รปู ที่ 66 ระบบการเติมอากาศกรณีทีใ่ ช้ FCU แบบไม่ต่อท่อลม
รปู ท่ี 67 ระบบการเติมอากาศกรณีทใี่ ช้ FCU แบบตอ่ ท่อลม
ค่มู อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทีม่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ 83
AE 7 ระบบขนสง่ ทางด่ิง
AE 7.1 ประสทิ ธิภาพของระบบขนสง่ ทางดิง่ -
วตั ถุประสงค์
เพ่ือให้มีการใช้พลงั งานไฟฟ้าในระบบลฟิ ตแ์ ละบันไดเล่อื นอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและประหยดั พลงั งาน
ข้อกาหนด
1) เลือกใช้ลิฟต์และบันไดเล่ือน ที่ใช้ระบบควบคุมแบบแปรเปล่ียนแรงเคล่ือนไฟฟ้าและความถ่ี
ไฟฟา้ variable voltage variable frequency (VVVF)
2) เลือกใช้ลฟิ ตแ์ ละบนั ไดเล่อื น ที่มรี ะบบ sleep mode กรณีท่ไี ม่มีการใชง้ านลิฟต์และบันไดเล่ือน
เป็นเวลานาน
แนวทางการออกแบบ
ออกแบบลิฟต์และบันไดเลื่อน ที่ใช้ระบบควบคุมแบบแปรเปลี่ยนแรงเคลื่อนไฟฟ้าและความถ่ีไฟฟ้า
variable voltage variable frequency (VVVF) และมีระบบ sleep mode เพ่ือประหยัดพลังงานในกรณีท่ี
ไม่มกี ารใช้งานเป็นเวลานาน
รปู ที่ 68 ตัวอยา่ งลฟิ ตแ์ ละบนั ไดเล่ือนท่ใี ช้ระบบควบคมุ แบบ VVVF และ sleep mode
ท่ีมา : http://www.mitsubishielevator.co.th
84 คู่มือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐทีม่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ
รปู ท่ี 69 ตวั อย่างการระบคุ ุณสมบัติการประหยดั พลังงานดว้ ยระบบควบคุมแบบ VVVF
ท่ีมา : http://www.mitsubishielectric.com/elevator/products/basic/elevators/nexway_europe/pdf/product_guide.pdf
รปู ที่ 70 ตวั อย่างการระบุคุณสมบัติการประหยัดพลังงานดว้ ยระบบ sleep mode
ท่มี า : http://www.mitsubishielectric.com/elevator/products/basic/elevators/nexway_europe/pdf/product_guide.pdf
กรณีเป็นอาคารสูงควรพิจารณาใช้ระบบรีเจนเนอร์เรทีฟ ( regenerative) ที่สามารถผลิต
กระแสไฟฟ้าได้จากการทางานในบางชว่ งของลิฟต์ ดงั นี้
1) ช่วงลฟิ ต์ขึ้นและน้าหนักของตุ้มถว่ งนา้ หนกั (counterweight) มากกว่า นา้ หนักบรรทุก (load)
2) ชว่ งลิฟต์ลงและน้าหนกั บรรทุก (load) มากกว่า นา้ หนกั ของตุ้มถ่วงนา้ หนกั (counterweight)
จะเห็นได้ว่าการผลติ กระแสไฟฟ้าจะเกิดในช่วงที่เป็นการทางานโดยอาศัยแรงโน้มถ่วง กระแสไฟฟ้าที่ผลิตไดน้ ี้
สามารถนามาใชง้ านในอปุ กรณ์ท่ีใช้ไฟฟา้ ภายในอาคารได้
คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครัฐท่ีมอี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั 85
รูปท่ี 71 แผนภูมกิ ารทางานของ regenerative converter เพื่อการประหยดั พลังงาน
ท่ีมา : http://www.mitsubishielectric.com/whatschanging/ecochanges/elevators/
86 คู่มอื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ทม่ี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั
AE 8 ระบบการจัดการพลงั งาน
AE 8.1 มาตรวดั ไฟฟ้าประจาอาคาร บังคบั
วัตถุประสงค์
เพื่อสนับสนุนการจัดการพลังงานและเพ่ิมโอกาสการประหยัดพลังงานเพิ่มเติม โดยการติดตามการ
ใช้พลังงานในระดบั อาคาร
ข้อกาหนด
กาหนดให้มีการติดต้ังมาตรวัดไฟฟ้าแบบดิจิทัลท่ีตู้ไฟฟ้าหลักประจาอาคาร เพื่อนาข้อมูลท่ีได้จาก
มาตรวดั ไปใช้ในการวางแผนพลังงานของอาคารได้ โดยมาตรวัดไฟฟา้ ต้องสามารถแสดงการใช้พลังงานรวมของ
อาคาร และสามารถสง่ ออกขอ้ มลู การใช้พลงั งานได้ผ่านระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ของอาคาร
แนวทางการออกแบบ
ออกแบบให้มกี ารติดตงั้ มาตรวดั ไฟฟ้าสาหรบั เกบ็ ค่าการใชพั ลังงานรวมของอาคาร โดยมาตรวัดไฟฟ้า
หลกั ของอาคารควรเลือกร่นุ ที่มีความคลาดเคลื่อนต่า (energy accuracy : class 0.2S - 0.5S) เพ่อื ใหส้ ามารถ
ใชข้ อ้ มูลจากมาตรวดั เปรยี บเทยี บกบั คา่ ไฟฟา้ ทก่ี ารไฟฟ้าเรียกเก็บได้
รปู ที่ 72 ตัวอย่างการตดิ ต้ังมาตรวดั ไฟฟ้าหลกั ของอาคาร
คมู่ อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐที่มีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั 87
AE 8.2 มาตรวดั ไฟฟา้ ที่ใช้กับระบบบาบดั นา้ เสีย บังคบั
วัตถุประสงค์
เพ่อื ใหส้ ามารถตรวจสอบไดว้ ่ามีการเปดิ ใชง้ านระบบบาบดั น้าเสียหรือไม่ เมอ่ื ใช้อาคาร
ข้อกาหนด
ติดต้ังมาตรวัดไฟฟ้าที่ใช้วัดพลังงานของระบบบาบัดน้าเสียชนิดเติมอากาศโดยเฉพาะ เพื่อใช้
ตรวจสอบสถานะการทางานของเคร่อื งเติมอากาศ ทาใหร้ ะบบการบาบัดนา้ เสียทางานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
แนวทางการออกแบบ
ติดตั้งมาตรวัดไฟฟ้าในจุดท่ีเข้าถึงได้ง่าย เพื่ออานวยความสะดวกในการจดบันทึกปริมาณการใช้
พลงั งานไฟฟา้ ของระบบบาบดั นา้ เสยี
รปู ท่ี 73 ตัวอยา่ งการติดตง้ั มาตรวดั ไฟฟ้าของระบบบาบดั น้าเสยี
88 ค่มู อื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐท่มี ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั
AE 8.3 มาตรวัดไฟฟา้ ย่อยแยกตามประเภทการใช้งาน -
วตั ถุประสงค์
เพ่ือทาให้ทราบถึงการใช้พลังงานแต่ละประเภทและสามารถวางแผน หรือกาหนดมาตรการเพ่ือ
ประหยดั พลงั งานได้อยา่ งเหมาะสม
ขอ้ กาหนด
กาหนดให้มีมาตรวัดไฟฟ้าย่อย แยกตามประเภทการใช้งาน คือ ระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าแสง
สวา่ ง และระบบอุปกรณ์อนื่ ๆ หรือ
ในกรณที ่ีอาคารนน้ั ประกอบด้วยหลายหนว่ ยงาน อาจพิจารณาแบง่ มาตรวดั ย่อยตามหนว่ ยงานก็ได้
ทง้ั น้ขี ้นึ กบั ประเภทของขอ้ มูลที่ต้องการนาไปใช้ในการวางแผนอนุรักษ์พลังงานสาหรับอาคารนนั้
แนวทางการออกแบบ
นอกจากแยกมาตรวดั ระบบย่อยข้างต้นแลว้ อาจพจิ ารณาตดิ ต้ังมาตรวัดเพ่ิมเติมในระบบที่มแี นวโน้ม
การใช้พลังงานสูง เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ข้อมูล เป็นต้น การมีมาตรวัดไฟฟ้าย่อยจะช่วยให้ทราบ
ผลสัมฤทธ์ิของมาตรการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ที่ใช้ในอาคารได้อย่างชัดเจน ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนว่า
ต้องการทราบขอ้ มลู ด้านใดท่ีส่งผลต่อการใช้พลังงานของอาคารนนั้ ต้งั แตข่ ้นั ออกแบบเพ่ือให้ได้ข้อมูลทสี่ ามารถ
นาไปวิเคราะห์ได้โดยเกิดประโยชน์สูงสุด และมาตรวัดที่ติดตั้งควรจะสามารถเช่ือมต่อกับระบบเครือข่ายของ
อาคารได้ เพอ่ื ความสะดวกในการเก็บข้อมลู หรอื นาขอ้ มลู มาวิเคราะห์
รูปที่ 74 ตวั อย่างมาตรวัดไฟฟา้ แบบ digital
ทมี่ า : http://www.compomax.co.th/product/meter-installation/
ค่มู ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทมี่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ 89
มาตรวดั ไฟฟา้ ยอ่ ย มาตรวดั ไฟฟ้ายอ่ ย มาตรวดั ไฟฟ้ายอ่ ย
รปู ที่ 75 ตัวอย่างไดอะแกรมการแยกมาตรวดั ไฟฟ้าตามระบบยอ่ ย
LP = load panel
DB = distribution board
MDB = main distribution board
90 คู่มอื การออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั
AE 8.4 การใชร้ ะบบ BMS ควบคมุ -
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือเพ่ิมความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานของอาคาร โดยการรวบรวมข้อมูลและระบบ
ควบคุมของระบบตา่ งๆ ในอาคารเข้าด้วยกัน
ข้อกาหนด
ตดิ ต้งั ระบบ building management system (BMS) เพ่อื ควบคุมและตรวจสอบสถานะการทางาน
ของระบบไฟฟา้ แสงสว่าง หรือระบบปรบั อากาศและระบายอากาศเป็นอยา่ งนอ้ ย
แนวทางการออกแบบ
ระบบ building management system (BMS) หรือ building automation system (BAS) เป็น
ระบบบริหารจัดการและควบคุมอาคารอัตโนมัติ โดยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ในอาคาร โดยผ่านระบบ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (local area network, LAN) ซึ่งสามารถตรวจสอบและควบคุมระบบหลักๆ ภายใน
อาคารได้ เช่น ระบบปรับอากาศ และระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบรักษาความปลอดภัย
ระบบโทรทัศน์วงจรปิด ระบบลิฟต์ และบันไดเลื่อน ระบบกระจายเสียง เป็นต้น โดยรูปแบบการส่ือสารข้อมูล
ควรใช้ชนิด BACnet หรือ modbus ที่เป็นรูปแบบการสื่อสารแบบเปิด เพื่อที่จะใช้ส่ือสารกับอุปกรณ์ได้หลาย
ยีห่ อ้
ระบบอยา่ งนอ้ ยทค่ี วรควบคมุ ด้วยระบบ BMS ไดแ้ ก่
1) ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ต้องสามารถควบคุมและกาหนดเวลาการเปดิ -ปิด ลว่ งหนา้
ได้ และสามารถตั้งค่าอุณหภูมิให้เหมาะสมกับพื้นท่ีใช้งาน และพฤติกรรมการใช้อาคารของพนักงานฝ่ายต่างๆ
ท่อี าจจะแตกต่างกัน
2) ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ต้องสามารถควบคุมและกาหนดเวลาการเปิด-ปิดล่วงหน้าได้ เพ่ือให้
เหมาะสมกบั ลกั ษณะการใชง้ านของอาคารและช่วงเวลาตามฤดกู าล
