The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทความวิชาการประกอบผลงานสร้างสรรค์ 2021

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บทความวิชาการประกอบผลงานสร้างสรรค์ 2021

บทความวิชาการประกอบผลงานสร้างสรรค์ 2021

37 หุ่นไล่กา Hun-Lai-Ka (Straw man) คธาวุธ จุลทุม, Khatawut Julatum ที่อยู่: วิทยาลัยช่างศิลป ถนนหลวงพรต เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520, Address: College of Fine Arts, 60 Luangprot Rd., Ladkrabung, Bangkok, 10520, Thailand E-mail: [email protected] บทคัดย่อ วิถีชีวิตและความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน สร้างให้เกิดวัฒนธรรมหรือประเพณีขึ้นตามแต่ละ พื้นที่ การด ารงชีวิตในวิถีพื้นบ้านของชาวนา เกิดขึ้นจากการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การเรียนรู้ เข้าใจ และปรับตัว ให้อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม “หุ่นไล่กา” ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในวิถีการด ารงชีวิตของชาวนา ข้าพเจ้าเกิดความประทับใจในวิถีการด ารงชีวิตของชาวนา และได้น ามาเป็นแรงบันดาลใจในการ สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมในรูปแบบศิลปะเครื่องปั้นดินเผาบนภาชนะ (Pottery Art) โดยมีเรื่องราวที่ สัมพันธ์กับท้องนาและวิถีชีวิตในชนบท โดยอาศัยรูปทรงของ หุ่นไล่กา และ ภาชนะ (กาน้ า) ผสมผสานให้เกิด รูปทรงใหม่และตกแต่งลวดลายด้วยน้ าดินสี(Engobe) และเทคนิคขูดขีด (Sgraffito) ท าให้เกิดเรื่องราว ความงามและและความสมบูรณ์บนตัวชิ้นงาน เคลือบอุณหภูมิ 1,150 องศาเซลเซียส ค าส าคัญ: วิถีชีวิต, ภาชนะ, ดินสี Abstract Way of life and beliefs that have been with Thai people for a long time created culture or tradition in each area. A Living in the traditional way of farmers arising from living together with nature, learning, understanding and adapting to coexist with the environment. "Hun-Lai-Ka (Straw man)" is a symbol of farmer’s' livelihoods. I was impressed with the farmer’s way of life and has bring it to be an inspiration for the creation of ceramic sculptures in the form of pottery art with stories related to rice fields and rural life By using the shape of straw man and pottery (kettle). Combined to create a new shape and decorated with Engobe and technique Sgraffito technique, create a story of beauty and authentic on the workpiece. Ceramic firing temperature 1,150 degrees Celsius. Keywords: Way of life, Pottery, Engobe


38 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา วิถีชีวิตและความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน สร้างให้เกิดวัฒนธรรมหรือประเพณีขึ้นตามแต่ละ พื้นที่ การด ารงชีวิตในวิถีพื้นบ้านของชาวนา เกิดขึ้นจากการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การเรียนรู้ เข้าใจ และปรับตัว ให้อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม “หุ่นไล่กา” ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในวิถีการด ารงชีวิตของชาวนา มีประเพณี ความเชื่อที่แฝงอยู่รวมกับประโยชน์ใช้สอยของหุ่นไล่กา ที่สร้างขึ้นเลียนแบบมนุษย์ ปักไว้ในไร่นาเพื่อให้นกที่จะ มาจิกกินพืชผลตกใจกลัว เปรียบเสมือนเป็นผู้ดูแลไร่นา พืชพันธุ์ และชีวิตของชาวนา จากข้างต้นที่กล่าวมาหุ่นไล่กา วิถีชีวิต และความเชื่อ ที่อยู่ในพื้นที่ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งชีวิต ของชาวนา ข้าพเจ้าได้เล็งเห็นถึงความงามในความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิต สัญลักษณ์และภาชนะ จึงน ามาเป็น แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา (Pottery art) เพื่อแสดงออกถึง สัญลักษณ์แห่งวิถีชีวิตของชาวนาตามเอกลักษณ์เฉพาะตน 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง วิธีชีวิตของชาวนาและ การอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม ประทับใจในรูปทรง ของหุ่นไล่กา ภาชนะ ทัศนียภาพ สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม ในรูปแบบเครื่องปั้นดินเผา แสดงออกถึง วิถีชีวิตของชาวนา สิ่งแวดล้อม หุ่นไล่กา ในรูปแบบการสร้างสรรค์ ศิลปะภาชานะเครื่องเคลือบดินเผา ตามเอกลักษณ์เฉพาะตน


39 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 1. ศึกษาค้นคว้าข้อมูล วิเคราะห์รูปร่างรูปทรง ของหุ่นไล่กา กาน้ า ภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา ทัศนียภาพและสภาพแวดล้อมในชนบท 2. ขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมเครื่องเคลือบดินเผาแนวคิดจากหุ่นไล่กา 2.1 แบบร่างสองมิติ (sketch) 2.2 ทดลองดินสี เพื่อใช้ในการเอนโกบดินสี (Engobe decorating slip) 2.3 สร้างสรรค์แบบร่างสามมิติ 4. วิเคราะห์ผลงานในการสร้างสรรค์ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา หุ่นไล่กา ในการสร้างสรรค์แสดงออกด้วยทัศนธาตุ จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เขียนอาศัย รูปร่างรูปทรงจากกาน้ า และหุ่นฟาง สร้างให้เกิดรูปทรง ใหม่ ใช้เทคนิค ดินสี และขูดขีด ลงบนชิ้นงานให้เกิดภาพที่สัมพันธ์กับชิ้นงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น แสดงออกถึง ทัศนียภาพของวิถีของชาวนา หุ่นไล่กา ในรูปแบบของศิลปะบนภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา (Pottery art) เส้น ใช้เส้นภายนอก ในรูปทรงคล้ายคนถือเคียว ตัดทอนให้อยู่ในรูปทรงของกาน้ า แสดงถึงการอยู่ร่วมกัน ใช้เส้นบนชิ้นงาน (ขูดขีดบนน้ าดินสี) แสดงออกถึงทัศนียภาพ เรื่องราวที่สัมพันธ์กับเส้นภายนอก ให้เกิดมิติ และสุนทรียภาพ สี ใช้เทคนิคการเอนโกบโดยใช้เนื้อดินสีขาวผสมดินแดง แสดงถึง บรรยายกาศจากไร่นาในชนบท เช่น สี จากดิน ไม้ ฟาง ชีวิต พื้นที่ว่าง พื้นที่ว่างในบริเวณคล้ายหูจับของกาน้ าได้ถูกแทนที่โดยการเพิ่มส่วนที่เป็นหัวของช้าง ท าได้เกิดพื้นที่ สัมพันธ์ ระหว่างเส้น เรื่องราวและพื้นที่ว่าง


40 ภาพที่ 1 หุ่นไล่กา เทคนิค ขึ้นรูปด้วยมือ, ดินเอิร์ธเทิร์นแวร์, เอนโกบ 1,150 องศาเซลเซียส ขนาดสูง 60 x 45 เซนติเมตร ปีพ.ศ. 2563 ที่มา: ผู้เขียน 5. สรุป การสร้างสรรค์งานผลงานในชุดนี้พบปัญหาในการสร้างรูปทรงคือ ดินที่ใช้มีการหดตัวสูง มีความพรุนตัว และแห้งไว ท าให้เกิดข้อจ ากัดเรื่องเวลาและการขึ้นรูปในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน วิธีการแก้ปัญหา คือ ท างานใน พื้นที่ปิดเพื่อควบคุมความชื้นของดินให้มีความสม่ าเสมอ เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ. กรุงเทพมหานคร:อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจ ากัด (มหาชน)


41 บันทึกหมายเลข 20.20 20.20 จตุรพร เทวกุล, Chaturaporn Devakula สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ประเทศไทย, Bunditpatanasilpa Intitute. Thailand. E-mail: [email protected] บทคัดย่อ อัตลักษณ์ เป็นลักษณะเฉพาะของบุคคล ความแตกต่างนี้มีอยู่ในตัวเราในระดับยีนที่ถ่ายทอดมาจาก บรรพบุรุษ เช่น รูปร่าง หน้าตา สีผิว พื้นนิสัยที่ติดตัวมาแต่ก าเนิด นอกจากนี้ปัจจัยแวดล้อม เช่น การอบรม เลี้ยงดูสภาพแวดล้อม ยังมีผลกับการหล่อหลอมบุคลิกภาพของแต่ละคนตามช่วงวัยอีกด้วย สภาพแวดล้อมของเด็กก่อนวัยเรียนคือครอบครัว ซึ่งมีส่วนส าคัญในการปลูกฝังรากฐานความคิด ทัศนคติค่านิยม พฤติกรรม เมื่อถึงวัยเรียน สังคมของเด็กกว้างขึ้น ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมโรงเรียน มี กฎระเบียบทางสังคม และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้ประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย ที่จะท าให้อัตลักษณ์ชัดเจน ยิ่งขึ้น ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะของการบันทึกประสบการณ์ อันเป็นปัจจัยที่สร้างอัตลักษณ์ในลักษณะของการผสานกันอย่างกลมกลืน กระบวนการสร้างสรรค์เริ่มจากค้นคว้าปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างบุคลิกภาพทางวิชาการ เพื่อท าความ เข้าใจเหตุแห่งการแสดงออกทางพฤติกรรม จากนั้นจึงค้นหารูปทรง พื้นผิวของสิ่งที่สามารถเชื่อมโยง และสื่อถึง การบันทึกการแสดงออกถึงตัวตน ผลของการสร้างสรรค์ผลงาน สามารถแสดงออกถึงการบันทึก จากการสร้างร่องรอยบนพื้นผิวของ ผลงาน นอกจากนี้ยังสะท้อนลักษณะของการได้รับถ่ายทอดทางพันธุกรรม และจากสภาพแวดล้อม หลอม รวมกันจนกลายเป็นอัตลักษณ์ ค าส าคัญ: บันทึก, ประสบการณ์, พื้นผิว, อัตลักษณ์


42 Abstract Personal identity is the individual differences, not only physical appearances but also in characteristic patterns of thinking, feeling and behaving. It keeps us unique and distinguishes us from everyone else. It evolves from biological and environmental factors. The topic of my work is about personal identity that inspired by my children’s reaction to some situation in daily life. The creative methods were searching the factors of personality that effect to react behavior. Searching for forms and textures that could refer to the identity of a person. The conclusion of The art work could represent the gathering of personal characters as a journal. The texture was used to display the identity that derived from both family and environment. Keywords: Journal, Experience, Identity, Texture 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา จุดเริ่มต้นแนวความคิดในการสร้างสรรค์เกิดจากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของลูก น าไปสู่ความสนใจใน เรื่องของอัตลักษณ์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสิ่งบ่งบอกลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น บุคลิก ลักษณะนิสัย ท าให้ สามารถแยกความแตกต่างระหว่างตัวเรากับคนอื่นๆ ซึ่งที่มาของบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลนั้นส่วนหนึ่งได้รับ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม อีกส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู ในส่วนที่ได้รับจาก สภาพแวดล้อมนี้เองที่จะพัฒนาไปตามประสบการณ์สะสมเพิ่มพูนขึ้นในทุกๆ วัน ประสบการณ์จากสภาพแวดล้อมเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการก าหนดอัตลักษณ์ ส าหรับเด็กก่อนวัย เรียนนั้น เริ่มต้นมาจากการอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวที่มีส่วนส าคัญอย่างมากในการปลูกฝังรากฐานความคิด ทัศนคติความประพฤติซึ่งแต่ละครอบครัวจะมีวิธีการอบรมที่แตกต่างกันออกไป ความแตกต่างในรายละเอียด ของแต่ละครอบครัวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างบุคลิกลักษณะนิสัยของเด็ก เมื่อเข้าสู่วัยเรียน สังคมของเด็กกว้าง ขึ้น ได้เรียนวิชาความรู้จากโรงเรียน มีเพื่อนทั้งวัยเดียวกัน และต่างวัย เกิดการเรียนรู้จดจ า สู่การคิดวิเคราะห์ ผสมผสานประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับมา และแสดงออกในแบบของตนเอง การแสดงออกทางพฤติกรรม ค าพูด ท าให้สัมผัสได้ถึงบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย ของแต่ละบุคคล และ ท าให้ทราบถึงการผสมผสานประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับมา การแสดงออกในมุมมองความคิดของตนเอง ยิ่งท า ให้บุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์นั้นเด่นชัดเพิ่มขึ้น การสร้างสรรค์ผลงานในชุดนี้จึงแสดงออกเกี่ยวกับเรื่องการผสมผสานประสบการณ์ที่ได้รับมา พิจารณา คัดสรร สะสม และหลอมรวมกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์


43 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง บุคลิกภาพของแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกันเป็นปัจเจกนั้นอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เช่น รูปร่างหน้าตา สีผิว กับอีกส่วนหนึ่งคือสิ่งที่อยู่ภายใน เช่น ความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ ค่านิยม บุคลิกภาพเกิดจากการได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ บรรพบุรุษ อีกส่วนหนึ่งได้รับมาจาก สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดูจากวัยเด็กค่อยๆ เรียนรู้สิ่งใหม่เพิ่มเติมในทุกๆ วัน เป็นประสบการณ์ที่จะเปิด โอกาสให้เราได้เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การเก็บข้อมูลภาพถ่ายรูปทรง พื้นผิวในลักษณะต่างๆ จากสิ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการด าเนินชีวิตใน แต่ละวัน ที่สามารถสื่อถึงการบันทึกเรื่องราว ประสบการณ์ความรู้สึกนึกคิด ภาพที่1 ข้อมูลภาพถ่าย ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ การเก็บข้อมูลพื้นผิวในลักษณะต่างๆ โดยใช้ดินเป็นวัตถุดิบในการกดประทับร่องรอย ขั้นตอนในการ ท างาน เริ่มจากการท าดินให้เป็นแผ่นที่มีความหนาพอประมาณ น าไปวางบนต้นแบบตรงบริเวณพื้นผิวที่ต้องการ ใช้นิ้วกดให้ทั่วบริเวณ ไล่ความหนาให้เสมอกัน จากนั้นน าไปประกอบรูปทรงให้สมบูรณ์น าไปเผาดิบ หรือเผา แกร่งให้ดินคงตัวเพื่อใช้เป็นแม่พิมพ์ในการสร้างผลงาน ภาพที่2 ข้อมูลพื้นผิว ที่มา: ผู้สร้างสรรค์


44 การขึ้นรูปทรงของผลงาน เป็นการใช้เทคนิคการขึ้นรูปด้วยมือที่ผสานหลากหลายเทคนิคเข้าด้วยกัน คือ ใช้วัตถุต้นแบบกดประทับร่องรอย ใช้พิมพ์ดินเผาที่ท าเตรียมไว้การบีบดินเป็นรูปทรงมาประกอบกัน การเพิ่ม พื้นผิวในลักษณะต่างๆ เช่นการหยด การท าให้เกิดฟอง การวางองค์ประกอบของลักษณะพื้นผิวเป็นการใช้ พื้นผิวที่แตกต่างกันหลายชนิดให้อยู่ด้วยกันอย่างผสานกลมกลืน โดยสร้างงานในลักษณะของการเพิ่มพื้นผิวทับ ซ้อนกันทีละชั้น ภาพที่3 ผลงาน “20.20” ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน 1. แนวความคิดในการสร้างสรรค์สิ่อถึงบุคลิกลักษณะของบุคคลที่ส่วนหนึ่งได้รับการถ่ายทอดจากพ่อ แม่ และอีกส่วนหนึ่งได้รับมาจากสภาพแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู โดยในผลงานชุดนี้ได้ให้ความส าคัญกับ ประสบการณ์ที่จะสั่งสม ผ่านการคัดสรร และหล่อหลอมเป็นอัตลักษณ์ในแต่ละบุคคล 2. รูปแบบของผลงานแสดงถึงการบันทึกประสบการณ์โดยใช้การกดประทับให้เกิดพื้นผิวหลายลักษณะ ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ใช้การผสานกลมกลืนเกิดความเป็นเอกภาพ องค์ประกอบของพื้นผิวทั้งหมดถูกก าหนดให้ อยู่บนรูปทรงอินทรียรูป ผิวเรียบเนียน เพื่อขับเน้นให้บริเวณพื้นผิวของผลงานเด่นชัดขึ้น รูปทรงและพื้นผิว โดยรวมให้ความรู้สึกถึงสิ่งมีชีวิต ความเป็นธรรมชาติสามารถเติบโต พัฒนาได้ 3. ดินเป็นวัตถุดิบที่สนับสนุนแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ได้เป็นอย่างดีเนื่องจากสามารถ บันทึกร่องรอย พื้นผิวของวัตถุที่กดประทับ รวมถึงลายนิ้วมือของผู้สร้างงาน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เทคนิค อื่นๆ เพื่อสร้างพื้นผิวในหลายรูปแบบ สามารถทับซ้อน ผสานกันได้นอกจากจะใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานแล้ว


