10. การวดั ผลประเมนิ ผล การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
จดุ ประสงคการเรียนรู ความถูกตอ ง ใบงาน รูบิกสกอ
รบู กิ สกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.2 P อาน รูบิก
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรปุ ผลการจดั กิจกรรม
11.1 บันทกึ ผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจดั การเรียนรู ภาคเรยี นท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 3
หนวยการเรียนรูที่ 4 Going Shopping
เร่อื งหลัก/หวั เรอื่ ง Shopping เวลา 1 ชว่ั โมง
ครผู ูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตาํ แหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นกั เรยี นสามารถระบุรายละเอียดท่ีไดจากการฟงการโฆษณาสินคาทางวิทยุหรอื ตามหางสรรพสนิ คา
1. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นกั เรียนสามารถคาํ ศพั ทเ ก่ยี วกบั การขายสินคา และ โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
Agreeing with so… and neither…
ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถระบุขอมูลหรือบอกรายละเอียดที่ไดจากการฟงโฆษณาสินคาทางวิทยุหรือตาม
หางสรรพสินคา ได
1.2 ดา นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตรยิ
2. มีวินัย
3. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน
2. จดุ เนนสูการพัฒนาคุณภาพ
ความสามารถและทักษะของผูเรยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก) R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคดิ อยางมวี ิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรางสรรคและนวตั กรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขาใจตางวฒั นธรรม ตา งกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา นความรว มมือ การทํางานเปนทีม
และภาวะผูน าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการสื่อสารสารสนเทศ
และรูเทา ทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู
C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ยั คุณธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บรู ณาการกบั คานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
บรู ณาการโรงเรียนคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุม สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อื่น ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสําคัญ
หนวยการเรียนรูน ี้มจี ดุ มงุ หมายใหนักเรยี นฟงโฆษณาสนิ คา พูดสนทนาเกยี่ วกับการจับจา ยซ้ือ
ของ อา นบทอานเกยี่ วกบั คนที่จบั จา ยซอื้ ของมากเกินพอดี และเขียนเกย่ี วกับงานอดิเรกที่บคุ คลท่วั ไปชอบ
ทําในแตล ะประเทศ รวมท้งั หนาทีภ่ าษา โครงสรางประโยคและไวยากรณที่เปนพน้ื ฐานของกจิ กรรมการ
ฟง พูด อาน และเขยี นในหนว ยการเรียนรูน ี้
5. สาระการเรยี นรู
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขา ใจและตีความเรอ่ื งทฟี่ งและอา นจากสื่อประเภทตา งๆ และแสดงความคิดเห็นอยา ง
มเี หตผุ ล
ม 1.3 นําเสนอขอมลู ขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตา งๆ โดยการพดู
และการเขยี น
ความรู
- คาํ ศัพท
กจิ กรรม Listening
- clearance* (n.): the removal of things that are not wanted (การขายของลา งสต็อก)
- latest* (adj.): the most recent or the newest (ลา สดุ , ใหม)
- feature* (n.): a part of something that seems important, interesting, or typical
(ลกั ษณะเฉพาะ, รปู แบบ)
Note: * = see in audioscript
- สาํ นวนภาษา
-
- หนา ทภ่ี าษา
-
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
6. กจิ กรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม Listening
1. นาํ เขาสบู ทเรยี น
- ครูนํานักเรียนพูดคุยเก่ียวกับการจับจายซ้ือของตามรานคาหรือหางสรรพสินคา ครูถามนักเรียนเก่ียวกับ
ลักษณะเดนของสินคา ราคา และการลดราคาตามโฆษณาเพือ่ ดึงดูดใจผูซ ้ือ
2. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูน้ีนักเรียนจะตองระบุขอมูลหรือบอกรายละเอียดที่ไดจากการฟง
โฆษณาสินคาทางวทิ ยุหรอื ตามหา งสรรพสินคา
3. ฟงขอ มลู เกี่ยวกับโฆษณาตา ง ๆ
- ครูบอกนักเรียนวานักเรียนจะไดฟงโฆษณา 4 ชิ้น ซึ่งประกาศทางวิทยุหรือตามหางสรรพสินคา และให
นกั เรียนเตมิ ขอ มูลทหี่ ายไปจากโฆษณา
- ใหนักเรียนศึกษาขอความในกิจกรรม Listening ในหนังสอื เรียน หนา 28 แลว ครูซักถามนกั เรียนวา ในแตล ะขอ
มขี อความอะไรท่ีขาดหายไป และนกั เรยี นจะตอ งเติมอะไร
- ครูเปดซดี บี นั ทึกเสยี ง CD 1 Track 27 ใหนักเรียนฟงเพ่ือจับรายละเอียดทัว่ ไป
- ครเู ปด ซดี ีบันทึกเสียง CD 1 Track 27 อีกครัง้ ใหน กั เรียนฟงและเติมขอมลู ทีห่ ายไป
- ครูเปดซีดบี นั ทึกเสยี ง CD 1 Track 27 ใหนกั เรยี นตรวจสอบคาํ ตอบดว ยตนเอง
- ครูใหนักเรยี นเปรยี บเทียบคําตอบกับเพื่อนขาง ๆ แลวตรวจคาํ ตอบกับครูพรอ มกันทั้งชั้น (ดูเฉลยทา ยเลม )
- ครูตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี นแตล ะคน โดยใหนักเรียนออกมาอา นโฆษณาหนา ช้ันเรยี น
4. ประเมินผล
- ครูประเมินผลการฟงโฆษณาสินคาทางวิทยุหรือตามหางสรรพสินคา จากจํานวนคําตอบที่ถูกตอง โดยใช
เกณฑผานรอยละ 70
กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหนักเรียนจับคูจัดทําโฆษณาเลียนแบบกิจกรรม Listening โดยย้ําใหนักเรียนใชขอมูล เชน ราคา
ขอเสนอพเิ ศษ แลว นําเสนอในชัน้ เรียน
7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
1. หนงั สือเรียน New World 3 หนา 28
2. ซีดีบนั ทึกเสยี ง
3. เครอื่ งเลน ซดี ี
8.3ช. นิ้ ซงีดาบี นนั /ทึกภเาสรียะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด
9. เกณฑก ารประเมนิ ผลช้นิ งาน / ภาระงาน
นํ้าหนักคะแนน ดเี ยยี ม ดมี าก ดี พอใช ปรับปรงุ
5432 1
ใบงาน ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝก หัดได ทาํ แบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได
ถูกทุกขอ รูเอยละ 80 รอยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวารอยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได
อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามมั่นใจ มคี วามมนั่ ใจ มคี วามม่นั ใจ มีความมนั่ ใจ เสียงชดั เจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพูดอยาง สามารถพดู อยา ง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพดู ได
สนทนา ไดคลองแคลวมี ไดค ลอ งแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมั่นใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสียงชดั เจน และ เสียงชดั เจน และ มคี วามมั่นใจ มคี วามมนั่ ใจ เสยี งชัดเจน และ
ถูกตอง รอ ยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวดั ผลประเมินผล การวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑก ารประเมิน
จดุ ประสงคการเรียนรู ความถกู ตอง ใบงาน รูบกิ สกอ
รูบิกสกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอา น
2.2 P อาน รูบิก
สงั เกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรุปผลการจัดกจิ กรรม
11.1 บนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .................................................ผูส อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุมสาระการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หัวหนากลุมสาระการเรียนรู. ........................
