The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khusaibah.kp, 2021-08-24 05:48:07

แผนการจัดการเรียนรู้

2 แผนการสอน

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ 23101 วชิ า ภาษาอังกฤษ
ปีการศกึ ษา 2563
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียน 1 เวลา 3 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง Living with Natural Disasters

ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตคี วามเรื่องท่ีฟังและอ่านจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที ักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสาร แสดงความร้สู กึ

และความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการพูด

และการเขยี น

สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม

สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ ับกล่มุ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพน้ื ฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน

สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทง้ั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม

ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงข้อความ ขา่ ว โฆษณา และบทร้อยกรองสนั้ ๆ ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ม.3/3 ระบแุ ละเขยี นสื่อท่ไี ม่ใช่ความเรียงรปู แบบตา่ ง ๆ ใหส้ มั พันธ์กับประโยค และข้อความท่ีฟัง

หรอื อา่ น
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนบั สนุนและแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั

เรือ่ งท่ีฟังและอ่านจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ ขา่ ว เร่ืองทอ่ี ยู่ใน
ความสนใจของสังคม และสอ่ื สารอย่างต่อเน่อื งและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู อธิบายเปรียบเทยี บและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ

เรอื่ งท่ีฟงั หรอื อา่ นอยา่ งเหมาะสม

ต 1.2 ม.3/5 พดู และเขียนบรรยายความรู้สึกและความคดิ เหน็ ของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองตา่ ง ๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พรอ้ มทงั้ ให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม

ต 1.3 ม.3/1 พูดและเขยี นบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณ/์ เรื่อง/ประเดน็ ตา่ ง ๆ
ทีอ่ ยู่ในความสนใจของสงั คม

ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ
และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย

ต 3.1 ม.3/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่เี ก่ียวข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อืน่
จากแหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพูดและการเขียน

ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลอง ที่เกิดขนึ้ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน
และสังคม

2. สาระสำคัญ
การสนทนาหรอื อ่านเร่ืองราวเกี่ยวกบั ชีวติ และภยั พิบัติทางธรรมชาตใิ ห้เขา้ ใจ เราจะต้องเรยี นรคู้ ำศัพท์ท่ี

เกี่ยวกบั ชีวิตและภยั พบิ ตั ิทางธรรมชาติ การบอกเลา่ เรื่องราวจากผูส้ ง่ สารไปยงั ผูร้ ับสารโดยตัวเราเปน็ ตวั กลางใน
สอ่ื สาร โดยใช้โครงสร้างพืน้ ฐาน Reported speech เรยี นรู้จากการทำแบบฝึกหัด อภปิ รายกลมุ่ ย่อย และ
อภปิ รายกลมุ่ ใหญ่ อา่ นข้อความสั้นๆ บทสนทนาตามสถานการณ์สมมติ และค้นคว้าเพิ่มเตมิ จากแหล่งการเรยี นรู้
อืน่ ๆ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นอา่ นออกเสยี งคำศัพทเ์ กยี่ วกับชีวิตและภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ถกู ต้อง
2. นกั เรยี นระบุความหมายของคำศพั ท์เก่ยี วกับชีวติ และภัยพิบตั ิทางธรรมชาติไดถ้ ูกต้อง
3. นกั เรยี นใชโ้ ครงสรา้ ง Reported speech ไดถ้ ูกต้อง
ด้านกระบวนการ (Process)
4. นักเรยี นสามารถทำงานเป็นกลุ่มหรอื จบั คู่ทำงานได้
5. นกั เรียนสามารถนำคำศัพทม์ าเตมิ ประโยคใหส้ มบูรณ์ตามบริบทได้
6. นักเรียนสามารถนำคำศพั ท์มาใช้ในการพดู สนทนาในชั้นเรียนได้
7. นักเรยี นใชโ้ ครงสรา้ ง Reported speech เพอ่ื บอกเล่าเรือ่ งราวได้
ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attribute)
8. นกั เรยี นมวี ินยั ในการทำงาน
9. นักเรยี นมีความมุง่ มนั่ ในการทำงาน
10. นักเรยี นมคี วามกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม

3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศพั ท์
- คำศพั ทเ์ กี่ยวกบั ชีวิตและภัยพิบตั ทิ างธรรมชาติ ไดแ้ ก่ eruption, lava, explode, ash, smoke,

cyclone, drought, dust storm, hail storm, landslide, sinkhole, tornado, tsunami, volcano, wildfire,
funnel, tropical storm

2. ไวยากรณ์
- โครงสรา้ งการใช้ Reported speech

Type Example
Direct Speech I want a cup of tea.
Indirect Speech or Reported Speech He said he wanted a cup of tea.

4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพยี ง
4. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

6. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. นกั เรยี นอ่านออกเสียงคำศัพทเ์ กี่ยวกบั ชีวิตและภัยพิบัติทางธรรมชาตไิ ด้อยา่ งถูกต้อง
2. นกั เรียนทำแบบฝึกหัด ระบคุ วามหมายของคำศพั ท์เกีย่ วกบั ชีวิตและภัยพบิ ัติทางธรรมชาติไดอ้ ย่างถูกต้อง
3. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดการใช้โครงสร้าง Reported speech ได้อย่างถูกต้อง

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
1. ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น (Warm up)
1. ครใู หน้ ักเรียนดภู าพหรอื คลิปเก่ียวกบั ภยั พิบตั ิทางธรรมชาติ และถามนักเรียนวา่ ภาพดงั กล่าวคอื ภาพ

เกย่ี วกบั อะไร
2. ครบู อกนักเรียนว่าภัยพบิ ัติทางธรรมชาติภาษาองั กฤษเรียกว่า Natural Disasters

2. ขัน้ นำเสนอ (Presentation)
3. ครอู า่ นออกเสียงคำศัพท์ในหนังสอื Student’s Book 3 หน้า 12 พรอ้ มใหน้ กั เรยี นออกเสยี งตามครู

และดภู าพประกอบ
4. ครอู ธิบายคำศัพท์เกีย่ วกบั ชวี ิตและภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาติ ได้แก่ eruption, lava, explode, ash,

smoke, cyclone, drought, dust storm, hail storm, landslide, sinkhole, tornado, tsunami, volcano,
wildfire, funnel, tropical storm

5. นกั เรียนทำแบบฝึกหัด ในใบงานที่ 1 จากนัน้ นกั เรียนฟัง Audio และช่วยกันเฉลยคำตอบ

Answer key : Student’s Book 1. Number the words using the pictures on page 13.

Listen and repeat.

cyclone 7 drought 2

dust storm 9 hall storm 4

landslide 10 sinkhole 8

tornado 6 tsunami 1

volcano 5 wildfire 3

Audioscript : Unit 2 Track 1 6. tornado
1. tsunami 7. cyclone
2. drought 8. sinkhole
3. wildfire 9. dust storm
4. hall storm 10. landslide
5. volcano

Answer key: Student’s Book 2. Fill in the blanks using the words from the pictures above.

1. lava 4. thousands

2. eruption 5. ash

3. exploded 6. Smoke

Answer key: Student’s Book 3. Match the words to their definitions.

1. 3 5. 2

2. 6 6. 7

3. 1 7. 4

4. 8 8. 5

6. ครใู ห้นักเรียนฟัง Audio บทสนทนา Student’s Book exercise 4 หนา้ 13 และให้นักเรยี นชว่ ยกัน
เฉลยคำตอบ

Answer key: Student’s Book 4. Listen to the dialogs. Check the words you hear in each

dialog.

Dialog1 Dialog 2

ash X

dust storm X

eruption X

hail storm X

lava X

smoke X

Audioscript : Unit 2 Track 2
Dialog 1
Mint: Did you see the volcano?
Pop: No, but I heard about it on the news.
Mint: Yes, a lot of smoke and ash came out of it.
Pop: Was there an eruption?
Mint: Yes, in fact, there was some lava too.

Dialog 2
Pop : What is going on outside?
Mint : I think it is a hall storm.
Pop : I don’t think so. It’s not cold enough for a hail storm.
Mint : Look. It’s a dust storm.

7. ให้นกั เรียนจับคถู่ าม – ตอบ ใน Student’s Book exercise 5 หนา้ 13
8. ครูสมุ่ นักเรียนเปน็ คูอ่ อกมาถาม – ตอบบทสนทนา ใน Student’s Book exercise 5 หนา้ 13 หนา้
ช้นั เรยี น
9. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ใน Workbook exercise 1-3 หน้า 9

Answer key: Workbook 1. Write the name of the pictures.

1. deaths 4. lightning 7. drought

2. wildfire 5. smoke 8. tsunami

3. tornado 6. landslide 9. eruption

Answer key: Workbook 2. Tick the correctly spelt natural disasters. Write an X and

correct the incorrectly spelt ones.

 tornado  dust storm

 gas  blast

 drought  eruption

 volcano  hall storm

Answer key: Workbook 3. Complete the sentences using words from the box.

1. approximately 4. monitoring 7. formed

2. as far away as 5. neighboring 8. geologists

3. gas 6. destroyed 9. cause

10. ครูสุ่มนักเรยี นอา่ นคำตอบ Workbook exercise 1-3 หน้า 9 ทลี ะคน
11. ครใู ห้นักเรียนฟงั Audio บทสนทนาและทำแบบฝกึ หัดใน Student’s Book exercise 1 หน้า 14
Answer key: Student’s Book 1. Listen and fill in the blanks.
want
wanted

Audioscript: Unit 2 Track 3
Peter : I want to see volcanoes.
Randy : Why? They are dangerous.
Peter : Yes, but my sister said she wanted to see one.

12. ครใู ห้นกั เรยี นดตู าราง Grammar: Reported speech ใน Student’s Book หน้า 14
13. ครูอธบิ ายเก่ียวกับ Indirect speech หรอื Reported

3. ขนั้ ฝกึ ฝน (Practice)
14. นักเรยี นทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 3 หนา้ 14 และนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยคำตอบ

Answer key: Student’s Book 3. Rewrite the sentences in reported speech.

Change the pronouns and time expressions where necessary.

