87 กึ่งนามธรรมต้องใช้จินตนาการในการสร้างสรรค์งาน รวมทั้งให้อารมณ์และความรู้สึกไม่จ าเจ ทั้งเนื้อเรื่องและ รูปแบบจะไม่ชัดเจน ดังนั้นผู้ชมงานศิลปะประเภทนี้จ าเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะงานแบบกึ่ง นามธรรมด้วย คุณค่าของงานจะเน้นโครงสร้างองค์ประกอบของสี และแนวความคิดหลายด้านที่ผู้ชมต้อง จินตนาการด้วย 3. กระบวนการสร้างสรรค์ 1) ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน อันได้แก่การศึกษารูปทรง สี รายละเอียดของดอกไม้ และเรื่องของกลิ่นดอกไม้ 2) ศึกษารูปแบบและวิธีการสร้างผลงานศิลปะแบบนามธรรมและกึ่งนามธรรม จากผลงานของศิลปิน โดยเฉพาะผลงานที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก ที่มีต่อกลิ่นธรรมชาติ ดอกไม้ พืช ตัวอย่างผลงานบางที่ศึกษาดูรูปแบบ ดังนี้ ภาพที่ 1 ผลงานของ Georgia O'keeffe “Lesson” ภาพที่ 2 “White Rose”
88 ภาพที่ 3 ผลงานของ Jane Schmidt “Smell of Pines” ภาพที่ 4 ผลงานของ Maxine Anne Martin “Stop and Smell The Flowers” 3) ทดลองสร้างวิธีการในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่จ าน ามาใช้ในผลงานของตน 4) เตรียมพื้นและสี รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน 5) ก าหนดสีที่จะใช้ โดยยึดจากสีของดอกไม้ และสีที่ในธรรมชาติและก าหนดการใช้สีให้มีความเข้ม อ่อนต่างกัน เพื่อให้เกิดมิติน้ าหนักที่ลงตัวในผลงาน 6) ใช้วิธีการเท เป่า พ่น ปาด และเอียงให้เกิดการไหล เพื่อสร้างรูปร่างรูปทรงให้มีลักษณะลื่นไหล ฟุ้ง กระจาย เป็นอิสระ 7) เมื่อสีแห้ง เก็บรายละเอียดโดยการวาด พ่น พิมพ์ ทับลงไปอีกครั้ง เพื่อให้ได้รูปผลงานตามความ ต้องการ
89 ภาพที่ 5 ภาพผลงาน “พลังแห่งดอกไม้” ขนาด 40 x 50 เซนติเมตร สีอะคริลิคบนผ้าใบ 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลงานสร้างสรรค์ “พลังแห่งดอกไม้” เป็นงานจิตรกรรมในรูปแบบกึ่งนามธรรม ซึ่งต้องการน าเสนอใน แง่มุมของความรู้สึกประทับใจและชื่นชอบส่วนตัวที่มีต่อรูปลักษณ์ของดอกไม้ที่รับรู้ทางสายตาได้ อันได้แก่ สี รูปทรง ลวดลาย รวมถึงต้องการสื่อให้เห็นถึงความชื่นชอบ หลงใหลในกลิ่นของดอกไม้ด้วย ซึ่งกลิ่นหอมนั้นไม่มี รูปธรรมที่มองเห็นได้ จึงได้น าเสนอในรูปแบบการแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาแทน ดังนั้นในการสร้างสรรค์ ผลงานชิ้นนี้ จึงได้มีการวางโครงสีที่จะใช้เพื่อเป็นตัวแทนของสีดอกไม้ และใช้วิธีการสร้างผลงานโดยการเท พ่น และเป่าสี เพื่อให้เกิดความฟุ้งกระจาย และไหลไปตามธรรมชาติ จากนั้นจึงได้น ามาวาดเพื่อเก็บรายละเอียด ตามที่ต้องการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อสร้างรูปทรงให้มีความใกล้เคียงกับรูปดอกไม้เพิ่มขึ้น รวมถึงการเก็บรายละเอียด ในเรื่ององค์ประกอบโดยเพิ่ม เส้น และน้ าหนักลงไปเพื่อให้ผลงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น ในแง่ขององค์ประกอบ เส้น ที่ใช้ในงานเป็นเส้นโค้งอย่างอิสระ ไม่คมชัดมากนัก เนื่องด้วยวิธีการที่ใช้สร้างสรรค์ต้องการให้เห็น ถึงความอ่อนโยนตามลักษณะในธรรมชาติของดอกไม้ และสื่อถึงกลิ่นดอกไม้ที่ไม่มีรูปร่าง แต่มีความฟุ้งกระจัด กระจายลอยลมไปตามอากาศ ประกอบกับเป็นเพียงโครงรูปทรงของดอกไม้ที่ไม่ได้ชัดเจนและเหมือนจริง เนื่องจากต้องการสื่อออกมาให้เห็นในรูปแบบกึ่งนามธรรมเพื่อแสดงถึงอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าที่จะแสดง ให้เห็นถึงความงามที่เป็นรูปธรรม
90 สี สีที่ใช้โดยส่วนใหญ่เป็นโทนร้อน ได้แก่ แดง ส้ม เหลือง ชมพู เนื่องจากเป็นโทนสีที่บ่งบอกถึงดอกไม้ ได้ชักเจน และโดยส่วนตัวผู้สร้างงานชื่นชอบดอกไม้โทนนี้เช่นนี้เป็นพิเศษ และอีกส่วนเป็นโทนสี เขียว ม่วง และฟ้า เนื่องจากต้องการสื่อให้เห็นถึงส่วนประกอบโดยรอบที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้ เช่น ใบ ต้น และท้องฟ้า พื้นผิว ในพื้นผิวของผลงานมีรายละเอียดเล็กๆ มากมายที่เกิดจากการไหลของสีน าไปสู่การผสมกัน เกิดเป็นจุด เส้น ลวดลายต่างๆ ซึ่งสื่อแทนถึงลวดลายในเส้นใยของดอกไม้ และรายละเอียดต่างๆ ของดอกไม้ ซึ่งหากพิจารณาจากดอกไม้หรือพืชจากของจริง ก็มักจะเห็นรายละเอียดเล็กๆ เช่นนี้ได้ทั่วไป น้ าหนัก มีน้ าหนักส่วนใหญ่โดยรวมคือน้ าหนักกลาง และมีน้ าหนักที่เป็นแสงเพียงเล็กน้อย น้ าหนักเข้ม มีในส่วนของเงาเพื่อเน้นให้ดอกไม้เด่นชัดเจนขึ้นและบริเวณด้านล่างของภาพใช้น้ าหนักเข้มแทนใบและกิ่งก้าน ของดอกไม้ ในแง่เนื้อหา นอกจากศิลปินสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาเพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึงความชื่นชอบส่วนตัวที่ ประทับใจและหลงใหลในดอกไม้แล้ว ยังสื่อให้เห็นถึงการมองเห็นความส าคัญและรายละเอียดของสิ่ง เล็กๆน้อยๆ เช่นดอกไม้ ที่แม้จะพบเห็นได้เป็นปกติในชีวิตประจ าวัน ดูเหมือนไม่มีความพิเศษใด แต่เมื่อลอง พิจารณาให้ละเอียดแล้ว นอกเหนือจากความงามยังมีกลิ่นที่น่าอัศจรรย์และประโยชน์ของกลิ่นนั้น มีผลต่อ จิตใจมนุษย์ในเชิงบวก ซึ่งถึงแม้มองไม่เห็นก็สามารถรับรู้ได้ หากลองย้อนกลับมามองในรูปลักษณะของดอกไม้ นั้น ให้ลึกลงไปอีกจะพบลวดลายรายละเอียดมากมายชวนให้ศึกษา ดอกไม้ที่ผู้สร้างงานน ามาสื่อในผลงานนี้ เป็นเพียงตัวแทน ของสิ่งต่างๆ อีกมากมายในธรรมชาติ ที่ล้วนมีความส าคัญ มีความงาม มีรายละเอียด และมี ความหมายหรือประโยชน์อย่างมหาศาลซ่อนอยู่ 5. สรุปผล ในการสร้างสรรค์ผลงานในหัวข้อ พลังแห่งดอกไม้ เป็นผลงานศิลปะจิตรกรรมในรูปแบบกึ่งนามธรรม เพื่อสื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึกประทับใจ ความชื่นชมในรูปลักษณ์และกลิ่นหอมของดอกไม้ในความคิดและ จินตนาการของผู้สร้างงาน ซึ่งได้ผ่านการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับรูปแบบและเทคนิควิธีการในการสร้างสรรค์ และ ผ่านการทดลองใช้เทคนิควิธีการต่างๆ เนื่องจากเป็นรูปแบบการสร้างงานศิลปะที่ข้าพเจ้าไม่เคยท ามาก่อน จึง กล่าวได้ว่าเป็นการเรียนรู้และท าความเข้าใจเพื่อพัฒนาการท างานศิลปะของข้าพเจ้าในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย ผลลัพธ์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดกับตัวข้าพเจ้าเอง คือเกิดความเข้าใจและรู้จักวิธีการสร้างงาน ศิลปะในรูปแบบกึ่งนามธรรม เกิดความรู้และสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการสื่อสารผ่านงานศิลปะได้ รวมถึงได้ทดลองใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อสร้างงานศิลปะ ซึ่งจะสามารถน าไปต่อยอดสู่เทคนิคอื่นๆ ต่อไปได้ใน อนาคต ผลงานส าเร็จที่ออกมาเป็นรูปแบบตามที่ได้วางแผนและตั้งใจไว้ ในความหมายและเนื้อหาของผลงาน ได้สร้างความตระหนักในจิตใจของข้าพเจ้า ให้มองเห็นคุณค่าของ ทุกสิ่ง ทุกชีวิต แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ผู้คนสามารถพบเห็นได้ตามปกติจนอาจมองข้ามผ่านไป แต่หาก พิจารณาให้ถี่ถ้วนทุกสิ่งล้วนมีความหมายความส าคัญ มีประโยชน์ที่เอื้อต่อกันหรือมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับ มนุษย์เสมอ ขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์จะมีความสามารถในการมองเห็นคุณค่านั้นหรือไม่ จึงควรไตร่ตรองและมองเห็น ความส าคัญของทุกสิ่งทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา
91 เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์อัมรินทร์. ชะวัชชัย ภาติณธุ. (2544). ทัศนศิลปวิจักษ์. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว. สุธัญญา พรหมสมบูรณ์. (2553). การตอบสนองทางสรีรวิทยาต่อกลิ่น. วิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา, 8(1), 1-19 Chelsea Stone, 8 Smells That Can Make You Happier, According to Science. เข้าถึงเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2563. เข้าถึงได้จาก https://www.thehealthy.com/mental-health/happiness/ happy-smells/
92 ร่มเงา Romngao ณรงค์ แสงสวัสดิ์, Narong Sangsawat วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เลขที่ 60 ถนนหลวงพรต-ท่านเลี่ยม แขวงลาดรกะบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 College of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute 60 Luang Phrot-Than Liam Road Ladkrabang, Bangkok 10520 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ "ร่มเงา" เป็นผลงานศิลปะสื่อผสมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่มนุษย์ต้องปรับตัวให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงในสภาวะโลกร้อนและแก้ไขปัญหาการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าด้วยการน าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่ง เป็นพลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการน าจุดเด่นทางด้านโครงสร้าง รูปร่าง รูปทรง และสีสันของร่มมาสร้างเป็นงานประติมากรรมสื่อผสม ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ด้วยวัสดุสมัยใหม่ประเภท เหล็กและแผ่นอะคริลิค แล้วน ามาประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีโซล่าเซลล์ ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามทาง ทัศนศิลป์แล้ว ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากพลังงานธรรมชาติโดยสามารถหมุนรอบ ตัวเองได้ด้วยพลังงานลมและให้แสงสว่างในเวลากลางคืนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ค าส าคัญ: ร่ม, ศิลปะสื่อผสม, พลังงานแสงอาทิตย์ Abstract "Romngao" is a Mixed-media art inspired by human adaptation to keep up with global warming changes and solve the wasted problem of electricity by adopting solar energy, which is pure energy. From nature to benefit by bringing the strengths of structure, shape, shape and color of umbrellas to create a mixed media sculpture through a creative process with modern materials such as iron and acrylic sheet. And applied to solar cell technology which in addition to being beautiful in visual arts It is also unique in its use of natural energy. It can spin around itself with wind power and light at night with solar energy. Keywords: Umbrella, Mixed media arts, Solar energy
