G-GOODs : NC SCORE
1. การดาเนินงานโครงการ 3 6 8.3% 12 16 22.2%
2. ที่ตง้ั ท่ยี ัง่ ยนื 3 18 25.0%
27.8%
3. ประสิทธภิ าพการใชน้ า้ 5 6 8.3% 20
4. พลงั งานและบรรยากาศ
3 6 8.3%
5. วัสดุ 6
6. คณุ ภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร
0 5 10 15 20 25
จานวนขอ้ เกณฑ์บังคบั จานวนขอ้ เกณฑ์ท้งั หมด
รูปที่ 7 การวเิ คราะหเ์ นื้อหาของขอ้ เกณฑ์ G-GOODs : NC
G-GOODs : RV SCORE
1. การดาเนินงานโครงการ 3 8.8%
6
2. ท่ตี ้ังที่ยงั่ ยืน 1 14.7%
10
3. ประสิทธิภาพการใช้นา้ 4 6 8.8%
4. พลังงานและบรรยากาศ 9 19 27.9%
5. วสั ดุ 3 7 10.3%
6. คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร 6 20 29.4%
0 5 10 15 20 25
จานวนขอ้ เกณฑ์บงั คบั จานวนข้อเกณฑ์ทัง้ หมด
รูปที่ 8 การวิเคราะหเ์ น้ือหาของขอ้ เกณฑ์ G-GOODs : RV
ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคูม่ อื อาคารเขยี วภาครัฐ 7
หลังจากที่ได้สังเคราะห์โครงสร้างเกณฑ์ข้ึนมาใหม่แล้ว ได้มีการวิเคราะห์กลับอีกครั้ง โดยการแยก
เกณฑ์ออกตามหมวดเนื้อหา เพ่ือดูว่าเม่ือทาตามเกณฑ์บังคับทุกเกณฑ์ หรือเป็นอาคารเขียวมาตรฐานแล้ว
สามารถครอบคลุมเนื้อหาทุกด้านในการเป็นอาคารเขียวหรือไม่ และมีน้าหนักมากที่ด้านใด ซ่ึงพบว่าเกณฑ์
G-GOODs มเี นือ้ หาเกี่ยวกับดา้ นพลงั งานและคณุ ภาพสภาพแวดลอ้ มในอาคารเป็นจานวนมาก
ส่วนเกณฑ์ G-GOODs : RV สาหรับอาคารเดิมนั้น จะมีลักษณะของหัวข้อเกณฑ์คล้ายคลึงกัน ส่วน
ทีแ่ ตกตา่ งคอื ไมม่ ีเกณฑ์เกยี่ วกับการเลือกท่ีตั้งโครงการ และเพมิ่ ขอ้ เกณฑ์เก่ยี วกบั การทาแผนยกเลกิ การใช้สาร
CFC และ HCFC ในระบบปรับอากาศที่มีอยู่เดิม และการมีเกณฑ์การเก็บรักษาผนังภายนอก พ้ืน และหลังคา
ของอาคารเดิม และจานวนเกณฑ์บงั คับจะมีน้อยกวา่ โดยบางขอ้ ทกี่ าหนดเปน็ เกณฑ์บังคบั ของอาคารสร้างใหม่
จะเป็นเกณฑ์เลือกทาสาหรับอาคารเดิม เพราะการปรับปรุงอาคารเดิมอาจยุ่งยากและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
จงึ ใหผ้ อู้ อกแบบพิจารณาตามความเหมาะสม
5) การทดสอบร่างเกณฑ์การประเมิน จากเกณฑ์ท่ีได้จัดทาขึ้น เป็นร่างคร้ังที่ 1 ได้นามาประเมนิ
กับแบบกอ่ สรา้ ง คอื
- เกณฑ์สาหรับอาคารก่อสร้างใหม่ ได้ทดสอบประเมินกับแบบก่อสร้างอาคารศาลากลาง
จังหวัดสุรินทร์ อาเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซ่ึงเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ พื้นที่รวม 17,048 ตารางเมตร
สูง 4 ชน้ั
- เกณฑ์สาหรับอาคารเดิมท่ตี ้องการปรับปรุง ไดท้ ดสอบประเมนิ กบั อาคารสานักงาน ก.พ.
อาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ซ่ึงเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีพื้นท่ีรวม 35,140 ตารางเมตร
สูง 9 ชัน้ สรา้ งตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2555
- การสารวจสภาพอาคารเดิม ในการทดสอบเกณฑ์กับอาคารเดมิ นั้น ประกอบด้วยข้ันตอน
การสารวจสภาพอาคารเดิมด้วย เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิธีและแนวทางการออกแบบแบบเดิมท่ียังไม่ได้
เปน็ อาคารเขียว เช่น การไม่มีระบบเติมอากาศบรสิ ุทธ์ิเข้าสู่อาคาร รวมถึงการพยายามหาหลักฐานเชิงประจักษ์
ท่สี ามารถบง่ ช้ีถงึ ความจาเป็นทต่ี ้องปรับปรุงอาคารให้ได้ตามเกณฑ์ โดยเฉพาะเร่ืองที่กาหนดไวเ้ ป็นเกณฑ์บังคับ
วา่ มีความจาเป็นจริงหรอื ไม่ เพราะการปรบั ปรงุ อาคารเดมิ ทาไดย้ าก หรือถา้ ทาได้ก็อาจไมค่ ุม้ คา่ ต่อการลงทุน
ในการสารวจสภาพอาคารเดิม นอกจากการใช้วิธีพิจารณาทางสายตาแล้ว ได้มีการใช้เครื่องมือ
ทางวิทยาศาสตร์ประกอบการตรวจสอบด้วย เชน่
การใช้กล้องถ่ายภาพความร้อน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความร้อนท่ีผ่านเปลือกอาคาร
โดยการใช้เทคโนโลยถี า่ ยภาพความร้อน (infrared thermography)
การใช้เครื่องตรวจวัดค่าคารบ์ อนไดออกไซด์ ในพื้นที่สานักงาน เพื่อแสดงประสิทธิภาพ
ของระบบระบายอากาศทีใ่ ชก้ ารรัว่ ซึมของอากาศเพยี งอยา่ งเดียว โดยไมม่ ีการเตมิ อากาศ
การใช้เครื่องวัดค่าความสว่างในพ้ืนที่ทางาน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้
ประโยชน์ของเกณฑ์ท่ีกาหนดให้แยกสวิตช์ของหลอดไฟที่อยู่ในแนวริมหน้าต่าง ออกจากสวิตช์ของหลอดไฟ
ทอ่ี ย่ดู า้ นในอาคาร
8 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคู่มอื อาคารเขยี วภาครัฐ
รูปท่ี 9 การใช้ infrared thermography เพอื่ วเิ คราะห์ปัญหาความร้อนผา่ นเปลือกอาคาร
รูปท่ี 10 การใช้เครื่องวัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อตรวจสอบความพอเพียงของการระบายอากาศ
รูปท่ี 11 การใช้เคร่ืองมือ lux meter วดั คา่ ความสว่าง 9
ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพฒั นาคู่มืออาคารเขยี วภาครฐั
จากการสารวจสภาพอาคารเดิม ในการพัฒนาเกณฑ์นี้ ทาให้ได้ข้อเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก
ซึ่งแตกต่างจากการประเมินจากแบบก่อสร้างเพียงอย่างเดียว เพราะทาให้เห็นว่าอาคารภาครัฐมีวิธีบริหาร
จัดการ ที่อาจไม่เป็นไปตามเกณฑ์อาคารเขียวอ่ืนๆ แต่ก็สามารถจัดการได้ดี เช่น มีเกณฑ์บังคับให้ต้องมีห้อง
คัดแยกขยะรีไซเคิลในอาคารที่ประเมิน ซึ่งพบว่า ในอาคารภาครัฐท่ีมีหลายอาคารในพื้นท่ีเดียวกัน อาจไม่
จาเป็นต้องมีห้องคัดแยกขยะในตัวอาคารท่ีประเมินก็ได้ โดยอาจจะมีศูนย์กลางคัดแยกขยะเพียงแห่งเดียวท่ีใช้
รวมกัน ซึ่งบริหารจัดการได้ง่ายกว่าการกระจายอยู่ในทุกอาคาร ซ่ึงนามาสู่การปรับปรุงการเขียนข้อกาหนด
ของเกณฑ์ เป็นต้น
การใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตรใ์ นการสารวจ ทาให้ได้หลักฐานเชงิ ประจักษ์วา่ การออกแบบโดยใช้
วิธีการรั่วซึมของอากาศน้ันไม่พอเพียง เพราะในพ้ืนท่ีทางานซึ่งมีคนอยู่เพียง 25 คน จากท่ีออกแบบไว้รองรับ
จานวน 40 คน พบวา่ มปี ริมาณกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ทสี่ งู เกินมาตรฐาน
5) การศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ จากราคาค่าก่อสร้างท่ีเพ่ิมขึ้นในการปรับปรุงให้เป็นอาคาร
เขียว ไดน้ ามาศกึ ษาใน 2 ระดบั คือ
- ราคาเมอ่ื ปรบั ปรงุ ให้ผา่ นเกณฑบ์ งั คบั ทกุ เกณฑ์ หรอื เป็นอาคารเขยี วมาตรฐาน
- ราคาเม่ือปรับปรุงให้ผ่านเกณฑ์บังคับและเกณฑ์เลือกทาทุกข้อ หรือได้มากท่ีสุด หรือเป็น
อาคารเขียวขั้นสูง
จากการศึกษาพบว่า กรณีของศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ การทาอาคารเขียวมาตรฐาน จะมีค่าใช้จ่าย
เพ่ิมขึน้ รอ้ ยละ 1.38 ส่วนการทาอาคารเขียวข้นั สงู จะมีค่าใช้จ่ายเพ่ิมข้ึนร้อยละ 7.82
สว่ นกรณีของอาคารสานักงาน ก.พ. การทาอาคารเขียวมาตรฐาน จะมีค่าใชจ้ ่ายเพ่ิมข้ึนร้อยละ 3.71
และอาคารเขียวขนั้ สูงเพิ่มข้ึนร้อยละ 6.23 ค่าใช้จ่ายในสว่ นของอาคารเดิมทีส่ ูงกวา่ อาคารใหมน่ น้ั สว่ นหน่งึ เกิด
จากการทตี่ ้องเปลยี่ นเครื่องปรับอากาศเดิม เป็นเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 ซง่ึ มีท้ังค่าถอดของเก่าออกและติดต้ัง
ของใหม่ ส่วนในกรณีของอาคารที่จะก่อสร้างใหม่น้ัน เป็นเพียงการยกระดับประสิทธิภาพในรายการประกอบ
แบบระบบปรับอากาศให้สูงขึ้น จึงเป็นเพียงการเพิ่มราคาในส่วนต่างจากของเดิม มิได้เป็นการคิดราคาซ้ือ
เครอื่ งใหม่
นอกจากน้ี การศึกษายังครอบคลุมถึงการคิดความคุ้มค่า (value for money, VfM) เปรียบเทียบ
ระหว่างการทาอาคารเขียวมาตรฐาน และการทาอาคารเขียวข้ันสูง คือการหาเงินลงทุนก่อสร้างคร้ังแรก
และเงินท่ีต้องใช้เพ่ือเปล่ียนอุปกรณ์ทดแทนของเดิม เปรียบเทียบกับมูลค่าของโครงการที่เพิ่มข้ึน ซึ่งพบว่า
การทาอาคารเขียวมาตรฐานนั้นมีความคุ้มค่ามากกว่าการทาอาคารเขียวขั้นสูง ท้ังกรณีของอาคารเดิม
ที่ปรบั ปรงุ และอาคารกอ่ สร้างใหม่
ส่วนในกรณีการปรับปรุงอาคารเดิมนั้นได้มีการศึกษาความเหมาะสม (feasibility study) ในเกณฑ์