1. They said that they were busy. 5. He said that he knew a better restaurant.

2. She said that she didn’t said that. 6. He said that he would ring her.

3. She said that she couldn’t find her shoes. 7. They said that they had just arrived.

4. He said that he wouldn’t tell anyone. 8. He said that he would clean the car.

4. ขนั้ การสรา้ งผลงาน (Production)
15. ให้นกั เรียนวาดภาพภยั พิบัติทางธรรมชาติทีร่ า้ ยแรงทสี่ ดุ ตามความคิดของนักเรยี น พร้อมเขียนบรรยาย

แลว้ ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น
5. ข้ันสรุป (Wrap up)
16. นักเรียนชว่ ยกันบอกคำศัพทเ์ กย่ี วกับภยั พิบัติทางธรรมชาติทไ่ี ด้เรียน
17. นกั เรียนออกมาเขียนคำศัพท์เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติบนกระดานคนละ 1 คำ และอ่านออกเสียง พร้อม

บอกความหมายของคำศัพท์เปน็ ภาษาไทย
18. นกั เรยี นทบทวนโครงสรา้ ง Reported speech

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้

การประเมนิ ผล(ด้าน) วิธีการวัด เคร่ืองมือการวดั เกณฑก์ ารประเมนิ

ดา้ นความรู้ (Knowledge)

1. นกั เรยี นอ่านออกเสยี งคำศพั ท์ การอ่านออกเสยี ง แบบฝึกหดั นักเรยี นตอบคำถามและออก

เก่ยี วกบั ชีวิตและภัยพบิ ตั ิทาง เสยี งคำศัพท์ได้ถูกตอ้ งมากกว่า

ธรรมชาติไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง 60%

2. นกั เรยี นระบุความหมายของ การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด นกั เรียนทำแบบฝึกหัดได้ถูกต้อง

คำศัพท์เก่ยี วกับชีวิตและภยั พิบตั ิ มากกว่า 60%

ทางธรรมชาติได้อยา่ งถูกต้อง

3. นักเรียนใช้โครงสรา้ ง Reported การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด

speech ได้อยา่ งถกู ต้อง

ดา้ นกระบวนการ (Process)

4. นักเรยี นสามารถทำงาน การทำงานกลุ่ม แบบสงั เกต นักเรียนวางแผนการทำงานเปน็

เปน็ กลมุ่ หรือจับคูท่ ำงานได้ พฤติกรรมการ กลมุ่ อย่ใู นเกณฑร์ ะดบั ดี

5. นกั เรียนสามารถนำคำศพั ทม์ าใช้ การทำแบบฝึกหัด ทำงานกลุม่ นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ได้

ในการเตมิ ประโยคใหส้ มบูรณ์ได้

การประเมนิ ผล(ด้าน) วิธีการวดั เครื่องมือการวัด เกณฑก์ ารประเมิน

6. นักเรียนสามารถนำคำศัพท์มา การสนทนา แบบฝกึ หดั ถูกต้องมากกว่า 80%

ใช้ในการพูดสนทนาในชนั้ เรยี นได้

7. นกั เรียนใชโ้ ครงสร้าง Reported การนำเสนอ แบบประเมนิ ผล นักเรียนสามารถนำเสนอได้ โดย
งาน ผา่ นเกณฑ์ระดับดี
speech เพอื่ บอกเล่าเร่ืองราวได้

ด้านคุณลกั ษณะ Attribute การประเมนิ แบบสังเกต นกั เรียนมีพฤตกิ รรมผา่ นเกณฑ์
8. นักเรียนมรี ะเบยี บวนิ ัยและ พฤติกรรม พฤติกรรม ระดับดี
ม่งุ มั่นในการทำงาน รายบคุ คล รายบุคคล
9. นกั เรียนมีความซื่อสตั ยใ์ นการ
ทำงาน
10. นกั เรียนมีความใฝ่รโู้ ดยหา
ความรเู้ พม่ิ เติมจากแหล่งตา่ งๆได้

9. สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
1. PowerPoint presentation
2. หนังสอื เรียน Maximize Student’s Book 3
3. Maximize Student’s Book 3 Audio CD
4. ใบงาน
5. ภาพหรอื คลิปเกยี่ วกบั ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติ
6. กระดาษร้อยปอนดภ์ าพขนาด A4
7. ปากกาและสีเมจิก

10. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................... ................
.................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................
(นางปาลติ า อาดลุ เบบ)

หวั ห้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

11. ความคิดเหน็ ผู้ชว่ ยผอู้ ำนวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ

 องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรยี นร.ู้ ........................................................................................
 มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรสู้ อดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
 สาระการเรียนรูม้ ีความถูกต้องตามหลักวชิ าการ.............................................................................
 จดุ ประสงค์การเรยี นรมู้ ีความชดั เจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น.............................................................................................................
 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
 ระบุภาระงาน/ชน้ิ งาน.....................................................................................................................
 กจิ กรรมการเรยี นรูเ้ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั ........................................................................................
 สื่อและอปุ กรณ์การเรียนร.ู้ .............................................................................................................
 การวดั และการประเมินตามจุดประสงค์การเรยี นรู.้ ........................................................................
 บนั ทกึ หลงั สอน...............................................................................................................................
 เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามข้นั ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงช่ือ
( นายประดษิ ฐ์ รงั สรรค)์

ผู้ชว่ ยผ้อู ำนวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

12. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรียน
 อนุญาตให้ใชจ้ ัดการเรียนการสอนได้
 ควรปรบั ปรุง คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
............................................................................................................. .........................................................
......................................................................................................................................................

ลงชือ่
( นายสิรวฒุ ิ ยนุ ยุ้ )

ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา

13. บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 (แยกเป็นหอ้ งเพื่อนำไปสู่ PLC)
10.1 ผลการจดั การเรียนรู้(ตามจุดประสงค์)
ด้านความรู้ (K)
ม.3/4, ม.3/5
- นกั เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับภยั พบิ ตั ิทางธรรมชาติ และมีความรู้เกีย่ วกับสาเหตขุ องการเกิดภัย

พิบัตติ ่างๆ ไดผ้ ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ม.3/4, ม.3/5
- นักเรยี นสามารถวาดภาพตามจนิ ตนาการและบรรยายเกี่ยวกบั ภัยพบิ ัตทิ างธรรมชาติในความคิดของ

นักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70
ด้านคุณลกั ษะ (A)
ม.3/4, ม.3/5
- นักเรยี นมรี ะเบยี บวินยั ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู นขอ้ ตกลงที่กำหนดไว้ สนใจในการเรยี น มีความกระตอื รือร้น
ในการเรียน และสง่ ภาระงานครบตามกำหนด ไดผ้ ่านเกณฑ์ระดบั คณุ ภาพ 2 ขนึ้ ไป

10.2. แนวทางแกป้ ัญหานักเรยี นท่ีไม่ผ่านตัวชี้วัด/ผลการเรียนรหู้ รือจุดประสงค์ (เพื่อนำไปสู่ PLC)
1. ครสู อนเพิม่ เติมใหก้ ับนักเรยี นทีละคน ให้นักเรยี นฝึกทำแบบฝกึ เพิ่มเตมิ
2. ครูผ้สู อนนำปญั หาที่เกดิ ขึ้นไปแลกเปลย่ี นเรียนรูใ้ นกระบวนการ PLC ของกลุ่มสาระฯ เพ่ือค้นหา
สื่อและนวตั กรรมในการแกป้ ญั หาต่อไป

ลงชอ่ื …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบะ๊ หะยีปะดอ)
ครผู สู้ อน

วนั ที่………เดือน………………….พ.ศ…………

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 5

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ 23101 วิชา ภาษาอังกฤษ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียน 1 ปีการศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 Living with Natural Disasters เวลา 3 ชว่ั โมง

เรือ่ ง Grammar : Intensifier : too/enough, Comparative : not as, less, the least

ชื่อผู้สอน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตีความเร่ืองท่ีฟงั และอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อย่างมเี หตผุ ล
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวชว้ี ัด
ต 1.1 ม.3/2 อา่ นออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสนั้ ๆ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขยี นสอื่ ท่ไี ม่ใชค่ วามเรียงรูปแบบตา่ ง ๆ ใหส้ ัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ฟงั

หรืออ่าน
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหัวขอ้ เรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนบั สนุนและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับ

เร่ืองท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ
ต 2.2 ม.3/1 เปรยี บเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดตา่ ง ๆ

และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคญั
การบอกลักษณะของส่ิงต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีความชัดเจน ดังนั้นในการส่ือสารเพื่อบอกลักษณะท่ีมี

ประสิทธิภาพ ผู้ส่ือสารจะต้องเลือกใช้คำที่บ่งบอกลักษณะและคุณสมบัติ หรือ Intensifier อย่างเหมาะสม ทั้งใน
รูปแบบประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ และเม่ือมีสงิ่ 2 สงิ่ ที่มีลักษณะแตกต่างกัน ทำใหต้ ้องร้จู ัก
การใช้คำเปรียบเทยี บหรือ Comparative ท่ีเหมาะสมกบั บรบิ ทไดด้ ว้ ย

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นใช้ too/ enoughในประโยคบอกเลา่ และปฏเิ สธไดถ้ ูกต้อง
2. นักเรยี นใช้โครงสร้าง Comparative: not as, less, the least ได้ถกู ต้อง

ดา้ นกระบวนการ (Process)
3. นกั เรยี นทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้
4. นกั เรียนนำขอ้ มูลที่กำหนดให้มาประยุกตใ์ ช้ในการเขียนและการสนทนาได้
5. นักเรียนแตง่ บทสนทนาจากประสบการณ์และการเรียนรู้ในช้ันเรยี นได้
6. นักเรยี นวางแผนการทำงานเป็นกลมุ่ ได้ดี
ดา้ นคณุ ลักษณะ (Attribute)
7. นักเรยี นมีระเบยี บวินัยและมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
8. นกั เรยี นมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
9. นกั เรียนมคี วามใฝ่รูโ้ ดยหาความร้เู พม่ิ เติมจากแหลง่ ต่าง ๆ ได้

3. สาระการเรยี นรู้
1. ไวยากรณ์

- Intensifier: too/ enough
- Comparative: not as, less, the least

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
4. มุ่งม่นั ในการทำงาน
5. มจี ติ สาธารณะ

6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงาน Grammar

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)

ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น (Warm up)
1. นกั เรยี นทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนไปแลว้ เกยี่ วกบั ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติ โดยนักเรยี นออกมาเขียน

คำศัพท์ท่ีได้เรยี นไปแลว้ บนกระดาน
2. ครูสมุ่ นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำศัพท์ จากนน้ั นกั เรยี นอ่านออกเสยี งคำศัพท์บนกระดานพร้อมกัน
3. นักเรยี นทบทวนโครงสรา้ ง Reported speech

ขนั้ นำเสนอ (Presentation)
4. ครใู ห้นักเรียนศึกษาเรอ่ื งการใช้ Intensifiers: too/ enough จาก Tips Intensifier ใน Student’s

Book หนา้ 15
5. ครูและนักเรียนสรปุ การใช้ Intensifiers และบอกความหมายของแตล่ ะประโยค
6. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ใน Student’s Book exercise 4 หน้า 15 และนกั เรียนเฉลยคำตอบร่วมกัน

Answer key: Student’s Book 4. Fill in the blanks with too or enough.

1. too 5. Enough

2. enough 6. Enough

3. too 7. Too

4. too 8. Enough

7. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ในหนังสือเรยี น Workbook exercise 10-12 หน้า12 และนักเรียนรว่ มกันเฉลย
คำตอบ

Answer key: Workbook 10. Complete sentences using too or enough.

1. too 4. Too

2. enough 5. Enough

3. too 6. Enough

Answer key: Workbook 11. Complete the correct words.

1. too 6. Too

2. too 7. Too

3. enough 8. Too

4. too 9. Enough

5. too 10. Enough

Answer key: Workbook 12. Make true sentences about you and your family.
Responses will vary.

