The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติท่านอาจารย์มั่น โดยหลวงตามหาบัว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ืทีมงานกรุธรรม, 2022-02-10 22:10:15

ประวัติท่านอาจารย์มั่น โดยหลวงตามหาบัว

ประวัติท่านอาจารย์มั่น โดยหลวงตามหาบัว

Keywords: ประวัติท่านอาจารย์มั่น โดยหลวงตามหาบัว

291

ไวพ้ ร้อมแลว้ แต่ขณะทา่ นมาถึงวดั ทีแรก ทั้งนีเ้ นอ่ื งจากกอง โฆษณา ไดป้ ระกาศอยู่เสมอวา่ พระเณร
อาคันตุกะที่เข้ามา ในงานขอนิมนต์ ไปแจ้งรายชื่อและฉายาท่ีกอง โฆษณาทุกรูป ไป มีเจ้าหน้าที่
เตรยี มรอคอยอยู่พร้อมแลว้ เพอื่ ทราบจำ� นวนพระเณรที่มา ในงานนี้ เวลานมิ นต ์ในกจิ ธรุ ะจะได้
ถกู กบั ช่อื และฉายาของพระเณรองคน์ ั้น ๆ

การบณิ ฑบาตของพระ ในงานน้ี นอกจากวนั งานทา่ น ไปตามหมู่บ้านตา่ ง ๆ  แถวนั้นและ ไป 
ในเมอื ง วนั งานคณะศรทั ธาทงั้ หลายอาราธนานมิ นตท์ า่ นรบั บณิ ฑบาตตามบรเิ วณงาน นอกวดั บา้ ง
ในวดั บา้ ง หลายแหง่ ทศ่ี รัทธาเตรียม ใส่บาตรทา่ น

งานนี้ท่านท�ำพิธเี ปิดมกี ำ� หนด ๓ คืนกบั ๔ วนั ซึ่งเร่มิ แตว่ นั ข้นึ ๑๐ ค่ำ� เดอื น ๓ ถวาย
ฌาปนกิจศพท่านคืนของวันขนึ้ ๑๓ ค่ำ� ราว ๖ ทมุ่ พอรุ่งเช้าของวันข้นึ ๑๔ คำ�่ กเ็ ป็นวันเกบ็ อฐั ิ
ทา่ น สว่ นวันท่ีและเดือนอะ ไรน้ันจำ�  ไมค่ ่อย ได้ กรุณาน�ำ ไปเทยี บกบั ปฏิทนิ รอ้ ยปอี าจพอทราบ ได้
การด�ำเนนิ งานเกี่ยวกับมาตกิ าบังสุกลุ อทุ ิศถวายท่านนัน้ เริ่มมาแต่วันเริ่มงาน เรอื่ ยมาทง้ั กลางวัน
กลางคืน ไมม่ ีก�ำหนดตายตวั ดังท่เี รยี นมาบ้างแล้ว เพราะทา่ นท่ศี รัทธาจะถวายบังสุกลุ กม็ มี าก
ต่อมาก จะรอ ใหท้ �ำตามกำ� หนดเวลาร้สู กึ  ไมส่ ะดวก เพราะท่านท่มี า ในงาน โดยมากกม็ าจากที ่
ไกล ๆ กนั ท้งั น้นั เม่อื มาถงึ ควรจะทำ�  ได้เมอื่  ไรกค็ วรเปิด โอกาส ให้บ�ำเพ็ญตามความสะดวก ท่าน
ผ ู้ใดตอ้ งการพระหรอื เณรจำ� นวนเท่า ไร ก็ ไปตดิ ต่อกับหน่วย โฆษณา ใหอ้ าราธนานิมนต ์ให้ รู้สึก
เปน็ ความสะดวกและ ได้ถอื ปฏบิ ตั ิท�ำนองน้ตี ลอดงาน

สว่ นเมรเุ ปน็ ท่ีบรรจศุ พทา่ น ได้จดั ข้นึ  ในบรเิ วณทีพ่ ระอ ุโบสถอยูเ่ วลาน้ี รู้สกึ สวยงามมาก
สมเกยี รติ ท�ำเป็นจตรุ มุขมีลวดลายแปลกประหลาดมาก ผเู้ ขียน ไม่ชำ� นาญ ในรูปลักษณะตลอด
ชือ่ ของลวดลายตา่ ง ๆ ทนี่ ายชา่ งผชู้ �ำนาญงานทำ� ถวายทา่ น ถา้ จ�ำ ไมผ่ ิดวนั ขึน้ ๑๑ ค�่ำเป็นวนั
อาราธนาท่าน ไปสู่เมรุ ก่อนหน้าเล็กน้อยบรรดาศิษย์ทั้งพระและประชาชน ได้พร้อมกันท�ำวัตร
ขอขมา โทษท่านเป็นที่เรียบร้อย หลังจากน้ันก็อาราธนา ไปสู่เมรุ ตอนน้ีคงอดรนทน ไม่ ไหว
ไดเ้ กิด โกลาหลวุ่นวายกนั ขึน้ อกี จน ได้ คราวนเ้ี ปน็ คณะลกู ศษิ ย์ฝา่ ยฆราวาสหญิงชาย พอเรมิ่
อาราธนาท่านเคล่ือนท ี่ไปสู่เมรุ ตา่ งก็มอี ากัปกิริยาที่ ไมค่ อ่ ยแจม่  ใสขน้ึ มา ในขณะน้ัน นำ้� หนู ้�ำตา
กริ ิยาเศร้า โศกและเสียงรอ้ ง ไหเ้ รมิ่ แสดงออกเป็นล�ำดบั นับแตข่ ณะท่านเคล่ือนจากท่ี ไปสู่เมรรุ สู้ กึ
วุ่นวายสับสนพอดู ในสังคมแห่งความวิ โยคพลัดพรากจาก ไปแห่งท่านผู้มีบุญหนาเมตตาราวกับ
มหาสมุทรสุดขอบเขต ไม่มีประมาณ บรรดาลูกศิษย์บริวารต่างร้อง ไห้ด้วยความอาลัยเสียดาย
เพราะครั้งน้ีเป็นคร้ังสุดท้าย ในการพลัดพรากจากร่างกายหายสูญความสมมุติท่ีเคยก่อภพก่อชาติ

292

พา ให้ ไดน้ ามวา่ เกดิ แกเ่ จบ็ ตาย ตอ่ กนั เปน็ สายยาวเหยยี ด ไม่มเี บ้อื งตน้ เบอื้ งปลาย ท่านอาจารย ์ได้
ท�ำลายกงกรรมของวัฏฏจักรเสียสิน้ แลว้ บัดน้ีกา้ วเขา้ แล้วสเู่ มืองแก้วอันประเสรฐิ คือพระนพิ พาน
ไมม่ วี นั กลับมาวนุ่ วายกับกองสงั ขารอนั เป็นสถานทห่ี ลง่ั น�้ำตาอีกตอ่  ไป

บรรดาลูกศิษย์ที่ร้อง ไห้ถึงท่านคร้ังนี้เพราะความเคารพรักเสียดายที่ ได้เคยประสิทธิ์
ประสาทธรรม โสรจสรงประพรมดวง ใจ ให้หายง่วงเหงาเมามัว พอมสี ตริ ะลึกบาป – บญุ  ไดก้ ็ระลกึ
ถงึ พระคุณทา่ น อยาก ได ้ไว้เป็นแกว้ บชู าเป็นขวญั ตาขวัญ ใจตอ่  ไปอีก แตเ่ มือ่ สดุ วิสยั จะห้าม ได้
จึงขอถวายน้�ำ ใจเป็นความอาลัยรักด้วยน้�ำตาเป็นเครื่องสักการบูชาว่าคณะลูกศิษย์เหล่าน้ีบุญน้อย
แต่ยังมีวาสนาบารมี ได้มาพบเห็น ในคราวพลัดพรากจาก ไปของท่านผู้มหาคุณทรงบุญหนักศักดิ์เป็น
ผู้สิ้นกิเลสถึงความวิเศษศักด์ิสิทธิ์ ในสมัยปัจจุบันท่ีแสนหา ได้ยาก นาน ๆ ถึงจะ ได้พบเห็นเป็น
ขวัญตาขวัญ ใจที่ ใฝ่ฝันมานานสักองค์หน่ึง แม้ท่าน ได้ผ่านพ้นกองทุกข์ ในสงสารถึงพระนิพพาน
อันเปน็ บรมสขุ แล้ว กข็ ออาราธนาเมตตา โปรด โสรจสรงมวลสัตวผ์ ยู้ ากจนซง่ึ กำ� ลงั ตกอยู่ ในความ
สุดวิสัย ได้แต่พากันร้อง ไห้พิ ไรร�ำพันถึงอยู่เวลาน้ีบ้างเถิดเจ้าพระคุณบุญล้นฝั่งซ่ึงฝังเพชร ไว้ ในหัว ใจ
เม่ือ ใดพวกข้าพเจ้าท้ังหลายจะพอมีทางรอดตาข่ายแห่งมาร ได้มีวาสนาถึงพระนิพพานตามพระคุณ
ท่าน ก็ ไมม่ ีทางทราบ ได้ เพราะกรรมหนักกรรมหนาเกดิ มาอาภัพวาสนาจึงเพียง ไดม้ าชมบารมี
พระคณุ ท่านเป็นขวัญ ใจ บชู า ไวด้ ว้ ยน�ำ้ ตา ดงั ทเี่ ป็นอยู่ขณะนแ้ี ล เหลา่ นี้เปน็ คำ� ร้อง ไหว้ ิงวอน
ปรารถนาของพุทธบริษัททง้ั หลายที่แสนอาลยั เสียดาย ในความพลัดพรากจาก ไปของท่าน จนศพ
ท่านท่ีอาราธนาเข้าสู่เมรุเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว อาการท่ีน่าเวทนาสงสารเหล่าน้ันจึงค่อย ๆ สงบลง

พอ ได้เวลาทีก่ ำ� หนด ไว้ ๖ ท่มุ คือเที่ยงคนื ก็พร้อมกันเร่มิ ถวายเพลงิ จรงิ แตผ่ คู้ น ในขณะนั้น
ประหนง่ึ จะลน้ แผ่นดนิ แออดั ยดั เยยี ดเบียดเสยี ดกนั จนจะหาทางเดนิ  ไม่ ได้ เพราะตา่ งคนต่างม่งุ
อยากดอู ยากเหน็ ท่าน ในวาระสุดท้ายเพอื่ เปน็ สริ มิ งคลแก่ ใจ ไปนาน ฉะน้ัน จงึ พากนั เฝา้ รออยู่
จนถึงเวลาท่ีก�ำหนด ไว้ พอถึงเวลาถวายเพลิงจริงท่าน ขณะนั้นปรากฏมีเมฆก้อนหน่ึงขนาด
ย่อม ๆ  ไหลผ่านเข้ามาและ โปรยละอองฝนลงมาเพียงเบา ๆ พร้อมกับขณะท่ี ไฟเริ่มแสดงเปลว
และ โปรยอย่ปู ระมาณ ๑๕ นาที เมฆก็ค่อย ๆ จางหาย ไป ในทา่ มกลางแห่งความสว่างแหง่ แสง
พระจันทรข์ า้ งข้ึน จึงเป็นท่นี า่ ประหลาดและอัศจรรยอ์ ย่างสุดจะคาดจะเดา ได้ถูก ว่าทำ�  ไมจงึ
ดลบันดาล ให้เห็นเป็นความแปลกหูแปลกตาขึ้นมา ในท่ามกลางความสว่างแห่งแสงเดือนเช่นน้ัน
เพราะปรกติฟา้ ก็แจง้ ขาวดาวสว่าง ในฤดูแลง้ ธรรมดาเราด ี ๆ นี่เอง แต่พอถึงเวลาเขา้ จรงิ  ๆ กม็ ีเมฆ
ลอยมาและมีละอองฝน โปรยปรายลงมาท�ำ ใหแ้ ปลกตาสะดดุ  ใจระลกึ  ไว้ ไม่ลืมจนบัดน้ี เหตุการณ์
ท้ังนีบ้ รรดาท่านท่ีอยู่ ในวงงานขณะนั้น  ไม่ม ีใครกล้าปฏเิ สธ ไดว้ ่า ไม่จรงิ เรอื่ งม ิไดเ้ ป็น ไป ในทำ� นอง

293

น้ัน เป็นแต่ผู้เขียนอตุ ริขึ้นมาเอง เหตุการณด์ ังกล่าวนีผ้ ู้เขียนประสบมาเองอยา่ งประจักษต์ าและ
สะดดุ ใจตลอดมา พอทา่ นทอี่ ย่ ูในวงงานขณะนนั้  ไดอ้ ่านตอนน้ี อยา่ ง ไรตอ้ งเพิ่มความจ�ำและความ
สะดดุ  ใจข้ึนมา ในทนั ทวี ่าเหตุการณ์ ได้เปน็ อย่างนน้ั จรงิ  ๆ

การถวายเพลงิ ทา่ นมิ ไดถ้ วายดว้ ยฟืนหรือถ่านดงั ทีเ่ คยท�ำกันมา แตถ่ วายด้วย ไมจ้ ันทนท์ ่มี ี
กล่นิ หอม ซ่งึ บรรดาศิษยท์ ่านผเู้ คารพเล่อื ม ใส ในทา่ นสั่งมาจากฝ่ังแมน่ ำ้�  โขงประเทศลาวเปน็ พเิ ศษ
จนเพยี งพอกบั ความต้องการและผสมด้วยธูปหอมเป็นเชอ้ื เพลิงตลอดสาย ผลเป็นความเรยี บร้อย
เช่นเดยี วกบั ที่เผาด้วยฟืนหรอื ถา่ น นับแต่ขณะเรม่ิ ถวายเพลงิ ท่าน  ได้มีกรรมการท้ังพระและ
ฆราวาสคอยดูแลกจิ การอยเู่ ปน็ ประจ�ำตลอดงานนัน้ และมกี ารรักษาอยูต่ ลอด ไปจนถงึ เวลาเก็บ
อฐั ิทา่ น

เวลา ๙ น. ของวนั รุง่ ข้ึน ก็เริ่มเก็บอฐั ทิ ่านและแจก ไปตามจังหวัดตา่ ง ๆ ท่มี ผี ู้มา ในงานนี้
เพ่ือน�ำ ไปเป็นสมบัติกลาง โดยมอบกับพระ ในนามของจังหวัดน้ัน ๆ เชิญ ไปบรรจุ ไว้ ในสถานที่
ต่าง ๆ ตามแต่จะเห็นควร ส่วนประชาชนก็มกี ารแจกเหมอื นกนั แต่คนมากตอ่ มาก ไมอ่ าจปฏิบัติ ได้ 
โดยท่วั ถึง เท่าทีจ่ ำ�  ไดผ้ มู้ า ในนามของจงั หวดั นน้ั  ๆ และ ได้รับแจกอฐั ิทา่ น ไปมี ๒๐ กวา่ จังหวดั
ตอนเก็บอฐั ิท่านเพ่ิงผ่าน ไปนั้นกน็ า่ สงสารประชาชนอยา่ งพดู  ไมอ่ อกบอก ไมถ่ ูกอีกวาระหน่ึง ซ่งึ ท�ำ 
ใหป้ ระทับตาประทับ ใจอยา่ งมาก คอื พอคณะกรรมการเก็บอฐั ทิ า่ นเสรจ็ เรียบรอ้ ยลงเท่าน้นั ผู้คน
หญิงชายต่างชุลมุลวุ่นวายกันเข้าเก็บกวาดเอาเถ้าและถ่านท่ีเศษเหลือจากที่เก็บแล้ว ไปสักการบูชา
ได้คนละเลก็ ละนอ้ ย จนสถานท่ีน้นั เตยี นเกล้ยี งยิ่งกวา่ ล้างดว้ ยน้ำ� และเช็ดถู ให้เกล้ียงเสยี อกี พอ
ได้ออกมาแล้วต่างคนต่างยิ้มแย้มแจ่ม ใส ใจดีอย่างบอก ไม่ถูกเหมือนตัวจะเหาะลอย ในขณะนั้น
มองด ูในมอื ตา่ งคนตา่ งก�ำแน่นราวกับจะมี ใคร ๆ มาแย่งชงิ เอาดวง ใจ ในกำ� มือ ไปเสยี ฉะนน้ั น้เี ปน็
เหตกุ ารณท์ ่นี ่าสงสารสังเวชอีกเหตกุ ารณห์ น่ึง ไม่ด้อยกว่าเหตกุ ารณ์ทัง้ หลายที่ผ่านมา ในงานทา่ น
อาจารย์มน่ั ครัง้ นี้ แลว้ ยังคร้ังสดุ ทา้ ยแถมเข้า ไปอีก คือก่อนจะพากันกลับ ไปถนิ่ ฐานบา้ นเรอื น
ของตน ๆ โดยมากพากัน ไปกราบลาท่านอาจารย์ที่เมรุซึ่งเป็นความมั่น ใจวา่ ท่านย้ายจากศาลา ไป
อยทู่ เ่ี มรแุ ล้ว ขณะกม้ กราบทา่ นถึงวาระทีส่ ามจบลงต่างพากนั นงั่ น่ิง ไปครูห่ นึ่ง เปน็ ลักษณะรำ� พึง
ร�ำพันด้วยความอาลัยเสียดายอย่างสุดซ้ึง แล้วแสดงการ ไว้อาลัยด้วยน้�ำตาสะอึกสะอื้นอย่างน่า
สงสาร คดิ ถงึ  ใจเรา ใจทา่ นทมี่ คี วามรสู้ กึ คดิ นกึ และกตญั ญกู ตเวท ีในทา่ นผทู้ รงพระคณุ อยา่ งลน้ พน้ ก็
อดทจ่ี ะกล้นั ความอาลัยเสียดาย ไว ้ไม่ ได้เช่นเดยี วกัน พอคณะน้นั ผา่ นออกมาดว้ ยความเศรา้  โศก
หน้าชุ่มด้วยน�้ำตา คณะนี้ก็ก้าวเข้า ไปกราบลาท่านด้วยกิริยาท่าทางของคนท่ีมีความจงรักภักดี
และเศรา้  โศกเพราะความว ิโยคพลดั พรากแห่งสงิ่ ท่เี ทิดทนู บนหวั  ใจ ได้จาก ไป ไมม่ วี นั กลบั คนื เปน็

294

ความสับเปล่ียนเวียนกัน ไป – มาอยู่ที่บริเวณเมรุท่านเป็นช่ัว โมง ๆ  กว่าเร่ืองท่ีน่าสงสารสังเวชจะ
สงบลง จึงท�ำ ให้ปลงธรรมสงั เวชอยา่ งติดตาตดิ  ใจตลอดมา

รวมความแลว้  ใจเป็นธรรมชาตทิ  ่ีใหญ่ โตกว่าอะ ไร ใน โลก เรือ่ งและอาการท้งั หลายท่เี ป็นมา
เหลา่ น้ีเป็นสาเหตุมาจาก ใจอันเป็นรากฐานส�ำคัญ ประชาชนพระเณรจำ� นวนหม่ืน ๆ ท่มี า ในงานน้ี
กเ็ ร่ืองหวั  ใจพา ใหม้ า ท่านอาจารย์ที่เป็นจดุ ดงึ ดดู จิต ใจของประชาชน กข็ ้นึ อยู่กบั ท่านเปน็  ใจท่ี
บริสุทธิห์ รือเป็นธรรมท้งั ดวงซ่งึ  ใคร ๆ ปรารถนากนั ท่ัว โลก จงึ เปน็ เคร่อื งดงึ ดดู จติ  ใจของคนผู้ร้จู กั
บุญ – บาป ให้คิดอยากมากราบ ไหวบ้ ูชาท่าน แม ้ไม่ ไดส้ ว่ นกศุ ลชนิดตกั ตวงเอาตาม ใจหวัง กย็ ังพอ
เป็นอปุ นิสัยปจั จัยสบื ต่อภพแห่งความเปน็ มนษุ ยอ์ ยา่  ให้ขาดสญู ส้นิ ซาก ไปเสียทีเดียว ยังดกี วา่ เป็น
คนหน้าด้าน ไปแย่งเกิด ในก�ำเนิดสัตว์นรกและสัตว์เดียรัจฉานเป็นร้อยเป็นพันชนิด ไม่มีประมาณ
เสวยความทกุ ข์ทรมาน ในภพน้นั  ๆ ตลอดอนันตกาล ไม่มวี นั หลุดพ้น ไป ได้ ซึ่งเปน็ การเกดิ มา
เหยียบย่ำ� ซำ้� เติมตัวเอง ไมม่ ีชิน้ ดี พอเปน็ ท่ียดึ ทีอ่ าศยั  ได ้ในภพหนง่ึ  ๆ บา้ งเลย ท่ีเรยี กว่าเปน็ คน
หมดหวงั

ด้วยเหตุนี้เรื่อง ในสากล โลกจึงรวมลงที่ ใจเป็นผู้ควบคุมเคร่ืองจักรน้อย ใหญ่ ให้สิ่งท้ังหลาย
หมนุ  ไปตามวิถีทางเดนิ ของ ใจที่หนกั  ไป ในทาง ใด ถ้า ใจหนกั  ไป ในทางดีทุกสง่ิ ที่ทำ� ลง ไปย่อม ใหผ้ ล
เป็นสุข โดยสม�่ำเสมอทง้ั ปจั จบุ นั และอนาคต ปรากฏแตค่ วามมหี วงั และสมหวงั เร่ือย ไป ไมข่ ัดสน
จนตรอก จะออกซอก ไหนซอย ใดก็เปน็ ซอกเป็นซอยทคี่ อยอำ� นวยความสะดวกปลอดภัย ให้ผู้เป็น
เจา้ ของ ได้รบั ความสุขความเจรญิ เสมอ ไป จนถึงแดนแห่งความสมหวงั คือเกดิ ทุกภพทกุ ชาติมแี ต่
ความสมหวังตลอด ไป ดังครบู าอาจารย์ทีม่ คี นเคารพเลอ่ื ม ใสและระลึกถงึ ท่าน เปน็ ขวญั  ใจอยู่
เวลาน้ีเพราะ ใจท่านเป็น ใจกุศลแต่ขั้นต้นจนถึงขั้นสูงสุดท่ีคนท้ังหลายสรรเสริญท่านอย่างสมเกียรติ
ว่าท่านปรนิ พิ พาน กม็ ีอยมู่ าก ค�ำวา่ ปรนิ ิพพานนี้จะม ีได้เฉพาะท่านผสู้ น้ิ กเิ ลสอาสวะ โดยสน้ิ เชิง
แล้วเท่านน้ั ท่านส้ินความสบื ตอ่ แหง่ สังขาร ไม่มลี มปราณเหมือนเวลายังมีชวี ติ อยู่ โลกทัง้ หลาย
เรยี กวา่ ‘ตาย’ แตพ่ ระพทุ ธเจา้ และพระอรหนั ตท์ า่ นตาย โลกเรยี กวา่ ‘ปรนิ พิ พาน’ ทา่ นอาจารยม์ น่ั
กม็ ีคนถวายเกียรตทิ ่านว่า ‘ปรินิพพาน’ มากเหมือนกัน ผู้เขียน ไม่มเี หตุผลท่ีควรจะนำ� มาคัดคา้ น
จำ� ตอ้ งยอมจำ� นนและอนุ โมทนาตามคำ� ท ่ีโลกถวายเป็นเกียรติทา่ น ในวาระสดุ ทา้ ย เพราะเท่าที่เคย
ได้อยู่และรับ โอวาทท่านตลอดมา เปน็ เวลานานปพี อสมควร ก็ ไมม่ ที ่คี า้ นธรรมท่าน ได้เลย นอกจาก
ท�ำ ให้ซึ้ง ใจอย่างบอก ไม่ถูกว่าเป็นอมตธรรมอย่างสมบูรณ์ท่ีออกมาจาก ใจที่บริสุทธิ์จริง ๆ เท่านั้น
ฉะนัน้ ใจประเภทน้จี ึงหา ไม่มี ใน โลกมนุษย์ปุถชุ นเรา รอ้ ยทั้งร้อยก็ ไม่มเี จอเลย ถ้าตอ้ งการเจอก็
จำ� ตอ้ งพยายามชำ� ระแก ้ไข ใจของปถุ ชุ น ใหก้ ลายเปน็  ใจอรยิ ชนขน้ั สดุ ยอดขน้ึ มา ใจดวงนน้ั อยทู่  ่ีไหน

295

ก็อยูอ่ ยา่ งอรยิ จิต อรยิ ธรรม ตลอดเวลา อกาลิ โก

ทว่ี า่  ใจเปน็  ใหญก่ วา่ สงิ่ ทงั้ หลาย ใน โลก นน้ั คอื  ใจเปน็ ผปู้ กครองสมบตั ทิ งั้ มวล แตส่ ง่ิ ทง้ั หลาย
ดงั กลา่ วจะดหี รอื ชวั่ ตอ้ งขนึ้ อยกู่ บั  ใจผเู้ ปน็  ใหญแ่ ละรบั ผดิ ชอบ ถา้  ใจพาชวั่ โลกแมจ้ ะ ใหญ ่โตเพยี ง ไร
กม็ ีทางบรรลัย ไดอ้ ยา่ ง ไมม่ ีปัญหา ดังนน้ั ใจจึงควร ได้รับการอบรมหรอื ศึกษาพอจะปกครองตวั
ปกครอง โลก ใหเ้ ปน็  ไป โดยความสะดวกปลอดภยั เทา่ ที่ควร ตวั กเ็ ปน็ บคุ คลน่าอยู่ ไม่เดอื ดรอ้ น
รำ� คาญ โลกก็เป็น โลกนา่ อยู่ ไมเ่ ปน็  โลกท่ยี ่งุ เหยิงวุ่นวายจนเกนิ  ไป

พอถวายเพลงิ ทา่ นอาจารยม์ นั่ ผา่ น ไปแลว้ ปรากฏว่าพระเณรสายของทา่ นมีความกระวน
กระวายระส่�ำระสายมากพอดู เพราะปราศจากที่พึ่งที่ยึดทาง ใจ ระเหเร่ร่อน ไปทางทิศ ใต้
ทศิ เหนอื เหมอื นวา่ วเชือกขาดอยู่บนอากาศฉะน้ัน เพราะความรอ้ นรุ่มกลุ้ม ใจ เหมือนพอ่  – แม่
ตายจาก มแี ตล่ กู กำ� พรา้ ตวั เลก็  ๆ ไ มม่ คี วามรคู้ วามสามารถปกครองตน ไดฉ้ ะนนั้ วงคณะปฏบิ ตั สิ าย
ของท่านรู้สึกส่ันสะเทือน ไปมาก ในระยะท่ีผ่าน ไป ใหม่ ๆ  กว่าจะจับกันเป็นกลุ่มเป็นกอเป็นหลัก
เป็นฐาน ได้ ก็นับว่าพอเห็น โทษแห่งความ ไม่มีครูอาจารย์มากพอดู ฉะนั้น การผ่าน ไปของ
ครูบาอาจารยอ์ งค์มคี ณุ สมบัติสำ� คัญแตล่ ะองคม์  ิใชเ่ รือ่ งเลก็ น้อย เป็นความสะเทอื น ในวงพระสงฆ์
และผู้ปฏบิ ัตนิ ั้น ๆ มาก จนอาจพูด ได้ว่า แผ่นดนิ ถล่ม ไปพักหน่ึง ถา้ คณะลูกศษิ ยม์ คี วามสามารถ
ตั้งตัว ได้ด้วยข้อปฏิบัติและทางจิต ใจก็พอทรงตัวและทรงหมู่คณะ ไว้ ได้ ไม่เดือดร้อนและเหลว ไหล 
ในกาลต่อ ไป

การสญู เสยี ทา่ นผเู้ ป็นหวั หน้าท่ีดี ไมว่ า่ ทางครอบครวั สงั คม บรษิ ทั ห้างรา้ น วงราชการ
งานแผน่ ดนิ แผนกต่าง ๆ  และคณะสงฆ์ ตลอดวงพระปฏบิ ัติทุก ๆ แขนง ยอ่ มเป็นความสญู เสีย
อัน ใหญ่หลวง ไปตาม ๆ กัน ผูน้ ้อยซึง่ หวงั ความเจรญิ ก้าวหน้าทัง้ ปัจจบุ ันและอนาคต จึง ไมค่ วร
นิ่งนอน ใจ ในการเตรียมตัวเตรียม ใจ ไว้ต้อนรับสถานการณ์ต่าง ๆ  ที่จะต้องประสบอยู่ โดยดี ในวัน
หรือเวลาหนึ่งแน่นอน ผู้เขยี น ได้เหน็  โทษครั้งยงิ่  ใหญส่ มยั ทา่ นพระอาจารย์มนั่ มรณภาพผ่าน ไป
เพียงองค์เดียวเท่าน้ัน แต ่ในสายตาและความรู้สกึ ปรากฏวา่ ผู้มสี ่วนเก่ียวขอ้ งท่านมีความซบเซา
เหงาหงอยและอยากจะพูดว่าลม้ ละลาย ไปตาม ๆ กนั มากมาย ทงั้ นักบวชและฆราวาส จน ไม่อาจ
ประมาณ ได้ เช่นเดียวกับส่ิงก่อสร้างท่ีสว่ นมนั่ คง ไดถ้ กู ท�ำลายลง ส่วนอื่น ๆ ก็พลอยเสียหาย ไปดว้ ย
ฉะน้ัน ผเู้ ขียน ได้รบั ความกระเทอื น ใจอย่างหนกั มาแต่ครั้งนัน้ จึงทำ�  ให้หว่ันวิตกตอ่ อนาคตของ
พระเณร ในวงปฏิบัติที่ขาดครูอาจารย์ผู้ ให้ความร่มเย็น ว่าเป็นทาง ไหลมาแห่งความเส่ือมเสีย ได้
อยา่ งงา่ ยดาย ถ้า ไมร่ บี เรง่ ตักตวงเสยี แตข่ ณะนที้ ก่ี �ำลงั มีครอู าจารย์คอยแนะน�ำสั่งสอนอยู่ เวลา

296

ท่านจาก ไปตัวเราเองแม้ยงั มีลมหาย ใจอยู่ แต่ ไมม่ ีหลักยดึ กเ็ ทา่ กับตายท้งั เป็น

ผู้เขียน ได้เคยเห็น โทษของตัวท่ี ไม่เป็นท่ามาแต่คร้ังน้ันแล้วว่าเหลวจริง ๆ ด้วยมรสุมประดัง
กนั เข้าพัดผันดวง ใจ มรสุมลกู หนึง่ พัดมาวา่ เราหมดท่พี ่งึ แลว้ ลกู หนง่ึ พัดมาว่าต่อ ไปนีเ้ ราจะพึ่ง ใคร
ลกู หนงึ่ พัดมาว่าท่าน ไปแล้วสบายหายหว่ ง สว่ นเรายังอยแู่ ต่ลมหาย ใจ แต ่ใจเหมือนคนตายแล้ว
เพราะขาดหลักยดึ และขาดอยา่ งหมดหวังเควง้ คว้างเกาะอะ ไร ไมต่ ิดเลย ลกู หนง่ึ พัดมาว่าอะ ไร ๆ
มันจะสุดจะสิ้น ไปตามท่านเสียแล้ว ลูกหนึ่งว่าต่อ ไปน้ีเราจะอยู่กับ ใคร พ่อก็จาก ไปเสียแล้ว
ลกู หนงึ่ ว่าคราวนี้ถงึ คราวลม่ จมของเราเสยี แล้วหรือจึงพอจะตัง้  ไข่ พอ่ กม็ าตายจาก กรรมเราหนัก
เอาเสียจรงิ  ๆ  คราวน้ี ลกู หน่งึ อทุ านออกมาวา่   โอ้ โฮ เจา้ กรรมชา่ งทรมานคนอนาถาถึงขนาดนี้
เชียวหนอ ลูกหนงึ่ ว่าตายจมแนแ่ ล้วคราวน้ซี ่งึ เปน็ คราวหัวเล้ยี วหัวต่อเสียด้วย ระหวา่ งกเิ ลสกบั
ธรรมก�ำลังรบกันอยา่ งเตม็ ก�ำลัง มที า่ นอาจารยเ์ ป็นผเู้ มตตาช่วยอบุ ายการรบอยทู่ กุ เวลา ต่อ ไป
 ใครจะมแี ก่ ใจมาเมตตาช่วยเหลือเราอีก เรา ไม่เคยมีความทุกข์จนหาทางออก ไม่ ได้เหมือนคราวนี้
น้ีเป็นคราวตกนรกหลุมความหมดหวังพดั ผันหัว ใจ ให้ขาดด้นิ ส้ินความหมาย ยงั  ไมต่ ายแตท่ �ำ ให้
ส้นิ ความหวังเสยี ทุกอยา่ งในคราวนี้

