รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสื่อสารในบริบทที่เก่ียวข้องกับการแสดงความเป็นเจ้าของและการใช้คำเชื่อมให้
ถกู ต้องสอดคลอ้ งกบั บรบิ ท ตามหลกั โครงสร้างทางไวยากรณ์
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนเลือกใช้ Possessive adjective และ Possessive pronoun ได้ถกู ต้อง
2. นักเรียนเลอื กใชค้ ำเช่ือมประโยค and, but, or ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นกั เรยี นทำงานรว่ มกันเป็นกลมุ่ ได้
4. นกั เรยี นนำข้อมูลที่กำหนดให้มาประยุกตใ์ ชใ้ นการสนทนาได้
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute)
5. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ัยและมุง่ มน่ั ในการทำงาน
6. นกั เรียนมคี วามซ่ือสัตย์ในการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศพั ท์ จากเรื่อง Email to Linda ไดแ้ ก่ fun, tiring, crowed, busy, pretty, get off,
entertainer
2. ไวยากรณ์
2.1 คำแสดงความเป็นเจ้าของ
Subject pronouns Possessive Possessive
adjectives pronouns
I
you my mine
he your yours
she his his
it her hers
we its its
they our ours
their theirs
2.2 Connecting words ได้แก่ and, but, or
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ซ่ือสัตย์สจุ ริต
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝเ่ รียนรู้
มวี นิ ยั มุ่งม่ันในการทำงาน
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มีจติ สาธารณะ
รักความเป็นไทย
6. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรือ่ ง possessive pronouns
2. ใบงานเรื่อง conjunctions
7. กิจกรรมการเรียนรู้ (วธิ ีสอนแบบ 2W3P)
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนักเรียน นำกล่องกระดาษวางไวบ้ นโต๊ะหนา้ ช้ันเรียน
2. ใหน้ ักเรยี นนำส่ิงของ เช่น ปากกา ดนิ สอ ยางลบ มาใส่ไวใ้ นกล่องคนละ 2 ชิ้น
3. ครูหยบิ สง่ิ ของขน้ึ มา 1 อย่าง เช่น ปากกา ชท้ี ่นี กั เรยี นคนใดคนหนึง่ เรยี กชอ่ื นักเรยี นแล้วถามว่า
Is it your pen?
4. หากนักเรียนตอบวา่ Yes ใหอ้ อกมารบั ปากกาคนื ไป แต่หากนกั เรียนตอบว่า No ใหค้ รูถามต่อไปว่า
Whose pen is it? ให้นกั เรยี นทเ่ี ป็นเจา้ ของยืนขน้ึ ครชู ที้ ่นี ักเรยี นคนนนั้ แล้วพูดว่า This is his pen.
(This is her pen.) และ This pen is his. (This pen is hers.) ให้เจ้าของสง่ิ ของออกมารบั ส่ิงของคนื ไป
5. ครขู ออาสาสมัครนกั เรยี นออกมาตามหาเจา้ ของสง่ิ ของ 1 คน ให้นักเรียนหยิบสง่ิ ของข้นึ มาแลว้ ถาม
ดว้ ยประโยค Whose … is it?
6. เม่อื มเี จา้ ของแสดงตวั ใหค้ รพู ูดประโยคทใ่ี ช้ Possessive pronouns หรือ Possessive adjectives
ทกุ ครง้ั
7. เม่ือนักเรยี นได้สงิ่ ของคืนทุกคนแลว้ ครถู ามว่า นกั เรยี นจำไดห้ รอื ไม่ว่าครูพูดอย่างไรเมื่อพบเจ้าของ
ของสงิ่ ของ
8. หลงั จากนักเรียนพยายามตอบสักพัก ครบู อกนักเรยี นว่า ประโยคที่ครูพดู มี 2 รูปแบบ ซง่ึ นกั เรียนจะ
ไดเ้ รียนต่อไปในวนั น้ี
ขัน้ นำเสนอ (Presentation)
9. ครเู ขยี นประโยคต่อไปนีบ้ นกระดาน
Whose car is it?
1. It is Jane’s car.
2. It is her car.
3. The car is hers.
10. จากประโยคข้างต้นครถู ามนักเรยี นว่า เม่ือครูถามว่า Whose car is it? ประโยคคำตอบที่ถกู ต้อง
คือ ข้อ 1, 2, หรือ 3
11. จากน้ันครอู ธิบายเพม่ิ เติม ดงั นี้
ทัง้ 3 ขอ้ เป็นคำตอบท่ีถกู ต้อง เพราะคำถาม Whose แปลว่า ของใคร และทกุ ข้อมีคำตอบว่าเป็น
ของใครท้งั หมด นนั่ คือมีคำท่ีแสดงความเป็นเจ้าของน่ันเอง
12. ครูขีดเสน้ ใตค้ ำวา่ Jane’s, her, และ hers ถามนักเรียนว่า 3 คำนีเ้ ป็นคำชนดิ ใด
13. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมว่า Jane’s คือ noun (เปน็ ส่วนขยายของประโยค) ให้รวู้ า่ ส่ิงนัน้ เปน็ ของใคร, her
คือ adjective ขยายคำว่า car ทำใหร้ ูว้ ่าหมายถงึ รถคนั ไหน, และ hers คอื pronoun เพราะนำมาใช้แทนคำนาม
Jane’s
14. คำแสดงความเปน็ เจ้าของในภาษาอังกฤษเรยี กวา่ Possessive ดังนน้ั Jane’s คอื Possessive
noun, her คอื Possessive adjective, และ hers คือ Possessive pronoun
15. ให้นักเรียนพจิ ารณาตารางอธิบาย Grammar ใน Student’s Book หนา้ 62
16. นักเรยี นอภปิ รายจากประโยคตัวอย่างบนกระดานและคำอธิบายในตาราง วา่ Possessive
adjective, และ Possessive pronoun อยู่ในตำแหนง่ ใดของประโยค
ขั้นฝึกฝน (Practice)
17. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ใน Student’s Book exercise 2 หนา้ 62
18. ครูสมุ่ เรียกนกั เรียนอา่ นคำตอบคนละ 1 ข้อ
Answer key: Exercise 2
write the correct possessive pronoun.
1. his 2. hers 3. theirs
4. hers 5. ours 6. Mine
19. ใหน้ กั เรียนจับคู่และสนทนาตามตัวอยา่ งใน Speaking exercise 3 หน้า 62 โดยเปลี่ยนคำนามและ
สรรพนามในประโยค
20. นกั เรียนทีส่ ามารถสนทนาได้อย่างคล่องแคลว่ แลว้ ให้ยืนข้นึ สนทนาให้ครูและเพ่อื น ๆ ฟัง
21. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ใน Workbook Exercise 4-6 หนา้ 52
23. นกั เรยี นแลกหนังสือกันตรวจ
24. ครเู ขียนเฉลยคำตอบบนกระดาน
25. นักเรยี นตรวจแบบฝกึ หดั ของเพ่ือน ลงคะแนนแลว้ สง่ คนื เพื่อน
Answer key: Exercise 4
Complete with hers, his, mine, ours, theirs, and yours.
1. his 2. yours 3. hers
4. theirs 5. mine 6. ours
Answer key: Exercise 5
Complete the sentences with the words in the box.
1. mine 2. hers 3. his
4. yours 5. theirs 6. ours
Answer key: Exercise 6
Write the possessive pronouns.
1. mine 2. theirs 3. his
4. yours 5. ours 6. hers
ขัน้ การสร้างผลงาน (Production)
26. ใหน้ กั เรยี นแตง่ เร่ืองเก่ียวกับครอบครัวของนกั เรียนว่า สมาชกิ ในครอบครัวของนักเรียนมใี ครบ้าง และ
เปน็ เจ้าของอะไรบ้าง โดยกำหนดใหใ้ ช้ Possessive adjectives หรือ Possessive pronouns ให้ไดม้ ากที่สุด
อยา่ งน้อยคนละ 5 ประโยค โดยนักเรยี นสามารถใช้เร่ืองตัวอย่างนเ้ี ปน็ แนวทางได้
ตวั อยา่ ง
There are 4 people in my family. They are my dad, mom, and my sister, Ella. Dad
has a car. His car is red. The flowers are my mom’s. She grows them in her garden. Ella has a
cat. Its name is Tao Tao. She likes its color. Its colors is black and white. Our house is not
large, but we are happy to live together.
27. ครขู ออาสาสมัครนักเรียนแถวละ 2 คน ออกมาอา่ นเร่ืองครอบครวั ทีต่ นเองแต่ง
28. นกั เรยี นที่ไมไ่ ด้ออกมาอ่านเรื่องให้นำเร่ืองทเ่ี ขยี นไวม้ าส่งครู
29. ครนู ำงานของนกั เรยี นสลับให้เพ่ือนตรวจและระบขุ ้อผิดพลาด
ขัน้ สรปุ (Wrap up)
30. นกั เรียนนำงานไปคนื เพ่ือน
31. ครใู หน้ ักเรียนออกมาเขยี นข้อผิดพลาดท่ีพบจากการตรวจงานเพื่อน
32. นกั เรียนช่วยกนั แกไ้ ขข้อผิดพลาด
33. นกั เรยี นแกไ้ ขงานแล้วนำมาส่งครู
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วิธวี ัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวัด
ดา้ นความรู้ Knowledge
1. นกั เรียนเลอื กใช้ Possessive การทำแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด นักเรยี นตอบ
adjective และ Possessive คำถาม
pronoun ได้ถูกต้อง และทำแบบฝกึ หดั
2. นักเรยี นถามและตอบโดยใช้ การตอบคำถาม แบบประเมนิ การตอบคำถาม ไดถ้ ูกต้องมากกวา่
คำถาม Whose และ Possessive 70
adjective หรอื Possessive
pronoun ได้
3. นักเรยี นเลือกใชค้ ำเชื่อม การทำแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด
ประโยค and, but, or ได้อย่าง
ถกู ต้อง
ดา้ นกระบวนการ Process
4. นักเรยี นทำงานร่วมกนั เป็น การแสดงความคิดเห็น แบบสงั เกตการทำงานกลมุ่ นักเรียนสามารถ
แบบประเมนิ ผลงาน แสดงความ
กลุม่ ได้ คิดเห็นได้อยา่ ง
สมเหตุสมผล
5. นกั เรยี นนำขอ้ มูลทก่ี ำหนดให้ การทำงานร่วมกัน
มาประยุกตใ์ ช้ในการสนทนาได้
ดา้ นคุณลกั ษณะ Attribute
6. นกั เรยี นมรี ะเบยี บวินัยและ การประเมินพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนมี
พฤติกรรมผ่าน
มงุ่ มัน่ ในการทำงาน เกณฑ์ระดับดี
8. นักเรยี นมคี วามซื่อสตั ยใ์ นการ
ทำงาน
9. นักเรียนมคี วามใฝร่ ้โู ดยหา
ความรู้เพมิ่ เติมจากแหล่งต่าง ๆ
ได้
9. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรียน Maximize Student’s Book 2
2. ใบความรู้เรอ่ื ง possessive pronoun
3. ใบความรูเ้ ร่อื ง conjunction
10. ความคดิ เห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
ได้ตรวจแล้วมีความคิดห็นว่า
สมควรนำแผนการจดั การเรียนรไู้ ปใชไ้ ด้
สมควรปรับปรุงคอื .................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
11. ความคดิ เหน็ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้.........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั /ผลการเรยี นรูส้ อดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคญั ครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรมู้ ีความถูกต้องตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงค์การเรียนร้มู ีความชดั เจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์..............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชนิ้ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรยี นรเู้ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ........................................................................................
ส่ือและอปุ กรณก์ ารเรยี นร.ู้ .............................................................................................................
การวัดและการประเมนิ ตามจุดประสงค์การเรยี นรู.้ ........................................................................
บันทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอส่งแผนการจดั การเรียนรู้ตามขนั้ ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชอ่ื
( นายอบั ดลรอศักด์ิ มณีโสะ๊ )
รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
12. ความคดิ เห็นผู้อำนวยการโรงเรยี น
อนญุ าตใหใ้ ช้จัดการเรยี นการสอนได้
ควรปรับปรงุ คอื
............................................................................................................................. .........................................
.....................................................................................................................................................................
.
