ทฤษฎีจูงใจของมาสโลว์
Abraham H. Maslow เป็นบุคคลแรกที่ได้ตั้งทฤษฎีทั่วไปเกี่ยวกับการจูงใจไว้
(Maslow ' s general theory of human and motivation)
และได้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ไว้ 3 ประการ
3. ความต้องการของมนุษย์มีเป็นลำดับขั้นตามลำดับความสำคัญ
กล่าวคือ เมื่อความต้องการ ในระดับต่ำ ได้รับการตอบสนองแล้ว ความต้องการ
ระดับสูงก็จะเรียกร้องให้มีการตอบสนองทันที
ความต้องการทางด้านร่างกาย มีชีวิตอยู่รอดได้
ความต้องการชื่อเสียง ยกย่อง
ความต้องการด้านสังคม ความรักความพอใจ
ความต้องการความปลอดภัย มีชีวิตรอด
ทฤษฎีการจูงใจ สุขอนามัยของเฮอร์เบอร์ก
(HERZBERG'S MOTIVATION HYGIENE THEORY)
พวกที่ 1 ตัวกระตุ้น (Motivator) คือ องค์ประกอบที่ทำ ให้เกิดความพอใจ
- การปฏิบัติงาน
- ความรู้สึกเกี่ยวกับความสำเร็จของงาน
- ความรับผิดชอบ
- โอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
ทฤษฎีการจูงใจ สุขอนามัยของเฮอร์เบอร์ก
(HERZBERG'S MOTIVATION HYGIENE THEORY)
พวกที่ 2 ปัจจัยสุขอนามัย (Hygiene) หรือ องค์ประกอบที่สนับสนุนความไม่
พอใจในการทำงาน
- แบบการบังคับบัญชา
- ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
- เงินเดือน ค่าตอบแทน
- นโยบายการบริหาร
ฉลาดแต่ขี้เกียจ คือ ชอบเอาเปรียบ
ต้องให้ทำงานร่วมกับคนอื่น
ค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งอื่น
ความหมายของทฤษฎีและ
ทฤษฎีทางการบริหารการศึกษา
"ทฤษฎี" หมายถึง แนวความคิดหรือความเชื่อที่เกิดขึ้น
อย่างมีหลักเกณฑ์มีการทดสอบและการสังเกตจนเป็นที่แน่ใจ
ทฤษฎีเป็น เซท(Set) ของมโนทัศน์ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน
เป็นข้อสรุปอย่างกว้างที่พรรณนาและอธิบายพฤติกรรม
การบริหารองค์กรการทางศึกษา อย่างเป็นระบบ ถ้าทฤษฎีได้
รับการพิสูจน์บ่อย ๆ ก็จะกลายเป็นกฎเกณฑ์ ทฤษฎีเป็นแนว
ความคิดที่มีเหตุผลและสามารถนำไปประยุกต์ และปฏิบัติได้
ทฤษฎีมีบทบาทในการให้คำอธิบายเกี่ยวกับปรากฎ ทั่วไปและ
ชี้แนะการวิจัย
ความหมายของทฤษฎีและ
ทฤษฎีทางการบริหารการศึกษา
“การบริหารการศึกษา” หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคล
หลายคนร่วมกันดำเนินการ เพื่อพัฒนาสมาชิกของสังคมใน ทุก
ๆ ด้าน นับแต่ บุคลิกภาพ ความรู้ ความสามารถ เจตคติ
พฤติกรรม คุณธรรม เพื่อให้มีค่านิยมตรงกันกับความต้องการ
ของสังคม โดยกระบวนการต่างๆ ที่อาศัยควบคุมสิ่งแวดล้อม
ให้มีผลต่อบุคคล
อ้างอิง : ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ, และวิบูลย์ โตวณะบุตร. (2542). หลักและทฤษฎีการบริหารการศึกษา.
กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
HTTPS://WWW.GOTOKNOW.ORG/POSTS/357016
ทฤษฎีการบริหาร
ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ (2542: 10) ยุคทฤษฎีมนุษยสัมพันธ์
(Human Relation ) Follette ได้นำ เอาจิตวิทยามาใช้และ
ได้เสนอ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง (Conflict) ไว้ 3 แนวทาง
ดังนี้
1. Domination คือ ใช้อำนาจอีกฝ่ายสยบลง คือ ให้อีกฝ่าย
แพ้ให้ได้ ไม่ดีนัก
2. Compromise คือ คนละครึ่งทาง เพื่อให้เหตุการณ์สงบ
โดยประนีประนอม
3. Integration คือ การหาแนวทางที่ไม่มีใครเสียหน้า
ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ทาง (ชนะ ชนะ)
บทบาทของผู้บริหาร
1 เป็นผู้นำในด้านความรู้ความสามารถในหลาย ๆ ด้าน และมีความทันสมัย
2 เป็นผู้นำการสั่งการ มีบทบาทหรืออิทธิพลต่อบุคลากรในหน่วยงาน
3 เป็นผู้จัดหาสิ่งต่าง ๆ ในการดำเนินงาน มีบทบาทมากกว่าผู้อื่น
อ้างอิง : ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ พจนานุกรมไทย ฉบับทันสมัย. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2543
บทบาทของผู้บริหาร
บทบาทผู้บริหาร หมายถึง การแสดงออกหรือพฤติการหรือปฏิสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับ
ตำแหน่งหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาตามเกณฑ์ของผู้บริหารสถานศึกษาโดยแบ่งออกได้
3 ด้าน ได้แก่ บทบาทและภารกิจของผู้บริหาร บทบาทความเป็นนักประสานงาน และ
บทบาทความเป็นนักปฏิรูปการศึกษา
อ้างอิง : พงษ์อิสร ประหยัดทรัพย์.2557
แนวคิด ทฤษฏีบทบาท มี 3 ด้าน
1. บทบาทในอุดมคติ (ideal role) ได้แก่ บทบาทอันกำหนดไว้ตามความคาดหวัง
ของบุคคลทั่วไปในสังคมเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติเป็นแบบฉบับที่สมบูรณ์ ซึ่งผู้ที่มี
สถานภาพนั้น ๆ ควรกระทำ แต่อาจมีใครที่ทำ หรือไม่มีใครทำ ตามนั้นก็เป็นได้
2. บทบาทที่บุคคลเข้าใจหรือรับรู้ (perceived role) เป็นบทบาทอันบุคคลคาดคิด
ด้วยตนเองว่าควรเป็นอย่างไร ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับทัศนคติ ค่านิยม บุคลิกภาพและ
ประสบการณ์ของแต่ละบุคคลด้วย
3. บทบาทที่แสดงออกจริง (actual role) เป็นการกระทำที่บุคคลปฏิบัติจริงขึ้นอยู่
กับเหตุการณ์เฉพาะหน้าในขณะนั้นด้วย ทำ ให้การแสดงบทบาทแตกต่างกันไป
อ้างอิง : พวงเพชร สุรัตนกวีกล (2542, หน้า 65-66) HTTP://TUMCHA.BLOGSPOT.COM
ผู้บริหารแบบทฤษฎี X เชื่อว่า ทฤษฎี X และทฤษฎี Y
1. มนุษย์โดยทั่วไปไม่ชอบการทำงาน และพยายามหลีกเลี่ยงงานถ้า
สามารถทำได้
2. เนื่องจากการไม่ชอบทำงานของมนุษย์ มนุษย์จึงถูกควบคุม บังคับ หรือ
ข่มขู่ให้ทำงาน ชอบให้สั่งการและใช้วิธีการลงโทษ เพื่อให้ใช้ความพยายามได้
