กองฝก การชา
างกล ! 0682699
๑. บทที่ ๑ รายละเอียดทัว่ ไปของเคร่อื ง ๑/๑
๑/๔
กลุมการใชงานของเคร่อื ง ๑/๕
กําลังงานของเคร่อื ง ๑/๕
รหสั ตวั อักษรและตวั เลขของเคร่ือง ๑/๖
ลกั ษณะรปู แบบของเคร่ือง ๑/๗
รายละเอยี ดจําเพาะของเคร่ือง ๒/๒
คาใชการตาง ๆ ของเครือ่ ง ๒/๙
๒. บทท่ี ๒ สว นประกอบทสี่ าํ คญั ของเครื่อง ๒/๑๓
เรือนสูบและสวนประกอบตา ง ๆ ๒/๑๖
สวนขบั หมนุ เครือ่ ง ๒/๑๘
ฝาสูบและสวนประกอบตา ง ๆ ๒/๒๔
กลไกควบคุมลิ้น ๒/๓๐
อุปกรณฉดี นาํ้ มนั เชอื้ เพลิง ๒/๓๗
เครอื่ งควบคมุ เครื่องยนต ๓/๑
อุปกรณต ดั การทํางานของสบู ๓/๓
เทอรโ บชารจ ๓/๔
๓. บทที่ ๓ ระบบลําดบั การทาํ งานของเทอรโ บชารจ ๓/๖
ลําดับการทํางานของเทอรโ บชารจ ๓/๖
สวนประกอบทส่ี ําคญั ของระบบ ๓/๗
การทํางานของระบบ ๓/๙
รายละเอยี ดของระบบ ๓/๑๑
๓/๑๒
ลน้ิ ควบคุมอากาศดแี ละล้นิ ควบคมุ แกส เสยี ๓/๑๘
สูบสงกําลงั ๔/๑
เครื่องเปล่ียนกาํ ลังดันลม ๔/๑
ล้ินลมไฟฟา ๓/๒ ทาง ๔/๖
ชดุ ควบคุม ๔/๖
ลิ้นลม ๓/๒ ทาง ๔/๗
๔. บทที่ ๔ ระบบอากาศ - แกส เสีย ๔/๙
สว นประกอบของระบบ ๔/๑๐
การทํางานของระบบ ๔/๑๒
รายละเอียดของระบบ ๔/๑๔
หมอระงบั เสียงอากาศดี ๔/๑๘
หมอระบายความรอ นอากาศดี
หมออุน อากาศดี
ลน้ิ ปดอากาศดฉี ุกเฉิน
ทอระบายนํา้ ตกอากาศดี
ระบบสบู สง อากาศดี
ชดุ ควบคมุ อากาศดี
กองฝกการชา งกล กฝร. โทรฯ ๐๖๘-๒๖๙๙
๕. บทที่ ๕ ระบบน้ํามันเชื้อเพลิง ๕/๑
สวนประกอบที่สําคัญของระบบ ๕/๑
การทาํ งานของระบบ ๕/๓
รายละเอยี ดของระบบ ๕/๓
หมอกรองหยาบน้ํามันเชอ้ื เพลิง ๕/๔
สูบสงนาํ้ มันเชอื้ เพลิง ๕/๕
สูบโยกมือน้าํ มนั เชือ้ เพลงิ ๕/๗
ชุดสบู สงน้าํ มันเช้ือเพลงิ ๕/๙
หมอ กรองละเอยี ดนํา้ มันเชือ้ เพลิง ๕/๑๓
หมอ น้าํ มนั เช้ือเพลงิ รวั่ ไหล ๖/๑
๖/๔
๖. บทที่ ๖ ระบบระบายความรอ น ๖/๖
สวนประกอบท่ีสาํ คัญของระบบ ๖/๖
การทํางานของระบบ ๖/๙
รายละเอียดของระบบ ๖/๑๑
สูบน้าํ ทะเล ๖/๑๑
สูบชวยน้ําทะเล ๖/๑๓
ล้นิ กันกลบั ๖/๑๔
สูบนํ้าจดื ๖/๑๖
ลิน้ ควบคมุ ๖/๑๙
เครอ่ื งควบคุมอณุ หภมู ินาํ้ จืด ๖/๒๐
หมอ ระบายความรอนนํา้ จดื ๗/๑
ถังพกั นํา้ จืด ๗/๔
ชุดอนุ นา้ํ จดื ๗/๘
๗/๑๑
๗. บทที่ ๗ ระบบนํ้ามันหลอ ลน่ื เคร่อื งยนต ๗/๑๓
สวนประกอบท่ีสาํ คัญของระบบน้าํ มันหลอ ภายในเครอ่ื ง ๗/๑๔
ระบบปรบั สภาพนํา้ มนั หลอ - หนา ทีก่ ารทาํ งาน ๗/๑๕
ระบบนํา้ มันหลอ สวนขบั หมนุ เครอื่ ง - หนาทีก่ ารทํางาน ๗/๑๘
ระบบนํ้ามันหลอ กลไกควบคมุ ลนิ้ - หนาท่กี ารทํางาน ๗/๑๘
ระบบการหลอลนื่ บา ลิ้น - หนาทกี่ ารทาํ งาน ๗/๒๑
ระบบปรับระดบั น้ํามันหลอ ลื่น - หนาที่การทํางาน ๗/๒๒
ระบบน้ํามันหลอ เริม่ เดนิ - สว นประกอบและการทํางาน ๗/๒๓
รายละเอยี ดของระบบนา้ํ มนั หลอ ๗/๒๕
สูบน้ํามนั หลอลน่ื ๗/๒๗
หมอ กรองทางลัดน้าํ มันหลอ ๗/๒๙
หมอ กรองน้ํามนั หลอ แบบแรงเหวย่ี ง ๗/๓๑
หมอระบายความรอนนํา้ มันหลอ
หมอกรองละเอียดนํ้ามันหลอ
ลิ้นผลตางกําลังดนั น้ํามันหลอ
เรือนลิน้ และล้ินรกั ษากําลังดัน ๑.๕ บาร
ล้ินรกั ษากาํ ลงั ดนั ๐.๕ บาร
กองฝก การชา งกล กฝร. โทรฯ ๐๖๘-๒๖๙๙
ล้ินควบคมุ กาํ ลงั ดนั ๗/๓๒
เคร่ืองควบคมุ อุณหภมู ินาํ้ มันหลอ ๗/๓๒
ล้ินลดกาํ ลังดนั ๗/๓๔
สูบจํากดั นํ้ามนั หลอ ๗/๓๖
สูบปรับระดับน้าํ มันหลอ ๗/๓๗
สูบนาํ้ มันหลอ เรมิ่ เดิน ๗/๓๘
สูบโยกมอื น้ํามันหลอ ๗/๔๐
หมอ กรองน้ํามันหลอ แบบแผน ๗/๔๑
ล้ินรกั ษากําลงั ดนั ๑.๐ บาร ๗/๔๒
หมอเพมิ่ กําลงั ดนั นา้ํ มนั หลอ ๗/๔๓
ล้นิ เลื่อน ๗/๔๕
๘. บทท่ี ๘ ระบบเริม่ เดินเครื่องยนต ๘/๑
สวนประกอบที่สาํ คญั ของระบบ ๘/๓
การทาํ งานของระบบ ๘/๖
รายละเอยี ดของระบบ ๘/๖
ลิน้ ลมไฟฟา ๓ ทาง ๘/๘
จานจายลมเร่มิ เดิน ๘/๑๐
ลน้ิ ลมเริ่มเดิน ๘/๑๑
สวนชว ยเริ่มเดิน ๘/๑๒
เคร่ืองอดั ลมสว นชวยเริ่มเดิน ๘/๑๓
หวั ฉีดฝอย ๙/๑
๙. บทท่ี ๙ คาํ แนะนาํ การใชเ ครือ่ ง ๙/๔
การเตรยี มการกอ นเดนิ เครือ่ ง ๙/๕
การใชเครื่อง ๙/๕
การตรวจสอบขณะใชเ ครอ่ื ง ๙/๖
การเลิกเครอ่ื ง ๙/๖
การปฏิบตั ิหลังจากการเลกิ เครื่อง ๙/๙
การดแู ลรกั ษาเครอ่ื ง ๙/๑๒
แนวทางการแกไ ขขอขดั ขอ ง ๑๐/๑
สขี องแกสเสีย ๑๐/๑
๑๐. บทท่ี ๑๐ การซอ มบํารุงรักษาเคร่ืองยนต ๑๐/๔
แผนการซอมบํารงุ รักษาเครอื่ ง ๑๐/๔
ตารางเวลาการซอ มบํารุงรกั ษาเครอื่ ง ๑๐/๔
การซอมบํารุงรักษาเคร่อื งทคี่ วรทราบ ๑๐/๖
สวนขบั หมุนเคร่อื ง ๑๐/๑๑
กลไกควบคมุ ลนิ้ ๑๐/๑๓
อุปกรณฉีดน้ํามันเชื้อเพลงิ ๑๐/๑๓
เคร่ืองควบคมุ เครือ่ งยนต
อุปกรณตัดการทํางานของสูบ
เทอรโบชารจ
กองฝก การชางกล กฝร. โทรฯ ๐๖๘-๒๖๙๙
ระบบลําดับการทาํ งานของเทอรโ บชารจ ๑๐/๑๓
ระบบอากาศดีเขา เครื่อง ๑๐/๑๕
ระบบแกส เสยี ๑๐/๑๖
หมอระงับเสยี งอากาศดี ๑๐/๑๗
ลน้ิ ปดอากาศดีฉกุ เฉนิ ๑๐/๑๗
ทอระบายนาํ้ ตกอากาศดี ๑๐/๑๘
ลนิ้ สง อากาศดี ๑๐/๑๙
ลิ้นรับอากาศดี ๑๐/๑๙
ระบบนํ้ามันเชือ้ เพลิง ๑๐/๑๙
หมอกรองหยาบน้ํามันเช้ือเพลงิ ๑๐/๒๐
หมอ กรองละเอยี ดนม้ําันเชื้อเพลงิ ๑๐/๒๑
หมอ นาํ้ มันเชื้อเพลิงรั่วไหล ๑๐/๒๓
ระบบระบายความรอน ๑๐/๒๓
สูบน้ําทะเล ๑๐/๒๖
สูบน้ําจดื ๑๐/๒๗
เครือ่ งควบคมุ อุณหภมู ินํ้าจดื ๑๐/๒๗
ถังพกั น้าํ จืด ๑๐/๒๘
ชุดอนุ นํ้าจดื ๑๐/๒๘
ระบบปรบั ระดบั นํ้ามันหลอ ๑๐/๒๘
ระบบนา้ํ มันหลอลน่ื เครือ่ งยนต ๑๐/๒๙
หมอ กรองทางลดั น้าํ มนั หลอ ๑๐/๓๑
หมอกรองละเอียดนาํ้ มนั หลอ ๑๐/๓๒
หมอ กรองน้ํามนั หลอ แบบแรงเหว่ยี ง ๑๐/๓๔
เคร่ืองควบคุมอณุ หภมู นิ ํา้ มันหลอ ๑๐/๓๕
หมอ กรองน้ํามนั หลอ แบบแผน ๑๐/๓๖
สูบจํากดั นํ้ามันหลอ ๑๐/๓๖
ลิ้นลมไฟฟา ๓ ทาง ๑๐/๓๗
สว นชวยเรมิ่ เดิน ๑๐/๓๙
เคร่อื งอัดลมสว นชว ยเรม่ิ เดนิ ๑๐/๓๙
ระบบเรมิ่ เดิน ๑๐/๔๐
การเลกิ เครือ่ ง ๑๐/๔๑
กองฝกการชา งกล กฝร. โทรฯ ๐๖๘-๒๖๙๙
1
บทที่ 1
รายละเอียดท่วั ไปของเครื่อง
บรษิ ทั ผผู ลติ เครอื่ งยนตด ีเซล MTU คอื บริษัท MOTOREN UND TURBINEN UNION ประเทศเยอรมนั ตะวันตก
(เดิม) ซึ่งไดม กี ารผลิตเคร่ืองยนตด เี ซล ออกมาหลายแบบเพ่อื การใชงานท่ีตา งกนั เชน ใชใ นเรอื ใชใ นรถไฟเปน ตน ทมี่ ีใช
อยใู นเรอื รบของกองทัพเรอื ไทยในปจ จุบันอนกุ รม(Series)หน่งึ คอื อนกุ รม 1163 ซงึ่ เคร่อื งยนตแบบน้ียงั มีการพฒั นา
และใชกนั อยหู ลายรนุ เชน TB-62, TB-82, TB-92 (คือแบบ TB-02) และ TB-63 ,TB-83 ,TB-93 (คอื แบบ TB-03) โดย
เคร่อื งยนตอนกุ รมนม้ี ีอยู 3 ขนาด คือ V12 สบู V16 สบู และ V20 สูบ
ลักษณะ สวนประกอบ และการทาํ งานของเคร่ืองในแบบเดยี วกนั จะเหมอื นกัน เชน TB-62 หรอื TB-82 แมว า จะมี
ขนาดตางกัน แตลักษณะสว นประกอบและการทํางานจะเหมือนกนั แตจ ะแตกตางกันเฉพาะรายละเอยี ดของสว น
ประกอบ หรือจํานวนชน้ิ สว นประกอบ ซึ่งจะตองดใู นคูมือประจาํ เครื่องแตล ะเครือ่ งเทานนั้
1. กลมุ การใชง านของเคร่อื ง(Application Groups)
เครอื่ งยนต MTU แตล ะแบบหรือแตละขนาด จะถูกสรา งขึน้ มาใชใหเหมาะสมกบั งานแตละประเภทแตกตางกนั
ออกไปแยกเปน กลุม ตามลักษณะการใชงาน ซง่ึ จะสัมพันธก บั การใชงานและการซอมบาํ รงุ รักษาเครือ่ ง ซึง่ จะกลาวถึง
ตอ ไป
1.1 เปนเครอ่ื งจกั รใหญใ นเรือ
กลุม 1 A. (สาํ หรับเรือความเรว็ ตา่ํ )
ใชก ับเรอื ทไ่ี มจ ํากดั ระยะเวลาการใชเคร่อื ง และ/หรือ เรือทไี่ มจ ํากดั ระยะเวลาการใชก าํ ลงั งานตอ เนอ่ื ง
(Continuous Rating)
ไดแ กเครื่อง 6V 8V 12V 396 TC-62
6V 8V 12V 16V 396 TC-63
12V 16V 20V 1163 TB 62-63
กลมุ 1 D. (สาํ หรบั เรอื ความเร็วสูง)
ใชก ับเรือโดยสาร เรอื ทอ งเที่ยว,เรอื ตรวจการณ( Patrol Boats)
เรือท่ีมีระบบขบั เคลื่อนหลายเครอ่ื ง(Combined Propulsion System)
เรือความเรว็ สงู เชน เรอื ชว ยชวี ิตในทะเล เปน ตน
ไดแ กเครอ่ื ง 6V 8V 12V 396 TB-83
12V 16V 20V 538 TB-82
กลมุ 1 DS. (สาํ หรบั เรือความเรว็ สูงมาก)
ใชก ับเรือความเร็วสูง เรือตรวจการณค วามเร็วสูง(FPB's) และเรอื ที่ใชงานพิเศษ
ไดแ กเครื่อง 6V 8V 12V 16V 396 TB-93
12V 16V 20V 538 TB-91
12V 16V 20V 1163 TB-92/93
1.2 เปน เครอื่ งขบั เครื่องกาํ เนิดไฟฟา
กลุม 3 A.
ใชก ับเครือ่ งกําเนดิ ไฟฟาทีใ่ ชงานตอ เนือ่ ง(Continuous Operation)
ไดแ กเ ครือ่ ง 6V 8V 12 V 396 TC-32, 52
6V 8V 12V 16V 396 TC-33, 53
กองฝกการชางกล กฝร.
2
6V 8V 12V 16V 396 TB-33, 53
12V 16V 20V 1163 TB-32, 52
กลมุ 3 C.
