The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by p.natthaphat.k, 2021-11-18 22:13:53

สรุปเนื้อหาวิชาหลัการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา

นางสาวณฏฐพัชร เขียวมณีนัย 6419050083

ค้ น ค ว้ า ค ว า ม รู้ เ พิ่ ม เ ติ ม จ า ก แ ห ล่ ง อื่ น

ก า ร พั ฒ น า บุ ค ลิ ก ภ า พ ข อ ง ผู้ บ ริห า ร

บุคลิกภาพของผู้บริหารมีความสำคัญสำหรับผู้บริหารเป็นอย่างยิ่ง
ผู้บริหารที่มีบุคลิกภาพดีย่อมได้รับการยอมรับนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชา
เมื่อการยอมรับเกิดขึ้นการบริหารงานย่อมดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

องค์ประกอบของบุคลิกภาพ บุคลิกภาพของบุคคลประกอบด้วย
องค์ประกอบ 4 ประการดังนี้

>บุ คลิ กภาพทางกาย
>> บุ คลิ กภาพทางอารมณ์และ
จิ ต วิ ท ย า
>>>บุ คลิ กภาพทางสังคม
>>>>บุ คลิ กภาพทางสติ ปั ญญา

บุคลิกภาพทางกาย
แบ่งเป็นองค์ประกอบ
ย่อย 2 องค์ประกอบ

1.รูปลักษณ์ภายนอกของผู้บริหาร เป็นประการแรกที่ปรากฏแก่สายตาผู้คน
ความสะอาดของร่างกายเป็นความสำคัญอันดับแรกการแต่งกายเรียบร้อยเหมาะ
สมกับตำแหน่ง วัย และสถานการณ์ มีความสำคัญอันดับต่อมาสองสิ่งนี้ประกอบ
กันเข้าเป็นบุคลิกภาพภายในอกของบุคคลนั้นๆ บุคลิกภาพส่วนนี้ จะเป็นตัวสื่อสาร
ให้บุคคลที่พบเห็นรู้จักท่านในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ คือ ระดับการศึกษา ตำแหน่ง
ฐานะทางเศรษฐกิจ ชนชั้นในสังคม จากสายตาของเขาเอง โดยไม่ต้องใช้ภาษาพูด
ด้านวิชาการบางท่านเรียกสิ่งนี้ว่า การสื่อสารที่ไร้ศัพท์ ผู้บริหารที่ขาดการใส่ใจใน
สิ่งนี้การสื่อสารที่ไร้ศัพท์อาจจะสื่อสารให้ผู้พบเห็นเข้าใจในเรื่องต่างๆของท่านผิด
ไปจากความจริง

2. บุคลิกภาพภายในผู้บริหารต้องมีความสามารถในการพูดการโต้ตอบ
ที่ดีมีความฉลาดแหลมคมในการสนทนาเป็นผู้นำกลุ่มได้ และต้องมีข้อมูล
อย่างเพียงพอ เพื่อประกอบการตอบโต้อย่างแหลมคมได้ ดังนั้น ผู้บริหาร
จำเป็นต้องอ่านหนังสืออยู่เสมอจะได้ทันสมัย และไวต่อการสื่อสารทางภาษา
พูดอย่างมีประสิทธิภาพองค์ประกอบย่อยสองประการนี้รวมกันเป็น
องค์ประกอบของบุคลิกภาพทางกายของผู้บริหารที่จะก่อให้เกิดการ
ยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา

บุคลิกภาพทางอารมณ์ และจิตวิทยา

ผู้บริหารที่มีบุคลิกภาพดี ต้องเป็นผู้มีความมั่นคงทางอารมณ์ไม่หงุดหงิด ฉุนเฉียว
บ่นว่าตลอดเวลา มีความกล้าหาญในการเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อต่อความยาก
ลำบาก มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย เคารพสิทธิ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้จักชมเชยพูดจา
โน้มน้าวจูงใจคนให้ทำงานเพื่อความเจริญก้าวหน้าของสถานศึกษาและส่งเสริมความก้าวหน้า
ของผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารที่มีบุคลิกภาพดี ต้องรักษาอารมณ์ได้ ทนต่อความว้าเหว่าได้
มากกว่าผู้อื่น และระงับความโกรธได้อย่างรวดเร็ว

บุคลิกภาพทางสังคม

ผู้บริหารควรเป็นผู้นำในการศึกษาหาความรู้ในพิธีการ
ต่างๆ ตามปทัสถาน (norms) ของสังคม เพื่อจะได้ปฏิบัติ
ตามมารยาทสากลได้อย่างถูกต้อง สามารถเป็นตัวอย่างที่ดี
ให้คำแนะนำแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดทั้งคนรอบข้างได้

บุคลิกภาพทางสติปัญญา

ผู้บริหารที่ มีบุ คลิกภาพดี ต้ องมีความ
คิ ดริเริ่มสร้างสรรค์ พอที่ จะเป็ นผู้นำกลุ่ม

สามารถคิ ดสร้างสิ่งที่ เป็ นประโยชน์ แก่
สถานศึ กษาได้ ซึ่ งอาจสรุปได้ว่าสติ ปั ญญา
แ ล ะ ค ว า ม ร อ บ รู้ใ น วิ ช า ชี พ ข อ ง ผู้ บ ริห า ร
เป็ นสิ่งสำคั ญมากในการบริหาร

