12. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุญาตใหใ้ ชจ้ ัดการเรยี นการสอนได้
ควรปรบั ปรุง คอื
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ...........................................
ลงชอ่ื
( นายสิรวฒุ ิ ยุนุ้ย )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา
13. บนั ทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรียนร้แู ผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 (แยกเปน็ ห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้ (ตามจุดประสงค์)
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนอธิบายความหมายของคำศัพทโ์ ดยใช้บรบิ ทในการหาความหมายได้
2. นกั เรยี นสรุปใจความสำคัญจากเร่ืองทีอ่ า่ นได้
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัดไดผ้ ่านเกณฑ์การประเมินตามจุดประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังนี้
- ชน้ั ม.2/2 นกั เรยี นท้งั หมด 39 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเปน็ ร้อยละ 74.36
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 10 คน คดิ เป็นร้อยละ 25.64
- ชน้ั ม.2/4 นกั เรียนท้งั หมด 37 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 28 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 75.67
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 9 คน คิดเปน็ ร้อยละ 24.33
- ช้นั ม.2/6 นกั เรียนทั้งหมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 73.17
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 26.83
- ชั้น ม.2/8 นักเรยี นทง้ั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 70.73
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 10 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 29.27
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมินอยู่ในระดับดี
3. นกั เรยี นทำงานร่วมกนั เป็นกลุ่มได้ อยู่ในระดับดี
4. นกั เรียนนำข้อมลู ทีก่ ำหนดให้มาประยุกต์ใช้ในการสนทนาได้ อยใู่ นระดับดี
ด้านคุณลักษะ (A)
5. นกั เรียนมรี ะเบียบวินัยและมงุ่ มั่นในการทำงาน
6. นักเรยี นมีความซื่อสตั ย์ในการทำงาน
7. นกั เรยี นมคี วามใฝ่รโู้ ดยหาความรูเ้ พ่มิ เติมจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ได้
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล นักเรียนสว่ นใหญม่ ีพฤติกรรม
ผา่ นเกณฑ์คณุ ลักษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแก้ปัญหานกั เรยี นท่ไี ม่ผ่านตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้หรอื จุดประสงค์ (เพือ่ นำไปสู่ PLC)
1. ครใู หน้ ักเรียนทไี่ ม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมินปรับคะแนนแบบฝึกหดั ท่ีไม่ผ่าน
2. ครูนำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพื่อปรบั ปรงุ และพัฒนารปู แบบการจัดการเรียนการสอนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากขน้ึ
ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครผู สู้ อน
วันที่………เดือน………………….พ.ศ…………
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 13
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 11 Buying Things เรอื่ ง Vocabulary Shopping
ผูส้ อน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟงั และอ่านจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ
และความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรอื่ งต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
สาระท่ี 4 ภาษาดบั ความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทัง้ ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม
ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบตั ติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแ้ี จง และคำอธิบายงา่ ย ๆ ทฟี่ ังและอ่าน
ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปล่ียนข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง เร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่าง ๆ
ในชวี ติ ประจำวันอย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั กจิ กรรม เรือ่ งต่าง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์
พรอ้ มทัง้ ใหเ้ หตผุ ลสัน้ ๆประกอบ
ต 2.1 ม.2/1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกริ ิยาท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 4.1 ม.2/1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กิดขึ้นในหอ้ งเรยี น สถานศกึ ษา
และชุมชน
2. สาระสำคญั
การสนทนา ในชีวิตประจำวัน เก่ียวกับการซ้ือ-ขาย สินค้า คำศัพท์เกี่ยวกับร้านค้า สินค้าชนิดต่าง ๆ การ
ทักทาย การขอความช่วยเหลือ การดูแลลูกค้า การกล่าวต้อนรับ ขอบคุณ ตามมารยาทที่เหมาะสม ประโยคคำสั่ง
เพ่ื อ ใช้ ใน ก า ร ให้ ค ำ แ น ะ น ำ แ ล ะ บ อ ก วิ ธี ก า ร ก า ร พู ด ถึ งแ ผ น ก า ร ที่ ว า งไว้ ว่ า จ ะ ท ำ อ ะ ไร บ้ า ง
ในอนาคต การใช้โครงสร้างประโยคที่ใช้กับเหตุการณ์ในอนาคตแบบต่าง ๆ ผ่านการอ่านข้อความ การฟัง
การทำแบบฝกึ หัด การเขียนประโยค การอภปิ ราย สร้างบทสนทนา การแสดงบทบาทสมมติในสถานการณ์จำลอง
และการสร้างสรรค์ผลงานจากความรู้ที่ได้เรียน เพ่ือให้เกิดความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้เพ่ิมเติม ได้ใช้
ค ว า ม คิ ด ส ร้ า งส ร ร ค์ มี ค ว า ม ส า มั ค คี ใน ก า ร ท ำ งา น ก ลุ่ ม รั บ ฟั งค ว า ม คิ ด เห็ น ข อ งผู้ อื่ น แ ล ะ
มีความภาคภมู ใิ จในผลงานของตน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนระบุคำศัพท์ท่ใี ช้เรียกรา้ นค้าต่าง ๆ ได้
2. นักเรยี นจับคสู่ นิ คา้ หรอื บรกิ ารกับรา้ นค้าได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
3. นกั เรียนฝึกปฏิบตั ทิ ำงานรว่ มกนั เป็นกลุ่มได้
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute)
4. นักเรียนมรี ะเบียบวนิ ัยและมุง่ มนั่ ในการทำงาน
5. นักเรียนมคี วามซ่ือสัตยใ์ นการทำงาน
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศัพท์เกย่ี วกบั การซอ้ื สนิ คา้ ร้านค้า และสนิ ค้า ไดแ้ ก่ music shop, market, grocery, jewelry shop,
clothing, florist, shoe store, butcher, florist, cash, clerk, credit card, customer, shelf, counter,
shopping cart
2. ไวยากรณ์ ประโยคคำส่งั หรอื ขอร้อง เช่น
Put the bread into the basket.
Please pay by cash.
.
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
6. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรือ่ ง vocabulary : Shopping and Buying Things
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ สี อนแบบ 2W3P)
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน (Warm-up)
1. ครูทักทายนักเรียน ถามนักเรียนว่า นักเรียนชอบทำอะไรในวันหยุดสุดสัปดาห์ (What do you like
to do on weekend?) นักเรยี นชอบไปซ้อื ของหรือไม่ (Do you like to go shopping?)
2. หากมีนักเรียนตอบว่าชอบ ครูถามต่อไปว่า นักเรียนชอบไปซ้ืออะไร และซ้ือท่ีไหน (What do you
like to buy? Where do you like to go shopping?)
3. ทำกิจกรรม Find your shop การทำกิจกรรมนี้ ครูเตรียมอปุ กรณ์และทำกิจกรรมดงั น้ี
- บตั รคำศัพท์เก่ยี วกบั รา้ นคา้ คนขาย และสนิ คา้ ต่าง ๆ ท่มี ีในร้าน เป็น set เช่น
1) shoe store: shoes, sneakers, socks, trainers, sandals
2) grocery: coffee, floor, sugar, eggs, vegetable
3) bakery: bread, cake, cupcake, muffin, cookies
4) jewelry shop: bracelets, rings, necklaces, earrings, brooches
5) clothing store: shirts, T-shirt, jeans, pants, dress
6) music shop: guitars, ukuleles, keyboards, violins, drum kits
- ครูเขยี นคำศัพท์แต่ละคำ ลงในบตั รคำ ใสล่ งในกล่องกระดาษ
- นกั เรียนหยบิ บัตรคำคนละ 1 ใบ
- ให้นกั เรยี นไปหาเพื่อนท่มี บี ัตรคำท่เี ก่ียวขอ้ งกับบตั รคำของนักเรียนภายในเวลา 2 นาที
- เมื่อหมดเวลา ให้นักเรยี นท่ีจบั กล่มุ ไดบ้ อกวา่ กลุ่มของตนคอื ร้านอะไร และมีสินค้าอะไรบ้าง
4. จากกจิ กรรมนีค้ รถู ามนกั เรยี นว่า มีคำศัพทท์ ่ีนกั เรยี นยังไมร่ ้จู ักหรือไม่ และนักเรียนจะไดเ้ รียน
เพมิ่ เติมจากบทเรยี นตอ่ ไป
ข้ันนำเสนอ (Presentation)
5. นกั เรียนอ่านคำศัพท์ ใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 96
Answer key:
1. Match the words with the pictures on page 97.
music shop 6
clothing store 2
market 1
florist 7
grocery store 4
shoe store 3
jewelry shop 5
butcher 8
6. นักเรียนบอกความหมายคำศัพท์ แล้วจบั คู่คำศัพท์กับภาพในหนา้ 97
Answer key:
4. Complete the sentences with these words.
1. credit cards 4. shopping cart
2. cash 5. clerk
3. shelf 6. customers
7. นักเรียนอ่านคำตอบพร้อม ๆ กนั
8. นกั เรยี นจับคคู่ ำศัพท์ ใน Student’s Book exercise 2 หนา้ 96 กบั รูปภาพด้านบน
Answer key:
2. Match the words from the box with the pictures above. Listen and check
your answers.
shelf 3 cash 1 counter 2
credit card 4 shopping cart 5
9. นักเรียนฟังเฉลยจาก Audio และออกเสียงตาม
Audioscript: Unit 11 Track 2
Dialog 1
Man: Do you take cash?
Woman: Yes, we do. But we don’t have change for big bills.
Dialog 2
Man: Might that woman at the counter be able to help us?
Woman: I’ll go ask her.
Dialog 3
Man: Why are those shelves empty?
Woman: I think they are cleaning them.
Dialog 4
Man: I’m going to use my credit card to buy something online.
Woman: What are you going to buy?
Man: I’m buying some airplane tickets to Khon Khaen.
Dialog 5
Man: These are heavy. Can you get me a shopping cart?
Woman: Oh, I see one over there.
Man: Great. Thanks!
10. นักเรยี นนำคำศพั ท์ใน Student’s Book exercise 4 หนา้ 97 มาเตมิ ในประโยคให้สมบูรณ์
Answer key:
1. credit cards 4. shopping cart
2. cash 5. clerk
3. shelf 6. customers
11. ครอู ธบิ ายสำนวนต่อไปนี้
- Can I pay by my credit card? ฉนั สามารถจา่ ยโดยใช้บัตรเครดิตได้หรือไม่
- We don’t accept credit card. ร้านเราไม่รบั บัตรเครดิต
- Do you have cash? ท่านมเี งนิ สดหรอื ไม่
- Put your things in my shopping cart. เป็นประโยคคำสัง่ ไม่ต้องมีประธานของประโยค
ใหข้ ึ้นต้นดว้ ยกรยิ าไดเ้ ลย หากต้องการพดู ให้สุภาพขนึ้ ใหน้ ำคำวา่ please มาใช้ เชน่ Please pay the clerk.
