2) ขนั้ สารวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูแบง่ นักเรียนกลมุ่ ละ 5 – 6 คน สืบค้นขอ้ มูลเกยี่ วกบั กล้องโทรทรรศน์ ตามข้ันตอนดังน้ี
– แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อย่อยให้เพ่ือนสมาชิกช่วยกันสืบค้นตามท่ี
สมาชิกกลุ่มช่วยกันกาหนดหัวข้อย่อย เช่น กล้องโทรทรรศน์ กล้องโทรทรรศน์วิทยุ และกล้องโทรทรรศน์
อวกาศ
– สมาชิกกลุ่มแต่ละคนหรือกลุ่มย่อยช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อย่อยที่ตนเองรับผิดชอบ โดย
การสบื คน้ จากหนังสือ วารสาร สารานกุ รมวิทยาศาสตร์ สารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชน หรอื อินเทอร์เนต็
– สมาชิกกลมุ่ นาข้อมูลทสี่ บื ค้นได้มารายงานใหเ้ พ่ือนๆ สมาชกิ ในกล่มุ ฟงั รวมท้ังร่วมกันอภิปราย
ซกั ถามจนคาดว่าสมาชกิ ทุกคนมีความรูค้ วามเขา้ ใจทีต่ รงกัน
– สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ท่ีได้ทั้งหมดเป็นผลงานของกลุ่ม และช่วยกันจัดทารายงาน
การศึกษาค้นคว้าเกีย่ วกบั กลอ้ งโทรทรรศน์
(2) ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบตั ิกิจกรรม
(3) ครคู อยแนะนาชว่ ยเหลือนักเรียนขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส
ใหน้ กั เรยี นทุกคนซกั ถามเมื่อมีปัญหา
3) ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
(1) นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหน้าหอ้ งเรยี น
(2) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายผลจากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคาถาม เชน่
– กล้องโทรทรรศน์มีก่ีประเภท อะไรบ้าง (แนวคาตอบ 2 ประเภท ได้แก่ กล้องโทรทรรศน์
ประเภทหักเหแสงและกลอ้ งโทรทรรศนป์ ระเภทสะทอ้ นแสง)
– กล้องโทรทรรศน์แต่ละประเภทมีหลักการทางานอย่างไร (แนวคาตอบ กล้องโทรทรรศน์
ประเภทหักเหแสงใชห้ ลักการของการหกั เหของแสงจากวตั ถุนอกโลกผา่ นเลนส์นูน 2 ตัว ส่วนกล้องโทรทรรศน์
ประเภทสะทอ้ นแสงใชห้ ลักการของการสะทอ้ นของแสงจากวัตถุนอกโลกบนกระจกเว้าและกระจกราบ แล้วจึง
ใชห้ ลักการของการหกั เหของแสงผา่ นเลนสน์ นู )
– กล้องโทรทรรศนว์ ิทยมุ หี ลักการทางานอย่างไร (แนวคาตอบ กล้องโทรทรรศน์วิทยุใช้หลักการ
ของการตรวจจับคล่ืนวทิ ยขุ องวัตถุนอกโลก แลว้ แปรสญั ญาณออกมาเปน็ กราฟหรือเปน็ เสียง)
– กล้องโทรทรรศน์อวกาศมีหลักการทางานอย่างไร (แนวคาตอบ กล้องโทรทรรศน์อวกาศใช้
หลักการของการรับและส่งคลื่นหลายรูปแบบ เช่น รังสีเอกซ์ รังสีอัลตราไวโอเลต ไมโครเวฟ และทุกๆ คลื่น
ความถเ่ี พอ่ื นามาประกอบการศึกษาปรากฏการณท์ ่ีเกิดข้นึ ในอวกาศ)
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า กล้อง
โทรทรรศน์มหี ลายชนิด เช่น กล้องโทรทรรศน์ประเภทหักเหแสง กล้องโทรทรรศน์ประเภทสะท้อนแสง กล้อง
โทรทรรศน์วิทยุ และกลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศ ซ่ึงกล้องโทรทรรศนแ์ ต่ละชนดิ มีหลักการทางานที่แตกตา่ งกัน
4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูเช่ือมโยงความรูเ้ ขา้ กับบูรณาการอาเซียน โดยครูอธบิ ายเกีย่ วกับกล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดใหญ่
ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้นักเรียนเข้าใจว่า กล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดใหญ่ท่ีสุดและทันสมัยที่สุดใน
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้อยู่ที่ “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา” หรือหอดูดาวแห่งชาติ โดย
หอดูดาวแห่งน้ีติดต้ังกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ด้วยระบบอัลตะซิมุท
(Altazimuth System) สามารถเล็งและตดิ ตามวัตถุท้องฟ้าได้อย่างแม่นยา ตัวกล้องใช้ระบบทัศนศาสตร์แบบ
ลดความบดิ เบย้ี วของภาพ กระจกหลกั (Primary Mirror) เส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 2.4 เมตร เป็นกระจกโค้งไฮเปอร์
โบลา มพี อรต์ ตดิ ตง้ั อุปกรณ์แบบนาสมิธ (Nasmyth) บังคับแสงดาวท่ีเข้ากล้องให้สะท้อนออกข้างกล้อง กล้อง
โทรทรรศน์สามารถหมุนได้รอบ เพื่อเคล่ือนที่กวาดพิกัด และมีโดมไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่หมุนตามได้
สอดคล้องกัน ทง้ั หมดนี้ทางานอตั โนมตั ิ ควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพวิ เตอรไ์ ด้จากระยะไกล หอดูดาวแห่งชาตินี้
อยู่บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีทัศนวิสัยเหมาะแก่การสังเกตการณ์ทางดารา
ศาสตร์
(2) นักเรียนค้นคว้าคาศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับกล้องโทรทรรศน์ จากหนังสือเรียน
