187 ผลไม้พิษ หมายเลข2 Poisonous fruit No.2 ประสิทธิ์มุกดามณี, Prasit Mukdamanee ที่อยู่: วิทยาลัยช่างศิลป ถนนหลวงพรต เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520, Address: College of Fine Arts, 60 Luangprot Rd., Ladkrabung, Bangkok, 10520, Thailand E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสื่อสารที่รวดเร็ว การรับข้อมูลโดยมิได้กลั่นกรอง ท าให้เกิด ความเชื่อ ที่ขาดความเป็นจริง การปลูกฝังความเชื่อที่ผิด ท าให้เกิดการแบ่งแยกในสังคม สิ่งนี้คือพิษร้ายทาง สังคม เมล็ดพันธุ์พิษ แตกงอก เติบโต เป็นต้นไม้พิษและให้ผลที่เป็นพิษ ค าส าคัญ: สังคม, ความเชื่อ, พิษร้าย Abstract Technological advancement, Fast communication, receiving information without filtering cause faith lacking reality. Cultivating false beliefs causing division in society. This is a social toxicity. Poisonous seeds break, germinate, grow into poisonous plants and produce poisonous fruits. Keywords: Social, Belief, Toxic 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ผลไม้พิษ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมเครื่องปั้นดินเผาชุด “ผลไม้พิษ” นี้ ผมได้แรงบันดาลใจจากการสังเกต วิถีการด าเนินชีวิตของผู้คนในสังคม ซึ่งมีความซับซ้อน แยบยลในทุกมิติ ท่ามกลางกระแสความก้าวหน้าของ ผลผลิตทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนาและความเจริญเติบโตของโลกแห่งวัตถุ การสื่อสารที่รวดเร็วอย่างไร้ ขอบเขต น าข้อมูลไปสู่การรับรู้โดยมิได้กลั่นกรองเท็จ-จริง ความเป็นไป ความเปลี่ยนไปของสังคมและผู้คน รอบๆ ตัว ความคิดเห็นที่แตกต่างกันเป็นสามัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม หากแต่ทุกวันนี้มีความขัดแย้งทาง ความคิดที่แตกต่างกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นต้องเลือกข้างเลือกฝ่าย การบ่มเพาะความเชื่อที่บิดเบือน การกล่อม เกลาความคิดด้วยข้อมูลข่าวสารที่ไร้ข้อเท็จจริงซ้ าๆบ่อยๆ จนท าให้เกิดกระแสความเชื่อในข้อมูลเท็จ ที่ขาดการ กลั่นกรอง สิ่งเหล่านี้ผมจ ากัดความหมายนัยยะคือ “พิษร้ายของสังคม” เมล็ดพันธุ์พิษที่ฝังรากลงในความคิดความเชื่อของผู้คน ท าให้เกิดความขัดแย้ง แผ่ขยายไปทุกๆระดับ ของสังคมในทุกวันนี้ เมล็ดพันธุ์พิษเมื่อแตกยอดออกใบเติบโตเป็นต้นไม้พิษ ย่อมให้ผลที่เป็นพิษ
188 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง - บันทึกข้อมูลผลไม้ด้วยภาพ แบบร่าง - รูปทรงที่เป็นแรงบันดาลคือ รูปทรงของมะพร้าวและกล้วย - ความเชื่อของคนไทย มะพร้าว น ามะพร้าวเป็นน้ าที่บริสุทธิ์ และผูกพันกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ - หาความหมายของรูปทรงที่น ามาใช้ - น ารูปทรงมาท าพิมพ์ปลาสเตอร์ - หล่อผลงาน - เคลือบด้วยสีสด แปลกตา ไม่เหมือนสีธรรมชาติของผลไม้ 4. วิเคราะห์ผลงานในการสร้างสรรค์ ผลไม้พิษมีรูปทรงเสมือนจริงของผลไม้ อันเกิดจากการหล่อด้วยพิมพ์ปลาสเตอร์ เคลือบผิวด้วยสีที่ สดใสแปลกตาไปจากความเป็นจริง สร้างความรู้สึกที่แตกต่างจากความคุ้นเคยของสีตามธรรมชาติของผลไม้ สีที่ ไม่มีในความเป็นจริง ท าให้เกิดความน่ากลัว หวาดระแวง ดูเป็นอันตราย ภาพที่1 ชื่อ ผลไม้พิษ เทคนิค หล่อน้ าดิน, ดินสโตนแวร์, เผารากุ980 องศาเซลเซียส ขนาดสูง 9 x 9 x 14 เซนติเมตร (1ชิ้น) ปี พ.ศ. 2563 ที่มา: ผู้เขียน
189 5. สรุป ผลไม้พิษ เป็นการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสื่อแสดงออกถึงความน่าหวาดกลัวของความคิดผู้คนในสังคมที่ ได้รับข้อมูลที่บิดเบือน เปรียบเสมือนพิษร้ายที่มีอันตราย เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ. กรุงเทพมหานคร:อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จ ากัด (มหาชน)
190 บันทึกการสูญเสียบุคคลส าคัญของครอบครัว Record on the loss of important family members ปรานต์ ชาญโลหะ, Pran Chanloha คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เลขที่ 119/10 หมู่ที่ 3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ประเทศไทย Faculty of Fine Arts Bunditpatanasilpa Institute 119/10 Moo 3, Salaya Sub-district, Phutthamonthon District, Nakhon Pathom Province, Thailand E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ความทรงจ าของข้าพเจ้าที่มีต่อบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น บางครั้งชัดเจน บางครั้งพร่ามัว เปรียบเสมือนตัวเก็บข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อข้าพเจ้าค้นหาและเปิดเข้าไปในโฟลเดอร์จนค้นพบไฟล์ที่ ต้องการ ก็จะเห็นความชัดเจนของรูปถ่าย และบรรยากาศแห่งความสุขหรือความโศกเศร้าในช่วงเวลานั้น ข้าพเจ้าต้องการบันทึกการสูญเสียบุคลส าคัญของครอบครัว โดยน ารูปถ่ายของบุคคลในครอบครัวที่ เสียชีวิตไปแล้ว มาน าเสนอภาพพิมพ์แบบเคลื่อนในลักษณะเฉพาะตัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของ พลังงานสสารต่างๆ ที่แปรเปลี่ยนรูปไปจากเดิม ค าส าคัญ: บันทึก, เคลื่อนที่, ครอบครัว Abstract My memory about the deceased family members is sometimes clear and sometimes vague like a storage device in a computer. When I search, open a folder and find the file that I am looking for, I can see the clarity of the photo together with the atmosphere of happiness or sorrow during that time. I want to record the loss of important family members by taking photos of the deceased family members to present photocopy transfer in a unique way to demonstrate the motion of matter or energy which were transformed from the original. Keywords: motion, memory, photocopy transfer 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ความทรงจ าของข้าพเจ้าถึงบุคคลหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีตนั้น บางครั้งก็ไม่ชัดเจนพร่ามัว หรือลืมเหตุการณ์ต่างๆ ไปชั่วขณะ ข้าพเจ้าลืมรายละเอียดในเหตุการณ์นั้นๆ หรือบางครั้งก็ลืมรายละเอียดบน ใบหน้าของบุคคลที่ข้าพเจ้านึกถึง แม้ว่าบุคคลคนนั้นจะส าคัญมากกับข้าพเจ้าก็ตาม ความทรงจ าเปรียบเสมือน
191 ตัวเก็บข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อข้าพเจ้าต้องการค้นหาและเปิดเข้าไปในโฟลเดอร์จนค้นพบไฟล์ที่เรา ต้องการ เราจะเห็นความชัดเจนของรูปภาพ และบรรยากาศแห่งความสุขหรือความโศกเศร้าในช่วงเวลานั้น สัญญาขันธ์กองสัญญา คือการก าหนดหมายประดาข้อมูลที่เก็บประมวล (ป.อ.ปยุตฺโต, 2555) ข้าพเจ้าต้องการระลึกถึงการสูญเสียบุคคลในครอบครัว ข้าพเจ้าจึงน ารูปถ่ายบุคคลเหล่านั้นกลับมา ถ่ายทอดเป็นผลงานภาพพิมพ์แบบเคลื่อนในลักษณะเฉพาะตัว เพื่อบันทึกรูปข้อมูลของบุคคลเหล่านี้ลงใน สัญญาขันธ์ของข้าพเจ้าอีกครั้ง 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง น า 2 ขันธ์ ในขันธ์ 5 ของพุทธศาสนามาตีความ ในรูปแบบเฉพาะตัวตามประสบการณ์ของข้าพเจ้า ...รูป (Corporeality) ได้แก่ส่วนประกอบฝ่ายรูปธรรมทั้งหมด ร่างกาย และพฤติกรรมทั้งหมดของร่างกาย หรือ สสารพลังงานฝ่ายวัตถุ พร้อมทั้งพฤติการณ์ต่างๆของสสารพลังงานเหล่านั้น สัญญา (Perception) ได้แก่ความ ก าหนดได้ หรือหมายรู้ คือ ก าหนดรู้อาการเครื่องหมายลักษณะ อันเป็นเหตุให้จ าอารมณ์ (Object) นั้นๆได้ (ป.อ.ปยุตฺโต, 2555) ที่ข้าพเจ้าเลือกใช้รูป เพื่อเป็นที่แทนของบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่ยังคงมีสสารพลังงาน บางอย่างเคลื่อนที่อยู่ “การเคลื่อนที่ของรูปในพื้นที่ว่าง” และใช้สัญญา เหมือนเป็นตัวบันทึกข้อมูลความทรง จ าของข้าพเจ้าที่มีต่อบุคคลในครอบครัว โดยการเขียนชื่อของบุคคลเหล่านั้นซ้ าๆ คล้ายการบริกรรมภาวนา ให้ จิตระถึงถึงบุคคลในขณะที่ข้าพเจ้าปฏิบัติงาน 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การด าเนินงานสร้างสรรค์ชุดนี้ มีกระบวนการและขั้นตอนในการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเป็นล าดับดังนี้ 3.1 การรวบรวมข้อมูล โดยน ารูปถ่ายของตาที่เสียชีวิตไปแล้ว รูปถ่ายนี้มาจากการบันทึกด้วยกล้อง ถ่ายภาพ ข้าพเจ้าจึงน าภาพถ่ายเหล่านี้มาสแกนบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้มาเป็นแบบร่าง ในการท าผลงานสร้างสรรค์ชุดนี้ 3.2 การสร้างภาพร่างผลงาน น ารูปถ่ายมาท าเป็นภาพร่าง มาปรับความเข้มของสีด้วยโปรแกรม Photoshop 3.3 การขยายภาพร่างเพื่อท าเทคนิค ใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทขนาด A4 ในการใช้ขยายแบบร่างของ ผลงาน ข้าพเจ้าเลือกใช้กระดาษถ่ายเอกสารที่ใช้แล้ว (Reuse paper) ในการพิมพ์งาน เมื่อปริ๊นออกมาแล้วน า รูปที่ถูกตัดออกมาเป็นชิ้นส่วน น ามา collage เป็นการขยายภาพร่างซึ่งกระบวนการนี้สัมพันธ์กับแนวความคิด เรื่องการเคลื่อนที่สสาร 3.4 การปฏิบัติงานทางภาพพิมพ์ เมื่อข้าพเจ้าท าการ collage ภาพร่างได้ขนาดตามความพึงพอใจ ข้าพเจ้าได้เตรียมกระดาษส าหรับการสร้างสรรค์ผลงาน เป็นกระดาษส าหรับท าผลงานภาพพิมพ์ ขึงกระดาษให้ ตึงโดยใช้กาวน้ าปิดที่ขอบทั้งสี่ด้านรอจนแห้งสนิท แล้วน าฟองน้ าชุบน้ ามาลูบให้ทั่วบนกระดาษ พ่นน้ าด้วยที่ฉีด อีกครั้ง ให้ชุ่มไปทั่วทั้งกระดาษ จากนั้นน าภาพต้นแบบที่ใช้ในการท าเทคนิค Photocopy Transfer ซึ่งโดย ปกติตัวเทคนิคนี้ส่วนใหญ่จะใช้ต้นแบบจากเครื่องถ่ายเอกสาร เวลาจะใช้ตัวท าละลาย จะต้องใช้ทินเนอร์หรือ
192 สารเคมีเฉพาะอย่างอื่น แต่ผลงานสร้างสรรค์ของข้าพเจ้าชุดนี้ ทดลองใช้หมึกจากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ซึ่งเป็น หมึกเชื้อน้ าที่ไม่กันน้ า จึงสามารถใช้น้ าเป็นตัวน าพาให้หมึกจากภาพต้นแบบ ลงไปสู่กระดาษที่เป็นตัวผลงานได้ ภาพที่ปรากฏหลังจากการท าเทคนิคครั้งแรกจะมีลักษณะจางๆ ไม่ชัดเจน เมื่อท าขั้นตอนพิมพ์เสร็จแล้ว ข้าพเจ้าจะน าผลงานไปตากให้แห้ง เมื่อแห้งสนิทแล้วกระดาษพิมพ์งานจะกลับมาตึงเข้ารูปเดิม ข้าพเจ้าจะใช้ ปากกาหมึกซึมสีด าเขียนชื่อตาซ้ าๆ ทับกันในลักษณะแบบวาดเส้น ล้อมรอบรูปทรงของตา จึงเสร็จสิ้นขั้นตอน แรก ต่อจากนั้นข้าพเจ้าจึงเริ่มการท ากระบวนการขยายแบบร่างซ้ าขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะท าเทคนิค Photocopy Transfer อีกครั้ง ลงไปในตัวกระดาษผลงานเป็นครั้งที่สอง ตอนท าเทคนิคก็ท ากระดาษให้ชื้น เหมือนในครั้งแรก แล้วน าภาพต้นแบบวางลงไปให้เหลื่อมจากต าแหน่งแรกสัก 1 – 2 มิลลิเมตร เพื่อให้เห็นผล ถึงการเคลื่อนที่ภายในผลงาน ผลที่ได้จากการท าเทคนิคในครั้งที่ 2 น้ าหนักในภาพค่อยๆ ชัดขึ้น มีการเคลื่อนที่ ภายในภาพ ที่เกิดจากการกระจายของน้ า และเกิดจากการพิมพ์ที่เหลื่อมกัน รอจนแห้งจึงน าปากกาหมึกซึกสี ด ามาเขียนค าว่า “ตา” ซ้ าๆในลักษณะวาดเส้น ล้อมรอบรูปทรงของตา จากนั้นข้าพเจ้าท าเทคนิคนี้ซ้ าเป็นครั้ง ที่ 3 ผลที่ออกมาคือ ตัวผลงานมีลักษณะเคลื่อนที่ เกิดจากปฏิกิริยาของน้ ากับหมึกพิมพ์ และเกิดจากการพิมพ์ ในลักษณะที่เจตนาให้เคลื่อนไปจากเดิมในทุกๆ ครั้ง จากนั้นจึงรอให้ตัวกระดาษแห้งสนิท จึงน าปากกาหมึกซึก สีด ามาเขียนค าว่า “ตา” ซ้ าๆในลักษณะวาดเส้น ล้อมรอบรูปทรงของตา แล้วจึงท าขั้นตอนสุดท้ายคือการท า เทคนิค Photocopy Transfer อีกครั้ง จึงเสร็จขั้นตอนการท างาน ภาพที่ 1 การท า Collage ภาพต้นแบบก่อนปฏิบัติงานพิมพ์ ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 2 การท าชื้นกระดาษก่อนปฏิบัติงานพิมพ์ครั้งที่ 1 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์
