วรรณกรรมรางวัลพานแวน่ ฟา้
ประจ�ำปี ๒๕๖๐
สบื สาน สร้างสรรค์ วรรณกรรมการเมอื ง
ส�ำนักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร
วรรณกรรมรางวลั พานแว่นฟา้
ประจำ� ปี ๒๕๖๐
พมิ พค์ ร้งั แรก กันยายน ๒๕๖๐
จ�ำนวนพมิ พ ์ ๑๕,๐๐๐ เลม่
จำ� นวนหนา้ ๒๙๖ หน้า
บรรณาธิการ นคิ ม ชาวเรือ
ออกแบบปก/รูปเลม่ ชมพูนชุ ขอดคำ�
ภาพปกและภาพประกอบ ปวีณา ศรลี ะพันธ์
พสิ จู นอ์ กั ษร วลยั กร เตม็ ขันท์, ปวนั รตั น์ เกียรติธรี ชยั ,
อรรถพร ทองบรรเทิง
จดั ทำ� โดย กลุ่มงานเผยแพรป่ ระชาธิปไตย
และกิจกรรมสภาผูแ้ ทนราษฎร
ส�ำนกั ประชาสมั พนั ธ์
ส�ำนักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร
๒ ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐
โทร. ๐ ๒๒๔๔ ๒๕๑๕–๖
โทรสาร ๐ ๒๒๔๔ ๒๕๑๗
พมิ พ์ท ี่ ส�ำนกั การพมิ พ์
ส�ำนกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
คำ� นิยม
ของ
ประธานสภานติ ิบัญญตั แิ หง่ ชาติ
การประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้าในปีนี้ ยังคงด�ำเนินการ
จัดประกวดภายใต้กรอบเนื้อหาเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองในระบอบ
ประชาธปิ ไตย มผี สู้ นใจสง่ ผลงานเขา้ รว่ มประกวดจำ� นวนเพมิ่ ขนึ้ มากกวา่ ปที ผี่ า่ นมา
ผลงานทช่ี นะการประกวดมคี วามโดดเดน่ เฉพาะตวั ทงั้ ประเภทเรอ่ื งสน้ั และประเภท
บทกวี นกั เขยี นทไ่ี ดร้ บั รางวลั โดยสว่ นมากจะเปน็ นกั เขยี นหนา้ ใหม่ ทมี่ คี วามสามารถ
ในการใช้ศิลปะในการเขียนผสานกับสาระความรู้ท่ีส่งเสริมความเป็นพลเมืองใน
ระบอบประชาธปิ ไตยทพี่ ฒั นาขน้ึ กวา่ ปที ผี่ า่ นมา
“ภาพทคี่ อมโพสชิ นั่ (ไมเ่ คย) ลงตวั ” ของ ปะการงั เปน็ ผลงานทไ่ี ดร้ บั
รางวลั ชนะเลศิ ประเภทเรอ่ื งสน้ั มคี วามสมบรู ณท์ ง้ั รปู แบบและเนอื้ หา มวี รรณศลิ ปส์ งู
ตอบโจทย์ของการประกวดได้ในแง่เป็นเร่ืองของความปรองดองที่รัฐบาลพยายาม
ดำ� เนนิ การอยู่ วตั ถปุ ระสงคข์ องเรอื่ งคอื ความตา่ งทอ่ี ยดู่ ว้ ยกนั ไดโ้ ดยไมโ่ กรธ เกลยี ด
หรอื ทะเลาะกนั เนอื้ หาของเรอ่ื งนเี้ ปน็ เรอื่ งของครอบครวั ทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจากปญั หา
ทางการเมอื ง ซง่ึ แฝงนยั ทส่ี ามารถจะคดิ ไปไกลไดก้ วา่ เรอ่ื งของครอบครวั ยอ้ นภาพ
การเมืองในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ภาพเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีความเห็นต่าง
การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งคนในครอบครวั เดยี วกนั จะดำ� เนนิ ไปอยา่ งไร มที างออกแบบไหน
เรอื่ งสน้ั เรอ่ื งนจ้ี ะเปน็ อกี ประสบการณห์ นงึ่ ใหก้ บั สงั คม อกี ทัง้ เรือ่ งส้ัน “ชัยชนะของ
บุญยืน” ของ กฤติศลิ ป์ ศักดศ์ิ ิริ “เหตุการณส์ ามัญ (กรณีศึกชงิ ปลากระป๋อง)”
ของ นพดล พลกลู ทไี่ ดร้ บั รางวลั รองชนะเลศิ และเรอื่ งสน้ั อนื่ ๆ ทไ่ี ดร้ บั รางวลั ชมเชย
ก็มคี วามน่าสนใจ ชวนให้อ่าน ท้าใหค้ ิดได้ในหลายแง่มมุ
ในส่วนของบทกวี แม้จะไม่มีผลงานใดถึงเกณฑ์ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่
ผลงานที่ได้รับรางวัลรองชนะเลศิ ทงั้ ๓ รางวลั คือ เร่ือง “ณ ร่มเรา” ของ อรชร
“ประชาธปิ ไตยคอื ชวี ติ ประชาชน” ของ กติ ติ อมั พรมหา “แสงของเราในเงาจารกึ
โบราณ” ของ วสิ ทุ ธ์ิ ขาวเนียม รวมถงึ ผลงานอ่ืนๆ ท่ไี ดร้ บั รางวลั ชมเชยกม็ ีความ
นา่ สนใจ ชวนคน้ หาศลิ ปะและความหมายทผี่ เู้ ขยี นไดแ้ ฝงไวใ้ นแตล่ ะบาท ซอ่ นไวใ้ น
แต่ละบท ซ่ึงไดร้ วมพิมพ์ไว้แล้วในเล่มน้ี
ขอแสดงความยนิ ดกี บั ผไู้ ดร้ บั รางวลั ทกุ ทา่ น และเปน็ กำ� ลงั ใจใหผ้ ทู้ ไี่ มผ่ า่ น
การคัดเลือกให้ได้รับรางวัลในคร้ังนี้ ขอจงขยันศึกษาและพัฒนาฝีมือให้ดีย่ิงข้ึน
แลว้ จะประสบความสำ� เรจ็ ในไมช่ า้ ขอขอบคณุ คณะกรรมการและผมู้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ ง
ทกุ ทา่ นทใี่ หค้ วามรว่ มมอื เปน็ อยา่ งดยี ง่ิ ผมยนิ ดแี ละพรอ้ มทจี่ ะสนบั สนนุ กจิ กรรมท่ี
ให้เสรีภาพข้ันพื้นฐานทางการเมือง โดยใช้ศิลปะในการเขียนสะท้อนความคิด
ทางการเมอื งเพื่อส่งเสริมความเปน็ พลเมอื งในระบอบประชาธปิ ไตยอย่างนต้ี ่อไป
(ศาสตราจารยพ์ เิ ศษพรเพชร วชิ ติ ชลชัย)
ประธานสภานิติบญั ญัตแิ ห่งชาติ
คำ� น�ำ
ส�ำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการรางวัล
พานแวน่ ฟา้ ปี ๒๕๖๐ ไดจ้ ดั ประกวดวรรณกรรมรางวลั พานแวน่ ฟา้ ประจำ� ปี ๒๕๖๐
ประเภทเร่ืองส้ันและบทกวี เพ่อื สง่ เสรมิ ความเปน็ พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย
ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง
การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สร้าง
การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบ
ประชาธปิ ไตย ทงั้ ในเรอ่ื งสทิ ธิ หนา้ ท่ี ความเสมอภาค และความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
อันเปน็ พน้ื ฐานสำ� คญั ของความเปน็ ประชาธิปไตย ผา่ นงานวรรณกรรม
การประกวดวรรณกรรมรางวลั พานแวน่ ฟา้ ในครง้ั น้ี มผี ูส้ ่งผลงานเข้าร่วม
ประกวด จำ� นวน ๗๓๓ ผลงาน แบ่งเปน็ เรือ่ งส้นั จ�ำนวน ๒๘๐ ผลงาน และบทกวี
จ�ำนวน ๔๕๓ ผลงาน ท้ังนี้ คณะกรรมการได้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการ
พจิ ารณาตดั สนิ ผลงานทสี่ ง่ เขา้ ประกวด โดยยดึ หลกั เกณฑก์ ารตดั สนิ อยา่ งเครง่ ครดั
สำ� หรับเร่อื งสนั้ ทไี่ ด้รบั รางวลั ชนะเลิศ ได้แก่ เร่ือง “ภาพทค่ี อมโพสิชน่ั (ไมเ่ คย)
ลงตวั ” โดย ปะการัง และรางวัลรองชนะเลิศ ๒ รางวลั ไดแ้ ก่ เรอ่ื ง “ชัยชนะของ
บุญยืน” โดย กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ และเร่ือง “เหตุการณ์สามัญ (กรณีศึกชิง
ปลากระปอ๋ ง)” โดย นพดล พลกลู ส่วนบทกวีไม่มีผลงานใดถึงเกณฑไ์ ดร้ บั รางวัล
ชนะเลิศ โดยไดร้ บั รางวลั รองชนะเลศิ ๓ รางวลั ไดแ้ ก่ เร่ือง “ณ รม่ เรา” โดย อรชร
เร่อื ง “ประชาธปิ ไตยคือชีวติ ประชาชน” โดย กิตติ อมั พรมหา และเรอื่ ง “แสง
ของเราในเงาจารกึ โบราณ” โดย วิสทุ ธ์ิ ขาวเนยี ม
สำ� นกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร ขอขอบคณุ นกั วรรณกรรมทกุ ทา่ น
ที่ส่งผลงานเข้าประกวด และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล ขอขอบคุณ
คณะกรรมการและผมู้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งในการจดั ประกวดทกุ ทา่ น ทท่ี ำ� ใหก้ ารประกวด
วรรณกรรม “รางวัลพานแว่นฟ้า” ด�ำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะได้รับ
ความรว่ มมือในการทำ� กิจกรรมเช่นนี้อกี ในครง้ั ตอ่ ไป
(นายสรศกั ด์ิ เพยี รเวช)
เลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร
ประธานกรรมการรางวลั พานแวน่ ฟ้า ปี ๒๕๖๐
ความคดิ เห็นเกยี่ วกบั รางวลั พานแว่นฟ้า
“...แต่จดุ ประสงคข์ องการประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแวน่ ฟ้า เพอ่ื ให้
ประชาชนตื่นตัวในความเป็นพลเมือง...ทั้งน้ีพลเมืองมีมาตั้งนานแต่เรามาใช้ใน
วาทะกรรมใหม่ว่า พลเมืองคือก�ำลังของเมือง ซึ่งแต่ก่อนเป็นก�ำลังของข้าแผ่นดิน
แต่ข้ันสุดท้ายประชาชนจะต้องเป็นพลเมือง เป็นก�ำลังของเมือง คือประชาชนจะ
ต้องมีจิตส�ำนึกทางการเมือง ซ่ึงการเมืองไม่ใช่หมายความว่าเล่นการเมือง แต่ต้อง
เข้าใจวงจรของบา้ นเมืองวา่ มนั เกิดอะไรขึ้น...”
“...การเขียนบทกวี สนใจท่วี ่า สัมผัสคำ� ไม่สำ� คัญเท่าสัมผสั ใจ อา่ นแลว้ มัน
สมั ผัสใจได้ จะเป็นกลอนเปล่าหรอื กลอนมีสัมผสั กเ็ หมือนกนั ซ่ึงกลอนมีสัมผสั เสีย
อีกท่ีอ่านแล้วไม่สัมผัสใจ เพราะมัวแต่จะท�ำให้มีสัมผัสค�ำ เม่ืออ่านแล้วไปเร่ือยๆ
ไมก่ ระทบใจอะไร แตก่ ลอนเปล่าบางสำ� นวนอา่ นแล้วมนั กระทบใจ...”
“...โลกหนังสือเราขาดคนท่ีตั้งใจจะเขียนหนังสือเพราะอยากที่จะเขียน
หนงั สอื ขอใหน้ กั เขยี นชว่ ยกนั คดิ วา่ ทำ� อยา่ งไรถงึ จะปลกู ฝงั นสิ ยั รกั การอา่ นใหก้ บั คน
เพราะเป็นเหตุเบื้องต้นที่คนจะมีคุณภาพ การท่ีคนเราจะเข้าใจเรื่องการเมืองเร่ือง
ประชาธปิ ไตย คนจะต้องมีพ้นื ฐานดา้ นนั้นกอ่ น...”
นายเนาวรตั น์ พงษไ์ พบลู ย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี ๒๕๓๖
๔ เมษายน ๒๕๖๐
กิจกรรมเสวนาทางวิชาการรางวลั พานแว่นฟา้
ในงานสปั ดาหห์ นงั สอื แห่งชาติ ครั้งท่ี ๔๕
และงานสปั ดาหห์ นังสือนานาชาติ ครั้งท่ี ๑๕
“...มนั มกี ารเมอื งอยใู่ นทกุ เรอ่ื งของชวี ติ ของมนษุ ย.์ ..ขน้ึ อยวู่ า่ เราจะจบั มา
เปน็ ประเด็นหรอื เปล่า อยู่ท่วี า่ เราจะพลิกจะเสนอมมุ อยา่ งไรใหม้ นั แตกต่าง ท�ำให้
วิธเี ลา่ เรอื่ งน่าสนใจ เช่น เรอื่ งแมวไม่สบาย แล้วไมไ่ ปเลือกต้ัง แสดงถงึ สิทธเิ สรีภาพ
ของมนษุ ย์คนหนึ่ง หรอื เร่ืองผวู้ ่าฯ กินกว๋ ยเตย๋ี ว ทแ่ี สดงใหเ้ ห็นถงึ อ�ำนาจอย่างหนง่ึ
เรอ่ื งทกุ อยา่ งทมี่ นั มอี ยใู่ นชวี ติ อยทู่ ก่ี ลวธิ ใี นการนำ� เสนอ อยทู่ กี่ ลวธิ ที จ่ี ะเลา่ เรอื่ งนนั้
หรอื วิธีท่ีมองเห็นว่ามนั เป็นประเด็น...”
