ขัน้ การสรา้ งผลงาน (Production)
23. ใหน้ ักเรยี นจับกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน
24. ครแู จกกระดาษปร๊ฟู สแี ละปากกาเมจใิ หน้ กั เรียนกลุม่ ละ 1 ชุด
25. ใหน้ กั เรยี นในกลุ่มชว่ ยกันคิดอปุ กรณ์เครอื่ งใช้ท่ีบา้ นในยุคอนาคตอีก 50 ปีขา้ งหนา้ ควรมี
โดยต้ังช่ือ วาดภาพ และเขยี นบรรยายประโยชน์และวิธกี ารใช้ของอุปกรณ์นั้น
ตัวอยา่ ง
Quick Hair Doer
Quick Hair Doer is a hairdo machine. It is for making any hairstyle in a quick time. You
choose the hair style and color you like, put the Quick Hair Doer on your head. You will get it
done in 10 minutes.
26. นักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน และติดแผ่นนำเสนอของกลมุ่ ไว้บนกระดาน หรือผนงั
ห้องเรยี น
ข้ันสรปุ (Wrap up)
27. จากการนำเสนอของเพื่อน ให้นกั เรียนอภปิ รายกันวา่ นกั เรยี นชอบอุปกรณ์ของกล่มุ ใดมากทส่ี ดุ พร้อม
ทงั้ เหตผุ ลประกอบ
28. ครเู ขยี นรายการอปุ กรณเ์ คร่อื งใช้ในบ้านเปน็ ภาษาไทยบนกระดาน
29. ใหน้ กั เรียนออกมาลบภาษาไทยแลว้ เขียนเป็นภาษาอังกฤษแทนคนละ 1 คำ
30. ครูช้ที คี่ ำศัพท์ นักเรียนอ่านคำศพั ท์และบอกความหมายจนครบทุกคำ
8. การวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
รายการ วิธีวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารวดั
ด้านความรู้ Knowledge
1.นักเรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์ท่ี การออกเสยี งคำศัพท์ ฟังการออกเสยี ง นกั เรียนออกเสียงคำศัพท์
กำหนดให้ได้ถกู ต้อง แบบฝกึ หดั ไดถ้ ูกต้อง 100
2. นกั เรียนระบคุ ำศัพท์ทีใ่ ช้เรยี ก การทำแบบฝึกหดั นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ภายในบา้ นได้ ถูกต้องมากกวา่ 70
ด้านกระบวนการ Process การทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ นักเรียนสามารถแสดง
3. นกั เรียนทำงานร่วมกันเป็น การเขียนอธิบาย ทำงานกลมุ่ ความคิดเหน็ ได้อย่าง
กลมุ่ ได้ แบบประเมนิ ผลงาน สมเหตุสมผล
4. นกั เรยี นนำข้อมลู ท่ีกำหนดให้ นกั เรียนสามารถทำผลงาน
มาประยุกตใ์ ชใ้ นการเขียนได้ ได้ ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี
ด้านคณุ ลักษณะ Attribute แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นมีพฤติกรรมผา่ น
5. นักเรียนมีความมงุ่ มัน่ ในการ การประเมินพฤติกรรม เกณฑร์ ะดับดี
ทำงาน
6. นักเรียนมีความซื่อสตั ย์ในการ
ทำงาน
9. สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
. 1. หนงั สือเรยี น Maximize Student’s Book 2
2. บัตรคำ
3. บตั รภาพ
4. ลำโพงชว่ ยสอน
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ไดต้ รวจแล้วมีความคิดเห็นว่า
สมควรนำแผนการจัดการเรยี นรู้ไปใช้ได้
สมควรปรบั ปรงุ คือ..........................................................................................................................
ลงช่ือ................................................
(นางปาลติ า อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
11. ความคดิ เห็นรองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรสู้ อดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มคี วามถูกตอ้ งตามหลักวิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มีความชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน.............................................................................................................
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ช้ินงาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนรูเ้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ........................................................................................
สอื่ และอุปกรณ์การเรยี นร.ู้ .............................................................................................................
การวดั และการประเมินตามจุดประสงค์การเรียนร.ู้ ........................................................................
บันทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจัดการเรยี นรตู้ ามขัน้ ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชอ่ื
( นายอับดลรอศักด์ิ มณีโส๊ะ)
รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
12. ความคิดเห็นผูอ้ ำนวยการโรงเรียน
อนุญาตให้ใช้จดั การเรยี นการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ คอื
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................ ......
ลงชือ่
( นายสริ วฒุ ิ ยนุ ยุ้ )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนกำแพงวทิ ยา
13. บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 7 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
1. นักเรียนบอกความหมายของคำศพั ทไ์ ด้
2. นักเรียนออกเสียงคำศพั ท์เก่ียวกบั สถานที่ตา่ ง ๆ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
นกั เรยี นสามารถทำแบบฝึกหัดได้ผ่านเกณฑ์การประเมินตามจดุ ประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังนี้
- ชนั้ ม.2/2 นกั เรียนทัง้ หมด 38 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 30 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 78.95
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 21.05
- ชั้น ม.2/4 นักเรียนทั้งหมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 32 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 86.49
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 5 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 13.51
- ชั้น ม.2/6 นักเรียนท้งั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 25 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 60.98
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 16 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 39.02
- ชั้น ม.2/8 นักเรียนทั้งหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 48.78
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 21 คน คดิ เป็นร้อยละ 51.22
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
การประเมินอยใู่ นระดบั ดี
3. นักเรียนทำงานรว่ มกนั เป็นกลมุ่ ได้ อยู่ในระดบั ดี
4. นักเรียนนำข้อมลู ที่กำหนดให้มาประยุกต์ใช้ในการสนทนาได้ อยูใ่ นระดบั ดี
ด้านคุณลักษะ (A)
5. นกั เรียนมรี ะเบยี บวินยั และม่งุ ม่นั ในการทำงาน
6. นกั เรยี นมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
จากการประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นักเรียนสว่ นใหญม่ ีพฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์คณุ ลักษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ญั หานักเรียนทไี่ ม่ผา่ นตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรูห้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
1. ครใู ห้นักเรียนทไี่ มผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมินปรับคะแนนแบบฝึกหัดท่ีไม่ผ่าน
2. ครูนำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพือ่ ปรบั ปรุงและพฒั นารปู แบบการจัดการเรยี นการสอนให้มี
ประสิทธภิ าพมากข้นึ โดยเฉพาะนกั เรียนช้นั ม.2/8
ลงช่อื …………………………………………………
(นางสาวคูไซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครผู ูส้ อน
วันท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 8
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 9 Electrical Devices เร่อื ง Grammar: Can, Could, Must, Have to
ผสู้ อน นางสาวคูไซบะ๊ หะยีปะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 :เข้าใจและตคี วามเรื่องท่ีฟังและอา่ นจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 :มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ
และความคดิ เห็นอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการ
พดู และการเขยี น
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ม.2/3 ระบ/ุ เขียนประโยค และข้อความ ให้สัมพนั ธก์ ับส่อื ที่ไมใ่ ชค่ วามเรยี งรูปแบบต่าง ๆ
ที่อา่ น
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธ
การให้ความช่วยเหลือในสถานการณต์ ่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/5 พูดและเขยี นแสดงความรู้สกึ และความคดิ เห็นของตนเองเกยี่ วกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม
และประสบการณ์ พร้อมท้ังให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/1 พดู และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กิจวตั รประจำวนั ประสบการณ์ และข่าว/
เหตกุ ารณท์ ี่อยใู่ นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 2.1 ม.2/3 เข้ารว่ ม/จดั กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
2. สาระสำคญั
มุ่งเน้นให้นักเรียนสามารถสนทนา อธิบาย และสอบถามเก่ียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน คำศัพท์ที่ใช้
เรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่าน้ัน การขออนุญาต สอบถาม ขอร้อง อย่างสุภาพ คำกริยาและสำนวน ผ่านการฟัง อ่าน
เขียนประโยค จับคู่สนทนา ทำแบบฝึกหัด กิจกรรมกลุ่ม การอภิปรายกลุ่มใหญ่ ค้นคว้าหาความรู้เพ่ิมเติมจากส่ือ
อื่นๆ เพ่ือให้นักเรียนสามารถส่ือสารในบริบทท่ีเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ในการใช้ชีวิตภายในบ้าน ในครอบครัว
ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำศัพท์ท่ีกำหนดให้ไดถ้ ูกต้อง
2. นักเรียนพูดขอร้องและขออนญุ าตอย่างสภุ าพได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นกั เรียนทำงานรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ ได้
4. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ทกี่ ำหนดให้มาประยุกตใ์ ชใ้ นการสนทนาได้
ด้านคุณลักษณะ (Attribute)
5. นักเรยี นมีระเบียบวินัยและมงุ่ ม่นั ในการทำงาน
6. นกั เรียนมคี วามซ่ือสตั ยใ์ นการทำงาน
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศัพทเ์ กี่ยวกบั เคร่ืองใชภ้ ายในบา้ น ไดแ้ ก่ modem, washing machine, stove, curling iron, oven,
charger, freezer, dishwasher, remote, blender, water heater, alarm, desktop, radio, water cooler,
fan, coffee machine, microwave, alarm, dryer
2. ไวยากรณ์
2.1 การใช้ Could/ Can เปน็ ประโยคคำถาม เพอ่ื ขออนุญาต หรอื ขอร้อง เช่น Could I borrow
your coffee blender? Can I please use your charger?
2.2 การใช้ Could เพื่อถามความเปน็ ไปไดเ้ ชน่ Could my brother use your charger?
2.3 Must/ Have to (Past simple) เพ่ือใชใ้ นกรณีต่อไปน้ี
- เพอ่ื บอกความจำเป็น I mustn’t go home now. I have to go home now.
I had to go.
- การไม่อนุญาตให้ทำ You mustn’t go home late.
- บอกว่าไมจ่ ำเปน็ ต้องทำ เชน่ You don’t have to be here.
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทำงาน
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรอื่ ง Grammar: Can, Could, Must, Have to
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วธิ สี อนแบบ 2W3P)
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น (Warm-up)
1. ครนู ำภาพท่ีเก่ียวกับการขอร้องให้นกั เรียนดู ดังตัวอยา่ ง
https://www.youtube.com/watch?v=wWgi9grUX9o
2. ถามนักเรียนวา่ ในภาพนเี้ กี่ยวกบั อะไร (What is the picture about?)
3. ให้นกั เรียนออกมาเขียนประโยคเพ่ือบรรยายภาพ คนละ 1 ประโยค
4. ครูเลือกประโยคท่เี กย่ี วกับการขอรอ้ งเอาไว้
5. ใหน้ กั เรียนเดาว่าบทเรยี นในวนั นเ้ี ก่ียวกบั เรื่องอะไร (การขออนุญาต ขอร้อง อย่างสุภาพ)
ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
6. จากประโยคทน่ี ักเรียนเขียนบนกระดาน ครเู ลือกวงกลมรอบประโยคทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับการขอรอ้ ง
7. ครูเขยี นประโยคเหล่าน้นั ใหม่ ดงั นี้
- Could I borrow your book?
- Could you let me borrow your book, please?
- Can I borrow your book, please?
- Can I please borrow your book?
