The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทความวิชาการประกอบผลงานสร้างสรรค์ 2021

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บทความวิชาการประกอบผลงานสร้างสรรค์ 2021

บทความวิชาการประกอบผลงานสร้างสรรค์ 2021

237 4. การวิเคราะห์ผลงาน การสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายนี้ผู้สร้างสรรค์ได้ศึกษาทดลองเทคนิคกระบวนการการใช้อุปกรณ์ติจิตอล ในการบันทึกภาพ และเนื้อหา ที่มีมุมมองจากปรากกฏการณ์ทางธรรมชาติ และบรรยากาศอารมณ์ในช่วงของ เวลาออกมาเป็นตัวงาน โดยใช้แทคทางการถ่ายภาพ และ การควบคุมเทคนิคที่เป็นความพิเศษของกล้อง ดิจิตอลและเลนส์ที่สามารถบันทึกภาพได้อย่างฉับไว ต่อเนื่อง ได้จ้านวนของภาพเป็นปริมาณมาก ตามการ ปรับการตั้งค่าของอุปกรณ์ในการบันทึกภาพแต่ละชอท ที่ค่าเอฟเฟค อารมณ์ความรู้สึกของภาพ ที่แตกต่างกัน ที่มีผลจากสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลา ฤดูกาล ของแสง สี สภาพลม และคลื่น ที่ไม่สามารถควบคุม ปัจจัยของตัวแปรได้ การทับซ้อนของเงาสะท้อน เส้น รูปร่าง รูปทรง ที่มีการเคลื่อนไหว ให้มิติภาพทางทางลึก เเสงที่ก่อให้เกิดภาพและสี ที่สะท้อนจากวัตถุแวดล้อม การเกิดของคลื่นน้้า จากสภาพลม การเคลื่อนไหวของ สัตว์ ใบไหม้ที่ร่วงล่น การหามุมมององค์ประกอบของภาพ และองศาตกระทบที่ท้าให้เกิดภาพสะท้อนของวัตถุ ที่ต้องการอาศัยความเป็นจริงทางธรรมชาติของสภาพของพื้นที่ ในการบันทึกภาพ ที่ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไป มาได้ตลอดเวลา และสภาพสภาวะที่ไม่มีผลกระทบ ภาพสะท้อนก็จะชัดคล้ายการส่องภาพจากกระจก ที่แสดง ถึงความไม่แน่ของสรรพสิ่ง และแนวทางของค้าตอบ ในสภาพปรากกกการณ์ของธรรมชาติ 5. สรุป 1. ผลที่ได้จากการสร้างสรรค์ สามารถน้าไปพัฒนาการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย โดยเทคนิคการ บันทึกด้วยกล้องดิจิตอล และเทคนิคอื่นๆของการถ่ายภาพสร้างสรรค์ และเผยแพร่ให้กับผู้สนใจต่อไป 2. ผลงานสร้างสรรค์ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก ความงามในความจริงของธรรมชาติ เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2557). องค์ประกอบของศิลปะ. พิมพ์ครั้งที่ 9. ส้านักพิมพ์อัมรินทร์ วศิน อินทสระ. (2558). ไตรลักษณ์และปฏิจจสุมปบาท. ส้านักพิมพ์ธรรมดา รัชกฤช ภูวราพิทักษ์. (2562). ส้านักพิมพ์ Bell and Bomb Maths and Physics Tutor


238 สีสันการเคลื่อนไหวของหัวสิงโต 2020 Colorful movement of the lion's head 2020 พีรวัฒน์ อินนุพัฒน์, Peerawat Innupat วิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, Nakhon Si Thammarat College of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute. E-mail: [email protected] บทคัดย่อ วัฒนธรรมความเชื่อของจีนได้แผ่ขยายเข้ามาในประเทศไทยดังเช่นการเชิดสิงโต เกิดขึ้นในพระราชส านัก และส่งผลต่อความเชื่อของประชาชนในเวลาต่อมา มีการให้ความส าคัญกับพิธีกรรมซึ่งเชื่อว่าสิงโตมีพลังอ านาจ สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ดึงดูดโชคลาภ เสริมความรุ่งเรือง เป็นการผสมผสานศิลปะกับการเคลื่อนไหวของ สิงโต ลีลาท่าทางต่างๆทรงพลัง ชุดที่ประดับตกแต่งสีสันสวยงามตามความเชื่อ ประกอบกับเสียงดนตรีให้ จังหวะที่สัมพันกัน การจุดประทัดสร้างขวัญ เป็นก าลังใจแก่ผู้คนในการด าเนินชีวิต ปัจจุบันความเชื่อของชาว จีนมีการแพร่กระจายในรูปแบบของงานศิลปกรรมระดับสากล ผลงานการสร้างสรรค์จิตรกรรมชุด “สีสันการเคลื่อนไหวของหัวสิงโต 2020” แสดงถึงความประทับใจ ความงามของสีสันขณะเคลื่อนไหวของสิงโต สร้างสรรค์ผลงานซึ่งสะท้อนด้านคุณค่าวัฒนธรรมของชาวจีนที่มี ต่อการเชิดสิงโตเพื่อต้องการเห็นคนไทยมีความตระหนักในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันเป็น อัตลักษณ์เชื้อ ชาติไทย อย่างที่คนจีนไม่เคยลืมวัฒนธรรมความเชื่อดั้งเดิมของตน ต้องการสะท้อนมุมมองส่วนตน จากความ ประทับใจในสีสันของหัวสิงโต ผ่านการผสมสีในม่านตาที่มีอิทธิพลจากแสง การเคลื่อนไหวของสีเป็นแรงบันดาลใจ ต่อการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม ค าส าคัญ: การเชิดสิงโต, สีสัน, ความประทับใจ Abstract Chinese culture has expanded into Thailand, such as Lion Dance. Happened in the royal palace and the impact on people's beliefs later. They place importance on rituals, which believe that the lion has the power, can ward off bad luck, fortune, prosperity. It combines the art of lion movement. The gestures are powerful and strong like kung fu. The dresses are decorated with beautiful colors with the music to the corresponding rhythm. Including the firecrackers for morale. At present, Chinese beliefs are spreading in the form of international art. Creative works painting art set “Colorful and Impression of the Lion Dance Performance 2020” impression of beautiful color of lion movement, expression reflects the


239 cultural values of the Chinese people to Lion Dance towards to see the Thai people are aware of the cultural heritage and Thai identity. The Lion Dance movement of color inspires artistic creation Keyword: Lion Dance, color, movement 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา การเชิดสิงโตได้เริ่มต้นขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 220) เมื่อชาวอินเดียและชาว ตะวันออกกลางได้เดินทางเข้าสู่ประเทศจีนเพื่อค้าขายในเส้นทางสายไหมได้น าผู้ฝึกสิงโตมาฝึกสิงโตในประเทศ จีน ในขณะนั้นไม่มีสิงโตในประเทศจีนจึงได้น าสิงโตอินเดียมาถวายแด่จักรพรรดิจีน การเชิดสิงโตถือเป็นมรดก ทางวัฒนธรรมของจีนที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างศิลปะการแสดงเพื่อฝึกและท าการแสดงสิงโตในราช ส านัก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) ได้ทรงโปรดให้มีการเชิดสิงโต จึงเป็น ประเพณีสืบจนถึงรัชกาลต่อๆ มา ปัจจุบันการเชิดสิงโตของคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย อาจแตกต่างกับ ประเทศจีน คนจีนจะเชิดสิงโตเฉพาะในช่วงตรุษจีนเป็นส าคัญ ขณะที่คนไทยน าสิงโตมาเชิดกันเกือบทุก เทศกาล เพื่อเฉลิมฉลองในงานมงคลและวันส าคัญต่างๆ พร้อมทั้งดึงดูดโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองเข้ามา ชาวจีนเชื่อกันว่าสิงโตท าหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ เป็นสัญลักษณ์ของพลังอ านาจ ความกล้าเป็นสัตว์เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ชาวจีนจึงนิยมสร้างรูปปั้นของสิงโตไว้ตรงหน้าสิ่งปลูกสร้างที่ส าคัญเพื่อให้ท าหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์และปัดเป่าสิ่ง ชั่วร้ายไม่ให้ผ่านเข้าไป วิถีชีวิตของชุมชนของคนไทยเชื้อสายจีนในภาคใต้ที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ท่ามกลางชุมชนที่รายล้อมไปด้วย คนไทยเชื้อสายจีน ผู้สร้างสรรค์ซึมซับอิทธิพลทางศิลปะและวัฒนธรรมการเชิดสิงโตตั้งแต่วัยเยาว์ รู้สึก ประทับใจในบรรยากาศของเทศกาลตรุษจีน สารทจีน รวมทั้งวันสงกรานต์ ที่มีบ้านเรือนที่ประดับประดาไป ด้วยสีแดงและสีทอง สีสันของเสื้อผ้า โคมไฟที่ประดับเต็มถนน เสียงเพลง เสียงประทัด และการแสดงการเชิด สิงโต ที่สร้างบรรยากาศสนุกสนาน ครื้นเครง ที่เป็นสีสันของเทศกาล ท าให้ผู้สร้างเห็นความงามอีกแง่มุมหนึ่ง ของสิงโตซึ่งมีสีสันมีความเคลื่อนไหว ที่มีความพิเศษงดงาม จากแรงบันดาลใจที่กล่าวมาผู้สร้างสรรค์ได้สร้างผลงานชุด “สีสันการเคลื่อนใหวของหัวสิงโต 2020” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว บรรยากาศแห่งความสุข สนุกสนาน ความรู้สึกจากความประทับใจ ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึง ปัจจุบันที่ผู้สร้างสรรค์ได้รับ และได้เห็นการเชิดสิงโตแผ่กระจายไปทั่วโลก จากการน าเสนอกรณีการเชิดสิงโตใน ครั้งนี้จึงถือเป็นแนวทางของการด ารงอยู่และการปรับตัวของวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน ซึ่งเป็นข้อคิด ส าคัญให้แก่การแสดงของไทย ในการหาแนวทางในการปรับตัวได้อย่างเหมาะสมในสังคมปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อที่จะ อนุรักษ์สืบทอดให้การแสดงของไทยให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน


240 2. ทฤษฎีและกรอบความคิดในการสร้างสรรค์ 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์ผลงานชุด “สีสันการเคลื่อนไหวของหัวสิงโต 2020” ได้รับแรงบันดาลใจการเชิดสิงโต ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนในชุมชนตลาดคลองจันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผู้สร้างสรรค์อาศัย อยู่ เป็นความประทับใจที่ต้องการแสดงออกถึงความสุข ความสนุกสนาน ตามความเชื่อของคนจีน ผู้สร้างสรรค์ ได้วางแผนและเรียบเรียงข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในการปฏิบัติงานสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ดังมีขั้นตอน กระบวนการต่อไปนี้ 3.1 การค้นหาข้อมูล 3.1.1 ข้อมูลจากสิ่งพิมพ์ หนังสือ 3.1.2 เก็บข้อมูลจริงจากสภาพแวดล้อมสถานที่จริง 3.1.3 ศึกษารูปแบบทางศิลปะและแนวคิดจากศิลปินศึกษา 3.1.4 ข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต ในขั้นตอนการประมวลความคิดสร้างสรรค์ ผู้สร้างสรรค์ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นปัจจัยต่อการสร้างสรรค์ ผลงานจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ประกอบกับความรู้สึกส่วนตัวมาวิเคราะห์ ก่อนจะน าแรงบันดาลใจมาแสดงออก ในรูปแบบเฉพาะตน 3.2 สร้างภาพร่างที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเชิดสิงโต การสร้างสรรค์ภาพร่างต้นแบบ ผู้สร้างสรรค์ได้เริ่มจากการศึกษาข้อมูลทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ได้แก่ การศึกษาจากรูปภาพลักษณะการเชิดสิงโต ค่าน้ าหนักสีสันโทนจากหัวสิงโต รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง และศึกษาสภาพอารมณ์ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวขณะการเชิด แล้วจึงน าแรงกระตุ้นที่ได้รับมา สร้างสรรค์เป็นผลงาน ผู้สร้างสรรค์ต้องการน าเสนอความสุข ความสวยงาม จากสีสันที่สดใส ผู้สร้างสรรค์จึงใช้ ความประทับใจจากการ เชิดสิงโตในวัยเยาว์รู้สึก ถึงความพิเศษของสีสัน ความเคลื่อนไหวของ การเชิดสิงโต -ทฤษฎีการผสมสีในม่านตา ของลัทธินีโออิมเพรสชั่นนิสม์ (Neo-Impressionism) -การเคลื่อนไหวตามทฤษฎี ของฟิวเจอร์ริสม์(Futurism) -สีในวัฒนธรรมจีน ในเทคนิค จิตรกรรม ผลงานชุดสีสันการ เคลื่อนใหวของหัว สิงโต 2020 กระตุ้นเตือนให้เห็นผู้คนถึงคุณค่าของวัฒนธรรมการเชิดสิงโตและช่วยกันอนุรักษ์ให้ยังคงอยู่สืบไป


241 ภาพร่างต้นแบบเป็นภาพถ่ายจากหัวสิงโตและสร้างภาพร่างด้วยลายเส้นดินสอให้ได้ทิศทางความเคลื่อนไหว ตามที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการน าเสนอเรื่องราวความประทับใจนั้น ก่อนน ามาขยายเป็นผลงานจริง (ก) (ข ) (ค) ภาพที่ 1 ภาพร่างลายเส้นและภาพร่างสี (ก) การศึกษาจากรูปภาพลักษณะการเชิดสิงโต (ข) ภาพร่างด้วยลายเส้นดินสอให้ได้ทิศทางความเคลื่อนไหว ตามที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการ (ค) ภาพร่างด้วยสี ให้ได้สีและเปอร์เซนของสี ตามที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ ภาพที่2 การวิเคราะห์สีของหัวสิงโต วิเคราะห์สีจากหัวสิงโต เป็นสีที่ความเชื่อตามทฤสีจีนโบราณ แบ่งเป็นเปอร์เซนของสี ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ ขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมแบบ 2 มิติ ในกระบวนการสร้างสรรค์ ผู้สร้างสรรค์จะน าภาพร่างมาขยายเป็นผลงานจริง โดยจะใช้ชุดสีที่ได้ วิเคราะห์แล้วนั้นมาใช้ในงานแต่ละชิ้นตามเปอร์เซ็นต์สีที่ก าหนดไว้ ท าการลงสีพื้นหลังเป็นน้ าหนักสีที่ซ้อนกันไว้ ก่อนบนผ้าใบ เพื่อต้องการคุมบรรยากาศของสีในผลงานจริง ในขั้นตอนการขยายผลงานจริง ผู้สร้างสรรค์ ต้องการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจากความงามที่ได้สัมผัส สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคจิตรกรรมเฉพาะตน ที่ ต้องการน าเสนอความประทับใจในสีสันและความงามของการเชิดสิงโต ผ่านฝีแปรงและความรู้สึกที่สัมพันธ์กับ จิตใจของผู้สร้างสรรค์


242 ภาพที่3 ขั้นตอนการสร้างสรรค์ (ก) ภาพร่างเฟรมผ้าใบ (ข) ภาพโครงร่างโดยรวม (ค) ภาพการขึ้นสีโครงร่างโดยรวม (ง) ภาพการเก็บรายละเอียดผลงาน ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ ภาพที่4 ผลงาน “สีสันการเคลื่อนไหวของหัวสิงโต 2020” ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ (ค) (ก) (ข) (ง)


243 4. การวิเคราะห์ผลงาน ในการสร้างสรรค์ผลงานสีสันการเคลื่อนไหวของหัวสิงโต 2020 พบว่าผู้สร้างสรรค์มีความสนใจในสีสัน จากการเชิดสิงโต น าไปสู่มุมมองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การเฉลิมฉลองของคนไทยและคนจีน วัฒนธรรมร่วมที่มี อยู่ในพื้นถิ่นของผู้สร้างสรรค์ ซึ่งมีความสนุก สดใส ให้ความหวังและก าลังใจเป็นสิ่งแวดล้อม ได้น าสีสันของ รูปทรงหัวสิงโตที่ได้นั้นมาสร้างสรรค์เพิ่มเติมเสริมสร้างลวดลายขึ้นมาใหม่ ถ่ายทอดเรื่องราว บอกเล่าอารมณ์ ความรู้สึก แสดงออกมาในรูปแบบศิลปะนามธรรมโดยน าเอาสีอะคริลิกที่มีความสดใสและเทคนิคการลงสีที่มี การผสมผสานกันของสี ลงบนผ้าใบมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ โดยมีพื้นฐานแนวคิดจากลวดลายสีสันจากการเชิดหัวสิงโต ทางตอนใต้ของประเทศไทย สร้างสรรค์ เป็นผลงานศิลปกรรมมีลักษณะ 2 มิติ 5. สรุป ผลงานชุด“สีสันการเคลื่อนไหวของหัวสิงโต 2020”ได้ให้ความส าคัญกับความประทับใจจากการเชิด สิงโตในวัยเยาว์ รู้สึกถึงความพิเศษของสีสันขณะเคลื่อนไหวในการเชิดสิงโต อันแสดงออกถึงความสดใส ความสุขของสีสัน ด้วยการสร้างสรรค์ผ่านเทคนิค เพื่อต้องการให้เห็นความงามจากการเคลื่อนไหวของการเชิด สิงโต จึงมีความประทับใจในสีสันตามทฤษฎีการผสมสีในม่านตา ของลัทธิ นีโอ อิมเพรสชั่นนิสม์ (NeoImpressionism) ที่ได้อธิบายไว้ว่าการสร้างสรรค์ที่มีความงามอันเกิดจากการขยับตัวเคียงกันของกลุ่มสี จะ ก่อให้เกิดพลังแห่งความเคลื่อนไหว ผู้สร้างสรรค์ได้น าประสบการณ์ จากการดูเชิดสิงโตที่แสดงลักษณะของการ เคลื่อนไหวของสิงโตที่ไม่หยุดนิ่งตามแนวคิดของทฤษฎีของฟิวเจอร์ริสม์(Futurism) มีเนื้อหาที่บอกได้ถึงวิถี ชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีนที่มีความผูกพันกับการเชิดสิงโตในงานพิธีมงคลต่างๆ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ท าให้เกิด ความสุขและเป็นสิริมงคล การสร้างสรรค์ที่ใช้เทคนิคจิตรกรรมสีอะคริลิกบนผ้าใบโดยทิ้งรอยแปรงรูปทรงและ สีสันที่ก าหนดไว้น าเสนอในรูปแบบการติดตั้งบนผนัง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ขัดเจน เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมา จากความประทับใจ ความสุขและความทรงจ า จากสิ่งรอบๆ ตัวที่พบเห็นของการเชิดสิงโตและต้องการ ถ่ายทอดผลงานจากประสบการโดยตรงที่แสดงออกผ่านจินตนาการ ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวขในขณะเชิดสิงโต เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางความงามของศิลปะ วัฒนธรรม เอกสารอ้างอิง ก าจร สุนงษ์ศรี. (2525). ศิลปะสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. จาโกโม บัลลา (อิตาลี: Giacomo Balla). ประวัติจาโกโม บัลลา.[ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2560 จาก https://www.khanacademy.or/humanities/art-1010/wwi-dada/art-great-war/a/ba;;a-street-light. แจ็กสัน พอลล็อก. ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์บุคคลส าคัญ ประเทศและทวีป. [ออนไลน์] สืบค้น เมื่อ7 ธันวาคม 2560 จาก http://www.baanjomyut.com /library2/extension-1/pauljackson pollock/index.html. เซอร่า. บ่ายวันอาทิตย์บนเกาะลากร็องด์ฌัต 1886. [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2560. จากhttps://th. wikipedia.org/wiki/.