12. ครสู มุ่ เรียกนกั เรยี นอ่านคำตอบคนละ 1 ประโยค
13. นักเรยี นฟงั Audio บทสนทนาและเลือกหมายเลขของ Dialogue ใน Student’s Book ทไี่ ด้ยนิ
ลงในตาราง Exercise 5
Answer key:
5. Listen to the dialogs. Check the phrase you hear in each conversation.
shoe store Dialog 1 Dialog 2
florist
meat
cash
jewelry shop
credit card
Audioscript: Unit 11 Track 3
Dialog 1
Man: where is the shoe store?
Woman: It’s over there. Just next to the jewelry shop.
Man: Oh, I see it now. Thanks.
Dialog 2
Man: Can I pay by credit card?
Woman: I’m sorry we only take cash.
Man: Ok, then can you tell me where I can find a butcher around here?
I need to get some meat.
Woman: There’s one next to the florist. It’s across the street.
They take credit cards.
Man: Thanks. you’ve been very helpful.
ข้ันฝกึ ฝน (Practice)
14. นักเรียนอ่านบทสนทนาใน Student’s Book exercise 6 หน้า 97
15. นกั เรยี นจบั คแู่ ละสนทนาตามตัวอยา่ ง
16. นกั เรียนลองดัดแปลงบทสนทนาโดยเปลย่ี นเปน็ ซอ้ื สินคา้ อย่างอนื่
17. เมือ่ นกั เรียนสนทนาได้คลอ่ งโดยไมต่ ้องอ่านบทแล้ว ใหอ้ อกมาสนทนาหน้าชัน้ เรยี น
18. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ใน Workbook exercise 1-3 หนา้ 81
Answer key:
1. Complete the text with: butcher shop, clothing store, flower shop, grocery
store, jewelry shop, market, music shop , shoe shop.
1. jewelry shop 5. market
2. flower shop 6. clothing store
3. music shop 7. shop store
4. butcher shop 8. grocery store
Answer key:
2. Complete the phrases with the best choice.
1. meat 5. shopping cart
2. cash 6. clerk
3. shelves 7. counter
4. credit card 8. delicatessen
Answer key:
3. Draw lines to match the related words.
1. art gallery 5. theater
2. book shop 6. theme park
3. ice rink 7. visitors wave pools
4. shooting range 8. changing room
19. นกั เรยี นแลกหนงั สือกันตรวจ
20. ครูส่มุ เรยี กนักเรียนเฉลยคำตอบคนละ 1 ข้อ
21. นักเรยี นตรวจแลว้ รวมคะแนน ก่อนสง่ คืนเพ่ือน
22. นักเรยี นตรวจของเพ่ือน และแก้ไขข้อผิดพลาดของตน ก่อนส่งหนงั สือให้ครู
ขนั้ การสรา้ งผลงาน (Production)
23. ให้นกั เรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเพ่ือทำกจิ กรรม Shopping
24. กลมุ่ ที่หน่งึ ใหแ้ สดงบทบาทสมมติเปน็ ผู้ขายของในรา้ นค้า (shop assistant) โดย 1 รา้ น
มพี นักงาน 2 คน
25. กล่มุ ที่ 2 ให้เปน็ ลกู ค้า (customer)
26. ครแู จกอุปกรณใ์ หน้ ักเรียนดงั นี้
- แจกกระดาษ สีเมจกิ กรรไกร ใหก้ ล่มุ รา้ นค้า เพ่ือเขียนช่ือสินค้า หรือวาดภาพสินค้า
พร้อมปา้ ยราคา จำนวน 5 ช้ิน
- แจกเงนิ ของเลน่ หรือกระดาษให้นกั เรียนเขียนตัวเลขเปน็ ธนบัตร ใหก้ บั กลมุ่ customer
และให้นกั เรียนกลมุ่ นี้ วาดบตั รเครดติ ของตน
27. นกั เรียนทแี่ สดงเปน็ ร้านคา้ ให้หามมุ เพื่อขายของ
28. นักเรยี นกลมุ่ customer เดนิ ไปยงั รา้ นค้าเพ่ือซอื้ สนิ ค้าท่ตี อ้ งการโดยซ้ือไดเ้ พียงร้านละ 1 อยา่ ง
เท่านัน้
29. รา้ นค้าสามารถตอบรับหรือปฏิเสธบตั รเครดติ ได้
30. ในเวลา 10 นาที ใหน้ กั เรียนซอ้ื ขายสินคา้ ให้ได้มากที่สุด
31. เม่ือหมดเวลาใหน้ กั เรยี นกลบั เข้าท่ีน่ัง
32. นกั เรียนออกมานำเสนอทีละคนว่า นักเรยี บขาย-ซือ้ สินค้าใดมาบ้าง
ขัน้ สรปุ (Wrap up)
33. จากการทำกจิ กรรม Shopping นใี้ หน้ กั เรียนระบุปัญหาหรืออปุ สรรคทเี่ กิดขน้ึ ในการทำกจิ กรรม
34. นกั เรยี นอภปิ รายชว่ ยกันหาวธิ ีแกไ้ ขปรบั ปรงุ
35. นกั เรียนระบวุ ิธีแก้ปญั หาร่วมกันเปน็ ข้อ ๆ
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
รายการ วิธวี ัด เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารวดั
ฟังการออกเสียง
ด้านความรู้ Knowledge แบบฝึกหัด นักเรียนออกเสยี ง
คำศัพทไ์ ดถ้ กู ต้อง 70%
1. นักเรยี นระบคุ ำศพั ทท์ ใี่ ช้ การทำแบบฝึกหัด นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ได้
ถูกต้องมากกว่า 70%
เรียกร้านค้าต่าง ๆ ได้
2. นักเรยี นจบั คู่สนิ ค้า หรือ
บรกิ ารกบั รา้ นค้าได้
ด้านกระบวนการ Process แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนสามารถทำ
3. นักเรยี นฝึกปฏิบตั ทิ ำงาน การทำงานกลมุ่
ร่วมกันเปน็ กลุ่มได้ การทำงานกลุ่ม ผลงานได้ ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินผลงาน ระดับดี
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ Attribute
4. นักเรียนมีระเบียบวนิ ยั และ การประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมผ่าน
เกณฑ์ระดับดี
ม่งุ ม่นั ในการทำงาน พฤติกรรม
5. นักเรียนมีความซื่อสัตย์ใน
การทำงาน
9. สอื่ การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
. 1. หนังสอื เรียน Maximize Student’s Book 2
2. บตั รคำ Vocabulary Shopping
3. บัตรภาพ Vocabulary Shopping
4. ลำโพงช่วยสอน
10. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
ได้ตรวจแล้วมคี วามคิดเหน็ ว่า
สมควรนำแผนการจดั การเรยี นรไู้ ปใชไ้ ด้
สมควรปรับปรงุ คอื ..........................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลติ า อาดุลเบบ)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู.้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลุมชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรียนรู้มคี วามถูกต้องตามหลกั วชิ าการ.............................................................................
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้มีความชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น.............................................................................................................
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชน้ิ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนรูเ้ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ........................................................................................
สอ่ื และอุปกรณ์การเรียนรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมนิ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้.........................................................................
บนั ทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจดั การเรยี นรู้ตามขัน้ ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชือ่
( นายอบั ดลรอศกั ด์ิ มณโี ส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
12. ความคดิ เหน็ ผู้อำนวยการโรงเรยี น
อนุญาตให้ใชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรงุ คอื
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
..................................................................................................................................................................
ลงชื่อ
( นายสริ วฒุ ิ ยนุ ุย้ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวทิ ยา
13. บันทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรแู้ ผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 13 (แยกเป็นห้องเพื่อนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนระบุคำศัพท์ทใี่ ช้เรียกรา้ นค้าตา่ ง ๆ ได้
2. นักเรยี นจับค่สู ินค้า หรือบริการกบั ร้านคา้ ได้
นักเรียนสามารถทำแบบฝกึ หัดได้ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจดุ ประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังน้ี
- ชน้ั ม.2/2 นักเรยี นท้งั หมด 39 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 30 คน คดิ เป็นร้อยละ 76.92
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 9 คน คดิ เป็นร้อยละ 23.08
- ช้นั ม.2/4 นักเรียนท้ังหมด 37 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 75.68
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 9 คน คิดเปน็ ร้อยละ 24.32
- ชัน้ ม.2/6 นกั เรียนทง้ั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 30คน คดิ เปน็ ร้อยละ 70.28
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 11 คน คดิ เป็นร้อยละ 29.72
- ช้ัน ม.2/8 นกั เรียนทัง้ หมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 28 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 68.29
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 31.71
ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อย่ใู นระดบั ดี
3. นักเรยี นฝึกปฏิบตั ทิ ำงานร่วมกนั เป็นกล่มุ ได้ อยู่ในระดับดี
ด้านคุณลักษะ (A)
4. นกั เรยี นมรี ะเบยี บวินัยและมุ่งม่ันในการทำงาน
5. นักเรียนมีความซ่ือสัตย์ในการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล นกั เรยี นสว่ นใหญ่มพี ฤตกิ รรม
ผา่ นเกณฑ์คุณลักษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแก้ปญั หานักเรียนทีไ่ ม่ผ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอื่ นำไปสู่ PLC)
1. ครใู หน้ ักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์การประเมินปรบั คะแนนแบบฝึกหดั ท่ีไม่ผ่าน
2. ครนู ำผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพ่อื ปรบั ปรุงและพฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการสอนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากข้ึน โดยเฉพาะนักเรยี นชน้ั ม.2/8
ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครผู ูส้ อน
วนั ท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 14
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ22102
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 11 Buying Things เร่ือง Grammar Going to (Future)
ผูส้ อน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสอ่ื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึก
และความคิดเห็นอย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขยี น
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.2/4 เลอื กหวั ข้อเร่ือง ใจความสำคัญ บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail)
และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเร่ืองท่ีฟังและอ่าน พร้อมท้งั ให้เหตผุ ลและยกตวั อยา่ ง
งา่ ย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธ
การให้ความช่วยเหลือในสถานการณต์ า่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/5 พดู และเขียนแสดงความรสู้ ึกและความคดิ เหน็ ของตนเองเกย่ี วกับเร่ืองต่าง ๆ กิจกรรม
และประสบการณ์ พร้อมทัง้ ให้เหตุผลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์
ทอ่ี ยูใ่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.2/3 เขา้ ร่วม/จัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
2. สาระสำคัญ
การสนทนา ในชวี ติ ประจำวัน เกีย่ วกบั การซ้ือ-ขาย สินค้า คำศัพท์เกย่ี วกับร้านค้า สินคา้ ชนิดต่าง ๆ การ
ทักทาย การขอความช่วยเหลอื การดแู ลลกู ค้า การกล่าวต้อนรบั ขอบคุณ ตามมารยาทท่ีเหมาะสม ประโยคคำสงั่
เพ่อื ใชใ้ นการให้คำแนะนำและบอกวิธกี าร การพูดถึงแผนการท่ีวางไว้วา่ จะทำอะไรบา้ ง
ในอนาคต การคาดการณถ์ งึ สิ่งท่ีกำลังจะเกิดขน้ึ ในอนาคตอันใกล้ และส่ิงทจ่ี ะเกิดขน้ึ ตามกำหนดการ โดยใช้
โครงสรา้ งประโยคทใ่ี ช้กบั เหตุการณ์ในอนาคตแบบตา่ ง ๆ ผ่านการอา่ นขอ้ ความ การฟัง การทำแบบฝึกหดั การ
เขียนประโยค การอภิปราย สร้างบทสนทนา การแสดงบทบาทสมมติในสถานการณจ์ ำลอง และ
การสรา้ งสรรค์ผลงานจากความรู้ทไ่ี ดเ้ รยี น เพ่ือให้เกิดความกระตือรอื รน้ ในการใฝ่หาความรเู้ พ่ิมเติมได้
ใช้ความคดิ สรา้ งสรรค์ มีความสามคั คใี นการทำงานกลมุ่ รบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อื่น และมีความภาคภมู ใิ จ
ในผลงานของตน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นเปรียบเทยี บความแตกตา่ งของ to be going to กับ Present continuous เม่ือใช้กบั เหตุการณ์
ในอนาคตได้
2. นักเรียนเลอื กใช้โครงสร้างประโยคทเี่ หมาะสมกบั สถานการณ์
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นักเรยี นเขยี นเล่าเร่อื งราวในอนาคตได้
ด้านคุณลักษณะ (Attribute)
4. นักเรียนมคี วามกระตือรอื รน้ ในการมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นรู้
5. นกั เรยี นยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อื่น
3. สาระการเรียนรู้
1. ไวยากรณ์ โครงสร้างประโยคท่ใี ช้กบั เหตกุ ารณ์ท่จี ะเกิดข้นึ ในอนาคต
1.1 to be going to เชน่
- I’m going to see my grandparents next weekend.
