศรษฐศาสตร์ ไดร้ บั รางวลั โนเบลจากการคน้ พบ
วา่ การขยายตัวทางเศรษฐกจิ ที่เกดิ ขน้ึ ทุกหนแห่ง ไมไ่ ด้เกดิ จากการเพม่ิ
จำ�นวนแรงงานหรอื โครงสร้างพื้นฐานเปน็ หลัก แตเ่ กิดจากเทคโนโลยอี ัน
ก้าวหน้า กลจักรแห่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม
“ส่วนเพ่ิมของโซโลว์ (Solow Residual)” การเติบโตของโครงสร้าง
พนื้ ฐานและแรงงานมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเพยี ง 15 เปอรเ์ ซ็นต์
โดยสว่ นทเ่ี หลอื ทงั้ หมดเปน็ ผลมาจากสว่ นเพม่ิ ของโซโลว์ ซงึ่ คดิ เปน็ น�้ำ หนกั
ถงึ 85 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องการเติบโตทางเศรษฐกจิ ทงั้ หมด
การจะสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีจำ�เป็นต้องใช้คนฉลาด
จำ�นวนมาก ผู้ท่ีขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่าน้ีพร้อมจะเดินทางไปยังสุด
ขอบแห่งความรู้เดิม พวกเขาไม่ยอมจำ�นนต่อขอบเหวแห่งองค์ความรู้
เกา่ แตพ่ รอ้ มจะกระโดดลงไปเพอ่ื ทา้ ทาย ในอดตี คนฉลาดทสี่ ดุ จะท�ำ งาน
อยู่ตามมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ตัวท็อป
จ�ำ นวนมากหรอื อาจจะสว่ นใหญท่ �ำ งานอยกู่ บั บรษิ ทั มหาชน ซงึ่ สรา้ งสดุ ยอด
ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมออกมาและขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์
ก�ำ ลังสร้างสรรค์นวตั กรรมใหม ่ ๆ ณ อัตราเร่งท่แี มแ้ ตเ่ ทคโนโลยีใหม ่ ๆ
ยังล้าสมัยไปได้ หากคุณไม่พร้อมคิดค้นส่ิงย่ิงใหญ่ชิ้นต่อไป คุณจะ
หายสาบสญู ดว้ ยความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยอี นั ยงิ่ ใหญใ่ นวนั น้ี การนำ�
อัจฉริยบุคคลถือเป็นส่ิงจำ�เป็นอย่างยิ่งในการสร้างผลิตภาพ ท่ามกลาง
สง่ิ แวดลอ้ มทางการแขง่ ขันที่เป็นอยู่
7
การสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจำ�เป็นต้องใช้อัจฉริยบุคคล
ทั้งหลายมาทำ�งานด้วยกัน เพราะเทคโนโลยีส่วนใหญ่มีองค์ประกอบ
ต่าง ๆ ที่เคล่ือนไหวเปล่ียนแปลง จึงต้องใช้ผู้เช่ียวชาญในหลากหลาย
สายงานซ่ึงมีความโดดเด่นแตกต่างกันไปมาช่วยเหลือ การจะสร้าง
ความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นได้น้ัน ต้องใช้ความชำ�นาญหลากหลายด้าน
แลว้ เอามาท�ำ ใหส้ มั ฤทธผ์ิ ลดว้ ยมอื ของคนคนเดยี ว ปญั หากค็ อื อจั ฉรยิ ะ
สว่ นใหญโ่ ดยธรรมชาตแิ ลว้ มกั ไมใ่ ชผ่ เู้ ลน่ เปน็ ทมี บอ่ ยครงั้ ทคี่ วามฉลาด
ท�ำ ใหพ้ วกเขาแปลกแยกมาตงั้ แตย่ งั เดก็ พวกเขาชอบทจ่ี ะจดั การกบั ปญั หา
ด้วยวิธีของตัวเอง ภายใตก้ �ำ หนดการของตวั เอง
บิล เกตส์ และ อีลอน มัสก์ เป็นไอคอนด้านความเป็นผู้นำ�ที่
โดดเด่นในด้านของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ทั้งสองคนเป็นอัจฉริยะ
และเป็นผู้น�ำ แต่พวกเขาคือข้อยกเวน้ โดยภาพรวมแล้ว เรามักไมค่ อ่ ย
ได้ยินว่า คนเป็นผู้นำ�จะรู้เรื่องโปรเจกต์ทางเทคโนโลยีเท่าไรนัก เพราะ
พวกเขามักไม่ได้ค้นพบอะไร คนที่เป็นผู้นำ�ของพวกอัจฉริยะมักไม่ชนะ
รางวัลโนเบล ไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิบัตร และไม่ได้นำ�เสนอการค้นพบ
อันยิง่ ใหญใ่ ด ๆ ในการพดู ณ การประชมุ ต่าง ๆ พวกเขามกั วางตวั เอง
อยหู่ ลงั มา่ น ขณะทพี่ วกอจั ฉรยิ ะกลบั ยนื อยบู่ นโพเดยี มรอรบั เสยี งปรบมอื
แซ่ซ้องจากฝูงชน
แม้อัจฉริยบุคคลจะดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนได้ การนำ�
พวกอจั ฉริยะกลับมีความส�ำ คัญในการสรา้ งความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี
ไม่แพ้กัน ลำ�พังพวกอัจฉริยะอย่างเดียวยังไม่เพียงพอต่อการสร้าง
ความส�ำ เรจ็ ผนู้ �ำ ทเี่ ขม้ แขง็ ตอ้ งท�ำ ใหง้ านนน้ั เปน็ จรงิ ดว้ ยการมงุ่ เนน้ ไปยงั
กลมุ่ คนเหลา่ นน้ั พยายามลดอปุ สรรค สายตาจบั จอ้ งทเ่ี ปา้ หมาย ดงึ คนอนื่ ๆ
มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และตัดสินใจว่า จะเอาสิ่งท่ีค้นพบใหม่ไปใช้ให้
เกิดประโยชนส์ งู สุดอยา่ งไร
8
ผมไดเ้ รยี นรอู้ ะไรตอ่ มอิ ะไรมากมายจากการน�ำ คนทเ่ี ปน็ อจั ฉรยิ ะ ดว้ ย
การลองผดิ ลองถกู เปน็ เวลาหลายทศวรรษ ผมหวงั วา่ ตวั เองจะเตรยี มตวั
รับมือสถานการณ์ท่ียากลำ�บากและน่าผิดหวังท่ีเคยเผชิญมาตลอดชีวิต
การงานได้ดีกว่านั้น หลักสูตรบริหารที่ผมเคยเรียนไม่เคยแตะเรื่องของ
การน�ำ บคุ คลทฉ่ี ลาดปราดเปรอื่ งเลย ผมพบวา่ ทฤษฎคี วามเปน็ ผนู้ �ำ โดย
ทว่ั ไปมกั ประยกุ ตใ์ ชก้ บั คนทมี่ คี วามฉลาดโดดเดน่ ไมไ่ ด้ จากทเี่ คยท�ำ งาน
กับทั้งสองฝ่ังในฐานะผู้จัดการและสมาชิกของทีมวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ผมมมี มุ มองเฉพาะตวั ตอ่ ประเดน็ ปญั หาทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ และมเี ครอื่ งมอื แหง่
ความเปน็ ผนู้ �ำ ซงึ่ จ�ำ เปน็ ตอ้ งมเี พอ่ื น�ำ ใหป้ ระสบความส�ำ เรจ็ ผมตกผลกึ สงิ่
ที่ได้เรียนรู้ออกมาเป็นกฎ 10 ข้อที่ใช้ได้จริง ซึ่งผมเคยนำ�ไปใช้และ
ทำ�การทดสอบมาแล้วหลายต่อหลายปี เราจึงเขียน เหนือกว่าลูกน้อง
แบบไอน์สไตน์ คือเจ้านายอจั ฉริยะ เลม่ นอี้ อกมา เพื่อขยายกฎเหล่าน้ี
ในรอบหลายปที ผี่ า่ นมา ผมไดป้ ระสบกบั สถานการณท์ เ่ี ขา้ มาทดสอบ
และท้าทายความเปน็ ผูน้ �ำ อยา่ งรนุ แรง ผมสงสัยว่า การเป็นเจ้านายของ
ไอน์สไตน์จะรู้สึกอย่างไร การมีหน้าท่ีรับผิดชอบในการนำ�คนท่ีได้รับ
การยอมรับว่า เป็นอัจฉริยบุคคลผู้ยอดเย่ียมท่ีสุดในยุคสมัยนั้นจะ
เป็นอยา่ งไร อบั ราฮมั เฟลก็ ซเ์ นอร์ ผู้ก่อต้ังสถาบนั เพื่อการศกึ ษาขน้ั สูง
ที่พรินซ์ตัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้บริหารทีมอันเต็มไปด้วยอัจฉริยะช่ือดัง
ในระดับนานาชาติ โดยใชก้ ฎ 10 ขอ้ ท่ผี มคดิ ข้ึนมาน้ี เหนอื กวา่ ลกู นอ้ ง
แบบไอน์สไตน์ คือเจ้านายอัจฉริยะ เป็นผลผลิตจากประสบการณ์
ของผม ประกอบไปด้วยนวัตกรรม ความสำ�เร็จ โอกาสท่ีหลุดมือ
และความลม้ เหลวในโลกธุรกจิ เรยี งร้อยเขา้ ดว้ ยกัน ดว้ ยเรื่องราวแหง่
วิสัยทัศน์อันโดดเด่นของอับราฮัม เฟล็กซ์เนอร์ และความสามารถ
ของเขาในการดึงเอาความยอดเย่ียมของอัจฉริยบุคคลที่เขาทำ�งาน
ด้วยออกมาใช้ได้อย่างมากมาย เมื่อคุณเอากฎท้ัง 10 ข้อในการนำ�
9
อัจฉริยบุคคลไปปฏิบัติ คุณจะเห็นถึงความสร้างสรรค์และผลิตภาพที่
เพม่ิ ขึ้นอย่างเหลอื เชื่อ กลยุทธ์เหล่านใ้ี ช้ไดผ้ ลกับผมมาโดยตลอด และ
ผมกร็ วู้ า่ มันจะทำ�ใหค้ ณุ เปน็ ผนู้ �ำ ทีม่ ีประสทิ ธผิ ลมากขน้ึ
เหนือกว่าลูกน้องแบบไอน์สไตน์ คือเจ้านายอัจฉริยะ จะทำ�ให้
คุณเข้าใจถึงความซับซ้อนในการนำ�อัจฉริยะชั้นเยี่ยม เป็นมุมมอง
ทจี่ ะชว่ ยใหค้ ณุ หลกี เลยี่ งการท�ำ ใหค้ นฉลาดในทมี ของคณุ แปลกแยกออก
ไป เปน็ กลยุทธใ์ นการสร้างการท�ำ งานเปน็ ทมี และสร้างเป้าหมายร่วมกัน
รวมท้งั แนวทางในการนำ�เอากฎ 10 ข้อไปใช้งานจริงดว้ ย
-โรเบริ ์ต โรมาส, MD
10
บทนำ�
Einstein’s Boss
เป็นไปได้สูงท่ีคุณคงไม่รู้ว่า หัวหน้าของไอน์สไตน์คือใคร ตอนที่
ไอน์สไตน์มาทำ�งานในสหรัฐอเมริกา เขารายงานตัวต่ออับราฮัม
เฟลก็ ซ์เนอร์ เฟล็กซ์เนอร์เปน็ นักบรหิ ารทเี่ กง่ มาก แตไ่ ม่ใชอ่ ัจฉริยะ เขา
เรม่ิ อาชพี ดว้ ยการเปน็ ครโู รงเรยี นมธั ยม เขาไมไ่ ดม้ ปี รญิ ญาเอก เขาไมใ่ ช่
แพทย์และไม่ใช่นักคณิตศาสตร์ด้วยซ้ำ�ไป เขาไม่เคยเขียนรายงานทาง
วิชาการเลยแมแ้ ตช่ นิ้ เดียว
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นหน่ึงในคนแรก ๆ ที่เฟล็กซ์เนอร์จ้างมา
ท�ำ งานด้วยท่ี IAS* ณ มหาวิทยาลยั พรินซต์ นั และไอน์สไตน์ก็นบั ถือ
สถาบนั แห่งนี้ในทันที หากไม่มเี ฟลก็ ซเ์ นอร์ ไอนส์ ไตน์คงไมไ่ ด้มาท�ำ งาน
ทส่ี ถาบนั แหง่ นี้ และหากไมม่ ไี อนส์ ไตน์ IAS กค็ งลม้ ครนื ไปแลว้ ในชว่ ง
ทศวรรษ 1930 และ ทศวรรษ 1940 เฟลก็ ซเ์ นอร์ปลอ่ ยให้ไอน์สไตน์
เป็นหนา้ เป็นตาของสถาบันเพอื่ การศึกษาขัน้ สูง เฟล็กซ์เนอรไ์ ม่ฉลาดเท่า
ไอน์สไตน์ และเขาก็รู้ดีในเร่ืองนี้ นี่เป็นส่ิงจำ�เป็นอย่างยิ่งในการดีลกับ
พวกอัจฉรยิ ะ การประเมนิ ตวั เองอยา่ งไม่ผ่อนปรน ชว่ ยใหเ้ ฟลก็ ซ์เนอร์
สร้างทมี ทีป่ ระสบความส�ำ เร็จข้ึนมาได้ จากนั้นไมน่ าน มนี กั คณติ ศาสตร์
นบั สบิ และนกั ฟสิ กิ สจ์ �ำ นวนมากเขา้ มารว่ มงาน ซง่ึ เฟลก็ ซเ์ นอรก์ ห็ ลอ่ หลอม
พวกเขาใหก้ ลายเปน็ ทมี ทีท่ �ำ งานสอดประสานกันไดอ้ ย่างลงตวั
* Institute for Advanced Studies คือ สถาบันเพื่อการศึกษาขน้ั สูง
11
IAS ได้กลายมาเป็นสำ�นักของผู้ได้รับรางวัลโนเบลถึง 30 คน
นกั คณิตศาสตร์เจา้ ของเหรียญรางวลั ทเ่ี กง่ ทส่ี ดุ ในสหรัฐอเมรกิ า 38 คน
และผไู้ ดร้ บั รางวลั วลู ฟ์ แอนดแ์ มกอารเ์ ทอร์ (The wolf and macarthur
prizes) อีกหลายต่อหลายคน ทีมแห่งอัจฉริยะท่ีเฟล็กซ์เนอร์
รวบรวมเข้าไว้ด้วยกันนี้ ได้สร้างความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
อันย่ิงใหญ่ท่ีสุดแห่งศตวรรษท่ียี่สิบ สถาบันแห่งนี้ให้อิสรภาพ
ในการสร้างสรรค์แก่เหล่านักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องทั้งหลาย
แตก่ ม็ ใี ครบางคนคอยดแู ลหาเงนิ มาจา่ ยใหพ้ วกเขาไมเ่ คยขาด คอยทำ�ให้
สถาบนั อนุ่ สบายในฤดหู นาวและมแี สงไฟจดุ สวา่ งไสวอยเู่ สมอ ทงั้ ยงั ท�ำ ให้
กลมุ่ อจั ฉรยิ บคุ คลซง่ึ มคี วามหลากหลายเหลา่ นที้ �ำ งานรว่ มกนั เปน็ ทมี เพอ่ื
บรรลเุ ปา้ หมายทกี่ �ำ หนดไว้ คนคนนน้ั กค็ อื อบั ราฮมั เฟลก็ ซเ์ นอร์ หวั หนา้
