95 5. จริยธรรมต่อสังคมที่พึงปฏิบัติ ได้แก่ พึงละเว้นการประกอบธุรกิจที่ทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การทำลายหน้าดิน ค้าสัตว์ป่า ฯลฯ พร้อมทั้งดูแลเอาใจใส่ในการประกอบกิจการของตนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลภาวะสร้างปัญหา ให้แก่ ผู้คนและชุมชน นอกจากนี้ควรสนใจประกอบธุรกิจที่สร้างงานแก่คนในชุมชนด้วย ละเว้น การ ประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมเสื่อมโทรม ทั้งด้านจิตใจ ด้านศีลธรรม อันส่งผลให้คนในสังคม ขาด คุณภาพและสร้างค่านิยมที่ผิด เช่น การเปิดแหล่งอบายมุข การค้าประเวณี แหล่งการพนัน นอกจากนี้ ควรให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในชุมชนเพื่อสร้างสรรค์สังคมโดยการสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ตาม ความเหมาะสม ไม่ฝักใฝ่การเมือง เคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น และเคารพ ในสิทธิทางปัญญาของ ธุรกิจอื่นด้วย ภาพที่ 3.9 ตัวอย่างมลภาวะในสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่มา: https://healthenvi.com/industrial-air-pollution/ นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรนำคุณธรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี(Good Corporate Governance) ซึ่งเป็นแนวทางในการบริหารจัดการธุรกิจที่เป็นธรรมและโปร่งใส มีความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่และการกระทำของตนเองต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) มาใช้เพื่อประโยชน์ของ ผู้ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเพื่อให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของลูกค้าและประชาชน ดังนี้ 1. สุจริตโปร่งใส หมายถึง การดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้อง เพียงพอ และติดตามได้ 2. ถูกต้องดีงาม หมายถึง การยึดมั่นดำเนินกิจการด้วยความเหมาะสม ไม่มีความขัดแย้ง ของ ผลประโยชน์ ไม่เกิดผลเสียหาย ไม่ผิดทำนองคลองธรรม ไม่ผิดจรรยาบรรณของธุรกิจ
96 3. เสมอภาคยุติธรรม หมายถึง การมีกฎเกณฑ์เงื่อนไขที่ชัดเจน ชอบธรรม และเท่าเทียมกัน ในการนำมาใช้ 4. คุณภาพประสิทธิภาพ หมายถึง การปฏิบัติงานที่มีคุณภาพเป็นที่พึงพอใจ และการใช้ ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด 5. รับผิดรับชอบ หมายถึง การยอมรับในผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ และจากการ ดำเนินกิจการ พร้อมเสมอที่จะให้ตรวจสอบและวัดผล 6. ร่วมคิดร่วมทำ หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีบทบาทในการร่วมเสนอ แนวความคิด หรือร่วมดำเนินการ 7. เมตตาไมตรี หมายถึง การมีความรัก ความเป็นมิตร ความเอื้ออาทร ความหวังดีมีนำใจต่อ กัน สรุป ธุรกิจเป็นการกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า/บริการที่มี การ ซื้อขายแลกเปลี่ยน จำหน่าย การกระจายสินค้า โดยมีกำไรเป็นเป้าหมาย และมีความเสี่ยงต่อ การ ลงทุน ธุรกิจโดยทั่วไปมี 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจการผลิต การบริการ และจัดจำหน่าย ส่วนรูปแบบ การดำเนินธุรกิจมี 3 รูปแบบใหญ่ ๆ ได้แก่ กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน และบริษัท จำกัด ซึ่ง แต่ละรูปแบบนั้นมีทั้งข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องพิจารณา เลือก รูปแบบการประกอบธุรกิจให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับธุรกิจของตน ส่วนผู้ประกอบการ คือ บุคคลที่จัดตั้งองค์กรธุรกิจขึ้นมาและยอมรับความเสี่ยงเพื่อหวังผลกำไรจากการดำเนินกิจการ ในการ ดำเนินธุรกิจการมีแนวคิดที่ดีจะช่วยให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น ดังนั้น การสร้าง และหาไอเดียธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็น การสร้างและหาไอเดียธุรกิจนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็น ความคิดใหญ่ แต่เป็นความคิดที่ชอบ และต้องเป็นความคิดที่ใช่ ที่สามารถทำเป็นธุรกิจเพื่อสร้าง ผลตอบแทนเป็น รายได้ คุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบการถือเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจเพราะ ธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบเป็นสำคัญ คุณสมบัติดังกล่าว เช่น มีเป้าหมาย ชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ กล้าเสี่ยง กล้าเปลี่ยนแปลง ฯลฯ นอกจากคุณสมบัติ ดังกล่าวแล้วผู้ประกอบการต้องยึดถือจริยธรรมเป็นหลัก ในการปฏิบัติต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งลูกค้า ลูกจ้าง คู่แข่ง หน่วยงานราชการ และสังคม
97 ใบงานที่ 3.1 ประกอบการเรียนเรื่อง ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ชื่อชิ้นงาน ใครคือผู้ประกอบการ ระดับชั้น ปวช. จุดประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนสรุปแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีในการเป็นผู้ประกอบการ ลักษณะของกิจกรรม 1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน 2. ระดมสมอง อ่านเรื่องใครคือผู้ประกอบการ 2.1 ลักษณะนิสัยของทองดีและบุญถึง โดยพิจารณาเกี่ยวกับจุดแข็งและจุดอ่อนของ ทองดีและบุญถึง 2.2 ทองดีและบุญถึง ใครจะเป็นผู้ประกอบการที่ดี ทำไมจึงคิดเช่นนั้น 3. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน สื่อ/อุปกรณ์ - ใบงานที่ 3.1 ใครคือผู้ประกอบการ การวัดและประเมินผล - ประเมินผลกระบวนการทำงานกลุ่ม
98 เกณฑ์การให้คะแนน รายการ 4 3 2 1 การแบ่งหน้าที่ รับผิดชอบ ก ร ะ จ า ย ง า น ทั่วถึง สมาชิกทุ คน มีส่วนร่วม มี ความพร้อม สมาชิกส่วนใหญ่ มีส่ว นร่ว ม มี ความพร้อม กระจายงานไม่ ทั่วถึงสมาชิกบาง คนว่างงาน กระจายงานไม่ ทั่วถึงไม่มีความ พร้อม การปฏิบัติหน้าที่ ท ี ่ ไ ด ้ ร ั บ ม อ บ หมาย ทำงานเสร็จทัน เวลา เป็นไปตาม เป้าหมาย เสร็จทัน แต่ขาด ความรอบคอบ ในการทำงาน ทำงานเสร็จ ไม่ ทันเวลาที่กำหนด การประเมินผล และปรับปรุงงาน สมาชิกทุกคน มี การประเมินผล งานและปรับปรุง ให้ดี สมาชิกบางส่วนมี การประเมินผล งานและปรับปรุง ไม่มีการประเมิน ผลงานและไม่ ปรับปรุงงาน ระดับคุณภาพ คะแนน 9-10 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ดี คะแนน 5-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรุง
99 เรื่อง ใครคือผู้ประกอบการ คำชี้แจง จากสถานการณ์ให้นักเรียนอ่านแล้วระดมสมอง นำเสนอหน้าชั้นเรียน ใครคือผู้ประกอบการ ทองดีสนใจจะทำธุรกิจให้เช่าที่พักเล็ก ๆ ในหมู่บ้านที่เขาอยู่ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่สนใจ ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แต่หลังจากที่คิดอยู่หลายครั้ง เขาสรุปว่า ความคิดนี้คงไม่ประสบ ความสำเร็จ เพราะชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ค่อนข้างหัวเก่า คงไม่ชอบ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเดินทั่ว หมู่บ้าน และแม้ว่าเขาอาจจะพูดจูงใจให้ชาวบ้าน เห็นดีด้วยก็ตาม แต่คงไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหน อยากเข้ามาเที่ยวที่นี่ เพราะหมู่บ้านอยู่ไกล จากถนนใหญ่มาก และถึงจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักแต่ก็ คงไม่ประทับใจเท่าไหร่ เพราะ แถวนี้ฝนตกชุกเกินไป บุญถึงสนใจที่จะทำธุรกิจเช่นเดียวกับทองดี เขารู้ว่าเขาจะต้องอธิบายและพูด ชักจูงใจให้ ชาวบ้านเห็นดีด้วย โดยชี้ให้เห็นว่าจะเป็นการสร้างงานให้แก่คนในหมู่บ้านและจำนวนนักท่องเที่ยวจะ ไม่มากจนทำให้ชาวบ้านรำคาญ บุญถึงวางแผนทำแผ่นพับ โฆษณาไปวางไว้ที่สำนักงานท่องเที่ยวใน จังหวัด เขาพูดคุยกับบริษัทนำเที่ยวและบริษัทรถประจำทางซึ่งต่างก็เห็นดีด้วยและจะให้ความร่วมมือ ในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาพักในหมู่บ้าน ที่มา : องค์การแรงงานระหว่าประเทศ (2543) ลักษณะนิสัยของทองดี และบุญดีเป็นอย่างไร จุดแข็งของทองดี จุดแข็งของบุญถึง ................................................................. ............................................................... ................................................................. ............................................................... ................................................................. ............................................................... จุดอ่อนของทองดี จุดอ่อนของบุญถึง ................................................................. ............................................................... ................................................................. ............................................................... ................................................................. ............................................................... ระหว่างทองดีและบุญถึง ใครจะเป็นผู้ประกอบการที่ดี ทำไมจึงคิดเช่นนั้น ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................. ..................................
