The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru Kwansuda, 2024-03-20 10:33:34

คู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ

คู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ

1


ก คำนำ คู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการจัดการเรียนการสอนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยเน้นการฝึกทักษะการอ่าน เพื่อความเข้าใจและคำศัพท์ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคำศัพท์ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ข้อมูลส่วนตัว งานอดิเรก การซื้อของ สถานที่ การเดินทาง และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น อีกทั้งยังมุ่งพัฒนา ทักษะการเชื่อมโยงทางความรู้กับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการจัดประสบการณ์ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติด้วยตนเอง ด้วยการฝึกทักษะการสื่อสารที่มีความหลากหลายและพบได้ใน ชีวิตประจำวัน นอกจากจะเป็นการพัฒนาสื่อประกอบการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษแล้ว ยังใช้ใน การจัดกระบวนการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียน โดยตรง กล่าวคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษสูงขึ้น มีระดับคุณลักษณะอันพึงประสงค์สูงขึ้น และมีเจตคติที่ดีในการเรียนรู้ต่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ด้วย คู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 เล่มนี้ ประกอบด้วยจุดประสงค์ของการจัดทำแบบฝึกเสริมทักษะ การวิเคราะห์หลักสูตร คำชี้แจงการใช้ แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ บทบาทของครู บทบาทของนักเรียน การจัดชั้นเรียน แผนการจัดการเรียนรู้แบบบันทึกผลการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินความพึงพอใจ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจเล่มนี้ จะมีประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียนที่มีปัญหาทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเพื่อความเข้าใจ รวมไปถึงเป็นการรวบรวมสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เป็นการเตรียม ความพร้อมและประสบการณ์สำคัญให้กับนักเรียนเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทาง สังคมและเศรษฐกิจที่สมาคมอาเซียนได้มีการเปิดเสรีทางการค้า อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานในการเรียนในระดับสูงต่อไป ขวัญสุดา ประยาว


ข สารบัญ เรื่อง หน้า จุดประสงค์ของการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 1 การวิเคราะห์หลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 2 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 3 คำอธิบายรายวิชา 4 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ 5 กำหนดการสอนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 6 ขอบเขตเนื้อหาในการจัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 7 โครงสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 8 คำชี้แจงการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 9 การจัดชั้นเรียน 11 แนวทางการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ 11 การดำเนินการสอน 13 โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 14 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ (ก่อนเรียน) 15 แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 25 ผังมโนทัศน์ Lesson 1 My Birthday Party 26 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 My birthday party 27 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 Invitation to Lisa’s 10th birthday lunch party 45 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 A Memorable Birthday Celebration 57 ผังมโนทัศน์ Lesson 2 My hobby 75 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 My hobby 76 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 Hobby Survey 94 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 Our hobbies and interests 106 ผังมโนทัศน์ Lesson 3 Journey by BTS Skytrain 123 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 Journey by BTS Skytrain 124 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 BTS Skytrain 141 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 Let's get to know the Skytrain 153


ค สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า ผังมโนทัศน์ Lesson 4 Life at Khlong Toei Market 171 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 Life at Khlong Toei Market 172 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 How to prepare for Khlong Toei Market 189 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 At the Local Market 200 ผังมโนทัศน์ Lesson 5 PM 2.5 air pollution 219 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 PM 2.5 air pollution 220 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 Tips for coping with PM 2.5 237 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 Easy tips for long term prevention PM 2.5 dust 248 - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 PM 2.5 dust 260 สื่อประกอบการจัดการเรียนการสอน 279 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ (หลังเรียน) 280 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 291 บรรณานุกรม 292


1 จุดประสงค์ของการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 1. เพื่อสร้างสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3. เพื่อส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 การวิเคราะห์หลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ ภาษาต่างประเทศ สื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาต่อ ในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอด ความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ ประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้ • ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง -พูด -อ่าน -เขียน แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็น ตีความ นำเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและความคิดเห็น ในเรื่องต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอย่างเหมาะสม • ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาต่างประเทศตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาความสัมพันธ์ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับวัฒนธรรมไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม • ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยง ความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน • ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ชุมชน และสังคมโลกเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก วิสัยทัศน์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลเมืองโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะ พื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพมุ่งสู่อาเซียน


2 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจน การเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกัน ในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้าน ต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ดังนี้ 1. รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง


3 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่าง มีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสารความคิดรวบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก


4 คำอธิบายรายวิชา วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน รหัสวิชา อ15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่5 เวลา 120 ชั่วโมง ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่าย ๆ ที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆถูกต้องตามหลักการอ่าน วาดภาพ บอกสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมาย ของประโยคและข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ หรือเรื่องสั้น ๆ พูด/ เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล พูด/เขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัวและเรื่องใกล้ตัว แสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่อง ต่าง ๆ ใกล้ตัวและกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ แสดงความต้องการขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ ใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต และให้คำแนะนำง่าย ๆ พูด/เขียนพูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่อง ใกล้ตัว พูดแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผังและแผนภูมิแสดงข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ฟัง หรืออ่าน พูดถ้อยคำ น้ำเสียง และกริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคำถาม/ บอกความสำคัญของเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา เข้าร่วม กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และงานฉลองของเจ้าของภาษากับของไทย บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ ใช้เครื่องหมายวรรคตอน และลำดับคำ (order) ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศ และ ภาษาไทย ค้นคว้า รวบรวม คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น นำเสนอด้วยการพูด/เขียน ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ฟัง พูด อ่านและเขียน ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา โดยใช้กระบวนการทักษะทางภาษา การฟัง พูด อ่าน เขียน ได้อย่างถูกต้อง และการใช้ภาษาท่าทาง รูปแบบ พฤติกรรมการสื่อสารของเจ้าภาษา กระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง/พูด ถามตอบ และสนทนาโต้ตอบ เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ทางภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการรวบรวมความรู้และแสวงหาความเพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้เรียนมีความสุขและเข้าใจในวัฒนธรรมและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดภาวะ การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มีวาทศิลป์และมารยาท ในการพูด กล้าแสดงออก มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนเพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนภาษาอังกฤษในระดับสูง รหัสตัวชี้วัด ต 1.1 ป5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ต 1.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 ต 1.3 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ต 2.1 ป5/1 ป.5/2 ป.5/3 ต 2.2 ป.5/1 ป.5/2 ต 3.1 ป.5/1 ต 4.1 ป.5/1 ต 4.2 ป.5/1 รวมทั้งหมด 20 ตัวชี้วัด