ลงชอื่
( นายสิรวฒุ ิ ยนุ ้ยุ )
ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงวทิ ยา
13. บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้ (ตามจุดประสงค์)
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนเลือกใช้ Possessive adjective และ Possessive pronoun ได้ถูกต้อง
2. นกั เรยี นเลอื กใชค้ ำเช่อื มประโยค and, but, or ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
นกั เรยี นสามารถทำแบบฝกึ หัดไดผ้ า่ นเกณฑ์การประเมินตามจุดประสงค์ แยกเป็นห้อง ดังนี้
- ช้นั ม.2/2 นกั เรียนทงั้ หมด 38 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คดิ เป็นร้อยละ 78.95
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 8 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 21.05
- ชน้ั ม.2/4 นกั เรยี นทั้งหมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 32 คน คดิ เป็นร้อยละ 86.49
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 5 คน คิดเปน็ ร้อยละ 13.51
- ชน้ั ม.2/6 นักเรยี นทั้งหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 25 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 60.98
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 16 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 39.02
- ช้ัน ม.2/8 นกั เรียนท้ังหมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 20 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 48.78
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 51.22
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
การประเมินอยูใ่ นระดบั ดี
3. นกั เรยี นทำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ ได้ อยู่ในระดบั ดี
4. นกั เรียนนำข้อมลู ทีก่ ำหนดใหม้ าประยุกต์ใช้ในการสนทนาได้ อยู่ในระดับดี
ด้านคณุ ลกั ษะ (A)
5. นักเรยี นมรี ะเบยี บวนิ ยั และมุง่ ม่ันในการทำงาน
6. นกั เรยี นมีความซื่อสัตย์ในการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นักเรยี นส่วนใหญ่มพี ฤติกรรม
ผ่านเกณฑ์คุณลกั ษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ัญหานักเรยี นที่ไม่ผา่ นตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพ่ือนำไปสู่ PLC)
1. ครใู ห้นักเรียนทไี่ มผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ปรับคะแนนแบบฝึกหดั ที่ไมผ่ ่าน
2. ครูนำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพื่อปรบั ปรงุ และพฒั นารปู แบบการจดั การเรียนการสอนใหม้ ี
ประสิทธภิ าพมากขนึ้ โดยเฉพาะนักเรยี นชั้น ม.2/8
ลงช่ือ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบะ๊ หะยปี ะดอ)
ครูผ้สู อน
วันที่………เดือน………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รหสั วชิ า อ 22102 วิชา ภาษาองั กฤษ
ปีการศกึ ษา 2563
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี น 2 เวลา 3 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 7 Going Places เร่ือง Reading : My hometown
ชือ่ ผ้สู อน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 : เขา้ ใจและตคี วามเรื่องทีฟ่ ังและอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรู้สกึ
และความคดิ เหน็ อย่างมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่อื งต่าง ๆ โดยการพดู
และการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.2 : เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
กับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กบั กลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ื่น
มาตรฐาน ต 3.1 : ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ บั กลุม่ สาระการเรยี นรู้อนื่ และเปน็ พ้นื ฐาน
ในการพฒั นาแสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
สาระท่ี 4 ภาษากับความสมั พนั ธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 : ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครอื่ งมอื พ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลีย่ นเรียนรู้กับสงั คมโลก
ตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.2/4 เลือกหวั ข้อเรื่อง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ (supporting detail)
และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเรอ่ื งที่ฟังและอ่าน พรอ้ มทัง้ ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ ง
ง่าย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/2 ใชค้ ำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายตามสถานการณ์
ต 1.2 ม.2/4 พดู และเขยี นเพอื่ ขอและใหข้ ้อมลู บรรยายและแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั เร่ืองที่ฟัง
หรืออ่านอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกยี่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์
ที่อยูใ่ นความสนใจของสังคม
ต 1.3 ม.2/2 พดู และเขียนสรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเร่ือง (topic) ท่ีได้จากการวเิ คราะห์
เร่ือง/ข่าว/เหตุการณ์ ที่อยูใ่ นความสนใจของสงั คม
ต 2.2 ม.2/2 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวติ ความเป็นอยแู่ ละ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย
ต.3.1 ม.2/1 คน้ คว้า รวบรวมและสรุปข้อมูล/ข้อเทจ็ จรงิ ทเี่ ก่ียวข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื
จากแหลง่ เรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขยี น
ต 4.2 ม.2/1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ /คน้ คว้า รวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมลู ตา่ ง ๆ
จากสื่อและแหลง่ การเรยี นร้ตู ่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. สาระสำคญั
คำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาเกี่ยวกบั สถานท่ีต่าง ๆ ในเมอื ง การถาม-บอกเส้นทาง และวธิ ีการ
เดินทาง คำศัพท์ที่ใช้เรียกการคมนาคมขนส่งชนิดต่าง ๆ การอธิบายเส้นทางโดยใช้ข้อมูลจากแผนท่ี การอ่าน
ข้อมูล จากแผนท่ี การบรรยายเส้นทางการเดินทาง การแนะนำกิจกรรมน่าสนใจท่ีทำในสถานที่ต่าง ๆ ผ่านการ
อ่านข้อความ การออกเสียงคำ ประโยค การตอบคำถามในแบบฝึกหัด การค้นหาความหมายของคำจาก
พจนานุกรม การฝึกสนทนาสั้น ๆ ตามตัวอย่าง เพื่อให้สามารถส่ือสารในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การ
คมนาคม และสถานทตี่ ่าง ๆ ในเมอื ง ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ตามหลักไวยากรณ์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรยี นบอกที่ต้ังของสง่ิ ของตา่ ง ๆ ได้
2. นกั เรยี นตอบคำถามโดยใชข้ อ้ มูลจากเร่ืองทอ่ี ่านได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นกั เรยี นนำข้อมลู ทกี่ ำหนดให้มาประยุกต์ใชใ้ นการเขยี นได้
4. นกั เรียนทำงานรว่ มกนั เป็นกลุม่ ได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attribute)
5. นักเรียนมีระเบียบวินยั และมงุ่ มั่นในการทำงาน
6. นักเรยี นมคี วามซ่ือสัตย์ในการทำงาน
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศัพท์จากเร่ือง My Hometown ไดแ้ ก่ hometown, airport, tourists, capital city, famous,
carving, theater, musical performances, orchestra, traditional dance
2. ไวยากรณ์ Prepositions of place ไดแ้ ก่ in, on, at, next to, under, opposite, behind,
between
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝเ่ รียนรู้
มีวนิ ัย มงุ่ ม่ันในการทำงาน
อยอู่ ย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ
รกั ความเป็นไทย
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงาน Reading 1
2. ใบงาน Reading 2
3. ใบงาน Reading 3
7. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบ 2W3P)
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
1. ครทู กั ทายนักเรยี น และทบทวนบทเรยี นเร่ือง possessive pronouns และ conjunctions
2. ครูทำกิจกรรม Black Magic เพอื่ ทบทวนการใช้ prepositions of place ดังนี้
- ครขู ออาสาสมัครนักเรยี นประมาณ 3 คน
- ครแู ยกนกั เรียนอาสาสมคั ร ออกมานอกห้องเรยี น
- อธิบายให้นกั เรยี นฟังวา่ ครูจะให้เพื่อนนำส่ิงของขนาดเล็ก ไปซ่อนภายในห้อง โดยไม่ใหน้ ักเรยี นเห็น
- เมอื่ นักเรยี นเข้ามาในห้องอีกครง้ั ครูจะพดู ประโยคท่ีซอ่ นของสง่ิ ของเหลา่ นนั้ ซ่ึงไม่ใชท่ ี่ซอ่ นจรงิ ๆ เชน่
เพื่อนซ่อนลูกบอลไวใ้ นตะกรา้ หลงั ห้อง ครจู ะพดู ว่า Is the ball under the teacher’s desk? นักเรียนต้องตอบ
วา่ No
- เมือ่ ครูพดู ประโยคท่ีมีส่ิงของทมี่ สี ีดำอยู่ในประโยค เช่น Is the ball in this black school bag?
ถงึ แมว้ ่าคำตอบในประโยคนีจ้ ะเป็น No แต่หมายความว่า ประโยคตอ่ ไปคือที่ซ่อนที่ถกู ต้องของส่งิ ของนนั้ นนั่ เอง
ใหน้ ักเรียนตอบ Yes ได้
3. เมอ่ื ครูอธบิ ายให้นักเรยี นอาสาสมัครฟงั แล้ว ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รรออยู่นอกห้องเรยี นกอ่ น
4. ครูนำลกู บอลขนาดเล็ก ให้นกั เรียนในห้องชว่ ยกนั หาท่ีซ่อน เมอ่ื ซอ่ นเสรจ็ แลว้ จงึ เรยี กนกั เรยี นเข้ามา
5. ครูเริ่มพดู ประโยคที่ไมใ่ ชท่ ่ีซอ่ นของนน้ั ก่อน ประมาณ 3 ประโยค ในประโยคท่ี 4 ให้ครพู ดู ประโยคท่มี ี
สงิ่ ของสดี ำอยูด่ ว้ ย ทงั้ 5 ประโยคนี้ นกั เรยี นจะต้องตอบ No กอ่ นจะพูดทซี่ อ่ นทแ่ี ทจ้ ริงในประโยคท่ี 6 และ
นักเรียนตอบ Yes
6. เล่นซอ่ นสง่ิ ของและทายอีกประมาณ 3 ครั้งจึงยุตกิ จิ กรรม
ขนั้ นำเสนอ (Presentation)
7. ครูถามนักเรยี นวา่ เพ่ือนรู้ไดอ้ ย่างไรวา่ นกั เรียนซ่อนของไวท้ ่ใี ด
8. ครเู ฉลยว่า ครูใช้ Black Magic น่ันคือการใชส้ ิ่งของที่มีสดี ำเปน็ ตวั บอกใบน้ ั่นเอง
9. ให้นกั เรียนอภิปรายร่วมกันว่า ในการทำกจิ กรรมน้ี หากนกั เรียนจะต้องทำหน้าที่แทนครู นักเรียน
จะต้องมคี วามรู้ในเรอ่ื งใดบ้าง (การใช้ Prepositions of place, คำศพั ท์เกี่ยวกับส่ิงของต่าง ๆ ในห้องเรียน, การ
ใชป้ ระโยคคำถามแบบ Yes-No question)
ข้นั ฝกึ ฝน (Practice)
10. ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั เขียน Prepositions of place ทนี่ ักเรียนรู้จกั บนกระดานให้ได้มากที่สุด
11. นักเรยี นดรู ูปภาพอธบิ ายโดยใช้ Preposition ใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 64
12. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัด exercise 2 หนา้ 64
13. แบง่ นกั เรยี นออกเป็น 2 ฝ่งั ฝง่ั แรกให้อ่านคำตอบสว่ นของ A และอีกฝั่งหนงึ่ ให้อ่านคำตอบ
ในส่วนของ
Answer key:
2. Circle the correct prepositions.
1. on 2. on, on, next to 3. on, under
4. at, next to 5. at 6. opposite, next to
14. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด exercise 4 หนา้ 65
15. ครสู ุ่มเรียกนกั เรยี นเฉลยคำตอบคนละ 1 ข้อ
16. นกั เรียนทำแบบฝึกหัดใน Worksheet exercise 1
17. นกั เรียนแลกหนังสอื ตรวจแบบฝึกหัดครสู มุ่ เรียกนักเรียนอา่ นเฉลยคนละ 1 ข้อ
Answer key:
10. Complete the text with the prepositions in the box.
1. under 2. in 3. at
4. on 5. next 6. opposite
Answer key:
11. Circle the correct words.
1. under 2. next to 3. in
4. opposite 5. on 6. at
Answer key:
12. Look at the picture and fill in the blanks with the word given.
1. opposite 2. under 3. next to
4. at 5. on 6. in
18. ครูอา่ นคำศัพทเ์ รื่อง My Hometown ใน Student’s Book หน้า 66 ใหน้ กั เรียนขดี เสน้ ใตห้ รือ
ขดี ดว้ ยปากกาเนน้ คำ ดงั นี้ hometown, airport, tourists, capital city, famous, carving, theater, musical
performances, orchestra, traditional dance
20. ครูเขียนคำถามต่อไปนี้บนกระดาน
- Where is Denpasar? (It is in Bali, Indonesia.)
- What is Denpasar famous for? ( It is famous for museums and park.)
- Why can we learn a lot of Bali from Denpasar’s museum?
(Because there are many items there.)
- Where can you see beautiful carvings?
(We can see the beautiful carvings at the Palace of Satria.)
- Where do people go to see musical performances?
(They go to Tarman Budaya.)
- Why does the Bali Art Festival last very long (30 days)?
(Because there are many kinds of artistic and traditional performances.)