ใชกับเครอ่ื งกาํ เนิดไฟฟาที่ใชงานตอ เนื่องแตห ยุดพักทกุ ป( Annual Limit)
ไดแกเ ครอ่ื ง ในกลุม 3 A. ซงึ่ แยกเปน 2 ลักษณะการใช คอื
ใชใ นเรอื ไดแ กเ คร่ือง TB-52,53 / TC-52,53
ใชตดิ ต้งั อยกู บั ท่ี ไดแกเ ครื่อง TB-32,33 / TC-32,33
12V 16V 20V 1163 TB 82/83
1.3 เปนเคร่ืองจักรชวย
กลุม 4 A
ใชก บั งานตอเนอื่ ง เชน เคร่ืองสบู น้ํา,เครื่องอัดลมเครือ่ งเปา ลม(Blowers),เครอ่ื งเจาะ(Drilling Rigs) เปนตน
ไดแกเคร่อื ง 6V 8V 12V 396 TC-52,32
6V 8V 12V 16V 396 TC-53,33
12V 16V 20V 1163 TB-52,32
กลุม 4 C.
ใชกบั งานระยะเวลาส้นั ๆ เชน เครอ่ื งสูบนํ้าดบั เพลิง,เครื่องสูบนํ้าฉุกเฉนิ เปน ตน
ไดแกเ คร่ือง ในกลมุ 4 A. ซง่ึ แยกเปน 2 ลกั ษณะการใช คือ
ใชในเรอื ไดแ กเ คร่ือง TB 52,53 /TC 52,53
ใชในโรงงานอตุ สาหกรรม ไดแกเครือ่ ง TB 32,33 /TC 32,33
1.4 ใชใ นรถไฟ
กลุม 2 A.
เปนหวั ลากรถไฟ(Rail Traction)
ไดแ กเ ครือ่ ง 6V 8V 12V 396 TC-12
6V 8V 12V 396 TC-13
12V 16V 20V 1163 TB-12
กลมุ 3 A.
เปน เครอื่ งขับเครือ่ งกาํ เนิดไฟฟา
ไดแ กเ ครือ่ ง 6V 8V 12V 396 TC-12
6V 8V 12V 16V 396 TC-13
1.5 ใชก ับยานพาหนะหรอื งานหนัก
กลมุ 5 A.
ใชกับงานหนักระยะเวลาส้ันๆแตตอ งการกาํ ลงั งานสูง เชน เครอื่ งกวา นรถกวาดหิมะเปน ตน
ไดแกเ ครือ่ ง 6V 8V 12V 16V 396 TC-43
กองฝก การชา งกล กฝร.
3
รปู 1.1
รปู 1.2
กองฝกการชา งกล กฝร.
4
2. กําลังงานของเครื่อง(Power Output)
กําลงั งานของเคร่อื งข้ึนอยูกบั ความเรว็ และสภาวะแวดลอมตา งๆของเคร่อื ง คือ อณุ หภมู อิ ากาศดีเขาเครอ่ื ง
อณุ หภูมนิ ํ้าทะเลและความกดดันบรรยากาศ ซ่งึ เม่อื คา ตา งๆดังกลาวอยใู นเกณฑกําหนด เครอ่ื งยนตจ ะสามารถให
กําลงั งานออกมาไดตามเกณฑท ี่กําหนดเชนกนั ในการคิดคา กําลังงานของเคร่ืองทั้งหมดจะคิดเปน 3 ระยะ คอื
- กําลังงานตอเนื่อง(Continuous Power) = 100 %
- กําลังงานเกินกําลงั (Overload Power) = 110 %
- กาํ ลงั งานสงู สุด(Maximum Power) = 120 %
เชน เครือ่ ง 16 V 1163 TB-93
- ใหกาํ ลงั งานตอเน่อื ง 4,895 กว. ที่ความเร็ว 1,220 รอบ/นาที
- ใหกําลงั งานเกินกําลงั 5,390 กว. ทค่ี วามเร็ว 1.260 รอบ/นาที
- ใหก าํ ลงั งานสงู สดุ 5,920 กว. ท่คี วามเรว็ 1,300 รอบ/นาที
ในสภาวะแวดลอ ม
- อุณหภมู อิ ากาศดีเขาเครอื่ ง 27°C
- อณุ หภมู นิ ํ้าทะเลเขา เคร่อื ง 27°C
- ความกดดันบรรยากาศที่บาโรมิเตอร 1 บาร
แตใ นการใชงานจะใช 1, 2 หรอื 3 ระยะข้นึ อยูกบั กลุมการใชงานของเครื่อง ดังนี้ คือ
เครอ่ื งในกลมุ 1Aสามารถใชไ ดถ ึงกาํ ลงั งานตอเนือ่ ง
เคร่ืองในกลุม 1Dสามารถใชไดถ งึ กําลังงานเกินกาํ ลงั
เครือ่ งในกลมุ 1DS สามารถใชไดถึงกําลงั งานสงู สดุ เปน ตน
การใชงานในยา นกําลังงานตางๆ น้สี ามารถใชไ ดโ ดยไมท าํ ใหเ ครือ่ งเสียหายเน่อื งจากความเคน ของโลหะ
(Overstress) ดังน้ี
- กําลังงานตอ เน่อื ง ใชไ ดต ลอดเวลา(ตลอด 24 ชม.)
- กําลังงานเกินกําลัง ใชได 2 ชม. ในระยะเวลาใชงาน 12 ชม.(2+10)
- กาํ ลงั งานสงู สดุ ใชได 1/2 ชม. ในระยะเวลาใชงาน 6 ชม.(1/2+5 1/2)
กองฝกการชา งกล กฝร.
5
รปู 1.3
3. รหัสอักษรและตัวเลขของเคร่อื ง
16 V 1163 TB 93
หมายถงึ จาํ นวนสูบของเครอื่ ง
หมายถงึ ลกั ษณะการวางสูบแบบอักษร V
หมายถงึ ความจุกระบอกสบู หารดวย 100 = ลิตร
(1)*หมายถงึ มีการอัดอากาศดีเขาเครื่อง(Supercharging)
(2)*หมายถงึ มกี ารระบายความรอนอากาศดแี ละลกู สบู
(3)*หมายถงึ ลักษณะการใชงาน
หมายถงึ เลขดัชนีของแบบ(Design Index)
(1)* T หมายถงึ ใชแ กส เสียจากเครือ่ งมาขับหมนุ เทอรโบชารจ
(2)* B หมายถงึ ระบายความรอ นอากาศดีเขาเคร่ืองดวยน้าํ จากภายนอก(น้าํ ทะเล) และมกี ารระบายความรอนลกู สูบ
C หมายถงึ ระบายความรอนอากาศดเี ขาเครื่องดวยนาํ้ ภายใน(นํา้ จดื ) และมีการระบายความรอ นลกู สบู
(3)*5,6,8,9 หมายถึง เครอื่ งทใี่ ชกับเรือ
1 หมายถึง เครอ่ื งท่ีใชกบั รถไฟ
3 หมายถงึ เครื่องท่ใี ชต ิดต้ังบนบก
4 หมายถงึ เครือ่ งท่ใี ชก บั ยานพาหนะหรอื งานหนัก
4. ลกั ษณะรปู แบบของเคร่อื ง (รปู 1.3)
เปน เคร่ืองทว่ี างลักษณะสูบเปนแบบอกั ษร V โดยเรียกชื่อแตล ะดาน (End) และแตละแถวสูบ(Bank) ดงั น้ี
KS. หรอื HKS. คือดานสงกาํ ลังงานออก (Main PTO. End.)
KGS. หรอื GKS. คอื ดา นตรงขา มดา นสง กําลงั งานออก(Auxiliary PTO.End.)
เม่ือมองจากดา น KS. ขาหาเครื่อง A-Bank หรือ แถวสบู A คอื แถวซายมอื
B-Bank หรอื แถวสูบ B คือ แถวขวามือ
กองฝกการชา งกล กฝร.
6
โดยเร่ิมนับสบู เปน สูบ 1 จากดา น KS. เขา ไปตามลาํ ดับ และ ชนิ้ สว นประกอบอ่ืน ๆ ของเครื่องทีเ่ หมือนกนั 2
ชิ้นสวนขนึ้ ไปจะนับ หรือเรียกช่ือ เชน เดยี วกบั สบู ของเครือ่ ง
5. รายละเอยี ดจาํ เพาะของเคร่ือง
การทาํ งาน เปน เครื่อง 4 จงั หวะ, ทํางานดา นเดียว
(Four-Stroke, Single Acting)
การเผาไหม ฉดี น้ํามนั เชือ้ เพลงิ เขา หองเผาไหมล ว งหนา
(Pre chamber Direct Injection)
การประจุอากาศดเี ขา สูบ ใชเทอรโ บชารจ (Turbocharger)
การระบายความรอ น ดว ยนาํ้
การวางสบู แบบอกั ษร V ทาํ มมุ 60 องศา
ความโตกระบอกสูบ 230 มม.
ระยะชวงชัก 280 มม.
ความจุกระบอกสบู 11.63 ลติ ร
อตั ราสว นการอัด ประมาณ 9-12:1 (ขึน้ กับแบบของเครอื่ ง)
ทิศทางการหมนุ ทวนเขม็ นาฬกิ า, กลับทางหมุนไมได
(มองจากดา น KS.) (แบบมาตรฐาน)
ความเรว็ การจดุ ระเบดิ ประมาณ 80-100 รอบ/นาที (TB-02)
(เมอ่ื อุณหภูมนิ า้ํ จืด 40ํC) ประมาณ 100-120 รอบ/นาที (TB-03)
ระยะหางล้ินเม่อื เคร่ืองเยน็ ลนิ้ อากาศดี 0.30 มม.
(Valve Clearance) ล้ินแกสเสีย 0.50 มม.
ความเร็วเดนิ เบา (Idle Speed) ประมาณ 350 รอบ/นาที
ความเร็วเดนิ ต่ําสดุ (Minimum Running Speed) ประมาณ 300 รอบ/นาที
6. คาใชการตาง ๆ ของเครอื่ ง (Operational Values)
เกณฑคา กําลังดัน อณุ หภูมแิ ละความหมดเปลอื งนีเ้ ปนเกณฑมาตรฐานของเครื่อง แตใ นการใชง านจริงคาตา งๆ
เหลา นจี้ ะแตกตางกันบางตามสภาวะแวดลอ มของเคร่อื งซ่งึ เกณฑคาท่ีแนนอนของแตล ะเครื่อง ใหดูในบนั ทึกการ
ทดสอบเพ่อื การตรวจรับเคร่ือง (Engine Acceptance Test Record) ของเครอื่ งนน้ั ๆ
6.1 กําลงั ดัน (Pressure) ตาํ่ สดุ 5.0 บาร
- น้าํ มนั หลอ ระบบสวนขับหมุนเครอื่ ง (Running Gear)
(กอนเขาระบบ ท่คี วามเรว็ เต็มท่)ี
- นํา้ มนั หลอ ระบบกลไกควบคุมล้ิน (Valve Gear) ตาํ่ สดุ 3.5 บาร
(กอ นเขา ระบบ ทค่ี วามเรว็ เตม็ ที่)
- นาํ้ มันหลอลูกสูบ(Piston Cooling)กอนเขา ทอนาํ้ มนั หลอหลัก(Oil Galley) ตํา่ สุด 5.0 บาร
(ท่ีความเร็วเตม็ ท่)ี
- หมอ กรองนํ้ามนั หลอ (Filter) สูงสุด 1.5 บาร
(คา แตกตา งระหวางนา้ํ มนั หลอ เขา - ออก)
- สูบนาํ้ จืดระบายความรอน (Coolant Pump) สูงสดุ 2.5 บาร
(คาแตกตา งระหวางน้าํ จืด เขา - ออก)
กองฝกการชา งกล กฝร.
7 สงู สดุ 3.0 บาร
- สูบนา้ํ ทะเล (Raw Water Pump) ตาํ่ สุด 1.0 บาร
(คา แตกตา งระหวา งนา้ํ ทะเลเขา - ออก) ตํ่าสดุ 20 บาร
- นํา้ มันเชอ้ื เพลิง (กอนเขาหัวฉดี ทีค่ วามเรว็ เตม็ ท)ี่ สงู สดุ 92°C
- ลมเริ่มเดินเครือ่ ง (กอนเขาจานจายลมเรมิ่ เดิน) สงู สดุ 90°C
6.2 อุณหภูมิ (Temperature) สูงสุด 700°C
- นํา้ มันหลอ ระบบขบั หมุนเครอื่ ง (Running Gear) (กอนเขา เคร่อื ง)
- นํ้าจดื ระบายความรอ นเครอ่ื ง (Coolant) (ออกจากเครอื่ ง) สูงสดุ 600°C
- แกส เสยี (ออกจากแตล ะสูบ)
ประมาณ214-231 ก./กว./ชม.
(ออกจากเทอรโบชารจ) ประมาณ 1.5-3 ก./กว./ชม.
6.3 ความหมดเปลอื ง (Consumption)
- นา้ํ มนั เชอ้ื เพลิง
- นา้ํ มันหลอ (หลังจากใชเ ครอ่ื งตอ เน่อื ง 100 ชม.)
กองฝกการชางกล กฝร.
8
บทท่ี 2
สว นประกอบท่สี าํ คัญของเครือ่ ง
สว นประกอบตาง ๆ ของเครอ่ื งที่สาํ คัญมดี งั นี้ (รูป 2.0)
- เรือนสูบ (Crankcase)(ตามรายละเอยี ดขอ 1) ซงึ่ ประกอบดวยสวนตา งๆ คอื
- ปลอกสบู (Cylinder Liner) (ตามรายละเอียดขอ 1.1)
- ล้นิ ระบายกาํ ลงั ดนั เรอื นสบู (Anti-Exprosion Valve) (ตามรายละเอยี ดขอ 1.2)
- สวนดูดแกส ในเรือนสูบ (Crankcase Gas Extraction) (ตามรายละเอียดขอ 1.3)
- หมเู ฟอ งขบั (Gear Train) (ตามรายละเอียดขอ 1.4)
- สว นขบั หมนุ เครอื่ ง (Running Gear) (ตามรายละเอยี ดขอ 2) ซ่งึ ประกอบดวยสวนตางๆ คอื
- เพลาขอ เหวี่ยง (Crankshaft) (ตามรายละเอยี ดขอ 2.1)
- กานตอ (Connecting Rod) (ตามรายละเอียดขอ 2.2)
- ลูกสูบ (Piston) (ตามรายละเอียดขอ 2.3)
- ชุดรบั แรงสนั่ สะเทือน (Vioration Damper) (ตามรายละเอียดขอ 2.4)
- ฝาสูบ (Cylinder Head) (ตามรายละเอยี ดขอ 3) ซึ่งประกอบดวยสว น ตาง ๆ คือ
- หัวฉีดนํ้ามันเชื้อเพลงิ (Fuel Injector) (ตามรายละเอียดขอ 5.2)
- ลนิ้ อากาศดี-ลิ้นแกส เสีย(intake-Exhaust Valve)(ตามรายละเอียดขอ 3.1)
- ล้นิ ไลอากาศ (Decompression Valve) (ตามรายละเอียดขอ 3.2)
- ลนิ้ ลมเร่ิมเดิน (Starting Air Valev) (ตามรายละเอียดบทที่ 8)
- กลไกควบคมุ ลิ้น (Valve Gear) (ตามรายละเอียดขอ 4) ซงึ่ ประกอบดว ยสวน ตา ง ๆ คือ
- เพลาลูกเบยี้ ว (Camshaft) (ตามรายละเอยี ดขอ 4.1)
- กานสง (Push Rod) (ตามรายละเอยี ดขอ 4.2)
- กระเดอ่ื งกดลิน้ (Valve Rocker Arms.) (ตามรายละเอยี ดขอ 4.3)
- อปุ กรณฉีดนํา้ มันเช้อื เพลิง (Fuel Injection Equipment) (ตามรายละเอียดตามขอ 5)
ซงึ่ ประกอบดวยสว นคา ง ๆ คอื
- สูบฉดี น้ํามันเช้ือเพลิง(Fuel Injection Pump) (รายละเอยี ดขอ 5.1)
- หัวฉดี นา้ํ มันเชอ้ื เพลิง (Fuel Injector) (ตามรายละเอยี ดขอ 5.2)
- ทอน้ํามันเช้อื เพลิงกําลังดันสูง(High Pressure Line) (ตามรายละเอยี ดขอ 5.3)
- เคร่อื งควบคุมเครอื่ งยนต (Engine Governor) (ตามรายละเอยี ดขอ 6)
- อปุ กรณต ดั การทาํ งานของสบู (Cylinder Cut-Out) (ตามรายละเอียดขอ 7)
- เทอรโ บซารท (Exaust Turbocharger) (ตามรายละเอียดขอ 8)
กองฝกการชางกล กฝร.
