The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 1 -5 แผน ม.3 เทอม 1 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ptvadee, 2022-08-29 12:19:57

แผนการสอน ม.3 เทอม 1 ปี 2565

บทที่ 1 -5 แผน ม.3 เทอม 1 2565

- ครูตรวจคําตอบ โดยใหนักเรียนตอบและอธบิ าย (ดเู ฉลยทายเลม ) เชน ขอท่ี 1 tomatoes ไมต องเติม
article เพราะเปน Count Noun และเปน พหูพจน

- ครูใหนักเรียนศึกษา Expressions of Quantity ในกรอบ Grammar ทํานองเดียวกับ Count / Non-
Count Nouns และทํากิจกรรม Grammar B ในหนังสอื เรียน หนา 17

- ครูสมุ นกั เรียนออกมาเขียนประโยคคาํ ตอบบนกระดาน (ดูเฉลยทา ยเลม )
- ครใู หน ักเรียนดภู าพในกจิ กรรม Grammar C ในหนงั สือเรยี น หนา 18 แลว ใหบ อกคําศัพท พรอมทั้ง

Expressions of Quantity เชน a few apples, a lot of eggs, a few potatoes, a bottle of vinegar,
a lot of bananas, a lot of jam, a lot of cans of juice เปนตน
- ครูใหนกั เรียนจับคู ผลดั กนั ถาม-ตอบ ตามตวั อยา งในกิจกรรม Grammar C
4. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการสนทนาโตตอบ โดยใหนักเรียนบางคูถาม-ตอบ ใหครบทุกภาพ (ดูเฉลยทายเลม) และใชแบบ
ประเมนิ การสนทนากิจกรรมคู และใชเ กณฑผานระดับพอใช
กิจกรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ D, E, F, G, H, I และ J ในหนังสือแบบฝกหัด New World 3 หนา 10-12
(ดูเฉลยทายเลม) หลังจากทํากิจกรรมการเรียนรูการลําดับคําตามโครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศ
และภาษาไทย ในสถานการณจาํ ลองในหอ งเรยี น

7. สื่อ/แหลงการเรยี นรู
1. หนงั สอื เรียน New World 3 หนา 17-18
2. หนังสือแบบฝกหัด New World 3 หนา 10-12

8. ชนิ้ งาน / ภาระงาน

-ใบงาน
- บทนาสนทนา
- แบบฝกหดั

9. เกณฑการประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

นํา้ หนักคะแนน ดีเยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรงุ

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหัดได

ถกู ทุกขอ รเู อยละ 80 รอยละ 70 รอ ยละ 60 นอ ยกวา รอ ยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว มี
ความม่ันใจ ออก
มีความม่นั ใจ มคี วามมน่ั ใจ มีความม่ันใจ มคี วามมน่ั ใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพูดอยา ง สามารถพูดอยาง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพูดได
สนทนา ไดคลอ งแคลวมี ไดค ลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมั่นใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสียงชัดเจน และ มีความม่ันใจ มีความม่ันใจ เสียงชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอ ยละ ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวัดผลประเมินผล เครื่องมือ เกณฑการประเมิน
ใบงาน รบู กิ สกอ
จุดประสงคการเรียนรู การวัดและประเมนิ ผล รบู กิ สกอ
2.1 K ความถูกตอง ทดสอบอา น
2.2 P ตรวจสอบความถูกตองการ รบู ิก
อาน สังเกตุ

2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น

11. สรุปผลการจดั กิจกรรม
11.1 บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อุปสรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .................................................ผูส อน
()
ตาํ แหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนา กลมุ สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .................................................
()

หัวหนา กลุมสาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจัดการเรยี นรู ภาคเรียนท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
หนวยการเรียนรทู ่ี 3 What Do We Need?
เรอื่ งหลกั /หัวเรอ่ื ง Food and Drink เวลา 1 ช่ัวโมง
ครูผสู อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภัย ตําแหนง ครู

ผลการเรยี นรู

นกั เรยี นสามารถเขียนบรรยายเก่ียวกบั การเลือกรับประทานอาหารทีม่ ปี ระโยชนต อ สุขภาพได
1. จุดประสงคการเรยี นรู
1.1 ดา นความรู Knowlege

นักเรียน สามารถรูเกี่ยวกับ Count / Non-Count Nouns และ Expressions of Quantity

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นักเรยี นเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั การเลือกรบั ประทานอาหารที่มีประโยชนตอสุขภาพของตนเองได

1.2 ดา นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตรยิ 
2. มีวนิ ยั
3. มงุ มัน่ ในการทํางาน

2. จุดเนนสูก ารพฒั นาคุณภาพ
คว าีมสามารถและทักษะของผูเรียนศตวรรษท่ี 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ

และทกั ษะในการแกป ญ หา)

□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทาํ งานเปน ทีม

และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศ

และรูเทาทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
 C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบรู ณาการตามพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง ชาติ
□ บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บรู ณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 บูรณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกบั คานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวัตถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อ่นื ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคญั
หนวยการเรยี นรนู ี้มจี ดุ มุงหมายใหน ักเรียนฟง บทสนทนาเกี่ยวกบั การสงั่ อาหารทางโทรศัพท พูด

บรรยายเก่ียวกบั กจิ กรรมการซอ้ื ของที่ซเู ปอรมารเ ก็ต อานบทอานบรรยายเกย่ี วกับผลไม และเขียนบรรยาย
เกย่ี วกับการเลือกรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชนตอสุขภาพของตนเอง รวมทั้งหนาที่ภาษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท ี่เปนพ้ืนฐานของกจิ กรรมการฟง พดู อา น และเขียนในหนวยการเรยี นรนู ้ี

5. สาระการเรียนรู

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธก ับกลุมสาระการเรียนรูอืน่
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรอื่ งท่ฟี ง และอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมี
เหตุผล

ม 3.1 ระบุและเขียนส่ือที่ไมใชค วามเรียง รูปแบบตางๆ ใหสัมพันธก ับประโยค และขอ ความท่ฟี ง
หรอื อาน

ความรู
- คาํ ศพั ท

-
- สํานวนภาษา

-
- หนาทภี่ าษา

- To talk about things one needs
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ

- Count / Non-Count Nouns
- Expressions of Quantity
6. กจิ กรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Writing
1. แจง จุดประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูน้ีนักเรียนจะไดเขียนบรรยายเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารท่ีมี
ประโยชนตอ สุขภาพของตนเอง
กิจกรรมกอนเขียน
1. ตรวจสอบความรเู ดมิ ดานโครงสรางประโยค
- ครูใหนักเรียนบอกคํานามนับได / นับไมได มาคนละ 1 คํา ครูเขียนคําท่ีนักเรียนตอบบนกระดาน เชน apples,
vegetables, rice, dessert, yogurt, meat, chicken, etc.
- ครถู ามคาํ ถามดวยคําศัพทบ นกระดานทีน่ กั เรียนตอบ เชน
- How many apples do you eat a day?
- How much rice do you eat every day?
- How much dessert do you eat every day?
2. สรา งแบบอยา งการเขียน

- ครูใหนักเรียนชวยกันบอกกฎการใชคํานามนับได / นับไมได และการใช Expressions of Quantity เชน
some, any, a few, a little, a lot เพื่อสรา งความมน่ั ใจในการเขยี นบรรยาย เก่ยี วกับการเลอื กรบั ประทาน
อาหารท่มี ีประโยชนตอสขุ ภาพของตนเอง

กิจกรรมการเขยี น
1. เขยี นบรรยายเกย่ี วกบั การเลอื กรับประทานอาหารทม่ี ีประโยชนต อสุขภาพของตนเอง

- ครใู หน ักเรียนอานคําสง่ั ในกจิ กรรม Writing ในหนงั สือเรยี น หนา 18 ครูอธบิ ายวา diet ในหนว ยการเรียนรูนี้
หมายถึง ชนิดของอาหารหรือเครื่องดื่มที่เรากินหรือดื่มตามปกติ แลวใหนักเรียนชวยกันอภิปราย เพ่ือทํา
ความเขาใจเกี่ยวกับอาหารเพ่ือสุขภาพและอาหารทําลายสุขภาพ (a healthy diet and an unhealthy
diet)

- ครูใหนักเรียนเขียนรายการอาหารกลุม a healthy diet หรืออาหารเพื่อสุขภาพ (lots of fruits and
vegetables, foods with protein) และกลุม an unhealthy diet หรืออาหารประเภทท่ีไมดีตอสุขภาพ
ตองหลีกเล่ยี ง (foods with lots of sugar) บนกระดาน

