The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dansaihospital.live, 2022-03-20 04:16:19

ลุ่มน้ำหมัน

ลุ่มน้ำหมัน

289

กลาวโดยสรุป พ้ืนท่ีปาดานซาย สภาพปาสวนใหญเปนปาที่ฟนคืนสภาพ
หลังจากใหสัมปทานทําไม สภาพปาที่มีตนไมคอนขางหนาแนนสวนใหญจะเปน
พื้นที่ต้ังแตตีนเขาจนถึงยอดเขา พ้ืนที่ปาท่ียังคงสภาพปาที่สมบูรณท่ีสุดจะอยูใน
เขตอุทยานแหงชาติภูหินรองกลาในพ้ืนท่ีขุนนํ้าหมัน สวนปจจัยหลักดังปรากฏ
ในภาพดานบน แสดงใหเห็นวา เหตุที่ทําใหปาลดลงมากคือการใหสัมปทานทํา
ไม โดยเฉพาะต้ังแตป พ.ศ. 2516 เปนตนมา เพราะ ชาวบา นมีจาํ นวนมากข้ึน
รวมถึงคนจากถิ่นอ่ืน ไดอพยพเขาไปต้ังถิ่นฐานและบุกเบิกท่ีทําการเกษตรโดย
เพาะปลูกขาวและพืชไรที่สําคัญไดแก ฝาย ขาวโพด ขิง ยางพารา แกวมังกร
และมนั สาํ ปะหลงั รวมถงึ นโยบายของรฐั ทส่ี ง เสรมิ การปลกู พชื เศรษฐกจิ เชงิ เดยี่ ว
นอกเหนอื จากประเดน็ ทหี่ ยบิ ยกกค็ อื เรอื่ งของการเปลย่ี นแปลงสภาพอากาศ โดย
เฉพาะดา นซา ยทเ่ี ปน เขตฝนหลงั ภเู ขามกั ประสบปญ หาภยั แลง ดงั เหน็ ไดจ ากสถติ ิ
นาํ้ ฝนในรอบ 30 ปท ผ่ี า นมาในการนาํ เสนอบทตน ๆ กค็ วรเปน ทต่ี อ งพจิ ารณาเพมิ่
จากทว่ี เิ คราะหข างตน

ฐานทรพั ยากรนํา้
สถานการณนํ้ามีความสัมพันธอยางแนบชิดกับการเปล่ียนแปลงของ
ผืนปา กลาวคือ คนในลุมนํ้าหมันรับรูตอสถานการณการเปลี่ยนแปลงที่สงผล
กระทบตอปาตน นํ้าไดหลากหลายมติ ิ ท้งั ในแงป ระเมนิ ฐานทรพั ยากรอาหารจาก
ผนื ปา การเกษตร และวถิ กี ารดาํ รงอยขู องผคู น กลา วคอื ในแงข องฐานทรพั ยากร
อาหาร ตามหมูบานตางๆ อาจพิจารณาไดจากจํานวนพันธุพืช เห็ด สัตวน้ํา
และสตั วท ใี่ ชเ ปน อาหารจากแหลง ธรรมชาตทิ สี่ มั พนั ธก บั ผนื ปา ดงั กลา ววา มจี าํ นวน
ลดลงหรือเพิ่มขึ้นเพียงใด ตัวอยางหน่ึงท่ีเห็นไดชัดคือ การลดลงของสัตวน้ํา
และสัตวปาทุกหมูบาน นั่นไมใชเพราะผืนปาขาดความสมบูรณเพียง อยางเดียว
หากแตระบบปาตามหมูบานตางๆ มีลักษณะเปนระบบ “เปด” ที่เชื่อมโยงกับ
พน้ื ทหี่ มบู า นอนื่ ทผ่ี นื ปา ถกู บกุ รกุ ในการทาํ การเกษตรปลกู พเศรษฐกจิ เชงิ เดยี่ ว สง
ผลใหร ะบบนเิ วศโดยรวมไดร ับผลกระทบตาม สตั วป ลา และสตั วน าํ้ จงึ ลดจาํ นวน
ลงท้ังในสายพนั ธุและปริมาณ