9
รปู ๒.๐
1 Carrier Housing 2 L.P.turbocharger 3 Exhaust flow control flap
4 H.P.turbocharger 5 Cylinder head 6 L.P intercooler
7 Air flow control flap 8 H.P intercooler 9 Charge air preheater
10 Emergency air shut-off flap 11 Fuel injection pump 12 Engine mount
13 Valae gear 14 Cylinder liner 15 Running gear
16 Engine oil pump 17 Vibration damper 18 Coolant thermostat
19 Engine governor 20 Engine oil filter 21 Engine oil heat exchanger
22 Duplex fuel filter
1.เรือนสบู (Crankcase) (รูป 2.1)
เปนสว นประกอบทส่ี าํ คัญทสี่ ุดของเครอ่ื งทาํ ดวยเหลก็ หลอ (Cast Steel) ในเครอื่ งรนุ เกา จะหลอ เปนสว นๆ แลว
นํามาเชื่อมประสานดวยไฟฟาใหไดจํานวนสูบตามตองการในเคร่ืองรุนใหมจะหลอเปนสูบชิ้นเดียวตามจํานวนสูบท่ี
ตอ งการ
สว นบนทําเปน ชอ งสาํ หรบั ประกอบปลอกสบู (Liner) 2 แถว แบบอกั ษร V ทาํ มุมกัน 60° และเจาะเปนชอ งทาง
เดนิ นา้ํ และนํ้ามนั หลอ ทส่ี งขนึ้ ไปหลอล่นื ระบายความรอนฝาสบู ซ่งึ ประกอบอยดู านบนเรือนสูบ ดานขา งดา นนอก
จะเปนหอ งเพลาลกู เบีย้ ว (Camshaft Chamber) ยาวตลอดทง้ั สองแถวสูบ
สวนกลาง ระหวางแถวสูบจ ะเปน ชองประกอบทอ น้าํ มันหลัก (Main Oil Gallery) 2 ทอ ตามแนวยาวตลอดเรอื น
สบู ทอลา งเปนทอ น้าํ มันหลอหลักในการระบายความรอ นลูกสบู ( Piston - Cooling) ทอบนเปนทอ นา้ํ มันหลอ หลกั
สวนขับหมนุ เคร่ือง (Running Gear Oil)
กองฝก การชางกล กฝร.
10
รปู ๒.๑
1 Crankcase 2 Sealing ring 3 Sealing ring
4 Cylinder liner 5 Inspection port cover 6 Camshaft chamber cover
7 Anti-explosion valve 8 From the coolant manifold 9 Cross-tie bolt
10 To the enging oil pump 11 Main bearing cap stud 12 Main bearing cap nut
13 Main bearing 14 Piston cooling oil nozzle 15 Piston cooling oil gallery
16 Running gear oil gallery 17 Camshaft bearing
case 18 Piston cooling oil from gear
a Engine oil to cylinder heat b From the coolant manifold
สว นลาง จะเปน หอ งเพลาขอ เหว่ยี ง(Crankspace) ซงึ่ จะเปน ท่ีประกอบเพลาขอเหวยี่ ง (Crankshaft) ทําเปน
เรอื นแบร่ิงใหญ( Main Bearing Housing) โดยมแี บรง่ิ ใหญ (MainBearing) เปน แบบฝา 2 ชิ้น (Sleeve Bearing) อยู
ภายในเรือนแบรง่ิ ใหญแ ละฝาครอบแบริ่งใหญ (Main Bearing Cap) ยึดดวยสลักทางตง้ั 2 ตวั และสลกั แนวนอน 1
ตัวใน 1 แบร่งิ ใหญ ดานขางจะเปนชอ งตรวจ (Inspection Port)
ทงั้ สองดานเทาจํานวนสบู ปกติจะปด ดว ยฝาปด (Cover) ซงึ่ สามารถเปดออกตรวจดูภายในได ฝาปดของชอ งตรวจ
บางชอ งทาํ เปนล้นิ ระบายกาํ ลงั ดันเรอื นสบู (Anti-Exprosion Valve) ดานลา งประกอบดวยอา งน้ํามันหลอ (Oil Pan)
สาํ หรับเก็บนาํ้ มนั หลอไวใชในระบบ โดยมเี หล็กวดั ระดบั น้ํามันหลอ (Oil Dipstick) อยดู า นขางทั้งสองดาน สาํ หรบั วดั
ระดับนา้ํ มนั หลอ ในอางนาํ้ มนั หลอ
กองฝกการชา งกล กฝร.
11
สวนประกอบตาง ๆ ทสี่ าํ คญั ของเรือนสูบมดี ังนี้
1.1 ปลอกสบู (Cylinder Liner) (รปู 2.1)
เปน แบบระบายความรอนดวยนํ้า โดยใชน ้ําจดื เดนิ รอบและสัมผัสกับปลอกสูบ ทําดวยเหล็กหลอ พเิ ศษแบบแรง
เหว่ียง (Centrifugal Cast Iron) ประกอบเขา กบั เรือนสูบโดยใสจากดา นบนลงมา มีวงแหวนกันรัว่ (Sealing Ring)
อยูตอนลา งปลอกสูบ 3 วง ทาํ หนาทีก่ ัน้ สวนทีเ่ ปน นา้ํ และนํา้ มันหลอออกจากกนั ดานบนทป่ี ระกอบตดิ กบั ฝาสูบมีวง
กนั รว่ั 1 วง ทําหนา ทก่ี ันรัว่ หอ งเผาใหม
รปู ๒.๒
รปู ๒.๓
Anti-explosion valve ( TB-02 ) Anti-Explosion valve (TB-03)
1 Insepction port cover 2 O-ring 1 Housing 2 Spring
3 Valve housing 4 Spring 3 Valae head 4 Sealing ring
5 O-ring 6 Guide Bush 5 flame trap 6 Inspection port cover
7 Washer 8 Stress bolt
9 Circlip
1.2 ลิ้นระบายกําลงั ดนั เรอื นสูบ (Anti-Explosion Valve) (รปู 2.2 และ 2.3)
เปนลิ้นผอนกําลังดนั ซึง่ ปกติจะปด ตลอดเวลาดวยกาํ ลังสปรงิ ล้นิ ตดิ ต้งั อยทู ชี่ องตรวจ (Inspection Port)
2 หรอื 3ชอง แลวแตขนาดของเคร่ือง ตาํ แหนงของชองตรวจที่ติดตัง้ ก็เชนเดียวกันในเครอื่ ง 20 V TB-03 จะมี 3 ชุด ตดิ
ตง้ั อยูท่ีชอ งตรวจของสูบ B2 B6 และ B8 เปน ตน
ทําหนาท่เี ปนฝาปด ชอ งตรวจและเปดระบายกาํ ลังดันภายในหอ งเพลาขอเหวย่ี งออกภายนอก เมื่อลงั ดัน
ภายในสูงเกนิ เกณฑกาํ หนด (ลดกาํ ลงั ดัน)
คา กาํ ลังดันเปด (Opening Pressure) 0.12 บาร (ทเี่ กจวัดกําลงั ดนั )
1.3 สวนดดู แกสในเรือนสบู (Crankcase Gas Extraction) (รูป 2.4 และ 2.5)
ทําหนาที่ลดกําลังดันภายในเรือนสูบโดยการตอทอทางดูดจากภายในเรือนสูบไปเขาทางดูดอากาศดขี อง
เทอรโบชารจ เพ่ือดดู เอาอากาศทผ่ี สมกับไอน้าํ มันหลอและแกสภายในเรอื นสูบไปผานขัน้ ตอนการแยกน้ํามนั หลอ ออก
สวนที่เปน อากาศและแกส จะถูกเทอรโบชารจดูดเขา ไปรวมกบั อากาศดเี ขาเครือ่ งไป สว นนา้ํ มันหลอกจ็ ะไหลกลับผาน
ทอ ทางลง อา งนํา้ มันหลอไป
กองฝกการชา งกล กฝร.
12
1 Air intake housing
2 Cover
3 Oil separation element
4 Oil return (syphon)
5 Plug-in pipe
6 Oil separator housing
รปู ๒.๔
crank gas extraction TB-03 รปู ๒.๕)
1 AIr intake
2 Annular oil duct
3 Exhaust turbocharger
4 Air intake housing
5 Extraction pipe
6 Oil return pipe
7 Oil-air-gas mixture
from crankcase
8 Oil return
9 Siphon
10 Compressor wheel
การทาํ งาน ในเคร่ือง TB-02 (รปู 2.4)
อากาศและแกส ทผี่ สมกับไอน้าํ มันหลอ จะถูกดูดเขา ไปตามทอทางดูด (Plug-in Pipes) ผา นเรอื นแยกนํ้า
มันหลอ ( Oil Separator Housing ), แผนแยกน้ํามนั หลอ (Oil Separation Element) ซึ่งเปนแบบเสน ใยลวด (Wire
Wool-Type) และทอตอไปเขาทางดูดของเทอรโบชารจ ท่ีเรอื นพัดอากาศดี (Air Intake Housing) สว นท่ีเปนน้าํ มนั หลอ
จะถกู ดักไวด วยแผนแยกน้าํ มนั หลอ และตกลงสูสว นลา งของเรือนแยกน้ํามนั หลอแลว ไหลกลับลงสอู างนา้ํ มนั หลอ ของ
เครื่องทางทอ กาลักนํา้ (Syphon) แตจะมไี อนา้ํ มนั หลอ บางสวนยงั คงผสมกบั อากาศผานไปเขาทางดดู ของเทอรโ บชาร
จ กจ็ ะผสมกบั อากาศดีเขา เตรอ่ื งไป ซง่ึ จะชวยลดการสกึ หรอ ของลิน้ อากาศด(ี Inlet Valve) และบา ล้ิน(Valve Seat)
กองฝกการชา งกล กฝร.
13
ในเครอ่ื ง TB-03 (รูป 2.5)
อากาศ และแกส ท่ีผสมกับไอนํา้ มนั หลอ จะถูกดดู เขา ไปตามทอ ทางดดู (Extraction Pipe) ดวยกําลังดูด
ของพดั อากาศดี (Compressor Wheel) ของเทอรโ บชารจ เขาไปในเรือนดกั นา้ํ มันหลอ (Annular Oil Duct) รปู วง
กลมรอบพัดอากาศดี ทําใหเกดิ แรงเหวีย่ งขนึ้ ภายในเรอื นดกั นํ้ามนั หลอ สวนทเ่ี ปนนํ้ามนั หลอ ซ่ึงนา้ํ หนกั มากทส่ี ุด จะ
ถูกเหว่ียงตัวออกดา นนอก และตกลงสว นลา งของเรือนดักนํ้ามนั หลอ จะไหลลงอางนา้ํ มันหลอ ผา นทอน้ํามันหลอ
กลับ (Oil Return Pipe) ทอกาลักน้ํา(Siphon) และทอทางดูด ตามลําดับ สวนท่เี ปนอากาศ และแกส จะถกู ดดู เขาไป
ทางดดู อากาศดีของพัดอากาศดี รวมกบั อากาศดีเขา เครอื่ งไป
1.4 หมเู ฟอ งขับ (Gear Train) (รูป 2.6 และ 2.7)
ประกอบดวยเฟอ งขับตา งๆ อยใู นหอ งหมูเฟอ ง (Gearcase) ดา น KGS. ของเคร่อื งไดรับกาํ ลังขับหมนุ จาก
เฟองเพลาขอ เหวยี่ ง (Crankshaft Gear) เพ่อื ไปขบั หมนุ อุปกรณช วยตา ง ๆ ของเครอื่ ง เชน เพลาลกู เบีย้ ว
(Camshaft) สูบนา้ํ จดื (Coolant Pump) เปนตน
รปู ๒.๖
1 Raw water pump drive gear 2 Camshaft drive idler gear 3 Small governor drive idler gear
4 Large governor drive idler gear
7 Camshaft drive gear 5 Governor drive gear 6 Camshaft drive idler gear
10 Coolant pump drive gear
13 Lube oil pump drive idler gear 8 Speed transmitter drive gear 9 Speed transmitter drive idler gear
16 Large Idler gear
19 Camshaft drive gear 11 Large idler gear 12 Crankshaft gear
14 Lube oil pump drive gear 15 Lube oil pump drive gear
17 Small Idler gear 18 Coolant pump drive gear
A Engine with clockwise d.o.r. B Engine with anti-clockwise d.o.r.
จํานวนเฟองขับ จะขึ้นอยูกับขนาดของเครอ่ื ง (12 16 หรือ 20 สูบ) เพราะจะมีจํานวน
อุปกรณช ว ยตาง ๆ ไมเ ทากนั และตาํ แหนง การตดิ ตัง้ เฟองขับจะขึน้ อยกู ับทศิ ทางการหมนุ ของเครอ่ื ง (รายละเอยี ดใหด ู
ในคูมือประจําเครื่อง)
กองฝก การชา งกล กฝร.
14
รปู 2.7
1 Crankshaft gear 2 Large reduction gear 3 Small reduction gear
4,5 Camshaft idler gear 6,7 Camshaft drive gear 8 Coolant pump drive gear
9 Fuel deliverry pump drive gear 10 Enging governor drive gear 11 Raw water pump drive gear
11a Small governor idler gear 12 Engine oil pump idler gear 13 Engine oil pump drive gear
17 Large governor idler gear
2. สวนขับหมนุ เคร่อื ง (Running Gear) (รูป 2.8)
หมายถึงสวนที่เปลี่ยนกําลังงานจากการเผาไหมนํ้ามันเช้ือเพลิงใหเปนกําลังงานทางกลออกไปใชง านภายนอก
ประกอบดวยสว นสาํ คัญ คอื
- เพลาขอ เหวี่ยง (Crankshaft) - กานตอ (Connecting Rod)
- ลูกสูบ (Piston) - ชดุ รับแรงสน่ั สะเทือน (Vibration Damper)
การซอมบํารงุ รักษา ตามรายละเอยี ดบทที่ 10 ขอ 1
กองฝก การชางกล กฝร.
15
รูป 2.8
1 Vibration damper 2 Crankshaft gear 3 Balance weight 4 Crankshaft
5 Connecting rod 6 Piston
8 PTO flang 7 Crankshaft axial aligment bearing
1 Crank shaft gear รปู 2.9
3 Crankshaft 2 Main bearing shells
4 Balance weight
2.1 เพลาขอ เหวย่ี ง (Crankshaft) (รปู 2.9 และ 2.10)
เปนสวนประกอบท่ีเปลี่ยนกําลังงานจากการเลื่อนข้ึนเล่ือนลงของลูกสูบและกานตอใหเปน กําลงั งานทางหมุนเพือ่
สง ออกไปใชงานทําดว ยเหล็กตขี นึ้ รูป(Forging) ปรบั แตง ใหเ รยี บและเคลอื บแข็งในสวนท่ีรองรับกบั แบร่งิ ตา งๆ เจาะรู
ทะลุตลอดเพลาเพอื่ เปนทางสง น้าํ มันหลอไปหลอลื่นบรงิ่ กา นตอ ชดุ ลาง
แบร่ิงใหญเ ปน แบบฝา 2 ชนิ้ (Main Bearing Shells) ตลอดเพลาและแบริง่ ใหญแบบลูกกล้งิ (Ball Bearing) 1
ชุด อยูดาน KS. ไดรบั การหลอ ลนื่ โดยนํา้ มันหลอ จากทอนํา้ มันหลอ หลักสวนขบั หมนุ เคร่ือง (Running Gear Oil
Gallery) สง ผา นทอทางลงมาท่แี บร่งิ
นาํ้ หนกั ถวง (Counter Weight) จะประกอบอยกู บั แขนขอเหว่ียง (Crank Web) ทุกแขนดวยสลกั เกลียว (Bolt)
เพอื่ ใหเ พลาขอเหว่ียงไดส มดุลยขณะหมุน
กองฝก การชางกล กฝร.
16
ชดุ รบั แรงสนั่ สะเทอื น (Vibration Damper), ชุดสรา ง
ความถ่ีวดั รอบเคร่อื ง(Impulse Generator) เฟอง
เพลาขอ เหวย่ี ง (Crankshaft Gear) และเฟอ งต้งั
จังหวะ (Timing Gear) ประกอบอยทู างดา น KGS.
