The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-23 20:53:14

ธรรมคู่แข่งขัน หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ธรรมคู่แข่งขัน หลวงตา

โดดขึ้นไปหมอบอยู่บนเวทีทั้งที่ยังไม่ถึงยกก็มี ถ้าเป็นดังนี้แม้จะคุยไปเท่าไร ก็คือ
การขายความโง่ของตนวันยังค่�ำ จนผู้ฟังเบ่ืออยากเก็บหูเข้าล้ินชักเสีย ขี้เกียจฟัง
โดยมากคนมกี เิ ลสชอบเขา้ ตวั พดู จงึ มกั จะเขา้ ในทำ� นองทว่ี า่ มา ไมค่ อ่ ยเปน็ ทา่ เปน็ ทาง
พอจะถอื เอาคตติ วั อยา่ งได้ ฉะนน้ั กฎหมายหรอื ระเบยี บตา่ งๆ ทป่ี กครองบา้ งเมอื งกด็ ี
ศาสนาก็ดี จึงมักมีการเลือกเฟ้นกันอย่างพิถีพิถัน ไม่ได้คว้าเอามาใช้ปกครองกัน
แบบส่มุ สีส่ ุ่มหา้ กลัวมวลมนุษย์จะเป็นบ้ากนั ทง้ั โลกโดยหาความเปน็ ธรรมและความ
สงบสุขมิได้ คุณก็กรุณาต้ังใจไว้อย่างเป็นธรรม ระวังใจอย่าให้โยกคลอนไปตาม
ลมปาก อรรถมี ธรรมมี กรณุ าปฏบิ ตั ไิ ป ใครวา่ อะไรคอยแตจ่ ะเศรา้ ใจเสยี ใจ กน็ า่ ให้
เขายเุ ขาแหยจ่ รงิ ๆ เพราะทำ� แลว้ ไดผ้ ลใครกอ็ ยากทำ� คอื อยากเสย้ี มสอนไวเ้ ปน็ สาวกิ า
แห่งความหมดหวงั สาวิกาของผู้วา่ บาปไมม่ ี บุญไมม่ ี นรกไมม่ ี สวรรคไ์ ม่มี อนาคต
ของคนของสตั ว์ไม่มี ท�ำอะไรลงไปไมม่ ีหวังไดร้ ับผล เปล่าโดยประการทั้งปวง น่าไป
และน่าอยไู่ หมคณุ อาจารยว์ ่าเขา้ ทีดีเพราะไมเ่ คยมีในแดนมนุษยเ์ รา

สุภาพสตรีตอบวา่ เพยี งไดย้ นิ เขาพดู ให้ฟงั ประโยคสองประโยคเท่าน้ัน ใจยัง
รสู้ กึ วา่ โลกจะบรรลยั อยแู่ ลว้ ปรากฏวา่ ใจควำ�่ ใจหายในขณะนนั้ แลว้ ยงั จะนา่ ไปนา่ อยู่
อยา่ งไรกนั อกี

ผเู้ ขยี น อาจารยก์ พ็ ดู ไปอยา่ งนนั้ เอง หวั ใจและสตปิ ญั ญามอี ยกู่ บั ทกุ คน ยอ่ มเปน็
สิทธิของแต่ละคนจะพิจารณาเลือกเฟ้นเอาตามใจชอบได้ ไม่มีใครมาบังคับให้เป็น
ไปตามอ�ำนาจของตนได้ คุณผู้มีหวังในผลงานท่ีท�ำของตนและอนาคตของตนอยู่
ก็กรณุ าท�ำไปบ�ำเพญ็ ไป ไมม่ ีใครมาแยง่ ชงิ ไปได้เหมอื นสมบตั ินอกกาย เพราะกรรม
และผลของกรรมเปน็ สมบตั เิ ฉพาะของแตล่ ะบคุ คล ไมข่ นึ้ อยกู่ บั คำ� ปฏเิ สธและรบั รอง
ของใครมาแตก่ าลไหนๆ กรณุ าทำ� ใจใหเ้ ยน็ ผลจะไดเ้ ยน็ ไปตามเหตพุ าใหเ้ ยน็ ศาสนา
สอนให้เชื่อเหตุกับผลซ่ึงติดแนบอยู่กับทุกคนตลอดสัตว์ไม่เลือกหน้า ไม่มีใครเป็น
ผู้มีอ�ำนาจจ�ำแนกแจกกรรมบังคับกรรมให้เป็นอะไรได้ นอกจากกรรมท่ีตนท�ำขึ้น
เทา่ นัน้ จะมอี ำ� นาจจ�ำแนกแจกจา่ ยระบายผลให้เป็นไปตามกฎที่ท�ำลงแลว้ มอี ยู่เพียง
เทา่ นที้ คี่ วรพจิ ารณาและสงั เกตใหม้ าก ศาสนากเ็ พอื่ สงั คม ไมน่ ยิ มชาตชิ นั้ วรรณะแหง่

244

มวลมนษุ ย์ การเรยี นและปฏบิ ตั ศิ าสนากเ็ พอ่ื รเู้ รื่องของตวั และสงั คมหรือโลกทว่ั ๆ ไป
ถา้ ยงั เทยี่ วลา่ เทยี่ วหลงคารมของสงั คมตา่ งๆ อยู่ กแ็ สดงวา่ เรายงั ออ่ นตอ่ เรอ่ื งของตวั
และเรื่องของสังคมอันเป็นท่ีรวมแห่งเร่ืองทั้งหลายอยู่มาก ควรเห็นโทษของตัวและ
ยกโทษตัวเองเพ่ือเร่งเสริมก�ำลังสติปัญญาให้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดอยู่เสมอไม่เว้น
แตล่ ะเวลานาที การเรยี นและปฏบิ ตั ิจนรเู้ รอ่ื งของเรอ่ื งโดยตลอดทัว่ ถงึ แลว้ ยอ่ มเกดิ
ความอาจหาญและวางตนตอ่ สงิ่ เกยี่ วขอ้ งทง้ั หลายไดโ้ ดยถกู ตอ้ ง ใจมคี วามสมำ�่ เสมอ
ตอ่ สงิ่ ทม่ี าเกยี่ วขอ้ งสมั ผสั ทงั้ ฝา่ ยทน่ี า่ ตำ� หนแิ ละฝา่ ยทน่ี า่ ชม พจิ ารณาไตรต่ รองดอู ยา่ ง
ละเอยี ดถถ่ี ว้ น ไมห่ ลวมตวั ในทกุ สง่ิ ทคี่ วรปลอ่ ยไปตามแดดตามลมกป็ ลอ่ ยไป ทค่ี วร
ยึดถือไว้เป็นหลักใจก็ยึดไว้อย่างมั่นคง น่ีคือคตินิสัยของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธ
ทคี่ วรไดร้ บั ความรม่ เยน็ จากการปฏบิ ตั ธิ รรมอยา่ งแทจ้ รงิ และควรใหค้ วามรม่ เยน็ แก่
ผูอ้ ่ืนไดเ้ ทา่ ทคี่ วร มิใช่ผู้โยกๆ คลอนๆ คอยแตจ่ ะหกล้มระทมทกุ ข์เพราะอารมณ์มา
สมั ผสั แม้เพียงนิดๆ

เทา่ ทีอ่ ธิบายมากน็ ับวา่ มาก ถา้ พอเป็นธรรมโอสถได้บ้าง กค็ งยงั ไม่มกี ำ� ลังพอ
ตา้ นทานกบั โลกหเู บาใหห้ ายสนทิ ได้ แตถ่ า้ พยายามรบั อยเู่ สมอ กอ็ าจจะพอเสรมิ กำ� ลงั
เพ่อื ต้านทานพายุพอเอาตัวรอดไปได้ จึงขอยตุ ิปญั หาโลกบรรลัยเพียงเทา่ นี้

โลกกบั ธรรม ศาสนากับมวลมนุษย์ ปรากฏขน้ึ มาในระยะเดียวกนั แม้คนรนุ่
หลงั ๆ ทเ่ี พิ่งจะเกดิ มาไม่กป่ี ี ก็พอทราบความเปน็ มาของโลกกับธรรม และศาสนา
กับมวลมนุษย์ได้ จากศาสนาท่ีพระพุทธเจ้าท้ังหลายแต่ละพระองค์ประกาศธรรม
สอนโลกสบื ตอ่ กนั มาเปน็ ลำ� ดบั ในภทั ทกปั นก้ี ม็ พี ระพทุ ธเจา้ มาตรสั รู้ ๕ พระองค์ คอื
พระกกสุ นั โธ พระโกนาคม พระกสั สโป พระโคตโม คอื พระพทุ ธเจา้ สมณโคดมของเรา
องค์ปัจจุบัน และพระอริยเมตไตรยที่จะมาตรัสข้างหน้าถัดจากพระพุทธเจ้าน้ีไป
ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ มาตรสั รเู้ ปน็ ศาสดาสอนโลกล่วงไปแล้วนั้นมากต่อมาก จนไม่สามารถ
นับอ่านได้ สมกบั โลกทม่ี มี านานแสนนานเช่นเดียวกนั ความมากของพระพุทธเจ้าที่
ตรสั รผู้ า่ นไปแลว้ ถา้ นบั จำ� นวนวตั ถชุ น้ิ หนง่ึ ๆ ทมี่ อี ยใู่ นโลกปจั จบุ นั นก้ี ไ็ มอ่ าจมจี ำ� นวน
เท่าพระพุทธเจ้าท้ังหลายเหล่าน้ัน พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ท่ีทรงทุ่มเทพระก�ำลัง

245

ความรู้ความสามารถทุกด้านประกาศธรรมสอนโลก ล้วนเป็นธรรมสมบัติอันมีค่า
มหาศาล ไมม่ ผี ใู้ ดจะสามารถคน้ พบและทำ� ไดอ้ ยา่ งพระพทุ ธเจา้ แตล่ ะพระองค์ ทรงกระทำ�
การสงั่ สอนสตั วโ์ ลกเพอ่ื ความเปน็ คนดเี ปน็ ชน้ั ๆ แตล่ ะรายๆ กไ็ มม่ ภี าระใดจะหนกั หนว่ ง
ยิ่งไปกว่าการส่ังสอนคนที่มีหัวใจเต็มไปด้วยสนิมอันเหนียวเหนอะเกรอะกรังท่ีแสน
รกรงุ รงั น่าเกลียดน่ากลัว คือกเิ ลสอาสวะประเภทต่างๆ จนกวา่ ธรรมชาติทีน่ ่าเกลียด
น่ากลัวน้ันจะหลุดออกได้แต่ละนิดละหน่อยจากหัวใจหน่ึงๆ จนปรากฏเป็นรูปร่าง
มนุษย์ขึ้นมาให้เป็นที่น่าดูน่าชม น่าสนิทสนม น่าเคารพเล่ือมใส น่ากราบไหว้บูชา
นา่ ศรัทธาเช่อื ถอื นา่ ฝากชวี ิตจิตใจฝากเปน็ ฝากตายถวายตวั เป็นทาสไดอ้ ยา่ งสนิทใจ
จนถงึ ขนั้ สงฆฺ ํ สรณํ คจฺฉามิ แตล่ ะรายๆ นน้ั แสนทีพ่ ระพุทธเจา้ แตล่ ะพระองค์
จะทรงลำ� บากมากเพยี งไร นบั แตว่ นั ตรสั รแู้ ละทรงสง่ั สอนสตั วโ์ ลกโดยมไิ ดจ้ ำ� กดั ชาติ
ชน้ั วรรณะของหมชู่ นทมี่ าพง่ึ รม่ เงาแหง่ พระบารมี เพราะอำ� นาจพระเมตตาแผค่ รอบไป
ทว่ั โลกแหง่ สตั วท์ ม่ี ลี มปราณทง้ั หลาย ไมท่ รงจำ� กดั เวลำ่� เวลาแกส่ ตั วโ์ ลกทค่ี วรโปรดได้
ตลอดวนั เสดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน ทรงทำ� การเกยี่ วขอ้ งสงเคราะหก์ บั สตั วโ์ ลกมากมาย
เพียงไร พระพุทธเจ้าบางพระองค์ก็มีพระชนม์ยืนนานต่างกัน คือแปดหม่ืนปีบ้าง
สี่หมื่นปีบ้าง เป็นต้น แต่ละพระองค์ทรงสั่งสอนประชาชนพุทธบริษัทให้ได้บรรลุ
คณุ ธรรมเป็นข้ันๆ นับแตข่ ั้นต่ำ� ถงึ ขน้ั สงู สดุ คือพระอรหัตตผล ทั้งเทพเบอ้ื งบนและ
เบ้อื งล่าง ตลอดหมู่ชนไมม่ ปี ระมาณ แตล่ ะพระองคท์ รงทำ� ประโยชน์แก่โลกมากมาย
สดุ วิสยั มนุษยธ์ รรมดาจะท�ำได้ เมื่อรวมพระพทุ ธเจ้าทุกๆ พระองคท์ ีผ่ า่ นมาซ่งึ ทรง
ท�ำประโยชน์แก่โลกในลักษณะดังกล่าวมา จนถึงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คงมาก
ต่อมากสุดวิสัยท่ีจะคิดและนับอ่านได้ ท่ีชาวพุทธเรากล่าวอ้างเป็นค�ำบาลีว่า พุทฺโธ
ธมโฺ ม สงฺโฆ เม นาโถ นัน้ จงึ ถกู ต้องอย่างยง่ิ อย่แู ล้ว กรุณาพากันระลึกถงึ พระองค์
ทั้งหลายมากๆ สนิมของใจจะได้กลัวและเบิกช่องให้พวกเราพอมีโอกาสบ�ำเพ็ญ
ความดีมากๆ บา้ ง ในข้อนไี้ มเ่ พยี งแต่พระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นทพี่ ึ่ง
ของเราเท่านั้น ยังเป็นท่ีพึ่งของสัตว์โลกทั่วไปตลอดกาลสถานท่ีด้วย ที่ว่า กิจฺโฉ
พุทฺธานมุปฺปาโท ก่อนท่ีพระพุทธเจ้าจะได้มาอุบัติตรัสขึ้นในโลกแต่ละพระองค์เป็น
ของยากมาก น้ันยากจริงๆ จนไมม่ ีใครสามารถอบุ ตั ิตรัสได้อย่างท่าน เพยี งฟังธรรม

246

ทที่ า่ นไดต้ รสั รแู้ ลว้ นำ� มาสง่ั สอนกย็ งั เหน็ วา่ เปน็ ของยาก และเหน็ วา่ ยากจนไมอ่ ยากฟงั
และทำ� ตาม แมจ้ ะมสี ว่ นงา่ ยกวา่ ทา่ นอยเู่ พยี งไร กย็ งั อดพดู วา่ ยากๆ ไมไ่ ดอ้ ยเู่ พยี งนน้ั
จงึ ไมม่ โี อกาสในหวั ใจทไี่ มเ่ คยใหค้ วามสะดวกแกต่ นตลอดมา ทนี่ ำ� เรอ่ื งพระพทุ ธเจา้
ทงั้ หลายมาลงบา้ งเลก็ นอ้ ยนี้ เพอ่ื ทา่ นพทุ ธบรษิ ทั ผถู้ อื พทุ ธฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ จะไดน้ ำ� มา
เทียบเคียงกับความยากของตนซ่ึงไม่มีเวลาว่างและง่ายเลย ได้ทดสอบกันบ้างว่า
ทางไหนจะหนกั เบายากงา่ ยตา่ งกนั อยา่ งไรบา้ ง ระหวา่ งภาระของทา่ นผปู้ รารถนาจะเปน็
พระพทุ ธเจา้ ไดเ้ ปน็ พทุ ธะขนึ้ มา กบั ภาระของเราทที่ ำ� กนั อยตู่ ลอดมา และมสี ารประโยชน์
เพียงใดบ้างจนถึงกับต้องบันดาลให้ต้องบ่นเช้าบ่นเย็นไม่มีเวลาอยู่เป็นปกติสุขได้
อาจไดค้ ติเคร่ืองเตือนใจและลดค�ำวา่ ยากลงบา้ ง การงานทางโลกทางธรรมจะไดเ้ ดิน
คู่เคยี งกันไปดว้ ยความสะดวกราบรื่น แม้ภาระท่ที �ำไปจะมีน้ำ� หนกั เท่าเดิม เพราะใจ
ซึ่งเป็นผู้น�ำได้รับการปลดปล่อย ค�ำว่ายากออกไปจากใจไปบ้าง ยังเหลือแต่ค�ำว่า
หนักกเ็ อาเบากท็ �ำ ไมท่ ้อถอยลดละ เพราะถือว่าเป็นงานท่ีจะอำ� นวยประโยชน์แกต่ น
ทง้ั สองอยา่ ง คอื งานทางโลกเพอื่ ความสะดวก หรอื ความอาศยั ของกาย งานทางธรรม
เพ่อื ความสะดวกสบายทางใจ และยังเป็นพลงั ชว่ ยหนุนงานทางโลกให้ถกู ต้องดีงาม
อกี ด้วย ฉะนัน้ ผู้มธี รรมในใจ การงานจึงสะอาด ไดม้ ากส็ ะอาด ครองสมบตั ิที่ได้มา
ก็เย็นใจเพราะเป็นสมบัติอันบริสุทธิ์แท้ จะเอาไปท�ำบุญให้ทานก็เป็นบุญเป็นกุศล
เต็มเม็ดเต็มหนว่ ย นำ� ไปใช้ประโยชน์ในทางใดกเ็ ยน็ ใจในทางนนั้ ไดม้ าหรือจา่ ยไป
กเ็ ปน็ ความบรสิ ทุ ธใ์ิ จปราศจากมลทนิ ไมก่ ลวั วา่ ใครจะมาครหานนิ ทาวา่ รา้ ยวา่ ไปเทยี่ ว
กอบโกยเอาของใครมาน่ังอวดโลกเขาว่าตนเป็นเจ้ามหาสมบัติ แบบดินเหนียวติด
ศรี ษะสำ� คญั วา่ ตนมหี งอน ความจรงิ กค็ อื ดนิ เหนยี วลว้ นๆ ไมใ่ ชห่ งอนอยา่ งแทจ้ รงิ เลย
ฉะนนั้ สง่ิ ทไ่ี ดม้ าดว้ ยความไมบ่ รสิ ทุ ธิ์ แมจ้ ะมาซมึ ซาบเขา้ เปน็ เนอื้ เปน็ หนงั อนั เดยี วกบั
อวยั วะแลว้ กไ็ มบ่ รสิ ทุ ธอิ์ ยนู่ น่ั เอง ดว้ ยเหตนุ ี้ พอ่ แมห่ รอื ครอู าจารยท์ ดี่ มี องเหน็ การณไ์ กล
จงึ สง่ั สอนบรรดาลกู ศษิ ยแ์ ละลกู หลานไมใ่ หเ้ ปน็ พาลเทย่ี วลกั เลก็ ขโมยนอ้ ย ตลอดถงึ
การจปี้ ลน้ คดโกง เพอ่ื กอบโกยเอาทรพั ยส์ มบตั อิ นั เปน็ กรรมสทิ ธท์ิ บี่ รสิ ทุ ธขิ์ องคนอนื่
มาเปน็ ของตน และมากนิ มาใชต้ ่างๆ โดยเฉพาะ หรอื มาเล้ยี งเพือ่ นฝงู หรือลูกหลาน
ในครอบครวั ใหเ้ ปน็ สมบตั กิ าฝาก อาหารกาฝาก เครอ่ื งใชส้ อยกาฝาก ซงึ่ ไมใ่ ชเ่ ลอื ดเนอ้ื

247

ที่บริสุทธิ์อันด้ังเดิมของตนแท้ ให้เป็นเครื่องดูดซึมหรือท�ำลายอวัยวะตลอดจิตใจ
ให้เส่ือมหรือลดคุณภาพคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ลงสู่ความเป็นสัตว์ เป็นเสือ
เปน็ เปรตเปน็ ผเี ปน็ สตั วน์ รกอเวจี มปี ระเภทตา่ งๆ นบั ไมถ่ ว้ นชนดิ ไมม่ ยี างอายตดิ ตวั ไป
ตลอดภพชาติ และกลายเปน็ โรคเรอ้ื รงั ฝงั อยภู่ ายในชนดิ แกไ้ มห่ าย แมต้ ายไปเนอื้ รา้ ย
คอื ความชวั่ ทเ่ี คยตดิ ใจฝงั นสิ ยั อยอู่ ยา่ งลกึ ลบั จนเจา้ ตวั ไมอ่ าจรไู้ ดน้ นั้ พาบนั ดาลจติ ใจ
ใหร้ กั ชอบในทางชวั่ ไมก่ ลวั บาป หาบแตก่ รรมอยตู่ ลอดกปั ตลอดกลั ปไ์ มม่ วี นั ปลงวาง
ลงได้ พระพทุ ธเจา้ พระองคใ์ ดมาตรสั กผ็ า่ นความรสู้ กึ เพยี งสายฟา้ แลบเทา่ นนั้ แลว้ ก็
จมไปเสยี ไมม่ วี นั เวลาจะไดเ้ หน็ ฟา้ เหน็ หมอก เหน็ เดอื นเหน็ ดาว เหน็ ตะวนั เหมอื นโลก
พลเมอื งดที งั้ หลาย ดังทที่ า่ นแสดงไว้ในนิทานธรรมบทวา่ สตั วน์ รกผมู้ กี รรมมหนั ต์
มาแต่คราวเป็นมนษุ ย์ พากนั ประมาทเพลดิ เพลนิ เกินตวั จนไมร่ ูจ้ กั ตาย พอถึงวนั รู้
กเ็ ปน็ วนั ตายของตนเสยี แลว้ เลยคดิ แกไ้ ขอะไรไมท่ นั เมอ่ื กายแตก ใจกจ็ มลงในนรก
ลกู มหันตโทษมหนั ตทกุ ข์ ความลกึ ของนรกและความนานของกรรมนับขณะลงจาก
ปากนรกกวา่ จะถงึ กน้ เปน็ เวลาสามหมนื่ ปที พิ ย์ การลงไปใตก้ น้ นรกนนั้ กล็ งดว้ ยอำ� นาจ
แรงกรรมพดั ผันลงไป เช่นเดยี วกบั เขาโยนช้นิ เน้ือลงหม้อน้�ำรอ้ นเดอื ดพลา่ นนนั่ เอง
ผิดกันอยู่เพียงชิ้นเน้ือไม่มีวิญญาณรับทราบความร้อนเท่าน้ัน ส่วนคนท่ีกลายเป็น
สัตว์นรกนั้นมีวิญญาณรับทราบอยู่ทุกขณะที่สัมผัสกับวิบากกรรมของตนในนรก
พอกรรมพดั ผนั ลงถงึ กน้ นรกแลว้ กพ็ ดั ผนั ขน้ึ มาปากนรกอกี นกี้ ก็ นิ เวลานานสามหมน่ื
ปีทิพย์เช่นกัน ท่ีต้องเสวยกรรมอยู่ท�ำนองนั้นเป็นเวลานานแสนนานกว่าจะพ้นจาก
นรกขนึ้ มา แมข้ ณะท่ีกรรมพดั ผันข้นึ มาถงึ ปากนรกแลว้ เพยี งจะกล่าวคาถาย่อๆ วา่
ท.ุ สะ. นะ. โส. เทา่ นน้ั กย็ งั ไมจ่ บ ตอ้ งจมลงไปกน้ นรกอกี แลว้ คาถายอ่ นนั้ ในธรรมบท
ท่านมีไวพ้ ิสดารเตม็ บาทคาถา ค�ำแปลของคาถานนั้ ผเู้ ขยี นก็ชกั ลมื ไปมากเพราะจาก
หนงั สอื มานาน ถา้ จำ� ไมผ่ ดิ กแ็ ปลวา่ พวกเราทงั้ หลายเมอ่ื เปน็ มนษุ ยอ์ ยพู่ ากนั ประมาท
ประพฤตแิ ตค่ วามชว่ั เสยี หายอยปู่ ระจำ� ชาติ ไมส่ นใจไยดใี นความดที ง้ั หลาย คตคิ วาม
เปน็ ไปของพวกเราจงึ ถึงทกุ ขอ์ ันมหันต์ เมอ่ื พวกเราพ้นจากโทษนี้ไปแล้วจะไม่พากัน
ประมาทดงั ทเี่ ปน็ อยเู่ วลาน้ี จะตง้ั หนา้ สรา้ งแตบ่ ญุ สรา้ งแตก่ ศุ ลโดยถา่ ยเดยี ว ไมย่ อม
ทำ� ช่ัวอีกตอ่ ไป เท่าทเ่ี ปน็ อยนู่ ี้นบั ว่าแสนทกุ ข์แสนทรมานแทบทนไมไ่ หว แตก่ รรมก็