- We aren’t going to go by train tomorrow.
- Are you going to meet us later?
1.2 Present continuous เช่น
- I’m cooking pasta for dinner tonight.
- Lisa is having a party at 6 o’clock.
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มงุ่ ม่ันในการทำงาน
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเร่ือง Grammar Going to (Future)
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วิธสี อนแบบ 2W3P)
ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนักเรียน
2. ใหน้ กั เรียนจับกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน
3. ครูใหส้ ถานการณส์ มมตวิ ่า ถ้านกั เรยี นไดร้ ับอนุญาตใหไ้ ปเท่ียวต่างจงั หวัดกบั เพ่ือน ๆในกลุม่ เปน็ เวลา
2 วัน 1 คืน นกั เรียนจะไปเที่ยวท่ไี หน และนักเรียนจะทำกิจกรรมอะไรบ้างให้บอกมา 5 อยา่ ง
(Situation : You are allowed to go on a trip with a group of friends. Where are you
going
to go? What are 5 things you are going to do there?)
Example:
- We’re going to go to Rayong.
- We are going to visit Sunthorn Phu monument.
- We are going to shop at Ban Phe Market.
- We are going to swim at Samed Island.
- We are going to have a BBQ party on the beach.
- We are going to dive to see the fish and the corals.
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มบอกแผนการทอ่ งเทย่ี วของตน
5. ครถู ามนกั เรยี นวา่ จากแผนการท่ีเพ่ือนนำเสนอน้ี เพอื่ นใชโ้ ครงสรา้ งประโยคแบบใด
ข้นั นำเสนอ (Presentation)
6. นกั เรียนฟัง Audio บทสนทนาใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 98
Audioscript: Unit 11 Track 4
Christine: What are you doing tomorrow?
Mikey: I’m going to help my dad plant some trees. We already bought all of the
things
we need.
Christine: That’s too bad. I am going to check out the new shopping center.
Mikey: I can help my mom in the morning and go with you in the afternoon.
Christine: That sounds good.
7. นักเรียนเติมคำกรยิ าทไี่ ดย้ ินในบทสนทนาให้สมบูรณ์
Answer key:
1. Listen and fill in the blanks.
1. doing 2. going to help 3. going to
8. นกั เรียนอา่ นบทสนทนาพรอ้ ม ๆ กนั
9. นักเรยี นสังเกตคำบอกเวลาในบทสนทนา และขีดเสน้ ใต้
10. ครูถามนักเรียนวา่ คำบอกเวลาในบทสนทนานี้คืออะไรบ้าง และใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดข้ึน
ในเวลาใด (tomorrow, in the afternoon ใช้กับเหตกุ ารณท์ ี่จะเกดิ ขึ้นในอนาคต)
11. นกั เรยี นอา่ นคำอธบิ ายการใช้ to be going to
12. ครูถามนักเรยี นวา่ นอกจาก to be going to แลว้ ยังมีโครงสร้างใดที่ใช้กับเหตุการณ์ในอนาคตไดบ้ า้ ง
13. ครูอธิบายวา่ นอกจาก to be going to แล้ว โครงสร้างทใี่ ชก้ บั เหตุการณ์ในอนาคตไดอ้ ีกคอื
will+ infinitive และ Present continuous
14. ครูถามนักเรียนว่า to be going to ใชต้ ่างกบั future with will + infinitive และ present
continuous อยา่ งไร
15. ครูเขียนประโยคตอ่ ไปน้ี ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั พิจารณา
- They will build a shopping mall here in the next 5 years.
(คาดการณส์ งิ่ ทจ่ี ะเกิดข้ึนในอนาคต)
- They are going to build a shopping mall here in the next 5 years.
(คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึน้ ในอนาคต)
- We are going to take a vacation in Chiang Mai in December.
(ส่งิ ท่วี างแผนไว้ หรอื เตรียมการไว้วา่ จะทำ)
- If you don’t know what to cook, I will buy something for dinner.
(การตดั สินใจท่ีเกดิ ขน้ึ ในทันที ไมไ่ ด้เตรยี มการไวล้ ่วงหนา้ )
- My friends are coming to see me in half an hour.
(เหตกุ ารณ์ท่ีจะเกดิ ข้ึนในอนาคตอันใกล้ อยา่ งแน่นอน)
16. นักเรียนอ่านคำอธิบายเรื่อง Present continuous ใน Student’s Book หนา้ 100 และจดบนั ทกึ
เป็นตาราง ดงั น้ี
โครงสรา้ งประโยคทใี่ ช้กับเหตุการณใ์ นอนาคต (Future form)
การใช้ ตัวอย่างประโยค
to be going to การทำนาย, คาดการณส์ ่ิงทจ่ี ะเกิดข้นึ ในอนาคต I’m going to visit my
สิ่งท่ีวางแผนไว้ หรือเตรยี มการไวว้ ่าจะทำ grandparents
will+ infinitive การทำนาย, คาดการณ์ส่งิ ที่จะเกิดข้ึนในอนาคต Robot will replace human
การตดั สนิ ใจท่ีเกดิ ขนึ้ โดยทนั ที วา่ จะทำ โดยไม่ได้ worker in factories.
วางแผน เตรียมการล่วงหน้า We don’t have enough sugar. I
will buy some now.
Present เหตกุ ารณท์ ี่จะเกิดข้ึนในอนาคตอันใกล้ อย่าง We are having a meeting in the
continuous แนน่ อน afternoon.
ข้นั ฝกึ ฝน (Practice) the
17. นักเรียนทำแบบฝึกหัดใน Student’s Book exercise 3-6 หนา้ 98-99
Answer key:
3. Write sentences with going to.
1. I am going to meet Maria at the bus stop.
2. She is going to wait for me.
3. We are going to go into town.
4. Her parents are going to bring us home.
5. You are going to meet us later.
Answer key:
4. Write negative sentences with going to.
1. We are not going to go by train.
2. My mom is not going to come.
3. My friends are not going to see the film.
4. I am not going to walk home.
5. My dad is not going to bring me home.
Answer key:
5. Complete the questions.
1. What time are you going to see Cleo?
2. Where are you going with her?
3. What movie are you going to watch?
4. What are you going to eat?
5. How are you going to come home?
6. What time are you going to arrive home?
Answer key:
6. Look at Rica’s calendar. Complete her plans with the time expressions in
box.
1. tomorrow
2. at the weekend
3. this Wednesday
4. next Monday
5. day after tomorrow
18. นักเรียนแลกหนงั สือกนั ตรวจ
19. ครูเขยี นเฉลยบนกระดาน
20. นักเรยี นตรวจคำตอบ รวมคะแนนแล้วสง่ คืนเพ่ือน
ข้นั การสรา้ งผลงาน (Production)
21. นักเรยี นจบั กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน
22. ครูแจกกระดาษปรู๊ฟ สแี ละปากกาเมจิกให้นกั เรยี นกล่มุ ละ 1 ชดุ
23. ให้สมมตวิ า่ นักเรยี นเปน็ คณะกรรมการบรหิ ารเมอื ง ให้คาดการณว์ า่ ใน 10 ปขี า้ งหน้า
เมืองท่ีนักเรียนอาศัยอยู่จะเกิดความเปล่ียนแปลงอะไรข้ึนบ้าง ให้นักเรียนเขียนประโยคคาดการณ์เหตุการณ์ 5
ประโยค (will + infinitive) และเขียนแผนการรับมือกับสิ่งท่ีจะเกิดขึ้น 5 ประโยค (to be going to) พร้อมท้ัง
วาดภาพเมอื งในอนาคต
24. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอผลงาน
ตวั อยา่ งประโยค
What will the city look like in the next 10 years?
- The city will have more populations.
- There will be traffic on the streets.
- More people will have private cars.
- Schools will have more students.
- Trees and green areas will be less.
What are the city committee going to do?
- We are going to build up more hospitals.
- We are going to increase the public transportation.
- We are going to expand schools.
- We are going to build more parking areas.
- We are going to grow up more trees in the park.
