The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือเครื่องMTU 1163 (ภาษาไทย)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-06 21:51:12

คู่มือเครื่องMTU 1163 (ภาษาไทย)

คู่มือเครื่องMTU 1163 (ภาษาไทย)

Keywords: คู่มือเครื่องMTU 1163 (ภาษาไทย)

43

- เรอื นพดั อากาศดี เปน เรอื นแบบช้นั เดยี วดานบนประกอบดวยลิ้นผอ นกาํ ลังดนั (Pressure Relief Valve)
สาํ หรบั เปด ระบายกําลงั ดันอากาศอดั ดานหลังพดั อากาศดกี ลับทางดดู เม่ือสูงเกินเกณฑเ พื่อชวยลดอาการรนุ (Axial
Thrust) ของเพลา

- สว นหมนุ (Rotor Group) ประกอบอยภู ายในเรอื นเทอรโ บชารจแบงเปน 3 สว น คอื
เพลาหมนุ (Rotor Shaft)
กังหันแกส (Turbine Rotor) และ
พดั อากาศดี (Compressor Wheel)
- เพลาหมุน(Rotor Shaft) ประกอบอยภู ายในเรอื นเทอรโ บชารจปลายดา นหนึง่ ประกอบดวยพัด

อากาศดี และปลายอกี ดา นหน่งึ ประกอบดวยกงั หนั แกส รองรับเพลาดว ยแบรง่ิ ปลอก(Bearing Bush) 2 ชุด และแบร่ิง
ลกู กล้งิ กลม(Three-Point Ball Bearing) 2 ชดุ ประกอบอยภู ายในเรอื นแบริ่ง (Bearing Carrier) ทัง้ สองดาน ดานละ
1 ชดุ โดยแบริ่งลกู กลิ้งกลมดา นกังหนั แกสจะทาํ หนา ทเี่ ปนแบร่งิ กันรุนดว ย (Axial Thrust Bearing) และดานนอกสุด
ของแบรงิ่ ทงั้ สองดา น ประกอบดว ย แหวนกันรั่ว (Labyrinth Ring) ทาํ หนาที่ปอ งกันแกสเสียหรอื อากาศดเี ขาไปในแบร่ิ
ง และปอ งกนั นา้ํ มนั หลอจากแบร่ิงเขาไปในสวนแกสเสียหรือสวนอากาศดี โดยจะใชก ําลงั ดนั อากาศดจี ากดา นหลงั พัด
อากาศดี สง เขาตามชอ งทางเดนิ ภายในไปชวยกนั ร่ัว (Sealing Air) ท่ีวงแหวนกันรัว่ ดว ย แบริง่ ทงั้ หมดไดรบั การหลอ
ลืน่ โดยระบบนํ้ามนั หลอเครื่องยนต สง เขา มาผา นลิน้ ลดกําลงั ดนั (Pressure Reduction Valve) เขาไปหลอ ล่ืนแบร่ิง
แลว ตกลงอา งนา้ํ มนั หลอ (Oil Pan)ไป

- กงั หนั แกส (Turbine Rotor) เปน แบบสะเตจเดยี ว(Single-Stage) ประกอบอยูดานปลายเพลาหมนุ
ภายในเรือนแกสเสยี

- พดั อากาศด(ี Compressor Wheel) เปน แบบแรงเหวย่ี ง (Centrifugal) ประกอบ อยกู บั ปลายเพลา
หมนุ ภายในเรือนพดั อากาศดีโดยทีป่ ลายเพลาดานพดั อากาศดี จะประกอบดวย นตั สง สญั ญาณ (Pulse Screw)
สําหรบั สง สัญญาณใหกบั เครอื่ งตรวจจบั ความเร็ว (Speed Sensor) ของเทอรโ บชารจ

การทํางาน
แกสเสยี จากหองเผาไหมจ ะสง เขาเทอรโบชารจผานทอ แกส เสยี (Exhaust Elbow) รอบ ๆ เรือนแกส เสยี เขาและ
วงปกพนนํา(Nozzle Ring)เขา เปาปก กงั หนั แกส ทําใหก งั หนั แกส หมนุ แลวสง ออกทางเรอื นแกสเสยี ออก ออกสภู าย
นอกไป
เมอ่ื กังหนั แกสหมนุ พดั อากาศดกี จ็ ะหมุนดูดอากาศดีจากภายนอกเขา มาภายในเรอื นพัดอากาศดี แลว สง เขา
เคร่ืองยนตไป และอากาศอัดดานหลังพดั อากาศดสี ว นหนึ่งจะสง ผา นชอ งทางเดินเขาไปชว ยกนั รั่วท่วี งแหวนกันรว่ั ดว ย
ซึง่ ถา กาํ ลังดันอากาศอดั นี้สูงเกนิ กําหนดลน้ิ ผอนกาํ ลังดันก็จะเปด ระบายกลับ ทางดดู อากาศดไี ป
การซอ มบาํ รุงรักษา ตามรายละเอยี ดบทที่ 10 ขอ 6

กองฝก การชา งกล กฝร.

44

รปู ๒.๓๗

a Air b Exhaust c Oil

รปู ๒.๓๘

1 Turbine housing 2 Turbine wheel 3 Heat disc 4 Heat shield
5 Bearing housing 6 Bearing carrier
9 Compressor wheel 10 Intake housing 7 Sealing ring 8 Sealing air non-return valve
13 Thrust bearing 14 Bearing bush
11 Compressor housing 12 Sealing ring carrier

กองฝกการชา งกล กฝร.

45

8.2 เทอรโบชารจ แบบสองสะเตจ (Two-Stage Turbocharger) (รปู 2.37, 2.38)

ประะกอบดว ย เทอรโ บชารจ กําลังดนั สูง (H.P.Turbocharger) 1 ชดุ และ เทอรโบชารจ กาํ ลงั ดันต่าํ

(L.P.Turbocharger) 1 ชดุ ประกอบอยคู นละเพลา แตทาํ งานรวมกันเรยี กวา เทอรโ บชารจ 1 กลมุ (Group) การทาํ งาน

รวมกันคอื แกสเสียจากหองเผาไหม จะเขาทํางานในเทอรโ บชารจ กาํ ลงั ดนั สูงและเทอรโบชารจกาํ ลังดนั ต่ําตามลาํ ดับ

แลวสง ออกภายนอกไป สว นอากาศดีจะถกู ดูดเขา มาผานเทอรโ บชารจ กาํ ลงั ดันตํ่าและผา นเขาเทอรโ บชารจ กําลังดัน

สงู ตามลําดับ แลว สงเขา เครอื่ งยนตไ ป

ความเร็วสงู สุด (Max.Speed) เทอรโ บชารจ กาํ ลงั ดันสงู ประมาณ 50,000 รอบ/นาที

เทอรโบชารจกาํ ลงั ดนั ต่ําประมาณ 35,000 รอบ/นาที

- ขอ แตกตา งระหวางเทอรโบชารจ กําลงั ดันสูงและเทอรโบชารจ กาํ ลงั ดันต่ํา คอื

- ขนาดพดั อากาศดี (Compressor Wheel) ของเทอรโ บชารจกําลังดันสูง เล็กกวา

- ความเร็วการหมนุ (Rotor Speed) เทอรโบชารจกําลงั ดันสูง สูงกวา

-เทอรโ บชารจกาํ ลงั ดนั ตํา่ ประกอบดว ยนตั แมเหล็ก(Magnetic Nut) ทป่ี ลายเพลาดานพัดอากาศดี เพอื่ สง

สัญญาณใหเครอ่ื งตรวจจบั ความเร็ว (Speed Sensor) ของเทอรโบชารจ ซงึ่ เทอรโบชารจ กาํ ลังดนั สูงไมมี แตล กั ษณะ

การทํางานตา งๆของเทอรโบชารจ ท้ังสองจะเหมอื นกัน จึงจะกลา วรวมกนั รายละเอียดใหดใู นคูมอื ประจาํ เคร่ือง

ลักษณะสว นประกอบ

ประกอบดวย 2 สวนใหญๆ คอื

เรือนเทอรโ บชารจ (Housing) และ

สว นหมนุ (Rotor Group)

- เรือนเทอรโบชารจแบงออกเปน 4 สวน นาํ มาประกอบเขาดว ยกัน คือ

เรือนกังหนั แกส (Turbine Housing)

เรอื นแบร่ิง (Bearing Housing)

เรือนพัดอากาศดี (Compressor Housing)และ

เรือนทางดูดอากาศดี (Intake Housing)

เรอื นแบรง่ิ จะประกอบกบั เรอื นตดิ ต้งั (Mounting Housing) อยูบ นเคร่ืองยนต โดยใหเรือนกงั หนั แกส อยู

ภายในเรอื นติดตง้ั ซ่งึ เรอื นตดิ ตง้ั นีม้ ีลักษณะเปนเรอื น 2 ชน้ั ใชนาํ้ จืดเดนิ ภายในเพอื่ ชวยระบายความรอ นใหก ับเรือน

กังหนั แกส และชวยปองกันความรอ นภายในแผก ระจายออกมาภายนอก

- สวนหมนุ (Rotor Group) ประกอบดว ย

เพลาหมนุ (Rotor Shaft)

กังหนั แกส (Turbine-Wheel) และ

พัดอากาศดี (Compressor Wheel)

เพลาหมนุ (Rotor Shaft) ประกอบอยูใ นเรอื นแบริง่ ปลายดานหนึ่งประกอบดว ยพัดอากาศดี และปลาย

อีกดานหนึ่ง ประกอบดวยกังหนั แกส รองรบั เพลาดวยแบริ่งแบบปลอก (Sleeve Bearing) 2 ชุด และมีแบริง่ กันรุน

(Thrust Bearing) 1 ชดุ เพื่อรับอาการรนุ ของเพลา แบรงิ่ ทั้งหมดไดรับการหลอ ล่ืนโดยระบบนา้ํ มนั หลอ เคร่ืองยนต สง

เขา มาที่ชอ งทางของเรือนแบริ่ง เขา ไปหลอล่นื แลว ลงอางนํา้ มันหลอ ไป และท่รี ะหวางเรือนแกสเสียและเรือนแบร่ิง จะมี

แผนรบั ความรอ น (Heat Disc)และแผน ปอ งกนั ความรอน(Heat Shield) ปอ งกันไมใหแบริง่ ดา นกังหนั แกสรอนเกินควร

(Overheating) โดยมวี งกนั รั่ว 2 วง(Sealing Ring) ชวยปอ งกนั ไมใ หน ้ํามนั หลอ แบรงิ่ เขา ไปในสว นอากาศดแี ละสวน

กองฝกการชา งกล กฝร.

46
แกสเสีย และปอ งกนั ไมใหอากาศดหี รือแกส เสยี เขาไปในแบรงิ่ และจากดา นหลังพดั อากาศดีจะสง กําลงั ดันอากาศดี
ผานลิ้นกนั กลับ(Non-Return Valve)(ต้งั คา เปด ท่ี 0.1 บาร) เขามาชว ยกนั รวั่ (Sealing Air) ของวงกันร่วั ดานกังหนั แกส

ท่ปี ลายเพลาหมนุ ดานพดั อากาศดี ของเทอรโ บชารจกําลังดันต่ํา จะประกอบดวยนัตแมเหลก็ (Magnetic
Nut) สาํ หรับสง สัญญาณใหเ ครื่องตรวจจับความเร็ว (Speed Sensor) ของเทอรโ บชารจ

กังหันแกส (Turbine Wheel) แบบสะเตจเดียวประกอบอยูกบั ปลายเพลาหมุนดา นหนงึ่ อยูภ ายในเรือน
กังหนั แกส

พดั อากาศดี (Compressor Wheel) แบบแรงเหวี่ยงประกอบอยกู บั ปลายเพลาหมนุ ดา นหน่งึ อยูภายใน
เรือนพัดอากาศดี

การทาํ งาน
แกส เสียจากหอ งเผาไหม จะเขาทาํ งานในปก กังหันแกสเทอรโบชารจกาํ ลังดันสงู และปกกงั หนั แกสเทอรโ บชารจ
กาํ ลังดนั ต่าํ ตามลาํ ดับ ทําใหกงั หนั แกส หมุน แลว สงออกภายนอกไป เมือ่ กงั หนั แกส หมนุ พดั อากาศดีจะหมนุ ดว ย
โดยพัดอากาศดีเทอรโ บชารจ กาํ ลงั ดันต่าํ จะดดู อากาศดีจากภายนอกเขา มาอัดสง ตอไปยังพัดอากาศดีเทอรโ บชารจ
กาํ ลังดันสงู ซง่ึ จะอัดสง อากาศดเี ขา เคร่อื งยนตต อไปตามลําดับ
การซอมบํารุงรกั ษา ไมมี

กองฝกการชางกล กฝร.

49

บทท่ี 3
ระบบลาํ ดบั การทาํ งานของเทอรโ บชารจ

(Sequential Turbocharging System)
ในเคร่อื งยนต TB-03 ซึ่งใชเ ทอรโบชารจ แบบ 2 สะเตจ จํานวน 3 - 5 กลุม (Group) นั้น เทอรโ บชารจ แตละ
กลมุ จะเรมิ่ ทาํ งาน (Cut-In)หรอื หยุดทาํ งาน(Cut-Out)ไมพรอมกนั แตจ ะเริ่มทํางาน 1กลุมเมอ่ื เรม่ิ เดินเคร่อื งยนต และ
เมือ่ เพ่ิมความเรว็ ข้ึน(ตอ งการกําลังงานออกมากข้ึน)เทอรโบชารจกลุมถัดไปกจ็ ะทํางานเพม่ิ ข้ึนมาอกี 1 กลุมตาม
ลําดับตอไป สัมพนั ธกบั ความเรว็ หรือกําลังงานออกของเคร่ืองยนต จนกระทงั่ ถงึ จุดท่กี ําหนดเทอรโ บชารจกจ็ ะทาํ งาน
หมดทกุ กลุม ในทางตรงขามเมอ่ื ลดความเรว็ เคร่ืองยนตล งถงึ จดุ ที่กําหนด เทอรโบชารจ กจ็ ะหยุดทาํ งานทีละกลุมตาม
ลําดับ ตรงขา มกับลําดบั เมือ่ เริ่มทาํ งาน จนกระทัง่ จะเหลือเทอรโบชารจทาํ งานเพยี งกลมุ เดยี วเม่อื เดินเบาตวั เปลา
ระบบที่ทาํ หนาท่คี วบคมุ ลาํ ดับการทงาํ านของเทอรโ บชารจ ดังที่กลา วมาแลวน้ัน เรียกวา ระบบลําดับการทาํ งาน
ของเทอรโ บชารจ ซง่ึ จะควบคุมการทํางานของเทอรโ บชารจ ดว ยกลไก (Mechanical) และ/หรอื ระบบควบคมุ เครอ่ื ง
(Engine Control System)
ลําดบั การทาํ งาน (Switching Sequence) ของเทอรโบชารจ เปน ดังนี้

- แบบ 5 กลมุ คือ B2-A2-A1-B1-B3
- แบบ 4 กลมุ คือ B2-A2-A1-B1
- แบบ 3 กลุม คือ B2-A1-B1
ในที่น้ีจะกลาวเปนตวั อยา งถึงการทํางานแบบ 4 กลมุ ซึ่งโดยหลกั การทํางานจะเหมอื นกนั ทุกแบบ เพียงแตก าร
กําหนดคาตา ง ๆ อาจจะแตกตางกนั บา ง ใหด ใู นคมู ือประจําเคร่ือง

1. ลาํ ดับการทํางานของเทอรโ บชารจ (รูป 3.0)
1.1 กลุม B2
เปนกลุมพ้ืนฐาน(Basic Group) จะถกู ลอ็ คไวด ว ยกลไกใหท าํ งานตลอดเวลาทเ่ี ครือ่ งยนตต ิด
1.2 กลุม A2
เร่มิ ทาํ งาน (Cut-In) เมอื่ ความเรว็ เครอ่ื งสงู กวา 500 รอบ/นาที โดยระบบควบคุมเครอ่ื ง
หยดุ ทํางาน (Cut-Out)เม่อื ความเรว็ เคร่อื งตา่ํ กวา 430 รอบ/นาที โดยระบบควบคมุ เคร่ือง
1.3 กลมุ A1
เรมิ่ ทาํ งาน (Cut-In) เม่ือความเร็วเคร่อื งสงู กวา 700 รอบ/นาที โดยระบบควบคุมเคร่อื งและกาํ ลังดนั

อากาศดีเขา เครือ่ งสูงกวา 1.2 บาร โดยกลไก
หยดุ ทาํ งาน (Cut-Out) เมอ่ื ความเร็วเครอ่ื งตาํ่ กวา 670 รอบ/นาที โดยระบบควบคมุ เครอื่ งหรือกําลังดัน

อากาศดเี ขา เคร่ืองตาํ่ กวา 0.65 บาร โดยกลไก
1.4 กลุม B1
เร่ิมทํางาน (Cut-In) เม่อื กาํ ลังดันอากาศดีเขาเครอ่ื งสูงกวา 2.4 บาร โดยกลไก
หยดุ ทํางาน (Cut-Out) เม่อื กําลงั ดนั อากาศดเี ขาเคร่อื งตา่ํ กวา 1.7 บาร โดยกลไก

กองฝกการชา งกล กฝร.