ของไอน์สไตน์นั่นเอง เฟล็กซ์เนอร์ปลุกป้ันสถาบันเพื่อการศึกษาข้ันสูง
ข้ึนมา จนกลายเป็นหน่ึงในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ท่ีย่ิงใหญ่และมีผลงาน
โดดเด่นท่สี ดุ ตลอดกาล
ด้วยการยึดมั่นในจดุ ยนื วา่ คนต้องส�ำ คญั กว่าวัตถุ ทำ�ให้เขามีน�้ำ ใจ
ต่อคนท่ีทำ�งานกับเขาเป็นอย่างมาก เขาลงทุนก้อนโตเพ่ือจ่ายเงินเดือน
ในอัตราที่สงู ท่สี ดุ ณ เวลาน้นั และให้สทิ ธไิ์ ม่ตอ้ งสอนหนังสือ เพอ่ื ท่ี
นกั วทิ ยาศาสตรใ์ นสถาบนั ของเขาจะไดใ้ ชเ้ วลากบั การคน้ ควา้ วจิ ยั อยา่ งเตม็ ท่ี
เขายอมเสย่ี งมากมายเพอ่ื นกั วทิ ยาศาสตรข์ องเขา เขาตงั้ กองทนุ บ�ำ นาญ
ส�ำ หรบั อาจารย์ ซงึ่ ไมม่ ใี ครท�ำ ในชว่ งภาวะเศรษฐกจิ ตกต�ำ่ ครง้ั ใหญ่ เขากลา้
เดมิ พันวา่ เศรษฐกจิ จะฟ้ืนกลับมากอ่ นท่ีจะถงึ เวลาจา่ ยบ�ำ นาญ เมือ่ เงิน
บ�ำ นาญกอ้ นแรกถงึ ก�ำ หนดจา่ ย กองทนุ ของเขากเ็ รม่ิ มปี ญั หากบั การจา่ ยเชค็
ในแต่ละเดอื น เพอื่ แกไ้ ขภาวะเงินขาดมอื ดังกล่าว เขาถึงกบั จดั ดินเนอร์
การกุศลเพอ่ื ระดมทนุ มาสมทบกองทนุ บ�ำ นาญ
12
เขามีทง้ั ความเหน็ อกเหน็ ใจและความอดทน จนเรยี กไดว้ ่าเกือบจะ
ดีเกินเหตุ ในเวลาที่เฟล็กซ์เนอร์กำ�ลังฟอร์มทีมอยู่นั้น ฮิตเลอร์ได้ก้าว
ขึ้นสู่อำ�นาจพอดี เขาเสนอตำ�แหน่งนักฟิสิกส์ให้แก่ เฮอร์มันน์ ไวล์
ชาวเยอรมัน ซึ่งมีภรรยาเป็นชาวยิว แต่ไวล์ปฏิเสธข้อเสนอของ
เฟล็กซ์เนอร์ โดยเลือกท่ีจะอยู่ในเยอรมนีบ้านเกิดต่อไป เม่ือฮิตเลอร์
เรม่ิ ฆ่าลา้ งเผา่ พนั ธช์ุ าวยิวทอ่ี ย่ทู ่นี ่ัน ไวลก์ เ็ พ่งิ คดิ ไดว้ า่ เขาตดั สินใจพลาด
มหันต์ และเฟล็กซเ์ นอรก์ ย็ ่นื ขอ้ เสนอใหอ้ กี คร้ัง ท้งั ไวลแ์ ละภรรยาจึงรบี
หนีออกจากเยอรมนีแล้วมาร่วมงานกบั ไอนส์ ไตนท์ ี่ IAS เฟลก็ ซ์เนอรไ์ ด้
พบกบั ไวลใ์ นเวลาทเ่ี ขาก�ำ ลงั เปราะบางทส่ี ดุ และเสนอในสง่ิ ทไ่ี วลต์ อ้ งการ
ท่ีสดุ ทง้ั ท่ตี วั เขาถูกไวล์ปฏเิ สธมาแลว้ ครงั้ หนึง่
เฟล็กซ์เนอร์ตระหนักว่า แรงจูงใจของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน
เขาจงึ ปรบั เปลีย่ นวิธีชกั ชวนอจั ฉรยิ ะแตล่ ะคนให้สอดคลอ้ งกบั คนคนน้นั
อีกหนึ่งคนที่ถูก IAS ดึงตัวมาร่วมงานด้วยก็คือ เอ็ดเวิร์ด เอิร์ล
นักเศรษฐศาสตร์นวัตกรรมผู้มีบุคลิกโดดเด่นซ่ึงทุกข์ทรมานจากวัณโรค
เขาเสนอตำ�แหน่งให้เอิร์ลในเวลาท่ีไม่มีมหาวิทยาลัยใดกล้าแตะต้องเขา
เพราะเขาปว่ ยหนกั เอริ ล์ ใชเ้ วลาหลายปกี วา่ จะหายจากอาการปว่ ย ทวา่ เมอ่ื
แขง็ แรงดแี ลว้ เขากเ็ ลอื กทจ่ี ะมารว่ มงานกบั ไอนส์ ไตนแ์ ละไวล์ เขาท�ำ งาน
หนกั ในการสรา้ งความกา้ วหนา้ ทางเศรษฐศาสตร์ ดว้ ยความรสู้ กึ เปน็ หนบี้ ญุ คณุ
สำ�หรับโอกาสท่ีได้รับ เอิร์ลมักเป็นตัวกลางเวลาเพ่ือนร่วมงานอัจฉริยะ
ที่ IAS ซงึ่ มบี คุ ลกิ ซบั ซอ้ นและบางครงั้ กอ็ อกจะโมโหงา่ ยเกดิ ทะเลาะกนั ขนึ้ มา
ความมนี �ำ้ ใจทเี่ ฟลก็ ซเ์ นอรห์ ยบิ ยน่ื ใหใ้ นเวลาทเี่ อริ ล์ ปว่ ยเขา้ ขน้ั วกิ ฤต ท�ำ ให้
เขารู้สกึ เป็นหนี้บญุ คุณและกลายเปน็ ความภกั ดีต่อเฟล็กซเ์ นอร์
สมยั ทเี่ รม่ิ กอ่ ตงั้ IAS เฟลก็ ซเ์ นอรม์ งุ่ เนน้ ไปยงั แกนหลกั คอื ภารกจิ
ทางคณติ ศาสตร์และฟสิ ิกส์ ทกุ วนั นี้ IAS กย็ ังมีเพียง 4 แผนกเท่านนั้
13
คือ คณติ ศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศึกษา สงั คมศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์
ธรรมชาติ พวกเขาอยากเปน็ ระดบั โลกในไมก่ ีอ่ ย่าง ดกี วา่ เก่งระดบั กลาง
ไปแทบทุกอยา่ ง
วิธีมุ่งเน้นเช่นนี้ เป็นก้าวสำ�คัญสู่การสร้างนวัตกรรม เน่ืองด้วย
ความก้าวหนา้ มกั อุบัติข้ึน ณ สดุ ขอบแหง่ ความรู้ ไม่ใช่ทา่ มกลางความรู้
ระดบั กลางท่ใี ครตอ่ ใครต่างก็รู้เหมอื นกันกับคณุ กญุ แจสนู่ วัตกรรมคอื
การขุดบ่อน้�ำ ไม่ใช่ไถหน้าดิน นกั เคมีคนหนึง่ เคยบอกผมว่า หากอยาก
แก้ปญั หาอนั ยงุ่ เหยิง ให้ม่งุ เนน้ ในวงที่แคบลง
เฟลก็ ซ์เนอร์มักเชญิ คนเกง่ ๆ ใหแ้ วะเวยี นมาท่ี IAS อย่เู สมอ เพือ่
ใหพ้ วกเขาตดิ ตอ่ สมั พนั ธก์ บั คนทที่ �ำ งานอยทู่ น่ี น่ั และชว่ ยตรวจสอบผลงาน
เขาอยากใหม้ คี วามคดิ ใหม ่ ๆ หมนุ เวยี นเขา้ มาเปน็ ประจ�ำ เพอ่ื คนทนี่ นั่ จะ
ไดไ้ ม่รู้สึกเบอื่ หรือหมดไฟ ส่วนหน่ึงในบรรดานักวิทยาศาสตร์ท่ปี รกึ ษาท่ี
เขาจา้ งมา ไดแ้ ก่ นลี ส์ บอห์ร, จอหน์ ฟอน นอยมันน์ และ พอล ดแิ รก็
ทง้ั 3 คนเปน็ เจา้ ของรางวลั โนเบล
เฟลก็ ซเ์ นอรไ์ มก่ ลวั ทจี่ ะใชว้ ธิ ใี หม ่ ๆ เพอื่ แกป้ ญั หาเดมิ ๆ เขาสง่ เสรมิ
วิธีแก้ปัญหาใหม่ซึ่งยังไม่เคยถูกตั้งคำ�ถามมาก่อน เขาจับนักฟิสิกส์
นกั เศรษฐศาสตร์ นกั คณติ ศาสตร์ นกั ประวัติศาสตร์ และนกั โบราณคดี
มาทำ�งานร่วมกันโดยหวังว่า พวกเขาจะกระตุ้นกันเองเพ่ือมุ่งหน้าสู่
ความส�ำ เรจ็ และพวกเขากท็ �ำ งานไดส้ �ำ เรจ็ จรงิ ๆ ตวั อยา่ งเชน่ หลงั จาก จอหน์
ฟอน นอยมนั น์ นักฟสิ กิ ส์หัวกะทซิ ่ึงมาร่วมทมี เปน็ การถาวรหลงั จากมา
เย่ียมชมสถาบันเพียงคร้ังเดียว รู้สึกหลงใหลกับคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ
ของโลก เขาก็สร้างมันขึ้นมาใหม่อีกเคร่ืองหน่ึงในช้ันใต้ดินของอาคาร
ท่ีเขาทำ�งานอยู่ คร้ันเฟล็กซ์เนอร์รู้เข้าก็ไม่ได้ไปเตือนเขาว่า เขาเป็น
14
นกั ฟสิ กิ สท์ ฤษฎี ไมใ่ ชช่ า่ งไฟฟา้ ทจี่ ะมามวั เลน่ สนกุ อยกู่ บั หลอดสญุ ญากาศ
เขาปลอ่ ยใหน้ อยมนั นง์ ว่ นอยกู่ บั โปรเจกตข์ องเขาไป และผลลพั ธท์ ไ่ี ดก้ ค็ อื
คอมพวิ เตอร์เคร่อื งแรกของโลกทมี่ ีหนว่ ยความจ�ำ
ในชว่ งปแี รก ๆ ที่ IAS เฟลก็ ซเ์ นอรป์ รกึ ษากบั คนในสถาบนั ทกุ ครงั้
ท่ีต้องตัดสินใจเร่ืองสำ�คัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาจะจ้างคน เพราะ
ตัวเขาเองไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ เขาจึงให้คุณค่ากับความคิดเห็นของคน
ในทีมอย่างมาก เขาเรียกประชุมคนในสถาบันอยู่เสมอเพ่ือหารือกันถึง
ทิศทางใหม่และปญั หาที่พบเจอ เขาท�ำ ตัวให้เข้าถึงได้และรู้จกั รับฟงั
เฟลก็ ซเ์ นอรส์ รา้ งโมเดลวฒั นธรรมองคก์ รทเ่ี ขาตอ้ งการขนึ้ มา ซงึ่ เปน็
ระบบทใี่ ชค้ วามสามารถเปน็ ตวั ตดั สนิ ฐานะทางวชิ าการโดยไมส่ นใจสถานะ
ทางสังคม เขาทำ�ลายกำ�แพงทางสังคมมากมายด้วยการจ้างคนที่เก่ง
และฉลาดทส่ี ดุ โดยไมค่ �ำ นงึ ถงึ พนื้ เพ สมาชกิ หลายคนเปน็ ชาวยวิ ในเวลา
ท่ีกระแสตา้ นยวิ แพร่กระจายไปท่วั มหาวิทยาลัยในอเมรกิ า มีการกำ�หนด
โควตาออกมาเลยว่าจะรับนักศึกษายิวเข้าเรียนในพรินซ์ตันก่ีคน และ
มีโควตาลับสำ�หรับอาจารย์ยิวอีกจำ�นวนหน่ึง แต่เฟล็กซ์เนอร์ไม่สนใจ
ระบบโควตา ทง้ั ยงั ไมส่ นใจการกดี กนั ทางเพศ เขาจา้ งนกั โบราณคดี เฮตตี
โกลด์แมน มาท�ำ งานในต�ำ แหน่งทเี่ ปน็ การจา้ งงานตลอดชีพ (tenured
position)* ในเวลาทกี่ ารจา้ งผหู้ ญงิ มาอยใู่ นต�ำ แหนง่ ทางวชิ าการตลอดชพี
เชน่ น้นั ไมเ่ คยเกดิ ขนึ้ มากอ่ น
เขาสร้างทมี ทีโ่ ดดเดน่ อันประกอบไปดว้ ยคนฉลาดมากมาย เพราะ
เขาไมช่ อบใหแ้ นวคดิ ทีเ่ คยเชอื่ ตอ่ ๆ กนั เข้ามาขวางทาง เขาใจกวา้ ง จา้ ง
คนที่ฉลาดที่สุดโดยไม่สนใจสถานะทางสังคม และสร้างส่ิงแวดล้อม
* เป็นตำ�แหน่งทางวิชาการท่ีได้รับการปกป้อง โดยทางทฤษฎีแล้ว บุคลากรในตำ�แหน่งน้ี
ไมม่ ที างถูกไล่ออก เพื่อธ�ำ รงไว้ซึง่ อิสระทางวิชาการ
15
อนั เป็นอสิ ระจากตวั วัดความสร้างสรรคท์ เ่ี คยใชก้ ัน
กฎของผมในการน�ำ พวกอจั ฉรยิ ะสอดคลอ้ งกบั การกอ่ ตงั้ และบรหิ าร
IAS ของเฟลก็ ซเ์ นอรใ์ นหลายด้าน กฎท้ัง 10 ขอ้ ในการน�ำ อัจฉรยิ ะทผ่ี ม
เสนอจะชว่ ยใหค้ ุณตระหนกั รู้ และมีชดุ ของทักษะทจี่ ะใช้น�ำ พาคนฉลาด
ใหส้ รา้ งผลงานอนั ยง่ิ ใหญ่ ซงึ่ จะชว่ ยแกป้ ญั หาอนั ซบั ซอ้ นทค่ี ณุ ตอ้ งเผชญิ
กฎท้ัง 10 มีดงั ตอ่ ไปน้ี
1 กระจกไม่เคยหลอกคณุ
2 หลกี ออกมา
3 หุบปากซะ แลว้ ฟงั
4 พลิกหินทลี ะกอ้ น
5 การเลน่ แรแ่ ปรธาตุเหนือกว่าเคมี
6 อดตี ของคุณอาจไม่ใช่ความจรงิ ในอนาคต
7 อยา่ สนใจพวกกระรอก
8 สร้างสมดุลระหว่างหวั ใจกับความคิด
9 ใช้ปญั หาเป็นตัวดงึ ดูดอัจฉริยะ
10 สมานฉนั ทก์ บั วกิ ฤต
16
บทที่ 1
หาตวั อจั ฉรยิ ะใหเ้ จอ
RECOGNIZING GENIUS
“...หากคุณทำ�ให้อัจฉรยิ ะ
ทำ�งานรว่ มกันได้
คณุ จะเปล่ยี นโลกท้งั ใบ”
ในช่วงแรกที่เข้ามาเป็นนักการศึกษา เฟล็กซ์เนอร์ได้รับมุมมอง
อนั เฉยี บคมเกย่ี วกบั คาแรกเตอรท์ สี่ รา้ งคนใหเ้ ปน็ อจั ฉรยิ ะ มอรติ ซ์ พอ่ ของ
เฟล็กซ์เนอร์เป็นคนขายหมวกท่ีสูญเสียธุรกิจของตัวเองไปในช่วงวิกฤต
การเงินปี 1873 เขาไมเ่ คยฟนื้ ฐานะกลับมาได้อีกเลยจากการพงั ยับเยิน
ครั้งนั้น ไม่ว่าทางการเงินหรือทางอารมณ์ และไม่มีปัญญาหาเงินส่ง
ลกู เรยี น เจคอบ พช่ี ายของเฟลก็ ซเ์ นอรซ์ งึ่ เปน็ เจา้ ของรา้ นขายยา เปน็ ผจู้ า่ ย
เงินค่าเทอมให้เฟล็กซ์เนอร์ที่มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ และที่น่ีเอง
เฟล็กซ์เนอร์ได้เริ่มคิดพิจารณาว่า มีความจำ�เป็นแค่ไหนที่คนฉลาดโดย
กำ�เนดิ จะตอ้ งเขา้ รบั การศกึ ษาเพื่อพัฒนาตวั เองให้เป็นอจั ฉรยิ ะ
แม้จะอยากเรียนต่อปริญญาโทท่ีจอนส์ฮอปกินส์ เฟล็กซ์เนอร์
กลบั ไมไ่ ดร้ บั ทนุ การศกึ ษาและไมม่ เี งนิ พอทจี่ ะจา่ ยคา่ เทอม เขาจงึ กลบั มา
บา้ นเกดิ ทหี่ ลยุ สว์ ลิ ล์ รฐั เคนทกั กี กอ่ นจะไปเปน็ ครสู อนหนงั สอื และกอ่ ตงั้
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสำ�หรับเด็กผู้ชาย เช่นเดียวกับท่ีพี่ชายจ่าย
