The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dansaihospital.live, 2022-03-20 04:16:19

ลุ่มน้ำหมัน

ลุ่มน้ำหมัน

89

การจา งเหมาไรล ะประมาณ 300-400 บาท สว นการปลกู สว นใหญใ ชแ รงงานใน
ครัวเรือน บางรายมกี ารลงแขกและจา งแรงงานชว ยบา ง

ขา วนาป: เกษตรกรปลกู ขา วพนั ธุ กข.6 กข.8 กข.10 ไวบ รโิ ภคในครวั เรอื น
ในพนื้ ทป่ี ลกู ขา วนาป จะเปน พน้ื ทร่ี าบลมุ ตามลาํ นา้ํ หมนั จะประสบปญ หานาํ้ ทว ม
ทุกป การเตรียมดนิ ชาวบา นจะเตรยี มดนิ ตกกลาในชวงเดอื นมถิ ุนายนเปนตน ไป
โดยสวนใหญใชรถไถเดนิ ตามและรถแทรกเตอร การปลกู ชาวบานบางครัวเรือน
ยงั ปลกู ขาวโดยการปก ดาํ และมบี างสวนที่ใชร ะบบนาหวาน จะเก็บเกี่ยวผลผลติ
กลางเดือนพฤศจิกายน-ธนั วาคม

ขาวไร: ชาวบา นกางปลาทาํ ขาวไรไ วสาํ หรบั กิน การทาํ ขาวไรเริม่ จากแผว
ถางปา แหง ใหม แลว จดุ ไฟเผาหญา และกง่ิ ไมใ หโ ลง เตยี น เพาะปลกู โดยไมม กี ารไถ
พรวนดนิ ปลกู โดยใชร งุ (ไมป ลายแหลม)กระทงุ ลงดนิ ทาํ ใหเ กดิ เปน หลมุ เพอื่ หยอด
เมลด็ ขา วเปลอื กลงหลมุ แลว กลบดนิ พนั ธขุ า วทน่ี ยิ มเชน ขา วหมากเลอ่ื ม ขา วลาย
เหน็ การทาํ ขา วไรจ ะทําอยพู น้ื ทเี่ ดมิ ประมาณ 2-3 ป จงึ จะยายไปทาํ ที่แปลงอื่น
เพราะเมอื่ ทาํ ในปต อ มาจะมหี ญา ขน้ึ ในไรข า วเยอะ ทาํ ใหผ ลผลติ ไมด ี จงึ ตอ งยา ยไป
ทาํ ทด่ี นิ แปลงอนื่ เมอื่ ครบรอบ 2-3 ป ในหนง่ึ ครอบครวั จะใชพ นั ธเุ มลด็ ขา วเปลอื ก
ประมาณ 3 กระทอ (กระบุง, หนึง่ กระบงุ ประมาณ หนงึ่ หมื่น หรือ 12 กโิ ลกรมั )

เปน พชื ทเี่ กษตรกรปลูกไวบ ริโภคในครัวเรือนเปน หลัก ถาเหลอื กแ็ บง ขาย
บา ง พน้ื ทป่ี ลกู ขา วไร เกษตรกรมกี ารปลกู ขา วไรก นั ทกุ หมบู า น เพราะทท่ี าํ นาประ
สบภยั น้าํ ทวม การเตรยี มดนิ เกษตรกรจะเตรียมดนิ ปลูกในชว งเดอื นพฤษภาคม-
มิถุนายน โดยการไถคร้ังแรกจะใชรถเทรกเตอร และไถครั้งท่ีสองบางรายก็ใชรถ
ไถนาเดินตามไถอีกครั้งหนึ่ง (กรณีมีรถไถนาของตนเอง) บางรายก็จางไถหรือใช
จอบปรับดินใหละเอียด สวนการปลูกจะใชไมสักเจาะเปนหลุม แลวหยอดเมล็ด
ขาว โดยจะใชปยุ เคมีผสมกบั เมล็ดพันธุขา วแลว ปลกู พรอมกนั ไปเลย

ถ่ัวน้ิวนางแดง: ชาวบานจะปลูกถ่ัวน้ิวนางแดงในชวงฤดูฝน-ปลายฤดูฝน
ระหวางเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ปลกู กันทกุ หมูบานเชนกนั การเตรียมดนิ โดย
การถางปาใหโลง เตยี น ปลอยใหแ หง แลวเผา การปลูกและใชจอบขดุ หลมุ หยอด

90

ถั่วลสิ ง: เปน พืชเศรษฐกจิ ท่ปี ลกู ในทกุ หมูบาน พันธทุ ่ีปลูกคอื พันธุไทนาน
9 จะปลูกกันทีบ่ า นหว ย การเตรียมดิน ใชรถแทรกเตอรไ ถ 1 ครง้ั แลวไถพรวน
อกี 1 ครงั้ แลว จงึ หยอดเมล็ดหลุมละ 3 เมล็ด โดยใชร ะยะปลูก 2 คบื

พืชผัก: ชาวบานจะปลูกพืชผักตามฤดูกาล มีผักหลายชนิด เชน ผักกาด
กวางตงุ กะหลา่ํ ปลี พรกิ มะเขอื เปราะ และคะนา หอมแดง กระเทยี ม ผกั ชี ซง่ึ จะ
ปลกู กนั มากปลายฤดฝู นถงึ ฤดหู นาว แตจ ะมชี าวบา นบางครวั เรอื นทท่ี าํ การเกษตร
แบบผสมผสาน และปลกู พชื ผกั เพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื นซง่ึ พบมากทบี่ า นปากหมนั

กะหลํ่าปลี: ชาวบานบางครัวเรือนและบางหมูบานที่ปลูกกะหลํ่าปลีเพื่อ
จาํ หนา ย ชาวบา นตอ งทาํ แปลงเพาะกลา กอ นสว นแปลงปลกู ตอ งใชร ถแทรกเตอร
ไถ 1 ครง้ั และไถพรวน 1 ครงั้ แลว ยกแปลงปลกู ในการปลกู เมอื่ กลา ไดอ ายรุ าว 1
เดอื น กอนถอนแยกปลกู

กลาวโดยสรุป ชาวบานลุมนํ้าหมันท้ังตอนตน กลางและปลายในอําเภอ
ดานซายประกอบอาชีพดานการเกษตรมาตั้งแตรุนปูยาตายา เดิมทําการเกษตร
แบบยงั ชีพ เชน ปลกู ขา วไวก ิน ปลกู ฝา ยเพ่อื ทอผา ใชใ นครัวเรอื น ปลกู พืชผกั และ
ผลไมไ วต ามหวั ไรป ลายนาเพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื น สว นทเ่ี หลอื จงึ แบง ขาย นอกจาก
น้ียังมีการเก็บหาของกินจากปา หากุง หอย ปู และปลาจากแหลงน้ําธรรมชาติ
ซ่ึงสมัยกอนยังมีความอุดมสมบูรณ ปจจุบัน ชาวบานยังประกอบอาชีพทางการ
เกษตรเปนสวนใหญ แตเปนการทําเพ่ือการขายหารายได เพื่อสิ่งของที่มีความ
จาํ เปน ตามสถานการณส งั คมโลกทเ่ี ปลยี่ นแปลงไป เชน เครอ่ื งจกั รกลตา งๆ เครอ่ื ง
ใชไ ฟฟา เพอื่ อาํ นวยความสะดวกสบาย จงึ จาํ เปน ทตี่ อ งขยายพน้ื ทที่ างการเกษตร
ใชเ ทคโนโลยใี หมๆ ในการผลติ มกี ารใชป ยุ เคมตี า งๆ กนั มากขน้ึ ทาํ ใหพ นื้ ทปี่ า ลด
ลงทรพั ยากรธรรมชาติและสง ผลตอ ระบบนเิ วศลมุ นาํ้ หมนั

91

ลุมนา้ํ หมัน: พลวัตทางเศรษฐกิจและสงั คม
ในมติ พิ ลวตั ของฐานทรัพยากรอาหาร

พัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมของหมูบานในลุมนํ้าหมันมีการ
เปล่ียนแปลงอยางเปนพลวัต ในมุมหนึ่งนับวาสอดคลองกับวัฒนธรรมจากสวน
กลางอยา งมนี ยั ยะสาํ คญั ตอ ระบบการผลติ อาหารและความมนั่ คงทางอาหารของ
ชมุ ชน โดยสรปุ เปนยคุ สมยั ไดด งั น้ี

เศรษฐกิจชมุ ชนแบบพง่ึ ตนเองกอ นป พ.ศ. 2500

ในอดีตระบบการผลิตอาหารของชุมชนจะผลิตเพื่อบริโภคเฉพาะครัว
เรือนและในหมูบาน เนนการเพาะปลูก หาของปาและการลาสัตว ทั้งน้ีเพราะ
พ้ืนท่ีหมูบานตางๆ ในพ้ืนท่ีลุมนํ้าหมันตอนตน ตอนกลางและตอนปลายมีความ
หลากหลายทางกายภาพท่ีมีท้ังพ้ืนที่สูง ท่ีราบเชิงเขาและท่ีราบกลางหุบเขา ซ่ึง
เปน ปจจยั สําคญั ตอระบบการผลติ อาหารของชุมชน ชาวบานในหมบู า นตา งๆ จึง
พฒั นาระบบการผลติ ของตนเองตามลกั ษณะทต่ี ง้ั ทางกายภาพของหมบู า น กลา ว

92

คอื ชาวบานมักจะไมต ้งั ถ่ินฐานในพนื้ ท่ีสงู แตจะใชพ ื้นที่ดังกลา วทําไร เชน ปลกู
ขา วไร ขา วโพด ยางพารา เปน ตน ยกเวน หมบู า นทม่ี พี นื้ ทรี่ าบจาํ กดั บางครวั เรอื น
จงึ ขยบั ขยายพน้ื ทที่ าํ กนิ ยงั บนทส่ี งู ซงึ่ ปรากฏชดั ในหมบู า นทก่ี อ ตงั้ มาไมน าน อาทิ
บานแกงครก บานหวยตาด บา นกกเหีย่ น บา นกา งปลา และบานนาํ้ พุ

ขณะพนื้ ทรี่ าบลมุ นา้ํ หมนั หมบู า นทงั้ หมดในลมุ นาํ้ หมนั ตอนกลางและตอน
ปลายจะมพี นื้ ทดี่ นิ เหมาะแกก ารเกษตร สว นใหญเ ปน ทน่ี า ปลกู ขา วนาปเ พอ่ื ใชก นิ
ในครวั เรอื น มกี ารใชพ ดั หรอื ระหดั วดิ นา้ํ ในการผนั นา้ํ เพอ่ื การเพาะปลกู นอกจาก
นี้ ยังมีการปลกู พืชผกั สวนครวั ตา งๆ ตามเขตทรี่ าบรมิ ฝง ลาํ นาํ้ หมนั การดาํ รงชพี
ดงั กลา วถอื เปน ความพยายามของชาวบา นทจ่ี ะใชพ น้ื ทท่ี มี่ อี ยจู าํ กดั ใหไ ดป ระโยชน
สงู สดุ สว นหมบู า นในพน้ื ทส่ี งู กายภาพกลบั ไมเ ออื้ อาํ นวยในการทาํ นามากนกั แต
เหมาะสมท่ีทําระบบไรและสวนตางๆ ยกเวนบานหมากแขงท่ีชาวบานปรับพ้ืนท่ี
ราบเชิงเขาใหเ ปน นาข้ันบนั ได

จึงเห็นไดวาปจจัยสําคัญในการผลิตของคนลุมน้ําหมัน คือ
ทรัพยากรธรรมชาติอันไดแก ดิน น้ํา และปา หรือการเกษตรท่พี ่ึงพาปจจัยทาง
ธรรมชาตเิ ปน หลกั นอกจากนยี้ งั มที รพั ยากร “คน”หรอื ตวั ชาวบา น และวฒั นธรรม
ชว ยเสรมิ ใหก ารดาํ รงชพี มปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ ซง่ึ นน่ั กค็ อื แรงงานและภมู ปิ ญ ญา
ทอ งถน่ิ อยา งเชน การสรา งพดั ในการผนั นาํ้ เปน ตน สง่ิ เหลา นท้ี าํ ใหช าวบา นไมต อ ง
อาศยั ปจ จยั ดา นการเงนิ กส็ ามารถดาํ รงชพี อยไู ด เนอื่ งจากมที นุ จากธรรมชาตแิ ละ
วัฒนธรรมท่ีทุกคนเปนเจาของและแบงปนกันใชสอยกันตามอัตภาพ ตางจากใน
ยคุ หลัง ทป่ี จ จยั ดา นการเงินเขา มามีบทบาทสัมพันธในวถิ ชี ีวติ มากข้นึ

ดังน้ัน เม่ือตองพึ่งพาธรรมชาติเปนหลัก คนดานซายจึงปรับวิถีแหงการ
ผลิตทางการเกษตรใหสอดคลองกับระบบนิเวศในบริบทของตนเอง ดังเห็นจาก
ชาวบา นในหมบู า นตา งๆ ในพนื้ ทส่ี งู ของลมุ นาํ้ หมนั ตอนบนเกอื บทง้ั หมดและครวั
เรอื นในหมบู านลมุ น้าํ หมนั ตอนกลางและปลายบางครัวเรอื น

93

การปลกู ขาวของคนดานซายสว นใหญป ลกู เพ่อื กนิ ในครัวเรอื นและแบง ปนใหญาติ
สวนทีเ่ หลอื ถงึ แบงขาย

สวนหมูบานในลุมน้ําหมันตอนกลางและปลายเกือบทั้งหมดจะเปนชุมชน
เกษตรกรรมทเี่ นน การทํานาในเขตพื้นทลี่ ุม สามารถรบั นา้ํ จากลําน้าํ หมนั ทาํ นาป
ละคร้ัง บางครัวเรือนมีการปลูกขาวไรในที่ดอนหรือสูงและปลูกพืชผักสวนครัว
ตา งๆ เพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื น มสี ตั วเ ลย้ี งประเภทววั ควาย ไวใ ชง านในไรน า นอก
เหนือจากหมู เปด ไกท่เี ลี้ยงไวในครัวเรือน ชาวบา นมีอาชพี เสริม คอื การหาของ
ปา และเผาถาน ขณะทห่ี มบู า นบนทีส่ งู ระบบการเกษตรจงึ เปน ระบบไร ปลกู ขาว
ไร และปลูกพชื เศรษฐกจิ ตางๆ หลากหลาย

จึงเห็นไดวา ชาวบานใหความสําคัญกับการทํานาและทําไรขาวเปนอยาง
มาก เพราะขาวหมายถงึ การผลิตทางการเกษตรท่ีสรางความมั่นคงทางอาหารให
กบั ชมุ ชน เพอ่ื เกบ็ เกย่ี วผลผลติ ไวใ ชใ นปห รอื ระหวา งฤดกู าลตอ ไป ผลผลติ จากขา ว
จึงเปน “ทุนสํารอง” ความมนั่ คงทางอาหารของครอบครวั และชุมชนนนั่ เอง

กิจกรรมทางการเกษตรที่มีความสําคัญรองจากการปลูกขาวคือ การปลูก
พชื ผักสวนครวั เน่อื งจากเปน การลงทุนที่ตํา่ และไมตองใชแรงงานมาก ดงั นนั้ จงึ
เหน็ เกอื บทกุ ครวั เรอื นปลกู พชื ผกั สวนครวั ไวก นิ เองอยขู า งบา น รมิ รว้ั หรอื ไมก ห็ วั