ของเพลาวงลอ(Wheel) ของชดุ สรางความถีว่ ดั รอบ
เคร่อื ง จะทําหนาที่เปนเฟองตัง้ จังหวะดวยโดยมีการ
ขดี เครอื่ งหมายแบงเปนชอ งๆ ซึ่งจะบอกตาํ แหนง
จังหวะการทาํ งานของทุกสูบและมีเข็มช้ี (Pointer)
ประกอบติดกบั เรอื นเฟอง(Gear Housing) เปน
รปู 2.10 เครอื่ งช้ีบอก
ห น า แ ป ล น ส ง กํ า ลั ง ง า น อ อ ก ( M a i n
1 Timing pointer PTO.Flange) ประกอบอยูด านKS. ของเพลา
2 main timing gear with graduation
2.2 กา นตอ (Connecting Rod.) (รูป 2.11และ 2.12)
ทําดวยโลหะโดยวิธีอัดขึ้น ละแถวสบู จะประกอบกบั เดอื ยขอ เหวี่ยงเดียวกนั (2 กา นตอ 1 เดือยขอ
รูป (Drop-Forged) และปรับแตง เหวีย่ ง) มแี บร่ิงแบบฝาสองชิ้นรองรับผิวสัมผัสระหวางกานตอและเดอื ยขอ
ใหเรยี บ เปน แบบธรรมดา (Blade เหวย่ี ง การประกอบกานตอ กับเดอื ยขอเหวย่ี ง จะใชฝาครอบ (Cap) และ
Rod) เหมือนกนั ทกุ สูบ ปลายเล็ก สลกั ยึด (Bolt) ซ่ึงในเครอ่ื ง TB-02 และ TB-03 จะมลี กั ษณะแตกตางกนั ดัง
ประกอบกบั สลกั ลูกสูบ (Piston แสดงในรูป ไดรบั การหลอลื่นโดยน้ํามนั หลอ เพลาขอ เหว่ยี ง
Pin) มแี บริง่ ปลอก (Bush) รองรบั รูป 2.11
ผวิ สัมผสั ทง้ั สอง ไดร บั การหลอลืน่
โดยน้ํามันหลอระบายความรอน 1 Connecting rod
ลกู สบู (Piston Cooling Oil) ที่ 2 Big end cap
ระบายความรอนลูกสูบแลว ตกลง 3 Big end cap bolt
มาหลอลนื่ แบรง่ิ กอ นตกลงอา ง 4 Washer
นํา้ มนั หลอ ไป 5 Nut
6 Piston pin bush
7 Big end bearing shell
ปลา ย ใ หญประกอบกับ
เดือยขอเหว่ยี ง (Crankpin) โดย รูป 2.12
กานตอของสูบตรงขามกันของแต
การซอ มบาํ รงุ รกั ษา ไมมี
กองฝกการชางกล กฝร.
17
รปู 2.13 1 Piston
2 Piston skirt complete
3 Piston skirt
4 Thread insert
5 Dowel pin
6 Piston crown
7 Compression ring
8 Compression ring
9 Oil control (scraper) ring
10 Stress bolt
11 Piston pin
รปู 2.14
2.3ลูกสูบ (Piston) (รูป 2.13 และ 2.14)
เปน แบบระบายความรอนดวยน้าํ มนั หลอ (Oil-Cooled Piston) สรางเปน 2 สวนแลว นาํ มาประกอบเขา
ดว ยกัน ดงั นี้
ยอดลกู สบู (Piston Crown) ทาํ ดวยเหล็กกลา (Steel) มรี อ งสําหรับประกอบแหวนอัดกนั ร่ัว 3 วง ( 3-
Compression Ring)
กระโปรงลกู สบู (Piston Skirt) ทําดว ยโลหะเบา (Light Metal) ภายในเจาะเปนชอ งทางเดนิ นํา้ มันหลอ สาํ หรับ
หลอล่ืนระบายความรอนลกู สูบและสลักลูกสูบ ดานบนประกอบดว ยปลอกเกลียว
(Threaded Bush) สําหรบั ยดึ กบั สลกั ยดึ ยอดลูกสบู (Stress Bolt) เพอ่ื ใหม กี าํ ลังยดึ กบั กระโปรงลกู สบู มากกวา
กบั การยึดกบั เน้อื โลหะของกระโปรงลูกสูบ(Piston skirt)โดยตรง
- แหวนกวาดนํา้ มันหลอ (Oil Control Ring) ประกอบอยรู ะหวา งยอดลกู สบู กบั กระโปรงลกู สูบ 1 วง
- สลกั ลกู สบู (Piston pin) เปน แบบลอยตัว(Floating) กั้นไมใหห ลดุ โดยแหวนล็อค(Circlip)ท้งั สองดาน
การหลอ ล่นื ระบายความรอนลูกสบู โดยน้าํ มนั หลอ จากทอ นํ้ามนั หลอ หลักระบายความรอ นลูกสูบ (Oil Gallery)
จะถูกสงผา นทอทางแยกไปฉดี พน ท่หี วั ฉีดนํ้ามันหลอ (Oil Nozzle) ประจาํ ทกุ สบู ฉีดพนนํ้ามนั หลอผา นชอ งทางนาํ้ มัน
หลอ ในกระโปรงลูกสบู เขาไปในชองระบายความรอนระหวางยอดลูกสบู กบั กระโปรงลูกสบู แลวตกลงมาหลอลื่นสลกั
ลูกสูบกอ นตกลงอา งน้ํามันหลอ ไป
กองฝก การชา งกล กฝร.
18
2.4 ชดุ รบั แรงสนั่ สะเทือน (Vibration Damper) (รูป 2.15)
รปู 2.15
1 Drive hub
2 Screw
3 Side plate
4 Inertia member
5 Stroke limiter
6 Sleeve spring
a Engine oil pack
เปนแบบกลไก(Mechanical) ทําให สามารถรบั แรงสัน่ สะเทอื นไดมากประกอบอยูทางดา น KGS. ของเพลา
จํานวน 1 ชดุ ทําหนา ทีร่ บั แรงส่ันสะเทอื นและลดภาระ(Load)ใหกับเพลาขอหวย่ี ง ไดรบั การหลอล่ืนและระบายความ
รอ นดว ยนํ้ามนั หลอ
ลักษณะสว นประกอบ
สว นขบั หมุน (Drive Member) ประกอบติดแนน กบั เพลาขอ เหวี่ยงอยดู านใน สวนแรงเฉือ่ ย (Inertia
Member) อยูดานนอกโดยมีขดแผน สปริง(Spring pack) และสวนจํากดั ระยะ (Stroke Limiter) เปน สว นเชอ่ื มตอของ
สวนท้ังสองขางตน ฝาปด ขา ง(Side Plate)ดานในเปนฝา 2 ชน้ิ ดา นนอกเปน ฝาชนิ้ เดียว
สวนจาํ กดั ระยะ (Stroke Limiter) ทาํ หนา ทป่ี อ งกันขดแผน สปรงิ หมุนตวั จาํ กัดระยะเลอ่ื น และภาระของ
ขดแผน สปรงิ
การทํางาน
เม่อื เรมิ่ เดินเครื่อง เพลาขอ เหว่ียงจะเร่ิมหมนุ ทาํ ใหช ุดรับแรงส่นั สะเทอื นหมนุ ไปดว ยจนกระทัง่ ความเรว็
การหมนุ ถึงชว งความเรว็ ที่เกิดการสน่ั สะเทือนมากท่ีสดุ (Resonance Speed) จะเกิดแรงบิดที่ทาํ ใหสวนแรงเฉื่อย
(Inertia Member) พยายามหมนุ ไปพรอม ๆ กบั เพลาขอเหวี่ยงผา น ขดแผน สปริง ทาํ ใหการสั่นสะเทือนของเพลาขอ
เหวีย่ งลดลงโดยสว นรบั แรงเฉอ่ื ย
การหลอ ล่นื โดยนา้ํ มนั หลอ จากรเู พลาขอ เหว่ยี ง สง เขา ไปภายในขดแผน สปรงิ เปน การหลอลน่ื ระบายความรอน
และลดการสึกหรอของขดแผน สปริง แลวตกลงอา งนาํ้ มนั หลอ ผา นชอ งวาง (Gap) ของแผนปดขา งโดยรอบเพลาดาน
ใน
กองฝก การชา งกล กฝร.
19
3. ฝาสบู (Cylinder Head) (รปู 2.16) เปนฝาสบู แยก สูบละ 1 ฝาสบู
ทําดว ยเหลก็ หลอ ชนดิ พเิ ศษ (Special Grade Cast Iron) ภายในเจาะเปนชอ งสาํ หรบั ประกอบหัวฉดี นํ้ามนั เช้ือ
เพลิง, ลน้ิ อากาศด-ี ลนิ้ แกสเสียและชองทางเตนิ นา้ํ จดื -นํ้ามนั หลอ เพ่อื หลอลื่นระบายความรอ นสวนของฝาสูบ
รปู 2.16
1 Valve spring, outer 2 Valve spring, inner 3 Sealing ring
4 Fuel injection 5 Saeling washer 6 valve collet
7 Spring retainer, upper 8 Cylinder head 9 Spring retainer, lower
10 Fuel feed pipe 11 Sealing ring
13 Leak-off fuel outlet 14 Inlet valve 12 Sleeve nut
16 Sealing ring 15 Inlet valve guide
guide 17 Exhaust valve
19 Valve rotator a Engine coolant 18 Exhaust valve
c Air d Exhaust gas b Fuel
ฝาสบู จะทาํ หนา ที่ผนกึ หองเผาไหมดา นบน ประกอบติดกับเรอื นสบู ดวยสลักยดึ (Stress Bolt) โดยมกี ารกนั รัว่
ระหวา งฝาสบู กับเรอื นสบู ดวยแผนกันรั่ว(Gasket) ทเ่ี ปน เหลก็ ออน (Soft Iron Ring) และกันร่วั ชองเดนิ นา้ํ ,นา้ํ มนั หลอ
ดวยวงกันร่วั (Sealing Ring)จาํ พวกยาง ทีด่ า นบนฝาสบู ถูกปดดว ยฝาครอบฝาสบู (Cover)
สวนประกอบท่ีสําคัญที่ประกอบอยูกับฝาสบู มดี ังนี้
หัวฉดี นาํ้ มนั เช้อื เพลงิ (Fuel Injector) ประกอบอยูก่ึงกลางฝาสบู จาํ นวน 1 หัว/1 ฝาสบู
ลิน้ อากาศดี-ลิ้นแกสเสยี (Intake-Exhaust Valves) ประกอบอยูร อบ ๆ หวั ฉีดนาํ้ มนั เชอ้ื เพลิง จํานวนอยา ง
ละ 2 ล้ิน/1 ฝาสบู
ลน้ิ ไลอ ากาศ (Decompression Valve) ประกอบอยูดานขางฝาสบู จํานวน 1 ลน้ิ /1 ฝาสูบ
กองฝก การชา งกล กฝร.
20
ลิน้ ลมเร่มิ เดิน (Starting Air Valve) ประกอบอยูดา นขางฝาสูบเฉพาะสูบแถว B (Right Bank) จาํ นวน 1
ล้นิ /1 ฝาสูบ
3.1 ลิน้ อากาศดี-ล้ินแกสเสีย (Intake-Exhaust Valve)(รูป 2.16 และ 2.17)
ประกอบอยูกบั ฝาสูบรอบ ๆ หวั ฉดี นํ้ามันเชอ้ื เพลงิ จํานวนอยา งละ 2 ลนิ้ ใน 1 ฝาสบู ทาํ หนาที่ ปด-เปด อากาศ
ดี-แกส เสยี ท่เี ขาทาํ งานในหองเผาไหม ซ่งึ ปกติจะปด ดวยกาํ ลังสปริงล้นิ และเปดดว ยกําลังกดของกระเด่ืองกดลน้ิ
(Rocker Arm)
รปู 2.17
1 Valve spring retainer 2 Steel ball 3 Rotator body 4 Snapring 5 Ball race
6 Plate spring 7 Coil spring B Valve close A Valve open
ลักษณะของล้นิ อากาศดี-ลิ้นแกสเสียที่แตกตา งกันคือ กา นล้นิ อากาศดยี าวกวา และล้ินแกส เสยี จะหมุนตวั เลก็
นอ ยขณะทํางานโดยชุดหมุนล้ิน (Valve Rotator) ซึง่ ประกอบอยสู ว นลา งของสปรงิ ล้นิ
ลักษณะการทาํ งานของชุดหมนุ ล้นิ (Valve Rotator)
ประกอบอยดู า นลา งแหวนบงั คบั สปริงล้ินตวั ลา ง(Valve Spring Retainer) ของลิน้ แกส เสียทําใหล ้นิ แกสเสยี
หมนุ ตวั เล็กนอ ยขณะทาํ งาน เพือ่ ปองกนั หนา ลนิ้ (Valve Face) ไดร ับความรอนเฉพาะจดุ (ใหไ ดรบั ความรอนเทา ๆ กนั
ทวั่ หนา ลิ้น) และปองกันการสะสมคราบเขมา (Carbon) บรเิ วณบา ล้ิน (Valve Seat)
ทศิ ทางการหมนุ ทวนเข็มนาฬกิ า (Anti-Clockwise)
ในขณะล้นิ ปด (Closed) ไมมกี ําลังกดจากกระเดอ่ื งกดลน้ิ (Rocker Arm) ลกู กล้ิง (Steel Ball) จะถูกสปริงลูก
กล้ิง (Coil Spring) ดนั ใหไ ปอยูในจดุ ท่สี งู ที่สุดของรอ งลกู กล้ิง ซึ่งลาดเอยี งลงตรงกลาง
เมือ่ ลนิ้ เปด (Open) คือ ล้ินไดร ับกาํ ลงั กดจากกระเด่ืองกดลน้ิ จะทาํ ใหเ กดิ แรงกดผานสปรงิ ลน้ิ แหวนบงั คบั สปรงิ
ล้นิ ตวั ลาง (Valve Spring Retainer) แผน สปริง(Spring Plate) และฝาบงั คับลูกกลง้ิ (Ball Race) ตามลาํ ดบั จนถึงลกู
กลงิ้ ทาํ ใหล กู กล้งิ ถูกกดใหเลือ่ นลงไปอยใู นจดุ ทต่ี าํ่ ทสี่ ดุ ของรอ ง ลูกกล้ิง ซงึ่ ในขณะนผี้ ิวสมั ผสั ระหวางสว นตา ง ๆ ทีไ่ ด
รับกาํ ลงั กดจากกระเดอื่ งกดลน้ิ จะมคี วามฝดสงู การเล่ือนของลูกกลิ้งจะสงอาการผา นฝาบงั คับลูกกลงิ้ ใหห มุนตาม
ระยะเลอ่ื นของลกู กลิ้ง และสงอาการหมุนน้ี ผา นแผนสปรงิ , แหวนบังคับสปริงล้นิ ตัวลาง, สปรงิ ล้ิน, แหวนบงั คบั สปรงิ
กองฝกการชางกล กฝร.