248

ชุบไว้ใหจ้ �ำต้องทนไปจนกว่าจะหมดกรรมที่ท�ำมาดงั นี้ ทราบว่าพวกนี้กเ็ ปน็ พวกหน่งึ
ท่ีเก่งกล้าอาจหาญต่อบาปกรรม ต่อนรกท้ังหลาย ประหน่ึงโดดลงนรก ปรากฏว่า
หมอ้ นรกแตกไฟนรกดบั หมดอำ� นาจแสดงเปลวและพษิ ภยั ใดๆ ทง้ั สน้ิ แตเ่ มอ่ื ถงึ คราว
เขา้ จรงิ ๆ ทำ� ไมไมเ่ หน็ แสดงฤทธต์ิ ามความสามารถอาจหาญทเ่ี คยโม้กไ็ มท่ ราบ ทำ� ไม
ฤทธท์ิ เ่ี คยมอี ยใู่ นแดนมนษุ ยจ์ งึ อบั แสงไปหมดเมอ่ื ถงึ คราวทค่ี วรแสดงเขา้ จรงิ ๆ นคี่ ง
เข้าในท�ำนองรับประทานอ่ิมแล้วไม่หิว นอนหลับสนิทแล้วไม่กลัว แต่ลืมคิดไปว่า
ตอนอ่ิมกบั ตอนหิวและตอนหลับกบั ตอนตืน่ มันผดิ กัน ถา้ ไม่ลืมนำ� มาเทยี บกนั กค็ ง
จะเตรยี มเสบยี งไปพรอ้ มขณะจากบา้ นไปในทต่ี า่ งๆ เพอื่ ระงบั ความหวิ ขณะความอม่ิ
เปล่ียนแปลง และเตรียมเครื่องป้องกันตัวไปด้วยเพ่ือป้องกันเวลาเกิดความกลัว
ข้ึนมาในเวลาตื่นนอน

ทางศาสนามบี ทธรรมเตือนไว้อย่เู สมอเพ่ือปอ้ งกนั ความลืมตัว หรอื กลัวจะเปน็
ทำ� นองสตั วน์ รกพวกลืมตัวลมื ตายเหลา่ นนั้ กไ็ ด้ จงึ เตือนไว้ กลวั พวกเราจะประมาท
ในความรู้สึกถึงใจเสมอมา แม้จะอยู่ในท่ีเช่นไรก็ท�ำให้คิดถึงธรรมบทน้ันอยู่เสมอ
มีใจความสลักลงถึงขั้วหวั ใจเลยว่า เรามีความแกต่ ิดอยู่กับตัว มีโรคภยั ตา่ งๆ อยู่ใน
ตวั น้ี มคี วามตายเป็นประจำ� ถงึ วาระแลว้ ต้องตายแน่ จะล่วงพ้นความเป็นเหลา่ นีไ้ ป
ไม่ได้ นอกจากนั้นเรายังมีการพลัดพรากจากส่ิงที่รักชอบและเจริญใจทั้งหลายไป
ในเวลาหน่ึงแน่นอน เรามีกรรมเป็นของตัว มิได้ตกไปเป็นของใครเหมือนสมบัติ
นอกกาย เรามกี รรมพาให้ไป พาให้เกดิ พาให้อยู่ พาให้เสวยผล เราจะควรปฏิบตั ิ
กบั ตัวเองอย่างไรบา้ ง เปน็ ทางชัว่ หรือทางดี ถา้ ทางชว่ั เราก็เปน็ คนชั่วและรับผลชว่ั
เป็นทุกข์ ถ้าทางดี ก็เป็นคนดีและรับผลดีเป็นสุข จงเลือกเฟ้นแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เพราะเราอยู่ในขา่ ยแห่งธรรมและกรรมท่สี อนไว้เหลา่ นแ้ี นน่ อน ไมม่ ีทางปลีกแวะไป
เปน็ อืน่ น่ีคอื ธรรมท่แี นน่ อนตายตวั และสมบูรณ์เตม็ ท่ี ไมม่ ที างแกไ้ ขดัดแปลงหรือ
เพ่ิมเติมให้เป็นอย่างอ่ืนได้ มีทางเดียวคือต้องดัดแปลงตัวเราให้เป็นไปตามเท่าน้ัน
จงึ จะสมหวงั ในสง่ิ ทห่ี วงั และไมป่ ระสบในสง่ิ ทไี่ มพ่ งึ หวงั ทงั้ หลาย เหน็ กส็ กั แตว่ า่ เหน็
ไดย้ ินก็สกั แตว่ ่าได้ยิน ทราบกส็ ักแตว่ า่ ทราบเท่านัน้ สง่ิ ไมด่ ีนนั้ ๆ จะมาบบี บงั คบั เรา
ผู้ไม่เคยท�ำไว้ให้รับเสวยผลไม่ได้ ขณะที่ใจเกิดความประมาทไม่ยอมฟังเสียงอรรถ

249

เสยี งธรรมจริงๆ โปรดระลกึ ถึงธรรมเหลา่ นี้ ใจจะชะงักบ้างไม่ผาดโผน ถา้ เปน็ การ
สมควร ผเู้ ขยี นอยากจะเรยี นวา่ ทมี่ ลี มหายใจพอเปน็ ผเู้ ปน็ คนมาบา้ ง ไมล่ งไปทอ่ งคาถา
ท.ุ สะ. นะ. โส. กบั พวกกลา้ หาญนอกเวทเี หลา่ นน้ั กเ็ พราะธรรมเหลา่ นคี้ อยเตอื นสติ
และฉุดลากเอาไว้ แต่จะยอมฟังเสียงธรรมต่อไปท�ำนองที่เคยเป็นมาหรือเปล่าน้ัน
ก็ยังไม่เชื่อสนิทนัก เพราะจิตดวงพยศนี้เคยพยศมาจนปลงใจเชื่อไม่ค่อยสนิทได้
จงพยายามดอ้ มๆ มองๆ ดมู นั ไปนแ่ี ล ทา่ นผมู้ จี ติ ผาดโผนโยนตวั ไมอ่ ยกู่ บั รอ่ งกบั รอย
ที่ขีดเส้นบังคับไว้ด้วยหลักธรรมความมีขอบเขตเหตุผล ก็กรุณาน�ำธรรมข้างบนมา
หกั หา้ มไวบ้ า้ ง จติ อาจลดความเรว็ ในทางไมม่ ขี อบเขตลงบา้ ง พอมที างพจิ ารณากบั ตวั เอง
และหาหนทางหลีกเลี่ยงได้ ไม่ปล่อยให้กิเลสตัณหานักกินรวบเหมาเอาไปเสียหมด
บทถงึ คราวจวนตวั เขา้ จรงิ ๆ แบบ ท.ุ สะ. นะ. โส. จะหาทางเลอื กไมไ่ ด้ และเกดิ ลงไป
ทอ่ งคาถายอ่ อยใู่ นตะรางหรอื ในนรกไมจ่ บกนั สกั ทจี ะลำ� บาก เพราะขา่ วทำ� นองนมี้ ใิ ช่
เป็นข่าวดีเลย เป็นข่าวที่น่าสลดสังเวชน่าหวาดเสียวเปลี่ยวใจเหลือเกิน ถูกใครเข้า
ไมใ่ ชเ่ ปน็ ของดี แมจ้ ะถกู เพยี งคนใดคนหนง่ึ ในครอบครวั ผวั เมยี ลกู หลานของเราเขา้
ก็น่าจะบ้านแตกสาแหรกขาดได้จริงๆ เพราะความเดือดร้อนเสียใจกับผู้ประสบส่ิง
เลวรา้ ย เมอ่ื ยงั เปน็ ตนเป็นตัวเปน็ ผูเ้ ปน็ คนมสี ตปิ ัญญาพอคดิ อา่ นได้อยู่ จึงควรคิด
จนสุดก�ำลงั และพยายามหักหา้ มแกไ้ ขจนสดุ ความสามารถ เหตุคือการหกั ห้ามฝ่าฝืน
ความอยากทำ� ในสงิ่ หายนะ แม้จะเปน็ ความล�ำบากในขณะฝา่ ฝนื แต่ผลคือความสขุ
เย็นใจท่ีได้รับในล�ำดับต่อมานั้น เป็นสมบัติอันพึงพอใจไปนาน และยังมีทางช่วย
ส่งเสรมิ นสิ ัยใหเ้ ปน็ คนดีมคี วามสุขไปตลอดอนันตกาลอีกด้วย

นักปราชญ์ท่านมองเห็นการณ์ไกล จะท�ำอะไรท่านมิได้เอาความอยากเข้าไป
เป็นผู้มีอ�ำนาจพาด�ำเนินงาน แต่ท่านเล็งถึงผลได้ผลเสียอันจะเกิดจากการท�ำด้วย
สตปิ ญั ญาทคี่ วรแกเ่ หตผุ ลกอ่ น แลว้ คอ่ ยทำ� ลงไปดว้ ยความมเี หตผุ ลหลกั เกณฑจ์ รงิ ๆ
สงิ่ ทต่ี กออกมาจากเหตุคือการทำ� ด้วยความรอบคอบ จงึ เปน็ ผลทีพ่ งึ พอใจทัง้ ตัวเอง
และผ้อู ืน่ ไมม่ ีทางต�ำหนิตเิ ตยี นได้ ทงั้ เหตุคือการทำ� ทง้ั ผลคือส่งิ ทพี่ งึ พอใจ ยังกลาย
มาเปน็ คตติ วั อยา่ งแกค่ นรนุ่ หลงั ไดส้ บื ทอดกนั มาไมม่ สี น้ิ สดุ เราเกดิ มาในโลกซง่ึ เทยี บ
กับแกงหม้อใหญท่ ่ีมีทุกสงิ่ และบุคคลชาตชิ ั้นวรรณะตา่ งๆ สบั ปนระคนกันอยู่ ท้ังชวั่

250

ทงั้ ดี ทง้ั นา่ ตำ� หนแิ ละนา่ ชมเชย จงึ ควรเปน็ นกั วจิ ยั ใครค่ รวญเลอื กเฟน้ ตรวจตราดใู ห้
ละเอียดถถ่ี ว้ น ทง้ั ของดีของชัว่ คนดคี นชวั่ อย่าเหน็ แกไ่ ดแ้ กห่ ยบิ ฉวย อย่าเหน็ แก่
ความร�่ำรวยสวยงามอร่ามตาซ่ึงเป็นของงามนอกเพียงผิวเผิน แต่ข้างในเต็มไปด้วย
ความกลบั กลอกหลอกลวง ถ้าตาไม่ถงึ สิง่ ลกึ ลบั ทซ่ี ่อนลกึ อยภู่ ายในจะเสยี ใจไปนาน
จงึ ควรเชอ่ื ฟงั คำ� ของนกั ปราชญท์ ฉี่ ลาดปกครองตนและทรพั ยส์ นิ ตลอดปกครองคน
ทงั้ หลายใหเ้ ปน็ คนดมี ขี อ่ื มแี ป มขี อบเขตมเี หตมุ ผี ล มสี ตปิ ญั ญาปกครองตนตลอดมา
ถึงพวกเรา

ขอยำ�้ ความเขา้ ใจกบั ทกุ ทา่ นซง่ึ เปน็ ผมู้ อี ำ� นาจหนา้ ทใี่ นการรบั ผดิ ชอบตวั เองและ
ผ้เู กีย่ วข้องท้งั หลาย ทงั้ วงกว้างวงแคบจนไมม่ ีประมาณวา่ ค�ำวา่ ท.ุ สะ. นะ. โส. น้นั
มิใช่ธรรมท่ีข้ึนอยู่กับกาลสมัยและบุคคล แต่เป็นธรรมท่ีเดินตามกาลสมัยและตาม
บคุ คลทกุ ยคุ ทกุ สมยั ไป จงึ อาจมไี ดท้ ง้ั สมยั โนน้ ทง้ั สมยั นี้ และอาจมไี ดท้ งั้ กบั คนโนน้
ทง้ั กบั คนน้ี ทง้ั กบั ตวั เราเอง ถา้ ความรคู้ วามเหน็ ความประพฤตทิ างกายวาจาใจบง่ บอก
ออกเปน็ ตรา ท.ุ สะ. นะ. โส. แบบเดยี วกนั จงึ ไมค่ วรสงสยั และตายใจวา่ คาถายอ่ นนั้
ได้สูญพันธุ์ไปนานแล้ว เพราะทุกส่ิงถ้ายังมีการสืบพันธุ์ สิ่งน้ันก็ยังไม่สูญ ต้องมี
สบื ตอ่ ไปจนได้ตลอดกาลสถานท่ี ถ้าคนดีคนช่ัว เราดีเราชวั่ หรอื เราชัว่ เขาดี ยังมอี ยู่
ในโลก ความสุขความทกุ ขต์ ลอดสงิ่ ท่ีน่าติชมก็จำ� ตอ้ งมีอยู่ในโลกตลอดไป ส�ำคัญที่
ตวั เราจะเปน็ ผเู้ ชน่ ไรในการปฏบิ ตั ติ อ่ ตวั เองและสงิ่ เกยี่ วขอ้ งทง้ั หลาย นเ่ี ปน็ จดุ สำ� คญั
ทร่ี วมลงของเรอื่ งทงั้ ปวง เพราะเปน็ ทรี่ วมแหง่ ความรบั ผดิ ชอบคอื ใจ ใจเปน็ สง่ิ สำ� คญั
ในตวั เรา สงิ่ ดชี ว่ั ทงั้ หลายจงึ สำ� คญั อยทู่ ใี่ จผกู้ อ่ เหตุ ถา้ ใจไดร้ บั การอบรมในทางทถ่ี กู
ทด่ี ี การงานไมว่ า่ ทางโลกทางธรรมยอ่ มเปน็ ไปด้วยความสม่�ำเสมอ ไมค่ อ่ ยผิดพลาด
และมีประมาณประจำ� ตวั ไม่ผาดโผนจนเปน็ ท่นี า่ เกลยี ดน่ากลวั และนา่ ตำ� หนติ ิเตยี น
ไมม่ ีความงามตาน่าดแู ฝงอยู่บ้างเลย ฉะนั้น ทางศาสนาจึงสอนเนน้ ลงทใ่ี จผู้ทรงโลก
ทรงธรรมให้เป็นปึกแผ่นม่ันคงสืบต่อไปตลอดกาลนาน ให้มีความรู้ความฉลาด
รกั ษาตนและหน้าทก่ี ารงานเคร่อื งดำ� รงชวี ิตดว้ ยความรอบคอบ เพราะใจท่ไี ดร้ บั การ
ศกึ ษาอบรมดว้ ยดี ยอ่ มเปน็ คณุ มหาศาลแกโ่ ลกอยา่ งไมม่ ปี ระมาณ จงึ ไมค่ วรมองขา้ ม
ใจดวงรูๆ้ นี้

251

ตอนต้นได้กล่าวถึงธรรมกับโลกว่าเกิดในระยะเดียวกันและเป็นคู่เคียงกันมา
ความจริงแล้วธรรมเป็นธรรมชาติมีอยู่ดั้งเดิม เป็นแต่ผู้จะสามารถค้นพบธรรมนั้น
มนี อ้ ยมาก และมเี ป็นยุคๆ ไม่เสมอไป พระพทุ ธเจ้าตรัสรู้ธรรมแตล่ ะพระองค์ชือ่ ว่า
คน้ พบธรรมแตล่ ะยคุ ยคุ หนง่ึ ๆ มพี ระพทุ ธเจา้ เพยี งพระองคเ์ ดยี ว แตพ่ ระสาวกของ
พระพทุ ธเจา้ แตล่ ะพระองค์น้นั มมี ากมาย ซ่งึ ลว้ นเป็นผู้คน้ พบธรรมตามพระพุทธเจา้
ทง้ั นัน้ เป็นแตค่ วามกวา้ งแคบลึกตน้ื หยาบละเอียดในแขนงตา่ งๆ แห่งธรรมทค่ี ้นพบ
ต่างกันกับพระพุทธเจ้าอยู่มาก แม้พระสาวกด้วยกันก็ยังมีต่างกันออกไปตามแขนง
ของธรรมที่ควรแก่นิสัยวาสนาอ�ำนวยเป็นรายๆ มิได้เหมือนกันไปทุกแง่ทุกแขนง
แต่ส่วนใหญ่ของธรรมที่เป็นภูมิตรัสรู้นั้นเหมือนกันท้ังพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งปวง
เพราะตา่ งกต็ รัสร้สู ัจจะโดยสมบูรณ์เต็มภูมิสติปญั ญาท่คี วรตรสั จึงตรัสรู้ได้เต็มตาม
ภมู จิ ติ ภมู ธิ รรม และความบรสิ ทุ ธจ์ิ ากการตรสั รธู้ รรมกเ็ สมอกนั ไมม่ ยี งิ่ หยอ่ นกวา่ กนั
นบั แตพ่ ระพทุ ธเจา้ ลงมาถงึ สาวกองคส์ ดุ ทา้ ย แมจ้ ะมผี ตู้ รสั รธู้ รรมขนึ้ ในสมยั ปจั จบุ นั
หรือขณะนี้ ความบริสุทธิ์จากการตรัสรู้ของท่านผู้น้ันก็เหมือนกันกับที่ท่านตรัสรู้
ผ่านไปแลว้ ท้งั หมด ไม่มีอะไรผดิ แปลกแตกต่างกันเลย ดังนัน้ ระหว่างพระพทุ ธเจ้า
ทุกๆ พระองคก์ บั พระสาวกอรหนั ตท์ ั้งหลาย จึงไมม่ คี วามสงสัยภมู ิจิตภูมิธรรมของ
กันและกัน แม้ผู้ตรัสรู้ขึ้นในปัจจุบันหรือขณะน้ี ก็หมดความสงสัยในพระพุทธเจ้า
และพระสาวกอรหนั ตท์ ง้ั หลายทนั ทที ตี่ รสั รธู้ รรม เพราะเปน็ ธรรมแทง่ เดยี วเหมอื นกนั
ซ่ึงไม่มีสมมุติแม้นิดแฝงอยู่ในจิตท่ีบริสุทธ์ินั้นพอจะน�ำออกเทียบเคียงกันได้เลย
ฉะน้ัน บรรดาท่านท่ีรู้ธรรมข้ันบริสุทธ์ิเหมือนกันแล้ว จึงไม่มีการเทียบเคียงความ
บรสิ ทุ ธข์ิ องกนั และกนั เหน็ ความบรสิ ทุ ธข์ิ องตนแลว้ กห็ มดความสงสยั ในพระพทุ ธเจา้
ทนั ที เพราะพระพทุ ธเจา้ ทแี่ ทจ้ รงิ นนั้ คอื ความบรสิ ทุ ธิ์ สว่ นพระสรรี ะนนั้ เปน็ เพยี งเรอื น
รา่ งของพทุ ธะทส่ี ถติ อยเู่ ทา่ นน้ั ซงึ่ มอี าการแตกตา่ งกนั ออกไปตามพระรปู รา่ งลกั ษณะ
ไมม่ ปี ระมาณ เชน่ เดยี วกบั รปู รา่ งของชนสามญั ทวั่ ๆ ไปทแี่ ปลกตา่ งกนั ฉะนนั้ สว่ นความ
บริสุทธิ์น้ันเป็นอันเดียวกัน คือเหมือนกัน นั่นคือพุทธะแท้ เป็นพุทธะอันแท้จริง
ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย บรรดาพระสาวกอรหันต์ท้ังหลายไม่ว่าสมัยพุทธกาลหรือ
สมยั ปัจจุบนั น้ี ทา่ นไมม่ คี วามสงสยั ในพระพุทธเจา้ ว่า ทา่ นเสด็จดบั ขนั ธปรินพิ พาน

252

แลว้ ประทบั อยู่ ณ ทแ่ี หง่ ใด ขณะนท้ี า่ นเปน็ อยอู่ ยา่ งไร และตอ่ ไปทา่ นจะเปน็ ไปอยา่ งไร
แมก้ าลหรอื สถานทปี่ รนิ พิ พานของทา่ น กเ็ ปน็ เพยี งอาการของขนั ธอ์ นั เปน็ สมมตุ เิ หมอื น
โลกทั่วๆ ไปเท่าน้ัน พุทธะอันแท้จริงน้ันมิได้มีส่วนได้เสียกับการที่ขันธ์สลายตัว
ขณะนิพพานอย่สู ถานท่ีนนั้ เวลาเทา่ นัน้ วันเดอื นปีนนั้ เหล่านี้เป็นเพยี งแสดงอาการ
ของสมมุตใิ หโ้ ลกปรากฏเท่านั้น พระอรหนั ตท์ ้ังหลายท่านแน่ใจวา่ ความบรสิ ุทธิ์อัน
แท้จริงไม่มีการเคล่ือนไหวเปล่ียนแปลงเหมือนสมมุติทั้งหลาย ความบริสุทธิ์ท่ีเป็น
อยใู่ นทา่ นอยา่ งไร ความเปน็ อยขู่ องพทุ ธะทงั้ หลายกเ็ ปน็ อยอู่ ยา่ งเดยี วกนั นนั้ ทา่ นไมส่ งสยั
ในความเกดิ ดบั ของจติ ทา่ นฉนั ใด กไ็ มม่ คี วามสงสยั ในความเกดิ ดบั ของพทุ ธะทงั้ หลาย
ฉนั น้ัน เพราะเป็นเรือ่ งเทา่ กนั คอื เป็นเร่อื งอนั เดยี วกัน ท่านผู้ถึงความบริสุทธิโ์ ดย
สมบรู ณ์แลว้ ไมว่ า่ พระพทุ ธเจา้ หรือพระสาวก คือทา่ นผ้หู มดความสงสัยท้งั ทางโลก
และทางธรรมโดยสนิ้ เชงิ หมดความกงั วลบน่ ทกุ ขเ์ พราะกเิ ลสเปน็ ตวั เหตทุ ำ� พษิ ฉะนน้ั
ค�ำว่า นพิ พฺ านํ ปรมํ สุขํ นั้น จงึ มิใชค่ วามสขุ ท่ีคนมีกิเลสทัง้ หลายจะอาจเอือ้ มดน้ เดา
ไดถ้ กู เพราะเปน็ ความสขุ ในฐานะของจติ ทบ่ี รสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ ถา้ ยงั ไมบ่ รสิ ทุ ธโ์ิ ดยสมบรู ณ์
จึงพูดค�ำน้ีไม่ถูก เพราะไม่อยู่ในฐานะหรือกฎเกณฑ์แห่งความด้นเดา ส�ำหรับ
พระพุทธเจ้ากับพระขีณาสพ ท่านทรงธรรมบทนั้นโดยทางใจอย่างสมบูรณ์ ค�ำว่า
นพิ พฺ านํ ปรมํ สญุ ฺ ํ กเ็ ชน่ กนั มไิ ดส้ ญู แบบทโี่ ลกๆ คาดเดากนั แตส่ ญู แบบมเี จา้ ของรบั รู้
และรบั รอง มใิ ชส่ ญู แบบหมดความหมายไรส้ าระ แตส่ ญู แบบเตม็ ไปดว้ ยความหมาย
และทรงไวซ้ ึ่งสาระอย่างมหศั จรรย์ ฉะน้ันคำ� ทัง้ สอง คอื นิพพฺ านํ ปรมํ สขุ ํ และ
นพิ พฺ านํ ปรมํ สุญฺํ นมี้ พี ระพุทธเจ้ากับพระอรหันตเ์ ท่านน้ั จะรับรองและยนื ยนั วา่
เป็นธรรมจริงสุดส่วน เป็นธรรมเหนือโลก เป็นความสุขเหนือโลก เป็นความสูญ
นอกโลก ผู้อยู่ในโลกกับด้วยความพัวพันแห่งกิเลสท้ังหลายจะยืนยันรับรองไม่ได้
แมเ้ ชอื่ วา่ เปน็ ความจรงิ รอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ เพราะไมใ่ ชว่ สิ ยั ดงั นน้ั ความรคู้ วามเหน็ ความ
เปน็ อยู่ ของทา่ นผปู้ ลอ่ ยวางภาระโดยประการทงั้ ปวง กบั ความรคู้ วามเหน็ ความเปน็ อยู่
ของผยู้ งั แบกภาระทงั้ ปวงอยู่ จงึ นำ� มาเทยี บกนั ไมไ่ ด้ เมอ่ื จติ ไปเจอธรรมสองบทอยา่ ง
ประจกั ษใ์ จแลว้ อะไรๆ ทเี่ คยยดึ ถอื มาแมเ้ ปน็ เวลานานเพยี งไร กห็ ลดุ ลอยปลอ่ ยวาง
ไปเอง เช่นเดียวกับบุรุษสะพายกรวดทรายอยู่บนบ่า โดยเข้าใจว่าเป็นของดีมีค่า
แตพ่ อมาเจอกองทองเข้า กรวดทรายอยบู่ นบา่ ก็หลดุ ลอยปลอ่ ยท้ิงไปเองฉะนัน้

