The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Witoon Yuengyang, 2021-10-22 12:42:08

แผนวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล

แผนวิชาระบบจัดการฐานข้อมูล

แผนการจดั การเรียนรู้

รหสั วิชา 30204 - 2002 ชื่อวิชาระบบจดั การฐานข้อมูล
หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชั้นสูง (ปวส.) พุทธศกั ราช 2563

ประเภทวชิ าบรหิ ารธรุ กิจ
สาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทลั

จัดทำโดย
นายวิทลู เยอ่ื งอย่าง
วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาฉะเชิงเทรา

คำนำ

แผนการเรียนรู้ฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นเพ่ือใช้ประกอบการสอนวิชา ชื่อวิชา ระบบจัดการฐานข้อมลู รหัส
วิชา 30204-2002 สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี ชัน้ สูง ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ หลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

เนื้อหาภายในเล่มประกอบด้วยโดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 13 หน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1.
หลักการของระบบฐานข้อมูล 2. สถาปัตยกรรมข้อมูลและแบบจำลองข้อมูล 3.แบบจำลองเอนทิตี้และ
ความสัมพันธ์ 4.รูปแบบบรรทัดฐาน 5.การออกแบบขอ้ มูลเชงิ สัมพันธ์และภาษามาตรฐานระบบฐานข้อมูล 6.
การเกดิ ภาวะพร้อมกันและการกู้คืน7.การประยุกต์ใช้โปรแกรมสำเรจ็ รปู จัดการฐานข้อมูล 8. การสร้างตาราง
9.การสรา้ งแบบสอบถาม 10.การสรา้ งฟอร์มเชือ่ มโยง 11.การสรา้ งฟอรม์ เช่ือมโยง 12.การสร้างฟอร์มเชอื่ มโยง
13.การสร้างความสัมพันธ์และการสร้างฟอร์มยอ่ ย นอกจากนใี้ นแตล่ ะหนว่ ย การจัดกระบวนการเรยี นรจู้ ะเน้น
นักเรียนเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ซึ่งได้
กำหนดเปา้ หมายการจัดการศกึ ษาโดยใหถ้ ือวา่ “ผ้เู รียนสำคญั ท่ีสุด และตอ้ งสง่ เสริมให้ผูเ้ รียน สามารถพัฒนา
ตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศกั ยภาพ”

ผ้จู ดั ทำ หวงั เป็นอย่างยิง่ ว่า แผนการจดั การเรียนรู้ ฉบับน้ี คงจะมีประโยชนต์ อ่ การจดั การศึกษาในยุค
ปจั จบุ ัน หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใด ผจู้ ัดทำยนิ ดีรบั คำตชิ มจากทา่ น

ลงช่ือ...............................................................
(นายวทิ ูล เยื่องอย่าง)
ครผู ู้ช่วย

สารบญั

หนา้

ลักษณะรายวิชา ................................................................................................................................................ 1
สมรรถนประจำหนว่ ย........................................................................................................................................ 2
ตารางวเิ คราะห์หลกั สูตร ................................................................................................................................... 3
กำหนดการสอน ................................................................................................................................................ 4
กรอบแนวทางการจัดการเรียนรแู้ ละการประเมินผลตามสภาพจริงประจำหน่วยการเรยี นรู้ ............................. 8
แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง....................................................... 12
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยท่ี 1 หลักการของระบบฐานข้อมลู ...................................................................... 13
แผนการจดั การเรยี นรู้หน่วยที่ 2 สถาปตั ยกรรมข้อมูลและแบบจำลองขอ้ มูล .............................................. 35
แผนการจดั การเรียนรหู้ นว่ ยท่ี 3 แบบจำลองเอนทติ ี้และความสัมพันธ์........................................................... 57
แผนการจัดการเรยี นรู้หน่วยท่ี 4 รปู แบบบรรทัดฐาน...................................................................................... 80
แผนการจดั การเรียนรหู้ นว่ ยท่ี 5 การออกแบบข้อมลู เชงิ สัมพันธแ์ ละภาษามาตรฐานระบบฐานขอ้ มูล ........103
แผนการจดั การเรยี นรู้หนว่ ยที่ 6 การเกิดภาวะพร้อมกันและการกูค้ นื ..........................................................124
แผนการจดั การเรียนรหู้ น่วยที่ 7 การประยกุ ต์ใช้โปรแกรมสำเร็จรปู จัดการฐานข้อมลู ................................142
แผนการจัดการเรยี นรู้หนว่ ยที่ 8 การสรา้ งตาราง..........................................................................................166
แผนการจดั การเรยี นรู้หนว่ ยที่ 9 การสรา้ งแบบสอบถาม..............................................................................184
แผนการจัดการเรยี นรหู้ น่วยท่ี 10 การสร้างฟอรม์ .......................................................................................205
แผนการจัดการเรยี นรู้หนว่ ยที่ 11 การสร้างรายงาน ....................................................................................222
แผนการจดั การเรียนรหู้ น่วยที่ 12 การสรา้ งฟอรม์ เช่อื มโยง .........................................................................239
แผนการจดั การเรยี นรหู้ น่วยท่ี 13 การสร้างความสมั พันธแ์ ละการสร้างฟอร์มยอ่ ย .....................................261
แบบประเมินผลงาน.......................................................................................................................................280

ส่วนท่ี 1
การวิเคราะห์รายวชิ า

1

ลักษณะรายวิชา

รหสั และชื่อวิชา 30204-2002 หน่วยกิต 2-2-3 เวลาเรยี นต่อภาค 68 ช่วั โมง

จดุ ประสงค์รายวิชา เพือ่ ให้
1. เข้าใจแนวคิดและการออกแบบระบบจดั การฐานขอ้ มลู
2. สามารถออกแบบระบบจัดการฐานขอ้ มลู
3. มเี จตคตแิ ละกิจนสิ ัยทดี่ ใี นการปฏิบัติงานดว้ ยความรบั ผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอยี ดรอบคอบ

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความร้เู กยี่ วกับหลักการระบบจดั การฐานขอ้ มูล
2. ออกแบบฐานขอ้ มูลเชงิ สมั พนั ธต์ ามหลกั การของการจดั รูปแบบบรรทัดฐาน

คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการของระบบฐานข้อมูล ขั้นตอนการพัฒนาระบบฐานข้อมูล

สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล แบบจำลองข้อมูล การวเิ คราะห์และการออกแบบฐานขอ้ มูล แบบจำลองแอนทิต้ี
และความสัมพันธ์ รูปแบบบรรทัดฐาน การออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ภาษามาตรฐานบนระบบ
ฐานข้อมูล และมคี วามรพู้ ้นื ฐานเกี่ยวกบั ฐานข้อมลู ไม่ใชเ่ ชงิ สมั พันธ์ (NoSQL)

สมรรถนประจำหน่วย 2

ท่ี สมรรถนะประจำหน่วย เวลาเรียน (ชม.)
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ รวม
1 หลกั การของระบบฐานขอ้ มลู
2 สถาปัตยกรรมขอ้ มูลและแบบจำลองขอ้ มูล 2 23
3 แบบจำลองเอนทิต้แี ละความสัมพนั ธ์ 2 23
4 รปู แบบบรรทดั ฐาน 2 23
5 การออกแบบข้อมลู เชงิ สมั พนั ธ์และภาษามาตรฐานระบบ 2 23
2 23
ฐานขอ้ มลู
6 การเกดิ ภาวะพร้อมกนั และการกู้คนื 2 23
7 การประยกุ ต์ใช้โปรแกรมสำเรจ็ รปู จดั การฐานข้อมูล 2 23
8 การสรา้ งตาราง 2 23
9 การสร้างแบบสอบถาม 2 23
10 การสร้างฟอร์ม 2 23
11 การสรา้ งรายงาน 2 23
12 การสร้างฟอรม์ เชือ่ มโยง 2 23
13 การสรา้ งความสัมพันธ์และการสร้างฟอรม์ ยอ่ ย 2 23

รวม 26 26 52

3

ตารางวิเคราะห์หลักสูตร
รหสั 30204-2002วิชา ระบบจดั การฐานขอ้ มลู หนว่ ยกิต 2-2-3

ชนั้ ปวส. 1 สาขาวิชา/กลุม่ วิชา/เทคโนโลยธี ุรกิจดจิ ิทัล

พฤติกรรม พทุ ธิพิสยั

ชื่อหน่วย ความ ู้ร
1.หลักการของระบบฐานข้อมูล ความเ ้ขาใจ
นำไปใ ้ช
2.สถาปัตยกรรมข้อมูลและแบบจำลองข้อมูล ิวเคราะห์
3.แบบจำลองเอนทิต้ีและความสัมพันธ์ สังเคราะห์
4.รูปแบบบรรทดั ฐาน ประเมิน ่คา
5.การออกแบบขอ้ มูลเชิงสัมพนั ธแ์ ละภาษา ทักษะพิสัย
มาตรฐานระบบฐานขอ้ มูล จิตพิสัย
6.การเกดิ ภาวะพรอ้ มกันและการกูค้ ืน รวม
7.การประยกุ ตใ์ ชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รูปจดั การ ลำดับ
ฐานขอ้ มลู จำนวนคาบ
8.การสรา้ งตาราง
9.การสรา้ งแบบสอบถาม 111- - -11534
10.การสรา้ งฟอร์ม 111- - -11534
11.การสรา้ งรายงาน 1111- -11624
12.การสร้างฟอร์มเช่ือมโยง 1111- -11624
13.การสร้างความสมั พนั ธแ์ ละการสรา้ งฟอรม์ 1111- -11624
ย่อย
1111- -11624
1111- -11624

11111111818
11111111818
11111111818
11111111818
- -111111624
- -111111624

รวม 11 11 13 11 6 6 13 13 88 68
ลำดับความสำคญั 22133311

4

กำหนดการสอน

ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้/ สมรรถนะประจำหน่วย เกณฑ์การปฏบิ ตั งิ าน สัปดาห์ ชวั่ โมง
รายการสอน ท่ี ท่ี
1 แสดงความร้เู ก่ียวกบั 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ 1 1-4
1.หลกั การของระบบ ระบบฐานข้อมลู 2. คะแนนจากแบบ
ฐานข้อมลู 2 วางแผนจดั การเลอื กใช้ ประเมนิ ผลใบงาน
ระบบจดั การฐานข้อมูล 3. คะแนนจากการทำ
ตามลักษณะงาน แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน

2.สถาปตั ยกรรมขอ้ มูลและ 1 แสดงความรเู้ กี่ยวกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ 2 5-8

แบบจำลองข้อมลู สถาปัตยกรรมขอ้ มลู และ 2. คะแนนจากแบบ

แบบจำลองข้อมลู ประเมนิ ผลใบงาน

2 วางแผนการเลือกใช้ 3. คะแนนจากการทำ

สถาปัตยกรรมข้อมูลและ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ

แบบจำลองข้อมูล ทางการเรียน

3.แบบจำลองเอนทติ ้ีและ 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ

ความสัมพนั ธ์ แบบจำลองเอนทิตี้และ 2. คะแนนจากแบบ

ความสมั พันธ์ ประเมินผลใบงาน 3 9-12

2 . ว า ง แ ผ น ก า ร ใ ช้ 3. คะแนนจากการทำ

แบบจำลองเอนทิตี้และ แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ

ความสัมพันธ์ ทางการเรยี น

4.รูปแบบบรรทัดฐาน 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ

รปู แบบบรรทัดฐาน 2. คะแนนจากแบบ

2 วางแผนการใช้รูปแบบ ประเมนิ ผลใบงาน 4 13-16

บรรทัดฐาน 3. คะแนนจากการทำ

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรยี น

5.การออกแบบขอ้ มลู เชิง 1 แสดงความร้เู กยี่ วกับการ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ

สัมพันธ์และภาษา ออกแบบขอ้ มูลเชิงสัมพันธ์ 2. คะแนนจากแบบ 5 17-20

มาตรฐานระบบฐานขอ้ มลู และภาษามาตรฐานระบบ ประเมนิ ผลใบงาน

ฐานขอ้ มูล

5

2 วางแผนการใชก้ าร 3. คะแนนจากการทำ

ออกแบบข้อมูลเชิงสมั พนั ธ์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ

และภาษามาตรฐานระบบ ทางการเรยี น

ฐานขอ้ มลู

6.การเกดิ ภาวะพรอ้ มกนั 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

และการกคู้ นื การเกิดภาวะพร้อมกนั และ 2. คะแนนจากแบบ

การกคู้ ืน ประเมินผลใบงาน 6 21-24

2 วางแผนการใช้การเกิด 3. คะแนนจากการทำ

ภาวะพร้อมกันและการกู้ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ

คนื ทางการเรยี น

7.การประยกุ ต์ใช้โปรแกรม 1 แสดงความรูเ้ กย่ี วกับการ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ

สำเรจ็ รปู จัดการฐานข้อมูล ปร ะ ยุก ต์ใช้โ ปรแกรม 2. คะแนนจากแบบ

สำเรจ็ รปู จัดการฐานขอ้ มลู ประเมินผลใบงาน 7 25-28
2. วางแผนการใช้การ 3. คะแนนจากการทำ

ปร ะ ยุก ต์ใช้โ ปรแกรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

สำเร็จรปู จดั การฐานข้อมูล ทางการเรยี น

8.การสร้างตาราง 1 แสดงความรู้เกย่ี วกบั การ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