244 น ณ.ปากน้ า. (2511). ศิลปะตะวันตกแนะน าศิลปะสากล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เจริญธรรม. เรณู คฤคราช. (2533). ประวัติศาสตร์ศิลป์สมัยใหม่. กรุงเทพฯ. รสลิน กาสต์. (2558). ศิลปะแห่งการหยิบยืม. กรุงเทพฯ: แอ็พโพรพิเอชัน อาร์ต. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.สีในวัฒนธรรมจีน – วิกิพีเดีย Available. [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2560 จาก https://th.wikipidia.org/wiki//สีในวัฒนธรรมจีน. อิทธิพล ตั้งโฉลก. (2550). แนวทางการสอนและสร้างสรรค์จิตรกรรมขั้นสูง. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิซซิ่ง จ ากัด.


245 ผลงานสร้างสรรค์เทคนิคสีน ้า ภัทรพร เลี่ยนพานิช “Creation of Watercolor painting” Phattaraporn Leanpanit ภัทรพร เลี่ยนพานิช, Phattaraporn Leanpanit 69/34 ม.4 ต.วัดแค อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 73120 Address 69/34 ,Mu 4, Watcare ,Nakornchaisri, Nakornprathom Province 73120 Thailand E-mail: [email protected] บทคัดย่อ จากประสบการณ์ในการศึกษาทดลองสีน้้าและศึกษาประวัติสีน้้าทั้งในและต่างประเทศนั้น ท้าให้เกิด แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคสีน้้า ที่เริ่มต้นจาการศึกษาหุ่นนิ่ง ภาพทิวทัศน์ และภาพคน รวมทั้งทดลองเทคนิคต่างๆ ในการใช้สีน้้าท้าให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดในการสร้างงานโดยใช้ความพิเศษ ของสีน้้าในความโปร่งแสงและความบางเบา ในการสร้างสรรค์ประสานกับแนวความคิดและประสบการณ์จากความรู้สึกในการได้สัมผัส รับรู้กับการ แสดงและวรรณคดีไทยรวมถึงเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมา น้ามาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการ ทดลองสร้างสรรค์ เทคนิคในการตอบโจทย์ทางอารมณ์ของตัวเองออกมาเป็นรูปธรรม ศิลปกรรมร่วมสมัยโดยเทคนิคสีน้้ากับการผสานความเหมือนจริง อารมณ์ความรู้สึกที่ออกมาในท่าทาง ของตัวละครและอารมณ์ของสีผ่านช่วงเวลาความรู้สึก ในรูปแบบการแสดงออกแบบนามธรรม ผ่านลวดลายกลิ่น อายความเป็นรากเหง้าของความเป็นไทย ในการใช้ความสามารถของตัวเทคนิคการทับซ้อนให้เกิดสีและรูปทรงใหม่ รวมทั้งการประสารของรูปทรง ของเส้นที่ใช้การถอดรูปแบบจากลายไทย ออกมาเป็นบทกวีภาพเฉพาะตัว ให้ผู้คนได้สัมผัสถึงความงาม ความ อ้อนช้อยรวมทั้งอารมณ์ ความเคลื่อนไวในการแสดงออกของภาพ ค้าส้าคัญ: สีน้้าร่วมสมัย Abstract Experience in watercolor studies and the rich history of watercolor as it gained popularityabroad and also here in Thailand provided for a strong impetus for the creation of art works based on watercolor techniques starting from the study of still-life, landscape, and human images, and progressing to experimentations with different techniques. Using watercolor enables artists to bring more creativity in their works becausewatercolor has certain special properties such as transparency and lightness which is particularlyimportant in achieving harmony between concepts and experiences that appeal to the senses.


246 This technique is also analyzed in order to understand the creative experimentation used in the presentation of Thai drama and literature, especially in stories in my life and similar emotions. Contemporary art by watercolor techniques combines “reality” as seen in the emotions that come out in the posture of the characters and the emotions of color through time, and “imagination” as seen in the form of an abstract design. It uses the capabilities of the overlapping techniques to create new colors and shapes. Through the pattern of the roots of Thai ness. Merge the above techniques with the techniques of Thai Style forms , Line Thai and the artist is able to bring about a unique image that allows audience to experience beauty and individuality, as well as awe-inspiring emotions through images. Keywords: watercolor contemporary 1. ความส้าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีรวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่หมุนเวียนไปด้วยวัตถุนิยม วาทกรรมต่างๆ จนหลงลืมเรื่องราวต่างๆ อารมณ์ความรู้สึก วรรณกรรม วรรณคดีต่างๆ เพราะเรื่องราวต่างๆ ที่ ผ่านมาคือพื้นฐานของสิ่งที่มีในปัจจุบัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้อยู่ในความรู้สึกอารมณ์ของข้าพเจ้าเมื่อนึกถึงเรื่องราว ต่างๆในอดีต ผสานกับเรื่องราวที่ผ่านประสบการณ์จากการอ่าน การพบเจอสิ่งต่างเข้าด้วยกันจากราก วัฒนธรรม การแสดงของไทยผ่านทางนาฏศิลปชั้นสูง จึงถือว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานาน บ่งบอก ถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่สากล ซึ่งข้าพเจ้าเป็นคนไทยได้รับซึมซับวิถีต่างๆ มาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ และปัจจุบัน หาดูได้ยาก จะพบในงานสมโภชน์ การแสดงตามงานส้าคัญต่างๆ หรือในงานเชิงอนุรักษ์ ยากที่จะลงสู่ชุมชนชั้น ล่าง ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงน้าลีลาท่าทาง ชุดต่างๆ ข้างต้นมาผสานรวมกับ ลายไทย ลายประดับตามชุดโขนของ ตัวละคร ดอกไม้ และสถาปัตยกรรมของไทยออกมาในรูปแบบงานทัศนศิลป์2 มิติในเทคนิคสีน้้าที่น้าเอาความ พิเศษ ของสีน้้าที่ผ่านการทดลองการใช้องค์ประกอบต่างๆ ของเทคนิคมาสร้างสรรค์งานชุดนี้ 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ด้วยเทคนิคสีน้้านั้น ด้วยความต้องการทางอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นรูปแบบ นามธรรม ผ่านการกลั่นกรองวิเคราะห์ โดนเน้นเรื่องเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย ผสมผสานกับ สถาปัตยกรรมและรูปทรงธรรมชาติ ก่อให้เกิดภาพรวมทางความคิด ตัวหนังสือผ่านภาพเขียนที่ผสมทั้งความ เหมือนจริงและนามธรรม ผ่านท่าทางของตัวละครทางวรรณคดี และการผสานสีสันที่เกิดเหนือความควบคุม ท้าให้เกิดภาพใหม่โดยใช้ความพิเศษของสีน้้า ทั้งความบางเบา การทับซ้อนจนเกิดสีใหม่ การผสานแบบเปียก บนเปียกจนเกิดสีใหม่ผ่านอารมณ์ฝีแปรง โดยภาพรวมต่างๆผ่านความคิดประสบการณ์แบบบทกวีในภาษาภาพ


247 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ 1. เก็บข้อมูล หาเรื่องราวท่าทางและเอกลักษณ์ที่ต้องการ 2. วิเคราะห์ข้อมูล ก่อนน้ามาสร้างภาพร่างของผลงาน ที่ตรงตามความคิดวัตถุประสงค์ในการ สร้างสรรค์ 3. ทดลองการผสานสีของเทคนิคที่สามารถควบคุมได้ 4. สร้างสรรค์ผลงานโดยเทคนิคสีน้้า และสื่อที่ใช้น้้าในการเขียน 5. น้าเสนอและวิเคราะห์ผลงานออกมาในรูปแบบที่สามารถอธิบายได้ทั้งกระบวนการเขียนและ เรื่องราว ภาพที่1 Poetry sound from the wind 2019#2 ที่มา: ภัทรพร เลี่ยนพานิช (Phattaraporn Leanpanit) ผู้สร้างสรรค์ผลงาน Poetry from Sound of Rainy 2020 เทคนิค สีน้้า Watercolor ขนาด 56 x 76 cm.


248 4. การวิเคราะห์ผลงาน การสร้างสรรค์ผลงานสีน้้า โดยศึกษาทดลองเทคนิคในความพิเศษของสีน้้า และเรื่องราวที่ผ่านตัวละคร ที่มีอารมณ์ความรู้สึกที่คล้ายกับตนเอง ท่าทาง อากัปกริยาที่บอกเล่าผ่านตัวละครจากวรรณกรรมของไทย และ บรรยากาศอารมณ์ในช่วงขณะหนึ่งออกมาเป็นตัวงาน โดยเน้นเทคนิคการเขียนและการควบคุมความพิเศษของ สีน้้า คือความใส บาง และการทับซ้อนหลายชั้นจนเกิด สภาวะเหนือการควบคุมของสีที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นการ ไหลเข้าหาผสมกันจนเกิดสีใหม่ที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือการทับซ้อนโดยใช้ความบางใสจนเกิดสีขั้นที่ 4 และ ขั้นที่ 5 เป็นล้าดับ และการหาองค์ประกอบในการทิ้งพื้นที่ว่างในการเล่าอารมณ์ความรู้สึก ลื่นไหลของสีและ น้้าหนัก รวมทั้งการเขียนรูปทรงทับเข้าไปในสีชั้นที่ 4 และ 5 ที่ต้องท้าให้ยังมีความบางใสของสีน้้าเหมือนเดิมได้ ซึ่งการผสานของรูปทรงเหมือนจริง (Realistic Form) และรูปทรงนามธรรม (Abstract Form) ก็เป็นจุดส้าคัญ ในการน้ามาใช้ให้เกิดอารมณ์ร่วมกันได้โดยใช้ในเรื่องของสีและบรรยากาศผสมผสานใน 2 รูปทรง 5. สรุป 1. ผลที่ได้จาการสร้างสรรค์ สามารถน้าไปพัฒนาการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย โดยเทคนิคสีน้้า และ เทคนิคอื่นๆ ที่ใช้น้้าในการสร้างสรรค์ และสามารถเผยแพร่ให้ผู้สนใจต่อไป 2. สามารถสร้างสรรค์ เอกลักษณ์ของสีน้้าออกมาให้เกิดเป็นสุนทรียภาพ จากอารมณ์ความรู้สึกออกมา เป็นภาษาภาพได้ เอกสารอ้างอิง ชลูด นิ่มเสมอ. (2557). องค์ประกอบของศิลปะ. พิมพ์ครั้งที่ 9. ส้านักพิมพ์อัมรินทร์ ชัยยศ อิษฎ์วรพันธุ์. (2551). วารสารอาษา.สุภางค์ จันทวานิช, ทฤษฎีสังคมวิทยา. ส้านักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 234-238. (2555). ประภาส ชลศรานนท์ “ยักษ์”. กรุงทพฯ : ส้านักพิมพ์ฟูลสต๊อป


249 ประติมากรรมนุ่มสื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ที่ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากผลงานศิลปะของเด็กออทิสติก Mixed Media Soft Sculpture Using The Appliqué Technique Inspired by The Arts of My Autistic Child. ทุนสร้างสรรค์สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เมตตา สุวรรณศร, Metta Suwanasorn ที่อยู่ 245/1 หมู่1 แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520, Address 245/1 Moo 1 Tabyao Lat Krabang, Bangkok 10520 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ การสร้างสรรค์ผลงานชุด“ประติมากรรมนุ่มสื่อผสมการปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ปักด้วยมือที่ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานวาดภาพของเด็กออทิสติก” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน ประติมากรรมสื่อผสม 3 มิติในเทคนิคการต่อผ้า Appliqué และการปะติดผ้า (collage) เพื่อต้องการแสดงให้ เห็นถึงความงามของผลงานวาดภาพอันเกิดจากจินตนาการของเด็กออทิสติก โดยศึกษาผลงานวาดภาพของเด็ก ออทิสติกพบว่าผลงานเด็กออทิสติกเต็มเปี่ยมไปด้วยมุมมอง มีความงามจากความไม่สมบูรณ์ตามแนวคิด วาบิ ซาบิ สุนทรียภาพในงานศิลปะแห่งเซน ทั้งด้านเนื้อหา รูปทรง สีสัน และกระบวนการในการวาดภาพ การจัด วางองค์ประกอบที่มีความอิสระ น่าสนใจ ล้วนเป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดจากความรู้สึกอันบริสุทธิ์ตรงไปตรงมา การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ต้องการเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน เพื่อเป็นการสร้างก าลังใจให้กับครอบครัวที่มีลูก เป็นเด็กออทิสติกที่จะฝึกฝนทักษะการสื่อสาร และท าความเข้าใจเด็กด้วยการใช้ศิลปะ รวมทั้งสามารถเพิ่ม แนวทางในการพัฒนารูปแบบงานหัตถกรรมการปะติดผ้ามาเป็นผลงานศิลปะที่มีคุณค่าได้อีกทางหนึ่ง ค าส าคัญ: ประติมากรรมนุ่ม, สื่อผสม, การปะติดผ้าแอปปิเก้, เด็กออทิสติก Abstract The creation of "Soft Sculpture, Mixed Media, Appliqué and Hand Embroidery Appliqué Technique inspired by the paintings of autistic children" aims to create 3D mixed media sculpture. In the technique of fabric appliqué and collage to show the beauty of drawing works created by the imagination of autistic children. By studying drawing works of autistic children, it was found that the work of children with autism was full of perspective. There is the beauty of imperfection according to the concept of Wabi Sabi, the aesthetics of Zen art. In terms of content, shape, color and process in drawing The independent, compelling composition is a story that conveys a sense of pure, straightforwardness, the


250 creation of this series of works wants to be released to the public. To encourage families with children with autism to develop communication skills. And understand children by using art As well as being able to add a way to develop a handicraft pattern, patching cloth into a valuable piece of art in another way Keywords: Soft Sculpture, Mixed Media, Applique, Autistic Child 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ค าว่า appliqué นั้นมาจากค าภาษาฝรั่งเศสและภาษาละติน appliquer และ applicare ตามล าดับ ซึ่งทั้งคู่หมายถึงการเข้าร่วม งานหัตถกรรมนับเป็นงานที่มีมาช้านาน เทคนิคนี้ใช้เป็นวิธีในการส าหรับแก้ไขปะ ชุนผ้าที่ขาดเพื่อเสริมของบริเวณที่ขาด รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของเสื้อผ้าในบางส่วนที่ใช้สวมใส่ appliqué แรกเริ่มใช้เพื่อยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าและย้ายไปสู่เทคนิคที่มีศิลปะที่สามารถเห็นได้ในผ้าห่ม ผ้าปูโต๊ะ ผ้า ตกแต่งผนัง ก้าวผ่านยุคสมัยจนข้ามพ้นขีดจ ากัดของการตอบสนองขั้นพื้นฐานของมนุษย์ จนก้าวข้ามมาเป็น ผลงานที่ถูกพัฒนาจนสามารถทัดเทียมได้กับงานศิลปะบนผืนผ้าชั้นดี ที่ต้องใช้ทักษะความอดทน มุมานะ บาก บั่น ประณีตบรรจงแต่งแต้มสีสันของลวดลาย ด้วยผ้านานาชนิดจนก่อเกิดเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าที่สามารถ แสดงออกให้เห็นถึงความงามรวมทั้งสร้างลวดลายให้เสื้อผ้าดังจะเห็นได้จากวัฒนธรรมมากมายจากทั่วทุกมุม โลก จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้นงานหัตถกรรมมีส่วนส าคัญในชีวิต เป็นปัจจัยที่ใช้ตอบสนองการใช้สอยภายใน ครัวเรือน เครื่องนุ่มห่ม จนพัฒนาไปสู่การน ามาใช้ตกแต่งอาคารบ้านเรือนให้งดงาม จนท้ายที่สุดสามารถ ยกระดับกลายเป็นผลงานศิลปะจากเศษผ้าแต่สามารถน ามาเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าสนใจ จนสามารถเป็นอาชีพ สร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าให้กับเศษผ้าได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จากที่กล่าวมาท าให้ผู้สร้างสรรค์ที่มี ความสามารถในงานเทคนิคการปะติดผ้า Appliqué ต้องการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมสื่อผสม ด้วย เทคนิคการปะติดและเชื่อมประสานผ้านานาชนิด รวมทั้งเลือกใช้สีที่แสดงออกให้เห็นถึงความงาม อันได้รับแรง บันดาลใจมาจากผลงานวาดภาพของเด็กออทิสติก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการกระตุ้นเตือนให้ผู้คนและ ครอบครัวที่มีลูกเป็นออทิสติก หันมาเห็นคุณค่าและความส าคัญรวมถึงความสามารถของเด็กออทิสติก โดยใช้ ศิลปะบ าบัดในการชักจูงเชื่อมโยงช่องว่างของคนในครอบครัวให้หันกลับมามุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็ก ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง จึงนับได้ว่า โครงการ ประติมากรรมนุ่มสื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ที่ได้รับ แรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะของลูกออทิสติก จึงมีความส าคัญและควรส่งเสริมให้ได้รับการเผยแพร่ออกสู่ สาธารณะชนในวงกว้าง อันจะน ามาซึ่งประโยชน์ในการใช้ศิลปะบ าบัดการแพทย์ทางเลือกต่อไป รวมทั้ง สามารถเพิ่มแนวทางในการพัฒนาการปะติดผ้าในแบบอุตสาหกรรมครัวเรือนมาเป็นผลงานศิลปะบนผืนผ้าได้ อีกทางหนึ่ง


