ป 55 189 ป 54
ป 56 ป 55
แผนภมู ทิ ี่ 6 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือนป 56
ป 54(สว นสูงตามเกณฑอ ายุ) ที่มีภาวะโภชนาการคอ นขา งสูง 3 หมบู า นในลําน้าํ หมนั ตอนลางป 57
ป 57
ป 2554-2558
ป 55
จากแผนภูมิที่ 6 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุป 56
0-72 เดือน (สว นสูงตามเกณฑอาย)ุ ที่มภี าวะโภชนาการคอ นขางสูง 3 หมบู า น
ในลาํ นาํ้ หมนั ตอนลา ง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา บา นหว ยปลาฝา มเี ดก็
ที่มีภาวะโภชนาการคอนขางสูงมากท่ีสุด รองลงมาคือบานนาหมูมน และนอย
ท่สี ุดคือบา นปากหมัน
190
แผนภูมทิ ่ี 7 รายงานการตดิ ตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดือน
(สวนสูงตามเกณฑอ ายุ) ที่มีภาวะโภชนาการสูงตามเกณฑ 6 หมบู านในลาํ นํ้าหมันตอนบน
ป พ.ศ. 2554-2558
จากแผนภูมิท่ี 7 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดือน (สวนสูงตามเกณฑอายุ) ท่ีมีภาวะโภชนาการสูงตามเกณฑ 6
หมบู า นในลาํ นา้ํ หมนั ตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา บา นหว ยตาด
มปี รมิ าณเดก็ ทม่ี ภี าวะโภชนาการสงู ตามเกณฑม ากทส่ี ดุ รองลงมาคอื บา นกกเหยี่ น
บานกา งปลา บานนาํ้ พุ บานแกงครกและนอยทสี่ ดุ ทบี่ านหมากแขง
ป 54
ป 56
ป 57
ป 54
ป 55
ป 56
ป 57
191
แผนภมู ทิ ่ี 8 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดอื น
(สวนสูงตามเกณฑอ ายุ) ทมี่ ีภาวะโภชนาการสูงตามเกณฑ 7 หมูบา นในลาํ นํ้าหมันตอนกลางป
พ.ศ. 2554-2558
จากแผนภูมิท่ี 8 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดอื น (สว นสงู ตามเกณฑอ าย)ุ ทม่ี ภี าวะโภชนาการสงู ตามเกณฑ 7 หมบู า นใน
ลาํ นา้ํ หมนั ตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา ในลาํ นาํ้ หมนั ตอนกลาง
มเี ดก็ ทมี่ ภี าวะโภชนาการสว นสงู ตามเกณฑค อ นขา งมากหมบู า นทม่ี เี ดก็ โภชนาการ
สูงตามเกณฑมากทีส่ ดุ คือบานดา นซา ยรองลงมาคอื บานหนามแทง บานหัวนายูง
บา นนาทมุ บานบงุ กมุ บานนาหอ และบา นนาเวียงใหญนอ ยที่สดุ
ป 54 192
ป 55
แผนภมู ทิ ี่ 9 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือน
ป 56(สวนสูงตามเกณฑอาย)ุ ที่มีภาวะโภชนาการสูงตามเกณฑ 3 หมบู า นในลาํ นาํ้ หมันตอนลา ง
ป 57
ป 2554-2558
ป 54
ป 55จากแผนภูมิท่ี 9 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
ป 560-72 เดอื น (สว นสงู ตามเกณฑอ าย)ุ ทมี่ ภี าวะโภชนาการสงู ตามเกณฑ 3 หมบู า น
ป 57ในลาํ นา้ํ หมนั ตอนลา ง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา หมบู า นทมี่ เี ดก็ มภี าวะ
โภชนาการสูงตามเกณฑม ากท่สี ุดคอื บานหวยปลาฝา รองลงมาคือบา นนาหมมู น
และบานปากหมันนอยท่สี ุด
ป 55 193
ป 57
ป 55แผนภูมทิ ่ี 10 รายงานการตดิ ตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดอื น
(สว นสูงตามเกณฑอาย)ุ ทม่ี ภี าวะโภชนาการเตี้ย 6 หมบู า นในลําน้ําหมนั ตอนบน
ป 56
ป 54ป 2554-2558
ป 57
จากแผนภูมิท่ี 10 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
ป 540-72 เดือน (สวนสูงตามเกณฑอายุ)ท่ีมีภาวะโภชนาการเต้ีย 6 หมูบานใน
ป 55ลําน้ําหมันตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเห็นวา หมูบานท่ีมีเด็กเต้ีย
มากที่สุดคือบานนํ้าพุ รองลงมาคือบานแกงครก บานกกเหี่ยน บานกางปลา
ป 57บา นหมากแขงและบา นหวยตาด
ป 58
ป 55
ป 56
ป 57
ป 55 194
ป 56 ป 57
แผนภูมทิ ่ี 11 รายงานการตดิ ตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดือน
ป 58(สว นสงู ตามเกณฑอายุ) ทม่ี ภี าวะโภชนาการเตีย้ 7 หมบู านในลํานํ้าหมนั ตอนกลาง
ป 54
ป 2554-2558
ป 56
ป 57จากแผนภูมิท่ี 11 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดือน (สวนสูงตามเกณฑอายุ) ที่มีภาวะโภชนาการเตี้ย 7 หมูบานใน
ป 58ลาํ นา้ํ หมนั ตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา บา นทจ่ี าํ นวนเดก็ เตย้ี
ป 54เพ่ิมขึน้ อยางตอ เนื่องคอื บา นหนามแทง รองลงมาคอื บา นดา นซา ย บานหัวนายงู
บานนาทมุ บา นนาเวยี งใหญ บา นบุงกมุ และบา นนาหอตามลาํ ดับ
ป 55
ป 56
ป 58
ป 54
ป 55
ป 58
ป 54
ป 54 195
ป 55
แผนภูมิท่ี 12 รายงานการตดิ ตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดือน
ป 56(สว นสงู ตามเกณฑอายุ) ทมี่ ภี าวะโภชนาการเตีย้ 3 หมบู า นในลาํ น้าํ หมันตอนลา ง
ป 57
ป 2554-2558
ป 54
ป 55จากแผนภูมิที่ 12 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดือน (สวนสูงตามเกณฑอายุ) ท่ีมีภาวะโภชนาการเตี้ย 3 หมูบานใน
ป 56ลํานํ้าหมันตอนลาง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเห็นวา บานหวยปลาฝา
ป 57มีเด็กเตยี้ มากกวา บานนาหมมู น บานปากหมันไมพ บเดก็ เตย้ี
ป 56 196
ป 55
ป 58แผนภมู ิท่ี 13 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือน
ป 57(สว นสงู ตามเกณฑอ าย)ุ ท่มี ภี าวะโภชนาการคอ นขา งเต้ยี 6 หมูบา นในลําน้าํ หมนั ตอนบน
ป 56
ป พ.ศ. 2554-2558
ป 57
จากแผนภูมิท่ี 13 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดอื น (สว นสงู ตามเกณฑอ าย)ุ ทม่ี ภี าวะโภชนาการคอ นขา งเตย้ี 6 หมบู า น
ในลาํ นา้ํ หมนั ตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา บา นนาํ้ พมุ เี ดก็ คอ น
ขางเตย้ี มากท่ีสุด รองลงมา คือ บา นแกง ครก บา นกกเหีย่ น บานกางปลา บา น
หมากแขง สวนบานหว ยตาดไมพ บเดก็ มภี าวะเตีย้
ป 55 197
ปปป 555876
ป 54แผนภมู ิท่ี 14 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดอื น
(สว นสูงตามเกณฑอ าย)ุ ทมี่ ภี าวะโภชนาการคอนขา งเต้ีย 7 หมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนกลาง
ป 56
ปป 5576ป พ.ศ. 2554-2558
จากแผนภูมิที่ 14 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดอื น (สว นสงู ตามเกณฑอ าย)ุ ที่มีภาวะโภชนาการคอนขางเตี้ย 7 หมูบาน
ในลาํ นา้ํ หมนั ตอนกลางปพ.ศ.2554-2558แสดงใหเ หน็ วา บา นดา นซา ยมจี าํ นวน
เดก็ คอนขา งเตย้ี มากทส่ี ดุ รองลงมาคอื บานหัวนายูง บา นหนามแทง บา นนาทุม
บานนาเวยี งใหญ บานบงุ กุม และบา นนาหอตามลาํ ดบั
ป 54 198
ป 55
แผนภมู ทิ ่ี 15 รายงานการตดิ ตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือน
ป 56(สวนสงู ตามเกณฑอ าย)ุ ทมี่ ีภาวะโภชนาการคอนขา งเต้ยี 3 หมูบานในลําน้าํ หมันตอนลา ง
ป 57
ป 2554 - 2558
ป 54
ป 55จากแผนภูมิท่ี 15 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดอื น(สวนสงู ตามเกณฑอ าย)ุ ที่มีภาวะโภชนาการคอ นขางเตีย้ 3 หมบู าน
ป 56ในลาํ นาํ้ หมนั ตอนลา ง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา บา นทมี่ เี ดก็ คอ นขา ง
ป 57เต้ียมากที่สุดคือบานนาหมูมน รองลงมาคือบานหวยปลาฝา สวนบานปากหมัน
ไมพ บเดก็ มภี าวะคอนขางเต้ยี
ป 54 199
ป 57
แผนภูมทิ ี่ 16 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดอื น
ป 57(น้าํ หนักตามเกณฑอาย)ุ ท่ีมีภาวะโภชนาการนํา้ หนกั มากกวาเกณฑ 6 หมูบ านในลําน้าํ หมันตอนบน
ป 54
ป 54ป พ.ศ. 2554-2558
ป 58
จากแผนภูมิที่ 16 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดอื น (นา้ํ หนกั ตามเกณฑอ าย)ุ ทมี่ ภี าวะโภชนาการนาํ้ หนกั มากกวา เกณฑ
6 หมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา ในลาํ นาํ้ หมนั
ตอนบนบา นหว ยตาดมเี ดก็ ทมี่ นี า้ํ หนกั มากกวา เกณฑม ากทส่ี ดุ หมบู า นทเ่ี หลอื จะมี
ปรมิ าณเดก็ ทีม่ นี ํ้าหนกั มากกวา เกณฑใกลเคยี งกนั
ป 54 200
ป 55
แผนภูมทิ ่ี 17 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือน
ป 56 (นํา้ หนักตามเกณฑอาย)ุ ท่ีมีภาวะโภชนาการนํ้าหนักมากกวาเกณฑ 7
ป 57 หมูบ า นในลํานาํ้ หมันตอนกลาง ป 2554-2558
ป 54
ป 56จากแผนภูมิท่ี 17 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
ป 570-72 เดือน (นํ้าหนักตามเกณฑอายุ) ท่ีมีภาวะโภชนาการนํ้าหนักมากกวา
ป 58เกณฑ 7 หมูบ านในลาํ น้ําหมันตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 ในลําน้าํ หมนั
ป 58ตอนกลางบานหนามแทงจะมีจํานวนเด็กท่ีมีน้ําหนักมากกวาเกณฑมากที่สุด
ป 54รองลงมาคือบานดานซาย บานนาทุมและบานหัวนายูง บานนาเวียงใหญ
บานนาหอและบา นบุงกุม ตามลําดับ