8. ครใู หน้ ักเรียนดตู าราง Grammar: Comparatives: not as, less, the leastใน Student’s Book
หน้า 16 จากตารางใหน้ กั เรียนสรุปโครงสร้างการใช้ Comparatives: not as, less, the least

ขัน้ ฝึกฝน (Practice)

9. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ใน Student’s Book exercise 2-3 หนา้ 16 จากนัน้ นกั เรียนรว่ มกันเฉลย

คำตอบ

Answer key: Student’s Book 2. Write comparatives and superlatives for these adjectives.

big bigger biggest

bad worse worst

deep deeper deepest

dry drier driest

good better best

heavy heavier heaviest

long longer longest

short shorter shortest

smart smarter smartest

wet wetter wettest

Answer key: Student’s Book 3. Now write five sentences comparing these natural
disasters.
Use the adjectives in exercise 2.
Responses will vary.

10. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด Workbook exercise 7-9 หนา้ 11 จากน้นั นกั เรียนเฉลยคำตอบรว่ มกนั

Answer key: Workbook 7. Fill in the correct form of the comparison.

1. not as hot as 6. not as bad as

2. not as good as 7. the least ambitious

3. less colorful 8. less difficult than

4. not as fast as 9. less expensive

5. less hungry 10. the least interesting

Answer key: Workbook 8. Make the comparative form.

1. more intelligent 4. quieter

2. larger 5. better

3. more boring 6. more comfortable

Answer key: Workbook 9. Fill in the correct answer.

(Example answers)

1. more beautiful 4. more difficult

2. larger 5. bigger

3. dangerous 6. interesting

ขัน้ การสร้างผลงาน (Production)
11. ครูใหน้ กั เรยี นวาดรปู เพื่อนของนกั เรียนจำนวน 3 คน แล้วเขยี นบรรยายเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ของ

เพอ่ื นโดยใช้ Comparatives: not as, less, the least
12. ครสู ุ่มนักเรยี นออกมาอธิบายเป็นรายบุคคล

ขั้นสรุป (Wrap up)
13. ครใู ห้นักเรียนออกมาเขียนบนกระดานคนละ 1 ข้อ ว่าในบทเรยี นน้ี นกั เรียนเข้าใจเรื่องใด

มากทสี่ ุด เรื่องอะไรทนี่ ักเรียนยังไม่ค่อยเขา้ ใจ หรือยงั มีความสงสยั ในไวยากรณ์เรื่องใด
14. จากปัญหาที่นักเรยี นเขียนไวบ้ นกระดาน ครใู หน้ กั เรียนอภิปรายหาวธิ กี ารแก้ไขรว่ มกนั

และเขยี นแนวทางออกมาเป็นรายการ

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้

รายการ วิธวี ดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารวดั
นกั เรียนทำแบบฝึกหัดได้
ดา้ นความรู้ Knowledge ถูกต้องมากกวา่ 60%

1. นกั เรียนใช้ too/ enough การทำแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด นกั เรียนวางแผนการทำงาน
เป็นกลุม่ อยู่ในเกณฑร์ ะดับดี
ในประโยคบอกเลา่ และปฏิเสธได้ นักเรยี นสามารถนำเสนอได้
โดยผ่านเกณฑ์ระดับดี
2. นักเรียนใช้โครงสรา้ ง การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด
นักเรียนมีพฤติกรรมผา่ น
Comparative: not as, less, เกณฑร์ ะดบั ดี

the least ได้

ด้านกระบวนการ Process การทำงานกลมุ่ แบบสังเกต
3. นักเรยี นทำงานรว่ มกนั เป็นกลุ่มได้ การนำเสนอ พฤติกรรมการ
4. นักเรยี นนำขอ้ มลู ทก่ี ำหนดใหม้ า ทำงานกลมุ่
ประยกุ ต์ใชใ้ นการเขียนและการสนทนา การสนทนา แบบประเมินผล
ได้ งาน
5. นกั เรียนสรา้ งบทสนทนาจาก การประเมนิ แบบประเมินผล
ประสบการณ์และการเรียนรูใ้ นช้นั เรียน พฤติกรรม งาน
ได้ รายบคุ คล
แบบสังเกต
ดา้ นคณุ ลักษณะ Attribute พฤติกรรม
6. นกั เรยี นมรี ะเบียบวินัยและมุ่งมั่นใน รายบุคคล
การทำงาน
7. นักเรียนมีความซ่ือสตั ย์ในการ
ทำงาน

9. ส่ือการเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น Maximize Student’s Book 3
2. ใบงาน Grammar Intersifier
3. ปากกาไวทบ์ อรด์
4. ลำโพงชว่ ยสอน

10. บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
10.1 ผลการจัดการเรยี นรู้(ตามจุดประสงค์)

....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

10.2. แนวทางแก้ปัญหานักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นตวั ชี้วดั /ผลการเรยี นรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพือ่ นำไปสู่ PLC)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................ ......................................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................... ...................................................................................

ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคูไซบะ๊ หะยีปะดอ)
ครูผู้สอน

วันที่………เดอื น………………….พ.ศ…………

11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)

หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ

12. ความคิดเห็นผู้ช่วยผูอ้ ำนวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ
 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู.้ ........................................................................................
 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคัญครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรยี นรมู้ คี วามถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ.............................................................................
 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น.............................................................................................................
 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ชิ้นงาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ........................................................................................
 สื่อและอปุ กรณ์การเรยี นรู.้ .............................................................................................................
 การวัดและการประเมนิ ตามจดุ ประสงค์การเรียนรู.้ ........................................................................
 บนั ทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
 เสนอส่งแผนการจัดการเรยี นรู้ตามขนั้ ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงชื่อ
( นายประดิษฐ์ รังสรรค์)

ผ้ชู ว่ ยผอู้ ำนวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ

13. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรยี น
 อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................

ลงช่อื
( นายสิรวฒุ ิ ยนุ ุย้ )

ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหสั วชิ า อ 23101 วชิ า ภาษาอังกฤษ

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี น 1 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 Living with Natural Disasters เวลา 3 ชว่ั โมง

เรอ่ื ง Reading: Krakatoa’s Eruption ชอ่ื ผู้สอน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตีความเร่ืองที่ฟงั และอา่ นจากสอ่ื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรู้สึก

และความคดิ เห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองต่าง ๆ โดยการพูด

และการเขียน
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่นื
มาตรฐาน ต 3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลุม่ สาระการเรียนรู้อ่ืน และเป็นพน้ื ฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

ตวั ชวี้ ดั
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ขา่ ว โฆษณา และบทร้อยกรองสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุนและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่

ฟังและอา่ นจากส่ือประเภทตา่ ง ๆ พร้อมทัง้ ให้เหตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูล อธบิ ายเปรียบเทยี บและแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับ

เรอื่ งที่ฟังหรืออา่ นอยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขยี นบรรยายความรู้สกึ และความคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกบั เร่ืองต่าง ๆ กจิ กรรม

ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์ พรอ้ มทง้ั ให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/1 พูดและเขียนบรรยายเกยี่ วกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ/์ เรื่อง/ประเด็นต่าง ๆ

ที่อย่ใู นความสนใจของสังคม
ต 1.3 ม.3/2 พดู /เขยี นสรปุ ใจความสำคญั /แกน่ สาระ หัวข้อเร่ืองท่ีไดจ้ ากการวิเคราะหเ์ ร่ือง/ข่าว/

เหตุการณ/์ สถานการณ์ทอ่ี ยู่ในความสนใจของสังคม
ต 1.3 ม.3/3 พูดและเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับกจิ กรรม ประสบการณแ์ ละเหตุการณ์ พรอ้ มทงั้

ให้เหตุผลประกอบ

ต 3.1 ม.3/1 คน้ คว้า รวบรวม และสรุปข้อมลู /ข้อเทจ็ จริงที่เก่ยี วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่นื
จากแหล่งการเรยี นรู้และนำเสนอด้วยการพูดและการเขยี น

ต 4.1 ม.3/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลอง ทเ่ี กิดขนึ้ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชมุ ชน
และสังคม

2. สาระสำคญั
มงุ่ เน้นการอา่ นและการตอบคำถามจากเน้อื เร่ือง โดยเปน็ การอ่านเพื่อหาขอ้ มลู และจับใจความสำคญั โดย

นกั เรยี นตอ้ งสามารถระบคุ วามหมายของคำโดยใช้บริบทแวดลอ้ ม สามารถนำเนอื้ เรอ่ื งมาเรียบเรยี ง
สรุปความโดยใช้ภาษาของตนเองตามโครงสร้าง Intensifier: too/ enough และ Comparatives: not as, less,
the least ดังน้ันในการส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพ นักเรียนจะต้องเลือกใช้โครงสรา้ งของไวยากรณ์ได้ถูกต้องสามารถ
อา่ นและเขียนเพ่ือสอ่ื สารเปน็ ภาษาอังกฤษได้อย่างมน่ั ใจ และมคี วามกระตือรอื รน้ ในการเรียน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นตอบคำถามเกีย่ วกับข้อมลู จากเร่ืองที่อ่านได้
2. นักเรยี นระบุใจความสำคัญของเร่ืองที่อา่ นได้
3. นกั เรียนเล่าเรอ่ื งที่อา่ นดว้ ยภาษาของตนเองได้
4. นักเรยี นระบุความหมายของคำศัพท์โดยใชบ้ รบิ ทแวดล้อมได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
5. นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ ได้
6. นักเรยี นนำขอ้ มูลทก่ี ำหนดให้มาแต่งเปน็ เรื่องราวได้
7. นกั เรยี นประยกุ ตใ์ ช้คำศัพท์จากเรอ่ื งท่ีอ่านมาเขียนเปน็ ขอ้ ความบรรยายสั้น ๆ ได้
ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute)
8. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั และมุ่งมั่นในการทำงาน
9. นักเรียนมีความซื่อสัตยใ์ นการทำงาน
10. นกั เรยี นมคี วามใฝร่ ู้โดยหาความร้เู พิ่มเตมิ จากแหลง่ ต่าง ๆ ได้

3. สาระการเรียนรู้
1. ไวยากรณ์
- เร่ือง Krakatoa ได้แก่ approximately, as far away as, blast, cause, deaths, destroy,

estimate, geologist, monitor, neighboring race, several, sweep, trigger
- Comparatives: not as, less, the leas

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการส่อื สาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยูอ่ ย่างพอเพียง
4. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
5. มจี ิตสาธารณะ

6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน Grammar

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น (Warm up)
1. ครทู ักทายนักเรยี น
2. นกั เรยี นทบทวนเรื่องที่ไดเ้ รียนไปแล้ว

ข้นั นำเสนอ (Presentation)
3. นกั เรยี นอ่านข้อความจาก Student’s Book หน้า 17 แลว้ ทำแบบฝกึ หดั ใน Student’s Book

exercise 4-5 หน้า 17 และนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ

Answer key: Student’s Book 4. Write the name of the natural disaster being described.