ทั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดแก่ผู้เขียน  ในครั้งท่านอาจารย์ม่ันมรณภาพลง ไป ท�ำ ให้
เข็ดหลาบกราบ ไหว้  ไม่อยาก ให้วงคณะปฏิบัติต้องประสบความทุกข์ทรมาน ดังที่เคยประสบ
มาแล้วท้ังท่ียัง ไม่มีหลักยึดพอจะพ่ึงตัวเอง ได้ จึง ได้พยายามเตือนหมู่คณะเสมอมา กลัวว่าจะ
นอนหลบั ทบั สทิ ธ์ทิ ีค่ วรจะ ไดจ้ ะถงึ จนเกิน ไป บทเวลาตะวนั อสั ดงคตแล้ว จึงจะวงิ่ หาทพี่ ง่ึ เพ่อื
หลบซ่อนผ่อนคลาย กลวั จะตายทง้ั เป็นดังทเ่ี คยเห็นมาแลว้ ไม่ประสงค์จะ ให้หม่คู ณะพบเห็น
ดว้ ยอกี จึงรบี ช่วยตกั เตือน ให้พากันรีบเร่งความเพยี รเวลาเดอื นยงั สวา่ ง ไสว ใจยังกำ� ลงั เอางาน
สงั ขารกก็ �ำลังอ�ำนวย แม้เจา้ ตวั ประสงค์ความรำ่� รวยศลี ธรรมตลอดมรรคผลนพิ พานก็ยงั พอทำ�  ได้
ไม่เปน็ คนทุกข์ ไร้เขญ็  ใจทั้งทส่ี มบัตมิ อี ยู่เตม็  โลกตลอดมา

อัฐิท่านพระอาจารย์มั่นกลายเป็นพระธาตุ

เม่ือต่างท่านท่ี ได้รับแจกอัฐิท่านอาจารย์ ไปแล้ว ต่างก็เชิญ ไป ไว้ ในสถานท่ีควรของตน ๆ
เพื่อสักการบูชาแทนองค์ท่าน หลังจากน้ันเร่ืองก็ค่อยเงียบหาย ไปเพราะต่างคนต่างพรากจากกัน
ในคราวเปน็ ไปสูถ่ ่ินฐานบา้ นชอ่ งของตน จนกาลล่วง ไปแลว้ ๔ ปี คณุ วัน คมนามูล เจ้าของร้าน
ศิริผลพานชิ และ โรงแรมสุทธิผล จังหวัดนครราชสีมา ไปถวายผา้ ป่าจังหวัดสกลนคร ได้รับแจกอฐั ิ

297

สว่ นบนของท่านอาจารย์มน่ั ชน้ิ หนง่ึ จากเจ้าอาวาสวดั สทุ ธาวาส ซงึ่ เปน็ วัดท่ที า่ นอาจารย์มรณภาพ
กลับมาถึงบ้าน ได้เชิญอัฐิช้ินน้ันรวมลง ในผอบอันเดียวกันกับท่ีบรรจุอัฐิท่านพระอาจารย์อยู่แล้วแต่
สมยั  ไดร้ บั แจกมาจากงานศพท่าน พอเปดิ ผอบออกเท่าน้นั ส่ิงท่ี ไมเ่ คยคาดฝนั กป็ รากฏขึน้  ใน
ผอบน้ัน คอื อฐั ิชุดแรกท่ี ได้รับแจก ไปจากงานศพทา่ น ไดก้ ลายเปน็ พระธาตุเสียหมด เจา้ ของเกดิ
ความอศั จรรย์จนตวั แทบลอย เม่ือเห็นเหตกุ ารณ์เช่นน้นั จึง ให้คนรบี  ไปดูอฐั ิสว่ นทีเ่ ก็บ ไว ้โรงแรม
สุทธิผลอีก ทนี่ น้ั ก็กลายเปน็ พระธาตุเชน่ กนั อกี รวมทงั้ สองแห่งจึงเป็นพระธาตุ ๓๔๔ องค์ ยัง
เหลือตดิ ผอบอยบู่ า้ งเป็นผง ๆ เล็กน้อย ตอ่ มา ไมน่ านนักจำ� นวนผงนนั้ ก็ ไดก้ ลายเปน็ พระธาตุเสยี จน
หมดอกี จงึ รวมเป็นพระธาตจุ ากอัฐขิ องทา่ นพระอาจารย์มนั่ ๓๔๔ องค์ นเี้ ป็นรายแรกที่ปรากฏ
ความอัศจรรยจ์ ากอฐั กิ ลายเปน็ พระธาตุ

จากน้ันเร่ืองก็เล่าลือ ไปทุกหนทุกแห่ง ผู้คนทราบถึง ไหนก็มาขอพระธาตุกับคุณวัน ไป
สกั การบชู ากันถงึ นัน้ คณุ วันเองกเ็ ปน็ คนมีนิสยั  ใจบญุ อยู่แล้วจงึ เหน็  ใจท่านท่มี าขอและแจกกัน ไป
คนละเลก็ ละนอ้ ย คือคนละ ๑ องคบ์ ้าง ๒ – ๓ องค์บา้ ง ผู้เขียนคณุ วนั ก ็ได้กรุณา ให ้ไปสองครงั้
คร้งั แรก ๕ องค์ ครง้ั ทสี่ อง ๒ องค์ รวมเปน็ ๗ องคด์ ว้ ยกนั พอ ไดม้ าแล้วก ็โฆษณา ใหญว่ ่าตัว ได้
ของดีมา ได้ของดมี า ปาก ไมเ่ ป็นสขุ เป็นสุขเฉพาะ ใจ คือด ีใจท่ ีไดอ้ ฐั จิ ากคุณวันมา สดุ ท้ายก็มา
เสยี เปรียบ (ตอ้ งขออภยั เรียนอยา่ งตรง ไปตรงมา) ผหู้ ญงิ เรยี บวุธ ไปเลย แต่ชอบกลท ี่ไม่มีเสยี  ใจ
เลยทั้งทร่ี ูว้ า่ เสยี เปรยี บ จากน้นั ปากกเ็ ป็นสุข ไมม่ ีอะ ไร โฆษณาอกี คอื พอ ไดย้ ินว่า ไดข้ องดมี า
 ใครกข็ อดูซง่ึ มแี ต่ผหู้ ญิงทัง้ นั้นขณะน้ัน คนน้ันก็ขอดกู ห็ ยบิ  ใหด้ ู หยบิ  ให้ดจู นหมดทกุ องค์ พอดู
เสร็จแล้วคนนัน้ กข็ อเอาเลย คนนี้ก็ขอเอาเลย พร้อมกับหอ่ กันมุบมิบ แล้วทีนี้ ใครจะกลา้ ขอคืนละ่
ถ้า ไม่อยากเสยี เปรยี บสองซอ้ น เร่อื งมนั เป็นอย่างนีท้ ่ีม ิได้มพี ระธาตุทา่ นอาจารยม์ น่ั ติดตวั มาจน
บัดน้ี ทราบภายหลงั ว่า คุณวนั เองก็แบ่ง ให้ทา่ นทม่ี าขอ ไปสักการบูชาแทบ ไม่มเี หลือแล้ว เลย 
ไมก่ ลา้  ไปรบกวนอีก

เทา่ ทที่ ราบอัฐิท่านอาจารยม์ ่นั กลายเปน็ พระธาตุทีร่ า้ นคุณวนั นครราชสมี า เปน็ แหง่ แรก
หลังจากนนั้ กค็ ่อย ๆ กลายเป็นพระธาตุเร่อื ย ไป ไมว่ า่ ท ่ีไหน ใครบชู า ไวท้  ี่ไหนก็กลายเปน็ พระธาตุ
ขนึ้ มาเปน็ ลำ� ดับ จนกระทัง่ ทุกวันนี้กย็ งั เป็น ไปเรื่อยๆ แตเ่ ป็นกันอยา่ งมบุ มบิ ซุบซบิ เฉพาะครัวเรือน
ไม่กล้าบอก ให้ ใครทราบ เกรงจะถกู ขอ เพราะเปน็ ของหายากและคณุ ค่าสูง ไม่มีประมาณ อาจ
พดู  ได้ว่าผู้ ไมม่ นี ิสัยวาสนาเกย่ี วกบั ทา่ น กย็ ากจะ ไดพ้ ระธาตุทา่ นมา ไวบ้ ชู า กรณุ าดแู ต่ผูเ้ ขียน
ซ่งึ  ไดม้ าแล้วยงั  ไมม่ ีวาสนารกั ษาทา่ น ไว้ ได้ ตอ้ ง ใหท้ ่านผอู้ น่ื  ไปรักษาแทนสบาย ไปเลย

298

พระธาตุท่านอาจารย์มน่ั ยงั เป็นทน่ี า่ แปลกและอศั จรรยอ์ ยหู่ ลายอย่างคอื พระธาตุ ๒ องค์
เจ้าของอธิษฐานขอ ให้เป็น ๓ องค์เพ่อื ครบรัตนะ คอื พุทธ ธรรม สงฆ์ ก็กลายเป็น ๓ องค์ ได้
จริง ๆ ผู้มอี ยู่ ๒ องคอ์ ธิษฐานขอ ให้เปน็ ๓ องคเ์ ช่นทคี่ นอน่ื เขาเปน็ แต่กลบั รวมเป็นองคเ์ ดียวกม็ ี
เจา้ ของเสยี  ใจมาก มาเลา่  ให้ผเู้ ขียนฟงั และขอคำ� ชแ้ี จง ผ้เู ขยี น ไดอ้ ธิบาย ใหท้ ราบบา้ งว่า พระธาตุ
ท่านอาจารย์มน่ั กลายเปน็ ๓ องคก์ ็ดี กลายเปน็ องคเ์ ดียวกด็ ี หรือยังม ิได้กลายเปน็ พระธาตุเลยกด็ ี
ทงั้ นก้ี ็คอื อัฐธิ าตทุ อี่ อกจากองค์ท่านอนั เดยี วกนั จงึ  ไมค่ วรเสยี  ใจ การทพ่ี ระธาตุ ๒ องคก์ ลบั มา
เปน็ องคเ์ ดียวก็เป็นอภินิหารของท่านอยแู่ ลว้ เราจะหาความอัศจรรยจ์ ากอะ ไรอกี แมผ้ มทา่ นท่ี
ปลงออกมีผูเ้ ก็บ ไว้บูชา ในทตี่ ่าง ๆ กก็ ลายเปน็ พระธาตุ ได้เชน่ เดียวกบั อัฐิซ่ึงมอี ยู่หลายแห่ง ท่ีเป็น
ดังน้เี ขา้  ใจวา่ อฐั หิ รือผมทา่ นทีเ่ ก็บ ไว้นาน ๆ ไปอาจจะกลายเป็นพระธาต ุไปตาม ๆ กัน ดงั อฐั ทิ ่านท่ี
ค่อย ๆ กลายเป็นพระธาตมุ าเปน็ ลำ� ดับน้แี ล แต่ท้ังอฐั ธิ าตุท่านทั้งพระธาตุทา่ นแมจ้ ะถูกเกบ็ รกั ษา ไว้
สักการบชู าอยูก่ บั ท่านผู้ ใด ก ็ไม่ม ีใครบอก ใคร ให้ทราบเลย มีแตป่ ดิ เงยี บท่าเดยี วเทา่ นน้ั ทุกวนั นี้
เพราะต่างคนตา่ งรักตา่ งคนต่างสงวน แตถ่ ้าถูกถามรายท่ีอฐั ทิ า่ นกลายเป็นพระธาตุ เจ้าของก็จะ
บอกอย่างอาจหาญว่าอฐั ิท่านกลายเป็นพระธาต ุได้แน่นอน ไม่สงสยั ถ้าถามต่อ ไปวา่ คณุ มีพระธาตุ
หรืออัฐิทา่ นอาจารย์ม่ันบา้ งหรือเปลา่  ? จะแสดงอาการย้มิ แลว้ ตอบเพียงว่า แมม้ ีกน็ ดิ เดยี วแจก ให ้
ใคร ไม ่ได้ อนั เปน็ เชิงกันท่า ไว้ ในตัว กลัวผู้อ่นื จะขอ จึงทราบ ไดย้ ากเฉพาะทกุ วันนี้ วา่ อฐั ิหรอื
พระธาตทุ ่านมอี ยูก่ บั ท่านผ ู้ใดบา้ ง แม้แตพ่ ระหรอื ครอู าจารย์ซ่ึงเป็นที่เคารพนับถือถามยงั  ไม่อาจ
บอกตรง จึงน่าเห็น ใจท่านที่มคี วามเคารพเลอ่ื ม ใสและรักสงวนทา่ นมาก

ฉะนน้ั ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั จงึ เปน็ พระอาจารยส์ ำ� คญั องคห์ นงึ่ ทง้ั ทยี่ งั มชี วี ติ อยแู่ ละลว่ งลบั
ผา่ น ไปแล้ว เวลายงั มชี วี ติ อยู่กเ็ ปน็ จุดยบั ยัง้ ผอ่ นคลายความตงึ เครียดแห่งจิต ใจบรรดาศษิ ย์ท้งั พระ
และฆราวาสเปน็ อยา่ งดตี ลอดมา เราพอทราบ ไดต้ ามทมี่ ผี มู้ าเลา่  ใหฟ้ งั ขณะจติ คดิ จะทำ� ความชวั่
บา้ ง ขณะจิตก�ำลังลุกเป็น ไฟเน่ืองจากเหตุการณบ์ างอยา่ งบังคบั บา้ ง ขณะเกดิ ความเคยี ดแค้น
อย่างสุดขีดจะตัดสิน ใจฆ่าคนอยู่ ในนาทีน้ันบ้าง พอระลึกถึงท่านอาจารย์มั่นข้ึนมา ได้เท่านั้น
เหตุการณท์ เี่ ปน็ อยู่ภาย ในเหล่านั้นราวกบั น�้ำดบั  ไฟสงบลงทันทีทัน ใด และเหน็  โทษแห่งความผิด
ของตัวข้นึ  ในขณะน้ัน อยากก้มลงกราบองค์ท่านทันทีท่รี ะลึก ได้ ส่งิ ทค่ี ดิ วา่ จะทำ� น้ันเลยหาย
ราวกับปลิดทิ้ง น่ีเป็นฝา่ ยฆราวาสเล่า ให้ฟงั แม้ทีม่ ิ ไดเ้ ลา่ ก็เขา้  ใจวา่ ยงั มอี ยมู่ ากและสามารถแก้
ความผิดของตวั  ได้ ในลักษณะเดียวกันดว้ ยอ�ำนาจความระลึกถึงทา่ นด้วยความเคารพเล่อื ม ใส

ส่วนพระท่ี ได้รับความยับย้ัง ใจ ไปตามเพศของตนเพราะอ�ำนาจความเช่ือความเล่ือม ใส ใน
ทา่ นกเ็ ขา้  ใจว่ามีจำ� นวน ไม่น้อยเชน่ เดียวกนั เทา่ ท่ีท่านอบรมคน ใหเ้ ปน็ คนดีน้นั นับจ�ำนวน ไม่ถว้ น

299

เร่ิมแต่วันท่านอุปสมบทและสั่งสอนมาจนถึงวันมรณภาพ ถ้านับเวลาสั่งสอนผู้คนพระเณรก็ ไม่
ต่�ำกว่า ๔๐ ปี ในระหว่าง ๑ ปถี งึ ๔๐ ปีนั้นมีพระเณรและฆราวาสมารับการอบรมกับทา่ นมาก
เพยี ง ไร เฉพาะพระทมี่ หี ลักฐานม่นั คงทางด้านจติ  ใจและขอ้ ปฏิบตั มิ ีจำ� นวนมากมาย ทา่ นอาจารย์
เหล่านี้จะเป็นครูอาจารย์ส่ังสอนผู้คนพระเณร ให้มีหลักยึดต่อ ไป ในอนาคต ซ่ึงสืบเน่ืองมาจาก
ทา่ นอาจารย์มน่ั เป็นผู ้ใหก้ �ำเนดิ ความรทู้ ง้ั ภาย ในและภายนอกมากอ่ น มฉิ ะนน้ั ก็หาทางเดนิ  ไม่ ได้
แมต้ ัวเอง โดย ไม่ต้องพดู ถึงการสง่ั สอนคนอ่นื  ให้เป็นคนด ีได้เลย

ด้วยเหตุน้ีการวางรากฐานจิต ใจ ให้ม่ันคงต่อเหตุผลอรรถธรรมความถูกต้องดีงามเป็นข้ัน ๆ
จึงเป็นงานช้ิน ใหญ่และหนักมากกว่างานชิ้น ใด ๆ  ใน โลกที่พวกเราเคยท�ำและเคยบ่นกันว่ายาก ๆ
เพราะงานนั้นเป็นเพยี งส่งิ คลอ้ ยตามจติ  ใจของผูพ้ าดำ� เนนิ เท่านัน้ หลัก ใหญ่ของงานทกุ แขนงและ
ทกุ ชิน้ อยา่ งแทจ้ ริงขนึ้ อยกู่ บั  ใจท้งั ส้ิน นอกจากนนั้ ยงั เกย่ี วกับงานผดิ  – ถกู  – ชว่ั  – ดีอีกว่าใครเปน็
ผู้บงการและพาด�ำเนินถ้าไม่ ใช่ ใจ ถ้า ใจเป็นผู้ชี้ขาดและพาด�ำเนิน  ใจ ได้รับการศึกษาอบรม
พอทราบเรื่องของตัวเก่ียวกับความผิด – ถูก – ชั่ว – ดีอย่าง ไรบ้างเพียง ไร จึงจะประคองตัวและ
งานนั้น ๆ  ไปด้วยความราบร่ืนชื่น ใจ ตลอดความปลอดภัย อันเกิดจากผลงานทีต่ นทำ� ทุกอย่าง
เมื่อกล่าวถึงจิต ใจ บรรดาท่านท่ีเคยทราบความลึกซ้ึงหนาบางของท่านอาจารย์มั่นมาบ้างแล้ว
จะตอ้ งกราบทา่ นอย่างสนิท ใจระลึก ไวม้ ิ ไดล้ มื ท้งั เวลาท่านยังมีชีวติ อยูแ่ ละเวลาทา่ นจาก ไปแล้ว
อดระลกึ ถึงความกตัญญกู ตเวท ีในท่านมิ ได้อยา่ งแน่นอน แม้ชวี ติ จะขาด ไปก็ยอมถวาย ไปเลย

ทา่ นอาจารย์มนั่ เปน็ อาจารย์เอกทางด้านพฒั นาจติ  ใจคน อาจพดู  ไดว้ า่ เกอื บทั่วประเทศ
ซึ่งเป็นการพัฒนาท่ถี กู จดุ สำ� คัญของ โลกดว้ ย เพราะ ใจท ่ีได้รับการพฒั นาด้วยอรรถดว้ ยธรรมมา
ด้วยดคี วามเสยี หาย ไม่ค่อยมี หรอื อาจพดู  ได้อยา่ งเตม็ ปากวา่ จิตที่ ไดร้ ับการพัฒนาเตม็ ท่ีแล้วแน่ ใจ
วา่ ความเสยี หาย ไม่มี ท้งั งานและผลของ งานก็เป็นทีแ่ น่ ใจ โลกท ี่ได้รับการพัฒนาจิต ใจ ไปพร้อม ๆ
กนั ด้วยดยี อ่ มเปน็  โลกที่เจรญิ จริง ประชาชนมคี วามสงบสขุ มิ ใชเ่ จริญแต่ดา้ นวตั ถอุ ยา่ งเดยี ว แต่ 
ใจร้อนเหมอื น ไฟ มีแต่การเบียดเบียนทำ� ลายกนั เอารัดเอาเปรยี บกนั ฉ้อ โกงกนั เรว็ ย่งิ กว่า
เจ้าบอนนข่ี น้ึ  โลกพระจันทร์ ซงึ่  ไมผ่ ดิ อะ ไรกบั ความเจรญิ แห่ง ไฟ ในแดนนรก ถ้ายัง ไม่ทราบว่า
แดนนรกมีความเจรญิ ดว้ ยความรุม่ ร้อนขนาด ไหน ก็ควรดู โลกทีป่ ราศจากการพัฒนาจติ  ใจซ่ึงมแี ต่
ความรกรุงรงั  ไปดว้ ยสิง่ สกปรกทร่ี ะบายออกจากท่อ ไอเสยี คอื  ใจ ความประพฤติการกระท�ำทกุ ดา้ น
เป็นสงิ่ ขวาง โลกขวางธรรม ขวางหูขวางตา ขวาง ใจ ไปหมด ไม่มอี ะ ไรนา่ ดูน่าชมเลย เต็ม ไปดว้ ย
สิง่  ไมพ่ ึงปรารถนา ฉะนั้น ทา่ นผูม้ คี วามฉลาดแหลมคมจงึ นยิ มการพัฒนาจติ  ใจก่อนการพัฒนา
ส่ิงอ่ืน ใดซ่ึงเป็นเพียงบริวารของ ใจเท่าน้ัน เม่ือพัฒนา ใจดีแล้วการระบายออกทางกายวาจา

300

ตลอดความประพฤตกิ ารกระทำ� ทกุ ดา้ นยอ่ มกลายเปน็ ของสะอาด ไปตามสว่ น ใหญค่ อื  ใจ โลกยอ่ มมี
ความสงบสขุ สมกบั คนฉลาดด้วยจิตตพัฒนาปกครอง โลกปกครองตน โดยทางเหตผุ ลอรรถธรรม

ความฉลาดของมนษุ ยท์ ีป่ ราศจากธรรมจะฉลาดเพียง ไร ยงั  ไม่ควรเป็นท่ี ไว้ ใจและชมเชย 
โดยถ่ายเดยี ว ได้ แมจ้ ะฉลาดแสดงความสามารถข้นึ ชมดวงดาวพระอาทติ ยพ์ ระจนั ทรบ์ นฟ้า ไดก้ ็ยัง 
ไมถ่ ือเปน็ จดุ สำ� คญั ความฉลาดถา้ ยังขืนระบายสิ่งทเ่ี ป็นพิษเปน็ ภัยออกเพื่อความเดอื ดรอ้ นแก่ตน
และผอู้ น่ื อยู่อยา่ ง ไมส่ ำ� นกึ แหง่ ตัววา่ เป็นความผิด ความร้คู วามฉลาดนนั้ ยงั  ไม่อาจเลยภมู ิของสตั ว์
เดียรัจฉานท่ีเคยเป็นอยู่ด้วยการเบียดเบียนและกัดฉีกกันกิน  โดยถือว่าเป็นความฉลาดและเป็น
ความสขุ ของเขาซงึ่ อยู ่ในภูมิน้ัน ๆ ความฉลาดทีร่ บั รองกนั ตามหลักเหตุผลท่ยี งั ตนและ โลก ให้เจรญิ
นัน้  ไม่จ�ำตอ้ งออก ใบประกาศนียบัตร ให้ โชว์ก็ ได้ แตก่ ารระบายออกทาง ใจและความประพฤติ
ส่ิงกระท�ำ อันเป็น ไปเพื่อตนและ โลก ได้รับความสุขความเย็น ใจด้วยนั้น ถือว่าเป็นผลงานที่
ออกจากความฉลาดอย่างแท้จริง และเป็นประกาศนียบัตรอยู่ ในตัวพร้อมแล้ว ไม่จ�ำต้องหา
 ใบประกาศมาบงั หน้าและอวด โลกเพ่ืออำ� นาจ ในทางผิดอยา่ งลกึ ลับ ซึ่งผล คอื ความเดือดร้อน
ของผู้ ได้รบั มิ ได้เป็นของลับ ๆ ไ ปด้วย แตเ่ ปน็ ความทุกข์ร้อนอยู่อย่างเปดิ เผย ดงั ทีเ่ หน็  ๆ กนั อยู่
อย่างเต็มตา รู้อยู่อย่างเต็ม ใจ นอกจาก ไม่พูดกันเท่านั้น ท้ังนี้หากมิ ใช่ โทษของการมองข้าม
การพัฒนาภาย ใน คือ  ใจแล้ว ใครจะเชื่อกัน ได้ลงคอว่า การพัฒนาแต่ด้านวัตถุด้วย ท้ัง ใจท่ี
รกรุงรงั ดว้ ยสนมิ คือ กเิ ลสความเห็นแก่ตวั และพวกพอ้ งของตัว ทำ�  ให้ โลกเจรญิ ประชาชนอยู่เย็น
เปน็ สขุ  โดยท่วั กนั ดงั นี้ นอกจากคนทีต่ าย หมดความรู้สึกดี – ช่วั ทกุ อย่างแล้วเท่านั้น จะ ไม่มี
ความขัด ใจและคดิ แย้งการกระท�ำดังท่ีวา่

เมื่อน�ำมาเทยี บระหว่างผมู้ ีการพัฒนาทาง ใจกับผู้ ไม่ ได้พัฒนาทาง ใจเลย การงานและผล
ของงานจึงต่างกันราวฟ้ากับดิน ฉะน้ัน พระพุทธเจ้าจึง ไม่ทรงชมเชยสมาธิสมาบัติเพ่ือความ
เหาะเหินเดินอากาศ ด�ำดินด�ำน�้ำ เหาะขา้ มทะเลตา่ ง ๆ วา่ เป็นผฉู้ ลาดเลื่องลอื แตท่ รงชมเชย
ผพู้ ยายามฝกึ อบรมตน โดยวธิ ตี า่ ง ๆ เพอ่ื ความดงี าม จะเปน็ ทางสมาธสิ มาบตั หิ รอื ทาง ใดกต็ าม ดว้ ย
ความรอบคอบต่อการระบายออกทางความประพฤติการกระท�ำ มิ ให้เกิด โทษแก่ตนและผู้อื่นว่า
เป็นผฉู้ ลาด เพราะความนา่ อยูข่ อง โลกทั่ว ไปยอ่ มขน้ึ อยูก่ ับความสุข ใจเป็นหลัก ใหญ่ แมร้ ่างกาย
และความเป็นอยู ่ในด้านต่าง ๆ จะมีอดบา้ งอ่มิ บา้ งตามคติธรรมดาของ โลกอนจิ จฺ ํ แตก่ ็ยังน่าอยู่
เพราะผู้พาอยู่พาไป คอื ใจ มีความสขุ เท่าทค่ี วร ไม่แผดเผาเร่าร้อน จนท�ำ ใหค้ ิดอยากยา้ ยภพ
ยา้ ยชาติ ย้ายบ้านเรือนและสถานท่อี ยู่ต่าง ๆ

301

ปัญหาเรื่องอฐั ทิ ่านพระอาจารย์มนั่ พระอาจารยเ์ สาร์ กลายเปน็ พระธาตุปรากฏวา่ จะ
กระจาย ไป ในท่ตี า่ ง ๆ จนท�ำ ให้เกดิ ความสงสัยกนั กม็ ี  ในระยะอฐั ทิ ่านกลายเป็นพระธาต ุใหม ่ ๆ
บางท่านกม็ าถามว่าอัฐขิ องพระอรหันตก์ ด็ ี ของสามญั ชนกด็ ี ตา่ งกเ็ ป็นธาตดุ นิ ชนิดเดยี วกนั สว่ น
อัฐิของสามัญชนท�ำ ไมจึงกลายเป็นพระธาตุ ไม่ ได้ เฉพาะอัฐิของพระอรหันต์ท�ำ ไมจึงกลายเป็น
พระธาตุ ได้ ทัง้ สองนม้ี คี วามแปลกต่างกนั อยา่ ง ไรบา้ ง ก็ ไดอ้ ธิบาย ใหฟ้ ังเท่าทส่ี ามารถแตเ่ พยี ง
 โดยยอ่ วา่ เร่อื งอฐั ิน้ันปญั หาสว่ น ใหญ่ข้นึ อยูก่ บั  ใจเป็นส�ำคัญ คำ� ว่าจิตแมเ้ ปน็ จิตเชน่ เดยี วกันแต่มี
อำ� นาจและคณุ สมบัตติ ่างกนั อยู่มาก คือจิตของพระอรหนั ตท์ ่านเปน็ อริยจติ เปน็ จติ ทบี่ รสิ ุทธิ์ สว่ น
จิตของสามัญชนเปน็ เพยี งสามัญจติ เปน็ จิตทีม่ ีกเิ ลส โสมมตา่ ง ๆ  เม่อื จิตผูเ้ ปน็ เจ้าของเข้าครองอยู่ 
ในร่าง ใด และจติ เป็นจติ ประเภท ใด รา่ งน้นั อาจกลาย ไปตามสภาพของจติ ผู้เปน็  ใหญ่พา ให้เปน็  ไป
เชน่ จิตพระอรหนั ตเ์ ป็นจติ ทีบ่ รสิ ุทธ์ิ อาจมอี �ำนาจซักฟอกธาตขุ ันธ์ ใหเ้ ปน็ ธาตุท่ีบรสิ ทุ ธ ์ิไปตาม
ส่วนของตน อัฐทิ ่านจึงกลายเป็นพระธาต ุได้ แต่อัฐขิ องสามัญชนทว่ั  ๆ ไป แม้จะเป็นธาตุดิน
เชน่ เดยี วกนั แตจ่ ติ ผเู้ ปน็ เจา้ ของเตม็  ไปดว้ ยกเิ ลสและ ไมม่ อี ำ� นาจซกั ฟอกธาตขุ นั ธ ์ใหเ้ ปน็ ของบรสิ ทุ ธ ์ิได้
อฐั ิจงึ กลายเป็นธาตขุ นั ธ์ทบี่ ริสทุ ธ์ ิไป ไม่ ได้ จ�ำต้องเป็นสามญั ธาตุ ไปตามจติ ของคนมกี ิเลสอยู่ โดยดี
หรอื จะเรยี ก ไปตามภมู ขิ องจติ ภมู ขิ องธาตวุ า่ อรยิ จติ อรยิ ธาตุ และสามญั จติ สามญั ธาตกุ ค็ ง ไมผ่ ดิ
เพราะคณุ สมบัติของจิตของธาตรุ ะหว่างพระอรหันต์กบั สามญั ชนต่างกนั อัฐิจ�ำต้องต่างกันอย ู่โดยดี