5 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ 15101 ชื่อรายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลาเรียน 120 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 100 คะแนน อัตราส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับคะแนนปลายภาคเรียน 70/30 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชั่วโมง) น้ำหนักคะแนน ระหว่างเรียน ปลายภาค 1 At the Weekend 9 10 3 2 Reading for comprehension Lesson 1 My Birthday Party Lesson 2 My Hobby Lesson 3 Journey by BTS Skytrain Lesson 4 Life at Khlong Toei Market Lesson 5 PM 2.5 Air Pollution 16 3 3 3 3 4 10 5 3 Comparing Animals 16 10 5 4 Rules 15 10 3 5 Feelings 15 5 2 6 Countries and Food 17 10 5 7 Being Healthy 14 5 2 8 My Future 16 10 5 ระหว่างเรียน 118 ปลายภาคเรียน 2 สัดส่วนคะแนนวัดผลระหว่างเรียน 70 สัดส่วนคะแนนวัดผลปลายภาคเรียน 30 รวมทั้งปีการศึกษา 120 100


6 กำหนดการสอนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ แบบฝึกเสริมทักษะ วันที่สอน เนื้อหา/กิจกรรม เวลา (ชั่วโมง) ทดสอบก่อนเรียน 29 พ.ค. 2563 - แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ - ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน 30 ข้อ 1 เล่มที่ 1 My Birthday Party 1 มิ.ย. 2563 - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre - test) - Reading 1 A Birthday Party - Activity 1-3 1 2 มิ.ย. 2563 - Reading 2 Invitation to Lisa’s 10th birthday lunch party - Activity 4-5 1 5 มิ.ย. 2563 - Reading 3 A Memorable Birthday Celebration - Activity 6-7 - ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post - test) 1 เล่มที่ 2 My Hobby 8 มิ.ย. 2563 - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre - test) - Reading 1 My hobby - Activity 1-3 1 9 มิ.ย. 2563 - Reading 2 Hobbies Survey - Activity 4-5 1 12 มิ.ย. 2563 - Reading 3 Our interests and hobbies - Activity 6-7 - ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post - test) 1 เล่มที่ 3 Journey by BTS Skytrain 15 มิ.ย. 2563 - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre - test) - Reading 1 Journey by BTS Skytrain - Activity 1-2 1 16 มิ.ย. 2563 - Reading 2 BTS Skytrain - Dos and Don’ts of riding the BTS Skytrain - Activity 3-4 1 19 มิ.ย. 2563 - Reading 3 Let’s get to know the Skytrain - Activity 5-6 - ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post - test) 1


7 เล่มที่ 4 Life at Khlong Toei Market 22 มิ.ย. 2563 - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre - test) - Reading 1 Life at Khlong Toei Market - Activity 1-2 1 23 มิ.ย. 2563 - Reading 2 How to prepare for Klong Toei Market - Activity 3-4 1 26 มิ.ย. 2563 - Reading 3 At the Local Market - Activity 5-6 - ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) 1 เล่มที่ 5 PM 2.5 Air Pollution 29 มิ.ย. 2563 - ทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre - test) - Reading 1 PM 2.5 Air Pollution - Activity 1-2 1 30 มิ.ย. 2563 - Reading 2 Tips for coping with PM 2.5 - Activity 3-4 1 3 ก.ค. 2563 - Reading 3 Easy tips for long term prevention PM 2.5 dust - Activity 5-6 1 6 ก.ค. 2563 - Reading 4 PM 2.5 dust - Activity 7 - ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post - test) 1 ทดสอบหลังเรียน 7 ก.ค. 2563 - ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน 30 ข้อ - ทำแบบประเมินความพึงพอใจ 1 หมายเหตุ: การทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อน-หลังเรียน 30 ข้อไม่นับรวมชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาในการจัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ เนื้อหาที่ใช้ในการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และคู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ ผู้รายงานกำหนดเนื้อหาให้สอดคล้องกับมาตรฐาน การเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดช่องลม ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งมีขอบเขตเนื้อหา ดังนี้ เล่มที่ 1 เรื่อง My Birthday Party เล่มที่ 2 เรื่อง My Hobby เล่มที่ 3 เรื่อง Journey by BTS Skytrain เล่มที่ 4 เรื่อง Life at Khlong Toei Market เล่มที่ 5 เรื่อง PM 2.5 Air Pollution


8 โครงสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 1. คู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสำหรับครู ประกอบด้วย 1.1 คำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 ประกอบด้วย - วัตถุประสงค์ของการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 - การวิเคราะห์หลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) - โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ - กำหนดการสอนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 - ขอบเขตเนื้อหาในการจัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 - โครงสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 - โครงสร้างทางเนื้อหาของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 - การใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 - รูปแบบการจัดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 - การจัดชั้นเรียน - บทบาทของครูผู้สอน - บทบาทของผู้เรียน 1.2 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนและเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 1.3 แบบบันทึกการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย - แบบบันทึกคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน - แบบบันทึกคะแนนกิจกรรมในแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละเล่ม - แบบบันทึกการสังเกตุและประเมินพฤติกรรมรายบุคคล 1.4 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5


9 2. แบบฝึกเสริมทักษะสำหรับนักเรียน ประกอบด้วย 2.1 คำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน 2.2 สาระ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 2.3 สาระสำคัญ และ จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.4 ขั้นตอนการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 2.5 ผังมโนทัศน์แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 2.6 แบบทดสอบก่อนเรียน 2.7 กิจกรรมฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 2.8 แบบทดสอบหลังเรียน 2.9 เฉลยแบบทดสอบ 2.10 แบบบันทึกคะแนนกิจกรรมระหว่างเรียน คำชี้แจงการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการสอนด้วยการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจแต่ละชุดครูผู้สอนควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ศึกษารายละเอียด คำชี้แจง คำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความเข้าใจ 2. ศึกษาเนื้อหา ขั้นตอนการสอน แผนการจัดการเรียนรู้สำหรับแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละเล่ม ตลอดจนกิจกรรมทุกกิจกรรมในแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละเล่ม เพื่อจะได้เตรียมการสอน และดำเนินการสอน ตามแผน การจัดการเรียนรู้นั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เตรียมสื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ตามที่ระบุในแผนการจัดการเรียนรู้ ระบุ ตรวจสอบจำนวนสื่อให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน และความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ และผู้สอนควรเตรียมให้มากกว่าของจำนวนที่ต้องใช้ในแต่ละครั้ง 4. ศึกษาบทบาทครูผู้สอน 4.1 ศึกษาคู่มือการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ แผนการจัดการเรียนรู้ การจัดชั้นเรียน การวัดและประเมินผลให้เข้าใจถูกต้องและชัดเจน 4.2 เตรียมสื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมตามที่ระบุไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ 4.3 ศึกษาเนื้อหาและกิจกรรมในแบบฝึกเสริมทักษะ โดยละเอียด 4.4 ดำเนินการจัดกิจกรรมตามลำดับขั้นตอน และจัดให้ครบตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้กิจกรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและบรรลุตามจุดประสงค์ 4.5 ก่อนลงมือทำกิจกรรมทุกครั้ง ครูต้องอธิบายชี้แจงและให้นักเรียนอ่านคำชี้แจงในการทำ กิจกรรมให้เข้าใจชัดเจน แล้วลงมือทำกิจกรรมตามขั้นตอน ครูควรดูแลนักเรียนในการปฏิบัติกิจกรรมอย่าง ใกล้ชิด จึงจะทำให้การจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจบรรลุเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ


10 4.6 ครูควรกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เพื่อเป็นการฝึกให้นักเรียน มีความเข้าใจตนเอง และรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น กล้าแสดงออก มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และคอย สังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนและคอยช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา 4.7 ประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมและแบบทดสอบประจำหน่วยการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนทำทีละเล่มให้เสร็จก่อน แล้วครูตรวจให้คะแนนแล้วบันทึกผลการประเมินตามแบบที่กำหนด ทุกครั้งที่มีการตรวจกิจกรรม ครูต้องส่งผลการประเมินย้อนกลับให้ผู้เรียนทราบทันที พร้อมทั้งแนะนำว่า นักเรียนควรปรับปรุงตรงจุดใด หรือกล่าวชมเชยเมื่อนักเรียนทำได้ดีหรือถูกต้อง 4.8 เมื่อการทำกิจกรรมสิ้นสุดลง ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปและให้ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ ผลการทำแบบฝึกเสริมทักษะ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน 4.9 นำผลการประเมิน ไปพัฒนาและแก้ไขในการจัดประสบการณ์ครั้งต่อไป 5. สิ่งที่ครูต้องเตรียม ครูต้องเตรียมสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแบบฝึกเสริมทักษะวิชาภาษาอังกฤษ ให้ครบตามที่ระบุไว้ในคู่มือ การใช้แบบฝึกเสริมทักษะ ดังนี้ 5.1 แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 5 เล่ม เล่มที่ 1 เรื่อง My Birthday Party เล่มที่ 2 เรื่อง My Hobby เล่มที่ 3 เรื่อง Journey by BTS Skytrain เล่มที่ 4 เรื่อง Life at Khlong Toei Market เล่มที่ 5 เรื่อง PM 2.5 Air Pollution 5.2 วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการจัดกิจกรรม ที่ระบุไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ 5.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 5.4 แบบบันทึกการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 5.5 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6. บทบาทของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ประโยชน์สูงสุดในการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะเล่มนี้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ นักเรียนควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด 6.1 นักเรียนต้องอ่านผลการเรียนรู้ที่คาดหวังก่อนลงมือปฏิบัติกิจกรรมในแบบฝึกเสริมทักษะ 6.2 นักเรียนต้องทำแบบทดสอบก่อนเรียนแล้วตรวจและบันทึกคะแนนไว้ที่ท้ายเล่ม 6.3 นักเรียนควรมีสมาธิและความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ในขณะทำแบบทดสอบและทำกิจกรรมไม่ ควรเปิดดูเฉลยคำตอบก่อนจนกว่านักเรียนจะทำแบบฝึกเสริมทักษะจนเสร็จจึงเปิดดูเฉลย


11 6.4 นักเรียนควรทำความเข้าใจว่าแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจชุดนี้ เน้นทักษะการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน ดังนั้น เมื่อนักเรียนต้องเขียนจึงควรเขียนตอบให้ครบถ้วน และควรเขียนด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อย อ่านง่าย 6.5 ทุกครั้งที่จบกิจกรรมการเรียนการสอนต้องนำแบบฝึกเสริมทักษะส่งที่ครูผู้สอนทันที 6.6 เมื่อศึกษาแบบฝึกพัฒนาทักษะจบแล้วให้ทำแบบทดสอบหลังเรียนและตรวจคำตอบจากเฉลย แล้วนำผลคะแนนที่ได้ไปเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน การจัดชั้นเรียน ในการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปกตินักเรียนจะนั่งเป็นแถว แต่เมื่อมีกิจกรรมกลุ่มก็จะมีการจัดโต๊ะนั่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 – 5 คน จะมีจำนวนกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนในแต่ละห้อง และเมื่อทำกิจกรรมกลุ่มเสร็จ เรียบร้อยแล้ว แต่ละกลุ่มจะแยกนั่งเดี่ยวเป็นแถวเช่นเดิม การจัดห้องเรียนแบบรายบุคคล การจัดห้องเรียนแบบกลุ่ม แนวทางการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีการวัดและประเมินผล 3 ระยะ ดังนี้ 1. การวัดและประเมินความพร้อมของนักเรียน การวัด และประเมินผลแบบนี้ เป็นการวัด และประเมินความรู้พื้นฐานเดิม ที่จะใช้เรียนเรื่องใหม่ เป็นการวัดก่อนเรียนเนื้อหาใหม่ มี 2 รูปแบบ คือ การวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยผู้สอนให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อน เรียน จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นข้อสอบที่ครอบคลุมกับเนื้อหา และอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การทดสอบ ก่อนเรียนประจำแบบฝึกเสริมทักษะ ซึ่งจะทำการทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละเรื่อง เพื่อวิเคราะห์ความรู้พื้นฐานเดิมของผู้เรียนในแต่ละเรื่อง โดยใช้แบบทดสอบปรนัยชนิด 4ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ ซึ่งการทดสอบก่อนเรียนมุ่งเน้นการประเมินผู้เรียนในเรื่องที่จะสอน เพื่อตรวจสอบความรู้และทักษะ ของนักเรียน ในเรื่องที่จะเรียน ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำไปเปรียบเทียบกับผลการเรียนหลังจากที่ได้เรียนรู้ด้วย นวัตกรรมที่สร้างขึ้น หรือกิจกรรมการเรียนการสอนที่ครูจัดให้ เพื่อดูการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน ว่าเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ครู ครู