193 ภาพที่ 3 การปฏิบัติงานพิมพ์ Photocopy Transfer ครั้งที่ 1 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 4 การวาดเส้นด้วยหมึกซึมสีด า ครั้งที่ 1 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 5 การปฏิบัติงานพิมพ์ Photocopy Transfer ครั้งที่ 2 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 6 การวาดเส้นด้วยหมึกซึมสีด า ครั้งที่ 2 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์
194 ภาพที่ 7 การปฏิบัติงานพิมพ์ Photocopy Transfer ครั้งที่ 3 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 8 การวาดเส้นด้วยหมึกซึมสีด า ครั้งที่ 3 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 9 การปฏิบัติงานพิมพ์ Photocopy Transfer ครั้งที่ 4 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 10 การปฏิบัติงานพิมพ์ Photocopy Transfer ครั้งที่ 5 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์
195 ภาพที่ 11 ผลงานสร้างสรรค์ ชื่อผลงาน Grandpa : 2/2020 ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน จากการสร้างสรรค์ผลงงานชุดนี้ เกิดจากทดลองการท าภาพพิมพ์แบบเคลื่อนในลักษณะเฉพาะตัว การ น าแนวคิดและทฤษฎีมาใช้ให้สัมพันธ์กับกระบวนการท างาน ก่อให้เกิดประสบการณ์ในการแก้ปัญหา และการ วิเคราะห์งาน ซึ่งข้าพเจ้าได้แยกการวิเคราะห์ผลงานเป็นล าดับ ดังนี้ 4.1 ทางด้านเนื้อหาเรื่องราว การท างานศิลปะของข้าพเจ้าจะใช้หลัก“การเคลื่อนที่ของรูปในพื้นที่ ว่าง” ในการท างาน รูปหรือพลังงานสสารของฝ่ายวัตถุที่เกิดการเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง ข้าพเจ้าจึงน ารูปถ่ายบุคคล ที่เสียชีวิตแล้วในครอบครัว มาท าการพิมพ์ในลักษณะเจตนาให้เคลื่อน เพื่อให้ผลของงานที่ออกกมาลักษณะ เคลื่อนที่ไม่คงรูปเหมือนปกติ 4.2 ทางด้านรูปแบบ ข้าพเจ้าได้น ารูปถ่ายบุคคลที่เสียชีวิตแล้วในครอบครัวมาท าผลงานสร้างสรรค์ ชุดนี้ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าตรงกับแนวความคิด ทฤษฎี และอารมณ์สะเทือนใจมากที่สุด โดยที่พยายามปรุงแต่งให้ น้อยที่สุด ข้าพเจ้าใช้ความชื้นและน้ าในการพิมพ์ ให้เกิดพลังการเคลื่อนที่ของน้ ากับหมึกพิมพ์ Inkjet ท า ปฏิกิริยาบนพื้นที่ว่างบนกระดาษ สร้างให้เกิดรูปบุคคลขึ้นมาใหม่ที่ต่างจากเดิม 4.3 ทางด้านเทคนิค กระบวนการทางด้านเทคนิคนั้น ข้าพเจ้าได้ท าให้สอดคล้องกับทฤษฎีและ แนวความคิด ตั้งแต่วิธีการหาข้อมูลการท าภาพร่างและการปริ๊นภาพร่างออกเป็นชิ้นส่วนในขนาด A4 แล้วจึงน า ภาพร่างมาคอลลาจเป็นภาพคนให้ได้ตามขนาด 62 X 43 ซม. และการที่ข้าพเจ้าเลือกใช้เทคนิค Photocopy Transfer และใช้หมึก อิงค์เจ็ท (Inkjet) ที่น้ าสามารถท าละลายได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของต้นแบบ ลงบนกระดาษผลงาน ผลที่ได้คือการท าปฏิกิริยาของน้ ากับหมึกพิมพ์ เมื่อใช้น้ าในการน าพาหมึกในปริมาณที่ มากการเคลื่อนที่ของหมึกก็จะฟุ้งกระจายออกมาอยู่นอกเหนือการควบคุม และข้าพเจ้าก็ใช้ปากกาหมึกซึมสีด า เขียนค าว่า “ตา” ซ้ ากันนับพันครั้ง พอหมึกซึมสีด าถูกน้ าในขั้นตอนการพิมพ์ก็สร้างน้ าหนักเพื่อขับเน้นรูปทรง
196 ของบุคคลในภาพให้เด่นชั้น แต่ปัญหาที่พบเกิดจากหมึกพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet) เมื่อเวลานานไปจะซีด ข้าพเจ้า จึงใช้สีสเปรย์แลคเกอร์เงา พ่นเคลือบผลงาน เพื่อให้เกิดน้ าหนักที่เข้มขึ้น 5. สรุป การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้จุดเริ่มต้นเริ่มจากข้าพเจ้าตั้งค าถามเกี่ยวกับการตายของบุคคลในครอบครัว การเคลื่อนที่ของรูป – นาม ในพื้นที่ว่าง รูปหรือพลังงานสสารของฝ่ายวัตถุที่เกิดการเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง จน น ามาสู่การทดลองภาพพิมพ์แบบเคลื่อนในลักษณะเฉพาะตัว ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่าผลงานภาพพิมพ์ร่วมสมัย ควรมี กระบวนการทางเทคนิคกับแนวความคิดควรที่จะสอดคล้องและสัมพันธ์กัน เพื่อจะได้เกิดการค้นคว้า ทดลองในการท างานศิลปะภาพพิมพ์ ที่แตกต่างจากกระบวนการพิมพ์แบบดั้งเดิม เอกสารอ้างอิง ป.อ. ปยุตฺโต. (2555). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. (พิมพ์ครั้งที่ 32).ค้นจากhttp://www.watnyanaves.net /uploads/File/books/pdf/buddhadhamma_extended
197 การสร้างสรรค์ลวดลายไทยในสัมพันธภาพของชีวิต Thai pattern creation in the relationship of life แผน เอกจิตร, Phaen Ekchit วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี, Suphanburi College of Fine Arts E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ความงดงามของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันในระบบนิเวศ มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพากัน ไม่พึ่งพากัน การเป็น ศัตรู และไม่เป็นศัตรู คือแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าน ามาสร้างสรรค์เป็นผลงานจิตรกรรม โดยการน าสุนทรียภาพ ของศิลปะลวดลายไทย ที่ทรงคุณค่าทางปัญญามาพัฒนาต่อยอดเป็นศิลปะในรูปแบบใหม่ ร่วมสมัยกับสภาวะ การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ผลการสร้างสรรค์พบว่า สามารถคิดสร้างสรรค์ต่อไปได้อีกทั้งสกุลช่างแต่ละสกุลยังมีแบบอย่างเฉพาะ อีกด้วย สุดแต่ว่าจะคิดสร้างสรรค์ขึ้นตามความต้องการ โดยมีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและสภาพแวดล้อม แห่งยุคสมัยในขณะนั้น สามารถน าประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์ไปสู่การพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพและมี คุณค่าดียิ่งขึ้นต่อไป ค าส าคัญ: การสร้างสรรค์, ลวดลายไทย, สัมพันธภาพ Abstract The beauty of living things that are common in the ecosystem. They have got a relationship of interdependence, incompatibility, hostility and not hostility. This is my inspiration to create a painting by bringing the aesthetics of Thai patterned arts which has intellectual to develop into new form art. Contemporary with the changing conditions of the world nowadays. The results showed that it is possible to continue creatively. Both the craftsmen, each currency has a specific model as well but they will think more creatively according to the needs. With inspiration from nature and the environment at that time. This is able to bring their creative experiences to the development of works for better quality and worth. Keywords: creation, Thai pattern, relationship 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา การสร้างสรรค์ลวดลายไทยในสัมพันธภาพของชีวิต เป็นกระบวนการพัฒนาผลงานเดิมที่เป็น แบบอย่างของศิลปะประจ าชาติไทย ซึ่งเกิดจากรูปแบบของธรรมชาติ น ามาประดิษฐ์ให้อยู่ในรูปทรงและเส้นที่
198 อ่อนช้อยประกอบเป็นลวดลายที่งดงาม เป็นความงามจากจังหวะของเส้นโค้งเป็นหลักที่รับสลับกันไปมา อัน เป็นลักษณะที่เหมาะสมกับคุณลักษณะของคนไทย ที่เป็นชาติเสรี รักอิสระ แสดงถึงอุปนิสัยใจคอของคนไทย ซึ่งมีความโอบอ้อมอารีอ่อนน้อมถ่อมตนใจดีออกมาอย่างแท้จริงในลวดลายนั้น ๆ การน าสุนทรียภาพของศิลปะลวดลายไทยที่ทรงคุณค่าทางปัญญา น ามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตาม รูปแบบของการผูกลายอันเป็นแบบแผนประเพณี ที่มุ่งมั่นพัฒนาต่อยอดทดลองหาแนวทางสร้างสรรค์ผลงาน จิตรกรรมไทยแนวประเพณีแบบร่วมสมัย แสดงถึงชีวิตและธรรมชาติ ความสัมพันธ์ในแง่ของกิจกรรมระหว่าง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงกฎเกณฑ์ของความเป็นจริงในโลก ปัจจุบัน เป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าสร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลงานใหม่อีกครั้ง 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การผลิตผลงานหรือการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ เป็นการถ่ายโอนกระบวนการคิดสร้างสรรค์ไปสู่การ ออกแบบ การสร้างสรรค์ หรือการประดิษฐ์ผลงานออกมาได้ตามแนวคิดทางการตลาดของสโคล์และกิลติแนน (Schoell and Guiltinan, 1988) แบ่งผลงานหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ออกเป็น 3 ลักษณะคือ 1) ผลงานนวัตกรรม (Innovation Product) หรือผลงานใหม่ที่แท้จริง เป็นการริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่มีขึ้นเป็นครั้งแรก 2) ผลงานดัดแปลง (Modification Product) หรือผลงานปรับปรุงใหม่ เป็นการพัฒนาผลงานเดิมที่มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เกิดเป็นผลงานใหม่อีกครั้ง และ 3) ผลงานเลียนแบบ (Imitation Product) หรือผลงานทดแทน เป็นการสร้างผลงานตามอย่างผลงานเดิมที่มีอยู่แล้ว ลวดลายไทย (Thai pattern) คือลายที่มีลักษณะแสดงตัวลาย การผูกลายตลอดการใช้ที่เหมาะสมกับ รสนิยมของคนไทย ลายไทยนับเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ จัดเป็นพื้นฐานส าคัญของ ศิลปะไทยสาชาต่าง ๆ ซึ่งสามารถระบุสถานที่ กาลเวลาและฐานะของบุคคลได้ และยังแสดงให้เห็นวิวัฒนาการ ของศิลปะแต่ละยุคสมัย ท าให้ทราบว่าสามารถคิดสร้างสรรค์ต่อไปได้อีก ทั้งสกุลช่างแต่ละสกุลยังมีแบบอย่าง เฉพาะอีกด้วย จนปัจจุบันมีลายไทยมากมายหลายแบบ สุดแต่ว่าจะคิดสร้างสรรค์ขึ้นตามความต้องการ เช่น ลายที่จะน าไปเขียนระบายสี เขียนลายรดน้ า ลายที่ใช้ในการปั้น แกะสลัก ฯลฯ ในธรรมชาติเรามักพบว่าสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิต หรือเป็นสังคมของ สิ่งมีชีวิต (community) กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณแหล่งที่อยู่ (habitat) แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่มสิ่งมีชีวิตใน สระน้ าจืด ในทะเล ในป่า บนต้นไม้ใหญ่ ใต้ขอนไม้ผุ ริมก าแพงบ้านหรือแม้แต่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตก็ยังเป็น แหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตบางชนิดด้วย กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่แต่ละแห่งนั้นจะมี ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันทั้งในลักษณะที่พึ่งพาอาศัยกันในรูปแบบต่าง ๆ และการแก่งแย่งแข่งขันกัน เป็น ความสัมพันธ์ทางชีวภาพกลุ่มสิ่งมีชีวิตยังมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมของแหล่งที่อยู่ ซึ่งเป็นสภาพทาง กายภาพ ได้แก่ ดิน น้ า แร่ธาตุ แสงสว่างและอื่น ๆ ที่จ าเป็นต่อการด ารงชีพของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ทั้งหมด ดังกล่าวประกอบกันเป็นระบบนิเวศ ระบบนิเวศ (ecosystem) หมายถึง ระบบที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มาอยู่ ร่วมกัน ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่ง กับสภาพแวดล้อมโดยรวมของแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งภายในระบบนิเวศมี