องค์ ประกอบทั้ ง 4 ด้านของบุ คลิกภาพที่ ดีของ
ผู้บริหารนั้ นนั บได้ว่าทุกด้านมีความสำคั ญเท่ าเที ยมกั น
สมควรที่ ผู้บริหารควรตระหนั ก หมั่นฝึ กฝนจนเป็ นภาพ
ลักษณ์ ที่ ปรากฏแก่ สายตาของคนทั่ วไป เพราะนั่ นคื อสิ่ง
สำคั ญอย่างยิ่งในการจู งใจให้ผู้ใต้ บังคั บบัญชายอมรับนั บถื อ
อั นจะส่งผลถึ งการร่วมมือร่วมใจในการปฏิ บัติ งานอี กด้วย
อย่างไรก็ ตามบุ คลิกภาพที่ ดีของผู้บริหารแม้จะไม่เกิ ดขึ้ นเอง
แต่ สามารถสร้างให้เกิ ดขึ้ นได้ ในทำนองเดียวกั นไม่มีใคร
สามารถสร้างบุ คลิกภาพที่ ดีแก่ ผู้บริหารได้นอกจากตั ว
ผู้ บ ริห า ร เ อ ง

อ้างอิง : www.kroobannok.com/blog/6217

บุ ค ลิ ก ภ า พ ข อ ง ผู้ บ ริห า ร ใ น อ น า ค ต

บุคลิกภาพ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Personality มาจากราก
ศัพท์ภาษากรีก คือ Persona (Per + Sonare) ซึ่งหมายถึง Mask
ที่แปลว่า หน้ากาก ที่ตัวละครใช้สวมใส่ เป็นการเปรียบเทียบว่ามนุษย์
ทุกคนย่อมมีบทบาทไปตามหน้ากากที่สวมใส่ในชีวิตประจำวัน

ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง บุ ค ลิ ก ภ า พ ผู้ บ ริห า ร

จากคำกล่าวที่ว่า “บุคลิกภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” สะท้อนให้เห็นว่า
คนที่มีลักษณะดีมีคุณธรรม ย่อมมีโอกาส ประสบความสำเร็จได้มาก
บุคลิกภาพจึงมีความสำคัญ ดังนี้
Ø บุคลิกภาพมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
Ø บุคลิกภาพสร้างเสริมความมั่นใจ สง่างาม กล้าพูดกล้าทำ
Ø ลักษณะบุคลิกภาพช่วยสร้างเสริมสัมพันธภาพระหว่างบุคคล

แน่นอนว่า ผู้บริหารที่มีบุคลิกภาพดีย่อมได้รับการนับถือจากผู้บังคับบัญชา
และเมื่อทั้งผู้บริหาร และผู้ใต้บังคับบัญชามีความสัมพันธ์อันดีกันแล้ว งานก็จะเดิน
หน้าได้อย่างราบรื่น เพราะสามารถเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ ขอคำแนะนำได้ง่าย
ร่วมมือกันทำงาน และแก้ปัญหา มีทีมเวิร์คที่ดี งานที่ว่ายากๆ ก็ง่ายไปกว่าครึ่ง

แต่ถ้าผู้นำมีลักษณะท่าทางที่โผงผาง พูดจาหยาบคาย ไม่ใส่ใจการประชุม ื
ทำตามใจตนเอง เอาความคิดเห็นตัวเองเป็นใหญ่ ฯลฯ บุคลิกภาพอย่างนี้หาคน
ยอมรับได้ยาก ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจจะไม่สนใจ งานมีแนวโน้มจะยิ่งพังตามไปด้วย

“บุคลิกภาพของมนุษย์สุดประเสริฐ เป็นบ่อเกิดแห่งศรัทธามหาศาล
ใครพบพานอยากอยู่ชิดสนิทนาน อีกบันดาลให้พบสุขและสำเร็จ”

องค์ประกอบของบุคลิกภาพ

1.บุคลิกภาพทางกาย แบ่งเป็นองค์ประกอบย่อย 2 องค์ประกอบ

ประการแรก คือ รูปลักษณ์ภายนอกของผู้บริหาร เพราะนี่เป็นสิ่งแรกที่ปรากฏ
แก่สายตาผู้คน ดังนั้น ความสะอาดของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ รองลงมา คือ
การแต่งกายที่เรียบร้อย เหมาะสมกับตำแหน่ง วัย และสถานการณ์ ทั้งสองส่วนนี้
จะเป็นตัวสื่อสารให้คนภายนอกรู้จักตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็น ระดับการศึกษา ฐานะ
ตำแหน่ง ฯลฯ โดยไม่ต้องใช้คำพูดด้านวิชาการ บางท่านเรียกสิ่งนี้ว่า การสื่อสารที่
ไร้ศัพท์ ผู้บริหารที่ขาดการใส่การสื่อสารที่ไร้ศัพท์นี้ อาจจะสื่อสารให้ผู้พบเห็นเข้าใจ
ในเรื่องต่างๆ ผิดไปจากความจริงได้