251 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การวาดภาพของเด็กออทิสติกเป็นเสมือนภาษาที่สองของกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องในการสื่อสาร และการเรียนรู้เด็กสามารถเรียนรู้ความคิดรวบยอด (concept) ผ่านทางศิลปะได้เร็วกว่าวิธีการสื่อสารหลักคือ ภาษาพูด และสามารถใช้งานศิลปะสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เขารู้และสิ่งที่เขาคิดและสนใจ รวมทั้งสามารถช่วยลด พฤติกรรมที่ชอบอยู่ในโลกของตนเองโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง ภาพวาดของเด็กออทิสติกมักเป็น การถ่ายทอดตามจินตนาการอันแปลกประหลาดไร้การควบคุมเกินคาดเดา อันเนื่องมาจากการท างานที่ ผิดปกติของสมอง ในการจัดเรียงล าดับข้อมูลการมองและการแปลค่าของสิ่งที่เห็น การใช้แนวทางศิลปะบ าบัด เพื่อมากระตุ้นให้เด็กออทิสติกสื่อสาร จนเกิดเป็นผลงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการอันบริสุทธิ์ไร้ขอบเขต ลักษณะการสร้างสรรค์โดยทั่วไปของเด็กออทิสติกในกลุ่มอาการต่าง ๆ พบว่า เด็กแสดงออกทางศิลปะเพื่อ สะทอนใหเห็นถึงสภาวะของอารมณ ตลอดจนความรูสึกที่มีผลกระทบจากสิ่งตาง ๆ มากมายหลายลักษณะ เด็กสามารถถายทอดความคิดหรือระบายความรูสึกของเขาได้เต็มที่โดยการสรางสัญลักษณลงในผลงานวาด ภาพของเขาอยางเสรีและตรงไปตรงมา การสรางสัญลักษณเพื่อสื่อความหมายมีลักษณะงาย ๆ ไมซับซอน เรื่องราวที่น ามาแสดงในผลงานลวนมาจากประสบการณจากความทรงจ าและจินตนาการและการเรียนรูของ เด็กทั้งสิ้น เด็กจะใช้ความคิดฝนที่สรางขึ้นเองแสดงความรูสึกนึกคิดนั้นออกมา เป็นความงามจากการตีความ ตามความเข้าใจ จนเกิดเป็นรูปภาพที่อาจไม่สมจริง สวยงาม ผิดรูป ผิดเหลี่ยม บิดเบี้ยว แต่เด็กกลับไม่มีความ กังวลใจในการที่จะสร้างสรรค์ไม่มีผิดไม่มีถูกตามหลักการทางศิลปะ รูปทรงต่างๆ ผ่านการวาดระบายสีไม่มี การจัดองค์ประกอบของรูปทรง เพราะไม่ยึดติดกับทฤษฎีทางศิลปะ แต่แฝงไว้ซึ่งความงามจากความไม่สมบูรณ์ แต่มีความบริสุทธิ์ใจ ไม่เสแสร้ง ศิลปะตัด ศิลปะติด(collage) ภาพปะติด หรือ คอลลาจ คือ การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ต้องอาศัยพื้นฐานของการวาดภาพเขียนภาพ นั่นเอง แทนที่จะวาภาพแล้วระบายสี กลับใช้วัสดุที่มีรูปร่าง รูปทรง ซึ่งมีสีสันต่างๆ ปะติดลงไปจะได้ภาพตาม ต้องการมาปะติด เป็นงานสื่อประสมแบบ 2 มิติ เริ่มแรกเป็นการน าเอาวัสดุที่มีลักษณะ 2 มิติ เช่น ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ กระดาษ ภาพเขียนและวัสดุอื่นๆ มาปะติดลงบนแผ่นรองรับให้เกิดเป็นภาพต่างๆ ขึ้น โดยอาจจะ แต่งเติมด้วยการระบายสีหรือใช้สีของวัสดุทั้งหมด ภาพปะติดในระยะหลังเริ่มใช้วัสดุที่มีความหนามากขึ้นและ หลากหลายชนิดมากขึ้น แต่ยังคงปะติดอยู่บนแผ่นพื้นระนาบเช่นเดิม ความงามจากความไม่สมบูรณ์ วาบิ-ซาบิ: ปรัชญาสุนทรียภาพในทัศนะของเซน คือความงามของสรรพสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่คงทน ถาวร และไม่เสร็จสมบูรณ์ของวัตถุสิ่งของที่สงบเสงี่ยม อ่อนน้อม ไม่ยึดติดในคติแบบแผน วาบิ-ซาบิ เป็นความ งามที่ไม่ต้องการ ‘แบบ’ แห่งความสมบูรณ์หลุดออกจากแบบแห่งความสมบูรณ์แล้ว เพราะทุกสิ่งในโลกล้วน ไม่สมบูรณ์แบบ วาบิ-ชาบิ อาจอธิบายได้ว่าคือ สิ่งที่เราเห็นความงามโดยไม่ได้ตั้งใจ ชี้ให้เห็นถึงความงามและ คุณค่าของความไม่สมบูรณ์ของทุกสรรพสิ่ง จากที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าความงามมิใช้คงอยู่แต่บนวัตถุที่คงรูป มีความสมบูรณ์แต่เพียงเท่านั้น แต่หากเป็นความงามอันเกิดจากความเป็นธรรมชาติไร้การปรุงแต่ง ไม่ควบคุม ดังเช่นผลงานศิลปะของเด็กออทิสติก


252 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ขั้นตอนในการสร้างสรรค์ผลงาน ศึกษาเอกสารทางวิชาการข้อมูลโรคออทิสติก (Autistic Disorder) ศิลปะบ าบัด (Art Therapy) และแนวคิดของศิลปะบ าบัด เก็บข้อมูลของการวาดภาพของเด็กออทิสติก ศึกษา ผลงานศิลปะของศิลปินในกลุ่มงานปะผ้า: แอพพลิเค (Applique Quilt) คือผ้าควิลต์ที่ชั้นบน (top) ท า ลวดลายด้วยการตัดผ้าเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามจินตนาการโดยไม่จ ากัดรูปทรง เช่น ลายดอกไม้ลายสัตว์ต่างๆ ทฤษฎีความงามจากความไม่สมบูรณ์ศิลปะประติมากรรมสื่อผสมสร้างสรรค์ผลงานจริง ตามภาพร่างในแบบ ประติมากรรมสื่อผสมปะติดผ้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะของเด็กออทิสติกเทคนิควิธีการสร้างสรรค์ งานปะผ้า: แอพพลิเค Applique รูปแบบ ประติมากรรมสื่อผสม ภาพที่1 หมีดาเต้ เทคนิค ประติมากรรมนุ่มสื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué, (2020). ขนาด 80 x 50 cm. ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ ชื่อนามสกุล เมตตา สุวรรณศร, (2020) 4. การวิเคราะห์ผลงาน การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมนุ่มสื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ที่ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากผลงานศิลปะของเด็กออทิสติกนั้น เป็นการศึกษาทฤษฎีแนวทางการสร้างสรรค์ศิลปะที่เป็นกิจกรรมที่ เด็กออทิสติกชื่นชอบ คือการวาดภาพระบายสี ที่สามารถช่วยพัฒนาอารมณ์ ความรู้สึกที่ซ้อนเร้นในใจผ่าน ออกมาทางงานศิลปะ การวาดรูป ระบายสีการปั้น และกระบวนการอื่นๆ ทางศิลปะ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายลด


253 ความขุ่นมัวในจิตใจ ลดความตึงเครียด และสามารถยับยั้งและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น มีสมาธิได้ในที่สุด นอกจากนั้นศิลปะยังช่วยพัฒนาสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ มีความคิดริเริ่มสอดคล้องกับทฤษฎีของ พอย แคร์ (Henri Poincare) ซึ่งเชื่อว่า ปรากฏการณ์ฉับพลันของจินตนาการด้วยการสร้างภาพคือผลของการฟักตัว (Incubation) อันเป็นช่วงเวลาของความคิดจากจิตไร้ส านึก ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งคือทฤษฎีของ โคเอสท์เลอร์ (Arthur Koestler) ซึ่งได้ผสานความคิดของ พอยแคร์ กับความคิดสร้างสรรค์ว่าขึ้นอยู่กับการผสานจิตไร้ส านึก ของจิตภาพในทางที่จิตส านึกปกติ กระบวนการภายในจิตใต้ส านึกเป็นกระบวนการที่ส าคัญมากในทางความคิด สร้างสรรค์นับเป็นความคิดในภาวะบรรลุ (Illuminetion) และปรากฏขึ้นมาหลังจากการหยุดการคิด แต่การ ขบคิดภายในจิตไร้ส านึกยังคงด าเนินต่อไป และจุดประกายให้ปรากฏเป็นความคิดจินตนาการขึ้นในช่วงเวลา หนึ่ง เช่นเดียวกับการวาดของเด็กออทิสติกที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเด็กออทิสติกต้องการวาดสิ่งใด ความคิด ต่าง ๆ ของเด็กจะปรากฏเป็นรูปที่ไม่มีความเชื่อมโยงกันภายในภาพอันเกิดจากการท างานของจิตไร้ส านึกที่ กระตุ้นความคิด ที่เกิดจากความชื่นชอบ ความสนใจของเด็ก ให้ผุดความคิดถึงบางสิ่งขึ้นมาสอดคล้องกับนัก ทฤษฎีของ วอลลาซ และโคแกน (Wallach and Kogan, 1965) “มีความเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความคิดที่จะโยงสัมพันธ์ กล่าวคือ เมื่อระลึกสิ่งใดได้ก็จะเป็นสะพานให้ระลึกสิ่งอื่นได้ต่อไป” (ผุสดี กุฏอินทร์, 2525: 67) แต่เนื่องจากสมองมีความผิดปกติด้านการเชื่อมสัมพันธ์กับความเป็นจริง เด็กออทิสติกจึงวาด ออกมาโดยไม่ค านึงถึงหลักการความถูกต้องใด ๆ แต่ทุกอย่างถูกส่งตรงมาจากใจน ามาผสมผสานกันจนบาง ผลงานดูสอดคล้องกับแนวคิดของ สเปียแมน (Spearman: 1963) ได้ให้ ความหมายว่า ความคิดสร้างสรรค์ เป็นกระบวนการของการกระท าเพื่อให้ได้ผลผลิตใหม่ ๆ ทางความคิด ซึ่งเกิดจากความคิดจินตนาการมากกว่า การใช้เหตุผล และยังช่วยกระตุ้นการพัฒนาทางร่างกาย จนสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบจนบรรลุเป้าหมายงานที่ก าหนดไว้ได้ (ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา1, 2552) นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือส าคัญที่ช่วยกระตุ้นการสื่อสาร และเสริมสร้างทักษะสังคม ศิลปะช่วยให้เรียนรู้ทักษะสังคม ผ่านการท ากิจกรรมศิลปะร่วมกันเป็นกลุ่มช่วยเหลือกันและกัน นอกจากนี้ยังเรียนรู้ที่จะแสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความต้องการของตนเอง และการเข้าใจผู้อื่นด้วย จากที่กล่าวมานั้นจึงพบว่าการท าศิลปะ บ าบัดกับเด็กออทิสติกท าให้มีสมาธิดีขึ้น มีความสุขยิ้มแย้มมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดในเอกสารของ กระทรวงศึกษาธิการที่กล่าวไว้ว่า "เด็กออทิสติกจ านวนมากมีการท างานของสมองข้างขวาดีเกินปกติ ท าให้มี ความสามารถพิเศษในการมองเห็นมีความจ าที่ดี มีความสามารถทางดนตรีและศิลปะ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2542 : 30) ซึ่งศิลปะนับเป็นเครื่องมือส าคัญที่จะสามารถสร้างเด็กให้มีความเฉลียวฉลาด สามารถพัฒนา ศักยภาพที่อยู่ภายในตัวเด็กให้เติบโตและพัฒนาให้เกิดสติปัญญาอย่างครบถ้วน ดังนั้นการสร้างสรรค์ผลงานที่ สะท้อนความงามของผลงานศิลปะของเด็กออทิสติก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมุมมองและเรื่องราวที่ถ่ายทอดจาก ความรู้สึกอันบริสุทธิ์ ไร้ทักษะ ผิดรูปร่าง แต่เป็นความงามที่สอดคล้องกับแนวคิดทางสุนทรียศาสตร์ คือความ


254 งามอันเกิดจากความไม่สมบูรณ์ ( กรกิจ ดิษฐาน, 2562 ) และเป็นความงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนั้นผลงานที่สร้างสรรค์นี้จะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน เพื่อเป็นการชี้น าแนวทางให้กับครอบครัวที่มี ลูกเป็นเด็กออทิสติกได้ตระหนักถึงความสามารถที่แฝงอยู่ในตัวเด็ก และสามารถเป็นแนวทางในการจัด กิจกรรมบ าบัดที่เหมาะสมกับความสนใจ และความสามารถของตัวเด็กเป็นรายบุคคลได้ การเผยแพร่ผลงาน ศิลปะประติมากรรมนุ่มสื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะของ ลูกออทิสติกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ อันเกิดจากการคัดเลือกภาพวาดที่ผู้สร้างสรรค์เห็นถึงความงาม และ เห็นความพิเศษในรูปทรงที่เด็กวาดมาร้อยเรียงด้วยเทคนิคทางหัตถกรรมให้เกิดเป็นผลงานที่แฝงไว้ด้วย ความสุข สนุกสนาน ด้วยรูปทรงสีสันอันสดใส ภายใต้มุมมองของเด็กออทิสติก นอกจากนั้นผลงานยังสามารถ สร้างก าลังใจให้กับครอบครัวที่มีลูกเป็นเด็กออทิสติก ที่จะน าแนวทางการฝึกฝนทักษะการสื่อสารและท าความ เข้าใจลูกด้วยการใช้ศิลปะบ าบัด นอกจากนั้น การจะสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ จ าเป็นต้องท าการศึกษาแนวคิดศิลปะจากศิลปินทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาความคิดและกระบวนการทางเทคนิคที่มีความ เหมาะสม เพื่อแทนค่าความรู้สึกที่ได้รับจากผลงานวาดภาพของเด็กออทิสติกที่มีความงามตามหลัก สุนทรียภาพของเซน วาบิ ซาบิ คือความงามจากความไม่สมบูรณ์ แต่เป็นการเห็นความงามจากคุณค่าของ ความเข้าใจความบริสุทธิ์ใจที่ได้รับจากการศึกษาผลงานจ านวนมากของเด็กออทิสติกที่ได้สร้างสรรค์ไว้ ผลงาน ของผู้สร้างสรรค์นั้นมีรูปแบบผสมผสานงานเทคนิคปะติด (collage) คือการใช้ผ้าหลากสีหลายลวดลายมาคัด สรรตัดเป็นรูปทรงตามจินตนาการเด็กออทิสติกและน ามาเป็นแรงบันดาลใจ ในการจัดวางองค์ประกอบเพื่อ น ามาปักด้วยจักรในเทคนิคการปะผ้าแบบ Appliqué จนเกิดเป็นผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตนที่ไม่เคยมีปรากฏ มาก่อนในเชิงศิลปะ รวมทั้งมีการวางแผนการท างานอย่างมีระบบ ขั้นตอน ที่ต้องการน าเสนอเทคนิคให้เข้ากับ ความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด จากการศึกษาผลงานศิลปิน Pablo Picasso (1881-1973) เป็นหนึ่งในศิลปินที่ ส าคัญที่สุดของศตวรรษที่ 20 ศิลปินใช้วิธีการจับแพะชนแกะของวัสดุต่าง ๆ มาผสมผสานกัน เช่น การน า ภาพถ่ายและเศษกระดาษปะบนแผ่นรองเป็นงานศิลปะเช่นเดียวกับ Nick Cave ศิลปินสัญชาติอเมริกันงาน ของเขาส่วนใหญ่เขามักมีความสุขกับการสร้างมิติที่สร้างด้วยรูปทรงจากจินตนาการจากวัสดุยุคสมัยใหม่ เพื่อ สร้างชุดเกราะบนร่างกายมนุษย์เปลี่ยนให้เป็นผลงานปั้นลอยตัวที่แสดงอารมณ์เปราะบาง และผลงานต้องการ เปลี่ยนประสบการณ์และสภาพแวดล้อมที่คุ้นชินให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ใหม่ เช่นเดียวกับศิลปิน Didier Faustino เป็นศิลปินและสถาปนิกชาวฝรั่งเศสแนวทางของเขามีหลายแง่มุมตั้งแต่การติดตั้งจนถึงการทดลอง จากการสร้างงานจากวัสดุประเภทพลาสติกที่ถูกติดตั้งในพื้นที่ เพื่อตอบสนองความรู้สึก โครงการของเขามี ลักษณะตามความรู้สึกที่เขามีต่อตัวละคร มิติของตัวละคร การจ้องมองวิกฤติของผู้คนในด้านสังคม อิสรภาพ จากการจองจ าของระบบทางสังคมและความสามารถในการเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้คนในสังคม