290

อีกตัวอยางหน่ึงของการประเมินสถานการณของฐานทรัพยากรทาง
ธรรมชาติของชาวบานคือการยอนหลังเหตุการณไปท่ีกรณีผลกระทบของการทํา
สมั ปทานปาไมช วงหลงั ป พ.ศ. 2510 เปน ตน มา ของบานหว ยปลาฝา ชาวบาน
เรม่ิ สงั เกตวา ระบบนา้ํ ประปาของตนเองเรมิ่ ลดลงและไหลเออ่ื ย ทง้ั ๆ ทดี่ แู ลอยา ง
ดี ทาํ ใหเ กดิ การตรวจสอบผนื ปา และตง้ั สมมตุ ฐิ านวา เหตทุ รี่ ะบบประปาภเู ขาไหล
ไมสะดวก นาจะเปนผลมาจากผืนปาที่ลดจํานวนลง ซึ่งขอสันนิษฐานดังกลาว
กเ็ ปน เหตผุ ลสาํ คญั ทาํ ใหช าวบา นตอ รองกบั บรษิ ทั สมั ปทานปา ไมใ หย กเลกิ การตดั
ไมท ผี่ นื ปา ภนู า้ํ ดนั้ ไดส าํ เรจ็ โดยชาวบา นพยายามอธบิ ายการเชอ่ื มโยงระบบนเิ วศ
ปา ทมี่ คี วามสมั พนั ธต อ วถิ ชี วี ติ ผคู นผา นการจดั การประปาภเู ขา และแหลง อาหาร
ธรรมชาติ หากผนื ปาลดลง ระบบน้ําก็ขัดของ วถิ ีชีวติ ผูคนกจ็ ะเดอื ดรอ นทัง้ ในแง
นา้ํ กนิ นาํ้ ใชใ นครวั เรอื นและทางการเกษตร ตลอดจนอาหารจากธรรมชาตกิ ล็ ดลง

ดว ยเหตนุ ี้ สถานการณป า ตน นาํ้ ในลมุ นา้ํ หมนั เชน บา นนาํ้ พุ บา นกา งปลา
บานกกเหี่ยน ในลุมน้ําหมันตอนตนและทุกหมูบานในลุมนํ้าหมันตอนกลางและ
ตอนปลายจึงสะทอนใหเห็นระบบความสัมพันธของสิ่งมีชีวิตกับส่ิงไมมีชีวิตใน
ระบบนิเวศภเู ขา ซงึ่ มีลกั ษณะซับซอ นของพชื และสัตวแ ละของคนกบั ระบบนิเวศ
หากระบบใดระบบหนง่ึ ไดร บั ผลกระทบ ระบบทส่ี มั พนั ธก บั ระบบดงั กลา วกจ็ ะได
รับผลกระทบตาม ดวยหลักการน้ีเองที่ทําใหชาวบานหลายหมูบานเกิดการเรียน
รูอยางเปนระบบ ที่เห็นชัดคือ บานบุงกุมและบานหวยปลาฝาสามารถประเมิน
สถานการณฐานทรัพยากรของชุมชนตนเองได และยังทําใหเห็นปจจัยที่เปนตัว
คกุ คามสาํ คญั ของปา ตน นา้ํ คอื การสมั ปทานปา และกจิ กรรมตา งๆ ของมนษุ ย เชน
การตดั ไมท าํ ลายปา และการขยายพนื้ ทที่ าํ กนิ เขา ไปยงั ผนื ปา ดงั ทกี่ ลา วไวเ บอื้ งตน
ของบทนี้เกี่ยวกับสถานการณของผืนปา แลวใชตรรกะดังกลาวมาประยุกตเพื่อ
บริหารจดั การปาตน นาํ้ เพ่อื ความมน่ั คงทางอาหารของชมุ ชน