45 ยังสามารถใช้ผลงานที่สร้างขี้นนี้ท าหน้าที่เป็นแม่พิมพ์โดยใช้กดประทับให้เกิดร่องรอยสร้างผลงานในขั้นต่อไป ได้อีก ท าให้เกิดลักษณะ positive – negative ถ่ายทอดกันไปในแต่ละขั้น 4. เทคนิคในการสร้างผลงานใช้วิธีการขึ้นรูปด้วยมือ ขั้นตอนการกดดิน นิ้วมือจะสัมผัสได้ถึงรูปทรง พื้นผิวของวัตถุต้นแบบผ่านเนื้อดิน ขณะเดียวกันนิ้วมือที่กดลงไปยังท าให้เกิดรอยนิ้วมือบนพื้นผิวของงาน ขณะที่ปฏิบัติงานนั้นเป็นช่วงเวลาที่ได้จดจ่อกับการพิจารณารายละเอียดของวัตถุตั้งแต่ก่อนการกดประทับ ขณะกดดินเพื่อเก็บร่องรอย และในการกดนิ้วมือลงบนผิวดิน 5. สรุป ผลที่เกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ คือการซาบซึ้งถึงคุณค่าของทุกๆ ประสบการณ์ แม้จะเป็น ช่วงเวลาอันยากล าบาก เป็นประสบการณ์ที่ท าให้เกิดทุกข์แต่ทุกประสบการณ์ได้ให้ข้อคิด ให้เราได้เรียนรู้ได้ คติเตือนใจ ได้พิจารณาความเชื่อมโยงกันของสิ่งที่ได้เรียนรู้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบความคิด และ ยกระดับจิตใจ สิ่งส าคัญอยู่ที่ต้องประเมินด้วยความเป็นจริง ยอมรับในข้อด้อยของตนเอง เพื่อจะได้แก้ไข ปรับเปลี่ยน และน าไปสู่การพัฒนา หากไม่ตระหนักรู้ในปัญหา ประเมินตนเองสูงเกินไปจะมองข้ามปัญหา หรือหากประเมิน ต่ าจนเกินไป ก็จะปิดกั้นตัวเองและคิดว่าไม่มีความสามารถพอที่จะท าให้ดีขึ้นได้ เอกสารอ้างอิง ภัทรยา เมธาพร. (2554). สารานุกรมพฤติกรรมเด็กเพื่อตรวจสอบและพัฒนา IQ & EQ. กรุงเทพฯ : มายิก มนรดา ฉัตราธรรม. (2555). พ่อแม่สอนให้หนูรู้จักคิด. กรุงเทพฯ: วิทยสถาน ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2553). จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศศิลักษณ์ ขยันกิจ, บุษบง ตันติวงศ์. (2559). การประเมินอย่างใคร่ครวญต่อเด็กปฐมวัย : แนวคิดและการ ปฏิบัติเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อลิซาเบ็ท เวเกิล เขียน ; วาจาสิทธิ์ ลอเสรีวานิช แปล. (2549). เกิดมาต่างกันเลี้ยงดูฉันอย่างเข้าใจ = Enneagram of parenting. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง


46 ศรัทธาสะท้อนจิตวิญญาณ Reflection of Faith จริยา ธรรมบุญ, Chariya Dharmaboon วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ถนนหลวงพรต แขวง/เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 College of Fine Arts , Bunditpatanasilpa Institute Loungprot road, Ladkrabang District Bangkok. Thailand E-mail: [email protected] บทคัดย่อ งานวิจัยสร้างสรรค์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดมุมมองในรูปแบบของการถ่ายภาพด้วยเทคนิคการถ่าย ภาพเงาสะท้อน (Reflection) เพื่อน าเสนอถึงความยิ่งใหญ่และความอลังการของสถาปัตยกรรมในศาสนาที่ถูกสร้าง ขึ้นมาเพราะความเชื่อความศรัทธาของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งที่เขาเคารพบูชามาตั้งแต่ในอดีตและสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ภาพ Reflection เป็นภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ที่สร้างความแปลกตา โดยมีปัจจัยส าคัญคือรูปทรงของวัตถุ พื้นผิวของ ส่วนที่เป็นเงาสะท้อนนั้น ทิศทางของแสง และต าแหน่งของผู้ถ่ายภาพ ซึ่งผู้วิจัยสร้างสรรค์ได้พบกับจังหวะที่ลงตัวกัน พอดีของปัจจัยดังที่กล่าวมา ท าให้ได้ภาพที่สามารถมองได้ทั้ง 2 แบบ คือตัวภาพสถาปัตยกรรมจริงและตัวภาพที่ เป็นเงาสะท้อนที่เกิดความสมดุลกันทั้งภาพ ค าส าคัญ: ภาพเงาสะท้อน, ความศรัทธา, จิตวิญญาณ Abstract This creative research is aimed at to convey perspectives in the form of photography with the technique of reflection photography (Reflection). To present the grandeur of architecture in a religion that was created because of human faith and belief in what he has worshiped in the past to the present. Reflection images are therefore creative photographs that are unusual. With an important factor is the shape of the object, surface of the reflection part, direction of light and position of the photographer. Which the creative researcher found with the rhythm that perfectly matched the aforementioned factors. Resulting in an image that can be viewed in both types are the actual architecture and the reflection in the balance. Keywords: Reflection, faith, spirituality


47 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ภาพเงาสะท้อนหรือ Reflection เป็นภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ที่สร้างความแปลกตา และสร้างความ น่าสนใจให้กับภาพถ่ายปกติทั่วไปได้ดีมากขึ้น สิ่งส าคัญที่ท าให้ภาพถ่ายเงาสะท้อนนั้นน่าสนใจ อยู่ที่รูปทรงของวัตถุ และพื้นผิวของส่วนที่เป็นเงาสะท้อน เช่น น้ า กระจก หรือโลหะ รวมทั้งทิศทางของแสง และต าแหน่งที่เราถ่ายภาพ ล้วนเป็นส่วนส าคัญในการถ่ายภาพแบบ Reflection ภาพเงาสะท้อนที่ดีนั้นจะช่วยสร้างอารมณ์ในภาพให้มีมาก ยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะภาพทางสถาปัตยกรรม, ภาพแสงไฟยามค่ าคืน หรือการจับจังหวะภาพของเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่ง ในการถ่ายภาพเงาสะท้อนนั้นผู้สร้างสรรค์จะต้องมองหาสถานที่ที่มีพื้นผิวที่สามารถสะท้อนเงาที่ตก ลงไปได้ เช่น น้ า หรือวัตถุที่มีพื้นผิวเรียบ ในแอ่งน้ าขังหลังฝนตก หรือกระจกที่สะท้อนภาพ จะมีเงาสะท้อนของ วัตถุที่หลากหลายปรากฏอยู่ ในบางครั้งอาจจะไม่จ าเป็นที่เงาสะท้อนนั้นจะต้องเรียบแบน หรือสะท้อนภาพที่เห็น เหมือนจริงทุกประการ ลวดลายและการบิดเบือนที่เกิดจากพื้นผิวที่สะท้อนที่เปลี่ยนแปลงนั้นก็ให้ความน่าสนใจใน ภาพได้ ผู้ถ่ายภาพนอกจากจะต้องมีทักษะความช านาญในการถ่ายภาพแล้วยังต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการหา จังหวะ หามุมในการจับภาพสะท้อนนั้นเพื่อจะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ออกมา 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เทคนิคการถ่ายภาพสะท้อนน า - FINDING A REFLECTION มองหามุมหรือเงาสะท้อนในภาพ : การหามุม หรือเงาสะท้อน ส่วนใหญ่ มักจะเป็นพื้นถนนที่มีน้ าเป็นแอ่งอยู่ หรืออาจจะเป็นเงาของกระจก เงาสะท้อนต่าง ๆ เพื่อท าให้ภาพนั้นดูน่าแปลก ตาขึ้นมา หลังจากนั้นเริ่มสร้างเรื่องราวในนั้นต่อไป - พื้นผิวที่เปียกหรือเงา : พื้นผิวที่เปียกก็มักมีเงาสะท้อนอยู่ ตัวอย่าง เช่น บ่อน้ า เมื่อมีแสงกระทบไปที่น้ าก็ จะเกิดภาพสะท้อนได้ หรือทางเท้าที่มีน้ าขังอยู่แล้วมีแสงไฟที่ถนนส่องลงมาก็ท าให้สามารถเห็นเงาสะท้อนได้ การตั งค่าเพื่อถ่ายภาพเงาสะท้อน - การตั้งค่าอุปกรณ์การถ่ายภาพขึ้นอยู่กับสถานการณ์ การถ่ายภาพ Landscape กรณีที่จะถ่ายภาพ สะท้อนน้ า อาจจะใช้การเปิดรูรับแสง F/16 เพราะต้องการคุมระยะชัดลึกให้ทั่วทั้งภาพ หรืออาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ นอกจากนี้การถ่ายภาพให้นิ่งอาจจะต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่น้อยลงเพื่อให้ได้ภาพเงาสะท้อนที่ชัดเจนบนผิวน้ า - การเตรียมตัวและเวลาที่เหมาะสม : ถ่ายภาพเงาสะท้อนที่ดีควรเลือกช่วงเวลา Twilight หรือช่วยก่อน ดวงอาทิตย์ขึ้น และก่อนดวงอาทิตย์ตก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นิยมถ่ายภาพ Landscape กัน เพราะจะท าให้ได้ภาพเงา สะท้อนที่มีสีสันของท้องฟ้าได้เป็นอย่างดี - การจัดองค์ประกอบภาพให้น่าสนใจ การจัดองค์ประกอบภาพถือว่าเป็นเรื่องส าคัญมากส าหรับการ ถ่ายภาพทุกแบบ เป็นพื้นฐานส าหรับการสร้างจุดสนใจให้กับภาพ และสามารถดึงดูดสายตาของผู้ชมได้


48 - มองหาจุดที่จะสร้างความน่าสนใจในภาพ : ก่อนอื่นจะต้องมองหาจุดที่จะสร้างความน่าสนใจให้ได้ก่อน เช่น เรื่องราวในภาพ หรือรายละเอียดที่จะเสริมเรื่องราวให้สวยงามได้ด้วยซึ่งเป็นสิ่งจ าเป็นมาก 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ในการสร้างสรรค์นี้ผู้วิจัยเลือกใช้กระบวนการแบบการวางจุดสมดุลของภาพ (BALANCE ELEMENT AND SYMMETRY) ในการถ่ายภาพโดยใช้การวางจุดตัดของกฎจุดตัดเก้าช่องก็ยังไม่พอ ยังต้องค านึงถึงน้ าหนักของภาพ ด้วย ซึ่งหลักการจัดภาพให้ดูสมดุลก็มีหลายวิธี ตั้งแต่การจัดความสมดุลให้มีความสมมาตร หรือการจัดสมดุลด้วยสี นอกจากนี้ยังมีการจัดความสมดุลเชิงความคิด (Concept Balance) ด้วย ขั้นตอนในการถ่ายภาพสะท้อนของแหล่งน้ า 1. ค้นหาแหล่งน้ า 2. ลดระดับสายตาเพื่อมองหาภาพสะท้อนต่างๆ 3. โฟกัสอย่างเหมาะสม ขั นตอนที่ 1: ค้นหาแหล่งน้ าเพื่อถ่ายภาพสะท้อนเล่าเรื่องราว ซึ่งแหล่งน้ าขนาดใหญ่ซึ่งเราสามารถ ถ่ายภาพสะท้อนได้ส่วนหนึ่งก็จะปรากฎพร้อมกับการสร้างศาสนสถาน หรือสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา การถ่ายภาพเงาสะท้อนที่สวยงามและคมชัดจะต้องดูช่วงจังหวะ เวลา ที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดการกระเพื่อมของผิวน้ า จากปัจจัยต่างๆ เช่น ลมพัด หรือมีวัตถุใดๆตกลงไปในแหล่งน้ านั้น ขั นตอนที่ 2: ลดระดับสายตา จากนั้นมองหาภาพสะท้อนต่างๆ ภาพสะท้อนนี้เป็นไปตามกฎการสะท้อน ของแสง จากตัวอย่างด้านล่าง ภาพที่ 1 การหา composition สร้างโฟกัสในการสะท้อน ที่มา: www.themacho.co,ตุลาคม 2561 (1) ระยะห่างจากสถาปัตยกรรมจริง (2) ระยะห่างจากภาพสะท้อนของสถาปัตยกรรม (3) เมื่อมองจากมุมมอง A ภาพสะท้อนของสถาปัตยกรรมจะปรากฏลึกเข้าไปในน้ า


49 ขั นตอนที่ 3: จับโฟกัสที่ตัวแบบจริง และ โฟกัสที่ภาพสะท้อน ปรับความสมมาตรระหว่างตัวภาพจริง และ ภาพสะท้อนให้เหมาะ หรือเมื่อได้มองผ่านจากช่องมองภาพของกล้องแล้วเกิดความสวยงามตามที่เราต้องการ ซึ่งใน การปฏิบัติจริง ผู้สร้างสรรค์ได้ท าการถ่ายไว้ในหลายๆมุม หลายๆจังหวะ เพื่อจะได้ตรวจสอบและเลือกมุมมองที่ดี ที่สุดในการน าเสนอต่อไป ภาพที่ 2 ผลงานสร้างสรรค์“ศรัทธาสะท้อนจิตวิญญาณ” ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ส าหรับในการวิจัยสร้างสรรค์ศรัทธาสะท้อนจิตวิญญาณนี้ พบว่า ศิลปะภาพถ่ายนั้น นอกเหนือจากการที่ผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความรู้พื้นฐานโดยทั่วไปด้านการถ่ายภาพแล้ว การมอง หาจุดที่จะสร้างความน่าสนใจ การสร้างเรื่องราวหรือรายละเอียดที่จะเสริมให้เกิดขึ้นในภาพที่มีมุมมองที่สวยงามขึ้น หรือแปลกตาไปจากคนอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องส าคัญ ภาพเงาสะท้อนหรือ Reflection คือการถ่ายภาพโดยเล่าเรื่อง จากเงาสะท้อน สิ่งที่ได้จากการวิเคราะห์ในการสร้างสรรค์งานคือเวลาที่มีการโบราณสถานหรือภาพถ่าย Landscape มักจะใช้กฎสามส่วนในการแบ่งภาพให้ได้ความสมดุล แต่การถ่ายภาพเงาสะท้อนหรือ Reflection ก็จะมีการละเว้นเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ บ้าง เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่จะใช้ทฤษฎีในการตอบโจทย์ภาพทุกภาพ ขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ สภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเฉพาะหน้าขณะปฏิบัติงาน ซึ่งผู้วิจัยสร้างสรรค์จะต้อง ใช้ทักษะในการแก้ปัญหาและสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการให้เหมาะสมสัมพันธ์กันได้


50 5. สรุป การวิจัยสร้างสรรค์ศรัทธาสะท้อนจิตวิญญาณนี้ เป็นการน าเสนอการสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยการใช้ ภาพถ่ายซึ่งถือว่าเป็นศิลปกรรมแขนงหนึ่งในทัศนศิลป์ที่มนุษย์เสพได้ด้วยมองเห็น ที่ได้ท าให้เกิดมุมมองในการใช้ ภาพถ่ายเป็นสื่อสะท้อนความคิด ความเชื่อถือความศรัทธาของมนุษย์ในศาสนาต่างๆที่สืบทอดกันมาจากอดีตถึง ปัจจุบัน ภาพที่มองเห็นด้วยสายตาทั่วไปก็อาจจะไม่สามารถเก็บรายละเอียดของความยิ่งใหญ่อลังการของศาสน สถานไว้ได้ทั้งหมด หากแต่มนุษย์ก็มีเครื่องมือที่จะช่วยบันทึกความทรงจ าทั้งหลายไว้เป็นองค์ความรู้ให้สามารถใช้ อ้างอิงได้ในรุ่นต่อๆ ไป เอกสารอ้างอิง Lollipop. (2561). เทคนิคและไอเดียถ่ายภาพสะท้อนเงาบนผิวน า. www.themacho.com. ค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2563 Poch. (2019). Reflection Photography. แหล่งที่มาhttps://www.camerartmagazine.com/techniques/ photo-techniques-etc/reflection-photography.html ค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2563 Yochuwa Samarom. เทคนิคการถ่ายภาพเงาสะท้อนน า. www.photoschoolthailand.com.2017 แห ล่ง ที่ ม า https://www.photoschoolthailand.com/how-to-take-reflection-photography/ ค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2563


51 รูปแห่งสุข Form of happiness จีระชน บุญมาก, Jerachon Boonmak 4/371 หมู่7 ต.คลองกุ่ม อ.บึงกุ่ม จ.กรุงเทพ 10230, 4/371 moo. 7, Klongkoom, Beungkoom, Bangkok. 10230 E-mail [email protected] บทคัดย่อ รูปแห่งสุข (Form of happiness) เป็นผลงานประติมากรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ผู้เขียนสร้างขึ้นในชั้น เรียนไปพร้อม ๆกับการปฏิบัติงานของนักศึกษาในชั้นเรียนวิชา ประติมากรรมภาพคนเชิงสร้างสรรค์คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เพื่อเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจ ในการน าความรู้ด้านประติมากรรมไปสู่การ แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ ของผลงานชิ้นนี้เกิดจากเหตุการณ์ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเกิดความรักความเอ็นดู ต่อแมว ตัวหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าได้พบเห็นและเกิดความคิดที่อยากจะถ่ายทอดความประทับใจนี้ ซึ่งอุดมไปด้วยความสุข ความรักต่อสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ กระบวนการสร้างชิ้นงานนี้เริ่มต้นด้วยการสุ่มตัวอย่างเพื่อใช้ในการปั้นคนตัวเต็มขนาดเท่าจริง ของ เด็กหญิงอายุ 12 ปีและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนและออกแบบท่าทางเพื่อแสดงเนื้อหาที่สร้างสรรค์และ ผ่านกระบวนการปั้น (Modeling) และการหล่อ (Casting) เป็นผลงานส าเร็จเป็นวัสดุปูนปลาสเตอร์ต้นแบบ ในกระบวนการสร้างสรรค์จ าเป็นต้องใช้ความรู้สึกของมนุษย์ในการปรับเปลี่ยนทางรูปทรง พื้นผิว การ แสดงออกทางองค์ประกอบของศิลปะ เพื่อให้ได้มาซึ่งเนื้อหาของผลงานตามธรรมชาติของชีวิต ซึ่งอุดมไปด้วย ความสุขความรัก ทั้งคนและทั้งสัตว์ ค าส าคัญ: ประติมากรรมภาพคนเชิงสร้างสรรค์, การปั้น, การหล่อ Abstract “Form of happiness” is a creative sculpture created in “Creative Figure sculpture” sculpture classroom of Faculty of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute. The sculpture was done along with student’s practice for purpose to be example and inspiration In bringing knowledge of sculpture to the creative expression. The inspiration comes from a young girl is enjoy playing with a cat which I have seen. And the idea of wanting to convey this impression which is rich in happiness, love, and compassion to life in this world.


