เหนือกองไฟใช้ไฟอ่อน ๆ เพื่อให้รมควันอาหารไปพร้อมกับไอร้อนจะช่วยทาให้อาหารแห้งเร็ว เช่น รมควันปลา
เป็นต้น
2. จงยกตัวอย่างความสาคัญของการถนอมอาหาร อย่างน้อย 3 ข้อ
ตอบ 1. ชว่ ยบรรเทาความขาดแคลนอาหาร
2. ชว่ ยใหเ้ กดิ การกระจายอาหาร
3. ช่วยให้มีอาหารบรโิ ภคนอกฤดูกาล
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
ครัง้ ที่ 15 วันที่ 12 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 จานวน 2 ชั่วโมง
เรื่อง การถนอมอาหาร
1 ความสาเรจ็ ในการจัดการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2 ปัญหา/อุปสรรค ในการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3 แนวทางแก้ไขปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
...
4 สง่ิ ที่ไม่ได้ปฏบิ ตั ิตามแผน
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………
…
5 การปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………….
.
ลงช่ือ.......................................................
.....................................................
วนั ท.่ี .......... เดือน.........................พ.ศ............
ความเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการ กศน.อาเภอ
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…
คร้งั ที่ 15
แผนการจัดการเรยี นรู้รายสปั ดาห์
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
คร้งั ท่ี 15 วนั ที่ 19 เดือน กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2557 จานวน 2 ชั่วโมง
เร่อื ง ความรู้ทางวิทยาศาสตรท์ ่ีเกี่ยวกับการถนอมอาหาร
1. เนอ้ื หา
ความร้ทู างวทิ ยาศาสตรท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกับการถนอมอาหาร
2. ตวั ชี้วัด
สามารถนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับการถนอมอาหารได้
3. บรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มีเหตผุ ล ภมู ิคมุ้ กันที่ดี
3 ห่วง พอประมาณ
ประเด็น วางแผนการจัดกจิ กรรมให้สอดคล้อง การคดิ วิเคราะห์ และ กาหนดขน้ั ตอนการจดั
การจัดกจิ กรรม
การเรียนรู้ กับมาตรฐาน และตวั ช้ีวัดในหลกั สตู ร กระบวนการทางานกล่มุ กิจกรรมการเรยี นรู้ให้
คุณธรรม ของผ้เู รียน สอดคลอ้ งกบั แผนการ
จัดการเรยี นรู้
ครมู คี วามรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ ความยตุ ธิ รรม ความขยัน อดทน เมตตาต่อผูเ้ รียน
ความพอเพียง
4. กจิ กรรมการเรยี นรู้
4.1 ขั้นนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครผู สู้ อนนารปู ภาพการถนอมอาหารโดยนาวทิ ยาศาสตรม์ าใช้ในแบบต่าง ๆ มาให้ผูเ้ รยี นศึกษา
2. ครูผ้สู อนโดยใหผ้ เู้ รยี นยกตัวอย่างการถนอมอาหารที่นาวทิ ยาศาสตร์มาใช้มาคนละ 1 อย่าง
4.2 ขัน้ การจดั กิจกรรรมการเรยี นรู้
1. ครูผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น เรือ่ ง วิทยาศาสตร์กับการถนอม
อาหาร จานวน 10 ขอ้
2. ให้ผูเ้ รยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 5 – 6 คน ศึกษาใบความรู้ท่ี 21 เร่ือง วทิ ยาศาสตร์ท่ี
เกยี่ วข้องกบั การถนอมอาหาร
3. ให้แต่ละกล่มุ สง่ ตวั แทนนาเสนอหน้าชน้ั เรียน กล่มุ ละไมเ่ กนิ 5 นาที
4. ครูผู้สอนมอบหมายใหผ้ ู้เรียนทาใบกิจกรรมท่ี 17 เรือ่ ง วิทยาศาสตร์การถนอมอาหาร
4.3 ขั้นสรุป
1. ครูผูส้ อนและผู้เรียนรว่ มกันสรุปสาระสาคัญ
2. ครผู ู้สอนเฉลยแบบทดสอบก่อนและหลังเรยี น พรอ้ มทงั้ ตรวจใบกจิ กรรม
5. สอ่ื อุปกรณ์และแหล่งเรยี นรู้
1. ใบความรทู้ ่ี 21 เร่ือง วิทยาศาสตร์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การถนอมอาหาร
2. ใบกจิ กรรมที่ 17 เรอ่ื ง วิทยาศาสตรก์ ารถนอมอาหาร
3. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน เรอื่ ง วิทยาศาสตร์กบั การถนอมอาหาร จานวน 10 ข้อ
4. หนังสอื แบบเรียน รายวชิ า พว03007 วิทยาศาสตร์กับการถนอมอาหาร ระดบั ประถมศกึ ษา
5. อนิ เตอร์เน็ต
6. การวดั และประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการนาเสนอ การแสดงความคิดเหน็ รายบคุ คล
2. วัดผลจากแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น
3. วดั ผลจากใบกจิ กรรมท่ีมอบหมายให้ผเู้ รียนไปปฏิบตั ิ
4. วัดผลจากแฟ้มสะสมงานของผเู้ รยี น
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เรือ่ ง วิทยาศาสตรก์ บั การถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 15