50
รปู 3.0

1 Sequencing control 2 L.P. turbocharger 3 Expansion chamber
4 L.P. inter cooler 5 H.P. turbocharger 6 Control linkage
7 Constant—pressure manifold 8 H.P. inter cooler 9 Charge air preheater
10 Actuating cylinder with stop screw 11 Actuating cylinder
A Exhaust gas B Air C Compressed air
A1 Turbocharger group A1 A2 Turbocharger group A2
B1 Turbocharger group B1 B2 Turbocharger group B2

2. สวนประกอบทีส่ ําคญั ของระบบ (รูป 3.1 และ 3.2)
- ลิน้ ควบคมุ อากาศและลิน้ ควบคุมแกสเสีย(Air Flow and Exhaust Control Flap)(รายละเอยี ดขอ 4.1)
- สูบสง กาํ ลงั (Actuating Cylinder) (รายละเอียดขอ 4.2)
- เครอื่ งเปลีย่ นกาํ ลงั ดนั ลม (Compressed Air Converter or Valve Block) (รายละเอียดขอ 4.3)
- ลน้ิ ลมไฟฟา 3/2 ทาง(3/2 Way Solenoid Valve) (รายละเอียดขอ 4.4)
- ชุดควบคุม (Control Unit) (รายละเอยี ดขอ 4.5)
- ลิน้ ลม 3/2 ทาง (3/2 Way Valve) (รายละเอียดขอ 4.6)

กองฝก การชางกล กฝร.

51
รูป 3.1

1 3/2-way solenoid valve 2 3/2-way solenoid valve 3 Control line to turbocharger group B1
4 Control line to turbocharger group A1 5 Control line to turbocharger group A2
6 Test lever 7 Charge air 8 Mounting bracket
9 Valve carrier 10 Cover 11 Charge air to preheater control valve
12 Compressed air 13 Compressed air converter (valve block)
14 Control unit, turbocharge group A1 15 Mounting bracket 16 Cover
17 Control unit, turbocharge group B1 18. al engine,engine speed 19 Signal, charge air pressure
20 electronic control 21 Operating cylinder A To expansion chamber

รปู 3.2

กองฝก การชางกล กฝร.

52

3. การทํางานของระบบ
3.1 เทอรโ บชารจ ทํางาน (Cut-In) (รปู 3.2)
เม่ือเริ่มเดินเครื่อง กลุม B2 จะเร่มิ ทํางานทนั ที จนกระท่งั กาํ ลังดนั น้ํามันหลอสว นขับหมุนเคร่อื ง(Running

Gear Oil System) สงู ถึงเกณฑกาํ หนด กาํ ลงั ดันน้าํ มนั หลอจะสงอาการใหล น้ิ ลม 3/2 ทาง เปดกําลงั ดนั ลมควบคมุ (6
บาร) ใหเขาระบบ (5) ซึ่งกาํ ลังดันลมควบคุมนจี้ ะไปอยทู ่ีชดุ ลิ้นเล่ือนท้ังสามชุดของเครอ่ื งเปลีย่ นกาํ ลงั ดันลม(6) และท่ี
ลิน้ ลมไฟฟา 3/2 ทาง(8)

เมื่อความเรว็ เคร่ืองสงู กวา 500 รอบ/นาที ระบบควบคุมเครอ่ื ง (ECS) จะสงสญั ญาณใหล้ินลมไฟฟา 3/2
ทาง (8) เปดใหก ําลังดนั ลมควบคุม (6 บาร) จากทางเขา (5) ผานไปเขาทาํ งานในชดุ ลนิ้ เล่อื นชุดท่ี 1 ของเคร่อื งเปลี่ยน
กาํ ลงั ดันลม(6) ทําใหชุดลิ้นเลือ่ นนี้ เปดใหก าํ ลงั ดนั ลมควบคมุ อกี สว นหน่งึ ซ่ึงมอี ยแู ลวจากทางเขา (5) เขา ทํางานใน
สบู สงกําลงั (9) ของเทอรโบชารจ กลุม A2 ทาํ ใหสูบสง กาํ ลังนี้สงอาการใหล ิน้ ควบคมุ อากาศดี และลิ้นควบคมุ แกส เสยี
เปดทางอากาศดแี ละเปด ทางแกส เสยี เขา เทอรโ บชารจ ทําใหเทอรโบชารจกลุม A2 เริ่มทํางาน (Cut-In)

ขณะนี้เทอรโ บชารจ ทํางาน 2 กลุม คือ B2-A2

เมือ่ ความเร็วสงู กวา 700 รอบ/นาที ระบบควบคมุ เคร่ือง (ECS.) จะสงสัญญาณใหล ้ินลมไฟฟา 3/2 ทาง
(7)เปดและเมื่อกาํ ลังดันอากาศดเี ขา เครื่อง(1)สูงกวา 1.2 บาร จะทาํ ใหชุดควบคุม (3) เปด ดวยกําลังดนั อากาศดีเขา
เคร่อื ง(1) ทําใหกําลงั ดนั อากาศดีเขาเครือ่ ง(1)ผา นชดุ ควบคมุ (3)และลิ้นลมไฟฟา 3/2 ทาง(7) เขาทาํ งานในชุดลิน้
เลอ่ื น ชุดที่ 2 ของเครื่องเปล่ยี นกาํ ลังดันลม (6)ชดุ ลนิ้ เลือ่ นนีจ้ ะเปดใหกําลังดันลมควบคมุ ซึ่งมีอยแู ลว จากทางเขา(5)
เขา ทํางานในสบู สง กาํ ลัง(9) ของเทอรโบชารจ กลุม A1 สูบสงกาํ ลังนี้ก็จะสง อาการใหล ิ้นควบคมุ อากาศดีและลนิ้ ควบ
คุมแกสเสีย เปด ทางอากาศดีและเปด ทางแกสเสยี เขา เทอรโ บชารจ ทําใหเทอรโ บชารจ กลุม A1 เรม่ิ ทาํ งาน (Cut-In)

ขณะน้ีเทอรโ บชารจทาํ งาน 3 กลมุ คือ B2-A2-A1

เมื่อความเร็วเคร่ืองเพม่ิ ข้ึนสงู อีก กําลังดนั อากาศดเี ขาเครอื่ ง(1) ก็จะเพิม่ สงู ขน้ึ ไปดวย จนกระ ท่งั สงู กวา
2.4 บาร จะทาํ ใหชุดควบคุม (2) เปดดวยกําลังดนั อากาศดี ใหกาํ ลังดันอากาศดีเขาเคร่อื ง (1) เขาทํางานในชุดลิ้น
เลื่อนชดุ ที่ 3 ของเครือ่ งเปลย่ี นกาํ ลังดันลม (6) ทําใหช ดุ ลิน้ เลื่อนน้ีเปดใหก าํ ลงั ดนั ลมควบคุมซึ่งมียแู ลว จากทางเขา(5)
เขา ทํางานในสบู สงกาํ ลัง(9) ของเทอรโบชารจ กลมุ B1 สูบสงกาํ ลังนี้ก็จะสงอาการใหลิน้ ควบคุมอากาศดแี ละล้นิ ควบ
คมุ แกส เสีย เปด ทางอากาศดแี ละเปดทางแกสเสยี เขา เทอรโ บชารจ ทาํ ใหเทอรโบชารจกลุม B1 เริม่ ทาํ งาน (Cut-In)

ขณะนีเ้ ทอรโ บชารจ ทํางานท้ัง 4 กลุม คือ B2-A2-A1-B1

กองฝกการชางกล กฝร.

53

รปู 3.3

3.2 เทอรโบชารจหยุดทํางาน (Cut-Out) (รูป 3.3)
เมอ่ื ความเร็วเคร่อื งลดลง กําลังดันอากาศดเี ขา เครอื่ งก็จะลดลงดว ย
เมื่อกาํ ลังดนั อากาศดเี ขาเครอ่ื ง (1) ตํ่ากวา 1.7 บาร ชุดควบคมุ (2) จะปดและระบายกาํ ลงั ดันอากาศดี

เขา เครือ่ งท่เี ขาทาํ งาน ในชุดลิ้นเลอื่ นในชุดที่ 3 ของเคร่อื งเปลย่ี นกําลงั ดันลม (6) ชดุ ลิน้ เลอื่ นน้ีก็จะปดและระบาย
กําลงั ดนั ลมควบคมุ ทเ่ี ขาทาํ งานในสบู สงกําลงั (9) ของเทอรโ บชารจกลุม B1 ออกภายนอก ทําใหสูบสง กําลังนี้สง
อาการใหล ้นิ ควบคุมอากาศดีและลิน้ ควบคมุ แกสเสยี ปด ทางอากาศดีและปด ทางแกสเสียเขา เทอรโ บชารจ ทําให
เทอรโบชารจกลุม B1 หยุดทาํ งาน (Cut-Out)

ขณะนี้เทอรโ บชารจทาํ งาน 3 กลมุ คือ B2-A2-A1

เมือ่ ความเร็วเครอ่ื งลดลงต่ํากวา 670 รอบ/นาที ระบบควบคุมเครื่อง(ECS) จะสงสัญญาณใหล น้ิ ลมไฟฟา
3/2 ทาง(7) ปดและระบายกําลงั ดนั อากาศดีเขาเครอ่ื ง ท่ีเขา ทํางานในชุดลน้ิ เล่อื นชดุ ที่ 2 ของเคร่ืองเปล่ยี นกาํ ลังดัน
ลม (6) หรือเมอ่ื กาํ ลังดันอากาศดเี ขา เครื่อง (1) ลดลงตํ่ากวา 0.65 บาร
ชุดควบคมุ (3) ก็จะปด และระบายกาํ ลังดนั อากาศดีเขาเคร่อื งที่เขาทาํ งานทเ่ี คร่ืองเปลี่ยนกําลังดนั ลม(6) เชนเดยี วกนั
ทาํ ใหชุดล้ินเล่ือนชุดท่ี 2 ของเครอ่ื งเปล่ยี นกําลงั ดนั (6) ปด และระบายกาํ ลงั ดันลมควบคุมทเ่ี ขาทาํ งานในสูบสงกําลัง
(9) ของเทอรโ บชารจกลุม A1 ออกภายนอก สบู สงกําลงั นก้ี จ็ ะสง อาการใหล้ินควบคุมอากาศดแี ละลน้ิ ควบคมุ แกส เสีย
ปดทางอากาศดแี ละปดทางแกส เสยี เขาเทอรโบชารจ ทาํ ใหเ ทอรโบชารจ กลุม A1 หยุดทํางาน(Cut-Out)

ขณะนเ้ี ทอรโ บชารจทาํ งาน 2 กลุม คือ B2-A2

เมอ่ื ความเรว็ เครอ่ื งลดลงตํ่ากวา 430 รอบ/นาที ระบบควบคมุ เคร่ือง (ECS) จะสง สัญญาณใหล ิ้นลมไฟ
ฟา 3/2 ทาง(8) ปด และระบายกําลงั ดันลมควบคมุ ทเ่ี ขา ทํางานในชดุ ลิ้นเล่อื นชดุ ที่ 1 ของเครอื่ งเปลยี่ นกาํ ลงั ดนั ลม (6)
ทําใหช ดุ ล้นิ เลอ่ื นนี้ปด และระบายกาํ ลังดันลมควบคุมทเี่ ขาทํางานในสูบสง กําลัง(9) ของเทอรโ บชารจกลมุ A2 ออก
ภายนอก ทําใหสูบสงกาํ ลงั นีส้ ง อาการใหล ิ้นควบคมุ อากาศดแี ละล้ินควบคมุ แกส เสีย ปด ทางอากาศดีและปด ทางแกส
เสียเขาเทอรโ บชารจ ทําใหเ ทอรโบชารจ กลมุ A2 หยุดทาํ งาน (Cut-Out)

กองฝก การชางกล กฝร.

54

ขณะน้ีจะมเี ทอรโบชารจ ทํางานเพียงกลมุ เดียว คอื กลมุ B2 ซึ่งจะทํางานตลอดเวลาจนกวาจะเลกิ เคร่ือง
4. รายละเอยี ดของระบบ

4.1 ลนิ้ ควบคุมอากาศดแี ละลน้ิ ควบคมุ แกสเสีย(Air Flow and Exhaust Control Flap)(รปู 3.4)
ทาํ หนา ทปี่ ด-เปดทางอากาศดแี ละทางแกสเสียเขาเทอรโบชารจ
ลิ้นควบคมุ แกส เสยี ประกอบอยทู ี่ทางแกส เสยี เขา เทอรโ บชารจ กําลงั ดนั สูง
ล้นิ ควบคมุ อากาศดีประกอบอยูท ท่ี างอากาศดีเขาเทอรโบชารจ กําลงั ดนั ต่าํ

ลักษณะการทํางาน
เปนล้นิ แผน (Flap) 2 ล้นิ ไดรบั อาการปด -เปด จากสูบสงกําลงั (Actuating Cylinder) เดยี วกัน
ลักษณะที่แตกตางกนั คอื ลน้ิ ควบคมุ แกส เสียมีจุดหมนุ อยตู รงสว นกลางลน้ิ แตลน้ิ ควบคุมอากาศดีอยทู ส่ี วนขาง
ล้ิน และการปด-เปดของลิ้นทง้ั สองนนั้ ลนิ้ ควบคมุ แกส เสียจะเปด เพียงเลก็ นอ ยใหเทอรโ บชารจ หมุนทํางานอัดอากาศ
กอ น ลิน้ ควบคุมอากาศดจี ึงจะเปด เพอ่ื ใหล้นิ เปดงา ยและปองกันกาํ ลังดนั อากาศดีเขาเครื่องตกลงมา (Drop)ขณะท่ี
ล้นิ กาํ ลังเปด
การซอมบํารุงรักษา ตามรายละเอียดบทท่ี 10 ขอ 8.1

รปู 3.4

1 Turbocharger 2 Air flow control flap 3 Link 4 Actuating cylinder 5
Lever 8 pull rod 9 Exhaust flow control flap
6 Shaft 7 Jointed head

กองฝกการชา งกล กฝร.

55

4.2 สูบสงกาํ ลัง (Actuating Cylinder) (รปู 3.5)
ทาํ หนาทส่ี ง อาการปด -เปดลิ้นควบคมุ อากาศดแี ละลน้ิ ควบคุมแกสเสยี
ทาํ งานดว ยกาํ ลังดันลม (ประมาณ 6 บาร)

ลกั ษณะ
ตัวเรอื น(Housing) เปน กระบอกกลมยาว ภายในประกอบดว ยลูกสูบ(Piston) ซง่ึ ยดึ แนน(Shrink Fitted) ซ่ึง
ประกอบอยูกับปลอกนํา(Guide Sleeve) ทเ่ี ลอ่ื นไดภ ายในปลอกรับ(Bush) ของเรอื น โดยมสี ปรงิ กดอยูดา นหลงั ลกู สบู
ดา น หวั -ทาย เรือนประกอบดวยฝาปด แบริ่ง (Bearing Cover) ทงั้ สองดา น
โดยดา นหนง่ึ จะมีชอ งทางกาํ ลังดันลมเขา ทาํ งานดนั ลูกสูบ และอกี ดานหนึง่ จะมชี อ งสําหรบั สลกั ล็อค (Stop Screw)
เพอื่ ลอ็ คใหล ูกสบู เล่อื นอยูในตําแหนง เปด ลน้ิ ทง้ั สองตลอดเวลา
ปลอกนาํ (Guide Sleeve) จะประกอบดว ยสวนยืดหยนุ (Telescopic Element) 2 ชดุ ชุดหนึ่งจะสง อาการปด-
เปดผา นกานดงึ (Pull Rod) และขอ ตอ ลูกกลงิ้ กลม (Ball Joint) ไปยงั ลิน้ ควบคุมอากาศดี อีกชุดหนึ่งจะสงอาการปด -
เปดผา นกานดงึ (Pull Rod) และขอ ตอ (Connector) ไปยงั ล้ินควบคมุ แกส เสยี
กะเปาะลูกฟูกยาง(Rubber Bellows) ประกอบอยูดานหัว-ทายของเรือนดว ยปลอกรดั (Clamp) เพอ่ื ปอ งกันฝุน
ละอองเขา ไปทปี่ ลอกนาํ และกา นดงึ

รปู 3.5

1 Connector 2 Clamp 3 Bush 4 Bellow 5 Telescopic element
6 Bush 7 Sealing ring carrier 8 Compressed air 9 Shim 10 Snap ring
11 Guide sleave 12 Housing 13 Pull rod 14 Bearing cover 15 Linkage joint
16 Vent bore 17 Spring 18 Piston 19 Grooved ring 20 Rubber washer

การทํางาน

เมอ่ื ไมมกี ําลังดนั ลมเขาทาํ งานทางชองทางเขา (8) ลูกสูบ (Piston) จะถกู กําลงั สปริงภายในดันใหอยูในตําแหนง

สดุ (Home Position) ปลอกนาํ (Guide Sleeve) จะสง อาการผานสว นยดื หยนุ และกา นดึง (Pull Rod) ทงั้ สองดาน ไป

ใหล นิ้ ควบคุมอากาศดีและลน้ิ ควบคุมแกสเสีย อยูในตําแหนง ปด

เม่อื มกี ําลังดนั ลมเขา ทาํ งานทางชอ งทางเขา (8) จะดันใหล ูกสบู เรม่ิ เลือ่ นตัวไปพรอมกับปลอกนําแตก า นดึงท้งั

สองยังไมเ ล่อื นตามเน่อื งจากสปรงิ ของสวนยืดหยุนยุบตัวและมีกาํ ลงั ดนั อากาศดีเขาเคร่อื ง (ขณะนเ้ี ครอ่ื งเดินอย)ู ดัน

อยดู า นหลงั ลนิ้ ควบคมุ อากาศดี

จนกระท่งั ลกู สูบ และปลอกนําเลือ่ นไปไดระยะหน่ึง สปรงิ สว นยดื หยนุ ดานล้ินควบคุมแกส เสยี จะยืดตัวสง

อาการใหกา นดึงเร่มิ เปดลน้ิ ควบคมุ แกสเสยี เล็กนอ ย ทาํ ใหเ ทอรโบชารจเรม่ิ หมนุ ทํางานดดู อากาศดจี ากดา นหลังล้ิน

ควบคมุ อากาศดี ทําใหกาํ ลงั ดันอากาศดดี า นหลังลิ้นนี้ลดลง สปริงสว นยดื หยนุ ดา นล้นิ ควบคมุ อากาศดีจะยืดตัวสง

อาการใหล ิน้ ควบคมุ อากาศดเี ร่มิ เปด เลก็ นอนเชนกัน

กองฝกการชางกล กฝร.