52 The process of creating this sculpture begins with a young model that used to a lifesized human figurative sculpture . She is a 12 years old girl and gathers information on proportions and designs gestures to express creative content. For molding and processing (Modeling) and casting (Casting) is a finished product as a prototype plaster material. In the creative process, it is necessary to use the human senses to alter the form, texture, visual expression, elements of art in order to obtain the content of the natural works of life. That is blessed by both people and animals Key words: Creative Figure sculpture, Modeling, Casting. 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา การสร้างผลงานศิลปะในแต่ละยุคสมัยมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม เศษฐกิจ การปกครอง ค่านิยมและความเชื่อ ของคนในแต่ละยุค เมื่อเวลาผ่านไปลักษณะทางศิลปะในประเทศก็เปลี่ยนไปพร้อม ๆกับ หลักสูตรการเรียนการสอน ที่หลายสถาบันเริ่มยกเลิกวิชาพื้นฐานส าคัญ ๆ ที่เป็นรากฐานการมองเห็นความงาม และเปลี่ยนไปเน้นด้านความคิดและความแปลกใหม่เข้ามาแทน ผู้เขียนซึ่งเป็นผู้สอนวิชาประติมากรรม และให้ความส าคัญของรากฐานของการเห็นความงาม ทัศนคติ ของนักศึกษาศิลปะหลายๆคนจะมองว่าการปั้นรูปคนเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ และกระโดดข้ามไปท างาน สร้างสรรค์เลย แต่ก็มักพบปัญหาที่ปลายทางคือไม่เข้าใจความงาม ผู้เขียนมีเจตนาในการสร้างผลงานชิ้นนี้ซึ่งมี จุดเชื่อมโยงระหว่างการฝึกทักษะกับการสร้างสรรค์เนื้อหาทางรูปทรง เพื่อเป็นตัวอย่างของวิธีคิด ออกแบบ ผลงานสร้างสรรค์ โดยยังอาศัยทักษะพื้นฐานทางศิลปะประกอบอยู่ในผลงาน 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีกายวิภาค (Anatomy Theory) กายวิภาค เป็นศาสตร์วิชาที่ศึกษาถึงส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นรูปร่าง, รูปลักษณะ และ โครงสร้าง อันประกอบกันขึ้นเป็นร่างกายของมนุษย์และสัตว์ (สมคิด อินท์นุพัฒน์, 2539) การสร้างสรรค์ ผลงานชิ้นนี้ยังอยู่ในของเขตของรูปทรงคนและสัตว์ซึ่งยังต้องอาศัยวิชากายวิภาคในการวิเคราะห์รูปทรงที่จะ สร้างออกมา 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ผู้เขียนได้แบ่งขั้นตอนในกระบวนการสร้างสรรค์ไว้6 ขั้นตอนโดยเริ่มจาก 3.1 เก็บรวบรวมข้อมูล 3.2 สร้างสรรค์ผลงาน 3.3 วิเคราะห์ผลงาน 3.4 ท าเอกสารประกอบผลงานสร้างสรรค์


53 3.1 เก็บรวบรวมข้อมูล ภาพที่ 1 ภาพเก็บข้อมูลสัดส่วน และภาพด้านส าหรับท างานประติมากรรม ที่มา: ผู้เขียน 3.2 สร้างสรรค์ผลงาน ภาพที่ 2 ปั้นดินโครงสร้าง เพื่อตรวจสอบองค์ประกอบของรูปทรงทั้งหมด ที่มา: ผู้เขียน ภาพที่ 3 ใส่ความคิดเห็นด้านความงามและความรู้สึกด้านเนื้อหา ลงไปในโครงสร้างรองรูปแมว ที่มา: ผู้เขียน


54 ภาพที่ 4 ผลงานส าเร็จที่เป็นปูนปลาสเตอร์ ที่มา: ผู้เขียน 4. การวิเคราะห์ผลงาน กระบวนการวิเคราะห์ในผลงานชิ้นนี้แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ วิเคราะห์ก่อนสร้างผลงานและวิเคราะห์หลัง สร้างผลงานส าเร็จแล้ว 4.1 วิเคราะห์ก่อนสร้างผลงาน การวิเคราะห์ก่อนสร้างผลงานมีจุดประสงค์เพื่อท าความเข้าใจในรูปทรงที่มาเป็นแบบให้มาก ที่สุด โดยกระบวนการนี้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปทรงเพื่อให้ตรงกับเนื้อหาที่จะแสดงออก โดยเริ่มจากขั้นตอน การวิเคราะห์แบบ 2 มิติ แล้วจึงมาวิเคราะห์แบบ 3 มิติเป็นขั้นตอนต่อไป ภาพที่ 5 วิเคราะห์ก่อนสร้างผลงาน แบบ 2 มิติและ 3 มิติ ที่มา: ผู้เขียน ในภาพที่ เป็นการวิเคราะห์ถึงโครงสร้างของรูปทรงที่เป็นแบบทั้งคนและสัตว์ โดยวิเคราะห์สัดส่วน โครงสร้างแบบเรขาคณิต โครงสร้างกระดูก เพื่อท าความเข้าใจขั้นต้นและปรับเปลี่ยนรูปทรงให้ตรงกับ จุดประสงค์ที่ต้องการแสดงออก ก่อนที่จะท าขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบภาพร่างผลงานเป็น 3 มิติ ขนาดย่อ 4 เท่า 4.2 วิเคราะห์หลังสร้างผลงานส าเร็จแล้ว หลังสร้างผลงานส าเร็จแล้วกระบวนการวิเคราะห์ มีไปเพื่อตรวจสอบว่าผลงานได้แสดงออกมาตาม จุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ โดยใช้วิธีการทางองค์ประกอบศิลป์ และทัศนธาตุมาเป็นตัวตรวจสอบผลงานของตน


55 ภาพที่ 6 วิเคราะห์การปรับทิศทางโครงสร้างของรูปทรง ที่มา: ผู้เขียน ในภาพจากแบบจริงที่ทิศทางของรูปแมว ซึ่งในแง่มุมขององค์ประกอบจะเป็นรูปทรงรอง ส่วนรูปทรง หลักคือรูปทรงของเด็กหญิง ผู้เขียนได้ท าการปรับทิศทางการเคลื่อนไหวของรูปทรงรอง ให้มีทิศทางที่พุ่งออกไป ข้างหน้ามากขึ้นเพื่อให้เส้นโครงสร้างทั้งสองมีความสัมพันธ์กันมากขึ้น ภาพที่ 7 วิเคราะห์ที่ว่างในรูปทรง ที่มา: ผู้เขียน ในภาพที่ 7 รูปขวาแบบจริงและแมวจะมีที่ว่างแบบปิดอยู่ภายในรูปทรง ท าให้รู้สึกอึดอัดในการมอง รูปทรง ผู้เขียนปรับเปลี่ยนวิธีการวางรูปทรงโดยออกแบบให้ชิ้นงานยื่นออกมานอกฐานเพื่อให้เกิดที่ว่างแบบเปิด ให้อากาศไหลเข้าไปในรูปทรง เพื่อให้รู้สึกโปร่งสบายมากขึ้น ภาพที่ 8 วิเคราะห์ปริมาตรและมวล ที่มา: ผู้เขียน


56 การวิเคราะห์ปริมาตร และมวล ทั้งสองส่วนนี้มักจะมีความเข้าใจที่สับสนเสมอ เพื่อความเข้าใจร่วมกัน ในบทความชิ้นนี้ ภาพที่ปริมาตรหมายถึงความเต่งตึงสมบูรณ์บริเวณพื้นผิวของรูปทรง ส่วนมวลในบทความชิ้น นี้หมายถึงความหนาแน่นของรูปทรงที่มีอากาศอยู่ภายในรูปทรงน้อย ในภาพที่เด็กผู้หญิงที่ห่อร่างกายแขนขา กระชับแน่นกัน จะมีมวลมากกว่าการกางแขนขาออกจากกัน ความหมายของมวลแบบนี้เป็นเฉพาะทางศิลปะ เพราะเป็นความรู้สึกที่เกิดจากการมองรูปทรง เมื่อมองผลงานชิ้นนี้จะพบว่ามีมวลหลักๆอยู่ 2 มวล มวลขนาด ใหญ่คือรูปเด็กหญิง มวลขนาดเล็กคือรูปแมว 5. สรุป ผลงาน “รูปแห่งสุข” สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อให้ผู้ศึกษาศิลปะได้เห็นจุดเชื่อมโยงของความหมายค าว่า สร้างสรรค์ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องแปลกใหม่เท่านั้น และงานที่มุ่งเน้นทางด้านทักษะก็ไม่ได้หมายความว่าจะ ไม่สร้างสรรค์ ผลงานใด ๆก็ตามหากจะมองว่าสร้างสรรค์หรือไม่ควรจะมองไปที่เจตนาของผู้สร้างว่าได้สื่อสาร เนื้อหาของความเป็นศิลปะออกมามากเพียงใด เอกสารอ้างอิง สมคิด อินท์นุพัฒน์. (2539). กายวิภาคสาหรับผู้ศึกษาศิลปะ. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. สนั่น ศิลากร. (2558) “PDF วิชากายวิภาคมนุษย์ โดย อาจารย์สนั่น ศิลากร”[ออนไลน์].https://felicecalchi. blogspot.com/2012/06/story-of-famous-ecorche.html


57 การสร้างโปรแกรมในงานออกแบบตกแต่งภายใน Interior Design Work Program ชนัส คงหิรัญ, Chanut Khonghiran สาขาวิชาออกแบบตกแต่งภายใน คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป, จังหวัดนครปฐม Interior Design Department, Faculty of Fine Arts, Bunditpattanasilpa Institute, Nakhon Pathom Email: [email protected] บทคัดย่อ การออกแบบ หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น และมีรูปแบบ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม การถ่ายทอดรูปแบบจากความคิดออกมาเป็นผลงานที่ผู้อื่นสามารถมองเห็น รับรู้และสัมผัสได้ งานออกแบบตกแต่งภายในหรืองานมัณฑนศิลป์ เป็นงานในกลุ่มวิชาชีพสถาปัตยกรรม คือสถาปัตยกรรมภายใน มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกแบบ ประดับและตกแต่ง ภายในอาคาร สถานที่ บ้านพักอาศัยรวมถึงสถาปัตยกรรม ต่างๆ ให้สวยงาม สะดวก ปลอดภัย น่าอยู่ ตอบสนองต่อความต้องการและพฤติกรรมในการใช้งาน นอกจากนี้งาน ออกแบบตกแต่งภายในยังเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงรสนิยมและฐานะของผู้เป็นเจ้าของ สอดคล้องกับทฤษฎีความความ ต้องการของอับราฮัม มาสโลว์(Abraham H. Maslow, 1943 อ้างใน กิตติยา วงษาเนาว์. 2558: 6) ที่กล่าวว่า ความต้องการของมนุษย์ มีลักษณะเป็นล าดับชั้นจากความต้องการในระดับพื้นฐานไปจนถึงความต้องการใน ระดับสูง เมื่อความต้องการในระดับพื้นฐานได้รับการตอบสนองแล้วก็จะเกิดความต้องการในระดับที่สูงขึ้นไปอีก ซึ่งมนุษย์ทุกคนต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นการแสดงออกทางสังคม โดยมี ลักษณะและขนาดของที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งบ่งบอกถึงระดับทางสังคมรวมถึงการประสบความส าเร็จในชีวิต เมื่อมนุษย์ ถูกตอบสนองต่อความต้องการด้วยการประสบความส าเร็จในสิ่งต่างๆ ย่อมท าให้เกิดเป็นความพึงพอใจ กระบวนการออกแบบจึงเป็นขั้นตอนส าคัญในการด าเนินงานการออกแบบ โดยการแปลความหมายจาก ความต้องการของผู้ใช้งาน มาเป็นค าตอบในการออกแบบสถาปัตยกรรมหลักและสถาปัตยกรรมภายใน ผ่าน กระบวนการสังเคราะห์ความคิดอย่างสร้างสรรค์จากผู้ออกแบบ โดยการน าเสนอรูปแบบรายละเอียดของงาน ออกมาเป็นแบบจ าลองเพื่อให้เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะท าให้เห็นถึงผลกระทบในด้านต่างๆ ก่อนการ ก่อสร้างจริง เพื่อก าหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการวางแผนส าหรับด าเนินโครงการต่อไป รวมถึงเป็น เครื่องมือในการจัดกระบวนการทางความคิดอย่างเป็นระบบช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน ของโครงการ ช่วยลดปัญหาในงานออกแบบตลอดจนการบริหารจัดการโครงการให้ส าเร็จลุล่วง ซึ่งเมื่อกระบวนการ ออกแบบได้เสร็จสิ้นลง ความพึงพอใจจากผู้ใช้งานจะเป็นตัวชี้วัดความส าเร็จของผลงาน ค าส าคัญ: กระบวนการ, ออกแบบตกแต่งภายใน, สถาปัตยกรรมภายใน


58 Abstract Designing means creating new things or improving or modifying existing things so that they are better and have different designs. It is passing on designs from concept into a piece of work that other people can see, acknowledge and feel. Interior design work is in the group of architecture. It is a kind of interior architecture. The objective is to design, decorate and furnish inside the building, places, residences, and various architectures to look beautiful, convenient, safe and hospitable meeting the needs and usage behavior. Moreover, interior decoration work is also a thing that shows taste and status of the owner which is consistent with the hierarchy of needs oof Abraham H. Maslow (Abraham H. Maslow, 1943 referring in Kittiya Wongsanao.2015:6) which said that the desire of human is in hierarchy from the basic needs to the high level of needs. When the basic needs have been satisfied, the higher level of needs will be required. Every human wants a living place in order to be a place to make them feel safe and it is also social expression. The characteristics and the size of a living place will tell the social status and life success. When people are responded to the needs by various kinds of success, it would cause satisfaction. Design process is an important step in the design work operation by interpreting from the need of users into answers in designing the main architecture and internal architecture through creative thoughts synthesis from designers by presenting the details of the work into a prototype to see what will happen in the future. This would let us see the impacts in various aspects before the actual construction in order to specify a guideline to solve the problems and to plan for the structure operation. It can also be a tool in systematic thought organization which helps designers to solve complicated problems of the project. This would help reduce problems in designing and structure management so that it would be successful. After the design process is finished, the satisfaction of users will indicate the success of the work achievements. Keywords: Process, Interior Design, Interior Architecture