255 สอดคล้องกับศิลปิน Joana Vasconcelos เป็นศิลปินชาวโปรตุเกสที่น าวัตถุที่ใช้อยู่ในชีวิตประจ าวันมา สร้างสรรค์ผ่านแนวคิดจนเกิดเป็นผลงานประติมากรรมลอยตัวและงาน “ศิลปะจัดวาง” ซึ่งหมายถึง ศิลปะที่ ถูกสร้างภายในตัวสิ่งก่อสร้าง ที่ผู้สร้างสรรค์สามารถยกระดับผลงานหัตถกรรม งานช่าง ที่ผู้คนคุ้นเคย มา สร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปสอดคล้องกับการ สร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ที่มุ่งเน้นการน าวัสดุส าเร็จรูปมาสร้างสรรค์เป็นผลงานประติมากรรมที่ได้รับแรงบันดาล ใจมาจากผลงานวาดภาพของเด็กออทิสติก 5. สรุป จากการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมนุ่มสื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ที่ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากผลงานศิลปะของเด็กออทิสติก เกิดเป็นผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตนด้วยการผสมผสานเทคนิคทาง หัตถกรรมด้วยเทคนิค Appliqué น ามาร่วมกับการใช้เทคนิคการสร้างรูปทรงทางประติมากรรม ที่แสดงให้เห็น ถึงความงามจากภาพวาดของเด็กออทิสติก จากการศึกษาพบว่า เด็กออทิสติกสามารถแสดงออกทางศิลปะ เพื่อสะทอนใหเห็นถึงสภาวะของอารมณ ตลอดจนความรูสึกที่มีผลกระทบจากสิ่งตาง ๆ มากมายหลาย ลักษณะ โดยการสรางสัญลักษณลงในภาพวาดอยางเสรีและตรงไปตรงมา เพื่อสื่อความหมายมีลักษณะงาย ๆ ไมซับซอน เรื่องราวที่น ามาแสดงในภาพลวนมาจากประสบการณจากความทรงจ า ที่ได้รับมาจากการเรียนรู้ และการรับอิทธิพลจากสิ่งที่เด็กออทิสติกสนใจร่วมกับจินตนาการ ด้วยรูปทรงที่บิดเบี้ยว ยืด หด ตัดทอน เส้น ที่ขีดลากอย่างรุนแรงฉับพลัน ชอบเขียนซ้ าๆ ใช้สีรุนแรงตัดกัน วาดเฉพาะสิ่งที่ตนเองสนใจ มีอิสระในการวาด และถ่ายทอดทางความคิด ไม่มีการจัดองค์ประกอบภาพ เพราะไม่ยึดติดกับทฤษฎีทางศิลปะ เด็กออทิสติกมัก อยู่ในโลกของตนเองโดยไม่สนใจต่อผู้คนและสภาพแวดล้อม ผลงานมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเด็ก ออทิสติกเป็นรายบุคคล จนท าให้เกิดความน่าสนใจและมีคุณค่าในเชิงศิลปะที่สะท้อนความงามของผลงาน ศิลปะของเด็กออทิสติก สอดคล้องกับนักปรัชญาชื่อ เอมมานูเอล คานท์ (Immanuel Kant) ชาวเยอรมันได้ กล่าวไว้ว่า “บางครั้งเราก็มีความรู้สึกมีความสุข เพื่อความสุขเท่านั้น” ซึ่งแปลความหมายได้ว่า เป็นความรู้สึก พอใจในอารมณ์ โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ และยังสอดคล้องกับค ากล่าวของ จอห์น ฮอสเปอร์ (John Hospers) ที่ว่า สุนทรียภาพด้านความงาม “เป็นลักษณะของประสบการณ์ที่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ”จากที่กล่าว มานั้นสามารถน าผลการศึกษามาเป็นเครื่องมือชี้วัดลักษณะเฉพาะ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการน าศิลปะมาใช้ พัฒนาศักยภาพของเด็กออทิสติกได้อย่างตรงเป้าหมาย พร้อมทั้งสามารถน าความรู้ที่ได้เพื่อใช้จัดกิจกรรม ศิลปะบ าบัด ในการฝึกเด็กออทิสติกได้ อย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบัน และ จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น ผลงานประติมากรรมนุ่มสื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ที่ได้รับแรง บันดาลใจมาจากผลงานศิลปะของลูกออทิสติก ที่มุ่งเน้นเชื่อมโยงให้เห็นถึงความงามอันเกิดจากความไม่


256 สมบูรณ์ แต่เรียงร้อยด้วยเทคนิคทางหัตถกรรมด้วยเทคนิค Appliqué เพื่อเผยแพร่ผลงานประติมากรรมนุ่ม สื่อผสมปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ออกสู่สาธารณะชน และเป็นการสร้างก าลังใจให้กับครอบครัวที่มีลูก เป็นเด็กออทิสติก ที่จะฝึกฝนทักษะการสื่อสารและท าความเข้าใจเด็กด้วยการใช้กิจกรรมศิลปะได้อีกทางหนึ่ง เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). แนวทางการจัดการศึกษาส าหรับเด็กออทิสติก.กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว. การออกแบบงานทัศนศิลป์ในวัฒนธรรมสากล. [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2562. เข้าถึงได้จาก http://119.46.166.126/self_all/selfaccess8/m2/661/lesson3/d3/ ชลูด นิ่มเสมอ. (2531). องค์ประกอบทางศิลปะ. กรุงเทพฯ: บริษัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช. ชัยยศ อิษฎ์วรพันธุ์, (2555). ธรรมชาติ ที่ว่าง และสถานที่ : รวมบทความว่าด้วยสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น, พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพฯ, คอร์ปอเรชั้นโฟร์ดี ชัยยศ อิษฏ์วรพันธ์. (2557). หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้: สวนญี่ปุ่น. กรุงเทพ: สารคดีภาพ ตกหลุมรักสบู่นกแก้วอีกครั้ง ผ่านงานคอลลาจ นักรบ มูลมานัส. (2562). ศิลปะประยุกต์ (Applied Art). [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 6 มีนาคม. เข้าถึงได้จาก https://pantip.com/topic/37651823 ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2555). ศิลปะบ าบัดในเด็กพิเศษ. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์พญา. นิพาดา เทวกุล, หม่อมหลวง. (2558). ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking). สืบค้นเมื่อ 7 มีนาคม 2562. เข้าถึงได้จาก https://pirun.ku.ac.th/~agrpct/lesson1 /creative_thinking.html นวลแข ปาลิวนิช. (2536). ความรู้เรื่องผ้าและเส้นใย. กรุงเทพฯ: ฟันนี่พับลิชชิ่ง. นักรบ มูลมานัส. (2560). พากย์เอราวัณ. [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม. เข้าถึงได้จาก https://www. facebook.com/nakrobmoonmarsnut/photos/a.369775869797764/1239643592810983 /?type=3&theater


257 ใต้ทะเล 2 Under the sea 2 วณิชยา นวลอนงค์, Wanitchaya Nualanong วิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat College of Fine Arts, Nakhon Si Thammarat Province. E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ทะเล เป็นอาณาจักรที่ครอบคลุมโลกถึงสามในสี่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ของสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย โลกใต้ท้องทะเลมีสิ่งที่น่าหลงใหล มีสีสันสวยงาม ลี้ลับ และน่าค้นหา ซึ่งเป็นที่มา ของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ ผลงานสร้างสรรค์ “ใต้ทะเล 2” เป็นผลงานสร้างสรรค์ที่น าความประทับใจจากดอกไม้ทะเล ปะการัง ที่มีรูปทรงและสีสันที่สวยงามมาสร้างสรรค์ถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะด้วยเทคนิคเครื่องเคลือบดินเผา โดย วิธีการ ขึ้นรูปแบบแผ่น และการขึ้นรูปด้วยการปั้นเสริมส่วนที่เป็นรายละเอียดด้วยมือ การตกแต่งพื้นผิว การจัด รูปทรง การใช้สี ตามหลักขององค์ประกอบทางศิลป์ เพื่อให้เกิดรูปทรงใหม่ตามจินตนาการที่มีความสมบูรณ์ และมีคุณค่าทางศิลปะมากยิ่งขึ้น การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ท าให้เกิดความงามและมีคุณค่าทางศิลปะในด้านรูปทรงสีสันที่จะท าให้ผู้ชม ได้รับรู้และจินตนาการถึงความสวยงามของธรรมชาติใต้ท้องทะเล ได้แก่ ปะการังและสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ตลอดจนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของธรรมชาติใต้ท้องทะเล ที่จะน าไปสู่การอนุรักษ์ ดูแลรักษาธรรมชาติของ ใต้ท้องทะเลให้สวยงามและอุดมสมบรูณ์ตลอดไป ค าส าคัญ: ใต้ทะเล, แรงบันดาลใจ Abstract Sea is a realm that cover 3/4 of the earth. Sea is a natural wonder that contain diverse creatures. Under the sea are charming and mysterious especially the colorful and my sterious creatures that became to be the inspiration of this art work. This art work named Under the Sea 2, created from the impression of beautiful shapes and colors of sea anemones and corals became an art work by ceramics technique which forming a sheet of clay and forming the details by hand.The shaping and colors usages are following the art composition for creating the new shape from my imagination and valuable. The creation of this work creates beauty and has artistic value in the form and color that will bring the audience to recognize and imagine the beauty of the underwater nature,


258 including corals and all living things, as well as realize and appreciate the value of nature under the sea that will lead to the preservation and preserve the nature of the sea to be beautiful and abundant forever. Keywords: Under the Sea, inspiration 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา โลกเราประกอบด้วยพื้นที่เป็นทะเลถึงสามในสี่ มีสิ่งมีชีวิตทีหลากหลายอาศัยอยู่ในโลกใต้ท้องทะเลเป็น สิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่น่าค้นหา โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเล เช่น ปะการัง ดอกไม้ทะเล และสัตว์อื่นๆ ที่มีสีสันสวยงาม ลี้ลับ แต่ปัจจุบันโลกใต้ท้องทะเลถูกท าลายด้วยน้ ามือมนุษย์ความอุดมสมบูรณ์ ของระบบนิเวศทางทะเลก าลังถูกคุกคามจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นขยะที่ถูกทิ้งลงทะเลจ านวน มหาศาล การประมงเกินขนาด มลพิษ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศท าให้กระทบถึงระบบนิเวศใต้ ทะเล ปะการังถูกท าลายจากการท าประมงผิดกฎหมาย หรือการท่องเที่ยวที่ท าให้กระทบกับสภาพแวดล้อมใต้ ท้องทะเล การสร้างสรรค์ผลงาน“ใต้ทะเล 1”ที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการถ่ายทอดและสะท้อนความงดงามของใต้ ท้องทะเลในเทคนิคเครื่องเคลือบดินเผา เพื่อทุกคนได้เห็นคุณค่าความงามทางศิลปะที่เกิดจากแรงบันดาลใจ จากความงามของใต้ทะเล ท าให้เกิดความรักษ์หวงแหนและช่วยกันรักษาธรรมชาติของโลกใต้ทะเลให้คงความ งดงาม คงความสมบรูณ์ตลอดไป 2. แนวคิด /ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง แนวปะการัง เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ าตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการ เจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกหลายชนิดที่มีส่วนเสริมสร้างหินปูนพอก พูนสะสมในแนวปะการัง เช่น สาหร่ายหินปูน หอยที่มีเปลือกแข็ง ฯลฯ ทั้งปะการังเองและสิ่งมีชีวิตที่สร้าง หินปูนได้ เมื่อตายไปแล้วจะยังคงเหลือซากหินปูนทับถมพอกพูนต่อไป เนื่องจากแนวปะการังประกอบด้วย ปะการังหลายชนิดและปะการังแต่ละชนิดมีลักษณะโครงสร้างแตกต่างกันไป ท าให้โครงสร้างของแนวปะการังมี ลักษณะซับซ้อน เต็มไปด้วยซอกหลืบเหมาะสมต่อการด ารงชีวิตสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น ปลาชนิดต่างๆ กุ้ง หอย ดาวทะเล ปลิงทะเล ฟองน้ า ปะการังอ่อน กัลปังหา หนอนทะเล สาหร่ายทะเล เป็นต้น (กรมทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง, 2556) แนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องเคลือบดินเผา “ใต้ทะเล 2” ข้าพเจ้าได้รับแรงบันดาลใจจาก รูปแบบของสีสันและลักษณะทางกายภาพของปะการังและดอกไม้ทะเล รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ใต้ ท้องทะเลและแนวปะการัง ซึ่งมีความงดงามตามธรรมชาติ ข้าพเจ้าจึงได้เก็บความประทับใจดังกล่าว มา สร้างสรรค์เป็นผลงานด้วยเทคนิคเครื่องเคลือบดินเผาโดยขึ้นรูปทรงอิสระที่มีรูปทรงคล้ายปะการังและ ดอกไม้ทะเลที่มีสีสันสดใสสวยงาม เพื่อสะท้อนถึงความงามของธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่คุณค่าเป็นอย่างยิ่ง


259 3. กระบวนการสร้างสรรค์ 3.1 ศึกษาและรวบรวมข้อมูล 3.2 ท าแบบร่าง 3.3 ขึ้นรูปผลงาน ตกแต่งด้วยวิธีการปั้นเสริม 3.4 เผาดิบ 3.5 ตกแต่งระบายสีด้วยสีใต้เคลือบเซรามิกส์ และเคลือบผลงาน 3.6 เผาเคลือบ 3.7 เผยแพร่ในนิทรรศการแสดงผลงานสร้างสรรค์ ภาพที่ 1 ภาพตัวอย่างปะการัง ที่มา: ปะการัง,สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2563 เข้าถึงได้จาก http://chmthai.onep.go.th https://sites.google.com/site/nopajetaui/pakarang ภาพที่ 2 ภาพตัวอย่างปะการัง ที่มา: โลกใต้ทะเล,สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2563 เข้าถึงได้จาก http://https://sites.google.com https://sites.google.com/site/nopajetaui/pakarang


260 ภาพที่ 3 ภาพตัวอย่างปะการัง ที่มา: fish & Aquarium Supplies, สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2563 เข้าถึงได้จาก http://https://reefshackllc.com ภาพที่ 4 ภาพตัวอย่างปะการัง ที่มา: Pinterest, สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2563 เข้าถึงได้จาก https://www.reddit.com/ ภาพที่ 5 การขึ้นรูป ที่มา: ผู้เขียน


261 ภาพที่ 6 การตกแต่งด้วยวิธีการปั้นเสริม การตกแต่งด้วยสีใต้เคลือบ และการเคลือบ ที่มา: ผู้เขียน 4. การวิเคราะห์ผลงาน ภาพที่ 7 ชื่อผลงาน ใต้ทะเล 2 ที่มา: ผู้เขียน การสร้างสรรค์ผลงาน “ใต้ทะเล2” ชิ้นนี้ได้น าเอารูปทรงของปะการังจาน (Turbinaria frondens) ที่พบ ได้ในทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันของประเทศไทย โดยเน้นเรื่องเส้นกับการเคลื่อนไหว ทั้งในส่วนที่รูปทรง ใหญ่และรูปทรงเล็กที่ซ้อนทับ เพื่อแสดงถึงการเคลื่อนไหวของรูปทรงตามแรงกระเพื่อมของน้ าทะเล ในส่วน ของการให้สีของผลงานได้เน้นสีสันสดใสและความหลากสีในโลกใต้ทะเล ด้วยการระบายให้เป็นเส้นและการ แต้มเป็นจุด เพื่อให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของสีที่ไปสอดรับกับรูปทรง และรายละเอียดของผลงาน และได้น า รูปทรง พื้นผิว สีสันของปะการัง มาสร้างสรรค์บนผลงานเครื่องเคลือบดินเผา ด้วยวิธีการขึ้นรูปทรงอิสระ และ ตกแต่งตามกระบวนการเครื่องเคลือบดินเผา ให้สอดคล้องตามเรื่องราวแนวความคิดของผู้สร้างสรรค์ที่เกิดจาก แรงบันดาลใจจากใต้ทะเล สู่การสร้างสรรค์ผลงานเครื่องปั้นดินเผา


262 5. สรุป การสร้างสรรค์ผลงานเรื่อง “ใต้ทะเล2” เกิดการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องเคลือบดินเผาด้วยวิธีขึ้นรูป อิสระ โดยน าเอาแนวคิดและแรงบันดาลใจจากความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล เช่น รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว สีสันที่หลากหลายของปะการังและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยใต้ทะเล มาสร้างสรรค์ตามขั้นตอน กระบวนการของเครื่องเคลือบดินเผา ก่อให้เกิด เป็นผลงานสร้างสรรค์ตามแนวความคิดและจินตนาการ สร้าง ความรู้สึก สดใสและมีความสุขถึงจินตนาการในโลกของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ตามแนวความคิดของผู้ สร้างสรรค์ เอกสารอ้างอิง กลางขวัญฤทัย ธนคลัง. (2559). แรงบันดาลใจใต้ท้องทะเล: โครงการสร้างสรรค์. (วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยศิลปากร,นครปฐม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. (2556). ปะการัง, สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2563 จากเว็บไซด์https:// km.dmcr.go.th/th/c_3 สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน. 2558. หญ้าทะเลและปะการัง ปี 2558, สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2563 จากเว็บไซด์ https://www.dmcr.go.th/