93 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆ ก็ยังวนเวียนอยู่กับสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะ ในช่วงเวลากลางวัน มนุษย์ต้องเผชิญกับแสงแดดแรงจ้าและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการด าเนิน ชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจท าให้เกิดอาการเจ็บป่วยเป็นไข้ได้ง่ายๆ ซึ่งสาเหตุหลักที่ท าให้เกิดสภาพ อากาศร้อนแบบนี้ก็คือแสงแดดจากดวงอาทิตย์ มนุษย์จึงต้องหาสิ่งของที่ใช้เพื่อปกป้องร่างกายเป็นพิเศษ นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่สวมใส่และสิ่งที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกก็คือ “ร่ม” ร่มเป็นอุปกรณ์ส าคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยปกป้องร่างกายไม่ให้เปียกฝน นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่มเงา และ พอจะสามารถบรรเทาความร้อนจากแสงแดดให้ทุเลาเบาบางลงได้เราจึงมักจะเห็นผู้คนกางร่มสีสันหลากหลาย แทบไม่ซ้ ากันและมีลวดลายละลานตาเต็มไปหมด ด้วยจุดเด่นทางด้านสีสัน รูปร่าง รูปทรง และโครงสร้างของร่มซึ่งมีองค์ประกอบในเรื่องของเส้นที่มี ขนาดแตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดความงามในมุมมองทางทัศนศิลป์ บวกกับแนวความคิดในการพลิกวิกฤตเป็น โอกาส โดยน าเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยในการน าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์จึงเป็นที่มาของ การสร้างสรรค์ประติมากรรมสื่อผสมที่จะท าให้ผลงานศิลปะไม่ล้าหลัง เป็นมิติใหม่ของการสร้างงานศิลปะ รูปแบบใหม่อย่างไร้ขีดจ ากัด 2. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ร่มกับการด าเนินชีวิต ในขณะที่โลกก าลังเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ท าให้ฤดูกาลแปรผัน ไม่เว้นแม้แต่ ประเทศไทย แสงแดดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการด าเนิน ชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ท าให้อาจกล่าวได้ว่า สองปัจจัยหลักอย่างเครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรคที่เป็นส่วนหนึ่ง ของปัจจัยสี่ไม่สามารถต้านทานความร้อนอันอาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บและเป็นอุปสรรคต่อการด าเนินชีวิตได้ ท าให้มนุษย์ต้องคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า ร่ม เพื่อตอบสนองความต้องการให้สามารถขับเคลื่อนการด าเนิน ชีวิตต่อไปได้โดยอยู่บนพื้นฐานของความสะดวกสบาย รวดเร็ว และสามารถตอบโจทย์ในการด าเนินชีวิตได้อย่าง ครบถ้วน อิทธิพลที่มีผลต่องานสร้างสรรค์ 1. อิทธิพลจากธรรมชาติ “ร่มเงา” เป็นงานศิลปะร่วมสมัยในรูปแบบศิลปะสื่อผสม เป็นการสร้างผลงานประติมากรรมสามมิติที่ ใช้ร่มเป็นต้นแบบ น ามาประยุกต์กับระบบโซล่าเซลล์ซึ่งเป็นแหล่งก าเนิดในการรวบรวมสะสมพลังงานจาก แสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานธรรมชาติที่ไม่มีวันหมดมาใช้ให้เกิดประโยชน์นอกจากผลงานจะมีความโดดเด่นใน ตัวเองแล้ว ยังสามารถใช้เป็นไฟส่องสว่างเพื่อสร้างสีสันในเวลากลางคืนโดยที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าจากแหล่งก าเนิด สิ้นเปลือง ซึ่งจะไม่เป็นภาระในเรื่องค่าใช้จ่าย
94 2. อิทธิพลจากประสบการณ์ตรง ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานการท าร่มจากกระดาษสาที่ศูนย์หัตถกรรมร่มบ่อสร้าง อ าเภอสันก าแพง จังหวัดเชียงใหม่ ร่มที่ชาวบ้านผลิตร่มผลิตออกจ าหน่ายมีการตกแต่งลวดลายและให้สีสันที่สวยงาม เป็นของ ฝากของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นับว่าเป็นความภาคภูมิใจ และท าให้เกิดความประทับใจจากงาน ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่อนุรักษ์ฝีมือและภูมิปัญญามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน 3. อิทธิพลจากงานศิลปะสื่อผสม การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะโดยใช้เทคนิคสื่อผสมสามารถใช้วัสดุได้หลายชนิด โดยวัสดุแต่ละชนิดมี คุณสมบัติในการสื่อความหมายด้วยตัวเอง ปัจจุบันมีการน าวัสดุทั้งจากธรรมชาติและวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้นมา สร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระ มีการพัฒนาผลงานให้มีทั้งภาพ แสง สีและเสียง วัสดุบางชนิดสะท้อนให้เห็นถึง มุมมองใหม่ๆ ซึ่งแฝงไปด้วยแนวความคิด และสามารถท าให้ผู้ชมเกิดจินตนาการได้ไม่ยาก 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 1. สร้างภาพร่างต้นแบบ และค านวณโครงสร้างผลงาน น าภาพร่างต้นแบบมาค านวณขนาดและสัดส่วน เพื่อแสดงรายละเอียดส่วนต่างๆ ของผลงาน สร้างสรรค์ ภาพที่ 1 ภาพร่างต้นแบบ “ร่มเงา” ภาพที่ 2 ประชุมทีมงานเพื่อค านวณขนาดและสัดส่วนของผลงาน ภาพที่ 3 โครงสร้างผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านการค านวณขนาดแล้ว 2. การสร้างสรรค์ผลงานจริง แกนโครงสร้างหลัก น าเหล็กท่อกัลวาไนซ์เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 นิ้ว 4 นิ้ว และ 3 นิ้ว มาเชื่อมต่อกัน โดยใช้น็อตเป็นตัวล็อกเหล็กท่อขนาดต่างๆ ให้ติดกัน
95 ภาพที่ 4 เชื่อมเหล็กท่อให้ติดกัน ภาพที่ 5 ใช้น็อตล็อกระหว่างรอยต่อท่อขนาดต่างๆ เพื่อความแข็งแรง ภาพที่ 6 ใช้ตลับลูกปืนเป็นแกนกลางเพื่อให้ผลงานสามารถหมุนได้ ภาพที่ 7 ด้านบนปิดด้วยแผ่นเหล็กทรงหมวกเพื่อป้องกันน าเข้า ภาพที่ 8 ใช้เหล็กท าครีบฉากรับฐานด้านล่างเพื่อค าให้เสาตั งตรง เพื่อความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย ใบร่ม ท าก้านค้ ายันใบร่ม เพื่อให้สามารถหุบเข้าและกางออกได้ โดยใช้เหล็กกล่องกัลวาไนซ์เส้นผ่าน ศูนย์กลาง 1 นิ้ว มาเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัวเอ (A) ภาพที่ 9 ก้านค ายันใบร่ม
96 ท าโครงสร้างใบร่มชั้นบน โดยใช้เหล็กกล่องกัลวาไนซ์เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว มาเชื่อมติดกันเป็นรูป สามเหลี่ยม ความยาว 5 เมตร จ านวน 8 ชิ้น และท าโครงสร้างใบร่มชั้นล่าง โดยใช้เหล็กกล่องกัลวาไนซ์เส้นผ่าน ศูนย์กลาง 2 นิ้ว ความยาว 3 เมตร จ านวน 8 ชิ้น ภาพที่ 10 โครงสร้างใบร่ม ใช้เหล็กเส้นสี่เหลี่ยมตันมาเชื่อมที่โครงสร้างใบร่มชั้นบนและชั้นล่าง เพื่อสร้างลวดลายให้มีลักษณะเป็น เส้นที่หมุนต่อกัน จากนั้นน าแกนโครงสร้างหลักของร่ม ก้านค้ ายันใบร่ม และโครงสร้างใบร่มทั้งหมดไปพ่นด้วยสี ขาวและอบสีให้แห้ง ภาพที่ 11 ท าลายเส้นบนโครงสร้างใบร่ม ภาพที่ 12 ขั นตอนการท าสี ติดไฟเส้น LED ด้านล่างตามรูปทรงของใบร่มทั้ง 2 ชั้น ภาพที่ 13 ติดไฟ LED ตัดแผ่นอะคริลิคสีต่างๆ ให้มีขนาดเท่ากับโครงสร้างใบร่ม แล้วน าไปติดตามแบบภาพร่างต้นฉบับ โดย ใช้น็อตเป็นตัวล็อกแผ่นอะคริลิคให้ติดกับเหล็กแกนใบร่ม ภาพที่ 14 ติดแผ่นอะคริลิคกับโครงสร้างใบร่ม
97 ท าฐานติดตั งผลงานสร้างสรรค์ ท าฐานส าหรับติดตั้งผลงานโดยขุดหลุมท ารากฐาน ผูกเหล็กให้แน่น หนา เทปูนผสมหินและทรายลงในหลุมที่ขุดไว้ จับระดับน้ าเพื่อให้ได้ฐานที่มีแนวราบในระดับเดียวกัน น าแผ่น ผสานที่ท าจากเหล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางลงไปบริเวณจุดศูนย์กลาง โดยให้พ้นจากผิวปูนด้านบน ล็อกด้วยน็อต แกนยาวลึกประมาณ 1.5 เมตร ภาพที่ 15 ฐานส าหรับติดตั งผลงาน การติดตั งผลงานสร้างสรรค์ติดตั้งแกนโครงสร้างหลักลงบนฐานที่เตรียมไว้โดยล็อกด้วยน็อตให้แน่น จากนั้นเทปูนทับฐานแกนโครงสร้างหลักเพื่อความแข็งแรงและความปลอดภัย ภาพที่ 16 ติดตั งแกนโครงสร้างหลักลงบนฐานปูน ประกอบก้านค้ ายันใบร่ม และใบร่มทั้ง 2 ชั้น เข้ากับแกนโครงสร้างหลัก โดยเริ่มประกอบใบร่มชั้นบน ก่อน จากนั้นตรวจสอบความแน่นหนาของน็อตที่ใช้ล็อกทุกจุดของผลงาน และเก็บรายละเอียดของสีบริเวณ รอยเชื่อมต่อเหล็กเพื่อความเรียบร้อย ภาพที่ 17 ประกอบใบร่มชั นบนและชั นล่างเข้ากับแกนโครงสร้างหลัก ติดแผ่นโซล่าเซลล์กล่องควบคุมโซล่าเซลล์และต่อสายไฟ ภาพที่ 18 น าระบบโซล่าเซลล์เข้ามาประยุกต์กับผลงานสร้างสรรค์
98 ทดสอบระบบการท างานของโซล่าเซลล์และทดสอบกลไกการท างานของผลงานสร้างสรรค์ ภาพที่ 19 ทดสอบไฟและการหมุนรอบตัวเองของใบร่ม ภาพที่ 20 ผลงานสร้างสรรค์เมื่อเสร็จสมบูรณ์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลงานสร้างสรรค์“ร่มเงา” ใช้เหล็กเป็นวัสดุหลัก เกิดเป็นโครงสร้างที่มีการใช้ทั้งเส้นแนวตั้ง เส้นแนว นอน และเส้นแนวเฉียงเข้ามาประกอบกัน เส้นตรงแนวตั้งที่เป็นแกนโครงสร้างหลักแสดงถึงความเที่ยงตรง มั่นคง แข็งแรง มีเส้นแนวเฉียงค้ ายัน ท าให้เห็นถึงการเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นแนวตั้ง นอกจากนี้ยังช่วยค้ า ยันเส้นแนวนอนเพื่อรับน้ าหนักในส่วนของใบร่มด้วย ภาพที่ 21 โครงสร้างผลงานสร้างสรรค์ ใบร่มมีลักษณะเป็นเส้นแนวนอนประกอบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยหันปลายแหลมเข้าหาจุด ศูนย์กลาง เชื่อมต่อกับแกนแนวตั้งของโครงสร้างหลัก มีระยะและต าแหน่งที่ชัดเจน เกิดรัศมีรูปวงกลม และเปิด ช่องว่าง (Space) ให้มีพื้นที่ในอากาศเข้าร่วมในผลงาน ท าให้ดูโปร่งตาและไม่ทึบตันจนเกินไป
99 ภาพที่ 22 ระยะห่างและต าแหน่งของใบร่ม ใบร่มประกอบด้วยแผ่นอะคริลิคที่มีสีสันสวยงาม แสดงให้เห็นถึงความสดใส มีชีวิตชีวา ให้ความรู้สึก ตื่นเต้นสนุกสนาน ได้รับแรงบันดาลใจจากรังสีของดวงอาทิตย์ที่เกิดการหักเห ท าให้สามารถแยกสีออกได้ 7 สี จึงได้น าเอาหลักการนี้มาประกอบกับผลงานประติมากรรม เพื่อให้เกิดการผสมผสานระหว่างศิลปะและ วิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ภาพที่ 23 สีสันของใบร่ม 5. สรุป ผลงานประติมากรรมสามมิติ พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม ชุด “ร่มเงา” ได้รับแรงบันดาลใจที่เชื่อม โยง แนวความคิดจากการที่มนุษย์ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาวะโลกร้อน และแก้ไขปัญหาพลังงาน ไฟฟ้า โดยน าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์น าเสนอผลงานในรูปแบบของ “ร่ม” ซึ่งแฝงไปด้วย ความหมายของการให้ร่มเงา การปกป้อง ป้องกัน การเป็นที่พักพิงและให้ความรู้แก่ผู้ที่ได้มาอยู่ภายใต้ร่มเงา ของช่างศิลปแห่งนี้ สามารถน าความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อเสริมสร้างพลังให้ สามารถพึ่งพาตนเองได้เช่นเดียวกับผลงานชุด “ร่มเงา” ซึ่งมีความโดดเด่นทางด้านโครงสร้าง สีสัน และการใช้ ประโยชน์จากพลังงานธรรมชาติ ภาพที่ 24 ผลงานสร้างสรรค์ “ร่มเงา” กับการมองเห็นในช่วงเวลาที่ต่างกัน
100 ภาพที่ 25 เงาของร่มเมื่อแสงแดดส่องตกกระทบลงพื น การสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ใช้เวลาในการค านวณโครงสร้างค่อนข้างมาก ทีมงานต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา เรื่องการรับน้ าหนัก การค้ ายันให้ผลงานแข็งแรง ทั้งนี้เพื่อความสมดุลของผลงานบนพื้นฐานของความมั่นคง ปลอดภัย และเนื่องจากผลงานชุดนี้มีการใช้ระบบโซล่าเซลล์ จึงต้องค านวณการใช้พลังงานไฟฟ้าจาก แสงอาทิตย์ให้เพียงพอกับระยะเวลาที่จะให้แสงสว่างในเวลากลางคืน ซึ่งปัญหาและอุปสรรคทุกอย่างสามารถ แก้ไขให้ผ่านไปได้ จนกระทั่งเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ประติมากรรมสามมิติ พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม ชุด “ร่มเงา” ขึ้น เอกสารอ้างอิง ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542.กรุงเทพฯ: นานมีบุคสพับลิเคชั่นส์. ร่มดี โรงงานผลิตร่ม. (2560). ประวัติร่ม วิวัฒนาการของร่ม ความเป็นมาของร่ม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://romdee.net/umbrella-history/ [สืบค้นเมื่อ วันที่ 26 สิงหาคม 2563]. วิกิพีเดีย. (2563). ร่ม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/ร่ม[สืบค้นเมื่อ วันที่ 18 สิงหาคม 2563]. ส านักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี). (2561). พลังงานแสงอาทิตย์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.mnre.go.th/reo13/th/news/detail/9385 [สืบค้นเมื่อ วันที่ 17 สิงหาคม 2563]. สาวชาวบ้าน. (2558). รีวิวศูนย์หัตถกรรม บ่อสร้างเชียงใหม่. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://pantip.com/topic/33905396/ [สืบค้นเมื่อ วันที่ 20 สิงหาคม 2563]. Romee Premium umbrella. (2562). ความก้าวหน้าของร่มในสมัยปัจจุบัน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://romee.co/umbrella-history/ [สืบค้นเมื่อ วันที่ 27 สิงหาคม 2563].