291

กลไกในการจัดการน้ําและปา ตนนาํ้
เม่ือคนในลุมนํ้าหมันมีการประเมินสถานการณของระบบนิเวศปาตน
นํ้าและน้ําท่ีแตกตางกันตามเง่ือนไขของบริบททางสังคมและวัฒนธรรม หาก
ทวาก็ทําใหเห็นภาพรวมของการเปล่ียนแปลงและปจจัยที่สงผลกระทบตอฐาน
ทรัพยากรดังกลาวอยางเปนพลวัต กอนจะกาวสูข้ันตอนการสํารวจและตรวจ
สอบกลไก (Mechanisms) ในจดั การปาตน นา้ํ ซ่ึงทาํ ใหเ ห็นวา หมบู า นตา งๆ มี
ศกั ยภาพในการจดั การผนื ปา นา้ํ และดนิ แตกตา งกนั ไปตามระบบนเิ วศ โดยมกี ลไก
ในการจัดการนํ้าและปาตนนํา้ ดว ย 3 แนวทาง กลาวคอื
แนวทางแรกจะทาํ ใหเ หน็ วา บา นบงุ กมุ ลมุ นาํ้ หมนั ตอนกลางและบา นหว ย
ปลาฝา ลุมน้ําหมันตอนลาง มีศักยภาพในการจัดการผืนปาตนน้ําท่ีมีศักยภาพ
ปานกลาง ท้งั น้ีเนือ่ งจากมกี ารสรา งเครือขา ย กลาวคอื เครอื ขายแรกปรากฏชัด
คือเครือขายท่ีสรางมาจากฐานของชุมชนเอง ดังเห็นไดจากการรวมตัวของคณะ
กรรมการหมูบานท่ีเขามาบริหารจัดการและดูฐานทรัพยากรทางธรรมชาติของ
ชมุ ชน รวมทง้ั พยายามสรา งใหส มาชกิ ของชมุ ชนเขา มามสี ว นรว มในกจิ กรรมตา งๆ
เชน ลาดตระเวนผืนปาทุกๆ เดือน ในกรณขี องบานหว ยปลาฝา นอกจากนี้ยังพบ
วา ชุมชนพยายามสรางเครือขายกับองคกรภายนอกชุมชนไมวาจะเปนองคกร
ระหวา งประเทศทเี่ ขา มาพฒั นาระบบประปาภเู ขาในชว งบกุ เบกิ ระบบการบรหิ าร
จดั การนา้ํ ของหมบู า นบา นหว ยปลาฝา หรอื การสรา งเครอื ขา ยกบั “รฐั ” เชน เมอื่
ประสบปญ หาในบรกิ ารจดั การปา กรณบี า นบงุ กมุ และหว ยปลาฝา ซง่ึ รวมถงึ กรณี
การเรียกรองใหบริษัทสัมปทานปายกเลิกการตัดไมในพ้ืนท่ีปาตนน้ําในกรณีบาน
หวยปลาฝา
ยิ่งกวาน้ัน กรณีบานบุงกุมยังมีการใชเครือขายทางสังคมผานระบบ
ออนไลน ส่อื สารมวลชนทัง้ ในรปู แบบการการเผยแพรผ า นส่อื สิงพิมพ “ดานซา ย
ไทเลย” ส่ือทีวี และระบบออนไลน “Facebook” ในเพสดานซายไทเลยและ
กลุมจิตอาสาบานบุงกุมและภูเตาโปง ตลอดจนการดําเนินกิจกรรมตางๆ ของ
กลมุ จิตอาสาปาชมุ ชนบา นบุง กุม ดังเห็นจากกิจกรรม “ทน่ี ด่ี านซาย” ครั้งที่ 1,
2, และ 3 ทําใหกระแสของการอนุรักษของผืนปาตนนํ้าของหมูบานแหงนี้เปน
กระแสสนใจอยางรวดเรว็

292

ประการสําคัญที่สุด การสรางเครือขายของบานบุงกุมและหวยปลาฝายัง
มีจุดรวมเดียวกันคือ มีผูนําชุมชนในการขับเคลื่อนการสรางเครือขายตางๆ จะ
ตางกันเล็กนอยก็คือ กรณีบานบุงกุมผูนําในการขับเคลื่อนจะเปนผูนําอยางไม
เปน ทางการ ตอ งอาศยั ความมงุ มน่ั และอดทนในการแกป ญ หาและอปุ สรรคตา งๆ
จนกาวผานและประสบความสําเร็จในการสรางกระแสอนุรักษ ขณะที่บานหวย
ปลาฝาจะเปนผูนําอยางเปนทางการซ่ึงก็คือผูใหญบานท่ีตองมีความเขาใจตอใช
ฐานทรัพยากรน้าํ และผนื ปาอยางเปนมติ รตอ ธรรมชาตแิ ละ “พานํา” คือ ทําเปน
ตัวอยางใหลกู บา นเหน็ ความสําคญั ของแหลง ปาตน น้าํ