แผนการจดั การเรียนรู ภาคเรยี นที่ 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 4 Going Shopping
เร่ืองหลัก/หวั เรอ่ื ง Shopping เวลา 1 ชวั่ โมง
ครูผสู อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตาํ แหนง ครู
ผลการเรียนรู
นกั เรียนสามารถพูดโตตอบเก่ียวกับการจบั จายซื้อของ ในสถานการณจําลอง ในหองเรียนได
1. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรยี นสามารถคําศัพทเก่ยี วกบั การขายสินคา และ โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Information Questions with going to
- Agreeing with so… and neither…
ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
พูดโตตอบเก่ยี วกับการจบั จายซื้อของ โดยลาํ ดับคําตามโครงสรา งประโยคของภาษาตา งประเทศและ
ภาษาไทย ในสถานการณจําลองในหองเรยี นได
1.2 ดา นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตริย
2. มีวินยั
3. มุงมน่ั ในการทาํ งาน
2. จุดเนนสูการพัฒนาคุณภาพ
คว าีมสามารถและทักษะของผเู รียนศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน )
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคิดอยางมวี ิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรางสรรคแ ละนวตั กรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรว มมือ การทาํ งานเปน ทีม
และภาวะผูนํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการสอ่ื สารสารสนเทศ
และรูเทาทันส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
C8–Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง ชาติ
□ บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บรู ณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อน่ื ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คัญ
หนว ยการเรียนรูนม้ี ีจุดมุง หมายใหนกั เรียนฟง โฆษณาสนิ คา พูดสนทนาเกี่ยวกบั การจบั จา ยซ้ือ
ของ อานบทอานเกย่ี วกบั คนทจี่ ับจา ยซอื้ ของมากเกินพอดี และเขียนเก่ยี วกบั งานอดิเรกทีบ่ ุคคลท่ัวไปชอบ
ทาํ ในแตล ะประเทศ รวมทัง้ หนาทภี่ าษา โครงสรางประโยคและไวยากรณที่เปน พ้นื ฐานของกิจกรรมการ
ฟง พดู อาน และเขียนในหนวยการเรียนรนู ้ี
5. สาระการเรียนรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขาใจและตีความเร่อื งทฟ่ี งและอานจากส่อื ประเภทตา งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา ง
มเี หตผุ ล
ม 1.3 นําเสนอขอมลู ขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองตา งๆ โดยการพูด
และการเขียน
ความรู
- คําศพั ท
-
- สาํ นวนภาษา
-
- หนา ทภี่ าษา
- To talk about plans
- To agree with what someone has just said
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Information Questions with going to
6. กิจ-กรรAมgกreาeรiเnรgียนwรiูt(hแsบoบ…AacntdiveneLitehaerrn…ing)
กจิ กรรม Listening
กิจกรรม Grammar
1. นําเขาสบู ทเรยี น
- ครูใชภาพวาดคนอยางงาย ๆ (stick figure) ในการนําเสนอการใชโครงสรางประโยคท่ีแสดงเหตุการณที่จะ
เกิดขึ้นในอนาคต subject + is/am/are + going to + main verb โดยใหน กั เรียนฝก วาดภาพตามขัน้ ตอน
ดงั นี้
1. วาดวงกลมเล็กเปนศรี ษะ
2. ลากเสน ตรงเปน ลําตัว
3. เติมแขน 2 ขาง
4. เติมจมกู
5. เติมขา 2 ขา ง
6. วาดใหและแขนหรือขาเปนตัวกําหนดทศิ ทางการเคล่ือนไหว
- ครูเขียนประโยคท่ีใชโครงสรางดังกลาวบนกระดาน เชน He is jumping over a bush. แลวครูวาดภาพคน
อยางงาย ๆ กําลังทาํ ทา ทางกระโดดบนกระดานใหน ักเรียนดปู ระกอบความเขา ใจ
- ครูใหนักเรียนวาดภาพคนอยางงาย ๆ (stick figure) เพื่อแสดงการใชโครงสรางประโยคตามตัวอยางที่ครู
วาด เพื่อแสดงเหตุการณท ่จี ะเกิดขนึ้ ในอนาคต โดยใชค ํากริยาตามความคิดของตนเอง
- ครูใหนกั เรียนผลดั กนั อานประโยคพรอมแสดงภาพประกอบ
2. แจง จดุ ประสงคการเรยี นรู
- ครบู อกนักเรียนวา ในหนว ยการเรียนรนู ีน้ ักเรียนจะไดพดู โตต อบเกี่ยวกับการจับจายซื้อของ โดยลําดบั คาํ ตาม
โครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทย ในสถานการณจ ําลองในหองเรียน
3. เรียนรูการใชโครงสรา ง Information Questions with going to
- ครูใหน กั เรียนทบทวนกรอบ Grammar เรอ่ื ง Information Questions with going to ในหนังสอื เรยี น หนา
29 โดยใหน กั เรยี นดูตวั อยา งประโยคดานขวามือ ซึ่งเปนการใชโ ครงสราง going to มรี ูปประโยคบอกเลา คือ
subject + is/am/are + going to + main verb และเปลยี่ นไปดูรูปประโยคคําถามดานซายมอื คือ
is/am/are + subject + going to + main verb
- ครอู ธิบายการใชคาํ ถามถามรายละเอยี ด โดยใช Question Word วางไวห นาประโยค
- Question Word + is/am/are + subject + going to + main verb?
- ครยู ํา้ วา การใช going to เปนการบอกการกระทาํ ในอนาคตทต่ี ง้ั ใจจะทํา หรืออาจเปนการวางแผนในอนาคต
- ครูใหน ักเรียนฝก แตง ประโยค Information Questions with going to โดยครเู ขยี นประโยคตวั อยา งบน
กระดาน
- He’s going to get a brown wallet. (What is he going to get?)
- They’re going to the mall today. (When are they going to the mall?)
- She’s paying by check. (How is she going to pay?)
- ครใู หน ักเรยี นทาํ กจิ กรรม Grammar A ในหนงั สือเรยี น หนา 29
- ครใู หนักเรยี นเปรียบเทียบคาํ ตอบกบั เพื่อนขาง ๆ และอภปิ รายในขอทีม่ ีคําตอบแตกตางกัน
- ครูตรวจคําตอบโดยสุม นักเรียนทลี ะคน ใหอ านท้งั ประโยคคําถามและประโยคคําตอบจนครบทุกขอ (ดูเฉลย
ทา ยเลม)
- ครใู หนักเรียนทํากิจกรรม Grammar B ในหนงั สือเรยี น หนา 29 โดยใหนกั เรยี นจับคผู ลดั กนั ถาม-ตอบ โดย
ครแู ละนักเรยี นรวมกันทาํ ขอ ที่ 1 เปนตัวอยาง
ขอท่ี 1 A: What are you going to do on Saturday?
B: I’m going to shop for clothes.