199 ความสัมพันธ์ในแง่ของกิจกรรมระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้น ได้แก่ การ ถ่ายทอดพลังงานระหว่างสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่าง ๆ และมีการหมุนเวียนของสารและแร่ธาตุต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมสู่ ตัวของสิ่งมีชีวิต และจากตัวของสิ่งมีชีวิตไปสู่สิ่งแวดล้อมด้วย 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ในการสร้างสรรค์ผลงานของข้าพเจ้า ผลงานจะออกมาในรูปแบบของงานจิตรกรรมไทยแนวประเพณี อิงเรื่องราวจากธรรมชาติที่ผสานลวดลายไทยกับตัวภาพไทย มาเป็นสื่อในการน าเสนอถึงเนื้อหาเบื้องต้นที่จะ แสดงออกให้ผู้ชมได้รับรู้ เป็นการสัมผัสรับรู้ระยะแรกของการแสดงออกก่อนที่จะเข้าไปสัมผัสอารมณ์ความรู้สึก ของผลงาน ผลงานที่แสดงออกมาเป็นลักษณะงานจิตรกรรมที่มีเทคนิควิธีการแสดงออกที่เป็นลักษณะเฉพาะ ตน ในเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกและสอดคล้องกับเนื้อหาเรื่องราว ที่หยิบยกเอามาเป็นสื่อเบื้องต้นในการ น าเสนอ ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกภายในออกมาให้ปรากฏชัดเจน อยู่ในขอบเขตของรูปแบบงานจิตรกรรม ไทยแนวประเพณีบนผืนผ้าใบ กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม ได้จัดท าเป็นขั้นตอน ก าหนดไว้เป็นล าดับของการปฏิบัติงาน ดังนี้ 3.1 รวบรวมแนวความคิดให้ชัดเจนและตรงกับความต้องการ ขั้นตอนนี้ คือ ขั้นตอนที่ส าคัญในการ สร้างสรรค์ผลงานให้มีลักษณะเฉพาะอย่างมีคุณค่าและเหตุผล 3.2 การค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ 1) ข้อมูลทางด้านธรรมชาติและสภาพแวดล้อม 2) ข้อมูลจากสภาพสังคม วัฒนธรรมและประเพณี 3) ข้อมูลจากทางด้านศาสนา หลักธรรมค าสอน 4) ข้อมูลจาก ผลงานศิลปกรรม ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันสมัย 5) ข้อมูลจากเอกสาร หนังสือ ต าราวิชาการต่าง ๆ และ 6) ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต 3.3 การสร้างภาพร่าง เกิดขึ้นหลังจากที่มีการค้นคว้าหาข้อมูลรวบรวมความคิด จัดล าดับแนวความคิด ตามข้อมูลที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาและได้จินตนาการเพิ่มเติม แล้วเห็นเป็นภาพราง ๆ ขึ้นในความคิด ก็ถึงขั้นตอน การสร้างภาพร่างเพื่อจะถ่ายทอดความคิดที่มีอยู่ ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน การสร้างภาพร่าง เป็น ขั้นตอนการสรุปความคิดจินตนาการ ให้เกิดเป็นผลงานทางทัศนศิลป์ที่เป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจนขึ้น เป็น โครงสร้างรวมๆ หาความสมบูรณ์ในเรื่องของการจัดวางองค์ประกอบทางทัศนศิลป์ อันมีเส้น สี น้ าหนัก พื้นที่ ว่าง รูปทรงฯลฯ เมื่อได้ภาพร่างเป็นโครงสร้างรวม ๆ ขึ้นมาแล้ว ก็จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ลดทอน ปรับปรุงให้ ตรงกับความต้องการตามที่มีอยู่ในความคิดและจินตนาการ โดยพยายามให้ผลงานแสดงออกมาให้ตรงกับความ ต้องการให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ ภาพที่ 1 การสร้างภาพร่างลายเส้น
200 3.4 การสร้างผลงานจริง โดยการน าภาพร่างที่สมบูรณ์มาเป็นต้นแบบในการขยายเป็นผลงานจริง ภาพ ร่างจะเป็นตัวก าหนดโครงสร้างรวม ๆ ของภาพที่มีขนาดเล็ก เมื่อขยายก็ต้องแก้ไขเพิ่มเติมไปตามเหตุผลและ ความรู้สึกส่วนตัว ในการแก้ปัญหาพื้นที่ว่าง โดยการใช้ทัศนธาตุต่าง ๆ และจินตนาการสร้างสรรค์ที่เราจะเพิ่ม เข้าไป หรือลดทอน ปรับปรุง ในผลงานจริงได้อย่างเป็นอิสระ ภาพที่ 2 การสร้างภาพร่างลงสี 4. การวิเคราะห์ผลงาน จากการรวบรวมความคิดและข้อมูลต่าง ๆ ทางด้านลวดลายไทยและศิลปะแบบประเพณีของไทย ประมวลออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์จิตรกรรมไทยแนวประเพณีแบบร่วมสมัย ที่เน้นการแสดงออกที่เป็น บุคลิกลักษณะส่วนตัว โดยอาศัยองค์ประกอบของทัศนธาตุต่าง ๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์ดังต่อไปนี้ 4.1 รูปทรง (Form) อาศัยรูปทรงที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ และรูปทรงจากการเขียนลายและผูกลายของ ช่างไทยโบราณน ามาสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการใช้เครื่องประกอบลายประเภทนกคาบ น ามาคลี่คลาย แก้ไข เพิ่มเติมในรายละเอียดให้เป็นรูปทรงตามจินตนาการ 4.2 เส้น (Line) เป็นทัศนธาตุที่ส าคัญในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไทย โดยเฉพาะลวดลายไทย เพราะเส้นจะเป็นตัวก าหนดรูปทรงให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เส้นเป็นตัวก าหนดให้เกิดทิศทางเป็นตัวสร้างมิติให้ เกิดขึ้น ให้ความรู้สึกด้านต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนไหว มีการใช้เส้นอ่อนโค้งและเส้นตรงมาประกอบกันอยู่ใน รูปทรง ใช้เส้นสร้างลวดลายต่าง ๆ ตามลักษณะความคิดฝันที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ 4.3 สี (Color) พยายามใช้สีที่ประสานกลมกลืนกันซึ่งเป็นลักษณะของสีเอกรงค์ รับรู้ถึงความเรียบง่าย และจริงจัง เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาเรื่องราวของธรรมชาติ จึงก าหนดโทนสีเป็นสีโทนเย็น สร้างความรู้สึกที่ สงบ สุขุม ใช้ค่าน้ าหนักสีอ่อนแก่ ช่วยให้เกิดการประสานกลมกลืนสอดคล้องกันไปในผลงาน การใช้สีที่สว่าง มากคู่กับสีที่เข้มจนรู้สึกตัดกัน และมีตัวเชื่อมกันอย่างมีจังหวะและมีเอกภาพ จะใช้สีทองช่วยเน้นในส่วนที่มี ความส าคัญ 4.4 น้ าหนัก (Value) ข้าพเจ้าต้องการความกลมกลืนให้สอดคล้องกับเนื้อหาและเรื่องราว ผลงานจะไม่ ค านึงถึงความตื้นลึก แต่น้ าหนักที่เกิดขึ้นประกอบกับการตัดเส้นสามารถสร้างภาพลวงได้ดีในเรื่องของการเกิดมิติ
201 4.5 ลักษณะผิว (Texture) เป็นการสร้างขึ้นมาให้เกิดภาพลวงทางด้านสายตา โดยใช้สีป้ายทิ้งร่องรอย ของฝีแปรงไว้ไม่ใช่การสร้างพื้นผิวที่สัมผัสได้โดยตรงกับพื้นผิวที่เกิดขึ้น เป็นผลของการระบายสีลักษณะขีด เขียน แตะ แต้ม ป้าย ลงไปด้วยพู่กันตามพื้นที่ว่างภายในภาพ ล้อกันไปกับรูปทรงของลวดลายไทย โดยใช้ เหตุผลทางเนื้อหา เรื่องราว และความรู้สึกเป็นตัวก าหนด 4.6 พื้นที่ว่าง (Space) จะวางพื้นที่ว่างไปตามเหตุผลของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ใช้ความส าคัญของรูปทรง ในเนื้อหาเป็นตัวก าหนด ในทางจิตรกรรมไทยโบราณนั้น เนื้อที่ว่างจะสอดคล้องกับทิศทางของการวางรูปทรง เรื่องราวที่มีการเคลื่อนไหว 4.7 เอกภาพ (Unity) การจัดวางองค์ประกอบรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีส่วนประธานเป็นจุด สนใจ และมีส่วนประกอบต่าง ๆ ท าให้ภาพมีความสมบูรณ์ขึ้น เทคนิควิธีการในการสร้างผลงาน ในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมของข้าพเจ้า ใช้เทคนิคสีอะคริลิคแบบด้าน บนผืนผ้าใบลินิน ส าเร็จรูปขนาด 60 X 80 ซม. โดยใช้เนื้อผ้าที่มีความละเอียดสามารถระบายสีตัดเส้น สอดคล้องกับการแสดง ออกได้ดี จากนั้นจึงร่างภาพโดยขยายภาพจากภาพร่างด้วยดินสอสีคัดเส้นร่างให้ได้เส้นที่แน่นอนด้วยการใช้น้ า สีอะคริลิคตัดเส้น ภาพที่ 3 การร่างภาพโดยขยายภาพจากภาพร่าง ขั้นตอนต่อไปข้าพเจ้าใช้พู่กันกลมเบอร์ 6 ป้ายระบายขึ้นสีรวม ๆ ไปทั้งภาพตามรูปทรงที่มีในภาพร่าง ผสมสีที่ประสานกลมกลืนกันซึ่งเป็นลักษณะของสีเอกรงค์ โดยท าค่าน้ าหนักของสีอ่อนแก่ในโทนสีน้ าเงินคราม ป้ายทับซ้อนกันไปจนได้น้ าหนักและสีในโครงสร้างส่วนรวมตามที่มีในภาพร่าง และระบายสีเหลืองรงค์ส าหรับ ส่วนที่จะปิดทองค าเปลว ภาพที่4 การระบายสีโดยรวม
202 ขั้นตอนของการเก็บรายละเอียด ข้าพเจ้าแตะ แต้ม ระบายส่วนที่เป็นพื้นที่ว่างโดยใช้พู่กันเบอร์ 2 ป้าย สีทิ้งร่องรอยของฝีแปรงไว้ ล้อกันไปกับรูปทรงของลวดลายไทยจนหมดทั้งภาพ จากนั้นจึงลงน้ าหนักภายในตัว ลายโดยการเกลี่ยน้ าหนักให้เกิดความนุ่มนวล ตั้งแต่ช่อลายนกคาบ ลายดาว ลายปลา จนครบถ้วนจึงท าการตัด เส้นด้วยพู่กันเบอร์ 0 พิเศษ เมื่อตัดเส้นเสร็จแล้วจึงปิดทองค าเปลว ด้วยการใช้ยางมะเดื่อทาลงบนส่วนที่ทา ด้วยสีเหลืองรงค์รอยางมะเดื่อให้แห้งพอหมาด ๆ จึงปิดทองค าเปลว จากนั้นจึงท าน้ าหนักบนทองค าเปลว เก็บ รายละเอียดอีกครั้งจนแล้วเสร็จ ภาพที่5 การเก็บรายละเอียด 5. สรุป จากการศึกษา ค้นคว้าทดลองหาแนวทางสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไทยแนวประเพณีแบบร่วมสมัย และน าเสนอในแนวทางเฉพาะตนชิ้นนี้ ข้าพเจ้าค้นพบว่า ผลงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี โดยเฉพาะการ สร้างสรรค์ลวดลายไทย ที่ช่างเขียนทุกยุคทุกสมัยได้สร้างสรรค์ขึ้น แม้ในภาพรวมแล้วจะมีลักษณะที่ดูแล้ว คล้าย ๆ กันในเรื่องของความละเอียดอ่อนในเส้นสายรายละเอียดที่ประณีตก็ตาม แต่การแสดงออกทางอารมณ์ บุคลิกภาพความคิดและความเป็นส่วนตัวของศิลปินแล้ว ลักษณะผลงานจะแตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ ท าให้ข้าพเจ้าทราบว่าสามารถคิดสร้างสรรค์ต่อไปได้อีก ทั้งสกุลช่างแต่ละ สกุลยังมีแบบอย่างเฉพาะอีกด้วย สุดแต่ว่าจะคิดสร้างสรรค์ขึ้นตามความต้องการ โดยมีแรงบันดาลใจจาก ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมแห่งยุคสมัยในขณะนั้น สามารถน าประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์ไปสู่การ พัฒนาผลงานให้มีคุณภาพและมีคุณค่าดียิ่งขึ้นต่อไป ข้าพเจ้าหวังว่างานสร้างสรรค์ชิ้นนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ส าหรับผู้สนใจศึกษาได้น าเอาขั้นตอน กระบวนการ และผลการสร้างสรรค์ไปปรับใช้เป็นตัวจุดประกายความคิดกับการสร้างสรรค์ น าไปใช้ให้ตรงกับ เรื่องและปัญหาของตนเอง อาจจะก่อให้เกิดการพัฒนาที่มีขั้นตอนและกระบวนการอย่างชัดเจน มีเหตุผลใน การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และต่อยอดการสร้างสรรค์งานลวดลายไทยให้คงอยู่สืบไป
203 เอกสารอ้างอิง เกษม จันทร์แก้ว. (2540). (พิมพ์ครั้งที่ 4). วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม. โครงการสหวิทยา การพัฒนา บัณฑิตศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ฉัตรชัย ศิริพันธุ์. (2540). การแสดงออกส่วนตัวในงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี. วิทยานิพนธ์ปริญญา ศิลปศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปไทย ภาควิชาศิลปไทย บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศิลปากร. ด ารงค์ ชีวะสาโร. (2548). พินิจความงามลายไทย. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ ฉบับปฐมฤกษ์ คณะศิลปกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ. น. ณ ปากน้ า. (2550). ความงามในศิลปะไทย. กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์เมืองโบราณ ในนามบริษัทวิริยะ ธุรกิจ จ ากัด. วิสูตร โพธิ์เงิน. (2553). การพัฒนาระบบการจัดการความรู้ศิลปะไทยเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการ ออกแบบของนักศึกษาศิลปะ. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา ภาควิชานโยบาย การจัดการ และความเป็นผู้น าทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. เสน่ห์ หลวงสุนทร. (2555). (พิมพ์ครั้งที่ 6) ศิลปะไทย. กรุงเทพฯ : วาดศิลป์. Schoell, F. William and Gilltinan, P. Joseph. (1988). Marketing. Third edition. Boston: Allyn and Bacon.
