แผนการจัดการเรียนรู
รหัสวชิ า อ23101 รายวิชา ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 5
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3
ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2565
โดย
นางสาวปฐมาวดี กาํ บังภัย
ตําแหนง ครู
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
โรงเรยี นทปี ง กรวทิ ยาพฒั น (ทวีวฒั นา) ในพระราชปู ถมั ภฯ
สํานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษากรุงเทพมหานคร เขต 1
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
คาํ นาํ
ในการจัดทําแผนการจัดการเรยี นรู รหสั วชิ า อ23101 รายวชิ า ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 5 ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี
1 ปก ารศึกษา 2565 น้ี ผจู ัดทาํ ไดด าํ เนินการโดยจัดทาํ คาํ อธบิ ายรายวชิ า เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผล โครงรา งรายวิชา และ
แผนการจดั การเรียนรูทตี่ รงตามมาตรฐานการเรยี นรูและตวั ช้วี ดั จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห 60 คาบ/ภาคเรยี น จํานวน 1.5 หนวยกิต
ไวเรียบรอ ยแลว เพ่อื ใชในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนตอไป
โรงเรยี นทปี ง กรวิทยาพัฒน (ทววี ัฒนา) ในพระราชูปถัมภฯ
เกณฑก ารวัดและการประเมินผลการเรียนรเู พอื่ ตัดสนิ ผลการเรยี น
รหสั วิชา อ23101 รายวชิ า ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 5 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ
1. รอ ยละของอตั ราสว นคะแนนการประเมินสภาพจรงิ กบั แบบทดสอบ = 50 ตอ 50
2. คะแนนการประเมนิ สภาพจรงิ ทงั้ หมด 50 คะแนน (รอ ยละ 50) ประกอบดวย
แบบฝก หัดในหนงั สือเรยี น
ทดสอบการอา นและเขยี น 35 คะแนน (รอยละ 35)
15 คะแนน (รอ ยละ 15)
3. แบบทดสอบตามตัวช้วี ดั ผลการเรยี นรู 50 คะแนน (รอ ยละ 50)
แบบทดสอบกลางภาค
แบบทดสอบปลายภาค 20 คะแนน (รอ ยละ 20)
30 คะแนน (รอ ยละ 30)
4. รวมคะแนนทัง้ หมด 100 คะแนน (100%)
ลงชอ่ื ............................................... ครผู สู อน
(นางสาวปฐมาวดี กาํ บังภัย)
ลงช่อื ............................................... หัวหนากลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ
(นางสาวกมลพรรณ วฒุ อิ าํ พล)
ลงชอื่ ................................................ รองผูอํานวยการกลมุ บรหิ ารวชิ าการ
(นางสาวจิราภรณ ไขเ กตุ)
ความเห็นของผูอ าํ นวยการ เหน็ ชอบ ……………...
ลงชือ่ ..............................................
(นางลัดดา เจียมจไู ร)
ผอู ํานวยการโรงเรยี นทปี งกรวิทยาพฒั น (ทววี ัฒนา) ในพระราชปู ถมั ภฯ
โรงเรยี นทปี งกรวิทยาพัฒน (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถมั ภฯ
โครงสรา งรายวิชา (Course Outline) รายวชิ าภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน 5 อ23101
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3 กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ
ครูผสู อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภัย จํานวนหนว ยกติ 1.5 หนว ยกติ
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2565
สปั ดาหท่ี หนว ยการเรียนรู ตัวชี้วดั / สาระการเรยี นรู วธิ ีวัดและประเมินผล จาํ นวน น้ําหนกั
ผลการเรยี นรู ช่ัวโมง คะแนน
1. Unit 1 ต 1.1 อา นออกเสยี งคําศัพท ประเมินการอา นออกเสยี ง โดยใช
How often do ต 1.2 ปฏิบัติตาม คําขอรอ ง คําแนะนาํ แบบประเมินการอา นออกเสียง 10 10
2. you work out ? ต 1.3 คาํ ช้ีแจง และ คาํ อธิบายทฟ่ี ง และใชเ กณฑผ านระดบั พอใช
และอาน 10 10
Unit 2 ต 1.1 อา นออกเสียงคําศัพท ประเมนิ การอา นออกเสียง โดยใช
Don’t worry ! ต 1.2 สาํ นวน ประโยค ขอ ความ ขา ว แบบประเมินการอานออกเสียง
Be happy . ต 1.3 โฆษณาและบทรอ ยกรองสน้ั ๆ และใชเกณฑผ า นระดบั พอใช
ไดถ ูกตอง ตามหลักการอา น
3. Unit 3 ต 1.3 อานออกเสียงคําศัพท ประเมินผลงาน โดยใชเกณฑก าร 12 10
เลอื ก ระบแุ ละเขยี นหัวขอ เรื่อง ประเมนิ ช้ินงาน และใชเ กณฑผ า น
What Do we ต 2.1 ใจความสําคญั และส่อื ทไี่ มใช ระดับพอใช
Need ? ความเรยี งรปู แบบตา งๆ
4. Mid - term 3 20
examination
5. Unit 4 ต 2.1 อานออกเสียงคําศัพท ประเมินผลงาน 12 10
Going Shopping ต 2.2 แสดงความคดิ เหน็ จากเร่อื งทฟ่ี ง โดยใชเกณฑการประเมินชนิ้ งาน
และอาน พรอมใหเหตผุ ล พดู และใชเกณฑผ านระดบั พอใช
และเขียน ขอมลู เกยี่ วกับตนเอง
สปั ดาหท ่ี หนวยการเรยี นรู ตวั ชวี้ ัด/ สาระการเรียนรู วธิ ีวดั และประเมนิ ผล จาํ นวน นํา้ หนัก
ผลการเรียนรู ชั่วโมง คะแนน
6. Unit 5 ต 1.2 อานออกเสยี งคําศัพท ประเมินผลงานโดยใชเกณฑการ
Do you Have a ต 1.3 พดู สนทนาและเขียน บรรยาย ประเมินผลงานและการนําเสนอ 10 10
good time ? ต 2.1 ขอ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เรอื่ งตางๆ ผลงาน และใชเกณฑผ า นระดบั
ใกลตวั สถานการณ ขาว เรอื่ งที่ พอใช
อยใู นความสนใจของสังคมได
7. Final 3 30
60 100
examination
Total
ลงชอื่ ..............................................ครผู สู อน
(นางสาวปฐมาวดี กาํ บังภยั )
ลงช่ือ ............................................... หวั หนากลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
(นางสาวกมลพรรณ วฒุ อิ ําพล)
ลงช่อื ................................................ รองผูอํานวยการกลุมบริหารวชิ าการ
(นางสาวจิราภรณ ไขเ กตุ)
ความเหน็ ของผูอาํ นวยการ เห็นชอบ ……………...
ลงชอื่ ..................................................
(นางลดั ดา เจยี มจูไร)
ผูอํานวยการโรงเรยี นทีปงกรวทิ ยาพัฒน (ทววี ฒั นา) ในพระราชูปถมั ภฯ
แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรยี นที่ 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 3
หนวยการเรยี นรูท่ี 1 How Often Do You Work Out?