101 การเขียนภาพระบายสีในการเขียนจิตรกรรมไทยแบบประเพณี Colouring in Thailand Tradititonal Painting ณัฐนนท์ แย้มอรุณ, Natthanon Yaem-Aroon ที่อยู่ 56 ม.4 ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000, 56 M.4 Malaiman Rd. Ruayai Muang Suphaburi 72000 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ จิตรกรรมไทยแบบประเพณีเป็นวิจิตรศิลปกรรมอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของ ชาติที่มีคุณค่าทางศิลปะและประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชีวิตความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียมประเพณีสังคม สิ่งแวดล้อม และสาระอื่นๆที่ประกอบเป็นภาพ จิตรกรรมไทย จิตรกรรมไทย คือ ภาพเขียนซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ การวาดปรากฏเป็นภาพ โดยใช้สีเป็นส่วนส าคัญ ซึ่งจิตรกรผู้เป็นผู้ก าหนดสีโดยอาจจะเหมือนของจริงหรือก าหนดขึ้นใหม่ตามความต้องการและจินตนาการ ภาพเขียนระบายสีส่วนใหญ่เกิดจากความศรัทธาเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา โดยถ่ายทอดเป็นงานจิตรกรรมไว้ ตามผนังโบสถ์ วิหาร ศาลา เพื่อตกแต่งพุทธสถานให้เกิดความงดงามและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพุทธ ศาสนากับภาพไปด้วย จิตรกรรมไทยแต่โบราณนั้น นิยมเขียนไว้เป็นพุทธบูชาตามผนังโบสถ์ วิหาร ศาลาการ เปรียญ ผนังถ้ า ฯลฯ ซึ่งเรียกว่า“จิตรกรรมฝาผนัง (Mural Painting) นอกจากนั้น ยังมีภาพจิตรกรรมที่เขียนลง ในสมุดไทย เช่น สมุดภาพไตรภูมิและที่เขียนลงพื้นผ้าเรียกว่าภาพพระกบฏ ภาพจิตรกรรมไทยนอกจากจะมีคุณค่าทางหลักวิชาและเป็นแบบอย่างศิลปะในตัวของมันเองแล้วยัง เป็นหลักฐานที่ส าคัญในการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ลัทธิศาสนา วัฒนธรรมเป็นอย่างดี โครงงานวิจัย “การเขียนภาพระบายสีในงานจิตรกรรมไทย” ชุดนี้เป็นการถ่ายทอดขั้นตอนกรรมวิธีใน การรวบรวมองค์ความรู้ ในการสร้างภาพจิตกรรมไทยแบบประเพณี เพื่อใช้ในการเรียนการสอน เป็นการ เสริมสร้างการเรียนรู้ ทักษะประสบการณ์ให้กับผู้เรียนรู้เป็นส าคัญ หากบังเกิดเป็นคุณประโยชน์ขึ้นอย่างยิ่งต่อ วงการศึกษาและต่อประชาชนโดยทั่วไป ขอมอบเป็นอนิสงส์แก่ครูช่างไทยโบราณและคณะครูผู้ประสิทธิ ประสาทวิชาความรู้ทางด้านศิลปะไทยจากวิทยาลัยช่างศิลปของข้าพเจ้าทุกท่านเทอญ Abstract Thai portrait is the tradition that the fine art to reflex the culture of Nation.It has be valuable to study and research the story of Buddhism, History, Archaeology, Living, Tradition, Environment and others that consist in Thai portrait. Thai portrait is the drawing that reform the learning in painting appearance. By using color like the original or different their mind and imagination. Almost, draw pictures are from
102 conviction in Buddhism. So they have to communicate the drawing in Buddhist temple, small temple and sermon hall in a monastery. To decorate the Buddhist place magnificent and understand the Buddhist with the drawing together. Thai portrait in the ancient, admire drawing in Buddhist temple, small temple, sermon hall in a monastery, cave and others. That we call the (Mural Painting) and we have the portrait that drawing in Thai book like Traibhumikatha book. And drawing on fabric that called Royal image. Thai portrait is for valuable academic and specimen of art. It can be the important evidence with historic, archaeology, credo and tradition. Research proposal, to drawing the pictures in Thai portrait. It has to communicate procedure the process to assemble the knowledge and create the Thai portrait. To teaching, learning and support a skill, experience for learner. And we hope that useful for education and residents. To give the result of merit to master of Thai portrait and faculties to give the knowledge of Arts to us from College of Fine Arts 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา จิตรกรรมไทยแบบประเพณีเป็นวิจิตรศิลปกรรมอย่างหนึ่ง ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของ ชาติที่มีคุณค่าทางศิลปะ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณี สังคม สิ่งแวดล้อม และสาระอื่นที่ประกอบเป็นภาพ จิตรกรรมไทย จากหลักฐานที่ปรากฏ เช่น ภาพวาดตามผนังและภาชนะเครื่องปั้นดินเผา สันนิฐานว่าภาพ จิตรกรรมเหล่านี้ได้เขียนขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ การเขียนภาพจิตรกรรมไทยนั้นศิลปินได้อาศัย สิ่งแวดล้อมในยุคหรือสมัยนั้นๆเป็นแบบอย่าง หรือประกอบเป็นภาพขึ้นตามเรื่องราวของชาดกบ้าง ตามพุทธ ประวัติบ้าง โดยใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแบบแผนทางขนบประเพณีของไทยสอดแทรกไว้ “จิตรกรรมไทยแบบ ประเพณี” จึงเป็นศิลปะที่มีความประณีตสวยงาม แสดงให้เห็นถึงความเชื่อ ความรู้สึก ชีวิตจิตใจและความเป็น ไทยที่มีความอ่อนโยน ละมุนละไม สร้างสรรค์ สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน จิตรกรรมไทยแบบประเพณีเป็นหนึ่งความรู้ที่มีคุณค่าในฐานะภูมิปัญญาของช่างไทย วิทยาลัยช่างศิลป ทั้ง 3 แห่ง สังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นหน่วยงานที่ให้การศึกษาด้านศิลปะมีหน้าที่อนุรักษ์ สืบทอด สร้างสรรค์ ทั้งศิลปะแบบประเพณีและศิลปะร่วมสมัย จึงได้บรรจุวิชาศิลปะไทย (จิตรกรรมไทยแบบประเพณี) อยู่ในหลักสูตรของวิทยาลัยฯ โดยจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปะไทยให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ผู้สนใจ ซึ่งเป็นผลท าให้ผู้ได้รับการอบรมมีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีได้ ในเบื้องต้น นับเป็นการด ารงรักษาไว้ซึ่งมรดกอันล้ าค่าของบรรพบุรุษไว้ได้ส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ดีการจะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ได้นั้น จ าเป็นต้องอาศัยความรู้ระดับพื้นฐาน กรรมวิธีการสร้างภาพจิตรกรรมไทยแบบประเพณี เพื่อเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน เป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้ ทักษะ ประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเป็นส าคัญ สอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการ สอน สามารถให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะ ฝีมือศักยภาพของตนเองเพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่
103 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1. เพื่อสร้างองค์ความรู้กรรมวิธีในการสร้างงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้รับความรู้ก่อให้เกิดทักษะในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีและได้ ตระหนักในคุณค่า ร่วมกันอนุรักษ์และสร้างสรรค์ผลงานสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ 2. เพื่อเผยแพร่คุณค่า กรรมวิธีในการสร้างงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีให้เป็นสมบัติของชาติสืบไป 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การเขียนภาพระบายสีสัตว์หิมพานต์ในงานจิตกรรมไทยแบบประเพณีสัตว์หิมพานต์ หิมพานต์เป็นชื่อป่าที่มักกล่าวไว้ในชาดก หรือนิยายเก่าๆ หลายเรื่อง เช่น เรื่องสุธนมโนราห์และจันทกินรี เป็นต้น แม้ในหนังสือไตรภูมิวินิจฉัยยังได้กล่าวถึงป่าหิมพานต์ว่า เป็นป่าซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของชมพูทวีป ซึ่ง เป็นดินแดนที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้ทั้งยังได้พรรณนาถึงลักษณะของภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ตลอดจนชื่อสัตว์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ด้วย แต่เฉพาะเรื่องของสิงสาราสัตว์เหล่า นี้มิได้บรรยาย รายละเอียดเกี่ยวกับรูปร่างไว้เท่าไรนัก กระนั้นก็ดีจากความวิจิตรพิสดารอย่างน่าพิศวงที่ปรากฏในต านาน ชาดกหรือหนังสือ โบราณต่างๆ ได้ถูกถ่ายทอดสู่ความคิดคาดคะเนของคนไทย จนเกิดเป็นสิ่งที่บันดาลใจแก่ช่าง ไทยโบราณทั้งช่างเขียนช่างหล่อช่างปั้นฯให้ประดิษฐ์คิดค้นผูกลวดลายเป็นภาพเขียนบ้างรู้หล่อ บ้างรูปปั้นบ้าง เป็นรูปของสัตว์ต่างๆในป่าหิมพานต์นี้ในชั้นแรกนั้น ช่างโบราณก็เพียงประดิษฐ์ขึ้นจากจินตนาการเพื่อให้ความ สวยงามผิดแผกแตกต่างกว่าสัตว์ธรรมดาเพื่อให้สมกับเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ซึ่งพิสดารลี้ลับซับซ้อนเท่านั้นเช่น หงส์พญาครุฑ พญานาค แต่ต่อมาได้มีการประดิษฐ์พลิกแพลงให้มีรูปร่างแปลกประหลาดยิ่งขึ้นมีการแยกเอา หัวและตัวของสัตว์ต่างๆ แต่ละตัวมาสับเปลี่ยนกันเอาสัตว์น้ ามาปนกับสัตว์บกบ้าง เช่นสินธพนัทธ์หรือม้าน้ า เอาสัตว์อากาศปนกับสัตว์บกบ้าง เช่น กรินทปักษา หรือช้างนก เป็นต้น การพลิกแพลงหลังๆนี้ท าให้มีสัตว์เพิ่ม ชนิด มีรูปร่างแปลกประหลาดมากขึ้นสัตว์ เหล่านี้จึงได้ค านิยามว่า “สัตว์หิมพานต์”การประดิษฐ์คิดค้นแบบ สัตว์หิมพานต์ของช่างไทยโบราณนี้มีปรากฏทั้งรูปหล่อส าริดเช่น ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภาพเขียนเป็น ภาพลายเส้นรดน้ าตามตู้พระธรรม ตู้พระไตปิฎกรูปไม้แกะสลักปิดทองตามฐานธรรมาสน์และรูปปั้นตามฐาน เจดีย์ต่างๆ ทั่วไป จึงเข้าใจว่าส่วนใหญ่แล้วสรรค์สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชาศาสนาประดับไว้ตาม บริเวณปูชนียสถานหรือวัดวาอารามต่างๆ ภาพสัตว์หิมพานต์เหล่านี้เมื่อพิจารณาศึกษาแล้ว ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ ผู้รักศิลปะไทยควรที่จะน่าศึกษา และถือเป็นแบบอย่างในความพยายามประดิษฐ์คิดค้นของครูช่างไทยโบราณ จนนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ทางศิลปะไทยอย่างหนึ่ง การเขียนระบายสีสัตว์หิมพานต์ในงานจิตกรรมไทยแบบประเพณี ภาพที่ 1 การร่างภาพสัตว์หิมพานต์
104 ภาพที่ 2 น ากระดาษไขมาวางทาบบนแบบที่ร่างลายเส้นดินสอ ลงด้วยปากกาหมึกด าพร้อมถมพื้นที่ว่างด้วยสีด า ภาพที่ 3 น ากระดาษสาวางบนเฟรมให้พอดีโดยพับครึ่งหนึ่งแล้วทาสีลงบนเฟรม ภาพที่ 4 เมื่อกระดาษสาวางบนเฟรมทั้ง 2 ข้าง ทาสีทับบนกระดาษสาอีกครั้ง ภาพที่ 5 ขั้นต่อไปเอาฝ่ามือรีดกระดาษสาให้เรียบจนสีพลาสติกแห้ง ภาพที่ 6 เก็บกระดาษสาส่วนที่เหลือให้ยืดติดกับขอบเฟรม น าเฟรมที่ปูกระดาษสาเสร็จแล้วไปผึ่งลมให้แห้งควรทิ้งไว้1 คืนก่อนน าไปลงสีเพื่อให้สีพื้นเซ็ตตัวให้แห้งพอดี การลงสีพื้นโดยรวม ภาพที่ 7 น ากระบอกฉีดน้ าบนเฟรมให้พอหมาดๆ
105 ภาพที่ 8 ผสมสีที่ต้องการก่อนระบายลงสีบนเฟรม การน าแบบร่างมาลอกลายบนเฟรม ภาพที่ 9 ก๊อปปี้ด้านสีแดงคว่ าลง โดยใช้ปากกาลูกลื่นเขียนตามรอยแบบร่างเพื่อจะได้รู้ว่าเส้นใดเขียนไปแล้ว ภาพที่ 10 เมื่อลอกลายเสร็จจะเห็นเส้นเพียงลางๆ การผสมสีที่จะน าไปเขียนภาพ ภาพที่ 11 โดยการศึกษาจากตารางสีของครูช่างไทยโบราณ ผสมสีลงในตลับที่มีฝาปิดมิดชิด ทดสอบสีให้มีความใกล้เคียง กับเฉดสีของครูช่างไทยโบราณ สีที่ใช้ระบายในงานจิตรกรรมไทยตามขนบนิยมมักใช้สีฝุ่นผสมกาวกระถินหรือยางมะขวิด
106 การระบายสีตัวภาพ ภาพที่ 12 โดยตัดเส้น ถมพื้นที่ลายด้วยสีตัวของราชสีห์จนเสร็จ ภาพที่ 13 ระบายสีลวดลายสลับลายด้วยสีวรรณะร้อนสีวรรณะเย็น ให้รู้สึกเข้มขลัง โดยตัวลาย แต่ละตัวเขียนให้มีความอ่อนแก่แล้วจึงตัดเส้นรอบนอกให้ชัดเจน จากการผสมผสานกันระหว่างสี สลับกันไปมาจนเต็มทั้งภาพ ดูเหมือนโครงสีส่วนใหญ่เป็นสีน้ าตาลส้ม ภาพที่ 14 เก็บรายละเอียดส่วนใบหน้าราชสีห์ให้มีความคมชัด ภาพที่ 15 เขียนรายละเอียดของเมฆให้มีความกลมกลืนกับตัวภาพราชสีห์ การปิดทอง ภาพที่ 16 ทายางมะเดื่อในพื้นที่ที่ต้องการปิดทองให้ทั่ว ทิ้งเวลาไว้15 นาทีจึงปิดทอง
107 ภาพที่ 17 ปิดทองด้วยทองค าเปลวบริสุทธิ์100 เปอร์เซ็นต์ ภาพที่ 18 ก่อนตัดเส้นทองเราจะใช้กระดาษไขลอกลายในพื้นที่ที่เราต้องการตัดเส้น น ามาลอกลาย บนพื้นที่ทองโดยไม่มี กระดาษลอกลาย เพื่อให้พอเห็นเส้นของลวดลายที่เราจะตัดเส้นทอง ภาพที่ 19 การตัดเส้นทองถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย เราจะใช้พู่กันเบอร์0 พิเศษ กับสีแดงชาดในการเขียนลงลวดลายทองด้วยความประณีต ภาพรายละเอียด ภาพที่ 20 ภาพรายละเอียด
108 4. การวิเคราะห์ผลงาน นับตั้งแต่ศิลปะแบบยุโรปได้แพร่สะพัดเข้ามาในเมืองไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา โดยมีวัฒนธรรมด้านอื่นๆ ถูกน ามาพร้อมกัน จึงเกิดการปฏิรูปบ้านเมืองกันขนาดใหญ่ จะเห็นได้จากอาคาร บ้านเรือนก็เอาตามแบบอย่างยุโรป ทั้งวิศวกร สถาปนิก และจิตรกร เป็นที่สนใจแก่นายช่างหนุ่มๆของไทยเป็น ยิ่งนัก เป็นวิชาที่แปลกไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนต่างพากันละทิ้งศิลปะไทยของเดิมตน หันมาเอาอย่างศิลปะ ยุโรปกันอย่างจริงจัง อันเป็นผลให้ศิลปะไทยต้องสงบซบเซาลงไป จนกระทั่งเมืองไทยมีอัจฉริยบุคคลเกิดขึ้นมาทันกับเหตุการณ์ ท่านผู้นี้คือสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยา นริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้สนใจวิชาช่างมาตั้งแต่เล็ก ได้ฝึกฝนมาทั้งขบวนการช่างไทย ตลอดจนกระบวนการ ช่างแบบใหม่ของยุโรปด้วย ทรงเห็นข้อบกพร่องของศิลปะไทยแบบที่ท าซ้ าๆกัน ขาดการแสดงออกทางอารมณ์ ที่รู้สึกเห็นจริงจังไป ควรจะได้แก้ไขดัดแปลง โดยน าเอาคามรู้สึกส่วนสัดกายวิภาควิทยาของฝรั่งน ามาปฏิรูป ภาพเขียนไทยให้ดูมีส่วนสัดดีขึ้น โดยไม่ทิ้งแนวการใช้เส้นโครงนอกอันอ่อนหวานของศิลปะไทยไปเสีย การ ปฏิรูปของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เช่นนี้มีส่วนดีอยู่ตรงข้อที่ว่าท าให้เกิดศิลปะไทยแบบ ใหม่ขึ้น นับว่าเป็นความก้าวหน้าอันหนึ่ง ข้อเสียก็มีอยู่บ้างคือ เป็นการลากศิลปะไทยไปรับอิทธิพลจากตะวันตก อย่างเต็มที่จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นศิลปะลูกผสมชนิดหนึ่ง ผลที่ได้รับนั้นไม่ดีไปกว่าโบราณสู้ของเก่าไม่ได้ ผู้ที่ปลุกคนไทยให้ตื่นตัวมาสนใจต่อศิลปะไทยเดิมกันใหม่นั้น คือ ท่านศาสตราจารย์ศิลป์พีระศรีและ นายเฟื้อ หริพิทักษ์แห่งมหาวิทยาลัยศิลปกร ทั้งสองท่านได้พยายามเขียนบทความและขัดลอกศิลปะไทยเก่าๆ มาเพื่อให้ประชาชนศึกษาหาความเข้าใจต่อศิลปวัฒนธรรมเดิมของตน ผลอันเกิดขึ้นในบัดนี้นับว่ามีคนเริ่มจะ เห็นคุณค่ามากยิ่งขึ้น และกองโบราณคดีกรมศิลปากร ก็เริ่มยอมรับภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดเก่านั้นมี คุณค่าเสมอ บุคคลที่น่ายกย่องอย่างยิ่งคือ นายเฟื้อ หริพิทักษ์ซึ่งท่านเคยเดินทางไปศึกษาในมหาวิทยาลัยศานตินิ เกตันที่อินเดีย ได้เห็นวิธีการศึกษาศิลปกรรมของเขาคือ เขารวบรวมศิลปะโบราณโดยไปคัดลอกภาพเขียนเก่าๆ มาเก็บไว้ในคอลเลกชั่นของมหาวิทยาลัย เพื่อนักศึกษาจะได้ศึกษาถึงคุณลักษณะความงามประจ าชาติของตน แม้ว่านักศึกษาเหล่านั้นจะปฏิรูปศิลปะขึ้นใหม่ เขาจะได้ไม่ละทิ้งคุณลักษณะเดิมนั้นเสีย ลักษณะพิเศษในภาพไทยคือ การแสดงความรู้สึกและอารมณ์ด้วยเส้นที่อ่อนหวาน บ่งชี้ให้เห็นถึง รสนิยมและคุณลักษณะพิเศษในสุนทรียภาพของชนชาติไทย ความงามในภาพแบบไทยเป็นความงามคนละด้าน ของฝรั่ง คือความงามของภาพไทยอยู่ที่เส้นและสีที่ประสานกลมกลืนกัน 5. สรุป การเขียนภาพระบายสีในงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีในการสร้างสรรค์ผลงานหรือเป็นวีดิโอช่วย สอนในรายวิชาศิลปะไทยเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีเพื่อ เป็นแนวทางในการสร้างงานแนวศิลปะไทย ช่วยให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยจิตนาการไร้ ขีดจ ากัด ช่วยให้พัฒนาผลงานให้มีคุณค่ายิ่งขึ้นไป จนสามารถน าไปประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
