The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khusaibah.kp, 2021-08-24 05:48:07

แผนการจัดการเรียนรู้

2 แผนการสอน

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหสั วชิ า อ 23101 วชิ า ภาษาอังกฤษ
ปกี ารศึกษา 2563
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี น 1 เวลา 3 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 เรือ่ ง The World of Media เรื่อง Media

ช่อื ผสู้ อน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเร่ืองท่ีฟงั และอา่ นจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ ึก

และความคิดเหน็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพันธก์ ับกลมุ่ สาระการเรียนร้อู ืน่
มาตรฐาน ต 3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื และเปน็ พ้ืนฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พันธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม
มาตรฐาน ต 4.2 : ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี

และการเปลยี่ นเรียนรู้กบั สังคมโลก
ตัวชวี้ ดั
ต 1.1 ม.3/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองส้ัน ๆ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.1 ม.3/3 ระบแุ ละเขยี นส่อื ทไี่ ม่ใชค่ วามเรียงรปู แบบต่าง ๆ ให้สมั พันธ์กบั ประโยค และข้อความที่ฟัง

หรอื อ่าน
ต 1.1 ม.3/4 เลอื ก/ระบุหวั ข้อเร่ือง ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนับสนุนและแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั

เร่อื งที่ฟังและอ่านจากสอื่ ประเภทต่าง ๆ พร้อมท้งั ให้เหตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เรอ่ื งต่าง ๆ ใกลต้ ัว สถานการณ์ ขา่ ว

เรอ่ื งที่อยู่ในความสนใจของสังคม และสื่อสารอยา่ งตอ่ เน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมูล อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับ

เรือ่ งที่ฟงั หรอื อ่านอยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สกึ และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่าง ๆ กิจกรรม

ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
ต 2.2 ม.3/1 เปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดต่าง ๆ

และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เท็จจริงท่เี กยี่ วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ น่ื

จากแหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพดู และการเขียน
ต 4.1 ม.3/1 ใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลอง ทเ่ี กิดข้ึนในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน
และสงั คม
ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นควา้ รวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสอ่ื

และแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ

2. สาระสำคัญ
ในปัจจุบัน Social media ได้เปล่ียนแปลงวิธีการส่ือสารที่เคยมีมาอย่างส้ินเชิง ท้ังเครื่องมือสื่อสารและ

วิธีการท่ีใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การถ่ายทอดความรู้สึก ผ่านถอ้ ยคำ ท่ีกระชบั สั้น การส่งรปู ภาพเพ่ือบอกเล่า
ประสบการณ์อย่างรวดเร็ว การส่งข่าวสาร นัดหมาย และการวางแผนร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องมาพบกันใน
สถานที่ประชุม คนรุ่นใหม่ล้วนมีความคล่องแคล่วในการใช้และรับสารจากส่ือ Social media ในประเทศและรับ
ข้อมูลจากต่างประเทศ ผู้ใช้ Social media ท่ีมีความรู้เรื่อง คำศัพท์ สำนวน ท่ีปรากฏใน Social media จะ
สามารถเข้าใจข่าวสาร ข้อมูล และสามารถส่งข่าวสารไปยังผู้ท่ีใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ภาษาที่ใช้ใน Social
media มีเอกลกั ษณ์เฉพาะท่ีนกั เรยี นควรเรียนรู้ นอกจากคำศัพท์แลว้ ยงั มีรปู แบบที่เปน็ ทางการและ
ไม่เปน็ ทางการ รปู แบบการเขยี นท่กี ระชบั สัน้ เพ่ือทำให้การส่งข่าวสารเปน็ ไปได้อยา่ งรวดเรว็

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1.นักเรยี นระบุโครงสรา้ งของ Present perfect tense ได้
2. นักเรยี นระบวุ ธิ กี ารใช้ Present perfect tense ได้
3. นักเรยี นระบชุ ื่อของโลโก้ของเว็บไซต์และโปรแกรมต่าง ๆ ได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
4.นักเรียนทำแบบฝึกหดั ที่เกี่ยวข้องกับ Present perfect tense ได้
5. นักเรยี นเตมิ คำในชอ่ งว่างจากสิง่ ทไ่ี ด้ฟังได้
6. นกั เรยี นแต่งบทสนทนาโดยใช้ Present perfect tense ได้
7. นกั เรยี นแสดงบทบาทสมมติได้
ด้านคุณลักษณะ (Attribute)
8. นักเรียนมีระเบียบวนิ ยั และมุง่ มนั่ ในการทำงาน
9. นกั เรียนมคี วามซ่ือสัตยใ์ นการทำงาน
10. นักเรียนมีความใฝ่รโู้ ดยหาความรเู้ พ่ิมเตมิ จากแหลง่ ตา่ ง ๆ ได้

3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศพั ท์
- คำศัพท์ท่ีเกยี่ วข้องกบั เว็บไซต์หรือโปรแกรมต่าง ๆ ได้แก่ Facebook, Instagram, LinkedIn,

Pinterest, Snapchat, Twitter, Viber, YouTube
2. ไวยากรณ์
- Present perfect tense

Structure:
Positive: S + have/ has + V. past participle
Negative: S + have/ has + not + V. past participle
Question: Have/ Has + S + V. past participle?
How to use: Talk about an action in the past and not say a specific time when it
happened.

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อย่อู ยา่ งพอเพียง
4. มุง่ มน่ั ในการทำงาน

6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั อา่ นออกเสียงคำศัพท์เก่ยี วกับ Social media ไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดระบคุ วามหมายของคำศัพท์เกี่ยวกับ Social media ได้อย่างถูกต้อง
3. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดระบุช่ือของโลโก้ของเว็บไซตแ์ ละโปรแกรมต่าง ๆ ได้
4 . นกั เรียนสามารถทำแบบฝึกหดั นำคำศัพท์มาใช้ในการเติมประโยคให้สมบูรณ์ตามบรบิ ทได้

7. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบ 2W3P)
ขนั้ นำเข้าสู่บทเรียน (Warm up)
1. ครูทกั ทายนกั เรียน จากน้ันครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม 5 กลมุ่ (จำนวนกลุ่มขึ้นอยู่กับ
ความเหมาะสม) เพอ่ื ทำกจิ กรรม Social Network
2. ครูแจกอปุ กรณ์ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ดงั น้ี กระดานไวท์บอร์ดขนาดเล็ก 1 อนั และ
ปากกาไวท์บอร์ด 1 ด้าม
3. ครอู ธบิ ายกติกาการเล่มเกม
The rules:
1. You will see the logos on PowerPoint.
2. You have to write the name of these logos within 10 seconds.
3. You send the representative to show your answers in front of the class.
4. If you can answer correctly, you will get 1 score.
4. ครเู รมิ่ แสดงรปู ภาพโลโก้ของ website และโปรแกรมต่าง ๆ ได้แก่ Facebook, Line, Instagram,
Shopee, Firefox, Twitter, Skype, YouTube, Snapchat, Pinterest

5. นักเรียนกลมุ่ ใดได้คะแนนสะสมมากที่สดุ เปน็ ผูช้ นะ
ขั้นนำเสนอ (Presentation)

6. ครูเขยี นหัวข้อตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน โดยเริ่มจากกระดานทางด้านซ้ายมือ

Present perfect tense When do we use it?
Structure: 1. 4.
Positive: 2. 5.
Negative: 3. 6.
Question:

7. นกั เรียนจดหัวข้อขา้ งต้นบนกระดานในลงสมุด
8. ครใู ห้นักเรยี นดูวดิ ีโอเก่ียวกับ Present perfect มคี วามยาว 1.08 นาที โดยในแต่ละประเด็นสำคัญ
ครจู ะหยุดวดิ โี อ จากนั้นครอู ธิบายประเดน็ สำคัญน้ัน ๆ พร้อมยกตัวอยา่ งประกอบ
9. นกั เรยี นดูวิดโี อ พร้อมกบั บันทกึ ข้อมลู สำคญั ตามหัวข้อท่ีได้จดไว้ลงในสมดุ
10. ครูสุม่ ถามนักเรียนเป็นรายบุคคล
ขัน้ ฝึกฝน (Practice)
11. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 1-5 หน้า 32-33 จากน้นั นักเรียนฟงั Audio
และร่วมกันเฉลยคำตอบ

Answer key: Student’s Book 1. Write the word you hear. Listen and repeat.

1. cellphone 3. crime 5. medical sciences 7. Subscribe

2. books 4. Internet 6. sports 8. TV

Audioscript: Unit 4 Track 1

1. cellphone 5. medical sciences

2. books 6. sports

3. crime 7. subscribe

4. Internet 8. TV

Answer key: Student’s Book 2. Listen to Kim and Nee talk on the phone. Fill in the

blanks.

1. TV 5. skyping

2. international news 6. cellphone

3. Google 7. Twitter

4. YouTube

Audioscript: Unit 4 Track 2
Kim: What is that noise, Nee? Where are you?
Nee: I’m watching TV.
Kim: Oh. What are you watching?
Nee: It’s an international news show.
Kim: Are you watching it for school?
Nee: Yes. I need to get some information for my science project. I looked on Google, but

couldn’t find much.
Kim: Did you try YouTube?
Nee: No, my dad is using my computer now.
Kim: How is he doing?
Nee: He’s skyping with a friend.
Kim: Is your brother there?
Nee: Yes, he’s on his cellphone. I think he’s using Twitter.

Answer key: Student’s Book 3. From exercise 1, listen and number in the circles.

13 76

54 82

Answer key: Student’s Book 4. Match the definitions to the social media names. Write

their names.

1. YouTube 5. Instagram

2. Facebook 6. Twitter

3. Pinterest 7. Viber

4. Linkedln 8. Snapchat

Answer key: Student’s Book 5. Listen to the dialogs. Check the phrases you hear in each
dialog.

Dialog 1 Dialog 2

newspaper 
radio 
magazine
billboard 

books 
music 

Audioscript: Unit 4 Track 3

Dialog 1

Ploy: Have you seen the newspaper?