ภาษาต่างประเทศหรอื อนิ เทอรเ์ นต็ และนาเสนอใหเ้ พอื่ นฟงั คดั คาศัพทพ์ ร้อมทัง้ คาแปลลงสมุดสง่ ครู
5) ขั้นประเมนิ (Evaluation)
(1) ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละคนพิจารณาวา่ จากหวั ข้อทเี่ รียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่
เขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสัย ถา้ มี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพิม่ เติมใหน้ ักเรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ท่ีได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ
การนาความร้ทู ไี่ ดไ้ ปใช้ประโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยการให้ตอบคาถาม เชน่
– กล้องโทรทรรศน์ประเภทหักเหแสงและกล้องโทรทรรศน์ประเภทสะท้อนแสงมีสิ่งสาคัญท่ี
แตกต่างกันคืออะไร (แนวคาตอบ กล้องโทรทรรศน์ประเภทหักเหแสงใช้เลนส์นูนเพื่อหักเหแสงจากวัตถุนอก
โลก ส่วนกลอ้ งโทรทรรศนป์ ระเภทสะทอ้ นแสงใช้กระจกราบเพื่อสะท้อนแสงจากวัตถุนอกโลก)
– กลอ้ งโทรทรรศน์ทีไ่ ม่ใช้การศึกษาจากคลื่นแสงคอื กล้องโทรทรรศน์ชนิดใด (แนวคาตอบ กล้อง
โทรทรรศนว์ ิทย)ุ
ข้นั สรปุ
ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปเกี่ยวกับกล้องโทรทรรศน์ โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนท่ีความคิดหรือผังมโน
ทศั น์
ข้นั สรปุ
1) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกับปรากฏการณน์ ้าข้ึน น้าลง โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิด
หรือผงั มโนทัศน์
2) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเน้ือหาของบทเรียนช่ัวโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้คร้ัง
ตอ่ ไป โดยใหน้ ักเรยี นศกึ ษาค้นคว้าล่วงหนา้ ในหัวขอ้ เทคโนโลยีอวกาศ
3) ครูให้นักเรียนเตรียมประเด็นคาถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 คาถาม เพ่ือนามาอภิปราย
รว่ มกนั ในหอ้ งเรียนครั้งต่อไป
สื่อ และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือ วารสาร สารานกุ รมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสาหรบั เยาวชน หรอื อินเทอรเ์ น็ต
2. คมู่ ือการสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 เล่ม 1
3. สือ่ การเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่3ี เล่ม1
4. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เลม่ 1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 56
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ (พ้ืนฐาน) ว 23101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 ดาราศาสตร์ เรือ่ งจรวดและดาวเทยี ม 2 ชัว่ โมง/คาบ
วันที่ …………………….……………………………….. ครผู ูส้ อน นางสาวองั คณา ปาสานะโม
สาระสาคญั
จรวดเป็นยานพาหนะท่ีทาหน้าท่ีส่งยานอวกาศหรือดาวเทียมข้ึนไปเหนือชั้นบรรยากาศ หลักการส่ง
จรวดโดยใช้เชื้อเพลิงเหลวข้นึ ไปสู่อวกาศ เป็นไปตามกฎการเคล่ือนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน คือ แรงกิริยาของแก๊ส
ร้อนจากการเผาไหม้ที่ถูกขับออกมาจะเท่ากับแรงปฏิกิริยาท่ีกระทาต่อจรวด ทาให้จรวดเคล่ือนท่ีไปในทิศทาง
ตรงกันขา้ ม
ดาวเทียม คือ วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งไปโคจรรอบโลก เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่ือสารและเก็บ
รวบรวมข้อมลู เกยี่ วกับอวกาศ การวจิ ยั ทางวิทยาศาสตร์ การรายงานสภาพอากาศ การถ่ายภาพพื้นผิวโลกและ
ส่ิงต่างๆ รวมถึงวัตถุประหลาดต่างๆ ในกาแล็กซีหรือระบบสุริยะ แล้วถ่ายทอดข้อมูลเหล่าน้ันกลับมายังโลก
ดาวเทยี มสามารถนามาใชป้ ระโยชน์ในด้านต่างๆ ได้แก่ ดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมสารวจทรัพยากรธรรมชาติ
ดาวเทยี มอตุ นุ ยิ มวทิ ยา และดาวเทียมสารวจอวกาศ
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะท่ีส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
ตวั ชี้วดั
ว 3.1 ม. 3/4 อธิบายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศและยกตัวอย่างความก้าวหน้าของ
โครงการสารวจอวกาศ จากข้อมลู ท่รี วบรวมได้
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สตั ย์สุจริต มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
............................................................................................................................. .............................................