109 นอกจากกระบวนการเรียนการสอนแล้ว ยังมีการการเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้น าความรู้ไปฝึกฝน สร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเองได้จนพัฒนาตนเองในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยได้อย่างช านาญท าให้ ผลงานมีคุณภาพ น าไปเผยแพร่จัดนิทรรศการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เอกสารอ้างอิง กลุ่มบริษัท ยูคอมจ าากัด (มหาชน). (2543). หัวโขน สมบัติศิลป์แผ่นดินไทย. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จ ากัด มหาชน น.ณ ปากน้ า. (2550). ความงามในศิลปะไทย. กรุงเทพ: เมืองโบราณ ประภัสส๋ร แย้มอรุณ. (2555). การร่างภาพศิลปะไทย. กรุงเทพฯ: แปลนพริ้นท์ติ้ง มิรา ประชาบาล, ผู้แปล. (2536). สัตว์ในจินตนาการของช่างไทย สัตว์หิมพานต์. กรุงเทพ : เมืองโบราณ มปปราล์ฟ ฟกบริ. ทฤษฏีสี.= A complete guide for artists. แปลโดยสมเกียรติตั้งนโม พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นท์ติ้งเฮ้าส์. สมปอง อัครวงษ์. (2543). จิตรกรรมไทย. กรุงเทพ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จ ากัด มหาชน เสน่ห์หลวงสุนทร. (2542). ศิลปไทย. กรุงเทพฯ : วาดศิลป์ https://guy28984.wordpress.com/3-สัตว์ ประเภทสิงห์/
110 วิถีชีวิตของสังคมร่วมสมัย ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายสังคมออนไลน์ Way of life of contemporary society under the influence of social networks ดวงหทัย พงศ์ประสิทธิ์, DOUNGHATAI PONGPRASIT คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จังหวัดนครปฐม ประเทศไทย Faculty of Fine Arts Bunditpatanasilpa Institute Nakhon Pathom Province, Thailand E-mail: [email protected] บทคัดย่อ สังคมออนไลน์เป็นพื้นที่สมมติ ที่เข้ามาทดแทนพื้นที่ของความเป็นจริง ปัจจุบันคนในสังคมให้พื้นที่นี้ ด าเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการท ามาหาเลี้ยงชีพ การศึกษา การหาความบันเทิงต่างๆ เป็นโลกในอากาศที่มองไม่ เห็น สัมผัสไม่ได้ แต่สามารถยึดพื้นที่ในจิตใจของคนเราได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มีผลกระทบทั้งบวกและลบต่อสังคม ความพยายามที่จะควบคุม และอยู่เหนือการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีเพื่อที่จะจัดการและรับมือคงเป็นไปได้ ดังนั้น ความจริงจึงถูกบิดเบือนได้ง่าย ตัวตนปกปิดเปลี่ยนแปลงได้ง่าย จนอาจไม่สามารถแยกได้ว่าอะไรจริง อะไรลวง และบางครั้งยังเป็นสาเหตุของภัยอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้น งานสร้างสรรค์ชุดนี้เป็นการสร้างสรรค์โดย มีแนวคิดในมิติทางศิลปะซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมต่อในมิติด้านจิตใจได้ โดยผู้สร้างสรรค์ จะ น าเสนอผลงาน สื่อผสม และศิลปะจัดวาง ที่จะสะท้อนมุมมองผ่านบรรยากาศของสังคมทั้ง วิถีชีวิตที่อยู่นอก และในโลกของสังคมออนไลน์ โลกที่ผสมผสานความจริง ความไม่จริงโดยการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้แสง สี เสียง และวีดีทัศน์ รวมถึง สื่อใหม่อย่างดิจิตอลเข้ามาประกอบ เพื่อให้ผู้ชมผลงานได้รับรู้ถึงความจริงแท้ของ สังคมสมัยใหม่ สังคมออนไลน์ สังคมดิจิตอลก็เช่น ความสะดวกสบาย การสื่อสารฉับพลัน กระชับระยะทาง อีก ทางหนึ่งคือ ความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยน บิดเบี้ยวแปลกแยกในโลกออนไลน์โดยใช้สุนทรียภาพในการการแสดงออก ของศิลปะสื่อใหม่ ให้ผู้คนเกิดประสบการณ์สุนทรีที่กระตุกให้ตั้งค าถามหรือฉุกคิดต่อการตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของสังคมออนไลน์ ย้อนทวนถึงการด าเนินชีวิตที่มีคุณค่า และเห็นถึงความสุขที่แท้จริง ค าส าคัญ: ศิลปะจัดวาง, ศิลปะสื่อผสม, เครือข่ายสังคมออนไลน์ Abstract Social networks are a fictional area. To replace the area of reality Today, people in society give this area to live. Whether it is making a living, education, and entertainment. It is a world in the air that cannot be seen, cannot be touched, but can occupy space in a person's mind. Which of these things It has both positive and negative impacts on society. An attempt to control And it is beyond technological developments so that it is possible to manipulate and cope, so the truth is easily distorted. The identity is easily concealed. Until it
111 may not be able to distinguish what is true and what is false and sometimes it is also the cause of various dangers that occur. This work is created with a concept in an artistic dimension, which is another dimension that will create a connection in dimensions. Psychological By creator will present mixed media works and installation arts. To reflect views through the atmosphere of the whole society A way of life outside and in the world of social media A world that combines reality by creating works using light, sound and video, including new media like Digital into the assembly. In order for the audience to get to know the true truth of Modern society, social media, digital society Comfort Sudden communication Tighten distance. Another way is Distorted relationship Distorted online by the aesthetics of the expression of new media arts. Let people experience the aesthetic that jolts, ask questions, or think about being under the influence of social media. Reverting to a life with value And see true happiness Keywords: Installation Arts, Mixed Media Arts, Social Network 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ศตวรรษที่ 21 โลกก้าวหน้า ก้าวล้ าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว น่าทึ่ง จนอาจนับว่า ได้พามนุษย์เข้าสู่สังคมดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ สังคมไทยก็เช่นกัน ลองพิจารณาชีวิตประจ าวันทั้งตัวเราและ คนรอบข้างหรือมองไปรอบๆ บนท้องถนน พื้นที่สาธารณะ จะเห็นการพึ่งพาอุปกรณ์ไฮเทค จนถึงขั้นหมกมุ่น ขาดไม่ได้ที่จะต้องเข้าสู่โลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารทั้งส่วนตัวและธุรกิจ หรือเพื่อ เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ในสังคมเสมือนที่ไร้ข้อจ ากัด ไร้ขอบเขต ไร้พรมแดนอย่างแท้จริง ทั้งหมดก าลังเปลี่ยน พฤติกรรมของมนุษย์ทั้งโลก อยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ไกล เพราะต่างไม่สนใจสื่อสารกับคนตรงหน้าแต่มุ่งเพ่งกับการ จ้องกดตัวอักษร มองหน้า ฟังเสียงกันผ่านจอ ผ่านหูฟัง ขณะที่อยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้ รวมถึงความท่วมท้นของ ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง พฤติกรรมการเลือกเสพเพื่อความสุนทรียะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างน่า ศึกษา เช่น งานวิจัยพฤติกรรมการการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นวิเคราะห์ว่า การรับรู้ถึงความ เพลิดเพลิน (Perceived enjoyment) และอิทธิพลทางสังคม (Social Influence) ท าให้เกิดอัตราการใช้มาก จนถึงขั้นกลายเป็นพฤติกรรมความหลงใหลจนผิดปกติ (System Addiction) และการติดการใช้งาน (System stickiness) ความจริงแท้คือ ทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ ทั้งบวกและลบ สังคมสมัยใหม่ สังคมออนไลน์ สังคมดิจิตอลก็ เช่นกัน ทางหนึ่งคือ ความสะดวกสบาย การสื่อสารฉับพลัน กระชับระยะทาง อีกทางหนึ่งคือ ความสัมพันธ์ที่ ผิดเพี้ยน บิดเบี้ยวแปลกแยกในโลกออนไลน์
112 2. แนวคิด สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวางและสื่อผสมจ านวน 3 ชุด เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์บางประการที่ความ เชื่อมโยง วิถีชีวิตของคนในสังคม ปัจจุบันกับความรู้สึกของผู้วิจัย ด้วยเทคนิคสื่อผสม เช่น แสง สี เสียง และวีดีทัศน์ รวมถึงสื่อดิจิตอล และใช้แนวคิดการสร้างสรรค์ศิลปะ การจัดวาง (Installation Art) จัดวางผลงานและปรับเปลี่ยนบริบทของพื้นที่จัดแสดงให้มีความหมายเฉพาะ โดยแสวงหาความรู้ ความคิด ที่มาของการสร้างสรรค์ตามกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ได้แก่ ลักษณะทางสังคมและบรรทัดฐานของกลุ่มผู้ใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ ลักษณะส่วนบุคคล แรงจูงใจและ ความสามารถของบุคคล ทัศนคติเกี่ยวกับความไว้ใจความปลอดภัยของระบบและความเป็นส่วนตัว คุณค่า ทางด้านความบันเทิง การได้รับประโยชน์จากการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ นอกจากนั้นยังได้น าเสนอ ผลกระทบที่เกิดจากการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้แก่ ด้านทัศนคติด้านความเป็นส่วนตัว และด้านความ ปลอดภัยของข้อมูล (นภัสกร กรวยสวัสดิ์, 2553) ซเบอร์สเปซ (อังกฤษ: Cyberspace) หรือ ปริภูมิไซเบอร์ เป็นภาวะนามธรรมเชิงอุปลักษณ์ ใช้ในด้าน ปรัชญา หรือคอมพิวเตอร์ เป็นความจริงเสมือนซึ่งแทนโลกในทฤษฎีทางปรัชญาของ คารล์ ปอปเปอร์ (Karl Popper) ซึ่งรวมทั้งสิ่งต่างๆ ในคอมพิวเตอร์จนถึงระบบเครือข่าย(https://th.wikipedia.org/wiki) 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ - ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ ต ารา ทางอินเตอร์เน็ตและการสัมภาษณ์ พูดคุย - เรื่องราวทางทัศนคติ ประสบการณ์ การด าเนินชีวิต เพื่อเป็นข้อมูลการสร้างสรรค์ - ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลทางผลงานศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินกลุ่มตัวอย่าง - ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวกับ การด ารงชีวิตในสังคมร่วมสมัย” - สังเคราะห์ วิเคราะห์ คุณค่าทางด้านอารมณ์ความรู้สึก ผ่านวิถีชีวิต, ปรากฏการณ์ส่วนตัว และบริบททางสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมของผู้วิจัยเอง - สร้างสรรค์ภาพร่างผลงาน ในลักษณะศิลปะร่วมสมัยที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตร่วมสมัย - วิเคราะห์ข้อมูลและความรู้ที่ได้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย
113 ภาพที่ 1 วิถีชีวิตของสังคมร่วมสมัย ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน งานสร้างสรรค์ชุดนี้เป็นการสร้างสรรค์โดยมีแนวคิดในมิติทางศิลปะซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งที่จะสร้างความ เชื่อมต่อในมิติด้านจิตใจได้ โดยผู้สร้างสรรค์จะน าเสนอผลงานศิลปะการจัดวางและสื่อผสมที่จะสะท้อนมุมมอง ผ่านบรรยากาศของสังคมทั้งวิถีชีวิตที่อยู่นอกและในโลกของสังคมออนไลน์ โลกที่ผสมผสานความจริง ความไม่ จริงโดยการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้แสง สี เสียง และวีดีทัศน์ รวมถึง สื่อใหม่อย่าง ดิจิตอลเข้ามาประกอบ เพื่อให้ผู้ชมผลงานได้รับรู้ถึงความจริงแท้ของสังคมสมัยใหม่ สังคมออนไลน์ สังคมดิจิตอลก็เช่น ความ สะดวกสบาย การสื่อสารฉับพลัน กระชับระยะทาง อีกทางหนึ่งคือ ความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยน บิดเบี้ยวแปลกแยก ในโลกออนไลน์โดยใช้สุนทรียภาพในการการแสดงออกของศิลปะสื่อใหม่ ให้ผู้คนเกิดประสบการณ์สุนทรีที่ กระตุกให้ตั้งค าถามหรือฉุกคิดต่อการตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสังคมออนไลน์ ย้อนทวนถึงการด าเนินชีวิตที่มี คุณค่า และเห็นถึงความสุขที่แท้จริง ความจริง ความคิด ทัศนคติ จิตใจ สังคมออนไลน์ ความบิดเบือน ทัศนคติ พฤติกรรม ศิลปะจัดวาง และสื่อผสม จิตใจ วิถีชีวิต ความจริง ความลวง สุนทรียภาพของศิลปะสื่อ ใหม่ ของสังคมออนไลน์
114 5. สรุป ผลงานสร้างสรรค์สามารถกระตุ้นเตือนความรู้สึกให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนในสังคมได้เห็นถึง คุณค่าในความเป็นตัวตนที่แท้จริง สร้างความสมดุลในจิตใจ ที่ปัจจุบันมีสภาวะไร้ขีดจ ากัดในเครือข่ายสังคม ออนไลน์ รวมทั้งผู้ชมที่มีประสบการณ์การใช้เครือข่ายชุมชนออนไลน์ ได้ฉุกคิดและตระหนักถึงผลลัพธ์ เกิด ความรู้เท่าทันการใช้ชีวิตในโลกเสมือน ภายใต้สังคมออนไลน์ และย้อนกลับมาทบทวนตนเองจนประจักษ์ถึง คุณค่าของชีวิตจริงในโลกแห่งความจริง เพื่อขยายคุณค่าสู่สังคม และประเทศชาติต่อไป เอกสารอ้างอิง ชญาณ์ทัต ศุภชลาศัย. (2555). "ไซเบอร์สเปซ โลกเสมือนจริง และเศษเสี้ยวแห่งความจริง". นิตยสารวิ ภาษา 4 (8). กรุงเทพฯ: ม.ป.พ., นภัสกร กรวยสวัสดิ์. (2553). "ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการใช้เครือข่ายออนไลน์". วารสารสารสนเทศ ศาสตร์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 3, ม.ป.พ.