แนวทางที่สอง หมูบานมีการสรางกฎเกณฑและกฎระเบียบเก่ียวกับการ
จัดการปาตนนํ้าด้ันและระบบประปาภูเขา ผลการศึกษาชี้ใหเห็นชัดจากกรณี
บานหมากแขงและบานหวยปลาฝาวา หมูบานมีวิธีการสรางกฎเกณฑจากระดับ
ที่ไมเครงครัดนักแลวคอยๆ พัฒนาเปนกฎท่ีมีความเขมงวดตามปจจัยที่เขามา
กระทบผนื ปา ตน นา้ํ ในแตล ะชว งเวลา เชน กรณบี า นหว ยปลาฝาจะมแี นวทางการ
เกบ็ คา บาํ รงุ รกั ษานาํ้ ประปาชว งตน ทพี่ ฒั นาเปน แนวคดิ กอ นจะถกู ปฏเิ สธจากชาว
บาน เพราะชาวบานมองวาประปาภูเขาเปนของธรรมชาติไมควรตองเสียคาใช
จาย กระท่ังเมื่อระบบประปาชํารุดสรางความเดือนรอน ปรากฏวาหมูบานไมมี
เงินสํารองในการซอมบํารุง ทําใหชาวบานเดือดรอน ใชนํ้าไมสะดวกในชวงหน่ึง
เม่ือประสบปญหาเชนนี้ ชาวบานจึงเห็นความจําเปนและยอมรับกฎกติกาเรื่อง
คา ธรรมเนยี มเพอ่ื ใชซ อ มบาํ รงุ หรอื กฎระเบยี บการใชผ นื ปา ตน นา้ํ ซง่ึ ชาวบา นเรมิ่
มองวา จาํ เปน อยางย่ิงท่ีจาํ เปนตอ งสงวนพื้นที่ดังกลา วใหเ ปนปาอนรุ กั ษ หา มเขา
ตดั ไมท าํ ลายปา บรเิ วณปา ตน นา้ํ ดงั กลา วโดยเดด็ ขาด (อนโุ ลมใหเ กบ็ ของปา ) หาก
ผใู ดฝา ฝน จะถกู ปรบั เปน เงนิ แมค า ปรบั จะไมม ากนกั หากทวา ทางคณะกรรมการ
กจ็ ะปา วประกาศถงึ การกระทาํ ของคนดงั กลา วใหช าวบา นรบั รู ถอื เปน การลงโทษ
ทางสังคม (Social sanction) อีกทางหน่ึง

293

ตรงขามกัน กรณีบานหมากแขง มีการแบงการจัดการน้ําเปนคุมๆ ทําให
สะดวกตอ การดแู ล หากใครผดิ กฎระเบยี บหรอื ฝาฝน กฎเกณฑท ก่ี ลมุ ตงั้ ไวก จ็ ะถกู
ลงโทษดว ยการปรบั อยา งหรอื หา มใชน า้ํ อยา งชดั เจน แตก ระนนั้ กม็ กี ารลกั ลอบใช
น้ําเพ่อื ใหไหลเขา สูเฉพาะพ้นื ทีต่ นเอง

นอกเหนือจากนี้ การจัดการนา้ํ ท่โี ดดเดนยังเหน็ ไดจากกรณบี า นนาหมูมน
ลมุ นาํ้ หมนั ตอนปลายเรอ่ื งการทาํ พดั ทดนาํ้ ทห่ี ลายครวั เรอื นยงั คงปฏบิ ตั อิ ยู แมจ ะ
ลดลงจากอดีตกต็ าม ซงึ่ การจัดการนํา้ ดังกลา วตอ งตอสูก ับ “การเมอื ง” ในความ
สัมพันธทางสังคม ในฐานะที่เปนตัวการที่ทําใหลุมน้ําเออทวม เนื่องจากการทํา
“หลกั หลว ย” ทบ่ี งั คบั ใหน า้ํ หมนั ไหลสพู ดั ทดนาํ้ หรอื การตอ สกู บั ภาครฐั เรอื่ งการ
ขดุ ลอกคูคลองจนทําใหไ มอาจสรางพดั ริมฝง นํา้ หมนั ได

และเมอ่ื ยอ นพจิ ารณากรณบี า นนาหมมู น แมจ ะมกี ารจดั การเหมอื งฝายอกี
หลายแหง แตถือวาเปนการจัดการเหมืองเฉพาะบุคคลหรือทําในกลุมเครือญาติ
จึงทําใหการเขาถึงแหลงนํ้าจะจํากัดเฉพาะกลุมเครือญาติท่ีมีที่ดินติดเหมืองฝาย
เทานนั้