Daeng: No. Do you still read newspaper?

Why don’t you get your news online?

Ploy: I read magazines and books online. But I still like to read newspaper.

Dialog 2

Daeng: What are you listening too?

Ploy: I got this old radio and I love to listen to music with it.

Daeng: I listen to music with my smartphone.

12. นักเรียนจับคู่และฟังบทสนทนาใน Student’s Book exercise 6 หน้า 33
13. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ใน Workbook exercise 1-3 หนา้ 27

Answer key: Workbook 1. Label the pictures. Use words from unit 4.
1. Twitter
2. travel 4. watching movie 7. Skype
3. radio
5. Facebook 8. crime

6. experiment 9. newspaper

Answer key: Workbook 2. Circle the media topics.

travel crime business current events

Answer key: Workbook 3. Classify the words into three groups according to the topics.

Social media Types of TV shows Media

Facebook current events TV
Twitter travel radio
Google business magazine
YouTube weather newspaper
Linkedln news Internet
Skype science cellphone
Instagram billboard
features books
music
movies

ข้นั การสรา้ งผลงาน (Production)
14. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกล่มุ 5 กลุ่ม (จำนวนกลมุ่ ข้นึ อยกู่ ับความเหมาะสม) เพ่ือทำกจิ กรรม Role Play
15. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมาจบั ฉลากหวั ข้อ ซึ่งประกอบไปดว้ ย Facebook, Instagram,

YouTube, Twitter, Line
16. นักเรยี นแต่ละกลุม่ แต่งบทสนทนาให้สอดคลอ้ งกบั หัวข้อทก่ี ล่มุ ของตนได้รับ โดยจะต้องใช้โครงสรา้ ง

Present perfect tense
17. ครูสุ่มเรยี กหมายเลขกล่มุ เพ่ือให้นักเรียนแต่ละกลุม่ ออกมาแสดงบทบาทสมมติ

ขน้ั สรปุ (Wrap up)
18. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเนื้อหาทไี่ ดเ้ รียนไปในวนั นี้
19. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นออกมาเขยี นโครงสรา้ งของ Present perfect tense บนกระดาน

จากนัน้ ให้นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายหลกั การใช้ Present perfect tense

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้

รายการ วิธวี ดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การวดั

ดา้ นความรู้ Knowledge นกั เรยี นตอบคำถามและ
ออกเสยี งคำศัพทไ์ ด้ถกู ต้อง
1. นกั เรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์ การอา่ นออกเสยี ง แบบฝกึ หัด มากกวา่ 80%
นกั เรยี นสามารถทำ
เกี่ยวกบั Social media ได้อย่าง แบบฝกึ หดั ได้เกินกว่า 80 %

ถกู ต้อง

2. นักเรยี นระบุความหมายของคำศัพท์ การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด

เกย่ี วกบั Social media

ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

3. นกั เรียนระบุช่ือของโลโก้ การทำแบบฝึกหดั แบบฝึกหดั

ของเว็บไซตแ์ ละโปรแกรมต่าง ๆ ได้

รายการ วิธีวดั เครื่องมอื เกณฑก์ ารวดั

ดา้ นกระบวนการ Process การทำงานกลุ่ม แบบสังเกต นกั เรียนวางแผนการทำงาน
4. นักเรียนสามารถทำงาน พฤติกรรม เป็นกล่มุ อยู่ในเกณฑร์ ะดบั ดี
เป็นกล่มุ หรือจบั คู่ทำงานได้ นกั เรยี นสามารถทำ
5. นักเรียนสามารถนำคำศัพท์ การทำแบบฝึกหัด การทำงานกลมุ่ แบบฝกึ หดั ไดเ้ กินกวา่ 80%
มาใชใ้ นการเติมประโยคให้ แบบฝกึ หดั
สมบูรณต์ ามบรบิ ทได้ นักเรียนสามารถนำเสนอได้
6. นกั เรยี นสามารถนำคำศัพท์ การสนทนา แบบประเมนิ ผล โดยผ่านเกณฑร์ ะดบั ดี
มาใช้ในการพูดสนทนา งาน
ในช้นั เรยี นได้ นักเรยี นมพี ฤติกรรมผ่าน
7. นกั เรียนแสดงบทบาทสมมติ การนำเสนอ แบบประเมนิ ผล เกณฑร์ ะดับดี
ไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ งาน

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ Attribute การประเมนิ แบบสังเกต
8. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมงุ่ มน่ั ใน พฤติกรรม พฤติกรรม
การทำงาน รายบคุ คล รายบุคคล
9. นักเรียนมคี วามซื่อสตั ย์
ในการทำงาน
10. นักเรียนมคี วามใฝ่รโู้ ดยหาความรู้
เพิ่มเติมจากแหล่งตา่ ง ๆ ได้

9. ส่ือการเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น Maximize Student’s Book 3
2. ภาพโลโกเ้ ว็บไซต์หรือโปรแกรมต่าง ๆ
3. กระดานไวทบ์ อร์ด/ ปากกาไวทบ์ อรด์
4. ใบงาน Worksheet : Vocabulary Media
10. ลำโพงชว่ ยสอน

10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

11. บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10 (แยกเปน็ ห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
11.1 ผลการจัดการเรียนรู้(ตามจดุ ประสงค์)

............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................ ............
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................... .........................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................... .....................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ......................................
..............................................................................................................................................................................

11.2. แนวทางแกป้ ัญหานักเรยี นท่ีไม่ผ่านตัวชี้วดั /ผลการเรียนรหู้ รือจดุ ประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครผู ้สู อน

วนั ท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………

12. ความคดิ เห็นผูช้ ่วยผอู้ ำนวยการฝ่ายบริหารวิชาการ

 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นร.ู้ ........................................................................................
 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรสู้ อดคล้อง...................................................................
 สาระสำคญั ครอบคลุมชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรียนรู้มีความถูกต้องตามหลักวชิ าการ.............................................................................
 จุดประสงคก์ ารเรยี นรมู้ คี วามชดั เจนครอบคลมุ 3 ดา้ น..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น.............................................................................................................
 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์..............................................................................................................
 ระบุภาระงาน/ช้ินงาน.....................................................................................................................
 กจิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคญั ........................................................................................
 สอ่ื และอปุ กรณ์การเรียนร.ู้ .............................................................................................................
 การวัดและการประเมินตามจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ ........................................................................
 บนั ทึกหลังสอน...............................................................................................................................
 เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรูต้ ามขัน้ ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงช่ือ
(นายประดษิ ฐ์ รังสรรค)์

ผ้ชู ่วยผ้อู ำนวยการฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

13. ความคิดเห็นผูอ้ ำนวยการโรงเรียน
 อนุญาตใหใ้ ชจ้ ดั การเรยี นการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ
( นายสิรวฒุ ิ ยุนยุ้ )

ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 11

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหสั วิชา อ 23101 วชิ า ภาษาอังกฤษ

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียน 1 ปีการศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรื่อง The World of Media เรอื่ ง Grammar Present Perfect

เวลา 3 ชวั่ โมง ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเร่ืองท่ีฟังและอา่ นจากสอ่ื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อยา่ งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที ักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความร้สู กึ

และความคิดเหน็ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพดู

และการเขยี น

สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม

สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่
มาตรฐาน ต 3.1 : ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่ และเป็นพน้ื ฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน

สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ ง ๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

ตวั ชว้ี ัด
ต 1.1 ม.3/2 อา่ นออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหวั ข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนับสนุนและแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับ

เรอ่ื งที่ฟังและอา่ นจากส่ือประเภทต่าง ๆ พรอ้ มทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง เรือ่ งต่าง ๆ ใกล้ตวั สถานการณ์ ข่าว

เรอื่ งที่อยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างตอ่ เน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู อธบิ าย เปรยี บเทียบ และแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั

เร่อื งที่ฟงั หรอื อา่ นอย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเหน็ ของตนเองเกย่ี วกบั เรื่องต่าง ๆ กจิ กรรม

ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์ พรอ้ มทัง้ ให้เหตผุ ลประกอบอย่างเหมาะสม

ต 1.3 ม.3/3 พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั กจิ กรรม ประสบการณแ์ ละเหตุการณ์ พรอ้ มทัง้
ให้เหตผุ ลประกอบ

ต 2.2 ม.3/1 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ต่าง ๆ
และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย

ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ขอ้ มูล/ขอ้ เท็จจรงิ ทเี่ ก่ยี วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นร้อู ืน่
จากแหล่งการเรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการพูดและการเขียน

ต 4.1 ม.3/1 ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลอง ท่เี กิดขึ้นในหอ้ งเรยี น สถานศึกษา ชุมชน
และสงั คม

2. สาระสำคัญ
ในปัจจุบัน Social media ได้เปล่ียนแปลงวิธีการสื่อสารที่เคยมีมาอย่างส้ินเชิง ท้ังเครื่องมือส่ือสารและ

วิธีการที่ใช้ในการปฏิสมั พันธ์กับผู้อ่ืน การถ่ายทอดความรู้สึก ผ่านถอ้ ยคำ ที่กระชบั สั้น การส่งรปู ภาพเพ่ือบอกเล่า
ประสบการณ์อย่างรวดเร็ว การส่งข่าวสาร นัดหมาย และการวางแผนร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องมาพบกันใน
สถานท่ีประชุม คนรุ่นใหม่ล้วนมีความคล่องแคล่วในการใช้และรับสารจากส่ือ Social media ในประเทศและรับ
ข้อมูลจากต่างประเทศ ผู้ใช้ Social media ที่มีความรู้เร่ือง คำศัพท์ สำนวน ที่ปรากฏใน Social media จะ
สามารถเข้าใจข่าวสาร ข้อมูล และสามารถส่งข่าวสารไปยังผู้ท่ีใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ภาษาท่ีใช้ใน Social
media มเี อกลักษณเ์ ฉพาะทนี่ กั เรียนควรเรยี นรู้ นอกจากคำศัพท์แล้ว ยังมรี ูปแบบที่เป็นทางการและ
ไม่เปน็ ทางการ รูปแบบการเขียนทกี่ ระชับสนั้ เพ่อื ทำให้การสง่ ขา่ วสารเปน็ ไปได้อยา่ งรวดเร็ว