สรา้ งตาราง 2. คะแนนจากแบบ

2 วางแผนการใช้การสรา้ ง ประเมนิ ผลใบงาน 8-9 29-36
ตาราง 3. คะแนนจากการทำ

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรยี น

9.การสร้างแบบสอบถาม 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

การสร้างแบบสอบถาม 2. คะแนนจากแบบ

2. วางแผนการใช้การสรา้ ง ประเมินผลใบงาน

แบบสอบถาม 3. คะแนนจากการทำ 10-11 37-44
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ

ทางการเรียน

10.การสรา้ งฟอร์ม 1 แสดงความรเู้ ก่ียวกบั การ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ

การสรา้ งฟอร์ม 2. คะแนนจากแบบ 12-13 45-52

ประเมินผลใบงาน

6

2 วางแผนการใชก้ ารสร้าง 3. คะแนนจากการทำ

ฟอรม์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน

11.การสรา้ งรายงาน 1 แสดงความรูเ้ ก่ยี วกบั การ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ

การสร้างรายงาน 2. คะแนนจากแบบ

2 วางแผนการใช้การสรา้ ง ประเมนิ ผลใบงาน

รายงาน 3. คะแนนจากการทำ 14-15 53-60
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์

ทางการเรียน

12.การสรา้ งฟอร์ม 1 แสดงความรูเ้ กี่ยวกับการ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ
เช่อื มโยง
สร้างฟอร์มเช่ือมโยง 2. คะแนนจากแบบ

2 วางแผนการใช้การสรา้ ง ประเมินผลใบงาน

ฟอรม์ เชอื่ มโยง 3. คะแนนจากการทำ 16 61-64
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรียน

13.การสรา้ งความสมั พนั ธ์ 1 แสดงความรเู้ ก่ียวกับการ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ

และการสร้างฟอรม์ ยอ่ ย สร้างความสมั พันธแ์ ละการ 2. คะแนนจากแบบ

สรา้ งฟอรม์ ยอ่ ย ประเมินผลใบงาน

2 วางแผนการใชก้ ารสรา้ ง 3. คะแนนจากการทำ 17 65-68
ความสัมพันธแ์ ละการสรา้ ง แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ

ฟอร์มยอ่ ย ทางการเรียน

7

ส่วนท่ี 2
แผนการจดั การเรียนร้บู ูรณาการ
และการประเมนิ ตามสภาพจริง

รายหนว่ ยการเรยี นรู้

8

กรอบแนวทางการจัดการเรียนรูแ้ ละการประเมินผลตามสภาพจริงประจำหน่วยการเรียนรู้
แนวทางการประเมิน

หนว่ ยที่ รายการสอน สมรรถนะ เกณฑก์ ารปฏบิ ัตงิ าน ทดสอบความ ู้ร
ประเมินการป ิฏบั ิตงาน
ประเมินผลงาน
ประเมินพฤ ิตกรรม
อื่น ๆ

1 หลักการของระบบ 1 แสดงความรู้เกีย่ วกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ    

ฐานขอ้ มลู ระบบฐานขอ้ มูล 2. คะแนนจากแบบ
2 วางแผนจัดการ ประเมินผลใบงาน 
เลือกใชร้ ะบบจัดการ 3. คะแนนจากการทำ 

ฐานขอ้ มูลตามลกั ษณะ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์

งาน ทางการเรยี น

2 สถาปัตยกรรมขอ้ มลู 1 แสดงความรู้เกยี่ วกับ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ    

และแบบจำลอง สถาปัตยกรรมข้อมลู และ 2. คะแนนจากแบบ 
ข้อมลู
แบบจำลองขอ้ มูล ประเมินผลใบงาน 

2 วางแผนการเลือกใช้ 3. คะแนนจากการทำ

สถาปัตยกรรมขอ้ มลู และ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ

แบบจำลองข้อมูล ทางการเรยี น

3 แบบจำลองเอนทิต้ี 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ    

และความสัมพนั ธ์ แบบจำลองเอนทิตี้และ 2. คะแนนจากแบบ 

ความสมั พันธ์ ประเมนิ ผลใบงาน 

2. วางแผนการใช้ 3. คะแนนจากการทำ

แบบจำลองเอนทิตแี้ ละ แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์

ความสัมพนั ธ์ ทางการเรยี น

4 รูปแบบบรรทดั ฐาน 1. แสดงความรูเ้ ก่ยี วกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ    

รูปแบบบรรทดั ฐาน 2. คะแนนจากแบบ

2 วางแผนการใชร้ ปู แบบ ประเมินผลใบงาน 

บรรทดั ฐาน 3. คะแนนจากการทำ

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน

9

แนวทางการประเมิน

หนว่ ยที่ รายการสอน สมรรถนะ เกณฑก์ ารปฏิบัติงาน ทดสอบความ ู้ร
ประเมินการป ิฏบั ิตงาน
ประเมินผลงาน
ประเมินพฤ ิตกรรม
อื่น ๆ

5 การออกแบบขอ้ มลู 1 แสดงความร้เู กย่ี วกับ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ    

เชิงสัมพันธแ์ ละภาษา การออกแบบขอ้ มูลเชงิ 2. คะแนนจากแบบ 
ประเมนิ ผลใบงาน
มาตรฐานระบบ สัมพนั ธ์และภาษา 3. คะแนนจากการทำ 

ฐานข้อมูล มาตรฐานระบบ

ฐานข้อมลู แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

2 วางแผนการใช้การ ทางการเรยี น

ออกแบบข้อมูลเชิง

สัมพนั ธ์และภาษา

มาตรฐานระบบ

ฐานขอ้ มลู

6 การเกิดภาวะพร้อม 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ    

กนั และการกคู้ ืน การเกิดภาวะพร้อมกัน 2. คะแนนจากแบบ

และการกู้คนื ประเมนิ ผลใบงาน 

2 วางแผนการใชก้ ารเกดิ 3. คะแนนจากการทำ

ภาวะพรอ้ มกันและการกู้ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์

คนื ทางการเรยี น

7 การประยกุ ตใ์ ช้ 1 แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ    

โปรแกรมสำเร็จรปู การประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรม 2. คะแนนจากแบบ 
จดั การฐานขอ้ มูล
ส ำ เ ร ็ จ ร ู ป จ ั ด ก า ร ประเมินผลใบงาน 

ฐานขอ้ มูล 3. คะแนนจากการทำ

2. วางแผนการใช้การ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์

ประยุกตใ์ ช้โปรแกรม ทางการเรยี น

สำเรจ็ รูปจัดการ

ฐานขอ้ มลู

10

แนวทางการประเมิน

หนว่ ยท่ี รายการสอน สมรรถนะ เกณฑ์การปฏบิ ัติงาน ทดสอบความ ู้ร
ประเมินการป ิฏบั ิตงาน
ประเมินผลงาน
ประเมินพฤ ิตกรรม
อื่น ๆ

8 การสร้างตาราง 1 แสดงความรเู้ กยี่ วกับ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ    

การสร้างตาราง 2. คะแนนจากแบบ 
2 วางแผนการใชก้ าร ประเมินผลใบงาน
สรา้ งตาราง 3. คะแนนจากการทำ 

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรยี น

9 การสร้าง 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ    

แบบสอบถาม การสร้างแบบสอบถาม 2. คะแนนจากแบบ 
2. วางแผนการใช้การ ประเมนิ ผลใบงาน
สรา้ งแบบสอบถาม 3. คะแนนจากการทำ 

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ

ทางการเรียน

10 การสร้างฟอรม์ 1 แสดงความรเู้ ก่ยี วกับ 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ    

การการสร้างฟอร์ม 2. คะแนนจากแบบ
2 วางแผนการใชก้ าร ประเมนิ ผลใบงาน 
สร้างฟอร์ม 3. คะแนนจากการทำ 

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ

ทางการเรียน

11 การสรา้ งรายงาน 1 แสดงความร้เู ก่ยี วกับ 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ    

การการสรา้ งรายงาน 2. คะแนนจากแบบ 
2 วางแผนการใชก้ าร ประเมินผลใบงาน 
สร้างรายงาน 3. คะแนนจากการทำ

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรียน

11

แนวทางการประเมิน

หน่วยท่ี รายการสอน สมรรถนะ เกณฑก์ ารปฏบิ ัตงิ าน ทดสอบความ ู้ร
ประเมินการป ิฏบั ิตงาน
ประเมินผลงาน
ประเมินพฤ ิตกรรม
อื่น ๆ

12 การสรา้ งฟอรม์ 1 แสดงความรู้เก่ยี วกบั 1. แบบฝึกหัด / ทดสอบ    
เชื่อมโยง 
การสร้างฟอร์มเชือ่ มโยง 2. คะแนนจากแบบ 
2 วางแผนการใชก้ าร ประเมินผลใบงาน
สร้างฟอรม์ เช่ือมโยง 3. คะแนนจากการทำ 

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์

ทางการเรยี น

13 การสรา้ ง 1 แสดงความรเู้ กี่ยวกบั 1. แบบฝกึ หัด / ทดสอบ    

ความสัมพันธ์และการ การสร้างความสัมพนั ธ์ 2. คะแนนจากแบบ 
สรา้ งฟอรม์ ย่อย และการสร้างฟอร์มย่อย ประเมนิ ผลใบงาน

2 วางแผนการใช้การ 3. คะแนนจากการทำ

สร้างความสัมพนั ธแ์ ละ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์

การสร้างฟอรม์ ยอ่ ย ทางการเรยี น

12

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตารางวเิ คราะหร์ ะดบั พุทธิพิสยั ทกั ษะพสิ ยั จติ พิสัย

รหัสวชิ า 30204-2002 ชอ่ื วชิ า ระบบจดั การฐานขอ้ มลู หน่วยกิต (ท-ป-น) 2-2-3

หลักสูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสงู ประเภทวิชา บรหิ ารธรุ กจิ
สาขาวชิ า เทคโนโลยีธุรกิจดจิ ทิ ัล สาขางาน เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทลั
วเิ คราะห์ระดับพฤติกรรมที่พงึ ประสงค์รายวิชา
1) พุทธิพสิ ัย....................3....................ระดับ
2) ทักษะพิสัย.................3....................ระดับ
3) จิตพิสัย......................3....................ระดบั
การบรู ณาการ รหสั วชิ า 30204-2002 ช่อื วิชา ระบบจัดการฐานขอ้ มลู
1. น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงบรู ณาการในรายวชิ า
ความรู้ ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการของระบบฐานข้อมูล ขั้นตอนการพัฒนาระบบฐานข้อมูล
สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล แบบจำลองข้อมูล การวิเคราะห์และการออกแบบฐานข้อมูล แบบจำลอง
แอนทิตี้และความสัมพันธ์ รูปแบบบรรทัดฐาน การออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ภาษามาตรฐานบน
ระบบฐานข้อมลู และมีความรพู้ ้นื ฐานเกยี่ วกับฐานข้อมูลไมใ่ ชเ่ ชงิ สมั พนั ธ์ (NoSQL)
คณุ ธรรม ผเู้ รียนมีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ซอื่ สัตย์ เสยี สละ อดทน กตญั ญตู อ่ พอ่ แม่
ผปู้ กครอง ครูบาอาจารย์ ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศึกษาเลา่ เรยี น รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทย มศี ีลธรรม รกั ษา
ความสตั ย์ เขา้ ใจเรียนรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย มีระเบยี บ วนิ ัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรจู้ ักการเคารพผูใ้ หญ่
มีสติรตู้ วั รคู้ ิด ร้ทู ำ รู้จกั ดำรงตนอยโู่ ดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง มีความเขม้ แข็งทั้งรา่ งกาย และ
จิตใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม

ความพอประมาณ พอประมาณการในการใช้ทรัพยากรการใชข้ อ้ มลู การใชอ้ ปุ กรณ์เครื่องมือ วัสดุ
ครุภัณฑ์ เหมาะสม

ความมเี หตผุ ล ใช้ทรพั ยากรตามท่ีจำเป็นเพื่อไมใ่ ห้เกิดการขาดแคลนทรัพยากรในอนาคตเปน็ การรกั ษา
ส่งิ แวดล้อมให้คงอยูแ่ ละเปน็ มติ รกับสงิ่ มชี ีวิต

การมีภูมิคุ้มกัน เป็นการป้องกบั การใชจ้ ่ายเงนิ อย่างฟุ่มเฟือย มรี ะบบการวางแผนในการทำงานไดอ้ ยา่ ง
รอบคอบ ยอมรบั เพ่ือนร่วมงานได้ไมม่ กี ารกระทบกระทง่ั ภายในหอ้ งเรียนมีความเข้มแขง็ ตอ่ สภาวะ
แวดลอ้ มสามารถทำงานกบั เพ่ือนรว่ มงานไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ

13

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 1
สปั ดาห์ที่ 1
ชอ่ื วิชา ระบบจัดการฐานขอ้ มูล
จำนวน 4 ช่ัวโมง
ชอื่ หน่วย หลักการของระบบฐานข้อมลู

1. สาระสำคญั
หลักการของระบบฐานข้อมูลจะประกอบด้วยข้อมูล (Data) ซึ่งมีทั้งข้อมูลตัวเลข ข้อมูลอักขระ