94

ไรป ลายนา สว นของปา นนั้ เปน แหลง ของอาหารและยารกั ษาโรค ทส่ี าํ คญั อกี แหลง
ของคนทอ งถ่ินในหมบู า นดงั กลา วเปนอยางมาก

ในสมัยกอ นการใชประโยชนจ ากปาจงึ เปน ไปเพ่อื บรโิ ภคในครวั เรอื น ไมม ี
จุดประสงคหลักเพ่ือนําไปขาย การหาอาหารตามธรรมชาติทําใหชีวิตของชาว
บานสะดวกสบายขึ้น มีการแบงปนใหญาติพี่นอง หรือมีการถนอมอาหารไวกิน
ยามนอกฤดูกาล เชน หนอ ไมลวก หนอไมด อง และการทํานํ้าผกั สะทอน เปน ตน
แมในชวงเวลาดังกลาว จะมีขอจํากัดดานเทคโนโลยีการผลิต อีกท้ังยังตองเสี่ยง
กับความไมแนนอนทางธรรมชาติ แตชาวบานจะรูวิธีวาจะตัดสินอยางไรในการ
ทํากิจกรรมตางๆ ทางการเกษตรโดยไมรูสึกวาตนเองตองเส่ียงตอความไมม่ันคง
ทางอาหารหรือ “กลวั ” ตอ ภาวะความขาดแคลนอาหาร ทัง้ นเี้ นื่องจากหากเกิด
วิกฤติในระบบการผลิตอาหาร ชาวบานก็จะใชวิธีการแลกเปล่ียน หยิบยืม และ
แบงปนระหวางเครือญาติและภายเพื่อนบานภายในชุมชนตนเองและชุมชนใกล
เคียง ตัวอยา งหน่งึ ที่เหน็ ชัดคอื หมบู า นตางๆ จะนําผลผลติ บางชนดิ เชน ผา ฝาย
ไปแลกเปลยี่ นกบั ขา วกบั ชาวนครไทย ของปา ไปแลกกบั อาหารสมยั ใหมท น่ี ายฮอ
ยและพอ คาจากเมอื งหลม เพชรบูรณน ําเขามา เปนตน

เร่ืองของการปลูกฝาย ชาวบานจะนํามาทอเปนเสื้อผา ผาหม นําไวใชใน
ครอบครัวเทานั้นไมไดทําไวสําหรับขาย ชาวบานจะปลูกฝายเพียง 1-2 ไรตอ
ครอบครัว ชวงหลังท่ีมีการปลูกขาวโพดเล้ียงสัตว เม่ือขายขาวโพดไดเงิน ก็นํา
เงนิ ทไ่ี ดไ ปซอื้ เสอ้ื ผา การปลกู ฝา ยจงึ ลดลงและเลกิ ปลกู ฝา ยในทส่ี ดุ สว นหนง่ึ เปน
เพราะกระบวนการทาํ เส้ือผามีความยุง ยาก

สมยั นย้ี งั มเี รอื่ งของ “ฝน ” ผเู ฒา ผแู กเ ลา วา การปลกู ฝน ในอาํ เภอดา นซา ย
จะปลูกทีบ่ า นแมว (คนมง ) ภูลมโล โดยแมวจะมีกระบวนการผลติ ฝน ในขน้ั ตอน
ตางๆ จนสามารถสูบได สมัยกอนการปลูกฝนไมผิดกฎหมาย ประสบการณของ
ยายคาํ บอเลา ใหฟง วา ยายไดล าออกจากครมู าทอผา ขาวมา ขายไมนาน ราคาผา
กต็ ก ประกอบกบั เปน แมม า ยลกู 1 ควายทม่ี อี ยกู ถ็ กู ขโมยไป 4 ตวั เลยตอ งคดิ หา
ทางที่จะหารายได มีคนแนะนําวาท่ีบานแมวภูลมโลสินคาขายดี ใครเอาอะไรไป

95

ขายก็ไดขายเพราะอยูไกล ยายจึงชวนเพื่อนรุนนองไปขายขนมจีนที่บานแมวภู
ลมโล มง มเี งนิ ไมมาก แตป ลูกฝนขาย

คนมง จะเอาฝน ทมี่ อี ยมู าแลกขนมจนี กนิ กนิ กนั มาก คนละ 1-2 สลงึ ยาฝน
ยายทาํ ขนมจนี อยู 1 เดอื นไดย าฝน ทม่ี ง เอามาแลกขนมกนิ มากถงึ 6 ปง (10 สลงึ
= 1 ตาํ ลงึ ราคาประมาณ 30 บาท, 10 ตาํ ลงึ = 1 ปง, ฝน 1 สลงึ = ขนาดหวั แม
มอื มรี าคาซื้อขายประมาณ 10 บาท)

เมอื่ ไดฝ น มา ยายคาํ บอ จงึ ขายใหก บั ชาวจนี ฮอ ทมี่ าจากจงั หวดั เชยี งใหม ชอื่
นายหวงั ปง ซงิ ซงึ่ เปน ลกู นอ งของเจา นายใหญจ ากกรงุ เทพฯ หลงั จากนนั้ นายหวงั
ปง ซงิ กก็ ลายมาเปน พอ คา ทมี่ ารบั ซอ้ื ฝน ทบ่ี า นมง เปน ประจาํ แลว เอาไปสง ใหน ายท่ี
กรงุ เทพฯ ยายคาํ บอ เลา วา นายหวงั ปง ซงิ มฐี านะ มาซอื้ ฝน แตล ะครง้ั เอาเงนิ ฮาง
(รูปคลายเรือ) ตา งใสห ลงั มา คราวละ 4-5 ตวั บางครัง้ กเ็ อาเงนิ แบงคมา สรุป ฝน
6 ปง ยายคาํ บอ ขายไดเ ปน เงนิ 2,000 บาท ซงึ่ นบั วา เยอะมากในสมยั นนั้ ยายคาํ
บอ จะจดั แบง ใหก บั คนทไี่ ปขายขนมดว ยกนั 800 บาท ทงั้ ๆ ทขี่ องทกุ อยา งตนเอง
ลงทนุ หมด ในความเปน คนใจกวา งและมกี ารเงนิ ทด่ี คี นทอ งถน่ิ จะเรยี กยายคาํ บอ
วา “แมฮอ ย”

สว นโรงฝน ในตวั เมอื งดา นซา ยจะตง้ั ในชว ง พ.ศ.2495-2496 คนดา นซา ย
เรยี กโรงฝน วา “โรงประมาท” หรอื “โรงยา” ต้ังอยบู ริเวณหวั สะพานแมนาํ้ หมนั
หมทู ่ี 1 ตาํ บลดา นซา ย ชาวบา นนยิ มสบู กนั มากตาํ รวจไมจ บั ใครอยากสบู กไ็ ปสบู
ทาํ ใหค นดานซา ยตดิ ฝน ตงั้ แตน้ันมา ตอ มารัฐบาลประกาศใหเ ลิกสบู ฝน นายหวงั
ปง ซงิ หนไี ปอยตู า งประเทศ ใครกนิ ฝน คา ฝน กจ็ ะถกู จบั เขา ตาราง โรงฝน ทดี่ า นซา ย
กย็ บุ ไป คนท่ตี ิดฝน ก็ลักลอบสูบ ลกั ลอบขายกนั

สวนการลาสัตวและการเก็บหาของปาถือเปนกิจกรรมท่ีชวยเสริมระบบ
การผลิตอาหารของชุมชนหมูบานตางๆ ในลุมนํ้าหมันท้ังหมดเพ่ือใหเกิดความ
ม่ันคงยิ่งข้ึน เพราะทําใหชุมชนมีอาหารเพียงพอในการดํารงชีวิต การพึ่งพาฐาน
ทรัพยากรของชุมชนเชนน้ีทําใหเศรษฐกิจของชุมชนมี “ความยืดหยุน” และมี
“ความสามารถ” ในรับมือกับปญหาความไมมั่นคงทางอาหารท่ีอาจเกิดขึ้น เชน

96

ปญ หาภยั ธรรมชาติอยางฝนแลง หรือนํ้าทว ม ท่ีทําใหผลผลิตนอย เปนตน อาหาร
จากสว นนจี้ ะมบี ทบาทสําคญั ในชว งเวลาดงั กลา วเปน อยางมาก

จึงเห็นไดวา ปาจึงสัมพันธกับชาวบานมาโดยตลอด กระท่ังรัฐเขามา
แทรกแซงการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละอา งความเปน เจา ของแทนชมุ ชน (ใน
ระยะหลงั ป พ.ศ. 2520 และกระทบกบั ชมุ ชนอยา งเดน ชดั หลงั ป พ.ศ. 2530) ปด
กนั้ และหวงหา มไมใ หช มุ ชนใชป ระโยชนจ ากทรพั ยากรธรรมชาติ แตอ นญุ าตใหค น
ภายนอกเขา ตดั ในหกั เกบ็ อยา งลา งผลาญจนผนื ปา แทบจะหมดความอดุ มสมบรู ณ

คนดา นซายจึงประกอบกิจกรรมไดห ลายๆ อยางในเวลาเดียวกนั เพ่อื เพิม่
ความอุดมสมบรู ณแ ละสนองความตอ งการในครวั เรือน ชาวบา นท่ีไถนาหรือปลกู
ขาวนา (ในกรณหี มบู า นในท่ีราบลุม) และทาํ ขาวไรหรือทาํ ไร (ในหมบู า นพนื้ ทส่ี ูง)
จะจบั กุง หอย ปู ปลา กบ เขียดและสัตวอน่ื ท่ีสามารถนําไปปรงุ อาหารได พวกท่ี
นําวัวควายไปเลี้ยงในชายปาก็จะถือโอกาสเก็บหาส่ิงของท่ีจําเปนในการดํารงชีพ
ไปในตัว เชน ผักหวาน หนอไม และเห็ดตางๆ รวมท้ังทํางานจักสานและทอผา
เปนตน

ดังนนั้ ชาวบา นจะเนน การทํานา ทําไรข าว ปลูกผกั ทาํ งานหัตถกรรมพนื้
บา น และเกบ็ ของปา เปน อาหารหลกั ไมเ นน อาหารจากเนอ้ื สตั วม ากนกั สว นใหญ
จะกนิ ปลา เนอ้ื สตั วม กั เปน อาหารพเิ ศษในเทศกาลตา งๆ เทา นน้ั หมบู า นมวี ตั ถดุ บิ
ทางธรรมชาติมากมาย กลาวโดยสรุปลักษณะเศรษฐกิจและสังคมหมูบานตางๆ
ในลุมน้าํ หมันจะเปนแบบการการพงึ่ ตนเอง มีระบบเศรษฐกจิ แบบพอเพยี ง ผลิต
อาหารไวบ รโิ ภคในครอบครวั และชมุ ชน หากเหลอื กจ็ ะสาํ รองไวใ นยามวกิ ฤตหิ รอื
ไมก น็ าํ ไปแลกเปลย่ี นกบั ชมุ ชนใกลเ คยี ง ความสมั พนั ธภ ายในชมุ ชนแบบเครอื ญาติ
ชว ยเหลอื ดา นแรงงาน และชวยเหลือดา นสงั คม

เศรษฐกจิ สงั คมชุมชนยคุ เปล่ยี นผาน (พ.ศ. 2500-2530)

ระยะตอมาถือเปนจุดเปลี่ยนผานทางเศรษฐกิจและสังคมของหมูบานใน
ลุมนํ้าหมัน เมื่อเงื่อนไขจากภายนอกเขามามีบทบาทอยางมากในชุมชน กลาว
คือ เดิมชุมชนตองเดินทางรอนแรม ลัดเลาะทุงนาและปาเขาเพื่อนําติดตอแลก

97
เปลยี่ นสนิ คา จากภายนอกหมบู า นกแ็ ปรเปลยี่ นเปน ระบบตลาด (ตลาดตวั อาํ เภอ
ดา นซาย) ตลาดจงึ เริม่ เขามามบี ทบาทในชุมชน ในขณะท่สี นิ คา (จากภายนอกท่ี
หาไมไดใ นชมุ ชน) เชน ของทะเลแหงและขาวของเครอ่ื งใชสมัยใหม จากตลาดก็
เรม่ิ เขา มาในหมูบ า น ทาํ ใหการดาํ เนินชวี ติ ของชาวบานเปลยี่ นไป จากเดิมชมุ ชน
อาศัยของกนิ จากธรรมชาติเปนหลกั เชน หาพชื ผักจากปาจากไรและหาปลาจาก
แหลง นํ้า เปน ตน กเ็ ร่ิมมกี ารซือ้ สินคาจากตลาดมากข้นึ

ในยคุ น้ยี งั เปนชวงทแี่ ผนพฒั นาเศรษฐกจิ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504-2509)
เขา มามบี ทบาทสําคญั ตอภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ซึ่งเปน ภาคท่มี เี ปา หมายของ
การพัฒนาตามจุดมุงหมายของแผนฯ มากที่สุด ทั้งในดานการกอสรางระบบ
สาธารณปู โภค สาธารณปู การตา งๆ และอาํ เภอดานซาย จังหวัดเลยก็เปนหนึง่ ใน
พนื้ ทพ่ี ฒั นาดงั กลา ว การพฒั นาดงั กลา วถอื เปน การวางรากฐานดา นการขยายการ
ผลติ ทางการเกษตร โดยมีเปาหมายใหไดม ากกวารอยละ 3 ตอป สนิ คา เกษตรท่ี
สาํ คญั คือ ขาวโพดเล้ียงสัตว

ในยุคเศรษฐกจิ พ่งึ ตนเอง การเล้ียงสตั วเ ปน อาชพี สาํ คัญที่สรางรายไดใ หกับคนดา นซาย
ในภาพเปน การเลยี้ งสัตวท ีบ่ านหวยปลาฝา

98

หลังจากนนั้ พ้ืนทีใ่ นดา นซายจงึ ไดม กี ารขยายพน้ื ทเ่ี พาะปลูกขาวโพดเปน
พื้นท่ีมหาศาลในชวงเวลาตอมา พื้นที่ทางการเกษตรรุกล้ําเขาไปในพ้ืนท่ีปาไม
ทําใหปาไมถ ูกทาํ ลายลงอยางรวดเร็วในชว งเวลาดังกลาวและเวลาตอ ๆ มา

ปรากฏการณดังกลาวถือเปนแรงผลักดันใหชุมชนเริ่มใหความสําคัญกับ
การเพ่ิมผลผลิตขาว เพื่อใหมีขาวสวนเกินเหลือจากการบริโภคเพิ่มข้ึน แลวนํา
ขาวสวนที่เหลือไปขายเปนเงิน เงินตราจึงเร่ิมเขามามีความสําคัญกับชุมชนมาก
ขน้ึ ทงั้ นเ้ี พราะการทจ่ี ะไดบ รโิ ภคสนิ คา จากระบบตลาดจะตอ งแลกเปลยี่ นมาดว ย
เงิน ไมใ ชการแลกเปลี่ยนสงิ่ ของและอาหารดั่งเชน ชุมชนเคยปฏิบัตมิ าในยุคกอ น