56
เมื่อลูกสูบและปลอกนําเลอ่ื นตอ ไป กจ็ ะสงอาการใหล น้ิ ท้งั สองเปด เพม่ิ มากข้นึ จนสดุ ระยะ
การซอ มบาํ รุงรกั ษา ตามรายละเอยี ดบทท่ี 10 ขอ 7.1

รปู 3.6

1 Adapter 2 Threaded bush 3 Housing 4 PTFE-ring 5 Sealing ring
10 Shaft
6 Sealing ring 7 Screw 8 Spring pin 9 Test lever
15 Plug
11 Coupling aperture 12 Compressed air channel 13 Slide valve 14 Spring

รปู 3.7

1 Control air 2 Slide valve 3 compressed air 4 Spring 5 Operating line
กองฝก การชางกล กฝร.

57

6 Switching cam A Turbocharger group cut-out B Turbocharger group cut-in
C Lever position, “normal D Lever position, Turbocharger group cut-in
E Vent
4.3 เครื่องเปลีย่ นกาํ ลังดันลม (Compressed Air Converter or Valve Block)(รูป 3.6, 3.7)

ทาํ หนา ท่ีปด -เปดกาํ ลงั ดันลมเขาทาํ งานในสูบสง กําลงั (Actuating Cylinder)

ลกั ษณะสวนประกอบ

เปน ชุดลิน้ เลือ่ น(Slide Valve) และสปรงิ ประกอบอยภู ายในเรอื นลนิ้ (Housing) จํานวนชุดล้นิ เล่ือนจะเทากับ

จํานวนกลมุ ของเทอรโบารจทีต่ อ งการควบคมุ

เรือนล้ิน (Housing) ภายในเปน ชองประกอบชดุ ล้ินเลือ่ นและชอ งทางเดินลมตาง ๆ คือ

- D1 เปน ทอ กําลังดันลมควบคมุ เขา ล้นิ (จากระบบลมควบคมุ ท่จี ะสงเขาทาํ งานในสบู สงกาํ ลัง)

- D2 เปนทอ กาํ ลงั ดนั ลมควบคุมเขา ลิ้น(จากลิ้นลมไฟฟา 3/2 ทาง)

- L1/L2 เปนทอ กําลังดนั อากาศดีเขา ลิน้ (จากทอ รวมอากาศดีเขาเคร่อื ง)

- A1/A2/B1 เปนทอ กําลงั ดนั ลมควบคมุ ไปเขาทาํ งานในสูบสง กาํ ลงั (จาก D1)

- D2/L1/L2 เปนกําลังดันที่มาควบคุมการปด - เปดของล้ิน

ลน้ิ เลอื่ นปกติจะปด ดวยกําลงั สปริงไมใ หกําลังดันลมควบคุมจาก(D1)ผานไปเขาทาํ งานในสบู สงกาํ ลงั และจะ

เปดดว ยกําลังดนั ลมควบคุม (D2) หรือกาํ ลังดันอากาศดีเขา เครอ่ื ง(L1/L2) ใหกาํ ลงั ดันลมควบคุมจาก(D1)ผา นออกไป

ทางชองทาง A1 หรอื A2 หรือ B1ไปเขา ทํางานในสูบสงกําลงั

คันทดสอบ (Test Lever) ประกอบอยดู านขางเรอื นลน้ิ ตอ อาการกบั เพลา (Shaft) ภายในเรอื น ซ่งึ สงอาการ ปด-

เปด ถงึ ชดุ ล้นิ เลอ่ื นทุกชดุ ทาํ ใหส ามารถเปด ชดุ ลนิ้ เล่อื นทุกชุดพรอมกนั ได โดยการโยกคันทดสอบลงมาตาํ แหนง

"Test" ซึ่งจะเปน การเปด ลมควบคุม ไปเขา ทาํ งานในสบู สง กําลังของเทอรโบชารจทกุ กลุม ปกติคันทดสอบน้ีจะถกู ลอ็ ค

ไวในตําแหนง "Normal" ดว นสลักลอ็ ค (Screw) ซง่ึ เปน ตาํ แหนง ใชง านปกติ

การทํางาน
เม่อื ไมมกี ําลงั ดนั ลม หรือกําลังดันอากาศดีเขา เครือ่ ง เขาทาํ งานทางชอ งทาง (1) ล้นิ เล่ือน (2) จะถกู สปรงิ (4)
ดันขน้ึ ไปอยตู ําแหนง บนสดุ คอื ตาํ แหนงปด กาํ ลงั ดนั ลมควบคุม (3) ไมใหผานไปเขาทํางานในสูบสงกาํ ลังทางชองทาง
(5) และระบายกําลังดนั จากชอ งทาง (5) ออกทางระบาย (E)
เมื่อมกี าํ ลงั ดันลมหรอื กําลงั ดนั อากาศดีเขา ทํางานทางชอ งทาง (1) จะดนั ใหล นิ้ เลอื่ น (2) เล่อื นลงไปอยูใน
ตาํ แหนงเปดใหกาํ ลังดันลมควบคมุ (3)ผา นไปเขา ทํางานในสบู สงกาํ ลังทางชองทาง(5) และปด ชอ งทางระหวา งชอ ง
ทาง (5) กับทางระบาย (E)
การซอ มบาํ รุงรกั ษา ไมมี

กองฝกการชา งกล กฝร.

58
รปู 3.8

1 Solenoid sleeve 2 Solenoid armature 3 Solenoid 4 Plate
5 Housing 6 Valve seat, lower 7 Valve seat, upper 8 Valve

4.4 ล้ินลมไฟฟา 3/2 ทาง (3/2 Way Solenoid Valve) (รปู 3.8)
ทําหนาที่ ปด-เปด กําลังดนั ลมหรือกาํ ลังดันอากาศดีเขา เครอื่ ง ไปควบคมุ การปด-เปดชดุ ลน้ิ เลือ่ นของ

เครือ่ งเปลย่ี นกําลงั ดนั ลม
ทาํ งานดว ยกระแสไฟฟา 24 V.DC.

ลกั ษณะการทาํ งาน
สวนบนเปนชดุ แมเ หล็กไฟฟา (Solenoid)และสปรงิ ทาํ งานดว ยกระแสไฟฟา
สวนลางเปน ชดุ ลิน้ ลม 3/2 ทาง (3/2 Way Valve) ไดรบั อาการ ปด-เปด จากชุดแมเหล็กไฟฟา ประกอบดวยชอ ง
ทางเดนิ กาํ ลงั ดันลม 3 ชอ งทางคือชองทาง 1, 2 และ 3
เมอื่ ไมมีกระแสไฟฟาเขา ทํางานในชุดแมเหลก็ ไฟฟา (De-Energized) สปริงจะสง กาํ ลังกดแทงแมเหล็ก
(Solenoid Armature)ใหเ ลอื่ นลง สง อาการถึงชดุ ลน้ิ ใหเ ปดชอ งทางระหวาง (1) กับ (2) และปด ชองทางระหวา ง (2)
กับ (3) เปน การเปดกาํ ลังดนั เขาทาํ งานในเครอ่ื งเปลีย่ นกําลงั ดันลม
เมื่อมกี ระแสไฟฟาเขา ทํางานในชดุ แมเ หล็ก (Energized) แทง แมเ หล็กจะเลือ่ นตวั ขึน้ และสง อาการใหช ุดลน้ิ
เปด ชอ งทางระหวา ง (2) กับ (3) และปดชอ งทางระหวา ง (1) กบั (2) เปน การปดและระบายกําลังดนั ที่เขาทํางานใน
เครื่องเปล่ียนกาํ ลงั ดันลมออกภายนอก
การซอมบาํ รงุ รักษา ไมม ี
4.5 ชุดควบคุม (Control Unit) (รูป 3.9 และ 3.10)

ทาํ หนาที่ ปด-เปด กาํ ลงั ดันอากาศดีเขาเคร่ือง ไปควบคมุ การปด-เปด ชดุ ลิน้ เลอ่ื นของเคร่ืองเปลย่ี นกาํ ลงั
ดันลม (Compressed Air Converter)

ทาํ งานดวยกําลังดนั อากาศดีเขา เคร่อื ง (Charge Air Pressure)

กองฝก การชางกล กฝร.

59

ลกั ษณะ
มีลกั ษณะเปน เรอื น (Housing) ซึง่ ภายในเปน ชอ งทางเดนิ กาํ ลังดันอากาศดซี ึง่ ประกอบดวย ชุดล้ินควบคุม
(Control Valve) พรอมสปริงกด 2 ชดุ และลกู สูบปรับกําลงั ดัน (Pressure Balance) 1 ชุด พรอมสปริงกดสว นลา ง
ของเรอื นจะเปน หองลม (Buffer Chamber)
ชดุ ควบคุมของเทอรโบชารจกลุม B1 ชอ งทางเดนิ กาํ ลงั ดนั อากาศดดี า นขางเรือน (Housing) จะเชื่อมตอถึงกัน
ดว ยฝาปด(Cover Plate) แตของกลมุ A1 จะทํางานรว มกบั ลิ้นลมไฟฟา 3/2 ทาง (3/2 Way Solenoid Valve) ซงึ่ การ
ทํางานของชุดควบคุมทั้งสองแบบจะเหมอื นกนั ทุกประการ จะตางกนั เฉพาะเกณฑกําลังดันทาํ งานเทา นน้ั (กําหนด
โดยความแข็งสปริงภายใน)

รูป 3.9

1 Stop screw 2 Control valve 1 3 Control valve 2
4 spring 5 Sealing ring 6 Shim
7 Guide 8 Domed nut 9 Lock nut
10 Housing 11 plug 12 Pressure balance
13 To expansion chamber
16 Flow restrictor 14 Lead seal 15 Cover plate
19 Buffer chamber 17 Charge air 18 To buffer chamber
22 Control air 20 Vent plug 21 Mounting bracket
E vent
F.I Spring, valve pair I F.II Spring, valve pair II
กองฝกการชา งกล กฝร.

60

รูป 3.10

1 Stop screw 2 Control valve 1 3 Control valve 2 4 spring
5 Sealing ring 6 Shim 7 Guide 8 Domed nut
9 Lock nut 10 Housing 11 plug 12 Pressure balance
13 To expansion chamber
restrictor 14 Lead seal 15 Cover plate 16 Flow
17 Charge air
21 Mounting bracket 18 To buffer chamber 19 Buffer chamber 20 Vent plug
F.I Spring, valve pair
22 Control air E vent

F.II Spring, valve pair II

กองฝก การชา งกล กฝร.

61

รูป 3.11

หลักการทาํ งาน (รปู 3.11)
ชดุ ลิน้ ควบคุม I.1/I.2 เปน ลน้ิ Cut-In ไดร บั กาํ ลังดันจากสปรงิ F.I
ชดุ ลนิ้ ควบคุม II.1/II.2 เปนล้นิ Cut-Out ไดร บั กาํ ลังดนั จากสปรงิ F.II
สปรงิ F.I ซึง่ เปน สปรงิ Cut-In จะมกี ําลังดนั มากกวา สปรงิ F.II ซึง่ เปน สปริงCut-Out และลน้ิ ควบคมุ I.1/II.1 จะมี
ขนาดเลก็ กวา ลน้ิ ควบคมุ I.2/II.2
ลกู สูบปรับกาํ ลงั ดันทําหนา ท่ี ปด -เปด กําลังดนั อากาศดีทีเ่ ขา ทาํ งานในลน้ิ ควบคุม I.1/I.2 ของชดุ ควบคมุ มีสปรงิ
ดันอยูท างดาน หัว-ทา ย ดว ยกาํ ลงั ดันเทา กนั ทง้ั สองดา น
ชอ งทาง (1) เปนชอ งทางกําลังดันอากาศดี เขา ทํางานในชดุ ควบคมุ
ชองทาง (2) เปน ชองทางกาํ ลังดันอากาศดี ออกไปเขา เครื่องเปลี่ยนกําลงั ดนั ลม
ชอ งทาง (3) เปน ชอ งทางกาํ ลังดนั อากาศดี ติดตอ กบั หอ งลม (Buffer Chamber) ซงึ่ อยทู ีส่ วนลา งของชุดควบ
คุม
ชอ งทาง (4) เปนชอ งทางกาํ ลงั ดนั อากาศดี ติดตอ กบั หอ งรบั กําลังดัน (Expansion Chamber) ซง่ึ ติดตั้งอยูใน
ทอทางอากาศดกี อ นเขา เทอรโ บชารจ กําลงั ดนั สูง
ชอ งทาง (E) เปน ชองทางระบายกําลงั ดัน เนอ่ื งจากลิ้นควบคุมและลกู สบู ปรบั กาํ ลงั ดันไมม ีแหวน กันรว่ั (Sealing
Ring) ดังน้นั ขณะทํางานปกติจะมีกาํ ลังดันอากาศดีระบายออกมาเล็กนอ ยตลอดเวลา

กองฝก การชางกล กฝร.

62

รูป 3.12

การทาํ งาน
* เม่อื เทอรโ บชารจเรม่ิ ทํางาน (Start Cut-In) (รูป 3.12)
เมอื่ กําลังดันอากาศดจี าก (1) สูงถึงเกณฑกําหนด (สงู กวา กําลังดนั สปริง F.1) จะผา นชอ งทางลกู สบู ปรับกาํ ลงั
ดัน(5)ไปยงั (6)เขาไปยงั หอ งลม(3)และเขาดนั ลิ้นควบคุมI.1ใหเ ล่ือนไปทางขวา สง อาการใหลน้ิ ควบคมุ I.2 เลอ่ื นไป
ทางขวาดว ย เปน การเปด ชอ งทางใหก ําลังดันจาก (6) เขาดันลน้ิ ควบคมุ II.1ใหเ ล่อื นไปทางขวา(และเขา ดันดา นซาย
ของลน้ิ ควบคมุ I.2)สง อาการใหล ้ินควบคมุ II.2 เล่อื นไปทางขวาดวย ทําใหล้ินควบคมุ II.2 เปด ชองทางกําลังดันอากาศ
ดจี าก (1) ผา นไปเขาทาํ งานในเครื่องเปลี่ยนกําลังดันลม(และเขา ดนั ดานซา ยของลิน้ ควบคุม II.2) กาํ ลงั ดันอากาศดี
อกี สว นหนงึ่ จะผานชอ งทางภายในไปเขาหองสปริงดา นขวาของลกู สบู ปรับกาํ ลังดันและผา นรจู าํ กัด(Orifice)ของลูก
สูบปรบั กําลังดันไปเขา หองรบั กําลังดนั (4)

กองฝก การชางกล กฝร.