ค่าเล่าเรียนให้เขา เขาก็จ่ายค่าเล่าเรียนให้ไซมอน น้องชายผู้ซ่ึงต่อมา
กลายเปน็ นกั พยาธวิ ทิ ยาทเี่ ปน็ ทรี่ จู้ กั ระดบั โลก และจา่ ยคา่ เลา่ เรยี นใหแ้ มรี
นอ้ งสาวเรยี นทวี่ ิทยาลยั บรินมอว์ร
ท่โี รงเรยี นเตรยี มอุดมศึกษาในหลุยส์วลิ ล์ เฟลก็ ซเ์ นอรพ์ บว่า การขู่
และบังคับใช้ไม่ได้ผลในการสร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียน เพราะระดับ
ความสามารถทางวิชาการไม่ไดเ้ ปลีย่ นแปลงไปเลย เขาจงึ เรม่ิ เชื่อว่า หาก
19
นักเรียนมีอิสระในการทำ�งานอะไรก็ได้ พวกเขาจะได้เรียนรู้ด้วยตนเอง
เพราะข้อมลู ทเ่ี รียนรู้ไดจ้ ากขา้ งนอกนัน้ ส�ำ คัญกว่าเกรดเสียอกี
เฟลก็ ซเ์ นอรจ์ งึ เปลย่ี นวธิ บี รหิ ารโรงเรยี นเปน็ “ไมม่ กี ฎระเบยี บ ไมม่ ี
การสอบ ไม่มกี ารบนั ทกึ และไมม่ รี ายงาน” นักเรยี นของเขาเรม่ิ จะอยดู่ ึก
และมาท่ีโรงเรียนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อเรียนพิเศษ ครั้นเด็ก ๆ
เหลา่ น้ันทำ�ผลงานไดอ้ ย่างยอดเยย่ี มในการสอบเอน็ ทรานซ์ เขาจงึ พบว่า
ทฤษฎขี องเขาใช้ไดผ้ ลจริง
เฟลก็ ซเ์ นอรไ์ ดเ้ ปลย่ี นนกั เรยี นของเขาใหก้ ลายเปน็ ผสู้ มคั รคนส�ำ คญั
ของมหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวี* ความกระตือรือร้นด้านการศึกษาอันไม่
หยดุ นง่ิ ของเขาตอ้ งมสี ว่ นส�ำ คญั แน่ ๆ แตก่ ารตดั สนิ ใจใหน้ กั เรยี นมอี �ำ นาจใน
การกำ�หนดการศึกษาของตัวเองเพ่ือมุ่งเน้นในการเรียนรู้แทนที่จะมุ่งสู่
การสอบแต่เพยี งอย่างเดียว ได้สร้างความแตกต่างอนั ส�ำ คัญย่ิง
เขาปรารถนาที่จะปฏิรูปการศึกษาด้วยส่ิงท่ีเขาคิด แต่ตัวเขาเองยัง
ต้องอยู่ในหลุยส์วิลล์เพ่ือเล้ียงดูครอบครัว หากไม่ใช่เพราะภรรยาของ
เขา แอนน์ ครอวฟ์ อรด์ เฟลก็ ซ์เนอรค์ งรสู้ ึกแยแ่ ละตดิ แหง็กอย่เู ชน่ นน้ั
ไปตลอดชีวิต และ IAS คงไม่มีวันเกิดขึ้น มีอยู่วันหน่ึงขณะที่กลุ่ม
นักเขียนหญิงนั่งล้อมวงเขียนที่หลุยส์วิลล์ แอนน์ได้ยินเรื่องราวของ
อลซิ ไรซ์ เกยี่ วกบั หญงิ หมา้ ยทยี่ ากจนขน้ แคน้ แตม่ กี �ำ ลงั ใจทด่ี ี และเลยี้ งดู
ครอบครัวท่ามกลางโชคร้ายหนักหนาสาหัส เธอจึงเอาหนังสือเล่มนั้นไป
ทำ�เปน็ ละคร ต้งั ชอื่ ว่า Mrs. Wiggs and the Cabbage Patch
ซ่ึงถูกน�ำ ไปเล่นเปน็ ละครบรอดเวย์ในปี 1904 และกลายเป็นภาพยนตร์
ซรี สี ์ทางโทรทัศน์ แอนนท์ �ำ เงินได้ 15,000 เหรยี ญจากละครในปีแรก ซึง่
เป็นเงนิ จ�ำ นวนเลก็ น้อยในเวลานั้น
* ไอวลี กี (Ivy League) เปน็ ชอ่ื ของกลมุ่ มหาวทิ ยาลยั เอกชนทม่ี ชี อื่ เสยี ง 8 แหง่ ทร่ี วมตวั กนั เพอื่
แข่งขันกฬี า ซึง่ ตัง้ อย่ทู างตะวนั ออกเฉียงเหนือของสหรฐั อเมรกิ า
20
ครั้นอายุ 39 เฟล็กซ์เนอร์ก็ทำ�ให้แผนในการปฏิรูปวิทยาลัยและ
บณั ฑติ ศกึ ษาเปน็ จรงิ ไดส้ �ำ เรจ็ ในระดบั ชาติ เขาขายโรงเรยี นเตรยี มอดุ มศกึ ษา
ของตัวเอง แล้วย้ายภรรยากับลูกสาวคือ ยีน ไปยังเมืองเคมบริดจ์
รัฐแมสซาชูเซตส์ รัฐซึ่งเขาเรียนจบปริญญาโทท่ีฮาร์วาร์ด จากน้ัน
ครอบครัวของเขาใช้เวลา 2 ปเี ดินทางไปยังมหาวิทยาลัยตา่ ง ๆ ท่วั ยโุ รป
และไม่ว่าจะไปที่ไหน ชื่อเสียงของแอนน์ในฐานะนักประพันธ์และเสน่ห์
โดยธรรมชาติของเธอก็ได้เปิดประตูให้กับเฟล็กซ์เนอร์ เป็นประตูที่เขา
ไมม่ วี นั ผา่ นเขา้ ไปไดห้ ากไมม่ เี ธอ เขาพบปะนกั เขยี นและนกั คดิ ชน้ั น�ำ ของ
สหรฐั อเมริกาและยุโรปมากมายผ่านทางเธอ
เฟลก็ ซ์เนอร์และครอบครวั ของเขาย้ายถน่ิ ฐานมาส่เู บอร์ลนิ ซึ่งเปน็
จุดศูนย์กลางกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ของโลกในเวลาน้ัน การศึกษาที่
มหาวทิ ยาลยั เบอรล์ นิ ถอื ไดว้ า่ คณุ ภาพสงู ทส่ี ดุ แลว้ เขานง่ั ฟงั เลกเชอรข์ อง
นักวิทยาศาสตร์ช่ือดัง อันเป็นแรงบันดาลใจให้เขาในการสร้างตัวตนที่
ปราดเปรอ่ื งของตวั เองขนึ้ มา ซง่ึ ไดต้ ดิ ตวั เขาไปตลอดชวี ติ การท�ำ งาน เขาชนื่ ชม
คารล์ สตมั ปฟ์ นกั จติ วทิ ยาชนั้ น�ำ ชาวเยอรมนั ผทู้ �ำ ใหห้ วั ขอ้ ทซ่ี บั ซอ้ นและ
ย่งุ ยากท่สี ดุ ดูชดั เจนและน่าตื่นเตน้ ขึน้ มาได้ เออรเ์ นสต์ รัทเทอรฟ์ อรด์
เจ้าของรางวัลโนเบลเคยกล่าวไว้ว่า “เราน่าจะอธิบายกฎฟิสิกส์ให้คนที่
นั่งกนิ เหลา้ ดว้ ยกันในบารฟ์ ังไดน้ ะ”
จอรจ์ ซมิ เมล อาจารยจ์ ากเบอรล์ นิ อกี คนหนงึ่ เปน็ นกั สงั คมวทิ ยาท่ี
ปราดเปรอื่ ง ความคดิ ของเขาไมเ่ คยหยดุ นง่ิ คดิ เรอ่ื งโนน้ เรอ่ื งนอ้ี ยตู่ ลอด แตล่ ะ
หัวข้อที่เขาสนใจได้ช่วยชี้ทางให้เฟล็กซ์เนอร์มองเห็นความเป็นไปได้อีก
มากมาย เฟล็กซเ์ นอรไ์ ดข้ ้อสรปุ วา่ คนฉลาดจะรับรูไ้ ดเ้ องวา่ พวกเขาอยู่
ถูกที่ถูกทางเม่ืองานกลายเป็นเกม สำ�หรับเฟล็กซ์เนอร์ การจะ
ถอื วา่ เปน็ อจั ฉริยะได้นน้ั ตอ้ งมีความคิดที่กระฉบั กระเฉงและไม่หยุดนง่ิ
สามารถท�ำ สงิ่ ทซี่ บั ซอ้ นใหเ้ ขา้ ใจได้ และเปดิ กวา้ งสกู่ ารแสวงหาใหม ่ ๆ ตอ่ ไป
21
กว่าจะเป็นอัจฉริยะ
นักสังคมวทิ ยาจ�ำ นวนมากเห็นตรงกบั เฟลก็ ซ์เนอรว์ า่ หากอจั ฉรยิ ะ
ไม่ไดร้ ับการศึกษาทเี่ หมาะสม ไมม่ สี ง่ิ แวดลอ้ มที่ช่วยกระตนุ้ อจั ฉริยภาพ
ความฉลาดปราดเปรอ่ื งกจ็ ะไมส่ ามารถปรากฏออกมาได้ การทไี่ อนส์ ไตน์
สอบตกคณิตศาสตร์ในสมัยมัธยมและเกือบเข้าวิทยาลัยไม่ได้ เป็น
ตัวอย่างอันเด่นชัดท่ีสุดที่สะท้อนถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว เขาเพิ่งจะ
มาค้นพบส่ิงท่ีทำ�ให้เขาลุ่มหลงและช่วยกระตุ้นความชาญฉลาดอันล้น
เหลือในตัวเขาเม่ืออายุยี่สิบปลาย ๆ ขณะทำ�งานด้านฟิสิกส์ทฤษฎีอยู่ที่
มหาวิทยาลัยเบริ น์ นน่ั เอง
อันเดอร์ส อิริกส์สัน นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต
เสนอกฎ 10 ปแี ห่งอจั ฉริยะเอาไว้วา่ “ลักษณะท่ีเคยเชอ่ื กนั วา่ เปน็ ภาพ
สะท้อนทักษะความสามารถภายใน แท้จริงแล้วเป็นผลจากการฝึกฝน
เคย่ี วกร�ำ เป็นเวลาอย่างน้อยสิบปี” อริ ิกสส์ นั แนะนำ�ว่า การฝึกฝนอย่าง
มุ่งเน้นและต้ังใจเป็นเวลายาวนานจะช่วยให้เข้าถึงความทรงจำ�ระยะยาว
โดยอัตโนมัติชนิดไม่ทันรู้ตัว ซึ่งจะก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อัน
โดดเด่นยงิ่
เวลาผมคุยกับพวกอัจฉริยะในสายงานของผมเกี่ยวกับการค้นพบ
สำ�คัญ ๆ พวกเขาไม่เคยพูดเลยว่ามันยากเย็นแค่ไหน แต่ละคนล้วน
บอกผมว่ามันสนกุ เพียงใด จอร์จ สเชยี ลบั บา เขยี นภาษติ ไว้ทอ่ นหนึ่ง
ซงึ่ คนมกั เข้าใจผดิ ว่าไอน์สไตน์เป็นผเู้ ขียน เขาบอกว่า “ความสร้างสรรค์
คือความชาญฉลาดอันสนุกสนาน” อัจฉริยะท่ีผมรู้จักต่างมองงานของ
ตัวเองว่าเป็นเร่ืองสนุก ซ่ึงทำ�ให้ผมสรุปได้เลยว่า คนที่ทำ�งานหนักและ
มีความปราดเปร่ืองอยู่ในตัวอาจต้องการบางสิ่งมาช่วยเสริมจึงจะกลาย
เป็นอัจฉรยิ ะได้ นนั่ คอื ความสขุ จากภายในซง่ึ กระตุน้ ใหอ้ จั ฉรยิ ะมุ่งเนน้
22
กับเรอื่ งใดเรอ่ื งหนง่ึ อย่างจริงจงั โดยมักจะใช้เวลา 10,000 ชวั่ โมงเปน็
หลักยึด ไม่ว่าคุณจะให้นิยามความสุขว่าหมายถึงความสนุกสนาน
ความต่ืนเตน้ หรอื ความฉงนสงสยั อจั ฉริยะแต่ละคนที่ผมเคยพบลว้ น
มสี งิ่ เหล่านี้ในตวั ทั้งสน้ิ
คนเป็นอจั ฉรยิ ะไมเ่ หมอื นพวกเรา
เราไม่สามารถส่ือสารกับพวกอัจฉริยะได้ง่ายนัก เพราะเขาหรือเธอ
มกั คดิ ตา่ งจากเรา เมอื่ อจั ฉรยิ ะก�ำ ลงั แกป้ ญั หา พลงั อนั มหาศาลในการจดจอ่
กับสิ่งน้ันทำ�ให้เขาแตกต่างจากเราอย่างชัดเจน กระบวนการคิดของ
เขาโดยพื้นฐานแล้วเป็นปัจเจกและมีลักษณะเฉพาะ การโน้มน้าวให้
พวกอจั ฉรยิ ะเหน็ วา่ เขาตอ้ งเปน็ สว่ นหนงึ่ ของทมี ถอื เปน็ หนงึ่ ในดา้ นทา้ ทาย
ที่สดุ ในการน�ำ คนที่ฉลาดกว่าคณุ
อัจฉริยะส่วนใหญ่เป็นเลิศในหลายแนวทางนอกเหนือจากทาง
ของเขาเอง อัจฉริยะมักมีความเฉลียวฉลาดในเรื่องทั่วไปท่ีโดดเด่น
จนเข้าใจและสนุกสนานกับหลายหัวข้อที่ไม่ใช่ความชำ�นาญของตนเอง
ผมสงั เกตเหน็ อจั ฉรยิ ะหลายคนทโ่ี ดดขา้ มจากเรอ่ื งหนงึ่ ไปยงั อกี เรอื่ งหนง่ึ
อยา่ งเนยี น ๆ จนผมเองตามไมท่ ัน
ความสงสยั ใครร่ ขู้ องคนทฉี่ ลาดปราดเปรอ่ื งอาจท�ำ ใหพ้ วกเขาหมกมนุ่
กบั บางสิ่ง อัจฉริยะมกั ฝังตวั เองอยกู่ บั เร่อื งใดเร่ืองหนึ่ง จนทางออกนั้น
ปรากฏชดั ออกมา อจั ฉรยิ ะสกั คนอาจมองทะลเุ มฆหมอกแหง่ ความซบั ซอ้ น
แล้วเข้าใจได้ทันทีว่า คนอื่นทำ�อะไรกันอยู่ อัจฉริยะชอบที่จะมองเห็น
สงิ่ ตา่ ง ๆ สอดคลอ้ งตอ้ งกนั ความสามารถของพวกเขาในการใหเ้ ฉดสกี บั
ส่ิงท่ีอยู่นอกขอบเขตและความเข้าใจว่าสิ่งต่าง ๆ ทำ�งานอย่างไร ทำ�ให้
23
พวกเขาก้าวกระโดดไปได้ไกลจนแก้ปัญหายาก ๆ ได้ แต่อีกด้านหนึ่ง
ของเหรยี ญก็คอื คนที่เฉลียวฉลาดมาก ๆ อาจถูกดงึ สมาธิไดง้ า่ ย เมอ่ื มี
ไอเดยี ทีด่ ึงดดู ใจหลงเขา้ มาในมโนส�ำ นกึ ของพวกเขา
อจั ฉรยิ ะสว่ นใหญม่ งี านอดเิ รกทเี่ ปน็ แรงปรารถนาของตวั เอง อจั ฉรยิ ะ
มักพยายามเป็นเลิศในงานอดิเรกนั้นเหมือนกับท่ีเป็นเลิศในสายงาน
ของตน ไอนส์ ไตนเ์ ป็นผ้เู ช่ียวชาญดา้ นโมซาร์ต เขาชน่ื ชอบความซบั ซ้อน
และสอดประสานกันในดนตรีของโมซาร์ต นโปเลียนชอบเล่นหมากรุก
มารี คูรี เปน็ นักจักรยานทางไกล โดยใชเ้ วลาระหว่างขี่จกั รยานขบคิด
ปัญหาทเี่ ธอเจออยู่ในห้องทดลอง
อัจฉริยะมักมองโลกต่างจากพวกเรา คนที่ฉลาดสุด ๆ ซึ่งมี
ความเข้าใจที่เหนือช้ันกว่าในการแก้ปัญหามักคิดเหนือกว่าเราไปอีกขั้น
อจั ฉรยิ ะมกั มองเหน็ สง่ิ ตา่ ง ๆ ทเ่ี ราไมเ่ หน็ และตงั้ ค�ำ ถามตอ่ ขอ้ สนั นษิ ฐาน
ของเรา พวกเขาเชือ่ มโยงและเพม่ิ เติมความหมายใหมใ่ ห้แกถ่ อ้ ยค�ำ
อัจฉริยะมักท�ำ ลายบรรทัดฐานและทา้ ทายสภาวะท่เี ปน็ อยู่ พวกเรา