ขน้ั สรปุ (Wrap up)
25. ครสู ่มุ ใหน้ ักเรียนออกมาเขยี นประโยคที่ใชโ้ ครงสร้าง to be going to, will + infinitive และ
Present continuous คนละ 1 ประโยค
26. นักเรียนชว่ ยกนั อธบิ ายหลักการใชโ้ ครงสรา้ งท้ัง 3 อยา่ งนโี้ ดยเขียนบนกระดาน
27. นักเรยี นจดบนั ทกึ ประโยคและการใช้ลงในสมุด
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
รายการ วธิ ีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวดั
ฟงั การออกเสียง
ด้านความรู้ Knowledge แบบฝกึ หดั นักเรยี นออกเสียง
คำศัพทไ์ ด้ถูกต้อง 70
1. นกั เรียนเปรียบเทียบความ การทำแบบฝึกหดั
แตกตา่ งของ to be going to
กับ Present continuous
เมือ่ ใชก้ บั เหตกุ ารณ์ในอนาคต
ได้
2. นกั เรยี นเลอื กใชโ้ ครงสร้าง
ประโยคท่เี หมาะสมกับ
สถานการณ์
ดา้ นกระบวนการ Process
3. นกั เรยี นเขียนเล่าเร่อื งราว การทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนสามารถทำ
ในอนาคตได้ การทำงานกลมุ่ ผลงานได้ ผา่ นเกณฑ์
การเขียนอธบิ าย แบบประเมินผลงาน ระดบั ดี
ดา้ นคุณลักษณะ Attribute การประเมนิ แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนมพี ฤตกิ รรมผา่ น
4. นกั เรียนมีความกระตือรอื พฤติกรรม เกณฑร์ ะดับดี
ร้นในการมีส่วนรว่ มในกิจ
กรรมการเรียนรู้
5. นักเรยี นยอมรบั ฟังความ
คิดเหน็ ของผู้อื่น
9. สือ่ การเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
. 1. หนังสือเรยี น Maximize Student’s Book 2
2. บตั รคำ/บตั รภาพ
3. ใบความรู้ Grammar Going to (Future)
4. ลำโพงชว่ ยสอน
10. ความคดิ เห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
ได้ตรวจแล้วมคี วามคิดเหน็ ว่า
สมควรนำแผนการจัดการเรยี นรไู้ ปใช้ได้
สมควรปรับปรุงคือ..........................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารวชิ าการ
องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นร้สู อดคล้อง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มคี วามถูกต้องตามหลักวชิ าการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น.............................................................................................................
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ช้ินงาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรยี นรูเ้ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั ........................................................................................
ส่ือและอปุ กรณ์การเรยี นรู.้ .............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจุดประสงค์การเรียนร.ู้ ........................................................................
บันทกึ หลังสอน................................................................................................................ ...............
เสนอสง่ แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามข้นั ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงช่ือ
( นายอับดลรอศกั ดิ์ มณีโส๊ะ)
รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
12. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรยี น
อนญุ าตให้ใชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คือ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
ลงชอื่
( นายสิรวฒุ ิ ยุนุ้ย )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวทิ ยา
13. บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ ผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 14 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
ด้านความรู้ (K)
1. นกั เรยี นเปรียบเทียบความแตกตา่ งของ to be going to กบั Present continuous เมอื่ ใช้กบั
เหตกุ ารณใ์ นอนาคตได้
2. นักเรียนเลอื กใชโ้ ครงสร้างประโยคทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณ์
นักเรยี นสามารถทำแบบฝึกหัดไดผ้ ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจุดประสงค์ แยกเป็นห้อง ดังนี้
- ชั้น ม.2/2 นักเรียนทงั้ หมด 39 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเปน็ ร้อยละ 76.31
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 10 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 23.69
- ชัน้ ม.2/4 นกั เรียนทั้งหมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 75.68
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 9 คน คดิ เป็นร้อยละ 24.32
- ช้นั ม.2/6 นักเรียนท้งั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 31 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 75.60
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 10 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 24.40
- ชัน้ ม.2/8 นักเรียนท้ังหมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 29 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 70.73
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 12 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 29
ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อยูใ่ นระดบั ดี
3. นกั เรยี นเขียนเลา่ เรอ่ื งราวในอนาคตได้ อยูใ่ นระดับดี
ด้านคุณลกั ษะ (A)
4. นักเรียนมคี วามกระตือรือร้นในการมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรยี นรู้
5. นักเรียนยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อ่ืน
จากการประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลโดยการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นักเรยี นสว่ นใหญ่มพี ฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์คุณลกั ษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ญั หานกั เรยี นที่ไมผ่ ่านตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรหู้ รือจุดประสงค์ (เพือ่ นำไปสู่ PLC)
1. ครใู ห้นักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินปรับคะแนนแบบฝึกหัดที่ไม่ผ่าน
2. ครนู ำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพื่อปรบั ปรุงและพฒั นารปู แบบการจัดการเรียนการสอนใหม้ ี
ประสทิ ธิภาพมากข้ึน โดยเฉพาะนกั เรยี นช้ัน ม.2/8
ลงชอื่ …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ)
ครผู สู้ อน
วนั ท่ี………เดอื น………………….พ.ศ………
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 15
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 11 Buying Things เรอ่ื ง Reading Your Favorite Shopping Mall
ผสู้ อน นางสาวคูไซบะ๊ หะยปี ะดอ เวลา 3 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพือ่ การสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ
และความคิดเหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการ
พดู และการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ื่น
มาตรฐาน ต.3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชือ่ มโยงความรูก้ ับกลุม่ สาระการเรยี นรู้อ่นื และเป็นพ้ืนฐานใน
การพัฒนาแสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเปน็ เครือ่ งมือพนื้ ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ
ตัวชี้วัด และการแลกเปล่ียนเรยี นร้กู บั สังคมโลก
ต 1.1 ม.2/2 อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองส้นั ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขียนเพ่ือขอและใหข้ ้อมลู บรรยายและแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเรอ่ื งทฟ่ี ังหรอื
อ่านอย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/2 พูดและเขยี นสรุปใจความสำคัญ/แกน่ สาระ หวั ข้อเรื่อง (topic) ท่ีได้จากการวิเคราะห์
เร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์ ท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม
ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี งประโยค
ชนิดตา่ ง ๆ และการลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ต 2.2 ม.2/2 เปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างชวี ิตความเป็นอยู่
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย
ต 3.1 ม.2/1 คน้ ควา้ รวบรวมและสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จรงิ ทีเ่ ก่ยี วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื
จากแหล่งเรยี นรู้ และนำเสนอดว้ ยการพดู /การเขียน
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมลู ต่าง ๆ
จากส่ือและแหล่งการเรียนร้ตู ่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. สาระสำคญั
การสนทนา ในชีวิตประจำวัน เก่ียวกับการซ้ือ-ขาย สินค้า คำศัพท์เกี่ยวกับร้านค้า สินค้าชนิดต่าง ๆ การ
ทักทาย การขอความช่วยเหลือ การดูแลลูกค้า การกล่าวต้อนรับ ขอบคุณ ตามมารยาทที่เหมาะสม ประโยคคำส่ัง
เพื่อใชใ้ นการให้คำแนะนำและบอกวธิ กี าร การพูดถึงแผนการทวี่ างไวว้ ่าจะทำอะไรบ้างในอนาคต การคาดการณถ์ ึง
ส่ิงที่กำลังจะเกิดข้ึนในอนาคตอันใกล้ และสิ่งท่ีจะเกิดขึ้นตามกำหนดการ โดยใช้โครงสร้างประโยคท่ีใช้กับ
เหตุการณ์ในอนาคตแบบต่าง ๆ ผ่านการอ่านข้อความ การฟัง การทำแบบฝึกหัด การเขียนประโยค การอภิปราย
สร้างบทสนทนา การแสดงบทบาทสมมติในสถานการณ์จำลอง และการสร้างสรรค์ผลงานจากความรู้ที่ได้เรียน
เพ่ือให้เกิดความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีความสามัคคีในการทำงาน
กลุ่ม รับฟังความคิดเหน็ ของผ้อู น่ื และมีความภาคภูมใิ จในผลงานของตน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นกั เรยี นเปรียบเทียบข้อมูลของเร่ืองที่อา่ นได้
2. นักเรียนสรุปใจความสำคญั ของเร่ืองท่ีอา่ นได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
3. นักเรยี นปฏบิ ัติงานอยา่ งเปน็ ระบบมีขัน้ ตอนชัดเจน
ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute)
4. นักเรียนมคี วามกระตือรือรน้ ในการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมการเรยี นรู้
5. นักเรยี นมีความประณีตและตั้งใจในการทำชิน้ งานให้ออกมาสมบูรณ์ท่สี ุด
6. นักเรยี นใส่ใจและเหน็ ความสำคัญของการทำงานเป็นทีม
7. นักเรยี นให้ความร่วมมอื และรับผดิ ชอบงานท่ีได้รับมอบหมาย
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศัพท์จากเรื่อง Favorite Shopping Malls ไดแ้ ก่ destination, aquarium, ice rink, theater,
wave pool, include, theme park, roller coaster, indoor lake, seal, shooting range, shopping
resort,
art gallery, flight simulator, comedy house
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
6. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเร่อื ง Reading Your Favorite Shopping Mall
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
1. ครูทักทายนักเรียน ถามนักเรยี นวา่ When was the last time you went to the shopping
center?
Did you like going there?
2. ใหน้ ักเรยี นจบั คกู่ ัน และใหต้ อบว่า shopping center ท่ีนกั เรียนชอบไปนน้ั มีสนิ คา้ บรกิ ารหรอื ความ
บันเทงิ อะไรใหแ้ ก่ลูกคา้ บา้ ง (What are the shops, services, or entertainment you can have at the
shopping mall?)
3. ครสู ุ่มเรยี กนกั เรียนประมาณ 5 คู่ ให้ตอบคำถามข้างต้น
4. ครูบอกนักเรียนว่า ยังมีห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศที่มีสินค้า บริการ และความบันเทิง
ทน่ี ักเรียนคาดไมถ่ งึ และนกั เรยี นจะได้อา่ นเรอ่ื งราวของสถานทีเ่ หลา่ นนั้
ขั้นนำเสนอ (Presentation)
5. ครเู ขยี นคำถามตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน ให้นักเรยี นอ่านเรือ่ ง What’s your favorite mall like?
เพอ่ื ตอบคำถาม
- What are the names of the shopping malls in the story?
(Dubai Mall, West Edmonton Mall, Mall of the Emirates, and the Mall of America)
- Where are the shopping malls?
(They are in Dubai, Canada, UAE, and USA)
- Which shopping mall has a wave pool?
(The West Edmonton Mall)
- Which shopping mall has a theme park?
(West Edmonton Mall and the Mall of America)
- Which shopping mall has an indoor lake?
(West Edmonton Mall)
- Which shopping mall is good for the visitors who like arts?
(Mall of the Emirates)
6. นักเรยี นอภปิ รายรว่ มกนั ตอบคำถามข้างตน้
ขนั้ ฝึกฝน (Practice)
7. ใหน้ กั เรยี นเปดิ สมุด
8. ครบู อกคำศพั ท์จากเร่ือง What’s your favorite mall like? ให้นักเรยี นหาความหมายจากบรบิ ทของ
เรอื่ งที่อ่าน
9. ครูเขยี นความหมายภาษาไทยของคำศัพทบ์ นกระดาน โดยไม่เรยี งลำดับตามการปรากฏในเร่อื ง
ทอี่ ่าน
คำศัพทแ์ ละความหมาย destination (จุดหมายปลายทาง) , aquarium (พพิ ิธภณั ฑส์ ตั ว์นำ้ ),
ice rink (ลานสเก็ตนำ้ แข็ง), movie theater (โรงภาพยนตร์), wave pool (สระวา่ ยน้ำแบบมีคลนื่ เทียม),
include (ประกอบด้วย), theme park (สวนสนุก), roller coaster (รถไฟเหาะตลี ังกา), indoor lake (ทะเลสาบ
ในรม่ ), seal (แมวนำ้ ), shooting range (สนามยงิ ปนื ), shopping resort (สถานท่ีพักตากอากาศท่ีมี
หา้ งสรรพสินคา้ ในตัว), art gallery (สถานท่ีแสดงงานศิลปะ), flight simulator (อุปกรณจ์ ำลองการขับ
เครอื่ งบิน), comedy house (สถานทแี่ สดงตลก)
10. ใหน้ กั เรียนจับค่คู ำศัพท์กับความหมายและเปรียบเทยี บกบั ความหมายทีน่ ักเรยี นวิเคราะห์
จากบริบท
11. ครเู ขียนตารางต่อไปน้ีบนกระดาน ใหน้ กั เรียนเติมขอ้ มลู จากเรอ่ื งทีอ่ า่ นลงในตารางใหส้ มบูรณ์
Destination What are they? Visitors
Dubai Mall
West Edmonton Mall 1,200 shops, 250 hotel rooms, 22 movie
Mall of the Emirates theaters, 120 restaurants and cafes.