3) ควรมแี ผนการบารุงรกั ษาระบบ
รูปที่ 76 ตัวอย่างไดอะแกรมระบบ building management system (BMS) 91
ที่มา : http://www.automatedbuildings.com/news/apr10/articles/honeywell/100330032505honeywell.htm
คู่มือการออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ทม่ี อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ
AE 9 ระบบสุขาภิบาล
AE 9.1 การตดิ ตั้งมาตรวัดนา้ ประจาอาคาร บังคับ
วตั ถปุ ระสงค์
เพอื่ เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการใชน้ ้าของอาคารและมีการบรหิ ารจดั การการใช้น้าอย่างมปี ระสิทธิภาพ
ขอ้ กาหนด
1) ติดตงั้ มาตรวดั นา้ ประจาอาคาร
2) ใช้มาตรวัดน้าแบบ digital โดยเก็บข้อมูลข้ันต่ารายชั่วโมงได้เป็นอย่างน้อย และเก็บข้อมูลได้
อยา่ งน้อย 1 เดอื น
แนวทางการออกแบบ
กรณีมาตรวัดน้าประจาอาคารเปน็ มาตรวดั นา้ ที่ติดตั้งโดยการประปา ให้ออกแบบโดยเพมิ่ มาตรวัดน้า
แบบ digital เพ่ิมอีก 1 ชุดพร้อมประตูน้าสาหรับการบารุงรักษา เพื่อใช้วิเคราะห์และติดตามการใช้น้าภายใน
อาคารได้
รปู ที่ 77 ตัวอยา่ งมาตรวดั นา้ แบบ digital
ทีม่ า : https://www.eurooriental.co.th/
92 ค่มู อื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ
AE 9.2 ระบบดับเพลิงไมใ่ ชส้ าร Halon, CFC, HCFC บังคบั
วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือลดการใช้สารเคมีที่ทาลายโอโซนในชั้นบรรยากาศ โดยไม่ใช้สารฮาลอน (Halon) หรือซีเอฟซี
(CFC) หรือเอชซเี อฟซี (HCFC) ในระบบดบั เพลิง
ขอ้ กาหนด
ไม่ใช้สารฮาลอน (Halon) หรือซีเอฟซี (CFC) หรือเอชซีเอฟซี (HCFC) ในระบบดับเพลิงและ
ถังดบั เพลงิ ชนิดมอื ถือ
แนวทางการออกแบบ
ติดตั้งหรือปรับเปล่ยี นผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ในการดับเพลิง โดยรวบรวมเอกสารยนื ยันถึงผลิตภณั ฑต์ า่ งๆ
ว่าไม่มสี ารตอ้ งห้ามตามท่รี ะบไุ ว้ หรอื เลอื กถงั ดับเพลงิ ทีไ่ ด้ฉลากเขยี ว
รูปที่ 78 ชนดิ ของถงั ดบั เพลงิ มือถือทีห่ ้ามใช้และสามารถใช้ได้
ชนดิ ของถงั ดบั เพลงิ มือถือทใ่ี ช้งานโดยทั่วไป แบง่ ออกเปน็ ดงั น้ี
1) ชนดิ กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) สารเคมีภายในบรรจุก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ ขณะฉดี จะทา
ให้ก๊าซออกซิเจนลดลงถึงจุดที่ไม่สามารถเผาไหม้ได้ ก๊าซที่ฉีดออกมาจะเป็นไอเย็นจัด ลดความร้อนของไฟได้
ไม่ทิ้งคราบสกปรก สามารถดับไฟได้ Class B, C เหมาะสาหรับการใชง้ านในหอ้ งไฟฟา้
2) ชนิดเคมีสูตรน้า (low pressure water mist) สารเคมีจะเป็นน้ายาช่ือว่า “ABFFC” ที่ใช้
สาหรับการดับไฟได้ดี ไม่เป็นส่ือนาไฟฟ้า สามารถดับไฟได้ทุกประเภท class A, B, C หากมีการใช้งานแล้วฉีด
สารเคมไี มห่ มด ยงั สามารถใชต้ อ่ จนหมดได้
3) ชนิดผงเคมีแห้ง ถังสีแดง สามารถดับไฟได้เกือบทุกประเภท class A, B, C ราคาถูกหาซื้อง่าย
แต่มีข้อเสียคือเม่ือฉีดออกมาจะฟุ้งกระจาย และเมื่อทาการฉีดแล้วจะฉีดจนหมดหรือไม่หมดถังแรงดันจะตก
ไม่สามารถใชง้ านไดอ้ ีกต้องสง่ บรรจุใหม่
คู่มือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั 93
4) ชนิดโฟม สารเคมีภายในบรรจุโฟม (มีน้าเป็นส่วนผสม) เมื่อฉีดออกมาจะเป็นฟองโฟมคลุมผิว
เชื้อเพลิงทล่ี ุกไหม้ จงึ สามารถดบั ไฟได้ class A, B ได้ดี แต่ห้ามนาไปดบั ไฟ class C เพราะยงั มีน้าเปน็ ส่วนผสม
ในการเป็นส่ือนาไฟฟ้า ถังชนิดน้ีเหมาะสาหรับภาคอุตสาหกรรม และคลังสินค้าที่เก็บสารเคมี หรือน้ามัน
เช้อื เพลิง
5) ชนิดน้า (water) บรรจุน้าภายในถัง สามารถลดความร้อนของเช้ือเพลิง class A เหมาะกบั พื้นท่ี
ที่อาจกอ่ เพลงิ ไหมจ้ ากเช้ือเพลงิ class A โดยมีขอ้ ควรระวงั คือห้ามนาไปใช้กบั ไฟ class B และ class C
ประเภทของเพลิง แบง่ ออกได้เป็น 5 class ดงั น้ี
class A คือ เพลงิ ทไ่ี หม้จากเชื้อเพลงิ ที่เป็นของแขง็ เชน่ ไม้ ผา้ กระดาษ ปอ น่นุ ยาง พลาสตกิ
class B คอื เพลงิ ทไ่ี หมใ้ นของเหลวตดิ ไฟและก๊าซติดไฟ เช่น นา้ มนั กา๊ ซหงุ ตม้ จาระบี
class C คอื เพลงิ ท่ไี หมจ้ ากอุปกรณไ์ ฟฟ้าทีม่ ีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เชน่ ไฟฟ้าลัดวงจร
class D คือ เพลงิ ท่ไี หมจ้ ากโลหะที่ติดไฟได้ เชน่ โซเดยี ม แมกนีเซียม โปแตสเซียม
class K คือ เพลิงทไ่ี หมจ้ ากน้ามันทาอาหาร ไขมัน หรือนา้ มนั ของสัตว์และพชื
94 คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั
AE 9.3 การตดิ ต้งั มเิ ตอรว์ ดั นา้ ยอ่ ย -
วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการใช้นา้ ของอาคารและมีการบรหิ ารจัดการการใชน้ ้าอย่างมีประสิทธิภาพมาก
ยิ่งข้นึ
ขอ้ กาหนด
1) ติดมาตรวัดน้าย่อยที่สามารถวัดการใช้น้ารายประเภท โดยต้องวัดได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของ
การใชน้ ้าประเภทน้ันๆ ประเภทการใช้น้า ได้แก่
- การใชน้ ้าภายในอาคาร
- การใช้น้าในงานภมู ทิ ศั น์
- การใช้น้าในระบบปรับอากาศ
- อน่ื ๆ
2) มาตรวัดที่ใช้วัดน้าย่อยต้องเป็นแบบ digital เก็บข้อมูลข้ันต่ารายช่ัวโมงได้เป็นอย่างน้อย และ
เกบ็ ข้อมูลได้อยา่ งนอ้ ย 1 เดือน
แนวทางการออกแบบ
ออกแบบให้มีการติดต้ังมาตรวดั นา้ ยอ่ ยแบบ digital เพ่ือแยกประเภทการใชน้ ้าภายในโครงการ โดย
พิจารณาประเภทการใช้งานตามทร่ี ะบุในข้อกาหนด
รูปที่ 79 ตัวอย่างมาตรวดั นา้ ย่อยแบบ digital
ท่มี า : https://www.eurooriental.co.th/
คู่มอื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ 95
รูปท่ี 80 ตวั อย่างแผนภมู กิ ารติดมาตรวดั นา้ ย่อยแยกการใชน้ ้ารายประเภท
รูปท่ี 81 ตวั อย่างการตดิ ตง้ั มาตรวัดนา้ ยอ่ ยแบบ digital แยกการใช้นา้ รายประเภท
ทีม่ า : https://www.eurooriental.co.th/
96 คมู่ อื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั
รปู ท่ี 82 ตัวอยา่ งข้อมูลการวัดนา้ จากมาตรวดั น้าแบบ digital 97
ทม่ี า : https://www.eurooriental.co.th/
ค่มู ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐทมี่ ีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั
AE 9.4 การใชน้ า้ จากแหลง่ อืน่ แทนน้าเพอ่ื การอุปโภค -
วัตถุประสงค์
เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้าของอาคารและมีการบริหารจัดการ การใช้น้าอย่างมีประสิทธิภาพ
และมกี ารใช้นา้ ฝนซึ่งสะอาดและไม่มีค่าใช้จา่ ย เพือ่ ลดภาระในการผลิตนา้ ประปา (potable water) และภาระ
ในการบาบดั น้าเสยี ของระบบบาบดั นา้ เสีย
ข้อกาหนด
ทางเลอื ก 1 ติดตั้งถังเก็บน้าฝน หรือบ่อรับน้าฝนเพื่อใช้งานของอาคาร เช่น ระบบรดน้าต้นไม้
การล้างพื้น น้าตก ม่านน้า น้าสาหรับการชักโครก เป็นต้น ให้มีปริมาตรอย่างน้อยร้อยละ 5 ของปริมาณน้าฝน
ท่ีตกใน 1 ปี
ทางเลือก 2 เลือกใช้นา้ จากแหล่งนา้ ดังตอ่ ไปนี้
1) น้าจากการกลั่นตัวของเครื่องส่งลม (air handling unit, AHU) กลับมาใช้ใน
ระบบน้าเติม (makeup water) ของหอระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของน้าหล่อเย็น ทาให้ช่วยลด
พลังงานในระบบปรับอากาศ
2) การนาน้ากลับมาใช้ใหม่จากน้าใช้แล้วที่สกปรกน้อย (gray water) ภายใน
โครงการ เชน่ ใช้กบั โถปัสสาวะชาย
แนวทางการออกแบบ
ลดปรมิ าณการใชน้ า้ โดยการพิจารณาการกกั เกบ็ น้าฝน หรือเลือกใชน้ า้ จากแหลง่ อนื่ ๆ ตามข้อกาหนด
เพื่อนามาใชง้ านและลดปริมาณการใช้น้าประปาของโครงการ
รูปที่ 83 ตัวอยา่ งการนาน้าฝนมาใช้ใหม่
98 คมู่ อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐที่มอี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั
รูปท่ี 84 ตวั อยา่ งการนานา้ จากการกล่นั ตวั ของ AHU กลับมาใชใ้ นหอระบายความรอ้ น
รูปท่ี 85 ตวั อยา่ งการนาน้าใชแ้ ลว้ กลบั มาใช้ใหม่ 99
ค่มู อื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ทีม่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั
AE 10 การใชพ้ ลังงานทดแทน
AE 10.1 การผลติ พลังงานทดแทน -
วตั ถุประสงค์
เพ่ือส่งเสรมิ ใหใ้ ชพ้ ลังงานทดแทน ลดการผลิตพลงั งานไฟฟา้ ของภาครัฐ
ข้อกาหนด
ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้มากกว่าร้อยละ 0.5 ของไฟฟ้าท่ีต้องการในอาคาร
โดยพลงั งานไฟฟา้ ท่ีต้องการใหใ้ ชค้ า่ พลงั งานรวมท่ีคานวณไดจ้ ากโปรแกรม BEC
แนวทางการออกแบบ
ควรวางตาแหน่งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในส่วนที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน ไม่มีเงาจากอาคารข้างเคียง
หรือส่วนของอาคารท่ีออกแบบมาบัง ซึ่งจะทาให้ผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ้าสามารถออกแบบติดต้ัง
บนหลังคาและลาดเอียงไปทางทิศใต้ได้จะดีกว่าทิศอื่นๆ และมุมลาดเอียงท่ีดีท่ีสุดคือมีค่าประมาณเท่ากับ