“...คือเวลาเราเลือกแล้วว่าจะเขียนเร่ืองอะไรให้ขับเน้นประเด็นข้ึนมา
ทำ� ใหม้ นั เดน่ ขนึ้ มา ซง่ึ สง่ิ ทจี่ ะชว่ ยใหเ้ ราขบั เนน้ ขน้ึ มาไดค้ อื จติ สำ� นกึ หรอื จติ ใตส้ ำ� นกึ
ของเรา จริงๆ แลว้ เรอื่ งการเมืองมนั หมุนอยรู่ อบๆ ตวั เรา นักเขยี นมหี นา้ ท่ีเอาส่งิ ที่
เหน็ รอบๆ ตวั เรามาประกอบสรา้ งใหม้ นั เขา้ ลอ็ ก แลว้ มตี วั เนอื้ แทข้ องเรอื่ ง หรอื ความ
เป็นมนุษย์หรือท่ีตัวเราประสบรวมเข้าไปด้วย ก็จะท�ำให้เรื่องน้ันมีความเป็น
ธรรมชาติ ซึ่งเร่ืองสั้นส่วนใหญ่ท่ีรับรางวัลเพราะมีความเป็นธรรมชาติ เป็นเรื่องที่
ออกมาจากข้างใน สามารถสัมผสั ได้...”
นางชมยั ภร บางคมบาง ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาวรรณศลิ ป์ ปี ๒๕๕๗
๔ เมษายน ๒๕๖๐
กิจกรรมเสวนาทางวิชาการรางวลั พานแวน่ ฟ้า
ในงานสัปดาห์หนังสือแหง่ ชาติ ครง้ั ท่ี ๔๕
และงานสัปดาห์หนงั สอื นานาชาติ คร้งั ที่ ๑๕
“...มคี วามสนใจเรอื่ งการเมอื งวา่ คอื อะไรกันแน่ เวลาเราพดู ถงึ การเมอื ง
เราจะนึกถึงการเมือง จะนึกถึงพานแว่นฟ้า...เมื่อพูดถึงพานแว่นฟ้า เหมือนมีนัยที่
ซ่อนอยู่ คือการเมืองทีแ่ ยกออกไปจากชีวติ การเมอื งท่ีเปน็ แบบการเมอื งอยา่ งเป็น
ทางการ...ถ้าเรามองการเมืองอกี แบบหนงึ่ การเมอื งในภาพของรัฐศาสตร์สมยั ใหม่
การเมืองมีความหมายแบบกว้างๆ คือการเมืองเป็นเรื่องของการต่อสู้ต่อรองทาง
อ�ำนาจ เป็นเร่ืองความสัมพันธ์เชิงอ�ำนาจในแบบต่างๆ...อ�ำนาจมี ๒ ลักษณะ คือ
อ�ำนาจในแบบทีเ่ ปน็ ทางการ กับอ�ำนาจท่ไี ม่เป็นทางการ มันสะทอ้ นออกมาในงาน
วรรณกรรมอย่างไร สังคมที่คุ้นเคยกับอ�ำนาจท่ีเป็นทางการมักจะมองไม่เห็น
อ�ำนาจอื่นๆ ทซ่ี ่อนอยู่ข้างหลงั ...”
“...ซึ่งปัจจุบันหากจะเขียนงานวรรณกรรมเข้าประกวด ก็จะคิดถึงแต่
การเมอื งทเ่ี ปน็ แบบโครงสรา้ ง การเมอื งทเี่ ปน็ แบบทางการ เปน็ ไปไดห้ รอื ไมท่ จี่ ะไม่
เขียนถึงการเลือกตั้งเลย แต่เขียนให้มันเนียน...ยกตัวอย่างเช่น วิเวียน แวสต์วูด
ซ่ึงเปน็ ดีไซน์เนอร์ชาวองั กฤษ ทำ� เสื้อผา้ ช้นั สงู ขาย ฐานคิดของวิเวียน คือ เปน็ คน
เกิดมาในครอบครัวท่ียากจน เห็นว่าสังคมอังกฤษมีชนช้ันสูงมาก ส่ิงที่วิเวียน
แวสตว์ ดู อยากจะทำ� คอื ทำ� ใหพ้ วกผดู้ พี วกคนรำ�่ รวยทงั้ หลายตอ้ งใสเ่ สอ้ื ผา้ ของคนจน
ให้ได้ สิ่งนค่ี อื ฐานคดิ ทท่ี ำ� ใหเ้ กิดความสะเทอื น เช่นน้ีกค็ ือเรอื่ งการเมือง เปน็ เรอื่ งที่
อย่รู อบๆ ตัวเรา ซึ่งถา้ เราไม่รสู้ กึ กบั มนั เราก็จะไมเ่ หน็ ประเดน็ ทางการเมือง”
นายโตมร ศุขปรชี า นักเขยี น/นักแปล/บรรณาธิการ
๔ เมษายน ๒๕๖๐
กิจกรรมเสวนาทางวชิ าการรางวลั พานแวน่ ฟ้า
ในงานสปั ดาหห์ นงั สอื แหง่ ชาติ คร้ังที่ ๔๕
และงานสัปดาหห์ นงั สอื นานาชาติ คร้ังท่ี ๑๕
“...เรื่องของชีวิตมันสัมพันธ์กับการปกครอง แม้ว่าเป็นครอบครัว เป็น
องคก์ รเล็ก หรอื เป็นองคก์ รใหญห่ รือสถาบันกต็ าม มนั สะทอ้ นกลับมาใหเ้ ห็นวา่ วถิ ี
ของแต่ละคนๆ ในบ้านเมืองน้ีเป็นอย่างไร เมื่อหันหลังกลับไปดู ๑๕ ปีท่ีผ่านมา
เร่ืองราวเหลา่ น้มี นั เป็นประโยชน์กบั คนข้างหลัง กับเยาวชน เพราะถ้าเยาวชนรวู้ า่
เรื่องราวต่างๆ ที่เขาเข้ามาศึกษาหรือก�ำลังเดินทางไปกับชีวิตของครอบครัว ว่า
เร่ืองราวหรือเส้นทางเหล่าน้ีมันถูกต้องแล้ว มันมีความยุติธรรมในแต่ละเหตุการณ์
ซง่ึ เรือ่ งราวเหลา่ น้ีต้องใช้เวลาในการบม่ เพาะ รางวลั พานแวน่ ฟ้านั้นเป็นสถาบันไป
แลว้ เราตอ้ งทำ� ไปเรอ่ื ยๆ สงิ่ ใดกต็ ามทที่ ำ� ไปเกนิ ๑๐ ปขี น้ึ ไปแลว้ ยงั ไดร้ บั ความนยิ ม
ต่อเน่ือง มันเป็นสถาบัน และส่ิงเหล่าน้ีมันจะสะท้อนให้เห็นว่าวิถีชีวิตของคุณกับ
เร่ืองที่คุณคิดว่ามันเป็นประชาธิปไตยในบ้านน้ีจะเป็นอย่างไร ทุกเร่ืองของรางวัล
พานแว่นฟ้าหรือการเมืองมันอยู่กับชีวิตเรา และมันเดินทางไปพร้อมกับเรา เรา
เดนิ ทางกบั เขา ทำ� อยา่ งไรใหเ้ รารวู้ า่ เราเขา้ ใจกบั สง่ิ ทเี่ รากำ� ลงั เดนิ ทางอยู่ เพราะการ
เปลี่ยนแปลงเกิดขนึ้ ตลอดเวลา...”
“...ไมอ่ ยากให้รางวลั นีห้ ายไป อย่ไู ปเรอื่ ยๆ อยู่ไปจนเปน็ เวทีท่ใี ครต่อใคร
ไม่ว่าจะเปน็ เดก็ หรือเปน็ ผู้ใหญ่ ซ่งึ ผู้ใหญจ่ ะหันหลงั กลับมาดวู า่ เราก็เคยสง่ ขณะที่
เด็กเขาก็ส่ง ท่ีเยาวชนก็ส่ง และมีโอกาสที่จะได้รางวัล ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ีมันเป็นการ
เดนิ ทางพบเจอกันในเร่อื งของงานสร้างสรรคท์ างดา้ นความคดิ สง่ ผลงานมาให้เวที
นีเ้ ป็นผไู้ ด้ดูแลว้ ก็ตัดสนิ ...”
นายบูรพา อารมั ภีร อดีตนายกสมาคมนักเขียนแหง่ ประเทศไทย
๔ เมษายน ๒๕๖๐
กจิ กรรมเสวนาทางวิชาการรางวัลพานแวน่ ฟ้า
ในงานสปั ดาหห์ นงั สอื แหง่ ชาติ คร้งั ที่ ๔๕
และงานสปั ดาห์หนังสอื นานาชาติ ครงั้ ท่ี ๑๕
“...รางวลั พานแวน่ ฟ้า เป็นการประกวดทีเ่ ปน็ ของหน่วยงานของรัฐ และ
เปน็ หนว่ ยงานทใี่ ชอ้ ำ� นาจนติ บิ ญั ญตั ิ และเปน็ เวทขี องเรอื่ งสน้ั การเมอื ง และเรอื่ งสน้ั
เพอ่ื สงั คม ซง่ึ นกั เขยี นแนวนสี้ ามารถทจ่ี ะบรรเลงไดเ้ ตม็ ที่ มนั ไมม่ ที ไ่ี หนทจี่ ะสามารถ
เลน่ เรอื่ งสนั้ เรอ่ื งแนวการเมอื ง หรอื แนวประชาธปิ ไตยไดเ้ ทา่ พานแวน่ ฟา้ พานแวน่ ฟา้
เปน็ รางวลั ทค่ี อ่ นขา้ งแฟร์ แมว้ า่ เจา้ ภาพรางวลั พานแวน่ ฟา้ กค็ อื รฐั สภา ซง่ึ ในสมยั ที่
มกี ารเลอื กตงั้ นกั การเมอื งยอมใหม้ กี ารเขยี นเรอ่ื งสน้ั มาตอ่ วา่ ตนเอง ทงั้ ทางตรงบา้ ง
ทางอ้อมบ้าง ก็เป็นความแฟร์อย่างยิ่งแล้ว จึงมองว่าพื้นท่ีของรางวัลพานแว่นฟ้า
เป็นพ้ืนที่ท่ีดี และเป็นพื้นที่ที่สนับสนุน นักเขียนก็ควรจะเข้าร่วม ต้องพยายามให้
ก�ำลังใจให้เวทีน้ีอยู่ไปได้ อยู่ไปนานๆ และไม่อยากให้เปล่ียนรูปแบบการประกวด
ไป...”
“...ภาพตอ่ ไปในอนาคต สงิ่ ทผี่ มคาดหวงั กค็ อื วา่ การทพี่ านแวน่ ฟา้ จะเชดิ ชู
คุณคา่ และคุณธรรมของประชาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตยท่ีการปกครองของรัฐบาลมา
จากประชาชนเพอื่ ประชาชน ประเทศนเี้ ปน็ ของประชาชน แม้ว่ามนั จะมเี หตอุ ะไร
กต็ าม แมว้ ่าจะต้องเวน้ วรรคไปบา้ ง แตเ่ ราหลกี หนีระบอบประชาธิปไตยไม่พน้ ใน
ท่ีสุดแล้วแนวทางของพานแว่นฟ้าก็ควรที่จะไปในแนวทางที่จะสนับสนุนการ
ปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย ในทส่ี ดุ มนั ไมม่ รี ะบอบไหนทจ่ี ะทำ� ใหพ้ ลเมอื งเปน็
พลเมอื งไดจ้ รงิ เทา่ ระบอบประชาธปิ ไตย เพราะวา่ ในหลายๆ ระบอบ ประชาชนเปน็
แค่เพียงเหมือนกับผู้อยู่อาศัยเฉยๆ เหมือนเป็นยูนิตหน่ึงในประเทศ เป็นเหมือน
ประชากรที่เขาจะไม่ให้ออกนอกประเทศเขาก็สั่งได้ ให้แต่งตัวอย่างไรก็แต่งได้
ระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นทีอ่ นุญาตใหเ้ ราเป็นพลเมืองได้อยา่ งเต็มท่ี เหล่าน้เี ปน็
ความคาดหวงั เชงิ อุดมการณ์...”
นายกล้า สมุทวณิช นกั เขยี น
๔ เมษายน ๒๕๖๐
กจิ กรรมเสวนาทางวิชาการรางวัลพานแวน่ ฟ้า
ในงานสปั ดาห์หนงั สือแห่งชาติ คร้งั ที่ ๔๕
และงานสปั ดาหห์ นงั สือนานาชาติ ครงั้ ท่ี ๑๕
“...เวลาเราพดู ถงึ ความเปน็ พลเมอื งเราจะพดู ถงึ หนา้ ทเ่ี สยี มาก คนจะเปน็
พลเมอื งจะตอ้ งทำ� หนา้ ทอี่ ยา่ งนน้ั อยา่ งนี้ แตจ่ รงิ ๆ แลว้ ในความหมายของความเปน็
พลเมือง การเป็นพลเมืองมันมีสิทธิซึ่งมันเท่ากับหน้าที่...มีสิทธิและมีหน้าท่ี แต่ว่า
สงั คมไทยแบง่ ออกเปน็ ๒ กลุม่ ใหญ่ๆ คอื กลุม่ หนง่ึ ทีไ่ ดส้ ทิ ธจิ นเหลือลน้ คนท่ไี ด้
สิทธิเหลือล้นก็มองว่าคนอ่ืนได้สิทธิเท่าตนเอง แต่ในขณะเดียวกันมีอีกกลุ่มหนึ่งท่ี
สทิ ธิขั้นพื้นฐานแทบจะไม่ได้เลย คนท่ไี ด้สทิ ธิเหลอื ลน้ ก็พยายามเรยี กร้องให้ทุกคน
ท�ำหน้าท่ี แต่ตัวเองท่ีเรียกร้องไม่ท�ำหน้าท่ี ภายใต้มิติของค�ำว่าความเป็นพลเมือง
อยากเหน็ งานเขยี นเปน็ โทนออกมาทำ� ใหเ้ รารู้สึกวา่ มนั สง่ เสริมสทิ ธิดว้ ย หรอื ท�ำให้
เหน็ ในเชิงคณุ ภาพของสิทธิทีม่ นั ลงลกึ ไปในรายละเอยี ดมากยงิ่ ขน้ึ ...”