21
ลนิ้ ตวั บน(Upper Retainer)และแหวนบังคับลิน้ (Valve Collet) ตามลาํ ดบั จนถึงลน้ิ (Valve) ทําใหลน้ิ หมุนไปตามระยะ
เลอื่ นของลกู กลง้ิ
ในขณะทล่ี ้นิ ปด (Closed) ไมม กี าํ ลังกดจากกระเดอ่ื งกดลิ้น ผวิ สัมผสั ระหวางสว นตาง ๆ ทส่ี ง ตอ อาการดงั กลาว
ขา งตน จะมีความฝดนอย ลกู กลง้ิ จะเลื่อนกลับไปอยูจ ุดเดมิ ดวยกาํ ลงั สปริงลูกกลง้ิ โดยไมมีการสง ตออาการเล่ือนของ
สว นตา ง ๆ ดังท่ีกลา วมาแลว
3.2 ล้ินไลอากาศ (Decompression Vlave) (รปู 2.18)
ประกอบอยดู านบนฝาสูบ ๆ ละ 1 ล้นิ เพื่อเปดระบายอากาศภายในกระบอกสูบเม่ือตองการ
ลกั ษณะการทาํ งาน
เปนกา นลิน้ ยาว(Valve Stem) ท่ตี รงปลายเปนรปู กรวย(Cone) ทําหนา ท่เี ปนบาลิน้ (Valve seat) ปกติปด
สนทิ กับบาของชอ งล้ิน (Vlave Bore)
ชองลิ้น (Valve Bore) เปนชอ งทะลุติดตอ ระหวางภายในกระบอกสบู กับบรรยากาศภายนอก ปกติจะปด
สนทิ ดว ยบาลิน้ (Valve Seat)
การเปด (Open)ลน้ิ ไลอากาศ โดยใชประแจครอบ (Socket Wrench) สวมบนหัวลนิ้ แลวหมุนคลาย 3 รอบ
ล้นิ จะเปด เตม็ ท่ี
การปด (Closed) ลนิ้ ไลอ ากาศ กโ็ ดยใชประแจครอบกวดเขา ตรงขามกับทเ่ี ปด
รปู 2.18
1 Decompression valve 2 Cylinder head
4.กลไกควบคุมลิน้ (Valve gear) (รปู 2.19)
หมายถึงสว นที่ทําหนา ท่คี วบคมุ การปด-เปด ของลิ้นอากาศดี-ลน้ิ แกส เสีย ของเครื่องใหเ ปนไปอยา งถกู ตอ ง ซง่ึ
ประกอบดวยสวนทส่ี ําคัญดังนี้
4.1 เพลาลกู เบี้ยว (Camshaft) (รูป 2.19 และ 2.20)
ประกอบอยทู ่ดี านขา งสวนบนของเรือนสบู (Crankcase) แถวสูบละ 1 เพลา เจาะรทู ะลุตลอดเพลาเพอ่ื
เปนทางสงนํา้ มนั หลอ ไปหลอลนื่ สว นตา ง ๆ
ไดร ับกาํ ลงั ขบั หมุนจากเฟองเพลาขอ เหว่ียง (Crankshaft Gear) ผา นหมูเฟอ งขับ และสง อาการขบั หมุนไปควบ
คุมการทํางานของล้ินอากาศด-ี ลิ้นแกสเสียและสูบนํ้ามันเชอ้ื เพลิง(Fuel Injection Pump) เพราะฉะน้นั ใน 1 สบู จะ
ประกอบดว ยลูกเบ้ยี ว 3 ลูก เพื่อสงอาการไปควบคุมอุปกรณดงั กลาว
กองฝก การชางกล กฝร.
22
ในเครือ่ งยนตร นุ TB-03 ทปี่ ลายเพลาลูกเบ้ียวดา น KS. จะประกอบดวยชดุ รับแรงสนั่ สะเทอื น (Vibration
Damper) เพลาละ 1 ชดุ เพือ่ ลดการสนั่ สะเทอื นและลดภาระใหก ับเพลา ซึง่ ลักษณะการทาํ งานจะเปนเชนเดยี วกบั ชดุ
รับแรงสั่นสะเทอื นของเพลาขอเหว่ยี ง เพียงแตลกั ษณะชิ้นสวนจะแตกตา งกันบา ง และมขี นาดเลก็ กวา เทา นน้ั
รปู 2.19
1 Rocker arm, exhaust 2 Rocker shaft pedestal bearing 3 Rocker shaft
4 Valve clearance adjusting screw 5 Rocker arm, inlet 6 Camshaft chamber cover
7 Unit fuel injection pump 8 Guide pin 9 Pushrod
10 Rocker arm, injection pump 11 Roller tapet 12 Sealing ring retainer
13 Camshaft 14 Locating plate 15 Camshaft drive gear
รปู 2.20
กองฝกการชา งกล กฝร.
23
1 Cover 2 Housing 3 Vibration damper
4 Crankcase 5 Camshaft 6 Drive hub
4.2 กานสง (Push Rod) (รูป 2.19)
เปนแบบลูกกลิ้งท่ขี ากานสง (Roller Tappet) โดยลกู กลงิ้ ของขากา นสง จะสมั ผัสอยกู บั ลูกเบ้ยี ว (Cam)
ของเพลาลกู เบ้ยี วและปลายบนกานสง จะสมั ผัสอยกู ับปลายดา นหน่ึงของกระเดือ่ งกดล้ิน (Valve Rocker Arm)
ใน 1 สบู จะมีกานสง 2 กาน สาํ หรบั ลนิ้ อากาศดี 1 กา น และล้ินแกสเสยี 1 กา นทําหนาท่ีรับอาการหมุน
จากเพลาลกู เบี้ยว แลวเปลย่ี นเปนอาการเลื่อนขน้ึ ลง สง ผา นกระเดอื่ งกดลิน้ ไป ปด -เปด ลนิ้ อากาศด-ี ล้ินแกสเสีย
4.3 กระเดือ่ งกดลิ้น (Valve Rocker Arm) (รปู 2.19)
เปนแบบกระเด่อื งแขนค(ู Twin Arm Rocker) ประกอบอยกู ับเพลากระเดือ่ ง (Rocker Shaft) อยูบนฝาสบู ๆ
ละ 2 ชดุ เปนกระเด่อื งแขนยาว (Long-Arm-Rocker) 1 ชุด สําหรบั ล้ินแกส เสีย และกระเด่ืองแขนสนั้ (Shot-Arm-
Rocker) 1 ชุด สําหรับลิ้นอากาศดี ดานปลายแขนเด่ียวของกระเด่อื งกดล้ินจะสัมผสั อยกู ับปลายบนของกา นสง และ
ปลายแขนคจู ะสัมผัสอยกู บั ปลายกา นลน้ิ ทีป่ ลายแขนคูของกระเด่อื งกดลนิ้ น้ี จะประกอบดว ยสลักเกลียวปรับแตง
(Adjusting Screw) สาํ หรับปรับแตง ระยะหา งของล้ิน (Valve Clearance) เมอ่ื ไมไดเ ดนิ เครอ่ื ง
การหลอลืน่ กลไกควบคมุ ลิน้ ท้ังหมด โดยนํ้ามนั หลอ จากระบบนํ้ามนั หลอ กลไกควบคุมลน้ิ (Valve Gear
Oil System)สงเขา รูนาํ้ มันหลอ ของเพลาลกู เบยี้ วไปหลอ ลืน่ แบริง่ เพลาลกู เบ้ยี วแลว สง ขึ้นไปตามชอ งทางเดนิ น้ํามัน
หลอฝาสบู ไปเขา รนู ้ํามันหลอ เพลากระเดื่อง ไปหลอ ลื่นแบร่ิงเพลากระเดอ่ื งและปลายแขนกระเดอ่ื งกดลน้ิ แลว ตกลง
หลอ ลื่นลูกกล้งิ ขากา นสงกอ นลงอางนํา้ มนั หลอ ไป
การซอมบํารงุ รักษา ตามรายละเอยี ดบทที่ 10 ขอ 2
5. อุปกรณฉ ดี น้าํ มนั เชอ้ื เพลิง (Fuel Injection Equipment) (รปู 2.21)
หมายถึงสวนที่สบู ฉดี นา้ํ มนั เชือ้ เพลงิ สง เขา หองเผาไหม ในเครอื่ ง TB-02 และ TB-03 ลักษณะสวนประกอบ จะ
แตกตางกนั บาง แตห ลักการทํางานจะเหมอื นกันทุกประการใหด ูคมู อื ประจาํ เครอื่ ง ประกอบดว ยสว นท่สี ําคัญดงั ตอ ไป
น้ี
กองฝกการชา งกล กฝร.
24
รูป 2.21
1 Cylinder 2 Fuel injector 3 H.P. fuel pipe 4 Fuel injection pump
5 Thrust sleeve 6 Connecting 7 H.P. fuel line 8 H.P. fuel line jecket
9 Return fuel line 10 Oil feed line 11 Fuel feed line 12 Leak-off fuel line
5.1 สูบฉดี น้าํ มันเช้อื เพลิงหรือสูบน้าํ มนั เช้ือเพลงิ กําลังดันสงู (Fuel Injection Pump)
เปน แบบลูกสูบเลือ่ น(Plunger) ติดตั้งอยขู างฝาสบู ๆ ละ 1 สบู ทําหนาที่สูบสง น้าํ มนั เชือ้ เพลิงกาํ ลงั ดนั สูง
ผานทอนา้ํ มันเชือ้ เพลิงกําลงั ดนั สงู (H.P. Fuel Line) ไปเขา หัวฉดี นํ้ามนั เชอื้ เพลงิ
ทที่ างสง ของสบู ฉีดน้าํ มันเชื้อเพลิง กอนเขาทอ นาํ้ มนั เชื้อเพลิงกาํ ลงั ดนั สงู จะประกอบดว ยชดุ ล้ินสง และลนิ้
ผอ นกําลงั ดัน (Delivery and Pressure Relief Valve) (รปู 2-23) ซึง่ เปน ลน้ิ กนั กลับ (Non-Return Valve) สองลน้ิ แต
ทาํ งานตรงขามกนั ทาํ หนาที่ปองกนั การเกดิ แรงกระแทกของนํา้ มนั เชอ้ื เพลิง ปอ งกนั น้ํามนั เชือ้ เพลิงหยดลงหองเผา
ไหม และชวยลดภาระใหท อน้าํ มนั เชอ้ื เพลิงกาํ ลังดนั สงู ทําใหไ มตองรบั กําลงั ดนั สงู ตลอดเวลา
กองฝก การชา งกล กฝร.
25
รปู 2.22
1 To fuel injector 8 Thrust plate 15 Spring plate
2 Flanged connection block 9 Ball socket 16 Plunger spring
3 Pressure relief valve 10 Circlip 17 plunger
4 Valve carrier 11 Tapped body 18 O-ring
5 Plug 12 Spacer 19 Barrel
6 Intermediate ring 13 Follower 20 Delivery valve
7 Locking ring 14 control sleeve 21 Vent Plug
กองฝก การชา งกล กฝร.
รปู 2.23 26
1 Flange support
2 Relief bore
3 Delivery bore
4 O-ring
5 Choke
6 Pressure relief valve
7 valve carrier
8 Delivery valve
9 Delivery and pressure
rilief valve assembly
หลกั การทํางาน
ลกู สูบเลอ่ื น(Plunger) ลักษณะมี แงเ ฉยี งบน - แงเ ฉียงลา ง และรองนํ้ามนั ทะลถุ ึงกัน ระหวา งแงเฉียงทงั้
สองประกอบอยูในปลอกสูบ(Barrel) ซ่ึงดานขางจะมีชอ งทางนา้ํ มนั เชอ้ื เพลงิ เขา ออก ดา นบน เปน ชอ งทางสง ทํางาน
ดูด-สง ดว ยอาการเลอ่ื นขึน้ ลง มีระยะเลอื่ นคงที่ โดยรับอาการดงั กลาวจากเพลาลูกเบ้ยี ว(Camshaft) ควบคมุ จงั หวะ
การฉดี (Timing) ดว ยแงเ ฉียงบน และปรมิ าณการฉดี ดวยระยะระหวา งแงเ ฉียงบนกบั แงเฉียงลา งโดยการหมนุ ลกู สบู
เลื่อน (Plunger) ซงึ่ ไดร บั อาการดงั กลาวจากเคร่อื งควบคุมความเรว็ เครอื่ งยนต (Engine Governor)
การหลอ ล่ืนระบายความรอ น โดยนาํ้ มันเชือ้ เพลิงที่ร่ัวไหลระหวา งลูกสูบเลอื่ นกบั ปลอกลูกสูบ
รปู 2.24
ตามรปู 2.24
1. คอื เม่อื ลกู สบู เล่อื นอยูต าํ่ สดุ แงเฉียงบนจะเปดชองน้ํามันของปลอกลูกสบู ใหนํ้ามันเช้ือเพลงิ เขา มา
ภายในจนเต็มชองวางบนลกู สูบเลื่อน
2. คอื เมือ่ ลูกสบู เล่ือนขนึ้ จนกระทง่ั แงเฉียงบนปดชอ งนา้ํ มันของปลอกลูกสูบ จะเปนการเริ่มอดั สงนาํ้
มนั เชอ้ื เพลงิ บนลูกสูบเลื่อนใหมกี าํ ลงั ดนั สงู
3. คือ เมือ่ ลกู สบู เล่อื นขน้ึ จนกระทัง่ แงเฉยี งลา งเปดชองนํ้ามนั ของปลอกสูบ เปน การส้นิ สดุ การอดั น้ํา
มันเชื้อเพลิงเพราะน้ํามันเช้ือเพลิงบนลูกสูบเล่ือนจะไหลผานชองนํ้ามันของลูกสูบเลื่อนออกทางชองน้าํ มันของปลอก
ลูกสูบได เพราะฉะน้นั จากรูปนี้จะเห็นไดวา
กองฝก การชา งกล กฝร.
27
Max. delivery = plungers 1,2 and 3 เปน ตาํ แหนงทม่ี ีการเร่มิ ตนฉีดน้าํ มนั เชอ้ื เพลิงเรว็ ทีส่ ดุ เพราะแง
เฉียงบนปด ชองนํ้ามันทปี่ ลอกลกู สูบเร็วท่ีสดุ และมีการฉีดนํ้ามนั เชอื้ เพลิงมากทส่ี ุดเพราะระยะหางแงเฉยี งบน แงเฉยี ง
ลางมากที่สดุ
Partial delivery =plungers 4 and 5 เปนตําแหนง ทฉ่ี ีดนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ ชาลงและฉีดน้าํ นอ ยลง
Zero delivery = plunger 6 เปน ตาํ แหนงทไ่ี มม กี ารฉีดนาํ้ มันเชอื้ เพลิงเลย เพราะรอ งน้าํ มันของ ลูกสูบ
เลอื่ นตรงกบั รอ งน้ํามันของปลอกลูกสูบ จึงไมมีการอัดสง นาํ้ มัน
สว นประกอบท่ีสาํ คัญ (รปู 2.22)
แบง ออกเปน 2 สว นใหญ ๆ คอื สวนบน (Upper Section) และสวนลาง(Lower Section)
สว นบน(Upper Section) ประกอบดว ยเรือนสบู (Housing) ซ่งึ จะมชี อ งทางนํ้ามนั เช้ือเพลงิ เขา (Fuel
Feed) , ชอ งทางน้ํามันเช้อื เพลงิ กลับ(FuelReturn) และชองทางนา้ํ มันเช้ือเพลิงรัว่ ไหล(Leak-Off Fuel) ภายใน
ประกอบดว ยชดุ สบู (Pump Element) คอื ลกู สบู เลอ่ื น (Plunger) และปลอกลกู สบู (Barrel) ดานบนประกอบดว ยชดุ
ล้ินสง และลิน้ ผอนกําลังดนั (Delivery and Pressure Relief Valve)
สวนลา ง (Lower Section) ประกอบดวยสปริงลูกสบู เล่ือน (Plunger Spring) ,ขากา นสง (Tappet) และสวน
ควบคมุ (Control Element) ไดร บั การหลอ ลนื่ โดยน้าํ มนั หลอจากระบบนํ้ามันหลอ กลไกควบคุมลิน้ (Valve Gear Oil
System) สงเขาหลอ ล่นื แลวตกลงอา งนาํ้ มนั หลอ ไป
การทํางาน
เม่ือลกู สูบเลอื่ น (Plunger) เลือ่ นข้ึนโดยอาการทส่ี งจากเพลาลูกเบี้ยวผา นชดุ ขาสง (Tappet) ของสวนควบคุม
(Control Element)จนกระทง่ั แงเ ฉียงบนปด ชองนาํ้ มนั ของปลอกลกู สูบ (Barrel) จะเริ่มอดั สงนาํ้ มันเชอื้ เพลิงใหม ี
กาํ ลังดันสงู ข้ึน ทาํ ใหล ิน้ สง (Delivery Valve) เปดสงน้าํ มันเชื้อเพลิงผานทอนา้ํ มันเช้อื เพลงิ กาํ ลังดันสงู (H.P.Fuel
Line) ไปเขาหวั ฉดี นา้ํ มันเชอ้ื เพลงิ (Fuel Injector) ในขณะเดยี วกันล้นิ ผอ นกาํ ลงั ดัน (Pressure Relief Valve) จะปด
เมอื่ ลูกสบู เลือ่ น(Plunger) เลือ่ นขน้ึ จนกระทง่ั แงเฉียงลา ง เปดชองนาํ้ มันของปลอกลูกสบู (Barrel) จะเปน
การสนิ้ สุดการสง นํา้ มนั เช้ือเพลิง กําลังดันนา้ํ มันเช้ือเพลงิ ภายใตลน้ิ สงและลิ้นผอนกาํ ลังดันจะลดลงตา่ํ กวา กําลังดัน
ภายในทอนาํ้ มนั เชื้อเพลงิ กาํ ลังดนั สงู ล้นิ สงจะปดและลิ้นผอ นกาํ ลังดนั จะเปด ใหก าํ ลังดันนํ้ามนั เชอ้ื เพลิงภายในทอนํา้
มันเชือ้ เพลิงกาํ ลังดนั สงู ออกทางชอ งทางน้าํ มนั กลบั (Fuel Return) แลว ปดดว ยกาํ ลังสปริงลิ้น เพ่อื ใหม กี าํ ลังดันสว น
หนึ่งมีอยใู นทอน้าํ มันเชือ้ เพลงิ กาํ ลังดนั สงู
เม่อื ลูกสบู เล่ือน(Plunger) เลอ่ื นขึ้นจนสดุ ระยะ ก็จะเลอ่ื นลงดวยกาํ ลังสปรงิ ลกู สูบเลือ่ น (Plunger Spring)
จนสดุ ระยะแลว ก็จะเริ่มเลอ่ื นข้นึ อีกโดยอาการจากเพลาลกู เบย้ี ว เปน การเริ่มทาํ งานอีกครง้ั
นา้ํ มันเช้ือเพลิงทีร่ ่วั ไหลระหวา งลูกสูบเล่อื น(Plunger)กับปลอกลกู สบู (Barrel) จะไหลออกทางชอ งนา้ํ มนั
เชอ้ื เพลงิ รั่วไหล (Leak-off Fuel)
จากการทํางานดังกลาวขา งตน จะเห็นไดวาเมอื่ สิ้นสุดการสงนา้ํ มนั เช้ือเพลงิ ซึ่งก็คือสน้ิ สดุ จังหวะการฉีดน้าํ มัน
เช้อื เพลิง ล้นิ ผอนกาํ ลงั ดันจะเปด ทนั ที ทําใหห ัวฉีดน้ํามนั เชอื้ เพลงิ ปด อยา ง รวดเร็ว เปนผลใหไมมนี ้ํามนั เชื้อเพลิง
หยดลงหองเผาไหม และเปน การลดภาระใหทอน้าํ มันเชอ้ื เพลิงกําลงั ดนั สูงใหไ มต องรับกาํ ลงั ดันสูงตลอดเวลา การปด
กําลงั ดนั สว นหนง่ึ ไวในทอนา้ํ มันเชือ้ เพลิงกําลังดันสูงและการเปด ของลิ้นสง ทําใหก ารสงกาํ ลงั ดนั นาํ้ มันเช้อื เพลงิ ราบ
เรยี บ ลดอาการกระแทกภายในทอนํ้ามันเช้ือเพลงิ กําลังดันสูง เปน การลดความเสยี หายจากอาการทอ ส่ันกระพือ
ลกู สบู เลอ่ื น (Plunger) จะรับอาการหมุนตวั จากเครื่องควบคมุ ความเร็วเครอื่ งยนต (Engine Governor) ผาน
สว นเชื่อมตอเครื่องควบคมุ ความเร็ว(Governor Linkage) และปลอกควบคุม (Control Sleeve) เพอ่ื ควบคมุ จังหวะ
และปริมาณการสง น้ํามนั เชือ้ เพลงิ ตามภาระและความเรว็ ของเครอื่ ง
กองฝก การชางกล กฝร.