100 ใบงานที่ 3.2 ประกอบการเรียนเรื่อง ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ชื่อชิ้นงาน กรณีศึกษาอุษา ชื่นใจ ระดับชั้น ปวช. วันที่............................. จุดประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนบอกคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ดีได้ 2. บอกคุณค่าและความสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการที่มีจริยธรรมได้ ลักษณะของกิจกรรม 1. ให้ผู้เรียนอ่านกรณีศึกษา อุษา ชื่นใจ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ 2. คุณลักษณะใดของอุษา ชื่นใจ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ 3. แนวคิดในการทำธุรกิจของอุษา ชื่นใจ คืออะไร 4. ปัจจัยแห่งความสำเร็จของอุษา ชื่นใจ คืออะไร 5. การกระทำใดของอุษา ชื่นใจ ที่แสดงให้เห็นถึงความมีจริยธรรมทางธุรกิจ 6. ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรจากกรณีศึกษานี้ สื่อ/อุปกรณ์ - ใบงานที่ 3.2 กรณีศึกษา อุษา ชื่นใจ การวัดและประเมินผล - ประเมินผลงานรายบุคคล เกณฑ์การให้คะแนน
101 เกณฑ์การให้คะแนน รายการ 4 3 2 1 กระบวนการคิด มีเหตุผล ใช้หลัก วิชาการ มีเหตุผล ใช้หลัก วิชาการเล็กน้อย มีเหตุผล แต่ไม่ เป็น ไปตามหลัก วิชาการ ไม่มีเหตุผล ไม่มี หลักวิชาการ ความประณีต มีความตั้งใจใน การทำงานมี ระเบียบ เรียบ ร้อย ครบถ้วน สมบูรณ์ มีความตั้งใจใน การทำงาน แต่ยัง ไม่เป็นระเบียบ เ ร ี ย บ ร ้ อ ย เท่าที่ควร ทำงานแบบไม่ ตั้งใจ ไม่เรียบร้อย ตรงต่อเวลา ส่งงานทันกำหนด เวลา ส ่ ง ง า น เ ล ย ก ำ ห น ด เ ว ล า เล็กน้อย ส่งงานล่าช้ามาก เกินกำหนดเวลา ระดับคุณภาพ คะแนน 9-10 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ดี คะแนน 5-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรุง
102 กรณีศึกษา อุษา ชื่นใจ คุณอุษา ชื่นใจ มีความปรารถนาจะทำงานด้านศิลปกรรม และคิดว่าด่านเกวียนน่าจะเป็น แหล่งที่ใช้แสดงความสามารถ ความคิดและความปรารถนาของตนเองได้ จึงได้นำโอ่งที่ชาวบ้านปั้นขึ้น รูปเสร็จ แล้วมาแกะสลักรูปสัตว์ รูปดอกไม้มาติดเข้าไป แล้วนำไปจำหน่ายขาย ต่ออีกชั้นหนึ่ง ปรากฏ ว่าสามารถขายได้ในราคา 150 บาท จากต้นทุน เพียง 40 บาท จึงได้เริ่มคิดทำเป็นธุรกิจ ในช่วงแรก ของการดำเนินธุรกิจ คุณอุษา เกิดความสับสนในตนเอง ไม่รู้ว่าความต้องการของตนเองคืออะไรกันแน่ ระหว่าง ศิลปินกับ นักธุรกิจ คือ ส่วนผสมระหว่างความอยากจะทำงานศิลปะที่ตนเองชอบกับความต้องการที่ จะเอางาน ศิลปะมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แล้วนำออกขาย ความที่เป็นคนขายของไม่เป็น ลูกค้ารายใด ที่ถูกใจก็ขาย ราคาต่ำ หรือให้ฟรีไปเลย แต่ถ้าไม่ถูกใจก็ขายแพง จึงทำให้ไม่มีราคามาตรฐานที่แน่นอน และเมื่อ ได้คำตอบให้ตนเองว่า ต้องการเป็นศิลปินนักธุรกิจ คือเป็นทั้งสองอย่างคุณอุษาจึงต้อง ปรับเปลี่ยน ใน 2 เรื่อง คือการปรับทัศนคติของตนเอง รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จงใจทำให้ตรง กับความต้องการ ของตลาดและการเพิ่มพูนความรู้ในด้านวิทยาการจัดการ ซึ่งแต่เดิมคุณอุษาเรียนรู้ จากประสบการณ์การทำงานในชีวิตประจำวันเท่านั้น ปัญหาธุรกิจดูจะไม่สิ้นสุด เพราะในช่วงที่ธุรกิจกำลังเจริญเติบโตขึ้นนั้น ก็ต้องมาเจอกับภาวะ วิกฤตเศรษฐกิจ โรงงานประสบปัญหาค่อนข้างมากทั้งปัญหาการจัดการ การเงิน การแข่งขัน ความ พยายามที่จะรักษาธุรกิจเอาไว้ คุณอุษาจึงโหมเรื่องการส่งออก ดังนั้นจึงได้เข้าร่วมการอบรม โครงการ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความช่วยเหลือในการพัฒนา การ จัดการและการแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้มีการปรับปรุงระบบบัญชี การบริหารจัดการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด คุณอุษากล่าวว่า การมีสินค้าตัวใหม่เพื่อชักชวนให้ลูกค้าซื้อ เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องรักษาเอาไว้ คือให้ราคาไปกันได้ เป็นราคาที่ยุติธรรม ทั้งตัวเราและกับลูกค้า นอกจากสินค้าที่มีราคายุติธรรมแล้วตัวสินค้าต้องดีด้วย และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ประกอบการต้องมีความซื่อสัตย์ และรักษาเงื่อนไขการค้าให้ได้ด้วย การปรับตัวของคุณอุษา ไม่ใช่ เฉพาะปรับแค่เรื่องกลยุทธ์เท่านั้น แต่ต้องถามตัวเราเองว่าทีมของเราจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา ได้ ด้วยไหม การเป็นผู้ประกอบการมิใช่เป็นผู้สั่งงาน ผู้ให้เงินทองแก่ลูกจ้างเท่านั้น แต่ต้องทำตัว เหมือน พ่อแม่ดูลูกเข้าไปถึงครอบครัวของลูกน้องด้วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ในองค์กรและ มี ลักษณะสังคมไทยร่วมใจ ร่วมฟันฝ่า ดังนั้นจึงเพิ่มกลยุทธ์ด้านบุคลากร และเมื่อมีความพร้อมใจกัน แล้ว มีใจเป็นหนึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพต่อไป ที่มา : อุษา ชื่นใจ 2548.
103 ใบมอบหมายงานที่ 3 ประกอบการเรียนเรื่อง ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ชื่อชิ้นงาน สรุปความรู้ความคิด ระดับชั้น ปวช. จุดประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ 2. เพื่อให้ผู้เรียนระบุแนวทางการเป็นผู้ประกอบการที่ดี 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพ ลักษณะของกิจกรรม 1. ให้ผู้เรียนสรุปความรู้ ความคิดที่ได้รับลงในแบบฟอร์มที่ครูกำหนดให้ 2. ส่งงานตามกำหนดเวลา สื่อ/อุปกรณ์ - แบบสรุปความรู้ความคิด การวัดและประเมินผล - ประเมินผลงานรายบุคคล เกณฑ์การให้คะแนน รายการ 4 3 2 1 กระบวนการคิด มีเหตุผล ใช้หลัก วิชาการ มีเหตุผล ใช้หลัก วิชาการเล็กน้อย มีเหตุผล แต่ไม่ เป็น ไปตามหลัก วิชาการ ไม่มีเหตุผล ไม่มี หลักวิชาการ ความประณีต มีความตั้งใจใน การทำงานมี ระเบียบ เรียบ ร้อย ครบถ้วน สมบูรณ์ มีความตั้งใจใน การทำงาน แต่ยัง ไม่เป็นระเบียบ เ ร ี ย บ ร ้ อ ย เท่าที่ควร ทำงานแบบไม่ ตั้งใจ ไม่เรียบร้อย ตรงต่อเวลา ส่งงานทันกำหนด เวลา ส ่ ง ง า น เ ล ย ก ำ ห น ด เ ว ล า เล็กน้อย ส่งงานล่าช้ามาก เกินกำหนดเวลา
104 ระดับคุณภาพ คะแนน 9-10 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ดี คะแนน 5-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรุง
105 แบบสรุปความรู้ความคิด ความรู้ใหม่ที่ได้จากบทเรียน ธุรกิจคืออะไร รูปแบบธุรกิจที่เข้าใจ ยกตัวอย่างแนวคิด ผู้ประกอบการที่มีจริยธรรม ผู้ประกอบการ เป็นอย่างไร ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ธุรกิจ และการเป็น ผู้ประกอบการ …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………
106 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 3 ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จงยกตัวอย่างธุรกิจการผลิต บริการ และจัดจำหน่าย มาอย่างละ 1 ธุรกิจ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................... ............. 2. จงบอกข้อดี-ข้อเสียของการประกอบธุรกิจรูปแบบกิจการเจ้าของคนเดียว ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. จงยกตัวอย่างนักธุรกิจ หรือบุคคลที่นักเรียนเห็นว่ามีบุคลิกหรือคุณลักษณะของผู้ประกอบการ ที่ ประสบความสำเร็จ 1 คน พร้อมบอกคุณลักษณะหรือบุคลิกดังกล่าว ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 4. ยกตัวอย่างโอกาสทางธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้ มา 1 แนวคิด ........................................................................................................... ..................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 5. ยกตัวอย่างการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างมีจริยธรรมมา 3 ตัวอย่าง ตัวอย่างที่ 1 ............................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ตัวอย่างที่ 2 ....................................................................................................................... ..................... ................................................................................................................................................................ ตัวอย่างที่ 3 ............................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
107 ตอนที่ 2 จงทำเครื่องหมาย ✓ หน้าข้อที่คิดว่าถูก และทำเครื่องหมาย X หน้าข้อที่คิดว่าผิด .......... 1. ร้านขายของชำจัดเป็นธุรกิจจัดจำหน่าย .......... 2. ร้านเสริมสวยฟ้าใส จัดเป็นธุรกิจบริการ .......... 3. โรงงานผลิตปลากระป๋องจัดเป็นธุรกิจการผลิต .......... 4. ข้อเสียของธุรกิจเจ้าของคนเดียวคือ ต้องทำงานคนเดียว .......... 5. ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ ห้างหุ้นส่วนที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ ในหนี้สิ้นทั้งหมด ที่เกิดขึ้น .......... 6. ห้างหุ้นส่วนสามัญมีหุ้นส่วน 2 ประเภท คือ จำกัดความรับผิดชอบ และไม่จำกัด ความรับผิดชอบ .......... 7. บริษัทจำกัด แบ่งทุนเป็นหุ้นๆ ละเท่ากัน รับผิดในหนี้สินไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุน .......... 8. ผู้บริหารคือผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการคือผู้บริหาร .......... 9. ไอเดียธุรกิจที่ดีจะต้องมองเห็นลูกค้าที่ต้องการชัดเจน .......... 10. ข้อเสียของแฟรนไชส์ คือการเริ่มต้นต้องใช้วิธีลองผิดลองถูก .......... 11.e-Commerce เป็นธุรกิจที่เป็นการตัดค่าใช้จ่ายในการเปิดหน้าร้าน/การบริหารจัดการ และสามารถขยายตลาดในวงกว้าง .......... 12. การสร้างความต่าง ไม่สามารถทดแทนกันได้กับสินค้า/บริการ .......... 13. จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ประกอบการ ควรเริ่มต้นจากการมองหาธุรกิจที่เหมาะสมกับ ตนเองก่อน .......... 14. ผู้ประกอบการใหม่ที่มีความฝัน ควรจะทำความฝันที่มีอยู่ให้เป็นจริง ด้วยการกู้ยืม เงินให้ มากที่สุดเพื่อการประกอบธุรกิจนั้น ๆ ให้ประสบความสำเร็จ .......... 15. จริยธรรม (ethics) หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติของบุคคลเพื่อให้ อยู่ในกรอบ และกฎของศีลธรรมที่สังคมยึดถือปฏิบัติ