59 1. ที่มาและความส าคัญของปัญหา การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านการออกแบบตกแต่งภายใน มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้าน สถาปัตยกรรมสภาพแวดล้อมภายในทั้งทางด้านประโยชน์ใช้สอยและทางด้านสุนทรียภาพ เพื่อให้มีลักษณะตรง ตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยการแปลความหมายจากความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งปัญหาในการออกแบบ ตกแต่งภายในนั้น มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งจากสภาพแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงปัญหาที่ เกิดจากความต้องการของตัวผู้ใช้งานหรือกลุ่มผู้ใช้งานเอง ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายและมีความซับซ้อนแตกต่าง กันไปตามแต่บริบทของสถานที่และความเป็นปัจเจกของแต่ละบุคคลที่ต้องการไขว่คว้าและครอบครองในสิ่งที่สูง ยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อมนุษย์มีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น จึงพยายาม เพื่อให้ตนประสบความส าเร็จในสิ่งที่ต้องการ และตอบสนองต่อความสุขทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ งานออกแบบ ตกแต่งภายในจึงเป็นงานที่ตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ กล่าวคือ การออกแบบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ความทันสมัย ความสวยงาม หรือความมีระดับทางสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการที่สูงกว่าความต้องการขั้น พื้นฐานและการออกแบบเพื่อสร้างมาตราฐานของพื้นที่ในการใช้งาน ประกอบไปด้วย ขนาดพื้นที่ ความปลอดภัย และความสะดวกในการใช้งาน 2. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหาทางด้านการออกแบบตกแต่งภายในซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทาง กายภาพ จ าเป็นต้องใช้กระบวนการในรับรู้ปัญหา การวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของปัญหา การคลี่คลายปัญหา การ แยกความซับซ้อนของปัญหา โดยการสร้างแนวทางและกระบวนการในการแก้ปัญหาเพื่อน าสู่การออกแบบ ตลอดจนวิธีในการค้นหาค าตอบทางด้านการออกแบบตกแต่งภายใน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน การสร้างสรรค์ผลงานออกแบบนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบ ซึ่งขั้นตอนของการสร้างสรรค์ จะเริ่มตั้งแต่การจัดท ารายละเอียดโครงการไปจนถึงขั้นตอนการออกแบบ ซึ่งถือเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ออกแบบให้ปรากฏในรูปของแบบจ าลอง แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนดังนี้ 1. การจัดท ารายละเอียดโครงการ เป็นการจัดระบบในการวางแผนการแก้ปัญหาจากความต้องการในด้าน ต่างๆ ของโครงการ เพื่อวิเคราะห์และค้นหาแนวทางในการออกแบบที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของ โครงการ โดยการจัดท ารายละเอียดโครงการ เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้การเก็บและรวบรวมข้อมูลทางในด้านต่างๆ ของ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งาน เพื่อทราบถึงความต้องการทางด้านการใช้งาน ลักษณะการใช้งานหรือพฤติกรรม รวมถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อน ามาศึกษา วิเคราะห์และสรุปใช้ในการวางแผนก าหนดแนวทางในการออกแบบ ซึ่งการให้ผู้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการได้มีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบตั้งแต่เริ่มต้น จะท าให้ผู้ออกแบบได้รับข้อมูลจาก ผู้ใช้งานจริงรวมถึงได้รับรู้ถึงความต้องการและพฤติกรรมในการใช้งาน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการก าหนดขอบเขต ของพื้นที่ในการใช้งานตลอดจนรูปแบบการจัดวางผังที่เหมาะสม ซึ่งขั้นตอนของการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในการใช้งานนี้ ถือเป็นขั้นตอนส าคัญ จ าเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วนและรอบด้าน วิธีในการ


60 เก็บข้อมูลอาจเป็นไปได้ในหลายรูปแบบ เช่น การพูดคุย สอบถาม สัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ การบันทึก การ ถ่ายภาพ การรวบรวมเอกสาร ฯลฯ เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างครบถ้วน 2. ขั้นตอนการออกแบบ เมื่อทราบข้อมูลรายละเอียดในด้านต่างๆ ของโครงการแล้วจึงท าการจัดระเบียบ ของข้อมูลเพื่อให้ออกมาในรูปแบบของตารางที่ช่วยสรุปความชัดเจน โดยใช้หลักการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ในการแปล ข้อมูลเพื่อน าสู่การออกแบบ โดยท าการคลี่คลายและจ าแนกรายละเอียดของชุดข้อมูลทางด้านกลุ่มผู้ใช้งาน ความ ต้องการของผู้ใช้งานและกิจกรรมในการใช้งาน ซึ่งเริ่มจากการจัดค่าความสัมพันธ์ (Interaction Matrix) จะแสดง ออกมาในรูปแบบของตารางเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของพื้นที่ต่างๆ โดยการก าหนดค่าความสัมพันธ์ลงใน ตารางนั้นต้องค านึงถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลในขั้นต้น โดยก าหนดค่าความสัมพันธ์ ของพื้นที่ตามความสัมพันธ์และความต่อเนื่องของกิจกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งจะท าให้เห็นถึงความน่าจะเป็นของพื้นที่ใน แต่ละส่วนที่เชื่อมต่อกัน และน าข้อมูลชุดนี้เข้าสู่ขั้นตอนการแปลค่าเป็นแผนภาพฟองสบู่ (Bubble Diagram) ซึ่ง เป็นการแปลค่าจากชุดข้อมูลให้ออกมาเป็นภาพกราฟิก โดยในผังลูกโป่งจะเป็นการแสดงส่วนต่างๆ ในลักษณะการ จัดวางต าแหน่งของแต่ละส่วน รวมถึงการแทนค่าความสัมพันธ์ของพื้นที่โดยการใช้เส้นและขนาดของเส้นเพื่อแสดง ความเชื่อมโยงตามความสัมพันธ์ที่มีมากหรือน้อย โดยในการจัดแผนภาพฟองสบู่นั้นจะมีการจัดหรือแบ่งกลุ่มของ พื้นที่ใช้สอยเป็นกลุ่มย่อยต่างๆ เพื่อหารูปแบบของพื้นที่ เช่น กลุ่มพื้นที่ส่วนตัวหรือกลุ่มพื้นที่สาธารณะ เมื่อ แผนภาพฟองสบู่แสดงให้เห็นถึงลักษณะความสัมพันธ์ของพื้นที่ในส่วนต่างๆ แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การหาขนาด ของพื้นที่ในแต่ละส่วนหรือ ความต้องการพื้นที่ในการรองรับกิจกรรม (Area Requirement) ซึ่งการค้นหาความ ต้องการของพื้นที่นั้น ผู้ออกแบบต้องมีความเข้าใจในลักษณะของพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ขนาดของเครื่องมือและ อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรม รวมถึงขนาดสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับพฤติกรรม ซึ่งเป็นความรู้ ในเรื่องของการยศาสตร์ เพื่อสรุปและแสดงให้เห็นถึงขนาดของพื้นที่ในส่วนต่างๆ และน าตัวเลขของความต้องการ พื้นที่ไปใส่ลงในผังฟองสบู่และก าหนดเส้นทางสัญจรเพื่อการเข้าถึงโดยค านึงถึงล าดับความสัมพันธ์ของพื้นที่แต่ละ ส่วนและขนาดของพื้นที่ (Functional Diagram) โดยการก าหนดล าดับในการเข้าถึงท าให้สามารถแยกประเภทของ พื้นที่ได้ เช่น พื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือพื้นที่สาธารณะ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมพื้นที่โครงการ (Site Analysis) คือ การออกแบบโดยวิเคราะห์จาก สภาพแวดล้อมโครงการ ทิศทางแดด ลม มลภาวะ ทั้งจากธรรมชาติและสิ่งที่เกิดจากมนุษย์ โดยค านึงถึงผลกระทบ จากสภาพแวดล้อมที่อาจสร้างปัญหาให้กับโครงการ ถึงแม้ว่างานออกแบบตกแต่งภายในจะเน้นไปที่การปรับปรุง สภาพแวดล้อมภายในอาคาร แต่การออกแบบโดยค านึงถึงทิศทางของแสงแดดและลม รวมถึงมลภาวะจาก สภาพแวดล้อมต่างๆ นั้นถือเป็นส่วนส าคัญที่ผู้ออกแบบต้องค านึงถึง เช่น การก าหนดพื้นที่ภายในให้ได้รับแสงสว่าง จากธรรมชาติ หรือการออกแบบเพื่อเปิดรับลมจากภายนอก รวมถึงการออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัวจากมุมมอง ภายนอก ตลอดจนการก าหนดทิศตามวัฒนธรรมความเชื่อ และยังมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ส่งผลต่อโครงการ เช่น ชุมชน เส้นทาง กลิ่น เสียง รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


61 การจัดกลุ่มพื้นที่ (Zoning) เป็นการจัดกลุ่มของพื้นที่ตามลักษณะกิจกรรม หรือตามลักษณะการใช้งาน เช่น พื้นที่จ ากัดเสียงดัง พื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ส่วนบุคคล เป็นต้น รวมถึงการก าหนดต าแหน่งที่อยู่ของกลุ่ม กิจกรรมและเส้นทางเข้าถึง โดยการน าข้อมูลค่าความสัมพันธ์ของพื้นที่ใช้สอยและขนาดสัดส่วนของพื้นที่มาจัดวาง ลงในพื้นที่โครงการ ซึ่งจะต้องค านึงถึงการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของโครงการเข้ามาผนวกกับการจัดวางพื้นที่ตาม ลักษณะของกลุ่มการใช้งาน การท าแบบร่างเบื้องต้น (Schematic Design) เป็นการออกแบบโดยน าผังการจัดกลุ่มพื้นที่มาเขียนเป็น งานแบบและเพิ่มเติมรายละเอียดโดยการก าหนดมาตราส่วน ตลอดจนองค์ประกอบปลีกย่อยที่รองรับพฤติกรรมใน พื้นที่ต่างๆ รวมถึงผลจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของโครงการ เพื่อแสดงเป็นผังพื้นที่หรือแบบแปลนเบื้องต้น โดยพิจารณารายละเอียดในการออกแบบในแนวระนาบ 2 มิติ ซึ่งประกอบด้วย ขนาด รูปร่าง รูปทรง ระยะและที่ ว่าง แบบร่างเบื้องต้นจะแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดที่ใกล้เคียงความเป็นจริงในการก่อสร้าง แนวความคิดของงานออกแบบ (Design Concept) ในงานออกแบบตกแต่งภายใน เป็นการสอดแทรก รูปแบบของการสื่อความหมายทางสุนทรียภาพที่เป็นนามธรรมลงในรายละเอียดของการตกแต่ง ซึ่งอาจมาจาก ความต้องการหรือความชอบในลักษณะของบางสิ่งบางอย่างจากเจ้าของโครงการ หรือผู้ออกแบบน าเสนอให้กับ เจ้าของโครงการ โดยผู้ออกแบบจะแปลความหมายของความต้องการหรือความชอบที่เป็นนามธรรมนั้นให้ออกมา ในรูปแบบของรูปทรง สีสัน ลวดลาย รายละเอียดและวัสดุที่สื่อความหมายของแนวคิดนั้นๆ ผสมผสานกับแนวคิด ทางด้านศิลปะ องค์ประกอบศิลป์ และยังสอดคล้องกับกระบวนการขั้นตอนของการวิเคราะห์พื้นที่ใช้สอยที่รองรับ ความต้องการในการใช้งานและตอบสนองต่อความงามทางด้านสุนทรียภาพไปพร้อมกัน ภาพที่1 กระบวนการออกแบบ ที่มา: ชนัส คงหิรัญ (2563) 3. การวิเคราะห์ผลงาน การออกแบบที่เกิดขึ้นจากความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในด้านประโยชน์ใช้สอย ความสวยงาม สะดวก ปลอดภัย น่าอยู่ ตอบสนองต่อความต้องการและพฤติกรรมในการใช้งาน นอกจากนี้ยังแสดงออกถึงรสนิยมและ ฐานะของผู้เป็นเจ้าของ อีกทั้งยังเป็นงานที่ต้องตอบสนองต่อความต้องการทั้งในระบบทุนนิยมและสังคมนิยม กล่าวคือ การออกแบบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ความทันสมัย ความสวยงาม หรือความมีระดับทางสังคม เพื่อ


62 ตอบสนองความต้องการที่สูงกว่าความต้องการขั้นพื้นฐานและการออกแบบเพื่อสร้างมาตรฐานของพื้นที่ในการใช้ งาน ประกอบไปด้วย ขนาดพื้นที่ ความปลอดภัย และความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งในขณะเดียวกันปัญหาในการ ออกแบบตกแต่งภายในนั้นก็มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งจากสภาพแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงปัญหาที่เกิดจากความต้องการของตัวผู้ใช้หรือกลุ่มผู้ใช้งานเอง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายและมีความ ซับซ้อนแตกต่างกันไปตามแต่บริบทของสถานที่และความเป็นปัจเจกของแต่ละบุคคลเพื่อตอบสนองความต้องการ ทางด้านร่างกายและจิตใจ งานการออกแบบตกแต่งภายในที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นการออกแบบที่เกิดขึ้นจากการแปลข้อมูลความ ต้องการของผู้ใช้งานและสร้างสรรค์การออกแบบผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้ผลงานการ ออกแบบตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในด้านประโยชน์ใช้สอยและความสวยงาม ภาพที่2 โครงการออกแบบตกแต่งภายในบ้านพักอาศัย อรียา ทูบี ที่มา: ชนัส คงหิรัญ (2563).


63 4. สรุป การออกแบบที่ดีจะต้องตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในด้านประโยชน์ใช้สอย ความสวยงาม สะดวก ปลอดภัย น่าอยู่ ตอบสนองต่อพฤติกรรมในการใช้งาน และไม่สร้างผลกระทบทางลบต่อสภาพแวดล้อม โดยใช้กระบวนการออกแบบ ซึ่งเป็นกระบวนการในการแก้ปัญหาทางด้านงานออกแบบที่มีสาเหตุมาจาก สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งส่งผลด้านลบต่อร่างกายและจิตใจ การศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมจึงท าให้มัณฑนากรผู้ออกแบบ มีความเข้าใจถึงปัญหาได้ดียิ่งขึ้น ดังที่ วิมลสิทธ์ หรยางกูรและคณะ (2556) ได้กล่าวว่า การออกแบบมีส่วนช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สนองต่อการรู้สึก ทางประสาทสัมผัส แลดึงดูดความสนใจให้เกิดการรับรู้การออกแบบจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแต่งแต้มสีสัน เพื่อ ความสวยงาม แต่ยังแฝงไว้ด้วยแนวคิด ทฤษฎี และหลักจิตวิทยาในการออกแบบ เช่น แนวคิดทางด้านพฤติกรรม มนุษย์ แนวคิดทางด้านจิตวิทยาในการออกแบบ แนวคิดทางด้านการบริหารจัดการพื้นที่ แนวคิดทางด้านขนาด สัดส่วนมนุษย์ และทฤษฎีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ตลอดจนการบริหารจัดการงบประมาณของโครงการ ฯลฯ ดังนั้นในการแก้ไขปัญหาทางด้านการออกแบบตกแต่งภายในซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม ทางกายภาพ จึงจ าเป็นต้องใช้กระบวนการในรับรู้ปัญหา การวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของปัญหา การคลี่คลายปัญหา การแยกความซับซ้อนของปัญหา โดยการสร้างแนวทางและกระบวนการในการแก้ปัญหาเพื่อน าสู่การออกแบบ ตลอดจนวิธีในการค้นหาค าตอบทางด้านการออกแบบตกแต่งภายใน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน เอกสารอ้างอิง กิตติยา วงษาเนาว์. (2558). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจพื้นที่การใช้งานและความ เป็นส่วนตัวของพนักงาน : กรณีศึกษา อาคารส านักงานห้างหุ้นส่วนจ ากัดนิทัศน์เฟอร์นิเจอร์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ. พรทิพย์ เรืองธรรม. (2556). โปรแกรมการออกแบบส าหรับสถาปัตยกรรมภายใน. นนทบุรี: มาตาการพิมพ์. วิมลสิทธ์ หรยางกูร, บุษกร เสรฐวรกิจและศิวพร กลิ่นมาลัย. (2556). จิตวิทยาสภาพแวดล้อมมูลฐาน การสร้างสรรค์และจัดการสภาพแวดล้อมน่าอยู่อาศัย. กรุงเทพฯ: เจ.บี.พี.เซ็นเตอร์. วิมลสิทธ์ หรยางกูร. (2558). การจัดท ารายละเอียดโครงการงานสถาปัตยกรรม: เพื่อการสร้างสรรค์ สภาพแวดล้อมสรรค์สร้าง. กรุงเทพฯ: เจ.บี.พี.เซ็นเตอร์. เลอสม สถาปิตานนท์. (2555). องค์ประกอบ: สถาปัตยกรรมพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.