เรอื่ งหลัก/หัวเรือ่ ง Leisure เวลา 1 ชวั่ โมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตําแหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นักเรียนสามารถจดจาํ ความหมาย คาํ ศัพทเ กีย่ วกับงานบาน และสรางโครงสรางประโยคงายๆ
เกย่ี วกบั กิจวตั รประจําวนั โดยเฉพาะงานบานได
1. จดุ ประสงคการเรยี นรู
1.1 ดา นความรู Knowledge
นักเรียนรูคาํ ศัพทเ กยี่ วกบั งานบา น และโครงสรางประโยคงายๆ
ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นกั เรียนสามารถพูดเก่ียวกับกิจวัตรประจําวันโดยเฉพาะงานบา นโดยใชโครงสรางประโยคงา ยๆได
1.2 ดา นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวนิ ัย
3. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน
2. จุดเนน สกู ารพฒั นาคณุ ภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผูเรียนศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน )
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรา งสรรคแ ละนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา นความรวมมือ การทาํ งานเปนทีม
และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสือ่ สารสารสนเทศ
และรเู ทา ทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นร)ู
C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบรู ณาการตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง ชาติ
□ บูรณาการหลักสูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บรู ณาการกบั คานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บรู ณาการขา มกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อ่นื ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คัญ
หนว ยการเรียนรนู ้มี ีจุดมงุ หมายใหน ักเรยี นฟง ขอความเกยี่ วกับการทํางานบา นชวยเหลือพอแม
พดู ตอบคําถามเกี่ยวกบั กจิ กรรมยามวางท่ีชอบและไมชอบทํา อานบทอา นเกี่ยวกับประเภทของนักเรียน
และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั กิจวตั รประจาํ วนั ของตนเอง รวมท้งั หนา ที่ภาษา โครงสรางประโยค และ
ไวยากรณท ่ีเปน พืน้ ฐานของกิจกรรมการฟง พดู อา น และเขยี นในหนวยการเรยี นรนู ี้
5. สาระการเรยี นรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเร่ืองท่ีฟงและอา นจากส่อื ประเภทตา งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยาง
มเี หตผุ ล
ม. 3.4 เลอื ก/ระบุหวั ขอเรื่อง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั เรอื่ งที่
ฟงและอานจากส่อื ประเภทตางๆ พรอมทั้งใหเ หตผุ ลและยกตัวอยา ง ประกอบ
ความรู
- คาํ ศัพท
กจิ กรรม Listening
- housework* (n.): work that you do to take care of a house (งานบา น)
- stuff* (n.): a material, substance, group of objects, etc. (สิง่ ของ)
- behavior* (n.): the things that a person does (พฤติกรรม, ความประพฤต)ิ
Note: * = see in audioscript
- สาํ นวนภาษา
-
- หนาที่ภาษา
- To talk about how often one does everyday activities
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Frequency Adverbs and Expressions
- Gerunds as Objects of Verbs
6. กจิ กรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม Listening
1. นาํ เขาสบู ทเรียน
- ครนู าํ นกั เรียนพูดเกี่ยวกับกิจวัตรประจําวันโดยเฉพาะงานบาน ใหน ักเรียนพูดคนละ 1 ประโยค โดยใชโ ครงสราง
ประโยคในกิจกรรม Practice เชน
- I usually help my mother.
- I clean my bedroom every day.
- I love cleaning the house.
- I hate washing the clothes.
2. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูน้ีนักเรียนจะตองสรุปใจความสําคัญจากการฟงขอความ เก่ียวกับ
พสี่ าวและนองชายทีต่ อ งทํางานบา นชว ยเหลอื พอแมซ ึ่งทาํ งานนอกบาน
3. ฟง บคุ คลพูดเกยี่ วกับการทํางานบาน
- ครูใหนักเรียนดูภาพในกจิ กรรม Listening ในหนงั สือเรยี น หนา 4 ครถู ามคาํ ถามตอไปน้ีและใหน กั เรียนตอบ
- What are they doing? (Cleaning the floor)
- What is the brother doing wrong? (He is playing around and not doing the work.)
- ครูบอกนักเรียนวาจะไดฟงขอความเก่ียวกับพี่สาวและนองชาย ที่ตองทํางานบานชวยเหลือพอแมซึ่งทํางาน
นอกบา น โดยครเู ปดซีดีบันทึกเสยี ง CD 1 Track 6 ใหน กั เรยี นฟง เพือ่ จับรายละเอยี ดจากขอความทฟ่ี ง
- ครูใหน กั เรยี นอานประโยคที่ 1-6 ในกิจกรรม Listening และทําความเขาใจประโยค
- ครูเปดซีดบี นั ทึกเสียง CD 1 Track 6 ใหน ักเรียนฟง อีกครง้ั เพอ่ื เลือกตอบ true หรอื false
- ครเู ปดซดี ีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 6 ใหนกั เรยี นตรวจคําตอบดว ยตนเอง (ดเู ฉลยทายเลม)
- ครูตรวจสอบความเขาใจของนักเรียน โดยครูอานประโยคทีละขอ แลว ใหน กั เรียนแตละคนบอกคําตอบทถ่ี ูกตอง
ท้งั 6 ประโยค
4. ประเมนิ ผล
- ครูประเมนิ การฟงขอความจากคาํ ตอบท่ถี ูกตองท่ไี ดจากการทํากิจกรรม Listening ในหนงั สือเรียน หนา 4
โดยใชเ กณฑผานรอยละ 70
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณท างภาษา
-
7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
1. หนงั สอื เรียน New World 3 หนา 4
2. ซดี บี ันทกึ เสียง
3. เครอื่ งเลน ซดี ี
8. ช้นิ งาน / ภาระงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหัด
9. เกณฑก ารประเมินผลช้ินงาน / ภาระงาน
นํ้าหนกั คะแนน ดเี ยียม ดมี าก ดี พอใช ปรับปรุง
5432 1
ใบงาน ทาํ แบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหัดได ทําแบบฝก หดั ได
ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอ ยละ 70 รอยละ 60 นอยกวา รอยละ
59
ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว มี
ความม่ันใจ ออก
มีความม่ันใจ มีความมัน่ ใจ มีความมนั่ ใจ มคี วามมนั่ ใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
10. การวดั ผลประเมนิ ผล
จุดประสงคก ารเรยี นรู การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รูบกิ สกอ
2.2 P รูบกิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน
อา น รูบิก
สงั เกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรุปผลการจดั กิจกรรม
11.1 บันทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................ผูส อน
()
ตาํ แหนง ..........................
12. ความเหน็ ของหัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................
()
หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรียนที่ 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3
หนว ยการเรียนรูท ี่ 1 How Often Do You Work Out?