ท่ีมีผลต่อค่าไฟฟ้าและน้าประปา ซ่ึงพบว่ามีบางมาตรการ เช่น การกาหนดให้เปล่ียนสุขภัณฑ์มาใช้สุขภัณฑ์
ประหยัดน้า 4.8 ลิตร จะไม่คุ้มค่า ถ้าสุขภัณฑ์ของเดิมใช้น้า 6.0 ลิตร ซ่ึงผลการศึกษาเศรษฐศาสตร์ได้นาไปสู่
การปรบั ปรงุ เกณฑท์ ร่ี า่ งไว้
6) การปรับปรุงเกณฑ์ จากผลการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ และข้อค้นพบต่างๆ จากแบบอาคาร
สรา้ งใหม่ ข้อคน้ พบในอาคารเดิมทีก่ ่อสรา้ งแล้ว ไดน้ ามาปรบั ปรงุ เกณฑ์อกี ครัง้
7) การเผยแพร่เกณฑ์ รับฟังความคิดเห็น และดูงาน จากเกณฑ์ที่ปรับปรุงแล้ว ได้มีการเผยแพร่
โดยการจัดสัมมนาให้กับสถาปนิก วิศวกร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ตั้งแต่ความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับ
อาคารเขียว เป้าหมายของการพัฒนาอาคารเขียว ท่ีต้องการลดการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบต่อ
ส่ิงแวดล้อม การสร้างคุณภาพชีวิตท่ีดีแก่ผู้ใช้อาคาร และความปลอดภัยของผู้ทางาน อันเป็นรากฐานความคิด
10 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคูม่ ืออาคารเขยี วภาครัฐ
ท่ีอยูเ่ บื้องหลังขอ้ เกณฑ์ต่างๆ ทีน่ ามากาหนดตัวช้วี ัด วธิ กี ารประเมนิ และประสบการณ์จากการประเมนิ กับแบบ
ก่อสร้าง และสารวจอาคารจริง เพ่ือสร้างความเข้าใจให้กลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย รวมทั้งจัดให้มีการดูงาน
อาคารเขียวจานวน 2 แห่ง ที่อาคาร FYI Center คลองเตย และอาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง
สานักงานใหญ่คลองเตย เพื่อให้เห็นตัวอย่างของจริง และเข้าใจบางเกณฑ์ท่ีมีความคล้ายคลึงกันกับเกณฑ์
G-GOODs มากข้ึน รวมท้ังได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้แสดงความคิดในระหว่างการสัมมนา และผ่าน
แบบสอบถามท่ีแจกผู้ร่วมสัมมนา ซ่ึงทาให้ทราบส่ิงที่กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายต้องการเพ่ิมเติม เช่น ต้องการให้มีการ
จัดใหฝ้ ึกหัดประเมินจริง
รปู ที่ 12 การจดั สมั มนาเผยแพรค่ วามรู้ ดงู าน รับฟงั ความคิดเหน็ จากกลมุ่ ผูใ้ ช้งานเป้าหมาย (1)
รูปที่ 13 การจดั สัมมนาเผยแพร่ความรู้ ดงู าน รับฟงั ความคดิ เหน็ จากกลุ่มผู้ใช้งานเปา้ หมาย (2)
ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาค่มู อื อาคารเขยี วภาครัฐ 11
8) การจัดทาข้อเสนอแนะ เพื่อวางแผนการพัฒนาเกณฑ์ต่อไป ในการพัฒนาคู่มือ G-GOODs นี้
มิได้คิดแต่เพียงแค่คู่มือดาเนินการเสร็จเรียบร้อยเท่าน้ัน แต่ได้คิดรวมถึงการเผยแพร่ไปยังหน่วยงานอื่นๆ ใน
สังกัดกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ดาเนินงานอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยการเสนอแนะให้เผยแพร่ใน
รูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books) เพ่ือให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่มีข้อจากัดในเรื่อง
ปริมาณการพิมพ์ และได้จัดทาข้อเสนอแนะว่า กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง ควรมีแผนติดตามผลการใช้งาน เพ่ือ
วางแผนพัฒนาคู่มือในเวอร์ช่ันต่อไปในเวลาทุก 3-5 ปี เพ่ือให้คู่มือมีเน้ือหาท่ีทันสมัยตามบริบทที่เปล่ียนแปลง
ไปอย่ตู ลอดเวลา ซ่ึงเป็นไปตามวงจรของการพัฒนาเกณฑ์การประเมิน
รปู ท่ี 14 วงจรการพัฒนาเกณฑต์ าม Quality Assurance Guide for Green Building Rating Tools
สรปุ
คู่มือการพัฒนาเกณฑ์สาหรับอาคารเขียวภาครัฐสาหรับอาคารที่จะก่อสร้างใหม่ และคู่มือสาหรับ
อาคารเดิมท่ีต้องการให้เป็นอาคารเขียว เป็นคู่มือท่ีมีกระบวนการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีการศึกษา
หลกั การพฒั นาเกณฑ์ การศึกษาเปรียบเทยี บกบั เกณฑ์ที่มีการใช้งานแพร่หลายในโลก และในประเทศไทย แลว้
นามาสร้างเป็นเกณฑ์การออกแบบท่ีผู้ออกแบบสามารถเข้าใจงานที่ต้องทาในความรับผิดชอบได้ง่าย เกณฑ์
จานวนมากมไิ ดม้ าจากการทบทวนเอกสารแล้วนามาใช้โดยตรง แต่ผ่านการคน้ คว้าและทดสอบประเมนิ กับแบบ
ก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง จากการสารวจสภาพอาคารท่ีมีอยู่เดิมและทดสอบประเมิน การค้นหา
ทางเลือกในการประเมนิ ท่ีไม่ยากจนเกินไป สามารถหาข้อมลู ได้จริง เชน่ ขอ้ มูลคุณสมบตั ิทางเทคนิคจากผู้ผลิต
วัสดุ และมีการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาจุดท่ีเหมาะสมต่อการลงทุนสาหรับอาคารเขียวภาครัฐ ซึ่ง
อาจจะต่างจากภาคเอกชนท่ีในบางโครงการมุ่งหวังให้ได้การรับรองในระดับสูงสุด อย่างไรก็ตามไม่มีเกณฑ์
ประเมินใดท่ีเมื่อพัฒนาแล้วจะมีความสมบูรณ์แบบ จะต้องผ่านการใช้งานจากกลุ่มเป้าหมายไประยะหน่งึ และ
ได้รับข้อมูลย้อนกลับจากผู้ใช้ ซึ่งผู้พัฒนาเกณฑ์จะต้องมีระบบการรวบรวมข้อมูลปัญหาต่างๆ ท่ีควรแก้ไข
สาหรับการพัฒนาเกณฑ์ในเวอร์ชั่นต่อไป หรืออาจจะมีประกาศเพิ่มเติม (addenda) เพราะบริบทของการ
กอ่ สรา้ งอาคารจะเปลยี่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลา ตามเทคโนโลยี สภาพแวดล้อม เศรษฐกจิ สังคม เพื่อให้การปฏิบัติ
ตามเกณฑ์อาคารเขียวสามารถบรรลุเป้าหมายของการพฒั นาทยี่ ั่งยืนได้
12 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพฒั นาคมู่ อื อาคารเขยี วภาครฐั
ภาคผนวก 3
ข้อแตกตา่ งในการประเมินประสิทธิภาพพลงั งาน
ระหว่าง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอนื่
ขอ้ แตกต่างในการประเมินประสิทธภิ าพพลงั งาน
ระหว่าง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขยี วอน่ื
การออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพพลังงานน้ัน เป็นลักษณะที่สาคัญอย่างหนึ่งในการออกแบบ
อาคารเขยี ว เพราะพลังงานท่ีใชส้ ่วนใหญ่ในปจั จุบนั มาจากเช้ือเพลงิ ฟอสซิล ซงึ่ ปลดปลอ่ ยคาร์บอนไดออกไซด์
และกา๊ ซอ่ืนๆ อกี หลายชนดิ ในขบวนการผลิต ปกคลุมช้นั บรรยากาศ ทาให้ความร้อนจากรังสีอาทติ ย์และความ
ร้อนท่ีโลกดูดซับไว้และคายออกมาไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปได้ เกิดเป็นปัญหาสภาวะโลกร้อนและส่งผล
กระทบต่อเน่ืองไปยังระบบนิเวศอีกหลายด้าน ระบบประเมินอาคารเขียวส่วนใหญ่จึงให้ความสาคัญอย่างมาก
ต่อการประหยดั พลงั งาน โดยจะใหค้ ะแนนในข้อประสทิ ธิภาพพลงั งานของอาคารมากกวา่ หวั ข้ออน่ื ๆ
ในวิธีการประเมินประสิทธิภาพพลังงาน หรือสมรรถนะด้านพลังงานของอาคารในระบบ G-GOODs
นัน้ มีความแตกตา่ งจากระบบอาคารเขยี วอ่ืน ซ่ึงสามารถสรุปไดด้ งั น้ี
1. ประเภทของเกณฑ์
ในระบบประเมินอาคารเขียวอ่ืน เช่น LEED BD+C ของประเทศสหรัฐอเมริกา TREES NC ของ
ประเทศไทย GREEN MARK NRB ของประเทศสิงคโปร์ รวมท้ังระบบประเมินอาคารเขียวภาครัฐที่เคยมีการ
พัฒนา โดยกรมควบคุมมลพษิ จะประกอบดว้ ยเกณฑก์ ารประเมินประสทิ ธภิ าพพลังงาน 2 ระดับ คอื
1) ระดับเกณฑบ์ ังคบั หรอื ประสทิ ธภิ าพพลงั งานขน้ั ต่า
2) ระดบั เกณฑเ์ ลอื กทา ซง่ึ จะไดค้ ะแนนตามระดบั ผลประเมนิ ประสิทธิภาพพลังงานที่เพม่ิ ขึน้
แต่ในเกณฑ์ G-GOODs น้ันจะมีเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพพลังงานเพียงระดับเดียว และเป็น
เกณฑ์บังคับ โดยมีความเข้มข้นด้านพลังงานสูงกว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดในกฎหมายอนุรักษ์พลังงานฉบับท่ีใช้ใน
ปัจจุบัน คือ กฎกระทรวงกาหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการ ในการ
ออกแบบอาคารเพอ่ื การอนุรกั ษ์พลังงาน พ.ศ. 2552
2. วิธกี ารประเมิน
วิธกี ารประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลงั งานในระบบประเมนิ อาคารเขยี วอนื่ ท่ีพบ อาจแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 วิธี คือ
2.1 การจาลองพลังงานของท้งั อาคาร (whole-building energy simulation)
วิธีน้ีใช้การจาลองค่าพลังงานรวมท่ีใช้ท้ังอาคาร เปรียบเทียบระหว่างอาคารที่กาลังออกแบบกับ