- ครูใหนักเรยี นจบั คูตอบคําถามทั้ง 6 ขอ ในกิจกรรม Writing และเปรียบเทียบคําตอบกับเพ่ือน และให
พจิ ารณาวา อาหารท่ีมปี ระโยชนต อ สขุ ภาพของตนเองท่ีเลือกกบั ของเพื่อนแตกตา งกนั อยางไร

- ครใู หอ าสาสมัครนักเรียนออกมาบรรยายการกินของตนเอง ครูเขียนคําตอบของนักเรียนบนกระดาน
- ครูใหนักเรียนแตละคนนําคําตอบมาเขียนบรรยายเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารท่ีมีประโยชนตอ

สุขภาพของตนเอง โดยใหเ ขยี นประโยคนําและประโยคสรปุ ดงั ตวั อยางการเขียนบรรยายท่ีคาดหวงั คือ
I think that my diet is generally healthy. I eat a few pieces of fruit a day. And I eat a lot of
vegetables, including tomatoes, carrots, corn and beans. I eat one or two servings of meat
or fish a day. This provides me with the protein I need. And I eat only a little sugary food
such as chocolate, cookies, or cakes. And I don’t drink any soda. Don’t you agree that my
diet is healthy?
กจิ กรรมหลังเขียน
1. นาํ เสนองานเขียน
- ครูใหนักเรียนแลกเปล่ียนงานเขียนของตนเอง ภายในกลุมประมาณ 3-5 คน และอภิปรายในสวนที่แตกตาง
กบั เพือ่ น
- ครูใหนกั เรียนทุกคนชวยกันตัดสินเก่ียวกับอาหารทม่ี ปี ระโยชนต อ สขุ ภาพและสรปุ รว มกัน
2. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการเขียนบรรยายเก่ียวกับการเลือกรับประทานอาหารท่ีมีประโยชนตอสุขภาพของตนเองโดยใช
เกณฑการประเมนิ การเขียน และใชเ กณฑผานระดับพอใช

กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณทางภาษา
- ครูใหน กั เรยี นทาํ แบบฝก หดั ขอ K ในหนังสือแบบฝก หดั New World 3 หนา 12

7. ส่ือ/แหลงการเรยี นรู
1.หนังสอื เรยี น New World 3 หนา 18
2.หนงั สอื แบบฝกหดั New World 3 หนา 12

8. ชน้ิ งาน / ภาระงาน
-ใบงาน
- บทนาสนทนา
- แบบฝกหัด

9. เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

น้ําหนักคะแนน ดีเยียม ดมี าก ดี พอใช ปรบั ปรุง

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได

ถูกทุกขอ รูเ อยละ 80 รอ ยละ 70 รอยละ 60 นอยกวา รอ ยละ

59

ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได
อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามมน่ั ใจ มคี วามม่นั ใจ มีความมัน่ ใจ มคี วามม่ันใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพูดอยาง สามารถพดู อยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลองแคลว มี ไดคลอ งแคลวมี อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความม่ันใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสียงชัดเจน และ เสยี งชดั เจน และ มีความมนั่ ใจ มีความม่นั ใจ เสยี งชดั เจน และ
ถูกตอง รอยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวดั ผลประเมินผล

จดุ ประสงคการเรยี นรู การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รูบกิ สกอ
2.2 P รบู ิกสกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอา น
อาน รูบกิ
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น

11. สรุปผลการจัดกจิ กรรม
11.1 บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อุปสรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ .................................................ผูส อน
()
ตําแหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ .................................................
()

หัวหนากลมุ สาระการเรียนรู.........................

แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรยี นท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
หนวยการเรยี นรูท ี่ 3 What Do We Need?
เรอื่ งหลัก/หวั เร่ือง Food and Drink เวลา 1 ชว่ั โมง
ครูผสู อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภยั ตําแหนง ครู

ผลการเรยี นรู

นักเรยี นสามารถพูดบรรยายเก่ยี วกบั กจิ กรรมการซอื้ ของท่ีซุปเปอรมารเ ก็ตได

ซูเปอร1ม.าจรดุเ กป็ตระสงคก ารเรียนรู

1.1 ดานความรู Knowlege
นกั เรยี น สามารถรเู กีย่ วกับ Count / Non-Count Nouns และ Expressions of Quantity

ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นักเรยี นสามารถพดู บรรยายเกี่ยวกบั กจิ กรรมการซอื้ ของที่ซเู ปอรมารเกต็ ได

1.2 ดานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวินัย
3. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน

2. จุดเนน สูการพฒั นาคุณภาพ
คว ามสามารถและทักษะของผูเรียนศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดานการคิดอยา งมีวิจารณญาณ

และทกั ษะในการแกป ญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดา นความเขา ใจตางวฒั นธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรวมมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการส่อื สารสารสนเทศ

และรเู ทาทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
 C8–Compassion (ความมเี มตตากรุณา วินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บูรณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
 บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
□ บูรณาการกับคานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวัตถุ 4”
□ บูรณาการขามกลุมสาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อ่นื ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสาํ คญั
หนวยการเรยี นรนู ้มี ีจดุ มุง หมายใหนักเรียนฟงบทสนทนาเกี่ยวกบั การสัง่ อาหารทางโทรศัพท พูด

บรรยายเกย่ี วกับกจิ กรรมการซอ้ื ของที่ซูเปอรมารเกต็ อานบทอานบรรยายเกี่ยวกับผลไม และเขยี นบรรยาย
เกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารทมี่ ปี ระโยชนต อสุขภาพของตนเอง รวมท้ังหนาที่ภาษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท ่ีเปน พ้ืนฐานของกิจกรรมการฟง พูด อา น และเขียนในหนว ยการเรยี นรูน้ี

5. สาระการเรยี นรู

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธก บั กลุมสาระการเรียนรูอ น่ื
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเร่อื งทีฟ่ งและอา นจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เห็นอยางมี
เหตผุ ล

ม 3.1 ระบุและเขยี นสื่อที่ไมใ ชความเรยี ง รูปแบบตางๆ ใหสัมพันธก ับประโยค และขอ ความท่ีฟง
หรืออา น

ความรู
- คาํ ศพั ท

-
- สาํ นวนภาษา

-
- หนาท่ภี าษา

- To talk about things one needs
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ

- Count / Non-Count Nouns
- Expressions of Quantity
6. กจิ กรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม Speaking
1. แจง จุดประสงคการเรยี นรู
- ครบู อกนักเรยี นวา ในหนว ยการเรียนรูน้ีนกั เรียนจะไดพ ูดบรรยายเก่ียวกับกิจกรรมการซอื้ ของท่ี
ซเู ปอรม ารเ กต็
2. พดู บรรยายเกี่ยวกับกจิ กรรมการซือ้ ของที่ซเู ปอรมารเ กต็
- ครูใหนกั เรยี นทาํ กิจกรรม Speaking ในหนงั สือเรียน หนา 18 โดยใหน กั เรียนอา นคําสง่ั และทําความเขาใจ
คําสั่ง
- ครใู หน ักเรียนจบั คูและบรรยายส่งิ ของทีอ่ ยูในตะกราชอปปงวา มีอะไรบา งและมีจํานวนเทาไร
- ครูใหนักเรียนแตละคูนําเสนอส่ิงของในตะกราชอปปงในช้ันเรียน โดยนักเรียนอาจใชคําศัพทจากกิจกรรม
New Language
- ครใู หนักเรยี นคเู ดมิ ผลดั กนั ถาม-ตอบ โดยใชค าํ ถาม ดังน้ี

- Which ones do you usually get at the supermarket?
- What are the other things do you usually get when you go to the supermarket?
- ครใู หนกั เรยี นเขยี นประโยคบรรยายจํานวนสง่ิ ของในตะกราชอปปง ดังตัวอยางตอไปนี้
- There is a lot of milk.
- There are a few bananas.
3. ประเมินผล
- ครูประเมินการพูดบรรยายเก่ียวกับกิจกรรมการซ้ือของท่ีซูเปอรมารเก็ต โดยใชแบบประเมินการสนทนา
กจิ กรรมคู และใชเกณฑผ า นระดับพอใช
กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท างภาษา

7. สือ่ /แหลงการเรียนรู
1.หนงั สอื เรียน New World 3 หนา 18
2.หนังสือแบบฝกหดั New World 3 หนา 12

8. ช้นิ งาน / ภาระงาน
-ใบงาน
- บทนาสนทนา
- แบบฝก หดั

9. เกณฑการประเมินผลชิน้ งาน / ภาระงาน

นํ้าหนกั คะแนน ดีเยียม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรงุ

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หดั ได

ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอยละ 70 รอยละ 60 นอยกวา รอยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอานได
อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามมัน่ ใจ มีความมนั่ ใจ มีความมนั่ ใจ มคี วามมนั่ ใจ เสียงชดั เจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ถกู ตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยาง สามารถพดู อยาง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพดู ได
สนทนา ไดคลอ งแคลว มี ไดค ลองแคลวมี อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมนั่ ใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสียงชดั เจน และ มคี วามม่ันใจ มคี วามมน่ั ใจ เสยี งชัดเจน และ
ถกู ตอง รอยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวัดผลประเมินผล การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ความถูกตอ ง ใบงาน รูบิกสกอ
รูบิกสกอ
2.1 K ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอา น
2.2 P อา น รบู กิ
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรุปผลการจดั กิจกรรม
11.1 บันทึกผลการจัดการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อุปสรรค และแนวทางแกไ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................ผูสอน
()
ตําแหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนา กลุมสาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ .................................................
()

หัวหนากลมุ สาระการเรียนรู.........................