263 จินตนาการจากวิถีชีวิตชาวใต้ Imaginative of Southern life วรรณวิสา พัฒนศิลป์, Wanwisa Phattanasin วิทยาลัยช่างศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, College of Fine Arts, Bunditpattanasilpa Institute. Email: [email protected] บทคัดย่อ วิถีชีวิตชาวใต้เป็นความงามเฉพาะถิ่น อันจะปรากฏได้จากสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชนพืชพันธุ์ พฤกษาที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า จากความประทับใจ ความทรงจ าและ ความผูกพันของผู้สร้างสรรค์ ได้เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการจินตนาการถ่ายทอดลวดลายศิลปวัฒนธรรมทาง ภาคใต้ จากประสบการณ์ความรู้สึกโดยถอดลวดลายออกมาเป็นลายเส้น สร้างสัญญะในรูปแบบเฉพาะตน เป็น ผลงานศิลปกรรมลายรดน าร่วมสมัย ชุด “จินตนาการจากวิถีชีวิตชาวใต้” เพื่อแสดงออกถึงความงามในมุมมอง อันพิเศษของผู้สร้างสรรค์ให้สังคมได้ตระหนักถึงคุณค่า ความงามเฉพาะถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ทางภาคใต้ ค าส าคัญ: จินตนาการ, วิถีชีวิต, ชาวใต้ Abstract Southern lifestyle is a local beauty. Which can be seen from the environment Way of life, flora and fauna community with an abundance of nature Valuable arts and culture From the impression The memory and engagement of the creator Has been the inspiration for the imagination to convey the patterns of art and culture in the south From the experience, the feeling by removing the pattern into stripes Create a contract in their own form It is a contemporary work of Lacquerware Painting set, " Imaginative of Southern life " to express the beauty in a special perspective of the creator. For society to realize the value The unique local beauty of the South. Keywords: Imaginative, Southern, life


264 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา วิถีชีวิตทางตอนใต้ของประเทศไทย มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้าน วิถีชีวิต ศิลปะและวัฒนธรรม ปรากฏ หลักฐานจากปูนปั้น โบราณสถานพระบรมธาตุไชยา ลายปูนปั้นพระพุทธรูปปางเทศนาท่ามกลางพันธุ์พฤกษา ของผนังวัดถ าคูหา พระพุทธรูปประติมากรรม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร สลักด้วยศิลาค้นพบที่อ าเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีลวดลายปูนปั้นจากวัดถ าสิงขร ลวดลายพืชพันธุ์พฤกษาที่เป็นเอกลักษณ์ศรีวิชัยมาจาก พันธุ์ไม้พืชพันธุ์ต่างๆทางภาคใต้ของประเทศไทย เช่นดอกบัวผุดหรืออีกชื่อที่เรียกว่ากระโถนฤษี ซึ่งเป็นดอกไม้ ที่ถูกค้นพบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยอดผักกูดและพืชพันธุ์ที่พบเห็นได้โดยทั่วไป ลวดลายจากเนื อหาและ เรื่องราวที่บอกถึงอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตชุมชล จากวัฒนธรรมความเป็นอยู่ในภาคใต้ได้เป็นแรงบันดาลใจในให้ผู้สร้างสรรค์ได้จินตนาการลวดลาย โดยถอดลวดลายที่ศึกษาออกมาเป็นลายเส้น แสดงออกถึงความพริ งไหวด้วยเส้นที่มีความอ่อนช้อยตามรูปแบบ ศิลปกรรมศรีวิชัย และใช้เส้นแทนค่าของพืชพันธุ์พฤกษาที่มีความอุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงถอดลายเส้นจากวิถี ชีวิตชุมชนที่แสดงออกถึงความเรียบง่าย สร้างสรรค์ผลงาน ในรูปแบบเฉพาะตน ในผลงานจิตรกรรมลายรดน า ชุด “จินตนาการจากวิถีชีวิตชาวใต้” ด้วยเทคนิคศิลปกรรมลายรดน าร่วมสมัยเป็นหนึ่งในงานช่างสิปปหมู่ ประเภทช่างรัก และเป็นงานศิลปะไทยที่มีเอกลักษณ์โดย จะปรากฏสีแค่สองสี ได้แก่ สีด าของยางรัก และ สี ทองของทองค าเปลว ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองดั่งยุคทองของอาณาจักรศรีวิชัยจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อตระหนักในคุณค่าของความงามศิลปวัฒนธรรม อนุรักษ์และสืบทอดต่อคนรุ่นหลังสืบไป 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ เก็บข้อมูลภาคสนามจากสถานที่จริงเพื่อบันทึกภาพและบันทึกออกมาเป็นลายเส้น ศึกษาโดยการส ารวจรูปแบบ จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ลวดลายพืชพันธุ์พฤกษาและวิถี ชีวิตชุมชน เก็บข้อมูลจาก ดอกบัวผุด, ยอดผักกูด, ต้นจาก, ดอกบัว, ใบมะขาม, สายน า, ชุมชลประมงติดทะเล, การประกอบอาชีพชาวสวน และวิถีอื่นๆในภาคใต้ จากสถานที่จริงเพื่อบันทึกภาพและบันทึกความรู้สึกที่ วิถีชีวิตชาวใต้มีศิลปะและ วัฒนธรรม ความเชื่ออันเป็น เอกลักษณ์เฉพาะตน ถอดลวดลาย จาก ประติมากรรม โบราณสถาน สถาปัตยกรรม พืชพันธุ์ พฤกษาและวิถีชีวิตชุมชน ออกมาเป็น ลายเส้น ในรูปแบบเฉพาะตน จิตรกรรมลายรดน าร่วมสมัย ชุด “จินตนาการจากวิถีชีวิต ชาวใต้” เพื่อกระตุ้นเตือนให้เห็นถึงคุณค่า ความงามในมุมมองทางสัญญะอันพิเศษของผู้สร้างสรรค์


265 ประทับใจ ถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้สึก โดยถอดลวดลายที่ศึกษาออกมาเป็นลายเส้น สร้างสัญญะ ใน รูปแบบเฉพาะตน ประมวลแนวคิดสร้างภาพร่าง สู่ขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมลายรดน้ าชุด “จินตนาการจากวิถีชีวิตชาวใต้” (ก) (ข ) (ค) ภาพที่ 1 ขั้นตอนการเตรียมพื้น (ก) เตรียมพื นผิวที่จะเขียนลายรดน า โดยจะต้องขัดผิวให้เรียบ น ารักน าเกลี ยงมาทาพื นให้ทั่วเพื่ออุดรอยเสี ยนและผึ่งไว้จนแห้ง (ข) น ารักน าเกลี ยงผสมสมุก บดให้เข้ากันจนละเอียด น าไปทาที่พื นผิวจากนั นปล่อยทิ งไว้จนแห้งสนิท น าหินหรือกระดาษ ทรายมาขัดผิวให้เรียบเสมอกัน (ค) เมื่อทารักและขัดผิวจนได้พื นผิวที่มีความหนาเหมาะสมแล้ว ให้ทาด้วยรักน าเกลี ยง และน าไปเก็บในที่มิดชิดไม่มีฝุ่นจับได้ จนแห้งสนิท น าพื นผิวนั นมาเช็ด ปัด ท าความสะอาด ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ (ก) (ข ) ภาพที่ 2 ขั้นตอนการเตรียมน้ ายาหรดาล (ก) เตรียมน ายาหรดาล ได้แก่ หินสีเหลืองที่น ามาบดให้ละเอียด แช่น า ล้างให้สะอาด น ามาบดรวมกับน าส้มป่อย แล้ว น าไปตากแดดให้แห้ง (ข) น าต้มฝักส้มป่อย ใช้ผสมกับหรดาล บดจนละเอียดแล้วตากแดดอีก ท าเช่นนี ซ า 2 - 3 ครั งจากนั นน ายางกาวกระถิน มาแช่น าให้ละลายผสมเป็นน ายาหรดาลไว้ส าหรับเขียนลาย ที่มา: ผู้สร้างสรรค์


266 (ก) (ข) ภาพที่ 3 ขั้นตอนการเตรียมแบบแผ่นปรุ (ก) น ากระดาษไขมาวางซ้อนไว้บนตัวลายต้นแบบที่จะใช้เขียน ใช้เข็มแหลมปรุตามเส้นลายที่เขียนไว้ ก่อนที่จะน า กระดาษลายไปทาบพื นผิวที่จะเขียน (ข) น ากระดาษปรุลายมาทาบเอาฝุ่นดินสอพองเผาใส่ลูกประคบ น ามาตบบนกระดาษตาม รอยปรุ เพื่อให้ฝุ่นนั นผ่านรูปรุ ไปติดบนพื นผิวเป็นลวดลาย ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ (ก) (ข) ภาพที่ 4 ขั้นตอนการเตรียมเขียนลาย (ก) น าน ายาหรดาลที่เตรียมไว้มาเขียนตามรอยที่ใช้ลูกประคบโรยแบบปรุไว้ และถมช่องไฟที่ต้องการให้เห็นพื นรักสีด า (ข) เมื่อเขียนเสร็จใช้ผ้านุ่มเช็ดฝุ่นออกแล้วน าผ้าชุบยางรักที่เคี่ยวไฟไว้จนเหนียวเช็ดรัก การเช็ดรัก คือ เช็ดยางรักลงบนพื นที่ ไม่ได้ลงหรดาล (พื นที่จะปิดทอง) และเช็ดออกให้เหลือบางที่สุด เรียกว่า การถอนรัก ที่มา: ผู้สร้างสรรค์


267 (ก) (ข) (ค) ภาพที่ 5 ขั้นตอนการปิดทองรดน้ า (ก) ปิดทองลงบนพื นที่เช็ดรักไว้ (ข) น ากระดาษที่หุ้มแผ่นทองมาชุบน า และปิดทับทองที่ลงไว้ พรมน าให้ชุ่มพื นผิวทั งหมด ทิ งไว้ 2 - 3 นาที ให้หรดาล ละลาย และเช็ดออกด้วยส าลีชุบน าเบา ๆ น าน ามารดและล้างจนน ายาหรดาลออกจนหมด (ค) รดน าล้างหรดาลเสร็จสมบูรณ์ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ ภาพที่ 6 ผลงาน “จินตนาการจากวิถีชีวิตชาวใต้” ที่มา: ผู้สร้างสรรค์


268 4. การวิเคราะห์ผลงาน ผลงานการสร้างสรรค์จิตรกรรมลายรดน าร่วมสมัย ชุด “จินตนาการจากวิถีชีวิตชาวใต้” สร้างขึ นจาก ความประทับใจ ความทรงจ าและความผูกพันที่เป็นประสบการณ์ตรงของผู้สร้างสรรค์ ผู้สร้างสรรค์ได้สร้าง ลวดลายผ่านจินตนาการจากพืชพันธุ์พฤกษาและวิถีชีวิตชุมชน ในพื นที่ทางภาคใต้ของประเทศไทย น าลวดลาย ที่ได้นั นมาถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้สึกโดยถอดลวดลายที่ศึกษาออกมาเป็นลายเส้น ในรูปแบบเฉพาะตน ผู้สร้างสรรค์ได้น าลายเส้นของรูปทรงที่ได้นั น มาผูกลายในรูปแบบของลายไทย เพิ่มเติมเสริมสร้างลวดลาย ขึ นมาใหม่ ประกอบสร้างโดยมีพื นฐานแนวคิดจากลวดลายวิถีภาคใต้ ทางตอนใต้ของประเทศไทย สร้างสรรค์ เป็นผลงานศิลปกรรมลายรดน าร่วมสมัย 5. สรุป การสร้างสรรค์ผลงานชุดนี ผู้สร้างสรรค์ต้องการแสดงออกในแนวคิดจากความประทับใจ ความทรงจ า และความผูกพันของผู้สร้างสรรค์ จากความงามของศิลปวัฒนธรรมทางภาคใต้ที่ ได้ส่งอิทธิพลต่อความ เจริญรุ่งเรืองทางด้านวิถีชีวิต ศิลปะและวัฒนธรรม ความเชื่ออันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน ผู้สร้างสรรค์ได้ คัดลอกจินตนาการลวดลายจากจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม พืชพันธุ์พฤกษาและวิถีชีวิตชุมชน ถอดลวดลายที่ศึกษาออกมาเป็นลายเส้น สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบเฉพาะตน ด้วยเทคนิคศิลปกรรมลายรด น าร่วมสมัย ชุด “จินตนาการจากวิถีชีวิตชาวใต้”เพื่อจดบันทึก ความงามในมุมมองอันพิเศษของผู้สร้างสรรค์ กระตุ้นเตือนให้ผู้คนเห็นถึงคุณค่าทางความงาม อัตลักษณ์พื นถิ่นทางภาคใต้ เอกสารอ้างอิง น. ณ ปากน า. (2524). วิวัฒนาการลายไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พิฆเณศ. ประพัฒน์พงศ์ เสนาฤทธิ์.(2545).สุราษฎร์ธานี เมืองคนดีศรีแผ่นดิน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. สนั่น รัตนะ.(2545). ศิลปะลายรดน้ า. กรุงเทพฯ : หจก.เอมี่ เทรดดิ ง. เสน่ห์ หลวงสุนทร.(2542). ศิลปไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มิตรสัมพันธ์กราฟฟิค จ ากัด.


269 มายาลวง Illusion of Conformity วัชระ พงษ์ไพบูลย์, Watchara Pongpaiboon วิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat College of Fine Arts, Nakhon Si Thammarat Province. E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ปัจจุบันในสังคมที่มีขนาดใหญ่ และมีความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นการด าเนินชีวิตประจ าวัน หรือแม้แต่ พฤติกรรมของมนุษย์ซึ่งมีความแตกต่างกันโดยพื้นฐานจากการเลี้ยงดูบริบทของครอบครัว การศึกษา วิถีชีวิตที่ มีความหลากหลาย จนกระทั่งการประกอบอาชีพ ในยุคปัจจุบันซึ่งมีจ านวนประชากรที่มากขึ้น มีการแข่งขันสูง ประกอบกับการที่มนุษย์ต้องดิ้นรนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองอยู่รอดและดูมีหน้าตาในสังคมจนต้อง ปกปิดตัวตนเสมือนเป็นการสร้างมายาเพื่อลวงให้คนในสังคมรับรู้ถึงด้านที่ดีของตน ซึ่งจริงๆ แล้วอาจไม่ใช่เนื้อ แท้ที่แสดงออกมา เสมือนเป็นการปกปิดตัวตน มนุษย์จึงมีความซับซ้อนในจิตใจและพฤติกรรมที่ไม่ซ้ ากัน เพื่อต้องการที่จะให้ตนให้อยู่รอดในสังคม โดยมนุษย์จะไม่แสดงตัวตนที่แท้จริง มีความไม่แน่นอนในด้านอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ที่เข้ามากระทบและ แสดงออกไปด้วยสภาพของสังคมที่มีบริบทไม่เหมือนกัน บางครั้งมนุษย์จึงต้องปกปิดตัวตน เพื่อสร้างภาพลวง เพื่อให้ตนเองอยู่รอดในสังคม และบางครั้งก็ใช้การหลวกลวงเพื่อหวังผลประโยชน์ประหนึ่งเป็นการสร้างมายาลวง Abstract In today’s large-scale society, there are various differences in the way of living and people’s behaviour caused by the results of their upbringing, family roles, education and lifestyle. Even in the fields of employment where there is a growing population, the competition is also huge. Due to the fact that humans have a tendency to struggle for their own survival and have desires to feel valued in society, they are compelled to hide their inner selves in order for others to see only the “goodness” inside them of which may not be their actual and true selves. This is similar to the concealment of one’s own nature using misguiding illusions. Human possesses complex psyche and multitude of characters and behaviors. To survive within society, humans will not reveal their true selves. Human needs to conform their expressions to societal norms and regulations. Due to this fact, the emotions and feelings of individuals are often unpredictable as it is difficult to distinguish their true selves from the deceiving illusions. Sometimes humans adopt this illusion to survive in society and occasionally use this illusion to deceive for their own benefits- comparable to an illusion of conformity.