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร :………………………………………………………..
ความสามารถในการคิด :………………………………………………………..
ความสามารถในการแก้ปัญหา :………………………………………………………..
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ :………………………………………………………..
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี :………………………………………………………..
ด้านการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน
การอ่าน :…………………………………………………………………………..
การคิดวเิ คราะห์ :…………………………………………………………………………..
การเขียน :…………………………………………………………………………..
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถสืบคน้ ข้อมลู และอธบิ ายจรวดและดาวเทียมได้ (K)
2. นักเรียนสามารถแสดงทักษะการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ได้ (P)
3. นักเรียนสามารถแสดงความมุ่งมนั่ ในการทางานได้ (A)
การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
ผู้ประเมนิ ครูผสู้ อน นักเรียน เพื่อน ผู้ปกครอง
ช้ินงาน/ภาระงาน /รอ่ งรอย/หลกั ฐานการเรยี นรู้
สิง่ ที่ต้องการวดั /ประเมิน วธิ ีการวัด เครอื่ งมือการวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน
ระดบั คณุ ภาพ
(Rubric Score)
1. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลและอธิบาย - ตรวจใบงาน ชิ้นงาน -ใบงาน ชิ้นงานหรือ - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์
จรวดและดาวเทียมได้ (K) หรอื ภาระงาน ภาระงาน ร้อยละ 70 ขึน้ ไป
-แบบประเมนิ ใบงาน
2. นักเรียนสามารถแสดงทักษะการเก็บ - ป ร ะ เ มิ น จ า ก ก า ร -แ บ บ สั ง เ ก ต - ระดบั คุณภาพ ดี
รวบรวมขอ้ มลู ได้ (P) สังเกตพฤตกิ รรม พฤตกิ รรม ขนึ้ ไป
3. นักเรียนสามารถแสดงความมุ่งมั่นในการ -ป ร ะ เ มิ น จ า ก ก า ร -แ บ บ สั ง เ ก ต - ระดับคณุ ภาพ ดี
ทางานได้ (A) สังเกตพฤติกรรม พฤตกิ รรม ขึน้ ไป
สาระการเรียนรู้
เทคโนโลยอี วกาศ
– จรวด
– ดาวเทยี ม
กิจกรรมการเรียนรู้ (กจิ กรรม Active Learning)
ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรียน
1) ครใู หน้ กั เรยี นดูรูปหรือสื่อมัลติมีเดียท่ีแสดงให้เห็นถึงการส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ แล้วให้นักเรียน
รว่ มกันอภิปราย ดงั น้ี
– รูปหรือส่ือมัลติมีเดียท่ีนักเรียนเห็นมีเทคโนโลยีอวกาศอะไรบ้าง (แนวคาตอบ จรวดและ
ดาวเทียม)
2) นักเรียนร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับคาตอบ เพ่ือเช่ือมโยงไปสู่การเรียนรู้
เรื่อง จรวดและดาวเทยี ม
ข้นั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนร้โู ดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซง่ึ มขี นั้ ตอนดงั น้ี
1) ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครถู ามคาถามนักเรยี นเพอื่ กระตุ้นความสนใจ เชน่
– จรวดข้ึนไปสู่อวกาศได้อย่างไร (แนวคาตอบ จรวดข้ึนไปสู่อวกาศได้จากพลังงานเผาไหม้ของ
เชื้อเพลงิ ท่ีขบั ดนั ให้จรวดขนึ้ ไปสู่อวกาศ)
– จุดประสงค์ของการส่งจรวดข้ึนไปอวกาศคืออะไร (แนวคาตอบ เพ่ือส่งยานอวกาศหรือ
ดาวเทยี มขนึ้ ไปเหนอื ชนั้ บรรยากาศ)
(2) นักเรยี นร่วมกันอภิปรายหาคาตอบเก่ยี วกับคาถามตามความคิดเหน็ ของแต่ละคน
2) ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องจรวด จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียน
เข้าใจว่า จรวดเป็นยานพาหนะท่ีทาหน้าที่ส่งยานอวกาศหรือดาวเทียมข้ึนไปเหนือช้ันบรรยากาศ หลักการส่ง
จรวดโดยใช้เชื้อเพลงิ เหลวขนึ้ ไปสู่อวกาศ เป็นไปตามกฎการเคลื่อนท่ีข้อท่ี 3 ของนิวตัน คือ แรงกิริยาของแก๊ส
ร้อนจากการเผาไหม้ที่ถูกขับออกมาจะเท่ากับแรงปฏิกิริยาที่กระทาต่อจรวด ทาให้จรวดเคลื่อนที่ไปในทิศทาง
ตรงกันข้าม จรวดจะเคลื่อนท่ีไปข้างหน้าด้วยแรงมหาศาลจนสามารถหลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงของโลกออกสู่
อวกาศได้ จรวดที่ใช้สาหรับส่งยานอวกาศจะแบ่งเป็น 3 ท่อน แต่ละท่อนมีเครื่องยนต์และถังเก็บเชื้อเพลิง ซ่ึง
จะสลดั ทิง้ ให้หลน่ ร่วงเมื่อเชือ้ เพลิงแต่ละทอ่ นหมดไป สว่ นปลายยอดของจรวดจะเป็นห้องเก็บสัมภาระ บรรทุก
ดาวเทียม ยานอวกาศ ซึ่งเปน็ พาหนะของนกั บนิ อวกาศ