ข้อมูลภาพ และข้อมูลเสียง ซึ่งการจัดทำระบบฐานข้อมูลจะต้องดำเนินการจัดการข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ให้

เหมาะสม โดยจะต้องเรยี นรู้ ระบบการจัดการฐานข้อมูล (Database Management System) ซึ่งจะทำหน้าท่ี

เป็นตัวกลางระหว่างฐานข้อมูลกับผู้ใช้ฐานข้อมูล โดยมีองค์ประกอบของฐานข้อมูล ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์

ซอฟต์แวร์ ข้อมลู โพรซเี ยอร์ และผใู้ ชง้ าน

2. สมรรถนะประจำหน่วย
1 แสดงความรูเ้ กีย่ วกบั ระบบฐานข้อมูล

2 วางแผนจัดการเลอื กใชร้ ะบบจัดการฐานข้อมลู ตามลักษณะงาน

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จุดประสงคท์ ่วั ไป

1. เพ่ือมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ระบบฐานข้อมูล

2. เข้าใจหลักการและกระบวนเกี่ยวกบั ระบบฐานข้อมลู

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี )
1. บอกความหมายของฐานขอ้ มลู และระบบฐานข้อมูลได้
2. อธบิ ายองค์ประกอบของฐานขอ้ มูลได้
3. อธบิ ายประโยชน์ของระบบฐานข้อมูลได้
4. อธิบายข้ันตอนการพฒั นาระบบฐานข้อมลู ได้
5. อธบิ ายคำศัพทท์ ี่เก่ยี วขอ้ งกบั ระบบฐานขอ้ มูลได้
6. ปฏิบตั ิการเลอื กใช้ระบบฐานขอ้ มลู ใหเ้ หมาะสมกบั งานได้

4. สาระการเรยี นรู้
1.ความหมายของข้อมูล

2.ชนิดของขอ้ มูล

3.ความหมายของระบบฐานข้อมลู

4.องคป์ ระกอบของฐานขอ้ มูล

5.ประโยชน์ของระบบฐานขอ้ มลู

6.ขัน้ ตอนการพัฒนาระบบฐานขอ้ มลู

7.คำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้อง

14

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาห์ท.่ี .....1.........)
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
5.1 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น

1.ผสู้ อนชแ้ี จงรายละเอียดและเนื้อหาสาระการเรยี นรูต้ ลอดหลักสตู ร

2.ผสู้ อนให้ผ้เู รียนแนะนำตวั และซักถามเก่ยี วกบั ความร้ทู ัว่ ไปของระบบฐานข้อมลู

3.ผสู้ อนเปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นแสดงความคิดเห็นและแลกเปล่ยี นความรูร้ ะหว่างผู้สอนกับผ้เู รียน

5.2 ขนั้ สอน
1. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นไดศ้ ึกษารายละเอียดเร่ืองหลกั การของระบบฐานข้อมลู
2. ผู้สอนให้ผ้เู รยี นแสดงความคิดเห็นและมสี ว่ นรว่ มในการวิเคราะหเ์ น้ือหาที่เรยี นรู้ โดยเน้นใหผ้ ูเ้ รยี นได้

มกี ารแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ และมีส่วนรว่ ม
5.3 ข้นั สรปุ

1. ผู้สอนและผู้เรยี นสรุปเน้อื หาการเรยี นรู้อีกคร้ังดว้ ยการตัง้ คำถาม และให้เหตุผลในการตอบคำถาม ในแต่
ละเนื้อหาเพือ่ ทบทวนอีกครั้ง

2. มอบหมายภาระงานและแบบฝึกหัด
3. ปฏิบัติตามใบงาน ดังน้ี

1. ให้ผู้เรยี นแบง่ ออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3-5 คน กำหนดชอื่ ฐานข้อมูล และหากลมุ่ ข้อมูล
ท่มี คี วามสัมพันธ์กนั กลุ่มละ 1 ฐานขอ้ มูล

2. ให้ผู้เรยี นแบ่งออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 5-7 คน จัดทำแผนผงั โครงสร้างฐานข้อมูล กลุ่มละ 1
โครงสรา้ ง แลว้ ให้อภิปรายหนา้ ชน้ั เรียน

3. ใหผ้ ู้เรยี นแบง่ ออกเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ 2-3 คน อภิปรายองคป์ ระกอบของฐานข้อมูล
กลมุ่ ละ 1 ส่วน

4. ใหผ้ ู้เรยี นท่ไี ด้จากการสุ่มรายชอ่ื จากผู้สอน อภิปรายประโยชนข์ องระบบฐานข้อมูล คนละ 1 ขอ้
5. ใหผ้ ู้เรียนที่ได้จากการสุ่มรายชื่อจากผู้สอน อภปิ รายขัน้ ตอนในการพฒั นาระบบฐานข้อมูล คนละ 1
ขั้นตอน

6. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
6.1 หนังสอื เรียนวิชา ระบบจัดการฐานข้อมูล ของ สำนกั พมิ พ์จิตรวฒั น์ (JW)
6.2 Power point
6.3 แบบฝกึ หัด
6.4 แบบฝึกปฏบิ ตั ิ
6.5 แบบทดสอบหลังเรยี น

15

6.7 คอมพิวเตอร์
6.8 เคร่อื งฉายโปรเจค็ เตอร์
7. หลักฐานการเรียนรู้

7.1 หลกั ฐานความรู้
ใบงาน แบบฝึกหดั การคน้ ควา้ ข้อมลู ทีไ่ ด้รบั การเรียบเรยี ง สวยงาม เปน็ ระเบยี บ ถกู ตอ้ ง

7.2 หลกั ฐานการปฏิบตั งิ าน

ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ

ถูกตอ้ ง พรอ้ มทัง้ เอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าชน้ั เรยี นของผู้เรยี น และภาพประกอบ

8. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

8.1 เครื่องมือประเมนิ

1. ใบงาน

2. แบบฝึกหัด

3. แบบประเมินผลงาน

4. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน

8.2 เกณฑก์ ารประเมนิ

เคร่อื งมือการประเมิน วิธีวดั และประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน

แบบฝึกหัด ตรวจแบบฝกึ หัด ได้คะแนน

ขอ้ ละ 1 คะแนน ร้อยละ 75 ข้ึนไป
ถกู 1 คะแนน

ไม่ถกู 0 คะแนน

แบบฝึกปฏบิ ัติ ตรวจแบบฝกึ ปฏิบัติ ได้คะแนน

ข้อละ 1 คะแนน ร้อยละ 75 ขึน้ ไป
ถกู 1 คะแนน

ไมถ่ กู 0 คะแนน

แบบทดสอบหลังเรยี น ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน ไดค้ ะแนน

ขอ้ ละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขนึ้ ไป
ถกู 1 คะแนน

ไม่ถูก 0 คะแนน

แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรม สงั เกตพฤติกรรม ไดค้ ะแนน

จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ดี 2 คะแนน รอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป

ประสงค์ พอใช้ 1 คะแนน

ปรบั ปรงุ 0 คะแนน

16

9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย (ถ้ามี)
1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศกึ ษา เพื่อหาเทคนคิ วิธีการ หรือหลักการงา่ ยเพื่อใหห้ าคำตอบได้

อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการท่ีครูผู้สอนสรุปในขณะทีท่ ำการสอน และ
นำขอ้ สงสัยซักถามครใู นการเรยี นทกุ ครงั้ ท่ีเกิดความสบั สน และไมเ่ ขา้ ใจ

2. ผู้มีการทบทวนบทเรยี น ตลอดเพ่อื เสรมิ สร้างความเขา้ ใจอยา่ งแทจ้ รงิ
3. ผูเ้ รยี นหมน่ั ทำใบงาน แบบฝกึ หัด และแก้ไขขอ้ ท่ผี ิดใหถ้ กู ต้องเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคดิ รวบยอดในสาระการเรยี นรู้และเทคนิควิธกี ารพรอ้ มกับความ
จำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึน้ โดยตนเองให้ไดเ้ พื่อเกิดความรูค้ วามเข้าใจอยา่ งแท้จริงไม่ใชเ่ กิดจาก
การท่องจำ
10. เอกสารอ้างองิ
หนังสอื เรยี นวชิ า ระบบจัดการฐานข้อมูล ของ สำนกั พมิ พ์จิตรวัฒน์ (JW) กทม., 2563

17

ใบความร้ทู ่ี 1 หนว่ ยท่ี 1

รหัสวิชา 30204-2002 ชอ่ื วิชา ระบบจัดการฐานขอ้ มูล ภาคเรียนที่ 1

ชอ่ื หน่วย หลกั การของระบบฐานข้อมูล เวลารวม 4 ช่ัวโมง

ชือ่ เรือ่ ง หลักการของระบบฐานข้อมูล เวลา 4 ช่ัวโมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงคท์ ั่วไป

1. เพอื่ มีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั ระบบฐานขอ้ มูล

2. เขา้ ใจหลักการและกระบวนเก่ยี วกับระบบฐานขอ้ มูล

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี )
1. บอกความหมายของฐานข้อมลู และระบบฐานข้อมลู ได้
2. อธิบายองค์ประกอบของฐานข้อมูลได้
3. อธิบายประโยชนข์ องระบบฐานข้อมลู ได้
4. อธิบายขั้นตอนการพัฒนาระบบฐานข้อมลู ได้
5. อธบิ ายคำศัพทท์ เ่ี กีย่ วข้องกับระบบฐานขอ้ มูลได้
6. ปฏบิ ตั ิการเลือกใช้ระบบฐานข้อมลู ใหเ้ หมาะสมกบั งานได้

3.3 สมรรถนะรายหน่วย

1 แสดงความรเู้ กยี่ วกบั ระบบฐานขอ้ มลู

2 วางแผนจัดการเลือกใช้ระบบจัดการฐานข้อมลู ตามลกั ษณะงาน

18

หน่วยที่ 1 หลักการของระบบฐานขอ้ มูล
1.1 ฐานขอ้ มลู (Database)

1.ตารางขอ้ มลู (Table)คอื แหล่งทีเ่ ก็บขอ้ มูลตา่ ง ๆ โดยนาเรคอรด์ หลาย ๆ เรอคอรด์ มารวมกนั เชน่ ตาราง
ลูกค้าประกอบไปดว้ ยเรคอร์ดลกู คา้ แต่ละราย

2.ฟลิ ด์ (Fields) คือ ข้อมูลในแต่ละคอลมั น์ของตาราง โดยจะจัดเกบ็ ขอ้ มูลดว้ ยชนดิ ขอ้ มูลเดยี วกัน
เช่น ฟิลดร์ หัส ลูกค้า กจ็ ะเกบ็ เฉพาะรหัสลกู คา้ เป็นต้น

3.เรคอรด์ (Record) คือ กล่มุ ข้อมูลในแต่ละแถวของตารางโดยนำฟลิ ด์หลาย ๆ ฟลิ ดม์ ารวมกนั เช่น เร
คอรด์ ของลกู ค้าแต่ละราย ประกอบไปด้วยฟลิ ดร์ หัสลกู ค้า ช่ือ ท่อี ยู่ เบอร์โทร เป็นตน้
1.2 ระบบฐานขอ้ มลู ( Database System)

-ระบบทีร่ วบรวมข้อมูลต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วข้องกันเข้าไว้ดว้ ยกนั อยา่ งมรี ะบบมคี วามสัมพันธร์ ะหว่าง
ขอ้ มูลตา่ ง ๆ ท่ชี ดั เจน ในระบบฐานขอ้ มูลจะประกอบดว้ ยแฟม้ ขอ้ มลู หลายแฟ้มท่มี ขี ้อมูล เกี่ยวขอ้ งสัมพนั ธ์
กันเขา้ ไว้ดว้ ยกนั อย่างเป็นระบบและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใชง้ านและดูแลรักษาปอ้ งกนั ข้อมลู เหลา่ นี้ ได้
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยมซี อฟต์แวรท์ ี่เปรยี บเสมือนสือ่ กลางระหวา่ ง ผู้ใช้และโปรแกรมต่าง ๆ ทีเ่ ก่ียวข้อง
กบั การใช้ฐานขอ้ มลู เรียกวา่ ระบบจัดการฐานข้อมูล
1.3 ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System)

หรือทเ่ี รียกว่า ดบี เี อม็ เอส (DBMS) เป็นกลมุ่ โปรแกรมทที่ ำหนา้ ทีเ่ ปน็ ตวั กลางในระบบตดิ ตอ่
ระหว่างผูใ้ ชก้ ับฐานข้อมูล เพ่อื จัดการและควบคุมความถูกต้อง ความซำ้ ซ้อน และความสมั พันธร์ ะหว่าง
ข้อมลู ต่างๆ ภายในฐานขอ้ มูล ซง่ึ ต่างจากระบบแฟม้ ข้อมูลท่ีหนา้ ท่ีเหล่าน้จี ะเปน็ หน้าที่ของ
โปรแกรมเมอร์ ในการติดตอ่ กับขอ้ มลู ในฐานข้อมูลไม่วา่ จะด้วยการใช้คำสง่ั ในกลมุ่ ดเี อ็มแอล (DML) หรอื ดี
ดีแอล (DDL)
1.4 หน้าที่ของระบบจดั การฐานข้อมูล

