The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DPT eBook, 2020-08-13 23:10:09

คู่มือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐที่มีอยู่เดิมให้เป็นอาคารเขียวภาครัฐ (G-Goods : RV V.1)

กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

Keywords: คู่มือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐที่มีอยู่เดิมให้เป็นอาคารเขียวภาครัฐ (G-Goods : RV V.1)

VERSION 1.0

คูม่ ือการออกแบบปรบั ปรงุ
อาคารภาครัฐท่ีมีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั

GREEN GOVERNMENT OFFICE DESIGN GUIDELINEs
for MAJOR RENOVATION

G-GOODs : RV

Version 1.0

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง
กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2562

กรมโยธาธิการและผังเมือง
คู่มือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐท่ีมีอยู่เดมิ ให้เป็นอาคารเขยี วภาครัฐ เวอร์ช่นั 1.0

ISBN (ebook) 978-974-458-635-3
สงวนลขิ สิทธต์ิ ามพระราชบญั ญตั ลิ ขิ สทิ ธิ์ พ.ศ. 2537
โดย สานกั วิศวกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ

กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง กระทรวงมหาดไทย
ถนนพระรามท่ี 6 พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2299-4760

พมิ พค์ ร้ังท่ี 1 : 19 มนี าคม 2562
พมิ พท์ ี่ บริษัท คอนซลั แทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จากัด
39 ซอยลาดพรา้ ว 124 ถนนลาดพรา้ ว แขวงพลบั พลา
เขตวงั ทองหลาง กรงุ เทพฯ 10310 โทรศพั ท์ 02-934-3233-47
ออกแบบปกโดย : ธนาคาร โมกขะสมิต

คานา

การออกแบบหรือการปรับปรุงอาคารให้เป็นอาคารเขียว (green building) มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้
การก่อสร้างและการใชอ้ าคารเกิดผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อมน้อยที่สดุ โดยต้องครอบคลุมถึงการใช้พลังงานอยา่ ง
มีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถลดผลกระทบเชิงลบ และเกิดผลดีในด้านบวกต่อสภาพอากาศและ
สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติทาใหค้ ุณภาพชีวติ ดีขึ้น ซ่ึงการดาเนินการดังกล่าวต้องคานึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึน
ตลอดระยะเวลาในการใช้ประโยชน์ของอาคาร ต้ังแต่การเลือกตาแหน่งที่ตั้งอาคาร การออกแบบ การก่อสร้าง
การใช้งาน การบารุงรักษา การดัดแปลง จนกระทั่งการร้ือถอนอาคาร การก่อสร้างและปรับปรุงอาคารเพ่ือให้
เป็นอาคารเขียว เป็นแนวทางที่ประเทศต่างๆ มุ่งหวังและดาเนินการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง เพื่อเสริมสร้าง
คุณภาพในการออกแบบก่อสร้างอาคารทเี่ ปน็ มติ รกับสงิ่ แวดล้อมอยา่ งยั่งยืน

การออกแบบหรือการปรับปรุงอาคารภาครัฐให้เป็นอาคารเขียวถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สาหรับ
ประเทศไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองซ่ึงเป็นหน่วยงานท่ีมีภารกิจในด้านการออกแบบอาคารให้ปลอดภัย
นา่ อยู่ มีอตั ลักษณ์ ประหยัดพลงั งาน และรักษาสภาพแวดล้อม ยังมไิ ด้จดั ทาเกณฑ์และคูม่ ือสาหรับอาคารเขียว
ภาครัฐไว้ เนื่องจากการกาหนดเกณฑ์สาหรับการออกแบบและการปรับปรุงอาคารเขียวภาครัฐเป็นงาน
ท่ีมีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับงานด้านสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม
หลากหลายสาขา กรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะหน่วยงานภาครัฐได้คานึงถึงการออกแบบอาคารภาครัฐ
ในเร่ืองของการประหยัดพลังงานและผลกระทบที่อาจเกิดต่อสภาพแวดล้อมรวมถึ งการใช้ทรัพยากรให้เกิด
ประโยชนส์ งู สดุ จงึ ได้ดาเนนิ การจ้างท่ีปรึกษาดาเนินการศึกษา ออกแบบ และจดั ทาข้อกาหนดในการออกแบบ
และปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ใหเ้ ป็นอาคารเขียว และได้จดั ให้มีการจัดสัมมนาเพื่อถ่ายทอดความรู้ในเรือ่ งดังกล่าว
ให้แก่บุคลากรที่เก่ียวข้อง พร้อมจัดทาคู่มือการออกแบบและการปรับปรุงอาคารภาครัฐให้เป็นอาคารเขียว
โดยมีรายละเอียดเก่ียวกับข้อมูลและผลท่ีได้จากการดาเนินการภายใต้โครงการ เพ่ือเป็นตัวอย่างหรือแนวทาง
ในการปฏิบัติท่ีชัดเจนและเข้าใจง่าย โดยบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนาไปใช้ปฏิบัติได้อย่าง
มีประสทิ ธภิ าพ

กรมโยธาธิการและผังเมืองหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐท่ีมีอยู่เดิม
ให้เป็นอาคารเขียวภาครัฐ (Green Government Office Design Guidelines for Major Renovation,
G-GOODs : RV) จะมีส่วนช่วยในการออกแบบเพื่อปรับปรุงอาคารภาครัฐให้เป็นอาคารเขียวอย่างถูกต้อง
ตามหลักวิชาการ อันเป็นท่ียอมรับในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อส่งเสริมให้อาคารภาครัฐมีการใช้
ทรพั ยากรทส่ี ามารถลดผลกระทบต่อสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

(นายมณฑล สุดประเสริฐ)
อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมอื ง

คมู่ อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทม่ี ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ ก

บทนา

การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องท่ีสาคัญของประเทศไทย คือ การพัฒนาท่ีคานึงถึงความย่ังยืนทั้ง
ทางดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม เศรษฐกจิ และสังคม การออกแบบและก่อสร้างอาคาร จดั เป็นกจิ กรรมหนง่ึ ทสี่ ง่ ผลกระทบ
โดยตรงต่อความต้องการพลงั งาน ต้ังแต่พลังงานที่ใช้ในการขุดหาวัตถุดิบเพื่อนามาผลิตวสั ดุก่อสร้าง การขนส่ง
ขบวนการผลิตวัสดุ พลังงานที่ใช้ในการก่อสร้าง พลังงานในระหว่างการใช้งานอาคาร ในการผลิตพลังงาน
สาหรับใช้ในงานอาคาร ส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่นๆ อีก
หลายชนิดปกคลมุ ชนั้ บรรยากาศ ส่งผลใหค้ วามร้อนจากรังสีอาทิตย์ และความรอ้ นที่โลกคายออกมาไม่สามารถ
สะท้อนกลับออกไปได้ เกิดการสะสมความร้อนทาให้อุณหภูมิอากาศสูงข้ึน นอกจากน้ี การก่อสร้างอาคาร
ยังอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในบริเวณท่ีตั้ง เกิดความต้องการน้าเพื่อการอุปโภค บริโภค และอาจส่งผล
กระทบตอ่ สุขภาพของผู้ใชอ้ าคาร และผทู้ างานก่อสรา้ ง

ดังน้ัน ทางออกของการแก้ปัญหาเหล่าน้ี จึงต้องเร่ิมต้นจากการสร้างอาคารที่ดี หรือ อาคารเขียว ซ่ึง
เป็นอาคารที่มีเป้าหมายในการลดผลกระทบต่อภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมธรรมชาติ การใช้ทรัพยากร และให้
ความสาคัญต่อการมีคุณภาพชีวิตท่ีดี ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว หรือคู่มือ
สาหรับใช้เป็นแนวทางในการออกแบบอาคารเขียวมาเป็นเวลาพอสมควร และในบางประเทศได้กาหนดให้การ
ออกแบบและก่อสร้างอาคารเขียวเป็นนโยบายสาหรับอาคารภาครัฐ เพ่ือเป็นตัวอย่างท่ีดีในการพัฒนา สาหรับ
ประเทศไทยน้ันเปน็ ท่นี ่ายินดเี ปน็ อย่างยิ่งท่ีกรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง ซ่งึ เป็นองค์กรแกนนาทางดา้ นการอาคาร
และผังเมือง ได้ให้ความสาคัญต่อปัญหานี้เช่นกัน โดยได้จัดให้มีการศึกษาและจัดทาคู่มือการออกแบบอาคาร
ภาครัฐให้เป็นอาคารเขียว จานวน 2 เล่ม คือ คู่มือการออกแบบอาคารภาครัฐที่จะก่อสร้างใหม่ให้เป็นอาคาร
เขียวภาครัฐ และคมู่ อื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐทีม่ ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

คู่มือทงั้ สองเลม่ น้มี ีเน้ือหาท่ีครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการออกแบบและบรหิ ารโครงการ การออกแบบ
ผังบริเวณและงานภูมิทัศน์ การออกแบบงานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม การก่อสร้าง รวมทั้งการใช้และการ
บารุงรักษาอาคาร ในกระบวนการศึกษาและจัดทาคู่มือ ทางคณะทางานได้ทาการศึกษาทบทวนระบบเกณฑ์
อาคารเขียวของต่างประเทศและในประเทศ นารา่ งเกณฑ์ท่พี ัฒนาขนึ้ มาทดลองประเมินกบั แบบกอ่ สร้างอาคาร
ภาครัฐท่ีจะก่อสร้างใหม่และอาคารภาครัฐท่ีมีอยู่เดิม จากน้ันนาผลของการปรับปรุงแบบก่อสร้างมาศึกษา
วิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้คู่มือน้ีนอกจากจะได้ประโยชน์ทางด้านการลดผลกระทบต่อสภาพ
ภูมิอากาศ สภาพแวดลอ้ ม และคุณภาพชวี ิตแล้ว ยังมคี วามคมุ้ ค่าเหมาะสมในการลงทนุ เนอ่ื งจากอาคารภาครัฐ
มไิ ด้มีงบประมาณในการกอ่ สร้างทส่ี ูงมากเชน่ อาคารในภาคเอกชน

คณะทางานขอขอบคุณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการ
ดาเนินงาน และขอขอบคุณคณะกรรมการกากับการดูแลการปฏิบัติงานของท่ีปรึกษา ที่ได้ให้คาแนะนา
ข้อคดิ เห็นทางวิชาการอนั ทรงคุณคา่ ทาให้เอกสารนี้มคี วามสมบรู ณ์ยิง่ ขึ้น

(ดร.ขวัญชยั ลีเผา่ พันธ์ุ)
ผู้จดั การโครงการ

บริษัท คอนซลั แทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จากัด

ข คู่มือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐท่มี ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

คณะทางานจดั ทาคู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ท่มี ีอย่เู ดิมให้เปน็ อาคารเขียวภาครัฐ

บริษทั คอนซลั แทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จากดั

หวั หนา้ คณะทางาน

ดร.ขวญั ชัย ลเี ผา่ พนั ธ์ุ ผู้จัดการโครงการ

คณะทางานหลกั

1. ดร.พนั ธุดา พฒุ ิไพโรจน์ ผเู้ ชี่ยวชาญด้านอาคารเขยี ว

LEED AP (BD+C, O+M, ID+C, Homes, ND) / WELL AP

2. นายสมศกั ดิ์ จติ ม่นั ผู้เชย่ี วชาญดา้ นอาคารเขียว
LEED AP (BD+C) / TREES A (NC, EB)

3. ดร.ปรชี ญา มหัทธนทวี ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านอาคารเขยี ว TREES A (NC)

4. นายอุกฤษฎ์ ถนอมนาม ผู้เชย่ี วชาญดา้ นอาคารเขียว TREES A (NC)

5. นายมฮู ัมมัดมนู ติ ร์ พิมพ์ประพันธ์ ผู้เชย่ี วชาญดา้ นเศรษฐศาสตรแ์ ละการเงนิ

6. นายเสรมิ ชัย ทิพยจ์ ริยาอุดม ผเู้ ชี่ยวชาญด้านอาคารเขียว TREES A (NC)

7. นายนริ ันดร์ เช้ือเคน ผู้เชย่ี วชาญด้านอาคารเขยี ว TREES A (NC)

8. นายชาญณรงค์ ภาคภูมิ ผู้เชยี่ วชาญด้านอาคารเขยี ว TREES A (NC)

9. นายเกียรติศกั ด์ิ เทยี มทนงค์ ผเู้ ชีย่ วชาญด้านอาคารเขียว TREES A (NC)

10. นางสาวภทั ราภรณ์ ศรปี ระเสริฐ ผเู้ ชยี่ วชาญด้านสถาปตั ยกรรมหลกั / TREES A (NC, EB)

11. นายพศิ ุทธ์ วเิ ชยี รฉันท์ ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นภมู ิสถาปัตยกรรม

12. นายวิชยา วัฒนานุกิจ ผเู้ ชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา

13. นายพสิ ฐิ พุฒิไพโรจน์ ผเู้ ชี่ยวชาญดา้ นวศิ วกรรมสงิ่ แวดล้อม

14. ร.ต.ต.ชาญไทยภักด์ิ แกน่ จันทรธ์ นกลุ ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นวิศวกรรมไฟฟ้า / TREES A (NC)

15. นายธศั นพ์ ล พ่ึงทวที รัพย์ ผูเ้ ช่ยี วชาญดา้ นวิศวกรรมเคร่อื งกล

คณะทางานสนบั สนุน สถาปนิก / TREES A (NC, EB)
ภูมิสถาปนกิ
1. นายนคร มณีเนตร วศิ วกรโยธา
2. นายเอกสทิ ธิ์ อรณุ วงศ์ ณ อยุธยา วศิ วกรสิ่งแวดลอ้ ม
3. นายคงศกั ด์ิ แกว้ สุรยิ ธารง วิศวกรไฟฟ้า
4. นายกอ่ พงษ์ ศรพี วาทกลุ วิศวกรเครอื่ งกล
5. นายนพิ นธ์ สนุ ทรศักดิวงศ์ พนกั งานเขียนแบบ 1
6. นายอมต วราวิกสิต พนกั งานเขยี นแบบ 2
7. นายสทิ ธพิ ร คา่ ยใส เลขานกุ ารโครงการ
8. นางสาววีรยา ศรีนนุ่ เจ้าหน้าทบี่ ันทกึ ขอ้ มูล
9. นางสาวนภษร สุขผอ่ ง
10. นางสาวศกลรตั น์ ไกรเภท

ค่มู ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทมี่ ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั ค

คณะกรรมการกากับดูแลการปฏิบตั งิ านของที่ปรกึ ษา
เร่ือง คมู่ อื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐท่มี ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

ประธานกรรมการ

นายสธุ ี ป่ินไพสิฐ
ผ้อู านวยการสานักวศิ วกรรมโครงสร้างและงานระบบ

คณะกรรมการ นางขนษิ ฐา ส่งสกลุ ชยั
นายสนุ ทร น้าเพชร วิศวกรโยธาชานาญการพิเศษ
วศิ วกรเครอ่ื งกลชานาญการพิเศษ สานักวศิ วกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ
สานักวศิ วกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ
นางสาวนครนิ ทรา สงิ หรตั น์
นายเอกชัย ประสงค์ วศิ วกรโยธาชานาญการพเิ ศษ
วศิ วกรไฟฟ้าชานาญการพิเศษ สานักวศิ วกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ
สานักวศิ วกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ

นายเพ่มิ พูน มาลหี อม
สถาปนกิ ปฏบิ ัติการ
สานกั สถาปตั ยกรรม

กรรมการและเลขานกุ าร กรรมการและผชู้ ่วยเลขานุการ
นายวรงศักดิ์ โสภัย
นายภูษณ แสงเพช็ ร วศิ วกรโยธาชานาญการ
วิศวกรเครื่องกลชานาญการ สานักวิศวกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ
สานกั วิศวกรรมโครงสรา้ งและงานระบบ
นายอานนท์ วงศ์เสงี่ยม
วศิ วกรไฟฟ้าปฏบิ ัตกิ าร
สานักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ

ง คมู่ อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ท่มี ีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั

สารบญั

หน้า
คานา ................................................................................................................................................ ก
บทนา ................................................................................................................................................ข
สารบญั ................................................................................................................................................ จ
สารบัญตาราง......................................................................................................................................... ฌ
สารบญั รปู .............................................................................................................................................. ญ
ส่วนท่ี 1 ทัว่ ไป ....................................................................................................................................... 1

1.1 วตั ถปุ ระสงค์...................................................................................................................... 1

1.2 ขอบเขตการใชง้ าน ............................................................................................................ 1

1.3 นิยามอาคาร...................................................................................................................... 1

1.4 ประเภทของเกณฑ์การประเมิน ......................................................................................... 1

1.5 การแบง่ หมวด ................................................................................................................... 2

1.6 คาชแี้ จง............................................................................................................................. 2
ส่วนที่ 2 เกณฑป์ ระเมนิ อาคารเขียวภาครฐั สาหรับอาคารท่มี ีอยูเ่ ดิม........................................................ 5
หมวด 1 กระบวนการออกแบบและบริหารโครงการ ............................................................................... 6

DP 1 การตง้ั คณะทางานออกแบบและผู้ติดตามงาน.................................................................... 7

DP 2 การจัดทาบันทึกความตอ้ งการของเจา้ ของโครงการ (OPR)................................................ 8

DP 3 การประชมุ รว่ มกันของผอู้ อกแบบฝ่ายตา่ งๆ เพื่อหาแนวคิดในการออกแบบ (BOD)
รว่ มกัน ............................................................................................................................10

DP 4 บคุ ลากรท่มี ีความรดู้ ้านอาคารเขยี วทีผ่ ่านการอบรม ........................................................12

DP 5 การใชแ้ บบจาลองสารสนเทศอาคาร (BIM) ในการออกแบบ............................................13

DP 6 การตดิ ตามงานต้ังแต่ข้ันออกแบบ กอ่ สรา้ ง และสรา้ งเสร็จ เพอ่ื การเรยี นรู้
และพฒั นาเกณฑ์ต่อไป ....................................................................................................15

หมวด 2 การออกแบบผังบริเวณและงานภูมทิ ัศน์ .................................................................................16
ML 1 การจัดพ้ืนท่ีสบู บหุ รนี่ อกอาคาร .......................................................................................17

ML 2 การเลอื กพืชพรรณพนื้ ถิน่ ทเ่ี หมาะสม...............................................................................18

ML 3 การลดความร้อนของผิวพื้นท่ีดาดแขง็ ..............................................................................20

ML 4 การออกแบบพื้นท่ซี ึมน้า..................................................................................................23

ML 5 ขนาดสดั ส่วนพื้นที่เปดิ โลง่ ...............................................................................................25
หมวด 3 การออกแบบสถาปัตยกรรมและวศิ วกรรม...............................................................................27

AE 1 การออกแบบเปลอื กอาคาร..............................................................................................30

คู่มอื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐทีม่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ จ

สารบัญ (ตอ่ )

หน้า
AE 1.1 ค่าการถ่ายเทความรอ้ นรวมของผนงั (OTTV) และหลังคา (RTTV) .................. 30
AE 1.2 ค่าการสะทอ้ นแสงของกระจก ......................................................................... 32
AE 2 การออกแบบพ้ืนที่ใชส้ อย ................................................................................................ 34
AE 2.1 หอ้ งเก็บขยะรีไซเคิล ........................................................................................ 34
AE 2.2 การเลอื กสุขภณั ฑป์ ระหยดั น้า ......................................................................... 35
AE 2.3 หอ้ งอาบน้าและเปล่ียนชดุ สาหรับผใู้ ชร้ ถจักรยาน ............................................ 36
AE 2.4 ระบบดักฝ่นุ ทางเขา้ ......................................................................................... 37
AE 2.5 การใชผ้ นังและเพดานดดู กลืนเสียง.................................................................. 38
AE 2.6 การกนั เสยี งระหวา่ งหอ้ ง.................................................................................. 40
AE 2.7 สัดสว่ นระหวา่ งความลึกตอ่ ความสงู ของห้องไมป่ รับอากาศ ............................. 42
AE 2.8 พ้ืนทีท่ างานไดร้ บั แสงธรรมชาติและเหน็ ทวิ ทัศน์ภายนอก................................ 43
AE 2.9 พ้นื ที่จอดรถจักรยานหรือห้องเก็บรถจักรยาน.................................................. 45
AE 2.10 การเก็บรักษาผนงั ภายนอก พื้น และหลงั คาของอาคารเดิม ............................. 46
AE 3 การเลอื กใชว้ ัสดุ............................................................................................................... 47
AE 3.1 การเลอื กใชว้ ัสดุที่ไม่ก่อมลพษิ ......................................................................... 47
AE 3.2 การเลือกใชว้ สั ดุพื้นถ่ินหรือวัสดุในประเทศ...................................................... 49
AE 3.3 วัสดุหลงั คาทมี่ ีคา่ การสะท้อนความร้อนสูง....................................................... 50
AE 4 ระบบไฟฟ้าแสงสวา่ ง....................................................................................................... 52
AE 4.1 ประสทิ ธิภาพระบบแสงสว่าง........................................................................... 52
AE 4.2 คุณภาพของหลอดไฟ LED ............................................................................. 53
AE 4.3 การเปดิ -ปดิ ของหลอดไฟที่อยู่ตามแนวรมิ หน้าต่าง .......................................... 55
AE 4.4 ขนาดพ้ืนทค่ี วบคุมไฟฟา้ แสงสว่างตอ่ สวิตช์...................................................... 58
AE 4.5 การควบคุมความสวา่ งโดยใช้ Sensor ............................................................ 59
AE 4.6 การควบคุมระดับความสว่างของหลอดไฟ ....................................................... 61
AE 5 ระบบปรบั อากาศ ............................................................................................................ 62
AE 5.1 ประสทิ ธภิ าพพลงั งานของระบบปรับอากาศ.................................................... 62
AE 5.2 ผู้ใชอ้ าคารสามารถควบคุมสภาพแวดลอ้ มใหเ้ กดิ ความสบายได้ ....................... 65

ฉ คูม่ อื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั

สารบญั (ตอ่ )

หนา้
AE 5.3 การออกแบบห้องทีม่ มี ลพิษให้มคี วามดันเป็นลบ..............................................67
AE 5.4 สารทาความเย็นในระบบปรบั อากาศ...............................................................68
AE 5.5 การกาหนดช่วงสภาวะนา่ สบายโดยใชม้ าตรฐานสากล .....................................69
AE 5.6 ตาแหนง่ การวางหอระบายความรอ้ น (Cooling Tower) / เครอ่ื งระบาย

ความร้อน ........................................................................................................ 70
AE 5.7 ประสทิ ธิภาพของแผ่นกรองอากาศ..................................................................71
AE 5.8 การใช้ระบบ UVGI .........................................................................................74
AE 6 ระบบระบายอากาศ.........................................................................................................76
AE 6.1 อัตราการระบายอากาศและตาแหนง่ ช่องนาอากาศเข้า....................................76
AE 6.2 อัตราการระบายอากาศสงู กว่ามาตรฐานรอ้ ยละ 30.........................................79
AE 6.3 การใช้ CO2 Sensor ควบคมุ ปริมาณอากาศนาเขา้ ..........................................81
AE 6.4 ระบบการเติมอากาศแบบอิสระและประหยัดพลงั งาน .....................................82
AE 7 ระบบขนส่งทางดงิ่ ...........................................................................................................84
AE 7.1 ประสทิ ธภิ าพของระบบขนส่งทางด่งิ ................................................................84
AE 8 ระบบการจดั การพลงั งาน ................................................................................................87
AE 8.1 มาตรวดั ไฟฟ้าประจาอาคาร ............................................................................87
AE 8.2 มาตรวดั ไฟฟ้าทใี่ ช้กับระบบบาบดั นา้ เสีย .........................................................88
AE 8.3 มาตรวัดไฟฟ้าย่อยแยกตามประเภทการใช้งาน................................................89
AE 8.4 การใช้ระบบ BMS ควบคุม ..............................................................................91
AE 9 ระบบสขุ าภิบาล...............................................................................................................92
AE 9.1 การติดตง้ั มาตรวดั นา้ ประจาอาคาร..................................................................92
AE 9.2 ระบบดบั เพลงิ ไม่ใชส้ าร Halon, CFC, HCFC .................................................93
AE 9.3 การติดต้ังมิเตอรว์ ดั น้าย่อย ..............................................................................95
AE 9.4 การใช้น้าจากแหลง่ อ่ืนแทนน้าเพอ่ื การอปุ โภค .................................................98
AE 10 การใชพ้ ลังงานทดแทน ..................................................................................................100
AE 10.1 การผลติ พลังงานทดแทน...............................................................................100
AE 10.2 การออกแบบเพ่ือรองรับการติดต้ังแผงเซลล์แสงอาทิตย์.................................101

ค่มู อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐที่มอี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ ช

สารบญั (ต่อ)

หน้า
หมวด 4 การก่อสร้างอาคาร ...............................................................................................................102

BC 1 การลดมลพิษจากการก่อสรา้ ง .......................................................................................103
BC 2 การจดั ทาแผนเพ่ือหาแนวทางการลดขยะ ลดการใชน้ า้ และพลังงานระหว่าง

การก่อสร้าง................................................................................................................... 104
BC 3 การปอ้ งกันปญั หาฝุ่นเข้าไปในระบบปรบั อากาศ............................................................105
หมวด 5 การใชแ้ ละการบารุงรักษาอาคาร ..........................................................................................106
OM 1 การรวบรวมข้อมลู การใช้น้า...........................................................................................107
OM 2 การใชพ้ ลังงาน...............................................................................................................108

OM 2.1 การจดั ทาแผนบรหิ ารจัดการด้านพลังงาน .....................................................108
OM 2.2 การรวบรวมข้อมลู การใชพ้ ลังงาน วเิ คราะห์ และจดั ทามาตรการ