64 แนวทางในการออกแบบพื้นที่การใช้งานโต๊ะบรรยายเพื่อความสะดวก ต่อการเข้าถึงของทุกคน Guidelines in Designing a Lecture Room with Convenient Access for Everyone ชยากร เรืองจ ารูญ, Chayakorn Ruengchamroon 423 ซอยเพชรเกษม 63 แยก 1 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160, 423 Soi Petchkasem 63 Intersection 1, Lak Song Subdistrict, Bang Khae District, Bangkok 10160 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ในปัจจุบันห้องเรียนไม่ได้ออกแบบเพื่อรองรับในเรื่องการออกแบบเพื่อทุกคน ผู้ศึกษาเห็นว่าควรมี การศึกษาในเรื่องพฤติกรรมการเรียนการสอน ในการจัดพื้นที่การใช้อาคารเพื่อรองรับผู้เรียนที่มีความบกพร่อง ทางร่างกายที่เข้ามาศึกษา และท าการศึกษาถึงสภาพแวดล้อมและอุปสรรค โดยให้ผู้พิการนั่งรถเข็นใช้งานพื้นที่ ต่าง ๆ ตั้งแต่สถานที่จอดรถจนถึงการใช้งานห้องเรียนบรรยาย ผู้ศึกษาได้ท าการศึกษาและค้นคว้างาน วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อดังนี้ 1) แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ Universal Design 2) แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ ข้อจ ากัดด้าน ร ่างก ายของคนพิก า รตั้งแต ่เอ วลงไป 3) ห้องปฏิบัติก า รส าห รับผู้เ รียนด้านก า ร ออกแบบ 4) การประเมินสภาพแวดล้อมทางกายภาพหลังการครอบครองพื้นที่ และ 5) การทดสอบเชิงพื้นที่ Body Motion Envelope (BME) ผลการศึกษาสามารถน าไปใช้ในการออกแบบให้สอดคล้อง และตอบสนองใน การใช้พื้นที่และอาคารให้กับทุกคน ค าส าคัญ: การออกแบบสากล, ข้อจ ากัดด้านร่างกาย, เครื่องมือที่ใช้ในการวัดขนาดพื้นที่รอบๆการเคลื่อนที่ ของคนในการ ท ากิจกรรมต่างๆ Abstract Currently classroom designs are not inclusive enough to support every student especially those who have disabilities. There is a need to establish access to accommodate students with disabilities who are one using wheelchairs. The researcher believed that the studying of in-class behavior for disabled person should be analyzed in-depth details for example the floor plan utilization, space management, functional environment that help to facilitate the handicapped person with wheelchair. The focus area can be started from the parking area along the way to the operation room. The researcher has been studying the relevant literature in the following topics 1) the Conceptual of Universal Design 2) The Conceptual of the physical limitations of


65 the people with disabilities from the waist down 3) The Operation room for the design student 4) The Evaluation of Physical Environment 5) The Area Testing on Body Motion Development (BME). Collecting data by interviewing, applying survey form, observation, documentation, video recording for behavioral chart in order to analyze and summarize the solution for design to facilitate the disabled person with wheelchair and to serve the space and building utilization for everyone. Keywords: Universal Design, body constraints, Body Motion Envelope (BME) 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ในปัจจุบันห้องเรียนไม่ได้ออกแบบเพื่อรองรับในเรื่องการออกแบบเพื่อทุกคน ผู้ศึกษาเห็นว่าการศึกษา ในเรื่องพฤติกรรมการเรียนการสอน ในการจัดพื้นที่การใช้อาคารเพื่อรองรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทาง ร่างกายที่เข้ามาศึกษา และท าการศึกษาถึงสภาพแวดล้อมและอุปสรรค โดยให้ผู้พิการนั่งรถเข็นใช้งานพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่สถานที่จอดรถจนถึงการใช้งานห้องเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ เพื่อศึกษากิจกรรมและ พฤติกรรมการใช้โต๊ะบรรยายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ ของผู้พิการนั่งรถเข็นเพื่อ ส ารวจอุปสรรคของที่มีต่อผู้พิการนั่งรถเข็น เพื่อเสนอแนวทางในการออกแบบที่ช่วยลดอุปสรรคของ สภาพแวดล้อมตามแนวทางการออกแบบเพื่อทุกคน 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ Universal Design แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล จากงานวรรณกรรมของ อันธิกา สวัสดิ์ศรี (2546) ได้กล่าวสรุปว่า แนวความคิดการออกแบบสภาพแวดล้อมไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ทุกคน สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกปลอดภัย โดยไม่ต้องดัดแปลงหรือออกแบบเฉพาะเพื่อให้คนทุกคนในสังคม ไม่ว่า จะเป็นใครก็ตามทุกเพศทุกวัยและทุกสภาพร่างกาย สามารถด ารงชีวิตได้อย่างเสมอภาคกัน เนื่องจาก Universal Design ไม่ได้เน้นการออกแบบสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้พิสดารหรือแตกต่างออกไปเท่านั้น ท าให้หลายครั้ง ผลลัพธ์ของการออกแบบมีรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ภายใต้ความเรียบง่ายนั้น มีพื้นฐานจากการมองเห็นความ แตกต่างของชีวิตอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น ผลงานออกแบบเคาน์เตอร์ต่างระดับส าหรับผู้มีความสูงต่างกัน รวมถึง ผู้ใช้รถเข็น (Mace, 1990, 1999; The Center for Universal Desig, 2000; Person, 1996; Wilkoff & Abed, 1944; Dobkin & Peterson, 1999; Adaptive Environments Center, Inc., 2001 และอันธิกา สวัสดิ์ศรี, 2546)


66 แนวทางในกระบวนการออกแบบหลักการของ Universal Design ประกอบด้วย 1) Equitable Use หมายถึง การออกแบบเพื่อที่เกิดประโยชน์และสามารถแพร่หลายได้ในหมู่ผู้ใช้ที่มี สมรรถภาพที่หลากหลาย 2) Flexibility in Use หมายถึง การออกแบบที่สามารถรองรับความต้องการและสมรรถภาพที่แตกต่างกัน ไปอย่างกว้างขวาง 3) Simple and Intuitive หมายถึง การออกแบบที่สามารถเข้าใจถึงประโยชน์ ตลอดจนมีการใช้สอย ที่ง่าย ไม่ว่าผู้ใช้จะมีประสบการณ์ ความรู้ ภาษาทักษะ หรือระดับสมาธิแตกต่างกันเพียงใดตาม 4) Perceptible Information หมายถึง การออกแบบที่สามารถสื่อสารที่ส าคัญกับผู้ใช้ได้ไม่ว่าระดับ ความสามารถในการรับรู้ของผู้ใช้จะอยู่ในระดับใด โดยวิธีการสื่อสารที่หลากหลายรวมกัน เช่น สื่อภาพ สื่อเสียง และสื่อสัมผัส 5) Tolerance for Error หมายถึง การออกแบบที่ลดอัตราความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือ อุบัติเหตุต่าง ๆ ต่อผู้ใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 6) Low Physical Effort หมายถึง การออกแบบสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้อง ออกแรงมาก มีความเหนื่อยล้าน้อยที่สุด 7) Size and Approach and Use หมายถึง การออกแบบให้ได้ขนาดและพื้นที่การใช้งานอย่าง เหมาะสม การเข้าถึงบริการทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาส าหรับคนพิการ มีแนวคิดมาจากการออกแบบที่เป็น สากลหรือการออกแบบเพื่อมวลชน (Universal Design) ซึ่งทางด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ ประเภทที่ 1 การปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงการใช้ชีวิตอย่างอิสระ (Independent Living) กล่าวถึงการปรับสภาพแวดล้อมภายในให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานของคนพิการ ได้แก่ การจัดห้องพักในหอพักของมหาวิทยาลัย โดยห้องพักจะต้องมีความเหมาะสมกับนักศึกษาพิการและต้อง มีอาสาสมัครอยู่ด้วย นักศึกษาพิการจะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่และนักศึกษาที่เป็นอาสาสมัคร มีบริการ แผนที่การเดินทางในมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษาสามารถเดินทางได้ด้วยตนเอง มีการแจ้งบริการการเดินรถใน มหาวิทยาลัยจัดรถบริการแก่นักศึกษาพิการทางการเคลื่อนไหวในการเดินทางไปเรียนและไปสอบ รวมถึง ห้องน้ า ลิฟท์ ทางลาด ที่จอดรถ ที่อ านวยความสะดวกส าหรับนักศึกษาพิการ ประเภทที่ 2 บริการสิ่งอ านวยความสะดวกเพื่อให้คนพิการเข้าถึงการศึกษาทั้งด้านการจัดสิ่งอ านวย ความสะดวกในห้องเรียน การเปลี่ยนห้องเรียนและห้องสอบเมื่ออาคารเรียนหรือห้องสอบไม่มีทางลาด หรือ ลิฟท์ส าหรับนักศึกษาพิการนั่งรถเข็น และสิ่งอ านวยความสะดวกในห้องสอบ เช่น เจ้าหน้าที่เขียนค าตอบใน กรณีที่นักศึกษาพิการไม่สามารถเขียนหรือเรียบเรียงภาษาได้ด้วยตนเองเป็นต้น ประเภทที่ 3 การจัดอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่จ าเป็นส าหรับนักศึกษาพิการแต่ละประเภท เช่น จัดรถเข็นธรรมดาหรือรถเข็นไฟฟ้า ไม้ค้ ายัน อุปกรณ์ช่วยในการหยิบจับ หรืออุปกรณ์ช่วยในการเขียนหนังสือ โต๊ะ-เก้าอี้ ปรับท่าทางการนั่ง เมาท์คอมพิวเตอร์พิเศษ เป็นต้น ส าหรับนักศึกษาพิการทางการเคลื่อนไหว (วิไล


67 วรรณ ซึ้งปรีดา, ม.ป.ป.) เนื่องจากคนพิการทางกายภาพหรือการเคลื่อนไหวมีระดับความบกพร่องแตกต่างกัน ส่งผลให้มีความจ ากัดของร่างกายและขีดความสามารถในการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย จึงมีการจ าแนกคนพิการ ประเภทนี้เป็น 2 กลุ่มเพื่อง่ายต่อการก าหนดสิ่งอ านวยความสะดวกในอาคารดังนี้ กลุ่มที่ 1 คนพิการทางการเคลื่อนที่ (Ambulant Disabled People) หมายถึง คนที่ยังเคลื่อนที่ได้ไม่ ว่าจะมีหรือไม่มีความช่วยเหลือ แต่มีความจ าเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเช่น ไม้เท้า ไม้ค้ ายัน โครงเหล็กช่วยการ เดินและขาเทียม เป็นต้น ซึ่งผู้พิการไม่สามารถเดินเป็นระยะทางไกล หรือก้าวขึ้นบันไดสูงได้ กลุ่มที่ 2 คนพิการนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (Chair Bound People หรือ Wheelchair User) หมายถึงคนที่ ไม่สามารถเดินได้เอง การเคลื่อนที่จ ากัดด้วยการอาศัยเก้าอี้ล้อเลื่อน ซึ่งผู้พิการจ าเป็นต้องใช้พื้นที่ในการเคลื่อน ตัวมากกว่าปกติและ มีอุปสรรคด้านการมองเห็นและการเอื้อมหยิบ เนื่องจากการอยู่ในท่านั่งตลอดเวลาท าให้ ร่างกายอยู่ในระดับต่ ากว่าปกติ(นวลน้อย บุญวงษ์ และนันทนี เนียมทรัพย์(2543, หน้า 4-5) 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การศึกษานี้เป็นเชิงประจักษ์ โดยใช้วิธีการท ากิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อมูล ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นการศึกษาด้านพฤติกรรม กิจกรรม และอุปสรรคต่อการเข้าถึงพื้นที่ที่ท ากิจกรรมต่าง ๆ ภายในห้องปฏิบัติการสถาปัตยกรรม โดยใช้วิธีการประเมินสภาพแวดล้อมทางกายภาพหลังการครอบครองพื้นที่ หรือ Post Occupancy Evaluation (POE) ให้คนพิการได้เข้ามาท ากิจกรรมการใช้อาคารศึกษาเบื้องต้น (Pre-Test) เพื่อหาอุปสรรคความต้องการด้านพฤติกรรมในการเข้าใช้พื้นที่และกิจกรรม ส่วนที่ 2 เป็นการศึกษาความต้องการเชิงพื้นที่ที่มีผลต่อพฤติกรรมในการใช้พื้นที่และกิจกรรมของ ห้องปฏิบัติการสถาปัตยกรรม โดยใช้วิธีการประเมินการเข้าใช้พื้นที่ หรือวิธีการทดสอบเชิงพื้นที่ Body Motion Envelope (BME) เพื่อหาขนาดสัดส่วนเชิงพื้นที่ที่เหมาะสมต่อความต้องการด้านพฤติกรรมและกิจกรรมในการ ใช้พื้นที่ของคนพิการตั้งแต่เอวลงไป ส่วนที่ 3 เป็นเครื่องมือวัดทางด้านกายภาพเป็นการทดสอบและวัดขนาดสัดส่วนระดับความสูงของ เครื่องเรือนต่าง ๆ ที่ใช้ในการเรียนที่เหมาะสมส าหรับคนพิการ ตั้งแต่เอวลงไปท ากิจกรรมการเรียนโดยขอให้ผู้ พิการนั่งรถเข็นใช้โต๊ะบรรยาย และก าหนดประเด็นในการท ากิจกรรม ภาพที่1 ภาพแสดงขนาดและสัดส่วนโต๊ะบรรยายที่ใช้ในการท ากิจกรรม BME


68 ภาพที่2 ภาพการลงสีโปร่งของผู้ท ากิจกรรมทั้ง 9 คน ในการท ากิจกรรมความต้องการขนาดเชิงพื้นที่ที่เหมาะสมส าหรับการเข้าถึงและพื้นที่การใช้งานโต๊ะบรรยายของผู้พิการนั่ง รถเข็นภาพที่น ามาซ้อนทับของแต่ละคนและภาพรวมการซ้อนทับของผู้ท ากิจกรรมทั้ง 9 คน ในการท ากิจกรรมความต้องการ ขนาดเชิงพื้นที่ที่เหมาะสมส าหรับการเข้าถึงและพื้นที่การใช้งานโต๊ะบรรยายของผู้พิการนั่งรถเข็น และการใส่ระยะ (Dimension) ขอบเขตพื้นที่ (Border Area) และการค านวณขนาดพื้นที่ (Area) ภาพที่3 แสดงการเสนอแนะการจัดพื้นที่กิจกรรมการน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนห้องเรียนแนวคิดเพื่อทุกคน ภาพที่4 ภาพแสดงแนวทางในการออกแบบพื้นที่การใช้งานโต๊ะบรรยายเพื่อความสะดวกต่อการเข้าถึงของทุกคน


69 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลการท ากิจกรรมในการใช้โต๊ะบรรยายเพื่อศึกษาความต้องการเกี่ยวกับขนาดสัดส่วนของเครื่องเรือน โดยต้องการทราบถึงระยะการใช้งานของโต๊ะบรรยาย ของผู้พิการนั่งรถเข็น คือ ขนาดเชิงพื้นที่ที่เหมาะสมส าหรับ การเข้าถึงการใช้งานของโต๊ะบรรยายของคนพิการตั้งแต่เอวลงไป ในเรื่องสัดส่วนระดับความสูงที่เหมาะสม ส าหรับการใช้โต๊ะบรรยายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ ของผู้พิการนั่งรถเข็น คือ สัดส่วน ระดับความสูงที่เหมาะสมส าหรับการใช้งานของโต๊ะบรรยาย ของผู้พิการนั่งรถเข็น ในกิจกรรมการบรรยายของ คนพิการตั้งแต่เอวลงไป เพื่อศึกษาถึงวิธีการแก้ปัญหาเพื่ออ านวยความสะดวกต่อการเข้าถึง แล้วจึงน าผลที่ได้ ทั้งหมดมาเสนอแนะแนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพส าหรับคนพิการตั้งแต่เอวลงไป ในส่วน ต่อไป จากผลการท ากิจกรรมในการใช้โต๊ะบรรยายเพื่อศึกษาความต้องการเกี่ยวกับขนาดสัดส่วนของเครื่อง เรือน โดยต้องการทราบถึงระยะการใช้งานของโต๊ะบรรยาย ของผู้พิการนั่งรถเข็น สามารถสรุปได้ว่า พื้นที่เว้นว่าง ในการเลี้ยวรถเข็นและเข็นเข้าไปที่โต๊ะบรรยายต้องขอบเขตพื้นที่ (Border Area) ที่ใช้งานโต๊ะบรรยาย ดังนี้มี พื้นที่ที่มีขนาดเล็กที่สุด (Minimum Area) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซ้ าในการใช้งานมากที่สุด ในการใช้พื้นที่ท างาน โต๊ะบรรยายในระยะแกน X ตั้งแต่ 0.760 เมตร และในการใช้พื้นที่ท างานโต๊ะบรรยายในระยะแกน Y 0.780 เมตร คิดเป็นพื้นที่ 0.5928 ตารางเมตร พื้นที่ที่มีขนาดปานกลาง (Medium Area) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซ้ าใน การใช้งานปานกลางในการใช้พื้นที่ท างานโต๊ะบรรยายในระยะแกน X ตั้งแต่ 1.025 เมตร และในการใช้พื้นที่ ท างานโต๊ะบรรยายในระยะแกน Y 1.065 เมตรคิดเป็นพื้นที่ 1.095 ตารางเมตร พื้นที่ที่มีขนาดครอบคลุม (Maximum Area) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซ้ าในการใช้งานน้อยที่สุด ในการใช้พื้นที่ท างานโต๊ะบรรยายในระยะ แกน X ตั้งแต่ 1.475 เมตร และในการใช้พื้นที่ท างานโต๊ะบรรยายในระยะแกน Y 1.475 เมตรคิดเป็นพื้นที่ 2.176 ตารางเมตร ซึ่งผลการทดลองนี้เป็นขนาดสัดส่วนของพื้นที่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ส่วนหนึ่ง เท่านั้น หากตัวแปรที่มีผลต่อขนาดพื้นที่ คือ ขนาดร่างกาย ระดับความพิการ ความช านาญในการใช้รถเข็น ความช านาญในการประกอบกิจกรรม ลักษณะพฤติกรรมเฉพาะบุคคลที่ใช้ในการทดลองแตกต่างกัน จะมีผล ต่อขนาดพื้นที่ที่ใช้แตกต่างกัน รวมถึงผลการทดลองข้างต้น เป็นการจัดสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ให้คนพิการเข้า มาท ากิจกรรมการใช้พื้นที่ตรงจุดที่ผู้ทดลองได้ก าหนดไว้เท่านั้น ดังนั้น ผลการทดลองข้างต้นจึงเหมาะสมกับ บริบทหนึ่งที่มีสภาพแวดล้อมและลักษณะพฤติกรรมที่เหมือนกันในกิจกรรมอื่น ๆ เท่านั้น ซึ่งจากผลการทดลอง ข้างต้นสามารถน าผลการทดลองมาปรับใช้ในการออกแบบเชิงพื้นที่กิจกรรมที่มีการใช้งานในกิจกรรมเครื่อง เรือนต่างๆ เนื่องจากมีลักษณะพฤติกรรมเหมือนกัน และมีลักษณะสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคหรือปัญหาที่ คล้ายกัน คือ พื้นที่เว้นว่างระหว่างในการเข้าถึงโต๊ะและการใช้งานพื้นที่ในการประกอบกิจกรรมในการใช้งานใน พื้นที่ จากผลการศึกษาในส่วนที่ 3 คือ สัดส่วนระดับความสูงที่เหมาะสมส าหรับการการใช้โต๊ะบรรยายเพื่อ ศึกษาความต้องการเกี่ยวกับขนาดสัดส่วนของเครื่องเรือน โดยต้องการทราบถึงระยะการใช้งานของโต๊ะบรรยาย ของผู้พิการนั่งรถเข็น ในกิจกรรมการใช้โต๊ะบรรยายของผู้พิการนั่งรถเข็น สามารถสรุปได้ว่า เมื่อมีการใช้โต๊ะ บรรยายของผู้พิการนั่งรถเข็นที่ใช้ในอุปกรณ์ ควรมีระดับความสูงจากพื้นจนถึงขอบการใช้โต๊ะบรรยายโดยระยะ