สว่ นใหญ่มักอดึ อดั กับพวกอัจฉริยะ ไม่ใช่เพยี งเพราะอัจฉริยะเข้าสังคม
ไม่ค่อยเก่ง แต่เพราะพวกเขามักท้าทายมุมมองและตำ�แหน่งของเราใน
โลกนี้ พดู ง่าย ๆ ก็คือ อจั ฉรยิ ะมกั ท�ำ ให้ทุกส่งิ ทกุ อย่างวุ่นวายยงุ่ ยากไป
หมด อจั ฉรยิ ะจะตีตกส่งิ ทเ่ี ราคิดวา่ เรารู้ และเอามุมมองท่ีแทจ้ รงิ ยิ่งกว่า
มาทดแทน
พวกอัจฉริยะมักหมกมุ่นอยู่กับหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งมากจนปัญหา
นนั้ แทรกซมึ เขา้ ไปในตัว เมอ่ื อัจฉรยิ ะมุ่งเน้นกบั เร่ืองใดสดุ ๆ ปัญหานน้ั
จะกลายเปน็ เหมอื นดนิ แดนในจนิ ตนาการทเ่ี ขาก�ำ ลงั เสาะส�ำ รวจ จากการท�ำ งาน
ด้วยความหมกมุ่น จึงเป็นเรื่องยากสำ�หรับพวกเขาท่ีจะใส่ใจว่าคนอ่ืน
คิดอะไรหรือมองโลกจากมุมของคนอ่ืน และด้วยความที่การสื่อสาร
24
ต้องอาศัยมุมมองท่ีตรงกันเท่าน้ัน การพยายามสื่อสารกับพวกอัจฉริยะ
จึงเป็นเรอ่ื งท่ีน่าหงุดหงิดมาก
วธิ คี ดิ ของอจั ฉริยะ
เมอื่ ลองยอ้ นดพู วกอจั ฉรยิ ะในอดตี เราจะพบลกั ษณะของกระบวนการ
คดิ ที่ตรงกนั ไมว่ ่าระเบียบวธิ ีน้นั จะเป็นอย่างไร ความคดิ ของพวกเขาจะ
ซิกแซกไปตามสาขาและไอเดียอันหลากหลาย พวกเขามองปัญหาจาก
หลากหลายมุม โดยไอเดียของพวกเขาจะเริ่มจากไอเดียหนึ่งไปยังอีก
ไอเดียหนง่ึ ซง่ึ เป็นสงิ่ ท่คี าดเดาไมไ่ ด้
อเลก็ ซ์ คอรว์ นิ นกั ฟสิ กิ สจ์ ากมหาวทิ ยาลยั คอรเ์ นลล์ เคยฟงั รชิ ารด์
ไฟน์แมน นักฟิสิกส์เจ้าของรางวัลโนเบลเลกเชอร์เก่ียวกับการค้นพบ
คร้งั ส�ำ คัญของเขา เขาบอกผมว่า การค้นพบทย่ี ิง่ ใหญ่ท่สี ดุ ของไฟน์แมน
เกดิ ขน้ึ อยา่ งไมร่ เู้ นอ้ื รตู้ วั เปน็ สงิ่ ทค่ี าดเดาอะไรไมไ่ ดเ้ ลย กระทง่ั ไฟนแ์ มน
อธิบาย แล้วมันก็ฟังดูเป็นเรื่องง่ายข้ึนมาทันที ส่ิงที่ไฟน์แมนค้นพบ
น้ันดีเลิศแต่เข้าใจยาก และคนอื่นคงไขปริศนาไม่ได้ชัดแจ้งเหมือนที่
เขาทำ� “ไฟนแ์ มนมองเหน็ ในสิง่ ทีไ่ ม่มีใครมองเหน็ ” คอรว์ นิ กลา่ ว
เม่อื ผูเ้ ชย่ี วชาญคนอน่ื ในสาขาเดียวกนั ไดท้ ราบรายละเอยี ดเก่ียวกบั
นวัตกรรมดังกล่าว พวกเขามักเอามือตบหน้าผากตัวเองแล้วอุทานว่า
จรงิ ดว้ ย ! ไมม่ ใี ครเลยนอกจากอจั ฉรยิ ะทมี่ องเหน็ ความเชอ่ื มโยงนนั้ การคน้ พบ
จะแจ่มชัดก็ต่อเมื่อมันถูกอธิบายออกมา การค้นพบอันย่ิงใหญ่ของ
อจั ฉริยะนนั้ เปน็ ความงดงามในความเรียบงา่ ย แต่ค�ำ ว่าเรยี บงา่ ย ไม่
ไดแ้ ปลวา่ เขา้ ใจได้งา่ ยแตอ่ ยา่ งใด
25
“คนโงท่ ช่ี าญฉลาดทไ่ี หนกท็ �ำ ใหเ้ รอื่ งใหญโ่ ตและซบั ซอ้ นขน้ึ ไดท้ งั้ นนั้ ”
แอนสท์ ชมู าเคอร์ นกั เศรษฐศาสตรไ์ ด้กล่าวไว้ “มีแต่อจั ฉริยะทแี่ ทจ้ รงิ
จงึ จะทำ�ตรงขา้ มกนั ”
เมอรเ์ รย์ เกลล-์ แมนน์ นกั ฟสิ กิ สช์ าวอเมรกิ นั เคยตพี มิ พส์ มการหนง่ึ
เพยี งเพราะมนั สวยงาม แมม้ นั จะขดั แยง้ กบั การสงิ่ ทเ่ี คยตพี มิ พไ์ ปแลว้ มากมาย
สดุ ทา้ ยจงึ กลายเปน็ วา่ งานทเ่ี คยตพี มิ พก์ อ่ นหนา้ นนั้ ผดิ ทง้ั หมด และสมการ
ดงั กล่าวก็ชว่ ยให้เขาไดร้ ับรางวัลโนเบล
ไอน์สไตน์มักสงสัยเสมอว่า สมการของเขาสวยงามเพราะมัน
ถกู ตอ้ ง หรอื มนั ถกู ตอ้ งเพราะมนั สวยงาม เขาไมป่ รารถนาใหค้ วามงดงาม
ของสมการทำ�ใหด้ วงตามดื บอดจนมองเห็นผิดเปน็ ถกู
เม่ือต้องเผชิญหน้ากับปัญหา พวกเรามักคิดย้อนไปถึงสิ่งที่เราเคย
เรียนรู้มาในอดีตเพื่อเชื่อมโยงกับปัญหาท่ีเราเผชิญอยู่ เรามักเลือก
ประสบการณท์ เี่ กยี่ วขอ้ งและใชเ้ ปน็ แนวทางในการแกป้ ญั หา นกั การศกึ ษา
ให้นิยามกระบวนการคิดคลาสสิกน้ีว่า “การคิดแบบฮิวริสติก”
(heuristic thinking เป็นกระบวนการคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง)
ซึ่งใช้ได้ผลเป็นส่วนใหญ่ เพราะทั้งเร็วและง่าย แต่เป็นเพียง
ผลประโยชนเ์ พม่ิ เติม (incremental gains) เท่าน้นั
ในทางตรงข้าม อัจฉริยะจะคิดไกลไปกว่าดวงไฟส่องทางจาก
ประสบการณเ์ ดมิ อจั ฉรยิ ะจะไมผ่ กู ตดิ อยกู่ บั แสงไฟทสี่ าดสอ่ งมาจากดวง
ไฟ คนเปน็ อจั ฉรยิ ะจะฝนั ถงึ โลกทอ่ี ยนู่ อกเหนอื ความสอ่ งสวา่ งของดวงไฟ
นักคณติ ศาสตรก์ ลุม่ หนึ่งในเกทิ เทงิ เงิน เยอรมนี คิดคน้ เรขาคณติ
ส่ีมิติ ซึ่งไอน์สไตน์นำ�ไปใช้เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างอวกาศกับเวลา
นักคณิตศาสตร์กลุ่มนั้นมีอันต้องประหลาดใจท่ีไอน์สไตน์นำ�เอาสิ่งท่ี
พวกเขาคดิ คน้ ไปท�ำ ใหก้ า้ วหนา้ ในจดุ ทพี่ วกเขาไมเ่ คยมอง ไอนส์ ไตนม์ อง
26
เห็นความเป็นไปไดใ้ หม ่ ๆ ทพ่ี วกเขาไม่เคยมองเห็นเลย
ดีน ซิมอนตัน ซ่ึงความสนใจของเขาในฐานะศาสตราจารย์ประจำ�
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย คือเร่ืองของอัจฉริยภาพ ความสร้างสรรค์
และความเปน็ ผนู้ �ำ เขาไดร้ ะบไุ วใ้ นขอ้ เขยี นชอ่ื “อจั ฉรยิ ะทางวทิ ยาศาสตร ์ :
จติ วิทยาแห่งวทิ ยาศาสตร”์ ว่าอัจฉริยะทกุ คนเริ่มต้นจากการผสมผสาน
ไอเดยี ทดี่ เู หมอื นจะไมเ่ กยี่ วขอ้ งกบั ปญั หาในปจั จบุ นั โดยสน้ิ เชงิ แตแ่ ลว้ มนั
กลับนำ�ไปสู่ทางแก้ท่ีเป็นนวัตกรรมใหม่ งานทั้งหมดของอัจฉริยะเป็น
การปะทะและหลอมรวมกนั ของไอเดยี อันน�ำ ไปสกู่ ารค้นพบใหม่
พวกอจั ฉรยิ ะจะมองเหน็ ความสมั พนั ธท์ ซี่ อ่ นอยู่ และมกั จะใหน้ ยิ าม
ออกมาเปน็ ภาพแทนท่ีจะเปน็ ตัวเลขหรอื สูตร นักเคมีอินทรยี ช์ อ่ื เอฟ.เอ.
เคอคูเล ฝันถึงงูหกตัวท่ีกำ�ลังกินหางกันเองเป็นวงกลม และต่ืนขึ้นมา
โดยมีภาพโครงสรา้ งเบนซนี ในใจ นิโคลา เทสลา มองเห็นความสมั พันธ์
ระหวา่ งการโคจรของดวงอาทติ ย์รอบโลก และคดิ ไปถงึ การสลับมอเตอร์
ในปจั จบุ ัน ซ่ึงมีขั้วแมเ่ หล็กหมนุ อยขู่ า้ งในเครือ่ งยนต์
อจั ฉรยิ ะอาจสรา้ งผลงานไดม้ ากมาย เอดสิ นั เปน็ เจา้ ของสทิ ธบิ ตั รผลงาน
ถงึ 1,093 ชน้ิ โดยตง้ั เป้าว่าจะสร้างส่ิงประดิษฐใ์ ห้ได้หนึ่งชนิ้ ทุกสบิ วัน
เจ.เอส. บาค ประพนั ธ์คันตาตาทุกสปั ดาห์ ขณะทไี่ อน์สไตนม์ ขี อ้ เขยี น
ถงึ 248 ชนิ้ นอกเหนอื จากผลงานพลกิ โลกในเรอื่ งของทฤษฎสี มั พทั ธภาพ*
แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกผลผลิตจากอัจฉริยะที่จะกลายเป็นส่ิงเปล่ียน
โลก อจั ฉรยิ ะอาจผลติ ผลงานสรา้ งสรรคม์ ากมายซง่ึ ไมม่ คี า่ อะไรเลย อาจ
มีเพชรเพียงไม่กี่เม็ดท่ีขุดค้นขึ้นมาจากผลงานจำ�นวนมาก ในบรรดา
สทิ ธบิ ัตรนับพันของเอดิสนั มเี พียงหลอดไฟฟ้าเท่านัน้ ทีโ่ ดง่ ดัง
* เปน็ รากฐานส�ำ คญั ของฟสิ กิ สย์ คุ ใหม่ โดยแยกออกเปน็ 2 ตอนคอื ทฤษฎสี มั พทั ธภาพพเิ ศษ
และทฤษฎสี ัมพัทธภาพท่วั ไป
27
การจะรวู้ ่าใครเป็นอัจฉรยิ ะ
สิง่ ส�ำ คัญก็คือ การเขา้ ใจว่าอัจฉรยิ ะคดิ อย่างไร เราจะได้รู้วา่ ใครคือ
อัจฉริยะ คนเป็นอัจฉริยะมักพบได้ยากและซุกซ่อนอยู่ ในองค์กรของ
คุณอาจมีคนที่สามารถเป็นอัจฉริยะ ขอเพียงมีตัวจุดประกายให้ก้าวไป
สูอ่ กี ระดับของภมู ปิ ัญญา หากคณุ ระบุตวั อัจฉรยิ ะท่ซี อ่ นเร้นอย่ไู ด้ และ
ให้แรงกระตุ้นกบั เขาดว้ ยการฝึกอบรมพฒั นา หรอื มอบหมายงานใหม ่ ๆ
คุณจะเพ่มิ ผลิตผลใหท้ มี ไดอ้ ยา่ งมหาศาล
การระบุตัวอัจฉริยะจากการสัมภาษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเม่ือ
คนนั้นยังเด็ก และไม่ได้มีผลงานความสำ�เร็จอะไรมากมายเป็นส่ิงท่ียาก
แตจ่ �ำ เปน็ อยา่ งยง่ิ หากทมี ของคณุ จะยกระดบั จากทมี ทดี่ ไี ปสทู่ มี ทยี่ ง่ิ ใหญ่
บา่ ยวนั หนง่ึ ผมสัมภาษณ์นกั เคมชี วี ภาพ 6 คนทสี่ มัครเขา้ มาอยใู่ นทมี
วิจัยของผม เป้าหมายของผมคือหาตัวหลักมาแก้ปัญหาให้กับโปรเจกต์
ของทมี เรา หาคนท่ฉี ลาดทีส่ ดุ ในบรรดาผ้สู มัครทงั้ หมด
แรงกระตุ้นแรกในการสัมภาษณ์คนที่มาสมัครงานของผมก็คือ หา
คนท่เี หมือนกับผม ในบรรดาผู้สมคั รกล่มุ น้ี มีคนหน่งึ ช่ือแจ็ก แจก็ เคย
เรยี นทม่ี หาวทิ ยาลยั อนิ เดยี นาซงึ่ ผมเคยสอน ผมรจู้ กั อาจารยข์ องเขา เขา
บอกวา่ แจก็ ไปถงึ หอ้ งทดลองกอ่ นใครทกุ คนและท�ำ งานราวกบั สนุ ขั รบั ใช้
อกี ทงั้ เกรดของเขายังเยยี่ มมาก
แจ็กชอบในส่ิงที่ผมชอบ เขาชอบอยู่ทำ�งานดึก อ่านเรื่องราว
ฆาตกรรมลกึ ลับ และดูอเมริกันฟตุ บอลวทิ ยาลัย เขามีลูกสาวสองคนท่ี
เขาตามใจจนเคยตวั แมภ้ รรยาของเขาจะคอยดอุ ยเู่ รอื่ ย ๆ เขาหวั เราะงา่ ย
โดยเฉพาะเมอ่ื ผมเลา่ เรอื่ งตลก เขาแกป้ ญั หาดว้ ยการทำ�งานหนกั ขนึ้ เวลา
เจอกบั อปุ สรรคขวากหนาม เขาจะพยายามเปน็ สองเทา่ และไมเ่ คยยอมแพ้
28
ผมรู้ว่าผมเข้ากับแจ็กได้แน่ เพราะเขาคิดเหมือนผม คือคิดเป็น
ตรรกะและขยายผล แต่คนเป็นอัจฉริยะจะไม่คิดในลักษณะนี้ ถ้าผม
ตอ้ งการเพื่อนมาท�ำ งานดว้ ย แจก็ นแ่ี หละทค่ี วรจ้าง
ทุกทีมล้วนต้องการคนอย่างแจ็ก ทีมจะเดินหน้าต่อไปได้ด้วย
การท�ำ งานเลก็ ๆ ทไ่ี มม่ ใี ครเหน็ คา่ และอยากท�ำ อนั ทจ่ี รงิ แจก็ สามารถมาแทน
ในต�ำ แหนง่ ของผม โดยมาน�ำ ทมี ในอกี หนง่ึ ทศวรรษขา้ งหนา้ ไดเ้ ลย แจก็ เปน็
คนท่เี หมอื นกับผมซง่ึ หมายความวา่ เขาไม่ใช่อจั ฉรยิ ะอย่างแน่นอน
ผมยังสัมภาษณ์ผู้หญิงอีกคนชื่อจิลล์ ซึ่งทำ�ให้ผมหงุดหงิดมาก
เธอไมเ่ ข้าใจเรือ่ งตลกที่ผมเลา่ เวลาผมเลา่ เร่อื งตลก เธอจะมองผมดว้ ย
สายตางง ๆ ผมจึงไดแ้ ต่หัวเราะหึอยา่ งเกอ้ ๆ
ในเมอื่ ใชค้ �ำ ถามเดมิ สมั ภาษณไ์ มไ่ ดแ้ ลว้ ผมจงึ ถามเธอวา่ “อปุ สรรค
ใหญ่ทส่ี ดุ ในชวี ติ ทีค่ ุณเคยเจอคอื อะไร และคณุ เอาชนะมันอยา่ งไร”
เพอื่ ตอบค�ำ ถามของผม เธอเล่าถงึ ประสบการณ์ชวี ติ สามเรอื่ งซึง่ ไม่
ได้มคี วามเก่ียวข้องกันเลย สว่ นใหญ่จะเป็นเรอ่ื งส่วนตวั เชน่ รถของเธอ