อนุรักษ์พลงั งาน ............................................................................................109
OM 3 การตรวจสง่ิ ปนเปื้อนในอากาศ......................................................................................110
OM 4 การจดั ซื้อผลิตภัณฑท์ ีเ่ ปน็ มติ รกับสิง่ แวดล้อม................................................................111
OM 5 การจดั การแมลงและสัตว์รบกวน...................................................................................112
OM 6 การจดั การงานภูมิทศั น์..................................................................................................113
OM 7 การจัดการขยะ..............................................................................................................114
OM 8 การทาความสะอาด.......................................................................................................115
OM 9 การประเมินผลอาคารหลังการเขา้ ใช้งาน.......................................................................116
เอกสารอ้างอิง......................................................................................................................................117
ภาคผนวก............................................................................................................................................119

ซ ค่มู อื การออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ท่มี อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั

สารบญั ตาราง

หน้า
ตารางที่ 1 สรุปเกณฑ์ประเมินอาคารเขยี วภาครัฐสาหรบั อาคารท่มี ีอยเู่ ดิม................................................ 2
ตารางท่ี 2 ค่าการสะท้อนรังสีอาทิตยข์ องผิวพ้ืนท่ดี าดแข็ง ......................................................................21
ตารางท่ี 3 ขอ้ มูลเพ่ิมเติมในการหาค่าสมั ประสิทธิ์การไหลบนผิวดิน........................................................24
ตารางท่ี 4 ค่า OTTV และ RTTV ของอาคารส่วนทม่ี ีการปรบั อากาศตามกฎกระทรวงพลงั งาน

พ.ศ. 2552.............................................................................................................................31
ตารางท่ี 5 ค่า NRC ของวัสดตุ า่ งๆ ..........................................................................................................39
ตารางที่ 6 คา่ STC ของผนังแบบตา่ งๆ ...................................................................................................41
ตารางท่ี 7 คา่ เฉลีย่ ของกาลังไฟฟา้ ส่องสวา่ งสงู สดุ แบ่งตามประเภทอาคาร..............................................52
ตารางท่ี 8 เกณฑ์ข้ันตา่ ของเครือ่ งปรบั อากาศเบอร์ 5 ของ กฟผ. ฉบับล่าสดุ

(ประกาศใชต้ ง้ั แต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560) .............................................................................62
ตารางท่ี 9 ค่ากาลังไฟฟา้ ต่อตันความเย็นแบง่ ตามประเภทของเครอื่ งทาน้าเย็น ตามกฎกระทรวงพลังงาน

พ.ศ. 2552.............................................................................................................................63
ตารางท่ี 10 MERV parameters ..............................................................................................................73
ตารางท่ี 11 ระยะห่างน้อยที่สุดของช่องนาอากาศภายนอกเข้า (air intake).............................................77
ตารางที่ 12 อากาศภายนอกอาคารต่าสดุ ทีต่ ้องการในพน้ื ทเ่ี พ่ือการหายใจ................................................80
ตารางที่ 13 คา่ ทีจ่ ากัดส่งิ ปนเปอ้ื นในอากาศท่ที าการตรวจวดั .................................................................110

คมู่ อื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐทม่ี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ ฌ

สารบัญรปู

หนา้
รูปที่ 1 ตัวอย่างภาพประกอบ...................................................................................................................... 3
รปู ท่ี 2 ตัวอย่างเอกสาร OPR ...................................................................................................................... 9
รปู ที่ 3 ตัวอยา่ งเอกสาร BOD.................................................................................................................... 11
รปู ท่ี 4 ตัวอยา่ งประเภทผู้เช่ียวชาญอาคารเขยี ว ........................................................................................ 12
รปู ที่ 5 ตัวอยา่ งการใช้โปรแกรมการออกแบบทเ่ี ป็นแบบจาลองสารสนเทศอาคาร BIM............................. 13
รูปท่ี 6 ตัวอย่างการจดั พ้นื ทีส่ ูบบุหรนี่ อกอาคาร......................................................................................... 17
รูปที่ 7 พ้นื ทโ่ี ล่งควรปลูกพชื พรรณหลากหลายชนิดรวมกนั ....................................................................... 18
รูปท่ี 8 สารานกุ รมพชื ในประเทศไทย ........................................................................................................ 19
รูปท่ี 9 คา่ SRI ของหลังคาโลหะสตี า่ งๆ..................................................................................................... 21
รูปที่ 10 การปลกู ต้นไม้เพอื่ ลดความรอ้ นให้พน้ื ทีด่ าดแขง็ ............................................................................ 22
รปู ท่ี 11 การใช้บลอ็ กหญ้าเพอ่ื ลดความร้อนของพ้ืนท่ีดาดแข็ง ..................................................................... 22
รปู ท่ี 12 สวนรับน้าฝน (rain garden) และทางเดนิ ผวิ ดาดแขง็ ท่ีน้าซึมได้.................................................... 23
รปู ท่ี 13 พน้ื ทเ่ี ปดิ โลง่ เชงิ นเิ วศ..................................................................................................................... 25
รปู ที่ 14 โปรแกรม building energy code (BEC)..................................................................................... 31
รูปท่ี 15 คา่ การสะท้อนแสงของกระจกส่ภู ายนอก........................................................................................ 32
รปู ที่ 16 ถงั คัดแยกขยะและหอ้ งเก็บขยะรีไซเคลิ .......................................................................................... 34
รปู ท่ี 17 สขุ ภณั ฑ์ท่ีได้ฉลากเขยี ว.................................................................................................................. 35
รูปที่ 18 หอ้ งอาบน้าและเปลยี่ นชุดสาหรับผูใ้ ชร้ ถจักรยาน........................................................................... 36
รูปท่ี 19 การตดิ ตง้ั ระบบตะแกรงรองพน้ื ดักฝุน่ ............................................................................................ 37
รูปท่ี 20 หอ้ งท่ีมกี ารใช้วัสดุดดู กลืนเสยี งทผ่ี นังและฝ้าเพดาน ....................................................................... 38
รปู ที่ 21 ผนังทีม่ ีคา่ STC ระหว่าง 40-60..................................................................................................... 40
รูปที่ 22 ขนาดของห้องทีร่ ะบายอากาศธรรมชาติมีคณุ สมบัติตามเกณฑ์ ...................................................... 42
รูปที่ 23 ตวั อยา่ งการจดั สานักงานแบบเปิดโล่งไวร้ มิ หนา้ ต่าง ....................................................................... 43
รูปท่ี 24 พื้นทที่ างานได้รบั แสงธรรมชาตแิ ละเหน็ ทิวทัศน์ภายนอก............................................................... 44
รูปที่ 25 หอ้ งเก็บรถจกั รยาน........................................................................................................................ 45
รปู ท่ี 26 ตวั อยา่ งการเกบ็ พ้ืนไมเ้ ดมิ นามาประยุกต์ใช้เป็นแผงบังแดด ........................................................... 46
รปู ที่ 27 ฉลากเขียว ฉลากลดคารบ์ อน และฉลากลดคาร์บอนฟุตพรน้ิ ท์....................................................... 47
รปู ที่ 28 วสั ดพุ น้ื ถิน่ ที่มีแหล่งผลิตในประเทศไทย ......................................................................................... 49
รูปที่ 29 ตวั อย่างฉลากประหยดั พลังงานประสิทธิภาพสูง............................................................................. 50
รูปท่ี 30 ค่า SRI ของหลงั คาโลหะสตี ่างๆ ..................................................................................................... 51

ญ คูม่ อื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ท่มี อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั

สารบัญรูป (ต่อ)

หน้า
รปู ท่ี 31 การใช้ ceramic coating ทาบนหลงั คา.........................................................................................51
รปู ที่ 32 หลอดไฟ LED T8...........................................................................................................................52
รูปท่ี 33 หลอดไฟท่ีไดฉ้ ลากเบอร์ 5 ของ กฟผ. ............................................................................................53
รปู ที่ 34 การพิจารณาข้อมลู ของผลิตภัณฑ์...................................................................................................53
รูปที่ 35 ระยะหลอดไฟในแนวรมิ หน้าต่างซง่ึ ควรแยกวงจรควบคุม...............................................................55
รปู ที่ 36 การควบคุมการเปิด-ปดิ ของหลอดไฟ .............................................................................................55
รูปท่ี 37 การใช้ daylight sensor ควบคมุ แบบ sensor 1 ตัวควบคุมการเปิดปดิ ของหลอดไฟหลายชุด......56
รูปท่ี 38 การใช้ sensor 1 ตัวควบคุมการเปิดปิดของหลอดไฟ 1 ชุด ...........................................................56
รูปท่ี 39 การใช้ daylight sensor ควบคุมการหร่ีแสง .................................................................................57
รปู ท่ี 40 ตวั อย่างการออกแบบสวิตชค์ วบคมุ ไฟฟ้าแสงสว่าง.........................................................................58
รปู ท่ี 41 ตัวอย่างการใช้ occupancy sensor..............................................................................................59
รูปที่ 42 ตวั อย่างการออกแบบสวิตชค์ วบคมุ ไฟฟ้าแสงสว่างเป็น 3 ระดบั .....................................................61
รปู ที่ 43 สานักงานท่ีมีการควบคมุ ระดบั ความสวา่ งของหลอดไฟ..................................................................61
รปู ที่ 44 ฉลากประสิทธิภาพพลังงานของเคร่อื งปรบั อากาศของ กฟผ. .........................................................64
รูปที่ 45 ฉลากประสิทธิภาพพลงั งานของ กฟผ. ทีป่ ระกาศใชต้ ั้งแต่ มกราคม พ.ศ. 2562.............................64
รูปที่ 46 ระบบ variable air volume (VAV)..............................................................................................65
รปู ที่ 47 ตัวอย่าง VAV box .........................................................................................................................65
รปู ท่ี 48 การแยกโซนภายในและโซนทมี่ ผี นงั ภายนอกออกจากกัน ...............................................................66
รูปท่ี 49 การกาหนดโซนพื้นทใี่ ชง้ านแตล่ ะโซนไมเ่ กิน 80 ตารางเมตร..........................................................66
รปู ที่ 50 การใช้อปุ กรณ์ชุดควบคมุ อุณหภูมิและปริมาณลม (thermostat) สาหรับ VAV box แต่ละชดุ ......66
รูปท่ี 51 ตัวอย่างห้องความดันเป็นลบ..........................................................................................................67
รปู ท่ี 52 ตัวอย่างสารทาความเยน็ ในระบบปรบั อากาศ.................................................................................68
รปู ที่ 53 การวิเคราะหส์ ภาวะสบายโดยใชโ้ ปรแกรม CBE thermal comfort tool.....................................69
รูปท่ี 54 ตาแหนง่ การวางชุดระบายความร้อนและหอระบายความรอ้ น........................................................70
รปู ที่ 55 แผนภมู ิการติดตัง้ แผ่นกรองอากาศสาหรับเคร่ืองสง่ ลมเย็น (AHU) .................................................71
รูปท่ี 56 แผนภูมิการติดต้ังแผน่ กรองอากาศสาหรบั เครื่องสง่ ลมเยน็ ขนาดเลก็ (FCU)...................................72
รูปที่ 57 ตวั อย่างแผน่ กรองอากาศ MERV 7 ................................................................................................72
รปู ที่ 58 ระบบ UVGI...................................................................................................................................74
รปู ที่ 59 การติดต้ังระบบ UVGI ใน AHU .....................................................................................................74
รูปที่ 60 การติดตัง้ ระบบ UVGI ชนดิ ตดิ ต้งั ทีผ่ นัง .........................................................................................75

คู่มือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐทมี่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั ฎ

สารบญั รปู (ตอ่ )