อาคารอ้างอิง (reference building) หรือบางทีเรียก อาคารฐาน (baseline building) โดยนาพลังงานที่ใชใ้ น
การปรบั อากาศทตี่ ้องใชอ้ นั เน่ืองมาจากลักษณะของเปลือกอาคาร ระบบไฟฟา้ แสงสว่าง ระบบปรับอากาศ และ
อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาคิดรวมกัน ซ่ึงเป็นวิธีท่ีมีความอิสระในการออกแบบ เช่น การออกแบบเปลือก
อาคารที่อาจจะมีประสิทธิภาพพลังงานต่า เพราะมีความร้อนท่ีผ่านกระจกจานวนมาก จะสามารถนาพลังงาน
ในสว่ นของระบบไฟฟา้ แสงสวา่ งท่มี ปี ระสทิ ธิภาพสูงกวา่ เกณฑท์ ีก่ าหนดมาหกั ลบหรือชดเชยได้ เป็นต้น
อาคารเขียวส่วนใหญ่มักจะกาหนดให้ การจาลองพลังงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นทางเลือก
หน่ึงในการประเมินประสิทธิภาพพลังงาน แต่วิธีการในการเปรียบเทียบและมาตรฐานท่ีใช้อาจจะแตกต่างกัน
เช่น คุณสมบัติของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ียอมให้ใช้ได้ วัสดุเปลือกอาคาร และประสิทธิภาพระบบไฟฟ้าแสง
สวา่ ง และระบบปรบั อากาศในอาคารฐาน เปน็ ตน้
ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมินประสิทธภิ าพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขียวอนื่ 1
ตวั ชวี้ ัดผลการประหยัดพลังงานอาจจะเป็นคา่ พลงั งานรวมที่ใช้โดยตรง หรอื ค่าใช้จา่ ยพลงั งาน เพราะ
ในบางประเทศ พลังงานที่ใช้ในอาคารจะมีหลายประเภท เชน่ ไฟฟา้ แก๊ส ซ่ึงตอ้ งนาพลังงานทุกประเภทมารวม
โดยการแปลงเปน็ ราคาหรือค่าใช้จา่ ยพลงั งาน
2.2 การออกแบบตามรายการทีก่ าหนด (prescriptive method)
วธิ นี ี้คือ กาหนดรายการและเกณฑ์ในการออกแบบ หากสามารถออกแบบใหส้ อดคล้องได้จะผา่ นหรือ
ได้รับคะแนน เช่น
- อัตราสว่ นของหนา้ ต่างต่อผนัง (window to wall ratio, WWR)
- ค่าสมั ประสิทธ์ใิ นการถา่ ยเทความร้อนรวมของผนงั (U-value)
- คณุ สมบัติในการยอมใหค้ วามร้อนผ่านของกระจก ซ่ึงอาจกาหนดด้วยคา่ SC หรอื SHGC
- ค่าสัมประสิทธิ์การบงั แดดของแผงบงั แดดภายนอก (shading coefficient, SC)
- คา่ กาลังไฟฟ้าสอ่ งสว่างสูงสุด (lighting power density, LPD)
- คา่ ประสิทธิภาพของเคร่อื งปรับอากาศ ซ่ึงอาจกาหนดด้วยคา่ EER หรือ SEER
วิธีน้ีง่ายกว่าวิธีแรก เพราะมีการคานวณบ้างเพียงเล็กน้อย สามารถใช้เคร่ืองคิดเลข หรือโปรแกรม
คานวณ เช่น excel โดยไม่จาเป็นต้องใช้โปรแกรมสาหรับจาลองค่าพลังงาน แต่มีข้อเสียคือไม่ค่อยมีอิสระใน
การออกแบบ และในบางระบบ เช่น LEED การใชว้ ิธนี จี้ ะได้คะแนนต่ากว่าวธิ กี ารจาลองดว้ ยคอมพิวเตอร์
3. วิธกี ารประเมนิ และมาตรฐานทีใ่ ช้ของ G-GOODs
ในการพฒั นาวิธีการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลังงานของ G-GOODs มขี อ้ พิจารณาทส่ี าคญั คือ
- ต้องไม่เป็นวิธีการประเมินที่ยากเกินไป เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ข้ันสูงท่ีมีผู้คุ้นเคยใน
การใชง้ านเปน็ จานวนน้อย เพราะจะเป็นปัญหาในการปฏิบัติ
- โปรแกรมทใ่ี ช้ควรเปน็ โปรแกรมท่ีไม่มีค่าใชจ้ า่ ย
- วธิ ีประเมินต้องสามารถแยกอาคารทม่ี ีประสิทธภิ าพพลงั งานสงู ออกมาจากอาคารทวั่ ไปได้
ดังน้ันจึงพิจารณาเห็นว่า การใช้โปรแกรม BEC ของกระทรวงพลังงานมีข้อดี คือ เป็นโปรแกรมท่ี
ไม่มีค่าใช้จ่าย และเป็นโปรแกรมท่ีจะต้องใช้ในการประเมินอาคารตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานอยู่แล้ว ดังน้ัน
จงึ ไมม่ ภี าระงานเพมิ่ ขึ้น
กฎหมายอนุรักษ์พลังงานนี้ใช้กับอาคารท่ีมีขนาดตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรข้ึนไป และเป็นอาคาร 9
ประเภท ได้แก่ 1) สถานพยาบาล 2) สถานศกึ ษา 3) สานักงาน 4) อาคารชดุ 5) อาคารชุมนมุ คน 6) อาคารโรง
มหรสพ 7) โรงแรม 8) สถานบรกิ าร 9) อาคารหา้ งสรรพสนิ คา้ หรือศนู ย์การคา้
ในกฎหมายนี้ ไดก้ าหนดวธิ ีการประเมินประสทิ ธิภาพพลังงานเป็น 2 ทางเลือก คอื
แนวทางท่ี 1 ผ่านรายระบบทุกระบบ ได้แก่
- ระบบเปลือกอาคาร ใช้ค่า OTTV และค่า RTTV
- ระบบไฟฟา้ แสงสว่าง ใชค้ า่ LPD
- ระบบปรับอากาศใช้ค่า EER หรอื COP หรอื กโิ ลวตั ต์ต่อตันความเยน็
- ระบบอุปกรณผ์ ลิตนา้ ร้อน ใชค้ ่า COP
แนวทางท่ี 2 ผ่านค่าพลังงานรวม ที่อาคารใช้ต่อปี กรณีท่ีอาคารที่ไม่สามารถออกแบบให้เป็นไป
ตามเกณฑ์ในเร่ือง ระบบกรอบอาคาร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ให้สามารถใช้ค่าพลังงาน
โดยรวมของอาคารที่ออกแบบมาเปรียบเทียบกับอาคารอ้างอิง (หน่วย : กิโลวัตต์ ชั่วโมงต่อปี) หากมีค่าต่ากว่า
2 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสทิ ธิภาพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขียวอื่น
ถือว่าผ่านตามกฎหมายได้ ท้ังนี้สามารถนาไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลแสงอาทิตยม์ าหกั ลบ เป็นค่าพลังงานรวม
สทุ ธิที่ใชไ้ ด้
ซง่ึ ท้งั 2 ทางเลอื ก ตอ้ งคานวณดว้ ยโปรแกรม BEC
รูปที่ 1 ผลประเมนิ จากโปรแกรม BEC แสดงว่าผ่านตามกฎหมายฯ ดว้ ยทางเลอื ก 2
แต่จากการศึกษาของกระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับสถานภาพของการออกแบบอาคารปัจจุบัน ในกลุ่ม
ของอาคารภาครฐั ท้งั 9 ประเภท จานวน 355 อาคาร พบวา่ รอ้ ยละ 99.44 สามารถผา่ นเกณฑ์พลังงานรวมได้
แต่มีอาคารเพียงร้อยละ 40.56 เท่าน้ัน ท่ีสามารถผ่านทุกระบบได้ และถ้าพิจารณาเฉพาะอาคารกลุ่ม
สานักงานและสถานศึกษา จานวน 252 อาคาร พบว่ามีเพียงร้อยละ 42.86 เท่าน้ัน ท่ีสามารถผ่านเกณฑ์ค่า
OTTV
ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขียวอ่นื 3
รูปท่ี 2 จานวนอาคารภาครัฐที่สามารถผ่านรายระบบทกุ ระบบ
ทมี่ า : กระทรวงพลงั งาน,ประชุมรบั ฟงั ความคิดเห็นฯ 2559
รูปที่ 3 จานวนอาคารทสี่ ามารถผา่ นค่า OTTV (รอ้ ยละ 42.8) และ RTTV (รอ้ ยละ 74.8)
ที่มา : กระทรวงพลังงาน, ประชุมรบั ฟงั ความคิดเห็นฯ 2559
4 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสิทธภิ าพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอืน่
วธิ ีการประเมินประสิทธิภาพพลงั งานของ G-GOODs ท่ีพัฒนาข้ึนจงึ ไมต่ รงกบั วธิ กี ารท่ี 1 หรือ วิธกี าร
ท่ี 2 ทีเดียวแต่มีลักษณะผสม คือใช้พิจารณารายระบบ และการใช้โปรแกรม BEC แต่พิจารณาเฉพาะเร่ือง
เปลือกอาคาร เพราะการคานวณค่าสัมประสิทธ์ิการบังแดดของแผงบังแดด ยังมีความจาเป็นต้องใช้โปรแกรม
BEC
- ระบบเปลือกอาคาร ใช้ตัวชี้วัดคือ ค่า OTTV และค่า RTTV ซ่ึงต้องออกแบบให้ผ่านเกณฑ์ท่ี
กฎหมายกาหนด
- ระบบไฟฟ้าแสงสวา่ ง ใชค้ า่ LPD โดยสานกั งานต้องมีค่าไม่เกนิ 8 วตั ต์ต่อตารางเมตร ซ่งึ มีความ
เข้มข้นกว่ากฎหมาย เพราะกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552 กาหนด 14 วัตต์ต่อตารางเมตร และในร่าง
ของกฎหมายใหม่กาหนดท่ี 10 วัตต์ตอ่ ตารางเมตร
- ระบบปรับอากาศ กาหนดประสิทธิภาพข้ันต่าโดยใช้ตามเกณฑ์ฉลากเบอร์ 5 ของ กฟผ. ซ่ึงมี
ความเขม้ ข้นกวา่ ในกฎหมายอนรุ กั ษ์พลังงาน พ.ศ. 2552
รปู ที่ 4 ประสทิ ธภิ าพของระบบไฟฟ้าแสงสว่างในกลุ่มอาคารสถานศกึ ษาและสานกั งาน
ท่มี า : กระทรวงพลงั งาน, ประชุมรบั ฟังความคดิ เหน็ ฯ 2559
ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอื่น 5
รปู ท่ี 5 ประสทิ ธภิ าพเคร่ืองปรับอากาศแบบ fixed speed
ทมี่ า : กระทรวงพลงั งาน, ประชมุ รบั ฟงั ความคิดเห็นฯ 2559
รูปท่ี 6 ประสทิ ธภิ าพเคร่ืองปรบั อากาศแบบ variable speed
ท่ีมา : กระทรวงพลงั งาน, ประชมุ รับฟังความคิดเหน็ ฯ 2559
6 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขียวอ่นื
4. วธิ กี ารประเมนิ ของระบบอาคารเขียวอนื่
ในท่ีน้ีจะอธิบายเปรียบเทียบ 3 ระบบ โดยย่อ คือ LEED v4 BD+C ของสหรัฐอเมริกา และ TREES
NC v1.1 ของสถาบันอาคารเขียวไทย ซึ่งทั้ง 2 ระบบ มีการใช้ในประเทศไทยมากกว่าระบบอ่ืนๆ และ GREEN