63

รปู 3.13
* ในขณะทเี่ ทอรโบชารจเริม่ ทํางาน (During Cut-In) (รปู 3.13)
กาํ ลังดนั ในหอ งสปริงดานขวาของลูกสูบปรับกําลังดนั (5) จะทาํ ใหลูกสบู ปรับกาํ ลงั ดัน(5) เล่อื นไปทางซาย ทาํ ให
ลูกสูบปรับกาํ ลังดันปด ชอ งทางเขา(6) และรจู ํากัดดา นบนเปนการล็อคการ Cut-In ไมใหก ลบั Cut-Out อีก เน่ืองจาก
ในขณะ Cut-In กาํ ลงั ดันอากาศดเี ขาเครอื่ งภายในระบบจะตก(Drop) ซง่ึ ในขณะนกี้ าํ ลงั ดันอากาศดภี ายใน (6) ซึ่งมี
การระบายออกตลอดเวลา จะไดร ับการชดเชยกาํ ลงั ดันจากหอ งลม (3)
การท่ีกําลังดันอากาศดี ท่ีไปเขา ทํางานในเครื่องเปลย่ี นกําลงั ดัน (2) สวนหน่ึงผา นรจู าํ กดั (7) ไปเขา หองรับกาํ ลัง
ดนั (4) ทาํ ใหก ําลังดันอากาศดไี ปท(่ี 2) เพ่ิมข้นึ อยางชา ๆและราบเรยี บ เปน การหนว งเวลา ทําใหการ Cut-In เปนไป
อยา งราบเรยี บ

กองฝก การชา งกล กฝร.

64

รปู 3.14

* เมื่อเทอรโ บชารจ ทาํ งานเรียบรอ ย (Cut-In Already) (รปู 3.14)
เมอ่ื กาํ ลงั ดนั อากาศดีเขา เตม็ หองรับกาํ ลงั ดนั (4) นัน่ คอื กําลงั ดนั ภายในหอ งสปรงิ ดาน ซา ย-ขวา ของลูกสูบปรบั
กําลังดนั (5) เทากนั ลูกสบู ปรบั กําลงั ดัน(5) จะเลอ่ื นกลบั ไปท่ีตาํ แหนง เดิมดว ยแรงสปริง เปน การเปด ชองทาง ใหก าํ ลัง
ดันอากาศดีเขา (6) ตามเดิม
* เมอ่ื เทอรโ บชารจหยุดทํางาน (Cut-Out ) (รูป 3.11)
เม่ือกาํ ลังดันอากาศดจี าก (1) ลดลงตา่ํ กวา กําลังดันสปริง F.I สปริง F.I ซึง่ มีกาํ ลังดนั มากกวากาํ ลังดนั สปริง F
II จะดันใหลิ้นควบคมุ I.1และI.2 เลื่อนไปทางซา ย ทาํ ใหลิน้ ควบคุม I.2 ปดชองทางกําลังดันอากาศดีจาก(6)ทเ่ี ขาดนั
ดา นซา ยของล้ินควบคุม II.1 และเปด ชอ งทางระบาย (E) ระบายกาํ ลังดันสวนน้อี อกภายนอก
จนกระทง่ั กาํ ลังดนั อากาศดจี าก(1)ลดลงตาํ่ กวา เกณฑกาํ หนดคอื กําลังดันสปริง F II จะทําใหสปรงิ F II ดันลิ้น
ควบคมุ II.1และ II.2 ใหเล่อื นไปทางซา ย ล้นิ ควบคุม II.2 จะปด ไมใ หกาํ ลังดันอากาศดีจาก(1)ไปเขาทาํ งานในเครอ่ื ง
เปล่ียนกาํ ลงั ดันลม (2) และเปดชองทางระบาย(E) ระบายกาํ ลงั ดันท่เี ขาทํางานในเครอื่ งเปลี่ยนกําลังดนั ลมและจาก
หองรับกําลังดนั (4) ผา นรจู าํ กดั (7) ออกภายนอก เทอรโบชารจจะหยุดทํางาน (Cut-Out)
การท่ีมกี ารระบายกําลังดันจากหอ งรับกําลงั ดนั (4) ออกมาดวย ทําใหกําลังดนั จาก(2) ลดลงอยา งชา ๆ เปน การ
หนวงเวลา ทาํ ใหก าร Cut-Out เปน ไปอยางราบเรยี บ
การซอ มบาํ รงุ รกั ษา รายละเอียดบทท่ี 10 ขอ 7.2

กองฝก การชา งกล กฝร.

65

รปู 3.15 1 Housing
2 Pressure
spring
3 Bush
4 Plate
5 Pilot valve
6 Washer
7 Plunger
8 Slip ring
9 Screw
A Service line
P Pressure line
R Vent line
Z control line

4.6 ล้ินลม 3/2 ทาง (3/2 Way Valve) (รูป 3.15)
ทาํ หนา ที่ ปด -เปด กาํ ลังดันลมเขาทาํ งานในระบบ ควบคุมการปด -เปดดวยกาํ ลงั ดันน้าํ มันหลอ (จากระบบ

น้ํามันหลอสว นขับหมุนเครอื่ ง)
กําลังดันควบคุม 0.8 - 10 บาร

ลกั ษณะสว นประกอบ
เปนเรือนลิน้ (Housing) 2 สวน ภายในเรอื นล้นิ สว นบนประกอบดว ยลกู สบู เล่ือน (Plunger) รบั กําลังดนั นํา้ มัน
หลอ (Z) สวนลา งประกอบดว ยลิ้นนํา (Pilot Valve) ทํางานปด -เปดชอ งทางกาํ ลงั ดนั ลม โดยรับอาการจากลกู สูบเลอ่ื น
และสปรงิ (Pressure Spring)
การทาํ งาน
เม่อื ไมมกี าํ ลังดันนา้ํ มันหลอ (Z)หรอื มีกําลงั ดันน้าํ มันหลอนี้ตํา่ กวา เกณฑก าํ หนด สปรงิ (2) จะดนั ล้นิ นํา (5) ให
เล่ือนขึ้น เปนการปดชอ งทางกาํ ลังดนั ลมเขา (P) กบั ชอ งทางออก (A) คอื ปด ชอ งทางกาํ ลังดันลมท่ีจะไปเขาระบบ และ
เปด ชอ งทางออก (A) กบั ชอ งทางระบาย (R)
เมอ่ื กาํ ลังดนั นํ้ามันหลอ (Z) สงู ถงึ คา กาํ ลังดนั ควบคุมจะดันใหล กู สูบเลอื่ น (7) เล่ือนลง สงอาการใหลิน้ นํา (5)
เลอ่ื นลงดว ย เปนการปดชองทางระหวา งทางระบาย (R) กับชองทางออก (A) และเปด ชองทางเขา (P) กับชองทาง
ออก (A) คอื เปดกําลังดันลมไปเขา ระบบ
การซอมบํารงุ รกั ษา ไมมี

กองฝก การชา งกล กฝร.

67

บทที่ 4
ระบบอากาศดี - แกสเสีย
(Air Intake-Exhaust System)
ในเครอื่ ง TB-02 และ TB-03 เมอ่ื ใชเคร่ืองปกติ โดยหลักการทํางานของระบบจะเหมอื นกนั คอื ใชท อรโ บชารจดูด
อากาศดีจากภายนอก เขามาอดั สง เขากระบอกสูบ เพ่อื ผสมกับนํา้ มนั เชือ้ เพลิงในการเผาไหมแ ละแกสเสียท่อี อกจาก
กระบอกสูบจะสง ไปเปา ปก กงั หันของเทอรโบชารจกอ นปลอยท้งิ ออกสูบรรยากาศไป แตใ นเครื่อง TB-03 เม่อื เครอ่ื งยนต
รบั ภาระเพยี งบางสวนหรอื รับภาระนอย (Partial Load) จะมีระบบยอยของระบบอากาศด-ี แกส เสีย ทาํ งานรวมดวย คือ
ระบบสูบสงอากาศดี (Charge Transfer System) และชุดควบคมุ อากาศดี (Air Flow Control Unit)
1. สว นประกอบทส่ี าํ คัญของระบบ (รปู 4.1 และ 4.2)
1.1 ในเครื่อง TB-02
- หมอระงบั เสียงอากาศดี (Air Intake Silencer) (ตามรายละเอยี ดขอ 3.1)
- เทอรโบชารจ (Exhaust Turbocharger) (ตามรายละเอียดบทที่ 2 ขอ 8)
- หมอระบายความรอ นอากาศดี (Inter cooler) (ตามรายละเอยี ดขอ 3.2)
- ลิ้นปดอากาศดีฉุกเฉนิ (Emergency Air Shut-Off Flap) (ตามรายละเอียด ขอ 3.4)
- ทอระบายนํ้าตกอากาศดี (Condensate Drain Line)(ตามรายละเอยี ดขอ 3.5)
1.2 ในเครือ่ ง TB-03
- หมอ ระงบั เสยี งอากาศดี (Air Intake Silencer) (ตามรายละเอียดขอ 3.1
- เทอรโบชารจ (Exhaust Turbocharger) (ตามรายละเอียดบทท่ี 2 ขอ 8)
- หมอระบายความรอนอากาศดี (Inter cooler) (ตามรายละเอยี ดขอ 3.2)
- หมอ อุนอากาศดี (Charge Air Preheater) (ตามรายละเอียดขอ 3.3)
- ลน้ิ ปด อากาศดฉี ุกเฉิน (Emergency Air Shut-Off Flap) (ตามรายละ เอยี ดขอ 3.4)
- ชดุ ควบคุมอากาศดี (Air Flow Control Unit) (ตามรายละเอยี ดขอ 2.2.3)
- ระบบสบู สงอากาศดี (Charge Transfer System) (ตามรายละเอียด ขอ 2.2.4)
- ทอระบายนํา้ ตกอากาศด(ี Condensate Drain Line) (ตามรายละเอยี ดขอ 3.5)
2. การทํางานของระบบ
2.1 ในเครื่อง TB-02 (รูป 4.1)
- แกสเสียจากการเผาไหมแ ตละสูบจะสง ผา นทอแกสเสยี (Exhaust Elbow) เขาเปา ปก กงั หนั แกสของเทอร
โบชารจ แลว สงออกไปทางทอแกส เสยี รวม ออกสบู รรยากาศภายนอกไป เม่ือเทอรโบชารจหมุนทาํ งาน พดั อากาศดีของ
เทอรโบชารจ จะดดู อากาศดจี ากภายนอกผานหมอระงับเสยี งอากาศดี(Silencer) เขามา เพอื่ ลดเสียงดงั ของอากาศดี
เขา เครอ่ื ง และอดั สงผา นหมอระบายความรอนอากาศดี (Inter cooler) เพือ่ ลดความรอ นใหอ ากาศดีซงึ่ เกิดจากการอดั
ตัว แลวจงึ สง ไปผานล้ินปด อากาศดีฉุกเฉนิ (Emergency Air Shut-Off Flap)เขาทอ รวมอากาศดี (Charge Air
Manifold) ประจําแถวสูบทง้ั สองแถวสูบ แลว จะสง ผา นทอทางประจาํ สบู ทุกสูบเขา กระบอกสูบเพอ่ื จดุ ระเบดิ ตอ ไป
- นํา้ ตกซ่ึงเกดิ ขึน้ ภายในระบบอากาศดี จะถกู ระบายออกทงิ้ ภายนอก ทางทอ ระบายนาํ้ ตกอากาศดตี ลอด
เวลาทเ่ี ดินเคร่ือง โดยกําลังดันภายในระบบเอง

กองฝก การชางกล กฝร.

68

รปู ๔.๑

1 Exhaust elbow 2 Turbocharger 3 Air intake
4 Inter cooler 5 Emergency air shut-off flaps 6 Charge air manifold

รปู 4.2

1 H.P. inter cooler 2 Emergency air shut-off flap 3 Charge air preheater 4 Charge air manifold
6 H.P. turbocharger 7 L.P. turbocharger
5 Exhaust gas constant-pressure manifold

8 L.P. inter cooler

กองฝก การชางกล กฝร.

69

2.2 ในเครอ่ื ง TB-03
2.2.1 เมือ่ เครอ่ื งทํางานรับภาระปกติ (เทอรโ บชารจทาํ งานทุกกลมุ )
แกส เสยี แตล ะสูบ จะสง ออกไปรวมกัน ในทอ ปรับกาํ ลังดันแกสเสยี (Exhaust Gas Constant-

Pressure Manifold) แลว จะแยกสงผา นลิน้ ควบคมุ แกส เสีย(Exhaust Control Flap) และทอ ทางเขา เปาปก กังหนั แกส
ของเทอรโบชารจกําลังดันสูงแตละกลุม แลวออกไปเปาปกกงั หันแกสของเทอรโ บชารจกําลงั ดนั ตํ่าอีกครั้งหนึ่ง จงึ สงผา น
ทอแกส เสียรวมปลอ ยทง้ิ ออกภายนอกไป

เม่ือเทอรโบชารจ หมุนทํางาน พดั อากาศดีของเทอรโ บชารจ กาํ ลังดันตาํ่ ของแตละกลมุ จะดดู อากาศดีจาก
ภายนอก ผานหมอระงบั เสียงอากาศดี (Silencer) และลน้ิ ควบคุมอากาศดี (Air Control Flap) เขา มาเพือ่ ลดเสยี งดงั
ของอากาศดี และอดั สง ไปผานหมอระบายความรอนอากาศดกี าํ ลังดนั ต่าํ (L.P. Inter cooler) ของแตล ะกลมุ เพื่อลด
ความรอนท่ีเกดิ จากการอดั ตวั ของอากาศดแี ลวจงึ สงไปเขาพดั อากาศดขี องเทอรโ บชารจกําลงั ดนั สูงแตละกลุม เทอรโ บ
ชารจกาํ ลังดนั สูงจะอดั อากาศดใี หม ีกําลังดนั สูงขน้ึ อกี และสงไปผา นหมอ ระบายความรอ นอากาศดีกาํ ลงั ดันสูง (H.P.
Inter cooler) ประจําแถวสูบ เพอ่ื ลดความรอ นใหอากาศดีอกี ครงั้ แลวสง ผา นหมออุน อากาศดี (Charge Air Preheater)
และลิ้นปดอากาศดีฉุกเฉนิ (Emergency Air Shut-off Flap) ไปเขาทอรวมอากาศดี (Charge Air Manifold) ประจาํ
แถวสบู ท้งั สองแถวสบู แลว แยกสงผา นทอ ทางประจําสบู ทกุ สบู เขากระบอกสบู เพื่อการจดุ ระเบดิ ตอ ไป

นาํ้ ตกซงึ่ เกิดขน้ึ ภายในระบบ จะถูกระบายออกท้งิ ภายนอก ตลอดเวลาท่ีเดนิ เครื่อง ทางทอ ระบายนํ้าตก โดย
กาํ ลงั ดันภายในระบบเอง

การซอมบํารุงรักษา ตามรายละเอียดบทที่ 10 ขอ 8 และ 9
2.2.2 ระบบสบู สง อากาศดี (Charge Transfer System) (รูป 4.3)
คอื การท่ีสบู ทีไ่ มท ํางานจุดระเบิด (Non - Firing Cylinder) อัดสง อากาศดสี ง ไปเขา สบู ทที่ าํ งานจุด

ระเบดิ (Firing Cylinder) ซง่ึ จะทาํ งานเปน 2ข้นั (Stage) สัมพนั ธก บั อุปกรณตัดการทํางานของสูบ (Cylinder Cut-Out)
ดังนี้

ขั้นท่ี 1 (Stage1) เม่ือสบู แถว B ท้งั หมดไมท าํ งานจุดระเบิด สูบแถว B ท้งั หมดน้ี จะอดั อากาศดีสง
ผา นลิ้นสง อากาศดี (Charge Transfer Valve) ประจําสูบทีไ่ มจุดระเบดิ (สบู แถว B ทัง้ หมด) ซ่งึ จะเปดโดยกาํ ลงั ดันลม
ควบคุม (6 บาร) ใหอ ากาศดีผานทอ ทางสง ไปเขาลิ้นรบั อากาศดี (Charge Transfer Non-Return Valve) ประจําสบู ท่ี
จุดระเบดิ (แถวสูบ A ท้ังหมด) ซ่ึงจะเปด โดยกาํ ลงั ดันอากาศดีทสี่ งเขามา ใหอ ากาศดีผา นไปเขา กระบอกสบู ของสบู แถว
A ทั้งหมดที่ทํางานจุดระเบดิ อยู

ขนั้ ที่ 2 (Stage 2) เม่อื สบู แถว B ท้ังหมดและสูบแถว A คร่ึงแถวสบู ไมท ํางานจดุ ระเบิด จะมกี ารอดั สง
อากาศดขี ้นั ท่ี 1 ดงั ทกี่ ลา วมาแลว และในขณะเดยี วกันสบู แถว A คร่งึ แถวสบู ท่ไี มทาํ งานจดุ ระเบิด (เชน สบู A1-A5) จะ
อัดสงอากาศดีเขาแถวสบู A คร่งึ แถวสูบทท่ี ํางานจุดระเบิดอยู (เชน A6-A10)

ขอ ดีของระบบสบู สงอากาศดี คือ ทาํ ใหเครื่องเร่ิมเดนิ งา ย , เกิดการเผาไหมท ่ดี ี และลดควนั แกส เสีย
การทาํ งานของระบบ ควบคุมโดยระบบควบคมุ เครื่อง (ECS.)
รายละเอยี ดของระบบ ดใู นขอ 3.6

กองฝก การชา งกล กฝร.