70 การใช้งานของผู้พิการนั่งรถเข็น ตั้งแต่ 65 – 75 เซนติเมตร เป็นระดับความสูงของโต๊ะบรรยายที่คนพิการตั้งแต่ เอวลงไปที่นั่งรถเข็นสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ ไมโครโฟนและเครื่อง ฉายภาพ ซึ่งผลการสัมภาษณ์นี้เป็นสัดส่วนระดับความสูงของโต๊ะบรรยายที่เหมาะสมกับการใช้งาน ห้องปฏิบัติการสถาปัตยกรรม หากตัวแปรที่มีผลต่อขนาดพื้นที่ คือ ขนาดร่างกาย ระดับความพิการ ความ ช านาญในการประกอบกิจกรรม ลักษณะพฤติกรรมเฉพาะบุคคลที่ใช้ในการทดลองแตกต่างกัน จะมีผลต่อ สัดส่วนระดับความสูงของโต๊ะบรรยายที่ใช้งานแตกต่างกัน รวมถึงผลการท ากิจกรรมข้างต้น ผลการท ากิจกรรม ข้างต้นจึงเหมาะสมกับบริบทหนึ่งที่มีสภาพแวดล้อมและลักษณะพฤติกรรมที่เหมือนกันในกิจกรรมอื่นๆ เท่านั้น ซึ่งจากผลการทดลองข้างต้นสามารถน าผลการทดลองมาปรับใช้ในการออกแบบระดับความสูงของโต๊ะบรรยาย ที่มีการใช้งานของผู้พิการนั่งรถเข็น และมีลักษณะสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคหรือปัญหา คือ ระดับความสูง ของโต๊ะบรรยายที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานและระยะเอื้อมในการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ ไมโครโฟนและเครื่องฉายภาพของผู้พิการนั่งรถเข็น 5. สรุป สรุปผลการศึกษาหาขนาดเชิงพื้นที่ที่เหมาะสมส าหรับการเข้าถึงโต๊ะบรรยายของคนพิการตั้งแต่เอวลง ไปและสรุปผลการศึกษาหาสัดส่วนระดับความสูงที่เหมาะสมส าหรับการโต๊ะบรรยายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ ของผู้พิการนั่งรถเข็น ตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ เพื่อศึกษากิจกรรมและพฤติกรรมการใช้โต๊ะบรรยายและอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ ของผู้พิการนั่งรถเข็นเพื่อส ารวจอุปสรรค์ของที่มีต่อผู้พิการนั่งรถเข็น เพื่อ เสนอแนวทางในการออกแบบที่ช่วยลดอุปสรรคของสภาพแวดล้อมตามแนวทางการออกแบบเพื่อทุกคน จากการศึกษาข้อจ ากัดทางด้านร่างกายและข้อจ ากัดด้านการเคลื่อนไหว (Mobility) ของคนพิการ ตั้งแต่เอวลงไปในการเข้าถึงกิจกรรมของพื้นที่โต๊ะบรรยายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ ของผู้พิการนั่งรถเข็นและผลการศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลการท ากิจกรรม BME เพื่ออ านวยความสะดวกต่อ การเข้าถึงของคนพิการ ในส่วนต่อไปของงานที่ได้จากการศึกษาข้างต้นน ามาเสนอแนะแนวทางการออกแบบ การใช้งานต่อไปภายในอนาคต เอกสารอ้างอิง ไตรรัตน์ จารุทัศน์. (2552). ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับปรับปรุง) การพัฒนาต้นแบบสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ.กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. นวลน้อย บุญวงษ์ และนันทนี เนียมทรัพย์. (2543). การออกแบบภายในอาคารเพื่อคนพิการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นวลน้อย บุญวงษ์ และนันทนี เนียมทรัพย์. (2543). แนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในอาคารเพื่อ คนพิการ (รายงานผลการวิจัย). ม.ป.ท.: ม.ป.พ. ปริญญา เชิดเกียรติผล. (2550). สภาพแวดล้อมทางกายภาพในห้องปฏิบัติการเขียนแบบสถาปัตยกรรม. กรุงเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.


71 วินัย หมั่นคติธรรม. (2543). การออกแบบอาคารเรียนให้มีประสิทธิภาพโดยเน้นถึงการใช้คุณสมบัติของ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติกรณีศึกษา: โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตจังหวัดสมุทรปราการ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. วิมลสิทธ์ หรรยางกูร. (2541). พฤติกรรมมนุษย์กับสภาพแวดล้อม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิไลวรรณ ซึ้งปรีดา. (ม.ป.ป.). การเข้าถึงและได้รับบริการทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาส าหรับคนพิการ. สืบค้นวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมป์. (2552). คู่มือปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมการออกแบบ สภาพแวดล้อมและสิ่งอ านวยความสะดวกส าหรับทุกคน. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง. ส านักงานคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กรมประชาสงเคราะห์. (2543). พระราชบัญญัติฟื้นฟู สมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2543. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง. อันธิกา สวัสดิศรี. (2546). แนวทางในการดัดแปลงที่พักอาศัยตามแนวความคิดยูนิเวอร์ดีไซน์ที่สอดคล้องกับ บริบทไทย: กรณีศึกษาที่พักอาศัยของคนพิการใช้รถเข็นในเขตกรุงเทพและปริมณฑล. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.


72 เรียบร้อย อ่อนโยน Gentle Primness ชุติมา พรหมเดชะ, Chutima Promdecha วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย College of Fine Arts. Bunditpatanasilpa Institute, Bangkok, Thailand. E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ข้าพเจ้าสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน าเสนอผลงานนามธรรมที่เกิดจากการน าทัศนธาตุ พื้นฐาน อันได้แก่ เส้น สี รูปร่าง พื้นที่ว่างและพื้นผิว มาจัดวางผ่านหลักองค์ประกอบทางศิลปะในรูปแบบงาน 2 มิติบนผื้นผ้า ด้วยกรรมวิธีการปักโดยใช้ไหมพรม ซึ่งข้าพเจ้ามีขั้นตอนในการสร้างสรรค์ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1)สร้าง แบบร่างผลงาน 2)การคัดเลือกวัสดุ 3)เตรียมพื้นระนาบผ้าส าหรับสร้างสรรค์ผลงาน 4)สร้างสรรค์ผลงานโดยการ ปักไหมพรมลงบนผืนผ้า การศึกษาและสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ ข้าพเจ้ากระท าขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการและความใคร่รู้ส่วน บุคคล สีของไหมพรมที่เน้นสีอ่อน สร้างความรู้สึกอ่อนโยน ประกอบกับเส้นสายและพื้นผิวที่เกิดจากการปัก แม้จะ ปักเป็นรูปร่างเรขาคณิตโดยการเดินเส้นปักอย่างเป็นระเบียบบนระนาบ 2 มิติ แต่ผลงานก็มีผิวสัมผัสอ่อนนุ่ม ให้ ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น สอดคล้องกับกรรมวิธีการปัก ที่ต้องอาศัยการกระท าที่ต้องท าซ้ า ท าให้ข้าพเจ้าเกิด สมาธิ ผ่อนคลาย และรู้สึกมีความสุขในระหว่างสร้างสรรค์ผลงาน ค าส าคัญ: ระเบียบ, อ่อนโยน, การปัก, ไหมพรม Abstract The objective of creating this artwork is to present an abstract work that arise from the visual art elements, namely line, color, shape, space and surface. Arranged through the composition theory of art in the form of 2D work by embroidery with yarn on fabric. I have four steps to create : 1)Create a sketch. 2)Material selection 3)Prepare the fabric plane for create artwork. 4)Embroidering yarn on fabric.


73 The educational and created this artwork. I do this for responses my individual needs and curiosity. The color of yarn that is highlighted in light colors made the tenderness feeling. Along with the lines and surfaces formed by embroidery, Even though embroidered in geometric shapes by neatly traced embroidery lines on a 2D plane, the artwork has a soft texture, gives relaxation and warmth feeling. In accordance with the embroidery process that requires repetitive actions. It made me concentrate, relax and feel happy while creating this artwork. Keywords: Gentle, Primness, Embroidery, Yarn 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา การด ารงชีวิตที่ต้องแบกรับภาระและความรับผิดชอบ อีกทั้งในรายละเอียดของการงานที่ข้าพเจ้าใช้เลี้ยง ชีพจ าเป็นต้องใช้สติและความรอบคอบเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากเป็นงานที่ต้องพบปะผู้คนและเคร่งครัด ในเรื่องของระเบียบวินัย ท าให้ในแต่ละวันของการท างานเต็มไปด้วยรายละเอียด ความซับซ้อน และเหตุการณ์ เฉพาะหน้า สิ่งที่บังเกิดกับข้าพเจ้าเป็นประจ าทุกวันนี้ท าให้ข้าพเจ้าเกิดความตึงเครียด ความรู้สึกภายในเต็มไปด้วย ความรีบร้อนและบีบรัด ส่งผลให้ร่างกายเกิดความเกร็งตึงระหว่างวันและอ่อนล้าเป็นอย่างมากเมื่อจบวันหนึ่ง ๆ ของการด าเนินชีวิต สิ่งส าคัญที่ท าให้ข้าพเจ้าสามารถฟื้นฟูก าลังกายและก าลังใจได้เป็นอย่างดีท่ามกลาง ความเหนื่อยอ่อนอันโดดดี่ยวนี้ คือ ตุ๊กตาเพื่อนรัก ของข้าพเจ้า โดยทั้ง 5 ตัว ล้วนมีหน้าตาและลักษณะต่างกัน แต่กลับมอบผิวสัมผัสอันอ่อนนุ่มพร้อมด้วยความรู้สึกอันแสนอบอุ่นและอ่อนโยนให้ข้าพเจ้าได้อย่างถึงที่สุด ท าให้ข้าพเจ้าเกิดแรงดลใจในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์เพื่อตอบสนองความรู้สึกและบ าบัดความทุกข์ยาก ของตนเอง จากผิวสัมผัสอ่อนนุ่มและความรู้สึกอันอบอุ่นเมื่อได้สัมผัสตุ๊กตาทั้ง 5 ท าให้ข้าพเจ้าเกิดความสนใจ “ไหมพรม” ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถหาซื้อได้ง่ายและมีลักษณะที่หลากหลายให้เลือกสรรในปัจจุบัน ไหมพรมเป็นวัสดุ ที่มีลักษณะเส้นใยค่อนข้างใหญ่ เส้นไหมมีลักษณะฟูนิ่ม จึงนิยมน ามาใช้ถักทอเป็นเครื่องแต่งกายที่ให้ความอบอุ่น อาทิ เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หมวก หรือ เครื่องใช้ในชีวิตประจ าวัน อาทิ กระเป๋า ปกหุ้มหนังสือ ผ้าปูลวดลาย สวยงามส าหรับตกแต่งบ้าน เป็นต้น ซึ่งสิ่งของที่เกิดจากการสร้างขึ้นด้วยไหมพรมนั้น ล้วนมีผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน ไม่ต่างจากตุ๊กตาทั้ง 5 ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงน าความรู้สึกดังกล่าวมาสร้างสรรค์ เป็นผลงานทัศนศิลป์รูปแบบ 2 มิติ ด้วยกรรมวิธีการปักเป็นรูปร่างเรขาคณิตที่ผ่านการจัดองค์ประกอบอย่างอิสระ แต่ไม่ไร้ระเบียบ อันเป็นอุปนิสัยที่ติดตัวข้าพเจ้าเนื่องมาจากการท างานประกอบอาชีพ เพื่อเป็นการตอบสนองและ บ าบัดความรู้สึกของตนเอง


74 ภาพที่ 1 ตุ๊กตาทั้ง 5 ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้เริ่มต้นจากความรู้สึกบีบคั้นและอ่อนล้าของข้าพเจ้าได้รับการขจัดโดยผิวสัมผัส อ่อนนุ่มและความรู้สึกอบอุ่นที่ข้าพเจ้าได้รับจากตุ๊กตาทั้ง 5 ของข้าพเจ้า ช่วงเวลาที่ได้ล้มตัวลงและกอดหอมสัมผัส กับตุ๊กตาเหล่นี้ ช่วยฟื้นฟูแรงกายและก าลังใจให้กับข้าพเจ้าได้อย่างเหลือเชื่อ อันน ามาสู่ความรู้สึกผ่อนคลาย แก่ร่างกายและมอบความรู้สึกอ่อนโยนหวนคืนสู่จิตใจของข้าพเจ้า ความรู้สึกดังกล่าวน ามาสู่ความดลใจ ท าให้ ข้าพเจ้าต้องการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ในลักษณะนามธรรมที่สามารถมอบความรู้สึกเหล่านี้ได้ ผ่านกระบวนการคิด แนวทางการสร้างสรรค์และรูปลักษณ์ที่มีระเบียบ เป็นขั้นตอน โดยใช้ทัศนธาตุ5 ประการ ได้แก่ เล่น สี รูปร่าง พื้นที่ว่างและพื้นผิว พร้อมด้วยหลักองค์ประกอบศิลป์ ได้แก่ เอกภาพ ดุลยภาพ จุดเด่น การขัดแย้ง และความกลมกลืน ดังที่ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ได้กล่าวไว้ว่า “องค์ประกอบศิลป์ หมายถึงศิลปะที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดหรือ ความงามซึ่งประกอบด้วย ส่วนที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่วนที่เป็นการแสดงออกอันเป็นผลที่เกิดจากโครงสร้างทางวัตถุ การสร้างงานศิลปะโดยทั่วไป ศิลปินจะใช้ทัศนธาตุทุกอย่างผสมผสานกัน ดังนั้น เอกภาพของงานจึง ซับซ้อนและมีความหมายลึกซึ้งอย่างยิ่ง จังหวะความเคลื่อนไหวก็ดี การเปลี่ยนแปรของรูปทรงก็ดี จะเป็นไปได้ อย่างไม่มีขอบเขต สามารถตอบสนองความคิด อารมณ์ หรือความรู้สึกของศิลปินได้อย่างไม่จ ากัด” นอกจากทฤษฎีทางศิลปะแล้ว ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปก่อนหน้า กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานด้วย กรรมวิธีการปักนั้น ต้องอาศัยการท าซ้ า ท าให้ข้าพเจ้าเกิดสมาธิ ผ่อนคลาย และรู้สึกมีความสุขในระหว่าง