28
5.2 หัวฉีดนํ้ามันเชอ้ื เพลิง (Fuel Injector) (รปู 2.25)
ประกอบอยกู ง่ึ กลางฝาสบู ดว ยปากจบั (Retaining Clamp)
ทําหนาที่ฉีดนา้ํ มันเช้อื เพลิงเขาหองเผาไหม
เปนแบบหวั ฉดี หลายรู (Muti-Hole Type) (จาํ นวน 6 ร)ู
กําลังดันเปด (Opening Pressure) 350 + 8 บาร
มมุ การฉีดและเสนผา ศูนยก ลางรูหัวฉดี ขนึ้ อยกู ับแบบของเครอ่ื ง
ลกั ษณะสว นประกอบ
เรือนหวั ฉีด(Nozzle Holder Body) ภายในเจาะเปนชอ งทางเดนิ นํ้ามนั เช้อื เพลิง 2 ชอ ง คือ ชองทางนา้ํ มนั
เช้ือเพลิงเขาหัวฉีดติดตอกับทอน้ํามันเชื้อเพลิงกําลังดันสูงและชองทางนาํ้ มนั เชอ้ื เพลิงร่วั ไหลออกจากหวั ฉดี ตดิ ตอ กบั
ระบบภายนอก สว นกลางเปน ชอ งประกอบเดอื ยกน้ั สปริง(Thrust Pin) และสปริงหวั ฉีด ความแข็งของสปริงหวั ฉดี น้ีจะ
เปนตวั กาํ หนดกําลงั ดนั เปด หวั ฉดี ซง่ึ สามารถปรับแตง ไดด ว ยการเปลย่ี นความหนาของแผนรอง(Shim) สว นลางจะ
เปนปลายหวั ฉีดซ่งึ ประกอบดวย ตวั หัวฉีด(Nozzle Body) และเข็มหวั ฉีด(Nozzle Needle) เปนชดุ ถา เปลีย่ น
ใหมตองเปลย่ี นเปน ชุดท้งั สองสวนหามเปล่ยี นทลี ะสว น
เข็มหัวฉีด(Nozzle Needle) ปกตจิ ะปด สนทิ กับรูฉีดนํ้ามนั เชือ้ เพลงิ ดว ยกาํ ลังสปรงิ หัวฉีด สงผานเดอื ยกน้ั
สปริงและจะเปด ดว ยกาํ ลังดันนา้ํ มันเชอ้ื เพลงิ ทเี่ ขา มาจากทอน้าํ มนั เช้อื เพลงิ กาํ ลงั ดนั สงู
รปู ๒.๒๕ 1 Feed pipe
2 Locking flange
3 Sealing ring
4 Injection nozzle
5 Thrust pin
6 Nozzle retaining
cap
7 Spring
8 Spring plate
9 Tension adjusting
plate (shim)
10 Nozzle holder
body
11 Injector retaining
clamp
12 Stress bolt
13 Nozzle body
14 Nozzle needle
การทาํ งาน
ในจังหวะสง ของสบู ฉดี นํ้ามนั เช้ือเพลิง (Fuel Injection Pump) จะสง นา้ํ มันเช้ือเพลงิ ผา นทอ นาํ้ มันเชอ้ื
เพลิงกําลังดันสูง มาเขา หวั ฉดี นา้ํ มนั เช้อื เพลงิ ทางชองทางเขา
เม่ือกําลังดนั น้ํามันเช้ือเพลิงภายในหวั ฉีด สงู กวา กําลังสปรงิ หัวฉีด จะดนั ใหเ ข็มหัวฉีดยกตัวขน้ึ เปด รูหวั ฉีด
ฉีดน้ํามันเชื้อเพลิงเขาหองเผาไหมไปจนกระท่ังกําลังดันน้ํามันเช้ือเพลิงภายในหัวฉีดลดลงตํ่ากวากําลังสปรงิ หัวฉดี ๆ
จะสง อาการผา นเดือยกั้นสปรงิ (Thrust Pin) กดใหเ ข็มหวั ฉีดปดรหู ัวฉีด เปนการสน้ิ สดุ การฉีดนํา้ มันเชื้อเพลงิ
นา้ํ มันเชื้อเพลงิ ท่ีรวั่ ไหล ระหวางเขม็ หวั ฉดี และตวั หัวฉีด จะทําหนา ทหี่ ลอ ลื่นและระบายความรอ นใหสว น
ทั้งสองดว ย แลว จะไหลออกทางชองทางนํา้ มนั เช้อื เพลงิ รวั่ ไหลของเรอื นหวั ฉีดโดยไมมีกําลังดนั สงออกสูระบบภาย
นอกตอ ไป
กองฝก การชา งกล กฝร.
29
5.3 ทอนํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ กําลงั ดันสงู (H.P.Fuel Line) (รูป 2.21)
เปนทอ น้าํ มนั เชื้อเพลงิ ที่ตอ ระหวา งสบู ฉีดน้าํ มนั เชอื้ เพลงิ (Fuel Injection Pump) กับหัวฉดี น้าํ มนั เช้ือ
เพลิง (Fuel Injector) มีลักษณะเปน ทอ 2 ทอ นตอเขา ดว ยกนั ดวยหนาแปลนตอ (Flange) ดา นขางฝาสบู โดยทอ ทอน
แรก (Feed Pipe) อยูในชองประกอบภายในฝาสูบ จะตอหัวฉีดน้าํ มันเชือ้ เพลิงกบั หนา แปลนตอเปน ทอ ชน้ั เดยี ว ทอ
ทอนท่ีสองจะตอ ระหวางหนาแปลนตอกบั สบู ฉดี น้ํามนั เชือ้ เพลิง (ในเครอื่ ง TB-03 จะเปนทอ 2 ชนั้ ชั้นในเปน
ชอ งทางนํ้ามันเชือ้ เพลิงกาํ ลงั ดันสูงสงเขา หัวฉดี นํา้ มันเชอ้ื เพลงิ ชองทางชนั้ นอก เปนชองทางนาํ้ มันเช้อื
เพลิงร่ัวไหล ของทอนํา้ มันเช้อื เพลงิ กําลงั ดนั สูง ซ่งึ อาจมกี ารรวั่ ไหลไดเชน บรเิ วณหนาแปลนตอ) น้าํ มนั เชอื้
เพลงิ ท่ีอาจรวั่ ไหลไดจากจดุ ตอ ของทอ นํา้ มนั เชื้อเพลิงกําลงั ดันสูง (ปกตติ อ งไมม กี ารรว่ั ไหล) ถา มีจะมที อ ทางตอไป
ลงหมอรับน้ํามันเชอ้ื เพลงิ รวั่ ไหล (Leak-off Fuel Container) เพ่ือสงสญั ญาณไปเขาระบบควบคมุ เคร่ืองทาํ ใหเกิด
สญั ญาณเตือน (Alarm)
การซอ มบาํ รงุ รักษา ตามรายละเอียดบทท่ี 10 ขอ 3
6.เครอื่ งควบคุมเครอ่ื งยนต (Engine Governor) (รูป 2.26 และ 2.27)
สําหรับเครื่องยนต V 1163 TB แตล ะรนุ หรือแตล ะขนาดทีใ่ ชในเรอื รบ เครอื่ งควบคุมเครือ่ งยนตจ ะทาํ หนาท่ี
เหมือนกันคอื เปน เคร่ืองควบคุมความเร็ว (Speed Governor) ซงึ่ โดยหลักการทํางานแลวจะเหมอื นกนั แตจ ะแตกตา ง
กนั บา งในรายละเอียดเฉพาะแบบของเครอ่ื งควบคุมน้นั ๆ ใหด รู ายละเอยี ดในคมู ือประจาํ เคร่ือง
รปู ๒.๒๖ 1 Engine governor
2 Governor output
3 governor input
4 governor
connection plate
5 Fuel injection limiter
6 Shutdown lever
7 Shutdown unit
8 Teleflex box
9 Speed setting unit
กองฝก การชา งกล กฝร.
30
รหัสตวั เลขและตัวอกั ษร
R 060 K 13 H
ËÁÒ¶֧ H = ãªé¡Ñºà¤Ã×èͧ V 1163
A = ãªé¡Ñºà¤Ã×èͧ V 538
F = ãªé¡Ñºà¤Ã×èͧ V 396
ËÁÒ¶֧ ÅѡɳÐ੾ÒТͧà¤Ã×èͧ¤Çº¤ØÁ¤ÇÒÁàÃçÇ
3 = à»ç¹ P-I Governor
ËÁÒ¶֧ ÍØ»¡Ã³ìà¾ÔèÁàµÔÁ
1 = ªØ´»éͧ¡Ñ¹·Ó§Ò¹à¡Ô¹¡ÓÅѧ (DBR.)
ËÁÒ¶֧ ¡ÒáÓ˹´¤èÒ¤ÇÒÁàÃçÇ(Rate Valve Setting)
P = ãªé¡ÓÅѧ´Ñ¹ÅÁ (Pneumatically)
K = ãªé¡ÓÅѧ´Ñ¹ÅÁáÅСÅä¡ (Pneumatic-Mechanically)
H = ãªé¡ÓÅѧ´Ñ¹¹éÓÁѹ (Hydraulics)
ËÁÒ¶֧ ËÁÒÂàÅ¢¡ÒûÃѺ»Ãا (Progresive Number)
ËÁÒ¶֧ ËÁÒÂàÅ¢ÅӴѺ (Governor Series)
ËÁÒ¶֧ ÅѡɳСÒ÷ӧҹ¢Í§à¤Ã×èͧ¤Çº¤ØÁ
R = à¤Ã×èͧ¤Çº¤ØÁ¤ÇÒÁàÃçÇ(Speed Governor)
หลักการทํางาน
เปนเครอื่ งควบคุมความเร็วแบบแรงเหว่ียง (Centrifugal Type) ทาํ งานรว มกบั กาํ ลังดนั นํา้ มนั (Hydraulic)
ทาํ งานรกั ษาความเรว็ เครือ่ งยนต ใหอ ยใู นยา นความเรว็ ตกของเครื่อง (Droop Range)โดยการปรบั แตงการฉีดน้าํ มัน
เชื้อเพลงิ ใหเ หมาะสมกบั ความเร็วท่ีเปลีย่ นแปลง (P-Governor) และรกั ษาความเรว็ ใหมน้ีใหคงท(่ี I-Governor) ภาย
ในประกอบดว ยชดุ ตมุ เหว่ยี ง (Fly Weights) 2 ชดุ ไดรบั กาํ ลงั ขบั หมุนจากเฟองเพลาขอ เหวยี่ ง(Crankshaft Gear)
ผา นหมูเฟองขับ(Gear Train) ลกั ษณะของตุมเหว่ียงชดุ แรก มขี นาดใหญก วา ทําหนาทป่ี รบั แตงการฉีดนา้ํ มันเชอ้ื
เพลิงปกติ ตุมเหวี่ยงชดุ ท่ีสองมีขนาดเล็กกวา ทาํ หนา ที่ปอ งกันเครื่องยนตทาํ งานเกินกาํ ลัง (Overload) ทกุ ยาน
ความเร็ว โดยทาํ งานรว มกบั กําลังดนั นํ้ามันหลอ จากระบบนาํ้ มนั หลอเคร่ืองยนต ที่สง เขา มา และสงอาการผา นสวน
เชื่อมตอ (Linkage) ไปควบคมุ การทํางานของสูบฉีดนํา้ มนั เชือ้ เพลงิ (Fuel Injection Pump) ใหม ีการสงนํา้ มนั เชื้อ
เพลิงไปหัวฉีดน้าํ มันเช้ือเพลงิ (Fuel Injector) ใหเหมาะสมกบั ภาระและความเรว็ ของเครอื่ งยนต
หนาทก่ี ารทาํ งาน
- รกั ษาความเร็วเครอื่ งยนตใ หคงท่ี อยใู นยา นความเรว็ ตกของเครือ่ ง(Droop Range) โดยการปรบั แตง
การฉดี น้ํามนั เชอ้ื เพลิง
จาํ กัดการฉีดนาํ้ มันเช้อื เพลงิ ขณะเริ่มเดนิ เครื่อง (Starting)
ปอ งกนั เคร่ืองยนตทาํ งานเกินกําลัง (Over load) ทุกยา นความเรว็ ของเครื่อง โดยการจํากัดการฉดี นํ้ามัน
เช้ือเพลงิ (DBR. = Speed Sensitive Fuel Injection Limitation)
ตง้ั คา ความเร็วเคร่ืองยนต (Speed Setting) ตามตองการ โดยสงอาการจากภายนอกผา นชดุ ตง้ั คา
ความเร็ว (Speed Setting Unit)
กองฝกการชางกล กฝร.