8. ครถู ามนักเรยี นวา่ ประโยคเหล่านี้หมายความวา่ อย่างไร มอี ะไรท่ีเหมอื นและแตกต่างกันบา้ ง
9. นักเรยี นอภปิ รายร่วมกนั เพอ่ื ตอบคำถามขา้ งต้น
10. ใหน้ กั เรียนออกมาเขยี นข้อสรุปที่ไดบ้ นกระดาน
11. ครอู ธบิ ายเรอ่ื งการใช้ Can, Could ในประโยคคำถามหรือขอร้องดงั น้ี
- Can, Could ใชข้ ึน้ ตน้ ประโยคคำถาม ขอร้อง หรือเพื่อถามความเปน็ ไปได้
- ในการขอร้องหรือขออนญุ าต คำวา่ Could จะสุภาพและเป็นทางการมากกว่า Can
- คำวา่ Please (ได้โปรด, กรณุ า) ช่วยให้ประโยคมีความสุภาพมากยิ่งขึน้ โดย Please สามารถ
วางไว้หนา้ กริยาแท้ หรือไว้ท้ายประโยค หากวางไวท้ ้ายประโยคจะตอ้ งมีเครื่องหมาย, ก่อน ดังตัวอยา่ ง
12. นกั เรียนอา่ นข้อความใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 78 แล้วจับคบู่ ทสนทนาให้ตรงกบั
สถานการณ์ในภาพ
13. นกั เรยี นอ่านคำตอบพร้อม ๆ กัน
Answer key:
1. Read and match the pictures with the dialogs.
top left 1 bottom left 3 right 2
14. นักเรยี นอ่านคำอธิบาย Grammar ใน Student’s Book exercise 2 หน้า 78 เพ่ิมเติม
15. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั Student’s Book exercise 3-5 หนา้ 78-79
16. ครสู มุ่ เรียกนักเรยี นตอบคำถามคนละ 1 ข้อ
17. นักเรยี นตรวจทานความถกู ต้องของคำตอบรว่ มกัน
Answer key:
3. Make requests. Use the verbs in parenthesis.
1. Could / Can you carry these books for me, please?
2. Could / Can you shut down the window for me, please?
3. Could / Can you feed the dog, please?
4. Could / Can you turn off the light for me, please?
Answer key:
4. Ask for permission.
1. Can I open the window? 3. Could I use your charger, please?
2. Can I borrow your radio? 4. Could I go out tonight, please?
Answer key:
5. Make sentences by putting the words in the correct order.
1. I can’t open this bottle. 5. It could rain.
2. I couldn’t remember her name. 6. I can’t play tennis.
3. The child could get hurt. 7. Can she drive a truck?
4. Can we meet at 7 p.m.? 8. My friends weren’t able to come.
18. ครอู ธิบายเรือ่ งการตอบรบั หรือการปฏเิ สธคำขออย่างสภุ าพ ดงั นี้
- เมือ่ ผขู้ ออนญุ าต ใช้ประโยคท่สี ภุ าพ ผู้ตอบก็ต้องตอบอยา่ งสุภาพเช่นกนั
- สำนวนใชต้ อบเพ่อื ใหอ้ นญุ าตไดแ้ ก่
OK.
Yes, you could.
Sure. No problem.
- สำนวนใช้ตอบเพ่อื ปฏิเสธคำขอร้องได้แก่
No, you can’t.
Sorry. I need it.
19. นกั เรยี นฟงั Audio และทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 6 หนา้ 79
20. นักเรียนอ่านเฉลยคำตอบพร้อม ๆ กัน
Answer key:
6. Match the questions with the answer a-f. Listen and check your answer.
Practice in pairs.
1. d 3. f 5. c
2. a 4. b 6. e
Audioscript: Unit 9 Track 4
1. Can you tell me the time, please?
Yes. It’s 6 o’clock.
2. Could you help me with my homework, please?
Ok. What’s the problem?
3. Can I use your ruler?
No, you can’t. Sorry. I need it.
4. Could this be noon?
It could be. I’m hungry.
5. Could this be hers?
Yes, it could be.
6. Can you wait for me, please?
Ok, but hurry up!
21. ครอู ธบิ ายเร่อื งการใช้ Must, Have to, Had to, Don’t have to, Didn’t have to
- must/ have to ใชเ้ พื่อแสดงความจำเป็นว่า ตอ้ งทำ เช่น
I must go now.
I have to go now.
- have to ใชก้ ับเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบัน สว่ น had to ใชก้ ับอดีต
I had to do a lot of work last week.
- mustn’t ใช้เพ่ือห้ามไมใ่ ห้ทำ เชน่
You mustn’t swim in this area. The waves are too rough.
- don’t have to ใช้เพอ่ื บอกว่าไมจ่ ำเปน็ ต้องทำ หรือถ้าไม่อยากทำจะไม่ทำก็ได้
สามารถใช้กบั เหตุการณ์ทผ่ี ่านมาแลว้ ในอดตี ไดโ้ ดยใช้ didn’t have to
You don’t have to wait for me. (If you don’t want to)
You didn’t have to work so
ขนั้ ฝึกฝน (Practice)
22. นกั เรยี นจับคกู่ ันให้ผลดั กนั เปน็ คนขอร้องและคนอนุญาตโดยให้มที ้ังตอบรบั และปฏเิ สธ
เชน่ A: Could I use your computer, please?
B: Sure. No problem.
A: Could I borrow your charger, please?
B: Sorry. I’m charging my phone.
23. นักเรียนสนทนาทลี ะค่จู นครบ
24. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ใน Student’s Book exercise 2-4 หนา้ 80-81 และ exercise 6-10
ใน Workbook หนา้ 65-66
25. นกั เรียนแบง่ เป็น 8 กลมุ่ จับฉลากเพื่อเฉลย exercise กลุ่มละ 1 exercise
26. นกั เรยี นออกมาเฉลยแบบฝกึ หดั ทีละกลุ่มจนครบทุกแบบฝึกหดั
27. นักเรียนแลกหนงั สอื กนั ตรวจ
28. นกั เรียนตรวจคำตอบ รวมคะแนนแล้วส่งหนังสอื คืนเพอ่ื น
29. นกั เรยี นแกไ้ ขข้อผดิ พลาดแลว้ ส่งหนงั สือใหค้ รู
Answer key: Student’s Book
2. Circle the correct verb.
1. must not 3. don’t have to 5. must not
2. do not have to 4. don’t have to 6. must not
Answer key: Student’s Book
3. Write these sentences in the past simple.
1. I had to leave at seven yesterday.
2. We must meet at eight last Friday.
3. They must listen to the teacher in the swimming lesson.
4. She had to be at school at seven when she was a girl.
5. We must have a cold shower every day when we were at school.
6. We had to cook breakfast last Sunday.
Answer key: Student’s Book
4. Jenny is 15. What does she have to do now? What did she have to do
when she was 8 ?
Look at the chart and complete the sentences with have to, had to, didn’t have
to and don’t have to
1. had to 5. have to
2. have to 6. didn’t have to
3. had to 7. don’t
4. don’t have to 8. didn’t
Answer key: Workbook
6. Complete the sentences with can or could forms.
1. could 4. can
2. couldn’t 5. couldn’t
3. can’t 6. can
Answer key: Workbook
7. Kate is starting a new job. Jenny is showing her around. Add must, have to,
don’t have to or must not in their conversation.
1. must 4. don’t have to
2. must not 5. have to
3. have to 6. don’t have to
Answer key: Workbook
8. Complete the sentences with must, have to, must not, don’t have to
1. must 4. mustn’t
2. have to 5. don’t have to
3. must 6. must
Answer key: Workbook
9. Answer these questions your school.
Responses will vary.
Answer key: Workbook
10. Circle the correct word.
1. have 4. Must
2. must 5. must
3. have 6. have
ขั้นการสรา้ งผลงาน (Production)
30. ใหน้ กั เรียนจับกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน
31. ครแู จกกระดาษปรูฟ๊ สแี ละปากกาเมจกิ ใหน้ ักเรยี นกลมุ่ ละ 1 ชุด
32. ครูทำฉลากเท่าจำนวนกล่มุ ของนักเรยี น โดยเขียนช่ือสถานทต่ี า่ ง ๆ ไวใ้ นแต่ละใบ เชน่ library,
temple, beach, hospital, shopping center, movie theater, history museum
33. ให้นักเรียนเขยี นสง่ิ ทหี่ า้ มทำในสถานท่เี หลา่ น้นั ใหม้ ากท่สี ุด พร้อมทงั้ วาดภาพประกอบ
34. นกั เรยี นนำเสนอผลงานกลมุ่ ให้นักเรยี นคนอืน่ ๆ ช่วยกันพิจารณาวา่ สงิ่ ที่เพื่อนนำเสนอนั้นเหมาะสม
หรอื ไม่ หากข้อใดท่ีไม่ได้เปน็ ข้อหา้ ม หรือ ไมค่ วรหา้ มให้ตัดข้อนั้นท้ิงไป
35. เมื่อจบการนำเสนอ นักเรียนกลุ่มทีเ่ หลอื ข้อหา้ มมากท่ีสุดเป็นผไู้ ดร้ ับคะแนนสงู สุดในการนำเสนอ
36. ครูให้รางวลั เล็กน้อย หรือใหค้ ะแนนพิเศษแก่กลมุ่ ที่ได้คะแนนสงู สดุ
ขนั้ สรปุ (Wrap up)
37. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั สรุปสิ่งท่ีไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ี
38. ครูเขยี นตารางตอ่ ไปน้ีบนกระดาน และใหน้ กั เรียนช่วยกนั เติมขอ้ ความท่ีหายไปใหค้ รบ
grammar การใช้ ตวั อย่างประโยค
can
could ขออนญุ าต และขอร้อง (นักเรยี นหาจากในหนังสือ หรือแบบฝึกหดั )
please ขออนญุ าต และขอร้อง ท่ีเป็นทางการ (นักเรยี นหาจากในหนังสือ หรือแบบฝกึ หดั )
must
have to และสภุ าพกวา่ can
had to
don’t have to เพิม่ ความสุภาพให้กับประโยคขอร้อง (นกั เรียนหาจากในหนงั สอื หรือแบบฝึกหดั )
didn’t have to ใชเ้ พอ่ื บอกความจำเปน็ ต้องทำ (นกั เรยี นหาจากในหนังสอื หรือแบบฝึกหัด)
ใชเ้ พือ่ บอกความจำเปน็ ต้องทำ (ปจั จบุ ัน) (นกั เรยี นหาจากในหนงั สอื หรือแบบฝึกหดั )
ใชเ้ พอื่ บอกความจำเปน็ ต้องทำ (อดีต) (นักเรียนหาจากในหนังสอื หรือแบบฝกึ หดั )
ใชเ้ พอื่ บอกวา่ ไม่จำเปน็ ต้องทำ ถา้ ไม่ (นกั เรียนหาจากในหนังสือ หรือแบบฝึกหดั )
อยากทำ (ปจั จบุ นั )
ใช้เพ่อื บอกวา่ ไม่จำเป็นต้องทำ ถ้าไม่ (นักเรียนหาจากในหนงั สอื หรือแบบฝึกหัด)
อยากทำ (อดีต)
8. การวดั ผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวดั
ฟงั การออกเสียง
ด้านความรู้ Knowledge แบบฝกึ หดั นกั เรียนออกเสยี งคำศัพท์
1. นกั เรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์ การออกเสยี งคำศัพท์ ไดถ้ ูกต้อง 100
นักเรียนตอบคำถาม
ทก่ี ำหนดให้ได้ถูกต้อง และทำแบบฝึกหัดได้
2. นกั เรียนพดู ขอรอ้ งและขอ การทำแบบฝึกหัด ถกู ต้องมากกว่า 70
อนญุ าตอย่างสภุ าพได้
ด้านกระบวนการ Process การทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการ นกั เรียนสามารถแสดง
3. นักเรียนทำงานร่วมกันเปน็ การเขยี นอธิบาย ทำงานกลมุ่ ความคดิ เหน็ ไดอ้ ย่าง
กล่มุ ได้ แบบประเมนิ ผลงาน สมเหตสุ มผล
4. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ทกี่ ำหนดให้ นกั เรียนสามารถทำผลงาน
มาประยุกตใ์ ชใ้ นการสนทนาได้ ได้ ผ่านเกณฑ์ระดบั ดี
รายการ วิธวี ัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัด
แบบสังเกตพฤติกรรม
ด้านคุณลักษณะ Attribute นกั เรียนมพี ฤติกรรมผา่ น
เกณฑร์ ะดับดี
5. นกั เรยี นมีระเบยี บวนิ ัยและ การประเมนิ พฤตกิ รรม
มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
6. นกั เรยี นมคี วามซ่ือสัตยใ์ นการ
ทำงาน
9. ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
. 1. หนังสอื เรยี น Maximize Student’s Book 2
2. แผน่ ชารต์ Grammar: Can, Could, Must, Have to
3. บัตรภาพ
4. บัตรคำ
5. ลำโพงช่วยสอน
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ไดต้ รวจแล้วมคี วามคิดเห็นว่า
สมควรนำแผนการจัดการเรยี นรไู้ ปใชไ้ ด้
สมควรปรับปรุงคือ..........................................................................................................................