ถูกขโมยโดยมแี ลป็ ทอ็ ปอยใู่ นกระโปรงทา้ ยรถ เธอไมส่ นใจเรือ่ งวิชาการ
เพราะวทิ ยาลัยและการเรียนระดบั บณั ฑติ ศกึ ษานนั้ น่าเบอ่ื เกรดของเธอ
กธ็ รรมดาแค่พอไดท้ ุนเทา่ นัน้
แตเ่ หตผุ ลเดยี วทผี่ มยงั ทนสมั ภาษณเ์ ธอตอ่ เพราะเธอไดค้ ะแนนจอี ารอ์ ี
(GRE)* เกอื บจะเพอรเ์ ฟกต์ แลว้ เธอกต็ พี มิ พง์ านของเธอเปน็ สถติ ิ แมเ้ ธอ
จะเรียนชีวเคมี นอกจากนี้ แทนท่ีจะไปเรียนมหาวิทยาลัยท่ีดังเร่ือง
การท�ำ วจิ ยั เธอกลบั ไปเรยี นทวี่ ทิ ยาลยั แคทอลกิ เลก็ ๆ แมจ้ ะเปน็ ชาวยวิ แต่
เธอกเ็ ลอื กเรยี นทว่ี ทิ ยาลยั นน้ั เพราะทน่ี นั่ มหี ลกั สตู รวรรณกรรมสมยั กลาง
* Graduate Record Examinations ขอ้ สอบพน้ื ฐานส�ำ หรบั ศึกษาต่อระดบั ปริญญาโท
ในสหรัฐอเมรกิ า
29
ทย่ี อดเย่ยี ม เธออยากเรยี นวิชาเลอื กในสาขาดงั กลา่ ว เธอชอบทง้ั ปรชั ญา
และเกมคอมพิวเตอรเ์ สมอื นจริง
เธอมแี ลป็ ทอ็ ปสว่ นตวั ทป่ี รบั ใหเ้ ลน่ เกมคอมพวิ เตอรแ์ บบสวมบทบาท
ได้ ผมจงึ มาเขา้ ใจทหี ลงั วา่ ท�ำ ไมการทแี่ ลป็ ทอ็ ปหายถงึ เปน็ เรอื่ งใหญส่ �ำ หรบั
เธอขนาดนนั้ ผมยอมรบั วา่ การทผี่ มเขา้ ใจตรงนใี้ หค้ วามรสู้ กึ เหมอื นเปน็
ชยั ชนะเลยก็ว่าได้ เพราะการสัมภาษณเ์ ธอนัน้ เป็นงานหนิ จริง ๆ
แลว้ จ ู่ ๆ เธอก็หยุดพูด ท�ำ ใหบ้ รรยากาศเงยี บกรบิ เธอไมไ่ ดต้ ั้งใจ
จะหยาบคายหรอื โผงผาง แตค่ �ำ ตอบของเธอตอ่ ค�ำ ถามของผมมนั ไปคนละ
ทิศละทาง เธอข้ามจากหัวข้อหน่ึงไปอีกหัวข้อหนึ่ง จนผมต้องพยายาม
ดึงกลับมาที่คำ�ถามเดิมท่ีผมถาม ผมจะได้กรอกแบบประเมินเธอได้ถูก
แตเ่ ธอก็ยังตอบคำ�ถามเฉไฉไปอกี เร่ือง ซง่ึ เปน็ เรือ่ งทเ่ี ธอสนใจมากกวา่
จิลล์เป็นข้ัวตรงข้ามกับผม ผมรู้ว่า การทำ�งานกับเธอคงหนักหนา
สาหสั แนแ่ ละจะท�ำ ใหผ้ มอดึ อดั แตเ่ ธอกลบั ไมร่ บั รถู้ งึ ความอดึ อดั ระหวา่ ง
เราแม้แต่นอ้ ย เธอไมม่ ีวันอย่ใู นสงั คมเหมือนคนปกติดังที่ผมเป็น
ผมตระหนักว่า หากผมต้องการใครสักคนมาแก้ปัญหาท่ีเหนี่ยวร้ัง
ทีมของเราอยู่ จลิ ล์คือตวั เลือกท่ีดีกวา่ แจ็ก เพราะจิลล์คดิ อะไรเปน็ ภาพ
ด้วยความสุนทรีย์ เธอเก็บเอาไอเดียทีไ่ ม่เกยี่ วข้องกันไว้ในหวั พร้อมกัน
ได้หลายเรื่อง ความเช่ือมโยงกันระหว่างการเป็นนักกวียุคกลางกับ
แอปพลิเคชนั คอมพวิ เตอร์ผดุ ขึน้ มาในหวั เธออยเู่ ปน็ ระยะ
จิลล์มีผลงานมากมายในเร่ืองท่ีไม่ใช่ความชำ�นาญของเธอ เม่ือใด
ก็ตามท่ีเธอสนใจในเรื่องใหม่ ๆ เธอจะจดจ่ออยู่อย่างน้ันจนเชี่ยวชาญ
เธอฝังตัวอยู่กับปัญหานั้นเป็นเวลาหลายต่อหลายช่ัวโมงโดยแทบจะลืม
กินลืมนอน
30
คุณต้องลืมตาให้กว้างอยู่เสมอจึงจะรู้ว่าใครคืออัจฉริยะ คุณอาจ
มองข้ามพวกเขาไปไดง้ ่าย ๆ เพราะพวกเขาไมเ่ หมอื นคุณ และอาจท�ำ ให้
คณุ รสู้ กึ อดึ อดั คณุ อาจมองขา้ มอจั ฉรยิ ะ เพราะคณุ สอ่ื สารกบั เขาไมร่ เู้ รอ่ื ง
การจะพบตัวอจั ฉรยิ ะได้นัน้ ผมต้องยอมปล่อยวางความตอ้ งการทีอ่ ยาก
ใหอ้ กี ฝา่ ยคยุ กันรเู้ ร่อื งไดง้ ่าย ๆ โดยไม่รูส้ ึกอึดอดั นัน้ ซะ
สดุ ทา้ ยแลว้ ผมตดั สนิ ใจจา้ งไวท้ ง้ั สองคน แจก็ ตอ้ งมจี ลิ ลม์ าชว่ ยแก้
ปญั หา และจิลล์กต็ ้องมีแจก็ มาท�ำ งานน่าเบื่อ เพอื่ ให้ห้องทดลองด�ำ เนนิ
ตอ่ ไปไดด้ ้วยความเรยี บร้อย
ผมเรยี นรทู้ จ่ี ะถามตวั เอง 6 ค�ำ ถามเกย่ี วกบั ตวั ผสู้ มคั ร เพอ่ื ประเมนิ วา่
เขาใช่อัจฉริยะท่ีทีมเรากำ�ลังต้องการตัวอยู่หรือไม่ คำ�ถามท้ัง 6 จะ
ช่วยใหค้ ณุ ระบุลักษณะวธิ คี ดิ ของพวกอัจฉริยะได้
1 ผู้สมัครคนนี้คิดแบบคู่ขนาน แทนที่จะคิดเป็นเส้นตรงเส้นเดียวใช่
หรือไม่ ไฟฟ้าอาจจะว่ิงเป็นเส้นเดียว เป็นคู่ขนาน หรือเป็นหลายเส้น
พรอ้ มกนั ก็ได้ ผู้สมคั รคนนีค้ ดิ ได้ทลี ะเรอ่ื งเทา่ น้นั หรอื เปลา่ หรือเกบ็ เอา
หลายคอนเซ็ปต์ไว้ในหัวในเวลาเดียวกันได้ แม้คอนเซ็ปต์เหล่าน้ันจะ
ขัดแยง้ กนั ไอนส์ ไตนเ์ ชือ่ มโยงมวล (mass) เขา้ กับพลงั งาน (energy)
ในเวลาที่ใคร ๆ ต่างมองว่าทั้งสองสง่ิ ไมเ่ กี่ยวข้องกนั หากผสู้ มคั รคนดงั
กล่าวไม่สามารถเกบ็ เอาไอเดียท่ขี ัดแยง้ ไวใ้ นหวั พร้อมกัน เธอจะมองไม่
เห็นแบบแผนที่คนอ่นื มองว่าเป็นเพียงการสมุ่ ได้
2 ผู้สมคั รซ่งึ มโี อกาสจะมาเปน็ สมาชิกในทมี คนนี้ เปน็ ผู้เชย่ี วชาญใน
หลายสิ่งใช่หรือไม่ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ไม่เพียงเป็นศิลปินผู้เปี่ยมไป
ดว้ ยพรสวรรค์สูงสดุ ในประวตั ิศาสตร์ เขายังมวี สิ ยั ทัศนใ์ นการประดษิ ฐ์
คดิ คน้ เขาคดิ คอนเซป็ ตข์ องทงั้ เฮลคิ อปเตอร์ รถถงั พลงั งานแสงอาทติ ย์
เครอ่ื งคดิ เลข และทฤษฎกี ารเคลอ่ื นทข่ี องเปลอื กโลก กอ่ นทว่ี ศิ วกรคนใด
31
จะเข้าใจในไอเดียเหล่านั้น นอกจากจะเป็นบิดาผู้สร้างชาติแล้ว เบน
แฟรงคลนิ ยงั เป็นนักประดิษฐ์และนกั วทิ ยาศาสตร์ ซึ่งผลงานของเขาส่ง
อทิ ธิพลตอ่ ฟสิ ิกส์และไฟฟา้ เขาประดิษฐส์ ายลอ่ ฟ้า แว่นตาที่มองได้ท้งั
ใกล้และไกล หอ้ งสมดุ แหง่ แรก และออดอมิเตอร์ (เครือ่ งวดั ระยะทาง
พาหนะ) นอกเหนือจากความส�ำ เร็จในหน้าทีก่ ารงานแล้ว ผ้สู มคั รคนนี้มี
งานอดเิ รกหรอื ความสนใจนอกเหนอื จากสายงานของตวั เองทชี่ ว่ ยสง่ เสรมิ
ความคิดสร้างสรรค์หรือเปล่า ไอน์สไตน์เป็นนักไวโอลินคลาสสิก และ
เขยี นบทความเกี่ยวกบั โมซาร์ตไว้หลายบทความด้วยกัน
3 ผู้สมัครคนนี้จมอยู่กับปัญหาท่ีเขาเจอหรือเปล่า เขาหมกมุ่นอยู่กับ
การค้นหาคำ�ตอบเพ่ือบรรลุเป้าหมายให้จงได้หรือเปล่า เขาจัดการกับ
อปุ สรรคดว้ ยความตนื่ เตน้ และมคี วามสขุ กับกระบวนการแกป้ ญั หาหรือ
เปลา่
4 วิธีแก้ปัญหาของผู้สมัครคนนี้เป็นสิ่งท่ีเกินความคาดหมาย แต่ก็
เรียบง่ายหรือเปล่า ผู้สมัครมองปัญหาจากมุมมองที่แตกต่าง เขาคิด
นอกกรอบ และสอื่ สารความคดิ อนั ซบั ซอ้ นออกมาอยา่ งงา่ ยดายใชห่ รอื เปลา่
5 ผู้สมัครคนน้ีสร้างผลงานได้มากมายหรือเปล่า เอดิสันมีสิทธิบัตร
มากมาย ไอนส์ ไตนเ์ ขยี นขอ้ เขยี นหลายรอ้ ยชน้ิ แนน่ อนวา่ ไมใ่ ชข่ อ้ เขยี น
ทกุ ชนิ้ ทจ่ี ะยงิ่ ใหญเ่ หมอื นทฤษฎสี มั พทั ธภาพ แตส่ มองของเขากผ็ ลติ ไอเดยี
ไมเ่ คยหยดุ นง่ิ
6 ผสู้ มคั รคนนใ้ี สใ่ จกบั ความถกู ตอ้ งของงานตวั เองหรอื เปลา่ ผมมกั ไม่
ทราบวา่ อจั ฉรยิ ะทำ�ถกู หรอื ไม่ เพราะผมไมเ่ ขา้ ใจงานของพวกเขา แตผ่ ม
รไู้ ด้ว่าคนคนหนึ่งใสใ่ จกับความถูกต้องหรือไม่ อัจฉรยิ ะมักไม่อดทนต่อ
ความบกพรอ่ งในงานท่ีเขาทำ� แต่เขาสามารถท่จี ะลืมเรอ่ื งอ่ืนอกี มากมาย
เช่น ลืมจ่ายคา่ ไฟ
32
ผมใช้คำ�ถามเหล่าน้ีในการระบุตัวอัจฉริยะจากกลุ่มผู้สมัคร เม่ือ
คณุ ต้องการสรรหาผู้สมคั รหรอื ประเมนิ คนท่อี ยูใ่ นทมี มากอ่ นแลว้ ขอให้
ใช้คำ�ถามเหล่านเี้ พ่อื หาตัวคนท่ีมีทักษะโดดเดน่ ออกมาใหไ้ ด้ แนน่ อนว่า
คนเป็นอัจฉริยะนั้นหาได้ยาก การพบตัวและจ้างอัจฉริยะอาจเป็น
การพลิกโฉมทีมได้เลย หากคุณหาตัวอัจฉริยะจนเจอ และหลอมรวม
เขาเขา้ กบั ทมี ทมี่ ปี ระสทิ ธผิ ล คณุ อาจกา้ วหนา้ ไปในระดบั ทไี่ มม่ ใี ครคดิ วา่
จะเปน็ ไปไดเ้ ลยทีเดียว
เม่ือคุณพบตัวและจ้างอัจฉริยะมาทำ�งานด้วยเรียบร้อยแล้ว คุณ
ต้องรู้ว่าจะทำ�งานกับเขาอย่างไรให้เกิดผล คุณอาจคิดว่า การทำ�งาน
กับคนฉลาดจะช่วยลดปัญหาในการนำ�ทีมของคุณ โดยไม่ทำ�ให้ปัญหา
เดิมลกุ ลาม แตไ่ ม่ว่าอยา่ งไร ท้ายท่ีสุดแลว้ คนเป็นอัจฉริยะจะมองไป
ขา้ งหนา้ ได้ไกลกว่า และสร้างผลงานอันย่งิ ใหญ่ได้ง่ายดายกว่าใคร ทว่า
การนำ�อัจฉริยะนน้ั ต้องอาศยั กลยทุ ธพ์ ิเศษ
ในบทต่อไปเราจะคุยกันว่า อุปสรรคในการนำ�พวกอัจฉริยะคือ
อะไร และจะท�ำ ใหค้ ณุ เขา้ ใจวา่ คณุ ตอ้ งท�ำ อะไรบา้ ง เพอ่ื สรา้ งทมี ทที่ �ำ งาน
สอดคลอ้ งกันและมีผลิตผล
33
บทที่ 2
อจั ฉริยะเทา่ น้ัน
ยังไม่พอ
GENIUS IS NOT ENOUGH
จ ู่ ๆ คณุ จะเดนิ ดมุ่ ไปหาคนทเ่ี ปน็ อจั ฉรยิ ะ แลว้ บอกวา่ “ไปประดษิ ฐ์
อะไรสกั อยา่ งสิ จะไดท้ �ำ เงนิ ไดย้ งั ไงละ่ ” ไมไ่ ดห้ รอก การคน้ พบทย่ี งิ่ ใหญ่
น้ันไม่ไดม้ หี นทางเดียว นีค่ ือเหตผุ ลที่อจั ฉรยิ ะตอ้ งมีคนคอยน�ำ คนเปน็
ผูน้ �ำ จะชีน้ ้วิ สั่งให้คนอน่ื ประดิษฐค์ ดิ คน้ โนน่ นไ่ี มไ่ ด้ เพราะการคน้ พบนั้น
เป็นเร่ืองเฉพาะตวั และต้องคอ่ ย ๆ วิวฒั นาการไปข้างหน้าด้วยตวั เอง
บางครั้งการค้นพบที่ยิ่งใหญ่อาจมาจากการมุ่งมั่นทำ�ส่ิงเดียวอย่าง
ไมล่ ดละ วลิ เลยี ม ชอ็ กลยี ์ ท�ำ งานทเี่ บลลแ์ ลบ็ ส์ (Bell Labs) นานกวา่ 10 ปี
โดยมเี ปา้ หมายเดยี วคอื ประดษิ ฐท์ รานซสิ เตอรจ์ ากซลิ คิ อนตวั แรก เพอ่ื ทดแทน
หลอดสญุ ญากาศทใ่ี หญเ่ ทอะทะ เขามที ฤษฎีอยูใ่ นหวั แต่ยังคดิ โมเดลที่
เวิร์กไม่ออก เขาจึงเรยี ก วอลเตอร์ แบรตเทน และ จอหน์ บาร์ดนี มา
ชว่ ยจดั การเรอื่ งวิศวกรรมและการพัฒนา พวกเขาท�ำ งานอยู่ 2 ปีกวา่ จะ
สร้างทรานซิสเตอร์ตัวแรกออกมาจนได้ ซึ่งทำ�ให้คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป
และสมาร์ตโฟนเกิดข้นึ ไดใ้ นทุกวนั นี้ ชอ็ กลยี ,์ บาร์ดนี และแบรตเทน
ได้รับรางวัลโนเบลในปี 1956 จากการค้นพบของพวกเขา ซึง่ ตอ้ งใชเ้ วลา
ถึง 12 ปกี ับการท�ำ งานแบบม่งุ เนน้ จดจอ่ อยกู่ บั เรือ่ งเดยี ว
ยงั มอี กี หลายกรณที กี่ ารคน้ พบเกดิ ขน้ึ โดยบงั เอญิ เพอรซ์ ี สเปนเซอร์
ท�ำ งานอยทู่ เี่ รยเ์ ธยี น (Raytheon) โดยสรา้ งเรดารใ์ หก้ บั กระทรวงกลาโหม
สหรฐั ฯ ขณะยนื อยบู่ นสนามเรดารท์ ก่ี �ำ ลงั ท�ำ งานอยนู่ น้ั เขาสงั เกตวา่ ชอ็ กโกแลต
แทง่ ในกระเปา๋ กางเกงของเขาก�ำ ลงั ละลาย สเปนเซอรจ์ ะมองขา้ มชอ็ กโกแลต
35
ทีก่ ำ�ลังละลายแท่งนัน้ ก็ได้ แต่จ ู่ ๆ เขากน็ กึ ขึน้ มาได้ว่า จะเอามนั มาใช้