ป 55 201
ป 57
ป 55แผนภูมิท่ี 18 รายงานการตดิ ตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือน
ป 54(นา้ํ หนักตามเกณฑอาย)ุ ท่มี ีภาวะโภชนาการนํา้ หนกั มากกวาเกณฑ 3
หมบู า นในลาํ น้ําหมันตอนลาง ป 2554-2558
ป 55
จากแผนภูมิท่ี 18 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดือน(น้ําหนักตามเกณฑอายุ) ที่มีภาวะโภชนาการนํ้าหนักมากกวา
เกณฑ 3 หมูบานในลํานํ้าหมันตอนลา ง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเห็นวา
บานนาหมูมนมีจํานวนเด็กน้ําหนักมากกวาเกณฑมากกวาบานหวยปลาฝา
และบา นปากหมนั
ป 54 202
ป 55
แผนภูมิที่ 19 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือน
ป 56(นา้ํ หนกั ตามเกณฑอ าย)ุ ทีม่ ภี าวะโภชนาการน้าํ หนกั ตามเกณฑ 6 หมูบานในลํานา้ํ หมันตอนบน
ป 57
ป 2554-2558
จากแผนภูมิท่ี 19 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดือน (น้ําหนักตามเกณฑอายุ) ท่ีมีภาวะโภชนาการนํ้าหนักตามเกณฑ
6 หมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา ทงั้ 5 หมบู า น
มีจํานวนเดก็ ท่มี ีนํ้าหนักตามเกณฑใ กลเคียงกัน ยกเวน บา นหมากแขงท่ีมีปริมาณ
นอ ยกวาหมบู า นอืน่
203
แผนภูมิท่ี 20 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดอื น
(นํ้าหนกั ตามเกณฑอาย)ุ ทีม่ ีภาวะโภชนาการนา้ํ หนกั ตามเกณฑ 7
หมูบานในลาํ น้ําหมันตอนกลาง ป 2554-2558
จากแผนภูมิที่ 20 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดือน (น้ําหนักตามเกณฑอายุ) ท่ีมีภาวะโภชนาการนํ้าหนักตามเกณฑ
7 หมูบานในลาํ น้ําหมนั ตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 หมบู านในลาํ นํา้ หมัน
ตอนกลางเด็กท่ีมีนํ้าหนักตามเกณฑแบงเปน 3 กลุม คือ กลุมหมูบานท่ีมีเด็ก
ตามเกณฑมากคือหมูบานดานซาย บานหัวนายูง บานหนามแทง หมูบาน
ทมี่ ีจาํ นวนเดก็ รองลงมาคอื บา นบงุ กุม บานนาทมุ บานนาหอ หมูบา นที่มีจาํ นวน
เด็กนอยท่สี ุดคือบานนาเวียงใหญ
ป 54 204
ป 55
แผนภูมิท่ี 21 รายงานการตดิ ตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดือน
ป 56(นา้ํ หนักตามเกณฑอายุ) ท่มี ีภาวะโภชนาการนํา้ หนกั ตามเกณฑ 3
ป 57หมบู า นในลํานํ้าหมันตอนลาง ป พ.ศ. 2554-2558
จากแผนภูมิที่ 21 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดือน (นํ้าหนักตามเกณฑอายุ)ที่มีภาวะโภชนาการน้ําหนักตามเกณฑ
3 หมูบานในลํานํ้าหมันตอนลาง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเห็นวา
บานนาหมูมนและบานหวยปลาฝามีจํานวนเด็กท่ีมีนํ้าหนักตามเกณฑ
ใกลเ คยี งกนั สว นบา นปากหมนั จะมเี ดก็ ทม่ี นี า้ํ หนกั ตามเกณฑน อ ยกวา หมบู า นอน่ื
ป 54 205
ป 57
ป 55แผนภมู ิที่ 22 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดอื น
(น้าํ หนักตามเกณฑอ ายุ) ทีม่ ภี าวะโภชนาการนาํ้ หนักนอ ยกวาเกณฑ 6
ป 56หมูบานในลํานาํ้ หมันตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558
ป 54
จากแผนภูมิที่ 22 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ
0-72 เดอื น (นาํ้ หนกั ตามเกณฑอ าย)ุ ทม่ี ภี าวะโภชนาการนา้ํ หนกั นอ ยกวา เกณฑ
6 หมบู านในลําน้าํ หมนั ตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเห็นวาบานนํ้าพุ
มีจํานวนเด็กท่ีมีนํ้าหนักนอยกวาเกณฑมากที่สุด รองลงมาคือบานกกเห่ียน
และบานหมากแขง และบานหวยตาด ตามลําดับ สวนบานแกงครกและ
บานกางปลาไมพ บเดก็ นํ้าหนักนอยกวา เกณฑ
ป 56 ป 57 206
ป 54 ป 55แผนภมู ทิ ี่ 23 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเดก็ อายุ 0-72 เดือน
(น้ําหนกั ตามเกณฑอายุ) ทม่ี ภี าวะโภชนาการนํ้าหนกั นอยกวาเกณฑ 7
หมบู านในลาํ นํ้าหมันตอนกลาง ป 2554-2558ป 54
ป 54
จากแผนภูมิที่ 23 รายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุป 58
0-72 เดอื น (นา้ํ หนกั ตามเกณฑอ าย)ุ ทม่ี ภี าวะโภชนาการนาํ้ หนกั นอ ยกวา เกณฑป 55
7 หมบู า นในลาํ นา้ํ หมนั ตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา หมบู า น
ที่มีเด็กน้ําหนักนอยกวาเกณฑในลําน้ําหมันตอนกลางคือ บานดานซาย รองลง
มาคือบานหนามแทง บานหัวนายูง บานนาเวียงใหญ บานนาทุม บานนาหอ
และบานบงุ กุม ตามลาํ ดบั
สวนรายงานการติดตามภาวะโภชนาการของเด็กอายุ 0-72 เดือน
(น้ําหนักตามเกณฑอายุ) ท่ีมีภาวะโภชนาการนํ้าหนักนอยกวาเกณฑ 3 หมูบาน
ในลํานํ้าหมันตอนปลาย ป 2554-2558 พบวา ป 2556 บานนาหมูมน
พบเพยี ง 1 ราย และป 2558 พบบานปากหมันเพียงรายเดียวเทาน้นั
207
สถานการณโรคเบาหวาน
จากการคัดกรองโรคเบาหวานของประเทศไทยป พ.ศ. 2554 พบผูปวย
เบาหวานรายใหมมีแนวโนมสูงขึ้นอยางตอเน่ืองและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งปญหาการเจ็บปวยดังกลาวสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตและทรัพยสิน
ทั้งในระดับครัวเรือนและประเทศชาติ สาเหตุท้ังนี้เน่ืองมาจากวิถีชีวิตของ
ประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ตลอดจนปจจัยส่ิงแวดลอม
โดยเฉพาะดานอาหารท่ีมีการพึ่งพาอาหารสําเร็จรูปหรืออาหารพรอมบริโภค
ซึ่งสวนใหญจะเปนอาหารไขมันสูง เสนใยอาหารนอย และมีนํ้าตาลมากเกินไป
ในขณะท่ีพฤติกรรมการออกกําลังกายนอยลง ทําใหเกิดภาวะโภชนาการเกิน
โรคอวน โรคไมติดตอเรื้อรัง เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด
และหัวใจ (สาํ นักโภชนาการ กรมอนามัย สงิ หาคม 2555)
สถิตโรคเบาหวานหมบู านในลมุ นา้ํ หมนั ตอนบน
จากแผนภมู ทิ ี่ 23 แสดงสถติ โิ รคเบาหวาน 6 หมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนบน
ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา บา นหว ยตาดเปน หมบู า นทม่ี ผี ปู ว ยเบาหวาน
มากทีส่ ุด รองลงมาคอื บา นกกเหี่ยน อนั ดับทสี่ ามคือบานนา้ํ พุ สวนบา นแกงครก
บานกางปลาและบานหมากแขงจะมีจํานวนของผปู วยเบาหวานใกลเ คียงกัน
208
แผนภูมิท่ี 23 สถติ ิโรคเบาหวาน 6 หมบู านในลํานา้ํ หมนั ตอนบน ป 2554-2558
จากแผนภูมิที่ 23 สังเกตไดวา บานที่มีที่ต้ังอยูใกลตัวอําเภอดานซาย
จะมีจํานวนผูปวยเบาหวานมากกวาบานท่ีอยูไกลตัวอําเภอ ยกเวนบานกางปลา
ซึ่งจะมีจํานวนผูปวยเบาหวานใกลเคียงกับหมูบานท่ีอยูหางไกลอําเภอ หมูบาน
ที่อยูในลํานํ้าหมันตอนบนสวนใหญรับประทานขาวเหนียวเปนอาหารหลัก
ซง่ึ รับประทานปรมิ าณคอ นขา งมาก ในหมบู า นที่อยไู กลตัวอาํ เภอจะรับประทาน
ขาวกับกับขาวเปนสวนใหญและมีผลไมตามฤดูกาลบางครั้งเทาน้ัน ในผูปวย
บางรายอาหารสวนใหญเปนอาหารแหงอาหารกระปอง เพราะชีวิตสวนใหญ
จะนอนบนไรคร้ังละหลายๆ วันจึงจะกลับเขาหมูบาน หรือบางคร้ังชาวบาน
ในนา้ํ หมนั บางหมบู านยงั มีการหาอาหารท่ีบริเวณนาํ้ หมันตอนบน เชน พวกปลา
บางชนิดที่ยงั สามารถหามารบั ประทานไดอยู
209
สวนหมูบานที่อยูใกลตัวอําเภอจะมีอาหารสมัยใหมที่หาซ้ือไดงาย
ตามรานคาและรานสะดวกซื้อเสริมเขาไปในอาหารหลักประจําวันซ่ึงอาหาร
เหลานี้อุดมไปดวยแปง น้ําตาล ซึ่งอาจเปนสาเหตุหน่ึงท่ีทําใหจํานวนผูปวยเบา
หวานในหมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนบนทอี่ ยใู กลต วั อาํ เภอมจี าํ นวนมากกวา หมบู า น
ทอี่ ยไู กล
สถิตโิ รคเบาหวานหมูบ านในลาํ นา้ํ หมนั ตอนกลาง
จากแผนภูมิท่ี 24 แสดงสถิติโรคเบาหวาน 7 หมูบานในลําน้ําหมัน
ตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา หมบู า นทม่ี จี าํ นวนผปู ว ยเบาหวาน
มากท่ีสุดในลําน้ําหมันตอนกลางคือ บานดานซาย รองลงมาคือบานหัวนายูง
บานหนามแทง บานนาทุม บานนาเวียงใหญ และบานบุงกุมตามลําดับ
สว นหมบู านทีม่ จี ํานวนผูปว ยเบาหวานนอ ยทสี่ ุดคอื บา นนาหอ
แผนภูมิท่ี 24 สถิตโิ รคเบาหวานหมูบา นในลํานาํ้ หมนั ตอนกลาง ป 2554-2558
210
จากแผนภูมิที่ 24 แสดงใหเห็นวา หมูบานที่ต้ังอยูในตัวอําเภอดานซาย
หรือหมูบานท่ีอยูใกลตัวอําเภอจะมีผูปวยเบาหวานจํานวนมากกวาบานที่มี
ระยะทางหา งไกลออกไปคลา ยกบั หมบู า นทอ่ี ยใู นลาํ นาํ้ หมนั ตอนบนผลการศกึ ษา
ดังกลา วแสดงใหเหน็ วา ลักษณะอาหารและโภชนาการท่มี ีความหลากหลายและ
อาหารสมัยใหมที่หาซื้อไดงายในชุมชนที่อยูในเมือง มีผลทําใหปริมาณผูปวย
เบาหวานเพมิ่ ขน้ึ
สถติ โิ รคเบาหวานหมูบา นในลาํ นํา้ หมันตอนลา ง
จากแผนภมู ทิ ่ี 25 แสดงสถติ โิ รคเบาหวาน 3 หมบู า นในลาํ นา้ํ หมนั ตอนลา ง
ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเ หน็ วา ลาํ นา้ํ หมนั ตอนลา ง หมบู า นทม่ี จี าํ นวนผปู ว ย
เบาหวานมากท่ีสุดคือบานหวยปลาฝา รองลงมาคือบานนาหมูมน และสุดทาย
คือบานปากหมัน แตละหมูบานในลํานํ้าหมันตอนลางมีลักษณะคลายกับลําน้ํา
หมนั ตอนบนและตอนกลาง คอื มจี าํ นวนผปู ว ยเบาหวานเพม่ิ ขน้ึ ทกุ ปแ ละหมบู า น
ท่ีมีระยะทางใกลตัวอําเภอจะมีจํานวนผูปวยเบาหวานมากกวาหมูบานที่อยูไกล
จากตัวอาํ เภอ
แผนภูมทิ ่ี 25 สถิติโรคเบาหวานหมูบ านในลาํ น้ําหมันตอนลาง ป 2554-2558
211
จากแผนภูมิที่ 25 รายงานผูปวยเบาหวานทั้ง 16 หมูบานตามแนว
ลุมน้ําหมันของอําเภอดานซาย (5 ปยอนหลัง) แสดงใหเห็นวา จํานวนผูปวย
เบาหวานแตละหมูบานมีจํานวนเพ่ิมขึ้นทุกปอยางนาเปนหวง นอกจากน้ี
จะสังเกตเห็นไดอยางชัดเจนวาผูปวยเบาหวานที่อยูในหมูบานตามลุมน้ําหมัน
ที่อยูในชุมชนเมืองจะมีจํานวนมากกวา หมูบานท่ีอยูตามลุมน้ําหมันที่อยู
หางไกลกับชุมชนเมือง ยกเวนบางหมูบานท่ีมีปริมาณผูปวยเบาหวานท่ีมี
จํานวนนอยและคอนขางคงที่ สวนบานหวยตาดมีปริมาณผูปวยเบาหวาน
เพม่ิ ขน้ึ อยา งมากในแตล ะป
สวนปจจัยท่ีทําใหผูปวยเบาหวานเพิ่มข้ึนเปนจํานวนมาก นอกจากปจจัย
ทางพันธุกรรมแลวจะเห็นไดวา วิถีชีวิตของประชาชนท่ีเปล่ียนแปลงไปตามยุค
ตามสมยั ตลอดจนปจ จัยส่งิ แวดลอ ม โดยเฉพาะดา นอาหารทม่ี ีการพง่ึ พาอาหาร
สําเร็จรูปหรืออาหารพรอมบริโภค ซึ่งสวนใหญจะเปนอาหารไขมันสูง เสนใย
อาหารนอ ยและมนี า้ํ ตาลมากเกนิ ไป ในขณะทพ่ี ฤตกิ รรมการออกกาํ ลงั กายนอ ยลง
ผลการศึกษาดังกลาวถือวาสอดคลองกับสํานักโภชนาการ กรมอนามัย
ที่ระบุไววา ในสภาวะปจจุบันวิถีชีวิตของคนดานซายไดเปลี่ยนไปมีการใชชีวิต
ที่เรงรีบมากขึ้น พึ่งพาอาหารจากรานสะดวกซ้ือหรือรถพุมพวงซึ่งอาหารท่ีได
มาสวนใหญเปนอาหารที่ดอยคุณภาพและมีคุณคาทางโภชนาการคอนขางตํ่า
อีกทั้งยังรับประทานขาวเหนียวเปนหลัก ซึ่งมีดัชนีน้ําตาลคอนขางสูง และยังมี
อาหารสมัยใหมที่มปี รมิ าณแปงและน้ําตาลจาํ นวนมาก
นอกจากอาหารแลว ชาวบานยังมีการบริโภคเคร่ืองดื่มตางๆ ที่มีปริมาณ
น้ําตาลคอนขางมากและมีขายอยางแพรหลายโดยเฉพาะรานขายนํ้าหวาน
รานขายกาแฟซ่ึงในปจจุบันมีจํานวนเพิ่มมากข้ึนอยางรวดเร็วโดยเฉพาะในตัว
อําเภอดานซายเอง ซ่ึงนาจะเปนปจจัยสงเสริมใหผูปวยโรคเบาหวานเพิ่มข้ึน
จํานวนมาก น่ันหมายถึงคารักษาพยาบาลจํานวนมากที่จะตามมา จํานวน
บุคคลากรที่มาดูแลผูปวยและท่ีสําคัญคือทําใหคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของคน
ดานซา ยต่ําลง
212
สถานการณโรคความดนั โลหิตสูง
เปนที่ทราบกันดีวา โรคความดันโลหิตสูงเปนโรคไมติดตอเรื้อรัง พบมาก
ในกลมุ ประชากรวัยสูงอายุ แตป จจุบันพบโรคน้ีในกลมุ วัยทาํ งานมากขึ้น นับเปน
ปญหาสําคญั ทท่ี ั่วโลกกาํ ลังเผชิญอยู อาหารเปนปจจัยท่สี าํ คญั อยา งหน่ึงซ่ึงสง ผล
ตอภาวะสุขภาพโดยตรง โดยเฉพาะการกินเค็มเปนสาเหตุของการเกิดความดัน
โลหิตสงู (กรมอนามัย, 2555)
สถิตโิ รคความดันโลหติ สูงหมูบ า นในลํานาํ้ หมนั ตอนบน
จากแผนภูมิท่ี 26 แสดงสถิติโรคความดันโลหิตสูง 6 หมูบานในลํา
นํ้าหมันตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 แสดงใหเห็นวา หมูบานที่มีจํานวน
ผูปวยความดันโลหิตสูงมากท่ีสุดคือบานหวยตาด รองลงมาคือบานหมากแขง
บานกกเห่ียน บานนํ้าพุ บานกางปลา และแกงครกตามลําดับ แนวโนมการเกิด
โรคความดันโลหิตสูงของประชากรในลํานํ้าหมันตอนบนมีปริมาณเพ่ิมสูงขึ้น
ทุกปในทุกหมูบานมีบางหมูบานมีจํานวนผูปวยความดันโลหิตสูงเพ่ิมขึ้นแบบ
กาวกระโดด แตในบางหมูบา นก็มคี วามคงที่ในจาํ นวนผูปว ย
แผนภมู ทิ ่ี 26 แสดงสถิตโิ รคความดนั โลหิตสูงหมบู า นในลาํ น้ําหมนั ตอนบน ป พ.ศ. 2554-58
213
สถติ ิโรคความดันโลหิตสงู หมบู านในลาํ นํา้ หมันตอนกลาง
จากแผนภูมิที่ 27 แสดงสถิติโรคความดันโลหิตสูง 7 หมูบานในลําน้ํา
หมนั ตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 ในลาํ นา้ํ หมนั ตอนกลางหมบู า นทม่ี ปี รมิ าณ
ผูปวยความดันโลหิตสูงมากท่ีสุดคือบานดานซาย บานหัวนายูง บานหนามแทง
บานบุงกุม บานนาทุม บานนาเวียงใหญและบานนาหอ ซึ่งจํานวนผูปวยความ
ดันโลหิตสูงในพื้นท่ีลํานํ้าหมันตอนกลางจะมีจํานวนมากกวาลํานํ้าหมันตอนบน
และตอนลา ง ซง่ึ จะมีปรมิ าณเพิ่มขนึ้ ทุกป
แผนภูมทิ ี่ 27 แสดงสถิติโรคความดันโลหติ สูงหมบู า นในลําน้าํ หมันตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-58
สถติ โิ รคความดนั โลหติ สงู 3 หมบู า นในลาํ นา้ํ หมนั ตอนลา ง ป 2554-2558
จากแผนภมู ทิ ่ี 28 แสดงสถติ โิ รคความดนั โลหติ สงู 3 หมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั
ตอนลา ง ป พ.ศ. 2554-2558 ในลําน้าํ หมนั ตอนลา งหมูบ า นที่มีจํานวนผูปวย
เบาหวานมากที่สุดคือ บานหวยปลาฝา รองลงมาคือบานนาหมูมน และ
บานปากหมันตามลําดับ จํานวนผูปวยความดันโลหิตสูงมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกป
เชนเดยี วกบั หมูบานอนื่ ๆ
214
แผนภมู ิท่ี 28 แสดงสถิตโิ รคความดนั โลหติ สูงหมูบานในลํานํ้าหมนั ตอนลา ง ป พ.ศ. 2554-58
จากแผนภูมิรายงานผูปวยความดันโลหิตสูงท้ัง 16 หมูบานตามแนว
ลุมน้ําหมันของอําเภอดานซาย (5 ปยอนหลัง) จะเห็นวาจํานวนผูปวย
ความดันโลหิตสูงมีจํานวนเพ่ิมขึ้นทุกปในทุกหมูบาน แตหมูบานท่ีมีผูปวย
ความดันโลหิตสูงมากท่ีสุดคือบานดานซาย ปจจัยหนึ่งที่ทําใหผูปวย
ความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นอยางตอเน่ืองคือปจจัยดานการบริโภคอาหารที่
เปลี่ยนแปลงไป ในปจจุบันมีอาหารท่ีมีโซเดียมสูงท่ีหาซ้ือไดงายมีขายทั่วไปตาม
รานสะดวกซ้ือ รา นขายของชาํ หรือรถพมุ พวง
นอกจากนี้ การปรงุ รสอาหารตามรา นอาหารหรอื ครวั เรอื นมกี ารเพมิ่ รสชาติ
อาหารโดยใชเ คร่อื งปรงุ รสที่ใสในปรมิ าณคอนขางมาก เชน ชูรส รสดแี ละคนอร
เปนตน ซ่ึงประชาชนสวนใหญไมคอยรูวาในเคร่ืองปรุงรสมีปริมาณโซเดียมคอน
ขา งสงู รแู คเ พยี งวา ชว ยทาํ ใหอ าหารอรอ ยจงึ ใสใ นปรมิ าณทคี่ อ นขา งมากและใสเ ปน
ประจาํ อาหารจําพวกหมกั ดอง อาหารแหง อาหารกระปอ งกย็ ังนิยมรบั ประทาน
อยู เชน หนอ ไมด อง ผักดอง ปลาแหงและปลากระปอ ง ซง่ึ การเปนโรคความดนั
โลหติ สูงของผปู ว ยจะทาํ ใหคณุ ภาพชวี ติ และสุขภาวะของผูปวยแยลง นอกจากนี้
การเปน โรคความดนั โลหติ สงู ยงั ทาํ ใหเ สย่ี งตอ การเกดิ โรคแทรกซอ นตา งๆ ตามมา
ซ่งึ หมายถึงคาใชจ า ยในการรักษาพยาบาลท่เี พิม่ ข้นึ ตามมาเชนกัน
215
ภาวะเจบ็ ปว ย: สารเคมีปนเปอนทางการเกษตร
สุขอนามัยและความปลอดภัย การประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปนอาชีพ
ท่ีมีความเส่ียงตอสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของชาวบาน โดยเฉพาะ
บา นหวยตาด ปจ จยั ตา งสําคญั อันดับหน่งึ ไดแ กอ ันตรายจากการใชสารเคมีกาํ จัด
ศัตรูพืชที่มีสะสมอยูในรางกาย จากรายงานผลการศึกษาขอมูลพ้ืนฐานจากการ
สํารวจเร่อื งการใชส ารเคมปี อ งกนั และกําจัดศัตรูพชื ของเกษตรกรพบวา มีปญ หา
การไดรับสารพษิ จากสารเคมีทใ่ี ช ทาํ ใหปวดหัว มึนงง อาเจียน รองลงมากระทบ
ตอ สตั วน า้ํ แหลง นาํ้ ในบรเิ วณใกลเ คยี ง เชน ปลา กบ เขยี ด งู ทอ่ี าศยั อยใู นนา้ํ ตาย
หมด นอกจากน้ีการใชสารเคมยี ังทําใหส ขุ ภาพออ นแอลง ออนเพลีย และเหนอื่ ย
สถานการณส ารเคมปี นเปอ นทางการเกษตรหมบู า นในลาํ นา้ํ หมนั ตอนบน
จากแผนภูมิที่ 29 แสดงสารเคมีปนเปอนทางการเกษตร 6 หมูบานใน
ลํานํ้าหมันตอนบน ป พ.ศ. 2554-2558 จากแผนภมู หิ มูบ า นท่ีมกี ารมาตรวจ
หาสารเคมีปนเปอนมากท่ีสุดคือบานหมากแขง รองลงมาคือบานแกงครก
บานหวยตาดและบานกางปลาซ่ึงในบานกกเหี่ยนและบานนํ้าพุไมมีขอมูล
การมารบั การตรวจสารเคมีปนเปอ นทางการเกษตร
แผนภมู ิท่ี 29 สารเคมปี นเปอ นทางการเกษตรหมูบ านในลํานํา้ หมนั ตอนบน ป 2554-58
ป 54
ป 55
ป 56
ป 58
ป 58
ป 54
ป 55
ป 57
ป 54
ป 55
ป 57
ป 58
ป 57 216
ป 57สถานการณส ารเคมปี นเปอ นทางการเกษตรหมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนกลาง
ป 54จากแผนภูมิท่ี 30 แสดงสารเคมีปนเปอนทางการเกษตร 7 หมูบานใน
ป 57ลํานํ้าหมันตอนกลาง ป พ.ศ. 2554-2558 จะมีจํานวนผูที่มารับบริการตรวจ
ป 58สารปนเปอนใน 3 หมูบาน คือ บานนาเวียงใหญ บานนาทุมและบานนาหอ
นอกจากน้ี ยงั พบวาบา นนาเวยี งใหญ และบา นนาหอจะมีสถิตกิ ารมาตรวจ 3 ป
ซง่ึ มีสถติ ิมากกวาหมบู า นอ่นื