“...สังคมไทยเราจริงๆ แล้วเป็นสังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม เรามีความ
หลากหลายทงั้ ชนชาติ เชอื้ ชาติ ภาษา แตเ่ รามากดทบั เบยี ดขบั อย.ู่ ..ผมคดิ วา่ ภายใต้
คำ� วา่ ความเปน็ พลเมอื ง มนั นา่ จะมงี านเขยี นหรอื สงิ่ ใดทจี่ ะรอ้ื เรอ่ื งราวเหลา่ นขี้ นึ้ มา
เพอื่ กระตกุ เตอื นสงั คมวา่ ภายใตค้ ำ� วา่ สทิ ธแิ ละหนา้ ทท่ี เ่ี สมอภาคเทา่ เทยี มกนั สทิ ธิ
ของความเปน็ ชนชาตเิ ชื้อชาติ สิทธิทีจ่ ะใช้ภาษา สิทธิที่จะถอื เพศใดก็ได้ สทิ ธิที่จะ
ถือศาสนาใดก็ได้ ภายใต้สังคมน้ีมันควรจะเกิดข้ึนและกระตุกขึ้นมาให้อยู่ในระดับ
ของชีวิตประจ�ำวัน คิดว่างานวรรณกรรมการเมืองแบบพานแว่นฟ้าน่าจะเป็นงาน
ส�ำคัญอย่างหน่ึงที่จะช่วยเร่ืองการย่อยความเป็นพลเมืองเร่ืองของสิทธิหน้าที่และ
การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยให้มันงา่ ยขน้ึ สำ� หรับเด็กและเยาวชน...ถา้ มนั ไมม่ ี
ตวั อยา่ งทีเ่ กิดจากเร่อื งราวในชีวติ ประจำ� วนั ผลไดผ้ ลเสีย สิทธหิ นา้ ทที่ ี่เขาจะไดใ้ น
ชีวิตประจ�ำวัน และมันสะท้อนออกมาในรูปแบบของนิยาย บทละคร บทกวี ซ่ึง
สง่ิ ตา่ งๆ เหลา่ นจ้ี ะชว่ ยทำ� ใหห้ นงั สอื ทเี่ ขา้ ใจยาก มนั มาอยใู่ นเชงิ กง่ึ นยิ ายกง่ึ เรอื่ งสน้ั
นอกจากนี้ยังสามารถที่จะเจาะลึกไปในรายละเอียดอีกมากมาย เช่น การเคารพ
ความแตกตา่ งของบคุ คล การอยรู่ ว่ มกนั การรว่ มแกป้ ญั หาขอ้ ขดั แยง้ การใชส้ นั ตวิ ธิ ี
การรว่ มกนั วเิ คราะห์วพิ ากษ์และแสดงความคดิ เห็น ร่วมกันหาทางออกในประเด็น
ท่ีเป็นปัญหาทางสังคม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมคิดว่าวรรณกรรมและบทกวีสามารถท่ี
ท�ำให้มันใช้ภาษาท่ีง่ายข้ึนหรือมีตัวอย่างที่ชัดเจนมากขึ้น แล้วจะท�ำให้ความเข้าใจ
ที่จะเสริมสร้างความเป็นพลเมืองมันใกล้ตัวและฝังรากลึกลงไปได้มากกว่าไปอ่าน
จากตำ� รา...”
ดร.ปรชิ ัย ดาวอุดม นักวชิ าการด้านความเป็นพลเมืองฯ
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ
๔ เมษายน ๒๕๖๐
กจิ กรรมเสวนาทางวิชาการรางวลั พานแวน่ ฟา้
ในงานสปั ดาห์หนงั สอื แหง่ ชาติ คร้งั ท่ี ๔๕
และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งท่ี ๑๕
สารบญั
เรอื่ งสนั้ ๒๙
รางวัลชนะเลศิ ๔๓
ภาพท่คี อมโพสิชน่ั (ไม่เคย) ลงตัว ๕๙
โดย ปะการัง
๘๓
รางวัลรองชนะเลศิ ๑๐๕
ชัยชนะของบุญยนื ๑๑๗
โดย กฤติศลิ ป์ ศักด์ศิ ริ ิ ๑๓๑
เหตกุ ารณ์สามญั (กรณีศกึ ชิงปลากระปอ๋ ง)
โดย นพดล พลกลู
รางวัลชมเชย
กล่องสมบรู ณ์แบบ
โดย วฒุ ินนั ท์ ชัยศรี
คนคิดเลข
โดย โฆษติ มโนมยั อุดม
ใครผดิ ?
โดย จติ ประภัสสร
ใจในใจ
โดย ชมัยพร มาลยั ทัต
นายหนา้ กับทด่ี นิ บนดวงจนั ทร์ ๑๔๙
โดย รตธิ รณ ใจห้าว ๑๖๓
ในหมอก ๑๘๑
โดย วฒั น์ ยวงแกว้ ๒๐๕
มอื ฉกภาพเขยี น ๒๒๓
โดย จนั ทรา รศั มที อง ๒๔๑
รูรว่ั ที่พ้นื รองเทา้ ผ้าใบ
โดย กวี ศรีธรรมานุกูล ๒๖๕
สารภีตีครู ๒๖๘
โดย บุหลนั บณั รสี ๒๗๐
อะไรกช็ า่ ง
โดย สุรยิ า แดนลำ� โขง
บทกวี
รางวัลชนะเลิศ
ไมม่ ผี ลงานใดถึงเกณฑไ์ ดร้ ับรางวัล
รางวลั รองชนะเลศิ
ณ ร่มเรา
โดย อรชร
ประชาธิปไตยคือชีวิตประชาชน
โดย กติ ติ อมั พรมหา
แสงของเราในเงาจารึกโบราณ
โดย วิสทุ ธ์ิ ขาวเนียม
รางวลั ชมเชย
เกมหมากรกุ กับศกึ ปลน้ เมอื ง ๒๗๒
โดย เสน รตั นะ
จักรยานคนั เก่า ๒๗๕
โดย ฮอยล้อ
ดอกไม้วัยเยาว์ ๒๗๗
โดย มณั ฑนา มาแมน้
ปฏกิ ริ ิยาในกระจก ๒๗๙
โดย อรินทร ผอ่ งแผ้ว
ประชาธปิ ไตยในโลกจำ� ลอง ๒๘๑
โดย อนุวัฒน์ แกว้ ลอย
ผคู้ นและประเทศชาต ิ ๒๘๔
โดย ขาล พฤษภ
พลเมือง ๔.๐ ๒๘๖
โดย ธัชชัย ธัญญาวัลย
รถไฟชน้ั สาม ๒๘๘
โดย คมสนั ต์ รองครี ี
...เราจะเหน็ ความจรงิ ได้อยา่ งไร... ๒๙๐
โดย นายทิวา
สทิ ธิอนั ชอบท�ำ ๒๙๒
โดย ธีระสนั ต์ พันธศลิ ป์
วรรณกรรมรางวลั พานแว่นฟ้า
ประจ�ำปี ๒๕๖๐
เร่อื งส้นั
ภาพที่คอมโพสิชน่ั
(ไม่เคย) ลงตวั
ปะการัง
มันเป็นภาพทช่ี า่ งภาพพยายามจัดใหล้ งตัวที่สุดแล้ว...
แต่ส�ำหรับพ่อ มันเป็นภาพถ่ายที่ไม่สวยงามเอาเสียเลย–มันเป็นภาพท่ี
‘ไมล่ งตวั ’ ในสายตาของพอ่ และเปน็ ภาพทพี่ ่อไม่อยากดูมากทีส่ ดุ ภาพหนงึ่ จนถึง
ขั้นเกอื บเผาไฟไปแลว้ โชคดที ่แี ม่เกบ็ ไว้ทัน แตก่ ็ไมว่ ายโดนฉกี เป็น ๒ สว่ น
ภาพใบนั้นจึงยังคงนอนน่ิงอยู่ในซองเอกสาร ซ่อนอยู่ใต้ปกด้านในของ
อลั บ้ัมภาพครอบครวั มานานหลายปี มเี พียงเทปใสบางๆ ทีค่ อยยึด ๒ ส่วนนน้ั เข้า
ดว้ ยกนั ใหเ้ ปน็ หนงึ่ เดยี ว มนั พยายามทำ� หนา้ ทข่ี องมนั ตลอดมา แตไ่ มส่ ามารถปกปดิ
รอ่ งรอยน้ันให้สนทิ ดังเดิมได้
โชคไมด่ ที คี่ รง้ั หนงึ่ ผมพบซองนนั้ โดยบงั เอญิ และเมอ่ื เปดิ ออกด–ู เหตกุ ารณ์
ในวนั ทไ่ี ปถา่ ยภาพพรั่งพรอู อกมาจนท่วมท้นลานทรงจำ� ...
ประจำ� ปี ๒๕๖๐ 29
๒๙/๑๐/๑๙๗๖ แสนศกั ด์ิ ชนะนอ็ กทสี่ เปน
น่ันเป็นลายมอื ของพอ่ ทบี่ ันทกึ ไว้ขา้ งหลงั ภาพ
ปู่อพยพมาจากเมอื งจีน แตพ่ อ่ เกดิ เมืองไทย เคยเติบโตและเรียนหนงั สอื
ทปี่ นี งั ชว่ งหนงึ่ กอ่ นเกดิ สงครามโลกครงั้ ที่ ๒ พอ่ จงึ เคยชนิ กบั การลงวนั ทดี่ ว้ ยปี ค.ศ.
ซง่ึ นับเปน็ ความยุ่งยากส�ำหรับเรา ท่ีจะต้องคอยบวก ๕๔๓ กบั ปี ค.ศ. เพ่อื แปลงให้
เป็นปี พ.ศ.––แต่ส�ำหรับปี ค.ศ. ๑๙๗๖ น้ัน ผมจ�ำเหตุการณ์ส�ำคัญที่เกิดขึ้นใน
บา้ นเมืองและครอบครวั เราไดด้ ี จงึ ไมต่ อ้ งแปลงปีให้ยุ่งยากแตอ่ ย่างใด
ข้อความต่อมา ใครเห็นคงงง–เป็นภาพครอบครัวของเราแท้ๆ แต่ท�ำไม
บันทึกส้ันๆ ข้างหลังภาพที่เป็นลายมือพ่อ จึงเกี่ยวกับแสนศักดิ์ ซึ่งเป็นช่ือนักมวย
ชาวไทยที่โด่งดังมากในยุคน้ัน และวันที่ ๒๙ เดือนตุลา (วันที่เราไปถ่ายภาพ
ครอบครวั ) เปน็ วนั ทเี่ ขาขน้ึ ชกแกม้ อื กบั มเิ กล มารต์ เิ นซ ทสี่ เปน ผลชนะนอ็ ก ยก ๒
ไดเ้ ป็นแชมป์โลกรุน่ ไลท์เวลเตอร์เวท WBC
พ่อไมไ่ ด้เปน็ นักดูมวย หรอื ช่ืนชอบกีฬาประเภทนส้ี กั เทา่ ใดนัก แต่ถ้าใคร
เคยผา่ นยคุ นน้ั มากอ่ นคงจ�ำไดด้ วี า่ แมไ้ มส่ นใจ อยไู่ กลโพน้ กลางปา่ ดงดอนใด กย็ าก
ทจ่ี ะไมร่ บั รขู้ า่ วสารของวงการหมดั มวย เพราะหนา้ หนง่ึ หนงั สอื พมิ พท์ กุ ฉบบั จะพาด
หัวตวั โตราวกบั เป็นข่าวสำ� คญั ของประเทศ ไม่มที างท่ีพอ่ จะพลาดขา่ วนี้ไปได้
แล้วท�ำไมพ่อถึงบันทึกเร่ืองนี้ไว้ด้านหลังภาพ แทนที่จะบอกว่าเป็นภาพ
ครอบครวั ผมเดาวา่ เพราะพอ่ ต้องการกลบเกลอื่ นเหตุการณบ์ างอย่างน่ันเอง...
วนั นัน้ เปน็ วนั ศุกร์ (ผมเรียนอยูช่ ้นั ม.ศ. ๓) กลบั จากโรงเรียน ยังไม่ทันได้
วางกระเปา๋ พ่อก็ออกคำ� สง่ั เสียงเขม้ วา่
“เย็นน้ีอยา่ ไปไหน เราจะไปถ่ายรูปครอบครวั กนั ”
“อา้ ว กอ็ ยูก่ ันไม่ครบ” ผมพดู แลว้ กค็ า้ งไวแ้ ค่น้ัน เพราะเหน็ แม่สง่ สายตา
ดปุ รามไว้ เชงิ อยา่ ทกั ถามให้มากเรอ่ื ง
“ทำ� ตามทฉี่ นั บอกกแ็ ลว้ กนั ฉนั นดั อาฮยุ ไวแ้ ลว้ พรงุ่ นเ้ี ขาไมอ่ ยู่ จะปดิ รา้ น
กลบั บ้านนอกหลายวนั ”
30 วรรณกรรมรางวัลพานแวน่ ฟา้
“ไปถ่ายร้านอนื่ กไ็ ด้ อาฮยุ ไมเ่ ก่ง”
“ไม่เกง่ เขาจะเปดิ รา้ นถา่ ยรปู อยู่มาได้ถึงทุกวันนเ้ี รอะ?”