ประการที่สอง คือ บุคลิกภาพภายใน หมายถึง การใช้ภาษา
ผู้นำต้องสามารถพูดโต้ตอบได้ฉลาด สามารถเป็นผู้นำกลุ่มได้ และ
ต้องอ่านหนังสืออยู่เสมอ เพื่อก้าวทันสมัย และเป็นข้อมูลในการ
แสดงความคิดเห็น ให้คำปรึกษา โต้ตอบกับคู่สนทนา นี่คือสิ่งที่จะ
ก่อให้เกิดการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา

2. บุคลิกภาพทางอารมณ์และจิตวิทยา

อารมณ์เป็นสิ่งที่แสดงให้คนรู้จักเราได้อย่างชัดเจน ผู้นำที่มีบุคลิกภาพดี
ต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์ ทนต่อความกดดันได้ ระงับอารมณ์โกรธได้อย่าง
รวดเร็ว ไม่หงุดหงิด บ่นว่าตลอดเวลา ต้องกล้าเผชิญอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อ
เคารพสิทธิผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และต้องมีจิตวิทยาในการพูด
พูดจาชมเชย โน้มน้าวจูงใจให้คนทำงานเพื่อความเจริญก้าวหน้าของหน่วยงานได้
รวมทั้งมีจิตใจที่จะส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย

3. บุคลิกภาพทางสังคม

ผู้บริหารควรเป็นผู้นำในการศึกษาหาความรู้ในพิธีการต่างๆ ตามบรรทัดฐาน
(Norms) ของสังคม เพื่อจะได้ปฏิบัติตามมารยาทสากลได้อย่างถูกต้อง สามารถเป็น
ตัวอย่างให้คำแนะนำแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดทั้งคนรอบข้างได้

4. บุคลิกภาพทางสติปัญญา

ความรอบรู้และมองการณ์ไกลเป็นสิ่งสำคัญกับผู้ที่อยู่ในสถานะ “ผู้บริหาร” ผู้บริหาร
ที่มีบุคลิกภาพที่ดีจะต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์พอที่จะเป็นผู้นำกลุ่มได้ สามารถสร้าง
สิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้ อีกทั้งการมีบุคลิกภาพที่ดีทางสติปัญญา จะยิ่งทำให้
ลูกน้องเคารพและให้เกียรติมากยิ่งขึ้นด้วย

บุคลิกภาพทั้ง 4 ด้านนี้ หากเป็นบุคคลธรรมดาๆ จะได้รับความคาดหวังว่าต้องมีใน
ระดับหนึ่ง แต่ยิ่งเป็นที่คาดหวังสูงในบุคคลระดับผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า ผู้จัดการ
ผู้บริหาร ฯลฯ เพราะคนรอบข้างจะมองว่า บุคคลข้างต้นจะต้องมีบุคลิกที่ดีเป็นอย่างมาก
หากทำอะไรผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจถูกตำหนิได้ ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องระวัง และใส่ใจ
ต่อทุกการกระทำ ทุกคำพูด ทุกความคิด ฯลฯ เพราะคนระดับผู้นำทำอะไรแล้ว จะเป็นที่
จับตามองของคนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญ ผู้นำต้องหมั่นสร้าง และฝึกฝน
บุคลิกภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น จนเป็นภาพลักษณ์ประจำตัวเพื่อให้เกิดความนับถือแก่ผู้
ใต้บังคับบัญชา แล้วงานทั้งหลายก็จะเดินไปสู่เส้นชัยได้ด้วยดี

“ภายนอกบอกความงาม
ภ า ย ใ น บ อ ก ค ว า ม ดี

หน้าที่ บอกความสามารถ”

บุ ค ลิ ก ภ า พ ข อ ง ผู้ บ ริห า ร ที่
พึ ง ป ร ะ ส ง ค์

Ø ลักษณะผู้นำ
Ø ความเป็ นคนใฝ่ รู้ ช่างสังเกต ช่างคิ ด ช่างสืบค้ น
Ø ความคิ ดริเริ่มสร้างสรรค์
Ø ความสามารถในการปรับตั วไ ด้ดี
Ø แสดงออกอย่างเหมาะสม มีกาลเทศะ
Ø มนุ ษยสัมพันธ์ดี
Ø มีความเป็ นระเบียบและมีวินั ย

บุ ค ลิ ก ภ า พ ข อ ง ผู้ บ ริห า ร ที่
พึ ง ป ร ะ ส ง ค์

Ø การสู่ความเป็ นเลิศ บุ คลิกภาพพิเศษของ
นั กบริหาร

Ø รู้จักบริหารตนเอง
Ø ทำงานอย่างมีระบบ
Ø รักในงานที่ ทำ
Ø รู้จักใช้คนให้เหมาะสมกั บงาน และรู้จักใช้งาน