270 1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหา สังคมคือการที่มนุษย์อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ตั้งแต่ระดับครอบครัว ต าบล จังหวัด ประเทศ และโลก ซึ่งมี ความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ด้วยการที่มนุษย์อยู่รวมกันเป็น กลุ่มที่มากและมีความหลากหลายจึงท าให้เกิดกฎกติกาในการอยู่ร่วมกัน ท าให้เกิดความเป็นปกติสุข แต่ด้วย ความที่มนุษย์มีความซับซ้อนไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ นิสัยที่แตกต่างกัน ซึ่งมาจากพื้นฐานการเลี้ยงดูการศึกษา ท า ให้มนุษย์มีความแตกต่างกันในด้านอารมณ์รวมถึงการแสดงออก จนบางครั้งก็ไม่แสดงอารมณ์ที่แท้จริงของตน ออกมา เสมือนปกปิดตัวตน เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างเชิดหน้าชูตา และอาจใช้มายาความหลอกลวงเพื่อให้ได้ ผลประโยชน์ จนเป็นอาชญากรรมและเกิดเป็นคดีความ ท าให้เกิดปัญหาในสังคมปัจจุบัน 2. แนวคิด /ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง สังคมของมนุษย์คือการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และเมื่ออยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มจึงท าให้เกิดความแตกต่าง ไม่ ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต นิสัยใจคอสังคมไทยในปัจจุบันนี้เกิดความขัดแย้งในสังคม ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ า ทางสังคม และปัญหาในสังคมต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมืองปัญหาสังคม (พระมหาโชคทอง นนท์ศิริ,2556) ด้วยปัญหาทางสังคมนี้จึงท าให้มนุษย์จ าเป็นต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและบางครั้งถึงขั้นปกติตัวตนที่แท้จริง เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ซึ่งอาจจะส่งผลดีหรือผลเสียก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากมนุษย์แสดงตัวตนของตัวเอง ออกมามาก อาจส่งผลเสียต่อการอยู่ร่วมกัน ดังนั้นมนุษย์จึงจ าเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตนเองให้เข้ากับสถานการณ์ ต่างๆ เสมือนการสร้างบุคลิกอีกด้าน คล้ายการสร้างตัวตนใหม่เพื่อปกปิดตัวตนของตนเอง การสร้าง สรรค์ ผลงาน มายาลวง ผู้สร้างสรรค์ต้องการสะท้อนความแตกต่างของมนุษย์ ผ่านรูปทรงทางประติมากรรมที่ สามารถมองได้รอบด้าน โดยใช้ใบหน้าของมนุษย์ที่แสดงอารมณ์ที่ดูขัดแย้งกันโดยให้อยู่คนละด้านเพื่อสะท้อน ลักษณะของใบหน้าที่มีทั้งความนุ่มนวลและความแข็ง โดยอาศัยทัศนธาตุ (Elements) ทางงานศิลปะ ประกอบ กับการจัดวางองค์ประกอบ (Composition) ให้มีความเป็นกลุ่มก้อน (Mass) 3. กระบวนการสร้างสรรค์ 3.1 ศึกษาและรวบรวมข้อมูล 3.2 ท าแบบร่าง 3.3 ขึ้นรูปผลงาน จากดินเหนียว 3.4 ท าพิมพ์แม่ปูนปลาสเตอร์ 3.5 หล่อผลงานด้วยซีเมนต์ 3.6 ทุบพิมพ์แต่งและท าสี 3.7 เผยแพร่ในนิทรรศการแสดงผลงานสร้างสรรค์


271 ภาพที่ 1 ภาพตัวอย่างการช่วยเหลือกันทางสังคม ที่มา: จิตอาสาเยี่ยมคนพิการในชุมชน salamanderjewerlry, สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2563 เข้าถึงได้จาก http:// salamanderjewerlry.co.th ภาพที่ 2 ภาพตัวอย่างความขัดแย้งทางสังคม ที่มา: สังคมไทยไร้ความขัดแย้ง, สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2563 เข้าถึงได้จาก http:// thaiconflict.blogspot.com ภาพที่ 3 ผลงานจากการขึ้นรูปด้วยดินเหนียว ในมุมองด้านหน้า ที่มา: ผู้เขียน


272 ภาพที่ 4 ผลงานจากการขึ้นรูปด้วยดินเหนียว ในมุมมองด้านหลัง ที่มา: ผู้เขียน ภาพที่ 5 ขั้นตอนการแบ่งพิมพ์ ที่มา: ผู้เขียน ภาพที่ 6 ขั้นตอนการทาปูนปลาสเตอร์ในผิวแรก ที่มา: ผู้เขียน


273 ภาพที่ 7 พิมพ์ปูนที่หล่อส าเร็จแล้ว ที่มา: ผู้เขียน ภาพที่ 8 แกะแม่พิมพ์เพื่อควักดินออกเพื่อหล่อเป็นชิ้นงาน ที่มา: ผู้เขียน 4. การวิเคราะห์ผลงาน ภาพที่ 9 ชื่อผลงาน มายาลวง ที่มา: ผู้เขียน


274 การสร้างสรรค์ผลงาน “มายาลวง” งานประติมากรรมชิ้นนี้ได้น ารูปทรงของใบหน้ามนุษย์ที่มีลักษณะ แตกต่างกัน โดยให้อยู่คนละด้านเปรียบเปรยว่ามนุษย์นั้นมี 2 บุคลิกในคนเดียวกัน เหมือนแอบแฝงหรือปกปิด ตัวตนที่แท้จริง สะท้อนลักษณะของใบหน้าที่มีทั้งความนุ่มนวลและความแข็ง โดยอาศัยทัศนธาตุ (Elements) ทางงานศิลปะ ประกอบกับการจัดวางองค์ประกอบ (Composition) ให้มีความเป็นกลุ่มก้อน (Mass) เพื่อให้ เกิดความงานและความเชื่อมโยงของรูปทรงอีกทั้งสอดรับกับแนวความคิดดังกล่าว ผ่านกระบวนการ ประติมากรรมด้วยวิธีการปั้นหล่อผ่านวัสดุซีเมนต์ และท าสี 5. สรุป การสร้างสรรค์ ผลงานเรื่อง “มายาลวง” เป็นการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมแบบลอยตัว โดยน า เอาแนวคิดและแรงบันดาลใจจากสภาพของสังคมในปัจจุบันที่มีความขัดแย้ง แก่งแย่งแข่งขัน และไม่ได้เอา ความดีที่แท้จริงในตัวตนมาใช้ แต่เป็นการสร้างมายาขึ้น เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดและเป็นที่ยอมรับ โดยการใช้ รูปทรงใบหน้ามนุษย์สื่อถึงความสร้างตัวตนในอีกด้านขึ้นมา และใช้เส้นเป็นตัวเชื่อมโยงให้รูปทรงทั้ง 2 ประสานเชื่อมโยงกันของรูปทรงเพื่อให้เกิดความลงตัว เอกสารอ้างอิง จิตอาสาเยี่ยมคนพิการในชุมชน/(salamanderjewerlry. สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2563 จากเวปไซด์http:// salamanderjewerlry.co.th พระมหาโชคทอง นนศิริ. (2559). บทบาทการส่งเสริมพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมแก่ประชาชนของสงฆ์. เขตการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัย ศิลปากร, นครปฐม สังคมไทยไร้ความขัดแย้ง. สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2563 จากเวปไซด์ http://thaiconflict.blogspot.com


275 จิตรกรรมสีน ้ำ : สีสันนำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน Watercolour Painting : Colourful of Thai – Esarn tradition Dramatics. วิศิษฐ พิมพิมล, Wisit Pimpimon วิทยำลัยช่ำงศิลปสุพรรณบุรี, Suphanburi College of Fine Arts E-mail: [email protected] บทคัดย่อ จิตรกรรมสีน ้ำสีสันนำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษำข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องกับ นำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน เพื่อใช้ข้อมูลในกำรคัดสรรชุดกำรแสดงนำฏศิลป์อีสำน ทั งในแบบอนุรักษ์และ สร้ำงสรรค์มำเป็นวัตถุดิบในกำรสร้ำงสรรค์ถ่ำยทอดเป็นผลงำนจิตรกรรมสีน ้ำ กำรศึกษำข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องกับ นำฏศิลป์อีสำนพบว่ำ จำรีตประเพณีซึ่งเรียกว่ำ “ฮีตสิบสอง” เป็นแนวทำงในด้ำเนินชีวิตที่ส้ำคัญของชำวอีสำน มีควำมสัมพันธ์กับศำสนำ ควำมเชื่อ ฤดูกำล กำรประกอบอำชีพ และควำมเชื่อที่ส้ำคัญเกี่ยวกับนำคในวันเพ็ญ เดือน 11 จึงเลือกกำรแสดงนำฏศิลป์สร้ำงสรรค์ ชุด “นำคำภิรมย์” ของวิทยำลัยนำฏศิลป์ร้อยเอ็ดเป็นข้อมูล และวัตถุดิบ จำกข้อมูลนำฏศิลป์อีสำนดังกล่ำว น้ำมำสู่กำรสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำ น้ำอิทธิพลจำกงำน ศิลปกรรมและจินตนำกำร โดยผสมผสำนทฤษฎีรูปทรง (Theory of Form) และทฤษฎีกำรแสดงออกซึ่ง ควำมรู้สึก (Theory of Expression) ผลกำรสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำจำกชุด นำคำภิรมย์ต้องใช้ข้อมูลด้ำนแนวควำมคิดจำกชุดกำรแสดง เครื่องแต่งกำย ท่วงท่ำกำรฟ้อนร้ำ ดนตรีกำรสังเครำะห์นำฏลักษณ์ของกำรแสดงให้ชัดเจน ช่วยสร้ำงให้เกิด จินตนำกำรขณะสร้ำงสรรค์ รวมทั งกำรถ่ำยทอดเอกลักษณ์ที่ส้ำคัญของนำฏศิลป์อีสำนอีกประกำรคือควำม สนุกสนำน ควำมกระฉับกระเฉงว่องไวของท่ำทำงร่ำยร้ำ จะแสดงผลได้ชัดเจนยิ่งขึ นด้วยกำรใช้ควำมสดของสี กำรทิ งร่องรอยของครำบสี รอยแปรง กำรหยอด หยด สลัดสีตำมแบบฉบับของเทคนิคจิตรกรรมสีน ้ำเข้ำร่วม ด้วย ค้ำส้ำคัญ: จิตรกรรมสีน ้ำ, สีสันนำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน Abstract The watercolor painting of the colorfulness of the local northeastern Thai dance aims to study about the local northeastern Thai dance to select inspiring shows both traditional and creative dancing and express in the watercolor painting art. The research indicates that the tradition called “Heet Sibsong” (The twelve-month tradition) is the important rituals in the way of life for the northeastern. It is deeply related to religion, believes, seasons, jobs, dancing and art. The northeastern people have specific ceremonies for each month that always includes particular rituals and dancing. Together with the aforementioned, in the


276 eleventh month during winter, Nagas on the full-moon night of the month is a very important belief for the locals so the “Nagas Pirom” dance of The College of Dramatic Arts – Roi-ed was picked. The northeastern dances ignited the visual art creation with watercolor painting technique under the influence of the painting art and imagination. Theory of Form and Theory of Expression were combined with the concepts of each dance ranging from their costumes, dancing postures, and music. The synthesis process of all the dancing’s elements brings about imagination and the expression of the northeastern dance’s identity. The enjoyment and energetic dancing steps which are the essential characteristics are demonstrated through the vibrant color selection, the trace of the color and brush strains, including mingling, dipping, and splattering techniques in the watercolor painting. Keyword: Watercolour Painting, Colourful of Thai – Esarn Tradition Dramatics. 1. ควำมส้ำคัญหรือควำมเป็นมำของปัญหำ กำรแสดงนำฏศิลป์ในแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่ำงกันไป ทั งนี ขึ นอยู่กับปัจจัยหลำยด้ำน เช่น สภำพแวดล้อม ภูมิอำกำศ ประเพณีวัฒนธรรม ศำสนำ ควำมเชื่อ ลักษณะนิสัย เป็นต้น นำฏศิลป์ 4 ภำคของ ไทยก็เช่นเดียวกัน จำกกำรเก็บข้อมูลเพื่อสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำ ชุดนำฏศิลปพื นเมือง 4 ภำค ซึ่งผู้สร้ำงสรรค์ ได้รับทุนอุดหนุนกำรสร้ำงสรรค์จำกสถำบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรมประจ้ำปี พ.ศ.2559 นั น ท้ำ ให้ผู้สร้ำงสรรค์พบว่ำ นำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน มีกำรแสดงออกซึ่งเต็มไปด้วยควำมสนุกสนำน เร้ำใจ ตื่นตำ ตื่นใจแก่ผู้ชม นอกจำกนี จำกกำรศึกษำข้อมูลพบว่ำนำฏศิลป์พื นเมืองอีสำนยังมีควำมแตกต่ำงกันออกไปใน รำยละเอียด และยังคงมีกำรพัฒนำ รูปแบบอย่ำงต่อเนื่องโดยเฉพำะจังหวัดซึ่งมีวิทยำลัยนำฏศิลป สถำบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ตั งอยู่ คือ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกำฬสินธุ์ และนครรำชสีมำ รูปแบบของกำรแสดงจะมีกำร ปรับปรุงพัฒนำในหลำย ๆ ด้ำน รวมทั งกำรใช้เทคโนโลยีเข้ำมำช่วยในกำรแสดง จำกควำมสนใจของผู้ สร้ำงสรรค์น้ำมำสู่กำรศึกษำข้อมูลเพื่อเข้ำถึงควำมแตกต่ำงโดยเฉพำะด้ำนสีสันของนำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน และน้ำมำสร้ำงสรรค์โดยเลือกกำรแสดงเฉพำะชุด เป็นแรงบันดำลใจกำรสร้ำงสรรค์ ประกอบกับกำรศึกษำ ทฤษฎีกำรสร้ำงสรรค์ ทฤษฎีรูปทรง ทฤษฎีกำรแสดงออก และเลือกเทคนิคจิตรกรรมสีน ้ำซึ่งเป็นเทคนิคที่มี ควำมท้ำทำย กำรสร้ำงสรรค์ผลงำนให้ประสบควำมส้ำเร็จมีส่วนจำกควำมช้ำนำญเฉพำะตัวของผู้สร้ำงสรรค์ช่วย ส่งเสริมให้เกิดเอกลักษณ์เฉพำะลงในผลงำนสร้ำงสรรค์ กำรน้ำแรงบันดำลใจและข้อมูลซึ่งได้จำกกำรศึกษำนำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน มำค้นหำรูปแบบกำร แสดงออก และควำมสมบูรณ์ของเทคนิคเพื่อสร้ำงสรรค์เป็นจิตรกรรมสีน ้ำ จึงเสมือนกำรต่อยอดจำกภูมิปัญญำ ด้ำนนำฏกรรมอีสำนมำสู่งำนทัศนศิลป์ ยังแสดงถึงกำรมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำงำนศิลปวัฒนธรรมทั ง 2 สำขำ คือ นำฏกรรม และจิตรกรรม


277 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1 นำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน หมำยถึงกำรแสดงกำรฟ้อนร้ำประกอบดนตรี ซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ เฉพำะของอีสำน ทั งภำษำ ท่วงท้ำนองกำรขับร้อง ท่ำทำง เครื่องแต่งกำย และเครื่องดนตรี ทั งนี ยังมีกำรแบ่ง ออก เป็น 3 กลุ่มวัฒนธรรมอีสำน ประกอบด้วย กลุ่มอีสำนเหนือ ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมจำกประเทศลำว กำรแสดง ได้แก่ ฟ้อน เซิ ง เครื่องดนตรีประกอบด้วยแคน พิณ ซอ โปงลำง โหวด ฉิ่ง ฉำบ กรับ กลุ่มอีสำนใต้ ได้รับอิทธิพลจำกประเทศกัมพูชำ กำรแสดงเช่นร้ำกระทบสำก ร้ำตั กแตนต้ำข้ำว เครื่องดนตรีเช่น กลองกันตรึม ปี่สไล ร้ำมะนำ พิณ และกลุ่มอีสำนเมืองโครำช เป็นวัฒนธรรมเฉพำะในเขตจังหวัดนครรำชสีมำ มีลักษณะกำร แสดงที่โดดเด่น คือกำรเล่นเพลงโครำชคล้ำยเพลงฉ่อยล้ำตัดของภำคกลำง มีควำมสนุกสนำนและใช้ปฏิภำณ ไหวพริบของผู้แสดง กำรแสดงนำฏศิลป์หรือนำฏกรรมใดก็ตำม ก่อนที่จะน้ำมำสู่เอกลักษณ์เฉพำะ บ่งบอกถึงท้องถิ่นนั น ๆ ย่อมที่จะมีรำกฐำนทำงวัฒนธรรม และองค์ประกอบอื่นมำอย่ำงยำวนำน ดังเช่นที่ เรณู โกศินำ-นนท์ ได้กล่ำวไว้ ว่ำ นำฏศิลป์เป็นสัญชำติญำณหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงออกมำเมื่อเกิดอำรมณ์ขึ น นำฏศิลป์มีวิวัฒนำกำรมำพร้อม กับควำมเจริญของมนุษย์ โดยอำศัยพลังและเจตนำ เป็นเครื่องผลักดันให้จิตกระตุ้นร่ำงกำยให้แสดงควำม เคลื่อนไหว มีจังหวะ มีแบบแผน เพื่อให้เกิดควำมสุข ควำมเข้ำใจและควำมงดงำมแก่ตนเองและผู้อื่น เป็นสิ่งซึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของมนุษย์ในชุมชนนั น ๆ และเมื่อสังคมเติบโตเจริญขึ นก็สำมำรถจ้ำแนกผู้เชี่ยวชำญ เฉพำะทำงนำฏศิลป์ และมีกำรจัดระเบียบแบบแผนของนำฏศิลป์ให้มีควำมงดงำมยิ่งขึ น ชุมชนเป็นทั งผู้สร้ำงให้ เกิดนำฏศิลป์และเป็นผู้อนุรักษ์รักษำวัฒนธรรมนำฏศิลป์ต่ำง ๆ ในชุมชนด้วย และเมื่อนำฏศิลป์ได้เจริญถึงจุด หนึ่งก็จะมีลักษณะเป็นสำกลที่คนทั่วไปเข้ำใจและชื่นชอบ (เรณู โกศินำ-นนท์, 2545 : 7) 2.2 ควำมเชื่อเรื่องนำค นำคเป็นสัตว์ในจินตนำกำรที่มำจำกควำมเชื่อ มีรูปร่ำงคล้ำยกับงูซึ่งอำจมี ลวดลำย ประดับรูปร่ำงของนำคปรำกฏให้เรำเห็นและเข้ำใจกันเพรำะเรื่องเล่ำ วรรณกรรมหรืองำนศิลปกรรม ตั งแต่อดีตมำ ตำมควำมเชื่อโบรำณชำวอียิปต์ถือว่ำงูเป็นเทพแห่งพลังอ้ำนำจ ในส่วนคติควำมเชื่อเรื่องนำคใน เอเชียไม่ปรำกฏชัดเจนว่ำกำรนับถือนำคเริ่มตั งแต่เมื่อใด แต่พบว่ำ ตำมต้ำนำนของบรรพบุรุษขอม มีเรื่องเล่ำ เกี่ยวกับปฐมกษัตริย์ซึ่งเป็นมนุษย์ได้แต่งงำนกับนำค ในพม่ำสมัยโบรำณมีนักบวชซึ่งนับถือบูชำนำค พวกมอญ บำงถิ่นนับถือผีงูและไม่ท้ำร้ำยงู ในจีนและญี่ปุ่นก็มีกำรเคำรพเช่นกัน แต่เป็นงูซึ่งอยู่ในรูปของมังกร ในอินเดีย พบหลักฐำนยืนยันควำมเชื่อเกี่ยวกับกำรเคำรพนับถือนำค คือพบตรำประทับส้ำหรับกำรท้ำเป็นเครื่องรำงของ ขลังรูปนำค ร่วมกับรูปช้ำง แรด วัว และเสือ ควำมเชื่อในเรื่องนำคในเอเชียคงมีสัมพันธ์ร่วมกับพระพุทธศำสนำ ด้วยจำกกำรพบร่องรอยกำรบูชำพญำนำคในถ ้ำโอริสสำในสมัยรำชวงศ์เมำริยะ หรือกำรท้ำสถูปประดับด้วยรูป นำคในศิลปะสมัยอมรำวดี ตลอดจนกำรท้ำนำคประกอบเรื่องตำมพุทธประวัติที่สำญจี ย่อมแสดงให้เห็นว่ำ เรื่องรำวของนำคเข้ำมำมีบทบำทในพระพุทธศำสนำ ทั งในด้ำนคติควำมเชื่อและศิลปกรรม (วิทยำลัยนำฏศิลป ร้อยเอ็ด, 2557: 18) ส้ำหรับคติเรื่องนำคของชำวอีสำน มีปรำกฏในวรรณกรรมท้องถิ่นหลำยเรื่องในต้ำนำน กำรสร้ำงศำสนสถำน ตลอดจนในประเพณีและพิธีกรรมต่ำงๆ ล้วนมีเรื่องรำวของนำคเข้ำไปปะปนอยู่แทบทั งสิ น เพรำะชำวอีสำนเชื่อ ว่ำนำคคือผู้สร้ำงแม่น ้ำล้ำธำร นำคคือบรรพบุรุษของมนุษย์และเป็นเจ้ำแผ่นดิน ควำมเชื่อเรื่องนำคจึงปรำกฏอยู่


278 ในประเพณี ควำมเชื่อเรื่องไสยศำสตร์กำรปลูกเรือน พุทธศำสนำ วรรณกรรมมำกมำย อำทิ “กำรปล่อยเรือไฟ” เพื่อบูชำพญำนำคในล้ำน ้ำโขงเมื่อถึงวันเพ็ญ เดือน 12 หรือฮีตเดือน 12, พิธีขอฝนตำมควำมเชื่อที่ว่ำเมื่อพระ โพธิสัตย์เสวยพระชำติเป็นพญำคันคำก เกิดฝนแล้งพระโพธิสัตย์จึงให้พญำนำคเอำก้อนหินก่อเป็นทำงขึ นไป เพื่อรบกับพญำแถน ในที่สุดพญำคันคำกรบชนะพญำแถนจึงท้ำให้ฝนตกเป็นประจ้ำทุกปีสืบมำ เป็นต้น ปรำกฏกำรณ์ที่ส้ำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับควำมเชื่อเรื่องพญำนำคอีกหนึ่งคือ เป็นปรำกฏกำรณ์ของกำร เกิดลูกไฟสีชมพูพวยพุ่งขึ นมำจำกกลำงล้ำน ้ำโขงสู่อำกำศ ในวันเพ็ญขึ น 15 ค่้ำเดือน 11 ซึ่งตรงกับวันออก พรรษำของประเทศสำธำรณะรัฐประชำธิปไตยประชำชนลำว ปรำกฏกำรณ์อันน่ำอัศจรรย์ที่เกิดขึ นเป็นประจ้ำ ทุกปีนี เป็นเวลำที่แน่นอนเกิดขึ นในแม่น ้ำโขงหรือตำมหนองบึงใกล้เคียงเฉพำะพื นที่จังหวัดหนองคำย ของไทย และเวียงจันทร์ ของลำวเท่ำนั น ชำวอีสำนเรียกปรำกฏกำรณ์นี ว่ำ“บั งไฟพญำนำค” ภำพที่ 1 รูปนำคที่ถ่ำยทอดโดยช่ำงศิลปกรรม ที่มำ: https://punyaonblog.wordpress.com/ 2.3 กำรสร้ำงสรรค์อำรี สุทธิพันธุ์ ได้กล่ำวถึงกระบวนกำรสร้ำงสรรค์งำนไว้ว่ำกำรสร้ำงให้เกิดเป็นสิ่ง ใหม่หรือของใหม่นั น มีหลักหรือกระบวนกำรในกำรสร้ำงสรรค์ที่ส้ำคัญซึ่งสรุปในแบบย่อได้ดังนี 2.3.1. กำรสลับให้ต่ำงไปจำกที่เคยเห็น (misplacing) หมำยถึงกำรสลับให้ผิดต้ำแหน่ง จำกที่เคย เห็น เป็นกำรสร้ำงให้เกิดภำพที่แปลกตำออกไป กำรสลับให้มีรูปร่ำง หรือรูปทรงที่ต่ำงออกไป จำกเดิม ขยำย บำงส่วนให้กว้ำงใหญ่ขึ น หรือท้ำบำงส่วนให้เล็กลง เป็นกำรสลับขนำดและรูปร่ำงกำรสลับให้มีสีสันที่แตกต่ำง ออกไปจำกที่เคยเห็นกันมำ กำรสลับสีนี เกี่ยวข้องกับแสงและเงำด้วย หรือกำรสลับให้เกิดผลประโยชน์ใช้สอย ต่ำงออกไป 2.3.2. กำรสร้ำงควำมคิดให้สับสน (ambiguity) หมำยถึงกำรพยำยำมให้ผู้ชมได้ใช้ควำมคิดและ กำรสังเกตต่อเรื่องรำว เช่น กำรเน้นในส่วนที่ไม่ส้ำคัญให้เด่นขึ น หรือกำรผูกเรื่องใหม่ให้เห็นว่ำ มันอำจจะ เป็นไปได้หรือมันน่ำจะเป็นไปได้ 2.3.3. กำรปรุงแต่งดัดแปลง (adjustable) เป็นกำรท้ำให้ใหม่โดยปรับปรุงของเดิมจำกควำมคิด เดิม กำรเปลี่ยนแปลงฐำนะเดิมให้ดีขึ น หรือกำรปรับใหม่ให้เหมำะสมขึ น ตัวอย่ำงเช่น กำรใช้วัสดุเหลือใช้เข้ำมำ เป็นสื่อในกำรสร้ำงสรรค์จิตรกรรม เป็นต้น 2.4 ทฤษฎีรูปทรง (Theory of Form) เป็นแนวควำมคิดซึ่งออกมำโต้แย้งทฤษฎีเลียนแบบของเพลโต และอริสโตเติล ซึ่งมองว่ำศิลปะคือกำรเลียนแบบสิ่งที่ปรำกฏจำกโลกภำยนอก และศิลปะมีคุณค่ำต่้ำเพรำะเพียง กำรเลียนแบบให้เหมือนเท่ำนั น แนวคิดของเพลโตและอริสโตเติลมีควำมแตกต่ำง กันออกไปบ้ำงพอสมควร ทฤษฎีเลียนแบบยังคงมีข้อโต้แย้งหลำยประกำรเช่น กำรเลียนแบบให้เหมือน มำกที่สุดด้วยทักษะที่สูงของ


279 ผลงำนศิลปะ ก็อำจจะมีคุณค่ำสูงในบำงโอกำสเวลำ รวมทั งกำรเลียนแบบเพียงสิ่งเดียวไม่สำมำรถประเมินค่ำ ของผลงำนศิลปะในเวลำถัดมำได้ ส้ำหรับทฤษฎีรูปทรงมีแนวคิดที่ว่ำ กำรจัดภำพที่สมดุล สัดส่วนที่เหมำะสม หรือจังหวะท่วงท้ำนอง เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ส้ำคัญส้ำหรับกำรสร้ำงผลงำนและประเมินคุณค่ำของศิลปะนอกจำก กำรเลียนแบบ นักสุนทรียศำสตร์เรียกสิ่งนี ว่ำ “รูปทรง” รูปทรงนี เป็นส่วนประกอบหนึ่งในสองส่วนส้ำคัญที่ ประกอบขึ นเป็นศิลปะร่วมกับอีกส่วนคือ “เนื อหำ” (Content, Subject) รูปทรงในศิลปะคือ “องค์ประกอบหรือ สื่อที่ถูกจัดวำงหรือรวบรวมขึ น ได้สัมพันธ์กันอย่ำงกลมกลืนหรืออย่ำงมีเอกภำพ” (หน้ำ49) ค้ำว่ำองค์ประกอบ ศิลป์ ในด้ำนทัศนศิลป์นี หมำยถึง “เส้นและสี”เพรำะฉะนั นรูปทรงของทัศนศิลป์จึงหมำยถึงควำมสัมพันธ์ของ เส้นและสีที่มีควำมกลมกลืนหรือมีเอกภำพ ในด้ำนประติมำกรรมหมำยถึงกำรจัดภำพที่สมดุล ในด้ำนดนตรี รูปทรงของดนตรีก็จะหมำยถึงกำรรวมตัวของเสียงที่มีควำมกลมกลืน ส้ำหรับเนื อหำในศิลปะเกิดจำกกำรน้ำเรื่องรำวต่ำงๆ จำกโลกภำยนอกมำใส่ไว้ในศิลปะของศิลปิน เนื อหำในที่นี หมำยถึงธรรมชำติหรือเรื่องรำวของมนุษย์ เช่น กำรเมือง ศีลธรรม ศำสนำ ปรัชญำฯ หรืออำจจะ หมำยถึงควำมรู้สึกที่มนุษย์แสดงออกมำ เช่นควำมเศร้ำ ควำมสุข ควำมสนุกสนำน ควำมโกรธ ควำมริษยำฯ กำร น้ำเรื่องรำวจำกโลกภำยนอกมำใส่ในงำนศิลปะ ศิลปินอำจใช้วิธีกำรดัดแปลงหรือถ่ำยทอดอย่ำงตรงไปตรงมำ ส้ำหรับทฤษฎีนี จะถือว่ำเนื อหำมีควำมส้ำคัญน้อยกว่ำรูปทรง “ศิลปะบำงชิ นอำจจะไม่มีเนื อหำ แต่ศิลปะทุกๆ ชิ นจ้ำเป็นต้องมีรูปทรง” 2.5 ทฤษฎีกำรแสดงออกซึ่งควำมรู้สึก (Theory of Expression) ศิลปะซึ่งแสดงควำมเกี่ยวข้องกับ ควำมรู้สึกนั นมีมำแต่ดั งเดิม แต่กำรให้ควำมส้ำคัญในทฤษฎีควำมรู้สึกนี อย่ำงจริงจังอยู่ในช่วงคริสตศตวรรษ 18-19 สำเหตุนั นเกิดจำกกำรต่อต้ำนแนวคิดศิลปะลัทธินีโอ-คลำสสิค (Neo-classicism) ที่เชื่อว่ำควำมงำมมำ จำกกำรมีระเบียบแบบแผนและมีเหตุผล ศิลปินในกลุ่มที่ต่อต้ำนนี คือกลุ่มศิลปินโรแมนติกซึ่งมีทั งนักเขียน นัก ดนตรี และจิตรกรคนส้ำคัญ อำทิ เชรีโก (Gericault) และเดอลำกรัว (Delacroix) แนวคิดนี ก่อตัวขึ นอย่ำงเป็น ระบบ ภำยใต้ชื่อทฤษฎีกำรแสดงออกซึ่งควำมรู้สึกในวงกำรสุนทรียศำสตร์เมื่อคริสตศตวรรษที่ 20 ทฤษฎีนี โดดเด่นและได้รับกำรกล่ำวถึงมำกที่สุดจนปัจจุบันทฤษฎีกำรแสดงออกซึ่งควำมรู้สึก แตกต่ำงจำกทฤษฎีรูปทรง ซึ่งให้ควำมส้ำคัญกับรูปทรงที่เกิดจำกควำมสัมพันธ์ขององค์ประกอบศิลป์ ทฤษฎีกำรแสดงออกซึ่งควำมรู้สึก กลับให้ควำมส้ำคัญกับควำมรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภำยในตัวเรำหรือศิลปิน นักสุนทรียศำตร์ได้แสดงทัศนะถึงทฤษฎีกำร แสดงออกซึ่งควำมรู้สึกโดยมีจุดร่วมที่เหมือนกันและต่ำงกันดังนี 2.6 เทคนิคที่ปรำกฏในกำรสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำ เทคนิคกำรวำดระบำยสีน ้ำตำมมำตรฐำนซึ่งเป็น ที่เข้ำใจและรับรู้โดยทั่วกัน และเป็นพื นฐำนที่ส้ำคัญส้ำหรับผู้สร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำมีด้วยกันดังนี กำรระบำยแบบเปียกบนเปียก คือกำรระบำยน ้ำลงบนกระดำษหรือท้ำให้กระดำษเปียกก่อนแล้วจึง ระบำยสีตำมต้องกำรลงไป กำรระบำยแบบนี ช่วยให้สีที่ระบำยติดบนกระดำษทุกส่วน เทคนิคกำรระบำยแบบ เปียกบนเปียก ท้ำได้ด้วยกำรท้ำให้ไหลซึม และกำรปล่อยให้สีไหลย้อย


280 ภำพที่ 2 กำรระบำยแบบเปียกบนเปียกและเปียกบนแห้ง ที่มำ: https://watercoloraffair.com/watercolor-wet-on-wet-vs-wet-on-dry-tutorial-tips-tricks/ กำรระบำยแบบเปียกบนแห้ง คือกำรระบำยสีโดยไม่ต้องลงน ้ำก่อนบนกระดำษ ใช้พู่กันผสมสีในจำนให้ ดีก่อนแล้วจึงระบำยลงไปบนกระดำษที่แห้ง ควำมส้ำคัญของกำรระบำยแบบนี คือปริมำณน ้ำในพู่กัน ถ้ำมี ปริมำณน ้ำมำกสีจะติดกระดำษเรียบเสมอกัน เวลำระบำยต้องระบำยแบบแผ่วเบำไม่ระบำยไปมำแบบทับซ้อน หลำยรอบ กำรระบำยแบบเปียกบนแห้งท้ำได้ทั ง กำรระบำยเรียบแบบสีเดียว กำรระบำยไล่น ้ำหนักอ่อนแก่ แบบสีเดียวและกำรระบำยเรียบแบบหลำยสี กำรระบำยแบบแปรงแห้ง คือกำรระบำยสีที่ใช้พู่กันจุ่มสีและผสมน ้ำน้อย ๆ แล้วระบำยอย่ำงรวดเร็วบน กระดำษ กำรระบำยแบบนี ผู้ระบำยมักจะบันทึกควำมรู้สึกตนเอง ในกำรระบำย ด้วยกำรระบำยแบบแห้งบน แห้งมีประโยชน์ในกำรเน้นส่วนใดส่วนหนึ่ง ภำพที่ 3 กำรระบำยแบบแห้งบนแห้ง หรือ Drybrush ที่มำ: https://www.youtube.com/watch?v=x-qCbm5ZnRo 3. กระบวนกำรในกำรสร้ำงสรรค์ ข้อมูลของกำรสร้ำงสรรค์มำจำกกำรแสดงนำฏศิลป์ชุด “นำคำภิรมย์” ภำพที่ 4 กำรแสดงชุด “นำคำภิรมย์” ที่มำ: https://www.youtube.com/watch?v=suEde_DNshA ภำพที่ 5 กำรแสดงชุด “นำคำภิรมย์” ที่มำ: https://www.youtube.com/watch?v=LfrpOCw3t0U