แผนการจดั การเรียนรู ภาคเรยี นที่ 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 What Do We Need?
เรือ่ งหลกั /หวั เรื่อง Food and Drink เวลา 1 ช่ัวโมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตําแหนง ครู

ผลการเรียนรู

นักเรยี นสามารถระบุใจความสาํ คญั จากการอ่านบทอา่ น และบอกรายละเอียดสนบั สนุนได
ซเู ปอร1ม.าจรดุเกป็ตระสงคการเรยี นรู

1.1 ดานความรู Knowlege
นักเรยี นสามารถคําศพั ทเ ก่ียวกับ ผลไมช นิดตางๆได

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถอ่านบทอ่านเร่ือง Fruits from Asia แลว้ ระบุใจความสาํ คญั และรายละเอียดสนบั สนุน

จากบทอา่ นได้

1.2 ดานคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตรยิ 
2. มวี นิ ยั
3. มุงมน่ั ในการทํางาน

2. จดุ เนนสูการพฒั นาคณุ ภาพ
คว าีมสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน )

 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคิดอยา งมีวิจารณญาณ
และทกั ษะในการแกปญ หา)

□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดานการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตางกระบวนทศั น)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดานความรวมมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดานการสือ่ สารสารสนเทศ

และรเู ทา ทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู)
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)

3. การบรู ณาการตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหงชาติ
□ บูรณาการหลักสูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกับคานิยม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บูรณาการโรงเรียนคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บูรณาการขา มกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อื่น ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคัญ
หนว ยการเรียนรูน้มี ีจุดมงุ หมายใหน กั เรียนฟง บทสนทนาเก่ียวกบั การส่ังอาหารทางโทรศัพท พดู

บรรยายเกี่ยวกบั กจิ กรรมการซอื้ ของท่ีซเู ปอรมารเก็ต อา นบทอา นบรรยายเกยี่ วกับผลไม และเขยี นบรรยาย
เก่ียวกบั การเลือกรับประทานอาหารทีม่ ปี ระโยชนตอสุขภาพของตนเอง รวมทั้งหนาท่ภี าษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท่ีเปนพนื้ ฐานของกิจกรรมการฟง พูด อาน และเขียนในหนว ยการเรยี นรูน ้ี

5. สาระการเรยี นรู
สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพนั ธก บั กลมุ สาระการเรียนรูอ ่ืน
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรือ่ งที่ฟงและอา นจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมี
เหตผุ ล

ม 3.1 ระบุและเขยี นสื่อท่ีไมใชค วามเรียง รูปแบบตางๆ ใหส ัมพันธก ับประโยค และขอความท่ีฟง
หรอื อาน

ความรู

กิจกรรม Reading shaped like a circle but a bit longer than it is wide (รูปไข,่ ทรงไข่)
- oval (adj.):
- exotic (adj.): unusual and interesting, often because of being not familiar (แปลกใหม่,
ตา่ งประเทศ)
- nutrient (n.): a substance in food that people need to live and grow (สารอาหาร)
- stem (n.): the long, thin part of a plant from which leaves and flowers grow (ลาํ ตน้ )
- sour (adj.): having an acidy taste, like a lemon (เปร้ียว)
- infection (n.): a sickness caused by bacteria or virus (การติดเช้ือ)
- rind (n.): the outer skin of fruits (เปลือก)
- disease (n.): sickness (โรค, เช้ือโรค)
- สํานวนภาษา
-
- หน้าทภ่ี าษา
- To talk about food, recipes and diet
- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Count / Non-Count Nouns
- Expressions of Quantity

6. กิจกรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม Reading
1. นาํ เขา้ สู่บทเรียน

- ครูพดู คาํ วา่ fruits แลว้ ใหน้ กั เรียนบอกชื่อผลไมท้ ี่ชอบหรือรู้จกั มาคนละ 1 ชนิด
2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้น้ีนักเรียนจะได้อ่านบทอ่านเร่ือง Fruits from Asia แล้วระบุ
ใจความสาํ คญั และรายละเอียดสนบั สนุนจากบทอา่ น

กจิ กรรมก่อนอ่าน
1. เดาเน้ือหาจากชื่อเรื่องและภาพ

- ครูให้นกั เรียนดูภาพผลไม้ 2 ชนิด ในกิจกรรม Reading ในหนงั สือเรียน หนา้ 19 และให้นกั เรียนเดาวา่ จะ
ไดอ้ า่ น บทอ่านเก่ียวกบั ผลไม้ และเน้ือหาอะไรบา้ ง

- ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั ระดมความคิด บอกชื่อผลไมใ้ หไ้ ดม้ ากท่ีสุด ครูเขียนช่ือผลไมท้ ่ีนกั เรียนบอกบน
กระดาน

2. ตรวจสอบความรู้เดิม
- ครูอา่ นคาํ ถาม What do you know about the two fruits in the pictures? ในกิจกรรม Reading
- ครูใหน้ กั เรียนตอบคาํ ถาม และครูเขียนคาํ ตอบของนกั เรียนบนกระดาน
- ครูและนกั เรียนช่วยกนั แลกเปลี่ยนความรู้เก่ียวกบั ผลไมท้ ี่ปลูกในประเทศไทยหรือทอ้ งถ่ินของนกั เรียน
เอง และเนน้ ย้าํ เก่ียวกบั ผลไมท้ ่ีส่งออกไปจาํ หน่ายตา่ งประเทศดว้ ย
- ครูใหน้ กั เรียนดูกีวขี องจริงหรือจากภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 19 และพดู คุยเก่ียวกบั กีวี เช่น Where does it
grow? What does it taste like? Why is it healthy? และใหค้ รูทาํ กิจกรรมแบบเดียวกนั น้ีกบั มงั คุด

3. ต้งั จุดประสงคใ์ นการอา่ น
- ครูใหน้ กั เรียนอ่านคาํ สั่งในกิจกรรม About the Reading ในหนงั สือเรียน หนา้ 19 และใชห้ วั ขอ้ ในตารางต้งั
เป็นจุดประสงคใ์ นการอา่ น

กจิ กรรมระหว่างอ่าน
1. ใชเ้ ทคนิคการอา่ นกวาดสายตาเพอ่ื หาขอ้ มูลเฉพาะ (Scanning)

- ครูใหน้ กั เรียนทุกคนอ่านบทอา่ นแบบกวาดสายตา เพอ่ื หาขอ้ มูลเฉพาะ
2. อา่ นจบั ใจความ

- ครูเปิ ดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 19 ใหน้ กั เรียนฟังและสรุปเรื่องที่ฟัง โดยใชค้ าํ พูดของนกั เรียนเอง ไม่
เนน้ ถูกผดิ แตค่ รูพยายามฝึกใหน้ กั เรียนคิดและตอบ

- ครูใหน้ กั เรียนดูตารางในกิจกรรม About the Reading และอา่ นบทอา่ น เพ่ือนาํ คาํ ตอบมาเติมลงในตาราง
กจิ กรรมหลงั อ่าน
1. ตรวจสอบความเขา้ ใจ

- ครูให้นกั เรียนอาสาสมคั รออกมาอ่านคาํ ตอบในกิจกรรม About the Reading และท่ีมาของคาํ ตอบจากบท
อ่าน และใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งพร้อมกนั ท้งั ช้นั (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม)

- ครูให้นักเรียนอ่านบทอ่านอีกคร้ังและขีดเส้นใต้คาํ ศัพท์ท่ีไม่รู้ความหมาย ครูแนะนําให้นักเรียนเดา
ความหมายจากบริบท หรืออาจใหน้ กั เรียนใชพ้ จนานุกรม

- ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่พูดบรรยายเก่ียวกบั กีวแี ละมงั คุดโดยท่ีไม่ดูบทอ่าน โดยพูดเก่ียวกบั ลกั ษณะรูปทรง
รสชาติ และประโยชนท์ ่ีมีตอ่ ร่างกาย เพื่อฝึกทกั ษะการอ่านจบั ใจความ

