287 ภาพที่ 3 ภาพร่างสเก็ตช์ผลงาน ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ ภาพที่ 4 ภาพวัสดุเหลือใช้ ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ ภาพที่ 5 ผลงาน “ธรรมชาติ-ธรรมดา” ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ
288 ภาพที่ 6 ผลงาน “ธรรมชาติ-ธรรมดา” ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ ภาพที่7 ภาแสดงรายละเอียดผลงาน ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลงานประติมากรรมชิ้นนี้เป็นการสร้างรูปทรงขึ้นมาใหม่โดยใช้วัสดุเหลือใช้ประกอบเข้าด้วยกัน ภาพรวมขององค์ประกอบผลงานชิ้นนี้ เกิดจากจุด เส้น ระนาบ จังหวะ โดยการประกอบรูปทรงแบบแทรกเข้า หากันด้วยเทคนิควิธีการ เจาะ ตัด ผ่า ประกอบวัสดุ และเชื่อมไฟฟ้า เพื่อให้เกิดโครงสร้างของรูปทรงใหม่ เน้น ความงามด้านธรรมชาติ-ธรรมดาของวัสดุและจังหวะของรูปทรงและพื้นที่ว่าง เป็นผลงานประติมากรรม ลักษณะการประกอบรูปทรงโดยการใช้วัสดุเหลือใช้
289 ภาพที่ 8 ภาพแสดงด้านต่างๆของผลงาน “ธรรมชาติ-ธรรมดา” ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ 5. สรุป ในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม “ธรรมชาติ-ธรรมดา” ชิ้นนี้ คือการศึกษาเพื่อแสดงแนวคิดผ่าน รูปแบบของกระบวนการสร้างสรรค์ที่ได้รวบรวมข้อมูลแล้วการวิเคราะห์และการทดสอบของการประกอบ รูปทรงเช่นเดียวกับการพัฒนาและการแก้ปัญหาให้กับประติมากรรมให้สมบูรณ์ ท าให้ผลงานเป็นที่น่าพอใจ เพื่อที่จะตอบสนองความคิดและขอบเขตของแนวความคิด เป็นสิ่งส าคัญที่ข้าพเจ้าต้องการน าเสนอสู่ สาธารณชนว่า วัตถุและวัสดุต่างๆ รอบข้าง สามารถน ามาสร้างสรรค์ท าให้เกิดคุณค่าขึ้นได้ใหม่ เอกสารอ้างอิง จักรพันธ์ วิลาสินีกุล. (2560). วัสดุและสื่อในประติมกรรม. กรุงเทพฯ: บริษัท ไซเบอร์พริ้นท์กรุ๊ป จ ากัด. สุธี คุณาวิชยานนท์. (2561). ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย:ตะวันตกและไทย. กรุงเทพฯ: คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. ส านักงานราชบัณฑิตยสภา. (2550). วัตถุ-วัสดุ. สืบค้นเมื่อ25 มกราคม 2563, จากเว็บไซต์: https:// is.gd/4Gqa1N
290 บันทึกชีวิต : มิติของสื่อผสม Life Sketching : Dimension of Mixed Media ศักดิ์ชาย บุญอินทร์, Sakchai Boon-Intr วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรุงเทพ ประเทศไทย College of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute, Bangkok Thailand E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การค้นหาเนื้อหาศิลปะด้วยการวาดเส้นแบบฉับพลัน โดยสร้างลักษณะรูปทรงโดยรวมเพื่อบันทึกสาระ ของวิถีชีวิตไทย ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยีและวัฒนธรรมในศตวรรษที่ 21 แสดงสัญลักษณ์ ของการแสดงออกของภาวะภายใน เช่น อารมณ์ จิต ความคิดที่ตอบโต้กับแนวเรื่อง เป็นภาพร่างที่เปรียบ เสมือนโครงสร้างส าคัญของสาระ และเป็นกายวิภาคของศิลปะ ใช้กายภาพของวัตถุทั้งด้านลักษณะเฉพาะ ทัศนธาตุ ทางทัศนศิลป์ สะท้อนนัยความเก่าใหม่ การดิ้นรนของชีวิต โดยมุ่งเน้นลักษณะการบันทึก วาดเส้น ความทรงจ า และรูปทรง แสงเงา ความเคลื่อนไหว และวัสดุในรูปแบบศิลปะสื่อผสม 2 มิติ และ 3 มิติ ที่มีเทคนิค วิธีการ สอดคล้องกับกลไกกรรมวิธีการผลิตทางเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมในโลกยุคดิจิทัล ค าส าคัญ: บันทึก, ชีวิต, มิติ, สื่อผสม Abstract Searching for artistic content with instant drawing. By creating overall shapes to note the essence of the Thai way of life under the changes of society, technology and culture in the 21st century. Show signs of internal state expression such as emotions, minds, thoughts that respond to the story. The sketch is an important structure of the matter and the anatomy of art. Using the physical properties of the object in both its unique characteristics and visual elements in visual arts. Reflects the meaning of New-Old, the struggle of life. By focusing on sketching styles, drawing reminiscence, light, and shadow, shapes movement and materials in style of mixed media art 2 and 3 dimensions which have techniques, methods, in line with the mechanism technological production process and industries in the digital age. Keywords: Life Sketching Dimension Mixed Media
291 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมในศตวรรษที่ 21 ของสังคมไทย ก่อให้เกิดแนว เรื่อง เนื้อหา รูปทรง สัญลักษณ์ ของวิถีชีวิตผู้คน อาชีพ รวมถึงนัยความเก่า ใหม่ ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการ สร้างสรรค์ และคลี่คลายไปสู่กระบวนการสร้างสรรค์ทั้งด้านเนื้อหา เทคนิควิธีการ รูปแบบ และลักษณะเฉพาะ ของงานทัศนศิลป์สื่อผสม โดยน าแนวเรื่อง การด ารงชีวิต วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ภายใต้สภาพความเปลี่ยนแปลงใน โลกยุคดิจิทัล เพื่อเปรียบเทียบกับสัญลักษณ์ของการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ใช้ลักษณะการดิ้นรนเพื่อความอยู่ รอด การเปลี่ยนวิถีจากธรรมชาติเข้าสู่เมืองของคนเลี้ยงช้าง เร่ร่อน เพื่อสะท้อนภาพการเคลื่อนไหวบนพื้นที่ที่มี ความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในโลกยุค Disruption ช้าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมและความ รุ่งเรืองของสังคมไทยในอดีตได้ถูกน ามาประยุกต์ใช้ประกอบธุรกิจ การค้าในรูปแบบ หาบเร่ เสี่ยงโชค ข้าพเจ้า ได้น าแนวเรื่องดังกล่าวเป็นเนื้อหาทางศิลปะเพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างสาระของภาพร่าง เส้น และงาน ทัศนศิลป์สื่อผสม มุ่งเน้นศึกษาการบันทึก วาดเส้นความทรงจ าที่แสดง รูปทรง แสงเงา ความเคลื่อนไหว และ กายภาพของวัสดุในลักษณะ 3 มิติที่สอดคล้องกับกลไก กรรมวิธีการผลิตด้วยเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมใน โลกยุคดิจิทัล 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ภาพร่างเปรียบเสมือนโครงสร้างส าคัญของสาระ และเป็นกายวิภาคของศิลปะ (Sketch is Anatomy of Art) การวาดเส้นที่สัมพันธ์กับความทรงจ า และตอบโต้กับภาวะภายใน เช่น อารมณ์ จิต และความคิด มีลักษณะ ของการบันทึกที่สามารถใช้เป็นเนื้อหาในการสร้างสรรค์ สัมพันธ์กับแนวคิดของผู้สร้างสรรค์ในผลงานทัศนศิลป์ สื่อผสม ชุด ภาพร่าง-โครงสร้าง ของจิตและวัตถุ กับ ความเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง (Sketch เป็นกายวิภาค ของศิลปะ) ที่ว่า “กายวิภาคของ Sketch จึงถูกขยายความทั้งเนื้อหา และรูปแบบ เช่น ลักษณะของเส้น การ แสดงออกผ่านร่องรอยการระบายค่าน้ าหนัก รวมถึงลักษณะตัวอักษร ทิศทาง เครื่องหมาย ของการค้นหา การ บันทึก สัญลักษณ์ในภาพร่างได้กลายเป็นสาระ มีความส าคัญในลักษณะโครงสร้างและความจริงของศิลปะ ตามที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้” (ศักดิ์ชาย บุญอินทร์, 2550) ใช้วิธีวาดเส้นแบบ Gesture Drawing และการ Sketch Note แบบภาพร่าง เพื่อแสดงออกด้วย เส้น ในลักษณะภาพรวมของรูปทรงและกลุ่มรูปทรง สะท้อนเนื้อหาของวิถีชีวิต การประกอบอาชีพในยุคปัจจุบัน เป็นการบันทึกอารมณ์ ความรู้สึก ที่ตอบโต้โดยฉับพลันของผู้สร้างสรรค์กับแนวเรื่อง รูปทรง และการ เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า การวาดเส้นแบบภาพร่าง สามารถเล่าเรื่อง ความเป็นไปของวิถี ชีวิตในลักษณะประวัติศาสตร์ รวมทั้งบันทึกความคิดและภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงาน ผู้สร้างสรรค์ มีความเชื่อว่า ภาพร่างศิลปะมีลักษณะของข้อมูล เป็นโครงสร้างทางความคิด สามารถอธิบายอ้างอิงสาระ ปรัชญา และแง่มุมใหม่ๆ ทางศิลปะ ตามเจตนาของศิลปินได้ ข้าพเจ้าได้น าทักษะของการวาดเส้น เชิงบันทึก แสดงออกผสมผสานกับลักษณะของศิลปะที่เน้น แนวความคิด ให้เห็นคุณค่าของประเด็นทางความคิด หรือสาระของขบวนการสร้างสรรค์ศิลปะ โดยแสดงให้ เห็นถึงความจ าเป็นของทักษะการแสดงออกแบบดั้งเดิม ที่สัมพันธ์กับกระบวนทัศน์ใหม่ในการสร้างสรรค์ โดย
292 สอดคล้องสัมพันธ์ กับบางแง่มุมในการอธิบายงานศิลปะแนว Conceptual Art ที่ว่า “An important difference between conceptual art and more "traditional" forms of art-making goes to the question of artistic skill. Although skill in the handling of traditional media often plays little role in conceptual art, it is difficult to argue that no skill is required to make conceptual works, or that skill is always absent from them”(wikipedia,2020) เนื้อหาดังกล่าวได้อธิบายถึงความ แตกต่างที่ส าคัญระหว่างศิลปะแนวความคิดและรูปแบบการสร้างงานศิลปะแบบ "ดั้งเดิม" นั้นอยู่ที่ค าถาม เกี่ยวกับทักษะทางศิลปะ แม้ว่าทักษะในการจัดการสื่อแบบดั้งเดิมมักมีบทบาทเพียงเล็กน้อยในศิลปะ แนวความคิด แต่ก็ยากที่จะโต้แย้งว่าไม่จ าเป็นต้องใช้ทักษะใดในการสร้างงานแนวความคิด ทักษะในผลงานชิ้นนี้ เป็นเส้นบันทึกบนระนาบกว้างคูณยาวแบบ 2 มิติได้ถูกพัฒนาไปสู่ลักษณะ 3 มิติ ที่มีแสงเงาลอดผ่านช่องว่าง รายละเอียดของรูปทรง จังหวะ ที่ว่าง เป็นการขยายสาระด้านแนวความคิดของ ภาพร่างด้วยภาษาที่ชัดเจนขึ้น โดยใช้กระบวนการสร้างสรรค์งานสื่อผสม ทั้งในลักษณะวัสดุผสมที่ใช้โลหะ แตกต่างกัน เช่น เหล็ก อลูมิเนียม พลาสติก ฯลฯ และกรรมวิธีที่ผสมผสานกันระหว่างการวาดเส้น รวมถึง ลักษณะความเคลื่อนไหวแบบลวงตาผสมผสานกับการออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก และการตัด เจาะโลหะด้วยเครื่องจักรในระบบอุตสาหกรรม เกิดเป็นสัญลักษณ์ของรูปทรงที่มีลักษณะกายภาพของวัสดุ เป็น การผสมผสานระหว่างการลวงตาแบบงานจิตรกรรมและการใช้ลักษณะเฉพาะของวัสดุแสดงสาระทาง จิตรกรรมในลักษณะสื่อผสม สัมพันธ์กับความคิดที่ว่า “จิตรกรรมก็อาจจะแยกได้เพียง 2 ประเภทกว้างๆ คือ จิตรกรรมลวงตาในแบบดั้งเดิม และจิตรกรรมที่เป็น วัตถุ ไม่ลวงตาไม่เลียนแบบสิ่งใดๆ” (อิทธิพล ตั้งโฉลก, 2550: 66) กระบวนการสร้างสรรค์ของข้าพเจ้า จึงเป็นการสร้างสรรค์ที่ตรงตามความหมายของงานสื่อผสมที่ว่า "MIXED MEDIA ในแง่ของศิลปะสามารถจ าแนกได้เป็นสองความหมาย คือ การผสมผสานวัสดุที่ใช้เป็นสื่อใน การแสดงออกในศิลปะ และกรรมวิธีหรือวิธีการในการสร้างสรรค์ศิลปะ อีกทั้งยังสอดคล้องสัมพันธ์กับผลงาน ของ Pablo Picasso ที่ชื่อ “Still Life with Chair Caning” ซึ่งเป็นผลงานศิลปะสมัยใหม่ชิ้นแรกที่ได้รับการ พิจารณาว่าเป็นสื่อผสม โดยศิลปิน ใช้เศษวัสดุ กระดาษผ้าสีและเชือกท าให้เกิดเอฟเฟกต์ ในลักษณะ 3 มิติ (wikipedia,2017) ภาพที่ 1 “Still Life with Chair Caning” Pablo Picasso ที่มา: Pablo Picasso Paintings, Quotes, & Biography สืบค้นเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2563. จาก https://www.pablopicasso.org/still-life-with-chair-caning.jsp
293 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 3.1 แสดงออกด้วยวิธีการวาดเส้นแบบ Gesture และ Sketch Note ที่ผู้สร้างสรรค์สามารถตอบโต้กับ แบบรูปทรงจากสภาพความเป็นจริงได้อย่างอิสระ โดยสร้างสัญลักษณ์สะท้อนปรากฏการณ์ของความ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวในลักษณะภาพร่าง การบันทึก ความคิด ความทรงจ า ภาวะความรู้สึกที่มีต่อรูปทรงของ สิ่งมีชีวิต กลุ่มคน บุคลิก ลักษณะเฉพาะ พฤติกรรมการด ารงชีวิต รวมทั้งกิจกรรมการประกอบอาชีพ เป็นการ บันทึกในสถานที่จริงที่มีการด าเนินชีวิต หรือจากข้อมูลที่ค้นคว้า ภาพที่ 2 ภาพการสร้างภาพร่าง ด้วยการบันทึก วาดเส้น ด้วยปากกา จากวิถีชีวิต การประกอบอาชีพในสังคมเมือง 3.2 ออกแบบด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก เช่น Corel Draw, Ai (Adobe Illustrator) เป็นการ น าภาพบันทึกในลักษณะภาพร่าง หรือการวาดเส้นในลักษณะ Gesture หรือ Sketch note มาเป็นต้นแบบใน การสร้างภาพกราฟิกที่มีระบบเชื่อมต่อและสามารถใช้กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของเครื่องตัด เจาะเหล็ก Plasma Cutting โรงงานได้ ภาพที่ 3 ภาพการออกแบบจากภาพร่างด้วยโปรแกรม Corel Draw, AI (Adobe Illustrator) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานขนาดใหญ่