พอ่ ขน้ึ เสยี งดงั ผมรวู้ า่ พอ่ ไมไ่ ดห้ งดุ หงดิ เรอ่ื งนม้ี ากนกั หรอก แตพ่ อ่ เขม้ ขรมึ
และอารมณ์เสียง่าย ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ส�ำคัญของประเทศท่ีมีผลกระทบโดยตรง
ตอ่ ครอบครวั เราเมอ่ื ๒–๓ อาทติ ยก์ อ่ น...และนนั่ เปน็ เหตทุ ท่ี ำ� ใหเ้ รา ‘อยกู่ นั ไมค่ รบ’
อาฮยุ เปน็ เพอ่ื นรนุ่ พข่ี องพอ่ หรอื เปน็ ญาตหิ า่ งๆ กจ็ ำ� ไมไ่ ดแ้ นช่ ดั เขาทำ� มา
แล้วหลายอาชีพ เริ่มต้นขายโอเลี้ยงที่เยาวราช แล้วไปเป็นแรงงานท�ำเหมืองแร่ที่
ภูเก็ต ก่อนมาเปิดร้านถ่ายภาพอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเรานัก––ต้ังแต่ตอนน้ันแล้ว
ทผี่ มรสู้ กึ วา่ อาฮยุ ไมไ่ ดเ้ ปน็ ชา่ งภาพมอื อาชพี เพยี งแคใ่ ชก้ ลอ้ งถา่ ยรปู เปน็ เทา่ นนั้ เอง
และเพราะเป็นเพอื่ นของพ่อ (หรอื เปน็ ญาตหิ ่างๆ) ครอบครัวของเราทกุ คนจงึ ตอ้ ง
เปน็ ลูกคา้ ผูกขาดของรา้ นถา่ ยรปู อาฮุย ล�ำพังเราเองมีพีน่ อ้ ง ๕ คน นับต้ังแต่พตี่ ้น
จนถงึ ผม เมอื่ ถงึ เวลาทคี่ ณุ ครสู ง่ั ใหถ้ า่ ยรปู ประจำ� ตวั เพอื่ ใชต้ ดิ ใบสำ� คญั ของโรงเรยี น
พอ่ ตอ้ งบอกใหเ้ ราไปรา้ นอาฮยุ เสมอ แลว้ ยงั มญี าตอิ กี ตง้ั ไมร่ กู้ ค่ี น ทกุ คนลว้ นไดร้ บั คำ�
แนะน�ำกึ่งบังคับให้ไปร้านอาฮุยทั้งน้ัน เขาถึงอยู่รอดมาได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปท�ำ
อาชีพอ่ืนเหมือนท่ีแล้วมา ผมว่าพ่อต้ังใจช่วยเขามากกว่า ไม่ใช่เพราะเก่งอย่างที่
พ่อพดู
“ร้านเปิดใหม่แถววงเวียน เขาถ่ายภาพสีกันแล้ว อาฮุยยังถ่ายขาวด�ำอยู่
เลย” ผมแกล้งพดู ไปอย่างนนั้ ตามประสาคนปากอยู่ไม่สุข ไม่ได้คดิ จะเปล่ียนใจพอ่
หรอก
“แตฉ่ นั จะถ่ายภาพขาวดำ� ”
พอ่ ยนื ยันเสยี งเขม้ เพยี งประโยคเดยี ว ไม่ตอ้ งมคี �ำอธบิ ายเพม่ิ เตมิ แคน่ ัน้ ก็
รแู้ ลว้ วา่ ไม่ตอ้ งพดู อะไรกันอกี ใหม้ ากความ
.....
ประจำ� ปี ๒๕๖๐ 31
ผมนึกถึงภาพขาวด�ำน้ันอีกคร้ัง ก็เพราะคนที่เป็นต้นเหตุท�ำให้ภาพไม่
สมบูรณ์ในสายตาของพอ่ ไดโ้ ทรศัพทม์ าหาผม เราไมไ่ ด้คยุ กันเปน็ เวลาหลายปีแลว้
หลงั จากเรียนจบ ต่างแยกย้ายกันไปท�ำงาน เขาเป็นคนเรียนเก่ง จบมหาวิทยาลัย
ชน้ั นำ� ของประเทศ ได้ท�ำงานดๆี เร่ิมจากตำ� แหน่งเลก็ ๆ ในบริษัทแห่งหนึ่ง แลว้ ก็
เลื่อนต�ำแหนง่ อย่างรวดเร็ว เราไม่คอ่ ยมีโอกาสได้เจอกันบ่อยนกั นอกจากตามงาน
ส�ำคัญของครอบครัว เจอแต่ละครั้งก็จะได้ยินพ่อหรือไม่ก็แม่บอกกับพี่น้องคนอ่ืน
รวมทง้ั ญาตๆิ ทง้ั หลายวา่ “เจา้ ตน้ มนั เกง่ ตอนนท้ี ำ� งานแบงคแ์ ลว้ ” ไมน่ านนกั ตอ่ มา
ก็จะได้ข่าวว่า “ตอนนี้เป็นผู้จัดการแล้ว” อีกสักพักก็จะมีคนพูดให้ได้ยินเข้าหูว่า
“เจา้ ตน้ ยา้ ยไปทำ� งานบรษิ ทั เงนิ ทนุ หลกั ทรพั ย์ เงนิ เดอื นดกี วา่ เยอะ” และระยะหลงั
มักจะเปน็ ประโยคส้ันๆ แตช่ ดั เจนวา่ “เดี๋ยวน้ีเขารวยมาก สบายแล้ว”
ผมไมร่ วู้ า่ เขารวยอยา่ งไรหรอื รวยมากแคไ่ หน ทราบแตเ่ พยี งวา่ เขาเลน่ หนุ้
และมีบ้านหลังใหญ่–แต่จ�ำได้ว่า หลังจากที่เขารวยเราก็ไม่ค่อยติดต่อพูดคุยกัน
สักเท่าใดนัก–จู่ๆ เม่ือโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยดังข้ึน จึงไม่ใช่เร่ืองแปลกที่ผม
จะไมร่ บั สาย ผมเคยไดย้ นิ คำ� เตอื นตา่ งๆ นานาวา่ ระวงั เบอรแ์ ปลกๆ จะโทร.มาหลอก
ให้เราเสียเงินด้วยวิธีการต่างๆ ผมเลยตัดสินใจไม่รับ เพราะชีวิตนี้มีเพื่อนสนิทไม่
กีค่ นเทา่ น้ัน แถมแตล่ ะคนก็ไมเ่ คยมีธุระสำ� คญั อะไรต่อกันมากนกั
เม่ือไมร่ บั สายหลายครง้ั เขา้ วนั ต่อมาเขาจงึ ฝากข้อความไว้วา่
“นฉ่ี นั เอง พต่ี น้ นะ โทร.มาตง้ั หลายครงั้ ทำ� ไมไมร่ บั โทรศพั ทว์ ะ วนั อาทติ ยน์ ้ี
มาเจอกันที่สตูดิโอ xx” เขาบอกช่ือสตูดิโอถ่ายภาพช่ือดังท่ีใครๆ ก็รู้จัก “เราจะ
ถา่ ยภาพครอบครวั กนั บอกพอ่ แมแ่ ละนอ้ งๆ คนอนื่ เรยี บรอ้ ยแลว้ แกตอ้ งมานะ หา้ ม
เบย้ี วละ่ จะไดถ้ า่ ยรปู กนั ครบทกุ คน”
ประโยคเกอื บสดุ ทา้ ยทำ� ใหผ้ มนกึ ฉนุ ในใจ พดู ราวกบั ผมเคยเบย้ี วอยา่ งนนั้
แหละ ผมนกึ ถึงภาพขาวด�ำของครอบครัวซง่ึ ถ่ายเมือ่ ปี ๑๙๗๖––ปีนัน้ ...ทไ่ี ม่ครบก็
เพราะเขาเองตา่ งหาก ที่ไม่อย!ู่
“อ้าว หายไปไหนคนหน่ึง”
32 วรรณกรรมรางวลั พานแว่นฟา้
อาฮยุ เอย่ ขน้ึ อยา่ งแปลกใจเมอื่ เหน็ พวกเราเดนิ เขา้ มาในรา้ น และหลงั จาก
ท่ีนับลกู ๆ ของพ่อทมี่ ีทั้งหมด ๕ คน แล้วพบว่าขาดไปคนหนง่ึ
“อาตน้ ล่ะ...”
เขาหนั ไปถามพ่อ
“มันไม่อยู่ ไปเที่ยวต่างจงั หวัด กลบั ไม่ทนั ”
แต่ความจริงคือพี่ต้นไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อ ๒–๓ อาทิตย์ก่อนแล้ว ซ่ึง
นั่นเปน็ สาเหตุท่ที ำ� ให้พ่อโกรธ หงุดหงิด และอารมณเ์ สยี งา่ ย ทสี่ ำ� คัญกวา่ นัน้ –เขา
ไม่ไดไ้ ปเทีย่ วตา่ งจงั หวดั เสยี ด้วยซำ้� แต่...
“งนั้ ลอื้ มาถา่ ยวนั หลงั กไ็ ด้ เลอื่ นไปก่อน”
“ไม่เป็นไร นัดแล้วเลื่อนท�ำให้ล้ือเสียเวลา เสียลูกค้า แทนท่ีจะได้นัด
คนอนื่ ”
พ่อเป็นสภุ าพบรุ ษุ รกั ษาค�ำพูด น่นั เป็นส่งิ ท่ีเรารดู้ ี แตย่ ่งิ ไปกวา่ นัน้ พอ่ มี
น�้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มีมากมายเหลือกินเหลือใช้–ที่พ่อไม่
ยอมเล่ือนนดั กเ็ พราะรู้ว่าอาฮยุ มธี รุ ะต้องกลบั ต่างจงั หวัด นอ้ งสาวคนเดียวของเขา
ป่วยหนัก พ่อรู้ว่าอาฮุยไม่มีเงินเก็บมากนัก พักหลังธุรกิจร้านถ่ายรูปของเขาไม่ดี
เทา่ ทีค่ วร มรี ้านเปิดใหมแ่ ย่งลูกค้าไปหมด พ่อเลยอยากให้เขามีเงนิ ติดตัวกลับบา้ น
ไปดแู ลอาการป่วยของนอ้ งสาว
แมร่ ดู้ ี แตพ่ ดู ไมอ่ อก เพราะครอบครวั เรายงั ทกุ ขใ์ จกบั การหายไปของพตี่ น้
ทว่าพอ่ กลับไมย่ อมเล่ือนนัดถา่ ยรปู ครอบครัวนอ้ี อกไปกอ่ น
ระหวา่ งถา่ ยรปู พอ่ ออกอาการหงดุ หงดิ กบั อาฮยุ เปน็ ครงั้ แรกในชวี ติ เพราะ
เม่ือลูกเหลือ ๔ คน แต่ละคนสูงต่�ำไม่เท่ากัน ใครควรยืนหน้า ยืนหลัง กลายเป็น
ปัญหายุ่งยากท่ีจัดไม่ลงตัวอย่างไม่น่าเช่ือ จนอาฮุยเกาหัวแกรกๆ–พี่สองตัวเล็ก
อาฮยุ บอกใหค้ ุกเข่าน่งั ขา้ งหนา้ พอ่ ว่าไม่เหมาะสม ควรยนื เรยี งตามลำ� ดบั อายุ แต่
เม่ือเรยี งตามทพ่ี อ่ ว่า อาฮยุ มองผา่ นทางเลนสก์ ลอ้ งกส็ า่ ยหวั ไปมา บอกไมส่ วย มัน
สูงๆ ต่�ำๆ ดูแล้วขัดตามาก–ผมเป็นน้องเล็กสุดท้อง แต่บังเอิญตัวสูง อาฮุยจับให้
ยนื เดน่ อยตู่ รงกลาง ขวามอื ผมเปน็ พส่ี อง ซา้ ยมอื ผมเปน็ พส่ี าม แลว้ กพ็ ส่ี ่ี เปน็ ผหู้ ญงิ
ประจำ� ปี ๒๕๖๐ 33
ตัวไม่สูงนัก อาฮุยบอกให้น่ังพับเพียบตรงกลางระหว่างเก้าอ้ีสองตัวท่ีพ่อกับแม่
นง่ั –ซงึ่ ทกุ คนกด็ วู า่ ลงตวั ไมเ่ อยี งหรอื หนกั ไปขา้ งใดขา้ งหนงึ่ ตอนนน้ั ผมยงั อดทงึ่ ใน
ใจไม่ได้ว่าที่แท้อาฮุยก็เป็นมืออาชีพเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ใช้กล้องถ่ายรูปเป็นอย่างท่ี
ผมเคยสบประมาทไว้
“อย่างนี้ถงึ จะเป็นภาพทค่ี อมโพสิชน่ั ลงตัว”
อาฮยุ บอก แตพ่ อ่ ส่ายหนา้ ทา่ เดียว
“มที ไี่ หน เจ้าเล็ก นอ้ งสดุ ทอ้ ง ไปยนื เด่นเหมือนเปน็ พ่ีคนโต”
ผมนึกในใจ ท่ีแท้ปัญหาก็อยู่ตรงน้ีนี่เอง––โยกโย้โยเย บ่ายเบ่ียงไปมา
ตงั้ นาน ก็เพราะหงดุ หงิดทภ่ี าพนี้ขาดองคป์ ระกอบหลักสำ� คัญ คอื พีต่ น้ !
“งั้นกก็ ลบั บา้ นเถอะ อย่าถ่ายเลย ภาพไมม่ ีทางลงตวั หรอก ถา้ ขาดพีต่ น้
ไปสกั คน”
ผมปากไวไปนิด พ่อท�ำหน้าขมึงทึงเดินตรงมาหาผม แม่เข้าขวางจับมือ
พอ่ ไว้ ซ่ึงแม่รู้ดวี ่ามือนนั้ อาจเงอ้ื ขนึ้ ได้ทกุ เมือ่ ถา้ มีโอกาสเข้าใกลต้ วั ผมอีกนดิ เดียว
“เราอยู่ขา้ งนอกนะ ไมใ่ ช่ที่บ้าน” แม่กระซิบเตอื นสตเิ บาๆ
“ถ่ายไปก่อนเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว อย่าเสียเวลาอาฮุย พรุ่งนี้เขาต้อง
เดินทางแต่เช้า...ไว้เจา้ ตน้ กลบั มาแล้ว ค่อยถ่ายกนั ใหม่”
ภาพถ่ายขาวด�ำใบน้ันจึงออกมาอย่างที่เห็น ผมยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรง
กลาง–เปน็ ภาพทไี่ มล่ งตวั อย่างย่ิงในสายตาของพ่อ!