หน้า
รปู ท่ี 61 การตดิ ตงั้ ระบบ UVGI ชนิดตดิ ตง้ั ทเ่ี พดาน..................................................................................... 75
รปู ที่ 62 ตัวอย่างตาแหน่งช่องนาอากาศภายนอกเขา้ (air intake)............................................................... 78
รปู ที่ 63 ตัวอยา่ งระบบเตมิ อากาศภายนอกที่มกี ารติดต้ัง ERV/HRV............................................................ 79
รูปท่ี 64 ตัวอย่าง CO2 sensor .................................................................................................................... 81
รูปท่ี 65 ระบบการเตมิ อากาศกรณีท่ใี ช้ AHU............................................................................................... 82
รูปที่ 66 ระบบการเตมิ อากาศกรณีท่ใี ช้ FCU แบบไม่ตอ่ ท่อลม.................................................................... 83
รูปที่ 67 ระบบการเตมิ อากาศกรณีท่ีใช้ FCU แบบตอ่ ท่อลม........................................................................ 83
รูปที่ 68 ตัวอยา่ งลิฟต์และบันไดเล่อื นท่ีใช้ระบบควบคมุ แบบ VVVF และ sleep mode............................. 84
รูปท่ี 69 ตัวอย่างการระบคุ ุณสมบตั ิการประหยดั พลงั งานด้วยระบบควบคุมแบบ VVVF .............................. 85
รูปที่ 70 ตัวอยา่ งการระบุคุณสมบตั ิการประหยัดพลังงานด้วยระบบ sleep mode..................................... 85
รูปที่ 71 แผนภูมิการทางานของ regenerative converter เพอ่ื การประหยัดพลงั งาน ............................... 86
รปู ท่ี 72 ตัวอย่างการตดิ ตั้งมาตรวัดไฟฟา้ หลกั ของอาคาร ............................................................................ 87
รูปท่ี 73 ตวั อย่างการติดตง้ั มาตรวัดไฟฟา้ ของระบบบาบัดนา้ เสีย................................................................. 88
รูปท่ี 74 ตวั อยา่ งมาตรวัดไฟฟา้ แบบ digital................................................................................................ 89
รูปท่ี 75 ตัวอย่างไดอะแกรมการแยกมาตรวัดไฟฟ้าตามระบบย่อย .............................................................. 90
รูปที่ 76 ตัวอย่างไดอะแกรมระบบ building management system (BMS) ............................................ 91
รปู ท่ี 77 ตวั อย่างมาตรวัดน้าแบบ digital .................................................................................................... 92
รปู ท่ี 78 ชนดิ ของถังดับเพลงิ มือถือที่ห้ามใช้และสามารถใชไ้ ด้...................................................................... 93
รปู ท่ี 79 ตวั อย่างมาตรวัดนา้ ย่อยแบบ digital ............................................................................................. 95
รปู ที่ 80 ตัวอยา่ งแผนภูมิการติดมาตรวดั นา้ ย่อยแยกการใชน้ า้ รายประเภท ................................................. 96
รปู ท่ี 81 ตวั อย่างการตดิ ตง้ั มาตรวัดน้ายอ่ ยแบบ digital แยกการใช้น้ารายประเภท .................................... 96
รปู ที่ 82 ตวั อย่างข้อมูลการวัดนา้ จากมาตรวดั น้าแบบ digital ..................................................................... 97
รูปท่ี 83 ตวั อยา่ งการติดต้ังถังเกบ็ นา้ ฝนมาใช้งาน ........................................................................................ 98
รปู ท่ี 84 ตัวอย่างการนาน้าจากการกลั่นตัวของ AHU กลับมาใช้ในหอระบายความร้อน .............................. 99
รปู ที่ 85 ตัวอย่างการนานา้ ใชแ้ ลว้ กลับมาใช้ ................................................................................................ 99
รปู ท่ี 86 การใช้ PV glass เปน็ skylight และผลิตไฟฟ้าในขณะเดียวกนั ...................................................100
รปู ท่ี 87 การวเิ คราะห์ศกั ยภาพในการติดต้ังแผงเซลล์แสงอาทติ ย์โดยใชโ้ ปรแกรม autodesk revit..........101
รปู ท่ี 88 การป้องกันตะกอนดินไหลออกนอกพนื้ ท่ี .....................................................................................103
รปู ที่ 89 การคัดแยกขยะในสถานท่กี ่อสรา้ ง ...............................................................................................104
รูปที่ 90 การหมุ้ พลาสตกิ ปิดบรเิ วณปากท่อลมของระบบปรับอากาศ.........................................................105

ฏ คมู่ ือการออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

สารบัญรปู (ต่อ)

หนา้
รูปท่ี 91 ตวั อย่างการวิเคราะหข์ อ้ มูลการใชน้ า้ ...........................................................................................107
รูปท่ี 92 โครงสร้างการจดั การพลังงานใหเ้ กิดประสิทธิภาพสงู สดุ ...............................................................108
รูปท่ี 93 การใชเ้ ครื่องตรวจวดั คณุ ภาพอากาศในอาคาร .............................................................................110
รูปที่ 94 ฉลากสินค้าและบริการทเ่ี ปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ ม ..........................................................................111
รปู ที่ 95 การจดั การแมลงและสตั ว์รบกวน..................................................................................................112
รปู ท่ี 96 ลดเสียงดังทีเ่ กิดจากการใช้อุปกรณ์ที่ใชน้ า้ มัน...............................................................................113
รปู ท่ี 97 การจัดวางถงั คดั แยกในตาแหนง่ ทเ่ี หน็ ได้งา่ ยและเขา้ ถงึ สะดวก ....................................................114
รปู ที่ 98 การตรวจสอบการทางานของหนว่ ยงานทร่ี ับจา้ งบริการทาความสะอาด .......................................115
รปู ท่ี 99 สารวจความพงึ พอใจของผูใ้ ช้งานอาคารอยา่ งน้อยปลี ะ 1 คร้ัง .....................................................116

ค่มู อื การออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั ฐ



สว่ นที่ 1
ทว่ั ไป

1.1 วตั ถปุ ระสงค์

1) เพ่ือใช้เป็นคู่มือสาหรับสถาปนิกและวิศวกรในการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐท่ีมีอยู่เดิมให้
เปน็ อาคารเขียว

2) เพ่ือใช้เป็นคู่มือสาหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน ให้ดาเนินงานก่อสร้าง ท่ีลดผลกระทบ
ตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม

3) เพื่อใช้เป็นคู่มือสาหรับการใช้และบารุงรักษาอาคารภาครัฐท่ีได้ออกแบบปรับปรุงให้เป็นอาคาร
เขียวแล้ว ใหค้ งมปี ระสทิ ธภิ าพดอี ยา่ งต่อเน่อื ง

1.2 ขอบเขตการใชง้ าน

1) คู่มือน้ีเป็นมาตรฐานหรือแนวทางการออกแบบปรับปรุง ก่อสร้าง การใช้และบารุงรักษา
สาหรับอาคารที่ต้องการเป็นอาคารเขียว มิใช่คู่มือสาหรับการประเมินเพื่อขอการรับรองเป็นอาคารเขียวจาก
กรมโยธาธิการและผังเมือง

2) คู่มือน้ีพัฒนาขึ้นเพื่อใช้สาหรับออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐ ประเภทสานักงานเป็นหลัก
แตอ่ าจนาไปประยกุ ต์ใช้กับอาคารประเภทอน่ื ได้ เชน่ อาคารทพี่ ักอาศัย

3) สามารถใชไ้ ดก้ ับอาคารทุกขนาด
4) เกณฑ์ท่ีระบุในคู่มือนี้ คือ มาตรฐานการออกแบบท่ีสูงกว่าท่ีกฎหมายกาหนด ดังนั้นเกณฑ์ใด
ท่ีเป็นข้อกฎหมายจะไม่ระบุในที่นี้ เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกอาคารต้องปฏิบัติให้ถูกต้องอยู่แล้ว การทาอาคาร
เขียวเป็นเรื่องสมัครใจของผทู้ ต่ี อ้ งการดาเนนิ งานใหด้ ีกวา่ ที่กฎหมายบังคบั

1.3 นยิ ามอาคาร

อาคารเขียว หมายถึง อาคารซ่ึงออกแบบปรับปรุง ก่อสร้าง และดาเนินการใช้งาน โดยสามารถลด
ผลกระทบเชิงลบ และสร้างผลกระทบเชิงบวก ต่อสภาพอากาศ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ สงวนรักษา
ทรัพยากรอันมคี ่า และปรบั ปรงุ คุณภาพชีวติ

อาคารเขียวภาครัฐ หมายถึง อาคารท่ีสามารถผ่านเกณฑ์บังคับทุกข้อตามมาตรฐานของ
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง ตามคู่มอื น้เี ป็นอยา่ งน้อย

1.4 ประเภทของเกณฑก์ ารประเมิน

มาตรฐานการออกแบบอาคารเขียวภาครัฐ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ประกอบด้วยเกณฑ์ 2
ประเภท คอื

1) เกณฑบ์ ังคบั
2) เกณฑ์เลือกทา

ค่มู อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐทม่ี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 1

1.5 การแบ่งหมวด

การแบ่งหมวดในคมู่ ืออาคารเขยี วภาครัฐ จะใชก้ ารแบง่ ตามประเภทของงานที่เกิดขึน้ ในกระบวนการ
ออกแบบและก่อสร้างอาคาร ซ่ึงอาจจะแตกต่างจากคู่มือการประเมินอาคารเขียวอื่น ที่แบ่งหมวดตามเน้ือหา
เชน่ หมวดประสิทธิภาพน้า หมวดพลังงาน หมวดคณุ ภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร เปน็ ตน้ โดยมเี นอ้ื หาใน
การออกแบบของแตล่ ะงาน เชน่ งานระบบปรบั อากาศ แทรกอยใู่ นหลายหมวด

แต่คู่มือน้ีได้รวบรวมงานแต่ละประเภทมารวมไว้ในหมวดเดียวกัน เช่น งานระบบปรับอากาศ
งานระบบไฟฟ้า เพื่อทาให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องกับงานในด้านต่างๆ ปฏิบัติตามเน้ือหาที่เกี่ยวข้องได้ง่าย แต่อย่างไร
กต็ ามผ้ใู ชเ้ กณฑค์ วรอา่ นและทาความเขา้ ใจในภาพรวมของทุกหมวดตามเนื้อหาของคู่มือนี้

นอกจากน้ีเกณฑ์ตามคู่มือจะประกอบด้วย เกณฑ์บังคับที่มากกว่าระบบประเมินอาคารเขียวอ่ืนๆ
ท้ังนี้ เพ่ือเป็นการบังคับให้งานออกแบบปรับปรุง ก่อสร้าง การใช้และบารุงรักษาอาคาร สามารถครอบคลุม
เนื้อหาที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน การใช้น้า วัสดุ และทรัพยากรอ่ืนๆ รวมท้ังการให้
ความสาคัญต่อคุณภาพชีวิตของผใู้ ชอ้ าคารครบถว้ นทุกดา้ นเช่นเดียวกบั เกณฑก์ ารประเมนิ อาคารเขียวอื่นๆ

เกณฑท์ งั้ หมดแบง่ ไดเ้ ปน็ 5 หมวด ประกอบดว้ ยเกณฑบ์ งั คบั และเกณฑ์เลือกทาดังน้ี
ตารางที่ 1 สรปุ เกณฑ์ประเมินอาคารเขยี วภาครัฐสาหรับอาคารท่ีมอี ยเู่ ดิม

เกณฑป์ ระเมนิ อาคารเขียวภาครัฐ
ลาดับ หมวด

เกณฑ์บงั คบั เกณฑ์เลอื กทา รวม

1 กระบวนการออกแบบและบริหารโครงการ 3 3 6

2 การออกแบบผังบรเิ วณและงานภมู ทิ ัศน์ 2 35

3 การออกแบบงานสถาปตั ยกรรมและวิศวกรรม 15 29 44

4 การกอ่ สร้างอาคาร 3 -3

5 การใช้และการบารุงรกั ษาอาคาร 3 7 10

รวมจานวนเกณฑ์ 26 42 68

อาคารเขยี วภาครัฐของกรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง สามารถแบง่ ได้เป็น 2 ระดบั คอื
อาคารเขยี วมาตรฐาน คือ อาคารท่สี ามารถผ่านเกณฑบ์ งั คับทกุ เกณฑ์
อาคารเขยี วขัน้ สงู คือ อาคารทส่ี ามารถผา่ นเกณฑ์บงั คับทุกเกณฑ์ รวมท้งั ผ่านเกณฑเ์ ลอื กทาได้

อยา่ งนอ้ ยคร่งึ หนง่ึ ของเกณฑเ์ ลือกทาทัง้ หมด โดยแต่ละโครงการอาจจะมีเกณฑเ์ ลือกทาแตกต่างกัน ตามบริบท
ที่เปลยี่ นไป เช่น สภาพทีต่ ง้ั ขนาดของอาคาร ตามความเหมาะสม ในด้านประโยชน์ที่ไดร้ บั และความคุ้มค่ากับ
งบประมาณกอ่ สรา้ ง

2 คมู่ ือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ทมี่ ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

1.6 คาชี้แจง

1) รูปแบบการจดั เน้ือหาของเกณฑ์การประเมนิ
รปู แบบในการจัดเนือ้ หาของเกณฑ์ที่จะปรากฏในเอกสารทัง้ หมด จะประกอบดว้ ยขอ้ มลู ดังน้ี

1. 2. 3.