ลงช่อื ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นร้สู อดคล้อง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรียนร้มู คี วามถูกต้องตามหลักวิชาการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรียนรู้มคี วามชดั เจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน.............................................................................................................
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชิ้นงาน.....................................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ........................................................................................
สอื่ และอปุ กรณ์การเรียนรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจุดประสงค์การเรียนรู้.........................................................................
บนั ทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรตู้ ามขัน้ ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงช่ือ
( นายอบั ดลรอศกั ดิ์ มณีโส๊ะ)
รองผูอ้ ำนวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
12. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุญาตใหใ้ ช้จดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คือ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
ลงชอ่ื
( นายสิรวฒุ ิ ยุนยุ้ )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา
13. บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8 (แยกเปน็ ห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
1. นกั เรียนบอกความหมายของคำศัพท์ได้
2. นกั เรียนออกเสียงคำศัพทเ์ ก่ยี วกบั สถานที่ตา่ ง ๆ ท่ีกำหนดใหไ้ ด้
นักเรียนสามารถทำแบบฝกึ หัดได้ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจดุ ประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังน้ี
- ชนั้ ม.2/2 นกั เรียนทัง้ หมด 38 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 78.95
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 8 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 21.05
- ช้ัน ม.2/4 นักเรียนทั้งหมด 37 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 32 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 86.49
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 5 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 13.51
- ช้ัน ม.2/6 นักเรียนท้งั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 25 คน คดิ เป็นร้อยละ 60.98
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 16 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 39.02
- ชั้น ม.2/8 นักเรียนทั้งหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 48.78
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 21 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 51.22
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อยใู่ นระดบั ดี
3. นักเรียนทำงานรว่ มกนั เป็นกลุ่มได้ อยใู่ นระดับดี
4. นักเรียนนำข้อมลู ที่กำหนดให้มาประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้ อยใู่ นระดบั ดี
ด้านคุณลักษะ (A)
5. นักเรยี นมีระเบยี บวินยั และม่งุ มั่นในการทำงาน
6. นกั เรยี นมคี วามซ่ือสัตย์ในการทำงาน
จากการประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นักเรียนสว่ นใหญม่ ีพฤติกรรม
ผ่านเกณฑ์คณุ ลักษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ญั หานักเรยี นทไี่ มผ่ ่านตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรูห้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
1. ครใู ห้นกั เรียนทไี่ มผ่ ่านเกณฑ์การประเมินปรับคะแนนแบบฝึกหัดที่ไม่ผ่าน
2. ครูนำผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพือ่ ปรับปรุงและพฒั นารูปแบบการจัดการเรยี นการสอนให้มี
ประสิทธภิ าพมากข้ึน โดยเฉพาะนักเรียนชนั้ ม.2/8
ลงช่ือ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครูผูส้ อน
วันที่………เดอื น………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 9
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ22102
ปกี ารศกึ ษา 2563
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เร่อื ง Reading: iPhone
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 9 Electrical Devices เวลา 3 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่อื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคิดเหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรอื่ งต่าง ๆ โดยการพูด
และการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ นื่
มาตรฐาน ต 3.1 : ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนร้อู น่ื และเปน็ พ้ืนฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 : ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเปน็ เคร่ืองมอื พื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้กบั สงั คมโลก
ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.2/4 เลือกหวั ข้อเร่ือง ใจความสำคัญ บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับเรอ่ื งท่ีฟังและอา่ น พร้อมทง้ั ให้เหตผุ ลและยกตวั อยา่ ง
งา่ ย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/2 ใชค้ ำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายตามสถานการณ์
ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขียนเพ่อื ขอและให้ข้อมูล บรรยายและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรือ่ งที่ฟงั
หรืออา่ นอย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/5 พดู และเขียนแสดงความรู้สกึ และความคิดเห็นของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองต่าง ๆ กิจกรรม
และประสบการณ์ พร้อมทงั้ ให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/2 พดู และเขยี นสรปุ ใจความสำคัญ/แกน่ สาระ หวั ข้อเรื่อง (topic) ที่ได้จากการวิเคราะห์
เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์ ที่อยู่ในความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.2/2 อธบิ ายเกี่ยวกบั เทศกาล วนั สำคัญ ชีวติ ความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา
ต 3.1 ม.2/1 ค้นควา้ รวบรวม และสรุปข้อมูล/ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่เี ก่ยี วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น
จากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขยี น
ต 4.2 ม.2/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /คน้ ควา้ รวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมลู ต่าง ๆ
จากส่ือและแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. สาระสำคญั
ม่งุ เน้นให้นักเรียนสามารถสนทนา อธิบาย และสอบถามเกยี่ วกบั อุปกรณ์เครอ่ื งใช้ภายในบ้าน คำศพั ท์ท่ใี ช้
เรยี กส่ิงของเหล่านั้น คำศัพท์เฉพาะท่ีเก่ียวข้องกบั การใช้งานโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและ
การสร้างส่ิงประดิษฐ์ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพสังคมและชีวิตของผู้คนในปจั จุบัน คำกริยาและสำนวน ทใ่ี ชใ้ นบริบท
ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และโลก IT ผ่านการฟัง ทำแบบฝึกหัด กิจกรรมกลุ่ม การอภิปรายกลุ่มใหญ่ อ่าน
เรื่องราวแล้วนำมาเขียนสรุปหรือประยุกต์เรื่องราวขึ้นใหม่ ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมจากสื่ออื่นๆ เพื่อให้นักเรียน
สามารถส่ือสารในบริบทท่ีเก่ียวข้องกับชีวิตประจำวัน การใช้ชีวิตภายในบ้านและในครอบครัวได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นกั เรยี นตอบคำถามจากเรอ่ื งที่อ่านได้
2. นักเรียนอา่ นออกเสยี งเรื่องท่ีอ่านได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นกั เรยี นทำงานรว่ มกนั เป็นกล่มุ ได้
ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute)
4. นกั เรยี นมรี ะเบยี บวนิ ัยและมุ่งมนั่ ในการทำงาน
5. นักเรยี นมีความซ่ือสัตย์ในการทำงาน
3. สาระการเรยี น
1. คำศพั ทจ์ ากเร่อื ง iPhone ไดแ้ ก่ smartphone, come out, allowed, screen, keyboard,
communicate, message, browse, GPS navigator, application (app), download, record, reason,
innovative features, social media
2. คำศพั ทจ์ ากเร่อื ง Google Glass ไดแ้ ก่ predict, replace, normal, eyeglasses, lenses,
connected, pain, bend down, operate, follow, order, type, software, adventure, buggy, available
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทำงาน
6. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานเร่อื ง Reading
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ข้นั นำเข้าสูบ่ ทเรียน (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนักเรียน
2. ครเู ขยี นคำถามต่อไปนี้บนกระดาน
- What is the most important invention in 20thcentury?
- What is the thing you can’t live without?
- Why does it so important to you?
3. นักเรียนอภิปรายและร่วมกันตอบคำถามขา้ งตน้
4. หากมีนกั เรยี นทีต่ อบวา่ Smartphone is the most important innovation. ครูถามตอ่ ไปวา่
What are the smartphones you know? ใหน้ กั เรยี นบอกย่หี ้อ Smartphone ท่นี ักเรียนรูจ้ กั
5. ครถู ามวา่ What is the best smartphone?
6. เมอ่ื มีนกั เรยี นตอบวา่ iPhone ครถู ามวา่ Why do you think it’s the best smartphone?
7. ครูบอกนกั เรียนวา่ วันนเ้ี ราจะได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับสงิ่ ประดิษฐ์ (innovation) ท่นี ่าสนใจ
ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
8. ครูแบง่ นกั เรียนในห้องออกเปน็ 2 กลุ่ม A และ B
9. กลุม่ A ให้อา่ นเรื่อง iPhone ใน Student’s Book หนา้ 84 และลมุ่ B ให้อ่านเร่ือง Google Glass
ใน Workbook หน้า 67
10. ครเู ขียนรายการคำศัพท์ตอ่ ไปนีบ้ นกระดาน ใหน้ ักเรียนท้ังสองกลมุ่ หาความหมายจากบริบท
- เรือ่ ง iPhone ได้แก่ smartphone (สมาร์ทโฟน) , come out (วางจำหน่าย), allowed (ช่วยให้),
screen (หนา้ จอ), keyboard (แป้นพิมพ์), communicate (สื่อสาร), message (ข้อความ), browse
(เข้าใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต), GPS navigator (แผนที่นำทาง), application (app) (โปรแกรมเพื่อใชง้ านในสมาร์ทโฟน),
download (นำเขา้ ขอ้ มลู จากแหล่งอ่นื ), record (บนั ทกึ ), reason (เหตุผล) , innovative features (รปู ลักษณ์
ทันสมยั ), social media (ส่ือออนไลน์ต่าง ๆ)
- เร่ือง Google Glass ไดแ้ ก่ predict (ทำนาย) , replace (แทนที่ ), normal (ธรรมดา ),
eyeglasses (แวน่ ตา), lenses (เลนส์ ), connected (เชอ่ื มตอ่ ), pain (ความเจบ็ ปวด), bend down (กม้ ลง ),
operate (ควบคุม ), follow (ตดิ ตาม), order (คำสง่ั ), type (พมิ พ์ ), software (โปรแกรมใช้งานกับ
คอมพวิ เตอร์ ), adventure (การผจญภยั ), buggy (ยานพาหนะ), available (มใี ห้)
11. ครเู ขยี นคำถามต่อไปนบี้ นกระดานให้นักเรยี นตอบจากการอ่านทั้ง 2 เรื่อง
- What are the innovations?
(iPhone/ Google Glass)
- When did they come out?
(iPhone came out in 2007.Google Glass came out in 2012.)
- What companies are the owners of these inventions?
(Apple is the owner of iPhone. Google is the owner of Google Glass.)
- What can we do with these invention?
(iPhone can shoot video, take photos, play music, send emails and messages,
browse the web, follow GPS navigation, play video games and reach social media.
Google Glass can connect the Internet, download songs, watch movies, and can be
operated by voice.)
- Where can we buy these inventions?