อยา่ งไรดี จากการสงั เกตเหน็ ช็อกโกแลตละลายนั้นเอง ไดก้ ลายมาเปน็
เตาอบไมโครเวฟเคร่อื งแรกของโลก
คนเปน็ ผนู้ �ำ จะสนบั สนนุ อจั ฉรยิ ะไดด้ ว้ ยการเขา้ ใจวา่ อะไรจะชว่ ยให้
พวกเขาคิดค้นส่ิงที่ยิ่งใหญ่ได้ดีที่สุด ลอเรนซ์ มาร์แชลล์ หัวหน้าของ
เพอรซ์ ี สเปนเซอร์ ไดเ้ ครดติ นอ้ ยไปส�ำ หรบั ไมโครเวฟ การเปน็ นายใหญข่ อง
บริษัทเรย์เธียนในช่วงสงครามโลกคร้ังท่ีสองทำ�ให้เขารู้ว่า เมื่อสงคราม
สน้ิ สดุ ลง งบประมาณดา้ นกลาโหมซง่ึ เปน็ รายไดห้ ลกั ของบรษิ ทั ของเขาจะถกู
ปรบั ลดลงอยา่ งมหาศาล สภาวะแวดลอ้ มทางเศรษฐกจิ ก�ำ ลงั เปลย่ี นแปลง
และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วย่อมเป็นสิ่งจำ�เป็น เพื่อทำ�ให้
บรษิ ทั เดนิ หนา้ ตอ่ ไปได้ เขาจงึ ดน้ิ รนอยา่ งหนกั ทจี่ ะสรา้ งแหลง่ รายไดท้ สี่ อง
การปรึกษาหารือกันถึงแนวทางในอนาคตของเรย์เธียนนั้นเข้มข้น
อยา่ งยง่ิ ไอเดยี ของสเปนเซอรใ์ นการใชค้ ลนื่ ไมโครเวฟเพอื่ อนุ่ อาหารเปน็
เพียงหนึง่ ในหลายข้อเสนอ วิศวกรท่ีเรย์เธยี นต่างรูว้ ่า ความอยู่รอดของ
บริษัทขณะน้ันแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเขาจึงทำ�งานหนักในการสร้าง
ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีเพอื่ ท่จี ะน�ำ ออกสตู่ ลาดใหจ้ งได้
แมจ้ ะถูกกดดันอย่างหนกั ใหเ้ ลือกแนวทางอ่ืน มาร์แชลลก์ ็ตดั สินใจ
เลอื กท�ำ เตาอบไมโครเวฟ จากบรรดาคอนเซป็ ตอ์ นื่ ในการใชไ้ มโครเวฟเพอื่
การคา้ เช่น การท�ำ หมกึ ให้แห้ง หรอื ท�ำ ใบยาสูบใหแ้ ห้งเพื่อเอาไปท�ำ บุหรี่
มารแ์ ชลลม์ โี อกาสเลอื กเพยี งครงั้ เดยี วใหถ้ กู ตอ้ ง เพราะเรยเ์ ธยี นไมม่ ี
เงนิ ทนุ เพยี งพอส�ำ หรบั ความพยายามครงั้ ทสี่ อง และเขากเ็ ลอื กไดถ้ กู โดย
การตดั สินใจดงั กล่าวไม่เพยี งช่วยชวี ติ บริษทั ไว้ แตย่ งั สร้างอตุ สาหกรรม
ใหมข่ น้ึ มา การคดิ คน้ ไมโครเวฟของสเปนเซอรไ์ ดก้ ลายเปน็ ความรตู้ กทอด
36
ท่ีได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงในแวดวงวิศวกรรม แต่กลับไม่มีใคร
จดจ�ำ ไดว้ า่ มารแ์ ชลลเ์ ปน็ ผตู้ ดั สนิ ใจทจ่ี ะใชไ้ มโครเวฟซงึ่ ถกู คน้ พบในการ
ท�ำ เตาอบ เรอ่ื งนส้ี อนเราวา่ อัจฉรยิ ะอย่างเดยี วไมเ่ พียงพอทีจ่ ะประสบ
ความสำ�เร็จ ความเป็นผู้นำ�และมุมมองอันกว้างไกลของผู้นำ�ก็สำ�คัญ
ไมแ่ พก้ ัน
เทคโนโลยที ่ีเหนอื ช้นั กไ็ มเ่ พยี งพอ
บริษัทจำ�นวนมากอาจมีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีมหาศาลแต่ก็
ยงั ลม้ เหลว ตอนทผ่ี มยงั เดก็ “โกดกั (Kodak)” เปน็ ค�ำ ทห่ี มายความถงึ ภาพถา่ ย
เหมือนทีเ่ ราใช้ค�ำ วา่ “กเู กิล” แทนการเสิร์ชอินเทอร์เนต็ ทุกวันนี้ อย่างไร
กต็ าม โกดกั กลบั ลม้ ละลาย เพราะเปลยี่ นจากฟลิ ม์ มาเปน็ ภาพถา่ ยดจิ ทิ ลั
ช้าเกินไป ส่ิงที่ปลิดชีพโกดักคือ การไม่รับฟังนักประดิษฐ์ในบริษัทท่ี
เชอื่ วา่ ดจิ ทิ ลั ภวิ ตั นจ์ ะเขา้ มาท�ำ ลายธรุ กจิ ฟลิ ม์ ในทา้ ยทส่ี ดุ โกดกั ประดษิ ฐ์
ภาพถ่าย แต่ทำ�เงินจากฟิล์มเพียงอย่างเดียว อัจฉริยะนักประดิษฐ์ใน
โกดักถูกมองเป็นภัยคุกคามต่อกำ�ไรของบริษัท แม้ว่าโกดักจะถือครอง
สทิ ธบิ ตั รมากมายทใี่ ชส้ �ำ หรบั ภาพถา่ ยดจิ ทิ ลั แตก่ ลบั ใหส้ ทิ ธน์ิ น้ั กบั บรษิ ทั
คแู่ ข่ง
CEO ของบรษิ ทั ในตอนนนั้ คอื จอรจ์ ฟชิ เชอร์ ซงึ่ นา่ แปลกทตี่ วั เขาเอง
เป็นผู้เช่ียวชาญด้านเทคโนโลยี แม้จะมีข้อมูลว่า ผู้บริหารระดับกลาง
เล็งเหน็ ตงั้ แต่ตอนนนั้ แลว้ ว่า การปฏิวตั ดิ ิจทิ ัลก�ำ ลังจะมาถึงในช่วงปลาย
ยุค 80 แต่ผู้นำ�ระดับอาวุโสที่เอาแต่พึงพอใจกับความสำ�เร็จเดิม ๆ
กลบั มองขา้ มมนั ไป เพราะก�ำ ไรของบรษิ ทั ยงั ไปไดส้ วยอยู่ การตอบสนอง
37
ของเรย์เธียนต่อนวัตกรรมใหม่เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับความไม่รู้
ร้อนรู้หนาวของโกดักโดยสิ้นเชิง เรย์เธียนไม่เพียงรับรู้ถึงศักยภาพของ
เทคโนโลยใี หม่ แต่ยงั มุ่งมน่ั ทุม่ เทท่จี ะพฒั นามันข้ึนมา
ความลม้ เหลวในการเปดิ รบั ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี ไมไ่ ดม้ แี ต่
เฉพาะทโี่ กดกั เทา่ นน้ั ผผู้ ลติ นาฬกิ าของสวสิ กค็ รองตลาดมาหลายศตวรรษ
พวกเขารู้วา่ จะท�ำ เฟืองเกยี รแ์ ละลานอยา่ งไรใหด้ ีกว่าเจ้าอ่นื
ในปี 1967 ซีอีเอช (CEH)* ได้คิดค้นนาฬิกาควอตซ์ขึ้นมา
คร้ันนักวิจัยชาวสวิสเอาสิ่งประดิษฐ์ใหม่น้ีไปนำ�เสนอต่อบริษัทผู้ผลิต
ปรากฏว่า ทุกบริษัทต่างปฏิเสธด้วยความมืดบอดต่อการเปล่ียนแปลง
ในระดับรากฐานของโลกรอบตัว ผู้ผลิตจึงปล่อยให้นักวิจัยร่วมชาติเอา
นาฬกิ าอเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ปน�ำ เสนอในฐานะสง่ิ ประดษิ ฐใ์ หม่ ณ สภานาฬกิ าโลก
ในปีเดียวกันนั้น ผลก็คือ บริษัทญ่ีปุ่นและอเมริกันแย่งกันซื้อสิทธิ์
ของนาฬิกาชนิดใหมน่ ้ี และเอาไปสรา้ งตลาดใหม่ทม่ี ีมูลคา่ มหาศาล
ผู้นำ�ของโกดักและอุตสาหกรรมผู้ผลิตนาฬิกาของสวิสไม่ได้มอง
ผลติ ภณั ฑข์ องบรษิ ทั ผา่ นสายตาของผบู้ รโิ ภค แตม่ องในมมุ ของผบู้ รหิ ารธรุ กจิ
สำ�หรับผู้บริโภค การเก็บภาพนับพันไว้ในกล้องถ่ายรูปขนาดเท่าฝ่ามือ
โดยเอามาดูและจดั การกับมันได้ทันที รวมท้ังลบภาพทไ่ี ม่ชอบทงิ้ ไดด้ ้วย
ถอื วา่ นา่ ปรารถนามาก เชน่ เดยี วกนั ผบู้ รโิ ภคยอ่ มอยากไดน้ าฬกิ าทไี่ มต่ อ้ ง
อาศยั การไขลานแตย่ งั คงเทย่ี งตรงอยเู่ สมอ ผบู้ รหิ ารทไ่ี หนกต็ ามคงท�ำ ใจ
ล�ำ บากทจี่ ะทงิ้ สายธรุ กจิ ทที่ �ำ อตั ราก�ำ ไรไดม้ ากมายอยา่ งโกดกั พวกสวสิ เอง
ก็เป็นผนู้ �ำ ในการผลิตนาฬิกามาหลายศตวรรษ ในปี 1968 พวกเขาครอง
ส่วนแบง่ ตลาดนาฬกิ าโลกถึง 65 เปอรเ์ ซน็ ต์ ความส�ำ เรจ็ ดังกล่าวทำ�ให้
* Center Electronique Horloger
38
พวกเขามองไมเ่ หน็ การเปล่ียนแปลงจากเครือ่ งกลส่รู ะบบไฟฟา้ ที่กำ�ลงั จะ
เกดิ ขน้ึ บรษิ ทั เหลา่ นตี้ อ้ งอาศยั ผนู้ �ำ ทม่ี คี วามกลา้ หาญอยา่ งยงิ่ ยวดจงึ จะเอา
สายธรุ กจิ ทที่ �ำ ก�ำ ไรไดส้ งู ทง้ั ยงั ครองตลาดเบด็ เสรจ็ ทง้ิ ไป แตก่ ารท�ำ เชน่ นน้ั
จะชว่ ยใหบ้ รษิ ทั เตบิ โตตอ่ ไปไดแ้ ละรกั ษาต�ำ แหนง่ งานไดน้ บั หมนื่ เลยทเี ดยี ว
เพราะเหตุใดอจั ฉริยะจึงต้องมกี ฎเกณฑ์พิเศษ
ส่ิงท่ีทำ�ให้อัจฉริยะตัวท็อปมีความซับซ้อนก็คือ การที่พวกเขารู้ว่า
ตัวเองฉลาดขนาดไหน แม้บางคนอาจมองความม่ันใจดังกล่าวว่าเป็น
ความอวดดี แตบ่ อ่ ยครง้ั มนั กเ็ ปน็ เพยี งตวั ตนของคนคนนน้ั เพราะพวกเขา
ฉลาดจรงิ ๆ นน่ั เอง
การท�ำ ใหอ้ จั ฉรยิ ะยอมอยใู่ ตก้ ฎเกณฑเ์ ปน็ เรอื่ งทยี่ าก เพราะพวกเขา
ไปถึงจุดน้ันได้ด้วยการก้าวพ้นความคิดตามแบบแผนแล้วใช้ตรรกะของ
ตนเอง พวกเขาไมเ่ หน็ วา่ จะเปน็ ปญั หาอะไรกับการประพฤตปิ ฏิบัติตวั ใน
แบบของตนเอง พนกั งานทฉ่ี ลาดสดุ ๆ มกั คดิ วา่ เขารดู้ กี วา่ คณุ วา่ ตอ้ งท�ำ
อะไรบ้าง พวกเขาจะเน้นทำ�ในสิ่งที่ต้องทำ�เพื่อให้งานสำ�เร็จ โดยไม่ได้
ใส่ใจว่าคณุ คอื ผนู้ ำ� ความเปน็ ผ้นู ำ�และผู้ตามแทบจะกลับขว้ั กลบั ขา้ งกัน
แมค้ นสว่ นใหญ่ในองค์กรจะยอมอย่ใู ต้ผูน้ ำ� แตพ่ วกอัจฉรยิ ะกลบั เนน้ ท่ี
คุณคา่ ซงึ่ ตวั เขาเองเป็นผนู้ �ำ มาสู่สมการของบรษิ ัท
พูดให้รวบรัดก็คือ พวกอัจฉริยะไม่ชอบให้ใครมานำ� พวกเขารู้ว่า
ตัวเองมีค่าแค่ไหนต่อบริษัท และรู้ว่าคุณค่านั้นอาจสูงกว่าคุณเสียด้วย
ซ้�ำ ส่วนใหญแ่ ล้ว พวกอัจฉรยิ ะมักไมส่ นใจชื่อตำ�แหน่งหรอื การไดเ้ ลือ่ น
ตำ�แหน่ง เพราะแรงจูงใจของเขาซบั ซ้อนและเปน็ ปจั เจกมาก พวกเขามัก
เชอ่ื มโยงตนเองเขา้ กบั เครอื ขา่ ยของเพอ่ื นฝงู ทมี่ คี วามคดิ คลา้ ยกนั ทว่ั โลก
39
ซงึ่ อยหู่ า่ งกนั แคป่ ลายนว้ิ คลกิ การปดิ บงั ซอ่ นเรน้ หลอกพวกเขาไมไ่ ด้ และ
พวกเขากไ็ ม่ยอมทนต่อข้ออ้างท้งั หลายทงั้ ปวง
ลึก ๆ ข้างใน อัจฉริยะมักเป็นผู้ท่ีวิพากษ์ตนเองอย่างรุนแรงท่ีสุด
แรงกว่าเวลาคุณตัดสินตัวคุณเองเยอะมาก ซ่ึงไม่ได้หมายความว่า
คณุ จะตำ�หนผิ ลงานของเขาได้บอ่ ย ๆ เพราะการต�ำ หนขิ องคณุ ไรน้ ำ้�หนกั
ในสายตาของพวกเขา เนอ่ื งจากคณุ ไม่ได้ฉลาดเท่าพวกเขา อัจฉรยิ ะมัก
มองงานของคณุ วา่ เปน็ สงิ่ ทไ่ี มไ่ ดส้ ลกั ส�ำ คญั อะไร และไมเ่ คยทจ่ี ะขอบคณุ
คณุ ส�ำ หรบั ทกุ สงิ่ ทค่ี ณุ ท�ำ ใหพ้ วกเขา จะเหน็ ไดว้ า่ การน�ำ พวกอจั ฉรยิ ะนน้ั
ไม่ใช่เรอ่ื งง่ายเลยแม้แตน่ ้อย
จากประสบการณใ์ นการนำ�กล่มุ คนฉลาดจ�ำ นวนมากของผม ผมได้
เรียนรู้ว่า พวกเขาหลายคนคิดว่าเขาทำ�งานของผมได้ดีกว่าผมเสียอีก
ซ่ึงเขาก็อาจทำ�ได้ดีกว่าจริง ๆ ถ้างานนั้นเกี่ยวข้องแค่โปรเจกต์หรืออยู่
ในขอบเขตความชำ�นาญของพวกเขา แต่การเป็นผู้นำ�ต้องอาศัยอะไร
มากกว่านน้ั เยอะ เปน็ เร่อื งของการมองให้ออกว่า จุดตา่ ง ๆ มาเชอ่ื มกนั
และกลายเปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ซี่ บั ซอ้ นแตถ่ กู บรู ณาการเขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งลงตวั
ได้อย่างไร แม้ผู้นำ�ต้องมองภาพรวมขององค์กรและตัดสินใจโดยอาศัย
ภาพรวม แต่พนักงานมักถูกชีน้ �ำ ใหม้ ่งุ เน้นไปยงั จดุ เลก็ ๆ ในการนำ�ทีม
ท่ีมีแต่พนักงานท่ัวไปน้ัน กระบวนการท่ีตรงไปตรงมาอาจใช้ได้ผลใน
การเอาแต่ละคนมาทำ�งานประสานกันเป็นทีมใหญ่ แต่วิธีดังกล่าวใช้ไม่
ได้ผลกับพวกอัจฉริยะ พนักงานท่ีสร้างสรรค์และฉลาดปราดเปรื่องมัก
มเี หตผุ ลอนั ยอดเยยี่ มมาอธบิ ายการกระท�ำ ทจ่ี ะเปน็ ประโยชนต์ อ่ โปรเจกต์