ดวยเหตุน้ีนโยบายจากภาครัฐและระบบเศรษฐกิจจากภายนอกจะผนวก
ชุมชนหมูบา นเขา สวู ถิ ีการผลติ เพอื่ การคาในระยะตอมาจงึ เปนสงิ่ ท่ไี มยากนกั ดงั
เห็นจากการเขามาเปล่ียนแปลงวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจสังคมของหมูบานโดยรัฐ
ในการพัฒนาหมูบานรูปแบบตางๆ จนกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสรางทาง
เศรษฐกจิ สังคมของชุมชน อาทิ รัฐเขา มาพัฒนาโครงสรา งสาธารณปู โภคพน้ื ฐาน
เชน ถนนหนทาง จรงิ อยู แมจ ดุ ประสงคห ลกั ของการสรา งถนนจะเพอ่ื ยทุ ธศาสตร
ทางการทหารในการปราบปรามผกู อ การรา ยคอมมวิ นสิ ต (พนื้ ทรี่ อบๆ หมบู า นทงั้
สองเปน เขตสีชมพู ซ่ึงเปน ทตี่ ั้งฐานและกองกําลังคอมมิวนิสตในยคุ นนั้ ) แตขณะ
เดยี วกนั ถนนกส็ มั พนั ธก บั วถิ กี ารผลติ ในระบบเศรษฐกจิ คอื ทาํ ใหม กี ารตดิ ตอ การ
ตลาดภายนอกไดงายขึ้น โดยเฉพาะการปลูกขาวถูกเช่ือมโยงกับระบบการตลาด
ของประเทศโดยรวม กรณีน้ีเห็นไดจากในชวงทศวรรษท่ี 2520 วิถีการทําการ
เกษตรของคนหมบู า นตา งๆ ในลมุ นาํ้ หมนั เรม่ิ มกี ารเปลยี่ นแปลงรปู แบบการผลติ
และวถิ กี ารผลติ ของชมุ ชนเพอื่ เพม่ิ ผลผลติ ตอ พน้ื ทใี่ หส งู ขน้ึ เชน มกี ารเปลยี่ นแปลง
พนั ธขุ า วจากพนื้ บา นเปน พนั ธขุ า วใหมท รี่ ฐั สง เสรมิ มกี ารลงทนุ เครอ่ื งจกั รกลและ
ใชป จ จัยการผลิตตา งๆ ในการปลกู พชื เศรษฐกจิ เชงิ เด่ียวอยา งขาวโพดมากข้ึน

ดงั นน้ั ลกั ษณะสาํ คญั ของระบบเศรษฐกจิ สงั คมของบา นตา งๆ ในชว งเวลา
น้ียังคงเปนชุมชนเกษตรกรรมแบบพอเพียงที่สามารถพึ่งตนเองไดในระดับหน่ึง
ขณะเดียวกนั กต็ อ งพ่งึ พาภายนอกเชน กัน โดยชุมชนเนนการผลติ เพอ่ื การบริโภค
เปน หลัก สามารถผลิตอาหารไดเ พียงพอตอ ความตอ งการของชมุ ชน ทง้ั นเ้ี พราะ

99

ชุมชนมีฐานทรัพยากรทางธรรมชาติท่ีหลากหลาย มีระบบเครือญาติท่ีเกื้อกูลตอ
กนั และมรี ะบบเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง กลา วโดยสรุปคอื

ในแงฐ านทรพั ยากรธรรมชาตทิ มี่ จี าํ นวนมากเพยี งพอตอ การรองรบั จาํ นวน
ประชากรในการดํารงชีวิตอยูแบบพอเพียง โดยเฉพาะที่ดินสามารถขยายพ้ืนที่
ในการเพาะปลูกไดอยางไมจํากัด ขณะเดียวกัน ในแงของทุนทางสังคม ความ
สมั พันธแ บบเครอื ญาติที่สามารถชว ยเหลอื เก้อื กูล ทายสุดมรี ะบบเศรษฐกิจแบบ
พอเพยี งยังคงดําเนนิ อยแู มก ําลงั จะถกู ทา ทา ยจากระบบตลาดจากภายนอก ชาว
บา นยงั คงสามารถแลกเปลย่ี นผลผลติ ระหวา งชมุ ชน ยงั ไมต อ งพง่ึ พาภายนอกมาก
นกั ใชแรงงานในครวั เรือนเปน หลัก ไมต องใชส ารเคมีในการเพม่ิ ผลผลติ ทางดาน
การเกษตร

สว นขอจาํ กัดของหมบู า นในลมุ นํา้ หมนั ยุคนพี้ บวา ชาวบานประสบปญ หา
เรื่องการขาดแคลนน้ํา ปจจัยสําคัญในการผลิตขาว ทําใหในบางป ชุมชนไม
สามารถผลติ ขา วไวบ รโิ ภคไดเ พยี งพอตลอดป ตอ งแลกเปลยี่ นหรอื ซอื้ จากภายนอก
ชมุ ชน รวมถึงที่ดนิ ทางการเกษตรก็ขาดความอุดมสมบรู ณ เน่ืองจากมีนายทนุ มา
โคน ไมใ หญห มดไป พนื้ ทบี่ รเิ วณนกี้ ลายเปน ปา ไผ ทแี่ หง แลง ไมอ ดุ มสมบรู ณ ทาํ ให
มขี อ จาํ กดั ในการปลกู พชื ไดเ พยี งไมก ช่ี นดิ ทมี่ คี วามทนทานตอ ความแหง แลง ได เชน
สับปะรด กลว ย ขาวโพด เปนตน ประการทา ยสดุ แมก ารคมนาคมขนสงจะมีการ
สรางถนนหนทาง แตกย็ ังไมสะดวกมากนกั ทําใหต อ งเสยี เวลาในทางเดินทาง

การเพมิ่ ผลผลติ โดยการขยายพนื้ ทไ่ี ดเ กดิ ภาวะชะงกั งนั เนอื่ งจากปญ หาการ
บกุ รกุ ทาํ ลายพนื้ ทป่ี า ไม ซง่ึ กอ ใหเ กดิ ปญ หาตา งๆ ตามมา เชน การพงั ทลายของดนิ
การตนื้ เขนิ ของแมน า้ํ นา้ํ ทว มในฤดฝู น สรา งความเสยี หายใหท งั้ แกท อี่ ยอู าศยั และ
พน้ื ทกี่ ารเกษตร ประกอบกบั ชว งระยะระหวา งป พ.ศ. 2523-2528 ไดเ กดิ ภาวะ
ราคาพชื ผลการเกษตรของตลาดโลกตกตาํ่ ทาํ ใหส นิ คา ทร่ี ฐั มนี โยบายสง เสรมิ และ
ตอ งอาศยั ตลาดโลกเปน หลกั ไดร บั ผลกระทบโดยตรง เกดิ ปญ หาดา นราคาผลผลติ
ของเกษตรกร ทาํ ใหน โยบายในระยะนไ้ี ดเ ปลย่ี นจาการขยายพน้ื ทป่ี ลกู มาเปน การ
เพม่ิ ประสิทธภิ าพการผลิตเปนผลผลติ ตอไรม ากข้นึ

100
เศรษฐกิจสังคมชุมชนชว งขยายตวั หลงั ป 2530-ปจ จบุ ัน

ลักษณะการดําเนินชีพของชาวบานในยุคยกเลิกปาสัมปทานปา เปนการ
ดํารงชีพเหมือนยุคใหสัมปทานปา การปลูกพืชเศรษฐกิจมีความเขมขน
มาก อยางไรก็ตาม แมยุคน้ี การดํารงชีพยุคจะเหมือนกับยุคใหสัมปทานปา
ไมแตสถานการณคับขันขึ้นเน่ืองจากนโยบายยกเลิกสัมปทานปา โดยชาวบานมี
ทดี่ นิ ทาํ กนิ นอ ยลง การเขา ไปใชป ระโยชนใ นปา กม็ ขี อ จาํ กดั มากขน้ึ อยา งไรกต็ าม

หมูบานตางๆ ในลุมน้ําหมัน ชวงขยายตัวทางเศรษฐกิจสังคมยุคนี้ เริ่ม
มกี ารพฒั นาระบบสาธารณปู โภคอยา งครบครนั ไมว า จะเปน ระบบคมนาคม ไฟฟา
และนาํ้ ประปา โดยเฉพาะกบั ถนนสง ผลทาํ ใหส ามารถขยายพนื้ ทใี่ นการเพาะปลกู
เพิ่มขึ้น พืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวท่ีปลูกมีความหลากหลายมากข้ึน อยางไรก็ตาม
การปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเด่ียวก็ทําใหชาวบานเริ่มใชปุยเคมีและสารเคมีทางการ
เกษตรมากข้ึนเชนกัน ส่ิงสําคัญระบบเศรษฐกิจของชุมชนมีลักษณะผสมผสาน
กลาวคือมีทั้งการพ่ึงพากันเองในชุมชน ขณะเดียวกันก็ตองพ่ึงพิงกับระบบตลาด
และแหลงทุนจากภายนอก จนทําใหหลายครัวเรือนเปนหน้ีสินท้ังในและนอก
ระบบ ซึ่งก็สอดคลองกับชวงเวลาดังกลาวท่ีกิจการธนาคารตางๆ ไดเริ่มเขามา
เปดกิจการในตัวอําเภอดา นซา ยเพอ่ื รองรบั การขยายตัวทางเศรษฐกจิ ดงั กลาว

รถ “อแี ตก ” (อีกแทก) เปนสัญลกั ษณท ่เี ปรียบไดด่งั การทาํ การเกษตรสมยั ใหมข องคนดานซา ย
ในภาพเปนครวั เรือนบา นนาหมูมนหลงั จากกลบั จากทาํ ไรบ นเขา

101

วิถีการผลิตดังกลาวเห็นไดจากการปลูกพืชไรจําพวกขาวโพด ทําให
ชาวบานตองเรงเพิ่มผลผลิตดวยการใชยาปราบศัตรูพืชและปุยเคมีอยางเขมขน
เพื่อใหไดผลผลิตท่ีสูงข้ึน ทุนที่ใชทําการเกษตรจึงสูงตาม ผลท่ีตามมาก็คือมี
ชาวบานเร่ิมเปนหน้ีสิน สวนแหลงเงินทุนท่ีสําคัญของชุมชนคือธนาคารเพ่ือ
การเกษตรและสหกรณ

ชวงเวลานี้สถานการณทางเศรษฐกิจและสังคมจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง
ที่สําคัญ ชาวบานเริ่มประสบกับปญหาทางดานเศรษฐกิจ อยูดวยเชนกัน
อันเน่ืองมาจากตนทุนการผลิตสูงขึ้น การพ่ึงพาปจจัยการผลิตจากภายนอก
ทงั้ ดา นเงนิ ทนุ เทคโนโลยี และการตลาด รวมถงึ ราคาผลผลติ ทางการเกษตรผนั ผวน
ยากตอ การคาดการณ

ขณะท่ีการการเปลี่ยนแปลงทางดานสังคม วัฒนธรรมของชุมชน
สง ผลกระทบตอ ความสมั พนั ธภ ายในชมุ ชน ทม่ี ลี กั ษณะสง เสรมิ ความเปน อยแู บบ
ปจ เจกชนมากขนึ้ ความเปน ชมุ ชนลดนอ ยลง ชมุ ชนแตกแยก เนน การบรโิ ภคนยิ ม
มากข้ึน ใหความสําคัญทางดานวัตถุมากกวาดานจิตใจสมาชิกในชุมชนออกไป
หางานทําขางนอก

อยางไรก็ตามปจจัยที่ทําใหชุมชนสามารถดํารงอยูไดคือ ความสัมพันธ
ภายในชมุ ชนทม่ี คี วามสมั พนั ธแ บบเครอื ญาติ และความเชอ่ื ทอ งถน่ิ บางอยา ง เชน
ไหวภ อู งั ลงั และบญุ ขา วเปลอื กขา วสาร เปน ตน ทย่ี งั คงชว ยเหลอื เกอื้ กลู กนั ในดา น
แรงงานและสังคม ประการตอมา ในเรื่องของระบบน้ําทางธรรมชาติท่ีสมบูรณ
ทําใหชุมชนสามารถปลูกพืชที่หลากหลายไดมากขึ้น เชน ปรับพื้นที่ทํานาขาว
การปลกู พชื ผกั ไวข ายและบรโิ ภคในครวั เรอื น การทาํ สวนผลไม เลย้ี งสตั ว สมาชกิ
ในชุมชนประกอบอาชีพหลากหลายมากข้ึน

102

103

สว นท่ี III
สถานการณลมุ นํ้าหมนั

104

105

ลุมน้ําหมัน
คุณภาพนํ้าและปรมิ าณสารปนเปอนในอาหารจากธรรมชาติ

คณุ ภาพนาํ้ ลมุ นาํ้ หมนั ทน่ี าํ เสนอในหนงั สอื เลม นี้ ตรวจสอบชว งฤดฝู นเมอ่ื ป
พ.ศ. 2558 ทนี่ าํ้ หมนั ไดร บั ผลกระทบจากการชะลา งนา้ํ ฝนทไี่ หลหลากจากพน้ื ที่
ทางการเกษตรและหมูบาน โดยจะตรวจคุณภาพนํา้ ผิวดนิ นํ้าดมื่ และนํา้ ประปา
ของลุมน้ําหมันตอนตน ตอนกลางและตอนบน นัยยะสําคัญของคุณภาพลุม
น้ําหมันในแตละสวนของพ้ืนท่ีลุมนํ้าจะมีสวนสําคัญอยางย่ิงในการวิเคราะหและ
ตคี วามรปู แบบการดาํ เนนิ ชวี ิตของคนลุมนํ้าหมนั ในมิตคิ วามมน่ั คงทางอาหาร

คุณภาพนํ้าลมุ หมันตอนตน

บานหมากแขง: บานหมากแขงเปนชุมชนตนน้ําท่ีอยูในพ้ืนที่ชั้นคุณภาพ
ลุมนํ้าท่ีเปนตนน้ําหมัน ซ่ึงการเก็บตัวอยางดินในแหลงน้ํา อยูบริเวณจุดกลาง
ของลาํ นาํ้ สองสายท่ไี หลบรรจบกนั กลายเปน ลาํ นํ้าหมัน ทไ่ี หลมาจากเทอื กเขาใน
เขตอุทยานแหงชาติภูทับเบิก และภูหินรองกลา เม่ือพิจารณาผลการวิเคราะห

106
คุณภาพน้ําและดินตะกอนถือวาอยูในเกณฑมาตรฐาน คุณภาพน้ําดี แตเมื่อ
พจิ ารณาผลการวเิ คราะหด า นอาหาร พชื ผกั กนิ ได สว นใหญพ บวา ไมม สี ารพษิ เกนิ
เกณฑม าตรฐาน ยกเวน สารโครเมียม (Cr) ในผกั กูดและหนอไม แสดงบง ชไี้ ดว า มี
ความเส่ยี งจากการสะสมสารพิษในระบบอาหาร แตยังคงถอื วา อยูในระดับเตือน
ภยั ควรมีการเฝาระวังตอไป

แตอยางไรก็ตามเม่ือพิจารณาสภาพพื้นท่ีการใชประโยชนท่ีดิน จะเห็นวา
สวนใหญเปนพ้ืนท่ีทําการเกษตรกรรมบนพ้ืนที่สูง และมีกิจกรรมการใชสารเคมี
จํานวนมาก ไดแ ก ปุยเคมี สารฆาหญา สารฆา แมลง อาจเปนสาเหตุปจ จัยหลกั
สาํ คญั ตอ การสะสมสารพษิ ในระบบความมน่ั คงทางอาหารได รายละเอยี ดสามารถ
อธิบายไดดังตอ ไปน้ี