(Department stores, their shops or their websites)
ขัน้ ฝกึ ฝน (Practice)
12. นักเรียนอ่านเรื่องและช่วยกันตอบคำถาม
13. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ แบ่งเป็นกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม
14. ให้นกั เรียนกลมุ่ ย่อยที่อ่านเรื่อง iPhone 1 กลมุ่ ไปรวมกบั กลุม่ ย่อยที่อ่านเร่ือง Google Glass
1 กลมุ่ ในชน้ั เรียนจะมนี ักเรียน 5 กลุ่ม
15. ภายในกลมุ่ ผลัดกนั เลา่ เรือ่ งท่ตี นอ่านจากกลมุ่ ใหญ่ให้เพอื่ นอีกกลุ่มฟงั
16. นักเรียนจดความหมายคำศัพท์ใหค้ รบทั้ง 2 เร่ือง
17. นักเรียนออกมาเขียนคำตอบของคำถามบนกระดาน บางคำตอบอาจจะไม่มใี นเน้อื เร่ือง ใหค้ รูและ
นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายหาคำตอบ
18. ครบู อกความหมายคำศพั ท์ นักเรียนเทียบกบั ความหมายทน่ี กั เรียนเดาจากบริบท
19. นกั เรียนตอบคำถามทา้ ยเร่ือง ใน Student’s Book หน้า 85 exercise 3-4 และ Think about the
passage และใน Workbook หนา้ 68 exercise 1-2
20.ครเู ฉลยคำตอบพร้อม ๆ กับนักเรยี น ยกเว้น Think about the passage และให้นกั เรยี นพูดเพื่อ
แสดงความคดิ เหน็ ในแต่ละหวั ข้อ
Answer key: Student’s Book
3. Fill in the blanks with the words in the box.
iPhone is a type of smartphone. The frist one was made in 2007. iPhone users can do
many things which older phones wouldn’t allow them to do, such as using Wi-Fi or sending
email. Today’s iPhones have many apps which allow you to do many things. Apple makes the
iPhone. It is the biggest company in the world.
Answer key:
4. Answer the inference questions. Circle the correct answers.
1. 2 3. 2
2. 2 4. 3
Answer key:
Think about the passage
Answer will vary.
Answer key: Workbook
1. Read the text. Then answer the questions.
1. Google Glass
2. It looks like normal eyeglasses that you wear for reading.
3. You can download songs and watch movies.
4. It causes neck pain.
5. You operate it with your voice.
Answer key:
2. Underline the mistakes and correct them.
1. hat > normal eyeglasses
2. have different features to > have all the features of
3. don’t have Internet connection > are fully connected to the Internet
4. cheap > expensive
5. can’t > can
ขัน้ การสร้างผลงาน (Production)
21. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คน แจกกระดาษใหก้ ลุ่มละ 1 แผน่
22. ให้แต่ละกลุ่มออกแบบส่ิงประดิษฐ์หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ กลุ่มละ 1 อย่าง โดยวาดรูปและระบายสีให้
สวยงาม พรอ้ มทง้ั บรรยายลกั ษณะพิเศษของสิง่ ๆ นั้นอย่างนอ้ ย 5 บรรทดั ลงในกระดาษ
23. ให้แตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน
ขั้นสรุป (Wrap up)
24. ให้นกั เรียนออกมาเขยี นคำศัพท์ใหม่ท่ีได้เรียนในวันนี้บนกระดาน
25. ให้นักเรยี นอ่านคำศัพท์และบอกความหมายพร้อม ๆ กนั อีกครั้ง
26. ให้นกั เรียนระบุใจความสำคัญของทั้ง 2 เรือ่ งท่ีได้อา่ น
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารวดั
แบบฝึกหดั
ดา้ นความรู้ Knowledge ฟงั การออกเสยี ง นักเรียนออกเสยี งคำศัพท์
ได้ถูกต้อง 75
1. นักเรียนตอบคำถามจากเร่ืองท่ี การทำแบบฝึกหัด
อา่ นได้
2. นักเรยี นอ่านออกเสยี งเร่ืองที่ การออกเสยี งคำศัพท์
อา่ นได้
ดา้ นกระบวนการ Process
3. นักเรยี นทำงานรว่ มกันเปน็ การทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการ นักเรยี นสามารถทำผลงาน
ทำงานกลุ่ม ได้ ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี
กลมุ่ ได้ แบบประเมนิ ผลงาน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ Attribute แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นมพี ฤติกรรมผา่ น
4. นักเรียนมีระเบียบวนิ ัยและ การประเมนิ พฤตกิ รรม เกณฑ์ระดบั ดี
ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
5. นกั เรียนมคี วามซ่ือสัตย์ในการ
ทำงาน
9. ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
. 1. หนงั สือเรยี น Maximize Student’s Book 2
2. ใบความรู้ Reading: iPhone
3. บตั รภาพ
4. บัตรคำ
5. ลำโพงช่วยสอน
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้
ไดต้ รวจแล้วมคี วามคิดเห็นวา่
สมควรนำแผนการจัดการเรียนร้ไู ปใช้ได้
สมควรปรบั ปรงุ คอื ..........................................................................................................................
ลงชื่อ................................................
(นางปาลติ า อาดลุ เบบ)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้.........................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชวี้ ดั /ผลการเรยี นร้สู อดคล้อง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มคี วามถูกต้องตามหลกั วชิ าการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรียนรู้มคี วามชดั เจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น.............................................................................................................
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ช้ินงาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรยี นรูเ้ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ........................................................................................
ส่ือและอปุ กรณ์การเรยี นร.ู้ .............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้.........................................................................
บันทกึ หลังสอน................................................................................................................ ...............
เสนอสง่ แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามข้ันตอนระบบงาน.....................................................................
ลงช่ือ
( นายอบั ดลรอศกั ดิ์ มณีโส๊ะ)
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
12. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรยี น
อนญุ าตให้ใชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คือ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
ลงชือ่
( นายสิรวุฒิ ยุนุ้ย )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา
13. บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9 (แยกเป็นหอ้ งเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจดุ ประสงค)์
1. นกั เรียนตอบคำถามจากเรื่องท่ีอ่านได้
2. นักเรียนอ่านออกเสียงเร่ืองที่อ่านได้
นกั เรียนสามารถทำแบบฝกึ หัดได้ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามจดุ ประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังนี้
- ชน้ั ม.2/2 นักเรียนท้งั หมด 39 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 33 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 84.61
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 15.39
- ชัน้ ม.2/4 นักเรยี นทง้ั หมด 37 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คิดเปน็ ร้อยละ 81.08
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 7 คน คิดเปน็ ร้อยละ 18.91
- ชั้น ม.2/6 นกั เรียนทัง้ หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 31 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 75.60
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 10 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 24.40
- ชน้ั ม.2/8 นักเรยี นท้ังหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 31 คน คิดเปน็ ร้อยละ 75.60
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 10 คน คิดเปน็ ร้อยละ 24.40
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อยใู่ นระดบั ดี
3. นกั เรยี นทำงานรว่ มกนั เป็นกลุม่ ได้ อย่ใู นระดบั ดี
4. นกั เรยี นนำขอ้ มูลทก่ี ำหนดใหม้ าประยุกตใ์ ชใ้ นการสนทนาได้ อยใู่ นระดบั ดี
ด้านคณุ ลักษะ (A)
4. นักเรยี นมีระเบยี บวนิ ัยและมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
5. นักเรยี นมคี วามซ่ือสัตยใ์ นการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นกั เรยี นสว่ นใหญม่ พี ฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์คณุ ลักษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ัญหานักเรียนที่ไมผ่ ่านตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้หรอื จุดประสงค์ (เพื่อนำไปสู่ PLC)
1. ครูใหน้ กั เรียนทไี่ ม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ปรบั คะแนนแบบฝกึ หดั ที่ไม่ผ่าน
2. ครนู ำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพ่อื ปรับปรุงและพัฒนารปู แบบการจัดการเรยี นการสอนให้มี
ประสทิ ธิภาพมากข้นึ
ลงชือ่ …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครผู สู้ อน
วนั ท่ี………เดอื น………………….พ.ศ…………
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10 Are You Healthy? เรอื่ ง Vocabulary : Emergencies and Health
ผสู้ อน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ีฟงั และอา่ นจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ ึก
และความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่ืองต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
สาระที่ 4 ภาษาดับความสมั พันธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ท้ังในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบตั ติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแี้ จง และคำอธบิ ายงา่ ย ๆ ทฟี่ งั และอา่ น
ต 1.1 ม.2/4 เลือกหวั ข้อเรือ่ ง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ (supporting detail)
และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรอื่ งท่ีฟงั และอ่าน พร้อมท้ังใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่าง
ง่าย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ
ในชวี ติ ประจำวันอย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับกิจกรรม เรอ่ื งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และประสบการณ์
พร้อมทง้ั ให้เหตผุ ลสน้ั ๆประกอบ
ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา นำ้ เสียง และกริ ิยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 4.1 ม.2/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ ำลองทเี่ กดิ ขึน้ ในห้องเรียน สถานศึกษา
และชุมชน
2. สาระสำคญั
การสนทนาเกี่ยวกบั ภัยพบิ ัตแิ ละเหตฉุ ุกเฉินทเ่ี กิดข้นึ ในปจั จุบัน ที่สามารถรับรู้ได้จากสื่อต่าง ๆ การพดู คุย
แนะนำ และอธิบายเก่ียวกับการดูแลรกั ษาสุขภาพ ด้วยการดำเนินพฤติกรรมท่ีส่งผลดีต่อสุขภาพ คำศัพท์เกี่ยวกับ
ภัยพิบัติ และเหตุฉุกเฉิน คำกริยา คำนาม ที่เก่ียวกับพฤติกรรมท่ีดีต่อสุขภาพ การใช้ Indefinite pronoun และ
Adverb of manner ในโครงสร้างประโยคท่ีใช้ในการอธิบาย ให้คำแนะนำแก่ผู้อ่ืน โดยทั่วไป โดยเรียนรู้และ
ฝึกฝน ผ่านการอ่านข้อความ ทำแบบฝึกหัด อภิปราย ต้ังข้อสังเกต จับคู่สนทนา แสดงบทบาทสมมติในบริบทท่ี
กำหนด เพ่ือให้สามารถส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสนุกสนานในการเรียน และมีเจตคติท่ีดีต่อการนำ
ภาษาองั กฤษไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันตอ่ ไป
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
3) นกั เรียนเปรียบเทียบพฤติกรรมท่ีดีและไมด่ ีต่อสขุ ภาพได้
4) นกั เรยี นอธิบายวธิ กี ารดูแลรกั ษาสขุ ภาพจากภาพประกอบได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3) นักเรียนฝกึ ปฏิบตั ทิ ำงานรว่ มกันเป็นกลมุ่ ได้
ด้านคณุ ลักษณะ (Attribute)
3) นักเรียนมรี ะเบียบวนิ ัยและม่งุ มน่ั ในการทำงาน
4) นักเรยี นมคี วามซือ่ สัตย์ในการทำงาน
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศพั ท์
1.1 คำศพั ทเ์ กย่ี วกบั ภัยพิบัตแิ ละเหตุฉุกเฉินไดแ้ ก่ train crash, earthquake, shipping accident, plane
crash
1.2 คำศัพท์เก่ยี วกบั พฤติกรรมท่ีดตี ่อสุขภาพ ไดแ้ ก่ eat vegetables, meditate, run, heart checkup,
take a vacation, eat fruit, exercise, watch your weight, aerobics, exercise
1.3 คำศพั ท์เก่ียวกบั การเจ็บป่วย ไดแ้ ก่ dehydration, pain, fever, prevent, headache, insect
repellent, mosquitoes, virus
2. ไวยากรณ์
ประโยค Imperative เพ่ือบอกวธิ ีการ เช่น Eat fruits. Take a vacation. Watch your weight.
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มงุ่ มั่นในการทำงาน
6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรือ่ ง vocabulary : Emergencies and Health
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
1. ครทู ักทายนักเรยี น ถามนกั เรียนว่า นักเรียนอยากมีชวี ติ ยนื ยาวหรือไม่ (Do you want to live
a very long life?)