70

1 Charge transfer non-return valve
2 firing cylinder
3 3/2 way solenoid valve for charge transfer unit

cylinder-bank B
4 Compress air
5 Non-firing cylinder
6 Charge transfer valve
7 3/2 solenoid valve for cylinder cut out, A1 to A5
8 Firing or non-firing cylinder
9 3/2 way solenoid valve for charge transfer unit

cylinder A1-A5
10 Cutout cylinder

รูป 4.3
2.2.3 ชุดควบคมุ อากาศดี (Air Flow Control Unit) (รูป 4.4)

ประกอบอยทู ี่ ทางเขาทอรวมอากาศดีของสบู แถว B (อยูดานลา งลิ้นปดอากาศดฉี กุ เฉนิ )
ทําหนาทีป่ ด ชอ งทางระหวา งทอรวมอากาศดขี องสูบแถว A กบั สูบแถว B และเปดใหส ูบแถว B ดดู
อากาศดจี ากทอ ทางภายนอกโดยตรง ในขณะทส่ี บู แถว B ทําหนาท่อี ัดอากาศดีใหส ูบแถว A
การทํางานจะสมั พนั ธกบั ระบบสูบสง อากาศดแี ละอปุ กรณตัดการทาํ งานของสบู ดังน้ี
เม่อื อุปกรณต ัดการทาํ งานของสูบ ตดั การทํางาน (Cut-Out) สบู แถว B ท้งั หมด (ขั้นท่ี 1 ตัดการทํางานแถวสบู )
และสูบแถว B ทั้งหมดน้ี จะทําหนา ท่ีอดั สง อากาศดสี ง ไปเขาสูบแถว A(อัดสงอากาศดขี ้ันที่ 1)ในขณะน้ชี ุดควบคุม
อากาศดจี ะปดชอ งทางที่ตดิ ตอ กนั ระหวางทอ รวมอากาศดีของสูบแถว B กบั สูบแถว A และเปดชอ งทางดดู อากาศดีให
สบู แถว B ดูดอากาศดีจากทอทางซึ่งตอจากภายนอกโดยตรง เพือ่ ไมใ หก าํ ลังดันอากาศดเี ขาเคร่ืองของสูบแถว A สญู
เสียหรอื ยอ นกลบั มาเขา สูบแถว B อีก ทําใหส บู แถว A ไดรับอากาศดีเขา หอ งเผาไหมอ ยางเพยี งพอตอการจดุ ระเบิดทม่ี ี
การเผาไหมท สี่ มบูรณที่สุด
รายละเอยี ดของระบบ ดใู นขอ 3.7

กองฝก การชา งกล กฝร.

71
รปู ๔.๔

1 Housing 2 Charge air flap 3 Lever 4 Grease nipple
5 Intake air flap 6 Annular spring 7 Sleeve 8 Shaft
9 Key 10 Actuating cylinder 11 5/2 way solenoid valae 12 Piston rod
13 Condensate drain line 14 Plug 15 Link
16 Lever 17 Articulated rod a Charge air b Intake air
c To cylinder

รปู ๔.๕ 1 Sound-proofing
material

2 Cover plate
3 Felt liner
4 Perforated plate
5 Cover
6 Strainer
7 Upper housing
8 Lower housing
9 Mounting bracket
10 Flange
11 Sealing ring

3. รายละเอียดของระบบ
3.1 หมอ ระงับเสยี งอากาศดี (Air Intake Silencer) (รูป 4.5)
ในเคร่อื ง TB-02 และ TB-03 จะมีหลกั การทาํ งานเหมอื นกนั แมล ักษณะจะแตกตางกันบา ง
ติดต้ังอยทู ีท่ อ ทางอากาศดเี ขา เทอรโบชารจ ทาํ หนาทล่ี ดเสยี งดังของอากาศดีท่ีวิง่ เขาเทอรโ บชารจ (เขา

เครือ่ ง)
ลกั ษณะ
ภายในเรอื น (Housing) บุดวยวสั ดุดดู ซับเสียง(Sound Proofing Material) และสกั หลาด (Felt)โดยชน้ั ในสดุ

จะเปน ทอท่เี จาะรเู ลก็ ๆโดยรอบ(Perforated Plate)และท่ีชอ งทางอากาศดเี ขา จะมีตะแกรงกรอง (Strainer) ประกอบอยู
เพื่อปอ งกันเศษส่ิงของตาง ๆ เขาไปภายในระบบ

กองฝก การชางกล กฝร.

72
การซอ มบํารุงรักษา ตามรายละเอยี ดบทท่ี 10 ขอที่ 10

1 Water chamber รูป ๔.๖

23 GSaesakleintg strip

4 Cooler core
a Air
b Raw water

3.2 หมอระบายความรอ นอากาศดี (Inter cooler)
ทําหนา ท่รี ะบายความรอ นใหอ ากาศดีกอ นสงเขากระบอกสบู ทําใหไดน้าํ หนกั ดีเขาเคร่อื งเพมิ่ ข้ึนในปริมาตร

เทา เดมิ ซึ่งจะทําใหส ามารถเพิ่มการฉีดน้าํ มันเชอื้ เพลงิ ในการเผาไหมไดม ากขึ้น ผลท่ีไดกค็ อื กําลงั งานของเคร่อื ง
(Power Output) จะเพิ่มขน้ึ ในปริมาตรกระบอกสูบเทาเดมิ

3.2.1 ในเครอ่ื ง TB-02 (รปู 4.6)
ติดตง้ั อยูระหวางทางออกของเทอรโบชารจ กับทางเขา ทอรวมอากาศดี แถวสบู ละ 1 ใบ

ลักษณะการทํางาน
เปนหมูหลอดกลมตรง ดา นหัว-ทา ยหลอดประกอบตดิ กับแผน ประกอบหมหู ลอด และมฝี าปดหวั -ทา ยประกอบอยูเปน
หองน้าํ ระบายความรอน (Water Chamber) ดา นขางปดผนึกดวยฝาปด ขา ง

อากาศดจี ะสงผานดา นนอกหลอดเทีย่ วเดียว
นา้ํ ระบายความรอ น (TB = น้ําทะเล) สง ผานในหลอด 2 เที่ยว ขวางกบั กบั ทศิ ทางเดนิ อากาศดี (Cross
Flow)
การซอ มบาํ รุงรักษา ไมม ี

กองฝก การชางกล กฝร.

73

รปู ๔.๗

1 water box 2 coolant inlet
3 coolant outlet 4 gasket
5 partition 6 water box
7 cooler core 8 cooler tube
9 cooler fins 10 side panel

1 water box 2 gasket รูป ๔.๘
3 partition 4 water box
5 cooler core 6 cooler tube
7 cooler fins 8 side panel
9 coolant inlet
10 coolant outlet

กองฝก การชา งกล กฝร.

74

3.2.2 ในเคร่ือง TB-03 (รูป 4.7 และ 4.8)
ภายในระบบจะประกอบดว ย หมอ ระบายความรอนอากาศดีกาํ ลงั ดันตาํ่ (L.P. Inter cooler or After

cooler) และหมอ ระบายความรอนอากาศดกี ําลังดนั สงู (H.P.Inter cooler) ตดิ ตัง้ อยูดังน้ี
หมอ ระบายความรอนอากาศดกี าํ ลังดันต่าํ (L.P.Inter cooler)ประกอบอยทู ีท่ อ ทางอากาศดีระหวางเทอรโ บชารจกําลัง
ดนั ต่าํ และเทอรโบชารจกาํ ลังดนั สูงทกุ กลมุ ๆ ละ 1 ใบ
หมอระบายความรอนอากาศดีกาํ ลงั ดันสูง(H.P.Inter cooler)ประกอบอยรู ะหวา งเทอรโบชารจกาํ ลังดันสงู และหมอ อุน
อากาศดีประจําแถวสบู ๆ ละ 1 ใบ

หมอระบายความรอนอากาศดที ง้ั สองแบบดงั กลาวน้ี จะมลี ักษณะการทาํ งาน
เหมือนกนั เพียงแตขนาดตางกนั เทา น้ัน

ลักษณะการทาํ งาน
เปน หมูห ลอดกลมตรงมีครีบ (Fins) โดยรอบ ดา นหวั -ทายหลอดประกอบติดกับแผน ประกอบหมหู ลอด

(Tube Plates) และดานนอกปด ผนึกดว ยฝาปด หอ งนํ้า (Water Box) ทงั้ สองดาน ดานขา งปด ผนกึ ดว ยฝาปด ขาง (Side
Panel) ทัง้ สองดา น

อากาศดสี ง ผานภายนอกหลอดเทย่ี วเดียว
นํ้าระบายความรอ น (TB = น้าํ ทะเล) สง ผา นในหลอด 2 เท่ียว ขวางกับทิศทางเดนิ ของอากาศดี (Cross
Flow)
การซอมบํารุงรกั ษา ไมม ี
3.3 หมออุนอากาศดี (Charge Air Preheater) (รปู 4.9)
มีใชใ นเครอื่ ง TB-03
ทาํ หนา ท่อี นุ อากาศดเี ขา เคร่ืองใหรอนข้ึนดวยนา้ํ จดื ระบายความรอ นเคร่ือง เมอื่ เรม่ิ เดินเครือ่ งหรอื เม่อื เคร่ือง
ยนตร บั ภาระนอย (Partial Load Range) ทาํ ใหเ ครือ่ งเรม่ิ เดินไดง าย และมกี ารเผาไหมทีส่ มบูรณ
ตดิ ตั้งอยูทที่ างเขาทอ รวมอากาศดี ระหวางหมอ ระบายความรอนอากาศดีกําลังดันสูง กับล้ินปด อากาศดีฉุก
เฉินประจาํ แถวสูบ ๆ ละ 1 ใบ
ลักษณะการทาํ งาน
เปนหมูหลอดกลมตรงมีครบี โดยรอบ ดาน หัว-ทา ย หลอดประกอบติดกบั แผนประกอบหมูหลอด และดาน
นอกปดผนึกดว ยแผนหอ งนา้ํ ทั้งสองดา น ดานขางปดผนกึ ดว ยฝาปดขางทัง้ สองดาน
อากาศดีจะสงผานภายนอกหมหู ลอดเทย่ี วเดียว
นา้ํ จืดจะสงผา นในหลอด 2 เทย่ี ว ขวางกบั ทิศทางเดนิ ของอากาศดี (Cross Flow)
นา้ํ จืดทสี่ งเขาผา นหมออนุ อากาศดนี ้ี จะถูกควบคมุ ดวยลิ้นควบคมุ (Control Valve) ของระบบน้าํ จืดระบาย
ความรอ น ซึ่งจะเปดใหน ํา้ จดื เขาผานหมออนุ อากาศดี เม่อื กําลงั ดนั อากาศดีเขา เครือ่ งตํ่ากวา 0.7 บาร และปด ไมใหน า้ํ
จืดเขา ผา นหมออุนอากาศดีเมอื่ กาํ ลงั ดนั อากาศดเี ขา เคร่อื งสงู กวา 1.2 บาร
(รายละเอียดดบู ทท่ี 6 ขอ 3.5) การซอ มบาํ รุงรักษา ไมมี

กองฝกการชา งกล กฝร.

75

engine coolant

charg air

รูป ๔.๙

3.4 ล้ินปด อากาศดีฉกุ เฉนิ (Emergency Air Shut-Off Flap) (รปู 4.10)
ในเครื่อง TB-02 และ TB-03 จะมลี กั ษณะการทาํ งานเหมือนกันทกุ ประการ เพยี งแตการติดตงั้ และสวน

ประกอบบางอยา งอาจจะแตกตา งกันบางเทาน้ัน
ประกอบอยูท่ที างเขา ทอ รวมอากาศดปี ระจาํ แถวสบู ละ ๆ 1 ลิน้

ทําหนา ทป่ี ด ทางเขาทอ รวมอากาศดี (ตัดอากาศดเี ขาเครอ่ื ง) เพอ่ื เลกิ เคร่อื งฉกุ เฉนิ (Emergency Shut Down)
ซึง่ ทําใหเครือ่ งยนตหยดุ ทาํ งานไดเร็วกวาการตัดน้าํ มันเชื้อเพลงิ โดยเคร่ืองควบคมุ ความเรว็ (Governor)
ลกั ษณะการทํางาน

เปนแผนลนิ้ (Flap)ประกอบติดกับเพลา(Shaft)อยูภายในทอ ทางอากาศดีกอ นเขาทอรวมอากาศดี โดยมคี ัน
เปด(Resetting Lever)และคนั สงอาการ(Trip Lever)ประกอบตดิ กับปลายเพลาอยภู ายนอกทอทางอากาศดี ปกติแผน
ลนิ้ จะถกู ลอ็ คไวใหเ ปด ตลอดเวลา โดยการลอ็ คคันเปดดวยคนั ปลดใหอ ยใู นตําแหนงเปดลน้ิ (ตําแหนง A) และปดไดโดย
การปลดล็อคดว ยมือ (Manual) หรอื ปลดล็อคโดยอตั โนมตั ิ (Automatic) ซ่ึงจะทําใหลนิ้ ตกลงอยูในตาํ แหนงปด
(ตาํ แหนง B)

กองฝก การชางกล กฝร.

76

รปู 4.10

1 Connection box 2 Flap 3 Flap seat 4 Limit switch trip lever
5 Grease nipple 6 Bearing bush 7 Oil seal 8 Shaft
9 Resetting lever 10 Stop lever 11 Manual release lever 12 Solenoid
13 Thrust pin 14 Guide sleeve 15 Spring 16 Spring cap
A Flap open B Flap closed C Limit switch

ลิน้ ปด อากาศดฉี กุ เฉนิ ทงั้ สองลนิ้ จะมลี กั ษณะการปดหรือเปดพรอม ๆ กันคอื เมอ่ื ลิ้นหนึ่งปดจะสง อาการโดย
คนั สง อาการ(ตําแหนง C)ผา นสวติ ซจ าํ กัด(Limit Switch) ทําใหอ กี ล้นิ หนง่ึ ปดดวย และ ทาํ ใหแมเ หล็กไฟฟา เลกิ เคร่อื ง
(Shut Down Solenoid) ที่เครื่องควบคมุ ความเรว็ (Governor) ทาํ งานตัดนาํ้ มันเช้อื เพลิงเขาหวั ฉีด และ ตัดวงจรเรมิ่ เดนิ
เครอ่ื ง(Start Prevention)ดวย เพราะฉะน้ันเคร่ืองยนตจะเร่ิมเดนิ ไมไ ด ถาล้นิ ปด อากาศดฉี ุกเฉนิ ยงั ปดอยู

การทํางานโดยอตั โนมัติ (Automatic Actuation) คือ เม่อื เครอ่ื งยนตความเรว็ สงู เกินกําหนด (Overspeed)
ระบบควบคมุ เครอ่ื งจะสงสัญญาณใหแมเหล็กไฟฟา (Solenoid) ของลน้ิ ปด อากาศดีฉกุ เฉินทํางานปลดล็อคคนั เปด ทาํ
ใหแ ผน ล้นิ ตกลงปด ทางเขาทอรวมอากาศดดี ว ยกาํ ลงั สปรงิ และนํ้าหนกั ของลนิ้

การทาํ งานดวยมอื (Manual Actuation) โดยการปลดลอ็ คคันเปดของลนิ้ ใดลน้ิ หนงึ่ ลิ้นปด อากาศดฉี กุ เฉนิ
ทัง้ สองกจ็ ะปดตามอาการที่กลา วมาแลว

กองฝก การชา งกล กฝร.

77

การเปด ลน้ิ ปด อากาศดีฉกุ เฉนิ (Flap Opening) ก็โดยการโยกคนั เปด (Resetting Lever) ลงไปตาํ แหนง A

ใหคนปลดล็อคคนั เปด ไว

หมายเหตุ

เมอื่ เครื่องยนตห ยุดทาํ งานหรอื เลกิ เครื่องโดยการปดลน้ิ ปดอากาศดีฉุกเฉนิ จะตองตรวจหาสาเหตแุ ละแกไขกอน

เปดล้ิน แลวเปด ลนิ้ ไลอ ากาศ (Decompression Valve) และหมุนเครอ่ื งดว ยระบบเร่ิมเดนิ เพอื่ ไลนา้ํ มนั เชอ้ื เพลิงออก

จากหองเผาไหม แลว ปด ล้ินไลอ ากาศ จงึ จะเร่ิมเดนิ เครือ่ งใหม

การซอ มบํารงุ รักษา ตามรายละเอยี ดบทท่ี 10 และ 11

3.5 ทอระบายน้ํ าตกอากาศดี

(Condensate Drain Line)(รูป 4.11.1

และ 4.11.2)

ทําหนาท่ีระบายนํ้าตก ซ่ึงเกิด

จากความช้ืนที่อยูในระบบอากาศดีเขา

เคร่ืองออกท้ิงสภู ายนอก

ในเครอ่ื ง TB-02 จะมเี ฉพาะทอ

ระบายน้ําตกอากาศดีกําลังดันสูง (H.P.