108 แบบทดสอบหลังเรียน คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย X ลงบนตัวอักษรหน้าข้อที่คิดว่าถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ข้อใดจัดเป็นธุรกิจ ก. นาย ก ปลูกมะละกอส่งตลาดไท ข. นาย ข พัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ ค. นาย ค นำเงินฝากธนาคารเพื่อหวังดอกเบี้ย ง. นายง ซื้อรถมาแล้วไม่ถูกใจเลยขายต่อเพื่อน 2. ข้อใดจัดเป็นธุรกิจจัดจำหน่าย ก. ธนาคาร ข. โรงงานทอผ้า ค. เซเว่นอีเลฟเว่น ง. ร้านรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า 3. ข้อใดจัดเป็นธุรกิจการผลิต ก. สปา โรงแรม ข. ร้านอาหาร ร้านตัดเสื้อผ้า ค. ร้านขายของชำ ร้านกาแฟ ง. ร้านเสริมสวย เทสโก้โลตัส 4. ข้อใดเหมาะสมกับรูปแบบกิจการเจ้าของคนเดียว ก. ต้นมีความสามารถด้านการตลาดแต่ขาดเงินทุน ข. ต่อมีความรู้เรื่องการตลาด แต่ไม่มีทักษะทางวิชาชีพ ค. ต้อยมีความรู้ด้านคหกรรมจะเปิดร้านรับจัดดอกไม้ของตนเอง ง. ตุ้มมีความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปจะผลิตน้ำผลไม้ส่งทั่วประเทศ 5. ข้อใดสร้างโอกาสทางธุรกิจได้เหมาะสมที่สุด ก. ในย่านนี้คนอ้วนมีมาก เปิดร้านขายเสื้อผ้า “อวบอ้วน” ข. ชอบเที่ยวป่า เปิดธุรกิจร้านขายอาหารป่า ค. รักเด็กและสุนัข เปิดร้านขายอาหารสัตว์ ง. ชอบว่ายน้ำ เปิดร้านขายชุดว่ายน้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ 6. แนวคิดการเป็นผู้ประกอบการในข้อใดที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ สามารถ ขยาย ตลาดได้กว้าง เหมาะสมกับยุคสมัย ก. ขายสินค้าออนไลน์ ข. เปิดร้านรับซ่อมมือถือ ค. ขายก๋วยเตี๋ยวชายสี่หมี่เกี๊ยว ง. เปิดร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
109 7. คุณสมบัติของผู้ประกอบการข้อใดสำคัญที่สุด ก. ชอบความเสี่ยง ข. ความรู้ในธุรกิจ ค. ความมุ่งมั่นตั้งใจ ง. มีการพัฒนาตนเอง 8. ต้อยติ่งเรียนจบด้านอาหารและโภชนาการ เธอคิดจะเป็นผู้ประกอบการ ต้องการคำแนะนำในการ เป็นผู้ประกอบการ ถ้านักเรียนมีโอกาสให้คำแนะนำ นักเรียนจะให้คำแนะนำอย่างไร เพื่อการตัดสินใจ ก. ควรเลือกธุรกิจออนไลน์ เพราะไม่ต้องลงทุนมากนัก ข. ควรศึกษาต่อในสาขาที่ตลาดมีความต้องการเพื่อให้ได้งานง่ายที่สุด ค. ควรเลือกธุรกิจต่อยอดจากครอบครัว เพราะจะทำให้ไม่ต้องลองผิดลองถูก ง. ควรเลือกทำในสิ่งที่ตนรัก ถนัด และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด 9. นักเรียนจัดทำโครงการ “ปัง ปัง ปั่น” การกระทำในข้อใดที่เรียกได้ว่านักเรียนเป็นผู้ผลิต ที่มีจริยธรรม ก. แถมให้เพื่อนที่ซื้อ 2 ถ้วย ข. มีความตั้งใจในการผลิตขนมปัง ค. เลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาจำหน่าย ง. มีบริการซื้อแล้วไม่ถูกใจยินดีคืนเงิน 10. “ครีมชะลอวัย” สามารถลดอายุลงได้ภายใน 1 สัปดาห์ เพียงทาเช้าเย็นจะเห็นผล” จากโฆษณา ดังกล่าวขัดกับจริยธรรมของผู้ประกอบการในข้อใด ก. จริยธรรมของผู้ประกอบการต่อลูกค้า ข. จริยธรรมของผู้ประกอบการต่อคู่แข่ง ค. จริยธรรมของผู้ประกอบการต่อสังคม ง. จริยธรรมของผู้ประกอบการต่อหน่วยงานราชการ
หน่วยที่ 4 การจัดหาและการวางแผนทางการเงิน สาระสำคัญ การเริ่มต้นธุรกิจหรือการขยายกิจการนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรเลือกพิจารณาจัดหาเงินทุนให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจ สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง การที่จะตัดสินใจเลือกแหล่งเงินทุนใด ผู้ประกอบการควร พิจารณาให้รอบคอบทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยง นอกจากการจัดหาเงินทุน แล้ว การดำเนินธุรกิจ ไปสู่เป้าหมายต้องมีการวางแผนทางการเงินที่ดี การจัดทำงบประมาณ เป็นการวางแผนทางการเงินซึ่ง มีแนวทางการปฏิบัติที่จะช่วยให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องให้ ความสำคัญ รวมถึงการวิเคราะห์การลงทุนเพราะเป็นการสร้าง ความมั่นใจว่าการลงทุนในโครงการ ลงทุนนั้น ๆ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท และความมั่นคงให้กับผู้ถือหุ้นได้หรือไม่ เนื้อหาสาระ 1. การจัดหาเงินทุนของผู้ประกอบการ 2. แหล่งเงินทุนการจัดทำงบประมาณ 3. งบประมาณการวางแผนทางการเงิน 4. การวางแผนงบประมาณหลัก 5. การวิเคราะห์การลงทุน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกความต้องการเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจได้ส 2. ยกตัวอย่างแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการได้ 3. ประมาณการงบประมาณค่าใช้จ่ายการผลิตได้ 4. ประมาณการต้นทุนกำไรได้ 5. วิเคราะห์จุดคุ้มทุนและระยะเวลาในการคืนทุนได้
111 แบบทดสอบก่อนเรียน คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย X ลงบนตัวอักษรหน้าข้อที่คิดว่าถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. เงินทุนที่ต้องใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจ คือเงินทุนในข้อใด ก. ทุนเริ่มต้น ทุนในการดำเนินงาน ข. ทุนหมุนเวียน ทุนเริ่มต้น ค. ทุนจัดตั้งธุรกิจ ทุนหมุนเวียน ง. ทุนจัดตั้งธุรกิจ ทุนเริ่มต้น ทุนในการดำเนินงาน 2. เงินทุนที่ผู้ประกอบการต้องจัดหาสำหรับนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจประจำวัน เพื่อไม่ให้ธุรกิจ สะดุดหยุดลง คือเงินทุนในข้อใด ก. เงินทุนหมุนเวียน ข. เงินทุนเริ่มต้น ค. เงินทุนจัดตั้งธุรกิจ ง. เงินทุนสำรอง 3. ข้อใดจัดเป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้น ก. เครดิตการค้า ข. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. หุ้นบุริมสิทธิ ง. พันธบัตรหรือหุ้นกู้ 4. ข้อใดจัดเป็นแหล่งเงินทุนระยะยาว ก. เครดิตการค้า ข. ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ ค. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ง. เงินออมของเจ้าของกิจการ 5. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของการจัดทำงบประมาณ ก. กำหนดนโยบายกลยุทธ์ ข. กำหนดแผนการปฏิบัติงาน ค. กำหนดเป้าหมาย ง. ประเมินสภาวะแวดล้อมขององค์กร 6. ก่อนกำหนดเป้าหมายในการจัดทำงบประมาณ ควรดำเนินการอย่างไร ก. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กร ข. กำหนดแผนปฏิบัติการ ค. กำหนดนโยบายกลยุทธ์ ง. ติดตามและประเมินผล 7. ข้อใดคือส่วนประกอบที่ต้องจัดทำในงบประมาณดำเนินการ ก. งบกระแสเงินสด ข. งบดุล ค. งบประมาณการผลิต ง. งบการลงทุน 8. การจัดทำงบประมาณในข้อใดจัดเป็นการจัดทำงบประมาณการเงิน ก. งบกระแสเงินสด ข. งบประมาณการผลิต ค. งบประมาณค่าใช้จ่ายในการขาย ง. งบประมาณค่าแรง
112 9. ก้อยขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่จตุจักร ก้อยอยากรู้ว่าตนเองต้องขายให้ได้วันละกี่ชามจึงจะอยู่ได้ ก้อยควร จะวิเคราะห์การลงทุนในข้อใด ก. ระยะเวลาคืนทุน ข. จุดคุ้มทุน ค. หามูลค่าปัจจุบันสุทธิ ง. วิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน 10. ข้อใดเป็นเกณฑ์ตัดสินใจการลงทุนโดยพิจารณาถึงผลตอบแทนตามค่าปัจจุบันของเงิน ก. ROI ข. จุดคุ้มทุน ค. ระยะเวลาคืนทุน ง. มูลค่าปัจจุบันสุทธิ
113 การจัดหาเงินทุนของผู้ประกอบการ เงินทุน (Capital) หมายถึง เงินที่ผู้ประกอบการจัดหามาสำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่ง ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าต้องการเงินทุนในการดำเนินงานเท่าไหร่ เงินทุนนั้นมาจากไหน และจะใช้ เงินทุนนั้นอย่างไรจึงจะเกิดผลกำไร ดังนั้นก่อนเริ่มต้นธุรกิจผู้ประกอบการต้องดำเนินการประเมิน ความต้องการทางการเงินเพื่อจัดหาเงินทุนให้สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการ 1. ความต้องการเงินทุน การประมาณความต้องการเงินทุนที่ครอบคลุม พอเพียง จะเป็นการช่วยลดการเผชิญปัญหา ทางการเงินและความล้มเหลวทางธุรกิจได้ ความต้องการเงินทุนดังกล่าว โดยภาพรวมมีดังนี้ 1.1. เงินทุนในการจัดตั้งธุรกิจ เป็นเงินทุนขั้นต้นที่ผู้ประกอบการนำมาเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับ การจัดตั้งธุรกิจในเรื่องต่าง ๆ เช่น เงินมัดจำการเช่าสถานที่ ค่าซ่อมแซมสถานที่ ค่าออกแบบ ร้านหรือ การปรับปรุงโรงงาน ค่าอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน ค่าใบอนุญาตและการขออนุญาตต่าง ๆ ค่าธรรมเนียม ค่าประกันภัย ค่าใช้จ่ายทางด้านกฎหมาย 1.2. เงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ เป็นเงินทุนที่ใช้เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นได้ ซึ่งการ จัดเตรียม เงินทุนนี้เป็นความต้องการเพื่อให้คุ้มค่าใช้จ่ายและช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้ตลอด ระยะเวลา 3-6 เดือนแรก เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัสดุสำนักงาน การส่งเสริมการขาย 1.3. เงินทุนในการดำเนินงาน เป็นความต้องการเงินหมุนเวียนเพื่อใช้ในการ ดำเนินงานประจำวัน ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมีเงินทุนให้เพียงพอที่จะสามารถรองรับการ เปลี่ยนแปลงเพื่อช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในช่วงที่เผชิญกับความตกต่ำ หรือเพื่อการขยายตัวทางการเงิน เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ การสูญเสียลูกค้ารายสำคัญ 2. การใช้ไปของเงินทุน เงินทุนที่ผู้ประกอบการจัดหามานั้นจะนำไปใช้ในธุรกิจใน 3 ลักษณะ คือ เงินทุนเริ่มต้น เงินทุนหมุนเวียน และเงินทุนสำรอง