2. เม่ือนักเรยี นตอบวา่ Yes ครถู ามนักเรียนตอ่ ไปวา่ อะไรทจี่ ะชว่ ยให้นักเรียนมีชีวิตยืนยาว
(What can help you to have a very long life?)
3. ใหน้ ักเรียนออกมาชว่ ยกนั เขียนสง่ิ ท่จี ะช่วยใหน้ ักเรยี นมีอายยุ ืนยาวบนกระดานให้ไดม้ ากทีส่ ุด ในเวลา
5 นาที
4. นักเรียนชว่ ยกันพิจารณาส่ิงทเ่ี พ่ือนเขยี น ว่าส่งิ ใดทีช่ ว่ ยใหน้ กั เรยี นมีชวี ติ ยนื ยาวและสามารถ
ทำไดจ้ ริงบา้ ง
5. ครูบอกนกั เรยี นว่า แมว้ า่ เราจะดูแลสุขภาพตัวเองเปน็ อย่างดี แตก่ ม็ ีปัจจัยหรือเหตุการณ์
ท่อี าจทำใหเ้ ราเสยี ชวี ิตได้ ให้นักเรยี นชว่ ยกันนกึ วา่ อะไรท่ีอาจเปน็ สาเหตใุ ห้คนเสยี ชวี ิตไดบ้ า้ ง
6. นักเรียนช่วยกนั ระดมสมอง ออกมาเขยี นสิ่งที่อาจทำให้คนเสียชีวิตได้บนกระดานให้ได้
มากทส่ี ดุ
7. จากสง่ิ ทีน่ กั เรียนเขียน ครบู อกว่า วนั น้ีเราจะไดเ้ รยี นเก่ียวกบั เหตุการณ์หรือภาวะฉุกเฉิน
ท่อี าจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายถงึ ชวี ิต และพฤติกรรมท่ดี ีต่อสุขภาพทจ่ี ะสง่ ผลให้เรามีอายุยืนยาว
ข้นั นำเสนอ (Presentation)
8. นักเรยี นดูภาพประกอบใน Student’s Book หนา้ 88
9. ครูถามนักเรยี นว่า What can you see from the pictures?
10. นักเรยี นจบั คู่ภาพใน Student’s Book หนา้ 88 กบั ข้อความใน exercise 2 และฟัง Audio
เพื่อตรวจคำตอบ
Answer key:
2. Match the words from the box with the pictures above. Listen and check
your answers.
train crash 2
earthquake 1
shipping accident 3
plane crash 4
Audio script: Unit 10 Track 2
1. China had an earthquake, but nothing was destroyed.
2. A train crashed in Phetburi, but nobody was injured.
3. There was a shipping accident. Nobody was hurt.
4. There was a plane crash somewhere in Mexico. Nobody on board got hurt.
11. นักเรียนอา่ นคำศัพท์ และสำนวนใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 88
12. นักเรยี นจับค่คู ำศพั ทแ์ ละสำนวนใน exercise 1 กบั ภาพในหน้า 89
13. ครสู มุ่ เรยี กนักเรยี นเฉลยคำตอบคนละ 1 ข้อ และฟัง Audio เพอ่ื ตรวจคำตอบ
Answer key:
1. Match the words with the pictures on page 89
eat vegetables 4
meditate 8
run 5
heart checkup 2
take a vacation 3
eat fruit 7
watch your weight 6
exercise 1
Audio script: Unit 10 track 1
1. exercise 5. run
2. heart checkup 6. watch your weight
3. take a vacation 7. eat fruit
4. eat vegetables 8. meditate
14. นักเรยี นฟัง Audio ใน exercise 3 ออกเสยี งตาม และเลือกเตมิ สำนวนเหล่าน้ันลงในตาราง
exercise 3 และ นำไปเติมในขอ้ ความให้สมบรู ณ์ใน exercise 4 หน้า 89
15. นกั เรยี นอา่ นเฉลยคำตอบพร้อม ๆ กนั
Answer key:
3. Complete the table with these words. Listen to the sentences to check
your answers.
Disasters reduce stress
earthquake exercise
plane crash meditate
train crash run
take a vacation
Audioscript: Unit 10 Track 3
Man : A disaster is a sudden event that injures people and destroys things.
So let’s see. An earthquake will definitely be a disaster.
Woman : How about a plane crash?
Man : yes, that’s a good example of a disaster and a train crash too.
Woman : What are some ways to reduce stress?
Man : Well, taking a vacation, exercising or running can help.
Woman : I think that meditation helps too.
Man : Yes, it does.
Answer key:
4. Complete the expressions.
eat fruits heart checkup shipping accident train crash
eat vegetables plane crash take a vacation watch your weight
16. นักเรยี นอ่านสำนวนใน Student’s Book exercise 4 และบอกความหมาย
ขัน้ ฝกึ ฝน (Practice)
17. นกั เรียนอ่านบทสนทนาใน Student’s Book exercise 6 หนา้ 89
18. นกั เรยี นจบั ค่กู ัน แตง่ บทสนทนาโดยใชบ้ ทสนทนาใน Student’s Book exercise 6 เปน็ แนวทาง
19. นกั เรยี นฝกึ สนทนาโตต้ อบกันระหวา่ งคู่ของนักเรียน
20. เมือ่ นักเรียนสนทนาได้คลอ่ งแล้ว ใหน้ กั เรยี นเปลยี่ นไปสนทนากบั นักเรียนคนอน่ื ๆ พร้อมทัง้ จดบนั ทกึ
ชื่อของคู่สนทนาและพฤตกิ รรมที่ดตี ่อการดูแลสุขภาพของเพื่อนให้ได้มากทสี่ ุดภายในเวลา 20 นาที
21. ครูสุ่มเรียกนกั เรยี นให้ออกมารายงานว่า นกั เรียนได้สนทนากับใครบ้าง และพวกเขามีพฤติกรรมทด่ี ี
ตอ่ สขุ ภาพอย่างไร เช่น I speak with Jan. She eats fruits and vegetables. I speak with Ton. He runs.
22. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ใน Workbook exercise 1-3 หนา้ 75
23. นักเรียนแลกหนงั สอื กันตรวจ
24. ครเู ขยี นเฉลยคำตอบบนกระดาน นักเรยี นตรวจคำตอบ รวมคะแนน แล้วส่งคนื เพ่ือน
Answer key:
1. Complete the sentences with : aerobics, eat fruits/vegetables, exercise,
heart checkup, jumping robe, meditate, run, watch your weight.
1. heart checkup 5. watch your weight
2. meditate 6. run
3. eat fruits/vegetables 7. aerobics
4. exercise 8. jumping rope
Answer key:
2. Label the pictures.
shipping accident plane crash
train crash earthquake
Answer key:
3. Complete the sentences about you. Choose a word from the box.
1. take a vacation 5. mosquitoes/insect repellant
2. fever 6. pain
3. dehydration 7. prevent
4. headaches 8. virus
ขั้นการสรา้ งผลงาน (Production)
25. ให้นกั เรยี นจบั กลุม่ กลุ่มละ 4-5 คน
26. ครแู จกกระดาษปรู๊ฟ สีและปากกาเมจิก ใหน้ กั เรียนกลุม่ ละ 1 ชุด
27. ให้นักเรียนเขียนบรรยายเหตภุ ัยพบิ ัติในอดีต ท่ีทำให้มีคนเสยี ชวี ติ จำนวนมาก พร้อมทง้ั วาด
ภาพประกอบ โดยใชค้ ำถามต่อไปนี้เป็นแนวทาง และนกั เรยี นสามารถหาข้อมลู เพิ่มเตมิ โดยใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตได้
ตัวอย่างคำถาม
- What was the disaster?
- Where and when did it happen?
- How many people died?
- What was the cause of the event?
- What should we do to prevent our lives from this kind of disaster?
ตัวอย่าง
It was a tsunami in 2004. It happened in Andaman coast of Thailand. There were
4,812 people died. The cause of the tsunami was an earthquake in Indian Ocean. We should
learn more about when tsunami is about to happen to have enough time to escape from the
giant waves.
28. นักเรียนออกมานำเสนอทลี ะกลุ่ม นกั เรียนท่ีเปน็ ผู้ฟังให้จดบันทึกข้อมลู ทส่ี ำคญั ๆ ของเหตกุ ารณ์
29. ครสู ่มุ เรียกนกั เรยี นออกมาอ่านบันทกึ ของตน จากการฟังเพือ่ นนำเสนอ ประมาณ 5 คน
ขนั้ สรปุ (Wrap up)
30. ครูเขียนตารางคำศัพทบ์ นกระดาน โดยเว้นตัวสีแดงไวใ้ ห้นกั เรยี นเติม
31. นกั เรียนช่วยกนั เขยี นข้อมลู คำศพั ท์และความหมายเติมลงในตารางให้ครบ
disasters word/expressions meaning
train crash รถไฟชนกนั
earthquake แผน่ ดนิ ไหว
shipping accident อบุ ัติเหตุทางเรอื
plane crash เครื่องบนิ ตก
healthy habits eat vegetables/fruits กนิ ผัก ผลไม้
exercise ออกกำลงั กาย
have a heart check รับการตรวจหวั ใจ
meditate ทำสมาธิ
take a vacation เทยี่ วพกั ผอ่ นวันหยุด
watch your weight ควบคุมนำ้ หนกั
reduce stress ลดความเครยี ด
32. นักเรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์ และจดตารางคำศัพท์นลี้ งในสมดุ
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วธิ วี ดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารวัด
ฟงั การออกเสยี ง
ดา้ นความรู้ Knowledge แบบฝกึ หัด นกั เรียนออกเสียง
คำศัพทไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง 100
1. นกั เรียนเปรียบเทียบ การทำแบบฝึกหัด นักเรยี นทำแบบฝึกหัดได้
ถูกต้องมากกวา่ 70
พฤติกรรมที่ดีและไม่ดีต่อ
สุขภาพได้
2. นักเรียนอธิบายวิธกี ารดูแล
รักษาสขุ ภาพจากภาพประ
กอบได้
ดา้ นกระบวนการ Process
3. นกั เรยี นฝกึ ปฏิบตั ิทำงาน การทำงานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นสามารถทำ
รว่ มกนั เป็นกลมุ่ ได้ การทำงานกล่มุ ผลงานได้ ผ่านเกณฑ์
การเขียนอธิบาย แบบประเมนิ ผลงาน ระดบั ดี
ด้านคุณลักษณะ Attribute
5. นักเรยี นมีระเบยี บวินยั และ การประเมิน แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนมีพฤติกรรมผ่าน
เกณฑร์ ะดบั ดี
ม่งุ มนั่ ในการทำงาน พฤติกรรม
6. นกั เรียนมีความซื่อสัตย์ใน
การทำงาน
9. ส่ือการเรียนรู้/แหล่งเรยี นรู้
. 1. หนงั สอื เรียน Maximize Student’s Book 2
2. บตั รคำ Emergencies and Health
3. บตั รภาพ Emergencies and Health
4. ลำโพงชว่ ยสอน
10. ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
ได้ตรวจแลว้ มคี วามคิดเห็นว่า
สมควรนำแผนการจดั การเรียนรู้ไปใช้ได้
สมควรปรบั ปรุงคอื ..........................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นร้.ู ........................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรยี นรู้มคี วามชดั เจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน.............................................................................................................
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชนิ้ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรยี นรู้เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ........................................................................................
สื่อและอปุ กรณ์การเรียนรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจุดประสงค์การเรยี นรู้.........................................................................