และเป็นภาพท่ีถูกฉีกออกเป็น ๒ ส่วน–รอยขาดนั้นอยู่ตรงกลางหน้าผม
พอด!ี
.....
วันตอ่ มา เขาโทรศัพท์มาอกี คราวน้ีผมตดั สนิ ใจรบั สาย เพราะไม่อยากให้
เร่ืองเย่ินเย้อ
“วา่ ไง วันอาทติ ยน์ ี้เจอกนั นะ”
“ไม่ได้ ผมท�ำงาน” ผมตอบสน้ั ๆ
34 วรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟา้
“วันอาทิตย์นะ ยงั ต้องท�ำงานอกี เหรอ”
“ใช่ ผมไม่ได้รวยอย่างพี่น่ี คนอย่างผมตอ้ งท�ำงานทุกวัน”
เขาอ้ึงไป คงนึกไม่ถึงวา่ ผมจะตอบกลบั อยา่ งนี้
“ลาสกั ครง่ึ วันไดไ้ หม...” เขาถามเสียงเบาๆ ด้วยความเกรงใจ
ผมแอบยิ้ม นึกไม่ถึงว่า ‘ผู้ทรงอิทธิพลของครอบครัว’ จะมีนาทีนี้ ท่ีมา
ขอรอ้ งผม เพอื่ สิง่ ทีต่ ัวเองต้องการ
ราวกับเขาอ่านความคดิ ผมได้ จงึ รบี ออกตวั วา่
“นไี่ มใ่ ชข่ อใหท้ �ำเพอ่ื ฉนั หรอกนะ แต่เพ่อื สว่ นรวม...”
วูบหนง่ึ ผมนึกถึงนกั การเมืองที่ก�ำลงั หาเสียงบนเวที
“...เพอ่ื เราทกุ คนในครอบครวั ” เขายงั พดู ตอ่ ไป “พอ่ กบั แมจ่ ะไดด้ ใี จทลี่ กู ๆ
สามัคคี อยู่กนั พร้อมหนา้ พร้อมตาครบทกุ คน”
“แล้วทำ� ไมวันนั้นพี่ไม่คิดอย่างนี้ อย่กู นั พรอ้ มหนา้ พร้อมตาครบทุกคน”
ผมตะคอกเสียงใสโ่ ทรศพั ท์
บางคร้ังผมก็นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า ท�ำไมถึงได้ไม่ถูกชะตากับ
พช่ี ายคนนเ้ี อาอยา่ งมาก ทง้ั ๆ ทตี่ อนเดก็ ผมสนทิ กบั เขามากกวา่ พนี่ อ้ งคนอนื่ นกึ ถงึ
เขาทีไร ภาพขาวด�ำท่ีถูกฉีกเป็นสองส่วนผ่ากลางใบหน้าผมจะลอยเข้ามาในความ
ทรงจำ� เสมอ ทง้ั ๆ ท่เี ขาไมไ่ ด้อยใู่ นรปู และไม่มีสว่ นเก่ยี วข้องใด แตเ่ พราะไม่ไดอ้ ยู่
ในรูปนน่ั แหละ ทีท่ �ำให้ชวี ิตผมเปล่ียนตั้งแต่วนั น้ันเปน็ ตน้ มา...
ผมเผลอเอามือลูบใบหน้าตัวเอง ราวกับว่ามีรอยแผลเป็นจากการฉีกรูป
ใบนัน้ เกดิ ขึ้นจริงๆ
วันทไ่ี ปถา่ ยรูป...หรือที่ตอ่ มาเราเรียกกนั ด้วยรหสั ลับในครอบครัวว่า วนั ท่ี
แสนศกั ดชิ์ กชนะ เพอื่ เปน็ การเลย่ี งไมพ่ ดู ถงึ เหตกุ ารณว์ ปิ โยคในครอบครวั โดยตรง––
หลังกลับจากร้านถา่ ยรปู อาฮยุ คืนนั้น ยังไมท่ นั ปิดประตูไดส้ นทิ ดี เสียงกราดเกรยี้ ว
ของพ่อกด็ ังขึน้
“ทำ� ไมพูดอย่างนนั้ เจา้ เล็ก”
“พดู ไรผดิ ?” ผมรู้อยู่แก่ใจ แต่กย็ ยี วนตามประสาวยั รุน่
ประจำ� ปี ๒๕๖๐ 35
“องค์ประกอบหลักไมอ่ ยู่ ภาพก็ไมล่ งตัวแคน่ ั้นเอง...”
ยงั ไม่ทันขาดคำ� ก็ไดย้ นิ เสยี งผวั ะกระแทกแรงเต็มหู โลกมดื ไปช่ัววบู ตาม
มาด้วยด้วยเสียงร้องตกใจของแม่และพี่สาว...เมื่อโลกท่ีดับค่อยๆ สว่างข้ึนอีกคร้ัง
และเสยี งวงิ้ ๆ ยงั วง่ิ วนไปมาในหู ผมเดนิ ตรงไปยงั ประตทู ไี่ มท่ นั ปดิ สนทิ เมอื่ ครู่ ตอนน้ี
ถกู เปิดออกอยา่ งแรงอกี ครง้ั ผมพงุ่ ตวั ออกไป...
ไม่น่าเชื่อว่า วันท่ีแสนศักดิ์ชกชนะ ผมกลับเป็นผู้แพ้ที่หน้าบวมเป่ง และ
เจบ็ ปวด!
ผมหายออกจากบา้ นไปเกอื บ ๒ เดอื น–กอ่ นปใี หม่ แมใ่ หน้ า้ ชายไปตามผม
กลบั มา แมร่ วู้ า่ ผมไปอาศยั อยบู่ า้ นเพอื่ นทชี่ อ่ื โตเ๋ ลยไมค่ อ่ ยเปน็ หว่ งนกั เพราะแมโ่ ต๋
กับแม่ผมสนิทกัน ผมมาทราบทีหลังว่าแม่คอยจ่ายเงินค่าอาหารค่าดูแลระหว่างที่
ผมพกั อยทู่ บ่ี า้ นโตต๋ ลอดเวลาเกอื บ ๒ เดอื นนี้ ตอนแรกผมหลงเขา้ ใจผดิ ตามประสา
เดก็ คดิ วา่ แมโ่ ตใ๋ จดมี ากทยี่ อมใหผ้ มอยกู่ นิ ฟรๆี พอรคู้ วามจรงิ กน็ กึ สงสารแมจ่ บั ใจ...
นา้ ชายบอกผมวา่ แมไ่ มค่ อ่ ยสบาย ใหก้ ลบั บา้ นเถอะ ตอนนที้ บ่ี า้ นขาดผชู้ าย
ถงึ ๒ คน เหลอื พส่ี องทเ่ี ปน็ ผชู้ ายเพยี งคนเดยี ว แตก่ ก็ ำ� ลงั เรยี นหนกั เพราะตอ้ งสอบ
เขา้ มหาวิทยาลยั พีส่ าม พีส่ ่ี เปน็ ผหู้ ญิงตอ้ งคอยผลดั กันดูแลแม่
“ช่วงน้ีธุรกิจพ่อเธอก็ไม่ค่อยดี เขาต้องท�ำงานหนักกลับบ้านดึกด่ืน แล้ว
อาทติ ยห์ นา้ ก็ต้องเดนิ ทางไปซ้อื เครื่องจกั รท่ีเมอื งจีนอีก ท่บี ้านมีแตผ่ ู้หญิง ดูวังเวง
เงยี บเหงาชอบกล เธอเปน็ ผ้ชู ายควรกลบั ไปชว่ ยดูแลครอบครัวนะ”
ผมเชอ่ื ตามที่น้าชายบอก เมอื่ กลบั มาอย่บู ้านไดไ้ มน่ าน พี่ตน้ กก็ ลบั มา–
การกลบั มาของพีต่ ้น ไมน่ ่าเชอื่ ว่าทำ� ให้พอ่ คยุ เขื่องแบบเบาๆ ไปได้หลาย
เดอื น ทง้ั ๆ ทต่ี อนแรกแรกพยายามปกปดิ /บดิ เบอื นเตม็ ทวี่ า่ ไปเทย่ี วตา่ งจงั หวดั ผม
เคยได้ยนิ พอ่ กระซบิ กระซาบใหเ้ พอื่ นสนิทฟังว่า “เจา้ ตน้ เป็นผูน้ ำ� นักศึกษาคนหน่งึ
น�ำพี่น้องมวลชนเดินทางเข้าป่า ข้ามไปลาวโน่น แต่เม่ือรู้ว่าไม่ใช่วิถีการต่อสู้ตาม
แนวทางทตี่ อ้ งการ เลยกลบั มา”–พอ่ เรม่ิ ใชศ้ พั ทค์ อ่ นขา้ งแปลกๆ บางทพี ดู เตม็ ปาก
เต็มคำ� ว่า “เจา้ ตน้ เปน็ วีรบุรษุ ” บางทีครม้ึ อกครมึ้ ใจถงึ ขน้ั มีคำ� วา่ “ประชาธิปไตย”
ห้อยท้ายดว้ ย
36 วรรณกรรมรางวลั พานแว่นฟา้
แตผ่ มกลับได้ยินจากเพื่อนพ่ตี ้นพดู ไปอีกทางว่า “วนั น้ัน ไอต้ น้ มันแค่ตาม
เพ่ือนๆ ไปฟังดนตรีคาราวาน เลยโดนล้อมอยู่ในมหาลัย ปีนกำ� แพงหนอี อกมาไดก้ ็
เผ่นไปนอนเลน่ ทีบ่ ้านเพ่อื นแถวอีสาน”
ผมอยากถามพ่อเหมือนกันว่าเร่ืองเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ก็ไม่อยาก ‘โลก
มืดดับช่ัววูบ’ อีกคร้ัง คิดอีกทีก็ไม่ใช่เร่ืองของเรา ตั้งแต่พี่ต้นกลับมาพ่อก็อารมณ์
สดชื่น มีเรอ่ื งคยุ โม้ใหเ้ พ่อื นบา้ นที่แวะเวียนมาถามไดไ้ ม่ขาดปาก...ก็ดแี ลว้ จะได้ไม่
ต้องมาหงุดหงดิ อารมณเ์ สยี กับผม
ผมผ่านชีวิตในบ้านช่วงน้ันไปอย่างค่อนข้างราบรื่นและรวดเร็ว ต่างคน
ตา่ งอยู่ ผมเรยี นรวู้ ธิ ปี ดิ ปาก แถมหหู นวกตาบอดไดอ้ ยา่ งยอดเยย่ี ม พบวา่ ชวี ติ แบบน้ี
ก็เป็นสุขดีเหมือนกัน ไม่จ�ำเป็นต้องรู้ไปเสียทุกเรื่อง เพราะ ‘บ้านนี้ไม่ใช่ของผม
คนเดียว!’
อีก ๒ ปตี อ่ มา ผมสอบเอน็ ทรานซไ์ ม่ตดิ ตามคาด ผมออกจากบา้ นไปใช้
ชีวิตอิสระ เชา่ หอพกั แถวหนา้ รามฯ หลังจากน้ันไมน่ านนัก ผมกบั เพอ่ื นหุ้นกนั ขาย
เส้ือผ้ามือสอง ชีวิตก็เร่ิมห่างเหินและตัดขาดจากครอบครัว จะมีก็เพียงพี่ส่ีที่เรียน
รามฯ เหมือนกัน เธอจะคอยแวะมาหาส่งขา่ วทบ่ี า้ นให้ทราบเป็นระยะ แมบ้ างคร้งั
ผมจะย้ายหนไี ปขายซอยอนื่ พ่สี กี่ ย็ งั ตามเจอ...
แปลกแตจ่ รงิ ! หลงั จากทพ่ี ตี่ น้ กลบั มา จนหลายสบิ ปผี า่ นไป เรากย็ งั ไมเ่ คย
มภี าพถา่ ยครอบครวั ท่ี ‘อยูก่ นั ครบ!’ สักภาพ
เหตกุ ารณ์ ‘วนั ทแ่ี สนศกั ดช์ิ กชนะ’ นนั้ คงทำ� ใหใ้ ครตอ่ ใครขยาดทจี่ ะเสนอ
ความคดิ น้ี และคงไมอ่ ยากให้ประวตั ศิ าสตรซ์ ำ�้ รอย แน่นอน ผมเองก็ไมอ่ ยากเป็น
ผแู้ พท้ โ่ี ดนชกหนา้ บวมอกี ครง้ั และถา้ ไมใ่ ชผ่ ม คนอนื่ ๆ กค็ งไมม่ ใี ครกลา้ พอทจ่ี ะพดู
แมแ้ ต่ ‘วรี บรุ ุษ’ ท่ีมคี �ำว่า ‘ประชาธิปไตย’ หอ้ ยท้ายก็เถอะ
จนวันหน่ึง...วันน้ี เขาถึงคิดจะถ่ายรูปครอบครัวข้ึนมาอีกคร้ัง ไม่รู้เป็น
เพราะความกลา้ หาญ หรือเพราะกาลเวลาเยยี วยาบาดแผลนน้ั จนแหง้ สนิทแลว้ ...
ผมถามเขาว่า “ไมส่ ายไปหนอ่ ยหรือ?”
เขาตอบวา่ “ยงั ไม่สายหรอก ตราบใดท่ี ‘เรายงั อยกู่ ันครบ!’”
.....