204 การสร้างสรรค์งานออกแบบตกแต่งภายในส่วนห้องนอนใหญ่: กรณีศึกษา แนวคิด “ความเรียบง่ายบนความหรูหรา” ณ บ้านพักอาศัย จังหวัดราชบุรี Interior Design Creative Process Master Bedroom: A Case Study “LUXURY OF SIMPLICITY” Concept Design @ House, Ratchaburi. พงศพัศ บัวแก้ว, Pongsapat Buakaew สาขาวิชาออกแบบตกแต่งภายใน คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป, จังหวัดนครปฐม Interior Design Department, Faculty of Fine Arts, Bunditpattanasilpa Institute, Nakhon Pathom E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ในการใช้ชีวิตมนุษย์ในสังคมทุกยุคสมัยต่าง ๆ ที่พักอาศัยล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบอันส าคัญยิ่งและ เป็น 1 ในปัจจัย 4 ของการด ารงชีวิตมาตลอด ท าให้มนุษย์ไม่หยุดที่จะพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตในที่พักอาศัย ทั้งพยายามสร้างสรรค์ให้เกิดความสวยงามและแตกต่างกันขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกยุคสมัยอันสะท้อนให้เห็นถึง พัฒนาการในช่วงเวลาต่างๆ ของศิลปะและการออกแบบตลอดจนงานสถาปัตยกรรม การแสดงออกทาง กายภาพของสภาพแวดล้อม เช่น อาคารที่อยู่อาศัยของบุคคลนั้นๆ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์และการยอมรับ และน่าเชื่อถือทางสังคม ในงานออกแบบตกแต่งภายในห้องนอนหลักของบ้านที่นอกจากจะต้องค านึงถึงความ สวยงามแล้วยังจะต้องมีความพร้อมด้านประโยชน์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักออกแบบในการแก้ไข ปัญหาจากความต้องการของผู้ใช้งานตลอดจนพัฒนาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปใน และ แนวความคิดความเรียบ ง่ายบนความหรูหรา (LUXURY OF SIMPLICITY) ที่มีการตกแต่งภายในเป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันที่ สะท้อนถึงความ “หรูหราบนเรียบง่ายอย่างลงตัว” (เอกชาติ จันอุไรรัตน์,2548) โดยผลงานการออกแบบครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความต้องการในการผู้อยู่อาศัยในครอบครัวผู้เป็นเจ้าของห้องที่ต้องการการตกแต่งภายในห้องนอน หลัก ผู้ออกแบบได้ท าการออกแบบห้องให้ผู้พักอาศัยโดยใช้ความต้องการของผู้พักเป็นหลักในการออกแบบ ตกแต่งภายในครั้งนี้คือต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์ห้องให้มีความเรียบง่ายสบายต่อจิตใจและสวยงามหรูหรา ตลอดจนเพียบพร้อมไปด้วยส่วนบริการต่างๆ ภายในห้องโดยความต้องการเบื้องต้นในการออกแบบ คือ มีส่วน นอนพัก ส่วนนั่งเล่น ส่วนการท างาน ส่วนการแต่งตัวที่มีขนาดใหญ่เพื่อเก็บอุปกรณ์เครื่องประดับต่างๆ และ ส่วนของห้องน้ าในตัวที่ดูผ่อนคลายและมีความสุข โดยผู้ออกแบบต้องน ามาศึกษา วิเคราะห์และสร้างสรรค์งาน ออกแบบภายในเพื่อสะท้อนถึงรูปแบบของงานออกแบบอย่างเป็นรูปธรรม ค าส าคัญ: ออกแบบตกแต่งภายใน, สไตล์ซิมพิซิตี้ลักชัวร์รี่, พฤติกรรมผู้ใช้
205 Abstracts The use of life in the society in every age of the day is a very important element and one of the four factors of living. This makes it possible for humans to develop a living style in the shelter, while trying to create a beautiful and varied appearance in all ages, as it reflects the development of various times of art and design as well as architectural work. Physical expression of the environment, such as the residence's residential buildings, has an impact on the image and recognition and social credibility. It is the design of the designers to solve the problem from the needs of the user, as well as to develop the age of the transition between the various times and the modern Luxury Doen style, with the most popular interior, which reflects the "luxury and Simplicity" (Prof. Chanadarat, 2005), the modern design combines classic luxury into something that many users love. Design works, but.. Many people love This interior design was made from the demand of a family resident who wanted a modern décor, combining the elegance of the reflection and their tastes to society on the overall design of the interior. The main issue of this interior design is the requirement of the building owner who wants to improve the image of a modern business. It is beautifully designed and fully equipped with services provided by the design needs of the 1st floor entrance hall. Living room Living room A kitchen Bathroom Food preparation Movie and food preparation room All these needs are the 1st floor. The designers must study, analyze, and consider. Create interior design to reflect the design of a concrete design. To respond to the needs of the use and in accordance with the behavior of this family user. Keyword: Interior Design, Modern Luxury, User Behavior 1. ที่มาและความส าคัญของปัญหา ปัญหาหลักของการออกแบบตกแต่งภายในพื้นที่ห้องนอนหลักเป็นห้องส าคัญอีกห้องหนึ่ง เพราะเป็น ห้องที่ใช้ส่วนตัว และเป็นที่ส าหรับพักผ่อนได้ดีที่สุด และช่วงระยะเวลาการใช้งานนานที่สุด นอกจากนี้ยังอาจใช้ เป็นห้องท างานส่วนตัวได้อีกด้วย การจัดวางควรอยู่ในมุมที่ดีที่สุดของบ้าน ควรหลบหลีกแสงแดดตอนบ่ายและ ควรอยู่ในต าแหน่งที่ลมพัดผ่านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อนตามที่ วิมลสิทธ์ หรยางกูรและคณะ (2556 : 15-17) ได้กล่าวว่า การออกแบบมีส่วนช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สนองต่อการรู้สึกทางประสาทสัมผัส และ การรู้สึกทางทัศนาการ สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวกับการรู้สึกจะมีคุณสมบัติที่ดึงดูดความสนใจให้เกิดการรับรู้จึง เห็นได้ว่าการออกแบบไม่ได้เป็นเพียงแค่การแต่งแต้มสีสันเพื่อความสวยงามเพียงด้านเดียว แต่ยังแฝงไว้ด้วย แนวคิด ทฤษฎี และหลักจิตวิทยาในการออกแบบ เช่น แนวคิดทางด้านพฤติกรรมมนุษย์ทั้งในด้านบุคคล และ พฤติกรรมองค์กร แนวคิดทางด้านจิตวิทยาในการออกแบบ แนวคิดทางด้านการบริหารจัดการพื้นที่ แนวคิด
206 ทางด้านขนาดสัดส่วนมนุษย์ และทฤษฎีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ตลอดจนการบริหารจัดการงบประมาณของ โครงการ ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นส่วนส าคัญที่ผู้ออกแบบต้องน ามาศึกษา วิเคราะห์ และพิจารณาในหลายมิติ รวมถึง การใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมเพื่อให้ผลงานการออกแบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการและสอดคล้องกับ ลักษณะพฤติกรรมของผู้ใช้งานทั้งในรูปแบบของรายบุคคล และในรูปแบบองค์กร 2. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านการออกแบบในครั้งนี้ มีกระบวนการศึกษาที่ประกอบด้วยขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. การก าหนดโครงการ คือ คือการรับโจทย์การท างานมาและเริ่มท าการเก็บและรวบรวมข้อมูลทางใน ด้านต่าง ๆ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งาน เพื่อทราบถึงความต้องการทางด้านการใช้งาน ลักษณะการใช้ งานหรือพฤติกรรมความชอบต่างๆ รวมถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อน ามาศึกษา วิเคราะห์และสรุปใช้ในการวางแผน ก าหนดแนวทางในการออกแบบ ซึ่งขั้นตอนของการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้งานนี้ ถือ เป็นขั้นตอนส าคัญ ภาพที่1 กระบวนการวิเคราะห์ทางการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563) 2. การออกแบบเบื้องต้น คือ ขั้นตอนในการแปลงข้อมูลตลอดจนจัดเรียบเรียงข้อมูลที่ได้รับเพื่อ ก าหนดเป็นพื้นที่และประโยชน์ใช้สอยเบื้องต้น ในขั้นตอนนี้นักออกแบบจ าเป็นต้องค านึงถึงข้อมูลความต้องการ ของผู้ใช้งานในด้านพฤติกรรม หรือลักษณะความเชื่อมโยงของแต่ละส่วน เพื่อให้ได้การจัดวางผังที่เหมาะสม และสอดคล้องกับการใช้งาน นักออกแบบสามารถก าหนดแนวความคิดในการออกแบบ รวมถึงการก าหนดพื้นที่ ใช้สอยเพื่อน าเสนอผู้ใช้งาน ภาพที่2 กระบวนการวิเคราะห์ทางการออกแบบ ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563)
207 Function Diagram ภาพที่3 กระบวนการวิเคราะห์การจัดวางพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนใหญ่ (ชั้นที่2) ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563) ภาพที่ 4 ตารางแสดงความสัมพันธ์ของส่วนพื้นที่ใช้สอย ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563) ภาพที่5 กระบวนการวิเคราะห์สไตล์การออกแบบ ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563) ทางเข้า ส่วนมุมทา งาน นั่งเล่น ส่วนการนอน ส่วนห้องน ้า ส่วนแต่งตัว
208 3. การพัฒนาแบบ คือ ขั้นตอนที่ผู้ออกแบบสรุปรายละเอียดในการออกแบบการจัดวางผัง รวมถึง แนวความคิดในการออกแบบเพื่อน าเสนอต่อผู้ใช้งาน โดยมีวิธีในการน าเสนอในหลายรูปแบบ เช่น การน าเสนอ โดยใช้แบบจ าลอง (Model) การน าเสนอโดยรูปภาพทัศนียภาพ (Perspective) การน าเสนอโดยใช้ภาพ เคลื่อนไหวจากคอมพิวเตอร์ (Animation) รวมถึงงานแบบต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าใจในภาพรวม ภาพที่6 - 7 ทัศนียภาพนอกและผังภายในชั้นที่2 ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563). 4. การเขียนแบบรายละเอียดขั้นสุดท้าย คือ ขั้นตอนที่ผู้ออกแบบน าแบบร่างขั้นสุดท้ายมาสู่การพัฒนา แบบเชิงสรุป ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยน เพิ่ม - ลด หรือแก้ไขแบบมาในขั้นตอนก่อนหน้านี้ เพื่อเขียนเป็นแบบที่ สมบูรณ์ก่อนน าส่งมอบต่อผู่ใช้งานและผู้เกี่ยวข้องที่ต้องด าเนินการต่อไปเช่นการก่อสร้าง ภาพที่8 - 9 แบบรายละเอียดการออกแบบตกแต่งภายใน Master Bedroom ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563). ภาพที่10 แบบรายละเอียดการออกแบบตกแต่งภายใน Working Corner ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563).
209 ภาพที่11 – 12 แบบรายละเอียดการออกแบบตกแต่งภายใน Walk in Closet ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563) ภาพที่13 - 14 แบบรายละเอียดการออกแบบตกแต่งภายใน W.C. ที่มา: พงศพัศ บัวแก้ว (2563) 3. การวิเคราะห์ผลงาน จากการสร้างผลงานตกแต่งภายในทั้งหมดที่เสร็จสิ้นลงนั้นผู้ออกแบบได้ท าการเข้าเก็บรวบรวมข้อมูล เบื้องต้น (ข้อมูลปฐมภูมิ) ในด้านสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในของอาคาร และข้อมูลเชิงลึก(ทุติยภูมิ) เช่น ด้านนิสัยใจคอของผู้ใช้ตลอดจนความชอบในสิ่งต่าง ๆของแต่ละคนเพื่อค้นหาแนวทางการออกแบบและสไตล์ รูปแบบการดีไซน์ให้เหมาะสมกับผู้ใช้มากที่สุดตลอดวัสดุตลอดจนงบประมาณที่เพียงพอต่อการสร้างงาน 4. สรุป จากกระบวนการคิดและการสร้างสรรค์ด้านการออกแบบตกแต่งภายในต้องพึ่งพาปัจจัยความต้องการ ด้านต่างๆ ของผู้ใช้เป็นแรงขับและใช้จินตนาการและความชอบของเจ้าของโครงการเป็นแรงเหนี่ยวน า (Passion) ในการที่จะท าให้ผู้ออกแบบสร้างผลงานให้ตอบสนองที่ดีต่อเจ้าของ อีกทั้งข้อมูลด้านการออกแบบ ต่างๆ ผลงานออกแบบจะถูกพัฒนาต่อไปเพราะกลุ่มผู้ใช้ที่เปลี่ยนไปเป็น ฉะนั้นนักออกแบบที่ดีต้องมีความ เข้าใจลูกค้า ต้องวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมตลอดจนอุปนิสัยต่างๆของผู้ใช้ให้ดีที่สุดพร้อมทั้งต้องมีข้อมูลของวัสดุ
210 การใช้งานก่อสร้างตกแต่งและเทคโนโลยีตลอดจนแนวโน้มของความนิยม (Trend) ในช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่าน เพื่อการพัฒนาของผลงาน เอกสารอ้างอิง วิมลสิทธ์ หรยางกูร, บุษกร เสรฐวรกิจและศิวพร กลิ่นมาลัย. (2556). จิตวิทยาสภาพแวดล้อมมูลฐานการ สร้างสรรค์และจัดการสภาพแวดล้อมน่าอยู่อาศัย. กรุงเทพฯ: เจ.บี.พี.เซ็นเตอร์. เอกชาติ จันอุไรรัตน์. (2548). In trend Interior /Architecture Furniture Decorative items: บ.กราฟิก 49 จ ากัด
211 ภาพลวงตา Optical illusion พณิช ผู้ปรารถนา, Panich Phupratana หมู่บ้านปาริชาติ ซอย13 ถนนคุ้มเกล้า แขวงล าผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพ 10530 Parichat Villlage. soi 13, Khum Klao street, Lam Phak Chi district, Nong Chok area, Bangkok 10530 บทคัดย่อ “ภาพลวงตา” เป็นภาพที่ส่งผลต่อการท างานของดวงตาหรือสมองอันเนื่องมาจากองค์ประกอบของภาพ กระตุ้นการท างานของสายตาหรือสมองมากเกินไป หรืออาจเป็นเพราะการเกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าต่างๆ อย่างเช่นความสว่าง สีต าแหน่ง ตาราง ขนาด การเคลื่อนไหว ฯลฯ มีการตั้งสมมติฐานว่าสิ่งเร้าเหล่านี้ไปกระตุ้น การท างานเบื้องต้นของระบบ ประสาทการมองเห็น โดยองค์ประกอบที่ซ้ าๆ กันจ านวนมากหรือการท าปฏิกิริยา ระหว่างกันขององค์ประกอบนั้นได้รบกวนสมดุลทางกายภาพของการมองเห็นท าให้การรับรู้ภาพนั้นผิดปกติไปจาก ความเป็นจริง ข้าพเจ้าได้น าวิธีการ “Distorting illusions”คือภาพที่ถูกบิดเบือนโดยสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น ขนาดความยาว ต าแหน่ง ความโค้ง เป็นต้น มาสร้างสรรค์ผลงานวาดเส้นชิ้นนี้ซึ่งมีความคิดเห็นต่อสิ่งที่น่าสนใจในเรื่องของเวลาที่ ส่งผลต่อ“ความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่” และศึกษาทดลองการบิดเบือนภาพและบิดเบือนต าแหน่งของผลาน เพื่อ น าไปสู่เนื้อหาการแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดของเวลา ในผลงานสร้างสรรค์ชุดนี้ได้แสดงถึงจังหวะความเคลื่อนไหว การบิดเบือน ไปจากความเป็นจริงของทิวทัศน์ ต้นไม้เพื่อแสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่งโดยเปลี่ยนภาพที่นิ่งให้รู้สึกเคลื่อนไหวเพื่อเป็นสื่อถ่ายทอด ความรู้สึกและความส าคัญ ของพื้นที่และเวลาและได้สอดแทรกสัจธรรมความจริงในเรื่องของ “ความไม่แน่นอนและ การแปรเปลี่ยนของ สรรพสิ่งบนโลก” ค าส าคัญ: เส้น, การเปลี่ยนแปลง, ภาพลวงตา Abstract "Illusions" are images that affect the functioning of the eyes or the brain. Due to visual elements over-stimulating eye or brain activity Or it could be due to the interaction between stimuli Such as brightness, color, table position, size, movement. It is hypothesized that these stimuli stimulate the primary activity of the system. Visual nerve By repeating elements Or the interaction of the elements interferes with the equilibrium. The physical of the vision makes the perception of the image anomalous from reality.