253

ความสุขในธรรมบทว่า ปรมํ สุขํ น้ี เป็นความสุขที่ผู้ประสบแล้วไม่มีการ
เบอื่ หนา่ ยชนิ ชาเหมอื นความสขุ ทางโลก ซงึ่ คอยแตจ่ ะเบอ่ื กนั อยา่ งงา่ ยดาย และควา้ หา
ความสุขใหม่อยเู่ ร่ือยๆ จนเกดิ ความวุน่ วายสา่ ยแส่หาทกุ ขเ์ พ่มิ เข้าอกี บางครั้งถึงกบั
รา้ วรานและแตกจากกันกบั ความสุขเก่าท่ีเคยมอี ยู่ โดยเห็นว่าแก่เกินกาลนานเกินวัย
กม็ ี ซง่ึ เคยมปี ระจำ� อยเู่ สมอ สงิ่ ทเี่ กา่ แกย่ อ่ มไมค่ อ่ ยตอ้ งกบั ใจของคนเราเปน็ ธรรมดา
สมบตั เิ ครอ่ื งใชส้ อยไมว่ า่ อะไรทใี่ ชไ้ ปนานกช็ กั เบอื่ เชน่ เสอื้ ผา้ รถราเปน็ ตน้ ซอ้ื มาใหมๆ่
รสู้ ึกหอมหวนชวนชม พอใชน้ านๆ ไปก็เกิดความเบ่อื ขน้ึ มา วิธีแกไ้ ขความเบ่ือ ก็คอื
คดิ หาใหมม่ าเรอ่ื ยๆ ตามนสิ ยั ของจติ ทไ่ี มเ่ คยมคี วามอม่ิ พอทางใจ จงึ ทำ� ใหย้ งุ่ อยเู่ สมอ
ไม่มีเวลาเป็นปกติสุขได้ ฉะนั้นค�ำว่า ปรมํ สุขํ และ ปรมํ สุญฺํ ของท่านผู้มี
ความอม่ิ พอทางใจ กบั ความหวิ โหยของผไู้ ม่รจู้ กั ความอมิ่ พอ จงึ นำ� มาเทยี บกนั ไมไ่ ด้
ผู้ประสงค์อยากครองความสุขในธรรมสองบทน้ัน ก็จ�ำต้องสร้างความอ่ิมพอทางใจ
ใหส้ มบรู ณเ์ พยี งพอแลว้ กไ็ ดค้ รองเอง โดยไมต่ อ้ งรอใหต้ ำ� แหนง่ และเกา้ อวี้ า่ งลง ทงั้ ที่
คณุ สมบัตเิ พียงพออย่แู ลว้ เพราะน่มี ใิ ชต่ �ำแหนง่ ท่เี กยี่ วกับโตะ๊ เกา้ อท้ี ่ีต้องรอคอยกัน
แต่เป็นต�ำแหน่งธรรมที่ว่างส�ำหรับผู้ควรจะครองอยู่เสมอ จะส�ำเร็จขึ้นมาเม่ือไรใน
ภูมิน้ีหรือต�ำแหน่งน้ีก่ีหมื่นก่ีแสนรายหรือมากกว่านั้น ก็ไม่มีใครหรืออะไรมากีดกัน
กล่ันแกล้ง ธรรมเปิดให้ผ่านไปได้และอยู่ได้อย่างสบายบรมสุข นอกจากตัวเองจะ
กีดกนั กลน่ั แกลง้ ตัวเองด้วยเลศเพทบุ ายตา่ งๆ ไมใ่ หอ้ ยากท�ำอยากไปเทา่ น้นั เพราะ
เร่ืองท�ำนองนีม้ กั มอี ยปู่ ระจำ� ใจคนมกี เิ ลสแทบทุกคนเสมอมา แม้องคพ์ ระศาสดาเอง
เวลาจะเสด็จออกทรงผนวชยังมีมารลอ่ ลวงถว่ งเอาไว้ โดยอุบายท่มี ารเขา้ ใจวา่ ลึกลบั
แหลมคมควรจะผกู มดั พระองค์ใหอ้ ย่ใู นเงือ้ มมือได้ว่า ขมุ ทรพั ยจ์ ะเกิดเจ็ดมุมเมือง
ขอได้โปรดยับย้ังช่ัวคราวก่อนเป็นต้น แต่พระองค์ไม่ทรงลุ่มหลงค�ำหลอกลวงถ่วง
เวลาของมาร เสด็จออกทรงผนวชบ�ำเพ็ญโพธิญาณให้แก่กล้าไม่ล่าถอย จนส�ำเร็จ
เปน็ พระพทุ ธเจา้ องคเ์ อกขนึ้ มา ซงึ่ แสนวเิ ศษเลศิ โลกทง้ั สามกวา่ ขมุ ทรพั ยเ์ จด็ มมุ เมอื ง
เป็นไหนๆ ท่ีชาวพุทธได้ยึดพระองค์พร้อมพระธรรมพระสงฆ์เป็นสรณะ ฝากเป็น
ฝากตายถวายชวี ติ กบั พระองคต์ ลอดมา กเ็ พราะพระปรชี าสามารถฉลาดรขู้ องพระองค์
นน่ั เอง จงึ ไมท่ รงลมุ่ หลงกลมารยาของมารทแี่ สนเลห่ แ์ สนกล หากเรายดึ เอาเยยี่ งอยา่ ง
ของพระองคม์ าปฏิบัติบา้ งตามก�ำลัง แม้ไมไ่ ดแ้ บบครทู ุกกระเบียด ก็ยังอยใู่ นฐานะ

254

ลกู ศษิ ยท์ ม่ี คี รสู งั่ สอนบา้ ง ไมป่ ลอ่ ยใหเ้ วลำ�่ เวลาหนา้ ทก่ี ารงานหรอื สง่ิ รอ้ ยแปดพนั นยั
มาล่อลวงและแย่งเอาตัวตลอดก�ำลังวังชาความรู้ความฉลาดท่ีสามารถในทางดีมี
ประโยชน์ไปเสียหมด คนเราก็คงไม่จนต่อตัวเองนัก ยังพอมีทางระบายทุกข์ออก
จากใจไดบ้ า้ ง วันพระหรอื วันเสาร์อาทติ ยห์ น่งึ ๆ ซง่ึ ปหี นึ่งๆ มหี ลายวนั ยังพอมหี วัง
ถือเอาวันเช่นน้ันมาบ�ำเพ็ญประโยชน์ทางจิตใจและครอบครัวตลอดประเทศชาติบ้าง
พอให้ตนเองและครอบครัวตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้มีความร่มเย็น และถือเป็นคติ
ตวั อยา่ งบ้าง

ส่วนคนดีในเมืองไทยเราน้ันเชื่อว่ามีอยู่แยะ แต่อาจไม่เยอะเหมือนประเภทที่
คอยกดถ่วงและดูดเลือดเน้ือท้ังท่ีลับและที่เปิดเผยอยู่ตลอดเวลา คนดีและความดี
มีจ�ำนวนน้อย จึงไม่มีก�ำลังพอให้ความร่มเย็นแก่ตนและผู้อ่ืนได้เท่าท่ีควร ส่ิงท่ีให้
ความมนั่ คงแตต่ อ้ งสลายตวั ลงกเ็ พราะความตา้ นทานไมเ่ พยี งพอกบั นำ�้ หนกั ทก่ี ดถว่ ง
อยู่ตลอดเวลา เราผู้เป็นเจ้าของประเทศชาติศาสนาด้วยกันทุกคน จึงควรสะดุดใจ
อย่างย่ิง ที่จิตใจเส่ือมจากของมีค่าคือศีลธรรม ซึ่งเป็นรากฐานของตัวเราและ
ประเทศชาติ ซึ่งจัดว่าเป็นความเส่ือมเสียและเสียหายอย่างมาก ไม่น่าจะอยู่อย่าง
เยน็ ใจไดเ้ ลย สงิ่ อนื่ จะเสยี หายไปบา้ ง เราถอื เปน็ ธรรมดาทไี่ ดม้ ายอ่ มมเี สยี ไป ไมถ่ งึ กบั
ท�ำส่วนใหญ่ให้เสียไปด้วย แต่สำ� คัญท่ีศีลธรรมเสื่อมจากใจ เป็นสิ่งท่ีเสียหายมาก
และน่าใจหาย เช่นเดียวกับก่ิงไม้ในล�ำต้นของมันที่เสียไปบ้างเป็นบางก่ิงบางแขนง
ไมถ่ งึ กบั ทำ� สว่ นใหญค่ อื ลำ� ตน้ ของมนั ใหเ้ สยี หายไปดว้ ย แตถ่ า้ รากแกว้ ของมนั ไดถ้ กู
ตัดโค่นให้ขาดแล้ว ก็นับว่าชะตาของต้นไม้น้ันท่ีจะทรงต้นทรงกิ่งของตนไว้ไม่ได้
จำ� ตอ้ งหกั โคน่ ลงจมดนิ อยา่ งไมม่ ปี ญั หา การกลา่ วทงั้ นม้ี ไิ ดม้ เี จตนาเพอื่ ใหท้ า่ นผหู้ นง่ึ
ผู้ใดได้รับความกระทบกระเทือนจากธรรมเครื่องพยุงโลก แต่เพื่อพยุงจิตใจและ
ชว่ ยกันรกั ษาคณุ คา่ ของมนุษยท์ ี่สงู ด้วยคุณธรรมให้คงอยู่ และเพื่อเพ่ิมกำ� ลังความรู้
ความฉลาดในอุบายต่างๆ ใหท้ นั กบั กลมารยาของใจท่ีแสนปลนิ้ ปลอ้ นหลอกลวงเรา
มาเป็นเวลานานแสนนานจนปจั จุบัน ตามมันไม่ทันสักที หากธรรมที่กลา่ วนไี้ มอ่ าจ
อ�ำนวยประโยชนใ์ ดๆ แก่ทา่ นกก็ รุณาผา่ นไป และกรณุ าอย่าไดถ้ อื สากับพระป่าเลย
เพราะเขยี นไปเร่ือยๆ อาจเลอื นป�ำ้ ๆ เปอ๋ ๆ ไปได้ จึงขออภัยดว้ ยใจจรงิ

255

ในความคดิ ของเราคนเดียว ถา้ คดิ ในทางไมด่ มี ีมากคร้งั และหลายเวลา ไมม่ ี
การยบั ยง้ั ความไมด่ ใี นตวั เรากน็ บั วนั เพมิ่ มากขน้ึ ทกุ ขณะทค่ี ดิ ทพ่ี ดู และทท่ี ำ� จนเปน็
ความชวั่ อนั ใหญห่ ลวงได้ แมร้ า่ งกายจะเลก็ กไ็ มม่ ปี ญั หาวา่ จะเปน็ ภาชนะทรี่ บั ความชวั่
โดยมีขนาดจ�ำกดั เหมอื นภาชนะอืน่ ๆ ซงึ่ มขี นาดจ�ำกดั อยูใ่ นตวั มันเอง เมือ่ มีการคิด
การพดู การท�ำผิดมากขนึ้ เพยี งไร กไ็ ดร้ ับมากเทา่ น้ันโดยไม่มวี งจำ� กดั

ผู้น�ำสิ่งไม่ดีต่างๆ เข้าในภายในใจจึงควรมีจ�ำกัดตัวเองบ้าง ไม่เช่นน้ันเป็น
อันตรายแก่ตัวเราอย่างไม่มีอะไรช่วยได้ ถ้าไม่รีบช่วยตัวเองเสียแต่เวลาท่ีระลึกได้
และพอชว่ ยไดอ้ ย่ขู ณะท่ียงั เป็นเราอยูเ่ วลานี้ เมือ่ ถึงเวลาเขา้ จรงิ ๆ รา่ งกายลมหายใจ
เปลี่ยนแปลงเข้าถงึ จดุ สดุ ทา้ ยตอ้ งสุดวิสัยทกุ รายไป

แม้คิดพูดท�ำในทางดีก็เช่นกัน พยายามส่ังสมขึ้นเท่าไรก็มีมากข้ึนเท่าน้ัน
โดยไมจ่ ำ� กดั วา่ รปู รา่ งจะเลก็ หรอื โตเพยี งไร ยอ่ มเปน็ ภาชนะรบั ไดต้ ลอดไป จงึ ไมค่ วร
กลวั ว่าความดจี ะมากเกนิ ไปไมม่ ภี าชนะใส่ โปรดท�ำไปเถอะ เราจะไดย้ มิ้ ให้ตวั เราเอง
ไมเ่ วลาใดกเ็ วลาหนง่ึ แนน่ อน ไมม่ ใี ครจะมสี ทิ ธมิ าเสวยและยมิ้ แทนเราได้ เพราะมใิ ช่
ส่งิ จบั จองและแยง่ ชิงกันได้ เปน็ สมบตั ิของตัวใครตวั เรา

สมบตั คิ อื ความดนี ม้ี มี ากเทา่ ไร ยง่ิ เบากายเบาใจหายกงั วลมากขนึ้ เทา่ นนั้ ผดิ กบั
สมบัตอิ ื่นใดในโลกทว่ั ๆ ไป นกั ปราชญท์ ่านจงึ ยกยอ่ งสรรเสริญกนั ตลอดมา ไมม่ ี
นกั ปราชญท์ า่ นใดจะตเิ ตยี นสมบตั ปิ ระเภทนว้ี า่ ไมด่ ไี มค่ วรขวนขวาย แตก่ ลบั ประกาศ
โฆษณาเชื้อเชิญทั้งทวยเทพและมนุษย์ท้ังหลายท่ัวไตรโลกธาตุให้สนใจใฝ่ทางดี
และบ�ำเพญ็ กนั ใครมคี วามอุตส่าหพ์ ยายามมากเทา่ ไร ทา่ นยงิ่ สรรเสรญิ มากเทา่ นั้น
ดังมีในธรรมที่ศาสดาประกาศสอนหมู่ชนแทบทุกแห่งทุกเล่มทุกคัมภีร์ ที่ว่าด้วย
ความเพยี รพยายาม ความอดความทนเหนยี วแนน่ ตอ่ ความดี เปน็ ตน้ ไมเ่ คยเหน็ ทา่ น
สรรเสริญชมเชยความเกียจคร้านในกิจการที่ชอบท้ังทางโลกและทางธรรมเลย
นอกจากท่านต�ำหนิโดยถ่ายเดียวตลอดมาเท่านั้น แม้เช่นน้ันก็ยากจะมีผู้สนใจ
พิจารณาในค�ำติชมของท่านซ่ึงเป็นค�ำท่ีมีคุณค่ามหาศาล แต่ชอบสนใจฟังค�ำติชม
ของคนที่มิใช่ปราชญ์และคนท่ีธรรมสาปแช่งน้ันมากกว่า ทั้งท่านและเรารู้สึกว่ามีใจ

256

ตรงกนั เสยี จรงิ ๆ แตไ่ มต่ รงกบั ใจของนกั ปราชญท์ า่ น ฉะนน้ั จงึ ไมค่ อ่ ยไดเ้ ปน็ ปราชญ์
ตามท่านบ้าง แม้พอแสดงอาการทนี่ ่าอนุ่ ใจ แตม่ กั จะเป็นพาลกนั อย่างลึกๆ ทีเ่ จา้ ตวั
ไม่อาจทราบได้มากกว่า

คำ� วา่ พาลน้ี มที ง้ั พาลหยาบ พาลละเอยี ด พาลภายนอก พาลภายใน พาลใหค้ นอน่ื
พาลใหต้ ัวเอง คำ� วา่ พาลมมี าก พวกเราจึงมักโดนเอาพาลชนดิ ใดชนิดหนง่ึ เข้าจนได้
หนไี ม่พ้น ยง่ิ ผเู้ ขียนดว้ ยแล้วตัวโดนเก่งกวา่ ใครๆ จงึ ไดน้ �ำเร่อื งของตวั ออกประจาน
เสียบ้างเพื่อเข็ดหลาบหน่อย ต่อไปจะได้มีสติระลึกรู้ค�ำว่าพาลคืออะไรเสียบ้าง
ไม่เช่นน้ันจะอวดตัวว่าดีว่าเก่งเสียเรื่อย หม้อนรกเลยจะแตก กรุณาอย่ายึดเป็น
เย่ียงอย่างในส่วนที่เป็นพาลของผู้เขียน เขียนมาถึงตรงนี้มองหาพาลหาโทษของ
ท่านผใู้ ดไมเ่ หน็ เห็นแตพ่ าลและโทษของตวั ก็เลยคว้าออกมาเขยี นเสียบา้ ง เพื่อทา่ น
ผู้อ่านจะได้คิดบ้างว่า พระไม่ว่าพระป่าพระบ้านก็อาจมีผิดพลาดได้ เช่นเดียวกับ
ประชาชนทั่วๆ ไป ผู้มิได้กอดคัมภีร์อยู่ตลอดเวลาเหมือนพระ จะไม่ให้ผิดพลาด
อยา่ งไรได้

คำ� วา่ พาล ในบทนตี้ ามความหมายของศาสนาใชแ้ ปลวา่ ผเู้ ขลา แตท่ า่ นอธบิ าย
ความหมายแหง่ คำ� น้กี ว้างขวางมาก รวมแล้วได้ความวา่ ใครมีความฉลาดแหลมคม
เพยี งไรกต็ าม ถา้ ไมม่ หี ริ โิ อตตปั ปะอยใู่ นใจและความประพฤตแิ ลว้ ทา่ นเรยี กวา่ พาล
ท้ังน้ัน ไมม่ ขี ้อยกเวน้ มิหนำ� ผู้ไม่มศี ิลปวทิ ยามากมายอะไรนกั เลย แต่เป็นผรู้ ักใคร่
ใฝธ่ รรมชอบทางบญุ ทางกศุ ล มหี ริ โิ อตตปั ปะประจำ� ใจและความประพฤติ ทา่ นยงั กลบั
ชมเชยว่าเป็นปราชญ์ ฉะน้นั คำ� ว่าพาลและปราชญใ์ นหลกั ธรรม จงึ หมายเอาคนชั่ว
กับคนดีเป็นส�ำคัญ และถือเป็นเคร่ืองยืนยันว่าผู้น้ีเป็นพาลเพราะความประพฤติช่ัว
และวา่ ผนู้ น้ั เปน็ ปราชญเ์ พราะความประพฤตดิ ี คำ� วา่ พาลนพ้ี าลทง้ั ตวั เอง พาลทงั้ ผอู้ นื่
คือตนก็เดือดร้อนเพราะความเป็นพาลของตน คนอื่นก็พลอยได้รับความเดือดร้อน
ขุ่นเคืองเพราะความเป็นพาลของผนู้ ัน้ ด้วย จึงมใิ ชข่ องดที ค่ี วรจะนอนใจไม่คิดแกไ้ ข
ถา้ พาลหนกั ๆ และมจี ำ� นวนมากเขา้ โลกกแ็ ตกไดอ้ ยา่ งไมม่ ปี ญั หา การผลติ วตั ถเุ ครอ่ื ง
ทำ� ลายมากๆ กค็ วรเรยี กไดว้ า่ เครอื่ งมอื ทำ� คนใหเ้ ปน็ พาลมากเขา้ ยงิ่ ตา่ งยกพวกใสก่ นั

257

ด้วยเครื่องมือท�ำลาย ก็ควรเรียกว่าต่างคนต่างเป็นพาล เคร่ืองท�ำลายมีพิษสงมาก
เพียงไร ก็แสดงถึงผู้ท�ำและผู้น�ำไปท�ำลายว่าเป็นพาลหนักเข้าเพียงน้ัน ถ้าทั่วโลก
ยกแผน่ ดนิ เขา้ สงั หารทำ� ลายกนั อยา่ งยอ่ ยยบั กค็ วรเรยี กวา่ พาลขน้ั มหาพนิ าศ พาลขนั้
สูญพันธุ์ พาลขั้นประลัยกัลป์ ถ้าเป็นพาลอยู่ล�ำพังตนเองคือชอบก่อความล�ำบาก
รำ� คาญใหเ้ ฉพาะตวั เอง แตไ่ มก่ อ่ ความเดอื ดรอ้ นแกผ่ อู้ นื่ กเ็ รยี กวา่ พาลในตวั เองหรอื
พาลภายใน พาลอีกอย่างหนึ่งน้ันคือชอบผัดวันประกันพรุ่งเพ่ือหลีกเลี่ยงการท�ำดี
ใสต่ น มไี หวพ้ ระสวดมนตภ์ าวนา เปน็ ตน้ เพราะตามปกตจิ ติ คดิ อะไรพอคดิ ได้ พดู ได้
และทำ� ไดท้ ง้ั นนั้ แตเ่ วลาจะคดิ อรรถคดิ ธรรม พดู เปน็ อรรถเปน็ ธรรม เชน่ สวดมนต์
ไหวพ้ ระ เป็นตน้ และทำ� สิง่ ท่ีเป็นความดีงามใส่ตน คอื การทำ� บุญให้ทานไปวัดฟัง
ธรรมจ�ำศลี เหลา่ นี้ มักจะมอี บุ ายแปลกๆ เพ่ือออกตวั ไปทางใดทางหนง่ึ จนได้ อุบาย
ประเภทนปี้ ราชญท์ า่ นวา่ เปน็ อบุ ายของคนพาลภายใน และเปน็ คนพาลแบบพลเมอื งดี
พาลแบบนี้ผู้เขียนแม้ทุกวันน้ีก็ยังหลีกไม่พ้น ต้องโดนชมตัวเองว่าเคยใช้อุบาย
อนั แยบคายท�ำนองนีเ้ รื่อยมา

คำ� วา่ พาลมหี ลายประเภทตา่ งๆ กนั ดงั กลา่ วมา แตม่ ไิ ดห้ มายความวา่ ลงไดค้ ำ� วา่
เป็นพาลแล้วคนอ่ืนต้องหัวร้างข้างแตกไปตามๆ กันแบบไม่ไว้หน้าเช่นนั้น คือ
พาลแบบสุขมุ พาลแบบผดู้ ี พาลภายนอก พาลภายใน เหลา่ นเี้ รียกวา่ พาลด้วยกนั
ปญั หาสำ� คญั กค็ อื พาลในตวั เรา จะเป็นพาลแบบไหนบา้ งที่แอบมาต้ังบา้ นเรือนอยู่บน
หัวใจของเรา และคอยระบายออกให้เราจ�ำต้องปฏิบัติตามแบบบ๋อยกลางเรือนโดย
ไมร่ สู้ กึ ตวั พาลประเภทนอ้ี าจมอี ยกู่ บั ทกุ คนเพราะเปน็ พาลแบบพลเมอื งดี พาลแบบนี้
ผเู้ ขียนแม้ทุกวันนกี้ ย็ งั หลีกไมพ่ น้ ทงั้ ๆ พยายามหลีก เพราะเป็นพาลของสุภาพบรุ ษุ
สุภาพสตรีทเ่ี คยไปวัดฟังธรรมจำ� ศีลอยแู่ ทบทุกวัน เช่น วันพระ วันเสาร์ วันอาทติ ย์
เลี้ยงไว้เพ่ือช่วยตัวเองเวลาเกิดความเกียจคร้านข้ึนมา ต้องอาศัยพาลตัวน้ีช่วยท�ำ
ประโยชน์ นอกจากนน้ั กม็ พี ระทงั้ พระปา่ พระบา้ นทา่ นชอบเลยี้ งมนั ไวด้ เู ลน่ เหมอื นกบั
ชาวบา้ น เพราะพาลตัวน้มี นั น่ารกั มาก ใครๆ กช็ อบมัน ทุกเพศทุกวยั ไม่รังเกียจ
เช่นผู้เขียนด้วยแล้วไม่อยากพูดมาก กลัวจะเป็นการชิงดีชิงเด่นกว่าเพื่อนมนุษย์
ดว้ ยกัน ขอพดู แต่เพยี งวา่ รักมันอย่างจับใจเอาเลย พาลตัวนถ้ี า้ เปน็ สัตวก์ เ็ ป็นสตั วท์ ี่