21. นักเรียนอ่านเรอ่ื ง My Hometown เดาความหมายคำศัพท์จากบริบท
22. นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายเพ่ือตอบคำถามขา้ งต้น
23. ครบู อกความหมายคำศพั ท์ใหน้ กั เรียนเทียบกับความหมายทน่ี ักเรยี นคาดเดาจากบรบิ ท
ข้ันการสรา้ งผลงาน (Production)
24. นกั เรียนจบั กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน
25. ใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ เขยี นเร่อื งราวเกย่ี วสถานทท่ี ่องเที่ยวในประเทศไทยทน่ี ักเรยี นสนใจ โดยใช้
คำถามต่อไปน้ีเปน็ แนวทาง
- What is the name of the city?
- Where is the city?
- What are its famous tourist attractions?
(Natural places, buildings, historical places, traditional food)?
- What are the famous activities or festivals to join?
ตวั อย่างเรือ่ ง
Pattaya is in Chonburi, Eastern Thailand. It is famous for its beautiful beaches, hotels,
and performances. It has many beautiful hotels and trendy shopping centers. People all over
the world come to Pattaya to try the best seafood. There are also exotic cabaret shows of
beautiful lady boys. In the middle of April, there is a water splashing festival, called Songkran. In
the festival, people splash water to anyone on the streets. It is not the traditional activities, but
they like it because it is fun to be cooled down from the extremely hot weather in Thailand.
26. นกั เรียนออกมานำเสนอสถานท่ีทอ่ งเทีย่ วของกลุม่
27. ครูถามคำถามเก่ียวกับสถานทีน่ ้ันให้นักเรยี นกลมุ่ อื่น ๆ ตอบ
ขน้ั สรุป (Wrap up)
28. ครทู บทวน Prepositions of place โดยการนำกลอ่ งมาวางบนโต๊ะ ให้ตัวแทน นักเรยี น 1 คนออกมา
หนา้ ชนั้ เรียน ครสู ง่ ปากกาให้แล้วให้นักเรยี นวางไว้ทใ่ี ดกไ็ ด้บนโต๊ะและกล่องน้ัน
29. ใหน้ กั เรียนคนอ่นื ๆ ตอบว่า ปากกาน้ันวางอยู่ท่ีใด เช่น The pen is under the box. The pen is
on the table. The pen is next to the box.
30. ครูบอกคำศัพทจ์ ากเร่ือง My Hometown ให้นกั เรียนบอกความหมายภาษาไทย
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
การประเมนิ ผล(ดา้ น) วธิ ีการวัด เคร่ืองมือการวัด เกณฑก์ ารประเมิน
การฟงั
ดา้ นความรู้ (Knowledge) ความถูกต้องใน นักเรียนตอบคำถามใน
สังเกตการทำงาน แบบฝึกหัด
1. นักเรียนบอกที่ตงั้ ของส่ิงของ การออกเสียง กล่มุ และสะกดคำศพั ท์ได้ถกู ต้อง
มากกว่า 70
ต่างๆ ได้ คำศัพท์ แบบสงั เกต นักเรยี นสามารถแสดงความ
พฤติกรรม คดิ เห็นได้อย่างสมเหตุสมผล
2. นักเรยี นตอบคำถามโดยใช้ขอ้ มลู
นกั เรียนวางแผนการทำงานเปน็
จากเรอื่ งทอี่ า่ นได้ กลุ่มอยู่ในเกณฑร์ ะดบั ดี
ด้านกระบวนการ Process นักเรยี นมีพฤติกรรมผ่านเกณฑ์
ระดบั ดี
3.นกั เรียนนำข้อมลู ทกี่ ำหนดให้มา การแสดงความ
ประยกุ ตใ์ ช้ในการเขยี นได้ คดิ เหน็
4.นกั เรียนทำงานร่วมกันเปน็ กลมุ่ ได้ การทำงานรว่ มกัน
ดา้ นคุณลักษณะ Attribute
6. นกั เรียนมีระเบียบวนิ ัยและมุ่งมั่น การประเมิน
ในการทำงาน พฤติกรรม
7. นกั เรยี นมคี วามซ่ือสตั ย์
ในการทำงาน
9. สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรียน Maximize Student’s Book 2
2. ใบความรู้เรื่อง Reading
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้
ไดต้ รวจแลว้ มีความคิดเห็นว่า
สมควรนำแผนการจัดการเรยี นร้ไู ปใชไ้ ด้
สมควรปรบั ปรงุ คอื .................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลติ า อาดลุ เบบ)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
11. ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู.้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้สอดคล้อง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรียนรู้มีความถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรยี นร้มู คี วามชดั เจนครอบคลมุ 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น.............................................................................................................
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชิ้นงาน.....................................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ........................................................................................
สือ่ และอุปกรณ์การเรยี นร.ู้ .............................................................................................................
การวดั และการประเมินตามจดุ ประสงค์การเรียนร.ู้ ........................................................................
บันทกึ หลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามขั้นตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชื่อ
( นายอับดลรอศักด์ิ มณีโส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
12. ความคิดเหน็ ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
อนุญาตให้ใชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรบั ปรุง คือ
............................................................................................................................. .........................................
...................................................................................................................................................... ..............
ลงช่ือ
( นายสิรวุฒิ ยนุ ยุ้ )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวทิ ยา
13. บันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3 (แยกเปน็ หอ้ งเพื่อนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้ (ตามจุดประสงค์)
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรยี นบอกที่ต้งั ของสง่ิ ของตา่ ง ๆ ได้
2. นักเรียนตอบคำถามโดยใช้ข้อมูลจากเร่ืองทอ่ี ่านได้
นกั เรียนสามารถทำแบบฝึกหัดได้ผา่ นเกณฑ์การประเมินตามจุดประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังนี้
- ชน้ั ม.2/2 นกั เรียนทั้งหมด 38 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 28 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 73.68
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 10 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 26.32
- ชน้ั ม.2/4 นักเรยี นทงั้ หมด 37 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คดิ เป็นร้อยละ 81.08
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 7 คน คดิ เป็นร้อยละ 18.91
- ชน้ั ม.2/6 นกั เรยี นทง้ั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 28 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 68.29
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 31.71
- ชนั้ ม.2/8 นกั เรียนทัง้ หมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 25 คน คิดเปน็ ร้อยละ 60.98
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 16 คน คิดเปน็ ร้อยละ 39.02
ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อยูใ่ นระดับดี
3. นกั เรียนทำงานร่วมกันเปน็ กล่มุ ได้ อยใู่ นระดบั ดี
4. นักเรียนนำขอ้ มลู ท่ีกำหนดใหม้ าประยุกต์ใช้ในการสนทนาได้ อยใู่ นระดับดี
ดา้ นคุณลักษะ (A)
5. นักเรียนมีระเบยี บวินยั และมงุ่ มั่นในการทำงาน
6. นักเรยี นมคี วามซ่ือสัตยใ์ นการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นกั เรยี นส่วนใหญ่มีพฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์คุณลกั ษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแก้ปัญหานักเรียนท่ไี มผ่ ่านตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรหู้ รือจดุ ประสงค์ (เพ่ือนำไปสู่ PLC)
1. ครูให้นักเรยี นท่ีไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมินปรับคะแนนแบบฝกึ หัดที่ไม่ผ่าน
2. ครูนำผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพ่ือปรับปรงุ และพฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการสอนให้มี
ประสิทธิภาพมากขน้ึ
ลงชือ่ …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบะ๊ หะยีปะดอ)
ครผู ู้สอน
วนั ที่………เดือน………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวชิ า อ22102
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 8 In My Home เรอ่ื ง Vocabulary : Objects in the House
ผู้สอน นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยีปะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรือ่ งท่ีฟังและอา่ นจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อย่างมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความร้สู ึก
และความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งตา่ ง ๆ โดยการ
พูดและการเขยี น
สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
สาระที่ 4 ภาษาดับความสัมพนั ธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ตวั ชีว้ ัด
ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบตั ติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธบิ ายงา่ ย ๆ ท่ฟี งั และอ่าน
ต 1.1 ม.2/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองส้นั ๆ ถกู ต้องตามหลักการ
อา่ น
ต 1.2 ม.2/1 สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เร่ืองต่าง ๆใกลต้ ัว และสถานการณ์ตา่ ง ๆ
ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธ
การให้ความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ า่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับกจิ กรรม เรื่องตา่ ง ๆ ใกลต้ ัวและ
ประสบการณ์ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผลสนั้ ๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรยี บเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสยี ง
ต 4.1 ม.2/1 ประโยคชนดิ ต่าง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย
ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ขนึ้ ในห้องเรียน สถานศกึ ษา
และชุมชน
2. สาระสำคัญ
มุง่ เนน้ ให้นักเรียนสามารถเขียนบรรยายและสนทนาเกี่ยวกับเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขนึ้ ในอดตี โดยใช้
Past simple tense และ Past continuous ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ ตัง้ คำถามเกีย่ วกบั สงิ่ ต่าง ๆ
ภายในบ้าน เหตุการณ์ที่เกดิ ข้ึนภายในบา้ น สอบถามขอ้ มลู เกี่ยวกับเหตุการณใ์ นอดตี บรรยายเรื่องราวท่เี กิดข้ึน
ภายในบา้ น โดยการใชค้ ำถามท้งั แบบ Yes/ No-question และ Wh- question คำศัพท์เก่ยี วกบั หอ้ ง
ตา่ ง ๆ ภายในบา้ น และประโยชน์ใช้สอยในแต่ละห้อง คำศัพท์เกีย่ วกับขา้ วของเคร่อื งใชแ้ ละสถานท่ีที่มสี ่ิงของ
เหล่านนั้ การขอร้องหรือการสง่ั ให้นำส่งิ ของต่าง ๆ มาให้ โดยใชป้ ระโยค Imperative การถาม-ตอบเกย่ี วกับ
ช่วงเวลาท่เี กดิ เหตกุ ารณ์ในอดีต ดว้ ยการอ่านเวลาตามแบบ American English โดยเรยี นรผู้ า่ นการสนทนาโตต้ อบ
ตามบรบิ ทที่กำหนดให้ อ่านข้อความสั้น ๆ เพื่อตอบคำถาม เตมิ ข้อความในประโยคใหส้ มบูรณ์ เขยี นประโยคจาก
คำท่กี ำหนดให้ การทำกจิ กรรมกลุม่ เพื่อนำเสนอการแสดงบทบาทสมมติ และคน้ คว้าหาความรู้เพ่มิ เตมิ จากแหลง่
ตา่ ง ๆ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนเรียกสิ่งของตา่ ง ๆ ภายในบ้านเป็นภาษาองั กฤษได้
2. นักเรยี นแต่งประโยคเพือ่ บรรยายเหตุการณ์ในอดตี ได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นักเรยี นทำงานร่วมกนั เปน็ กลุ่มได้
4. นักเรียนนำขอ้ มูลท่กี ำหนดให้มาประยุกตใ์ ชใ้ นการสนทนาได้
ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute)
5. นกั เรียนมรี ะเบยี บวินัยและมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
6. นกั เรยี นมีความซ่ือสัตยใ์ นการทำงาน
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศัพท์
1.1 หอ้ งและส่วนต่าง ๆ ภายในบ้าน ได้แก่ bedroom, bathroom, kitchen, living room, window
1.2 สง่ิ ของตา่ ง ๆ ภายในบ้าน ได้แก่ fruit bowl, rug, plant, coffee table, drawer, toilet paper,
hand tower, stool, faucet, pillow, frame, pillow, etc.
2. ไวยากรณ์
2.1 ประโยคคำสั่ง
Get + noun เช่น Get a tower from the drawer.
Get a pan in the kitchen.
Give me + noun เช่น Give me the faucet, please.
2.2 การถามตอบเกย่ี วกบั เหตุการณ์ที่เกดิ ข้นึ ในอดีตโดยการใช้ Past continuous tense
เชน่ What were you doing last night at 8:00?
I was taking a shower.
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมนั่ ในการทำงาน
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเร่ือง vocabulary : Objects in the House
2. ใบงานเรื่อง Past continuous
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบ 2W3P)
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน (Warm-up)
1. ครทู กั ทายนกั เรยี น ทบทวนคำศัพทเ์ ก่ยี วกบั สิ่งของภายในบา้ นที่นักเรียนรู้จัก โดยให้นกั เรยี นหลบั ตา และนกึ
ถึงสิง่ ของในบา้ นของนักเรียนท่มี สี ขี าวแล้วเขยี นลงในสมุดให้ไดม้ ากท่สี ดุ ภายใน 5 นาที (Write a list of the
white objects in your house as many as you can in 5 minutes.)