115 ครัวของแม่ Mom’s kitchen เด่น หวานจริง, Den Warnjing 92/2 หมู่ 3 ต.ลาดงา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา, 92/2 M.3 Ladnga ,sena distric,Ayuthaya E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ข้าพเจ้ามีความประทับใจการด าเนินชีวิตภายในครอบครัวที่เกิดจากความรักและความผูกพัน โดยมีพ่อ แม่เป็นศูนย์รวมจิตใจ แม่เป็นผู้ให้การเลี้ยงดูลูกๆ ด้วยการประกอบอาหารให้ความรักและความอบอุ่น สร้าง ความผูกพันของคนในครอบครัวด้วยการจัดเตรียมอาหารร่วมกัน ครัวไทยมีการออกแบบ ปลูกสร้างขึ้นโดยค านึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นสิ่งส าคัญ เช่น การออกแบบช่อง หน้าต่าง ช่องแสง ช่องระบายลม ในต าแหน่งทิศทางลมและแสงแดดให้ระบายและส่องทั่วถึงภายในเรือนครัว เพื่อการระบายควัน กลิ่น และความชื้นที่เกิดจากการประกอบอาหาร และมีการดูแลเครื่องครัวที่จัดเก็บตามที่ ต่างๆให้มีความสะอาดทุกครั้งเมื่อการน าไปใช้ในครั้งต่อไป นอกจากโครงสร้างของเรือนครัวไทยที่ถูกออกแบบ และค านึงถึงเหตุผลดังกล่าวนี้แล้ว การออกแบบการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวก็เป็นสิ่งที่มีความส าคัญ มีการใช้ วิถีการห้อย การแขวน การเหน็บ การประกอบเป็นชั้น เพื่อจ าเป็นของการใช้สอย ความสะดวกและความ ปลอดภัยเป็นหลักที่ส าคัญ ข้าพเจ้าได้เห็นความงามและมีความประทับใจกับเรือนครัวไทยและจากความประทับใจในการด าเนิน ชีวิตดังกล่าวแล้ว จึงน ามาถ่ายทอดเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่ประกอบขึ้นจากหลายๆ เทคนิค เช่น การใช้เทคนิค การวาดเส้นด้วยหมึกจีน แท่งถ่านเครยอง และจิตรกรรมสีน้ า โดยได้สร้างสรรค์ในลักษณะการบันทึกและ คลี่คลายรูปทรงของเครื่องครัวที่ห้อยแขวนในสภาพแวดล้อม และบรรยากาศภายในครัว แล้วน ามาจัดวาง ประกอบกันขึ้นกับโครงสร้างของผนังเรือนครัว ช่องหน้าต่าง น าวัสดุอุปกรณ์ของเครื่องครัวชนิดต่างๆ มาห้อย มาแขวนประกอบกับผลงานวาดเส้นและจิตรกรรมสีน้ า โดยค านึงถึงการประสานกันของทิศทาง ที่ว่าง รูปทรง มีบรรยากาศของแสงที่ทอดผ่านผลงาน ให้อารมณ์และความรู้สึกคิดค านึงถึงความรักความอบอุ่น จากการใช้ ชีวิตของครอบครัวที่เกิดจากความรักและความผูกพัน ที่มีแม่เป็นผู้ส่งผ่านด้วยการประกอบอาหาร ภายในเรือน ครัวไทย ที่มีความเรียบง่ายและมีความงามอย่างบริสุทธิ์ของครัวไทย ค าส าคัญ: ศิลปะจัดวาง, บรรยากาศ, การบันทึก, ความงามอย่างบริสุทธิ์ .
116 Abstract I am raised in a family of love and affection, where parents are in the center of all household matters and where the mother holds the family together with love and warmth through her cooking. Thai kitchens are designed for utility. The windows, for instance, are designed to permeate appropriate amount of sunlight and air into the kitchen for lighting and ventilation. They are also built to allow for the exhausting of smoke, odors, and moisture from cooking. The design of Thai kitchens also takes into account ease, convenience, and safety in the storage – hanging, tucking, layer assembly, etc. – and retrieval of kitchen utensils for next time use. Hanging, hanging, tucking, layer assembly are used. This natural appeal of Thai lifestyle as represented in a Thai kitchen provided the inspiration for this work of art that merged various techniques such as Chinese ink drawing, crayon, charcoal stick, and watercolor and took into account the principles of spatial and directional harmony, and lighting contours. Using the said approaches, the artist creatively reproduced the distinct shapes of kitchen and other household utensils hanging around, the structure of the wall, and the open windows depicting the pure beauty of a Thai kitchen and evoking feelings of love, affection, and warmth in a family with a mother that provides all these affection through her cooking Keywords: Installation art, Atmosphere space, Recording, Pure art 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา จากประสบการณ์ในการใช้ชีวิตทีมความผูกพันตั้งแต่เยาว์วัยระหว่างแม่กับลูกและญาติพี่น้องใน ครอบครัว จากการหุงหาอาหารในครัวเรือน โดยที่แม่ผู้ให้ก าเนิดได้ประกอบอาหารเพื่อเลี้ยงลูกๆให้เจริญเติบโต โดยใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องครัวชนิดต่างๆและการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวเมื่อใช้แล้ว รวมทั้งการจัดวาง เครื่องครัวที่มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างของเรือนครัวที่ค านึงถึงประโยชน์การใช้สอย สะดวกในการหยิบใช้ และการดูแลรักษา โดยที่มีการวางตามทิศทางของลม ให้เกิดการระบายความชื้น กลิ่น ควันไฟ รวมทั้งการใช้ ช่องแสงเพื่อให้แสงแดดส่องถึง เป็นการท าให้ภายในครัวมีความสะอาด จากพลังงานแสงพระอาทิตย์จาก ธรรมชาติ นอกจากนี้ในการสร้างเรือนครัวยังมีการออกแบบให้มีช่องลมภายใต้หลังคา เพื่อให้เกิดการระบาย โดยอาศัยพลังงานจากธรรมชาติ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ข้าพเจ้าได้เห็นถึงความงามในการห้อย การแขวน ของ เครื่องครัวที่มีจังหวะการประสานสอดคล้องลงตัว อันเกิดจากความจ าเป็นในการใช้สอย รวมถึงความงามของ รูปทรงของเครื่องครัวชนิดต่างๆที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าสร้างสรรค์ ผลงานงานชิ้นนี้
117 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีหลักการประสาน HARMONY เป็นความประสานกันอย่างง่ายและประสานกันอย่างบริบูรณ์ ด้วยความสามารถและความช านาญ ทฤษฎีจังหวะลีลา RHYTHM เป็นการซ้ าที่ประสานกันของแบบรูปที่มีจังหวะลีลาการซ้ าที่มีลักษณะ เดียวกันและที่มีความแปลกแตกต่างกัน ทฤษฎีศิลปะจัดวางหรือศิลปะติดตั้งINSTALLATION ART หมายถึง ศิลปะที่มีการติดตั้งเฉพาะจุด ประเภทงานสามมิติ และแปรสภาพการรับรู้ของสิ่งแวดล้อม (Perception of art space) 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ กระบวนการสร้างสรรค์ 1. ศึกษาแนวคิด คติ ความเชื่อและรูปแบบของครัวไทยและศิลปสมัยใหม่ แล้วน ามาผสมผสานให้เกิด รูปแบบและอารมณ์ความรู้สึกตามเนื้อหาของแนวคิด 2. ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสร้างสรรค์แบบร่างความคิด แล้วน ามาสร้างสรรค์เป็น ผลงานจริง 3. การวิเคราะห์ผลงานเพื่อแสดงคุณค่าที่เกิดจากการสร้างสรรค์ผลงาน ภาพที่ 1 ครัว แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ภาพที่ 2 ครัว แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์
118 ภาพที่ 3 ครัว แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ภาพที่ 4 ภาพร่างต้นแบบความคิด ภาพที่ 5 ภาพผลงานจริง
119 ภาพที่ 6 ภาพรายละเอียดของผลงานจริง ภาพที่ 7 ภาพรายละเอียดของผลงานจริง ภาพที่ 8 ภาพรายละเอียดของผลงานจริง
120 4. การวิเคราะห์ผลงาน ด้านเนื้อหา เกิดขึ้นจากการผสมผสานแนวคิดการใช้รูปแบบศิลปะจัดวางที่มีการใช้สื่อของการ แสดงออกที่หลากหลาย โดยผลงานสร้างสรรค์ครัวของแม่ แสดงเนื้อหาและอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากความรัก ความผูกพันของแม่กับลูกอันเกิดจากการประกอบอาหารเพื่อเลี้ยงดูลูกๆให้เจริญเติบโตในการด าเนินชีวิตที่เรียบง่าย ผลงานครัวของแม่สะท้อนความคิด ความรู้สึกจากความรักและความอบอุ่นในครอบครัวที่เกิดจากการ ประกอบอาหารและการรับประทานอาหารร่วมกัน ด้วยวัสดุอุปกรณ์ วิธีการ ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย โดยใช้ เทคนิควิธีการสร้างสรรค์ เช่น การวาดเส้นด้วยเครยอง จิตรกรรมสีน้ า การน าอุปกรณ์เครื่องครัวมาจัด ประกอบ จัดวาง ห้อยแขวนกับผลงานอย่างเรียบง่าย ร่วมกับผนังเรือนครัว บานหน้าต่าง ประตูครัวที่มีรูปทรง ที่เรียบง่ายเช่นเดียวกัน ภาพที่ 9 ภาพแสดงการวิเคราะห์ผลงาน 5. สรุป ผลงานสร้างสรรค์ครัวของแม่เป็นผลงานที่แสดงถึงการประสานกันของการใช้เทคนิควิธีการที่ หลากหลายเทคนิคร่วมกัน โดยมีความเรียบง่ายของเนื้อหาหลักที่เป็นแก่นและสาระทั้งของเนื้อหาภายในที่เกิด จากแนวเรื่องและเนื้อหาภายนอกที่เกิดจากรูปทรงของศิลปะ ที่มีความเรียบง่ายสอดคล้องกันอย่างมีเอกภาพ ครัวของแม่เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบของคนไทยที่สืบต่อกันมา ในการเชื่อมความสัมพันธ์สายใย ความรัก ความอบอุ่นมาอย่างยาวนาน และคงอยู่ในสังคมปัจจุบันของวิถีชีวิตของคนไทย เอกสารอ้างอิง ศาสตราจารย์โชติ กัลยาณมิตร, (2539). สถาปัตยกรรมแบบไทยเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สมาคมสถาปนิก สยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ชลูด นิ่มเสมอ. (2531).องค์ประกอบของศิลป. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัท ส านักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จ ากัด
121 การสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี CREATIVE CONTEMPORARY SCULPTURE THE SYMBOL FROM LOCAL METARIAL IN SUPHANNBURJ PROVINCE โดม คล้ายสังข์, DOME KLAYSANG วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม Suphanburi College of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute, Ministry of Culture E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรีโดย ใช้สัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสร้างสัญลักษณ์รูปแบบศิลปะให้เกิดผลต่อการท่องเที่ยวใน ชุมชน ในแหล่งท่องเที่ยงในชุมชนที่มีชื่อเสียง ในจังหวัดสุพรรณบุรี ดังนี้ สัญลักษณ์ต้นตาล ตามชื่อต าบลต้นตาล ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเป็น คลาดน้ าสะพานสูง สุ่มปลายักษ์ อ าเภอสองพี่น้อง ของจังหวัดสุพรรณบุรี สัญลักษณ์ รูปควายไทย ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) Buffalo Village. อ าเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี สัญลักษณ์รูปปลาน้ าจืด ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัด สุพรรณบุรี เป็นการสื่อในการแสดงออกทางประติกรรม ความโดดเด่น ความชินตาในรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น รูปลักษณ์หรือบริเวณที่ตั้ง ล้วนแล้วแต่ให้ความโดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี สาระและ ความหมายของมันก็แสดงออกได้ถึง จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่น ของจังหวัด สุพรรณบุรี พร้อมเป็นแหล่งความรู้ทางด้านวัฒนธรรม ของชุมชนอีกด้วย โดยน าไปสร้างคู่มือองค์ความรู้เพื่อ ถ่ายทอดเทคนิคการสร้างสรรค์ต่อยอดกับนักศึกษาเพื่อให้ เกิดการเรียนรู้ทางด้านแนวคิด เทคนิคในการสร้าง ผลงานด้านประติมากรรมร่วมสมัยจ านวนจุดละ 100 เล่ม และสามารถเป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ในเชิงศิลปะเป็นส่วนหนึ่งสนับสนุ่นแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ. 2561 - 2564 ของกรมการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการสร้างความสมดุล ระหว่างจ านวนนักท่องเที่ยวและความสุขของชุมชน ค าส าคัญ: ผลงานสร้างสรรค์, ประติมากรรมร่วมสมัย, สัญลักษณ์สุพรรณ, วัสดุท้องถิ่น Abstract Creating a contemporary sculpture project, Suphan symbol set From local materials Suphanburi province, using the symbol that expresses Suphanburi To create a symbolic form of art that affects tourism in the community In the famous tourist destination in the community In Suphanburi province as follows: the symbol of Ton Tan By name of Tambon
122 Ton Tan Where there are attractions Water drop, Saphan Sung, Pla Yak, Song Phi Nong District Of Suphanburi Province Thai buffalo symbol At the Thai Buffalo Conservation Village (Ban Kwai) Buffalo Village. Si Prachan District Suphanburi Freshwater fish symbol At the Bueng Chawak Aquatic Center Doem Bang Nang Buat District Suphanburi It is a medium of expression of sculptures, prominence, and familiarity in the form Either the appearance or the location Are all outstanding Is a symbol of Suphanburi Province Its substance and meaning can also be expressed through Suphanburi Must think of outstanding attractions Of Suphanburi Province Ready to be a source of cultural knowledge Of the community as well By creating a knowledge handbook in order to transfer creative techniques to the students in order to The learning of concepts Techniques for creating contemporary sculpture works of 100 volumes each and can be used to promote tourism in the community as a part of the tourism development strategy. 2018 - 2021 of the Department of Tourism With a focus on creating balance Between the number of tourists and the happiness of the community Keywords: creative works, contemporary sculpture, symbol of Suphan, local materials 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นดินแดนแห่งอารยธรรมร่วมถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ตามประวัติศาสตร์ชาติ ไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองสุพรรณบุรี เป็นเมืองหน้าด่านและเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ าที่ส าคัญ ต้อง ผ่านศึกสงครามหลายต่อหลายครั้ง สภาพเมือง ตลอดจนประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ถูกท าลายปรักหักพัง จนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองสุพรรณได้ฟื้นตัว และตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ าท่าจีน (ล าน้ า สุพรรณ) ท าให้เกิดกลุ่มชุมชนต่างๆ ตามแนวลุ่มแม่น้ าท่าจีน เกิดศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีตาม ชุมชนแต่ละถิ่นฐานบ้านเรือน รวมถึงการด ารงชีวิต โดยใช้วัสดุที่เกิดขึ้นตามท้องถิ่นมาปรับใช้ในการด าเนินชีวิต การเป็นอยู่ ทั้งอุปกรณ์เพื่ออุปโภคและบริโภคจนถึงเครื่องประดับ งานศิลปะ ตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น ท าให้เกิด แหล่งท่องเที่ยวรูปแบบชุมชม ที่สามารถสร้างรายได้ให้เกิดคนในชุมชน เป็นสัญลักษณ์เชิงศิลปวัฒนธรรมให้ เกิดขึ้น จากประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะด้วยเทคนิคลายเส้น Contour Art อย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้ได้ค้นพบเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบลายเส้นที่เฉพาะตัว จึงท าให้เกิดแรง บันดาลใจที่จะน าเทคนิคการสร้างสรรค์งาน ลายเส้น Contour Art อย่างนี้มาพัฒนารูปแบบของผลงานทาง ประติมากรรมร่วมสมัย โดยใช้สัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสร้างสัญลักษณ์รูปแบบศิลปะให้ เกิดผลต่อการท่องเที่ยวในชุมชน ข้าพเจ้าจึงคิดจัดโครงการสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์ สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี ในแหล่งท่องเที่ยงในชุมชนที่มีชื่อเสียง ในจังหวัดสุพรรณบุรี ดังนี้ สัญลักษณ์ต้นตาล ตามชื่อต าบลต้นตาล ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเป็น คลาดน้ าสะพานสูง สุ่มปลายักษ์ อ าเภอสองพี่ น้อง ของจังหวัดสุพรรณบุรี สัญลักษณ์รูปควายไทย ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) Buffalo Village.