114 ภาพที่ 4.1 การใช้ไปของเงินทุน 2.1. เงินทุนเริ่มต้น (Set-up Capital) เป็นเงินทุนที่จะต้องจ่ายออกไปสำหรับการ เริ่มต้น ธุรกิจในครั้งแรกเพื่อนำไปใช้สำหรับซื้อทรัพย์สินถาวร ที่ดิน เครื่องจักร วัตถุดิบ และอุปกรณ์ ต่าง ๆ รวมถึงเงินที่ต้องเตรียมไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายแปรผันให้เพียงพอสำหรับ 3-6 เดือนแรก หรือ จนกว่าจะเริ่มมีรายได้จากการขาย ตัวอย่าง การเตรียมเงินทุน ลงทุนเปิดร้านกาแฟสด ต้องเตรียมเงินทุนเริ่มต้นสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น - ค่าตกแต่งร้าน ค่าซ่อมแซมสถานที่ - ค่าเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ - เคาน์เตอร์ โต๊ะกาแฟ - ค่าวัสดุอุปกรณ์ - ค่าวัตถุดิบ (3-6 เดือน) และอื่น ๆ 2.2. เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) เป็นเงินทุนที่ใช้สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย ประจำวัน ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อไม่ให้ธุรกิจสะดุดหยุดลง เช่น ค่าเช่า ค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟ และชำระ หนี้เมื่อ ครบกำหนดเวลา ค่าวัตถุดิบ ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เงินทุนหมุนเวียนควรมีให้ เพียงพอ สำหรับการดำเนินงานทั้งปี ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง 2.3. เงินทุนสำรอง (Cash Reserved) เป็นเงินทุนที่ต้องสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ใน กรณี ที่เหตุการณ์เปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เช่น สัปดาห์นั้นฝนตกทั้งสัปดาห์ส่งผลต่อ การขาย สินค้ายังขายไม่ได้ หรือสินค้าขายดีมากวัตถุดิบจึงหมดเร็วกว่าที่กำหนด ปกติเงินทุนสำรอง ทุน เริ่มต้น ทุน สำรอง ทุน หมุนเวียน ประมาณ เงินทุน
115 มักจะ สำรองไว้ประมาณ 10-15% ของเงินทุนทั้งหมด เงินทุนส่วนนี้ผู้ประกอบการควรมีวินัยในการใช้ หากมีความจำเป็นต้องนำมาใช้ก็ต้องรีบนำกลับคืนมาสำรองไว้ให้ครบถ้วนเหมือนเดิม แหล่งเงินทุน ในการเริ่มต้นธุรกิจหรือขยายธุรกิจนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก บางครั้ง เงินออมอาจไม่เพียงพอจึงต้องหาเงินทุนมาเพิ่มเติม แหล่งเงินทุนที่ผู้ประกอบการสามารถจัดหา มาใช้ สำหรับการดำเนินธุรกิจมีหลายแหล่ง ถ้าแบ่งแหล่งเงินทุนตามที่มาของเงินทุน สามารถแบ่ง เป็นแหล่ง เงินทุนภายใน และแหล่งเงินทุนภายนอก แต่ถ้าแบ่งแหล่งเงินทุนตามระยะเวลา สามารถ แบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น แหล่งเงินทุนระยะสั้น และแหล่งเงินทุนระยะยาว ในที่นี้จะกล่าวถึงแหล่ง เงินทุนระยะสั้นและ ระยะยาว ดังนี้ ภาพที่ 4.2 แหล่งเงินทุนแบ่งตามระยะเวลาการชำระคืน 1. แหล่งเงินทุนระยะสั้น แหล่งเงินทุนระยะสั้น (Short-Term Financing) เป็นแหล่งเงินทุนที่ผู้ประกอบการจะต้อง ชำระคืนเงินภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีเป็นแหล่งเงินทุนที่ผู้ประกอบการจัดหามาเพื่อใช้ในการ ดำเนินงาน ส่วนใหญ่นำมาใช้เพื่อลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียน จึงต้องหาเงินมาลงทุนจากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้ 1.1 กำไรสะสม เป็นเงินที่ผู้ประกอบการดำเนินกิจการแล้วมีกำไรเหลือสะสมไว้ ซึ่ง ถ้ามี จำนวนมากพอก็ไม่จำเป็นต้องกู้ยืมที่แหล่งอื่น 1.2 ธนาคารพาณิชย์ เป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก การกู้เงินจากธนาคาร ผู้กู้จะต้องเตรียมข้อมูลต่าง ๆ หรือแผนธุรกิจ เพื่อนำเสนอโครงการขอกู้เงิน จากธนาคาร ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมศึกษาและจัดทำข้อมูลเพื่อให้ธนาคารเห็นว่าธุรกิจมีแนวโน้ม ที่จะเจริญเติบโต และสามารถชำระหนี้คืนได้ตามกำหนดเวลา โดยทั่วไปธนาคารพาณิชย์จะให้กู้ยืมเงิน แก่ผู้ประกอบการในลักษณะเบิกเงินเกินบัญชี (Overdrafts) หรือที่เรียกว่า OD เป็นการอนุญาตให้ แหล่งที่มาของเงินทุน ระยะสั้น ระยะยาว
116 ผู้ประกอบการเบิกเงินไปใช้ล่วงหน้าได้เกินกว่าวงเงินที่มีอยู่ในบัญชี และ ลักษณะการกู้แบบธรรมดา (Loan) คือการกู้ยืมเงินในวงเงินที่ตกลงกันไว้ โดยมีกำหนดระยะเวลา ใช้คืน เงินกู้จากธนาคาร พาณิชย์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เงินกู้ชนิดไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น การกู้เพื่ออุปโภคบริโภค ส่วนบุคคล และเงินกู้ชนิดมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กรณีที่ธนาคารเห็นว่าผู้กู้มีความสามารถในการ จ่ายเงินคืนไม่เพียงพอ จึงกำหนดให้มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อลด ความเสี่ยงภัยทางการเงิน การที่จะ ทราบว่าธนาคารจะอนุมัติการกู้หรือไม่นั้น โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาอนุมัติการกู้ยืมหรือไม่โดยใช้ หลัก 6 C ดังนี้ Character : บุคลิกของผู้กู้ Character : บุคลิกของผู้กู้ Capacity : ความสามารถในการชำระหนี้ Capital : ส่วนลงทุนของผู้กู้ เงินทุน สินทรัพย์ เงินฝาก Condition : เงื่อนไขการชำระหนี้ Collateral : หลักประกัน Country : สภาพเศรษฐกิจและนโยบายของรัฐบาล ตัวอย่าง การให้บริการสินเชื่อ SME ของธนาคารก - วงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (Overdraft) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินหมุนเวียนในธุรกิจ โดยเบิกถอนใช้วงเงินจากบัญชีกระแสรายวัน - วงเงินกู้ระยะสั้น (Short Term Loan) สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเงินลงทุน หมุนเวียนและเงินทุนในการดำเนินงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการดำเนินงาน - วงเงินกู้ระยะยาว (Long Term Loan) สำหรับใช้ในการลงทุนในธุรกิจ หรือขยายธุรกิจ เพื่อใช้เป็นค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคาร/โรงงาน ค่าเครื่องจักร/อุปกรณ์ ฯลฯ - วงเงินรับซื้อลดตั๋วเงิน (Clean Bill Discount) ในลักษณะการรับซื้อลดตั๋วเงินประเภทต่างๆ - การอาวัล (Aval) สำหรับผู้ประกอบที่ต้องการให้ธนาคารค้ำประกันการชำระเงินตาม ตั๋ว เงิน เช่น ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) เป็นต้น 1.3 เครดิตการค้า (Trade Credit) หมายถึง การซื้อสินค้ามาจำหน่าย โดยยังไม่ต้อง ชำระ ค่าสินค้าแก่ผู้ขายโดยทันที จะชะลอการชำระหนี้ไปอีกระยะเวลาหนึ่ง เป็นการให้เครดิตหรือ สินเชื่อ ระหว่างผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เครดิตการค้ามี 3 รูปแบบ คือ - บัญชีเงินเชื่อ (Open Account) หมายถึง ผู้ขายสินค้าส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อ พร้อม ทั้งใบแจ้งหนี้ ซึ่งแสดงรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับราคาสินค้า จำนวนสินค้า ยอดเงินที่ต้องชำระโดย ผู้ซื้อไม่ต้องเซ็นหลักฐานใด ๆ ที่แสดงความเป็นหนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ขายจะมีการ ตรวจสอบฐานะทางการเงินของผู้ซื้อก่อน
117 - ตั๋วเงินจ่าย (Note Payable) ในกรณีนี้ผู้ขายจะขอให้ผู้ซื้อลงนามในตั๋ว สัญญา ใช้เงินเพื่อรับรองสภาพการเป็นหนี้ ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้จะระบุวันที่ที่ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินไว้ อย่างชัดเจน - ตั๋วแลกเงิน (Trade Acceptance) เป็นวิธีการที่ผู้ซื้อต้องเซ็นรับรองการ เป็นหนี้ ไว้เป็นหลักฐาน ผู้ขายจะออกดราต์ให้ผู้ซื้อเซ็นรับรองว่าจะชำระหนี้ภายในกำหนด และเมื่อถึง กำหนดจะให้นำดราฟต์นั้นไปขึ้นเงินที่ธนาคารใด เมื่อผู้ซื้อเซ็นแล้วดราฟต์ก็จะกลายเป็นตั๋วแลกเงิน และตั๋วแลกเงินนี้สามารถนำไปขายลดในท้องตลาดเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที 1.4 การใช้เอกสารเครดิต หมายถึง เอกสารที่แสดงการเป็นหนี้และระยะเวลาต้อง ชำระ เอกสารเครดิตที่ใช้กันมากในการกู้เงินทุนระยะสั้น ได้แก่ ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.5 การกู้ยืมเงินโดยใช้สินค้าเป็นประกัน หมายถึง การที่ผู้ประกอบการนำสินค้าที่มี อยู่ ในคลังสินค้ามาค้ำประกันการกู้เงิน 1.6 การตั้งวงแชร์ ผู้ประกอบการบางคนอาจไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันทางการเงิน ได้ เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือกู้เต็มอัตราแล้ว จึงนิยมตั้งวงแชร์ขึ้นมาโดยมีการประมูล ใครให้ดอกเบี้ยสูงสุดผู้นั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินไปก่อนผู้อื่น 2. แหล่งเงินทุนระยะยาว แหล่งเงินทุนระยะยาว (Long-term Financing) เป็นแหล่งเงินทุนที่ผู้ประกอบการจัดหา เงินทุนได้ทั้งจากแหล่งภายในและแหล่งภายนอก 2.1. การจัดหาเงินทุนระยะยาวจากภายในกิจการ เป็นการระดมเงินทุนจากส่วนของ เจ้าของหรือผู้ถือหุ้น กำไรสะสม การขายหลักทรัพย์ต่าง ๆ ของกิจการเอง เช่น หุ้นทุน หุ้นสามัญ หุ้น บุริมสิทธิ พันธบัตรหรือหุ้นกู้ - หุ้นสามัญ เป็นเงินทุนที่ได้มาจากส่วนของเจ้าของเพราะผู้ถือหุ้นสามัญ เป็นเจ้าของ กิจการโดยแท้จริง และที่มีสิทธิ์ต่าง ๆ เช่น สิทธิ์ในการซื้อหุ้นใหม่ก่อนบุคคลภายนอก สิทธิ์ในการ เลือกตั้งคณะกรรมการ การลงคะแนนเสียง การควบคุมการดำเนินงานการได้รับเงินปันผล - หุ้นบุริมสิทธิ เป็นหุ้นที่ให้สิทธิผู้ถือหุ้นเหนือหุ้นสามัญในทรัพย์สินของ กิจการ เช่น มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลในอัตราแน่นอนก่อนหุ้นสามัญ เมื่อเลิกกิจการจะได้รับเงินคืนก่อน บริษัทจะ จ่ายเงินปันผลให้แก่หุ้นสามัญมากกว่าหุ้นบุริมสิทธิไม่ได้ บริษัทสามารถเพิ่มทุนได้โดยการ ขายหุ้น บุริมสิทธิให้มากขึ้นตามความเหมาะสม - พันธบัตรหรือหุ้นกู้เป็นหลักทรัพย์ที่ให้รายได้ประจำที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้น ไป ได้แก่ ตราสารหนี้ ซึ่งตราสารหนี้ที่รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก เรียกว่า พันธบัตร (Bond) และตราสารหนี้ที่ธุรกิจเอกชนเป็นผู้ออก เรียกว่า หุ้นกู้ (Corporate Bond หรือ Debenture) พันธบัตร (Bond) คือ ตราสารที่ใช้ในการกู้เงินระยะยาวที่มีหลักประกัน โดยที่ ผู้ออกตราสารจะจ่าย