2. ประเมินผล
- ครูประเมินผลการอ่านบทอ่าน ระบุใจความสาํ คญั และรายละเอียดสนบั สนุนจากบทอ่าน จากจาํ นวนคาํ ตอบ
ที่ถูกตอ้ งจากการทาํ กิจกรรม About the Reading โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 60

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

-

7. ส่อื /แหลงการเรียนรู
1. หนงั สือเรียน New World 3 หนา้ 19
2. ซีดีบนั ทึกเสียง
3. เครื่องเล่นซีดี

8. ชนิ้ งาน / ภาระงาน

-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หดั

9. เกณฑการประเมนิ ผลช้นิ งาน / ภาระงาน
นา้ํ หนักคะแนน ดีเยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรุง
3 2 1
54
ทาํ แบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหัดได
ใบงาน ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝกหัดได ทําแบบฝกหดั ได รอยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ

ถกู ทุกขอ รเู อยละ 80 รอยละ 70 59

ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได
อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มีความมน่ั ใจ มคี วามม่นั ใจ มคี วามมั่นใจ มีความมั่นใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยาง สามารถพูดอยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลองแคลวมี ไดคลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมนั่ ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสียงชดั เจน และ เสียงชัดเจน และ มีความมัน่ ใจ มคี วามม่ันใจ เสยี งชัดเจน และ
ถูกตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวัดผลประเมนิ ผล

จดุ ประสงคการเรียนรู การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมิน
2.1 K ความถูกตอ ง ใบงาน รบู กิ สกอ
2.2 P รูบกิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอา น
2.3 A อาน รบู ิก
สงั เกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรุปผลการจัดกิจกรรม
11.1 บนั ทึกผลการจดั การเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
()

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจดั การเรียนรู ภาคเรยี นท่ี 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 What Do We Need?
เรอ่ื งหลัก/หัวเร่ือง Food and Drink เวลา 1 ชว่ั โมง
ครูผสู อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตําแหนง ครู

ผลการเรียนรู

นกั เรยี นสามารถใชภาษาองั กฤษคนควารวบรวม และสรุปขอมลู /ขอเทจ็ จรงิ ทีเ่ กยี่ วของกับกลมุ สาระการ
เรียนรอู น่ื จากสอ่ื และแหลง เรียนรู และนําเสนอโดยการพดู ได

ซเู ปอร1ม .าจรดุเกป็ตระสงคก ารเรยี นรู

1.1 ดา นความรู Knowlege
นกั เรียนสามารถคาํ ศัพทเกี่ยวกับ ผลไมชนดิ ตา งๆได และ โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ

- Count / Non-Count Nouns
- Expressions of Quantity

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นกั เรียนสามารถพูดรายงานขอมูลผลไมที่มีประโยชนตอรา งกายจากการคนควา จากแหลง เรยี นรูต าง ๆ ได

1.2 ดานคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั ริย
2. มีวนิ ัย
3. มุงมั่นในการทํางาน

2. จดุ เนน สูก ารพฒั นาคณุ ภาพ
ความสามารถและทักษะของผูเรยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก)  R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา นการคิดอยางมีวิจารณญาณ

และทกั ษะในการแกป ญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมือ การทาํ งานเปนทีม

และภาวะผนู ํา)
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทักษะดานการส่อื สารสารสนเทศ

และรเู ทาทนั ส่ือ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทักษะดานคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)

3. การบรู ณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลักสตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บูรณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกับคานยิ ม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรียนคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวัตถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อน่ื ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสาํ คัญ
หนวยการเรยี นรูนี้มีจุดมงุ หมายใหนักเรียนฟงบทสนทนาเก่ียวกบั การสั่งอาหารทางโทรศัพท พดู

บรรยายเกยี่ วกบั กจิ กรรมการซ้อื ของท่ีซูเปอรมารเ กต็ อา นบทอานบรรยายเก่ียวกบั ผลไม และเขียนบรรยาย

เก่ียวกับการเลือกรับประทานอาหารทีม่ ีประโยชนตอสุขภาพของตนเอง รวมทั้งหนาท่ีภาษา โครงสรางประโยค
และไวยากรณท ่ีเปนพน้ื ฐานของกจิ กรรมการฟง พดู อา น และเขยี นในหนวยการเรียนรนู ้ี

5. สาระการเรียนรู

สาระที่ 3 ภาษากบั ความสัมพันธก บั กลุมสาระการเรยี นรูอ ืน่
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรอ่ื งที่ฟง และอานจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยา งมี
เหตุผล

ม 3.1 ระบุและเขยี นส่ือที่ไมใ ชความเรยี ง รูปแบบตางๆ ใหส ัมพันธก บั ประโยค และขอความที่ฟง
หรอื อา น
ความรู

- คําศัพท
-
- สาํ นวนภาษา
-
- หนา ท่ภี าษา
- To talk about food, recipes and diet
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Count / Non-Count Nouns
- Expressions of Quantity
6. กิจกรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
กิจกรรม World Link
1. นาํ เขาสูบทเรยี น
- ครถู ามคําถามนกั เรยี นดวยประโยคตอ ไปน้ี
- What’s your favorite fruit?
- What is it like?
- Why is it good for health?
2. แจง จดุ ประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนกั เรียนวา ในหนว ยการเรยี นรนู น้ี ักเรียนจะตองพูดรายงานขอมูลผลไมท่ีมีประโยชนตอรา งกายจากการ
คน ควาจากแหลงเรียนรูต าง ๆ
3. คน ควาขอมูลเกยี่ วกับผลไมท ่ีมีประโยชนต อ รา งกาย

- ครูอานคําส่ังในกิจกรรม World Link ในหนังสือเรียน หนา 19 ใหนักเรียนทําความเขาใจคําสั่งและชวยกัน
ระดมความคิดเก่ยี วกับขอ มูลและรายละเอยี ดของผลไมท่ีมีประโยชนตอ รา งกายในประเด็นตา ง ๆ ดังน้ี
- Where the fruit is grown.
- What it looks like.
- What it tastes like.
- What it is good for. (its health benefits)

- ครูใหนกั เรยี นจับคูเลือกผลไมทม่ี ีประโยชนต อรางกาย 1 ชนดิ
- ครูใหนักเรียนคนควาหาขอมูลและรายละเอียดตาง ๆ เก่ียวกับผลไมท่ีแตละคูเลือกจากแหลงเรียนรูตาง ๆ และ

จดบันทึกไว แลวนํามาเรียบเรียง นําเสนอเปนตารางเหมือนกับกิจกรรม About the Reading ในหนังสือ
เรยี น หนา 19
4. พูดนําเสนอขอมลู
- ครูใหแตล ะคอู อกมานําเสนอผลการคน ควาขอมลู เกย่ี วกบั ผลไมทม่ี ีประโยชนต อรางกายหนาชัน้ เรยี น
5. ประเมินผล
- ครูประเมินการพูดรายงานขอมูลเก่ียวกับผลไมท่ีมีประโยชนตอรางกาย โดยใชเกณฑการประเมินการพูด และ
ใชเ กณฑผ า นระดับพอใช
นกั เรียนประเมนิ ตนเอง
- ครูใหนักเรียนทําแบบประเมิน Self-Evaluation เพ่ือประเมินตนเองเกี่ยวกับเนื้อหาท่ีไดเรียนไปแลว (แบบ
ประเมิน Unit 3 Self-Evaluation ทา ยคูมือ/ทายหนังสือแบบฝกหัด)
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- นักเรียนทํางานเปนกลุม สืบคนขอมูลจากอินเทอรเน็ตเก่ียวกับผลไมของแตละประเทศใน ASEAN นําเสนอ
ผลงานติดบอรดเพื่อใหความรูแกนักเรียนทั่วไป (ใชภาษาอังกฤษควบคูกับภาษาไทยได) ครูตรวจผลงาน
บนั ทึกเปนคะแนนกลุม

7. สอ่ื /แหลงการเรียนรู
1. หนงั สอื เรียน New World 3 หนา 19
2. สือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส

- www.choosemyplate.gov/food-groups/fruits-why.html
- www.nutrition-and-you.com/fruit-nutrition.html

8. ช้นิ งาน / ภาระงาน

-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝกหัด

9. เกณฑการประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

น้าํ หนกั คะแนน ดีเยียม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรงุ

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หดั ได

ถูกทุกขอ รูเ อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวา รอ ยละ

59

ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอา นได
อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มีความมั่นใจ มคี วามม่นั ใจ มคี วามม่ันใจ มคี วามมัน่ ใจ เสียงชัดเจน และ
ออกเสยี งชัดเจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอ ยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพดู อยา ง สามารถพดู ได สามารถพดู ได สามารถพดู ได
สนทนา ไดค ลอ งแคลว มี ไดค ลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมน่ั ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสียงชัดเจน และ เสยี งชัดเจน และ มีความม่ันใจ มีความมน่ั ใจ เสยี งชดั เจน และ
ถกู ตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอยละ ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวดั ผลประเมนิ ผล

จุดประสงคการเรยี นรู การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถูกตอ ง ใบงาน รูบิกสกอ
2.2 P รบู กิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
2.3 A อาน รูบิก
สังเกตุ
พฤติกรรมนกั เรยี น

11. สรปุ ผลการจัดกิจกรรม
11.1 บนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ .................................................ผสู อน
()
ตาํ แหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
()

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นร.ู ........................

แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรียนที่ 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 4 Going Shopping
เรอ่ื งหลกั /หวั เรือ่ ง Shopping เวลา 1 ชว่ั โมง
ครูผสู อน นางสาวปฐมาวดี กําบังภัย ตาํ แหนง ครู

ผลการเรยี นรู

นกั เรยี นสามารถระบปุ ระโยคจากการฟง ใหสัมพนั ธกบั สื่อท่ีไมใ ชค วามเรยี ง (non-text information)
เขา รวมกิจกรรมทางภาษา

ซเู ปอร1ม.าจรดุเกป็ตระสงคก ารเรยี นรู

1.1 ดา นความรู Knowlege
นักเรียนสามารถคําศัพทเ กยี่ วกับ การซือ้ ของ การใช Adverb of frequency และ โครงสรา งประโยค/

ไวยากรณ
- Count / Non-Count Nouns
- Expressions of Quantity

ดา นทักษะ/กระบวนการ Process
นกั เรียนสามารถพดู รายงาน เก่ยี วกบั ความถี่ของการไปซ้ือของได

1.2 ดานคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษตั รยิ 
2. มวี นิ ัย
3. มุงมน่ั ในการทํางาน

2. จดุ เนนสกู ารพัฒนาคุณภาพ
คว าีมสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อานออก)  R2–(W)Riting (เขียนได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดา นการคดิ อยางมวี ิจารณญาณ

และทักษะในการแกป ญหา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขา ใจตางวฒั นธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรวมมือ การทํางานเปนทีม

และภาวะผูนาํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการส่อื สารสารสนเทศ

และรเู ทาทันสื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนร)ู
 C8–Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ
□ บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวชิ า IS....
□ บูรณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
 บูรณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกบั คานิยม 12 ประการ ขอท่ี 1,3,4,8
 บรู ณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บูรณาการหลักธรรม “สังคหวตั ถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรยี นรู (ระบุ)..................................................................
□ อน่ื ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสาํ คัญ

หนวยการเรียนรูน้ีมีจดุ มงุ หมายใหนกั เรยี นฟงโฆษณาสินคา พดู สนทนาเกี่ยวกับการจับจา ยซอื้
ของ อา นบทอา นเก่ยี วกบั คนที่จับจา ยซ้อื ของมากเกนิ พอดี และเขียนเกีย่ วกบั งานอดิเรกท่ีบุคคลท่วั ไปชอบ

ทาํ ในแตละประเทศ รวมทัง้ หนาท่ภี าษา โครงสรางประโยคและไวยากรณทเ่ี ปน พน้ื ฐานของกจิ กรรมการ
ฟง พดู อาน และเขียนในหนว ยการเรียนรนู ้ี

5. สาระการเรยี นรู

สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขาใจและตีความเร่อื งท่ฟี งและอา นจากสือ่ ประเภทตา งๆ และแสดงความคดิ เห็นอยาง
มีเหตผุ ล

ม 1.3 นาํ เสนอขอ มูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตางๆ โดยการพดู
ความรแู ละการเขียน

- คําศัพท electronic equipment (อุปกรณอิเล็กทรอนิกส)
กิจกรรม New Language not formal (ไมเ ปนทางการ, ลาํ ลอง)
- electronics (n.): the clothes worn for a particular activity (ชดุ , เคร่ืองนมุ หม )
- casual (adj.): a piece of cloth that you wear around your neck (ผา พันคอ)
- wear (n.): a piece of clothing that you wear on the upper part of body (เสื้อ)
- scarf (n.): small things that you wear for decoration (เครอ่ื งประดบั )
- top (n.): a piece of jewelry that you wear on your ear (ตา งห)ู
- jewelry (n.): a jewel, stone, etc. that hangs from a thin chain that you wear
- earring (n.): around your neck (จ้ี)
- pendant (n.): an extra piece of equipment that is useful or be added to
- accessory (n.): something else as a decoration (สวนเสรมิ , เคร่อื งประดับ)
- flipper (n.): a large flat rubber shoe that you wear to help you swim faster
- goggle (n.): (ตนี กบ, รองเทา ของนกั ประดานํา้ )
- snorkel (n.): a pair of glasses mode of glass or plastic with a rubber or plastic
- dart (n.): edge that fit against your skin and protect your eyes (แวนตาดําน้าํ )
- bracelet (n): a tube that allows someone who is swimming to breathe air
under water (ทอหายใจใตน ํ้า)
- สาํ นวนภาษา a small pointed object that is thrown as a weapon in the game
of darts (ลกู ดอก)
a band or chain that you wear around your wrist or arm as a
decoration (กําไลขอมือ)

กิจกรรม New Language
- crazy about หมายถึง คลงั่ ไคล เปน สาํ นวนที่ใชเ พอื่ แสดงออกวา เราชอบสิ่งใดสิ่งหน่ึง หรอื ใครคนหน่ึง

มากเปน พิเศษ
- หนาท่ีภาษา

- To talk about shopping
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ

- Information Questions with going to
6. กจิ กรรมการเรียนรู (แบบ Active Learning)
กจิ กรรม New Language
1. นําเขาสูบทเรียน

- ครูนํานักเรียนสนทนาโดยถามช่ือรานตาง ๆ ท่ีตั้งอยูใกลบริเวณโรงเรียน อาจเปนรานจําหนายเส้ือผา รองเทา
เคร่ืองประดับ หรือรานคาอ่ืน ๆ ที่เปนที่รูจักของนักเรียน ครูสมมติวาจะไปซื้อรองเทา และพูดถามนักเรียน
โดยใชคําถามดงั นี้ เพอ่ื ฝก นกั เรียนใหเ สนอคําแนะนํา
- Which place do you recommend?

- ครูถามนักเรยี นเกย่ี วกบั นสิ ัยในการซอ้ื ของ โดยใชค ําถาม How often …? ในการถามความถ่ีของกิจกรรม ครู
ยํ้าใหนกั เรยี นใชคําบอกความถ่ใี นการพดู ตอบ เชน
- I go shopping two or three times a month.
- I usually go with my friends.

2. แจง จุดประสงคการเรียนรู
- ครบู อกนักเรียนวา ในหนวยการเรยี นรนู ี้นกั เรยี นจะตองระบุประโยคจากการฟงใหส ัมพันธก บั ส่อื ทไี่ มใช
ความเรียง

กิจกรรมกอนฟง
1. ทบทวนคําศัพท

- ครูใหนักเรียนเปดหนังสือเรียน หนา 26 กิจกรรม New Language ใหนักเรียนดูภาพและบอกวา เห็นอะไรใน
ภาพบา ง โดยใหออกเสียงคําศัพทจ ากภาพคนละ 1 คาํ

- ครูถามคําถามนักเรยี นดงั ตวั อยา งประโยคตอไปนี้
- Who are the people?
- Where are they?
- What are they doing?