75 การปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลงาน สอดคล้องกับข้อความที่ ภูพิงค์ เมตตานัยธรรม ได้เอ่ยถึงในวิทยานิพนธ์ “ศิลปะในฐานะเครื่องมือบ าบัดเยียวยาความเศร้า : กรณีศึกษา เมตตา สุวรรณศร และวัชราพร อยู่ดี” ดังนี้ “ศิลปกรรมบ าบัด เกิดขึ้นจากความคิดที่ว่ากระบวนการสร้างสรรค์ในการท าศิลปะนั้น เป็นการเยียวยา และยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น ถูกใช้เพื่อส่งเสริม การงอกงามทางจิตใจของแต่ละบุคคล ช่วยให้เข้าใจตนเองและช่วยใน การบ าบัดรักษา ทางด้านอารมณ์สร้างความหมายและเข้าถึงความจริง ความผ่อนคลายจากขุมอารมณ์ที่เอ่อล้น หรือความเจ็บปวดทางด้านจิตใจ คลี่คลายความขัดแย้งและปัญหา สร้างคุณค่าให้กับ ชีวิต และรู้สึกถึงสภาวะสมดุล ทางอารมณ์” 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ข้าพเจ้าได้ออกแบบกระบวนการท างานอย่างเป็นระเบียบ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนดังนี้ 1. สร้างแบบร่างผลงาน ภาพที่ 2 แบบร่างที่พัฒนาเป็นล าดับ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 2. การคัดเลือกวัสดุ ภาพที่ 3 ไหมพรม เข็มปากกาส าหรับปักไหมพรม ที่สนเข็ม และกรรไกรก้ามปู ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 3. เตรียมพื้นระนาบผ้าส าหรับสร้างสรรค์ผลงาน 4. สร้างสรรค์ผลงานโดยการปักไหมพรมลงบนผืนผ้า


76 ภาพที่ 4 การปักไหมพรมด้วยเข็มปากกาส าหรับปักไหมพรม ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลงานสร้างสรรค์นี้ของข้าพเจ้าเกิดจากความรู้สึกภายใน เริ่มจากความรู้สึกในทางลบ ได้แก่ ความบีบคั้น และความเหนื่อยล้าจากการท างาน ต่อมาความรู้สึกดังกล่าวได้รับฟื้นฟูบ าบัดโดยตุ๊กตาทั้ง 5 ที่มีผิวสัมผัสอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกอบอุ่น ส่งผลให้ข้าพเจ้าเกิดแรงดลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่จะสื่อสารและส่งมอบความรู้สึกดังกล่าว แก่ผู้ชม ทั้งนี้ นอกจากจะถ่ายทอดความรู้สึกดังกล่าวแล้ว กระบวนการใยการสร้างสรรค์ ข้าพเจ้าได้เลือกใช้กรรมวิธี การปักที่ต้องอาศัยการท าซ้ า กรรมวิธีนี้ช่วยท าให้ข้าพเจ้าเกิดสมาธิ มีความรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการที่ได้ปักเข็มลง บนผืนผ้าครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยมือด้านขวาโดยมือด้านซ้ายก็คอยดึงเส้นไหมพรมให้ตึงและไม่หลุดลุ่ย ในช่วงเวลา ดังกล่าวข้าพเจ้าได้ค้นพบว่าตนเองไม่มีริ้วรอยของความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่แล้ว กลับรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอม กับความสงบที่เกิดขึ้น ซึ่งแม้จะเป็นผลงานที่น าเสนอผ่านรูปลักษณ์อันเป็นนามธรรม แต่ก็สามารถสื่อสารความรู้สึก ที่ข้าพเจ้าต้องการผ่านน าเสนอด้วยการจัดองค์ประกอบทางทัศนธาตุได้อย่างลงตัว ภาพที่ 5 ผลงานสมบูรณ์ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์


77 ภาพที่ 6 รายละเอียดของผลงาน ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 5. สรุป ข้าพเจ้าได้สร้างสรรค์ผลงานนี้เพื่อน าเสนอพื้นผิวอันอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกอ่อนโยน และเป็นระเบียบผ่าน ระนาบผืนผ้า 2 มิติที่ปักด้วยไหมพรมเป็นรูปร่างเรขาคณิตในลักษณะนามธรรม โดยมีมีจุดเริ่มต้นจากความรู้สึก ในทางลบและได้รับการบ าบัดผ่านสิ่งของที่มีความอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกอบอุ่น และในระหว่างการสร้างสรรค์ผลงาน ดังกล่าว ข้าพเจ้าก็ได้พบว่าตนเองเกิดความสงบ มีสมาธิผ่อนคลาย และมีความสุขในระหว่างการปักผ้าซึ่งเป็น กรรมวิธีที่ต้องอาศัยการท าซ้ าจนก่อเกิดเป็นผลงานที่ความสมบูรณ์ทั้งในด้านการน าเสนอรูปลักษณ์และ กระบวนการสร้างสรรค์ ประโยชน์ของผลงานสร้างสรรค์ 1. เกิดผลงานสร้างสรรค์รูปแบบนามธรรมที่ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่น อ่อนโยน อบอุ่น และเรียบร้อย เป็นระเบียบ 2. สร้างความรู้สึกตระหนักในคุณค่าของงานนามธรรม ทฤษฎีพื้นฐานทางศิลปะ อันได้แก่ ทัศนธาตุ การจัดองค์ประกอบทางศิลปะ รวมถึงคุณค่าของวัสดุทั่ว ๆ ไปและกรรมวิธีสร้างสรรค์ที่เรียบง่าย เฉกเช่น การปักไหมพรม 3. ผู้สร้างสรรค์ค้นพบทักษะและกรรมวิธีบ าบัดตนเองจากความรู้สึกภายใน ส่งผลให้เกิดความสุข ความสงบและวิธีผ่อนคลายในชีวิต 4. คาดว่าจะสามารถจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมที่มีความสนใจในการ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ, กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจ้ากัด (มหาชน) ภูพิงค์ เมตตานัยธรรม. (2559). ศิลปะในฐานะเครื่องมือบ าบัดเยียวยาความเศร้า : กรณีศึกษา เมตตา สุวรรณศร และวัชราพร อยู่ดี. วิทยานิพนธ์ศิลปมหาบัณฑิต คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


78 บทกวีสี่บทจากชายฝั่งทะเลตะวันออก Four poems from the eastern seaboard ชูเกียรติ สุทิน, CHUKIAT SUTIN วิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat College of Fine Arts, Nakhon Si Thammarat Province. Email: [email protected] บทคัดย่อ สาระแห่งวัสดุซึ่งเป็นเศษขยะจากเทคโนโลยี จากวิถีชีวิต ผ่านกาลเวลา จากแม่น ้าไหลลงสู่ทะเล จาก ทะเลผ่านคลื่นลม แสงแดด มรสุม จนลอยมาซบหาดทรายชายฝั่งทะเลตะวันออก ผู้สร้างสรรค์เลือกสรร จัดเก็บวัสดุที่มีสีสันงดงาม คุ้นตา มีความผูกพันส่วนตัวในความทรงจ้า น้ามา สร้างสรรค์ด้วยการติด กดยึดติดลงไปบนเยื่อกระดาษ เป็นลักษณะการบันทึกแทนถ้อยค้าบทกวีที่สะท้อนถึง ความไร้จิตส้านึกของคนร่วมสมัย เพื่อต้องการกระตุ้นจิตส้านึกของคนในสังคม ให้เห็นความส้าคัญในการรักษา ธรรมชาติไว้ก่อนจะสายเกินไป ค าส าคัญ: บทกวี, ชายฝั่งทะเลตะวันออก,ขยะทะเล Abstract Material which is a waste of technology from the way of life through the time. From the river flows into the sea. From the sea through the wave, wind, sunlight, and monsoon, until it floats on the beaches of the east coast. I chose and store the colorful materials that familiar in my personal memories. I create my work of art by sticking, pressing it to hold onto the pulp. It’s a feature of recording instead of poetic words that reflect the unconsciousness of the contemporary to stimulate the consciousness of the people in society to see the importance of preserving nature before it is too late. Keywords: poetry, east coast, marine debris 1. ความส้าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ในสภาวะปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตชาวเมือง ที่เรียกว่าความ เจริญเติบโต การพัฒนาของสังคมเศรษฐกิจ ได้ผลิตวัตถุ เครื่องใช้ เครื่องอ้านวยความสะดวกในการใช้ชีวิต การ อยู่กินที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในปัจจุบัน ซึ่งจากสภาวการณ์ความเจริญ สะดวกสบายอย่างที่กล่าวมาได้


79 เปลี่ยนวิสัยของผู้คนในสังคมบริโภคนิยม ที่มุ่งเน้นความสุข สะดวกสบาย จนภาวะส้านึกพื นฐานของมนุษย์ หน้าที่ของพลเมือง พลโลกที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม จากวิถีชีวิตใหม่นั นได้กลายเป็น สภาพชีวิตแบบใหม่ ที่มุ่งแต่แสวงหาความสุข สะดวกสบาย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มุ่งรับใช้ความ สะดวกสบายจนละเลย และส่งผลกระทบทางสภาพแวดล้อมธรรมชาติ จนท้าให้วิถีความเจริญกาวหน้าของ เทคโนโลยีรองรับความสะดวก รวดเร็ว สุขสบาย ได้หลอมให้เกิดวิถีชีวิตแห่งมนุษย์แบบใหม่ ที่ส่งผลต่อ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติหรือภัยทางธรรมชาติแบบใหม่ในปัจจุบันและอนาคต ขณะเดียวกันปัญหาที่หนักและคุกคามมนุษย์และทรัพยากรธรรมชาติของโลก ไม่ว่าจะเป็นแม่น ้าล้า คลอง สภาพอากาศ ป่าไม้ มหาสมุทร ซึ่งมีมานานแล้วยังเป็นปัญหาที่ร้ายแรง เพราะมิใช่คุกคามมนุษย์เพียง อย่างเดียว แต่ท้าลายที่อยู่อาศัยพึ่งพาอันเป็นทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม รวมถึงชีวิตเผ่าพันธุ์ มนุษย์อย่างร้ายแรงเช่นกัน และเกิดขึ นมานานแล้วจนกลายเป็นสภาพชีวิตแบบใหม่ที่มนุษย์ในสังคมขาดความ ตระหนักหรือไม่ตระหนักมากพอ ซึ่งเป็นสิ่งจ้าเป็นอย่างมากที่คนในพื นที่ ในท้องถิ่นหรือสังคมได้รับรู้ ถึงเศษซาก ขยะจากเทคโนโลยีก้าลังคืบคลาน ผสานในเชิงผิดปกติแทนวิถีธรรมชาติ สัตว์ในธรรมชาติ หรือผสมกลมกลืน สร้างหายนะ เป็นมหันตภัยแก่ชีวิตมนุษย์เอง เช่น ปูเสฉวนที่ใช้เศษขวดแก้ว หรือพลาสติกเป็นที่อาศัย เศษซาก อวนใหญ่ในทะเลลึกที่ครอบคลุมปะการัง คลุมโขดหินใต้ทะเลลึก เกาะขยะกลางมหาสมุทร หรือแม้กระทั่งเม็ด ไมโครพลาสติกที่ย่อยสลายกลมกลืนไปกับน ้าทะเลกลมกลืนไปในแหล่งน ้าจืด ผสมในเกลือทะเล ซึ่งมองด้วยตา เปล่าไม่เห็น และมนุษยชาติบริโภคโดยมิรับรู้และเป็นอันตรายอย่างมหาศาล ขยะจากชายฝั่งทะเลที่เกิดจากสภาวะไร้จิตส้านึกของมนุษย์นั น กลับสะท้อนเรื่องราวจากที่มา ผ่าน จากเงื อมมือผู้คนในสังคม ผ่านสาระการใช้สอยจนหมดความส้าคัญก็ถูกทิ งขว้าง ขณะที่มนุษย์ทิ งขยะเหล่านั น ลงในธรรมชาติ มนุษย์ก็ได้ทอดทิ งจิตส้านึกของตนและทิ งความงามทางธรรมชาติและท้าลายสายใยที่ ละเอียดอ่อนลงเช่นกัน ดั่งค้ากล่าวที่ว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ขณะเดียวกันนั นขยะจากมือคน ก็ผ่านล้าคลองธรรมชาติสู่ท้องทะเล และมากองก่าย ณ ชายฝั่งทะเล ซึ่งขยะพลาสติกแต่ละชิ นก็มีเรื่องราวบอก เล่าทั งทางด้านสีสัน พื นผิว รูปทรง เป็นดั่งถ้อยค้าบอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัย ซึ่งเป็นความงามในความ อัปลักษณ์ทางประโยชน์ใช้สอย และคุณค่า ซึ่งผู้สร้างสรรค์ได้รู้สึกถึงความงามในความเป็นขยะดังกล่าว จึง น้ามาสร้างสรรค์ผลงานชุด “บทกวีสี่บทจากชายฝั่งทะเลตะวันออก” เป็นผลงานสร้างสรรค์เทคนิค สื่อผสม จ้านวน 4 ชิ น จัดวางประกอบเป็นชิ นเดียวกัน คล้ายกับบทกวี ต้องการสะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ทะเล และสภาวะขาดจิตส้านึกของผู้คนในสังคม เพื่อให้เกิดความตระหนักเห็นความส้าคัญของธรรมชาติชายฝั่ง ทะเลซึ่งเกิดภาวะวิกฤตจากการกระท้าของมนุษย์ในปัจจุบัน 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ผู้สร้างสรรค์ได้แรงบันดาลใจจากความเปลี่ยนแปลงไปของสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล ซึ่งชาวเลประกอบ อาชีพและใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ขณะที่ความอุดมสมบูรณ์จากทรัพยากรทางทะเลที่ลด น้อยลงอย่างมากในปัจจุบัน ประกอบกับความขาดจิตส้านึก ในการประกอบอาชีพที่มุ่งตักตวง ผลประโยชน์ จากทรัพยากรทางธรรมชาติ และการใช้วิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันโดยขาดการเอาใจใส่ดูแล ซึ่งสอดคล้อง


80 กับแนวความคิดด้านความเปลี่ยนแปลงในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันโดยใช้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม ขณะเดียวกันก็ได้รับอิทธิพลทางด้านรูปแบบเนื อหา จากศิลปิน 2.1 แนวคิดเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความหมายของสิ่งแวดล้อม (Environment) สุวัจน์ สงวนวงศ์ ให้ความหมายไว้ว่า สิ่งแวดล้อมคือทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั งที่มีชีวิตและ ไม่มีชีวิต (จับจ้องได้และจับต้องไม่ได้) และนามธรรม (วัฒนธรรม แบบแผน ประเพณีความเชื่อ) มีอิทธิพลเกี่ยว โยงถึงกัน เป็นปัจจัยในการเกื อหนุนซึ่งกันและกัน ผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งจะมีส่วนเสริมสร้างหรือท้าลายอีก ส่วนหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งแวดล้อมเป็นวงจร และวัฏจักรที่เกี่ยวข้องกันไปทั งระบบ อย่างไรก็ดี สิ่งแวดล้อมอาจแยกเป็นลักษณะกว้างๆ ได้ 2 ส่วน คือ สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ นเองโดยธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ ภูเขา ดิน น ้า อากาศ ทรัพยากร ทุกประเภท และสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ น เช่น ชุมชนเมือง สิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน ศิลปกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันนี ด้วยภาวะขาดจิตส้านึกในการ ใช้ชีวิตของผู้คน ท้าให้เกิดปัญหาทางสภาพแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อม หมายถึง สภาพแวดล้อมที่มีการ เปลี่ยนแปลงจากสภาพที่เคยสามารถน้ามาใช้เป็นประโยชน์ได้ ส้าหรับการด้ารงอยู่ของมนุษย์ได้ และปัญหาที่ เกิดขึ นจากการใช้ทรัพยากรของมนุษย์อย่างไม่ประหยัด และขาดความรับผิดชอบก่อให้เกิดปัญหามลพิษและ ปัญหาอื่นๆ ซึ่งเป็นสภาวการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อคนจ้านวนมาก ซึ่งสภาวการณ์ดังกล่าว ไม่เป็นที่พึง ปรารถนาและควรมีการกระท้าบางอย่างเพื่อแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ น ตัวอย่างเช่น ปัญหาน ้าเน่าเสีย ปัญหาขยะ มูลฝอย ปัญหามลพิษทางกลิ่นทางเสียง เป็นต้น 2.2 อิทธิพลจากผลงานศิลปินที่ให้รับแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์ผลงานชุด “บทกวีสี่บทจากชายฝั่งทะเลตะวันออก”ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากขยะบริเวณ ชายฝั่งทะเลในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานสร้างสรรค์ ของศิลปินที่ท้างานแนวทางนี มาก่อน ทั งทางแนวความคิด เนื อหาสาระทาง ศิลปะของ Pam Longobardi ซึ่งมีที่มาดังต่อไปนี 2.2.1 Pam Longobardi อาศัยและท้างานอยู่ในเมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเธอเป็นศาสตราจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยและศาสตราจารย์ด้านศิลปะที่ Georgia State University Longobardi ด้ารงต้าแหน่ง BFA จาก University of Georgia (๑๙๘๑) และ MFA จาก Montana State University (1985) (https://www.telfair.org/exhibitions/contemporary-spotlight,เข้าถึงเมื่อ 13 ก.พ. 2562) ศิลปินมีความบันดาลใจจากการเห็นกองพลาสติกจ้านวนมหาศาล และลอยเป็นเศษเล็กเศษน้อยเป็น พื นที่มหึมาในมหาสมุทรแถบชายฝั่งอันห่างไกลของฮาวาย ศิลปินใช้พลาสติกเหล่านี เป็นวัสดุหลักในการ สร้างสรรค์ผลงาน โดยการท้าความสะอาดชายหาด และสะสมขยะจากทั่วทุกมุมโลก โดยการเอาวัสดุหลายพัน ปอนด์ออกมาจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และมาจัดตั งเป็นคุณค่าใหม่ในบริบททางวัฒนธรรม เป็นดั่งวัตถุ พลาสติกหลักฐานทางวัฒนธรรมของเวลาของยุคสมัยเราเป็นภาพของสังคม ผู้บริโภคทุนนิยมระดับโลกซึ่งเป็น ภาวะมลพิษทางสิ่งแวดล้อมโลกในปัจจุบันโดยศิลปินสร้างสรรค์ด้วย รูปแบบที่หลากหลาย (ภาพที่ 1)