ให้เหมาะกั บคน
Ø รู้หลักโอนอ่ อนผ่อนปรน
Ø แสวงหาความรู้ใส่ตั วเองตลอดเวลา

บุ ค ลิ ก ภ า พ ข อ ง ผู้ บ ริห า ร ที่
พึ ง ป ร ะ ส ง ค์

Ø จิตใจกว้างขวาง
Ø มีสายตายาวไกล
Ø มีความคิ ดริเริ่มสร้างสรรค์
Ø รู้จักบริหารเวลา
Ø เก็ บรับบทเรียนในอดีต
Ø มีเมตตา กรุณา มุ ทิ ตา อุ เบกขา
Ø รู้จักรุก รู้จักถอย เรียนรู้จากผู้อื่ น

บุคลิกภาพของผู้บริหาร ในอนาคต



ยืนหยัด ไม่ยอมเสียจุดยืน เสียความมั่นใจของตนเอง มีเหตุผลและใช้
วิจารณญาณของตนเอง
ยืดหยุ่น รู้จักผ่อนปรนตามสถานการณ์ เพื่อให้การปฏิบัติการบรรลุผลตาม
เป้าหมาย
ยินยอม รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ประนีประนอม
ยิ้มแย้ม สามารถยิ้มรับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ แสดงอารมณ์อย่างเหมาะสม
ยกย่อง รู้จักยกย่องผู้อื่นด้วยความจริงใจ

อ้างอิง : www.gotonow.org/posts325538

แ น ว คิ ด ใ น ก า ร บ ริห า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ร ะ ดั บ โ ร ง เ รีย น

การบริหารจัดการโรงเรียน หมายถึ งการบริหารจัดการ
ศึ กษาที่ มีคุณภาพของโรงเรียน โดยมีเป้าหมายสำคั ญในการสร้าง
โอกาสทางการศึ กษาให้กั บเด็กและเยาวชนให้ได้รับการศึ กษาขั้น
พื้ นฐานที่ มีคุณภาพได้มาตรฐานทางการศึ กษาของชาติ และ
สอดคล้องกั บความต้ องการของท้ องถิ่ น เป็ นที่ ยอมรับและ
ศรัทธาของนั กเรียน ผู้ปกครองและชุ มชนโดยมีผลมาจาก
แนวทางการบริหารการจัดการโรงเรียนสู่คุณภาพ คื อ หลักการ
บริหารจัดการ วัตถุประสงค์ ของโรงเรียน พันธะกิ จโรงเรียน
กลยุ ทธ์ของโรงเรียน เงื่ อนไขความสำเร็จ โดยมีรายละเอี ยดดังนี้

1. หลักการบริหารจัดการ

หลั กการบริหารจัดการ หมายถึ ง แนวคิ ดหลักการบริหาร
จัดการโรงเรียน ได้แก่ การบริหารกิ จการบ้านเมืองที่ ดี การบริหาร
โดยใช้โรงเรียนเป็ นฐาน การบริหารแบบมีส่วนร่วม และบริหารผล
สำเร็จอย่างสมดุล การบริหารกิ จการบ้านเมืองที่ ดี หมายถึ ง การ
บริหารราชการที่ เป้าหมายให้เกิ ดประโยชน์ สุขของประชาชน เกิ ดผล
สัมฤทธิ์ต่ อภารกิ จของรัฐ มีประสิทธิภาพ และเกิ ดความคุ้ มค่ าในเชิง
ภารกิ จของรัฐไม่มีขั้นตอนการปฏิ บัติ งานเกิ นความจำเป็ นมีการ
ปรับปรุงภารกิ จของส่วนราชการ ให้ทั นต่ อเหตุการณ์ ประชาชนได้
รับการอำนวยความสะดวก ได้รับการตอบสนองความต้ องการ และ
มีการประเมินผลการปฏิ บัติ งานอย่างสม่ำเสมอ

การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน หมายถึ ง การ
บริหารการจัดการตามความต้ องการและจำเป็ นของ
สถานศึ กษา โดยคณะกรรมการสถานศึ กษาขั้นพื้ นฐาน
ซึ่ งมีอำนาจหน้ าที่ ร่วมคิ ดร่วมตั ดสินใจ ร่วมทำ และร่วม
ประเมิน โดยใช้หลักการกระจายอำนาจไปยังสถานศึ กษา
4 ด้าน คื อ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการ
บริหารบุ คคลและด้านบริหารทั่ วไป บนพื้ นฐานของหลัก
การมีส่วนร่วม หลักการคื นอำนาจการจัดการศึ กษาให้
ประชาชน หลักการบริหารตนเอง และหลักการตรวจ
สอบและถ่ วงดุล

การบริหารแบบมีส่วนร่วม หมายถึ งการบริหาร
จัดการศึ กษาที่ เปิ ดโอกาสให้ผู้ใต้ บังคั บบัญชามีส่วน
เกี่ ยวข้องในกระบวนการตั ดสินใจ ใช้ความคิ ด
สร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญในการแก้ ปั ญหาโดย
ตั้ งอยู่บนพื้ นฐานของแนวคิ ดการแบ่งอำนาจหน้ าที่
การบริหารให้ผู้ใต้ บังคั บบัญชา ในอี กประเด็นหนึ่ ง
เป็ นการเปิ ดโอกาสให้ชุ มชนเข้ามามีส่วนร่วมใน
กระบวนการบริหาร เพื่ อก่ อให้เกิ ดความร่วมมือ ร่วม
แรงร่วมใจและร่วมดำเนิ นงานพัฒนาคุณภาพการ
ศึ กษาให้บรรลุตามเป้าประสงค์ ที่ กำหนด