ผสู้ �ำเรจ็ เปน็ พระอรหนั ตข์ ้ึนมานน้ั ทกุ องค์เวลานิพพานแลว้ อฐั ติ ้องกลายเปน็ พระธาตุ
ดว้ ยกันทัง้ ส้นิ ดังนี้ ข้อนีผ้ ู้เขยี นยัง ไม่แน่ ใจวา่ จะเป็น ไป ได้อยา่ งนั้นทุก ๆ องค์ เฉพาะจติ ท่านท่ี
ส�ำเร็จพระอรหัตตภมู เิ ป็นจิตทบี่ ริสทุ ธิเ์ ต็มภมู นิ บั แต่ขณะทีส่ ำ� เรจ็ สว่ นร่างกายทเี่ ก่ยี ว โยง ไปถึงอัฐิ
เวลาถูกเผาแล้วจะกลายเป็นพระธาตุ ไดเ้ ชน่ เดยี วกันทุกองคห์ รือ ไม่ยังเป็นปัญหาอย่บู ้าง ระหว่าง
กาลเวลาทบ่ี รรลุถึงวันทา่ นนพิ พานมีเวลาส้ันยาวตา่ งกนั องคท์ ี่บรรลุแล้วมีเวลาทรงขันธ์อยนู่ าน
เวลานพิ พานแล้วอฐั ิย่อมมที างกลายเปน็ พระธาต ุได้ โดย ไม่มีปัญหา เพราะระยะเวลาทีท่ รงขันธ์อยู่
จิตที่บริสุทธ์ิก็ย่อมทรงขันธ์ เช่นเดียวกับความสืบต่อแห่งชีวิตด้วยการท�ำงานของระบบต่าง ๆ
ภาย ในร่างกาย มี ลมหาย ใจ เปน็ ตน้ และมกี ารเขา้ สมาธสิ มาบตั ปิ ระจำ� อริ ยิ าบถ ซง่ึ เปน็ การ
ซกั ฟอกธาตขุ นั ธ ์ใหบ้ รสิ ทุ ธ ์ิไปตามสว่ นของตน โดยล�ำดับดว้ ย ในขณะเดยี วกนั เวลานพิ พานแล้วอฐั ิ
จึงกลายเป็นพระธาตุ ดังที่เห็น ๆ กันอยู่ ส่วนองค์ท่ีบรรลุแล้วมิ ได้ทรงขันธ์อยู่นานเท่าท่ีควร
แล้วนิพพาน ไปเสียนั้น อัฐิท่านจะกลายเป็นพระธาตุ ได้เหมือนพระอรหันต์ท้ังหลายท่ีมี โอกาส
อยู่นานหรอื  ไม่ เปน็ ความ ไม่สนิท ใจ เพราะจติ  ไม่มีเวลาอยู่กบั ธาตขุ นั ธ์นานและมิ ไดซ้ ักฟอกด้วย
สมาธิสมาบตั ิดงั กล่าวมา

302

ทา่ นที่เป็นทนั ธาภญิ ญา คือร ู้ไดช้ ้าค่อยเป็นค่อย ไป เชน่ บ�ำเพ็ญ ไปถึงขัน้ อนาคามีผล
แล้วติดอยู่นานจนกว่าจะก้าวขึ้นข้ันอรหัตตภูมิ ได้ คือต้องพิจารณาท่องเที่ยว ไปมาอยู่ระหว่าง
อรหตั ตมรรคกบั อรหัตตผลจนกว่าจิตจะช�ำนชิ ำ� นาญและมกี �ำลงั เต็มทจี่ งึ ผ่าน ไป ได้ ในขณะที่ก�ำลงั
พจิ ารณาอยู ่ในขน้ั อรหัตตมรรคเพ่อื อรหัตตผลก็เป็นอุบายวธิ ีซักฟอกธาตขุ นั ธ์ ไป ในตัวด้วย เวลา
นพิ พานแล้วอฐั อิ าจกลายเป็นพระธาต ุได้ ส่วนทา่ นที่เป็นขปิ ปาภิญญา คอื รู้ ไดเ้ รว็ และนิพพาน 
ไปเร็วหลังจากบรรลุแล้ว ท่านเหล่าน้ี ไม่แน่ ใจว่าอัฐิจะกลายเป็นพระธาตุ ได้หรือประการ ใด
เพราะจติ ที่บริสทุ ธ์ไิ ม่มีเวลาทรงและซกั ฟอกธาตุขนั ธ์อย่นู านเทา่ ที่ควร สว่ นสามญั จิตของสามญั ชน
ทั่ว ๆ ไ ปนน้ั ไม่อย่ ูในขา่ ยทีอ่ ฐั จิ ะควรแปรเปน็ พระธาต ุไดด้ ว้ ยกรณี ใด ๆ จึงขอกล่าวเท่าท่ีกลา่ ว
ผา่ นมาแลว้

เฉพาะองค์ท่านพระอาจารย์ม่นั นอกจากอัฐกิ ลายเป็นพระธาตุ ให้เหน็ อย่างประจักษ์แลว้
พระธาตุยังแสดงความอัศจรรย์ ให้เห็นหลายอย่าง ดังท่ีเขียนผ่านมาบ้างแล้วว่า ผู้มีพระธาตุ
สององค์อธิษฐานขอ ให้เป็นสามองค์ก็เป็นสามองค์ ได้ ผู้มีสององค์อธิษฐานขอ ให้เป็นสามองค์
แตก่ ลบั เปน็ องคเ์ ดยี วก ็ได้ ซง่ึ  ไมน่ า่ จะเปน็  ไป ไดเ้ ลยแตก่  ็ไดเ้ ปน็  ไปเสยี แลว้ ผ ู้ไดม้ าสององคจ์ ากทา่ น
ผู้มเี มตตาจิตมอบ ให้ พอตกเยน็ มาเปดิ ดูกลับเปน็ สามองคก์  ็ได้ รายนเ้ี ป็นความแปลก เพราะ
ช่ัวระยะเวลาเช้า ไปถึงเย็นเท่านั้นก็มาเพิ่ม ได้ ท่านผู้นี้เป็นข้าราชการผู้ ใหญ่มีศรัทธา ในองค์ท่าน
พระอาจารยม์ ่ันมากและเป็นผู้ ใหค้ วามสะดวกตลอดการช่วยเหลอื ต่าง ๆ  แทบทุกกรณีทเ่ี กี่ยวกบั
งานทา่ นพระอาจารยม์ ัน่ นับแตว่ ันแรกทีท่ ่าน ไปถงึ วัดสุทธาวาสจนตลอดงาน พระผู้ ใหญ่เหน็  ใจ
และสงสารมาก เม่ือคุณวัน นครราชสีมา ถวายพระธาตุท่านพระอาจารย์ม่ันมา ท่านจึงมอบ ให้
ข้าราชการผู้นี้ตอนเชา้ พอ ไดร้ บั พระธาตุจากทา่ นแล้ว ขณะนั้น ไม่มกี ล่องหรือผอบจะ ใส่ มแี ต่
ขวดยานตั ถเุ์ ปล่าติดกระเปา๋ เส้ือจงึ  ได้เอามา ใส่พระธาตุ ไปพลาง ขณะเชญิ พระธาตเุ ข้ากระเป๋าเส้ือ
กป็ ิดกระดมุ เสอื้ ดว้ ยดี ขวดกป็ ดิ ฝาด้วยดี กลัวพระธาตุจะสญู หาย ไปเสีย

นับแต่ขณะที่ ได้พระธาตุจากมือพระผู้ ใหญ่แล้วปรากฏว่า ใจมีความปีติยินดีเป็นล้นพ้น
ลกุ จากทน่ี ้ันก็ ไปท�ำงานเลยทเี ดยี ว และเกิดความอิ่มเอิบตื้นตัน ใจตลอดวัน ประหนึ่งจิตมิ ได้คิด
เหนิ ห่างจากพระธาตุที ่ได้รบั มานนั้ เลยทั้งวนั พอเลิกจากงาน ไปถงึ บา้ น ก็ โฆษณา ใหญว่ ่าตน ไดข้ อง
ประเสริฐมา ในชีวติ  ไมเ่ คยมี คน ในบ้านต่างกร็ มุ มาดู จากนั้นก็เอาผอบมา ใสพ่ ระธาตทุ ันที
พอเปิดฝาขวดออกเชญิ พระธาตุทา่ นอาจารย์มนั่ ออกมา โดย ไม่คาดฝันวา่ จะพบความอศั จรรย์ท่ี
แสดงออกจากพระธาตทุ า่ น คอื พอเชญิ พระธาตอุ อกจากขวด ก ็ไดเ้ หน็ กลายเปน็ สามองค ์ในขณะนนั้
ยิ่งเพิ่มความอัศจรรย์ ในองค์ท่าน และเกิดความปีติในพระธาตุย่ิงขึ้นแทบจะเหาะลอย ไปทั้งตัว

303

พรอ้ มกับประกาศความอศั จรรย์ของทา่ นอาจารยม์ นั่ วา่ เปน็ องคพ์ ระอรหันต ์ให้ภรรยาและลูก ๆ
ฟัง ในขณะนั้น อย่าง ไม่คดิ ว่า ใครจะหาวา่ เป็นบา้ เป็นบออะ ไรเลย ภรรยาและลกู  ๆ ยงั  ไม่แนใ่ จ
เกรงว่าที่รับพระธาตุมาจะจ�ำจ�ำนวนผิด ไป ฝ่ายสามีก็เถียง ใหญ่แบบ ไม่ยอมฟังเสียง ใครเลยว่า
พระธาตุสององคท์ ที่ า่ นเจ้าคุณ...... ใหม้ าเม่ือเช้านจี้ ำ�  ไมผ่ ิดแน่ เพราะขณะรบั จากท่านกร็ บั ดว้ ย
ความสน ใจและเลื่อม ใสอยา่ งบอก ไม่ถกู แม้อยู่ที่ทำ� งานก็มิ ไดล้ ืมพระธาตุตลอดวันวา่  ได้พระธาตุ
มาสององค์ ไดพ้ ระธาตุมาสององค์ จนกลายเป็นคำ� บรกิ รรมเหมือนคนภาวนาแลว้ จะ ใหห้ ลงลมื
 ได้อยา่ ง ไร ถ้า ใคร ๆ ยัง ไม่ลง ใจว่าเปน็ ความจรงิ พรุ่งน้ีเชา้ เราจะ ไปเรียนถามท่านเจา้ คณุ  ใหม่
เหน็ จรงิ กนั พร่งุ น้เี อง

ฝา่ ยคน ในบา้ น ไม่ยอม อยากรู ้ในวันน้ีเด๋ียวน้ี ขอ ให้ ไปเรียนถามท่านเดีย๋ วน้ี ตกลงต้อง
 ไปเด๋ียวน้ัน และเรียนถามทา่ นว่า ที่ท่านเมตตา ใหพ้ ระธาตุกระผมเมื่อเชา้ นก้ี อี่ งค์ ท่านตอบว่า
 ให้สององค์ ท�ำ ไมถามอย่างนั้น พระธาตหุ ายหรอื ขา้ ราชการผ้นู ้นั ตอบด้วยความตน้ื ตนั  ใจว่า
พระธาตุม ิได้หาย แตก่ ลับ ได้เพมิ่ ขน้ึ อีกหน่งึ รวมเปน็ สามองคด์ ว้ ยกัน ทกี่ ระผมมาเรียนถาม
กเ็ พราะเวลา ไปถึงบ้านแล้วเปิดฝาขวดออกดเู พ่ือจะเชญิ พระธาตเุ ขา้  ในผอบ แทนท่จี ะมีสององค์
ตามท่ีเข้า ใจ แตก่ ลับมีสามองค์ เลยทำ�  ให้กระผมเกดิ ความด ีใจจนตัวสน่ั รีบบอกกับลกู  – เมีย
แต ่ไม่มี ใครเชื่อวา่ เป็นความจรงิ เลย เกรงว่าผมอาจจ�ำผดิ ก ็ได้ เลยเคี่ยวเขญ็  ให้กระผมมาเรยี นถาม
ท่านอีกครัง้ จึง ไดม้ าตามค�ำเขา แล้วก็เป็นความจริง ยิง่ ท�ำ ให้กระผมด ีใจเสยี  ใหญ่ ว่าอย่าง ไร ?
เชอ่ื หรอื ยงั ทนี ี ้ ? น่ีเป็นคำ� พูดกับภรรยาท่ีมาดว้ ย ภรรยายิ้มแลว้ พูดว่า กเ็ กรงจะจำ� ผดิ และหา
เรื่อง ไป โกหกกันเล่นก็ต้องพูดอย่างน้ัน เป็นความจริงดังท่ีว่าก็ต้องเช่ือ ใครจะฝืนความจริง
เพ่ือประ โยชน์อะ ไร ทา่ นเจา้ คณุ ก็ยมิ้ และเลา่ ตามความจริง ให้ภรรยาฟงั วา่ อาตมา ได้ ให้คุณ...
สององคจ์ ริงเมือ่ เช้าน้ี เพราะเหน็ ว่าเป็นผูม้ ีคุณตอ่ ท่านอาจารย์ม่ันมาก ตลอดพระสงฆเ์ รื่อยมา
แต่วันท่านมรณภาพจนเสร็จงาน อาตมายังจ�ำ ไม่ลืม เมื่อ ได้พระธาตุท่านอาจารย์ม่ันมาจาก
คณุ วนั คมนามูล ร้านศิรผิ ลพานิช นครราชสีมา ก็เลยสงวน ไวเ้ พื่อนำ� มามอบ ใหเ้ ปน็ ที่ระลกึ
ซ่งึ เป็นของหายาก ในสมยั ปัจจบุ นั เพง่ิ จะพบอัฐกิ ลายเป็นพระธาตุเฉพาะของท่านอาจารย์มั่นเพียง
องคเ์ ดียว นอกนน้ั ก็ ได้ยินแตต่ �ำราทา่ นบอก ไว้ยงั  ไมเ่ ห็นตวั จรงิ ประจักษต์ า

บดั น ้ีไดเ้ ห็นเปน็ พยานหลักฐานอยา่ งแทจ้ รงิ เสยี แลว้ กรณุ ารกั ษา ไว้ ในที่สมควร เดีย๋ ว
ทา่ นหาย ไปอกี ก็ยิ่งลำ� บากมากกว่าเปน็ ความสุขด ีใจ ในเวลาทา่ นมาเพม่ิ  ใหเ้ ป็น ไหน ๆ จะวา่
อาตมา ไม่บอก เพราะพระธาตุทา่ นอาจารย์มัน่ เป็นของอัศจรรยม์ าก ยง่ิ ท่านมา ไดง้ ่าย ๆ อยา่ งน้ี
บทเวลาท่าน ไปเพราะความเคารพเรา ไม่พอยง่ิ  ไป ไดง้ า่ ย กรณุ าเชญิ ทา่ น ไว้ท่ีสูง เคารพบชู าท่าน

304

ทกุ เชา้  – เย็น ทา่ นอาจบนั ดาลความเป็นสริ มิ งคลเกินคาด ใหเ้ วลา ใดก ็ได้ อาตมาเช่ือทา่ น ๑๐๐
เปอร์เซน็ ตว์ า่ เป็นพระผบู้ รสิ ทุ ธมิ์ านานแลว้ แต ่ไม่กลา้ บอก ใคร ไดง้ า่ ย ๆ กลัวเขาจะหาวา่ เป็นบ้า
เพราะคนเรามนี สิ ยั เชอ่ื  ในส่งิ ท่ดี ี ได้ยาก แตเ่ ชื่อ ในสิง่  ไมด่  ีไดง้ า่ ย จึงหาคนดี ไดย้ าก หาคนช่ัว ไดง้ า่ ย
แม้ ในตัวเราเอง ถ้าสังเกตดกู ็พอทราบ ได้วา่   ใจชอบคิด ในทางชั่วมากกวา่ ทางดเี ป็นประจ�ำนิสัย
พอท่านแนะจบลง ทา่ นข้าราชการกบั ภรรยากก็ ราบนมัสการลาทา่ นกลบั ด้วยความช่ืนบานหรรษา
อยา่ งบอก ไม่ถูกท้ังสองคน

นแี่ ลพระธาตทุ า่ นพระอาจารยม์ นั่ เปน็ ความแปลกและอศั จรรยด์ งั ทนี่ ำ� มาลง เพอื่ ทา่ นผอู้ า่ น
ไดพ้ จิ ารณาหามลู เหตแุ ห่งความอัศจรรย์ของพระธาตุดังกลา่ วน้ีตอ่  ไป ส่วนการคน้ หาหลักฐานและ
เหตุผลมาพสิ จู นด์ ังที่ โลก ใชก้ ันนั้น รู้สึกจะพสิ จู น์ ได้ยาก อาจ ไมม่ องเหน็ รอ่ งรอยเลยก ็ได้สำ� หรบั
เรือ่ งทำ� นองน้ี เพราะสดุ วสิ ยั สำ� หรบั พวกเราทม่ี กี ิเลสจะตามร้ ูได้ เพียงแต่ธาตุดนิ ท่อี ย ู่ในส่วน
รา่ งกายทา่ นผู้บรสิ ทุ ธ์ิกับอย่ ูในตวั เราก็แสดง ใหเ้ หน็ เปน็ ของแปลกตา่ งกนั อยา่ งชัดเจนอยแู่ ลว้ ว่า
อฐั ทิ า่ นกลายเปน็ พระธาตุ ไดอ้ ยา่ งประจักษ์ตา สว่ นร่างกายของพวกเราท่มี ีกิเลส แม้มจี ำ� นวน
ลา้ น ๆ คน ก ็ไมม่ ีราย ใดสามารถเป็น ไป ได้อยา่ งทา่ น จึงควรเรยี ก ไดว้ ่าทา่ นเปน็ บุคคลทแี่ ปลก
ตา่ งจากมนษุ ยท์ ้ังหลายอยูม่ ากจนเทียบกนั  ไม่ ได้ ย่งิ  ใจที่บรสิ ุทธ์ดิ ้วยแล้วกย็ ิง่ เพิม่ ความประเสริฐ
และอัศจรรยจ์ น ไมม่ ีนิมิตเครอ่ื งหมาย ใด ๆ มาเทยี บ ได้เลย เปน็ จติ ที ่โลกทั้งหลายควรเคารพบชู า
จริง ๆ จึงตอ้ งยอมบูชากนั

ตามปรกติ โลกผู้มีความหย่ิง ในชาติของตนประจ�ำนิสัย ไม่ค่อยยอมลงกับ ใครหรืออะ ไร ได้
อย่างงา่ ย ๆ แตเ่ ม่อื หาทางคัดค้าน ไม่ ได้ก็จำ� ต้องยอม เพราะอยากเปน็ คนดี เม่อื เหน็ ของดีแล้ว
 ไม่ยอมรับกร็ ูส้ ึกจะ โงเ่ กิน ไป ไม่สมภูมเิ ปน็ มนษุ ย์ ดังทา่ นอาจารย์มนั่ เป็นต้น  ในสมัยปจั จบุ นั
บรรดาพระเณรเถรชีที่เข้า ไปถึงองค์ทา่ นจริง ๆ  และ ไดร้ ับค�ำแนะน�ำสงั่ สอนจากทา่ น จนเปน็ ท่ี
เข้า ใจแลว้ เทา่ ที่สงั เกตมายัง ไมเ่ คยเห็นราย ใดจะด้อื ด้านหาญส้ทู า่ นดว้ ยทฏิ ฐมิ านะ ไม่ยอมลงกับ
ความจริงที่สั่งสอนเลย เห็นแต่ยอมรับแบบเอาชีวิตเข้าแลก ได้ โดย ไม่อาลัยเสยี ดายเลย

ถ้าเทียบความจริงที่ท่านแสดงออกมาจากความบริสุทธ์ิที่รู้จริงเห็นจริง ในธรรมทุกขั้น
แตล่ ะบทละบาทนั้นมีความถูกตอ้ งตายตัวอยา่ งหาที่ค้าน ไม ่ได้ เช่นเดยี วกับผู้บวก ลบ คูณ หาร
ดว้ ยความรทู้ ถ่ี กู ตอ้ งเชย่ี วชาญนน่ั เอง เชน่ หนง่ึ บวกกบั หนงึ่ ตอ้ งเปน็ สอง สองบวกกบั สองตอ้ งเปน็ ส่ี
เปน็ ตน้ จะบวก ลบ คณู หาร ทวีข้ึน ไปสูงเท่า ไรก็มีแตค่ วามถูกต้องแม่นยำ� ตามหลกั วิชา ไม่มี
ผิดพลาดคลาดเคล่อื น จะเปน็ เดก็ หรอื ผ ู้ใหญบ่ วก ลบ คณู หาร เมื่อถูกตอ้ งตามหลกั แลว้ ก ็ไม่ม ี

305

ใครคัดคา้ น ได้วา่ ผดิ วิสยั ผูท้ ม่ี าคดั ค้านหลกั ท่ีถูกตอ้ งแล้ว แม้มจี ำ� นวนมากคนเพียง ไรก็เท่ากบั
มาประกาศขายความ โง ่ไมเ่ ปน็ ทา่ ของตน ใหค้ วามจรงิ หวั เราะเปลา่  ๆ ฉะนนั้ กฎความถกู ตอ้ งจงึ  ไม่
นิยมวา่ ควรมีอย่ ูในเด็กหรือผ ู้ใหญ่ หญงิ  – ชาย หรือชาติชั้นวรรณะ ใด ๆ ท้ังสิน้ ยอ่ มเป็นทย่ี อมรบั
กนั อยา่ งหาท่ีค้าน ไม ่ได้ หลกั ธรรมทีพ่ ระพทุ ธเจ้าและสาวกผู้รู้ถงึ มูลความจริง โดยตลอดท่วั ถึงแล้ว
ยอ่ มสามารถแสดงออก ไดอ้ ยา่ งเตม็ ภูมิ โดย ไมม่ คี วามสะทกสะทา้ นหว่นั  ไหว ใด ๆ ท้ังส้นิ

พระศิษย์ท่านพระอาจารย์ม่ันรับแขกเทพ ฯ 

ท่านอาจารย์มน่ั ก็เปน็ ผทู้ รงความร้จู ริงเห็นจริงเตม็ ภมู ินสิ ยั วาสนาทา่ นผู้หนง่ึ ดังนนั้ บรรดา
ความรทู้ ีเ่ กยี่ วกบั ภาย ใน ภายนอก ทที่ ่านรเู้ ห็นอย่างประจกั ษ ์ใจ จึงสามารถแสดงออก ได้อย่าง
เต็มภูมิ โดย ไม่สน ใจคิดว่า ใครจะเช่อื หรอื  ไมเ่ ชอื่ จะตำ� หนิหรอื ชมเชย ใด ๆ เลย ภูมิธรรมภาย ใน
นบั แต่ ศลี สมาธิ ปญั ญา ทกุ ขนั้ ตลอดถงึ วมิ ตุ ตพิ ระนพิ พาน ทา่ นแสดงออกมาอยา่ งอาจหาญและ
เปดิ เผย ตามแตผ่ ูฟ้ งั จะยดึ  ได้นอ้ ยมากเทา่ ท่ีกำ� ลงั ความสามารถอำ� นวย ธรรมภายนอกเกี่ยวกบั
เหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ไ มม่ ีประมาณ เชน่ เทวบุตร เทวธิดา อนิ ทร์ พรหม ภูตผชี นดิ ต่าง ๆ ท่าน
ก็แสดงอย่างองอาจกล้าหาญ สุดแต่ผู้ฟังจะพิจารณาตาม ได้หรือ ไม่เพียง ไร ผู้มีนิสัย ไป ใน
แนวเดยี วกับทา่ น ยอ่ ม ไดร้ ับความเพม่ิ พูนสง่ เสรมิ หรือต่อเติมความรู้ทม่ี อี ย่แู ลว้  ให้กวา้ งขวางและ
แม่นยำ� มากขนึ้ ท�ำ ให้รวู้ ิธีปฏบิ ัติตอ่ วชิ าแขนงน้ัน ๆ ดียง่ิ ขึ้น และปฏิบตั ติ ่อเหตุการณต์ ่าง ๆ ได้
สะดวกและทันทว่ งที

ลูกศิษย์ท่านบางองคก์ ็พอเปน็ พยานทา่ น ได้บา้ ง ในบางกรณเี ก่ยี วกับเหตุการณภ์ ายนอก แม้ 
ไมแ่ ตกฉานเหมอื นท่าน จะขอยกตวั อยา่ งพอเป็นหลักพิจารณา เช่น บางคืนทา่ นต้อนรบั แขกเทวดา
หลายพวกจนดกึ  ไม ่ไดพ้ กั ผอ่ น รสู้ กึ เหนอ่ื ยมากตอ้ งการพกั ผอ่ นรา่ งกายบา้ ง แขกเทพ ฯ พวกหนง่ึ พากนั
มาขอฟังธรรมท่านอีกตอนดึก ๆ ท่านจ�ำต้องบอกว่าคืนนี้เหนื่อยมากแล้ว เพราะรับแขกเทพ ฯ
มาสองสามพวกแล้วจะขอพักผ่อน ขอเชิญพากัน ไปฟังธรรมท่านองค์นั้น พอท่านบอกแล้วพวก
เทพ ฯ ก็พากนั  ไปหาพระองค์นน้ั และบอกกับทา่ นตามทท่ี ่านอาจารย์สง่ั มา ทา่ นก็แสดงธรรม ให้ฟงั
พอสมควรแล้วพากนั กลับ พอต่นื เชา้ พระองค์นัน้ กม็ าเรียนถามทา่ นอาจารย์วา่ คืนนพ้ี วกเทวดา
 ไปหากระผม โดยบอกวา่ กอ่ นจะมาหาทา่ นทน่ี ก่ี  ็ไดพ้ ากนั  ไปหาทา่ นอาจารย์ขอฟังธรรมท่าน แต่
ท่านบอกวา่ ท่านรับแขกหลายพวกแลว้ รสู้ ึกเหนื่อยมากจะขอพักผ่อน ขอ ใหพ้ ากนั  ไปฟังธรรมทา่ น
องค์น้ัน จึง ได้พากันมาหาท่านดังนี้ ข้อที่พวกเทวดาพูดอย่างน้ันเป็นความจริงประการ ใดหรือ
เขามา โกหกหาอุบายฟังเทศน์กระผมต่างหาก กระผม ไม่แน่ ใจ จึง ได้มาเรียนถามท่านอาจารย์

306

อีกคร้ังหน่งึ ดังนี้ ท่านอาจารยต์ อบวา่ กผ็ มรบั แขกต้ังสองสามพวกเหนื่อยจะตายอย่แู ล้ว พอ
พวกหลังมาผมก ็ไดบ้ อกเขามาหาท่านจริง ๆ ดังท่ีเขาอา้ งน่นั แล

พวกเทวดา ไม ่โกหกพระหรอก ไมเ่ หมือนมนษุ ย์ที่แสนปลิ้นปล้อนหลอกลวง ไว้ ใจ ไมค่ อ่ ย ได้
เขาวา่ จะมาต้องมา และว่าจะมาเวลาเทา่  ไรต้องมาเวลาเทา่ น้ัน ผมเคยสมาคมกับพวกเทพ ฯ ท้งั
เบื้องบนเบอ้ื งลา่ งมานานแลว้ ไมเ่ คยเหน็ เขาพูด โกหกหลอกลวงเลย เขามีสัตยม์ ศี ลี ยงิ่ กวา่ มนษุ ย์
หลายเท่า ความสัตยเ์ ขาถือกันมากเปน็ ชีวติ จิต ใจจรงิ  ๆ ไปท�ำเคลอ่ื น ใหเ้ ขาเหน็  ไม่ ได้ เขาตำ� หนิ
เอามากมาย ถ้าแก ้ไม่มีเหตุผลความจริง เขา ไมย่ อมนับถือเอาเลย ผมเคยถกู เขาตำ� หนิเอาบ้าง
เหมือนกนั แตเ่ ราม ิได้มีเจตนาจะ โกหกเขา เปน็ แต่เวลาเขา้ สมาธเิ พลิน ไป ในบางครั้ง ซึง่ เลยภูมิ
รบั แขก กวา่ ถอนจิตขึ้นมา เขามารออยูน่ านแล้ว เม่ือถูกเขาต่อว่า เรากบ็ อกตามเหตุผลวา่
เราพกั จิตมิ ไดถ้ อนขึน้ มาตามเวลา ซึ่งเขากย็ อมรับ

บางครงั้ ผมก็วา่  ใหเ้ ขาเหมอื นกันว่า พระเพยี งองคเ์ ดยี วสว่ นเทวดาเป็นหม่ืน ๆ แสน ๆ ท้ัง
เบอื้ งบนเบื้องล่างตลอดรุกขเทวดาซ่ึงมาจากท่ตี า่ ง ๆ ต่างกม็ งุ่ มาหาแต่พระองค์เดยี ว ใครจะ ไปชนะ
ต้อนรับ ได้ทกุ หมทู่ กุ พวกและตรงตามเวลำ�่ เวลาเอาเสยี ทกุ ครัง้ บางทสี ุขภาพ ไมค่ ่อยดกี ็ยงั ตอ้ งทน
รับแขก ซ่ึงมีความลำ� บากมากเพยี ง ไร ควรเหน็  ใจบ้าง บางทีก�ำลังเข้าพกั  ในสมาธอิ ยู่อยา่ ง
เพลิน ๆ ก็ต้องถอนออกมารับแขก เคล่ือนเวลาบ้างเล็กน้อยกค็ อยแต่จะตำ� หนิติเตยี นกนั ถ้าเป็น
เช่นนเ้ี ดย๋ี วจะอยูค่ นเดยี ว ให้สบาย  ไม่ตอ้ งต้อนรบั  ใคร ให้เสียเวลาและเหนื่อยเปล่าจะว่าอยา่ ง ไร
เมอ่ื ถูกเราวา่  ใหด้ งั น้นั เขากย็ อมรบั สารภาพและขอ โทษทนั ที ถ้าเปน็ พวกทีเ่ คยมาและรู้เร่อื ง
ของเราดแี ล้ว แมจ้ ะเคล่ือนคลาด ไปบ้าง ไมต่ รงตามเวลา เขาก ็ไม่ถือสาหา โทษกบั เราเอาง่าย ๆ นัก
นอกจากพวกที่ ไม่เคยมาอาจมีอยู่บ้าง เพราะเขาถือสัตย์มากตามนิสัยของพวกเทพ ฯ ท้ังหลาย
ไม่วา่ เบ้อื งบนเบอื้ งล่างตลอดรุกขเทวดาเหมือนกันหมด

บางคร้ังเขาก็กลัวเป็นบาปเหมือนกันท่ี ได้ทราบว่าเราก�ำลังเข้าพัก ในสมาธิต้อง
ถอนออกมาต้อนรบั เขา ซงึ่ พอดถี ูกเขาวา่  ให้เราว่า ไม่รักษาสตั ย์ บางครงั้ เรากว็ ่า ให้เขาหนกั บา้ ง
เหมือนกัน ว่าเรารกั ษาสัตย์ยิ่งกวา่ ชวี ติ อย่าวา่ แต่เพียงยงิ่ กวา่ เทวดาเลย แต่ท่ี ไม ่ได้ออกมาตาม
เวลาก็เพราะความจำ� เปน็  ในธรรมซึง่ มีนำ้� หนกั มากกว่าการรักษาสตั ยเ์ พอื่ เทวดาเปน็  ไหน ๆ  เทวดา
ทัง้ หลาย ในขั้นต่าง ๆ บนสวรรคแ์ ละพรหม โลกทุกชน้ั แม้จะมกี ายทิพย์อนั ละเอยี ดกวา่ กายอาตมา
ทเ่ี ปน็ กายมนษุ ยก์ ต็ าม แตธ่ รรมและจติ ตลอดความสตั ยท์ อี่ าตมารกั ษาอยเู่ ปน็ ประจำ� มคี วามละเอยี ด
สขุ ุมยิง่ กว่ากาย กว่าจิตและกวา่ ความสตั ย์ของเทวดา อนิ ทร์ พรหม เป็นร้อยเท่าพนั ทวี แตม่  ิใช่