The Mall of America wave pool, 800 stores and services, a hotel, Europeans and
theme park called Galaxy Land, roller Chinese
coaster, indoor lake, 4 seals, indoor shooting
range, zoo, cinemas, and a church
Entertainment and shopping resort, indoor
ski, magic planet, indoor family entertainment
center, 500 seat theater, art gallery, two
hotels
shopping mall, Nickelodeon theme park, 40,000,000 visitors
aquarium, golf, flight simulator, comedy every year
house
12. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั เติมคำลงในประโยคใหส้ มบรู ณ์ใน Student’s Book exercise 2 หน้า 103
Answer key:
2. Use the context to find the meanings of these words. Use them to fill in the
blanks below.
1. theme parks 4. wave pools
2. entertainment center 5. Visitors
3. Destination 6. Seals
13. นกั เรยี นฟงั Audio เกย่ี วกับการนำเสนอโรงแรม 3 แหง่ และเลือกลำดบั การนำเสนอท่ีถูกต้อง
ใน Student’s Book exercise 3 หนา้ 103
Answer key:
3. Listen to Eddy giving a presentation. His presentation has three parts. Number
these parts in the order you hear them.
231
Audioscript: Unit 11 Track 7
Today I want to talk about Lake Side Mall. I will talk about this mall’s size and shops.
Lake Side Mall is the biggest shopping mall in our town. It has 200 shops.
It has all types of stores. You can buy clothes, books, furniture, and electronics.
It also has many kinds of restaurants. It has Chinese, Japanese, Thai, Italian and
Mexican restaurants. The mall has cinemas and a place to ice skate.
I like going to Lake Side Mall because there are many things to do there.
I often go there with my friends and family.
14. ครสู มุ่ เรียกนักเรยี นอา่ นคำตอบคนละ 1 ข้อ
15. นกั เรียนวเิ คราะห์รูปแบบ และลำดบั ของการนำเสนอ
(1. What the presentation is about?, 2. Tells the detail., 3. Why the presenter likes it?)
ขัน้ การสรา้ งผลงาน (Production)
16. นักเรียนจบั กลุม่ กลุ่มละ 4 คน
17. ให้นกั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอเกยี่ วกับห้างสรรพสนิ คา้ ท่นี ักเรยี นชอบ
18. ครแู จกกระดาษปรฟู๊ สแี ละปากกาเมจิก ใหน้ ักเรียนกลมุ่ ละ 1 ชดุ
19. นกั เรียนวางแผนการนำเสนอ โดยใช้ Outline ใน Student’s Book exercise 4
หน้า 103 เป็นแนวทาง
Outline your presentation.
- Number of shops and restaurants
- Types of restaurants
- Others
20. นักเรยี นเขยี น Outline ในกระดาษปรู๊ฟ วาดรปู ตกแต่งให้น่าสนใจ และออกมานำเสนอทีละกลุ่ม จน
ครบ
ขนั้ สรปุ (Wrap up)
21. ครสู ุ่มให้นักเรยี นออกมาเขียนประโยคที่ใช้โครงสร้าง to be going to, will + infinitive และ
Present continuous คนละ 1 ประโยค
22. นักเรยี นชว่ ยกนั อธบิ ายหลกั การใช้โครงสรา้ งท้ัง 3 อยา่ งน้ีโดยเขียนบนกระดาน
23. นักเรียนจดบนั ทึกประโยคและการใชล้ งในสมุด
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วิธีวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวัด
ดา้ นความรู้ Knowledge การทำแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด
1. นักเรียนเปรยี บเทียบข้อมูล การออกเสยี งคำศัพท์ นกั เรยี นออกเสยี ง
ของเรื่องท่ีอา่ นได้ คำศัพท์ได้ถูกตอ้ ง
2. นักเรยี นสรปุ ใจความสำคัญ การทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรม 70
ของเรื่องท่ีอา่ นได้ การทำงานกลุม่
แบบประเมินผลงาน นกั เรียนสามารถทำ
ด้านกระบวนการ Process ผลงานได้ ผ่านเกณฑ์
3. นกั เรยี นปฏบิ ตั ิงานอย่าง ระดับดี
เปน็ ระบบมีขนั้ ตอนชัดเจน นกั เรียนมพี ฤตกิ รรม
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดี
ด้านคุณลกั ษณะ Attribute การประเมิน แบบสงั เกตพฤติกรรม
4. นกั เรียนมคี วามกระตือรือร้น พฤติกรรม
ในการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมการ
เรียนรู้
5. นักเรยี นมคี วามประณตี และ
ตงั้ ใจในการทำชิ้นงานให้ออกมา
สมบูรณท์ ี่สดุ
6. นักเรียนใสใ่ จและเห็นความ
สำคญั ของการทำงานเปน็ ทีม
7. นักเรียนให้ความร่วมมือและ
รับผดิ ชอบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
9. สอื่ การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
. 1. หนงั สือเรยี น Maximize Student’s Book 2
2. ใบความรู้ Reading Your Favorite Shopping Mall
3. บัตรภาพ
4. บตั รคำ
5. ลำโพงช่วยสอน
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ไดต้ รวจแล้วมคี วามคิดเห็นว่า
สมควรนำแผนการจัดการเรยี นรู้ไปใช้ได้
สมควรปรบั ปรงุ คอื ..........................................................................................................................
ลงชื่อ................................................
(นางปาลติ า อาดุลเบบ)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู.้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรียนร้มู คี วามถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ.............................................................................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชิน้ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนรู้เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ........................................................................................
สือ่ และอปุ กรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจุดประสงค์การเรยี นรู้.........................................................................
บนั ทกึ หลังสอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรตู้ ามขน้ั ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชอ่ื
( นายอับดลรอศักด์ิ มณโี ส๊ะ)
รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
12. ความคิดเห็นผอู้ ำนวยการโรงเรียน
อนุญาตใหใ้ ชจ้ ัดการเรียนการสอนได้
ควรปรับปรงุ คือ
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื
( นายสริ วุฒิ ยนุ ยุ้ )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวทิ ยา
13. บนั ทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 15 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจดุ ประสงค)์
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนเปรียบเทยี บข้อมูลของเรื่องท่ีอา่ นได้
2. นกั เรยี นสรปุ ใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้
นักเรียนสามารถทำแบบฝึกหัดได้ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามจุดประสงค์ แยกเป็นห้อง ดังน้ี
- ชั้น ม.2/2 นักเรยี นท้งั หมด 39 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 74.36
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 10 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 25.64
- ชั้น ม.2/4 นกั เรียนทง้ั หมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 28 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 75.67
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 9 คน คดิ เป็นร้อยละ 24.33
- ชั้น ม.2/6 นกั เรียนทัง้ หมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คิดเปน็ ร้อยละ 73.17
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 11 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 26.83
- ชน้ั ม.2/8 นักเรยี นทั้งหมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเปน็ ร้อยละ 70.73
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 10 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 29.27
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
การประเมินอยู่ในระดบั ดี
3. นกั เรียนปฏิบตั ิงานอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนชัดเจน
ดา้ นคุณลกั ษะ (A)
4. นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรียนรู้
5. นกั เรียนมีความประณีตและตัง้ ใจในการทำชิ้นงานใหอ้ อกมาสมบูรณ์ทสี่ ุด
6. นักเรียนใสใ่ จและเห็นความสำคญั ของการทำงานเป็นทีม
7. นักเรยี นให้ความร่วมมือและรับผิดชอบงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นกั เรยี นส่วนใหญม่ ีพฤตกิ รรม
ผา่ นเกณฑ์คณุ ลกั ษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแก้ปัญหานักเรยี นท่ีไม่ผ่านตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้หรอื จดุ ประสงค์ (เพ่อื นำไปสู่ PLC)
1. ครใู ห้นักเรียนที่ไมผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ปรบั คะแนนแบบฝกึ หดั ท่ีไม่ผา่ น
2. ครนู ำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพอ่ื ปรบั ปรงุ และพัฒนารปู แบบการจดั การเรยี นการสอนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากข้ึน
ลงชอ่ื …………………………………………………
(นางสาวคูไซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครูผู้สอน
วนั ท่ี………เดือน………………….พ.ศ………
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 16
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ22102
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 12 Our World เร่อื ง Vocabulary Land Formations
ผสู้ อน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเร่ืองที่ฟงั และอ่านจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรู้สกึ
และความคดิ เหน็ อย่างมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งตา่ ง ๆ โดยการ
พดู และการเขียน
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่นื
มาตรฐาน ต.3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลุม่ สาระการเรยี นรูอ้ ื่น และเป็น
พ้นื ฐานในการพฒั นาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
สาระที่ 4 ภาษาดับความสัมพนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทง้ั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม.2/1 ปฏบิ ตั ิตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแี้ จง และคำอธิบายงา่ ย ๆ ทฟ่ี ังและอ่าน
ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปล่ียนข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง เร่ืองตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ตา่ ง ๆ
ในชวี ิตประจำวนั อย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั กจิ กรรม เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกล้ตวั และประสบการณ์
พร้อมท้ังใหเ้ หตุผลสนั้ ๆประกอบ
ต 2.1 ม.2/1 ใชภ้ าษา นำ้ เสียง และกริ ิยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 4.1 ม.2/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศกึ ษา
และชมุ ชน
2. สาระสำคญั
การบรรยายลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ปรากฏตามธรรมชาติเบื้องต้น ซ่ึงลักษณะเหล่าน้ีเรียกว่า Land
formations ซึ่งเป็นลักษณะการก่อตัวของแผ่นดินท่ีเกิดข้ึนตามธรรมชาติบนพื้นผิวโลก โดยมีชื่อเรียกต่างๆกันไป
เช่น พ้ืนที่ราบสูง พื้นที่ภูเขา ภูเขาสูง เนินทราย ธารน้ำแข็ง ท่ีราบ ทะเลทราย ทุ่งหญ้า ลักษณะเหล่าน้ีต่างมี
คำศัพท์เฉพาะท่ีใช้เรียกซึ่งนักเรียนควรรู้เพ่ือเป็นพ้ืนฐานในการสนทนา การอ่าน การเขียน อธิบายหรือบรรยาย
ลักษณะ รูปร่าง การให้ข้อมูลโดยใช้โครงสร้างประโยค Present simple ฝึกฝนการอ่านออกเสียงและใช้คำท่ี
ถกู ต้องจากการฟงั การออกเสยี งตาม การทำแบบฝึกหัด การอภิปราย และการนำเสนอผ่านการทำงานกลุ่ม เพอ่ื ให้
สามารถสอ่ื สารไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นกั เรยี นระบคุ ำศพั ท์ท่ีใช้เรียกลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่กำหนดให้ได้
2. นกั เรียนพิจารณาหลกั การใช้ กรยิ าชว่ ย should จากบริบทได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นักเรียนฝกึ ปฏิบัติทำงานร่วมกนั เปน็ กลุ่มได้
ด้านคณุ ลักษณะ (Attribute)
4. นกั เรียนมีระเบยี บวนิ ัยและม่งุ มั่นในการทำงาน
5. นกั เรียนมีความซื่อสัตย์ในการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศัพท์เกย่ี วกับการกอ่ ตัวของแผน่ ดิน ไดแ้ ก่ creek, hill, gulf, waterfall, pond, island, plain,
jungle, cliff, valley, grassland, desert, rainforest, habitat
2. ไวยากรณ์ การให้คำแนะนำ โดยใช้ should
เชน่ - Where should I go in Bangkok?