- ครูตรวจคาํ ตอบโดยสมุ นักเรยี นถาม-ตอบ ขอ ละ 1 คู จนครบ (ดเู ฉลยทายเลม )
4. เรียนรกู ารใชประโยคการตอบรับแบบเห็นดวย Agreeing (So…/Neither…)
- ครูใหนักเรียนทบทวนการใช So… และ Neither… ในกรอบ Grammar สวนที่สอง ครูอธิบายวาสํานวน
So… และ Neither… ใชกลาวตอบรับการเห็นดวย เม่ือคํากลาวเปนประโยคบอกเลา ใหตอบรับการเห็นดวย
โดยใช So … และถาคํากลาวเปนประโยคปฏิเสธ ใหตอบรับการปฏิเสธโดยใช Neither… ดังโครงสราง
ตอ ไปนี้
- So + Auxiliary Verb + Subject
- Neither + Auxiliary Verb + Subject
- ครูย้ําใหนกั เรียนทาํ ความเขา ใจการใชก ริยาชว ย ใหส ัมพนั ธกับกริยาหลกั ในการกลาวตอบรับการเห็นดวย
- for sentence with be, use the verb be
- for sentence in present tense, use do/does
- for sentence in the past, use did
- for sentence with can, use can
- ครใู หน ักเรยี นทํากจิ กรรม Grammar C ในหนังสอื เรียน หนา 30 แลวเปรียบเทียบคําตอบกับเพื่อน ครูตรวจ
คาํ ตอบ โดยสมุ นักเรียนบางคนตอบ (ดูเฉลยทายเลม)
5. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการพูดโตตอบเก่ียวกับการจับจายซื้อของ จากกิจกรรม Grammar โดยใชแบบประเมินการสนทนา
กิจกรรมคู และใชเกณฑผา นระดบั พอใช
กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ D, E, F, G และ H ในหนังสือแบบฝกหัด New World 3 หนา 18-20 (ดู
เฉลยทายเลม) หลังจากทํากิจกรรมการเรียนรูการใชโครงสราง Information Question with going to
และการใชประโยค ตอบรับการเห็นดวยและไมเหน็ ดว ย
7. ส่อื /แหลงการเรยี นรู
1. หนังสอื เรียน New World 3 หนา 29-30
2. หนงั สอื แบบฝก หดั New World 3 หนา 18-20
3. ภาพวาดคนอยา งงาย ๆ (stick figure)
8.3ช. น้ิ ซงีดาบี นัน/ทึกภเาสรียะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหดั
9. เกณฑการประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน
น้าํ หนกั คะแนน ดีเยียม ดมี าก ดี พอใช ปรบั ปรุง
5432 1
ใบงาน ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหดั ได
ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอยละ 70 รอยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ
59
ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มีความมั่นใจ มีความมัน่ ใจ มคี วามมั่นใจ มคี วามมน่ั ใจ เสยี งชัดเจน และ
ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพูดอยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพูดได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลอ งแคลวมี ไดคลองแคลว มี อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมนั่ ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสยี งชดั เจน และ มคี วามมนั่ ใจ มีความมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ถูกตอง รอ ยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวัดผลประเมินผล การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมิน
จุดประสงคก ารเรียนรู ความถูกตอง ใบงาน รบู ิกสกอ
รบู กิ สกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.2 P อาน รบู กิ
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรุปผลการจดั กจิ กรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุมสาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หัวหนากลุมสาระการเรียนรู. ........................
แผนการจดั การเรียนรู ภาคเรียนท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 4 Going Shopping
เร่อื งหลัก/หวั เรอื่ ง Shopping เวลา 1 ชว่ั โมง
ครผู ูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตําแหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นกั เรียนสามารถเขียนบรรยายและเปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกตางเก่ยี วกบั งานอดเิ รกทคี่ นท่วั ไปชอบ
ทาํ ในแตละประเทศได
1. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรียนสามารถคําศัพทเ กยี่ วกับงานอดเิ รก และ โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Information Questions with going to
ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถ เขียนบรรยายและเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตางเกี่ยวกับงานอดิเรกท่ี
บคุ คลทว่ั ไปชอบทาํ ในแตล ะประเทศได
1.2 ดา นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษัตริย
2. มีวนิ ัย
3. มงุ ม่ันในการทํางาน
2. จดุ เนน สกู ารพฒั นาคุณภาพ
ี
ความสามารถและทักษะของผูเรยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก) R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคิดอยางมวี จิ ารณญาณ
และทกั ษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรา งสรรคและนวตั กรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขา ใจตา งวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทํางานเปน ทีม
และภาวะผนู ํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดา นการส่อื สารสารสนเทศ
และรเู ทา ทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู
C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ยั คุณธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บูรณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
บูรณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
บรู ณาการโรงเรียนคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวัตถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุมสาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อ่ืน ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสําคญั
หนวยการเรยี นรนู มี้ ีจดุ มุงหมายใหน ักเรยี นฟงโฆษณาสินคา พูดสนทนาเกยี่ วกบั การจับจา ยซื้อ
ของ อานบทอา นเก่ียวกับคนท่ีจบั จา ยซอ้ื ของมากเกินพอดี และเขยี นเก่ียวกบั งานอดิเรกทีบ่ คุ คลทว่ั ไปชอบ
ทาํ ในแตละประเทศ รวมทั้งหนา ท่ีภาษา โครงสรางประโยคและไวยากรณที่เปน พื้นฐานของกิจกรรมการ
ฟง พดู อาน และเขยี นในหนว ยการเรียนรนู ี้
5. สาระการเรียนรู
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขา ใจและตคี วามเรื่องทฟ่ี งและอานจากสื่อประเภทตา งๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา ง
มีเหตผุ ล
ม 1.3 นําเสนอขอ มลู ขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา งๆ โดยการพูด
และการเขียน
ความรู
- คําศัพท
-
- สาํ นวนภาษา
-
- หนา ที่ภาษา
- To talk about shopping
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Information Questions with going to
6. กิจ-กรรAมgกreาeรiเnรgยี นwรiูt(hแsบoบ…AacntdiveneLitehaerrn…ing)
กิจกรรม Writing
1. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นักเรียนจะไดเขียนบรรยายและเปรียบเทียบความเหมือนและความ
แตกตา งเกี่ยวกับงานอดเิ รกที่บุคคลทั่วไปชอบทําในแตละประเทศ
กจิ กรรมกอ นเขียน
1. ระดมความคดิ
- ครใู หน ักเรียนบอกกจิ กรรมท่ีบุคคลทัว่ ไปชอบทําเปน งานอดเิ รกในปจจบุ ัน และเขยี นสิง่ ท่นี กั เรียนบอกบน
กระดาน เชน ดูหนัง ฟงเพลง ทองโลกอนิ เทอรเน็ต การไปซ้ือของ เปน ตน
- ครูใหนักเรียนอานคําแนะนําในกิจกรรม Writing ในหนังสือเรียน หนา 30 ที่พูดถึงกิจกรรมชอปปงของผูคน
ในประเทศอเมริกาเมื่อรูส กึ เบื่อ เพ่อื ความสนกุ สนานเพลิดเพลิน
- ครูใหนักเรียนอภิปรายเก่ียวกับงานอดิเรกท่ีคนในประเทศของตนเองชอบทํา ครูเขียนบนกระดานและให
นกั เรยี นโหวตวา กิจกรรมใดที่มีคนชอบทาํ มากทีส่ ุด
2. สรปุ องคความรู
- ครูบอกใหนักเรียนเลือกงานอดิเรกท่ีคิดวาคนอื่นสนใจ และชวยกันสรุปขอมูลหรือสิ่งท่ีรูเก่ียวกับกิจกรรมที่
เลือกอยางยอ ๆ ดงั นี้
- A brief description of the activity.