212 I have adopted the method of "Distorting illusions", ie images that have been distorted by the environment such as size, length, position and curvature, etc., to create this work of drawing. They commented on the interesting things in terms of time that affect the "changes of space" and studied the distortion and position distortion of the space. To lead to the content of the constant changes of time. In this series of creations, the rhythm of movement, the distortion of the reality of the tree landscape, expresses a never-ending change, transforming a still image into motion to convey feelings and significance. Of space and time and has inserted the truth and truth in the matter of "The uncertainty and transformation of All things on earth. Keyword: LINE, CHANG, OPTICAL ILLUSION 1. ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา ภาพลวงตา คือการรับรู้ของมนุษย์เกี่ยวกับวัตถุหรือปรากฏการณ์ในลักษณะที่บิดเบี้ยว แนวคิดของภาพ ลวงตาปรากฏขึ้นจากภาษาละติน illudere - เพื่อหลอกลวง กล่าวอีกนัยหนึ่งสาเหตุหลักของการมายาคือผลที่ตาม มาจากการหลอกลวงการรับรู้ ในด้านจิตวิทยานี่คือการก่อตัวของภาพ วัตถุประสงค์ใหม่แทนภาพของวัตถุจริงและ ของจริง ภาพลวงตา (Optical illusion) จึงเป็นภาพที่หลอกตาให้มองเห็นและรับรู้ผิดพลาดไปจากความเป็นจริง ส่วนใหญ่สายตาจะรับรู้ผิดพลาดเกี่ยวกับรูปทรง ขนาด และสี ในบางครั้งตาของคนเราก็ไม่ได้เห็นสิ่งที่เป็นอยู่จริง เสมอไปและสามารถถูกหลอกได้ง่าย ตาและสมองของคนเราจะท างานประสานกันอย่างใกล้ชิดมาก โดยตาท า หน้าที่รับภาพเข้ามา ส่วนสมองท าหน้าที่ประมวลผลและวิเคราะห์ว่าภาพที่รับเข้ามาเป็นภาพอะไร มีสีอะไร เป็น ภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่ง เมื่อแสงจากวัตถุกระทบกับเลนส์ตาจะเกิดการหักเหและเกิดเป็นภาพจริงบริเวณจอตา (retina) และจอตาก็จะดูดซับและแปลงภาพให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งต่อไปยังสมอง ข้าพเจ้าคาดหวังว่าผู้ที่ได้ชมผลงานอาจจะท าให้บุคคลเหล่านั้นเกิดแรงบันดาลใจและเห็นสาระส าคัญของ โครงสร้างความทับซ้อนของมิติการลวงตาด้วยเส้นและรูปทรง เพื่อท าให้เกิดสุนทรียภาพความงามที่ส่งผลต่อ ความรู้สึก เช่น การเปลี่ยนแปลง ความวุ่นวาย การเคลื่อนไหว เป็นต้น เวลาเหล่านี้เป็นเวลาที่ทุกคนล้วนเคยมี ประสบการณ์มาแล้วทั้งสิ้น จนเกิดการประจักษ์ถึงจินตนาการของการเคลื่อนที่ของเวลาและสัจธรรมความจริงของ ชีวิตในผลงานของข้าพเจ้า
213 2. ความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพื่อน าเสนอแง่มุมสาระการเปลี่ยนแปลง และการเคลื่อนที่ของเวลาที่ได้สัมผัสจากภาพสิ่งแวดล้อมใน ธรรมชาติ 2. เพื่อน าเสนอรูปแบบผลงานที่ออกมาในรูปแบบของภาพลวงตา และสร้างสรรค์เป็นผลงาน 2 มิติ 3. เพื่อน าเสนอเรื่องราวความงามของธรรมชาติผ่านการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบภายในภาพ 4. เพื่อให้ตระหนักถึงความความเป็นจริงของสิ่งต่างๆว่าไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน 3. การก าหนดรูปแบบและวิธีการในการสร้างสรรค์ รูปแบบในการน าเสนอเป็นผลงาน 2 มิติในลักษณะวาดเส้นเหมือนจริงเป็นการแสดงออกถึงการ แปรเปลี่ยนและการเคลื่อนที่ของเวลา และสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติโดยมีขั้นตอนในการสร้างสรรค์ดังนี้ คือการหา ข้อมูลรูปแบบในการสร้างสรรค์จากสถานที่จริง ก าหนดรูปแบบของภาพผลงานด้วยทฤษฎีภาพลวงตา ค้นคว้าหา ข้อมูลจากสื่อต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ตหนังสือภาพผลงานศิลปินไทยและต่างประเทศ ศึกษาบรรยากาศนั้นจาก สถานที่จริง เพื่อน ามาวิเคราะห์ค่าน้ าหนักและน ามาเป็นข้อมูลในการสร้างสรรค์ วิธีการสร้างสรรค์ 1. ศึกษาจากปรากฏการณ์ธรรมชาติทั้งจากธรรมชาติจริงพร้อมถ่ายภาพ 2. บันทึกข้อมูลโดยตรงจากสถานที่จริง 3. ท า Sketch แก้ปัญหาและพัฒนาหาความเป็นไปได้ในทุกทาง (จ านวนมาก) 4. วิเคราะห์และสังเกตเพื่อหาความลงตัวของผลงานก่อนลงมือปฏิบัติงานจริง 5. ปฏิบัติงานจริงโดยใช้วิธีการการวาดเส้นบนกระดาษ 6. วิเคราะห์และน าเสนอผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ขั้นตอนในการสร้างสรรค์ เพื่อให้บรรลุถึงจุดเป้าหมายของการปฏิบัติหลังจากที่ได้ภาพต้นแบบที่มีการก าหนดสัดส่วน และพร้อมที่จะ น ามาใช้เป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ ขั้นตอนต่อไปคือลงมือปฏิบัติผลงานจริง โดยมีราย ละเอียดซึ่งสรุปได้เป็น ขั้นตอนดังนี้ 1. ก าหนดรูปแบบและรูปทรงของภาพและขนาดเพื่อท าแม่แบบตามรูปทรงต่างๆ ที่ก าหนดไว้ 2. เตรียมกระดาษในการสร้างสรรค์ผลงาน 3. เริ่มร่างภาพลงบนชิ้นงาน
214 4. การลงค่าน้ าหนักคือเริ่มจากการลงอ่อนไปเข้มในส่วนของพื้นที่ที่เป็นเงาจะเป็นชั้นแรกจึงมี ความบางและโปร่งจากนั้นก็เริ่มลงน้ าหนักที่เข้มขึ้นไปจนถึงขั้นตอนการเขียนรายละเอียดในส่วนต่างๆจนสมบูรณ์ 5. การติดตั้งผลงานในแต่ล่ะชิ้นจะมีขั้นตอนและระดับการมองที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะ สมกับ ภาพที่วาดไว้ให้มากที่สุดในบางชิ้นจะติดตั้งสูงกว่าระดับสายตาและในบางชิ้นจะต่ ากว่าระดับตา ทั้งนี้ เพื่อความ ประสานกลมกลืนกับระหว่างตัวผลงานและผู้ที่ชมผลงานให้สอดคล้องกัน ภาพที่ 1 ภาพวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 2 ภาพผลงานสร้างสรรค์ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
215 ภาพที่ 3 ภาพรายละเอียดผลงานสร้างสรรค์ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 4. วิเคราะห์ผลงานสร้างสรรค์ หากกล่าวถึงผลงานสร้างสรรค์ชุด “ภาพลวงตา”ได้ถูกกลั่นกรองทาง ความคิด หาเหตุผลที่สัมพันธ์ เกี่ยว เนื่องกันมาประกอบสนับสนุน ผ่านกระบวนการวิเคราะห์มาพอสมควร เพราะพัฒนาการทางศิลปะของข้าพเจ้า เดินทางควบคู่มากับประสบการณ์เสมอ การสร้างสรรค์ผลงานก็เป็นการผสมผสานค้นคว้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งนอกเหนือรูปแบบทางศิลปะที่เป็นวิถีแนวทาง เฉพาะตัวแล้ว เทคนิควิธีการนับว่ามีความส าคัญอย่างยิ่งภาพวิว ทิวทัศน์ในผลงานข้าพเจ้าแสดงถึงเรื่องราว ของช่วงเวลา การแปรเปลี่ยน ซึ่งสร้างขึ้นโดยกระบวนการทางความคิด ที่สมบูรณ์ส่วนเนื้อหาภายในที่เป็นภาพวิวทิวทัศน์ธรรมดาๆ แต่เน้นมุมมองที่มีลักษณะเด่นไปที่ภาพทิวทัศน์ ต้นไม้ กับการเขียนภาพในลักษณะงานวาดเส้นที่เน้นการตัดกันของค่าน้ าหนักเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเหมือนจริง ประกอบกับรูปแบบงานที่ได้รับอิทธิพลจากการท าภาพลวงตา และการขยับของภาพก็แสดงแนวเรื่องการ แปรเปลี่ยนของวัตถุ ซึ่งน าไปสู่แนวคิดของสัจธรรมความจริงที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน แต่สิ่งที่ยั่งยืนคือ ความไม่แน่นอน
216 5. สรุปผล ในการท าผลงานในหัวข้อ “ภาพลวงตา”เป็นการ ศึกษาถึงกระบวนการสร้างสรรค์ทางด้านรูปแบบการ ทดลองสร้างภาพลวงตาด้วยเนื้อหาเทคนิควิธีการที่แสดงจุดประสงค์ของเรื่องความเปลี่ยนแปลง น ามาสร้างสรรค์ ผลงานวาดเส้นในช่วงเวลาหนึ่งอย่างเป็นขั้นตอนโดยมีการรวบรวมข้อมูล องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง มาวิเคราะห์ สนับสนุนอ้างอิง ประกอบกับหลักการทางทัศนศิลป์ใช้สื่อความหมาย ความรู้สึกที่เป็นอุดมคติ ส่วนตัวที่มีต่อ เหตุการณ์ในสังคมและธรรมชาติเข้ามามีผลกระทบทางจิตใจและความรู้สึกของข้าพเจ้าน ามาซึ่งการแทนค่าด้วย รูปแบบของทิวทัศน์ธรรมชาติที่ข้าพเจ้าก าหนดและสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเน้นย้ าเรื่องการแปรเปลี่ยนในธรรมชาติ ตามประสบการณ์ทางศิลปะ อย่างมีขอบเขต ข้าพเจ้าพยายามเรียนรู้และท าความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์ผลงานของข้าพเจ้า ผลลัพท์ใน เบื้องต้นคือความเข้าใจและรู้จักตนเองมากขึ้นในเรื่องของความมุ่งหมายในผลงานและถ่ายทอด ออกมาสู่ บุคคลภายนอกโดยอาศัยการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะเป็นสื่อถ่ายทอดความรู้สึกและความส าคัญ ของพื้นที่และ เวลาและได้สอดแทรกสัจธรรมความจริงในเรื่องของ “ความไม่แน่นอนและแปรเปลี่ยนของ สรรพสิ่งบนโลก”เพื่อ กระตุ้นการรับรู้และเกิดความคิดมีความเข้าใจที่เกี่ยวกับปัจจัยในการแปรเปลี่ยนของ ทุกสิ่งบนโลกตลอดจน สามารถเข้าถึง “สัจจะ” ความเป็นจริงของพื้นที่และเวลาในปัจจุบัน ท าให้ชีวิตพัฒนา ไปอย่างมีคุณภาพอย่างที่ควร จะเป็น เอกสารอ้างอิง ภาพมายา. เข้าถึงเมื่อ 20 พฤษจิกายน 2563. เข้าถึงได้จากhttp://th.housepsych.com/illyuziya_default.htm 15ประเภทของภาพลวงตาที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่คิดเสมอไป. เข้าถึงเมื่อ 20 พฤษจิกายน 2563. เข้าถึงได้ จาก http:// https://petmaya.com/15-mind-blowing-illusions Optical Illusion. เข้าถึงเมื่อ 20 พฤษจิกายน 2563. เข้าถึงได้จากhttps://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/ kammantphaphrangsi/khwam-hmay-khxng-kammantphaphrangsi
217 ภาชนะชีวิต Life cycle พนม เสมาทอง, Panom Sematong ศูนย์สกัดศิลป์ 37/1 หมู่ 8 ต าบลบ้านกุ่ม อ าเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13250, O:SaGudSiLPA 37/1 M.8 Tumbon Bankum, Amphur Bangban, Phranakhon Si Ayutthaya Thailand 13250 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมเครื่องเคลือบดินเผา โดยมีจุดประสงค์ที่จะแสดงเนื้อหาสาระ และจินตนาการ วิถีชีวิตครอบครัวเป็นผลงานประติมากรรมเครื่องเคลือบดินเผา ประกอบด้วยผลงานจ านวน 2 ชิ้น ที่ต้องแสดงเนื้อหาเรื่องราวและการแทนค่าความหมายความสัมพันธ์ สมาชิกของครอบครัว ด้วยรูปทรง ข้าวของ เครื่องใช้ภายในห้องครัว ผสมผสานกับการจัดองค์ประกอบศิลปะ และค้นหารูปทรง เทคนิควิธี การแสดงออกตามแนวคิด ทัศนคติส่วนตัว ที่สามารถตอบสนองต่อแนวความคิดที่ได้ศึกษาอย่างสมบูรณ์ ผลงานประติมากรรมเครื่องเคลือบดินเผานี้ มุ่งเน้นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ของสมาชิก ในครอบครัว ความรัก ความอบอุ่น ความเข้าอกเข้าใจ การพึ่งพาอาศัย การช่วยเหลือจุนเจือซึ่งกันและกัน โดยใช้รูปทรงภาชนะเครื่องใช้ภายในครัว โดยใช้เนื้อดินชนิดเอรทธ์แวร์ ที่มีส่วนประกอบของดินเหนียวพื้นบ้าน ต าบลบ้านกุ่ม อ าเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทรายริมแม่น้ า ขึ้นขี้เถ้าแกรบในการขึ้นรูป ใช้สีธรรมชาติเนื้อดินที่แตกต่างด้วยอุณหภูมิ และบรรยากาศการเผาที่แตกต่าง ค าส าคัญ: ประติมากรรมเซรามิก, จินตนาการของครอบครัว, ดินเหนียวพื้นบ้าน Abstract The following project is made from bated clay collected locally from Tambon Bankum, Ampor Bangban, Phra Nakhon Si Ayutthaya. Due to the nature of soil the color would be different based upon the temperature and atmosphere. The soil will also burn different. The following project is divided into two sets. The sculptures are carved using kitchen utensils in order to give then a unique look. The two sets convey the importance of family values. Accompanied with love, warmth understanding, help and support within a family. I am certain that the art would speak for itself. Keywords: ceramics sculpture, the imagine of family, traditional clay