Use these words: drought, earthquake, lightning, tornado, typhoons, and wildfire.

A. drought D. wildfire

B. lightning E. tornado

C. earthquake F. typhoon

Answer key: Student’s Book 5. Label the pictures using the words in exercise 4.

1. typhoon 4. Tornado

2. lightning 5. earthquake

3. drought 6. Wildfire

4. นักเรียนอ่านเรื่อง Global Warming ใน Workbook หน้า 13 และครูอธบิ ายความหมายของคำศัพท์

ขนั้ ฝึกฝน (Practice)
5. นักเรยี นอ่านเรื่อง Global Warming อกี คร้งั และทำแบบฝึกหดั Workbook exercise 1 และ

O-NET หนา้ 13-14 และนักเรียนแลกหนงั สอื กันตรวจ

Answer key: Workbook 1. Circle True or False.

1. False 4. True

2. True 5. True

3. True 6. False

Answer key: Workbook Circle the best choice. Fon is a fitness trainer talking to a new

client.

1. 3. training 5. 2. combine

2. 1. program 6. 1. recommend

3. 1. endurance 7. 3. selection

4. 4. achievable 8. 1. reward

6. ครใู หน้ ักเรยี นเขียนอธิบายประสบการณเ์ กยี่ วกับภยั พิบัติลงในสมุด
7. ครูสุ่มนักเรียนออกมาอ่านหน้าชั้นเรียน
8. ครใู หน้ ักเรยี นดรู ูปใน Student’s Book หน้า 18 ครถู ามว่านกั เรยี นเห็นอะไรในภาพ
What do you see in the picture? (Volcano)
9. นกั เรียนอ่านเนื้อเรื่อง Krakatao’s Eruption พร้อมขีดเสน้ ใต้คำศัพท์ทไี่ ม่ทราบความหมาย
10. ครอู ธิบายคำศัพทท์ ี่นักเรยี นไมท่ ราบความหมาย และให้นกั เรยี นเขยี นคำศัพท์ลงในสมุด
11. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่อง Krakatao’s Eruption อีกคร้งั และทำแบบฝึกหัด Student’s Book exercise 1
หน้า 19 จากน้ันนักเรียนเฉลยคำตอบรว่ มกนั

Answer key: Student’s Book 1. Read the passage below and answer the questions on

page 19.

Answer the questions with the key words given and the reading on page 18.

1. Year 1883 6. Over 3,000 people

2. 200 years 7. 36 ,000 people

3. August 26 8. tsunamis and gases

4. More than 25 kilometers into the air 9. geologists

ข้ันการสร้างผลงาน (Production)
12. ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ประมาณ 4 – 5 คน ช่วยกันวาดรปู และเขียนโปสเตอร์เกย่ี วกบั ภัยพบิ ัติ

ท่ีไดเ้ รยี นไปแลว้ 6 – 8 ภาพ
13. ครใู ห้ตวั แทนนกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมารายงานหน้าช้ันเรยี น

ขนั้ สรุป (Wrap up)
14. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กล่มุ ๆ ละ 3 – 4 คน เลน่ เกมทายชอ่ื ภยั พบิ ตั ิจากภาพ ภาพละ 1 คะแนน

โดยนักเรียนออกมาเขยี นหน้ากระดาน
15. กล่มุ ที่ตอบถูกได้มากที่สดุ เป็นผูช้ นะ

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้

รายการ วิธีวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารวัด

ดา้ นความรู้ Knowledge นกั เรียนตอบคำถามและ
ออกเสียงคำศัพทไ์ ด้ถูกต้อง
1. นกั เรียนตอบคำถามเก่ียวกับข้อมลู การทำแบบฝึกหดั แบบฝึกหดั มากกวา่ 60%

จากเรือ่ งที่อา่ นได้ นักเรยี นสามารถนำเสนอได้
โดยผ่านเกณฑร์ ะดบั ดี
2. นกั เรยี นระบุใจความสำคัญของเร่ือง การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
ถูกต้องมากกวา่ 60%
ที่อา่ นได้
นักเรยี นวางแผนการทำงาน
3. นักเรยี นเลา่ เรื่องที่อา่ นด้วยภาษา การนำเสนอ แบบประเมินผล เป็นกล่มุ อยู่ในเกณฑ์ระดบั ดี
นกั เรยี นสามารถนำเสนอได้
ของตนเองได้ งาน โดยผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี

4. นกั เรยี นระบุความหมายของคำศัพท์ การทำแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด นกั เรียนมีพฤตกิ รรมผา่ น
เกณฑร์ ะดับดี
โดยใชบ้ รบิ ทแวดล้อมได้

ด้านกระบวนการ Process

5. นกั เรียนทำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ ได้ การทำงานกลมุ่ แบบสงั เกต

พฤติกรรมการ

ทำงานกลุม่

6. นักเรียนนำขอ้ มลู ทีก่ ำหนดให้มาแตง่ การนำเสนอ แบบประเมินผล

เปน็ เรือ่ งราวได้ งาน

7. นักเรียนประยุกต์ใช้คำศัพท์จากเรื่อง การนำเสนอ แบบประเมินผล

ท่อี ่านมาเขียนเป็นข้อความบรรยายสั้นๆ งาน

ได้

ด้านคุณลกั ษณะ Attribute

8. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั และมงุ่ มัน่ ใน การประเมิน แบบสังเกต

การทำงาน พฤติกรรม พฤติกรรม

9. นกั เรยี นมีความซ่ือสัตย์ รายบุคคล รายบุคคล

ในการทำงาน

10. นกั เรยี นมีความใฝร่ ้โู ดยหาความรู้

เพิ่มเติมจากแหล่งต่าง ๆ ได้

9. ส่อื การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น Maximize Student’s Book 3
2. ใบงาน Reading
3. ปากกาไวท์บอรด์
4. ลำโพงช่วยสอน

10. บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
10.1 ผลการจัดการเรียนรู้(ตามจดุ ประสงค์)

....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
. ..................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

10.2. แนวทางแกป้ ญั หานักเรยี นที่ไม่ผา่ นตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรูห้ รือจดุ ประสงค์ (เพอื่ นำไปสู่ PLC)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
. ..................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครผู ู้สอน

วันที่………เดือน………………….พ.ศ…………

11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)

หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

12. ความคิดเห็นผู้ช่วยผูอ้ ำนวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ
 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้.........................................................................................
 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคัญครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรยี นรมู้ คี วามถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ.............................................................................
 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น.............................................................................................................
 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ชิ้นงาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญ........................................................................................
 สื่อและอปุ กรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
 การวัดและการประเมนิ ตามจุดประสงค์การเรียนร.ู้ ........................................................................
 บนั ทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
 เสนอส่งแผนการจัดการเรยี นรู้ตามขน้ั ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงชือ่
( นายประดิษฐ์ รังสรรค)์

ผู้ช่วยผอู้ ำนวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ

13. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรยี น
 อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................

ลงช่อื
( นายสิรวฒุ ิ ยนุ ุย้ )

ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 7

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหัสวชิ า อ 23101 วชิ า ภาษาอังกฤษ

ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี น 1 ปีการศกึ ษา 2563

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรอ่ื ง Dream Vacations เร่ือง Vocabulary Vacations เวลา 3 ชวั่ โมง

ชื่อผ้สู อน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที ักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรสู้ ึก

และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด

และการเขยี น

สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

กับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม

สาระท่ี 3 ภาษากับความสมั พนั ธ์กับกลมุ่ สาระการเรียนร้อู น่ื
มาตรฐาน ต 3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน และเป็นพืน้ ฐาน

ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน

สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่าง ๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คม
มาตรฐาน ต 4.2 : ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครอื่ งมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสงั คมโลก

ตัวชว้ี ดั
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสอื่ ท่ไี มใ่ ชค่ วามเรียงรูปแบบต่าง ๆ ใหส้ มั พันธ์กับประโยค และข้อความที่ฟงั หรอื

อ่าน

ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เร่ืองทอ่ี ยู่ใน
ความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างต่อเนือ่ งและเหมาะสม

ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพอ่ื ขอและใหข้ ้อมลู อธิบายเปรยี บเทียบและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั
เรอ่ื งที่ฟังหรอื อ่านอยา่ งเหมาะสม

ต 1.2 ม.3/5 พดู และเขยี นบรรยายความร้สู กึ และความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ยี วกบั เรอ่ื งต่าง ๆ กจิ กรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ลประกอบอย่างเหมาะสม

ต 1.3 ม.3/2 พดู และเขียนสรปุ ใจความสำคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่องท่ีได้จากการวิเคราะหเ์ รือ่ ง/ข่าว/เหตกุ ารณ์/
สถานการณ์ท่อี ยู่ในความสนใจของสงั คม

ต 2.2 ม.3/1 เปรยี บเทยี บและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ
และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงท่ีเก่ียวข้องกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน
จากแหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพดู และการเขยี น

ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลอง ท่ีเกิดขึน้ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชมุ ชน
และสังคม

ต 4.2 ม.3/1 ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองที่เกดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา ชมุ ชน
และสงั คม

2. สาระสำคัญ
เมื่อทุกคนเหน็ดเหน่ือยจากการทำงาน จำเป็นต้องมีการพักผ่อนหรือทำกิจกรรมหรือไปท่องเที่ยวใน

สถานที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายบ้าง ดังนั้นการสนทนาหรืออ่านเร่ืองราวเก่ียวกับกิจกรรมในช่วงวันหยุดยาว
ให้เข้าใจ นักเรียนจะต้องเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงวันหยุดยาวโดยเรียนรู้จากการทำแบบฝึกหัด
อภิปรายกลุ่มย่อย และอภิปรายกลุ่มใหญ่ อ่านข้อความส้ัน ๆ บทสนทนาตามสถานการณ์สมมติ และค้นคว้า
เพ่มิ เตมิ จากแหล่งการเรยี นรู้อืน่ ๆ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นกั เรียนอา่ นออกเสยี งคำศัพทเ์ กยี่ วกบั กิจกรรมในช่วงวนั หยดุ ยาวได้
2. นักเรียนระบคุ วามหมายของคำศพั ทเ์ กีย่ วกับกิจกรรมในชว่ งวันหยุดยาวได้
3. นักเรียนเลอื กใชค้ ำศัพท์เพื่อบรรยายเก่ียวกับกจิ กรรมในชว่ งวนั หยุดยาวได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
4. นกั เรียนสามารถทำงานเป็นกลุ่มหรอื จับคู่ทำงานได้
5. นกั เรยี นสามารถนำคำศัพทม์ าเติมประโยคใหส้ มบรู ณต์ ามบรบิ ทได้
6. นกั เรยี นสามารถนำคำศัพทม์ าใชใ้ นการพูดสนทนาในชั้นเรียนได้
ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
7. นกั เรยี นมวี นิ ยั ในการทำงาน
8. นกั เรียนมีความมุ่งม่ันในการทำงาน
9. นักเรยี นมีความกระตือรอื ร้นในการทำกจิ กรรม