1. อักษรย่อของหมวดและลาดบั หมายเลข
2. ชื่อเกณฑ์
3. ระบุว่าเป็นเกณฑบ์ งั คบั หรอื ถ้าไมใ่ ชเ่ กณฑ์บังคับจะใช้สัญลกั ษณ์ขดี (–)

2) วตั ถปุ ระสงค์
ชี้แจงวตั ถปุ ระสงคห์ รือเหตผุ ลของการกาหนดเกณฑ์

3) ขอ้ กาหนด
ชีแ้ จงสิ่งท่ผี ู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้าง หรือผบู้ ารุงรกั ษาอาคารต้องปฏิบัตติ าม

4) ภาพประกอบ

ใช้ประกอบการช้ีแจงเพื่อให้เข้าใจข้อกาหนดได้อย่างถูกต้อง หรือมีความเข้าใจชัดเจนข้ึน ซึ่ง
ภาพประกอบอาจปรากฏในบางเกณฑ์

รูปที่ 1 ตัวอยา่ งภาพประกอบ 3

คู่มือการออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ทีม่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

5) แนวทางการออกแบบ หรือแนวทางการดาเนนิ งาน
หัวข้อนี้อาจจะไม่ปรากฏในทุกเกณฑ์ เป็นข้อเสนอแนะในการดาเนินงานเพ่ือให้บรรลุผลตาม

ข้อกาหนดแต่มิใช่เป็นข้อบังคับ ผู้ใช้คู่มืออาจปฏิบัติโดยวิธีการอื่นที่เห็นว่าเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
ในการทางานท่แี ตกต่างกนั ไปได้

6) คาอธบิ ายเพมิ่ เติม
ในบางเกณฑอ์ าจประกอบดว้ ยคาศัพทท์ างเทคนิคที่ปรากฏในข้อกาหนด เช่น ความถูกตอ้ งของสี

ค่า Ra R9 ในกรณีเช่นน้ีคู่มือจะใส่คาอธบิ ายไวด้ ้วย เพ่ือให้ผู้ใช้คู่มือทราบรายละเอียดของคาศัพท์โดยไม่ต้องไป
ค้นคว้าเพ่ิมเติมจากท่ีอื่น หรือกรณีที่ข้อมูลเพิ่มเติมมีจานวนมาก เช่น ชื่อพรรณไม้ท้องถ่ิน คู่มือจะให้รายช่ือ
เวบ็ ไซตท์ ส่ี ามารถดาวน์โหลด หรอื เขา้ ถงึ เพ่อื การศกึ ษาเพิ่มเติมไว้ด้วย

7) นิยามศพั ท์
การให้นิยามศัพท์เฉพาะเป็นการให้ความหมายของคาที่มีความสาคัญในเรื่องนั้นๆ เพื่อให้

ผู้ใชง้ านเข้าใจความหมายคาตรงกนั

4 คู่มือการออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ท่ีมีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

สว่ นท่ี 2
เกณฑ์ประเมนิ อาคารเขยี วภาครฐั สาหรับอาคารที่มอี ยู่เดมิ

ค่มู อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ท่มี ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 5

หมวด 1 กระบวนการออกแบบและบริหารโครงการ
(Design Process : DP)

หมวด เกณฑ์ประเมนิ ประเภท
บังคับ
DP 1 การตงั้ คณะทางานออกแบบและผตู้ ิดตามงาน บังคบั
บังคบั
DP 2 การจัดทาบนั ทึกความตอ้ งการของเจา้ ของโครงการ (OPR)
-
DP 3 การประชมุ ร่วมกันของผ้อู อกแบบฝา่ ยต่างๆ เพือ่ หาแนวคิดในการออกแบบ -
(BOD) รว่ มกนั -

DP 4 บคุ ลากรที่มีความร้ดู ้านอาคารเขียวทีผ่ า่ นการอบรม

DP 5 การใช้แบบจาลองสารสนเทศอาคาร (BIM) ในการออกแบบ

DP 6 การติดตามงานตงั้ แต่ข้นั ออกแบบ ก่อสรา้ ง และสรา้ งเสรจ็ เพื่อการเรยี นรู้และ
พัฒนาเกณฑ์ต่อไป

6 คู่มือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐทมี่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั

DP 1 การตง้ั คณะทางานออกแบบและผู้ตดิ ตามงาน บังคบั

วัตถุประสงค์
เพ่อื ให้เกดิ ความชัดเจนในการแบ่งหน้าท่ีและความรับผิดชอบ เนอื่ งจากการออกแบบอาคารเขียวเป็น

การแกป้ ญั หาในการออกแบบเชิงบรู ณาการจากผอู้ อกแบบทุกฝ่าย เพอื่ ใหไ้ ด้อาคารที่มปี ระสทิ ธิภาพ

ข้อกาหนด
ระบุรายชอื่ หวั หน้าโครงการและผรู้ ับผดิ ชอบในการออกแบบเพือ่ ให้ผ่านตามเกณฑ์ในทุกหวั ข้อทเี่ ลือก

ดาเนนิ การ และผู้ติดตามงาน

แนวทางการดาเนนิ งาน
จดั ประชมุ คณะทางานทุกคน ระบรุ ายชอ่ื ผรู้ บั ผดิ ชอบงานในทกุ หัวข้อเกณฑ์ที่เลือกดาเนนิ การ และ

ผู้ทาหน้าท่ตี ดิ ตามงานตั้งแต่เร่ิมต้นโครงการ กาหนดแผนทางาน และแผนการประชุม จนส้นิ สุดงาน

คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐทม่ี อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 7

DP 2 การจัดทาบันทกึ ความต้องการของเจ้าของโครงการ (OPR) บงั คบั

วตั ถปุ ระสงค์

เพือ่ ให้ได้งานออกแบบทีต่ รงกับความต้องการของเจ้าของโครงการ (owner’s project
requirements, OPR)

ขอ้ กาหนด

1) ให้หัวหน้าโครงการมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในการจัดทาเอกสารความต้องการของเจ้าของ

โครงการ
2) ให้จัดการประชุมร่วมกันระหว่างเจ้าของโครงการและผู้ออกแบบ เพ่ือสรุปความต้องการในการ

ออกแบบ โดยเฉพาะทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั เกณฑก์ ารออกแบบอาคารเขยี วภาครัฐที่จะเลอื กดาเนินการ
3) ผู้รับผิดชอบต้องจัดทาบันทึกสรุปความต้องการของเจ้าของโครงการ (OPR) และขอให้เจ้าของ

โครงการหรอื ตวั แทนรับรอง เพอื่ ให้แน่ใจว่าผรู้ ับผดิ ชอบเขา้ ใจถูกต้อง
4) ผู้รับผิดชอบแจ้ง OPR ที่รับรองความถูกต้องแล้ว ให้ทุกคนในทีมงานออกแบบรับทราบ หาก

เจ้าของโครงการปรับเปลี่ยนความตอ้ งการ ผู้รบั ผดิ ชอบจะต้องปรบั ปรงุ ข้อมูล ใน OPR ใหเ้ ป็นปจั จบุ นั และต้อง
แจ้งใหท้ มี งานออกแบบและผู้เก่ียวขอ้ งรับทราบทุกครง้ั

แนวทางการดาเนินงาน

ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการควรกาหนดแผนการประชุมร่วมกับเจ้าของโครงการ และมอบหมายให้มี
ผรู้ บั ผดิ ชอบจัดทาเอกสารความต้องการของเจ้าของโครงการ หรอื โปรแกรมในการออกแบบที่ชดั เจน และขอให้

เจ้าของหรือตัวแทนของเจ้าของโครงการรับรองว่า เป็นความต้องการท่ีทีมงานออกแบบเข้าใจถูกต้อง การ
ประชมุ เพอ่ื สรุปความต้องการนี้ อาจจะมีหลายคร้งั

ในการประชุมร่วมกับเจ้าของโครงการแต่ละครั้ง ผู้รับผิดชอบจะต้องคอยทบทวนกับเอกสารความ
ต้องการที่มีอยู่ หากมีความต้องการใดที่เกิดข้ึนเพ่ิมเติม หรือปรับเปล่ียนจะต้องรีบปรับปรุงเอกสาร และแจ้ง
ข้อมูลไปยังผู้ออกแบบทุกคนท่ีเกี่ยวข้องให้รับทราบทันที เพื่อจะได้ปรับงานออกแบบให้สอดคล้องกับความ
ตอ้ งการท่ีเปลยี่ นไป การแจง้ ขอ้ มูลควรทาเปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร เพื่อป้องกนั ความเขา้ ใจผิดพลาด

OPR ควรครอบคลุมเน้ือหา เกี่ยวกับความต้องการของเจ้าของโครงการและผู้ใช้อาคาร ด้าน
ประโยชน์ใช้สอย จานวนผู้ใช้งาน ช่วงเวลาการใช้งาน งบประมาณในการก่อสร้างสาหรับงานประเภทต่างๆ
เป้าหมายท่ีเกีย่ วข้องกับเกณฑ์อาคารเขียว ความต้องการด้านการใชแ้ ละบารุงรกั ษา

8 คู่มือการออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั

นิยามศพั ท์ รูปท่ี 2 ตัวอย่างเอกสาร OPR
ความตอ้ งการของ
เจา้ ของโครงการ หมายถึง เอกสารแสดงส่ิงที่ต้องการให้กลุ่มผู้ออกแบบดาเนินการในการ
(owner’s project ออกแบบอาคาร โดยกลุ่มเจ้าของโครงการเป็นผู้กาหนด เอกสารความ
requirements, OPR) ต้องการน้ีควรมีความชัดเจน มีการระบุตัวช้ีวัด ( measurable
indicators) ที่จะสามารถตรวจสอบ (verification) ได้ว่างานออกแบบ
ดงั กลา่ วเปน็ ไปตามความต้องการหรอื ไม่

คมู่ ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ที่มอี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 9

DP 3 การประชุมร่วมกันของผู้ออกแบบฝ่ายต่างๆ เพ่ือหาแนวคิดในการ บังคับ
ออกแบบ (BOD) ร่วมกัน

วตั ถุประสงค์
เพื่อแก้ปัญหาในการออกแบบให้มีมุมมองร่วมกันของทุกฝ่าย ซ่ึงอาจทาให้แนวทางการออกแบบ

สามารถแกป้ ัญหาในหลายๆ เรอ่ื งได้พรอ้ มกนั ทาให้ประหยัดคา่ ใช้จา่ ย และยังเป็นอาคารท่ีมปี ระสิทธภิ าพสงู

ข้อกาหนด
1) ให้ผู้ออกแบบศึกษาเอกสารความต้องการของเจ้าของโครงการ (OPR) ที่ได้รับจากผู้รับผิดชอบ

ในการจัดทาเอกสาร
2) ให้จดั ประชุมร่วมกนั ระหว่างผู้ออกแบบทกุ ฝา่ ย ทั้งสถาปนกิ วศิ วกรโครงสรา้ ง วิศวกรงานระบบ

ทุกระบบ ภูมสิ ถาปนกิ และมัณฑนากร ตงั้ แตข่ น้ั ตอนการออกแบบร่าง เพอื่ ร่วมกนั วเิ คราะหห์ าทางเลือกในการ
ออกแบบท่ีสามารถแก้ปัญหาความต้องการหลายๆ ด้านเข้าด้วยกันภายใต้การออกแบบในงานเดียว และสรุป
แนวทางท่ีดีทสี่ ุดที่ไดผ้ ลลัพธ์ตรงกับความต้องการของเจ้าของโครงการ และใชง้ บประมาณท่ีน้อยทส่ี ุดเพ่ือทาให้
ประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ยและไดอ้ าคารที่มปี ระสทิ ธภิ าพสงู

3) ให้ผู้ออกแบบทุกฝ่ายร่วมกันจัดทาเอกสารแสดงแนวคิดและเจตนารมณ์ในการออกแบบ (BOD)
ซ่งึ ควรครอบคลมุ เน้อื หาตามหวั ข้อเกณฑต์ ่างๆ ท่ไี ดด้ าเนินการออกแบบ

แนวทางการดาเนินงาน
ควรกาหนดเป็นแผนการประชุมที่ชัดเจนในช่วงต่างๆ ของการดาเนินงานออกแบบ ต้ังแต่ข้ันเร่ิม

โครงการ จาเป็นต้องมีการประชุมเพ่ือให้ผู้ออกแบบรับทราบความต้องการของเจ้าของโครงการในด้านต่างๆ
รวมทัง้ ความต้องการทเ่ี กย่ี วกับข้อเกณฑ์ในการออกแบบใหเ้ ป็นอาคารเขียวภาครัฐ

ในขนั้ ตอนการพฒั นาแนวคิดเบ้ืองตน้ ผ้อู อกแบบจะต้องประชุมร่วมกนั เพอ่ื รว่ มกันคดิ หาแนวทางใน
การออกแบบท่ีสามารถตอบสนอง OPR ที่กาหนด ซ่ึงควรทาเป็นทางเลือกในการออกแบบอย่างน้อย 2 แบบ
และวเิ คราะห์ข้อดี ข้อเสียของแตล่ ะทางเลือกร่วมกัน เมอ่ื ไดท้ างเลือกท่ีดีท่ีสุดแล้วให้ผู้ออกแบบจัดทา BOD ซง่ึ
เป็นเอกสารระบุแนวคิด เจตนารมณ์ และสมมติฐานท่ีใช้ในการตัดสินใจในการออกแบบ เป็นลายลักษณ์อักษร
เพื่อให้ผู้ออกแบบทุกคนในทีมงานเข้าใจตรงกัน กรณีท่ีมีการปรับเปลี่ยน OPR ผู้ออกแบบจะต้องประชุม
ปรึกษาหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับงานออกแบบ ซึ่งอาจจะต้องหากลยุทธ์ในการออกแบบร่วมกันใหม่ และ
หากแนวคดิ ในการออกแบบเปลีย่ นไปจากเดมิ จะต้องปรับเอกสาร BOD ใหม่ให้ถกู ตอ้ ง