Condensate Drain Line)ประกอบอยูทที่ าง

รูป 4.11.1 1 Charge air manifold เขา ทอรวมอากาศดเี ขา เคร่อื ง (Charge Air
2 adapter Manifold) ทง้ั สองแถวสบู ๆ ละ 1 ทอ
3 condensate drain
li

ในเครือ่ ง TB-03 จะมีทอ ระบายน้ําตกอากาศดกี ําลังดนั สูงเชนเดียวกบั เครื่อง TB-02 ท่ีกลาวมาแลว และมี
ทอ ระบายนํ้าตกอากาศดีกาํ ลงั ดันตาํ่ (L.P. Condensate Drain Line)ประกอบอยูทีเ่ รอื นติดตั้ง (Mounting Housing)
ของเทอรโบชารจ ทกุ กลุม กลมุ ละ 1 ทอ (ตอออกมาจากทางอากาศดกี อ นเขา เทอรโบชารจกาํ ลังดนั สูง) ตอออกมารวมกัน
ภายนอกเปนสองทอ

ลักษณะการทาํ งาน
เปน ทอจาํ กดั (Orifice Adapter)ขนาดเลก็ ทีต่ อระหวางภายในระบบอากาศดเี ขาเคร่อื งกบั บรรยากาศนอก

เครอ่ื ง ซ่ึงจะระบายนาํ้ ตกภายในระบบอากาศดีเขา เคร่ืองออกท้ิงภายนอกตลอดเวลาทเี่ ดินเครอื่ งดวยกําลังดันภายใน
ระบบเอง โดยท่ีทอระบายน้ําตกเปน ทอจํากัดขนาดเล็กจงึ เปน การลดการสูญเสยี กําลงั ดันอากาศดเี ขาเคร่ืองทสี่ ูญเสยี ไป
กบั การระบายนํ้าตก

ปกติในขณะท่เี ดินเครื่องอยู จะมีนํ้าตกระบายออกทางทอ ระบายนํา้ ตกน้เี ปน ปรมิ าณเลก็ นอ ยตลอดเวลา แต
ถานํ้าตกมีปริมาณมากอาจเกดิ จากหมอ ระบายความรอ นอากาศดี (Inter cooler) ร่ัว

การซอ มบํารงุ รกั ษา ตามรายละเอยี ดบทที่ 10 ขอ 12

กองฝกการชางกล กฝร.

78

รปู 4.11.2

1 Condensate drain line 2 Condensate drain line 3 Condensate drain line
6 Sealing cone
4 Connecting line to mounting housing 5 Collective line

7 Sealing nut

3.6 ระบบสบู สงอากาศดี (Charge Transfer System) (รูป 4.12)
มีใชใ นเครอื่ ง TB-03
คอื การทีส่ ูบที่ไมมีการจดุ ระเบดิ (Not Firing)ของเครอื่ ง ทาํ งานอดั อากาศดสี งไปเขาสบู ท่มี กี ารจดุ ระเบิด

(Firing)ของเครื่องเดยี วกนั ซึ่งมกี ารทํางานเปน 2 ขน้ั (Stage) สมั พันธก บั การทํางานของอปุ กรณต ัดการทาํ งานของสูบ
ขนั้ ที่ 1 และขัน้ ท่ี 2 ดังน้ี

ขั้นที่ 1 (Stage 1) เมอื่ อปุ กรณตัดการทาํ งานของสบู ขน้ั ที่ 1 ทํางานตัดการทํางาน (Cut-Out) สบู แถว
B ทาํ ใหส ูบแถว B จะไมมีการจดุ ระเบดิ (Not Firing) สบู แถว B จะอดั อากาศดสี ง ไปเขาสบู แถว A ซ่ึงขณะนี้จะมกี ารจดุ
ระเบดิ (Firing)

ขน้ั ท่ี 2 (Stage 2) เม่ืออุปกรณตัดการทํางานของสูบขัน้ ที่ 2 ทํางานตัดการทาํ งาน(Cut-Out)สบู แถว A
อีกครงึ่ แถวสบู ทาํ ใหส ูบแถว A อีกครง่ึ แถวสบู ท่ีเหลอื จะไมม ีการจดุ ระเบดิ (Not Firing) แตจะอดั สงอากาศดีไปเขา สูบ
แถว A อกี ครึ่งแถวสูบทจ่ี ะมกี ารจุดระเบิด (Firing)

การเริม่ ทํางาน (Cut-In) และหยดุ ทาํ งาน (Cut-out) ดรู ายละเอยี ดในบทท่ี 2 ขอ 7.1 และ 7.2

กองฝกการชา งกล กฝร.

79
รปู 4.12

1 Charge transfer non-return valve
2 firing cylinder
3 3/2 way solenoid valve for charge transfer unit
cylinder- bank B
4 Compress air 5 Non-firing cylinder
6 Charge transfer valve
7 3/2 solenoid valve for cylinder cut out, A1 to A5
8 Firing or non-firing cylinder
9 3/2 way solenoid valve for charge transfer unit
cylinder A1-A5
10 Cutout cylinder

1 Adapter รปู 4.13
2 Sealing ring
3 Nut
4 Plunger
5 Sealing ring
6 Valve
7 Cylinder head
8 Valve guide
9 Spring
10 Nut
11 Sealing ring
12 PTFE ring
A Control air
B Charge transfer air

กองฝก การชา งกล กฝร.

80

3.6.1 สว นประกอบท่ีสําคญั ของระบบ
- ลน้ิ สงอากาศดี (Charge Transfer Valve) (รูป 4.13)
ติดตั้งอยูบรเิ วณฝาสบู ของสูบท่ีจะไมม กี ารจดุ ระเบิด(Not Firing)
ทาํ หนาทีส่ งผา นอากาศดีจากสูบทีจ่ ะไมมกี ารจดุ ระเบดิ (Not Firing) ไปเขา สบู ทจ่ี ะมีการจดุ ระเบิด

(Firing)
ลกั ษณะเปน ลนิ้ กนั กลับ (Non-Return Valve) มสี ปริงกด ประกอบอยูภ ายในเรอื นลน้ิ (Housing) ปกติ

ล้ินจะปดสนทิ กับบาลน้ิ ตลอดเวลาดวยแรงสปริง และจะเปดดวยกาํ ลงั ดนั ลมควบคุม (Control Air) คือเมอื่ ไมมีกาํ ลงั ดัน
ลมควบคมุ สปริงจะดันลูกสบู (Plunger) ทําใหล ิ้นปดชอ งทางสง อากาศดี และเมอ่ื มกี ําลังดนั ลมควบคุมเขาทํางานท่ีลูก
สบู (Plunger) จะสง อาการใหล ้นิ เปด ชองทางสง อากาศดี

การซอมบํารงุ รกั ษา ตามรายละเอยี ดบทที่ 10 ขอ 13
- ลนิ้ รับอากาศดี (Charge Transfer Non - Return Valve) (รปู 4.14)

ติดตง้ั อยทู ฝี่ าสูบของสบู ที่จะมีการจุดระเบิด (Firing)
ทําหนาทีร่ บั อากาศดจี ากลน้ิ สง อากาศดเี ขา สูบทจ่ี ะมีการจุดระเบิด
ลักษณะเปน ล้นิ กนั กลับมีสปริงกดประกอบอยภู ายในเรอื นลนิ้ ปกตลิ ้ินจะปด สนิทกับบาลน้ิ ดว ย
แรงสปรงิ และจะเปด ดว ยกําลังดันอากาศดีท่สี ง มาจากลน้ิ สงอากาศดี คือเมื่อไมมีกําลังดันอากาศดีสง เขา มา สปริงจะ
ดนั ใหล ิ้นปด ชองทางอากาศดเี ขาสูบ และเมื่อมีกาํ ลงั ดนั อากาศดีสง เขา มาจะดันใหล นิ้ เปด ชองทางอากาศดีเขา สบู ให
กําลงั ดันอากาศดที ่ีสงมานเ้ี ขา สูบไป
การซอมบํารงุ รกั ษา ตามรายละเอียดบทที่ 10 ขอ 14

CHARGE TRANSFER NON-RETURN VALVE
1 Charge transfer non return valve
2 Adapter
3 Sealing ring
4 Valve body
5 Valve
6 Spring
7 Sealing ring
8 Pressure sleeve
9 Sealing ring
10 Charge transfer line

กองฝก การชา งกล กฝร.

81
3/2 WAY SOLENOID VALVE

รปู 4.15

1 Solenoid sleeve 2 Solenoid armature 3 Solenoid 4 Plate
5 Housing
6 Valve seat, lower 7 Valve seat, upper 8 Valve

- ล้ินไฟฟา 3/2ทาง (3/2 Way Solenoid Valve) (รปู 4.15)
ประกอบอยทู ่ีทอ ทางกาํ ลังดนั ลมควบคมุ เขาทาํ งานในระบบ

ทาํ หนา ที่ ปด -เปด กาํ ลังดนั ลมควบคมุ (Control Air) ทีเ่ ขาทาํ งานในลน้ิ สง อากาศดี
ควบคุมการทาํ งานดวยระบบควบคมุ เคร่ือง (ECS.)

ลักษณะ สว นบนเปนชดุ แมเ หล็กไฟฟา(Solenoid)ใชกระแสไฟตรง 24 V. ทําหนา ทส่ี ง อาการใหช ุดลน้ิ ที่
ประกอบอยสู วนลางอยภู ายในเรอื นลิน้ (Housing) ทําใหม กี ารปด -เปด ชองทางกําลังดันลมควบคมุ ลม คอื เมื่อไมมี
กระแสไฟฟาเขา ทาํ งาน (De-Energized)สปรงิ ของชุดแมเ หล็กไฟฟาจะกดลงสงอาการใหบา ลางของลนิ้ (Lower Valve
Seat) ปดชองทาง ระหวา ง 2 กับ 3 และเปด ชองทางระหวา ง 2 กบั 1 เมอื่ มีกระแสไฟฟาเขาทํางาน (Energized) จะ
เกิดอํานาจแมเหลก็ ข้นึ ในขดลวด (Coil) ของชุดแมเหลก็ ไฟฟา ทาํ ใหล้นิ เลอื่ นขึน้ ซ่ึงจะทําใหบ าบนของล้ิน (Upper
Valve Seat) ปดชอ งระหวา ง 2 กับ 1 และเปดชองทางระหวาง 2 กบั 3

3.6.2 การทํางานของระบบ
ขั้นที่ 1 เมื่อเร่ิมเดนิ เครื่องปกติ ท่ีอณุ หภูมินํ้าจดื สูงกวา 40° C

ระบบควบคุมเคร่อื ง (ECS.) จะสง สญั ญาณใหอปุ กรณต ัดการทาํ งานของสูบขน้ั ท่ี 1 ตดั การทาํ งานของสูบแถว B
ทง้ั หมด (Cut-Out) และใหล ้นิ ไฟฟา 3/2 ทางของระบบสูบสง อากาศดีขน้ั ที่ 1 เปดกําลงั ดันลมควบคุมเขาทาํ งานในล้นิ
สงอากาศดปี ระจาํ แถวสูบ B ทง้ั หมด ทาํ ใหล ้นิ สงอากาศดี เปด ชองทางใหอ ากาศดีจากสูบแถว B ทัง้ หมด ผานไปเขาลิ้น
รับอากาศดีประจาํ สบู แถว A ได เปน การเรมิ่ ทํางานของระบบสบู สง อากาศดขี ัน้ ที่ 1

เมือ่ จะเขาคลัทซระบบควบคมุ เครือ่ ง (ECS) จะสง สญั ญาณใหอ ุปกรณต ัดการทํางานของสูบขนั้ ที่ 1 ตอ
การทํางานของสูบแถว B (Cut-In) และใหล ้นิ ไฟฟา 3/2 ทางของระบบสูบสง อากาศดีขัน้ ท่ี 1 ปด กําลงั ดนั ลมควบคมุ ที่
เขาทาํ งานในลิน้ สงอากาศดี และระบายกําลงั ดนั ลมควบคมุ ทท่ี ํางานอยูออกภายนอก ทําใหลนิ้ สงอากาศดีประจําสบู

กองฝกการชางกล กฝร.

82

แถว B ทงั้ หมดปด ชอ งทางอากาศดีทเี่ ปดทั้งหมด ดว ยกําลงั สปริงลน้ิ เปนการสิ้นสุดการทํางานของระบบสูบสงอากาศดี
ขน้ั ที่ 1

ขนั้ ท่ี 2 เมอื่ เร่ิมเดินเคร่ือง ทอี่ ณุ หภมู นิ ํา้ จืดตํา่ กวา 40°C
ระบบสบู สง อากาศดี จะเรมิ่ ทาํ งานขัน้ ที่ 1 ดงั ทีก่ ลา วมาแลว และขั้นที่ 2 จะทํางานรว มดวย คอื อปุ กรณ
ตัดการทาํ งานของสูบขน้ั ท่ี 2 ตดั การทาํ งานของสูบแถว A อกี คร่งึ แถวสูบ (Cut-Out) และลิ้นไฟฟา 3/2 ทาง ของระบบ
สบู สงอากาศดีขั้นที่ 2 จะเปดใหก าํ ลังดนั ลมควบคุมเขา ทํางานในลิ้นสง อากาศดีประจาํ สูบครึง่ แถวสูบ A ท่จี ะไมมกี าร
จดุ ระเบดิ (Not Firing) ทาํ ใหลนิ้ สงอากาศดีนเ้ี ปดชองทางใหอากาศดจี ากสบู ครึ่งแถว A ทจ่ี ะไมมกี ารจดุ ระเบิด ผา นไป
เขาสบู คร่งึ แถว A ทจี่ ะมีการจุดระเบิด(Firing) เปนการเริ่มทาํ งานของระบบสูบสงอากาศดขี ั้นที่ 2
เมอ่ื ความเร็วสงู ถึงประมาณ 300 รอบ/นาที ระบบควบคมุ เคร่ือง (ECS) จะสงสญั ญาณใหอุปกรณต ดั
การทํางานของสบู ตอการทํางานของสูบแถว A ครึ่งแถวสบู (Cut-In)ที่ถูกตัดการทาํ งานอยู และใหล้ินไฟฟา 3/2 ทาง
ของระบบสบู สงอากาศดขี ้ันท่ี 2 ปดกาํ ลงั ดันลมควบคมุ ทีเ่ ขาทํางานในลนิ้ สงอากาศดีประจาํ สบู แถว A คร่ึงแถวสูบนี้
และระบายกําลังดันลมควบคมุ ทเ่ี ขาทํางานอยูออกภายนอก ทําใหลิ้นสง อากาศดดี ังกลาวปด ชอ งทางอากาศดีดวย
กาํ ลังสปรงิ ล้ิน เปนการส้นิ สุดการทาํ งานของระบบสบู สงอากาศดีขัน้ ที่ 2 ซ่งึ ในขณะนร้ี ะบบสบู สงอากาศดขี ้นั ที่ 1 ยังคง
ทาํ งานอยจู นกวาจะเขาคลทั ซดงั ทกี่ ลาวมาแลว
3.7 ชุดควบคมุ อากาศดี (Air Flow Control Unit) (รูป 4.16) มีใชใ นเคร่ือง TB-03 รุนใหม
ทําหนาที่ปด (Closed)ชอ งทางระหวางทอ รวมอากาศดขี องแถวสูบ B กบั ทอ รวมอากาศดีของแถวสบู A และเปด
(Open)ชอ งทางเขา ทอรวมอากาศดีของแถวสบู B ใหด ดู อากาศจากภายนอกโดยตรง ในขณะท่สี บู แถว B ทาํ หนา ท่อี ดั
สงอากาศดีใหสูบแถว A
เพื่อปองกนั กําลังดันอากาศดีเขาเครือ่ งในทอ รวมอากาศดีของแถวสูบ A ยอ นกลับมาเขา ทอ รวมอากาศดีของแถว
สบู B ทาํ ใหส บู แถว A ซงึ่ จะมกี ารจุดระเบดิ ไดรับอากาศดเี ขาสูบอยางเพยี งพอตอการเผาไหมท ่สี มบรู ณ

รปู ๔.๑๖

1 Housing 2 Charge air flap 3 Lever 4 Grease nipple
5 Intake air flap 6 Annular spring 7 Sleeve 8 Shaft
9 Key 10 Actuating cylinder 11 5/2 way solenoid valve
13 Condensate drain line 14 Plug 15 Link 12 Piston rod
17 Articulated rod a Charge air b Intake air 16 Lever
c To cylinders

3.7.1 สวนประกอบทีส่ าํ คัญ

กองฝกการชางกล กฝร.