12 2. การวัดและประเมินผลระหว่างเรียน เป็นการวัดผลและประเมินผลที่มุ่งตรวจสอบพัฒนา การของนักเรียน ว่าบรรลุตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังตามแผนการจัดการเรียนรู้หรือไม่ ผลการประเมิน ช่วยในการปรับปรุง แก้ไข และส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาสูงสุดตามศักยภาพ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาเป็น ข้อมูลในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ซึ่งมีแนวในการดำเนินการวัดผลดังนี้ - ประเมินจากการปฏิบัติกิจกรรมในแบบฝึกเสริมทักษะ - ประเมินด้วยการตอบคำถาม การแสดงความคิดเห็น - ประเมินตามสภาพจริง ประเมินจากงานหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติจริง - ประเมินจากแฟ้มสะสมงาน ชิ้นงานหรือกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย - ประเมินจากการทดสอบย่อยในแบบฝึกเสริมทักษะ 3. การวัดและประเมินผลหลังเรียน เป็นการวัดและประเมินผลเพื่อตรวจสอบความสำเร็จ ของผู้เรียน และเป็นการประเมินผลเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการประเมินก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบ พัฒนาการทางการเรียนรู้ของผู้เรียนว่าเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด บรรลุตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังหรือไม่ ในการศึกษาครั้งนี้ได้ดำเนินการการวัดและประเมินผลหลังเรียน 2 รูปแบบเช่นเดียวกันกับการวัด และประเมินผลก่อนเรียน โดยผู้สอนให้นักเรียนทำการทดสอบหลังเรียนเรียนประจำแบบฝึกเสริมทักษะ ซึ่งจะทำการทดสอบหลังเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละเรื่อง เพื่อวิเคราะห์ความรู้ของผู้เรียนในแต่ละเรื่อง ที่เรียนผ่านมา โดยใช้แบบทดสอบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ และอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจเป็นแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นข้อสอบที่ครอบคลุมกับเนื้อหาทั้งหมดใช้ข้อสอบคนละชุดที่เป็นแบบทดสอบคู่ขนานกันกับแบบทดสอบก่อนเรียน ตารางแสดงการวัดและประเมินผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ความรู้ความเข้าใจ (ตรวจแบบทดสอบ/ กิจกรรม และสังเกต พฤติกรรมการเรียนรู้) ทักษะกระบวน การทำงาน (สังเกตพฤติกรรมจาก การปฏิบัติกิจกรรม) ทักษะทางภาษา (สังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์(สังเกต พฤติกรรม การเรียนรู้) 1. การทำแบบทดสอบ 2. การทำกิจกรรม 3. การตอบคำถาม 1. การวางแผนการทำงาน 2. การสื่อสาร การสื่อ ความหมาย และการนำเสนอ 3. การเชื่อมโยงความรู้ 4. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 1. การใช้ภาษาในการตอบ คำถามถูกต้องและตอบ คำถามได้คล่องแคล่ว 2. การทำกิจกรรมได้อย่าง ถูกต้อง ครบถ้วนและ สร้างสรรค์ 1. มีระเบียบวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. ซื่อสัตย์ 5. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การตรวจและบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ มีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้ 1. ตรวจกระดาษคำตอบ ตรวจกิจกรรม และสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 2. บันทึกคะแนนลงในแบบบันทึกการประเมิน


13 3. หาค่าเฉลี่ย ของการทำแบบฝึกเสริมทักษะแต่ละชุด วัดผลเป็นร้อยละ ซึ่งมีเกณฑ์การประเมินผล การเรียนรู้ 4 ระดับ ดังนี้ 4 หมายถึง ดีมาก ร้อยละ 80 – 100 3 หมายถึง ดี ร้อยละ 70 – 79 2 หมายถึง ปานกลาง ร้อยละ 50 – 69 1 หมายถึง ควรปรับปรุง ร้อยละ 0 – 49 4. สังเกตพฤติกรรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนแล้วบันทึกผลลงในแบบบันทึก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 80 ขึ้นไป จึงจะผ่านเกณฑ์ การดำเนินการสอน วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ มีการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดังนี้ ภาพที่ 1 แสดงการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ไม่เข้าใจ ไม่ผ่าน สอนซ่อมเสริม สอนเนื้อหาใหม่ (Teaching) - Pre-reading: (ก่อนอ่าน) - While-reading: (ระหว่างอ่าน) ทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) นำเข้าสู่บทเรียน (Warm up) สอนเนื้อหาต่อไป ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) ผ่าน ขั้นสรุปความคิดรวบยอด กิจกรรมหลังอ่าน (Post-Reading) ฝึกทักษะตามแผนการจัดการเรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้


14 โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ผู้รายงานได้ออกแบบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามรายละเอียดดังนี้ 1. ชื่อเรื่อง 2. มาตรฐานการเรียนรู้ 3. สาระสำคัญ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 5. สาระสำคัญ 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8. ชิ้นงานหรือภาระงาน 9. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 นำเข้าสู่บทเรียน (warm up) 9.2 สอนเนื้อหาใหม่ (Teaching) - Pre-reading: (ก่อนอ่าน) - While-reading: (ระหว่างอ่าน) 9.3 กิจกรรมหลังการอ่าน (Post-Reading) 10. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 12. ความคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของผู้บริหาร 13. บันทึกหลังการสอน 14. ปัญหาและอุปสรรค 15. แนวทางการแก้ไข 16. แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล 17. ตารางบันทึกคะแนนแบบทดสอบ Pre-test / Post – test 18. ตารางบันทึกคะแนนแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 19. ตารางบันทึกสรุปคะแนนระหว่างเรียนด้วยแบบฝึกเสริม ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความ เข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5


15 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (ก่อนเรียน) คำชี้แจง 1. ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย × ลงในกระดาษคำตอบเพื่อเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด เพียงข้อเดียว 2. ข้อสอบมีทั้งหมด 30 ข้อ 30 คะแนน เวลา 1 ชั่วโมง Directions: Read the passage then answer questions 1 to 6. Birthday Parties After 9 months of waiting, the day a baby is born is the most painful and emotional time in the life of any parent. It is a life-changing situation for the family. As each year passes and a birthday comes around it is a time to celebrate and enjoy the importance of each milestone. The baby's first birthday will not be remembered by the infant. But for the family, it is a very happy time. As children grow older and learn to socialize with other boys and girls, planned birthday parties bring great excitement. The child can decide who to invite. Where to hold the event and what sort of food to prepare. Music at parties is very important. Games such as musical bumps, musical chairs, and musical statues are firm favorites. In the early teenage years, girls may only invite girls to their parties as they become self-conscious and shy in the company of boys. However, as the years passed the birthday parties became an opportunity to get to know your school friends and develop deeper relationships. 1. Who enjoys a first birthday the most? a. The baby. b. The parents. c. The baby's friends. d. The baby's toys.