ในขั้นการพฒั นาแบบรายละเอียดและการจัดทารายการประกอบแบบ ผู้ออกแบบควรตรวจสอบด้วย
ว่างานยังคงมีความสอดคลอ้ งตรงกันระหว่างแบบ รายการประกอบแบบ BOD และ OPR เพ่ือให้แน่ใจว่าจะได้
อาคารท่ีตรงกับความต้องการของเจ้าของโครงการ

เอกสาร BOD ควรมีเน้ือหาครอบคลุมภาพรวมของระบบต่างๆ ที่ได้ดาเนินการออกแบบให้ตรงกับ
OPR มาตรฐาน กฎหมาย คู่มือ หรือแนวทางที่ใช้ในการออกแบบ รวมท้ังประวัติย่อของการที่ต้องปรับเปลี่ยน
หรือแก้ไขแนวคดิ ในการออกแบบ

10 คู่มอื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐท่มี อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

นยิ ามศพั ท์ รูปที่ 3 ตัวอยา่ งเอกสาร BOD
แนวคดิ
และเจตนารมณ์ หมายถงึ เอกสารแสดงหลักการและแนวคดิ ในการออกแบบท่ใี ชเ้ พ่ือทาให้
ในการออกแบบ ความตอ้ งการของเจ้าของโครงการเปน็ ไปได้จริง โดยระบเุ กณฑ์ มาตรฐาน
(basis of design, BOD) ข้อสมมตฐิ านหรอื เงือ่ นไขที่ใช้ในการออกแบบ

คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐที่มีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 11

DP 4 บคุ ลากรที่มีความรดู้ ้านอาคารเขียวท่ผี า่ นการอบรม -

วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อให้ผู้ที่มีความรใู้ นการออกแบบดา้ นอาคารเขียว ช่วยแนะนาหลักการและแนวทางการดาเนนิ งาน

ใหก้ บั คนอื่นๆ ในทมี ออกแบบ ทาให้สามารถบรรลเุ ป้าหมายในการออกแบบทต่ี ้องการได้งา่ ยขึน้

ขอ้ กาหนด
มผี ู้ท่ีผ่านการอบรมดา้ นอาคารเขยี วระบบใดระบบหนึง่ ร่วมในทมี งานออกแบบอยา่ งน้อย 1 คน

แนวทางการดาเนนิ งาน
ควรส่งเสรมิ ให้ทีมงานทุกคนมีโอกาสเข้ารบั การอบรมหลกั สูตรท่ีเก่ียวกับอาคารเขียว ซึ่งอาจเป็นการ

จัดอบรมภายในหน่วยงาน หรือ มีเอกสารให้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เนื่องจากระบบอาคารเขียวต่างๆ
ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาและหลักการที่คล้ายคลึงกัน ดังน้ัน ผู้ที่ผ่านการอบรมในระบบใดระบบหน่ึงจะสามารถ
เข้าใจในหลักการและสามารถปฏบิ ตั ิตามคู่มอื นี้ได้ ทาให้สามารถทางานออกแบบอาคารเขียวภาครฐั ได้ดยี ิง่ ขน้ึ

ผู้เชี่ยวชาญอาคารเขยี ว LEED AP ผูเ้ ช่ียวชาญอาคารเขยี ว TREES-A

รูปที่ 4 ตวั อยา่ งประเภทผูเ้ ชี่ยวชาญอาคารเขียว

12 ค่มู อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทมี่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

DP 5 การใช้แบบจาลองสารสนเทศอาคาร (BIM) ในการออกแบบ -

วัตถุประสงค์
เพื่อลดความขัดแย้งในแบบก่อสร้างแต่ละระบบ ซึ่งมักสร้างปัญหาในข้ันตอนการก่อสร้าง ทาให้

บางครั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มข้ึนในการแก้ไขปัญหาน้ันๆ หรืออาจแก้ไขปัญหาได้ไม่สมบูรณ์ทาให้อาคารด้อย
ประสิทธภิ าพ

ขอ้ กาหนด
ให้ใช้โปรแกรมการออกแบบท่ีเป็นแบบจาลองสารสนเทศอาคาร (building information

modeling, BIM) ในการออกแบบโดยจะต้องเร่ิมตั้งแต่ข้ันตอนการออกแบบร่างในทุกระบบ ทั้งสถาปัตยกรรม
โครงสร้าง และงานระบบ เพื่อลดความขดั แยง้ ในแบบกอ่ สร้างของแตล่ ะระบบ

แนวทางการออกแบบ
ควรนาระบบ BIM มาใช้ในงานออกแบบต้ังแต่ข้ันตอนการออกแบบร่าง เพราะนอกจากจะลดปัญหา

ความขัดแย้งในแบบก่อสร้างแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์งานออกแบบได้ในหลายด้าน
ที่เกี่ยวข้องกับอาคารเขียว เช่น การวิเคราะห์เปรียบเทียบรูปร่างอาคารที่แตกต่างกัน 2 รูปแบบกับการใช้
พลังงานท่ีเกิดขึ้น การวิเคราะห์ค่าความส่องสว่างในห้องต่างๆ การวิเคราะห์เงาท่ีเกิดข้ึน เพื่อหาตาแหน่งที่
เหมาะสมในการวางแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และยงั มีประโยชน์ต่อเนื่องไปถึงการวางแผนจัดการทรัพยากรอาคาร
เมือ่ อาคารสรา้ งเสร็จแลว้ ด้วย

รูปที่ 5 ตัวอยา่ งการใชโ้ ปรแกรม BIM 13

คู่มอื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั

นิยามศพั ท์ หมายถึง การสร้างแบบจาลองอาคาร (building model) พร้อมข้อมูล
แบบจาลองสารสนเทศอาคาร หรือสารสนเทศ (information) ในองค์ประกอบของแบบจาลองอาคาร
(building information น้ันๆ เพือ่ จาลองลกั ษณะอาคารทตี่ ้องการในการกอ่ สร้างจริง
modeling, BIM)

14 คมู่ ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทม่ี ีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั

DP 6 การตดิ ตามงานตัง้ แต่ขั้นออกแบบ กอ่ สรา้ ง และสร้างเสร็จ -
เพ่ือการเรยี นรู้และพฒั นาเกณฑ์ต่อไป

วตั ถุประสงค์
เพ่ือพัฒนาเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวภาครัฐให้ดีขึ้นอย่างต่อเน่ือง โดยการรวบรวมผลสรุปจาก

การดาเนนิ งานตามค่มู ือ

ข้อกาหนด
ให้ประเมินปัญหา อุปสรรค และข้อจากัดที่พบจากการปฏิบัติตามเกณฑ์ ต้ังแต่ข้ันตอนการออกแบบ

กอ่ สรา้ ง จนเสรจ็ สิ้นโครงการ และวิเคราะหห์ าสาเหตุของปญั หา และขอ้ เสนอแนะในการแก้ปัญหา

แนวทางการดาเนนิ งาน
1) กาหนดผูร้ ับผดิ ชอบดาเนนิ งานในแต่ละหวั ข้อเกณฑท์ ่ีเลือกตามคมู่ ือ
2) จดั ทาบันทกึ สรปุ ปัญหา ขอ้ เสนอแนะ และแจ้งข้อมลู ใหก้ บั กรมโยธาธกิ ารและผงั เมืองทราบ
3) กรมโยธาธกิ ารและผงั เมืองรวบรวมข้อมูลเพอื่ พิจารณาในการปรบั ปรุงเกณฑอ์ าคารเขียวภาครัฐ

ในรอบต่อไป

คู่มือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ทมี่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 15

หมวด 2 การออกแบบผังบรเิ วณและงานภมู ิทศั น์ ประเภท
(Master Plan Design and Landscape : ML)
บงั คบั
หมวด เกณฑ์ประเมนิ บงั คับ
ML 1 การจัดพ้ืนที่สบู บุหร่นี อกอาคาร
ML 2 การเลือกพชื พรรณพ้ืนถนิ่ ทเ่ี หมาะสม -
ML 3 การลดความร้อนของผวิ พื้นที่ดาดแข็ง -
ML 4 การออกแบบพืน้ ทีซ่ ึมนา้ -
ML 5 ขนาดสัดสว่ นพน้ื ท่เี ปดิ โลง่

16 คู่มือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

ML 1 การจดั พ้ืนที่สบู บหุ ร่ีนอกอาคาร บังคับ

วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือป้องกันปัญหาควันบุหรี่ ที่ส่งผลทาให้คุณภาพอากาศภายในอาคารแย่ลง เกิดความเสี่ยงต่อ

สขุ ภาพและชวี ิตความเปน็ อย่ขู องผู้ใช้อาคาร

ขอ้ กาหนด
ให้จัดพื้นที่สูบบุหร่ีนอกอาคาร พร้อมป้ายสัญลักษณ์อนุญาตให้สูบบุหรี่ โดยต้องอยู่ห่างจากประตู

ทางเข้า หน้าตา่ งระบายอากาศ ช่องนาอากาศเข้าสรู่ ะบบปรบั อากาศอย่างน้อย 10 เมตร

แนวทางการออกแบบ
1) จดั พ้นื ท่สี บู บหุ ร่ีนอกอาคารใหเ้ ป็นไปตามข้อกาหนด
2) ติดป้ายประกาศสัญลักษณ์การห้ามสูบบุหรี่ในอาคาร และสัญลักษณ์อนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ใน

ตาแหน่งพ้ืนท่ีที่จัดไว้ให้ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้งานอาคารและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกันถึงการห้ามสูบบหุ ร่ี
ในอาคาร

รูปที่ 6 ตัวอย่างการจัดพ้นื ท่ีสบู บหุ รีน่ อกอาคาร

ทม่ี า : http://www.coconews.in.th/old/index.php/coconewspaper/77-7beach

คมู่ อื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ 17

ML 2 การเลอื กพชื พรรณพ้ืนถ่นิ ทเี่ หมาะสม บังคับ

วัตถปุ ระสงค์
1) เพื่อให้ใช้พืชพรรณท้องถิ่นในงานภูมิทัศน์ เพราะพืชท้องถ่ิน หรือพืชพรรณท่ีปรับตัวแล้ว

สามารถทนโรค ทาให้ลดความจาเป็นในการใช้สารเคมเี พ่ือกาจดั แมลงหรอื ศัตรูพืช
2) เพื่อให้เลอื กพชื พรรณท่ที นแล้ง ทาให้ลดการใชน้ ้าสาหรบั การรดนา้

ขอ้ กาหนด
พืชพรรณที่ปลูกส่วนใหญ่ ให้เลือกพืชพรรณที่ทนโรค ทนแล้ง ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศท้องถิ่น

และไม่เป็นสายพันธร์ุ ุกราน

แนวทางการออกแบบ
ควรเลือกพืชพรรณหลายชนิดผสมกัน ท้ังไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม เพ่ือให้เกิดความหลากหลาย

ทางชีวภาพ สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของนก และผีเสื้อ ทาให้คนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ควรปลูกหญ้าเพียง
อย่างเดียวเพราะนอกจากไมม่ ีความหลากหลายแล้วยังใชน้ า้ มาก และควรเลอื กตน้ ไม้ที่สามารถทนแลง้ ได้ดี

รูปท่ี 7 พนื้ ทโ่ี ล่งควรปลกู พืชพรรณหลากหลายชนิดรวมกัน

18 คูม่ อื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

แหลง่ ข้อมลู เพ่ิมเตมิ
สารานกุ รมพืชในประเทศไทย สามารถดาวน์โหลดได้ท่ี

http://www.dnp.go.th/botany/PDF/publications/saranukrom.pdf 541 หน้า

รูปที่ 8 สารานกุ รมพชื ในประเทศไทย
ดูรายช่ือต้นไม้สายพันธ์ุรุกรานและต้นไม้ในเขตร้อนช้ืนสลับแล้ง และร้อนชื้นฝนชุก หน้า 78-82 ใน
คมู่ ือสาหรับเกณฑก์ ารประเมนิ ความยง่ั ยนื ทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย ของสถาบนั อาคารเขียวไทย

คมู่ ือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ท่ีมอี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ 19

ML 3 การลดความรอ้ นของผวิ พน้ื ท่ีดาดแข็ง -

วัตถปุ ระสงค์

เพื่อลดผลกระทบในการทาให้เกิดเกาะความความร้อนในเมือง ซ่ึงเกิดจากการที่พ้ืนท่ีดาดแข็งใน
โครงการดูดกลืนความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์ ทาให้อุณหภูมิที่ผิวของพ้ืนท่ีดาดแข็งสูงข้ึน และคายความร้อน
ใหอ้ ากาศโดยรอบอาคาร

ขอ้ กาหนด

พ้นื ท่ีดาดแข็งมากกว่าร้อยละ 50 ของพ้ืนทด่ี าดแข็งทง้ั หมด ได้ดาเนินการตามมาตรการลดความร้อน
โดยใช้วิธกี ารใดวธิ ีการหน่งึ ดังน้ี

1) กรณีที่มีพื้นคอนกรีตเก่า ให้ทาความสะอาดผิวเพื่อลดความเข้มของสีและทาให้มีค่าการสะท้อน
รงั สอี าทิตย์เพิม่ ข้นึ