ละตจิ ูดของสถานทตี่ ดิ ต้งั
นอกจากนีแ้ ล้วหนว่ ยงานอาจขอการรบั รองการใชแ้ ละผลิตพลังงานหมนุ เวียนจากสถาบันสิง่ แวดล้อม
ไทย เพื่อใหไ้ ด้ “ฉลากสที อง” เพ่อื แสดงเจตนารมณแ์ ละความตระหนกั ใส่ใจในส่งิ แวดล้อม
รปู ท่ี 86 การใช้ PV glass เป็น skylight และผลิตไฟฟ้าในขณะเดยี วกนั
100 ค่มู ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ท่ีมอี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ
AE 10.2 การออกแบบเพอ่ื รองรับการตดิ ตั้งแผงเซลลแ์ สงอาทติ ย์ -
วัตถุประสงค์
เพ่ือเตรยี มความพร้อมในการตดิ ตงั้ แผงเซลล์แสงอาทิตยใ์ นอนาคต เมอ่ื ราคาของแผงถูกลง
ขอ้ กาหนด
ให้ออกแบบหรือเตรียมพ้ืนท่ีรองรับการติดต้ังแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยต้องออกแบบให้รองรับใน
เร่ือง งานโครงสร้าง งานไฟฟ้า และการเข้าถึงพ้ืนที่ รวมทง้ั วเิ คราะหห์ าขนาดพื้นที่ซงึ่ ไม่มีเงาบัง เพื่อรองรับการ
ติดตัง้ แผงเซลลแ์ สงอาทติ ย์ในอนาคตได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
แนวทางการออกแบบ
ผู้ออกแบบควรพิจารณาถึงตาแหน่งในการติดต้ังแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเหมาะสม ร่วมกับการ
วิเคราะหท์ ศิ ทางแดดและเงาท่ีจะพาดผ่านแผงเซลลแ์ สงอาทิตย์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการผลติ ไฟฟ้าได้อย่าง
เต็มที่
รปู ท่ี 87 การวิเคราะหศ์ กั ยภาพในการติดต้ังแผงเซลล์แสงอาทติ ย์โดยใชโ้ ปรแกรม Autodesk Revit
คู่มอื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐทีม่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ 101
หมวด 4 การกอ่ สร้างอาคาร
(Building Construction : BC)
หมวด เกณฑ์ประเมนิ ประเภท
BC 1 การลดมลพิษจากการก่อสรา้ ง บงั คับ
BC 2 การจัดทาแผนเพ่ือหาแนวทางการลดขยะ ลดการใชน้ ้า และพลังงานระหว่างการ บงั คบั
กอ่ สรา้ ง
BC 3 การป้องกนั ปัญหาฝุน่ เขา้ ไปในระบบปรบั อากาศ บังคบั
102 คูม่ ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ทีม่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ
BC 1 การลดมลพิษจากการก่อสร้าง บงั คับ
วตั ถุประสงค์
เพอื่ ป้องกันมลพิษและสงิ่ รบกวนจากการก่อสรา้ ง และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ
ข้อกาหนด
จดั ทาแผนการดาเนนิ การป้องกันมลพิษและสง่ิ รบกวนจากการกอ่ สร้าง ดงั นี้
1) การกัดกร่อนของพื้นท่ีดินจากการชะล้าง การระบายน้าฝนไหลล้น (storm water runoff)
ของโครงการ หรอื กระแสลม รวมถงึ การปอ้ งกนั การสูญเสียดินชน้ั บนโดยการเก็บพักหน้าดนิ เพือ่ นามาใชใ้ หม่
2) การตกตะกอนของดนิ ลงในทางระบายน้าและแหลง่ น้าใกล้เคียง
3) มลภาวะทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง เขม่า ควัน
ทงั้ นีเ้ พอื่ ลดมลภาวะจากการก่อสร้างอาคาร โดยการควบคุมการกดั กร่อนของหน้าดนิ ที่รวมถงึ การชะ
ล้างและตกตะกอน (sedimentation) ลงในแหล่งน้าท่ีก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้า
รวมทัง้ การเกิดฝุน่ ละอองในอากาศ
แนวทางการดาเนินงาน
ในการจัดทาแผนดังกล่าว ควรมีรายละเอียด ระยะเวลา แผนการดูแลรักษา แผนที่แสดงขอบเขต
โดยรอบพื้นท่ีก่อสร้าง ผังธรณีสัณฐาน ผังแสดงการปรับปรุงพื้นที่ แบบก่อสร้างหรือรูปภาพแสดงการควบคุม
การกัดเซาะของหนา้ ดนิ และการชะล้างพงั ทลายลงในแหลง่ นา้
รูปที่ 88 การป้องกนั ตะกอนดนิ ไหลออกนอกพืน้ ที่
คมู่ ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐท่ีมีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ 103
BC 2 การจัดทาแผนเพ่อื หาแนวทางการลดขยะ ลดการใช้น้า บังคบั
และพลังงานระหวา่ งการกอ่ สรา้ ง
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ ลดการใช้น้า และพลังงานระหว่างการก่อสร้างอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ขอ้ กาหนด
1) จัดทาแผนเพ่ือหาแนวทางการลดขยะ โดยกาหนดให้มีการคัดแยกขยะหลายประเภท เช่น โลหะ
กระดาษ แผ่นยิปซัม เป็นต้น โดยหาข้อมูลแหล่งที่จะรับขยะท่ีคัดแยกเหล่าน้ี เช่น รับซ้ือเพ่ือนาไปรีไซเคิล หรือ
รับบริจาค โดยไมน่ าไปถมทิง้ ที่โรงขยะ
2) จัดทาแผนเพื่อหาแนวทางการลดการใช้น้าและพลังงานระหว่างก่อสร้าง โดยให้ระบุวิธีการและ
ผรู้ บั ผดิ ชอบในแตล่ ะส่วน และประชาสมั พันธใ์ ห้กบั ทุกคนในอาคารได้มีส่วนรว่ มในแนวทางทตี่ กลงกนั ด้วย
แนวทางการดาเนินงาน
แจ้งให้ทุกคนในโครงการที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงเป้าหมายของการจัดทาแผนต่างๆ เพ่ือให้สามารถ
ปฏิบัติตามแผนไดอ้ ย่างเหมาะสม
รปู ท่ี 89 การคัดแยกขยะในสถานที่ก่อสร้าง
104 คูม่ อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ท่ีมีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ
BC 3 การปอ้ งกันปัญหาฝนุ่ เข้าไปในระบบปรบั อากาศ บังคบั
วตั ถุประสงค์
เพ่ือป้องกนั ฝ่นุ เข้าไปในระบบปรับอากาศ ซ่ึงอาจจะเปน็ อันตรายแกผ่ ใู้ ช้อาคารได้
ขอ้ กาหนด
1) หุ้มปิดปากท่อลมทั้งหมดของระบบปรับอากาศ หน้ากากจ่ายลม และช่องลมกลับด้วยพลาสติก
เพื่อกันฝุ่นเขา้ ไปในท่อในระหวา่ งเก็บและตดิ ต้งั และต้องหมุ้ ปิดด้วยพลาสตกิ เม่อื สน้ิ วันถา้ ยงั ทางานไมเ่ สรจ็ ดว้ ย
2) ไม่เก็บของไว้ในห้องเคร่ืองของระบบปรับอากาศ เพราะอาจทาให้สิ่งสกปรกหลดุ เข้าไปในระบบ
ปรบั อากาศ
3) ไม่ใช้เคร่ืองปรับอากาศในระหว่างที่งานก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ หากจาเป็นต้องใช้ ต้องเปล่ียน
แผน่ กรองอากาศใหใ้ หมท่ ง้ั หมด กอ่ นเปดิ ใชง้ านอาคาร
แนวทางการดาเนนิ งาน
ทาการหุ้มปิดด้วยพลาสติก บริเวณปากท่อลมของระบบปรับอากาศ หน้ากากจ่ายลม และช่องลม
กลบั รวมทงั้ สง่ิ อื่นๆ เพ่อื ป้องกนั ฝนุ่ ในสถานที่กอ่ สร้าง
รปู ท่ี 90 การหุม้ พลาสติกปดิ บริเวณปากท่อลมของระบบปรบั อากาศ
คู่มือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ทม่ี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 105
หมวด 5 การใช้และการบารงุ รักษาอาคาร
(Building Operation and Maintenance : OM)
หมวด เกณฑ์ประเมิน ประเภท
OM 1 การรวบรวมขอ้ มลู การใชน้ ้า บงั คับ
OM 2 การใช้พลงั งาน บงั คับ
OM 2.1 การจัดทาแผนบรหิ ารจดั การดา้ นพลงั งาน บังคับ
OM 2.2 การรวบรวมขอ้ มลู การใช้พลงั งาน วเิ คราะห์ และจดั ทามาตรการอนุรกั ษ์พลงั งาน
OM 3 การตรวจสิ่งปนเปื้อนในอากาศ -
OM 4 การจัดซื้อผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม -
OM 5 การจดั การแมลงและสตั ว์รบกวน -
OM 6 การจัดการงานภมู ิทัศน์ -
OM 7 การจดั การขยะ -
OM 8 การทาความสะอาด -
OM 9 การประเมนิ ผลอาคารหลังการเขา้ ใช้งาน -
106 คู่มือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ที่มีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ
OM 1 การรวบรวมข้อมลู การใช้นา้ บังคบั
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อเข้าใจพฤติกรรมการใช้น้าของอาคาร ซ่ึงอาจจะเปล่ียนแปลงไปตามฤดูกาล หรือช่วงเวลาการใช้
งานในรอบปี และสามารถตรวจสอบความผิดปรกติที่อาจเกิดข้ึนได้ เช่น น้าร่ัว หรือใช้วางแผนมาตรการ
ประหยดั น้า
ขอ้ กาหนด
ให้รวบรวมข้อมูลการใช้น้าทั้งอาคารแบบรายเดือนตลอดท้ังปี ตลอดการใช้งานอาคาร และนามา
วิเคราะห์ปริมาณการใช้น้ารายเดือนของท้ังอาคาร และปริมาณการใช้น้าแยกตามประเภทการใช้งาน (ถ้ามี)
เปรียบเทยี บกับเดือนเดียวกนั ในปีท่ผี ่านมา เพอ่ื ดูวา่ เพิ่มขึ้นหรือลดลง ตลอดจนวเิ คราะหห์ าสาเหตุ เพอ่ื กาหนด
มาตรการการใช้นา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ข้ึน
แนวทางการดาเนินงาน
ผู้ดูแลอาคารควรนาข้อมูลการใช้น้ามาวิเคราะห์อย่างต่อเน่ืองทุกเดือน เพ่ือเห็นถึงปัญหาหรือความ
ผดิ ปรกตไิ ดท้ ันทว่ งที และหากมีการนาเสนอข้อมลู ให้ผใู้ ช้อาคารทราบ อาจทาให้ผู้ใช้อาคารประหยัดน้าเพิ่มขึ้น
ูลกบาศ ์กเมตร 7,000
6,500
6,000
5,500
5,000
4,500
4,000
3,500
3,000
2,500
2,000
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เฉล่ยี
การใชน้ ้าปีงบประมาณ 2560 การใช้นา้ ปีงบประมาณ 2561
รูปท่ี 91 ตวั อยา่ งการวเิ คราะห์ขอ้ มูลการใช้นา้
คมู่ อื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ท่ีมอี ยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ 107
OM 2 การใชพ้ ลงั งาน
OM 2.1 การจดั ทาแผนบริหารจดั การดา้ นพลังงาน บังคับ
วัตถุประสงค์
เพือ่ สง่ เสริมให้สามารถใช้อาคารได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพสงู สุดด้านพลังงาน
ขอ้ กาหนด
ใหแ้ ตง่ ตงั้ ผรู้ บั ผดิ ชอบ ในการจัดทาแผนการอนรุ ักษ์พลงั งาน ดงั น้ี
1) แผนการบรหิ ารจัดการอาคาร ระบุความต้องการของแต่ละพ้ืนท่ีอาคาร ที่เก่ียวข้องกับการใช้