เรอื่ งหลัก/หวั เรือ่ ง Leisure เวลา 1 ชว่ั โมง
ครผู ูส อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภัย ตําแหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นกั เรียนสามารถใช Frequency Adverbs and Expressions และการใช Gerunds as Objects of
Verbs และใหขอมลู เก่ยี วกับความถขี่ องกจิ กรรมทที่ ํา และการบอกสิง่ ท่ชี อบและไมชอบทาํ
1. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรียนรูเกี่ยวกับการใช Frequency Adverbs and Expressions และการใช Gerunds as Objects of
Verbs เพ่ือนําไปเขียนขอและใหขอมูลเกี่ยวกับความถ่ีของกิจกรรมท่ีทํา และการบอกสิ่งท่ีชอบและไมชอบ
ทํา
ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถเขียนขอและใหขอมูลเก่ียวกับความถี่ของกิจกรรมที่ทํา และการบอกสิ่งที่ชอบและไม
ชอบดว ยประโยคประโยคงา ยๆได
1.2 ดานคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตรยิ
2. มวี ินัย
3. มุง มน่ั ในการทาํ งาน
2. จุดเนนสกู ารพัฒนาคุณภาพ
ความสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก) R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคิดอยา งมวี ิจารณญาณ
และทักษะในการแกป ญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรา งสรรคแ ละนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรม ตา งกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา นความรวมมือ การทํางานเปนทีม
และภาวะผนู ํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดา นการสือ่ สารสารสนเทศ
และรูเทา ทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
C8–Compassion (ความมเี มตตากรุณา วนิ ัย คุณธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง ชาติ
□ บูรณาการหลกั สตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บรู ณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บูรณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บรู ณาการกับคานยิ ม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บรู ณาการขา มกลุมสาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสําคัญ
หนว ยการเรียนรูนม้ี ีจุดมุงหมายใหน ักเรียนฟง ขอความเกยี่ วกบั การทํางานบานชว ยเหลอื พอแม
พูดตอบคาํ ถามเก่ียวกับกิจกรรมยามวางทชี่ อบและไมชอบทาํ อา นบทอา นเกี่ยวกบั ประเภทของนักเรียน
และเขียนบรรยายเกีย่ วกบั กิจวัตรประจําวนั ของตนเอง รวมทัง้ หนา ท่ภี าษา โครงสรางประโยค และ
ไวยากรณท่ีเปน พนื้ ฐานของกิจกรรมการฟง พดู อา น และเขยี นในหนว ยการเรยี นรนู ้ี
5. สาระการเรยี นรู
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรอื่ งทีฟ่ งและอา นจากส่ือประเภทตา งๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา ง
มีเหตุผล
ม. 3.4 เลือก/ระบหุ ัวขอเรือ่ ง ใจความสําคญั รายละเอยี ดสนบั สนุน และแสดงความคดิ เหน็
เกีย่ วกบั เร่อื งทฟี่ งและอา นจากสือ่ ประเภทตา งๆ พรอ มท้ังใหเ หตุผลและยกตวั อยา งประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ มูลขาวสาร แสดงความรูสกึ และ
ความคิดเหน็ อยางมีประสิทธิภาพ
ม. 3.1 สนทนาและเขียนโตต อบขอมูลเก่ียวกับตนเอง เรื่องตางๆ ใกลตวั สถานการณ ขาว
เรือ่ งท่ีอยใู นความสนใจของสงั คม และสื่อสารอยางตอเน่ืองและเหมาะสม
ความรู
กิจกรรม Grammar
- always (adv.): all the time (เสมอ, ตลอดเวลา)
- usually (adv.): in the way that is normal; most often (ปกต,ิ สว นมาก)
- never (adv.): not at any time (ไมเคย)
- rarely (adv.): not often (นาน ๆ คร้ัง)
- seldom (adv.): almost never (แทบจะไม)
- sometimes (adv.): on some occasions but not always (บางครัง้ )
- สาํ นวนภาษา
กจิ กรรม Grammar
- (number) times a week หมายถงึ สัปดาหล ะ ... ครั้ง ใชบ อกความถีใ่ นการทาํ ส่ิงใดสิ่งหนงึ่
- once a week หมายถึง สปั ดาหละครง้ั ใชบอกความถ่ใี นการทาํ ส่ิงใดส่ิงหนง่ึ
- twice a week หมายถงึ สปั ดาหละสองครงั้ ใชบ อกความถี่ในการทาํ ส่งิ ใดสงิ่ หนงึ่
- hardly ever หมายถึง แทบจะไมเคย ใชบ อกความถ่ใี นการทาํ สงิ่ ใดสิ่งหนึง่
- หนา ทภี่ าษา
- To talk about how often one does everyday activities
- To express likes and dislikes
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Frequency Adverbs and Expressions
- Gerunds as Objects of Verbs
6. กิจกรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Grammar
1. นาํ เขา สูบทเรยี น
- ครูซักถามเกยี่ วกบั กจิ วัตรประจาํ วนั ของนกั เรยี นดวยคาํ ถาม How often …? เชน
- How often do you study English in a week? (Three times a week.)
- How often do you do homework? (I usually do homework.)
2. แจง จุดประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นักเรียนจะไดเรียนรูเก่ียวกับการใช Frequency Adverbs and
Expressions และการใช Gerunds as Objects of Verbs เพื่อนําไปเขียนขอและใหขอมูลเกี่ยวกับความถ่ี
ของกจิ กรรมท่ที ํา และการบอกส่ิงทชี่ อบและไมช อบทํา
3. เรียนรกู ารใชโครงสรางประโยค Frequency Adverbs and Expressions
- ครใู หน ักเรยี นศึกษากฎการใช Frequency Adverbs ในกรอบ Grammar ในหนังสอื เรยี น หนา 5 ครชู ้ี
ประโยคท่ตี อบคําถาม How often do you watch TV? ซึ่งใชค าํ วิเศษณบอกความถ่ี (Frequency Adverbs)
เชน always, usually, sometimes, seldom, rarely, hardly ever, ever, never วางไวหนาคํากรยิ าแท
ในประโยคคาํ ตอบ เพอื่ บอกความถข่ี องการกระทําจาก 100 % – 0%
- ครเู ขียนประโยคตัวอยา งเกยี่ วกบั กจิ วตั รประจําวันที่มีการใช Frequency Adverbs บนกระดาน เชน
- I often go shopping on Saturday morning.
- My mother sometimes watches tennis on TV.
- My brother never gets up early on Sundays.
- ครูใหนักเรยี นศึกษากฎการใช Expressions of Frequency ในกรอบ Grammar ในหนงั สือเรยี น หนา 5 โดย
ครูเลือกนักเรียน 1 คน อานประโยคตวั อยา งดัง ๆ เม่ือนักเรียนอา นจบ ครยู ้ําวา สํานวนที่ใชต อบเพื่อบอกความถ่ี
ของการกระทํามหี ลากหลาย และใหน กั เรยี นสังเกตวาสํานวนเหลานจ้ี ะอยทู ายประโยค
- ครใู หนักเรียนทํากิจกรรม Grammar B ในหนงั สือเรียน หนา 6 โดยใหน กั เรยี นดขู อท่ี 1 เปน ตวั อยางและให
แตละคนทําขอที่เหลือ
- ครูตรวจคําตอบของนักเรียน โดยสุมนักเรียนบางคนออกมาเขียนประโยคเกี่ยวกับตัวเอง โดย
ใช Frequency Adverbs and Expressions
- ครูใหนกั เรยี นทํากจิ กรรม Grammar C ในหนงั สอื เรียน หนา 6 โดยใหนักเรียนจบั คู เลอื กประโยคที่ตรงกับ
ตนเอง และเปรียบเทยี บคําตอบกับเพอ่ื น
- ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมสํารวจในช้ันเรียน จากกิจกรรม Grammar C ท้ัง 10 ประโยค โดยใหตัวแทน
นักเรียนออกมาอานประโยคท้ัง 10 ประโยค เพื่อน ๆ ในช้ันเรียนชวยกันนับจํานวนนักเรียนท่ี
เลือกตอบ true ในแตละประโยค และเขียนตัวเลขลงบนกระดาน เลือก 5 ประโยคที่นักเรียนในช้ันตอบ
true มากทส่ี ุด
- ครูประเมนิ การเขียนประโยคใหข อมลู เก่ียวกับความถ่ีของกจิ กรรมท่ีทํา โดยใชเกณฑการประเมนิ การเขียน และ
ใชเ กณฑผา นระดับพอใช
4. เรยี นรกู ารใชโครงสรา ง Gerunds as Objects of Verbs
- ครใู หนกั เรยี นศึกษากฎการใช Gerunds as Objects of Verbs ในกรอบ Grammar ในหนงั สอื เรียน หนา 5
โดยใหน ักเรยี นทบทวนการใชคํากรยิ าบางตัว คือ like, love, hate และ enjoy ซึ่งหลังคํากริยาเหลาน้ีจะใช
Infinitive with to หรอื Gerund Form (มขี อยกเวนวา Infinitive with to ไมสามารถตามหลงั คาํ กริยา
enjoy ได)
- ครสู รปุ และใหนักเรยี นสังเกตการใช tense กับคํากริยาเหลาน้ี ซ่ึงจะไมใช
กับ Progressive Tense หรือ Continuous Tense