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นอ่านออกเสียงคำศัพท์ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั Adverb of frequency ได้
2. นักเรยี นระบคุ วามหมายของคำศัพท์ทีเ่ กี่ยวข้องกับ Adverb of frequency ได้
3. นักเรยี นเปล่ยี นคำกริยาให้เป็นรูป Past participle ได้
4. นักเรียนระบุตำแหนง่ ของ Adverb of frequency ในประโยค Present perfect tense ได้

ดา้ นกระบวนการ (Process)
5. นกั เรียนแตง่ ประโยค Present perfect tense ไดส้ อดคล้องกับรูปภาพ
6. นกั เรียนแต่งประโยค Present perfect tense โดยใช้ Adverb of frequency ได้
7. นักเรยี นตอบคำถามจากสงิ่ ทีไ่ ด้ฟังได้

ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute)
8. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั และมุ่งมน่ั ในการทำงาน
9. นักเรยี นมีความซ่อื สัตยใ์ นการทำงาน
10. นักเรยี นมีความใฝ่รู้โดยหาความรูเ้ พิม่ เตมิ จากแหล่งตา่ ง ๆ ได้

3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศพั ท์
- คำศพั ท์เก่ยี วกับ Adverb of frequency ไดแ้ ก่ already, just, yet, since, for, never
2. ไวยากรณ์

- Present perfect tense
Structure:
Positive: S + have/ has + V. past participle
Negative: S + have/ has + not + V. past participle
Question: Have/ Has + S + V. past participle?
How to use: Talk about an action in the past and not say a specific time when it

happened.

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
4. มุ่งม่ันในการทำงาน

6. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. นักเรียนทำแบบฝึกหัดอา่ นออกเสยี งคำศัพท์ท่ีเก่ยี วข้องกับ Adverb of frequency ได้
2. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดแตง่ ประโยค Present perfect tense และใช้ Adverb of frequency ในประโยค

ได้
3. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ระบตุ ำแหนง่ ของ Adverb of frequency ในประโยค Present perfect tense ได้
4. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดแต่งประโยค Present perfect tense ได้สอดคลอ้ งกบั รูปภาพ
5. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดแต่งประโยคโดยใช้ Adverb of frequency ในประโยค Present perfect tense ได้
6. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดตอบคำถามจากสง่ิ ที่ได้ฟังได้

7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบ 2W3P)
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน (Warm-up)

1. ครูทักทายนักเรยี น จากนน้ั ให้นักเรียนแบง่ กลุ่ม 5 กลุ่ม (จำนวนกลมุ่ ขน้ึ อยู่กับความเหมาะสม) เพ่ือทำ
กจิ กรรม Funny Verbs

2. ครูให้นักเรียนยืนจับมือเป็นครึ่งวงกลม โดยนักเรยี นท้ัง 5 กลุ่มจะต้องยืนคละกนั (ไม่ยืนเปน็ กลุ่ม)
3. ครูนำเสนอคำกริยาช่องท่ี 1 ทีละคำ จำนวน 60 คำ (จำนวนคำขึ้นอยกู่ บั ความเหมาะสม)
4. นักเรยี นจะต้องเปล่ียนคำกรยิ าชอ่ งที่ 1 ท่ีครไู ดน้ ำเสนอ ให้เป็นคำกรยิ าชอ่ งที่ 3 (Past participle)
โดยเรมิ่ จากนักเรียนหวั แถวทางดา้ นซา้ ยมือหรือขวามือก่อนก็ได้
5. นักเรียนทีเ่ ปลี่ยนคำกรยิ าใหเ้ ปน็ รปู Past participle ไม่ถูกต้องจะต้องนงั่ ลง โดยคนถัดไปจะ
เปน็ ผู้เปลี่ยนคำกรยิ าต่อไป
6. เมอื่ จบเกม นักเรยี นร่วมกันสรุปวิธกี ารเปล่ยี นคำกริยาชอ่ งท่ี 1 เปน็ รปู Past participle

7. ครูใหน้ ักเรียนบอกวา่ วนั นจี้ ะเรียนเรือ่ งอะไร
T: From this activity, what are we going to study today?
Ss: Verbs / Present perfect tense / etc.

ข้นั นำเสนอ (Presentation)
8. ครเู ตรียมบตั รคำศัพท์ (Flash cards) จำนวน 10 คำ ไดแ้ ก่ already, just, since, yet, for, never,

always, now, at the moment, rarely โดยครูตดิ บัตรคำศัพทน์ ้บี นกระดาน จากนัน้ ครถู ามนักเรียนวา่ Do you
know these words? What are they called? (Adverb of frequency)

9. ครขู ออาสาสมัครนกั เรียนออกมาหยิบบตั รคำศัพท์ Adverb of frequency ท่ีใช้กบั ประโยค
Present perfect tense จากน้ันครใู ห้อาสาสมัครนักเรียนออกมายนื ชูบตั รคำศัพทห์ นา้ ช้นั เรยี น

10. นักเรยี นอ่านออกเสยี ง Adverb of frequency ที่ใชก้ ับประโยค Present perfect tense ทง้ั 6 คำ
จากนั้นชว่ ยกนั บอกความหมาย

11. ครนู ำเสนอความหมายของคำศัพท์ทั้ง 6 คำ และตวั อยา่ งประโยค
ตวั อยา่ งประโยค
1. She has already bought the new house.
2. They have just gone to the shopping mall.
3. He hasn’t finished his homework yet.
4. I have lived in Bangkok since 2006.
5. She has studied French for 5 years.
6. My brother has never driven a car before.

12. นกั เรยี นรว่ มกันบอกตำแหนง่ การวาง Adverb of frequency ในประโยค Present perfect
ข้นั ฝกึ ฝน (Practice)

13. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ใน Student’s Book exercise 1 หน้า 36 จากนนั้ นกั เรยี นฟัง Audio
เพื่อเฉลยคำตอบ

Answer key: Student’s Book 1. Listen and fill in the blanks.
1. Ploy 5. social media break
2. 17 6. 50,000
3. Facebook and YouTube 7. 85,000
4. 4 years

Audioscript: Unit 4 Track 6
Ploy is 17 years old. She is from Thailand. Like most Thai teens, she spends a lot of time on
social media. Facebook is her favorite. She also uses Twitter and YouTube. She has used them
for four years, but she has not yet tried Instagram. She started a competition call “social media
break”. In this competition, teens try to stay away from social media for a few days. They find it
helps them feel better and enjoy time with family and friends. Ploy has not used her social
media for 43 days. Today, Ploy has over 50,000 followers and 85,000 likes on her Facebook
page. It seems her contest is a real hit.

14. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 3-7 หนา้ 36-37 จากนั้นนักเรียนร่วมกนั
เฉลยคำตอบ

Answer key: Student’s Book 3. Fill in the blanks with already, just, yet, since, or for.
1. just 4. since
2. yet 5. for
3. already 6. just

Answer key: Student’s Book 4. Write statements in the present perfect with for or since.
1. I haven’t done Snapchat since last July.
2. People have known about the Amazon River for many years.
3. We haven’t seen our cousins since 2012.
4. Americans have watched movies for over a hundred years.
5. I haven’t blogged for months.
6. Email has been around since the 1990s.

Answer key: Student’s Book 5. Write the past participle of these verbs.
see seen write written
fall fallen make made
buy bought hurt hurt
find found be been
eat eaten win won
send sent learn learnt (learned)
go gone have had
break broken

Answer key: Student’s Book 6. Complete Pim’s list for her online news show.

Use the present perfect or past simple.

1. never hurt 4. tidied

2. ate 5. sent

3. have never done 6. has never been

Answer key: Student’s Book 7. Write a few sentences about your life.
Responses will vary.

15. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดใน Workbook exercise 10-12 หน้า 30 จากนนั้ นักเรียนรว่ มกันเฉลยคำตอบ

Answer key: Workbook 10. What has happened? Write the sentences in present perfect or

past simple.

1. He has just found the treasure. 4. She saw a ghost on Tuesday.

2. She heard a loud music last night. 5. We went to Japan.

3. He turned off the radio. 6. I helped him with his business.

Answer key: Workbook 11. Write the past participles of these verbs.

fall fallen break broken be been

have had win won write written

find found eat eaten learn learnt (learned)

make made send sent buy bought

Answer key: Workbook 12. Complete Pim’s list for her online news show.

Use the present perfect or past simple.