แนวทางทายสุดคือเรื่องของประเพณีและวัฒนธรรมในการจัดฐาน
ทรัพยากรอาหารของชุมชนท่ีสัมพันธกับปาตนน้ําจะพบเห็นจากบูชาภูอังลัง
บา นนาเวยี งใหญ บชู าภผู าแดดบา นนาหอ และประเพณไี หวเ หมอื งนา้ํ ดน้ั บา นหว ย
ปลาฝา งานบุญและประเพณีดังกลาไมเพียงแตสะทอนใหเห็นการรวมกลุมของ
ชาวบาน หากแตเปนกุศุโลบายทําใหชาวบานตระหนักถึงคุณคาของจิตวิญญาณ
ผีตนน้ําท่ีคอยปกปกรักษาใหแหลงน้ํามีความสมบูรณและชีวิตชาวบานอยูดีมีสุข
ผา นสญั ลกั ษณต า งๆ ในพธิ กี รรม ดงั ปรากฎใหเ หน็ เดน ชดั ผา นเรอ่ื งเลา และตาํ นาน
ภูอังลังและภูผาแดด สวนกรณีบานหวยปลาฝาสื่อความหมายของเครื่องเซน
คาวหวาน หรอื การใชปลาเงินปลาทอง ซึง่ ลวนแตส ะทอ นแนวคดิ เร่ืองความอุดม
สมบรู ณท ั้งสนิ้ ดงั นนั้ หากใหช ีวิตของตนเองมคี วามสมบูรณกต็ องรักษาผืนปาตน
นา้ํ นีไ้ วเ ชนกัน

294

เปนท่ีนาสังเกตวา ทั้งสามกลไกลวนแตมีสวนสําคัญที่จะชวยเสริมทําให
เกิดความมัน่ คงทางอาหารของชุมชน และแตล ะกลไกกท็ ํางานเก่ียวเนื่องกัน เชน
เครอื ขา ยมหี นาทสี่ าํ คญั ในการประเมนิ สถานการณป าตนน้าํ และประสานงานกับ
หนวยงานอ่ืนๆ พรอมกันน้ันก็ยังผลักดันกฎเกณฑเพ่ือทําใหสังคมเกิดกฎกติกา
ในการใชฐานทรัพยากรธรรมชาติรวมกัน ซ่ึงรวมถึงการประเพณีและความเช่ือที่
มคี ณุ คา ทางจิตไวม าเปนสญั ลักษณเพ่อื สรางเปนจารีตในการจดั การปาตน นาํ้

สุขภาวะคนลุมนํ้าหมนั
ภาพสะทอนวถิ ีชีวติ และคุณภาพลมุ น้ําหมนั
จากผลการศึกษาภาวะโภชนาการของคนดานซายในลุมน้ําหมันท้ัง 16
หมูบาน ในชว ง 5 ปยอนหลังแสดงใหเห็นวา โรคไมต ดิ ตอเรอื้ รงั เชน เบาหวาน
ความดนั โลหติ สงู มแี นวโนม เพม่ิ ขน้ึ ในทกุ ปแ ละทกุ หมบู า น ปจ จยั ของการเกดิ โรค
ดังกลาว สวนหนึ่งนอกจากกรรมพันธุแลวยังมีในเรื่องของพฤติกรรมการบริโภค
ของชาวบา นท่นี ิยมกินอาหารหวาน มัน และเคม็ เพ่มิ มากข้นึ และการกินผักผลไม
ลดลง และรวมถึงภาวะอว นในเดก็
จากสถติ กิ ารเกดิ โรคความดนั โลหติ สงู ของหมบู า นลมุ นา้ํ หมนั ตอนตน ตอน
กลางและตอนปลาย 5 ปยอ นหลัง ตง้ั แตป พ.ศ. 2554–2558 แสดงใหเห็นวา
แตละหมูบานมีผูปวยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มข้ึนอยางตอเนื่องในทุกปเชนเดียว
กับโรคเบาหวาน สวนปจจัยท่ีทําใหผูปวยโรคดังกลาวเพิ่มข้ึนอยางตอเนื่องน้ัน
นอกจากปจจัยทางดานกรรมพันธุแลวจะพบวา วิถีชีวิตของชาวบานและปจจัย
ดา นสงิ่ แวดลอ มทเี่ ปลยี่ นแปลงโดยเฉพาะดา นอาหารทมี่ กี ารพง่ึ พาอาหารสาํ เรจ็ รปู
หรอื อาหารพรอ มบรโิ ภคซง่ึ สว นใหญเ ปน อาหารไขมนั สงู เสน ใยอาหารนอ ยและมี
ปรมิ าณแปง และนา้ํ ตาลทม่ี ากเกนิ ไป รวมถงึ นยิ มการใสส ารปรงุ รสชนดิ ตา งๆ ทมี่ ี
ปรมิ าณโมโนโซเดยี มสงู ขณะทพี่ ฤตกิ รรมการออกกาํ ลงั กายนอ ยลง รวมถงึ วถิ ชี วี ติ
ของคนดา นซา ยในลมุ นา้ํ หมนั ไดเ ปลยี่ นไปมกี ารใชช วี ติ ทเี่ รง รบี มากขนึ้ จาํ เปน ตอ ง
พ่ึงพาอาหารจากรานสะดวกซื้อหรือรถพุมพวงที่เสี่ยงตออาหารไมปลอดภัยและ
เต็มไปดวยไขมันและคารโบไฮเดรต ดังเห็นไดจากการใชชีวิตของ “วัฒนธรรม