MARK NRB : 2015 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินอาคารท่ีไม่ใช่อาคารพักอาศัย ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีสภาพ
ภมู ิอากาศใกล้เคียงกบั ประเทศไทย
4.1 LEED
วิธกี ารประเมนิ ประสิทธภิ าพพลงั งานของอาคาร กาหนดเป็น 2 ระดบั ดงั น้ี
4.1.1 ระดบั เกณฑ์บงั คับ กาหนดวิธกี ารประเมินเปน็ 3 ทางเลือก คอื
ทางเลอื ก 1 ใช้การจาลองพลังงาน ตามมาตรฐาน ANSI/ASHRAE/IESNA Standard
90.1-2010 ภาคผนวก G ฉบับรวมการแก้ไขข้อผิดพลาด (with errata) โดยใช้ค่าใช้จ่ายพลังงานเป็นตัวช้ีวัด
ดงั นี้ คอื
- อาคารที่ออกแบบก่อสร้างใหม่ (new construction) ต้องทาได้ดีกว่าอาคารฐาน
อยา่ งน้อยรอ้ ยละ 5
- อาคารเดิมทท่ี าการปรบั ปรงุ ใหญ่ (major renovation) ดกี วา่ รอ้ ยละ 3
- อาคารที่สรา้ งเฉพาะเปลอื กและแกนบรกิ าร (core and shell) ดกี วา่ รอ้ ยละ 2
รูปที่ 7 มาตรฐาน ASHRAE 90.1-2010 ทใ่ี ชใ้ นการจาลองพลังงานและคู่มอื การใช้งาน
ทางเลอื ก 2 ใช้วิธีทาตามรายการท่ีระบุใน ASHRAE 50% Advanced Energy
Design Guide (AEDG) ทางเลือกนี้ใช้ได้กับ อาคารสานักงาน ห้างค้าปลีก โรงเรียน หรือสถานพยาบาล และที่
มขี นาดไม่เกิน 9,290 ตารางเมตร (100,000 ตารางฟตุ ) โดยในระดบั เกณฑบ์ งั คับจะครอบคลุมเร่ือง ระบบปรับ
อากาศ และระบบผลติ น้ารอ้ น
แตก่ ต็ อ้ งทาตามเงือ่ นไขบังคับ (mandatory provisions) ใน ASHRAE 90.1-2010 ให้ผ่าน
ด้วย ในเรื่องประสิทธภิ าพของกรอบอาคาร ระบบปรบั อากาศ ระบบผลติ น้ารอ้ น และระบบไฟฟา้ แสงสว่าง
ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสทิ ธภิ าพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขยี วอ่นื 7
ทางเลือก 3 ใช้วิธที าตามรายการทร่ี ะบุใน Advanced BuildingsTM Core
Performance GuideTM ทางเลือกนใี้ ช้ไดก้ บั อาคารท่ีมขี นาดไม่เกนิ 9,290 ตารางเมตร และตอ้ งไม่ใช่
สถานพยาบาล คลงั สนิ คา้ และหอ้ งปฏิบตั ิการ
4.1.2 ระดบั เกณฑเ์ ลือกทา แบ่งเป็น 2 ทางเลือก คือ
ทางเลือก 1 ใช้การจาลองพลังงาน ตามมาตรฐาน ANSI/ASHRAE/IESNA Standard
90.1-2010 ภาคผนวก G ฉบับรวมการแก้ไขข้อผิดพลาด (with errata) ซ่ึงอาคารท่ีออกแบบต้องดีกว่าอาคาร
ฐานอยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 6-50 ซ่งึ จะเทยี บเป็นคะแนนท่ีได้รับตงั้ แต่ 1-18 คะแนน
ตารางที่ 1 คะแนนของเกณฑ์ LEED BD+C
ทมี่ า : Leadership in Energy & Environmental Design, Reference Guide for Building Design and Construction,
Update v4 January 2016, P-406
8 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสทิ ธภิ าพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอ่ืน
ทางเลอื ก 2 ใช้วิธีทาตามรายการท่ีระบุใน ASHRAE 50% Advanced Energy Design
Guide วิธีนี้คะแนนสูงสุดที่สามารถได้รับจะน้อยกว่าทางเลือกที่ 1 สาหรับอาคารสานักงานจะได้คะแนน 1-5
คะแนน ขึ้นกับรายการที่สามารถทาได้เรื่องละ 1 คะแนน เช่น การออกแบบเปลือกอาคารส่วนโปร่งแสงได้
1 คะแนน การออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในอาคาร 1 คะแนน การออกแบบแสงสว่างภายนอกอาคารได้
1 คะแนน เป็นตน้
ซ่ึงเกณฑ์จะแตกต่างกันไปตามเขตภูมิอากาศที่แบ่งเป็น 8 โซน ตั้งแต่ร้อน อบอุ่น จนหนาวจัด
จึงสามารถใชไ้ ด้กับสภาพภูมิอากาศต่างๆ ทวั่ โลก สาหรบั ประเทศไทยซ่ึงมอี ากาศร้อนชืน้ จัดอยใู่ นเขตภมู อิ ากาศ
1A
สาหรับการออกแบบเปลือกอาคาร จะมีข้อกาหนดมากกว่ากฎหมายอนุรักษ์พลังงานของ
ประเทศไทย เช่น อัตราการรั่วซึมของหน้าต่าง ประตู จะต้องได้ตาม NFRC 400 และค่าอัตราการรั่วซึมต้องมี
ผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการท่ีได้รับการรับรอง (accredited) ในระดับชาติ เช่น National Fenestration
Rating Council ตอ้ งมปี ้ายกากบั ทผ่ี ลิตภัณฑ์และรับรองโดยผู้ผลิต ซ่งึ วธิ ีการนีแ้ ม้จะไม่ต้องจาลองพลังงาน แต่
กอ็ าจจะมคี วามยงุ่ ยากในการหาวัสดุและหลักฐานตา่ งๆ ท่ีแสดงวา่ คุณสมบตั ผิ ่านเกณฑ์
รูปที่ 8 ปา้ ยกากับหน้าตา่ งท่ีรับรองโดย National Fenestration Rating Council (NFRC)
ทีม่ า : https://www.constructioncanada.net/
4.1.3 เคร่ืองมือในการวิเคราะห์ - LEED ไม่ได้กาหนดช่ือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ได้
แตก่ าหนดคณุ สมบตั ิอยา่ งละเอยี ด เช่น
- ตอ้ งสามารถจาลองพลงั งานได้อยา่ งนอ้ ย 8,760 ชวั่ โมงตอ่ ปี
- สามารถกาหนดค่าตัวแปรที่มีผลต่อการใช้พลังงานให้แตกต่างกันเป็นรายชั่วโมงได้ เช่น
จานวนผู้ใช้งาน ไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟฟ้าที่ใช้สาหรับอุปกรณ์ การตั้งอุณหภูมิอากาศที่ควบคุม (thermostat
setpoints) การทางานของระบบ HVAC ซ่ึงสามารถกาหนดให้แตกต่างกันได้ระหว่างวันทางาน วันหยุดในราย
สัปดาห์ และวันหยดุ นักขตั ฤกษ์
- สามารถคานึงถึงอิทธพิ ลของมวลสารอาคาร (mass effect)
ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสิทธภิ าพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขยี วอน่ื 9
- สามารถแบ่งโซนความรอ้ น (thermal zone) ได้ 10 โซน หรอื มากกว่า
- สามารถกาหนดการทางานของอุปกรณ์ได้ตาม part-load performance curves
ตัวอย่างของโปรแกรมทมี่ คี ุณสมบตั ดิ งั กลา่ วขา้ งตน้ เชน่ DOE-2, BLAST และ EnergyPlus
4.2 TREES
การประเมนิ ประสิทธภิ าพพลังงานในวธิ กี ารของ TREES แบ่งเปน็ 2 ระดับ เช่นเดยี วกับ LEED คือ
ระดับเกณฑ์บังคับ และเกณฑ์เลือกทา
4.2.1 ระดบั เกณฑ์บังคับ - กาหนดเปน็ 2 ทางเลอื ก คอื
ทางเลอื ก 1 ใช้การจาลองค่าพลังงานรวม ตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552
อาคารท่ีออกแบบต้องมคี ่าพลังงานต่ากวา่ อาคารอา้ งอิง หรอื อาคารฐาน
ทางเลอื ก 2 ใช้การจาลองตามมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2007 Appendix G สาหรับ
อาคารสร้างใหมต่ อ้ งมีคา่ ใช้จา่ ยประหยดั กวา่ อาคารฐาน
4.2.2 ระดบั ทีม่ ีคะแนน
ทางเลอื ก 1 ใช้การจาลองค่าพลังงานรวม ตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552 โดย
ตอ้ งมคี ่าพลงั งานต่ากวา่ อาคารอ้างอิง ตั้งแต่รอ้ ยละ 6-40 ซงึ่ จะได้ 4-16 คะแนน
ทางเลือก 2 ใช้การจาลองตามมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2007 Appendix G โดยต้องมี
คา่ ใชจ้ า่ ยประหยดั กวา่ อาคารฐาน ตั้งแต่รอ้ ยละ 6-40 ซง่ึ จะได้คะแนน 4-16 คะแนน
ตารางที่ 2 คะแนนของเกณฑ์การประเมนิ TREES เมือ่ ใช้กฎหมายอนรุ กั ษ์พลงั งานและมาตรฐาน
ASHRAE 90.1-2007
คะแนน คะแนน กฎกระทรวง พ.ศ. 2552 ASHRAE 90.1-2007
(ค่าพลงั งาน) Appendix G
TREES-NC TREES-CS
(ค่าใช้จ่ายพลงั งาน)
อาคารปรบั ปรุง อาคารใหม่ อาคารปรบั ปรุง อาคารใหม่
4 6 0-5 6-10 0-5 6-10
6 8 6-10 11-15 6-10 11-15
8 10 11-15 16-20 11-15 16-20
10 12 16-20 21-25 16-20 21-25
12 14 21-25 26-30 21-25 26-30
14 16 26-30 31-35 26-30 31-35
16 18 31-35 36-40 31-35 36-40
ทม่ี า : สถาบนั อาคารเขยี วไทย, ค่มู อื สาหรบั เกณฑ์การประเมินความย่ังยนื ทางพลงั งานและสง่ิ แวดล้อมไทย สาหรบั การก่อสร้างและปรับปรงุ
โครงการใหม่ และอาคารประเภทพน้ื ทส่ี ่วนกลางและกรอบอาคาร, หนา้ 135
10 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขียวอนื่
วิธีการของ TREES น้ัน ต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพ่ือหาค่าพลังงานรวมทั้ง 2 ทางเลือก แต่การ
ใช้โปรแกรม BEC จะมีความงา่ ยกว่ามาก ดังนน้ั ผขู้ อการรบั รองส่วนใหญจ่ ึงมกั เลอื กใชโ้ ปรแกรม BEC
การประเมินประสิทธิภาพพลังงาน ตามมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2007 Appendix G นั้นค่อนข้าง
ยาก เพราะต้องมีความเข้าใจในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จาลองพลังงานอย่างดี รวมท้ังต้องเข้าใจเงื่อนไขในการ