บนั ทึกหลังสอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรู้ตามข้นั ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงช่อื
( นายอบั ดลรอศักดิ์ มณโี ส๊ะ)
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
12. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุญาตใหใ้ ช้จดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คือ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
ลงชอ่ื
( นายสิรวฒุ ิ ยุนยุ้ )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา
13. บันทึกหลังการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 10 (แยกเปน็ ห้องเพื่อนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้ (ตามจดุ ประสงค์)
ดา้ นความรู้ (K)
1. นกั เรยี นเปรียบเทียบพฤตกิ รรมทีด่ แี ละไม่ดีต่อสขุ ภาพได้
2. นกั เรยี นอธิบายวิธีการดูแลรักษาสุขภาพจากภาพประกอบได้
นกั เรยี นสามารถทำแบบฝึกหัดไดผ้ า่ นเกณฑ์การประเมินตามจุดประสงค์ แยกเป็นห้อง ดังนี้
- ชั้น ม.2/2 นกั เรียนท้ังหมด 38 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 28 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 73.68
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 26.32
- ชนั้ ม.2/4 นักเรยี นทง้ั หมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 75.68
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 9 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 24.32
- ชัน้ ม.2/6 นกั เรยี นทั้งหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 30คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 70.28
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 29.72
- ช้ัน ม.2/8 นักเรียนทั้งหมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 28 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 68.29
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 13 คน คดิ เป็นร้อยละ 31.71
ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อยใู่ นระดับดี
3. นกั เรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ทิ ำงานร่วมกันเปน็ กลุ่มได้ อยู่ในระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษะ (A)
4. นักเรียนมีระเบียบวินยั และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
5. นักเรียนมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรยี นส่วนใหญม่ ีพฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์คุณลักษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ญั หานักเรียนท่ไี มผ่ า่ นตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพ่อื นำไปสู่ PLC)
1. ครใู หน้ กั เรยี นทีไ่ ม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ปรับคะแนนแบบฝึกหดั ที่ไมผ่ า่ น
2. ครนู ำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพอ่ื ปรับปรุงและพฒั นารปู แบบการจดั การเรยี นการสอนใหม้ ี
ประสทิ ธภิ าพมากข้ึน โดยเฉพาะนักเรยี นชน้ั ม.2/8
ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครผู ู้สอน
วันท่ี………เดอื น………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 11
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ22102
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10 Are You Healthy? เรือ่ ง Grammar Some, any, every, no
ผ้สู อน นางสาวคไู ซบะ๊ หะยปี ะดอ Unit 10 แผนท่ี 11 เวลา 3 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอา่ นจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ
และความคิดเหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการ
พดู และการเขยี น
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม.2/4 เลอื กหัวข้อเรอื่ ง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับเรื่องที่ฟงั และอา่ น พรอ้ มทงั้ ให้เหตผุ ลและยกตวั อย่าง
ง่าย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธ
การให้ความช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/5 พดู และเขยี นแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกับเร่ืองต่าง ๆ กิจกรรม
และประสบการณ์ พร้อมท้ังให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/1 พดู และเขียนบรรยายเกีย่ วกบั ตนเอง กิจวตั รประจำวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตกุ ารณ์
ท่ีอย่ใู นความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม.2/3 เข้ารว่ ม/จดั กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
2. สาระสำคญั
การสนทนาเก่ียวกบั ภยั พบิ ัตแิ ละเหตุฉุกเฉินทีเ่ กดิ ข้นึ ในปัจจุบัน ท่ีสามารถรับรไู้ ดจ้ ากส่ือต่าง ๆ การพดู คุย
แนะนำ และอธิบายเก่ียวกับการดูแลรกั ษาสุขภาพ ดว้ ยการดำเนินพฤติกรรมท่ีส่งผลดีต่อสุขภาพ คำศัพท์เก่ียวกับ
ภัยพิบัติ และเหตุฉุกเฉิน คำกริยา คำนาม ที่เก่ียวกับพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ การใช้ Indefinite pronoun และ
Adverb of manner ในโครงสร้างประโยคที่ใช้ในการอธิบาย ให้คำแนะนำแก่ผู้อื่น โดยท่ัวไป โดยเรียนรู้และ
ฝึกฝน ผ่านการอ่านข้อความ ทำแบบฝึกหัด อภิปราย ตั้งข้อสังเกต จับคู่สนทนา แสดงบทบาทสมมติในบริบทท่ี
กำหนด เพ่ือให้สามารถส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสนุกสนานในการเรียน และมีเจตคติที่ดีต่อการนำ
ภาษาองั กฤษไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันตอ่ ไป
จุดประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนเลอื กใช้ Indefinite pronoun ได้อย่างถูกต้องตามโครงสร้างและความหมายของประโยค
2. นักเรียนระบคุ ำศัพท์เพือ่ ใช้อธิบายเกยี่ วกับการออกกำลงั กายได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
3. นักเรียนฝึกปฏิบัตทิ ำงานรว่ มกันเป็นกลุ่มได้
ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attribute)
4. นักเรยี นมีระเบียบวินัยและมุ่งมัน่ ในการทำงาน
5. นักเรียนมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศัพท์เกย่ี วกับการออกกำลังกาย ไดแ้ ก่ treadmill, jumping rope, stationary bike, aerobics
2. ไวยากรณ์
การใช้ Indefinite pronouns
ประโยคบอกเลา่ ประโยคปฏิเสธ/ ประโยคบอกเลา่ แต่มี
ประโยคคำถาม ความหมายเปน็ ปฏิเสธ
people คน somebody anybody nobody
thing สิ่งของ something anything nothing
place สถานท่ี somewhere anywhere nowhere
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ ม่ันในการทำงาน
6. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานเร่อื ง Grammar Some, any, every, no
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
1. ครูทักทายนักเรยี น
2. ทำกจิ กรรม Find someone who โดยครูเตรยี มการและดำเนินการดงั น้ี
- ครูเตรยี มขอ้ ความที่ใช้ Someone เปน็ ประธานของประโยค ใสแ่ ผน่ กระดาษและพับไว้
แผ่นละ 1 ขอ้ ความ ให้เท่ากบั จำนวนนกั เรยี น
- ครูแจกกระดาษขอ้ ความให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น ให้ไปตามหาคนที่มคี ุณสมบัติดงั กล่าว
ในห้องเรียนภายในเวลา 10 นาที และเขียนช่ือบคุ คลนั้นในกระดาษ (ข้อความซ้ำกนั ได้หากนกั เรยี น
มจี ำนวนหลายคน)
ตวั อยา่ งข้อความ
- Someone who has a snake as a pet
- Someone who was born in a foreign country
- Someone who likes painting on a canvas
- Someone who drives a car to school
- Someone who cooks pasta for dinner
- Someone who plays the drum
- Someone who likes Chinese movies
- Someone who has been to Vietnam
- Someone who can speak Khmer
- Someone who drinks coffee in the morning
- Someone who exercises every day
- Someone who does yoga
- Someone who can sing Korean songs
- Someone who practices English at home
- Someone who can make green curry
3. เม่อื หมดเวลา 10 นาที ครูให้นักเรยี นกลบั ที่นั่ง
4. ครูถามนักเรยี นทลี ะคำถาม โดยเปลย่ี นขอ้ ความจาก Someone มาเปน็ Does anyone …. แทน
เช่น Does anyone have a snake as a pet?
5. ให้นักเรียนท่ีได้คำถามท่ีครูอ่าน ตอบว่ามีใครบ้าง หากมีให้บอกช่ือคน ครูให้นักเรียนออกมาเขียนเป็น
ประโยค เช่น T: Does anyone play the drum?
S: Yes. Sunny and Kong play the drum.
6. หากข้อใดท่ีคำตอบคือ No ให้ครูเขียนประโยคบนกระดานโดยใช้ Nobody ข้ึนต้นประโยค
เช่น Nobody drives to school.
7. เมือ่ เขียนคำตอบครบทุกประโยคแลว้ ให้นักเรยี นสงั เกตประธานและกรยิ าของแต่ละประโยค
ขั้นนำเสนอ (Presentation)
8. นกั เรยี นออกมาเขียนขอ้ สงั เกตบนกระดาน เช่น ประธานในประโยคบอกเล่า คำถาม และปฏเิ สธ
ต่างกัน กรยิ าท่ีเตมิ s และไมเ่ ติม s
9. ครเู ขยี นประโยคตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน
- Someone drives to school.
- Does anyone drive to school?
- I don’t know anyone who drives to school.
- Nobody drives to school.
10. ใหน้ กั เรยี นตอบวา่ แตล่ ะประโยคเป็นประโยคประเภทใด (บอกเล่า ปฏเิ สธ คำถาม)
11. นักเรียนดขู ้อความอธบิ าย Grammar ในหนงั สือ Student’s Book หน้า 90 ประกอบ
12. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ ดังน้ี
- anyone, someone, nobody เปน็ คำสรรพนามที่ไมช่ ้เี ฉพาะว่าหมายถึงใคร เราเรยี กสรรพนาม
กลมุ่ น้วี ่า Indefinite pronouns
- anyone, someone แปลวา่ “ใครบางคน” ถงึ จะมคี วามหมายเหมือนกนั แตใ่ ช้ตา่ งกัน
- someone ใชก้ ับประโยคบอกเล่า
- anyone ใชเ้ ป็นกรรมของประโยคปฏเิ สธและประโยคคำถาม
- nobody ใชเ้ ปน็ ประธานของประโยคบอกเลา่ ทม่ี คี วามหมายเป็นปฏิเสธ เพราะ nobody แปลวา่
“ไม่มีใคร” ซึ่งมคี วามหมายเป็นปฏเิ สธอย่แู ล้ว จงึ ไมต่ อ้ งใช้รปู ประโยคปฏิเสธอกี ตัวอยา่ งเชน่
Nobody drives to school. = ไมม่ ใี ครขับรถมาโรงเรียน
13. นอกจากคำวา่ someone, anyone, nobody ท่ีใชแ้ ทนคน แล้ว ยงั มีคำวา่ something, anything,
nothing ใชแ้ ทนส่ิงของ และ somewhere, anywhere, nowhere ใช้แทนสถานท่ี
14. นกั เรยี นลอกตารางและข้อความต่อไปนี้ลงสมุด
ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ/ประโยค ประโยคบอกเลา่ แต่มี
คำถาม ความหมายเปน็ ปฏิเสธ
people someone/somebody anybody nobody
คน - Someone drives to - I don’t know anybody - Nobody drives to
school. who drives to school. school.
- Do you know anybody
who drive to school?
thing something anything nothing
ส่งิ ของ - Something makes the - I can’t hear anything. - I can hear nothing.
noise. - Nothing makes noise.
place somewhere anywhere nowhere
สถานที่ - We will go somewhere - I don’t go anywhere on I go nowhere on
on our vacation. vacation. vacation.
ขนั้ ฝกึ ฝน (Practice)
15.นักเรียนฟัง Audio บทสนทนาและเติมคำให้สมบรู ณ์ใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 90
ครูเฉลยคำตอบ
Audio script: Unit 10 Track 5
Bob: What happened to your arm?
Mandy: I broke it over on the weekend.
Bob: How?
Mandy: I fell off a cliff in the forest.
Bob: Oh! Did anybody help you?
Mandy: Nobody was up there to help me.
Bob: What did you do?
Mandy: I had to wait for somebody to come along.