เพียงพอ และบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ
3. มนุษย์โดยทั่วไปพอใจกับการชี้แนะ สั่งการหรือการถูกบังคับ ต้องการ
หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ มีความทะเยอทะยานน้อย และต้องการความมั่นคง
มากที่สุด ผู้บริหารตามทฤษฎี X จึงต้องสร้างแรงจูงใจโดยการข่มขู่ และลงโทษ
เพื่อทำให้ลูกน้อง ใช้ความพยายามให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายของ
องค์การ
ผู้บริหารแบบทฤษฎี Y เชื่อว่า ทฤษฎี X และทฤษฎี Y
1. การทำงานเป็นการตอบสนองความพอใจ
2. การข่มขู่ด้วยวิธีการลงโทษไม่ได้เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการจูงใจให้คนทำ
งาน บุคคลที่ผูกพันกับการบรรลุถึงความสำเร็จ ตามเป้าหมายขององค์การ จะมี
แรงจูงใจด้วยตนเองและควบคุมตนเอง
3. ความผูกพันของบุคคลที่มีต่อเป้าหมายขึ้นอยู่กับรางวัล และผลตอบแทน
ที่พวกเขาคาดหวังว่าจะได้รับเมื่อเป้าหมายบรรลุถึงความสำเร็จ
4. ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการทำงาน เป็นการจูงใจให้บุคคล
ยอมรับและแสวงหาความรับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำ งาน
อ้างอิง : https://www.gotoknow.org/posts/448611na
สรุปสิ่งที่ได้รับ
จากการศึกษาในครั้งนี้
สรุปสิ่งที่ได้รับจากการศึกษาในครั้งนี้
ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีบทบาท ภาวะผู้นำ ในการบริหารสถานศึกษา
ได้แก่ บทบาทและภารกิจของผู้บริหาร บทบาทความเป็นนักประสานงาน และ
บทบาทความเป็นนักปฏิรูปการศึกษา บทบาทในการบริหารงานวิชาการ การ
บริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานทั่วไป รวมถึงการเป็น
ผู้นำทางเทคโนโลยี เป็นผู้กำหนดทิศทาง เป็นนักจัดองค์การ เป็นผู้แก้ปัญหา
เป็นผู้สร้างแรงจูงใจ และที่สำคัญการเป็นผู้นำทางวิชาการจึงจะทำให้นำสถาน
ศึกษาไปสู่ความสำเร็จ
ทฤษฏีทางการบริหาร คือ สิ่งที่มีผู้ปฏิบัติมาแล้วได้ผล มีหลักการและแนว
ความคิดทางทฤษฏีต่างๆ มากมาย อาทิ เช่น
1. ทฤษฎีบทบาท 5. ทฤษฎีบูรณาการทางสังคม
2. ทฤษฎีความต้องการ 5 ขั้น 6. ทฤษฎีความต้องการความสัมฤทธิ์ผล
3. ทฤษฎีจูงใจ 7. ทฤษฎี XและY
4. ทฤษฎี Z 8. ทฤษฎีวุฒิภาวะ
การนำความรู้ไปประยุกต์
ใช้ในการทำงาน
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน
ศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจแนวความคิดทฤษฏีต่างๆ ให้ลึกซึ้ง
และนำความรู้ แนวทางตามหลักการทางทฤษฎีต่าง ๆ มาบูรณาการกับการ
ทำงานในชีวิตประจำวันไปปฏิบัติให้เหมาะสม เลือกใช้ทฤษฎีที่เหมาะสมกับ
งานและเหมาะสมกับคน เพื่อให้เกิดประโยชน์องค์กร ส่งผลให้ประสบความ
สำเร็จ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป
วิชา หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา
สรุปเนื้อหา คน
ครั้งที่ 5 วันที่ 5 ก ย. .64
การ
บริหาร นางสาวณฏฐพัชร เขียวมณีนัย
รหัสนักศึกษา 6419050083
เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. จรัส อติวิทยาภรณ์
ทกาางรดแ้าบน่งจิคตนใจ
สามารถวัดจิตใจคนได้
ในการมองตัวตนเองและมองผู้อื่ น
I’M OK I’M NOT OK
มองตนเองแล้วพอใจ มองตนเองแล้วไม่พอใจ
แต่ข้อเสีย คือ คนประเภทนี้ ข้อดี คือ คนประเภทนี้
จะหยุด การพัฒนาตนเอง จะมีการพัฒนาตนเอง
และข้อเสีย คือ มีความท้อแท้ใจ
ไม่มั่นใจในตัวเอง
สามารถวัดจิตใจคนได้
ในการมองตัวตนเองและมองผู้อื่ น
YOU’RE OK YOU’RE NOT OK
มองคนอื่นในแง่ดี มองคนอื่นแล้วไม่พอดี
เป็นมิตรกับทุกคน แต่ข้อดี คือ รู้จักระมัดระวังตนเอง
แต่ข้อเสีย คือ เราวิเคราะห์จิตใจ
คนผิด จะทำร้ายตัวเราได้ จากผู้ไม่ประสงค์ดี
ข้อเสีย คือ เป็นการดูหมิ่น บุคคลอื่น
การแบ่งคนทางด้านจิตใจ
1. ยอมรับตนเอง สุขภาพจิตดี
พอใจตนเอง สุขภาพจิตเสีย
ไม่น่าคบ
2. ฉันไม่ได้เรื่องเลย มองคนอื่นดี
ทำอะไรไม่ค่อยมั่นใจตนเอง ต้องพึ่งพาเพื่อนตลอด
3. ฉันดี แต่เพื่อนไม่ดีเลย
4. ตัวเองแย่แล้ว เพื่อนก็แย่อีก ตกเหว
ข้อคิดดีๆ
ทฤษฎี"หทนฤ้ษามตฏี่ีชืาห่องน้เสารีี่ตยบ่ากางนว่ดาขวองงใจโ"จฮารี
ทฤษฎี"หทนฤ้ษามตฏี่ีชืาห่องน้เสารีี่ตยบ่ากางนว่ดาขวองงใจโ"จฮารี
เปิดเผย >>> ชื่อ ที่อยู่
จุดบอด >>> ขี้บ่น เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ
ซ่อนเร้น >>> เงินเดือน เลขบัตร ATM
ก้นบึ้งที่ล้ำลึก >>> โรคร้ายในร่างกาย
พรสวรรค์
ทฤษฎีในนี้จกะาสรอวนางใหต้ัเวรใานเปส็ันงคคมนฉลาด อแเยลว่้ขาวล้อจมทางผำอมิมงดใอหอหพง้ถงาตูลัคกหวาวตาดเ้อาอมงงดี
Wise man learn from other's mistake
Fools by their own.
คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่ น
คนโง่เรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง
ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม
(ดวงเดือน พันธุมนาวิน)
พฤติกรรมที่เกิดจากปัจจัย 8 ประการ
เปรียบเสมือนราก เปรียบเสมือนลำต้น เปรียบเสมือนดอกหรือ
ของต้นไม้ ของต้นไม้ ผลของต้นไม้
1. ความเฉลียวฉลาด 4. ทัศนคติ ค่านิยม คุณธรรม 7. มุ่งอนาคต-ควบคุมตน
2. สุขภาพจิตดี 5. เหตุผลเชิงจริยธรรม 8. ความเชื่อในอำนาจของตน
3. ประสบการณ์สูง 6. แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
ทจฤรษิยฎธีตร้นรมไม้ มนุษย์มีจิตใจและภูมิธรรมที่แตกต่างกัน
1. มนุษย์ที่มีจิตใจเป็นสัตว์ เช่น ลัดคิวซื้อของ
2. มนุษย์มีจิตใจเป็นคน เช่น การเข้าคิวซื้อของ
3. มนุษย์ที่มีจิตใจเป็นเทวดา เช่น แบ่งปันผู้อื่น
ความดีเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียว
ที่ไม่เคยทำให้ใครล้มละลาย
ทฤษฎีบุคลิกภาพของเชลดอน
บุคลิกภาพของมนุษย์จะขึ้นอยู่กับร่างกายที่ปรากฏของบุคคลนั้น