295

บานไร” หรือหมูบานท่ีทําการเกษตรในท่ีสูง เมื่อถึงฤดูการเพาะปลูกจะตองเดิน
ทางออกจากบานแตเชาและกลับมาบานชวงคํ่า เนื่องจากพื้นที่ไรอยูหางจาก
หมบู า นทาํ ใหไ มม เี วลาเขา ครวั อาหารสาํ เรจ็ รปู หรอื อาหารจากรา นพมุ พวงจงึ เปน
ทางเลอื กทส่ี อดรับกบั วฒั นธรรมบานไรด ังกลา ว

ประเด็นเร่ืองของเวลาท่ีเรงรัดจะสอดรับกับขอมูลภาวะอวนของเด็กซ่ึง
พบเกือบทุกหมูบานในลุมนํ้าหมันเนื่องจากเหตุผลสวนหน่ึงเพราะวิถีการทําการ
เกษตรทําใหลูกหลานในหลายๆ ครัวเรือนตองพึ่งพาอาหารจากรถพุมพวงและ
รา นสะดวกซ้ือ เน่อื งจากผูปกครองหลายๆ ครัวเรือนตอ งรบี เดินทางไปไร

ขณะทผ่ี ลการศกึ ษาเรอ่ื งสารเคมปี นเปอ นทางการเกษตรในลาํ นา้ํ หมนั ตอน
บนตอนกลางและตอนลา งมกี ารตรวจพบและกระจายอยใู นเกอื บทกุ หมบู า นแมว า
จะเปน ตวั เลขทไี่ มค อ ยสงู การประกอบอาชพี เกษตรกรรมเปน อาชพี ทมี่ คี วามเสยี่ ง
ตอ สขุ ภาพอนามยั และความปลอดภยั ของชาวบา น ปจ จยั ทสี่ าํ คญั อนั ดบั หนงึ่ ไดแ ก
อนั ตรายจากการใชส ารเคมกี าํ จดั ศตั รพู ชื ทส่ี ะสมอยใู นรา งกาย ทาํ ใหช าวบา นทไ่ี ด
รบั สารพิษดังกลา วสะสมอยางตอ เนื่องเกิดปวดศรษี ะ มึนงง อาเจียน รองลงมาก
ระทบตอสตั วนํ้า แหลง นาํ้ ในบริเวณใกลเ คียง เชน ปลา กบ เขียด งู ท่อี าศยั อยู
ในนาํ้ ตายหมด นอกจากนี้ การใชส ารเคมีทาํ ใหสุขภาพออนแอลง ออนเพลียและ
เหนือ่ ย สอดคลอ งกับขอ มูลคุณภาพของลมุ น้าํ หมนั ซง่ึ พบวาอยูในระดบั เฝาระวัง
ความเส่ียง เนอ่ื งจากเจือปนดว ยสารเคมีทางเกษตรในหลายๆ หมบู าน

กลาวโดยสรุป จากขอมูลพ้ืนฐานสุขภาวะชุมชนในลุมนํ้าหมัน อาทิ โรค
ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การรับสารเคมีปนเปอนทางการเกษตร หรือภาวะ
อวนของเดก็ ในหมบู า นตางๆ ในลาํ นาํ้ หมนั ท้งั ตอนบน ตอนกลางและตอนปลาย
ลวนสอดรับกับผลการศึกษาคุณภาพนํ้าหมัน โดยเฉพาะในเรื่องการรับสารปน
เปอนเคมีทางการเกษตร กลาวคือ ในหลายหมูบานที่ชาวบานมีความเส่ียงเร่ือง
รางกายไดรับสารสะสมเคมีทางการเกษตรก็มักมีคุณภาพนํ้าเส่ียงตอการเจือปน
สารเคมดี งั กลา วเชน กนั ยกเวน ในเขตเมอื งดา นซา ยทค่ี ณุ ภาพนา้ํ มรี ะดบั ความเสยี่ ง
เกดิ จากองคป ระกอบท่ีแตกตา ง เชน การบาํ บัดนา้ํ เสียจากชมุ ชนเมอื งเปนตน