พลังงาน เช่น เวลาในการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ และการตั้งอุณหภูมิ ซ่ึงอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
ของวัน หรือของปี การใช้อุปกรณค์ วบคุมตา่ งๆ เป็นตน้
2) รายละเอียดประกอบงานระบบ อธิบายงานระบบที่เก่ียวข้อง ตามแผนการบริหารจัดการของ
อาคาร
3) ขนั้ ตอนการทางานระบบ ระบุขนั้ ตอนการทางานในการบริหารจดั การ เพือ่ ใหร้ ะบบทางานได้
อยา่ งปรกติ
4) แผนการบารุงรักษาเชิงป้องกัน ตามเอกสารรายละเอียดประกอบงานระบบ เช่น การ
กาหนดเวลาล้างทาความสะอาด กาหนดเวลาเปลี่ยนอุปกรณ์ เปน็ ตน้
แนวทางการดาเนินงาน
จัดให้มีผู้รับผิดชอบและทีมงานที่มีความชานาญเฉพาะด้านงานระบบภายในอาคาร รวบรวมข้อมูล
แบบอาคาร และเอกสาร เพอ่ื ใช้ในการบริหารอาคารใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพสงู สดุ
รปู ที่ 92 โครงสร้างการจดั การพลังงานใหเ้ กิดประสิทธิภาพสงู สุด
108 คู่มือการออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ท่ีมีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั
OM 2.2 การรวบรวมขอ้ มลู การใชพ้ ลงั งาน วิเคราะห์ และจดั ทามาตรการอนรุ กั ษ์ บังคับ
พลังงาน
วัตถุประสงค์
เพ่ือให้เข้าใจพฤติกรรมการใช้พลังงานของอาคาร และสามารถกาหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงานท่ี
เหมาะสมกบั อาคาร ซ่ึงส่งผลตอ่ การลดก๊าซเรอื นกระจกและสภาวะโลกร้อน
ข้อกาหนด
1) รวบรวมขอ้ มลู การใช้พลังงานตลอดระยะเวลาท่ีใช้อาคาร และนาขอ้ มูลการใช้พลังงานรายเดือน
มาวเิ คราะห์ เพื่อใหเ้ ข้าใจพฤติกรรมการใช้พลังงานในรอบปี
2) เปรียบเทียบข้อมูลการใช้พลังงานกับปีท่ีผ่านมา วิเคราะห์หาสาเหตุของการเปลีย่ นแปลงการใช้
พลังงาน
3) หามาตรการในการลดการใช้พลังงานท่ีเกิดจากระบบปรับอากาศ และระบบแสงสว่าง
ประสทิ ธิภาพพลังงานของอุปกรณท์ ี่ใช้ไฟฟ้าตา่ งๆ รวมทัง้ เปลือกอาคาร
แนวทางการดาเนนิ งาน
จากข้อมูลการใช้พลังงานท่ีรวบรวมได้ ควรนามาวิเคราะห์หาค่า energy use intensity (EUI) ซึ่ง
เป็นค่าที่แสดงถึงการใช้พลังงานของอาคารต่อตารางเมตรต่อปี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบกับการใช้
พลังงานของอาคารอื่นในประเภทเดียวกัน หรือที่เรียกว่า ค่า specific energy consumption (SEC) เพ่ือให้
ทราบว่า โครงการใช้พลังงานมากหรือนอ้ ย และแตกตา่ งจากอาคารอ่นื เพยี งใด
ควรศึกษาการใช้พลังงานที่เกิดขึ้น แยกตามประเภทการใช้งานที่ได้จากมิเตอร์ย่อย คือ การใช้
พลังงานในระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง ระบบอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมการใช้พลังงานท่ี
ละเอยี ดขึ้น และหามาตรการประหยดั พลงั งานได้ตรงกับปญั หา
มาตรการอนุรักษ์พลังงานท่ีกาหนด อาจจะแยกเป็นมาตรการท่ีสามารถทาได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หรือมีค่าใช้จ่ายน้อย เช่น การปรับอุณหภูมิในการปรับอากาศในระหว่างช่วงเวลาพักกลางวันให้สูงข้ึน การทา
ความสะอาดโคมไฟเพื่อให้ความสว่างเพ่ิมขน้ึ และมาตรการทีต่ ้องใช้เงินลงทนุ เชน่ การเปล่ียนอุปกรณซ์ ่ึงต้องมี
การศกึ ษาความคมุ้ ทุน
ควรตดิ ตามประเมนิ ผลการใชพ้ ลังงานหลงั จากใชม้ าตรการต่างๆ แลว้
คูม่ ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครฐั ท่มี ีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั 109
OM 3 การตรวจส่ิงปนเป้ือนในอากาศ -
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือตรวจสอบว่าคุณภาพอากาศภายในอาคารผ่านมาตรฐาน ไม่พบสิ่งปนเป้ือนท่ีเป็นอันตรายใน
อากาศ เพื่อสง่ เสรมิ สขุ อนามยั ทดี่ ขี องผใู้ ช้อาคาร
ข้อกาหนด
ตรวจหาสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ได้แก่ CO₂ TVOC ฟอร์มัลดิไฮด์ ฝุ่นละอองอนุภาคขนาดเล็ก โดย
ตรวจวัดในพื้นท่ีที่มีการใช้งานประจา และการวัดต้องทาทุกๆ 250 ตารางเมตร หรือตรวจวัดเป็นรายห้อง หาก
พื้นที่ใหญ่กว่า 1,000 ตารางเมตร ให้วัดเพียง 4 ตาแหน่งในพ้ืนท่ีนั้น ท่ีความสูง 1.1 เมตร ผลการตรวจวัดต้อง
ตา่ กว่าค่าทจ่ี ากดั ดงั น้ี
ตารางที่ 13 ค่าทจี่ ากดั ส่ิงปนเปื้อนในอากาศทท่ี าการตรวจวัด
สิง่ ปนเปื้อนท่ีทาการตรวจวัด คา่ ทจ่ี ากดั
1,000 สว่ นในล้านสว่ น
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)
สารอนิ ทรยี ์ระเหยง่ายทัง้ หมด (TVOC) 3 สว่ นในล้านส่วน
ฟอร์มลั ดีไฮด์ 0.1 สว่ นในลา้ นส่วน
อนภุ าคแขวนลอยขนาดน้อยกว่า 10 ไมครอน (PM10) 150 ไมโครกรมั ต่อลูกบาศกเ์ มตร
หากค่าทต่ี รวจสอบวดั ได้เกนิ กวา่ ค่าทีจ่ า้ กัด ให้ทาการไล่อากาศภายในอาคาร (building flush out)
และทาการตรวจวดั ซ้าในจดุ ที่มคี ่าเกินเทา่ นั้น
แนวทางการดาเนินงาน
การระบุตาแหน่งการตรวจวัดต้องกระจายจุดตรวจวัดตามลักษณะพื้นท่ีในห้องประเภทต่างๆ ให้มี
พื้นที่จุดตรวจวดั ครอบคลุมพนื้ ทอ่ี ย่างเทา่ เทียมกนั
รูปท่ี 93 การใช้เคร่ืองตรวจวัดคณุ ภาพอากาศในอาคาร
ที่มา : http://www.vcareenvironment.com/v2/service/iaq
110 ค่มู ือการออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ทีม่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ
OM 4 การจดั ซ้ือผลิตภณั ฑ์ท่เี ปน็ มิตรกบั ส่งิ แวดล้อม -
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ทาให้
ผ้ผู ลติ หนั มาให้ความสาคัญต่อการผลติ ที่ลดผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ มเพิ่มข้นึ
ข้อกาหนด
จดั ทานโยบายการจัดซ้ือผลติ ภัณฑ์ที่ได้รบั ฉลากเขียว หรือ ฉลากลดคาร์บอน หรอื ฉลากลดคาร์บอน
ฟตุ พริ้นท์ โดยครอบคลมุ ผลติ ภัณฑ์ ดังนี้
1) สินคา้ อุปโภคทวั่ ไป เช่น กระดาษ เครอ่ื งเขยี น
2) เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า เชน่ เครื่องพมิ พ์ คอมพวิ เตอร์ หลอดไฟ
3) เครอื่ งเรือน วัสดุตกแต่งอาคารและวสั ดุก่อสรา้ ง
ในกรณีที่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อในการจัดซ้ือ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ท่ีมีคุณสมบัติเหมือนกับที่
ได้รับฉลากเขียว หรือ ฉลากลดคาร์บอน หรือ ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ฉลากประหยัดพลังงานของ
กระทรวงพลงั งาน (เป็นคเู่ ทยี บดว้ ย)
แนวทางการดาเนินงาน
ตรวจสอบรายการวัสดุที่ได้รับฉลากเขียวและฉลากลดคาร์บอน จากเว็บไซต์ของมูลนิธิสถาบัน
สิ่งแวดล้อมไทย และฉลากลดคาร์บอนฟุตพร้ินท์ จากเว็บไซต์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และ
ควรเลือกสนิ ค้าไทยเพ่อื สง่ เสรมิ เศรษฐกจิ ในประเทศ
รปู ท่ี 94 ฉลากสนิ ค้าและบริการที่เปน็ มิตรกบั ส่งิ แวดลอ้ ม 111
ที่มา : http://www.tei.or.th/th/green_office_detail.php?event_id=101
คู่มอื การออกแบบปรบั ปรงุ อาคารภาครฐั ทม่ี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ
OM 5 การจดั การแมลงและสัตวร์ บกวน -
วตั ถุประสงค์
เพ่ือดูแลบริเวณภายนอกอาคารโดยการควบคมุ แมลงและสัตวร์ บกวน ไม่ใหแ้ พรก่ ระจายขยายจานวน
ประชากร สรา้ งความราคาญใหก้ ับผ้ใู ช้งานอาคาร
ขอ้ กาหนด
จัดทาแผนการจัดการแมลงและสตั ว์รบกวน โดยครอบคลมุ การดาเนนิ งาน ดังน้ี
1) ทาความสะอาดพืน้ ที่โครงการอยา่ งสม่าเสมอ
2) จัดการขยะและนาไปท้ิงอยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะคร้งั
3) สารวจท่อี ยอู่ าศัยของแมลงและสัตว์รบกวนต่างๆ หากพบให้ควบคุมการแพรร่ ะบาด
4) ใช้สารเคมที ่ีมผี ลกระทบต่าในการควบคมุ สตั วร์ บกวน
แนวทางการดาเนินงาน
ควรวางแผนการบริหารจัดการภายนอกอาคารเก่ียวกับแมลงและสัตว์รบกวน และแจ้งผู้ท่ีเกี่ยวข้อง
ให้รับทราบ โดยดูแลจัดการพ้ืนท่ีให้มีความสะอาดอยู่เสมอ หม่ันตรวจสอบจุดอับที่อาจจะเป็นแหล่งท่ีอยู่และ
เพาะพนั ธุ์ของสตั ว์รบกวน หากพบใหจ้ ัดการแก้ไขด้วยวธิ ีทเ่ี ปน็ มิตรกับสงิ่ แวดลอ้ ม
รปู ท่ี 95 การจดั การแมลงและสตั ว์รบกวน
112 คมู่ ือการออกแบบปรับปรุงอาคารภาครัฐที่มีอยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั
OM 6 การจดั การงานภมู ิทัศน์ -
วัตถปุ ระสงค์
1) เพอื่ ลดการใชส้ ารเคมีอนั ตรายที่อาจกระทบต่อแหลง่ ทอี่ ยู่อาศยั ของสตั ว์
2) เพ่ือส่งเสริมให้โครงการมีการบริหารจัดการงานภูมิทัศน์ และงานภายนอกอาคารที่อาจเกิด
ผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม เชน่ มลพษิ ทางเสียง คณุ ภาพอากาศ คุณภาพนา้ ในแหลง่ นา้ เปน็ ต้น
ขอ้ กาหนด
การดแู ลบารุงรกั ษาพ้ืนท่ภี ายนอกอาคารและงานภูมทิ ัศน์ใหด้ าเนนิ การดงั น้ี
1) ลดมลพิษทางอากาศ และเสียงดังท่เี กิดจากการใชอ้ ุปกรณ์ทีใ่ ชน้ า้ มนั เชน่ เครอ่ื งตัดหญ้า
2) ผลิตภัณฑ์สารเคมีสาหรับการทาความสะอาดเปลือกอาคารและพ้ืนที่ดาดแข็งภายนอกให้