2. อธิบายคําสั่ง
- ครูอานประโยคคําถามในกิจกรรม New Language ใหนักเรียนชวยกันตอบคําถามและอภิปรายวานกั เรยี น
สนใจซื้อของสิ่งไหน ใหนักเรียนเปรียบเทียบคําตอบของตนเองกับเพื่อน และตรวจสอบดูวามีของช้ินไหนที่
เหมือนกบั ของเพอื่ นบาง

- นักเรยี นดภู าพในหนังสือเรียน หนา 26 อกี คร้ัง และจับคชู วยกันบอกคาํ ศพั ท
กจิ กรรมระหวา งฟง
1. ฟง คําบรรยายภาพสง่ิ ของและกจิ กรรมของบุคคล

- ครูเปด ซีดบี ันทึกเสยี ง CD 1 Track 22 และใหน ักเรียนชีค้ ําศพั ททไ่ี ดยิน
- ครูเปดซดี บี ันทึกเสียง CD 1 Track 22 อีกครง้ั ใหนักเรยี นฟงและออกเสยี งตาม
- ครูใหนกั เรยี นจบั คูผลัดกันออกเสยี งคาํ ศัพทและชีท้ ภ่ี าพ
- ครูพูดหมวดหมูคําศัพท clothing, jewelry, electronics, accessories, sport equipment ใหนักเรียน

ออกเสยี งคําศัพทในหนังสอื เรยี น หนา 26
- ครอู อกเสยี งคําศัพทอกี ครั้ง และใหน กั เรยี นยกมือ ถา นักเรียนสนใจจะซอื้ ของสง่ิ น้นั
- ครแู บง นักเรียนเปน กลุม กลุมละ 4 คน ใหน ักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับอปุ กรณกีฬาทีน่ ักเรียนมีหรือเคยใช ครูให

นักเรียนพูดและเขยี นประโยคตามแบบอยางดงั นี้
- I often play tennis, so I often use a tennis racket.
- I never play baseball, so I never use a baseball glove.
- I sometimes go diving, so I sometimes use flippers.
- ครูใหน ักเรยี นอานคาํ ถาม What Are You Going to Buy? ในหนงั สือเรยี น หนา 27
- ครใู หนักเรียนชว ยกนั บรรยายภาพหรือถามคําถามเกย่ี วกับภาพ เชน
- Is the car expensive?
- What is the teen girl wearing?
- ครเู ปดซีดบี ันทึกเสียง CD 1 Track 23 ใหน กั เรียนฟง โดยไมใหเ ปด หนังสือเรียน
- ครูเปดซดี ีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 23 อีกครงั้ ครหู ยุดซดี ีบนั ทกึ เสียงเม่ือจบแตละประโยค และใหนักเรียน
อานตาม
- ครูใหน ักเรยี นจับคูพดู สนทนาตามแบบอยา งบทสนทนาในหนังสอื เรียน
- ครูใหน ักเรียนสังเกตประโยคสุดทายของแตละบทสนทนา ครนู ําไปเขียนบนกระดานและขีดเสนใตโครงสราง
ประโยค be + going to ครอู ธิบายใหน ักเรยี นฟง วา โครงสรางประโยคดงั กลาวใชเ มอื่ ตอ งการพูดเกี่ยวกบั
การวางแผนในอนาคต และครอู ธบิ ายสาํ นวน crazy about ซ่งึ เปนคําแสลงทใี่ ชกับคนหรอื สงิ่ ท่ีชอบมาก ๆ
กจิ กรรมหลังฟง
1. ตรวจสอบความเขา ใจ
- ครูใหน ักเรยี นอา นประโยคในกิจกรรม Language Check ในหนงั สอื เรียน หนา 27 และทาํ ความเขาใจ
ประโยค
- ครูใหน ักเรยี นดภู าพในหนังสอื เรียนหนา 26 และบทสนทนาในหนงั สือเรยี น หนา 27 และเลือกตอบ true
หรือ false ในกิจกรรม Language Check
- ครตู รวจสอบความถูกตองโดยครูอานประโยคทลี ะขอ และนกั เรยี นท้ังชนั้ ชว ยกันเฉลยและแกไ ขประโยคท่ผี ิด
(ดูเฉลยทา ยเลม)
2. ประเมินผลการฟง สอ่ื ทไ่ี มใ ชค วามเรยี ง

- ครปู ระเมินผลการฟง จากจํานวนคําตอบที่ถูกตองท่ไี ดจ ากการทํากิจกรรม Language Check ในหนังสือเรียน
หนา 27 โดยใชเกณฑผ านรอยละ 70

3. เลนเกมบอกใบ (Pantomime Game)
- ครใู หนกั เรียนรวมกิจกรรมทางภาษาโดยเลนเกมบอกใบ ครแู บงนกั เรียนออกเปน 2 ทีม แตล ะทมี ผลัดกันเลือก
คําศัพทจ ากหนา 26 และพดู อธิบายคําศัพทน้ัน ใหทมี ตรงขามทายวา เปนคําศัพทอะไร ถาทายถกู ได 1 คะแนน
ทีมที่ไดคะแนนมากทส่ี ุดเปนผชู นะ ตวั อยา งคาํ ใบ เชน
- I carry this and put my wallet in it. (handbag)
- I wear these on my feet when I go diving. (flippers)

4. ประเมินผล
- ครปู ระเมนิ การเขา รวมกจิ กรรมทางภาษา โดยสังเกตความกระตือรือรน ความสนกุ สนาน และความพงึ พอใจ
ของนักเรยี น และใชเ กณฑผานระดับพอใช

กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณท างภาษา
- ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหัด ขอ A, B และ C ในหนังสือแบบฝกหัด New World 3 หนา 17-18 (ดูเฉลย
ทา ยเลม )

7. สื่อ/แหลงการเรยี นรู
1 1. หนังสอื เรยี น New World 3 หนา 26-27
2. หนงั สือแบบฝกหัด New World 3 หนา 17-18

8.3ช. ิ้นซงีดาบี นัน/ทกึภเาสรยี ะงงาน

-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด

9. เกณฑการประเมนิ ผลชิ้นงาน / ภาระงาน

นํ้าหนกั คะแนน ดีเยียม ดมี าก ดี พอใช ปรบั ปรุง

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝก หัดได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝก หดั ได ทําแบบฝกหดั ได ทาํ แบบฝกหดั ได

ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอยละ 70 รอยละ 60 นอ ยกวารอ ยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยางคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามมั่นใจ มีความมัน่ ใจ มคี วามมั่นใจ มคี วามมน่ั ใจ เสยี งชัดเจน และ
ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพูดอยา ง สามารถพูดอยา ง สามารถพูดได สามารถพดู ได สามารถพูดได
สนทนา ไดค ลอ งแคลวมี ไดคลองแคลว มี อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมนั่ ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสยี งชดั เจน และ มคี วามมนั่ ใจ มีความมั่นใจ เสียงชดั เจน และ
ถูกตอง รอ ยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสียงชัดเจน ออกเสยี งชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
100 80 รอ ยละ 59
ละ 70 ละ 60

10. การวดั ผลประเมินผล

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมิน
2.1 K ความถูกตอง ใบงาน รบู ิกสกอ
2.2 P รบู กิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตองการ ทดสอบอาน
อาน รบู กิ
สังเกตุ
2.3 A พฤติกรรมนักเรยี น

11. สรุปผลการจัดกจิ กรรม
11.1 บนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

11.2 ปญ หา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 ขอเสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .................................................ผูส อน
()
ตาํ แหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุมสาระการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
()

หัวหนากลุมสาระการเรียนรู. ........................

แผนการจัดการเรียนรู ภาคเรยี นท่ี 1
กลุมสาระ ภาษาตางประเทศ วชิ า ภาษาองั กฤษ (อ 23101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3
หนวยการเรยี นรทู ี่ 4 Going Shopping
เรอ่ื งหลัก/หัวเรื่อง Shopping เวลา 1 ชวั่ โมง
ครผู สู อน นางสาวปฐมาวดี กําบงั ภัย ตาํ แหนง ครู

ผลการเรยี นรู

นกั เรียนสามารถพดู ถาม-ตอบ บอกความรสู ึกและการกระทําทเี่ หมือนกนั ของคสู นทนาในซูเปอรมารเก็ตได
1. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1.1 ดา นความรู Knowlege
นักเรยี นสามารถคาํ ศัพทเ กี่ยวกับ การซื้อของ การใช Adverb of frequency และ โครงสรา งประโยค/

ไวยากรณ
- Count / Non-Count Nouns
- Expressions of Quantity

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นักเรียนสามารถเรียนรูเก่ียวกับการออกเสียงสระในพยางคท่ีไมออกเสียงเนนหนัก และการพูดโตตอบบอก

ความรสู กึ และการกระทาํ ทเี่ หมือนกันของคูสนทนา

1.2 ดานคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รักชาติ ศาสตร กษัตรยิ 
2. มวี นิ ยั
3. มงุ ม่ันในการทํางาน

2. จุดเนนสูการพัฒนาคณุ ภาพ
ความสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณ

และทักษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรางสรรคและนวตั กรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมือ การทาํ งานเปนทีม

และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการส่ือสารสารสนเทศ

และรูเทาทนั สื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นร)ู
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บูรณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บรู ณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกบั คานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
 บูรณาการโรงเรียนคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อืน่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคญั

หนวยการเรียนรนู ม้ี จี ดุ มุง หมายใหนักเรียนฟง โฆษณาสินคา พูดสนทนาเกย่ี วกับการจับจายซือ้
ของ อานบทอา นเกี่ยวกบั คนทจ่ี บั จา ยซื้อของมากเกินพอดี และเขียนเกยี่ วกบั งานอดิเรกท่บี ุคคลทั่วไปชอบ

ทาํ ในแตละประเทศ รวมทั้งหนา ท่ภี าษา โครงสรางประโยคและไวยากรณทีเ่ ปน พื้นฐานของกจิ กรรมการ
ฟง พดู อาน และเขยี นในหนวยการเรียนรนู ้ี