83
- ลิ้นแผน(Flap) จํานวน 2 ลิ้น คือลนิ้ อากาศดเี ขา เคร่ือง(Charge Air Flap) ประกอบอยูทท่ี างเขา ทอรวม
อากาศดขี องแถวสูบ B ทําหนา ที่ปด -เปดชอ งทางทีต่ ิดตอ กนั ระหวางทอ รวมอากาศดีของแถวสบู B กับทอ รวมอากาศดี
ของแถวสูบ A และลนิ้ อากาศดีภายนอก (Intake Air Flap) ประกอบอยทู ีช่ องทางอากาศดจี ากภายนอกกอ นเขาทอรวม
อากาศดีของสบู แถว B ทําหนา ที่ ปด-เปดทางเขาทอรวมอากาศดขี องสูบแถว B กบั ทางดูดอากาศดจี ากภายนอกโดย
ตรง โดยลิ้นแผน ทง้ั สองจะทาํ งานสัมพนั ธกัน แตต รงขามกนั คอื เม่อื ลิน้ หน่ึงอยใู นตําแหนงปด อกี ลนิ้ หนงึ่ จะอยูใน
ตําแหนงเปด
- สูบสงกําลังงาน (Actuating Cylinder) ทาํ หนา ที่สง อาการปด-เปด ไปยงั ลิน้ แผนท้ังสอง ทาํ งานดว ยกําลงั
ดันลมควบคุม (Control Air) (ประมาณ 6 บาร)
- ลนิ้ ไฟฟา 5/2 ทาง (5/2 Way Solenoid Valve) ทําหนาท่ปี ด - เปด กาํ ลังลมควบคุม ท่ีเขาทาํ งานในสบู
สงกําลังงานควบคุมการทํางานโดยระบบควบคมุ เครือ่ ง (ECS)
3.7.2 การทํางาน

เมอ่ื สบู แถว B จะไมมีการจดุ ระเบิด (Not Firing) ลนิ้ ลมไฟฟา 5/2 ทาง จะเปดกาํ ลังดันลมควบคมุ เขา
ทาํ งานในสูบสงกําลงั งาน ทาํ ใหสบู สง กําลังงานเลอื่ นตวั สงอาการใหล ิน้ อากาศดภี ายนอกเปด (Open) และลิ้นอากาศดี
เขา เคร่อื งปด (Closed)

เมือ่ สบู แถว B จะมีการจุดระเบดิ (Firing) ลิน้ ไฟฟา 5/2 ทาง จะเปลย่ี นทางกาํ ลงั ดันลมควบคุมที่เขา
ทํางานในสูบสงกาํ ลงั งาน ทําใหส บู สงกาํ ลังงานเลื่อนตวั ไปในทางตรงขา ม สง อาการใหล ิ้นอากาศดีภายนอกปด
(Closed) และล้นิ อากาศดีเขาเคร่ืองเปด (Open)

กองฝกการชา งกล กฝร.

85

บทท่ี 5
ระบบนาํ้ มนั เชื้อเพลิง (Fuel System)

ทาํ หนาทจ่ี ดั สงน้ํามนั เชอื้ เพลงิ เขา ไปผสมกับอากาศดีภายในกระบอกสูบเพื่อใหเ กดิ การเผาไหมทส่ี มบูรณ ใน
เครื่อง TB-02 และ TB-03 สวนประกอบและการทํางานของระบบจะเหมือนกันทกุ ประการ เพียงแตลกั ษณะของสว น
ประกอบบางสว นเทา นั้นที่แตกตางกัน ใหด รู ายละเอียดในคูม อื ประจาํ เคร่ือง
1. สวนประกอบทส่ี าํ คญั ของระบบ (รูป 5.1 และ 5.2)

หมอ กรองหยาบนํา้ มนั เช้ือเพลิง (Fuel Prefilter) (รายละเอียด ขอ 4.1)
สูบสงนํ้ามันเช้ือเพลงิ (Fuel Delivery Pump) (รายละเอียด ขอ 4.2/4.4)
สบู โยกมือนาํ้ มนั เชอื้ เพลิง (Fuel Hand Pump) (รายละเอียดขอ 4.3)
หมอ กรองละเอียดน้าํ มันเชอ้ื เพลิง (Fuel Duplex Filter) (รายละเอียดขอ 4.5)
อุปกรณฉ ดี นา้ํ มันเช้ือเพลิง (Fuel Injection Equipment) (รายละเอยี ดบทที่ 2 ขอ 5)
หมอนํ้ามันเชอ้ื เพลงิ ร่วั ไหล (Leak-off Fuel Container) (รายละเอยี ดขอ 4.6)
2. การทํางานของระบบ
เมื่อเดนิ เครอ่ื ง สบู สง น้ํามันเชือ้ เพลงิ (Fuel Delivery Pump) ซง่ึ ไดรับแรงขับหมนุ จากเพลาขอ เหวยี่ ง (Crankshaft)
ผา นหมูเฟอ งขบั (Gear Train) จะทํางานดดู นํา้ มนั เชอื้ เพลงิ จากถงั ใชการ (Service Tank) ผานหมอกรองหยาบนาํ้ มัน
เช้ือเพลิง (Fuel Prefilter) เขา มา และสงไปผา นหมอกรองละเอียดนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ (Fuel Duplex Filter) ท้ังสองแถวสูบ
เพ่อื กรองสิ่งสกปรกตา งๆออก แลวจึงสง ไปเขาสูบฉีดนํ้ามันเชื้อเพลงิ (Fuel Injection Pump) ประจําทุกสูบ ซง่ึ จะทําหนา
ทีส่ ูบสง น้าํ มนั เช้ือเพลิงกําลงั ดนั สูง สง ผานทอน้ํามันเชอ้ื เพลงิ กาํ ลงั ดันสงู (H.P.Fuel Line) ไปเขา หัวฉดี นํา้ มันเชือ้ เพลิง
(Fuel Injector)ของแตละสูบ ซง่ึ จะทําหนา ทีฉ่ ดี นํา้ มนั เช้อื เพลิงใหเปน ฝอยเขา กระบอกสบู เพ่อื ผสมกบั อากาศดีทาํ ใหเ กดิ
การเผาไหมท ี่สมบูรณ
น้ํามนั เชอ้ื เพลิงท่รี ่วั ไหลภายในสูบฉีดน้าํ มันเชอ้ื เพลิงและหัวฉีดน้ํามันเชื้อเพลงิ จะไหลกลับไปรวมกัน ผา นทอนํ้ามนั
เชื้อเพลิงรั่วไหล(Leak-off Line) ไปลงถังนํ้ามนั เชือ้ เพลงิ รัว่ ไหล(Leak-off Tank)
นํ้ามันเชือ้ เพลงิ ทีเ่ หลอื จากการฉดี แตละครั้ง ท่หี ัวฉีดนํ้ามันเชอื้ เพลิงจะไหลกลับผานลน้ิ ผอ นกําลังดัน(Pressure
Relief Valve)ของสูบฉีดนํ้ามนั เช้อื เพลงิ รวมกนั ไปผานทอน้าํ มันเชอ้ื เพลงิ กลบั ถงั (Return Line)และล้ินกนั กลบั (Non-
Return Valve) ซึ่งต้ังคา เปดไวป ระมาณ 0.5 - 1 บาร กลบั ไปเขา ถังนํา้ มันเชือ้ เพลงิ ใชการ
นํา้ มันเช้ือเพลิงท่ีรัว่ ไหลจากภายในทอน้ํามันเช้อื เพลิงกําลังดนั สงู ซึง่ ปกติจะตองไมมี ถามีจะไหลผานทอน้าํ มนั เช้ือ
เพลิงร่วั ไหล ซง่ึ แยกตา งหากจากทอ นา้ํ มันเชอื้ เพลงิ ร่ัวไหลทกี่ ลา วมาแลว ไปลงหมอนํ้ามันเชือ้ เพลิงรว่ั ไหล(Leak-off Fuel
Container) ซ่ึงมีชดุ ตรวจวัดการร่วั ไหล(Leak-off Monitoring Unit) อยภู ายในทําหนาที่สงสญั ญาณไปยังระบบควบคมุ
เคร่ือง(Monitoring System) ทําใหเ กดิ สญั ญาณเตือน (Alarm) เมอื่ มีการรว่ั ไหลเกินเกณฑก าํ หนด

กองฝกการชางกล กฝร.

86

1 Fuel duplex filter
2 Fuel injector
3 Unit injection pump
4 H.P fuel line
5 Leak-off fuel container
6 Leak-off fuel line
7 Return fuel line
8 Fuel feed
9 Fuel feed pump
10 Shut-off cock
11 Fuel hand pump
B Choke
R Non return valve

รปู ๕.๑

1 Fuel duplex filter

2 Cylinder head
3 Fuel injector

4 H.P. fuel line
5 Fuel injection pump
6 Fuel hand pump

7 Pressure relief valve

8 Fuel delivery pump

รปู ๕.๒ a To leak-off fuel indicator
b Filter drain/leak-off fuel
c Leak-off fuel to fuel tank
d Return fuel
e Fuel feed
R Non-return valve

ท่ีหมอ กรองละเอยี ดน้ํามนั เชอื้ เพลงิ จะมกี ารระบายอากาศ (Vent) ภายใน ออกตลอดเวลาท่ีเดนิ เครอ่ื ง ผา นล้ินกัน

กลบั (Non-Return Valve)และชุดรดี นา้ํ มนั (Choke) ของหมอกรองไปรวมกบั นํ้ามนั เช้ือเพลิงกลบั ถงั ที่ทางออกของล้ิน

กันกลบั ประจําทอ น้าํ มนั เชอื้ เพลิงกลบั ถัง

เม่ือไมไ ดเ ดินเครื่อง สามารถทจ่ี ะไลอากาศภายในระบบ(Priming)ได โดยใชสูบโยกมือน้ํามันเช้ือเพลงิ (Fuel

Hand Pump)

3. การซอ มบาํ รงุ รักษาระบบ ตามรายละเอยี ดบทที่ 10 ขอ 15

กองฝก การชางกล กฝร.

87

4. รายละเอียดของระบบ
4.1 หมอกรองหยาบนํา้ มันเชื้อเพลิง (Fuel Prefilter) (รปู 5.3)
ในเคร่ือง TB-02 และ TB-03 จะมลี ักษณะการทาํ งานเหมือนกนั
ตดิ ตั้งอยูท ีท่ อทางดูดของสบู สงนํ้ามันเชอ้ื เพลิง (Fuel Delivery Pump)
ทําหนาทกี่ รองสิง่ สกปรกออกจากนํ้ามนั เชื้อเพลงิ กอนเขาสูบสง นา้ํ มันเช้ือเพลงิ
ความถไี่ สกรอง (Particle Retention) 0.063 มม.

1 Cover 2 Vent plug

3 Diverter valve 4 Valve cover

5 Drain plug

6 Disc-pack filter element

7 Filter bowl 8 Gasket

ลักษณะ
เปน แบบหมอกรองคู (Duplex Filter) มไี สกรอง (Filter Element) เปนชดุ แผนตะแกรงโลหะ (Disc-Pack)

ประกอบอยูภ ายในเรอื นหมอกรอง (Filter Bowl) ดานบนปด ดว ยฝาปด หมอกรอง (Cover) ดานลา งประกอบดวยลนิ้
เปลย่ี นทาง (Diverter Valve) สําหรับปด -เปดชองทางนาํ้ มนั เช้อื เพลิงเขา -ออกหมอ กรองทงั้ สองใบ ทาํ ใหส ามารถเปด ใช
หมอกรองไดท ลี ะใบหรอื เปด ใชพรอ มกันทัง้ สองใบก็ได

การทํางาน
นาํ้ มันเชอื้ เพลงิ จากถงั นํ้ามนั เช้ือเพลิงใชก ารจะไหลผานลน้ิ เปลยี่ นทาง เขา ไปภายในเรอื นหมอ กรอง รอบๆ

ภายนอกไสกรอง น้าํ มนั เชอื้ เพลงิ ท่สี ะอาดจะไหลผานไสก รองเขา ดา นใน แลว ไหลออกผานชองทางออกท่ลี นิ้ เปล่ยี นทาง
ไปเขา สูบสงนํา้ มนั เชอ้ื เพลิงตอ ไป

สงิ่ สกปรกตา งๆจะเกาะตดิ อยูดา นนอกไสกรองและตกลงไปรวมกัน อยทู สี่ วนลางของเรอื นหมอ กรอง
สามารถทจี่ ะระบายออกทง้ิ ภายนอกไดท างปลก๊ั ระบาย (Drain Plug)

การเปดใชหมอ กรอง (รปู 5.3)
1 คอื เปด ใชหมอกรองทง้ั สองใบ
2 คือ ปด หมอกรองใบขวาและเปด ใชใบซายใบเดยี ว

กองฝกการชา งกล กฝร.

88

3 คือ ปดหมอกรองใบซายและเปดใชใบขวาใบเดยี ว
การซอ มบํารงุ รักษา ตามรายละเอยี ดบทท่ี 10 ขอ 16
4.2 สบู สงนํ้ามันเชื้อเพลิง (Fuel Deliver Pump) (รูป 5.4)

ทาํ หนา ทส่ี ูบสง น้ํามนั เชอื้ เพลงิ ผานหมอ กรองละเอยี ดนํา้ มนั เช้อื เพลิง(Fuel Duplex Filter) ไปเขาสบู ฉีดน้ํา
มันเช้อื เพลิง (Fuel Injection Pump)

ในเครื่อง TB-03 ดขู อ 4.4
ในเคร่ือง TB-02 (รูป 5.4)
ติดต้ังอยูท างดาน KGS. ของเครือ่ ง
ไดร ับกําลงั ขบั หมุนจากเพลาขอเหว่ียง (Crankshaft) ผานหมเู ฟองขบั (Gear Train)

รปู ๕.๔

1 Bearing bush 2 Cover 3 Gear plate
4 Gear 5 Housing 6 Drive shaft
7 Oil seal 8 Circlip 9 Idler shaft
10 Dowel pin 11 Allen screw 12 Valve head
13 Valve spring 14 Sealing ring 15 Nut
16 valve 17 Dome nut

ลกั ษณะการทาํ งาน
เปนสบู แบบเฟอ ง(Gear Type)จํานวน 2 เฟอ งคอื เฟองขับ(Drive Gear)และเฟองตาม(Idle Gear) ประกอบ

อยูก ับเพลาขับ(Drive Shaft)และเพลาตาม(Idle Shaft) อยภู ายในเรอื น(Housing) มฝี าปด (Cover) ประกอบอยดู าน
ทายโดยไมม แี ผน กันร่ัว (Gasket)

เพลาขับและเพลาตามรองรับดว ยแบร่งิ ปลอก(Bearing Bush) เพลาละ 2 ปลอก ท่ีเรอื นและฝาปด ไดร ับ
การหลอ ลนื่ โดยน้ํามันเชอ้ื เพลิงภายในสบู และกันรั่วเพลาขบั ดา นรับกาํ ลงั ขับหมนุ ดว ยวงกนั ร่วั น้าํ มนั หลอ (Oil Seal)

ทีฝ่ าปดจะประกอบดว ยล้ินผอ นกาํ ลงั ดัน(Pressure Relief Valve) ทาํ หนาท่ีเปด ใหนาํ้ มนั เชือ้ เพลิงในทางสง
ไหลกลับทางดดู เม่อื กําลงั ดนั ในทางสงสูงเกินกําหนด โดยต้งั คากําลงั เปดไวท่ี 2.5 บาร

การซอมบาํ รุงรักษา ไมมี
4.3 สูบโยกมอื นาํ้ มันเชอื้ เพลงิ (Fuel Hand Pump) (รปู 5.5)

ในเคร่ือง TB-02 (ในเครอื่ ง TB-03 ดูขอ 4.4)
ทําหนา ที่ไลอ ากาศ (Priming) ออกจากระบบนา้ํ มนั เชือ้ เพลิงขณะไมไดเ ดนิ เคร่อื ง
ตดิ ต้งั อยรู ะหวางทางดดู สบู สง นํา้ มนั เชอ้ื เพลงิ (Fuel Delivery Pump) กับหมอ กรองละเอียดน้าํ มนั เช้ือเพลงิ
(Fuel Duplex Filter)

กองฝกการชางกล กฝร.

89
รปู ๕.๕

1 Pressure valve flange 2 Ball valve 3 Lower housing
4 Diaphragm plate 5 Intake valve flange 6 Upper housing
7 Diaphragm 8 Sealing ring 9 Lever

ลกั ษณะการทาํ งาน
เปน สบู แบบแผนไดอะแฟรม (Diaphragm Pump) ประกอบอยภู ายในเรือน (Housing) รบั อาการทํางานจาก

คันโยกมอื (Lever) ท่ชี อ งทางดูดและชอ งทางสง ประกอบดว ยลนิ้ กันกลบั ชอ งทางละ 1 ช้ิน
เมอ่ื โยกคนั โยกมอื ออกดา นนอกจะเปน จงั หวะดูด แผนไดอะแฟรมจะถกู ดงึ ออกดวย ทาํ ใหเ กดิ แรงดูดขึ้นภาย

ในเรอื น ล้ินดูด (Intake Valve) จะเปด ใหน า้ํ มนั เชอื้ เพลงิ เขามาภายใน ในขณะท่ีลิ้นสง (Pressure Valve) จะปด
เมือ่ โยกคนั โยกมือเขา ดา นใน จะเปนจงั หวะสง แผนไดอะแฟรมจะถูกกดเขาดว ย ทําใหเ กิดแรงอดั น้ํามันภาย

ในเรอื น ลนิ้ ดดู จะปด ไมใหนํ้ามนั เชื้อเพลิงภายในเรือนไหลกลับ ในขณะเดยี วกนั ลิ้นสง จะเปด ใหน ้ํามันเชื้อเพลงิ ไปเขา
ระบบน้ํามันเช้อื เพลงิ ไป เมื่อไมใชส ูบจะตอ งล็อคคันโยกมือไวเสมอ

การซอ มบาํ รุงรกั ษา ไมมี

กองฝก การชา งกล กฝร.