- You should go to see the Emerald Buddha Temple
.
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ย่างพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรื่อง vocabulary : Shopping and Buying Things
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วธิ สี อนแบบ 2W3P)
ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น (Warm-up)
1. ครทู กั ทายนักเรยี น ให้นักเรยี นแบ่งออกเป็น 4 ทีม เพ่ือเลน่ เกม ตอบปัญหา
2. ในการทำกิจกรรมน้ี ครูเตรียมคำถามเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ จำนวน 10 ข้อ แต่ละข้อมีคะแนน
ไม่เทา่ กัน
3. ครตู ดั กระดาษเปน็ ชิน้ เลก็ ๆ ให้นกั เรยี นช่วยกนั หาคำตอบและส่งภายใน 10 วนิ าที
4. กลุ่มทีต่ อบถกู หรอื ตอบใกล้เคียงคำตอบมากทสี่ ุด จะไดค้ ะแนนในข้อน้ันไป
5. เมือ่ ครบทุกข้อ รวมคะแนน กลุ่มท่ไี ด้คะแนนมากที่สดุ เปน็ ผู้ชนะ
ตัวอยา่ งคำถาม
- What is the longest river? (The Amazon)
- What is the largest desert? (Sahara Desert)
- How high is the Mount Everest? (8,848 meters)
- How long is the Nile River? (6,853 kilometers)
- What is the largest island which is not a continent? (Greenland is the world’s largest
island.)
- What is the world’s largest forest area? (Amazon Rainforest Size: 5.5 million km2)
- What is the highest waterfall of Thailand? (Thi Lo Su Waterfall in Tak)
- Where is the name of the world’s largest lake?
(Caspian Sea Asia-Europe (salt water) 143,244 sq mi)
- What is the smallest ocean? (Arctic Ocean)
- How many oceans are there in the world?
(There are four oceans: the Atlantic, Pacific, Indian, and Arctic.)
ขนั้ นำเสนอ (Presentation)
6. จากการทำกิจกรรมข้างต้น นกั เรยี นอาจหาขอ้ มลู เพ่ิมเติม ทข่ี ดั แย้งกบั คำตอบทคี่ รูเฉลย เชน่ น้ำตก
ทีลอซู เปน็ นำ้ ตกทีส่ ูงท่สี ุดในประเทศไทย (เปน็ ข้อมลู เก่า) บางประเทศนับว่ามีมหาสมทุ ร 5 แห่ง
แตก่ ารนบั เชน่ น้ันยงั ไมเ่ ป็นมาตรฐานทวั่ โลก
7. นกั เรียนดภู าพประกอบใน Student’s Book หน้า 104 ครูถามวา่ นักเรียนรจู้ กั คำศัพทท์ ใี่ ช้เรียก
สถานทใี่ นภาพหรือไม่
8. ครูเขยี นคำว่า land formations แยกคำว่า land + form + ation บนกระดาน ให้นกั เรียน
เดาความหมาย (การก่อตัวเป็นรปู รา่ งต่างๆของแผน่ ดิน)
9. ครูอ่านคำศัพท์ให้นักเรยี นออกเสยี งตาม ครใู หน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หดั ใน Student’s Book exercise
1 จบั คู่กบั ภาพในหนา้ 105 และฟัง Audio ตรวจคำตอบ
Answer key:
1. Match the words with the pictures on page 105.
creek 5 pond 6
hills 2 island 7
gulf 4 plains 3
waterfall 1 jungle 8
Audioscript: Unit 12 Track 1
1. waterfall 5. creek
2. hills 6. pond
3. plains 7. island
4. gulf 8. jungle
10. นักเรยี นจับคู่ภาพกบั คำศัพทใ์ น Student’s Book Exercise 2 หน้า 104 และฟัง Audio เพื่อตรวจ
คำตอบ
Answer key:
2. Write the words in the box below in the pictures above. Listen and check your
answers.
Part 1 Part 2 (From top to bottom)
1. grassland cliff
2. desert grassland
3. cliff desert
4. valley valley
Audioscript: Unit 12 Track 2
1. I saw a lot of sheep on grassland. They were eating the grass. The area was really
green.
2. I don’t like the desert. It’s hot and dry. It only has sand and not many trees or
plants.
3. Don’t get too close to the edge of the cliff. It is dangerous.
You could fall off the edge into the sea.
4. There is a deep valley between two mountains. Can you see it?
I’m sure there is a road there we can take to get to the other side.
11. นกั เรียนอา่ นประโยคใน Student’s Book exercise 3 หนา้ 104 ให้นักเรยี นขีดเส้นใต้คำทีเ่ ปน็
แนวทางให้นกั เรียนหาคำที่เหมาะสมมาเติมในชอ่ งวา่ ง เช่น Be careful. Don’t fall off the cliff.
12. ครูสุ่มเรยี กนักเรยี นเฉลยคำตอบ exercise 3 คนละ 1 ข้อพรอ้ มทั้งอธิบายว่าทำไมจงึ เลือก
คำตอบน้นั และนักเรยี นสงั เกตจากคำใดในประโยคทีเ่ ปน็ แนวทางใหน้ ักเรียนทราบคำตอบ
13. นกั เรยี นอา่ นประโยคใน Student’s Book exercise 3 พร้อมกัน
Answer key:
3. Complete the sentences with the habitat words.
1. cliff 6. desert
2. mountains 7. island
3. waterfall 8. pond
4. jungle 9. creek
5. valley 10. plains
ข้ันฝกึ ฝน (Practice)
14. นักเรยี นฟัง Audio และนำคำศพั ท์มาเตมิ ในตาราง exercise 4 -5 หนา้ 105
Answer key:
4. Complete the table with the habitat words. Listen to the sentences to check
your answers.
are flat has water good for hiking
deserts waterfalls hills
plains creeks islands
grasslands gulfs cliffs
ponds valleys
islands
Audioscript: Unit 12 Track 3
- Deserts are usually quite flat and so are plains and grasslands although some
grassland can be a bit hilly.
- Waterfalls obviously have water and so do gulfs, ponds, and creeks. I guess we
should put islands in this group since they are surrounded by water.
- Hills, islands, and valleys are good for hiking. I guess cliffs are too but they can be
dangerous.
Answer key:
5. Listen to the dialogs. Check the phrases you hear in each conversation.
creek Dialog 1 Dialog 2
waterfalls
island
pond
hills
plains
Audioscript: Unit 12 Track 4
Dialog 1
Jasper : Have you ever been to Hawii?
Jenjira : Oh yes. I used to live there.
Jasper : What’s it like?
Jenjira : It’s really beautiful. It has lots of waterfalls and altogether there are
about eight or nine islands. Each one is different.
Dialog 2
Jenjira : Does this creek land to the sea?
Jasper : No, it goes down to the pond.
Jenjira : Does it go around any mountains or hills?
Jasper : No, but it comes from a plain upstream.
15. นักเรียนอ่านบทสนทนา exercise 6 หนา้ 105
16. นักเรยี นจับคกู่ นั เปลยี่ นสถานท่ีในบทสนทนา
17. ครูอธิบายวา่ should แปลว่า ควรจะ เป็นกริยาชว่ ยทตี่ ามด้วย Infinitive ใชเ้ พ่อื เป็นการกลา่ วให้
คำแนะนำ หรือขอคำแนะนำ
18. นกั เรียนฝกึ สนทนาจนคล่อง แล้วออกมาสนทนาหนา้ ชนั้ เรียนทีละคู่
ตวั อยา่ งบทสนทนา
A: Where should I go in Rayong?
B: You should go to Laem Mae Phim Beach.
A: What should I do there?
B: You should have some seafood at a local restaurant. It is very fresh and
delicious.
ขัน้ การสร้างผลงาน (Production)
19. ทำกิจกรรม Prompt Advice ในกจิ กรรมน้ี ครูควรเตรียมตัดกระดาษขนาด 1/8 ของกระดาษ A4 เท่า
จำนวนนักเรยี น และกล่องกระดาษ 1 ใบ
20. ครูแจกกระดาษให้นักเรยี น เขียนประโยคขอคำแนะนำ เกยี่ วกบั การท่องเทีย่ วคนละ 1
ประโยค เชน่
- What should I do in Chanthaburi?
- Where should I go in Nakhon Nayok?
21. นักเรยี นพบั กระดาษ และใส่รวมลงในกลอ่ งกระดาษที่ครเู ตรยี มไว้
22. ให้นกั เรยี นส่มุ หยิบกระดาษข้ึนมา 1 แผ่น อา่ นประโยคและให้คำแนะนำ เชน่
-What should I do in Chonburi?
-You should go to the fruit market to shop and eat many kinds of fruit.