1. กำหนดมาตรฐานขอ้ มูล
2. ควบคมุ การเข้าถงึ ขอ้ มูลตา่ งๆ
3. ดแู ล- จัดเกบ็ ขอ้ มูลใหม้ ีความถูกตอ้ งแม่นยำ
4. จัดเรื่องการสำรองและฟื้นสภาพแฟ้มข้อมลู
5. จดั ระเบยี ดแฟม้ ทางการภาพ
6. รกั ษาความปลอดภยั ของข้อมูลภายในฐานข้อมูล และปอ้ งกันไม่ใหข้ อ้ มูลสูญหาย
7. บำรุงรกั ษาฐานขอ้ มลู ให้เป็นอิสระจากโปรแกรมแอพพลเิ คชน่ั อ่นื ๆ
8. เช่อื มโยงข้อมลู ที่มีความสัมพันธ์เข้าด้วยกนั เพือ่ รองรบั ความต้องการใช้ขอ้ มูลในระดบั

1.5 ประโยชน์ของระบบจัดการฐานขอ้ มลู
1. ลดความซำ้ ซอ้ นของข้อมลู เนอ่ื งจากการใช้งานระบบฐานขอ้ มลู นัน้ ตอ้ งมกี ารออกแบบ

ฐานข้อมลู เพอื่ ให้มีความซ้ำซ้อนของข้อมลู น้อยท่ีสจุดประสงคห์ ลกั ของการออกแบบฐานขอ้ มลู เพอ่ื การลด
ความซ้ำซอ้ น

19

2. รักษาความถกู ตอ้ งของข้อมูล เนื่องจากระบบจัดการฐานขอ้ มูลสามารถตรวจสอบกฎบังคับ
ความถูกต้องของข้อมลู ใหไ้ ดโ้ ดยนำกฎเหลา่ นน้ั มาไวท้ ฐ่ี านขอ้ มลู ซ่ึงถือเป็นหนา้ ท่ีของระบบจดั การฐานขอ้ มลู
ทจี่ ะจดั การเรอ่ื งความถูกตอ้ งของข้อมูลใหแ้ ทน แต่ถา้ เปน็ ระบบแฟ้มขอ้ มลู ผู้พฒั นาโปรแกรมต้องเขยี น
โปรแกรม เพ่อื ควบคมุ กฎระเบยี บตา่ งๆ

3. มคี วามเป็นอิสระของข้อมลู เนื่องจากมแี นวคิดท่วี ่าทำอย่างไรให้โปรแกรมเป็นอิสระจากการ
เปล่ยี นแปลงโครงสรา้ งขอ้ มูล ในปจั จุบนั นีถ้ ้าไม่ใช้ระบบฐานข้อมูลการแก้ไขโครงสร้างขอ้ มลู จะกระทบถงึ
โปรแกรมดว้ ย

4. มคี วามปลอดภยั ของขอ้ มูลสูง ถ้าหากทกุ คนสามารถเรยี กดูและเปลีย่ นแปลงขอ้ มูลใน
ฐานข้อมูลทงั้ หมดได้ อาจกอ่ ให้เกิดความเสยี หายต่อขอ้ มูลได้ และขอ้ มลู บางสว่ นอาจเป็นขอ้ มูลท่ไี ม่อาจ
เปดิ เผยได้หรือเปน็ ขอ้ มลู เฉพาะของผู้บริหารหากไมม่ ีการจดั การด้านความปลอดภัยของข้อมูล ฐานข้อมูลก็
จะไมส่ ามารถใช้เก็บข้อมูลบางส่วนได้ ระบบฐานข้อมลู สว่ นใหญจ่ ะมกี ารรกั ษาความปลอดภยั ของขอ้ มลู
ดังน้ี

4.1 มีรหสั ผู้ใช้ (user) และรหสั ผ่าน (password)
4.2 ในระบบฐานขอ้ มูล (DBS) สามารถใช้วิว (view) เพอ่ื ประโยชนใ์ นการรักษาความ
ปลอดภัยของขอ้ มลู ไดเ้ ปน็ อย่างดี โดยการสร้างวิวทีเ่ สมือนเป็นตาราง ของผู้ใช้จรงิ ๆ
4.3 ระบบฐานข้อมูลจะไมย่ อมให้โปรแกรมใดๆ เข้าถึงข้อมลู ในระดบั กายภาพ
(physical) โดยไม่ผา่ นระบบการจัดการฐานข้อมลู
4.4 มกี ารเข้ารหัสและถอดรหัส (encryption/decryption) เพ่ือปกปิดขอ้ มูลแก่ผู้ที่ไม่
เกย่ี วข้อง เช่น มกี ารเขา้ รหัสขอ้ มลู รหัสผา่ น
5. ใชข้ ้อมูลรว่ มกันโดยมีการควบคุมจากศนู ยก์ ลางมกี ารควบคุมการใชข้ อ้ มูลในฐานขอ้ มูลจาก
ศนู ยก์ ลาง ระบบฐาน ขอ้ มูลสามารถรองรบั การทำงานของผูใ้ ช้หลายคนได้ กล่าวคือระบบฐานขอ้ มูลจะตอ้ ง
ควบคมุ ลำดบั การทำงานใหเ้ ป็นไปอย่างถูกตอ้ ง
-ลักษณะความสมั พนั ธข์ องฐานขอ้ มูล

1. ความสัมพนั ธ์แบบ หน่งึ ตอ่ หนงึ่ ( One to one Relationships) เป็นการแสดง
ความสัมพันธ์ของข้อมูล

ของเอนทิตห้ี นึ่งว่ามีความสัมพันธ์กับข้อมูลในอีกเอนทิตีห้ นง่ึ ในลักษณะ หนง่ึ ต่อ หนงึ่
หรือเขยี นไดเ้ ป็น 1:1 แสดงว่าขอ้ มลู เพียงหนึ่งขอ้ มลู ของเอนทติ แ้ี รกมคี วามสมั พันธ์กับขอ้ มลู ในเอนทิตที้ ่สี อง
เพยี งข้อมลู เดียว

20

2. ความสัมพนั ธ์แบบ หนึ่งต่อกลมุ่ ( One to many Relationships) เปน็ การแสดงความสัมพันธ์
ของขอ้ มลู ของเอนทิต้ีหนึ่งว่ามคี วามสมั พันธ์กับขอ้ มลู ในอกี เอนทติ ีห้ น่งึ ลักษณะ หนึง่ ต่อ กลุ่ม หรือเขยี นได้
เป็น 1: N แสดงวา่ ข้อมูลเพยี งหนงึ่ ขอ้ มูลของเอนทิตแี้ รกมคี วามสัมพันธ์กบั ข้อมลู ในเอนทิตี้ที่สองหลาย
ขอ้ มลู เชน่

3.ความสมั พนั ธแ์ บบ กลุ่มตอ่ กลมุ่ ( Many to Many Relationships) เปน็ การ

แสดงความสมั พนั ธข์ องขอ้ มูล

ของเอนทติ หี้ น่งึ วา่ มีความสมั พันธก์ บั ข้อมลู ในอกี เอนทติ ้ีหนึ่ง ในลกั ษณะ กลมุ่ ต่อ กลุ่ม

หรือเขยี นได้เป็น N:Mแสดงว่าขอ้ มูลเพียงหนง่ึ ข้อมลู ของเอนทิตแี้ รก มคี วามสมั พนั ธ์กับข้อมลู ในเอนทิตที้ ่ี

สองหลายข้อมูล และทำนอง เดยี วกัน ข้อมูลเพยี งหน่งึ ขอ้ มลู ของเอนทิตี้ที่สองมีความสัมพันธใ์ นทางกลับกัน

กบั ขอ้ มลู ในเอนทิต้ีที่แรกหลาย ข้อมลู

21

แบบฝึกหัด/เฉลย

ตอนที่ 1 คำส่งั จงตอบคำถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกตอ้ ง

1. จงอธบิ ายความหมายของข้อมูล

ข้อมูล (Data) หมายถึง ข่าวสาร ข้อความ ตัวเลข เลข และข้อเท็จจริงท่ีสนใจ ไม่ว่าจะ

เป็นคน สตั ว์ สง่ิ ของหรือเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ท่ียงั ไม่ประเมนิ หรือปรุงแต่ใหส้ ามารถนำไปใช้ได้ตรงกับ

ความตอ้ งการของผู้ใช้

2. จงบอกชนดิ ของขอ้ มูล

1. ข้อมูลตัวเลข (Numeric)

2. ข้อมูลอักขระ (Text)

3. ขอ้ มลู ภาพ (Image)

4. ขอ้ มลู เสยี ง (Sound)

3. จงบอกความหมายของระบบฐานขอ้ มูล

ระบบฐานข้อมูล (Database System) หมายถึง การจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดที่มีความสัมพนั ธ์

กันและเกี่ยวข้องกันไว้ในที่เดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

โดยผา่ นระบบการจัดการฐานขอ้ มูลที่เรียกยอ่ ๆ ว่า DBMS (Database Management System)

ซ่ึงทำหนา้ ทเี่ ปน็ ตัวกลางระหวา่ งฐานข้อมูลกบั ผูใ้ ชฐ้ านข้อมลู

4. จงยกตวั อยา่ งกล่มุ ข้อมูลของฐานขอ้ มูลสถานศกึ ษาวา่ มอี ะไรบา้ ง

ตัวอยา่ งขอ้ มูลท่มี ีความสมั พนั ธก์ ัน

ช่ือฐานข้อมูล กลมุ่ ขอ้ มูล

บริษทั , องค์กร, หนว่ ยงาน - พนักงาน

- ลกู ค้า

- สนิ ค้า

- ใบสั่งสนิ คา้

- ท่ีอยขู่ องลกู ค้า

- หมายเลขโทรศัพท์ของลกู คา้

สถานศกึ ษา - นกั ศึกษา

- อาจารย์

- รายวชิ า

- การลงทะเบียน

- ผลการเรยี น

ห้องสมุด - รายชื่อหนงั สอื

- สมาชิก

- การยืมหนงั สอื

- การส่งคนื หนงั สือ

22

5. จงอธิบายองคป์ ระกอบของฐานขอ้ มูล
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
2. ซอฟต์แวร์ (Software)
3. ข้อมูล (Data)
4. โพรซเี ยอร์ (Procedure)
5. ผใู้ ชง้ าน (Users)

6. จงอธิบายประโยชนข์ องระบบฐานข้อมลู
1. ลดความซำ้ ซ้อนของขอ้ มลู ได้
2. สามารถหลกี เล่ยี งความขัดแยง้ ของขอ้ มลู ไดใ้ นระดับหนึ่ง
3. สามารถใช้ข้อมลู รว่ มกนั ได้
4. สามารถควบคุมความเปน็ มาตรฐานได้
5. สามารถจัดหาระบบความปลอดภยั ที่รัดกมุ ได้
6. สามารถควบคุมความคงสภาพของขอ้ มูลได้
7. สามารถสรา้ งสมดลุ ในความขัดแย้งของความตอ้ งการได้
8. เกิดความเป็นอิสระของขอ้ มูล

7. จงบอกขั้นตอนการพัฒนาระบบฐานข้อมลู
ขน้ั ตอนการพัฒนาระบบฐานขอ้ มลู
1. ขน้ั ตอนที่ 1 การวเิ คราะห์ความตอ้ งการของผ้ใู ช้
2. ข้ันตอนที่ 2 การออกแบบฐานข้อมูล
3. ขน้ั ตอนที่ 3 การออกแบบและพฒั นาโปรแกรม
4. ขนั้ ตอนท่ี 4 การทดสอบและประเมนิ ผล
5. ขั้นตอนที่ 5 การติดตัง้ ระบบ
6. ขน้ั ตอนท่ี 6 การบำรงุ รกั ษาและเพม่ิ ความตอ้ งการของระบบ
7. ขนั้ ตอนท่ี 7 การจัดทำเอกสารประกอบ

8. จงอธบิ ายขั้นตอนการวิเคราะหค์ วามตอ้ งการของผู้ใชร้ ะบบฐานข้อมลู
ขน้ั ตอนท่ี 1 การวเิ คราะห์ความต้องการของผใู้ ช้
ข้นั ตอนนถี้ ือเปน็ ขัน้ ตอนแรก เปน็ การวิ เคราะหค์ วามต้องการของผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งกับระบบว่า
ตอ้ งการขอ้ มลู อะไรบ้าง เอกสารและรายงานทีเ่ กีย่ วข้องในการดำเนินงานมีอะไรบา้ งทต่ี อ้ งการ และ
สารสนเทศท่ีผูบ้ รหิ ารต้องการมขี อ้ มูลอะไรบ้าง มีลกั ษณะอย่างไร เปน็ ตน้ ข้นั ตอนน้ี จงึ เป็นขนั้ ตอน
ที่ผู้พัฒนาระบบฐานข้อมูลจะต้องทำการวิเคราะห์ความต้องการต่าง ๆ ของผู้ใช้ เพื่อกำหนด
จุดมุ่งหมาย ขอบเขต และกฎระเบียบตา่ ง ๆ ของฐานข้อมูล จะทำการวิเคราะห์ โดยแบ่งออกเปน็
ส่วนต่าง ๆ ดังน้ี

23

1.1 การวิเคราะหป์ ญั หา (Problem Analysis)
1) ตอ้ งรสู้ ภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์กร
2) ตอ้ งรโู้ ครงสร้างการดำเนนิ งานของบรษิ ัท