บุคลิกภาพของมนุษย์แยกเป็น 3 ประเภท
1.ผู้ที่รูปร่างอ้วนกลม ป้อม ชอบความสบาย การสังคมดี
2.ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อ แข็งแรง ชอบออกกำลังกาย จิตใจนักกีฬา
3.ผู้มีรูปร่างบอบบาง อ่อนแอ ไม่ชอบออกสังคม
ทฤษฎีเรือลอยน้ำ เรือ หมายถึง ผู้บริหาร
น้ำ หมายถึง
ผู้บริหาร ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ใต้บังคับบัญชา
จึงอาจดำรงตำแหน่งอยู่ได้ เหมือนดังเรือที่ลอยได้เนื่องจาก ผู้ใต้บังคับบัญชา
น้ำคอยรองรับ
หากน้ำไม่ปรารถนาเรือ ก็สามารถล่มเรือให้จมลงได้
เหมือนดั่งวันใดที่ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิเสธไม่ยอมรับตัวผู้
บริหาร ก็อาจร่วมแรงร่มใจคว่ำผู้บริหารคนนั้นลงจาก
ตำแหน่งได้
ข้อคิดดี ๆ
หัวละครหัวโขนที่คนใส่
เขาสมมติให้เท่านั้นนะท่านเอ๋ย
อย่าหลงลืมตัว ลืมตนกันนักเลย
พอชวดเชยก็ไม่พ้น คนคือกัน
ทฤษฎีวัวสองตัว
มนุษย์และสัตว์นั้น เมื่ออยู่ผู้เดียวเดี่ยวโดด ไม่ต้อง
แข่งขันกับผู้ใด ก็อยู่ไปตามสบาย เปรียบได้กับวัวตัวเดียว
ที่เล็มหญ้ากินโดยลำพัง ก็กินช้า ๆ แต่เมื่อเห็นวัวอีกตัว
หนึ่งเข้ามาใกล้ก็รู้สึกว่า มีคู่แข่ง เกรงหญ้าที่กินอยู่จะไม่
พอ ต้องรีบกินเป็นการใหญ่ เกิดการแข่งขันเต็มที่ มนุษย์
เราต้องการแข่งขัน เมื่อแข่งขันแล้ว ก็ต้องการเป็นผู้ชนะ
ทฤษฎีวัวสองตัว
การนำไปใช้
1.ควรมอบหมายงานคล้ายกันกับหลายกลุ่ม
2.เปรียบเทียบการปฏิบัติงาน
3.เทียบผลงาน
ผลควรเป็น4. WIN - WIN
ข้อคิดดี ๆ : แง่มุมของทฤษฎีวัวสองตัว
สุดเส้นสายปลายทางแห่งความเหงา
ยังว่างเปล่าโดดเดี่ยวและสับสน
ไม่เหลือใครร่วมทางแม้สักคน
สู้บนหนทางเปลี่ยวอย่างเดี่ยวดาย
ยามท้อแท้เหนื่อยใจหมดสิ้นหวัง
หมดกำลังต่อสู้หมดทุกสิ่ง
หมดเรี่ยวแรงหัวใจที่พักพิง
ก็มีเธอหนึ่งสิ่งพิงพักใจ
ทฤษฎีการบริหาร คน
ค้นหาความรู้เพิ่มเติม
จากแหล่งต่าง ๆ
งาน
วิธีการอ่านและวิเคราะห์จิตใจคน
ศาสตร์ในการอ่านใจคน ด้วยหลักจริต 6 ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่จะทำ ให้เรารู้แนวโน้ม
พฤติกรรมของผู้อื่นอย่างกว้าง ๆ และเพื่อให้เราเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น Dr.Dimitrius
ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทในการคัดเลือกคณะลูกขุนเข้าร่วมพิจารณาคดีดัง ๆ มากมาย ในสหรัฐ-
อเมริกา ได้เสนอหลักในการอ่านความคิด แรงจูงใจและพฤติกรรมของผู้อื่น ณ จุดเวลานั้น
เช่น อ่านคนจากน้ำเสียง, จากวิธีการพูดจา เป็นต้น แต่การอ่านความคิดมนุษย์เป็นเรื่องที่
ละเอียดสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีกรอบความคิดที่ชัดเจน เพื่อป้องกัน
ความสับสน เพราะเบื้องหลังพฤติกรรมต่าง ๆ ที่มนุษย์แสดงออกมาย่อมเกิดจากแรง
กระตุ้นที่ต่างกันไป
วิธีการอ่านและวิเคราะห์จิตใจคน