23. ครูควรตง้ั กติกาวา่ หากคำแนะนำของนกั เรยี นเป็นประโยคและนำไปใช้ไดจ้ รงิ ครูให้คะแนนโบนัสเพิ่ม
24. เมอ่ื นกั เรยี นพดู จบแลว้ ให้สง่ กลอ่ งกระดาษตอ่ ไปยงั เพื่อนคนอ่ืน ให้เพ่ือนไดอ้ ่านและ
ใหค้ ำแนะนำจนครบทุกคน
ข้นั สรปุ (Wrap up)
25. ครูเขียนคำแปลภาษาไทยของคำศัพทท์ ีเ่ กย่ี วกับ Land formation บนกระดาน
26. นกั เรยี นสง่ ตวั แทนออกมาคร้ังละ 1 คน ลบคำภาษาไทยเขียนใหม่เป็นคำศัพท์ภาษาองั กฤษ
คนละ 1 คำ จนครบทุกคำ
27. นกั เรียนอา่ นคำบนกระดานและบอกความหมายพร้อม ๆ กัน
ตัวอยา่ งคำศพั ท์
creek (ลำธาร), hill (เนนิ เขา), gulf (อ่าว), waterfall (น้ำตก), pond (หนองนำ้ ), island (เกาะ),
plain (ทรี่ าบ), jungle (ป่า), cliff (หน้าผา), valley (หบุ เขา), grassland (ท่งุ หญา้ ), desert (ทะเลทราย),
rainforest (ปา่ ฝน), habitat (แหลง่ อาศัย)
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
รายการ วิธวี ดั เคร่อื งมอื เกณฑ์การวัด
ฟงั การออกเสยี ง
ดา้ นความรู้ Knowledge แบบฝึกหัด นักเรียนออกเสียง
คำศัพทไ์ ด้ถูกต้อง 70%
1. นักเรียนระบคุ ำศพั ทท์ ่ีใช้ การทำแบบฝึกหดั นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดได้
ถกู ต้องมากกวา่ 70%
เรยี กลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์ท่ี
กำหนดใหไ้ ด้
2. นกั เรยี นพิจารณาหลักการ
ใช้ กรยิ าช่วย should จาก
บริบทได้
ดา้ นกระบวนการ Process
3. นกั เรียนฝึกปฏบิ ตั ิทำงาน การทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนสามารถทำ
ร่วมกนั เปน็ กลมุ่ ได้ การทำงานกล่มุ ผลงานได้ ผา่ นเกณฑ์
ระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ Attribute
4. นกั เรยี นมีระเบยี บวินยั และ การประเมนิ แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนมีพฤติกรรมผา่ น
เกณฑร์ ะดบั ดี
มุ่งมั่นในการทำงาน พฤติกรรม
5. นกั เรียนมีความซื่อสตั ย์ใน
การทำงาน
9. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
. 1. หนังสือเรียน Maximize Student’s Book 2
2. บัตรคำ/บัตรภาพ
3. ใบความรู้ Grammar : Should
4. ลำโพงช่วยสอน
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ไดต้ รวจแล้วมีความคิดเห็นว่า
สมควรนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้ได้
สมควรปรับปรงุ คอื ..........................................................................................................................
ลงชื่อ................................................
(นางปาลิตา อาดลุ เบบ)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรียนร้มู คี วามถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้มคี วามชดั เจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
คุณลักษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชิน้ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ........................................................................................
สือ่ และอุปกรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้.........................................................................
บนั ทกึ หลังสอน................................................................................................................ ...............
เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามขน้ั ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชอ่ื
( นายอับดลรอศกั ดิ์ มณโี ส๊ะ)
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
12. ความคิดเหน็ ผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุญาตใหใ้ ช้จดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คือ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
ลงชอ่ื
( นายสิรวฒุ ิ ยุนยุ้ )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา
13. บันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูแ้ ผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 16 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้ (ตามจดุ ประสงค)์
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนระบคุ ำศัพท์ทใี่ ช้เรียกลกั ษณะทางภูมศิ าสตร์ที่กำหนดให้ได้
2. นกั เรยี นพิจารณาหลักการใช้ กรยิ าช่วย should จากบรบิ ทได้
นักเรียนสามารถทำแบบฝกึ หัดไดผ้ ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจดุ ประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังน้ี
- ช้ัน ม.2/2 นักเรยี นทงั้ หมด 39 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 30 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 76.92
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 9 คน คิดเปน็ ร้อยละ 23.08
- ชัน้ ม.2/4 นักเรยี นทง้ั หมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 29 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 75.68
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 9 คน คิดเปน็ ร้อยละ 24.32
- ช้นั ม.2/6 นักเรยี นท้ังหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 30คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 70.28
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 11 คน คดิ เป็นร้อยละ 29.72
- ชั้น ม.2/8 นกั เรียนทงั้ หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 68.29
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 13 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 31.71
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อยูใ่ นระดบั ดี
3. นกั เรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ทิ ำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ ได้ อย่ใู นระดบั ดี
ดา้ นคณุ ลกั ษะ (A)
4. นักเรียนมรี ะเบียบวนิ ยั และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
5. นักเรยี นมีความซ่ือสตั ยใ์ นการทำงาน
จากการประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลโดยการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล นกั เรียนสว่ นใหญม่ พี ฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์คุณลกั ษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแก้ปญั หานักเรยี นท่ีไม่ผ่านตวั ช้วี ดั /ผลการเรียนรูห้ รอื จุดประสงค์ (เพอื่ นำไปสู่ PLC)
1. ครใู ห้นักเรียนท่ีไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ปรบั คะแนนแบบฝึกหดั ที่ไม่ผา่ น
2. ครนู ำผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพ่ือปรับปรงุ และพฒั นารปู แบบการจดั การเรียนการสอนให้มี
ประสทิ ธภิ าพมากข้นึ โดยเฉพาะนักเรยี นชั้น ม.2/8
ลงช่อื …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครูผูส้ อน
วนั ที่………เดอื น………………….พ.ศ…………
เกณฑ์การวดั ผล ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดังนี้
ดมี าก = 4 สนใจฟงั ไม่หลบั ไม่พดู คุยในช้นั มคี ำถามที่ดี ตอบคำถามถูกตอ้ ง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรุง = 1 เข้าช้ันเรยี น แตก่ ารแสดงออกน้อยมาก
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 17
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 12 Our World เร่ือง Grammar: Articles; Should for Advice
ผสู้ อน นางสาวคไู ซบะ๊ หะยีปะดอ เวลา 3 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอา่ นจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อยา่ งมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สึก
และความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่อื งต่าง ๆ โดยการ
พดู และการเขยี น
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.2/4 เลอื กหวั ข้อเรือ่ ง ใจความสำคัญ บอกรายละเอียดสนบั สนนุ (supporting detail)
และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเรือ่ งท่ีฟงั และอ่าน พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ ง
งา่ ย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธ
การใหค้ วามชว่ ยเหลือในสถานการณต์ า่ ง ๆ อย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/5 พูดและเขียนแสดงความรสู้ ึกและความคดิ เห็นของตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองต่าง ๆ กิจกรรม
และประสบการณ์ พร้อมทงั้ ให้เหตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กิจวัตรประจำวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์
ทอี่ ยใู่ นความสนใจของสังคม
ต 2.1 ม.2/3 เข้ารว่ ม/จดั กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
2. สาระสำคัญ
การบรรยายลกั ษณะทางภูมิศาสตร์ทีป่ รากฏตามธรรมชาติเบอ้ื งต้น ซงึ่ ลักษณะเหลา่ นเี้ รียกวา่ Land
formations ซึ่งเปน็ ลกั ษณะการก่อตวั ของแผ่นดินท่ีเกิดขนึ้ ตามธรรมชาตบิ นพ้ืนผวิ โลก โดยมชี ื่อเรียกตา่ ง ๆ กนั ไป
เชน่ พืน้ ท่ีราบสูง พ้นื ทภ่ี เู ขา ภูเขาสงู เนินทราย ธารน้ำแขง็ ทร่ี าบ ทะเลทราย ทุ่งหญา้ ลักษณะเหล่านี้ตา่ งมี
คำศัพทเ์ ฉพาะที่ใชเ้ รียกซ่งึ นักเรยี นควรรู้เพ่ือเปน็ พ้นื ฐานในการสนทนา การอ่าน การเขียน อธิบายหรือบรรยาย
ลักษณะ รูปรา่ ง การให้ขอ้ มูลโดยใชโ้ ครงสรา้ งประโยค Present simple ฝึกฝนการอา่ นออกเสียงและใชค้ ำท่ี
ถูกต้องจากการฟัง การออกเสียงตาม การทำแบบฝกึ หัด การอภิปราย และการนำเสนอผ่านการทำงานกลุ่ม เพื่อให้
สามารถสอื่ สารไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ในผลงานของตน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนเลือกใช้ Article กับคำนามในประโยคไดอ้ ย่างถกู ต้อง
2. นักเรียนบอกความแตกตา่ งของการใช้ Article: a, an, the ได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นกั เรียนนำขอ้ มูลที่กำหนดให้มาประยุกต์ใช้ในการสนทนาได้
ด้านคณุ ลักษณะ (Attribute)
4. นักเรยี นมรี ะเบียบวนิ ัยและมงุ่ มั่นในการทำงาน
5. นกั เรียนมคี วามซื่อสตั ยใ์ นการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศัพทเ์ กยี่ วกับการก่อตวั ของแผน่ ดนิ ไดแ้ ก่ creek, hill, gulf, waterfall, pond, island, plain,
jungle, cliff, valley, grassland, desert, rainforest, habitat
2. ไวยากรณ์ การให้คำแนะนำ โดยใช้ should
เช่น - Where should I go in Bangkok?
- You should go to see the Emerald Buddha Temple.
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทำงาน
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรือ่ ง Grammar: Articles; Should for Advice
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น (Warm-up)
1. ครทู ักทายนกั เรยี น
2. ให้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 106 เพ่ือทบทวน
การใช้ Article: a, an ,the
Answer key:
1. Listen and fill in the missing words. Write a, an, the, or - if there is no missing
word.
1. The 5. -
2. the 6. The
3. the 7. the
4. - 8. The
Audioscript: Unit 12 Track 5
The Earth is 4.5 billion years old. It is the only planet in the solar system with life on
it.
It has many mountains, rivers, seas, and oceans.
The Mount Everest is the tallest mountain and the Pacific Ocean is the largest sea on
Earth. The Earth has many habitats such as jungles, polar regions, and forests. But today
many of them are dying.
3. นกั เรยี นแลกหนังสือกันตรวจ
4. นกั เรยี นฟังเฉลยจาก Audio
5. นักเรียนตรวจแล้วส่งคนื เพือ่ น
6. ให้นกั เรยี นช่วยกนั คิดวา่ นักเรยี นจะใช้ Article a, an, the หรอื ไม่ต้องใช้ Article นำหนา้ คำนาม
ในกรณีใดบา้ ง
7. นักเรยี นออกมาเขียนหลกั การใช้ Article ท่กี ระดาน
ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
8. ครเู ขยี นข้อความตอ่ ไปนบี้ นกระดาน
- I saw a black cat. We give it food. It was on a tree for half an hour.
- The Earth moves around the Sun. The Moon moves around the Earth.
- Besides the Sun, and the Moon, we can also see many stars in the night sky.
- The North Pole is the coolest place while the equator is the hottest area.