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดับประถมศกึ ษา
คาชแี้ จง ให้วงกลมรอบลอ้ มหนา้ คาตอบทถี่ ูกต้องทีส่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว
1. การถนอมอาหารโดยใช้กระบวนการใหค้ วามร้อน ทไ่ี ม่รุนแรงโดยอณุ หภูมทิ ่ีใช้จะต่ากวา่ 100 องศา เซลเซียส
เปลยี่ นแปลงคุณคา่ อาหารน้อยทสี่ ุด หมายถงึ ข้อใด
ก. พาสเซอไรซ์ ข. สเตอรร์ ิไรซ์
ค. การตากแหง้ ง. การรมควนั
2. การทาอาหารให้ปราศจากเชือ้ โรคโดยใชค้ วามรอ้ นสูง กว่าจุดเดอื ด คือ 100-130 องศาเซลเซียส โดยเก็บอาหาร
ไว้ปกตไิ ม่ต้องแช่แข็งหมายถึงขอ้ ใด
ก. พาสเซอไรซ์ ข. สเตอรร์ ไิ รซ์
ค. การตากแหง้ ง. การรมควนั
3. ผลไม้ต่างๆ ที่ไม่มีรสเปร้ยี ว เช่น กล้วย มะม่วง มะละกอ ฝร่งั นามาฉายรังสีเพ่ือจุดประสงค์ใด
ก. กาจดั โรคแมลง ข. ยบั ยั้งและป้องกันเชอื้ รา
ค. ชะลอการสกุ ของผลผลิต ง. ทาลายเช้ือจุลินทรยี แ์ ละพยาธิ
4. เนื้อววั เนือ้ หมูและสัตวป์ กี นามาฉายรังสเี พอ่ื จดุ ประสงค์ใด
ก. กาจดั โรคแมลง ข. ยบั ยงั้ และปอ้ งกนั เชอ้ื รา
ค. ชะลอการสกุ ของผลผลิต ง. ทาลายเชื้อจลุ ินทรียแ์ ละพยาธิ
5. ข้อใดเป็นการทาอาหารให้แห้งโดยวธิ กี ลเข้าช่วยโดยอาศัยหลักการนาความร้อน การพาความร้อน และการแผ่
รังสี สามารถควบคมุ อุณหภมู ิ ความชืน้ ทาให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพสมา่ เสมอ
ก. การอบ ข. การระเหย
ค. การใช้เมนเบรน ง. ถกู ทุกขอ้
6. ข้อใดกลา่ วถูกต้องเกี่ยวกับสารปรุงแตง่ อาหารท่นี ิยมใชถ้ นอมอาหาร
ก. โพรเทสเซียมไนเตรดและโพเทสเซียมไนไตรทใ์ ชก้ ับเนื้อสตั ว์ทุกชนดิ มคี วามสมเหตสุ มผล
ข. กรดเบนโซอคิ ใชก้ บั อาหารทุกชนิด กรดซอบิคใช้กับอาหารทกุ ชนิดท่ีไม่ใช่เน้ือสัตว์
ค. กรดซลั ฟรู สั ใช้กบั ผลไม้แห้ง ผักแห้งและอาหารอ่ืนๆที่ไม่ใชเ่ นอื้ สตั ว์และนา้ ตาลทราย
ง. ถูกทกุ ขอ้
7. การถนอมอาหารโดยอาศยั จุลนิ ทรยี ท์ ีม่ ีประโยชน์เป็นตวั ชว่ ยในการยอ่ ยสลายอาหารสดเพอ่ื ใหเ้ กดิ รสเค็ม
รสเปรี้ยว รสหวาน อาหารหมักทพ่ี บได้แกข่ ้อใด
ก. น้าปลา
ข. ปลารา้
ค. ขา้ วหมาก แหนม ผักกาดดอง หน่อไมด้ อง
ง. ถกู ทกุ ขอ้
8. ในการถนอมอาหารโดยวธิ ีการกวนใช้ภาชนะในข้อใด
ก. กระทะสงั กะสี
ข. กระทะทองแดง
ค. กระทะทองเหลือง
ง. กระทะอะลูมิเนียม
9. ผลติ ภณั ฑท์ ่ีทาจากเนื้อผลไมผ้ สมสารใหค้ วามหวาน สารทาใหค้ งรปู เติมนา้ ผลไมจ้ ะมลี ักษณะเหนยี วกวา่ การ
กวนหมายถึงขอ้ ใด
ก. การกวน
ข. การทาแยม
ค. การทาเจลลี่
ง. เพคตนิ เจลาติน
10. การตากแห้งนยิ มใช้ในประเทศในข้อใด
ก. ประเทศเขตมรสุม
ข. ประเทศในแถบร้อนช้นื
ค. ประเทศในเขตเมดเิ ตอเรเนียน
ง. ประเทศในแถบร้อนเขตศนู ยส์ ตู ร
ใบความร้ทู ี่ 21
เรอ่ื ง วิทยาศาสตรท์ เี่ กีย่ วข้องกับการถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 15
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดบั ประถมศึกษา
วิทยาศาสตร์การถนอมอาหาร ประกอบดว้ ย 6 หลักการ ดงั น้ี
1) การใชค้ วามร้อนในการทาลายจุลินทรยี แ์ ละเอนไซมท์ ี่มอี ยู่ในอาหาร มี 2 วธิ ี คอื
1.1 การพาสเจอไรซ์ (pasteurization) เป็นกระบวนการใชค้ วามร้อนท่ีอุณหภูมิต่ากว่า 100 องศา
เซลเซียส เพือ่ ทาลายจลุ นิ ทรียท์ ีท่ าให้อาหารเน่าเสยี และจลุ นิ ทรยี ท์ ก่ี อ่ ให้เกดิ โรคซ่ึงอยู่ในรปู ของเซลลไ์ ม่ทาลาย
สปอร์
การพาสเจอไรซเ์ ป็นการใช้ความรอ้ นไม่สงู มาก ในการถนอมอาหารยงั มจี ุลินทรียท์ ี่ไมก่ ่อใหเ้ กดิ โรคเหลืออยู่ จงึ
จาเป็นต้องเกบ็ รักษาโดยใชเ้ ทคโนโลยกี ารถนอมอาหารอ่ืนร่วมดว้ ย เชน่ การแชเ่ ย็น การแชแ่ ข็ง การอบแห้ง
เพ่ือใหอ้ าหารมอี ายุการเก็บนานขนึ้ เชน่ นมโรงเรียนทีต่ ้องเกบ็ ไว้ในถังแช่นา้ แข็งหรือตเู้ ย็นกอ่ นถึงมือผู้บรโิ ภค
1.2 การสเตอรไิ ลซ์ (sterilization) เปน็ การใชค้ วามรอ้ นท่ีอุณหภมู ิ 100 องศาเซลเซยี สหรือสูงกวา่ เพื่อ
ทาลายจลุ นิ ทรยี แ์ ละสปอร์ท่ีมีอยใู่ นอาหาร ทาให้อาหารปลอดเช้ือมีอายุการเกบ็ นานข้นึ ที่อณุ หภูมหิ ้อง
ประกอบด้วย
1.2.1 อาหารกระป๋อง (canning) หมายถงึ อาหารท่ีบรรจุในภาชนะปดิ
สนิท อากาศและจุลนิ ทรีย์ไม่สามารถเขา้ ไปปะปนได้ ภาชนะบรรจุ เช่นกระปอ๋ งท่ีทาจากเหล็กเคลือบดบี ุก
อะลมู เิ นียม ขวดแก้ว ถุงพลาสติกท่ีทนความรอ้ นของเครอื่ งฆ่าเช้ือโรคได้ (retort pouch) อาหารกระป๋องเป็น
เทคโนโลยีการใช้ความร้อนทาลายจุลนิ ทรยี ์ในอาหารท่ีบรรจุในภาชนะท่ีปดิ ผนกึ แนน่ อากาศและจุลนิ ทรยี ์ไม่