Answer key:
1. Listen, fill in the missing words and answer the questions in the box.
1. anybody
2. Nobody
3. somebody
16. นักเรยี นฟัง Audio บทสนทนาอีกคร้ังและอ่านตาม
17. นกั เรียนทำแบบฝึกหัด exercise 3-5 ในหนงั สอื Student’s Book 2 หนา้ 90-91 และ exercise 4-6
ใน Workbook หนา้ 76
Answer key: Student’s Book
3. Circle the correct word.
1. something 5. somewhere
2. everyone 6. anyone
3. nothing 7. someone
4. anybody 8. Nobody
Answer key:
4. Complete the sentences with some, any or no. Then listen and check.
1. any 6. some
2. No 7. any
3. some 8. any
4. no 9. some
5. no 10. any
Answer key:
5. Choose the correct word.
1. anything 3. anywhere 5. nothing
2. anything 4. No one 6. Anyone
Answer key: Workbook
4. Complete the sentences with any, every, some, no
1. some 5. any
2. no 6. no
3. some 7. every
4. any
Answer key:
5. Complete the box.
1. something 4. nowhere
2. nothing 5. somebody
3. anywhere 6. nobody
Answer key:
6. Choose the correct words with any, some, no.
1. somebody 4. any
2. any 5. some
3. some 6. any
18. นกั เรียนแลกหนงั สือกันตรวจ
19. ครูสมุ่ เรียกนักเรียนเฉลยคำตอบคนละ 1 ข้อ
20. นักเรยี นตรวจหนงั สือแล้วลงคะแนน ก่อนส่งคนื เพือ่ น
21. นักเรยี นดภู าพประกอบ Student’s Book exercise 6 หนา้ 91
22. นักเรียนอ่านออกเสียงตามบทสนทนา Exercise 6 หนา้ 91
23. นกั เรียนจบั คสู่ นทนาโดยเปลย่ี นคำกริยาจากตวั อย่างใน exercise 6
24. นักเรียนยนื ขึ้นสนทนาทลี ะคู่ จนครบทัง้ หอ้ ง
ข้นั การสร้างผลงาน (Production)
25. นักเรียนแบง่ กลุ่ม 4-5 คน
26. ให้นักเรยี นแข่งขัน ในเกม The Funniest Sentence โดยมีกติกา ดังน้ี
- ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั แตง่ ประโยคจากคำทคี่ รูกำหนดให้ ภายใน 1 นาที
- แตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคบนกระดาน
- กลมุ่ ที่แตง่ ประโยคโดยใช้ไวยากรณไ์ ด้ถูกต้องจะได้ 1 คะแนน และถ้าประโยคน้นั มีความหมายตลก
หรือสรา้ งสรรค์จะได้คะแนนเพมิ่ อกี 1 คะแนน
- เมอื่ แต่งประโยคครบแล้ว รวมคะแนน กลมุ่ ท่ีได้คะแนนมากที่สดุ เป็นผชู้ นะการแข่งขนั
ตวั อย่างคำเพ่ือใชใ้ นการแต่งประโยค
1. Something - lake
2. Somewhere - newspaper
3. Nothing - TV
4. Nobody - job
5. Everything - important
6. Anytime - campsite
7. Someone - sky
8. Everyone - boat
9. No one – homework
10. Nowhere - aerobics
ข้ันสรุป (Wrap up)
27. ครเู ขยี นประโยคตอ่ ไปนี้บนกระดาน
- We don’t know …….. to have dinner. (answer = anywhere)
- I saw …….. in the garden last night. ( answer = something/someone)
- I have …….. to do. I’m so bored. ( answer = nothing)
- He said he didn’t know …….. about the accident. ( answer = anything)
- …….. likes Sam. He is too lazy. ( answer = No one)
28. ใหน้ กั เรียนนำ Indefinite pronoun มาเตมิ ในช่องวา่ งให้ถูกตอ้ ง
29. นักเรยี นช่วยกนั อธิบายวา่ ทำไมจงึ เติม Indefinite pronoun ในแตล่ ะช่อง
30. นกั เรียนสรุปหลกั การใช้ Indefinite pronoun แต่ละตัวอกี คร้งั
8. การวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
รายการ วธิ วี ดั เครื่องมือ เกณฑ์การวดั
ฟงั การออกเสยี ง
ด้านความรู้ Knowledge แบบฝึกหัด นักเรยี นออกเสยี ง
คำศัพท์ไดถ้ ูกต้อง 70
1. นักเรยี นเปรียบเทยี บ การทำแบบฝึกหัด
พฤติกรรมท่ีดีและไมด่ ีต่อ
สขุ ภาพได้
2. นกั เรยี นอธบิ ายวิธกี ารดแู ล
รกั ษาสุขภาพจากภาพประ
กอบได้
ดา้ นกระบวนการ Process
3. นกั เรยี นฝึกปฏิบตั ิทำงาน การทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นสามารถทำ
ร่วมกนั เปน็ กลมุ่ ได้ การทำงานกลมุ่ ผลงานได้ ผ่านเกณฑ์
การเขียนอธิบาย แบบประเมินผลงาน ระดับดี
ด้านคุณลักษณะ Attribute
4. นักเรยี นมีระเบียบวินัยและ การประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมผา่ น
เกณฑ์ระดบั ดี
ม่งุ มั่นในการทำงาน พฤติกรรม
5. นกั เรียนมีความซ่ือสัตย์ใน
การทำงาน
9. ส่อื การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
. 1. หนงั สอื เรียน Maximize Student’s Book 2
2. บตั รคำ
3. บัตรภาพ
4. ลำโพงช่วยสอน
5. ใบความรู้ Grammar Some, any, every, no
10. ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ได้ตรวจแล้วมคี วามคิดเหน็ ว่า
สมควรนำแผนการจัดการเรยี นรไู้ ปใช้ได้
สมควรปรับปรุงคือ..........................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลติ า อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนรู้.........................................................................................
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรียนรมู้ ีความถูกต้องตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรียนรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น.............................................................................................................
คุณลักษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชนิ้ งาน.....................................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั ........................................................................................
สอื่ และอุปกรณ์การเรียนร้.ู .............................................................................................................
การวดั และการประเมินตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ........................................................................
บนั ทกึ หลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอส่งแผนการจดั การเรียนรู้ตามข้นั ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงช่อื
( นายอบั ดลรอศักด์ิ มณีโส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
12. ความคิดเห็นผูอ้ ำนวยการโรงเรียน
อนุญาตให้ใช้จดั การเรยี นการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ คอื
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................ ......
ลงชือ่
( นายสริ วฒุ ิ ยนุ ยุ้ )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนกำแพงวทิ ยา
13. บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 11 (แยกเปน็ ห้องเพื่อนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
ด้านความรู้ (A)
1. นกั เรียนเลอื กใช้ Indefinite pronoun ได้อยา่ งถูกต้องตามโครงสรา้ งและความหมายของประโยค
2. นกั เรยี นระบคุ ำศัพท์เพื่อใช้อธบิ ายเก่ยี วกบั การออกกำลังกายได้
นักเรยี นสามารถทำแบบฝึกหัดไดผ้ ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจดุ ประสงค์ แยกเป็นห้อง ดังนี้
- ชน้ั ม.2/2 นักเรียนทั้งหมด 38 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 76.31
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 9 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 23.69
- ช้ัน ม.2/4 นักเรยี นทั้งหมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 75.68
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 9 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 24.32
- ชน้ั ม.2/6 นกั เรยี นทั้งหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 31 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 75.60
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 10 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 24.40
- ชั้น ม.2/8 นักเรยี นทั้งหมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 29 คน คดิ เป็นร้อยละ 70.73
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 12 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 29.27
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) อยูใ่ นระดบั ดี
การประเมนิ อยู่ในระดบั ดี
3. นักเรยี นฝึกปฏิบัตทิ ำงานร่วมกนั เปน็ กลุ่มได้
ด้านคุณลกั ษะ (A)
4. นักเรยี นมรี ะเบียบวินัยและมุ่งมนั่ ในการทำงาน
5. นักเรียนมีความซื่อสัตย์ในการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบคุ คลโดยการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล นักเรียนสว่ นใหญ่มีพฤติกรรม
ผา่ นเกณฑ์คุณลกั ษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ญั หานกั เรียนท่ีไมผ่ ่านตัวชี้วัด/ผลการเรียนรหู้ รอื จุดประสงค์ (เพ่ือนำไปสู่ PLC)
1. ครูให้นักเรยี นที่ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินปรบั คะแนนแบบฝกึ หดั ที่ไม่ผา่ น
2. ครูนำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพอื่ ปรับปรุงและพัฒนารปู แบบการจัดการเรียนการสอนให้มี
ประสิทธภิ าพมากข้นึ โดยเฉพาะนักเรียนชนั้ ม.2/8
ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคูไซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครผู สู้ อน
วนั ที่………เดือน…………………….พ.ศ……………
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 12
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 Are You Healthy? เรือ่ ง Reading Health Hazards
ผู้สอน นางสาวคไู ซบะ๊ หะยปี ะดอ เวลา 3 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเร่ืองท่ีฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นข้อมูลข่าวสาร แสดงความร้สู ึก
และความคิดเห็นอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่อื งต่าง ๆ โดยการ
พดู และการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู นื่
มาตรฐาน ต.3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกล่มุ สาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานใน
การพัฒนาแสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเปน็ เคร่ืองมอื พืน้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปลี่ยนเรยี นรูก้ ับสงั คมโลก
ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม.2/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.2 ม.2/2 ใชค้ ำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชแี้ จง และคำอธบิ ายตามสถานการณ์
ต 1.2 ม.2/4 พดู และเขียนเพือ่ ขอและให้ข้อมูล บรรยายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองทีฟ่ ังหรอื
อ่านอย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรอ่ื ง (topic) ท่ีได้จากการวิเคราะห์
เร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์ ท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม
ต 2.1 ม. 2/2 อธบิ ายเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ ชวี ิตความเปน็ อยแู่ ละประเพณีของเจ้าของภาษา
ต 2.2 ม.2/2 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งชีวติ ความเปน็ อยู่
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย
ต 3.1 ม.2/1 คน้ ควา้ รวบรวมและสรปุ ข้อมลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทีเ่ กี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
จากแหลง่ เรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขยี น
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /ค้นควา้ รวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมูลตา่ ง ๆ
จากสอื่ และแหลง่ การเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
2. สาระสำคัญ
เร่ืองเก่ียวกับภัยพิบัติและโรคภัยไข้เจ็บ อันตรายที่เกิดข้ึนกับสุขภาพของคนในปัจจุบัน ที่เป็นข่าวดัง และ
เป็นที่สนใจในปัจจุบัน การพูดคุย แนะนำ และอธิบายเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยการดำเนินพฤติกรรมที่
ส่งผลดีต่อสุขภาพ คำศัพท์เก่ียวกับภัยพิบัติ และเหตุฉุกเฉิน คำกริยา คำนาม ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมท่ีดีต่อสุขภาพ
การใช้ Indefinite pronoun แทนคน ส่ิงของ และสถานท่ีในประโยคบอกเล่าปฏิเสธ และประโยคคำถาม และ
Adverb of manner ในโครงสร้างประโยคที่ใช้ในการอธิบาย ให้คำแนะนำแก่ผู้อื่น โดยท่ัวไป โดยเรียนรู้และ
ฝึกฝน ผ่านการอ่านข้อความ ทำแบบฝึกหัด อภิปราย ตั้งข้อสังเกต จับคู่สนทนา แสดงบทบาทสมมติในบริบทท่ี
กำหนด เพ่ือให้สามารถส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสนุกสนานในการเรียน มีเจตคติท่ีดีต่อการนำ
ภาษาอังกฤษไปใช้ในชีวิตประจำวนั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นกั เรียนอธิบายความหมายของคำศัพท์โดยใช้บริบทในการหาความหมายได้
2. นกั เรียนสรุปใจความสำคญั จากเรื่องท่ีอา่ นได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
3. นักเรยี นทำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ ได้
4. นกั เรยี นนำข้อมลู ทกี่ ำหนดให้มาประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute)
5. นักเรียนมีระเบยี บวนิ ัยและมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
6. นักเรียนมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
7. นกั เรยี นมีความใฝร่ ูโ้ ดยหาความรู้เพ่ิมเติมจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ได้
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศพั ท์จากเร่อื ง Health Hazards ได้แก่ Zika virus, mosquitoes, harm, adult, deadly,
symptoms, fever, rash, red eyes, headaches, rarely, diseases, protect, insect repellents, door
screen, outdoors, specific, medicine, vaccine, prevent, dehydration, aspirin, yellow fever
2. ไวยากรณ์ Adverbs of manner : badly, loudly, quietly, sadly, slowly, well, hard, early, late
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทำงาน
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรื่อง Reading Health Hazards
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบ 2W3P)
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น (Warm-up)
1. ครูทักทายนักเรียน
2. ทำกจิ กรรมใบ้คำ ในการทำกิจกรรมน้ี ครเู ขยี นข้อความทม่ี ี Adverb of manner ใส่บตั รคำไว้
หลาย ๆ ใบ
3. โดยใหน้ ักเรยี นอาสาออกมาหน้าช้ันเรียน 1 คน หยิบบัตรคำจากกลอ่ งโดยไม่ใหเ้ พอื่ น ๆ เหน็ ว่าในบตั ร
คำนั้นเขยี นวา่ อะไร
4. ใหน้ กั เรียนทำท่าทาง ใหเ้ พ่ือนทายใหไ้ ด้ว่า ข้อความในบตั รคำของครูนั้นเขยี นว่าอะไร ภายในเวลา 1
นาที ถ้านักเรยี นทายไมถ่ ูกเม่ือหมดเวลา ครเู ฉลยคำตอบ
5. ถา้ นักเรียนทายถูกแล้ว ให้เปลี่ยนนกั เรยี นคนใหม่มาใบ้คำแทน
ตวั อย่างข้อความในบัตรคำ
- walk slowly
- eat quickly
- speak quickly
- smile happily
- jump highly
- run quickly
- cry sadly
- laugh loudly
- wake up lazily
- write wrongly
- dance badly
- look carefully
- write badly
- ride bicycle quickly
- swim slowly
- sing softly
6. จากกจิ กรรมดังกลา่ วครูถามนกั เรียนวา่ กิจกรรมนี้นักเรียนได้ทบทวนความร้ใู นเรือ่ งใด
(Adverbs of manner)
ข้ันนำเสนอ (Presentation)
11. ครอู ธิบายว่า Adverb ทล่ี งท้ายดว้ ย ly น้นั สว่ นใหญ่จะมาจาก Adjective
12. นกั เรยี นยกตัวอย่าง Adjective ทเี่ ติม ly แล้วกลายเปน็ Adjective
13. ใหน้ กั เรยี นดูข้อยกเวน้ adverb บางตัวทตี่ า่ งจาก Adjective หรือ สามารถเปน็ ไดท้ ้ัง
Adverb และ Adjective เช่น
Adjective ท่เี ปลีย่ นรูปเมื่อเป็น Adverb และ Adjective ทีม่ ีรูปเดยี วกบั ไดแ้ ก่ Adverb
adjective adverb
good well
hard hard
early early
late late
14. นักเรยี นแลกหนังสือกนั ตรวจ
15. ครเู ฉลยคำตอบ นักเรยี นตรวจและรวมคะแนน แลว้ ส่งคนื เพือ่ น
16. นักเรียนเปลีย่ น Adjective ใน Student’s Book exercise 5 ให้เป็น Adverb แลว้ นำมาเตมิ ใน
email exercise 6 หน้า 93
17. นกั เรยี นอา่ นคำตอบพร้อม ๆ กัน
Answer key:
5. Now Tina is emailing. Gail to tell her about her first tour. First make these
adjectives into adverbs.