81 ภาพที่ 1 ผลงานของ Pam Longobardi ชื่อผลงาน "Oceanomania" เทคนิค พลาสติกจากมหาสมุทรและดริฟต์เน็ตจากฮาวาย, ฟลอริดาเอเวอร์เกลดส์และนิวเบดฟอร์ด ที่มา: (https://www.telfair.org/exhibitions/contemporary-spotlight,) 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์ผลงานชุด “บทกวีสี่บทจากชายฝั่งทะเลตะวันออก” เป็นผลงานสร้างสรรค์ด้วยเทคนิค สื่อผสม ซึ่งเกิดจากการได้แรงบันดาลใจมาจากขยะทางเทคโนโลยี เช่น พลาสติก ของใช้ของมนุษย์ที่เป็นขยะใน ชายฝั่งทะเลตะวันออก ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากการได้ลงพื นที่ได้เห็นจ้านวนมหาศาลของขยะ ซึ่งรู้สึกถึง ถ้อยค้าผ่านสีสัน พื นผิว รูปทรง ของขยะเหล่านั น เหมือนเป็นบทบันทึกที่น่าสะเทือนใจของผู้คนในยุคสมัย จึง น้ามาสะท้อนเป็นผลงานสร้างสรรค์ตามกระบวนการดังนี 3.1 ลงพื นที่เก็บข้อมูลบริเวณชายฝั่งทะเลในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเก็บขยะและเลือกเก็บขยะที่ ตอบสนองความรู้สึกกับผู้สร้างสรรค์ เช่น ของเล่นพลาสติก ของใช้พลาสติก เศษไม้จากเรือ เป็นต้น (ภาพที่ 2) ภาพที่ 2 การลงพื้นที่จัดเก็บขยะ ณ ชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 3.2 น้ามาขยะที่คัดเลือกมาท้าความสะอาด และน้ามายึดติดลงบนเยื่อกระดาษ เป็นลักษณะการวาง ซ ้าๆ เรียงกันคล้ายถ้อยค้าในวรรคของบทกวี (ภาพที่ 3) ภาพที่ 3 เอาขยะพลาติกจากชายฝั่งทะเล กดวางลงบนเยื่อกระดาษผสมสีอะคริลิก ที่มา: ผู้สร้างสรรค์


82 3.3 น้ามาประกอบเป็นผลงานสร้างสรรค์ 4 ชิ นมาประกอบเป็นชิ นเดียวกัน (ภาพที่ 4) ภาพที่ 4 การน าผลงาน 4 ชิ้น มาประกอบเป็นชิ้นเดียว ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน ภาพที่ 5 ชื่อผลงาน “บทกวีสี่บทจากชายฝั่งทะเลตะวันออก” ชื่อผู้สร้างสรรค์ชูเกียรติ สุทิน, เทคนิค สื่อผสม, ขนาด 150 X 120 เซนติเมตร ภาพผลงานชิ นนี โครงสร้างของผลงานแบ่งเป็น 4 รูปทรง มีรูปแบบคล้ายบทกวี 1 บท ประกอบด้วย 4 วรรคตอน ซึ่งในแต่ละชิ นหรือแต่ละตอนมีรายละเอียดเป็นขยะทะเล ติดลงในเยื่อกระดาษสร้างเรื่องราวความ เคลื่อนไหวคล้ายถ้อยค้าภาษา แต่แทนค่าเป็นภาษาทางความรู้สึกที่สัมผัสทางสายตาทางทัศนธาตุ ผ่านเป็นเส้น สี พื นผิว น ้าหนัก และรูปทรง ตามตารางดังนี (ภาพที่ 5)


83 ภาพผลงาน การวิเคราะห์ทางทัศนธาตุ การแสดงออก (Expression) แนวชายฝั่งล้วนเต็มไปด้วยมวลขยะพลาสติก จากการใช้ ชีวิตด้วยสภาวะไร้จิตส้านึกมีผลต่อวิถีชีวิต น้ามาจัดวางทางเนื อหา เรื่องราว ผ่านภาษาทาง ทัศนธาตุ เส้น (Line) เส้นโครงสร้างของผลงานเป็นเส้นสี่เส้นเคียงกัน มีเส้นอิสระรอบนอกรูปทรง สร้างความเชื่อมโยงระหว่างรูปทรงเช่นเดียวกับเส้นเล็กๆ ที่เกิดจากความแตกต่างของขยะ ในผลงานทั งสี่ชิ น รูปทรงและพื้นที่ว่าง (Form/Space) รูปทรงเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมสี่รูปทรง ประกอบเป็น ชิ นเดียวกัน มีพื นที่ว่างระหว่างสี่รูปทรงสร้างความเคลื่อนไหว เน้นให้รูปทรงแต่ละรูปทรง เด่นชัด ขณะเดียวกันก็ท้าหน้าที่เชื่อประสานให้เป็นรูปทรงเดียวกัน พื้นผิว (Texture) พื นผิวมี 2 ชนิดคือ 1.พื นผิวจากวัสดุจริงที่ได้จากขยะหลากชนิดเช่น ไม้ พลาสติก แก้ว ไฟแช็ก เป็นต้น และ 2.พื นผิวจากการสร้างขึ นเองจากเผื่อกระดาษเพื่อ สร้างรสชาติความแตกต่างน่าสนใจมากขึ น สี (Color) สีจากเยื่อกระดาษเป็นสีน ้าเงิน สีฟ้า และสีน ้าตาล แสดงถึงความเป็นธรรมชาติ ของทะเล ท้องฟ้า พื นดิน และประกอบด้วยสีที่ได้จากขยะแถบชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นลักษณะ สีเฉพาะ ที่ผ่านกาลเวลา ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกถึงแนวคิดของผลงาน 5. สรุป จากการสร้างสรรค์ผลงาน ในหัวข้อ “บทกวีสี่บทจากชายฝั่งทะเลตะวันออก” ผู้สร้างสรรค์ น้าเสนอ รูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล จากมวลขยะที่ถูกทิ ง ก่ายกอง เกลื่อนชายฝั่งทะเล ซึ่งสิ่งเหล่านี เป็นสิ่งที่แสดงถึงสภาวะความไร้จิตส้านึกของผู้คน ที่ท้าลาย สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ทรัพยากรทางทะเล และท้าลายทัศนียภาพอันงดงามที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว อย่างรุนแรง ผู้สร้างสรรค์เห็นเศษขยะเหล่านั นมีมูลค่าทางด้านการสร้างสรรค์ ซึ่งขยะจากชายฝั่งทะเลที่เกิดจาก สภาวะไร้จิตส้านึกของมนุษย์นั น กลับสะท้อนเรื่องราวจากที่มา ผ่านจากเงื อมมือผู้คนในสังคม ผ่านสาระการใช้ สอยจนหมดความส้าคัญก็ถูกทิ งขว้าง ขณะมนุษย์ทิ งขยะเหล่านั นลงในธรรมชาติ มนุษย์ก็ได้ทอดทิ งจิตส้านึก ของตนและทิ งความงามทางธรรมชาติ และท้าลายสายใยที่ละเอียดอ่อนลงเช่นกัน ดั่งค้ากล่าวที่ว่า “เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว” ขณะเดียวกันนั นขยะจากมือคนก็ผ่านล้าคลองธรรมชาติสู่ท้องทะเล และมากองก่าย ณ ชายฝั่งทะเล ซึ่งขยะพลาสติกแต่ละชิ นก็มีเรื่องราวบอกเล่าทั งทางด้านสีสัน พื นผิว รูปทรง เป็นดั่งถ้อยค้า บอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัย ซึ่งเป็นความงามในความอัปลักษณ์ทางประโยชน์ใช้สอยและคุณค่า ซึ่งผู้ สร้างสรรค์ได้รู้สึกถึงความงามในความเป็นขยะดังกล่าว จึงน้ามาสร้างสรรค์ผลงานชุด “บทกวีสี่บทจากชายฝั่ง ทะเลตะวันออก”เป็นผลงานสร้างสรรค์เทคนิค สื่อผสม จ้านวน 4ชิ น จัดวางประกอบเป็นชิ นเดียวกัน คล้ายกับบทกวี ต้องการสะท้อนเป็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล และสภาวะขาดจิตส้านึกของผู้คนในสังคม เพื่อให้เกิด ความตระหนักเห็นความส้าคัญของธรรมชาติชายฝั่งทะเลซึ่งเกิดภาวะวิกฤตจากการกระท้าของมนุษย์ในปัจจุบัน


84 เอกสารอ้างอิง กิตติภูมิมีประดิษฐ์. (2543). มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีปทุม กาญจนา แก้วเทพ. (2542). การวิเคราะห์สื่อ แนวคิดและเทคนิค. พิมพ์ครั งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : เอดิสัน เพรสโปรดักส์ คณะกรรมการช้าระพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: บริษัทนานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ จ้ากัด ชลูด นิ่มเสมอ. (2542). องค์ประกอบทางศิลปะ. กรุงเทพฯ: บริษัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช สุวัจน์ สงวนวงศ์. (2534). การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานด้านสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ: วิทยาลัย ป้องกันราชอาณาจักร โครงการกรีนฟินส์ภายใต้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ. (2550). 20 มีนาคม 2563 https://www. dmcr.go.th/miniprojects/133/29990. Pam Longobardi. 30 พฤศจิกายน 2563.https://www.telfair.org/exhibitions/contemporary-spotlight


85 พลังแห่งดอกไม้ The Power of Flowers ฐิตา ครุฑชื่น, Thita Krutchuen วิทยาลัยช่างศิลป เลขที่ 60 ถนนหลวงพรต แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 Collage of Fine Arts, address 60 Luangphod road Ladkrabang Disrtict Bangkok 10520 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ มนุษย์เรารู้จักการน าดอกไม้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ตั้งแต่สมัยบรรพกาลมาแล้ว ไม่ว่าจะในงานส าคัญ ต่างๆ มักจะมีการประดับดอกไม้เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของความงามและความอุดม สมบูรณ์ที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการแพร่พันธุ์ของพืชในรุ่นต่อไป นอกจากรูปลักษณ์สีสันและลวดลายที่ สวยงามชวนมอง ดอกไม้ยังมีกลิ่นที่ชวนให้หลงใหล มีเสน่ห์ เมื่อใดที่มนุษย์ได้สัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้จะ เกิดผลในทางบวกต่อจิตใจให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น รื่นรมย์ ผลงานชุด พลังแห่งดอกไม้ข้าพเจ้าได้น าความรู้สึกประทับใจเมื่อได้รับรู้และสัมผัสถึงรูปและกลิ่นหอม ของดอกไม้ มาถ่ายทอดเป็นงานจิตรกรรมในรูปแบบกึ่งนามธรรมเพื่อสื่อถึงความรู้สึกรื่นรมย์ ยินดี และความ หลงใหลที่มีต่อรูปและกลิ่นหอมของดอกไม้ ค าส าคัญ: กลิ่น, ดอกไม้, ศิลปะกึ่งนามธรรม Abtract Human being has known the usefulness of flower since ancient time. In any important occasions, people always use the flower for decoration. The flower symbolises beauty and abundance. It indicates that the next generation is ready to planted. In addition to its eyecatching appearance, colours, and shape, the flower’s scent is also attractive. Sweet smell of flower helps to relax and light up one’s mind. With the impressive scent and the eye-catching appearance of flower, I would like to present this semi abstract painting project, ‘The Power of Flower’. How the flower can help one to be delightful, relax, and light up one’s spirit, you will witness it in this project. Keywords: Smell, Flower, Semi Abstract


86 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา มนุษย์เรานั้นมีความสามารถในการแสวงหาความสุขและความรื่นรมย์และประโยชน์จากธรรมชาติ เพื่อลดความตึงเครียด คลายความทุกข์ทั้งทางกายและใจ ดอกไม้เป็นสิ่งหนึ่งในธรรมชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับ ชีวิตมนุษย์มาตั้งแต่สมัยบรรพกาล เช่นในประเพณีวัฒนธรรมหรือพิธีการต่างๆ มักจะมีไม้ดอกไม้ประดับเข้ามา เกี่ยวข้องอยู่เสมอ ด้วยดอกไม้มีรูปลักษณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความสวยงาม ทั้งรูปทรง สีสัน ลวดลายที่หลากหลาย ประกอบกันตามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น ก่อให้เกิดความเพลิดเพลินเจริญตาเมื่อได้รับรู้ทางการมองเห็น หรือ แม้แต่กลิ่นหอมของดอกไม้ก็ยังมีเสน่ห์น่าหลงใหล ยังมีพลังในการบ าบัดความตึงเครียด คลายความกังวลและ สร้างความสุข ความรื่นรมย์ในจิตใจของมนุษย์ขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์(Chelsea Stone, 2017) ดังที่มีงานวิจัย ออกมาแล้วว่า กลิ่นเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ จึงมีการน ากลิ่นมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ ต่างๆ โดยเฉพาะการน ากลิ่นหอมของดอกไม้และพืชมาใช้บ าบัดความเครียด กังวล อ่อนล้าของมนุษย์ ซึ่งกลไก การออกฤทธิ์ของกลิ่นมีผลทั้งทางร่างกาย (Physiology) และจิตใจ (Psychology) (สุธัญญา พรหมสมบูรณ์, 2010) จากการเห็นความส าคัญของพืชพรรณดอกไม้ บวกกับความหลงใหลและสนใจเป็นพิเศษ เกิดเป็นความ ประทับใจในรูปลักษณ์ของดอกไม้ ท าให้ที่ผ่านมาได้มีการศึกษาและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับพืช พรรณไม้ดอกในรูปแบบจิตรกรรมแบบเหมือนจริง ส าหรับการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม เรื่องพลังของดอกไม้ เป็นการสื่อถึงความรู้สึกของตนเองที่มีต่อรูปลักษณ์และกลิ่นของดอกไม้ ในรูปแบบจิตรกรรมกึ่งนามธรรม เพื่อ น าเสนออารมณ์ของความประทับใจในความงามและกลิ่นหอมของดอกไม้ และเพื่อเป็นการพัฒนาแนวทางการ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตนเองในรูปแบบแปลกใหม่และแตกต่างจากที่เคยท ามาก่อน 2. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีการแสดงอารมณ์ (Emotionalism Theory) เป็นการแสดงความคิดในการสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยเน้นการแสดงออกซึ่งความรู้สึกหรืออารมณ์ลักษณะผลงานให้คุณค่าทางอารมณ์หรือมีลักษณะเป็น นามธรรมมากกว่าแสดงแบบรูปธรรม ซึ่งเปนทฤษฎีที่ให้ความส าคัญเรื่องการสื่อความหมาย อารมณ ความรูสึก แนวคิดถึงผูชม ทฤษฎีนี้ตั้งอยูบนพื้นฐานความเชื่อที่วางานจิตรกรรมไม่ไดสร้างขึ้นจากความวางเปลา ไม่ได้เป็น เพียงการท างานของประสาทมือและประสาทตาเทานั้น แตเปนการสร้างงานผานความคิด ความรูสึกของศิลปน ดังนั้นความหมาย ความรูสึก หรือแนวคิด สิ่งที่แสดงออกในงานศิลปะ จึงไม่เน้นรูปทรงเหมือนตามธรรมชาติ เพราะรูปทรงธรรมชาติไม่อาจถ่ายทอดความความหมายที่ต้องการสื่อได้เสมอไป จึงเกิดการตัดทอนดัดแปลง รูปทรงขึ้น เพื่อใหสัมพันธสอดคลองกับความรูสึกที่ตองการแสดงออก (ชะวัชชัย, 2544) ซึ่งผลงาน “พลังแห่งดอกไม้” ต้องการสื่อสารเรื่องราวความรู้สึกประทับใจและชื่นชมต่อรูปและกลิ่น หอมของดอกไม้ จึงใช้รูปร่างและสีของดอกไม้เป็นเบื้องต้นในการสร้างเรื่องราว และได้ดัดแปลง ลดทอนรูปทรง นั้นลง โดยใช้เทคนิคในการเท เป่า และพ่นสี ประกอบกับการวาดระบายสี เพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึกตาม รูปแบบกึ่งนามธรรม (Semi Abstract) ซึ่งเป็นศิลปะที่บิดเบือนไปจากศิลปะแบบเหมือนจริง ด้วยการตัดทอน รูปทรงของจริงให้เรียบง่าย แต่ยังคงเค้าโครงเดิมอยู่บ้าง เพื่อสื่อให้ทราบว่าคือรูปทรงของสิ่งใด การสร้างศิลปะ


Click to View FlipBook Version