1.2 การศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study)
1) การศึกษาความเปน็ ไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economic Feasibility)
2) การศกึ ษาความเปน็ ไปไดท้ างดา้ นเทคนิค (Technical Feasibility)
3) การศึกษาความเปน็ ไปได้ทางดา้ นการปฏิบตั ิงาน (Operational Feasibility)
4) การศึกษาความเป็นไปไดท้ างดา้ นเวลาการดำเนนิ งาน (Schedule Feasibility)

9. จงอธบิ ายขนั้ ตอนการออกแบบฐานขอ้ มลู
ขนั้ ตอนที่ 2 การออกแบบฐานขอ้ มูล
เปน็ ขนั้ ตอนการนำเอารายละเอยี ดที่เกบ็ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากข้ันตอนแรก
มาทำการออกแบบสร้างฐานข้อมูลขึ้น ซึ่งการออกแบบระบบนี้จะครอบคลุมถึงการออกแบบ
โปรแกรมข้อมูลและฐานข้อมูลสำหรับการออกแบบโปรแกรมโดยส่วนใหญ่จะอาศัยแบบแปลน
ท่ีเรยี กว่า Data - Flow Diagram เพื่อวเิ คราะห์ Input/Output และการทำงานของระบบ
1) การออกแบบระดับความคิด (Conceptual)
2) การออกแบบระดับตรรกะ (Logical)
3) การออกแบบฐานขอ้ มูลในระดบั กายภาพ (physical design)

10. จงอธิบายข้นั ตอนการบำรงุ รกั ษาและเพม่ิ ความต้องการของระบบฐานขอ้ มูล
ข้ันตอนท่ี 6 การบำรงุ รกั ษาและเพมิ่ ความต้องการของระบบ
ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างหนึ่งเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่องตามท่ี
ต้องการ แนวทางในการบำรุงรกั ษาระบบนี้นิยมใช้ 4 แนวทางดงั นี้
1) การบำรุงรักษาเพอ่ื ให้มีความถูกตอ้ งเสมอ (Corrective maintenance) คอื การบำรุงรักษา
และแก้ไขขอ้ ผิดพลาดของระบบทอี่ าจเกิดจากการออกแบบระบบ
2) บำรุงรักษาเพื่อปรับเปลี่ยนตามความเปลี่ยนแปลง ( Adaptive maintenance) คือ
การบำรุงรักษาเพื่อปรับเปลี่ยนระบบตามความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและความต้องการ
ของผูใ้ ช้
3) การบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด (Perfective maintenance) คือ
การบำรุงรักษา โดยการปรับปรุงให้ระบบทำงานได้โดยมีประสิทธิภาพสูง และตอบสนอง
ความตอ้ งการของผ้ใู ช้
4) การบำรุงรักษาเพื่อป้องกัน (Preventive maintenance) คือ การบำรุงรักษา และ
การตรวจสอบระบบโดยสมำ่ เสมอ

24

ตอนที่ 2 จงบอกความหมายของคำศพั ท์ต่อไปนี้

คำศพั ท์ ความหมาย คำศัพท์ ความหมาย
Degree จำนวนเขตข้อมูลในหนึ่ง
Relationship ความสมั พันธ์ ระเบยี น
ขอบขา่ ยขอ้ มูล
Cardinality จำนวนของขอ้ มลู ในแตล่ ะรเี ลชั้น Domain ตาราง
Primary Key แฟ้มข้อมูล
Row คียห์ ลัก Table ข้อมลู ของเอนทติ ้ีท่ีเก็บไว้แตล่ ะ
Record ระเบยี น
แถว File

ระเบยี น Tuple

ตอนที่ 3 จงเลอื กคาํ ตอบท่ถี ูกตอ้ งที่สดุ เพียงขอ้ เดยี ว

คำสัง่ จงทำเครื่องหมายกากบาท () หนา้ ขอ้ ทถ่ี ูกต้องมากที่สดุ เพยี งขอ้ เดียว
1. ขอ้ มูลชนิดใดทเ่ี ป็นขอ้ มลู อกั ขระ

ก. Numeric
ข. Text
ค. Image
ง. Sound
จ. Media
2. ข้อมลู ชนิดใดทีเ่ ป็นขอ้ มูลภาพ
ก. Numeric
ข. Text
ค. Image
ง. Sound
จ. Media
3. ข้อใดหมายถงึ ฐานขอ้ มลู
ก. Management
ข. Database
ค. Document
ง. System
จ. Data Type
4. กลมุ่ ข้อมูลใดอย่ใู นฐานขอ้ มูลสถานศึกษา
ก. ลกู ค้า
ข. สินคา้
ค. รายวชิ า

25

ง. รายชื่อหนังสือ
จ. สมาชกิ
5. Database Management System มีคำยอ่ ว่าอะไร
ก. DMS
ข. DaMS
ค. DMAS
ง. DMSY
จ. DBMS
6. ภาษาท่ีใช้ในระบบฐานข้อมูลส่วนใหญ่จะใช้ภาษาอะไร
ก. DBA
ข. SLL
ค. SQL
ง. DBM
จ. DMSY
7. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ โปรแกรมจัดการระบบฐานขอ้ มูล
ก. SQL
ข. Oracle
ค. FoxPro
ง. Access
จ. Word
8. ขน้ั ตอนการพัฒนาระบบฐานข้อมลู มกี ข่ี น้ั ตอน
ก. 3 ขัน้ ตอน
ข. 4 ข้ันตอน
ต. 5 ขั้นตอน
ง. 6 ขนั้ ตอน
จ. 7 ข้ันตอน
9. ข้ันตอนการออกแบบฐานขอ้ มลู เป็นขน้ั ตอนทเ่ี ทา่ ไรของการพัฒนาระบบฐานขอ้ มูล
ก. ขั้นตอนท่ี 1
ข. ข้ันตอนท่ี 2
ค. ขน้ั ตอนท่ี 3
ง. ข้นั ตอนท่ี 4
จ. ขัน้ ตอนที่ 5

26

10. ขอ้ ใดเป็นการวิเคราะห์ปญั หา
ก. Problem Analysis
ข. Feasibility Study
ค. Economic Feasibility
ง. Conceptual
จ. Physical Design

เอกสารอ้างองิ
หนังสอื เรียนวิชา ระบบจดั การฐานขอ้ มูล ของ สำนกั พิมพ์จิตรวฒั น์ (JW) กทม., 2563

ภาคผนวก (ถา้ มี)

27

ใบงานท่ี 1 หน่วยท่ี 1

รหสั วิชา 30204-2002 ช่ือวิชา ระบบจดั การฐานขอ้ มูล ภาคเรียนท่ี 1

ช่ือหน่วย หลกั การของระบบฐานข้อมลู เวลารวม 4 ชั่วโมง

ช่ืองาน หลักการของระบบฐานข้อมูล จำนวน 4 ชวั่ โมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงคท์ ่ัวไป

1. เพอ่ื มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั ระบบฐานขอ้ มูล

2. เข้าใจหลกั การและกระบวนเกีย่ วกับระบบฐานข้อมูล

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของฐานขอ้ มูลและระบบฐานข้อมูลได้
2. อธบิ ายองค์ประกอบของฐานขอ้ มลู ได้
3. อธิบายประโยชน์ของระบบฐานข้อมลู ได้
4. อธิบายขนั้ ตอนการพฒั นาระบบฐานขอ้ มูลได้
5. อธิบายคำศัพท์ที่เกยี่ วข้องกบั ระบบฐานข้อมูลได้
6. ปฏิบัติการเลือกใช้ระบบฐานข้อมูลให้เหมาะสมกับงานได้

สมรรถนะรายหน่วย

1 แสดงความรเู้ ก่ียวกบั ระบบฐานขอ้ มูล

2 วางแผนจดั การเลือกใชร้ ะบบจัดการฐานขอ้ มูลตามลักษณะงาน

เครอื่ งมือ วสั ดุ – อุปกรณ์
1. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสือ

ลำดบั ขั้นตอนการปฏบิ ัติงาน
1. ใหน้ กั ศกึ ษาแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสม เพ่ือศึกษาและอภิปราย
1.1 อธบิ ายความรู้เกี่ยวกบั หลกั การของระบบฐานข้อมลู
1.2 เขยี นรูปพร้อมอธบิ ายหลกั การของระบบฐานข้อมูล
2. เขียนอภปิ รายและวเิ คราะห์ใส่กระดาษ
3. นำผลงานสง่ ครูผู้สอนเพื่อประเมนิ ผล

ภาพประกอบ
ขอ้ ควรระวัง

ผเู้ รยี นควรตรวจสอบข้อมูลก่อนใหถ้ ี่ถว้ น ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพือ่ ปอ้ งกันความผดิ พลาดกอ่ น
การส่งงาน
ข้อเสนอแนะ (ถา้ ม)ี
นกั ศึกษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเน้ือหาให้สอดคล้องกบั ภาพให้ถูกต้อง

28

การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑก์ ารประเมนิ ใหช้ ัดเจน)
1. สังเกตผูเ้ รียนมคี วามสนใจ เกิดความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื ร้น
ในการแสดงความคิดเห็นและสรปุ สาระการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ทันเวลาทก่ี ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบียบ
3. ผ้เู รยี นทำแบบฝกึ หัดหลังเรยี นไดถ้ กู ตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อยา่ งตำ่

เอกสารอ้างอิง
หนังสือเรียนวิชา ระบบจดั การฐานขอ้ มูล ของ สำนักพมิ พ์จิตรวัฒน์ (JW) กทม., 2563

29

ใบกิจกรรมที่ 1 หนว่ ยท่ี 1

รหสั วิชา 30204-2002 ชอื่ วชิ า ระบบจดั การฐานข้อมลู ภาคเรยี นที่ 1

ชอ่ื หนว่ ย หลักการของระบบฐานข้อมลู เวลารวม 4 ช่ัวโมง

ชอ่ื งาน หลักการของระบบฐานข้อมลู จำนวน 3 ช่ัวโมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงคท์ ั่วไป

1. เพื่อมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ระบบฐานขอ้ มลู

2. เข้าใจหลกั การและกระบวนเก่ยี วกับระบบฐานข้อมูล

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของฐานข้อมลู และระบบฐานข้อมูลได้
2. อธิบายองค์ประกอบของฐานข้อมูลได้
3. อธบิ ายประโยชนข์ องระบบฐานข้อมูลได้
4. อธิบายข้ันตอนการพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู ได้
5. อธิบายคำศพั ทท์ ่ีเก่ียวข้องกบั ระบบฐานข้อมูลได้
6. ปฏบิ ตั กิ ารเลือกใชร้ ะบบฐานข้อมูลใหเ้ หมาะสมกับงานได้

สมรรถนะรายหนว่ ย

1 แสดงความรู้เกยี่ วกับระบบฐานข้อมูล

2 วางแผนจัดการเลือกใช้ระบบจัดการฐานขอ้ มูลตามลกั ษณะงาน

เคร่อื งมือ วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจค็ เตอร์
3. หนงั สือ

ลำดบั กจิ กรรม
1. ผู้เรียนตอ้ งใหค้ วามสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการงา่ ยเพ่ือใหห้ าคำตอบ

ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ
สอน และนำขอ้ สงสยั ซกั ถามครใู นการเรยี นทกุ ครั้งท่ีเกดิ ความสบั สน และไม่เข้าใจ

2. ผมู้ ีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอยา่ งแทจ้ รงิ
3. ผ้เู รียนหมน่ั ทำใบงาน แบบฝกึ หัด และแกไ้ ขข้อท่ผี ิดให้ถูกต้องเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควธิ ีการพร้อมกบั
ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จรงิ
ไม่ใชเ่ กิดจากการท่องจำ
5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่
กำหนด และฝึกฝนตนเองเสมอ เมือ่ ได้รบั มอบหมายงานมา
การประเมินผล (ตอ้ งระบุเกณฑ์การประเมินให้ชัดเจน)

30

1. สงั เกตผู้เรยี นมีความสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รือรน้ ใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรยี นรปู้ ระจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ทนั เวลาท่ีกำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบยี บ
3. ผเู้ รียนทำแบบฝกึ หัดหลงั เรียนไดถ้ ูกต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เปน็ อย่างตำ่
เอกสารอา้ งองิ
หนงั สือเรยี นวิชา ระบบจัดการฐานขอ้ มลู ของ สำนักพิมพ์จิตรวัฒน์ (JW) กทม., 2563

31

ใบปฏบิ ัตงิ านท่ี 1 หน่วยท่ี 1

รหสั วชิ า 30204-2002 ชอื่ วิชา ระบบจัดการฐานข้อมลู ภาคเรียนท่ี 1

ช่อื หนว่ ย หลักการของระบบฐานข้อมูล เวลารวม 4 ช่ัวโมง

ช่ืองาน หลักการของระบบฐานข้อมูล จำนวน 4 ชั่วโมง

จุดประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงคท์ ั่วไป

1. เพ่ือมคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบฐานข้อมลู

2. เข้าใจหลกั การและกระบวนเกยี่ วกับระบบฐานข้อมลู

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของฐานขอ้ มลู และระบบฐานข้อมลู ได้
2. อธบิ ายองค์ประกอบของฐานข้อมูลได้
3. อธบิ ายประโยชน์ของระบบฐานขอ้ มูลได้
4. อธิบายขั้นตอนการพฒั นาระบบฐานข้อมูลได้
5. อธิบายคำศัพท์ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั ระบบฐานขอ้ มูลได้
6. ปฏิบตั กิ ารเลอื กใชร้ ะบบฐานขอ้ มูลใหเ้ หมาะสมกับงานได้