ประจำ� ปี ๒๕๖๐ 37
“แต่งตัวหล่อๆ ด้วยนะ พ่ีต้นฝากบอกให้เอาสูทมาด้วย รูปจะได้ออกมา
สวยงาม อิอิ”
พสี่ สี่ ง่ ขอ้ ความมาทางโทรศพั ทม์ อื ถอื พยายามรา่ เรงิ เธอคอยทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็
‘กาวใจ’ หรอื ‘โซข่ อ้ กลาง’ เสมอ–บางทสี งั คมกจ็ �ำเปน็ ตอ้ งมคี นแบบน้ี เพอ่ื หลกี เลยี่ ง
การเผชญิ หนา้ แตห่ ลายครั้ง ก็ท�ำใหเ้ ร่อื งย่งุ ยากขนึ้ กว่าเดมิ
“ไมม่ สี ทู ”
ผมตอบไปห้วนกระดา้ ง–ไม่มี ‘ออิ ’ิ ไมม่ ไี อคอนหนา้ ย้มิ ใดทงั้ สิ้น
“มแี ตเ่ สอ้ื ยดื กับกางเกงยีน”
ผมรสู้ ึกหงุดหงิดกับเร่ืองเส้อื ผ้าขน้ึ มาทันที ทัง้ ๆ ทีต่ วั เองก็มสี ทู แทนทจ่ี ะ
ตอบรับไปดีๆ หรือไม่กไ็ ม่ตอ้ งพูดอะไรเลย เรอ่ื งกจ็ บ แตผ่ มกลับต่อเร่อื งให้ยดื เย้ือ
เสียเอง หรอื ท่จี รงิ ผมแคต่ อ้ งการแสดงพลังแห่งการขดั ขนื ฝืนตา้ น ขณะทก่ี �ำลงั ยอม
‘จำ� นน’ แต่โดยดี เพอ่ื ปกปดิ ความรสู้ ึกนั้น
“ไม่ตอ้ งห่วงจ้ะ เดี๋ยวจะบอกพีต่ น้ เตรียมสทู เผ่ือไว้ให้นะ”
พส่ี ที่ ำ� หนา้ ทก่ี าวและโซอ่ ยา่ งเตม็ ท่ี แตน่ นั่ แหละ บางครง้ั กพ็ ลาด! เธอกลาย
เป็นไฟแชก็ ประโยคนนั้ จุดไฟใหผ้ มทนั ที
“ไม่ตอ้ ง”
โชคดี ที่ตัวหนังสือตวาดไม่ได้ แต่มันก็ยังห้วนส้ันเหมือนเดิม คราวน้ีผม
เขียนเพิ่มไปอีกวา่
“ถ้ากลวั รูปออกมาไม่ลงตวั ไม่สวยงาม ไม่ต้องมผี มก็ได”้
หนงึ่ นาทตี อ่ มา ขอ้ ความนมี้ คี ำ� วา่ ‘อา่ นแลว้ ’ ปรากฏใหเ้ หน็ แตไ่ มม่ คี ำ� ตอบ
ใดตามมา พี่สี่เงียบหายไป–โซค่ งตกใจ!
ผมคงร้สู ึกวา่ ก�ำลงั ไดเ้ ปรียบ ต้อนคูต่ ่อสจู้ นมมุ หมดแรงโต้ตอบ เลยเขียน
ไปอกี ว่า
“ในครอบครวั เราเองกม็ ีชนช้นั ไม่ใช่ทุกคนจะรวยเท่ากนั จะมาเรยี กร้อง
ให้ใสส่ ูทโนน่ น่เี หมือนกนั ทกุ คน เปน็ ไปไมไ่ ด้ ค่าถ่ายรูปในสตดู ิโอระดับนเ้ี ป็นหมนื่ ๆ
38 วรรณกรรมรางวลั พานแวน่ ฟ้า
ผมไมม่ ตี งั คจ์ า่ ยหรอกนะ และผมกไ็ มอ่ ยากไดร้ ปู ดว้ ย ถา้ แนจ่ รงิ ใหท้ กุ คนแตง่ ตวั ตาม
สภาพเป็นจริงทม่ี ีอยสู่ ิ เอาไหมละ่ ไอ้ท่ถี ่ายๆ กัน ใส่ชดุ สูท ชดุ ไทยหรูหรานม่ี นั ไม่ใช่
ของจริง แคส่ รา้ งภาพให้สวยงาม...”
ผมใส่อารมณ์เต็มท่ีทุกตัวอักษร...เมื่อส่งข้อความหลายประโยคนี้ออกไป
แล้ว ผมแอบรสู้ กึ สะใจนดิ ๆ แตเ่ มื่ออ่านทบทวนอกี ครัง้ ใน ๒–๓ นาทีต่อมา กถ็ าม
ตัวเองวา่ เขยี นไปทำ� ไม เราไปกระแทกพสี่ ี่ทำ� ไม เธอไมเ่ ก่ียว อีกอยา่ ง เขียนไปแล้ว
มีประโยชน์ตรงไหน...มนั เหมือนเรากำ� ลงั เปรยี บเทยี บ และในขณะเดยี วกนั ก็แสดง
ปมดอ้ ยของตวั เอง เพอ่ื ยกปมเดน่ ของคนอน่ื ใหส้ งู เดน่ ยงิ่ ขน้ึ ––จรงิ ๆ แลว้ มนั เปน็ วถิ ี
ทเ่ี ราเลอื กเอง อยา่ งทเี่ ราคอยยนื หยดั มาตลอดและยนื ยนั กบั ใครตอ่ ใคร หรอื มนั เปน็
แคป่ มดอ้ ยทเ่ี ราเองก็ยอมรบั ลึกๆ อยใู่ นใจวา่ เปน็ ผูแ้ พ้ แล้วเคียดแค้นชงิ ชังคนท่ีชก
ชนะบนสงั เวยี น
.....
วนั ถ่ายรูป–ปีน้ีแสนศกั ดิ์ ไมอ่ ยแู่ ลว้ แต่ผมกำ� ลังจะขน้ึ ชกอีกครง้ั ?
พต่ี น้ มารบั ผมถงึ ทพ่ี กั แตเ่ ชา้ บางทกี ร็ สู้ กึ ครมึ้ ใจดี เหมอื นเปน็ แขกคนสำ� คญั
ท่ตี อ้ งมคี นมารบั ถึงท่ี แต่อกี ความรูส้ กึ ก็เหมอื นก�ำลังถกู ประกบตัวและจบั กมุ !
เมอื่ ขน้ึ นง่ั รถยห่ี อ้ ยโุ รปคนั งามของเขาเรยี บรอ้ ยแลว้ กอ่ นจะสตารท์ เครอ่ื ง
ขับออกไป เขาช้ีไปทนี่ ง่ั ดา้ นหลัง ผมเห็นสูทกับกางเกงแขวนอยู่
“ใสไ่ ม่ใส่ก็ตามใจแก...” พ่ตี น้ พูดเสยี งเรยี บๆ เดาไม่ถูกว่ามาอารมณ์ไหน
“แต่อยากขอร้องให้แกถ่ายรูปด้วย...แม่ป่วยหนักมากแล้ว น่ีคงเป็นรูป
ครอบครวั รูปเดยี วและรูปสุดทา้ ยที่แมจ่ ะได้เห็นในชวี ติ ...”
เขานง่ิ เงียบไปชวั่ ครู่ ไม่รู้เปน็ เพราะกำ� ลังใชส้ มาธใิ นการขับรถ หรอื กำ� ลัง
คดิ หาค�ำพดู ทีเ่ หมาะสม...
“...เป็นรูปทจี่ ะมีพวกเราอย่คู รบทุกคนในภาพน้ัน”
เมื่อผ่านส่ีแยกท่ีจราจรคับค่ังท่ีสุดในประเทศไทยมาได้แล้ว ถนนก็ดู
โล่งโปร่งสบายขึ้นบ้าง จูๆ่ เขากเ็ อ่ยข้นึ
ประจ�ำปี ๒๕๖๐ 39
“พขี่ อโทษนะ”
ผมงง
“เรือ่ งอะไร?”
“ก็ทกุ เรือ่ งท่ีท�ำใหแ้ กไม่ชอบพ”่ี
ผมเงยี บ–ไม่ไดย้ อมรับหรอื ปฏเิ สธ
“รวมทง้ั เรอื่ งรปู ดว้ ย...” เขาพดู ตอ่ “พขี่ อโทษทฉี่ กี รปู นน้ั เพราะอจิ ฉาแก”
“อะไรนะ” ผมช็อกสุดขีด
“รปู ทถี่ า่ ยวันแสนศักดช์ิ กชนะนะ่ เหรอ”
ผมถามยำ�้
เขาพยกั หนา้ รบั
เราต่างนง่ิ เงยี บกันไปครู่ใหญ่
“ผมนึกวา่ พ่อเป็นคนฉีกรูปนน้ั เสียอกี ”
เสียงผมหลดุ ออกมาจากความคดิ ...แผ่วบาง
“ไมใ่ ช.่ ..” เขาส่ายหนา้
“พ่อเป็นคนแปะรูปนั้นด้วยเทปใส แล้วซ่อนไว้ในซองเอกสาร เพราะไม่
อยากใหแ้ กเห็น”
ผมยกมอื ขึน้ ปาดนำ้� ตาที่ไหลออกมาเปียกแก้ม
ขณะทีเ่ ขาเล้ียวรถเขา้ ไปจอดพักช่ัวคราวในลานจอดรถของปมั๊ น้�ำมนั
“พี่อยากให้พ่อกับแม่มีรูปครอบครัวน้ี ให้ท่านได้เห็นถึงความรัก ความ
สามัคคีของพวกเรา ซง่ึ มนั ไม่มที างเกดิ ข้ึนไดเ้ ลย ถ้าเราต่างดือ้ ดึงเขา้ ใสก่ ัน ต่างฝา่ ย
ตา่ งไมย่ อมกนั พนี่ บั ถอื นำ้� ใจแกทแี่ กยอมถอยหนงึ่ กา้ วดว้ ยการมากบั พใ่ี นวนั น้ี พคี่ ดิ
ว่าตัวเองก็ต้องถอยเหมือนกัน เราถึงจะเดินต่อไปข้างหน้าได้ พ่ีคงละอายใจไปช่ัว
ชวี ิต ถ้าไม่ขอโทษแก...”
บางครั้ง เรื่องมันยุ่งยากก็เพียงเพราะว่าเราต่างเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
เราคดิ วา่ เราตอ้ งไดอ้ ะไรสกั อยา่ งเสมอ แตเ่ รากลบั ไมส่ นใจคนอน่ื ทส่ี ญู เสยี เราคดิ วา่
40 วรรณกรรมรางวลั พานแวน่ ฟ้า
เราตอ้ งถูกตลอด ขณะที่คนอื่นผิดทุกขอ้ เราคดิ วา่ คนอ่นื ต้องฟังเรา แตเ่ รากลับไม่
ฟงั คนอื่น
หลายครั้ง เรายกเอาตัวตนเองข้ึนสูงเป็นท่ีต้ังจนเป็นก�ำแพงขีดค่ัน ไม่ส่ง
‘ใจ’ ให้กัน เมอื่ มีปัญหา เรากลับแก้ดว้ ยการเอา ‘อัตตา’ ตวั เองเข้าสู้ เราต้องการ
ผู้ชนะ และเหยียบยำ่� ผแู้ พ้ แตน่ น่ั ยอ่ มไมใ่ ช่ทางออก
ไม่มใี ครถกู หมดหรือผดิ ตลอด...เราตา่ งรู้ซึ้งถงึ ข้อนั้นดี
พี่ต้นขับรถออกจากปั๊มน�้ำมัน...ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงไปยัง
จดุ หมายปลายทาง วนั นที้ อ้ งฟา้ ใสสวยเปน็ พเิ ศษ––เราเรมิ่ ตน้ เดนิ ทางดว้ ยกนั อกี ครงั้
.....
แล้วผมกต็ ดั สนิ ใจเดนิ เข้าฉาก ใหเ้ ขากดชตั เตอร!์
ผมไมร่ ู้ว่าตอนน้ีอาฮยุ ย้ายไปอยู่ท่ไี หนแล้ว จะถามพ่อกก็ ลวั ว่าจะเป็นการ
ร้ือฟื้นเรื่องเก่า ‘วันแสนศักดิ์ชกชนะ’ แต่ถ้าเจออาฮุย ผมอยากให้เขาดูภาพ
ครอบครัวลา่ สุดทเี่ ราเพง่ิ ถา่ ยกัน และถามว่า
“ภาพนีค้ อมโพสชิ ั่นลงตัวหรอื ยงั ?”
ส�ำหรับผม อาจจะยงั ไม่ลงตัวมากนกั แต่เพราะความไม่ลงตวั น่แี หละ เม่ือ
อยู่ดว้ ยกนั ได้ มันท�ำให้ภาพดงู ดงามขนึ้ มากทเี ดยี ว!