2) กรณีทาพื้นใหม่ ให้ใช้วัสดุที่มีค่าการสะท้อนรังสีอาทิตย์ (solar reflectance, SR) อย่างน้อย
0.33 (หรอื ร้อยละ 33)

3) ปลูกต้นไม้ใหญ่ ที่สามารถให้ร่มเงากับพื้นที่ดาดแข็งได้ โดยคิดเฉพาะพื้นที่ดาดแข็งซ่ึงอยู่ภายใต้
เสน้ ผ่านศูนย์กลางของทรงพุม่ ตน้ ไม้

4) ใชบ้ ลอ็ กหญ้าซ่ึงมีการปลูกพชื อยา่ งน้อยรอ้ ยละ 50 ของพน้ื ท่ผี วิ บล็อกหญา้
5) ใช้หลังคาท่ีมีค่าการสะท้อนรังสีอาทิตย์ (solar reflectance, SR) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.45
(หรอื รอ้ ยละ 45) คลมุ พ้ืนที่ดาดแข็ง

แนวทางการออกแบบ

นอกจากการทาความสะอาดพ้ืนผิวคอนกรีตเดิม การเลือกวัสดุปูผิวดาดแข็งควรเลือกท่ีมีค่าการ
สะท้อนรังสีอาทิตย์สูง และหากสามารถวางตาแหน่งพื้นท่ีดาดแข็ง เช่น ลานจอดรถ ให้ได้รับร่มเงาของอาคาร
หรืออาคารข้างเคียงในเวลากลางวัน ก็สามารถช่วยลดความร้อนได้มากยิ่งข้ึน ถ้าใช้หลังคาคลุมพ้ืนที่ดาดแข็ง
เชน่ ทีจ่ อดรถ ควรเลือกวัสดหุ ลงั คาที่มีค่าดัชนีการสะท้อนรังสีอาทิตย์สูง และถ้าใช้เป็นบล็อกหญา้ กส็ ามารถลด
ไดท้ ั้งความร้อน และช่วยลดปริมาณนา้ ฝนไหลนองออกนอกพืน้ ที่ดว้ ย

20 ค่มู ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

ตารางท่ี 2 คา่ การสะท้อนรังสอี าทิตยข์ องผิวพ้นื ทด่ี าดแข็ง

วสั ดุ ค่าการสะท้อนรงั สีอาทติ ย์ (SR) ค่าดชั นีการสะทอ้ นรังสีอาทิตย์ (SRI)

คอนกรีตใหม่ 0.35 35

คอนกรีตเดมิ 0.20 19

คอนกรีตขาวใหม่ 0.70 86

คอนกรีตขาวเก่า 0.40 45

แอสฟัลต์ใหม่ 0.05 0

แอสฟัลตเ์ ก่า 0.10 6

ที่มา : สถาบนั อาคารเขยี วไทย, คมู่ อื สาหรบั เกณฑ์การประเมนิ ความยั่งยืนทางพลงั งานและสิง่ แวดลอ้ มไทย สาหรบั อาคารระหวา่ งใชง้ าน หนา้ 119

รปู ที่ 9 คา่ SRI ของหลังคาโลหะสตี ่างๆ 21

ทม่ี า : http://www.deansteelbuildings.com/products/panels/sr-sri-by-color/

คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐท่มี ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

รปู ท่ี 10 การปลูกตน้ ไมเ้ พ่ือลดความรอ้ นให้พน้ื ทดี่ าดแขง็

รปู ที่ 11 การใชบ้ ล็อกหญา้ เพื่อลดความรอ้ นของพ้นื ที่ดาดแขง็

ทีม่ า : https://www.ihome108.com/14-grass-block/

คาอธิบายเพิ่มเติม คือ ความสามารถในการสะท้อนรังสีอาทิตย์ของวัสดุซ่ึงมีค่าในช่วงสเกล
ค่าการสะทอ้ นรงั สีอาทติ ย์ ต้ังแต่ 0 ถึง 1 (หรือร้อยละ 0-100) วัสดุที่มีสีอ่อนจะมีค่าการสะท้อนรังสี
(solar reflectance, SR) อาทติ ย์สงู กว่าวสั ดทุ ี่มสี เี ขม้

ค่าดชั นกี ารสะท้อนรังสีอาทติ ย์ เป็นค่าท่ีแสดงความสามารถในการสะท้อนความร้อนของวัสดุเมื่อได้รับ
(solar reflectance index, รังสีอาทิตย์และอุณหภูมิสูงขึ้น วัสดุท่ีมีสีดามาตรฐาน (reflectance 0.05
SRI) แ ล ะ emittance 0.90) มี ค่ า SRI = 0 แ ล ะ วั ส ดุ สี ข า ว ม า ต ร ฐ า น
(reflectance 0.80 และ emittance 0.90) มีคา่ SRI = 100 คา่ SRI ของ
วัสดุหาได้จากการคานวณระหว่างวัสดุสีขาวและสีดา โดยท่ัวไปวัสดุสีเข้ม
จะมีค่า SRI น้อยกว่าวัสดุที่มีสีขาวหรือสีอ่อน การออกแบบควรเลือกวัสดุ
ท่มี คี ่า SRI สูงเพ่อื ลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง

22 คู่มือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐทม่ี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

ML 4 การออกแบบพื้นทซี่ ึมนา้ -

วัตถุประสงค์
เพ่ือลดปริมาณนา้ ฝนไหลนองออกนอกพ้นื ทโี่ ครงการ

ขอ้ กาหนด
ค่าสัมประสิทธิ์การไหลบนผิวเฉล่ียของท้ังโครงการ (ไม่รวมพื้นท่ีหน่วงน้า) โดยหาค่าเฉลี่ยระหว่าง

สมั ประสทิ ธกิ์ ารไหลของพน้ื แตล่ ะประเภทและขนาดพื้นทป่ี ระเภทน้ันๆ โดยใหค้ ่าเฉลีย่ ท่ีไดน้ อ้ ยกว่า 0.7 โดยค่า
สมั ประสิทธก์ิ ารไหลบนผวิ เฉล่ยี ทง้ั โครงการคานวณได้จากสูตร1 ดังนี้

C =  CiAi
 Ai

C = สมั ประสทิ ธ์กิ ารไหลบนผวิ เฉลย่ี ทัง้ โครงการ
Ci = สมั ประสิทธิก์ ารไหลบนผวิ ของพืน้ แตล่ ะชนดิ
Ai = ขนาดพน้ื ที่ผวิ ของพ้ืนแต่ละชนิด (ตารางเมตร)

แนวทางการออกแบบ
ออกแบบให้มีพื้นท่ีซึมน้า เช่น การใช้บล็อกหญ้า ผิวกรวด หรือมีการเว้นช่องระหว่างพื้นผิวดาดแข็ง

ใหน้ า้ ซึมไดโ้ ดยการจดั สวนปลกู ตน้ ไม้ การจดั สวนรบั น้าฝน (rain garden) เปน็ ต้น

รปู ที่ 12 สวนรับน้าฝน (rain garden) และทางเดนิ ผวิ ดาดแขง็ ทีน่ า้ ซมึ ได้ 23

1 คูม่ อื สาหรบั เกณฑ์การประเมินความยงั่ ยืนทางพลงั งานและส่ิงแวดล้อมไทย (TREES-NC/CS), หน้า 88-90

คู่มือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

ตารางที่ 3 ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ ในการหาคา่ สมั ประสทิ ธ์กิ ารไหลบนผวิ ดนิ

ชนดิ ของผิวพน้ื คา่ สมั ประสิทธกิ์ ารไหลบนผิว
(runoff coefficient)

ทางเดนิ คอนกรีต ทางเดนิ แอสฟัลต์ 0.95

ทางเดนิ อิฐ 0.85

ทางเดินกรวด 0.75

หลังคาท่ัวไป 0.95

หลังคาปลกู ต้นไม้ (<10 เซนติเมตร) 0.50

หลังคาปลูกต้นไม้ (10-20 เซนตเิ มตร) 0.30

หลงั คาปลกู ตน้ ไม้ (>20-50 เซนตเิ มตร) 0.20

หลังคาปลกู ตน้ ไม้ (>50 เซนติเมตร) 0.10

สนามหญ้าพ้นื ราบ (0-1% ลาดเอยี ง) 0.25

ผวิ ปลูกต้นไม้คลมุ พน้ื ราบ (0-1% ลาดเอยี ง) 0.10

ทมี่ า : ปรับจากตารางในค่มู ือสาหรบั เกณฑ์การประเมนิ ความยง่ั ยนื ทางพลงั งานและสิ่งแวดล้อมไทย (TREES-NC/CS), หน้า 88

ตัวอย่าง โครงการมีพนื้ ที่ 10,000 ตารางเมตร เป็นลานจอดรถและถนน 5,000 ตารางเมตร หลงั คา
1,000 ตารางเมตร สนามหญ้า 4,000 ตารางเมตร

ส่วนประกอบโครงการ พน้ื ที่ (ตารางเมตร) ค่าสมั ประสิทธ์กิ ารไหลบนผิว
ลานจอดรถและถนนคอนกรีต 5,000 0.95
หลังคาคอนกรตี 1,000 0.95
สนามหญ้า 4,000 0.25

C = 0.95(5,000)+0.95(1,000)+0.25(4,000) = 0.67
10,000

สรุป ค่าสมั ประสทิ ธิก์ ารไหลบนผิวเฉลีย่ ทั้งโครงการมคี ่า = 0.67 < 0.7 (เกณฑ)์
ดังน้ัน ผา่ นเกณฑ์

24 คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ทีม่ ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

ML 5 ขนาดสดั ส่วนพน้ื ทเ่ี ปดิ โล่ง -

วัตถุประสงค์
เพื่อให้โครงการมีสภาพแวดล้อมธรรมชาติมากขึ้น สร้างที่อยู่อาศัยของสัตว์ และเพิ่มสมดุลในระบบ

นเิ วศ ทาใหค้ นมีโอกาสใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งเป็นการส่งเสรมิ คุณภาพชีวติ ให้แกผ่ ้ใู ช้อาคาร รวมทง้ั ชุมชนโดยรอบ

ขอ้ กาหนด
ออกแบบให้มีพื้นท่ีว่างมากกว่าท่ีกาหนดตามกฎหมายผังเมือง หรือพื้นท่ีว่างตามกฎหมายควบคุม

อาคาร หรือพ้ืนที่ว่างที่เกิดจากระยะถอยร่นข้ันต่าจากแนวเขตที่ดินตามกฎหมาย โดยให้เลือกขนาดพื้นที่ว่างที่
มากท่ีสุดเป็นเกณฑ์ และให้ออกแบบให้มีพ้ืนที่ว่างมากกว่าขนาดพื้นท่ีว่างมากท่ีสุดที่ต้องการตามกฎหมาย อีก
อย่างน้อยร้อยละ 10 โดยต้องจัดเป็นพ้ืนที่เปิดโล่งเชิงนิเวศ คือ พ้ืนที่สวน พ้ืนท่ีสระน้าธรรมชาติท่ีมีความ
สวยงาม ลานสาหรบั การพักผอ่ น หรอื ออกกาลังกาย แต่ต้องไม่ใช่ท่วี า่ งซง่ึ เปน็ ท่จี อดรถหรือถนน

แนวทางการออกแบบ
พ้ืนที่ว่างที่เพิ่มข้ึนน้ีถ้าเป็นพ้ืนท่ีสวน ไม่ควรปลูกหญ้าเพียงอย่างเดียว แต่ควรปลูกต้นไม้หลายพันธุ์

รวมกัน ให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ พ้ืนที่สระน้าสามารถใช้ประโยชน์เพ่ือหน่วงน้ามิให้ออกนอก
โครงการและปลูกพืชให้ความสวยงาม ส่วนพ้นื ท่ีลานกจิ กรรม เชน่ ลานออกกาลงั กาย ควรออกแบบใหน้ ้าซึมลง
ดนิ ได้ ไม่ควรทาลานผิวดาดแขง็ ขนาดใหญ่ทไี่ ม่มีร่มเงา เพราะจะสรา้ งความรอ้ นในทีต่ ้ังโครงการ

รูปที่ 13 พ้ืนทเี่ ปิดโล่งเชงิ นเิ วศ 25

คมู่ ือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ทีม่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

นยิ ามศพั ท์ พ้ืนที่อันปราศจากหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุม ซ่ึงพ้ืนท่ีดังกล่าวอาจจะ
ทวี่ า่ ง จัดให้เป็นบ่อน้า สระว่ายน้า บ่อพักน้าเสีย ที่พักมูลฝอย ที่พักรวมมูลฝอย
หรือที่จอดรถ ที่อยู่ภายนอกอาคารก็ได้ และให้หมายความรวมถึงพ้ืนท่ี
พ้ืนทีเ่ ปิดโล่งเชิงนิเวศ ของส่ิงก่อสร้างหรืออาคารทีส่ ูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน 1.2 เมตร และไม่มี
(ecological open space) หลังคาหรือส่ิงก่อสร้างปกคลุมเหนือระดับนั้น จากนิยามคาว่า “ท่ีว่าง”
แก้ไขเพ่ิมเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๐ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความ
ในพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