2. นักเรียนนำรายการสง่ิ ของทนี่ ักเรียนนึกออกไปเทียบกบั รายการของเพ่ือนท่ีนงั่ ใกล้ ๆ กัน
3. ครสู ุม่ เรยี กนกั เรียนใหอ้ ่านรายการสิ่งของของตนประมาณ 5 คน
4. ใหน้ กั เรียนดภู าพประกอบในหนงั สอื Student’s Book หน้า 69
5. ใหน้ กั เรียนบอกว่านักเรียนเห็นภาพอะไรบา้ ง โดยให้ใช้คำศพั ทภ์ าษาอังกฤษ
ข้นั นำเสนอ (Presentation)
6. ครูถามนักเรียนว่าบ้านทีน่ ่าอยอู่ าศยั ควรประกอบดว้ ยห้องอะไรบา้ ง
7. ครเู ขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน หากนักเรียนยังตอบหอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบา้ น
ไดไ้ ม่ครบ ครูเขยี นเพิ่มเติมให้
8. นักเรยี นอ่านออกเสียงชื่อห้องตา่ ง ๆ ภายในบา้ น
9. ครอู ่านคำศัพท์จากหนงั สือ Student’s Book exercise 1 หน้า 68ให้นักเรยี นออกเสียงตาม
10. นักเรยี นหาความหมายของคำศพั ท์ท่ีนักเรยี นยงั ไมร่ จู้ ักจากพจนานกุ รม
11. นกั เรียนจับคคู่ ำศพั ทใ์ น exercise 1 กับสิ่งของในภาพประกอบหน้า 69
12. นักเรยี นอ่านคำตอบพร้อม ๆ กัน ครพู ดู หมายเลข ใหน้ ักเรยี นตอบคำศัพทภ์ าษาองั กฤษ
ของภาพหมายเลขน้นั
Answer key:
1. Match the words with the pictures on page 69.
fruit bowl 11 rug 2 plant 4
window 9 coffee table 5 drawer 12
toilet paper 1 hand towel 3 stool 7
faucet 10 pillow 8 frame 6
13. นกั เรยี นพจิ ารณาภาพประกอบใน Student’s Book หนา้ 68
14. ให้นักเรียนเดาวา่ ภาพดังกล่าวเก่ียวกบั เรอ่ื งอะไร
15. นักเรยี นฟงั Audio และจับคู่ขอ้ ความใน Student’s Book exercise 2 กับภาพในหน้า 68
16. ครูเฉลยคำตอบ
Answer key:
2. Listen. Match the expressions in the box with the pictures above. Listen
again and check your answers.
Pictures from left to right
1. Picture 5 4. Picture 2
2. Picture 1 5. Picture 4
3. Picture 6 6. Picture 3
Audioscript: Unit 8 Track 2
1. Get some more coffee for me too, please.
2. Get off the coffee table. You are too big to sit on it.
3. Don’t forget to get your drink.
4. Can you get the cat off the rug and put her outside?
5. Get inside the house now. It’s going to rain soon.
6. Get me my phone. It is ringing.
17. ครอู ธบิ ายสำนวน Get + noun หมายถึง ใหน้ ำส่ิงของไปไว้ที่ใด เชน่ Get a toilet paper into the
bathroom. แปลวา่ ใหน้ ำกระดาษชำระไปไว้ในหอ้ งน้ำ
18. นักเรียนทำแบบฝึกหดั Student’s Book exercise 4 หน้า 69
19. ครูสมุ่ เรียกนักเรียนอา่ นคำตอบคนละ 1 ข้อ
Answer key: 4. Complete the sentences with these words.
1. toilet paper 2. rug 3. stool 4. hand towel
5. plant 6. Frame 7. Pillow 8. drawer
20. นักเรียนอา่ นบทสนทนาใน Student’s Book exercise 6 หนา้ 69
21. ให้นักเรยี นสังเกตเวลาที่แสดงในประโยค วา่ มคี ำแสดงเวลาอย่างไร
(เวลาในอดตี ทช่ี ดั เจน เช่น yesterday at 5:00)
22. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ดังนี้
- การพูดถึงเหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดขึน้ ในอดตี ในเวลาใดเวลาหนง่ึ ท่ีมีช่วงเวลาบอกอย่างชดั เจน
จะใช้ Past continuous tense เพราะหมายถึง ในขณะนั้นกำลังทำอะไรอยนู่ ่นั เอง
- โครงสร้างของ Past continuous คือ S + was/were + V.ing
- หากประธานเปน็ เอกพจน์ให้ใช้ was ประธานพหูพจนใ์ ช้ were
ขนั้ ฝกึ ฝน (Practice)
23. นักเรยี นฟัง Audio และเลอื กทำเคร่ืองหมายใหต้ รงกบั ข้อความท่ีได้ยนิ ใน Student’s Book exercise 5
หนา้ 69
24. นักเรียนฟัง Audio อีกครัง้ และอ่านคำตอบพร้อม ๆ กนั
25. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดใน Workbook exercise 1-6 หน้า 57-58
26. นกั เรยี นแบ่งเปน็ 6 กลุ่ม จับฉลากเพื่อออกมาเฉลยคำตอบกลุม่ ละ 1 exercise
27. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมาเฉลยแบบฝกึ หดั บนกระดาน
28. นกั เรียนคนอ่นื ๆ ชว่ ยกนั พิจารณาความถูกต้องของคำตอบ
29. นกั เรยี นตรวจคำตอบของตนเองและแก้ไขข้อผิดพลาด
Answer key:
1. Look at the pictures. Complete the sentences.
1. bathroom 2. kitchen 3. dining room 4. living room
Answer key:
2. Put the items into rooms. Some items can go into two rooms.
kitchen bathroom dining room living room
faucet toilet paper window coffee table
stool frame
window rug fruit bowl plant
hand towel rug
Answer key:
3. Complete the text with the words in the box.
1. downstairs 5. thief
2. cough 6. scream
3. break in 7. wrong
4. noticed 8. place
Answer key:
4. Complete the rules using ing, past simple, saw, to be, was/were and verb
ing
1. to be 4. ing
2. verb ing 5. past simple
3. was/were 6. saw
Answer key:
5. Circle the correct word.
1. were 3. were 5. were
2. was 4. was 6. were
Answer key:
6. Complete the sentences with past continuous form using read, cook, do, study,
walk and play.
1. cooking 3. doing 5. reading
2. playing 4. Studying 6. walking
ขั้นการสรา้ งผลงาน (Production)
30. นักเรยี นจับคแู่ สดงบทบาทสมมติ พูดคุยเกีย่ วกับสงิ่ ที่นักเรยี นทำเม่ือคนื ที่ผ่านมาโดยกำหนดให้ใช้
ประโยค Past continuous และ Past simple tense และคำศัพท์ทเ่ี กี่ยวกับห้องต่าง ๆ ภายในบ้านและสงิ่ ของ
ภายในบ้าน และสนทนากนั อย่างน้อยคนละ 3 ประโยค โดยนักเรยี นสามารถใช้บทสนทนาตอ่ ไปน้ีเปน็ แนวทางได้
ตวั อยา่ งบทสนทนา
A: What were you doing last night at 9:00?
B: I was watching a drama on TV. Why?
A: I called you, but you didn’t answer.
B: Why did you call me at that time?
A: I was doing the math homework, but I couldn’t solve some math problems.
B: Oh no! I forgot about the homework. Can you help me to do it now?
31. เมือ่ นักเรียนเขียนบทสนทนาเสร็จแลว้ สามารถนำมาใหค้ รูตรวจกอ่ นนำไปฝึกพดู
32. นกั เรียนฝกึ ท่องบทสนทนาจนพดู ได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่ แลว้ ใหอ้ อกมาแสดงบทบาทสมมติ
หนา้ ช้ันเรยี นจนครบทกุ คู่
ขัน้ สรุป (Wrap up)
33. ครูสุ่มเรียกนักเรยี นให้ออกมาเขยี นประโยค Past continuous ประมาณ 5 คน คนละ 1 ประโยค
34. นักเรียนทบทวนโครงสร้างและการใช้ Past continuous
35. ให้นกั เรยี นออกมาเขียนคำศัพท์เกีย่ วกับสิ่งของภายในบ้านที่นักเรียนไดเ้ รยี นในวันน้ีใหไ้ ด้
มากทีส่ ุดบนกระดาน
36. ครชู ้ที คี่ ำศัพท์ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงและบอกความหมายจนครบทุกคำ
8. การวดั ผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การวดั
ด้านความรู้ Knowledge คำถาม นักเรียนตอบคำถาม
และทำแบบฝกึ หัดได้ถูกตอ้ ง
1. นกั เรยี นเรยี กสิง่ ของตา่ ง ๆ การตอบคำถาม แบบฝึกหัด มากกวา่ 80
ภายในบา้ นเปน็ ภาษาอังกฤษได้ แบบฝกึ หัด
2. นักเรยี นแต่งประโยคเพ่อื การทำแบบฝึกหัด แบบประเมินการตอบ
คำถาม
บรรยายเหตุการณ์ในอดีตได้
3. นกั เรยี นระบกุ ารใชป้ ระโยชน์ การทำแบบฝึกหัด
ของห้องต่าง ๆ ภายในบ้านได้
4. นักเรยี นสั่งหรอื ขอร้องให้นำ การสนทนาสนั้ ๆ
สิ่งของไปไว้ในทตี่ ่าง ๆ ภายใน
บา้ นได้
ดา้ นกระบวนการ Process
5. นักเรยี นทำงานรว่ มกนั การแสดงความคดิ เห็น แบบสงั เกตการทำงานกลุ่ม นักเรียนสามารถแสดงความ
แบบประเมนิ ผลงาน คิดเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล
เป็นกลุ่มได้ แบบประเมินการนำเสนอ นักเรยี นวางแผนการทำงาน
เป็นกลมุ่ อยู่ในเกณฑร์ ะดบั ดี
6. นกั เรียนนำข้อมลู ทกี่ ำหนดให้ การทำงานร่วมกนั นักเรียนสามารถนำเสนอได้
โดยผา่ นเกณฑร์ ะดับดี
มาประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้
7. นกั เรียนสรา้ งบทสนทนา การสนทนาสั้น ๆ
จากประสบการณ์และการเรียนรู้
ในชนั้ เรียนได้
ด้านคุณลกั ษณะ Attribute
8. นักเรียนมีระเบยี บวินยั และ การประเมินพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นมีพฤตกิ รรมผ่านเกณฑ์
ระดบั ดี
ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
9. นักเรยี นมีความซื่อสตั ย์
ในการทำงาน
10. นักเรียนมคี วามใฝร่ ู้โดยหา
ความรูเ้ พม่ิ เติมจากแหลง่ ต่าง ๆ ได้
9. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
. 1. หนังสอื เรียน Maximize Student’s Book 2
2. ใบงาน Vocabulary : Objects in the House
10. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ได้ตรวจแล้วมคี วามคิดเห็นวา่
สมควรนำแผนการจดั การเรียนรไู้ ปใช้ได้
สมควรปรับปรงุ คือ..........................................................................................................................
ลงช่ือ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรสู้ อดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรียนรูม้ คี วามถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มีความชดั เจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น.............................................................................................................
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชน้ิ งาน.....................................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ........................................................................................
ส่ือและอุปกรณ์การเรยี นรู.้ .............................................................................................................
การวดั และการประเมนิ ตามจุดประสงค์การเรยี นรู้.........................................................................
บนั ทกึ หลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอสง่ แผนการจดั การเรยี นรู้ตามขั้นตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชือ่
( นายอับดลรอศกั ด์ิ มณโี ส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
12. ความคิดเห็นผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ คอื
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................ ......