ประจำ� ปี ๒๕๖๐ 41
ชยั ชนะของบุญยืน
กฤติศลิ ป์ ศกั ดศิ์ ิริ
(๑)
เสยี งเหา่ กรรโชกถๆ่ี ของเจา้ ลคั กี้ สนุ ขั เพศผพู้ นั ธผ์ุ สมระหวา่ งชสิ กุ บั พดุ เดล้ิ
วัยห้าปีท่ีดังมาจากริมรั้ว บอกให้ปองธรรมรู้ว่าน่าจะมีใครสักคนแฝงตัวอยู่บริเวณ
นั้น ก่อนหน้าน้ี เขามัวใจจดใจจ่ออยู่กับการสร้างภาพเปอร์สเปกทีฟบนหน้าจอ
คอมพิวเตอร์ ส�ำหรับใช้ในงานตกแต่งหน้าร้าน หรือที่เรียกง่ายๆ ในหมู่คนท�ำงาน
ดา้ นนี้ว่า “งานจัดดสิ เพลย”์ อาชีพทส่ี รา้ งรายได้ใหก้ บั เขามานาน ต้งั แต่สมยั ยงั ใช้
ชีวติ เป็นมนษุ ยเ์ งินเดอื นอยู่ในเมอื งหลวง กอ่ นมารบั งานฟรีแลนซผ์ ่านอนิ เทอรเ์ นต็
ปองธรรมจึงไม่ทันได้ยินเสียงเคร่ืองยนต์ของมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่าท่ีค�ำรามแหบพร่า
คลา้ ยเสยี งคนแก่วยั เหยยี บร้อยแวว่ ดังมาจากหวั ถนน
หนมุ่ ใหญว่ ยั สส่ี บิ หา้ ชะเงอ้ จนสดุ คอ ขณะเพง่ สายตามองผา่ นบานหนา้ ตา่ ง
ออกไป แต่ความมืดที่คล่ีคลุมในเวลาหนึ่งทุ่มเศษ ท�ำให้เขาไม่อาจเห็นภายนอกได้
ชัดเจนนัก นอกจากเงาตะคมุ่ ของรถเขน็ ต่อเตมิ หลงั คาที่ภรรยาของเขาล่ามโซไ่ ว้กบั
รั้ว หลังจากร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นท่ีเธอเปิดขายในช่วงสิบโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นปิด
ท�ำการไปแล้ว
ประจ�ำปี ๒๕๖๐ 43
ปองธรรมวางมอื จากงาน โดยไมล่ มื กดโหมดพกั หนา้ จอคอมพวิ เตอร์ กอ่ น
ลกุ จากเกา้ อล้ี อ้ เลอื่ นแลว้ เดนิ ไปเปดิ สวติ ชไ์ ฟดวงหนา้ บา้ น พรอ้ มกา้ วเทา้ ยาวๆ ออก
ประตู กระทงั่ พบวา่ ผูท้ ถ่ี ูกเจา้ ลคั กีเ้ หา่ เสียงขรมน้นั คือพอ่ ของเขาเอง
เฒา่ เทพยงั คงครอ่ มอยบู่ นอานมอเตอรไ์ ซค์ ทา่ ทลี งั เล คลา้ ยไมแ่ นใ่ จวา่ ควร
จะลงจากรถดหี รอื ไม่ ปองธรรมสง่ เสยี งดเุ จา้ ลคั กที้ เี่ หา่ เสยี งดงั เกนิ ตวั เขาไมเ่ คยตมี นั
สงสารชะตาชีวิตของมันที่ถูกพรากจากอกแม่ในวัยท่ีดวงตายังไม่สามารถมองอะไร
ได้ชัดเจน ด้วยบังเอิญเขาพบมันพร้อมกับพ่ีน้องอีกสองตัวก�ำลังตะเกียกตะกายอยู่
ในลงั กระดาษ ทถี่ กู วางทง้ิ ไวห้ ลงั หา้ งฯ แหง่ หนงึ่ ซงึ่ เขาไดร้ บั มอบหมายใหไ้ ปคมุ งาน
ตกแตง่ หนา้ รา้ น เสยี งรอ้ งอนั แผดดงั เพราะความหวิ โหยของพวกมนั กวกั มอื เรยี กเขา
ให้เดนิ ตามหาจนเจอ
ไมม่ เี หตผุ ลอะไรทป่ี องธรรมจะทง้ิ พวกมนั ไวใ้ หถ้ กู ฝงู ยงุ ฝงู มดรมุ กดั เขาอมุ้
ลงั ชน้ื น�้ำค้างขนึ้ รถกระบะของบรษิ ทั โดยไม่ต้องเสยี เวลาคดิ กอ่ นรุ่นน้องที่มาติดต้ัง
งานด้วยกันจะขอน�ำกลบั ไปเล้ียงคนละตวั เหลอื เพียงเจ้าตวั สีขาวหนา้ ดา่ งทีด่ วงตา
ทั้งสองข้างถูกแต้มด�ำเหมือนหมีแพนด้า เพราะมันดูน่ารักกว่าตัวอื่นๆ ไว้ให้เขา
เทา่ น้ัน
ปองธรรมอุ้มเจ้าลัคก้ีเข้าไปไว้ในกรงที่ต้ังอยู่ใต้ชายคาบ้าน คว้าลูกกุญแจ
จากทซี่ อ่ นแลว้ เดนิ กลบั มายงั ประตู แหยเ่ ขา้ ไปในรกู อ่ นหมนุ ดงั คลกิ แลว้ จงึ ดนั บาน
เหลก็ ดดั สงู เทยี มอกเลอ่ื นไปทางซา้ ยมอื พลางเอย่ ปากทกั ชายชราวา่ ทำ� ไมมามดื คำ่�
ป่านน้ี
เฒา่ เทพไมต่ อบ แตก่ ลบั สะบดั ปลายเทา้ งดั ขาตง้ั รถมอเตอรไ์ ซคใ์ หก้ างออก
แลว้ กวาดขายาวเก้งกา้ งพ้นจากเบาะที่ครอ่ มอยู่ เปล่ียนท่ายนื กอดอก วางมาดยดื
หลงั ตรง แลว้ มองไปขา้ งหนา้ อยา่ งทช่ี อบทำ� อยเู่ ปน็ ประจำ� ขณะเพง่ สายตาผา่ นไหล่
ลกู ชายเขา้ ไปในตวั บา้ น ไมพ่ บความเคลอื่ นไหวใดๆ ลกู สะใภท้ เ่ี ขาไมพ่ งึ ใจดว้ ยสาเหตุ
นานัปการน่าจะอยู่ส่วนอ่ืนที่ไม่ใช่กลางห้องโถง เฒ่าเทพเผลอถอนหายใจออกมา
อยา่ งโลง่ อก ข้อมลู ที่สืบเสาะมานา่ จะเป็นจริงในเวลาน้ี ชายชราไม่อยากเจอใครอน่ื
นอกจากลกู ชาย
44 วรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟา้
ส่ิงท่ีเฒ่าเทพกระท�ำหาได้พ้นสายตาของปองธรรมไม่ ดีแล้วท่ีภรรยาของ
เขาอยู่หลังบ้าน ไม่อย่างนั้นเธอคงพะอืดพะอมน่าดู หากต้องมาเปิดประตูรับผู้มา
เยอื นซง่ึ เคยมีเรอ่ื งกระทบกระท่ังกนั คร้งั แล้วคร้งั เล่า...
ปองธรรมเดาว่าพ่อของเขาน่าจะพอรู้เวลา เพราะหากมาในช่วงกลางวัน
ชายชราย่อมต้องเดินผ่านร้านก๋วยเต๋ียวของลูกสะใภ้ ถัดจากรถเข็นเข้ามาด้านใน
เรยี งรายไปดว้ ยโตะ๊ เกา้ อที้ ใี่ ชร้ องรบั ลกู คา้ คนทม่ี คี วามหยง่ิ ผยองอยา่ งเฒา่ เทพหรอื
จะยอมเดนิ ตวั ลบี หลบคกู่ รณี เพอ่ื เขา้ ไปหาลกู ชายซงึ่ มกั นง่ั ทำ� งานอยใู่ นบา้ น คนทง้ั
โลกย่อมรูด้ วี า่ ไม่มที างทมี่ ันจะเป็นเช่นนน้ั
ปองธรรมเดนิ อ้อมรา่ งทมี่ คี วามสงู ไล่เลยี่ กนั พลางใชม้ ือรุนหลงั อีกฝ่ายให้
เดนิ ไปข้างหนา้ พร้อมกับพูดในสิง่ ที่คิดวา่ พ่อก�ำลงั ตอ้ งการฟัง
“ตาลา้ งถว้ ยชามอยหู่ ลงั บา้ น ไมเ่ สรจ็ งา่ ยหรอกครบั พอ่ เขา้ มากอ่ นเถอะ”
เพราะเปน็ คนเขา้ ใจโลก แมจ้ ะไมช่ อบในบางการกระทำ� ทโ่ี ผงผางขวางโลก
ของพ่อตวั เองนัก แตป่ องธรรมกเ็ ลอื กท่ีจะสงบปากสงบคำ� ยม้ิ แย้มต้อนรบั เหมือน
ว่ากอ่ นหนา้ นี้ไมเ่ คยมอี ะไรเกิดข้นึ ดว้ ยบญุ คณุ ของพอ่ ลน้ ฟ้า ไม่เพียงบนั ดาลใหเ้ ขา
เกิด หากแต่ยังลงแรงกับงานสวนงานไร่อย่างหนักหน่วงเพื่อส่งเสียเขากับน้องอีก
สองคนเลา่ เรยี น หยาดเหงอ่ื แตล่ ะเม็ดของพอ่ แม่เป็นสง่ิ ที่เขาไม่อาจลืม
เฒ่าเทพไม่มีท่าทีแข็งขืนอย่างท่ีปองธรรมกังวล แต่กลับท�ำตามท่ีลูกชาย
บอกอย่างวา่ ง่าย แม้ในใจไมว่ ายคดิ คา้ น ‘ถา้ ไม่มีเรอื่ งสำ� คัญ อยา่ หวังวา่ คนอย่างกู
จะมาเหยียบที่นี่’ ปองธรรมแยกตัวออกมาอยู่บ้านเช่าชั้นเดียวที่มีรั้วรอบขอบชิด
หลังน้ีสองปแี ล้ว น่ีเปน็ ครง้ั แรกทเ่ี ฒ่าเทพย่างกรายมาถงึ ถ่นิ ทีไ่ ม่เคยอยากย�ำ่ เท้ามา
ก่อน
การมาเยือนของเฒ่าเทพสร้างความประหลาดใจให้กับปองธรรมไม่น้อย
ดว้ ยเพราะพ่อไมช่ อบหน้าภรรยาของเขา จนเกิดเร่ืองราวบานปลายใหญ่โต กระท่งั
เป็นสาเหตุท�ำให้เขาต้องระเห็จออกมาเช่าบ้านอยู่ เพ่ือแยกคนท้ังสองออกจากกัน
ท่ีเลือกท�ำแบบน้ีไม่ใช่ ‘หลงเมีย’ เหมือนท่ีพ่อเคยด่าไล่หลังในวันที่เขาขนย้าย
ประจ�ำปี ๒๕๖๐ 45
ข้าวของ แตเ่ ปน็ เพราะไมอ่ ยากเป็นขป้ี ากชาวบา้ น เน่อื งจากปญั หาที่เกิดข้นึ ไมเ่ วน้
วันระหว่างพ่อผัวกบั ลูกสะใภ้
เฒ่าเทพเผด็จการแค่ไหนคนในครอบครัวรู้ดี ด้วยเหตุนี้ ลูกๆ ท้ังสามจึง
ไมม่ ใี ครทนอยู่รว่ มบ้านกบั พอ่ ได้เลยสักคน ปองธรรมเปน็ พี่คนโต ทีใ่ ช้ชีวติ อยบู่ ้าน
กลางสวนนอ้ ยทสี่ ดุ เพราะเปน็ คนเรยี นดี พอ่ แมจ่ งึ สนบั สนนุ ใหเ้ ขาไดเ้ ขา้ ไปเรยี นตอ่
ระดบั มหาวทิ ยาลยั ในกรงุ เทพฯ จบแลว้ จงึ สมคั รเขา้ ทำ� งานในบรษิ ทั ตวั แทนจำ� หนา่ ย
เครื่องส�ำอางน�ำเข้าจากอเมริกา รู้จักชอบพอกับพนิตาซ่ึงเป็นครูสอนแต่งหน้า
ให้กับพนักงานขายประจ�ำเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ลองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันใน
อพาร์ตเม้นต์ของเขาราวหน่ึงปี ก่อนตบแต่งเป็นเรื่องเป็นราว โดยใช้สถานท่ีของ
โรงพยาบาลสงฆเ์ พอ่ื ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย หลงั จากนน้ั ปองธรรมกย็ า้ ยตวั เองเขา้ ไปอยู่
บ้านฝ่ายหญิง โดยคนในครอบครัวของเธอตา่ งใหก้ ารตอ้ นรบั เป็นอย่างดี ผดิ กบั พอ่
ของเขาที่ไม่คดิ จะตอ้ นรับลูกสะใภ้เอาเสียเลย
ตอนลกู ชายคนโตโทร.มาบอกวา่ จะพาคนรกั มาพบ กอ่ นจะแตง่ งานกนั ใน
อกี ไมก่ เ่ี ดอื นขา้ งหนา้ เฒา่ เทพโกรธจนตวั สน่ั ด่าปองธรรมลั่นวา่ ท�ำอะไรไมเ่ ห็นหัว
พรอ้ มกบั บอกความจรงิ เรอ่ื งทาบทามลกู สาวของเพอ่ื นบา้ นทเ่ี ปน็ ถงึ นางพยาบาลไว้
ใหแ้ ล้ว
ปองธรรมจ�ำหญิงสาวบ้านใกล้ท่ีพ่อเอ่ยถึงได้ดี เธอมีอายุอ่อนกว่าเขาอยู่
หลายปี เจอกันก็ทักทายตามประสา เขาเชื่อว่าในใจของเธอเองกไ็ มไ่ ด้ชอบพออะไร