1. properly 5. unfortunately
2. slowly 6. loudly
3. angrily 7. heavily
4. quietly
18. ครเู ขียนคำศพั ทจ์ ากเร่ือง ZIKA บนกระดานไดแ้ ก่ Zika virus, mosquitoes, harm, adult, deadly,
symptoms, fever, rash, red eyes, headaches, rarely, diseases, protect, insect repellents, door
screen, outdoors, specific, medicine, vaccine, prevent, dehydration, aspirin, yellow fever
19. ครูถามนักเรยี นว่าจากคำศัพท์ต่อไปน้ีนักเรียนคดิ ว่าเรื่องท่ีอ่านจะเกี่ยวกบั เรื่องใด
ข้นั ฝึกฝน (Practice)
20. นักเรยี นอ่านเรื่องและเดาความหมายของคำศัพทจ์ ากบรบิ ท
21. ครเู ขยี นคำถามต่อไปนบี้ นกระดาน
- What is the story about? (Zika virus)
- Who do Zika virus harm? (It harms babies.)
- Where does Zika virus come from? (It comes from the Zika Forest of Uganda.)
- What is the best way to protect yourself from Zika virus?
(It is protecting yourself and your family from mosquito bites.)
22. ใหน้ กั เรียนอา่ นเรื่อง ZIKA ใน Student’s Book หนา้ 94แล้วตอบคำถามขา้ งต้น
23. นกั เรียนอภิปรายและช่วยกนั ตอบคำถาม
24. นักเรียนส่งตวั แทนออกมาเขยี นคำตอบบนกระดาน
25. ครเู ขยี นความหมายของคำศัพทเ์ ปน็ ภาษาไทยบนกระดาน
Zika virus (ไวรสั ซกิ า), mosquitoes (ยุง), harm, (ทำอันตราย) adult (ผูใ้ หญ)่ , deadly (อนั ตราย
ถึงตาย), symptoms (อาการ), fever (ไข้), rash (ผ่นื ), red eyes (ตาแดง), headaches (ปวดศีรษะ), rarely
(ยาก,ไม่ค่อยเกิดขึ้น ), diseases (โรค), protect (ปกปอ้ ง), insect repellents (สเปรยก์ นั แมลง), door screen
(มุ้งลวด), outdoors (กลางแจ้ง, นอกอาคาร), specific (บางอย่างโดยเฉพาะ), medicine (ยา), vaccine
(วัคซีน),
prevent (ป้องกนั ), dehydration (อาการขาดน้ำ ), aspirin (ยาแก้ปวดลดไขแ้ อสไพรนิ ), yellow fever
(ไขเ้ หลือง)
26. ให้นักเรยี นนำไปจับคกู่ ับคำศัพทใ์ นเร่ือง ZIKA
27. นักเรียนทำแบบฝึกหัด exercise 2 เตมิ ขอ้ ความใหป้ ระโยคสมบูรณ์ในหนังสอื เรยี น
Student’s Book หนา้ 95
28. นกั เรียนอา่ นเฉลยคำตอบพรอ้ ม ๆ กัน
Answer key:
2. Fill in the blanks with the words from the passage.
1. mosquitoes 4. Zika
2. babies 5. mosquitoes
3. symptoms 6. medicine, vaccine
ข้นั การสร้างผลงาน (Production)
29. นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน
30. ครแู จกกระดาษปรู๊ฟ สีและปากกาเมจิกใหน้ กั เรียนกลมุ่ ละ 1 ชุด
31. ให้นักเรียนนำเสนอเก่ียวกับการป้องกันโรคระบาดท่ีเป็นอันตรายในประเทศไทย 1 โรค เช่น
ไข้เลือดออก โรคท้ องร่วง โรคพิ ษ สุ นัขบ้ า โรคฉี่ห นู โรคพ ยาธิใบ ไม้ตับ โดยให้ นั กเรียนห าข้อมู ล
จากอินเทอร์เน็ตว่า โรคเหล่าน้ีมีชื่อภาษาอังกฤษว่าอย่างไร มีสาเหตุจากอะไร ระบาดในช่วงใด และมีวิธีป้องกัน
อย่างไร ให้นำเสนอวิธีป้องกนั ออกมาในรูปแบบโปสเตอรต์ ามตัวอย่างในหนา้ 95
ตัวอย่างเรอ่ื งเพื่อนำเสนอ
Rabies (โรคพิษสุนัขบ้า) is the dangerous disease in Thailand. It usually harms people in
Summer when the weather is very hot. The cause of the disease is Rabies virus. Rabies virus
come from the saliva of mammals such as dogs, cats, rabbits, squirrels, and so on. It can be
passed from animals to human by bite. To protect yourself and your family from Rabies. You
must give vaccination to your mammal pets. You mustn’t get close to stray cats or dogs. You
mustn’t touch animals. If the stray animals bite you, you must have vaccination immediately.
32. นักเรยี นออกมานำเสนอโรคระบาดและการป้องกนั และนำโปสเตอร์ไปติดไวต้ ามผนงั หอ้ งเรียน
33. นกั เรยี นคนอืน่ ๆ จดบันทึก
34. ครูถามคำถามเก่ียวกับเรอ่ื งทีน่ ำเสนอ ใหน้ ักเรียนทเี่ ป็นผฟู้ งั ตอบ 2-3 คำถาม
ข้ันสรปุ (Wrap up)
35. จากการนำเสนอ ครูถามนักเรียนวา่ นักเรียนชอบการนำเสนอ และโปสเตอร์ของกลุ่มใดมากท่ีสุด
36. นกั เรยี นอภปิ รายและเลือกผลงานกลุ่มทดี่ ที ่ีสดุ พร้อมให้เหตผุ ลประกอบ
37. เม่ือเลือกกลุ่มที่นำเสนอไดด้ ที สี่ ดุ แลว้ ให้นกั เรยี นสรุปวา่ การท่เี พ่ือนนำเสนอได้ดนี ั้น
เพอ่ื นจำเปน็ ต้องมคี วามรู้ในเร่ืองใดบ้า
38. นกั เรยี นเขยี นความรทู้ ี่ควรมีเพื่อใชใ้ นการนำเสนอในวันนี้
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วธิ ีวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารวดั
นกั เรียนออกเสียง
ดา้ นความรู้ Knowledge คำศัพทไ์ ด้ถกู ต้อง
70
1. นักเรยี นอธิบายความ หมาย การทำแบบฝึกหดั แบบฝึกหัด
นักเรยี นสามารถทำ
ของคำศัพท์โดยใชบ้ รบิ ทในการ ผลงานได้ ผ่านเกณฑ์
ระดับดี
หาความหมายได้ การออกเสยี งคำศัพท์
นกั เรยี นมีพฤติกรรม
2. นักเรยี นสรุปใจความสำคัญ ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี
จากเร่ืองทีอ่ า่ นได้
ด้านกระบวนการ Process การทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรม
3. นักเรยี นทำงานร่วมกนั การทำงานกลมุ่
เป็นกลุ่มได้
4. นักเรียนนำขอ้ มูลที่ แบบประเมินผลงาน
กำหนดใหม้ าประยุกต์ใช้ในการ
สนทนาได้
ดา้ นคุณลกั ษณะ Attribute
5. นกั เรยี นมรี ะเบยี บวนิ ัย การประเมิน แบบสงั เกตพฤติกรรม
และมุ่งม่ันในการทำงาน พฤติกรรม
6. นักเรียนมีความซ่ือสัตยใ์ น
การทำงาน
9. สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
. 1. หนงั สือเรียน Maximize Student’s Book 2
2. ใบความรู้ Reading Health Hazards
3. บตั รภาพ
4. บัตรคำ
5. ลำโพงชว่ ยสอน
10. ความคดิ เห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
ได้ตรวจแล้วมคี วามคิดเห็นวา่
สมควรนำแผนการจดั การเรียนรไู้ ปใชไ้ ด้
สมควรปรับปรุงคือ..........................................................................................................................
ลงช่อื ................................................
(นางปาลติ า อาดลุ เบบ)
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเท
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มีความถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
คุณลักษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชน้ิ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ........................................................................................
สอื่ และอุปกรณ์การเรียนรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้.ู ........................................................................
บนั ทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนร้ตู ามขัน้ ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชื่อ
( นายอบั ดลรอศักดิ์ มณโี ส๊ะ)
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