จาลองดว้ ย เช่น
- ลักษณะของโมเดลอาคารที่จะจาลองเปรียบเทียบระหว่าง อาคารที่ออกแบบและอาคาร
ฐาน เช่น ตอ้ งมจี านวนช้ันทเ่ี ทา่ กนั มพี น้ื ที่ปรับอากาศเท่ากนั
- ตารางเวลาในการใชง้ านของคน ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง อุปกรณ์สานักงานหรืออุปกรณ์อื่นๆ
ระบบปรบั อากาศและพดั ลมระบายอากาศ ตอ้ งใช้เหมือนกนั ทงั้ ในอาคารท่ีออกแบบ และอาคารฐาน
- อาคารฐานจะต้องวางในทิศทางเดียวกับอาคารที่ออกแบบ แล้วหมุนอาคารทั้งอาคารไป
90o, 180o และ 270o แล้วหาคา่ เฉล่ียพลังงานจากท้ัง 4 ทิศ (ในขณะทโี่ ปรแกรม BEC อาคารฐานและอาคารที่
ออกแบบจะวางในทิศทางเดียวกนั )
- หน้าต่างของอาคารฐาน กาหนดให้มีพ้ืนท่ีร้อยละ 40 ของพื้นที่ผนัง หรือเท่ากับอาคารที่
ออกแบบ ทั้งนีใ้ ห้ใช้ตัวเลขทีต่ า่ กวา่ สาหรบั การจาลองอาคารฐาน เปน็ ตน้
- การจาลองต้องรวมพลังงานจากเคร่อื งไฟฟ้าทใ่ี ช้ปลกั๊ และไม่ได้ใช้ปล๊กั เช่น มอเตอร์
- การจาลองตอ้ งใช้ไฟลส์ ภาพภูมอิ ากาศที่ใกลเ้ คยี งตาแหน่งท่ีตงั้ โครงการ
- ฯลฯ
การจาลองตามวิธีการใน Appendix G น้ัน จาเป็นต้องศึกษาเพ่ิมเติมอีกมาก จากคู่มือการใช้งาน
(user’s manual) ผู้ท่ีทาการจาลองพลังงาน มักเป็นผู้ท่ีสนใจงานด้านนี้โดยตรงซึ่งมิใช่งานที่สถาปนิกและ
วิศวกรส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติได้ ในต่างประเทศจะมีการทดสอบและให้ใบรับรองให้แก่ผู้ท่ีทางานด้านจาลอง
พลงั งาน เพอื่ สร้างความเชอื่ ถอื ในความสามารถ เปน็ certified building energy simulation specialist
4.3 GREEN MARK
การประเมินประสิทธภิ าพของประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วยเกณฑ์ 2 ระดับเช่นกัน คอื เกณฑ์บังคับ
และเกณฑ์เลือกทา แต่เกณฑ์บังคับยังแบ่งเป็น เกณฑ์บังคับกับผู้ท่ีขอการรับรองทุกระดับ และ เกณฑ์บังคับ
เฉพาะผ้ทู ขี่ อการรับรองระดับ Goldplus และสงู กว่า
4.3.1 เกณฑ์บังคบั ประกอบด้วย
1) สมรรถนะของกรอบอาคาร ตามกฎหมายอาคารของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเรียกว่า
envelope thermal performance for buildings โดยใช้ตัวชี้วัด คือค่า envelope thermal transfer
value (ETTV) ซึ่งคล้ายคลึงกับ ค่า OTTV ของประเทศไทย โดยกาหนดค่า ETTV แตกต่างตามระดับที่ขอการ
รับรอง คอื
Gold 45 วตั ต์ต่อตารางเมตร
GoldPlus 40 วัตต์ตอ่ ตารางเมตร
Platinum 38 วตั ต์ต่อตารางเมตร
2) คา่ การรั่วซมึ ของอากาศผา่ นหนา้ ต่างและผนัง curtain wall
3) ประสิทธภิ าพของระบบปรับอากาศและอปุ กรณป์ ระกอบ
4) ประสิทธิภาพของระบบแสงสว่าง
5) ประสทิ ธิภาพของระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน
ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมินประสิทธิภาพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขียวอนื่ 11
4.3.2 เกณฑ์เลือกทา ใช้วิธีประเมินประสิทธิภาพพลังงานโดยใช้โปรแกรม energy
performance points calculator เพื่อคานวณหาร้อยละของพลังงานที่สามารถประหยัดได้เปรียบเทียบกับ
อาคารอา้ งอิง แล้วเทยี บออกมาเปน็ คะแนนที่ไดร้ ับ โดยมีคะแนนตัง้ แต่ 1-11 คะแนน
แต่สาหรับอาคารที่ต้องการได้รับการรับรองระดับ GoldPlus หรือสูงกว่า นอกจากใช้
energy performance points calculator แล้ว ต้องทาการจาลองพลังงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ที่ได้รับการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ตามมาตรฐาน ANSI/ASHRAE Standard 140 - Standard
Method of Test for the Evaluation of Building Energy Analysis Computer Programs หรอื มาตรฐาน
อ่ืนท่ีเทียบเทา่ ดว้ ย
5. สรุป
จากวิธีการประเมินประสิทธิภาพพลังงานอาคาร มาตรฐานท่ีเกี่ยวข้อง และตัวชี้วัดของระบบอาคาร
เขียวต่างๆ ข้างต้น จะเห็นว่าวิธีการประเมินประสิทธิภาพพลังงานในเกณฑ์ G-GOODs สามารถปฏิบัติได้ง่าย
กว่าระบบอ่ืนๆ ไม่มีภาระงานเพ่ิมข้ึน เพราะการคานวณด้วยโปรแกรม BEC เพื่อหา OTTV และ RTTV เป็น
ส่วนหน่ึงของกฎหมายอนุรักษ์พลังงานท่ีต้องปฏิบัติอยู่แล้ว แต่มิใช่เกณฑ์ท่ีอาคารส่วนใหญ่จะสามารถผ่านได้
ส่วนประสทิ ธิภาพของระบบไฟฟ้าแสงสวา่ ง ระบบปรับอากาศ ระบบลิฟต์และบันไดเล่ือน เป็นเกณฑ์บังคับแยก
แต่ละระบบไม่มีการชดเชยข้ามกัน และยังบังคับให้ติดตั้งมาตรวัดไฟฟ้าย่อย เพื่อให้สามารถติดตามประเมินผล
การใชพ้ ลังงานของอาคารเมื่อใชง้ านจรงิ และเปน็ อาคารทมี่ ปี ระสิทธภิ าพพลงั งานได้อยา่ งต่อเนือ่ งตลอดไป
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงพลังงาน กรมพฒั นาพลงั งานทดแทนและอนรุ ักษ์พลงั งาน. เอกสารประกอบการประชมุ รบั ฟังความ
คดิ เห็นในการสมั มนา การปรับปรงุ เกณฑ์มาตรฐานประสิทธภิ าพและข้อคิดเหน็ เกี่ยวกับการใช้
โปรแกรมตรวจประเมนิ ระบบกรอบอาคาร. 18 ตุลาคม 2559 ณ หอ้ งบารุงเมือง โรงแรมเดอะ
ทวินทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร.
สถาบันอาคารเขียวไทย. คู่มือสาหรับเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและส่ิงแวดล้อมไทย - สาหรับ
การก่อสรา้ งและปรบั ปรุงโครงการใหม่และอาคารประเภทพนื้ ทสี่ ่วนกลางและกรอบอาคาร-V1.1.
กฎกระทรวง กาหนดประเภท หรอื ขนาดอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวธิ กี ารในการออกแบบอาคาร
เพอื่ การอนุรักษ์พลงั งาน พ.ศ. 2552. ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 126 ตอนท่ี 12 ก. 20 กมุ ภาพนั ธ์
2552.
Building and Construction Authority. Green Mark for Non-residential Buildings NRB : 2015.
Building and Construction Authority. Green Mark for Non-Residential Buildings NRB : 2015,
Technical Guide and Requirements.
U.S. Green Building Council. Leadership in Energy & Environmental Design - LEED. Reference
Guide for Building Design and Construction. Updated V4, January 2016.
12 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมนิ ประสิทธิภาพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอื่น
ภาคผนวก 4
ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ และแนวทางการปรบั ปรงุ
ตัวอย่างการประเมินอาคารเดมิ และแนวทางการปรับปรงุ
1. การสารวจสภาพอาคารเดมิ (อาคารสานกั งาน ก.พ.)
1.1 ความเปน็ มาของอาคาร
เดิมสานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ต้ังอยู่ท่ีถนนพิษณุโลก กรุงเทพมหานคร
ต่อมาได้ย้ายมาต้ังอยู่ที่ 47/111 ถนนติวานนท์ ตาบลตลาดขวัญเมือง อาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยอาคาร
สานักงาน ก.พ. ก่อสร้างบนท่ีราชพัสดุที่ได้รับบริจาคจากโรงพยาบาลศรีธัญญา บนพื้นท่ีขนาด 50 ไร่
ประกอบด้วย กลุ่มอาคารที่สร้างข้ึนต้ังแตป่ ี พ.ศ. 2535 จานวน 9 หลัง และในปี พ.ศ. 2549 ได้จัดสร้างอาคาร
ทที่ าการสานกั งาน ก.พ. พรอ้ มท่ีจอดรถ อีก 1 หลงั รวมเป็นอาคารท้ังหมดในเขตท่ดี ินจานวน 10 หลงั ได้แก่
1) ศูนย์รับเรอ่ื งราวรอ้ งทุกข์
2) อาคารทท่ี าการ ก.พ.ค.
3) อาคารศูนย์สมั มนา
4) อาคารหอประชุมสขุ มุ นัยประดิษฐ
5) อาคารสโมสร
6) อาคารศูนย์สุขภาพ
7) อาคารพัฒนานิเวศน์
8) ศูนยส์ อบอิเลก็ ทรอนกิ ส์
9) อาคารจอดรถ
10) อาคารทีท่ าการสานกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และอาคารจอดรถ
รูปท่ี 1 ผังแสดงตาแหน่งอาคารสานักงาน ก.พ. 1
ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
สาหรับอาคารที่ทาการสานักงาน ก.พ. และอาคารจอดรถ ออกแบบโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง
เร่ิมก่อสร้างในปี พ.ศ. 2549 สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2553 และเข้าใช้อาคารในปี พ.ศ. 2555 เป็นงาน
ออกแบบอาคารพรอ้ มงบครภุ ัณฑ์
รูปท่ี 2 หุ่นจาลองอาคารสานกั งาน ก.พ.