พิจารณาผลติ ภัณฑท์ ไี่ ด้การรับรองฉลากเขียว หรือไม่มีสารอันตราย
3) วัสดุประสาน วัสดุยาแนว วัสดุรองพื้น สี และวัสดุเคลือบผิวที่ใช้ซ่อมแซมหรือตกแต่ง ควร
หลีกเลี่ยงผลติ ภัณฑ์ท่ีมีสารประกอบอินทรียร์ ะเหยง่าย หรือเลอื กใชผ้ ลิตภัณฑท์ ่ไี ดร้ บั ฉลากเขียว
4) ถอนหรอื กาจดั วชั พืช และตน้ ไมส้ ายพันธ์รุ ุกรานทเี่ กิดข้นึ
5) ลดการใช้ปุ๋ย หรือให้ใช้เท่าที่จาเป็น และไม่ใช้ปุ๋ยตอนฝนตก ตลอดจนไม่ใช้ปุ๋ยในระยะ 8
เมตร จากแหล่งน้า และใชป้ ๋ยุ ธรรมชาติ หรือใชป้ ุ๋ยเคมีแบบละลายชา้
6) ลดการสูญเสยี หนา้ ดนิ โดยดแู ลใหม้ กี ารปลูกพชื คลมุ ดินอยู่ตลอด
7) ใช้ยากาจัดแมลงหรือศตั รูพชื เทา่ ท่จี าเป็น
แนวทางการดาเนนิ งาน
ควรวางแผนการจัดการงานภายนอกอาคารล่วงหน้า เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มท่ีเป็นมิตรกับ
สง่ิ แวดล้อม มีขนั้ ตอนในการดูแลบารุงรักษาอย่างมีแบบแผน และทาความเข้าใจกบั บุคคลทีเ่ กย่ี วข้อง
รปู ที่ 96 ลดเสียงดังท่ีเกิดจากการใช้อปุ กรณ์ทใี่ ช้นา้ มนั 113
คู่มอื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ทีม่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครัฐ
OM 7 การจัดการขยะ -
วัตถปุ ระสงค์
1) เพื่อส่งเสรมิ ใหม้ ีการลดปรมิ าณขยะ
2) เพ่ือส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะ และการเก็บขยะท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม เพื่อลดมลภาวะต่อ
สง่ิ แวดล้อม
ข้อกาหนด
1) มนี โยบายการลดขยะและประชาสมั พนั ธใ์ หผ้ ู้ใชอ้ าคารดาเนินการโดยการใชซ้ ้า เชน่ ซองเอกสาร
ภายใน กระดาษเอกสารทีใ่ ชแ้ ล้วหน่งึ ดา้ น เป็นต้น
2) ลดการนาขยะท่ยี อ่ ยสลายยาก เชน่ กลอ่ งโฟมใสอ่ าหาร เข้ามาใชใ้ นอาคาร
3) คัดแยกขยะในอาคาร โดยแบ่งเป็นกระดาษ กระดาษลังลูกฟูก แก้ว โลหะ พลาสติก ขยะเศษ
อาหาร ขยะแบตเตอร่ี ขยะหลอดไฟ และขยะอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เพ่อื นาไปจาหน่าย บรจิ าค หรอื สง่ ตอ่ ให้หนว่ ยงาน
ท้องถ่นิ ทีร่ บั ผดิ ชอบในการจัดการขยะนาไปดาเนินงานต่อ
แนวทางการดาเนนิ งาน
จัดถังขยะแยกประเภทวางไว้ในตาแหน่งที่ใกล้จุดเกิดขยะ เพื่อให้ผู้ใช้อาคารเห็นได้โดยง่าย และ
เข้าถงึ สะดวก เช่น ในทุกช้ันของอาคาร และจดั ห้องเกบ็ รวบรวมกลาง ท่จี ะนาขยะออกไปทงิ้ ภายนอกไดส้ ะดวก
นอกจากนี้ ควรมีการเก็บข้อมูลปริมาณขยะและประเภทขยะท่ีเกิดข้ึนเป็นรายเดือน เพ่ือให้เข้าใจพฤติกรรมท่ี
ทาให้เกิดขยะ และสามารถวางแผนลดปริมาณขยะไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
รูปท่ี 97 การจัดวางถังคดั แยกในตาแหนง่ ท่เี ห็นได้ง่ายและเข้าถงึ สะดวก
ท่ีมา : https://www.change.org/p/กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม-ทาไมเราต้องแยกขยะ
114 คมู่ อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครัฐท่มี อี ยเู่ ดิมใหเ้ ป็นอาคารเขยี วภาครฐั
OM 8 การทาความสะอาด -
วตั ถปุ ระสงค์
1) เพ่ือส่งเสริมการทาความสะอาดท่ีใช้ผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ลดผลกระทบด้าน
สุขภาพและสิ่งแวดลอ้ ม จากการใช้สารเคมอี นั ตรายในผลติ ภัณฑ์ทาความสะอาด
2) เพอื่ ส่งเสริมใหเ้ กดิ ภาพลกั ษณท์ ่ดี ีของอาคารและองค์กร
ข้อกาหนด
การทาความสะอาดทั้งในอาคารและรอบอาคารต้องมีวิธีดาเนินงานที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมและ
ปลอดภัย โดยมี 2 ทางเลอื ก คอื
ทางเลอื ก 1 จดั จ้างงานบริการทาความสะอาด ท่ีได้รับเครอ่ื งหมายฉลากเขียว
ทางเลอื ก 2 ดาเนินงานทาความสะอาดอาคารเอง หรือจ้างบริการทาความสะอาดจากภายนอก
โดยให้ปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดของโครงการฉลากเขยี วสาหรบั บรกิ ารทาความสะอาด
แนวทางการดาเนนิ งาน
ควรแตง่ ตงั้ ผู้รบั ผดิ ชอบในการตรวจสอบการทางานของหนว่ ยงานที่ไดจ้ า้ งบริการทาความสะอาด เชน่
ความสะอาดของพน้ื ผนัง น้ายา และอปุ กรณ์ที่ใช้ ความสะอาดของถงั ขยะ การจัดการขยะ เปน็ ต้น
รูปที่ 98 การตรวจสอบการทางานของหน่วยงานท่ีรับจ้างบรกิ ารทาความสะอาด
ท่ีมา : http://www.apthai.co.th/jobs.php
คมู่ อื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐทีม่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั 115
OM 9 การประเมนิ ผลอาคารหลงั การเขา้ ใช้งาน -
วตั ถปุ ระสงค์
เพอ่ื พฒั นาการบรหิ ารอาคาร และส่งเสริมการยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของผู้ใช้อาคารใหด้ ีขึ้น
ขอ้ กาหนด
สารวจความพึงพอใจของผู้ใช้งานอาคารอยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง โดยครอบคลมุ เรอ่ื งดงั น้ี
1) อณุ หภูมแิ ละความชื้น
2) เสียงและการไดย้ ิน
3) ระดับความสว่าง
4) คุณภาพอากาศภายในอาคาร
5) ความสะอาดของอาคาร
โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามระบุพื้นที่ในอาคารที่ใช้งาน เพื่อจะได้นามาปรับปรุงแก้ไขได้ถูกพ้ืนที่ การ
สารวจให้สุ่มตัวอย่าง อย่างน้อยร้อยละ 30 ของผู้ใช้อาคารประจา โดยอาจใช้แบบสอบถามออนไลน์แทน
กระดาษ ในลักษณะให้คะแนน 7 ระดับ (+3 พอใจมากท่ีสุด –3 ไม่พอใจมากท่ีสุด 0 คือระดับกลาง) และใน
กรณีมีความเห็นไม่พึงพอใจ ให้สามารถระบุข้อความเพิ่มเติมได้ ห้ามระบุช่ือผู้ตอบในแบบสอบถาม หากสรุป
คะแนนที่ไดต้ า่ กวา่ 0 ซง่ึ หมายถึง ไม่พอใจ มมี ากกว่าร้อยละ 20 ในขอ้ นน้ั ควรดาเนนิ การแกไ้ ขปัญหานน้ั ๆ
แนวทางการดาเนินงาน
ขอความร่วมมือกับผู้ใช้งานอาคารในการสารวจ เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงและเกิดประโยชน์กับ
ผใู้ ชง้ านเอง
รูปที่ 99 สารวจความพงึ พอใจของผู้ใชง้ านอาคารอยา่ งน้อยปีละ 1 ครงั้
116 ค่มู ือการออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทีม่ อี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ
เอกสารอา้ งองิ
กฎกระทรวง. กาหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบ
อาคารเพ่ือการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๒. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๒ ก
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน. ฉลากประหยัดพลังงาน
ประสิทธภิ าพสูง เหน็ แล้วใชม่ ่นั ใจได้
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์สภาวะการ
ทางานเก่ียวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการท่ีต้อง
ดาเนนิ การ. ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑ เลม่ ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๕๗ ง
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. ประกาศในราชกิจจา
นเุ บกษา ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๙ ง
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข. เร่ือง กาหนดประเภทหรือช่ือของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทางาน และ
ยานพาหนะ ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือท้ังหมดของสถานท่ีและยานพาหนะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขต
สูบบุหร่ีในเขตปลอดบหุ รี่ พ.ศ. 2561. ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ เลม่ ๑๓๕
ตอนพเิ ศษ ๒๗๙ ง
ฝ่ายคุณภาพส่ิงแวดล้อมและห้องปฏิบัติการ กรมควบคุมมลพิษ. คู่มือการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็น
มิตรกับสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560, วิธีการจัดซ้ือจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม.
คพ.08-075
พระราชบัญญัติ. การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริการพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๒๔
กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก
พันธุดา พุฒิไพโรจน์. นานาสาระในการออกแบบอาคารเขียว. สมุทรปราการ : ห้างหุ้นส่วนปภัสการพิมพ์และ
บรรจภุ ณั ฑ,์ 2558.
พันธุดา พุฒิไพโรจน์. ออกแบบอย่างไรให้เพ่ิมประสิทธิภาพพลังงานในอาคาร. สมุทรปราการ : ห้างหุ้นส่วน
ปภสั การพมิ พ์และบรรจุภณั ฑ์, 2558.
มลู นิธสิ ถาบนั สงิ่ แวดล้อมไทย โครงการฉลากเขียว (Green Label Thailand). แผ่นพับ
สถาบนั สิ่งแวดลอ้ มไทย. การรับรองการลดหรือหลกี เล่ียงการปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจก. แผน่ พับ
สถาบันอาคารเขียวไทย. คู่มือสาหรับเกณฑ์การประเมินความย่ังยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย - สาหรับ
การกอ่ สรา้ งและปรับปรุงโครงการใหมแ่ ละอาคารประเภทพ้ืนท่สี ว่ นกลางและกรอบอาคาร-V1.1.
สถาบันอาคารเขียวไทย. คู่มือสาหรับเกณฑ์การประเมินความย่ังยืนทางพลังงานและส่ิงแวดล้อมไทย - สาหรับ
อาคารระหวา่ งใช้งาน-V1.0.
สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแหง่ ประเทศไทย. ค่มู อื การเลอื กหลอด LED สาหรบั ผูบ้ รโิ ภค เวอร์ช่นั 1.0 - Consumer
Guideline for LED Lamp Selection Version 1.0.
สานักงานเลขานุการโครงการฉลากเขียว สถาบันส่ิงแวดล้อมไทย. ฉลากเขียว GREEN LABEL : THAILAND
ผลิตสินค้าและบริการอย่างร้คู ดิ เพอ่ื เศรษฐกจิ และความเปน็ มิตรต่อสิง่ แวดล้อมอยา่ งอย่างยนื . แผ่นพบั
สานกั อนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม กรมอนามยั กระทรวงสาธารสุข. ประกาศกรมอนามยั เรอื่ ง ข้อปฏบิ ัติการควบคุมเช้ือ
ลิจโิ อเนลลาในหอผง่ึ เยน็ ของอาคารในประเทศไทย. กนั ยายน 2549.
คู่มอื การออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครฐั ท่มี ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั 117
เอกสารอา้ งองิ (ตอ่ )
(รา่ ง) กฎกระทรวง. กาหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลกั เกณฑ์ และวธิ กี าร ในการ
ออกแบบอาคารเพื่อการอนรุ ักษ์พลงั งาน พ.ศ. ....
(รา่ ง) ประกาศกระทรวงพลงั งาน. เรือ่ ง หลักเกณฑ์และวิธกี ารคานวณในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรกั ษ์
พลังงานแตล่ ะระบบ การใช้พลังงานโดยรวมของอาคาร และการใช้พลงั งานหมุนเวยี นในระบบตา่ งๆ
ของอาคาร พ.ศ. .....
Appendix A Green Building Rating Systems Around the World. Accessed 14 May 2018.
Available from https://link.springer.com/content/pdf/bbm%3A978-90-481-2782-
5%2F1.pdf
BCA Green Mark. GM ENRB: 2017 - Green Mark for Existing Non-Residential Buildings for
Piloting. Accessed 2 May 2018. Available from
https://www.bca.gov.sg/GreenMark/others/GM_ENRB_2017_simplified_criteria.pdf
BCA Green Mark. GM NRM: 2015 - Green Mark for Non-Residential Buildings NRB 2015.
Accessed 10 May 2018. Available from
https://www.bca.gov.sg/GreenMark/others/Green_Mark_NRB_2015_Criteria.pdf
Building Construction Authority. BCA Green Mark Assessment Criteria and Online Application.
Accessed 12 May 2018. Available from
https://www.bca.gov.sg/GreenMark/green_mark_criteria.html
Building Construction Authority. Green Mark Buildings Directory. Accessed 13 May 2018.
Available from
https://www.bca.gov.sg/green_mark/KnowledgeResources/BuildingDirectory.aspx
U.S. Green Building Council. LEED O+M v4.1. Accessed 1 May 2018. Availabel from
https://www.usgbc.org/credits/existing-buildings/v4.1
U.S. Green Building Council. LEED v4.1 Operations and Maintenance - Getting started guide
for beta participants, March 2018.
U.S. Green Building Council. Reference Guide for Building Design and Construction v4. 2013
edition. Washington, D.C.
World Green Building Council. What is green building? Accessed 14 May 2018.
Available from http://www.worldgbc.org/what-green-building
118 คู่มือการออกแบบปรบั ปรุงอาคารภาครัฐที่มอี ยเู่ ดมิ ใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครัฐ
ภาคผนวก
ภาคผนวก 1) Project Checklist - G-GOODs : RV Version 1.0
ภาคผนวก 2) กระบวนการในการพฒั นาคู่มอื อาคารเขียวภาครัฐ
ภาคผนวก 3) ข้อแตกตา่ งในการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs
ภาคผนวก และเกณฑ์อาคารเขยี วอืน่
ภาคผนวก 4) ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ และแนวทางการปรบั ปรงุ
ภาคผนวก 5) การศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์
ภาคผนวก 6) ตวั อย่างอาคารเขยี วอื่นๆ เปรยี บเทยี บกับอาคารเขียวภาครฐั G-GOODs : RV
7) ปญั หา อุปสรรค ในการดาเนนิ การของภาครฐั เกีย่ วกบั การก่อสร้างอาคารเขยี ว
และแนวทางในการแก้ไขปญั หา
คูม่ อื การออกแบบปรับปรงุ อาคารภาครฐั ทมี่ ีอยเู่ ดิมใหเ้ ปน็ อาคารเขยี วภาครฐั 119
ภาคผนวก 1
Project Checklist – G-GOODs : RV Version 1.0
เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวภาครฐั - สาหรบั อาคารที่มีอยู่เดิม G-GOODs : RV Version 1.0
ลาดับ หมวด เกณฑป์ ระเมิน ข้อ Y N ?
หมวด 1 กระบวนการออกแบบและบริหารโครงการ (Design Process : DP) 6(3)
บังคบั
1 DP1 การต้ังคณะทางานออกแบบและผู้ตดิ ตามงาน บังคับ
2 DP2 การจดั ทาบันทึกความตอ้ งการของเจา้ ของโครงการ (OPR) บังคับ
3 DP3 การประชมุ รว่ มกนั ของผู้ออกแบบฝ่ายตา่ งๆ เพื่อหาแนวคิดในการออกแบบ (BOD) ร่วมกนั
4 DP4 บุคลากรท่ีมคี วามรดู้ า้ นอาคารเขยี วท่ีผา่ นการอบรม -
5 DP5 การใชแ้ บบจาลองสารสนเทศอาคาร (BIM) ในการออกแบบ -
6 DP6 การตดิ ตามงานต้ังแตข่ ั้นออกแบบ ก่อสรา้ ง และสร้างเสรจ็ เพื่อการเรยี นรแู้ ละพัฒนาเกณฑ์ตอ่ ไป -
หมวด 2 การออกแบบผงั บริเวณและงานภูมิทัศน์ (Master Plan Design and Landscape : ML) 5(2)
บังคับ
7 ML1 การจัดพ้ืนที่สบู บุหรนี่ อกอาคาร บังคับ
8 ML2 การเลือกพืชพรรณพ้ืนถ่ินท่ีเหมาะสม -
9 ML3 การลดความร้อนของผวิ พื้นท่ีดาดแข็ง -
10 ML4 การออกแบบพ้ืนที่ซมึ น้า -
11 ML5 ขนาดสัดสว่ นพื้นท่ีเปิดโลง่ 44(15)
หมวด 3 การออกแบบงานสถาปัตยกรรมและวศิ วกรรม (Architectural and Engineering Design : AE)
AE 1 การออกแบบเปลือกอาคาร บังคบั
-
12 AE 1.1 ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนัง (OTTV) และหลังคา (RTTV)
13 AE 1.2 คา่ การสะท้อนแสงของกระจก บังคบั
AE 2 การออกแบบพน้ื ที่ใช้สอย บังคบั
14 AE 2.1 ห้องเกบ็ ขยะรีไซเคิล -
15 AE 2.2 การเลือกสขุ ภัณฑ์ประหยดั น้า -
16 AE 2.3 ห้องอาบน้าและเปล่ียนชุดสาหรับผู้ใช้รถจักรยาน -
17 AE 2.4 ระบบดกั ฝุ่นทางเข้า -
18 AE 2.5 การใชผ้ นังและเพดานดดู กลนื เสยี ง -
19 AE 2.6 การกนั เสียงระหว่างห้อง -
20 AE 2.7 สัดสว่ นระหว่างความลึกตอ่ ความสูงของห้องไม่ปรับอากาศ -
21 AE 2.8 พื้นที่ทางานไดร้ บั แสงธรรมชาตแิ ละเห็นทิวทัศน์ภายนอก -
22 AE 2.9 พื้นท่ีจอดรถจักรยานหรือห้องเก็บรถจกั รยาน บังคบั
23 AE 2.10 การเก็บรกั ษาผนังภายนอก พ้ืน และหลังคาของอาคารเดมิ -
AE 3 การเลือกใช้วสั ดุ -
บังคับ
24 AE 3.1 การเลือกใช้วัสดทุ ่ีไม่ก่อมลพิษ บังคบั
25 AE 3.2 การเลือกใชว้ ัสดพุ ้ืนถ่ินหรือวสั ดใุ นประเทศ -
26 AE 3.3 วสั ดหุ ลงั คาท่ีมีค่าการสะท้อนความร้อนสูง -
AE 4 ระบบไฟฟา้ แสงสว่าง -
-
27 AE 4.1 ประสทิ ธิภาพระบบแสงสว่าง บังคับ
28 AE 4.2 คุณภาพของหลอดไฟ LED บังคับ
29 AE 4.3 การเปิด-ปิดของหลอดไฟที่อยู่ตามแนวริมหน้าตา่ ง บังคบั
30 AE 4.4 ขนาดพ้ืนท่ีควบคมุ ไฟฟ้าแสงสวา่ งตอ่ สวิตช์ บังคบั
31 AE 4.5 การควบคมุ ความสวา่ งโดยใช้ Sensor -
32 AE 4.6 การควบคมุ ระดบั ความสว่างของหลอดไฟ -
AE 5 ระบบปรับอากาศ -
-
33 AE 5.1 ประสทิ ธภิ าพพลงั งานของระบบปรับอากาศ บังคับ
34 AE 5.2 ผู้ใช้อาคารสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เกิดความสบายได้ -
35 AE 5.3 การออกแบบห้องที่มมี ลพิษให้มีความดนั เป็นลบ -
36 AE 5.4 สารทาความเยน็ ในระบบปรับอากาศ -
37 AE 5.5 การกาหนดชว่ งสภาวะน่าสบายโดยใช้มาตรฐานสากล -
38 AE 5.6 ตาแหน่งการวางหอระบายความรอ้ น (Cooling Tower) / เครอ่ื งระบายความรอ้ น บังคับ
39 AE 5.7 ประสทิ ธิภาพของแผน่ กรองอากาศ บังคับ
40 AE 5.8 การใชร้ ะบบ UVGI -
AE 6 ระบบระบายอากาศ -
41 AE 6.1 อตั ราการระบายอากาศและตาแหน่งช่องนาอากาศเขา้ 1/2
42 AE 6.2 อตั ราการระบายอากาศสงู กวา่ มาตรฐานรอ้ ยละ 30
43 AE 6.3 การใช้ CO2 Sensor ควบคมุ ปริมาณอากาศนาเขา้
44 AE 6.4 ระบบการเตมิ อากาศแบบอสิ ระและประหยัดพลังงาน
AE 7 ระบบขนส่งทางด่ิง
45 AE 7.1 ประสิทธภิ าพระบบขนส่งทางดิ่ง
AE 8 ระบบการจดั การพลงั งาน
46 AE 8.1 มาตรวัดไฟฟ้าประจาอาคาร
47 AE 8.2 มาตรวดั ไฟฟ้าที่ใชก้ บั ระบบบาบัดน้าเสยี
48 AE 8.3 มาตรวดั ไฟฟ้าย่อยแยกตามประเภทการใช้งาน
49 AE 8.4 การใชร้ ะบบ BMS ควบคมุ
เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวภาครัฐ - สาหรับอาคารท่ีมีอยู่เดิม G-GOODs : RV Version 1.0
ลาดับ หมวด เกณฑป์ ระเมิน ข้อ Y N ?