(2) ครูอธิบายเกี่ยวกับเร่ืองน่ารู้ เร่ือง การส่งยานอวกาศ ให้นักเรียนเข้าใจว่า ถ้าต้องการจะส่งยาน
อวกาศออกจากวงโคจรของโลกไปสู่อวกาศ จรวดซึ่งเป็นยานพาหนะที่นาพาไปน้ันจะต้องมีความเร็วสูงมาก
พอที่จะเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลกได้ โดยจรวดนั้นจะต้องเคลื่อนท่ีอย่างน้อยเท่ากับความเร็วหลุดพ้น
(escape velocity) ซ่ึงมคี า่ เท่ากบั 11.2 กโิ ลเมตร/วินาที หรือประมาณ 40,320 กิโลเมตร/ชั่วโมง
(3) ครอู ธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า ดาวเทียม คือ วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งไปโคจรรอบโลก
เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่ือสารและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอวกาศ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การรายงาน
สภาพอากาศ การถ่ายภาพพ้ืนผิวโลกและสิ่งต่างๆ รวมถึงวัตถุประหลาดต่างๆ ในกาแล็กซีหรือระบบสุริยะ
แล้วถ่ายทอดข้อมูลเหล่าน้ันกลับมายังโลก ปัจจุบันการส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรรอบโลกมีความก้าวหน้าเป็น
อย่างมาก มีดาวเทียมโคจรรอบโลกอยู่นับพันดวง ดาวเทียมสามารถนามาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้แก่
ดาวเทียมส่อื สาร ดาวเทียมสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ ดาวเทียมอุตนุ ยิ มวทิ ยา และดาวเทยี มสารวจอวกาศ
(4) ครแู บ่งนักเรียนกลมุ่ ละ 5–6คน สบื ค้นขอ้ มูลเกีย่ วกับดาวเทยี มประเภทตา่ งๆ ตามขัน้ ตอนดังน้ี
– แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อย่อยให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันสืบค้นตามที่
สมาชิกกลุ่มช่วยกันกาหนดหัวข้อย่อย เช่น ดาวเทียมส่ือสาร ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ดาวเทียมสารวจ
ทรพั ยากรธรรมชาติ และดาวเทียมสารวจอวกาศ
– สมาชิกกลุ่มแต่ละคนหรือกลุ่มย่อยช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อย่อยที่ตนเองรับผิดชอบ โดย
การสืบค้นจากหนังสอื วารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน หรืออนิ เทอรเ์ น็ต
– สมาชกิ กลุ่มนาข้อมูลท่สี บื ค้นไดม้ ารายงานใหเ้ พอ่ื นๆ สมาชกิ ในกลุ่มฟงั รวมทั้งร่วมกันอภิปราย
ซกั ถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจทต่ี รงกนั
– สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ท่ีได้ทั้งหมดเป็นผลงานของกลุ่ม และช่วยกันจัดทารายงาน
การศึกษาค้นควา้ เก่ยี วกับจรวดและดาวเทยี ม
(5) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มูลท่ไี ดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรม
(6) ครคู อยแนะนาช่วยเหลือนกั เรียนขณะปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส
ใหน้ กั เรียนทุกคนซกั ถามเม่อื มปี ญั หา
3) ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
(1) นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหนา้ ห้องเรียน
(2) ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายผลจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โดยใชแ้ นวคาถาม เชน่
– ประเทศไทยใช้บริการในด้านการสื่อสารจากดาวเทียมใด (แนวคาตอบ ดาวเทียมไทยคมและ
ดาวเทยี มอินเทลแซท)
– จุดเด่นของดาวเทียมสารวจทรัพยากรธรรมชาติคืออะไร (แนวคาตอบ สามารถสารวจพ้ืนที่ได้
กวา้ งและใหข้ ้อมลู ท่ีมีความละเอยี ดสงู )
– ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาให้ข้อมูลอะไรบ้าง (แนวคาตอบ ลักษณะของเมฆที่ปกคลุมโลก สภาพ
การแผ่รังสขี องดวงอาทิตย์ การกอ่ ตัวและการเคลื่อนท่ีของพายุ และอณุ หภูมิของโลกหรอื ชัน้ บรรยากาศ)
(3) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า ดาวเทียมมี
หลายประเภท เช่น ดาวเทียมส่ือสาร ดาวเทียมสารวจทรัพยากรธรรมชาติ ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา และ
ดาวเทียมสารวจอวกาศ ซ่ึงดาวเทียมแต่ละประเภทมีหลักการทางานและประโยชน์แตกตา่ งกนั
4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 3–4 คน เล่นเกมดาวเทียม โดยครูให้แต่ละกลุ่มช่วยกันระบุประเภทของ