307

ฐานะทีอ่ าตมาจะมาพูดพลา่ ม ๆ แบบคน ไมม่ ีสติอยกู่ ับตน ที่พูดขณะน้กี ็เพอ่ื ทา่ นทง้ั หลาย ได้ทราบ
และระลึกกนั เสียบา้ งว่า ธรรมที่อาตมารักษาอยู่มคี วามส�ำคัญเพยี ง ไร จะ ได ้ไมพ่ ากนั คิดอะ ไร ๆ
ตำ� หนิออกมาเอางา่ ย ๆ โดย ไม่พิจารณา ให้รอบคอบเสยี ก่อน

พอแสดงความจรงิ ท่จี �ำเปน็ ตอ่ หนา้ ที่ของเรา ให้เขาทราบ ตา่ งพากนั เห็น โทษกลวั เปน็ บาป
กนั มากมายและพากันขอขมา โทษ เราก็บอกวา่ เรามิ ได้ถือ โทษอะ ไรกับ ใคร ๆ ท้งั ส้ิน ไม่วา่ สัตว์
มนษุ ย์ เทวดา อนิ ทร์ พรหม นาค ครฑุ ที่มีอย่ทู ว่ั  ไตร โลกธาตุ เราถือธรรมทีเ่ ต็ม ไปดว้ ย
ความเมตตาสงสาร โลกปราศจากความรษิ ยาเบยี ดเบยี น ใด ๆ ท้งั มวล อิรยิ าบถท้งั ส่เี ราอยูด่ ้วยธรรม
คือความบริสทุ ธ์ ิใจลว้ น ๆ พวกเทวดาทงั้ หลายมีเพียงเจตนาทเี่ ปน็ กศุ ลและค�ำสตั ยเ์ ท่าน้นั ยงั  
ไม่เปน็ ของอัศจรรยเ์ ท่าท่คี วรจะชมเชย ส่วนพระพุทธเจา้ และสาวกทา่ นมที ั้งความสัตย์ท่บี รสิ ุทธิ์
ธรรมท่ีบรสิ ทุ ธแิ์ ละพระทยั ทีบ่ ริสทุ ธิล์ ้วน ๆ โดย ไม่มสี ตั ว์ โลกแมร้ ายหน่งึ จะสามารถล่วงรู ้ได้ ว่าเป็น
ธรรมชาตทิ ่ปี ระเสริฐและอัศจรรย์เพยี ง ไร

ความสัตย์ท่ีเทวดาทั้งหลายยึดถือกันอยู่ประจ�ำนิสัยน้ันเป็นเพียงความสัตย์ท่ีอยู่ ในข่ายแห่ง
สมมุติ ซึ่ง ใคร ๆ กพ็ อทราบและรกั ษากนั  ได ้ไมส่ ดุ วสิ ัย ส่วนความสตั ย์ ธรรม พระทยั และ ใจ
ทบี่ รสิ ทุ ธ์ิ อนั เปน็ สมบัตขิ องพระองคแ์ ละพระสาวก โดยเฉพาะน้ัน ไมม่  ีใครสามารถรูแ้ ละรกั ษา ได้
ถ้ายัง ไมก่ า้ วเข้าถึงภมู นิ น้ั กอ่ น สว่ นอาตมาจะมภี มู คิ วามสตั ยช์ นั้ วมิ ตุ ตธิ รรมเพยี ง ไรหรอื  ไมน่ น้ั  ไม ่ใช่
ฐานะทจ่ี ะมาอวดอา้ งกนั แต่ โปรดทราบเพียงว่าศีลสัตย์ที่เทวดารักษากันอยู่เวลานี้มิ ใช่ศีลสัตย์ที่
วิเศษเหมือนของพระพทุ ธเจา้ และสาวกทา่ น ท่านว่า ให้พวกเทวดาขนาดน้ี ถ้าเป็นมนษุ ยเ์ รา
น่ากลวั จะเกดิ ความอับอายหรืออะ ไร ๆ กย็ ากจะเดา ได้ แต่ทราบวา่ เทวดาทง้ั หลายยนิ ดฟี งั ธรรม
ท่านด้วยความสน ใจจดจอ่ และเหน็  โทษของตนท่ ีได้ล่วงเกนิ ท่านดว้ ยความรู้เทา่  ไม่ถึงการณ์ จากนนั้
ต่างทำ� ความระมัดระวังด้วยจติ  ใจยินดีเปน็ อย่างย่งิ ม ิได้คิดถอื  โกรธถือ โทษ ในทา่ นเลยแมแ้ ต่น้อย
ท่านวา่ น่าชมเชยเป็นอยา่ งยิง่ สมกบั เขาเปน็ สตั ว์ชน้ั สงู จริง ๆ ดังน้ี

ที่ยกตัวอย่างมาเพียงย่อ ๆ นี้พอเป็นแนวแห่งความคิดเกี่ยวกับส่ิงลึกลับที่ ไม่สามารถมอง
เหน็ ดว้ ยตาเนอ้ื ถ้ามีผรู้ เู้ ห็นดว้ ย ส่งิ นั้น ๆ กม็  ิได้ลกึ ลบั เสมอ ไป เช่นเดยี วกับธรรมาภสิ มยั ถ้า
ทรงร ู้ไดเ้ ฉพาะพระพทุ ธเจ้าพระองค์เดยี วกร็ าวกับเปน็ ธรรมลึกลับ ตอ่ เม่ือสาวกรูต้ ามเห็นตาม ได้
ธรรมนั้นกห็ มดความลึกลับ แมส้ ่ิงลึกลับดังกล่าวก็เช่นเดยี วกนั ผู้ทเ่ี ห็นจ�ำนวนมากน้อยเหล่าน้นั
ก ็ไมถ่ อื เป็นของลึกลับ แต่ผูท้ ่ยี งั  ไมร่ ู้ ไมเ่ หน็ จำ� นวนเทา่  ไรก็ยังเป็นของลกึ ลับส�ำหรับคนจำ� นวนนน้ั
สงิ่ ลกึ ลับทางภาย ในที่เคยเด่น ในครัง้ พทุ ธกาลมพี ระพุทธเจ้าและสาวกเปน็ ผู ้ได้เห็น ได้ชม และสิง่

308

ลึกลบั ทางภายนอกก็มพี ระพทุ ธเจา้ และสาวกผู้มีนิสยั  ในทางน้นั  ได้เห็น ได้ชมเทา่ น้ัน ม ิได้สาธารณะ
แกผ่ ทู้ ยี่ ัง ไม่ร ู้ไมเ่ ห็น สว่ นคน ในครงั้ พทุ ธกาลท ี่ไมส่ ามารถอาจรู้เห็น ได้ อยา่ งมากกเ็ พียง ไดย้ ิน
ค�ำบอกเล่าแล้วน�ำมาพิจารณา พอ ให้เกิดผลเป็นความเช่ือตามและเกิดความสุข ใจ ทั้งที่ตน
ยงั  ไม ่ไดร้ ูเ้ หน็ และพอ ใหเ้ กิดผล ไม่เชอื่ ว่ามวี า่ เปน็  ได้ กลายเป็นความขัดขอ้ งแกต่ วั อยู่เพียงเทา่ น้ัน
คง ไม่มีสว่ นตามพระพุทธเจ้าและสาวกท่านผู้ ได้ชมอย่างเต็มพระทัยและเต็ม ใจ

แม้สมัยนี้ก็คงเป็นท�ำนองเดียวกัน สิง่ ลึกลับทัง้ ภาย ในภายนอกจะเปิดเผยข้ึนมา ไดเ้ ฉพาะที่
ควรแกว่ สิ ยั เทา่ น้ัน ผ ู้ไม่สามารถก็คง ไดย้ นิ แตค่ �ำบอกเล่า แม้จะเชอื่ ตามหรอื จะ ไมเ่ ชอื่ ตลอดการ
คดั คา้ นกค็ ง ไมม่ ีเหตุผลมายนื ยนั เหมอื นดา้ นวัตถุ ผู้เขียนกน็ ับเขา้  ในจ�ำนวนผคู้ ดิ อยากจะคัดคา้ น
แต่ ไมม่ ีเหตุผลเพียงพอเฉย ๆ จงึ ยอมหมกตวั นิง่ อยู่ และเขียนประวตั ทิ า่ นอาจารยม์ ่ันด้วยความบอก
เลา่ จากทา่ นและจากบรรดาครูบาอาจารย์ทเ่ี คยอย่กู ับทา่ นมา ในยุคน้ัน ๆ แบบเถรตรง  ไมม่ ีความ
แยบคายภาย ในตวั บ้างเลย แตค่ วามเชอื่ เลอ่ื ม ใส ในองคท์ ่านอาจารยม์ น่ั นนั้ ยอมรับว่า “มีมากเตม็
หวั  ใจ” ถ้ามีทา่ นผู้เคารพเช่อื ถือ ไดม้ าพดู อะ ไรเปน็ ความจรงิ ตามท่ีพดู มาบอกวา่ ใหท้ า่ นตายแทน
ทา่ นอาจารยม์ ัน่ เสยี แล้วจะอาราธนานิมนต์ท่านอาจารย์ม่ันที่มรณภาพ ไปแลว้ กลบั มาสัง่ สอน โลก
ซงึ่ จะเกิดประ โยชนแ์ ก่ โลกอย่างมากมาย อยา่ งทา่ นน้ีอย ู่ไปทำ�  ไม ท�ำประ โยชน์แก ่โลกก็ ไม ่ได้
เพราะความ โง่เขลาตัวเดียวนี่เองทเ่ี ด่นท่สี ดุ สำ� หรบั ทา่ น ทา่ นจะยนิ ดีตายเพื่อเปลย่ี นท่านอาจารย์
มน่ั กลบั มาส่งั สอน โลก ไหม เพียงเทา่ น้ี ผ้เู ขยี นจะถามเอาความจรงิ ทนั ทีว่า ท่านอาจารยม์ ัน่
จะฟน้ื กลับมา ถา้ ผมตายแทนท่านแลว้ จรงิ หรือ ถา้ ท่านผูน้ ้นั ตอบเป็นความจรงิ วา่ “จรงิ ” เท่าน้ี
จะรบั ทันทีและรบี  ให้จดั การเพอ่ื ตาย ในเดยี๋ วนน้ั   โดย ไมต่ อ้ งขอรอเวลาแมว้ นิ าทหี นึง่ เลย

เพราะคิดหนัก ใจกับความ โง่ของตนอยู่มากตลอดมาแม้ ไม่มี ใครมาบอก ให้ตายแทนท่าน
อาจารยม์ นั่ ทัง้ รสู้ ึกเสีย ใจขณะที่เขียนประวัติทา่ นวา่ ตน โงม่ าก แมท้ ่านเมตตาเล่าอะ ไร ใหฟ้ งั ทุกแง่
ทกุ มมุ กจ็ ำ�  ไม ่ไดเ้ ท่าที่ควร ปล่อย ให้หลดุ หาย ไปเสียมากตอ่ มากเพราะภาชนะรับ ไม่ดี ที่ ได้มาเขียน
บ้างน้ี ต้องขออภัย ถา้ เทยี บกบั สตั วก์ ค็ งเป็นชนิดสตั ว์เลี้ยงท่ี ไล ่ไม่ยอมหนีน่ันแล จึงยังตกค้าง
อยู่ ในความจ�ำพอ ได้มาลง ให้ท่านผู้อ่านคันฟัน ไปด้วย เพราะอ่าน ไม่ถึง ใจความลึกลับดังกล่าวมา
ในสมัยปัจจุบันก็มีท่านอาจารย์ม่ันเป็นผู้รื้อฟื้นข้ึนมาพอเป็นขวัญ ใจบ้าง ส�ำหรับผู้ ได้ยินจากท่าน
เมตตาทง้ั ภาย ในและภายนอก แตผ่ รู้ ตู้ ามทา่ นบา้ ง ในความลล้ี บั ทงั้ สองนรี้ สู้ กึ มนี อ้ ยมาก แทบ ไมม่ ี
ประหนึง่ ทา่ นปฏบิ ตั ิเพ่ือความตาด ีใจสวา่ ง เราปฏิบัตเิ พ่ือความตาบอด ใจมืด จึง ไมย่ อมร้เู ห็นอยา่ ง
ทา่ นบ้าง พอ ไดม้ าเขยี นแทรกลง ในประวตั ิท่านแม้ ไม่มาก นีเ้ ปน็ ความจน ใจของผู้เขยี นเอง มิ ได้
จน ใจบรรดาความรู้ความเหน็ ต่าง ๆ ท่ที า่ นแสดง ใหฟ้ งั อย่างฉะฉาน เท่าท่สี ังเกตดลู กู ศษิ ยท์ พี่ อ

309

รเู้ ห็นตามทา่ น ไดบ้ า้ งท้ังภาย ในภายนอก ไมป่ รากฏว่ามรี าย ใดคัดคา้ นท่านเลย แต่กลบั เปน็
พยานแกก่ นั และกัน ในสงิ่ ทีต่ นรูเ้ หน็ และส่งิ ทีท่ า่ นรู้เหน็ เปน็ อยา่ งดีอกี ด้วย พอแสดง ให้ผู้ ไมร่ ้ ูไมเ่ ห็น
มีเงอื่ นพิจารณาวา่ อาจมีมูลความจรงิ ในสิง่ ที่ตน ไม่รู้ ไม่เห็นนั้น ๆ  ได้ เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า
ทรงตรัสรู้ธรรมและทรงเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นพระองค์แรก แล้วมีพระสาวกรู้เห็นตามและ
กลายเป็นพยานของกันและกนั ฉะนัน้

เร่ืองคนยังไม่ตายแต่ไปเกิดแล้ว

เรอื่ งที่ท่านอาจารยม์ ั่นรเู้ ห็นทงั้ ภาย ในภายนอก ในสมัยปจั จบุ ัน ก็มิ ไดเ้ ป็นของลลี้ ับเสมอ ไป
เมือ่ ยงั มผี รู้ เู้ หน็ ตามท่าน ไดอ้ ยู่ แม ้ไมม่ ากราย ยังมเี รื่องลลี้ ับอกี เร่อื งหน่งึ ซึ่งนา่ พจิ ารณาและ
นา่ สงสยั อยมู่ าก ในสมาคมแหง่ บุคคลผู้ชอบเปน็ คนนกั สงสยั เช่นพวกเรา คอื เมอื่ ท่านพักอยวู่ ัดบ้าน
หนองผือ นา ใน มอี ุบาสกิ านุ่งขาวหม่ ขาวคนหนง่ึ ซ่งึ มีความเคารพเล่ือม ใสท่านมาก มาเล่าเร่อื ง
ของตัวแกเองถวายท่านวา่ ขณะแกนัง่ ภาวนาตลอดกลางคืนยามดกึ สงดั พอจติ รวมสงบลงสนิท 
ไม่แสดงกริ ยิ า ใด ๆ ปรากฏแตค่ วามสงบนง่ิ อยเู่ ฉพาะ ในเวลานนั้ ทำ�  ใหแ้ กเหน็ กระแสจติ อนั ละเอยี ดยิง่
ออกจากดวงจติ เป็นสาย ใยยาวเหยยี ดออกนอกกายนอก ใจ ไปสภู่ ายนอก แกเกดิ ความสงสยั จึงตาม
ดูว่า กระแสจิตนี้มันข โมยส่งออก ไปแต่เม่ือ ไร ส่ง ไปเกี่ยวข้องกับอะ ไร และส่ง ไปเพื่ออะ ไร
พอแกตามกระแสจิตอนั ละเอยี ดนนั้  ไป กท็ ราบชดั  ในขณะนั้นว่า กระแสจิตแกเริ่ม ไปจบั จองทีเ่ กิด
เอา ไว้ ในทอ้ งหลานสาวคนหนึ่ง ในหมบู่ ้านเดยี วกนั ท้งั ทต่ี ัวแกยัง ไมต่ าย

พอทราบเช่นนน้ั ก็เกิดความตก ใจ เลยต้องย้อนจิตกลับคนื มาท่เี ดิม และถอนจติ ออกจาก
สมาธิ แก ใจ ไมด่ ีเลยนับแตข่ ณะนนั้ มา และ ในระยะเดียวกันหลานสาวคนนั้นกเ็ ริ่มตัง้ ครรภ์มา ได้
หนึ่งเดือนแล้วเชน่ กนั พอตืน่ เชา้ วันหลงั แกก็รีบออกมาวัด เลา่ เรือ่ งนั้นถวายทา่ นอาจารย์ฟงั ดังที่
กลา่ วมา ขณะนนั้ ผูเ้ ขยี นกับพระเณรหลายทา่ นกน็ ่ังฟังอยู่ดว้ ย ตา่ งองคต์ ่างงง ไปตาม ๆ กนั ขณะท่ี 
ไดฟ้ งั แกเลา่ เรือ่ งแปลก ๆ ที ่ไมเ่ คย ได้ยิน ไดฟ้ งั มาก่อน เฉพาะผเู้ ขียนสน ใจอยากทราบเรอื่ งน้ีเปน็
พเิ ศษอย่อู ย่างกระหาย วา่ ท่านอาจารย์ท่านจะอธิบาย ไป ในแง่ ใดบ้าง ให้หญิงแก่คนนั้นฟัง
ขณะน้ันทุกคนนั่งน่ิงเงียบราวกบั  ไมห่ าย ใจ นัยนต์ าตา่ งชำ� เลอื งดทู ่านอาจารย์ด้วยความกระหาย
อยากฟัง ในเด๋ียวนั้น ๆ ทา่ นอาจารย์เองน่งั หลับตาน่งิ เงยี บอยคู่ รหู่ นง่ึ ราว ๒ นาที แล้วจึงอธบิ าย
ธรรม ให้แก ่โยมแกค่ นนนั้ ฟงั วา่ เมอื่ จิตรวมสงบลงคราวต่อ ไป ให ้โยมตรวจดูกระแสจิตด้วยดี ถา้
เหน็ กระแสนั้นสง่ ออก ไปภายนอกดงั ท่ี โยมวา่ นนั้ ให้กำ� หนดจิตตัดกระแสจติ นัน้  ให้ขาดด้วยปญั ญา
ถา้ กำ� หนดตดั ขาดดว้ ยปญั ญาจรงิ  ๆ ตอ่  ไปกระแสนนั้ จะ ไมป่ รากฏ แต ่โยมตอ้ งกำ� หนดดกู ระแสจิต

310

นัน้ ดว้ ยดแี ละก�ำหนดตดั  ใหข้ าดด้วยปญั ญาจรงิ  ๆ อย่าทำ� เพียงสักแตว่ ่าท�ำเท่าน้ัน เดยี๋ วเวลาตาย
 โยมจะ ไปเกดิ  ในท้องหลานสาวนะ จะหาวา่ อาตมา ไม่บอก นค่ี ือค�ำบอกของอาตมา จงจำ�  ใหด้ ี
ถา้  โยมกำ� หนดตดั กระแสจติ น้นั  ไมข่ าด เวลา โยมตายต้อง ไปเกดิ  ในทอ้ งหลานสาวแน่ ๆ ไ มส่ งสัย

พอแก ได้รับค�ำแนะน�ำจากท่าน แล้วก็กลับบ้าน ราวสองวันแกกลับมาหาท่านอีกด้วย
สีหน้ายิ้มแย้มแจ่ม ใสมาก แมค้ น ไมม่ ีญาณ ยังทราบ ไดจ้ ากสีหนา้ ของแกที่บง่ บอกอย่างชดั เจนวา่
“สมประสงคแ์ ล้ว” พอแกนั่งลงเท่านั้น ท่านอาจารย์ก็ถามเป็นเชิงเล่นบ้างจริงบ้างทันทีว่า เป็น
อย่าง ไรหา้ มอย่หู รอื เปลา่ ท่ีจะ ไปเกดิ กับหลานสาวท้งั ที่ตัวยงั  ไมต่ ายนะ่ แกเรียนตอบท่านทันทีเลย
วา่ โยมตดั ขาดแล้วคืนแรก คือพอจิตรวมสงบลงสนิทแล้วก�ำหนดดู ก็เห็นเด่นชัดดังที่เคยเห็น
มาแล้ว โยมก็ก�ำหนดตัดด้วยปัญญาดังหลวงพ่อบอกจนขาดกระเด็น ไปเลย คืนน้ี โยมก�ำหนดดูอีก
อย่างละเอยี ดเพื่อความแน่ ใจ วานนจี้ งึ ยัง ไมอ่ อกมา ไมป่ รากฏวา่ มอี กี หายเงยี บ ไปเลย วันนีอ้ ย ู่
ไม่ ไดต้ อ้ งออกมาเลา่ ถวายหลวงพอ่ ฟงั ทา่ นเรม่ิ ประ โยคแรกวา่ น่แี ลความละเอียดของจติ จะ
ทราบ ไดจ้ ากการภาวนาเท่าน้นั วิธีอ่นื  ไม่มีทางทราบ ได้ โยมเกอื บเสียตัว ใหก้ เิ ลสตวั นจ้ี ับ ไส ไปเกดิ  
ในท้องหลานสาวแบบ ไมร่ ู้สกึ ตัว แตย่ ังดีภาวนารู้เรอ่ื งของมันเสยี กอ่ นแลว้ รบี แก ้ไขกนั ทนั เหตกุ ารณ์
ฝา่ ยผหู้ ญงิ คนนน้ั พอทางนตี้ ดั กระแสจติ ขาดจากความสบื ตอ่ ก็แท้ง ในระยะเดยี วกนั

อยู่มา ไม่นานนักปัญหาเก่ียวกับการ ไปเกิดทั้งที่เจ้าของยัง ไม่ตายและปัญหาเก่ียวกับการ
แท้งบตุ รก็เกิดข้ึน ในวงคณะสงฆ์ด้วยกัน เพราะคนอ่นื  ไม่ม ีใครทราบ ตัวยายแก่ก็ ไม่เคยบอกเรือ่ ง
แก ให้ ใครทราบ แกมาเลา่ ถวายเฉพาะท่านอาจารยอ์ งค์เดียว แตพ่ ระหลายองคซ์ ึ่งน่ังฟงั อยดู่ ้วย
กพ็ ลอย ไดท้ ราบเรื่องของแกอยา่ งละเอียดทุกแขนง ไป ฉะนน้ั ปญั หาน้จี ึงเกิดขึ้น ในวดั หนองผอื
โดยพระสงฆ์น�ำปัญหาท้ังสองข้อนี้ข้ึนเรียนถามท่านอาจารย์ ในปัญหาแรกว่าคนยัง ไม่ตายท�ำ ไม
จึงเรมิ่  ไปเกดิ  ในท้องเขาแลว้ ทา่ นกต็ อบวา่ กเ็ พยี งเรม่ิ นี่นา ยังม ิได้ ไปเกิด แมก้ ิจอื่น ๆ กย็ ังมีทาง
เรมิ่  ได้ทง้ั ที่ยงั  ไมล่ งมือท�ำ นแ่ี กก็เพยี งเริ่มจะ ไปเกดิ เทา่ นนั้ แตย่ ังม ิได้ ไปเกดิ จึงยงั  ไม่เป็นปัญหา
และอุปสรรคแก่ค�ำว่า “คนยัง ไม่ตายแต่ ไปเกิดแล้ว” ถ้าแกรู้ ไม่ทันก็มีหวัง ไปต้ังบ้านเรือน
คือเกดิ  ในท้องหลานสาวแน่ ๆ

ปญั หาทสี่ องวา่ การตดั กระแสจติ ทก่ี ำ� ลงั สบื เนอื่ งเกย่ี ว โยงกนั ระหวา่ งยายแกก่ บั หญงิ คนนนั้
ไมเ่ ปน็ การทำ� ลายชวี ติ มนษุ ยห์ รอื อยา่ ง ไร ทา่ นตอบวา่ จะทำ� ลายอะ ไรกเ็ พยี งตดั กระแสจติ เทา่ นน้ั
มิ ได้ตัดหัวคนที่เกิดเป็นตนเป็นตัวแล้ว จิตแท้ยังอยู่กับยายแก่ ส่วนกระแสจิตแกส่ง ไปยึด ไว้ที่
หลานสาว พอแกร้กู ็รีบแก ้ไขคอื ตัดกระแสจิตของตนเสยี ม ิให ้ไปเกย่ี วขอ้ งอกี ตอ่  ไป เรอ่ื งก็ยุติ

311

กัน ไปเทา่ น้ัน ท่ีสำ� คัญกต็ อนท่ยี ายแก่มาเล่าถวายท่านวา่ กระแสจิตตนข โมย ไปจบั จองเอาท้อง
หลานสาวเปน็ ที่เกิด โดยเจา้ ตัว ไม่รู้ ท่านอาจารยเ์ องก็มิ ได้คัดค้านวา่ ทรี่ อู้ ย่างน้ัน ไมจ่ รงิ ไมถ่ ูก ควร
พจิ ารณาเสีย ใหม่ แต่กลบั ตอบ ไปตามร่องรอยที่ยายแกร่ ู้เหน็ จงึ เป็นเรือ่ งน่าคดิ อยู่มาก เมื่อ
พิจารณา ใหด้ แี ลว้ ก็มสี าเหตุทพ่ี า ใหจ้ ิตส่ง ไปเกย่ี วเกาะกบั หลานสาว ได้ คอื ยายแก่เล่าวา่ แกรัก
หลานสาวคนน้ีมากเสมอมามีเมตตาห่วง ใยและติดต่อเก่ียวข้องกับหลานสาวคนนี้อยู่เสมอ แต่
มิ ได้คดิ วา่ จะมีสิ่งลึกลับคอยแอบข โมย ไปกอ่ เหตเุ ชน่ น้นั ขึ้นมา ถึงกับจะตอ้ ง ไปเกิดเปน็ ลูกเขาอกี
ถ้า ไม่ ได้หลวงพ่อช่วยวิธีแก้ ไข ก็คง ไม่พ้น ไปเกิด ในท้องหลานสาวแน่นอน

ท่านอาจารย์มั่นว่า จติ นพี้ สิ ดารเกนิ กวา่ ความรคู้ วามสามารถของคนธรรมดา จะตามรู้
ตามรกั ษา ได ้โดยม ิใหเ้ ปน็ ภยั แกต่ วั ผเู้ ปน็ เจา้ ของ ดังทยี่ ายแกพ่ ดู  ไม่มีผิด ถ้าแก ไมม่ หี ลกั  ใจทาง
สมาธภิ าวนาอยูบ่ ้าง แก ไมม่ ที างร้วู ถิ ีทางเดินของ ใจ ไดเ้ ลย ท้ังเวลาเปน็ อยู่และเวลาตาย ไป ฉะนน้ั
การท�ำสมาธิภาวนา จึงเป็นวิธีปฏิบัติต่อ ใจ ได้ดีและถูกทาง ย่ิงเวลาหัวเล้ียวหัวต่อด้วยแล้ว
สตปิ ญั ญากย็ งิ่ มีความสำ� คัญมาก ในการตามรู้และรักษาจิต ตลอดการตา้ นทานทกุ ขเวทนา ไม ่ให้
มาทบั จติ ในเวลาจวนตวั ซงึ่ เปน็ เวลาเอาแพเ้ อาชนะกนั จรงิ  ๆ 

ถา้ พลาดทา่ ขณะนนั้ กเ็ ทา่ กบั พลาด ไปอยา่ งนอ้ ยภพหนง่ึ ชาตหิ นง่ึ เชน่ ไปเกดิ เปน็ สตั วช์ นดิ  ใด
ก็ต้องเสียเวลานานเท่าชีวิตของสัตว์ ในภพภูมิน้ัน ๆ  ขณะท่ีเสียเวลาก็ยังต้องเสวยกรรม ในก�ำเนิด
นัน้  ไปด้วย ถ้าจติ ดมี ีสติพอประคองตัว ได้ อยา่ งนอ้ ยกม็ าเกิดเป็นมนษุ ย์ มากกวา่ นั้นก ็ไปเกิด 
ในเทวสถานชมวิมานและเสวยทิพย์สมบัติอยู่นานปีถึงจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก เวลามาเกิด
เปน็ มนุษยก์  ็ไมล่ ืมศีลธรรมทตี่ นเคยบ�ำเพญ็ รักษามาแต่บุพเพชาติ ทำ�  ให้เพมิ่ อำ� นาจวาสนาบุญญา –
ภิสมภารขึ้น โดยล�ำดับจนจติ มกี ำ� ลังแกก่ ลา้ สามารถรักษาตัว ได้ การตายก็เปน็ เพียงการเปลี่ยนร่าง
จากต่�ำข้ึน ไปสูง จากสั้น ไปหายาว จากหยาบ ไปหาละเอียด จากวัฏฏจักร ไปเป็นวิวัฏฏจักร
ดังพระพุทธเจ้าและสาวกทา่ นเปลี่ยนภพ เปลยี่ นภูมิ เปล่ยี นเครอ่ื งเสวย มาเปน็ ล�ำดบั สุดท้าย
ก็หมดสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง ให้เป็นอะ ไรต่อ ไปอีก เพราะจิตที่ ได้รับการอบรม ไปทุกภพทุกชาติ
จนฉลาดเหนอื สง่ิ  ใด ๆ กลายเปน็ นพิ พานสมบตั ขิ นึ้ มาอยา่ งสมพระทยั และสม ใจ ซงึ่ ลว้ น ไปจากการ
ฝกึ ฝนอบรมจติ  ใหด้  ีไป โดยลำ� ดบั ท้งั ส้ิน

ด้วยเหตุน้ีนักปราชญ์ทั้งหลาย จึง ไม่ท้อถอย ในการสร้างกุศลอันเป็นสวัสดีมงคลแก่ตน
ทุกเพศทกุ วยั จนสดุ วสิ ยั ทจี่ ะทำ�  ได ้ไมเ่ ลอื กกาล ตอ้ งขออภยั ทา่ นผอู้ า่ นมาก ๆ ทเ่ี ขยี นวก ไปเวยี นมา
ทั้งท่ีพยายามจนสุดก�ำลัง แต่ความหลงลืมรู้สึกจะออกหน้าออกตาอยู่ตลอดเวลา จึงท�ำ ให้ยุ่ง

312

หยิบหนา้  ใส่หลงั หยิบหลงั  ใสห่ นา้  ไม่รูจ้ กั จบส้นิ ลง ได้ ทงั้ ท่เี รอื่ งทา่ นผ่าน ไป ไกลจนแทบพดู  
ไดว้ า่ เกอื บจบแลว้ ผเู้ ขยี นกย็ งั เกบ็  ไมห่ มด เพราะความหลงลมื ตวั เดยี วเทา่ นนั้ พา ใหว้ นุ่  ไมเ่ ลิกแล้ว
ไป ได้อ่านต่อ ไป ท่านก็ยังจะ ได้เห็นความเหลว ไหลของผู้เขียน ไปตลอดสายเกี่ยวกับเรื่องสับสน
ระคนกัน ไมเ่ รียงล�ำดับไปตามแถวตามแนวทค่ี วรจะเปน็