294 3.3 ใช้โปรมแกรม Adobe Photoshop ทดลองออกแบบค่าน้ าหนัก แสงเงา ผสมผสานภาพเทคนิค โลหะเหล็กที่ผ่านกระบวนการตัดด้วยเครื่อง Plasma Cutting บนระนาบอลูมิเนียมที่มีพื้นผิวสะท้อนความ เคลื่อนไหว แสดงนัยความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล ภาพที่ 4 ภาพการใช้ โปรมแกรม Adobe Photoshop ทดลองออกแบบค่าน าหนัก แสงเงา 3.4 สร้างสรรค์ด้วยเครื่อง Plasma cutting ของโรงงาน โดยเลือกวัสดุเหล็กที่มีขนาด ความหนา 1-2 มิลลิเมตร เป็นแผ่นระนาบส าหรับตัด เจาะ รูปทรง สัญลักษณ์ตามที่ได้ออกแบบไว้ ภาพที่ 5 ภาพเครื่องคอมพิวเตอร์ และภาพเครื่องตัด เจาะโลหะ (Plasma cutting) ของโรงงาน
295 3.5 การติดตั้งผลงาน น าผลงานสร้างสรรค์ที่ได้จากการตัด เจาะมาติดตั้งบนระนาบของผนังสีขาว ให้มี ระยะความห่างที่เหมาะสม รวมทั้งสร้างความสมบูรณ์ของผลงานโดยใช้ไฟในห้องนิทรรศการศิลปะ ส่องสว่างที่ ผลงานให้เกิดแสงเงา ตกกระทบบนผนังเกิดความสัมพันธ์ของ เส้น ค่าน้ าหนัก รูปทรง สัญลักษณ์ ตามเนื้อหา และวัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์ รูปแบบผลงาน วาดเส้น และจิตรกรรมสื่อผสม ประเภทของผลงาน ทัศนศิลป์ ภาพผลงานสร้างสรรค์ ภาพที่ 6 ภาพผลงาน Life Sketching : Dimension of Mixed Media 4. การวิเคราะห์ผลงาน วิถีชีวิต ลักษณะอาชีพ พฤติกรรมของผู้คนในสภาพแวดล้อมเมือง และเหตุการณ์จากสถานที่จริง ได้แสดงถึงการปรับเปลี่ยนแปลงการด าเนินชีวิต การประกอบอาชีพที่เปลี่ยนแปลงตามความก้าวหน้าของโลก วัตถุ เทคโนโลยี สัญลักษณ์ของวัฒนธรรมความเป็นชาติที่มีความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงนัยของธรรมชาติที่มีความ อุดมสมบูรณ์ถูกน ามาประยุกต์ใช้ผสมผสานกับวิถีแบบดั้งเดิมในลักษณะเร่ขาย แลกชื้อ ประกอบธุรกิจ การค้า ในรูปแบบ หาบเร่ เสี่ยงโชค แสดงถึงการดิ้นรน ปรับตัวของชีวิตในพื้นที่โลกดิจิทัล ที่มีความเปลี่ยนแปลงแบบ ฉับพลัน และก้าวกระโดด แนวเรื่องดังกล่าว เป็นแค่จุดเริ่มหรือแรงบันดาลใจเบื้องต้นในการสร้างสรรค์ เพื่อที่จะสามารถน าไปสู่ การมุ่งเน้นสาระของการบันทึก วาดเส้นภาพร่างแบบฉับไว และมีความแตกต่างกันในหลายมุมมอง เป็นการ วาดเส้น บันทึก โดยใช้ลักษณะของเส้นที่อิสระ มีจังหวะ และความหลากหลาย ด้วยลักษณะที่แตกต่างกันของ บุคลิก ท่าทาง รูปทรงที่สะท้อนความเคลื่อนไหว ของสิ่งมีชีวิตในโลกวัตถุ และสร้างสรรค์โดยแปลงสภาพภาพ ร่าง 2 มิติ เป็นวัตถุในอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดแสงเงา 3 มิติ สะท้อนความเคลื่อนไหวและแสงเงา แสดงนัย ความเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล
296 การสร้างสรรค์แบบภาพร่าง การออกแบบกราฟิก และการสร้างสรรค์ขยายผลงานจริงที่สมบูรณ์ นอกจากมีกระบวนการสร้างสรรค์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ผู้สร้างสรรค์ยังต้องค านึงถึงความมีสุนทรียภาพ และ ลักษณะทางทัศนธาตุ ตามหลักเกณฑ์องค์ประกอบศิลป์ ทั้งเรื่องสัญลักษณ์ อันประกอบไปด้วย เส้น รูปทรง พื้นผิว พื้นที่ว่าง แสง เงา เพื่อให้ผลงานมีความสัมพันธ์กับเนื้อหา เทคนิค และรูปแบบในผลงานสร้างสรรค์มาก ที่สุด ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ข้าพเจ้าได้ใช้ลักษณะของเส้น จากทิศทางของการวาดเส้นแบบบันทึกเพื่อให้เกิดการซ้ า เคลื่อนไหว ต่อเนื่อง ตัดกันกับเส้นรอบนอกของรูปทรงที่แสดงท่าทางที่มีลักษณะเด่น สอดคล้องสัมพันธ์กับความหมายที่ว่า “การซ้ าของเส้นทั่วบริเวณของภาพท าให้เกิดจังหวะที่ต่อเนื่องของเส้น เป็นการสร้างเอกภาพให้แก่งานแบบ หนึ่ง เราเรียกวิธีนี้ว่า วิธีประสาน ถ้าเส้นที่ซ้ ากันนั้นแตกต่างกันออกไปเพียงเล็กน้อย ก็อยู่ในกฎการ เปลี่ยนแปลง เส้นใดมีลักษณะหรือทิศทางหรือขนาดเปลี่ยนแปรออกไปมากจนเกิดความขัดแย้งกับเส้นอื่น ก็อยู่ ในกฎของความเป็นเด่น” (ชลูด นิ่มเสมอ, 2538: 182) การสร้างสรรค์ด้วยธาตุทางศิลปะที่มุ่งเน้นลักษณะของเส้น เพื่อแสดงพลังในการแสดงออก ยังสัมพันธ์ กับสาระในการสร้างสรรค์ดังที่กล่าวว่า “ธาตุที่เป็นเส้นเพียงอย่างเดียว เมื่อถูกน ามาขีดเขียนเรียงกันถี่ๆ อย่าง เป็นระเบียบหรือขีดไขว้กันไปไขว้กันมาถี่ๆ ก็จะเกิดเป็นแสงเงาหรือน้ าหนักอ่อนแก่ และกลายเป็นผลงานที่มี พลังแห่งการสร้างสรรค์สมบูรณ์” (อิทธิพล ตั้งโฉลก, 2550: 49) ภาพที่ 7 ภาพการวิเคราะห์ทัศนธาตุในผลงานสร้างสรรค์ ลักษณะทางทัศนธาตุ (Visual Elements) ที่ปรากฏในผลงานศิลปะของข้าพเจ้าได้แสดงสาระด้านการ รับรู้จากการมองเห็นของงานทัศนศิลป์ เป็นพลังในการแสดงออกทางศิลปะที่ส าคัญอันก่อให้เกิดความชัดเจน สมบูรณ์ทั้งด้านเนื้อหา เทคนิค วิธีการ และรูปแบบที่เป็นลักษณะเฉพาะ 5. สรุป ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้เป็นการทดลองผสมผสาน ชุดความคิดเรื่อง กายวิภาคของศิลปะที่มีลักษณะ ของการบันทึก วาดเส้น ในลักษณะภาพร่างที่ผ่านกระบวนการออกแบบ ด้วยโปรแกรม คอมพิวเตอร์ และ เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เกิดเป็นสัญลักษณ์เชิงวัสดุ และ แสงเงาที่มีลักษณะเป็น 3 มิติ แสดงความ
297 เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพ และนัยความเปลี่ยนแปลงของการด ารงชีวิตในโลกยุคดิจิทัลของ สังคมไทย จึงเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานสื่อทางศิลปะที่หลากหลาย สะท้อนความจริงในโลกยุค ปัจจุบัน ที่มีการสร้างสัญลักษณ์และนัยที่ซับซ้อน รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเทคโนโลยี วัฒนธรรม และการด าเนินชีวิตของมนุษย์ ประโยชน์ต่อการศึกษาทัศนศิลป์ และวงการศิลปะ การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้สัมพันธ์สอดคล้องกับผลงานวิจัยของข้าพเจ้า เรื่อง สื่อการเรียนรู้ องค์ประกอบศิลป์ส าหรับผู้ศึกษาทัศนศิลป์ ขั้นพื้นฐานและขั้นสูง ที่มีการน าไปใช้ในการสอนนักเรียนและ นักศึกษา วิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและระดับปริญญาตรี เป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมกับกระบวนการวิจัยในลักษณะบูรณาการต่อยอดองค์ความรู้ สร้าง นวัตกรรม และสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการน าปัญหาในการเรียนรู้ ทั้งด้านทฤษฎี การปฏิบัติ มา ประยุกต์สร้างแนวความคิด เทคนิค วิธีการ และรูปแบบที่มีลักษณะเฉพาะ โดยน าผลสรุปจากการสร้างสรรค์ และผลงานวิจัยไปใช้พัฒนาการปฏิบัติงานศิลปะและการศึกษาเรียนรู้ของผู้เรียน รวมถึงการน าผลงาน สร้างสรรค์ไปเผยแพร่ เพื่อให้เกิดการวิจารณ์ในมุมมองของศิลปะร่วมสมัย สามารถสร้างทัศนคติใหม่ๆ ด้าน ทัศนศิลป์ของศิลปินผู้ปฏิบัติและผู้ชมผลงานทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์ผลงาน บันทึกชีวิต : มิติของสื่อผสม เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ในงานศิลปะร่วมสมัย จากโครงการวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ที่เพิ่มศักยภาพของการแข่งขันทางเศรษฐกิจของชุมชนสร้างผลิตภัณฑ์ บริการด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคมและน ารายได้สู่ชุมชน ตาม นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นการน าลักษณะภูมิปัญญา วิถีชีวิต อาชีพดั้งเดิม ของชาวบ้าน ชุมชน มาใช้ สร้างสรรค์ให้เกิดอัตลักษณ์ในความเป็นไทย สามารถน าไปใช้ต่อยอด ประยุกต์ ให้เกิดมูลค่า คุณค่าแก่สังคม และประเทศชาติต่อไป เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2538). องค์ประกอบของศิลปะ. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช ศักดิ์ชาย บุญอินทร์. (2550). Sketch เป็นกายวิภาคของศิลปะ. Non-Absolute Ideals. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. อิทธิพล ตั้งโฉลก. (2550). แนวทางการสอนและสร้างสรรค์จิตรกรรมขั นสูง. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอน พับลิชชิ่ง Chair Caning” Pablo Picasso สืบค้นเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2563. จาก https://wwwpablopicasso.org/ still-life-with-chair-caning.jsp Wikipedia. (2020). Conceptual_art. Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/Conceptual _art Wikipedia. (2017). Mixed_media. Retrieved from https://en.wikipedia.org /wiki/ Mixed_media
298 อัมพวา Amprawa ศิพพร สุนทระศานติก, Sipporn Suntrarasantic วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี, Suphanburi College of Fine Art E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ผลงานที่น ามาแสดงเป็นภาพเขียนทิวทัศน์จากสถานที่จริง ด้วยเทคนิคบีบสีจากหลอดสีน า โดยไม่ได้ใช้ พู่กันในการเขียน ที่เลือกใช้วิธีนี เพราะต้องการให้ผลงานดูมีความแปลก แตกต่างกับผลงานอื่นๆ ทั่วไป ที่มักจะ ใช้พู่กันในการเขียนสีน า เป็นเทคนิคที่ต้องใช้การตอบโต้อย่างพลับพลัน ทันทีในขณะที่สายตามองเห็น และรู้สึก กับบรรยากาศ อารมณ์ในขณะนั น ภาพผลงานที่แสดงออกมา จึงไม่มีรายละเอียด มีความแห้งคล้ายสีน ามัน แต่กลับแสดงถึงพลังและการเคลื่อนไหวของอารมณ์ โดยมีมุมมองผ่านภาพทิวทัศน์ บ้านเรือนริมน า อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ผลการศึกษา ภาพผลงานใช้เวลาในการเขียนเสร็จภายในเวลาที่ก าหนด ในสถานที่จริง แสดงให้เห็นว่า สีน าสามารถใช้วัสดุอื่นๆ นอกเหนือจากพู่กันเขียนได้ หรืออาจจะไม่ใช้วัสดุอื่นใดๆเขียนก็เป็นได้ แต่ยังคงแสดง ให้เห็นถึงคุณค่า ความงาม ของภาพเขียนได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการทดลอง ค้นหา เทคนิควิธีการ วิธีการ เขียนในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างผลงานที่สร้างสรรค์ ค าส าคัญ: สีน ากับเทคนิคสร้างสรรค์ Abstract For this presented work is about landscape view by squeezing paint from tubes without using brush. This technique make this painting look different from other watercolors artwork. This technique needed a quickly responded of eyesight and the feeling of the atmosphere around immediately so, that make the painting has got less detail and the texture resamble oil color but give the power of movement through the riverside view of amprawa , samut songkharm. From the research, this painting can finsh punctually so, it illustrated that other tools instead of the watercolor brush can create worthiness and impressive painting anyway, it can inspire new techniques for creating more valuable artwork in the future Keywords: watercolors, creative techniques