3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศัพท์
- คำศพั ท์เกี่ยวกบั กิจกรรมในช่วงวันหยุดยาวได้แก่ bunk bed, traveler, relaxing, museum, cruise,

festivals, snorkeling, attractions, hiking, rent

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสอื่ สาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. ม่งุ มั่นในการทำงาน

6. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. Worksheet : Vocabulary Vacation

7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบ 2W3P)
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน (Warm up)
1. ครใู หน้ ักเรยี นดูภาพหรอื คลปิ เกยี่ วกบั กิจกรรมในวนั หยดุ พักผอ่ น และครูถามนักเรียนว่ากิจกรรมใน

วันหยดุ พักผ่อนมอี ะไรบ้าง
2. ครถู ามความคดิ เหน็ ว่านักเรียนชอบทำอะไรในช่วงวนั หยุดยาว What will you do on your

vacation?โดยใหน้ ักเรยี นอาสาสมคั รตอบคำถาม

ข้นั นำเสนอ (Presentation)
3. ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพใน Student’s Book หนา้ 20-21 และใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดใน Student’s

Book exercise 1-3 หน้า 20-21 จากนั้นนกั เรยี นชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ

Answer key : Student’s Book 1. Number the words using the pictures on page 21

Listen and repeat

Accommodations Vacation destinations

clean 14 temple 3

comfort 9 museum 12

hotel 11 zoo 8

bunk bed 1 concerts 10

expensive 15 hotel 16

cheap 7 cruise 5

traveler 2 resort 13

relaxing 4 festivals 6

Audioscript: Unit 3 Track 1 7. cheap 13. resort
1. bunk bed 8. zoo 14. clean
2. traveler 9. comfort 15. expensive
3. temple 10. concerts 16. hotel
4. relaxing 11. hotel
5. cruise 12. museum
6. festivals

Answer key: Student’s Book 2. Put the words in order. Then label the pictures above.

1. Rent a car. 4. Clean the room, please.

2. Watching Bruno Mars concert 5. Hike into the mountains

3. Kids playing at theme parks

Answer key: Student’s Book 3. Complete the expression with go or visit.

visit a zoo got to concerts

go snorkeling visit temple

go relaxing go to hotel

visit city attraction go hiking

go to festivals go swimming

go to mountains go rent

4. ครูอธบิ ายคำศพั ท์ ไดแ้ ก่ bunk bed, traveler, relaxing, museum, cruise, festivals,
snorkeling, attractions, hiking, rent

5. ครูอธบิ ายการใช้ go และ visit วา่ go จะใชน้ ำหนา้ กิจกรรมท่ที ำแล้วสนุกสนานหรอื เปน็ กิจกรรมใน
ยามพักผอ่ น สว่ นคำวา่ visit แปลวา่ เยยี่ มเยือน จะใช้กบั สถานที่

6. นกั เรยี นฟงั Audio บทสนทนาและทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 4 หนา้

Answer Key: Student’s Books 4. Listen to the dialogs. Check the words you hear in
each dialog.

Dialog 1 Dialog 2

R&B  

birthday  

piano

theater

hotel
Audioscript: Utnirietd3 Track 2

Dialog 1
Dear: Will you go to the R&B concert tomorrow?
Mark: I’m not sure. Will you go?
Dear: No, I will go to my cousin’s house. We will have a birthday party for her.
Mark: Oh, that sounds good.
Dialog 2
Mark: I’m tired. I’ve been practicing the piano all day.
Dear: You look tired. Why are you practicing so hard?
Mark: Well, I will give a performance at the new hotel in town.
Dear: Really. What’s the name of that hotel?
Mark: It called the Platinum Hotel. It’s next to the old theater.

7. นักเรยี นจับคถู่ าม-ตอบใน Student’s Book exercise 5 หน้า 21 และครสู มุ่ นักเรยี นกับคอู่ อกมา
ถาม-ตอบหน้าช้นั เรียน

ข้นั ฝึกฝน (Practice)
8. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั Workbook exercise 1-2 หนา้ 15 และนักเรียนรว่ มกันเฉลยคำตอบ

Answer key: Workbook 1.Label the pictures. Use the words in the box.

cruise concerts hiking zoo
farmland tired relaxing swimming
bunk bed volunteer traveler temple

Answer key: Workbook 2. Complete the phrases with the best choice.

1. cheap 4. luxury 7. feeding

2. zoo 5. clean 8. tired

3. temple 6. volunteer 9. concerts

9. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน เล่นเกมทายคำศัพท์ จากตวั อักษรท่เี รยี งสลบั กัน
กลมุ่ ท่ีทายไดถ้ ูกต้องจะได้คะแนน คำละ 2 คะแนน กลุ่มท่ีตอบได้ถกู ต้องมากทส่ี ุดคือผูช้ นะ

ขัน้ การสรา้ งผลงาน (Production)
10. นักเรยี นทำโบรชวั รก์ จิ กรรมและสถานที่ท่องเทย่ี วทีน่ า่ สนใจในช่วงวันหยุดยาวพร้อมตกแต่ง

ให้สวยงาม (นกั เรียนสามารถค้นหาขอ้ มลู จากอินเทอรเ์ นต็ ได้)

ขั้นสรปุ (Wrap up)
11. นักเรยี นช่วยกนั บอกคำศัพทเ์ ก่ยี วกบั กจิ กรรมในชว่ งวนั หยุดยาวทไ่ี ดเ้ รียน และออกมาเขียน

บนกระดานคนละ 1 คำ
12. นกั เรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์บนกระดานพร้อมกัน

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้

รายการ วธิ ีวดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การวัด
การอา่ นออกเสยี ง แบบฝึกหัด
ด้านความรู้ Knowledge นักเรยี นตอบคำถามและ
1. นกั เรียนอา่ นออกเสยี งคำศัพท์ ออกเสยี งคำศพั ทไ์ ด้ถูกต้อง
เกย่ี วกับกิจกรรมในชว่ งวนั หยดุ ยาวได้ มากกว่า 60%
นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
2. นักเรียนระบุความหมายของคำศพั ท์ การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด ถูกต้องมากกว่า 60%
เกยี่ วกับกจิ กรรมในช่วงวันหยุดยาวได้ การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด นักเรียนทำแบบฝึกหดั ได้
3. นกั เรียนเลอื กใชค้ ำศัพทเ์ พ่ือบรรยาย ถกู ต้องมากกว่า 60%
เก่ียวกบั กจิ กรรมในช่วงวนั หยุดยาวได้

รายการ วิธีวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวดั

ดา้ นกระบวนการ Process นักเรยี นวางแผนการทำงาน
เปน็ กลมุ่ อยู่ในเกณฑ์ระดับดี
4. นักเรยี นสามารถทำงานเป็นกลุ่มหรือ การทำงานกลุ่ม แบบสังเกต นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ได้
ถกู ต้องมากกวา่ 60%
จบั คทู่ ำงานได้ พฤติกรรมการ นักเรียนสามารถนำเสนอได้
โดยผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี
5. นักเรียนสามารถนำคำศัพท์มาใช้ใน การทำแบบฝึกหัด ทำงานกลุ่ม
นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมผา่ น
การเตมิ ประโยคใหส้ มบูรณ์ตามบริบทได้ แบบฝกึ หัด เกณฑ์ระดับดี
6. นกั เรยี นสามารถนำคำศัพทม์ าใช้ใน การสนทนา แบบประเมินผล

การพูดสนทนาในช้ันเรยี นได้ งาน

ดา้ นคุณลักษณะ Attribute

7. นักเรยี นมรี ะเบยี บวนิ ัยและมุง่ มัน่ ใน การประเมนิ แบบสงั เกต
พฤติกรรม
การทำงาน พฤติกรรม รายบุคคล

8. นักเรียนมคี วามซื่อสตั ย์ รายบุคคล

ในการทำงาน
9. นกั เรียนมีความใฝร่ โู้ ดยหาความรู้
เพิ่มเติมจากแหล่งตา่ ง ๆ ได้

9. สือ่ การเรียนรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน Maximize Student’s Book 3
2. ใบงาน Worksheet : Vocabulary Vacation
3. ภาพหรือคลปิ เกยี่ วกบั ภยั พิบัตทิ างธรรมชาติ
4. ลำโพงชว่ ยสอน

10. บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 (แยกเปน็ หอ้ งเพ่ือนำไปสู่ PLC)
10.1 ผลการจดั การเรียนรู้(ตามจดุ ประสงค์)

................................................................................................. ...................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................... ...............
....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................... ..............................................
..............................................................................................................................................................................

10.2. แนวทางแก้ปญั หานักเรียนท่ไี ม่ผา่ นตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้หรอื จดุ ประสงค์ (เพื่อนำไปสู่ PLC)
.......................................................................... ............................................................................................. .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอื่ …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบะ๊ หะยีปะดอ)
ครูผสู้ อน

วันท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………

11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
............................................. ......................................................................................... ..............................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)

หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

12. ความคิดเห็นผชู้ ่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวชิ าการ
 องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู.้ ........................................................................................
 มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคัญครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรียนร้มู คี วามถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ.............................................................................
 จุดประสงค์การเรยี นรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ช้นิ งาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นร้เู นน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ........................................................................................
 สอื่ และอุปกรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
 การวดั และการประเมินตามจดุ ประสงค์การเรียนร้.ู ........................................................................
 บันทกึ หลงั สอน...............................................................................................................................
 เสนอส่งแผนการจัดการเรียนรู้ตามขนั้ ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงชอื่
( นายประดิษฐ์ รงั สรรค)์

ผู้ชว่ ยผูอ้ ำนวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
13. ความคดิ เหน็ ผู้อำนวยการโรงเรียน

 อนุญาตใหใ้ ช้จัดการเรยี นการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ คอื
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ
( นายสริ วฒุ ิ ยนุ ุ้ย )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 8

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหสั วชิ า อ 23101 วชิ า ภาษาอังกฤษ

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี น 1 ปีการศกึ ษา 2563

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 Dream Vacations เร่อื ง Grammar: Future Simple Tense

เวลา 3 ชว่ั โมง ชื่อผสู้ อน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอ่านจากส่ือประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อย่างมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที ักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความร้สู ึก

และความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอื่ งต่าง ๆ โดยการพูด

และการเขียน

สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

กับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั กล่มุ สาระการเรียนรู้อนื่
มาตรฐาน ต 3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื และเป็นพ้ืนฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน

สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 : ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครอื่ งมอื พนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ
แลกเปล่ยี นเรยี นรู้กับสังคมโลก

ตัวชวี้ ดั
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงข้อความ ขา่ ว โฆษณา และบทร้อยกรองสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.1 ม.3/3 ระบแุ ละเขยี นส่อื ที่ไม่ใชค่ วามเรยี งรูปแบบต่าง ๆ ให้สมั พนั ธ์กบั ประโยค และขอ้ ความท่ีฟัง หรอื

อา่ น
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง เรือ่ งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว สถานการณ์ ขา่ ว เรอ่ื งทอ่ี ยู่ใน