258

น่ารกั มาก ถ้าเป็นคนก็ไมน่ ่ารังเกียจ แตถ่ ้าเป็นเจา้ ของเสยี เองกย็ ง่ิ นา่ รักมาก แตไ่ ป
อาศยั อยกู่ บั ผใู้ ดเขารงั เกยี จเพราะไมไ่ ดก้ ารไดง้ านอะไรเลย พาลตวั นม้ี นั ทำ� ใหเ้ สยี การ
เสยี งานเสยี เงนิ จนไมม่ ีอะไรตดิ ตวั เวลาเราจะท�ำอะไร มนั คอยมาแอบกระซบิ ใหห้ ยุด
และใหพ้ าไปเทยี่ วเสยี เรอื่ ย ถา้ ตามมนั บอ่ ยนกั การงานทกุ ดา้ นมกั เจง๊ เงนิ มกั ไมช่ อบ
อยูใ่ นกระเปา๋ เพราะมนั สังหารทรัพย์สมบัตเิ ก่ง ไมม่ อี ะไรเทา่ พดู ถึงการกนิ อยู่หลบั
นอนแลว้ มันไม่มสี ถานทจ่ี อดแวะ หรอื สถานีหยดุ มนั ตีตัว๋ เตลดิ เลยทีเดียว หรือจะ
พดู เรอื่ งการเทย่ี ว มนั ตอ้ งเปน็ หวั หนา้ วนั ยงั คำ่� ถงึ ไหนเปน็ ถงึ กนั และไมเ่ ลอื กสถานท่ี
เท่ียวด้วย ยิง่ เป็นสถานที่เรงิ รมยง์ มงายด้วยแล้ว มนั ทำ� เอาจนพนักงานขายตั๋วเบ่ือ
ขี้หนา้ แมค่ ้าเบอื นหนา้ หนี ไมช่ นะจะนบั เงนิ จากมอื มัน ใครๆ ต้องยอมกันทัง้ นน้ั
ต้องยกใหม้ นั วา่ เกง่ จรงิ ในเร่อื งทำ� นองน้ี มนี กั ปราชญเ์ ทา่ นน้ั ทสี่ าปแชง่ มันเพราะทา่ น
รู้เร่ืองของมันได้ดี หลอกลวงท่านไม่ได้ นอกนั้นมันเท่ียวตีสนิทเป็นมิตรเป็นสหาย
ดะไปหมด แมก้ ระทงั่ พระในวดั ปา่ วดั บา้ น ไมเ่ กรงขามใครเลย ยง่ิ ผเู้ ขยี นยงิ่ เปน็ ขาประจำ�
มนั มไิ ดเ้ กรงกลวั เอาเลย กจ็ ะใหม้ นั เกรงกลวั เอาอะไร เวลามนั หายไปบา้ งชวั่ ขณะเดยี ว
กเ็ รยี กมนั กลบั มาปทู นี่ อนหมอนมงุ้ ใหแ้ ลว้ เรอ่ื งมนั เปน็ อยา่ งนแี้ ล ฉะนน้ั นกั ปราชญ์
มพี ระพุทธเจา้ เปน็ ตน้ ท่านจึงสอนใหร้ ะวังอย่าใหม้ นั เข้ามาตีสนิทได้นกั จะทำ� ให้
เสยี การเสยี งานและเสยี ผเู้ สยี คน แมพ้ าลประเภทนจ้ี ะไมเ่ ปน็ ภยั แกผ่ อู้ นื่ กอ็ ดจะเปน็ ภยั
แกต่ วั เองไมไ่ ด้ ทา่ นจงึ เรยี กวา่ พาล และตำ� หนวิ า่ ไมด่ ี แมพ้ วกเราจะรกั ชอบมนั วา่ มนั ดี
คำ� วา่ ความดีแล้ว ไม่ว่าความดีประเภทใดหรือผ้ใู ดริเร่ิมท�ำข้นึ พาลนอกพาลในชอบ
รงั ควานเสมอแตไ่ หนแต่ไรมา เราจะเรียกพาลนว้ี ่าเป็นมารกไ็ ม่น่าจะผดิ เพราะเปน็
ประเภทท�ำลายด้วยกัน ต่อไปน้ีจะขอเรียกว่ามาร ความดีกับมารชอบเป็นข้าศึกกัน
แต่โดยมากมารชอบชนะเสมอ มนี อ้ ยครงั้ ท่ีเราฝืนทำ� ความดีจนเอาชนะมารไดส้ �ำเรจ็
เพราะผู้ท�ำความดีโดยมากทนมารรังแกหรือรบเร้าไม่ไหว หลายคร้ังต่อหลายหนก็
จำ� ตอ้ งยอมไปเอง คนดมี ารชอบรงั แกเพราะเปน็ ฝา่ ยใหอ้ ภยั ประการหนง่ึ มารไมก่ ลา้
ไปรงั แกพวกมารดว้ ยกนั ตอ้ งหนั มาเลน่ งานกับคนดซี ึง่ เปน็ ฝา่ ยคอยให้อภยั อยเู่ สมอ
ไมค่ อ่ ยถือผดิ ถอื โกรธ ถา้ จะคอยถือโทษมาร คนดีกจ็ ะกลายเป็นมารไปดว้ ย จ�ำต้อง
ไดร้ ะวงั รกั ษาความดขี องคนดไี วเ้ สมอ เราชาวพทุ ธเมอื่ ทราบวา่ การทำ� ความดมี ารชอบ

259

มารังแกตัดรอนเช่นน้ัน ก็ควรพยายามปักหลักเอาความดีสู้กับมาร มารก็ยอมและ
ถอยไปเอง เชน่ ขณะจะเรม่ิ ทำ� วตั รภาวนา มารจะแอบมากระซบิ วา่ ใหพ้ กั ผอ่ นเสยี กอ่ น
คอ่ ยท�ำเมื่อไรกไ็ ด้ เด๋ียวจะเหนือ่ ยมากไป เพราะวนั นที้ ำ� งานมากไป ท้ังเคร่งเครยี ด
กับงานตลอดวนั ไม่มีเวลาพกั ผ่อนบา้ งเลย เมื่อมามัวทำ� วัตรภาวนาอย่อู ย่างนี้จะเอา
เวลาไหนพักผ่อนเล่า พรุ่งน้ีก็ต้องไปทำ� งานแต่เช้าอีกแล้ว ย่ิงพรุ่งนี้งานยิ่งมากและ
งานหนักๆ ด้วย ดังนี้ ซ่ึงเป็นอุบายอันแยบยลพอตัวของมารผู้ฉลาดและเคยเป็น
ผนู้ ำ� เรามานมนาน เราอาจเชอ่ื ฟังคำ� เกลี้ยกลอ่ มของมาร และยอมหยุดงานทีก่ �ำลงั จะ
เร่ิมลงมอื ทำ� อยูอ่ ย่างเตม็ ใจกไ็ ด้ จึงควรหาอบุ ายเกลย้ี กล่อมมารใหเ้ คลิ้มหลบั ไปบ้าง
ดว้ ยความแยบคายของเราเองวา่ เชญิ ไปพกั ผอ่ นใหส้ บายคอยเราอยบู่ นเตยี งโนน้ กอ่ น
สักประเดี๋ยวเราจะตามไปนอนด้วยกัน จงนอนหลับอย่างสนิทจนลืมทานอาหารเช้า
โนน้ แหละ ต่นื ข้ึนมาแลว้ ก็ไมต่ ้องไปทำ� งาน แมง้ านจะมากและหนกั สกั เพียงไรก็ตาม
เมอ่ื เรานอนใหห้ ลบั สบายอยา่ งเตม็ ทแี่ ลว้ จะทำ� เมอื่ ไรกไ็ ด้ บดั นเี้ ราขอทำ� งานสกั นดิ กอ่ น
แล้วค่อยนอนมากๆ การท�ำวัตรสวดมนต์ภาวนานี้ เรายังไม่ค่อยได้ท�ำเท่าไรนัก
มวั แตย่ งุ่ กบั การกบั งาน บดั นม้ี โี อกาสบา้ ง เราขอทำ� สกั นดิ เถดิ พอมารตายใจอนญุ าต
กท็ ำ� เสยี ใหญต่ งั้ หลายชวั่ โมง คราวตอ่ ไปกห็ ลอกมนั อกี ตามแตว่ ธิ ที เี่ หมาะสมในขณะนนั้
พยายามหลอกจนมารมนั เชอื่ แลว้ กต็ ม้ ตนุ๋ มนั ใหจ้ มไปเลยจะชอ่ื วา่ ฉลาด อกี อบุ ายหนงึ่
ทงั้ หลอกทง้ั สงั่ สอนมารใหย้ อมจำ� นนตอ่ ความแยบคายแหง่ อบุ ายของเรา นน่ั แลดมี าก
จัดว่าฉลาดเหนือมัน และจับมันมัดให้อยู่ใต้อ�ำนาจของเราได้ย่ิงเป็นความฉลาด
แหลมคม พระพทุ ธเจา้ และสาวกทา่ นลว้ นเปน็ ผหู้ ลอกมารและปราบมาร ทา่ นจงึ ชนะมาร
และเป็นผหู้ มดบว่ งหมดเคร่ืองผูกพัน และมอี สิ ระเตม็ ท่จี นไดเ้ ปน็ ศาสดาสงั่ สอนโลก
ธรรมท่ีประทานไว้จึงล้วนเป็นธรรมท่ีสั่งสอนและปราบปรามมารภายในท้ังส้ิน
แตผ่ ปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมกลบั เปน็ ผถู้ กู ตม้ จากมารทกุ ประเภทเสยี มากตอ่ มาก จงึ มกั เปน็ ผอู้ าภพั
ทางศรทั ธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา วมิ ุตติ อันเป็นธรรมเคร่อื งฉดุ ลากจากบ่วงมาร
จึงไม่ค่อยมีกำ� ลังความก้าวหนา้ เพอ่ื เอาตัวรอดเปน็ ยอดคนได้อยา่ งครู

การรกั ษาสมบตั ใิ ดในโลก ไมย่ ากเทา่ รกั ษาคนคอื ตวั เรา ทจี่ ะไมใ่ หต้ กเปน็ เหยอื่
แหง่ ความชว่ั นรี้ สู้ กึ ยากมาก นบั จากเดก็ จนถงึ ผใู้ หญว่ ยั เฒา่ แกช่ รา จำ� ตอ้ งไดร้ กั ษากนั

260

อย่างเข้มงวดกวดขันตลอดมา เพราะสิ่งที่พาให้เสียซึ่งมีอยู่ภายในนั้น มิได้ข้ึนอยู่
กบั วยั และกาลสถานทอี่ ะไรเลย สงิ่ นนั้ คอื ความอยากเปน็ เจา้ เรอื นเรอื งอำ� นาจ คอยหา
โอกาสจะช่วงชิงพาให้ไปในทางเส่ือมเสียอยู่เสมอ การปฏิบัติรักษาตัวเพ่ือความเป็น
คนดีอันเปน็ คุณคา่ ของมนุษย์น่แี ลเปน็ การรกั ษายากมาก ตัวเราเองกพ็ ยายามรักษา
ระดบั ความดไี ว้ ลกู ๆ เกดิ มากพ็ ยายามอบรมสง่ั สอนและชว่ ยกนั รกั ษาใหด้ ว้ ย ผเู้ กยี่ วขอ้ ง
มมี ากน้อยซงึ่ อย่ใู นความรับผิดชอบ ก็ย่อมเปน็ ภาระเลย้ี งดูและใหอ้ ุบายส่ังสอนเพอื่
รวู้ ธิ ปี ฏบิ ตั แิ ละรกั ษาตวั ใหป้ ลอดภยั จากความชว่ั เสยี หายทง้ั หลาย เฉพาะอยา่ งยงิ่ การ
รกั ษาเราสมกับว่าตนเป็นท่รี กั อย่างยิง่ ดงั ธรรมทา่ นกล่าวไว้น้ีเปน็ การรักษายากมาก
ตลอดมาและตลอดไป เบอ้ื งตน้ กอ็ าศยั พอ่ แมพ่ เ่ี ลย้ี งคอยเลย้ี งดทู างอาหารการเปน็ อยู่
หลบั นอน พอเตบิ โตขน้ึ มาบา้ งกส็ ง่ เขา้ โรงเรยี นเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ทางความรวู้ ชิ าความฉลาด
อนั เปน็ เครอ่ื งมอื ทางอาชพี แต่กรณที ่รี กั ษาตวั เพ่อื เป็นคนดีมีศลี ธรรมในใจ ตลอด
ความประพฤตไิ มเ่ ป็นภยั แก่ตนและสงั คม นี่เป็นกรณที ่สี ำ� คญั มากสำ� หรบั ภมู ิมนุษย์
อันแทจ้ รงิ

การปกครองตนใหด้ ำ� เนนิ การครองชพี และความประพฤตโิ ดยอรรถโดยธรรม
ไมน่ �ำยาพิษคอื สง่ิ ทผ่ี ดิ มาเผาผลาญตนและผู้เกีย่ วข้อง เป็นภาระสำ� หรับผรู้ กั ตนไม่มี
วนั เวลาเบาเลย แตผ่ ลคอื ความสุขความเย็นใจนัน้ ย่อมเป็นโอชารสที่ฝงั ลกึ อยใู่ นใจ
ไมม่ วี นั จดื จาง ผปู้ กครองตนดว้ ยวธิ นี เี้ ปน็ ผมู้ ชี วี ติ อนั สดชนื่ และมคี วามสะดวกราบรนื่
ตลอดไปทั้งปัจจุบันและอนาคต การรักษาตนเพื่อความชุ่มชื่นเบิกบานตลอดไปน้ี
เปน็ การประกนั ความปลอดภยั ของตวั ไปทกุ ระยะกาล นแี้ ลทนี่ กั ปราชญท์ า่ นชมเชยวา่
เป็นความรักตนแท้ ไม่ท�ำความด่างพร้อยเสียหายใส่ตัวเอง หลับและต่ืนก็เป็นสุข
ยังเป็นอยู่หรือตายไปเม่ือไรก็เป็นสุข ค�ำว่าสุคติน้ัน คือสมบัติอันพึงพอใจของคน
ผรู้ กั ตนและรกั ษาตนดว้ ยวธิ ดี งั กลา่ วมา แตก่ ารรกั ษาตนใหเ้ หมาะสมตามธรรมทที่ า่ น
สอนไว้น้ัน รู้สกึ ยากทีจ่ ะมที ่านผูส้ นใจอยา่ งแทจ้ รงิ อาจเหน็ ว่าไมส่ �ำคัญแลว้ มองขา้ ม
ตนไปเสยี การมองขา้ มตนซง่ึ เปน็ คนทง้ั คนอนั อยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของตนตลอดกาล
จึงเป็นการผิดพลาดอย่างน่าใจหาย เพราะความเห็นตนไม่ส�ำคัญ ก็เท่ากับเป็นคน
หมดความส�ำคัญในตัวอย่างสิ้นเชิง ความเห็นชนิดน้ีเป็นความเห็นที่เป็นภัยแก่ตน

261

อยา่ งไมม่ จี ดุ ทห่ี มายวา่ จะมวี นั เวลาเจอความสขุ ได้ ถา้ เปน็ รถกไ็ มม่ พี วงมาลยั และเบรก
ถา้ เปน็ สตั วก์ ไ็ มม่ เี จา้ ของคอยใหค้ วามปลอดภยั ซงึ่ ไมแ่ นว่ า่ จะไปเจอเขยี งและหมอ้ นำ้� รอ้ น
ที่เดือดพลา่ นเขา้ เมอ่ื ไร ถา้ เป็นไขก้ ็หมดทางรกั ษา เพียงอยคู่ อยวนั คอยคนื ไปเท่าน้ัน
ผไู้ มป่ ระสงคจ์ ะพบเหน็ เหตกุ ารณท์ นี่ า่ สลดสงั เวชและหมดหวงั เพราะความทอดอาลยั
ในตวั จงึ ควรมองดตู นใหม้ ากกวา่ มองสงิ่ อน่ื ใดในเวลาทค่ี วรมองไดอ้ ยขู่ ณะน้ี เมอ่ื ผา่ น
กาลอันงดงามน้ีไปแล้วจะไม่มีโอกาสได้มอง หากรีบฉวยโอกาสเสียแต่บัดนี้จะเป็น
ผู้มีหวังในการพ่ึงตนได้ท้ังปัจจุบันและอนาคต แม้จะอยู่ในโลกกับมนุษย์ไปนาน
เพยี งไร ความพึ่งตนก็มีหวงั พงึ่ ได้ดงั ใจหมายตลอดกาลนานเพยี งนนั้

สิ่งท่ีมีคุณค่าในโลกๆ อาจเห็นว่าเงินทองกองสมบัติและส่ิงที่ตนรักชอบและ
พงึ พอใจทงั้ หลายอนั เปน็ ของนอกกาย อาจมิได้คิดวา่ “ตนแลเป็นทร่ี กั สงวนอย่างยิง่
และเปน็ สง่ิ ทมี่ คี ณุ คา่ เหนอื สงิ่ อน่ื ใดในโลก” จงึ พาใหม้ องขา้ มตนอยเู่ สมอแทบทกุ เวลา
นาทีก็ว่าได้ ส่ิงที่ตนพึงหวังท้ังหลายจึงพลอยพลาดหวังไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยประสบ
ดังใจหมาย ถ้าปักใจลงเช่ือตนตามหลักธรรมว่าเป็นบ่อเกิดแห่งสมบัติทั้งมวลแล้ว
ทัง้ สมบตั ภิ ายในคอื อรยิ สมบัติ มศี รัทธา ศีล หิริโอตตปั ปะ เปน็ ต้น อันเปน็ เครอ่ื ง
ประดบั ใจกายวาจาใหเ้ ปน็ สขุ งามตาทางมรรยาท ทงั้ สมบตั ภิ ายนอกมเี งนิ ทองขา้ วของ
ชนดิ ตา่ งๆ เปน็ ตน้ อนั เปน็ เครอ่ื งบำ� รงุ รา่ งกายและประดบั เกยี รติ เหลา่ นยี้ อ่ มจะเปน็ มา
มีมาเพราะความขวนขวายในทางที่ชอบ การแสวงหาทรัพย์ภายนอกก็ไม่ท�ำให้ผู้อื่น
ไดร้ บั ความบอบชำ�้ และเจบ็ ใจ แสวงหาดว้ ยความขยนั หมน่ั เพยี รตามหลกั ของผเู้ ชอื่ กรรม
ว่ามหี าต้องมีได้เมื่อส่ิงนั้นๆ มีอยู่ การแสวงหาทรพั ย์ภายในกไ็ มเ่ กยี จครา้ น เพราะ
ผเู้ ชอ่ื กรรมตอ้ งเชอื่ ผลของกรรม คอื ผลงานของตวั ทก่ี ำ� ลงั ประกอบกระทำ� อยู่ การรกั ษาตวั
เพอื่ หลบหลกี จากความหายนะตา่ งๆ กพ็ ยายามตลอดไป การประกอบงานอาชพี กท็ ำ� ไป
ด้วยความหวังพ่ึงเป็นพึง่ ตายกับงานและผลของงานจริงๆ

เมอ่ื ความมนั่ ใจไดป้ กั ลงในความเชอื่ ตนและในทรพั ยภ์ ายในภายนอก ไมส่ า่ ยแสใ่ จ
ไปอน่ื แลว้ ตงั้ หนา้ ประกอบกระทำ� กจิ การตามเจตนาไมล่ ดละ คณุ ธรรมคอื อรยิ ทรพั ย์
กไ็ หลมา สมบัติเงนิ ทองของมคี ่าต่างๆ ก็ไหลมาหาตนอนั เป็นต้นเหตุของงานน่ันแล

262

และกต็ นนั่นแลเปน็ เจา้ ของของสมบัตนิ ้ันๆ ทั้งเป็นเจ้าของ ทงั้ เป็นผูเ้ สวยผล ไมจ่ น
ทงั้ ชาตนิ แ้ี ละชาตหิ นา้ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งไหลมารวมลงในความรกั ตนและรกั ษาตนทงั้ สน้ิ
กลายเปน็ ผู้หมดความกงั วลหมน่ หมองท้งั ปจั จบุ นั และอนาคต เพราะอำ� นาจแหง่ การ
ขวนขวายโดยชอบธรรมดังกล่าวมา จึงขอมอบไว้กับทุกท่านที่รักตนน�ำไปพิจารณา
และดำ� เนนิ ตามธรรมทถี่ กู ทางแหง่ ความรกั ตนทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงสง่ั สอนไว้ เราจะเปน็
ผู้ทภี่ ูมิใจตลอดกาลไม่มที างสนิ้ สุดแหง่ ความหวังพึ่งตน ซึง่ ผดิ กบั การหวังพ่งึ ตนโดย
วิธีท�ำลายตนดว้ ยการประพฤตติ ามอ�ำเภอใจ หรือตามอ�ำนาจแหง่ ความอยากท่ีใหท้ ำ�
ใหแ้ สวงหาส่งิ ผดิ ๆ เป็นไหนๆ

ความคิดแบบสกุ เอาเผากนิ นั้น เปน็ ความคิดท่สี น้ั เกินกว่าภูมมิ นษุ ยท์ มี่ ปี ญั ญา
ประจ�ำชาตปิ ระจำ� สนั ดานมาแตก่ �ำเนิดเกินไป ไม่สมควรนำ� มาใชใ้ นชาติภมู ิมนุษย์เรา
จะมาทำ� ลายภมู มิ นษุ ยเ์ ราซงึ่ เปน็ ภมู สิ งู มาดว้ ยวาสนาบารมอี ยแู่ ลว้ ใหเ้ สอ่ื มทรามลงไป
รา้ ยกวา่ สตั วผ์ เู้ ปน็ สตั วอ์ ยแู่ ลว้ ซง่ึ เปน็ ภมู ทิ โี่ ลกไมถ่ อื กนั แตม่ นษุ ยท์ เ่ี ปน็ ชาตภิ มู อิ นั สงู สง่
เตม็ ตวั นโ้ี ลกถอื กนั เมอื่ ไปทำ� สงิ่ ทต่ี ำ�่ ทรามแบบสตั วผ์ ไู้ มร่ ดู้ ี ชวั่ บญุ บาป นรก สวรรค์
เช่นน้ัน เพราะมนุษย์กับสัตว์ผิดกันอยู่มาก ประหนึ่งอยู่คนละโลก แม้จะอยู่ร่วม
หลงั คาเรือนกัน เชน่ สนุ ัขหรอื สตั ว์เล้ียงในบา้ ง เป็นตน้ จะมีกตี่ ัวก็เปน็ การประกาศ
ตัวมันเองอยู่ด้วยรูปร่างลักษณะกิริยาท่าทางประจักษ์ตาประจักษ์ใจของมนุษย์
ท่วั ๆ ไป ไม่มใี ครสงสัยว่ามันเปน็ มนษุ ย์ แต่มนุษยท์ �ำตัวลดฐานะลงสู่ความเปน็ สตั ว์
ดว้ ยความรคู้ วามเห็นและความประพฤตทิ ีต่ ่�ำทรามนั้น รู้สึกจะมที างทราบกนั ไดย้ าก
เพราะกายก็เป็นมนุษย์เราดีๆ น่ีเอง ถ้าไม่แสดงกิริยาออกให้เห็นพอจะทราบได้
นอกจากนักปราชญ์เท่าน้ันท่านทราบได้ และท่านคิดเร่ืองเหล่านี้มาก่อนคนในโลก
ทงั้ ทท่ี า่ นอาจเกดิ ทหี ลงั ของโลกบางสมยั กม็ ี ดงั ทา่ นแสดงไวใ้ นธรรมวา่ มนสุ สตริ จั ฉาโน
มนุสสเปโต มนสุ สมนสุ โส มนสุ สเทโว เปน็ ต้น ซงึ่ แปลเอาความย่อๆ ว่า คนเปน็
สัตวเ์ ดยี รัจฉานในรา่ งมนุษย์ คนเป็นเปรตในร่างมนุษย์ คนเป็นมนุษยเ์ ตม็ ภูมิของ
มนษุ ย์ คนเป็นเทพเจ้าในร่างมนุษย์ ดังน้ี ข้อความแหง่ ธรรมเหลา่ นย้ี กออกจากคำ� ว่า
มนษุ ยเ์ พยี งคำ� เดยี วเทา่ นน้ั แยกออกเปน็ ตา่ งๆ ตามแตใ่ จของมนษุ ยน์ น้ั ๆ จะหนกั ไป
ในทางใดมาก

263

มนุสสตริ ัจฉาโน ตามความหมายของธรรมทา่ นวา่ กายเป็นมนษุ ย์ แต่ใจเปน็
เหมือนใจสัตว์ กิริยาที่แสดงออกไม่รู้จักสูงต�่ำ ไม่รู้จักเคารพในบุคคลและสถานที่
ทคี่ วรเคารพนบั ถอื ตนื่ นอนขน้ึ มากม็ เี พยี งหาอยหู่ ากนิ ไปวนั หนงึ่ ๆ ไมส่ นใจกบั คณุ งาม
ความดแี ละความประพฤตอิ นั ดงี ามใดๆ เพยี งหาใสป่ ากใสท่ อ้ งกนิ อม่ิ แลว้ กน็ อนเหมอื น
สกุ รตวั อว้ น ไมไ่ ดส้ นใจไยดกี บั ศลี กบั ทานการไหวพ้ ระสวดมนต์ บาปบญุ เปน็ อยา่ งไร
ไมเ่ ขา้ ใจและไมส่ นใจอยากทราบดว้ ย แตก่ ย็ งั ดที ไี่ มไ่ ปเทย่ี วกอ่ กวนบบี คน้ั ผอู้ น่ื ใหไ้ ด้
รบั ความทกุ ขเ์ จบ็ ใจ เพยี งประพฤตไิ ปตามนสิ ยั เฉยๆ มนษุ ยท์ ม่ี นี สิ ยั และความเปน็ ไป
ดังท่วี า่ มานี้ ทา่ นเรยี กว่า มนสุ สติรจั ฉาโน