16 2. Why are some teenage parties for girls only? a. Sometimes girls are shy and self-conscious in the company of boys. b. Girls want to giggle and boys don't like silly girls. c. Girls think boys are pompous at this age. d. It is because girls don't like boys. 3. What is the importance of a baby's first birthday? a. It is a traumatic and emotional time for the parents. b. It is a time to celebrate and enjoy an important milestone. c. The baby will remember the celebration. d. It represents a life-changing situation for the family. 4. What do birthday parties become as the years pass? a. A time to celebrate important milestones. b. An opportunity to develop deeper relationships. c. A chance to socialize with other boys and girls. d. A traumatic and emotional time for the parents. 5. What is the main focus of birthday parties for children? a. The food and drinks. b. The dresses they wearing. c. The games and activities. d. The decorations and theme. 6. What is the general trend for birthday party invitations as children grow older? a. Inviting only close family members. b. Inviting a mix of boys and girls. c. Inviting a large number of guests. d. Inviting only school friends.


17 Directions: Read the passage then answer questions 7 to 11 Levi’s birthday Levi is nine years old. He has got brown hair and brown eyes. Levi’s favorite sport is baseball. He is a pupil. His school is Wat Chonglom School in the Yannawa district, Bangkok. There are fifteen girls and ten boys in his class. His friends are his classmates. The boys’ names are Sam, Tom, Ben, Keng, and Bank. Today is Levi’s birthday. His friends are at Levi’s house. There is a birthday party in the garden. There is a table. There are six chairs. The birthday cake with nine candles is on the table. There are lots of presents on the table. They are for Levi. There is a baseball cap from Ben. A baseball card set from Bank. A baseball T-shirt from Tom. A baseball glove from Keng and a baseball bat from Sam. So, Levi is very happy. This is a perfect birthday. 7. Where is Levi's school located? a. Levi's school is located in Phuket. b. Levi's school is located in Bangkok. c. Levi's school is located in Chonburi. d. Levi's school is located in Nakhon Pathom. 8. What presents did Levi receive for his birthday? a. He received basketball shoes for his birthday. b. He received a basketball cap for his birthday. c. He received basketball shoes for his birthday. d. He received basketball shoes for his birthday. 9. What is the name of Levi's school? a. Wat Chonglom School. b. Bangkok School. c. Levi's School. d. None of the above. 10. Who are Levi's friends? a. His neighbors. b. His classmates. c. His siblings. d. His cousins.


18 11. Where is Levi's birthday party held? a. Levi's birthday party is held at school. b. Levi's birthday party is held at the park. c. Levi's birthday party is held in the garden. d. Levi's birthday party is held at the restaurant. Directions: Read the passage then answer questions 12 to 16 Hobbies My name is Jennifer I want to talk about my family today. My family is a superfamily. We are sporty and active. We all like sports. My father often runs in the park in the morning. My mother dances at home every afternoon. She goes to a dance class with her friends on Monday. My brother likes playing football. He is a key member of the school soccer team. He won many medals. My parents feel proud of him. I like playing tennis and I often play with my best friend May. we play together every Saturday. I sometimes play with my classmates after school on weekdays. We like collecting things. I like collecting stamps. I usually exchange stamps with May. My brother likes collecting photos and posters of basketball stars. He likes Yao Ming very much. My father likes collecting model buses. He is a fan of buses. My mother is not a collector but she is a great gardener. She loves growing flowers. I love my family very much. 12. What does Jennifer's brother collect? a. He collects stamps. b. He collects photos and posters of basketball stars. c. He collects model buses. d. He collects flowers. 13. Who does Jennifer often play tennis with? a. Her father. b. Her mother. c. Her brother. d. Her best friend May.


19 14. What does Jennifer like to collect? a. She likes to collect stamps. b. She likes to collect photos and posters of basketball stars. c. She likes to collect model buses. d. She likes to collect flowers. 15. What does Jennifer's father do in the morning? a. He runs in the park. b. He dances at home. c. He plays football. d. He plays tennis. 16. What does Jennifer's mother love doing? a. She collects stamps. b. She collects photos. c. She collects model buses. d. She collects growing flowers. Directions: Read the passage then answer questions 17 to 21 Skytrain Yesterday, my dad took me on a trip to Bangkok by train. We had to wake up very early. We arrived at Hua Lamphong Station in the late morning and then we took the bus to MBK and walked to Siam Paragon. It was a beautiful place and we enjoyed walking around there. We traveled by Skytrain from Siam Station to visit the international food fair at the Queen Sirikit National Convention Center. It was my first time riding the Skytrain and I was very excited. The train was very cool inside and it drove very fast. While riding, I looked outside and everything seemed so small. The Skytrain passed through Chidlom, Ploenchit, Nana, and got off at Asoke station. I didn't want to get off the train because it was so much fun. After that, we took the MRT to Queen Sirikit National Convention Center. There was a lot of food for sale there. We walked around the food fair twice and bought many things to give to my mom. In the evening, it was time to leave. My dad told me that there was going to be a sale of books and toys next month and if I behaved well, he would bring me with him to visit again. I am looking forward to it and I hope to ride the Skytrain again.


20 17. What mode of transportation did the narrator use to travel to Bangkok? a. They traveled by train to Bangkok. b. They traveled by bus. c. They traveled by Skytrain. d. They traveled by MRT. 18. Which station did the narrator get off at to visit the international food fair? a. Siam Station. b. Chidlom Station. c. Ploenchit Station. d. Asoke Station. 19. How did the narrator describe their experience riding the Skytrain? a. The narrator described it as boring. b. The narrator described it as slow. c. The narrator described it as excited. d. The narrator described it as crowded. 20. Which mode of transportation did the narrator take to reach the Queen Sirikit National Convention Center? a. The narrator takes the Skytrain. b. The narrator takes the MRT. c. The narrator takes the bus. d. The narrator takes a taxi. 21. What did the narrator plan to do if they behaved well? a. The narrator will visit a theme park. b. The narrator will go swimming. c. The narrator will attend a concert. d. The narrator will visit Bangkok again.


21 Directions: Read the passage then answer questions 22 to 26 Ada’s Trip to the Market Ada. She is out shopping at the local market. She has lots of things to buy. She is bringing a big bag with her. Her husband doesn’t like shopping, so he stays home with the children. As she didn’t want to be late, Ada started shopping immediately. The market was quiet as there were very few customers. First, she went to the bakery shop and picked up some fresh bread, cakes, and cupcakes. Then she walked to buy eggs and seasoning powder because she needed to make some porridge for breakfast. Ada walked over to the butcher shop and picked up a pork and patty. Her son Aden wanted a hamburger for lunch and a chicken curry for dinner. Ada doesn't like delicatessen and prefers buying vegetables and fresh fruits to cook herself at home. 22. What is Ada's husband doing while she goes shopping? a. He is taking care of the children. b. He is shopping with Ada. c. He is staying home alone. d. He is going to work. 23. Where did Ada go first at the market? a. She went to the Bakery shop. b. She went to the Butcher shop. c. She went to the Delicatessen. d. She went to the vegetable shop. 24. Why did Ada buy eggs and Seasoning Powder? a. She needed to make chicken sandwiches. b. She needed to make chicken curry. c. She needed to make porridge for breakfast. d. She needed to make cakes and cupcakes.