AE 9 ระบบสขุ าภบิ าล
50 AE 9.1 การตดิ ต้ังมาตรวดั น้าประจาอาคาร บังคบั
51 AE 9.2 ระบบดบั เพลงิ ไม่ใช้สาร Halon, CFC, HCFC บังคบั
52 AE 9.3 การตดิ ตั้งมเิ ตอรว์ ดั น้าย่อย
53 AE 9.4 การใช้น้าจากแหลง่ อ่ืนแทนน้าเพ่ือการอุปโภค -
AE 10 การใช้พลังงานทดแทน -
54 AE 10.1 การผลิตพลังงานทดแทน -
55 AE 10.2 การออกแบบเพื่อรองรบั การตดิ ต้ังแผงเซลลแ์ สงอาทิตย์ -
หมวด 4 การกอ่ สร้างอาคาร (Building Construction : BC) 3(3)
บังคบั
56 BC 1 การลดมลพิษจากการกอ่ สรา้ ง บังคับ
57 BC 2 การจัดทาแผนเพื่อหาแนวทางการลดขยะ และลดการใช้น้า พลังงานระหวา่ งก่อสรา้ ง บังคบั
58 BC 3 การป้องกันปัญหาฝุ่นเขา้ ไปในระบบปรับอากาศ 10(3)
หมวด 5 การใช้และบารุงรักษาอาคาร (Building Operation and Maintenance : OM) บังคับ
59 OM 1 การรวบรวมข้อมลู การใชน้ ้า
OM 2 การใช้พลังงาน
60 OM 2.1 การจดั ทาแผนบริหารจดั การดา้ นพลังงาน บังคบั
61 OM 2.2 การรวบรวมขอ้ มูลการใชพ้ ลังงาน วเิ คราะห์ และจดั ทามาตรการอนุรกั ษ์พลงั งาน บังคบั
62 OM 3 การตรวจสิ่งปนเปื้อนในอากาศ
63 OM 4 การจดั ซื้อผลิตภณั ฑ์ท่ีเป็นมติ รกับสิ่งแวดลอ้ ม -
64 OM 5 การจดั การแมลงและสตั ว์รบกวน -
65 OM 6 การจัดการงานภูมิทัศน์ -
66 OM 7 การจดั การขยะ -
67 OM 8 การทาความสะอาด -
68 OM 9 การประเมินผลอาคารหลังการเข้าใชง้ าน -
เกณฑ์บังคับ -
หมายเหตุ = เกณฑ์บังคบั เกณฑ์เลอื กทา 26
42
รวม 68
2/2
ภาคผนวก 2
กระบวนการในการพฒั นาคู่มอื อาคารเขียวภาครฐั
กระบวนการในการพัฒนาคมู่ ืออาคารเขยี วภาครัฐ G-GOODs
การพัฒนาเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวภาครัฐ หรือเกณฑ์ G-GOODs เป็นงานที่ได้ดาเนินอย่าง
เป็นระบบ เพื่อให้ได้เกณฑ์ท่ีมีเนื้อหาที่ทันสมัยและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจ
และปฏิบัติตามได้ง่าย การเข้าใจความเป็นมาของการพัฒนา สามารถเป็นประโยชน์หากในอนาคตจะมีการ
พัฒนาเกณฑ์ในเวอร์ชั่นต่อไป เพราะเกณฑ์ที่ดีนั้นจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สาหรับการพัฒนาเกณฑ์
G-GOODs ในเวอร์ชน่ั แรก สามารถสรุปกระบวนการในการทางาน ไดด้ งั นี้
1) การทาความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการพัฒนาคู่มือ กล่าวคือ ในระยะแรกของการพัฒนา
คู่มือน้ี กรมโยธาธิการและผังเมืองจะเป็นหน่วยงานหลักท่ีจะเป็นผู้ใช้คู่มือ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์ในการสร้าง
เกณฑ์เพ่ือให้การรับรองอาคารเขียวกับหน่วยงานใดๆ แต่จะเผยแพร่คู่มือ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐอ่ืนสามารถ
นาไปใช้ประโยชนไ์ ด้ด้วย
2) การศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ในขั้นน้ีเป็นการศึกษาจากเอกสารต่างๆ เพื่อทราบวิธีการพัฒนา
เกณฑ์ และเน้ือหาของเกณฑ์อาคารเขียวในระบบต่างๆ ท่ีมีการใช้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งข้อมูล
ทเ่ี กย่ี วข้อง ประกอบด้วย
- Quality assurance guide for green building rating tools เป็นเอกสารเกี่ยวกับ
วิธกี ารพฒั นาเกณฑ์การประเมินอาคารเขยี ว จัดทาโดย World Green Building Council
- เกณฑ์การประเมนิ อาคารเขียวระบบตา่ งๆ ได้แก่
LEED BD+C v4 เป็นเกณฑ์สาหรับการประเมินอาคารสร้างใหม่ และอาคารเดิมท่ี
ต้องการปรับปรุงใหญ่ พัฒนาโดย USGBC (U.S. Green Building Council) ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนมาก
จะใชก้ บั อาคารประเภทสานักงาน เพราะ LEED BD+C จะมเี กณฑแ์ ยกเฉพาะสาหรับอาคารหลายประเภท เชน่
โรงเรยี น สถานพยาบาล โรงแรม เป็นตน้
LEED O+M v4.1 เป็นเกณฑ์การประเมินอาคารที่มีอยู่เดิม ที่ต้องการดูแลบริหาร
จดั การ และบารุงรกั ษาอาคารให้เป็นอาคารเขยี ว ซง่ึ อาจจะไม่ไดม้ ีการปรับปรุงหรอื ดัดแปลงอาคารเลยกไ็ ด้
TREES NC v1.1 เป็นเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวสาหรับอาคารก่อสร้างใหม่ ของ
สถาบนั อาคารเขียวไทย
TREES EB v1 เป็นเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวสาหรับอาคารทมี่ ีอยู่เดมิ ของสถาบัน
อาคารเขยี วไทย
GREEN MARK NRB : 2015 เปน็ เกณฑ์การประเมินอาคารเขยี ว ของประเทศสิงคโปร์
สาหรบั อาคารสร้างใหม่ที่ไมใ่ ช่อาคารพักอาศยั
GREEN MARK ENRB : 2017 เป็นเกณฑก์ ารประเมนิ อาคารเขยี วสาหรบั อาคารท่ีมีอยู่
เดมิ ของประเทศสิงคโปร์ ท่ีไม่ใช่อาคารพักอาศยั โดยเปน็ เกณฑ์เก่ยี วกับการดแู ลบารงุ รกั ษาอาคาร
WELL v1 เป็นเกณฑ์การประเมินอาคารท่ีเน้นสุขภาพของผู้ใช้อาคาร และผู้ทางาน
เกยี่ วข้องกับการกอ่ สร้างอาคาร ของ International WELL Building Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา
WELL v2 เปน็ เกณฑ์ทพ่ี ฒั นาตอ่ จาก WELL v1 เร่มิ ประกาศใช้ต้งั แต่ พฤษภาคม 2018
คู่มือเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวภาครัฐ ของกรมควบคุมมลพิษ (กรณีที่จะมีการ
กอ่ สร้างอาคารใหม)่
ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคู่มอื อาคารเขียวภาครฐั 1
คู่มือเกณฑก์ ารประเมินอาคารเขยี วภาครัฐ ของกรมควบคมุ มลพษิ (กรณีอาคารเดิม)
- มาตรฐานท่ีเก่ียวข้องกับการออกแบบอาคารเขียว วิธีการประเมินประสิทธิภาพพลังงาน
อาคาร กฎหมายและประกาศทีเ่ ก่ยี วข้องจานวนมาก เช่น
กฎกระทรวง กาหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์
และวธิ กี ารในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษพ์ ลงั งาน
มาตรฐาน วสท. 031010-17 : การระบายอากาศเพ่ือคุณภาพอากาศภายในที่
ยอมรับได้ ฉบบั ปรับปรุงคร้งั ท่ี 1 พ.ศ. 2560
มาตรฐาน วสท. 031001-59 : มาตรฐานการปรับอากาศและระบายอากาศ ฉบับ
ปรบั ปรงุ คร้ังที่ 3 พ.ศ. 2559
ASHRAE Standard 90.1-2010 : Energy Standard for Buildings Except
Low-Rise Residential Buildings
ฯลฯ
3) การวิเคราะห์ จากผลการศกึ ษาเอกสารขา้ งตน้ ได้ทาการสรุปวิเคราะหเ์ ปรียบเทียบในดา้ นต่างๆ
ไดแ้ ก่
- วัตถุประสงค์ในการใช้งาน พบว่า เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวส่วนใหญ่จะเป็นระบบการ
ประเมิน ทมี่ กี ารให้การรับรองดว้ ย (certification) ซง่ึ อาจจะประเมินอาคารโดยหนว่ ยงานที่เป็นผู้พัฒนาเกณฑ์
เช่น สถาบันอาคารเขียวไทยเป็นท้ังผูพ้ ัฒนาเกณฑ์และผู้ประเมินอาคาร หรือ แยกองค์กรต่างหากเพ่ือทาหน้าที่
ในการประเมินอาคารที่ขอการรับรอง เช่น GBCI ทาหน้าที่ประเมินอาคารที่ขอการรับรอง LEED แต่ USGBC
คือผพู้ ัฒนาเกณฑ์
ตารางที่ 1 หน่วยงานท่ีทาหน้าที่พัฒนาและรับรอง (certification) และอายุการรับรองการประเมิน
อาคารเขียวของแตล่ ะระบบ
ระบบ พัฒนาเกณฑ์ ประเมินและ อายกุ ารรบั รองอาคาร
ใหก้ ารรับรอง
LEED BD+C USGBC GBCI ไม่มหี มดอายุ
LEED O+M 5 ปี
TREES NC TGBI TGBI ไม่มหี มดอายุ
TREES EB ไมไ่ ด้กาหนด
GREEN MARK NRB BCA BCA 3 ปี
GREEN MARK ENRB
G-GOODs : NC กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง - ไมไ่ ด้ให้การรับรอง
G-GOODs : RV
(แต่ควรมแี ผนปรับเวอร์ชัน่ ทุก 3-5 ป)ี
- ขอบเขตของช่วงเวลาการใช้งานท่ีครอบคลุม พบว่า เกณฑ์อาคารเขียวสาหรับอาคารที่
ก่อสร้างใหม่ สามารถใช้กับอาคารเดิมที่ต้องการปรับปรงุ ด้วย ส่วนเกณฑ์สาหรับประเมินอาคารเดิมน้ัน เนื้อหา
จะเกีย่ วข้องกับการดแู ลรกั ษาและจัดการอาคาร เป็นหลัก
2 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพฒั นาคู่มืออาคารเขียวภาครฐั
แต่ในกรณีคู่มือ G-GOODs ของกรมโยธาธิการและผังเมืองน้ัน จะแยกเป็นเล่มคู่มือสาหรับ
อาคารที่จะก่อสร้างใหม่ (G-GOODs : NC) และคู่มือสาหรับอาคารเดิมท่ีต้องการปรับปรุงให้เป็นอาคารเขียว
(G-GOODs : RV) ซึ่งทงั้ 2 เลม่ ไดร้ วมเนื้อหาด้านการดแู ลอาคารไว้ด้วย เพราะข้อเกณฑ์จะแตกต่างกันระหว่าง
อาคารสร้างใหม่ และอาคารเดิม เช่น บางข้อเป็นเกณฑ์บังคับสาหรับอาคารใหม่ แต่เป็นเกณฑ์เลือกทาสาหรับ
อาคารเดมิ ทัง้ นกี้ ารแยกเลม่ ชว่ ยทาใหผ้ ้อู อกแบบเขา้ ใจงา่ ย ไมส่ ับสน
เลอื กท่ตี ้ัง ชว่ งเวลา
ออกแบบ กอ่ สร้าง ใชง้ านอาคาร
LEED BD+C
LEED O+M
TREES NC
TREES EB
GM NRB
GM ENRB
G-GOODs NC
G-GOODs RV
รปู ท่ี 1 ขอบเขตการประเมนิ ที่แต่ละเกณฑค์ รอบคลมุ
- ประเภทอาคาร เกณฑ์ที่พัฒนามานานเช่น LEED และ GREEN MARK จะมีเกณฑ์สาหรับ
ประเมนิ อาคารเฉพาะประเภทมากขน้ึ ในขณะท่ีเกณฑ์ท่ีพฒั นาใหม่ ซ่งึ ยงั อยู่ใน เวอร์ช่นั ท่ี 1 จะยังไมแ่ ยกเกณฑ์