9. จากข้อความท่ีครูเขียน ให้นักเรียนชว่ ยกนั วิเคราะห์ การใช้ article: a, an, the และไมใ่ ช้ article
นำหน้าคำนาม
10. ครเู ขยี นข้อความต่อไปนี้ ใหน้ ักเรยี นระบุว่า หมายถงึ การใช้ a, an หรือ the
- คำนามเอกพจน์ ท่ขี น้ึ ตน้ ดว้ ยเสียงสระ (an)
- นำหน้า superlative form ของ adjective เชน่ hottest, coolest, longest (the)
- คำนามเอกพจน์ ที่ขน้ึ ต้นด้วยเสียงพยัญชนะ (a)
- คำนามนบั ไม่ได้หรอื คำนามนับได้พหูพจน์ ท่ไี ม่เฉพาะเจาะจง วา่ หมายถึงสงิ่ ใด (-)
- คำนามเอกพจนห์ รือพหพู จน์ ทรี่ ะบเุ จาะจงว่าหมายถึงส่งิ ใด (the)
- คำนามท่ีมเี พียงหนงึ่ เดียวเช่น sun, moon, earth (the)
11. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปราย และช่วยกนั ตอบคำถาม
12. ใหน้ กั เรียนเขียน concept map พร้อมทั้งยกตวั อย่างการใช้ article ในแตล่ ะหวั ข้อ
ตัวอยา่ ง concept map
A • ใชก้ บั คานามเอกพจน์ ที่ข้ึนตน้ ดว้ ยเสียงพยญั ชนะ
• a car, a house, a boat, a pond, a shirt
An • ใชก้ บั คานามเอกพจน์ ที่ข้ึนตน้ ดว้ ยเสียงสระ
• an orange, an hour, an apple, an egg
• ใชก้ บั คานามที่มีเพยี งหน่ึงเดียว
The • The sun, the moon, the earth, the sky
• ใชน้ าหนา้ superlative ของ adjective
• Martin is the tallest boy in the class.
13. นกั เรียนอา่ นคำอธบิ าย grammar “the” ในหนา้ Student’s Book หนา้ 106
Exercise 2 และคำอธบิ าย grammar “a, an” ในหน้า 107
14. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด แก้ข้อผดิ ในประโยค Exercise 3-5 หน้า 106-107
15. ครูสมุ่ เรยี กนักเรยี นเฉลยคำตอบ คนละ 1 ข้อ
16. นกั เรียนอา่ นขอ้ ความใน Exercise 7 แก้ไขข้อผิดพลาด และเติม article ลงในชอ่ งว่างให้ถกู ต้อง
Answer key:
1. The 2. a 3. - 4. the 5. the
6. an 7. The 8. The 9. the
17. นกั เรยี นแลกหนังสือกันตรวจ
18. ครอู า่ นเฉลย Student’s Book Exercise 3-5 หน้า 106-107
Answer key:
3. Correct the mistakes.
1. A lot of the Earth is water. 2. What color is the sky?
3. Do you want to go to the moon? 4.The Gobi Desert is in Asia
5. The stars are beautiful tonight. 6.Asia is the largest continent.
Answer key:
4. Take the quiz. Circle True or False. Then listen and check your answers.
1. False 3. False 5. True
2. True 4. False 6. True
Audioscript: Unit 12 Track 6
Here are some interesting facts about where we live-the Earth.
1. About 75% of the Earth is water-rivers, seas and oceans. The largest ocean is the
Pacific Ocean.
2. The Sun gives the Earth light and heat. We need light and heat to live. The Sun is
149 million kilometers from the Earth.
3. The Earth has seven continents: Australia, Africa, Asia, Europe, North America, South
America, the Antarctic. The largest one is Asia.
4. At night you can see the stars and the Moon in the sky. It takes about one year for
the Earth to go around the Sun but only one month for the Moon to go around the Earth.
5. The equator is in the middle of the Earth. It is the hottest place on the Earth and
the North and the South Poles are the coldest places.
6. There are lots of mountains in the world. The Andes are the longest mountain
range inthe world.
Answer key:
5. Match the words with the parts of the picture.
continent 1
equator 5
North Pole 4
ocean 3
South Pole 2
19. นกั เรียนตรวจเสรจ็ แลว้ ลงคะแนน กอ่ นส่งคืนเพื่อน
20. ครูให้นักเรยี นแก้ไขข้อผิดพลาด
21. ให้นกั เรยี นอ่านคำอธิบายการใช้ should และ shouldn’t ใน Study Grammar หนา้ 108
22. ครูอธิบายเพิ่มเติมดงั น้ี
- should แปลวา่ ควรจะ ใช้เป็นกรยิ าชว่ ย เพื่อให้คำแนะนำ สามารถใช้ได้กับประธาน
ท้ังเอกพจนแ์ ละพหูพจน์ โดยไม่ต้องเปล่ียนรูป
- shouldn’t แปลว่า ไมค่ วรจะ ใช้เปน็ กรยิ าชว่ ย เพื่อใหค้ ำแนะนำวา่ ไม่ควรจะสามารถใช้ได้กับ
ประธานท้งั เอกพจนแ์ ละพหูพจน์ โดยไมต่ ้องเปล่ียนรูป
ตวั อยา่ ง เช่น
- You should listen to your parents.
- You shouldn’t stay outside when it rains.
23. นกั เรียนฟัง Audio บทสนทนาและเติมคำในประโยค exercise 3 หนา้ 108
Answer key:
3. Listen to the conversations. Listen again and complete each statement with
should or shouldn’t and the verbs go or call.
1. should go 3. shouldn’t call 5. shouldn’t go
2. should call 4. should go 6. should call
Audioscript: Unit 12 Track 7
1. He should go to the hills.
2. They should call their parents now.
3. They shouldn’t call me at midnight.
4. She should go to Taiwan in January.
5. He shouldn’t go to Dubai in August.
6. She should call again at three o’clock.
ขน้ั ฝกึ ฝน (Practice)
24. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั Student’s Book exercise 2 หน้า 108 และ exercise 4-5 หนา้ 109
Answer key:
2. Complete the advice statements with should or shouldn’t and the verb.
1. Should go
2. shouldn’t play
3. should isten
4. shouldn’t swim
5. should
Answer key:
4. Complete the conversations with should and the words given.
1. What should I do in Phuket?
2. Where should my brother go in China?
3. When should Dina come to Korea?
4. Where should we meet in Bangkok?
5. Who should help my parents?
6. Why should I visit the plains?
Answer key:
5. Draw lines to match the correct advice to each sentence.
1. c 3. h 5. d 7. b
2. g 4. a 6. e 8. f
25. ครูสุ่มเรียกนักเรยี นออกมาเขียนเฉลยคำตอบ คนละ 1 ข้อ
26. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ใน Workbook exercise 1-8 หนา้ 87-89
Answer key:
1. Put the words into the correct groups.
Dry Green Water Nigh
desert
grassland waterfall cliff
jungle gulf hills
plains island valley
Answer key:
2. Complete the text with: bathe, damage, destroying, factories, farming,
overpopulation, polar region, sea levels.
1. damage 5. factories
2. polar region 6. Farming
3. bathe 7. overpopulation
4. destroying 8. sea levels
Answer key:
3. Draw lines to match the related words.
comes from trees key
unlock doors with it diary
you write in it wood
guides musicians café
drink coffee here conductor
takes your order resources
it’s bad to do this in exams cheating
things that you need waiter
Answer key:
4. Complete the sentences with the words in the box.
1. a 4. an/the
2. the 5. a
3. a 6. the
Answer key:
5. Complete the sentences with the words in the box.
1. a 4. The
2. A 5. a
3. An 6. An
Answer key:
6. Group the words in the box using a, an, and the.
a an the
coat ant bags
horse egg carrots
eagle books
elephant
Answer key:
7. Fill in the blanks with a, an, or the.
1. A/The 4. A/The
2. An 5. An
3. the 6. The
Answer key:
8. Make questions with the clues. Add a, an, or the.
1. Would you like an apple?
2. What is the time?
3. Does Sharon want a/the banana?
4. Should we take a bus?
5. Is that a horse?
6. Would you like a sandwich?
27. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ 12 กลุ่ม
28. ตวั แทนกล่มุ จบั สลากเพือ่ เฉลยแบบฝึกหดั กลมุ่ ละ 1 แบบฝกึ หดั
29. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ เฉลยแบบฝกึ หดั ที่ได้รับมอบหมาย
30. นักเรยี นตรวจคำตอบ และแก้ไขข้อผดิ พลาด
ขนั้ การสร้างผลงาน (Production)
31. นกั เรียนจับคู่ อ่านสถานการณ์ใน Student’s Book exercise 6 หนา้ 109 ให้ปรึกษา
กนั วา่ หากนกั เรียนพบเพ่ือนของนกั เรียนตกอยูใ่ นสถานการณด์ ังกลา่ ว นักเรยี นจะใหค้ ำแนะนำเพ่ือนอย่างไรโดยให้
เลือก 3 จาก 5 สถานการณ์
32. นกั เรียนแตล่ ะคู่ออกมาอ่านสถานการณ์และคำแนะนำจนครบทกุ คู่
ข้นั สรุป (Wrap up)
33. นักเรียนอภปิ รายกันวา่ จากคำแนะนำท่ีเพ่ือนออกมานำเสนอนัน้ นกั เรียนชอบคำแนะนำ
ในสถานการณข์ องกลมุ่ ใดมากทส่ี ดุ
34. นกั เรยี นสรปุ หลกั การใช้ Article: a, an, the อกี ครัง้
35. ตัวแทนนักเรียนเขียนหลกั การและตวั อยา่ งบนกระดาน
36. นักเรยี นแลกสมดุ กบั เพื่อน ใหเ้ พ่ือนตรวจ Concept map ของนักเรียนว่าถูกตอ้ งหรือไม่
กอ่ นนำมาแก้ไขอกี ครง้ั และนำสง่ ครู
8. การวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
รายการ วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวดั
ฟังการออกเสียง
ด้านความรู้ Knowledge แบบฝึกหดั นกั เรียนออกเสียง
คำศัพทไ์ ด้ถูกต้อง 70
1. นกั เรยี นเลือกใช้ Article การทำแบบฝึกหัด
กับคำนามในประโยคได้อย่าง
ถูกต้อง
2. นกั เรยี นบอกความ
แตกตา่ งของการใช้ Article:
a, an, the ได้
ด้านกระบวนการ Process
3. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ที่ การทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นสามารถทำ
กำหนดใหม้ าประยกุ ต์ใช้ใน การทำงานกลมุ่ ผลงานได้ ผา่ นเกณฑ์
การสนทนาได้ การเขยี นอธิบาย แบบประเมนิ ผลงาน ระดบั ดี
ดา้ นคุณลักษณะ Attribute
4. นกั เรยี นมรี ะเบียบวินัยและ การประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นมพี ฤติกรรมผา่ น
เกณฑร์ ะดบั ดี
มงุ่ ม่ันในการทำงาน พฤติกรรม
5. นักเรียนมคี วามซื่อสตั ย์ใน
การทำงาน
9. สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
. 1. หนังสอื เรยี น Maximize Student’s Book 2
2. บตั รคำ
3. บตั รภาพ
4. ลำโพงช่วยสอน
5. ใบความรู้ Grammar: Articles; Should for Advice
10. ความคดิ เห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้
ได้ตรวจแลว้ มีความคิดเหน็ วา่
สมควรนำแผนการจดั การเรียนรไู้ ปใชไ้ ด้
สมควรปรับปรุงคือ.................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลติ า อาดลุ เบบ)
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