จุดเก็บตัวอยางบานหมากแขง
บานหมากแขง ทําการเก็บตัวอยางทัง้ หมด 3 จดุ โดยแตล ะจดุ ทาํ การเก็บ
ตวั อยาง นาํ้ ดิน และพืช ดังแสดงในตารางท่ี 1 และแผนภาพท่ี 1

แผนภาพที่ 1 แผนที่แสดงจุดเกบ็ ตวั อยางบานหมากแขง

107

ผลการวิเคราะหคณุ ภาพนา้ํ ลุมนา้ํ หมันบา นหมากแขง
คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ นาํ้ ดมื่ และนาํ้ ประปา จากการตรวจวดั นาํ้ แตล ะจดุ ทบ่ี า น
หมากแขง เก็บท้ังหมด 3จดุ ไดแ ก
จดุ เกบ็ ท่ี 1 นาํ้ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนาํ้ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายน้ํา (DO) มีคา 5.66 มก./ล. ซ่ึงมากกวาคามาตรฐานท่ีกําหนดไว คือ
ไมน อ ยกวา 4.0 มก./ล.
จดุ เกบ็ ท่ี 2 นาํ้ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายน้ํา (DO) มีคา 4.16 มก./ล. ซ่ึงมากกวาคามาตรฐานที่กําหนดไว คือ
ไมน อ ยกวา 4.0 มก./ล.
จดุ เกบ็ ท่ี 3 นาํ้ ประปา จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ประปา พบวา อยใู นเกนิ
คามาตรฐานทก่ี าํ หนดไว ดงั แสดงในตารางที่ 1

˜µ¦µŠšÉ¸ 1 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡œÊµÎ Ÿ·ª—·œ µo œ®¤µ„Â…Šo

—´ œ¸‡»–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ‹»—š1ɸ ­™µœ¸ ‹»—š3ɸ STD STDœÎµÊ STD
œÎµÊ Ÿª· —œ· ‹»—šÉ¸ 2 œÎµÊ ž¦³žµ œÎµÊ Ÿª· —œ· —¤Éº œÎµÊ ž¦³žµ
œÎµÊ Ÿª· —œ·
-
DO mg/l 5.66 4.16 4.34 4.0 -
” 600
TDS Ppm 30 30 70 - ”500 6.5-8.5

pH pH 6.9 6.9 7.6 5.0-9.0 6.5-8.5 -

EC/conductivity S/m 57.8 46.6 110.7 - - -
-
ORP mV - - - - - -
0.01
T_water oC 29.3 28.7 28.9 - - 3.0
T_air 0.01
oC 29.9 30 30 -- 0.003
0.3
As mg/l 0.006 0 0 0.01 0.01 0.05
2.0
Zn mg/l 0.011 0.025 0.088 1.0 3.0

Pb mg/l 0.013 0.019 0.017 0.05 0.01

Cd mg/l 0 0 0 0.005 0.003

Fe mg/l 0.704 1.432 0.108 - 0.3

Cr mg/l 0.002 0.003 0.001 0.05 0.05

Cu mg/l 0.004 0.004 0.004 0.1 1.0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­·ÉŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·
Œ´ š¸É 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ —ɺ¤°Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993
¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¤¼ ·£µ‡

108

ผลการวเิ คราะหคุณภาพดินตะกอนลมุ นา้ํ หมัน บา นหมากแขง
จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน โดยการวิเคราะหหาคาโลหะหนัก
ไดแ ก สารหนู (As) สังกะสี (Zn) ตะกั่ว(Pb) แคดเมียม (Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม
(Cr) และทองแดง (Cu) แตล ะจดุ เก็บตัวอยา งทบ่ี านหมากแขง เกบ็ ทั้งหมด 2 จดุ
ไดแ ก
จุดเก็บที่ 1 ดินตะกอนช้ันบน ตนนํ้าหมัน และดินตะกอนชั้นลาง ตน
น้ําหมันจากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน พบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก
(Fe) 2,887มก./กก. และ7,785 มก./กก.ซ่ึงเกินคามาตรฐานท่ีกําหนดไว คือ
>5-25 มก./กก.
จดุ เก็บท่ี 2 ดินตะกอน ตนนาํ้ หมนั พบวา มีคาการปนเปอ นของเหลก็ (Fe)
2,322 มก./กก.ซงึ่ เกินคามาตรฐานที่กําหนดไว คอื >5-25 มก./กก.
จุดเก็บที่ 3 ดินสวนเสาวรส ตนน้ําหมันพบวา มีคาการปนเปอนของ
เหลก็ (Fe) 2,513 มก./กก.ซึง่ เกินคามาตรฐานท่กี ําหนดไว คอื >5-25 มก./กก.
ดงั แสดงในตารางท่ี 2

˜µ¦µŠšÉ¸ 2 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡—·œ˜³„°œ µo œ®¤µ„Â…Šo

­™µœ¸

—´ œ¸‡»–£µ¡ —·œ —·œ˜³„°œÊœ´ —·œ˜³„°œ ˜œo œÊµÎ —·œ­ªœ

—œ· ˜³„°œ ¨µn Š ®¤œ´ Á­µª¦­ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡
—œ·
讳®œ´„ ®œnª¥ Êœ´ œ ˜œo œÊµÎ ®¤œ´ ‹»—š¸É2 ˜œo œÊµÎ ®¤œ´
” 3.9
(Heavy ˜œo œÊµÎ ‹»—š¸É1 ‹»—šÉ¸3 >150-300
” 400
metals) ®¤œ´
” 37
‹»—šÉ¸1 >5-25
” 300
As mg/kg 0 0 00 >50-140

Zn mg/kg 2.738 6.208 2.222 2.742

Pb mg/kg 3.084 3.266 2.704 1.672

Cd mg/kg 0 0 00

Fe mg/kg 2887 7785 2322 2513

Cr mg/kg 3.53 6.89 2.557 3.553

Cu mg/kg 0 0 00

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜· ¡.«. 2547)

109

ผลการวเิ คราะหค ุณภาพพืชผกั กินไดลุมนา้ํ หมันบา นหมากแขง
การตรวจวดั คณุ ภาพพืชผักกนิ ได โดยการวเิ คราะหห าคา โลหะหนกั ไดแก
สารหนู (As) สังกะสี (Zn) ตะกั่ว(Pb) แคดเมียม (Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม
(Cr) และทองแดง (Cu) เก็บตัวอยางพืชผักกินไดที่บานหมากแขง จุดเก็บที่ 1
ตน นาํ้ หมนั ตวั อยา งพชื ผกั กนิ ได ผกั กดู หวั ปลกี ลว ย ผกั หนาม เสาวรส ตะไคร พรกิ
หนอ ไมไ ผช อด บวบ โหระพา และบอน จากการตรวจวดั คณุ ภาพพบวา พชื ผกั กนิ ได
ชวงตนน้ําหมันไดแก ผักกูด ตะไคร พริก หนอไมไผชอด บวบ โหระพา และ
บอน มคี าปริมาณการปนเปอนของเหลก็ (Fe) 32.25 มก./กก. 17.54 มก./กก.
20.1 มก./กก.60.07 มก./กก. 32.5มก./กก. 37.64 มก./กก.และ 27.79มก./กก.
ตามลําดับ ซงึ่ เกนิ คา มาตรฐานทก่ี าํ หนดไว คอื ไมเกิน 15 มก./กก.
ผักกูด และหนอไมไผชอดมีคาปริมาณการปนเปอนของโครเมียม
(Cr) 0.521มก./กก.และ 0.707มก./กก.ซงึ่ เกนิ คา มาตรฐานทกี่ าํ หนดไว คอื ไมเ กนิ
0.5 มก./กก.ดงั แสดงในตารางท่ี 3

˜µ¦µŠš¸É 3 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡¡º Ÿ„´ „·œÅ—o µo œ®¤µ„Â…Šo

­™µœ¸

—´ œ¸‡»–£µ¡ ®œnª¥ Ÿ„´ „—¼ ˜œo ®ª´ ž¨¸ Ÿ„´ ®œµ¤ Á­µª¦­ ˜³Å‡¦o ¡¦·„ ®œn°Å¤o ª ¡µ °œ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡
讳®œ´„ „¨ªo ¥ ˜œo ˜œo œÊµÎ ˜œo œÊµÎ ˜œo œÊµÎ şn °— ˜œo œÊµÎ ˜œo œÊµÎ ¡º Ÿ„´ „œ· ŗo
(Heavy œÊµÎ ®¤œ´ œÊµÎ ®¤œ´ ˜œo œÊµÎ ®¤œ´ ®¤œ´ ®¤œ´ ®¤œ´ ˜œo œÊµÎ ®¤œ´ ®¤œ´ ˜œo œÊµÎ
metals) ‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É1 ‹»—š¸É1 ‹»—š¸É1 ‹»—šÉ¸1 ®¤œ´ ‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É1 ®¤œ´
‹»—šÉ¸1
‹»—š¸É1

As mg/kg 0 0 0 0 00 0 0 0 0 ”2

Zn mg/kg 41.04 0 10.89 10.74 18.14 7.44 39.27 10.95 29.36 10.72 ”100

Pb mg/kg 0.436 0 0.271 0.264 0.289 0.235 0.281 0.293 0.445 0.06 ”1.0

Cd mg/kg 0.036 0.027 0.01 0.03 0.149 0.052 0.036 0.017 0.034 0.037 ”0.3

Fe mg/kg 32.25 0 14.24 14.56 17.54 20.1 60.07 32.5 37.64 27.79 ”15

Cr mg/kg 0.521 0 0.212 0.207 0.26 0.338 0.707 0.42 0.328 0.163 ”0.5

Cu mg/kg 12.41 0 3.757 0 0 0 1.759 0 0 0 ”20

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡¡º Ÿ„´ „·œÅ—o °Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 2010

110
บา นนาํ้ หมนั : บา นนา้ํ หมนั เปน หมบู า นทอี่ ยใู นชนั้ คณุ ภาพลมุ นาํ้ ทกี่ าํ หนด
เปน พน้ื ทตี่ น นา้ํ แตส ภาพพนื้ ทเี่ ปน พน้ื ทขี่ องเกษตรกรรมบนพนื้ ทส่ี งู เปน สว นใหญ
เมอื่ พจิ ารณาผลการวเิ คราะหค ณุ ภาพนา้ํ พบวา คณุ ภาพนา้ํ ไมค อ ยดี มคี า ออกซเิ จน
ละลายนา้ํ (DO) ตา่ํ กวา เกณฑม าตรฐาน และมคี า สารพษิ ปนเปอ นเกนิ คา มาตรฐาน
คอื สารหนู (As) และตะกวั่ (Pb) ซึ่งสารหนู (As) และตะกั่ว (Pb) ที่เพิ่มสงู ข้นึ น้ัน
อาจเปน ผลมาจากกจิ กรรมการใชส ารเคมที างการเกษตร เพราะชาวบา นสว นใหญ
ใชยาฆาหญา และยาฆาแมลงในการทําการเกษตร ประกอบกับพื้นท่ีการเกษตร
เปน พ้ืนท่สี ูงจงึ อาจทาํ ใหเกดิ การชะลา งลงลํานํา้ หมนั ไดงา ย
แตอยางไรก็ตามผลการวิเคราะหสารพิษในดินตะกอนและในพืชผักกินได
ไมม คี า เกนิ เกณฑม าตรฐาน ยงั คงมคี วามปลอดภยั ดา นอาหารแตก ย็ งั ควรเฝา ระวงั
ตอไป รายละเอียดสามารถอธิบายไดดงั ตอไปน้ี
จดุ เกบ็ ตัวอยางบา นน้ําหมัน
บานนํ้าหมัน ทําการเก็บตัวอยางทั้งหมด 3 จุด โดยแตละจุดทําการเก็บ
ตวั อยา ง นํ้า ดิน และพืช ดงั แสดงในตารางท่ี 4 และแผนภาพที่ 2

แผนภาพท่ี 2 แผนทแ่ี สดงจดุ เกบ็ ตวั อยา งบานนํา้ หมัน

111

ผลการวเิ คราะหคณุ ภาพน้ําลมุ น้าํ หมนั บา นนา้ํ หมนั
คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ นา้ํ ดมื่ และนา้ํ ประปา จากการตรวจวดั นา้ํ ทบี่ า นนาํ้ หมนั
ตวั อยา งจดุ เกบ็ ที่ 1 นาํ้ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายนา้ํ (DO) มคี า 3.5 มก/ล ซง่ึ ตาํ่ กวา คา มาตรฐานทก่ี าํ หนดไว คอื ไมน อ ยกวา
4.0 มก/ล ดังแสดงในตารางที่ 4

˜µ¦µŠš¸É 4 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡œÊµÎ Ÿ·ª—·œ µo œœÊµÎ ®¤œ´

—´ œ¸‡»–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ­™µœ¸ STDœÎµÊ Ÿª· —œ· STDœÎµÊ —¤ºÉ STDœÎµÊ ž¦³žµ
‹»—š¸É1œÊµÎ Ÿª· —·œ
-
DO mg/l 3.5 4.0 -
” 600
TDS Ppm 40 - ”500 6.5-8.5

pH pH 6.8 5.0-9.0 6.5-8.5 -
-
EC/conductivity S/m 60.9 - -
-
ORP mV - -- -
0.01
T_water oC 26.9 - - 3.0
0.01
T_air oC 27.7 - - 0.003
0.3
As mg/l 0.17 0.01 0.01 0.05
2.0
Zn mg/l 0.031 1.0 3.0

Pb mg/l 0.054 0.05 0.01

Cd mg/l 0 0.005 0.003

Fe mg/l 3.708 - 0.3

Cr mg/l 0.004 0.05 0.05

Cu mg/l 0.005 0.1 1.0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­·ÉŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·

Œ´ š¸É 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ —ºÉ¤°Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¤¼ ·£µ‡

112

ผลการวิเคราะหค ณุ ภาพดินตะกอนลุม นาํ้ หมนั บา นนาํ้ หมนั
จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน โดยการวิเคราะหหาคาโลหะหนัก
ไดแก สารหนู (As) สงั กะสี (Zn) ตะกั่ว (Pb) แคดเมยี ม (Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม
(Cr) และทองแดง (Cu) แตละจดุ เกบ็ ตวั อยางท่ีบานนา้ํ หมัน เก็บทั้งหมด 2 จุด
ไดแก
จุดเก็บที่ 1 ดนิ ตะกอนชั้นบนนํา้ หมัน และดนิ ตะกอนชน้ั ลางนํ้าหมนั จาก
การตรวจวดั คณุ ภาพดนิ ตะกอน พบวา มคี า การปนเปอ นของเหลก็ (Fe) 4,951มก./
กก. และ8,410 มก./กก.ซ่งึ เกินคามาตรฐานท่กี ําหนดไว คือ >5-25มก./กก.
จุดเก็บท่ี 2 ดินตะกอนน้ําหมันพบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก(Fe)
4,237มก./กก.ซง่ึ เกนิ คามาตรฐานที่กําหนดไว คอื >5-25มก./กก. ดงั แสดงใน
ตารางท่ี 5

˜µ¦µŠš¸É 5 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡—·œ˜³„°œ µo œœÊµÎ ®¤œ´

­™µœ¸

—´ œ¸‡»–£µ¡—œ· ®œnª¥ —·œ˜³„°œ —·œ˜³„°œ —·œ˜³„°œ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—œ·
讳®œ´„ (Heavy
Êœ´ œ Êœ´ ¨µn Š (œÊµÎ ®¤œ´ )
metals) (œÊµÎ ®¤œ´ ) (œÊµÎ ®¤œ´ ) ‹»—š¸É2
‹»—š¸É1 ‹»—šÉ¸1