218 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่เก่าแก่และมีความส าคัญที่สุด หน่วยหนึ่งของสังคม กล่าวได้ว่า ครอบครัวไทยในสมัยก่อน เป็นสถาบันหน่วยที่มีความส าคัญยิ่ง เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันทางเศรษฐกิจและสถาบันการปกครอง เป็นต้น หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ครอบครัวท าหน้าที่เสมือนโรงเรียนที่คอยให้การศึกษาอบรมความรู้ครอบครัวจึงเป็นทั้งหน่วยผลิตและบริโภค ในเชิงเศรษฐกิจ รวมทั้งสถาบันที่ปฏิบัติหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนสมาชิกในครอบครัว จากความเป็นมาและความส าคัญดังกล่าว จึงได้น ามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ประติมากรรมเครื่องปั้นดินเผา โดยใช้รูปทรงของภาชนะเครื่องใช้ภายในห้องครัว เป็นสื่อถ่ายทอดเพื่อสะท้อน ให้เห็นถึงภาพวิถีชีวิตความรู้สึกของครอบครัว 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ศิลปะสื่อประสม (Mixed Media) เป็นทัศนศิลป์ เป็นผลจาการสร้างสรรค์มนุษย์ที่ใช้วัสดุต่างชนิดกัน มาเป็นส่วนประกอบ และท าให้เกิดเป็นศิลปกรรมแขนงนี้ขึ้น สื่อประสมเป็นผลงานศิลปะโดยน าสื่อวัสดุแต่ละ ชนิดมาผสมผสานบนระนาบท าให้เป็นผลงานศิลปะ มองเห็นและสัมผัสได้ทางตาอย่างเหมาะสม และผสานกัน อย่างกลมกลืน ลักษณะ 2 มิติ หรือ 3 มิติ เป็นการน าสื่อ กลวิธี และเทคนิคมาประกอบกันหลายประเภท เข้าไปรวมกันอยู่ด้วยกันในผลงานศิลปะ ตามเรื่องราวของผู้สร้างสรรค์ผลงาน อาจจะมีสี แสง เสียง ประกอบ เป็นผลงาน บางผลงานอาจจะมีงานบางชิ้น ซึ่งมีสื่อต่างๆ มาประสมกันในลักษณะที่ไม่อาจแยกออกได้ว่าสื่อใด เด่นกว่ากัน ตามเจตนาของการสร้างสรรค์ผลงานที่จะเป็นไปเช่นนั้นได้ เรียกว่า “ศิลปะสื่อประสม” 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ภาพที่ 1 ออกแบบผลงาน
219 ภาพที่ 2 – 3 เตรียมวัสดุอุปกรณ์สร้างสรรค์ผลงาน ภาพที่ 4 – 5 ขึ้นรูปสร้างสรรค์ผลงาน
220 ภาพที่ 6 เผาผลงาน ภาพที่ 7 – 8 ลงสีและประกอบชิ้นงาน
221 4. การวิเคราะห์ผลงาน การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเครื่องเคลือบดินเผา ชุด “ภาชนะชีวิต” ตั้งแต่กระบวนการของการ ท าแบบร่าง 2 มิติ และแบบจ าลอง 3 มิติ ได้มุ่งเน้นความงามเชิงสัญลักษณ์จากรูปทรงโครงสร้างภาชนะ เครื่องใช้ภายในครัว แสดงความสัมพันธ์ของรูปทรงและเนื้อหาตามทัศนคติส่วนตนโดยอาศัยทัศนธาตุ ในการก่อตัวของรูปทรงในการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะใช้ทัศนธาตุใดทัศนธาตุหนึ่งสร้างรูปทรงทัศนธาตุอื่น ก็ จะปรากฏขึ้นมาด้วย เช่น เมื่อสร้างรูปทรงด้วยเส้นในขณะเดียวกัน ก็จะปรากฏที่ว่างขึ้นมาพร้อมกัน และมีปริมาตรของรูปทรงเกิดขึ้นในที่ว่างที่โอบล้อมอยู่ภายนอกในการศึกษาวิเคราะห์รูปผลงานจึงจ าเป็นต้อง แยกทัศนธาตุให้ชัดเจนถึงลักษณะและหน้าที่เฉพาะของแต่ละทัศนธาตุ ซึ่งทัศน์ธาตุเหล่านี้ท าหน้าที่ สื่อความหมาย ความรู้สึก อารมณ์และสุนทรียภาพของผลงาน นอกจากนี้การวิเคราะห์ทัศนธาตุท าให้เข้าใจ กระบวนการของการสร้างสรรค์ โครงสร้างของรูปทรง การแสดงเนื้อหาและความชัดเจนในการแสดงออก 5. สรุป การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเครื่องปั้นดินเผาชุดนี้ ได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงหลายด้าน ทั้งในด้ายวิชาการ ศิลปะ ความเข้าใจในเนื้อหา เรื่องราวและข้อผิดพลาดต่างๆ ที่ได้ค้นพบในการสร้างผลงาน ท าให้ได้เรียนรู้ แนวทางต่อไปในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อตอบสนองความคิดที่อิสระ และพยายามสื่อความหมายให้ได้ มากที่สุด
222 สัญลักษณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์กับความรัก จากอิทธิพลแนวความคิดของฟรีดา คาห์โล (FRIDA KAHLO) SYMBOLS THAT REFLECT A RELATIONSHIP WITH LOVE FROM FRIDA KAHLO’S CONCEPTS INFLUENCE. พัชรินทร์ อนวัชประยูร, PATCHARIN ANAWATPRAYOON ทุนสร้างสรรค์สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ประจ าปีงบประมาณ 2557 วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, College of Fine Arts, Banditpatanasilpa Institute E-mail: [email protected] บทคัดย่อ งานสร้างสรรค์ชุดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในโครงการ “สัญลักษณ์ที่สะท้อน ความสัมพันธ์กับความรักจากอิทธิผลแนวความคิดของฟรีดา คาห์โล (FRIDA KAHLO)” เป็นเรื่องราวที่ผู้สร้างสรรค์ ประสบเป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่สัมพันธ์กับความรักระหว่างครอบครัวความรักที่มีความกดดันและเจ็บปวด โดย ผู้สร้างสรรค์ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะของฟรีดา คาห์โล (FRIDA KAHLO) โดยการสร้างงานขึ้นใหม่จาก การหยิบยืม (APPROPRIATE ART) ผู้สร้างสรรค์เปรียบชีวิตตัวเองกับศิลปินหญิงท่านนี้ในมุมมองที่ใกล้เคียงกัน ใช้ สัญลักษณ์ในการแสดงออกและสื่อความหมายเป็นการเพิ่มความคิดในภาพเขียนของฟรีดา คาห์โล (FRIDA KAHLO) ผู้สร้างสรรค์แทนตัวเองเป็นฟรีดา คาห์โล (FRIDA KAHLO) ใช้สัญลักษณ์ในการแสดงออกและสื่อความหมาย น าเสนอ ผลงานในรูปแบบจิตรกรรมเชิงเปรียบเทียบ ประชดประชันเพื่อสะท้อนให้เห็นสภาวะจิตใจของผู้สร้างสรรค์ เนื้อหา ในภาพจะเป็นเรื่องราวของผู้สร้างสรรค์ทับซ้อนในเรื่องราวของฟรีดา คาห์โล (FRIDA KAHLO) และสร้างสัญลักษณ์ ใหม่เป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวของผู้สร้างสรรค์ ค าส าคัญ: สัญลักษณ์, ความสัมพันธ์กับความรัก, อิทธิพลแนวความคิด, ฟรีดา คาห์โล Abstract The objectives of this study is to examen emotions associated with love and pain in works of art. “Symbols that reflect a relationship with love from Frida Kahlo’s concepts influence.”By Appropriate Art, The creator of this study, a female artist, compares her own life experiences associated with love, pressure and pain as it being inspired by the works of Frida Kahlo. Presented in a form allegorical images added to the original paintings of Frida Kahlo. Ridiculed to
223 reflect the state of soul of the creator overlapping with the originals as it becomes the symbol of me, the creator, my own story. Keywords: WORDS SYMBLOS, RELATIONSHIP WITH LOVE, CONCEPTS IN FLULENCE, FRIDA KAHLO 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ต้องการสร้างสรรค์ศิลปกรรมในโครงการ “สัญลักษณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์กับความรักจากอิทธิพล แนวความคิดของ ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo)” เป็นเรื่องราวที่ตนเองประสบ เป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่สัมพันธ์ กับความรักระหว่างครอบครัว ความรักที่มีความกดดัน และเจ็บปวด โดยผู้สร้างสรรค์ได้รับแรงบันดาลใจ จาก ผลงานศิลปะของ ฟรีดา คาห์โล เปรียบชีวิตตัวเองกับศิลปินหญิงท่านนี้ในมุมมองที่ใกล้เคียงกัน ใช้สัญลักษณ์ในการ แสดงออกและสื่อความหมายเป็นการเพิ่มความคิดในภาพเขียนของ ฟรีดา คาห์โล ผู้สร้างสรรค์แทนตัวเองเป็นฟรี ดา ใช้สัญลักษณ์ในการแสดงออกและสื่อความหมาย น าเสนอผลงานในรูปแบบจิตรกรรมเชิงเปรียบเทียบ ประชด ประชัน เพื่อสะท้อนให้เห็นสภาวะจิตใจของตัวเอง เนื้อหาในภาพจะเป็นเรื่องราวของตัวเองทับซ้อนในเรื่องราวของ ฟรีดา และสร้างสัญลักษณ์ใหม่เป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวของผู้สร้างสรรค์ แสดงให้เห็นถึง กระบวนการ ขั้นตอนต่างๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมแนวเหนือจริง (surrealism) และแนวสัญลักษณ์ (symbolism) 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1. ผู้สร้างสรรค์ได้รับอิทธิพลจากผลงานของฟรีดา คาห์โล ศิลปินสาวเม็กซิกัน ผลงานส่วนใหญ่ของเธอเป็น ภาพเหมือนของตนเอง (self portrait) เพราะว่าเธอมักจะโดดเดี่ยวเสมอ ภาพเหมือนแม้จะออกในเหนือจริง (surrealism) แต่ความรู้สึกที่เธอกลั่นกรองออกมาเป็นเรื่องราวจากภายใน ความเจ็บป่วยรวดร้าว โดยเฉพาะ เรื่องราวเกี่ยวกับรักร้าวของสามี ดิเอโก ริเวรา การสมรสที่ล้มเหลว การตั้งครรภ์และการผ่าตัดต่างๆ ภาพเหมือน ตนเอง 55 ภาพ จากทั้งหมด 143 ภาพ มีการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับบาทแผลทางกายและทางใจ ฟรี ดาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมพื้นถิ่นเม็กซิกัน สะท้อนสีสันอันสดใส แม้ว่างานของฟรีด้าจะถูกจัดเป็นรูปแบบเหนือ จริง และออกแสดงกับพวกลัทธิเหนือจริงของยุโรป แต่ฟรีดาไม่นับตัวเองเป็นพวกลัทธิเหนือจริง งานมีท่วงท านอง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสตรี ส่งให้ฟรีดากลายเป็นแม่แบบของนักสตรีนิยมในทศวรรษสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 2. ได้รับอิทธิพลแนวความคิดจากงานศิลปะในแนวแอ๊บโปรพริเอชั่น (AppropriateArt)ค าว่า“to appropriate” คือการยืม Appropriate Art คือการสร้างงานขึ้นใหม่โดยการน าเอาภาพหรือภาพลักษณ์ที่มีมาก่อนอยู่แล้วจาก บริษัทอื่นๆ เช่น จากประวัติศาสตร์ศิลป์ โฆษณา และสื่อต่างๆ และการผสมหยิบยืม (appropriateimage) กับ ของใหม่ หรืองานศิลปะที่มีชื่อเสียงของใครสักคน อาจถูกน ามาเสนอเป็นของนักยืม การหยิบยืมแบบนี้สามารถ เทียบได้กับการน าเอาฟาวนด์อ๊อบเจ๊ก (Found Object) ซึ่งเป็นของที่มีอยู่แล้วมาใช้ในงานศิลปะ แต่แทนที่จะ จัดการกับของที่มีอยู่แล้วเหล่านั้นให้กลายเป็นงานติดปะ (Collage) กลายเป็นงานชิ้นใหม่ พวกนักหยิบยืม
224 (appropriator , postmodern appropriator) จัดการน ามาวาดใหม่ เขียนใหม่ หรือถ่ายภาพซ้ า และให้ความ เคารพต่อต้นฉบับ ความเป็นต้นแบบ (originality) ให้ความเคารพต่อผู้น าประวัติศาสตร์ศิลปะ เป็นการหยิบยืม ภาพลักษณ์จากประวัติศาสตร์ ศิลปะร่วมสมัย งานสร้างสรรค์ชุดนี้ ต้องการสร้างสรรค์ในโครงการ “สัญลักษณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์กับความรักจาก อิทธิพลแนวความคิดของฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo)”เป็นเรื่องราวที่ผู้สร้างสรรค์ประสบเป็นความรู้สึกทาง อารมณ์ที่สัมพันธ์กับความรักระหว่างครอบครัว ความรักโดยที่มีความกดดันและเจ็บปวด โดยได้รับแรงบันดาลใจ จากผลงานศิลปะของศิลปินหญิงฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) เปรียบชีวิตผู้สร้างสรรค์กับศิลปินหญิงท่านนี้ใน มุมมองที่ใกล้เคียงกัน ใช้สัญลักษณ์ในการแสดงออกและสื่อความหมายเป็นการเพิ่มความคิดในภาพเขียนของฟรีดา คาห์โล น าเสนอเป็นผลงานจิตรกรรมเชิงเปรียบเทียบ ประชดประชัน เพื่อสะท้อนให้เห็นสภาวะทางจิตใจ เนื้อหาใน ภาพจะเป็นเรื่องราวของผู้สร้างสรรค์ทับซ้อนในเรื่องราวของฟรีดา และสร้างสัญลักษณ์ใหม่เป็นสัญลักษณ์ส่วนตัว ตามความรู้สึก ใช้เทคนิคสีน้ ามันในการสร้างสรรค์ผลงาน 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 1. การจัดล าดับข้อมูล เป็นการน าเอาข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดมาศึกษา และเลือกที่จะน ามาวิเคราะห์ 2. การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการน าผลจากล าดับข้างต้นมาวิเคราะห์เปรียบเทียบอย่างเป็นเหตุผล เพื่อให้ เห็นถึงลักษณะร่วมและข้อแตกต่างในรูปแบบ แนวความคิด ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงงานเป็นรูปแบบใหม่ 3. การสร้างสรรค์ผลงาน เริ่มจากการรวบรวมข้อมูล แล้วน ามาสร้างภาพร่าง เมื่อได้ภาพร่างที่สมบูรณ์ที่สุด แล้ว จึงน ามาขยายเป็นผลงานจริงที่มีขนาดใหญ่ - การสร้างภาพร่าง คือการหาโครงสร้างรวม เกิดจากการน าข้อมูลที่ได้มาผสมผสานกับ แนวความคิดส่วนตัว สร้างเป็นภาพขึ้นมาโดยไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว มีการเพิ่มเติมสัญลักษณ์ส่วนตัว เพื่อให้เกิดความ สมบูรณ์ลงตัว ทั้งในแง่องค์ประกอบและเนื้อหา - การสร้างสรรค์ผลงานจริง เริ่มจากคัดเลือกภาพร่างที่สมบูรณ์เป็นต้นแบบ น ามาขยายเป็น ผลงานจริงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยที่โครงสร้างและองค์ประกอบส่วนรวมยังคงรักษาไว้ให้เป็นไปตามรูปร่าง แต่ในส่วน ของรายละเอียด อาจมีการปรับปรุง แก้ไข ตัดทอน หรือเพิ่มเติมได้ตามจินตนาการ