สามารถเข้าไปปะปนได้ จึงเป็นอาหารที่ปลอดเช้อื เกบ็ รกั ษาได้นานทอี่ ุณหภมู ิหอ้ งการใชค้ วามรอ้ นทาลาย
จุลินทรีย์อาจใช้ก่อนหรอื หลงั การบรรจลุ งภาชนะก็ได้ ถา้ บรรจหุ ลงั จากการใช้ความร้อน ต้องบรรจภุ ายใต้
สภาวะปลอดเชอื้
1.2.2 ยูเอชที (UHT , ultra high temperature) การแปรรปู อาหารแบบยูเอชที เป็นกระบวนการท่ใี ช้
ความร้อนที่อณุ หภูมิ 135 – 150 องศาเซลเซยี ส เวลาทใ่ี ช้ 1 -4 วินาที เชน่ นมยเู อชที นา้ ผลไมย้ เู อชที มีอายุการ
เกบ็ อย่างนอ้ ย 6 เดอื น
2) การใช้ความเย็น เป็นกระบวนการท่ใี ช้ความเยน็ ในการใหอ้ าหารมีอายกุ ารเก็บนานขน้ึ โดยใชก้ ลกั การลด
อณุ หภูมิของอาหารให้ตา่ กวา่ 10 องศาเซลเซียส เพื่อชะลอการเน่าเสียลดอัตราการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมลี ด
อัตราการเจรญิ เติบโตของจลุ นิ ทรีย์ แต่ไมส่ ามารถทาลายจุลินทรยี ์ได้ เช่น การเกบ็ รักษาผลติ ภณั ฑท์ ผี่ า่ นการพาส
เจอร์ไรซ์แล้วดว้ ยความเย็นท่ีอณุ หภูมิ 5 องศาเซลเซยี ส การเกบ็ รกั ษาผลไม้หลังการเก็บเกย่ี วด้วยอณุ หภูมิต่าเพ่อื
ช่วยชะลอการสุก การใช้ความเย็นมี 2 วธิ ี คอื
2.1 การแชเ่ ย็น (chilling) อาหารถูกเก็บที่อณุ หภมู ิตา่ กวา่ 5 – 10 องศาเซลเซียส ซ่งึ เปน็ อณุ หภูมใิ น
ตู้เย็น ทาให้จุลินทรียเ์ จรญิ เติบโตได้ชา้ ลง อาหารมีอายุการเกบ็ นานข้ึน
2.2 การแช่เยอื กแข็ง (freezing) อาหารถูกเก็บที่อุณหภมู ติ า่ กวา่ 0 องศาเซลเซยี ส จลุ ินทรียถ์ ูกยบั ย้งั
การเจริญเตบิ โต เน่อื งจากน้าอสิ ระในอาหารกลายเป็นนา้ แข็ง และถ้าใช้อุณหภมู ิ 18 องศาเซลเซยี ส จะยบั ย้ัง
ปฏกิ ิริยาของเอนไซม์ การใชค้ วามเย็นจะเกบ็ รักษาวิตามนิ ไวไ้ ด้มากกว่าเทคโนโลยีการถนอมอาหารอื่น
3) การทาแห้ง เปน็ การทาให้นา้ ในอาหารออกจากอาหารจนถึงระดับทีย่ ับย้ังการเจรญิ เตบิ โตของจลุ นิ ทรีย์ได้ ถา้
น้าในอาหารเหลือตา่ กว่าร้อยละ 10 จะช่วยป้องกันการเสื่อมเสียจากจุลนิ ทรีย์ และถา้ ต่ากวา่ รอ้ ยละ 5 จะปอ้ งกัน
การเปลยี่ นแปลงทางเคมีของอาหารได้ อาหารแหง้ แต่ละชนิดจะมคี วามช้ืน ในระดบั ทีป่ ลอดภัยไม่เท่ากัน เช่น
ผลไมแ้ ช่อมิ่ เกบ็ ไดท้ ่คี วามช้ืน ร้อยละ 15 – 20 ซ่ึงการทาแห้งน้นั ทาได้ด้วยวีธกี ารตากแดดหรอื การใช้เคร่ืองมือ เช่น
ตู้อบลมรอ้ น
4) การหมัก เปน็ เทคโนโลยกี ารถนอมอาหารที่ใช้จุลนิ ทรีย์ ย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตทาให้ได้สารอื่น เช่น
แอลกอฮอล์ กรดแลกตกิ สารทไ่ี ดจ้ ากการหมักจะยับย้ังและทาลายจลุ ินทรยี ท์ ่ีกอ่ โรค ตวั อยา่ งการหมัก มีดังน้ี
4.1 เคร่ืองด่มื ท่ีมแี อลกอฮอล์ เชน่ เมรยั ผลไมห้ รือไวนผ์ ลไม้ เบียร์ เปน็ กระบวนการหมัก ทยี่ สี ตเ์ ปลีย่ น
น้าตาลในอาหารเปน็ แอลกอฮอล์
4.2 การทาน้าส้มสายชู ได้จากกระบวนการหมักแอลกอฮอลเ์ ป็นกรดแอซตี กิ (acetic acid)
4.3 กระบวนการหมักท่ีทาให้เกิดกรดแลกติก เช่น การทาผกั และผลไม้ดอง เกดิ ขึ้นจากกระบวนการหมักผกั
ผลไม้ในน้าเกลือหรือเกลอื ที่มีความเขม้ ข้นพอเหมาะทาให้แบคทเี รียทส่ี ร้าง กรดแลกติกเจรญิ เตบิ โต ได้กรดแลก
ติกในผลติ ภณั ฑ์ ทาให้ผลติ ภณั ฑม์ ีรสชาติ กลิ่น สีและเน้ือสัมผสั ท่ีเปลีย่ นแปลงไป อาหารหมกั ที่เกบ็ รกั ษาดว้ ย
กรดแลกติก เช่น นมเปร้ยี ว ไสก้ รอกอีสาน แหนม กะหลา่ ปลีดอง กิมจิ แตงกวาดอง พริกดอง
4.4 ผลติ ภณั ฑอ์ าหารทะเลหมัก เชน่ น้าปลา ปลาร้า ปลาเจา่ กะปิ นา้ บูดู เปน็ ผลิตภณั ฑ์ ท่ไี ด้จากการหมัก
ปลาหรือกุ้งโดยใช้เกลือทาให้ไดส้ ภาวะที่เหมาะสมสาหรบั การเจริญเติบโตของจลุ นิ ทรยี ์ ได้ผลติ ภณั ฑต์ ามต้องการ
4.5 ผลติ ภัณฑ์ถั่วเหลืองหมัก เช่น เตา้ เจ้ียว ซีอ้วิ เปน็ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักถ่วั เหลอื ง
5) การใช้สารเคมี เชน่ การรมควัน แอลกอฮอล์ นา้ ตาล เกลอื นา้ สม้ สายชู และสารกันเสีย (เช่น กรดซอรบ์ กิ หรื
อกรดเบนโซอกิ ) สง่ิ สาคัญทตี่ ้องคานึงถงึ ก่อนการใช้สารเคมีทีเ่ ปน็ สารกนั เสีย คือ ความปลอดภยั และปรมิ าณ
สารเคมที ี่ใชต้ ้องไมเ่ กนิ กวา่ ทีก่ ฎหมายกาหนมดหรืออนุญาตใหใ้ ช้ได้ โดยท่ีสารกนั เสยี แต่ละชนิดจะมผี ลต่อชนดิ
ของจลุ ินทรยี ์ทีต่ ่างกัน ส่วนนา้ ตาล เกลือและน้าสม้ สายชูเปน็ สว่ นประกอบของอาหาร ในกรณีทบี่ ริโภคน้าตาล
มากอาจจะเกดิ เป็นโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานได้ แต่ถ้าบรโิ ภคเกลือในปริมาณท่มี าก อาจทาใหเ้ ป็นโรคความดัน