สมรรถนะรายหน่วย

1 แสดงความรู้เกีย่ วกบั ระบบฐานข้อมลู

2 วางแผนจัดการเลอื กใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลตามลักษณะงาน

เครอื่ งมือ วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ PC หรือ Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสอื

ลำดับขัน้ ตอนการปฏิบัติงาน
1. ผเู้ รยี นคน้ หาข้อมลู จากในอนิ เตอรเ์ น็ต ตามเรื่องท่ีไดร้ บั มอบหมายมาจาครูผู้สอน
2. เมือ่ ผูเ้ รียนได้รับข้อมลู เรียบร้อยแล้ว ให้ผเู้ รยี น นำข้อมูลน้นั มาเรยี บเรียงให้เป็นระเบียบ สวยงาม ให้
สามารถเขา้ ใจได้ง่าย โดยจัดทำในรปู แบบเล่มรายงาน

ภาพประกอบ
ขอ้ ควรระวัง

ผเู้ รยี นควรตรวจสอบขอ้ มูลกอ่ นให้ถถ่ี ว้ น ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผดิ พลาดกอ่ น
การส่งงาน
ข้อเสนอแนะ

นกั ศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเน้ือหาให้สอดคล้องกับภาพให้
ถกู ตอ้ ง

32

การประเมนิ ผล
1. สงั เกตผเู้ รียนมคี วามสนใจ เกดิ ความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รือรน้ ใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรปุ สาระการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถูกตอ้ ง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบยี บ
3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหดั หลังเรียนไดถ้ กู ต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยา่ งต่ำ

เอกสารอ้างองิ
หนังสือเรียนวิชา ระบบจัดการฐานข้อมลู ของ สำนกั พมิ พจ์ ติ รวฒั น์ (JW) กทม., 2563

33

ใบมอบหมายงานที่ 1 หน่วยท่ี 1

รหสั วิชา 30204-2002 ชือ่ วิชา ระบบจดั การฐานข้อมูล ภาคเรยี นท่ี 1

ช่อื หนว่ ย หลกั การของระบบฐานข้อมลู เวลารวม 4 ช่ัวโมง

ชื่องาน หลกั การของระบบฐานขอ้ มลู จำนวน 4 ช่ัวโมง

จุดประสงค์การเรียนรู้

จดุ ประสงค์ท่ัวไป

1. เพ่อื มคี วามรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับระบบฐานขอ้ มลู

2. เขา้ ใจหลกั การและกระบวนเกี่ยวกับระบบฐานข้อมลู

จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี )
1. บอกความหมายของฐานข้อมลู และระบบฐานข้อมลู ได้
2. อธบิ ายองค์ประกอบของฐานข้อมลู ได้
3. อธิบายประโยชนข์ องระบบฐานขอ้ มูลได้
4. อธิบายขั้นตอนการพฒั นาระบบฐานขอ้ มูลได้
5. อธบิ ายคำศัพทท์ ่เี กย่ี วขอ้ งกับระบบฐานข้อมูลได้
6. ปฏบิ ัติการเลือกใช้ระบบฐานข้อมูลใหเ้ หมาะสมกับงานได้

สมรรถนะรายหนว่ ย

1 แสดงความรู้เก่ยี วกบั ระบบฐานขอ้ มลู

2 วางแผนจัดการเลือกใช้ระบบจดั การฐานข้อมูลตามลกั ษณะงาน

เครือ่ งมือ วสั ดุ – อุปกรณ์
1. เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนงั สอื

แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน
1. ให้ผ้เู รยี นปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏบิ ตั งิ าน อย่างเคร่งครดั ตามหวั ขอ้ ทีไ่ ดร้ บั
มอบหมาย ให้เสรจ็ ส้นิ ตามระยะเวลาทีก่ ำหนด พร้อมท้งั การจัดทำรายงาน และนำเสนองานอย่าง
ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น เป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย
2. ให้ผู้เรียนแบ่งหน้าทีก่ ับเพ่อื นในกลุ่มใหช้ ดั เจน และสามารถเขา้ ใจเน้ือหาตามหัวขอ้ ดังกล่าว ได้
อย่างถูกตอ้ ง ครบถ้วน

ภาพประกอบ
ขอ้ ควรระวัง

ผเู้ รยี นควรตรวจสอบขอ้ มูลกอ่ นใหถ้ ีถ่ ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพ่ือปอ้ งกันความผดิ พลาดก่อน
การส่งงาน
ขอ้ เสนอแนะ

34

นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเน้อื หาให้สอดคลอ้ งกบั ภาพให้
ถูกตอ้ ง
การประเมินผล

1. สังเกตผู้เรยี นมีความสนใจ เกดิ ความเข้าใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รือรน้ ใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรปุ สาระการเรยี นรู้ประจำหน่วย
2. ทำใบงานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ทนั เวลาท่กี ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบยี บ
3. ผ้เู รียนทำแบบฝึกหดั หลังเรียนไดถ้ กู ตอ้ ง โดยไดค้ ะแนน 50% เปน็ อย่างตำ่
เอกสารอา้ งองิ
หนังสอื เรียนวชิ า ระบบจดั การฐานขอ้ มลู ของ สำนกั พิมพจ์ ิตรวัฒน์ (JW) กทม., 2563

35

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยท.ี่ .............. 2..................................... จำนวน........4..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....2.......
ชื่อวิชา ระบบจัดการฐานขอ้ มลู
ชอ่ื หนว่ ย สถาปัตยกรรมข้อมูลและแบบจำลองข้อมลู
ชือ่ เร่อื ง สถาปตั ยกรรมขอ้ มลู และแบบจำลองขอ้ มูล

1. สาระสำคญั
วตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั ทำสถาปัตยกรรมขอ้ มูล ก็เพอ่ื ต้องการใหม้ ุมมองของผู้ใช้ฐานข้อมูลแยกออกจาก

ฐานข้อมูลระดับภายใน ส่วนแบบจำลองข้อมูล จะเป็นเครื่องมือในเชิงแนวความคิดที่ใช้ในการอธิบายข้อมูล
โครงสรา้ งข้อมูล ความสมั พันธข์ องข้อมลู ความหมายของขอ้ มลู และเงือ่ นไขบงั คบั ความสอดคลอ้ งกนั ของขอ้ มูล

2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เก่ียวกับสถาปัตยกรรมขอ้ มลู และแบบจำลองขอ้ มูล
2. วางแผนการเลอื กใช้สถาปตั ยกรรมข้อมลู และแบบจำลองขอ้ มลู

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1. เพ่อื มคี วามรู้ความเข้าใจสถาปัตยกรรมขอ้ มลู และแบบจำลองขอ้ มูล
2. เข้าใจหลักการสถาปัตยกรรมข้อมลู และแบบจำลองขอ้ มูล
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของสถาปตั ยกรรมของระบบฐานข้อมลู และแบบจำลองฐานขอ้ มลู ได้
2. อธบิ ายวัตถปุ ระสงคข์ องการแบง่ สถาปตั ยกรรมฐานข้อมูลได้
3. อธิบายแบบจำลองขอ้ มูลได้
4. อธิบายรูปแบบของแบบจำลองฐานข้อมูลได้
5. ปฏบิ ัติการเลอื กใช้สถาปัตยกรรมข้อมูลและแบบจำลองฐานข้อมูลให้เหมาะสมกับงานได้

4. สาระการเรียนรู้
1. สถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูล
2. วัตถปุ ระสงคข์ องการแบ่งสถาปัตยกรรมฐานข้อมูล
3. แบบจำลองขอ้ มลู (Data Model)
4. รปู แบบของแบบจำลองฐานขอ้ มลู

36

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาห์ที่......2.........)
กระบวนการจัดการเรียนรู้
5.1 ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ผ้สู อนแนะนำเนอ้ื หาการเรยี นรู้ และแนวทางการเรยี นรู้ในหนว่ ยการเรียน
2. ผ้สู อนซกั ถามผู้เรียนเกย่ี วกับความรเู้ รอ่ื งสถาปัตยกรรมข้อมูลและแบบจำลองฐานข้อมูล
3. ผสู้ อนเปิดโอกาสให้ผเู้ รียนแสดงความคดิ เห็น และทำการสนทนาแลกเปลยี่ นความรูร้ ะหว่างผสู้ อน

กับผู้เรยี น
5.2 ขน้ั สอน

1. ผู้สอนกำหนดใหผ้ เู้ รยี นไดศ้ ึกษารายละเอียด เรอ่ื งสถาปัตยกรรมขอ้ มลู และแบบจำลองฐานข้อมลู
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนแสดงความคดิ เหน็ และมีสว่ นรว่ มในการวเิ คราะหเ์ นอื้ หาท่ีเรียนรู้ โดยเนน้ ใหผ้ เู้ รียน
ไดม้ กี ารแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ และมีสว่ นรว่ ม
5.3 ขน้ั สรปุ
1. ผู้สอนและผู้เรยี นสรุปเนื้อหาการเรียนรอู้ ีกครัง้ ด้วยการตั้งคำถาม และให้เหตุผลในการตอบคำถามใน
แตล่ ะเนื้อหาเพ่ือทบทวนอีกครง้ั
2. มอบหมายภาระงาน และแบบฝกึ หดั
3. ปฏิบัติตามใบงาน ดงั น้ี
3.1 ให้ผ้เู รยี นแบ่งออกเปน็ 3 กลมุ่ กลุ่มละ 3-5 คน จัดทำแผนผังสถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมลู
แลว้ อภปิ ราย พรอ้ มทง้ั ยกตวั อย่าง
3.2 ให้ผเู้ รียนที่ได้จากการสมุ่ รายช่อื จากผสู้ อน อภปิ รายวัตถปุ ระสงค์ของการแบง่ สถาปัตยกรรม
ฐานข้อมูล คนละ 1 ข้อ
3.3 ให้ผเู้ รียนแบง่ ออกเป็น 5 กล่มุ กลุ่มละ 3-5 คน จัดทำแผนผงั รูปแบบของแบบจำลองฐานขอ้ มลู
กลุม่ ละ 1 ประเภท พรอ้ มทั้งอภิปราย
6. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
6.1 หนงั สอื เรยี นวิชา ระบบจัดการฐานขอ้ มลู ของ สำนักพิมพ์จติ รวฒั น์ (JW)
6.2 Power point
6.3 แบบฝึกหดั
6.4 แบบฝึกปฏิบัติ
6.5 แบบทดสอบหลงั เรยี น
6.7 คอมพวิ เตอร์
6.8 เครือ่ งฉายโปรเจ็คเตอร์

37

7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 หลักฐานความรู้
ใบงาน แบบฝึกหดั การคน้ ควา้ ข้อมูล ท่ไี ด้รบั การเรียบเรยี ง สวยงาม เปน็ ระเบยี บ ถกู ตอ้ ง

7.2 หลกั ฐานการปฏบิ ตั งิ าน

ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ

ถูกตอ้ ง พร้อมทง้ั เอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าชนั้ เรียนของผเู้ รียน และภาพประกอบ

8. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

8.1 เคร่อื งมือประเมิน

1. ใบงาน

2. แบบฝกึ หัด

3. แบบประเมนิ ผลงาน

4. แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

8.2 เกณฑ์การประเมิน

เครื่องมือการประเมิน วธิ ีวดั และประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน

แบบฝกึ หดั ตรวจแบบฝกึ หัด ไดค้ ะแนน

ขอ้ ละ 1 คะแนน ร้อยละ 75 ข้ึนไป
ถกู 1 คะแนน

ไมถ่ ูก 0 คะแนน

แบบฝึกปฏบิ ัติ ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ไดค้ ะแนน

ขอ้ ละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขึน้ ไป
ถูก 1 คะแนน

ไม่ถูก 0 คะแนน

แบบทดสอบหลังเรยี น ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน ไดค้ ะแนน

ข้อละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขึน้ ไป
ถกู 1 คะแนน

ไม่ถกู 0 คะแนน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม สังเกตพฤติกรรม ไดค้ ะแนน

จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ดี 2 คะแนน ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป

ประสงค์ พอใช้ 1 คะแนน

ปรบั ปรุง 0 คะแนน

38

9. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย (ถ้าม)ี
1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศกึ ษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพือ่ ใหห้ าคำตอบได้

อย่างถูกตอ้ ง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธกี ารท่ีครูผูส้ อนสรปุ ในขณะทีท่ ำการสอน และ
นำข้อสงสัยซักถามครใู นการเรยี นทุกคร้ังทีเ่ กิดความสบั สน และไม่เข้าใจ