ดาวเทียมแตล่ ะดวงให้ถูกตอ้ ง กลมุ่ ใดระบคุ รบกอ่ นและถกู ต้องมากทสี่ ดุ เปน็ ฝา่ ยชนะ
(2) นักเรียนค้นคว้าคาศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับจรวดและดาวเ ทียมจากหนังสือเรียน
ภาษาต่างประเทศหรืออินเทอรเ์ น็ต และนาเสนอใหเ้ พื่อนฟัง คัดคาศพั ทพ์ รอ้ มท้งั คาแปลลงสมดุ สง่ ครู
5) ขนั้ ประเมนิ (Evaluation)
(1) ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหวั ขอ้ ทเี่ รียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่
เขา้ ใจหรือยังมีขอ้ สงสัย ถ้ามี ครชู ่วยอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ให้นักเรยี นเขา้ ใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ท่ีได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ
การนาความรู้ทีไ่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยการให้ตอบคาถาม เชน่
– หลักการส่งจรวดข้ึนไปสู่อวกาศเกี่ยวข้องกับกฎการเคล่ือนท่ีของนิวตันข้อใด และมีใจความ
สาคญั อย่างไร (แนวคาตอบ ตรงกับกฎการเคล่ือนท่ีข้อท่ี 3 โดยมีใจความสาคัญว่า แรงกิริยาของแก๊สร้อนจาก
การเผาไหม้ท่ีถูกขับออกมาจะเท่ากับแรงปฏิกิริยาที่กระทาต่อจรวด ทาให้จรวดเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกัน
ข้ามได้)
– ดาวเทียมคืออะไร มีความสาคัญต่อมนุษย์ในด้านใด (แนวคาตอบ ดาวเทียม คือ ส่ิงท่ีมนุษย์
สร้างข้ึนและสง่ ไปโคจรรอบโลก มีความสาคญั ตอ่ มนษุ ย์ในดา้ นวิทยาศาสตร์ การส่ือสาร และสภาพอากาศ)
ข้ันสรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับจรวดและดาวเทียม โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผัง
มโนทศั น์
สื่อ และแหล่งการเรียนรู้
1. รูปหรือส่ือมัลตมิ ีเดยี ท่แี สดงใหเ้ หน็ ถึงการสง่ ดาวเทียมข้ึนสอู่ วกาศ
2. หนังสอื วารสาร สารานกุ รมวทิ ยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสาหรบั เยาวชน หรอื อินเทอรเ์ น็ต
3. คูม่ อื การสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 เล่ม 1
4. สือ่ การเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปที 3่ี เลม่ 1
5. หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เลม่ 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 57
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ (พ้ืนฐาน) ว 23101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 ดาราศาสตร์ เรื่องยานอวกาศและประโยชนข์ องการสารวจอวกาศ 1 ชั่วโมง/คาบ
วันที่ …………………….……………………………….. ครผู สู้ อน นางสาวองั คณา ปาสานะโม
สาระสาคญั
ยานอวกาศเป็นยานพาหนะทสี่ รา้ งขน้ึ เพ่ือใช้ปฏิบัติงานในอวกาศ โดยมีวัตถุประสงค์ของการใช้งานใน
แต่ละครั้งแตกต่างกันตามความต้องการของมนุษย์ โดยภารกิจของยานอวกาศ ได้แก่ การสื่อสารทั่วไป การ
สารวจโลก และการทาเส้นทาง ยานอวกาศแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยานอวกาศท่ีไม่มีนักบินอวกาศควบคุม
และยานอวกาศทม่ี นี ักบินอวกาศควบคมุ
มนุษย์ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการสารวจอวกาศ เช่น ทาให้เกิดความก้าวหน้าด้านระบบ
โทรคมนาคม ทาให้การสารวจทรัพยากรธรรมชาติมีประสิทธิภาพและรวดเร็วย่ิงข้ึน ทาให้เกิดความก้าวหน้า
ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเพ่ิมพนู ความรทู้ างดา้ นวทิ ยาศาสตร์
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
ตวั ชว้ี ัด
ว 3.1 ม. 3/4 อธิบายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศและยกตัวอย่างความก้าวหน้าของ
โครงการสารวจอวกาศ จากข้อมลู ทีร่ วบรวมได้
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคต์ ามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตย์สุจริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้
อยอู่ ย่างพอเพียง มุง่ ม่นั ในการทางาน รักความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
............................................................................................................................. .............................................