118 คืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ถือพันธบัตรนั้น พันธบัตรแบ่ง เป็น 2 ชนิด คือ พันธบัตร รัฐบาล และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ อาจมีพันธบัตรธนาคารแห่ง ประเทศไทยที่ออกมาเพื่อ แก้ไขปัญหาสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ - หุ้นกู้ (Corporate Bond หรือ Debenture) เป็นตราสารแห่งหนี้ที่ แบ่งเป็นหน่วย แต่ละหน่วยมีมูลค่าเท่ากัน หุ้นกู้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ หุ้นกู้ชนิดที่มี หลักประกัน หุ้นกู้ชนิด ที่ไม่มีหลักประกัน และหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นหุ้นกู้ชนิดที่ให้สิทธิ์แก่ผู้ถือใน การเปลี่ยนเป็น หุ้นสามัญได้ภายในระยะเวลาและตามราคาที่กำหนด 2.2. การจัดหาเงินทุนระยะยาวจากภายนอกกิจการ หมายถึง การจัดหาทุนจากการ กู้ระยะ ยาวจากสถาบันการเงินหรือแหล่งต่าง ๆ เพื่อนำเงินจำนวนมากไปลงทุนเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร แหล่งเงินทุนระยะยาว ได้แก่ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บรรษัทเงินทุน อุตสาหกรรม บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนาคารเพื่อการลงทุน แหล่งเงินทุนอื่น ๆ รูปที่ 4.3 แหล่งที่มาของเงินทุน จากภาพที่ 4. 4.3 จะเห็นได้ว่าการจัดหาแหล่งเงินทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว สามารถจัดหาได้ ทั้งนี้การตัดสินใจใช้แหล่งเงินทุนระยะสั้นหรือระยะยาวขึ้นอยู่กับการพยากรณ์จาก หลายแหล่ง อัตราดอกเบี้ย โดยปกติอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว เพราะมี ความเสี่ยงต่ำกว่า แหล่งที่มาของเงินทุน ระยะสั้น ระยะยาว ธนาคารพาณิชย์ กำไรสะสม เครดิตการค้า เอกสารเครดิต ใช้สินค้าเป็นประกัน หุ้นกู้ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน ฯลฯ
119 3. ตลาดเงินและตลาดทุน 3.1 ตลาดเงิน (Money Market) เป็นตลาดซื้อขายตราสารทางการเงินที่มีอายุไม่ เกิน 1 ปี สถาบันทางการเงินที่มีบทบาทสำคัญในตลาดเงิน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และ มีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำกับดูแล ตราสารทางการเงินต่าง ๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือใน ตลาดเงิน เป็นตราสารที่แสดงการเป็นหนี้ระยะสั้น เป็นหลักประกันในการกู้ยืม เช่น ตั๋วแลกเงิน เช็ค ตั๋วสัญญา ใช้เงิน วงเงินเบิกเกินบัญชี ฯลฯ 3.2 ตลาดทุน (Capital Market) เป็นตลาดซื้อขายตราสารทางการเงินที่มีอายุเกิน 1 ปี ส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ระยะยาวหรือตราสารทุนของบริษัทเอกชน สถาบันการเงินที่มีบทบาท สำคัญใน ตลาดทุน ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โดยมีคณะกรรมการ กำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นหน่วยงานกำกับดูแล ตราสารทางการเงินต่าง ๆ ใน ตลาดทุน เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ในการซื้อขาย หลักทรัพย์ ฯลฯ ภาพที่ 4.4 website เผยแพร่ความรู้ตลาดทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตราสารทางการเงินทั้งในตลาดเงินและตลาดทุนหากเสนอขายครั้งแรก เรียกว่า การระดมทุน ในตลาดแรก (Primary Market) แต่หลังจากที่เสนอขายตราสารการเงินในตลาดแรก แล้ว ต่อมาเมื่อ มีการซื้อขายเปลี่ยนมือก็ถือเป็นการดำเนินการในตลาดรอง (Secondary Market) ทั้งสิ้น ตราสาร การเงินที่ได้รับการรับรองให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเรียกว่า หลักทรัพย์จด ทะเบียน ซึ่งจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และมีสภาพคล่องที่ดีกว่าตลาดแรก
120 ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างตลาดเงินและตลาดทุนที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์จะเป็นไปใน ลักษณะการแข่งขันกันมาก โดยในสถานการณ์ปกติหากตลาดใดให้ผลตอบแทนมากกว่า ประชาชนก็ จะหันมาระดมทุนในตลาดนั้น 4. ปัจจัยที่ใช้ในการเลือกแหล่งเงินทุน การพิจารณาว่าจะเลือกแหล่งเงินทุนประเภทใดนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ให้ รอบคอบก่อนตัดสินใจ ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกแหล่งเงินทุน มีดังนี้ 4.1 ศักยภาพในการทำกำไร (Potential profitability) พิจารณาถึงอัตราดอกเบี้ยโดย เปรียบเทียบการกู้ยืมจากแหล่งต่าง ๆ ว่าส่งผลต่อกำไรของบริษัทมากน้อยเพียงใด 4.2 ความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk) ถึงแม้ว่าการกู้ยืมจะให้อัตราผลตอบแทน ใน การลงทุนที่สูงกว่า แต่ก็แฝงความเสี่ยงทางการเงินเช่นกัน ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้รอบคอบ 4.3 อำนาจในการควบคุมกิจการ (Voting Control) เจ้าของกิจการมีโอกาสสูญเสีย อำนาจ ในการบริหาร หากเพิ่มทุนกิจการด้วยวิธีการออกหุ้นให้แก่บุคคลภายนอก ตารางที่ 4.1 เปรียบเทียบการเลือกใช้เงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ แหล่งเงินทุน ข้อดี ข้อเสีย เงินทุนส่วนตัว - สะดวก ง่ายในการกู้ยืม - จ่าย คืนแต่ เงินต้นในกรณีที่กู้ยืมมา จากญาติพี่น้องหรือจากเงิน สะสมของตัวเอง ไม่มีภาวะ ความกดดันมากนัก - ขาดสภาพคล่องทางการเงิน - มีข้อจำกัดในด้านเงินลงทุน และการ ขยายทุนเพิ่มเติม/ - อาจมีปัญหา ด้านการบริหาร เงินทุนจากผู้ร่วม ลงทุน - มีพันธมิตรช่วยบริหารจัดการ ว า ง แ ผ น ธ ุ ร ก ิ จ ใ ห ้ มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น - เกิด สภาพ คล่องทางด้านเงินลงทุน - อาจมีปัญหาในด้านการ บริหาร ระหว่างผู้ถือหุ้น - ไม่มี เอกภาพในการบริหารจัดการ เงินทุนจากสถาบัน การเงิน - มีสภาพคล่องทางด้านการ ลงทุน - มีการตรวจสอบสภาพ ทางการเงินและธุรกิจและมี แผนธุรกิจที่รัดกุม - สถาบัน การเงินบางแห่งมีที่ปรึกษาเพื่อ ช่วยเหลือธุรกิจ บางแห่งมี บริการสินเชื่อพิเศษที่ออกแบบ ให้เหมาะสมกับธุรกิจ - ต้องมีสินทรัพย์ค้ำประกัน - ระวังการผิดนัดชำระเงินคืน เพราะอาจ มีปัญหากับการติด Black List ได้
121 แหล่งเงินทุน ข้อดี ข้อเสีย แหล่งเงินทุนสนับสนุน อื่น ๆ อาทิ กองทุน เงินกู้ เงินทุนนอก ระบบจากหน่วยงาน ข อง ภาครัฐ ฯลฯ - กู้เงินทุนง่าย สะดวก - ดอกเบี้ยต่ำ บาง กรณีปลอด ดอกเบี้ย - ไม่ต้องใช้สินทรัพย์ - ค้ำประกัน - มีโอกาสเติบโต และพัฒนา ไปได้ไกลในกรณีที่ ร่วมกับกองทุนร่วมลงทุน - ไม่เหมาะกับ SME ขนาดใหญ่ - วงเงินกู้น้อย ขาดสภาพคล่อง - โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ยาก - ต้องปรับเปลี่ยนแผน ธุรกิจอยู่ บ่อย ๆ ทำให้เกิด ความล่าช้า หรือ ธุรกิจต้อง ชะงักไป ที่มา : ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ http://www.stockwave.in.th/ งบประมาณการวางแผนทางการเงิน งบประมาณเป็นแผนงานทางการเงินสำหรับอนาคต เป็นการวางแผนทางการเงินที่มี ความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการสำหรับใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ การ จัดทำงบประมาณทำให้มีเป้าหมายที่แน่นอน มีแผนงานที่ชัดเจน มีการจัดเตรียมข้อมูลที่มี ประโยชน์ สำหรับนำไปใช้ในการตัดสินใจของผู้ประกอบการ 1. การจัดทำงบประมาณ งบประมาณ (Budget) หมายถึง การวางแผนจัดหาและการใช้ทรัพยากรของหน่วยงาน ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยกำหนดแผนเป็นประมาณการตัวเลข ในรูปของจำนวนหน่วยและ จำนวนเงิน ที่จะใช้ดำเนินงาน การจัดทำงบประมาณจะเป็นการวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายและ รายได้ ซึ่งจะ ช่วยให้ธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งมีขั้นตอนในการจัดทำดังนี้ 1.1 ประเมินสภาวะแวดล้อมขององค์การทั้งภายในและภายนอก ที่ส่งผลกระทบต่อ กิจการ โดยใช้ SWOT Analysis 1.2 กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การ (Objectives) เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ แนวทางในการดำเนินงานขององค์การ 1.3 กำหนดเป้าหมาย (Goals) ให้เจาะจงลงไปสำหรับระยะเวลาต่าง ๆ ที่ต้องใช้ใน การ บรรลุเป้าหมาย ตัววัดเชิงปริมาณ ผู้รับผิดชอบ 1.4 กำหนดนโยบายกลยุทธ์ (Strategies) เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุวัตถุประสงค์ และ เป้าหมายที่วางไว้ องค์การจึงมีการกำหนดกลยุทธ์ให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
122 1.5 กำหนดแผนปฏิบัติการ (Action Planning) แผนปฏิบัติงานเป็นเครื่องมือสำคัญ ใน การแปลงแผนงาน/โครงการไปสู่กิจกรรมย่อยในเชิงปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงาน ดำเนินการปฏิบัติงานได้สะดวกยิ่งขึ้น 1.6 ปฏิบัติตามแผน (Implementation) ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องมีความรู้ความ เข้าใจ ในแผน ทั้งนี้เพราะคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของงานย่อมขึ้นอยู่กับระดับของ ความรู้ความเข้าใจในแผน 1.7 การติดตามและประเมินผล (Evaluation and Control) ตามลำดับ โดยติดตาม จากตัวชี้วัดของโครงการซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าองค์กรได้บรรลุวัตถุประสงค์ในแต่ละด้านหรือไม่ 1.8 จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานกับ แผนงานหรืองบประมาณ และมาตรฐานอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ ภาพที่ 4.5 ประเมินสภาพแวดล้อมโดยใช้ SWOT Analysis ที่มา : ศรันยพงศ์ เที่ยงธรรม, 2551 SWOT Analysis จุดแข็ง : S Strength จุดอ่อน : W Weakness โอกาส : O Opportunity อุปสรรค : T Threat ปัจจัยสภาพ ภายใน ปัจจัยสภาพ ภายนอก 5M's M-คน M-เงิน M-อุปกรณ์ M-วัตถุดิบ M-ระบบบริหาร 4 P's P-สินค้า P-ราคา P-ช่องทางจัดจำหน่าย P-การส่งเสริม การตลาด S-สังคมวัฒนธรรม T-เทคโนโลยี E -เศรษฐกิจ P-การเมือง กฎหมาย C-คู่แข่ง B-ผู้ซื้อ S-ผู้ขาย P-ผู้มีศักยภาพเข้ามาใหม่ Sub-สินค้าทดแทน
123 2. วัตถุประสงค์ของงบประมาณ งบประมาณเป็นเครื่องมือในการวางแผนทางการเงินของธุรกิจ ซึ่งมีประโยชน์ดังนี้ บังคับ ให้ ผู้บริหารต้องรู้จักวางแผนสำหรับอนาคต และชักจูงให้เกิดการพัฒนา ช่วยในการจัดเตรียมข้อมูล ที่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ช่วยกำหนดมาตรฐานสำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงาน ช่วยพัฒนา ระบบสื่อสารและการประสานงานในหน่วยงาน ซึ่งงบประมาณที่ทุกฝ่ายจัดทำจะต้องมี ความ สอดคล้องกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ภาพที่ 4.6 งบประมาณสู่ความสำเร็จของธุรกิจ 3. งบประมาณหลัก ในการจัดทำงบประมาณเพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการดำเนินงานนั้น ผู้ประกอบการ ต้องจัดทำแผนงานทางการเงินอย่างกว้าง ๆ สำหรับองค์การที่เรียกว่า งบประมาณหลัก (Master budget) ซึ่งเป็นการนำงบประมาณของหลายแผนกมารวมกัน งบประมาณหลัก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ งบประมาณดำเนินการ และงบประมาณการเงิน วางแผนและควบคุมการใช้จ่าย การจัดทำงบประมาณ วางแผนและควบคุมการใช้จ่าย วางแผนเกี่ยวกับรายได้