299 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา การเขียนภาพทิวทัศน์โดยเฉพาะสมัยปัจจุบันที่ได้รับอิทธิพลการเขียนรูปมาจากประเทศตะวันตก ผลงานที่ปรากฏมักจะเป็นผลงานร่วมสมัย ไม่มีอะไรใหม่ ผลงานจึงดูวนเวียนอยู่กับรูปแบบและเทคนิค แบบเดิมๆ หัวข้อที่ใช้เขียนเช่น หุ่นนิ่ง คน และทิวทัศน์ ก็ยังเป็นหัวข้อที่คนที่ท างานศิลปะยังคงศึกษาอยู่ เทคนิค เช่น สีน า สีอะคริลิค และสีน ามัน ก็ยังคงมีให้ใช้อยู่ทั่วไป การสร้างสรรค์ผลงานจึงต้องค้นหาวิธีการหรือเทคนิคใหม่ๆ เพื่อท าให้เกิดรูปแบบงานที่มีความแตกต่าง ออกไป ท าให้หัวข้อที่มักจะเขียนกัน เช่น คน สิ่งของ และภาพทิวทัศน์ ดูไม่ซ าซากจ าเจ เช่นเดียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เช่นสี ที่ยังคงใช้เหมือนเดิม แต่กระบวนการและกรรมวิธีท าให้เกิดรูปแบบที่มีความเปลี่ยนแปลงไป 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กระบวนการแนวคิดเพื่อที่จะสร้างผลงานได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิธีการเขียนของลัทธิอิมเพรสชั่นนิส (Impressionism) และลัทธิพอยติลิซึ่ม (Paintillism) ลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionism) คือ ความประทับใจและการแสดงออกอย่างพลับพลัน แสดงออกด้วยการปาดป้ายสีทันทีที่เกิดความรู้สึกประทับใจต่อภาพและบรรยากาศที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่ลังเล ลัทธิแอ็กเพรสชั่นนิสม์(Expressionism) คือ การแสดงออกถึงการแปรเปลี่ยน เส้น สี รูปทรงแนวใหม่ ไม่เหมือนกฎเกณฑ์เดิมๆที่ตายตัวแบบก่อนๆ จะสะท้อนเรื่องของกฎเกณฑ์ของความเหมือนจริง ตลอดจน สัดส่วนต่างๆ 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ผลงานมีกระบวนการที่เกี่ยวกับเทคนิควัสดุที่ใช้ในการวาดที่มีความแตกต่างจากวัสดุทั่วๆไป คือ จะไม่ ใช้พู่กันในการวาด เป็นเทคนิควิธีการทีจะใช้สีบีบออกจากหลอดสีเขียน สีทื่ถูกบีบออกจากหลอดจะต้องใช้ น าหนักมือในการกะปริมาณเนื อสีว่าจะออกมาจากหลอดมากน้อยเพียงใด ถ้าสีที่ถูกบีบออกมามากเกินไป ถ้า ป้ายลงบนกระดาษอาจท าให้สีมีความหนาไป สีอาจจะแห้งช้า สีที่ถูกบีบจึงต้องกะด้วยน าหนักมือว่ามีปริมาณ พอดี กดปากหลอดสีแล้วจึงบีบสีออกพร้อมทั งลากให้เกิดเส้นหรือทิศทางเล็กน้อย เมื่อภาพเสร็จสมบูรณ์แล้วจึง ใช้พู่กันในการระบายเพียงเล็กน้อยพื่อประสานให้ภาพเกิดความนุ่มนวน เพราะล่องรอยของสีที่ถูกบีบออกจาก หลอดจะมีความคมและแข็ง รุนแรงและเด็ดขาด การใช้พู่กันระบายเพียงบางส่วนจึงช่วยให้ภาพไม่แข็ง จนเกินไป ภาพที่เขียนเป็นภาพบ้านเรือนริมนิ แถวอัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีมุมมอง perspective ช่วยให้ภาพมี ความลึก มีมิติ เกิดความสวยงามกว่ามุมมองด้านตรง มิติของสีก็มีส่วนช่วยให้งานเกิดความสนุกสนาน จุดของสี ที่แต้มลงบนกระดาษ ดูคล้ายจะเลอะเทอะแต่ก็แสดงออกให้เห็นถึงพลังการเคลื่อนไหวไปตามจังหวะ ท าให้ภาพ แลดูไม่แข็งกระด้าง
300 ภาพที่ 1 บ้านริมน าอัมพวา เทคนิคสีน า ขนาด 28 x 36 นิ ว ชื่อศิลปิน นายศิพพร สุนทระศานติก / สิงหาคม 2551 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลงานที่สร้างสรรค์นี ท าให้เกิดแรงบันดาลใจ ว่าการท างานศิลปะหรือการวาดรูปไม่ว่าจะประเภทใด ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว การน าเทคนิคที่คาดไม่ถึงก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีลักษณะแตกต่างออกไปได้ ล่องลอยการบีบสีลงบนพื นผิวของกระดาษ จะมีลักษณะเป็นจุดหรือเป็นแต้ม สีแต่ละสีที่วางใกล้กัน ซ้อนกันไป มามีลักษณะทึบ คล้ายภาพเขียนสีน ามันของศิลปินลัทธิผสานจุดสี (Pointillism) ที่ใช้จุดสีเล็กๆต่างๆ สีที่ผสาน กันขึ นมาเป็นภาพด้วยตา ผสมผสานกับวิธีการเขียนแสดงออกแบบพลับพลัน อิมเพรสชั่นนิส และเอ็กเพรสชั่น นิส โทนสีที่ใช้ในการเขียนใช้ทั งโทนร้อนและโทนเย็นผสมผสานกัน ภาพจะมีน าหนักเข้มเป็นภาพทิวทัศน์ที่ แสดงน าหนักเงามากกว่าแสง ด้วยวิธีที่ต้องบีบสีลงในกระดาษท าให้ภาพมีน าหนักเข้ม ปริมาณของสีก็แน่น ไม่ โปร่งเบา จึงเว้นระยะห่างของสีที่บีบลงไปบนกระดาษเพื่อช่วยไม่ให้ภาพแลดูอึดอัด มุมมองของภาพได้ใช้เปอร์ สเปคทีป (perspective) ช่วยให้ภาพมีระยะ มิติและความลึก
301 5. สรุป จากผลของงานที่ส าเร็จแล้วท าให้เห็นว่าในการสร้างสรรค์ผลงานนั นสามารถที่จะใช้วัสดุอื่นๆมา ทดแทนกันได้ ท าให้ได้ผลงานที่มีความแปลก แตกต่างด้วยกระบวนการท างาน แต่หัวข้อในการเขียนยังคง เหมือนเดิม เช่น หุ่นนิ่ง คน หรือภาพทิวทัศน์ ประโยชน์จากการใช้เทคนิควิธีการเขียนนี ท าให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทดลอง ค้นหาวัสดุและเทคนิค วิธีการใหม่ๆ เพื่อสร้างรูปแบบผลงานที่สร้างสรรค์ต่อไป
302 ต้นไม้ 3 ต้น Three trees สมชาย พันนิตร, Somchai Pannit วิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat College of Fine Arts, Nakhon Si Thammarat Province. E-mail: Somchai [email protected] บทคัดย่อ ในการเขียนภาพทิวทัศน์นั้นมีมากมายหลายเทคนิคและวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นภาพสีหรือภาพขาวด า สีอะครีลิค สีชอร์ค สีไม้ ชาร์โคล เกรยอง ดินสอ ปากกา ฯลฯ หรือแม้แต่การวาดเส้นธรรมดาด้วยดินสอ EE นั้น ล้วนต้องการสะท้อนถึงมุมมองลักษณะขององค์ประกอบ เรื่องราว อารมณ์ ความรู้สึกและเทคนิควิธีการส่วนตน ที่แตกต่างกันออกไป ผลงานสร้างสรรค์ “ต้นไม้ 3 ต้น” ชิ้นนี้เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมา จากความประทับใจ ในการออกไปเขียนภาพทิวทัศน์ (Landscape) ในพื้นที่ เวลา ฤดูกาล และมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ซึ่ง ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของผู้สร้างสรรค์ผลงาน เพื่อสนองตอบอารมณ์และความรู้สึกส่วนตน การสร้างสรรค์ผลงาน “ต้นไม้ 3 ต้น” ชิ้นนี้ ได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาโดยใช้เทคนิควิธีการหลายอย่าง มารวมกัน (เทคนิคผสม) เช่น การปะติด (Collage) กระดาษสา ชาร์โคล เกรยอง ดินสอEE และสีน้ ามัน สีอะคริลิค โดยการน ารูปทรงของต้นไม้ ภูเขา ท้องทุ่ง และท้องฟ้า หรือรูปทรงต่างๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติที่ ข้าพเจ้าประทับใจ เพื่อให้เกิดความรู้สึกใหม่ตามทัศนะส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง Abstract There are many techniques and methods in landscape painting. Whether it's color or black and white, acrylic, chalk, charcoal, grayscale, pencil, pen, etc., or even simple line drawings with the EE pencils. They want to reflect different perspectives, aspects of composition, story, emotion, and personal technique. This creative work "Three Trees" is a work that was created. From the impression of going out to write a landscape, Landscape in time, seasons and different perspectives. Which directly affects the feelings of the creator of the work To respond to personal emotions and feelings. This “Three Trees” creations were created using a combination of techniques (blending techniques) such as Collage, Saa, Charcoal, Grayon, EE pencil and Oil paints. Acrylic by taking the shapes of trees, mountains, fields and sky or various shapes. That is in nature that impresses me In order to create a new feeling according to my own personal perspective This “Three Trees” creations were created using a combination of techniques (blending techniques) such as Collage, Saa, Charcoal, Grayon, EE pencil and Oil paints. Acrylic
303 by taking the shapes of trees, mountains, fields and sky or various shapes. That is in nature that impresses me In order to create a new feeling according to my own personal perspective 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ในปัจจุบันการบุกรุกท าลายธรรมชาติเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยฝีมือของ มนุษย์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการด าเนินชีวิตของคนและสัตว์ สุนทรียภาพและความอุดมสมบูรณ์ขาดหายไปโดย สิ้นเชิง ต้นไม้น้อยใหญ่โดนตัดโค่นท าลายอย่างไม่ลดละเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน บุกรุกก่อสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นตามล าดับเช่นกัน ท าให้ระบบนิเวศน์และทัศนียภาพโดนท าลายไปโดยสิ้นเชิง ความอุดมสมบูรณ์ เมื่อครั้งอดีตหาดูยากเสียเต็มที น ามาซึ่งการความสมดุลในการด าเนินชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงพยายามสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการขาดซึ่งความสมดุลในธรรมชาติ ที่มีมนุษย์เป็นผู้สร้าง ผู้ท าลายที่มีผลโดยตรงต่อการด าเนินชีวิตของมนุษย์ 2.แนวความคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การตัดไม้ท าลายป่าเขาที่ขยายเพิ่มมากขึ้นเป็นวงกว้างย่อมส่งผลต่อการขาดซึ่งความสมดุลในการ ด าเนินชีวิตของคนและสัตว์ แนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมแบบสื่อผสม โดยการน าเอารูปทรงที่มีอยู่ในธรรมชาติ มาเพิ่มเติม ตัดทอน เพื่อสะท้อนถึงการท าลายธรรมชาติโดยฝีมือของมนุษย์ เพื่อให้เกิดความรู้สึกใหม่ตามทัศนะ ส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 1. ศึกษาและรวบรวมข้อมูล 2. ท าแบบร่าง 3. ขึ้นรองพื้นงานจริง 4. เก็บรายละเอียด 5. เคลือบรูปภาพเพื่อความคงทนและสวยงาม ภาพที่ 1 ภาพข้อมูล
304 ภาพที่ 2 ชื่อผลงาน ต้นไม้ 3 ต้น “Three trees” 4. การวิเคราะห์ผลงาน การสร้างสรรค์ผลงาน “ต้นไม้ 3 ต้น” ชิ้นนี้ได้น าเอารูปทรงของต้นไม้ ท้องฟ้า ภูเขา ก้อนหิน ทุ่งหญ้า ในพื้นที่ของแผ่นดินทางภาคใต้น ามาจัดวาง ตัดทอน และเพิ่มเติม โดยใช้สีสันที่เน้นหนักไปในโทนสีแบบ ขาว -ด า สร้างสรรค์ ด้วยเทคนิคผสมมีการปะติด และสร้างพื้นผิว เพื่อสะท้อนให้เกิดความรู้สึกใหม่ในชิ้นงาน 5. สรุป การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ เกิดขึ้นจากความประทับใจในรูปทรงของธรรมชาติที่ยังคงเหลืออยู่ น ามา จัดวางในองค์ประกอบใหม่มีการเพิ่มเติม และตัดทอนรูปทรงต่างๆ เพื่อความสมดุลขององค์ประกอบในชิ้นงาน เพื่อให้เกิดความรู้สึกใหม่ในแบบเฉพาะตนและให้ตระหนักถึงผลของการท าลายธรรมชาติที่ย่อมจะส่งผลต่อการ ด าเนินชีวิตของคนและสัตว์อย่างแน่นอน
305 ซุกซ่อนในป่าใหญ่ Hidden In the forest สิริรัตน์พฤกษากร, Sirirat Prueksakon ที่อยู่: วิทยาลัยช่างศิลปะนครศรีธรรมราช 200 หมู่ 2 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช Address: Nakhon Si Thammarat College of Fine Arts. 200 Moo. 2 Thonhong Promkhiri Nakhon Si Thammarat. E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ป่าคือหัวใจหลัก คือปอดของโลก ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่ผืนป่าในไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเหลือ เพียง 102.17 ล้านไร่ โดยภาคเหนือเหลือป่ามากที่สุด ในขณะที่ตัวเลขงบผู้พิทักษ์ป่า มีแค่ 61 บาทต่อ 625 ไร่ จากการลดลงของพื้นที่ป่าเป็นจ านวนมากในระยะเวลาที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ป่าไม้ และด้วยความชอบในการเดินป่า จึงตระหนักเห็นถึงความส าคัญของป่า เพราะนอกเหนือจากเป้าหมายที่ เราอยากไปให้ถึงเพื่อชมความงามแล้ว เป้าหมายของความงามของป่าก็ยังอยากให้คงอยู่ต่อไป ในระหว่าง ทางเดินป่าพบว่า ระหว่างทางนั้นยังมีรายละเอียดต่าง ๆ ของสรรพสิ่งที่ซ่อนอยู่ในป่า สิ่งเหล่านี้ต่างเป็น องค์ประกอบเล็กๆ ที่ท าให้ป่างดงาม และมีเสน่ห์จนน่าหลงใหล เมืองได้กลืนป่า แต่ป่าก็รอวันกลืนเมือง แม้จะมีการเกษตรขยายพื้นที่อย่างไม่รู้จบ อุตสาหกรรมที่โต เร็วอย่างน่าใจหาย หรือตึกสิ่งก่อสร้างที่ผุดขึ้นมามากมาย ทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นไปเพื่อตอบสนองความ สะดวกสบาย หรือความต้องการนั้น ไม่ได้หยุดความกระหายให้มนุษย์รู้จักพอ แต่เราก าลังห่างไกลธรรมชาติ ของใจ ธรรมชาติของโลก หลงลืมความง่ายดายต่อจิตวิญญาณ การได้กลับไปใกล้ชิดธรรมชาติอีกครั้ง ได้หายใจร่วมกันกับเหล่าต้นไม้ นั่งนอนอิงแอบบนผืนดิน ฟัง เสียงสิ่งมีชีวิตรอบๆ ตัวเจื้อยแจ้ว ได้ทอดสายตามองออกไปไกล ความงดงามที่ซ่อนเร้นในป่าใหญ่ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ทุกอย่างดูทรงคุณค่า ประกอบกันขึ้นมาให้ป่าได้งดงาม และท าให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง ได้ตระหนัก ถึงคุณค่าของสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือห่างไกลสายตา วันนี้ป่าอาจไม่ได้มอบความสะดวกสบายให้ ที่สุด แต่ป่าก าลังมอบความจริงใจที่มีค่าที่สุดให้โลก ค าส าคัญ: ป่ามีคุณค่า Abstract Forests are theheart and lungs of the world. Recently, only 102.17 million Rai (1 Rai = 1,600 Square Meter) left with the most forest remaining in the north. While forest protection budgets are only 61 baht per 625 Rai (1 Rai = 1,600 Square Meter), due to a significant decline in
306 forest areas over the past period of time it affect the integrity of the forest ecosystem and with my passion in hiking therefore I realize the importance of forest because apart from the goals that we want to reach to see the beauty and abundance of our nature I want to go into the top of the hill so I can see the beauty of the land. During our trek I found along the way the details of things that are hidden in the forest, these are the small elements that makes forest beautiful and charming. The city has occupied the forest but the forest waits for the day to occupy the city. Despite the endless agriculture expansion the industry is growing surprisingly fast and buildings emerge everywhere. Everything that is man-made it builds only for man’s comfort or they did it out because of greed, as the result we take the mankind soul away from the nature’s heart. Getting back to nature breathing fresh air, sat down on the ground, listen to the music of nature that surrounds me. Every living things in the forest are valuable that makes the forest beautiful so we can live in comfortable life again and realize the value of nature whether they are big or small far or near visible things or not visible are valuable, the forest may not offer the most comfortable to live in but the forest is giving us the most valuable sincerity in this world. Keywords: hidden in the forest 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ป่าคือ หัวใจหลัก คือปอดของโลก ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่ผืนป่าในไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเหลือ เพียง 102.17 ล้านไร่ โดยภาคเหนือเหลือป่ามากที่สุด ในขณะที่ตัวเลขงบผู้พิทักษ์ป่า มีแค่ 61 บาทต่อ 625 ไร่ จากการลดลงของพื้นที่ป่าเป็นจ านวนมากในระยะเวลาที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ป่าไม้และด้วยความชอบในการเดินป่า จึงตระหนักเห็นถึงความส าคัญของป่า เพราะนอกเหนือจากเป้าหมายที่ เราอยากไปให้ถึงเพื่อชมความงามแล้ว เป้าหมายของความงามของป่าก็ยังอยากให้คงอยู่ต่อไป ในระหว่าง ทางเดินป่าพบว่า ระหว่างทางนั้นยังมีรายละเอียดต่าง ๆ ของสรรพสิ่งที่ซ่อนอยู่ในป่า สิ่งเหล่านี้ต่างเป็น องค์ประกอบเล็ก ๆ ที่ท าให้ป่างดงาม และมีเสน่ห์จนน่าหลงใหล เมืองได้กลืนป่า แต่ป่าก็รอวันกลืนเมือง แม้จะมีการเกษตรขยายพื้นที่อย่างไม่รู้จบ อุตสาหกรรมที่โต เร็วอย่างน่าใจหาย หรือตึกสิ่งก่อสร้างที่ผุดขึ้นมามากมาย ทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นไปเพื่อตอบสนองความ สะดวกสบาย หรือความต้องการนั้น ไม่ได้หยุดความกระหายให้มนุษย์รู้จักพอ แต่เราก าลังห่างไกลธรรมชาติ ของใจ ธรรมชาติของโลก หลงลืมความง่ายดายต่อจิตวิญญาณ
307 การได้กลับไปใกล้ชิดธรรมชาติอีกครั้ง ได้หายใจร่วมกันกับเหล่าต้นไม้ นั่งนอนอิงแอบบนผืนดิน ฟัง เสียงสิ่งมีชีวิตรอบๆ ตัวเจื้อยแจ้ว ได้ทอดสายตามองออกไปไกล ความงดงามที่หลีกหนีในป่าใหญ่ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ทุกอย่างดูทรงคุณค่า ประกอบกันขึ้นมาให้ป่าได้งดงาม และท าให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง ได้ตระหนัก ถึงคุณค่าของสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือห่างไกลสายตา วันนี้ป่าอาจไม่ได้มอบความสะดวกสบายให้ ที่สุด แต่ป่าก าลังมอบความจริงใจที่มีค่าที่สุดให้โลก 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับภาพถ่าย Composition หรือองค์ประกอบภาพ เป็นเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับการถ่ายภาพ การจัดวางต าแหน่งหลัก ของภาพสามารถท าให้เกิดผลพวงทางความคิด ความรู้สึก ซึ่งหากวางในจุดที่เหมาะสมจะท าให้ภาพนั้นดูโดด เด่นสะดุดตา ซึ่งองค์ประกอบภาพที่ว่านี้มีหลายหลายรูปแบบให้ศึกษา 2.1.1 ทฤษฎีสามส่วน หากมีเส้นใดๆ ก็ตามที่เริ่มจากด้านหนึ่งยาวไปจนสุดอีกด้านหนึ่งของภาพ ให้พยายามจัดวาง เส้นดังกล่าวนั้นไว้บนเส้นแบ่ง ทฤษฎีสามส่วนโดยทั่วไปคนส่วนมากเวลายกกล้องขึ้นเพื่อถ่ายภาพ มักจะวางเส้น ตัดเหล่านี้ไว้ตรงกลาง ท าให้เกิดความรู้สึกเมื่อยามมองภาพว่าภาพนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน หรือเหมือนถูก พับให้มาบรรจบประกบพอดีกัน ไม่ได้เน้นส่วนใดให้ชัดเจน ท าให้ภาพขาดความน่าสนใจ ทฤษฎีที่ว่านี้จึงถูก คิดค้นขึ้นเพื่อเป็นแนวทางว่าเราควรจะวางเส้นตัดเหล่านั้นไว้ตรงส่วนไหน แล้วจึงจะท าให้ภาพดูสะดุดตา น่าสนใจ ตัวอย่างภาพที่ใช้ทฤษฎีสามส่วน 2.1.2 จุดตัดเก้าช่อง เมื่อผ่านทฤษฎีสามส่วนมาแล้ว ทีนี้เราจะมาลากเส้นอีก 2 เส้นเป็นแนวตั้งตัดผ่านเส้นแนว นอน ซึ่งจะท าให้แบ่งพื้นที่ภาพออกเป็น 9 ช่อง โดยมีจุดตัดของเส้นทั้งหมด 4 จุด ต าแหน่งเหล่านี้เหมาะสม ส าหรับการวางวัตถุหรือแบบเพื่อเน้นให้เป็นจุดเด่นจุดหลัก ไม่ใช่แต่เพียงวางอยู่ตรงกลางซึ่งจะท าให้ภาพดูน่า เบื่อ ซ้ าซาก อีกทั้งนอกเหนือจากต าแหน่งจุดตั้งทั้ง 4 แล้ว ยังมีพื้นที่เหลือไว้เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดเวลามองภาพ และยังช่วยบอกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับภาพได้อีกด้วย 2.2.3 เส้นน าสายตา เส้นน าสายตามีหลายลักษณะ ทั้งเส้นตรง โค้ง รูปตัวเอส เป็นการสร้างมิติและสามารถบอก ลักษณะโครงสร้างของภาพอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนที่น าสายตาไปยังจุดเด่นหรือจุดสนใจของภาพนั้นๆ และอาจ เชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ ในภาพได้ด้วย ข้อควรระวังเกี่ยวกับการน าเส้นสายตามาใช้ในการจัดองค์ประกอบ ภาพคืออย่าให้มีวัตถุหรือฉากหน้าที่เป็นส่วนเกินดึงสายตาไปจากจุดหลักของภาพ เพราะจะท าให้การมองภาพ สะดุดลงที่วัตถุนั้น ขาดเอกภาพ เส้นที่เราวางไว้เพื่อไปยังจุดหลักจะกลายเป็นองค์ประกอบรองไม่โดดเด่น 2.2.4 กรอบภาพ เป็นการน าวัสดุต่างๆ มาจัดวางให้ฉากหน้า หรือเป็นส่วนประกอบล้อมจุดเด่นเพื่อท าให้ภาพดู มีมิติ มีความลึก หรือท าให้สายตาพุ่งสู่จุดสนใจ หรือเพื่อลดพื้นที่ว่าง ท าให้ภาพกระชับขึ้น
308 2.2.5 ลวดลาย (Pattern) เป็นการน าเสนอลักษณะ รูปทรง หรือเส้นที่มีลักษณะคล้ายๆกัน วางเป็นกลุ่มเพื่อเป็นรูปแบบ ที่ซ้ าซ้อน 2.2 แนวคิดเกี่ยวกับงานถ่ายภาพเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการอนุรักษ์ การส่งเสริมวงการภาพถ่ายในประเทศไทย ท าให้เกิดความหลากหลายในรูปแบบของการถ่ายภาพ และสามารถสร้างกระแสการท่องเที่ยวแบบใหม่ โดยใช้การถ่ายรูปเป็นแรงจูงใจ ที่ส าคัญการอนุรักษ์ การฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า รวมถึงพื้นที่ป่าต้นน้ า เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแล ปกปัก รักษา ไม่ได้เป็นหน้าที่ของใคร หรือคนใดคนหนึ่ง ทุกคน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ต้องช่วยกันดูแล รักธรรมชาติให้ เท่ากับที่เรารักตัวเราเอง ดังนั้น กิจกรรมการถ่ายภาพและร่วมแชร์ เล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย จะช่วยให้คนหลาย ๆ คนหันมาตระหนักและมีจิตส านึกในการดูแล รักษาทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า ป่าต้นน้ าของเรา ให้คงความ ธรรมชาติและสวยงาม วรรณชนก สุวรรณกร พนักงานป่าไม้ช านาญงานและช่างภาพ กล่าวว่า แรงจูงใจในการถ่ายภาพน่าจะ เริ่มมาจากการที่ได้เห็นภาพถ่ายสัตว์ป่าและธรรมชาติสวยๆ ทั้งจากหนังสือของไทยและต่างประเทศรวมทั้งหนัง สารคดีสัตว์ป่าต่างๆ ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ท าให้เริ่มมีความฝันว่าอยากจะถ่ายภาพให้ได้อย่างที่เห็นในหนังสือบ้าง จน ในช่วงปี 2533 ผมได้ย้ายจากงานด้านการอนุรักษ์ต้นน ้ามาปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่เขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ในช่วงนั้นผมได้เริ่มหัดดูนกด้วย เลยท าให้เห็นความสวยงามของนกชนิดต่าง ๆ รวมทั้งสัตว์ป่าอื่นๆ ในธรรมชาติจนเกิดความประทับใจ เลยตัดสินใจซื้อกล้องถ่ายภาพตัวแรกหลังจากย้ายมา ท างานที่ป่าภูเขียวได้ 1 ปี และก็ได้เริ่มต้นหัดถ่ายภาพตั้งแต่ตอนนั้น จากแนวคิดเกี่ยวกับกับภาพถ่ายและการอนุรักษ์พบว่า ภาพถ่ายสามารถสร้างแรงบันดาลใจในเรื่อง ต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างมากมาย อีกทั้งยังได้เล่าเรื่องแทนค าพูดและท าให้ผู้คนสนใจมากขึ้น ปัจจุบันพบว่ามี หลากหลายองค์กร ได้เปิดประกวดภาพถ่ายเพื่อสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นการอนุรักษ์ในเรื่องต่างๆ มากขึ้น 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ผลงานชุด “ซุกซ่อนในป่าใหญ่” เป็นภาพถ่าย ในระหว่างวันที่ 24–25 ตุลาคม 2563 ณ เขาหลวง ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติน้ าตกห้วยยาง ต าบลห้วยยาง อ าเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาพ สร้างสรรค์งานชุดนี้ ได้เกิดขึ้นระหว่างทางเดินขึ้นลง และการนอนพักค้างแรม 1 คืน ณ ป่าเขาหลวงแห่งนี้ โดย ใช้กล้อง Nikon d5200 เลนส์ ด้วยเลนส์AF-P DX NIKKOR 18-55 มม.f/3.5-5.6G VR โหมด M (Manual)
309 ภาพที่ 1 พืชในวงศ์เฟิร์น หรือ เฟิน ชื่อวิทยาศาสตร์: Pteridophyta เป็นหนึ่งในกลุ่มของพืชที่มีราว ๆ 20,000 สปีชีส์ ภาพที่ 2 พืชในวงศ์ เทียน ชื่อวิทยาศาสตร์: Impatiens เป็นไม้ล้มลุก ภาพที่ 3 เป็นพืชอยู่ในวงศ์ บีโกเนีย (begonia) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Begonia spp.
310 ภาพที่ 4 ภาพที่ 5 การจัดวางงานโดยให้ภาพทั้งสี่ดูเป็นระเบียบ และมีความประสานกลมกลืนด้วยสีและโทนภาพ 4. การวิเคราะห์ผลงาน จากแนวคิดการสร้างภาพถ่ายเพื่องานอนุรักษ์ และปัจจุบันด้วยเทคโนโลยี การสื่อสารที่ง่ายดายในการ ส่งต่อข้อมูลสู่โลกภายนอก ท าให้เห็นถึงอิทธิพลของการถ่ายภาพเพื่อประโยชน์ เพื่อสร้างแรงจูงใจในเรื่องงาน อนุรักษ์มากขึ้น
311 ด้วยความชอบส่วนตัวทั้งเรื่องป่า ภาพถ่าย และตระหนักเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของป่าทั้งในเรื่องของ ระบบนิเวศ จ านวนผืนป่าที่ลดลง ความหลากหลายทางชีวภาพที่สูญหาย และผลกระทบที่ป่าได้รับจากน้ ามือ มนุษย์ จึงท าให้การถ่ายภาพเกิดเป็นผลงานสิ่งรอบตัวที่ซ่อนอยู่ระหว่างทางในป่าใหญ่ นอกเหนือไปจากยอดเขา ที่ต้องการพิชิตของนักเดินป่าหลายๆ คนแล้ว และเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสวยงาม ความหลากหลาย และ การเห็นความส าคัญสิ่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เป็นองค์ประกอบส าคัญของป่าที่ท าให้ป่ามีความงดงาม และหลากหลาย 5. สรุป งานภาพถ่ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนจะกลับมาเห็นความสวยงาม และความส าคัญของป่ามากขึ้น ตระหนักถึงความส าคัญของความหลากหลายในระบบนิเวศ และร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และท่องเที่ยว อย่างปลอดภัย ไม่ท าลายธรรมชาติ เอกสารอ้างอิง ปาณิดา ทองเหลือง (2563). เทคนิคการถ่ายภาพ (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ต.ค.63. จากเว็บไซต์ https://panidath58540219.wordpress.com/.
312 Enchainment 3 สุจิตตา บุญทรง, Sujitta Bunsong 61/678 หมู่ 5 หมู่บ้านพฤกษา 8 ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 73120, 61/678 Moo 5, Preuksa 8 Village, LaanTaakFa subdistrict, Nakhonchaisri district, Nakhonprathom province, 73120 Email: [email protected] บทคัดย่อ ผลงาน Enchainment 3 โดยมีนัยยะแสดงถึงการที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเวไนยสัตว์ถึงการก าเนิด เกิดขึ้นของทุกข์ พระองค์จ าแนกแบ่งกองส่วนของกายใจมนุษย์ ออกเป็นกองๆ ทั้งสิ้น 5 กองนั่นคือ ขันธ์ทั้ง 5 ประกอบด้วย ส่วนของ รูป 1 - คือ กาย ส่วนของ นาม 4 - ได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ มนุษย์ อาศัยขันธ์ทั้ง 5 นี้ในการด ารงชีวิต และก่อก าเนิดการกระท าต่างๆ หมุนเวียนเป็นกรรม ที่จะก่อให้เกิดวิบากของ ตนในอนาคต นอกเหนือจากนี้ สิ่งต่างๆในจักรวาลนี้ ล้วนเชื่อมโยงกับสิ่งอื่น ไม่มีอะไรสามารถเกิดขึ้นอย่างโดดโดด ล้วนแต่ต้องอาศัยพึ่งพิงกับสิ่งอื่นๆ ดังนั้นทุกการกระท าทั้งกายกรรม วจีกรรม ตลอดจนมโนกรรมที่เราท ามีผล กับผู้อื่น สิ่งอื่น และก่อเกี่ยวกอดรัดให้เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่สืบเนื่องกันไป ก าเนิด ด ารง เสื่อมสลายไป...และ ก าเนิดขึ้นใหม่โดยเปลี่ยนรูปนาม เหมือนการก้าวจากห้องห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งโดยทันทีเพียงแค่ก้าวผ่าน จากประตูบานหนึ่ง แต่กรรมที่เกิดจากการกระท าของเราและส่งผลกระทบต่อผู้อื่น จะเป็นเชื้อ เป็นปุ๋ยในการ เดินทางไปสู่ประตูบานถัดไป..ต่อไป ค าส าคัญ: ขันธ์5, กาย, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ Abstract Enchainment 3, with the implication that the Lord Buddha taught the rise of suffering He divided the human body and mind into 5 divisions, which are the The Five Aggregates, consisting of Part 1 – Body (Corporeality), The abstract part 4 - including Sensation, Perception, Mental Formations, Consciousness. And initiate actions Karma that will cause their own misfortunes in the future. Therefore, everything in this universe are connected with each other, nothing can happen alone. Are all dependent on other things, every action, including acrobatics, speech, as well as our thoughts, affect others, and cause caressing into a chain reaction that continues to create, sustain and decay. It's like going straight from room to room, just from
313 one door. But the karma that results from our actions and affects others will become fertilizers in our journey to the next door. Keywords: The Five Aggregates, Corporeality, Sensation, Perception, Mental Formations, Consciousness 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา “Our lives are not our own, from womb to tomb, we are bound to others, past and present. And by each crime and every kindness, we birth our future. (ชีวิตไม่ใช่ของเรา ตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เรามีความเกี่ยวข้องกับคนอื่น อดีตและปัจจุบัน และเราได้ ให้ก าเนิดอนาคตของแล้วจากทุกๆกรรมชั่วและกรรมดีของเรา (Cloud Atlas. David Mitchell ชีวิตของเรามิใช่ผลจากเหตุการณ์และการกระท าโดยบังเอิญ ช่วงชีวิตทั้งชีวิตเขียนบทไว้แล้วอย่างรอบคอบชาญ ฉลาดที่สุดเพื่อให้เราเพิ่มพูนการเรียนรู้และเกิดการวิวัฒน์พัฒนา เราเป็นผู้เลือกมาเกิดกับพ่อแม่ของเราเอง เพราะพ่อแม่คือดวงวิญญาณที่เรามีปฏิสัมพันธ์มา ก่อนหลายชาติหลายภพ เราเรียนรู้ผ่านการเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่นแตกพาน และผ่านการเป็นผู้ใหญ่ ขณะที่เรามีความเจริญวัยทางกาย เราก็เจริญทางจิตวิญญาณไปพร้อมกัน หลังจากที่ดวงวิญญาณเรา ละร่างไปแล้วในภาวะ “สังขารตาย” กระบวนการเรียนรู้ของเรากลับเติบโตต่อเนื่องเรื่อยไปใน ระนาบหรือภพภูมิที่สูงกว่าระนาบโลก ซึ่งในระนาบที่สูงกว่านี้เป็นภาวะที่ระดับจิตของเราจะสูงขึ้น มาก เราจะได้ทบทวนชาติภพที่เราเพิ่งจากมา เรียนรู้บทเรียนทั้งหมด และวางแผนชีวิตชาติต่อไป การเรียนรู้มิได้จบสนิท ณ วันที่สังขารตายแม้แต่น้อย (Brian L. Weiss M.D., p.39) ผลงาน Enchainment 3 ปรากฏเป็น Space ที่ประกอบไปด้วยต้นไม้ มีลักษณะแสดงในแนว สัญลักษณ์มากกว่าการแสดงถึงธรรมชาติของต้นไม้ในธรรมชาติแบบ Realistic โดยตั้งอยู่บน Infinite Space พื้นที่ที่ไม่ระบุว่าเป็นที่ใด ที่อาจอนุมานว่าเป็นพื้นดิน ที่ซึ่งปรากฏเป็นต้นไม้ จ านวน 5 ต้น ถักทอ เกาะเกี่ยว กอดรัดกันขึ้นไปแนบแน่น โดยมีนัยยะแสดงถึงการที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเวไนยสัตว์ ถึงการก าเนิดเกิดขึ้นของทุกข์ พระองค์จ าแนกแบ่งกองส่วนของกายใจมนุษย์ ออกเป็น กองๆ ทั้งสิ้น 5 กองนั่นคือ ขันธ์ทั้ง 5 ประกอบด้วย ส่วนของ รูป 1 - คือ กาย ส่วนของ นาม 4 - ได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ มนุษย์ อาศัยขันธ์ทั้ง 5 นี้ในการด ารงชีวิต และก่อก าเนิดการกระท าต่าง ๆ หมุนเวียนเป็นกรรม ที่จะ ก่อให้เกิดวิบากของตนในอนาคต ทุกการกระท าทั้งกายกรรม วจีกรรม ตลอดจนมโนกรรมที่เราท ามีผลกับผู้อื่น สิ่งอื่น และก่อเกี่ยวกอดรัดให้เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่สืบเนื่องกันไป ก าเนิด ด ารง เสื่อมสลายไป หากแต่ดวงจิตที่ ประกอบไปด้วยขันธ์ทั้ง 5 เหล่านี้ ซึ่งแม้เป็นตัวหมุนวนของทุกข์ แต่ที่เดียวกันนี้ ก็ยังเป็นที่ก าเนิดของการตรัสรู้ และสามารถหลุดพ้นไปจากความทุกข์นั่นเอง
314 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง บรรดาสิ่งทั้งหลายที่รู้จักเข้าใจกันอยู่โดยทั่วไปนั้น มีอยู่เป็นอยู่เป็นไปในรูปของส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มาประชุม กันเข้า ตัวตนแท้ๆ ของสิ่งทั้งหลายไม่มีเมื่อแยกส่วนต่าง ๆ ที่มาประกอบกันเข้านั้นออกไปให้หมด ก็ จะไม่พบตัวตนของสิ่งนั้นเหลืออยู่ ตัวอย่างง่ายๆ ที่ยกขึ้นอ้างกันบ่อย ๆ คือ “รถ” เมื่อน า ส่วนประกอบต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกันตามแบบที่ก าหนด ก็บัญญัติเรียกกันว่า “รถ” แต่ถ้าแยกส่วนประกอบทั้งหมดออกจากกันก็จะหาตัวตนของรถไม่ได้มีแต่ส่วนประกอบ ทั้งหลาย ซึ่งมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันจ าเพาะแต่ละอย่างอยู่แล้ว คือ ตัวตนของรถมิได้มีอยู่ต่างหากจาก ส่วนประกอบเหล่านั้น วิธีแบ่งแบบ ขันธ์ 5 (The Five Aggregates) พุทธธรรมแยกแยะชีวิตพร้อมทั้งองคาพยพ ทั้งหมดที่ บัญญัติเรียกว่า “สัตว์” “บุคคล” ฯลฯ ออกเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ 5 ประเภท หรือ 5 หมวด เรียกทางธรรมว่า เบญจขันธ์คือ 1. รูป (Corporeality) 2. เวทนา (Feeling หรือ Sensation) 3. สัญญา (Perception) 4. สังขาร (Mental Formations หรือ Volitional Activities) 5. วิญญาณ (Consciousness) ขันธ์ทั้ง 5 อาศัยซึ่งกันและกัน รูปขันธ์เป็นส่วนกาย นามขันธ์ทั้งสี่เป็นส่วนใจ มีทั้งกายและ ใจ จึงจะเป็น ชีวิต กายกับใจท าหน้าที่เป็นปกติและประสานสอดคล้องกัน ชีวิตจึงจะด ารงอยู่ได้ด้วยดี ตัวอย่าง เช่น กิจกรรม ของจิตใจ ต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับโลก ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยอาศัยอารมณ์คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสิ่งต้องกาย ผ่านเข้ามาทางตา หูจมูก ลิ้น และกาย อารมณ์ทั้งห้าก็ดีตา หูจมูก ลิ้น กายก็ดี ต่างก็เป็นรูปธรรมอยู่ในรูปขันธ์ คือ เป็นฝ่ายกาย โดยนัยนี้กระบวนธรรมตลอดสาย เริ่มแต่วิญญาณที่รับรู้เป็นต้นไป จึงล้วนสัมพันธ์กันเป็น เหตุปัจจัย ซับซ้อน ร่วมเสริมสร้างบุคลิกภาพและก าหนดชะตาชีวิตของแต่ละบุคคลให้เป็นไปต่าง ๆ และให้แตกต่างจากกัน และกัน ในกระบวนธรรมนี้สังขารนั่นแหละเป็นตัวปรุงแต่ง และสังขารนั้น ซึ่ง มีเจตนาเป็นตัวแทน ก็คือชื่อตัว หรือชื่อที่เรียกกันในครอบครัว ของค าว่ากรรม ดังนั้น กรรมซึ่งเป็น ชื่อประจ าต าแหน่งหรือชื่อที่ออกงานของ สังขาร จึงถูกกล่าวขวัญถึงอย่างเป็นผู้มีบทบาทอันส าคัญยิ่ง ว่า “กรรมย่อมจ าแนกสัตว์ทั้งหลายให้ต่าง ๆ ออกไป คือ ให้ทรามและให้ประณีต”“หมู่สัตว์เป็นไป เพราะกรรม” (ป.อ. ปยุตฺโต, 2555, น. 13-20)
315 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 3.1 การพัฒนาแบบร่าง ข้าพเจ้าสร้างสรรค์แบบร่างผลงาน แบบลายเส้นลงบนกระดาษ โดยมีมโนทัศน์องค์ประกอบและ ภาพรวมผลงานโดยภาพในใจ จากนั้น ใช้วิธีวาดเว้นเป็นเส้นร่างรอบนอก (Out Line) ที่ใช้การลื่นไหลและ ปรับแก้ตามแต่จิตใจบงการ จากนั้น คัดเส้น ลบร่องรอยดินสอที่ไม่ใช้ เป็นลายเส้นที่สมบูรณ์ที่มีรายละเอียด ต่อไป ภาพที่ 1 ภาพร่างลายเส้นผลงาน การลอกลายเส้นรอบนอก จนได้เส้นร่างรอบนอกผลงาน (Outline) ที่มา: ผู้เขียน 3.2 กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน กระบวนการสร้างสรรค์ มีดังนี้ ขยายแบบลายเส้น โดยการท าส าเนาขยายจากแบบร่างลายเส้น ขนาด 16 x 24 ซม. จากนั้นลอกแบบ ลายเส้นลงบนกระดาษสีน้ าด้วยโต๊ะไฟส าหรับลอกแบบ และลงสีน้ าโดยใช้การลงสีบาง ค่อยๆ ลงสีทับกันซ้อน หลายๆชั้น ภาพที่ 2 ภาพกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ที่มา: ผู้เขียน
316 ภาพที่ 3 ภาพกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ที่มา: ผู้เขียน
317 4. การวิเคราะห์ผลงาน การวางองค์ประกอบ Structure สัดส่วนการจัดวางองค์ประกอบผลงานเป็นการวางองค์ประกอบในด้านตั้ง สัดส่วน 1 ต่อ 1.5 (กว้าง 1 ส่วน สูง 1.5 ส่วน) โดยมีสัดส่วนการแบ่งโครงสร้างองค์ประกอบตามภาพ เป็นกลุ่มต้นไม้ที่เกาะเกี่ยวกัน ถักทอ เชื่อมโยงกันเป็นสายใย กลุ่มต้นไม้ที่อยู่ท่ามกลาง Infinite Space ที่มีพื้นหลังสีอ่อน แต่ก็มีการ Balance โดย การจัดวางรูปทรงต่าง ๆ ให้มีการเท่ากันแบบอสมมาตร โดยแสดงโครงสร้างของการจัดวางองค์ประกอบ ดังนี้ ภาพที่ 4 ภาพการวางองค์ประกอบ Structure ที่มา: ผู้เขียน น าหนัก Tone การใช้น้ าหนักในผลงาน ประกอบไปด้วยน้ าหนักที่มีการ Contrast ในระดับกลาง บางจุดน้อย บางจุดมาก หากแต่เพิ่มความผสานกลมกลืน ไม่ขัดตา จากการไล่ค่าน้ าหนัก Vibration ที่มีน้ าหนักค่อยๆ ไล่น้ าหนัก ในรูปทรงองค์ประกอบหลักแต่ละส่วน ภาพที่ 5 ภาพการใช้รูปทรง สี และน าหนัก ที่มา: ผู้เขียน
318 รูปทรง Form จากแนวความคิดในผลงาน ที่มีแนวความคิดเกี่ยวกับสรรพชีวิต ที่มีที่มาจากธรรมชาติ มีความเชื่อมโยง ประสานสัมพันธ์ เป็นเหตุและปัจจัยกระทบซึ่งกันและกัน ข้าพเจ้าเลือกใช้รูปทรง Organic Form ที่มาจากธรรมชาติ แม้จะน าเสนอในเชิงรูปสัญลักษณ์ นั่นคือ ต้นไม้ กิ่งไม้ หากแต่เป็นต้นไม้ที่มีแต่ล าต้น และกิ่งระยางค์ ทับซ้อน ถักทอ เกี่ยวพันกันเกินกว่าจะเป็นต้นไม้แบบเหมือนจริง สีColor โครงสีโดยรรม ใช้วรรณะสีอุ่นค่อนไปทางร้อน นั่นคือ เบจ แดงส้ม ชมพูม่วง ชมพูแดง ส้มปน เขียว โดยบางส่วนจะใช้สีที่อ่อนลง ที่มีความเป็น Tint เข้ามาผสมผสาน 5. สรุป การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้น เป็นเมือนการเผยด้านในของตัวศิลปินเองออกมาในบางแง่มุม ไม่ว่าจะ เป็นอารมณ์ ความรู้สึกที่มีต่อเรื่องต่างๆ ทัศนคติ ความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆของชีวิต ผลงานศิลปะ เป็นเสมือนบันทึกที่แสดงถึงตัวตนของศิลปินในบางแง่มุมในช่วงเวลานั้นๆ ของชีวิต ทุกสิ่งในจักรวาลเชื่อมโยงกับสิ่งอื่น ทุกการกระท าทั้งกายกรรม วจีกรรม ตลอดจนมโนกรรมที่เราท ามี ผลกับสิ่งอื่นและก่อก าเนิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่สืบเนื่องกันไป และในทางกลับกัน การกระท าเหล่านั้นกลับกลาย มาเป็นบ่วง เครื่องร้อยรัด ซึ่งท าให้เราไม่สามารถเป็นอิสระได้ แม้การเชื่อมต่อร้อยรัดเหล่านั้นจะมองไม่เห็นก็ ตาม ซึ่งเราจะเข้าใจมันในแง่ที่ว่า ทุกสิ่งคือเครื่องร้อยรัด เป็นภาระ เป็นความทุกข์และปรุงแต่งตอบโต้มัน หรือเข้าใจมันในแง่ที่ว่า ระมัดระวังในทุกการกระท าไม่สร้างเหตุปัจจัยใหม่ขึ้น ก็สุดแล้วแต่ปัญญาของตน เอกสารอ้างอิง พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ. ปยุตฺโต. (2555). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. (พิมพ์ครั้งที่ 32). กรุงเทพฯ: มปท. Brian L. Weiss M.D., Messages from the Masters ความหมายของการมีชีวิต, (พิมพ์ครั้งที่ 1) กรุงเทพฯ : 2562.
319 จิตรกรรมและภาพเคลื่อนไหวจากจินตนาการแห่งความทรงจ าที่สะท้อนสภาวะ ความสุข ความรัก ความห่วงใย และความผูกพัน PAINTING AND ANIMATION FROM IMAGINATION IN MEMORY THE REFLECTION OF HAPPINESS, LOVE, CONCERN, AND COMMITMENT IN ANIMATED, PAINTING สุทธาสินีย์ สุวุฒโฑ, Sutthasinee Suwuttho 1 ซอยชักพระ 20 ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170, 1Soi Chakphra 20 Talingchan, Bangkok 10170 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ งานสร้างสรรค์ชุดนี้เกิดจากการน าเอาภาพวาดของลูกชาย มาต่อเติมจินตนาการและเรื่องราวที่สะท้อน สภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพันของข้าพเจ้าที่มีต่อลูก และสร้างสรรค์เป็นผลงานจิตรกรรม และภาพเคลื่อนไหว มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานผ่านกระบวนการทางจิตรกรรม ประกอบกับการ สร้างสรรค์ภาพเคลื่อนไหวด้วยหนังสือกรีด (Flipbook) ที่สะท้อนสภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และความผูกพัน 2) ศึกษาค้นคว้า รูปแบบ เทคนิควิธีการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมและ ภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบการสร้างสรรค์หนังสือกรีด (Flipbook) 3) สามารถพัฒนาเป็นแนวทางน ามาสู่การ พัฒนาในการเรียนการสอนรายวิชาจิตรกรรม ผลงานชุดนี้มีแนวความคิดในการสร้างสรรค์ ที่จะน าเสนอการน าโครงสร้างเกิดจากการขีดเขียนของลูก ซึ่งเป็นเด็กวัย 4 ปี โดยข้าพเจ้าได้ใช้จินตนาการผ่านการแสดงออกของทัศนธาตุทางศิลปะ อาทิเส้น สีน้ าหนัก รูปทรง พื้นผิว ต่อเติมเรื่องราวลงไปในภาพ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่หลอมรวมจินตนาการร่วมกันของแม่ และลูก โดยสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะที่น าเสนอผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมรูปแบบ 2 มิติที่มีหนังสือกรีด (Flipbook) จัดวางประกอบผลงาน โดยใช้จินตนาการผ่านการแสดงออกทางวิธีการทางจิตรกรรมเทคนิคผสม และวิธีการที่ใช้การถ่ายภาพและโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิค มาสร้างสรรค์หนังสือภาพเคลื่อนไหวที่แสดง เรื่องราวสื่อถึงคุณค่าทางจิตใจ สะท้อนสภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพัน การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้นอกจากจะได้ผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์และแนวความคิดแล้ว ยังได้รับ ประโยชน์จากสิ่งที่ค้นพบเพื่อสื่อถึงความรู้สึกที่ต้องการแสดงออก ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาเข้าสู่การ สร้างสรรค์ผลงานด้วยวิธีการทางจิตรกรรมเทคนิคผสมที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ผลงานต่อไป ค าส าคัญ: จินตนาการแห่งความทรงจ า, สะท้อนสภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และความผูกพัน
320 Abstract This art work is recreated from the drawings of the artist’s son with inputs from the artist’s own imagination to portray the concepts of happiness, love, concern, and commitment to children in a creative work of painting and animation. It aims to: 1) combine painting and animation to create a flipbook that narrates stories of happiness, love, concern, and maternal commitment; 2) Study and research the styles, techniques, and creative methods of painting in combination with animations to create tapping books (Flipbook); and 3) Develop a basis for the enhancement of panting pedagogy. This creative work presents the process and structure of a drawing by a 4-year old child through the artist’s own perception of the drawing’s visual art elements such as line, color, weight, shape, and texture, which the artist used as basis to create stories in the form of images. Hence, this is a combination of the creative works of a mother (the artist) and her son. It combines painting techniques with 2D animation styles, photography techniques, and computer programs for editing graphics to create a Flipbook that conveys moral values and depicts concepts of happiness, love, concern, and commitment. This creative work aims to inspire other works related to the conveyance of several emotions or feelings. These inputs will provide insights on the use of painting in combination with other techniques, and also in combination with technology, in the production of creative works. Keywords: imagination, memory, reflection, state of happiness, love, care and bond. 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา จากชีวิตจริงของข้าพเจ้าที่มีลูกชายวัย 6 ขวบ ข้าพเจ้าเฝ้าดูแล และท ากิจกรรมร่วมกันกับเขา ได้เห็น พัฒนาการและพฤติกรรมที่เขากล้าคิด กล้าแสดงออก ตลอดจนความร่าเริง สดใส และการแสดงออกอย่างมี ความสุขในขณะที่เขาได้ท ากิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเล่นบอล การเล่นของเล่น การฟังเพลง การฟังนิทาน ไปการทัศนศึกษาในที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะการวาดภาพระบายสีเป็นกิจกรรมที่ได้ท าร่วมกันเป็นประจ า สิ่งที่ลูก ชายของข้าพเจ้าชอบวาดนั้น คือ ลูกบาสเกตบอล ลูกบอล ตัวการ์ตูนต่าง ๆ ในเรื่องสไปเดอร์แมน เรื่องเบนเทน ตลอดจนภาพสัตว์และต้นไม้ในธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งที่เขามีความสนใจและมีความประทับใจอย่าง มาก ข้าพเจ้ามองเห็นภาพวาดที่ลูกได้สร้างสรรค์ขึ้นมา ถึงแม้บางครั้งจะมองไม่ออกว่าเป็นภาพของอะไร แต่ ข้าพเจ้าชื่นชอบและสนใจในสิ่งที่เขาวาดออกมา จึงได้น าภาพของลูกมาจินตนาการต่อเติมเรื่องราวให้เกิดเป็น ผลงานทางศิลปะในรูปแบบกึ่งนามธรรม (Semi Abstract) การสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้จึงเป็นการน าเอา
321 ภาพวาดของลูกมาต่อเติมจินตนาการและเรื่องราวที่สะท้อนสภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพัน ซึ่งเปรียบเสมือนการหลอมรวมจินตนาการร่วมกันของข้าพเจ้าและลูกชาย ในทุก ๆ ภาพที่ได้สร้างสรรค์ล้วนมี ความหมายกับชีวิตข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะตาม แนวคิดข้างต้นนี้เพื่อต้องการสื่อถึงสภาวะความรัก ความผูกพันของข้าพเจ้าที่มีต่อลูก แม้วันเวลาจะผ่านมา ยาวนานแค่ไหนก็ตาม ความทรงจ าเหล่านี้ยังคงมีความหมาย สร้างสัมพันธ์ทางความรู้สึก และให้ความอบอุ่น เป็นพลังใจกับข้าพเจ้าตลอดไป 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้เป็นการน าเอาภาพวาดที่ได้ของลูกชายมาต่อเติมจินตนาการและเรื่องราว ซึ่งเป็นการสนับสนุนและต้องการการปลูกฝังให้ลูกได้แสดงออกผ่านภาพวาด โดยการวาดภาพในวัยเด็กนั้นมี ประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะสามารถเพิ่มทักษะการคิดและรู้สึก ให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้และค้นหาจาก ประสบการณ์จากพัฒนาการในด้านการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง ซึ่งจะมีผลให้เกิดการแสดงออกทาง จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เป็นการฝึกฝนให้เขามีพื้นฐานที่ดีที่จะน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันในภายหลังเมื่อเขาได้เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป ดังณัฐรดา สุขสุธรรมวงศ์ (2553: 10) กล่าวไว้ว่า ความจ าเป็นที่ต้องชวนลูกวาดรูปเป็นเครื่องมือส าหรับผู้ใหญ่ในการดูแลเด็ก เพราะท าให้ผู้ใหญ่ ทราบพัฒนาการ หรือปัญหาทางอารมณ์ของเด็กโดยสังเกตจากภาพวาด เป็นเครื่องมือในการสอนศีลธรรม จริยธรรมแก่ลูกทางอ้อม เป็นวิธีการหนึ่งในการแก้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น ซึ่งศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่เด็กท าได้ดี และน ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาได้ หันเหความสนใจของเด็กออกจากคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และเกมส์ต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดผลดีส าหรับ เด็กในการวาดรูป จะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของสมอง พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้เด็กมีความทรง จ าที่ยาวขึ้น และพัฒนาการสื่อสารความคิดออกมาเป็นรูปธรรม ความหมายและความส าคัญของ “จินตนาการ” มีผู้ให้ความส าคัญและนิยามความหมายของ จินตนาการไว้มากมาย เช่น จินตนาการ คือภาพที่ถูกสร้างขึ้นในจิตใจ จินตนาการเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นจากการ รับรู้ด้วยประสาทสัมผัส จินตนาการหล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์โลกจินตนาการเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของ มนุษย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ศิลปินผู้สร้างงานศิลปะ แทบทุกคนพากันกล่าวอ้างว่า ผลงานศิลปะที่ สร้างสรรค์ขึ้นนั้นมาจากจินตนาการส่วนตน (Imagination Studio. 2012: para. 1) การใช้จินตนาการวาดภาพต่อเติมเรื่องราวเข้าไปในภาพผลงานของลูกที่ได้นั้นเป็นการหลอมรวม จินตนาการร่วมกันของข้าพเจ้าและลูกชาย เพื่อต้องการสะท้อนสภาวะของความสุข ความรัก ความห่วงใย และ ผูกพันจากแม่คนหนึ่งถึงลูกโดยผ่านทัศนธาตุทางศิลปะ อาทิ เส้น สีน้ าหนัก รูปทรง พื้นผิว และการ เคลื่อนไหว แสดงรายละเอียดแทนความหมายถึงของสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว ที่แสดงออกถึงคุณค่าทางจิตใจผ่าน รูปแบบทางจิตรกรรมเทคนิคผสมประกอบกับหนังสือกรีด (Flipbook) ในการสร้างสรรค์เพื่อสะท้อนสภาวะ ความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพันจากแม่ถึงลูก
322 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้แสดงภาพจินตนาการที่เกิดจากการน าเอาภาพวาดของลูกมาต่อเติม จินตนาการและเรื่องราวเพื่อสะท้อนสภาวะความสุข ความรัก จากแม่ถึงลูก โดยใช้จินตนาการแทนความ หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว และแสดงรายละเอียดที่แสดงออกถึงคุณค่าทางจิตใจของข้าพเจ้า น าเสนอผ่าน ผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมรูปแบบ 2 มิติที่มีหนังสือกรีด (Flipbook) จัดวางประกอบผลงาน โดยมี รายละเอียดในกระบวนการและขั้นตอนในการสร้างสรรค์ผลงาน ดังนี้ 1. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากผลงานศิลปินจากหนังสือ ต ารา ทางอินเตอร์เน็ต และด าเนินการหาข้อมูล การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมรูปแบบ 2 มิติ และรูปแบบของหนังสือกรีด (Flipbook) 2. ด าเนินการสร้างสรรค์ภาพร่างผลงาน (Sketch) โดยน าภาพวาดของลูกชายที่ได้ร่างภาพด้วยดินสอ แล้วน ามาต่อเติมให้เกิดภาพตามจินตนาการที่แสดงเรื่องราวผ่านการสังเคราะห์วิเคราะห์คุณค่าทางด้าน อารมณ์ความรู้สึก และปรากฏการณ์ส่วนตัวของผู้สร้างสรรค์โดยใช้ทัศนธาตุทางศิลปะ อาทิ เส้น สีน้ าหนัก รูปทรง พื้นผิว และการเคลื่อนไหว แสดงรายละเอียดในผลงาน 3. สร้างสรรค์ผลงานจริงโดยขยายผลงานผ่านกระบวนการทางจิตรกรรมเทคนิคผสมในรูปแบบ 2 มิติ เป็นภาพวาดที่ได้จากการน าเอาภาพวาดของลูกมาต่อเติมจินตนาการและเรื่องราว โดยใช้จินตนาการผ่านทัศนธาตุ ทางศิลปะ อาทิเส้น สีน้ าหนัก รูปทรง พื้นผิว แทนความหมายทางความรู้สึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่การแสดงออกถึง คุณค่าทางจิตใจสะท้อนสภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพัน จากแม่ถึงลูกของข้าพเจ้าจ านวน 1 ภาพ 4. สร้างสรรค์ผลงานหนังสือกรีด (Flipbook) จ านวน 1 เล่ม เพื่อน าไปจัดวางแสดงประกอบผลงาน ทางจิตรกรรม ซึ่งหนังสือภาพเคลื่อนไหว (Flipbook) สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการถ่ายภาพนิ่งและการใช้ คอมพิวเตอร์กราฟฟิคมาสร้างสรรค์เป็นหนังสือภาพที่สร้างให้เกิดภาพเคลื่อนไหว สามารถแสดงเรื่องราวที่ สัมพันธ์กับผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสม และแสดงออกถึงคุณค่าทางจิตใจได้ 5. น าเสนอผลงานสร้างสรรค์ที่น าเสนอผ่านผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมรูปแบบ 2 มิติที่มี หนังสือกรีด (Flipbook) จัดวางประกอบผลงาน ภาพร่าง (Sketch) ภาพที่1 ผลงานภาพวาดของลูกชาย วัย 6 ปี เทคนิคดินสอด า ที่เขียนเล่นทิ้งไว้เป็นต้นแบบในการสร้างภาพร่างให้สมบูรณ์
323 ภาพที่2 ภาพร่างผลงาน (Sketch) ที่วาดโดยเพิ่มเติมจากโครงสร้างผลงานของลูกชายโดยผู้สร้างสรรค์ ใช้จินตนาการต่อเติมเรื่องราวจากภาพวาดด้วยเทคนิค ดินสอสี สีน้ า สีไม้ สีเมจิก ภาพที่3 แสดงการเปรียบเทียบการสร้างสรรค์ภาพร่างผลงาน (Sketch) ที่วาดโดยเพิ่มเติมจากโครงสร้างผลงานของลูก ชายโดยผู้สร้างสรรค์ใช้จินตนาการต่อเติมเรื่องราวจากภาพวาดด้วยเทคนิค ดินสอสีสีน้ า สีไม้สีเมจิก 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลงานชิ้นนี้ ชื่อภาพ “Love in my mind 2020” ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ผลงานจิตรกรรมเทคนิค ผสมรูปแบบ 2 มิติและหนังสือกรีด (Flipbook) จัดวางประกอบผลงาน ประเด็นสาระของผลงานชิ้นนี้เป็นการ สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมที่ได้ต่อเติมเรื่องราวจากการน าเอาภาพวาดของลูกมาต่อเติมจินตนาการและ เรื่องราวที่ผ่านการสังเคราะห์วิเคราะห์คุณค่าทางด้านอารมณ์ความรู้สึกผ่านวิถีชีวิตและปรากฏการณ์ส่วนตัว ของผู้สร้างสรรค์โดยใช้ทัศนธาตุทางศิลปะ อาทิเส้น สีน้ าหนัก รูปทรง พื้นผิว โดยมีผลงานหนังสือกรีด (Flipbook) ที่ใช้เทคนิคการถ่ายภาพนิ่งและการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิคมาสร้างสรรค์เป็นหนังสือภาพที่สร้างให้ เกิดภาพเคลื่อนไหวและสามารถแสดงเรื่องราวที่สัมพันธ์กับผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสม เพื่อแสดงออกถึง คุณค่าทางจิตใจที่สะท้อนสภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพัน
324 ภาพงานสร้างสรรค์ชื่อภาพ “Love in my mind 2020” ภาพที่4 ชื่อภาพ (Feeling Love and Apples” ผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมรูปแบบ 2 มิติขนาด 150 x 120 ซม. ที่มีหนังสือกรีด (Flipbook) จัดวางประกอบผลงาน ภาพที่5 ผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมรูปแบบ 2 มิติขนาด 150 x 120 ซม. ภาพที่6 แสดงรายละเอียดผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมโดยการใช้เทคนิคเดคูพาจสร้างโครงสร้างของผลงานขยาย ทีละส่วนและเก็บรายละเอียดด้วยการปาดป้ายสีน้ ามันระบายทับ ภาพที่7 หนังสือกรีด (Flipbook) ประกอบผลงานวางบนโครงสร้างที่ท าด้วยเทคนิคการปั้นดินญี่ปุ่น
325 ภาพที่8 แสดงภาพรายละเอียดหนังสือกรีด (Flipbook) ประกอบผลงาน 5. สรุป การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นนี้เกิดจากการน าเอาภาพวาดของลูกมาต่อเติมจินตนาการและเรื่องราว ที่สะท้อนสภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพันของข้าพเจ้าที่มีต่อลูก โดยผลงานได้น าเสนอผลงาน จิตรกรรมเทคนิคผสมรูปแบบ 2 มิติที่มีหนังสือกรีด (Flipbook) จัดวางประกอบผลงาน ข้าพเจ้าสร้างสรรค์ ผลงานจิตรกรรมเทคนิคผสมที่ใช้จินตนาการผ่านการแสดงออกซึ่งรายละเอียดที่สื่อผ่านทัศนธาตุทางศิลปะ อาทิเส้น สีน้ าหนัก รูปทรง พื้นผิว มาจินตนาการต่อเติมในภาพวาดลูกที่ท าให้เกิดรูปร่าง รูปทรงที่ไม่เหมือนจริง ประกอบกับการใช้สื่อเทคโนโลยีการถ่ายภาพและโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิค สร้างสรรค์หนังสือ ภาพเคลื่อนไหว (Flipbook) ที่แสดงเรื่องราวที่แสดงรายละเอียดและแสดงออกถึงคุณค่าทางจิตใจ เพื่อสะท้อน สภาวะความสุข ความรัก ความห่วงใย และผูกพัน ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าใช้เป็นกิจกรรมสร้างสัมพันธ์และเป็นสื่อแทนความ ห่วงใยที่มีต่อลูก ซึ่งพบว่าได้สามารถสะท้อนความรู้สึกที่ข้าพเจ้าอยากสื่อสารกับลูกได้อย่างใกล้ชิด การน าเสนอ ผลงานที่มีหนังสือกรีด (Flipbook) จัดวางประกอบผลงานจิตรกรรมด้วยนั้น เพื่อที่ต้องการขยายความรู้สึกที่ ต้องการแสดงออกต่อจากผลงานจิตรกรรมที่แสดงอยู่ให้สื่อทางความรู้สึกได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ได้จาก ผลงานสามารถตอบวัตถุประสงค์และแนวความคิดในการสร้างสรรค์ เอกสารอ้างอิง ณัฐรดา สุขสุธรรมวงศ์. (2553). ชวนลูกวาดรูป. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์สิปประภา Imagination Studio.(2555). ความหมายและหลักการของจินตนาการ. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม, 2563,จาก https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=216718025130188&id=1985036 10284963&substory_index=0.
326 “Semi Ocean” สุธินี ข ำรักษ์, Sutinee Khamrak วิทยำลัยช่ำงศิลป สถำบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม วิทยำลัยช่ำงศิลป เลขที่ 60 ถนนหลวงพรต แขวงลำดกระบัง เขตลำดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 Collage of Fine Arts, adress 60 Luangprod Road Ladkrabang Disrtict Bangkok 10520 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกผ่านผลงานทัศนศิลป์แสดงออกผ่านภาพจากความประทับใจโลกใต้ทะเล ที่มีปะการังที่มีรูปร่างรูปทรงแปลกตา และสีสันที่เกิดขึ้นของปะการังเป็นสีสันที่ใกล้เคียงกับสีทางศิลปะ การน า ความประทับใจที่ผ่านการรับรู้จากประสบการณ์ตรงมาถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่มีความเป็นกึ่งนามธรรมเพิ่ม จิตนาการด้วยสีที่มีความฉูดฉาดเกินธรรมชาติและเพิ่มเติมด้วยการเขียนเส้นสีด าสะท้อนตัวตนของผู้สร้างที่ ต้องการเน้นอารมณ์ความรู้สึกให้ชัดเจนและมีความหมายลงในงานชิ้นนี้เส้นสีด าที่มีความเข้ม คม ชัด ขนาดที่ หนาบางไม่เท่ากันสร้างขึ้นในลักษณะของการสื่ออารมณ์ความเคลื่อนไหวของโลกใต้ทะเลและความรู้สึกที่ ผู้สร้างมีความประทับใจ น ามาประกอบกับสีที่วาดเป็นปะการังเพิ่มเติมสีสันเกินจริงแต่ให้ความรู้สึกถึงความ ประทับใจได้เป็นอย่างดี จากนั้นน าผลงานมาวิเคราะห์ผ่านกระบวนการทางจิตวิทยาอธิบายเกี่ยวกับลายเส้นที่ ปรากฏบนชิ้นงาน ค่าสีที่แตกต่างที่ปรากฏขึ้นทั้งหมด ว่าบ่งบอกสิ่งที่เกิดขึ้นจากความประทับใจได้อย่างไร ค ำส ำคัญ: เส้น, สี, กึ่งนามธรรม Abstract Reflection of emotions and feelings through visual arts is expressed from the impression of exotic corals with several of shapes and colors underwater world. The colors of these corals are close to the colors of art. Bringing the impression that was perceived by fist-hand experience conveyed a semi-abstract emotion, enhancing imagination with hypernatural colors and added black lines which reflecting the identity of the creator who wanted to emphasize the emotions, feelings and meaning clearly in this work. The black sharp intensity and uneven thickness lines were created to express the movement of the underwater world and the creator feelings. The colors painted on corals seem exaggerated but give a strong impression as well. The work was then analyzed through a psychological process to describe the lines and color values that appear on the work about how it impressed. Keywords: Line, Colour, Semi Abstract
327 1. ควำมส ำคัญหรือควำมเป็นมำของปัญหำ ความงดงามตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่มนุษย์มิอาจสร้างขึ้นได้แต่สามารถเก็บความทรงจ าและความ ประทับใจในรูปแบบของการถ่ายภาพหรือภาพวาด แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนไปสภาพเดิม ของธรรมชาติก็เปลี่ยนตามแต่ภาพถ่ายหรือภาพวาดยังคงทนและไม่บุบสลายหรือเสื่อมไปตามการเปลี่ยนแปลง ของเวลา แต่การบันทึกความประทับใจด้วยการสื่อความด้วยการวาดภาพโดยตรงในทางศิลปะนั้นดูเป็นความ ธรรมดาผู้สร้างงานจึงมีการแต่งเติมความเป็นสีสันที่เกินจริงเพื่อให้ความประทับใจนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น อาจจะด้วยการบิดเบือนรูปร่างรูปทรงหรือตัดทอนให้เป็นกึ่งนามธรรมแล้วเสริมเพิ่มเติมด้วยลักษณะของผู้วาด เช่น ลายเส้น สีที่มีลักษณะพิเศษ พื้นผิว หรือวัสดุตามแต่จินตนาการแต่ยังคงความประทับใจในสิ่งที่เป็น ประสบการณ์อยู่คงเดิม จากเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ในรูปแบบ 2 มิติ เพื่อ แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจที่ต้องการแสดงออกถึงความประทับใจและเสริม จินตนาการด้วยสี เส้น ลักษณะรูปร่างรูปทรงลงในชิ้นงาน 2. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับสี 1.1 สีกับการรับรู้ ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์ (2561: 88-90) กล่าวว่า การรับรู้สีมีความแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของ แต่ละบุคคล เริ่มตั้งแต่การมีพัฒนาการทางปัญญาในวัยเด็กที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงของระบบประสาท การ สร้างมโนทัศน์เพื่อเป็นฐานความรู้ของบุคคล การมีความไวทางสุนทรียะ การมีประสบการณ์ตรงกับวัฒนธรรม ในสังคม รวมถึงการรู้จักอัตลักษณ์ของตนเองเพื่อน ามาพัฒนารสนิยมการใช้สีของตนเอง เพื่อสร้างสรรค์งาน ศิลปะและงานออกแบบให้มีความสวยงามและมีประสิทธิภาพ โดยการรับรู้สีน ามาจ าแนกล าดับได้ 6 ขั้น 1. การรู้โดยถูกกระตุ้น (Biological Reaction to a Color Stimulus) เป็นการรับรู้สีที่เกิด จากปฏิกิริยาชีวภาพที่เกิดขึ้นกับเซลล์ประสาทที่ถูกกระตุ้นโดยพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงสเปคตรัม ท า ให้บุคคลเห็นสี แต่บุคคลที่มีความบกพร่องทางสายตา ตาบอดสี และได้รับอิทธิพลจากยา ย่อมมีข้อจ ากัดในการ รับรู้ขั้นนี้ 2. การรู้จากจิตไร้ส านึก (Collective Unconscious) เป็นการที่บุคคลน าประสบการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับสีที่เกี่ยวข้องกับจิตใต้ส านึกที่ได้รับมาตั้งแต่วัยเด็กมาสื่อความรู้สึกสี เช่น สีแดง ให้ความรู้สึกมีพลัง ร้อยแรง เกรี้ยวกราด สีด า ให้ความรู้สึกหดหู่ ลึกลับ หวาดกลัว เงียบ เป็นต้น 3. การรู้สัญลักษณ์นิยม (Conscious Symbolism-Association) เป็นการรับรู้สีในระดับ จิตส านึก โดยบุคคลมีการรับรู้สีไปเชื่อมโยงกับความหมายสัญลักษณ์ที่อาจเป็นวัตถุรูปธรรมหรือสิ่งนามธรรม ช่วยให้บุคคลสามารถสื่อสารกับผู้อื่นที่ใช้สัญลักษณ์ร่วมกันได้ เช่น ความหมายของสีแดงขาวน้ าเงินหมายถึงธง ไตรรงค์ เป็นต้น
328 4. การรู้วัฒนธรรมและแบบแผน (Culture & Mannerisms) เป็นการรับรู้สีที่มีความเชื่อมโยง กับความเชื่อมกับประเพณีและวัฒนธรรม ท าให้บุคคลเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วนการปฏิบัติตามแบบแผน ข้อตกลงได้อย่างถูกต้องไม่แปลกแยก เช่น เครื่องแต่งกายในพิธีฌาปนกิจศพใช้สีด าหรือสีขาว เป็นต้น 5. การรู้ความนิยม (Trends and Fashion) เป็นการรับรู้สีที่บุคคลเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง ไปตามกระแสนิยมและเหตุการณ์ในสังคมและวงการเพื่อสร้างการยอมรับ ซึ่งบุคคลมีการติดตาม มีความสนใจ และไวต่อการเปลี่ยนแปลงของความนิยม เช่น สีสันของแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตาม สมัยและฤดูกาล เป็นต้น 6. ความสัมพันธ์กับอัตลักษณ์ (Personal Relationship) เป็นการรับรู้สีเพื่อน าไปสร้างสรรค์ ผลงานศิลปะที่แสดงอัตลักษณ์บุคคล โดยอาศัยประสบการณ์ศิลปะและการมีประสาทรับรู้สีที่ไวและเห็นสีได้ อย่างหลากหลาย มีความสัมพันธ์ระหว่างสีที่น ามาแปล และสื่อความหมายโดยรวมได้อย่างเหมาะสม จากสีกับการรับรู้ในข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า การรับรู้สีมีการจ าแนกล าดับได้ 6 ขั้น ประกอบด้วย การรู้โดยถูกกระตุ้น การรู้จากจิตไร้ส านึก การรู้สัญลักษณ์นิยม การรู้วัฒนธรรมและแบบแผน การรู้ความนิยม และความสัมพันธ์กับสัญลักษณ์ 1.2 สีกับความรู้สึก นักวิชาการได้กล่าวถึงสีกับความรู้สึกไว้ดังนี้ สมชาย พรหมสุวรรณ (2548: 57-62) กล่าวว่า สีก่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆ ดังนี้ 1. สีแดง เป็นสีที่สามารถดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี สีแดงเป็นสีแห่งความกล้าหาญ ฮึก เหิม ตื่นเต้น รุนแรง อันตราย มีอ านาจ มีความแข็งแกร่ง มีพลัง ว่องไว ร้อนแรง โดดเด่น ร่าเริง 2. สีเหลือง เป็นสีที่เป็นได้ทั้งสีร้อนและสีเย็น สีเหลืองเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสดใส สว่างไสว ร่า เริง เฉลียวฉลาด อบอุ่น ความสมบูรณ์ สนุกสนาน มีชีวิตชีวา มีความกระฉับกระเฉง เคลื่อนไหวว่องไว 3. สีน้ าเงิน เป็นสีให้ความรู้สึกเวิ้งว้าง กว้างขวาง มั่นคง โดดเดี่ยว น่าเศร้า น่ากลัว ความกล้า หาญ ความมีสุขภาพดี ความมีการศึกษา ความจริงใจ 4. สีเขียว เป็นสีแห่งสันติสุข ความเจริญเติบโต มีชีวิตชีวา มีพลัง มีความสุข ความซื่อสัตย์ ความร่มเย็น โดยทั่วไปสีเขียวให้ความรู้สึกถึงความหวัง ฤดูใบไม้ผลิ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ให้ความรู้สึกถึงต้นไม้ ภูเขา ใบหญ้า และการพักผ่อนสายตา 5. สีม่วง เป็นสีให้ความรู้สึกโอ่อ่า ร่ ารวย ความประทับใจ ความจงรักภักดี ความสงบ ความ ภาคภูมิ ถ้าใช้สีม่วงมากและผสมด้วยสีขาวจะให้ความรู้สึกเศร้า เหงา ผิดหวัง เวิ้งว้าง น่ากลัว หายนะ เร้นลับ มี เสน่ห์ มีอ านาจ 6. สีส้ม เป็นสีที่ท าให้รู้สึกร้อน มีพลัง สนุกสนาน ร่าเริง เคลื่อนไหว กระฉับกระเฉง อบอุ่น อันตราย เริงร่า กระวนกระวาย และความมีเกียรติยศ 7. สีฟ้า เป็นสีที่ให้ความรู้สึกกว้างไกล มีความฉลาด ความสิ้นหวัง ความอาลัย ความ กระชุ่มกระชวย บรรเทาความเศร้า สร้างความเบิกบาน สงบ เรียบร้อย
329 8. สีด า เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเศร้า ความตาย ความกลัว ความลึกลับ ความโหดร้าย ความ อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว หนักแน่น ว่างเปล่า มีพลัง อันตราย 9. สีขาว เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสะอาด ร่าเริง สดใส ใหม่ บริสุทธิ์ ไร้เรียงสา ความจงรักภักดี ปลอดภัย ว้าเหว่ ความดีงาม พรหมจรรย์ และการยอมแพ้ 2. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับเส้นกับความรู้สึก นักวิชาการได้กล่าวถึงเส้นกับความรู้สึกไว้ดังนี้ ธวัชชานนท์ ตาไธสง (2546: 27-29) กล่าวว่า เส้นเป็นทัศนธาตุเบื้องต้นที่ส าคัญที่สุด เป็นแกนของ ทัศนศิลป์ทุกแขนง เส้นเป็นพื้นฐานของโครงสร้างของทุกสิ่งในจักรวาล เส้นแสดงความรู้สึกได้ด้วยตัวของมันเอง และด้วยการสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ ขึ้น ซึ่งเส้นแต่ละเส้นมีความหมายดังนี้ 1. เส้นตรง ให้ความรู้สึกแข็งแรงมั่นคง แน่นอน ตรง เข้ม ไม่ประนีประนอม 2. เส้นตั้ง ให้ความรู้สึกมีความสมดุล มั่นคง แข็งแรง พุ่งขึ้น จริงจัง สง่างาม น่าศรัทธา มี ความทะเยอทะยายและรุ่งเรือง 3. เส้นนอน ให้ความรู้สึกไม่เคลื่อนไหว มีความเงียบสงบ พักผ่อน และผ่อนคลาย 4. เส้นเฉียงหรือทแยง ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว ไม่มั่นคง ไม่สมบูรณ์ และน่าตื่นเต้น 5. เส้นโค้ง ให้ความรู้สึกในการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ต่อเนื่อง ไม่มีที่สิ้นสุด นุ่มนวล อ่อนช้อย เฉื่อยชา และไร้จุดหมาย 6. เส้นหยักหรือเส้นฟันปลา เป็นเส้นที่เปลี่ยนแปลงทิศทางหักเหอย่างกระทันหัน รวดเร็ว ให้ ความรู้สึกเคลื่อนไหว รุนแรง ไม่แน่นอน และขัดแย้ง 7. เส้นคลื่น ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวช้าๆ สุภาพอ่อนโยน สบาย นุ่มนวล 8. เส้นที่โค้งลง ให้ความรู้สึกเศร้าสลด ความทุกข์ และหมดก าลังใจ 9. เส้นที่กระจายขึ้นด้านบน ให้ความรู้สึกเจริญเติบโต อุดมคติการเกิดขึ้นภายใน และการ เปิดเผย 10. เส้นที่เหมือนน้ าตก ให้ความรู้สึกเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง และการตกลงมาอย่างมีจังหวะ 11. เส้นที่กระจายออกโดยรอบ ให้ความรู้สึกถึงการระเบิด การให้ออกจากศูนย์กลาง และการ ไหลปะทุพ่นออกมาอย่างมากในทันทีทันใด 12. เส้นเฉียงที่ขัดแย้งกัน ให้ความรู้สึกขัดแย้ง สงคราม การต่อสู้ เกลียดชัง สับสน และ ยุ่งยาก 3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับศิลปะกึ่งนามธรรม เป็นศิลปะที่เริ่มบิดเบือนไปจากศิลปะแบบเหมือนจริง ด้วยการตัดทอนรูปทรงของจริงให้อยู่ในรูปแบบ เรียบง่าย แต่ยังมีเค้าโครงที่เหมือนจริงหลงเหลืออยู่ให้รู้ว่าเป็นรูปอะไร การสร้างศิลปะกึ่งนามธรรมนี้จะต้องมี จินตนาการในการสร้างสรรค์งานเพื่อให้ผลงานมีรูปแบบที่แลดูแปลก น่าสนใจ รวมทั้งให้อารมณ์และความรู้สึก
330 ไม่จ าเจทั้งเนื้อเรื่องและรูปแบบจะไม่ชัดเจนเหมือนศิลปะแบบเหมือนจริง ดังนั้นผู้ชมงานศิลปะประเภทนี้ จ าเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะงานแบบกึ่งนามธรรมด้วยคุณค่าของงานจะเน้นโครงสร้าง องค์ประกอบสีที่แปลกน่าสนใจ ตื่นเต้น และแนวความคิดหลายด้าน หลายทางที่ผู้ชมต้องจินตนาการด้วย 3. กระบวนกำรสร้ำงสรรค์ ภำพที่ 1 กระบวนกำรสร้ำงสรรค์ ที่มำ: ผู้สร้างสรรค์ 1. ร่างภาพเป็นเส้นโครงสร้างรูปร่างรูปทรงปะการังด้วยดินสอ 2. ลงสีพื้นด้วยสีน้ าเงินและฟ้าเข้มและวาดเส้นด้วยสีฟ้าอ่อนเพื่อเป็นเงาในภาพชั้นแรก 3. ลงสีชั้นที่ 2 ด้วยสีฉูดฉาดเกินความเป็นจริงทางธรรมชาติด้วยสีเหลือง เขียว ฟ้า น้ าเงิน ชมพู ส้ม 4. สุดท้ายตัดเส้น คม ชัดด้วยหมึกปากกาด า 5. เก็บรายละเอียดเส้นและองค์ประกอบภาพอื่นๆให้สมบูรณ์
331 4. กำรวิเครำะห์ผลงำน ภำพที่ 2 กำรวิเครำะห์ผลงำน ที่มำ: ผู้สร้างสรรค์ เส้นโค้งให้ความรู้สึกในการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง สุภาพ ยื่นหยุ่น แต่สามารถ เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีที่สิ้นสุดต่อเนื่องต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งคาดการณ์ไม่ได้และวัดได้ยากต่างจากเส้นตรง สีเหลืองเป็น สีที่เป็นได้ทั้งสีร้อนและสีเย็น สีเหลืองเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสดใส ร่าเริง อบอุ่น สนุกสนาน มีชีวิตชีวา สีเขียวเป็น สีแห่งสันติสุข มีพลัง มีความสุข ความซื่อสัตย์ โดยทั่วไปสีเขียวให้ความรู้สึกถึงความหวัง สีส้มเป็นสีที่สามารถ ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกรุนแรง และอันตราย สีชมพูที่ใช้ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล น่ารัก ปิดทับด้วยเส้นตรงสีด าที่ให้ความรู้สึกปิดกั้น ลึกลับ พื้นหลังเป็นสีฟ้าเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสิ้นหวัง ความ อาลัยแล้วลงสีน้ าเงินที่ให้ความรู้สึกเวิ้งว้าง โดดเดี่ยว น่าเศร้า
332 5. สรุป การถ่ายทอดชิ้นงานทัศนศิลป์ตามความจริงต้องอาศัยต้นแบบหรือแรงบันดาลใจจากสิ่งที่มีชีวิตและไม่ มีชีวิตซึ่งปรากฏอยู่ตามธรรมชาติตามความประทับใจของผู้สร้างคือรูปร่างรูปทรงปะการัง ส่วนการลดทอน รูปร่างรูปทรงตามธรรมชาติ ผู้สร้างงานเห็นว่าไม่มีความจ าเป็นที่จะต้องสร้างเลียนแบบให้คล้ายจริงตามที่เห็น ในธรรมชาติเพราะมนุษย์มีเสรีภาพมีจินตนาการที่จะเลือกแสดงออกสุดท้ายการถ่ายทอดตามความรู้สึกเพื่อ สร้างผลงานที่มีต่ออารมณ์และการรับรู้ด้วยรูปแบบใหม่ในเชิงอุดมคติที่ไม่ปรากฏรูปแบบที่มีมาก่อนใน ธรรมชาติโดยใช้สีสันที่ฉูดฉาดและลายเส้นที่คิดว่าเหมาะสมในการถ่ายทอด เอกสำรอ้ำงอิง ธวัชชานนท์ ตาไธสง. (2546). หลักกำรศิลปะ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: วาดศิลป์. สมชาย พรหมสุวรรณ. (2548). หลักกำรทัศนศิลป์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดลวีร์ คงกัน. (2553). กำรศึกษำเพื่อกำรสร้ำงสรรค์งำนจิตรกรรมด้วยเทคนิคดิแคลโคเมเนียในเนื้อหำ เกี่ยวกับธรรมชำติ ลักษณะกึ่งนำมธรรม. ปริญญานิพนธ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์. (2561). จิตวิทยำศิลปะ: สุนทรียศำสตร์เชิงประจักษ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
333 ตราสัญลักษณ์ KMUTNB KMUTNB LOGO สุรสิทธิ์ แสงสุริยะ, Surasit Sangsuriya คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ Faculty of Architecture and Design King Mongkut's University of Technology North Bangkok E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างสรรค์ตราสัญลักษณ์ค าย่อ KMUTNB ซึ่งเป็นค าย่อของ KING MONGKUT'S UNIVERSITY OF TECHNOLOGY NORTH BANGKOK ให้มีรูปแบบที่ สามารถน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์ กิจกรรม หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ที่เป็นงานของทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีรูปแบบที่เป็นสากลตามนโยบายของผู้บริหาร มหาวิทยาลัย ซึ่งมีความต้องการให้ตราสัญลักษณ์ KMUTNB เป็นรูปแบบที่ทุกหน่วยงานของทางมหาวิทยาลัย สามารถน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสม แนวคิดในการออกแบบได้น าภาพจ าของค าย่อดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ โดยใช้รูปทรง ของตัวอักษร (Lettering Form) สร้างจุดเด่นเพื่อดึงดูดสายตาในการมองตราสัญลักษณ์การออกแบบที่แฝงนัย ยะส าคัญขององค์กรซ่อนอยู่ในตราสัญลักษณ์คือเลข 4 สื่อถึงองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นชื่อที่ได้พระราชทานของทางมหาวิทยาลัย ตราสัญลักษณ์ KMUTNB ที่ได้ถูกสร้างขึ้นยังสะท้อน ถึงเอกลักษณ์ของทางมหาวิทยาลัย ที่เป็นมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงเป็นมหาวิทยาลัย ที่ค านึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Green University) ตามพันธกิจของทางมหาวิทยาลัย ค าส าคัญ: มจพ., KMUTNB Logo, เอกลักษณ์, อัตลักษณ์ Abstract Emblem logo design intended to create a KMUTNB logo, which is an acronym for King Mongkut's University of Technology North Bangkok. There is a format that can be used appropriately in any situation, activity or commercial use, which is a performance of King Mongkut's University of Technology North Bangkok. There is a Universal format according to the policy of the university administrators, which requires the KMUTNB logo. It is a format that all departments of the University can use appropriately. The design concept uses the mnemonics of the abbreviations as a guideline in the design. Therefore, using the shape of the letter (Lettering Form) create a distinctive point to catch the eye onto the emblem. The logo design concept is a hidden significance of the
334 organization hidden in the emblem is number 4, representing King Mongkut, Rama IV. The name that has been bestowed upon which is a university of science and technology. Including being a University that takes into account the environment and sustainability (Green University). According to the mission of the University. Keywords: KMUTNB, KMUTNB Logo, Identity, Uniqueness 1. ความส าคัญของปัญหา ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (มจพ.) เป็นพระมหาพิชัยมงกุฎ อันเป็นตราพระบรมราชลัญจกรประจ าพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็น ตราสัญลักษณ์ประจ ามหาวิทยาลัย ในวาระต่อจากการพระราชทานพระปรมาภิไธยในพระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นชื่อของมหาวิทยาลัย อันเป็นสถาบันการศึกษาที่เจริญรอยตามเบื้องพระยุคล บาทในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นสิริมงคลและสอดคล้องกับปรัชญา การศึกษาของสถาบันที่เน้นทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งพระองค์ท่านทรงพระปรีชาสามารถ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนได้รับสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” จึงเป็น เกียรติประวัติที่เป็นสิริมงคลอันสูงส่งและยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนคร เหนือ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระปรมาภิไธยและพระบรมราชลัญจกรในพระมหากษัตริย์ เป็นชื่อและตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับพระมหา กรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ในปัจจุบันกิจการการด าเนินงานของทางมหาวิทยาลัยมีมากขึ้น ท าให้การใช้ตราสัญลักษณ์ของ มหาวิทยาลัยที่ได้รับพระราชทานนั้นอาจไม่เหมาะสมกับบางสถานการณ์หรือบางเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นตรา พระราชทานและเป็นพระบรมราชลัญจกรในพระมหากษัตริย์ ทางมหาวิทยาลัยจึงมีความต้องการที่จะ ออกแบบตราสัญลักษณ์KMUTNB (King Mongkut’s University of Technology North Bangkok) ที่เป็น ค าย่อของชื่อมหาวิทยาลัยในรูปแบบภาษาอังกฤษที่สามารถแสดงถึงความเป็น มจพ.และสามารถใช้ได้ในทุก สถานการณ์ จดจ าง่าย มีความเป็นสากล เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารองค์กรสู่สาธารณชน โดย ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย พระมหาพิชัยมงกุฎ อันเป็นตราพระบรมราชลัญจกรประจ าพระองค์ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ยังคงเป็นตราประจ ามหาวิทยาลัยที่ใช้อย่างเป็นทางการใน สถานที่และเหตุการณ์ที่เหมาะสม 2. แนวคิด แนวคิดการออกแบบ ตราสัญลักษณ์ KMUTNB Logo เพื่อสื่อถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ชื่อย่อดังกล่าวมาจากภาษาอังกฤษว่า King Mongkut’ s University of Technology North Bangkok ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงการ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม
335 ยาวนานต่อเนื่องมามากกว่า 60 ปี เป็นการพัฒนารูปแบบชื่อย่อภาษาอังกฤษให้มีความโดดเด่นสื่อถึงความเป็น มหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยี และเป็นการสร้างตราสัญลักษณ์ส าหรับใช้ในกิจกรรมด้านต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง มีความเป็นสากล ง่ายต่อการจดจ าเป็นตราสัญลักษณ์ เพื่อการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารองค์กร การวางแนวทางการออกแบบ น าแนวคิดจากภาพจ าของตราสัญลักษณ์ KMUTNB ที่ใช้ในการ ประชาสัมพันธ์โดยทั่วไปของมหาวิทยาลัย ฯ การใช้รูปแบบดังกล่าวสื่อถึงความเป็นเอกภาพ (Unity) ในเชิง องค์ประกอบของการออกแบบ สื่อถึงมหาวิทยาลัยในรูปแบบอักษรย่อของภาษาอังกฤษ ในทางการออกแบบยัง ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน การน าภาพจ าดังกล่าวมาพัฒนาเพื่อให้เกิดตราสัญลักษณ์ใหม่ เป็นการใช้ หลักการ ออกแบบตราสัญลักษณ์(Logo Design) โดยการใช้รูปทรงของตัวอักษร (Lettering Form) เป็นการใช้ค าย่อ หรือชื่อเต็มขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบในภาษาใดน ามาออกแบบให้มีลักษณ์ที่มีความเฉพาะตัว จาก แนวคิดเริ่มต้นน ามาปรับและจัดองค์ประกอบของการออกแบบ (Element of Design) ในองค์ประกอบส่วน ต่างๆ ได้แก่ เส้น รูปร่าง รูปทรง น้ าหนัก ลักษณะผิว และสี น ามาปรับให้เกิดความงาม และลงตัวตามหลักการ ออกแบบ (Principles of Design) จากแนวคิดหลักออกแบบตราสัญลักษณ์ KMUTNB ได้ถูกพัฒนาขึ้นหลาย รูปแบบ แต่แนวทางที่เป็นข้อสรุป คือ การออกแบบที่สร้าง เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย และสร้างภาพจ า เพื่อ ความเป็นเอกภาพ (unity) ในการน าไปใช้งาน การดึงดูดความสนใจของการออกแบบมีการจัดกลุ่มของตัวอักษรเพื่อสร้างสรรค์ การรับรู้ภาพที่ สะท้อนภาพของมหาวิทยาลัยได้ดีขึ้นและแตกต่างจากเดิม แฝงนัยยะส าคัญบางอย่างไว้ สร้างความต่อเนื่อง (Continuity) ในการมองดูตราสัญลักษณ์ ล าดับภาพตามความส าคัญขององค์ประกอบของภาพสัญลักษณ์ สอดคล้องกับทิศทางการมองและการอ่าน รูปแบบนัยยะส าคัญที่ซ่อนอยู่ในตราสัญลักษณ์เป็นการสร้างภาพ และพื้นภาพ (Figure and Ground) เป็นการสร้างภาพและการรับรู้ที่เป็นล าดับและต่อเนื่อง แต่ในการมองดู ภาพและพื้นภาพ ผู้ที่มองภาพจะประสานภาพและรายละเอียดที่หายให้สมบูรณ์ได้หลังจากการมองดูภาพหลัก ที่ปรากฏต่อสายตา 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ แนวทางการออกแบบโดยการน าองค์ประกอบในส่วนต่างๆ น ามาผสมผสานและพัฒนารูปแบบให้มี ความสอดคล้องและสื่อความหมายภายใต้แนวความคิดที่ต้องการแสดงภาพของมหาวิทยาลัย ภาพที่ 1 การใช้แนวคิดจาก รัชการที่4 ค าย่อและการบอกต าแหน่งของมหาวิทยาลัย
336 ภาพที่ 2 การน าแนวคิดจัดองค์ประกอบของตราสัญลักษณ์ ภาพที่ 3 น าแนวคิดมาสร้างองค์ประกอบรวมของตราสัญลักษณ์