Dr. Dimitrius จึงให้หลักเกณฑ์พื้นฐาน 4 ประการ ดังต่อไปนี้
1 .มองหารูปแบบของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ พฤติกรรมซ้ำ
2.หาพฤติกรรมที่เป็นนิสัยของเขาจริง ๆ (เกิดขึ้นตามธรรมชาติ)
3.ต้องสรุปให้ได้ว่าบุคคลผู้นั้น " คบได้ " หรือ" ไม่น่าคบ "
4.มองหาจุดแตกต่าง
อ้างอิง : http://www.drboonchai.com
การทสฤร้ษางฎีคหวน้าามต่สาัมงพโจันฮธา์รกีักบับผู้อื่ น
1. ตนที่เปิดเผย (The Open Self) เป็นตนที่ตัวเองรู้และคนอื่นรู้ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ตน
เปิดเผย ซึ่งแต่ละบุคคลจะเปิดเผยตนโดยผันแปรไปตามเวลาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง บาง
เวลาอาจจะเปิดเผยตนมากกว่าอีกเวลาหนึ่ง แต่ถ้ าเปิดเผยตนแล้ว ได้รับความเจ็บปวด
บุคคลจะปิดมากกว่าปกติ ในทำนองเดียวกัน ถ้าตนมีความรู้สึกสบายและได้รับการยอมรับ
จะมีการเปิดเผยตนมากขึ้นขนาดของตนที่เปิดเผยจะมีความสัมพันธ์ กับความใกล้ชิดของ
บุคคล และความแตกต่างระหว่างบุคคล อย่างไรก็ดี คนส่วนมากจะเปิดเผยตนกับบางคน
ในบางเรื่อง และบางโอกาสเท่านั้น
การทสฤร้ษางฎีคหวน้าามต่สาัมงพโจันฮธา์รกีักบับผู้อื่ น
2. ตนที่บอด (The Blind Self) เป็นตนที่ตัวเองไม่รู้แต่คนอื่นรู้ คนบางคนมีตนที่บอด
นี้ใหญ่จนไม่เห็นความผิดพลาดของตัวเอง และบางครั้งคิดว่าเป็นความดีด้วยซำ้ไป วิธี
เดียวที่จะลดขนาดของตนที่บอดก็ด้วยการแสวงหาข้อมูลในส่วนที่คนอื่นมี แต่เราไม่มี
แม้ว่ าขนาดของส่วนที่บอดจะลดลง ก็ไม่ได้หมายความว่า ตนจะเห็นในส่วนนี้เท่า ๆ กับ
คนอื่น การบังคับให้ตนและบุคคลอื่นรู้เท่า ๆ กัน จะทำ ให้เกิดความเจ็บปวด เพราะเกิด
การลงโทษตัวเอง เกิดความอิจฉาริษยา และตั้งข้อรังเกียจ หากไม่มีความพร้อมทาง
จิตใจ
การทสฤร้ษางฎีคหวน้าามต่สาัมงพโจันฮธา์รกีักบับผู้อื่ น
3. ตนที่ซ่อนเร้น (The Hidden Self) เป็นตนที่ตัวเองรู้แต่คนอื่นไม่รู้ เป็นส่วนที่ตนเก็บ
ไว้เป็นความลับสุดโต่งของตนที่ซ่อนเร้น คือ ปิดมากเกินไป จะไม่บอกอะไรเลย คือ
มีความรู้เกี่ยวกับตนมาก แต่ปฏิเสธที่จะพูดออกมาให้คนอื่นรู้
4. ตนที่ไม่รู้ (The unknown Self) เป็นส่วนที่ตนเองและคนอื่นไม่รู้ คือ ไม่รู้ว่ามีลักษณะ
นั้น ๆ อยู่ในตน เป็นลักษณะที่ปรากฎอยู่ภายใน ซึ่งอาจจะเป็นความคิด ความเชื่อ ฯลฯ
แต่สามารถรู้ได้จากการใช้ยา การสะกดจิต การทด และการฝัน
อ้างอิง รศ ดร ไพศาล ไกรสิทธิ์: . . HTTP://PAISARNKR.BLOGSPOT.COM
ทฤษฎีการสร้างมนุษยสัมพันธ์
การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่ นจะช่วยให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันในสังคม
ได้อย่างมีความสุข เกิดความร่วมมือซึ่งกันและกัน ทำให้ประสบความสำเร็จในการดำรง