- ครูใหนักเรยี นทํากจิ กรรม Grammar A ในหนงั สือเรยี น หนา 5 โดยเขยี นประโยคตามภาพ ดตู วั อยา งในขอ
1 แลวเปรยี บเทียบคาํ ตอบกบั เพือ่ นขา งเคียง
- ครตู รวจคําตอบพรอมกันท้ังช้นั เรยี น โดยใหน กั เรยี นอานประโยคของตนเอง ครูเนน ใหน ักเรียนออกเสียง s ทาย
คํากริยาของประธานบุรษุ ที่ 3 เอกพจน (ดูเฉลยทายเลม)
5. ประเมินผล
- ครูประเมินการเขียนประโยคใหขอมูลเก่ียวกับสิ่งท่ีชอบหรือไมชอบทําในยามวาง โดยใชเกณฑการประเมิน
การเขยี น และใชเกณฑผ านระดับพอใช
กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครใู หน กั เรียนทําแบบฝก หดั ขอ D, E และ F ในหนงั สอื แบบฝก หัด New World 3 หนา 2 (ดูเฉลยทายเลม)
หลงั จากการทาํ กิจกรรมการเรียนรูการใช Frequency Adverbs and Expressions
- ครใู หน กั เรียนทําแบบฝกหัด ขอ G และ H ในหนงั สือแบบฝกหดั New World 3 หนา 3 (ดเู ฉลยทายเลม )
หลงั จากการทํากจิ กรรมการเรียนรกู ารใช Gerunds as Objects of Verbs
7. สอ่ื /แหลงการเรียนรู
1. หนังสือเรียน New World 3 หนา 5-6
2. หนงั สอื แบบฝก หดั New World 3 หนา 2-3
8. ชิน้ งาน / ภาระงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด
9. เกณฑการประเมนิ ผลชน้ิ งาน / ภาระงาน
นาํ้ หนกั คะแนน ดเี ยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรงุ
5432 1
ใบงาน ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝกหดั ได ทําแบบฝกหัดได
ถูกทุกขอ รูเอยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอ ยกวารอยละ
59
ทดสอบอาน สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มคี วามม่ันใจ มีความมน่ั ใจ มีความมนั่ ใจ มคี วามม่ันใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดคลอ งแคลวมี ไดค ลอ งแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมั่นใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสียงชดั เจน และ มคี วามมน่ั ใจ มคี วามมนั่ ใจ เสียงชัดเจน และ
ถกู ตอง รอยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวัดผลประเมินผล
จดุ ประสงคก าร การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑก ารประเมิน
เรียนรู ความถูกตอง ใบงาน รบู ิกสกอ
2.1 K
2.2 P ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน รบู กิ สกอ
อา น สงั เกตุ รบู ิก
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรุปผลการจดั กจิ กรรม
11.1 บันทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญหา/อุปสรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรยี นท่ี 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 3
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 How Often Do You Work Out?
เร่อื งหลกั /หวั เรอ่ื ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง
ครูผูส อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตาํ แหนง ครู
ผลการเรียนรู
นักเรียนสามารถจดจาํ ความหมาย อานออกเสยี ง และแตง ประโยคบอกเลา งายๆ เกีย่ วกบั กจิ วตั ร
ประจาํ วันของตนเอง
1. จุดประสงคการเรียนรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรียนรูเก่ียวกับการใช Frequency Adverbs and Expressions และการใช Gerunds as Objects of
Verbs และคาํ ศัพทเ ก่ยี วกับกจิ วตั รประจําวัน
ดานทักษะ/กระบวนการ Process
นกั เรียนสามารถเขียนบอกกิจวตั รประจําวันของตนเองดว ยประโยคประโยคงายๆได
1.2 ดา นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษัตริย
2. มวี นิ ัย
3. มงุ ม่นั ในการทํางาน
2. จุดเนนสกู ารพฒั นาคุณภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผูเรยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา นการคิดอยา งมีวิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา นความรวมมือ การทํางานเปน ทีม
และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสื่อสารสารสนเทศ
และรเู ทา ทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู)
C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บรู ณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บูรณาการกบั คานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขามกลุมสาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อน่ื ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คญั
หนว ยการเรียนรูนี้มจี ุดมุง หมายใหน ักเรยี นฟงขอความเกี่ยวกับการทํางานบา นชวยเหลอื พอแม
พดู ตอบคําถามเกี่ยวกับกิจกรรมยามวางทีช่ อบและไมชอบทํา อา นบทอา นเก่ยี วกับประเภทของนักเรยี น
และเขยี นบรรยายเกีย่ วกบั กิจวัตรประจาํ วันของตนเอง รวมทง้ั หนา ท่ภี าษา โครงสรา งประโยค และ
ไวยากรณท่ีเปน พ้ืนฐานของกิจกรรมการฟง พูด อา น และเขยี นในหนว ยการเรยี นรนู ้ี
5. สาระการเรยี นรู
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ มูลขาวสาร แสดงความรสู ึกและ
ความคิดเห็นอยางมปี ระสทิ ธิภาพ
ม. 3.1 สนทนาและเขยี นโตตอบขอมูลเกย่ี วกับตนเอง เร่ืองตางๆ ใกลตัวสถานการณ ขาว
เรือ่ งที่อยูในความสนใจของสงั คม และสื่อสารอยางตอเน่ืองและเหมาะสม
ความรู
- คาํ ศัพท
-
- สํานวนภาษา
-
- หนาที่ภาษา
- To write about typical day
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Frequency Adverbs and Expressions
6. กิจกรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Writing
1. แจง จุดประสงคการเรยี นรู
- ครบู อกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรนู นี้ ักเรียนจะตองเขยี นบรรยายเก่ียวกบั กิจวตั รประจําวันของตนเอง
กจิ กรรมกอ นเขียน
1. ตรวจสอบความรูเ ดิมดานโครงสรางประโยค
- ครถู ามคาํ ถามนักเรียนเก่ียวกับชวี ิตประจาํ วัน ดังตัวอยา งประโยคตอไปน้ี
- What do you do every day?
- Do you usually get up early or late?
- How often do you watch movies?
- How do you usually go to school?
- What do you do before you go to bed?
2. สรางแบบอยา งการเขยี น
- ครูใหนักเรียนชวยกันบอกกฎการใช Frequency Adverbs and Expressions เพ่ือสรางความมั่นใจในการ
เขยี นประโยคเก่ยี วกบั กิจวตั รประจําวันของตนเอง
กจิ กรรมการเขียน
1. เขยี นบรรยายเก่ยี วกบั กิจวัตรประจําวนั ของตนเอง
- ครูใหน ักเรียนอา นคาํ สั่งในกิจกรรม Writing ในหนงั สือเรียน หนา 6 และใหน กั เรยี นชวยกนั บอกกจิ วัตร
ประจาํ วันมาคนละ 1 อยาง ครเู ขยี นคาํ ท่ีนักเรียนบอกบนกระดาน เชน
- get up - start school
- have breakfast - study many subjects
- go to school - hang out with friends
- meet friends - go to bed
- ครใู หน ักเรียนแตงประโยคปากเปลา โดยใชคํา/กลุมคําบนกระดาน และใหใช Frequency Adverbs ใน
ประโยคดวย
- ครูใหนกั เรียนแตล ะคนเขยี นเกยี่ วกับกจิ วัตรประจําวันของตนเอง 1 ยอ หนา ดงั ตัวอยาง
My Typical Day
My typical day is a school day. I get up at six o’clock. I never get up late. Then I take a
shower. After that, I eat breakfast. I usually have a yogurt and fruit. Then I walk to school.
It takes me ten minutes. I usually meet some friends along the way, and we talk about
school, music and sports. I start school at eight. I have math and science in the morning,
and I have English, history, art and computer in the afternoon. My favorite class is English.
After school, I have soccer practice three days a week. The other day I hang out with friends.
I get home at four and I usually do my homework. I help make supper and clean up. After
supper, I usually go on the computer or watch TV or both. I go to bed early on school night
so that I am ready for the next day.
กจิ กรรมหลังเขียน
1. นาํ เสนองานเขยี น
- ครูใหนกั เรยี นจับคูตรวจสอบงานเขยี นของแตล ะคน โดยใหเ พื่อนตรวจดคู วามถกู ตอง แลวนาํ กลบั มาปรับแก
ใหม
- ครูใหทุกคนนําผลงานเขียนบรรยายกิจวัตรประจําวันของตนเองที่ปรับแกเรียบรอยแลว ติดบนปายนิเทศใน
หองเรียน เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรูซ่ึงกันและกัน นักเรียนสามารถแกไขงานของเพื่อนที่ตนเองคิดวาไมถูกตอง
ได
2. ประเมนิ การเขยี นบรรยายเกี่ยวกับกจิ วตั รประจาํ วันของตนเอง
- ครปู ระเมนิ งานเขียนของนักเรียนโดยใชเกณฑการประเมินการเขียน และใชเกณฑผ านระดับพอใช
กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- ครใู หนักเรยี นทําแบบฝก หัด ขอ K ในหนังสือแบบฝกหดั New World 3 หนา 4 (ดเู ฉลยทายเลม )
7. ส่อื /แหลงการเรียนรู
1. หนังสือเรยี น New World 3 หนา 6
2. หนังสอื แบบฝก หดั New World 3 หนา 4
8. ชิน้ งาน / ภาระงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหัด
9. เกณฑก ารประเมินผลช้นิ งาน / ภาระงาน
นา้ํ หนักคะแนน ดีเยยี ม ดมี าก ดี พอใช ปรบั ปรุง
5432 1
ใบงาน ทําแบบฝก หัดได ทําแบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หดั ได
ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอ ยละ 70 รอยละ 60 นอยกวา รอยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มีความมัน่ ใจ มีความมั่นใจ มีความมน่ั ใจ มคี วามมั่นใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพดู อยาง สามารถพดู อยาง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลองแคลว มี ไดค ลอ งแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมั่นใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชดั เจน และ เสยี งชัดเจน และ มีความมั่นใจ มีความมนั่ ใจ เสยี งชัดเจน และ
ถูกตอง รอยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวดั ผลประเมนิ ผล
จุดประสงคก ารเรียนรู การวดั และประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑก ารประเมิน
2.1 K ความถูกตอ ง ใบงาน รบู ิกสกอ
2.2 P รบู ิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน
อา น รูบิก
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนกั เรยี น
11. สรปุ ผลการจัดกจิ กรรม
11.1 บันทึกผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อุปสรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................ผูสอน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรียนท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 3
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 1 How Often Do You Work Out?
เรอ่ื งหลกั /หวั เร่อื ง Leisure เวลา 1 ชวั่ โมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภยั ตําแหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นกั เรยี นสามารถตอบคําถามเกยี่ วกับกจิ กรรมยามวา งทตี่ นเองชอบและไมชอบทําได
1. จดุ ประสงคการเรียนรู
1.1 ดา นความรู Knowlege
นกั เรยี นรเู กีย่ วกบั การใช like and dislike และคําศัพทเ ก่ยี วกบั กจิ วัตรประจาํ วนั
ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
พูดตอบคําถามเกย่ี วกบั กจิ กรรมยามวางที่ชอบและไมชอบทาํ ของตนเอง
1.2 ดา นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวินัย
3. มุงม่ันในการทํางาน
2. จดุ เนนสกู ารพัฒนาคณุ ภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผูเรียนศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน )
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคดิ อยางมวี จิ ารณญาณ
และทักษะในการแกปญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดานการสรา งสรรคและนวตั กรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขา ใจตางวฒั นธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมือ การทํางานเปนทีม
และภาวะผูนํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสอื่ สารสารสนเทศ
และรูเทา ทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู
C8–Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วนิ ัย คุณธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บรู ณาการกบั คานยิ ม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สังคหวัตถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลุม สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คญั
หนว ยการเรียนรนู มี้ จี ดุ มงุ หมายใหนักเรยี นฟงขอความเกี่ยวกบั การทํางานบา นชว ยเหลอื พอแม
พดู ตอบคําถามเก่ียวกบั กจิ กรรมยามวา งท่ชี อบและไมชอบทํา อานบทอานเกีย่ วกบั ประเภทของนักเรียน
และเขียนบรรยายเกีย่ วกบั กจิ วตั รประจาํ วันของตนเอง รวมทั้งหนาทภี่ าษา โครงสรา งประโยค และ
ไวยากรณท ี่เปน พน้ื ฐานของกิจกรรมการฟง พดู อาน และเขียนในหนว ยการเรียนรูนี้
5. สาระการเรียนรู
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอ มลู ขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรอื่ งตางๆ โดยการพูด
และการเขียน
ม. 3.1 พูดและเขยี นบรรยายเก่ียวกับตนเองประสบการณ ขา ว/เหตุการณ/เรื่อง/ประเด็นตา งๆ
ที่อยูในความสนใจ ของสังคม
ความรู
- คําศพั ท
-
- สํานวนภาษา
-
- หนา ทภี่ าษา
- To talk about free time activities
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Frequency Adverbs and Expressions
- Gerunds as Objects of Verbs
6. กิจกรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Speaking
1. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นักเรียนตองพูดตอบคําถามเก่ียวกับกิจกรรมยามวางที่ชอบและไม
ชอบทําของตนเอง
2. พูดตอบคําถามเกี่ยวกับกจิ กรรมยามวางที่ชอบและไมชอบทําของตนเอง
- ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม Speaking ในหนังสือเรียน หนา 6 โดยใหนักเรียนดูภาพและพูดเกี่ยวกับภาพ
เดก็ ผหู ญงิ วัยรนุ ท่กี ําลงั นอนอา นหนงั สอื ในเปล
- ครอู านประโยคคาํ ถามแตละขอ และใหเวลานักเรียนทาํ ความเขา ใจคําถามและคิดกอนตอบ
- ครแู บง กลุมนักเรียน กลุมละ 3-4 คน อภิปรายคาํ ถามแตละขอและชว ยกันตอบพรอมขอ มูลสนับสนนุ
- ใหนักเรียนแตล ะคนเขากลุม ใหมที่ไมใชส มาชิกกลมุ เดิม แตละคนนําเสนอคาํ ตอบทัง้ 6 ขอ เพื่อเปรยี บเทยี บ
คําตอบกับเพือ่ น โดยมีครสู ังเกตการพดู ถาม-ตอบของนกั เรียน
- ครใู หนักเรียนนาํ เสนอคาํ ตอบท้งั 6 ประโยคในชน้ั เรียนอกี ครง้ั และใหน ักเรียนเขียนคําตอบของตนเองลงใน
สมุด
3. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการพูดตอบคําถามเกี่ยวกับกิจกรรมยามวางท่ีชอบและไมชอบทําของตนเอง โดยใชเกณฑการ
ประเมิน การพดู และใชเกณฑผานระดับพอใช
7. ส่อื /แหลงการเรยี นรู
1. หนังสอื เรยี น New World 3 หนา 6
8. ชิน้ งาน / ภาระงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหดั
9. เกณฑก ารประเมนิ ผลชิน้ งาน / ภาระงาน
นํา้ หนกั คะแนน ดเี ยียม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรุง
5432 1
ใบงาน ทําแบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหัดได
ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอยละ 70 รอ ยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได
อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว มี
ความมั่นใจ ออก
มคี วามมน่ั ใจ มคี วามมนั่ ใจ มีความมัน่ ใจ มีความมั่นใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสยี งชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพูดอยาง สามารถพดู อยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลองแคลว มี ไดคลอ งแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมั่นใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสยี งชดั เจน และ มีความม่นั ใจ มคี วามมน่ั ใจ เสียงชัดเจน และ
ถูกตอง รอยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวดั ผลประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก ารเรียนรู การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑก ารประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รบู กิ สกอ
2.2 P รูบิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.3 A อา น รบู ิก
สงั เกตุ
พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรุปผลการจัดกจิ กรรม
11.1 บันทกึ ผลการจดั การเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อุปสรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .................................................ผูสอน
()
ตําแหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรียนท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 3
หนวยการเรียนรทู ่ี 1 How Often Do You Work Out?
เร่อื งหลกั /หัวเรือ่ ง Leisure เวลา 1 ชวั่ โมง
ครผู สู อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตาํ แหนง ครู
ผลการเรียนรู
นักเรยี นสามารถระบใุ จความสําคญั จากบทอา นเก่ียวกับประเภทของนักเรยี นได
1. จุดประสงคก ารเรียนรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นกั เรียนรเู ก่ียวกบั การคําศพั ทเ กย่ี วกบั ตัวนักเรยี น
ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
พูดตอบคาํ ถาม และ อธิบายเกี่ยวกับบุคลิกของตนเอง
1.2 ดานคุณลักษณะอันพงึ ประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวินยั
3. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน
2. จดุ เนน สกู ารพฒั นาคุณภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคดิ อยางมีวจิ ารณญาณ
และทักษะในการแกปญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรางสรรคและนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา นความรว มมือ การทํางานเปนทีม
และภาวะผนู ํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการส่ือสารสารสนเทศ
และรูเ ทา ทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู)
C8–Compassion (ความมเี มตตากรุณา วินยั คุณธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหงชาติ
□ บูรณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บรู ณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บูรณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อืน่ ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสําคญั
หนวยการเรียนรูนม้ี จี ุดมงุ หมายใหนกั เรยี นฟงขอความเกยี่ วกบั การทํางานบา นชวยเหลอื พอ แม
พูดตอบคําถามเก่ียวกบั กจิ กรรมยามวางที่ชอบและไมช อบทํา อานบทอา นเกี่ยวกับประเภทของนักเรยี น
และเขียนบรรยายเก่ียวกับกจิ วตั รประจําวนั ของตนเอง รวมทั้งหนาที่ภาษา โครงสรา งประโยค และ
ไวยากรณท ่ีเปนพ้ืนฐานของกิจกรรมการฟง พูด อาน และเขยี นในหนวยการเรยี นรนู ้ี
5. สาระการเรียนรู
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเร่อื งทฟ่ี งและอา นจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา งมี
เหตุผล
ม. 3.4 เลือก/ระบุหวั ขอเรอื่ ง ใจความสําคัญ รายละเอยี ดสนับสนนุ และแสดงความคิดเห็น
เกีย่ วกับเรื่องทฟี่ งและอานจากสอ่ื ประเภทตางๆ พรอมทง้ั ใหเหตผุ ลและยกตวั อยาง ประกอบ
ความรู
- คําศัพท
กจิ กรรม Reading
- irresponsible (adj.): not doing things that one is supposed to do or has to do
(ขาดความรับผิดชอบ)
- deadline (n.): the time by which one has to finish something (กําหนดเวลาในการ
ทาํ งาน)
- สํานวนภาษา
กิจกรรม Reading
- be in a hurry หมายถึง รบี เรง ใชบ อกวา เรากําลงั รบี อยู
- หนาท่ีภาษา
- To talk about how often one does everyday activities
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Frequency Adverbs and Expressions
6. กจิ กรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Reading
1. นําเขา สบู ทเรียน
- ครถู ามคําถามเก่ียวกับการดําเนินชีวิตและการทํากิจกรรมตาง ๆ ของนกั เรยี นในโรงเรียน ดังตวั อยางประโยค
คาํ ถามตอ ไปน้ี
- Are you good students?
- Do you like to study all the time?
- Have you got good grades?
- Do you love going to school?
- What kind of student are you?
2. แจง จดุ ประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนกั เรียนวา ในหนว ยการเรยี นรูนี้นักเรยี นจะไดอานบทอานเก่ยี วกับนักเรียนประเภทตาง ๆ และระบุ
ใจความสาํ คัญของบทอา น
กิจกรรมกอนอาน
1. เดาเนือ้ หาจากชื่อเร่ืองและภาพ
- ครูบอกนักเรียนวา จะไดอานบทอานเกย่ี วกับนักเรียนประเภทตาง ๆ และระบใุ จความสําคัญของบทอาน โดยให
นกั เรยี นอานคําถามหลักของบทอานและดภู าพจากหนังสือเรียน หนา 7 ใหน ักเรยี นเดาประเภทของนักเรยี น
จากภาพ (คําตอบ
ท่คี าดหวัง คอื มนี กั เรยี นหลายประเภทในหอ งเรียน เชน hardworking students, lazy students,
students who don’t pay attention, students who make jokes and spend most of their time
trying to make other students laugh)
2. ตรวจสอบความรเู ดมิ
- ครูถาม What kind of student are you? และใหนักเรยี นตอบ ครูเขยี นประโยคท่ีนักเรียนตอบบนกระดาน
เชน
- I am a good student.
- I am very good at computer.
- I am a lazy student.
3. ตัง้ จดุ ประสงคในการอาน
- ครูใหน ักเรยี นอานประโยคในกจิ กรรม About the Reading และใชป ระโยคเหลา นี้เปนจดุ ประสงคใ นการ
อา น
กจิ กรรมระหวา งอาน
1. ใชเ ทคนิคการอานกวาดสายตาเพือ่ หาขอ มูลเฉพาะ (Scanning)
- ครูใหนักเรียนทุกคนอา นกวาดสายตาเพ่ือหาขอมลู เฉพาะภายใน 2-3 นาที
2. อานจบั ใจความ
- ครูเปดซดี ีบันทึกเสยี ง CD 1 Track 7 นักเรียนฟงอยา งตงั้ ใจและสรปุ เรื่องทีฟ่ ง โดยใชคําพดู ของนักเรยี นเอง
ไมเนน ถูกผิด แตครูพยายามฝก ใหน ักเรยี นคดิ และตอบคาํ ถาม
- ครูใหนักเรียนอานบทอานอีกคร้ัง และทํากิจกรรม About the Reading ตามรายละเอียดในบทอานและ
เขียนคําตอบในสมุด
กิจกรรมหลังอาน
1. ตรวจสอบความเขา ใจ
- ครูตรวจสอบคําตอบโดยอานประโยคดัง ๆ และใหนักเรียนชวยกันตอบตามท่ีไดเขียนไวแลวในสมุด (ดูเฉลย
ทายเลม ) ครใู หนักเรยี นแกไขประโยคทผ่ี ดิ อกี ครง้ั
- ครูใหนกั เรียนอา นบทอานอีกครั้งและขีดเสน ใตคําศัพทท ี่ไมคนุ เคย ครฝู กใหนกั เรยี นเดาหรือทายความหมาย
ของคาํ ศพั ทจากบริบทที่อา นหรืออาจใชพจนานกุ รมกไ็ ด
- ครใู หนกั เรยี นปดหนังสือเรียนและเลอื กพดู เกย่ี วกบั ประเภทของนักเรียนที่ตนจําไดจากบทอา น เพ่ือทบทวน
การอา นและระบุใจความสําคัญ
2. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินผลการอานบทอานและระบุใจความสําคัญของบทอาน จากจํานวนประโยคท่ีถูกตองในการทํา
กิจกรรม About the Reading โดยใชเ กณฑผ า นรอยละ 60
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- ครูใหน กั เรียนทําแบบฝกหดั ขอ I และ J ในหนงั สอื แบบฝกหดั New World 3 หนา 4 (ดูเฉลยทา ยเลม )
7. ส่ือ/แหลงการเรียนรู
1. หนงั สือเรียน New World 3 หนา 7
2. หนงั สือแบบฝกหัด New World 3 หนา 4
3. ซีดบี นั ทึกเสยี ง
8.4ช. ิ้นเคงารน่อื ง/เลภนาซรดี ะี งาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหดั
9. เกณฑการประเมินผลช้ินงาน / ภาระงาน
นา้ํ หนกั คะแนน ดเี ยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง
5432 1
ใบงาน ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หัดได ทําแบบฝก หัดได
ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวารอ ยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามม่ันใจ มีความมน่ั ใจ มคี วามม่ันใจ มคี วามมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพูดได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดคลอ งแคลวมี ไดค ลอ งแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมั่นใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสยี งชดั เจน และ มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ เสียงชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอ ยละ ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวัดผลประเมินผล
จดุ ประสงคการเรยี นรู การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑก ารประเมิน
2.1 K ความถูกตอง ใบงาน รูบิกสกอ
2.2 P รบู ิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.3 A อาน รูบกิ
สงั เกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น
11. สรปุ ผลการจดั กิจกรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรยี นที่ 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3
หนว ยการเรียนรูท ี่ 1 How Often Do You Work Out?
เรื่องหลัก/หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ชว่ั โมง
ครผู สู อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภยั ตําแหนง ครู
ผลการเรียนรู
นกั เรียนสามารถใชภาษาอังกฤษในการคนควา รวบรวมและสรปุ ขอ มลู ทีเ่ กีย่ วของกับกลุม สาระการเรยี นรู
อ่นื จากสอื่ และแหลงการเรยี นรู (กจิ กรรมยามวา งที่ชอบทํา) และนําเสนอโดยการพูด
1. จุดประสงคการเรยี นรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นกั เรยี นรูเ ก่ยี วกบั การคําศัพทกจิ กรรมยามวา ง
ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
พดู ตอบคําถาม และ อธิบายเกี่ยวกบั กจิ กรรมยามวา งท่ตี นเองชอบทาํ
1.2 ดา นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษัตรยิ
2. มวี นิ ัย
3. มงุ มนั่ ในการทาํ งาน
2. จดุ เนนสกู ารพฒั นาคุณภาพ
คว าีมสามารถและทักษะของผูเรยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดานการคิดอยางมวี จิ ารณญาณ
และทกั ษะในการแกป ญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรางสรรคและนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทาํ งานเปน ทีม
และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการสือ่ สารสารสนเทศ
และรเู ทาทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
C8–Compassion (ความมเี มตตากรุณา วนิ ยั คณุ ธรรม จริยธรรม)
3. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหงชาติ
□ บูรณาการหลกั สตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บรู ณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บูรณาการกับคานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุมสาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อืน่ ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสําคัญ
หนว ยการเรียนรนู ี้มีจุดมงุ หมายใหน ักเรียนฟง ขอความเกี่ยวกบั การทํางานบา นชวยเหลือพอ แม
พูดตอบคาํ ถามเกี่ยวกับกิจกรรมยามวางท่ีชอบและไมชอบทํา อานบทอา นเก่ียวกบั ประเภทของนักเรยี น
และเขียนบรรยายเก่ียวกบั กจิ วัตรประจาํ วันของตนเอง รวมท้งั หนา ที่ภาษา โครงสรา งประโยค และ
ไวยากรณท ่ีเปน พื้นฐานของกิจกรรมการฟง พดู อา น และเขียนในหนว ยการเรยี นรูนี้
5. สาระการเรยี นรู
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพนั ธกับกลมุ สาระการเรียนรอู ื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ าษาตางประเทศในการเชื่อมโยงความรกู ับกลุมสาระการเรยี นรูอ่นื และเปนพืน้ ฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู และเปด โลกทัศนของตน
ม 3.1 คนควา รวบรวม และสรปุ ขอ มลู / ขอเท็จจรงิ ทีเ่ กี่ยวขอ งกบั กลุม สาระการเรียนรูอ่นื
จากแหลงเรยี นรูและนําเสนอดวยการพดู และการเขยี น
ความรู
- คําศพั ท
-
- สํานวนภาษา
-
- หนาท่ภี าษา
- To do a survey in class
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Frequency Adverbs and Expressions
- Gerunds as Objects of Verbs
6. กิจกรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม World Link
1. นําเขา สบู ทเรียน
- ครนู าํ นักเรียนพูดคยุ เกย่ี วกับกิจกรรมยามวางที่นกั เรยี นชอบทํา โดยครูถามคาํ ถาม เชน
- What do you like doing in your free time?
- ครูใหน กั เรียนตอบคนละ 1 กิจกรรมอยางรวดเรว็
2. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครบู อกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูน้นี ักเรียนจะตองพูดรายงานขอมูลเกยี่ วกับกิจกรรมยามวางที่ชอบทํา
ของสมาชกิ ในหอ งเรียน
3. สํารวจขอมูลเกยี่ วกับกิจกรรมยามวา งท่ีตนเองและเพื่อนในหอ งเรยี นชอบทํามากที่สดุ และชอบทาํ นอยทีส่ ดุ
- ครอู านคําสง่ั ในกิจกรรม World Link ในหนังสือเรยี น หนา 7 ใหนกั เรยี นทุกคนทําความเขาใจคาํ สง่ั และให
นกั เรยี นบอกกิจกรรมยามวางท่ชี อบทาํ มากที่สดุ และนอยท่ีสุดกับเพื่อนทน่ี ง่ั ขาง ๆ โดยใชคําถาม
- What do you like doing the most and the least in your free time?
- ครูใหนักเรียนเขียนคําตอบท่ีไดจากเพื่อนลงในสมุดของตนเอง
- ครอู นญุ าตใหน กั เรียนถามคําถามเพือ่ นคนอน่ื ในหองเรียน เพอื่ สรา งความสัมพันธร ะหวางสมาชกิ ในหอง
- ครแู บง นกั เรยี นออกเปน 2-3 กลมุ (ข้นึ อยูกบั จาํ นวนนักเรยี นในหองเรียน) ใหแ ตละกลมุ ชว ยกันระดม
ความคดิ สรุป รวบรวม และเรียงลาํ ดับกิจกรรมท่ีชอบทํามากทส่ี ุดไปยังกจิ กรรมทีช่ อบทํานอ ยทส่ี ุด (อาจใช
ขอ มลู เกยี่ วกบั กจิ กรรมยามวางจากอินเทอรเ นต็ ท่นี กั เรียนทําจริงมาใชต อบคาํ ถามได)
- ครูใหแตล ะกลุม เขียนกจิ กรรมยามวา งท่ีทาํ โดยเรียงจากกิจกรรมทชี่ อบมากทสี่ ดุ ไปยงั กิจกรรมท่นี อยทส่ี ุด
และเขยี นเปนแผนภมู ิเพ่ือนําเสนอในกลุมยอยของตนเอง
4. พดู รายงานขอมลู
- ครูใหตัวแทนกลุมยอยรายงานผลการรวบรวมขอมูลกิจกรรมยามวาง ท่ีตนเองและสมาชิกในกลุมชอบทํา
มากท่ีสดุ และชอบทาํ นอยทสี่ ุด โดยผลัดกันพดู รายงานขอมลู ตามรายละเอียดทีเ่ ขียนไวใ นแผนภมู ิ และในกลุม
ใหญใ หช วยกันอภิปรายเก่ยี วกับกจิ กรรมท่ตี างไปจากเพ่ือน
5. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการพูดรายงานขอมูลกิจกรรมยามวางท่ีชอบทําของสมาชิกในหองเรียน โดยใชเกณฑการประเมิน
การพดู และใชเกณฑผานระดบั พอใช
นกั เรียนประเมนิ ตนเอง
- ครูใหนักเรียนทําแบบประเมิน Self-Evaluation เพ่ือประเมินตนเองเกี่ยวกับเน้ือหาท่ีไดเรียนไปแลว (แบบ
ประเมนิ Unit 1 Self-Evaluation ทายคมู อื ครู/ทายหนงั สือแบบฝกหัด)
7. สอื่ /แหลงการเรยี นรู
1. หนังสอื เรียน New World 3 หนา 7
2. หนงั สอื แบบฝกหดั New World 3 หนา 4
3. ซดี บี ันทึกเสียง
4. เครือ่ งเลน ซีดี
8. ชิ้นงาน / ภาระงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด
9. เกณฑการประเมนิ ผลช้ินงาน / ภาระงาน
นํ้าหนักคะแนน ดีเยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง
5432 1
ใบงาน ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หัดได ทาํ แบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หดั ได
ถกู ทุกขอ รเู อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวารอยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได
อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่นั ใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพูดอยา ง สามารถพดู อยาง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดคลอ งแคลว มี ไดค ลอ งแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมัน่ ใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชดั เจน และ เสยี งชดั เจน และ มีความมัน่ ใจ มคี วามมน่ั ใจ เสยี งชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอ ยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวัดผลประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑการประเมิน
จุดประสงคก าร ธี การวัดและประเมินผล
เรียนรู ใบงาน รูบกิ สกอ
2.1 K ความถกู ตอ ง ทดสอบอาน รูบกิ สกอ
2.2 P ตรวจสอบความถูกตองการอา น
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น สงั เกตุ รูบกิ
11. สรปุ ผลการจัดกิจกรรม
11.1 บันทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเห็นของหัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................
()
หัวหนา กลุมสาระการเรยี นรู.........................
แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรียนที่ 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 3
หนว ยการเรียนรูท่ี 2 Don’t Worry! Be Happy.
เรือ่ งหลกั /หัวเรือ่ ง Personalities เวลา 1 ชัว่ โมง
ครผู สู อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตําแหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นักเรียนสามารถระบุใจความสาํ คญั จากบทสนทนาที่อา น
1. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1.1 ดา นความรู Knowlege
นักเรียนรเู ก่ียวกบั การคาํ ศัพทในบทสนทนา ท่ีไดศ กึ ษา
ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
พูดตอบคาํ ถาม และ อธบิ ายเกย่ี วกับบทสนทนาได
1.2 ดา นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวินัย
3. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน
2. จุดเนนสกู ารพฒั นาคุณภาพ
คว าีมสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณ
และทักษะในการแกป ญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวตั กรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดา นความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมือ การทํางานเปนทีม
และภาวะผูนํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการส่ือสารสารสนเทศ
และรูเทา ทนั สื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนร)ู
C8–Compassion (ความมเี มตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลักสูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บูรณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บรู ณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บรู ณาการขา มกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อ่ืน ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คัญ
หนวยการเรียนรนู มี้ จี ดุ มุง หมายใหน ักเรยี นฟงขอความท่ีแสดงอารมณแ ละความรสู กึ ของ
บคุ คล พูดถามและบอกสาเหตทุ ี่มาของอารมณและความรูสึก อา นบทอานเกี่ยวกับสัตว และเขียนบรรยาย
ส่ิงท่ที าํ ใหต นเกดิ ความรสู ึกหรอื อารมณต า ง ๆ พรอ มทั้งใหเหตผุ ล รวมทง้ั หนาท่ีภาษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท ่ีเปน พน้ื ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อา น และเขียนในหนว ยการเรยี นรูน ี้
5. สาระการเรียนรู
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก บั กลมุ สาระการเรยี นรอู นื่
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรื่องทฟี่ งและอา นจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา งมี
เหตผุ ล
ม 3.4 ๔. เลือก/ระบุหวั ขอเรอ่ื ง ใจความสาํ คญั รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคดิ เหน็
เก่ียวกบั เร่อื งที่ฟงและอา นจากส่อื ประเภทตางๆ พรอมทั้งใหเ หตุผลและยกตวั อยา ง ประกอบ
ความรู
- คําศัพท
กิจกรรม New Language
- sleepy (adj.): ready to go to sleep (งว งนอน)
- tired (adj.): needing rest (เหน่ือย, ออนลา )
- bored (adj.): feeling tired and impatient (เบอ่ื หนา ย)
- laugh (v.): to make the sounds and movements of your face that show you
are happy or thinks something is funny (หัวเราะ)
- funny (adj.): making you laugh, amusing (นาขบขัน, ตลก)
- angry (adj.): having strong feeling about something that you dislike very much
(โกรธ, โมโห)
- happy (adj.): feeling or showing pleasure (มคี วามสขุ , อารมณดี)
- sad (adj.): unhappy or showing unhappiness (เศรา, ไมมีความสุข)
- lonely (adj.): unhappy because you have no friend or people to talk to (เหงา,
โดดเดย่ี ว)
- frightened (adj.): afraid, feeling fear (ตกใจ, กลวั )
- nervous (adj.): anxious about something or afraid of something (กระวนกระวาย, เปน
ประสาท)
- afraid of (adj.): feeling fear of frightened (กลัว)
- สํานวนภาษา
กิจกรรม New Language
- pass an exam หมายถงึ สอบผาน
- หนา ท่ีภาษา
- To talk about emotions
- To make suggestions
- To give reasons
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Negative Questions with Why
- Why? / Because
6. กิจกรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม New Language
1. นําเขาสบู ทเรยี น
- ครูทักทายนักเรียน ถามสารทุกขสุกดิบ และโยงเขาสูคําคุณศัพทที่บอกอารมณและความรูสึก พรอมถาม
สาเหตุท่มี าของอารมณนัน้ ๆ เชน
T: How are you today?
S: I am happy.
T: Why are you happy?
S: Because it’s my birthday.
2. แจง จุดประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูน้ีนักเรียนจะไดอานบทสนทนาถามตอบเกี่ยวกับเหตุผลหรือสาเหตุ
ท่มี าของอารมณ และสามารถบอกรายละเอยี ดได
กจิ กรรมกอ นอา น
1. ตรวจสอบความรูเดิม
- ครใู หนกั เรียนเปดหนงั สือและดภู าพในกจิ กรรม New Language ในหนงั สือเรยี น หนา 8-9
- ครถู ามคําถามเกีย่ วกบั ภาพ โดยใชคาํ ถามดังนี้
- What is happening in this picture?
- How do you think he / she feels?
- Why?
- ครอู านออกเสียงคําถามท่ีอยตู อนบนของหนงั สือเรียน หนา 8 ในกิจกรรม New Language
- Which emotions are you feeling now?
- What fears do you have?
- ครูอธิบายวาความรสู ึกกลัวเปนส่ิงสําคัญ และเปนสาเหตุที่ทําใหเกิดความกังวล ครูใหนักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยน
คาํ ตอบกบั เพ่อื น
- ครบู อกนักเรียนวานักเรยี นจะไดอ านบทสนทนาโตต อบสั้น ๆ เกยี่ วกับการถามเหตุผลและสาเหตทุ ี่กอใหเ กิด
อารมณ
2. เสรมิ ความรดู านคาํ ศัพท
- ครูเปดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 8 ใหนักเรียนฟงคําพูดโตตอบแตละตอนและชี้ไปท่ีภาพ ครูบอกใหนักเรียน
ขีดเสนใตคําคณุ ศัพทท่ีบอกอารมณในแตละคาํ พดู
- ครูใหน ักเรียนบอกคาํ ศัพทท ่ีตนขีดเสนใต ครเู ขียนคาํ ศัพทเ หลา นน้ั บนกระดาน และใหน ักเรียนบอก
ความหมายของคําศัพทท่ีทราบ และครูใหน ักเรียนเปดพจนานกุ รมหาคําศพั ทท ี่เหลือบนกระดาน
3. ต้ังจุดประสงคในการอา น