เฉพาะประเภทอาคารทีห่ ลากหลาย ส่วนใหญเ่ กณฑท์ ุกฉบับจะใช้ไดก้ ับอาคารสานักงาน
- โครงสร้างเน้ือหา พบว่า ระบบประเมินต่างๆ จะมีการแบ่งหมวดหมู่ของเกณฑ์คล้ายๆ กัน
คือ การแบง่ ตามเนื้อหา ซงึ่ อาจจาแนกเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้แก่
หมวดการดาเนินงานโครงการ เช่น วิธีการออกแบบเชิงบูรณาการ การใช้แบบจาลอง
สารสนเทศอาคาร (building information modeling, BIM) เป็นตน้
หมวดท่ีต้ังที่ยั่งยืน ว่าด้วยการเลือกท่ีต้ังโครงการ และการออกแบบเพ่ือลดผลกระทบ
อันเกิดจากการออกแบบในท่ีตั้งน้ัน เช่น การลดความร้อนท่ีเพ่ิมข้ึนจากพื้นท่ีดาดแข็ง การเกิดน้าฝนไหลนอง
ออกนอกโครงการ เปน็ ต้น
หมวดประสิทธิภาพการใช้น้า ว่าด้วยการเลือกสุขภัณฑ์ประหยัดน้า การประหยัดน้า
ในงานภูมิทัศน์ น้าใช้ในหอระบายความร้อนของระบบปรับอากาศ การติดมิเตอร์ย่อยเพ่ือให้ทราบความ
ผดิ ปรกตใิ นการใชน้ า้ การใช้นา้ จากแหลง่ อน่ื ทดแทนนา้ ประปา
หมวดพลังงานและบรรยากาศ ว่าด้วยเร่ืองการออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพ
พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การลดผลกระทบตอ่ บรรยากาศอันเกิดจากสารทาความเย็น การตรวจสอบ
ระบบอุปกรณ์อาคารโดยบุคคลท่ี 3 (commissioning) โดยหมวดน้ีมักมคี ะแนนมากทีส่ ุด
หมวดวัสดุ เกี่ยวกับการใช้วสั ดุและทรัพยากรในการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ การ
เลือกใชว้ สั ดุทม่ี ีสว่ นผสมของวสั ดุรีไซเคลิ การลดผลกระทบของการใช้วัสดุทมี่ ีผลต่อสภาพแวดล้อม เช่น การลด
ปริมาณขยะกอ่ สร้าง
ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาค่มู อื อาคารเขียวภาครัฐ 3
หมวดคุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร ซ่ึงครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพอากาศในอาคาร
ท่ีเกิดจากการระบายอากาศท่ีไม่พอเพียง อากาศไม่สะอาด ผลกระทบจากสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่ปลดปล่อย
จากวัสดใุ นอาคาร คุณภาพแสงสวา่ ง คณุ ภาพเสยี ง การเห็นววิ ทิวทศั น์ เปน็ ต้น
หมวดนวัตกรรมและอ่ืนๆ เช่น การมีผู้เชี่ยวชาญอาคารเขียว หรือ การทาเกณฑ์บาง
เรอื่ งไดด้ เี ปน็ พเิ ศษ การทาในสิง่ ที่ชว่ ยลดปญั หาเร่งด่วนของภมู ิภาค การสามารถทาในส่งิ ทไ่ี ม่มรี ะบุในเกณฑ์ แต่
เป็นเร่อื งที่มีผลดีตอ่ สภาพแวดลอ้ มหรอื ผู้ใช้อาคาร
LEED SCORE
1. Integrative Design Process 1 0.9%
2. Location & Transportation
16 14.5%
3. Sustainable Sites 10 9.1%
4. Water Efficiency
5. Energy and Atmosphere 11 10.0%
6. Materials and Resources
7. Indoor Environmental Quality 33 30.0%
8. Innovation 13 11.8%
9. Regional Priority 16 14.5%
6 5.5%
4 3.6%
0 5 10 15 20 25 30 35
points
รปู ที่ 2 การแบ่งหมวดและน้าหนักคะแนนของ LEED BD+C v4
TREES SCORE
1. Building Management 3 3.5% 16 18.8%
2. Sites and Landscape 6 7.1%
3. Water Conservation 20 23.5%
5 5.9% 13 15.3%
4. Energy and Atmosphere 5 5.9%
5. Materials and Resources 17 20.0%
6. Indoor Environmental Quality
7. Environmental Protection
8. Green Innovation
0 5 10 15 20 25
points
รูปที่ 3 การแบง่ หมวดและน้าหนักคะแนนของ TREES-NC v1.1
4 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพฒั นาคูม่ ืออาคารเขียวภาครฐั
GREEN MARK SCORE
1. Climatic Responsive Design 30 21.4%
2. Building Energy Performance 30 21.4%
30 21.4%
3. Resource Stewardship 30 21.4%
4. Smart and Health Building 20 14.3%
5 10 15 20 25 30 35
5. Advanced Green Efforts points
0
รูปท่ี 4 การแบง่ หมวดของ Green Mark NRB : 2015
การแบง่ โครงสร้างเน้ือหาเป็นหมวดในลักษณะดังกล่าวมีข้อดีคือ ทาใหส้ ามารถทราบค่าน้าหนัก หรือ
การให้ความสาคัญของเกณฑ์ได้ง่ายชัดเจน เช่น สามารถทราบได้ว่าเกณฑ์ส่วนใหญ่จะให้คะแนนมากในเร่ือง
การประหยัดพลังงานและผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ยกเว้นเกณฑ์การประเมินของ WELL ที่มีความชัดเจนว่า
เนน้ เรอื่ งสุขภาพ มิใชเ่ นน้ การประหยัดพลงั งาน
- วิธีการประเมินตามเกณฑ์ การประเมินในบางหัวข้อ จะสามารถทาได้มากกว่า 1 วิธี เชน่
ทางเลอื กที่ตอ้ งใช้โปรแกรมเฉพาะทางคานวณ หรอื ทางเลอื กทีใ่ ชก้ ารคานวณอยา่ งง่าย โดยใชเ้ ครื่องคดิ เลข ซึ่ง
ในการสังเคราะหเ์ กณฑ์ใหม่ ต้องพิจารณาความพรอ้ มของผ้ใู ช้เกณฑ์ดว้ ย
- ตัวช้ีวัดของเกณฑ์แต่ละด้าน เน่ืองจากในระบบประเมินอาคารเขียวที่พบ เป็นระบบท่ีมี
การรับรองอาคาร ดังน้ันจึงต้องกาหนดตัวช้ีวัดหรือ เกณฑ์ประเมินว่าผ่านหรือไม่ผ่านได้อย่างชัดเจน เช่น การ
เลือกวัสดุที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล ใช้การหาร้อยละของปริมาณวัสดุรีไซเคิลโดยการเทียบกับน้าหนักรวม
ของวัสดุน้ัน แล้วนาน้าหนักเฉพาะส่วนรีไซเคิลคิดเทียบเป็นมูลค่าเงิน แล้วนามูลค่าเงินของวัสดุรไี ซเคิลทุกชนิด
ในโครงการมารวมกัน จากน้ันหาร้อยละของมูลค่าวัสดุรีไซเคิลเทียบกับมูลค่าวัสดุท้ังหมด โดยต้องมีมูลค่า
มากกว่าเกณฑ์ที่กาหนด เช่น ร้อยละ 10-20 ซ่ึงการดาเนินงานดังกล่าวทาให้ผู้ออกแบบรู้สึกเป็นภาระได้ หาก
มิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขอการรับรอง ดังน้ันการสร้างเกณฑ์ใหม่ในกรณีของ G-GOODs จึงควรใช้ตัวชี้วัดท่ีมี
ประสิทธภิ าพในการวดั ในเร่ืองนน้ั ๆ โดยไมส่ รา้ งภาระงานให้กบั ผอู้ อกแบบมากเกนิ ไปโดยไม่มีความจาเปน็
4) การสังเคราะห์ จากการวิเคราะหใ์ นด้านต่างๆ ข้างต้น ได้นามาสู่ขั้นตอนการสงั เคราะห์ เพ่ือการ
สรา้ งเกณฑ์การประเมนิ ข้ึนมาใหม่ ท่เี หมาะสมกบั อาคารเขียวภาครฐั ซงึ่ มคี วามชดั เจนวา่ กลุม่ ผใู้ ช้งานหลกั คือ
สถาปนกิ และวศิ วกรของกรมโยธาธิการและผังเมอื ง ซงึ่ ทาหนา้ ทอ่ี อกแบบ
ดังนั้น จึงได้จัดแบ่งหมวดเน้ือหาใหม่ให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยจัดกลุ่มเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ตาม
ผู้รับผิดชอบงานแต่ละด้าน เช่น งานสถาปัตยกรรม งานออกแบบระบบไฟฟ้า งานออกแบบระบบปรับอากาศ
ซึ่งจะทาให้ผู้ที่ทางานแต่ละด้าน ทราบได้ง่ายว่าต้องออกแบบอย่างไร การจัดเนื้อหาเป็นหมวดแบบเดิมนั้น
ผู้ออกแบบจะต้องอ่านคู่มือทั้งหมด ซึ่งบางระบบ เช่น LEED เอกสารจะมีปริมาณมาก และงานที่รับผิดชอบจะ
แทรกอยู่ในหลายหมวด เช่น การออกแบบระบบปรับอากาศและระบายอากาศ จะมีเนื้อหาแทรกท้ังในหมวด
ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคู่มืออาคารเขียวภาครฐั 5
พลังงาน หมวดคุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคารในเรื่องการระบายอากาศ หมวดการใช้น้า กรณีใช้หอระบาย
ความร้อน ซ่ึงผู้ท่ีไม่มีประสบการณ์ออกแบบอาคารเขียวมาก่อน จาเป็นต้องอาศัยผู้ท่ีผ่านการศึกษาอบรมด้าน
อาคารเขียว ในระบบน้ันๆ มาให้คาแนะนา แต่เกณฑ์ G-GOODs ต้องการสร้างให้ผู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้าง ผู้ดูแล
ทรพั ยากรอาคาร สามารถเข้าใจงานทร่ี บั ผดิ ชอบไดโ้ ดยง่าย และใช้วิธีการประเมนิ ท่ีสามารถทาไดไ้ ม่ยากเกนิ ไป
G-GOODs : NC
1. การเลือกที่ตั้งโครงการ 6 8.3%
2. กระบวนการออกแบบและบริหารโครงการ 6 8.3%
3. การออกแบบผังบริเวณและงานภูมิทศั น์ 5 6.9%
4. การออกแบบงานสถาปตั ยกรรมและวศิ วกรรม 42 58.3%
5. การก่อสรา้ งอาคาร 3 4.2%
6. การใช้และบารงุ รักษาอาคาร 10 13.9%
0 5 10 15 20 25 30 35 40 45
จานวนขอ้ เกณฑ์
รูปท่ี 5 การแบง่ โครงสรา้ งหมวดของเกณฑ์ G-GOODs : NC
Architectural and Engineering Design : AE
AE 1 การออกแบบเปลือกอาคาร 2 4.8%
AE 2 การออกแบบพ้ืนทใี่ ช้สอย 9 21.4%
AE 3 การเลอื กใช้วสั ดุ 3 7.1%
AE 4 ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง 6 14.3%
7 16.7%
AE 5 ระบบปรบั อากาศ
AE 6 ระบบระบายอากาศ 4 9.5%
AE 7 ระบบขนสง่ ทางด่ิง 1 2.4%
AE 8 ระบบการจัดการพลงั งาน
4 9.5%
AE 9 ระบบสขุ าภิบาล 4 9.5%
AE 10 การใช้พลังงานทดแทน 2 4.8%
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
จานวนข้อเกณฑ์
รปู ที่ 6 การแบ่งหมวดสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมเป็นหมวดยอ่ ยตามประเภทงานของเกณฑ์ G-GOODs : NC
6 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคู่มืออาคารเขียวภาครฐั