1.2 วัตถปุ ระสงค์ของการสารวจสภาพอาคาร
1) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตรงกันระหว่างแบบและสภาพปัจจุบันในด้านสถาปัตยกรรม
วิศวกรรมโครงสร้าง วิศวกรรมสุขาภิบาล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเคร่ืองกล และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
เกณฑก์ ารประเมนิ อาคารเขยี วภาครฐั ทีไ่ ด้พัฒนาขึ้น
2) เพื่อนาข้อมูลสภาพปัจจุบันของอาคารตามข้อ 1 มาใช้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับเกณฑ์อาคาร
เขียวสาหรับอาคารที่มอี ยูเ่ ดมิ ท่พี ัฒนาขึน้
3) เพ่ือสรุปแนวทางการปรับปรุงให้เป็นต้นแบบอาคารเขียวภาครัฐสาหรับอาคารท่ีมีอยู่เดิม เพื่อ
นาไปใช้เป็นข้อมูลในการวเิ คราะหห์ าความคุ้มคา่ ในการลงทุน
2 ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
1.3 ขอบเขตการสารวจสภาพอาคาร
ทาการสารวจเฉพาะอาคารสานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จานวน
1 หลงั และบริเวณโดยรอบอาคารซึง่ มขี อบเขตท่ดี นิ 8 ไร่ 3 งาน 23.5 ตารางวา
รูปท่ี 3 ขอบเขตการสารวจสภาพอาคาร (แนวเสน้ ประสีแดง)
1.4 วธิ ีการรวบรวมขอ้ มูลสภาพอาคาร
1) ลักษณะทางกายภาพโดยท่ัวไปของอาคาร ใชว้ ิธีการสังเกตและบันทึกภาพถา่ ยประกอบ
2) ขอ้ มูลการถ่ายเทความร้อนผ่านเปลอื กอาคาร ใชว้ ธิ กี ารตรวจสอบด้วยกลอ้ งอินฟราเรด
3) ขอ้ มูลปริมาณก๊าซคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นพน้ื ทท่ี างาน ใชว้ ิธกี ารวัดดว้ ยเครื่องวดั ก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์ เพอื่ หาความพอเพียงของอัตราการระบายอากาศในพื้นที่ทางาน
4) ข้อมูลความส่องสว่างภายในพ้ืนท่ีใช้งาน ใช้วิธีการวัดด้วยเครื่องวัดค่าความสว่าง (lux meter)
เพอื่ หาความพอเพยี งของความสวา่ งในพ้ืนทที่ างาน
5) ข้อมลู พืน้ ท่ีอาคาร หาพ้นื ทจ่ี ากแบบกอ่ สรา้ ง (autocad file)
6) ข้อมูลวัสดุท่ีใช้ สืบค้นจากรายการประกอบแบบและเอกสารอ่ืนๆ เช่น แคตตาล็อกผู้ผลิต
เป็นตน้
ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ 3
1.5 เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการรวบรวมขอ้ มลู
1) กล้องถ่ายภาพความร้อน ย่ีห้อ FLUKE รุ่น Ti450 IR fusion technology เพื่อวิเคราะห์
อุณหภูมทิ ี่เปลือกอาคารและสภาพแวดลอ้ มภายนอก
รปู ที่ 4 กล้องถา่ ยภาพความร้อน ยี่ห้อ FLUKE รุ่น Ti450 IR fusion technology
2) เคร่ืองวัดค่าความส่องสว่าง ยี่ห้อ TES รุ่น 1330 digital lux meter (lux-11) เพ่ือวิเคราะห์
ความพอเพยี งของแสงสว่างในการมองเหน็ ของห้องทางาน เปรยี บเทียบกบั มาตรฐาน
รปู ที่ 5 เคร่ืองวัดคา่ ความส่องสวา่ ง ยี่หอ้ TES รนุ่ 1330 digital lux meter (lux-11)
4 ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
3) เครื่องวัดคาร์บอนไดออกไซด์ CO2/Temp/RH data logger ยี่ห้อ HTI รุ่น HT-2000 เพื่อ
วเิ คราะหป์ ญั หาความพอเพยี งของอัตราการระบายอากาศ
รูปท่ี 6 เครื่องวัดคาร์บอนไดออกไซด์ CO2/Temp/RH data logger ย่ีหอ้ HTI รุ่น HT-2000
1.6 ระยะเวลาการสารวจ
ครง้ั ท่ี 1 วันพฤหสั บดีท่ี 23 สิงหาคม 2561 เวลา 11.00 -15.00 น.
ครง้ั ที่ 2 วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 -16.00 น.
ครั้งที่ 3 วันอังคารท่ี 4 กันยายน 2561 เวลา 10.00 -16.00 น.
1.7 ขอ้ มลู ทว่ั ไปเกีย่ วกบั อาคาร
1.7.1 ที่ตงั้ อาคาร
47/101 ถนนติวานนท์ ซอย 4 ตาบลตลาดขวัญ อาเภอเมือง จงั หวัดนนทบรุ ี 11000
รปู ที่ 7 ที่ต้ังอาคารสานักงาน ก.พ. 5
ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารเดมิ
รูปท่ี 8 สภาพโดยรอบทต่ี ัง้ อาคารสานักงาน ก.พ.
1.7.2 ขนาดพื้นท่ีดนิ
ขนาดพื้นท่ีดินตามแนวเส้นสีน้าเงินในขอบเขตการศึกษาคือ 8 ไร่ 3 งาน 23.5 ตารางวา (พื้นท่ี
ทง้ั หมดของสานกั งาน ก.พ. มขี นาดประมาณ 50 ไร)่
1.7.3 พื้นที่อาคาร
ขนาดพน้ื ท่ีอาคารรวมทกุ ช้ัน 35,140 ตารางเมตร
ขนาดพืน้ ที่ฐานอาคาร (footprint) 3,668 ตารางเมตร
จานวนชั้น 9 ชนั้
พื้นที่อาคารแต่ละชัน้
ชั้นท่ี 1 3,668 ตารางเมตร
ช้นั ท่ี 2 3,700 ตารางเมตร
ชนั้ ท่ี 3 3,597 ตารางเมตร
ชน้ั ท่ี 4 3,647 ตารางเมตร
ชั้นท่ี 5 3,647 ตารางเมตร
ชน้ั ท่ี 6 3,647 ตารางเมตร
ชั้นที่ 7 3,659 ตารางเมตร
ชั้นที่ 8 3,657 ตารางเมตร
ชั้นท่ี 9 3,609 ตารางเมตร
ชนั้ ทีด่ าดฟา้ 2,309 ตารางเมตร
6 ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารเดมิ
1.7.4 การใชท้ ีด่ ินตามกฎหมายผงั เมอื ง
อาคารอยู่ในเขตพ้ืนที่สีน้าเงิน ของผังเมืองรวมนนทบุรี หมายเลข ส.34 การใช้ประโยชน์ท่ีดิน
ประเภทสถาบนั ราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
FAR ปัจจุบัน = 2.33 : 1 (พ้ืนที่อาคารรวม 32,831 ตารางเมตร / ขนาดที่ดิน 14,094 ตารางเมตร)
(พน้ื ทอ่ี าคารรวม กรณนี ีไ้ มไ่ ดค้ ดิ รวมพน้ื ท่ดี าดฟ้า)
เกณฑ์ FAR ตามกฎหมาย (เขตพน้ื ท่สี ีนา้ เงินของผังเมอื งรวมนนทบุรีหมายเลข ส.34 ไม่ระบุคา่ FAR)
OSR ปัจจุบัน = 31.76 (พ้ืนท่ีว่าง 10,426 ตารางเมตร / พื้นท่ีอาคารรวมทุกช้ัน 32,831 ตาราง
เมตร x 100)
เกณฑ์ OSR ตามกฎหมาย (เขตพื้นท่ีสีน้าเงินของผังเมืองรวมนนทบุรหี มายเลข ส.34 ไม่มีข้อกาหนด
เรือ่ ง OSR)
รูปท่ี 9 แผนผังกาหนดการใช้ประโยชน์ทดี่ ินตามที่ได้จาแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนสง่
ท้ายกฎกระทรวงให้ใชบ้ งั คบั ผังเมืองรวมจงั หวัดนนทบรุ ี พ.ศ. 2548
ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ 7
1.7.5 การใชง้ านพนื้ ทภ่ี ายในอาคาร
ตารางที่ 1 พน้ื ท่ีการใชง้ านในส่วนปรบั อากาศและไม่ปรับอากาศ
รายละเอียด พนื้ ท่ี (ตารางเมตร)
ปรบั อากาศ ไมป่ รบั อากาศ
ชน้ั ท่ี 1 พืน้ ท่ี 3,668 ตารางเมตร ประกอบดว้ ยหอ้ งตา่ งๆ ดงั น้ี
หอ้ งทางานแบบเปดิ 422 -
หอ้ งสมดุ & knowledge center 300 -
หอ้ งเอนกประสงค์ 230 -
รา้ นอาหาร - 720
ร้านกาแฟ 43 -
โรงพิมพ์ 170 -
หอ้ งพักเวร 70 -
หอ้ งนา้ - 130
หอ้ งเคร่ืองปัม๊ น้า - 115
หอ้ งไฟฟ้า - 109
อน่ื ๆ (โถงหนา้ ลิฟต์ ทางเดนิ บนั ได) - 1359
รวมพน้ื ที่ชนั้ 1 1,235 2,433
ชั้นที่ 2 พน้ื ที่ 3,700 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องตา่ งๆ ดังนี้
ห้องทางานแบบเปิด 858 -
หอ้ งเอนกประสงค์ 247 -
ห้องนา้ - 140
อ่ืนๆ (โถงหน้าลิฟต์ ทางเดนิ บันได) - 865
ที่จอดรถ (36 คัน) - 1,590
รวมพ้นื ท่ีชัน้ 2 1,105 2,595
8 ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
ตารางที่ 1 พืน้ ท่ีการใชง้ านในสว่ นปรับอากาศและไม่ปรบั อากาศ (ต่อ)
รายละเอียด พนื้ ท่ี (ตารางเมตร)
ปรับอากาศ ไม่ปรบั อากาศ
ชน้ั ที่ 3 พ้นื ท่ี 3,597 ตารางเมตร ประกอบดว้ ยหอ้ งตา่ งๆ ดังน้ี
สานักงานบรหิ ารส่วนกลาง 500 -
ห้องทีป่ รึกษา 502 -
หอ้ งน้า - 105
อน่ื ๆ (โถงหน้าลิฟต์ ทางเดิน บันได) - 900
ทจ่ี อดรถ (50 คนั ) - 1,590
รวมพื้นที่ชน้ั 3 1,002 2,595
ชนั้ ที่ 4 พื้นท่ี 3,647 ตารางเมตร ประกอบด้วยหอ้ งตา่ งๆ ดังน้ี
ห้องทีป่ รึกษาระบบราชการ 774 -
ห้องประชมุ 228 -
ห้องน้า - 120
อน่ื ๆ (โถงหนา้ ลิฟต์ ทางเดิน บนั ได) - 935
ทจ่ี อดรถ (50 คนั ) - 1,590
รวมพน้ื ท่ีชั้น 4 1,002 2,645
ชั้นที่ 5 พื้นที่ 3,647 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องตา่ งๆ ดังน้ี
หอ้ งรองเลขา ก.พ. รวมหอ้ งประชมุ 286 -
หอ้ งเจ้าหนา้ ที่ (staff) 220 -
หอ้ งเลขาธิการ ก.พ. 305 -
หอ้ งรองเลขา ก.พ. รวมห้องประชมุ 191 -