โลหติ สงู โรคไต ผลิตภัณฑท์ ีใ่ ชน้ ้าตาล เชน่ แยม เยลลี ผักและผลไมแ้ ชอ่ ่ิมอบแห้ง ผลติ ภัณฑท์ ใ่ี ชเ้ กลือ เช่น ปลา
เคม็ กุ้งแหง้ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้าสม้ สายชู เชน่ ผักดอง
6) การใชร้ งั สี เป็นการใช้รงั สที ีแ่ ตกตวั ได้ (ionizing radiation) ยบั ยั้งการเจรญิ เตบิ โตของจุลินทรีย์ ยับย้งั การ
ทางานของเอนไซม์ ยับยง้ั การเจรญิ เติบโตของไข่และตวั อ่อนแมลง และยับยั้งการงอกของผกั และผลไม้ แต่ถา้ ใช้
รังสีในปริมาณที่มากเกนิ ไป อาจเกดิ การสญู เสยี วิตามินในอาหารได้ เชน่ แหนม ผา่ นการฉายรังสี บรโิ ภคได้
โดยไม่ต้องปรุงสุกด้วยความร้อน เนื่องจากพยาธหิ รือตวั จี๊ดในแหนมถูกทาลาย
ใบกิจกรรมท่ี 17
เรอื่ ง วิทยาศาสตร์กบั การถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดบั ประถมศกึ ษา
คาชแี้ จง ใหผ้ ูเ้ รียนศกึ ษาใบความร้ทู ่ี 21 เรื่อง วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกบั การถนอมอาหาร แลว้ ตอบคาถาม
ต่อไปน้ี
1. การใช้ความร้อนในการทาลายจลุ ินทรีย์และเอนไซม์ท่ีมีอยู่ในอาหารมีกว่ี ธิ ี ได้แก่อะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................................. .......
...............
............................................................................................................ ........................................................................
...
2. การทาแห้ง วธิ ที ีน่ ิยมทากันมากคือวธิ ใี ด
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............
................................................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .....................................................................
......
3. จงตัวอยา่ งการหมัก มาอย่างนอ้ ย 3 อย่าง
แบบทดสอบหลังเรียน
เรือ่ ง วิทยาศาสตร์กบั การถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 15
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดับประถมศึกษา
คาชแ้ี จง ให้วงกลมรอบล้อมหน้าคาตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพียงข้อเดยี ว
1. การถนอมอาหารโดยใชก้ ระบวนการใหค้ วามร้อน ทไ่ี มร่ ุนแรงโดยอุณหภูมทิ ี่ใชจ้ ะตา่ กวา่ 100 องศา เซลเซียส
เปลย่ี นแปลงคุณคา่ อาหารน้อยท่ีสุด หมายถึงขอ้ ใด
ก. พาสเซอไรซ์ ข. สเตอรร์ ิไรซ์
ค. การตากแหง้ ง. การรมควัน
2. การทาอาหารใหป้ ราศจากเชื้อโรคโดยใช้ความรอ้ นสูง กว่าจดุ เดือด คือ 100-130 องศาเซลเซยี ส โดยเก็บอาหาร
ไวป้ กตไิ ม่ตอ้ งแช่แข็งหมายถึงขอ้ ใด
ก. พาสเซอไรซ์ ข. สเตอรร์ ไิ รซ์
ค. การตากแห้ง ง. การรมควัน
3. ผลไมต้ ่างๆ ทีไ่ ม่มีรสเปร้ยี ว เชน่ กลว้ ย มะม่วง มะละกอ ฝรงั่ นามาฉายรังสเี พ่ือจุดประสงค์ใด
ก. กาจัดโรคแมลง
ข. ยบั ยัง้ และปอ้ งกนั เช้ือรา
ค. ชะลอการสกุ ของผลผลิต
ง. ทาลายเชือ้ จลุ ินทรยี ์และพยาธิ
4. เน้ือววั เน้ือหมูและสัตว์ปีกนามาฉายรังสเี พือ่ จดุ ประสงค์ใด
ก. กาจัดโรคแมลง
ข. ยบั ย้งั และปอ้ งกนั เช้อื รา
ค. ชะลอการสุกของผลผลิต
ง. ทาลายเช้อื จุลนิ ทรยี ์และพยาธิ
5. ข้อใดเปน็ การทาอาหารให้แห้งโดยวธิ กี ลเขา้ ชว่ ยโดยอาศัยหลกั การนาความร้อน การพาความร้อน และการแผ่
รงั สี สามารถควบคมุ อุณหภูมิ ความชนื้ ทาให้ผลติ ภัณฑท์ ี่ได้มคี ณุ ภาพสมา่ เสมอ
ก. การอบ
ข. การระเหย
ค. การใชเ้ มนเบรน
ง. ถกู ทกุ ขอ้
6. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกีย่ วกบั สารปรุงแตง่ อาหารท่ีนิยมใชถ้ นอมอาหาร
ก. โพรเทสเซียมไนเตรดและโพเทสเซียมไนไตรท์ใช้กบั เน้ือสัตวท์ ุกชนดิ มีความสมเหตุสมผล
ข. กรดเบนโซอิคใชก้ บั อาหารทกุ ชนิด กรดซอบิคใช้กบั อาหารทกุ ชนดิ ท่ีไม่ใช่เน้ือสัตว์
ค. กรดซลั ฟรู สั ใชก้ บั ผลไม้แห้ง ผักแหง้ และอาหารอื่นๆท่ีไม่ใชเ่ นอื้ สัตวแ์ ละนา้ ตาลทราย
ง. ถกู ทุกขอ้
7. การถนอมอาหารโดยอาศัยจุลนิ ทรียท์ ีม่ ีประโยชนเ์ ป็นตัวช่วยในการย่อยสลายอาหารสดเพอ่ื ให้เกดิ รสเค็ม
รสเปรี้ยว รสหวาน อาหารหมักทีพ่ บไดแ้ ก่ข้อใด
ก. นา้ ปลา
ข. ปลาร้า
ค. ขา้ วหมาก แหนม ผกั กาดดอง หน่อไมด้ อง
ง. ถูกทุกข้อ
8. ในการถนอมอาหารโดยวิธกี ารกวนใช้ภาชนะในข้อใด
ก. กระทะสังกะสี
ข. กระทะทองแดง
ค. กระทะทองเหลือง
ง. กระทะอะลูมเิ นียม
9. ผลิตภณั ฑท์ ที่ าจากเนื้อผลไมผ้ สมสารให้ความหวาน สารทาใหค้ งรูปเติมนา้ ผลไมจ้ ะมลี ักษณะเหนียวกวา่ การ
กวนหมายถงึ ข้อใด
ก. การกวน
ข. การทาแยม
ค. การทาเจลลี่
ง. เพคตนิ เจลาตนิ
10. การตากแห้งนิยมใช้ในประเทศในข้อใด
ก. ประเทศเขตมรสมุ
ข. ประเทศในแถบร้อนชนื้
ค. ประเทศในเขตเมดิเตอเรเนียน
ง. ประเทศในแถบร้อนเขตศูนยส์ ตู ร
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
เร่ือง วิทยาศาสตร์กบั การถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 15
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดับประถมศึกษา
1. การถนอมอาหารโดยใช้กระบวนการใหค้ วามร้อน ทไ่ี มร่ ุนแรงโดยอุณหภูมทิ ่ีใช้จะต่ากวา่ 100 องศา เซลเซยี ส
เปลี่ยนแปลงคณุ คา่ อาหารน้อยที่สดุ หมายถึงขอ้ ใด
ก. พาสเซอไรซ์
2. การทาอาหารใหป้ ราศจากเช้ือโรคโดยใชค้ วามร้อนสูง กวา่ จุดเดอื ด คือ 100-130 องศาเซลเซยี ส โดยเก็บอาหาร
ไวป้ กตไิ ม่ตอ้ งแช่แข็งหมายถึงข้อใด
ข. สเตอรร์ ิไรซ์
3. ผลไม้ตา่ งๆ ท่ีไมม่ ีรสเปร้ียว เช่น กล้วย มะม่วง มะละกอ ฝรั่ง นามาฉายรังสีเพื่อจุดประสงคใ์ ด
ข. ยับยัง้ และปอ้ งกนั เช้อื รา
4. เนื้อววั เนือ้ หมูและสัตว์ปีกนามาฉายรงั สีเพอ่ื จุดประสงค์ใด
ค. ชะลอการสุกของผลผลติ
5. ขอ้ ใดเป็นการทาอาหารให้แห้งโดยวธิ ีกลเขา้ ชว่ ยโดยอาศัยหลกั การนาความร้อน การพาความรอ้ น และการแผ่
รงั สี สามารถควบคมุ อุณหภมู ิ ความชื้น ทาใหผ้ ลติ ภณั ฑท์ ี่ได้มคี ุณภาพสมา่ เสมอ
ง. ถกู ทกุ ขอ้
6. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกย่ี วกบั สารปรงุ แตง่ อาหารทนี่ ิยมใช้ถนอมอาหาร
ง. ถกู ทกุ ขอ้
7. การถนอมอาหารโดยอาศยั จุลนิ ทรียท์ ี่มปี ระโยชนเ์ ป็นตวั ช่วยในการย่อยสลายอาหารสดเพ่ือให้เกดิ รสเค็ม
รสเปรี้ยว รสหวาน อาหารหมักท่ีพบได้แกข่ ้อใด
ง. ถูกทุกขอ้
8. ในการถนอมอาหารโดยวธิ กี ารกวนใช้ภาชนะในข้อใด
ค. กระทะทองเหลอื ง
9. ผลิตภัณฑท์ ่ีทาจากเนื้อผลไม้ผสมสารใหค้ วามหวาน สารทาให้คงรปู เติมน้าผลไม้จะมีลักษณะเหนยี วกว่า การ
กวนหมายถงึ ขอ้ ใด
ข. การทาแยม
10. การตากแห้งนยิ มใช้ในประเทศในข้อใด
ง. ประเทศในแถบร้อนเขตศนู ยส์ ตู ร
เฉลยใบกิจกรรมที่ 17
เรอื่ ง วิทยาศาสตร์กับการถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 15
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดับประถมศึกษา
คาชีแ้ จง ให้ผูเ้ รยี นศกึ ษาใบความรูท้ ี่ 21 เรอ่ื ง วิทยาศาสตร์ทเ่ี กี่ยวข้องกบั การถนอมอาหาร แล้วตอบคาถาม
ตอ่ ไปน้ี
1. การใช้ความร้อนในการทาลายจลุ นิ ทรียแ์ ละเอนไซม์ที่มีอยู่ในอาหารมกี ว่ี ธิ ี ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
ตอบ มี 2 วธิ ี คอื
1.1 การพาสเจอไรซ์ เป็นกระบวนการใชค้ วามร้อนท่อี ณุ หภมู ิต่ากวา่ 100 องศาเซลเซยี ส เพื่อทาลาย
จลุ ินทรียท์ ท่ี าให้อาหารเนา่ เสีย และจลุ นิ ทรียท์ ก่ี ่อใหเ้ กิดโรคซึ่งอยู่ในรูปของเซลลไ์ มท่ าลายสปอร์
1.2 การสเตอรไิ ลซ์ เป็นการใช้ความร้อนท่ีอณุ หภูมิ 100 องศาเซลเซียสหรอื สูงกว่าเพื่อทาลายจุลินทรีย์
และสปอร์ที่มีอยู่ในอาหาร ทาใหอ้ าหารปลอดเช้ือมีอายุการเกบ็ นานขน้ึ ท่ีอุณหภูมหิ ้อง
2. การทาแหง้ วิธีท่นี ิยมทากันมากคือวธิ ีใด
ตอบ ทาไดด้ ้วยวิธีการตากแดดหรอื การใชเ้ ครื่องมือ เช่น ตูอ้ บลมรอ้ น
3. จงตวั อย่างการหมัก มาอย่างน้อย 3 อย่าง
ตอบ 1. เครือ่ งด่ืมทม่ี ีแอลกอฮอล์ เช่น เมรัยผลไม้หรอื ไวน์ผลไม้ เบยี ร์ เปน็ กระบวนการหมกั ทย่ี สี ต์เปลี่ยน
นา้ ตาลในอาหารเป็นแอลกอฮอล์
2. การทาน้าสม้ สายชู ได้จากกระบวนการหมักแอลกอฮอล์เป็นกรดแอซีติก
3. กระบวนการหมกั ท่ีทาใหเ้ กดิ กรดแลกตกิ เช่น การทาผักและผลไมด้ อง เกิดข้ึนจากกระบวนการ
หมกั ผกั ผลไม้ในนา้ เกลือหรือเกลือที่มีความเข้มขน้ พอเหมาะทาให้แบคทเี รยี ทีส่ รา้ ง กรดแลกตกิ เจรญิ เติบโต ได้
กรดแลกติกในผลติ ภัณฑ์ ทาใหผ้ ลิตภัณฑม์ ีรสชาติ กล่นิ สแี ละเนอ้ื สัมผัสที่เปล่ยี นแปลงไป อาหารหมักทเี่ กบ็
รักษาดว้ ยกรดแลกตกิ เชน่ นมเปร้ยี ว ไส้กรอกอีสาน แหนม กะหล่าปลีดอง กิมจิ แตงกวาดอง พริกดอง
บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
ครง้ั ที่ 16 วันท่ี 19 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 จานวน 2 ชั่วโมง
เรื่อง ความร้ทู างวิทยาศาสตร์ทเ่ี กย่ี วกับการถนอมอาหาร
1 ความสาเร็จในการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2 ปัญหา/อปุ สรรค ในการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3 แนวทางแก้ไขปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
...
4 สิง่ ทไ่ี ม่ได้ปฏิบัตติ ามแผน
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………
…
5 การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………….
.
ลงชอื่ .......................................................
.....................................................
วันที.่ .......... เดอื น.........................พ.ศ............
ความเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการ กศน.อาเภอ
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…
ลงชอื่ .......................................................
.....................................................
ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอเมอื งศรีสะเกษ
ครั้งท่ี 16
แผนการจัดการเรยี นร้รู ายสปั ดาห์
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
คร้งั ท่ี 16 วันท่ี 26 เดือน กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2557 จานวน 2 ชวั่ โมง
เรื่อง อุปกรณ์ เครือ่ งมอื ทางวทิ ยาศาสตรก์ ับการถนอมอาหาร
1. เนอื้ หา
อปุ กรณ์ เคร่อื งมือทางวทิ ยาศาสตรก์ บั การถนอมอาหาร
2. ตวั ช้ีวัด
สามารถเลอื กใชอ้ ปุ กรณ์ เครื่องมือทางวทิ ยาศาสตรก์ ับการถนอมอาหารไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม
3. บูรณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3 หว่ ง พอประมาณ มีเหตุผล ภมู ิคมุ้ กนั ทด่ี ี
ประเดน็
การจดั กิจกรรม วางแผนการจดั กิจกรรมใหส้ อดคลอ้ ง การคดิ วิเคราะห์ และ กาหนดขนั้ ตอนการจัด
การเรียนรู้
กบั มาตรฐาน และตวั ช้วี ดั ในหลกั สตู ร กระบวนการทางานกลมุ่ กจิ กรรมการเรยี นรใู้ ห้
คุณธรรม
ของผู้เรียน สอดคลอ้ งกับแผนการ
จดั การเรียนรู้
ครมู ีความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ ความยุตธิ รรม ความขยนั อดทน เมตตาต่อผู้เรียน
ความพอเพยี ง
4. กจิ กรรมการเรียนรู้
4.1 ข้ันนาเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูผ้สู อนนารปู ภาพอปุ กรณ์เกย่ี วกับการถนอมอาหารมาใหผ้ ู้เรยี นศึกษา
2. ครผู สู้ อนยกตัวอยา่ งทปี่ าดแปง้ ใหผ้ ู้เรียนชว่ ยกันวิเคราะหว์ ่าอปุ กรณ์นีใ้ ชใ้ นการถนอมอาหาร
ประเภทใด
4.2 ขัน้ การจัดกจิ กรรรมการเรยี นรู้
1. ใหผ้ ู้เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 2 กลุม่ ๆ ละ 5 – 6 คน ศกึ ษาใบความรูท้ ี่ 22 เรอื่ ง อปุ กรณ์
เครอ่ื งมือทางวิทยาศาสตรก์ บั ถนอมอาหาร แลว้ สง่ ตวั แทนนาเสนอหน้าชั้นเรยี น กลมุ่ ละไมเ่ กิน 5 นาที
2. ครผู ูส้ อนมอบหมายใหผ้ ้เู รยี นทาใบกจิ กรรมที่ 17 เรอ่ื ง วิทยาศาสตรก์ ารถนอมอาหาร
4.3 ขน้ั สรุป
1. ครูผสู้ อนและผเู้ รยี นร่วมกนั สรุปสาระสาคญั
2. ครูผสู้ อนเฉลยใบกิจกรรม
5. สอ่ื อุปกรณ์และแหล่งเรยี นรู้
1. ใบความรทู้ ี่ 22 เรอื่ ง อุปกรณ์ เคร่ืองมือทางวิทยาศาสตร์กับถนอมอาหาร
2. ใบกิจกรรมที่ 18 เรือ่ ง อปุ กรณ์ เครื่องมอื ทางวทิ ยาศาสตร์กบั ถนอมอาหาร
3. หนังสือแบบเรียน รายวชิ า พว03007 วิทยาศาสตรก์ บั การถนอมอาหาร ระดับประถมศกึ ษา
4. อินเตอร์เนต็
6. การวดั และประเมนิ ผล
1. สังเกตจากการนาเสนอ การแสดงความคิดเหน็ รายบคุ คล
2. วดั ผลจากใบกิจกรรมท่ีมอบหมายให้ผูเ้ รยี นไปปฏบิ ตั ิ
3. วัดผลจากแฟ้มสะสมงานของผูเ้ รยี น
ใบความรู้ที่ 22
เร่อื ง อุปกรณ์ เครือ่ งมือทางวทิ ยาศาสตร์กับการถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 16
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดับประถมศึกษา
ใบกิจกรรมที่ 18
เรือ่ ง อุปกรณ์ เครอื่ งมือทางวทิ ยาศาสตร์กบั การถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 16
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดับประถมศกึ ษา
คาช้แี จง ให้ผ้เู รียนศึกษาใบความร้ทู ่ี 22 เรื่อง อุปกรณ์ เคร่ืองมือทางวิทยาศาสตร์กบั การถนอมอาหาร แลว้ ตอบ
คาถามตอ่ ไปน้ี
1. จงยกตัวอย่างอุปกรณ์ เคร่ืองมือทางวทิ ยาศาสตรก์ ับการถนอมอาหาร มาอย่างน้อย 3 อย่าง พรอ้ มทัง้ อธิบาย
การใชง้ าน
............................................................................................................................. .......................................................
...
............................................................................................................................. .......................................................