ของตวั เอง แตม่ นั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ บรษิ ทั โดยภาพรวม หาก
คนเปน็ ผนู้ �ำ สรา้ งวฒั นธรรมของทมี อนั เขม้ แขง็ ขน้ึ มาได้ พวกอจั ฉรยิ ะกจ็ ะ
ยอมรับการตัดสินใจทเี่ ขาหรือเธอเข้าใจ อันจะเป็นผลดีต่อทมี ทั้งทีม
40
พวกอจั ฉรยิ ะจะไมถ่ ูกกระตุ้นด้วยสง่ิ เดียวกันกับพนักงานสว่ นใหญ่
โดยปกตแิ ลว้ ในการน�ำ คนท่ัวไปความท้าทายจะอย่ทู ่กี ารจูงใจใหท้ ำ�งาน
ท่พี วกเขามองว่า ต�่ำ กว่าความสามารถหรอื เปน็ งานที่ไมช่ อบ แตส่ �ำ หรับ
สายงานดา้ นเทคนคิ ทถ่ี กู ยดึ ครองโดยพวกสมองเพชร ความยากของมนั จะอยู่
ทก่ี ารจงู ใจพวกอจั ฉรยิ ะใหท้ �ำ ในสง่ิ ทดี่ ตี อ่ บรษิ ทั โดยรวม แทนทจ่ี ะเอาแต่
งานของตวั เองหรอื สงิ่ ทต่ี วั เองสนใจ อจั ฉรยิ ะจำ�เปน็ ตอ้ งมแี รงจงู ใจ พวกเขา
จงึ จะคดิ ถงึ คนอน่ื และมองความส�ำ เรจ็ ของทมี วา่ เปน็ ความส�ำ เรจ็ ของตวั เอง
การสรา้ งสงิ่ แวดลอ้ มทช่ี ว่ ยสง่ เสรมิ ความสรา้ งสรรค์
นกั วทิ ยาศาสตรท์ ฉ่ี ลาดปราดเปรอื่ งจ�ำ นวนมากทผ่ี มเคยน�ำ ไมไ่ ดค้ ดิ
ว่าพวกเขาจำ�เป็นต้องมีผมแต่อย่างใด อันที่จริง ผมรู้สึกด้วยซ้ำ�ไปว่า
การมผี มเปน็ หวั หนา้ เปน็ เรอื่ งนา่ เบอื่ ส�ำ หรบั พวกเขา ผมท�ำ อะไรชา้ เรยี กรอ้ ง
เยอะ และโจง่ แจ้งเกนิ ไปส�ำ หรบั พวกเขา การทำ�ใหพ้ วกอจั ฉรยิ ะยอมรับ
ว่า พวกเขาจำ�เป็นต้องมีคนที่ไม่ใช่อัจฉริยะจึงจะประสบความสำ�เร็จได้
เป็นหน่ึงในอุปสรรคสำ�คัญในการนำ�พวกอัจฉริยะ สำ�หรับผมแล้ว
ความนา่ เบอื่ เปน็ เรอ่ื งทด่ี ี เพราะเทา่ กบั วา่ ผมประสบความส�ำ เรจ็ ในการสรา้ ง
สิ่งแวดล้อมทชี่ ่วยใหพ้ วกอจั ฉรยิ ะมงุ่ เน้นอย่กู ับงานของตวั เอง
วศิ วกร นักวิทยาศาสตร์ทีป่ ราดเปรื่อง และคนท่ีมคี วามสรา้ งสรรค์
มกั มีชุดของความต้องการท่ีมีความเฉพาะตัว การจะนำ�พวกอัจฉริยะได้
นั้น คณุ ตอ้ งปฏเิ สธความคิดดัง้ เดิมในเร่ืองของความเป็นผู้น�ำ คณุ ตอ้ ง
ท�ำ ตวั เปน็ หวั หนา้ ทมี่ องไมเ่ หน็ ซง่ึ คอยจดั หาขอ้ มลู ใหก้ ารสนบั สนนุ และ
สรา้ งกระบวนการท�ำ งานทไ่ี มไ่ ปครอบง�ำ หรอื ชน้ี �ำ แนวทางใด ๆ คณุ อาจหา
โจทย์ หาขอ้ มลู ใหอ้ ยา่ งครบถว้ น และหาทรพั ยากรใหท้ กุ อยา่ ง แตอ่ ยา่ ไป
บอกพวกเขาวา่ จะแกโ้ จทยน์ นั้ อย่างไร หากคณุ ทำ�เชน่ นนั้ เทา่ กบั คุณไป
41
ลดทอนความสามารถโดยเนื้อแท้ในการสร้างสรรค์เพื่อหาทางออกที่
ยอดเยย่ี มของพวกเขา คณุ ตอ้ งน�ำ อยา่ งไมโ่ ฉง่ ฉา่ งเกนิ ไป ซง่ึ เปน็ เรอื่ งทยี่ าก
กว่าท่ีคิดเยอะมาก คุณจะเป็นผู้นำ�ที่ดีท่ีสุดได้เมื่อคุณช้ีทางให้อัจฉริยะ
พบกับการตัดสินใจท่ีถูกต้องสำ�หรับพวกเขาเอง ไม่ใช่การไปผูกขาด
ความคดิ วา่ ตอ้ งตดั สนิ ใจอยา่ งนน้ั อยา่ งนี้ ในการน�ำ พวกอจั ฉรยิ ะ คณุ ตอ้ งน�ำ
ดว้ ยการเสนอทางเลือกตา่ ง ๆ ให้ ไม่ใชไ่ ปช้นี ำ�พวกเขา
แม้การบอกพวกอัจฉริยะว่าต้องทำ�อะไร จะง่ายกว่าการปล่อยให้
พวกเขามีอสิ ระในการท�ำ งาน แต่วธิ ีท่ีโฉ่งฉ่างเช่นนนั้ จะไปจ�ำ กดั โอกาสใน
การคน้ พบวธิ แี กป้ ญั หาทม่ี คี วามซบั ซอ้ นดว้ ยพลงั สรา้ งสรรค์ ในทางตรงขา้ ม
คุณอาจท้ิงระยะห่างให้มากเข้าไว้จนพวกอัจฉริยะค้นพบทางออกได้ด้วย
ตนเอง หน้าท่ีของคุณคือสนับสนุนการแก้ปัญหาอยู่ห่าง ๆ เพื่อให้
พวกอัจฉริยะมุ่งเน้นอยู่กับเป้าหมายของเขาต่อไป ความสมดุลระหว่าง
การปลอ่ ยใหค้ ดิ สรา้ งสรรคอ์ ยา่ งเปน็ อสิ ระ ในขณะเดยี วกนั กค็ อยคมุ ใหม้ งุ่ เนน้
อยู่กับเป้าหมาย ถือเป็นหน่ึงในงานที่ยากที่สุดในการนำ�พวกอัจฉริยะ
สเปนเซอรห์ รอื ไมโครเวฟอาจเปน็ สงิ่ ลอ่ ใจทคี่ มุ้ ทจ่ี ะไขวค่ วา้ แตส่ ง่ิ อนื่ ๆ รงั แต่
จะท�ำ ให้ทกุ คนเสยี เวลา คนเปน็ ผนู้ �ำ จงึ ตอ้ งตดั สินใจว่า ส่ิงล่อใจใดบา้ ง
ที่มคี ่ามากกวา่ โจทย์หลัก การจะบริหารอจั ฉรยิ ะได้นน้ั คณุ ต้องเป็นผู้น�ำ
ในส�ำ นกึ ทหี่ ลดุ ออกจากกรอบเดมิ ๆ กลา่ วคอื คณุ ตอ้ งสนบั สนนุ กระบวนการ
โดยไม่ไปช้ีนำ�วิธีการ หรือแมก้ ระทง่ั การไปสเู่ ปา้ หมายด้วยซ�ำ้ ไป
แทนที่จะทึกทักเอาเองว่า ส่ิงท่ีคุณทำ�นั้นมีผลต่อความสำ�เร็จของ
โปรเจกต์มากท่ีสุด คุณควรจะเข้าใจว่า คนท่ีนำ�พวกอัจฉริยะต้องสร้าง
สิ่งแวดล้อมที่เอ้ือต่อการประสบความสำ�เร็จ ตัวคุณเพียงควบคุมโดย
ออ้ ม โดยไม่ไดเ้ ช่ือมโยงกบั เป้าหมายและความส�ำ เร็จของโปรเจกต์น้นั ๆ
โดยตรง ผู้นำ�ของพวกอัจฉริยะไม่ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมี คุณคือ
เบ้าหลอมของปฏิกริ ยิ าเหลา่ นั้นตา่ งหาก
42
คณุ อาจจะเปลย่ี นโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจยั ขนาดของทมี และ
จุดเน้นของทีม แต่ความสำ�เร็จของทีมยังคงมาจากความสร้างสรรค์ของ
สมาชิกในทีม สภาพแวดล้อมการทำ�งานของอัจฉริยะจะเป็นตัวอุปถัมภ์
ค้ำ�ชูความสร้างสรรคข์ องเขาหรอื เธอ ซ่งึ สดุ ทา้ ยแลว้ จะส่งผลต่อผลลพั ธ์
ทีอ่ อกมาอย่างมนี ัยส�ำ คญั ใครกต็ ามอาจจะโชคดีได้ครง้ั หนง่ึ แตถ่ า้ คณุ
เหน็ ผนู้ �ำ คนไหนทท่ี มี ของเขากา้ วหนา้ แลว้ กา้ วหนา้ อกี ในระยะยาว นนั่ แหละ
คือสัญญาณบง่ ชี้วา่ ผู้นำ�คนนัน้ ร้วู ่าจะท�ำ งานกับพวกอจั ฉริยะอยา่ งไร
อจั ฉรยิ ะนำ�อจั ฉริยะด้วยกันได้ไมด่ หี รอก
หากรสู้ กึ ไมม่ น่ั ใจในความสามารถของตวั เองวา่ จะน�ำ พวกอจั ฉรยิ ะได้
หรือไม่ จงจำ�ไว้อยา่ งหนง่ึ ว่า คนทฉี่ ลาดจรงิ ๆ อาจจะเปน็ ผู้นำ�ทีแ่ ย่ก็ได้
แม้จะมขี อ้ ยกเว้นบางประการอย่าง บลิ เกตส์ หรอื อลี อน มัสก์ แตค่ น
ฉลาดมกั นำ�คนฉลาดด้วยกนั ไดไ้ ม่ดนี ัก เพราะพวกเขามักให้น�ำ้ หนกั กับ
ความฉลาดของตวั เองมากกวา่ ความคดิ ของคนอนื่ หรอื แมแ้ ตข่ อ้ มลู กต็ าม
อัจฉริยะมักไม่ให้ค่ากับส่ิงที่พวกเขาไม่รู้ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถใน
การตัดสินใจของพวกเขา คนที่ไม่ใช่อัจฉริยะต่างหากที่สามารถมองพ้น
ปญั หาออกไปยงั สง่ิ ทจี่ �ำ เปน็ ต่อองคก์ รโดยภาพรวมอยา่ งแทจ้ รงิ
ยิ่งอัจฉริยะจมดิ่งอยู่กับปัญหามากเพียงใด ยิ่งหมกมุ่นอยู่กับมัน
มากเท่าไร ก็ยิ่งยากสำ�หรับพวกเขาท่ีจะมองให้พ้นปัญหานั้น แต่คนที่
ไมใ่ ชอ่ จั ฉรยิ ะจะมสี มดลุ และมองโปรเจกตน์ นั้ ในภาพกวา้ งไดด้ ยี ง่ิ กวา่ ใน
ฐานะผ้นู ำ� คณุ อาจมองไม่เหน็ ทางแก้ แต่คณุ จะรไู้ ด้วา่ การแก้ปญั หานนั้
มีความส�ำ คัญต่อทุกคนอย่างไร เหตผุ ลที่คุณนำ�พวกอจั ฉรยิ ะได้กเ็ พราะ
ตัวคุณไมใ่ ชอ่ จั ฉริยะนน่ั เอง
43
เวลาพวกอจั ฉริยะมาน�ำ ทมี พวกเขามแี นวโน้มที่จะสัง่ ทกุ คนว่าตอ้ ง
ท�ำ อะไร ดว้ ยความทพ่ี วกเขารมู้ ากกวา่ ใคร พวกเขาจงึ มกั อดใจไมไ่ หวทจ่ี ะ
ผกู ขาดเสน้ ทางทจี่ ะเดนิ ไปขา้ งหนา้ พวกเขาจะคดิ วา่ โปรเจกตจ์ ะลม้ เหลว
แน่ถา้ ไมร่ ะบุตัวงานทกุ งานให้ชัด และเชอ่ื ไปเองว่า สิง่ ทพ่ี วกเขาประเมิน
นั้นถูกตอ้ งทง้ั หมด
วิลเลียม ช็อกลีย์ อัจฉริยะท่ีนำ�ทีมในห้องทดลองเบลล์ซึ่งคิดค้น
ทรานซิสเตอร์ซิลิคอนออกมา ก็มีปัญหาในการนำ�นักวิทยาศาสตร์และ
วศิ วกรฉลาด ๆ หลงั จากไดร้ างวลั โนเบลในปี 1956 รว่ มกบั จอหน์ บารด์ นี
และวอลเตอร์ แบรตเทน เขากต็ งั้ บรษิ ทั ชอ็ กลยี ์ เซมคิ อนดกั เตอร์ (Shockley
Semiconductor) และจา้ งคนเก่งที่สดุ ในโลก 60 คนไปท�ำ งานดว้ ย
กอ่ นจะเดนิ หน้าต่อโดยตัดแขง้ ตัดขาของอจั ฉรยิ ะทต่ี ัวเองจ้างมา
ช็อกลีย์เป็นเผด็จการ และไม่ยอมให้เหตุผลต่อการตัดสินใจของ
ตัวเอง เขาไม่สนใจรายงานของลูกน้อง ทั้งที่ตัวเองเป็นคนส่ังให้เขียน
รายงานมา เขาเคยให้เปเปอร์วิจัยที่ตัวเองเขียนกับนักวิทยาศาสตร์
รนุ่ นอ้ ง และบอกใหเ้ อาไปตพี มิ พใ์ นชอื่ พวกเขา ซงึ่ โดยนยั แลว้ หมายความวา่
ช็อกลีย์มองวา่ ลกู น้องไม่มวี ันสืบคน้ วิจัยไดด้ เี ทา่ ตัวเขา
จากนนั้ พนกั งานทเ่ี กง่ ทสี่ ดุ 8 คนรวมทงั้ บอ็ บ นอยซ์ และ กอรด์ อน
มวั ร์ ก็ลาออก แลว้ ตง้ั บรษิ ทั แฟร์ไชลด์ เซมิคอนดกั เตอร์ (Fairchild
Semiconductor) ในปี 1957
วศิ วกรทงั้ 8 คนท่อี อกจากช็อกลยี ์ เซมิคอนดกั เตอร์ ต่างไปก่อตง้ั
บรษิ ทั คอมพวิ เตอรท์ โี่ ดง่ ดงั ทส่ี ดุ ในประวตั ศิ าสตร์ ซงึ่ รวมถงึ อนิ เทล (Intel)
แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวเซส (Advanced Micro Devices)
และเนชนั แนล เซมคิ อนดกั เตอร์ (National semiconductor) หากชอ็ กลยี ์
ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียมและไม่อวดดี พวกเขาก็อาจไม่ลาออก
44
และชอ็ กลยี ์ เซมคิ อนดกั เตอรก์ อ็ าจผลติ ชปิ ในเครอื่ งแลป็ ทอ็ ปทผี่ มก�ำ ลงั
พิมพ์หนงั สอื เล่มน้ีอย่แู ทนที่จะเปน็ อนิ เทล
เวลาอจั ฉรยิ ะน�ำ อจั ฉรยิ ะ การตดั สนิ ใจของเขามกั เอาตวั เองเปน็ ทต่ี งั้
ขณะที่ผู้นำ�ตวั จรงิ ต้องมององคก์ รโดยภาพรวม แลว้ ตัดสินใจโดยยดึ เอา
ภาพรวมน้ันเป็นหลัก อัจฉริยะมักถอยกลับมาเพื่อมองภาพรวมไม่เป็น
เพราะพลังมหาศาลที่จดจ่ออยู่กับสิ่งใดส่ิงหนึ่ง ทำ�ให้พวกเขามุ่งเน้นกับ
ปัญหาเพยี งเรอ่ื งเดยี ว จึงท�ำ ใหพ้ วกเขาชอบโปรเจกต์ของตวั เองมากกวา่
ของคนอน่ื
คนเปน็ อจั ฉรยิ ะอาจยกเหตผุ ลในเรอ่ื งของสตปิ ญั ญาและความสรา้ งสรรค์
มาอธิบายว่า เพราะอะไรโปรเจกต์ของพวกเขาจึงสำ�คัญกว่า
แต่หากเหตุผลพวกนี้ถูกนำ�ไปใช้กล่าวอ้างกับทุกโปรเจกต์อย่างเท่าเทียม
กนั การตดั สนิ ใจเชงิ กลยทุ ธก์ ค็ งสะเปะสะปะไปหมด การทพ่ี วกอจั ฉรยิ ะ
ไม่ใช้หลักเหตุผลอย่างเสมอภาคกับทุกเร่ือง พวกเขาจึงอาจเลอื กท่รี ักมกั
ท่ีชงั โดยไม่รู้ตวั ก็เปน็ ได้
อัจฉริยะอาจประเมินผลงานของตนเองได้ไม่ดีเท่าไรนัก แทนที่จะ