31
สว นประกอบที่ทาํ งานรว มกับเคร่ืองควบคุมความเร็ว คือ –
- สว นเชื่อมตอเครือ่ งควบคมุ ความเร็ว (Governor Linkage) (ตามรายละเอยี ดขอ 6.1)
- ชดุ ต้ังคาความเรว็ เครือ่ ง (Speed Setting Unit) (ตามรายละเอียดขอ 6.2)
-
รปู ๒.๒๗
1 Coupling. 2 Lever 3 Link. 4 Injection Pump. 5 Pump Barrel.
6 Pump Plunger. 7 Control Sleeve. 8 Control Sleeve Bush. 9 Rack Lever 10 Clamp lever.
11 Fuel Rack. 12 Linkage Return Unit. 13 Connecting Link. 14 Governor. 15 Pressure Cylinder for
Cylinder Cutout.
6.1 สวนเชือ่ มตอเครื่องควบคุมความเรว็ (Governor Linkage)(รปู 2.27 และ2.28)
เปนสวนท่ีสงตอกําลังงาน(Out-Put)ของเคร่ืองควบคมุ ความเรว็ ไปควบคุมการทํางานของสบู ฉดี นํ้ามันเชือ้
เพลงิ (Fuel Injection Pump) เพือ่ ปรับแตง การฉีดน้าํ มันเชอื้ เพลงิ
รายละเอยี ดและลักษณะสวนประกอบตางๆ ของเคร่อื ง TB-02 และ TB-03 จะแตกตา งกนั บาง ใหด ใู นคู
มือประจาํ เคร่ืองแตหลักการทาํ งานจะเหมอื นกัน
ลักษณะการทาํ งาน
เพลาตอ (Links) เปนเพลาทร่ี ับอาการจากเครื่องควบคุมความเรว็ ผานหนา แปลนตอ (Coupling) จาํ นวน 3 เพลา
เพลาควบคมุ (Control Shaft or Fuel Rack) เปน เพลาทร่ี บั อาการตอ จากเพลาตอ มลี กั ษณะเปน เพลายาวขนาน
ไปกบั เพลาลูกเบยี้ ว แถวสูบละ 1 เพลา
คนั สงอาการ(Rack Lever) เปน สว นทรี่ ับอาการตอจากเพลาควบคมุ และสงอาการไปยงั สว นควบคุม (Control
Element) ของสูบฉีดนา้ํ มันเชอื้ เพลิงเพอื่ ควบคมุ การเพ่ิม-ลดหรือไมส งนา้ํ มนั เช้ือเพลงิ ของสูบฉดี น้าํ มนั เช้ือเพลิง มี
จาํ นวนเทา กบั สูบฉดี นํา้ มนั เชอื้ เพลิง ในเคร่อื ง TB-02 จะประกอบกบั เพลาควบคุมดวยปากจับคันสง (Clamp Lever)
จับยดึ แนน อยูกับเพลาควบคุม แตในเคร่อื งTB-03 เปน คนั สงนริ ภัย (Safty Control Lever) มลี ักษณะเปนปากจบั ยึด
กับเพลาควบคุม แตมสี ปริงอยภู ายใน การสง อาการจากเพลาควบคมุ ไปยังสว นควบคุมของสูบฉีดนา้ํ มันเชือ้ เพลงิ จะ
กองฝก การชางกล กฝร.
32
สงผานกาํ ลงั สปริงนีซ้ ง่ึ ถามีแรงบดิ กระทําตอคันสงอาการเกิน 3.5 Nm. จะชนะกําลงั สปริง ทาํ ใหคันสงอาการเคล่ือน
ไหวเปน อสิ ระจากปากจับ (Clamp) และคนั สง อาการจะเลอ่ื นกลับตาํ แหนงเดิม ดวยกาํ ลังสปรงิ 1.6 Nm. (รูป 2.29)
ชุดดงึ กลบั (Linkage Return Unit) เปนสวนทส่ี งอาการใหเพลาควบคมุ มีแรงบิดทีจ่ ะอยใู นตําแหนง ไมส งน้ํามัน
เช้อื เพลงิ (Zero Fuel Delivery) ตลอดเวลา มจี าํ นวน 2 ชดุ ๆ ละ 1 เพลาควบคมุ
ลกั ษณะเปน กระบอกสปริง ปลายดา นหน่ึงประกอบยึดแนน กบั ภายในหองหมูเ ฟอ ง(Gear Case) ปลายอกี ดาน
หนงึ่ ประกอบกับขอตอหมุน (Bell Crank or Lever) ที่ปลายเพลาควบคมุ
รปู ๒.๒๘
1 Cloupling 7 Control Sleeve Bush 13 Connecting Link
2 Bell Clank 8 Control Sleeve. 14 Engine Governor.
3 Links 9 Rack Lever 15 Presure Cylinder
4 Fuel Injection Pump 10 Safety Control Lever..4 16 Compressed Air..
5 Pump Barrel 11 Control Shaft. 17 Cutout Cylinder
6 Pump Plunger 12 L4inkage Control Unit. 18 Tappet
กองฝก การชา งกล กฝร.
33
รปู ๒.๒๙
รูป ๒.๓๐
กองฝกการชา งกล กฝร.
34
1 Pressure transmitter 7 Oil feed line 13 Non—return valve
2 Cover 8 Pressure gauge 14 Control oil line
3 Sollenoid valve Y 21 9 measuring point 15 Governor
4 Sollenoid valve Y 20 10 Solenoid valve Y 22 16 Electrical connection
5 Base Plate 11 Basic circuit diagram 17 Hydraulic speed setting unit
6 Speed setting Piston 12 Oil return valve
6.2 ชุดตงั้ คา ความเร็วเครอ่ื ง (Speed Setting Unit) (รูป 2.30)
ทาํ หนาท่ี สง อาการใหเ คร่ืองควบคุมความเรว็ เพ่ือใหม ีการเพม่ิ หรอื ลดการฉดี นํ้ามนั เชือ้ เพลิง (เพ่มิ หรือลด
ความเร็วเครือ่ งยนต) ในทีน่ ้ี จะกลา วถงึ ชดุ ต้ังคา ความเร็วเครอ่ื งแบบ ไฟฟา /ไฮดรอลกิ (Electro/Hydraulic) ซง่ึ มใี ช
อยใู นปจ จบุ นั
สว นประกอบที่สําคัญ
ลกู สูบต้งั คาความเร็ว (Speed Setting Piston) ทําหนาทีส่ งอาการใหเ ครือ่ งควบคมุ ความเร็ว ทํางานดวยกําลังดัน
นํา้ มันหลอ
ลิน้ แมเหล็กไฟฟา (Solenoid Valve) จาํ นวน 3 ล้นิ (Y20, Y21, Y22) ทาํ หนา ท่ปี ด -เปด กาํ ลังดนั นา้ํ มนั หลอ ที่เขา
ทาํ งานในลกู สูบตัง้ คาความเร็ว
ลิ้นกันกลับ(Non-Return Valve) ทาํ หนาทเี่ ปน ลิน้ ผอนกําลงั ดนั ซ่ึงจะเปดระบายกําลงั ดนั น้าํ มนั หลอ ออกจากลกู
สูบตัง้ คา ความเรว็ ถา กําลงั ดันน้สี งู เกนิ เกณฑก ําหนด
การทํางาน
เม่ือเดินเครอื่ งกาํ ลงั ดันนาํ้ มนั หลอ ล่นื จากระบบเครื่องยนตจะถูกสง เขา มาท่ีชอ งทางเขา (7)
เมือ่ ไมมีการสั่งเพม่ิ หรอื ลดความเร็ว(เพม่ิ หรือลดการฉดี น้าํ มันเชอื้ เพลงิ ) ลิน้ แมเหลก็ ฟฟา Y20 และ Y21
จะไมม กี ระแสไฟฟา เขาเลี้ยง (De-energized) ลนิ้ จะปด และล้ินแมเ หล็กไฟฟา Y22 จะมีกระแสไฟฟาเขา เล้ียง
(Energized) ตลอดเวลาจะปดเชน เดยี วกนั ทําใหไ มม กี าํ ลังดันนาํ้ มันหลอ เขา ทํางานหรอื ระบายออกจากลูกสูบต้งั คา
ความเร็ว จงึ ไมมกี ารสง อาการใหเ ครือ่ งควบคุมความเร็ว ความเร็วเคร่อื งยนตจะคงท่ี
เมอ่ื มีการส่งั เพิม่ ความเร็ว ลิ้นแมเหลก็ ไฟฟา Y20 จะมกี ระแสไฟฟาเขา เล้ียง (Energized) ล้นิ จะเปด ให
กาํ ลงั ดนั นํ้ามันหลอเขาทาํ งานในลกู สบู ต้ังคา ความเร็ว ลูกสบู ตัง้ คา ความเรว็ จะสง อาการใหเครอื่ งควบคุมความเรว็ ให
มกี ารเพ่มิ การฉดี นํ้ามนั เช้อื เพลิง(เพม่ิ ความเรว็ เครื่องยนต)
เมอ่ื มกี ารส่งั ลดความเร็ว ล้นิ แมเ หลก็ ไฟฟา Y21 จะมีกระแสไฟฟา เขาเลี้ยง (Energized) ลนิ้ จะเปดระบาย
กําลงั ดนั น้าํ มนั หลอออกจากลกู สูบตงั้ คา ความเรว็ ลูกสูบต้งั คาความเรว็ จะสง อาการใหเ ครื่องควบคมุ ความเรว็ ใหมี
การลดการฉดี น้ํามันเชื้อเพลิง (ลดความเรว็ เครือ่ งยนต)
ถา กําลังดันนํา้ มันหลอ ที่เขา ทํางานในลกู สบู ตง้ั คา ความเรว็ สูงเกนิ กาํ หนด ลิ้นกันกลับ (Non-Return
Valve.) จะเปด ระบายกําลังดนั สว นเกนิ นีอ้ อก
ถากระแสไฟฟา 24 VDC. ของระบบขดั ของล้ินแมเ หลก็ ไฟฟา Y22 จะไมมีกระแสไฟฟา เขาเลีย้ ง(De-
energized) ลนิ้ จะเปดระบายกาํ ลงั ดนั น้ํามนั หลอ ออกจากลูกสบู ตง้ั คาความเรว็ ทําใหเครื่องควบคุมความเรว็ มาอยใู น
ตําแหนงที่มีการฉีดน้าํ มนั เชือ้ เพลิงที่ความเร็วเดินเบา (Idle Speed.) ไมว าขณะนนั้ เครอ่ื งจะอยูที่ความเร็วใดกต็ าม
การซอมบํารุงรกั ษา ตามรายละเอียด บทท่ี 10 ขอ 4
กองฝกการชา งกล กฝร.
35
7.อปุ กรณตดั การทาํ งานของสูบ (Cylinder Cut-Out) (รปู 2.27.1 และ 2.28.1)
ทาํ หนา ท่ี ตดั การทํางานบางสูบ หรือไมใหบ างสูบจดุ ระเบิด (Not Firing) เมื่อเคร่อื งเดนิ ตัวเปลา (Idling Speed)
หรอื เม่อื มภี าระนอย (Low Load) โดยการตดั นาํ้ มันเช้อื เพลงิ เขา สบู น้ัน ๆ มีลักษณะการทาํ งานเปน 2 ข้ัน (Stage) คือ
ข้นั ที่ 1 ตดั การทํางานแถวสบู (Cylinder Bank Cut-Out) มีใชในเคร่อื ง TB-02 และ TB-03
- ขน้ั ที่ 2 ตัดการทาํ งานของแตล ะสูบ (Cylinder Cut-Out) มใี ชเฉพาะใน เครื่อง TB-03
ขอ ดี - เกิดการเผาไหมทด่ี ีในสบู ท่ที ํางาน (Firing)
- ลดปรมิ าณนาํ้ มันเช้อื เพลงิ ท่ไี มเผาไหมท จี่ ะไปผสมกบั น้าํ มันหลอ
- ลดควนั แกส เสยี
- ประหยดั นา้ํ มันเช้อื เพลงิ
รปู 2.27.1
1 Coupling. 2 lever 3 Link 4 Injection Pump
5 Pump Barrel 6 Pump Plunger 7 Control Sleeve 8 Control Sleeve Bush
9 Rack Lever 10 Clamp Lever 11 Fuel Rack. 12 Linkage Return Unit.
13 Connecting Link. 14 Governor. 15 Pressure Cylinder. 16 Articulated Head.
17 Guide Bush. 18 Piston. 19 Nut. 20 Connecting Tube.
21 Engine Oil Pressure To Pressure Cylinder
หลักการทํางาน
ขนั้ ที่ 1 ตดั การทํางานแถวสูบ ทํางานดว ยกําลงั ดนั นํา้ มันหลอ (Lub OilPressure) จากระบบนํา้ มันหลอ เครื่อง
ยนต โดยในเครอื่ ง TB-02 จะตดั การสง นา้ํ มนั เชอ้ื เพลิงเขาแถวสูบ B(B-Bank) ท้ังหมด (Cut-Out)เม่อื เดินตัวเปลา (Idle
Speed), ในเครือ่ ง TB-03 จะเรม่ิ ตดั น้ํามนั เช้ือเพลงิ เม่อื เริ่มเดินเครือ่ งทีอ่ ุณหภมู ินํา้ จดื ระบายความรอ นสูงกวา 40°C
และจะสงนํ้ามนั เชือ้ เพลงิ (Cut-In) เมอ่ื เครือ่ งยนตเ ขา คลทั ช (Clutch Engaged)
ข้ันท่ี 2 ตัดการทํางานของแตล ะสบู ทํางานดวยกําลงั ดนั ลมควบคุม 6 บาร (Control Air) โดยจะตัดการสง น้าํ
มันเช้ือเพลงิ เขา สูบแถว A(A-Bank) อกี ครึง่ แถวสบู (Cut-Out) เชนเครือ่ ง 20 V จะตัดสบู A1-A5 เมอื่ เรมิ่ เดินเครื่อง
กองฝกการชา งกล กฝร.
36
(Starting) ที่อุณหภมู ิน้าํ จืดระบายความรอนเคร่อื งตา่ํ กวา 40°C และจะสงนาํ้ มันเช้ือเพลงิ เขาสูบ (Cut-In) เมือ่
ความเร็วเครอื่ งสงู ถึงประมาณ 300 รอบ/นาที
การควบคุมกําลังดนั ลมหรือกาํ ลังดนั นํา้ มนั หลอ จะควบคมุ โดยล้นิ ไฟฟา (Solenoid Valve)
การกาํ หนดการตัดการทาํ งานของสบู (Cut-Out) การตอ การทาํ งานของสบู (Cut-In)หรือจดุ ทํางาน จะขนึ้
อยกู บั แบบของเคร่ืองและระบบควบคุมเครอ่ื ง รายละเอียดตางๆ ดงั กลา วใหด ใู นคูมือประจําเครื่อง และคมู อื ประจาํ
ระบบ ในทน่ี ้ีจะกลาวถึงการทาํ งานโดยทัว่ ๆ ไปเทา นัน้
รปู 2.28.1
1 Coupling 2 Bell Crank. 3 Links 4 Fuel Injection Pump
5 Pump Barrel 6.Pump Plunger 7 Control Sleeve Bush 8 Control Sleeve
9 Rack Lever 10 Safety Control Lever 13 Connecting Link. 14 Engine Governor.
15 Pressure Cylinder. 16 Compressed Air. 17 Cutout Cylinder. 18 Tappet.
19 Housing. 20 Piston. 21 Articulated Link. 22 Washer.
23 Sleeve. 24 Engine Oil Pressure TO Pressure Cylinder.
7.1 การตัดการทํางานแถวสูบ (Cylinder Bank Cut-Out)
- จะตัดการทาํ งานของสูบ (Cut-Out) เม่อื
- เร่มิ เดินเครือ่ งทอ่ี ณุ หภูมินา้ํ จดื สูงกวา 40°C (ในเคร่อื ง TB-03)
- เมอื่ เดินตวั เปลาหรือรบั ภาระนอ ย (Idle speed or Low load) (ในเครือ่ ง TB-02 และ TB-03)
-จะตอการทํางานของสบู (Cut-In) เมือ่ เครอื่ งเขาคลัทชหรือรับภาระถงึ เกณฑก าํ หนด
หมายเหตุ ในเครือ่ งทใ่ี ชร ะบบควบคมุ เครือ่ ง (ECS.) ซึ่งมี Programm ควบคมุ เครอื่ งเม่ือรบั ภาระนอ ยหรือรบั ภาระ
เพียงบางสว น(Partial Load Control) คือในขณะทีเ่ ครื่องยนตเ ขา คลัทช หรือรบั ภาระอยแู ละ เทอรโบชารจ ทํางานกลมุ
กองฝก การชางกล กฝร.