- Where people do it.
- How often people do it.
- Why people like it.
- ใหนกั เรียนจบั คูช ว ยกนั เขยี นคําตอบ นกั เรยี นอาจจะเลือกงานอดเิ รกทคี่ นชอบทาํ ไดมากกวา 1 ชนดิ
กจิ กรรมการเขียน
- ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม Writing ในหนังสือเรียน หนา 30 โดยใหนักเรียนเขียนบรรยายและเปรียบเทียบ
ความเหมอื นและความแตกตางเก่ยี วกับงานอดิเรกท่ีคนทั่วไปชอบทํา ครูใหน ักเรียนใชขอมูลจากการสรุปองค
ความรู ในกิจกรรมกอนเขียนเรียบเรียงเปน งานเขยี นของตนเอง
- ครูใหน กั เรยี นตรวจทานงานเขยี นของตนเอง
- ครูใหน ักเรียนแลกเปลยี่ นกันอานกบั เพื่อนในกลมุ และอภิปรายขอขัดแยง ในงานเขียนของเพอื่ นได
- ครูใหน กั เรยี นปรบั ปรงุ งานเขียนและเขยี นรา งสดุ ทา ยสง ครู
กจิ กรรมหลังเขยี น
1. นําเสนองานเขียน
- ครูใหนักเรียนอาสาสมัครออกมาอานงานเขียนของตนเองหนาช้ันเรียน เพ่ือแสดงความเห็นดวยหรือไมเห็น
ดว ยกบั ขอ มูลหรอื รายละเอียดทเี่ ขียนมา
2. ประเมินผล
- ครูประเมินการเขียนบรรยายและเปรียบเทียบเก่ียวกับงานอดิเรกท่ีบุคคลท่ัวไปชอบทําในแตละประเทศ โดย
ใชเ กณฑการประเมินการเขยี น และใชเ กณฑผ านระดบั พอใช
- ครตู รวจและคดั เลือกงานเขียนของนักเรยี นติดบนบอรด เพื่อใหผเู ขยี นมีความภาคภูมิใจ และนักเรียนคนอื่น
ไดศึกษา/เรยี นรู และนําไปเปน แบบอยา งได
กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณทางภาษา
-
7. สือ่ /แหลงการเรียนรู
1.หนงั สอื เรยี น New World 3 หนา 30
8.3ช. นิ้ ซงีดาบี นัน/ทกึภเาสรียะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด
9. เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน
นํา้ หนกั คะแนน ดีเยียม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง
5432 1
ใบงาน ทาํ แบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หัดได
ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวารอ ยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอา นได
อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มีความมั่นใจ มคี วามมน่ั ใจ มีความมัน่ ใจ มีความมั่นใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพดู อยาง สามารถพดู อยาง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพดู ได
สนทนา ไดคลอ งแคลว มี ไดคลองแคลวมี อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมน่ั ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสียงชัดเจน และ เสียงชดั เจน และ มีความมั่นใจ มีความมั่นใจ เสียงชัดเจน และ
ถูกตอง รอยละ ถูกตอง รอยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวดั ผลประเมนิ ผล
จุดประสงคการเรยี นรู การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถูกตอ ง ใบงาน รูบิกสกอ
2.2 P รบู กิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.3 A อาน รูบิก
สังเกตุ
พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรปุ ผลการจัดกิจกรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรยี นที่ 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3
หนว ยการเรียนรทู ่ี 4 Going Shopping
เรือ่ งหลกั /หัวเร่อื ง Shopping เวลา 1 ช่วั โมง
ครผู สู อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตาํ แหนง ครู
ผลการเรียนรู
นกั เรียนสามารถพูดถาม-ตอบเกย่ี วกบั การจบั จา ยซ้ือของได
1. จุดประสงคก ารเรียนรู
1.1 ดา นความรู Knowlege
นักเรียนสามารถคําศพั ทเ กยี่ วกับการซ้ือของได
ดานทักษะ/กระบวนการ Process
นักเรยี นสามารถ พดู ถาม-ตอบเก่ียวกับการจบั จา ยซอ้ื ของได
1.2 ดา นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษตั รยิ
2. มวี นิ ยั
3. มงุ มนั่ ในการทาํ งาน
2. จุดเนนสกู ารพฒั นาคณุ ภาพ
ี
ความสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน )
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดานการคดิ อยา งมวี ิจารณญาณ
และทักษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรว มมือ การทํางานเปน ทีม
และภาวะผูน าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสื่อสารสารสนเทศ
และรเู ทาทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบรู ณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บรู ณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรียนคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คญั
หนว ยการเรยี นรูน ี้มจี ุดมุงหมายใหน ักเรยี นฟง โฆษณาสนิ คา พูดสนทนาเกยี่ วกบั การจบั จา ยซอ้ื
ของ อานบทอา นเก่ยี วกับคนทีจ่ ับจายซ้อื ของมากเกนิ พอดี และเขียนเกีย่ วกบั งานอดเิ รกที่บคุ คลทั่วไปชอบ
ทาํ ในแตล ะประเทศ รวมทัง้ หนาท่ีภาษา โครงสรางประโยคและไวยากรณทเ่ี ปน พื้นฐานของกจิ กรรมการ
ฟง พูด อาน และเขยี นในหนว ยการเรียนรูนี้
5. สาระการเรียนรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่อื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขาใจและตีความเรื่องท่ีฟงและอา นจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา ง
มีเหตผุ ล
ม 1.3 นาํ เสนอขอมลู ขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตางๆ โดยการพดู
และการเขยี น
ความรู
- คาํ ศพั ท
กิจกรรม Speaking
- cool (adj.): very attractive fashionable, relaxed, in a way that people admire
(ทันสมัย)
- สาํ นวนภาษา
กิจกรรม Speaking
- on sale หมายถงึ มจี าํ หนาย ใชเ พ่ือบอกวามสี นิ คา ดังกลา วขายอยใู นขณะน้นั อีกความหมายหน่งึ คือ ลด
ราคาใชในชวงทีร่ านมีการลดราคาสนิ คา
- หนา ท่ีภาษา
- To talk about shopping
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
-
- Agreeing with so… and neither…
6. กิจกรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม Speaking
1. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนักเรยี นวา ในหนวยการเรยี นรนู ี้นักเรียนจะไดพ ดู ถาม-ตอบเกีย่ วกบั การจับจา ยซ้ือของ
2. พูดถาม-ตอบเกี่ยวกบั การจบั จายซือ้ ของ
- ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม Speaking ในหนังสือเรียน หนา 30 โดยใหนักเรียนทุกคนอานประโยคคําถามท้งั
10 ขอ และทาํ ความเขา ใจคําถามแตล ะขอ
- ครูใหน ักเรียนจับคผู ลัดกันถาม-ตอบคําถามทง้ั 10 ขอ
- ครูใหนักเรียนตอบคําถามจากขอที่ 1-10 โดยครูเรียกใหนักเรียนตอบทีละคน นักเรียนตรวจสอบความ