1. has never hurt 4. ate

2. has tidied 5. deleted

3. have never done

ขน้ั การสร้างผลงาน (Production)
16. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลมุ่ (จำนวนกลุม่ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม)
17. ครแู จกอุปกรณ์ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม ดังน้ี กระดาษสีน้ำตาลขนาดใหญ่ 1 แผน่ และปากกาสี
18. ครนู ำเสนอรูปภาพ 1 รูป จากนั้นครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มแตง่ ประโยคโดยใช้ Present perfect

tense ใหส้ อดคลอ้ งกับรปู ภาพภายในเวลา 5 นาที

19. เมื่อหมดเวลา ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุม่ ตดิ ผลงานบนกระดาน และให้สง่ ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ
ผลงาน

20. นกั เรยี นทเ่ี หลอื ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้องของประโยค
ขน้ั สรุป (Wrap up) ประมาณ 20 นาที

21. นักเรียนร่วมกันสรปุ เนอื้ หาที่ไดเ้ รยี นไปในวันนี้

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้

รายการ วธิ วี ัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การวดั
นักเรยี นตอบคำถามและ
ดา้ นความรู้ Knowledge ออกเสยี งคำศัพทไ์ ด้ถูกต้อง
มากกวา่ 80%
1. นกั เรียนอา่ นออกเสียงคำศัพท์ท่ี การอา่ นออกเสียง แบบฝึกหดั นักเรยี นทำแบบฝึกหัดได้
ถูกต้องมากกว่า 80%
เกยี่ วขอ้ งกบั Adverb of frequency นักเรยี นวางแผนการทำงาน
เป็นกลุม่ อยู่ในเกณฑร์ ะดบั ดี
ได้
นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
2. นกั เรียนแต่งประโยค Present การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั ถกู ต้องมากกว่า 80%

perfect tense และใช้ Adverb of นกั เรยี นมีพฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์ระดับดี
frequency ในประโยคได้
นักเรียนตอบคำถามและ
3. นกั เรียนเปล่ยี นคำกริยาใหเ้ ปน็ รูป การทำงานกลุม่ กิจกรรม Funny ออกเสยี งคำศพั ท์ได้ถูกต้อง
มากกวา่ 80%
Past participle ได้ Verbs นักเรยี นทำแบบฝึกหัดได้
ถูกต้องมากกวา่ 80%
4. นกั เรยี นระบุตำแหน่งของ Adverb การทำแบบฝึกหดั

of frequency ในประโยค Present แบบฝกึ หดั

perfect tense ได้

ด้านกระบวนการ Process

5. นักเรยี นแตง่ ประโยค Present การทำแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั

perfect tense ได้สอดคล้องกับรูปภาพ

6. นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้ Adverb การทำแบบฝึกหดั แบบฝึกหัด

of frequency ในประโยค Present

perfect tense ได้

7. นกั เรยี นตอบคำถามจากสิ่งที่ได้ฟังได้ การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั

ด้านคณุ ลักษณะ Attribute

8. นักเรียนมีระเบยี บวินยั และมุ่งม่นั ใน การประเมิน แบบสงั เกต

การทำงาน พฤติกรรม พฤติกรรม

9. นกั เรียนมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน รายบุคคล รายบคุ คล

10. นกั เรยี นมีความใฝร่ โู้ ดยหาความรู้

เพ่ิมเติมจากแหล่งต่างๆได้

ด้านความรู้ Knowledge

1. นักเรยี นอา่ นออกเสยี งคำศัพทท์ ี่ การอา่ นออกเสยี ง แบบฝกึ หัด

เกี่ยวขอ้ งกับ Adverb of frequency

ได้

2. นกั เรยี นแต่งประโยค Present การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หดั

perfect tense และใช้ Adverb of

frequency ในประโยคได้

3. นักเรียนเปล่ยี นคำกริยาให้เป็น รปู การทำงานกลุ่ม กจิ กรรม Funny นักเรียนวางแผนการทำงาน
เปน็ กลมุ่ อยู่ในเกณฑ์ระดับดี
Past participle ได้ Verbs

4. นักเรียนระบุตำแหนง่ ของ Adverb of การทำแบบฝึกหัด

frequency ในประโยค Present แบบฝึกหดั

perfect tense ได้

9. สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
1. PowerPoint presentation
2. หนงั สือเรียน Maximize Student’s Book 3
3. บัตรคำศพั ท์ Adverb of frequency
6. กระดาษสนี ้ำตาลขนาดใหญ่
7. ปากกาสี

10. ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................
(นางปาลิตา อาดลุ เบบ)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

11. บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 10 (แยกเปน็ ห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
11.1 ผลการจดั การเรียนรู้(ตามจุดประสงค์)

.......................................................................................................................................................... ..........................
...................................................................................................................... ................................................ ..............
......................................................................... ......................................................................................................... ..
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
……................................................................................................................................................................. .............
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... ...........................................
...................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................ .......................................................................
...................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ..................................................
...................................................................................................................................................................................

11.2. แนวทางแกป้ ญั หานักเรยี นทีไ่ ม่ผา่ นตัวชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้หรือจดุ ประสงค์ (เพ่ือนำไปสู่ PLC)
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคูไซบะ๊ หะยีปะดอ)
ครผู สู้ อน

วันท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………

12. ความคิดเหน็ ผูช้ ว่ ยผอู้ ำนวยการฝ่ายบริหารวิชาการ

 องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนร.ู้ ........................................................................................
 มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นร้สู อดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคญั ครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรียนร้มู ีความถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ.............................................................................
 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน.............................................................................................................
 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค.์ .............................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ช้ินงาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ........................................................................................
 สอ่ื และอปุ กรณ์การเรียนร.ู้ .............................................................................................................
 การวัดและการประเมนิ ตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้.........................................................................
 บนั ทกึ หลังสอน...............................................................................................................................
 เสนอสง่ แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามขน้ั ตอนระบบงาน.....................................................................

ลงชอ่ื
(นายประดิษฐ์ รงั สรรค์)

ผู้ชว่ ยผู้อำนวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ

13. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรยี น
 อนุญาตใหใ้ ช้จดั การเรียนการสอนได้
 ควรปรับปรงุ คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ
( นายสริ วุฒิ ยุนุ้ย )

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ 23101 วชิ า ภาษาอังกฤษ

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี น 1 ปกี ารศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 The World of Media เรอื่ ง Reading: Unusual places to go on vacation

เวลา 3 ชว่ั โมง ช่ือผสู้ อน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อยา่ งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรู้สึก

และความคิดเห็นอย่างมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอื่ งต่าง ๆ โดยการพดู

และการเขยี น

สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม

สาระที่ 3 ภาษากับความสมั พันธ์กับกลมุ่ สาระการเรยี นร้อู ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 : ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ื่น และเปน็ พื้นฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน

สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทง้ั ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม

ตัวช้ีวัด
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงข้อความ ขา่ ว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้น ๆ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.1 ม.3/4 เลอื ก/ระบุหวั ขอ้ เรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนบั สนุนและแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับ

เรอ่ื งท่ีฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ พร้อมทงั้ ให้เหตผุ ลและยกตวั อยา่ งประกอบ
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรอื่ งต่าง ๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว

เรอ่ื งท่ีอยใู่ นความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างตอ่ เน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/2 ใชค้ ำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบายอยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/4 พดู และเขียนเพือ่ ขอและใหข้ ้อมลู อธิบาย เปรยี บเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับ

เรื่องท่ีฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขยี นบรรยายความรสู้ ึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกบั เร่อื งตา่ ง ๆ กจิ กรรม

ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมท้ังให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม

ต 1.3 ม.3/2 พดู /เขยี นสรปุ ใจความสำคญั /แก่นสาระ หัวข้อเรือ่ งท่ไี ด้จากการวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/
เหตุการณ์/สถานการณ์ทอี่ ยู่ในความสนใจของสังคม

ต 2.2 ม.3/1 เปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ
และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย

ต 3.1 ม.3/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มลู /ขอ้ เท็จจรงิ ท่ีเกีย่ วขอ้ งกับกลุม่ สาระการเรยี นร้อู ืน่
จากแหล่งการเรยี นรู้และนำเสนอด้วยการพดู และการเขยี น

ต 4.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลอง ทีเ่ กิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชมุ ชน
และสงั คม

2. สาระสำคัญ
ในปัจจุบัน Social media ได้เปล่ียนแปลงวิธีการสื่อสารที่เคยมีมาอย่างส้ินเชิง ทั้งเครื่องมือสื่อสารและ

วิธีการที่ใช้ในการปฏิสมั พันธ์กับผู้อ่ืน การถ่ายทอดความรู้สึก ผ่านถอ้ ยคำ ท่ีกระชับสั้น การส่งรปู ภาพเพ่ือบอกเล่า
ประสบการณ์อย่างรวดเร็ว การส่งข่าวสาร นัดหมาย และการวางแผนร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องมาพบกันใน
สถานที่ประชุม คนรุ่นใหม่ล้วนมีความคล่องแคล่วในการใช้และรับสารจากสื่อ Social media ในประเทศและรับ
ข้อมูลจากต่างประเทศ ผู้ใช้ Social media ท่ีมีความรู้เร่ือง คำศัพท์ สำนวน ที่ปรากฏใน Social media จะ
สามารถเข้าใจข่าวสาร ข้อมูล และสามารถส่งข่าวสารไปยังผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ภาษาที่ใช้ใน Social
media มเี อกลักษณเ์ ฉพาะท่ีนักเรียนควรเรยี นรู้ นอกจากคำศัพท์แล้ว ยังมีรปู แบบทเ่ี ปน็ ทางการและ
ไมเ่ ป็นทางการ รูปแบบการเขียนทก่ี ระชบั ส้นั เพอื่ ทำให้การส่งขา่ วสารเป็นไปได้อยา่ งรวดเร็ว

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นอา่ นออกเสียงคำศัพท์ทอ่ี ยู่ในบทความได้
2. นกั เรยี นระบคุ วามหมายคำศพั ท์ทอ่ี ยู่ในบทความได้
3. นกั เรียนระบุชนดิ ของคำศัพท์ (Part of speech) ทีอ่ ยู่ในบทความได้
4. นักเรียนวิเคราะหเ์ ร่อื งจากบทความได้
5. นักเรียนตอบคำถามจากบทความได้
6. นักเรียนจบั ใจความสำคัญของบทความได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
7. นักเรยี นวเิ คราะหใ์ จความสำคญั ของบทความได้
8. นกั เรยี นพดู เพื่อขอข้อมลู จากผอู้ ื่นได้
ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
9. นักเรียนมีระเบียบวนิ ยั และมุ่งมั่นในการทำงาน
10. นักเรียนมีความซื่อสตั ย์ในการทำงาน
11. นักเรียนมคี วามใฝ่รู้โดยหาความรู้เพ่ิมเติมจากแหลง่ ต่าง ๆ ได้

3. สาระการเรียนรู้
1. คำศพั ท์
- คำศพั ท์ในบทความเร่ือง PEWDIEPIE ได้แก่ afford, aspect, deleted, demographic,

developers, following, goofy, respect, sensation, subscribers

2. ไวยากรณ์
- Present perfect tense
Structure:
Positive: S + have/ has + V. past participle
Negative: S + have/ has + not + V. past participle
Question: Have/ Has + S + V. past participle?
How to use: Talk about an action in the past and not say a specific time when it

happened.