123 อ าเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี สัญลักษณ์รูปปลาน้ าจืด ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ าบึงฉวากเฉลิมพระ เกียรติ อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการสื่อในการแสดงออกทางประติกรรม ความโดดเด่น ความชินตาในรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือบริเวณที่ตั้ง ล้วนแล้วแต่ให้ความโดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของ จังหวัดสุพรรณบุรี สาระและความหมายของมันก็แสดงออกได้ถึง จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องนึกถึงแหล่งท่องเที่ยว ที่โดดเด่นของจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมเป็นแหล่งความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย ข้าพเจ้าถ่ายทอดการแสดงสัญลักษณ์ เป็นการสื่อสารที่เป็นสากลและสามารถแสดงตัวตนเฉพาะได้ดี แต่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตปัจจุบันนั้น การสื่อสารและการแสดงออกนั้นต้องการความชัดเจน ไม่มี แม้แต่เวลามองหรือสัมผัสก็ว่าได้ การได้สร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้เป็นการน าตัวเองเข้าสู่การถ่ายทอด กระบวนการวิธีการทางศิลปะของตนแสดงสัญลักษณ์ประจ าจังหวัดสุพรรณบุรีในรูปแบบประติมากรรมรวมกับ สัญลักษณ์ของท้องถิ่น โดยมีวัสดุท้องถิ่นมาผสมผสาน ร่วมด้วยการสร้างความสัมผัสชุมชน ต่อยอดส่งผลต่อการ ท่องเที่ยว ซึ่งผลของมันเกิดขึ้นในขณะเก็บข้อมูลเบื้องต้น นั่นคือการศึกษาวัสดุท้องถิ่น ด้วยการค้นหาข้อมูล สังเกต และการลงพื้นที่จริง เหล่านี้คือแรงบันดาลใจในการจัดโครงการในครั้งนี้ โดยต้องการน าเสนอผลงาน ด้วยรูปทรงประติมากรรม ลักษณะลายเส้น Contour Art ประกอบวัสดุท้องถิ่น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในชุมชน จังหวัดสุพรรณบุรีและสร้างสัมพันธ์คนชุมชนในรูปแบบศิลปะ การที่น ารูปทรงสัญลักษณ์ในพื้นที่ชุมชน ในการสร้างสรรค์ครั้งนี้ ได้เชื่อมโยงไปถึงวัสดุท้องถิ่น เพราะเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวของ ชุมชน ทั้งภาครัฐและเอกชน ของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งในปัจจุบันมีชัดเจนในวงกว้าง และยังได้สร้างสัญลักษณ์ ย่อยตามท้องถิ่น ประจ าอ าเภอที่ผู้จัดท าศึกษา โดยใช้วัสดุท้องถิ่นที่โดดเด่นน ามาประกอบกับผลงานที่ผู้จัดท า สร้างและสร้างสัมพันธ์ภายในชุมชนในรูปแบบศิลปะ รวมถึงสร้างองค์ความรู้ทางศิลปะแก่คนในชุมชน โดยผู้จัดท าใช้วัสดุจากท้องถิ่นจ านวน 3 ที่ได้แก่ ตลาดน้ าสะพานโค้ง(สุ่มปลายักษ์) องค์การบริหารส่วนต าบล ต้นตาล อ าเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี, หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) Buffalo Village. อ าเภอ ศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี จึงเกิดความประทับใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานเกี่ยวข้องกับงานประติมากรรมร่วมสมัย โดยใช้ เทคนิคการสร้างรูปแบบลายเส้น Contour Art จากสัญลักษณ์ของชุมชนที่กล่าวแสดงเนื้อหาเรื่องราวที่เป็น สัญลักษณ์ในจินตนาการที่เชื่อมโยงกับวัสดุท้องถิ่น ในด้านกระบวนการและเทคนิคในการสร้างสรรค์นั้น โครงสร้างโดยรวมของการสร้างสรรค์ จะเน้นเรื่องการใช้เส้นที่มีลักษณะสัญลักษณ์ที่แสดงออกที่โดดเด่น ที่มีที่ มอยู่จริงในจังหวัดสุพรรณบุรี น ามาเรียงประกอบให้เกิดรูปทรงของสัญลักษณ์ รูปทรงที่สร้างสรรค์ขึ้นลักษณะ ลายเส้น Contour Art เป็นรูปลักษณ์สัญลักษณ์ของชุมชน ประกอบวัสดุท้องถิ่นที่ผู้จัดท าศึกษารวมเป็น มังกร สุพรรณ เพื่อต้องการแสดงพลังของวัสดุท้องถิ่น เสมือนการแสดงออกถึงความโดดเด่นของท้องถิ่นของตน การ ด ารงอยู่ ที่ต้องการจุดประกายความสว่างไสวความมีชีวิตชีวาจากเดิมสาระดังกล่าวมานั้น ที่ว่าด้วยรูปทรงของ สัญลักษณ์ชุมชนเป็นการหยิบยกรูปทรงจากสัญลักษณ์ของจังหวัดที่มีอยู่มาสร้างสรรค์ให้เกิดรูปทรงใหม่และมี ความหมายใหม่ เกิดความจรรโลงใจ ความสัมพันธ์ของมนุษย์เชิงศิลปะ เพราะสัญลักษณ์ทางศิลปะนั้นเป็นการ สื่อสารแบบง่าย และสากลที่ผู้ใดได้พบเห็นก็มักจะเกิดความเข้าใจและสนใจขึ้นในขณะนั้น ด้วยรูปแบบและ วัสดุท้องถิ่น ข้าพเจ้าน ารูปทรงขอสัญลักษณ์ชุมชน มาคลี่คลายให้เกิดรูปทรงอิสระและน ามาจัดองค์ประกอบ
124 ใหม่ เพื่อน ามาสร้างสร้างสรรค์ผลงานทางด้านประติมากรรมร่วมสมัย เลือกใช้วัสดุที่มีความงามตามทัศนคติ ของข้าพเจ้า คือวัสดุท้องถิ่นนั้นเป็นวัสดุธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามท้องถิ่นอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวคิดที่ ต้องการสื่อสารถึงความงามในธรรมชาติ การประยุกต์น ามาใช้ ขบวนการนี้เป็นส่วนช่วยเสริมเรื่องแนวคิดการ สร้างสรรค์ผลงานทางด้านประติมากรรมร่วมสมัย ให้มีเนื้อหาสาระที่พัฒนาจากรูปแบบเดิมโดยใช้วัสดุแบบ เรียบง่าย และการสร้างสรรค์ที่พิถีพิถัน ผ่านรูปทรงของสัญลักษณ์ชุมชนและวัสดุท้องถิ่น สามารถน าไปสร้าง องค์ความรู้เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการสร้างสรรค์ต่อยอดกับนักศึกษาเพื่อให้ เกิดการเรียนรู้ทางด้านแนวคิดและ เทคนิคในการสร้างผลงานด้านประติมากรรมร่วมสมัย และสามารถเป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนใน เชิงศิลปะเป็นส่วนหนึ่งสนับสนุ่นแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ. 2561 - 2564 ของกรมการท่องเที่ยว ตามกรอบยุทธศาสตร์ของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ข้อ 3. แผนยุทธศาสตร์องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (พ.ศ. 2560 – 2563) มุ่งเน้นการพัฒนาให้เกิดความสมดุลใน 3 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตอบสนองต่อ นโยบายของรัฐบาลทุกระดับ โดยมีวิสัยทัศน์ คือ “เป็น องค์กร แห่งความเป็นเลิศด้าน การพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืนเพื่อสร้างชุมชนแห่งความสุข” ซึ่งมีประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 2 พัฒนาขีดความสามารถในพื้นที่ผ่าน กระบวนการการมีส่วนร่วมอย่างบูรณาการมี ความเกี่ยวข้องและสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนา คุณภาพแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนของแผนพัฒนาการ ท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ..2560.-.2564) โดยมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างจ านวนนักท่องเที่ยว และความสุขของชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืนโลก (GlobalSustainable. Tourism-Criteria:-GSTC) รวมถึงการประสานการท างานเชิงบูรณาการร่วมกันทั้งเชิงรุกและเชิงรับเพื่อขับเคลื่อน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (แผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ. 2561 - 2564 ของกรมการท่องเที่ยว หน้า 31) 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว ด้วยประติมากรรมในรูปแบบงาน ลายเส้น Contour Art ที่มาจากรูปแบบจริง และสร้างเสริมเป็นจุดสนใจในการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน เป็นส่วนหนึ่ง สนับสนุนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยว สู่ชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี สร้างความสัมพันธ์ในชุมชนด้วยงาน ศิลปะสู่คนในชุมชน พร้อมแทรกซึมความรู้ทางศิลปะสู่ชุมชนอีกด้วยความยั่งยืนทางศิลปะ พร้อมสร้างองค์ ความรู้เทคนิคและกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี และน าวัสดุท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ผลงานทางประติมากรรม โดยการ จัดท าเป็นองค์ความรู้โดยการเรียบเรียงขบวนการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์ให้กับ คนในชุมชนและผู้สนใจทางศิลปะ
125 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ กระบวนการหรือขั้นตอนการน าส่งองค์ความรู้/เทคโนโลยีและแนวทางการสร้างสรรค์งาน ประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มต้นตั้งแต่การแสวงหาและ สร้างความรู้ การปรับฐานความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและถ่ายทอดสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยผู้จัดท าโครงการเป็นผู้ เก็บรวบรวมองค์ความรู้ในระหว่างด าเนินการและสิ้นสุดโครงการ รายละเอียดขั้นตอนด าเนินงานแบ่งออกดังนี้ การทบทวนและพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและแนวทางการสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัย ชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี มีการด าเนินงานและรายละเอียด ดังนี้ 1. จัดการองค์ความรู้ฯ ทบทวนเอกสารบทความ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยใช้ค าส าคัญ ได้แก่ ผลงาน สร้างสรรค์, ประติมากรรมร่วมสมัย, สัญลักษณ์สุพรรณ, วัสดุท้องถิ่น เพื่อน ามาเชื่อมโยงกับแนวคิดการพัฒนา รูปแบบฯ 2. จัดพัฒนาองค์ความรู้ฯ ลงพื้นที่จริง วิเคราะห์เพื่อพัฒนาและตกผลึก (ร่าง) แนวคิดโมเดล หรือ conceptual model ที่เหมาะสมกับจะลงพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ 1) ตลาดน้ าสะพานสูง สุ่มปลายักษ์ ต าบลต้นตาลอ าเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี 2) หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) Buffalo Village. ต าบลวังน้ าซับ อ าเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี 3) สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ต าบลเดิมบางนางบวช อ าเภอเดิมบาง นางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งจากการทบทวนและสอบถามผู้ดูแลสถานที่ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ พบว่า สถานที่เป้าหมายใน จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีการจัดบริการและเหมาะสมในการพัฒนาการท่องเที่ยว และผู้สนใจในงานศิลปะ กลุ่มนี้ ค่อนข้างดี ภาพที่ 1 ภาพส ารวจพื้นที่ ตลาดน้ าสะพานสูง สุ่มปลายักษ์ ต าบลต้นตาลอ าเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี, หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) Buffalo Village. ต าบลวังน้ าซับ อ าเภอศรีประจันต์จังหวัดสุพรรณบุรี, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ต าบลเดิมบางนางบวช อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 3. พัฒนา conceptual model ไปปรับให้ตรงกับบริบทของการน าไปใช้ในพัฒนาพื้นที่ โดยการ ออกแบบรูปลักษณ์ แบบร่าง 2 มิติ แบบที่ 1 ที่ให้เหมาะสมกับสถานที่เป้าหมาย โดยรวมออกแบบร่างร่วมกับ คนในชุมชนให้เหมาะสมกับสถานที่และเป็นส่วนส าคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน
126 ภาพที่ 2 ภาพการร่วมสร้างแบบร่างผลงานกับชุมชน 4. พัฒนาเป็นแบบร่างต้นแบบผลงานเป็น 2 มิติทั้ง 3 ชิ้นผลงานตามรูปแบบโดยรวมออกแบบร่าง ร่วมกับคนในชุมชนให้เหมาะสมกับสถานที่และเป็นส่วนส าคัญในการสร้างสรรค์ผลงานตามแนวคิด ภาพที่ 3 ภาพแบบร่าง แบบที่ 1 A ตลาดน้ าสะพานสูง สุ่มปลายักษ์, B หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) Buffalo Village., C สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ 5. พัฒนาเป็นผลงานสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรีทั้ง 3 ชิ้นผลงานตามรูปแบบโดยรวมพัฒนาจากแบบร่าง ที่ร่วมกับคนในชุมชนให้เหมาะสมกับ สถานที่และเป็นส่วนส าคัญในการสร้างสรรค์ผลงานตามแนวคิด ภาพที่ 4 ภาพผลงาน สุ่มปลายักษ์บ้านต้นตาล, ควายไทยสุพรรณ, ปลาเมืองสุพรรณ
127 4. การวิเคราะห์ผลงาน การสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี ในขอบเขตงานศิลปะ ประติมากรรมสมัยใหม่กับอัตลักษณ์ของชุมชน โดยมีวัสดุท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวใน ชุมชน มาเป็นแนวทางการสร้างวิจัย เพื่อสร้างเป็นจุดเด่น ในการดึงดูดการท่องเที่ยวของชุมชน และเผยแพร่ องค์ความรู้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ รูปแบบประติมากรรมสมัยใหม่ โดยสร้างผลงานสร้างสรรค์งาน ประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผลงานประติมากรรม ลอยตัว วัสดุ เหล็ก ประกอบวัสดุท้องถิ่น (ไม้ไผ่, หวาย, ฟางข้าว) จ านวน 3 ชิ้นงาน ขนาด 100x 100x 250 เซนติเมตร (โดยเฉลี่ยทั้ง 3 ชิ้นงาน) จากการส ารวจ รูปแบบแบบสอบถามจากคนในชุมชน และนักท่องเที่ยว ก่อนน ามา ออกแบบสร้างสรรค์ผลงานแล้วพัฒนาเป็นผลงานสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรีทั้ง 3 ชิ้นผลงานตามรูปแบบโดยรวมพัฒนาจากแบบร่าง ที่ร่วมกับคนใน ชุมชนให้เหมาะสมกับสถานที่และเป็นส่วนส าคัญในการสร้างสรรค์ผลงานตามแนวคิด 5. สรุป การสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี มีเอกลักษณ์ของ ชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี เชิงประติมากรรมในรูปแบบงาน ลายเส้น Contour Art ที่มาจาก รูปแบบจริง และเป็นจุดสนใจในการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน เป็นส่วนหนึ่งสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ พัฒนาการท่องเที่ยว สู่ชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี มีความสัมพันธ์ในชุมชนโดยงานศิลปะสู่คนในชุมชนพร้อมแทรก ซึมความรู้ทางศิลปะสู่ชุมชนอีกด้วยความยั่งยืนทางศิลปะ และสามารถสร้างองค์ความรู้เทคนิคและกระบวนการ สร้างสรรค์ผลงานสร้างสรรค์งานประติมากรรมร่วมสมัยชุดสัญลักษณ์สุพรรณ จากวัสดุท้องถิ่นจังหวัด สุพรรณบุรี และวัสดุท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ผลงานทางประติมากรรม โดยการจัดท าเป็นองค์ความรู้โดยการ เรียบเรียงขบวนการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อถ่ายทอดกระบวนการสร้างสรรค์ให้กับคนในชุมชนและผู้สนใจอื่นๆ เอกสารอ้างอิง แผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ. 2561 – 2564. (2561). กรมการท่องเที่ยว หน้า 31. กรุงเทพฯ: VIP COPY PRINT (วีไอพี ก็อปปี้ปริ้น)
128 “ความสุขจากประเพณีล้านนา” “The Happiness from Lanna Traditions” ถนอม จันทร์ต๊ะเครือ, THANOM CHANTAKRUEA วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย Suphanburi College of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute, Ministry of Culture, Thailand Email: [email protected] บทคัดย่อ ชุมชนคนล้านนามีวิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับงานประเพณีและพิธีกรรม มีจารีตแบบแผนให้คนรุ่นต่อรุ่นได้ อนุรักษ์ สืบสาน น ามาซึ่งความสุขสงบสู่ชุมชน การแสดงออกของผู้คนจากงานประเพณีต่างๆ เป็นแรงบันดาล ใจให้ผู้วิจัย สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สื่อถึงการร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคี ประทับใจใบหน้าผู้คนที่ยิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน รื่นเริง เบิกบาน จังหวะลีลาฟ้อนร า และสีสันสดใสของการแต่งกาย การประดับประดา ขบวนแห่ครัวทาน ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นเร้าให้แสดงออกถึงความรู้สึกในบรรยากาศงานประเพณี โดยได้ท าการ วิเคราะห์เนื้อหาสาระ กระบวนการสร้างสรรค์ เทคนิค วิธีการผ่านผลงานจิตรกรรมที่มีรูปทรงอิสระ สีสันสดใส ฝีแปรงสนุกสนาน ผู้วิจัยสร้างสรรค์ปรารถนาให้ผลงานนี้กระตุ้นให้ผู้ชมได้เกิดความรู้สึกจากสีสัน จินตนาการถึง บรรยากาศงานประเพณีและพิธีกรรมล้านนา ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องประเพณี ท้องถิ่น สร้างสรรค์ได้ในรูปแบบร่วมสมัยแนวอื่นๆ ต่อไป ค าส าคัญ: ประเพณี, การร่วมแรงร่วมใจ, ความสุขสงบ, จินตนาการ, ฝีแปรงสนุกสนาน Abstract Lanna people’s life styles concerning about its tradition and custom for long and it support community peaceful. This life styles were inspired me in creating the artistic work to present their unity, happy, dancing pattern, dressing colour and decorating parade (Kroa-Tan). Of this, the artist was analyzed artistic idea and technique as free form work with brightening brush stroke. I, myself, would like to create this artistic work to inspire the imagination of art lover to feel the moment of Lanna tradition and custom, and also hope that it would benefit to the one who want to study this matter, to create another artistic work in the future. Keywords: Tradition, Unity, Peaceful, Imagination, Brightening brush stroke.