ถกู ตอ งดว ยตนเอง
- ครูใหนกั เรยี นเขียนประโยคคําตอบท้งั 10 ขอลงสมดุ
- ครูใหนักเรียนสํารวจคาํ ถามขอท่ี 6 และขอ ที่ 7
6. Where is the best place to shop in your town?
7. What styles of clothing are cool right now?
3. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการพูดถาม-ตอบ เก่ียวกับการจับจายซื้อของ โดยใชแบบประเมินการสนทนากิจกรรมคู และใช
เกณฑผ า นระดับพอใช
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณทางภาษา
7. สื่อ/แหลงการเรยี นรู
1.หนังสอื เรียน New World 3 หนา 30
8.3ช. ้ินซงีดาีบนนั /ทกึภเาสรยี ะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด
9. เกณฑก ารประเมินผลช้ินงาน / ภาระงาน
นํ้าหนักคะแนน ดเี ยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรุง
5432 1
ใบงาน ทําแบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝกหัดได
ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอยละ 70 รอ ยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได
อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มีความมั่นใจ มคี วามมน่ั ใจ มคี วามม่ันใจ มีความม่ันใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพดู อยาง สามารถพูดอยา ง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลอ งแคลวมี ไดค ลองแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมนั่ ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชดั เจน และ เสยี งชดั เจน และ มคี วามมัน่ ใจ มีความมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ถูกตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวดั ผลประเมินผล การวัดและประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน
จุดประสงคการเรียนรู ความถกู ตอ ง ใบงาน รบู ิกสกอ
รบู ิกสกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.2 P อา น รบู กิ
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนกั เรยี น
11. สรุปผลการจดั กจิ กรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุมสาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หัวหนากลุมสาระการเรียนรู. ........................
แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรียนที่ 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3
หนว ยการเรยี นรูที่ 4 Going Shopping
เรอ่ื งหลัก/หวั เรื่อง Shopping เวลา 1 ชว่ั โมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตาํ แหนง ครู
ผลการเรียนรู
นกั เรียนสามารถระบใุ จความสําคญั ของ บทอา นเก่ยี วกบั คนทีจ่ ับจายซ้ือของมากเกนิ พอดีได
1. จดุ ประสงคการเรียนรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรียนสามารถคาํ ศพั ทเ กีย่ วกบั การซ้ือของได
ดานทักษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถ อานบทอา นเรอ่ื ง Shopaholics แลวระบใุ จความสาํ คัญของ บทอา น ได
1.2 ดา นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตริย
2. มวี นิ ยั
3. มงุ มน่ั ในการทํางาน
2. จุดเนนสูก ารพัฒนาคุณภาพ
ี
ความสามารถและทักษะของผูเรียนศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คิดเลขเปน )
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคดิ อยา งมวี ิจารณญาณ
และทักษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขา ใจตา งวัฒนธรรม ตางกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรว มมือ การทํางานเปน ทีม
และภาวะผูน าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสื่อสารสารสนเทศ
และรเู ทาทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบรู ณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บรู ณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรียนคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อนื่ ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คญั
หนว ยการเรยี นรูน ี้มจี ุดมุงหมายใหน ักเรยี นฟง โฆษณาสินคา พดู สนทนาเกยี่ วกบั การจบั จา ยซอ้ื
ของ อานบทอา นเก่ยี วกับคนทีจ่ ับจายซ้อื ของมากเกนิ พอดี และเขียนเกีย่ วกบั งานอดเิ รกที่บคุ คลทั่วไปชอบ
ทาํ ในแตล ะประเทศ รวมทัง้ หนาท่ีภาษา โครงสรางประโยคและไวยากรณทเ่ี ปน พื้นฐานของกจิ กรรมการ
ฟง พูด อาน และเขยี นในหนว ยการเรียนรูนี้
5. สาระการเรยี นรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขา ใจและตีความเรอื่ งท่ฟี งและอา นจากส่อื ประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา ง
มเี หตุผล
ม 1.3 นาํ เสนอขอ มูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตา งๆ โดยการพดู
และการเขียน
ความรู
- คาํ ศัพท
กิจกรรม Reading
- treat (oneself) (v.): to buy or arrange something special for someone (เลี้ยงในโอกาส
พเิ ศษ)
- loan (n.): money given to you, such as from a bank, that you need to pay
back (เงินกู)
- สํานวนภาษา
กจิ กรรม Reading
- resist the temptation หมายถึง ยบั ยั้งหรอื หา มใจไมใหทําในสง่ิ ที่ไมดี
- หนาทภ่ี าษา
- To talk about shopping
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
-
6. กจิ -กรรAมgกreาeรiเnรgยี นwรiูt(hแsบoบ…AacntdiveneLitehaerrn…ing)
กิจกรรม Reading
1. นาํ เขาสูบทเรยี น
- ครูเขียนคําศัพท shopaholic บนกระดาน แลวซักถามความหมายของคําศัพทนี้ ครูถามนักเรียนวามีความ
คิดเห็นเก่ียวกบั คําน้อี ยางไร ถา นักเรียนตอบไมได ใหค รูแยกคาํ ศัพทเพอ่ื ใหน กั เรียนพจิ ารณาใหม ดงั นี้ shop
- alcoholic
- ครูอธิบายความหมายของคําวา shopaholic และใหนักเรียนพิจารณาวา มีเหตุจูงใจอะไรท่ีทําใหเขาเหลาน้ันมี
พฤตกิ รรมเชนนนั้ และมีวธิ ีแกไขอยางไร ใหนกั เรยี นนําเสนอความคิดเห็น และครเู ขยี นบนกระดาน
2. แจง จดุ ประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูน้ีนักเรียนจะไดอานบทอานเรื่อง Shopaholics แลวระบุใจความสําคัญ
ของ บทอาน
กิจกรรมกอ นอา น
1. เดาเน้อื หาจากชือ่ เร่ืองและภาพ
- ครูใหนักเรียนดูภาพและชื่อเรื่อง Shopaholics ในหนังสือเรียน หนา 31 และเดาวาบทอานนี้เกี่ยวกับอะไร
จากภาพผูชายและผหู ญงิ 2 คน กําลงั ถอื ของเตม็ มอื
2. ตรวจสอบความรูเดมิ
- ครูอานคําถามกอนอา นท่อี ยูในกิจกรรม Reading ดงั น้ี
- What do you think the title means?
- What do you think the Reading is about?