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยู่อยา่ งพอเพียง
4. มงุ่ มั่นในการทำงาน

6. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. นักเรยี นอา่ นออกเสยี งคำศพั ท์ท่อี ยู่ในบทความได้
2. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ระบคุ วามหมายคำศพั ท์ทอ่ี ยู่ในบทความได้
3. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ระบุชนดิ ของคำศัพท์ (Part of speech) ที่อยูใ่ นบทความได้
4. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั วิเคราะหเ์ รื่องจากบทความได้
5. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ตอบคำถามจากบทความได้
6. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดจับใจความสำคญั ของบทความได้

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
1. ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนักเรยี น และใหน้ ักเรยี นอา่ นเรอ่ื ง PEWDIEPIE ใน Student’s Book หนา้ 38
2. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แบบคละความสามารถ
3. ครนู ำเสนอคำถาม ดังนี้
คำถาม
- Do you know him? (Yes, I do. / No, I don’t.)
- Who is he? (He is PewDiePie.)
- What does he do? (He is a Youtuber.)
- What is a Youtuber? (A person who uploads YouTube videos.)
4. นกั เรียนตอบคำถามเหล่าน้ลี งในสมุด

5. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายเกยี่ วกับเรื่อง Youtuber
2. ขน้ั นำเสนอ (Presentation)

5. ครูนำเสนอคำศัพท์และความหมาย รวมทั้งนำเสนอ Part of speech ของคำศัพทใ์ นบทความเรื่อง
PEWDIEPIE จำนวน 10 คำ ดงั น้ี

1. afford (v.) = can buy something
2. aspect (n.) = a particular part of something
3. deleted (v.) = to throw away
4. demographic (n.) = section of a population
5. developers (n.) = game and app makers
6. following (n.) = a group of people who support you
7. goofy (adj.) = foolish and harmless
8. respect (v.) = to admire
9. sensation (n.) = widespread interest
10. subscribers (n.) = people who subscribe to your channel
6. นักเรียนเปิด Student’s Book หน้า 38-39 แล้วใช้ปากกาเน้นที่คำศัพท์ตามท่ีครไู ด้นำเสนอ
7. ครใู ห้นกั เรียนอ่านออกเสียงคำศพั ท์และความหมายของคำศัพทต์ ามครูทีละคำ
8. นกั เรียนร่วมกันบอกความหมายภาษาไทยของคำศพั ท์
9. นกั เรยี นจดคำศัพท์ ความหมายของคำศัพท์ และชนิดของคำศัพท์ (Part of speech) ลงในสมุด
3. ขน้ั ฝึกฝน (Practice)
10. ครใู หน้ ักเรียนอา่ นออกเสียงบทความใน Student’s Book หน้า 38-39 นักเรยี นใชว้ ิธกี ารอา่ นแบบ
Chain Reading โดยอ่านออกเสียงคนละประโยค และอา่ นให้ต่อเน่ืองกนั
11. ครูขออาสาสมัครนกั เรยี นพดู สรปุ ใจความสำคญั ของบทความที่อ่าน
12. ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ทำกิจกรรม Are You Sure?
13. ครูแบง่ กระดานออกเป็น 5 ส่วนเท่า ๆ กนั และเขียนหมายเลขกล่มุ ดา้ นบนสดุ ของกระดาน
14. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นั่งเรยี งเป็นแถวตอนลึก ครแู จกปากกาไวทบ์ อร์ดให้นักเรียนกลุ่มละ 1 ดา้ ม
15. ครูนำเสนอคำถามที่เกี่ยวกับบทความ PEWDIEPIE ทลี ะข้อ จำนวน 10 ข้อ ดังน้ี
คำถาม
1. What is a Youtuber? (A person who uploads YouTube videos.)
2. What is the reason of his fame? (The game)
3. At the first time, his videos were very good. True or False? (False)
4. Fill the missing word in the blank. “His channel was _______.” (free)
5. Why did people start watching his gaming videos? (He added the humor while
talking about graphic and character development.)
6. Which word can describe his style? (goofy)
7. What way did he interact with his followers? (Making jokes and speaking in a silly
voice)
8. How much money does he earn per year? (5 million dollars)
9. “His fans adore him.” Which word can replace the underlined word? (following)

10. “A large demographic would never be able to get certain games or be able to

afford them.” What does the underlined word refer to? (Games)

16. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาตอบคำถาม

17. นักเรยี นกลุ่มใดตอบคำถามได้ถกู ต้อง จะได้รบั ข้อละ 1 คะแนน

18. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ใน Student’s Book exercise 2 หน้า 39 จากนั้นนักเรยี นรว่ มกันเฉลยคำตอบ

Answer key: Student’s Book 2. Read the passage and fill in the blanks. Use the words

in the box.

1. Youtuber 5. goofy

2. feature 6. plus

3. community 7. respects

4. following 8. sensation

19. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ใน Worksheet exercise 1 และนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ

Answer key: Worksheet 3 1. Choose the word that best completes the text.

1. 2. platform 4. 3. exclusive

2. 2. generates 5. 2. developing
3. 1. improve 6. 4. Behavior

4. ขนั้ การสร้างผลงาน (Production)

20. ครแู จกกระดาษใหน้ ักเรียนเพื่อทำกจิ กรรม Find Your Friends

ตวั อย่าง

Topics Names of your friends

comedy

lifestyle

news

sports

gaming

fashion

documentary

21. นักเรียนอา่ นออกเสยี งคำศัพท์และบอกความหมายของคำศัพท์ในตารางตามครูทลี ะคำ
22. ในกจิ กรรมนี้ ครูให้นกั เรียนถามเพ่ือนในชน้ั เรยี นวา่ What do you like to watch on YouTube?
จากน้ันให้นกั เรยี นเขยี นชอื่ เพื่อน ๆ ลงในตารางให้ตรงกับคำตอบของเพ่อื นภายในเวลา 3 นาที
5. ข้นั สรุป (Wrap up)
23. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเนอื้ หาทไ่ี ดเ้ รยี นไปในวนั น้ี
24. นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำศัพท์และความหมายของคำศพั ทท์ ่ีอยูใ่ นบทความ PEWDIEPIE
พร้อมกันอีกคร้ังหนง่ึ

8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้

รายการ วธิ ีวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารวัด

ด้านความรู้ Knowledge นกั เรียนตอบคำถามและ
ออกเสยี งคำศัพท์ได้ถูกต้อง
1. นกั เรยี นอ่านออกเสียงคำศัพทท์ ่ีอยใู่ น การอ่านออกเสียง แบบฝึกหดั มากกว่า 60%
นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
บทความได้ ถูกต้องมากกว่า 60%
นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
2. นกั เรียนระบคุ วามหมายคำศพั ท์ที่อยู่ การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ถกู ต้องมากกวา่ 60%
ในบทความได้
3. นักเรียนระบุชนดิ ของคำศัพท์ (Part of การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หดั นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ได้
speech) ทอ่ี ยใู่ นบทความได้ ถกู ต้องมากกว่า 60%
นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
ดา้ นความรู้ Knowledge การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหดั ถูกต้องมากกว่า 60%
4. นักเรยี นวเิ คราะห์เร่ือง
จากบทความได้ การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หดั นักเรียนสามารถนำเสนอได้
5. นักเรยี นตอบคำถามจากบทความได้ การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด โดยผ่านเกณฑ์ระดับดี
6. นักเรยี นจับใจความสำคัญของ
บทความได้ การนำเสนอ แบบประเมิน
ผลงาน
ด้านกระบวนการ Process
7. นักเรียนวเิ คราะหใ์ จความสำคญั ของ
บทความได้
8. นักเรียนพดู เพอื่ ขอข้อมูล
จากผ้อู ืน่ ได้

9. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรียน Maximize Student’s Book 3
3. Worksheet
4. กระดาษทำกจิ กรรม Find Your Friends
5. ปากกาไวทบ์ อร์ด
6. ลำโพงช่วยสอน

10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชื่อ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

11. บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 10 (แยกเปน็ ห้องเพื่อนำไปสู่ PLC)
11.1 ผลการจดั การเรียนรู้(ตามจุดประสงค์)

................................................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................................................ ........................
.................................................... .............................................................................................................................. ..
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
……................................................................................................................................................................. .............
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................... ................................................................................. ........................
...................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ..................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................... .............................................................
...................................................................................................................................................................................
11.2. แนวทางแกป้ ัญหานักเรียนทไี่ ม่ผา่ นตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้หรือจดุ ประสงค์ (เพ่ือนำไปสู่ PLC)
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครูผู้สอน

วนั ท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………

12. ความคดิ เห็นผูช้ ่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวชิ าการ

 องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนร.ู้ ........................................................................................
 มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง...................................................................
 สาระสำคัญครอบคลมุ ชดั เจน.........................................................................................................
 สาระการเรียนรมู้ ีความถูกต้องตามหลักวชิ าการ.............................................................................
 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มคี วามชดั เจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน.............................................................................................................
 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ช้ินงาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคญั ........................................................................................
 ส่อื และอปุ กรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
 การวดั และการประเมนิ ตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู.้ ........................................................................
 บันทกึ หลงั สอน...............................................................................................................................
 เสนอสง่ แผนการจดั การเรยี นรู้ตามขั้นตอนระบบงาน.....................................................................