พื้นท่ีอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุม รวมถึงพื้นที่ของ
ส่ิงก่อสร้างหรืออาคารท่ีสูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน 1.2 เมตร และไม่มี
หลังคาหรือสงิ่ กอ่ สร้างปกคลุมเหนือระดับนัน้ อันประกอบด้วยพ้ืนท่ีสเี ขียว
อย่างน้อยร้อยละ 40 ของพ้ืนที่ อาจรวมถึงบ่อน้าลักษณะธรรมชาติ และ
พื้นที่ดาดแข็งท่ีมีกิจกรรมบนพ้ืนที่ดาดแข็งเปน็ ไปเพ่ือการส่งเสริมคุณภาพ
ชีวิตของผู้ใช้งาน อาทิเช่น ทางเดินเท้า ลานกิจกรรม แต่จะต้องไม่ใช้พ้ืนท่ี
สาหรบั รถยนต์หรือท่ีจอดรถยนต์

26 ค่มู ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐทมี่ อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

หมวด 3 การออกแบบสถาปัตยกรรมและวศิ วกรรม ประเภท
(Architectural and Engineering Design : AE)
บงั คับ
หมวด เกณฑ์ประเมิน -

AE 1 การออกแบบเปลอื กอาคาร บงั คับ
AE 1.1 คา่ การถ่ายเทความร้อนรวมของผนงั (OTTV) และหลังคา (RTTV) บังคับ
AE 1.2 ค่าการสะท้อนแสงของกระจก
AE 2 การออกแบบพ้นื ท่ใี ช้สอย -
AE 2.1 หอ้ งเก็บขยะรีไซเคลิ -
AE 2.2 การเลอื กสุขภัณฑ์ประหยัดนา้ -
AE 2.3 หอ้ งอาบนา้ และเปล่ียนชดุ สาหรบั ผใู้ ช้รถจักรยาน -
AE 2.4 ระบบดักฝนุ่ ทางเข้า -
AE 2.5 การใช้ผนังและเพดานดูดกลนื เสียง -
AE 2.6 การกนั เสยี งระหวา่ งห้อง -
AE 2.7 สัดสว่ นระหว่างความลกึ ต่อความสูงของห้องไม่ปรับอากาศ -
AE 2.8 พ้ืนท่ีทางานไดร้ บั แสงธรรมชาติและเหน็ ทิวทัศน์ภายนอก
AE 2.9 พื้นท่จี อดรถจกั รยานหรือหอ้ งเกบ็ รถจักรยาน บงั คบั
AE 2.10 การเก็บรักษาผนังภายนอก พ้ืน และหลงั คาของอาคารเดมิ -
AE 3 การเลือกใช้วัสดุ -
AE 3.1 การเลือกใชว้ ัสดุทไี่ ม่กอ่ มลพิษ
AE 3.2 การเลือกใช้วัสดุพน้ื ถนิ่ หรือวัสดุในประเทศ บงั คับ
AE 3.3 วัสดหุ ลังคาที่มีค่าการสะท้อนความร้อนสงู บังคบั
AE 4 ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
AE 4.1 ประสิทธภิ าพระบบแสงสว่าง 27
AE 4.2 คณุ ภาพของหลอดไฟ LED

ค่มู อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐท่ีมีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั

หมวด เกณฑ์ประเมิน ประเภท

AE 4.3 การเปิด-ปดิ ของหลอดไฟท่ีอยู่ตามแนวรมิ หนา้ ต่าง -
AE 4.4 ขนาดพ้ืนที่ควบคุมไฟฟ้าแสงสวา่ งต่อสวติ ช์ -
AE 4.5 การควบคุมความสว่างโดยใช้ Sensor -

AE 4.6 การควบคุมระดบั ความสวา่ งของหลอดไฟ -
AE 5 ระบบปรบั อากาศ
AE 5.1 ประสทิ ธภิ าพพลังงานของระบบปรบั อากาศ บงั คับ
AE 5.2 ผู้ใชอ้ าคารสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เกดิ ความสบายได้ บังคับ
AE 5.3 การออกแบบหอ้ งทมี่ ีมลพิษให้มีความดนั เปน็ ลบ บังคับ
AE 5.4 สารทาความเย็นในระบบปรบั อากาศ บงั คับ
AE 5.5 การกาหนดช่วงสภาวะน่าสบายโดยใช้มาตรฐานสากล
AE 5.6 ตาแหน่งการวางหอระบายความรอ้ น (Cooling Tower) / -
-
เครื่องระบายความร้อน
AE 5.7 ประสิทธิภาพของแผน่ กรองอากาศ -
AE 5.8 การใชร้ ะบบ UVGI -
AE 6 ระบบระบายอากาศ
AE 6.1 อตั ราการระบายอากาศและตาแหน่งช่องนาอากาศเข้า บังคบั
AE 6.2 อัตราการระบายอากาศสูงกว่ามาตรฐานร้อยละ 30 -
AE 6.3 การใช้ CO2 Sensor ควบคมุ ปริมาณอากาศนาเขา้ -
AE 6.4 ระบบการเติมอากาศแบบอสิ ระและประหยดั พลังงาน -
AE 7 ระบบขนส่งทางดิ่ง
AE 7.1 ประสิทธภิ าพระบบขนส่งทางดิ่ง -
AE 8 ระบบการจดั การพลงั งาน
AE 8.1 มาตรวัดไฟฟ้าประจาอาคาร บังคบั
AE 8.2 มาตรวัดไฟฟา้ ทีใ่ ชก้ ับระบบบาบดั น้าเสีย บังคับ

28 คู่มอื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐท่ีมอี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ

หมวด เกณฑ์ประเมนิ ประเภท
-
AE 8.3 มาตรวดั ไฟฟ้าย่อยแยกตามประเภทใช้งาน -
AE 8.4 การใชร้ ะบบ BMS ควบคุม
AE 9 ระบบสขุ าภิบาล บงั คับ
AE 9.1 การตดิ ตง้ั มาตรวัดน้าประจาอาคาร บังคบั
AE 9.2 ระบบดบั เพลงิ ไม่ใชส้ าร Halon, CFC, HCFC
AE 9.3 การตดิ ตงั้ มิเตอรว์ ัดนา้ ย่อยประจาอาคาร -
AE 9.4 การใชน้ ้าจากแหล่งอื่นแทนน้าเพ่ือการอุปโภค -
AE 10 การใช้พลงั งานทดแทน
AE 10.1 การผลติ พลังงานทดแทน -
AE 10.2 การออกแบบเพื่อรองรบั การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ -

ค่มู ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ 29

AE 1 การออกแบบเปลือกอาคาร

AE 1.1 ค่าการถา่ ยเทความรอ้ นรวมของผนัง (OTTV) และหลงั คา (RTTV) บงั คับ

วตั ถุประสงค์
1) เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพของผนังอาคารในส่วนที่ปรับอากาศ ทาให้ลดความร้อนท่ีถ่ายเทเข้าสู่

อาคารได้ และสามารถชว่ ยลดพลงั งานในการปรบั อากาศ
2) เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพของหลังคาในการป้องกันความร้อนจากภายนอก ให้กับพื้นท่ีใช้สอย

ท้งั สว่ นปรบั อากาศและไมป่ รบั อากาศ

ขอ้ กาหนด
1) ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนัง (overall thermal transfer value, OTTV) เฉพาะ

ผนงั ภายนอกสว่ นท่ีปรบั อากาศ ดกี วา่ เกณฑต์ ามกฎหมายอนรุ กั ษ์พลังงาน
2) ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคา (roof thermal transfer value, RTTV) ของทั้ง

อาคาร (ทัง้ สว่ นท่ปี รับอากาศและไม่ปรับอากาศ) ดีกวา่ เกณฑต์ ามกฎหมายอนุรักษพ์ ลงั งาน
โดยให้ใช้โปรแกรมประเมินประสิทธิภาพพลังงานของอาคาร (building energy code, BEC) ของ

กระทรวงพลงั งานในการคานวณ

แนวทางการออกแบบ
1) ควรออกแบบให้อัตราส่วนพื้นที่หน้าต่างโปร่งแสงและ/หรือของผนังโปร่งแสงต่อพ้ืนที่ทั้งหมด

ของผนงั ด้านท่ีพิจารณา (window to wall ratio, WWR) มคี า่ ไม่เกนิ ร้อยละ 40 เนอ่ื งจากอาคารท่ีมีคา่ OTTV
สูงมักเกิดจากการที่มีช่องหน้าต่างหรือผนังโปร่งแสงขนาดใหญ่มาก ในส่วนของผนังทึบควรใช้วัสดุผนังท่ีมีค่า
ความต้านทานความร้อนสูง โดยถ้าเป็นผนังระบบโครงคร่าว ควรใส่ฉนวนเพ่ือลดความร้อน ในส่วนของผนัง
โปร่งแสงหรือหน้าตา่ ง ควรเลือกใช้กระจกท่ีมีค่า solar heat gain coefficient (SHGC) ต่า และมีค่า light to
solar gain ratio (LSG) มากกว่า 1

2) สาหรับการลดค่า RTTV สามารถทาได้โดยการใช้ฉนวน และการใช้วัสดุหลังคาท่ีมีสีอ่อน
3) ปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้กาหนดฉลากประสิทธิภาพสูง หรือฉลากเบอร์ 5 สาหรับฉนวน
ใยแก้ว คอนกรีตมวลเบา กระจก สีทาภายนอก และกระเบื้องหลังคา ซึ่งวัสดุเหล่าน้ีสามารถช่วยลดค่า OTTV
และ RTTV ให้ตา่ ลงไมเ่ กนิ เกณฑท์ ่กี ฎหมายกาหนด

30 คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ที่มอี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ

รูปที่ 14 โปรแกรม building energy code (BEC)

คาอธิบายเพม่ิ เตมิ

กฎกระทรวงกาหนดประเภทหรือขนาดของอาคารและมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการ
ออกแบบอาคารเพ่ือการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552 ได้กาหนดให้อาคาร 9 ประเภท ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000
ตารางเมตร มีค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกอาคาร (overall thermal transfer value,
OTTV) และค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคา (roof thermal transfer value, RTTV) ในส่วนท่ีมีการ
ปรับอากาศ ดังนี้

ตารางที่ 4 ค่า OTTV และ RTTV ของอาคารสว่ นที่มีการปรับอากาศตามกฎกระทรวงพลงั งาน พ.ศ. 2552

ประเภทอาคาร ค่า OTTV คา่ RTTV

(วตั ต์ต่อตารางเมตร) (วัตต์ต่อตารางเมตร)

สถานศกึ ษา สานกั งาน 50 15
40 12
โรงมหรสพ ศูนยก์ ารคา้ สถานบรกิ าร
หา้ งสรรพสินค้า อาคารชมุ นมุ คน 30 10

โรงแรม สถานพยาบาล อาคารชดุ

นิยามศัพท์ คือ ค่าเฉล่ียที่ถ่วงน้าหนักของค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้าน
ค่าการถา่ ยเทความรอ้ นรวม นอกแตล่ ะดา้ นรวมกัน มีหนว่ ยเปน็ วตั ต์ต่อตารางเมตร (W/m2)
ของผนังดา้ นนอกของอาคาร
(overall thermal
transfer value, OTTV)

ค่าการถา่ ยเทความรอ้ นรวม คือ ค่าเฉล่ียที่ถ่วงน้าหนักของค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคาแต่
ของหลงั คาอาคาร ละส่วน มหี นว่ ยเป็นวตั ต์ตอ่ ตารางเมตร (W/m2)
(roof thermal
transfer value, RTTV)

คูม่ ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั 31

AE 1.2 คา่ การสะทอ้ นแสงของกระจก -

วตั ถุประสงค์
เพ่ือลดผลกระทบของการสะท้อนแสงของกระจกหรือวัสดุผิวมันวาวต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ

อาคาร

ข้อกาหนด
คา่ การสะท้อนแสงของกระจกไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 15 โดยให้ใชค้ า่ อ้างอิงจากผผู้ ลิตกระจก

แนวทางการออกแบบ
ควรเลือกกระจกท่ีมีค่าการสะท้อนแสงของกระจกภายนอกอาคารไม่เกินร้อยละ 15 เม่ือวัดในมุม

ตั้งฉาก กระจกที่มีการสะท้อนแสงมากอาจจะลดความร้อนได้ดี แต่ขณะเดียวกัน จะยอมให้แสงธรรมชาติผ่าน
เข้าสู่อาคารได้น้อย ซ่ึงอาจทาให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติได้เท่าท่ีควร ซ่ึงควรดูท่ีค่า light to
solar gain (LSG) มากกวา่ 1 ดว้ ย

รูปท่ี 15 ค่าการสะท้อนแสงของกระจกสู่ภายนอก

ที่มา : https://www.agc-flatglass.co.th/product/

32 ค่มู ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐทม่ี ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั


Click to View FlipBook Version