- ครูใหน ักเรยี นตอบคําถาม และครูเขียนคําตอบของนกั เรยี นบนกระดาน
3. ต้ังจดุ ประสงคในการอา น
- นกั เรยี นอานประโยคคําถามในกิจกรรม About the Reading และใชป ระโยคคําถามเหลานเ้ี ปนจุดประสงคใน
การอาน
กิจกรรมระหวา งอา น
1. ใชเทคนคิ การอานกวาดสายตาเพื่อหาขอ มูลเฉพาะ (Scanning)
- ครูใหน กั เรยี นทุกคนอานกวาดสายตา เพื่อหาขอมลู เฉพาะ ภายในเวลา 2-3 นาที
2. อา นจบั ใจความ
- ครเู ปด ซดี บี นั ทึกเสียง CD 1 Track 28 นกั เรยี นฟงและสรุปเรอื่ งท่ีฟง โดยใชคาํ พูดของนกั เรียนเอง ไมเนน
ถูกผิด แตค รูพยายามฝกใหนักเรยี นคิดและตอบ
- ครใู หนักเรยี นอา นบทอา นอีกคร้งั และตอบคําถามในกจิ กรรม About the Reading
กจิ กรรมหลังอา น
1. ตรวจสอบความเขา ใจ
- ครูขออาสาสมัครนักเรียนอานคําตอบและท่ีมาของคําตอบในบทอาน และใหชวยกันตรวจสอบความถูกตอง
พรอ มกันทัง้ ชัน้ (ดเู ฉลยทา ยเลม )
- ครูใหนกั เรยี นอานบทอา นอีกคร้ัง และขดี เสน ใตคําศัพทท ไ่ี มร ูความหมาย ครูแนะนําใหน ักเรียนเดา
ความหมายจากบริบท หรืออาจใชพจนานุกรมก็ได
- ครูใหนกั เรียนอภปิ รายเกย่ี วกับวธิ เี ลือกเสพติดชอปปง เพื่อใหน ักเรยี นนําไปประยุกตใ ช ไมใ หเปน คนท่ีจับจาย
ซอ้ื ของมากเกินพอดี ซึ่งครูอาจเสรมิ เพ่ิมเตมิ ดงั น้ี
- Don’t use credit cards a lot. Keep only one to use in emergencies.
- Pay with cash or check.
- Don’t take a lot of money with you when you go shopping.
- Window – shop after stores are closed.
- Make a shopping list and buy only what is on the list.
2. ประเมนิ ผล
- ครปู ระเมนิ การอานและระบุใจความสาํ คญั จากจาํ นวนคําตอบท่ีถูกตอง และใชเกณฑผ า นรอ ยละ 60
กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณทางภาษา
ครูสอดแทรกหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเก่ียวกับความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภูมคิ ุมกนั
ท่ดี ใี นตัว
- ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการจับจายใชสอยของตนเองวา เกิดจากความ
จําเปนตองใชอยางแทจริงหรือซ้ือเพราะความอยากไดเปนสวนใหญ นักเรียนควรจะมีหลักในการจับจายใช
สอยอยา งไร หากนักเรียนจบั จายใชส อยโดยไมประมาณตนผลจะเปนอยา งไร
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีท่ีไม่นอ้ ยเกินไปและไม่มากเกินไป
โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผอู้ ่ืน เช่น การผลิตและการบริโภคท่ีอยใู่ นระดบั พอประมาณ
ความมเี หตุผล หมายถึง การตดั สินใจเก่ียวกบั ระดบั ความพอเพียงน้นั จะตอ้ งเป็ นไปอยา่ งมีเหตุผล โดย
พจิ ารณาจากเหตุปัจจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งตลอดจนคาํ นึงถึงผลท่ีคาดวา่ จะเกิดข้ึนจากการกระทาํ น้นั ๆอยา่ ง
รอบคอบ
การมีภูมคิ ุ้มกนั ทดี่ ีในตวั หมายถึง การเตรียมตวั ใหพ้ ร้อมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงดา้ นต่าง ๆ ที่จะ
เกิดข้ึนโดยคาํ นึงถึงความเป็ นไปไดข้ องสถานการณ์ต่างๆท่ีคาดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคตท้งั ใกลแ้ ละไกล
ที่มา:โครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียงสาํ นกั งานทรัพย์สินส่วน
ั ิ์
7. สื่อ/แหลงการเรยี นรู
1. หนังสือเรียน New World 3 หนา 31
2. ซีดบี ันทกึ เสยี ง
3. เคร่ืองเลน ซดี ี
8.3ช. ิ้นซงดี าบี นัน/ทกึภเาสรยี ะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหัด
9. เกณฑก ารประเมินผลชน้ิ งาน / ภาระงาน
นํ้าหนกั คะแนน ดเี ยียม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรงุ
5432 1
ใบงาน ทําแบบฝก หัดได ทําแบบฝก หัดได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหัดได ทําแบบฝก หัดได
ถูกทุกขอ รูเอยละ 80 รอยละ 70 รอยละ 60 นอยกวา รอ ยละ
59
ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มีความมนั่ ใจ มีความมนั่ ใจ มคี วามม่นั ใจ มคี วามมนั่ ใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพูดอยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลอ งแคลวมี ไดค ลองแคลว มี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความม่นั ใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสียงชดั เจน และ เสียงชดั เจน และ มีความมนั่ ใจ มีความม่นั ใจ เสียงชัดเจน และ
ถกู ตอง รอยละ ถูกตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวัดผลประเมนิ ผล การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมิน
จดุ ประสงคการเรยี นรู ความถูกตอง ใบงาน รบู กิ สกอ
2.1 K รูบกิ สกอ
2.2 P ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอาน
อาน รบู ิก
2.3 A สงั เกตุ
พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรุปผลการจดั กจิ กรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .................................................ผูสอน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุมสาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หัวหนากลุมสาระการเรียนรู. ........................
แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรยี นที่ 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3
หนว ยการเรยี นรูท่ี 4 Going Shopping
เรอ่ื งหลัก/หวั เรอ่ื ง Shopping เวลา 1 ช่ัวโมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบังภัย ตาํ แหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นักเรยี นสามารถใชภาษาองั กฤษคนควารวบรวม และสรุปขอมูล/ขอเท็จจรงิ ที่เก่ียวของกับพฤติกรรมการ
ซื้อของ และ นําเสนอขอมูลเปน ภาษาองั กฤษโดยการพูดได
1. จุดประสงคการเรียนรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรียนสามารถคําศพั ทเ กยี่ วกบั การซื้อของได
ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นักเรยี นสามารถ สาํ รวจเก่ยี วกับกิจกรรมการจับจายซื้อของของบคุ คลจํานวน 6 คน และนาํ เสนอในชน้ั
เรยี นได
1.2 ดา นคุณลักษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวนิ ัย
3. มงุ ม่ันในการทํางาน
2. จุดเนน สูการพฒั นาคุณภาพ
ความสามารถและทักษะของผูเรยี นศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก) R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคดิ อยางมีวิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรา งสรรคและนวตั กรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขาใจตางวฒั นธรรม ตา งกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมือ การทาํ งานเปนทีม
และภาวะผูน าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการส่ือสารสารสนเทศ
และรูเทา ทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู
C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ยั คุณธรรม จริยธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บูรณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บรู ณาการกบั คานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุม สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อื่น ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คัญ
หนวยการเรยี นรูนีม้ จี ุดมุงหมายใหน ักเรยี นฟงโฆษณาสินคา พูดสนทนาเกยี่ วกับการจับจา ยซอื้
ของ อา นบทอานเกีย่ วกับคนที่จับจา ยซือ้ ของมากเกินพอดี และเขยี นเกยี่ วกับงานอดิเรกท่บี คุ คลท่ัวไปชอบ
ทาํ ในแตล ะประเทศ รวมทัง้ หนา ท่ีภาษา โครงสรางประโยคและไวยากรณท่ีเปนพื้นฐานของกิจกรรมการ
ฟง พดู อาน และเขียนในหนว ยการเรียนรนู ี้
5. สาระการเรียนรู
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขาใจและตีความเรือ่ งที่ฟงและอา นจากสอื่ ประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยาง
มีเหตผุ ล
ม 1.3 นําเสนอขอมลู ขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตางๆ โดยการพูด
และการเขียน
ความรู
- คาํ ศพั ท
-
- สํานวนภาษา
-
- หนา ทภ่ี าษา
- To talk about shopping
- โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
- Information Questions
-
6. กิจ-กรรAมgกreาeรเinรgยี นwรiูt(hแบsoบ…AacntdiveneLitehaerrn…ing)
กิจกรรม World Link
1. นําเขาสูบทเรียน
- ครใู หนักเรียนพดู เก่ยี วกับกิจกรรมการจับจา ยซ้ือของ คนละ 1 ประโยค
2. แจง จุดประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนักเรยี นวา ในหนวยการเรียนรูน้ีนักเรยี นจะตองสํารวจเกยี่ วกับกิจกรรมการจับจายซือ้ ของของบคุ คล
จาํ นวน 6 คน และนาํ เสนอในชั้นเรียน
3. สาํ รวจเก่ยี วกบั กิจกรรมการจับจา ยซ้ือของ
- ครอู านคําสงั่ ในกจิ กรรม World Link ในหนงั สอื เรยี น หนา 31 ใหน ักเรยี นทําความเขา ใจคําสง่ั และประโยค
คาํ ถาม
ทัง้ 4 ขอ
- ครใู หนักเรียนชว ยกันแตงประโยคคําถามเพิ่มเติม เพ่อื นาํ ไปใชถ ามในการสาํ รวจเกย่ี วกบั กิจกรรมการจับจาย
ซ้อื ของ ของบคุ คลจาํ นวน 6 คน ที่อยูนอกหองเรียน
- ครูแบงกลุมนักเรียน กลุมละ 3 คน และใหทํากิจกรรมสํารวจบุคคลนอกหองเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมการ
จับจายซ้ือของ อยางนอยคนละ 2 คําถาม แลวนํากลับมารวมกลุม เพื่อแลกเปล่ียนขอมูลและการเรียนรูใน
กลุมของตน
4. พูดนาํ เสนอ
- ครูใหแตละกลุมนําเสนอผลงานท่ีไดจากการสํารวจเก่ียวกับกิจกรรมการจับจายซื้อของ โดยใหทุกคนพูดรายงาน
ปากเปลา สนั้ ๆ ในช้นั เรียน
5. ประเมินผล
- ครูประเมินการพูดรายงานการสํารวจเก่ียวกับกิจกรรมการจับจายซื้อของโดยใชเกณฑการประเมินการพูด
และใชเกณฑผ านระดับพอใช
นกั เรียนประเมินตนเอง
- ครูใหนักเรียนทําแบบประเมิน Self-Evaluation เพ่ือประเมินตนเองเกี่ยวกับเน้ือหาท่ีไดเรียนไปแลว (แบบ
ประเมนิ Unit 4 Self-Evaluation ทา ยคูมือ/ทา ยหนังสอื แบบฝกหดั )
กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหนกั เรียนทําแบบฝกหัด ขอ I ในหนังสือแบบฝกหดั New World 3 หนา 20 (ดูเฉลยทา ยเลม )
7. สื่อ/แหลงการเรียนรู
1. หนังสอื เรยี น New World 3 หนา 31
2. ซดี ีบันทกึ เสยี ง
3. เครื่องเลน ซดี ี
8.3ช. ้ินซงดี าีบนัน/ทกึภเาสรียะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหัด
9. เกณฑการประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน
น้าํ หนกั คะแนน ดีเยียม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรงุ
5432 1
ใบงาน ทาํ แบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หดั ได
ถูกทุกขอ รูเ อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวา รอ ยละ
59
ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มีความมั่นใจ มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ มคี วามมัน่ ใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพดู อยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลอ งแคลว มี ไดค ลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมน่ั ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสียงชัดเจน และ เสยี งชัดเจน และ มีความม่ันใจ มีความมน่ั ใจ เสยี งชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวัดผลประเมินผล การวัดและประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน
จุดประสงคก ารเรยี นรู ความถูกตอ ง ใบงาน รูบิกสกอ
รบู ิกสกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอา น
2.2 P อา น รบู ิก
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น
11. สรุปผลการจัดกิจกรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญหา/อุปสรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................
แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรียนท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3
หนว ยการเรยี นรูท่ี 5 Did You Have a Good Time?
เรอื่ งหลัก/หัวเรื่อง Travel เวลา 1 ชว่ั โมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตาํ แหนง ครู
ผลการเรยี นรู
นักเรยี นสามารถระบุใจความสําคัญจาก การอา นขอความบรรยายการทองเที่ยวได
1. จุดประสงคก ารเรียนรู
1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรียนสามารถคําศัพทเ ก่ยี วกับสถานท่ีทองเที่ยว และ ไวยกรณ
- Simple Past Tense
- Infinitives of Purpose
ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นกั เรยี นสามารถ ระบุใจความสําคญั จากการอานขอความบรรยายการทองเที่ยวได
1.2 ดานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวินัย
3. มุงมน่ั ในการทาํ งาน
2. จุดเนนสกู ารพัฒนาคุณภาพ
ความสามารถและทักษะของผเู รียนศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก) R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคดิ อยา งมีวจิ ารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดา นความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทํางานเปนทีม
และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสือ่ สารสารสนเทศ
และรูเ ทา ทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
C8–Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลกั สูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บูรณาการกับคานยิ ม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลุมสาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อืน่ ๆ (ระบุ)........................................................................................
4. สาระสาํ คัญ
หนวยการเรยี นรนู ้มี ีจุดมุงหมายใหนักเรยี นฟงการบรรยายสถานทที่ องเที่ยว พดู สัมภาษณเพ่ือน
เกยี่ วกับการทองเที่ยวในชวงวันหยุด อา นบทอานเกี่ยวกับกรุงเทพฯ และเขียนบันทึกเกย่ี วกับการทองเท่ียวใน
วันหยุดพักผอน รวมท้งั หนาที่ภาษา โครงสรา งประโยค และไวยากรณที่เปนพน้ื ฐานของกิจกรรมการ
ฟง พูด อาน และเขยี นในหนวยการเรยี นรนู ้ี
5. สาระการเรียนรู
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขา ใจและตคี วามเร่อื งท่ีฟงและอานจากส่อื ประเภทตา งๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา ง
มเี หตุผล
ม 1.3 นาํ เสนอขอ มูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องตา งๆ โดยการพดู
และการเขียน
ความรู
- คําศพั ท
กิจกรรม New Language
- palace (n.): the official home of a king, etc. (วงั )
- ancient (adj.): belonging to a period of history that is thousands of years in the
past (โบราณ, เกา )
- capital (n.): the most important town or city of a country (เมืองหลวง)
- trek (v.): to make a long, difficult journey on foot (เดินทางเทา)
- fantastic (adj.): extremely good, excellent (มหศั จรรย, วิเศษ)
- fabulous (adj.): extremely good, very great (เยยี่ ม, เหลอื เช่อื )
- wildlife (n.): animals that live in natural conditions (สตั วปา )
- impala (n.): a large African antelope with curled horns (ละมั่งแอฟริกาขนาดใหญ)
- สํานวนภาษา
-
- หนาทีภ่ าษา
- To talk about travel and trips in the past
- To talk about interesting places
- To discuss the weather
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Simple Past Tense
- Infinitives of Purpose
- Agreeing with so… and neither…
6. กิจกรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม World Link
กิจกรรม New Language
1. นาํ เขาสูบทเรียน
- ครูใหนักเรียนดูภาพสถานท่ีทองเท่ียวตาง ๆ ท่ีเปนที่รูจักอยางกวางขวางทั้งในประเทศและตางประเทศ เชน
ธรรมชาติ นํ้าตก โบราณสถาน ส่ิงมหัศจรรย และใหนักเรียนบอกชื่อสถานที่เหลานั้น รวมทั้งขอมูลอ่ืน ๆ ที่
เกยี่ วของกบั สถานที่นั้น ๆ เทาท่ีนกั เรียนมีความรูเดิม ครูอาจเพม่ิ เติมขอมูลเพือ่ เปนความรูใหแกนักเรยี น
- ครูใหนักเรียนจับคูถาม-ตอบเก่ียวกับสถานที่ท่ีนักเรียนอยากไปมากที่สุด พรอมทั้งใหเหตุผลท่ีอยากไป โดย
ครยู กตวั อยางเชน
- I would really like to visit the pyramids in Egypt because they are ones of the Seven
Wonders of the World.