22 25. Why did Ada prefer buying fresh food to make at home? a. She doesn't like delicatessen b. She wanted to make chicken sandwiches. c. She needed eggs and seasoning powder. d. She wanted to buy fresh bread, cakes, and cupcakes. 26. What kind of food does Ada prefer to buy? a. She prefers to buy delicatessen. b. She prefers to buy fresh food. c. She prefers to buy fast food. d. She prefers to buy orange juice. Directions: Read the passage then answer questions 27 to 30 Air pollution In the bustling city of Bangkok, air pollution has become a pressing concern. A thick layer of smog now masked the once-clear skies. People coughed and struggled to breathe in the polluted air. One day, a young girl named Nita decided to take action. She organized a group of volunteers to plant trees and promote eco-friendly practices. They spread awareness about the harmful effects of pollution and urged the community to make small changes. Slowly, the city started to change. With cleaner air and healthier residents, Bangkok became a shining example of how collective efforts can combat air pollution. 27. What was the pressing concern in Bangkok? a. It is water pollution. b. It is noise pollution c. It is air pollution. d. It is soil pollution


23 28. What did the volunteers do to combat air pollution? a. They spread awareness about the harmful effects of noise pollution. b. They spread awareness about the harmful effects of water pollution. c. They spread awareness about the harmful effects of air pollution. d. They spread awareness about the harmful effects of soil pollution. 29. What changes did the community make to combat air pollution? a. They started using more plastic bags. b. They started practicing eco-friendly habits. c. They started using more disposable products. d. They started burning more fossil fuels. 30. What did Bangkok become as a result of collective efforts against air pollution? a. A city with cleaner air and healthier residents. b. A city with more pollution and unhealthy residents. c. A city with more traffic congestion. d. A city with more industrial pollution.


24 ตารางบันทึกคะแนนการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ก่อนเรียน) โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) เลขที่ คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน (30 คะแนน) หลังเรียน (30 คะแนน) 1 17 2 14 3 16 4 21 5 13 6 14 7 18 8 16 9 14 10 19 11 13 12 20 13 16 14 14 15 17 16 13 17 15 18 14 19 13 20 19 21 14 22 15 23 18 24 21 25 16 26 14 รวม 414 เฉลี่ย 15.92 ร้อยละ 53.08


25 แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5


26


27 แผนการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนวัดช่องลม สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง My birthday party สัปดาห์ที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ 1 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2563 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความ คิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความและบทกลอนสั้น ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.5/4 บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนาและนิทานง่าย ๆ หรือเรื่องสั้น ๆ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.5/2 ตอบคำถาม/บอกความสำคัญของเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชีวิตความ เป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา สาระสำคัญ การอ่านเพื่อความเข้าใจเป็นกระบวนการที่ต้องฝึกฝนอย่างเป็นระบบ การอ่านเป็นทักษะสำคัญ ในการเรียนภาษาและเป็นทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือ ในการแสวงหา ความรู้ เพิ่มพูนทักษะและพัฒนาการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


28 จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงคําศัพท์ สํานวน ข้อความ และบอกความหมายของคําศัพท์ เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ 2. นักเรียนสามารถอ่านจับใจความสําคัญ ตอบคำถาม และระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ 3. นักเรียนสามารถเขียนสื่อความในรูปประโยคอย่างง่ายให้สัมพันธ์กับเรื่องที่อ่านได้ ด้านกระบวนการ (Process) 4. นักเรียนสามารถนำข้อมูลที่กำหนดให้มาประยุกต์ใช้ในการตอบคำถาม โดยการเขียนเป็นวลีหรือ ประโยคสั้นๆ ง่ายๆ และนำไปใช้ได้ถูกต้อง ด้านคุณลักษณะ (Attribute) 5. นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริตและมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้ 1. การอ่านจับใจความสำคัญ และตอบคำถามของเรื่องที่อ่าน 2. Vocabulary: birthday party, feeling, greeting card, food and drink, cousin, outside, inside, clown, square, beard, jungle 3. Reading 1 My Birthday Party สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงานหรือภาระงาน 1. ทดสอบก่อนเรียน 2. กิจกรรมที่ 1, 2 และ 3 ในแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่มที่ 1 My Birthday Party การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นำเข้าสู้บทเรียน: (Warm Up) 1.1 ครูกล่าวทักทายนักเรียนว่า “Good morning/afternoon.” พร้อมทำท่าโบกมือ


29 แล้วตามด้วย “How are you student?” และให้นักเรียนตอบครูชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงการเรียนการสอน โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่มที่ 1 My Birthday Party ซึ่งว่าด้วยรูปแบบการเรียนการสอน ข้อควรปฏิบัติ และ การวัดและประเมินผล จากนั้นให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน้า 7 – 9 จำนวน 10 ข้อ ให้เวลา 10 นาที แล้วให้นักเรียน ร่วมกันเฉลยแบบทดสอบโดยเปลี่ยนกันตรวจ 1.2 ครูใช้คำถามกระตุ้น เพื่อให้นักเรียนสนใจ โดยให้นักเรียนช่วยกันตอบ ครู : นักเรียนคนใดรู้เกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญบ้างว่าคืออะไร นักเรียน : คือการอ่านที่มุ่งค้นหาใจความสำคัญของเรื่องว่าคืออะไร/ไม่ทราบ (ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน) ครู : แล้วนักเรียนทราบหรือไม่ว่ามีวิธีการอ่านจับใจความสำคัญอย่างไร นักเรียน : ยังไม่ทราบ 1.3 ครูอธิบายเทคนิคในการอ่านจับใจความคำคัญ SQ4R และ5W1H ในการหา Main idea ของเรื่อง 2. ขั้นการสอน : (Teaching) 2.1 Pre-reading: (ก่อนอ่าน) ครูเปิดโปรเจคเตอร์ฉาย Power Point ตัวอย่างเรื่องสั้น My birthday Party. เพื่อฝึกหา Main idea ของเรื่อง และให้นักเรียนช่วยกันเดาความหมายของเรื่อง ความหมายของคำศัพท์เนื้อเรื่อง 2.2 While-reading: (ระหว่างอ่าน) ขั้นที่ 1 ขั้นสำรวจ (Survey) ให้นักเรียนร่วมออกมาขีดเส้นใต้คำสำคัญในเนื้อเรื่อง โดยมีครู ช่วยแนะนำวิธีการอ่านและให้นักเรียนสำรวจประโยคในแต่ละบรรทัดพร้อมทั้งฝึกให้นักเรียนอ่านแบบกวาดสายตา อย่างรวดเร็ว ขั้นที่ 2 ขั้นตั้งคำถาม (Question) ครูทบทวนประโยคคำถามในเทคนิค 5W1H และยกตัวอย่าง คำถามเพื่อฝึกการตอบเป็นแนวทางแก่นักเรียน คำถามจะช่วยให้ผู้อ่านมีความอยากรู้อยากเห็นและเข้าใจเรื่องได้เร็วดังนี้ ครู: How old is Lilly? นักเรียน: She is 11 years old. นักเรียนช่วยกันตรวจสอบเนื้อเรื่องและช่วยกันตอบคำถาม จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันตั้ง คำถาม 2 คำถามจากเนื้อเรื่อง ขั้นที่ 3การอ่านรอบคอบ (Read) นักเรียนแต่ละคนอ่านบทอ่านในใจ เพื่อทำความเข้าใจเนื้อ เรื่อง จับใจความสำคัญของเนื้อเรื่องอีกครั้งและสรุปร่วมกัน ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เพื่อสรุปเรื่องได้อย่าง ชัดเจน ง่ายต่อการทำความเข้าใจและเพื่อค้นหาคำตอบจากคำถามที่ตั้งไว้ เมื่อได้คำตอบแล้วให้ตัวแทนนักเรียน 2 คน ออกมาตอบคำถาม ขั้นที่ 4 ขั้นบอกคำตอบอีกครั้ง (Record) นักรียนอ่านบทอ่านที่ครูเปิดให้ดูแล้ว จับใจความ สำคัญของเรื่อง โดยครูชี้แนะให้นักเรียนขีดเส้นใต้เพื่อเตือนความจำ ครูทดสอบความเข้าใจโดยให้นักเรียนปิดเนื้อ