129 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา การด ารงชีวิตของคนในสังคมล้านนาในรอบ 12 เดือน เกี่ยวข้องกับประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งเป็น เครื่องมือให้คนอยู่ในระเบียบแบบแผน จารีตประเพณีอันดีงามของชุมชนถือประพฤติ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดความ ผาสุก ผู้วิจัยสร้างสรรค์ถือก าเนิดในจังหวัดล าปางมีสายเลือดเป็นคนล้านนา เติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่ เป็นสังคมแบบดั้งเดิมตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน การเข้ามีส่วนร่วมในประเพณีและพิธีกรรมของหมู่บ้านและ หมู่บ้านใกล้เคียง ซึมซับกับความงดงามของบรรยากาศที่คนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันท ากิจกรรมทางประเพณี และพิธีกรรมต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มิตรภาพที่ดีงาม ความบริสุทธิ์ใจต่อกัน ทุกคนมีจิตใจแจ่มใสแช่มชื่น สนุกสนาน เบิกบาน ท ากิจกรรมร่วมกันอย่างมีความสุข สีสันสดใสของเครื่องสักการะเซ่นไหว้ การแต่งกาย การประดับประดาสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในงานประเพณี และพิธีกรรมล้านนา สื่อความหมายถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นที่งดงาม ความกลมกลืน ความสัมพันธ์ ความรุ่งเรือง แสดงอารมณ์ ความรู้สึกสุขสงบ สนุกสนาน ตื่นเต้นของคนในสังคมล้านนา 2.แนวคิด/ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิด ผู้วิจัยสร้างสรรค์ต้องการน าเสนอสีสันที่สร้างความรู้สึกต่อการสัมผัสทางสายตาและมีผลต่อจิตใจ จาก งานประเพณีและพิธีกรรมอันเป็นมงคลของคนล้านนา ซึ่งมีเนื้อหาของการร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคี การมี ส่วนร่วมของคนในชุมชน แสดงถึงความมีสัมพันธไมตรีอันดีงามและความบริสุทธิ์ใจใสซื่อ ในวิถีชีวิตคนล้านนา โดยแสดงออกทางการใช้สีสันสดใส รูปทรงอิสระ ฝีแปรงที่สนุกสนาน ผ่านผลงานจิตรกรรมร่วมสมัย 2.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.2.1 ข้อมูลประเพณีและพิธีกรรมล้านนา จากหนังสือ “เครื่องสักการะในล้านนาไทย” โดย ศาสตราจารย์มณี พยอมยงค์ และอาจารย์ศิริรัตน์อาศนะ (2538) ได้กล่าวถึงประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ของล้านนา มีเนื้อหาสาระส าคัญดังนี้ เครื่องสักการะและเซ่นไหว้ ที่ใช้ในการประกอบงานประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ของล้านนา เป็นที่มา เริ่มแรกแห่งความเลื่อมใส เป็นเครื่องสร้างก าลังใจในพุทธศาสนิกชน มีความผูกพันลึกซึ้งต่อการนับถือศาสนา น าเข้าสู่ปฏิบัติบูชาในภายหลัง ต านานพุทธประวัติว่า มหาชนจ านวนมาก น าดอกไม้และของหอมไป ณ เชตวัน มหาวิหาร เพื่อบูชาพระศาสดา แม้แต่ที่ประทับของพระพุทธเจ้าก็มีชื่อเรียกว่า คันธกุฎี หมายถึง กระท่อมที่อบ ด้วยเครื่องของหอม คงเนื่องมาจากประชาชนน าเอาดอกไม้หรือของหอมไปบูชาพระพุทธเจ้านั่นเอง ในทางพุทธ ศาสนา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัทท าการบูชาเป็น 2 ส่วน คือ อามิสบูชา คือ การบูชา กราบไหว้ด้วยดอกไม้ เครื่องหอมต่างๆ เครื่องสักการะ และปฏิบัติบูชา คือ การบูชาพระรัตนตรัยด้วยการ ประพฤติปฏิบัติ กิจกรรมทางประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ต้องอาศัยเครื่องประกอบพิธีกรรมหลากหลายประเภท จึงมี ความจ าเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคีในการจัดเครื่องประกอบพิธี สักการะพระรัตนตรัย คือ
130 การร่วมกันน าดอกไม้ ธูปเทียนใส่พาน “ขันแก้วทั้งสาม” (หมายถึง พานที่ใช้ใส่ดอกไม้ ธูปเทียนบูชาสักการะ พระรัตนตรัย อันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่ตั้ง) รวมกันเป็นจุดเดียว แสดงให้เห็นถึงความเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ความสมัครสมาน สามัคคีกัน จากหนังสือ “ประเพณี 12 เดือนล้านนาไทย” โดย ศาสตราจารย์มณี พยอมยงค์ (2529) ได้กล่าวถึง ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ของล้านนา มีเนื้อหาสาระส าคัญดังนี้ ประเพณีสงกรานต์หรือปีใหม่เมืองเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนจุลศักราช ซึ่งมีขึ้นในประเทศ พม่าโบราณและได้แผ่เข้ามาสู่ล้านนาไทยและภาคอื่นๆ นับเป็นเวลาพันปีมาแล้ว ประกอบด้วยประเพณีและ พิธีกรรม ดังนี้ วันที่ 13 เมษายน (วันสังขานต์ล่อง) สังขานต์ แปลว่า ก้าวล่วงแล้ว คือ วัน เดือน ปีที่ล่วงลับไป วันสังขานต์ล่องหมายถึง วันสิ้นสุดของศักราชเก่า วันนี้ทุกคนจะท าความสะอาดบ้านเรือน มีอารมณ์แจ่มใส ไม่ให้มีขุ่นมัว เพราะเป็นวันที่เริ่มชีวิตใหม่ วันที่ 14 เมษายน วันเนาว์หรือวันเน่า วันนี้คนล้านนาจะไม่ท าสิ่งที่ไม่เป็นมงคล ชาวบ้านจะพากัน ขนทรายจากแม่น้ าใกล้วัดเข้าวัดและก่อเจดีย์ทราย วันที่ 15 เมษายน วันพญาวัน ตั้งแต่เช้ามืดของวันพญาวัน ชาวบ้านจะไปวัดเพื่อทานขันข้าว คือ ถวายภัตตาหาร เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงความเลื่อมใสใน พระพุทธศาสนาและความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ นอกจากนี้ยังทานขันข้าวให้บิดามารดา ผู้เฒ่า ผู้แก่ ญาติ มิตรที่เคารพนับถือกันขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ น าช่อตุงและไม้ค้ าต้นโพธิ์มาถวายที่วัด และพิธีด าหัว เป็นการแสดง ความเคารพนับถือกันของคนในหมู่บ้านหรือหมู่คณะ และยังแสดงออกถึงการขออภัย การให้อภัย ความรักใคร่ สามัคคีระหว่างหมู่คณะอีกด้วย วันที่ 16 เมษายน เป็นวันปากปี และวันที่ 17 เมษายน เป็นวันปากเดือน จะมีการรวมตัวกันของ คนในชุมชนหรือหมู่บ้าน จัดเตรียมข้าวของท าพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ สะเดาะเคราะห์หมู่บ้าน ลอยเคราะห์ เฉพาะคน ส่งแถน เป็นต้น ประเพณีปอยหลวง คือ เป็นเทศกาลงานฉลองหรืองานรื่นเริง จัดขึ้นเพื่อฉลองถาวรวัตถุของวัดหรือ การฉลองสิ่งก่อสร้างที่ประชาชนช่วยกันท าขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารชน เป็นการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ดังนั้นคนในชุมชนจึงเป็นส่วนส าคัญในการร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมงาน ช่วยกันบริจาคเครื่องบริโภค เช่น ข้าวสาร อาหารไว้คอยเลี้ยงดู ผู้มีศรัทธาจากวัดอื่นๆ ที่มาร่วมงานประเพณีกัน ประโยชน์และค่านิยมของประเพณีงานปอยหลวงที่ทุกคนและทางวัดช่วยกันจัดงานมีหลายประการ คือ ได้วัตถุถาวรที่สวยงามและทรงคุณค่าอยู่คู่วัด, ศรัทธาของประชาชนได้จัดท าเครื่องไทยทานตามคติความ เชื่อของตน, การได้พบปะญาติ พี่น้องของตน, ความสามัคคีของผู้มีศรัทธาได้ร่วมปฏิบัติกิจกรรม, การส่งเสริม อนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีปอยหลวงจึงเป็นประเพณีส าคัญของชุมชนที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันจัด ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสิ่งก่อสร้างและเป็นงานรื่นเริง เป็นประเพณีที่ทุกคนมีความกระตือรือร้นที่จะเข้ามีส่วนร่วมใน งานและเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมาช้านาน
131 จากหนังสือสารานุกรมไทย ภาคเหนือ เล่มที่ 1 (2542 : 131) ได้กล่าวถึงประเพณีและพิธีกรรมทาน ก๋วยสลาก มีเนื้อหาสาระส าคัญดังนี้ ประเพณีทานก๋วยสลาก เป็นพิธีท าบุญก่อนวันออกพรรษา ซึ่งเป็นงานกึ่งสังคมกึ่งศาสนา ในวันแรกทุก บ้านจะเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้ส าหรับแขกและญาติมิตร ซึ่งทยอยกันมาบริจาคเงินเพื่อร่วมท าบุญ มีการ พูดคุย ดื่มกินเล็กน้อยแล้วจึงไปบริจาคเงินบ้านอื่นต่อไป จึงนับว่าเป็นการเยี่ยมเยียนหากัน การเลี้ยงดูและวัน แห่งความอบอุ่นเต็มไปด้วยไมตรีจิต มิตรภาพอย่างแท้จริงในตอนเย็น เจ้าภาพจะเก็บรวบรวมเงินและใช้เงิน บางส่วนในการจัดเตรียมเครื่องไทยทานไว้ถวายพระในวันรุ่งขึ้น เครื่องไทยทานจะถูกน าไปรวมกันไว้ที่วัดแล้ว ติดเบอร์เลขประจ าไว้ พระสงฆ์และเณรในวัดจะท าพิธีจับสลากจากบาตร แล้วรับไทยทานตามเบอร์ตรงกับ สลากที่จับได้ ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ในล้านนาถือเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นการแสดงน้ าใจไมตรี ช่วยเหลือซึ่งกัน และกันในชุมชน สอดคล้องกับผลงานวิจัยสร้างสรรค์ในการแสดงออกถึงบรรยากาศสีสัน จากงานประเพณี ต่างๆ อันน ามาเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการสร้างสรรค์ผลงาน 2.2.2 การฟ้อน จากหนังสือสารานุกรมไทย ภาคเหนือ เล่มที่ 9 (2542: 4826-4904) ได้กล่าวถึง การฟ้อนในประเพณีและพิธีกรรมล้านนา มีเนื้อหาสาระส าคัญดังนี้ การฟ้อน หมายถึงการแสดงออกด้วยท่าทางต่างๆ จะโดยธรรมชาติหรือปรุงแต่งไปแล้วก็ตาม ตรงกับ ค าว่า “ร า” ในภาษาถิ่นภาคกลาง การฟ้อนของชาวล้านนา แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ คือ 1) ฟ้อนพื้นเมืองหรือฟ้อนแบบดั้งเดิม เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อและศรัทธาต่อสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และเพื่อความสนุกสนาน รื่นเริง บันเทิงของในกลุ่มของตน 2) ฟ้อนที่ประดิษฐ์ในราชส านัก 3) ฟ้อนเงี้ยว หมายถึง การฟ้อนแบบไทยใหญ่ จากข้อมูลการฟ้อน สอดคล้องกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนี้คือการน าสีสันเครื่องแต่งกาย และ ลีลาท่าทางการเคลื่อนไหวจากการฟ้อนร ามาแสดงออก 2.2.3 แนวงานศิลปะที่มีรูปแบบสอดคล้องกับผลงาน จากหนังสือศิลปะสมัยใหม่ โดย ศ. ก าจร สุนพงษ์ศรี (2528 : 124-151) ได้กล่าวถึงลัทธิโฟวิสม์และ ลัทธิเอ็กซเพรสชั่นนิสม์มีเนื้อหาสาระส าคัญดังนี้ ลัทธิโฟวิสม์(Fauvism) ศิลปินในกลุ่มนี้สร้างงานที่มีรูปทรงอิสระ ใช้สีสดใสตัดกันอย่างรุนแรง มี ความสนุกสนานในลีลารอยแปรงและจังหวะของสิ่งต่างๆ โฟวิสต์จะน าลีลาของเส้นมาใช้ตัดรูปทรงรอบนอก ของสิ่งต่างๆ เพื่อเน้นให้เด่นชัด มีรูปแบบเรียบง่าย ต้องการแสดงทั้งรูปทรงและแสงไปพร้อมๆ กัน
132 ภาพที่ 1 Henri Matisse. Le bonheur de vivre, 1905–6. ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Henri Matisse., 28 November 2020 ลัทธิเอ็กซเพรสชั่นนิสม์(Expressionism) มีการแสดงออกอย่างรุนแรง เกินความจริง มีการบิดผันแปร รูปทรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน ต้นไม้ ฯลฯ ให้ดูหมุนเวียนผิดรูปทรงที่มีอยู่ตามปกติ เส้นจะแสดงความมั่นคงแน่ว แน่และหนักแน่น สีจะปรากฏอย่างสด รุนแรง และตัดกัน ยิ่งกว่าที่ปรากฏอยู่ในธรรมชาติ ให้ความส าคัญของ ตัวศิลปินมากกว่าสภาพแวดล้อม โดยมีเจตนารมณ์หลีกเลี่ยงความเป็นนักธรรมชาตินิยม อันจะเข้าไปสู่ความ เป็นแก่นแท้ไปสู่ความปราศจากกฎเกณฑ์ เข้าหาความรู้อันเกิดขึ้นเองโดยฉับพลัน ปราศจากระบบการควบคุม ใดๆ ได้ปลุกกระตุ้นเร้าอารมณ์ขึ้นเองโดยเจตจ านงและอารมณ์ของศิลปิน ภาพที่ 2 Ernst Ludwig Kirchner Sitting Woman (Dodo), 1907. ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Ernst Ludwig Kirchner., 28 November 2020 ลัทธิแอบสแทร็กเอ็กเพรสชั่นนิสม์ (Abstract Expressionism) จากหนังสือโลกศิลปะศตวรรษที่ 20 โดย ผศ.จิระพัฒน์ พิตรปรีชา (2545 : 228-231) ได้กล่าวถึงสาระส าคัญ ดังนี้ศิลปินกลุ่มนี้ได้ขยายขอบเขต ลัทธิอัตโนมัติ (Automatism) ด้วยวิธีการหยอด สลัด การทิ้งปล่อยฝีแปรงคล้ายกับยังไม่เสร็จ การใช้สีผ่านการ ตรึกตรองหรือสมาธิจิต ส าแดงอารมณ์แบบนามธรรม ซึ่งจินตนาการของคนและทัศนธาตุที่เป็นแรงภายนอก ไหลวนเข้าหากัน เกิดจินตภาพใหม่ขึ้นมา ภาพที่3 Willem de Kooning. Woman V, 1952-53. ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Willem de Kooning., 28 November 2020
133 ผลงานของผู้วิจัยสร้างสรรค์มีความสอดคล้องกับศิลปะลัทธิโฟวิสม์, เอ็กเพรสชั่นนิสม์ และแอบสแทร็ก เอ็กเพรสชั่นนิสม์จากวิธีการหยอด, สลัด, การทิ้งรอยฝีแปรงและลีลาการใช้พู่กันรุนแรง สร้างผลงานลักษณะ รูปทรงที่อิสระ สีสดใสตัดกันรุนแรง มีความสนุกสนานในรอยแปรง และใช้เส้นมาตัดรูปทรงรอบนอก เพื่อเน้น ให้มีความเด่นชัดของรูปทรง 2.2.4 ข้อมูลทางสีกับทัศนศิลป์ จากหนังสือ “หลักการทางทัศนศิลป์” โดย รองศาสตราจารย์สุชาติ เถาทอง (2536 : 81-90) ได้กล่าวถึง สีกับทัศนศิลป์ มีเนื้อหาสาระส าคัญดังนี้ สีเป็นองค์ประกอบส าคัญของงานทางทัศนศิลป์ เช่น การป้ายให้เป็นเส้นต่างๆ การใช้สีให้เกิดรูปร่าง การใช้สีให้เกิดจังหวะ สีแต่ละสีจะมีความหมายเป็นลักษณะเฉพาะตัว ให้ความรู้สึกทั้งด้านดีและไม่ดี อาจ เปลี่ยนแปลงไปตามวัฒนธรรมของแต่ละแห่งด้วย นักจิตวิทยาสนใจเรื่องสี เพราะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของ มนุษย์ สีเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ทางสายตาและมีผลต่อจิตใจ ท าให้เกิดความรู้สึกขึ้นภายใน สีมีผลต่อมวลและที่ว่าง ท าให้เกิดความกลมกลืนหรือแตกต่าง ท าให้เกิดจุดเด่น และสามารถแสดงออกถึงอารมณ์ต่างๆ ด้วยสามารถ น าไปดัดแปลงใช้ให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของงาน ซึ่งข้อมูลทางสีกับทัศนศิลป์ มีความเกี่ยวข้องกับการสร้าง ผลงานจิตรกรรมของผู้วิจัยสร้างสรรค์ในเรื่องความรู้สึก, ความเชื่อ และจิตวิทยาการใช้สี 3. กระบวนการสร้างสรรค์ 3.1 การหาข้อมูล ผู้วิจัยสร้างสรรค์ได้รับประสบการณ์ตรงที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานประเพณี และพิธีกรรมล้านนา เห็น การแสดงออกทางใบหน้า, การตกแต่งเครื่องครัวทาน, เครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ ขบวนแห่ที่สนุกสนาน ประกอบกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงล้านนา ได้ซึมซับบรรยากาศโดยรวมของงานแล้วยังได้บันทึกภาพนิ่งและ ภาพเคลื่อนไหวเพื่อเก็บไว้ย้ าความทรงจ า อีกทั้งได้ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารต ารา, หนังสือ, งานวิจัยที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องในการท างานสร้างสรรค์ผลงานต่อไป ภาพที่ 4 ภาพที่ 5 ภาพที่ 4 - 5 ขบวนแห่ในประเพณีลอยกระทงบ้านทรายทอง, 2552. ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ล าปาง
134 ภาพที่ 6 บวชลูกแก้ว, 2551. จ.ล าพูน ภาพที่ 7 ฟ้อนงานปอยหลวงเมืองเชียงตุง, 2551. ประเทศเมียนมาร์ 3.2 กระบวนการสร้างสรรค์ ผู้วิจัยสร้างสรรค์น าบรรยากาศงานประเพณีและพิธีกรรมล้านนาจากการเข้าไปมีส่วนร่วม และการหา ข้อมูลเพิ่มเติม ผสมผสานอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว ปาดป้ายสีสันสดใสด้วยฝีแปรงและเกรียงที่อิสระ ฉับพลัน ตามอารมณ์ ความรู้สึกที่สนุกสนานสนาน น าเส้นมาผสมผสานเกิดการทับซ้อนกันของรูปทรงที่ไม่เป็นระเบียบ การทับซ้อนของสีท าให้เกิดสีใหม่ เกิดจังหวะและลีลาแสดงความเคลื่อนไหต่อเนื่องกันทั้งภาพ ภาพที่8 Thanom Chantakruea. The Happiness from Lanna, 2020. Oil on canvas. 50 x 70 cm. 4. การวิเคราะห์ผลงาน การใช้รูปทรงที่มีแรงบันดาลใจจากการแสดงออกของผู้คนในงานประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ เช่น ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม, ขบวนแห่ต่างๆ, รูปทรงแฝงคติความเชื่อพื้นบ้าน ฯลฯ โดยน ามาสร้างใหม่ตามอารมณ์ ความรู้สึกที่ที่มีความสุข แสดงออกด้วยสีสันสดใส ปาดป้ายทีแปรงและเกรียงเลื่อนไหลมีขนาดต่างกัน ฉับพลัน
135 ทับซ้อนอย่างอิสระ สนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจกับบรรยากาศที่ได้รับจากงานประเพณีและพิธีกรรมล้านนา การ วางคู่สีตรงกันข้ามท าให้เกิดการผลักกันของคู่สี ยิ่งเพิ่มความรู้สึกตื่นเต้นชัดเจนยิ่งขึ้น องค์ประกอบของภาพให้ ความรู้สึกหมุนเวียน เลื่อนไหลตลอดทั้งภาพโดยไม่ขัดแย้งกัน สื่อถึงความหมายของความสามัคคี ร่วมแรงร่วม ใจของคนในชุมชนล้านนา 5. สรุป ผลงานชื่อ “ความสุขจากประเพณีล้านนา” เกิดแรงบันดาลใจจากการซึมซับในบรรยากาศงาน ประเพณีต่างๆ ของภาคเหนือ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงจิตใจของผู้คนชนบทที่มีความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจใน การท ากิจกรรม เกิดสิ่งที่ประทับใจในเรื่องสีจากการประดับประดาครัวทาน เครื่องแต่งกาย จังหวะลีลาการ เคลื่อนไหวของขบวนช่างฟ้อน ตลอดจนบรรยากาศของงานประเพณี ประกอบกับความสนใจรูปแบบผลงาน ศิลปะแบบโฟวิสม์ (Fauvism), ศิลปะแบบเอ็กเพรสชั่นนิสม์ (Expressionism) และศิลปะแอบสแทร็กเอ็กเพรส ชั่นนิสม์(Abstract Expressionism) ท าให้เกิดแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงออกเรื่องสีสันและ ฝีแปรงที่อิสระแทนอารมณ์ ความรู้สึกส่วนตัว จากการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมเทคนิคสีน้ ามันบนผ้าใบ ส่งเสริมแนวความคิด อีกทั้งการปาดป้ายสี ที่ฉับพลัน อิสระ ด้วยแปรงและเกรียงแทนอารมณ์ ความรู้สึกที่สนุกสนาน เบิกบานใจ ตื่นเต้นจากบรรยากาศใน งานประเพณีและพิธีกรรมล้านนา แสดงการเคลื่อนไหว ไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ความถูกต้องตามแบบตาเห็น การวิจัยสร้างสรรค์นี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลงานสามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกของ ความสุขที่ได้จากงานประเพณี และพิธีกรรมล้านนา ซึ่งเป็นการแสดงบรรยากาศจากความรู้สึกส่วนตัว โดยมี เนื้อหาของกิจกรรมร่วมกันของชุมชน ความร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคี อันจะเป็นแนวทางให้ชุมชนเข้มแข็ง ต่อไป เอกสารอ้างอิง ก าจรสุนพงษ์ศรี. (2528). ศิลปะสมัยใหม่. ลัทธิโฟวิสม์ ลัทธิเอ็กซเพรสชั่นนิสม์. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช. จิระพัฒน์พิตรปรีชา. (2545). โลกศิลปะศตวรรษที่ 20. ลัทธิแอบสแทร็กเอ็กเพรสชั่นนิสม์.กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ มณี พยอมยงค์, ศิริรัตน์ อาศนะ. (2538). เครื่องสักการะในล้านนาไทย. เชียงใหม่: ส.ทรัพย์การพิมพ์. มณี พยอมยงค์. (2548). ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย. เชียงใหม่: โครงการศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สรัสวดี อ๋องสกุล. (2529). ประวัติศาสตร์ล้านนา. เชียงใหม่: โครงการศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ เล่ม 9. (2542). ฟ้อน. กรุงเทพมหานคร: สยามเพรแมเนจเม้นท์. สุชาติ เถาทอง. (2536). หลักการทัศนศิลป์. สีกับทัศนศิลป์. กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิค.
136 ความงามธรรมชาติ A Natural Beauty ทัศนีย์ รุ่งทวีชัย, Tassanee Roongtaweechai 190 หมู่ 4 ต.สามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม 73150, 190 M.4 Samngam Dontoom Nakhon Pathom E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้มีแรงบันดาลใจมาจากความประทับใจที่มีต่อความงามในธรรมชาติ ซึ่งธรรมชาติแต่ละสรรพสิ่งล้วนความสวยงามอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ สายน้้า อากาศ และ ขุนเขา ที่เมื่อผ่านการถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานทางศิลปะ ทั้งความความงามที่เกิดขึ้นทางกาย และความงาม ทางใจ ที่จะส่งผลสะท้อนต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ที่ได้สัมผัสและรับชม โดยข้าพเจ้าได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ ความงามในธรรมชาติผ่านงานประติมากรรมเครื่องปั้นดินเผา โดยอาศัยแนวความคิดทฤษฎีจากทัศนธาตุสี รูปทรง จังหวะ และหลักสุนทรียศาสตร์ คือ ความงามที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยใช้ รูปทรงของดอกไม้ ใบไม้และพื้นผิว ที่มีความสวยงาม อ่อนช้อย แสดงถึงความงามในธรรมชาติ ที่มีความหมาย ในเชิงสัญลักษณ์ มาใช้ในการสร้างสรรค์งานครั้งนี้ วัสดุที่หลักที่น้ามาใช้ เพื่อเป็นตัวแทนของความงาม คือ การน้าดินมาใช้ในการสร้างสรรค์งาน และใช้เทคนิครมควันซึ่งจะทิ้งร่องรอยอันเป็นเสน่ห์ที่เกิดขึ้นจากเขม่า ควันตามธรรมชาติทาบทาลงบนพื้นผิวของชิ้นงาน อีกทั้งดินเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต เช่น พืชอาศัยดินให้ รากยึดเกาะดูดกินแร่ธาตุในการเจริญงอกงามและมีชีวิตอยู่ เมื่อสิ่งมีชีวิตตายไปก็เน่าเปื่อยผุพัง ย่อยสลายกลับ กลายเป็นผงธุลีดิน ตามวงจรวัฏจักรของสิ่งชีวิตนั่นเอง ค าส าคัญ: ความงามทางกาย, ความงามทางใจ, ประติมากรรมเครื่องปั้นดินเผา, เทคนิครมควัน Abstract The purpose of the creation of this work are inspired by our impression of A Natural Beauty. Each nature is beautiful in its own way, including the trees, flowers, water, air and mountains that, when passed through, are works of art. Also the Physical Beauty and Moral Beauty That will affected the emotions and minds of an audience. I have conveyed the story of A Natural Beauty through ceramic sculptures. Based on concepts, theories from visual elements, colors, shapes, rhythms and esthetics, the beauty that arises from nature. And man-made things using the shape of a flower Leaves and textures. That is beautiful and delicacy represents beauty in nature. With a symbolic meaning Used to create this works. Main materials used to represent beauty is to use the clay to create works. And uses a