ความสนใจของสังคม และส่อื สารอยา่ งต่อเนือ่ งและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพอ่ื ขอและใหข้ ้อมูล อธิบายเปรียบเทยี บและแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั

เรื่องท่ีฟงั หรืออา่ นอยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พดู และเขยี นบรรยายความรสู้ ึกและความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่าง ๆ กิจกรรม

ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทง้ั ใหเ้ หตุผลประกอบอย่างเหมาะสม

ต 1.3 ม.3/2 พูดและเขยี นสรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระ หวั ข้อเรอื่ งท่ีได้จากการวิเคราะหเ์ ร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์/
สถานการณ์ทอี่ ยู่ในความสนใจของสังคม

ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ
และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ข้อเทจ็ จริงทเ่ี กยี่ วข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื
จากแหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพูดและการเขียน

ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลอง ท่ีเกิดขน้ึ ในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน
และสังคม

ต 4.2 ม.3/1 ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองท่เี กิดขนึ้ ในหอ้ งเรยี น สถานศกึ ษา ชมุ ชน
และสงั คม

2. สาระสำคญั
การกล่าวถึงเหตุการณ์ท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคต การคาดการณ์ โดยใช้ Future simple tense ท้ังประโยค

บอกเล่า ประโยคปฏิเสธ และประโยคคำถาม การใช้กริยาให้สอดคล้องกัน หรือ collocation เพราะคำนามหรือ
สำนวนบางอย่างต้องใช้กับกริยาเฉพาะคำเท่านั้น ซ่ึงบางครั้งอาจสร้างความสับสนให้นักเรียน เนื่องจากกริยาบาง
คำสามารถใช้กับคำนามนี้ได้ในภาษาไทย แต่ในภาษาอังกฤษกลับใช้คำกริยาท่ีแปลเป็นภาษาไทยแล้วไม่เข้ากับ
คำนามนัน้ เลย ดังน้ันนกั เรยี นจึงต้องฝกึ ฝนจากการอ่าน การฟัง การสงั เกตจากตวั อยา่ ง
การทำแบบฝึกหดั และฝึกสนทนาในสถานการณส์ มมติ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนอา่ นออกเสยี งกริยา will ในประโยค Future simple tense ได้
2. นกั เรยี นแตง่ ประโยค Future simple tense จากคำทกี่ ำหนดใหไ้ ด้
3. นกั เรียนแต่งประโยคโดยใช้กรยิ าช่วย have to, must, และ should ได้
4. นักเรียนอธบิ ายหลกั การใช้ allow to, let, make ได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
5. นกั เรียนแต่งประโยคในรูปแบบของ Future simple tense ไดส้ อดคล้องกับรูปภาพ
6. นกั เรยี นแตง่ ประโยคจากสถานการณ์ท่กี ำหนดใหไ้ ด้
7. นักเรียนตอบคำถามจากสิง่ ท่ฟี ังได้
ด้านคุณลักษณะ (Attribute)
8. นักเรียนมรี ะเบียบวินยั และมุ่งมัน่ ในการทำงาน
9. นักเรียนมีความซื่อสตั ย์ในการทำงาน
10. นักเรยี นมีความใฝร่ ู้โดยหาความรูเ้ พ่ิมเติมจากแหลง่ ต่าง ๆ ได้

3. สาระการเรียนรู้
1. ไวยากรณ์
- Future simple tense
Structure: S + will + V infinitive
Positive: S + will + V. infinitive

Negative: S + will not (won’t) + V infinitive
Question: Will + S + V. infinitive?
- Modal have to, must, should เพือ่ บอกความจำเป็น เง่อื นไขและส่ิงท่ีควรทำ
I have to go to school now. (necessity มีความจำเปน็ )
I must leave the room before 12. (obligation เป็นกฎ ระเบยี บ หรือเงื่อนไข)
You should ask someone how to use the machine. (suggestion คำแนะนำ)
- allow to, let, make
My mom allows me to get home late. (อนญุ าตใหท้ ำ)
My mom let me hang out with my friends. (ปลอ่ ยใหท้ ำได)้
My mom makes me to do the chores. (บังคบั ให้ทำในสง่ิ ท่ีไม่ชอบ)

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการส่อื สาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. อย่อู ย่างพอเพยี ง
4. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

6. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน Grammar Future Simple Tense

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน (Warm up)
1. ครทู กั ทายนักเรียน
2. ครูถามนักเรียนวา่ ตอนนใ้ี ครคือประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมรกิ า (Who is the president of

the USA?)
3. เม่ือนกั เรยี นตอบช่ือประธานาธบิ ดสี หรฐั อเมรกิ าแล้วครูพดู ว่า He will be the president until the

end of … (ปีท่ีหมดวาระ)
4. ครถู ามนักเรียนต่อไปวา่ Who will be the next US president?
5. ครถู ามนักเรยี นวา่ ประโยคท่ีครยู กตวั อยา่ งน้นั เกี่ยวกับเหตุการณท์ ี่จะเกิดขน้ึ เม่ือใด
6. เม่อื นกั เรียนตอบวา่ เหตุการณ์ในอนาคต ครูใหน้ ักเรยี นยกตวั อย่างสงิ่ ทนี่ ักเรยี นคิดวา่ จะ

เกดิ ขึ้นในอนาคต โดยครเู ขียนตัวอยา่ งประโยคบนกระดาน ดังนี้
- I think the traffic in the city will be worse.
- I think there will be a big department store near our school.

7. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นออกมาเขยี นประโยคบนกระดาน
8. ครูถามนักเรยี นว่าบทเรียนวนั นีจ้ ะเกย่ี วกับเร่ืองอะไร

ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
9. ครใู หน้ กั เรียนอา่ นคำอธบิ าย Grammar ใน Student’s Book หนา้ 22
10. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมดังน้ี
- เราใช้ Future with will เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต/ การตัดสนิ ใจที่เกิดขึ้นในทนั ที

และการคาดการณส์ ง่ิ ท่จี ะเกดิ ขึ้นในอนาคต
- Will ตามด้วยกรยิ าแท้ไมต่ ้องเปลีย่ นรูป เรียกว่า infinitive
- Will ใชเ้ ป็นรูปย่อเมอ่ื ตามหลัง pronoun เช่น I’ll, She’ll, He’ll, They’ll, We’ll
- รปู ยอ่ ของ will not คอื won’t

11. ครเู ขียนประโยคตอ่ ไปนีบ้ นกระดาน ใหน้ ักเรียนระบุว่า เปน็ การพูดถงึ เหตุการณ์ในอนาคต/
การตัดสินใจท่ีเกดิ ขึ้นในทนั ที หรอื การทำนายสง่ิ ทจี่ ะเกิดขน้ึ ในอนาคต

- She will stay with her grandparents this summer. (future event)
- We don’t have any paper left. I will go to buy it from the stationary. (quick
decision)
- Our city will face terrible air pollution in the next 5 years. (prediction)
- The weather is very hot today I think it will rain tonight. (prediction)
- The new teacher will come to our class next week. (future event)
- It’s so windy outside. I will close the window for you. (quick decision)
12. นกั เรยี นอภปิ ราย แสดงความคิดเห็น และตอบคำถามร่วมกัน

ขั้นฝกึ ฝน (Practice)
13. นักเรยี นอ่านเร่ือง AI ใน Student’s Book หนา้ 22
14. นักเรยี นนำข้อมูลจากเรื่องที่อ่านมาเตมิ ในประโยคใน Student’s Book exercise 3 หนา้ 22

Answer key: Student’s Book 3. Complete the sentences with will or won’t.

1. will 4. won’t

2. won’t 5. will

3. will 6. will

15. นักเรียนอา่ นคำตอบพร้อม ๆ กนั
16. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 4-6 หน้า 23
Answer key: Student’s Book 4. Complete the statements and questions with will or
won’t.
Use contractions when possible.
1. When will Grant hike on the mountains?
2. I ’ll finish my homework after relaxing.
3. There won’t be a lot of spicy food at the hotel.
4. Where will your team go swimming today?
5. My parents won’t go to the theme park today.
6. Will Tina meet her boyfriend at the concert?

Answer key: Student’s Book 5. Fill the blanks with will or won’t.

1. won’t 5. will

2. Will 6. won’t

3. won’t 7. will

4. will 8. won’t

Answer key: Student’s Book 6. Listen to the conversations. Choose the correct verb

phrase, according to the conversation.

1. won’t play 4. will be

2. won’t go 5. will

3. won’t go 6. won’t

Audioscript: Unit 3 Track 3
1.Is your sister going to play on Saturday?

No, I don’t think she will play.
2. What will you do today?

My cousins are coming over. We will go to the beach.
3. She’ll go to the soccer practice on Tuesday.
4. When will you go home?

I will go before 6:00. My brother will be home by then.
5. Do you think Bam will like to go to the party with us?

Sure. She will be thrilled to go.
6. Is it a good restaurant?

Yes, it’s a great restaurant. And it’s not too expensive either.

17. ครูส่มุ เรียกนกั เรยี น เฉลยคำตอบคนละ 1 ข้อ จากนัน้ นกั เรียนฟัง Audio และตรวจคำตอบ
ใน exercise 6

18. นกั เรยี นเปดิ หนงั สือ Student’s Book หน้า 24 อา่ นคำอธิบาย Grammar เรอื่ ง have to, must,
should และ การใช้ allow to, let, make

19. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ดังนี้
- have to และ must แปลวา่ ต้อง (ทำ) ท้ัง 2 คำตามด้วย V infinitive
- Subject + have to + V infinitive/ Subject + must + V infinitive
- must ใช้กับสง่ิ ที่เปน็ กฎ หรือขอ้ บงั คับ (obligation)
- mustn’t แปลว่า ตอ้ งไม่ (ทำ)
- have toใช้เพอื่ บอกว่าจำเปน็ ต้องทำ (necessity)
- should ใช้เพ่ือใหค้ ำแนะนำ (suggestion) เพราะ should แปลว่า ควรจะ
- shouldn’t แปลว่า ไม่ควรจะ ใช้เพ่ือแนะนำว่าไมค่ วรจะทำ

- คำว่า allow to, let มีความหมายใกลเ้ คียงกัน แปลว่า อนุญาต หรือยินยอมให้ (ทำ)
20. ครูเขยี นตัวอยา่ งประโยคต่อไปนบ้ี นกระดาน

- My mom allows me to get home late. (อนญุ าตใหท้ ำ)
- My mom let me hang out with my friends. (ปล่อยให้ทำได)้
- My mom makes me to do the chores. (บงั คับให้ทำในส่งิ ท่ไี ม่ชอบ)
21. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ใน Student’s Book exercise 2-3 หนา้ 24

Answer key: Student’s Book 2. Look at the rules. Say what Nong is/ isn’t allowed to do
at the zoo.
1. She isn’t allowed to eat food near the animals.
2. She isn’t allowed to play with the samller animals.
3. She isn’t allowed to ask questions.
4. She is allowed to listen to her iPod.
5. She isn’t allowed to feed the monkeys.
6. She is allowed to go into the cages.