มนุสสเปโต ท่านว่ากายเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นใจเปรตใจผี เที่ยวก่อความ
เดอื ดรอ้ นแกผ่ อู้ น่ื ใหเ้ ปน็ ฟนื เปน็ ไฟไปดว้ ยไมม่ ปี ระมาณ พอลกั กล็ กั พอจก้ี จ็ ้ี พอปลน้
กป็ ลน้ พอคดโกงก็คดโกงเอา พอตบตาได้ก็ตบตาเอา พอได้ด้วยวธิ ีใดเปน็ เอาดะไป
ไม่เลือกหน้าว่าเป็นอินทร์เป็นพรหม พอยุแหย่ก่อกวนให้คนท่ีสนิทหรือสามัคคีกัน
แตกรา้ วจากกนั กย็ แุ หย่ พอยแุ หยใ่ หเ้ ขาเปน็ ถอ้ ยเปน็ ความกนั พอมที างหารายไดจ้ าก
เร่ืองถอ้ ยความก็เอา พอหลอกซื้อหลอกขายไดก้ ห็ ลอกเอา ชอบแสวงหารายได้ด้วย
วิธกี ารต่างๆ จากบุคคลท่ีควรไดไ้ มม่ ีประมาณ มีร้อยสนั พันคม คว�่ำกนิ หงายกินได้
ขดู กนิ บบี คนั้ กนิ อยา่ งสดๆ รอ้ นๆ กไ็ ด้ ชนดิ ดกั กบั เหมอื นเขาดกั กบั หนกู ไ็ ด้ แสดงตวั
เป็นคนทกุ ข์จนก็ได้ เปน็ เส่ียใหญก่ ไ็ ด้ เปน็ ข้าราชการทหารต�ำรวจหรอื พลเรือนกไ็ ด้
ท�ำเปน็ คนเซ่อๆ เหมือนคนบ้าคนบอกไ็ ด้ ทำ� เป็นปราชญ์ฉลาดทางศีลทางธรรมกไ็ ด้
ทำ� เป็นเหมือนคนแกเ่ ซ่อซ่าที่นา่ สงสารกไ็ ด้ เข้ากับผูค้ นหญงิ ชายหน่มุ สาวเฒ่าแกก่ ็ได้
เข้ากับทางราชการงานหลวงก็ได้ ไปคนเดียวก็ได้ ไปกับหมู่กับพวกมากๆ ก็ได้
ตามแต่เหตุการณ์พาให้เป็นไป ไม่อ้ันไม่จน ยังมีวิธีการอีกมากมายหลายกระทง
แต่อธิบายพอเป็นข้อคิดเล็กน้อยเพ่ือท่านท่ีสนใจใคร่ธรรมได้พิจารณา ซึ่งอาจมีอยู่
กบั ทกุ คน อยา่ งนอ้ ยกอ็ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ในบางขณะจติ แมผ้ เู้ ขยี นเองกย็ อมรบั วา่ มไี ด้
อยา่ งน้อยก็ในบางขณะจิต หรืออาจมากกว่าน้นั

มนสุ สมนุสโส ท่านวา่ กายเปน็ มนุษย์ ใจกเ็ ป็นมนษุ ยอ์ ยา่ งสมบูรณ์แบบ รทู้ ี่สงู
ท่ีต่�ำ รู้สถานทที่ ่คี วรเคารพนบั ถือ รูอ้ ดตี อนาคตทีจ่ ะปฏิบัตดิ ปี ฏิบัตชิ อบเพ่ือตนและ

264

ส่วนรวม รดู้ ี ชั่ว บาป บุญ นรก สวรรค์ และนพิ พาน วา่ จรงิ ตามหลกั ธรรมทส่ี อน
มนษุ ยใ์ หร้ ฐู้ านะแหง่ ความเปน็ มนษุ ยข์ องตน รทู้ า่ นรเู้ รา รผู้ ใู้ หญร่ ผู้ นู้ อ้ ย รผู้ มู้ คี ณุ มาก
คณุ น้อย ร้กู ตญั ญูกตเวที สมภูมิของมนุษยท์ ่ีควรรูค้ วรปฏบิ ตั ไิ ม่บกพรอ่ ง พร้อมทงั้
หนา้ ทีก่ ารงานของมนษุ ย์ควรท�ำไม่ควรท�ำ รกู้ ิจทค่ี วรทำ� แกต่ นท้งั ปจั จุบันและอนาคต
เป็นผู้สนใจใฝ่ธรรมเช่นเดียวกับสนใจในชีวิตของตนท่ีรับผิดชอบอยู่ตลอดเวลา
ไม่ดอ้ื ดึงฝ่าฝนื ธรรมท่อี ัจฉริยมนษุ ยแ์ สดงไวโ้ ดยถกู ต้อง เคารพนบั ถือพระไตรรตั น์
เสมอด้วยชีวิตหรือย่ิงกว่าชีวิต และยอมสละเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
ได้ตลอดเวลา ไม่เหยียบย�่ำท�ำลายสง่ิ ที่โลกถือเป็นของศกั ด์สิ ทิ ธว์ิ เิ ศษและเทดิ ทูนไว้
บนดวงใจตลอดกาล มีความเป็นอยู่อย่างมีความหมาย ไม่ปฏิเสธส่ิงที่นักปราชญ์
รบั รองโดยสวากขาตธรรม และยนิ ดปี ฏบิ ตั ติ ามทง้ั ทค่ี วรละและควรบำ� เพญ็ ไมป่ ระมาท
ไมล่ บลา้ งความจรงิ ทม่ี อี ยดู่ ง้ั เดมิ และไมเ่ ปลย่ี นแปลงแกไ้ ขสงิ่ นน้ั ๆ เอาตามทฐิ ขิ องตน
มีความเป็นอยู่หลับนอนอย่างง่ายๆ ไม่ก่อความกังวลใส่ตนในส่ิงท่ีไม่จ�ำเป็นและ
หาประโยชนม์ ไิ ด้ เปน็ ผ้เู ชอ่ื ถอื และไว้ใจไดใ้ นค�ำท่ีไดต้ กลงกบั ใครไว้ โดยไม่ต้องทำ�
สัญญาผูกมัดเหมือนทั่วๆ ไป เพราะความซ่ือสัตย์สุจริตเป็นเคร่ืองพาด�ำเนินความ
สมบูรณ์อยู่แล้ว พูดอะไรแล้วเป็นค�ำสัตย์ค�ำจริงไม่มีปลิ้นปล้อนหลอกลวง คนท่ีมี
ลักษณะน้ีท่านเรียกวา่ มนุสสมนุสโส เปน็ มนษุ ยท์ สี่ มบูรณ์แบบเต็มภมู ิแห่งมนษุ ย์

มนสุ สเทโว ทา่ นอธบิ ายไวใ้ นภมู ติ น้ มลี กั ษณะเหมอื นมนษุ ยท์ ี่ ๓ แตม่ คี ณุ ธรรม
พิเศษกวา่ กันข้ึนไปอีกบา้ ง คอื มีเมตตาจติ สูงกว่ามนษุ ยท์ ่ี ๓ ข้ึนไปเป็นลำ� ดบั คำ� ว่า
เทพน้ี หมายถงึ จติ ใจเหมอื นพรหมหรอื ยิ่งกวา่ นนั้ ถงึ ขัน้ วสิ ุทธธิ รรมวสิ ุทธิเทพด้วย
ในบางรายทค่ี วรเป็นได้ เป็นผูถ้ งึ พรอ้ มด้วยเทวธรรม มีหิริโอตตปั ปะ เปน็ ตน้ คือ
มีความละอายและสะดุ้งกลัวต่อบาปอยู่เสมอ มีเมตตาจิตเป็นความโอบอ้อมอารีต่อ
เพื่อนมนุษยด์ ว้ ยกนั มธี รรมเป็นท่ีต้ัง มธี รรมเป็นใหญบ่ นหวั ใจ เคารพธรรมเหมือน
ชวี ติ จิตใจ หวงั พึ่งเป็นพึ่งตายกบั ธรรม หรอื จะเรียกวา่ ผู้มีธรรมพาอยู่ ธรรมพาไป
ธรรมพาทำ� กจิ การทกุ อย่าง ถา้ ธรรมเหน็ วา่ ไมค่ วรแล้ว เปน็ ไม่ยอมทำ� ไม่ยอมฝนื ทำ�
ต่อไป แม้จะอาศัยขันธ์เป็นอยู่ในโลกเหมือนมนุษย์ท่ัวๆ ไป แต่มิได้ถือโลกหรือ
เอาโลกเป็นใหญ่บนหวั ใจ มีจิตใจผอ่ งใสไมข่ ุ่นมวั โดยโลภะ โทสะ โมหะ หรอื ราคะ

265

โทสะ โมหะ ตามรายของมนษุ ยป์ ระเภทนป้ี ฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็ ถงึ ซง่ึ มยี ง่ิ หยอ่ นกวา่ กนั เปน็
รายๆ ไป นี้กล่าวตามลำ� ดับคณุ ธรรมเรม่ิ มาแต่จ�ำพวกมนสุ สมนสุ โส สงู ขน้ึ ไปจนถงึ
มนษุ ยว์ ิสุทธเิ ทพคือพระอรหันตใ์ นรา่ งแห่งมนุษย์ ฉะน้ัน มนสุ สเทโวจึงพิสดารและ
ละเอียดขึ้นไปจนสุดขีดแห่งความละเอียด ทงั้ นี้อยูใ่ นความสามารถของมนุษย์จะทำ�
ให้ได้ให้ถึงได้ ไม่เหลือวิสัยของแต่ละรายจะพยายามตามความสามารถของตน
นอกจากรายทเ่ี ปน็ กรณพี เิ ศษเทา่ นนั้ ดงั นน้ั ศาสนธรรมนี้ ผเู้ ขยี นจงึ มคี วามเชอื่ ถอื และ
เคารพเลอื่ มใสอยา่ งสดุ ยอดเลย ไมม่ กี ารแบง่ รบั แบง่ สเู้ กยี่ วกบั มรรคผลนพิ พานซงึ่ เปน็
สวากขาตธรรมอยา่ งถึงใจ แตส่ ว่ นปลกี ยอ่ ยอาจมีลัทธติ ่างๆ แทรกเขา้ มาแฝงอยู่บ้าง
นน่ั จำ� ตอ้ งพจิ ารณาเปน็ กรณพี เิ ศษ ไมส่ ามารถอาจเออ้ื มไปเหมาเอามาเปน็ ความเชอื่ ถอื
หมดทเี ดยี ว แม้จะมที ่านผใู้ ดผู้หน่ึงมาต�ำหนิ ก็ยอมรับว่าไม่สามารถ ดังท่เี ขียนไวน้ ี้

คำ� ว่า ความเชอ่ื น้ี ความเชอื่ ธรรมเป็นท่ีตายใจกวา่ ความเชื่อในสิ่งใดๆ ในโลก
และเป็นความเชื่อที่มีความสุข โดยไม่ต้องระวังว่าจะมีการกลับกลอกหลอกลวง
เหมอื นความเชอ่ื ในสง่ิ ตา่ งๆ แมใ้ นวงผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมดว้ ยกนั พดู กนั กเ็ ชอ่ื ถอื และตายใจ
ได้ตลอดไม่ต้องระวัง จึงกล้าพูดและกล้าเขียนอย่างไม่ละอายว่า ความเช่ือธรรม
เปน็ ยอดแหง่ ความเช่อื ทัง้ หลายในโลก

ผู้เช่ือธรรมเป็นผสู้ บาย หลับและตืน่ กเ็ ป็นสขุ เชอ่ื สุดขดี แห่งธรรมก็มีความสุข
สดุ ขดี แหง่ ใจ ไมม่ คี วามสขุ ใดจะเสมอเหมอื นใจทเี่ ชอื่ ตอ่ ธรรมอยา่ งสดุ ขดี นแ่ี ลแดน
แหง่ ความสขุ อนั สดุ ยอดคอื ความเชอื่ ธรรมสดุ ยอด ไมม่ คี วามสขุ ใดในโลกไหนจะเสมอ
ความเช่ือและความสุขประเภทน้ี เราทุกคนเคยเช่ือส่ิงต่างๆ มาจนนับไม่ถ้วน
คณนาไมจ่ บ และเคยถกู หลอกจากความเชอ่ื ในสงิ่ นนั้ ๆ มาแลว้ มากมายเชน่ เดยี วกนั
แต่ลองหยิบยกเอาความเชื่อเหล่าน้ันหรืออย่างใดอย่างหน่ึงที่เห็นว่าเด่นๆ ในจิตที่
ได้เคยรับผลจากความเชื่อนัน้ มาแล้วมาเทยี บกับความเช่ือในธรรมประเภทสดุ ยอดน้ี
ลองดู ความเชอ่ื อนั ไหนจะมาสามารถตอ่ ยอดขน้ึ ไปอกี ยงิ่ กวา่ คำ� วา่ สดุ ยอดน้ี ความเชอ่ื นน้ั
ยงั จะมอี ยอู่ ีกไหม ทำ� สง่ิ ใดก็ดีที่จะเหน็ ผลเป็นความสขุ อยา่ งเด่นๆ ชนดิ ไมจ่ ดื ไมจ่ าง
ไมเ่ บอื่ หนา่ ยหลงลมื เหมอื นความเชอ่ื ผลทเ่ี กดิ จากการปฏบิ ตั ธิ รรมนจ้ี ะมไี หม สำ� หรบั

266

ผูเ้ ขียนยอมรับว่าไม่เห็นและไม่มี เหมอื นความเช่อื ผลของการปฏบิ ตั ิธรรมทง้ั ๆ ที่ก็
ท�ำอยู่ นอนอยู่ ไปอยู่ มาอยู่ เล่นอยู่ จริงอยู่ เหมือนโลกท่ัวๆ ไป ดว้ ยเหตนุ จ้ี ึงได้
ปลงทฐิ มิ านะ ยอมรบั เชอื่ และปฏบิ ตั ติ ามศาสนธรรมของพระพทุ ธเจา้ และขอถวายตวั
เปน็ พระพทุ ธบูชา ธรรมบชู า สงั ฆบูชา โดยไม่มปี ัญหาใดๆ มาขัดแยง้ ใจได้ เพราะ
ได้เคยเหน็ โทษแห่งความเชื่อในส่ิงตา่ งๆ มาดว้ ยความปกั ใจ เพราะความหิวโหยเปน็
ผู้น�ำฉุดลากไปอย่างไม่มีเหตุผลเป็นเคร่ืองยับยั้งพอได้ตั้งตัวต่อสู้ความเช่ือม่ันน้ันๆ
ให้ผ่อนตัวมามากต่อมาก จนกล้าพูดได้ว่าไม่พ้นถูกหลอกถูกต้มจากความเช่ือน้ันๆ
ฉะนนั้ ความเชอ่ื ในสงิ่ ใดๆ กต็ าม เมอ่ื มที งั้ ผลดแี ละผลชวั่ แฝงขน้ึ มาใหเ้ จา้ ตวั ตอ้ งรบั
เสวยอยไู่ มว่ าย จงึ อดจะนำ� มาทดสอบเทยี บเคยี งดตู น้ สายปลายเหตไุ มไ่ ด้ เพอื่ หาทาง
เลือกเฟ้นและหลีกเลี่ยงความเช่ือในสิ่งและประเภทน้ันๆ พอมีทางเอาตัวรอดบ้าง
ไม่ยอมเข้าไปเป็นตัวประกันรับรองโดยถ่ายเดียว ท่านท่ีเคยผ่านความบอบช้�ำกับ
ความเช่ือประเภทต่างๆ ทมี่ ีต่อสิง่ ต่างๆ มามาก ซงึ่ ถ้าจะมกี ารพิสูจน์กนั บ้างกพ็ อได้
เหตไุ ด้ผลกบั มัน และพอจะแยกความเช่อื ประเภทสงั หารทำ� ลายจิตใจและทรัพยส์ นิ
เหลา่ นนั้ ออกทำ� ประโยชน์แกต่ นและผ้อู ืน่ ได้บา้ งแลว้ ถ้าไม่ยอมตวั สละเป็นสละตาย
ตอ่ มนั แบบไมส่ นใจทจ่ี ะคดิ ตอ่ สเู้ พอ่ื แกไ้ ขไปเทา่ นน้ั ซง่ึ สดุ วสิ ยั ในตวั เอง ไมม่ ที างแกไ้ ข
และไมม่ ีใครช่วยได้

สรปุ ในบรรดาความเชอื่ ทเี่ คยเกดิ เคยมใี นใจมาเปน็ ประจำ� และเคยใหผ้ ลผดิ ๆ
ถูกๆ มาเป็นล�ำดับจนถงึ ปัจจุบัน พอถือเอาความได้ว่า ความเชื่อธรรมเป็นความเชอ่ื
ทไี่ มต่ อ้ งระวงั ภยั ผลกไ็ มท่ ำ� ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นเสยี ใจในภายหลงั นอกจากไดร้ บั
ความปลมื้ ปตี ติ ามลำ� ดบั ของความเชอ่ื และการปฏบิ ตั ขิ องตน จนกลายเปน็ ความเชอ่ื ที่
ฝงั ใจถอนไมข่ น้ึ เทา่ นน้ั ถา้ คดิ จะถอน แตม่ ไิ ดค้ ดิ วา่ จะถอน นอกจากจะยำ�้ ความเชอ่ื นนั้
ลงใหแ้ นน่ จนตายไปด้วยกนั เพอ่ื เปน็ ความสุขชนดิ ไม่กลับกลอกเท่านน้ั เพราะเป็น
ความเช่ือท่ีฉุดลากคนขึ้นจากหล่มลึก และยกขึ้นสู่ที่ปลอดภัยหายห่วงโดยประการ
ทง้ั ปวง เรอ่ื งความเชอื่ ในสง่ิ ตา่ งๆ ของแตล่ ะคนนา่ จะเรยี กไดว้ า่ เปน็ อจนิ ไตย ไมม่ ใี คร
จะสามารถพรรณนานับได้ จึงเขียนลงเพียงเล็กน้อยพอเป็นเครื่องเทียบเคียงและ
เลือกเฟ้นมาเป็นประโยชน์เท่าที่ควร ส�ำหรับผู้เขียนซ่ึงบวชอยู่กับศีล กินกับธรรม

267

มาจนเปน็ เนอื้ เปน็ หนงั อนั เดยี วกนั กบั คา� วา่ “ลกู พระ” แลว้ กเ็ รยี นตอบตามความรสู้ กึ
ของลกู พระวา่ “เชอ่ื ธรรม” แมจ้ ะอาศยั อยกู่ บั โลกทเ่ี ปน็ มนษุ ยด์ ว้ ยกนั โดยมากทศ่ี รทั ธา
ญาตโิ ยมมาเยย่ี มเยยี นลกู พระ ตา่ งกม็ าดว้ ยเจตนาหวงั ดมี คี วามเคารพธรรม จงึ ไมค่ อ่ ย
ปรากฏวา่ มที า่ นผใู้ ดมาหลอกลวงตม้ ตนุ๋ ลกู พระใหเ้ กดิ ความเสยี หายลม่ จมไปทจ่ี ะให้
เกดิ ความไมเ่ ชอ่ื ระแวงใจและตา� หนโิ ลกวา่ ไมด่ หี ลอกลวง จงึ ไมไ่ ดค้ า� ยนื ยนั ทง้ั เชอ่ื และ
ไม่เช่ือมาแสดงเหมือนธรรมทีป่ ฏิบัตอิ ยเู่ ปน็ ประจา� จงึ ขอยุตเิ รื่องความเชือ่ ไวเ้ พยี งนี้

268

ศาสนธรรมคืออะไร

269



ศาสนธรรมคืออะไร

ศาสนธรรมคอื กลอ้ งสอ่ งทางดำ� เนนิ ของใจทงั้ ใกลแ้ ละไกลไมม่ ปี ระมาณ เกย่ี วกบั
เหตกุ ารณต์ า่ งๆ ทมี่ อี ยรู่ อบตวั คณุ และโทษเกดิ จากการเคลอ่ื นไหวทางกาย วาจา ใจ
ของมนษุ ย์แลสัตว์ เฉพาะอย่างยิ่งมนษุ ย์เปน็ ผู้ควรทราบส่ิงดีชั่วทีเ่ กดิ กบั ตวั และการ
รับผลท่เี กดิ ขึ้นจากการท�ำนนั้ ๆ การรับทราบและการดดั แปลงแกไ้ ขใหเ้ ปน็ ไปในทาง
ท่ีถูกที่ควร จึงเป็นเรื่องของมนุษย์จะพึงสนใจ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่พ้นการปักเสียบ
ขวากหนามไวท้ ม่ิ แทงตวั เองและผเู้ กย่ี วขอ้ ง ความผดิ ทางกาย วาจา ใจ เปน็ ผลทมี่ นษุ ย์
จะพึงยอมรับอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้ การที่จะทราบความผิดถูกชั่วดีแห่งการกระท�ำ
ของตนน้ัน ตอ้ งอาศยั หลกั ธรรมอนั เป็นความถูกต้องดีงามเปน็ เข็มทศิ ทางเดนิ

ในท่นี ้ีจงึ ไดเ้ ขียนไว้วา่ ศาสนธรรมคอื อะไร คอื ความถูกต้องดีงามที่ท่านผู้รแู้ จ้ง
เหน็ จรงิ ในเญยยธรรมทงั้ ปวงประกาศสอนไว้ อนั เปน็ เหมอื นกลอ้ งสอ่ งทางดำ� เนนิ ชวี ติ
และวถิ จี ติ ซงึ่ คดิ ปรงุ ตา่ งๆ เกย่ี วกบั อารมณ์ ทงั้ สว่ นหยาบ สว่ นละเอยี ด ทแี่ สดงออก
เพอื่ กอ่ เรอ่ื งราวนานาชนดิ ใหเ้ จา้ ตวั ไดร้ บั ผลในทางไมด่ ี ศาสนธรรมแสดงบอกอาการ
เคล่อื นไหวทางกาย วาจา ใจ ของสัตวโ์ ลกไว้อยา่ งถกู ต้องละเอยี ดลออทุกแง่ทุกมุม
เพอ่ื ความสงบรม่ เยน็ แกต่ นและสว่ นรวม ผรู้ กั สขุ เกลยี ดทกุ ขจ์ งึ เปน็ ผคู้ วรแกศ่ าสนธรรม
ซึ่งแสดงเหตุผลและความมุ่งหมายไปในทางเดียวกัน โลกที่มีศาสนาประจ�ำตน
กเ็ นอ่ื งจากไมร่ ไู้ มส่ ามารถจะปฏบิ ตั ติ นใหร้ าบรนื่ ดงี ามไดโ้ ดยลำ� พงั ถา้ ไมม่ ศี าสนธรรม
เป็นเครอื่ งสอ่ งทางแหง่ ความประพฤติต่างๆ

271

คนตาบอดต้องอาศัยคนตาดีเป็นผู้พาเดิน คนโง่ต้องอาศัยคนฉลาดเป็นผู้พา
ด�ำเนินกจิ การตา่ งๆ คนเราท่ีมกี เิ ลสตัวเขลาๆ ครอบครองใจ แมจ้ ะได้รบั ความนยิ ม
ยกย่องหรือเสกสรรว่าฉลาดเพียงไร ก็คือบุคคลที่ยังโง่เขลาอยู่น่ันเอง ไม่สามารถ
ปฏิบัติตนให้มีความสุขความเจริญตามหลักธรรมได้เท่าที่ควรจะเป็น ความโลภ
ความโกรธ ความลมุ่ หลงงมงาย ราคะตณั หาตวั คะนอง ซง่ึ ลว้ นเปน็ สง่ิ ทพ่ี าใหส้ ตั วโ์ ลก
โง่เขลาตลอดมา แม้สิ่งหน่ึงมิได้เบาบางลงเพราะความฉลาดตามหลักสากลนิยมกัน
บา้ งเลย เนอ่ื งจากกเิ ลสดงั กลา่ วกเ็ ปน็ ความฉลาดตามหลกั สากลนยิ มเชน่ กนั จงึ เขา้ กนั ได้
อยกู่ นั ไดส้ นทิ ใครไมค่ ดิ ตำ� หนใิ คร แมก้ เิ ลสประเภทตา่ งๆ จะสง่ ผลใหร้ บั ความทกุ ข์
ทรมานมากนอ้ ยเพยี งไร กถ็ อื วา่ เปน็ ความถกู ตอ้ งของผรู้ บั ผลตลอดไป เพราะไมม่ ธี รรม
เปน็ เครอื่ งพสิ จู นพ์ อใหร้ พู้ ษิ สงของมนั การวนุ่ วายวกวนอยกู่ บั ความทกุ ขต์ า่ งๆ ตลอด
เวลา เฉพาะอยา่ งย่งิ คือทุกขท์ างใจกย็ อมรับโดยเห็นวา่ เกิดกับตน มิไดค้ ำ� นงึ ถงึ เหตุ
ซ่ึงเป็นตัวการยงั ผลใหเ้ กิดข้นึ อยู่เสมอบ้างเลย

ระหว่างโลกกับธรรม ระหว่างความรู้ทางสากลนิยมกับความรู้ทางธรรมนิยม
และระหว่างวิถีทางเดินแห่งความรู้ทางสากลนิยมกับวิถีทางเดินแห่งความรู้ทางธรรม
นิยมน้ัน จงึ พอจะทราบได้วา่ ตา่ งกนั มาก โลกและความรู้ทางสากลนยิ มหมนุ ไปตาม
กระแส สว่ นธรรมและความรทู้ างธรรมนยิ มมักหมนุ ทวนกระแสโลกเสมอ นบั แต่ขน้ั
เร่มิ แรกคอื ธรรมขน้ั ต�่ำจนถงึ ขัน้ สูงสดุ ซ่งึ ล้วนหมนุ ทวนกระแสโลกท้งั สนิ้