เรื่องรอยพญานาคที่ใต้ถุนกุฎีท่าน

อกี เรอ่ื งหนง่ึ ทน่ี า่ คดิ กค็ อื ทวี่ ดั หนองผอื นน่ั เอง เชา้ วนั หนงึ่ ขณะทท่ี า่ นออกจากทภ่ี าวนาแลว้
ออกมาจากห้อง ท่านถามขนึ้ มาเลย โดย ไมม่  ีใครเร่ิมเร่อื ง ไว้กอ่ นวา่ พากัน ไปดูซทิ  ี่ใตถ้ ุนกุฎเี รา
เห็นรอยง ูใหญ่ออก ไปจากท่นี ่นั หรือเปลา่ เมอ่ื คนื นี้พญานาคมาเย่ียมฟังธรรม กอ่ นจะ ไปเราบอก
 ใหแ้ สดงรอย ไวเ้ พอื่ เปน็ เครอื่ งหมาย ใหพ้ ระเณรดกู นั ตอนเชา้ บา้ ง พระกเ็ รยี นตอบทา่ นวา่ มรี อยงู
ตัวใหญม่ าก ซึ่งออกจาก ใต้ถุนท่านอาจารยเ์ ขา้  ไป ในปา่  โน้น งูตวั น้มี าจาก ไหนก็ ไมร่ ู้ ที่อ่ืนรอย
 ไมป่ รากฏ แตม่ าปรากฏเอาตรง ใตถ้ นุ นเ้ี ทา่ นนั้ ลานวดั เตยี น ๆ รอยมาจากทาง ไหนกพ็ อจะเหน็  ได้
แตน่  ี่ไมเ่ หน็ มาจากที่อน่ื เลย มามีเฉพาะ ใตถ้ นุ น้ีแหง่ เดียว นอกนั้น ไมม่ ี ทา่ นตอบว่าจะ ใหม้ ีมาจาก
ที่ ไหนกนั กพ็ ญานาคลง ไปจากกุฎีเราเม่อื คืนน้ี กอ่ นจะ ไปเราบอก ใหแ้ สดงรอย ไว ้ใตถ้ ุนกฎุ ีเรา
ดังน้ี ถ้ามีพระเณรเหน็ รอยงกู อ่ นแลว้ ขึ้น ไปเรียนถามท่านเป็นต้นเหตุกอ่ นก็จะ ไมน่ ่าคิดนัก แต่นี้
ทา่ นถามออกมาเลยทีเดยี ว โดย ไม่มี ใครปรารภเรือ่ ง ไว้ก่อน ประกอบกบั รอยงู ใหญท่ ี่ ใต้ถุนท่านกม็ ี
จรงิ  ๆ ดงั ทที่ า่ นถามดว้ ย นีแ้ สดงว่าทา่ นรเู้ หน็ ทาง ใน แลว้  ให้พญานาคแสดงรอย ไว ้ให้พระเณรดู
ทางตาเนอื้ เพราะตา ในบอด ไม่สามารถมองเห็น ได้เวลาพญานาคมาเยีย่ มฟังธรรมทา่ น

แลว้ ก็พากันเรยี นถามท่าน ใน โอกาสวา่ ง ๆ วา่ เวลาพญานาคมาหาท่านอาจารย์ เขามา
 ในร่างแห่งงูหรอื  ในร่างอะ ไร ท่านตอบวา่ พวกนีเ้ อาแน่นอน ไม่ ได้ ถ้ามาเพ่อื อรรถเพ่อื ธรรมดงั ที่
มาหาเราก็มา ในร่างแห่งมนษุ ย์ เปน็ ช้นั  ๆ ตามแตย่ ศ ใครสูงหรอื ตำ่� ถ้าเปน็ พญานาคกม็ า ในรา่ งแห่ง
กษัตรยิ ม์ บี ริวารหอ้ มลอ้ มมา กริ ยิ าอาการทงั้ หมดเหมอื นกริ ยิ าของกษตั รยิ ท์ งั้ สนิ้ การสนทนาก็
เหมอื นพระสนทนากบั กษตั รยิ ์ ใชร้ าชาศพั ทก์ นั เป็นพ้ืน บรรดาบริวารทมี่ าด้วยกเ็ หมอื นข้าราชการ
ตามเสดจ็ พระมหากษัตริย์ ต่างมีมรรยาทเรียบร้อยสวยงาม มีความเคารพกนั มากยงิ่ กวา่ มนษุ ยเ์ รา
ขณะที่น่งั ฟังธรรม ไม่มี ใครแสดงกริ ยิ ากระดกุ กระดกิ อนั เป็นการแสดงความรำ� คาญ ขณะสนทนา
ธรรมกม็ ีเฉพาะหวั หนา้ เปน็ ผทู้ �ำหนา้ ทแี่ ทน ใครสงสยั กพ็ ูดกบั หวั หน้า หวั หน้ากเ็ รียนถามท่านแทน
ทา่ นกอ็ ธบิ าย ใหฟ้ งั ตามจุดทส่ี งสยั จนเปน็ ที่เข้า ใจแลว้ กพ็ ากันลากลับ

313

เร่ืองบุหร่ีหลายเจ้าของ

ยังมีอกี เร่ืองหนงึ่ ทพี่ วกเราจะพอเช่ือตามทา่ น ไดแ้ ม้ตน ไมร่ ู้ คอื มีพระองค์หนงึ่ เหน็ ท่านชอบ
สบู บหุ รต่ี รา ไก่ เลยสง่ั  โยม ไปแลกเปล่ียนมาถวายท่าน เวลาเขานำ� มา ใหแ้ ลว้ กน็ ำ�  ไปถวายทา่ น
ขณะนน้ั ท่านกย็ ัง ไมว่ ่าอะ ไร คงยงั  ไม่มีเวลาพจิ ารณา เพราะขณะท่ีพระนำ� บหุ รี ่ไปถวายเป็นเวลาท่ี
ท่านก�ำลงั พดู ธัมมะอยู่ จึงพากนั ฟังธรรมท่าน ไปเร่อื ย ๆ จนจบแล้วก็พากนั กลับมา พอเชา้ วันหลัง
พระองคน์ ้ันกข็ ึน้  ไปหาทา่ นอีก ทา่ นบอกว่าบุหรก่ี ลอ่ งนี ้ใหเ้ อา ไปเสีย ผม ไม่สบู เพราะเปน็ บุหร่ี
หลายเจ้าของ ทางพระองค์นั้นก็เรียนท่านว่า บุหรี่นี่เป็นของกระผมคนเดียวที่สั่ง ให้ โยม ไปแลก
เปล่ียนมาวานน้ี มิ ได้เป็นของหลายเจ้า กระผมส่ังเขา ให้หามาถวายท่านอาจารย์ โดยเฉพาะ
ทา่ นก็พูดยนื ค�ำอยอู่ ยา่ งนั้นวา่ ให้เอา ไปเสียเพราะบหุ ร่นี ม้ี หี ลายเจ้าของเปน็ กรรมสิทธ์ิ ไม่บรสิ ุทธ์ิ
จะสบู เอาประ โยชนอ์ ะ ไร

พระองคน์ น้ั ก ็ไมก่ ลา้ เรียนทา่ นอีกเพราะกลัวถูกดุ ตอ้ งจำ�  ใจถือบหุ รีก่ ล่องน้ันกลับมา แลว้
เรียก โยมคนทสี่ ่งั  ให ้ไปแลกเปลีย่ นนน้ั มาถามเร่ืองราว วา่ เขาท�ำอยา่ ง ไรกนั แน่ เมอ่ื ถาม โยมคนน้ัน
ก็ทราบว่าเขาเอาปัจจัยซึ่งเหลือจากท่ีแลกเปล่ียนสมณบริขารของพระหลายองค์ที่สั่งเขามาแลก
เปล่ยี นบุหรก่ี ล่องนั้นมา ท่านถามเขาวา่ พระองค์ ใดบ้างทีส่ ั่งและปัจจัยขององค ์ใดบ้างที ่โยมเอามา
แลกเปลย่ี นบหุ รีก่ ล่องนม้ี า เขาก็บอกว่าขององคน์ ้นั  ๆ พอทราบเรื่องละเอียดแลว้ ทา่ นกร็ ีบ ไปหา
พระที ่โยมระบนุ ามและบอกเรือ่ งราวบหุ รี่ ให้ท่านทราบ ต่างกแ็ สดงความยนิ ดีตอ่ ท่านอยูแ่ ล้ว จึง
พอ ใจอน ุโมทนา โดยทว่ั กนั  ในขณะนั้น

พระองค์น้ันจึง ได้น�ำบุหรก่ี ลอ่ งน้ัน ไปถวายท่านอีก โดยกราบเรียนสารภาพตัว ว่าเป็น
ความผิดของตัวจริง ๆ ท่ี ไม่ ได้ ไต่ถาม โยมผู้ ไปแลกเปลี่ยน โดยละเอียดถ่ีถ้วนก่อน แต่แล้วก็เป็น
ความจริง ดงั ทา่ นอาจารย์วา่ จรงิ  ๆ บดั น้ีกระผม ไดถ้ าม โยมดูแล้ววา่ เป็นของหลายเจ้าทเี่ ขาเอา
รวมกันซอื้ มา ส่วนพระท้งั หลายพอทราบตา่ งกย็ ินดีถวายท่านอาจารยด์ ้วยกนั หมดแล้ว ทา่ นกร็ ับ
บหุ ร่กี ลอ่ งนนั้  ไว ้โดยม ิได้พดู อะ ไรต่อ ไป แม้หลงั จากวันนั้นแล้วกห็ ายเงยี บ ไปเลย พอพระองคน์ น้ั
กลบั มากพ็ ดู เรอ่ื งบหุ รกี่ บั หมเู่ พอ่ื นทตี่ น ไปคดั คา้ นทา่ น แต ่ไม ่ไดผ้ ลสุดท้ายกถ็ กู ตามค�ำท่าน พระท ่ี
ได้ยินคำ� นี้เกดิ ความแปลก ใจว่าทา่ นร้ไู ด้อยา่ ง ไร เพราะ ไมม่  ีใคร ไปกราบเรียนท่านเลย

ทา่ นหนึ่งพดู คา้ นข้นึ  ในสมาคมหนู (สภาลบั ของพระท่ีแอบคุยกัน) ว่า กถ็ ้าทา่ นเหมอื น
พวกเรา ๆ กจ็ ะวา่ ทา่ นรทู้ า่ นฉลาดอยา่ ง ไรละ่ เพราะทา่ นตา่ งจากพวกเราทกุ ดา้ นนนั้ เองจงึ  ไดเ้ คารพ
และชมว่าท่านฉลาดจริง ที่พวกเราพากันมารุมอาศัยพ่ึงร่มเงาท่านอยู่ก็เพราะเห็นความสามารถ

314

ท่านตา่ งจากพวกเราราวฟ้ากับดนิ นั่นแล ผมเอง ไมส่ งสัย แม้ ไม่รอู้ ยา่ งท่านก็ยงั เชอื่ ว่าทา่ นรกู้ ว่าผม
ฉลาดกวา่ ผมทกุ ด้าน ไม่มอี ะ ไรตอ้ งติ จึง ได้มามอบกายถวายชวี ติ  ใหท้ า่ นดดุ า่ ส่ังสอน โดยม ิไดม้ ี
ทฏิ ฐิมานะแสดงออก ให้กระเทอื น ใจท่านแม้แตน่ อ้ ย ท้ังทกี่ เิ ลสมีอยูก่ บั  ใจ แตก่ เิ ลสมนั คงกลัวทา่ น
เหมอื นกนั จึง ไม่กลา้ แสดงออกมาบ้างเลย ผมเขา้  ใจวา่ เพราะความยอมตน ความกลัว ความ
เคารพเล่ือม ใสท่าน ซึ่งมีอ�ำนาจมากกว่ากิเลสประเภทเลว ๆ ท่ีเคยต่อสู้กับครูหรือกับ ใคร ๆ มา
ประจำ� นิสยั แต่พอมาถงึ ท่านแล้วมนั หมอบราบ ไปเสียหมด ไม่มกี ิเลสตัว ใดกลา้ ออกมาเพ่นพ่าน
เหมอื นอย่กู บั อาจารย์อื่น ๆ ถ้าทราบว่าเรายัง ไมย่ อมลงทา่ น ผมเองก็ ไมก่ ล้ามาอย่กู บั ทา่ น แม้
ขืนอย่ ูไปกค็ ง ไม่เกิดประ โยชน์ นอกจากจะเกดิ  โทษ โดยถา่ ยเดียวเท่าน้ัน จะว่าอะ ไรแค่น�ำของ
 ไปถวายท่านดงั ที่เห็น ๆ มา

เพียงเราคดิ  ไม่ดี ในตอนกลางคนื พอตกตอนเช้ามาไปกฎุ ีทา่ น มองดูสายตาท่านแหลมคม
ราวกบั จะฉีกเรา ให้แหลกละเอยี ด ไป ในขณะนนั้ ทีเดยี ว ถา้ เหน็ อาการอยา่ งนั้น อย่าขืนเขา้  ไปรับ
บรขิ ารหรืออะ ไร ๆ จากมอื ทา่ น ท่านเป็น ไมย่ อม ให้คนแบบน้ันรบั เด็ดขาด ที่ท่านทำ� อยา่ งน้นั ก็
เพอ่ื อบุ ายทรมานความดื้อด้านของเรา โดยทางอ้อม ยง่ิ กวา่ น้นั ก็ ใส่ปัญหาแทงเขา้  ไป ในข้วั หัว ใจเรา
ให้เจ็บแสบอยู่นาน ๆ เพ่ือจะ ได้เข็ดหลาบเสียที แต่แปลก ใจปุถุชนเรานี้มันเข็ดแต่ ไม่หลาบ
คือเข็ดขณะท่ีถูกของแข็งและเจ็บแสบลงลึก ในเวลานั้น พอท่านแสดงอาการธรรมดากับตนบ้าง
เอาอกี แลว้ เกดิ เรอื่ งอีกจน ได้ ทัง้ ท่ี ไมม่ ีเจตนาจะคิดส่ิงท่เี ห็นว่าเป็นภยั แกต่ น แต่มันตามอาจารย์
ของเจ้าบอนน่ี (ลิง) ไม่ทนั สักที เพราะมนั รวดเรว็ ย่ิงกวา่ ลงิ ร้อยตวั เป็น ไหน ๆ พอมาหาทา่ นอีก
ดูทา่ ทางแลว้ ชกั จะเขา้  ไมต่ ดิ มสี หี นา้ และสายตาแปลก ๆ พอ ใหร้ ะวงั ยาก ๆ อยนู่ น่ั แล แมเ้ ชน่ นนั้
มนั ยงั  ไมร่ สู้ กึ เขด็ หลาบเลย คอื ไมเ่ หน็ ภยั  ไปนาน พอ ไป ๆ ชกั จะเหน็ สงิ่ ทเี่ คยเปน็ ภยั นนั้  ๆ วา่ เปน็ มติ ร
โดย ไม่รู้สึกตัวอีกแล้ว ฉะน้ัน จึงว่ามันเข็ดแต่ ไม่หลาบ ถ้าท้ังเข็ดท้ังหลาบก็รู้สึกตัวและกลัว
ส่ิงน้ัน ไปนาน ๆ ใจก็สงบเย็น ไม่รุ่มร้อน เวลามาหาท่านก็ ไม่ ได้ระวังนักว่าท่านจะดุด่าต่าง ๆ
จิตผมเป็นอยา่ งน้จี งึ หนจี ากทา่ น ไป ไหน ไม่คอ่ ย ได้ เพราะ ไม่ ไว้ ใจตวั เอง อยูก่ บั ท่านมันกลวั และ
ระวงั อยเู่ สมอ ใจก ็ไม่กลา้ คิด ไปนอกลู่นอกทางนัก หากมบี ้างก็ร ู้ได้เรว็ รบี ฉุดมาทนั กับเหตุการณ์ 
ไมถ่ ึงกบั แสดงผลรอ้ น ใหป้ รากฏ

ผมนะ่ เช่อื ท่านชนิดหมอบราบเลยทุกวันนี้ ว่าท่านอาจารยม์ น่ั ทา่ นรูว้ าระจติ ผมจริง ๆ ส่วน
ท่านจะรู้วาระจิต ใครหรือ ไม่ ผม ไม่สน ใจ สน ใจเฉพาะเรื่องท่านกับผมเท่านั้น เพราะผมมัน
เป็นคนชอบดื้อ ไม่เข้าเร่ือง น่าท่านดัดสันดาน ท่านจึงดัดเสียบ้างพอ ให้เข็ด คือบางทมี นั คิด
บ้า ๆ ไปกม็ ีเมื่อมาอย่กู บั ท่าน ใหม่ ๆ โดยคิดว่าเขาว่าท่านอาจารย์ม่นั นรี้ ้จู ติ  ใจคน ใครคดิ อะ ไร

315

ท่านรู ้ไดห้ มด ทา่ นจะรู้ ไดห้ มดจรงิ  ๆ หรือ ถา้ ทา่ นร้ ูได้หมดจริง ๆ สำ� หรับเรา ไม่จำ� เป็นทที่ า่ น
จะสน ใจรู้ไปหมด ขอ ให้ท่านรู้แต่ความคิดของเราท่ีคิดอยู่ขณะน้ีก็พอแล้ว ถ้าท่านรู้แม้เพียง
ขณะจิตท่ีเราคิดตอ่ ท่านอยเู่ วลานีเ้ ท่านั้น เราจะยอมกราบท่านอย่างราบเลย นอกนัน้ เรา ไม่คดิ
เข้าบญั ชีว่าเป็นเรอื่ งส�ำคัญส�ำหรับท่านเลย

พอตกตอนเย็น ไปหาทา่ น ดทู ่าทางแทบน่ัง ไมต่ ดิ พนื้ เสยี แล้ว ตาท่านจบั จอ้ งมาหาเรา
ราวกับ ไม่กระพรบิ ตาเอาเลย ขณะทตี่ าจอ้ งมาก็เหมอื นจะตะ โกนจ้ี ใจเราอย่ทู ุกขณะดว้ ย พอทา่ น
เรม่ิ เทศน์ ให้พระฟัง เรา ไมค่ ่อย ไดเ้ รื่องอะ ไร ได้แตค่ วามรอ้ น ใจอย่างเดียว และกลวั ท่านจะดเุ รา
คนเดยี วท่ ีไปด้อื ทดลองทา่ น พอท่านเริ่มเทศน์ ไมน่ านนักธรรมทเ่ี ตม็  ไปด้วย ไม้เรียวชนิดตา่ ง ๆ ก็
เรม่ิ เฉยี ดหลงั เฉยี ด ไปเฉียดมาและเฉยี ด ใกล้เฉยี ด ไกลเขา้ มาทุกที บางทเี ฉยี ดมาข้ัวหวั  ใจจนร้อน
วบู และตวั  ไหว โดย ไม่รูส้ กึ ตวั ย่งิ กลวั  ใจกย็ ิง่ ร้อน ไมเ่ ป็นสขุ เลย ขณะนั่งฟังทา่ นเฆีย่ นทา่ นตีด้วย
อุบายตา่ ง ๆ พอจวนจะจบการแสดงธรรมทน ไม่ ไหวต้องยอมทา่ นทางภาย ในว่า เทา่ ท่ีคิด ไปนน้ั ก็
เป็นเพยี งอยากทราบเร่ืองทา่ นอาจารย์เทา่ น้นั วา่ จะร ู้ใจคนอนื่ จริง ไหม ม ิได้มีความคิดจะดูถกู
เหยียดหยามวา่  ไม่มีคุณธรรมอยา่ งอื่น มาบดั นี ้ได้ยอมรับแลว้ ว่าท่านอาจารย์สามารถและเกง่ จรงิ
กระผมขอมอบกายถวายชีวิตต่อท่านอาจารย์ตลอดวนั ตาย ขอท่าน ไดเ้ มตตาอนุเคราะห์สง่ั สอน
ต่อ ไปเถิด อย่า ไดเ้ กิดความอิดหนาระอา ใจดว้ ยเรอ่ื งเพยี งเท่านเี้ สียก่อนเลย

เราคิดยอมตนเพยี งเท่านกี้ ารแสดงธรรมที่กำ� ลงั เผ็ดรอ้ นกค็ ่อย ๆ อ่อนลง ๆ สดุ ท้ายกแ็ ย้บ
ปัญหาออกมาฝาก ไวว้ าระสุดทา้ ยอกี ว่า ความผิดความถกู มอี ย่กู ับตัวทำ�  ไมจึง ไมส่ น ใจดบู า้ ง เลือก 
ไปหาดูเรื่องผิดเร่ืองถูกของคนอื่นเพอื่ ประ โยชน์อะ ไร ความคิดชนิดน้นั หรอื ท่พี า ใหเ้ ราเปน็ คนเกง่
คนดี แมจ้ ะรวู้ า่ คนอน่ื เกง่ คนอน่ื ดี แตถ่ ้าเจา้ ของยงั  ไมเ่ กง่  ไมด่ ีนักมันก็อยู่แค่นน้ั เอง ไป ไม่รอด
ถ้าอยากรเู้ รอ่ื งของคนอ่ืนวา่ ดีหรือ ไมด่ ีเพียง ไรก็ต้องดูเร่ืองของตวั  ให้รอบคอบทกุ ดา้ นก่อน เรอ่ื ง
ของคนอ่ืนกร็ ู้ ไปเอง ไม่จ�ำต้องทดลอง คนลอง ไม ่ใช่คนเกง่ คนดี ถา้ เก่งถ้าดีจรงิ แลว้  ไม่ตอ้ งลองก็รู้
แล้วกจ็ บธรรมเพยี งเท่านั้น ผมเองเกอื บสลบ ในขณะนั้น เหงื่อแตก โชก ไปท้ังตวั ยอมท่านอย่าง
หมอบราบและเข็ดหลาบจนปา่ นนี้ ไมเ่ คย ไปหาญลองดีกบั ท่านอีกเลย คราวน้เี ป็นคราวเข็ดหลาบ
ขนาดหนกั สำ� หรบั เร่อื งทีเ่ กี่ยวกับทา่ น ถ้าเรอื่ งอ่นื  ๆ ท่ี ไม่เก่ียวกับท่านมนั เข็ดขนาดนี้ผมคงพ้นทุกข์ 
ไปนานแล้ว แต่มนั  ไม่เขด็ แบบนจ้ี ึงน่า โม โหจะตาย ไป

นเ่ี ปน็ เรือ่ งพระท่านแอบสนทนากัน ในสภาหนู ผเู้ ขียนกอ็ ย ู่ในสภานั้นดว้ ยและมสี ่วน ได ้ – 
เสีย ไปด้วยกนั จึง ไดน้ �ำเรื่องนี้มาลง โดยมีบุหรตี่ รา ไก่เปน็ ตน้ เหตุ พอเปน็ ข้อคิดวา่ ความจรงิ

316

ของจริงมีอยทู่ กุ แหง่ ทุกหนและทกุ เวลาอกาล ิโก ขอแต่ปฏิบตั ิ ใหถ้ งึ ความจรงิ ธรรมจรงิ ตอ้ งรูต้ าม
ความสามารถและภูมิวาสนาของตนแนน่ อน ไม่วา่ ธรรมภาย ในคอื สจั จธรรม และธรรมภายนอก
คือความรู้แขนงต่าง ๆ ตามภูมินิสัยวาสนาของแต่ละรายที่สร้างมาและความปรารถนาท่ีตั้ง ไว้ 
ไมเ่ หมือนกนั แต่ผลส่วน ใหญ่คอื มรรคผลนพิ พานนัน้ เมอ่ื ถงึ แลว้ เหมือนกัน

ประสบการณ์การเท่ียวธุดงค์ของท่านพระอาจารย์ชอบ ฐานสโม

ท่านอาจารย์มั่นท่านเป็นอาจารย์ท่ีผู้อยู่ ใกล้ชิดจะลืมเร่ืองต่าง ๆ และปฏิปทาที่ท่านพา
ด�ำเนิน ไม่ ได้ตลอด ไปเมื่อยังมีลมหาย ใจอยู่ บรรดาลูกศิษย์ท่านที่เป็นพระเถระผู้ ใหญ่เวลานี้มีอยู่
หลายองคด์ ว้ ยกนั แตล่ ะองคม์ นี สิ ยั วาสนาและปฏปิ ทาเครอื่ งดำ� เนนิ ภาย ใน ตลอดความรอู้ รรถธรรม
และความรู้พิเศษแปลกต่างกัน ไปเป็นราย ๆ เท่าที่เขียนตอนต้น ได้ระบุนามลูกศิษย์ท่านผ่านมา
บ้างแล้ว ท่ียังมิ ได้ระบุนามท่านก็มี จึง ได้เรียน ไว้ว่าเมื่อด�ำเนินเรื่องท่านเจ้าของประวัติ ไป
พอสมควร หากมีเวลาบา้ งกจ็ ะระบนุ ามคณะลูกศษิ ย์ทา่ นต่อ ไปอกี ดงั นี้จึง ไดเ้ ริ่มฟ้นื นามลกู ศิษย์
ท่านข้ึนมาอีก พอทราบบ้างว่าท่านด�ำเนินและรู้กันอย่าง ไร ท่านประสบเหตุการณ์ต่าง ๆ มา
อย่าง ไรบา้ งแตล่ ะองค์ ตามคตธิ รรมดา พระพทุ ธเจ้าทรงเผชิญความลำ� บากและรธู้ รรมอย่าง ไรบ้าง
บรรดาสาวกก็ย่อมเดินตามรอยพระบาทที่ทรงพาด�ำเนิน ตลอดความรู้ความเห็นก็เป็น ไปตาม
ร่องรอยของศาสดาแบบศิษย์มีครู บรรดาลูกศิษย์ท่านอาจารย์ม่ันก็มีลักษณะคล้ายคลึงกันทาง
ปฏิปทาเคร่ืองด�ำเนิน ส่วนการประสบเหตุการณ์ภายนอกท่ีน่าตื่นเต้นหวาดเสียวน้ันมีต่าง ๆ กัน
ไปตามสถานทอี่ ยูบ่ �ำเพญ็ และที่เทีย่ ว ไป ไม่เหมอื นกนั

เมื่อกล่าวมาถึงตอนนี้ก็ท�ำ ให้ระลึกเลื่อม ใสและบูชาท่านอาจารย์องค์หนึ่งซ่ึงเป็นศิษย์ผู้ ใหญ่
ทา่ นอาจารย์ ที่มีการเทยี่ วธุดงคกรรมฐานแตกตา่ งจากหม่คู ณะอย่บู า้ ง จงึ ขอประทาน โทษนำ� เรื่อง
ทา่ นออกมาลง ให้ทา่ นผอู้ ่าน ได้ทราบบ้าง ในสมยั ปัจจุบัน ว่าสิ่งทีเ่ คยมี ในคร้ังพุทธกาลอนั เป็นส่วน
ภายนอกอาจยังม ีในสมัยน ้ีได้อยู่บา้ งหรอื อย่าง ไร คอื เราเคย ได้ยนิ หรอื  ไดเ้ หน็  ในหนังสอื ว่าชา้ ง
มาถวายอารักขาและลงิ มาถวายรวงผ้งึ แด่พระพทุ ธเจา้ เป็นตน้ เรอ่ื งคล้ายคลึงกัน ในสมัยนกี้ ็อาจ
เป็นเรื่องของท่านอาจารย์องค์นี้ จึงขอประทานออกนามท่านด้วยเพื่อเป็นหลักฐาน ไว้กับเรื่องท่ี
กำ� ลังด�ำเนิน ไปอยู่ขณะนี้

ทา่ นมนี ามว่า ‘ท่านพระอาจารย์ชอบ’ อายุคงย่างเข้า ๗๐ ปี จำ�  ไม่ถนดั ทราบวา่ ทา่ น
บวชมานาน การปฏบิ ตั ทิ า่ นชอบอย ู่ในปา่  ในเขาตลอดมาจนถงึ ปจั จบุ นั นสิ ยั ทา่ นชอบออกเดินทาง
 ในเวลาค่ำ� คนื ท่านจงึ ชอบเจอสัตวจ์ ำ� พวกค�่ำคนื มเี สอื เปน็ ต้นเสมอ บา่ ยวันหนง่ึ ทา่ นออกเดินทาง

317

จากหล่มสกั เพชรบรู ณ์ มงุ่  ไปทางจังหวดั ล�ำปาง เชียง ใหม่ พอจวนจะเข้าดงหลวงกพ็ บชาวบ้าน
เขาบอกท่านดว้ ยความเป็นห่วงวา่ ขอนิมนตท์ ่านพกั อยู่หม่บู า้ นแถบน้กี อ่ น เชา้ วนั หลังค่อยเดินทาง
ต่อ ไป เพราะดงน้ีกว้างมาก ถา้ ตกบา่ ยแลว้ เดินทาง ไมท่ ะลดุ ง ไดเ้ ลย ถ้าเดิน ไม่ทะลปุ ่า ในตอน
กลางวัน โดยมากคนมักเป็นอาหารเสืออยู่เสมอเพราะความ ไม่รู้ระยะทาง ใกล้ ไกล ดงน้ีพอบ่าย
 ไปแล้วเดินทาง ไม่ทะลุแน่ และตอนกลางคืนเสือออกมาเท่ียวหากินทุกคืน ถ้าเจอคนแล้วมัน
ก็ถือเป็นอาหารของมันเลย ไม่มีราย ใดผ่านปากเสือ ไป ได้ น่ีก็กลัวพระคุณเจ้าจะเป็นเช่นนั้น
จึง ไมอ่ ยาก ให ้ไป ในเวลาบ่ายแล้วเชน่ วนั นี้ ป้ายประกาศเขากป็ ดิ  ไว้ เพ่ือผเู้ ดนิ ทางจะ ได้อ่านและ
ทราบเรือ่ งของดงยกั ษน์ แ้ี ล้ว ไมก่ ล้า ไป ยกั ษ์จะ ได ้ไมก่ นิ เปน็ อาหารของมนั

ทา่ นถามเขาว่ายกั ษอ์ ะ ไรกัน เคย ไดย้ ินแต ่โบราณทา่ นวา่  ไว้ แตท่ ุกวนั น ี้ไมเ่ คย ไดเ้ หน็  ไดย้ ิน
เลย เพ่งิ มา ได้ยนิ เอาวนั นเี้ อง เขาเรียนทา่ นว่ายกั ษ์เสือ โครง่  ใหญล่ ายพาดกลอนนนั่ เองท่าน มิ ใช่
ยักษอ์ ่ืนท่ี ไหนหรอก ถา้  ไป ไม่ทะลดุ งเสือต้องกินเปน็ อาหารแนน่ อน จึงขอนมิ นตท์ ่านกลบั คนื  ไป
พักคา้ งทบ่ี า้ นแถบนเี้ สียก่อน พร่งุ นีเ้ ช้าฉนั เสรจ็ แลว้ คอ่ ยเดินทางต่อ ไป แตท่ ่าน ไมย่ อมกลบั และ
จะขอเดนิ ทางตอ่  ไป ในวันน้ัน เขาเรยี นท่านด้วยความเปน็ ห่วงว่า บา่ ยขนาดน ้ีใครจะเดินเร็ว
ขนาด ไหนกต็ ้องมดื อย่กู ลางดง ใหญน่ ี้ ไม่มีทางพ้น ไป ได้เลย ท่าน ไมฟ่ งั เสียงเขาเลย มีแต่จะ ไป
ทา่ เดยี ว เขาก็ถามทา่ นว่าท่านกลวั เสอื  ไหม ทา่ นตอบเขาว่ากลัว แตจ่ ะ ไป ชาวบา้ นเรียนท่านว่า
หากมนั มาเจอแล้วอย่าง ไรมันก็ ไม่หนคี นเลย ต้องกนิ เป็นอาหารแน่นอน ถ้าท่านกลัวเสือกินคน
ท่านก ็ไมค่ วร ไป เพราะถา้ ขนื  ไปมนั ก็กินท่านจน ได้ ทา่ นตอบวา่ ถา้ กรรมมาถึงตวั แลว้ ก็ยอม
เปน็ อาหารของมนั  ไปเสีย ถา้ กรรมยงั สบื ตอ่ อยมู่ นั คง ไมก่ นิ วา่ แล้วกล็ าเขาออกเดินทาง ไปอย่าง
 ไมอ่ าลยั เสียดายชวี ติ เลย