296
ศักยภาพในการจัดการฐานทรพั ยากรอาหาร
ในลมุ นํ้าหมัน
ทั้งหลายท้ังปวงทําใหเห็นวา หมูบานสวนใหญในลุมน้ํายังขาดแนวทางที่
ชัดเจนในการจัดการฐานทรัพยากรอาหารในมิติปาตนน้ํา นํ้าและท่ีดิน อยางไร
ก็ตามมีบางหมูบานเริ่มขับเคล่ือนในการจัดการผืนปาและแหลงนํ้าท่ีสัมพันธกับ
ระบบผลิตอาหารของชุมชน ที่เห็นชัดคือ การจัดการนํ้าในลุมนํ้าหมันตอนตน
จะเหน็ จากบานหมากแขง บานกา งปลา และบานกกเกยี่ น ลุม นา้ํ หมนั ตอนกลาง
จะเห็นไดจากเริ่มขับเคล่ือนที่บานหัวนายูง สวนลุมน้ําหมันตอนลางจะชัดเจนที่
บานนาหมูมนและหวยปลาฝา ขณะการจัดการปาตนนํ้าจะเห็นชัดเฉพาะลุมน้ํา
หมันตอนกลางท่ีบานบุงกุมท่ีกอใหเกิดพลังในการฟนฟูปาชุมชน หรือบานหวย
ปลาฝาทีม่ วี วิ ัฒนาการอนรุ ักษฟ น ฟูปาตนนํา้ มานานกวาครงึ่ ศตวรรษ ดังสรุปราย
ละเอยี ดในภาพดา นลาง

ภาพแสดงศักยภาพของหมูบานในการจัดการฐานทรพั ยากรอาหารในลุมนํ้าหมัน สวนบนแสดงการ
จัดการปา สวนกลางแสดงการจดั การน้าํ สวนลางแสดงการจดั การที่ดิน (ทเี่ ชือ่ มโยงกับการจดั การปา)

297

การจัดการลุมน้ําหมันโดยเครือขายทางสังคมของหมูบานตางๆ เหลานี้
สะทอ นใหเ หน็ กระบวนการทางการเมอื งในความสมั พนั ธร ะหวา งกลมุ คน บทบาท
ผูนําในการขับเคล่ือน ตลอดจนเคร่ืองมือทางสังคมและวัฒนธรรมในการจัดการ
ปา ตน น้าํ และแหลงน้าํ ผานกลไกทางสังคมตางๆ ท้ังอยางเปน ทางการและไมเ ปน
ทางการ กฎเกณฑทางการปรากฏชัดจากการสรางกฎเกณฑ กฎระเบียบและ
กฎหมาย ในการจัดการปาตนน้ําและการจัดการระบบประปาภูเขาของหมูบาน
สวนกฎเกณฑที่ไมเปนทางการพบเห็นจากการใชประเพณีและความเช่ือผาน
การประกอบพิธีกรรมไหวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปาตนนํ้าตางๆ อาทิ เหมืองน้ําด้ัน ภูอังลัง
และภูผาแดด เปนตน มาเปนเคร่ืองมือในการควบคุมคนในชุมชนในการใชฐาน
ทรัพยากรตางๆ จากผืนปา โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีปาตนนํ้าที่ทําหนาท่ีสําคัญในการ
ใหน าํ้ หลอ เลย้ี งชวี ติ ชาวบา น ทงั้ ในแงก ารเกษตรและและในแงอ ปุ โภคในครวั เรอื น

จากหลกั การดงั กลา วสอ่ื ใหเหน็ ถึง “วธิ คี ดิ ของชาวบา น” ทีใ่ หความสาํ คญั
กับปาตนนํ้าและแหลงน้ําในฐานะเปนทรัพยากรรวมของชุมชน (Common
property resources) ท่ีทุกคนจะตองรวมกันรักษาและดูแล สงผลทําใหกลไก
ในการจัดการปาตนนํ้าและแหลงน้ําเกิดพลังและมีประสิทธิภาพในการจัดการ
ทรพั ยากรทางธรรมชาติ เพราะทกุ หนว ยทางสงั คมในหมบู า นเหน็ ความสาํ คญั ของ
ทรพั ยากรรว มดงั กลา ว ซงึ่ หากตกอยใู นภาวะเสยี่ งตอ การทาํ ใหเ กดิ ภาวะเปราะบาง
ทั้งท่ีจะทําใหฐานทรัพยากรจากผืนปาลดปริมาณลง หรือการรูไมเทาทันตอการ
ใชเคมีทางการเกษตรท่ีสงผลตอระบบนิเวศลุมน้ํา น่ันหมายความวาอาหารจาก
ธรรมชาตจิ ะลดลง แหลง ผลติ นาํ้ กจ็ ะลดปรมิ าณตาม นนั่ หมายความวา ภาวะเสยี่ ง
ตอความม่ันคงทางอาหารของชุมชนก็จะเกิดขึ้นตามทั้งในแงปริมาณน้ําทางการ
เกษตรและปริมาณน้ําที่จะใชในครัวเรือน ซึ่งมีประจักษพยานที่ชี้ชัดจากปราก
การณในอดีตท่ผี า นมาของหมบู านตางๆ ในลมุ นํ้าหมัน

298

เอกสารอา งอิง

กฤษฎา บุญชัย (2550). แนวความคิดและนโยบายฐานทรัพยากรอาหาร.
กรุงเทพฯ: มูลนธิ ิชีววถี .ี

การจดั การปา ไม กรมปา ไม กระทรวงเกษตรและสหกรณ. (2526). “สภาพการณ
ปาไมข องประเทศไทยในชว ง 21 ป (ตง้ั แต พ.ศ. 2504-2525)”

พยุงพร นนทวศิ รุต (2555.). “เรื่องเลาภูเขาศกั ดส์ิ ิทธิก์ ับวิถกี ารจดั การนํ้าแบบ
ด้งั เดมิ ” เอกสารประกอบการ

สมั มนาทางวชิ าการระดบั ชาติ “ทอ งถนิ่ ขา มแดนขา มแดนทอ งถนิ่ : ขา มพรมแดน
ความคดิ ความรู จากทอ งถน่ิ อสี านสสู ากล,” 6–7 กนั ยายน พ.ศ.2555.
คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.

สํานกั จดั การทรัพยากรปา ไมท่ี 6. (2557). บันทึกขอ ตกลงการจัดการปาชมุ ชน.
อุดรธาน.ี

ปฐม หงสส วุ รรณ (2550). กาลครงั้ หนงึ่ : วา ดว ยตาํ นานกบั วฒั นธรรม. กรงุ เทพฯ
: สาํ นกั พมิ พ แหงจุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั .

เอกรินทร พ่ึงประชา และคณะ (2555). รายงานวิจัยภูมิปญญาทองถิ่นในการ
จดั การระบบและความมั่นคง

อาหารของชมุ ชน: กรณีศกึ ษาหมูบ า นในอําเภอดา นซา ย จังหวดั เลย. กรุงเทพฯ:
สํานักงานกองทนุ สนบั สนนุ การวิจยั .

เอกรนิ ทร พ่งึ ประชา และคณะ (2555.) ภูมิปญญาทองถ่ินในการจัดการระบบ
“นา” และ “ไร” เพ่อื ความม่ันคง

ทางอาหารของชุมชน หมูบานในอําเภอดานซาย จังหวัดเลย. เลย:
รงุ แสงธุรกจิ การพมิ พ.

299

เอกรินทร พึ่งประชาและคณะ (2557.) จากปาสูครัวไทดาน. เลย:
รงุ แสงธรุ กิจการพิมพ.

Brosius, J. Peter, Anna L.T., and Charles Z. (2005). Communities and
Conservation: Histories and Politics of

Community-Based Natural Resource Management. MD: Altamira Press.
Kenneth, Brooks (2012). Hydrology and the Management of the

Watersheds. NY: Wiley-Blackwell.
Kolavalli, L. and John Kerr (2002). “Mainstreaming Participatory

Watershed Development,”
Economic and Political Weekly. 37,3: 225-242.
Richter, Brian D., Ruth M., David L. H., and Robert W. (2003).

“Ecologically Sustainable water
Management: Managing River Flows for Ecological Integrity,” Ecological

Applications. 13,1: 206-224.

300


Click to View FlipBook Version