ลงชือ่
(นายประดิษฐ์ รงั สรรค์)

ผชู้ ่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวชิ าการ

13. ความคดิ เหน็ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
 อนญุ าตใหใ้ ชจ้ ดั การเรยี นการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ คือ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่ือ
( นายสริ วฒุ ิ ยุนุย้ )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา

แบบสงั เกตการตอบคำถาม

คำชแ้ี จง ทำเครอ่ื งหมาย  ลงในช่องระดบั คะแนนพฤตกิ รรมท่ีนักเรียนปฏบิ ัติดังนี้

ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ มาก

ระดบั 2 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ ปานกลาง

ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ น้อย

สนใจและ ตอบคำถาม ตอบคำถาม รวม การ

พฤติกรรม/ ตงั้ ใจฟงั ไดต้ รง อย่าง คะ ประเมินผ

ลำดับ ระดับ คำถาม ประเด็น สม่ำเสมอ แน ล
ท่ี คะแนน 321 321 321
น ไม่ หมายเหตุ
ผา่
ผ่า น


ชอ่ื - สกลุ

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

สนใจและ ตอบคำถาม ตอบคำถาม รวม การ
ตัง้ ใจฟงั ไดต้ รง
พฤติกรรม/ คำถาม ประเด็น อยา่ ง คะ ประเมินผ
ระดับ
321 321 สม่ำเสมอ แน ล
เลขที่ คะแนน
น หมายเหตุ
ชอ่ื - สกุล
29 321 ผ่า ไม่
30 น ผ่า
31 น
32
33
34
35
36

เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนต้ังแต่ 4-9 ผ่าน
8-9 = ดี
6-7 = ปานกลาง
4-5 = พอใช้
คะแนนต่ำกว่า 4 ไมผ่ า่ น

แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

ชั้น .................... จำนวน ................... คน
สงั เกตพฤตกิ รรมวนั ท่ี .............. เดือน ........................... พ.ศ. ......................

พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

ช่วยเห ืลอด้านกำ ัลงความ ิคด
การแนะนำ แนวทางโดยการพูด
ใน ่ิสง ่ีทเป็นประโยช ์น
การพูดใน ่ิสง ่ีทเป็นประโยช ์น
พยายาม ่ชวยเห ืลอสมา ิชกในก ุ่ลม
ไ ่มนิ่งดูดาย
เอาใจใ ่สกับงาน ร่วม ักนแ ้กไข
ปัญหา พยายามทำงานให้สำเร็จ
เลขท่ี ชื่อ-สกุล รวม
5 5 5 5 20
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

เลขที่ ชื่อ-สกุล ่ชวยเห ืลอด้านกำ ัลงความคิด รวม
การแนะนำ แนวทางโดยการพูด
ใน ิ่สง ่ีทเ ็ปนประโยช ์น
การพูดใน ิ่สง ่ีทเป็นประโยช ์น
พยายาม ่ชวยเห ืลอสมา ิชกในก ุ่ลม
ไ ่มนิ่ง ูดดาย
เอาใจใ ่สกับงาน ร่วมกันแ ้กไข
ปัญหา พยายามทำงานให้สำเร็จ

5 5 5 5 20
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36

เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรม มดี งั นี้

คะแนน 18 – 20 ดมี าก

คะแนน 14 – 17 ดี

คะแนน 10 – 13 พอใช้

คะแนน 0 – 9 ควรปรับปรงุ

มีเกณฑ์ให้คะแนนจากการสังเกตพฤติกรรม คือ

เกณฑ์การใหค้ ะแนน 5 คะแนน เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมตามท่ตี ้องการเป็นประจำสม่ำเสมอ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 คะแนน เมื่อนกั เรยี นแสดงพฤติกรรมตามทต่ี อ้ งการเป็นประจำ
เกณฑ์การให้คะแนน 3 คะแนน เมือ่ นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมตามทตี่ ้องการคอ่ นข้างจะสมำ่ เสมอ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 2 คะแนน เม่อื นกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามทต่ี อ้ งการคอ่ นขา้ งนอ้ ย
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1 คะแนน เมื่อนักเรยี นแสดงพฤตกิ รรมตามทีต่ ้องการน้อย

แบบประเมนิ ผลงานนกั เรียน

ชั้น .................... จำนวน ................... คน
สังเกตพฤติกรรมวนั ท่ี .............. เดอื น ........................... พ.ศ. ......................

รายการประเมนิ สรุปผล

ผลงาน ความ ทำงาน ความคดิ คะแนน ผา่ น ไมผ่ ่าน
ถูกต้อง สะอาด ตาม สรา้ งสรร รวม
เลขที่ ช่อื -นามสกุล ตาม สวยงาม ขนั้ ตอน (12) ระดับ
สาระ ค์ คุณภาพ

(3) (3) (3) (3)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

รายการประเมนิ สรปุ ผล

ผลงาน ความ ทำงาน ความคดิ คะแนน ผ่าน ไมผ่ ่าน
ถูกตอ้ ง สะอาด ตาม สรา้ งสรร รวม
เลขที่ ชอื่ -นามสกุล ตาม สวยงาม ข้ันตอน (12) ระดบั
สาระ ค์ คุณภาพ

(3) (3) (3) (3)

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินผลงาน

รายการประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. ผลงานถกู ตอ้ งตาม
สาระ 3 21
2. ความสะอาดสวยงาม ผลงานถกู ต้องตามหลัก
วิชา ผลงานถูกต้องตามหลัก ผลงานถกู ต้องตามหลัก
3. ทำงานตามขั้นตอน มคี วามสะอาด สวยงาม
เรียบร้อย วิชาเปน็ ส่วนใหญ่ วิชาเปน็ สว่ นนอ้ ย
4. ความคดิ สร้างสรรค์ การทำงานมีครบทุก
ขัน้ ตอน มคี วามสะอาด สวยงาม มคี วามสะอาด สวยงาม

ผลงานแสดงออกถึง เรยี บร้อยเปน็ สว่ นใหญ่ เรียบรอ้ ยเปน็ สว่ นนอ้ ย
ความคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์
แปลกใหม่ การทำงานไม่ครบทุก การทำงานไม่มขี น้ั ตอน

ขนั้ ตอนและผดิ พลาดบ้าง มคี วามผิดพลาดต้อง

แก้ไข

ผลงานแสดงออกถึง ผลงานไม่แสดงออกถึง

ความคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ ความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์

เกิดจากการเลียนแบบ

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ (ปรบั ปรุง)
0 – 5 คะแนน หมายถึง 0 (พอใช้)
6 – 8 คะแนน หมายถงึ 1 (ดี)
9 – 10 คะแนน หมายถึง 2
11 – 12 คะแนน หมายถึง 3 (ดมี าก)

หมายเหตุ ระดับคุณภาพ 0 ถือวา่ ไมผ่ ่าน

แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผลงาน

ชนั้ .................... จำนวน ................... คน
สังเกตพฤตกิ รรมวันท่ี .............. เดือน ........................... พ.ศ. ......................

เลขที่ ประเด็น/ การใชภ้ าษา เน้อื หา รวมคะแนน
ช่อื - สกลุ คะแนน 8 12 20

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28

เลขที่ ประเดน็ / การใชภ้ าษา เนอ้ื หา รวมคะแนน
ช่อื - สกลุ คะแนน 8 12 20

29 ดีมาก
30 ดี
31 พอใช้
32 ควรปรับปรุง
33
34
35
36

เกณฑ์การใหค้ ะแนนผลงานมดี งั นี้

คะแนน 18 – 20
คะแนน 14 – 17
คะแนน 13 – 10
คะแนน 0 – 9

ระดับคะแนน 4 เกณฑก์ ารให้คะแนน นำ้ หนัก/ คะแนน
ประเด็น 32 1 ความสำคัญ รวม
การประเมิน

1. การใช้ภาษา ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียง ออกเสยี งคำ/ 2 8

คำศัพท์และ คำศัพทแ์ ละ คำศัพท์และ ประโยคผิด

ประโยคได้ ประโยคได้ ประโยคได้ หลกั การ

ถกู ต้องตาม ถกู ต้องตามหลัก ถกู ต้อง ออกเสยี งทำ

หลกั การออกเสยี ง เปน็ ส่วนใหญ่ ให้

การออกเสียง มเี สียงเน้นหนกั ขาดการออก สอื่ สารไม่ได้

ออกเสียงเน้น ในคำ/ประโยค เสียงเนน้ หนกั

หนักในคำ/ เปน็ ส่วนใหญ่

ประโยคอย่าง

สมบรู ณ์

ระดบั คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน นำ้ หนกั / คะแนน
ความสำคญั รวม
ประเดน็ 4 3 2 1 12
การประเมิน 3
2. เน้ือหา มรี ายละเอียด รายละเอยี ด มีรายละเอียด มีรายละเอยี ด 20
เนือ้ หาตรง ของเนื้อหา ของเนื้อหา ของเนื้อหา 5
กับลกั ษณะ มาก น้อย นอ้ ยมาก
ที่กำหนด แตย่ ังไม่
มากท่ีสดุ ครอบคลุม
ทัง้ หมด

รวม

แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล

พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบ การ ทำงาน

เลข ความ คำถาม ยอมรับฟัง ตามท่ีไดร้ บั หมายเหตุ
ท่ี คิดเห็น คนอืน่ มอบหมาย

ชอื่ - สกลุ 4321432143214321 4 321

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบ การ ทำงาน

เลข ความ คำถาม ยอมรับฟงั ตามท่ีไดร้ ับ หมายเหตุ
ที่ คดิ เหน็ คนอื่น มอบหมาย

ชื่อ - สกลุ 4321432143214321 4 321

34

35

36

เกณฑ์การวัดผล ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดงั น้ี
ดมี าก = 4 สนใจฟงั ไม่หลบั ไม่พดู คยุ ในชนั้ มคี ำถามท่ีดี ตอบคำถามถูกตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรุง = 1 เข้าชนั้ เรยี น แตก่ ารแสดงออกน้อยมาก



แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหสั วชิ า อ 22102 วชิ า ภาษาอังกฤษ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียน 2 ปีการศกึ ษา 2563

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 7 Going Places เร่ือง Vocabulary : Transportations เวลา 3 ชวั่ โมง

ช่ือผสู้ อน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเรอ่ื งท่ฟี ังและอา่ นจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็

อย่างมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที ักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ ึก

และความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพดู

และการเขยี น

สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้อยา่ ง

เหมาะสมกับกาลเทศะ

สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พันธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม

ตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบตั ติ าม คำขอร้อง คำแนะนำ คำชีแ้ จง และคำอธบิ ายง่าย ๆ ท่ีฟังและอา่ น
ต 1.1 ม.2/2 อ่านออกเสียงข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทร้อยกรองสั้น ๆ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.1 ม.2/3 ระบุ/เขยี นประโยค และขอ้ ความ ใหส้ ัมพันธก์ ับส่ือทไ่ี มใ่ ชค่ วามเรียงรูปแบบต่าง ๆ ที่อ่าน
ต 1.2 ม.2/1 สนทนาแลกเปลีย่ นข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง เร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ

ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั กิจกรรม เร่ืองตา่ ง ๆ ใกลต้ วั และประสบการณ์

พรอ้ มท้งั ให้เหตผุ ลสั้น ๆ ประกอบ
ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา นำ้ เสียง และกริ ยิ าท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม

และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ต 4.1 ม.2/1 ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ ำลองทเ่ี กดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี น สถานศึกษา

และชุมชน

2. สาระสำคัญ
คำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ในเมือง การถาม-บอกเส้นทาง และวิธีการเดิน

ทาง คำศัพท์ท่ีใช้เรียกการคมนาคมขนส่งชนิดต่าง ๆ การอธิบายเส้นทางโดยใช้ข้อมูลจากแผนท่ีการอ่านข้อมูล
จากแผนที่ การบรรยายเส้นทางการเดินทาง การแนะนำกิจกรรมน่าสนใจท่ีทำได้ในสถานท่ีต่าง ๆ ผ่านการอ่าน
ข้อความ การออกเสียงคำประโยค การตอบคำถามในแบบฝึกหัด การค้นหาความหมายของคำจากพจนานุกรม
การฝึกสนทนาสั้น ๆ ตามตัวอย่าง เพ่ือให้สามารถสื่อสารในบริบทท่ีเกี่ยวข้องกับการเดินทาง การคมนาคม และ
สถานท่ีต่าง ๆ ในเมือง ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ ตามหลกั ไวยากรณ์

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นกั เรียนบอกความหมายของคำศัพทไ์ ด้
2. นักเรียนออกเสียงคำศพั ท์เกย่ี วกบั สถานท่ีตา่ ง ๆ ทก่ี ำหนดให้ได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
3. นกั เรยี นทำงานรว่ มกันเปน็ กล่มุ ได้
4. นกั เรยี นนำขอ้ มูลท่ีกำหนดให้มาประยุกตใ์ ชเ้ พอื่ การสนทนาได้
ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
5. นกั เรยี นมีระเบยี บวนิ ัยและมุ่งม่ันในการทำงาน
6. นกั เรียนมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน

3. สาระการเรียนรู้

1. คำศัพท์

- คำศพั ทเ์ กยี่ วกับสถานท่ตี ่าง ๆ ในเมือง ได้แก่ intersection, garbage can, park bench, bus

stop, street sign, water fountain, advertisement, street crossing, sidewalk, fire hydrant, outdoor

café, street light

- คำศัพท์เก่ยี วกบั การคมนาคม ไดแ้ ก่ scooter, airplane, hot air balloon, bus, yacht, van

- คำศัพทเ์ กีย่ วกบั ส่ิงทรี่ ะบุในแผนทีเ่ มือง ได้แก่ advertisement, city, outdoor café, bus stop,

2. ไวยากรณ์

- การบรรยายสถานท่ตี ่าง ๆ โดยใช้ There is, There are เชน่ There is a bench in the park.

There are many shops on the street.

- Possessive pronouns ไดแ้ ก่ mine, yours, his, hers, ours, theirs, its

4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

 ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์  ซอ่ื สัตย์สจุ รติ
 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  ใฝ่เรียนรู้
 มีวินัย

 อย่อู ย่างพอเพียง  มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
 รกั ความเปน็ ไทย  มจี ิตสาธารณะ

6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรือ่ ง vocabulary : Transportations
2. ใบงานเรอื่ ง There is, There are

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน (Warm-up)
1. ครทู ักทายนักเรยี น ใหน้ กั เรียนจบั กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน
2. ครูทำฉลากสถานที่ เช่น fresh market, tesco lotus, hospital, park, bus station, hospital
3. ใหน้ กั เรยี นออกมาจับฉลากกลุ่มละ 1 สถานท่ี
4. ครถู ามนักเรยี นวา่ How do I get to the places in the city?
5. ให้นกั เรยี นปรึกษากนั ในกลมุ่ ว่าจะบอกวธิ ีการเดนิ ทางไปสถานที่ท่จี บั ฉลากได้อย่างไรโดยใหต้ ั้งต้นจาก

โรงเรียน
6. นกั เรยี นปรกึ ษากนั ภายในกลุ่มและออกมาบอกวธิ ีการเดินทางไปยังสถานทน่ี น้ั
7. เมือ่ นักเรยี นพดู ครบทุกกลุ่มแล้ว ครูถามนักเรยี นว่า จากกิจกรรมนน้ี ักเรยี นคดิ ว่า สิง่ จำเปน็ ท่นี ักเรยี น

ต้องรูเ้ พื่อใชใ้ นการบอกวธิ ีการเดินทางคืออะไร
8. นักเรียนช่วยกันคิดภายในกล่มุ และออกมาเขียนสงิ่ ท่จี ำเป็นในการบอกวิธีการเดนิ ทางบนกระดาน
ขนั้ นำเสนอ (Presentation)
9. ให้นกั เรยี นดภู าพประกอบในหมายเลข 1-6 ใน Student’s Book หนา้ 60
10. จากภาพดังกล่าวครถู ามนกั เรียนวา่ What are the transportations?
11. ครอู ่านออกเสียงคำศัพท์ใน Student’s Book exercise หนา้ 60 ให้นักเรยี นออกเสียงตาม
12. ใหน้ ักเรยี นนกั เรยี นจบั คู่ภาพ 1-6 กับคำศพั ท์ Exercise 2 และ Exercise 3 การแยกประเภทของ

ยานพาหนะต่าง ๆ

Answer key Student’s book 2

Exercise 2. Match the words from the box with the pictures above. Listen and check

your answers.

scooter 6 hot air balloon 3 yacht 5

airplane 2 bus 4 van 1

Answer key Student’s book 2
Exercise 3. Complete the table with the transportation words.
has wheels : scooters, buses, vans, airplanes
travels on land : vans, scooters, buses
slow : hot air balloons, scooters, yachts
dangerous : scooters, hot air balloons

Audioscript : Unit 7 Track 3
1. Which types of transportation have wheels?

Well, let’s see. Scooter, buses and vans have wheels. Oh, airplanes have wheels
too.
2. Do vans travel on land?

Yes, they do. So do scooter and buses.
3. Which types of transportation are slow?

Hot air balloons, scooters and yachts are slow.
4. Are any of types of transportation dangerous?

I think scooters and hot air balloons are dangerous.

13. ครอู า่ นออกเสยี งคำศพั ท์ใน Student’s Book exercise 1 หน้า 60 ให้นักเรียนอ่านตาม
14. นักเรยี นหาความหมายของคำศัพท์ใน exercise 1 ทนี่ ักเรยี นไมร่ จู้ ากพจนานกุ รม
15. ให้นกั เรยี นอ่านออกเสียงคำศัพทอ์ ีกครัง้ พร้อมทั้งบอกความหมาย ดังนี้

intersection (สแี่ ยก), garbage can (ถังขยะ), park bench (ม้านง่ั ในสวนสาธารณะ), bus
stop (ปา้ ยรถโดยสาร), street sign (ป้ายสัญลักษณ์ตามถนน), water fountain (นำ้ พ)ุ , advertisement
(ปา้ ยโฆษณา), street crossing (ทางม้าลาย), sidewalk (ทางเดนิ เทา้ ), fire hydrant (ทอ่ ส่งนำ้ ดบั เพลิง),
outdoor café (ร้านกาแฟกลางแจ้ง), street light (ไฟถนน)

16. ให้นกั เรียนพับหนงั สือ โดยใหด้ ูภาพประกอบใน Student’s Book หนา้ 61 โดยไมใ่ ห้เหน็ คำศัพท์ใน
หน้า 60

17. ครูบอกตวั เลขในแผนทใ่ี ห้นกั เรียนท่รี คู้ ำศัพท์ยกมือขน้ึ แล้วตอบเปน็ คำศัพท์ท่ตี รงกับภาพน้นั เช่น
T: Number 3.
S: Water fountain.

18. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 1 หน้า 60 และครูเฉลยคำตอบ

Answer key Student’s book 2 6
Exercise 1. Match the words with the pictures on page 61. 3
8
intersection 7 garbage can 10 park bench 12
bus stop 4 street sign 1 water fountain
sidewalk 11 street light 5 advertisement
fire hydrant 2 outdoor cafe 9 street crossing

19. ครกู ลา่ วชมเชยนกั เรยี นท่ีตอบคำถามได้ถกู ต้อง และนักเรยี นทพ่ี ยายามมีส่วนร่วม
20. ครูเขยี นประโยคต่อไปน้ีบนกระดาน

There is a water fountain in a park.
There are many cars on the street.

21. ครถู ามนกั เรียนวา่ ท้ัง 2 ประโยคน้ีแปลวา่ อะไร (มีน้ำพุในสวนสาธารณะ มีรถหลายคันอยู่
บนถนน)

22. ครอู ธิบายให้นกั เรียนฟงั วา่ There is, There are ใชน้ ำหน้าสง่ิ ท่ีเราตอ้ งการอธบิ ายวา่ มีอยู่ในท่ี
สถานทน่ี ้นั โดย There is ใชก้ ับคำนามเอกพจน์ และ There are ใชก้ ับคำนามพหูพจน์

ขน้ั ฝึกฝน (Practice)
23. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดในหนงั สอื Student’s book 2 exercise 4 หนา้ 61 นำคำที่กำหนดใหม้ าเติม
ในประโยคใหส้ มบรู ณ์
24. นักเรียนอ่านคำตอบพร้อม ๆ กัน

Answer key Student’s book 2

Exercise 4. Complete the sentences with the words.