ลงช่อื
( นายสริ วุฒิ ยุนยุ้ )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกำแพงวิทยา
13. บนั ทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรแู้ ผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 4 (แยกเปน็ ห้องเพื่อนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค์)
1. นกั เรียนบอกความหมายของคำศัพท์ได้
2. นกั เรียนออกเสยี งคำศพั ท์เกยี่ วกบั สถานที่ต่าง ๆ ที่กำหนดใหไ้ ด้
นักเรียนสามารถทำแบบฝกึ หัดได้ผ่านเกณฑ์การประเมินตามจดุ ประสงค์ แยกเป็นห้อง ดังน้ี
- ช้นั ม.2/2 นกั เรยี นท้ังหมด 38 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 30 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 78.95
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 8 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 21.05
- ชนั้ ม.2/4 นักเรยี นทง้ั หมด 37 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 86.49
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 5 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 13.51
- ชั้น ม.2/6 นกั เรยี นทัง้ หมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 25 คน คิดเปน็ ร้อยละ 60.98
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 16 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 39.02
- ช้ัน ม.2/8 นักเรียนทั้งหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 20 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 48.78
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 51.22
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
การประเมนิ อยใู่ นระดับดี
3. นกั เรยี นทำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ ได้ อยูใ่ นระดบั ดี
4. นักเรียนนำข้อมูลที่กำหนดใหม้ าประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้ อยใู่ นระดบั ดี
ด้านคุณลกั ษะ (A)
5. นกั เรียนมีระเบยี บวินัยและมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
6. นักเรียนมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
จากการประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นักเรียนสว่ นใหญม่ ีพฤตกิ รรม
ผา่ นเกณฑ์คณุ ลกั ษณะในระดับดี
11.2. แนวทางแก้ปญั หานักเรียนทีไ่ ม่ผ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอื่ นำไปสู่ PLC)
1. ครใู หน้ ักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์การประเมินปรบั คะแนนแบบฝึกหดั ท่ีไม่ผ่าน
2. ครนู ำผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพ่อื ปรบั ปรุงและพฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการสอนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากข้ึน โดยเฉพาะนักเรยี นชน้ั ม.2/8
ลงชื่อ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครผู ูส้ อน
วนั ท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 8 In My Home เรอ่ื ง Grammar: Past Simple and Past Continuous
ผสู้ อน นางสาวคูไซบะ๊ หะยปี ะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งทฟ่ี ังและอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อยา่ งมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคดิ เห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
สาระที่ 4 ภาษาดับความสัมพนั ธ์กับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ ง ๆ ท้ังในสถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม
ตวั ชวี้ ดั
ต 1.1 ม.2/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทร้อยกรองสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลักการ
อ่าน
ต 1.1 ม.2/3 ระบ/ุ เขียนประโยค และข้อความ ใหส้ มั พนั ธก์ ับส่ือที่ไมใ่ ชค่ วามเรยี งรปู แบบต่าง ๆ
ท่อี า่ น
ต 1.1 ม.2/4 เลือกหัวข้อเรอ่ื ง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ (supporting detail)
และแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั เรื่องทฟี่ ังและอ่าน พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตุผลและ
ยกตัวอยา่ งง่าย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/1 สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เรื่องตา่ ง ๆใกล้ตวั และสถานการณ์ตา่ ง ๆ
ในชวี ิตประจำวันอย่างเหมาะสม
ต 2.1 ม.2/1 ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกริ ยิ าท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 2.2 ม.2/1 เปรยี บเทยี บและอธิบายความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียง
ต 4.1 ม.2/1 ประโยคชนดิ ตา่ ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย
ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองที่เกิดขน้ึ ในห้องเรียน สถานศึกษา
และชุมชน
2. สาระสำคัญ
มงุ่ เนน้ ใหน้ กั เรยี นสามารถเขยี นบรรยายและสนทนาเกย่ี วกับเหตกุ ารณท์ ี่เกดิ ขน้ึ ในอดตี โดยใช้
Past simple tense และ Past continuous ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั สถานการณ์ ต้งั คำถามเก่ียวกบั สิง่ ตา่ ง ๆ
ภายในบา้ น เหตุการณ์ทเี่ กดิ ข้ึนภายในบา้ น สอบถามข้อมลู เก่ียวกับเหตกุ ารณ์ในอดีต บรรยายเร่ืองราวท่เี กดิ ข้ึน
ภายในบ้าน โดยการใช้คำถามทั้งแบบ Yes/ No-question และ Wh- question คำศัพท์เกี่ยวกับห้อง
ตา่ ง ๆ ภายในบา้ น และประโยชน์ใชส้ อยในแตล่ ะห้อง คำศัพท์เกี่ยวกบั ข้าวของเครอ่ื งใชแ้ ละสถานท่ีท่ีมีสิ่งของ
เหลา่ น้นั การขอร้องหรือการส่งั ให้นำสิ่งของต่าง ๆ มาให้ โดยใช้ประโยค Imperative การถาม-ตอบเกยี่ วกบั
ชว่ งเวลาทเ่ี กดิ เหตุการณ์ในอดีต ด้วยการอา่ นเวลาตามแบบ American English โดยเรยี นรผู้ า่ นการสนทนาโตต้ อบ
ตามบริบทที่กำหนดให้ อา่ นข้อความสน้ั ๆ เพ่ือตอบคำถาม เติมขอ้ ความในประโยคใหส้ มบูรณ์ เขียนประโยคจาก
คำท่ีกำหนดให้ การทำกิจกรรมกลมุ่ เพื่อนำเสนอการแสดงบทบาทสมมติ และค้นคว้าหาความรเู้ พม่ิ เติมจากแหลง่
ต่าง ๆ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. นักเรียนระบุคำศพั ทท์ ่ีใชเ้ รียกส่ิงของ และห้องตา่ ง ๆ ภายในบา้ นได้ถูกต้อง
2. นกั เรยี นอธิบายความแตกต่างในการใชข้ อง Past simple และ Past continuous ได้
ดา้ นกระบวนการ (Process)
3. นกั เรียนทำงานรว่ มกนั เป็นกล่มุ ได้
4. นักเรียนนำข้อมูลท่ีกำหนดใหม้ าประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้
ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute)
5. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุง่ มั่นในการทำงาน
6. นักเรียนมคี วามซื่อสตั ยใ์ นการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
1. คำศพั ทจ์ ากบทสนทนา ได้แก่ wrong, place, notice, break in, noise, cough, downstairs,
screamed
2. ไวยากรณ์
2.1 Past continuous tense
- Affirmative form : She was walking downstairs.
- Negative form : She wasn’t walking downstairs.
- Yes-No questions : Was she walking downstairs?
2.2 Past simple and Past continuous
- When + Past simple : I was having a shower when my friend called.
- While + Past continuous : We were dancing while the music was playing.
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ย่างพอเพียง มุ่งมัน่ ในการทำงาน
6. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเร่อื ง vocabulary : Objects in the House
2. ใบงานเรือ่ ง Past continuous
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ สี อนแบบ 2W3P)
ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนักเรียน และถามนักเรยี นวา่ What were you doing last night at 9:30?
2. ครเู ขยี นคำตอบของนักเรียนบนกระดาน
3. นกั เรียนอภปิ รายกันว่า คำตอบของเพอื่ นถูกต้องหรือไม่
4. ครูถามนกั เรียนวา่ ทำไมครูจึงใช้ Past continuous กับคำถามนี้ (เพราะเปน็ เหตุการณท์ ่ีเกดิ ขนึ้
ในอดีต และมเี วลาระบุไวอ้ ยา่ งชัดเจน)
5. ครูเขยี นประโยคต่อไปนบี้ นกระดาน
I was washing the dishes when you called.
6. ใหน้ กั เรยี นต้งั ข้อสงั เกตวา่ ทำไมในประโยคน้ีจึงมีการใช้ท้งั Past simple และ Past continuous
ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
7. ครูเขยี น หลักการใช้ โครงสรา้ ง และตัวอยา่ งประโยคของ Past simple และ past continuous บน
กระดาน
8. ครู อธบิ าย Past simple และ Past continuous
9. ครูอธิบายเพมิ่ เติมดงั นี้
- Past continuous จะใช้คูก่ ับ Past simple จะใชใ้ น 2 กรณี คอื พดู ถึงการกระทำทดี่ ำเนิน
อยู่ในชว่ งเวลาใดเวลาหนง่ึ ในอดีต (Past continuous) และมีอกี เหตุการณ์หนงึ่ เกิดขึน้ แทรก (Past simple)
ดงั ตัวอยา่ งในตาราง
- หากการกระทำ 2 อยา่ งเกิดขนึ้ ควบคูก่ ันในชว่ งเวลาเดยี วกนั ในอดีต ทง้ั 2 เหตุการณ์จะใช้
Past continuous ดงั ตวั อย่างในตาราง
Past simple Past continuous
structure Affirmative Affirmative: S + was/were + Ving
Negative: S + did not + infinitive Negative: S + was/were + not + Ving
Yes-No question: + Did + S + Yes-No question: Was/Were + S + Ving
infinitive Wh-question: Wh- + was/were + Ving
Wh-question: Wh- + did + S +
infinitive
use the action completed in the past the action that continued at some times
เหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ข้ึนและเสร็จสิ้นไปแล้วใน in the past
อดีต เหตกุ ารณท์ ่ีกำลังดำเนินอยูใ่ นชว่ งเวลาใดเวลา
หนง่ึ ในอดตี
example I finished my homework yesterday. I was watching the reality TV last night at
10:00.
when/while/as When + Past simple While (As) + Past continuous
She was so frightened when she While she was walking in the forest she
saw a snake. saw a big snake.
As she was talking to her friends, she saw
a bear.
Mix Tenses - My mom called me while I was playing online game. Interrupted event
- While I was dancing, my friend is running.
10. นกั เรยี นฟงั Audio บทสนทนาใน student’s Book exercise 1 หนา้ 70 และออกเสียงตาม
Audioscript : Unit 8 Track 4
Policeman: Where were you last night?
Lisa: I was visiting some friends. I came home at 11 o’clock and
went to bed.
Policeman: Did you see anything when you came home?
Lisa: No, nothing was wrong with my place.
Policeman: When did you notice the break in?
Lisa: I woke up and was going to the bathroom and I heard a noise.
Policeman: What did you hear?
Lisa: I heard someone cough.
Policeman: Did you see anything?
Lisa: As I was walking downstairs, I saw someone.
Policeman: What did you do?
Lisa: I screamed for help and he ran away.
11. นักเรยี นขีดเสน้ ใต้กริยาในบทสนทนา และอภปิ รายกนั ว่า ทำไมจงึ ใช้ Past simple หรอื
Past continuous ในกรยิ าเหล่านั้น
12. นกั เรยี นอา่ นคำอธบิ าย Grammar ใน student’s Book exercise 2 หน้า 70 และ ตาราง
Study Grammar หนา้ 72
13. ครูอธบิ ายดังนี้
- Verb to be ท่ใี ช้ใน Past continuous มี 2 ตวั คือ was/were
- Was ใชก้ บั ประธานทีเ่ ปน็ คำนามเอกพจน์ และ I
- Were ใช้กบั ประธานทเี่ ป็นคำนามพหพู จน์
- รูปย่อในรูปปฏิเสธ ของ was not, were not คือ wasn’t และ weren’t
ข้ันฝึกฝน (Practice) ประมาณ 60 นาที
14. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนงั สือ Student’s Book exercise 3-4 หนา้ 70-71
15. ครูสุม่ เรียกนกั เรียนอา่ นคำตอบคนละ 1 ข้อ
Answer key:
3. Circle the correct option. (Answer key)
1. weren’t talking 5. were sitting
2. was 6. were
3. was she 7. was
4. weren’t 8. wasn’t working
4. Write sentences using the words in the same order. Change the verbs to the past
continuous or past simple. One or both verbs should be in the past continuous.
1. He was sitting in the kitchen when the fire started.
2. It was getting late when the man went home.
3. I was sleeping when the boy coughed.
4. She was watching TV when she noticed the thief.
5. The lights changed while she was crossing the road.
6. Were you still sleeping when I came over?
16. นักเรยี นเขียนบรรยายเหตุการณ์ทีเ่ กิดขึ้นท่บี ้านของนักเรียนเมื่อคืนที่ผา่ นมา จำนวน 5 ประโยค
ว่าในเวลา 7:00 pm สมาชิกในครอบครวั ของนักเรียนกำลังทำอะไรอย่ใู นบ้านบา้ ง
17. ครูส่มุ เรยี กนักเรยี นยนื ขึ้นอ่านประโยคประมาณ 5 คน
18. ครูให้นักเรยี นออกมาเขยี นประโยคของตน
19. นักเรยี นคนอื่น ๆ ชว่ ยกันพจิ ารณาความถูกต้องเหมาะสมของประโยค
ข้นั การสรา้ งผลงาน (Production) ประมาณ 40 นาที
20. นักเรยี นจับคู่ ช่วยกันคิดบทสนทนา โดยใช้ Dialogue ใน Student’s Book exercise 1 หน้า
70 เป็นตัวอย่าง แต่ให้นักเรียนเปล่ยี นสถานการณ์ และเปล่ียนคำกริยาจากเร่ืองเดมิ
ตวั อยา่ งบทสนทนา
A: Where were you last night?