แผนภูมิท่ี 30 สารเคมีปนเปอนทางการเกษตรหมบู า นในลํานา้ํ หมันตอนกลาง ป 2554-58
สถานการณสารเคมีปนเปอนทางการเกษตรหมูบานในลําน้ําหมัน
ตอนลาง
จากแผนภูมิที่ 31 แสดงสารเคมีปนเปอนทางการเกษตร 3 หมูบานใน
ลํานาํ้ หมนั ตอนลาง ป พ.ศ. 2554-2558 พบวา หมบู านทีม่ กี ารตรวจสารเคมี
ปนเปอนทางการเกษตรเกอื บทุกปค ือบา นนาหมูมน สวนหมบู า นทพ่ี บผูปนเปอ น
สารเคมีมากที่สุดคือบานปากหมัน สวนบานหวยปลาฝามีการตรวจเพียง 1 ป
เทา นนั้
ป 55 217
ป 58
แผนภูมทิ ่ี 31 สารเคมีปนเปอ นทางการเกษตรหมบู า นในลํานา้ํ หมนั ตอนลา ง ป 2554-58
ป 54
ป 55กลาวโดยสรุป จากขอมูลพื้นฐานสารเคมีปนเปอนทางการเกษตร
ของหมูบานตางๆ ในลํานํ้าหมันทั้งตอนบน ตอนกลางและตอนลางแสดง
ป 56ใหเห็นวา ยังมีปริมาณผูปวยท่ีมาตรวจสารเคมีปนเปอนทางการเกษตร
คอนขางนอย ท้ังนี้เพราะมีชาวบานบางสวนท่ีไมมารับการรักษาท่ีโรงพยาบาล
จะใชวิธีการขับสารเคมีออกจากรางกายโดยมีความเช่ือสวนตัว เชน การด่ืม
เหลา ขาวเพอ่ื ถอนพษิ เปน ตน
สรุปงานภาวะโภชนาการของคนดานซาย
สถติ โิ รคเบาหวานหมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนตน ตอนกลางและตอนปลาย
จากสถิติการเกิดโรคเบาหวานตอนตน ตอนกลาง และตอนลาง 5 ป
ยอนหลัง ตั้งแตป พ.ศ.2554-558 แสดงใหเห็นวา แตละหมูบานมีผูปวยโรค
เบาหวานเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องทุกป ปจจัยท่ีทําใหผูปวยเบาหวานเพิ่มขึ้นอยาง
ตอเนอ่ื งนน้ั นอกจากปจ จยั ทางดา นกรรมพันธแุ ลว จะพบวา วถิ ชี ีวติ ของชาวบาน
และปจจัยดานสิ่งแวดลอมท่ีเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะดานอาหารที่มีการพึ่งพา
218
อาหารสําเร็จรูปหรืออาหารพรอมบริโภคสวนใหญเปนอาหารไขมันสูง เสนใย
อาหารนอ ยและมปี รมิ าณแปง และนา้ํ ตาลทมี่ ากเกนิ ไป ขณะทพ่ี ฤตกิ รรมการออก
กําลงั กายนอยลง ซ่งึ สอดคลอ งกับสํานกั โภชนาการกรมอนามยั ทไี่ ดร ะบไุ ว
ปจจุบัน วิถีชีวิตของคนดานซายไดเปล่ียนไปมีการใชชีวิตท่ีเรงรีบมาก
ขึ้น พ่ึงพาอาหารจากรานสะดวกซ้ือหรือรถพุมพวง อาหารเหลาน้ีสวนใหญเปน
อาหารที่ดอยคุณภาพและมีคุณคาทางโภชนาการคอนขางตํ่า อีกทั้งชาวบานยัง
รบั ประทานขาวเหนยี วเปนหลักซ่ึงมดี ชั นีนํ้าตาลคอ นขา งสูง นอกจากน้ี ชาวบา น
ยังนยิ มบรโิ ภคเครือ่ งดมื่ ประเภทตางๆ ท่มี ีปริมาณนํ้าตาลคอ นขา งมากและมีขาย
อยา งแพรห ลาย เชน ชาเขยี ว กาแฟ เคร่อื งดื่มชกู าํ ลัง นํา้ หวาน น้าํ อัดลม ฯลฯ
การบรโิ ภคของชาวบา นดงั ทกี่ ลา วมานา จะสอดคลอ งกบั การเพม่ิ ขนึ้ ของรา น
ขายเครอ่ื งดม่ื ประเภทนเ้ี ปน จาํ นวนมากโดยเฉพาะรา นกาแฟทเ่ี พมิ่ อยา งรวดเรว็ ใน
ตัวอําเภอดานซาย ส่ิงเหลาน้ีนาจะเปนปจจัยเสริมใหผูปวยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น
จาํ นวนมาก นนั่ หมายถงึ คา รกั ษาพยาบาลจาํ นวนมากทจ่ี ะตามมา จาํ นวนบคุ ลากร
ทต่ี อ งมาดแู ลผปู ว ยและทส่ี าํ คญั คอื ทาํ ใหค ณุ ภาพชวี ติ และสขุ ภาวะของคนดา นซา ย
ลดลง
สถติ โิ รคความดนั โลหติ สงู หมบู า นในลาํ นาํ้ หมนั ตอนบนตอนกลางและตอนลา ง
จากสถติ กิ ารเกดิ โรคความดนั โลหติ สงู ของหมบู า นลมุ นาํ้ หมนั ตอนตน ตอน
กลางและตอนปลาย 5 ปย อนหลงั ต้ังแตป พ.ศ. 2554–2558 แสดงใหเ หน็ วา
แตละหมูบานมีผูปวยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มข้ึนอยางตอเน่ืองในทุกปเชนเดียว
กบั โรคเบาหวาน
โรคความดันโลหิตสูงเปนโรคติดตอไมเรื้อรัง สมัยกอนพบมากในกลุม
ประชากรวยั สงู อายุ แตป จ จุบนั พบอยใู นกลมุ วยั ทาํ งานมากขึน้ อาหารเปน ปจ จัย
สําคัญอยางหนึ่งซ่ึงสงผลตอภาวะสุขภาพโดยตรง โดยเฉพาะการกินอาหารรส
เค็มเปนสาเหตขุ องการเกิดโรคความดันโลหติ สูง ซงึ่ อาหารเหลาน้ีมีสว นผสมของ
โซเดียมท่ีหาซ้ือไดงายตามรานสะดวกซื้อ รานขายของชําหรือตามรถพุมพวง
นอกจากนี้ การปรุงรสชาติอาหารตามรานอาหารหรือในครัวเรือนก็เปลี่ยนไปมี
การใสเคร่ืองปรุงรสตา งๆ
219
อกี ทงั้ ชาวบา นสว นใหญม กั ไมค อ ยรวู า ในเครอ่ื งปรงุ รสมปี รมิ าณโซเดยี มคอ น
ขา งสงู รูเ พยี งแคว า ทาํ ใหอาหารรสชาติอรอย จึงใสใ นปรมิ าณทค่ี อนขา งมากและ
ใสเ ปน ประจาํ อาหารจาํ พวกอาหารหมกั ดอง อาหารแหง อาหารกระปอ งกย็ งั นยิ ม
รับประทานกันอยู เชน หนอไมด อง ผกั ดอง ปลาแหง ปลารา ปลากระปอง โจก
มามา อาหารเหลา น้ลี วนมปี ริมาณโซเดยี มคอนขา งสูง
สถิตภิ าวะโภชนาการอว น/โภชนาการผอม/โภชนาการสมสว น
(ในเดก็ 0-72 เดือน)
หมูบานในลํานา้ํ หมนั ตอนตน ตอนกลางและตอนปลาย
จากสถิติจะเห็นไดวามีเด็กอวนอยูใบบางหมูบานเทานั้นและมีปริมาณไม
มาก ซ่ึงกระจายกันอยูในหมูบานลุมลํานํ้าหมันตอนตนตอนกลางและตอนลาง
สาเหตุของเด็กที่มีภาวะอวนอันเนื่องมาจากการกินอาหารที่มากเกินไปทําให
รางกายไดรับพลังงานมากกวาท่ีรางกายตองการใชพลังงานที่เหลือจะถูกเปลี่ยน
เปนไขมันสะสมในรางกาย
ปญหาเด็กอวนที่พบในหมูบานบริเวณลุมน้ําหมันสวนหน่ึงเกิดจาก
กรรมพันธุ คือมีพอแมอวนทําใหลูกอวนตามไปดวย อีกปจจัยหนึ่งคือพฤติกรรม
การบริโภคที่เปลี่ยนไป ไดแก การทําอาหารที่คอนขางเรงรีบของผูดูแลซึ่งเปน
แบบสมัยใหมจะเนนอาหารประเภทผัดทอดเปนสวนใหญ นอกจากนี้ยังมีการ
บรโิ ภคอาหารวา งทมี่ ปี รมิ าณนาํ้ ตาล เกลอื ไขมนั คอ นขา งมาก เชน ขนมกรบุ กรอบ
นา้ํ ชาเขยี ว นํา้ อัดลม น้าํ หวาน ซ่ึงในกลุมเดก็ อวนจะมกี ารบริโภคอาหารประเภท
นี้คอนขางมากและบอย
ในสวนของพอแมมีเวลาในการเลือกสรรอาหารคอนขางนอยเพราะไป
ทาํ งานแตเ ชา หรอื เดก็ บางสว นตอ งอยกู บั ปยู า ตายาย ซงึ่ จะตามใจเดก็ ใหเ ดก็ เลอื ก
อาหารตามท่อี ยากรับประทาน โดยไมไ ดคํานงึ ถึงคุณคาสารอาหารทีเ่ ด็กจะไดรบั
ซ่ึงกลุมเด็กอวนเหลานี้ก็จะมีความเส่ียงที่จะเปนโรคตามมา เชน เบาหวานหรือ
อาจจะมีภาวะฝน ผุ เปนตน
220
จากสถิติ 5 ปย อ นหลงั จะเหน็ ไดว า มีปรมิ าณเด็กทีม่ ภี าวะโภชนาการผอม
มากกวาเด็กที่มีภาวะโภชนาการอวน เด็กที่มีภาวะโภชนาการผอมจะพบในทุก
หมูบานใน 16 หมูบานในลํานํ้าหมัน แตในบางหมูบานก็พบเพียงบางปเทาน้ัน
บางหมูบานจะมีเด็กผอมทุกป ปจจัยท่ีทําใหเด็กมีโภชนาการผอมท่ีสําคัญปจจัย
หนงึ่ คอื เรอ่ื งอาหาร เมอ่ื ไดร บั สารอาหารทไ่ี มเ พยี งพอตอ ความตอ งการของรา งกาย
ทาํ ใหเ ดก็ มภี าวะโภชนาการผอม ปจ จบุ นั ผปู กครองบางสว นยงั ขาดความรใู นเรอ่ื ง
อาหาร การจัดอาหารที่เหมาะสมตามวัยของเด็ก และในบางสวนผูปกครองไมมี
เวลาดูแลเด็กตองไปทําไรแตเชา หรือไปทําไรในที่ไกลมากตองไปนอนทีละหลาย
วันจะฝากไวก บั ปยู าตายายท่ีแกม ากแลว
ดังนั้น การจัดอาหารสําหรับเด็กจึงไมคอยมีคุณภาพและแหลงอาหาร
ที่ไดมาบางสวนก็มาจากรถเรขายอาหาร ซ่ึงมาจากแหลงวัตถุดิบท่ีคุณภาพตํ่า
ทําใหไดรับสารอาหารที่ไมเพียงพอและเหมาะสมกับวัย นอกจากน้ีเด็กท่ีมีภาวะ
โภชนาการผอมบางสวนไมน ยิ มรบั ประทานอาหารเชา ทาํ ใหข าดสารอาหารทจ่ี ะ
ไปเล้ียงรางกายและสมอง สมาธิในการเรียนไมคอยดี สติปญญาคอนขางตํ่าเด็ก
ที่ไมไดรับประทานอาหารเม่ือหิว ก็จะหาซ้ืออาหารประเภทขนมกรุบกรอบรับ
ประทานแทนซ่งึ คณุ คาทางอาหารคอนขางนอย
จากสถติ ิ 5 ปย อ นหลงั จะเหน็ ไดว า มปี รมิ าณเดก็ ทม่ี ภี าวะโภชนาการสมสว น
ของหมบู า นในลาํ นา้ํ หมนั ตอนตน ตอนกลางและตอนปลายมรี อ ยละเมอ่ื เทยี บกบั
ภาวะโภชนาการในสว นอน่ื คอ นขา งมากนนั่ อนั เนอ่ื งมาจากทางโรงพยาบาลสมเดจ็
พระยพุ ราชดา นซา ยไดม กี ารใหค วามรใู นเรอ่ื งการดแู ลเดก็ ในเรอ่ื งอาหารตง้ั แตเ รมิ่
ตงั้ ครรภม กี ารแนะนาํ อาหารทเี่ หมาะสมกบั หญงิ ตงั้ ครรภ หลงั จากนน้ั หลงั คลอดก็
มกี ารใหค าํ แนะนาํ การรบั ประทานอาหารขณะใหน มบตุ ร และมกี ารใหค าํ แนะนาํ
สําหรับหญิงตั้งครรภท่ีมีภาวะนํ้าหนักตัวนอยใหมีความรูและปรับพฤติกรรมการ
รับประทานอาหารใหเ หมาะสมในขณะตัง้ ครรภ นอกจากน้ียงั มีการใหคําแนะนํา
การเลี้ยงทารกดวยนมแมจ นถงึ 6 เดือน หลงั จากนนั้ กม็ กี ารใหคาํ แนะนาํ สาํ หรบั
อาหารที่เหมาะสมสําหรับเด็กในวัยตางๆ รวมถึงมีการใหคําแนะนําในเด็กที่มี
221
นาํ้ หนกั นอ ยเกนิ ไปหรอื มากเกนิ ไปเพอื่ ใหป รบั พฤตกิ รรมการรบั ประทานอาหารท่ี
เหมาะสมกบั เด็กและผูด แู ลโดยมกี ารตดิ ตามอยางตอเน่ือง
สถติ สิ ถานการณส ารเคมปี นเปอนทางการเกษตรหมบู านในลําน้ําหมัน
ตอนบนตอนกลางและตอนลาง
จากสถติ จิ ะเหน็ ไดว า สารเคมปี นเปอ นทางการเกษตรในลาํ นา้ํ หมนั ตอนบน
ตอนกลางและตอนลา งมกี ารตรวจพบและกระจายอยใู นเกอื บทกุ หมบู า นแมว า จะ
เปน ตวั เลขทไ่ี มค อ ยสงู การประกอบอาชพี เกษตรกรรมเปน อาชพี ทม่ี คี วามเสย่ี งตอ
สุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของชาวบาน ปจจัยท่ีสําคัญอันดับหนึ่งไดแก
อันตรายจากการใชสารเคมีกําจัดศรัตรูพืช ท่ีสะสมอยูในรางกาย จากรายงาน
ผลการศึกษาขอมูลพ้ืนฐานจากการสํารวจเร่ืองการใชสารเคมีปองกันและกําจัด
ศัตรูพืชพบวามีปญหาจากการไดรับสารพิษจากสารเคมีท่ีใช ทําใหปวดศรีษะ
มึนงง อาเจียน รองลงมากระทบตอสัตวนํ้า แหลงน้ําในบริเวณใกลเคียง เชน
ปลา กบ เขียด งู ท่ีอาศัยอยูในนํ้าตายหมด นอกจากน้ีแลวการใชสารเคมีทําให
สขุ ภาพออ นแอลง ออ นเพลยี และเหนอ่ื ย กลา วโดยสรปุ จากขอ มลู พนื้ ฐานสารเคมี
ปนเปอ นทางการเกษตรในหมูบานตางๆ ในลาํ น้ําหมันทง้ั ตอนบน ตอนกลางและ
ตอนลาง แสดงใหเห็นวายังมีปริมาณผูปวยท่ีมาตรวจสารเคมีปนเปอนทางการ
เกษตรคอ นขา งนอ ย ทง้ั นเี้ พราะมชี าวบา นบางสว นทไี่ มม ารบั การรกั ษทโี่ รงพยาบาล
จะใชวิธีการขับสารเคมีออกจากรางกายโดยมีความเช่ือสวนตัว เชน การด่ืม
เหลาขาวเพ่อื ถอนพิษหลงั จากไปพนยาฆาหญามา เปน ตน
222
223
สวน III
การจดั การฐานทรพั ยากรอาหารในลมุ นํ้าหมนั
224
225
การจัดการนํา้ ในลมุ นํ้าหมนั
จากการทําภาคสนามดวยระเบียบวิธีวิจัยตางๆ ประกอบดวย
การสังเกตการณอยางมีสวนรวม การสัมภาษณแบบกลุมยอย การจัดเวทีและ
เปลี่ยนระดมความเห็น ตลอดจนการสัมภาษณเชิงลึก และการทําแบบสอบถาม
ครัวเรือน ทําใหเห็นวา หมูบานตางๆ ในลุมนํ้าหมันสวนตางๆ มีวิธีการท่ีหลาก
หลายในการจัดการฐานทรัพยากรอาหารของชุมชน บางหมูบานมีความโดดเดน
เรื่องการจัดการนํ้า ขณะที่อีกหลายหมูบานมุงความสําคัญเร่ืองการจัดการปา
ขณะที่การจัดการเร่ืองที่ดินทั้งในมิติที่ดินทํากินเพ่ือการเกษตรจะเปนกิจกรรมที่
สัมพันธกับการจัดการปา ดังนั้น ในบทนี้ท่ีวาดวยเรื่องการจัดการฐานทรัพยากร
อาหารในลมุ นาํ้ หมนั จะมงุ ประเดน็ ไปยงั การจดั การนา้ํ และการจดั การผนื ปา ในมติ ิ
ท่สี ัมพนั ธกบั การเกษตรเปน สําคญั
226
แนวทางการจัดการน้าํ
การจัดการนํ้าโดยสวนใหญเปนการจัดการนํ้าที่สัมพันธกับปาตนน้ํา
น้ําผุดและนํ้าซับที่ชาวบานจัดการโดยจัดทําเปนเหมืองและประปาภูเขา ซ่ึง
พบเหน็ ไดท กุ หมบู า นตา งๆ ในพน้ื ทสี่ งู ของลมุ นาํ้ หมนั ตอนตน และบางหมบู า นใน
ลุมน้ําหมันตอนกลาง และทุกหมูบานในลุมนํ้าหมันตอนปลาย โดยจะใชน้ํา
ดงั กลา วท้งั การเกษตรและอปุ โภคและบรโิ ภค ขณะท่พี ้ืนทีเ่ ขตเมืองในลุมนํา้ หมนั
ตอนกลางสว นใหญจ ะใชร ะบบประปาภมู ภิ าค สว นการจดั การนาํ้ ในลมุ นาํ้ หมนั พบ
โดดเดน ในทง้ั สามตอนลมุ นาํ้ แตจ ะโดดเดน ในบางหมบู า นของลมุ นาํ้ หมนั ตอนกลาง
และปลาย ในเรอ่ื งการใชน ํ้าเพอ่ื การเกษตรเทา นัน้
ลุมนาํ้ หมันตอนตน
บานหมากแขง: การพัฒนาประปาภูเขา กอนรัฐเขามามีบทบาทใน
หมบู า น ชาวบา นจะใชไ มไ ผท าํ เปน “ฮางรนิ ” (รางรนิ ) ตอ กนั ยาวๆ จากทส่ี งู ลงมา
สว นมากจะใชไ ผห กหรอื ไผซ าง เพราะลาํ ตน ใหญ ปลอ ยใหน า้ํ ไหลตามลาํ ดบั ความ
สงู มาตาํ่ จนถงึ หมบู า น นอกจากน้ี เมอื่ กอ นชาวบา นยงั กนิ นา้ํ จากแมน า้ํ หมนั รสชาติ
เหมอื นนา้ํ ฝนไมต อ งตม พอชว งป พ.ศ. 2517 ทางการเขา มาสรา งประปาหมบู า น
เปน ครง้ั แรก สว นเหตทุ รี่ ฐั เขา มาทาํ ประปาชว งนนั้ คอื เปน ชว งทมี่ สี งครามผกู อ การ
รา ยคอมมวิ นสิ ต (ผกค.) ชาวบา นไมไ ดอ อกไปหาอยหู ากนิ ไกล อกี ทงั้ การไปตกั นาํ้
หมนั ก็ตอ งระวังภยั ดวย จึงมกี ารทาํ ประปาใหนา้ํ อยูใ กลหมูบานทีส่ ดุ
สวนหนวยงานรัฐท่ีเขามา คือ หนวยงานเรงรัดพัฒนาชนบท ( รพช.)
กระทง่ั ป พ.ศ. 2516 พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั เสดจ็ มาบา นหมากแขง จงึ เกดิ
โครงการ “เยน็ ศิระ” ข้นึ เพราะชวงกอนหนานน้ั ผกค. โจมตบี า นหมากแขงแตก
ป พ.ศ. 2514 กระทง่ั ป พ.ศ. 2515 ชาวบา นสไู มไ ดแ ละสภาพการณบ บี บงั คบั คอื
ชาวบา นเรม่ิ ระแวงกนั เองและฝา ยตรงขา มกม็ กี าํ ลงั เยอะขนึ้ จงึ จาํ เปน จะตอ งหลบ
หาทปี่ ลอดภยั กอนโดยไดอพยพไปอยหู มบู า นอน่ื นานถงึ 9 เดือน สวนมากจะไป
อยูที่หมูบานใกลเคียงและไปอยูเพชรบูรณท่ีสามแยกกิโลสอง ไปอยูท่ีหวยอีปุม
และไปอยูท่นี ครไทย
227
หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวเสด็จมาบานหมากแขง มีหนวย
สืบราชการลับ นําโดยพลตรียุทธศักดิ์ คลองตรวจโรค มาเปนทีมสอบสวนกรณี
ดงั กลา ว พอเหน็ วา พนื้ ทด่ี งั กลา วปลอดภยั หลงั จากนนั้ 9 เดอื นชาวบา นจงึ อพยพ
กลบั หลงั จากชาวบา นกลบั มา จงึ สรา งโรงเรยี นโดยขยายจากประถมศกึ ษา 4 เปน
ประถมศกึ ษา 7 มโี ครงการปลกู พืชผกั สวนครวั เล้ียงไก เล้ียงหมู เลย้ี งววั และ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั พระราชทานเครอื่ งมอื ทาํ การเกษตรให คอื มดี จอบ
เสียม และสมดุ หนงั สอื ชุดการเรยี น
จวบจน ป พ.ศ. 2517 กรมพัฒนาชุมชนไดเขาพัฒนาประปาที่
หวยหมากแขง ระบบประปาจะทาํ เปน ฝายคันซีเมนตแลวตอทอนาํ้ มาทีถ่ ังพักน้าํ
2 ถัง ถังซีเมนตหลอทรงกลม โดยรัฐเขามาชวยเรื่องงบประมาณบางสวน ขณะ
ที่แรงงานชาวบานชวยกันทําไมถึงเดือนก็เสร็จ และใชไดจนถึงปจจุบัน นอกจาก
น้ี หมูบา นยงั มีการสรา งฝายเสรมิ ฝายแรกจะมีน้ําซึมลงช้ันดนิ มากไป และไดท าํ
ฝายเพ่ิม โดยขยบั ฝายขน้ึ ไปดานบนอีก
สวนการดูแลรักษาประปาภูเขา ชาวบานท่ีใชนํ้าจะชวยกันดูแลโดยจิต
สํานึก คือ เม่ือนํ้าไมไหล ใครวางก็ไปดูแลตรวจสอบ จิตสํานึกตรงน้ีนาจะเปน
พ้ืนฐานของสังคมมาแตโบราณ ความสามัคคีจะมาอันดับหน่ึง เชน สมมุติวา
จะสรางศาลาสักหลัง ไมมีไม ไมมีหญาแฝกมุงหลังคา ชาวบานจะตีฆองประชุม
ตอนเชา พอถึงตอนเยน็ สรา งเสร็จแลว เพราะความสามัคคี
สวนเหตุท่ีชาวบานสามัคคีเนื่องจากผูนําหมูบาน พอผูใหญ ศรีทา เขา
ถึงชาวบาน นํา (ทํา) กอน และไมหนีงาน มีเหตุการอะไรก็รับหนาใหชาวบาน
กระตุนใหเกิดแรงศรัทธาสูง อยูกันแบบพ่ีนอง บทบาทผูนํามีสวนสําคัญ
ใหชาวบา นสามัคคี
ตอมาในป พ.ศ. 2544 หมูบานหมากแขงไดพัฒนาประปาอีก 8 แหง
ประกอบดวย 1. หวยบ่ินบาง 2. หวยหก 3. หวยเหมียดโคน 4. หวยเจียง
5. หว ยหินโงน 6. หวยกกตาว 7. หวยคอ และ 8.หว ยสะนาจงุ เหตุทเี่ ลอื กหว ย
ทัง้ 8 แหงน้ี เพราะนํ้าอดุ มสมบรู ณต ลอดป แมในชว งหนาแลง นํ้าก็ไหลตลอด
228
สวนแนวทางการจัดการนํ้าประปาภูเขาทางหมูบานหมากแขงจะต้ัง
คณะกรรมการดูแลแตละหวย โดยมีคณะกรรมการกลางหมูบาน 5 คน และ
คณะกรรมการประจําหวยอีกหวยละ 5 คน ซึ่งคณะกรรมการสว นหลังเปน ผูทมี่ ี
ดินหรือใชประโยชนจากหวยนั้นๆ หากใครทําผิดกฎระเบียบแลวตกลงกันไมได
คณะกรรมการกลางถึงเขาไปดูแล ทั้งน้ี คณะกรรมการจะต้ังกฎเกณฑและกฎ
ระเบียบตา งๆ ในการจดั การประปาลาํ หวยประกอบดว ย
1. หามทําประตูปด -เปด เฉพาะพน้ื ทขี่ องตัวเอง
2. ตอ งเคารพกฎระเบยี บกลาง คอื ทกุ คนมสี ทิ ธเิ์ สมอภาคในการใชน าํ้
3. หามปดทางน้าํ คนอนื่ ตอ งปลอยแบบอสิ ระทง้ั หมด
4. ใชตามความจําเปน หามปลอยนํ้าทง้ิ แบบไรประโยชน
หากถา ใครผิดกฎระเบยี บขอหา ม อันดบั แรกจะเตือนกอ นและถายงั ไมฟ ง
จะใหคณะกรรมการไปตัดระบบนํ้าจนกวาบุคคลนั้นจะเขาสูกฎระเบียบ
จงึ จะสามารถใชน ํา้ ได
การจัดการนํ้าหวยท้ัง 8 แหงที่สรางใหม ถาใครมีพ้ืนที่ใกลหวยไหนหรือ
ตองการจะใชน าํ้ จากลาํ หว ยนน้ั กจ็ ะรว มกันทําประปาท่ีหวยนน้ั แหงเดียว รวมมือ
กันตั้งแตการกอสรา ง รวบรวมกลุม ทาํ งบคา ใชจา ยสวนกลาง ซอื้ ทอ สวนฝายจะ
ทาํ จากซเี มนตเ ลก็ ๆ ไวใ นสว นพน้ื ทที่ ส่ี งู ทสี่ ดุ และตอ งเปน พนื้ ทท่ี น่ี าํ้ ไมซ มึ ลงพนื้ ดนิ
มากเกินไป รวมถงึ ตองไมใชง บประมาณมากเกินไป ประการสําคญั สามารถใชใ น
พืน้ ท่ีเกษตรและพืน้ ที่อุปโภคบริโภคไดส ะดวกและดแู ลงาย
ประปาทั้ง 8 หวยถือวาประสบผลสําเร็จอยางดี ต้ังแต ป พ.ศ. 2544
จนมาถึงปจ จบุ ันไมมีปญหามากนัก เทาที่พบ คือ บางครวั เรอื นเกดิ ความเห็นแก
ตวั มกี ารทาํ ประตนู า้ํ โดยเปด -ปด นาํ้ ไหลเขา พนื้ ทต่ี นเองทาํ ใหค นอนื่ ไมส ามารถใช
นาํ้ ได เมอ่ื พบปญ หากจ็ ะเรยี กประชมุ เพอ่ื หาทางแกไ ขในจดุ นนั้ ๆ คนทที่ าํ ความผดิ
ครง้ั แรกจะอนุโลมกอน ถามีครั้งตอ ไปกจ็ ะปรับและลงโทษ หามใชนํ้าจากประปา
นนั้ อยา งเดด็ ขาด ขณะทีก่ ารซอ มบํารงุ ทอประปา คนทใ่ี ชนํ้าในพน้ื ท่ีน้นั ๆ จะตอ ง
จัดการกันเอง ถาใครไมไปชวยซอมก็จะปรับเปนคารับจางรายวัน พิธีการแบบนี้
เร่ิมตนมาจากวฒั นธรรมทองถิน่ และมีการปรบั กนั ก็คือไมใ หม กี ารเอาเปรียบกัน
229
บทเรยี นจากการทําประปาภูเขาทง้ั 8 หวย คอื ชว งแรก เราดูเจาหนารฐั
ทเี่ ขา มาทาํ ในป พ.ศ. 2517 ดแู ลว เกดิ จะยงุ ยากในการทาํ ประปาภเู ขา แตพ อเรา
มาทาํ เองชว ยประหยดั งบประมาณมหาศาล และยงั สามารถไดป ระโยชนม ากกวา
ท่รี ัฐทาํ การเรยี นรูจากการประปาภูเขาที่ประหยดั งบ คือ คนท่ีทาํ ไรลองไปชอ้ื ทอ
มาทําเองโดยการทดลองตอทอนํ้าแบบงายๆ ก็ไดใชนํ้าท้ังปแตความถาวรมีนอย
กวา ทางหมูบานจึงเขยี นโครงการเสนอรัฐเพือ่ จดั การประปาภูเขาดวยชุมชนเอง
การคัดเลือกหัวหนาประปาภูทั้ง 8 ลําหวย แบงกลุมเปนข้ันลําดับ ท้ังน้ี
แตล ะลาํ หว ยจะเลอื กหวั หนา หรอื ประธานกลมุ กนั เอง ชาวบา นจะรกู นั เองวา ใครท่ี
เหมาะสมทจี่ ะเปน หวั หนา กลมุ จากนน้ั มา ประมาณ ป พ.ศ. 2548 ตวั แทนหมบู า น
(นายสมงิ สงิ ขรณ) ไดเ สนอตอ โครงการพระราชดาํ รเิ พอื่ ขอพระราชทานโครงการ
ประปาจดั การแมน า้ํ หมนั เหตผุ ลสาํ คญั ทใ่ี ห คอื จากประสบการณท เ่ี คยใชป ระปา
ท่ีผานมามีนํ้าใชไดตลอด น้ําหมันมีปริมาณนํ้าที่มากที่สุดในเขตนี้ แตพ้ืนที่อยูสูง
ถา งบประมาณนอ ยประชาชนจะไมพ อใช ตวั แทนหมบู า นจงึ ทาํ โครงการขนาดใหญ
ปรากฏวาไดงบประมาณ แตวาหนวยงานที่รับผิดชอบขอใหทางหมูบานระบุ
งบประมาณ ทง้ั นห้ี มบู า นไดเ สนอในป พ.ศ. 2548 ดาํ เนนิ การสรา งป พ.ศ. 2553
หนวยงานท่ีรับผิดชอบ คือ กรมชลประทาน ชวงแรกจะไปต้ังจุดตอทอที่บริเวณ
ลาดใหญ (ลงมาทางใตหมูบาน) แตวาเจาหนาที่กรมชลประทานไดมาสํารวจจุด
ดา นลา งของลาดใหญ เนอ่ื งจากพน้ื ทล่ี าดใหญไ มส ามารถขนอปุ การณท จี่ ะกอ สรา ง
ขึ้นไปได ดวยเหตุน้ีจึงทําใหระบบชลประทานดังกลาวมีแรงดันไมมากเทาที่ควร
ใชไ ดเพยี งไมก ี่ครัวเรือน ถอื เปน การตดั สินใจสรา งที่ไมคมุ กบั การใชงาน
บานแกงครก: การจัดการทรัพยากรนํ้า แหลงน้ําท่ีสําคัญของหมูบาน
มีจํานวน 3 แหงไดแก อางเก็บนํ้าคลองควาย อางเก็บน้ําหวยชางและประตู
ระบายน้ํา
230
อางเก็บนํ้าคลองควายหรือท่ีรูจักกันในช่ือ “หวยน้ําซับ” มีตนน้ําอยูแนว
ภทู างทศิ ตะวนั ออกของหมบู า น หา งจากหมบู า นราว 3 กโิ ลเมตร ชาวบา นพฒั นา
แหลงน้ําดวยการขุดเปนบอสี่เหล่ียม เปนแหลงนํ้าประปาของหมูบาน มีทอน้ํา
ใตดินสงน้ําเขาไวท่ีถังเก็บนํ้าในหมูบาน ซ่ึงต้ังหางอยูในโรงเรียนบานแกงครก 3
ถัง และตั้งทายหมูบาน 1 ถัง สงกระจายผานทอน้ําไปยังที่ตางๆ ของหมูบาน
เมอื่ ฝนตกหนกั นาํ้ จะลน บอ สง ผลใหผ นงั ดนิ ของบอ พงั ทลาย นาํ้ จากภายนอกไหล
เขา มาในบอทําใหน้ําขุนเปนปญ หามาจนกระทั่งปจ จุบนั
สวนอางเก็บนํ้าหวยชาง หรือ “ฝายใหญ” ต้ังอยูทางทิศตะวันตกของ
หมบู า น หา งออกไปประมาณ 500 เมตร เปน แหลง นาํ้ เพอ่ื การเกษตร เปน โครงการ
ขุดลอกหนองนํ้าและคลองธรรมชาติหวยชาง ดําเนินการโดยกรมชลประทาน
สรา งเมอ่ื ราว ป พ.ศ.2543 มคี วามจไุ มใ หญน กั และคอ นขา งตน้ื หากแตม นี าํ้ จาก
ลาํ หวยชางไหลเขา ตลอดป อางเกบ็ น้ําน้ีมปี ระตรู ะบายน้าํ ทางทิศตะวนั ออกเฉียง
เหนือของอาง ระบายนํ้าไปตามลําน้ําไหลลงสูลํานํ้าหมันบริเวณบานแกงครก
อา งเกบ็ นํ้าน้ีถกู จํากดั ใชเ ฉพาะไรนาฝง ตะวนั ตกของหมูบ าน
ทา ยสดุ คอื ประตรู ะบายนาํ้ ตงั้ อยสู ว นฝง ตะวนั ออกจะใชน าํ้ จากลาํ นา้ํ หมนั
เปน หลัก ประตรู ะบายนํ้า ทําดว ยคอนกรีตก้ันลํานา้ํ หวยชางทางทิศตะวนั ตกของ
หมูบาน ทําหนา ทีก่ ักนา้ํ ไวไมใ หไ หลลงสลู ําน้ําหมันในฤดูแลง หลงั ประตูสรา งเปน
บอนา้ํ กอ นท่ีจะไหลผานทอลอดใตถนนแลว ยงั ไหลลงสูล ํานํา้ หมัน
บานน้ําพุ: สมัยกอน ชาวบานจะหาบนํ้าจาก “น้ําพุ” ซึ่งเปนแหลงนํ้าที่
เดียวของหมูบานสมัยกอน อยูตรงบริเวณตลาดชุมชน สมัยกอนชาวบานจะไป
อาบนํ้าตรงหัวโคงบริเวณที่เปนนํ้าพุ ชาวบานจะไปใชรวมกันโดยเปนฮาง (ราง)
ไมไผตอมาเรื่อยๆ เวลาอาบน้ําจะนําถังไปรองนํ้าอาบจากรางไมไผ สวนสระ
สรางขึ้นสมัยรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมท เปนนายกรัฐมนตรี มาตอมีการ
ตอทอประปาเขาบานตังเองตามกําลังทรัพย แรกๆ จะมีทอกลางแลวตัดตอ
เขา บานตางๆ การเดนิ ทอ ประปาดังกลา วกอ ใหเ กิดปญหาการสงนํา้ คือ บานใคร
231
ท่อี ยลู างสดุ นา้ํ จะไหลรินๆ (นอย) สะทอ นใหเ ห็นวา การเขา ถึงการฐานทรัพยากร
นาํ้ ของชุมชนเกดิ ความไมเทา เทียม เนื่องจากไมมีการจดั การที่ดี
ทางคณะกรรมหมูบานจึงแกปญหาดวยการใชมอเตอรปนไฟเพ่ือดึงน้ํา
กระจายใหทั่วถึง โดยไดรับการชวยเหลือเร่ืองงบประมาณจากองคการบริหาร
สวนตําบลศรีสองรัก (ปจจุบันเปล่ียนเปนเทศบาล) ติดตั้งมาตรวัดนํ้า แตเกิด
ปญหาทอนํ้าชํารุดเสียหายบอยครั้ง รวมถึงคางคาไฟ เน่ืองจากหมูบานไม
วางแผนเรื่องการจัดเก็บเงินสําหรับคาซอมบํารุง รวมถึงชาวบานปฏิเสธการจาย
คา ใชน า้ํ เพราะคนุ เคยมาตลอดวา นา้ํ เปน ของสาธารณะทเี่ กดิ จากธรรมชาตไิ มค วร
ทจี่ ะตอ งจา ยเงนิ ซอื้
สวนแนวทางการจัดการปญหาประปาภูเขาบานนํ้าพุ ไดมีการจัดประชุม
แลกเปลี่ยนกลุมยอยระหวางผูนําชุมชนและลูกบานตอปญหาดังกลาวเมื่อกลาง
ป พ.ศ. 2558 สรปุ ขอ เสนอวา ทางหมบู า นนาํ้ พตุ อ งมจี ดั เวทปี ระชาคมเพอ่ื พดู คยุ
ปญ หาทเี่ กดิ ขนึ้ เพอื่ หาทางออก โดยยดึ หลกั นาํ้ สาํ หรบั ใชอ ปุ โภคบรโิ ภคกอ น ทเี่ หลอื
ถึงจัดสรรใหภาคเกษตร ทางหมูบานอยากใหมีคนกลางเขามาชวยจัดเวที ซ่ึงใน
ที่นคี้ อื เทศบาลตําบลศรสี องรกั
นอกจากน้ีเวทีชาวบา นดังกลา วยังมแี นวคดิ สรางกลุมแบงเปน “คมุ ” เพื่อ
ทจี่ ะไปบอกครวั เรอื นคมุ ตา งๆ วา ทป่ี ระชมุ มแี นวคดิ เรอ่ื งการจดั การนาํ้ เปน อยา งไร
พฒั นาอยา งไร ปญหาคอื อะไร เชน หากพูดคยุ แลวตกลงกันไมไ ด จึงใหเ ทศบาลฯ
มาไกลเกลย่ี ในขอ ตกลงทีม่ ีความเหน็ แตกตางกัน
บานกกเห่ียนและบานกางปลา: บานกกเห่ียนและบานกางปลามีการ
จัดการน้ําที่คลายๆ กันเนื่องจากเปนหมูบานท่ีอยูติดกันและมีระบบนิเวศต้ังอยู
บนพ้ืนท่ีสูงคลายกัน กลาวคือ สมัยกอน หมูบานใชน้ําในคลองและหวย โดย
ใชไมไผทําเปน ฮาง (ราง) ริน เชน จากหวยตางๆ เชนปาเฮี้ย (ปาไผชนิดหน่ึง)
โดยทํารางน้ําไวแลวเอาถังไปรองนํ้าแลวหาบมาเก็บไวเพื่อใชอุปโภคบริโภค
ภายในครัวเรือน สวนประปาภูเขาเร่ิมพัฒนาใน ป พ.ศ. 2525 โดยทําประปา
232
มาจากโสก (แหลง ตน น้ํา) ปา เลา (บานกางปลา)โดยรฐั เขามาสง เสริม ทั้งนจ้ี ะยงั
ไมม กี ารทาํ ฝายกนั้ ทโ่ี สกปา เลา สรา งขน้ึ อยา งงา ยๆ โดยตอ ทอ ออกมาตรงทนี่ าํ้ ผดุ
เหตทุ เี่ ลอื กทาํ ประปาทโ่ี ศกปา เลาเพราะสามารถนาํ นา้ํ เขา มาจดุ สงู สดุ ของหมบู า น
ไดแ ละสมบรู ณท ส่ี ดุ โดยนาํ ทอ เหลก็ ไปวางตามรอ งนา้ํ จาํ นวน 12 ทอ น ตอ มาทอ
เหล็กเปนสนิมจึงเปล่ียนมาเปน ทอ PVC
ปญ หานา้ํ ประปามมี าตลอด เวลาฝนตกหนกั นาํ้ พดั ทอ ไหลหนแี ละทอ ขาด
ทําใหน้ําขุน เศษดินทรายอุดตันทอ แกปญหาโดยถาดินมาถมก็ไปขุดออกและ
ไปดูทอบอยๆ ดินทรายท่ีไหลมาก็มาจากการไถไร สวนการซอมบํารุง ไมไดเก็บ
เงินจากชาวบาน เงินทุนสวนมากไดมาจาก ธกส. และอําเภอดานซายที่เขามา
สนับสนุนทําฝายชะลอนํ้าชวงปที่ผานมา (พ.ศ. 2557-2558) พรมกับพัฒนา
โดยการวางทอ PVC ใหม โดยใหชาวบานดูแลกันเอง มีจิตอาสาไมมีการบังคับ
และไมมคี าตอบแทนสาํ หรับคนทดี่ ูแลทอ ประปา
การจดั การนาํ้ บา นกา งปลายงั ไมม หี ลกั เกณฑก ฎระเบยี บทจ่ี ะมาดแู ลอยา ง
จรงิ จงั เพราะวา ชาวบา นมคี วามเปน อยแู บบพนี่ อ งกนั มากกวา ถา ใชก ฎเกณฑห รอื
ปรบั ชาวบา นความแตกแยกของชาวบา นจะเกดิ ขน้ึ หรอื ถา เกบ็ เงนิ มาแลว ไมใ ชเ งนิ
ไปตามวัตถุประสงคก ็จะเกิดปญหาตามมากบั คนเกบ็ เงนิ
ประปาจดุ ทสี่ องคอื ปา เฮยี้ สรา งขน้ึ เมอ่ื ราว ป พ.ศ.2529 โดยเรมิ่ แรกจาก
ครวั เรอื นสว นตวั ไดต อ ทอ นา้ํ มาใชเ องโดยขอตอ ทอ นา้ํ ตรงจากปา เฮยี้ จากชาวบา น
และจะแบงนํ้าใหชาวบานใชดวย และเม่ือครัวเรือนดังกลาวไดขายที่ดินตรงน้ัน
จงึ มอบระบบประปาบรเิ วณดงั กลา วใหก บั หมบู า น โดยการตอ ตรงแลว จงึ มาลงอา ง
พกั นาํ้ ตอ มา หมบู า นขยายประปาเพม่ิ ขน้ึ เนอื่ งจากนาํ้ ไมพ อใช ประปาจดุ นไ้ี ดร บั
การสนบั สนุนจากเทศบาลตําบลศรีสองรักใหทอนา้ํ มาทําป พ.ศ.2558
233
ลุมนา้ํ หมันตอนกลาง
บานนาทุมและหนามแทง: จากงานภาคสนามพบวา บานนาทุมและ
บา นหนามแทง มจี ุดมงุ หมายในการจดั การนา้ํ จากหวยน้าํ พาน 2 ประการ คือ
ประการแรกเพื่อใชทางการเกษตร โดยทําคลองเหมืองคอนกรีต
หรือเหมืองนางิ้ว ป พ.ศ. 2530 ตามโครงการการสรางงานในชนบท (กสช.)
ลําคลองเหมืองนี้แยกจากนํ้าพานเพื่อนําน้ําไปใชในการเกษตรไปจนถึงแขวงการ
ทางดานซาย แตปญหา คือ น้ํามักแหงในชวงฤดูแลงราวเดือนมีนาคม-เมษายน
ของทุกป ไมสามารถสงนํ้าเขาคลองสงน้ําเพื่อการเกษตรได ชุมชนจะรวมกันขุด
ลอกในเดือน 6-7 (ราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน) โดยมีคณะกรรมการบริหาร
จัดการน้ํา มกี ารเก็บคา บาํ รงุ ปล ะ 100 บาท
ประการตอ มาคอื นา้ํ ใชอ ปุ โภคบรโิ ภคในครวั เรอื น เดมิ บา นหนามแทง จะใช
นา้ํ จากชลประทาน (เสน เดยี วกบั การเกษตร) ตอ มาพบปญ หานา้ํ แหง จงึ เปลย่ี นมา
ใชน า้ํ รว มกนั บา นนาทมุ ซง่ึ นาํ นา้ํ จากวงั ถา้ํ พระ ภพู าน มาใช โดยมจี ดุ แยกของสอง
หมบู า นอยทู ลี่ านขา วโพด ระยะทางจากตน นา้ํ มาถงึ จดุ แยกประมาณ 2 กโิ ลเมตร
และรวมระยะทางมาถงึ หมูบา นประมาณ 3 กโิ ลเมตร ระบบชลประทานดงั กลาว
จะมีการบริหารจัดการในรูปแบบกรรมการหมูบาน ทําหนาท่ีในการดูแลรักษา
ซอ มแซมเมอ่ื ทอ นาํ้ แตกหรอื หลดุ ตลอดจนการบรหิ ารจดั การเปด -ปด ทอ นาํ้ ใชข อง
ทงั้ สองหมบู า นในลกั ษณะหมนุ เวยี นการใชน าํ้ หมบู า นละ 1 วนั ในชว งทน่ี า้ํ ไหลไม
แรงในเดอื น กุมภาพันธ- เมษายน ใน 1 ป จะเก็บคา บํารุงปล ะ 60 บาท ใชนา้ํ ท้ัง
2 หมูบ า นรวม 148 ครัวเรือน
สวนการทําน้ําประปาภูเขาดังกลาวไดงบประมาณจากโครงการ SML
ปง บประมาณ พ.ศ. 2549 จาํ นวน 400,000 บาท ชาวบา นจะรว มกนั ขดุ ฝง ทอ
ขนาด 4 นวิ้ โดยสง ตัวแทนหลงั คาเรือนละ 1 คน เพื่อเปนแรงงานทาํ น้ําประปา
ภเู ขาระยะทาง 3 กโิ ลเมตร ปญหาทีพ่ บคือทอ แตก ถกู ไฟไหมในหนา แลง
234
ขณะท่ีแนวทางการจัดการดานการอนุรักษปาตนน้ํา พบวา ชุมชนไมไดมี
พธิ กี รรมเลยี้ งผขี นุ นา้ํ หากแตค รวั เรอื นตา งๆ มกี ารเลย้ี งแบบตา งคนตา งเลย้ี งตาม
ไรท ที่ าํ บรเิ วณรอบๆ ภพู าน และยงั ไมม กี ารสรา งสาํ นกึ การอนรุ กั ษป า อยา งจรงิ จงั
ของชุมชนท่ีใชน้ําและชุมชนรอบภูพาน เพียงแตผูนําชุมชนไดประกาศเสียงตาม
สายหรือทป่ี ระชมุ หมูบ านตามทีไ่ ดรบั ขอ มลู จากทางรฐั ซ่งึ เมอ่ื วันท่ี 16 มกราคม
2559 เทศบาลตาํ บลศรสี องรกั โดยนายเวทนิ เพยี รวทิ ยา นายกเทศมนตรแี ละเจา
หนา ทีเ่ ทศบาล ตลอดจนชาวบานนาทมุ หนามแทง รว มกันราว 20 คน ไดข ้ึนมา
ทาํ ฝายกนั้ นา้ํ ขนาดเลก็ ตามโครงการกอ สรา งฝายตน นา้ํ แกป ญ หานา้ํ แหง ในระดบั
หน่ึงแตไมถาวร
บานหัวนายูง: เดิมชุมชนบานหัวนายูงใชนํ้าหมันเพื่อการเกษตร อุปโภค
บริโภค เชนเดียวกับชุมชนอ่ืนๆ ในอดีต ชาวบานนิยมใช “ได” (มอเตอร)
ปน นา้ํ ขึน้ มาใชในครัวเรอื น ในชว งกอนป พ.ศ. 2545 ชมุ ชนไดนํานาํ้ หมันมาทํา
นํ้าประปา โดยใชภ ูมปิ ญ ญาแบบชาวบา น คอื ตอ ทอ นํ้าจากที่สงู ปญ หาท่พี บคอื
นํ้าหมันไหลแรงมากทําใหทอน้ําแตกบอย ยากตอการซอม ตอมามีการทําเขื่อน
แกง สองคอน เปน เขอื่ นไฟฟา ขนาดเลก็ สง ผลทาํ ใหน า้ํ หมนั แหง ไมส ะอาด และนาํ้ ขนุ
ตลอดทงั้ ป
ตอ มา ป พ.ศ. 2545 บา นหัวนายงู ไดง บ SML จงึ มกี ารประชาคมเพอ่ื จดั
ลําดับปญหาในการพัฒนาหมูบานพบวา ปญหาน้ําสําคัญที่สุด ชุมชนจึงคนหา
แหลงนํ้า พบวา รองนํ้า “ซําบอน” มีนํ้าไหลตลอดท้ังป จึงตกลงใชน้ําจากรอง
น้ําซําบอนทํานํ้าประปาชุมชน โดยใชทอซีเมนตยาว 1.20 เมตร วางเรียงราย
จุดละ 5 ทอ น ตอ จากซําบอนมายังหมูบา น
ในป พ.ศ. 2552 บา นหวั นายงู ไดง บประมาณจากโครงการ SML จงึ ประชมุ
เพื่อพัฒนาระบบประปาใหม พรอมทั้งมีการสํารวจแหลงตนน้ําใหม ใชเวลา
ประมาณ 1 สปั ดาห ผสู าํ รวจ คอื นายบญุ มาก ศรพี รหม โดยมนี ายบาํ เหนจ็ พรหม
รักษา เปนท่ีปรึกษา การใชสํารวจปาตนนํ้าครั้งน้ีไดอาศัยความทรงจําเม่ือครั้ง
235
นายบุญมากมาเล้ียงสตั ว และตอ งหาพืน้ ท่ีสูงเพอ่ื ใหน ้ําไหลเขาหมูบา นได วิธีการ
คอื ใชส ายยางจบั ระดบั นา้ํ เหมอื นการสรา งบา น ผลการสาํ รวจครง้ั นน้ั พบวา บรเิ วณ
ภูซางดานหลังวัดเนรมิตวิปสสนา มี “ซํา” หรือแหลงกําเนิดตนนํ้า 3 แหง คือ
ซาํ นา้ํ พุ ซาํ หนิ กลง้ิ และซาํ นาบกั เข มนี า้ํ ไหลตลอดทง้ั ป อยบู นพน้ื ทส่ี งู กวา หมบู า น
ชุมชนจงึ ตกลงเลือกซําทงั้ สามแหงเปนตนนํา้ ประปาภูเขา
บริเวณที่เลือกน้ี ความจริงแลวมีการทําเหมืองฝายมานานกวา 100 ป
เรยี กวา “รอ งเหมอื งพอ ตาสด ศรพี รหม” ใชเ วลาขดุ ดว ยมอื นานกวา 7 ป มคี วาม
ยาวราว 4 กิโลเมตร น้ําจะไหลลงนํ้าหมันบริเวณศาลา 6 เหลี่ยมที่ตั้งอยูที่แกง
สองคอน ปจจุบันลูกหลานตาสดจะเลิกใชน้ําน้ีแลว ดังน้ัน เม่ือชุมชนหัวนายูง
ตกลงใชน าํ้ จากซาํ ทงั้ 3 เปน ตน นาํ้ ประปา จงึ ไดต อ ทอ นา้ํ พวี ซี ี ใชเ วลากวา 10 วนั
จา งแรงงานจากคนในชมุ ชนคา แรงวันละ 200 บาท
ตอ มา ป พ.ศ. 2554 ชาวบา นหัวนายูงไดข องบประมาณ SML จาํ นวน
2 โครงการ คอื โครงการแรกเปนโครงการสรางถังเก็บน้าํ และโครงการทํานาํ้ ดมื่
รวมหา แสนบาท โดยโครงการแรกรว มกบั วดั เนรมติ วปิ ส สนาสรา งถงึ เกบ็ นา้ํ ขนาด
กวาง 20 เมตร ยาว 20 เมตร สงู 20 เมตร โครงการที่ 2 เปนโครงการทําน้าํ ดืม่
ชว งแรกของการใชน าํ้ ประปาจากภเู ขารว มกบั วดั เนรมติ วปิ ส สนา ยงั ไมไ ดม ี
การบริหารจัดการท่ีชัดเจน แตมีปญหาใหญ คือ เรื่องทอแตกและทอหลุด
ในป พ.ศ. 2557 คณะกรรมการจงึ มมี ตเิ กบ็ คา บาํ รงุ ประปาภเู ขาปล ะ 120 บาท
และในป พ.ศ. 2558 เกบ็ เงนิ จากครวั เรอื นเพม่ิ เปน ครวั เรอื นละ 150 บาท ปจ จบุ นั
มีผใู ชนํา้ จาํ นวน 79 ครัวเรอื น
ชาวบา นหวั นายงู สวนใหญจ ะใชน ้าํ ประปาจากภูเขา เพราะถอื วาประหยดั
คาใชจายและนํ้าปลอดภัยกวา หากในหนาแลงน้ําไหลไมสะดวกจะใชน้ําประปา
สวนภูมิภาคจากนํ้าหมัน แตละครัวเรือนท่ีมีบานติดน้ําหมันยังมีการใชน้ําเพ่ือ
การเกษตรคอื ปลกู ผกั รมิ นา้ํ กวา 20 ครอบครวั และยงั มกี ารใชภ มู ปิ ญ ญาชาวบา น
ตอนํ้าจากท่ีสูงใหไหลลงสูที่ตํ่ามาใชในแปลงเกษตรสําหรับการปลูกขาว ขาวโพด
ผลไม กลวย สับปะรด แกวมังกร ฯลฯ สวนการจัดการน้ําด่ืมบางครอบครัว
236
รองนํ้าฝนไวด่ืม บางครอบครัวใชน้ําจากจากโรงงานในชุมชน ทางดานการ
จัดการน้ําทิ้งในชุมชนไมไดมีการจัดการเพียงแตปลอยใหไหลลงพื้นดินตาม
ธรรมชาติ
ปพ.ศ.2556บา นหวั นายงู ไดร บั งบประมาณจาํ นวน500,000บาทสาํ หรบั
การทาํ นา้ํ ดม่ื ตรา “ภซู าง” เพอ่ื บรโิ ภคและจาํ หนา ยทวั่ ไป ถงั ละ 5 บาท (20 ลติ ร)