As mg/kg 0 3.286 0 ” 3.9

Zn mg/kg 4.795 7.716 4.036 >150-300

Pb mg/kg 3.652 3.87 3.391 ” 400

Cd mg/kg 0 00 ” 37

Fe mg/kg 4951 8410 4237 >5-25

Cr mg/kg 5.5 6.822 4.527 ” 300

Cu mg/kg 0 2.537 0 >50-140

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­·ÉŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜· ¡.«. 2547)

113

ผลการวิเคราะหค ุณภาพพืชผกั กนิ ไดล มุ นํา้ หมันบานน้าํ หมนั
การตรวจวดั คุณภาพพชื ผกั กินได โดยการวเิ คราะหห าคาโลหะหนกั ไดแก
สารหนู (As) สังกะสี (Zn) ตะก่ัว (Pb) แคดเมียม (Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม
(Cr) และทองแดง (Cu) แตละจุดเก็บตัวอยางที่บานนํ้าหมัน เก็บทั้งหมด 2จุด
ไดแก
จุดเก็บท่ี 1 ตัวอยางพืชผักกินได บอน ผักกูด ตะไคร ขา ยอดเสาวรส
และยอดแค จากการตรวจวัดคุณภาพพืชผกั กินได พบวา ตะไคร มคี าปริมาณการ
ปนเปอนของแคดเมียม(Cd) 0.654มก./กก.ซงึ่ เกนิ คามาตรฐานทก่ี าํ หนดไว คือ
ไมเ กิน 0.3 มก./กก.
สวนบอน ผักกูด ตะไคร ขา ยอดเสาวรส และยอดแค มีคาปริมาณการ
ปนเปอ นของเหลก็ (Fe) 60.26 มก./กก. 24.59 มก./กก. 18.80 มก./กก. 139.3
มก./กก. 31.36 มก./กก.และ43.92 มก./กก. ตามลําดับ ซ่งึ เกินคา มาตรฐานที่
กาํ หนดไว คอื ไมเ กิน 15 มก./กก.
และบอน มีคาปริมาณการปนเปอนของโครเมียม(Cr) 0.574มก./กก.
ซึ่งเกินคามาตรฐานท่กี ําหนดไว คอื ไมเ กนิ 0.5 มก./กก.
จุดเก็บท่ี 2 ตัวอยางพืชผักกินได ออย และมะละกอ จากการตรวจวัด
คณุ ภาพพชื ผกั กนิ ได พบวา มคี า ปรมิ าณการปนเปอ นของเหลก็ (Fe) 45.72 มก./
กก.และ36.86มก./กก.ซง่ึ เกนิ คามาตรฐานทีก่ ําหนดไว คือ ไมเ กิน 15 มก./กก.
ดงั แสดงในตารางที่ 6

114

˜µ¦µŠšÉ¸ 6 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡¡º Ÿ„´ „·œÅ—o µo œœÊµÎ ®¤œ´

—´ œ¸ ­™µœ¸

‡»–£µ¡ ¤µ˜¦“µœ
‡»–£µ¡
讳 ®œnª¥ °œ Ÿ„´ „—¼ ˜³Å‡¦o …µn ¥°— ¥°—‡ °°o ¥ ¤³¨³„° ¡º Ÿ„´ „œ· ŗo
®œ´„ ‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1 Á­µª¦­ ‹»—š¸É1 ‹»—šÉ¸2 ‹»—š¸É2
(Heavy ‹»—šÉ¸1 ”2
0 0 ”100
metals) 10.41 16.9 ”1.0
0.24 0.188 ”0.3
As mg/kg 0 0 0 0 0 0 0.024 0.02 ”15
45.72 36.86 ”0.5
Zn mg/kg 7.694 25.37 30.67 46.88 15.65 20.81 0.422 0.398 ”20
0
Pb mg/kg 0.25 0.255 0.234 0.227 0.17 0.193 0

Cd mg/kg 0.021 0.051 0.654 0.06 0.051 0.03

Fe mg/kg 60.26 24.59 18.8 139.3 31.36 43.92

Cr mg/kg 0.574 0.258 0.48 0.48 0.336 0.384

Cu mg/kg 0 2.448 0 0 0 0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡¡ºŸ„´ „·œÅ—o °Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 2010

บานแกงครก: บานแกงครก เปนหมูบานท่ีอยูในชั้นคุณภาพลุมนํ้าหมัน
ถอื วา เปน ตน นาํ้ แตเ มอ่ื พจิ ารณาผลการวเิ คราะหค ณุ ภาพนา้ํ พบวา คณุ ภาพนา้ํ ไม
คอ ยดี ดงั จะเหน็ จากปญ หาคา ออกซเิ จนละลายนาํ้ (DO) ทต่ี าํ่ กวา เกณฑม าตรฐาน
และสารพษิ ปนเปอ นเกนิ คา มาตรฐาน คอื สารหนู (As) และตะกว่ั (Pb) ซง่ึ สารหนู
(As) และตะก่ัว (Pb) ที่เพ่ิมสูงขึ้นนั้นอาจเปนผลมาจากกิจกรรมการใชสารเคมี
ทางการเกษตร เพราะชาวบานสวนใหญใชยาฆาหญา และยาฆาแมลงในการ
ทาํ การเกษตร ประกอบกบั พน้ื ทกี่ ารเกษตรเปน พนื้ ทส่ี งู จงึ อาจทาํ ใหเ กดิ การชะลา ง
ลงลํานา้ํ หมันไดงา ย

แตอ ยา งไรกต็ าม ผลการวเิ คราะหส ารพษิ ในดนิ ตะกอนและในพชื ผกั กนิ ได
ไมม คี า เกนิ เกณฑม าตรฐาน ยงั คงมคี วามปลอดภยั ดา นอาหารแตก ย็ งั ควรเฝา ระวงั
ตอ ไป รายละเอยี ดสามารถอธิบายไดด งั ตอไปน้ี

115
จุดเก็บตวั อยางบา นแกง ครก
บา นแกง ครก ทาํ การเก็บตัวอยางท้งั หมด 3 จุด โดยแตล ะจุดทาํ การเกบ็
ตวั อยา ง นา้ํ ดนิ และพชื ดงั แสดงในตารางท่ี 7 และแผนภาพที่ 3

แผนภาพที่ 3 แผนทแ่ี สดงจดุ เกบ็ ตัวอยางบานแกงครก

116

ผลการวเิ คราะหค ุณภาพนา้ํ ลุม นาํ้ หมนั บา นแกง ครก
คุณภาพนํ้าผิวดิน น้ําดื่ม และน้ําประปา จากการตรวจคุณภาพวัดนํ้า
เกบ็ ตวั อยา งนา้ํ ผวิ ดนิ ทบี่ า นแกง ครกจดุ เกบ็ ท่ี 1จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ
พบวาคาออกซิเจนละลายน้ํา (DO) มีคา3.56 มก/ลซึ่งตํ่ากวาคามาตรฐานท่ี
กาํ หนดไว คอื ไมนอ ยกวา 4.0 มก/ล ดงั แสดงในตารางท่ี 7

˜µ¦µŠš¸É 7 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡œÊµÎ Ÿª· —·œ µo œÂ„nЇ¦„

—´ œ¸‡»–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ­™µœ¸ STDœÎµÊ Ÿª· —œ· STDœÎµÊ —¤Éº STDœÎµÊ ž¦³žµ
‹»—š¸É1œÊµÎ Ÿª· —·œ
-
DO mg/l 3.56 4.0 -
” 600
TDS Ppm 40 - ”500 6.5-8.5

pH pH 6.9 5.0-9.0 6.5-8.5 -
-
EC/conductivity S/m 54.7 - -
-
ORP mV -- -
0.01
T_water oC 26.4 - - 3.0
0.01
T_air oC 27.4 - - 0.003
0.3
As mg/l 0.12 0.01 0.01 0.05
2.0
Zn mg/l 0.176 1.0 3.0

Pb mg/l 0.027 0.01 0.01

Cd mg/l 0.001 0.005 0.003

Fe mg/l 2.107 - 0.3

Cr mg/l 0.003 0.05 0.05

Cu mg/l 0.008 0.1 1.0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·

Œ´ šÉ¸ 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ —ºÉ¤°Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¤¼ ·£µ‡

117

ผลการวเิ คราะหค ุณภาพดนิ ตะกอนลมุ นาํ้ หมนั บานแกง ครก
จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน โดยการวิเคราะหหาคาโลหะหนัก
ไดแก สารหน (ู As) สังกะสี (Zn) ตะกั่ว(Pb) แคดเมยี ม (Cd) เหลก็ (Fe) โครเมยี ม
(Cr) และทองแดง(Cu) ตัวอยางดนิ ตะกอนทบี่ า นแกงครก จดุ เกบ็ ท่ี 1 ดินตะกอน
ชน้ั บนนา้ํ หมนั และดนิ ตะกอนชนั้ ลา งนา้ํ หมนั จากการตรวจวดั คณุ ภาพดนิ ตะกอน
พบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก(Fe) 4,529มก./กก. และ5,077มก./กก.
ซ่ึงเกินคามาตรฐานที่กําหนดไว คือ >5-25มก./กก. ดังแสดงในตารางท่ี 8

˜µ¦µŠšÉ¸ 8 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡—·œ˜³„°œ µo œÂ„nЇ¦„

—´ œ¸‡»–£µ¡—œ· ­™µœ¸
讳®œ´„ (Heavy
®œnª¥ —·œ˜³„°œÊœ´ œ —·œ˜³„°œÊœ´ ¨nµŠ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—œ·
metals)
(œÊµÎ ®¤œ´ ) (œÊµÎ ®¤œ´ )

‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1

As mg/kg 0 0 ” 3.9

Zn mg/kg 4.895 6.023 >150-300

Pb mg/kg 2.861 3.579 ” 400

Cd mg/kg 0 0 ” 37

Fe mg/kg 4529 5077 >5-25

Cr mg/kg 4.637 5.014 ” 300

Cu mg/kg 0 0 >50-140

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜· ¡.«. 2547)

ผลการวเิ คราะหคณุ ภาพพืชผกั กนิ ไดล มุ นา้ํ หมนั บานแกงครก
การตรวจวัดคุณภาพพชื ผกั กนิ ได โดยการวเิ คราะหห าคาโลหะหนัก ไดแ ก
สารหนู (As) สงั กะส(ี Zn) ตะกัว่ (Pb) แคดเมียม (Cd) เหล็ก(Fe) โครเมียม(Cr)
และทองแดง(Cu)เก็บตัวอยางพืชผักกินไดที่บานแกงครกจุดเก็บที่ 1 หนอไมปา
และผักกดู จากการตรวจวัดคณุ ภาพพชื ผกั กินได พบวามคี าปริมาณการปนเปอ น
ของเหลก็ (Fe) 29.01มก./กก. และ55.31มก./กก.ซง่ึ เกนิ คา มาตรฐานทก่ี าํ หนดไว
คอื ไมเ กนิ 15 มก./กก. และยงั มคี า ปรมิ าณการปนเปอ นของโครเมยี ม(Cr) 1.565
มก./กก. และ0.74มก./กก.ซ่งึ เกินคา มาตรฐานท่ีกาํ หนดไว คือ ไมเ กนิ 0.5 มก./
กก. ดงั แสดงในตารางที่ 9

118

˜µ¦µŠšÉ¸ 9 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡¡ºŸ„´ „·œÅ—o µo œÂ„nЇ¦„

­™µœ¸

—´ œ¸‡»–£µ¡Ã¨®³®œ´„ ®œnª¥ ®œn°Å¤žo n µ Ÿ„´ „—¼ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡
(Heavy metals) (œÊµÎ ®¤œ´ ) (œÊµÎ ®¤œ´ ) ¡º Ÿ„´ „œ· ŗo

‹»—š¸É1 ‹»—š¸É1 ”2
”100
As mg/kg 0 0 ”1.0
”0.3
Zn mg/kg 50.27 28.27 ”15
”0.5
Pb mg/kg 0.396 0.545 ”20

Cd mg/kg 0.017 0.021

Fe mg/kg 29.01 55.31

Cr mg/kg 1.656 0.74

Cu mg/kg 6.075 6.344

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡¡ºŸ„´ „·œÅ—o °Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 2010

บา นกา งปลา: บา นกา งปลา เปน ชมุ ชนตน นาํ้ ทอ่ี ยใู กลเ มอื งมากทส่ี ดุ ซง่ึ ได
เกิดเปนชุมชนตนนํ้าอยูบนพื้นท่ีสูง มีการอนุรักษปาไมไวเปนปาชุมชนและมีการ
ใชน้ําจากพ้ืนท่ีตนน้ําจากปาชุมชนเพ่ือการอุปโภคไดแก การเกษตรกรรม และ
การใชนํ้าประปาของชุมชน ผลการวิเคราะหคุณภาพน้ําจากลํานํ้าที่ชาวบานใช
เปนนา้ํ ใชของหมบู า น พบวา ไมเ กนิ เกณฑมาตรฐาน ยกเวนสารตะก่วั (Pb) เกิน
เกณฑมาตรฐาน อันอาจมีสาเหตุมาจากการปนเปอนท่ีเกิดจากสารเคมีที่ใชใน
การเกษตรกรรม เชน ยาฆา หญา หรอื สารฆาแมลง ท่ีฝนชะเอาสารเคมีจากพ้ืนที่
การเกษตรกรรมบนพ้ืนท่ีสูงไหลลงสูลําน้ํา แตอยางไรก็ตามเม่ือพิจารณาผลการ
วิเคราะหคุณภาพดานอาหาร พืชผักกินได และสัตวน้ําในบริเวณพื้นที่ปจจุบัน
ถอื วา มคี วามปลอดภยั ไมม กี ารสะสมของสารพษิ เกนิ เกณฑม าตรฐาน รายละเอยี ด
สามารถอธบิ ายไดดังตอ ไปนี้

119
จดุ เก็บตัวอยา งบานกางปลา
บานกา งปลา ทําการเกบ็ ตวั อยา งท้งั หมด 3 จุด โดยแตละจดุ ทําการเกบ็
ตัวอยา ง นาํ้ ดิน และพชื ดงั แสดงในตารางท่ี 10 และแผนภาพที่ 4

แผนภาพท่ี 4 แผนทีแ่ สดงจุดเกบ็ ตัวอยา งบา นกางปลา

ผลการวิเคราะหคุณภาพนํ้าลมุ นา้ํ หมนั บา นกางปลา
คณุ ภาพนาํ้ ผวิ ดนิ นาํ้ ดมื่ และนา้ํ ประปา จากการตรวจวดั นา้ํ แตล ะจดุ ทบ่ี า น

กา งปลา เกบ็ ทัง้ หมด 4 จดุ ไดแ ก
จดุ เกบ็ ท่ี 1 นาํ้ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนาํ้ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน

ละลายนา้ํ (DO) มคี า 3.17 มก./ล.ซงึ่ ตา่ํ กวา คา มาตรฐานทกี่ าํ หนดไว คอื ไมน อ ย
กวา 4.0 มก./ล.

120

จดุ เกบ็ ที่ 2 นาํ้ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายนํ้า (DO) มีคา 1.26 มก/ลซึง่ ตา่ํ กวาคามาตรฐานที่กาํ หนดไว คือ ไมน อย
กวา 4.0 มก./ล.