1. sidewalk 5. intersection

2. street sign 6. advertisement

3. bus stop 7. outdoor cafe

4. park bench 8. city

25. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ใน Worksheet exercise 1-3
26. นกั เรียนแลกกนั ตรวจ worksheet 1-3
27. ครเู ฉลยคำตอบ ให้นักเรียนตรวจรวมคะแนนแลว้ ส่งคืนเพอื่ น

Answer key worksheet 1

Complete the sentences with the words in the box.

1. van 3. Car 5. Horse 7. motorbike

2. plane 4. taxi 6. boat 8. school bus

Answer key worksheet 2

Match the words in column A with the words in column B.

1-2 3-6 5-4 7-7

2-1 4-5 6-3 8-8

Answer key worksheet 3

Ship Answer keVyeh: i3c.lePsut the words into gTrohueaptse. r Places

Truck Airport

Train Bus station

Subway Outdoor cafe'

ข้นั การสร้างผลงาน (Production)
28. ให้นกั เรยี นจับกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน
29. ให้สมาชกิ ภายในกล่มุ อภิปรายกันโดยใหเ้ ขียนประโยคการเดินทางภายในดว้ ย bus, plane, และ

private car ใหไ้ ดอ้ ย่างนอ้ ย 3 ประโยค เชน่ We go to school by bus.
30. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมาอา่ นประโยคและนำเสนอผลงานกลมุ่ หนา้ ชั้นเรียน
ขั้นสรปุ (Wrap up)
31. ให้นกั เรียนออกมาเขยี นคำศัพท์ทีเ่ รียนในหน่วยน้ี (Going Places) คนละ 1 คำ บนกระดาน
32. ครชู ีท้ ค่ี ำศัพท์ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสยี งและบอกความหมายคำศัพท์พร้อม ๆ กนั
33. ตัวแทนนกั เรยี นออกมาเขยี นประโยชนท์ ี่ได้รับจากการเรียนในวนั นี้

8. การวดั ผลและการประเมินผลการเรียนรู้

การประเมินผล(ด้าน) วิธีการวัด เครือ่ งมือการวดั เกณฑก์ ารประเมิน
การฟัง
ดา้ นความรู้ Knowledge นักเรยี นตอบคำถามใน
สังเกตการทำงาน แบบฝกึ หัด
1. นักเรยี นสะกดคำศัพท์เกย่ี วกบั ความถูกต้องใน กล่มุ และสะกดคำศพั ท์ได้ถกู ต้อง
แบบประเมนิ ผล มากกวา่ 70 
การเดินทางจากบทเรยี นได้ถูกตอ้ ง การออกเสียง งาน
เครอ่ื งมือการวัด นักเรียนสามารถแสดงความ
2. นักเรียนบอกความหมายของ คำศัพท์ แบบสงั เกต คดิ เหน็ ได้อยา่ งสมเหตุสมผล
พฤติกรรม นักเรียนวางแผนการทำงานเป็น
คำศัพท์ได้ กลมุ่ อยูใ่ นเกณฑร์ ะดับดี

3. นกั เรยี นออกเสยี งคำศพั ท์เกยี่ วกับ เกณฑ์การประเมนิ

สถานทตี่ ่าง ๆจากบทเรยี นได้ถกู ต้อง นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมผา่ นเกณฑ์
ระดับดี
ดา้ นกระบวนการ Process

4. นกั เรยี นทำงานร่วมกนั เปน็ กลมุ่ การแสดงความ

ได้ คดิ เหน็

5. นกั เรียนนำข้อมลู ทก่ี ำหนด การทำงานรว่ มกนั

ให้มาเขยี นประโยคเกย่ี วกับการ

เดนิ ทางได้

การประเมนิ ผล(ดา้ น) วธิ กี ารวดั

ด้านคุณลกั ษณะ Attribute

6. นักเรียนมีระเบยี บวินัยและมงุ่ มัน่ การประเมนิ

ในการทำงาน พฤติกรรม

7. นกั เรยี นมคี วามซ่ือสตั ย์

ในการทำงาน

9. สอื่ การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Maximize Student’s Book 2
2. ใบความร้เู ร่อื ง vocabulary : Transportations
3. ใบความรู้เร่อื ง There is, There are

10. ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ได้ตรวจแล้วมีความคิดเหน็ ว่า
 สมควรนำแผนการจดั การเรยี นรไู้ ปใชไ้ ด้
 สมควรปรบั ปรงุ คือ.................................................................................................................................

ลงชื่อ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)

หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ

 องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้.........................................................................................
 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนร้สู อดคลอ้ ง...................................................................
 สาระสำคัญครอบคลุมชัดเจน.........................................................................................................
 สาระการเรยี นรมู้ ีความถูกต้องตามหลกั วชิ าการ.............................................................................
 จุดประสงค์การเรยี นรมู้ ีความชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น.............................................................................................................
 คุณลักษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
 ระบภุ าระงาน/ช้นิ งาน.....................................................................................................................
 กิจกรรมการเรียนรเู้ น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ........................................................................................
 สื่อและอปุ กรณ์การเรียนร.ู้ .............................................................................................................
 การวดั และการประเมินตามจุดประสงค์การเรียนร้.ู ........................................................................
 บนั ทกึ หลังสอน...............................................................................................................................
 เสนอส่งแผนการจดั การเรียนรตู้ ามขั้นตอนระบบงาน.....................................................................

ลงช่อื
( นายอบั ดลรอศักดิ์ มณีโส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ

12. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรยี น
 อนญุ าตให้ใช้จดั การเรยี นการสอนได้
 ควรปรบั ปรุง คือ
............................................................................................................................. .........................................
....................................................................................... ............................................................... ................

ลงช่อื
( นายสิรวุฒิ ยุน้ยุ )

ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา

13. บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2 (แยกเป็นหอ้ งเพื่อนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค์)
1. นักเรียนบอกความหมายของคำศพั ทไ์ ด้
2. นกั เรยี นออกเสียงคำศัพท์เกยี่ วกับสถานท่ีตา่ ง ๆ ทก่ี ำหนดให้ได้
นกั เรยี นสามารถทำแบบฝึกหัดได้ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจุดประสงค์ แยกเป็นห้อง ดังน้ี
- ชนั้ ม.2/2 นักเรียนทง้ั หมด 38 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คิดเปน็ ร้อยละ 78.95
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 8 คน คดิ เป็นร้อยละ 21.05
- ช้นั ม.2/4 นกั เรยี นทงั้ หมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 32 คน คดิ เป็นร้อยละ 86.49
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 13.51
- ช้นั ม.2/6 นักเรียนท้ังหมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 25 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 60.98
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 16 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 39.02
- ชน้ั ม.2/8 นกั เรียนทง้ั หมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 20 คน คิดเปน็ ร้อยละ 48.78
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 21 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 51.22
ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมินอยใู่ นระดบั ดี
3. นักเรยี นทำงานรว่ มกันเป็นกลุม่ ได้ อยใู่ นระดบั ดี
4. นักเรยี นนำขอ้ มูลท่กี ำหนดให้มาประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้ อยูใ่ นระดับดี
ด้านคุณลกั ษะ (A)
5. นกั เรยี นมรี ะเบยี บวนิ ัยและมุ่งมัน่ ในการทำงาน
6. นักเรียนมคี วามซื่อสัตย์ในการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นกั เรียนสว่ นใหญ่มีพฤตกิ รรม

ผ่านเกณฑ์คุณลกั ษณะในระดับดี
11.2. แนวทางแกป้ ัญหานักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้หรือจุดประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
1. ครูใหน้ กั เรยี นทไี่ ม่ผ่านเกณฑ์การประเมินปรบั คะแนนแบบฝกึ หัดที่ไม่ผา่ น
2. ครนู ำผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพ่ือปรบั ปรงุ และพัฒนารปู แบบการจดั การเรียนการสอนใหม้ ี

ประสิทธิภาพมากข้นึ โดยเฉพาะนักเรยี นช้ัน ม.2/8

ลงชือ่ …………………………………………………
(นางสาวคูไซบะ๊ หะยีปะดอ)
ครูผู้สอน

วันที่………เดอื น………………….พ.ศ…………

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รหสั วชิ า อ 22102 วิชา ภาษาอังกฤษ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 Going Places เวลา 3 ชวั่ โมง

เร่ือง Grammar : Possessive pronouns, conjunctions ชอ่ื ผูส้ อน นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอ่านจากสอื่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทกั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ ึก

และความคดิ เหน็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการพูด

และการเขียน

สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้อย่าง

เหมาะสมกับกาลเทศะ

ตัวชี้วัด
ต 1.1 ม.2/4 เลือกหัวข้อเร่ือง ใจความสำคัญ บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail)

และแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับเรอ่ื งท่ีฟงั และอ่าน พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่าง
ง่าย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธ
การให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กจิ วัตรประจำวัน ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์
ทอ่ี ย่ใู นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม. 2/1 ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม และ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

2. สาระสำคัญ
คำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาเกี่ยวกับการแสดงความเป็นเจ้าของต่อส่ิงใดส่ิงหนึ่ง (Possessive) ใน

รูปแบบต่าง ๆ การใช้คำเชื่อม (Conjunction) ในการเชื่อมคำและประโยค เพื่อใหป้ ระโยคมีความลื่นไหลเช่ือมโยง
กันและมีการขยายความให้เข้าใจย่ิงขึ้น ผ่านกิจกรรมการอ่านข้อความ การออกเสียงคำและประโยค การตอบ
คำถามในแบบฝกึ หดั การค้นหาความหมายของคำจากพจนานุกรม การฝึกสนทนาส้ัน ๆ ตามตัวอยา่ ง การเขยี นใน


Click to View FlipBook Version