ยอมรับความผิดพลาดโดยเรว็ ในโปรเจกต์หน่ึง เพอ่ื ให้มกี ารปรับทิศทาง
ในการจัดสรรทรัพยากรกันเสียใหม่ อัจฉริยะกลับมองปัญหาที่พวกเขา
เผชญิ อยวู่ า่ ส�ำ คญั กวา่ ปญั หาอน่ื ทวั่ ไป เพราะเขาคอื คนทต่ี อ้ งคดิ ในเรอ่ื งนนั้
เขาอาจมุ่งท่ีจะทุ่มเวลาและใช้เงินทุนไปกับการแก้ปัญหาดังกล่าวจน
เกนิ เลยคณุ คา่ ของมนั อจั ฉรยิ ะอาจใหน้ �้ำ หนกั ในสงิ่ ทต่ี วั เองสนใจจนเกนิ
กว่าจะได้รับเมื่อเทียบกับไอเดียทั้งหลายที่มีอยู่ดาษด่ืน ปัญหาก็คือ
พวกอัจฉรยิ ะมักไมส่ นใจว่า ความส�ำ เร็จทางธุรกจิ คืออะไร แต่คนท่วั ไป
เขาสนใจ และคนทวั่ ไปอย่างเรา กไ็ มไ่ ด้ฉลาดเหมือนพวกเขา
45
การบริหารอโี ก
หนึ่งในส่ิงท่ีอ่อนไหวที่สุดที่เราต้องใส่ใจในการนำ�อัจฉริยะ คือ
การบริหารอีโกของพวกเขา พวกเขาอาจเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางและ
มน่ั ใจมากเกนิ ไป คนทฉี่ ลาดมากมกั มองความเจนจดั ของตวั เองในเรอ่ื งท่ี
ไมเ่ กยี่ วขอ้ งกนั อยา่ งผดิ ๆ คนเปน็ ผนู้ �ำ ตอ้ งบรหิ ารบรรยากาศในการท�ำ งาน
โดยไม่ทำ�ให้พวกอัจฉริยะรู้สึกแปลกแยก คุณต้องหาสมดุลระหว่าง
การสร้างความมนั่ ใจกบั การลดทอนความทะนงตน การเชอ่ื ม่ันว่าตนเอง
จะทำ�งานสำ�เร็จนั้นเป็นส่ิงหน่ึง แต่การหลงตัวเองน้ันเป็นอีกสิ่งหน่ึงซ่ึง
ไมเ่ หมอื นกนั
ผู้นำ�ทางธุรกิจส่วนใหญ่มักเก็บข้อมูล ตัดสินใจ และบังคับใช้
การตดั สนิ ใจนน้ั “ผมเปน็ คนตดั สนิ ใจ” เปน็ วาทะดงั ที่ จอรจ์ บชุ เคยกลา่ ว
ไว้ ซง่ึ CEO จ�ำ นวนมากไดเ้ อาทศั นคตนิ ไี้ ปใชน้ บั ตง้ั แตน่ นั้ กรอบความคดิ
ดังกล่าวถือว่าเสี่ยงมากในการนำ�พวกอัจฉริยะ เพราะการบังคับใช้
การตดั สนิ ใจของตนเองกบั พวกอจั ฉรยิ ะโดยไมส่ นใจวา่ พวกเขาจะยอมรบั
หรอื ไม่ ถอื เป็นการหยามกันอยา่ งรุนแรง หากเปน็ การตดั สินใจในเรอ่ื ง
ของพวกเขา พวกเขาจะเลกิ ใสใ่ จโปรเจกต์นั้นทันที วิธีที่ดที ีส่ ดุ ในการให้
แนวทางกับพวกอัจฉริยะก็คือ ให้พวกเขาค้นหาวิธีในการเปลี่ยนแปลง
อย่างเป็นเหตเุ ปน็ ผลด้วยตัวของเขาเอง แทนทจ่ี ะตดั สินใจและบังคบั ให้
ท�ำ ตาม การหาขอ้ มลู ให้ แลว้ ให้คนท่ีเป็นอัจฉริยะกลน่ั กรองขอ้ สรุปออก
มาเองเป็นกลจักรทด่ี ียิ่งในการบริหารอีโกระหว่างกระบวนการตัดสินใจ
อีกหนทางหนึ่งในการควบคมุ อโี กของอจั ฉรยิ บุคคลก็คือ ให้เอาคน
เก่ง ๆ มารายล้อมเขาไว้ เพ่ือให้คนเหล่านั้นทำ�หน้าที่ช่วยตรวจสอบว่า
อจั ฉรยิ ะคนนน้ั ใหร้ าคาตนเองสงู เกนิ ไปหรอื ไม่ ความสมั พนั ธก์ บั คนฉลาดอน่ื ๆ
จะช่วยใหอ้ ีโกของเขาไดร้ บั การตรวจสอบอยูเ่ สมอ
46
มีผู้นำ�คนหนึ่งในอุตสาหกรรมวิศวกรรมการบินและอวกาศแอบ
กระซิบบอกผมว่า ตอนที่ทีมของเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเก่งเกินไปและเริ่ม
จะพอเพียงน้ัน เขาได้ดึงตัววิศวกรชื่อดังมาตรวจสอบงานของคนในทีม
เขาบอกวา่ “คนพวกน้นั เจอจุดบกพรอ่ งอย่างรวดเร็ว ถา้ งานของคณุ ไม่
ได้มาตรฐาน คุณก็มีปัญหาแล้ว” และดังท่ีเล่าไปแล้วว่า เฟล็กซ์เนอร์
เองกไ็ ด้เชญิ ทีมนกั วิทยาศาสตร์มาเยอื น IAS เพื่อกระต้นุ ไอเดยี ใหม ่ ๆ
และท�ำ ให้คนในทมี เทา้ ติดดนิ อยเู่ สมอ
การทำ�งานร่วมกนั เป็นทมี กบั ความสร้างสรรค์
ส่วนบคุ คล
อุปสรรคอีกประการหน่ึงในการนำ�คนท่ีฉลาดมาก ๆ คือเรื่องของ
การสรา้ งสมดลุ ระหวา่ งการท�ำ งานรว่ มกนั เปน็ ทมี กบั ความคดิ สรา้ งสรรคส์ ว่ น
บุคคล การทำ�งานประสานกันในระหว่างโปรเจกต์หน่ึง มีความสำ�คัญ
อย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมาย ท่ีว่างตรงน้ีต้องเหลือน้อยที่สุด เม่ือคุณ
นำ�พวกอัจฉริยะ คุณต้องหาจุดสมดุลระหว่างการนำ�คนแต่ละคนให้
มุง่ ไปสูเ่ ป้าหมายของทมี กับการกระตุ้นนวตั กรรมทีอ่ าจนำ�ไปส่กู ารคน้ พบ
อนั ยง่ิ ใหญ่ หากผนู้ �ำ ใหค้ ณุ คา่ กบั การท�ำ งานรว่ มกนั เหนอื นวตั กรรม เขาก็
มักใช้กลยุทธ์แบบบนลงล่าง (top-down strategy) โดยผู้นำ�จะ
มอบหมายงานให้ลูกน้องแต่ละคนเอาไปทำ� วิธีน้ีอาจใช้ไม่ได้ผลนักกับ
ทีมที่มีอัจฉริยะ เพราะคนเป็นอัจฉริยะจะไม่พอใจที่มีคนมาสั่งงาน ซึ่ง
จะทำ�ใหค้ วามคิดสรา้ งสรรคห์ ายวับไปไดเ้ ลย
ท้ังการทำ�งานร่วมกันและนวัตกรรมต่างก็มีความสำ�คัญ ผู้นำ�ที่ดี
ไมค่ วรใหค้ ณุ คา่ กบั สงิ่ หนง่ึ มากกวา่ อกี สงิ่ หนงึ่ ทชี่ อ็ กลยี ์ เซมคิ อนดกั เตอร์
ชอ็ กลยี ท์ �ำ ให้นวตั กรรมเปน็ สง่ิ ส�ำ คัญกวา่ การทำ�งานร่วมกัน ครั้งหน่งึ เขา
47
พัฒนาโปรเจกตล์ บั ข้นึ มาในบริษทั โดยเลือกคนเพียงไมก่ ่ีคนไปทำ� คนท่ี
ไดร้ บั มอบหมายใหไ้ ปท�ำ โปรเจกตพ์ เิ ศษนนั้ จงึ รสู้ กึ วา่ ตวั เองโดดเดน่ กวา่ คน
อ่ืน รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสโมสรพิเศษสำ�หรับผู้ชำ�นาญการ โปรเจกต์ลับ
ดงั กลา่ วไดร้ บั ทรพั ยากรมากกวา่ โปรเจกตอ์ นื่ และมโี อกาสในการสรา้ งสรรค์
มากกว่า คนท่ีไม่ถูกเลือกเข้าไปอยู่ในโปรเจกต์จึงรู้สึกว่า พวกเขาถูก
มองข้ามและสูญเสียกำ�ลังใจในการทำ�งานในโปรเจกต์หลักของตนเอง
ช็อกลีย์ตั้งกลุ่มอภิสิทธิ์ชนข้ึนมา ซ่ึงได้ทำ�ลายการทำ�งานร่วมกันของทีม
เดิมลงอย่างส้นิ เชิง สง่ ผลให้หลายคนลาออกจากบริษัทไป
การสร้างสมดุลระหว่างนักบนิ กบั ผโู้ ดยสาร
คนเป็นผู้นำ�จะเป็นนักบินผู้ผูกขาดการตัดสินใจเพียงคนเดียวไม่ได้
ในขณะเดยี วกนั คนเปน็ ผนู้ �ำ จะเปน็ เพยี งผโู้ ดยสารแลว้ ปลอ่ ยใหอ้ จั ฉรยิ ะ
เดนิ ทางไปไหนตอ่ ไหนตามใจชอบไมไ่ ด้ ความทา้ ทายส�ำ หรบั ผทู้ เี่ ปน็ หวั หนา้
ของไอน์สไตนก์ ค็ อื ต้องรกั ษาสมดลุ อันละเอียดอ่อนตรงน้ีไว้ใหด้ ี
การนำ�ไอน์สไตน์ก็เหมือนการเอาเท้าแต่ละข้างไปเหยียบอยู่บน
คนละฝ่ังของตาช่ังท่ีวางอยู่บนยอดของพีระมิด ฝ่ังหน่ึงของตาช่ังคือ
แนวโนม้ ทจ่ี ะปลอ่ ยใหท้ มี ของคณุ มอี สิ รภาพอยา่ งเตม็ ทใ่ี นการตดั สนิ ใจในสงิ่
ตา่ ง ๆ อนั จะกระทบตอ่ ทศิ ทางของโปรเจกต์ หากเปน็ เชน่ นนั้ ทมี ของคณุ
จะปฏบิ ตั ิต่อคุณเหมอื นเป็นผู้โดยสารคนหนง่ึ เท่านนั้
สำ�หรับตาชง่ั อกี ฝ่งั หน่ึง คณุ จะตัดสนิ ใจเองทง้ั หมดในเรอ่ื งเก่ยี วกับ
ทศิ ทางและทรพั ยากร คุณคอื นักบิน และในสถานการณด์ งั กลา่ ว คุณจะ
กดทับความสร้างสรรคส์ ว่ นบคุ คลของพวกอจั ฉริยะเอาไว้ เธอหรอื เขาจะ
นง่ิ เฉยและสูญเสียความคดิ ริเรม่ิ ไป ดังภาพที่ 2.1
48
ความสมดุล
เปา้ หมายร่วมกัน สงิ่ ลอ่ ใจเชิงสร้างสรรค์ ภาพที่ 2.1
การทำ�งานรว่ มกัน นวัตกรรมสว่ นบุคคล
การใหเ้ หตผุ ล ความหลงตวั เอง
ความเทา่ เทียมกันในทมี ทรัพยากรสว่ นบคุ คล
ผลิตภาพ
นักบินอาจจะให้คุณค่ากับความเท่าเทียมกันในทีม โดยการทำ�งาน
เป็นทีมนั้นจะอยู่เหนือส่ิงล่อใจเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมส่วนบุคคล
ในทางตรงข้าม หากคุณในฐานะผู้นำ�กลายเป็นผู้โดยสารตลอดการเดิน
ทาง คุณก็เส่ียงท่ีจะปล่อยให้ส่ิงล่อใจน้ันมีอิทธิพลมากเกินจนทีมไปไม่
ถึงเป้าหมายที่องค์กรต้ังไว้ การเน้นด้านใดด้านหนึ่งของการนำ�อัจฉริยะ
มากเกนิ ไปจะน�ำ ไปสผู่ ลิตภาพท่ลี ดนอ้ ยลง
การหาความสมดุลระหว่างสองข้ัวตรงข้ามของความเป็นผู้นำ� เป็น
หนทางเดยี วทอี่ จั ฉรยิ ะจะสรา้ งผลงานอนั สดุ ยอดขน้ึ มาได้ การรกั ษาสมดลุ
ตรงนไ้ี มไ่ ดห้ มายความวา่ ใหค้ ณุ หลกี เลย่ี งไมใ่ หน้ �้ำ หนกั กบั ดา้ นใดดา้ นหนงึ่
ของตาช่ัง แต่คุณต้องยืนให้เท่าเทียมกันท้ังสองขา ผู้นำ�ท่ีดีที่สุดของ
พวกอัจฉริยะจะใช้การทำ�งานเป็นทีมและนวัตกรรมส่วนบุคคลไป
พรอ้ มกนั การมเี ทา้ แตล่ ะขา้ งวางอยบู่ นแตล่ ะฝง่ั ของตาชงั่ โดยถา่ ยน�้ำ หนกั
เทา่ กนั คอื หนทางเดยี วในการบรรลผุ ลติ ภาพอนั สงู สดุ การใหน้ �ำ้ หนกั กบั
ทั้งสองฝั่งเท่าเทียมกันทำ�ให้ผู้นำ�มีสมดุลท่ียืดหยุ่นมากกว่า ผู้นำ�
49
ที่ดีต้องเป็นทั้งนักบินและผู้โดยสารที่ทำ�งานเพ่ือบรรลุเป้าหมายร่วมกัน
ควบค่ไู ปกบั การสง่ เสรมิ ความสร้างสรรค์สว่ นบคุ คลไปพรอ้ มกัน
หากคุณกำ�ลังสงสัยว่า คุณจะจัดการกับการสร้างสมดุลน้ีอย่างไร
กฎ 10 ข้อของผมในการนำ�อัจฉริยะจะเป็นพิมพ์เขียวในการสร้าง
สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมนวัตกรรม ผลิตผล และความสำ�เร็จ
สภาพแวดลอ้ มทส่ี ง่ ใหพ้ วกอจั ฉรยิ ะเฟอ่ื งฟใู นทมี ทเี่ ปน็ อนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั
แนะนำ�กฎทง้ั 10 ข้อ
กฎบางขอ้ ของผมอาจฟงั ดเู หมอื นสามญั ส�ำ นกึ ธรรมดา แตเ่ มอ่ื หยบิ ยก
มันข้ึนมาคุณจะเห็นเลยว่า มันคือความผิดพลาดที่ธรรมดาท่ีสุดท่ี
ได้ทำ�ลายองค์กรมาแล้วนักต่อนัก บางสิ่งบางอย่างอาจไม่ใช่เรื่องของ
อัจฉริยะโดยเฉพาะเจาะจง แท้ที่จริงแล้ว มีอัจฉริยะจำ�นวนน้อยมากที่
ฉลาดอยู่เสมอชนิดเปล่ียนโลกได้ กลยุทธ์เหล่าน้ันยังประยุกต์ใช้ได้กับ
คนทว่ั ไปท่ฉี ลาดหรอื มีความชำ�นาญเหนือกว่าคุณในบางเร่ือง กฎเหลา่ นี้
จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่มีโมเมนต์แห่งความเข้าใจเพียงคร้ังเดียวแต่
สร้างความก้าวหน้าได้มากมาย ในฐานะผู้นำ� การอาศัยแต่คนท่ีพิสูจน์
ตวั เองมาแลว้ ในอดตี วา่ เปน็ อจั ฉรยิ ะนนั้ งา่ ยมาก อยา่ งไรกต็ าม คนบางคน
อาจเกิดความฉลาดปราดเปร่ืองวาบข้ึนมาเพราะเขาอยู่ถูกที่ถูกเวลา
การเป็นผู้นำ�ท่ีย่ิงใหญ่จึงต้องมองเห็นประกายที่เปล่งออกมาชั่วขณะนั้น
และคว้าโอกาสที่คนธรรมดาเกิดความเข้าใจอันปราดเปรื่องข้ึนมา
ช่วั ครั้งช่ัวคราวน้ันใหไ้ ด้
การท�ำ ใหแ้ นวทางเหลา่ นกี้ ลายเปน็ อปุ นสิ ยั มคี วามจ�ำ เปน็ อยา่ งยงิ่ เพราะ
มันจะสร้างรูปแบบบุคลิกของทีมคุณ หากกฎเหล่านี้ถูกทำ�ให้กลายเป็น
50