281 กำรแสดงชุด “นำคำภิรมย์” เป็นกำรแสดงซึ่งเกิดจำกงำนวิจัยสร้ำงสรรค์ของวิทยำลัยนำฏศิลป ร้อยเอ็ด สถำบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยน้ำเอำควำมเชื่อ ควำมศรัทธำของชำวอีสำนแถบลุ่มน ้ำโขงเกี่ยวกับ พญำนำค น้ำมำเป็นแนวคิดในกำรสร้ำงสรรค์งำน กำรแสดงชุดนี มีกำรแบ่งรูปแบบของกำรแสดงออกเป็น 4 องค์ดังนี องค์ที่ 1 “วิถีชนคนลุ่มน ้ำ” แสดงออกถึงกำรด้ำเนินชีวิต ของชำวบ้ำนที่อำศัยอยู่แถบลุ่มแม่น ้ำโขง ทั งสองฝั่งไทยลำว องค์ที่ 2 “สิริล ้ำศรัทธำนที” แสดงถึงควำมเชื่อ ศรัทธำ เชื่อว่ำที่แม่น ้ำโขงมีพญำนำคอำศัยอยู่ ดนตรีประกอบกำรแสดง บรรเลงดนตรีสดวงดนตรีพื นบ้ำนอีสำนวงโปงลำง องค์ที่ 3 “พญำนำคภิรมย์ปรีดิ์” แสดงถึงกำรพบปำฏิหำริย์แห่งสิ่งศรัทธำ แสดงอิทธิฤทธิ์ ใช้ซำวน์ประกอบกำรแสดง บ่งบอกถึงปำฏิหำรย์ของ พญำนำคมีเสียงค้ำรำมของพญำนำค เครื่องแต่งกำย แสดงให้เห็นถึงควำมสนุกสนำนรื่นเริงชื่นชมยินดี เครื่องแต่ง กำยในส่วนที่เด่นชัดคือนักแสดงเชิดนำค ศีรษะโพกผ้ำบิดเกลียวลักษณะคล้ำยหัวพญำนำค สวมเสื อแขนกุดมี ขลิบ สีเขียวลำยพื นบ้ำนอีสำนนุ่งผ้ำนุ่งไหมสีเขียว แบบถกเขมรประยุกต์ ผูกเอวด้วยผ้ำลำยพื นบ้ำนเขียน ลวดลำยพญำนำคลงบนแขนทั งสองข้ำง สวมเครื่องเงิน องค์ที่ 4 “วำดฟ้อนประอรเอียง” แสดงออกถึงควำมสุข ควำมอุดมสมบูรณ์ มีชีวิตชีวำ มีควำมสุขในสิ่งที่เชื่อ และศรัทธำ บรรเลงดนตรีสดด้วยวงดนตรีพื นบ้ำนอีสำนวง โปงลำง ในส่วนของอุปกรณ์ประกอบกำรแสดงแบ่งเป็นส่วนต่ำง ๆ ที่ต้องกำรให้เห็นถึงวิถีชีวิตริมน ้ำ ประกอบด้วย ข้อง มอง กระชัง คุ ส่วนที่ต้องกำรแสดงออกถึงกำรบูชำพญำนำค เช่น บำยศรี และอุปกรณ์ ส้ำคัญในส่วนองค์ที่ 3 และ 4 คือพญำนำคจ้ำลอง กำรศึกษำข้อมูลของกำรจัดกำรแสดงนำฏศิลป์ชุด นำคำ ภิรมย์ นี มีทั งกำรแสดงภำยในโรงละคร และกำรแสดงกลำงแจ้ง กำรแสดงได้น้ำเทคนิค แสง สี เสียงเข้ำมำช่วย เพิ่มเติมควำมทันสมัย อำทิ กำรใช้ไฟ LED ไฟ Black Light ควันสโม๊ค และบั บเปิ้ล (ฟองน ้ำ) ในช่วงพิธีกรรม ศักดิ์สิทธิ์และในช่วงพญำนำคเล่นน ้ำ กำรสร้ำงสรรค์ผลงำนจิตรกรรมสีน ้ำจำกชุดกำรแสดง “นำคำภิรมย์” จำกข้อมูลนำฏศิลป์ชุด นำคำภิรมย์ ผู้สร้ำงสรรค์มีเห็นว่ำชุดกำรแสดงองค์ที่ 3 มีควำมโดดเด่นคือ นำคำภิรมย์ปรีดีย์ มำเป็นวัตถุดิบในกำรสร้ำงสรรค์สู่จิตรกรรมสีน ้ำในครั งนี โดยน้ำมำสร้ำงแบบร่ำงเพื่อค้นหำ องค์ประกอบ และกำรจัดภำพที่น่ำสนใจในกำรท้ำภำพร่ำง จนถึงกำรปรับเปลี่ยนแก้ไขจนเกิดควำมลงตัว ในขณะสร้ำงสรรค์ผลงำนจริง และน้ำขยำยลงสีบนกระดำษเป็นผลงำนสร้ำงสรรค์ จ้ำนวน 3 ชิ นงำนซึ่งมีควำม แตกต่ำงกันในด้ำนองค์ประกอบภำพ ภำพที่ 6 ข้อมูลชุดกำรแสดง นำคำภิรมย์ เพื่อประกอบกำรท้ำแบบร่ำงและสร้ำงสรรค์


282 ภำพที่ 7 แบบร่ำงของชุด นำคำภิรมย์ ภำพที่8 ผลงำนจิตรกรรมสีน ้ำสร้ำงสรรค์ นำคำภิรมย์ชิ นที่ 1 ภำพที่ 9 ผลงำนจิตรกรรมสีน ้ำสร้ำงสรรค์ นำคำภิรมย์ชิ นที่ 2 ภำพที่ 10 ผลงำนจิตรกรรมสีน ้ำสร้ำงสรรค์ นำคำภิรมย์ชิ นที่ 3


283 4. กำรวิเครำะห์ผลงำน ผลงำนสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำชุด “นำคำภิรมย์” แสดงถึงปำฏิหำริย์ ควำมศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ของ พญำนำค กำรแสดงออกในผลงำนชุดนี จึงแสดงออกโดยกำรเน้นให้เห็นถึงพลังควำมศักดิ์สิทธิ์ กำรเลือก ฝีแปรง ในผลงำนชุดนี ใช้ฝีแปรงใหญ่หนักแน่น ให้รู้สึกถึงพลังอ้ำนำจของพญำนำค กำรสร้ำงพื นผิวด้วยกำรแปรงแห้ง กำรหยอดหยดสลัดให้เกิดครำบสีให้มีลักษณะคล้ำยกำรใช้เทคนิคในกำรแสดงเช่น แสงสี ดรำยไอ้ซ์และบัปเบิ ล (ฟองน ้ำ) กำรเลือกใช้โทนสีส่วนใหญ่ในภำพเน้นโทนน ้ำเงินและม่วงซึ่งมีที่มำจำกกำรโครงสีจำกแสงสีของชุดกำร แสดงขององค์นี 5. สรุป ผลงำนจิตรกรรมสีน ้ำชุดสีสันนำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษำข้อมูล อันเกี่ยวเนื่องกับนำฏศิลป์ไทยพื นเมืองอีสำน เพื่อใช้ข้อมูลในกำรคัดสรรชุดกำรแสดงนำฏศิลป์อีสำนมำเป็น วัตถุดิบในกำรสร้ำงสรรค์ถ่ำยทอดเป็นผลงำนจิตรกรรมสีน ้ำ กำรศึกษำข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องกับนำฏศิลป์อีสำน พบว่ำ จำรีตประเพณีซึ่งเรียกว่ำ“ฮีตสิบสอง” เป็นแนวทำงในด้ำเนินชีวิตที่ส้ำคัญอย่ำงมำกกับวิถีชีวิตของชำว อีสำน ซึ่งตำมประเพณีนี ควำมเชื่อเรื่อง นำค มีบทบำทที่ส้ำคัญเช่นกัน เมื่อพบว่ำ วิทยำลัยนำฏศิลปร้อยเอ็ด มีกำรจัดกำรแสดงนำฏศิลป์สร้ำงสรรค์ ชุด “นำคำภิรมย์” ผู้สร้ำงสรรค์เล็งเห็นถึงจุดเด่นจึงน้ำมำเป็นข้อมูลและ วัตถุดิบ เพื่อสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำ ผสมผสำนทฤษฎีรูปทรง (Theory of Form) ทฤษฎีกำรแสดงออกซึ่ง ควำมรู้สึก (Theory of Expression) และจินตนำกำร ผลกำรสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำจำกชุดนี จ้ำเป็นต้องท้ำควำมเข้ำใจในเรื่องแนวควำมคิดชุดกำรแสดง เครื่องแต่งกำย ท่วงท่ำกำรฟ้อนร้ำ ดนตรี กำรสังเครำะห์นำฏลักษณ์ให้ชัดเจน ช่วยสร้ำงให้เกิดจินตนำกำรขณะ สร้ำงสรรค์ รวมทั งกำรถ่ำยทอดเอกลักษณ์ที่ส้ำคัญของนำฏศิลป์อีสำนเช่นควำมสนุกสนำน ของท่ำทำงร่ำยร้ำ จะแสดงผลได้ชัดเจนยิ่งขึ นด้วยกำรใช้ควำมสด ของสี กำรทิ งร่องรอยของครำบสี รอยแปรง กำรหยอด หยด สลัดสีตำมแบบฉบับของเทคนิคจิตรกรรมสีน ้ำมีผลต่อกำรแสดงออกของจิตรกรรมอย่ำงมำก เอกสำรอ้ำงอิง ปำร-รำม่อน, โฆเช่ เอ็ม. (2560). กำรเขียนภำพสีน ้ำฉบับสมบูรณ์. แปลโดย นิวิต หะนนท์. กรุงเทพฯ : ทริป เพิ ล เอ็ดดูเคชั่น. เรณู โกศินำนนท์. (2545). นำฏศิลป์ไทย. พิมพ์ครั งที่ 2. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนำพำนิช. วิทยำลัยนำฏศิลปร้อยเอ็ด. (2557). นำฏศิลป์สร้ำงสรรค์ชุดนำคำภิรมย์. ร้อยเอ็ด. (อัดส้ำเนำ) วิทยำลัยนำฏศิลปร้อยเอ็ดและวิทยำลัยนำฏศิลปกำฬสินธุ์. (ม.ป.ป.). ผลกำรศึกษำค้นคว้ำศิลปวัฒนธรรม พื นบ้ำนอีสำน. กรุงเทพ : กรมศิลปำกร. (อัดส้ำเนำ) วิศิษฐ พิมพิมล. (2559). กำรสร้ำงสรรค์จิตรกรรมสีน ้ำชุดสีสันนำฏศิลป์ไทยพื นเมือง 4 ภำค. ทุนสนันสนุน งำนวิจัยสร้ำงสรรค์ สถำบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. ศรัณย์ โรจพนัส. (2552). คู่มือกำรจัดกำรเรียนรู้ จิตรกรรม 6. กรุงเทพฯ : วิทยำลัยช่ำงศิลป.


284 ธรรมชาติ - ธรรมดา Nature – Ordinary วิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ, Wisut Yimprasert หมู่บ้านพฤกษา8 ซอย 11 บ้านเลขที่ 61/686 ม.5 ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 73120 Baan Pruksa 8 Soi 11, 61/686, Moo 5 Lantakfa, Nakhonchaisri, Nakhonpathom 73120 E-mail: [email protected] บทคัดย่อ ที่มาของผลงานประติมากรรม “ธรรมชาติ - ธรรมดา” เกิดจากการที่ข้าพเจ้าสนุกกับการคิดและชอบ ท างานประติมากรรมชิ้นเล็กๆเก็บไว้ในช่วงเวลาพักผ่อนจากวัสดุเหลือใช้จากการสร้างสรรค์ผลงาน ประติมากรรมชิ้นใหญ่ วัตถุเหลือใช้ต่างๆ ที่เกิดจากการเก็บสะสมไว้ด้วยความชอบส่วนตัวหรือวัตถุที่เตรียมไว้รอ สร้างสรรค์ผลงาน เมื่อช่วงเวลาผ่านไปวัตถุเหล่านั้นจึงท าหน้าที่เป็นวัสดุในการท างานศิลปะเพื่อสร้างรูปทรงใหม่ โดยน ามาประกอบเข้าด้วยกันด้วยกรรมวิธีการต่างๆ ผลงานประติมากรรมชิ้นนี้เป็นการสร้างรูปทรงขึ้นมาใหม่โดยวัสดุเหลือใช้ประกอบเข้าด้วยกัน ด้วยการ ประกอบรูปทรงแบบแทรกเข้าหากันด้วยเทคนิคเจาะ ตัด ผ่า ประกอบวัสดุ และเชื่อมไฟฟ้า เน้นความงามด้าน ธรรมชาติ-ธรรมดาของวัสดุและจังหวะของรูปทรงและพื้นที่ว่าง เป็นผลงานประติมากรรมลักษณะรูปทรง เรขาคณิตโดยการใช้วัสดุเหลือใช้ ค าส าคัญ : ประติมากรรม, วัสดุเหลือใช้, รูปทรง Abstract Origin of the sculpture "Nature - Ordinary" It's because I enjoy educating and enjoying the work of small sculptures during the rest of my time from the found object of the creation of large sculptures. Various found object that are collected with personal preference or objects that are prepared to be created. As time passes, those objects act as artistic materials to create new forms, combining them with various methods. This sculpture is a new form created by the found object. By assembling the intersecting form with drilling, cutting, dissecting, assembling materials and welding electricity. The natural-ordinary beauty of the material and the rhythm of forms and spaces is a geometric sculpture using the found object. Keywords : Sculpture, Found object, Form


285 1. ความส าคัญหรือความเป็นมาของปัญหา ค าว่า วัตถุ เป็นค าที่มาจากภาษาบาลีตรงกับค าในภาษาสันสกฤตว่า วัสดุ ไทยรับมาใช้ทั้ง 2 ค า แต่ใช้ ในความหมายต่างกัน วัตถุ หมายถึง สิ่งของทั่วไป แต่ วัสดุ ใช้หมายถึงสิ่งของที่น ามาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น วัสดุก่อสร้าง วัสดุการศึกษา หรือหมายถึงของที่ใช้แล้วหมดเปลืองไป เช่น กระดาษและเครื่องเขียนต่าง ๆ จัดเป็นวัสดุส านักงาน วัตถุ กับ วัสดุ จึงต่างกันตรงที่การใช้สอย วัตถุ หมายถึง สิ่งของทั่ว ๆ ไป เช่น โบราณวัตถุ. ถาวรวัตถุ วัตถุนิยม ส่วน วัสดุ หมายถึง สิ่งของที่จะน าไปใช้ เช่น กรวด หิน ดิน ทราย ถ้ายังไม่ได้น าไปใช้ เรียกว่าเป็นวัตถุ แต่ถ้าจะน าไปใช้ประโยชน์ เช่นใช้ในการก่อสร้างหรือท าสิ่งอื่น กรวด หิน ดิน ทราย นั้น ก็จะเรียกว่าเป็นวัสดุ คือ วัสดุก่อสร้าง (ส านักงานราชบัณฑิตยสภา, 2550) ประติมากรรมเป็นศิลปะที่อาศัยวัสดุในการสร้างรูปทรง วัสดุและทางเทคนิคจึงมีความส าคัญต่อศิลปะ ประเภทนี้ ข้าพเจ้าเป็นคนชอบเก็บวัตถุ,วัสดุ,เครื่องมือและของใช้ต่างๆ ที่ใช้ไม่ได้แล้วหรือของที่เหลือจากการ ท างาน พิจารณาความงามที่ธรรมชาติ-ธรรมดาของวัตถุ-วัสดุนั้นๆ เพื่อรอเวลาที่จะได้น ามาสร้างเป็นผลงาน ศิลปะในยามว่างจากภาระงานสอน เวลาที่ได้ลงมือท างานศิลปะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในที่นี้อาจจะ เรียกว่าศิลปะบ าบัดส าหรับพักผ่อนก็พอได้ ข้าพเจ้าสนุกกับการคิดและชอบการแก้ปัญหาทางเทคนิคกับวัตถุ หรือวัสดุที่มีอยู่ จะใช้เวลาทบทวนกับจินตนาการภาพร่างพอสมควรแล้วจะใช้เวลาในการลงมือท าให้น้อยที่สุด ผลงานหลายๆชิ้นเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่อีกหลายๆชิ้นก็ไม่ประสบผลดังที่ต้องการ เมื่อผ่านกาลเวลา ผลงานหลายๆชิ้นจึงเป็นกลายเป็นวัตถุที่น ามาใช้เป็นวัสดุในการสร้างโครงสร้างของรูปทรงใหม่ ท าให้ความสนุก คิดสนุกท าเกิดขึ้นมาอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของงาน “ธรรมชาติ - ธรรมดา” ชิ้นนี้ 2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง วัตถุกลายเป็นวัสดุและน าวัสดุมาประกอบให้เกิดของรูปทรงใหม่ วัสดุส าเร็จรูป (Read-Made) ในทางศิลปะสายทัศนศิลป์ วัสดุส าเร็จรูป ฟาวนด์ อ็อบเจ็ค หมายถึง วัตถุหรือของที่มีอยู่แล้ว มักจะ เป็นของที่ผลิตโดยมนุษย์ ถ้าเป็นวัตถุจากธรรมชาติสามารถใช้ค าว่า ฟาวนด์ อ็อบเจ็ค ถ้าเป็นวัสดุส าเร็จรูป มักจะหมายถึงของที่ท าจากอุตสาหกรรม (สุธี คุณาวิชยานนท์. 2561) การประกอบวัตถุเข้าด้วยกัน หรือการประกอบโครงสร้าง(Assemblage or Construction Techniques) เป็นกระบวนการที่ต่างออกไปจากวิธีการสร้างงานประติมากรรมที่ท ากันมาแต่เดิม ซึ่งมักใช้วิธีการ แกะสลัก การปั้นและการหล่อโลหะ ประติมากรในยุคศิลปะสมัยใหม่มีความคิดแหวกแนวในการสร้างสรรค์เพื่อ แสดงออกอย่างอิสระมากขึ้น ท าให้เกิดการทดลองสร้างงานโดยวิธีการต่างไปจากศิลปะคลาสสิก ทั้งศิลปิน สมัยใหม่ยังมีวัสดุให้เลือกใช้อย่างหลากหลายตามพัฒนาการของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีต้นศตวรรษที่ 20 ศิลปินกลุ่มหนึ่งใช้วัตถุที่มีประโยชน์ใช้สอย เช่น โทรศัพท์ หุ่นโชว์เสื้อ เตารีด มาสร้างเป็นงานศิลปะโดยใช้การ


286 ประกอบวัสดุเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เรียกว่า การปะติด หรือนิยมเรียกเทคนิควิธีการนี้ตามเสียงภาษาฝรั่งเศสว่า อัสซองบลาจ (Assemblage) ส่วนวัตถุสิ่งของที่ศิลปินน ามาสร้างเป็นผลงานซึ่งเป็นของใช้งานและหาได้รอบๆตัว เรียกว่า วัสดุที่หาได้ มาจากค าในภาษาฝรั่งเศสว่า ออปเช ทรูเว่ (Objet trouve) ต่อมาจึงหันมานิยมค า ภาษาอังกฤษที่บัญญัติขึ้นภายหลัง (Found Objects) ในปัจจุบันนิยมเรียกสิ่งของเหล่านี้ว่า วัสดุส าเร็จรูป (Readymade) (จักรพันธ์ วิลาสินีกุล. 2560) 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์ ผลงานชิ้นนี้เป็นการประกอบวัสดุเหลือใช้ เพื่อหาจังหวะรูปทรงขององค์ประกอบที่สมบูรณ์โดยการ ประกอบรูปทรงแบบแทรกเข้าหากันด้วยเทคนิควิธีการ เจาะ ตัด ผ่า ประกอบวัสดุ และเชื่อมไฟฟ้า เพื่อให้เกิด โครงสร้างของรูปทรงใหม่ ภาพที่ 1 ภาพวัสดุเหลือใช้ ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ ภาพที่ 2 ภาพวัสดุเหลือใช้ ที่มา: นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ


Click to View FlipBook Version