5. สาระการเรยี นรู

สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขาใจและตีความเรือ่ งทฟี่ งและอานจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยา ง
มีเหตผุ ล

ม 1.3 นําเสนอขอ มูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอื่ งตา งๆ โดยการ
ความรพู ดู และการเขยี น

- คาํ ศพั ท
กจิ กรรม Practice
- soccer (n.): a sport played by two teams of 11 players, who try to kick a round
ball into their opponents’ goal, football (กีฬาฟุตบอล)
- neither (adv.): used for showing that a negative statement also applies to someone
or something else (ไมใช)
- สาํ นวนภาษา
-
- หนาทภี่ าษา
- To talk about plans
- To agree with what someone has just said
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Information Questions with going to
- Agreeing with so… and neither…

6. กิจกรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)
1. นําเขา สูบทเรยี น

- ครทู บทวนคาํ ศัพทในกจิ กรรม New Language ที่เรยี นในชั่วโมงทแี่ ลว โดยใหน กั เรียนออกเสยี งคําศัพทคน
ละ 1 คาํ ครูเขยี นคาํ ศัพททีน่ ักเรียนออกเสยี งบนกระดาน

2. แจง จดุ ประสงคการเรียนรู
- ครูบอกนักเรียนวา ในหนวยการเรียนรูนี้นักเรียนจะไดเรียนรเู ก่ียวกับการออกเสียงสระในพยางคท่ีไมออกเสียง
เนน หนกั และการพดู โตตอบบอกความรสู ึกและการกระทําท่ีเหมือนกนั ของคูส นทนา

กจิ กรรม Pronunciation
1. ลดเสียงสระในพยางคท ี่ไมออกเสยี งหนกั

- ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม Pronunciation ในหนังสือเรียน หนา 27 ใหนักเรียนสังเกตการออกเสียงสระใน
พยางคท่ีไมออกเสียงหนัก เสียงสระนั้นจะถูกลดเสยี งเปน /ə/ or /ɪ/ ชวยใหการพูดและการออกเสียงเปน
ธรรมชาตมิ ากขึน้

- ครูเปดซดี ีบันทึกเสยี ง CD 1 Track 24 ใหนักเรียนฟงและช้ีคาํ ศัพทท่ีไดยิน
- ครเู ปดซีดบี นั ทึกเสยี ง CD 1 Track 24 อีกคร้งั ครใู หน กั เรยี นออกเสยี งคาํ ศัพทพรอมกันกับเสียงทไ่ี ดย ินจากซดี ี

บันทึกเสยี ง
- ครูใหน กั เรียนจบั คูและอานออกเสียงคําศัพท ในกิจกรรม Pronunciation ครูเดนิ ดรู อบหองเรียนและคอย

กาํ กับการออกเสียงคาํ ศัพทของนักเรียน

กิจกรรม Practice
1. พูดถาม-ตอบบอกความรูสกึ และการกระทาํ ทเ่ี หมือนกนั ของคสู นทนา

- ครูใหน กั เรยี นทาํ กจิ กรรม Practice ในหนังสอื เรยี น หนา 27 โดยครูเปดซีดบี ันทกึ เสยี ง CD 1 Track 25 ให
นักเรียนฟงและช้ปี ระโยคท่ไี ดยนิ

- ครูเปดซีดบี นั ทึกเสียง CD 1 Track 25 อกี คร้ัง ใหน ักเรยี นฟงและพูดตามบทสนทนา
- ครพู ูดโตตอบตามบทสนทนาท้ังหมดเปนตวั อยาง โดยพดู คนเดยี วกอนแลวพูดโตตอบกบั นักเรียน ครู

กาํ หนดใหคนหน่งึ พูดในบทบาทของ A และอีกคนหนึง่ พูดในบทบาทของ B
- ครูสรางแบบอยางของการพดู โตต อบตามบทสนทนาที่ 1 อีกคร้งั หนึ่ง คร้ังนี้ครูใชค ําศัพทในกิจกรรม New

Language เปนพืน้ ฐานในการต้ังคาํ ถามดวย to be going to และใหนกั เรียนตอบ ดังตัวอยา งตอไปนี้
T: What are you going to buy mom for her birthday?
S: I’m going to buy her a scarf.
- ครูสรา งแบบอยา งของการพดู โตต อบตามบทสนทนาท่ี 2 ครงั้ น้คี รพู ูดคํากลา วเปน ปฏิเสธ ใหนักเรียนตอบรบั
เหน็ ดวย โดยการใช Neither… ดงั ตวั อยางตอไปนี้
T: I love tennis
S: So do I.
T: But I don’t like diving.
S: Neither do I.
- ครูใหน กั เรียนจบั คฝู กถาม-ตอบ ตามแบบอยางบทสนทนาท่ี 1 และ 2 โดยใชคําศัพททีห่ ลากหลาย
2. ประเมนิ ผล
- ครูประเมินการพูดโตตอบของนักเรียนแตละคูโดยใชแบบประเมินการสนทนากิจกรรมคู และใชเกณฑผาน
ระดบั พอใช

กจิ กรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณทางภาษา
-

7. สื่อ/แหลงการเรยี นรู
1. หนังสือเรยี น New World 3 หนา 27
2. ซดี ีบันทกึ เสียง
3. เครื่องเลนซีดี

8.3ช. ิ้นซงดี าีบนนั /ทกึภเาสรียะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หดั

9. เกณฑการประเมนิ ผลชิน้ งาน / ภาระงาน

นา้ํ หนกั คะแนน ดีเยยี ม ดีมาก ดี พอใช ปรบั ปรงุ

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหัดได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝกหัดได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หัดได

ถูกทุกขอ รเู อยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอ ยกวา รอ ยละ

59

ทดสอบอาน สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได สามารถอานได
อยา งคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก
มคี วามมั่นใจ มคี วามมน่ั ใจ มคี วามมน่ั ใจ มคี วามมัน่ ใจ เสียงชดั เจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชัดเจน ออกเสยี งชัดเจน ถูกตอง นอ ยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยา ง สามารถพดู อยา ง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพดู ได
สนทนา ไดคลอ งแคลวมี ไดค ลอ งแคลวมี อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก ความมน่ั ใจ ออก ความมั่นใจ ออก
เสยี งชัดเจน และ เสียงชัดเจน และ มคี วามมั่นใจ มีความม่นั ใจ เสยี งชัดเจน และ
ออกเสยี งชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน

ถูกตอง รอ ยละ ถกู ตอง รอ ยละ และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย ถูกตอง นอยกวา
100 80 ละ 70 ละ 60 รอยละ 59

10. การวัดผลประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑการประเมิน
2.1 K ความถกู ตอง ใบงาน รูบิกสกอ
2.2 P รูบกิ สกอ
ตรวจสอบความถูกตอ งการ ทดสอบอา น
2.3 A อาน รูบกิ
สงั เกตุ
พฤติกรรมนักเรยี น

11. สรปุ ผลการจดั กิจกรรม
11.1 บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

11.2 ปญหา/อปุ สรรค และแนวทางแกไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .................................................ผูสอน
()
ตาํ แหนง .........................

12. ความเหน็ ของหัวหนากลุมสาระการเรยี นรู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ .................................................
()

หัวหนากลุมสาระการเรยี นรู.........................

แผนการจดั การเรยี นรู ภาคเรยี นที่ 1
กลมุ สาระ ภาษาตางประเทศ วิชา ภาษาอังกฤษ (อ 23101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 3
หนว ยการเรยี นรูท่ี 4 Going Shopping
เรือ่ งหลัก/หัวเรอื่ ง Shopping เวลา 1 ชว่ั โมง
ครูผูสอน นางสาวปฐมาวดี กําบังภยั ตําแหนง ครู

ผลการเรียนรู

นักเรียนสามารถตอบคําถามจากการฟงและอานบทสนทนาเกีย่ วกบั การพดู ใหคําแนะนําได

1. จุดประสงคก ารเรียนรู
1.1 ดา นความรู Knowlege

นกั เรยี นสามารถคําศพั ทเกย่ี วกบั และ โครงสรางประโยค/ไวยากรณ
Agreeing with so… and neither…

ดา นทกั ษะ/กระบวนการ Process
นักเรยี นสามารถตอบคําถามจากการฟงและอา นบทสนทนาเกย่ี วกบั การพดู ใหคาํ แนะนําได

1.2 ดา นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค Attitude
1. รกั ชาติ ศาสตร กษัตรยิ 
2. มวี นิ ยั
3. มุงม่นั ในการทาํ งาน

2. จุดเนนสูการพัฒนาคุณภาพ

ความสามารถและทักษะของผเู รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs * 8Cs)
□ R1–Reading (อา นออก)  R2–(W)Riting (เขยี นได) □ R3–(A)Rithmetics (คดิ เลขเปน)
 C1–Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณ

และทักษะในการแกป ญ หา)
□ C2–Creativity and Innovation (ทักษะดา นการสรางสรรคและนวตั กรรม)
 C3–Cross-cultural Understanding (ทักษะดานความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
□ C4–Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรว มมือ การทาํ งานเปนทีม

และภาวะผนู าํ )
□ C5–Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา นการส่ือสารสารสนเทศ

และรูเทาทนั สื่อ)
□ C6–Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ

และการสื่อสาร)
□ C7–Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นร)ู
 C8–Compassion (ความมีเมตตากรุณา วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม)
3. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
□ บูรณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School) รายวิชา IS....
□ บรู ณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
□ บูรณาการกบั คานิยม 12 ประการ ขอที่ 1,3,4,8
 บูรณาการโรงเรยี นคุณธรรม
□ บรู ณาการหลักธรรม “สงั คหวตั ถุ 4”
□ บรู ณาการขามกลมุ สาระการเรียนรู (ระบุ)..................................................................
□ อืน่ ๆ (ระบุ)........................................................................................