การบริหารผลสำเร็จอย่างสมดุล หมายถึ ง
การบริหารการศึ กษาประกอบด้วย 4 มุ มมอง คื อ มุ มมอง
ด้านนั กเรียน มุ มมองด้านกระบวนการจัดการศึ กษา
ภายในโรงเรียน มุ มมองด้านการเรียนรู้และการพัฒนา
และมุ มมองด้านงบประมาณและทรัพยากร และทั้ ง 4 มุ ม
มองนั้ นมีการดำเนิ นการ 4 ขั้นตอนคื อ

1) กำหนดวัตถุประสงค์
2) กำหนดตั วชี้วัดเพื่ อตรวจสอบกระบวนการตาม
วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์
3) กำหนดเป้าหมายที่ ชัดเจนทั้ งในเชิงปริมาณและ
คุ ณ ภ า พ
4) กำหนดแผนงานโครงการหรือกิ จกรรมที่ องค์ กรจะ
จัดทำเพื่ อบรรลุเป้าหมายที่ กำหนด

2. วัตถุประสงค์ของโรงเรียน



วัตถุประสงค์ ของโรงเรียน หมายถึ ง ภาพความสำเร็จ
ของโรงเรียน ได้แก่ ศั กยภาพของนั กเรียน
สมรรถนะของครู สมรรถนะของผู้บริหาร คุณภาพของ
โรงเรียน และการยอมรับการมส่วนร่วมของผู้ปกครอง
และชุ มชน

คุณภาพของนักเรียน หมายถึ ง
นั กเรียนมีนิ สัยใฝ่ รู้ รักการอ่ านและการค้ นคว้า สามารถ
แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เป็ นคนดีมีคุณธรรม รู้จักคิ ด
วิเคราะห์ มีทั กษะการดำรงชีวิตในสังคมยุ คใหม่ ใช้หลัก
เศรษฐกิ จพอเพียงต่ อเนื่ องตลอดชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่ อสารเพื่ อการเรียนรู้สร้างงานสร้าง
อาชีพโดยปรัชญาเศรษฐกิ จพอเพียง สามารถนำเสนอผลงาน
ได้อย่างสร้างสรรค์ สืบสานวิถี วัฒนธรรมไทยอย่างมั่นใจใน
ตนเอง เป็ นคนดีคนเก่ าอยู่ในสังคมอย่างเป็ นสุข

สมรรถนะของครู หมายถึ ง
ครูมีทั กษะวิชาชีพในการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการ
เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้สื่ อนวัตกรรม และ
เทคโนโลยีที่ ทั นสมัยเหมาะสมกั บนั กเรียน มีความ
กระตื อรือร้นสนใจ ใส่ใจ ดูแลช่วยเหลือนั กเรียนได้เรียนรู้
และพัฒนาตนเองตามศั กยภาพอย่างเต็ มกำลังความ
สามารถ

สมรรถนะผู้บริหาร หมายถึ ง
ผู้บริหารเป็ นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้โรงเรียนมีการ
บริหารจัดการที่ ดี มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนา
วิชาการ หลักสูตร นวัตกรรมและกระบวนการเรียนรู้ไป
สู่การปฏิ บัติ อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ เกิ ด
ประโยชน์ สูงสุดแก่ นั กเรียน โดยอาศั สยการมีส่วนร่วม
จากทุกฝ่ ายที่ เกี่ ยวข้อง

คุณภาพของโรงเรียน หมายถึ ง
การจัดการศึ กษาจนเกิ ดผลผลิตที่ สอดคล้องกั บความ
ต้ องการของท้ องถิ่ น แข่งขันได้ในระดับสากล ผู้เรียนมี
คุณภาพมาตรบานชาติ สามารถพัฒนาสู่มาตรฐานสากล
บนพื้ นฐานของความเป็ นไทย มีการจัดบรรยากาศการ
เรียนรู้ที่ เอื้ อต่ อการพัฒนาศั กยภาพผู้เรียนและมีความเป็ น
ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย

ก า ร ย อ ม รั บ แ ล ะ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ผู้ ป ก ค ร อ ง แ ล ะ
ชุ มชน หมายถึ ง
ผู้ปกครองให้การยอมรับ เชื่ อถื อ มีความรู้สึกร่วมเป็ น
เจ้าของและสนั บสนุ นการดำเนิ นงานของโรงเรียน

3. ภาระกิจโรงเรียน

โครงสร้างโรงเรียน หมายถึ ง ขอบข่ายและภารกิ จของ
โรงเรียนตามพระราชบัญญั ติ การศึ กษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
แก้ ไขเพิ่มเติ ม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 39 ให้กระทรวง
ศึ กษาธิการกระจ่ายอำนาจการบริหารจัดการ การศึ กษาทั้ งด้าน
วิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุ คคล และการบริหาร
ทั่ วไป