124 ภาพที่ 4.7 ส่วนประกอบของงบประมาณหลัก การวางแผนงบประมาณหลัก การวางแผนงบประมาณหลัก เป็นการวางแผนทางการเงินอย่างกว้าง ๆ สำหรับทั้งองค์การ การวางแผนงบประมาณหลัก มีรายละเอียดดังนี้ 1. งบประมาณดำเนินการ งบประมาณดำเนินการ (Operation Budget) เป็นงบที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ก่อให้เกิด รายได้แก่องค์การ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการ ได้แก่ 1.1 งบประมาณการขาย เป็นการคาดคะเนยอดขายที่คาดหวัง การจัด ทำ งบประมาณ การขายจะแสดงยอดขายเป็นจำนวนหน่วยและจำนวนเงินตามช่วงเวลาต่าง ๆ ที่ต้องการ ซึ่งอาจ แสดงเป็นรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี ตัวอย่าง การประมาณการขายเป็นรายไตรมาส ไตรมาส ปี 1 2 3 4 จำนวนหน่วย 2,000 3,000 4,000 5,000 14,000 ราคาขาย 10 10 10 10 10 ยอดขาย 20,000 30,000 40,000 50,000 140,000 งบประมาณหลัก งบประมาณดำเนินการ งบประมาณการเงิน - การขาย งบกำไรขาดทุน - วัตถุดิบ ค่าแรง - ค่าใช้จ่ายในการผลิต - ต้นทุนขาย การผลิต - ค่าใช้จ่ายในการบริหาร - งบกำาไรขาดทุน - งบประมาณเงินสด - งบดุล
125 1.2 งบประมาณการผลิต เป็นการแสดงจำนวนหน่วยของสินค้าที่กิจการควรผลิต เพื่อให้ สอดคล้องกับอุปสงค์ของยอดขาย และสินค้าคงเหลือปลายงวด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการ กำหนด ปริมาณการผลิต เช่น กำลังการผลิต ความยากง่ายในการจัดหาวัตถุดิบ ระยะเวลาในการผลิต 1.3 งบประมาณการซื้อวัตถุดิบ จัดทำขึ้นเพื่อคำนวณหาจำนวนวัตถุดิบที่จะใช้ในการ ผลิต เพื่อจัดทำงบประมาณการซื้อวัตถุดิบต่อไป งบประมาณการใช้วัตถุดิบจะเกี่ยวข้องกับ งบประมาณวัตถุดิบ วัตถุดิบคงเหลือ งบประมาณซื้อ และงบประมาณต้นทุนวัตถุดิบ 1.4 งบประมาณการซื้อวัตถุดิบทางตรง จะต้องจัดทำให้สอดคล้องกับงบประมาณ การผลิตและงบประมาณการใช้วัตถุดิบ เพื่อจะได้จัดซื้อวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสมและมีวัตถุดิบ คงเหลือที่เพียงพอในการใช้ระหว่างการสั่งซื้อ 1.5 งบประมาณค่าแรงงานทางตรง ค่าแรงงานทางตรงเป็นทรัพยากรที่สำคัญ สำหรับ การผลิตเช่นเดียวกับวัตถุดิบทางตรง ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องให้ความสำคัญกับการ กำหนดการใช้แรงงาน การกำหนดอัตราค่าแรงงานจะต้องใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด โดยจะต้อง พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ค่าของเงิน ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบ ต่อการ ปรับอัตราค่าจ้างทั้งสิ้น 1.6 งบประมาณค่าใช้จ่ายการผลิต ค่าใช้จ่ายการผลิต เป็นต้นทุนการผลิตอีกชนิด หนึ่ง ที่นอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรงและค่าแรงงานทางตรง เช่น ค่าซ่อมแซมเครื่องจักร ค่าไฟฟ้า โรงงาน ในการจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่ายการผลิตนั้น สิ่งสำคัญคือจะต้องสามารถแยกต้นทุนและ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายมี 2 ลักษณะคือ - ค่าใช้จ่ายผันแปร หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่มียอดรวมเปลี่ยนแปลงไปตาม ปริมาณ การผลิต ผลิตมากค่าใช้จ่ายก็มาก ผลิตน้อยค่าใช้จ่ายก็น้อย ยิ่งไม่ผลิตเลย ค่าใช้จ่ายก็จะไม่ เกิดขึ้น เช่น ค่าวัสดุที่ใช้ในโรงงาน หรือวัตถุดิบทางอ้อมที่ใช้ในการผลิต ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง (ค่าใช้จ่าย ผันแปรต่อหน่วยจะเท่ากันทุกหน่วย) - ค่าใช้จ่ายการคงที่ หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ไม่ว่ากิจการจะผลิตสินค้ามาก ผลิตน้อย หรือไม่ผลิตเลย ก็ไม่มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายดังกล่าว เช่น ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา เงินเดือน เป็นต้น 1.7. งบประมาณต้นทุนขาย เป็นงบประมาณที่แสดงการคำนวณต้นทุนขายในงวด งบ ประมาณ โดยนำสินค้าคงเหลือต้นงวด บวกด้วยต้นทุนสินค้าที่ผลิตเสร็จในงวด ลบด้วยต้นทุน สินค้าคงเหลือปลายงวด 1.8. งบประมาณค่าใช้จ่ายในขายและการบริหาร เป็นงบประมาณที่ใช้วางแผน ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น เงินเดือน ค่าโฆษณา ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย ค่าเดินทาง
126 1.9. งบประมาณกำไรขาดทุนเป็นงบที่แสดงถึงผลการดำเนินงานของกิจการในรอบ ระยะ เวลาบัญชี ว่ามีรายได้และค่าใช้จ่ายเท่าใด ด้วยการเปรียบเทียบผลต่างระหว่างรายได้และ ค่าใช้จ่าย ซึ่งผลต่างที่เกิดขึ้นเรียกว่า ผลการดำเนินงาน กรณีที่รายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายของกิจการ เรียกว่า กำไรสุทธิ แต่ถ้ารายได้น้อยกว่า ค่าใช้จ่ายของกิจการ เรียกว่า ขาดทุนสุทธิ ตัวอย่าง งบกำไรขาดทุน ร้านนิวการช่าง งบกำไรขาดทุน สำหรับระยะเวลา 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 รายได้ : ค่าซ่อม 150,000 ค่าขายสินค้า 70,000 หัก ต้นทุนขาย 90,000 กำไรขั้นต้น 130,000 หัก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 45,000 กำไรจากการดำเนินงาน 85,000 หัก ภาษี 5,000 กำไรสุทธิ 80,000 2. งบประมาณการเงิน 000,000 งบประมาณการเงิน (Financial Budget) จะแสดงเกี่ยวกับกระแสเงินสด และฐานะทางการ เงินโดยภาพรวม งบประมาณการเงินจะแสดงให้เห็นถึงการวางแผนเกี่ยวกับความต้องการที่จะใช้ เงินทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เกิดขึ้น งบประมาณการเงินประกอบด้วย งบกระแสเงินสดงบดุล และงบรายจ่ายในการลงทุน 2.1 งบประมาณเงินสด (Cash Budget) เป็นงบประมาณที่แสดงให้เห็นถึงเงินสดรับ และเงินสดจ่าย เงินขาดหรือเกินในระหว่างงวด ข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการวางแผน การ กู้ยืมเงิน รวมทั้งแผนการชำระคืนเงินยืม
127 ตัวอย่าง ประมาณการงบกระแสเงินสด รายการ ไตรมาส ที่ 1 ไตรมาส ที่ 2 ไตรมาส ที่ 3 กระแสเงินสดรับ รายรับจากการดำเนินงาน 604,800 665,280 731,800 เก็บเงินจากลูกหนี้ - - - รวมกระแสเงินสดรับ 604,800 665,280 731,800 กระแสเงินสดจ่าย จ่ายชำระเจ้าหนี้ - - - ชื้อวัตถุดิบ/สินค้า 302,400 332,640 365,904 ค่าแรงงานในการผลิต ค่าใช้จ่ายโรงงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคา) 87,700 92,025 96,566 ค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายทางการตลาด 16,000 16,600 17,210 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 206,200 215,275 224,804 ดอกเบี้ยจ่าย - - - ภาษีเงินได้ - - 3,097 รวมกระแสเงินสดจ่าย 612,300 656,540 707,581 เงินสดสุทธิที่ได้มา (ใช้ไป) จากการดำเนินงาน (7,500) 8,740 24,227 บวก เงินสด ยกมา 100,000 92,500 101,240 รวม 92,500 101,240 125,467 หัก ชำระคืนเงินต้น - - - เงินสดคงเหลือปลายงวด 92,500 - 3,097 2.2 งบประมาณงบดุล (Balance Sheet Budget) เป็นงบที่แสดงฐานะทางการเงิน ของ กิจการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง งบดุลจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของ เจ้าของ
128 ตัวอย่าง งบดุลแสดงได้ ดังนี้ ร้านนิวการช่าง งบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์ สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสด 30,000 ลูกหนี้การค้า 12,000 สินค้าคงเหลือ 40,000 ที่ดิน อาคารอุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงาน 150,00 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม 20,000 รวมสินทรัพย์ 212,000 หนี้สินและส่วนของเจ้าของ หนี้สินหมุนเวียน เจ้าหนี้การค้า 10,000 เงินเดือนค้างจ่าย 8,000 ตั๋วเงินจ่าย 8,000 หนี้สินระยะยาว เงินกู้ ส่วนของเจ้าของ 50,000 ทุน 56,000 บวก กำไรสุทธิ 80,000 รวมหนี้สินและส่วนของเจ้าของ 212,000 2.3. งบประมาณรายจ่ายลงทุน (Capital Budget) เป็นการจัดทำงบประมาณ เกี่ยวกับ การจัดหาทรัพย์สินถาวรของกิจการ เช่น การซื้อเครื่องจักรเพิ่ม การขยายโรงงานเพื่อเพิ่ม กำลัง การผลิต โดยปกติการจัดหาทรัพย์สินถาวรจะต้องมีการวางแผนและทำโครงการ เพื่อขออนุมัติ จาก ผู้บริหารระดับสูง แล้วจึงบรรจุไว้ในงบประมาณรายจ่ายลงทุนในสินทรัพย์ ตัวอย่าง ประมาณรายจ่ายลงทุน บริษัท นิวการช่าง มีแผนการซื้อสินทรัพย์ใน 1 มกราคม 2565 ดังนี้ งวดที่ 1 ซื้อเครื่องจักร 100,000 บาท ซื้อเครื่องใช้สำนักงาน 8,000 บาท ซื้ออุปกรณ์โรงงาน 25,000 บาท งวดที่ 2 ซื้อเครื่องใช้สำนักงาน 8,000 บาท ซื้ออุปกรณ์โรงงาน 25,000 บาท งวดที่ 3 ซื้อเครื่องใช้สำนักงาน 8,000 บาท