เปนการสงเสริมอาชีพ ลดรายจาย สรางโอกาสใหแกคนในชุมชนมีนางอรัญญา
สมสนกุ และคณะเปน ผูแล
การจัดการนํ้าบานหัวนายูงยังมีความสัมพันธกับการจัดการปาตนน้ําใน
เชิงอนุรักษ พบวา ในมิติของความเช่ือ ชาวบานเลาวา แมวาชุมชนจะไมไดมา
รวมกันทําพิธีเลี้ยงขุนน้ํา แตผูดูแลแหลงน้ําจะมาเล้ียงในฐานะผูดูแลโดย จะนํา
ทุง (ตุง) 4 คําหมาก คําพลู ขาวหวาน (ขาวเหนียวผสมนํ้าตาล) วางลงใบตอง
บอกกลา วขนุ นํ้าใหม ารบั และขอใหนาํ้ ทา อดุ มสมบรู ณ ไมใ หแ หง ทั้งป เสรจ็ แลว ก็
ทบุ พน้ื ดนิ สามครง้ั ถอื วา เสรจ็ พธิ ี การทาํ พธิ กี รรมดงั กลา วทาํ ใหเ กดิ ความสบายใจ
หากไมเล้ียงจะทําใหนํ้าแหง ความจริงแลวปาตนนํ้าพุ เปนปาท่ีมีความสําคัญ
ตอชุมชนเพราะในอดีตเปนพื้นที่ทําไร เลี้ยงสัตวของคนในชุมชนรอบๆ ภูซาง
บางครอบครวั ท่ีทาํ ไรอยูรอบภซู างกจ็ ะมีพิธเี ลย้ี งเชน กัน
สิ่งนาสังเกตเกี่ยวกับการอนุรักษปาตนน้ําของบานหัวนายูงคือ นอกจาก
จะมีการประกาศ ประชาสัมพันธการอนุรักษปาของผูนําชุมชนในแตละเดือน
ยังพบวา หลังป พ.ศ. 2550 มีชาวปกษใตมาขอซื้อที่ผานนายหนาซึ่งเปน
ชาวบาน ผูนําชุมชนจึงคัดคานหามขายท่ีบริเวณปาตนนํ้าพุ เพราะถือวาเปนปา
ชมุ ชน โดยเขา ไปเจรจาขอรอ งใหช าวบา นเหน็ ความสาํ คญั ของการอนรุ กั ษป า ตน นา้ํ
และกลยุทธในการอนุรักษอีกทางหนึ่งคือ การประกาศใหเขตปาชุมชนนํ้าพุ
เปน เขตวดั เนรมติ วปิ ส สนา และมอบใหก รรมการหมบู า นดแู ล เจา อาวาสไดข อรอ ง
ไมใหช มุ ชนขายท่ี ดวยเหตนุ ้ีจงึ สามารถรักษาปา ตน นาํ้ ไวไ ด
กลาวโดยสรุป แมบานหัวนายูงจะมีกระบวนการแนวทางการอนุรักษปา
ตนน้ําที่ไมชัดเจน หากทวา ชุมชนยังไดดําเนินการดวยมิติของความเชื่อด้ังเดิม
คอื ความเช่อื เร่อื งเจาขุนนํา้ เพือ่ สืบทอดความเปน ปา ศักดสิ์ ทิ ธิ์ ขณะเดยี วกันกใ็ ช
มิตทิ างศาสนาสรางความเกรงกลวั สํานกึ บาปไมกลา ตดั ตนไมต ามวถิ พี ุทธ
237
การจัดการน้ําของชุมชนเมือง: ชุมชนเมืองในพื้นที่วิจัยน้ีหมายถึงชุมชน
บา นดา นซา ย ในการจัดการน้ําจะนาํ เสนอ 2 ประเด็น คอื
การจัดการน้ําและปาโดยมิติทางความเช่ือและพิธีกรรม ชุมชนบาน
ดานซาย แมจะเปนชุมชนเมืองแตมีรองรอยของความเชื่อท่ีทําใหปาและแมน้ํามี
ความศักด์ิสิทธ์ิโดยเช่ือมโยงผานความเช่ือ พิธีกรรม ของผีเจานาย กลาวคือ ใน
พิธีกรรมเลย้ี งหงิ้ (งานเล้ยี งเฮือน) ของเจา เมอื งวงั ในเดอื นสี่ จดั ข้ึนทบี่ า นของเจา
พอกวน จะมพี ิธกี รรมลา งมดี หอก ดาบ และอุปกรณท ใี่ นการประกอบพิธกี รรมที่
ลํานาํ้ อนุ และหอนอยท่ตี งั้ อยูริมนาํ้ ศอก
ในอดีต ลําน้ําอุนจะมีลักษณะอุนตลอดเวลา เปนนํ้าที่ผุดมาจากใตดิน
ถือเปนน้ําที่สะอาด ใส และบริสุทธ์ิ เพราะไมมีบานเรือนของผูคนอาศัยอยูใน
บริเวณดังกลาว และยังมีโขดหินไวสําหรับลับมีด หอก ดาบเพ่ือทําความสะอาด
ในพิธีกรรม ในลํานํ้าอุนจะมีตนนํ้ามาจากซะนาหลวงโพม บานกางปลา อําเภอ
ดา นซา ย จงั หวดั เลย ไหลมาบรรจบกบั ลาํ นาํ้ ศอก บา นเดนิ่ อาํ เภอดา นซา ย จงั หวดั
เลย สวนน้าํ ศอกมีความกวา งและสมบูรณม าก มนี า้ํ ไหลตลอดท้ังป มคี วามสาํ คญั
ตอ วถิ ชี วี ติ ของผคู นเมอื งดา นซา ยไมแ พน าํ้ หมนั เพราะใชส าํ หรบั อปุ โภค บรโิ ภคใน
ครวั เรอื น มปี ลาอาศยั ชกุ ชมุ มผี กั รมิ นาํ้ แตป จ จบุ นั ลาํ นา้ํ ศอกแคบลง มโี ขดหนิ เปน
จาํ นวนมาก มนี ํา้ นอ ย มสี ตั วน้ําและพืชนอยลง
นอกจากน้ี ยังมีสถานทีเ่ กีย่ วขอ งกับลาํ นํ้าศอกคอื “หอนอ ย” เชอ่ื วาเปน ท่ี
สถิตของเจาแสนเมือง ความความเช่ือของคนทองถิ่นมองวาแสนเมืองเปนผูดูแล
รักษา คุมครองหอนอย ดังน้ัน หอนอยจึงเปนสถานท่ีศักด์ิสิทธ์ิเคารพบูชาของ
ชาวดานซาย ผูที่จะเขาไปยังหอนอยไดตองไดรับอนุญาตจากพอแสนสองฮัก
แสนหอม และแสนนรู นิ ถาหากเขา ไปรว มพธิ กี รรมเลย้ี งปใ นเดือน 7 ตองสาํ รวม
กาย วาจา ใจ แตง กายสภุ าพ ไมส วมรองเทา หอนอ ยมพี น้ื ท่ี 11 ไรบ รเิ วณหอนอ ย
อดุ มไปดว ยตนไม หรอื ปาไมท ส่ี มบรู ณโ ดยธรรมชาติตง้ั แตอดตี มาจนถึงปจ จบุ ัน
238
จะเหน็ ไดว า ทงั้ ลาํ นา้ํ อนุ นาํ้ ศอก และหอนอ ย ลว นเปน พนื้ ทท่ี เ่ี กย่ี วโยงกบั
ความเช่ือ และพิธีกรรรมของผีเจานาย สงผลใหเปนพ้ืนท่ีศักดิ์สิทธิ์ ผูคนมีความ
ยาํ เกรง ไมก ลา ตดั ไมบ รเิ วณพนื้ ทศี่ กั ดสิ์ ทิ ธจิ์ งึ ทาํ ใหพ นื้ ทปี่ า เหลอื อยจู วบจนปจ จบุ นั
การจดั การนาํ้ ของชมุ ชนเมอื งโดยภาครฐั ในอดตี เทศบาลตาํ บลดา นซา ย
เปน ผดู าํ เนนิ การเองมรี ะบบบาํ บดั นาํ้ เสยี ซงึ่ ถา ยโอนมาจากโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง
จงั หวดั เลย เมอื่ วนั ที่ 3 สงิ หาคม 2537 แตด ว ยปรมิ าณนา้ํ เสยี มปี รมิ าณนอ ยไมเ พยี ง
พอตอ การจดั การ ประกอบกบั ป พ.ศ.2545 นา้ํ ทว มพน้ื ทเ่ี ทศบาลตาํ บลดา นซา ย
รวมถงึ นาํ้ ยงั ทว มระบบบาํ บดั นาํ้ เสยี ทาํ ใหร ะบบเกดิ ความเสยี หายใชง านไมไ ด แต
ปรมิ าณนาํ้ เสยี บางสว นทไ่ี หลลงสวนสาธารณะหนองคกู ม็ กี ารบาํ บดั ดว ยกงั หนั ชยั
พัฒนา แตเ ทศบาลตาํ บลดา นซา ยตอ งรบั ภาระคา คาใชจ า ย เชน คาไฟฟา สูงมาก
เปน ตน จงึ จาํ เปน ตอ งหยดุ ดาํ เนนิ การไป ป พ.ศ.2549 เทศบาลไดอ อกเทศบญั ญตั ิ
เรอื่ งการติดต้ังบอดักไขมนั บาํ บดั น้าํ เสียในอาคาร เพ่อื ใหรานอาหารและอาคารท่ี
กอสรางใหมม ีการบาํ บัดนา้ํ เสยี กอ นทิง้ ลงสูทอ ระบายนาํ้
ปจจุบันเทศบาลตําบลดานซายมีการจัดการน้ําเสียบริเวณสวนสาธารณะ
หนองคูดวยวิธีธรรมชาติ โดยการทําแพลูกบวบท่ีทําจากผักตบชวาและจอก
ผักกาด ขณะที่เทศบาลฯ ก็เปดโอกาสใหประชาชนมีสิทธิท่ีจะเขามาดูแลและ
ปกปองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่ถือวาเปนสวนหน่ึงของทรัพย
ท่ีประชาชนมีสิทธิครอบครอง ดังน้ัน การมีสวนรวมจึงเปนการเปดโอกาสให
ประชาชนเขา มาเปนสวนหนึง่ ในกลไกของการจดั การสิง่ แวดลอ มในพ้นื ที่ ดังนี้
1. การสรางความตระหนักในการลดปริมาณการใชนํ้า ซ่ึงเปนวิธีการท่ี
จะลดปริมาณนํ้าเสียท่ีกอนท้ิงลงสูทอระบายน้ํา โดยการเดินรณรงคเปนประจํา
ทุกป และประชาสัมพนั ธเ สียงตามสายอยา งสมา่ํ เสมอ
2. การบาํ บัดน้ําเสียเบอื้ งตน เปน การชว ยลดภาระการบาํ บัดน้าํ เสยี ที่เกิด
จากการปนเปอนในน้ําเสียท่ีปลอยออกมา เชน การแยกตะกอนไขมันที่ไดจาก
นาํ้ ลา งภาชนะท่มี คี ราบไขมนั เปน ตน