4. สาระสําคญั

หนวยการเรียนรนู ม้ี จี ดุ มุง หมายใหนักเรียนฟง โฆษณาสินคา พูดสนทนาเกย่ี วกับการจับจายซือ้
ของ อานบทอา นเกี่ยวกบั คนทจ่ี บั จา ยซื้อของมากเกินพอดี และเขียนเกยี่ วกบั งานอดิเรกท่บี ุคคลทั่วไปชอบ

ทาํ ในแตล ะประเทศ รวมทัง้ หนา ท่ภี าษา โครงสรางประโยคและไวยากรณท่ีเปนพืน้ ฐานของกิจกรรมการ
ฟง พดู อาน และเขียนในหนวยการเรียนรูน้ี

5. สาระการเรียนรู

สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 3.3 เขาใจและตคี วามเรอ่ื งท่ฟี งและอา นจากสอ่ื ประเภทตา งๆ และแสดงความคิดเห็นอยา ง
มีเหตผุ ล

ม 1.3 นําเสนอขอมูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตางๆ โดยการพดู
และการเขียน

ความรู

- คาํ ศัพท
กจิ กรรม Conversation
- arrival (n.): a thing that comes to a place (การมาถึง)
- window shopping (n.): shopping and looking at items without any intention of
buying them
(การเทีย่ วเดินดูของตามหนา ราน แตไ มซ้ือ)
- สาํ นวนภาษา
กจิ กรรม Conversation
- kind of หมายถึง คอนขาง เปนสํานวนที่ใชใ นประโยคเพ่อื ใหความหมายท่ีส่ือออกไปฟงดูไมรุนแรงหรือ
หยาบคาย อาจใช kinda (ยอ มาจาก kind of) หรือ sort of เพอ่ื ฟงดูเปน กนั เองมากขึ้น ซง่ึ มคี วามหมาย
ในทํานองเดยี วกัน
- หนาท่ีภาษา
- To talk about shopping
- โครงสรา งประโยค/ไวยากรณ
- Agreeing with so… and neither…

6. กิจกรรมการเรยี นรู (แบบ Active Learning)

1กจิ กรรม Conversation
1. นําเขา สบู ทเรยี น

- ครูนํานักเรียนเขาสูกิจกรรม Conversation ดวยคําถามตอไปน้ี และคําตอบของนักเรียนท่ีไดอาจ
หลากหลายตามกจิ กรรมตาง ๆ ที่นกั เรียนสนใจ

- Do you usually feel bored?
- What do you do when you feel bored?

2. แจง จุดประสงคการเรยี นรู
- ครูบอกนักเรยี นวา ในหนว ยการเรียนรนู ีน้ กั เรียนจะตองตอบคําถามจากการฟง และอา นบทสนทนาเก่ยี วกับ
การพูดใหค าํ แนะนาํ เมื่อเพ่ือนรูสกึ เบือ่

3. ฟงและอานบทสนทนา
- ครบู อกนักเรยี นวาจะไดฟงบทสนทนาของวัยรนุ 2 คน พูดคุยเกี่ยวกับการพดู ใหคําแนะนาํ เมือ่ เพื่อนรูสกึ เบื่อ
- ครูใหนักเรียนชวยกันอภิปรายวา นักเรียนรูสึกเบ่ือบอยหรือไม และจะทํากิจกรรมอะไรเม่ือรูสึกเบื่อ ครูกระตุน
ใหน ักเรยี นแบง ปนความคิดกันในหอ งเรียน
- ครใู หนกั เรียนดภู าพประกอบบทสนทนาในกิจกรรม Conversation ในหนังสือเรยี น หนา 28 ภาพบน และให
นกั เรียนนกึ วาเคยมีประสบการณแบบในภาพบา งหรือไม และนักเรยี นตดั สนิ ใจทําอะไร จากภาพใหน กั เรียน
ลองคดิ วาวยั รนุ 2 คนทําอะไรบาง
- ครูเปดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 26 ใหนักเรียนฟงโดยไมเปดหนังสือเรียน และถามนักเรียนเกี่ยวกับบท
สนทนาทีฟ่ ง
- ครเู ปดซดี ีบนั ทึกเสยี ง CD 1 Track 26 อีกคร้งั ใหน กั เรียนฟงและอานตามในใจ
- ครูบอกใหนักเรียนดูกิจกรรม About the Conversation ในหนังสือเรียน หนา 28 โดยใหนักเรียนอาน
ประโยคคําถามแตละขอดัง ๆ นักเรียนจับคูชวยกันตอบคําถาม และเฉลยคําตอบแตละขอกับเพ่ือนในชั้น
เรยี น (ดเู ฉลยทายเลม )
- ขณะอานบทสนทนา อาจมีนักเรียนบางคนไมทราบความหมายของคําศัพทบางคํา ใหครูอธิบายเพ่ิมเติมให
นักเรยี นฟง
- ครูใหนกั เรยี น 2 คน อาสาออกมาแสดงบทบาทการสนทนาหนาชน้ั เรยี น โดยใหน กั เรียนฝก ใชภ าษาทา ทาง
และการออกเสียงสูง-ตํา่ ขณะสนทนาใหเ หมอื นกับการสนทนาจริง
- ครูใหน กั เรยี นท้ังหองจับคูสนทนา ครูเดินดูขณะนักเรียนฝกพดู สนทนา

4. ประเมินผล
- ครูประเมินผลการฟงและอานบทสนทนาจากจํานวนคําตอบที่ถูกตองในกิจกรรม About the
Conversation โดย ใชเกณฑผ า นรอ ยละ 70

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท างภาษา
-

7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
1. หนังสือเรยี น New World 3 หนา 28
2. ซีดีบันทึกเสยี ง
3. เครือ่ งเลน ซีดี

8.3ช. นิ้ ซงีดาบี นัน/ทกึภเาสรียะงงาน
-ใบงาน - บทนาสนทนา - แบบฝก หัด

9. เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน

นํา้ หนกั คะแนน ดีเยียม ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง

5432 1

ใบงาน ทาํ แบบฝกหดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทําแบบฝก หดั ได ทาํ แบบฝก หัดได ทาํ แบบฝก หัดได

ถกู ทุกขอ รูเอยละ 80 รอ ยละ 70 รอ ยละ 60 นอยกวารอ ยละ

59

ทดสอบอา น สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอา นได สามารถอานได สามารถอา นได
อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความมั่นใจ ออก
มีความมั่นใจ มคี วามมั่นใจ มีความม่ันใจ มคี วามมั่นใจ เสยี งชดั เจน และ
ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ออกเสยี งชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ถกู ตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย และถูกตอ ง รอย และถูกตอง รอย
รอยละ 59
ละ 100 ละ 80 ละ 70 ละ 60

แบบทดสอบการ สามารถพดู อยาง สามารถพูดอยา ง สามารถพูดได สามารถพูดได สามารถพดู ได
สนทนา ไดคลอ งแคลว มี ไดคลองแคลวมี อยางคลองแคลว อยา งคลองแคลว อยางคลองแคลวมี
ความม่ันใจ ออก ความมน่ั ใจ ออก ความม่ันใจ ออก
เสียงชัดเจน และ เสียงชดั เจน และ มีความม่นั ใจ มคี วามมั่นใจ เสียงชัดเจน และ
ถูกตอง รอยละ ถูกตอง รอ ยละ ออกเสียงชดั เจน ออกเสียงชดั เจน ถูกตอง นอยกวา
และถูกตอ ง รอย และถูกตอ ง รอย
100 80 รอยละ 59
ละ 70 ละ 60


Click to View FlipBook Version