129 การวิเคราะห์การลงทุน การวิเคราะห์การลงทุนจะนำไปสู่ข้อสรุปในการเลือกกลยุทธ์ในโครงการต่าง ๆ ว่าควรลงทุน ในโครงการนั้นหรือไม่ โดยอาศัยเทคนิคการวิเคราะห์การลงทุน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การลงทุน ใน โครงการลงทุนนั้นจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท และสร้างความมั่นคงให้กับผู้ถือหุ้น การ วิเคราะห์การลงทุนที่นิยมใช้ในการคำนวณ ได้แก่ การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน การหาระยะเวลา คืนทุน การหาค่าปัจจุบันสุทธิ และการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ดังนี้ 1. การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break Even Analysis) เป็นการคำนวณหาระดับการขายที่ทำให้ รายได้รวม เท่ากับค่าใช้จ่ายรวมพอดี ณ ระดับการขายนี้ จะไม่มีกำไรหรือขาดทุนจากการดำเนินงาน เกิดขึ้น การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนประกอบด้วย ต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปรที่เกิดจากการผลิตหรือ การขาย เปรียบเทียบกับรายได้ สามารถหาได้จากสูตร ดังนี้ ต้นทุนคงที่ต่อเดือน = 500,000 (ค่าเช่าซื้อและค่าตกแต่ง) + 4,000 (ค่าใช้จ่ายอื่นๆ) 12 (เดือน) x 10 (ปี) = 4,200 บาท จุดคุ้มทุน = 4, 200 120 60 − = 70 ตัว หากไม่มีการขายเลยกิจการจะมีผลขาดทุนเท่ากับต้นทุนคงที่รวมที่มีอยู่เท่ากับ 4,200 บาท ทุกหน่วยที่ขายได้บริษัทจะมีกำไรส่วนเกิน (Contribution Margin) หน่วยละ 120 - 60 = 60 บาท ทำให้ช่วยลดผลขาดทุนที่มีอยู่ลง ยิ่งสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ผลขาดทุนก็จะยิ่งลดลง กิจการ จะต้องเพิ่มยอดขายให้ถึงระดับหนึ่ง จึงจะทำให้ผลขาดทุนหมดไป ระดับยอดขายนั้นเรียกว่า จุดคุ้มทุน จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า บริษัทจะต้องขายให้ได้เดือนละ 70 ตัว หรือ 8,400 บาท ต่อเดือน จึงจะอยู่ รอด ทุกหน่วยที่ขายเกินกว่าจุดนี้ จะได้กำไรหน่วยละ 60 บาท 2. ระยะเวลาคืนทุน ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) เป็นวิธีการที่คิดผลตอบแทนจากการลงทุนแบบ ง่าย ๆ ว่าเงินลงทุนทั้งหมดที่จ่ายไปจะได้คืนมาในเวลานานเท่าไร ซึ่งเป็นการคำนวณหาจุดคุ้มทุน ของ โครงการที่ทำนั่นเอง ระยะเวลาคืนทุนจะมีความแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ธุรกิจ เช่น ธุรกิจ คอนโดให้ เช่า ควรมีระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 8-10 ปี หากระยะคืนทุนนานเกินไปจะทำให้ต้องแบก ภาระ ค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) วิธีการคิดระยะเวลาคืนทุน สามารถคำนวณได้จากการหา กระแสเงินสด สุทธิในแต่ละงวดเวลา จนกระทั่งกระแสเงินสุทธินั้นเป็นบวก หากกระแสเงินสุทธิ เปลี่ยนจากติดลบมา
130 เป็นบวกในงวดใด ก็หมายถึง ระยะเวลาคืนทุนเกิดขึ้นภายในงวดเวลานั้น ซึ่ง สามารถแสดงการ คำนวณหาระยะเวลาคืนทุน โดยใช้สูตร ดังนี้ ระยะเวลาคืนทุน = เงินลงทุนสุทธิ ผลตอบแทนต่อปี ถ้าผลตอบแทนต่อปีมีจำนวนไม่เท่ากัน จะต้องใช้ค่าสะสมของผลตอบแทนแต่ละปีแทน ระยะเวลาการตัดสินใจโดยใช้ระยะเวลาคืนทุนมักเลือกลงทุนในโครงการที่มีระยะเวลาคืนทุนสั้นกว่า หรือบางธุรกิจอาจตั้งเกณฑ์ไว้ว่าจะลงทุนต่อเมื่อได้คืนทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น คืนทุน เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการลงทุนของธุรกิจที่ผลิตภัณฑ์ล้าสมัยเร็วอยู่ได้เฉพาะในสมัยนิยม เพราะ กิจการประเภทนี้มีวัฏจักรวงจรชีวิตที่ค่อนข้างสั้น ถ้ามีระยะเวลาคืนทุนยาวนานจะเสี่ยงต่อการขาดทุน สูง ตัวอย่าง การหาระยะเวลาคืนทุน จิราพรกำลังพิจารณาซื้อเครื่องจักรใหม่ ราคา 200,000 บาท ซึ่งจะใช้เครื่องใหม่นี้สำหรับ ผลิตสินค้าขายได้ปีละ 50,000 บาท แต่ถ้าจิราพรซื้อเครื่องจักรเก่า ราคา 100,000 บาท ซึ่งจะทำให้ รายได้ในปีแรกเท่ากับ 30,000 ปีที่สอง 28,000 บาท ปีที่สาม 27,000 บาท ปีที่สี่ 25,000 ปีที่ห้า 20,000 ปีที่หก 18,000 บาท วิธีคิด 1. ถ้าจิราพรซื้อเครื่องจักรใหม่จะมีระยะเวลาคืนทุน ดังนี้ ระยะเวลาคืนทุน = 200, 000 50, 000 = 4 ปี 2. ถ้าจิราพรซื้อเครื่องจักรเก่า จะมีระยะเวลาคืนทุน ดังนี้ ระยะเวลาคืนทุน = ปีที่ 1 + ปีที่ 2 + ปีที่ 3 + ปีที่ 4 = 30,000+28,000+ 27,000 + 25,000 (ปีที่ 4 เฉลี่ยเดือนละ 2,083) = 3 ปี 4 เดือน กรณีที่สินค้าของจิราพรเป็นสินค้าที่ล้าสมัยเร็ว จิราพรควรตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องจักรเก่า เพราะจะมีระยะเวลาคืนทุนได้เร็วกว่า 3. การหาค่าปัจจุบันสุทธิ ค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value หรือ NPV) เป็นการพิจารณาถึงผลตอบแทนและเงิน ลงทุนในโครงการลงทุนที่แท้จริง โดยคำนวณตามค่าปัจจุบันของเงิน ซึ่งเป็นค่าที่แท้จริงของเงิน เมื่อมี การคิดแบบดอกเบี้ยทบต้นโดยปรับมูลค่าเงินตามกาลเวลาและอัตราดอกเบี้ยแล้ว การหาค่าปัจจุบัน สุทธิสามารถเปรียบเทียบทางเลือกได้ต่อเมื่อเงินลงทุนแต่ละทางเลือกต้องเท่ากันและมีระยะเวลาให้ ผลตอบแทนเท่ากัน โครงการที่ควรเลือกคือโครงการที่มีค่าปัจจุบันสุทธิสูง และมีค่าเป็นบวกด้วย
131 ตัวอย่าง การหาค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) กนกวรรณเปิดร้านขายอาหาร ต้องการเงินลงทุนในร้านและอุปกรณ์รวมทั้งสิ้น 300,000 บาท โดยจะได้รับผลกำไรตอบแทนหลังจากหักค่าใช้จ่ายประจำงวดแล้ว ในปีแรกเท่ากับ 200,000 บาท ปีที่สอง 150,000 ปีที่สาม 120,000 ปีที่สี่ 100,000 และ ปีที่ห้า 80,000 บาท แต่การลงทุน ในครั้งนี้ กนกวรรณต้องกู้เงินมาโดยเสียดอกเบี้ย 12% อยากทราบว่าการลงทุนนี้มีกำไรหรือไม่ ถ้า มีกำไรนั้นคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิเท่าไร จากสูตร NPV = ผลตอบแทน - เงินลงทุนหรือค่าใช้จ่าย เปิดตารางค่าปัจจุบันที่ 1 ที่ R = 12% ดังนั้น NPV = (200,000 X 0.8929) (150,000 X 0.7972) (120,000 X 0.7118) (100,000 X 0.6355) (80,000 X 0.5674) = 435,323 - 300,000 = 135,323 บาท ดังนั้น การลงทุนครั้งนี้มีกำไร และกำไรที่แท้จริง NPV มีค่าเท่ากับ 135,323 บาท 4. การวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน การวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment : ROI) เป็นการหา อัตราผลตอบแทนจากเงินทุน โดยการประมาณกำไรที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละปี เปรียบเทียบกับเงินที่ นำมาลงทุน สามารถคำนวณได้ดังนี้ ROI = กำไรถัวเฉลี่ยต่อปี เงินที่นำมาลงทุน ตัวอย่าง นภัทรกำลังตัดสินใจจะประกอบธุรกิจประเภทขายอาหารกับเปิดร้านเสริมสวย โดยมีข้อมูล ที่รวบรวมและงบประมาณ ดังนี้ ร้านขายอาหาร ร้านเสริมสวย เงินลงทุน 400,000 600,000 กำไรต่อปี 50,000 80,000 แทนค่า ROI (%) = 50, 000 400, 000 80, 000 600, 000 = 12.50% 13.33% จะเห็นได้ว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ได้จากการเปิดร้านทั้งสองกิจการนั้น สรุปได้ว่า นภัทรควรจะเลือกเปิดร้านเสริมสวยมากกว่า
132 สรุป ในการเริ่มต้นธุรกิจต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรประมาณการเงินทุน และจัดหาเงินทุนให้เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งเงินทุนที่ต้องจัดเตรียม ได้แก่ เงินทุนในการ จัดตั้งธุรกิจ เงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ และเงินทุนในการดำเนินงาน ซึ่งเงินทุนที่จัดหามาจะนำไปใช้ เป็นเงินทุนเริ่มต้น เงินทุนหมุนเวียน และเงินทุนสำรองของกิจการ โดยสามารถหาได้จากแหล่งเงินทุน ซึ่งมีมากมายหลายแหล่งทั้งระยะสั้น และระยะยาว การวางแผนงบประมาณเป็น การวางแผนจัดหา และใช้ทรัพยากรของกิจการ ซึ่งเป็นการวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายและรายได้ที่จะช่วยให้กิจการ ประสบความสำเร็จโดยงบประมาณหลัก เป็นงบประมาณที่ใช้ในการวางแผนและควบคุมการ ดำเนินงานซึ่งเป็นการจัดทำแผนงานทางการเงินอย่างกว้าง ๆ ซึ่งเป็นการนำงบประมาณของหลาย แผนกมารวมกัน งบประมาณหลักประกอบด้วย งบประมาณดำเนินการ และงบประมาณการเงิน โดย งบประมาณดำเนินการจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายในของกิจการ ส่วน งบประมาณการเงินจะแสดงเกี่ยวกับ งบกระแสเงินสด งบดุล และงบประมาณการจ่ายลงทุน นอกจากนี้การวิเคราะห์การลงทุนก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาความคุ้มค่าการวิเคราะห์ การ ลงทุนที่นิยมใช้ในการคำนวณ ได้แก่ การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน การหาระยะเวลาคืนทุน การหาค่า ปัจจุบันสุทธิ (NPV) และการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน
133 ใบงานที่ 4.1 ประกอบการเรียนเรื่อง การจัดหาและวางแผนทางการเงิน ชื่อชิ้นงานวางแผนทางการเงิน ระดับชั้น ปวช. จุดประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนบอกความต้องการเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจได้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนประมาณการงบประมาณค่าใช้จ่ายการผลิตได้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนประมาณการต้นทุนกำไรได้ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีกิจนิสัยที่ดีในการทำงานด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ ลักษณะของกิจกรรม 1. ให้นักเรียนระดมสมองวางแผนทางการเงินจากโครงงานอาชีพที่สนใจ 2. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอแผนงานหน้าชั้นเรียน สื่อ/อุปกรณ์ - ใบงานที่ 4.1 การวัดและประเมินผล - ประเมินผลกระบวนการทำงานกลุ่ม เกณฑ์การประเมิน รายการ 4 3 2 1 การแบ่งหน้าที่ รับผิดชอบ ก ร ะ จ า ย ง า น ทั่วถึง สมาชิกทุก คน มีส่วนร่วม มี ความพร้อม สมาชิกส่วนใหญ่ มีส่ว นร่ว ม มี ความพร้อม กระจายงานไม่ ทั่วถึง สมาชิก บางคนว่างงาน กระจายงานไม่ ทั่วถึงไม่มีความ พร้อม การปฏิบัติหน้าที่ ท ี ่ ไ ด ้ รั บ มอบหมาย ทำงานเสร็จทัน เวลา เป็นไปตาม เป้าหมาย เสร็จทัน แต่ขาด ความรอบคอบใน การทำงาน ทำงานเสร็จ แต่ ไ ม ่ ท ั น เ ว ล า ที่ กำหนด การประเมินผล และปรับปรุงงาน สมาชิกทุกคน มี การประเมินผล งานและปรับปรุง ให้ดี สมาชิกบางส่วนมี การประเมินผล งาน และ ปรับปรุง ไม่มีการประเมิน ผลงานและไม่ ปรับปรุงงาน
134 ระดับคุณภาพ คะแนน 9-10 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ดี คะแนน 5-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรุง
135 การวางทางการเงิน ประกอบอาชีพ………………………………………………………………. 1. ชื่ออาชีพ ..................................................................................................................................... ....... 2. เงินทุนที่ต้องใช้ในการดำเนินงาน.............................................................บาท สำหรับค่าใช้จ่าย ดังนี้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ต้นทุนการผลิต 2.1 ต้นทุนคงที่ (เช่น ค่าเช่า ค่าจ้าง) จำนวน……………………….…………………………………...บาท 2.2 ต้นทุนผันแปร (เช่น ค่าวัตถุดิบ) จำนวน……………………………….….………………………...บาท รวมต้นทุนการผลิต จำนวน……………..………………………………….………………………...บาท 2.3 รวมต้นทุนการผลิตทั้งหมด ผลิตเป็นสินค้าได้ จำนวน………………………………………....บาท 2.4 ต้นทุนผันแปรต่อหน่วยเท่ากับ………………………..………………………………………….……..บาท 3. กำหนดราคาขาย สินค้าชิ้นละ................………………………..………………………………………….……..บาท 4. ประมาณการยอดขาย วันละ…………………………ชิ้น เดือนละ........................................................ชิ้น 5. กำไร(ขาดทุน) 5.1 รายได้ (เดือนละ.............................ชิ้น x ราคาขาย) = ……………………..…………บาท 5.2 หักค่าใช้จ่าย - ต้นทุนคงที่ …………………………………………………………………........ บาท - ต้นทุนผันแปร …………………………………………………………………........ บาท (ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย x เดือนละ...... ชิ้น) รวมค่าใช้จ่าย …………………………………………………………………........ บาท กำไร (ขาดทุน) …………………………………………………………………........ บาท สรุป ถ้าจะทำโครงการนี้จะต้องลงทุน........................บาท และจะต้องขายให้ได้วันละ.......................... บาท จะได้กำไร…………………………………………………………………........ บาท
136 ใบงานที่ 4.2 ประกอบการเรียนเรื่อง การจัดหาและวางแผนทางการเงิน ชื่อชิ้นงานระยะเวลาคืนทุน ระดับชั้น ปวช. จุดประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนวิเคราะห์การลงทุนโดยใช้ระยะเวลาคืนทุนได้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญของการทำงานอย่างเป็นระบบ ลักษณะของกิจกรรม 1. แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน โดยคละกลุ่มเด็กเก่ง เด็กอ่อน 2. ให้ผู้เรียนอ่านและวิเคราะห์ทางเลือกการลงทุนโดยใช้ระยะเวลาคืนทุน น้องต้อยและเพื่อน ต้องการลงทุนซื้อเครื่องอบราคา 150,000 บาท ซึ่งจะใช้เครื่องใหม่นี้สำหรับ ผลิตเบเกอรี่ขายได้ ปีละ 100,000 บาท แต่ถ้าซื้อเครื่องอบเก่าราคา 120,000 บาท ซึ่งจะทำให้ รายได้ ในปีแรก เท่ากับ 80,000 บาท ปีที่สอง 50,000 บาท ปีที่สาม 35,000 บาท ปีที่สี่ 30,000 ปีที่ห้า 25,000 ปีที่หก 20,000 บาท 3. เมื่อพิจารณาตัดสินใจได้แล้ว ตัวแทนกลุ่มนำเสนอการตัดสินใจ พร้อมเหตุผล สื่อ/อุปกรณ์ - ใบงานเรื่องระยะเวลาคืนทุน การวัดและประเมินผล – ประเมินการนำเสนอผลงาน
137 เกณฑ์การให้คะแนน รายการ 5 4 3 2 1 เนื้อหาสาระ ส า ร ะ ค ร บ ถ ้ ว น ค ร อ บ ค ลุ ม ชัดเจนตาม วัตถุประสงค์ ส า ร ะ ส ่ ว น ใหญ่ ครบถ้วน ค ร อ บ ค ลุ ม ชัดเจน ตาม วัตถุประสงค์ ส า ร ะ ครอบคลุม ไม่ ครบถ้วน ตาม วัตถุประสงค์ ส า ร ะ ไ ม่ ครอบคลุม ไม่ ครบถ้วน ตาม วัตถุประสงค์ ส า ร ะ ไ ม่ ครอบคลุม ไม่ ครบถ้วน ไม่ ต ร ง ต า ม วัตถุประสงค์ รูปแบบ การ นำเสนอ ร ู ป แ บ บ เ ห ม า ะ ส ม น่าสนใจ ใช้ เทคนิคแปลก ใหม่และ สื่อ ประกอบ เทคนิคแปลก ใหม่ แต่ขาด ก า ร ใ ช ้ สื่ อ ประกอบ ร ู ป แ บ บ นำเสนอ ไม่ เ ห ม า ะ ส ม เ ท ค นิ ค นำเสนอ ไม่ น่าสนใจ ก า ร ต ร ง ต่ อ เวลา รักษาเวลาใน การ พูดได้ดี ตามเวลา ที่ กำหนด ใช้เวลาในการ พูดน้อย เกินไป หรือ มากเกินไป ระดับคุณภาพ คะแนน 9-10 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ดี คะแนน 5-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรุง
138 ใบมอบหมายงานที่ 4 ประกอบการเรียนเรื่อง การจัดหาและวางแผนการเงิน ชื่อชิ้นงาน สรุปความรู้ความคิด ระดับชั้น ปวช. จุดประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ แหล่งเงินทุนต่าง ๆ 2. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักแหล่งเรียนรู้ จากบุคคล ชุมชน 3. เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของตนเอง ลักษณะของกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสรุปความรู้ ความคิดที่ได้รับลงในแบบฟอร์มที่ครูกำหนดให้ 2. ส่งงานตามกำหนดเวลา สื่อ/อุปกรณ์ - แบบสรุปความรู้ความคิด การวัดและประเมินผล - ประเมินผลงานรายบุคคล เกณฑ์การให้คะแนน รายการ 4 3 2 1 กระบวนการคิด มีเหตุผล ใช้หลัก วิชาการ มีเหตุผล ใช้หลัก วิชาการเล็กน้อย มีเหตุผล แต่ไม่ เป็น ไปตามหลัก วิชาการ ไม่มีเหตุผล ไม่มี หลักวิชาการ ความประณีต มีความตั้งใจใน การทำงาน มี ระเบียบ เรียบ ร้อย ครบถ้วน สมบูรณ์ มีความตั้งใจใน การทำงาน แต่ยัง ไม่เป็นระเบียบ เรียบร้อย เท่าที่ควร ทำงานแบบไม่ ตั้งใจ ไม่เรียบร้อย ตรงต่อเวลา ส่งงานทันกำหนด เวลา ส่งงานเลยกำา ห น ด เ ว ล า เล็กน้อย ส่งงานล่าช้ามาก เกินกำหนดเวลา
139 ระดับคุณภาพ คะแนน 9-10 หมายถึง ดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ดี คะแนน 5-6 หมายถึง พอใช้ คะแนน ต่ำกว่า 5 หมายถึง ปรับปรุง
140 แบบสรุปความรู้ความคิด ความรู้ใหม่ที่ได้จากบทเรียน SME BANK คืออะไร เมื่อพูดถึงแหล่งเงินทุน คิดถึงอะไร ลิสซิ่ง (Leasing) คืออะไร งบดุลจะแสดงให้ทราบเกี่ยวกับ อะไร ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… การจัดหา และวางแผน ทางการเงิน …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………
141 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 4 ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ถ้านักเรียนจะเริ่มต้นธุรกิจ นักเรียนต้องเตรียมเงินทุนสำหรับอะไรบ้าง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. เงินทุนที่ผู้ประกอบการจัดหามานั้นจะนำไปใช้อะไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนที่นักเรียนรู้จัก 1 แหล่ง ................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................... ............ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 4. ทำไมทุกกิจการจึงต้องจัดทำงบประมาณ ............................................................................................................................................ .................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 5. จงบอกแนวทางการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ...... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
142 ตอนที่ 2 จงนำตัวอักษรทางด้านขวามือมาใส่ให้ตรงกับข้อความทางซ้ายมือที่มีความสัมพันธ์กัน ………. 1. เงินสำหรับใช้ในการลงทุนในธุรกิจหรือขยายกิจการ A. ตลาดการเงิน .......... 2. เงินที่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ ประจำวัน เพื่อไม่ให้ธุรกิจสะดุดหยุดลง B. ประเมินสภาวะแวดล้อมทั้ง ภายในและภายนอกของกิจการ .......... 3. เงินทุนที่ต้องเก็บไว้สำหรับใช้ในยาม ฉุกเฉิน ควร เก็บไว้ประมาณ 10-15% ของ เงินทุนทั้งหมด C. เงินทุนสำรอง .......... 4. เงินทุนที่จ่ายไปจะได้คืนมาเมื่อไหร่ D. หุ้นกู้ .......... 5. ปัจจัยในการเลือกแหล่งเงินทุน E. บุคลิกภาพ และความสามารถ ในการชำระหนี้ .......... 6. ข้อดีคือมีสภาพคล่องทางด้านการลงทุน F. เงินกู้ระยะยาว .......... 7. ข้อพิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงินของธนาคาร G. งบประมาณการเงิน .......... 8. การซื้อสินค้ามาจำหน่ายโดยยังไม่ต้องชำระค่า สินค้าแก่ผู้ขายโดยทันที H. เงินทุนหมุนเวียน .......... 9. ตราสารหนี้ที่ธุรกิจเอกชนเป็นผู้ออก I. เงินทุนในการจัดตั้งธุรกิจ .......... 10. งบประมาณดำเนินการ J. พันธบัตร .......... 11. งบดุล งบกระแสเงินสด K. งบประมาณหลัก .......... 12. แหล่งระดมเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ เป็น ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนตราสารทางการเงิน L. ระยะเวลาคืนทุน .......... 13. ขั้นตอนแรกของการจัดทำงบประมาณ M. ประมาณการต้นทุนขาย .......... 14. ประกอบด้วยงบประมาณดำเนินการและ งบประมาณการเงิน N. ตลาดทุน .......... 15. การหามูลค่าปัจจุบันสุทธิ O. NPV P. แสดงแหล่งที่มาและใช้ไป Q. เครดิตการค้า R. ศักยภาพการทำกำไร S. กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ T. กู้เงินจากสถาบันการเงิน
143 แบบทดสอบหลังเรียน คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย X ลงบนตัวอักษรข้อที่คิดว่าถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ถ้านักเรียนจะเริ่มต้นทำธุรกิจ นักเรียนควรเตรียมเงินทุนในข้อใด ก. ทุนเริ่มต้น ทุนในการดำเนินงาน ข. ทุนหมุนเวียน ทุนเริ่มต้น ค. ทุนจัดตั้งธุรกิจ ทุนหมุนเวียน ง. ทุนจัดตั้งธุรกิจ ทุนเริ่มต้น ทุนในการดำเนินงาน 2. ข้อใดหมายถึง เงินทุนหมุนเวียน ก. เงินที่ใช้ดำเนินธุรกิจประจำวัน ข. เงินที่เตรียมไว้สำหรับใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ค. เงินที่เตรียมไว้สำหรับการตกแต่งร้าน ง. เงินสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน 3. ข้อใดไม่ใช่แหล่งเงินทุนระยะสั้น ก. เครดิตการค้า ข. ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ ค. พันธบัตรหรือหุ้นกู้ ง. เงินออมของเจ้าของกิจการ 4. ข้อใดไม่ใช่แหล่งเงินทุนระยะยาว ก. เครดิตการค้า ข. พันธบัตรหรือหุ้นกู้ ค. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ง. หุ้นบุริมสิทธิ 5. การจัดทำงบประมาณควรเริ่มต้นจากข้อใดเป็นลำดับแรก ก. กำหนดเป้าหมาย ข. กำหนดแผนการปฏิบัติงาน ค. กำหนดนโยบายกลยุทธ์ ง. ประเมินสภาวะแวดล้อมขององค์กร 6. เมื่อองค์กรกำหนดนโยบายกลยุทธ์เพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายแล้ว ขั้นต่อไปคือการ จัดทำในข้อใด ก. กำหนดแผนปฏิบัติการ ข. รายงานผลการดำเนินงาน ค. ปฏิบัติตามแผน ง. ติดตามและประเมินผล 7. การจัดทำงบประมาณต้นทุนขาย เป็นการจัดทำงบประมาณด้านใด ก. งบประมาณหลัก ข. งบประมาณการเงิน ค. งบประมาณดำเนินการ ง. งบการลงทุน
144 8. งบประมาณการเงินจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องใด ก. งบดุล ข. งบประมาณการผลิต ค. งบประมาณต้นทุนขาย ง. งบกำไรขาดทุน 9. การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน คือการวิเคราะห์ในข้อใด ก. ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน ข. เงินลงทุนที่ได้มาทั้งหมดจะได้คืนเมื่อไหร่ ค. จุดที่รายได้รวมเท่ากับค่าใช้จ่ายรวมพอดี ง. ผลตอบแทนและเงินลงทุนที่แท้จริง 10. ข้อใดเป็นการหาอัตราผลตอบแทนจากเงินทุน โดยการประมาณกำไรที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละปี เปรียบเทียบกับเงินที่นำมาลงทุน ก. ROI ข. จุดคุ้มทุน ค. ระยะเวลาคืนทุน ง. มูลค่าปัจจุบันสุทธิ