225 การสรุปผล แสดงขั้นตอนวิธีการและปัญหาที่เกิดขึ้น การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพื่อวิเคราะห์ผลงาน ทั้งหมด หาจุดบกพร่อง แก้ไขปรับปรุง แล้วน าเสนอเป็นรายงานประกอบภาพถ่ายและภาพจิตรกรรม ภาพที่ 1 ภาพผลงานชื่อ “Self Portrait with cropped Hair 1940” ที่มา: http://www.frida-kahlo-foundation.org/Self-Portrait-With-Cropped-Hair-1940.html ภาพที่2 ภาพผลงานชื่อ “Self portrait with myself and my pets” ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
226 ผู้สร้างสรรค์น าภาพของฟรีดา คาห์โล ภาพผลงานชื่อ “Self portrait with Cropped Hair 1940” เขียน เป็นใบหน้าตนเองในงานของฟรีดาที่ตัดผมสั้น มีเศษผมอยู่รอบๆพื้น เพิ่มสัญลักษณ์ส่วนตัว ภาพหน้ากากหลายหน้า วางเกลื่อนบนพื้นเปรียบเหมือนการหลอกลวงและใส่หน้ากากตลอดเวลา และทั้งหมดก็ถึงภาวะแห่งการรู้แจ้ง หน้ากากหลายหน้าที่อยู่บนพื้น การตัดผมของฟรีดา คือต้องการเปลี่ยนตนเองเป็นคนใหม่ แต่งชุดผู้ชายที่ต้องการ ความเข้มแข็ง เพิ่มตุ๊กตาล้มลุก ตุ๊กตาเฟอร์บี้ และตุ๊กตาสุนัข 2 ตัว ที่เป็นสุนัขที่ผู้สร้างสรรค์เลี้ยงไว้ ซึ่งเป็นเพื่อน ข้างกายเสมอ 4. การวิเคราะห์ผลงาน เพื่อแสดงออกถึงสภาพอารมณ์ความรู้สึกของตนเองที่เป็นไปตามสัญชาตญาณและประสบการณ์ชีวิตใน ความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เพศหญิง ที่มีทั้งความละเอียดอ่อน สวยงาม และอ่อนไหว เป็นความรู้สึกส่วนตัวของ ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก การเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ ที่มีทั้งความอ่อนหวานและอ่อนโยน ความเข้มแข็งมุ่งมั่น ความอบอุ่น ปกป้องคุ้มครอง และความรุ่มร้อนรุนแรงที่เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์เพศ หญิง การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ ผู้สร้างสรรค์ต้องการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกตนเอง เป็นรูปเหมือนตนเองใน องค์ประกอบที่ได้แรงบันดาลใจจากผลงานของฟรีดา และน ามาเพิ่มขยายความคิดใหม่เป็นความรู้สึกของผู้หญิงคน หนึ่งที่ต้องการบันทึกเรื่องราวส่วนตัว ที่มีอารมณ์สัมพันธ์กับความรัก ผู้สร้างสรรค์ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้เป็นผลงาน จิตรกรรมเทคนิคสีน้ ามัน เพื่อแสดงออกถึงความสัมพันธ์ของอารมณ์จากสภาวะจิตใจของตนเองที่สัมพันธ์กับความรัก และภาพเขียน ของฟรีดา คาห์โล โดยผู้สร้างสรรค์ได้ก าหนดขอบเขตของการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชุดนี้ ดังนี้ 1. ขอบเขตทางด้านเนื้อหา ผู้สร้างสรรค์มีความชื่นชมภาพเขียนของฟรีดา คาห์โล เปรียบเทียบชีวิตตัวเอง กับศิลปินหญิงท่านนี้ ในมุมมองที่ใกล้เคียงกัน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางด้านความรัก ความรู้สึกที่โดดเดี่ยว ใช้สัญลักษณ์ในงานของฟรีดา และหาสัญลักษณ์ใหม่ในการแสดงออกและสื่อความหมายเป็นความรู้สึกส่วนตัว 2. ขอบเขตทางด้านรูปแบบ เป็นงานจิตรกรรมสีน้ ามัน (OIL COLOR PAINTING) ซึ่งเป็นงานเหนือจริงที่ สะท้อนความเป็นจริง 3. ขอบเขตทางด้านเทคนิค สร้างรูปทรงคน (SELF PORTRAIT) ภาพเขียนใบหน้าของตนเอง ในองค์ ประกอบของฟรีดา คาห์โล โดยวิธีทางจิตรกรรม ใช้สีน้ ามันในการระบาย วิเคราะห์การพัฒนาของผลงาน ในระหว่างที่ท าการขยายผลงาน จะมีการพิจารณาว่าวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา เป็นผลให้ต้องมีการ ปรับเปลี่ยนบางส่วนในระหว่างการขยายผลงาน และเมื่อจบสิ้นกระบวนการขยายผลงานแล้ว ก็จะวิเคราะห์ผลงาน ทั้งหมดหาจุดบกพร่องเพื่อปรับปรุงแก้ไข และเพื่อผลในการสร้างสรรค์งานครั้งต่อไปในงานสร้างสรรค์ชุดนี้ ผู้
227 สร้างสรรค์ต้องการสร้างศิลปกรรมในโครงการ “สัญลักษณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์กับความรักจากอิทธิพล แนวความคิดของ ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo)”เป็นเรื่องราวที่ตนเองประสบเป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่สัมพันธ์ กับความรักระหว่างครอบครัว ความรักโดยที่มีความกดดันและเจ็บปวด โดยผู้สร้างสรรค์ได้รับแรงบันดาลใจจาก ผลงานศิลปะของศิลปินหญิงฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) ผู้สร้างสรรค์เปรียบชีวิตตนเองกับศิลปินหญิงท่านนี้ใน มุมมองที่ใกล้เคียงกัน ใช้สัญลักษณ์ในการแสดงออกและสื่อความหมายเป็นการเพิ่มความคิดในภาพเขียนของฟรีดา คาห์โล น าเสนอเป็นผลงานจิตรกรรมเชิงเปรียบเทียบ ประชดประชัน เพื่อสะท้อนให้เห็นสภาวะทางจิตใจของ ตนเอง เนื้อหาในภาพจะเป็นเรื่องราวของตัวเองทับซ้อนในเรื่องราวของฟรีดา และสร้างสัญลักษณ์ใหม่เป็น สัญลักษณ์ส่วนตัวของผู้สร้างสรรค์เองตามความรู้สึกของตัวเอง ผู้สร้างสรรค์ใช้เทคนิคสีน้ ามันในการสร้างสรรค์ ผลงาน 5. สรุป เอกสารประกอบผลงานสร้างสรรค์นี้ ได้รวบรวมเนื้อหา และกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานรวมถึงข้อมูล ต่างๆ ในโครงการ “สัญลักษณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์กับความรักจากอิทธิพลแนวความคิดของฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo)” ซึ่งผู้สร้างสรรค์ได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นจริงส่วนตัว โดยใช้สัญลักษณ์ในเรื่องราว ของฟรีดามาประยุกต์ใช้ในผลงานตนเอง เป็นเรื่องราวที่สัมพันธ์กัน ในอารมณ์ที่คล้ายกัน อารมณ์ที่กลั่นมาจาก ความเจ็บปวดจากสภาวะของความรัก และเพิ่มสัญลักษณ์ส่วนตัวจากเรื่องราวในชีวิตส่วนตัวเข้าไป เป็นการเพิ่ม ขยายความคิดใหม่ทับซ้อนในความหมายของงานฟรีดา ผลงานชุดนี้ได้ด าเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการ ศึกษาและสร้างสรรค์ มาเป็นล าดับซึ่งบรรลุผลตามเป้าหมายและความคาดหวังที่ก าหนดไว้ ผู้สร้างสรรค์หวังเป็น อย่างยิ่งว่าผลงานสร้างสรรค์ในโครงการนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจโดยทั่วไปอีกทั้งยังมุ่งหวังที่จะพัฒนา กระบวนการความคิดเพื่อไปสู่จดหมายที่สมบูรณ์ต่อไปในอนาคตภายภาคหน้า เอกสารอางอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2531). องค์ประกอบของศิลปะ. กรุงเทพฯ: บริษัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชจ ากัด สมพร รอดบุญ. (2557)./ ศิลปะแอพโพรพริเอชั่น. การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 58. ปีที่58. สืบค้นจาก http://issuu.com/artcenter/docs สุรพงษ์ บุนนาค.(2546). ฟรีด้า. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ศรีสารา
228 สีสันจากธรรมชาติ Colors of imagination พิทวัล สุวภาพ, Pittawan Suwapab คณะศิลปวิจิตร119/19 หมู่ 3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170, Faculty Of Fine Arts 119/10 Salaya, Phutthamonthon District, 73170 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ในการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ข้าพเจ้าน าเสนอถึงสีที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ บนท้องฟ้า ที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะความแตกต่างของช่วงเวลา สถานที่ สภาวะอากาศ ต่างก็เป็นปัจจัยที่ท าให้เกิด ความเปลี่ยนแปลงของสีในช่วงเวลานั้นๆ แลสีที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อความรู้สึก ท าให้เกิดอารมณ์ที่หลากหลาย โดยน าเสนอภาพกระบวนการภาพพิมพ์ แม่พิมพ์กระดาษ โดยเลือกใช้รูปทรงเลขาคณิต การสร้างสรรค์ผลงาน และการใช้คู่สีที่เกิดขึ้น ให้เกิดการทับซ้อน ณ สถานที่ที่ข้าพเจ้าได้เดินทางไป คือทางภาคอีสานของประเทศไทย ในช่วงเวลายามเช้าตรู่ พระอาทิตย์ขึ้น ให้เกิดการทับซ้อนกันของสีการเดินทางอันเป็นแรงบันดาลในการ สร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ ค าส าคัญ: สี, สีสันธรรมชาติ, เวลา, ภาพพิมพ์ Abstract In the creation of this series, I present the colors that occur in nature in the sky that change unpredictably. Because of the difference in time, location, weather conditions are factors that cause the color change during that time. And the resulting color affects feelings Causing a variety of emotions By presenting pictures of the process of printing Paper mold By choosing to use geometric shapes to create works And using the resulting color pair Causing a overlap at the place where I traveled Is in the northeast of Thailand In the early morning hours The sun rises To create an overlap of colors The journey that inspired the creation of this series Keywords: Color, natural color, time, printmaking
229 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา สีสันในธรรมชาติที่เรามองเห็นในทุกๆวัน ในแต่ล่ะช่วงเวลา ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่งพระ อาทิตย์ตกดิน การเปลี่ยนแปลงของแสง ท าให้สีที่ตกกระทบกับบรรยากาศจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการ กระเจิงของแสง นั้นท าให้สีบนท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆช่วงเวลา สีที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถคาดเดาได้ในแต่ ในแต่ละวัน เพราะความแตกต่างของปัจจัยจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านภูมิศาสตร์อุณหภูมิ ทิศทางลม การเคลื่อนตัวของก้อนเมฆ ทิศทางการขึ้นลงของพระอาทิตย์ฤดูกาล หรือแม้แต่ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ ในแต่ล่ะสีสันที่เกิดขึ้น และสามารถมองเห็นได้ด้วยตา ต่างส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก เรียกว่า จิตวิทยาของสี (colour phychology) มีสีอยู่มากมาย แต่ละสีให้ความแตกต่างกันออก ตามลักษณะของการน าไปใช้ จะมี คุณค่าเฉพาะ มีอิทธิพลต่อจิตใจของมนุษย์ทั้งด้านลบและด้านบวก (ชลูด นิ่มเสมอ, 2539) 2. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงสีของท้องฟ้ามาวิเคราะห์ที่แสงสีเหลือง ส้ม แดง กันบ้าง แสงดังกล่าวมีการกระเจิง น้อยกว่าแสงสีน้ าเงินมาก จึงไม่ค่อยมีผลที่ท าให้สีเหล่านั้นการสะท้อนมาสู่ดวงตาของเรา เราจึงเห็นสีท้องฟ้า โดยรวมเป็นสีฟ้าครามในวันที่อากาศสดใส ตอนเที่ยง : พระอาทิตย์แทบจะตั้งฉากกับพื้นโลก แสงอาทิตย์เวลาเที่ยงท ามุมชันกับพื้นโลกมากเลย ท าให้แสงเดินทางลงมาผ่านชั้นบรรยากาศเป็นระยะสั้น มวลอากาศก็มีสารแขวนลอยน้อย เอื้อให้แสงเดิน ทางผ่านได้ไม่ยาก ตอนเช้าและตอนเย็น : แสงอาทิตย์ท ามุมเอียงลาดไปกับพื้นโลก แสงเดินทางผ่านอากาศเป็นระยะทาง ที่ยาวกว่าตอนเที่ยง มวลอากาศก็มีสารแขวนลอยมาก แสงสีม่วง คราม และน้ าเงินปะทะกับโมเลกุลของอากาศ เกิดการกระเจิงที่บรรยากาศรอบนอกจนหมด เหลือแต่แสงสีเหลือง ส้ม และแดงที่กระเจิงได้ไม่ค่อยดีหลุดรอด มาถึงบรรยากาศชั้นล่าง ดังนั้น ตอนเช้าตรู่เราจึงเห็นท้องฟ้าเป็นสีส้มแดง หรือบางวันก็ออกเหลือง ส่วนตอนเย็นจะมีสีแดง มากกว่าตอนเช้า เนื่องจากอุณหภูมิในตอนบ่ายสูงท าให้มีฝุ่นละอองที่เป็นสารแขวนลอยในอากาศมากกว่า ประกอบกับตอนเช้ามืดฝุ่นละอองในอากาศบางส่วนถูกชะล้างด้วยน้ าค้าง ดังนั้นตอนเย็นจึงมีการกระเจิงของ แสงสีแดงมากกว่าตอนเช้า กล่าวคือ “เราเห็นแสงบนท้องฟ้ามีสีต่างกันตามเวลาของวัน เนื่องจากปัจจัยการกระเจิงของแสง ที่ ประกอบกับการหักเหของแสงแต่ละสีที่ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่นของแสงและขนาดของอนุภาค ที่ถูกแสงตกกระทบด้วย” (ยารินดา อรุณ, 2562)