พอก้าวเข้า ในดงมองดูสองฟากทางมีแต่รอยเสือตะกุยดินท้ังข้ีทั้งเย่ียวทั้งเก่าท้ัง ใหม่เต็ม ไป
ตลอดทาง ท่านกเ็ ดินภาวนาเรื่อย ไป ดรู อยเสือตามทางเรอื่ ย ไป ใจก็ ไมก่ ลัว พอมดื กถ็ ึงกลางดง
พอดี ในขณะเดียวกันก็ ได้ยินเสยี งเสือ โคร่ง ใหญ่กระหมึ่ ตามมาข้างหลัง ตัวหนงึ่ กระหึ่มมาทาง
ดา้ นหนา้ ตา่ งรอ้ งมาหากนั ตวั อยขู่ า้ งหลงั กร็ อ้ ง ใกลเ้ ขา้ มาจวนจะทนั ทา่ น ตวั อยขู่ า้ งหนา้ กร็ อ้ ง ใกล้
เขา้ มาหาทา่ น และตา่ งตวั ตา่ งรอ้ ง ใกลเ้ ข้ามาทกุ ที ๆ ผลสุดท้ายทงั้ ตัวอยขู่ ้างหนา้ ทั้งตวั อยขู่ า้ งหลงั ก็
มาถงึ ทา่ นพร้อมกนั พอมาถงึ ทา่ นแลว้ ยิ่งกระหึ่ม ใหญ่ พอเหน็ ทา่  ไม่ดที ่านก็หยุดยนื นิง่ ปลงอนจิ จฺ ํ
ว่า เราคงครง้ั น้แี นเ่ ป็นคร้ังยุตขิ องชวี ิต เพราะมอง ไปดูตัวอยู่ขา้ งหน้าก็กำ� ลงั ทำ� ทา่ ท�ำทางจะ โดด
มาตะครุบทา่ น ช�ำเลอื งตา ไปดูตัวอย่ขู ้างหลงั ก็กำ� ลงั ท�ำทา่ จะ โดดมาตะครบุ ทา่ นอย่เู ช่นเดียวกัน
แตล่ ะตวั อยหู่ า่ งจากทา่ นราววาเศษเท่านัน้ ขณะนน้ั ปรากฏว่าจิตกลัวจนเลยกลวั ยืนตัวแข็ง โด่

318

อยกู่ บั ที่ แตส่ ตยิ งั ดีจงึ กำ� หนดจิต ให้ด ีไม ่ใหเ้ ผลอ แม้จะตาย ในขณะนนั้ เพราะเสือกินก็ ไม ่ใหเ้ สยี ที

พอ ไดส้ ตกิ ก็ ำ� หนดยอ้ นกลบั จากเสอื เขา้ มาหาตวั  โดยเฉพาะ จติ กร็ วมลงอยา่ งสนทิ  ในขณะนน้ั
ความรูผ้ ุดขึ้นมาว่า “เสือกนิ  ไม ่ไดแ้ นน่ อน” ดังนี้ จากนั้นกห็ ายเงยี บ ไปเลยทง้ั เสือท้ังคน ไม่ร้สู กึ
ว่าตนยนื อยู่หรอื น่งั อยู่เลย ความรูส้ กึ เกี่ยวกบั สงิ่ ต่าง ๆ ภายนอกตลอดร่างกาย ไดห้ าย ไป โดยส้ินเชงิ  
ในเวลานน้ั ความหมายว่าเสือกห็ าย ไปพรอ้ ม ๆ กัน ยังเหลืออยูเ่ ฉพาะความรู้ที่เด่นดวงเพียง
อันเดียวทรงตัวอย่ใู นขณะนนั้ จิตรวมลงอย่างเตม็ ทค่ี อื ถึงฐานแหง่ สมาธแิ ท้และนานเปน็ เวลาหลาย
ชั่ว โมงจึงถอนขึน้ มา พอจติ ถอนขน้ึ มาตวั เองยังยนื อยู่อย่างเดมิ บ่าแบกกลดและสะพายบาตร
มือข้างหนึง่ หิว้  โคม ไฟเทียน ไข ส่วน ไฟดบั  ไปแตเ่ ม่ือ ไร ไมท่ ราบ ได้เพราะจติ รวมอย่นู าน พอจุด ไฟ
สว่างขึน้ แลว้ ตามอง ไปดเู สอื สองตัวนัน้ เลย ไมเ่ ห็น ไมท่ ราบวา่ พากนั หาย ไป ไหนเงยี บ ขณะทีจ่ ติ
ถอนข้ึนมาน้ันมิ ได้คิดกลัวอะ ไรเลย มีแต่ความอาจหาญเต็มดวง ใจ ขณะนั้นแม้เสือจะมาอีก
สักรอ้ ยตัวพันตวั  ใจก ็ไมม่ สี ะทกสะทา้ นเลย เพราะไดเ้ ห็นฤทธิ์ของ ใจและของธรรมประจักษแ์ ล้ว
เมื่อจิตถอนข้ึนมาแล้วยังเกิดความอัศจรรย์ตัวเองว่ารอดปากเสือมา ได้อย่าง ไรกัน และอัศจรรย์
จน ไมม่ ีอะ ไรเทยี บ ได้

ขณะนั้นท�ำ ให้เกิดความรักความสงสารเสือสองตัวนั้นว่าเป็นคู่มิตรมา ให้อรรถ ให้ธรรมเรา
อย่างถงึ  ใจ แลว้ กพ็ ากนั หาย ไปราวกบั ปาฏิหารยิ ์ ท�ำ ใหค้ ิดถงึ มันมากแทนที่จะกลัวเหมอื นคร้งั
แรกพบ ท่านว่าเสือ โครง่ ท้ังสองตัวน้ัน ใหญ่มาก ตัวขนาดม้าท่แี ขง่ อยูท่ ่สี นามม้านางเล้งิ กรุงเทพ ฯ
เราดี ๆ นเ่ี อง แต่ตัวมันยาวกว่าม้ามากมาย หัวมันวัดผ่าศูนย์กลางคง ได้ราว ๔๐ เซนติเมตร
ใหญ่พิลึก ไม่เคยพบเคยเหน็ นบั แตเ่ กดิ มา ฉะนน้ั เม่อื เหน็ มันทีแรก จึงยืนตัวแข็ง โดร่ าวกับตาย
 ไปแล้ว เพยี งแตย่ ังมีสตดิ อี ยเู่ ท่านนั้ หลงั จากจิตถอนขน้ึ มาแล้วมแี ต่ความรื่นเรงิ เยน็  ใจ คดิ วา่  
ไปท่ ีไหน ไป ได้ทั้งน้ัน ไมค่ ดิ กลวั อะ ไรเลย ใน โลก และม ิไดค้ ดิ วา่ จะมอี ะ ไรสามารถมาท�ำลาย ได้
เพราะ ได้เชื่อจติ เชอื่ ธรรมวา่ เป็นเอก ใน โลกท้ังสามอย่างเตม็  ใจเสยี แล้ว หลังจากนัน้ ก็ออกเดินทาง
ด้วยวิธจี งกรม ไป ในตวั อย่างเยือกเย็นเห็นผล ในธรรมเต็มดวง ใจ ไม่หว่ัน ไหว จิตมีความระลึก
คิดถึงเสือคู่มิตรทั้งสองตัวนั้นมิ ได้ลืมเลย ถ้าเผ่ือเห็นมันอีกคราวนี้คิดว่าจะเดินเข้า ไปลูบคล�ำหลัง
มนั เลน่  ไดอ้ ยา่ งสบายราวกบั สตั วเ์ ลย้ี ง ในบา้ นเราด ี ๆ นเ่ี อง แตม่ นั จะยอม ใหเ้ ราลบู คลำ� หรอื  ไมเ่ ทา่ นนั้

การเดินทาง ในคืนวันน้ันหลังจากพบเสือแล้ว มีแต่ความวิเวกวังเวงและรื่นเริง ใน ใจ ไป
ตลอดทาง จนสว่างก็ยงั  ไม่ทะลดุ งเลย กวา่ พน้ ดง ไปถึงหมบู่ ้านกร็ าว ๙ น. กว่า จงึ เตรียมครองผา้
เข้า ไปบิณฑบาต ในหมู่บา้ นน้ัน พอชาวบา้ นเห็นท่านเขา้  ไปบิณฑบาตตา่ งก็รอ้ งบอกกนั มา ใสบ่ าตร

319

พอ ใส่บาตรเสรจ็ เขาก็ตามทา่ นออกมาที่พักซึ่งวางบรขิ ารท่ี ไม่จำ� เปน็  ไวท้ น่ี ัน้ และถามถึงการมา
ของทา่ น ท่านก็บอกว่ามาจากท่ี โน้น ๆ ดังที่เขียนผ่านมาแล้ว มีความประสงค์จะเที่ยววิเวก ไป
เรื่อย ๆ บ้านแถบนน้ั เป็นบ้านปา่ บา้ นดงกันท้งั นน้ั พอเหน็ ท่านผ่านมาจากทางดงหลวงผดิ เวลา
จึงพากันถามทา่ น กท็ ราบว่าทา่ นเดนิ ผ่านดงหลวงมาตลอดคนื ไม ่ไดพ้ กั หลับนอนท่ี ไหนเลย
พวกเขาพากนั ตก ใจว่าท่านมา ได้อย่าง ไร เพราะทราบกันดีว่า ใครก็ตามถ้าผ่านดงนี้มาผิดเวลา
ต้องเป็นอาหารเสือ โคร่ง ใหญ ่ในดงน้กี ันแทบทง้ั นน้ั แลว้ ท่านมา ได้อย่าง ไร เสือถึง ไม่เอาทา่ นเปน็
อาหารเล่า เขาถามทา่ นวา่ ขณะทา่ นเดินผา่ นดง ใหญม่ าเจอเสอื บา้ งหรอื เปล่าตลอดคนื ทม่ี า
ท่านก็บอกว่าเจอเหมอื นกันแตม่ ัน ไม่ ได้ทำ� อะ ไรอาตมา เขา ไมอ่ ยากจะเช่อื ทา่ น เพราะเสอื เหล่าน้ี
คอยดกั กดั กนิ คนท่ีตกค้าง ในป่า ในเวลาค�ำ่ คนื อยเู่ ปน็ ประจ�ำ เมอ่ื ท่านเล่าพฤตกิ ารณ์ระหวา่ งท่าน
กับเสือเจอกัน ใหเ้ ขาฟงั แล้ว เขาถงึ  ได้ยอมเชอื่ วา่ เปน็ อภินิหารของทา่ น โดยเฉพาะ ไม่เก่ยี วกับ
รายอน่ื  ๆ ซ่งึ เป็นอาหารเสอื แทบทงั้ นั้น

เร่ืองน้ีเป็นเร่ืองที่น่าคิดอยู่ ไม่น้อย เพราะปรกติคนที่เดินผ่านดงท่ีว่าน้ี โดยมากก็มักเป็น
อาหารเสือกันดังกล่าว ความ ไม่รู้หนทางและระยะทาง ใกล้ ไกลตลอดอันตรายต่าง ๆ ท่ีอาจมี ใน
ระหว่างทางนับว่าเป็นอุปสรรคแก่การเดินทาง ไม่ว่าทางภาย ในคือทาง ใจ และทางภายนอก
คือทางเดนิ ดว้ ยเทา้ ย่อมอาศัยผูเ้ คยเดินเป็นผู้นำ� ทางจงึ จะปลอดภยั นีเ่ ปน็ เรื่องควรคดิ ส�ำหรับ
พวกเราผู้ก�ำลังเดินทางเพ่ือความปลอดภัยและความสุขความเจริญแก่ตนทั้งปัจจุบันและอนาคต
ไม่ควรประมาทว่าตนเคยคิด เคยพูด เคยท�ำและเคยเดิน โดยมากมักเป็นความเคย ในทางท่ีผิด
มาแลว้ จงึ ชอบพาคน ไป ในทางผิดอยู่เสมอ โดย ไมเ่ ลอื กวัยและเพศถา้ เดิน ไมถ่ ูกทาง

ท่านอาจารย์องค์นี้ชอบจะพบเหตุการณ์ท�ำนองนี้อยู่เสมอ ในชีวิตนักบวชท่ีท่านด�ำเนินมา
อีกครงั้ หนึ่งท่าน ไปเที่ยวธุดงค์ประเทศพม่า พักบ�ำเพญ็ เพยี รอย่ ูในถ�้ำ เสือชอบมาหาท่านเสมอแต ่
ไม่ท�ำอะ ไรทา่ น วนั หน่งึ ราว ๕ โมงเยน็ ท่านนง่ั ภาวนาอยู่ ในถ้ำ�  โดยมิ ไดค้ าดฝันวา่ จะมีสตั ว์มเี สือ
ท่อี าจหาญขนาดนนั้ มาหาท่าน พอออกจากทีภ่ าวนากพ็ อดตี ามอง ไปหน้าถำ้� เห็นเสือ โคร่ง ใหญ่
ลายพาดกลอนตวั หน่งึ เดนิ ข้นึ มาหนา้ ถ้�ำทีท่ า่ นก�ำลังพกั อยู่ มนั ตวั  ใหญม่ าก น่ากลัวพลิ ึก แตท่ ่าน 
ไมค่ ดิ กลวั มัน คงจะเปน็ เพราะทา่ นเคยเห็นสตั ว์พรรคน์ ีม้ าบ่อยครัง้ กเ็ ปน็  ได้ พอมนั เดนิ ขึ้นมามันก็
มองเหน็ ทา่ นและทา่ นก็มองเหน็ มนั พอดเี ชน่ เดียวกัน ขณะท่มี ันมองมาเห็นทา่ นแทนทีม่ นั จะแสดง
อาการกลัวหรอื แสดงอาการคำ� ราม ใหท้ า่ นกลวั แต่มนั ทำ� อาการเฉย ๆ เหมือนสุนัขบา้ น ไม่แสดง
อาการกลัวและอาการขู่คำ� ราม ใด ๆ ทง้ั ส้นิ พอมันขึ้นมาถึงถำ้� แลว้ ตามนั มอง โน้นมองน้แี ล้ว
กระ โดดขึ้น ไปน่ังอยู่บนกอ้ นหนิ ดา้ นทางข้ึนถำ้� สงู ประมาณ ๑ เมตร ห่างจากท่านประมาณ ๓ วา

320

นัง่ เลียแข้งเลียขาอยู่นัน้ อยา่ งสบายแบบทอง ไม่รู้รอ้ น และ ไม่สน ใจกับท่านเลยทง้ั ท่มี ันก็เหน็ และ
รู้อยู่วา่ ท่านอยู่ท่นี นั้ การนั่งของมันน่ังแบบสุนัขบา้ น พอนัง่ เลยี แขง้ เลยี ขาเหนือ่ ยก็นอนหมอบ
แบบสนุ ขั อกี เช่นกัน แล้วเลยี แข้งขาและล�ำตวั แบบ ไมส่ น ใจกบั อะ ไรทงั้ ส้นิ ทา่ นวา่ ท่านก ็ไมก่ ลา้
ออก ไปเดินจงกรมท่ีหน้าถ�้ำ ใกล้ชิดกับที่มันก�ำลังนอนอยู่ ได้เช่นกัน เพราะท�ำ ให้รู้สึกหวาดเสียว
เล็กน้อย เนอื่ งจาก ไมเ่ คยพบเคยเหน็ มา ในชีวติ ทเี่ สือป่าทั้งตัวมาท�ำตัวเป็นเหมือนสตั ว์เลี้ยง
 ในบ้านเช่นน้ัน แต่กน็ ั่งภาวนา ไดต้ ามธรรมดา ไมน่ กึ กลัวว่ามนั จะมาท�ำอะ ไร ใหต้ น

ตอนมนั ขน้ึ มาทแี รกทา่ นกน็ ง่ั อยแู่ ครเ่ ลก็  ๆ นน่ั เอง สว่ นมนั นาน ๆ จะมองมาดเู ราสกั ครงั้ หนงึ่
และมองแบบ ไม่สน ใจจดจ้อง มองอยา่ งธรรมดา ๆ ใ นลกั ษณะเป็นมิตรมาแตค่ รัง้  ไหนก็ยากพดู ถูก
นบั แต่มนั มานั่งมานอนเลยี แขง้ เลียขาอยทู่ นี่ ้ันกน็ านพอสมควร นึกวา่ มันจะหน ีไปที ่ไหนต่อ ไป แต่
ท ่ีไหน ไดม้ นั กลบั อยู่สบาย ไปเลย ไมส่ น ใจว่าจะ ไป ไหนอกี ตอนมนั มาถึงทีแรกทา่ นก็นั่งอยู่นอกมุ้ง
จนมืดแลว้ ท่านจงึ เขา้  ในมุ้ง เวลาจุด ไฟและแสง ไฟสวา่ ง ไปหาตวั มัน มันก็ ไมส่ น ใจกบั ท่าน คงอยู่
ท�ำนองทมี่ ันเคยอยู่น่ันแล จนดึกดืน่  ได้เวลาพกั ท่านก็พักตามปรกติ ทา่ นตน่ื นอนราว ๓ น.
และจุดเทียน ไขสวา่ งข้นึ มอง ไปดูมนั ยงั นอนอย่ทู เี่ ก่า แบบ ไมส่ น ใจกบั ท่านอกี เช่นเคย พอ
ลา้ งหนา้ ลา้ งตาเสรจ็ แลว้ ทา่ นกน็ ง่ั ขดั สมาธภิ าวนาตอ่  ไปจนสวา่ ง เวลาออกจากทภ่ี าวนารอ้ื มงุ้ ขน้ึ เกบ็
มอง ไปดูมนั ยังนอนสบายอยู่เหมือนสุนขั นอนอย่ ูในบ้านเราด ี ๆ น่เี อง

จนกระทั่งถึงเวลาจะออกบิณฑบาต ทางออกบิณฑบาตก็จ�ำต้องเดินผ่านมัน ไปท่ีน่ันเอง
ทา่ นเกิดนกึ สงสยั ขนึ้ มาวา่ เวลาเราเดินผา่ นมนั  ไปทน่ี ่ันมันจะมคี วามรสู้ ึกอย่าง ไรและจะทำ� อะ ไร
เราบา้ งหรือเปล่าหนอ จนครองผ้าเสร็จมันก็ยงั นอนมองมาทางเราด้วย แสงตาออ่ น ๆ ที่น่าสงสาร
เหมอื นสุนขั มองดูเจา้ ของฉะนนั้ ทา่ นเลยตดั สิน ใจวา่ ตอ้ ง ไปตรงนน้ั แล ซึ่งหา่ งจากตวั มนั ราว ๑
เมตรกว่าเท่าน้นั ทอี่ ื่น ไมม่ ที างพอจะดน้ ด้ันหลกี ไป ได้ เวลาจะ ไปทราบวา่ ทา่ นพดู กับมันบ้างว่า
นี่ถงึ เวลาออกบณิ ฑบาตแล้ว เราก็มที อ้ งมีปากมีความหิวระหายเหมอื นสตั ว ์โลกทัว่  ไป เราจะขอ
ทางออก ไปบณิ ฑบาตมาฉันหนอ่ ยนะ จง ใหท้ างเราบ้าง ถ้าเจ้าอยากอยู่ท่นี ีต่ อ่  ไปก็ ได้ หรือจะ ไป
เพื่อหาอยู่หากินที่ ไหนก็ตาม ใจสะดวก เรา ไม่ว่า ทราบว่ามันนอนฟังท่านเหมือนสุนัขนอนฟัง
เจ้าของพูดกับมันฉะน้ัน พอพดู จบค�ำท่านกเ็ ดินผ่านออกมาที่มนั ก�ำลังนอนอยู่อย่างสบายนั่นแล

ขณะทท่ี ่านเดินผา่ นมันออกมา ตามนั ช�ำเลอื งดูท่านแบบแสงตาออ่ น ๆ เหมอื นจะบอกว่า
“ ไปเถอะทา่ น ไมต่ ้องกลัวหรอก ที่มานมี้ าเพอ่ื รกั ษาอันตราย ใหท้ ่านนั่นเอง” แล้วท่านก็เดินเขา้
บิณฑบาต ในหมูบ่ ้าน ทราบวา่ ท่านม ิได้บอก ใคร ให้ทราบเลย กลวั เขาจะมาทำ� ลายมัน พอ

321

บิณฑบาตกลับมาถงึ ท่มี ันเคยนอน มองหาท ี่ไหนก็ ไม่เจอ ไม่ทราบมนั หาย ไปทาง ไหนเงียบ ไปเลย
นบั แต่วันนน้ั ก็ ไมเ่ คยเหน็ มันมาหาทา่ นอีก จนกระทง้ั ท่านจากทน่ี นั้  ไป ท่านว่าคง ไม ่ใช่เสือ ในปา่
ธรรมดาเรา อาจเป็นเสอื เทพบันดาล จึงท�ำตัวเหมอื นสัตวเ์ ลย้ี ง ในบา้ น ได้ดี ไมท่ ำ�  ให้เป็นที่
นา่ กลัวอะ ไรเลย นบั แต่ขณะมนั ขึ้นมาหาทีแรกจนกระทั้งมนั จาก ไป จงึ เป็นสตั ว์ทีน่ า่ รกั และ
สงสารอย่างย่ิงตัวหนงึ่ ท่านวา่ ท่านคดิ ถงึ มนั อยหู่ ลายวัน นึกว่ามนั จะมาหาทา่ นอยู่เร่อื ย แตก่ ็ ไม่
เหน็ กลบั มาอีกเลย ไดย้ ินแตเ่ สยี งมันรอ้ ง ในเวลากลางคนื ดกึ สงัดแทบทุกคนื จะเปน็ เสียงมันหรือ
เปน็ เสยี งเสอื ตวั อ่นื  ๆ ก ็ไมท่ ราบ เพราะแถบนน้ั เสอื ชุมมากจรงิ  ๆ คนขข้ี ลาด ไปอย ู่ไม ่ได้ สำ� หรับ
ท่านเองท่านบอกว่า ไม่นึกกลัวมันเลย ย่ิงเห็นมันมานอนเฝ้าอยู่จนตลอดรุ่งและมีกิริยาท่าทาง
เหมือนสัตว์บา้ นดว้ ยแลว้ ย่งิ ท�ำ ให้รกั และสงสารมนั มากกวา่ จะกลวั มนั เสียอีก จากน้นั แล้วยิ่ง
ท�ำ ให้เรามคี วามเชอ่ื ธรรม ในแง่ต่าง ๆ เป็นพิเศษข้นึ อีกแยะ

ทา่ นวา่ ท่าน ไปอยปู่ ระเทศพมา่ ถึง ๕ ปี จนพูดภาษาพม่า ได้คลอ่ งปากคลา้ ยกบั ภาษา
ของตัว เหตทุ ่ที า่ นจะ ได้กลบั มา ไทยเรา เน่อื งจากสงคราม โลกครง้ั ท่สี อง ญ่ีปุ่นกับอังกฤษเขา้  ไป
วนุ่ วาย ในเมืองพมา่ เตม็  ไปหมด ไมว่ า่  ในเมือง บา้ นปา่ ภเู ขา พวกทหารองั กฤษ ไปเทย่ี วค้น
จนหมด เพราะคนองั กฤษเคยี ดแคน้  ใหค้ น ไทยมากเวลานน้ั หาวา่ เขา้ กบั ญป่ี นุ่ ถา้ คน้ พบคน ไทย
 ไม่ว่าหญิง – ชายและนักบวชจะฆ่าท้ิง ให้หมด ไม่มีข้อยกเว้น ชาวบ้านที่ท่านอาศัยเขาอยู่รู้สึกเขา
เคารพเลอ่ื ม ใสและรักทา่ นมาก พอเหน็ ทหารอังกฤษมาเทยี่ วจุน้ จ้านมาก กลวั ท่านจะไม่ปลอดภัย
พวกเขารีบปรกึ ษากนั พาทา่ น ไปซอ่ นอยู่ ในเขาลึกทพ่ี วกทหารองั กฤษ ไมส่ ามารถคน้ พบ แตท่ ราบ
ว่าเขามาพบทา่ นเขา้ วนั หน่งึ เหมอื นกัน ขณะท่ีก�ำลังนั่งอน ุโมทนา ให้พรชาวบ้านอยู่ พวกชาวบ้าน
หนา้ เสีย ไปหมด เขาก ็ไต่ถาม ท่านกบ็ อกวา่ มาอยู่ที่นี่นานแลว้ ทา่ นม ิไดเ้ กีย่ วกับการบา้ นเมอื ง
ทา่ นเปน็ พระ ไมร่ ้เู ร่อื งอะ ไรกบั  ใครเลย พวกชาวบ้านก็ชว่ ยพดู กันอย่างเต็มท่ี ดว้ ยเหตผุ ล
ว่าพระท่านมเิ ก่ียวกบั การสงครามแบบฆราวาส จะมาเก่ยี วขอ้ งเอาเรอื่ งเอาราวกบั ท่านนน้ั  ไมถ่ กู
ถา้ เอาเร่ืองกบั ทา่ นก็เท่ากับท�ำลายหัว ใจของคนชาวพมา่ ซึง่  ไม่มคี วามผดิ  ใหเ้ กดิ ความเสยี หาย โดย 
ใช่เหตุ นับวา่ ทำ�  ไมถ่ กู อย่างยงิ่ ประการหน่งึ ทา่ นมาอยู่ที่น่ีแต่กอ่ นสงคราม ท่าน ไม่รเู้ รอื่ งอะ ไร
กับการบ้านเมอื งอะ ไรเลย แมค้ นพม่าเองยัง ไมเ่ หน็ ว่าท่านเป็นภยั แกป่ ระเทศ ทง้ั ที่ประเทศพมา่
กำ� ลังตกอยู่ ในภาวะสงคราม ถ้าทำ� ลายท่านกเ็ ทา่ กับท�ำลายคนพม่าทง้ั ประเทศด้วย ชาวพม่า
ไม่เห็นดีดว้ ย ในการทำ� เชน่ นั้น

ทหารอังกฤษหลายคนยืนพูดกันอยู่ประมาณคร่ึงชั่ว โมงเก่ียวกับเร่ืองท่าน จากน้ันเขาก็
แนะวา่  ใหร้ บี พาท่านหนีจากท่นี เี่ สีย โดยเร็ว เด๋ียวพวกอน่ื มาจะล�ำบาก บางทเี ขา ไมฟ่ งั ค�ำขอรอ้ ง

322

ทา่ นอาจเปน็ อันตราย ได้ องคท์ ่านเองขณะเขาจบั จอ้ งมองดูดว้ ยทา่ ทางเปน็ ศัตรู ทา่ นมีแต่เจรญิ
เมตตาและระลึกถึงพระคุณของพระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ตลอดเวลา เมอื่ เขาผ่าน ไป
แล้วญาติ โยมก็พาท่าน ไปส่งและพา ไปอยู่ ในภูเขาท่ีลึกลับ ไม่ ให้เขาค้นพบ ไม่ ให้ท่านลงมา
บณิ ฑบาต พอถงึ เวลาชาวบา้ นพากันแอบเอาจงั หนั  ไปถวายท่าน นับแต่วันนั้นผ่าน ไปทหารอังกฤษ
มากวนเรื่อย ถา้ พบทา่ นเหน็ ท่าน เขาจะท�ำลายจริง ๆ  เขามาว่นุ วายถามหาทา่ นวนั หนง่ึ หลาย ๆ
พวก พวกญาต ิโยมเหน็ ท่า ไม่ดี กลัวทา่ นจะ ไม่ปลอดภยั จึง ไดพ้ าท่าน ไปส่ง ให้หลบหนกี ลบั มา
เมือง ไทยเรา  โดยเขามาส่ง ใส่ทาง ในป่า ในเขาซ่ึงเป็นทางปลอดภัยและพวกทหารอังกฤษเข้า ไป 
ไม่ถึง เขาบอกทางท่านอยา่ งละเอียด ไม่ ให้ปลีกแวะทางเดิมท่ีเขาบอก แมท้ างจะรกแสนรก
ก็ ใหพ้ ยายาม ไปตามนัน้ ทางนั้นเป็นทางเดนิ เท้าของพวกชาวป่าเขาเดนิ ท่องเท่ยี วหากันจนทะลุถงึ
เมอื ง ไทยเรา พอเขาบอกทาง ให้เรยี บร้อยแลว้ ท่านกเ็ ร่ิมออกเดนิ ทางทั้งกลางวัน กลางคืน ทง้ั  ไม่ ได้
หลบั นอน ท้งั  ไม ่ไดฉ้ นั อะ ไรเลยนอกจากน�ำ้ เทา่ น้นั ท้ังเดนิ บุกป่าฝ่าเขาแทบเป็นแทบตาย ในป่า
มีแตร่ อยสัตวเ์ ตม็  ไปหมด มเี สือ ช้าง เป็นตน้ ม ิได้นกึ วา่ ชีวิตจะรอดพ้นมา ได้ นกึ แตว่ ่าจะตาย
ทา่ เดียวเพราะหลงป่าถา้ เดินผดิ ทางเสียนดิ เดยี ว

ตอนเชา้ วนั ค�ำรบสรี่ าว ๙ นาฬิกา เป็นเร่ืองอัศจรรย์เกินคาด สว่ นจะจรงิ เทจ็ แค ่ไหน
กรณุ าน�ำ ไปพจิ ารณาเม่อื อา่ นพบเร่ืองซึ่งก�ำลังด�ำเนนิ อยู่ขณะนี้ พอท่านเดนิ  ไปถึง ไหล่เขาแห่งหน่ึง
ปรากฏว่ามีความเมื่อยหิวอ่อนเพลียเป็นก�ำลัง คิดว่าจะ ไป ไม่ตลอดเหมือน ใจจะขาด ในเวลาน้ัน
จน ได้ เพราะเดินทางมา ไดส้ ามวันกบั สามคนื เต็ม ๆ  แล้ว  ไม่ ได้พกั นอนและฉันอะ ไรที่ ไหนเลย
นอกจากนัง่ พกั พอบรรเทามหันตทกุ ขจ์ ากการเดนิ ทางช่วั ขณะหน่ึงเทา่ น้ัน พอมาถงึ ทีน่ นั้ เกดิ ความ
คิดข้ึนมาว่าเราก็เดินทางเสี่ยงความตายมาทุกลมหาย ใจ จนกระท่ังบัดน้ีก็พอผ่านมา ได้ยัง ไม่ตาย
ลมหาย ใจก็ยัง ไม่ขาดความสืบต่อ แต่นับแต่ขณะแรกท่ีเราออกเดินทางมาจนบัดนี้ ไม่เคยเห็น
บ้านคนเลย แม้หลังคาเรือนหน่ึงพอ ได้อาศัย โคจรบิณฑบาตประทังชีวิต ไว้บ้าง น่ีเราเลยจะ
ตายทิ้งเสียเปล่า ๆ จะ ไม่มีคนมาชุบชีวิต ไว้ด้วยอาหารเพียงมื้อหนึ่งบ้างหรือ เรามาด้วยความ
ลำ� บากยากเยน็  ในคราวนี้ ซึ่ง ไม่มคี ราว ไหน ในชวี ติ ของเราจะทุกข์มากเหมือนครง้ั นี้ ก็เพอ่ื หลบ
ภยั สงครามอันเป็นเร่อื งของความตายทม่ี นุษยก์ ลัวกัน แตแ่ ล้วกจ็ ะมาตายเพราะสงครามอดอยาก
หิว โหยและการเดนิ ทางแบบล้มทงั้ ยนื นหี้ รอื ถา้ เทวบุตรเทวธิดาชั้นฟา้ บนสวรรค์มีดงั พระพุทธเจา้
ตรสั  ไว้ และว่าพวกนี้มีตาทพิ ย์หูทพิ ย์มองเห็น ได้ ไกลจรงิ ดงั วา่ ก็จะ ไมม่ องเห็นพระซง่ึ ก�ำลงั จะ
สิ้นลมตายอยู่เวลาน้ีบ้างหรืออย่าง ไร เราเช่ือค�ำของพระพุทธองค์ตรัส ไว้ แต่เทพฯ ทั้งหลาย
ทเ่ี คย ไดร้ ับความอนเุ คราะหจ์ ากพระมามากตอ่ มากท้ังครัง้  โน้นและครั้งน้ี จะเป็นผูม้ ี ใจอนั จืดดำ�

323

จนถงึ ขนาดนเี้ ชยี วหรอื ถ้า ไม ่ใจจืดกข็ อ ไดแ้ สดงนำ้�  ใจ ใหพ้ ระท่กี �ำลังจะตายอย่ขู ณะนี ้ไดเ้ หน็ บ้าง
จะ ได้ชมวา่ เทวธดิ าเทวบตุ รทง้ั หลายเป็นผู้มี ใจสงู และสะอาดจรงิ ดังชาวมนุษยส์ รรเสรญิ (ทที่ า่ นพูด
อยา่ งนีท้ ราบวา่ ทา่ นกเ็ คยมอี ะ ไร ๆ กับพวกน้ีอยเู่ หมือนกัน แตข่ อผ่าน ไป)

เป็นทน่ี า่ ประหลาดและอศั จรรย์ บาปมี บญุ มี เห็นผลทันตาซ่ึง ไม่นา่ จะเป็น ไป ได้ พอ
ทา่ นนึกอย่างนั้นจบลง ไม่กน่ี าทเี ลย ขณะทีก่ �ำลงั เดนิ  โซซัด โซเซ ไปนน้ั ก็ ได้เหน็ สุภาพบรุ ุษคนหนึ่ง
แตง่ ตัวหรหู ราผดิ คนชาวป่าอย่มู าก ราวฟา้ กับดิน ก�ำลงั นัง่ นง่ิ ยกเคร่ือง ไทยทานขน้ึ จบอยบู่ นศรี ษะ
ข้างทางทที่ ่านจะเดนิ ผา่ น ไป ในหบุ เขาอันลกึ ซ่งึ  ไมน่ า่ จะเปน็  ไป ได้ ขณะนัน้ ทา่ นเกิดความอศั จรรย์
ขนลูกซ ู่ ๆ ไ ปทั้งตวั ลืมความเม่อื ยหิวออ่ นเพลีย ไปหมด ปรากฏแตค่ วามอัศจรรยเ์ ตม็ หวั  ใจ เม่ือ
มองเห็นสภุ าพบรุ ุษผ ู้ใจบุญนง่ั รอ ใสบ่ าตรอยขู่ ้างหนา้ ห่างกับทา่ นประมาณ ๔ วา ข้างพ่มุ  ไม้

พอทา่ นเดิน ไปถึงสุภาพบรุ ุษนน้ั กพ็ ดู ขึน้ ประ โยคแรกวา่ นมิ นตพ์ ระคณุ เจ้าพกั ฉันจังหันพอ
บรรเทาความหวิ  โหยอ่อนเพลยี ทน่ี ่กี อ่ น มกี �ำลังแล้วคอ่ ยเดนิ ทางต่อ ไป คงจะพ้นดงหนาปา่ ทบึ  ใน
วันนแ้ี น่นอน ท่านเองก็หยดุ ปลงบริขารจดั บาตรเตรยี มรบั บาตรกบั สภุ าพบุรุษน้ัน เสร็จแล้วกเ็ ขา้
รบั บาตร นา่ อัศจรรย ์ไมว่ า่ ขา้ วว่ากับหวาน – คาวทกุ ชน้ิ ท่ีบรุ ุษนนั้  ใสบ่ าตร ขณะทเ่ี ทลง ในบาตร
ปรากฏว่าหอมตลบอบอวล ไปทง้ั ป่าและท่วั พภิ พ ข้าวกับก็พอดกี ับความต้องการ ไมม่ าก ไม่นอ้ ย
ซึ่งลว้ นแตม่ ี โอชารสอยา่ งมหศั จรรย์ท้ังสน้ิ ชนดิ บอก ไมถ่ ูก ถ้าพูดมากเขากจ็ ะว่า โกหก แต่ความจริง
ก็ ได้กลายเป็นความอัศจรรย์ต่อหน้าต่อตา จน ไม่สามารถพูดอย่าง ไร จึงจะถูกกับความจริงท่ี
ประจักษ์ตาประจกั ษ ์ใจ ในขณะน้ัน

พอ ใส่บาตรเสรจ็ ท่านกถ็ ามวา่ โยมมาจาก ไหน บ้าน โยมอยูท่ ่ี ไหน อาตมาเดินทางมา ได้
สามคืนกบั สวี่ นั นี้แลว้  ไมเ่ คยเจอบา้ นคนเลย สุภาพบรุ ุษนัน้ ตอบทา่ นว่า ผมมาจาก โนน้ ชมี้ ือ ไป
สูง ๆ พกิ ล บา้ นผมอยู่ โนน้ ท่านถามวา่ ทำ�  ไมถึงรวู้ า่ พระจะมาท่นี แี่ ละมาคอย ใสบ่ าตรถูก เขา
ย้ิมนดิ แต่ ไม่ตอบวา่ กระ ไรเลย จากน้นั ทา่ นก็อนุ โมทนา ใหพ้ ร พอ ใหพ้ รเสร็จเขากพ็ ดู เป็นประ โยค
สดุ ทา้ ยวา่ โยมจะ ได้ลาทา่ นกลบั  ไปเพราะบ้านอยู่ ไกล ดังน้ีซึ่งปรกติเขาเป็นคนพดู นอ้ ย แตม่ ี
ท่าทางองอาจมาก ผิดคนธรรมดา ผวิ กายทกุ ส่วนผอ่ ง ใสมาก ขนาดกลางคนตามวัย รปู ร่างก็
ปานกลาง ไมส่ ูงนกั ต�ำ่ นกั กิริยาสำ� รวมดีมาก พอเขาลาท่านแลว้ กล็ กุ จากที่ ทา่ นก็พยายามคอย
สังเกตเพราะเขาเปน็ คนท่ีผดิ สงั เกตอยูแ่ ล้ว เมอื่ เขาเดนิ ออก ไปประมาณ ๔ วา ก็ลับกับ ไม้ต้นหนง่ึ
ซึ่ง ไม ่ใหญ ่โตนัก แลว้ หาย ไปเลยคอยจะผา่ นออก ไปก็ ไม่เหน็ ตาจบั จ้องคอยดูเทา่  ไรกไ็ ม่เห็น
ย่งิ ท�ำ ให้ผดิ สังเกต ทา่ นจงึ ลกุ จากท่นี ั่งเดนิ  ไปดทู ่ีตน้  ไม้ทีเ่ ขาผ่าน ไปก็ ไมเ่ หน็ มอง ไปมาที ่ไหน

324

ซงึ่ ถ้ามคี นอยูบ่ รเิ วณนั้นต้องเหน็ แนน่ อน แตน่ ่ ีไม่เห็นเลยแตบ่ ัดนัน้ ย่ิงทำ�  ให้ทา่ นผดิ สังเกตและ
เกิดความสงสยั ยงิ่ ขน้ึ บุรษุ นน้ั ทำ�  ใหท้ ่านประหลาด ใจมาก เมื่อ ไม่เห็นท่านกก็ ลับมาเรมิ่ ฉันจังหนั
ข้าวก็ดแี กงก็ดี หยบิ ช้ิน ไหนขึน้ มามนั ม ิใชอ่ าหาร ในเมอื งมนุษยท์ เ่ี คยฉนั มาธรรมดา ความหอมหวน
ชวนช่ืนและรสชาตเิ อรด็ อรอ่ ย มนั เป็นเรอื่ งอัศจรรย์ ไปเสยี หมด ท้ังขา้ วและอาหารหวานคาว
ล้วนพอดิบพอดีกบั ความตอ้ งการของธาตทุ ุกสว่ น อะ ไร ๆ ซง่ึ ชา่ งพอดีเอาเสียทุกอยา่ ง ไมเ่ คยพบ
เคยเหน็ ขณะทฉี่ ันปรากฏว่า โอชารสของอาหารวงิ่ ซา่ น ไปทกุ ขมุ ขน ประกอบกบั ความหวิ  โหยก็
ก�ำลงั บบี บังคบั อยา่ งเต็มท่ีอยดู่ ว้ ย เลย ไม่ทราบว่ารสความหวิ หรอื รสอาหารเทวดากนั แน่ อาหารที่
สภุ าพบรุ ุษถวายท้ังสนิ้ ทา่ นฉันหมดพอดีและพอเหมาะกบั ความต้องการของธาตุ ไมม่ าก ไมน่ อ้ ย
ไมข่ าด ไม่เกิน ถา้ สมมตุ วิ า่ อาหารยงั เหลืออย่อู ีกแมเ้ พยี งเล็กนอ้ ยก็คงฉนั ต่อ ไปอกี  ไม ่ได้

พอฉันเสร็จก็เร่ิมออกเดินทางด้วยท่าทางแข็งแรงเปล่งปล่ังอาจหาญสุดจะคาดราวกับมิ ใช่
คนทก่ี �ำลงั จะส้นิ ลมหาย ใจอยู่ ในครูก่ ่อน ๆ นัน่ เลย ทัง้ เดินทาง ทง้ั คดิ เรื่องบุรุษลึกลบั  ไปตลอดทาง
จนลมื เหนด็ เหนอื่ ยและลมื ระยะทางวา่ ยงั  ใกลย้ งั  ไกลเปน็ ทางผดิ หรอื ทางถกู ลมื สน ใจทง้ั สน้ิ พอตก
เยน็ กพ็ ้นดงหนาป่า ใหญ่พอดี ตรงกับคำ� สุภาพบุรษุ ท�ำนาย ไว้ทุกประการ กา้ วเข้าเขตประเทศ ไทย
เราดว้ ยความปีตยิ นิ ดีมาตลอดทาง วนั น้ันหายความทกุ ขท์ รมานกายทรมาน ใจตลอดวัน เมื่อ
เข้าถงึ เขต ไทยอนั เปน็ แดนทเี่ กดิ ของตนจงึ เกดิ ความแน ่ใจว่าเรายัง ไมต่ ายส�ำหรบั คราวนี้ ทา่ นวา่
บรุ ษุ นน้ั ตอ้ งเป็นทวยเทพชาว ไตรภพแน่นอน ไม ่ใชค่ นธรรมดาสามัญทต่ี ้ังบา้ นเรือนอยแู่ ถบนั้นเลย
คิดดเู วลาจากสภุ าพบรุ ุษคนนนั้ มาแล้วก็ ไม่ปรากฏว่า ไดพ้ บบ้านเรือนท่ี ไหนอกี เลย ทางสายนกี้ น็ า่
แปลก ใจ ซ่ึงน่าจะมีหมู่บ้านอยู่บ้าง ในระหว่างทางอย่างน้อยสักแห่งหน่ึง เลยท�ำ ให้ท่านสงสัย
 ไปเสียหมด กระท่ังหนทางเดินเพื่อหลบภยั

การหลบภยั กห็ ลบเอาเสยี จริง ๆ  หลบกระทง่ั ผูค้ นก็ ไม่เจอ จังหนั ก็ ไม่เจอ หลบจนแทบ
เจอภัยคอื ความอดตาย ถึงผ่านมา ได้ ท่านวา่ การท่ีผ่านความตายและความรอดตายมา ได้ครงั้ นี้
ทำ�  ให้ทา่ นอดคิด ไป ในแงเ่ ทวาปาฏหิ าริย์ ไม ่ได้เพราะทางทมี่ าล้วนเตม็  ไปด้วยอันตรายรอบดา้ น ช้าง
เสือ หมี งู ชกุ ชุมมากตลอดเวลา แต่ตลอดทางที่ผ่านมา ไม่เคยเจอจำ� พวกสัตวร์ ้ายเหล่านีเ้ ลย
นอกจากจ�ำพวกเน้ือท ่ีไมเ่ ป็นภยั ตอ่ ชวี ติ เราเทา่ น้ัน ถ้าอยา่ งธรรมดาแล้วท่านวา่ อยา่ งน้อยต้องเจอ 
ในวันหรอื คืนหนง่ึ  ๆ ถึงห้าจำ� พวก เฉพาะเสอื กับช้างเป็นสำ� คัญ นา่ กลวั จะยัง ไม่ข้ามวนั ข้ามคืนตอ้ ง
ทอดท้ิงร่างกาย ไว้กับสัตว์ร้ายจ�ำพวก ใดจ�ำพวกหน่ึงแน่นอน แต่ที่ยังผ่านมา ได้ราวกับปาฏิหาริย์
เช่นนี้ จะ ไม่อัศจรรย์อย่าง ไร ต้องเป็นเรื่องของธรรมบันดาลหรือเทวาฤทธิ์บันดาลอย่าง ใด
อย่างหน่ึงหรือท้ังสองอย่างแน่นอน เพราะก่อนจะมาชาวบ้านก็วิตกห่วง ใยด้วยกันท้ังบ้านว่ากลัว

325

เราจะไป ไมร่ อดอนั ตรายทเี่ กดิ จากสตั วม์ เี สอื ชา้ ง เปน็ ตน้ แต่เขาก็หาทางหลีกเล่ียงช่วยเรา ไม่ ได้
ถ้าขืนอยู่พม่าอีกต่อ ไปก็ย่ิงแน่ต่ออันตรายจากสงครามทหารองั กฤษ จงึ ช่วยกนั คิดเพอ่ื แบง่ หนัก 
ใหเ้ ปน็ เบาลงบา้ ง โดยส่งเราข้ามเขตอนั ตรายของมนุษย์กระหายเลือด ไปเสีย เพื่ออนาคตของ
เราที่อาจจะยังสืบต่อ ไปอีกนานถ้าเขา ไม่ฆ่าเสีย ในระยะนี้ จึง ได้ฝืนเดินฝ่าอนั ตรายนานาชนิดมา
แทบเอาตัว ไม่รอดดงั นี้

กรณุ าทา่ นผอู้ ่านพิจารณาดู ผ้เู ขยี น ได้ยินมาอย่างน้ี ไม่กล้าตัดสินเอาคนเดยี วแบง่  ให้ทา่ น
ผู้อื่น ไดม้ ีสว่ นวินจิ ฉัยดว้ ย แตอ่ ดทจ่ี ะอศั จรรย์ ในเหตกุ ารณ ์ไม่ ได้ ท่ี ไมน่ า่ เปน็  ไป ได้ แต่กเ็ ปน็  ไป 
ใหเ้ หน็ อยา่ งชดั เจน นบั วา่ ชวี ิตธดุ งคกรรมฐานของท่านอาจารย์องค์น้ีส�ำบุกส�ำบนั มาก นอกนน้ั ยงั
มปี ระสบการณ์ปลกี  ๆ  ย่อย ๆ  เรอ่ื ยมา เพราะทา่ นชอบอยูแ่ ต่ป่าแต่เขาตลอดมา ไมค่ อ่ ยเห็น
ทา่ นเข้ามาเกย่ี วข้องกับฝงู ชน ทา่ นอยู่ลึก ไมม่ ี ใครกลา้ เข้า ไปนิมนตถ์ งึ

พระปฏิบัติสายทา่ นพระอาจารย์มน่ั ทา่ นมกั อยูแ่ ต่ ในปา่  ในเขา เนอื่ งจากองค์ท่านอาจารย์
เองพาด�ำเนินมาและส่งเสริมบรรดาศิษย์ ในทางน้ัน เท่าท่ีสังเกตท่านตลอดมา ท่านชอบพูด
ชมป่าชมเขาประจำ� นสิ ยั ทที่ า่ นชอบอยู่ป่าอยเู่ ขาตลอดมา ทา่ นว่าแมร้ ้ธู รรมมากน้อยหยาบละเอียด
เพียง ไรก็ชอบรู้อยู่ตามป่าตามเขาแทบท้ังน้ัน ไม่ค่อยรู้ธรรมพอ ให้มีความสงบเย็นเพราะอยู่ ในท่ี
เกล่ือนกล่นบ้างเลย แม้ธรรมที่น�ำมาส่ังสอนหมู่คณะอยู่ทุกวันนี้ก็ ได้มาจากความรอดตาย ในป่า
 ในเขาน่นั แล แมท้ า่ นมรณภาพแล้ว โดยทางรูปกาย แตค่ วามสัมพันธร์ ะหว่างนมิ ิตทปี่ รากฏเปน็
องค์แทนท่านกบั ความรทู้ างจิตตภาวนาของบรรดาศิษย์ท่มี ีนิสัย ในทางนี้กม็ ีตอ่ กันอยูเ่ สมอมา ราว
กับท่านยังมีชีวิตอยู่ การภาวนาเกิดขัดข้องอย่าง ไรบ้าง ท่านก็มาแสดงบอกอุบายวิธีแก้ ไข 
โดยทางนิมิตเหมือนองค์ท่านแสดงจริง ๆ  ท�ำนองพระอรหันต์มาแสดงธรรม ให้ท่านฟัง ในที่ต่าง ๆ
ดังที่เขียนผ่านมาแล้ว ถ้าจิตของผู้นั้นอยู่ ในภูมิ ใด และขัดข้องธรรมแขนง ใดท่ี ไม่สามารถแก้ ไข 
โดยล�ำพังตนเอง ได้ ท่านก็มาแสดงธรรมแขนงน้ันจนเป็นท่ีเข้า ใจ แล้วนิมิตคือรูปภาพของ
องคท์ า่ นกห็ าย ไป หลงั จากน้ันกน็ �ำธรรมเทศนาที่ท่านแสดง ใหฟ้ ัง ในขณะน้ัน มาแยกแยะหรือ
ตีแผ่ออกตามก�ำลังสติปัญญาของตน ให้กว้างขวางออก ไป และ ได้อุบายเพ่ิมขึ้นอีกตามภูมิท่ีตน
สามารถ

ท่านทม่ี นี สิ ัย ในทางออกรู้สงิ่ ตา่ ง ๆ ยอ่ มมีทางรบั อุบายจากทา่ นทีม่ าแสดง ใหฟ้ งั  ได้ตลอด ไป
ทีเ่ รียกว่าฟงั ธรรมทางนิมิตภาวนา ท่านมาแสดงธรรม ใหฟ้ งั ทางนมิ ติ ผรู้ บั กร็ บั รทู้ างนมิ ติ ซง่ึ เป็น
ความลึกลบั อย่บู า้ งส�ำหรบั ผ ู้ไมเ่ คยปรากฏ หรือผู้ ไม่เคย ได้ยินมาเลย อาจคดิ วา่ ผรู้ ับ ในทางนมิ ติ

326

เป็นความเหลว ไหลหลอกลวงก ็ได้ แต่ความจรงิ กเ็ ป็นอยา่ งนั้นพระปฏบิ ัตทิ ี่มนี ิสยั  ในทางน้ีทา่ นรับ
เหตกุ ารณ ์ในทางน้ดี ้วย อันเป็นความรู้พิเศษเฉพาะราย ๆ ม ิได้ทว่ั  ไปแก่ผูป้ ฏบิ ตั ิท้ังหลาย คือ
เป็น ไปตามภมู ินิสัยวาสนา ดังท่านอาจารย์มั่นฟงั พระ โอวาทของพระพทุ ธเจา้ ทเี่ สด็จ ไป โปรด และ
ฟังธรรมทีพ่ ระสาวกมาแสดง โดยทางนมิ ิตเสมอมา บรรดาศษิ ย์ทีม่ ีนิสยั คล้ายคลงึ ท่านกม็ ที างทราบ 
ได้จากนิมิตท่ีท่านมาแสดง หรอื พระพุทธเจา้ และพระสาวกมาแสดง ถ้าเทียบก็น่าจะเหมือน
พทุ ธนิมิตของพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม โปรดพระพทุ ธมารดา ในช้ันดาวดึงสส์ วรรค์ฉะนนั้

แต่เร่ืองของพระพุทธเจา้ เปน็ เรอื่ ง ใหญ่มาก จิต ใจคนนอ้ มเชอื่  ไดง้ ่ายกวา่ เรอื่ งทั่ว ๆ ไ ป แม้
มีมูลความจริงเท่ากัน จึงเป็นการยากที่จะพูด ให้ละเอียดยิ่งกว่าที่เห็นว่าควร ดังน้ันผู้เขียนจึง
 ไม่สะดวก ใจท่ีจะเขียน ให้มาก ไปกว่านี้ และขอมอบ ไว้กับท่านผู้ปฏิบัติจะทราบเรื่องเหล่าน้ีด้วย
ความรู้อนั เปน็ ปจจฺ ตตฺ ํของตวั เอาเอง ดกี วา่ ผอู้ ื่นอธบิ าย ให้ฟงั เพราะเป็นความแน ่ใจตา่ งกนั อยมู่ าก
ส�ำหรับผู้เขียนมีความรู้สึกอย่างนั้น อะ ไรก็ตามถ้าตนมีความสามารถพอเห็น ได้ฟัง ได้ สูดกลิ่น
ลม้ิ รสและรเู้ ห็นทกุ ส่ิง ได้ดว้ ยตวั เอง ก ็ไม่อยากรับทราบจากผอู้ นื่ มาเลา่  ใหฟ้ ัง เพราะแมท้ ราบแล้ว
บางอยา่ งก็อดสงสัยและคิดต�ำหนิติเตียน ไม่ ได้ แมผ้ มู้ เี มตตาจิตเลา่  ให้ฟัง ด้วยความบริสุทธิ์ ใจ
เพราะเรามนั ปุถุชน ไม่บรสิ ุทธิน์ ่ี มันจึงมักจะชนดะ ไปเรือ่ ย ไมค่ อ่ ยลง ใครเอางา่ ย ๆ ฉะน้ัน
จงึ ควร ใหต้ นร้เู อาเอง ผิดกับถกู กต็ วั รบั เอาเสียเอง ไม่ต้อง ให้คนอ่ืนพลอยร�ำคาญทนฟงั คำ� ต�ำหนิ
ตเิ ตยี นจากตน ดงั ท่านวา่ บาป ใครบุญเรากร็ บั เอาเอง ทุกข์กแ็ บกหามเอง สขุ ก็เสวยเอง ร้สู กึ วา่
ถกู ตอ้ งและง่ายดดี ว้ ย

ท่านพระอาจารย์มั่นเป็นผู้มีประวัติงดงามมาก

ประวัติท่านพระอาจารย์ม่ัน ผู้เขียน ได้พยายามหมดภูมิเพียงเท่านี้ ในชีวิตก็น่าจะมี
คร้งั เดยี วเท่านี้ ไม่สามารถจะเขียน ใหล้ ะเอยี ดลออและ ไพเราะเพราะพร้งิ ยิง่ กว่าน้ ีได้อีก ผิดถกู
ประการ ใดกห็ วัง ไดร้ บั อภัยจากท่านผอู้ า่ นดังท่ีเคย ให้มาแล้ว ทเ่ี ขยี นมาแตต่ ้นจนเข้าข้ันสรปุ ความ
พยายามก็นบั ว่ากินเวลานานพอควร แต่เรื่องทา่ นแมจ้ ะเขยี น ไปอีกราวสามปกี ็คง ไม่จบ ส่วน
ความสามารถแห่งการจดจ�ำและการเขียนหากหมดก�ำลังเอาเองทั้งท่ีอยากเขียน ให้พ่ีน้องท้ังหลาย 
ได้อ่านสม ใจ ท่พี วกเรา ไม่เคยเหน็ องค์ท่านกอ็ าจมีอย่มู ากท่ี ได้อ่านประวัติท่านอยูเ่ วลาน้ี ตลอด
การปฏิบัติด�ำเนินท่ีท่านพยายามฝึกตนมานับแต่วันบวชจนถึงวันมรณภาพ แม้ ได้เห็นบ้างเพียง
ประวัติทา่ นก็ทัง้ ที่ ไม่สมบรู ณเ์ ต็มภูมแิ หง่ เรอ่ื งทบ่ี รรจุอยู ่ในองค์ทา่ น

327

ท่านพระอาจารย์ม่นั เป็นผู้มปี ระวัตงิ ดงามมากมาแต่เป็นฆราวาส สมทา่ นมีนสิ ัยเปน็
นกั ปราชญม์ าด้งั เดิม ไมป่ รากฏวา่  ได้ท�ำความเสียหายหรอื กระทบกระเทือนจติ  ใจทา่ นผ้ ูใดมากอ่ น
เลย ตลอดบิดามารดาวงศาคณาญาติ ทา่ นปฏิบัติตวั ราบรืน่ ปลอดภัยตลอดมา เวลามาบวชก็
พยายามบำ� เพญ็ ตนจนเปน็ หลกั ฐานมนั่ คง ในองคท์ า่ น และเปน็ ทย่ี ดึ เหนย่ี วจติ  ใจประชาชนพระเณร
ตลอดมาจนวนั อวสานสดุ ทา้ ย นคี้ ือท่านผสู้ ว่างมาและสวา่ ง ไป ควรเปน็ คติตวั อย่างอนั ดีเยยี่ ม ใน
สมยั ปัจจบุ นั  ไดผ้ หู้ น่ึง โดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสยั

การบ�ำเพ็ญประ โยชน์ตน ก็เยี่ยมยอดเฉียบขาด ไม่มีกิเลสตัว ใดแซงหน้าท่าน ไป ได้
ท�ำความบ�ำราบปราบปรามจนหมดเกล้ียง ไม่เหลือหรอ จน ได้นามจากบรรดาศิษย์ผู้ ใกล้ชิดและ
เคารพนับถือว่า ท่านเป็นพระอรหันต์องค์หน่ึง ในสมัยปัจจุบัน การบ�ำเพ็ญประ โยชน์แก่ โลก
ก็ ไม่มอี ะ ไรเคลอื่ นคลาดขาดสติปัญญาพอจะแทรกแซงคัดคา้ น ไดว้ ่าท่านพาด�ำเนนิ ผดิ ทาง นบั แต่
ขัน้ ต้นจนอวสานแห่งธรรม เปน็ ผ้สู ามารถฉลาดร้ทู ้ังภาย ใน คือ จริตนิสยั ของผู้มาอบรมศกึ ษา
ทัง้ ภายนอกเก่ยี วกับการสงั คมสงเคราะห์ โลกท่ัว ไป ไม่นยิ มว่าเป็นคนป่า คนเขา คนฉลาดชาติ
ชนั้ วรรณะสูงตำ�่ ประการ ใด ท่านเตม็  ไปด้วยความเมตตาอันหาทเี่ ปรยี บมิ ได้

แมว้ นั  ใกลจ้ ะลา โลกลาขนั ธ์ เมอ่ื ลกู ศษิ ยผ์ จู้ นตรอกออกซอย ไม ่ไดเ้ ขา้  ไปกราบเรยี นถามปญั หา
ขอ้ อรรถข้อธรรม แทนทที่ ่านจะปล่อยวาง ไปตามขนั ธ์เสยี ทุกอยา่ ง แต่เมตตาจิตประจำ� นิสยั ม ิได้
ปล่อยวาง ยงั อตุ สา่ หเ์ มตตาอนุเคราะห์สั่งสอนจนสิ้นสงสัย ไป ในขณะนนั้ บรรดาศิษยแ์ ตล่ ะองค ์
ได้ปัจฉมิ  โอวาท ไวเ้ ป็นขวัญ ใจคนละบทละบาท ไมเ่ สียชาตทิ ่ี ไดม้ าพบเหน็ ทา่ นผ้ปู ระเสรฐิ เลิศ โลก
ยัง ได้ยึด ไว้เป็นสรณะอย่างสนิทติด ใจตลอดมา บรรดาศิษย์ผู้ ใหญ่หลายท่านท่ี ได้รับประสิทธ์ิ
ประสาทธรรมจากทา่ นมาเป็นหลักยึด ตา่ งก็ตงั้ ตัวเปน็ หลักฐานทางดา้ นจิต ใจ ได้ จนกลายเป็น
ครูอาจารย์สัง่ สอนสานศุ ิษยส์ บื ทอดกันมา ไมข่ าดทุนสญู อริยทรัพยอ์ นั เลิศ ไปเสยี ส่วนศษิ ยผ์ ้นู ้อย
และย่อย ๆ ลง ไปทจี่ ะเป็นก�ำลังของศาสนาตอ่  ไปกย็ ังมีอยู่มาก และท่านที่มีสมบตั ิมาก (คณุ ธรรม)
แต่มิ ได้ปรากฏตัวเปิดเผยก็ยังมีอยู่หลายท่าน ซ่ึงล้วนเป็นลูกศิษย์ท่ีท่านเมตตาเป่ากระหม่อม
กล่อมธรรมลง ในดวง ใจมาแลว้ ทัง้ นั้น

บรรดาการพัฒนาหม่ชู นและการเข้าถงึ ประชาชน ควรพดู  ไดว้ า่ ทา่ นเปน็ อาจารยเ์ อก 
ในการพฒั นาจติ  ใจคน  ใหเ้ ขา้ ถงึ อรรถถงึ ธรรม ถงึ เหตถุ งึ ผล ใหร้ ดู้ รี ชู้ ว่ั อนั เปน็ หลกั สากลของ
การปกครอง โลก เพราะการพัฒนาจิต ใจเป็นการพัฒนาที่ถูกกับจุดศูนย์กลางของ โลกของธรรม
อยา่ งแท้จริง โลกจะเสอ่ื มพินาศ ธรรมจะฉบิ หาย ตอ้ งขนึ้ อยกู่ บั จติ เป็นผู้เส่ือมฉิบหายมาก่อน

328

การเคลื่อน ไหว คือ การทำ� จึงเปน็ ประ โยคสงั หาร โลก ทำ� ลายธรรมตามกนั มา ถา้  ใจ ได้รบั
การอบรมดว้ ยดี การเคล่ือน ไหวทางกายวาจาก็เป็นประ โยคสง่ เสรมิ  โลก ให้เจรญิ ธรรมก็ร่งุ เรือง
เป็นเงาตามตัว ก็คนท่ ีได้รบั การอบรมธรรมจนเขา้ ถงึ จติ  ใจแลว้ จะทำ� ความฉิบหาย ไดล้ งคอละ่ หรือ
ไม่เคยเห็นมี ในคติธรรมดาท่ีเคยเป็นมาแล้ว นอกจากความรู้ประเภทนกขุนทองท่อง ได้คล่องปาก
จ�ำ ได้คล่อง ใจ แตธ่ รรมนิสัย ไม่เข้าถึง ใจเท่านั้น

ทา่ นเปน็ ผู้เข้าถงึ จติ  ใจประชาชนพระเณรแท้ ผเู้ คารพเลอ่ื ม ใสท่านอย่างถึง ใจแล้วแม้ชวี ติ ก็
ยอมถวาย ได้ ไมอ่ าลัยเสยี ดาย ทกุ สงิ่ ถ้าลง ได้เขา้ ถงึ  ใจแลว้ ไม่วา่ ดหี รอื ช่ัวยอ่ มเป็นแรงผลักดันอย่าง 
ไมม่ ีแรง ใด ๆ  เทียบเทา่  ได ้ใน โลก ไมเ่ ช่นนนั้ คนเรา ไม่กลา้ ท�ำความดหี รือความช่ัวอย่างสม ใจ ได้
ทที่ ำ�  ได้อย่าง ไม่สะทกสะท้านและกลัวตายกเ็ พราะ ใจ ไดเ้ ขา้ ถงึ สิง่ นั้น ๆ โดย ไม่มที างหลบหลีกแล้ว
นพี่ ดู เฉพาะทางดเี กยี่ วกบั ความเคารพเลอ่ื ม ใส ในทา่ นอาจารยม์ นั่ วา่ เปน็ อยา่ งนนั้ จรงิ  ๆ  เทา่ ทท่ี ราบ
ในวงปฏบิ ตั ดิ ว้ ยกนั