...
....................................................................................................................................................................................
...
............................................................................................................................. .......................................................
...
............................................................................................................................. .......................................................
...
.............................................................................................................................................. ......................................
...
......................................................................................... ...........................................................................................
...
............................................................................................................................. .......................................................
...
............................................................................................................................. .......................................................
...
.............................................................................................................................................................................. ......
...
......................................................................................................................... ...........................................................
...
............................................................................................................................. .......................................................
...
บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
ครั้งท่ี 17 วันท่ี 26 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 จานวน 2 ช่ัวโมง
เร่อื ง อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ทางวิทยาศาสตร์การถนอมอาหาร
1 ความสาเร็จในการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2 ปญั หา/อุปสรรค ในการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3 แนวทางแก้ไขปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
...
4 ส่ิงทไ่ี ม่ไดป้ ฏบิ ตั ติ ามแผน
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………
…
5 การปรบั ปรุงแผนการจัดการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………….
.
ลงช่ือ.......................................................
.....................................................
วนั ท่.ี .......... เดอื น.........................พ.ศ............
ความเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการ กศน.อาเภอ
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ครั้งท่ี 17
แผนการจดั การเรียนรู้รายสปั ดาห์
รายวิชา พว11001 วิทยาศาสตร์
ครงั้ ที่ 17 วนั ที่ 5 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2557 จานวน 2 ชั่วโมง
เรอ่ื ง แรงและพลังงานสารเพอื่ ชีวิตกบั การถนอมอาหาร
1. เน้อื หา
แรงและพลงั งานสารเพ่อื ชีวติ กบั การถนอมอาหาร
2. ตวั ชี้วัด
วเิ คราะห์แรงและพลงั งานสารเพื่อชวี ติ กับการถนอมอาหารได้
3. บรู ณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3 หว่ ง พอประมาณ มเี หตผุ ล ภูมิคุม้ กันทีด่ ี
ประเด็น
การจัดกจิ กรรม วางแผนการจัดกจิ กรรมใหส้ อดคล้อง การคดิ วเิ คราะห์ และ กาหนดข้ันตอนการจัด
การเรียนรู้
กับมาตรฐาน และตัวชวี้ ดั ในหลกั สตู ร กระบวนการทางานกลุม่ กิจกรรมการเรยี นรู้ให้
คณุ ธรรม
ของผเู้ รียน สอดคลอ้ งกับแผนการ
จัดการเรียนรู้
ครมู คี วามรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ ความยตุ ธิ รรม ความขยนั อดทน เมตตาต่อผ้เู รียน
ความพอเพยี ง
4. กจิ กรรมการเรยี นรู้
4.1 ข้นั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น
- ครผู สู้ อนยกตัวอย่างพลงั งานในชีวติ ประจาวนั ทเี่ กีย่ วกับการถนอมอาหารใหผ้ ูเ้ รยี นฟัง
4.2 ขน้ั การจดั กจิ กรรรมการเรยี นรู้
- ใหผ้ ู้เรยี นแบง่ กลุม่ ออกเป็น 2 กลุ่ม ศึกษาใบความรู้ท่ี 23 เรื่องพลงั งานสารเพอ่ื ชีวติ กบั การถนอม
อาหาร แล้วสง่ ตัวแทนนาเสนอหนา้ ชั้นเรยี น กลุ่มละไม่เกิน 5 นาที
4.3 ข้นั สรุป
- ครูผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกันสรุปสาระสาคญั
5. สอ่ื อปุ กรณ์และแหล่งเรยี นรู้
1. ใบความรทู้ ี่ 23 เร่อื ง พลงั งานสารกบั การถนอมอาหาร
2. หนังสอื แบบเรยี น รายวชิ า พว03007 วทิ ยาศาสตรก์ บั การถนอมอาหาร ระดับประถมศกึ ษา
6. การวดั และประเมนิ ผล
- สังเกตจากการนาเสนอ และวดั ผลจากแฟ้มสะสมงานของผเู้ รียน
ใบความรู้ท่ี 23
เรอื่ ง พลังงานสารกบั การถนอมอาหาร
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 17
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
ระดบั ประถมศกึ ษา
การถนอมอาหารโดยใช้รังสี
รงั สี หมายถึง คลืน่ แสง หรือคล้ายกับแสง ซ่งึ มีความยาวคลน่ื ทง้ั ส้นั และยาว การแผ่รงั สขี องสารกมั มนั ต