30 เรื่องที่อ่านแล้วตอบคำถาม ถ้าหากนักเรียนไม่เข้าใจตอบไม่ได้ให้ย้อนไปดูคำที่ขีดเส้นใต้หรือที่บันทึกไว้ในขั้นตอน ที่ 3 เมื่อได้คำตอบแล้วให้นักเรียนจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ไว้ด้วยภาษาของตนเองเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นเขียนสรุปใจความสำคัญ (Recite) เมื่อนักเรียนอ่านเนื้อเรื่องจนเข้าใจ ครูฝึกให้ นักเรียนเขียนสรุปใจความสำคัญง่ายๆ โดยให้เขียนประโยคที่ได้จากการอ่าน 3. กิจกรรมหลังการอ่าน (Post-Reading) ขั้นที่ 6 ขั้นทบทวน (Reflect) ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเรื่องที่อ่านทั้งหมด แล้วแสดง ความคิดเห็น ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน ครูช่วยสรุปอีกครั้งโดยการตั้งคำถามจากเรื่องให้นักเรียนช่วยกันตอบ ครู: What is the main idea of this passage? นักเรียน: Lilly’s birthday. หลังจากเรียนรู้วิธีการอ่านจับใจความสำคัญแล้วครูให้นักเรียนศึกษาแบบฝึกเสริมทักษะ My Birthday Party ในหน้า 11 Reading 1 และศึกษาคำศัพท์ในหน้าที่ 12 แล้วตอบคำถาม Activity 1-3 เพื่อวัดความเข้าใจในการใช้เทคนิค SQ4R และ 5W1H ในการอ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง My Birthday Party.


31 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนสรุปเรื่อง My Birthday Party (Reading 1) แล้วแสดงความ คิดเห็น ข้อคิดที่ได้จากการอ่านโดยการใช้เทคนิค SQ4R และ 5W1H ซึ่งทำให้นักเรียนเข้าใจวิธีการอ่าน จับใจความสำคัญมากยิ่งขึ้นและสามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ สื่อการเรียนรู้ 1. แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่มที่ 1 My Birthday Party 2. Power point ตัวอย่างการหา Main idea การวัดและประเมินผล 1. วิธีการวัดและประเมินผล 1.1 ทดสอบก่อนเรียน 1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม 1.3 ตรวจผลงาน 2. เครื่องมือ 2.1 แบบทดสอบก่อนเรียน 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม 2.3 แบบบันทึกการตรวจให้คะแนนผลงาน 3. เกณฑ์การประเมิน 3.1 ประเมินจากการวัดผลทุกข้อ โดยเทียบค่าคะแนนเป็นร้อยละ 3.2 นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จะต้องได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป 3.3 การประเมินพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 3 รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน 2 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชื่อ ผู้เขียนแผนฯ (นางสาวขวัญสุดา ประยาว) ตำแหน่ง ครู


32 ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………..................……………………..……....................................... ……………………………………………………………..............................................…………………………………………………………………… ลงชื่อ ผู้ตรวจ (นางสาวจุสรวง ไชยราช) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดช่องลม ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………............................................................................... ………………………………………………………………………………...............................................……………………………………………… ลงชื่อ (นางสาวสุภัตรา พลอยบ้านแพ้ว) ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดช่องลม


33 บันทึกหลังสอนแผนการเรียนรู้ที่ 1 1. ผลการจัดการเรียนการสอน 1.1 จำนวนนักเรียนที่ผ่านการประเมินตามตัวชี้วัด ..........22.......คน คิดเป็นร้อยละ .....84.62..... 1.2 จำนวนนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินตามตัวชี้วัด .......4.........คน คิดเป็นร้อยละ .....15.38... ด้านความรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนในแบบฝึกทักษะที่ 1 เรื่อง My birthday party ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.00 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 50.00 เมื่อให้นักเรียนทำกิจกรรม ที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 90 กิจกรรมที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 8.69 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.92 กิจกรรมที่ 3 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.27 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.35 ด้านทักษะ นักเรียนส่วนใหญ่ เข้าใจเรื่องราวที่อ่าน ตอบคำถามได้ถูกต้องด้วยตนเอง มีส่วนน้อย ที่เพื่อนและครูช่วยกระตุ้นให้ตอบคำถาม ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาในบทเรียนที่อ่าน นักเรียนมีความ กล้าแสดงออกในการทำกิจกรรม มีความซื่อสัตย์ในการทำแบบทดสอบก่อนเรียน ตระหนักเห็นความสำคัญของ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 2. ปัญหาและอุปสรรค เนื่องจากนักเรียนยังไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการเรียนการสอนที่มีบทอ่านเป็นเรื่อง ๆ และยังไม่รู้ ความหมายของคำศัพท์เท่าที่ควร นักเรียนบางคนยังไม่เข้าใจในเนื้อเรื่องที่อ่าน 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ในการฝึกทักษะ ครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถาม หากครูสังเกตเห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ จึงให้ความช่วยเหลือ และควรใช้คำถามเพื่อกระตุ้นให้คิดหรือเดาความหมายของเนื้อเรื่องได้ ลงชื่อ........................................................ผู้สอน (นางสาวขวัญสุดา ประยาว วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563