2. ผมู้ กี ารทบทวนบทเรียน ตลอดเพือ่ เสรมิ สร้างความเขา้ ใจอยา่ งแท้จริง
3. ผู้เรียนหมัน่ ทำใบงาน แบบฝึกหดั และแก้ไขขอ้ ทผี่ ิดใหถ้ กู ต้องเสมอ
4. ผู้เรียนตอ้ งสร้างมโนภาพใหเ้ กดิ ความคดิ รวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควธิ ีการพรอ้ มกับความ
จำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดข้ึนโดยตนเองใหไ้ ด้เพื่อเกิดความรูค้ วามเข้าใจอย่างแท้จรงิ ไม่ใชเ่ กดิ จาก
การทอ่ งจำ
10. เอกสารอ้างองิ
หนังสอื เรยี นวชิ า ระบบจัดการฐานขอ้ มูล ของ สำนกั พมิ พจ์ ติ รวัฒน์ (JW) กทม., 2563

39

ใบความรู้ท่ี 2 หนว่ ยที่ 2

รหสั วิชา 30204-2002 ชอ่ื วชิ า ระบบจดั การฐานขอ้ มลู ภาคเรยี นที่ 1

ชอ่ื หน่วย สถาปัตยกรรมข้อมลู และแบบจำลองข้อมลู เวลารวม 4 ช่ัวโมง

ชื่อเรอ่ื ง สถาปัตยกรรมขอ้ มูลและแบบจำลองข้อมูล เวลา 4 ช่ัวโมง

จุดประสงค์การเรียนรู้

จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1. เพอ่ื มคี วามรู้ความเข้าใจสถาปัตยกรรมขอ้ มลู และแบบจำลองขอ้ มลู
2. เข้าใจหลักการสถาปัตยกรรมข้อมลู และแบบจำลองข้อมูล

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทกั ษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
1. บอกความหมายของสถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูลและแบบจำลองฐานข้อมูลได้
2. อธบิ ายวตั ถุประสงค์ของการแบง่ สถาปัตยกรรมฐานขอ้ มลู ได้
3. อธบิ ายแบบจำลองขอ้ มูลได้
4. อธิบายรูปแบบของแบบจำลองฐานขอ้ มลู ได้
5. ปฏบิ ตั กิ ารเลือกใช้สถาปัตยกรรมขอ้ มูลและแบบจำลองฐานขอ้ มูลให้เหมาะสมกับงานได้

สมรรถนะรายหนว่ ย
1. แสดงความรู้เก่ียวกับสถาปตั ยกรรมขอ้ มูลและแบบจำลองขอ้ มูล
2. วางแผนการเลอื กใช้สถาปัตยกรรมข้อมูลและแบบจำลองข้อมลู

40

หน่วยท่ี 2 สถาปตั ยกรรมข้อมลู และแบบจำลองข้อมูล
สถาปัตยกรรมของระบบฐานขอ้ มลู

สถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมลู หมายถงึ โครงสรา้ งของข้อมูลภายในระบบฐานขอ้ มลู
ซึ่ง ANSI และ SPARC
ทเ่ี รยี กกันยอ่ ๆ วา่ ANSI-SPARC ไดแ้ บ่งสถาปัตยกรรมของฐานข้อมลู ออกเป็น 3 ระดับ คือ

1. ระดับภายใน
2. ระดบั ภายนอก
3. ระดบั แนวคดิ
1. ระดบั ภายใน
เปน็ ระดับท่มี องถึงวิธีการจดั เกบ็ ข้อมูลในระดับฟิซกิ คอล วา่ มรี ูปแบบและโครงสรา้ งการ จัดเก็บ
ข้อมูลอยา่ งไร ซงึ่ มหี นา้ ท่ีในการจดั เก็บข้อมูลจริงๆในหน่วยความจำ เช่น ดิสก์ว่าอยู่ตำแหน่งใด รวมทงั้ ที่
เกีย่ วกับดัชนี (Index) ซ่งึ ในระดบั น้จี ะเป็นหนา้ ทข่ี องผู้ดูแลระบบตัดสินใจในระดับกายภาพ วา่ จะเก็บข้อมูล
ด้วยหนว่ ยความจำแบบใด จะมีการดแู ลรกั ษาอยา่ งไร ซง่ึ โดยมากผู้ใชท้ ่ัวไปไม่มีสิทธ์ิเข้ามายุ่งในระดับน้ี
2.ระดบั ภายนอก
คือ หนา้ ตา่ งหรอื ววิ (View) ท่ีผู้ใชภ้ ายนอกมสี ิทธเิ ข้าไปใช้ได้ ววิ (View) คอื ส่วนของ ข้อมลู ทผี่ ู้ใช้
ทว่ั ไปมีความสนใจและมสี ทิ ธิที่เข้านำมาใช้ได้จาก สคมี า (Concept Schema) เราสามารถเรยี กสง่ิ ท่ใี ช้
อธิบายววิ ข้อมลู ที่ถกู ดึงมาจากฐานขอ้ มูลทอ่ี ยูใ่ นระดับแนวคดิ (Conceptual) นีว้ า่ External Schema หรอื
Subschema หรือ view ซงึ่ ในระดับนโี้ ปรแกรมจะเหน็ เพียงโครงสร้างข้อมูลบางสว่ น เชน่ กรณขี อง
relational database โปรแกรมจะเห็น view เป็นเพียงบางส่วนของตาราง หรอื บางสว่ นของตารางหลาย
ตารางมารวมกนั เปน็ หนง่ึ view โดยจะตอ้ งไม่ copy หรอื duplicate data จาก table มาไว้ท่ี view
ระดบั ภายนอก เป็นระดบั ทใ่ี กล้กบั ผู้ใชม้ ากท่ีสดุ เปน็ ส่งิ ทีผ่ ูใ้ ช้คิดเกย่ี วกบั ขอ้ มูลจะอธบิ ายถงึ ววิ (View) ทผ่ี ใู้ ช้
สนใจ ข้อมูลท่เี ก็บจริงอาจมีมากกว่าท่ีผใู้ ช้ต้องการและขอ้ มลู ตัวเดยี วกันผู้ใชอ้ าจมองไมเ่ หมือนกนั เชน่ ข้อมูล
วนั ท่ี (ผู้ใชค้ นหนึ่งอาจมองเปน็ วัน/ เดือน/ ปี อีกคนมองเปน็ เดือน/ วนั /ปี ก็ได้) นอกจากนน้ั ส่งิ ที่ผู้ใช้
มองเห็นอาจไม่ไดเ้ กบ็ จรงิ ในเครอ่ื งแต่ไดจ้ ากการคำนวณออกมาส่วนน้เี องจะถูกแปลโดยระบบจดั การ
ฐานขอ้ มูลเกบ็ ไวใ้ นพจนานกุ รมข้อมูล (Data dictionary)
นอกจากนั้น สถาปตั ยกรรมทงั้ สามระดบั ดังกลา่ ว ยงั มคี วามเปน็ อสิ ระของขอ้ มลู ท่เี ห็นไดค้ ือ สคีมาระดบั
ภายนอก จะมีรปู แบบที่คงท่ีไมเ่ ปล่ียนแปลงไป แมจ้ ะมกี ารเปล่ียนสคมี าระดบั เชงิ มโนภาพ เชน่ มีการเพม่ิ
รูปแบบข้อมลู ใหม่ หรอื มคี วามสัมพันธ์ใหม่ ๆ เพ่มิ ขนึ้ เรียกวา่ ความไมพ่ ง่ึ พงิ ทางตรรกะ (Logical Data
Independence) และสคมี าระดับเชงิ มโนภาพกเ็ ช่นกนั จะมีรูปแบบท่คี งที่แมจ้ ะมกี ารเปล่ยี นแปลงทาง
กายภาพ เช่น เปลี่ยนวธิ เี ขา้ ถงึ ข้อมูล (Access Method) หรือลำดับของขอ้ มลู ท่ีเกบ็ อยู่จริงเปล่ียนไป เรียกว่า
ความไมพ่ ง่ึ พิงทางกายภาพ (Physical Data Independence) จดุ ประสงคห์ ลักของสถาปัตยกรรมทง้ั สาม
ระดบั คอื การทต่ี อ้ งการให้ ขอ้ มูล เปน็ อสิ ระจาก ซอฟต์แวร์ ท้งั ที่เป็นของผใู้ ช้ และระบบ กล่าวคือ การ
เปลี่ยนแปลงใดๆตอ่ ท้งั ฮารด์ แวร์ และ ซอฟต์แวร์ ไมค่ วรจะมผี ลตอ่ ข้อมูลนนั้ ๆ

41

3.ระดบั แนวคิด
เป็นระดบั ทีอ่ ยู่ถดั ขึ้นมา ได้แก่ ระดบั ของการมองความสมั พันธ์ของข้อมูลในระบบฐานข้อมูล วา่ มกี าร

จดั เก็บขอ้ มูลอยา่ งไร มคี วามสมั พนั ธก์ ับขอ้ มลู อืน่ อย่างไรบ้าง รวมท้ังกฎเกณฑ์ตา่ ง ๆ เกีย่ วกบั ขอ้ มูล เช่น
กฎเกณฑ์ของตวั ข้อมลู ความปลอดภยั (Security) และความคงสภาพของข้อมูล (Integrity) ซึ่งยงั ไมใ่ ช่
รปู แบบหรอื วิธกี ารจัดเกบ็ จรงิ ในในส่อื บันทึกข้อมูล เปน็ เพยี งแคม่ มุ มองในแนวความคิดว่า ขอ้ มูลจะมีการ
จัดเก็บอย่างไรเท่านน้ั ผู้ทมี่ ีสิทธจิ ะใช้ ข้อมูลในระดับนี้ คอื โปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรือผู้บริหาร
ฐานขอ้ มลู (Database Administrator)
เร่ิมจากผู้ออกแบบ หรือ ผดู้ แู ลระบบเร่ิมวิเคราะห์ความตอ้ งการขอ้ มลู ขององคก์ รว่า ประเภทใดบ้างท่ีจะ
จดั เก็บ ควรจะเก็บอะไรบา้ ง และระหว่างขอ้ มูลควรมีความสัมพันธอ์ ย่างไรบา้ ง จากนัน้ จึงนำมาเขียนเป็น
สคมี า (Schema) ซง่ึ ถอื เป็นจดุ ส้นิ สุดของระดับแนวความคิด สคมี า (Schema) สามารถอธบิ ายว่า ฐานข้อมูล
นั้นๆ สร้างขึ้นมาประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ละเอนติตีป้ ระกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง มีลักษณะเป็นอยา่ งไร
และ มีความสมั พันธ์อย่างไร
อาจจะกลา่ วได้ว่า สคีมาระดับเชงิ มโนภาพ (Conceptual Schemas Level) จะเป็นตวั ที่ใชเ้ ชอื่ ม ระหว่าง
สคีมาระดบั ภายนอกกับสคมี าระดบั ภายใน อธบิ ายฐานขอ้ มลู ในรายละเอยี ดโดยรวมทัง้ หมด เพือ่ เชื่อมกบั ส่ิง
ทผี่ ้ใู ช้มองรปู แบบข้อมูลความสัมพนั ธ์ เง่อื นไขต่าง ๆ รวมถงึ ความมน่ั คงและความถูกต้องของขอ้ มลู จะถูกเก็บ
ไว้ดว้ ย แต่จะไมล่ งลกึ ถงึ การเก็บในเครื่อง เราจะเรยี กในส่วนน้ีวา่ logical schema หรอื schema ซง่ึ เป็น
โครงสรา้ งขอ้ มลู ทน่ี ำเสนอตามรูปแบบของ data model ถา้ เปน็ relational database ข้อมูลในระดบั
create table จะหมายถึงตารางทุกตารางใน model

รูปแบบของแบบจำลองฐานขอ้ มลู
แบบจำลองฐานข้อมูลแบ่งออกเป็น 5 แบบ คือ

1. ฐานข้อมลู แบบลำดบั ชนั้ (Hierarchical Model) เปน็ ฐานข้อมลู ท่ีนำเสนอข้อมูลและความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งข้อมูลในรูปแบบของ โครงสร้างตน้ ไม้ (tree structure) เป็นโครงสรา้ งลกั ษณะคล้ายตน้ ไมเ้ ปน็ ลำดับ
ชัน้ ซ่ึงแตกออกเป็นกิง่ กา้ นสาขา หรอื ท่เี รยี กว่า เป็นการจดั เกบ็ ข้อมลู ในลักษณะความสัมพันธแ์ บบ พ่อ-ลูก
(Parent-Child Relationship Type : PCR Type)
คณุ สมบัตขิ องฐานข้อมูลแบบลำดับขนั้
1. Record ทอี่ ยดู่ า้ นบนของโครงสรา้ งหรือพ่อ(Parent Record) นัน้ สามารถมีลกู ได้มากกว่าหน่งึ คน แตล่ ูก
(Child Record) จะไมส่ ามารถมพี อ่ ไดม้ ากกว่า 1 คนได้
2. ทกุ Record สามารถมีคณุ สมบตั เิ ปน็ Parent Record(พอ่ ) ได้
3. ถ้า Record หน่ึงมลี กู มากกว่าหนึง่ Record แลว้ การลำดับความสัมพันธ์
ของ Child Record จะลำดับจากซ้ายไปขวา

ลักษณะเดน่
• เป็นระบบฐานข้อมูลทม่ี ีระบบโครงสร้างซบั ซ้อนน้อยท่สี ดุ
• มีค่าใช้จ่ายในการจัดสรา้ งฐานข้อมลู น้อย
• ลกั ษณะโครงสร้างเขา้ ใจงา่ ย