การบริหารวิชาการ หมายถึ ง
ก า ร บ ริห า ร จั ด ก า ร ท า ง ด้ า น วิ ช ช า ก า ร ภ า ย ใ น แ ล ะ ภ า ย น อ ก
โรงเรียน ได้แก่ การพัฒนาสาระหลักสูตรสถานศึ กษาและการ
หลักสูตรท้ องถิ่ น การวางแผนด้านการวิชาการการพัฒนา
กระบวนการเรียนรู้การวัดผล ประเมินผล การวิจัยเพื่ อการ
พัฒนาคุณภาพการศึ กษาในสถานศึ กษา การพัฒนาและส่งเสริม
ให้มีแหล่งการเรียนรู้ การนิ เทศการศึ กษา การแนะแนวการ
พัฒนาระบบประกั นคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึ กษา
การส่งเสริมชุ มชนมีความเข้มแข็งทางวิชาการการประสาน
ความร่วมมิในการพัฒนาวิชาการกั บสถานศึ กษาและองค์ กรอื่ น
การพัฒนาและใช้สื่ อเทคโนโลยีในการศึ กษา

การบริหารงบประมาณ หมายถึ ง

การบริหารจัดการโรงเรียนในด้านการจัดทำแผนงบประมาณ และคำขอ
ตั้ งงบประมาณ การจัดทำแผนปฏิ บัติ การใช้จ่ายเงิ นงบประมาณการอนุ มัติ
การใช้จ่ายงบประมาณที่ ได้รับจัดสรร การขอโอนและการเปลี่ยนแปลงงบ
ประมาณ การรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ การตรวจสอบติ ดตาม
และรายงานการใช้งบประมาณ การใช้ผลผลิตจางบประมาร การระดม
ทรัพยากรและการลงทุนเพื่ อการศึ กษา การบริหารจัดการทรัพยากรเพื่ อ
การศึ กษา การวางแผนพัสดุ การกำหนดรูปแบบรายการ หรือลักษณะ
เฉพาะของครุภั ณฑ์ หรือสิ่งก่ อสร้างที่ ใช้เงิ นงบประมาณ การพัฒนาระบบ
ข้อมู ลและสารสนเทศเพื่ อการจัดทำ จัดหาพัสดุควบคุมดูแล บำรุงรักษา
เงิ น การเก็ บรักษาและจำหน่ ายพัสดุ การจัดหาผลประโยชน์ จาทรัพย์สิน
การเบิกเงิ นจากคลัง การรับเงิ นการเก็ บรักษาเงิ นและการจ่ายเงิ นการน
จำเงิ นส่งคลัง การจัดทำบัญชีการเงิ น การจัดทำรายงานทางการเงิ นและ
งบการเงิ น การจัดทำหรือจัดหาแบบพิมพ์บัญชี ทะเบียน และรายงาน

การบริหารงานบุ คคล หมายถึ ง
การบริหารจัดการโรงเรียนในด้านอั ตรากำลังการปรับเปลี่ยน
ตำแหน่ งการเลื่ อนขั้นเงิ นเดือน การลา การประเมินผลการ
ปฏิ บัติ งาน การดำเนิ นการทางวินั ย การจัดทำทะเบียนประวัติ
การส่งเสริมวิทยฐานะ มาตรบานวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพ
การขอรับใบอนุ ญาต และการพัฒนาข้าราชการครูและ
บุ คลากรทางการศึ กษา

กา รบริหา ร งา นทั่วไ ป หมายถึ ง
การบริหารจัดการโ รงเรียนในด้านการ พัฒนาร ะ บบแล ะ เค รือ ข่า ย ข้อ มู ล
สารสนเ ทศ การป ระ สานงานแล ะ พัฒนาเค รือ ข่ายส ถานศึ กษา กา รว า งแ ผ น
การบริหารการศึ กษา งานวิจัยเพื่ อ พัฒนานโ ยบายแล ะ แผ นกา รจัดกา รระบ บ
การบริหารและ การพัฒนาองค์ กร การ พัฒนามาตร ฐานการ ป ฏิ บัติ งา น งา น
เ ทคโนโ ลยีเ พื่ อการศึ กษาการดำเนิ นง านธุ ร การ การ ดูแล อ าคา รส ถา น ที่ แ ล ะ
สภาพแว ดล้อมการจัดทำสำมะ โ นผู้ เรียน การ รับนั กเรียน กา รนำ เส น อ คว า ม
เ ห็นเ กี่ ยว กั บการจัดตั้ ง ยุ บรวม หรือ เลิกส ถานศึ กษา การ ประส า น กา ร
จัดการศึ กษาใ นระ บบนอกระ บ บ แล ะ ตามอั ธ ยาศั ย การ ร ะ ด ม ทรัพ ย า กร
เ พื่ อการศึ กษา การทั ศนศึ กษาง านกิ จ การ นั กเรียนการ ป ร ะ ชา สัม พัน ธ์
งานการศึ กษาการส่งเสริมสนั บส นุ นแล ะ ป ร ะ ส านง านการ จัดกา รศึ กษา ขอ ง
บุ คคล ชุ มชนองค์ กรหน่ วยงานแล ะ ส ถานบันสัง ค มอื่ นที่ จัด ก า รศึ กษา
การประ สานราชการส่วนภูมิภาค แล ะ ส่ว นท้ อ ง ถิ่ น การ ายง า น ผ ล กา รป ฏิ บัติ
งานการจัดระ บบควบคุมภายในหน่ ว ยง านแล ะ แนว ท าง การ จัดกิ จกรรม เพื่ อ
ปรับเ ปลี่ยนพฤติ กรรมในการลง โ ท ษนั กเรียน