B: I was having a burger at a fast food restaurant.
A: When did you come back home?
B: I came home at 9:00.
A: Did you see anything strange?
B: No, I didn’t see any wrong.
A: When did you hear the noise?
B: While I was having a shower, I heard a laughing.
A: Did you come out to see it?
B: Yes. I came out, and I saw that my TV was on.
21. นกั เรียนเขยี นบทสนทนาเสร็จแลว้ ใหแ้ ลกกบั เพอื่ นคอู่ น่ื เพือ่ ตรวจความถกู ต้องและแก้ไข
22. นักเรียนฝึกพูดโดยไม่ต้องอ่านบท
23. เม่ือนักเรยี นสนทนาได้คล่องแล้ว ออกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ช้นั เรียนจนครบทกุ คู่
ข้ันสรปุ (Wrap up) ประมาณ 20 นาที
24. ครนู ำภาพท่ีมีคนทำกจิ กรรมต่าง ๆ ภายในบ้าน มาให้นักเรียนดู
25. ครูบอกนักเรยี นว่า น่ีคือเหตกุ ารณท์ ่ีผา่ นมาแลว้ ให้นักเรียนช่วยกนั เขียนประโยคบรรยายภาพ
26. ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายวา่ ทำไมจงึ เลอื กใช้ Past simple หรือ Past continuous ในแต่ละประโยค
27. นักเรยี นเขียนสรปุ หลักการใช้ tense ทั้งสองบนกระดาน
8. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วธิ ีวดั เครอื่ งมอื เกณฑ์การวัด
ดา้ นความรู้ Knowledge แบบฝกึ หดั นักเรยี นตอบคำถาม
และทำแบบฝกึ หัดได้
1. นกั เรียนเขยี นประโยค การทำแบบฝึกหดั การประเมินการนำเสนอ ถกู ต้องมากกว่า 80
แบบประเมินการตอบ นักเรียนตอบคำถามได้ใน
บรรยายเหตกุ ารณ์ท่เี กิดขนึ้ ณ คำถาม ระดับดีขน้ึ ไป
แบบประเมินการตอบ
เวลาใดเวลาหน่ึงในอดีตได้ คำถาม
2. นกั เรยี นสนทนาเกยี่ วกบั การจับคูส่ นทนา
เหตุการณท์ ่ีเกิดขึ้นในอดีตได้
3. นักเรียนระบคุ ำศัพท์ท่ีใชเ้ รยี ก การตอบคำถาม
สงิ่ ของ และหอ้ งต่าง ๆ ภายใน
บา้ นไดถ้ ูกตอ้ ง
4. นักเรยี นอธบิ ายความแตกตา่ ง การตอบคำถาม
ในการใชข้ อง Past simple และ
Past continuous ได้
ดา้ นกระบวนการ Process
5. นกั เรยี นทำงานรว่ มกัน การแสดงความคิดเหน็ แบบสังเกตการทำงานกลุ่ม นกั เรียนสามารถแสดง
แบบประเมนิ ผลงาน ความคดิ เหน็ ไดอ้ ย่าง
เป็นกลุ่มได้ แบบประเมินการนำเสนอ สมเหตุสมผล
นักเรยี นวางแผนการ
6. นักเรยี นนำขอ้ มลู ทกี่ ำหนดให้ การทำงานรว่ มกัน ทำงานเปน็ กลุ่มอยู่ใน
เกณฑ์ระดับดี
มาประยุกตใ์ ช้ในการสนทนาได้ นักเรียนสามารถนำเสนอ
ได้ โดยผ่านเกณฑร์ ะดับดี
7. นักเรียนสรา้ งบทสนทนา การสนทนาสั้น ๆ
จากประสบการณแ์ ละการเรยี นรู้
ในชน้ั เรียนได้
ดา้ นคณุ ลักษณะ Attribute การประเมนิ พฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นมีพฤตกิ รรมผ่าน
8. นกั เรยี นมรี ะเบยี บวนิ ยั และ เกณฑร์ ะดับดี
มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
9. นกั เรยี นมคี วามซ่ือสัตย์
ในการทำงาน
10. นกั เรียนมคี วามใฝร่ ู้
โดยหาความรเู้ พม่ิ เติม
จากแหลง่ ตา่ ง ๆ ได้
9. สอื่ การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
. 1. หนงั สอื เรยี น Maximize Student’s Book 2
2. ใบงาน Grammar: Past Simple and Past Continuous
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
ไดต้ รวจแล้วมคี วามคิดเหน็ วา่
สมควรนำแผนการจัดการเรยี นรู้ไปใช้ได้
สมควรปรับปรุงคอื ..........................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางปาลิตา อาดุลเบบ)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
11. ความคดิ เห็นรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรสู้ อดคล้อง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มีความถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรยี นรู้มีความชดั เจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน.............................................................................................................
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชิน้ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนรู้เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ........................................................................................
ส่อื และอุปกรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
การวดั และการประเมินตามจดุ ประสงค์การเรียนร้.ู ........................................................................
บันทกึ หลังสอน...............................................................................................................................
เสนอส่งแผนการจัดการเรยี นรู้ตามข้นั ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชื่อ
( นายอับดลรอศกั ดิ์ มณโี ส๊ะ)
รองผูอ้ ำนวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
12. ความคิดเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน
อนญุ าตให้ใชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรงุ คือ
.............................................................................................................................................. ......................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื
( นายสิรวุฒิ ยนุ ุ้ย )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนกำแพงวิทยา
13. บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรูแ้ ผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 5 (แยกเป็นห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค์)
1. นักเรยี นบอกความหมายของคำศัพท์ได้
2. นักเรยี นออกเสยี งคำศพั ท์เก่ียวกบั สถานท่ีตา่ ง ๆ ท่ีกำหนดใหไ้ ด้
นักเรยี นสามารถทำแบบฝกึ หัดได้ผ่านเกณฑ์การประเมินตามจุดประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังนี้
- ชั้น ม.2/2 นกั เรยี นท้งั หมด 38 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 78.95
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 8 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 21.05
- ช้ัน ม.2/4 นกั เรียนทัง้ หมด 37 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 32 คน คดิ เป็นร้อยละ 86.49
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 13.51
- ชน้ั ม.2/6 นกั เรยี นท้งั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 25 คน คดิ เป็นร้อยละ 60.98
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 16 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 39.02
- ชั้น ม.2/8 นกั เรยี นทงั้ หมด 41 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 20 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 48.78
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 21 คน คดิ เป็นร้อยละ 51.22
ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมินอยู่ในระดบั ดี
3. นกั เรยี นทำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ ได้ อยู่ในระดับดี
4. นักเรยี นนำขอ้ มูลทกี่ ำหนดให้มาประยุกต์ใช้ในการสนทนาได้ อยู่ในระดบั ดี
ดา้ นคุณลักษะ (A)
5. นกั เรยี นมีระเบยี บวินยั และมุ่งม่ันในการทำงาน
6. นักเรยี นมคี วามซ่ือสตั ยใ์ นการทำงาน
จากการประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล นักเรียนสว่ นใหญม่ พี ฤตกิ รรม
ผา่ นเกณฑ์คณุ ลักษณะในระดับดี
11.2. แนวทางแก้ปญั หานักเรียนทีไ่ ม่ผา่ นตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรหู้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอื่ นำไปสู่ PLC)
1. ครใู หน้ ักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ ปรับคะแนนแบบฝึกหดั ท่ีไม่ผ่าน
2. ครนู ำผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพอื่ ปรบั ปรุงและพฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการสอนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากข้ึน โดยเฉพาะนักเรียนช้ัน ม.2/8
ลงชอื่ …………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครผู ูส้ อน
วนั ที่………เดอื น………………….พ.ศ…………
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22102
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 8 In My Home เรือ่ ง Reading: Traditional Houses
ผู้สอน นางสาวคไู ซบะ๊ หะยปี ะดอ เวลา 3 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 :เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 :มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความร้สู กึ
และความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการ
พดู และการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 1.1 : เข้าใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสอ่ื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 : มที ักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ
และความคิดเหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการ
พูดและการเขยี น
สาระที่ 4 ภาษาดับความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 : ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้กบั สงั คมโลก
ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ม.2/4 เลือกหัวข้อเรอ่ื ง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน (supporting detail)
และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั เรอ่ื งท่ีฟังและอา่ น พรอ้ งทั้งให้เหตผุ ลและยกตัวอย่าง
ง่าย ๆ ประกอบ
ต 1.2 ม.2/1 สนทนาแลกเปลยี่ นข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เร่ืองต่าง ๆใกลต้ วั และสถานการณ์ต่าง ๆ
ในชีวิตประจำวนั อย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขียนเพ่อื ขอและให้ข้อมลู บรรยายและแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั เร่ืองที่ฟัง
หรอื อ่านอยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/2 พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ/แกน่ สาระ หัวข้อเร่ือง (topic) ท่ีได้จากการ
วเิ คราะหเ์ รื่อง/ขา่ ว/เหตุการณ์ ท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม
ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสยี ประโยค
ชนดิ ต่าง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย
ต 2.2 ม.2/2 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างชวี ติ ความเปน็ อยู่
และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย
ต 3.1 ม.2/1 คน้ คว้า รวบรวมและสรุปข้อมูล/ขอ้ เท็จจริงท่เี กี่ยวข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่นื
จากแหลง่ เรยี นรู้ และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขียน
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบค้น/ค้นควา้ รวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ
จากส่ือและแหลง่ การเรยี นร้ตู า่ ง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี
2. สาระสำคญั
มงุ่ เน้นให้นักเรยี นสามารถเขยี นบรรยายและสนทนาเกีย่ วกับเหตุการณท์ ี่เกดิ ขึ้นในอดตี โดยใช้
Past simple tense และ Past continuous ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั สถานการณ์ ต้ังคำถามเก่ียวกบั สิ่งต่าง ๆ
ภายในบ้าน เหตุการณ์ท่เี กดิ ข้ึนภายในบ้าน สอบถามข้อมูลเกย่ี วกับเหตกุ ารณใ์ นอดตี บรรยายเรื่องราวท่ีเกิดขึน้
ภายในบ้าน โดยการใชค้ ำถามทง้ั แบบ Yes/ No-question และ Wh- question คำศัพท์เกยี่ วกบั หอ้ ง
ต่าง ๆ ภายในบ้าน และประโยชน์ใช้สอยในแตล่ ะห้อง คำศัพทเ์ กย่ี วกบั ข้าวของเคร่อื งใช้และสถานท่ีทีม่ สี ่ิงของ
เหลา่ นนั้ การขอร้องหรือการสง่ั ให้นำสิ่งของตา่ ง ๆ มาให้ โดยใชป้ ระโยค Imperative การถาม-ตอบเก่ียวกับ
ชว่ งเวลาท่ีเกดิ เหตุการณ์ในอดีต ด้วยการอา่ นเวลาตามแบบ American English โดยเรยี นรูผ้ า่ นการสนทนาโตต้ อบ
ตามบริบทท่ีกำหนดให้ อา่ นข้อความส้ัน ๆ เพ่ือตอบคำถาม เตมิ ข้อความในประโยคให้สมบรู ณ์ เขยี นประโยคจาก
คำทก่ี ำหนดให้ การทำกิจกรรมกลุ่ม เพ่ือนำเสนอการแสดงบทบาทสมมติ และคน้ ควา้ หาความร้เู พม่ิ เตมิ จากแหลง่
ตา่ ง ๆ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. นกั เรียนตอบคำถามจากเรื่องท่ีอา่ นได้
2. นักเรียนระบุใจความสำคญั ของเร่ืองท่ีอา่ นได้
ด้านกระบวนการ (Process)
3. นกั เรยี นทำงานรว่ มกันเปน็ กลมุ่ ได้
4. นักเรียนนำข้อมลู ทกี่ ำหนดใหม้ าประยุกตใ์ ชใ้ นการสนทนาได้
ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
5. นกั เรียนมีระเบยี บวนิ ัยและมุ่งมน่ั ในการทำงาน
6. นักเรียนมคี วามซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
3. สาระการเรียนรู้
1. คำศัพท์จากบทสนทนา ได้แก่ wrong, place, notice, break in, noise, cough, downstairs,
screamed
2. ไวยากรณ์
2.1 Past continuous tense
- Affirmative form : She was walking downstairs.
- Negative form : She wasn’t walking downstairs.
- Yes-No questions : Was she walking downstairs?
2.2 Past simple and Past continuous
- When + Past simple : I was having a shower when my friend called.