พูดอย่างฟังง่ายๆ ผู้ไม่เคยเข้าใจศาสนา ไม่สนใจศาสนา และไม่เช่ือศาสนา
จงึ ไม่ปฏิบัตติ ามหลกั ศาสนธรรม ความคิดการระบายออกทุกแง่ทกุ มุม ย่อมปลอ่ ย
ให้เป็นไปตามความสะดวกกายสบายใจเป็นประมาณ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรน้ัน
เป็นราวกับโยนใบไม้สดเข้ากองไฟ เป็นเพียงแสดงอาการไปตามความทุกข์ท่ีได้รับ
ในขณะนน้ั เทา่ นนั้ ไมย่ อมเหน็ โทษแหง่ ความทกุ ข์ ไมส่ นใจคน้ หาสาเหตทุ ที่ ำ� ใหเ้ กดิ ทกุ ข์
ราวกบั ไมม่ คี วามหมายในตวั เองทงั้ ปจั จบุ นั แลอนาคต เกย่ี วกบั ความรบั ผดิ ชอบตวั เอง
ในทางใดบ้าง เหมือนสตั วไ์ ม่มเี จา้ ของฉะน้ัน ท�ำอะไรมกั ปลอ่ ยตามยถากรรม ซ่งึ ผล
ของความปล่อยตามยถากรรมนั้นเป็นสิ่งที่ลบไม่สูญ ผู้ท�ำต้องได้รับแน่นอนตาม
หลกั กรรมหรอื หลกั ธรรมนยิ ม

272

ส่วนผู้เข้าใจและเช่ือหลักศาสนาพร้อมกับความสนใจปฏิบัติตามศาสนธรรม
ย่อมมีความระมัดระวังตัวเกี่ยวกับสิ่งท่ีคิดที่พูด ตลอดการกระท�ำต่างๆ ท่ีเรียกว่า
ทวนกระแส ต้ังแต่ขั้นแรกนับถือและปฏิบัติเป็นต้นไป ตามข้ันภูมิแห่งธรรมและ
ความสามารถแห่งเพศและวัยของตน ไม่น�ำความอยากมาเป็นใหญ่เป็นประมาณ
ยงิ่ กวา่ ความทเี่ หน็ วา่ ถกู ตอ้ งชอบธรรม ทงั้ นเ้ี พราะการเลง็ ผลผดิ ถกู ชวั่ ดที ตี่ นจะพงึ รบั
จากการท�ำนัน้ ๆ ผู้มีศาสนธรรมเปน็ เครือ่ งยึดเปน็ เครอ่ื งปกครอง จึงเปน็ ผู้มีเจ้าของ
รบั ผดิ ชอบตวั เองตลอดไป ไมป่ ลอ่ ยตวั ไปตามสงิ่ ทจี่ ะทำ� ใหเ้ กดิ โทษ ยากกท็ น ลำ� บาก
ก็ฝืน ฝืนจนติดนิสัยในธรรมที่ตนปฏิบัติบ�ำเพ็ญ ไม่ยอมปล่อยให้ความชั่วตัวตาม
ยถากรรม เข้ามาเหยียบย่�ำท�ำลายศีลธรรมภายในตัวได้เลย ผลท่ีได้รับจากการ
ทวนกระแสความอยากทมี่ กี เิ ลสเปน็ เครอ่ื งชกั จงู ยอ่ มเปน็ ทอี่ บอนุ่ สงบเยน็ ใจทง้ั ปจั จบุ นั
แลอนาคตทีเ่ รียกวา่ สคุ โต ซงึ่ ผิดกับผู้ไมม่ ศี าสนาภายในใจอยมู่ าก

ศาสนธรรมคือเครื่องยึดเหน่ียวจิตใจและความประพฤติของผู้เห็นโทษว่า
เปน็ โทษ เหน็ คุณว่าเปน็ คณุ ตามหลักธรรมสากลนิยมและปฏบิ ัติดำ� เนินตาม จงึ เป็น
เหมอื นผเู้ ดนิ ทางมเี ขม็ ทศิ เครอ่ื งชที้ างเดนิ ไดอ้ ยา่ งพรอ้ มมลู ยอ่ มถงึ จดุ ทหี่ มายไดอ้ ยา่ ง
ราบร่นื ปลอดภยั ผดิ กับผู้ไม่เอาไหนอย่มู าก เพราะคนเรามคี วามหวงั ซึ่งเคยสรา้ งไว้
ในใจอยา่ งฝงั ลกึ ดว้ ยกนั เปน็ เพยี งไมร่ ะบายออกมาใหใ้ ครทราบเทา่ นน้ั ความจรงิ แลว้
ภายในใจเต็มไปด้วยความหวงั จงึ ควรสร้างเหตุอันดงี ามไว้เพ่ือต้อนรับความหวงั จะ
ไมเ่ สยี ใจในภายหลงั หากมีแตค่ วามหวังภายในใจ แตม่ ไิ ดส้ ร้างเหตุอันดีงามเพอื่ ผล
อนั พงึ ใจไวต้ อ้ นรบั ความหวงั เลยจะเสยี ใจไมน่ อ้ ย ความหมดหวงั คอื ความทกุ ขค์ วาม
เสียใจอย่างบอกไม่ถูก ใครเป็นผู้หมดหวังก็คือความเป็นผู้หาสารคุณอะไรไม่ได้
นอกจากจะคิดวา่ ตายเสยี ดีกว่า ทง้ั ท่ตี ายแล้วก็ไมม่ ีอะไรจะสนองความหวังใหด้ กี ว่า
เวลายงั มีชวี ติ อยูด่ ว้ ยความหมดหวงั

จิตน้ีถา้ ลงไดพ้ ลาดท่าเสียทไี ปแลว้ ก็มักจะพลาดไปเรอื่ ยๆ จนไมม่ ีสติปญั ญา
คดิ อ่านพอยับย้ังต้งั ตัวได้ ถา้ ไม่คิดเสยี แต่แรกคอื บดั น้ที ่ีเปน็ ฐานะอันควรอยู่ ธรรม
ทา่ นสอนไวว้ า่ ควรทำ� ความดงี ามแกต่ นเสยี แตว่ นั นด้ี กี วา่ วนั พรงุ่ นี้ เพราะไมอ่ าจทราบ

273

ไดว้ า่ อปุ สรรคหรอื อนั ตรายตลอดความตายอาจตามมาถงึ ตวั ในวนั พรงุ่ นก้ี ไ็ ด้ ผกู้ า� หนด
ชวี ติ และความตายเอาเองคอื ผปู้ ระมาทอยา่ งยง่ิ ไมส่ มควรแกช่ าวพทุ ธผเู้ ปน็ ปญั ญาชน
ตามหลักศาสนาสอนเลย เพราะอุปสรรคและความตายของมวลสัตว์เป็นเสนาใหญ่
ซึ่งไม่มีใครอาจห้ามได้ จะรบด้วยสมบัติเงินทองก็แพ้ จะรบด้วยพลช้างพลม้าออก
ยาตราตอ่ สกู้ แ็ พ้ จะรบดว้ ยเครอื่ งจกั รเครอื่ งยนตป์ ระเภทตา่ งๆ กแ็ พ้ จะรบดว้ ยปนื ผา
หนา้ ไมก้ ระทัง่ ระเบิดนิวเคลียรก์ ็แพ้ และแพอ้ ย่างหลุดลุ่ยตลอดไป ไมม่ หี วงั เอาชนะ
ความตายไดเ้ ลย ปราชญท์ า่ นจงึ มไิ ดส้ อนใหต้ อ่ สเู้ สนาใหญค่ อื ความตาย ดว้ ยเครอื่ งรบ
เครอ่ื งตอ่ สดู้ ว้ ยแบบดงั กลา่ ว แตส่ อนใหต้ อ่ สดู้ ว้ ยสติ ปญั ญา ศรทั ธา ความพากเพยี ร
ที่สร้างความดโี ดยล�าดบั ไมท่ ้อถอยปลอ่ ยวางจนมีกา� ลังพอตัว พญามจั จุราชหากกลวั
ก็พ่ายแพ้ไปเอง ดังพระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลายที่ทรงชนะพญามัจจุราชคือ
ความเกิดตายวกวนซ�้าซากด้วย ธรรมาวธุ มสี ตปิ ัญญา เปน็ ต้น

274

โรคท่ชี อบอยู่กบั คน

275



โรคท่ชี อบอยกู่ บั คน

มนุษย์นับวันมีมากขึ้นทุกเวลา ซึ่งล้วนแต่น�ำปากท้องส่ิงรบกวนตัวเองและ
ผเู้ กี่ยวขอ้ งมาเกดิ ด้วย ทกุ ขใ์ นลักษณะตา่ งๆ จึงเร่ิมมมี าพร้อมอย่างหลีกเล่ยี งไมไ่ ด้
การขวนขวายและความวุ่นวายเพื่อความอยู่รอดจึงเป็นเหมือนกังหันท่ีหมุนรอบตัว
มนษุ ยท์ กุ คนหญงิ ชายผเู้ กยี จครา้ นและโงเ่ ขลา ยอ่ มไดร้ บั ความทกุ ขม์ ากกวา่ ทมี่ นษุ ย์
ผขู้ ยนั และฉลาดจะพงึ รบั กนั เพราะอะไรๆ ไมท่ นั เขา สง่ิ ทค่ี นขเี้ กยี จและโงเ่ ขลาจะพงึ ได้
กค็ อื สง่ิ เปน็ เดนทคี่ นขยนั และฉลาดไมต่ อ้ งการแลว้ นน่ั แล ฉะนนั้ ความเกยี จครา้ นกด็ ี
ความโง่เขลาเบาปัญญาคือความไม่ชอบคิดก็ดี ควรนับเป็นของเศษเดนและกดถ่วง
ความสขุ ความเจรญิ ของโลกดว้ ย ผตู้ อ้ งการความเจรญิ จงึ ควรระวงั สง่ิ กดถว่ งทง้ั สองน้ี
ด้วยความขยันความหม่ันคิดอ่านไตร่ตรอง ดังธรรมท่านสอนว่า “อุฏฐานสัมปทา”
เกิดเป็นคนในท่ามกลางแห่งโลกท่ีเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงวุ่นวายเพ่ือความอยู่
รอดด้วยการวิ่งเต้นขวนขวาย จึงควรเตรียมตัวเตรียมใจให้ถึงพร้อมด้วยความ
ขยนั หมนั่ เพยี ร ในหนา้ ทก่ี ารงานทตี่ นจะพงึ ทำ� ทกุ ๆ แขนง อยา่ เปน็ คนขเี้ กยี จเหน็ แกต่ วั
เอาแตเ่ ลน่ แตก่ นิ แตน่ อน อนั เปน็ การเสรมิ สรา้ งนสิ ยั ไมด่ ใี หเ้ จรญิ ยงิ่ ขนึ้ จนทำ� อะไรไมไ่ ด้
ผลทพ่ี งึ รบั จากนสิ ยั เชน่ นนั้ กค็ อื ความทกุ ขค์ วามจนตรอก หาทางออกจากทกุ ขท์ มี่ ดั ตวั
ไมไ่ ด้ตลอดไป เพราะทยี่ ังมนี ิสยั นั้นติดตวั อยู่

ความจรงิ แลว้ ขา้ ศกึ ประจำ� ตวั ของมนษุ ยเ์ รากค็ อื ความโง่ ความเกยี จครา้ น ซงึ่ เปน็
สหายกนั มาแตก่ าลไหนๆ โรคชนดิ นมี้ กั เกดิ กบั มนษุ ยแ์ ละตดิ มนษุ ยม์ ากกวา่ สตั วอ์ น่ื ๆ

277

เพราะมนุษยเ์ ราชอบเลีย้ งมันเตม็ บา้ นเตม็ เมืองทมี่ นษุ ย์อาศยั อยู่ หากเป็นสนิ ค้าหรอื
สตั วเ์ ลย้ี งตา่ งๆ กน็ า่ จะไมม่ ที เี่ กบ็ ไมม่ ที อ่ี ยอู่ าศยั เตม็ ไปดว้ ยสหายทง้ั สองน้ี แตโ่ รคชนดิ น้ี
ชอบมนษุ ยเ์ ปน็ เพอ่ื นเลน่ เปน็ อาหาร และเปน็ บา้ นอยอู่ าศยั เนอื่ งจากเนอื้ มนษุ ยห์ อม
กินอร่อยดีเป็นพิเศษ กินแล้วไม่เบื่อ อยู่แล้วเย็นสบาย ไม่ถูกรบกวนขับไล่ต่างๆ
อยู่ที่ไหนกไ็ มเ่ หมือนอยู่กบั มนุษย์ เฉพาะอยา่ งยิ่งอยู่กบั คนไทยสบายมาก เนอื่ งจาก
คนไทยมเี มตตาใจกวา้ งขวางเปน็ พเิ ศษกวา่ คนชาตอิ นื่ ๆ จงึ พอจะอยอู่ าศยั กบั คนไทย
อยา่ งผาสกุ ไปไดน้ าน เฉพาะผูเ้ ขียนแล้วได้ให้ความสะดวกร่มเยน็ แกโ่ รคชนดิ นม้ี าก
ตลอดมา และน่าจะตลอดไปถ้าไมต่ ายจากมนั เสยี เท่าน้นั

ยาแก้โรค ๒ ชนดิ น้ี ไดแ้ ก่ ความขยนั อดทน บึกบนึ ไมท่ ้อถอยต่องานที่ชอบ
ทุกกรณีดังท่ีกล่าวผ่านมา และความฉลาดท่ีเกิดจากการศึกษาค้นคว้าไตร่ตรองหา
เหตผุ ลในแงต่ า่ งๆ ธรรมทา่ นวา่ สติ ปญั ญา ซง่ึ นำ� ไปใชไ้ ดท้ กุ กรณี โดยเปน็ บทนำ� วา่
นสิ มมฺ กรณํ เสยโฺ ย ใครค่ รวญดว้ ยดกี อ่ นแลว้ คอ่ ยดำ� เนนิ กจิ การทกุ อยา่ ง ดที สี่ ดุ แล
ผชู้ อบความขเี้ กยี จออ่ นแอเปน็ วมิ าน ดงั บทธรรมทา่ นวา่ สขุ สสฺ านนตฺ รํ ทกุ ขฺ ํ ผชู้ อบวมิ าน
ด้วยความเกียจคร้านบันดาลให้ จะตกนรกคือความทุกข์ในภายหลัง แต่ผู้ชอบ
ความขยนั หมน่ั เพยี รเป็นเพอ่ื นดำ� เนนิ งาน ดงั บทธรรมวา่ ทุกขฺ สสฺ านนตฺ รํ สุขํ ผฝู้ ืน
ตกนรกคือความทกุ ข์ดว้ ยความพากเพยี รในงานตา่ งๆ ย่อมจะไดร้ ับความสุขราวกับ
ขึน้ สวรรค์ในลำ� ดบั ตอ่ ไป

ดังน้นั ธรรมบทว่า อฏุ ฐานสมั ปทา ความถึงพร้อมดว้ ยความขยนั หมั่นเพยี ร
กบั บทวา่ นสิ มมฺ กรณํ เสยโฺ ย จงึ นา่ จะสะดดุ สะเทอื นใจพวกเราชาวพทุ ธพอขบั ไลน่ สิ ยั
ขเี้ กยี จ นสิ ยั สกุ เอาเผากนิ ออกไปได้ นสิ ยั ดงั กลา่ วนส้ี ว่ นมากมกั เกดิ จากความมกั งา่ ย
เหน็ แกต่ วั เฉพาะหนา้ ไมค่ ดิ ถงึ สว่ นใหญซ่ ง่ึ ตอ้ งอาศยั กนั อยอู่ ยา่ งแยกไมอ่ อก วา่ จะมี
ส่วนเสียด้วยอย่างไรบ้าง จึงกลายเป็นโรคระบาดที่ต่างคนต่างเป็นด้วยความฝังลึก
ในนิสัย

เมืองไทยเป็นเมืองเอกราชไม่เคยเป็นทาสของผู้ใดมานมนาน มีทรัพยากรใน
ผนื แผน่ ดนิ มากมาย ซงึ่ ควรจะเปน็ ประโยชนแ์ กค่ นไทยดว้ ยกนั อยา่ งสมบรู ณเ์ ทา่ ทค่ี วร

278

แตก่ อ็ ดคดิ ไมไ่ ดเ้ กย่ี วกบั การดำ� เนนิ งานในดา้ นตา่ งๆ กลวั จะกลายเปน็ ทาสของคนอนื่
เพราะนิสัยดังกล่าวเป็นเคร่ืองท�ำลายสิ่งท่ีจะพึงได้รับ ส�ำหรับคนไทยผู้เป็นเจ้าของ
จะกลายเป็นเศษเป็นเดนไปที่น่าทุเรศ เหตุที่สมบัติของเราเองจะกลับกลายมาเป็น
เศษเดนให้เรารบั นนั้ น่าจะหนีจากผรู้ บั ผดิ ชอบภายในวงงานนน้ั ๆ ไม่ได้ โดยเหน็ แก่
สนิ จา้ งรางวลั เพยี งเลก็ นอ้ ยตามนสิ ยั สกุ เอาเผากนิ แลว้ ปลอ่ ยใหส้ ว่ นใหญท่ ม่ี คี ณุ คา่ มาก
หลุดมอื ไป โดยไมค่ ดิ เสยี ดายท้ังทนี่ ่าเสียดายอย่างใจหาย นีก่ ล่าวเพยี งเอกเทศแบบ
รวบรดั ตดั ตอนทส่ี ดุ พอไดช้ ว่ ยกนั พจิ ารณาและแกไ้ ขในสงิ่ ทคี่ ดิ วา่ จะเปน็ ภยั ตอ่ สมบตั ิ
ส่วนรวมตลอดประเทศชาตซิ ึง่ เปน็ สมบัติของทกุ คน ใครๆ ไม่ประสงค์อยากพบเห็น
ความรอ่ ยหรอโยกคลอนและความลม่ จมอนั จะพงึ มแี กบ่ า้ นสถานทขี่ องตน หากตา่ งคน
ตา่ งขนื คดิ และทำ� แบบคบั แคบเพราะความเหน็ แกต่ วั และความสกุ เอาเผากนิ ไมย่ อม
เหน็ โทษของมนั ทำ� นองเอาตวั รอดเปน็ ยอดดี มงั่ มศี รสี ขุ เฉพาะเรา ไมย่ อมแกไ้ ขและ
เพกิ ถอนอยแู่ ลว้ ไมเ่ พยี งแตส่ มบตั ติ า่ งๆ ดงั กลา่ วมาจะถกู ดดู ซมึ ใหห้ มดไปวนั ละมากๆ
ดงั ทีเ่ ปน็ มาเลย แมค้ นทง้ั ชาตกิ ก็ ลวั จะเปน็ ท�ำนองเดยี วกนั ไม่อาจสงสัย

การกลา่ วทง้ั นมี้ ไิ ดม้ งุ่ ตำ� หนติ เิ ตยี นคนชาตใิ ดผใู้ ด แตก่ ลา่ วตามความจรงิ ซง่ึ อาจ
เป็นจุดบกพร่องและอาจเป็นจุดท�ำลายส่วนรวมได้ เพ่ือท่านผู้หวังความอยู่รอด
ปลอดภัยและม่ันคงได้ช่วยพิจารณาหาทางแก้ไขในตัวของแต่ละคน ซึ่งเป็นการแก้
ความคิดเหน็ นิสัยและเศรษฐกจิ ของชาติไปในตวั อนั เป็นจุดม่งุ หมายอยู่แล้ว

ล�ำพังขรัวตาผู้เขียนนี้เพียงขออยู่อาศัยไปวันหน่ึงๆ พอถึงวันตายเท่านั้นก็
พอใจแลว้ มไิ ดห้ วงั อะไรนอกจากหวั ใจของประชาชนผมู้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งเปน็ จำ� นวนมาก
อยากให้เป็นคนดีมีความสามัคคีและรักกัน เห็นความส�ำคัญในการอยู่ร่วมกันและ
มีเหตผุ ล นสิ มมฺ กรณํ เสยฺโย ประจำ� ตนทุกๆ คนไป ถา้ เปน็ ไปไดจ้ งึ ได้เตอื นพ่ีน้อง
ทงั้ หลายพอเปน็ ข้อคดิ โดยที่ขรัวตาบัว แมเ้ ปน็ พระกค็ อื คนของชาติ ซ่งึ มีความทุกข์
สกุ ดบิ เกย่ี วขอ้ งกบั ประชาชนอยา่ งแยกไมอ่ อก วนั หนง่ึ ๆ มผี ไู้ ปเกยี่ วขอ้ งขอความปรกึ ษา
และช่วยเหลือจ�ำนวนมากเร่ือยมามิไดข้ าด แต่ละคนมีปญั หาต่างๆ กัน ซงึ่ ส่วนมาก
มกั ไปปรับทุกขใ์ นแงต่ ่างๆ กนั จนแทบฟงั และตอบไมห่ วาดไมไ่ หว คนน้ันเปน็ ทุกข์

279

รอ้ นเพราะถกู เบยี ดเบยี นดว้ ยเรอ่ื งตา่ งๆ เชน่ ในวงงานบา้ ง ดว้ ยเรอ่ื งถกู กลนั่ แกลง้ บา้ ง
ถกู คดโกงถกู รดี ไถบา้ ง ผบู้ งั คบั บญั ชาลำ� เอยี งไมเ่ ปน็ ธรรมบา้ ง เพราะหวั หนา้ กอบโกย
เม่ือไม่เล่นด้วยก็หาว่าอวดเก่งบ้าง หาว่าเป็นก้างขวางคอบ้าง แล้วมีเล่ห์กลต่างๆ
เพอื่ ใหอ้ ยไู่ มไ่ ดบ้ า้ ง เพราะถกู บบี คนั้ และกดขตี่ า่ งๆ บา้ ง เพราะเลยี แขง้ ปดั ขานายไมเ่ ปน็
ท�ำงานตรงไปตรงมาก็ถูกหาว่าเย่อหย่ิงจองหองบ้าง เพราะประจบสอพลอไม่เป็น
ตามนายท่ีชอบคนประเภทนนั้ ทำ� งานแมไ้ ม่มคี วามผดิ แตน่ ายคอยหาแตเ่ รอื่ งจบั ผดิ
เพอื่ ไลอ่ อกจากงานบ้าง เพราะนายเปน็ คนหเู บาเชอื่ ง่ายโดยไมส่ บื หาเหตุผลตน้ ปลาย
คนดีสจุ รติ ก็พลอยผิดไปดว้ ย เหล่านเ้ี ป็นต้น

ทา่ นผอู้ า่ นนา่ จะพอทราบได้ เพราะเปน็ ผจู้ ดั เจนกบั เรอื่ งเหลา่ นมี้ าแลว้ เนอื่ งจาก
เคยคลุกคลกี บั เร่ืองทำ� นองนมี้ านาน จึงกรุณาสงั เกตดูว่ามันมอี ะไรบา้ งท่เี คลือบแฝง
อยู่กับเรื่องของแต่ละรายท่ีกล่าวมานี้ ซึ่งเป็นทุกข์เก่ียวกับงานในวงราชการแผนก
ตา่ งๆ ทว่ั ประเทศ ผเู้ ปน็ ตน้ เหตใุ หเ้ กดิ เรอ่ื งเหลา่ นม้ี จี ำ� นวนมากเพยี งไรในแผนกของงาน
ท่ัวแผ่นดินไทย แม้จะไม่เป็นความจริงทุกเร่ืองไป แต่ก็พอสังเกตได้ว่ามิใช่ของดี
และเป็นความเสียหายแก่ส่วนรวมได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นการบ่ันทอนก�ำลังของ
สว่ นรวม ราวกับชว่ ยกนั ตัดแข้งตัดขา ตดั มอื ตัดเท้า อนั เป็นส่วนสำ� คัญของประเทศ
ให้ทุพพลภาพลงโดยลำ� ดบั จนสดุ ทา้ ยกเ็ หลอื แตร่ ่างซ่งึ ท�ำอะไรไม่ได้ สรปุ แล้วกค็ อื
ความเห็นแก่ตัวน่ันแลท�ำลายสมบัติและความสามัคคี เพราะความเห็นแก่ตัวซึ่งมี
อำ� นาจมาก จะไมค่ ำ� นงึ ถึงสารคณุ ใดๆ แมม้ ีมากมาย

ภัยของชาติคอื อะไร?