22. นกั เรียนแลกหนังสือกันตรวจ
ขน้ั การสรา้ งผลงาน (Production)

23. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน
24. ครูแจกกระดาษปร๊ฟู ปากกาและสีเมจิกให้นักเรยี นกลุ่มละ 1 ชดุ

ครกู ำหนดสถานการณด์ ังต่อไปน้ใี ห้นกั เรยี นเลือก
- You are away from your country for ten years and you are going back to your
hometown. Write down ten things you will do when you arrive there.
- You and your classmates are going to a 3-day camp in the National Park. Write
down 10 activities you will do there.
- You have been studying English in London. What are ten things you will do when
your English becomes fluent after finishing the course.
- Explain how your 10 classmates will be like in the next 4 years. Describe each of
them with a sentence.
25. นกั เรียนเลือกสถานการณท์ ่ีนักเรียนชอบ และชว่ ยกนั เขยี นประโยค
26. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมาอ่านประโยคของตน
ขน้ั สรปุ (Wrap up)
27. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ เน้ือหาท่ีได้เรยี นไปในวนั น้ี โดยครสู ุ่มเรียกนกั เรยี นอธิบายเนื้อหาเกีย่ วกบั Future
simple tense และการใช้ have to, must, should
28. ครใู หน้ ักเรยี นเขียนโครงสรา้ งและตวั อย่างประโยคบนกระดาน
29. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดใน Workbook exercise 4 หนา้ 16 และ exercise 6 หน้า 77

Answer key: Workbook 4. Write questions for the future.

1. Will it rain? 5. What will they eat?

2. What will you do at the hotel? 6. When will she clean our room?

3. Will Jenny lock the door? 7. Where will we meet?

4. When will I go swimming? 8. Will she keep her promise?

Answer key: Workbook 6. Fill the gaps with make, let, have to or to be allowed to

in the correct form.

1. allowed to 4. won’t be allowed to 7. have to

2. let 5. let 8. let

3. make 6. let

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้

รายการ วธิ ีวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารวัด

ดา้ นความรู้ Knowledge นกั เรียนตอบคำถามและ
ออกเสียงคำศัพทไ์ ด้ถกู ต้อง
1. นักเรยี นอ่านออกเสยี งกริยา will ใน การอา่ นออกเสยี ง แบบฝึกหัด มากกวา่ 60 %
นกั เรียนทำแบบฝึกหัดได้
ประโยค Future simple tense ได้ ถูกต้องมากกว่า 60%

2. นักเรียนแต่งประโยค Future การทำแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด นกั เรียนสามารถนำเสนอได้
โดยผ่านเกณฑร์ ะดบั ดี
simple tense จากคำที่กำหนดให้ได้
นกั เรียนวางแผนการทำงาน
3. นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้กรยิ า การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั เปน็ กล่มุ อยู่ในเกณฑร์ ะดบั ดี

ช่วย have to, must, และ should ได้ นกั เรยี นสามารถนำเสนอได้
โดยผ่านเกณฑ์ระดับดี
4. นกั เรยี นอธิบายหลักการใช้ allow การนำเสนอ แบบประเมนิ ผล นักเรียนทำแบบฝึกหัดได้
ถกู ต้องมากกวา่ 80%
to, let, make ได้ งาน
นกั เรียนมีพฤตกิ รรมผา่ น
ดา้ นกระบวนการ Process เกณฑร์ ะดบั ดี

5. นักเรียนแต่งประโยคในรูปแบบของ การทำงานกลุ่ม แบบสงั เกต

Future simple tense ไดส้ อดคล้อง พฤติกรรมการ

กับรูปภาพ ทำงานกลุ่ม

6. นกั เรียนแตง่ ประโยคจาก การนำเสนอ แบบประเมินผล

สถานการณ์ทกี่ ำหนดใหไ้ ด้ งาน

7. นักเรยี นตอบคำถามจากส่ิงท่ไี ด้ฟัง การทำแบบฝึกหดั แบบฝึกหัดใน

ได้

ด้านคณุ ลักษณะ Attribute

8. นกั เรียนมีระเบียบวินยั และมงุ่ มั่นใน การประเมนิ แบบสังเกต

การทำงาน พฤติกรรม พฤติกรรม

9. นักเรียนมคี วามซ่ือสัตย์ในการ รายบุคคล รายบคุ คล

ทำงาน

10. นกั เรยี นมคี วามใฝ่ร้โู ดยหาความรู้

เพิ่มเติมจากแหล่งต่าง ๆ ได้

9. สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น Maximize Student’s Book 3
2. Maximize Student’s Book 3 Audio CD
3. ใบงาน Grammar Future Simple Tense
4. ใบความรู้เรอ่ื ง Grammar Future Simple Tense
5. ภาพหรอื คลปิ เกยี่ วกับภยั พบิ ัติทางธรรมชาติ
6. ปากกาไวทบ์ อรด์
7. ลำโพงช่วยสอน

10. บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 (แยกเปน็ ห้องเพื่อนำไปสู่ PLC)
10.1 ผลการจัดการเรียนรู้(ตามจดุ ประสงค์)

....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

10.2. แนวทางแกป้ ัญหานักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรหู้ รือจดุ ประสงค์ (เพื่อนำไปสู่ PLC)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ…………………………………………………
(นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครูผู้สอน

วันท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………

11. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลติ า อาดุลเบบ)

หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ

12. ความคดิ เหน็ ผ้ชู ่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิชาการ
 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้.........................................................................................
 มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรสู้ อดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคญั ครอบคลุมชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรยี นรมู้ คี วามถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ.............................................................................
 จดุ ประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน.............................................................................................................
 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
 ระบุภาระงาน/ช้นิ งาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นรเู้ น้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ........................................................................................
 ส่ือและอุปกรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
 การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงค์การเรยี นร้.ู ........................................................................
 บันทกึ หลงั สอน...............................................................................................................................
 เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามขัน้ ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงชอื่
( นายประดิษฐ์ รงั สรรค)์

ผ้ชู ว่ ยผ้อู ำนวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

13. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรยี น
 อนุญาตให้ใช้จดั การเรียนการสอนได้
 ควรปรับปรงุ คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ
( นายสิรวุฒิ ยุนุย้ )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9

กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รหัสวชิ า อ 23101 วิชา ภาษาอังกฤษ

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี น 1 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 Dream Vacations เวลา 3 ชวั่ โมง

เรอ่ื ง Reading : Unusual places to go on vacation :The Orangutans of Borneo

ชอ่ื ผู้สอน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเร่ืองท่ีฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็

อย่างมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทกั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรูส้ ึก

และความคดิ เหน็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

สาระที่ 3 ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั กล่มุ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 : ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อน่ื และเปน็ พื้นฐาน

ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน

สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 : ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมอื พ้นื ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ และการ
แลกเปลี่ยนเรียนรูก้ บั สังคมโลก

ตัวชวี้ ัด
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพือ่ ขอและใหข้ ้อมูล อธิบายเปรียบเทียบและแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับ

เรือ่ งท่ีฟังหรืออา่ นอยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขยี นบรรยายความรสู้ ึกและความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ียวกับเรื่องตา่ ง ๆ กิจกรรม

ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 3.1 ม.3/1 ค้นควา้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงทเ่ี กีย่ วข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ืน่

จากแหล่งการเรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพดู และการเขียน
ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลอง ที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรยี น สถานศึกษา ชุมชน

และสังคม
ต 4.2 ม.3/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรยี น สถานศกึ ษา ชุมชน

และสงั คม

2. สาระสำคญั
การท่องเท่ียวเป็นปัจจัยทางเศรษฐกจิ ท่ีชว่ ยเพม่ิ รายได้ให้กับประเทศต่างๆ ในปัจจุบันนักทอ่ งเที่ยวจำนวน

มาก หันมาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตป่า ท่ีมีสัตว์ป่า และพืชพันธ์ุ

แปลก ๆ อย่างไรก็ตามหากปราศจากการควบคุมดูแลการท่องเท่ียวท่ีเหมาะสม ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ป่า
และพืชพันธ์ุ การอนุรักษ์ธรรมชาติจึงต้องทำควบคู่ไปกับการท่องเท่ียว เพื่อช่วยให้สัตว์ป่าดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยไม่
ถูกรุกราน ดังนน้ั การเรยี นรู้เรอ่ื งราวทเี่ ก่ียวข้องกับการอนรุ ักษธ์ รรมชาติ ในบริบทที่คล้ายกับประเทศไทยของเราจึง
มีความสำคญั เป็นอย่างย่ิงเพือ่ สร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ไดเ้ รียนรคู้ ำศัพท์ สำนวน เกี่ยวกับการอนุรกั ษ์
ธรรมชาติ ผา่ นเร่ืองราวของลงิ อุรงั อุตงั แห่งป่าบอร์เนียวในประเทศอินโดนเี ซีย นอกจากนักเรยี นจะไดค้ วามรูแ้ ลว้ ยัง
เป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการอนุรกั ษธ์ รรมชาตอิ กี ดว้ ย

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์ที่อยู่ในบทความได้
2. นกั เรยี นระบุความหมายคำศัพท์ทอี่ ยู่ในบทความได้
3. นกั เรยี นระบชุ นดิ ของคำศัพท์ (Part of speech) ทอี่ ยู่ในบทความได้
4. นักเรยี นตอบคำถามจากบทความได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
5. นกั เรยี นจับใจความสำคัญของบทความได้
6. นักเรยี นวเิ คราะห์ใจความสำคัญของบทความได้
7. นกั เรียนสร้างสรรค์แผน่ พับโฆษณาได้สอดคล้องกบั หวั ข้อทก่ี ำหนดให้ได้
ด้านคุณลักษณะ (Attribute)
8. นักเรยี นมีระเบยี บวินยั และมุ่งม่ันในการทำงาน
9. นกั เรยี นมีความซื่อสตั ยใ์ นการทำงาน
10. นักเรยี นมีความใฝ่ร้โู ดยหาความรเู้ พ่ิมเติมจากแหล่งต่าง ๆ ได้

3. สาระการเรียนรู้
1. คำศพั ท์
- จากเร่ือง The Orangutans of Borneo ได้แก่ Borneo (เกาะบอร์เนียว), Sumatra (เกาะสุมาตร),

orangutan (ลิงอรุ งั อุตงั ), region (เขตพื้นที)่ , Kalimantan (รฐั กลมิ ันตนั ), remote (ห่างไกล), destination
(จดุ หมายปลายทาง), completely (โดยสน้ิ เชิง), wooden hut (กระท่อมไม้), vines (เถาวลั ย)์ , reserves (อนรุ ักษ์),
clinics (สถานพยาบาล), sanctuaries (เขตอนรุ กั ษส์ ัตว์ปา่ ) , ape (สตั วจ์ ำพวกลงิ ), sites (พ้ืนที่อนรุ ักษ์),
feeding sessions (เขตให้อาหารสัตว)์ , increasing (เพ่มิ ขึ้น), chances (โอกาส), effort (ความพยายาม),
magnificent (น่าตืน่ ตาตนื่ ใจ), farmland (พ้ืนที่เกษตรกรรม), natural habitat (ทอ่ี ยู่ตามธรรมชาต)ิ ,
community (ชุมชน), conservation (การอนรุ ักษ์), population (ประชากร), traditional (ด้ังเดิม/โบราณ),
volunteer (อาสาสมคั ร)

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสือ่ สาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
4. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

6. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน Reading

7. กิจกรรมการเรียนรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)

ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น (Warm up)

1. ครทู ักทายนักเรียน จากน้นั ครูถามนักเรียนว่า What are the wild animals in Thailand?

2. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน

3. ครแู จกอุปกรณ์ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ ดังนี้ กระดาษ A4 1 แผน่

4. ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มระดมสมองเพื่อเขยี นคำตอบลงกระดาษใหไ้ ด้มากท่สี ดุ ภายในเวลา

5 นาที

5. เมื่อหมดเวลา ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอคำตอบของกลุ่ม

หน้าชั้นเรียน

6. นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายความคิดเห็นเก่ียวกับรายการสตั ว์ปา่ ท่นี กั เรยี นคิดว่า สตั วช์ นิดใดทตี่ กอยใู่ น

ภาวะอนั ตรายและตอ้ งการการอนรุ ักษ์บ้าง (What are the endanger wild animals that should be

reserved?)

7. ครูใหน้ ักเรยี นบอกว่าวนั นีจ้ ะเรียนเกีย่ วกับเรอื่ งอะไร (What topic are we going to study today?)

ข้นั นำเสนอ (Presentation)

8. ครูใหน้ ักเรียนหา Part of speech ของคำศพั ท์ในบทความเรื่อง The Orangutans of Borneo ดงั นี้

- Borneo (เกาะบอรเ์ นียว) noun

- Sumatra (เกาะสุมาตร) noun

- likely (ดเู หมือนวา่ ) adverb

- orangutan (ลิงอรุ ังอุตงั ) noun

- region (เขตพนื้ ท่ี) noun

- Kalimantan (รัฐกลมิ ันตัน) noun

- remote (ห่างไกล) adjective

- destination (จดุ หมายปลายทาง) noun

- completely (โดยสิ้นเชิง) adverb

- wooden hut (กระท่อมไม)้ noun

- vines (เถาวัลย)์ noun

- reserves (อนรุ กั ษ์) verb

- clinics (สถานพยาบาล) noun

- sanctuaries (เขตอนุรกั ษส์ ตั ว์ป่า) noun

- ape (สัตวจ์ ำพวกลิง) noun

- sites (พืน้ ท่ีอนุรกั ษ์) noun

- feeding sessions (พ้นื ท่ใี ห้อาหารสัตว์) noun

- chances (โอกาส) noun

- effort (ความพยายาม) noun

- magnificent (นา่ ตน่ื ตาตื่นใจ) adjective

- farmland (พืน้ ท่ีเกษตรกรรม) noun

- natural habitat (ท่อี ยตู่ ามธรรมชาต)ิ noun

- community (ชมุ ชน) noun

- conservation (การอนุรักษ)์ noun

- population (ประชากร) noun

- traditional (ดง้ั เดิม/โบราณ) adjective

- volunteer (อาสาสมคั ร) noun/verb

9. นักเรยี นเปดิ หนงั สือ Student’s Book หนา้ 26 แลว้ ใช้ปากกาเนน้ ทคี่ ำศัพท์ตามที่ครใู ห้นักเรียนหาใน

บทความ

10. นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำศัพท์และความหมายของคำศัพท์ตามครทู ีละคำ

11. นักเรียนรว่ มกันอภิปรายความหมายภาษาไทยของคำศัพท์

12. นกั เรยี นจดคำศัพท์ ความหมายของคำศัพท์ และชนดิ ของคำศพั ท์ (Part of speech) ลงในสมุด

ข้นั ฝึกฝน (Practice)

13. นกั เรยี นเปดิ หนังสอื Student’s Book หน้า 26 จากนน้ั ครใู หน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งบทความนี้

ด้วยการอ่านแบบ Chain Reading โดยนกั เรียนอา่ นออกเสียงคนละประโยค และนักเรียนจะตอ้ งอ่านบทความให้

ต่อเนอ่ื งกัน

14. ครูขออาสาสมัครนกั เรียนพดู สรุปใจความสำคญั ของบทความทอี่ ่าน

15. ครูเขยี นคำถามต่อไปน้ีบนกระดาน และให้นักเรยี นตอบคำถามโดยใช้ข้อมูลจากเร่ืองทอ่ี ่าน

- Where is Borneo? (It is in Kalimantan State, Indonesia.)

- Why do many orangutans can be seen in Borneo? (Because there are national

parks and natural preserved areas)

- What gives more chances to see the orangutans? (The feeding sessions)

- Why are forests destroyed? (Because they are destroyed for farmlands.)

- Who help to conserve orangutans’ natural habitats? (The local community)

- How can the visitors help preserving the orangutans? (They can volunteer and help

at the local clinics there.)

16. ครสู ุ่มเรียกนักเรยี นออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน

17. นกั เรียนอภิปราย แสดงความคิดเห็นและสรุปคำตอบร่วมกัน จากน้นั นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด

ใน Student’s Book exercise 2-3 หนา้ 27

Answer key: Student’s Book 2. Are these statements true (T) or false (F)?

1. T 4. F

2. F 5. F

3. T 6. T

Answer key: Student’s Book 3. Fill in the blanks.

1. orangutans 5. habitat

2. Sumatra 6. fed

3. forest 7. Batang AI

4. fruits and nuts 8. Iban tribes

18. ครูให้นักเรียนอา่ นเรอ่ื ง Blogging/e-commerce ใน Student’s Book หน้า 28 และทำแบบฝกึ หดั
exercise 2-3 หนา้ 29

Answer key: Student’s Book 2. Read and check the main idea of the passage.
Blogging is a way of advertising.

Answer key: Student’s Book 3. Choose the best answer.
1. 3. a company’s online presence
2. 3. Advertising
3. 3. promote
4. 4. go viral

ข้ันการสรา้ งผลงาน (Production)
19. ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 5 คน
20. ครแู จก กระดาษปรูฟ๊ 1 แผน่ ปากกาและสีเมจิก ให้นักเรียนกลมุ่ ละ 1 ชุด
21. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มสร้างสรรคโ์ ปสเตอร์เก่ียวกับการรณรงค์อนรุ ักษส์ ัตวป์ ่า (ท่ีนักเรียน

เห็นวา่ ใกล้สูญพนั ธ์ุ และต้องได้รับการอนุรักษ์) โดยในโปสเตอร์ให้ระบชุ ื่อสัตว์ ภาพประกอบ แหลง่ ที่อาศยั ภยั
คุกคาม และวิธอี นรุ ักษ์

22. เมอ่ื หมดเวลา ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลงาน
23. ครใู ห้คะแนนผลงานนกั เรียนโดยคำนึงถงึ ความคิดสร้างสรรค์ ความถูกตอ้ งของประโยค
และความสามัคคีในการทำงานเป็นหลัก
ขน้ั สรุป (Wrap up)
24. ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายเนอ้ื หาที่ได้เรยี นไปในวนั นี้
25. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งคำศัพท์และความหมายของคำศัพท์ท่ีอยใู่ นบทความ Unusual places to
go on vacation: The Orangutans of Borneo พรอ้ มกันอกี ครั้งหนงึ่

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้

รายการ วธิ ีวัด เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารวดั

ดา้ นความรู้ Knowledge นกั เรียนตอบคำถามและ
ออกเสียงคำศัพทไ์ ด้ถกู ต้อง
1. นักเรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์ที่อยใู่ น การอ่านออกเสยี ง แบบฝกึ หัด มากกว่า 60%

บทความท่ีอา่ นได้ นกั เรียนทำแบบฝึกหัดได้
ถกู ต้องมากกวา่ 60%
2. นกั เรียนระบุความหมายคำศพั ท์ที่อยู่ใน การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด
นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ได้
บทความที่อ่านได้ ถูกต้องมากกว่า 60%
นกั เรยี นสามารถนำเสนอได้
3. นักเรียนระบชุ นิดของคำศัพท์ (Part of การทำแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั โดยผา่ นเกณฑ์ระดับดี
นกั เรียนวางแผนการทำงาน
speech) ท่อี ยใู่ นบทความ เปน็ กลุ่มอยู่ในเกณฑ์ระดบั ดี

ที่อ่านได้ นักเรยี นมีพฤติกรรมผ่าน
เกณฑร์ ะดบั ดี
4. นกั เรยี นตอบคำถามจากบทความที่ การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั

อ่านได้

ดา้ นกระบวนการ Process

5. นักเรยี นจบั ใจความสำคญั การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด

ของบทความที่อ่านได้

6. นกั เรียนวิเคราะหใ์ จความสำคัญของ การนำเสนอ แบบประเมินผล

บทความที่อ่านได้ งาน

7. นักเรียนออกแบบโปสเตอร์ได้ การทำงานกลมุ่ แบบประเมินผล

สอดคลอ้ งกบั หวั ข้อที่กำหนดให้ งาน

ด้านคณุ ลักษณะ Attribute

8. นักเรียนมีระเบียบวนิ ัยและมุง่ ม่นั ใน การประเมนิ แบบสังเกต

การทำงาน พฤติกรรม พฤติกรรม

9. นักเรยี นมคี วามซื่อสัตย์ในการ รายบุคคล รายบุคคล

ทำงาน

10. นกั เรยี นมีความใฝร่ โู้ ดยหาความรู้

เพิ่มเติมจากแหล่งตา่ ง ๆ ได้

9. สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน Maximize Student’s Book 3
2. ใบงาน Reading
3. ปากกาไวทบ์ อร์ด
4. ลำโพงชว่ ยสอน

10. บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 9 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
10.1 ผลการจดั การเรยี นรู้(ตามจดุ ประสงค์)

....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
10.2. แนวทางแก้ปัญหานักเรยี นทไี่ ม่ผา่ นตัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้หรือจดุ ประสงค์ (เพ่อื นำไปสู่ PLC)
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................ ......................................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................... ...................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครูผู้สอน

วันท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………

11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)

หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

12. ความคิดเห็นผู้ช่วยผูอ้ ำนวยการฝ่ายบริหารวชิ าการ
 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู.้ ........................................................................................
 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคญั ครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรยี นรมู้ คี วามถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ.............................................................................
 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ชิ้นงาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ........................................................................................
 สื่อและอปุ กรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
 การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงค์การเรียนรู.้ ........................................................................
 บนั ทึกหลังสอน...............................................................................................................................
 เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามขนั้ ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงชื่อ
( นายประดิษฐ์ รังสรรค์)

ผ้ชู ว่ ยผอู้ ำนวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ

13. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรยี น
 อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้
 ควรปรับปรงุ คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................

ลงช่ือ
( นายสิรวฒุ ิ ยนุ ุย้ )

ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา


Click to View FlipBook Version