จดุ เกบ็ ท่ี 3 นา้ํ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายน้ํา (DO) มีคา 4.45 มก./ล. ซึ่งมากกวาคามาตรฐานท่ีกําหนดไว คือ
ไมนอยกวา4.0 มก./ล.

จุดเก็บที่ 4 น้ําประปา จากการตรวจวัดคุณภาพน้ําประปา พบวามีคา
ปรมิ าณการปนเปอ นของเหลก็ (Fe) 3.49มก./ล. ซงึ่ เกนิ คา มาตรฐานทก่ี าํ หนดไว
คอื ไมเ กิน 0.3 มก./ล. ดงั แสดงในตารางที่ 10

˜µ¦µŠšÉ¸ 10 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡œÊµÎ Ÿª· —·œ µo œ„µo Šž¨µ

—´ œ‡¸ »–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ‹»—š¸É1 ­™µœ¸ ‹»—šÉ¸ 4 STD STDœÎµÊ STD
œÊµÎ Ÿª· —·œ œÊµÎ ž¦³žµ œÎµÊ Ÿª· —œ· —¤Éº œÎµÊ ž¦³žµ
‹»—šÉ¸2œÊµÎ ‹»—š¸É3œÊµÎ
Ÿª· —·œ Ÿª· —·œ - -
”500 ” 600
DO mg/l 3.17 1.26 4.45 4.16 4.0 6.5-8.5 6.5-8.5

TDS ppm 23.6 50 50 40 - - -
- -
pH pH 6.4 6.6 6.8 6.7 5.0-9.0 - -
- -
EC/conductivity S/m 58.7 72.9 69.7 64.7 -
0.01 0.01
ORP mV - 3.0 3.0
0.01 0.01
T_water oC 24.3 25.3 24.4 24.6 - 0.003 0.003
0.3 0.3
T_air oC 26.7 26.5 27.8 28.1 - 0.05 0.05
1.0 2.0
讳®œ„´ (Heavy

metals)

As mg/l 0 0 0 0 0.01

Zn mg/l 0.092 0.009 0.117 0.067 1.0

Pb mg/l 0.019 0.013 0.022 0.018 0.05

Cd mg/l 0 0 0 0 0.005

Fe mg/l 4.888 7.223 2.893 3.49 -

Cr mg/l 0.005 0.003 0.003 0.003 0.05

Cu mg/l 0.007 0.004 0.006 0.005 0.1

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·

Œ´ š¸É 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ —ɺ¤°Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¤¼ ·£µ‡

121

ผลการวิเคราะหคุณภาพดินตะกอนลุมนํา้ หมนั บา นกา งปลา
จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน โดยการวิเคราะหหาคาโลหะ
หนกั ไดแ ก สารหนู (As) สังกะสี (Zn) ตะกว่ั (Pb) แคดเมียม (Cd) เหล็ก (Fe)
โครเมยี ม (Cr) และทองแดง (Cu) แตล ะจดุ เกบ็ ตวั อยา งทบี่ า นกา งปลา เกบ็ ทง้ั หมด
3 จดุ ไดแ ก
จุดเก็บท่ี 1 ดินตะกอนชน้ั บนนํา้ หมัน และดินตะกอนชน้ั ลางนา้ํ หมนั จาก
การตรวจวดั คณุ ภาพดนิ ตะกอน พบวา มคี า การปนเปอ นของเหลก็ (Fe) 3,691มก./
กก. และ3,041 มก./กก.ซึง่ เกินคามาตรฐานที่กาํ หนดไว คือ >5-25 มก./กก.
จุดเก็บท่ี 2 ดินตะกอนชั้นลางน้ําหมันพบวามีคาการปนเปอนของเหล็ก
(Fe) 939.2 มก./กก.ซึ่งเกนิ คา มาตรฐานท่ีกําหนดไว คอื >5-25 มก./กก.
จุดเก็บที่ 3 ดินตะกอนช้ันบนนํ้าหมัน และดินตะกอนชั้นลางนํ้าหมัน
พบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก(Fe) 2,104 มก./กก. และ1,923มก./กก.
ซ่ึงเกนิ คา มาตรฐานทีก่ ําหนดไว คือ >5-25มก./กก. ดังแสดงในตารางที่ 11

˜µ¦µŠš¸É 11 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡—·œ˜³„°œ µo œ„µo Šž¨µ

­™µœ¸

—´ œ¸‡»–£µ¡—œ· —·œ —·œ —·œ —·œ —·œ —·œ ¤µ˜¦“µœ
˜³„°œ ‡»–£µ¡—œ·
讳®œ´„ ®œnª¥ ˜³„°œ ˜³„°œ ˜³„°œ ˜³„°œ ˜³„°œ Êœ´ ¨µn Š
‹»—š¸É3 ” 3.9
(Heavy metals) Êœ´ œ Êœ´ ¨nµŠ Êœ´ œ Êœ´ ¨nµŠ Êœ´ œ >150-300
0 ” 400
‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É1 ‹»—šÉ¸2 ‹»—š¸É2 ‹»—š¸É3 1.989
1.637 ” 37
As mg/kg 0 0 0 0.234 0 >5-25
0 ” 300
Zn mg/kg 3.703 2.739 0 1.066 2.165 1923 >50-140
3.643
Pb mg/kg 2.65 2.742 0.596 1.802 1.599 0

Cd mg/kg 0 0 0 0 0

Fe mg/kg 3691 3041 0 939.2 2104

Cr mg/kg 8.787 8.043 0.008 4.511 3.394

Cu mg/kg 0 0 0 0 0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜· ¡.«. 2547)

122

ผลการวิเคราะหคณุ ภาพพชื ผกั กินไดลมุ นํ้าหมนั บานกา งปลา
การตรวจวัดคุณภาพพชื ผักกินได โดยการวเิ คราะหหาคา โลหะหนกั ไดแก
สารหน(ู As) สงั กะสี(Zn) ตะกั่ว(Pb) แคดเมียม(Cd) เหล็ก(Fe) โครเมียม(Cr) และ
ทองแดง(Cu)แตล ะจุดเกบ็ ตัวอยา งทบี่ า นกางปลา เกบ็ ท้งั หมด 2 จดุ ไดแ ก
จดุ เก็บที่ 1 ตัวอยา งพืชผกั กนิ ได มะเขอื พวง มะละกอ ผกั ออมแอม ผักกูด
และบอน จากการตรวจวดั คุณภาพพชื ผักกินได พบวาผักกดู มีคา ปรมิ าณการปน
เปอ นของตะกั่ว(Pb) 2.473 มก./กก.ซ่ึงเกนิ คา มาตรฐานทกี่ ําหนดไว คือ ไมเกนิ
1.0 มก./กก.
มะเขือพวง ผักออมแอม ผักกูด และบอน มีคาปริมาณการปนเปอนของ
เหลก็ (Fe) 24.94 มก./กก. 51.8 มก./กก. 42.04 มก./กก. และ 81.73 มก./กก.
ตามลําดับ ซงึ่ เกินคามาตรฐานท่ีกําหนดไว คือ ไมเกนิ 15 มก./กก.
ผกั ออมแอม ผกั กดู และบอน มคี า ปริมาณการปนเปอนของโครเมียม(Cr)
0.542มก./กก. 0.6 มก./กก.และ0.518 มก./กก.ตามลาํ ดบั ซง่ึ เกนิ คา มาตรฐานท่ี
กําหนดไว คอื ไมเกนิ 0.5 มก./กก.
จุดเก็บท่ี 2 ตัวอยางพืชผักกินได ขา ปลีกลวยปา หนอไมไผลวก หนอ
ไมไผหวาน และขงิ จากการตรวจวัดคุณภาพพชื ผกั กนิ ได พบวามีคา ปรมิ าณการ
ปนเปอ นของเหลก็ (Fe) 114.5 มก./กก. 40.64 มก./กก. 27.57 มก./กก. 30.32
มก./กก.และ 205.8มก./กก. ตามลาํ ดบั ซงึ่ เกินคา มาตรฐานทีก่ ําหนดไว คอื ไม
เกนิ 15 มก./กก.
และพบวา ขา ปลีกลวยปา และขิง มีคาปริมาณการปนเปอนของ
โครเมยี ม(Cr) 1.343 มก./กก. 0.981 มก./กก. และ 1.226 มก./กก.ตามลาํ ดบั ซง่ึ
เกินคามาตรฐานท่ีกาํ หนดไว คอื ไมเกิน 0.5 มก./กก. ดงั แสดงในตารางที่ 12

123

คุณภาพลมุ นาํ้ หมนั ตอนกลาง
เขอื่ นโรงไฟฟา : เขอื่ นโรงไฟฟา เปน จดุ เกบ็ ตวั อยา งคณุ ภาพลมุ นา้ํ ทส่ี าํ คญั ตอ

การเฝาระวังที่จะหมายถึงคุณภาพน้ําท่ีจะไหลเขาเมืองดานซาย ซึ่งเมื่อพิจารณา
สภาพภูมิประเทศถือวาพ้ืนท่ีดังกลาวเปนเสมือนระบบประปานํ้าตามธรรมชาติ
กอนไหลเขาสูเมืองดานซาย เนื่องจากมีสภาพปาไมที่สมบูรณมีนํ้าซับ (นํ้าท่ีมี
คุณภาพ) ไหลเติมในลํานํ้าหมันตลอดป ผลการวเิ คราะหค ณุ ภาพนํ้า ดินตะกอน
และพชื ผกั กินไดอ ยูในเกณฑมาตรฐาน รายละเอียดสามารถอธิบายไดดังตอ ไปนี้

˜µ¦µŠš¸É 12 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡¡ºŸ„´ „·œÅ—o µo œ„µo Šž¨µ

—´ œ¸ ­™µœ¸

‡»–£µ¡ ®œnª¥ ¤³Á…º° ¤³¨³„° Ÿ„´ °p Ÿ„´ „—¼ °œ …nµ ž¨¸ ®œn°Å¤o ®œn°Å¤o …·Š ¤µ˜¦“µœ
讳 ¡ªŠ ‹»—š¸É1 °¤ ‹»—š¸É1 ‹»—š¸É1 ‹»—š¸É3 „¨ªo ¥ ş¨n ª„ ş®n ªµœ ‹»—š¸É3 ‡»–£µ¡
®œ´„ ‹»—š¸É1 °¤p žn µ ‹»— ‹»—šÉ¸3 ‹»—šÉ¸3 ¡º Ÿ„´ „œ·
(Heavy ‹»—šÉ¸1 š¸É3
metals) ŗo

As mg/kg 0 0 00000 0 0 0 ”2

Zn mg/kg 8.028 0.528 21.22 36.39 14.83 28.72 37.27 39.89 31.25 16.56 ”100

Pb mg/kg 0.228 0.014 0.184 2.473 0.298 0.393 0.231 0.077 0.179 0.557 ”1.0

Cd mg/kg 0.018 0.001 0.028 0.029 0.007 0.008 0.012 0.022 0.008 0.025 ”0.3

Fe mg/kg 24.94 1.085 51.8 42.04 81.37 114.5 40.64 27.57 30.32 205.8 ”15

Cr mg/kg 0.271 0.016 0.542 0.6 0.518 1.343 0.981 0.459 0.307 1.226 ”0.5

Cu mg/kg 4.913 0 0 5.715 0 3.677 8.199 1.766 0.142 4.775 ”20

หมายเหตุ : มาตรฐานคุณภาพพืชผักกนิ ได องคก ารอนามัยโลก (WHO) ค.ศ. 2010

1.4 จุดเก็บตวั อยางใตเขื่อนโรงไฟฟา
จุดเก็บตัวอยางใตเข่ือนโรงไฟฟา ทําการเก็บตัวอยางท้ังหมด 3 จุด
โดยแตล ะจุดทําการเกบ็ ตวั อยาง น้ํา ดนิ และพืช ดงั แสดงในตารางท่ี 13 และ
แผนภาพที่ 5

124

แผนภาพท่ี 5 แผนทแ่ี สดงจุดเกบ็ ตวั อยางใตเขือ่ นโรงไฟฟา

ผลการวิเคราะหค ณุ ภาพน้าํ ผวิ ดนิ ใตเ ขื่อนโรงไฟฟา
คุณภาพนํ้าผิวดิน นํ้าด่ืม และนํ้าประปา จากการตรวจวัดน้ําใตเข่ือน

โรงไฟฟา จุดเก็บท่ี 1 น้ําผิวดินจากการตรวจวัดคุณภาพนํ้าผิวดินพบวา
คา ออกซเิ จนละลายนาํ้ (DO) มคี า 5.89 มก./ล.ซงึ่ มากกวา คา มาตรฐานทก่ี าํ หนด
ไว คือ ไมนอ ยกวา 4.0 มก./ล. ดงั แสดงในตารางที่ 13

125

˜µ¦µŠšÉ¸ 13 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡œÊµÎ Ÿª· —·œÄ˜Áo …ºÉ°œÃ¦ŠÅ¢¢o µ

—´ œ‡¸ »–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ­™µœ¸ STD œÎµÊ Ÿª· —œ· STD œÎµÊ —¤Éº STD œÎµÊ ž¦³žµ
‹»—š¸É1œÊµÎ Ÿª· —·œ

DO mg/l 5.89 4.0 - -

TDS ppm 40 - ”500 ” 600

pH pH 6.4 5.0-9.0 6.5-8.5 6.5-8.5

EC/conductivity S/m 62.6 - - -

ORP mV 281 - - -

T_water oC 26.9 - - -

T_air oC 28.4 - - -

讳®œ´„

(Heavy metals)

As mg/l 0 0.01 0.01 0.01

Zn mg/l 0.017 1.0 3.0 3.0

Pb mg/l 0.013 0.05 0.01 0.01

Cd mg/l 0 0.005 0.003 0.003

Fe mg/l 3.799 - 0.3 0.3

Cr mg/l 0.004 0.05 0.05 0.05

Cu mg/l 0.004 0.1 1.0 2.0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡–» £µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­·ÉŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·

Œ´ š¸É 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ —ɺ¤°Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¤¼ ·£µ‡

ผลการวิเคราะหคุณภาพดินตะกอนนอกใตเขื่อนโรงไฟฟา
การตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน โดยการวิเคราะหหาคาโลหะหนัก ไดแก
สารหนู(As) สังกะส(ี Zn) ตะก่วั (Pb) แคดเมียม (Cd) เหลก็ (Fe) โครเมยี ม (Cr)
และทองแดง (Cu) แตละจุดเก็บตัวอยางนอกเมืองดานซาย เก็บทั้งหมด 2 จุด
ไดแก
จุดเก็บท่ี 1 ดินตะกอนนํ้าหมัน จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน
พบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก(Fe) 2,397มก./กก. ซ่ึงเกินคามาตรฐานท่ี
กาํ หนดไว คอื >5-25 มก./กก.

126

จุดเก็บที่ 2 ดินตะกอนชั้นบนนํ้าหมันและดินตะกอนช้ันลาง นํ้าหมัน
จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน พบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก(Fe)
5,749 มก./กก.และ3,842 มก./กก. ตามลาํ ดบั ซง่ึ เกนิ คา มาตรฐานทกี่ าํ หนดไว คอื
>5-25มก./กก. ดังแสดงในตารางท่ี 14

˜µ¦µŠšÉ¸ 14 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡–» £µ¡—·œ˜³„°œ ĘÁo …ºÉ°œÃ¦ŠÅ¢¢o µ

—´ œ¸‡»–£µ¡—œ· ®œnª¥ —·œ˜³„°œ ­™µœ¸ —·œ˜³„°œÊœ´ ¨nµŠ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡
讳®œ´„ (Heavy (œÊµÎ ®¤œ´ ) —œ·
(œÊµÎ ®¤œ´ ) —·œ˜³„°œÊœ´ œ ‹»—š¸É2
metals) ‹»—š¸É1 (œÊµÎ ®¤œ´ )
‹»—šÉ¸2

As mg/kg 0 0 0 ” 3.9

Zn mg/kg 4.305 5.926 6.692 >150-300

Pb mg/kg 2.657 3.655 3.419 ” 400

Cd mg/kg 0.002 0 0 ” 37

Fe mg/kg 2397 5749 3842 >5-25

Cr mg/kg 8.073 6.51 4.217 ” 300

Cu mg/kg 0 0 0 >50-140

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜· ¡.«. 2547)

ผลการวเิ คราะหคุณภาพพชื ผักกินไดใตเข่อื นโรงไฟฟา (บานหัวนายงู )
การตรวจวดั คุณภาพพชื ผักกินได โดยการวเิ คราะหหาคา โลหะหนัก ไดแ ก
สารหนู (As) สังกะสี (Zn) ตะก่วั (Pb) แคดเมยี ม (Cd) เหลก็ (Fe) โครเมยี ม (Cr)
และทองแดง (Cu) ตัวอยางพืชผักกินไดใตเข่ือนโรงไฟฟาจุดเก็บท่ี 1 กลวย แค
กระเพา ขา โหระพา พริก หนอไม ตะไคร และมะเขอื จากการตรวจวดั คุณภาพ
พืชผกั กนิ ได พบวา กลว ยแค กระเพา โหระพา พรกิ หนอไม ตะไคร และมะเขือมี
คา ปรมิ าณการปนเปอ นของเหลก็ (Fe) 16.16มก./กก.28.79มก./กก.31.43มก./
กก.23.92มก./กก.21.09มก./กก.17.38มก./กก.17.23มก./กก.และ19.34มก./
กก.ตามลําดับ ซึ่งเกินคามาตรฐานท่ีกําหนดไว คือ ไมเกิน 15 มก./กก. และ
กระเพามีคาปริมาณการปนเปอนของโครเมียม(Cr) 2.432มก./กก.ซ่ึงเกินคา
มาตรฐานท่ีกาํ หนดไว คอื ไมเกนิ 0.5 มก./กก. ดงั แสดงในตารางที่ 15

127

˜µ¦µŠš¸É 15 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡–» £µ¡¡º Ÿ„´ „·œÅ—o ĘÁo …ɺ°œÃ¦ŠÅ¢¢o µ

—´ œ¸ ®œnª¥ „¨ªo ¥ ‡ „¦³ …µn ­™µœ¸ ®œn°Å¤o ˜³Å‡¦o ¤³Á…º° ¤µ˜¦“µœ
‡»–£µ¡ ‹»—š¸É1 ‹»—šÉ¸1 Á¡µ ‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É1 ‡»–£µ¡
讳®œ´„ ‹»—š¸É1 ¡µ ¡¦·„ ¡º Ÿ„´ „œ·
(Heavy ‹»—š¸É1 ‹»—š¸É1
metals) ŗo

As mg/kg 0.051 0 0 0 0 0 0 0 0 ”2

Zn mg/kg 8.004 12.67 14.88 50.75 12.66 9.225 5.655 5.655 67.32 ”100

Pb mg/kg 0.373 0.068 0.402 0.218 0.378 0.283 0.1 0.08 0.227 ”1.0

Cd mg/kg 0.01 0.014 0.08 0.011 0.028 0.074 0.043 0.037 0.067 ”0.3

Fe mg/kg 16.16 28.79 31.43 14.86 23.92 21.09 17.38 17.23 19.34 ”15

Cr mg/kg 0.237 0.207 2.432 0.407 0.294 0.463 0.212 0.207 0.358 ”0.5

Cu mg/kg 0 0 0 0 0 0 0 0 11.47 ”20

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡¡º Ÿ„´ „·œÅ—o °Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 2010

เมืองดา นซา ย : เมอื งดานซาย เปนจุดเก็บตัวอยา งคณุ ภาพนา้ํ ลุม นา้ํ หมัน
ท่ีมีกิจกรรมการใชน้ําและการระบายนํ้าเสียลงสูลุมน้ําหมัน และน้ําไหลผานเขา
เมือง ถอื วา เปนพนื้ ทก่ี ลางน้ําตามระบบลมุ น้าํ ผลการวิเคราะหค ณุ ภาพนา้ํ พบวา
มีสารพิษโลหะหนักเกินคามาตรฐาน ไดแก สารตะก่ัว (Pb) และโครเมียม (Cr)
ทุกจดุ เกบ็ ตัวอยา ง และในดนิ ตะกอน พบสารหนู (As) เกนิ เกณฑม าตรฐานในดนิ
ตะกอนช้ันลาง สําหรับผลการวิเคราะหสัตวนํ้ายังคงถือวามีความปลอดภัยไมมี
การสะสมสารพษิ เกนิ เกณฑม าตรฐาน แตอ ยา งไรกต็ ามจากผลการตรวจวเิ คราะห
คณุ ภาพนาํ้ และดนิ ตะกอนทม่ี สี ารพษิ บางตวั เกนิ เกณฑม าตรฐานนน้ั สามารถบง ช้ี
วามีการเส่ียงตอการเคลื่อนท่ีของสารพิษอันตรายของสูระบบอาหารของทองถิ่น
ได ดงั นน้ั ควรมกี ารเฝา ระวงั คณุ ภาพของลมุ นาํ้ อยา งตอ เนอื่ ง รายละเอยี ดสามารถ
อธบิ ายไดด ังตอไปน้ี

128
จดุ เก็บตัวอยา งในเมอื งดานซา ย
ในเมอื งดา นซา ย ทาํ การเกบ็ ตวั อยา งทงั้ หมด 3 จดุ โดยแตล ะจดุ ทาํ การเกบ็
ตวั อยา ง น้าํ ดนิ และสตั วน า้ํ ดงั แสดงในตารางที่ 16 และแผนภาพท่ี 6

แผนภาพที่ 6 แผนท่แี สดงจดุ เกบ็ ตวั อยางในเมอื งดานซา ย

ผลการวิเคราะหคณุ ภาพนํา้ ลมุ นา้ํ หมัน ในเมืองดา นซา ย
คุณภาพนํ้าผิวดิน น้ําดื่ม และนํ้าประปา จากการตรวจวัดนํ้าในเมือง
ดา นซาย แตล ะจดุ ในเมอื งดา นซา ย เก็บทั้งหมด 3 จุด ไดแ ก
จดุ เกบ็ ที่ 1 นา้ํ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายน้ํา (DO) มีคา 5.58 มก./ล. ซ่ึงมากกวาคามาตรฐานที่กําหนดไว คือ
ไมนอยกวา 4.0 มก./ล.

129

จดุ เกบ็ ท่ี 2 นา้ํ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายนาํ้ (DO) มีคา 4.93 มก./ล. ซง่ึ มากกวาคา มาตรฐานที่กาํ หนดไว คอื ไม
นอยกวา 4.0 มก./ล.

จดุ เกบ็ ท่ี 3 นาํ้ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายน้ํา (DO) มคี า 5.01 มก./ล. ซ่ึงมากกวา คามาตรฐานท่ีกําหนดไว คอื ไม
นอยกวา 4.0 มก./ล. ดงั แสดงในตารางที่ 16

˜µ¦µŠš¸É 16 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡œÊµÎ Ÿª· —·œÄœÁ¤º°Š—nµœŽµo ¥

­™µœ¸ STD STD STD
œÎµÊ Ÿª· —œ· œÎµÊ —¤ºÉ œµÎÊ ž¦³žµ
—´ œ¸‡»–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸ 2œÊµÎ ‹»—š¸É3 œÊµÎ
Ÿª· —·œ 4.0 - -
œÊµÎ Ÿª· —·œ Ÿª· —·œ ” 600
5.01 - ”500 6.5-8.5
DO mg/l 5.58 4.93 50 5.0-9.0 6.5-8.5
6.3 -
TDS ppm 50 50 70.2 - - -
-
pH pH 6.9 6.4 -

EC/conductivity S/m 82.3 69.7 0.01
3.0
ORP mV 328 289 -- 0.01
0.003
T_water oC 28.9 28.4 26.2 - - 0.3
T_air oC 28.4 28.3 - - 0.05
2.0
讳®œ´„ (Heavy

metals) 0 0 0.01 0.01
As mg/l 0

Zn mg/l 0.071 0.059 0.071 1.0 3.0

Pb mg/l 0.017 0.016 0.02 0.05 0.01

Cd mg/l 0 0 0 0.005 0.003

Fe mg/l 2.463 2.979 2.822 - 0.3

Cr mg/l 0.07 0.13 0.14 0.05 0.05

Cu mg/l 0.005 0.005 0.005 0.1 1.0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·
Œ´ š¸É 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ —ºÉ¤ °Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993
¤µ˜¦“µœ‡–» £µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¤¼ ·£µ‡

130

ผลการวิเคราะหค ณุ ภาพดนิ ตะกอนลุม น้าํ หมนั เมอื งดานซา ย
จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน โดยการวิเคราะหหาคาโลหะหนัก

ไดแ ก สารหนู (As) สังกะสี (Zn) ตะกวั่ (Pb) แคดเมยี ม(Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม
(Cr) และทองแดง (Cu) แตละจุดเก็บตัวอยางทีบ่ านหมากแขง เก็บท้งั หมด 3 จุด
ไดแก

จุดเก็บท่ี 1 ดินตะกอนช้ันบน ตนน้ําหมัน และดินตะกอนช้ันลาง
ตนน้ําหมัน จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน พบวา มีคาการปนเปอน
ของเหล็ก (Fe) 2,887 มก./กก. และ7,785 มก./กก. ซึ่งเกินคามาตรฐานที่
กําหนดไว คือ >5-25 มก./กก.

จุดเก็บที่ 2 ดินตะกอน ตนนํ้าหมัน พบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก
(Fe) 2,322 มก./กก. ซง่ึ เกนิ คา มาตรฐานทกี่ าํ หนดไว คอื >5-25 มก./กก.

จุดเก็บท่ี 3 ดินสวนเสาวรส ตนนํ้าหมัน พบวา มีคาการปนเปอน
ของเหลก็ (Fe) 2,513 มก./กก. ซง่ึ เกนิ คา มาตรฐานทก่ี าํ หนดไว คอื >5-25 มก./
กก. ดังแสดงในตารางท่ี 17

˜µ¦µŠšÉ¸ 17 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡—·œ˜³„°œ ĜÁ¤º°Š—nµœŽµo ¥

­™µœ¸

—´ œ‡¸ »–£µ¡—œ· ®œnª¥ —·œ —·œ —·œ —·œ —·œ —·œ ¤µ˜¦“µœ
讳®œ´„ ˜³„°œ ˜³„°œ ‡»–£µ¡—œ·
˜³„°œ Êœ´ (œÊµÎ ˜³„°œ ˜³„°œ ˜³„°œ Êœ´ ¨nµŠ
(Heavy metals) Êœ´ œ ®¤œ´ ) Êœ´ œ Êœ´ ¨nµŠ Êœ´ œ (œÊµÎ ®¤œ´ ) ” 3.9
(œÊµÎ ®¤œ´ ) ®¤œ´ ‹»—š¸É (œÊµÎ ®¤œ´ ) (œÊµÎ ®¤œ´ ) (œÊµÎ ®¤œ´ ) ‹»—š¸É3 >150-300
‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É2 ‹»—š¸É2 ‹»—šÉ¸3 ” 400
1 5.979
10.59 ” 37
As mg/kg 0.883 0 1.823 0 0 4.076 >5-25
” 300
Zn mg/kg 3.582 4.527 8.52 5.255 4.79 0 >50-140
4961
Pb mg/kg 2.926 3.197 3.53 3.291 3.877 10.25
23.2
Cd mg/kg 0 0 0 0 0

Fe mg/kg 2250 2702 6918 3881 5274

Cr mg/kg 2.788 3.108 7.71 4.278 5.593

Cu mg/kg 0 0 0 0 0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡–» £µ¡—·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­·ÉŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜· ¡.«. 2547)

131

การวิเคราะหคณุ ภาพสัตวนํา้ ลมุ นา้ํ หมนั ในเมอื งดานซา ย
การตรวจวัดคุณภาพสัตวน้ํา โดยการวิเคราะหหาคาโลหะหนัก ไดแก

สารหนู (As) สังกะสี (Zn) ตะกว่ั (Pb) แคดเมยี ม (Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม (Cr)
และทองแดง(Cu) แตล ะจดุ เกบ็ ตวั อยา งในเมอื งดา นซา ย เกบ็ ทงั้ หมด 3 จดุ ไดแ ก

จุดเก็บท่ี 1 ปู และปลาจากการตรวจวัดคุณภาพสัตวนํ้า พบวาในเนื้อปู
และปลา มปี รมิ าณการปนเปอ นของโลหะหนกั ซงึ่ ไมเ กนิ คา มาตรฐานทกี่ าํ หนดไว

จดุ เกบ็ ท่ี 2 ปู จากการตรวจวดั คุณภาพสัตวน ้าํ พบวาในเน้ือปู มปี รมิ าณ
การปนเปอนของโลหะหนกั ซ่งึ ไมเ กนิ คามาตรฐานทก่ี ําหนดไว

จุดเก็บท่ี 3 ปู หอยคัน และหอยขมจากการตรวจวัดคุณภาพสัตว
นํ้าพบวาในเน้ือปู หอยคัน และหอยขม มีปริมาณการปนเปอนของโลหะหนัก
ซ่งึ ไมเกนิ คา มาตรฐานทกี่ าํ หนดไว ดังแสดงในตารางท่ี 17

˜µ¦µŠšÉ¸ 18 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡­˜´ ªœr ʵΠĜÁ¤º°Š—nµœŽµo ¥

—´ œ‡¸ »–£µ¡­´˜ªrœÎµÊ ®œnª¥ ž¨µ ž¼ ­™µœ¸ ®°¥ ®°¥…¤ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡­´˜ªr
讳®œ´„ ‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É1 ‡œ´ ‹»—š¸É3 œÎµÊ
ž¼ ž¼ ‹»—šÉ¸3
(Heavy metals) ‹»—šÉ¸2 ‹»—šÉ¸3 1.492 ”2
24.14 ”100
As mg/kg 0 0.161 0.482 1.162 0.645 0.221 ”1.0
”2
Zn mg/kg 0 0.396 2.466 7.311 0 0
1114 -
Pb mg/kg 0 0.115 0 0.031 0.144 1.452 ”2
40.62 ”20
Cd mg/kg 0 0 0 0 0

Fe mg/kg 0 182 370.8 163.1 473.3

Cr mg/kg 0.978 0.177 0.23 0.611 0.614

Cu mg/kg 0 0 6.219 8.033 0.223

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡–» £µ¡­˜´ ªœr ʵΠ(˜µ¤ž¦³„µ«„¦³š¦ªŠ­µ›µ¦–­»… ¡.«. 2546)