เขาลกึ ซง้ึ เฒา่ เทพเหน็ ลกู ชายไมโ่ ตเ้ ถยี ง ชายชราจงึ พรรณนาถงึ ความดงี ามของวา่ ที่
ลกู สะใภ้ให้อกี ฝ่ายฟงั เพราะเห็นกันมาแตอ่ ้อนแต่ออก เธอเป็นเดก็ เรียบร้อยท่ีเฒ่า
เทพรู้สึกถูกชะตา ยิ่งพอมาเรียนจบพยาบาลยิ่งท�ำให้เฒ่าเทพมองเห็นคุณค่าในตัว
เธอมากข้นึ อย่างนอ้ ยหากคนในบา้ นเกิดเจ็บป่วยเลก็ ๆ นอ้ ยๆ ก็มีคนใหพ้ ่งึ พา โดย
ไมต่ อ้ งบากหนา้ ไปถงึ โรงพยาบาล
ปองธรรมฟงั พอ่ รา่ ยยาวถงึ เหตผุ ลทอี่ ยากไดห้ ญงิ สาวมาเปน็ สะใภ้ ถอื สาย
นิ่งเงียบไมเ่ อื้อนเอ่ยในสิง่ ที่ตนคดิ นัน่ เป็นการกระทำ� ท่บี อกเฒ่าเทพกลายๆ ว่าเขา
ไมเ่ ปลยี่ นใจแน่ ผเู้ ปน็ พอ่ จงึ ตะเบง็ เสยี งใสโ่ ทรศพั ทว์ า่ อยากแตง่ กแ็ ตง่ ไป แตค่ นบา้ นน้ี
46 วรรณกรรมรางวัลพานแวน่ ฟ้า
ไมม่ ใี ครยนิ ดไี ปรว่ มงาน กอ่ นจะกดตดั สายทง้ิ ดว้ ยอารมณฉ์ ุนเฉยี ว ควา้ ขา้ วของใกล้
มือขว้างปาชนิดไม่สนใจทิศทาง รีโมทโทรทัศน์ลอยผ่านหัวบุญยืนผู้เป็นเมียแบบ
เฉียดฉิว จนอกี ฝ่ายตอ้ งหลบขนึ้ บา้ นขังตวั เองอยู่ในห้องนอนเป็นนานสองนาน
พอสตกิ ลบั คนื มา เฒา่ เทพกเ็ ดนิ หนา้ มยุ่ ไปบา้ นของนางพยาบาลสาว ทอ่ี ยู่
หา่ งกันเพียงหา้ -หกร้อยเมตร โชคดีทเ่ี ธอไปเขา้ เวรจึงไม่ตอ้ งรับร้อู ะไรเก่ียวกับเรือ่ ง
น้ี เฒา่ เทพบอกพอ่ แมข่ องเธอไปตามตรงวา่ ปองธรรมตกลงปลงใจกบั หญงิ อน่ื ไปเสยี
แล้ว ที่รอให้เขาเรียนจบมีงานการท�ำเป็นหลักแหล่งแล้วจะมาสู่ขอเป็นอันล้มเลิก
ผลคอื เฒา่ เทพถกู เพอ่ื นบา้ นถอนหงอกออกไปเสยี หลายเสน้ นจ่ี งึ เปน็ อกี สาเหตหุ นงึ่
ท่ที �ำใหช้ ายชราพาลไม่ชอบลูกสะใภ้ต้งั แตย่ ังไม่ทันเห็นหนา้
ด้วยภาระหน้าที่เป็นเหตุผลส�ำคัญ ท่ีท�ำให้ปองธรรมไม่ค่อยได้กลับบ้าน
เกดิ ซงึ่ อยหู่ า่ งจากเมอื งหลวงราวแปดรอ้ ยกโิ ลเมตร นอกจากชว่ งวนั หยดุ นกั ขตั ฤกษ์
ทบ่ี รษิ ทั ปดิ ทำ� การตดิ ตอ่ กนั หลายวนั กระทงั่ เขาตอ้ งกลบั มาอยถู่ าวร หลงั ถกู พอ่ เรยี ก
ตวั เมอ่ื สามปที แี่ ลว้ ตอนนนั้ เฒา่ เทพประสบอบุ ตั เิ หตมุ อเตอรไ์ ซคล์ ม้ จนแขนขวาหกั
พรอ้ มเกดิ บาดแผลถลอกปอกเปกิ ทว่ั ตวั แพทยร์ ะบใุ หพ้ กั ฟน้ื รา่ งกายไมต่ ำ่� กวา่ ครงึ่ ปี
เฒา่ เทพไมส่ ามารถขร่ี ถซาเลง้ เขา้ สวนไดเ้ หมอื นเดมิ อกี เขากบั ภรรยาจงึ ตอ้ งลาออก
จากงานกะทนั หนั เพ่ือมาคอยอ�ำนวยความสะดวกให้กับพ่อ ทัง้ ที่ยงั ไม่รู้วา่ จะมายดึ
อาชีพอะไรในเมอื งชายขอบแหง่ น้ี
บุญยืนแม่ของเขาเป็นแบบฉบับของหญิงโบราณขนานแท้ นางเป็นเพียง
ช้างเท้าหลัง ผู้มีหน้าที่รับฟังแล้วเออออไปตามค�ำสั่งผัว ไม่เคยปริปากถามหรือ
โต้เถยี ง พูดจาน้อยค�ำ แววตาแฝงความหว่ันเกรงเฒา่ เทพอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่อยู่
กนิ กับเฒ่าเทพมานางไมเ่ คยมีโอกาสท�ำอะไรตามล�ำพงั ไม่สามารถทำ� อะไรที่ผู้หญิง
คนอน่ื ๆ ในละแวกเดยี วกนั ทำ� ไดเ้ ลยนอกจากงานบา้ นงานครวั แมแ้ ตส่ งิ่ จำ� เปน็ ทสี่ ดุ
อยา่ งขจ่ี กั รยานหรอื มอเตอรไ์ ซค์ บญุ ยนื ไมเ่ ปน็ อะไรทงั้ นนั้ หากจะใหพ้ าเฒา่ เทพไป
ล้างแผลท่ีสถานีอนามัยจึงเป็นเร่ืองท่ีเป็นไปไม่ได้ ด้วยความที่ในอดีตเคยเป็น
หญงิ สาวหนา้ ตาดี แถมยงั อ่อนกว่าผวั เกอื บหนึ่งรอบ บญุ ยืนจึงไม่ไดร้ บั อนุญาตให้
ไปไหนมาไหนเอง เฒ่าเทพไม่เห็นความจ�ำเป็นที่จะต้องสอนเมียให้เป็นเรื่องรถรา
ประจ�ำปี ๒๕๖๐ 47
พอเขามาประสบอุบัติเหตุ กรรมจึงตกไปอยู่ท่ีลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้ที่ต้องออก
จากงานมาดแู ล
แมป้ องธรรมจะมนี อ้ งชายกบั นอ้ งสาวอกี อยา่ งละหนง่ึ คน แตพ่ วกเขาลว้ น
ไมไ่ ด้อาศยั อยูท่ ีน่ ่ี ปิยะผู้เปน็ นอ้ งชายคนรองไม่ทนั เรียนจบ ปวช. ก็ดันไปทำ� เพ่ือน
ร่วมห้องทอ้ ง จนพอ่ แมฝ่ า่ ยหญงิ เรยี กเงนิ คา่ ทำ� ขวัญหลายหมื่น ผูกขอ้ ไมข้ อ้ มอื ยา้ ย
ไปอยู่บ้านฝ่ายหญิงไม่ทันไร ปิยะยังคงเท่ียวเตร่เถลไถลเหมือนตอนเป็นโสดไม่ผิด
เพยี้ น ดว้ ยวยั ของเขาเดก็ เกนิ ไปทจี่ ะรบั ผดิ ชอบในการเปน็ พอ่ คน ผหู้ ญงิ จงึ บอกเลกิ
พร้อมกับพาตันหยง ลูกสาวท่ีเพ่ิงคลอดได้สามเดือนมาทิ้งไว้ให้แม่ผัวเลี้ยง เพราะ
ครอบครัวของเธอยากจนเกนิ กวา่ จะแบกรับภาระในสว่ นน้ี กอ่ นยา้ ยตวั เองออกไป
หางานทำ� อกี อ�ำเภอซงึ่ อย่ไู กลออกไป
น่ีเลยเป็นเหตุให้เฒ่าเทพก่นด่าปิยะไม่เว้นแต่ละวัน นอกจากเสียเงินค่า
ท�ำขวัญฟรีแลว้ ยงั ตอ้ งมาช่วยเล้ยี งหลานทรี่ ้องกะจองอแงชวนปวดหัวให้เปน็ ภาระ
อกี เฒ่าเทพเปน็ คนมคี วามอดทนต�ำ่ ตอนมีลกู เองก็ทิ้งไว้ใหเ้ ปน็ ภาระของเมยี เพียง
คนเดยี ว ส่วนตวั เองพอเสรจ็ จากงานสวนงานไรก่ อ็ ุ้มไก่ชนตัวโปรดหายออกไปจาก
บา้ นพรอ้ มรถมอเตอรไ์ ซค์ หมกตวั อยใู่ นบอ่ นจนเยน็ ยำ่� ถงึ จะกลบั มากนิ ขา้ วแลว้ เขา้
นอน ชีวติ วนเวยี นอย่อู ย่างน้ีจนลกู สามคนทยอยเขา้ โรงเรียน
แต่คนท่ีมีความอดทนต่�ำกว่าเฒ่าเทพคือปิยะ พอถูกพ่อบ่นด่าบ่อยเข้าใน
เรอ่ื งเดมิ ๆ ไมจ่ บสน้ิ ทำ� ใหเ้ ขาไมค่ อ่ ยอยากกลบั บา้ น พอไมก่ ลบั หลายครง้ั เขา้ เฒา่ เทพ
กจ็ ดั การกบั ปยิ ะแบบหกั ดบิ ดว้ ยการไมจ่ า่ ยเบยี้ เลยี้ ง พรอ้ มกำ� ชบั บญุ ยนื ดว้ ยนำ�้ เสยี ง
เฉียบขาดว่าห้ามแอบให้เงินไอ้ลูกอวดดีคนน้ีเด็ดขาด ดูซิมันจะไปได้ก่ีน�้ำ ทั้งท่ีอีก
ไมถ่ ึงปปี ิยะกจ็ ะเรียนจบ ปวส. สาขาช่างยนต์อย่แู ลว้
ตันหยงอายไุ มท่ ันสองขวบดี ปิยะกเ็ ก็บเส้ือผา้ ออกจากบ้านไปโดยไมห่ วน
กลับมา ในขณะน้องสาวคนเล็กที่ชื่อขวัญจิต แต่งงานไปกับครูหนุ่มที่รู้จักชอบพอ
กันมาตั้งแต่สมัยเรียน ก่อนเขาจะถูกโยกย้ายไปรับต�ำแหน่งที่สูงกว่าในอีกจังหวัด
เธอจงึ ตามไปทำ� หนา้ ทแี่ มบ่ า้ น พรอ้ มกบั ท�ำผา้ บาตกิ เปน็ อาชพี เสรมิ ตามสายวชิ าชพี
ที่ร่�ำเรียนมา แล้วเปิดหน้าร้านขายรวมกับของท่ีระลึกอ่ืนๆ ในเมืองชายทะเลแห่ง
48 วรรณกรรมรางวัลพานแวน่ ฟา้
นนั้ เหลอื เพยี งตนั หยงทอ่ี ยกู่ บั ปยู่ า่ เมอื่ ไมม่ คี นทม่ี วี ฒุ ภิ าวะมากพออาศยั อยใู่ นบา้ น
อีก นนั่ จงึ เปน็ เหตุให้ปองธรรมถูกเรียกตัวกลบั มา
(๒)
“ทหี ลงั พอ่ มอี ะไร โทร.บอกใหผ้ มไปหาทบ่ี า้ นกไ็ ด้ ไมเ่ หน็ ตอ้ งมามดื ๆ คำ่� ๆ
แบบนี้เลย” ปองธรรมเอ่ยข้ึน หลังคนทั้งสองพาร่างผ่านประตูเข้ามายังโถงชั้นใน
พนติ าแวว่ เสยี งสามคี ยุ กบั ใครบางคน เธอจงึ ตะโกนถามขณะมอื ยงั คงทำ� งานไมห่ ยดุ
หยอ่ น
“ใครมาน่ะพ่ธี รรม ลคั กเ้ี หา่ ดงั มาถงึ นี”่
“พอ่ นะ่ ตา ลา้ งถว้ ยชามไปเถอะ เดย๋ี วพห่ี านำ้� ใหพ้ อ่ เอง” ปองธรรมกนั ทา่
อยู่ในที เพราะหากตอ้ งพบหน้ากนั เขาเชอื่ วา่ ทง้ั สองฝา่ ยคงมีท่าทกี ระอักกระอ่วน
ไมน่ ้อย
“นงั่ กอ่ นพอ่ เดยี๋ วผมไปเอานำ้� เยน็ ๆ มาใหค้ รบั ” ลกู ชายผายมอื ไปทเี่ กา้ อี้
โยกตัวโปรด เวลาปวดเม่ือยจากการน่ังหน้าจอ เขามักใช้มันเป็นที่เอนหลังอยู่เป็น
ประจ�ำ
“ฮอื้ ไมเ่ ปน็ ไร” เฒา่ เทพโบกมอื ปดั “ขา้ กนิ ขา้ วมาจนอมิ่ แลว้ กนิ อะไรเพมิ่
อกี ไมไ่ หวหรอก เอ็งมานั่งเถอะ ขา้ มเี รื่องจะคุยด้วยหน่อยเดียว”
เฒา่ เทพเป็นคนพูดค�ำไหนคำ� น้นั ไมก่ ็คอื ไม่ ปองธรรมไมอ่ ยากขัดใจบดิ า
จึงหันไปลากเกา้ อล้ี ้อเลอ่ื นหนา้ โต๊ะคอมพิวเตอรม์ าน่ังลงตรงข้าม
“อาทิตย์หน้ามีเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน พ่ออยากให้เอ็งไปลงคะแนนให้
มาโนชมันหน่อย ที่โรงเรียนก่อนถึงบ้านเราน่ันล่ะ สมัยรุ่นๆ ไอ้นอมเคยช่วยเหลือ
พอ่ ไว้มาก หากไอ้พงษม์ นั ไมซ่ ้ือเสียง ลกู ไอน้ อมมันไดเ้ ป็นผู้ใหญบ่ า้ นไปตง้ั แต่คราว
นั้นแล้ว”
ปองธรรมรดู้ วี า่ เพอ่ื นสนทิ ของพอ่ ทช่ี อื่ ประนอมเปน็ คนทพี่ อ่ รกั กวา่ ใคร ทง้ั
สองเรยี นหอ้ งเดียวกนั ใสใ่ จอาทรกนั เหมือนพ่นี อ้ งแทๆ้ เมอ่ื ลกู ชายของ ‘ลุงนอม’
ประจ�ำปี ๒๕๖๐ 49