- ครสู มุ ใหนกั เรียนบางคนออกมาพูดหนาชนั้ และครูถามนักเรยี นท่เี หลอื ในชั้นวา ตรงกับใครบาง
2. แจง จดุ ประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นักเรียนจะตองระบุใจความสําคัญจากการอานขอความบรรยายการ
ทองเทย่ี ว
กจิ กรรมกอ นอา น
1. ตรวจสอบความรเู ดิม
- ครูใหนักเรียนดูภาพประกอบในกิจกรรม New Language ในหนังสือเรียน หนา 32-33 แลวครูซักถาม
นักเรียนวารูจักหรือเคยไปทองเท่ียวสถานที่เหลาน้ันหรือไม ถาเคยไป ครูใหนักเรียนเลาประสบการณให
เพื่อน ๆ ฟง หรือครูอาจถามคําถามนาํ เชน
- When did you visit…?
- Who did you go with?
- How long did you stay there?
- What was the weather like?
2. เสรมิ ความรดู านคําศัพท
- ครูใหน กั เรียนอานประโยคคําถามกอนอาน ในกจิ กรรม New Language ในหนังสือเรียน หนา 32 และใหอาน
ขอความบรรยายการทองเท่ียวดวยตนเอง
- ครูใหนักเรียนสังเกตการใชคํากริยาชองท่ี 2 ในประโยคที่บอกการกระทําที่ผานมาแลว และที่ใชบรรยาย
ลักษณะอากาศ เชน
- It was fall. The weather was cool. (ภาพท่ี 3)
- ครสู มุ เรยี กนักเรยี นบางคนตอบจนครบทกุ ภาพ
- ครูถามคําศัพทที่นักเรียนไมทราบความหมาย แลวเขียนบนกระดาน จากนั้นใชภาพประกอบในกิจกรรม New
Language อธิบายความหมายของคาํ ศัพทเ หลา น้นั
3. ตั้งจดุ ประสงคในการอาน
- ครูใหนักเรียนอานประโยคขอ 1-6 ในกิจกรรม Language Check ในหนังสือเรียน หนา 33 และใหทําความ
เขา ใจ สรปุ ความหมาย เพ่ือใชเปน จุดประสงคในการอาน
กจิ กรรมระหวางอาน
1. อา นเพ่ือหาคําตอบตามจดุ ประสงคในการอาน
- ครเู ปด ซดี บี ันทึกเสยี ง CD 1 Track 29 แลวหยุดทลี ะภาพ เพื่อใหนักเรียนช้วี าเปนภาพใด
- ครเู ปด ซดี ีบันทึกเสยี ง CD 1 Track 29 อีกคร้งั แลวใหนักเรียนอานตาม
- ครูใหนักเรยี นสังเกตการใชค าํ กริยาชองท่ี 2 ในการบรรยายเหตกุ ารณทีผ่ า นมาแลว ซงึ่ เปนเหตกุ ารณท เ่ี กิดขนึ้
ระหวางการเดินทางทองเทยี่ ว
- ครใู หนกั เรียนขีดเสน ใตค าํ กริยาชองท่ี 2 ในขอความบรรยายการทอ งเท่ยี ว
กจิ กรรมหลังอา น
1. ตรวจสอบความเขาใจ
- ครูสุมนักเรียนบางคนอานขอความบรรยายการทองเท่ียวของบุคคล แลวใหนักเรียนท้ังช้ันบอกวา คนไหนไป
สถานท่ใี ด เชน
T: She went to Japan. She walked through the gardens of the Silver Pavilion.
S: Sophie.
T: He flew in a gas balloon.
S: Matt.
T: She stayed at Phi Phi Island. She ate lots of spicy food and fresh fruit.
S: Zoey.
- ครูสุมเลือกขอความบรรยายการทองเท่ียวในบทอานมา 1 บท และขออาสาสมัครนักเรียนบรรยายการ
เดินทางของบคุ คลนนั้ โดยไมดูหนงั สือเรียน เชน
- Sophie traveled in Japan. She went by train to Kyoto. She visited the gardens of the
Silver Pavilion. It was fall and the colors of the trees were fantastic.
- ครูใหน ักเรยี นเลือกตอบ true หรือ false ในกจิ กรรม Language Check ในหนังสือเรียน หนา 33
- ครูตรวจสอบความถูกตองโดยครอู า นประโยคทลี ะขอ และใหน ักเรียนทัง้ ชน้ั ชวยกันเฉลย (ดเู ฉลยทา ยเลม)
2. ประเมินผล
- ครูประเมินการระบุใจความสําคัญจากการอาน จากจํานวนคําตอบท่ีถูกตองในการทํากิจกรรม Language
Check ในหนงั สอื เรยี น หนา 33 โดยใชเ กณฑผานรอยละ 70
กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- ครูใหนกั เรียนทาํ แบบฝกหัด ขอ A ในหนังสือแบบฝก หัด New World 3 หนา 21 (ดูเฉลยทา ยเลม)
7. สื่อ/แหลงการเรียนรู
1. หนงั สอื เรียน New World 3 หนา 32-33
2. หนงั สอื แบบฝกหดั New World 3 หนา 21
3. ซีดีบนั ทึกเสยี ง
8.3ช. ้นิ ซงีดาีบนนั /ทกึภเาสรียะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หดั
9. เกณฑการประเมินผลช้ินงาน / ภาระงาน
นา้ํ หนักคะแนน ดีเยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง
5432 1
ใบงาน ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝกหดั ได
ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอ ยกวารอยละ
59
ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามมน่ั ใจ มีความม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ มีความมั่นใจ เสยี งชัดเจน และ
ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60
แบบทดสอบการ สามารถพูดอยาง สามารถพดู อยาง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลองแคลวมี ไดคลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความม่นั ใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสียงชดั เจน และ มคี วามมน่ั ใจ มคี วามม่นั ใจ เสียงชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60
10. การวดั ผลประเมนิ ผล
จดุ ประสงคการเรยี นรู การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รบู ิกสกอ
2.2 P รบู ิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอา น
2.3 A อาน รูบกิ
สงั เกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น
11. สรปุ ผลการจดั กิจกรรม
11.1 บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................ผสู อน
()
ตําแหนง .........................
12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
()
หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................