4 . ก ล ยุ ท ธ์ ก า ร ดำ เ นิ น ก า ร

กลยุ ทธ์การดำเนิ นการ หมายถึ ง กลยุ ทธ์ของโรงเรียน ได้แก่
แนวทางวิธีการสร้างพลังขับเคลื่ อนให้โรงเรียนมีระบบการบริหาร
จัดการที่ ดีการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้ การเสริม
สร้างศั กยภาพบุ คลากร การเพิ่มสมรรถนะของโรงเรียน การระดม
สรรพกำลังและเครือข่ายอุ ปถั มภ์ การสร้างพลังขับเคลื่ อนให้โรงเรียนมี
ระบบการบริหารจัดการที่ ดีคล่องตั วมีประสิทธิภาพส่งผลให้นั กเรียน
พัฒนาศั กยภาพ มีคุณภาพเป็ นที่ ยอมรับของสังคม การพัฒนาหลักสูตร
และกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงบู รณาการ ให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้
ความสามารถ คุณลักษณะที่ พึงประสงค์ และทั กษะการดำรงชีวิตได้ตาม
ศั กยภาพ

4 . ก ล ยุ ท ธ์ ก า ร ดำ เ นิ น ก า ร

การเสริมสร้างศั กยภาพบุ คลากรทุกระดับให้มีทั กษะวิชาชีพสามารถ
จัดกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการจัดการศึ กษา การเพิ่ม
สมรรถนะของโรงเรียนในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร
เพื่ อจัดกระบวนการเรียนรู้และบริหารจัดการให้เกิ ดประโยชน์ สูงสุดแก่ ผู้
เรียน การระดมสรรพกำลังสร้างระบบเครือข่ายอุ ปถั มภ์ การศึ กษาที่ เข้ม
แข็ง อั นเกิ ดจากพลังการมีส่วนร่วมของชุ มชน องค์ กร ประชาสังคม
ในรูปแบบของผู้อุ ปถั มภ์ และผู้ร่วมคิ ด ร่วมปฏิ บัติ พัฒนา

5 . เ งื่ อ น ไ ข ค ว า ม สำ เ ร็ จ

เงื่ อนไขความสำเร็จ หมายถึ ง วิธีการและสภาพการดำเนิ นงาน
ของโรงเรียนที่ ส่งผลต่ อความสำเร็จ ไ ด้แก่ คุณลักษณะของนั กเรียน
กระบวนการการจัดการศึ กษาภายในโรงเรียน การเรียนรู้และการ
พั ฒ น า

งบประมาณและทรัพยากร คุณลั กษะของนักเ รียน หมายถึ ง
นั กเรียนมีทั กษะในการแสวงหาความรู้ไ ด้ด้วยตนเอง ใช้เทคโ นโ ลยี
สารสนเทศและการสื่ อสารเพื่ อการเรียนรู้ มีนิ สัยใฝ่ รู้เรียนเป็ น
มีความสมารถในการคิ ดวิเคราะห์ นั กเรียนมีทั กษะในการ ดำร งชีวิต
มีคุณธรรมมั่นใจในตนเอง กล้าแสดงออก มีความเป็ นไทย มีจิตสำนึ ก
ในการอนุ รักษ์ ประเพณี ศิ ลปวัฒนธรรมไ ทย และภูมิปั ญญาท้ องถิ่ น

กระบวนการจัดการศึ กษาภายในโรงเรียน หมายถึ ง
โรงเรียนมีบรรยากาศและวัฒนธรรมการปฏิ บัติ งานแลกั ลยา
มิตร ผนึ กกำลังสร้างสรรค์ และร่วมรับผิดชอบ มีเอกลักษณ์ โดน
เด่น โดยใช้โรงเรียนเป็ นฐานในการพัฒนา สร้างโอกาสและดูแล
ช่วยเหลือนั กเรียน ให้บริการทางการศึ กษาได้ครอบคลุมกลุ่ม
เป้าหมาย จัดบู รณาการกระบวนการเรียนรู้พัฒนาหลักสูตรและ
กระบวนการจัดการเรียนที่ ยืดหยุ่น เน้ นการบู รณาการเรียนรู้
และดำรงชีวิต จัดระบบการประกั นคุณภาพเพิ่มระดับคุณภาพ
มาตรฐานการศึ กษาสูงขึ้ นเป็ นที่ ยอมรับของชุ มชนและผู้ที่
เกี่ ยวข้อง