ค�ำวา่ ภยั พอเอย่ ขึน้ เทา่ นั้นแม้ภัยยังไมป่ รากฏ แต่จติ ใจฝอ่ เหงาหงอยลงทนั ที
ใครๆ จงึ ไมอ่ ยากไดย้ นิ ไดฟ้ งั ไมถ่ งึ กบั ตอ้ งเจอภยั แมน้ ดิ ทจ่ี ะกลา่ วในทนี่ ซ่ี งึ่ เกย่ี วกบั
สงั คมมนษุ ยท์ จี่ ำ� ตอ้ งอยรู่ วมกนั ตลอดไป จงึ ขอกลา่ วในสง่ิ มนษุ ยเ์ คยเจอกนั อยเู่ สมอ
ในทที่ ว่ั ไป สงิ่ นนั้ คอื ความเหน็ แกต่ วั ความโลภไมม่ คี วามอมิ่ พอ เมอื่ ความโลภมมี าก
ท�ำให้คนหมดยางอาย และอ�ำนาจ ๓ ตัวการนี้แลเป็นภัยของมนุษย์ที่อยู่รวมกัน

280

ตอ้ งเจออยเู่ สมอ มนษุ ยซ์ งึ่ เปน็ สตั วข์ ข้ี ลาดตอ้ งอาศยั กนั อยตู่ ามนสิ ยั คงไมม่ ใี ครทอ่ี ยู่
คนเดียวโดดเดี่ยวได้อย่างสง่าผ่าเผย โดยอาศัยอ�ำนาจสิ่งน่ากลัวท้ังสามน้ีพาอยู่
นอกจากคนตายเท่าน้ัน ต้องว่ิงหาญาติมิตรเพ่ือนฝูงแบบตัวลอยแทบไม่ได้สติสตัง
นนั่ แล อำ� นาจของสง่ิ ทง้ั สามนนั้ จะไมม่ คี วามหมายใดๆ ทง้ั สนิ้ ขณะทพ่ี รากจากหมคู่ ณะ
เพอื่ นฝงู ไปอยลู่ ำ� พงั คนเดยี ว ฉะนน้ั ความเหน็ คณุ คา่ ของสว่ นรวม ความสามคั คี และ
ความรักกัน ความเห็นความสำ� คญั ของกนั และกนั จงึ เปน็ เครือ่ งมอื ก�ำจดั ส่ิงสกปรก
ดงั กลา่ วไดด้ ี ผลคอื ความผาสกุ เยน็ ใจเสมอหนา้ กนั หากจะทกุ ขเ์ พราะเหตอุ น่ื กพ็ ออด
พอทนกนั ตามหนา้ ทีก่ ารงานและสง่ิ เปลย่ี นแปลงรอบๆ ตวั ทวั่ ไป โทษแห่งความด้อย
ในความสามัคคี ด้อยในการเห็นความส�ำคัญของกันและกัน ด้อยในความรักกัน
เวลานีก้ เ็ ร่มิ แสดงตวั ออกมาพอใหร้ สู้ กึ รอ้ นๆ หนาวๆ บา้ งแล้ว ถา้ ขืนปล่อยใหค้ วาม
เหน็ แกต่ วั ความสกุ เอาเผากนิ ซง่ึ ฝงั นสิ ยั อยา่ งลกึ ลบั พาดำ� เนนิ กจิ การตา่ งๆ กน็ า่ จะเขา้
ท�ำนองท่ีว่า คู่ศัตรูมาติดต่อว่าจ้างลูกจ้างในบ้านเพื่อฆ่านายของตน ความที่เห็นแก่
คา่ จา้ งรางวลั เปน็ สำ� คญั กวา่ นายทมี่ พี ระคณุ แกต่ น รบี รบั จา้ งเขาฆา่ นายของตนใหต้ าย
ดว้ ยความพอใจในเงนิ ไมก่ บี่ าท โดยเหน็ ว่าได้ฟรีอยา่ งลอยๆ หรอื วา่ ลาภลอยมาหา
แม้กรณีอื่นๆ ท่ีมีอีกมากมายอันเป็นเร่ืองทำ� ลายสมบัติและคนทั้งประเทศให้ล่มจม
ฉบิ หายในทำ� นองเดยี วกนั กพ็ งึ เทยี บเคยี งตามนี้ จงึ ทำ� ใหว้ ติ กกงั วลตอ่ บา้ นเมอื ง เพราะ
นิสัยของคนใจง่ายประเภทนี้ กลัวจะมีผู้คิดสนุกคันมือขึ้นมามาหลอกคนประเภทนี้
โดยว่าจ้างให้ตัดแข้งตัดขาตัดอวัยวะส่วนต่างๆ ของตนเสียเองเพื่อปรุงอาหาร
รบั ประทาน จะไมร่ บี รบั ปากนายจา้ งผแู้ สนฉลาด แลว้ นำ� มดี มาฟาดฟนั ตวั เองใหแ้ หลก
เปน็ จณุ วจิ ณุ ไปอยา่ งงา่ ยดายละหรอื ? เพราะความเหน็ แกไ่ ดเ้ งนิ เพยี งไมก่ บ่ี าทเทา่ นนั้
จนลมื คิดค�ำนงึ ถึงความเสยี หายส่วนใหญ่ คือชวี ติ รา่ งกายของตนจะเปน็ อย่างไรบา้ ง
คิดแล้วน่าเศร้าจริง จึงขอฝากปัญหาอันแสนเศร้าน้ีไว้กับท่านผู้อ่านท้ังหลายช่วย
พจิ ารณา ซง่ึ อาจเกดิ ผลดแี กส่ ว่ นรวมไมน่ อ้ ย หากชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หานไี้ ดไ้ มป่ ลอ่ ยไป
ตามยถากรรมดังท่เี ปน็ และทราบๆ กนั อยู่

คนไทยเมืองไทยเราไม่ใช่คนประเภทยถากรรม จึงไม่อยากพบเห็นความ
ยถากรรมเกิดข้ึนแก่คนไทย เพราะผลอันเกิดข้ึนจากความปล่อยตามยถากรรมน้ัน

281

เป็นสิ่งท่ีไม่เหมาะสมแก่ใครท้ังสิ้น เฉพาะอย่างย่ิงคือชาวพุทธผู้มีสารคุณประจ�ำใจ
และความประพฤติ ตลอดศาสนาอ่ืนท่ีมีคุณธรรมเครื่องพึ่งพิงของใจในลักษณะ
เดยี วกัน หากเจอเข้าแลว้ แม้ตัวเองก็น่าจะดูตวั เองไมไ่ ด้ รสู้ กึ จะหมดคณุ คา่ สาระไป
เสียส้ินราวกบั นกั โทษที่ถูกขังอยใู่ นเรอื นจ�ำ มองดหู น้าไหนไม่ว่าหญงิ หรอื ชายกม็ ีแต่
นักโทษดว้ ยกัน ซึ่งหาความเจริญตาเจรญิ ใจไมไ่ ดเ้ ลย ตลอดอิรยิ าบถทีเ่ คล่อื นไหว
ไปมา กินอยหู่ ลับนอน หากไม่พากนั รบี ๆ ระวงั ความเห็นแกต่ วั อันเป็นสอื่ การรับจ้าง
เขาตดั อวยั วะเจา้ ของ ซงึ่ เปน็ สงิ่ ทม่ี คี ณุ คา่ มากยง่ิ กวา่ เงนิ คา่ จา้ งเปน็ ไหนๆ เสยี แตบ่ ดั น้ี
ก็เท่ากับช่วยกันท�ำลายตนและส่วนรวมตลอดประเทศให้ย่อยยับลงด้วยค่าจ้างเพียง
เล็กน้อย อันเป็นเหมือนยาพิษเคร่อื งสงั หารทำ� ลายโดยไม่อาจสงสยั

สว่ นรวมและประเทศชาตคิ ืออวัยวะของตน เพราะเป็นส่วนใหญแ่ ห่งความเปน็
อยขู่ องเราแตล่ ะคน ไมเ่ หน็ แกไ่ ดด้ ว้ ยสนิ จา้ งรางวลั เพยี งเลก็ นอ้ ยทจ่ี ะทำ� สว่ นใหญใ่ ห้
ลม่ จมฉบิ หายหากสว่ นใหญถ่ กู ทำ� ลายลงจะดว้ ยวธิ หี รอื กลอบุ ายใดกต็ าม เราแตล่ ะคน
ในประเทศจะทรงตัวอยู่ด้วยความผาสุกเย็นใจโดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยน้ัน
ยอ่ มเปน็ ไปไมไ่ ด้ เชน่ เดยี วกบั ตน้ ไมใ้ หญท่ ถี่ กู โคน่ ลม้ ลง กงิ่ กา้ นสาขานอ้ ยใหญต่ ลอด
ดอกผลของตน้ ไมน้ นั้ จำ� ตอ้ งพนิ าศไปดว้ ยอยา่ งไมม่ ปี ญั หา ดว้ ยเหตนุ จี้ งึ ไมค่ วรภมู ใิ จ
ท่ีได้รับค่าจ้างรางวัลจากวิธีการแบบท�ำลายตัวและส่วนรวมอย่างลึกลับมาแล้ว และ
พอใจท่ีจะเสาะแสวงเพื่อรับค่าจ้างรางวัลแบบนี้อีกต่อไป ถ้าไม่อยากเห็นทั้งตัวและ
ประเทศชาตลิ ่มจมตามเหตุแห่งความยถากรรม

ของสงฆอ์ นั เป็นสมบัตสิ ่วนรวมของศาสนาทางพระวนิ ัย

ของสงฆ์ ทางพระศาสนาถือเป็นส�ำคัญย่ิงกว่าของส่วนบุคคล ค�ำว่าของสงฆ์
หมายถึงของสว่ นรวมแห่งสงฆข์ องวดั นน้ั ๆ ทั้งสงั หารมิ ทรพั ย์ คอื ของที่เคลื่อนท่ีได้
เช่น เตียงต่ัง เกา้ อี้ ม้านั่ง และวตั ถุอื่นๆ เช่น เคร่อื งมอื ทำ� งาน มมี ดี ขวาน จอบ
เสียม เปน็ ตน้ ทยี่ กไปมาได้ ท้ังอสงั หาริมทรพั ย์ ของท่ีเคล่ือนท่ไี มไ่ ด้ เช่น กุฎี วหิ าร
ศาลาการเปรียญ ที่ธรณีสงฆ์ ที่สวนทน่ี า ท่ีกลั ปนาที่สงฆไ์ ดอ้ าศยั เกบ็ ดอกผลเพื่อ

282

ประโยชน์แก่วัด รวมแล้วเรียกว่าของสงฆ์ ทางพระวินัยถือเป็นส�ำคัญมากท่ีพระ
ในวัดนั้นๆ จะพึงปฏิบัติตาม ใครจะท�ำลายหรือนำ� สิ่งหนึ่งสิ่งใดไปเป็นของส่วนตัว
ย่อมไม่ได้ นอกจากของสงฆ์ที่เป็นลหุภัณฑ์ที่สงฆ์จะพึงอุปโลกน์แจกพระให้เป็น
ของสว่ นตวั เพอ่ื นำ� ไปบรโิ ภคใชส้ อยได้ นอกนน้ั ทรงบญั ญตั หิ า้ มมใิ หพ้ ระรปู ใดกต็ าม
น�ำไปเป็นของส่วนตัว และปรับอาบัติหนักเบาไว้ตามชนิดสิ่งของท่ีมีราคามากน้อย
โดยลำ� ดบั กระทงั่ โทษหนกั ถงึ ขาดจากความเปน็ พระกม็ ี คำ� วา่ ของสงฆแ์ ลว้ ไมว่ า่ ชนดิ ใด
พระวินัยถือเป็นส�ำคัญ ใครจะไปแตะต้องล่วงเกินไม่ได้ จึงพอทราบได้ว่าของสงฆ์
เปน็ สงิ่ สำ� คญั มากกวา่ ของบคุ คล พระจงึ ตา่ งองคต์ า่ งชว่ ยกนั สงวนรกั ษาเรอ่ื ยมากระทง่ั
ปัจจุบัน ใครไม่อาจลบล้างพระวินัยได้ และไม่อาจท�ำลายของสงฆ์ได้ นอกจาก
พระเทวทตั ทีก่ ินไมเ่ ลือก แมพ้ ระศาสดาของตนกย็ งั พยายามท�ำลาย ไม่กลวั บาป

การกลา่ วทง้ั นเ้ี พอ่ื พวกเราไดท้ ราบความสำ� คญั ของสมบตั สิ ว่ นรวม ซง่ึ คนทงั้ ชาติ
ไดย้ ดึ เหนย่ี วอาศยั ตลอดไปจนกวา่ ฟา้ ดนิ สลาย ผตู้ ายกต็ ายไป ผยู้ งั มชี วี ติ อยกู่ ช็ ว่ ยกนั
บ�ำรงุ รกั ษาไว้ เพือ่ ความจรี ังถาวรของสมบตั สิ ่วนรวมนนั้ ๆ ตลอดคนทงั้ ชาติท่อี ย่กู นั
ดว้ ยความสามคั ครี าวกับเป็นอวัยวะอันเดียวกัน ความม่ันคงของชาติอยู่ตรงท่ีคนใน
ชาตมิ คี วามสามคั คกี นั นนั่ แล มไิ ดอ้ ยทู่ ต่ี า่ งคนตา่ งดน้ิ ตา่ งคนตา่ งทำ� ลายความสามคั คี
ตา่ งคนตา่ งจะเหาะบนิ เอาตวั รอดเปน็ ยอดแหง่ ความฉลาด ถา้ อยากอยรู่ อดใหร้ วมตวั กนั
ด้วยความรู้ความเห็น การกระท�ำทุกอย่างอย่าให้แตกแยกกัน นี่แลพลังแห่งความ
อย่รู อดปลอดภัยของหมูช่ น

มนษุ ย์กับสัตวต์ ่างกนั อยา่ งไรบ้าง

ถา้ เปน็ มนสุ สาตริ จั ฉาโน จำ� พวกรา่ งกายเปน็ มนษุ ยแ์ ตใ่ จเปน็ สตั วก์ ไ็ มส่ จู้ ะตา่ งกนั
อะไรนกั ผดิ กนั อยบู่ า้ งทม่ี นษุ ยไ์ มม่ หี าง เปน็ ตน้ เพราะความรคู้ วามเหน็ ความประพฤติ
หนา้ ทกี่ ารงานเปน็ ไปในทางตำ่� ทราม มไิ ดเ้ ปน็ ไปตามวสิ ยั ของมนษุ ยท์ คี่ วรจะเปน็ เยยี่ ง
มนุษยผ์ ดู้ ที งั้ หลาย ตืน่ นอนขน้ึ มาก็มีแต่เทีย่ วเตรด็ เตรเ่ รร่ ่อนและกอ่ ความเดือดรอ้ น
รำ� คาญให้แกผ่ อู้ ่นื ดว้ ยการกระทำ� ทีเ่ ปน็ ภัยแกส่ งั คม คำ� ว่าสารคณุ ไม่เคยสนใจไยดี

283

ที่จะปฏิบัติบ�ำเพ็ญให้เป็นประโยชน์แก่โลก นอกจากท�ำตนเป็นคนรกโลกขวางโลก
ท่ีมนุษย์ผู้ดีท้ังหลายเอือมระอาเป็นอาจิณ มนุษย์ประเภทนี้มีคุณค่าไม่ต่างจาก
สัตว์บางชนิดนักเลย มิหน�ำเนื้อหนังมังสายังสู้สัตว์ไม่ได้ ตายแล้วยังกลัวเป็นเปรต
เป็นผีมาหลอกเขาเสยี อกี สว่ นเน้อื หนงั ของสัตวท์ ต่ี ายแล้วนำ� เข้าตลาดเปน็ สินค้าขาย
ได้ราคางามเพอ่ื เป็นอาหาร แม้เวลามีชีวิตอยูบ่ างประเภทยงั น�ำมาใช้การงานได้
มนุษย์ท่ีต่างจากสัตว์เพราะมีศักด์ิสูงโดยทางจิตใจใฝ่ธรรม ตลอดจนความ
ประพฤติการแสดงออกที่มีคุณค่าเป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อ่ืน สังคมได้อาศัย
ดงั พระพทุ ธเจา้ เปน็ ตวั อยา่ ง ในโลกทงั้ สามไมม่ ใี ครมเี มตตากรณุ าอนั ลกึ ซงึ้ กวา้ งขวาง
และบ�ำเพ็ญประโยชน์แก่โลกได้อย่างกว้างขวางเหมือนพระพุทธเจ้า ผู้เป็นอัจฉริย-
มนษุ ยเ์ ลย ความรกู้ ม็ าก ความฉลาดแหลมคมกล็ กึ ซง้ึ ความสามารถกม็ าก การกระทำ�
ทุกกรณีกท็ รงทำ� จริง รู้ก็ทรงรจู้ ริง ไม่ร้ชู นิดหลอกตวั เองเหมอื นความรู้ชนิดขุยไมไ้ ผ่
ซง่ึ เกดิ ขน้ึ มามากนอ้ ยคอยแตจ่ ะทำ� ลายตวั เองและผอู้ นื่ ใหห้ ลงงมงายบา่ ยเบยี่ งไปทาง
ความฉบิ หายลม่ จม การสงั่ สอนโลกกท็ รงสงั่ สอนดว้ ยความถกู ตอ้ งตายตวั ไมม่ ผี ดิ พลาด
คลาดเคล่ือนเล่ือนลอยชนิดมีแต่ฝอยหาเอาความจริงได้ยาก ดังที่โลกเป็นกัน
ประจำ� นสิ ยั ดว้ ยอำ� นาจแหง่ ความจรงิ จงั ทกุ พระอาการของพระพทุ ธเจา้ ทม่ี ตี อ่ มวลสตั ว์
ดว้ ยความบรสิ ทุ ธพ์ิ ระทัย จงึ ทรงมีผเู้ คารพนับถอื มากผดิ คนธรรมดาสามญั ทั่วๆ ไป
อยู่มากราวฟา้ กบั ดิน คำ� ว่า พทุ ฺธํ สรณํ คจฉฺ ามิ ทอี่ อกจากดวงใจของพทุ ธบรษิ ัท
ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์จึงมีมาก แทบพูดได้ว่ากระเทือนท่ัวโลกมนุษย์และเทวดา
มาแต่คร้งั พุทธกาลจนปัจจุบันไมม่ เี สอื่ มคลายหายสูญ และยังจะมีตอ่ ไปอกี นานกว่า
นสิ ยั มนุษยผ์ นู้ ับถอื ศาสนธรรมจะสิ้นสญู พันธไ์ุ ป นอกจากนั้นยงั ทำ� รูปเหมือน เชน่
พระพทุ ธรปู ขนาดตา่ งๆ ไมม่ ปี ระมาณตามสถานทต่ี า่ งๆ ไวส้ กั การบชู า ทงั้ ประจำ� สถานที่
นนั้ ๆ มีโบสถว์ ิหาร เป็นตน้ และมไี ว้เป็นสมบัตสิ ่วนตัว รวมแลว้ ไมท่ ราบวา่ กี่รอ้ ย
ก่พี นั ลา้ นองค์ ท้งั ในและนอกประเทศไทย บรรดาทนี่ บั ถอื พระพทุ ธศาสนา บรรดา
มนษุ ยใ์ นโลกจะมใี ครทไ่ี ดร้ บั ความเชอื่ ความเคารพนบั ถอื ความระลกึ ถงึ พระคณุ มาก
เหมอื นพระพทุ ธเจา้ แนใ่ จวา่ ไมม่ ี ทง้ั นเี้ พราะอำ� นาจแหง่ สวากขาตธรรม ทตี่ รสั ไวช้ อบ
ทกุ บททกุ บาท ทุกคาถาบาลี ในวงพระธรรมแปดหมน่ื สพี่ ันพระธรรมขนั ธ์ทคี่ วรแก่
อุปนิสยั ความสามารถของสตั ว์โลก ไม่คลาดเคลือ่ นจากความจรงิ นนั่ แล

284

ความจริงมนุษย์เรา ถ้าเช่ือพระพุทธเจ้าและเชื่อค�ำสั่งสอนของท่านเหมือนเช่ือ
กเิ ลสจอมโกหกซงึ่ อยภู่ ายในใจทคี่ อยผลกั ดนั ตวั เองใหไ้ ปสคู่ วามหายนะอยตู่ ลอดเวลา
ก็พอมีทางแก้ไขเพื่อหาทางออกจากความหม่นหมองร้องครางได้บ้าง ไม่จมอยู่กับ
ความทุกข์กายทรมานใจดังที่เป็นอยู่ท้ังพิภพตลอดไป เช่นเดียวกับโรคที่มียาคอย
บ�ำบัดรักษา ย่อมจะพอมีทางหายได้ไม่ก�ำเริบรุนแรงเหมือนโรคที่ไม่สนใจต่อหมอ
และยารักษา ซ่ึงสุดท้ายกไ็ ปไมร่ อดตอ้ งจอดจม เพราะเหตนุ ้ศี าสนธรรมจงึ เป็นธรรม
จำ� เปน็ ตอ่ จติ ใจและความประพฤตขิ องมนษุ ยเ์ ราผมู้ โี รคมดื บอดปกปดิ กำ� บงั ภายในใจ
ไม่มีเวลาสว่างสร่างซา เช่นเดียวกับยาและหมอมีความจำ� เปน็ ตอ่ คนไข้ฉะนน้ั

คำ� วา่ มนษุ ยต์ า่ งจากสตั ว์ กต็ า่ งตรงทมี่ นษุ ยเ์ รามศี าสนธรรมประจำ� ใจเปน็ เครอ่ื ง
แสดงออกต่างจากเขาน่ันเอง นอกจากนี้ไม่ควรไปแสดงความกล้าหาญอวดตัวว่า
ตนต่างจากสัตว์และดีกว่าสัตว์ จะถูกเขาหัวเราะเอาจะว่าไม่บอก เผ่ืออยู่ไม่เป็นสุข
หลุกหลิกไปเจอสัตว์ตัวส�ำคัญและมีหางเข้า เขาคว้าหางออกมาอวดว่า นี่ถ้ามนุษย์
เกง่ จริงสมข้ีคยุ อวดตวั ว่าดกี วา่ สัตว์ เก่งกวา่ สัตว์จริงละก็ ลองเอาหางมาอวดกันซวิ ่า
ตัวเก่งจริง แต่ความรู้ความประพฤติยังสู้พวกข้าไม่ได้ จะมาอวดหาสมบัติอะไร
ไม่นึกอายพวกข้าที่มีหางบ้างหรือ แถมเขายังสั่งสอนเสียอีกด้วยความสงสารมนุษย์
จำ� พวกทช่ี อบคยุ โม้โออ้ วดแต่ส้เู ขาไมไ่ ดว้ ่า พวกแกเป็นมนุษย์กค็ วรปฏบิ ัตติ ัวใหส้ ม
ศักดศิ์ รีของมนษุ ยบ์ า้ ง อยา่ งนอ้ ยพองามตาและอยูก่ บั เพ่ือนมนษุ ย์ผู้ดีได้ อย่าพากนั
สนิ้ ทา่ มาแยง่ งานของสตั วไ์ ปทำ� การฉกลกั ขโมย การเบยี ดเบยี น การเอารดั เอาเปรยี บ
การกดั ฉกี กนั กนิ ดว้ ยพลการโดยไมม่ เี หตผุ ลอรรถธรรม เพราะความเหน็ แกไ่ สแ้ กพ่ งุ
ของตัวผู้เดียว ไม่ค�ำนึงถึงศีลธรรมความผิดถูกช่ัวดีบ้างเลยน้ัน เป็นงานของสัตว์
ผ้อู าภพั เช่นพวกขา้ ทท่ี �ำกนั เป็นประจำ� เพราะไม่มีความร้คู วามสามารถทำ� ใหด้ ียิ่งกว่า
ท่ีเป็นอยู่เวลานี้ได้ ไม่เหมือนมนุษย์ที่มีความรู้ความฉลาดกว่าสัตว์ ไป๊ ไปทำ� งาน
ของมนุษย์ท่ีมีดีกรีสมศักด์ิศรีและภูมิของมนุษย์โน้นซิ มนุษย์น่ะโลกถือว่ามีใจสูง
ความประพฤติการกระท�ำจึงควรให้สูงส่งไปตามจิตใจท่ีได้รับการอบรมจาก
มนษุ ยธรรมของมนษุ ยท์ ง้ั หลาย คำ� วา่ มนษุ ยธรรม ไดแ้ กอ่ ะไรละ่ ? เทา่ นย้ี งั ตอบพวกขา้
ไมไ่ ดอ้ กี แลว้ กนั มนษุ ยย์ งั ไงนี่ อยา่ งยอ่ กไ็ ดแ้ ก่ เบญจศลี เบญจธรรม ละซิ ทมี่ นษุ ย์

285

ส่วนมากพากันหลับหูหลับตาท�ำอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เบญจศีล เบญจธรรม มันเป็น
ข้าศึกท่ีลบล้างธรรมเหล่าน้ันต่างหาก ถ้ายังขืนมาแย่งงานพวกข้าไปท�ำอยู่ไม่หยุด
เดีย๋ วนายยมบาลร�ำคาญมามดั ตัวไปอย่างสดๆ ร้อนๆ เพราะทนดไู ม่ไดท้ ม่ี นุษยม์ า
แย่งงานและทอี่ ยขู่ องสัตว์ จะวา่ พวกขา้ ไมเ่ ตอื น ที่นายยมบาลท�ำอยา่ งนนั้ ก็ชอบแลว้
ไมง่ น้ั พวกขา้ จะไมม่ ที อี่ ยอู่ าศยั และจะพากนั อดตายเพราะมนษุ ยเ์ ลวมาแยง่ ทอี่ ยแู่ ละ
อาชีพหากิน สัตว์ต้องเป็นสตั ว์และอยตู่ ามประสาสตั ว์ มนษุ ย์ต้องเป็นมนษุ ย์และอยู่
กับพวกมนุษย์ด้วยกัน อย่ามาแทรกแซงสัตว์ อายเขาบ้าง และรีบพากันไปทำ� งาน
ของมนษุ ยท์ ม่ี คี ณุ คา่ สาระอันสงู ส่งกว่าการมาแยง่ งานอาชีพของสัตว์เช่นพวกขา้ ไปท�ำ
พอได้ชมเชยบ้างว่า มนุษย์ว่าง่ายสอนง่าย สมเขาฉลาดจริง ไม่หย่ิงว่าตัวมีอ�ำนาจ
ถ่ายเดยี ว ยังฟังเสยี งสตั วข์ อร้องบ้าง มนษุ ยพ์ วกนีต้ ่อไปเขาอาจดีขน้ึ เพยี งพวกเรา
บอกเขายังท�ำตามไมด่ ื้อด้านสันดานต�่ำทรามดังน้ี