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร :………………………………………………………..
ความสามารถในการคดิ :………………………………………………………..
ความสามารถในการแกป้ ัญหา :………………………………………………………..
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต :………………………………………………………..
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี :………………………………………………………..
ด้านการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
การอ่าน :…………………………………………………………………………..
การคิดวิเคราะห์ :…………………………………………………………………………..
การเขียน :…………………………………………………………………………..
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายยานอวกาศได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถสืบคน้ ข้อมูลโครงการอวกาศที่น่าสนใจได้ (K)
3. นักเรียนสามารถอธบิ ายประโยชนข์ องการสารวจอวกาศได้ (K)
4. นกั เรียนสามารถแสดงทกั ษะการเก็บรวบรวมข้อมลู ได้ (P)
5. นักเรียนสามารถแสดงความมุ่งมัน่ ในการทางานได้ (A)
การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้
ผู้ประเมนิ ครผู ู้สอน นักเรยี น เพ่ือน ผปู้ กครอง
ชิ้นงาน/ภาระงาน /ร่องรอย/หลกั ฐานการเรยี นรู้
ส่งิ ที่ต้องการวัด/ประเมนิ วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื การวดั เกณฑ์การให้คะแนน
ระดับคุณภาพ
(Rubric Score)
1.นกั เรยี นสามารถอธิบายยานอวกาศได้ (K) - ตรวจใบงาน ช้ินงาน -ใบงาน ช้ินงานหรือ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์
2.นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลโครงการ หรอื ภาระงาน ภาระงาน รอ้ ยละ 70 ขึน้ ไป
อวกาศท่นี ่าสนใจได้ (K) -แบบประเมนิ ใบงาน
3.นักเรียนสามารถอธิบายประโยชน์ของการ
สารวจอวกาศได้ (K)
4. นักเรียนสามารถแสดงทักษะการเก็บ - ป ร ะ เ มิ น จ า ก ก า ร -แ บ บ สั ง เ ก ต - ระดับคณุ ภาพ ดี
รวบรวมขอ้ มลู ได้ (P) สงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรม ข้นึ ไป
5. นักเรียนสามารถแสดงความมุ่งมั่นในการ -ป ร ะ เ มิ น จ า ก ก า ร -แ บ บ สั ง เ ก ต - ระดบั คุณภาพ ดี
ทางานได้ (A) สงั เกตพฤติกรรม พฤตกิ รรม ขึ้นไป
สาระการเรยี นรู้
เทคโนโลยีอวกาศ
– ยานอวกาศ
กิจกรรมการเรยี นรู้ (กจิ กรรม Active Learning)
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1) ครูถามคาถามนกั เรยี นเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
– ดาวเทียมและยานอวกาศแตกต่างกันอย่างไร (แนวคาตอบ ดาวเทียม คือ วัตถุที่มนุษย์ส่งไป
โคจรรอบโลก เพ่ือการสื่อสาร เก็บรวบรวมข้อมูล และการศึกษาในด้านต่างๆ แล้วส่งสัญญาณมาวิเคราะห์บน
โลก ส่วนยานอวกาศเป็นยานพาหนะทสี่ รา้ งข้ึนเพ่ือใชป้ ฏบิ ัติงานในอวกาศ)
2) นักเรียนร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคาตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้
เร่อื ง ยานอวกาศและประโยชน์ของการสารวจอวกาศ
ขนั้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ซ่งึ มขี ั้นตอนดงั น้ี
1) ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครูให้นักเรียนดูรูปหรือสื่อมัลติมีเดียท่ีแสดงให้เห็นถึงการส่งยานอวกาศครูว์ ดรากอน (Crew
Drogon) ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ แล้วใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภปิ ราย ดงั น้ี
– รูปหรือสื่อมัลติมีเดียที่นักเรียนดูเป็นการส่งเทคโนโลยีอวกาศใดไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ
(แนวคาตอบ ยานอวกาศ)
– เทคโนโลยีอวกาศท่ีนักเรียนเห็นเปน็ ยานอวกาศประเภทใด (แนวคาตอบ ยานอวกาศที่มีนักบิน
อวกาศควบคุม)
(2) นกั เรียนร่วมกันอภปิ รายหาคาตอบเก่ียวกับคาถามตามความคดิ เหน็ ของแตล่ ะคน
2) ขัน้ สารวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องยานอวกาศ จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้