- While + Past continuous : We were dancing while the music was playing.
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
6. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรอื่ ง vocabulary : Objects in the House
2. ใบงานเรือ่ ง Past continuous
7. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธสี อนแบบ 2W3P)
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนกั เรียน
2. ทบทวนการใช้ Past simple และ Past continuous tense โดยใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั
ใน Student’s Book exercise 2-3 หนา้ 72
3. นกั เรียนอา่ นคาตอบพร้อม ๆ กนั
Answer key:
2. Circle the correct option. Sometimes more than one option is possible.
1. was having 5. was playing
2. was walking 6. met
3. said 7. studying
4. told 8. did’t watch
Answer key:
3. Complete these stories using the correct past simple or past continuous form of the verbs
in the brackets.
1. broke 7. was drinking
2. were playing 8. heard
3. fell 9. were speaking
4. hit 10.ran
5. happened 11.gave
6. were coming
4. นักเรียนทบทวนหลกั การเลือกใช้ Past Simple ได้แก่ การสังเกตคาบอกเวลา คาเช่ือม when + Past
simple, while (as) + Past continuous, as + past continuous
ข้นั นำเสนอ (Presentation)
5. อ่านขอ้ ความใน Student’s Book Exercise 3 หนา้ 72
6. นกั เรียนช่วยกนั เขยี น timeline ที่เหมาะสมกบั เหตกุ ารณ์ใน Student’s Book exercise 3 ลงใน
exercise 4
7. ตวั แทนนกั เรียนออกมาเขียนเฉลย Timeline บนกระดาน
Answer key:
4. Draw time lines to show the sentences in exercise 3.
(Example answers)
2 7
1 8
6 9
5 10 11
8. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเรื่อง คาบอกเวลาในอดีต
- หากคาน้นั เป็นปี ค.ศ. หรือใชค้ าวา่ last + day/ week/ month/ year , … ago ใชก้ บั Past simple
- ถา้ เป็นช่วงเวลาใดเวลาหน่ึงที่เฉพาะเจาะจงในอดีต เช่น April 2016 หรือบอกช่วงระยะเวลา
ในอดีต เช่น 2015-2016 ใชก้ บั Past continuous
9. ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ใน Student’s Book exercise 5 เปลี่ยนขอ้ ความเล่าเรื่อง Alex and Richard
ใหอ้ ยใู่ นรูป Past simple หรือ Past continuous
10. ครูสุ่มเรียกนกั เรียนออกมาเขียนคาตอบบนกระดานคนละขอ้
11. นกั เรียนช่วยกนั ตรวจคาตอบ และแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
Answer key:
5. Look at the information about Alex and his brother, Richard. White sentences using
the past simple and past continuous.
1. Alex became a soccer player while Richard was studying at school.
2. Richard visited South America while Alex was playing professional soccer player.
3. Alex broke his leg and gave up soccer while Richard was studying Spanish at university.
4. Alex started to learn Chinese while Richard was working for a company in England.
5. Richard found a job in Mexico while Alex was studying Chinese at university.
6. Alex went to the Beijing Olympics while Richard was living in Mexico.
12. นกั เรียนดูภาพประกอบหนงั สือ Student’s Book หนา้ 74
13. ครูถามนกั เรียนโดยให้เดาจากภาพวา่ What do you think the story about?
ข้นั ฝึ กฝน (Practice)
14. ครูอ่านคาศพั ท์ ใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใตห้ รือขีดเนน้ คาศพั ท์ ต่อไปน้ี Borneo, longhouse, stilt, flood,
tree bark, divided in half, large, daily work, single, related, great-grandmother, roof, electricity, refrigerator,
share
15. นกั เรียนอ่านเร่ือง Traditional houses ใน Student’s Book หนา้ 74 และเดาความหมายของคาศพั ท์
จากบริบท
16. ครูเขียนคาถามเหลา่ น้ีบนกระดาน
- What is the story about?
(It is about the longhouses on the island of Borneo.)
- Why do people build the longhouses?
(The longhouse can protect them from flood.)
- What were the longhouses made of?
(They were made of wood, grass, and tree bark.)
- Why do they divide the longhouses into two parts?
(To separate the living zone from cooking and entertainment zone)
- Who are the people living in the longhouses?
(Many generations of a family members)
- How many people are there in the longhouses?
(It can be up to 150 people.)
17. นกั เรียนตอบคาถามลงในสมุด
18. ครูเขียนเฉลยบนกระดาน
19. หากคาตอบที่ครูเฉลยไม่ตรงกบั คาตอบของนกั เรียน ใหอ้ ภิปรายในช้นั เรียนและสรุปแนวทาง
วา่ คาตอบเช่นใดท่ีนกั เรียนคิดวา่ ถกู ตอ้ งที่สุด
20. ครูเขียนคาศพั ทแ์ ละความหมายบนกระดาน เพื่อใหน้ กั เรียนเทียบกบั ความหมายของคาศพั ท์
ที่นกั เรียนเดาจากบริบท ดงั น้ี
Borneo (หมเู่ กาะบอร์เนียวในประเทศอินโดนีเซีย) , longhouse (บา้ นใตถ้ นุ สูง) , stilt (เสาค้า), flood
(น้าทว่ ม), tree bark (เปลือกไม)้ , divided in half (แบง่ เป็น 2 ส่วน), large (กวา้ งใหญ่), daily work (งาน
ประจาวนั ), single (เดี่ยว), related (เกี่ยวขอ้ ง), great-grandmother (ยา่ /ยายทวด), roof (หลงั คา), electricity
(ไฟฟ้า), refrigerator (ตเู้ ยน็ ), share (ใชร้ ่วมกนั )
21. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั ใน Workbook 2 exercise 7-9 หนา้ 59
22. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม 3 กลุ่ม
23. นกั เรียนจบั ฉลากเพ่อื เฉลย แบบฝึกหดั กลุ่มละ 1 แบบฝึกหดั
24. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มเฉลยแบบฝึกหดั ที่กลุ่มจบั ฉลากได้
25. นกั เรียนตรวจและแกไ้ ขงานของตนเอง
Answer key:
7. Complete the rules using past continuous, past simple, complete,
together, was/were, watching
1. was/were 4. watching
2. past simple 5. continuous
3. together 6. complete
Answer key:
8. Choose the correct answer.
1. eating 4. singing
2. driving 5. fell
3. started 6. came
Answer key:
9. Correct the mistakes.
1. eat >eating 4. are >were
2. play > playing 5. burn > burning
3. calling > called 6. realizing > realized
ขน้ั การสร้างผลงาน (Production)
26. นักเรียนวาดภาพบ้านของนักเรียนพร้อมทงั้ สมาชกิ ครอบครัวลงในสมุด และเขียนบรรยาย
เก่ยี วกับครอบครัวของนักเรียน โดยใชค้ ำถามใน Student’s Book 2 หน้า 75 เป็นแนวทาง
ตัวอย่างเร่อื ง My Home
I live in a single house. It is quite big. It has two stories. The house was divided into 7
rooms. They are a living room, a kitchen, 2 bathrooms, and three bedrooms. I have a lot of
furniture in my house. They are three sofas, two TVs, a refrigerator, an oven, a stove, three fans,
and three air conditioners.
My house is good because it is close to the market so my mom can buy some food every day.
27. ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาอา่ นเรื่องของตนหนา้ ชั้นเรียน 5 คน
28. นักเรยี นแลกกนั อ่านเรื่องทเี่ ขียนกับเพื่อน พร้อมทั้งตรวจความถกู ต้อง
29. นกั เรยี นส่งเรอื่ งท่ตี รวจแลว้ คืนเพื่อน หากนกั เรียนไม่แน่ใจว่าสิง่ ท่เี พ่อื นตรวจนั้นผิดจริง
ใหน้ ักเรยี นมาถามครู
30. นักเรยี นแก้ไขงานเขียนแลว้ จงึ ส่งครู
ขนั้ สรุป (Wrap up)
31. ให้นกั เรียนออกมาเขียนคำศัพท์ใหมท่ ี่ไดเ้ รียนในวนั นบี้ นกระดาน
32. นักเรยี นอ่านคำศัพทแ์ ละบอกความหมายพรอ้ มๆกนั อกี คร้ัง
33. นักเรยี นสรุปหลักการใช้ Past simple และ Past continuous
8. การวดั ผลและการประเมินผลการเรียนรู้
รายการ วธิ ีวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การวัด
แบบประเมนิ การตอบ
ด้านความรู้ Knowledge คำถาม นกั เรยี นตอบคำถาม
และทำแบบฝึกหดั ได้
1.นักเรยี นตอบคำถามจากเร่ือง การตอบคำถาม แบบฝึกหดั ถูกต้องมากกว่า 80
ที่อ่านได้
2. นักเรียนระบใุ จความสำคัญ การตอบคำถาม
ของเรื่องที่อ่านได้
3. นักเรยี นระบุคำศพั ท์ท่ีใชเ้ รยี ก แบบฝกึ หดั
สงิ่ ของ และห้องตา่ ง ๆ
ภายในบ้านได้ถูกต้อง
4. นกั เรียนอธบิ ายความแตกตา่ ง การอภปิ รายและตอบ แบบประเมนิ การตอบ
คำถาม
ในการใช้ของ Past simple และ คำถาม
Past continuous ได้
ดา้ นกระบวนการ Process
5. นกั เรียนทำงานร่วมกันเปน็ การทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ นกั เรียนสามารถแสดง
ทำงานกลุ่ม ความคิดเห็นได้อย่าง
กล่มุ ได้ แบบประเมนิ ผลงาน สมเหตสุ มผล
นกั เรียนสามารถทำผลงาน
6. นกั เรียนนำขอ้ มลู ท่ีกำหนดให้ การเขียนย่อหนา้ ส้นั ๆ ได้ ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี
มาประยุกต์ใชใ้ นการเขียนได้
7. นกั เรียนเขียนย่อหน้าสั้น ๆ
จากประสบการณ์และการเรยี นรู้
ในชั้นเรยี นได้
ด้านคุณลักษณะ Attribute
8. นักเรยี นมีระเบยี บวินัยและ การประเมินพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมผ่าน
เกณฑร์ ะดับดี
มุ่งมั่นในการทำงาน
9. นกั เรยี นมีความซ่ือสัตย์
ในการทำงาน
10. นกั เรียนมีความใฝ่รโู้ ดยหา
ความรเู้ พม่ิ เตมิ จากแหล่งตา่ ง ๆได้
9. สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
. 1. หนงั สอื เรยี น Maximize Student’s Book 2
2. ตวั อยา่ งเรือ่ ง My House
10. ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ไดต้ รวจแลว้ มคี วามคิดเห็นว่า
สมควรนำแผนการจดั การเรียนรู้ไปใช้ได้
สมควรปรับปรงุ คอื ..........................................................................................................................
ลงชื่อ................................................
(นางปาลิตา อาดลุ เบบ)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
11. ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู.้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรสู้ อดคลอ้ ง...................................................................
สาระสำคัญครอบคลมุ ชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรียนร้มู คี วามถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรียนรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น.............................................................................................................
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชิ้นงาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนร้เู น้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั ........................................................................................
สอ่ื และอปุ กรณ์การเรยี นร.ู้ .............................................................................................................
การวดั และการประเมินตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้.........................................................................
บนั ทกึ หลังสอน................................................................................................................ ...............
เสนอสง่ แผนการจัดการเรียนร้ตู ามข้ันตอนระบบงาน.....................................................................