42

• เหมาะสำหรบั งานท่ีต้องการค้นหาข้อมูลแบบมีเงอ่ื นไขเป็นระดับและออกงานแบบเรยี งลำดบั ต่อเน่ือง
• ป้องกันระบบความลบั ของข้อมูลไดด้ ี เนอื่ งจากต้องอา่ นแฟ้มข้อมลู ท่เี ปน็ ตน้ กำเนิดกอ่ น

ขอ้ เสีย
• Record ลกู ไม่สามารถมี record พ่อหลายคนได้ เช่น นกั ศึกษาสามารถลงทะเบียนไดม้ ากกว่า 1 วิชา
• มีความยดื หยุน่ นอ้ ย เพราะการปรบั โครงสร้างของ Tree ค่อนข้างยงุ่ ยาก
• มโี อกาสเกิดความซ้ำซ้อนมากท่สี ุดเม่ือเทียบกบั ระบบฐานขอ้ มูลแบบโครงสร้างอื่น
• หากขอ้ มูลมจี ำนวนมาก การเขา้ ถงึ ข้อมลู จะใช้เวลานานในการคน้ หา เน่อื งจากจะตอ้ งเขา้ ถึงที่ต้นกำเนิด
ของข้อมูล

2. ฐานขอ้ มลู แบบเครือข่าย (Network Model) - ลักษณะฐานขอ้ มูลน้ีจะคล้ายกบั ลกั ษณะฐานขอ้ มูลแบบ
ลำดับชนั้ จะมีขอ้ แตกตา่ งกนั ตรงที่ในลักษณะฐานข้อมลู แบบเครอื ข่ายนีส้ ามารถมีต้นกำเนิดของขอ้ มูลได้
มากกวา่ 1 และยนิ ยอมใหร้ ะดับช้ันทีอ่ ยู่เหนือกวา่ จะมไี ดห้ ลายแฟม้ ขอ้ มูลถึงแม้วา่ ระดบั ช้นั ถัดลงมาจะมี
เพยี งแฟม้ ข้อมลู เดยี ว
- ลกั ษณะโครงสร้างระบบฐานข้อมูลแบบเครอื ข่ายจะมีโครงสรา้ งของข้อมลู แต่ละแฟม้ ขอ้ มูลมีความสมั พันธ์
คล้ายรา่ งแห

ข้อดี
• ชว่ ยลดความซ้ำซอ้ นของขอ้ มูลได้ทั้งหมด
• สามารถเชื่อมโยงข้อมลู แบบไป-กลับ ได้
• สะดวกในการค้นหามากกว่าลกั ษณะฐานขอ้ มูลแบบลำดบั ช้ัน เพราะไม่ตอ้ งไปเริม่ ค้นหาต้ังแต่ขอ้ มลู ตน้
กำเนิดโดยทางเดยี ว และการค้นหาข้อมูลมเี งอื่ นไขได้มากและกวา้ งกว่าโครงสร้างแบบลำดับชน้ั

3. ฐานขอ้ มูลเชงิ สัมพนั ธ์ (Relational Model) เปน็ การจดั ข้อมูลในรปู แบบของตาราง 2 มติ ิ คือมี แถว
(Row) และ คอลมั น์ (Column) โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหวา่ งตาราง จะใช้ Attribute ทีม่ อี ยู่ทั้งสองตาราง
เปน็ ตวั เชอื่ มโยงขอ้ มูล

ขอ้ ดี
• เหมาะกับงานท่เี ลือกดูขอ้ มลู แบบมเี งือ่ นไขหลายคีย์ฟิลด์ขอ้ มูล
• ปอ้ งกนั ขอ้ มูลถูกทำลายหรอื แก้ไขไดด้ ี เนื่องจากโครงสรา้ งแบบสมั พันธน์ ผ้ี ใู้ ช้จะไม่ทราบวา่ การเก็บขอ้ มลู ใน
ฐานขอ้ มูลอย่างแท้จริงเป็นอย่างไร จึงสามารถป้องกันขอ้ มลู ถกู ทำลายหรือถกู แก้ไขไดด้ ี
• การเลือกดขู ้อมูลทำได้งา่ ย มีความซบั ซ้อนของขอ้ มูลระหวา่ งแฟม้ ต่าง ๆ น้อยมาก อาจมกี ารฝกึ ฝนเพยี ง
เลก็ น้อยก็สามารถใชท้ ำงานได้

ขอ้ เสีย
• มีการแกไ้ ขปรับปรงุ แฟ้มขอ้ มลู ไดย้ ากเพราะผู้ใช้จะไม่ทราบการเกบ็ ข้อมูลในฐานข้อมูลอย่างแทจ้ รงิ เป็น
อยา่ งไร
• มคี ่าใช้จ่ายของระบบสูงมากเพราะเม่ือมกี ารประมวลผลคอื การอ่าน เพ่ิมเติม ปรบั ปรงุ หรือยกเลิกระบบ
จะตอ้ งทำการสรา้ งตารางข้นึ มาใหม่ ท้งั ทใี่ นแฟม้ ข้อมูลทแ่ี ท้จรงิ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพยี งเล็กนอ้ ย

43

4. ฐานข้อมูลเชิงวตั ถุ (Object Oriented Model)
• ใช้ในการประมวลผลขอ้ มูลทางดา้ นมัลตมิ เี ดีย คือ มขี ้อมูลภาพ และเสยี ง หรอื ข้อมลู แบบมกี ารเชือ่ มโยง
แบบเว็บเพจ ซ่งึ ไมเ่ หมาะสำหรับ Relation Model
• มองสง่ิ ตา่ งๆ เป็น วตั ถุ (Object)

วัตถปุ ระสงคข์ องแบบจำลองข้อมลู
• เพือ่ นำแนวคดิ ตา่ งๆ มาเสนอใหเ้ กิดเปน็ แบบจำลอง
• เพ่ือนำเสนอข้อมลู และความสัมพนั ธ์ระหว่างข้อมลู ในรปู แบบท่ีเข้าใจงา่ ย เช่นเดยี วกนั การดแู ปลนบ้านทจี่ ะ
ทำให้เราเขา้ ใจโครงสร้างบ้านได้เร็ว
• เพื่อใช้ในการส่อื สารระหวา่ งผอู้ อกแบบฐานขอ้ มูลกับผู้ใชใ้ ห้ตรงกัน
ประเภทของแบบจำลองข้อมลู
• ประเภทของแบบจำลองขอ้ มูล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. Conceptual Models คือ แบบจำลองแนวคดิ ที่ใชพ้ รรณนาลักษณะโดยรวมของขอ้ มลู ทัง้ หมดในระบบ
โดยนำเสนอในลักษณะของแผนภาพ ซง่ึ ประกอบดว้ ยเอนทตี ีตา่ งๆ และความสัมพันธ์ โดยแบบจำลองเชิง
แนวคดิ น้ตี ้องการนำเสนอใหเ้ กิดความเข้าใจระหวา่ งผอู้ อกแบบและผู้ใช้งาน คือเมือ่ เห็นภาพแบบจำลอง
ดงั กล่าวก็จะทำใหเ้ ข้าถึงขอ้ มลู ชนดิ ต่างๆ

2. Implementation Models เปน็ แบบจำลองที่อธบิ ายถงึ โครงสรา้ งของฐานข้อมูล
คณุ สมบัตขิ องแบบจำลองขอ้ มูลที่ดี
• 1. งา่ ยตอ่ ความเข้าใจ
• 2. มีสาระสำคญั และไมซ่ ำ้ ซ้อน หมายถึง แอตทริบิวต์ในแต่ละเอนทตี ี้ไมค่ วรมีขอ้ มลู ซ้ำซอ้ น
• 3. มคี วามยดื หยนุ่ และง่ายตอ่ การปรบั ปรุงในอนาคต กล่าวคอื แบบจำลองข้อมูลท่ดี ีไมค่ วรขึน้ อยกู่ ับแอป
พลิเคชันโปรแกรม และสนับสนุนการเปลยี่ นแปลงในโครงสรา้ ง ซง่ึ จะไม่สง่ ผลกระทบตอ่ โปรแกรมทใ่ี ช้งาน
อยู่ นนั่ คอื ความเปน็ อิสระในขอ้ มลู

44

แบบฝึกหดั /เฉลย

ตอนท่ี 1 คำสง่ั จงตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ กู ตอ้ ง

1. จงอธิบายความหมายของสถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมลู

สถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูล (Database architecture) หมายถึง คอื โครงสร้างของข้อมูล

ภายในระบบฐานข้อมูล ซึ่ง ANSI (American National Standards Institute) และ SPARC (Standard

Planning and Requirements Committee) ทเี่ รียกกนั ย่อๆว่า ANSI-SPARC ได้

2. จงบอกระดบั ของสถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมลู ท้ัง 3 ระดับ

สถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูล แบ่งออกได้ 3 ระดับ คือ

1. ระดบั ภายใน (Internal Level)

2. ระดบั ภายนอก (External Level)
3. ระดับแนวคดิ (Conceptual Level)
3. จงอธบิ ายระดับภายในสถาปัตยกรรมของระบบฐานขอ้ มลู
1. ระดับภายใน (Internal Level)
2. ระดบั ภายนอก (External Level)
3. ระดบั แนวคดิ (Conceptual Level)
4. จงบอกสงิ่ ที่เกย่ี วข้องกบั ระดบั แนวคดิ
1. จำนวนเอนทิตี้ทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วยแอททริบิวต์ที่ใช้อธิบายคุณสมบัติของแต่ละ
เอนทิตี้ รวมถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเอนทิต้ีในระบบ
2. กฎเกณฑ์ขอ้ บังคบั ในข้อมูล (Constraints)
3. ระบบความปลอดภัยและกฎความคงสภาพในขอ้ มลู (Integrity)
5. จงยกตวั อย่างระดับภายนอกของสถาปตั ยกรรมการลงทะเบียนของนักศึกษา

ตัวอยา่ งระดบั ภายนอก(External Level)

การลงทะเบยี นนกั ศกึ ษา รายงานผลการเรยี นของนกั ศกึ ษา

รหสั นกั ศึกษา............................ รหสั วชิ า............... ชื่อวิชา...............

รหสั วิชา............... ชื่อวชิ า............... รหสั นกั ศึกษา................ เกรดท่ไี ด.้ ....

45

6. จงยกตัวอย่างระดับแนวคิดของสถาปัตยกรรมการลงทะเบยี นของนกั ศึกษา
ระดับแนวคิด

(Conceptual Level)

Table Enroll (ตารางการลงทะเบียน) Table Subject (ตารางรายวชิ า)

ปีการศกึ ษา (4) รหสั วิชา (7)
ภาคเรียน (1) ชื่อวชิ า (15)
รหสั วชิ า (7) จานวนหนว่ ยกติ (1)
รหสั นกั ศึกษา (9)
เกรด (2) 

7. จงอธิบายจดุ ประสงค์ของการแบ่งสถาปัตยกรรมฐานข้อมลู

วตั ถุประสงคข์ องการแบ่งสถาปัตยกรรมฐานขอ้ มูล โดยมีวัตถุประสงคเ์ พอ่ื

1. ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเข้าถึงข้อมลู ชุดเดียวกนั

2. ผูใ้ ชไ้ ม่จำเป็นตอ้ งปฏิบตั ิโดยตรงกบั ฐานข้อมูลในระดับภายใน

3. ผบู้ ริหารฐานข้อมูล (DBA)

4. กรณที ม่ี ีการเปลย่ี นแปลงอปุ กรณจ์ ดั เก็บข้อมลู

5. ผบู้ รหิ ารฐานข้อมูลสามารถเขา้ ไปเปล่ยี นแปลงโครงสร้างข้อมูลในระดบั แนวคดิ

8. จงบอกความหมายของแบบจำลองข้อมูล

แบบจำลองข้อมลู (Data Model)

แบบจำลองข้อมูล (Data Model) คือ เครื่องมือในเชิงแนวความคิดที่ใช้ในการอธิบายข้อมูล, โครงสร้าง

ข้อมูล, ความสัมพันธ์ของข้อมูล, ความหมายของข้อมูล และเงื่อนไขบังคับ ความ

สอดคลอ้ งกนั ของขอ้ มลู

9. จงบอกประเภทของแบบจำลองฐานขอ้ มูล

รปู แบบของแบบจำลองฐานขอ้ มูล

รปู แบบของแบบจำลองฐานข้อมลู โดยทัว่ ไป จะแบง่ ออกเป็น 5 ประเภท ไดแ้ ก่

1. แบบจำลองฐานข้อมูลแบบลำดบั ขัน้ (Hierarchical Database)

ลกั ษณะของโครงสร้างฐานข้อมูลแบบลำดับขนั้ น้ี จะมีลักษณะคล้ายต้นไม้ท่ีควำ่ หัวลง จึงอาจเรียก

โครงสรา้ งฐานขอ้ มลู แบบน้ีได้วา่ เป็น โครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) โดยมีโครงสร้างของขอ้ มูลเป็น

ลักษณะความสัมพันธแ์ บบพ่อลูก คือ พ่อ (Parent) 1 คนมีลูก (Child) ได้หลายคน แต่ลูกมีพ่อได้คนเดยี ว

(นั่นคือเป็นความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ N) หรือแบบพ่อคนเดียวมีลูก 1 คน (นั่นคือเป็นความสัมพันธ์แบบ 1


Click to View FlipBook Version