นกั เรยี นเข้าใจว่า ยานอวกาศเป็นยานพาหนะท่ีสร้างขึ้นเพื่อใช้ปฏิบัติงานในอวกาศ โดยมีวัตถุประสงค์ของการ
ใช้งานในแต่ละคร้ังแตกต่างกันตามความต้องการของมนุษย์ โดยภารกิจของยานอวกาศ ได้แก่ การสื่อสาร
ท่วั ไป การสารวจโลก และการทาเส้นทาง ยานอวกาศแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยานอวกาศที่ไม่มีนักบินอวกาศ
ควบคุมและยานอวกาศที่มนี ักบินอวกาศควบคมุ
(2) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูลโครงการอวกาศท่ีน่าสนใจ ตาม
ขน้ั ตอน ดงั น้ี
– สบื คน้ ข้อมลู และรวบรวมขอ้ มลู เกยี่ วกับโครงการอวกาศท่นี า่ สนใจ เชน่
สถานอี วกาศนานาชาติ
โครงการอวกาศเคปเลอร์
โครงการอวกาศดีพ อมิ แพค
โครงการอวกาศดอวน์
– รว่ มกันอภปิ รายและสรุปขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากข้นั ตอนท่ี 1
– นาเสนอผลการอภิปรายและขอ้ สรปุ ของกลมุ่ หนา้ ห้องเรียน และ/หรือจดั ทาเปน็ รายงาน
(3) ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูลทีไ่ ดจ้ ากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
(4) ครูคอยแนะนาช่วยเหลือนกั เรียนขณะปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส
ใหน้ กั เรียนทุกคนซักถามเม่อื มีปัญหา
3) ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหนา้ หอ้ งเรียน
(2) ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายผลจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคาถาม เช่น
– สถานีอวกาศนานาชาติมีลักษณะใด และศึกษาเก่ียวกับส่ิงใด (แนวคาตอบ สถานีอวกาศ
นานาชาติเกิดจากความร่วมมือของสมาชิก 16 ประเทศ มีลักษณะเป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ขนาด
ใหญ่ ทาการศกึ ษาคน้ ควา้ และทดลองหลายด้าน เช่น ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีท่ีไม่
สามารถทดลองบนโลกได้)
– โครงการอวกาศเคปเลอร์มเี ป้าหมายเพือ่ สารวจสิง่ ใด (แนวคาตอบ โครงการอวกาศ เคปเลอร์
ไดส้ ง่ ยานเคปเลอร์ขึ้นสู่อวกาศเม่ือวันท่ี 7 มีนาคม พ.ศ. 2552 เพ่ือค้นหาดาวเคราะห์หินท่ีมีขนาดใกล้เคียงกับ
โลกในกาแล็กซที างช้างเผอื ก)
– โครงการอวกาศดีพ อิมแพคมีเป้าหมายเพ่ือศึกษาเกี่ยวกับส่ิงใด (แนวคาตอบ โครงการอวกาศ
ดีพ อิมแพคไดส้ ง่ ยานดีพ อิมแพคขึ้นสู่อวกาศเม่ือวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2548 เพื่อสารวจดาวหางเทมเปิล-1
โดยปฏิบตั กิ ารดีพ อมิ แพคได้สง่ หวั กระสวยเข้าพุ่งชนกับดาวหางเทมเปิล-1 ได้สาเร็จ การพุ่งชนคร้ังน้ีทาให้เกิด
ระเบิดและแก๊สฟุ้งกระจายออกมาจากโครงสร้างภายในของดาวหาง นักวิทยาศาสตร์จะนาช้ินส่วนที่ได้ไป
พสิ จู น์ เพอ่ื ไขปริศนาการกาเนดิ ของระบบสรุ ิยะต่อไป)
– โครงการอวกาศดอว์นมีเป้าหมายเพื่อศึกษาเกี่ยวกับสิ่งใด (แนวคาตอบ โครงการอวกาศดอว์น
ได้ส่งยานดอว์นข้ึนสู่อวกาศเมื่อวันท่ี 27 กันยายน พ.ศ. 2550 เพ่ือเดินทางไปสารวจดาวเคราะห์น้อย 2 ดวง
คือ ดาวซีรีส (Ceres) กับดาวเวสตา (Vesta) ดาวเคราะห์น้อยทั้ง 2 ดวงนี้เป็นวัตถุท่ีมีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบ
ดาวเคราะห์น้อยหลัก ยานดอว์นจะเก็บข้อมูลและศึกษาวิวัฒนาการ ซึ่งช้ีให้เห็นถึงการก่อกาเนิดและการ
เปลยี่ นแปลงท่ีเกดิ ขึ้นในระบบสรุ ิยะ)
(3) ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยครูเนน้ ใหน้ กั เรียนเข้าใจว่า จุดประสงค์
หลักของการสารวจอวกาศ คอื การศึกษากาเนดิ ของกาแลก็ ซี เอกภพ และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจน
การสารวจสิ่งมีชีวิตในดาวเคราะห์ดวงอ่ืน โดยการสารวจอวกาศมีประโยชน์ต่อมนุษย์ เช่น ทาให้ทราบถึง
กาเนิดเอกภพ สภาพดาวเคราะห์ต่างๆ ท่ีอยู่ในระบบสุริยะ ตลอดจนปรากฏการณ์ต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนในเอกภพ
รวมถึงการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรม การวิจัยทางการแพทย์ท่ีไม่สามารถทาบนโลกได้ เนื่องจาก
อวกาศไม่มแี รงโน้มถว่ ง
4) ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของการสารวจอวกาศให้นักเรียนเข้าใจว่า มนุษย์ได้รับ
ประโยชน์อย่างมากจากการสารวจอวกาศ เช่น ทาให้เกิดความก้าวหน้าด้านระบบโทรคมนาคมทาให้การ
สารวจทรัพยากรธรรมชาติมีประสิทธิภาพและรวดเร็วย่ิงขึ้น ทาให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี และเพ่มิ พนู ความรู้ทางด้านวทิ ยาศาสตร์
(2) นักเรียนค้นควา้ คาศัพท์ภาษาต่างประเทศเกย่ี วกับยานอวกาศและประโยชน์ของการสารวจอวกาศ
จากหนังสือเรียนภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนาเสนอให้เพ่ือนฟัง คัดคาศัพท์พร้อมทั้งคาแปลลง
สมดุ ส่งครู
5) ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
(1) ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนพจิ ารณาวา่ จากหัวข้อทเี่ รียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ียังไม่
เข้าใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถ้ามี ครชู ่วยอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน้ กั เรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ท่ีได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ
การนาความรูท้ ่ไี ด้ไปใช้ประโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยการให้ตอบคาถาม เชน่
– ยานอวกาศใช้ทาภารกิจในด้านใด (แนวคาตอบ การสื่อสารท่ัวไป การสารวจโลก และการ
สารวจอวกาศ)
– นักเรียนคิดวา่ เทคโนโลยอี วกาศชว่ ยให้มนุษยส์ ะดวกสบายขนึ้ หรือไม่ เพราะอะไร (แนวคาตอบ
สะดวกสบายข้ึน เพราะช่วยให้มนุษย์สามารถส่ือสารทางไกลได้ และวางแผนในการดารงชีวิตได้ง่ายข้ึน เช่น รู้
สภาพอากาศลว่ งหน้า)
ขัน้ สรปุ
1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับยานอวกาศและประโยชน์ของการสารวจอวกาศ โดยร่วมกัน
เขยี นเป็นแผนทค่ี วามคดิ หรือผงั มโนทัศน์
2) ครูดาเนินการทดสอบหลังเรียน โดยให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความก้าวหน้า/
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 ของนักเรยี น
3) ครูเช่ือมโยงเน้ือหาจากบทเรียนนี้กับบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อให้นักเรียนเตรียมความพร้อมในการ
เรียนช่วั โมงตอ่ ไป โดยการใช้คาถามกระตุ้น ดงั น้ี
– การที่แต่ละบริเวณบนโลกได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากันมีผลต่อสิ่งมีชีวิตท่ีพบใน
ระบบนเิ วศหรอื ไม่ อย่างไร (แนวคาตอบ มีผล โดยการท่ีแต่ละบริเวณบนโลกได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์
ไม่เท่ากัน จะทาให้พบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแตกต่างกัน เช่น บริเวณท่ีได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์น้อย
จะพบพชื ประเภทมอสส)์
4) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเน้ือหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้คร้ัง
ตอ่ ไป โดยให้นกั เรยี นศกึ ษาคน้ ควา้ ลว่ งหน้าในหวั ขอ้ ความสัมพนั ธ์ของส่งิ มีชวี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม
5) ครูให้นักเรียนเตรียมประเด็นคาถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 คาถาม เพื่อนามาอภิปราย
รว่ มกนั ในห้องเรยี นครั้งตอ่ ไป
สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1. รูปหรอื สอ่ื มลั ตมิ เี ดียท่ีแสดงให้เห็นถงึ การส่งยานอวกาศครวู ์ ดรากอน (Crew Drogon) ไปยงั สถานี
อวกาศนานาชาติ
2. ใบกิจกรรม สบื คน้ ข้อมูลโครงการอวกาศท่นี า่ สนใจ
3. หนังสือ วารสาร สารานุกรมวทิ ยาศาสตร์ สารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชน หรืออินเทอร์เน็ต
4. คู่มอื การสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เล่ม 1
5. สื่อการเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี3 เลม่ 1
6. หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 1 2