ชีวิต โดยนักจิตวิทยาได้คิดค้นทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างมนุษยสัมพันธ์ไว้ ดังนี้
ทฤษฎีวัวสองตัว (TOW COW THEORY)
ตามธรรมชาติของมนุษย์และสัตว์ได้อยู่คนเดียวจะไม่มีแรงกระตุ้นให้เกิดความ
รู้สึกอยาก แข่งขัน ทำให้รู้สึกเฉื่อยชาและเกียจคร้านเปรียบเสมือนวัวตัวเดียวที่ยืนเล็ม
หญ้าอยู่ตามลำพัง ซึ่งจะยืนเคี้ยวเอื้องช้า ๆ ไม่รีบร้อน แต่ถ้ามีวัวอีกตัวนึงเข้ามากิน
หญ้าในบริเวณนั้น วัวตัวนั้นที่ยืนอยู่ก่อนจะแสดงอาการรีบร้อนทันทีเพื่อแข่งขันกับวัว
ตัวใหม่ เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องการ แข่งขันและต้องการที่จะเป็นผู้ชนะ
อ้างอิง : HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/SITE/KARPHATHNA104/
สรุปสิ่งที่ได้รับ
จากการศึกษาในครั้งนี้
จากความรู้ที่เรียนมาข้างต้น พอจะสรุปเป็นองค์ความรู้ของตนเอง
ได้ในหลายมิติ แต่สิ่งที่สำคัญ คนเราจะต้องรู้จักตนเองให้ดี ก
่อนที่จะ
รู้จักผู้อื่น การรู้จักประเมินตนเองและผู้อื่น รู้จักลักษณะนิสัยของผู้อื่น
รู้จักเดาใจผู้อื่นให้เป็น เปรียบเสมือนการที่เป็นผู้บริหารจะต้องเดาใจและ
รู้ใจผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างไร อ่านใจคนให้ออก ตลอดจนถึง การ
มองโลกในแง่ดี ในมุมมองการเป็นผู้บริหา
รจะต้องศ
ึกษาและนำหล
ักการ
ทางทฤษฎีต่าง ๆ มาใช้เป็นแนวทางในการบริหาร เช่น ทฤษฎีหน้าต่างสี่
บาน ทฤษฎีหน้าต่างดวงใจ ทฤษฎีจริยธรรม ทฤษฎีบุคลิกภาพ ทฤษฎี
เรือลอยน้ำ ทฤษฎีวัวสองตัว ทั้งนี้ทฤษฎีต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมมี
ความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผู้บริหารที่ดีควรเลือกใช้หรือประยุกต์ตาม
ความเหมาะสม หรือตามสถานการณ์นั้น ๆ
การนำความรู้ไปประยุกต์
ใช้ในการทำงาน
1.การเป็นผู้บริหารต้องใช้หลักการด้านจิตวิทยาในการบริหารงาน
ในสถานศึกษา รู้จักวิเคราะห์ตนเองและผู้อื่น การพูดเพื่อรักษ
าน้ำใจต่อ
เพื่อนร่วมงาน การวางตัวเป็นแบบอย่างผู้นำที่ดี เพื่อสร้างความน่าเชื่อ
ถือให้ผู้อื่น หรือผู้ใต้บังคับบัญชา
2.ผู้บริหารที่ดีต้องนำหลักการทฤษฎีต่าง ๆ มาปรับใช้ในการสร้าง
แรงจูงใจ การแข่งขัน การทำงาน เพื่อให้ได
้ผลงานที
่มีประสิทธิภาพ
โดย
ยึดหลักการบริหารงานด้วยความยุติธรรมเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งใน
องค์กร
3.ผู้บริหารที่ดีต้องมีคุณธรรม จริยธรรมในตัวเอง เป็นแบบอย่าง
ที่ดีให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ความเคารพ และรู้จักจัดการอารมณ์ การ
ควบคุมอารมณ์ การหยั่งรู้จิตใจผู้อื่น
วิชา หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา
สรุปเนื้อหา
ครั้งที่ 6 วันที่ 19 ก.ย.64
นางสาวณฏฐพัชร เขียวมณีนัย
รหัสนักศึกษา 6419050083
เสนอ รองศาสตราจารย์ ดร. จรัส อติวิทยาภรณ์