37
เดียวซง่ึ เปนชวงท่ีเคร่ืองยนตรับภาระนอ ยหรอื รับภาระเพียงบางสว น(Low Load or Partail Load)ระบบควบคมุ เครอ่ื ง
(ECS.) จะมีการควบคมุ อปุ กรณตัดการทํางานของสูบอีกดงั นี้
จะ Cut-Out เมือ่ - ความเรว็ เคร่อื งตํ่ากวา 900 รอบ/นาที
และ - มุมคันแรค็ นํา้ มนั เช้ือเพลิงตํ่ากวา R ํ
และ - กาํ ลงั ดันอากาศดีเขา เครื่องต่ํากวา 0.2 บาร
จะ Cut-In เม่ือ - ความเร็วเคร่ืองสงู กวา 930 รอบ/นาที
หรือ - มุมคันแร็คน้ํามนั เชอื้ เพลิงสูงกวา R°+ 8 ํ
หรือ - กําลงั ดนั อากาศดสี ูงกวา 1.6 บาร
- คา ตัวเลขเหลานใ้ี นแตล ะเครอ่ื งจะไมเทากนั ใหด ใู นคูมอื ประจําเคร่อื ง
- มุม R° คือ มมุ การฉดี นา้ํ มันเช้อื เพลงิ ท่ี Propeller Curve
ลกั ษณะสวนประกอบ
สบู กําลงั ดัน (Pressure Cylinder) เปน กระบอกสบู ภายในประกอบดวยลูกสูบรับกําลงั ดนั นา้ํ มัน ตดิ ต้ังอยู
ท่ีสว นเชื่อมตอเครื่องควบคมุ ความเรว็ (Governor Linkage) ดานสูบแถว B (B-Bank) อยูภ ายในหอ งหมเู ฟองขบั
(Gearcase) ทาํ หนา ท่ีตัด-ตอ การสงอาการของเพลาตอ (Connecting Link) ทาํ งานดวยกาํ ลงั ดนั นํ้ามนั หลอจาก
ระบบน้ํามันหลอลนื่ เคร่อื งยนต
ลิ้นไฟฟา 3/2 ทาง (3/2 Way Solinoid Valve) (รปู 2.31 )
กองฝก การชา งกล กฝร.
38
1 Solinoid sleeve รปู ๒.๓๑
2 Solenoid armature
3 Solenoid
4 plate
5 Housing
6 Bush
7 Tommy screw
8 valve seat , lower
9 Valve seat , uper
10 Valve
ลิ้นไฟฟา 3/2 ทาง (3/2 Way Solinoid Valve) (รปู 2.31 )
ติดต้ังอยูท่ที างนํา้ มันหลอเขา สบู กาํ ลงั ดนั ทาํ หนา ทีเ่ ปดกําลงั ดนั นา้ํ มนั หลอ เขาทาํ งานในสูบกําลังดัน หรอื
ปดกาํ ลงั ดนั นา้ํ มนั หลอ ท่ีเขาทาํ งานในสบู กาํ ลังดัน และระบายกาํ ลงั ดันภายในออก ทํางานดวยกระแสไฟตรง 24 V
และควบคมุ การทาํ งานดว ยระบบควบคุมเครื่อง (Engine Control System) ดานลางของล้ินประกอบดวยสลกั ฉกุ เฉนิ
(Tommy Screw) ใชสาํ หรับปด -เปดล้นิ ดวยมอื (ตามรปู 2.31)
การทาํ งาน
เมื่อเริ่มเดินเครื่องอุณหภูมินา้ํ จืดสูงกวา 40°C( ในเครื่อง TB-03) หรือเมือ่ เดินเครอ่ื งตวั เปลา (Idle Speed)(ใน
เครือ่ ง TB-02) ระบบควบคมุ เครอื่ งจะสง สญั ญาณตอ ทางไฟเขา ทาํ งานในลน้ิ ไฟฟา 3/2 ทาง (Energized) ทาํ ใหล้นิ ไฟ
ฟา 3/2 ทางปด ทางน้ํามันหลอ จากระบบน้ํามนั หลอ เรมิ่ เดิน (Priming Oil System) ทีเ่ ขาทาํ งานในสบู กําลังดนั และ
เปดทางระบายนา้ํ มันหลอ ภายในสบู กาํ ลงั ดนั ออกลงอา งนา้ํ มันหลอ (Oil Pan) ทาํ ใหส บู กําลงั ดนั (รูป 2.27.1 และ
2.28.1 )ไมส งอาการตอจากเพลาตอ (Links) ไปยงั เพลาควบคุม(Control Shaft) ของสบู แถว B ชุดดึงกลบั (Linkage
Return Unit) ของเพลาควบคมุ จะสง อาการดึงผา นเพลาควบคมุ ใหสบู ฉีดนํา้ มนั เชื้อเพลงิ (Fuel Injection Pump)
ของสบู แถว B ท้ังหมด ไมส ง น้าํ มนั เชื้อเพลงิ นัน่ คอื แถวสบู B ทัง้ หมดจะไมทาํ งาน (Cut-Out) หรอื ไมจ ดุ ระเบิด (Not
Firing)
เมอ่ื เคร่ืองยนตเ ดนิ เรยี บรอยแลว ระบบน้าํ มนั หลอ เริม่ เดนิ จะหยดุ ทาํ งานกําลังดนั นา้ํ มนั หลอ จากระบบน้าํ มัน
หลอสวนขบั หมุนเครือ่ ง (Running Gear Oil System) จะเขา ทาํ งานในสูบกําลังดนั แทน
กองฝกการชางกล กฝร.
39
เม่ือเขาคลทั ช ระบบควบคุมเคร่ืองจะสงสญั ญาณ ตัดกระแสไฟท่ีเขา ทาํ งานในล้นิ ไฟฟา 3/2 ทาง (De-
Energized) ทาํ ใหล้ินไฟฟา 3/2 ทางปด ทางระบายน้าํ มนั หลอ ลงอา งนาํ้ มันหลอและเปด ทางนาํ้ มนั หลอเขาทํางานใน
สูบกําลังดนั ทาํ ใหส ูบกาํ ลังดนั มกี ารสง ตอ อาการจากเพลาตอ ไปยังเพลาควบคมุ สงอาการใหส บู ฉีดนํ้ามนั เช้ือเพลิง มี
การสง น้าํ มนั เชื้อเพลงิ ตามการสง อาการ ของเครื่องควบคุมความเรว็ (Engine Governor) นัน่ คือ สบู แถว B ท้ังหมดจะ
ทํางาน (Cut-In) หรือจุดระเบดิ (Firing) ตามปกติ
เมอื่ ไมไ ดเ ดินเครอ่ื ง (Inoperative) เราสามารถทีจ่ ะตอ การทาํ งานของสบู แถว B (Cut-In) ไดโ ดยบดิ กอ กเปลี่ยน
ทาง (Changeover Cock) ของระบบนาํ้ มันหลอไปตาํ แหนง Test และเดนิ สูบน้าํ มนั หลอเรมิ่ เดมิ (Priming Oil Pump)
สง กําลงั ดันน้ํามนั หลอ เขาทาํ งานในสบู กาํ ลังดนั (Pressure Cylinder)
การซอมบาํ รงุ รักษา ตามรายละเอยี ดบทที่ 10 ขอ 5
7.2 ขั้นท่ี 2 การตดั การทํางานแตละสูบ (Cylinder Cut-Out) (เฉพาะ TB-03)
จะตัดการทาํ งานของสบู (Cut-Out) เมอื่
- เรม่ิ เดนิ เคร่อื งอณุ หภูมินา้ํ จดื ระบายความรอ นตํ่ากวา 40°C.
จะตอ การทํางานของสบู (Cut-In) เมื่อ
- ความเร็วเครือ่ งสูงถงึ 300 รอบ/นาที
ลกั ษณะสว นประกอบ
สูบตดั การทาํ งาน (Cut-Out Cylinder) เปน กระบอกสบู ภายในประกอบดว ยลูกสูบรับกาํ ลังดนั ลม ซึ่งทาํ งาน
ดวยกาํ ลงั ดนั ลมควบคุม 6 บาร และกําลังสปรงิ ภายใน ติดต้งั อยขู า งฝาสูบบรเิ วณใกลกบั คันสง นิรภยั (Safety Control
Lever) ของสว นเชือ่ มตอเครือ่ งควบคุมความเรว็ (Governor Link)
ทาํ หนา ทสี่ ง อาการใหค นั สง นริ ภยั เล่อื นสง อาการใหสูบฉดี นาํ้ มนั เช้อื เพลิง (Fuel Injection Pump) ไปอยใู น
ตาํ แหนง ไมส ง นา้ํ มนั เชอ้ื เพลิง (ตามรปู 2.32/2.33)
ลน้ิ ไฟฟา 3/2 ทาง (3/2 Solenoid Valve) ตดิ ตั้งอยูท่ีทางลมเขา สูบตัดการทาํ งาน ทําหนาท่ีเปด กําลังดนั ลมเขา
ทาํ งานในสบู ตัดการทํางานหรือปด ลมเขา ทํางานและระบายกําลงั ดันลมภายในออกทาํ งานดวยกระแสไฟตรง 24V
และควบคุมการทาํ งานดว ยระบบควบคุมเครอ่ื ง(Engine Control system)
รูป ๒.๓๒ 1 PTFE—ring
2 Sealing ring
3 Plug
4 Sealing ring
5 Spring
6 Housing
7 Vent bore
8 Push rod
กองฝกการชา งกล กฝร.
รปู ๒.๓๓ 40
1 Safety control level
2 Cutout cylinder
3 Clamping element
การทาํ งาน
เมอ่ื เริม่ เดนิ เครอื่ ง อณุ หภมู ินํ้าจดื ระบายความรอนตา่ํ กวา 40°C ระบบควบคมุ เครื่องจะสงสัญญาณตอ ทางไฟเขา
ทาํ งานในล้นิ ไฟฟา 3/2 ทาง (Energized) ทําใหลนิ้ ไฟฟา 3/2
ทางเปดกาํ ลงั ดนั ลมใหเขาทํางานในสบู ตดั การทาํ งาน ทําใหก า นสง (Push Rod)ของสูบตดั การทาํ งานเลอ่ื นตวั สง
อาการไปยงั คนั สง นริ ภยั ใหเลอ่ื นตัวไดเ ปน อิสระจากเพลาควบคุมและสง ตออาการนี้ไปยังสูบฉีดนา้ํ มนั เช้อื เพลงิ (Fuel
Injection Pump) ใหอยูในตําแหนงไมส งนาํ้ มันเช้ือเพลิง นัน่ คือ เปน การตัดการทาํ งาน(Cut-Out) ของสบู นัน้ หรอื สบู
นัน้ จะไมจ ุดระเบิด (Not Firing)
เมอ่ื ความเร็วเคร่ืองสูงถงึ 300 รอบ/นาที ระบบควบคมุ เคร่อื งจะสง สัญญาณตัดกระแสไฟฟาที่เขาทํางานในลิ้น
ไฟฟา 3/2 ทาง(De-Energized) ทําใหลิน้ ไฟฟา 3/2 ทาง ปดทางลมเขาทํางานในสูบ ตัดการทาํ งานและเปดระบาย
กําลังดันลมภายในออก กานสงของสูบตดั การทาํ งาน จะเลือ่ นกลบั ตําแหนง เดิมดว ยกําลังดันสปริงภายใน ทําใหคนั
สง นริ ภยั เลอ่ื นกลับ มาอยใู นตําแหนงทํางานรว มกบั เพลาควบคุมดวยกําลังดันสปรงิ ภายในซ่ึงจะมกี ารสงตออาการไป
ยงั สูบฉีดนํ้ามนั เช้ือเพลิงตามอาการของเครื่องควบคมุ ความเรว็ (Engine Governor) นั่นคอื การตอ การทํางานของสบู
นัน้ (Cut-In)หรอื สูบนน้ั จะจุดระเบิดตามปกติ
8.เทอรโ บชารจ (Exhaust turbocharger) (รปู 2.34 และ 2.35)
ทาํ หนาทเี่ ปน เครื่องอดั อากาศ(Compressor) อัดสง อากาศดีเขา กระบอกสบู โดยใชแกสเสียของเครอ่ื งเปนตน
กาํ ลังขบั หมนุ กงั หันแกส (Exhaust Turbine)
แลว ใชเครอ่ื งกงั หนั แกส สงตอ อาการไปขับหมุนพัดอากาศดี (Compressor Wheel) ใหหมุนดดู อากาศดีจากภายนอก
เขามาอัดสง เขา กระบอกสูบ
ในเครอื่ ง TB-02 ใชเครื่องเทอรโ บชารจ แบบสะเตจเดยี ว (Single Stage) จํานวนเทอรโ บชารจในแตล ะเครอื่ งข้นึ
อยกู บั ขนาดของเคร่ือง (12 V มี 1 ชุด และ 16 V20 V มี 2 ชดุ )
กองฝกการชา งกล กฝร.
41
รปู ๒.๓๔
1 Exhaust elbow 2 Turbocharger 3 Air intake
4 Inter cooler 5 Emergency air shut-off Flap 6 Charge air manifold
ในเครอื่ ง TB-03 ใชเ ทอรโ บชารจ แบบ 2 สะเตจ(Two-stage Turbocharger) ดงั น้ีคอื เทอรโ บชารจ กาํ ลงั ดนั ตา่ํ
(L.P.Turbocharger) 1 ชดุ และเทอรโบชารจกําลังดันสูง (H.P. Turbocharger) 1 ชดุ ทาํ งานรวมกันหรืออนุกรมกัน
เรียกวา กลุม เทอรโบชารจ 1 กลุม (Group) จาํ นวนกลุมเทอรโ บชารจของแตละเคร่ือง ข้นึ อยกู ับความตองการกาํ ลงั
งานออกของเครื่อง(Power Out-Put) หรอื จาํ นวนสบู ของเครอื่ ง (12 V มี 3 กลมุ 16 V มี 4 กลุม และ 20 V มี 4-5
กลุม )
รูป ๒.๓๕ 1 Turbocharger group
2 Turbocharger group
3 Turbocharger group
4 Turbocharger group
N L.P. turbocharger
H H.P. turbocharger
กองฝก การชางกล กฝร.
42
รปู ๒.๓๖
1 Nozzle ring 2 Labyrinth ring 3 Flanged housing 4 Tree point ball
bearing
5 Bearing bush 6 Bearing carrier 7 Pressure relief valve 8 Compressor wheel
9 Rotor shaft 10 Pulse screw 11 Air intake housing 12 Spiral housing
13 Diffuser 14 Labyrinth seal carrier 15 Exhaust gas outlet housing 16 Turbine rotor
17 Exhaust gas inlet housing
8.1 เทอรโ บชารจแบบสะเตจเดียว (Single-Stage Turbocharger)(รปู 3.36)
ความเร็วสูงสดุ (Max.Speed) ประมาณ 24,000 รอบ/นาที
ติดต้ังในแนวนอนอยูบนเคร่อื งยนตร ะหวา งแถวสบู ท้งั สอง
ลักษณะสว นประกอบ
แบงเปน 2 สว นใหญ ๆ คือ เรือนเทอรโบชารจ (Housing) และสวนหมนุ (Rotor Group)
- เรอื นเทอรโบชารจ (Housing) แบงเปน 3 สวน นาํ มาประกอบเขาดว ยกนั คือ
เรอื นแกส เสียเขา (Exhaust Inlet Housing)
เรือนแกสเสียออก (Exhaust Outlet Housing)
เรือนพัดอากาศดี (Compressor Wheel Housing)
- เรือนแกส เสียทั้งสองสวนมลี กั ษณะเปนเรอื น 2 ช้ันใชนา้ํ จืดเดินภายในเพื่อระบายความรอ นใหกบั เรือน
และปองกนั การกระจายความรอ นออกมาภายนอกโดยมีวงปก พนนํา((Nozzle Ring) ประกอบอยภู ายในโดยรอบ
ระหวา งเรือนแกส เสยี เขา และเรือนแกส เสยี ออก สําหรับพนแกสเสียเขา เปาปก กังหนั แกส (Turbine Rotor)
กองฝกการชา งกล กฝร.