หอ้ งน้า - 75
อนื่ ๆ (โถงหนา้ ลิฟต์ ทางเดิน บันได) - 980
ท่ีจอดรถ (36 คัน) - 1,590
รวมพื้นท่ีชน้ั 5 1,002 2,645
ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ 9
ตารางที่ 1 พ้นื ที่การใช้งานในส่วนปรับอากาศและไม่ปรบั อากาศ (ต่อ)
รายละเอียด พน้ื ที่ (ตารางเมตร)
ปรบั อากาศ ไม่ปรับอากาศ
ชัน้ ท่ี 6 พนื้ ที่ 3,647 ตารางเมตร ประกอบดว้ ยห้องต่างๆ ดังน้ี
สานกั พฒั นาระบบ 1,002 -
หอ้ งน้า - 100
อน่ื ๆ (โถงหน้าลิฟต์ ทางเดิน บันได) - 955
ท่จี อดรถ (50 คัน) - 1,590
รวมพื้นที่ช้นั 6 1,002 2,645
ชั้นที่ 7 พ้ืนที่ 3,659 ตารางเมตร ประกอบด้วยหอ้ งต่างๆ ดงั นี้
ศนู ย์เทคโนโลยีสารสนเทศ 716 -
หอ้ งอบรมคอมพวิ เตอร์ 180 -
หอ้ ง server 86 -
ศนู ย์สรรหาและเลือกสรร 400 -
e- recruitment 352 -
หอ้ งรบั รายงานตัว 230 -
ห้องเกบ็ เอกสาร - 90
หอ้ งนา้ - 120
อน่ื ๆ (โถงหน้าลิฟต์ ทางเดนิ บันได) - 1,485
รวมพื้นท่ีชั้น 7 1,964 1,695
10 ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
ตารางท่ี 1 พ้นื ท่ีการใช้งานในสว่ นปรบั อากาศและไมป่ รบั อากาศ (ต่อ)
รายละเอยี ด พนื้ ท่ี (ตารางเมตร)
ปรบั อากาศ ไมป่ รับอากาศ
ชั้นที่ 8 พ้นื ท่ี 3,657 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องต่างๆ ดังน้ี
สานักงานวจิ ัยและพัฒนาระบบงานบุคคล 468 -
ศูนย์นักบริหารระดับสูง 468 -
สานกั มาตรฐานวนิ ยั ศูนย์รับเรื่องราวรอ้ งทกุ ข์และศูนยใ์ กล้บ้าน 574 -
ห้องรับรอง 76 -
สานกั พทิ ักษ์ระบบคุณธรรม กองนิตกิ าร 560 -
ห้องน้า - 120
อน่ื ๆ (โถงหน้าลิฟต์ ทางเดิน บันได) - 1,391
รวมพื้นท่ีชน้ั 8 2,146 1,511
ช้ันที่ 9 พ้ืนท่ี 3,609 ตารางเมตร ประกอบดว้ ยห้องต่างๆ ดังนี้
หอ้ งประชมุ 1 520 -
ห้องประชมุ 2 513 -
สนามเทนนิส - 1,551
ห้องน้า - 90
อ่นื ๆ (โถงหนา้ ลิฟต์ ทางเดนิ บันได) - 935
รวมพืน้ ที่ชั้น 9 1,033 1,025
ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารเดมิ 11
ห้องสมดุ & knowledge center (ชั้น 1) รา้ นกาแฟ (ช้ัน 1)
รา้ นอาหาร (ช้นั 1) หอ้ งทางาน (ชนั้ 2)
โถงบริเวณสว่ นตอ้ นรับ (ชั้น 3) หอ้ งเลขาธิการ ก.พ. (ชั้น 5)
รปู ที่ 10 พื้นที่ใชง้ านภายในอาคาร (1)
12 ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารเดมิ
หอ้ งสานกั พัฒนาระบบ (ช้นั 6) ห้อง server (ชั้น 7)
ห้องประชุม 1 (ชนั้ 9) หอ้ งประชุม 2 (ชน้ั 9)
โถงหนา้ หอ้ งประชมุ (ชนั้ 9) สนามเทนนิส (ช้นั 9)
รปู ที่ 11 พื้นท่ใี ช้งานภายในอาคาร (2)
ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ 13
รปู ท่ี 12 แปลนพ้นื ช้ันท่ี 1 พ้นื ทีป่ รับอากาศและพ้ืนท่ีไมป่ รับอากาศ
รปู ท่ี 13 แปลนพนื้ ชน้ั ท่ี 2, 2A, 2B พืน้ ทป่ี รับอากาศ พ้นื ท่ีไมป่ รับอากาศ และพื้นทจี่ อดรถ
14 ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารเดมิ
รปู ที่ 14 แปลนพ้นื ชน้ั ที่ 3, 4A, 4B พื้นทป่ี รบั อาาศ พน้ื ท่ีไมป่ รับอากาศ และพื้นที่จอดรถ
รปู ท่ี 15 แปลนพนื้ ชัน้ ที่ 4, 5A, 5B พนื้ ทีป่ รับอากาศ พน้ื ท่ีไม่ปรบั อากาศ และพ้นื ท่ีจอดรถ 15
ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารเดมิ
รูปท่ี 16 แปลนพ้นื ช้นั ท่ี 5, 6A, 6B พน้ื ท่ปี รบั อากาศ พ้ืนท่ีไม่ปรับอากาศ และพ้ืนทีจ่ อดรถ
รูปที่ 17 แปลนพืน้ ชนั้ ท่ี 6, 7A, 7B พนื้ ท่ปี รบั อากาศ พ้ืนท่ีไมป่ รบั อากาศ และพ้ืนทจี่ อดรถ
16 ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารเดมิ
รปู ที่ 18 แปลนพ้นื ช้นั ท่ี 7, 8A พืน้ ท่ปี รับอากาศและพน้ื ท่ไี ม่ปรบั อากาศ
รูปท่ี 19 แปลนพ้นื ช้ันท่ี 8, 9A พื้นทป่ี รับอากาศและพน้ื ท่ไี ม่ปรับอากาศ 17
ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
รปู ที่ 20 แปลนพนื้ ช้นั ท่ี 9 พนื้ ทีป่ รบั อากาศ พ้นื ทไี่ ม่ปรับอากาศ และพน้ื ท่สี นามเทนนิส
รูปท่ี 21 รูปด้าน 1 พนื้ ทปี่ รับอากาศและพน้ื ท่ีไมป่ รับอากาศ
18 ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารเดมิ
รปู ที่ 22 รปู ด้าน 2 พน้ื ที่ปรับอากาศและพน้ื ท่ีไม่ปรบั อากาศ
รปู ท่ี 23 รูปดา้ น 3 พื้นท่ีปรับอากาศและพน้ื ท่ีไม่ปรับอากาศ 19
ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
รปู ที่ 24 รูปดา้ น 4 พื้นทปี่ รับอากาศและพ้นื ที่ไมป่ รับอากาศ
1.7.6 จานวนผใู้ ช้พน้ื ที่ทง้ั อาคาร
พนกั งานท่ที างานในอาคาร 380 - 400 คน
ผู้มาติดตอ่ วันละประมาณ 100 คน
1.7.7 ลกั ษณะการใชพ้ นื้ ทภี่ ายนอกอาคาร
พน้ื ที่จอดรถจานวน - ตารางเมตร
ตารางเมตร
พื้นทจ่ี อดรถคนพิการ - ตารางเมตร
ตารางเมตร
พื้นทจ่ี อดรถจกั รยานยนต์ - ตารางเมตร
ตารางเมตร
พืน้ ที่จอดรถจกั รยาน - ตารางเมตร
พน้ื ทถ่ี นนและทางเดนิ 5,847
พื้นทส่ี วน สนามหญา้ 2,033
พื้นที่บลอ็ กหญา้ -
20 ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
รูปท่ี 25 ถนนและทางเดินมีตน้ ไมใ้ หญ่ให้ร่มเงาลดความร้อน
รปู ที่ 26 พ้ืนทีส่ วนและสนามหญา้ ภายในโครงการ 21
ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
1.7.8 งานระบบประกอบอาคาร
1) งานโครงสรา้ ง
โครงสร้างของเสา คาน พื้น เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาของอาคารสูง 9 ชั้น เป็นหลังคา
ดาดฟ้าคอนกรีต สว่ นหลังคาของอาคารสงู 2 ชนั้ เป็นโครงสรา้ งเหลก็ ถกั ดัดโค้ง
2) ระบบไฟฟ้าและส่อื สาร
2.1) ระบบไฟฟา้ กาลัง
อาคารสานักงาน ก.พ. ต้งั อยู่ในเขตรบั ไฟฟา้ จากการไฟฟ้านครหลวง โดยผา่ นระบบสาย
ส่งไฟฟ้าแรงสูงเข้ามาท่ีหม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 1,600 kVA จานวน 2 ชุด และมีตู้จ่ายไฟหรือตู้ MDB (main
distribution board) จานวน 2 ชุด ทาหน้าท่ีรับไฟจากหม้อแปลง และส่งต่อไปยังตู้ไฟฟ้ายอ่ ย (load center)
ประจาชน้ั
2.2) ระบบไฟฟ้าสารอง
อาคารสานักงาน ก.พ. มีการติดต้ังเครื่องกาเนิดไฟฟ้าสารอง (generator) ขนาด 400
kVA จานวน 1 ชุด สาหรับจ่ายไฟฟ้าในช่วงท่ีไฟฟ้าปกติขัดข้องหรือล้มเหลว ให้กับระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
บางสว่ น ระบบเตา้ รบั ไฟฟ้าบางส่วน booster pump ระบบลิฟต์บางส่วน ระบบอดั อากาศช่องบันได และห้อง
server
2.3) ระบบสอ่ื สารและระบบประกอบอาคาร
(1) ระบบโทรศัพท์ ประกอบด้วย ระบบสายภายในและสายภายนอก โดยผ่าน
PABX ท่ีสามารถรองรับได้ท้ังระบบอนาล๊อกและระบบดิจิตอล นอกจากน้ียังสามารถรองรับเทคโนโลยีใน
อนาคต ที่จะใชง้ านรว่ มกับระบบ network ได้
(2) ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารสานักงาน ก.พ. มีการติดต้ังระบบแจ้งเหตุเพลิง
ไหม้ตามกฎและมาตรฐานของ วสท. โดยในทุกพื้นท่ีต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนหรือควัน (heat or
smoke detector) และตดิ ต้ังอปุ กรณแ์ จง้ เหตุ (bell) เปน็ ต้น
(3) ระบบเสียงประกาศ สามารถใช้ติดต่อส่ือสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ และยัง
สามารถประกาศเรยี กฉุกเฉินไดใ้ นพน้ื ทที่ างาน โดยระบบประกาศจะตดิ ตงั้ ไว้ทหี่ ้องควบคุม CCTV ชัน้ 2
(4) ระบบเสาอากาศโทรทัศน์รวม ใช้ระบบสายอากาศรวม โดยระบบเสาอากาศ
รวมจะรับสัญญาณจากดาวเทียมและรับสัญญาณจากปีกนามารวมสัญญาณ ขยายสัญญาณก่อนจะส่งไปยังจุด
ตา่ งๆ ตามอาคาร
(5) ระบบทวี ีวงจรปดิ ติดต้ังเพ่อื รกั ษาความปลอดภัย โดยจะมีการตดิ ตงั้ กลอ้ งบริเวณ
ทางเข้า-ออก โถงลิฟต์ และทางเดินภายในอาคาร โดยมหี อ้ งควบคุมอยู่ที่ชน้ั 2
3) ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
3.1) ระบบปรับอากาศ
ในพื้นท่ีสานักงาน ห้องประชุม และห้องอื่นๆ ท่ีปรับอากาศ ต้ังแต่ช้ัน 1-8 เป็นระบบ
อากาศแบบแยกส่วน ซึ่งติดต้ังพร้อมอาคารต้ังแต่แรกสร้าง สาหรับช้ันท่ี 9 ซึ่งประกอบด้วยห้องประชุมขนาด
ใหญ่ 2 ห้อง เป็นระบบปรับอากาศแบบ VRF (variable refrigerant flow) ท่ไี ด้ติดต้งั ภายหลัง
22 ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
3.2) ระบบระบายอากาศ
ในห้องสานักงาน และห้องประชุม ช้ัน 1-8 ใช้การติดต้ังพัดลมดูดอากาศ ซึ่งควบคุมการ
เปิด-ปิด โดยผู้ใชง้ าน ไม่มรี ะบบพัดลมเติมอากาศ
สาหรับห้องประชุมช้ัน 9 ใช้พัดลมดูดอากาศ ซ่ึงควบคุมการเปิด-ปิด โดยผู้ใช้งาน
เช่นเดียวกับชนั้ อ่ืนๆ เพม่ิ เตมิ คือ FAG (fresh air grille) สาหรบั ดดู อากาศภายนอกด้วยแรงดดู ของเคร่ือง AHU
และมีชอ่ งนาอากาศบรสิ ุทธเ์ิ ข้า
4) ระบบสุขาภิบาล
4.1) ระบบประปา
อาคารสานักงาน ก.พ. รบั นา้ จากการประปานครหลวง จากท่อเมนประปาผ่านมาตรวัด
น้าบริเวณด้านหน้าอาคารมาเก็บยังถังน้าใต้ดินบริเวณช้ัน 1 ขนาด 200 ลูกบาศก์เมตร และมีถังเก็บน้าช้ัน
ดาดฟ้าขนาด 150 ลูกบาศก์เมตร
การจา่ ยนา้ สาหรับอาคารสานักงาน ก.พ. ช้ัน 1-7 เปน็ ระบบจา่ ยลง (down feed) ตาม
แรงโนม้ ถว่ งของโลก (gravity) ชน้ั 8-9 เปน็ ระบบจา่ ยนา้ โดยเครื่องสบู น้าเพ่มิ แรงดัน (booster pump)
4.2) ระบบบาบดั นา้ เสีย
ระบบบาบัดน้าเสียสาหรับอาคารสานักงาน ก.พ. เป็นระบบบ่อบาบัดน้าเสีย
(stabilization pond) และระบบบ่อเติมอากาศ (aerator lagoon, AL) โดยน้าเสียจะถูกรวบรวมจากอาคาร
ทั้งหมดผ่านบ่อเกรอะแต่ละจุด และจะไหลรวมกันที่ระบบบาบัดรวมของอาคาร มีระบบป๊ัมน้าและเครื่องเติม
อากาศติดตั้งอย่ภู ายในบ่อบาบัด ซ่ึงจะทางานโดยอัตโนมัติ นา้ เสยี ท่ีผ่านการบาบัดแล้วจะถูกปล่อยออกสู่บ่อน้า
สาธารณะด้านหน้าอาคาร
4.3) ระบบระบายนา้ ฝน
ระบบระบายน้าฝนอาคารสานักงาน ก.พ. รับน้าจากชั้นดาดฟ้าอาคารและระเบียงตาม
ชั้นต่างๆ ผ่านตะแกรงหัวน้าฝน (roof drain) ลงไปตามช่องท่อ shaft และต่อลงไปยังบ่อระบายน้า (man
hole) ท่ีชน้ั ลา่ งและปลอ่ ยออกส่บู ่อน้าสาธารณะด้านหน้าอาคาร
5) ระบบป้องกันอัคคภี ยั
5.1) ระบบดับเพลิงด้วยน้า
ระบบป้องกันอัคคีภัย ประกอบด้วยเคร่ืองสูบน้าดับเพลิงชนิด horizontal splitcase
centrifugal pump สามารถสูบน้าได้ไม่น้อยกว่า 1,500 แกลลอนต่อนาที และระบบปั๊มรักษาแรงดันในท่อ
ดับเพลิง (jockey pump) ติดตั้งอยู่ที่ห้องเคร่ืองสูบน้า ชั้น 1 เพื่อใช้สาหรับระบบหัวกระจายน้าดับเพลิง
อัตโนมัติ (automatic sprinkler system) ซง่ึ ตดิ ตัง้ ตง้ั แตช่ น้ั 1 ถึงช้ันดาดฟ้า ครอบคลุมพื้นทข่ี องอาคาร โดยมี
ท่อเมน riser แยกเปน็ 2 ส่วน สว่ นหนงึ่ จา่ ยหวั sprinkler อีกส่วนจ่ายตดู้ ับเพลงิ
5.2) ถงั ดับเพลิงมอื ถอื
ถังดับเพลิงมือถือจะติดต้ังอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในอาคารสานักงานและอาคารจอดรถ
เพื่อใช้ดับเพลิงท่ีเกิดในขั้นต้น ซึ่งเพลิงไหม้ยังไม่รุนแรงมากนัก โดยถังดับเพลิงมือถือท่ีติดต้ังเป็นชนิดสารเคมี
แหง้ ดบั เพลงิ เอนกประสงค์ (ABC muti-purpose dry chemical)
5.3) ระบบดบั เพลงิ ด้วยก๊าซไนโตรเจน
ใช้สาหรบั ดับเพลิงห้อง server ชน้ั 7
ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารเดมิ 23
6) ระบบลิฟตโ์ ดยสารและลฟิ ตด์ ับเพลงิ
ลฟิ ตโ์ ดยสารและลฟิ ต์ดับเพลิง มีทงั้ หมด 5 ชุด แบง่ เป็น
- ลิฟตโ์ ดยสาร อยู่ทฝ่ี งั่ อาคารสานกั งาน ขนาด 1,000 กิโลกรมั จานวน 2 ชุด (Lift 1,2)
- ลฟิ ต์ดบั เพลิง อยู่ทฝี่ ัง่ อาคารสานกั งาน ขนาด 1,000 กิโลกรัม จานวน 1 ชดุ (Lift 3)
- ลฟิ ตโ์ ดยสาร อยู่ทฝ่ี ่ังอาคารจอดรถ ขนาด 900 กโิ ลกรมั จานวน 2 ชดุ (Lift 4,5)
รูปท่ี 27 ตาแหนง่ ตดิ ตั้งลิฟต์โดยสาร
2. ผลการประเมนิ สภาพอาคารเดิมเปรียบเทยี บกับเกณฑ์
ได้นาผลการสารวจสภาพอาคารเดิมมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับข้อกาหนดของเกณฑ์อาคารเขียว
ภาครฐั สาหรบั อาคารท่มี ีอยู่เดมิ โดยมีผลการประเมินแตล่ ะเกณฑ์ ดังน้ี
2.1 การออกแบบผังบรเิ วณและงานภมู ิทัศน์ บงั คับ ✕
1) การจดั พ้นื ที่สบู บุหร่นี อกอาคาร (ML 1)
ML 1 การจดั พน้ื ท่สี บู บุหรีน่ อกอาคาร
ผลการสารวจ - ไม่ผ่านเกณฑ์ ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
จากแบบไมม่ กี ารจัดพ้นื ที่ใหส้ ูบบหุ รี่ภายนอก
24
2) การเลือกพืชพรรณพื้นถ่ินทเี่ หมาะสม (ML2) บงั คับ ✓
ML 2 การเลือกพชื พรรณพืน้ ถน่ิ ท่ีเหมาะสม
ผลการสารวจ - ผ่านเกณฑ์
จากการสังเกตตน้ ไม้ท่ีปลูกในงานภูมิทัศน์ ท้งั ไม้ยืนตน้ ขนาดใหญ่และไม้พุ่ม จดั เป็นพชื พรรณท้องถิ่น
หรือพชื พรรณทไี่ ดป้ รบั ตวั เข้ากับภูมิอากาศท้องถ่ินแลว้ ท้ังหมด
รูปท่ี 28 ตน้ ไมใ้ นงานภูมิทัศน์เปน็ ตน้ ไม้พน้ื ถ่นิ หรือตน้ ไม้ต่างถ่นิ ทป่ี รับตัวแล้ว
ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ 25
3) การลดความร้อนของผิวพ้ืนท่ีดาดแข็ง (ML3) -✓
ML 3 การลดความร้อนของผิวพ้ืนท่ีดาดแข็ง
ผลการสารวจ - ผ่านเกณฑ์
- พื้นทด่ี าดแขง็ ร้อยละ 63 ของพืน้ ทีด่ าดแข็งทั้งหมด เป็นแผ่นทางเท้าคอนกรีตสาเร็จรูปท่ีมีสีอ่อน
มีคา่ การสะท้อนรงั สอี าทิตย์ 0.35 (เกณฑ์อยา่ งนอ้ ย 0.33) จึงผ่านเกณฑข์ อ้ นี้
- นอกจากน้ียงั มีต้นไมใ้ หญใ่ หร้ ่มเงากบั ทางเดนิ ด้านหน้าอาคาร
รูปที่ 29 ผังบริเวณแสดงพน้ื ท่ดี าดแข็ง
รูปที่ 30 ทางเทา้ ด้านหน้าอาคารตลอดแนวและถนนบางส่วนได้รม่ เงาจากต้นไม้ใหญ่
26 ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ
รปู ท่ี 31 พื้นทร่ี ะหวา่ งอาคารเปน็ ตาแหนง่ ปลกู ตน้ ไม้ แต่ไดร้ ่มเงาตลอดเวลาทาให้ต้นไม้ตาย
รปู ที่ 32 ลานภายนอกโดยท่ัวไปเป็นพน้ื กระเบ้ืองสีครีม
ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารเดมิ 27
4) การออกแบบพื้นทีซ่ มึ นา้ (ML4) -✓
ML 4 การออกแบบพ้ืนท่ีซึมน้า
ผลการสารวจ - ผ่านเกณฑ์
พนื้ ท่ีตามแนวขอบเขตการศึกษาประกอบด้วยพ้ืนท่ี ถนน ทางเดินเทา้ ลานดาดแข็ง หลงั คา และสวน
สนามหญา้ มีคา่ สัมประสทิ ธ์ิการไหลบนผิว = 0.83 > 0.7
ตารางท่ี 2 ขอ้ มูลส่วนประกอบโครงการนาไปคานวณหาคา่ สัมประสิทธ์ิการไหลบนผิวเฉลยี่ ทง้ั โครงการ
ส่วนประกอบโครงการ พื้นท่ี (ตารางเมตร) สมั ประสิทธ์กิ ารไหลบนผิว
ถนนคอนกรตี +ลาน 5,847 0.95
หลงั คาคอนกรีต 3,784 0.95
หลังคาแผน่ เหล็กโค้ง 350 1
สนามหญ้า 2,033 0.25
C = 0.95(5,847)+0.95(3,784)+1(350)+0.25(2,033) = 0.83
12,014
แมว้ า่ ผลการคานวณจะมีคา่ สัมประสิทธกิ์ ารไหลบนผวิ ดินมากกว่าเกณฑ์ แต่หากพิจารณาในภาพรวม
แล้ว อาคารสานักงาน ก.พ. จะผ่านเกณฑ์การประเมินข้อน้ีได้ เพราะพื้นที่ทั้งหมดของโครงการมีท่ีว่างจานวน
มาก มีพ้ืนที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ และยังมีพื้นที่บ่อน้าด้านหน้าโครงการอาคารสานักงาน ก.พ. ช่วยหน่วง
น้าฝนมิให้ไหลออกนอกพ้ืนท่ีโครงการ แต่เนื่องจากเกณฑ์การประเมินจะพิจารณาเฉพาะพื้นผิวท่ีอยู่ในแนวเขต
ท่ดี นิ ท่กี าหนดให้ประเมินเทา่ นนั้ ซงึ่ เป็นวธิ กี ารในการประเมนิ อาคารเขียวท่วั ไปที่ขอการรับรอง
พิจารณาว่า ในกรณีของอาคารภาครัฐซึ่งประกอบด้วยหลายอาคาร และมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดง
ว่า ในภาพรวมของทั้งโครงการท่ีอาคารน้ันตั้งอยู่ ถ้ามีค่าสัมประสิทธิ์การไหลบนผิวต่ากว่าค่าที่กาหนด ก็ควร
พิจารณาให้ผา่ นได้
28 ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารเดมิ