The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 1 -5 แผน ม.3 เทอม 1 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ptvadee, 2022-08-29 12:19:57

แผนการสอน ม.3 เทอม 1 ปี 2565

บทที่ 1 -5 แผน ม.3 เทอม 1 2565

- ครใู หนักเรยี นอา นประโยคในกิจกรรม Language Check ทําความเขาใจ สรุปความหมาย และใชเ ปน
จุดประสงคในการอา น

กิจกรรมระหวา งอา น
1. อานเพ่ือหาคําตอบตามจดุ ประสงค

- ครใู หนักเรียนใชเทคนิคการอานกวาดสายตาเพื่อหาขอมูลเฉพาะ (Scanning) เพอ่ื หาคําตอบของแตละขอ โดย
ใชเ วลาไมเกิน 30 วินาที

- ครเู ปด ซดี บี นั ทึกเสยี ง CD 1 Track 8 อีกครั้ง ครหู ยุดซดี ีบนั ทึกเสียงเม่ือจบแตละขอและใหนักเรียนพดู ตาม
- ครูใหนกั เรยี นทาํ กจิ กรรม Language Check ดว ยตนเอง
กิจกรรมหลังอาน
1. ตรวจสอบความเขา ใจ
- ครอู า นออกเสียงประโยคทัง้ 6 ประโยค ใหน ักเรียนชว ยกนั บอกคําตอบและตรวจสอบคาํ ตอบดวยตนเอง (ดู

เฉลยทา ยเลม )
- ครูตรวจสอบความเขาใจของนักเรียน โดยชี้ไปที่ภาพและใหนักเรียนพูดประโยคท่ีมีคําบอกอารมณมาคนละ 1

ประโยค เชน
- The mother is angry.
- The two girls in the classroom are frightened.
CULTURE CORNER

- กลุ่มบาํ บัด SHG (Self Help Group)
Self Help Group เป็นกลุ่มท่ีเกิดจากการรวมตวั ของบุคคลที่มีปัญหาคลา้ ยคลึงกนั มารวมตวั กนั

ดว้ ยความสมคั รใจ และใชป้ ระสบการณ์ที่ผา่ นมาช่วยกนั แกป้ ัญหาซ่ึงกนั และกนั กลุ่มเป็นของ
สมาชิกกิจกรรมต่าง ๆ ดาํ เนินการโดยสมาชิก เพอ่ื สมาชิก การบาํ บดั จิตดว้ ยวธิ ีน้ีเป็ นท่ีนิยมมาก
ในตา่ งประเทศ แนวคิดพ้ืนฐานของ Self Help Group คือเชื่อวา่ บุคคลจะไดร้ ับความช่วยเหลือ
อยา่ งดีจากบุคคลที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน สมาชิกจะร่วมกนั อภิปรายถึงความรู้สึก ใหข้ อ้ มูล
ขา่ วสาร ท้งั จากประสบการณ์ตรง และท่ีไดแ้ สวงหานาํ มาช่วยเหลือสมาชิกในการปรับตวั ต่อ
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนลกั ษณะของ Self Help Group ไดแ้ ก่ สมาชิกกลุ่มมาจากบุคคลท่ีมีปัญหา
คลา้ ยคลึงกนั มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขอ้ มูล และใหก้ าํ ลงั ใจ มารวมกลุ่มโดยสมคั รใจ ไม่
หวงั ผลกาํ ไร ทาํ งานเพื่อช่วยเหลือสมาชิกทาํ งานแบบเผชิญหนา้ เนน้ ที่สมาชิกไดม้ ีส่วนร่วมและ
ดาํ เนินการโดยสมาชิก ไมแ่ ขง่ ขนั แต่จะร่วมมือกนั ผนู้ าํ กลุ่มมาจากสมาชิก มีการเปล่ียนกนั เป็นผู้
นาํ ไปเร่ือย ๆ การใหบ้ ริการและกิจกรรมเป็นไปตามความตอ้ งการของสมาชิกและมติกลุ่ม
สมาชิก เกิดการเรียนรู้โดยการกระทาํ เนน้ ที่การปฏิบตั ิจริง เพ่อื การเปลี่ยนแปลงที่ดี ผลของการ
ช่วยเหลือ ช่วยใหป้ รับตวั ไดเ้ หมาะสม เกิดพลงั อาํ นาจ “empowerment” วธิ ีการบาํ บดั รักษาแบบน้ี
ไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาทุกอยา่ งไดท้ นั ที แตจ่ ะเป็ นแบบค่อยเป็นค่อยไป กิจกรรมของกลุ่มอาจ
ขยายออกไปมากกวา่ การช่วยการแกป้ ัญหาใกลต้ วั เช่น อาจเป็นกลุ่มจดั ใหค้ วามรู้หรือช้ีนาํ สังคม
ได้ กลุ่มจะเนน้ การใหส้ มาชิกมาพบกนั เพ่อื แลกเปล่ียนความรู้สึก ความรู้ (insight) ในส่ิงที่เขามี
ปัญหาร่วมกนั หรืออยา่ งเดียวกนั

2. ประเมินผล
- ครูประเมินความเขาใจบทสนทนาท่อี าน จากจาํ นวนคาํ ตอบที่ถูกตอง โดยใชเกณฑผ านรอยละ 70

กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหนักเรียนเลือกคําคุณศัพทที่บอกอารมณหรือความรูสึกมาคนละ 1 คํา พรอมแสดงทาทาง
ประกอบ เพ่ือใหเพ่ือนทายคําคุณศัพทนั้น และใหนําคําคุณศัพทไปใชในการพูดโตตอบตามศักยภาพของ
นักเรยี นแตละคน และนําเสนอคาํ พดู โตต อบกบั เพ่ือนในช้ันเรยี น
7. สือ่ /แหลงการเรียนรู

1. หนงั สือเรียน New World 3 หนา 8-9
2. ซดี บี นั ทกึ เสยี ง
3. เคร่ืองเลน ซีดี
4. สอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส

- https://en.wikipedia.org/wiki/Self-help_group_(finance)

8.4ช. ิ้นเคงารนือ่ ง/เลภนาซรีดะี งาน

-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหัด

9. เกณฑการประเมินผลช้ินงาน / ภาระงาน

นา้ํ หนกั คะแนน ดเี ยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หัดได ทําแบบฝก หัดได

ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวารอ ยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามม่ันใจ มีความมน่ั ใจ มคี วามม่ันใจ มคี วามมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพูดได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดคลอ งแคลวมี ไดค ลอ งแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมั่นใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสยี งชดั เจน และ มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ เสียงชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอ ยละ ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวดั ผลประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก ารเรียนรู การวัดและประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถูกตอง ใบงาน รบู ิกสกอ
2.2 P รบู กิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอา น
2.3 A อา น รูบกิ
สังเกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรุปผลการจัดกจิ กรรม
11.1 บันทกึ ผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปญหา/อุปสรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .................................................ผูสอน
()

ตําแหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
()

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจัดการเรียนรู ภาคเรียนท่ี 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy.
เร่อื งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบังภัย ตําแหนง ครู

ผลการเรียนรู

นักเรยี นสามารถพดู ถามเหตุผลและบอกสาเหตุที่มาของอารมณ์

1. จุดประสงคการเรียนรู
1.1 ดานความรู Knowlege

นักเรยี นรเู กี่ยวกบั การคาํ ศพั ทเกยี่ วกับการบอกอารมณ ความรูส กึ
ดานทกั ษะ/กระบวนการ Process

พูดตอบคําถาม และ อธบิ ายอารมณ ความรสู กึ กับ เพื่อนได

1.2 ดานคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั รยิ 
2. มีวินัย
3. มงุ มั่นในการทํางาน

2. จดุ เนน สูการพัฒนาคณุ ภาพ
คว าีมสามารถและทักษะของผูเ รียนศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก)  R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคดิ อยางมวี ิจารณญาณ

และทักษะในการแกป ญหา)

□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขา ใจตางวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการสอื่ สารสารสนเทศ

และรเู ทา ทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
 C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)

3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บรู ณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บรู ณาการกบั คานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สงั คหวัตถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสาํ คัญ
หนว ยการเรียนรนู มี้ ีจดุ มุงหมายใหนักเรียนฟง ขอความท่ีแสดงอารมณแ ละความรูสึกของ

บุคคล พดู ถามและบอกสาเหตุทมี่ าของอารมณแ ละความรูสึก อานบทอานเกยี่ วกบั สตั ว และเขยี นบรรยาย
สงิ่ ทที่ าํ ใหตนเกดิ ความรสู ึกหรืออารมณตา ง ๆ พรอมทงั้ ใหเหตผุ ล รวมทั้งหนาทีภ่ าษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท เี่ ปนพืน้ ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อา น และเขียนในหนว ยการเรยี นรูน้ี

5. สาระการเรยี นรู

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธกับกลุม สาระการเรียนรอู นื่
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรือ่ งทฟ่ี ง และอา นจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา งมี
เหตผุ ล

ม 3.4 ๔. เลอื ก/ระบุหวั ขอ เร่ือง ใจความสําคญั รายละเอียดสนบั สนนุ และแสดงความคดิ เห็น
เก่ียวกับเรื่องที่ฟงและอานจากสื่อประเภทตา งๆ พรอมท้ังใหเ หตุผลและยกตัวอยา ง ประกอบ

ความรู

- คําศัพท์
กิจกรรม Practice
- cry (v.): to produce tears from your eyes because you are unhappy or hurt (ร้องไห)้
- fly (v.): to travel in a plane (เดินทางโดยเครื่องบิน)
- สํานวนภาษา
-
- หน้าทภ่ี าษา
- To talk about emotions
- To make suggestions
- To give reasons
- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Negative Question with Why
- Why? / Because

6. กจิ กรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
1. นาํ เขา้ สู่บทเรียน

- ครูทบทวนความรู้เดิม โดยให้นกั เรียนบอกคาํ คุณศพั ทเ์ ก่ียวกบั อารมณ์และความรู้สึกมาคนละ 1 คาํ และ
ใหพ้ ูดเป็นประโยค เช่น
- happy = I am happy.
- sad = I am sad.
- worried = My father is worried.
- tired = I’m very tired.

2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครูบอกนกั เรียนวา่ ในหน่วยการเรียนรู้น้ีนกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั การออกเสียงคาํ คุณศพั ท์ 2 พยางคท์ ่ี
ลงทา้ ยดว้ ยตวั y และการพูดถามเหตุผลและบอกสาเหตุท่ีมาของอารมณ์

กจิ กรรม Pronunciation
1. อ่านออกเสียงคาํ คุณศพั ท์ 2 พยางค์ ที่ลงทา้ ยดว้ ยตวั y

- ครูใหน้ กั เรียนทาํ กิจกรรม Pronunciation ในหนงั สือเรียน หนา้ 9 ครูบอกใหน้ กั เรียนสังเกตการออกเสียง
คาํ คุณศพั ท์ 2 พยางค์ ท่ีลงทา้ ยดว้ ย y โดยใหอ้ อกเสียงหนกั ท่ีพยางคแ์ รก ส่วน y ที่อยหู่ ลงั คาํ จะไมอ่ อกเสียง

- ครูเปิ ดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 9 ใหน้ กั เรียนฟังและช้ีคาํ ศพั ทท์ ่ีไดย้ นิ
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 9 อีกคร้ัง ใหน้ กั เรียนออกเสียงคาํ ศพั ทพ์ ร้อมกนั กบั เสียงท่ีไดย้ นิ จากซีดี

บนั ทึกเสียง
- ครูให้นกั เรียนจบั คู่และอ่านออกเสียงคาํ ศพั ท์ ในกิจกรรม Pronunciation ครูเดินดูรอบหอ้ งเรียนและคอย

กาํ กบั การอา่ นออกเสียงหนกั ในคาํ คุณศพั ท์ 2 พยางคท์ ่ีลงทา้ ยดว้ ยตวั y

กจิ กรรม Practice
1. พูดถามเหตุผลและบอกสาเหตุที่มาของอารมณ์

- ครูให้นักเรียนทาํ กิจกรรม Practice ในหนังสือเรียน หน้า 9 ครูเปิ ดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 10 ให้
นกั เรียนฟังและช้ีประโยคท่ีไดย้ นิ

- ครูเปิ ดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 10 อีกคร้ัง ใหน้ กั เรียนฟังและพูดตามบทสนทนา
- ครูพูดโตต้ อบตามบทสนทนาเป็ นตวั อยา่ ง โดยครูพูดคนเดียวให้นกั เรียนฟังเป็ นตวั อยา่ งก่อน แลว้ จึงพูด

โตต้ อบกบั นกั เรียน จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนจบั คูก่ นั พูดโตต้ อบ โดยใหค้ นหน่ึงพูดในบทบาทของ A และอีก
คนหน่ึงพดู ในบทบาทของ B
- ครูสร้างแบบอยา่ งของการพูดโตต้ อบตามบทสนทนาที่ 1 อีกคร้ัง โดยใชบ้ ุคคลในบทอ่านเป็ นพ้ืนฐานใน
การต้งั คาํ ถาม และใหน้ กั เรียนตอบ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
T: Why is the man on the airplane nervous?
S: Because he’s always afraid of flying.
- ครูสร้างแบบอย่างของการพูดโต้ตอบตามบทสนทนาที่ 2 โดยครูถามคาํ ถามที่ใช้โครงสร้างประโยค
Why……. + V-ing? และใหน้ กั เรียนตอบ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
T: Why are they laughing?
S: Because the movies is very funny.
- ครูสร้างแบบอยา่ งของการพูดโตต้ อบตามบทสนทนาที่ 3 โดยครูพูดเกี่ยวกบั ความกลวั หรือสาเหตุที่มาของ
อารมณ์ (I’m sleepy, I’m bored, I’m nervous) และใหน้ กั เรียนตอบโดยใชโ้ ครงสร้างประโยค Why don’t
…? และใหน้ กั เรียนตอบ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
T: I’m bored.
S: Why don’t you go out with friends?

- ครูสร้างแบบอยา่ งของการพูดโตต้ อบตามบทสนทนาท่ี 4 โดยครูพูดเก่ียวกบั ความกลวั และใหน้ กั เรียนพูด
ตอบแสดงความเห็นดว้ ยหรือไม่เห็นดว้ ย ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
T: I’m afraid of high places.
S: So am I. or I’m not.

- ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่ฝึกถาม-ตอบ ตามแบบอยา่ งบทสนทนาท่ี 2-4 โดยใชข้ อ้ มูลจากกิจกรรม New Language
และใชค้ าํ พูดถาม-ตอบในกิจกรรม Practice ในหนงั สือเรียน หนา้ 9 เป็ นตวั อยา่ ง

2. ประเมินผล
- ครูประเมินการพูดถาม-ตอบของนกั เรียนแต่ละคู่ โดยใชแ้ บบประเมินการสนทนากิจกรรมคู่ และใชเ้ กณฑ์
ผา่ นระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครูให้นกั เรียนทาํ แบบฝึ กหัด ขอ้ A และ B ในหนังสือแบบฝึ กหัด New World 3 หน้า 5 (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม)
หลงั จากการจบั คู่ฝึกพูดถามเหตุผลและบอกสาเหตุท่ีมาของอารมณ์

7. สื่อ/แหลงการเรียนรู
1. หนงั สือเรียน New World 3 หนา้ 9
2. หนงั สือแบบฝึกหดั New World 3 หนา้ 5
3. ซีดีบนั ทึกเสียง

8.4ช. ิ้นเคงารน่ือง/เลภนาซรดี ะี งาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด

9. เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

น้าํ หนักคะแนน ดีเยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรุง

5432 1

ใบงาน ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หัดได

ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอยละ 70 รอยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได
อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มคี วามมน่ั ใจ มีความมั่นใจ มคี วามมัน่ ใจ มีความมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลองแคลวมี ไดคลองแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความม่นั ใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชดั เจน และ เสียงชดั เจน และ มีความม่นั ใจ มีความม่นั ใจ เสียงชดั เจน และ
ถูกตอง รอยละ ถูกตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวดั ผลประเมินผล

จดุ ประสงคก ารเรียนรู การวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รบู กิ สกอ
2.2 P รบู ิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน
2.3 A อาน รูบิก
สังเกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรุปผลการจัดกิจกรรม

11.1 บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .................................................ผสู อน
()
ตําแหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ .................................................
()

หัวหนา กลุมสาระการเรียนร.ู ........................

แผนการจดั การเรียนรู ภาคเรียนที่ 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 3
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 Don’t Worry! Be Happy.
เร่ืองหลกั /หวั เรอ่ื ง Personalities เวลา 1 ชั่วโมง
ครผู สู อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตําแหนง ครู

ผลการเรียนรู

นกั เรยี นสามารถระบใุ จความสาํ คญั จากการฟง บทสนทนาแสดงอารมณแ ละความรสู ึกของบคุ คลจากเร่ือง
ทฟ่ี งและท่ีอาน

1.1 ดา 1น. คจวุดาปมรระู สKงnคoก wาlรeเรgียeนรู
นกั เรียนรูเกย่ี วกบั การคาํ ศพั ทเกย่ี วกบั การขับรถ การขอยมื รถ และกฎหมายเกี่ยวกับการใชรถ

ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นกั เรียนสามารถอาน ตอบคําถามเก่ียวกับการขับรถ การขอยมื รถ และกฎหมายเกีย่ วกับการใชรถ

ได

1.2 ดานคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตริย
2. มีวินยั
3. มงุ มั่นในการทํางาน

2. จดุ เนนสูการพัฒนาคุณภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผูเ รียนศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)

□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ

และทกั ษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขาใจตางวฒั นธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรวมมือ การทํางานเปน ทีม

และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการส่ือสารสารสนเทศ

และรูเทา ทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินยั คณุ ธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ
□ บูรณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บูรณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บรู ณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุมสาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคญั
หนวยการเรียนรนู ม้ี ีจุดมงุ หมายใหนักเรียนฟง ขอความท่ีแสดงอารมณและความรูสกึ ของ

บคุ คล พูดถามและบอกสาเหตุที่มาของอารมณและความรูสกึ อานบทอา นเกยี่ วกับสตั ว และเขยี นบรรยาย
สิง่ ท่ที ําใหตนเกิดความรูสึกหรืออารมณตา ง ๆ พรอมทัง้ ใหเ หตุผล รวมทัง้ หนา ทภ่ี าษา โครงสรา งประโยค
และไวยากรณท ี่เปน พน้ื ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อาน และเขยี นในหนวยการเรียนรนู ี้

5. สาระการเรียนรู

สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพนั ธก ับกลุมสาระการเรียนรูอ ่ืน
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเร่อื งทฟ่ี ง และอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมี
เหตุผล

ม 3.4 ๔. เลือก/ระบุหัวขอ เรือ่ ง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเหน็
เกย่ี วกับเรอื่ งท่ฟี งและอานจากส่ือประเภทตา งๆ พรอมทง้ั ใหเ หตผุ ลและยกตวั อยา ง ประกอบ

ความรู

- คาํ ศพั ท
กจิ กรรม Practice
- cry (v.): to produce tears from your eyes because you are unhappy or hurt
(รอ งไห)
- fly (v.): to travel in a plane (เดนิ ทางโดยเครื่องบิน)
- สาํ นวนภาษา
-
- หนา ท่ีภาษา
- To talk about emotions
- To make suggestions
- To give reasons
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Negative Question with Why
- Why? / Because

6. กิจกรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Conversation
1. นําเขาสบู ทเรียน

- ครูนํานักเรียนพูดคุยเกี่ยวกับความสามารถในการขับรถ การขอยืมรถคนอื่นมาขับ หรือปญหาท่ีอาจเกิดขึ้น
ขณะใชรถของผอู ื่น และใหน ักเรยี นชวยกนั แบงปนความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ปญ หาทเี่ กดิ ขึ้นขณะขบั รถ

2. แจง จุดประสงคการเรยี นรู

- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นักเรียนจะตองระบุใจความสําคัญจากการฟงบทสนทนาแสดง
อารมณและความรูสึกของบุคคล

3. ฟง และระบุใจความสาํ คญั
- ครูบอกนักเรียนวา นักเรียนจะไดฟงการสนทนาถามตอบเก่ียวกับอารมณและความรูสึกของบุคคลท่ีกระทํา
ผดิ จากการเอารถยนตข องผอู ื่นไปขับโดยไมไดขออนุญาต และเกดิ อบุ ัตเิ หตุกบั รถยนตดงั กลาว
- ครูเปดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 11 ของกิจกรรม Conversation ในหนังสือเรียน หนา 10 ใหนักเรียนฟง
โดยไมเ ปด หนังสอื เรยี น และถามนกั เรียนเกย่ี วกบั บทสนทนาทฟ่ี ง
- ครเู ปด ซีดบี นั ทึกเสยี ง CD 1 Track 11 อีกครง้ั ใหนักเรยี นฟงและอานตามในใจ
- ครูบอกใหน ักเรยี นดกู จิ กรรม About the Conversation ในหนังสือเรียน หนา 10 ใหน ักเรยี นอา นประโยค
คาํ ถามแตละขอ และใหน ักเรยี นจบั คูชวยกันตอบคําถาม และนําเสนอคาํ ตอบแตล ะขอในชั้นเรยี น (ดเู ฉลย
ทา ยเลม )
- ขณะอานบทสนทนา อาจมีนักเรียนบางคนไมทราบความหมายของคําศัพทบางคํา ใหครูอธิบายความหมาย
ของคําศพั ทนั้น ๆ ใหน กั เรยี นฟง
- ครูประเมินผลการฟงและระบุใจความสําคัญของบทสนทนา จากจํานวนคําตอบที่ถูกตองใน
กจิ กรรม About the Conversation โดยใชเกณฑผา นรอยละ 70

4. เลนเกมคน หาคาํ ศัพท
- ครูใหนักเรียนรวมกิจกรรมทางภาษา โดยเลนเกมคนหาคําคุณศัพท ครูใหนักเรียนทุกคนอานบทสนทนาใน
ใจอีกครั้ง ครูบอกใหนักเรียนหาคําคุณศัพทที่บอกอารมณ จากบทสนทนาในกิจกรรม Conversation มา 3
คาํ นกั เรียนคนใดยกมอื ตอบกอนและคาํ ตอบถูกตอง จะเปน ผชู นะ (เฉลย: worried, nervous, mad)

5. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินผลการเขารวมกิจกรรมทางภาษา โดยสังเกตความกระตือรือรน และความพึงพอใจของ
นักเรยี น และใชเกณฑผา นระดบั พอใช

กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- ครใู หนักเรียนออกมาแสดงบทบาทตามบทสนทนาหนาชนั้ เรียน 2 คน
- นักเรียนจับคูฝกพูดสนทนาตามท่ีไดเรียนมา ครูแนะนําใหนักเรียนใชภาษาทาทาง การออกเสียงสูงต่ําใน
ประโยค ตามลักษณะอารมณตา ง ๆ เพอื่ ใหเหมอื นการสนทนาจรงิ

7. สอื่ /แหลงการเรยี นรู
1. หนงั สอื เรียน New World 3 หนา 10
2. ซีดีบนั ทึกเสียง
3. เคร่ืองเลนซีดี

8.4ช. ้นิ เคงารน่ือง/เลภน าซรีดะี งาน
ใบงาน

9. เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

น้าํ หนักคะแนน ดีเยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรุง

5432 1

ใบงาน ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หัดได

ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอยละ 70 รอยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได
อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มคี วามมน่ั ใจ มีความมั่นใจ มคี วามมัน่ ใจ มีความมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลองแคลวมี ไดคลองแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความม่นั ใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชดั เจน และ เสียงชดั เจน และ มีความม่นั ใจ มีความม่นั ใจ เสียงชดั เจน และ
ถูกตอง รอยละ ถูกตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวดั ผลประเมินผล

จดุ ประสงคก ารเรียนรู การวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รบู กิ สกอ
2.2 P รบู ิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน
2.3 A อาน รูบิก
สังเกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรุปผลการจัดกิจกรรม

11.1 บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .................................................ผสู อน
()
ตําแหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนา กลมุ สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ .................................................
()

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจดั การเรียนรู ภาคเรยี นที่ 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3
หนวยการเรยี นรูท ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy.
เรื่องหลัก/หัวเร่อื ง Personalities เวลา 1 ชวั่ โมง
ครผู ูส อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตําแหนง ครู

ผลการเรยี นรู

นักเรยี นสามารถเลือกประโยคทบี่ อกอารมณ และความรูสึก ใหส ัมพันธก ับขอความท่ีแตละคนพูด
1. จุดประสงคก ารเรียนรู

1.1 ดานความรู Knowlege

นักเรยี นรเู กย่ี วกับการคําศัพทเกีย่ วกบั อารมณ และความรสู ึก และรหู ลกั การใช Negative Question with
Why และ Why? / Because

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถสนทนา ตอบคาํ ถามเกีย่ วกบั อารมณ และความรูส กึ ได

1.2 ดานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตริย
2. มีวนิ ัย
3. มงุ ม่นั ในการทํางาน

2. จดุ เนน สูการพัฒนาคณุ ภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผูเ รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)

□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคดิ อยางมีวจิ ารณญาณ

และทกั ษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขา ใจตา งวัฒนธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา นความรวมมือ การทํางานเปน ทีม

และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการส่ือสารสารสนเทศ

และรูเทา ทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นร)ู
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินยั คณุ ธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ
□ บูรณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บูรณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บรู ณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุมสาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคญั
หนวยการเรียนรนู ม้ี ีจุดมงุ หมายใหนักเรียนฟง ขอความที่แสดงอารมณและความรูสกึ ของ

บคุ คล พูดถามและบอกสาเหตุที่มาของอารมณและความรูสึก อา นบทอา นเกยี่ วกับสตั ว และเขยี นบรรยาย
สิง่ ทท่ี ําใหตนเกิดความรูสึกหรืออารมณตา ง ๆ พรอมทัง้ ใหเ หตผุ ล รวมทัง้ หนา ทภ่ี าษา โครงสรา งประโยค
และไวยากรณท ี่เปน พน้ื ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อาน และเขยี นในหนวยการเรียนรนู ี้

5. สาระการเรยี นรู

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพันธก บั กลุม สาระการเรยี นรอู ืน่
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรอ่ื งทฟี่ ง และอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมี
เหตผุ ล

ม 3.4 ๔. เลอื ก/ระบหุ ัวขอ เรอื่ ง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็น
เกยี่ วกบั เรอื่ งท่ฟี งและอา นจากสื่อประเภทตา งๆ พรอมท้งั ใหเ หตุผลและยกตัวอยาง ประกอบ

ความรู

- คาํ ศัพท
กจิ กรรม Practice
- cry (v.): to produce tears from your eyes because you are unhappy or hurt
(รอ งไห)
- fly (v.): to travel in a plane (เดนิ ทางโดยเครื่องบนิ )
- สํานวนภาษา
-
- หนาท่ภี าษา
- To talk about emotions
- To make suggestions
- To give reasons
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Negative Question with Why
- Why? / Because

6. กจิ กรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม Conversation
1. นําเขา สูบทเรียน

- ครูนํานักเรียนพูดคุยเกี่ยวกับความสามารถในการขับรถ การขอยืมรถคนอ่ืนมาขับ หรือปญหาที่อาจเกิดขึ้น
ขณะใชร ถของผูอ่ืน และใหน กั เรยี นชวยกนั แบงปน ความคิดเหน็ เกี่ยวกับปญหาทีเ่ กดิ ขึน้ ขณะขับรถ

2. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นักเรียนจะตองระบุใจความสําคัญจากการฟงบทสนทนาแสดง
อารมณแ ละความรูส กึ ของบคุ คล

3. ฟง และระบใุ จความสําคญั
- ครูบอกนักเรียนวา นักเรียนจะไดฟงการสนทนาถามตอบเกี่ยวกับอารมณและความรูสึกของบุคคลท่ีกระทํา
ผดิ จากการเอารถยนตของผอู ืน่ ไปขับโดยไมไดขออนญุ าต และเกดิ อุบัติเหตุกับรถยนตด งั กลา ว
- ครูเปดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 11 ของกิจกรรม Conversation ในหนังสือเรียน หนา 10 ใหนักเรียนฟง
โดยไมเปดหนงั สือเรยี น และถามนกั เรียนเกยี่ วกับบทสนทนาท่ีฟง
- ครเู ปดซดี บี นั ทึกเสียง CD 1 Track 11 อีกครง้ั ใหน ักเรยี นฟงและอานตามในใจ
- ครบู อกใหน กั เรียนดกู ิจกรรม About the Conversation ในหนังสือเรียน หนา 10 ใหน ักเรียนอา นประโยค
คาํ ถามแตละขอ และใหนกั เรียนจบั คชู ว ยกนั ตอบคาํ ถาม และนาํ เสนอคําตอบแตล ะขอ ในช้นั เรียน (ดูเฉลย
ทา ยเลม )
- ขณะอานบทสนทนา อาจมีนักเรียนบางคนไมทราบความหมายของคําศัพทบางคํา ใหครูอธิบายความหมาย
ของคาํ ศพั ทน ั้น ๆ ใหน ักเรียนฟง
- ครูประเมินผลการฟงและระบุใจความสําคัญของบทสนทนา จากจํานวนคําตอบที่ถูกตองใน
กจิ กรรม About the Conversation โดยใชเ กณฑผ า นรอ ยละ 70

4. เลน เกมคนหาคําศัพท
- ครูใหนักเรียนรวมกิจกรรมทางภาษา โดยเลนเกมคนหาคําคุณศัพท ครูใหนักเรียนทุกคนอานบทสนทนาใน
ใจอีกครั้ง ครูบอกใหนักเรียนหาคําคุณศัพทท่ีบอกอารมณ จากบทสนทนาในกิจกรรม Conversation มา 3
คํา นกั เรยี นคนใดยกมือตอบกอ นและคําตอบถูกตอง จะเปน ผูชนะ (เฉลย: worried, nervous, mad)

5. ประเมินผล
- ครูประเมินผลการเขารวมกิจกรรมทางภาษา โดยสังเกตความกระตือรือรน และความพึงพอใจของ
นกั เรยี น และใชเกณฑผ า นระดับพอใช

กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหนกั เรยี นออกมาแสดงบทบาทตามบทสนทนาหนาชนั้ เรยี น 2 คน
- นักเรียนจับคูฝกพูดสนทนาตามท่ีไดเรียนมา ครูแนะนําใหนักเรียนใชภาษาทาทาง การออกเสียงสูงตํ่าใน
ประโยค ตามลกั ษณะอารมณตา ง ๆ เพื่อใหเหมือนการสนทนาจรงิ

7. สือ่ /แหลงการเรียนรู
1. หนงั สือเรียน New World 3 หนา 10
2. ซีดีบันทกึ เสียง
3. เครือ่ งเลน ซีดี

8.4ช. น้ิ เคงารน่ือง/เลภนาซรีดะี งาน
ใบงาน

9. เกณฑก ารประเมนิ ผลชน้ิ งาน / ภาระงาน

น้ําหนกั คะแนน ดีเยียม ดมี าก ดี พอใช ปรับปรงุ

5432 1

ใบงาน ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝกหัดได ทาํ แบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หัดได

ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอ ยละ 70 รอยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได
อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามมัน่ ใจ มคี วามมั่นใจ มคี วามมน่ั ใจ มคี วามม่นั ใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพูดอยา ง สามารถพดู อยาง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลองแคลวมี ไดค ลอ งแคลวมี อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความม่ันใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสียงชดั เจน และ เสยี งชัดเจน และ มคี วามม่ันใจ มีความม่นั ใจ เสียงชัดเจน และ
ถูกตอง รอยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวัดผลประเมนิ ผล การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑการประเมิน
จุดประสงคการเรยี นรู ความถูกตอ ง ใบงาน รบู ิกสกอ
รูบกิ สกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน
2.2 P อา น รูบิก
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น

11. สรุปผลการจัดกิจกรรม

11.1 บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ .................................................ผสู อน
()

ตําแหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลมุ สาระการเรยี นรู

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .................................................
()

หัวหนากลมุ สาระการเรียนร.ู ........................

แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรียนท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 3
หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 Don’t Worry! Be Happy.
เรื่องหลัก/หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ชวั่ โมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภยั ตาํ แหนง ครู

ผลการเรียนรู

นกั เรยี นสามารถเขียนประโยคใหค าํ แนะนําตามสถานการณท ี่กําหนดพูดถาม-ตอบเกยี่ วกับสตั วท ่ี
ชอบและไมช อบ พรอมทงั้ ใหเหตผุ ลเขียนประโยคคําถามเพื่อหาเหตุผล และคาํ ตอบ เพ่อื บอกเหตผุ ล

1. จุดประสงคก ารเรยี นรู

1.1 ดา นความรู Knowlege
เรยี นรูเก่ียวกบั การเขยี นประโยคใหคําแนะนาํ ประโยคคําถามทใ่ี ชถ ามเหตุผล Why? ประโยคคําตอบ

ใหเหตผุ ล Because เรียนรกู ารใชโ ครงสรา งประโยค Why don’t/doesn’t …? Why? และ Because
ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process

นักเรยี นสามารถสนทนา พูดโตตอบเกีย่ วกบั สัตวท่ชี อบและไมชอบเรียนรูการใชโ ครงสรางประโยค Why
don’t/doesn’t …? Why? และ Because

1.2 ดา นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั รยิ 
2. มีวินัย
3. มุงม่นั ในการทํางาน

2. จดุ เนน สกู ารพฒั นาคณุ ภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)

□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ

และทกั ษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขาใจตางวฒั นธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรวมมือ การทํางานเปน ทีม

และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการส่ือสารสารสนเทศ

และรูเทา ทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินยั คณุ ธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ
□ บูรณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บูรณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บรู ณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุมสาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคญั
หนวยการเรียนรนู ม้ี ีจุดมงุ หมายใหนักเรียนฟง ขอความท่ีแสดงอารมณและความรูสกึ ของ

บคุ คล พูดถามและบอกสาเหตุที่มาของอารมณและความรูสกึ อานบทอา นเกยี่ วกับสตั ว และเขยี นบรรยาย
สิง่ ทท่ี ําใหตนเกิดความรูสึกหรืออารมณตา ง ๆ พรอมทัง้ ใหเ หตุผล รวมทัง้ หนา ทภ่ี าษา โครงสรา งประโยค
และไวยากรณท ี่เปน พน้ื ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อาน และเขยี นในหนวยการเรียนรนู ี้

5. สาระการเรียนรู

สาระที่ 3 ภาษากบั ความสัมพันธก ับกลุม สาระการเรยี นรอู ืน่
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรื่องท่ีฟง และอานจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา งมี
เหตผุ ล

ม 3.4 ๔. เลือก/ระบหุ วั ขอเรอ่ื ง ใจความสําคญั รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็น
เก่ียวกบั เรอ่ื งทฟ่ี งและอานจากสอื่ ประเภทตางๆ พรอมทง้ั ใหเ หตุผลและยกตัวอยา ง ประกอบ

ความรู

- คําศัพท
กิจกรรม Grammar
- nap (n.): a short sleep, especially during the day (การงบี หลับระหวางวนั )
- bite (v.): to use your teeth to cut something (กัด)
- dangerous (adj.): damage or destroy something (อนั ตราย, เปน พิษเปน ภยั )
- cute (adj.): pretty and attractive (นา รกั )
- strong (adj.): having a lot of physical power (แขง็ แรง, มกี าํ ลัง)
- สาํ นวนภาษา
-
- หนา ทภี่ าษา
- To make suggestions
- To give reasons
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Negative Question with Why
- Why? / Because
- Intensifiers: very, so, a little, a bit

6. กจิ กรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)

กิจกรรม Grammar
1. นําเขาสูบทเรยี น

- ครูใหนักเรียนพดู ประโยคทีแ่ สดงอารมณต าง ๆ คนละ 1 ประโยค เชน
- I’m bored with staying home all day.
- I’m angry that my brother always tells a lie.
- I’m happy when I pass my exam.

2. แจง จดุ ประสงคการเรียนรู
- ครบู อกนักเรยี นวา ในหนว ยการเรยี นรูนน้ี กั เรียนจะไดเ รียนรเู ก่ยี วกับการเขยี นประโยคใหคาํ แนะนํา ประโยค
คาํ ถามทีใ่ ชถามเหตผุ ล Why? ประโยคคําตอบใหเหตุผล Because และการพดู โตตอบเก่ยี วกับสตั วท ชี่ อบ
และไมชอบ

3. เรียนรูการใชโ ครงสรา งประโยค Why don’t/doesn’t …? Why? และ Because
1. ศกึ ษากฎการใช Why don’t/doesn’t …?
- ครูใหนักเรียนอานบทสนทนา ในกรอบ Grammar ในหนงั สือเรยี น หนา 11 ดา นซายมือ ครอู ธิบายคําศัพท
nap (a short sleep, especially during the day = การงีบหลบั ในระหวางวนั )
- ครูชี้ใหนักเรียนเห็นวา ตอนทายของบทสนทนาจะเปนคําแนะนํา (take a nap, go to bed) ซึ่งอยูหลัง
ประโยค Why don’t …? ครูเสริมวาการพูดใหคําแนะนํานั้น ผูพูดจะไมคาดหวังใหผูรับคําแนะนําตอง
ตอบเลยในทนั ที
- ครูเขียนสถานการณบนกระดาน ใหนักเรียนจับคูชวยกันเขียนประโยคใหคําแนะนําตามสถานการณ
น้นั ๆ พรอมกบั คําตอบท่ีคาดหวัง เชน
- I have a headache. (Why don’t you see a doctor?)
- I’m bored. (Why don’t you hang out with friends?)
- My new camera doesn’t work. (Why don’t you check the battery?)
- ครใู หน ักเรยี นทํากิจกรรม Grammar B ในหนังสือเรียน หนา 11 โดยครูและนกั เรียนชว ยกนั ทําขอท่ี 1 เปน
ตวั อยางพรอ มกนั และใหนักเรียนแตล ะคนทาํ ขอ ท่ีเหลือ
- ครูตรวจคําตอบของนักเรียน โดยสุมนักเรียนบางคนออกมาเขียนประโยคใหคําแนะนําบนกระดาน และ
ซักถามนักเรียนท่ีเหลือวาถูกหรือผิด แลวใหนักเรียนตรวจคําตอบของตนเองจากเฉลยบนกระดาน (ดู
เฉลยทายเลม)
- ครูประเมินการเขยี นประโยคใหค ําแนะนํา โดยใชเกณฑก ารประเมนิ การเขียน และใชเ กณฑผานระดับ
พอใช
2. ศกึ ษากฎการใชป ระโยคคาํ ถามดว ย Why? และการตอบดวย Because

- ครูใหนักเรียนศึกษากฎการใชประโยคคําถามดวย Why? และการตอบดวย Because จากกรอบ Grammar
ดา นลาง โดยใหนักเรยี นอา นประโยคตวั อยา งคําถามและคําตอบดงั ๆ

- ครอู ธบิ ายวา คําถามท่ีข้นึ ตนดวย Why ใชถ ามเพ่ือหาเหตุผล และตอบโดยใช Because เพอ่ื บอกเหตุผล
- ครูใหนักเรียนศึกษากฎการใช Intensifiers: very, so, a little, a bit ในกรอบ Grammar ครยู ้ําวา คํา

เหลา นี้ชว ยทาํ ใหค าํ ท่ีตามมามีนํา้ หนกั มาก (+) ขน้ึ หรอื นอยลง (–)
- ครเู ขียนประโยคบนกระดานใหน ักเรยี นพูด และตอบวาประโยคไหนมีการเนนยา้ํ มากนอยกวากนั

- I am very nervous before tests. (+)
- I am a little nervous before tests.
- The show was a bit funny.
- The show was so funny. (+)
- ครูใหน กั เรยี นทํากิจกรรม Grammar A ในหนงั สือเรยี น หนา 11 และครูตรวจคาํ ตอบโดยใหน ักเรยี น 2
คน อา นประโยคคาํ ถามและคําตอบใหเหตผุ ลจนครบท้งั 6 ขอ (ดูเฉลยทายเลม )
- ครปู ระเมนิ ผลการเขยี นประโยคคาํ ถามท่ีถามดวย Why และประโยคคําตอบที่ตอบดวย Because จาก
จาํ นวนคําตอบที่ถูกตอง โดยใชเ กณฑผ า นรอยละ 60
3. พดู โตตอบเกี่ยวกบั สัตวทีช่ อบและไมชอบ พรอมทั้งใหเหตุผล
- ครใู หนักเรียนคัดลอกตารางตอไปนี้ แลวเตมิ ขอ มูลเกยี่ วกบั สตั วท่ชี อบและไมช อบอยา งละ 3 ชนิด

Animals that I like Animals that I don’t like

- ครูใหนักเรียนนําตารางท่ีกรอกขอมูลแลวแลกเปลี่ยนกับเพ่ือนขาง ๆ เพ่ือดูวามีใครชอบสัตวแปลก ๆ ท่ีเรา
อาจคาดไมถงึ บางหรือไม พรอ มกบั ผลดั กนั ซกั ถามเกีย่ วกบั สัตวท ชี่ อบและไมชอบ เชน
- Do they live in Thailand?
- Are they wild animals?
- Are they dangerous?

- ครูใหนกั เรียนแตละคนเลือกสัตวท ่ีแปลกและนาสนใจมานาํ เสนอ
- ครใู หน ักเรียนจับคู ผลัดกนั ถาม-ตอบเกยี่ วกบั สัตวในภาพกจิ กรรม Grammar C ในหนังสอื เรยี น หนา 12

โดยใชตัวอยา งบทสนทนาคําศัพทที่เกี่ยวกับสัตวแ ละคําคุณศัพทในกจิ กรรม หรือนอกเหนือจากท่ี
กาํ หนดให เชน
A: What animals do you dislike?
B: I don’t like geckoes.
A: Why don’t you like them?
B: Because they are ugly.

4. ประเมนิ ผล
- ครปู ระเมนิ ผลการพดู ถาม-ตอบ โดยใชแบบประเมนิ การสนทนากิจกรรมคู และใชเกณฑผานระดบั พอใช

กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ C, D, E และ F ในหนังสือแบบฝกหัด New World 3 หนา 6-7 (ดูเฉลยทาย
เลม ) หลงั จากทาํ กจิ กรรมการเรยี นรูการใช Why don’t/doesn’t …?, Why?/ Because และ Intensifiers
7. สื่อ/แหลงการเรียนรู
1. หนังสอื เรียน New World 3 หนา 11-12
2. หนงั สือแบบฝกหัด New World 3 หนา 6-7

8.4ช. ิน้ เคงารนือ่ ง/เลภน าซรีดะี งาน
ใบงาน

9. เกณฑการประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

น้าํ หนกั คะแนน ดีเยียม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรงุ

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หดั ได

ถูกทุกขอ รูเ อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวา รอ ยละ

59

ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มีความมั่นใจ มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ มคี วามมัน่ ใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพดู อยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลอ งแคลว มี ไดค ลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมน่ั ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสียงชัดเจน และ เสยี งชัดเจน และ มีความม่ันใจ มีความมน่ั ใจ เสยี งชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวัดผลประเมินผล

จดุ ประสงคก ารเรียนรู การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถูกตอ ง ใบงาน รบู ิกสกอ
2.2 P รูบกิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอา น
2.3 A อา น รูบิก
สังเกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรปุ ผลการจัดกจิ กรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อุปสรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................ผูสอน
()
ตาํ แหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
()

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจัดการเรียนรู ภาคเรียนท่ี 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 Don’t Worry! Be Happy.
เรอ่ื งหลัก/หวั เรื่อง Personalities เวลา 1 ชว่ั โมง
ครูผสู อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตําแหนง ครู

ผลการเรียนรู

นักเรยี นสามารถเขียนบรรยายสง่ิ ท่ีทําใหตนเกดิ ความรสู ึกตาง ๆ พรอ มทง้ั ใหเหตผุ ลประกอบได

1. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1.1 ดา นความรู Knowlege
เรียนรเู ก่ยี วกับการกฎการใช Why? / Because และ very, so, a little, a bit (Intensifiers)

ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นกั เรยี นสามารถสนทนา และเขียนบรรยายสิง่ ทท่ี ําใหตนเกิดความรูสึกตาง ๆ พรอมท้ังใหเ หตุผลประกอบได

1.2 ดานคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษัตริย
2. มีวนิ ัย
3. มงุ มัน่ ในการทาํ งาน

2. จดุ เนน สูการพัฒนาคณุ ภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน )
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา นการคดิ อยางมวี จิ ารณญาณ

และทกั ษะในการแกปญ หา)

□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขา ใจตางวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการสอื่ สารสารสนเทศ

และรเู ทา ทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
 C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)

3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บรู ณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บรู ณาการกบั คานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สงั คหวัตถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสาํ คัญ
หนว ยการเรียนรนู มี้ ีจดุ มุงหมายใหนักเรียนฟง ขอความท่ีแสดงอารมณแ ละความรูสึกของ

บุคคล พดู ถามและบอกสาเหตุทมี่ าของอารมณแ ละความรูสึก อานบทอานเกยี่ วกบั สตั ว และเขยี นบรรยาย
สงิ่ ทท่ี าํ ใหตนเกดิ ความรูส ึกหรืออารมณตา ง ๆ พรอมทงั้ ใหเหตผุ ล รวมทั้งหนาทีภ่ าษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท เี่ ปนพืน้ ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อา น และเขียนในหนว ยการเรยี นรูน้ี

5. สาระการเรยี นรู

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธกับกลุม สาระการเรียนรอู นื่
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรือ่ งทฟ่ี ง และอา นจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา งมี
เหตผุ ล

ม 3.4 ๔. เลอื ก/ระบหุ ัวขอเร่อื ง ใจความสาํ คัญ รายละเอียดสนับสนนุ และแสดงความคิดเหน็
เก่ียวกับเรื่องท่ฟี งและอานจากส่อื ประเภทตางๆ พรอมทั้งใหเ หตุผลและยกตวั อยาง ประกอบ

ความรู

- คําศพั ท
-

- สาํ นวนภาษา
-

- หนาท่ีภาษา
- To write about the things that make you angry, happy, sad, bored, nervous and worried

- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Why? / Because
- Intensifiers: very, so, a little, a bit

6. กิจกรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Writing
1. แจง จุดประสงคการเรียนรู

- ครบู อกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นกั เรียนจะไดเ ขยี นบรรยายสงิ่ ทท่ี ําใหต นเกดิ ความรูสึกตาง ๆ พรอม
ทงั้ ใหเ หตผุ ลประกอบ

กิจกรรมกอ นเขียน
1. ตรวจสอบความรเู ดมิ ดา นโครงสรางประโยค

- ครูถามนักเรยี นดวยคําถาม ดังตอ ไปน้ี
- How are you today?
- Why are you sad / happy?

2. สรางแบบอยา งการเขยี น
- ครใู หน กั เรียนชว ยกันบอกกฎการใช Why? / Because และ very, so, a little, a bit (Intensifiers) เพื่อ
สรางความม่นั ใจในการเขียนบรรยายสิ่งทที่ ําใหตนเกิดความรสู ึกตาง ๆ พรอมทง้ั ใหเ หตุผล

กิจกรรมการเขยี น
1. เขยี นบรรยายสิ่งท่ที ําใหตนเกิดความรูสกึ ตา ง ๆ พรอมทั้งใหเหตผุ ล

- ครูใหน ักเรียนอา นคําสัง่ ในกจิ กรรม Writing ในหนังสือเรียน หนา 12 และใหน กั เรียนชวยกนั บอกคําศพั ทท่ี
บอกความรสู กึ ท่ีอยใู นคาํ ส่ัง

- ครูอา นประโยคตัวอยา งจากกิจกรรม Writing ในหนังสือเรียน หนา 12
- I hate standing in line. I get very nervous when I’m waiting.

- ครใู หนักเรียนทาํ ความเขา ใจประโยค และฝกสรางประโยคตามตวั อยา ง เชน
- I like music. I am very happy when I listen to them.
- I don’t like traveling by airplane. I get very nervous when I’m getting on the airplane.

กิจกรรมหลังเขยี น
1. นาํ เสนองานเขียน

- ครขู ออาสาสมัครนักเรยี นออกมานําเสนอส่ิงที่ทาํ ใหต นเองเกิดรสู ึกแบบตา ง ๆ และครเู ขียนประโยคของ
นักเรียนบนกระดาน

- ครแู นะนาํ นักเรียนใหเขยี นประโยคบรรยายทั้งในอารมณดานบวกและลบ
- ครูใหน ักเรียนจับคูเปรียบเทยี บการเขยี นของตนเองกับเพ่อื นทีน่ ั่งขา ง ๆ และนาํ เสนอในชนั้ เรียน
- ครใู หนกั เรยี นทาํ กิจกรรมสาํ รวจ โดยหาคาํ ตอบท่เี พื่อนสวนมากในชน้ั เรียนตอบมากทีส่ ดุ
2. ประเมินผล
- ครปู ระเมินงานเขียนของนักเรียน โดยใชเกณฑการประเมนิ การเขยี น และใชเกณฑผ านระดับพอใช
กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- ครูใหนักเรียนทําแบบฝก หดั ขอ I ในหนงั สอื แบบฝก หดั New World 3 หนา 8 (ดเู ฉลยทายเลม )

7. ส่ือ/แหลงการเรียนรู

1.หนงั สอื เรยี น New World 3 หนา 12
2. หนงั สือแบบฝก หดั New World 3 หนา 8

8.4ช. นิ้ เคงารน่อื ง/เลภน าซรดี ะี งาน

ใบงาน

9. เกณฑการประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

น้าํ หนกั คะแนน ดีเยียม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรงุ

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หดั ได

ถูกทุกขอ รูเ อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวา รอ ยละ

59

ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มีความมั่นใจ มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ มคี วามมัน่ ใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพดู อยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลอ งแคลว มี ไดค ลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมน่ั ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสียงชัดเจน และ เสยี งชัดเจน และ มีความม่ันใจ มีความมน่ั ใจ เสยี งชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวดั ผลประเมนิ ผล

จุดประสงคการเรียนรู การวดั และประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รบู กิ สกอ
2.2 P รบู ิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน
2.3 A อา น รูบกิ
สงั เกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรปุ ผลการจดั กิจกรรม

11.1 บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อุปสรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .................................................ผูสอน
()
ตําแหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
()

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรยี นที่ 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3
หนวยการเรยี นรูท่ี 2 Don’t Worry! Be Happy.
เรื่องหลัก/หวั เรื่อง Personalities เวลา 1 ชว่ั โมง
ครผู ูส อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภยั ตาํ แหนง ครู

ผลการเรียนรู

นกั เรียนสามารถพูดตอบคําถามเกยี่ วกับอารมณแ ละความรูส ึกของตนเอง พรอ มทั้งใหเ หตุผลได

1. จุดประสงคก ารเรียนรู

1.1 ดา นความรู Knowlege
เรียนรเู กย่ี วกับการกฎการใช Why? / Because และ very, so, a little, a bit (Intensifiers)

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นกั เรยี นสามารถพูดตอบคําถามเกี่ยวกบั อารมณและความรูสึกของตนเอง พรอมท้ังใหเ หตผุ ล

1.2 ดา นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษตั รยิ 
2. มีวินยั
3. มุงม่ันในการทํางาน

2. จุดเนน สูการพฒั นาคุณภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน )
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ

และทักษะในการแกปญหา)

□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขา ใจตา งวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการสอื่ สารสารสนเทศ

และรเู ทา ทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
 C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)

3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บรู ณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บรู ณาการกบั คานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สงั คหวัตถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสาํ คัญ
หนว ยการเรียนรนู มี้ ีจดุ มุงหมายใหนักเรียนฟง ขอความท่ีแสดงอารมณแ ละความรูสึกของ

บุคคล พดู ถามและบอกสาเหตุทมี่ าของอารมณแ ละความรูสึก อานบทอานเกยี่ วกบั สตั ว และเขยี นบรรยาย
สงิ่ ทที่ าํ ใหตนเกดิ ความรสู ึกหรืออารมณตา ง ๆ พรอมทงั้ ใหเหตผุ ล รวมท้งั หนาทีภ่ าษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท เี่ ปนพืน้ ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อา น และเขียนในหนว ยการเรยี นรูน้ี

5. สาระการเรยี นรู

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธกับกลุม สาระการเรียนรอู นื่
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรือ่ งทฟ่ี ง และอา นจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา งมี
เหตผุ ล

ม 3.4 ๔. เลอื ก/ระบหุ ัวขอ เรือ่ ง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนนุ และแสดงความคดิ เหน็
เกีย่ วกับเรื่องท่ฟี งและอานจากสอ่ื ประเภทตา งๆ พรอมทงั้ ใหเหตุผลและยกตัวอยาง ประกอบ

ความรู

- คาํ ศัพท
-

- สํานวนภาษา
-

- หนา ท่ีภาษา
- To write about the things that make you angry, happy, sad, bored, nervous and worried

- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Why? / Because
- Intensifiers: very, so, a little, a bit

6. กิจกรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Speaking
1. แจง จุดประสงคการเรียนรู

- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูน้ีนักเรียนจะไดพดู ตอบคําถามเก่ยี วกับอารมณแ ละความรสู ึกของตนเอง
พรอมท้ังใหเหตุผล

2. พูดตอบคําถามเก่ียวกับอารมณแ ละความรูส กึ ของตนเอง พรอ มทั้งใหเ หตุผล
- ครูใหนกั เรยี นทาํ กจิ กรรม Speaking ในหนังสอื เรยี น หนา 12 โดยใหนกั เรียนอานคาํ ถามดัง ๆ
- ครใู หนกั เรยี นแบง กลุม กลุม ละ 4 คน โดยในแตล ะกลุมใหทุกคนผลดั กนั ถาม-ตอบคาํ ถามท้งั 3 ขอ เพอ่ื ใหได
ขอมลู จากการฝก ถาม-ตอบมากที่สดุ

- ครใู หนกั เรยี นทุกคนถาม-ตอบคําถามทง้ั 3 ขอ อีกครง้ั ใหน ักเรยี นฟงคําตอบของเพ่ือน พรอ มสรปุ ตวั อยา งท่ี
ดีจากการพูดในชนั้ เรียน

- ครใู หน ักเรียนเขยี นคําตอบที่ไดจ ากการถาม
3. ประเมินผล

- ประเมนิ การพดู ตอบคาํ ถามเก่ียวกบั อารมณแ ละความรูส ึกของตนเองพรอมท้งั ใหเ หตผุ ลโดยใชเ กณฑการ
ประเมินการพูด และใชเ กณฑผานระดับพอใช

กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหน กั เรยี นทําแบบฝก หัด ขอ G ในหนังสือแบบฝก หัด New World 3 หนา 7 (ดูเฉลยทายเลม )

7. ส่อื /แหลงการเรยี นรู
1.หนังสือเรยี น New World 3 หนา 12
2.หนงั สอื แบบฝกหัด New World 3 หนา 8
8. ชน้ิ งาน / ภาระงาน

-ใบงาน
- บทนาสนทนา
- แบบฝก หดั

9. เกณฑการประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

น้าํ หนกั คะแนน ดีเยียม ดมี าก ดี พอใช ปรบั ปรุง

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหดั ได

ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอยละ 70 รอยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ

59

ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มีความมั่นใจ มีความมัน่ ใจ มคี วามมั่นใจ มคี วามมน่ั ใจ เสยี งชัดเจน และ
ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพูดอยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพูดได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลอ งแคลวมี ไดคลองแคลว มี อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว มี
ความม่ันใจ ออก ความมนั่ ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสยี งชดั เจน และ มคี วามมนั่ ใจ มีความมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ถูกตอง รอ ยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวัดผลประเมินผล การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมิน
จุดประสงคก ารเรียนรู ความถูกตอง ใบงาน รบู ิกสกอ
รบู กิ สกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.2 P อาน รบู กิ
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น

11. สรุปผลการจดั กิจกรรม

11.1 บันทึกผลการจดั การเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .................................................ผสู อน
()
ตําแหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
()

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจัดการเรียนรู ภาคเรยี นท่ี 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3
หนวยการเรียนรทู ่ี 2 Don’t Worry! Be Happy.
เร่ืองหลัก/หวั เรอ่ื ง Personalities เวลา 1 ชวั่ โมง
ครผู สู อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตําแหนง ครู

ผลการเรียนรู

นกั เรยี นสามารถพูดตอบคําถามและระบุใจความสาํ คญั จากการอ่านบทอ่านเกี่ยวกบั สตั วไ์ ด

1. จุดประสงคการเรียนรู

1.1 ดานความรู Knowlege
เรียนรูเกี่ยวกบั คาํ ศทั พเกยี่ วกับสตั วชนิดตา งๆ

ดานทกั ษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถอา่ นบทอ่านเก่ียวกบั สัตว์ และระบุใจความสาํ คญั ท่ีไดจ้ ากการอ่านได้

1.2 ดา นคุณลักษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั รยิ 
2. มวี นิ ยั
3. มงุ ม่นั ในการทํางาน

2. จดุ เนนสกู ารพัฒนาคุณภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผูเรียนศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน)

 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา นการคิดอยางมีวิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกป ญ หา)

□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรา งสรรคแ ละนวตั กรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดา นความเขาใจตางวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดานความรว มมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผนู ํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดา นการส่อื สารสารสนเทศ

และรูเทา ทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นร)ู
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินัย คณุ ธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลักสตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บรู ณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บรู ณาการกับคานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขามกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อน่ื ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคัญ
หนวยการเรยี นรนู ม้ี จี ดุ มุงหมายใหนกั เรียนฟงขอความท่ีแสดงอารมณและความรสู ึกของ

บคุ คล พูดถามและบอกสาเหตทุ ่ีมาของอารมณและความรูสกึ อานบทอา นเกย่ี วกับสัตว และเขยี นบรรยาย
สงิ่ ทท่ี าํ ใหต นเกดิ ความรสู ึกหรอื อารมณตา ง ๆ พรอมทัง้ ใหเ หตุผล รวมทัง้ หนาท่ภี าษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณทีเ่ ปนพืน้ ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อาน และเขยี นในหนวยการเรยี นรนู ี้

5. สาระการเรียนรู

สาระที่ 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธกับกลมุ สาระการเรียนรอู ่ืน

มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเร่ืองที่ฟง และอา นจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา งมี
เหตผุ ล

ม 3.4 เลือก/ระบหุ วั ขอเร่ือง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเหน็
เกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและอานจากสอื่ ประเภทตางๆ พรอมทง้ั ใหเหตุผลและยกตวั อยาง ประกอบ

ความรู

- คาํ ศัพท์
กิจกรรม Reading
- react (v.): to act in a certain way in response to someone else’s action (เกิดปฏิกิริยา,
ตอบสนอง)
- strange (adj.): unusual or not familiar, especially in a way that is difficult to understand
(แปลก, ประหลาด)
- aquarium (n.): a large glass container in which fish and plant are kept (ตูป้ ลา, พพิ ธิ ภณั ฑ์
สัตวน์ ้าํ )
- obstacle (n.): something that blocks your way (ส่ิงกีดขวาง)
- creature (n.): a living thing such as an animal (สิ่งมีชีวติ เช่น คนหรือสัตว)์
- squirt (v.): to send out a strong jet of liquid (พน่ หรือฉีดออกมาเป็นสาย)
- สํานวนภาษา
-
- หน้าทภ่ี าษา
- To talk about emotions
- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์

6. กจิ กรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม Reading
1. นาํ เขา้ สู่บทเรียน

- ครูให้นกั เรียนบอกชื่อสัตวท์ ่ีอาศยั อยใู่ นทะเล มาคนละ 1 ชนิด ครูเขียนคาํ ศพั ทบ์ นกระดาน ใหน้ กั เรียน
ช่วยกนั อภิปรายวา่ สัตวช์ นิดใดน่าสนใจมากที่สุด

2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครูบอกนกั เรียนวา่ ในหน่วยการเรียนรู้น้ีนกั เรียนจะไดอ้ า่ นบทอา่ นเก่ียวกบั สัตว์ และระบุใจความสําคญั ที่
ไดจ้ ากการอ่าน

กจิ กรรมก่อนอ่าน
1. เดาเน้ือหาจากช่ือเรื่องและภาพ


Click to View FlipBook Version