ลงช่ือ
( นายอบั ดลรอศักด์ิ มณโี ส๊ะ)
รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชากร
12. ความคิดเหน็ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
อนญุ าตใหใ้ ชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คือ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื
( นายสิรวฒุ ิ ยุนยุ้ )
ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงวทิ ยา
13. บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ ผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 (แยกเปน็ ห้องเพ่ือนำไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ (ตามจุดประสงค)์
1. นกั เรียนบอกความหมายของคำศพั ทไ์ ด้
2. นักเรียนออกเสียงคำศพั ท์เก่ียวกบั สถานที่ตา่ ง ๆ ท่ีกำหนดใหไ้ ด้
นกั เรยี นสามารถทำแบบฝึกหัดได้ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ตามจดุ ประสงค์ แยกเปน็ ห้อง ดังนี้
- ชนั้ ม.2/2 นกั เรียนทัง้ หมด 38 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 30 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 78.95
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 21.05
- ชั้น ม.2/4 นักเรียนทั้งหมด 37 คน ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 32 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 86.49
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ จำนวน 5 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 13.51
- ชั้น ม.2/6 นักเรียนท้งั หมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 25 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 60.98
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 16 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 39.02
- ชั้น ม.2/8 นักเรียนทั้งหมด 41 คน ผ่านเกณฑ์ จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 48.78
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน 21 คน คดิ เป็นร้อยละ 51.22
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
การประเมินอยใู่ นระดบั ดี
3. นกั เรียนทำงานรว่ มกนั เป็นกลมุ่ ได้ อยใู่ นระดับดี
4. นักเรียนนำข้อมลู ที่กำหนดให้มาประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้ อยใู่ นระดบั ดี
ด้านคณุ ลกั ษะ (A)
5. นกั เรยี นมีระเบยี บวินยั และม่งุ ม่นั ในการทำงาน
6. นกั เรียนมีความซ่ือสตั ย์ในการทำงาน
จากการประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล นักเรียนสว่ นใหญม่ ีพฤตกิ รรม
ผ่านเกณฑ์คณุ ลักษณะในระดับดี
13.2. แนวทางแกป้ ญั หานักเรียนทไี่ ม่ผา่ นตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรูห้ รอื จดุ ประสงค์ (เพอ่ื นำไปสู่ PLC)
1. ครใู หน้ ักเรียนทไี่ มผ่ ่านเกณฑก์ ารประเมินปรับคะแนนแบบฝึกหัดที่ไม่ผ่าน
2. ครนู ำผลการประเมนิ มาวิเคราะห์ เพือ่ ปรับปรุงและพฒั นารูปแบบการจัดการเรยี นการสอนให้มี
ประสิทธภิ าพมากขึน้ โดยเฉพาะนกั เรียนช้นั ม.2/8
ลงช่ือ…………………………………………………
(นางสาวคไู ซบ๊ะ หะยปี ะดอ)
ครูผูส้ อน
วันที่………เดอื น………………….พ.ศ…………
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 7
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวชิ า อ22102
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 9 Electrical Devices เร่ือง Vocabulary: Electrical Devices
ผสู้ อน นางสาวคไู ซบะ๊ หะยีปะดอ เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 :เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากสอื่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อย่างมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 :มที กั ษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความร้สู ึก
และความคดิ เห็นอย่างมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 : นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 : เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 : ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรกู้ บั กล่มุ สาระการเรยี นรูอ้ ื่น และเป็น
พน้ื ฐานในการพัฒนาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
สาระที่ 4 ภาษาดบั ความสมั พนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 : ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทง้ั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
ตวั ชี้วดั
ต 1.1 ม.2/1 ปฏบิ ัติตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธบิ ายงา่ ย ๆ ที่ฟังและอ่าน
ต 1.1 ม.2/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองส้ัน ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.2 ม.2/1 สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมลู เก่ียวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆใกลต้ ัว และสถานการณต์ ่าง ๆ
ในชวี ิตประจำวนั อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธ
การใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั กิจกรรม เรอ่ื งตา่ ง ๆ ใกล้ตัวและประสบการณ์
พรอ้ มทัง้ ให้เหตุผลส้นั ๆ ประกอบ
ต 2.1 ม.2/1 ใชภ้ าษา นำ้ เสียง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม
และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ต 3.1 ม.2/1 คน้ ควา้ รวบรวมและสรปุ ข้อมูล/ขอ้ เทจ็ จรงิ ที่เก่ยี วข้องกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อืน่
จากแหล่งเรยี นรู้ และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขยี น
ต 4.1 ม.2/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ ำลองท่เี กิดขนึ้ ในหอ้ งเรยี น สถานศึกษา
และชุมชน
2. สาระสำคญั
มุ่งเน้นให้นักเรียนสามารถสนทนา อธิบาย และสอบถามเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน คำศัพท์ที่ใช้
เรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้น การขออนุญาต สอบถาม ขอร้อง อย่างสุภาพ คำกริยาและสำนวน ผ่านการฟัง อ่าน
เขียนประโยค จับคู่สนทนา ทำแบบฝึกหัด กิจกรรมกลุ่ม การอภิปรายกลุ่มใหญ่ ค้นคว้าหาความรู้เพ่ิมเติมจากส่ือ
อ่ืนๆ เพ่ือให้นักเรียนสามารถส่ือสารในบริบทที่เก่ียวข้องกับชีวิตประจำวัน ในการใช้ชีวิตภายในบ้าน ในครอบครัว
ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1) นกั เรียนอ่านออกเสยี งคำศัพท์ท่กี ำหนดให้ไดถ้ ูกต้อง
2) นกั เรียนระบคุ ำศัพท์ที่ใช้เรียกเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ภายในบา้ นได้
ด้านกระบวนการ (Process)
1) นักเรยี นทำงานรว่ มกนั เปน็ กลุ่มได้
2) นกั เรียนนำข้อมูลที่กำหนดให้มาประยุกต์ใชใ้ นการสนทนาได้
ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
1) นกั เรียนมคี วามมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
2) นกั เรียนมคี วามซื่อสตั ย์ในการทำงาน
3. สาระการเรยี นรู้
1) คำศัพท์เกยี่ วกบั เครื่องใช้ภายในบา้ น ได้แก่ modem, washing machine, stove, curling iron, oven,
charger, freezer, dishwasher, remote, blender, water heater, alarm, desktop, radio, water cooler,
fan, coffee machine, microwave, alarm, dryer
2) ไวยากรณ์ การใช้ Could เปน็ ประโยคคำถาม เพอ่ื ขออนุญาต หรอื ขอร้อง เชน่ Could I borrow your
coffee blender?
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ ม่ันในการทำงาน
6. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรอื่ ง vocabulary : Electricals Devices
7. กิจกรรมการเรียนรู้ (วธิ สี อนแบบ 2W3P)
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรียน (Warm-up)
1. ครทู กั ทายนักเรียน
2. ทำกิจกรรม Quick circle เพื่อทบทวนคำศัพท์เกย่ี วกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยให้นักเรียน
ออกมาช่วยกนั เขยี นคำศัพท์ท่ีเป็นเครื่องใชไ้ ฟฟ้า ภายในบ้านใหไ้ ด้มากท่ีสุดภายในเวลา 5 นาที
3. แบง่ นักเรียนเปน็ 4 กลมุ่ แต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนละ 1 คน ครแู จกปากกาเขียนกระดานให้
คนละ 1 ด้าม ใหน้ ักเรยี นยนื หนั หลังให้กระดาน ครูพดู คำศพั ท์บนกระดาน ให้นักเรียนวงกลมรอบคำศัพท์
ทีค่ รพู ูด ใครทีว่ งกลมรอบคำศัพทไ์ ดก้ ่อนจะได้คะแนนในข้อนั้นไป
4. เมือ่ นักเรยี นได้ออกมาทำกิจกรรมทุกคนแลว้ ครยู ุติกจิ กรรมและนับคะแนน กลมุ่ ที่ได้คะแนนรวมสงู สดุ
เป็นผชู้ นะในการทำกจิ กรรมนี้
ขั้นนำเสนอ (Presentation)
5. ครแู จกกระดาษ A4 ใหน้ กั เรียนคนละ 1 แผ่น
6. ให้นกั เรยี นเขียนชอื่ เลขที่ และช้ันทห่ี วั มมุ กระดาษด้านบน และเขยี นหมายเลข 1-20 ตามแนวตง้ั
7. ครูบอกคำศัพท์ ให้นักเรียนเขียนตามคำบอกและหาความหมายโดยนักเรียนสามารถดูคำศัพท์
ในหนังสอื Student’s Book หน้า 76 -77 ได้
คำศัพท์ได้แก่ curling iron (ที่ม้วนผมไฟฟ้า), remote (รีโมตคอนโทรล), modem (โมเด็มหรือ อุปกรณ์เชื่อมต่อ
คอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต), washing machine (เคร่ืองซักผ้า) , stove (เตา), oven (เตาอบ), charger (ท่ี
ชาร์ตแบตโทรศัพท์), freezer (ตู้แช่แข็ง), coffee machine (เครื่องชงกาแฟ), dishwasher (เคร่ืองล้างจาน),
blender (เคร่ืองปั่นผัก ผลไม้), alarm (นาฬิกาปลุก), desktop (จอคอมพิวเตอร์), radio (วิทยุ), water cooler
(เครือ่ งทำน้ำเยน็ ), microwave (เตาอบไมโครเวฟ), dryer (เครื่องอบผ้า), water heater (เครอ่ื งทำนำ้ อ่นุ ),
8. นักเรียนทำแบบฝึกหดั จับครู่ ปู ภาพกบั คำศัพท์ใน Student’s Book exercise 1 หนา้ 76
9. ครสู ่มุ นกั เรยี นให้เฉลยคำตอบ
Answer key:
1. Match the words with the pictures on page 77.
modem 7 oven 11 remote 8
12
washing machine 3 charger 2 blender 6
10
stove 9 freezer 5 water heater
curling iron 1 dishwasher 4 alarm
Audio script : Unit 9 Track 1
1. curling iron 7. modem
remote
2. charger 8. stove
alarm
3. washing machine 9. oven
blender
4. dishwasher 10.
5. freezer 11.
6. water heater 12.
10. นักเรียนอ่านออกเสยี งคำศพั ทแ์ ละบอกความหมายพร้อม ๆ กนั
11. นักเรยี นฟัง Audio แล้วจับคภู่ าพกบั คำศัพท์ท่ีไดย้ นิ ใน Student’s Book exercise 2 หนา้ 76
12. ครเู ฉลยคำตอบพรอ้ ม ๆ กับนกั เรยี น
Answer key:
2. Match the words from the box with the pictures above. Listen and check
your answers.
desktop (computer) 6 radio 3
water cooler 4 fan 5
coffee machine 2 iron 1
Audioscript: Unit 9 Track 2
1. Could you lend me your iron? I forgot to bring mine.
2. Could you use the coffee machine to make our guests some coffee?
3. I must get a new radio. This one is broken.
4.There is no cool water coming out of the water cooler. It must be broken again.
5. It’s hot. Can you turn on the fan, please?
6. Could I turn on your desktop computer?
13. ครพู ูดประโยคต่อไปนี้ The iron is for cloth. The fan is for cooling down the temperature.
The water heater is for heating the water. และเขยี นบนกระดาน
14. ครูอธบิ ายว่า ในการบอกประโยชนใ์ ช้สอยของเครอ่ื งใช้ตา่ ง ๆ นักเรียนสามารถใช้โครงสรา้ ง
….. is for + noun. หากนักเรียนต้องการอธิบายถึงกริยาท่ีใช้กับเคร่ืองใช้น้ัน ให้ทำให้กริยานั้นเป็น Gerund
(Ving) กอ่ น เพราะกริยาทต่ี ามหลัง Preposition (for) จะตอ้ งอยูใ่ นรูปของ Gerund
15. ครสู มุ่ เรยี กนักเรยี นใหเ้ ลือกพดู ประโยชน์ของเครื่องใชใ้ นบ้าน คนละ 1 ประโยค ประมาณ 10 คน
16. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ใน Student’s Book exercise 4 หนา้ 77
17. นักเรยี นอา่ นคำตอบของแบบฝกึ หัดพร้อมกัน
Answer key:
4. complete the sentences with the electrical devices words.
1. washing machine, dryer
2. microwave, stove
3. radio, stereo
4. fan, conditioner
5. coffee machine, blender
ข้นั ฝกึ ฝน (Practice)
18. นักเรยี นอา่ น dialogue ใน Student’s Book exercise 6 หน้า 77
19. นกั เรียนจับคฝู่ กึ สนทนาโดยเปล่ยี นคำนามและกริยาใน Dialogue ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
20. เมอื่ นักเรยี นจำบทสนทนาและสามารถพดู ได้จนคล่องแล้ว ให้ออกมาแสดงบทบาทสมมติ สนทนาหน้า
ชัน้ เรียน
21. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดใน Workbook exercise 1-3 หน้า 63
22. ครูส่มุ นกั เรียนเฉลยคำตอบ
Answer key:
1. Match the words with the pictures.
1. air conditioner 4. curling iron 7. microwave
2. blender 5. refrigerator 8. fan
3. computer 6. remote 9. stove
Answer key:
2. Circle the electrical appliance words.
1. stereo 4. washing machine 7. coffee machine
2. oven 5. water heater 8. freezer
3. alarm clock 6. water cooler
Answer key:
3. Complete the words.
1. charger 3. iron 5. vacuum cleaner 7. radio
2. keyboard 4. Hairdryer 6. Plug 8. Tevevisio