230 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 3.1 ขั้นตอนการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลจากสถานที่จริงด้วยกล้องถ่ายภาพ ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ณ ภูทอก จังหวัดเลย น าภาพที่ได้ จากการเก็บข้อมูล ปรับแต่งด้วยโปรแกรมแต่งภาพ (Photoshop) เพื่อใช้เป็นต้นแบบแนวทางในการ สร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์กระดาษสร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์กระดาษ 3.2 ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์ 1. กระดาษภาพพิมพ์ฟาบิโน่ 2. แผ่นพลาสวูด 3. เกรียง 4. ลูกกลิ้งยาง 5. หมึกพิมพ์สี 6. กระดาษบรูฟ 3.3 ขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงาน 1. ตัดกระดาษเป็นรูปทรงที่ก าหนด สี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเท่ากัน 2. เตรียมสีส าหรับงานภาพพิมพ์ กลิ้งสีด้วยลูกกลิ้งให้สีเนียนเสมอกัน 3. ติดแม่พิมพ์ด้วยกาวสองหน้า เพื่อให้แม่พิมพ์ไม่เคลื่อนขณะกลิ้งสี 4. กลิ้งสีลงบนแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ 5. เมื่อกลิ้งสีลงบนแม่พิมพ์ครบทั้งหมดแล้ว วางแม่พิมพ์คว่ าหน้าลงบนกระดาษส าหรับงานภาพ พิมพ์โดยก าหนดกรอบงาน 6. วางกระดาษบรู๊ฟด้านบน ชิ้นงาน 7. ปรับแท่นพิมพ์ให้น้ าหนักพอดีกับชิ้นงานแล้วจึงหมุนแท่นพิมพ์
231 ภาพที่ 1 ภาพถ่ายบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น ณ ภูทอก จังหวัดเลย ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 2 ปรับแต่งรูปภาพด้วยโปรแกรม Photoshop ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
232 ภาพที่ 3 ภาพผลงาน ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ 4. การวิเคราะห์ผลงาน จากการสร้างสรรค์ผลงานโดย การเริ่มเก็บข้อมูลจากสถานที่จริง ซึ่งสีที่ข้าพเจ้าเลือกมาในผลงานชุดนี้ คือสีที่เกิดขึ้นเวลายามเช้า ในขณะที่พระอาทิตย์ขึ้น พบว่าสีที่เกิดขึ้นในธรรมชาติเป็นคู่สีที่เป็นสีคู่ตรงข้ามกัน คือสีน้ าเงิน-ฟ้า ในวรรณะร้อน และสีน้ าตาล-ส้มในวรรณะเย็น ซึ่งมีสัดส่วน และการผสมผสานกัน ข้าพเจ้าเลือกใช้แม่พิมพ์รูปทรงเลขาคณิต สีเหลี่ยมจัตุรัสในการสร้างช่องสีที่มีความแตกต่างกันของการ ไล่น้ าหนักสีแต่ล่ะช่วงของเนื้อสี ท าให้ในแต่ล่ะรูปทรงมีสีแลน้ าหนักที่แตกต่างกัน และการซ้อนทับกันของสีท า ให้เกิดค่าน้ าหนัก 5. สรุป ในการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ท าให้ข้าพเจ้ามีแรงบันดาลใจในการออกไปแสวงหาความงามของ ธรรมชาติในยามที่ท้องฟ้านั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า สีที่เกิดขึ้นในขณะที่เราท าการ บันทึกภาพอยู่นั้นเป็น มีสีสันเป็นอย่างไร จึงเป็นเรื่องที่ท าให้ข้าพเจ้าสนใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ในกระบวนการท างานข้าพเจ้าได้ทดลองใช้วัสดุทั้งที่เป็นกระดาษอาร์ทมัน จาการใช้งานพบว่าใน ลักษณะงานในรูปแบบนี้ ไม่เหมาสมกับการน ามาสร้างแม่พิมพ์ เพราะกระดาษมีความบาง และรูปทรงที่มีขนาด เล็กซึ่งเป็นอุปสรรคในขณะที่กลิ้งสีลงบนแม่พิมพ์ ข้าพเจ้าจึงเปลี่ยนมาใช้แผ่นพลาสวู้ดขนาด 1 มิลลิเมตร ซึ่งมี ความแข็งและทน ในระดับหนึ่งพบว่าสามารถใช้งานได้ดี
233 เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2539). องค์ประกอบของศิลปะ. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ยารินดา อรุณ. (2562). เหตุใดท้องฟ้าจึงเปลี่ยนสี. เรียกใช้เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2563 จาก คลังความรู้ SCIMATH: https://www.scimath.org/article-earthscience/item/11232-2019-12-19-06-19- 08?fbclid=IwAR1ZFyd3WsOb_OCXcsJnXdUPVAviLf1lt0z2UUq5nSf0JRflQjZz2Ax_IXI
234 ภาพถ่าย : รูปสะท้อนของการเปลี่ยนแปลง Photo : Reflection of The Change พิษณุ ศรีไหม, Pitsanu Srimai วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี, Suphanburi College of Fine Arts E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ภาพถ่ายรูปสะท้อนของการเปลี่ยนแปลง เกิดจากประสบการณ์ในการใช้เทคนิคของการถ่ายภาพของผู้ สร้างสรรค์เอง ที่คอยเฝ้าสังเกตเห็นรูปของเงาสะท้อนวัตถุกับพื้นน้้า ที่เกิดขึ้นและมีรูปสภาพภาพที่แปรเปลี่ยน ไปจากเดิม อันเกิดจากปัจจัยที่เป็นเหตุจากตัวแปรหลายอย่าง ที่กระท้าให้เกิดผลที่ต่างจากเดิม ไม่ว่าจะเป็น สภาพแวดล้อม ช่วงเวลาของแสง สี เงา ลม คลื่น ที่เกิดจากทั้งธรรมชาติและความจงใจให้เกิดจากการกระท้า ของมนุษย์ ผู้สร้างสรรค์เอง และเทคนิคจากการใช้เครื่องมือที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สร้างสรรค์ ที่ตอบสนองได้อย่างฉับพลัน ตามมุมมอง องศาการกระทบของแสง สี วัตถุสภาพแวดล้อม ที่อาศัยช่วงเวลา และปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยมีเรื่องของช่วงเวลา สภาพแวดล้อม เป็นตัวก้าหนด การสร้างสรรค์ภาพถ่ายรูปของการเปลี่ยนได้ผนวกแนวคิด ประสบการณ์ กับเทคนิคในการที่จะสื่อสาร และแสดงออก ที่บ่งบอกแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงรูปตามสภาพสภาวะของเหตุปัจจัยต่างๆที่เข้ามามีกระทบ และสภาพสภาวะที่ปราศจากผลกระทบ จากสิ่งเร้า เร่ง ต่างๆ ท้าให้เกิดความเข้าใจรูปผลอันเกิดจากเหตุปัจจัย เหล่านั้น ที่เป็นมา เป็นอยู่ และยังคงด้าเนินเป็นไปตามวัฏจักร ค าส าคัญ: ภาพถ่าย, การเปลี่ยนแปลง Abstract his work is a representation of “change” using techniques in photography and inspired by the artist’s experiences in observing the appearance of objects on water surfaces as they transform to a different image from their original due to many factors – natural or man-made – such as light, color, shadows, wind, waves, and other elements including the artist, himself and his skills in using tools that are appropriate to his needs in terms of rapid reflex viewing angles, depth of field, color, subject focus, time-dependent factors, environment factors, and other uncontrollable factors. This creative work of photography presents transformation by combining ideas and experiences with the artist’s innate artistic style and depicts said transformation as it occurs alongside other factors that may or may not affect it. It expresses an understanding of the effects of those factors that are present and continue to be cyclical. Keywords: photo, transformation
235 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน มนุษย์ได้สงสัยและตั้งค้าถามต่อสิ่งต่างๆที่ปรากฏของรูปวัตถุ ปรากฏการณ์ใน การด้าเนินด้ารงอยู่ของชีวิต เหตุใดจึงไม่คงรูป คงทน คงอยู่สภาพ ถาวรตลอดไป ไม่ว่าในยุคสมัยใดมนุษย์ยังคง มีค้าถาม ความสงสัยตลอดมาไม่สิ้นสุด แม้จะมีผู้ที่ค้นพบแล้ว หรืออธิบายแล้ว ก่อเกิดทั้งพิธีกรรม แนวปรัชญา ศาสนา มีนักคิดนักปรัชญา ศาสดา เผยแผ่มากมาย แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็มีค้าถาม ความคิดความสงสัยกับสิ่งนั้น จึงได้พยายามค้นหาค้าตอบให้กับตัวเองตลอดมา ทั้งการอ่านค้นคว้าต้ารา ค้าสอน ทฤษฎีต่างๆ แต่ก็คงยังไม่สิ้น ความสงสัยในใจได้ ซึ่งการค้นคิดค้นหานี้เองข้าพเจ้าได้พบกับความเป็นจริงในธรรมชาติที่ไม่ได้ไปไหนจากตัว ของเรา ซึ่งได้พบว่าช่วงเวลาหนึ่งที่เรามีความคิด และจิตใจที่หยุดนิ่ง เราจะค้นพบค้าตอบได้อย่างง่ายดายด้วย ตัวเอง เปรียบกับน้้าที่สะท้อนรูปวัตถุต่างๆที่อยู่รอบๆ ภาพจะไหวไปเอนมา ตามแรงกระทบจากลม และคลื่น ภาพเหล่านั้น จะเกิดแปรเปลี่ยนรูปไปมาเป็นระรอกๆไป เกิดใหม่ ดับ หมุนวนไป ต่อเมื่อลมหยุดพัด คลื่นหยุด นึ่ง เราจึงจะเห็นภาพต่างๆชัดเจน ซึ่งภาพวัตถุต่าง ที่สะท้อนในพื้นน้้านั้น ประกอบไปด้วยรูปร่าง รูปทรง สีแสง เงา การเคลื่อนไหวไปมาก ก่อให้เกิดรูปที่ไม่ซ้้ากัน แปรเปลี่ยนไปมา ไม่เหมือนรูปความเป็นจริงเดิม อันเป็น ความงามในความคิดของผู้สร้างสรรค์ ที่ท้าให้เกิดจินตนามากมาย ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานภาพถ่ายในครั้งนี้ 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ด้วยเทคนิคภาพถ่าย ข้าพเจ้าต้องการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นรูป แบบกึ่งนามธรรม โดยมีแนวคิดในเรื่องของการเปลี่ยนแปลไปตามกฎของธรรมชาติและค้าสอนในทางพุทธศาสนา เรื่องกฎของไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นลักษณะตามธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง อันได้แก่ อนิจจัง ไม่เที่ยง ทุกขัง เปลี่ยนแปลงไป อนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ที่มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ซึ่งเป็น แนวความคิดหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่มีวัตถุแวดล้อม ช่วงของเวลา และอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ ที่ สามารถตอบสนองมโนภาพทางคิด ผ่านกระบวนการอุปกรณ์ติจิตอล ที่มีความเฉพาะในการในงาน และผลของ เอฟเฟคจากของอุปกรณ์ ที่ต้องอาศัยสภาพวัตถุแวดล้อม เช่น สี รูปร่าง รูปทรง ช่วงของเวลาของแสง และมุม องศาการตกกระทบ ของแสง วัตถุ ที่มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างพอดี จึงจะปรากฏภาพตามความ ต้องการของผู้สร้างสรรค์ ที่มีแนวคิดและมุมมองจากสภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ผ่านกระบวนการ บันทึกภาพสื่อดิจิตอล 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 1. เก็บข้อมูล เรื่องราว สถานที่ในการบันทึกภาพ 2. วิเคราะห์ข้อมูล ก่อนการลงมือปฏิบัติในการบันทึกภาพ ที่ตรงตามความคิดวัตถุประสงค์ในการ สร้างสรรค์ 3. ทดลองการใช้เทคนิคของอุปกรณ์ที่เหมาะสมและสามารถควบคุมได้ 4. สร้างสรรค์ผลงานโดยเทคนิคการบันทึกภาพด้วยกล้องดิจิตอล และสื่อใช้ในการบันทึกภาพ 5. น้าเสนอและวิเคราะห์ผลงานที่สามารถอธิบายได้ทั้งกระบวนการบันทึกภาพและเรื่องราว
236 ภาพที่ 1 Reflection of The Chang ที่มา: พิษณุ ศรีไหม (Pitsanu Srimai) ผู้สร้างสรรค์ผลงาน Reflection of The Chang เทคนิค ภาพถ่าย ขนาด 18”x24”