132
บานนาเวียงใหญ: บานนาเวียงใหญเปนจุดเก็บตัวอยางคุณภาพ
ลุมนํ้าหมันท่ีเปนพ้ืนท่ีนํ้าไหลผานออกนอกเมืองพอดี ซ่ึงผลการวิเคราะห
คุณภาพนํ้ายังคงอยูในเกณฑมาตรฐานน้ําผิวดิน แตผลการวิเคราะหการสะสม
สารพษิ โลหะหนกั ดนิ ตะกอนทอ งนา้ํ พบสารหนู (As) เกนิ คา มาตรฐานในดนิ ตะกอน
ชั้นลาง และเม่ือวิเคราะหพืชผักกินไดพบวา มะละกอมีสารตะกั่ว (Pb) เกินคา
มาตรฐาน มะเขอื ผกั บงุ และมะละกอมเี หลก็ (Fe) เกนิ คา มาตรฐาน ซง่ึ จดุ บรเิ วณ
เก็บตัวอยางพืชผักอยูริมน้ําหมัน จําเปนตองมีการเฝาระวังชวงฤดูหนาวตอไป
รายละเอียดสามารถอธบิ ายไดด งั ตอ ไปนี้
จดุ เก็บตวั อยางบานนาเวียงใหญ
บา นนาเวียงใหญ ทาํ การเก็บตัวอยา งทั้งหมด 3 จุด โดยแตละจดุ ทําการ
เกบ็ ตวั อยาง น้าํ ดิน และพืช ดังแสดงในตารางที่ 19 และแผนภาพที่ 7

แผนภาพท่ี 7 แผนทแ่ี สดงจุดเกบ็ ตัวอยา งบา นนาเวยี งใหญ

133

ผลการวิเคราะหคณุ ภาพน้าํ ลมุ นาํ้ หมนั บา นนาเวียงใหญ
คณุ ภาพนาํ้ ผวิ ดนิ นา้ํ ดม่ื และนาํ้ ประปา จากการตรวจวดั นา้ํ ทบี่ า นนาเวยี ง
ใหญ จุดเก็บที่ 1น้าํ ผิวดนิ จากการตรวจวัดคณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดินพบวา คา ออกซิเจน
ละลายนา้ํ (DO) มคี า 5.58 มก./ล.ซง่ึ มากกวา คา มาตรฐานทก่ี าํ หนดไว คอื ไมน อ ย
กวา 4.0 มก./ล. ดงั แสดงในตารางท่ี 19

˜µ¦µŠšÉ¸ 19 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡–» £µ¡œÊµÎ Ÿª· —·œµo œœµÁª¸¥ŠÄ®n

—´ œ‡¸ »–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ­™µœ¸ STDœÎµÊ Ÿª· —œ· STDœÎµÊ —¤Éº STDœÎʵž¦³žµ
‹»—š¸É1œÊµÎ Ÿª· —·œ
-
DO mg/l 5.58 4.0 -
” 600
TDS ppm 50 - ”500 6.5-8.5

pH pH 6.4 5.0-9.0 6.5-8.5 -
-
EC/conductivity S/m 78.9 - - -
-
ORP mV 277 - -
0.01
T_water oC 28.5 - - 3.0
0.01
T_air oC 27.9 - - 0.003
0.3
讳®œ„´ 0.05
2.0
As mg/l 0 0.01 0.01

Zn mg/l 0.064 1.0 3.0

Pb mg/l 0.016 0.05 0.01

Cd mg/l 0 0.005 0.003

Fe mg/l 2.882 - 0.3

Cr mg/l 0.003 0.05 0.05

Cu mg/l 0.004 0.1 1.0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡–» £µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­É·ŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·

Œ´ š¸É 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡–» £µ¡œÊµÎ —ɺ¤°Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993

¤µ˜¦“µœ‡–» £µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¼¤·£µ‡

134

ผลการวเิ คราะหค ณุ ภาพดนิ ตะกอนลุมนํา้ หมนั บา นนาเวียงใหญ
จากการตรวจวัดคุณภาพดินตะกอน โดยการวิเคราะหหาคาโลหะหนัก
ไดแ ก สารหน ู(As) สังกะสี (Zn) ตะก่ัว (Pb) แคดเมียม (Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม
(Cr) และทองแดง (Cu) เก็บตัวอยางท่บี านนาเวยี งใหญ จุดเกบ็ ท่ี 1 ดนิ ตะกอน
ชนั้ บนนาํ้ หมนั และดนิ ตะกอนชนั้ ลา งนาํ้ หมนั จากการตรวจวดั คณุ ภาพดนิ ตะกอน
พบวา มีคาการปนเปอนของเหล็ก (Fe) 1,984มก./กก. และ4,237มก./กก.
ซึง่ เกนิ คา มาตรฐานทก่ี ําหนดไว คือ >5-25 มก./กก. ดงั แสดงในตารางท่ี 20

˜µ¦µŠšÉ¸ 20 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡–» £µ¡—·œ˜³„°œ µo œœµÁª¥¸ ŠÄ®n

—´ œ‡¸ »–£µ¡—œ· ­™µœ¸
讳®œ´„ (Heavy
®œnª¥ —·œ˜³„°œ —·œ˜³„°œ ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—œ·
metals)
Êœ´ œ(œÊµÎ ®¤œ´ ) Êœ´ ¨nµŠ(œÊµÎ ®¤œ´ )

‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ1¸

As mg/kg 1.361 3.911 ” 3.9

Zn mg/kg 2.844 6.379 >150-300

Pb mg/kg 2.431 4.526 ” 400

Cd mg/kg 0 0 ” 37

Fe mg/kg 1984 4237 >5-25

Cr mg/kg 2.37 5.049 ” 300

Cu mg/kg 4.372 13.42 >50-140

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡—·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­·ÉŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜· ¡.«. 2547)

135

ผลการวเิ คราะหคณุ ภาพพืชผักกินไดลุมนํา้ หมันบา นนาเวียงใหญ
การตรวจวดั คณุ ภาพพชื ผักกนิ ได โดยการวิเคราะหหาคา โลหะหนกั ไดแ ก
สารหนู (As) สงั กะสี (Zn) ตะกั่ว (Pb) แคดเมยี ม (Cd) เหล็ก (Fe) โครเมียม (Cr)
และทองแดง (Cu) เกบ็ ตวั อยา งพชื ผกั กนิ ไดท บี่ า นนาเวยี งใหญ จดุ เกบ็ ที่ 1 ตวั อยา ง
พืชผักกินได มะเขือ ผักบุง และมะละกอ จากการตรวจวัดคุณภาพพืชผักกินได
พบวา มะละกอ มคี า ปรมิ าณการปนเปอ นของตะกวั่ (Pb) 1.253มก./กก.ซงึ่ เกนิ
คามาตรฐานทก่ี ําหนดไว คอื ไมเ กิน 1.0มก./กก.
มะเขอื ผกั บงุ และมะละกอ พบวา มคี า ปรมิ าณการปนเปอ นของเหลก็ (Fe)
24.16มก./กก. 30.17มก./กก.และ23.69มก./กก.ตามลาํ ดบั ซงึ่ เกนิ คา มาตรฐาน
ทกี่ าํ หนดไว คือ ไมเกิน 15 มก./กก.
และมะละกอ พบวามีคา ปรมิ าณการปนเปอ นของโครเมยี ม (Cr) 0.729
มก./กก.ซึ่งเกินคามาตรฐานที่กําหนดไว คือ ไมเกิน 0.5 มก./กก. ดังแสดงใน
ตารางที่ 21

˜µ¦µŠšÉ¸ 21 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡–» £µ¡¡º Ÿ„´ „·œÅ—o µo œœµÁª¸¥ŠÄ®n

­™µœ¸

—´ œ‡¸ »–£µ¡ ®œnª¥ ¤³Á…º° Ÿ„´ »Šo ¤³¨³„° ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡¡º Ÿ„´
(Heavy metals) (œÊµÎ ®¤œ´ ) (œÊµÎ ®¤œ´ ) (œÊµÎ ®¤œ´ ) „œ· ŗo

‹»—šÉ¸1 ‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É1 ”2
”100
As mg/kg 0 0 0 ”1.0
”0.3
Zn mg/kg 7.018 9.18 10.63 ”15
”0.5
Pb mg/kg 0.352 0.285 1.253 ”20

Cd mg/kg 0.057 0.028 0.028

Fe mg/kg 24.16 30.17 23.69

Cr mg/kg 0.359 0.282 0.729

Cu mg/kg 0 0 0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡¡º Ÿ„´ „·œÅ—o °Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 2010

136

บา นบงุ กุม: บา นบงุ กมุ เปนชมุ ชนทีม่ ีแนวทางการอนุรกั ษท รพั ยากรปาไม
ที่เปนรูปธรรมมีกลไกการพัฒนาตอยอดของคนรุนตอรุน โดยมีปาชุมชนที่เรียก
วาภูเตาโปงเปนศูนยรวม แตจากสภาพพ้ืนปาถือวาเปนพื้นปาท่ีสําคัญที่กําลังจะ
ฟน ฟู ซง่ึ มรี องรอยการถกู ทําลายปา ในอดตี เชน การเกิดไฟปา การแผวถางเพอื่
การเกษตร และที่สําคัญกลไกการอนุรักษของคนรุนใหมของชุมชนบานบุงกุมมี
บทบาทสาํ คญั ตอ การหยดุ ย้ังการบุกรกุ แผวถางพนื้ ที่ปาของชมุ ชนในการทําการ
เกษตรกรรม ผลการวเิ คราะหค ณุ ภาพนา้ํ ทเ่ี ปน แหลง ตน นาํ้ ในปา ภเู ตาโปงถอื วา อยู
ในเกณฑด ี แตพ จิ ารณาจากสภาพพน้ื ทแี่ ลว นาํ้ มปี รมิ าณนอ ยมากหรอื ไมเ พยี งพอ
แสดงถงึ บทบาทหนา ท่ขี องทรพั ยากรปา ไมไมดี คือโครงสรา งของปาไมดขี าดองค
ประกอบ เชน ไมใ หญ ไมหนมุ ไมเล็ก และกลาไม/ ลูกไม ไมมีสัดสว นสมดลุ กนั จึง
ทาํ ใหพ น้ื ปา ไมอ มุ นา้ํ และใหน า้ํ คอื ทรพั ยากรปา ไมไ มส ามารถเกบ็ กกั นาํ้ ไวไ ด ตาม
ปรชั ญาการอนรุ กั ษด นิ และนา้ํ “เกบ็ นา้ํ ไวใ นดนิ เกบ็ ดนิ ใหอ ยกู บั ท”ี่ แตป า ชมุ ชนภู
เตาโปงยงั คงตอ งรอการฟน ฟแู ละพฒั นาของคนในชมุ ชนอยา งตอ เนอื่ งเพอื่ ใหเ กดิ
ความยั่งยนื ตอ ไป

สําหรับคุณภาพน้ําและดินตะกอนในบริเวณพื้นที่ถือวาอยูในเกณฑ
มาตรฐานทกุ ตวั ช้วี ัด แสดงถึงผนื ดนิ ยังคงดีสามารถใหผ ลผลิตทางการเกษตรไดดี
และผลการวเิ คราะหด า นอาหาร พชื ผกั กนิ ได และสัตวน ้ําในบรเิ วณพื้นที่ปจ จบุ นั
ถอื วา มคี วามปลอดภยั ไมม กี ารสะสมของสารพษิ เกนิ เกณฑม าตรฐาน รายละเอยี ด
สามารถอธิบาย ไดดงั ตอไปนี้

137
จุดเก็บตัวอยา งบา นบุง กุม
บานบุงกุม ทําการเก็บตัวอยางทั้งหมด 3 จุด โดยแตละจุดทําการเก็บ
ตวั อยา ง นํ้า ดิน และพืช ดงั แสดงในตารางท่ี 22 และแผนภาพที่ 8

แผนภาพที่ 8 แผนที่แสดงจุดเก็บตัวอยางบานบงุ กุม

ผลการวเิ คราะหค ุณภาพน้าํ ลุมนาํ้ หมนั บานบงุ กุม
คุณภาพน้ําผิวดิน น้ําด่ืม และน้ําประปา จากการตรวจวัดน้ําแตละจุดที่
บา นบุงกมุ เก็บทัง้ หมด 3 จุด ไดแก
จดุ เกบ็ ท่ี 1 นาํ้ ผวิ ดนิ จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา คา ออกซเิ จน
ละลายนํ้า (DO) มีคา 4.42 มก./ล. ซ่ึงมากกวาคามาตรฐานท่ีกําหนดไว คือ
ไมน อยกวา 4.0 มก./ล.
จุดเก็บท่ี 2 น้าํ ผวิ ดิน ท่ซี าํ อีเลิศ จากการตรวจวัดคุณภาพนํ้าผิวดนิ พบวา
คา ออกซเิ จนละลายนาํ้ (DO) มคี า 5.63 มก./ล. ซงึ่ มากกวา คา มาตรฐานทกี่ าํ หนด
ไว คอื ไมนอยกวา 4.0 มก./ล.

138

จดุ เกบ็ ที่ 3 นา้ํ ผวิ ดนิ ตรงสะพาน จากการตรวจวดั คณุ ภาพนา้ํ ผวิ ดนิ พบวา
คา ออกซเิ จนละลายนา้ํ (DO) มคี า 5.59 มก./ล. ซง่ึ มากกวา คา มาตรฐานทกี่ าํ หนด
ไว คือ ไมน อยกวา 4.0 มก./ล.ดงั แสดงในตารางที่ 22

˜µ¦µŠšÉ¸ 22 Ÿ¨„µ¦˜¦ª‹ª—´ ‡»–£µ¡œÊµÎ Ÿª· —·œ µo œnŠ» „n¤»

­™µœ¸

—´ œ‡¸ »–£µ¡œÎµÊ ®œnª¥ ‹»—šÉ¸1 ‹»—š¸É 2 ‹»—š¸É3 STD STDœÎµÊ STD
œÊµÎ Ÿª· —·œ œÊµÎ Ÿª· —·œ œÎµÊ Ÿª· —œ· —¤ºÉ œµÎÊ ž¦³žµ
œÊµÎ Ÿª· —·œ (­³¡µœ)
(ŽµÎ °·Á¨·«) 4.0 - -
5.59 ” 600
DO mg/l 4.42 5.63 6.5-8.5

TDS ppm 40 20 50 - ”500 -
pH pH 5.3 5.4 6.9 5.0-9.0 6.5-8.5 -
EC/conductivity S/m 59.9 34.1 84.4 - -
-
ORP mV 335 293 351 -- -

T_water oC 29.8 29.5 29.6 -- 0.01
3.0
T_air oC 31 31.4 32.5 -- 0.01
0.003
讳®œ´„ (Heavy 0.3
0.05
metals) 2.0

As mg/l 0 0.026 0.025 0.01 0.01

Zn mg/l 0.055 0.083 0.055 1.0 3.0

Pb mg/l 0.035 0.020 0.018 0.05 0.01

Cd mg/l 0 0 0 0.005 0.003

Fe mg/l 23.81 0.400 9.099 - 0.3

Cr mg/l 0.023 0.002 0.009 0.05 0.05

Cu mg/l 0.013 0.010 0.015 0.1 1.0

®¤µ¥Á®˜» : ¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ Ĝ®¨nŠœÊµÎ Ÿª· —·œ (˜µ¤ž¦³„µ«‡–³„¦¦¤„µ¦­·ÉŠÂª—¨°o ¤Â®nŠµ˜·

Œ´ šÉ¸ 8 ¡.«. 2537)

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ —ɺ¤°Š‡„r µ¦°œµ¤¥´ è„ (WHO) ‡.«. 1993

¤µ˜¦“µœ‡»–£µ¡œÊµÎ ž¦³žµ „µ¦ž¦³žµ­nªœ£¼¤·£µ‡


Click to View FlipBook Version