ท่ีแสดงทั้งน้ีเพราะมนุษย์เราซ่ึงต่างจากสัตว์ มิใช่ต่างเพราะความไม่มีหาง
ไม่มีเขา ไม่มีเข้ียวยาวเหมือนสัตว์ แต่ต่างเพราะมนุษย์เป็นสัตว์ฉลาดในทางท่ีเป็น
ประโยชนแ์ กต่ นและสงั คม มนษุ ยม์ ศี าสนธรรมเปน็ เครอ่ื งประดบั และเทดิ ทนู มศี ลี ธรรม
เป็นแนวทางด�ำเนินและปฏิบัติบ�ำเพ็ญ การแสดงออกของมนุษย์มีเหตุและผลเป็น
เคร่ืองรับรอง รู้จกั ดี ร้จู กั ช่วั รจู้ กั สงู รู้จกั ตำ�่ หยาบ ละเอยี ด รจู้ กั สถานที่ บคุ คล
ที่ควรเคารพนับถือ ไม่อาจเอื้อมในท่ีต�่ำ-สูง มีระเบียบขนบธรรมเนียมประเพณี
อนั ดงี ามของมนษุ ยเ์ ปน็ เครอื่ งดำ� เนนิ มกี ฎหมายขอ้ บงั คบั มศี ลี ธรรมเปน็ เครอ่ื งเตอื น
สติปญั ญาใหร้ ะลกึ รู้ในสง่ิ ท่คี วรไมค่ วร มนษุ ยอ์ ยทู่ ่ีใดไปทีใ่ ดจึงต่างจากสัตว์ ซึ่งเขา
ไมม่ ธี รรมดงั กลา่ วเปน็ เครอื่ งปฏบิ ตั ดิ ำ� เนนิ หากมนษุ ยไ์ ปทำ� แบบสตั วเ์ ขา้ จงึ เลวกวา่ สตั ว์
ผ้ไู มร่ ู้ประสา เพราะมนษุ ย์รทู้ กุ อย่างทสี่ ัตวไ์ มร่ ไู้ ม่สามารถทำ� ได้

มนุษย์จึงมีคุณค่าด้วยคุณธรรมภายในใจและความประพฤติหน้าที่การงาน
ท่ีชอบตามก�ำหนดกฎหมายและศีลธรรม มิได้อยู่ท่ีเน้ือหนังมังสาเหมือนสัตว์
ทงั้ หลาย ความงามอยา่ งเยน็ ตาเยน็ ใจของมนษุ ยเ์ รานน้ั งามทก่ี ริ ยิ ามรรยาท อธั ยาศยั
การประพฤตติ วั อยใู่ นกรอบประเพณแี ละศลี ธรรมอนั ดงี าม มไิ ดง้ ามทรี่ ปู โฉมโนมพรรณ

286

ซึ่งเป็นเพียงงามนอกถ่ายเดียวดังที่บุรุษสตรีตาฝ้าฟางท้ังหลายเข้าใจกันและชมเชย
ลุ่มหลงจนลืมยางอายที่เป็นนิสัยด้ังเดิมของมนุษย์ถือกันมาอย่างฝังใจ (บุรุษตา
ฝ้าฟางต้องนบั หลวงตาผู้เขียนเขา้ ด้วยเว้นไมไ่ ด้ รูปเร่อื งจะไมส่ มบูรณ์)

ความถือรูปร่างเป็นของสวยงามอย่างเดียว ไม่คำ� นึงถึงคุณสมบัติอันเป็นส่ิงที่
มีค่ามากประจ�ำมนุษย์หญิงชาย จึงมักเป็นเครื่องส่งเสริมจิตใจให้เห่อเหิมไปในทาง
ต่�ำทราม มีกามารมณ์เป็นเรือนใจและคุกรุ่นเผาไหม้อยู่ภายในหัวใจตลอดเวลา
เมื่อมากเขา้ ก็มักฉดุ ลากคนให้ประพฤตติ วั ในทางท่ีผิดโดยปราศจากยางอาย ย่ิงกว่า
น้นั กถ็ ือว่าเปน็ ธรรมชาติของโลก ไมม่ ีอะไรเสยี หายเพราะกามารมณ์ ท้ังทกี่ ามารมณ์
พาให้สนุ ขั เป็นบ้าจนนบั ไม่ถว้ นมาแลว้ หากจะยงั ดีแข็งแกรง่ อยไู่ ด้ กามารมณ์กลืน
ไม่ลงกอ็ าจมมี นุษยจ์ ำ� พวกเดียวเทา่ นน้ั

อนั ตวั กามารมณน์ นั้ ไมเ่ สยี หายไมส่ ญู หาย คงรอ้ งเพลงสนกุ เพลนิ อยบู่ นหวั ใจคน
โดยไม่มีกาลสถานที่ว่าจะอายและกลัวใครๆ และยิ่งนับวันเจริญพอกพูนข้ึนบน
หัวใจคนจนสามารถปกคลุมหรือกดหัวมนุษย์ที่เคยมียางอายให้กลายเป็นสัตว์ใน
รา่ งมนษุ ยท์ ห่ี มดยางอายไปไดไ้ มส่ งสยั บทเวลามนั ทำ� พษิ คอื ผลเสยี หายกม็ าเสยี หาย
ที่คนผู้เป็นทาสมันน่ันแล การส่งเสริมความงามทางรูปโฉมจนลืมตัวยั่วกิเลสกัน
อย่างเพลดิ และให้เพลนิ นี้ หากจะเปน็ ประโยชน์แก่ส่วนรวม กน็ ่าจะแสดงผลใหโ้ ลก
ได้รับความสงบร่มเย็นมานานแล้ว เท่าที่ปรากฏก็มีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมอันเป็น
ลทั ธนิ สิ ยั คนไมไ่ ดส้ ตยิ บั ยง้ั พอใหง้ ามตาบา้ งเทา่ นน้ั แสดงออกใหโ้ ลกเหน็ อยา่ งเปดิ เผย
ซงึ่ เป็นทนี่ ่าสลดสังเวชและทุเรศใจว่า โลกแห่งมนุษยท์ อ่ี ยูใ่ นสมัยคนเรียนมากรมู้ าก
ฉลาดมาก แต่ผลกลับมีแต่เร่ืองกามารมณ์เต็มบ้านเต็มเมือง แทนที่จะมีส่ิงท่ีเป็น
สารคณุ สมกับสมยั คนฉลาดมมี าก

การสง่ เสรมิ ความงามทางรปู รา่ งอยา่ งออกหนา้ ออกตานนั้ ยอ่ มเปน็ การยงั จติ ใจ
ของคนทกุ เพศทกุ วยั ใหเ้ หอ่ เหมิ ลมื ตวั ลมื ตาย และหา่ งเหนิ ตอ่ ความสงบรม่ เยน็ ออกไป
ทุกวัน ผิดกับการส่งเสริมทางคุณสมบัติ ความประพฤติมรรยาทอันดีงามอยู่มาก
ซึ่งเปน็ คตติ ัวอย่างอนั ดีแก่เด็กๆ และคนท่วั ไปได้ยดึ เปน็ หลักปฏบิ ตั ิต่อไป

287

เร่ืองกามารมณ์นี้เป็นสิ่งท่ีมีอยู่ในจิตใจของบุคคลและสัตว์ท่ัวไปไม่บกพร่อง
พอจะมาสง่ั สอนกนั อยา่ งออกหนา้ ออกตา ซง่ึ แทนทจี่ ะเปน็ ผลดกี ลบั เปน็ ผลเสยี ทง้ั เปน็
การขายหนา้ และประจานตวั เองใหโ้ ลกพลเมอื งดหี วั เราะชนดิ เออื มและเศรา้ เปลา่ ๆ ทง้ั น้ี
เพราะตา่ งคนต่างมี ตา่ งคนตา่ งรู้ ตา่ งคนต่างปฏบิ ัติ โดยธรรมชาตมิ ันบังคบั ไปในตัว
ยากที่จะฝืนได้ถ้าไม่เก่งจริง มนุษย์และสัตว์ท่ีสืบทอดกันมาเป็นเวลานานแสนนาน
จนถึงปัจจุบัน ไม่สูญพันธุ์ไปในระหว่าง ก็เพราะต่างคนต่างรู้และปฏิบัติต่อส่ิงน้ี
ดว้ ยความพอใจและถกู ตอ้ งเรอื่ ยมา จงึ ไมป่ รากฏวา่ มนษุ ยแ์ ละสตั วข์ าดตลาด ยง่ิ นบั วนั
จะมากข้ึนจนจะหาโลกให้อยู่ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเต็มไปด้วยมนุษย์ซึ่งเป็นนักรู้นัก
ฉลาดในทางนอ้ี ย่างพอตัวดว้ ยกัน

ฤดสู งกรานต์หมา

สุนัขหนา้ เดือน ๙ เดือน ๑๐ คอื เดอื นสงิ หา-กนั ยา ซ่งึ เป็นฤดทู ่เี ขาคกึ คะนอง
ร้สู ึกดผู ิดหผู ดิ ตามากกว่าเวลาปกตธิ รรมดา (สุนขั ทางภาคอสี าน) ฤดูดงั กลา่ วนสี้ ุนขั
ไมอ่ ยตู่ ดิ บา้ น ทง้ั ทเ่ี ปน็ สตั วท์ ชี่ อบตดิ เจา้ ของและเฝา้ บา้ นดี เวลาปกตทิ เ่ี ขาไมค่ กึ คะนอง
สุนัขบ้านอื่นเดินผ่านหน้าบ้านไม่ได้ เป็นต้องวิ่งไล่กวดและรุมกัดกันใหญ่เชียว
แตพ่ อเจา้ กามารมณต์ นื่ นอนเทา่ นนั้ ตา่ งตวั ตา่ งออกจากบา้ นวงิ่ วอ่ นหากนั ทง้ั ตวั ผตู้ วั เมยี
โดยไม่มีเวลาค่�ำคืนเช้าสายบ่ายเย็นใดๆ ท้ังสิ้น เสียงเห่าหอนและกัดกันอึกทึก
ครกึ โครมตลอดเวลา แทบเยอื่ หจู ะขาด สมองจะแตก เพราะทนตอ่ เสยี งพวกนไ้ี มไ่ หว
ไม่ว่าบ้านใครราวกับเปิดโล่งไว้เลย สัตว์พวกน้ีวิ่งเพ่นพ่านเข้าออกไปมาหากันได้
ตลอดเวลา ไมม่ ใี ครและตวั ใดหงึ หวงหว่ งใยบา้ นเรอื นของตนเลย เปน็ เวลาทเี่ ปดิ โอกาส
ให้กันเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย ที่เรียกว่าฤดูสงกรานต์หมา ข้าวปลาอาหารที่เคย
กนิ ตามเวลาหลังเจ้าของรบั ประทานแล้ว แต่เขาไม่สนใจย่งิ กว่างานสงกรานต์ของเขา
บางตัว ๒-๓ วันจะโผล่หน้ามาบ้านหาเจ้าของสักครู่หน่ึง เอาอาหารให้ทันก็ได้กิน
ให้ไม่ทันก็หายเงียบไปเลย ขณะท่ีมาบ้านมองดูตัวซูบซีดผอมโซหนังห่อกระดูก
เดนิ งมุ่ งา่ มตว้ มเตย้ี มเซหนา้ เซหลงั เพราะความหมดกำ� ลงั และขาดอาหารไปหลายเวลา

288

หู ตา จมูก ปาก ขาดวิน่ ฉกี ขาดเลอะไปหมด ตามแข้งขาลำ� ตัวไม่มชี ิ้นดี เต็มไปดว้ ย
รอยแผลเกา่ แผลใหมท่ ตี่ ่อสู้กนั เพราะแรงของกาม

เมื่อฤดูบ้ากามารมณ์ผ่านไปแล้ว บางตัวก็ตายเพราะแรงกัดฉีกกัน บางตัวก็
หอบร่างมาบ้าน เจา้ ของมองเห็นสงสารตอ้ งหายามาใสแ่ ผลใหพ้ อรอดไปได้ บางตัว
กเ็ ปน็ บา้ กามและตายไปเลย ปหี นง่ึ ๆ ในฤดนู ห้ี มาเสยี และหมาตายไปมาก ทยี่ งั มชี วี ติ
รอดกลบั มาบา้ นกร็ าวกบั ลอกคราบใหม่ เจา้ ของตอ้ งรกั ษาแผลใหเ้ ขาแทบลม้ แทบตาย
สว่ นตวั พรานๆ ในการลา่ สตั วแ์ ละเฝา้ รกั ษาบา้ นดี ซง่ึ เจา้ ของรกั มากดว้ ยแลว้ ไปโดน
หมัดคู่ต่อสู้เข้าหลายๆ หมัด เวลารอดตายกลับมาบ้านเจ้าของต้องเป็นภาระใหญ่
ในการพยาบาลรกั ษา ทัง้ น้จี ะเปน็ หมาชนดิ ใดก็ตามซง่ึ เป็นสัตว์เล้ยี งในบ้าน เจา้ ของ
ตอ้ งรกั สงสารเชน่ เดยี วกนั และจำ� ตอ้ งสงวนรกั ษา อนั จดั วา่ เปน็ ภาระหนกั ใจไปทางหนง่ึ
ไมน่ อ้ ยกวา่ ภาระและความกงั วลทางดา้ นอ่ืนๆ

ฤดปู กตทิ กี่ ามารมณน์ อนหลบั สนุ ขั กป็ กตไิ มค่ อ่ ยวนุ่ วายสา่ ยแสเ่ ทยี่ วโนน่ เทยี่ วนี่
และกัดกันพอใหเ้ สียหมาดงั ฤดูทก่ี ลา่ วมา จึงพอทราบได้ว่ากามารมณเ์ ป็นสิ่งยว่ั ยวน
กวนใจสตั วโ์ ลกดว้ ยเลห่ ก์ ลตา่ งๆ จนตามไมท่ นั และเสยี ตวั ไปเพราะมนั จนนบั ไมถ่ ว้ น
แม้แต่สัตว์ก็ไม่เว้นที่จะถูกเกล้ียกล่อมให้หลงเพลินและกัดฉีกกันจนถึงเป็นถึงตาย
ด้วยอำ� นาจของมัน

มนษุ ยเ์ ราเปน็ สตั วฉ์ ลาด การสง่ เสรมิ กามารมณอ์ ยา่ งออกหนา้ ออกตาจนกลายเปน็
สนิ คา้ หารายไดร้ ายรวยจากมนั โดยไมค่ ำ� นงึ คณุ คา่ ของมนษุ ยท์ จี่ ะเสยี ไปเพราะมนั นนั้
นา่ จะสอ่ ใหเ้ หน็ วา่ ความรคู้ วามฉลาดของเรายงั ไมส่ งู พอกบั ภมู แิ ละศกั ดศ์ิ รขี องมนษุ ย์
จงึ ไมอ่ าจแยกสงิ่ เหลา่ น้ี (กามารมณ)์ ออกปฏบิ ตั ใิ หล้ ะเอยี ดสขุ มุ กวา่ เขาได้ ยงั ตอ้ งไป
หยิบยมื วิชาเขามาใช้อยา่ งออกหน้าออกตา ทัง้ ท่มี นษุ ยไ์ ม่เหมอื นสตั ว์ การทำ� เชน่ น้ัน
เป็นการส่งเสริมจิตใจท่ีเต็มไปด้วยสิ่งเหล่าน้ันอยู่แล้วให้ก�ำเริบรุนแรงยิ่งข้ึน ผลท่ี
ตามมากค็ อื ความเสยี คนอยา่ งแกไ้ มต่ กถา้ ไมแ่ กท้ ต่ี น้ เหตุ คนใด บา้ นใด เมอื งใด หรอื
โลกใดกต็ าม ทช่ี อบสง่ เสรมิ กามารมณด์ ว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ โดยเหน็ วา่ รำ่� รวย เปน็ ความสขุ
ความสนุกรื่นเริงโดยไม่ค�ำนึงผลเสียหายอันใหญ่หลวงที่จะตามมาอยู่แล้ว คนนั้น

289

บา้ นนน้ั เมอื งนนั้ ตอ้ ง โดนภยั พบิ ตั หิ าความสงบสขุ มไิ ด้ แตจ่ ะเตม็ ไปดว้ ยความยงุ่ เหยงิ
วนุ่ วายนานาประการ ซงึ่ ลงทา้ ยกค็ อื การกดั ฉกี กนั ดว้ ยการแยง่ อำ� นาจวาสนาบญุ ญา-
ภิสมภาร โดยสันดานอันต่�ำทรามนั่นแล อาวุธสุนัขท่ีต่อสู้กันมีเพียงเข้ียวกับก�ำลัง
สว่ นอาวธุ ของคนมรี อ้ ยแปดชนดิ ทำ� อนั ตรายกนั ไดไ้ มม่ ปี ระมาณ จนหาทางสน้ิ สดุ ยตุ ไิ มไ่ ด้
ถ้าไม่ยอมเห็นโทษของมัน แล้วปฏิบัติตามหลักของพลเมืองดีมีศีลธรรมเป็น
เขม็ ทศิ ทางเดนิ ซงึ่ จะพอมที างสงบเยน็ ไดโ้ ดยลำ� ดบั เพราะธรรมเปน็ ยาแกโ้ รคภายใน
ชนิดต่างๆ มโี รคบ้ากาม เปน็ ต้น

การศกึ ษาธรรม ปฏิบัตธิ รรม และมีธรรมในใจ
คนเรายอ่ มเห็นใจกนั ไปเอง

ไม่มีอะไรจะเป็นเคร่ืองสมัครสมานใจและกายของมวลมนุษย์ให้แนบสนิทกัน
ได้ย่งิ กว่าธรรม ใจมีธรรม ใจยอ่ มอ่อนโยนไปเองตามลำ� ดับท่ธี รรมมีในใจมากน้อย
สงิ่ ทท่ี ำ� ใหแ้ สลงแทงใจทง้ั ตนและผอู้ น่ื สตั วอ์ นื่ นนั้ ลว้ นแตข่ า้ ศกึ ทแี่ ทรกสงิ อยภู่ ายในใจ
โดยทีผ่ นู้ ัน้ ๆ ไมอ่ าจทราบได้ มหิ น�ำยังกลอ่ มให้คนลมื ตัว เขา้ ใจว่าตวั มรี าคำ่� ราคา
สูงกว่ามนุษย์เดินดินกินข้าวด้วยกันเสียอีก ท้ังที่ตัวมันกล่อมคนเองไม่มีราค่�ำราคา
อะไรเลย ถกู ทา่ นผู้ฉลาดในธรรมประณามและขับไลเ่ ร่อื ยมาจนปจั จุบัน

สิ่งท่ีจอมปราชญ์ค้นพบนั้นคือธรรมอันเป็นธรรมชาติอ่อนโยนนุ่มนวลมาก
ดงั ท่กี ล่าวมา จึงขอได้เชื่อปราชญผ์ รู้ เู้ ห็นของจริงคือธรรม และนำ� ของจริงมาสัง่ สอน
โลกเถดิ จะเกดิ ความสงบสขุ ประจักษใ์ จ นับแต่ตัวเอง ครอบครวั ผัวเมยี ลูกเต้า
หลานเหลน ญาติ มติ ร เพอ่ื นฝงู สังคม ตลอดวงราชการแผนกต่างๆ จะกลายเป็น
คนละโลกข้ึนมาในท่ามกลางแห่งผู้ปฏิบัติธรรมนั้นๆ เพราะธรรมเป็นธรรมชาติ
พอดีสม่�ำเสมอคงเส้นคงวาอยู่ตลอดมา ผู้มีธรรมจะเป็นผู้รู้จักประมาณในทุกส่ิงที่
เกย่ี วกบั ตน การกนิ กร็ ปู้ ระมาณความพอดี การจบั จา่ ยใชส้ อยกร็ ปู้ ระมาณความพอดี
การนุ่งห่ม การแต่งเน้ือแต่งตัวกร็ จู้ กั ประมาณความเหมาะสมสำ� หรับตน ธรรมหาก

290

สะกดิ ใจใหร้ ะลกึ รวู้ า่ อะไรพอดไี มพ่ อดี อะไรควรไมค่ วร และพยายามแกไ้ ขดดั แปลงไป
ตามนั้น จนกลายเปน็ ความพอดีกบั สิ่งเก่ยี วขอ้ งท่วั ๆ ไป

ส่ิงท่ีน่าอบั อายคนตา่ งชาตเิ ขาอยู่เสมอไม่จดื จางกค็ ือการซอื้ ซื้อไมอ่ ั้น มอี ะไร
ผา่ นเขา้ มาพานสายตาเปน็ ตอ้ งซอื้ ซอ้ื อยา่ งไมม่ ปี รานปี ราศรยั ซอื้ อยา่ งไมค่ ดิ ไมต่ รอง
ว่าเงนิ จะหมดไปมากน้อยเพียงไร ส่งิ ของน้นั เป็นอย่างไร จ�าเปน็ ไหม ซอ้ื จนเปน็ นิสัย
ขึ้นสมอง ถา้ ไมไ่ ดซ้ อื้ ต้องปวดหัว กินยาแกป้ วดก็ไมห่ ายถา้ ไม่ไดซ้ อ้ื เสยี พอซอ้ื แล้ว
และเงนิ เกลยี้ งกระเปา๋ แลว้ หายเองไมต่ อ้ งกนิ ยา นน่ี บั วา่ เปน็ นสิ ยั จะพาใหเ้ ดก็ ๆ เสยี ไป
ดว้ ยไดโ้ ดยไมต่ อ้ งสงสยั กบั การแตง่ ตวั โกห้ รู และมกั จะโกห้ รตู ลอดกาลสถานทด่ี ว้ ย
ไมท่ ราบเฉพาะเวลานอน เวลาอาบนา�้ เวลาเขา้ ครัว จะโก้หรูอยู่ในหอ้ งนอน ห้องน�้า
และห้องครวั หรอื เปลา่ ตอนน้ีเรยี นไม่ถึง

เคร่ืองนุ่งห่มใช้ไม่กี่หนก็ท้ิง แล้วหาซ้ือใหม่ทั้งท่ีก็เป็นคนๆ เดียวกันนั่นแล
จะเอามาประดบั ตกแตง่ อยา่ งไรกค็ อื คนๆ นนั้ อยโู่ ดยดี จะใหม้ นั แปลกตา่ งจากคนๆ นนั้
ไปเป็นคนไหนกนั อีก เคยเป็นอยู่อย่างไรมนั กเ็ ป็นอย่างนั้น จะใหย้ งิ่ ขึน้ ไปดว้ ยยศถา
บรรดาศักดเิ์ พราะการแตง่ ตัวโก้หรกู ็เป็นไปไมไ่ ด้ ดไี มด่ อี าจจะเป็นท�านองเขาแต่งตัว
ใหล้ งิ ก็ได้ โดยใสเ่ สื้อกางเกง ใส่ถุงน่องรองเท้า ใสห่ มวกท่ที นั สมยั ๆ อยา่ งเตม็ ยศ
ใหม้ ัน แลว้ จึงโยนลงิ ตวั นน้ั เขา้ สู่สังคมมนุษย์ดจู ะเปน็ อย่างไรบ้าง ฐานะมันจะดีและ
กลายเปน็ คนขนึ้ มาไดไ้ หม เฉพาะลงิ นนั้ คงโออ่ า่ รา่ เรงิ แนน่ อน เพราะความดใี จภมู ใิ จ
แตม่ นษุ ย์เล่าจะเหน็ มันเป็นอยา่ งไร น่ากลัวจะหวั เราะกนั ฟนั แห้งนน่ั แล น่ีกเ็ กรงเขา
จะหวั เราะพวกเราเหมอื นกนั จงึ ควรระวงั ไวบ้ า้ ง เงนิ จะไดพ้ กั ผอ่ นสบายไปเปน็ เวลาๆ
ไมถ่ กู รบกวนโดยไมจ่ า� เปน็ จากยกั ษผ์ ลาญเงนิ เจา้ ของกจ็ ะเบาภาระความกงั วลวนุ่ วาย
ลงได้ตามสมควรอันเป็นผลแห่งความรู้จักประมาณ เด็กๆ ก็จะไม่เสียนิสัยเพราะ
ผู้ใหญส่ ุร่ยุ สรุ ่าย สว่ นใหญ่ก็จะพลอยไดร้ บั ความม่นั คงไปด้วย

291



ความมนั่ คงแหง่ เศรษฐกิจของชาติ

293


Click to View FlipBook Version