34 แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล Lesson 1 เรื่อง My Birthday Party คำชี้แจง ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรียนโดยขีด ✓ ลงในช่องรายการที่นักเรียนปฏิบัติ เลขที่ รายการ ตั้งใจฟัง ไม่พูดคุย ในชั้นเรียน มีคำถามที่ดี ตอบคำถามได้ กล้าถาม-ตอบ เป็นภาษาอังกฤษ กระตือรือร้นใน การปฏิบัติกิจกรรม สรุปผลการประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน 1 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 2 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 3 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 4 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 5 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 6 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 7 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 8 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 9 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 10 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 11 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 12 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 16 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 17 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 18 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 19 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 20 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 21 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 22 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 23 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 24 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 25 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 26 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ เกณฑ์การประเมิน ผ่านตั้งแต่ 3 รายการ ถือว่า ผ่าน ลงชื่อ.......................................ผู้ประเมิน ผ่าน 2 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน (นางสาวขวัญสุดา ประยาว)


35 รายละเอียดเกณฑ์การวัดและประเมินผล ระดับคุณภาพของแบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ผ่าน ไม่ผ่าน 1. ตั้งใจฟัง ไม่พูดคุยในชั้นเรียน ตั้งใจฟัง ไม่พูดคุยในชั้นเรียน ไม่ตั้งใจฟัง พูดคุยในชั้นเรียน 2. มีคำถามที่ดี ตอบคำถามได้ มีคำถามที่ดีตอบคำถามได้ ไม่สอบถามครู และไม่ตอบคำถาม 3. กล้าถาม-ตอบ เป็นภาษาอังกฤษ มีความกล้าแสดงออก มีความมั่นใจในการถาม-ตอบ เป็นภาษาอังกฤษ การแสดงออกน้อยมาก ไม่มีการถามตอบ 4. กระตือรือร้นในการปฏิบัติ กิจกรรม มีความกระตือรือร้นในการ ทำงาน ส่งงานตรงตามเวลา ไม่สนใจกิจกรรม ทำงานส่งไม่ตรงเวลา


36 เกณฑ์การประเมิน คะแนนร้อยละ 80 – 100 หมายถึง ดีมาก คะแนนร้อยละ 70 – 79 หมายถึง ดี คะแนนร้อยละ 60 – 69 หมายถึง พอใช้ คะแนนร้อยละ 0 - 59 หมายถึง ปรับปรุง หมายเหตุ : การคิดค่าร้อยละ ให้นำคะแนนที่ได้หารตัวคะแนนเต็มแล้วคูณด้วย 100 ตารางบันทึกคะแนนแบบทดสอบ Pre-test แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 Lesson 1 เรื่อง My Birthday Party ที่ Pre-test Post-test ผลการพัฒนา สรุปผลการประเมิน (ผ่านร้อยละ 80%) เกณฑ์การประเมิน 10 10 ผ่าน ไม่ผ่าน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 1 6 2 5 3 4 4 5 5 5 6 4 7 6 8 4 9 5 10 4 11 6 12 5 13 4 14 4 15 6 16 5 17 6 18 5 19 4 20 5 21 4 22 6 23 5 24 6 25 6 26 5 ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน (นางสาวขวัญสุดา ประยาว)


37 ตารางบันทึกคะแนนแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 Lesson 1 เรื่อง My Birthday Party ที่ Activity 1 Activity 2 Activity 3 5 10 20 1 5 10 19 2 4 9 16 3 5 8 17 4 4 8 16 5 5 8 18 6 4 8 15 7 5 9 18 8 4 8 16 9 4 9 17 10 4 8 16 11 5 9 20 12 5 10 18 13 4 8 16 14 5 9 18 15 5 10 20 16 4 8 18 17 5 9 18 18 4 8 15 19 4 8 16 20 4 9 17 21 5 8 16 22 4 9 17 23 5 8 18 24 5 10 19 25 4 8 16 26 5 10 19 ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน (นางสาวขวัญสุดา ประยาว)


38


39


40


41


42


43


44


45 แผนการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนวัดช่องลม สำนักงานเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง Invitation to Lisa’s 10th birthday lunch party สัปดาห์ที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ 2 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2563 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความ คิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความและบทกลอนสั้น ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.5/4 บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนาและนิทานง่าย ๆ หรือเรื่องสั้น ๆ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.5/2 ตอบคำถาม/บอกความสำคัญของเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชีวิตความ เป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา สาระสำคัญ การอ่านเพื่อความเข้าใจเป็นกระบวนการที่ต้องฝึกฝนอย่างเป็นระบบ การอ่านเป็นทักษะสำคัญ ในการเรียนภาษาและเป็นทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือ ในการแสวงหา ความรู้ เพิ่มพูนทักษะและพัฒนาการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


46 จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงคําศัพท์ สํานวน ข้อความ และบอกความหมายของคําศัพท์ เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ 2. นักเรียนสามารถอ่านจับใจความสําคัญ ตอบคำถาม และระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ 3. นักเรียนสามารถเขียนสื่อความในรูปประโยคอย่างง่ายให้สัมพันธ์กับเรื่องที่อ่านได้ ด้านกระบวนการ (Process) 4. นักเรียนสามารถนำข้อมูลที่กำหนดให้มาประยุกต์ใช้ในการตอบคำถาม โดยการเขียนเป็นวลีหรือ ประโยคสั้นๆ ง่ายๆ และนำไปใช้ได้ถูกต้อง ด้านคุณลักษณะ (Attribute) 5. นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้ 1. การการจับใจความสำคัญและตอบคำถาม 2. Vocabulary: birthday party, cordially, invited, throughout, attractive, prizes a goody bag, guests, definitely, pick-up, in advance, arranged 3. Reading 2 Invitation to Lisa’s 10th birthday lunch party สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงานหรือภาระงาน กิจกรรมที่ 4 และ 5 ในแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่มที่ 1 My Birthday Party การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. นำเข้าสู้บทเรียน: (Warm Up) ครูกล่าวทักทายนักเรียนว่า “Good morning/afternoon.” พร้อมทำท่าโบกมือ แล้วตามด้วย “How are you student?” และให้นักเรียนตอบ ครูนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการทบทวนคำศัพท์เกี่ยววิธีการอ่าน จับใจความสำคัญ แล้วใช้คำถามกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้ เช่น ครู : มีนักเรียนคนใดจัดงานวันเกิดแล้วได้เชิญแขกมาร่วมงานบ้าง นักเรียน : หนูค่ะ / ผมครับ


Click to View FlipBook Version