90

รปู ๕.๖

1 Fuel priming pump 2 Non-Return valve 3 Priming pump inlet 4 Gasket
5 Intermediate Flange 6 Fuel delivery pump 7 Overflow fuel 8 Overflow valve
9 Delivery pump outlet 10 Unloader valve 11 Stub shaft
12 Grooved ball bearing 13 Intermediate shaft 14 Roller bearing 15 Gear
16 Camshaft drive idler gear A Fuel priming pump
B Unloader valve C Fuel delivery pump D Fuel delivery pump drive
a Fuel outlet b Fuel inlet

4.4 ชุดสบู สงน้าํ มันเชือ้ เพลิง (Fuel Delivery Unit) (รูป 5.6/5.7/5.8/5.9)
ในเคร่ือง TB-03
ติดตงั้ อยูทางดาน KGS. ของเครื่อง ประกอบดวยสวนใหญ ๆ คือ
สวนขบั หมุนสบู สงนํา้ มันเชอ้ื เพลงิ (Fuel Delivery Pump Drive), สบู สงนํ้ามนั เช้ือเพลงิ (Fuel Delivery

Pump) , ล้ินผอ นกําลังดัน(Unloader or Pressure Relief Valve) และสบู โยกมือนาํ้ มนั เชอ้ื เพลงิ (Fuel Priming Pump)
โดยแตล ะสว นดงั กลาวประกอบเขาดวยกันดว ยสลกั นัตรวมเปน ชดุ เดยี วกัน เรยี กวา ชดุ สูบสงนํ้ามันเชื้อเพลงิ ดงั นน้ั จึง
จะกลา วรวมกนั ไป

ลักษณะ
สวนขบั หมุนสบู สงนํา้ มันเชอ้ื เพลิง (Fuel Delivery Pump Drive) ทาํ หนา ที่รบั กําลงั ขบั หมุนจากเพลาขอ

เหวยี่ ง (Crankshaft) ผานเฟอ งลอยขับเพลาลกู เบยี้ ว(Crankshaft Drive Idle Gear)ของหมูเ ฟองขบั (Gear Train) มา
ขบั หมนุ สบู สง น้ํามันเชื้อเพลิง

กองฝกการชางกล กฝร.

91

สูบสงนํ้ามนั เชอื้ เพลิง (Fuel Delivery Pump) (รูป 5.7)
ประกอบติดกบั สวนขับหมนุ สบู สงนาํ้ มนั เชื้อเพลิงโดยจานแบร่งิ (Bearing Flange) และประกอบติดกับล้ิน
ผอนกาํ ลังดันโดยฝาปด (Cover) ดวยการใชสลักนัตยึด
เปนแบบเฟอ งเฉยี ง(Helical Gear Pump) จาํ นวน 2 เฟอ ง คือเฟอ งขบั (Drive Gear)และเฟอ งตาม(Pump
Gear) ประกอบอยกู ับเพลาขับ(Drive Shaft) และเพลาตาม อยภู ายในเรือน (Housing) โดยเพลาทั้งสองรองรับดวยแบ
ร่ิงปลอก(Bearing Bush) และที่เพลาขบั ดานตดิ กบั สว นขบั หมนุ สูบสงน้าํ มนั เช้อื เพลงิ ประกอบดว ยวงกนั ร่ัว(Oil Seals)
2 วง คือวงดา นในกันร่ัวนํา้ มันเชอื้ เพลิง วงดานนอกกันรวั่ น้าํ มนั หลอ ชอ งวางระหวา งวงกันรั่วท้ังสอง จะมรี ูทะลอุ อก
มาภายนอกเรยี กวารตู รวจร่ัว(Relief Bore) สาํ หรับตรวจดูการร่วั ไหลของวงกนั รั่วทงั้ สอง

รปู ๕.๗

1 Fuel outlet 2 Cover 3 Fuel inlet 4 Circlip 5 Sealing ring
6 Oil seal 7 Bearing flange 8 Dowel pin 9 Drive gear 10 Housing
11 Pump gear 12 Relief bore 13 Oil seal carrier 14 Drive shaft

1 Cover 2 Housing
3 Pivot pin
4 Diaphragm retainer
5 Clamp spring 6 Handle
7 Disc 8 Dowel pin
9 Pressure valve 10 Washer
11 Circlip 12 Fuel outlet
13 Fuel inlet 14 Inlet valve
15 Screw 16 Gasket
17 Diaphragm

กองฝกการชา งกล กฝร.

92

สูบโยกมอื นํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ (Fuel Hand Pump)(รูป 5.8)
ประกอบติดกับลิน้ ผอ นกําลงั ดนั โดยใชสลกั ยึดติดกับเรือน(Housing)
การทาํ งานจะเหมอื นกับของเครื่อง TB-02 ทกี่ ลาวมาแลวในขอ 4.3 เพียงแตลกั ษณะสว นประกอบบางอยา ง

เทา นั้นทแ่ี ตกตา งกนั จงึ จะไมก ลา วซํ้าอีก
ลนิ้ ผอ นกาํ ลงั ดัน (Unloader of Pressure Relief Valve) (รปู 5.9)
ประกอบอยรู ะหวา งสบู สงนํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ กบั สูบโยกดว ยมอื นํ้ามนั เชอื้ เพลงิ ภายในประกอบดวยชดุ ล้นิ สอง

ล้นิ คือ ล้นิ กนั กลับ(Non-Return Valve)ตัง้ คา เปด ไวที่ 0.2 บาร เปน ลิน้ กนั กลับในทางสง ของสบู สงนํ้ามันเช้ือเพลงิ และ
ลิน้ ระบายกาํ ลังดัน(Overflow Valve)ตั้งคา เปด ไวท่ี 2.0 บาร เปน ลน้ิ เปด ระบายกําลังดนั ในทางสง ของสบู ทัง้ สองกลบั
ทางดูดถา กาํ ลังดนั สงู เกนิ กําหนด

การทาํ งาน

เมอื่ เดินเคร่ือง สบู สงนํา้ มันเชือ้ เพลิงจะดูดน้าํ มันเชื้อเพลิงเขา มาทางชองทางดูด และสง ผานลิน้ กันกลับ ซึ่งจะเปด
เมื่อกําลังดันสงู ถงึ 0.2 บาร ใหน ้าํ มันเช้อื เพลิงสงออกทางชอ งทางสง ของล้นิ ผอนกาํ ลงั ดันไปเขา ระบบตอไป แตถา กําลงั
ดนั นํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ ในทางสงนสี้ ูงถึง 2.0 บาร ลิน้ ระบายกาํ ลงั ดันจะเปด ใหน ้าํ มันเช้ือเพลิงไหลกลบั เขาทางดูดอกี จนกวา
กําลังดันจะตํ่ากวา 2.0 บาร ลิ้นนีจ้ ะปด ดวยกาํ ลังสปรงิ ลน้ิ

เม่อื ไมไ ดเดินเครื่องและใชส ูบโยกมือนาํ้ มันเชอื้ เพลิง นํ้ามันเช้ือเพลิงจากชองทางดดู จะผา นดานหลงั ลิ้นระบาย
กําลงั ดนั ไปเขาสูบโยกมือน้าํ มนั เชอ้ื เพลิงและสง ออกผานแผน กนั้ (Intermediate Plate) ของ
ลน้ิ กนั กลบั แลว สงออกทางชองทางสงของลน้ิ ผอนกาํ ลงั ดันไปเขาระบบตอไป

การซอ มบาํ รงุ รกั ษา ไมม ี

รปู ๕.๙

1 Pressure relief valve 2 Plug 3 To fuel hand pump 4 To fuel system
5 Overflow valve 8 Intermediate plate
9 Circlip 6 Non-return valve 7 From fuel hand pump
11 Housing
10 From fuel delivery pump

12 To Fuel delivery pump

กองฝกการชา งกล กฝร.

93

4.5 หมอ กรองละเอยี ดนา้ํ มันเชอื้ เพลงิ (Fuel Duplex Filter)
ทําหนา ท่ีกรองนํ้ามันเช้ือเพลิงใหส ะอาดกอนเขา สูบฉีดน้ํามนั เช้อื เพลิง(Fuel Injection Pump)

เปนแบบหมอ กรองคู (Duplex Filter) (1 ชุด มีหมอ กรอง 2 ใบ)
ติดตงั้ อยดู าน KGS. ของเครื่อง จาํ นวน 2 ชุด (แถวสบู ละ 1 ชุด)

รปู 5.10 1 Vent plug (Side-mounted)
2 Vent plug (top-mounted)
3 Connection for vent line
4 Filter cover
5 Sealing ring
6 Filter bowl
7 Filter element (Micronics)
8 Aliment pin
9 Sealing ring
10 Spring
11 Drain plug
12 Diverter valve

4.5.1 ในเครือ่ ง TB-02 (รูป 5.10/5.11)
ลักษณะการทํางาน
ภายในเรอื นหมอกรอง (Bowl) แตละใบ ประกอบดวยไสก รองละเอียด (Micronics Filter Element) 1 ใบ
ดานบนปดดว ยฝาปด (Cover) ซงึ่ ประกอบดวยชอ งทางระบายอากาศ (Vent) ทาํ หนา ทรี่ ะบายอากาศออก
จากระบบขณะเดินเครอื่ ง และปลัก๊ ระบายอากาศ (Vent Plug)
สําหรบั เปดระบายอากาศออกจากระบบเม่ือตอ งการ

สวนลางของชุดหมอกรอง เปน ชองทางนํา้ มันเช้อื เพลงิ เขา -ออก หมอกรอง ปด -เปด ดวยลิ้นเปลีย่ นทาง
(Diverter Valve) ซึง่ สามารถเปดใชหมอ กรองไดทีละใบหรือเปดใชห มอ กรองทั้งสองใบ หรือปดหมอ กรองพรอมกันท้ัง
สอบใบ และประกอบดว ยปลัก๊ ระบาย (Drain Plug) สําหรบั เปด ระบายสิง่ สกปรกภายในหมอ กรองออกทิ้งภายนอก

นา้ํ มันเช้อื เพลงิ จากสูบสง นํ้ามนั เช้ือเพลงิ จะสงเขาหมอ กรองผา นลิ้นเปลยี่ นทาง เขาไปภายในหมอ กรอง
รอบๆ ภายนอกไสกรอง นา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ ท่ีสะอาดจะผานไสก รอง เขาไปดานในไสก รองรวมกันไป ออกจากหมอกรองผา น
ลน้ิ เปลี่ยนทาง ไปเขาสูบฉดี นํ้ามันเชือ้ เพลงิ

ส่งิ สกปรกทปี่ นมากับนาํ้ มันเชือ้ เพลิง จะเกาะตดิ อยดู า นนอกไสกรอง และตกลงสสู วนลางของหมอ กรอง
สามารถเปดระบายออกทงิ้ ภายนอกได โดยทางปลั๊กระบายอากาศ ภายในระบบจะถกู ระบายออกตลอดเวลาทเี่ ดนิ
เครอื่ งทางชอ งทางระบายอากาศผานลิ้นกันกลับไปรวมกบั ทางนํ้ามันเชอ้ื เพลิงกลบั ถงั (Return Line) ตอ ไป

กองฝกการชา งกล กฝร.

94

การเปดใชหมอ กรอง (รปู 5.11)
โดยการใชล นิ้ เปลยี่ นทางดงั นี้
ตาํ แหนง ท่ี 1 คอื เปดใชห มอ กรองพรอ มกันท้งั สองใบ
ตําแหนงที่ 2 คือ เปดใชหมอกรองใบซา ยใบเดียว ใบขวาปด
ตาํ แหนงท่ี 3 คือ เปดใชห มอกรองใบขวาใบเดยี ว ใบซา ยปด
ตําแหนง ท่ี 4 คอื ปดไมใชหมอ กรองพรอมกนั ทัง้ สองใบ
การใชง านปกตจิ ะเปด ใชห มอกรองพรอมกันท้ังสองใบ

การซอมบํารุงรักษา ตามรายละเอียดบทที่ 10 ขอ 17
4.5.2 ในเคร่อื ง TB-03 (รูป 5.12)
ลักษณะการทํางาน
ภายในเรือนหมอ กรอง (Housing) แตละใบประกอบดว ยไสก รองละเอียด (Micronics Filter Element)

2 ใบ เรยี งซอ นกันอยู
ดา นบนปด ดวยฝาปด (Cover) และฝาครอบ (Hood) อยดู า นนอกโดยทฝี่ าปด จะประกอบ(Flow

Restrictor) สาํ หรบั ระบายอากาศออกจากระบบตลอดเวลาที่เดนิ เครือ่ ง ซึง่ ชอ งจาํ กัดการระบายจะชวยปองกนั ไมใหนา้ํ
มันเช้ือเพลิงไหลกลบั มากเกินไป

สวนลา งเปนชองทาง เขา - ออก และชอ งทางระบาย (Drain) นา้ํ มนั เช้ือเพลิงปด -เปดดว ยลน้ิ เปลยี่ น
ทาง(Diverter Valve) ซ่ึงสามารถเปด ใชห มอกรองไดท ลี ะใบ หรอื เปด ใชห มอ กรองพรอ มกนั ท้ังสองใบ หรอื ปด หมอ กรอง
ไมใ ชพรอมกนั ทง้ั สองใบและเปด ระบาย

นํ้ามันเชือ้ เพลงิ จากสบู สงนาํ้ มันเชือ้ เพลิง จะสงผา นล้นิ เปลีย่ นทางเขาไปภายในหมอ กรองรอบ ๆ ภาย
นอกไสก รอง นา้ํ มนั เชื้อเพลิงท่สี ะอาดจะไหลผานไสกรองเขา สูดา นใน รวมกนั ออกไปผา นล้ินเปลี่ยนทางไปเขา สูบฉีดน้าํ
มนั เชอื้ เพลิง

สิ่งสกปรกที่ปนมากับน้ํามันเช้อั เพลงิ จะเกาะตดิ อยูดา นนอกไสก รองและตกลงสสู ว นลางของหมอกรอง
สามารถเปดระบายออกทิ้งสภู ายนอกไดโดยล้ินเปลีย่ นทาง อากาศภายในระบบจะถกู ระบายออกตลอดเวลา ท่ีเดนิ
เครื่องผานชอ งจํากัดการระบาย ลิ้นระบายอากาศ และชองทางระบายอากาศออกไปรวมกบั ทางน้าํ มนั เช้อื เพลงิ กลับถัง
(Return Valve) ตอไป

กองฝก การชา งกล กฝร.

95

1. Wing nut
2. Center screw
3. Filter cover
4. Sealing ring
5. Hood
6. Diverter valve spindle
7. Diverter valve handle
8. Fuel inlet
9. Fuel outlet
10. Filter drain
11. Plug
12. Center tube
13. Spring
14. Spring plate
15. Filter element
16. Housing
17. Vent bore
18. Overflow valve
19. Flow Restrictor

การเปด ใชห มอกรอง (รปู 5.13) โดยการใชล น้ิ เปล่ียนทางดงั น้ี
ตาํ แหนงที่ 1 คอื เปดใชห มอ กรองพรอมกนั ทั้งสองใบ
ตาํ แหนงท่ี 2 คือ เปด ใชหมอ กรองใบซา ย ปด ไมใชห มอ กรองใบขวา และเปด ระบาย
ตําแหนงท่ี 3 คือ เปด ใชหมอ กรองใบขวา ปดไมใชหมอ กรองใบซา ย และเปด ระบาย
ตําแหนง ที่ 4 คือ ปด ไมใ ชหมอกรองพรอมกันทงั้ สองใบและเปดระบายการใชงานปกตจิ ะเปด ใชหมอกรอง
พรอ มกนั ท้งั สองใบ
การซอมบํารงุ รักษา ตามรายละเอยี ด บทที่ 10 ขอ 17

กองฝกการชา งกล กฝร.

96

4.6 หมอนา้ํ มันเชื้อเพลงิ รั่วไหล (Leak-off Fuel Container) (รูป 5.14)
ในเครื่อง TB-02 และ TB-03 จะมลี กั ษณะการทาํ งานเหมอื นกนั
ตดิ ตงั้ อยูท างดา น GKS.ของเครื่อง จํานวน 1 ชดุ
ทําหนา ที่สง สัญญาณเตอื นเมอื่ ทอนํ้ามันเชอื้ เพลงิ กําลังดันสงู (H.P. Fuel Line) เกดิ การรว่ั ไหล

รปู 5.14

กองฝก การชา งกล กฝร.


Click to View FlipBook Version