การเรียนรู้และพัฒนา หมายถึ ง
ครู ผู้บริหารคณะกรรมการสถานศึ กษาขั้นพื้ นฐานบุ คลากร
ทางการศึ กษาและผู้ที่ เกี่ ยวข้องมีความรู้ความสามารถและจิต
วิญญาณในการพัฒนาคุณภาพการศึ กษาโรงเรียนเพิ่มศั กยภาพ
ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารเพื่ อการพัฒนา
คุณภาพทางการศึ กษา งบประมาณและทรัพยากร หมายถึ ง
โรงเรียนมีระบบภาคี เครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญ พี่เลี้ยง
ศึ กษานิ เทศก์ ชุ มชนและภูมิปั ญญาท้ องถิ่ นที่ มีส่วนร่วมในการ
พัฒนาคุณภาพการศึ กษา มีทำทรัพยากรที่ เหมาะสมใช้อย่างมี
ประสิทธิภาพและเกิ ดประสิทธิผล

อ้ างอิ ง : MANITRUB.WORDPRESS.COM/2014/12/15

สรุปสิ่งที่ได้รับ
จากการศึกษาในครั้งนี้

สรุ ปสิ่งที่ได้รับจากการศึกษาในครั้งนี้

ผู้บริหารที่ดีจะต้องพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองให้ดี ต้องมีความเหมาะสมใน
เรื่องของกายแต่งกาย วาจา และการปฏิบัติตนให้เหมาะสมไม่มีเรื่องเสื่อมเสียง
การบริหารที่ดีต้องเดินเข้าไปหา สอบถามปัญหา ติดตามงานอย่างเป็นปกติวิสัย
จะทำให้เราดูคนออก บอกคนได้ และใช้คนเป็น การทำงานก็จะประสบความสำเร็จที่
สำคัญ สำหรับผู้บริหาร คือ ต้องมีรอยยิ้ม รู้จักทักทาย ยินยอผู้อื่นให้เหมาะสมกับ
กาลเทศะ มีจิตใจเยือกเย็น ไม่เป็นคนใจร้อน ต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้
และยินยอมเมื่อเจอบุคคลประเภทอันพาล ยอมเพื่อถอยมาตั้งหลักอย่างมีสติ
ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และสิ่งที่คนเป็นผู้บริหารต้องระวังมากที่สุด คือ การ
ทุจริตและเมาเพศ จะทำให้เสื่อมเสียและถึงขั้นหมดอนาคต

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในการทำงาน

สามารถนำความรู้ที่ ได้รับจากการเรียนมาประยุ กต์
ใช้ในชีวิตประจำได้ ได้แก่ การแต่ งกายให้เหมาะสม
สะอาด ถูกต้ องตามกาลเทศะ และอยู่ในหลั กของความ
พอเพียง พอประมาณ เพื่ อพัฒนาบุ คลิ กภาพของตนเอง
สร้างการยอมรับและเชื่ อถื อ การยิ้มไหว้ทั กทายผู้อื่ นด้วย
ไมตรีจิตที่ ดี การยินยอ ชื่ นชมผู้อื่ นด้วยความจริงใจ เมื่ อ
เขาประสบความสำเร็จ การควบคุมอารมณ์ของตนเองใน
การทำงาน และรู้จักยอมคนที่ ก้ าวร้าวในองค์ กร เพื่ อ
หลี กเลี่ ยงการเผชิญกั บปั ญหาต่ าง ๆ ที่ อาจจะเกิ ดขึ้ น
ในการทำงานและการดำรงชีวิตประวัน ทำให้เรารู้จักการ
ระวัดระวังตนเองมากขึ้ น โดยเฉพาะการทุจริตเรื่ องเงิ น
ในองค์ กร และการผิดวินัย ผิดศี ลธรรม จริยธรรมใน
เรื่ องการชู้สาว จะทำให้หมดอนาคตและไม่มีที่ ยืนในสังคม

วิชา หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา

สรุปเนื้อหา วันที่ ค2รั2้งสที่.ค3.64

นางสาวณฏฐพั ชร เขียวมณีนัย
รหัสนักศึกษา 6419050083



เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. จรัส อติวิทยาภรณ์

ชีวิตขาขึ้น มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
จะได้ดั่งใจคิด ทำงานถูกต้อง ชีวิตขาขึ้นอย่าทะนงตัว

นายจูง



เพื่ อนประคอง ลูกน้องสนับสนุน





เราจะได้ดังใจคิด





เพื่ อนรักเพื่ อนช่วยเหลือ
ลูกน้องช่วยในการทำงาน

ชีวิตขาลง จงดูตนเองก่อนโทษผู้อื่น
อย่าจิตตก กังวลมากเกินไป ต้องมีสติอยู่เสมอ

นายเหยียบ



เพื่ อนผลัก
ลูกน้องถีบ






ผู้ใหญ่ไม่เห็นความสำคัญ


เพื่ อนไม่ให้การช่วยเหลือ


ลูกน้องไม่ช่วยในการทำงาน

ทักษะต้องรู้ 3 อย่าง

1. LEARNING SKILLS 2. DIGITALL LITERACY 3. LIFE SKILLS
ทักษะการเรียนรู้ SKILLS ทักษะชีวิต

ทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล

ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาและ ต้องฝึกฝน ขยันในการ การดำรงชีวิต ประสบการณ์
เปลี่ยนไปแล้ว พัฒนาตนเอง อยู่รอบตัว

ปริญญาชีวิต >> การดำรงชีวิต
ปริญญาวิชาการ >> การเรียนรู้ด้านวิชาการ


Click to View FlipBook Version