เฉพาะอยา่ งยงิ่ คอื พระทธ่ี รรมทา่ นเขา้ ถงึ  ใจแลว้ ทา่ นแสดงความอาจหาญมาก วา่ ความเชอื่
เลอื่ ม ใสท่าน  ไม่มีอะ ไรเทยี บ ได้เลย แมช้ ีวิตทีแ่ สนรักสงวนมาดัง้ เดิมยงั กลา้ สละเพอ่ื ท่าน ไดด้ ้วย
อ�ำนาจความเช่ือความเลือ่ ม ใสที่มีกำ� ลงั แรง สิง่ น้ีสละ ไม ่ได้ สว่ นชวี ติ สละ ได ้ไม่ยากเลยดงั นี้ เพยี ง
เทา่ นี้กพ็ อทราบ ได้วา่ ท่านเปน็ เหมือนแมเ่ หลก็ ทีด่ งึ ดดู จติ  ใจคน ได้อยา่ งอัศจรรย์ ทงั้ ยังมชี วี ิตอย่แู ละ
ผา่ น ไปแลว้ เฉพาะความเคารพรกั และเลอื่ ม ใส ในทา่ น ส�ำหรับผ้เู ขยี นคน ไม่เป็นท่ามาด้ังเดิม
รู้สึกว่าแปลกต่างคนทั้งหลายอยู่มาก ว่าท่านเพิ่งผ่าน ไป โดยทางขันธ์เม่ือวานนี้เท่านั้น ท้ังที่ ได้
๒๐ ปเี ต็มแล้ว สว่ นทางจติ  ใจท่านเหมือน ไม่ ไดผ้ ่าน ไปเลย คงเมตตาต่อเราอย่ตู ลอดเวลา

สุดท้ายแห่งประวัติท่าน

สุดท้ายแหง่ ประวัตทิ ่าน จงึ ขอน�ำธรรมทท่ี า่ นแสดง ในระยะทเี่ ร่ิมป่วยมาถึงระยะปัจฉิม – 
โอวาทมาลงเท่าทจี่ ำ�  ได้ เพราะความสลกั  ใจ ในองคท์ ่านตลอดมา ในเนอ้ื ธรรมท่แี สดง ในระยะ
เร่ิมปว่ ยคลา้ ยกบั เปน็ ค�ำเตอื นสงฆ์ วา่ ท่านนบั แต่ขณะเร่ิมป่วยคราวน้ี เปน็ การปว่ ย ในลักษณะ
ที่เริ่มถอดถอนรากเหง้าเค้ามูลชีวิตธาตุขันธ์เกี่ยวกับความผสมทุกส่วนของร่างกาย ให้ลดความคงที่
ดงี ามลง เปน็ ของชำ� รดุ  ใชก้ าร ใชง้ านอะไรไม ่ได ้โดยลำ� ดบั นบั แตบ่ ดั นเี้ ปน็ ตน้  ไป การหว่ งธาตขุ นั ธ์
ความเปน็ ความตายนน้ั ผม ได้พจิ ารณามานานแล้วเกือบ ๖๐ ปี ไมม่ สี ่ิงเปน็ ทีน่ า่ หว่ ง ใยเสียดาย ใด ๆ
ท้ังสน้ิ แลว้ ผมหายสงสัยกับสิ่งเหลา่ นี ้โดยสิน้ เชงิ แล้ว นับแตข่ ณะธรรมของจริงเต็มสว่ นเข้าถึง ใจ

329

มาจนบดั น้ี มองดูส่งิ  ใดทง้ั  ในกาย ทั้งนอกกาย มันเปน็ สภาพอันเดยี วกนั กบั ส่งิ อันมีอยู่ ในกายเรา
ท่ีเร่ิมสลายลงวันละเล็กละน้อยนี้เพ่ือความเป็นของเดิมเขา แม้สมมุติว่ายังเป็นกายเราอยู่ก็ตาม
มันกค็ ือสง่ิ เดยี วกนั กับธาตทุ ่วั  ๆ ไ ปนนั้ เอง

สง่ิ ทีผ่ มเป็นหว่ ง ใยอย่เู วลาน้กี ค็ อื ท่านผมู้ าศึกษาทง้ั หลาย ทง้ั มาจากท่ ีใกล้และท่ี ไกล กลัว
จะ ไม ่ไดอ้ ะ ไรเป็นหลัก ใจ เมอื่ ผมผา่ น ไปแลว้ จึง ได้เตอื นอยเู่ สมอมาว่าอยา่ พากนั ประมาทนอน ใจ
ว่ากเิ ลสคอื เชอื้ แห่งภพความเกิด – ตาย  ไมม่ ที างสน้ิ สดุ เป็นของเล็กนอ้ ย ไมเ่ ปน็ ภยั แก่ตน แล้ว 
ไม่กระตือรอื รน้ เพ่อื แก ้ไขถอดถอนเสียแตก่ าลทย่ี งั ควรอยู่ เมอื่ ถึงกาลทส่ี ุดวิสยั แลว้ จะท�ำอะ ไรกบั
กเิ ลสเหลา่ นี ้ไม ่ไดน้ ะ จะว่า ไมบ่ อก ไมเ่ ตือน คนและสัตวท์ กุ ข์ทรมานมาประจำ� โลก อยา่ เข้า ใจว่า
เปน็ มาจากอะ ไร แตเ่ ปน็ มาจากกเิ ลสตณั หาทเี่ หน็ วา่  ไมส่ ำ� คญั และ ไม่เป็นภัยนั่นแล ผมค้นดู
ทางมาของการเกิด – ตายและการมาของกองทุกข์มากน้อยจนเต็มความสามารถของสติปัญญาที่มี
อย่แู ล้ว ไมม่ ีอะ ไรเปน็ ตัวเหตชุ ักจูงจติ  ใจ ให้มาหาท่ีเกดิ  – ตายและรบั ความทุกขท์ รมานมากนอ้ ย
เลย มแี ต่กเิ ลสตวั ทีส่ ัตว ์โลกเหน็ ว่า ไม่ส�ำคัญและมองข้าม ไปมาอยนู่ ท้ี งั้ สน้ิ เปน็ ตวั การสำ� คญั

ทุกทา่ นท่ีมกี ิเลสประเภทดังกลา่ วบนหัว ใจดว้ ยกันมีความรสู้ กึ อยา่ ง ไรบ้าง หรือยงั เหน็ ว่า 
ไมส่ ำ� คญั เช่นเดยี วกับ โลกทั้งหลายอยดู่ ้วยหรือ ถา้ เห็นอยา่ งนน้ั การมาอยู่และอบรมกบั ผมจะเป็น
เวลานานเพยี ง ไร กเ็ ท่ากบั ทา่ นทัง้ หลายมาท�ำตวั เป็นทัพพขี วางหมอ้ อยู่นานเพยี งนัน้ ถา้ ตอ้ งการ
เปน็ เหมือนลน้ิ ผรู้ อรบั รสกค็ วรฟังธรรมท่ีผมแสดงอยา่ งถงึ  ใจทุกครง้ั  ใหถ้ ึง ใจ อยา่ พากนั เป็นทพั พี
ขวางธรรมอยู่นานนักเลย จะตายท้ิงเปล่า ๆ ยิ่งกว่าสัตว์ตายที่เน้ือหนังยังเป็นประ โยชน์อยู่บ้าง
ส่วนคนประมาทยังเป็นอยู่หรือตาย ไปก็ ไม่มีประ โยชน์อะ ไรเลย

ผมเร่ิมป่วยก็ ได้บอกมา โดยล�ำดบั วา่ ผมเร่ิมตาย ไป โดยลำ� ดบั เช่นเดียวกัน การตายด้วย
ความเพียงพอทกุ อยา่ งเป็นการตายที่หมดกังวลพ้นทุกข์ แม้จะ ไปอยู่ที่ ไหนก็ ไม่มีอะ ไรบกพร่อง
แต่ผู้เพียงพอทุกอย่างแล้ว ไม่จ�ำเป็นต้องคาดต้องหวังสิ่ง ใด ๆ ท้ังสิ้น อยู่กับความเพียงพอน้ีเอง
แตก่ ารตายดว้ ยกเิ ลสความ ไมม่ อี มิ่ พอจะ ไปอย ู่โลก ไหน ความ ไมอ่ ม่ิ พอกต็ ดิ แนบอยทู่ ด่ี วง ใจ ตอ้ ง
ทำ�  ใหเ้ ป็นทุกข์ตามส่วนของกิเลสที่ยังมี ใน ใจอยู่น่ันเอง ท่านทั้งหลายอย่า ไปคาด โลกน้ัน โลกนี้
ว่าน่าสนุกสนานรื่นเริงบันเทิง ใจ เวลาตาย ไปอยาก ไปอยู่ โลกน้ัน โลกนี้ อันความอยากความ 
ไม่เพียงพอกวน ใจอยู่ก่อนท่ียัง ไม่ตาย ท่านท้ังหลายยัง ไม่มองดูมันว่าเป็นข้าศึกเครื่องรบกวน ใจ
แล้วพวกทา่ นจะ ไปหาเอาความสุขจากอะ ไรที ่ไหนกัน ถา้ ท่านทงั้ หลาย ไม่หมดความหวงั ว่าจะ ไป
โลกน้ัน โลกนีอ้ ยูอ่ ยา่ งน้ีแล้ว ผมเองก็หมดปัญญา ไปด้วยท่านท้ังหลายแล้วเวลานี้

330

การเป็นพระ ถ้า ใจยัง ไม่มีความสงบเยือกเย็นทางสมาธิธรรมแลว้ อยา่ เข้า ใจวา่ ตนจะ
 ไดร้ บั ความสขุ เย็น ใจ ในท่ี ไหน ๆ เลย แต่จะ ไปเจอเอาแต่ความรุ่มร้อนทแ่ี อบแฝง ไปกบั หัว ใจท่ี ไมม่ ี
ความสงบนั้นน่ันแล จงพากันรีบช�ำระแก้ ไข ให้พอเห็นช่องทางเดินของจิตเสียแต่บัดนี้เป็นต้น ไป
ใครเพยี ร ใครอาจหาญ ใครอดทน ในการต่อส้กู บั กิเลสตัวฝนื ธรรมอยูต่ ลอดเวลา ผู้นน้ั จะเจอ
ร่มเงาแหง่ ความสงบเย็น ใจ ใน โลกน้ี ในบดั น้ี และ ใน ใจดวงน้ี ไม่เนิ่นนานเหมอื นการท่องเทย่ี ว
ท่เี จอื  ไปด้วยสุขดว้ ยทุกขอ์ ยทู่ กุ ภพทุกชาติ ไม่มีวันจบสิ้นลง ได้น้ี

ธรรมทุกบททุกบาทที่ศาสนาสอน ไว้ล้วนเป็นธรรมร้ือขนสัตว์ผู้เชื่อฟังพระองค์ ให้พ้นทุกข์ 
ไป โดยล�ำดับ จนถึงขั้นธรรมท่ี ไม่กลับมาหลง โลกที่เคยเกิด – ตายนี้อีกต่อ ไป ทา่ นผู้ ไมห่ วงั มา
เกดิ อกี ตอ้ งประมวล โลกทั้งสามภพลง ใน ไตรลกั ษณท์ ห่ี มนุ  ไปดว้ ย อนจิ ฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ตาม
ขั้นหยาบละเอียดของภพ – ชาติน้ัน ๆ ด้วยปัญญาจนปราศจากความสงสัย อุปาทานท่ีว่ายึด
ยึดชนิดแกะ ไม่ออกน้ันจะถอนตัวออกมาอย่างรวดเร็วจนมอง ไม่ทันนั่นแล ขอแต่ปัญญาเครื่องตัด
ส่งิ กดถ่วง ให้คมกล้าเถอะ  ไม่มีอะ ไรจะเป็นเครื่องมือแก้กิเลสทุกประเภทอย่างทันสมัยเหมือน
สติปัญญาเลย ในสามภพนี้ พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทุกพระองค์แก้กิเลสทุกประเภทด้วย
สติปัญญาท้ังน้ัน มิ ได้แก้ด้วยอะ ไรอื่นนอกจากนี้เลย จึง ไม่ทรงยกย่องอะ ไรว่าเป็นเอกยิ่งกว่า
สติปัญญานี้ ไป ธรรมนอกน้ันก็มิ ได้ประมาทว่า ไม่ดี หากแต่เป็นเครื่องช่วยส่งเสริมก�ำลัง
เช่นเดียวกับเสบียงอาหาร ในการรบสงครามฉะน้ัน ส่วนผู้รบกับเคร่ืองมือ ในการรบน้ันส�ำคัญ
ผรู้ บ ในทน่ี ่ี หมายถงึ ความมงุ่ มนั่ ปน้ั มอื อยา่ งเอาจรงิ เอาจงั   ไมถ่ อยทพั กลบั มาเกดิ  – ตาย ใหก้ เิ ลส
หวั เราะเยาะอีก

เครื่องมือชิ้นเอกคือสติปัญญาทุกขั้นต้องติดแนบกับตัว อย่า ให้ห่างจาก ใจ จิตติดอยู่
ตรง ไหน จงพิจารณาเข้า ไป ไมต่ อ้ งกลัวตาย เพราะความเพยี รกลา้ เพ่อื รอื้ ภพ – ชาตอิ อกจาก ใจ
เม่ือถึงคราวตายก็ขอ ใหต้ ายอย่างมชี ัย อย่าตายแบบผพู้ า่ ยแพจ้ ะชำ้�  ใจ ไปนาน จงเพยี รตอ่ สู้จน
วัฏฏสงสาร ได้ร้างเมืองเพราะ ไม่มี ใครมาเกิด ลองดูซิเมืองวัฏฏสงสารจะร้าง ไป ไม่มีสัตว์ โลกผู้ยัง
มีความหลงมาเกิดอีกจริง ๆ หรือ ท�ำ ไมเพียงท�ำความเพียรเพียงเล็กน้อยกลัวแต่วัฏฏะจะร้าง
กลวั จะ ไม่ ได้กลับมาเกิด – ตายอีก และท�ำ ไมจึงคอยแต่จะเที่ยวจับจองภพ – ชาติอยู่ทุกขณะจิต
ที่คิดทั้งท่ียัง ไม่ตาย ความย่อหย่อนต่อความเพียรนี่แหละคือความขยันต่อการเกิด – ตาย และ
เป็นลักษณะจับจองภพ – ชาติ ไม ่ใหบ้ กพร่องจาก ใจ ใจจึงม ิไดบ้ กพร่องจากทกุ ขต์ ลอดมา

331

การสง่ั สอนหมคู่ ณะผมก ็ไดค้ ยุ้ เขยี่ ธรรมมาสอนอยา่ งเปดิ เผย ไมม่ ปี ดิ บงั ลล้ี บั เลยบรรดาธรรม
ทคี่ วรแกก่ ารรเู้ หน็  ในวงสจั จธรรมหรอื สตปิ ฏั ฐานส่ี เวน้ แตธ่ รรมทเ่ี ปน็  ไปตามนสิ ยั วาสนา โดยเฉพาะ
เป็นราย ๆ ไม่เก่ยี วแกก่ ารบรรลุ เชน่ ความรู้ปลกี ยอ่ ยต่าง ๆ ดังทเ่ี คยเลา่  ใหฟ้ ังเปน็ กรณพี ิเศษ
เสมอมา ใครจะรู้เห็นอะ ไรข้ึนมา ผมยินดีฟังและแก้ ไขเต็มก�ำลังอยู่เสมอ เวลาผมตาย ไปแล้ว
จะล�ำบาก หาผ้แู ก ้ไข ได้ยากมากนะ ธรรมทางด้านปฏิบัติ ไม่เหมอื นทางดา้ นปริยตั ิ ผิดกนั อย่มู าก
ผู้ ไม่เคยรู้เคยเห็นสมาธิ ปัญญา มรรคผลนิพพานมาก่อน แต่จะมาสามารถสั่งสอนคนอ่ืน ให้
ถูกต้องเพือ่ มรรคผลนิพพานน้ัน ไม่ ได้

ตอนสดุ ท้ายแห่งธรรมท่พี อยดึ  ไดว้ ่าเปน็ ปจั ฉิม โอวาท เพราะท่านมาลงเอย ในสงั ขารธรรม
เช่นเดียวกบั พระปจั ฉิม โอวาทที่พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงแก่สงฆเ์ วลาจะเสด็จปรินิพพาน โดยทา่ นยก
เอาพระธรรมบทนน้ั ขน้ึ มาว่า ดกู อ่ นพระภิกษุท้ังหลาย บัดนี้เราเตอื นทา่ นทงั้ หลาย สงั ขารธรรม
ทัง้ หลาย ไมเ่ ทยี่ ง มีความเกดิ หรือเจริญข้ึนแลว้ เสอื่ ม ไปดับ ไป จงอยูด่ ว้ ยความ ไม่ประมาทเถดิ
จากนัน้ ท่านกอ็ ธิบายตอ่  ใจความวา่ คำ� วา่ สงั ขาร ในพระปจั ฉมิ  โอวาทนนั้ เป็นยอดธรรม พระองค์
ทรงประมวลมา ในค�ำว่าสังขารทั้งส้ิน แต่พระประสงค์ทรงมุ่งสังขารภาย ในมากกว่าสังขารอื่น ใด
 ในขณะน้ัน เพ่ือเห็นความส�ำคัญของสังขารอันเป็นตัวสมุทัยเคร่ืองก่อกวนจิต ให้หลงตาม ไม่สงบ
ลงเป็นตัวของตัว ได้ เม่ือพิจารณาสังขารคือความคิดปรุงของ ใจทั้งหยาบละเอียดรู้ตลอดทั่วถึง
แล้ว สงั ขารเหล่าน้ันก็ดบั เมื่อสงั ขารดับ  ใจก็หมดการก่อกวน แมม้ กี ารคดิ ปรุงอย่บู า้ งกเ็ ป็น 
ไปตามปรกติของขันธ์ท่ีเรียกว่าขันธ์ล้วน ๆ ไม่แฝงข้ึนมาด้วยกิเลสตัณหาอวิชชา ถ้าเทียบกับ
การนอนกเ็ ป็นการนอนหลบั อย่างสนทิ  ไมม่ กี ารละเมอเพอ้ ฝันมากอ่ กวน ในเวลาหลบั ถ้าหมายถงึ
จิตก็คือ ‘วปู สมจติ ’ เปน็ จติ สงบที่ ไมม่ ีกเิ ลสนอนเนอ่ื งอย่ภู าย ใน

จิตของพระพทุ ธเจา้ และสาวกทัง้ ปวงเปน็ จติ ประเภทน้ที ้งั นน้ั ท่านจึง ไม่หลง ใหล ใฝฝ่ ันหา
อะ ไรกันอีกนับแต่ขณะท่ีจิตประเภทนี้ปรากฏขึ้น ค�ำว่า สอุปาทิเสสนิพพาน ก็มีมาพร้อมกัน
ความสนิ้ กิเลสกส็ ิ้น ไป ในขณะเดียวกนั ความเป็นพระอรหนั ตก์ ็เป็นขึ้นพรอ้ ม ในขณะเดยี วกนั จงึ
เป็นธรรมอัศจรรย์ ไม่มีอะ ไรเทียบ ได้ ใน โลกท้ังสาม พอแสดงธรรมถึงที่น่ีแล้วท่านก็หยุด นับแต่
วนั นัน้ มา ไมป่ รากฏว่า ไดแ้ สดงที ่ไหน ในเวลา ใดอกี เลย จงึ  ไดย้ ึดเอาว่าเปน็ ปจั ฉมิ  โอวาท และ ได้
นำ� ลง ในประวตั ทิ า่ นเป็นวาระสุดทา้ ย สมนามวา่ เป็นปัจฉิม โอวาท

ประวตั ิทา่ นอาจารยม์ ั่นแต่ต้นจนจบน้ี ผู้เขียน ได้พยายามคดั เลือกสดุ กำ� ลังสตปิ ญั ญาทกุ  ๆ
ประ โยค แล้วน�ำมาลงเท่าที่เห็นว่าจะเกิดประ โยชน์แก่ท่านผู้อ่านท่ัว ๆ  ไป ส่วนที่เห็นว่าจะ ไม่

332

เกิดประ โยชน์หรือ ไม่เป็นมงคลก็งดเสียมิ ได้น�ำลง เรื่องท้ังหมดที่เที่ยวจดบันทึกมาจากอาจารย์
ทงั้ หลายซงึ่ เปน็ ลกู ศษิ ยท์ า่ น ตลอดความจดจ�ำของตน นำ� มาลง ไดร้ าว ๗๐ % ปลอ่ ย ใหผ้ ่าน 
ไปเสียทั้งท่ีเสียดายราว ๓๐ % แม้ส่วนท่ีเข้า ใจว่า ได้คัดเลือกแล้วน�ำลงก็ ไม่แน่ ใจนักว่าจะเกิด
ประ โยชน์แกท่ า่ นผอู้ า่ นเพียง ไรเลย อาจมีทีแ่ สลงแทงตาแทง ใจอยูจ่ น ไดต้ ามนสิ ัยความ ไม่รอบคอบ
ท่ีเคยเป็นมา

ประวตั ทิ า่ นรสู้ กึ สวยงามลกึ ซง้ึ ละเอยี ดลออมากทงั้ ภายนอกภาย ใน ยากจะมผี เู้ สมอเหมอื น 
ได้ ในสมัยปัจจุบันเท่าท่ีผ่าน ๆ มา ถ้าจะเขียน ให้สมบูรณ์ตามประวัติท่านจริง ๆ ก็น่าจะ ไม่ผิด
อะ ไรกบั ประวัติของพระสาวกอรหันต์ท่ีทา่ นเช่ยี วชาญ ในสมัยพทุ ธกาลเลย ขณะนง่ั ฟังทา่ นเมตตา
อธบิ ายธรรมภาคตา่ ง ๆ ตลอดเหตุการณ ์ไมม่ ปี ระมาณทม่ี าเกยี่ วขอ้ งกบั ทา่ น ให้ฟัง ใจเกิดความ
อัศจรรย์ ในองค์ท่านเหลือประมาณ ประหนึ่งท่านท�ำหน้าที่ประกาศธรรมแทนพระศาสดาและ
พระสาวกอรหนั ตผ์ ้เู ชีย่ วชาญแหง่ พทุ ธกาล ใหพ้ วกเรา ได้เหน็  ได้ฟังอย่างถงึ  ใจ ราวกบั มองเห็นภาพ
พระองค์และพระสาวกท้ังหลายเสด็จมา โปรด โสรจสรงอยู่เฉพาะหน้าฉะน้ัน แต่จะน�ำมาลงตาม
ความรู้ความเห็นของท่านเสียทุกแง่ทุกมุมนั้น รู้สึกอายตัวเองซึ่งเป็นเพียงร่างของพระป่า ๆ
รูปหนึ่งปลอมแทรก ในวงพระศาสนาเทา่ นนั้ และอาจเปน็ การทำ� ลายเกยี รตอิ นั สงู สง่ ของทา่ นที่ควร
รักสงวนอย่างย่ิง ให้เสีย ไปด้วยความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ แม้ ได้เคยเขียน ไว้ ในต้นประวัติท่านมา
แล้วว่า จะเขียนท�ำนองเกจิอาจารย์ที่เขียนประวัติพระพุทธเจ้าและประวัติพระสาวกทั้งหลาย
แต่ก็อดกระดาก ใจที่ตนมิ ได้เปน็ เกจอิ าจารย์อยา่ งท่านม ิได้ จึง ไดเ้ ขยี นเทา่ ที่ความรสู้ ึกอ�ำนวย แม้
จะ ไม่สมบูรณ์แบบตามประวัติท่าน ก็กรุณา ให้อภัยท่ีผู้เขียนมีสติปัญญาน้อย ดังท่ีเคยเรียน ไว้
เสมอมา

ผู้เรียบเรยี งจงึ ขอเริ่มยุตปิ ระวตั ิทา่ นดว้ ยความสุดกำ� ลังความสามารถเพยี งเท่านี้ ในประวตั ิ
ท่านนับแต่ต้นจนถึงวาระสุดท้าย หากมีคลาดเคลื่อนเล่ือนลอย ไม่เข้าหลักเข้าเกณฑ์ประการ ใด
ก็กราบขอ โทษท่านพระอาจารย์ม่ันผู้เป็นบิดาอนุเคราะห์เมตตาเป็นผู้ ให้ศรัทธาก�ำเนิดแห่งธรรม
ทั้งปวงแก่ผู้เขียน ไว้ ณ ที่น่ีด้วยความเคารพบนเศียรเกล้า ขออ�ำนาจแห่งเมตตาธรรมที่ ได้
เคยโสรจสรงแก่หมู่ชน ให้มีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา จงมาปกเกล้าปกกระหม่อมจอมขวัญ
ปวงประชา ขอ ให้มี โอกาสวาสนาศรัทธาแก่กล้า ได้ด�ำเนินตามร่อยรอยแห่งธรรมท่ี ได้ประสิทธิ์
ประสาท ไว้ดัง ใจหวัง ขอความจีรังถาวรแห่งประเทศเขตแดน ไทยจงเจริญรุ่งเรือง ไปด้วยความ
สม่�ำเสมอ ปราศจากข้าศึกศัตรูหมู่ภัยเวร อย่า ได้มีเคราะห์เข็ญเวรภัยมาก่อกวนตลอดกาล
ขอ ใหม้ แี ตค่ วามสุขความส�ำราญเปน็ ค่เู คยี งกับพระศาสนาตราบเทา่ ฟา้ ดนิ สลายเถดิ

333

สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอเรียนอภัย โทษจากท่านผู้อ่านทั้งหลาย หากข้อความ ในหนังสือน้ี 
ไม่ถูกตอ้ ง ทำ�  ให้ท่านผู้อา่ นเกดิ ขอ้ ข้อง ใจ ไมส่ บายจติ เพราะเรื่องและสำ� นวน โวหาร ไม ่ไพเราะ
เหมาะสมด้วยประการ ใดก็กรุณา ให้อภัยแก่พระป่าตามเคย เพราะนิสัยป่าเป็นส่ิงยากท่ีจะแก้ ไข
 ให้อ�ำนวยสวยงาม ได้เหมือน โลกทั่ว ๆ  ไป การเขียนประวัติท่านทุกวรรคทุกตอน ได้พยายามเพื่อ
ความถูกต้องเหมาะสมตามเนื้อเร่ืองตลอดมา แต่นิสัยความ ไม่รอบคอบท่ีเคยเป็นมาน้ัน ขอ
สารภาพว่าสดุ จะแก ้ให้หาย ได้ ฉะนัน้ การเขียนน้คี งต้องมีความเคล่อื นคลาด ทำ�  ใหท้ ่านผ้อู ่าน
เวียนศีรษะจน ได้ จึง ได้เรียนความเหลว ไหล ให้ทราบเรื่อยมา

ประวตั ทิ ่านพระอาจารย์ม่ันนี้ ตามความเข้า ใจของตวั ที่ ใหช้ ่อื เอาเองว่า ‘ส�ำเรจ็ ’ ก ็ไดค้ ดิ
มานานพอสมควร จึง ไดพ้ ยายามเท่ยี วจดบนั ทึกเอาจากพระอาจารยท์ งั้ หลายท่ีเปน็ ลูกศิษยเ์ คยอยู่
กบั ท่านมา ในยุคนน้ั  ๆ บา้ ง จากความจำ� ของตวั ท่ีท่านเคยเลา่  ใหฟ้ ังบ่อยครงั้ บ้าง ก่อนจะรวบรวม
มาพอ ได้ลง ให้ท่าน ได้อ่านแบบเวียนศีรษะเพราะความสับสนแห่งส�ำนวนและเนื้อเร่ืองที่คละเคล้า
กันกเ็ ป็นเวลาแรมปี ในเนอ้ื เรอื่ งทจี่ ดบันทกึ มาและความจ�ำของผเู้ ขียนเองดงั กลา่ วแล้ว ถา้ คดิ
เปน็ ๑๐๐ เปอร์เซน็ ต์กอ็ อก ได้ราว ๗๐ เปอรเ์ ซ็นตเ์ ทา่ ที่เหน็ ว่า ไมล่ กึ และสับสนเกิน ไป ท่ีต้อง
ปล่อย ใหผ้ า่ น ไปราว ๓๐ เปอร์เซน็ ตน์ ้นั  โดยเห็นว่าเปน็ ธรรมทเี่ รียนยาก เขยี นยาก อ่านยากและ
คิดอ่าน ไตร่ตรองตามยาก เกรงจะ ไม่เกิดผลเท่าที่ควรตามเจตนาทน่ี �ำมาลง จึงยอม ให้ผ่าน ไป
ทงั้ ที่เสียดาย เท่าทนี่ �ำมาลงแลว้ บางตอนยงั รู้สกึ  ไมส่ ะดวก ใจ ทง้ั ทีเ่ ป็นความจรงิ ตามท่านเลา่  ใหฟ้ งั
แต่ก็ฝืนเอาบ้างท่ีเหน็ ว่าพอฝืน ได้ สว่ นทีฝ่ ืน ไม ่ไดเ้ ลยก็จ�ำตอ้ งยอม ดงั นั้น ส่วนทผี่ า่ น ไปจงึ ยอม
 ให้ผ่านตามเหตุผลทเ่ี รียนมานี้

เฉพาะที่ออกแล้ว เปน็ ความยอมรับการติ – ชม โดย ไม่มีขอ้ แก้ตวั คอื ยินดรี บั คำ� ตดิ ้วย
ความรสู้ ึกสำ� นึก โทษของตัวว่าเป็นความ โง่มาแล้วตลอดสายแหง่ ประวัติทา่ น และยนิ ดีรบั ความชม
ด้วยความภาคภูมิที่หนังสือน้ียังพอเป็นประ โยชน์แก่ท่านผู้อ่านอยู่บ้าง จากการตะเกียกตะกาย 
ในการนี้ ส่วนกุศลทัง้ มวลขอ ไดเ้ ป็นสมบตั ิของทา่ นผูอ้ า่ นและท่านผูเ้ ก่ียวข้อง โดยสมบรู ณ์ หาก
จะพึงมี ได้แก่ผู้เขียนจากการเรียบเรียงประวัติท่านอยู่บ้าง ก็ขอรับและขอแบ่งส่วนแก่ทุกท่าน
ท่ีมีความเคารพเลอ่ื ม ใส ในองค์ทา่ นพระอาจารยม์ ัน่ ใหม้ ีส่วนเท่า ๆ กนั กบั ผู้เขยี นด้วย

 ในอวสานแหง่ การเรยี บเรียงน้ี ขอบุญญานภุ าพแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์
และบุญญาบารมที ่านพระอาจารย์มน่ั พร้อมทั้งบารมขี องผ้เู ขยี นท่มี ีมากนอ้ ย ตลอดส่ิงศักดส์ิ ทิ ธ ิ์
ในสากล โลก จงมาคมุ้ ครองรักษาทา่ นผู้อ่านท้ังหลายและท่านบรรณาธกิ ารแห่งศรสี ปั ดาห์ พร้อม

334

ท้ังศรีสัปดาห์ท่ีอุตส่าห์พยายามช่วยเหลือและล้มลุกคลุกคลานตามผู้เขียนที่ส่งต้นฉบับมา ให้ช่วย
นำ� ลงแตต่ น้ จนจบประวตั ทิ า่ น โดย ไม่เห็นแก่ความลำ� บากร�ำคาญ ใด ๆ ใ นทกุ กรณีท่ีเกย่ี วแกก่ ารน้ี
และการอื่น ๆ ท่ีผู้เขียนขอร้อง ให้ช่วยเหลือตลอดมา ขอ ได้พร้อมกันปราศจาก โรคาพยาธิและ
สง่ิ อปั มงคลทัง้ หลาย มแี ต่ความสขุ กายสบาย ใจ ปรารถนาสงิ่  ใด ในขอบเขตแห่งธรรม จงสมหวัง
ดัง ใจหมายโดยทว่ั กันเทอญ ฯ

พฤษภาคม ๒๕๑๔

335

“ธรรมะเหนือธรรมชาติเพราะธรรมชาติ คือ วัฏฏะ”


Click to View FlipBook Version