ภาพมีลกั ษณะคลา้ ยสายนา้ ของอนภุ าคหรอื คล่ืน ซึ่งมาจากหนว่ ยเล็กทสี่ ุดของสสาร คือ ปรมาณู สารกัมมนั ตภาพที่
พบในธรรมชาตปิ ระมาณ ปี พ.ศ.๒๔๔๐ และได้มีการนามาใช้ประโยชนค์ ือ ธาตุเรเดยี ม ซึง่ สามารถใหร้ ังสีไดท้ ั้ง
แอลฟา บีตา และแกมมา รงั สีท่รี ้จู กั กันทวั่ ไปและใช้มากในวงการแพทยค์ ือ รงั สีเอกซ์ ส่วนรงั สีทีใ่ ช้ในการถนอม
อาหารน้ันอาจใชร้ ังสใี ดรงั สหี น่งึ ดังนี้
๑. รงั สีแกมมา
เปน็ รังสที ี่นิยมใชม้ ากในการถนอมอาหาร สารทเ่ี ป็นตน้ กาเนดิ รังสคี ือ โคบอลต์ ๖๐ หรือซเี ซยี ม -๑๓๗
๒. รงั สีเอกซ์
ได้จากเคร่อื งผลติ รังสีเอกซ์ ที่ทางานด้วยระดบั พลงั งานทต่ี า่ กวา่ หรอื เทา่ กับ ๕ ลา้ นอเิ ล็กตรอนโวลต์
๓. รงั สีอเิ ล็กตรอน
ได้จากเครอื่ งผลติ รังสีอิเลก็ ตรอน ท่ีทางานด้วยระดับพลงั งานที่ต่ากวา่ หรือเทา่ กับ ๑๐ ล้านอิเล็กตรอน
โวลต์
ปริมาณรังสที ีใ่ ชใ้ นการถนอมอาหาร
หน่วยของรงั สี เรยี กว่า เกรย์ อาหารใดก็ตามเมือ่ ผา่ นการฉายรงั สแี ลว้ รังสไี ดค้ ายหรอื ถ่ายพลงั งานให้
เท่ากับ ๑ จลู ตอ่ อาหารจานวน ๑ กิโลกรัม เรียกวา่ ๑ เกรย์ เมอื่ ไมน่ านมาน้ีหน่วยของรังสวี ดั เปน็ แรด ซ่ึง ๑๐๐
แรดเทา่ กับ ๑ เกรย์ และ ๑,๐๐๐ เกรยเ์ ทา่ กบั ๑ กิโลเกรย์ องค์การอนามัยโลกและทบวงการพลงั งานปรมาณู
ระหวา่ งประเทศ ไดส้ รปุ วา่ การฉายรังสอี าหารใดกต็ ามด้วยระดบั รังสไี มเ่ กิน ๑๐ กิโลเกรย์ จะมีความปลอดภยั ใน
การบรโิ ภคและไมท่ าให้คุณค่าทางโภชนาการเปล่ียนแปลงไป แต่อยา่ งไรก็ตามปริมาณของรังสีทอี่ าหารไดร้ ับต้อง
เป็นไปตามประกาศของกระทรวงสาธารณสขุ
หลักการถนอมอาหารด้วยรังสี
รังสีท่ฉี ายลงไปในอาหาร จะไปทาลาย หรือยับย้งั การเจรญิ เตบิ โตของจลุ ินทรีย์ หรือทาให้การเปล่ียนแปลง
ทางเคมลี ดลง ซ่ึงมีผลทาให้การเกบ็ รักษาอาหารนั้น มีอายุยืนนาน โดยไม่เน่าเสีย ท้ังน้ีข้ึนอยกู่ ับชนดิ ของอาหาร
และปรมิ าณรังสีทอ่ี าหารได้รับ และวตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือถนอมอาหารในลักษณะใดลักษณะหน่ึง ดังน้ี
๑. ควบคุมการงอกของพืชผักในระหวา่ งการเก็บรักษา
ปริมาณรังสที ฉ่ี ายบนอาหารจาพวกกระเทียม หอมใหญ่ มันฝรง่ั เปน็ ตน้ ประมาณ ๐.๐๕-๐.๑๒ กิโลเกรย์ สามารถ
ควบคมุ การงอก และลดการสญู เสียน้าหนกั ในระหวา่ งการเก็บในห้องเย็นไดน้ านกว่า ๖ เดอื น
๒. ควบคมุ การแพร่พันธขุ์ องแมลงในระหวา่ งการเกบ็ รกั ษา
ปริมาณรงั สที ี่ฉายบนอาหารประเภทนีป้ ระมาณ ๐.๒-๐.๗ กิโลเกรย์ เช่น ขา้ ว ถว่ั เครอ่ื งเทศ ปลาแห้ง เปน็ ตน้ รังสี
จะทาลายไขแ่ มลง และควบคุมการแพร่พันธุ์ของแมลงและตัวหนอนในระหวา่ งการเกบ็ รักษา หรือระหว่างรอการ
จาหน่าย แต่ผลติ ผลเหล่านี้จะต้องบรรจใุ นภาชนะ หรอื หีบหอ่ ทีเ่ หมาะสม เพือ่ ป้องกันการเข้าทาลายซา้ ของแมลง
จากภายนอก
๓. ยืดอายกุ ารเก็บรักษาอาหารสด
ผลไม้ อาหารทะเล และเน้ือสัตว์ โดยท่วั ไปจะมีอายกุ ารเก็บรักษาสน้ั ท้งั น้ี เพราะเช้ือจลุ นิ ทรียท์ มี่ ีอยูใ่ นธรรมชาติ
จะเจริญเติบโตไดเ้ ร็ว ประกอบกบั อาหารประเภทเน้ือสตั ว์ และอาหารทะเล มปี ริมาณโปรตีนสูง จงึ มีการ
เปลีย่ นแปลงทางชีวเคมี ทาให้อาหารเนา่ เสีย การฉายด้วยรังสปี ระมาณ ๑-๓ กิโลเกรย์ จะชว่ ยลดปรมิ าณ
แบคทีเรียลงไดม้ าก ทาให้สามารถเกบ็ รักษาไดน้ านข้นึ แต่ท้ังนีจ้ ะตอ้ งบรรจุอาหารในภาชนะและเกบ็ ในห้องเย็น
๔. ทาลายเชื้อโรคและพยาธิในอาหาร
ผลิตภณั ฑ์ที่ทาจากเน้อื สัตว์อาจมีพยาธิหรือเชื้อโรคติดอยู่ได้ เช่น พยาธิใบไมต้ บั ที่มีในปลาดิบ สามารถทาลายได้
ด้วยรังสีตา่ ประมาณ ๐.๑๕ กโิ ลเกรย์ แหนมซง่ึ เป็นผลติ ภณั ฑ์จากหมูที่คนไทยนยิ มรับประทานดิบๆ ถา้ ฉายรังสีใน
ปรมิ าณ ๒-๓ กิโลเกรย์ จะเพียงพอทจ่ี ะทาลายเชอ้ื ซาลโมเนลลา ซงึ่ เปน็ สาเหตทุ าใหเ้ กิดท้องร่วง และทาลายพยาธิ
ทอี่ าจจะตดิ มากบั เน้ือหมูก่อนทาแหนมก็ได้
ความปลอดภยั ในการบริโภค
ในปัจจบุ นั ผูบ้ รโิ ภคยงั ไมม่ น่ั ใจในความปลอดภัยของอาหารอาบรังสี แตจ่ ากการประกาศขององค์การอนามัยโลก
และทบวงพลงั งานปรมาณรู ะหวา่ งประเทศวา่ ถ้าอาหารใดได้รบั รงั สไี ม่เกนิ ๑๐ กโิ ลเกรย์ จะไม่มรี ังสตี กค้างใน
อาหาร และไม่ทาใหอ้ าหารนั้น กลายเปน็ สารกมั มนั ภาพ และจะไมก่ ่อใหเ้ กดิ ปญั หาใดๆ ดา้ นความปลอดภัย ดังนัน้
อาหารอาบรงั สจี งึ เหมาะทจ่ี ะบรโิ ภค
****************
บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
รายวชิ า พว11001 วิทยาศาสตร์
คร้ังท่ี 18 วนั ที่ 5 เดอื น มีนาคม พ.ศ. 2557 จานวน 2 ชั่วโมง
เรือ่ ง แรงและพลงั งานสารเพือ่ ชีวติ กบั การถนอมอาหาร
1 ความสาเร็จในการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2 ปญั หา/อปุ สรรค ในการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3 แนวทางแก้ไขปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
...
4 ส่งิ ที่ไม่ไดป้ ฏิบัตติ ามแผน
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………….……………………………
…
5 การปรบั ปรุงแผนการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………….
.
ลงชื่อ.......................................................
.....................................................
วันท่.ี .......... เดอื น.........................พ.ศ............
ความเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการ กศน.อาเภอ
…………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…
ลงชอ่ื .......................................................
.....................................................
ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอเมอื งศรีสะเกษ