The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-23 20:53:14

ธรรมคู่แข่งขัน หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ธรรมคู่แข่งขัน หลวงตา

โลกทมี่ งุ่ ความสงบรม่ เยอื กเยน็ ทงั้ ภายในภายนอก และเปน็ โลกทมี่ คี วามหมาย
ไมน่ า่ เบอื่ หนา่ ยรำ� คาญ จงึ ควรมธี รรมเปน็ เครอื่ งประดบั ตวั เปน็ คเู่ คยี งกบั เครอื่ งประดบั
ภายนอก จะเปน็ โลกทสี่ วยงามท้ังภายในและภายนอก ตลอดครอบครัวทีอ่ ย่อู าศัย
สถานทที่ �ำงานและวงงานตา่ งๆ มคี วามเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย เพราะธรรมเป็นเครอ่ื ง
ซกั ฟอกสิ่งท่รี กรกุ รังทงั้ หลายให้สูญสิน้ ไป ผลกค็ ือความอยรู่ ว่ มกนั ด้วยความรม่ เยน็
เป็นสขุ ท่วั ประเทศเขตแดน

วิธีปฏิบัติต่อสิ่งที่จะท�ำความสกปรกรกรุงรังแก่เราทั้งปัจจุบันและอนาคต
พงึ ปฏิบัตเิ ชน่ เดียวกบั การหลบภัยในยามสงคราม คอื ตา่ งคนต่างหาทหี่ ลบซ่อนในท่ี
ต่างๆ ท่เี ห็นวา่ จะเปน็ ทป่ี ลอดภยั ไมท่ ำ� ตวั เป็นคนกลา้ หาญบานประมาท สิง่ ยั่วยวน
กวนประสาทท่ีชวนให้ลมุ่ หลงต่างๆ ไมม่ ปี ระมาณน้ี จัดเปน็ ภยั เชน่ เดียวกับสงคราม
เพราะสามารถท�ำสุขภาพร่างกายจิตใจและทรัพย์สมบัติให้ฉิบหายวายปวงได้อย่าง
ไม่มปี ัญหา และไมม่ ีปญั ญาจะแกถ้ ้าไมเ่ ตรยี มแกไ้ ว้เสียแต่เวลาทยี่ ังไมถ่ ูกผกู มดั คอื
ขณะทย่ี งั มสี ติสมั ปชัญญะอยู่กบั ตัวเวลานี้

การแก้หรือการหลบภัย จ�ำต้องยึดหลักธรรมเป็นรั้วก้ันหรือเป็นเครื่องมือ
ป้องกันตัวไว้อย่างมั่นคง เพราะธรรมเป็นความหมายส�ำคัญต่อจิตใจมนุษย์มาก
จนคาดไมถ่ งึ แปลวา่ เขตปลอดภยั บา้ ง ความปลอดภยั ไรท้ กุ ขบ์ า้ ง เกาะอนั ปลอดภยั
ของใจบ้าง มากมาย ผปู้ ฏิบตั ิตามจะเปน็ ผูป้ ลอดภัยเสมอไป จะยกมาเพียง ๕ ข้อ
แตโ่ ดยยอ่ พอเปน็ เครอื่ งพจิ ารณาและยดึ เปน็ หลกั ใจ คอื สติ ความรใู้ นสงิ่ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
กบั ตน ปัญญา การไตรต่ รองเหตุผลว่าควรหรือไม่ควรขณะทีจ่ ะปฏิบัตติ ่อสิ่งทั้งปวง
ศรัทธา ความเช่ือต่อการงานท่ีชอบของตนว่า ผลจะต้องอ�ำนวยประโยชน์ให้อย่าง
แนน่ อนเวลาสำ� เรจ็ แลว้ วริ ยิ ะ ความเพยี รพยายามในกจิ การไมล่ ดละจนเปน็ ผลสำ� เรจ็
สมาธิ ความม่ันใจต่องานแขนงต่างๆ มีการศึกษาเป็นต้นอย่างหนักแน่นไม่รามือ
พยายามจนงานนน้ั ๆ ส�ำเร็จดังใจหวงั ทั้ง ๕ ข้อนเี้ รียกวา่ พลธรรม แปลว่าธรรม
ทม่ี กี �ำลังมาก ผ้มู ีธรรมนี้อยู่ในใจท�ำอะไรยอ่ มส�ำเร็จ ธรรมท้งั นี้แลว้ แต่จะน้อมไปใน
ทางใด ธรรมนกี้ เ็ ปน็ กำ� ลงั ใหส้ ำ� เรจ็ ในทางนนั้ การนอ้ มไปพจิ ารณาเพอ่ื เปน็ อบุ ายรกั ษาตวั
ก็ยอ่ มหกั ห้ามตนไดด้ ้วยธรรมนี้ เช่น เราเดินไปเจอเขาก�ำลงั เล่นการพนัน เกดิ คดิ

144

อยากเล่นกับเขาขึ้นมา เรารีบน�ำสติมายับยั้งตัว และปัญญามาวิจารณ์เหตุและผล
ของการพนนั วา่ มีประโยชน์อยา่ งไร จนเหน็ จรงิ ด้วยปญั ญาโดยถ่องแท้แลว้ ศรัทธา
ก็เชื่อตามว่า ถ้าขืนเล่นตนต้องเป็นคนเสียหาย แม้จะได้ทรัพย์มาเพราะการพนัน
กไ็ มม่ ปี ระโยชนเ์ ทา่ ตวั เราซง่ึ กำ� ลงั จะทำ� ความเสยี หายแกต่ นอยเู่ วลาน้ี สมาธกิ ม็ น่ั ใจวา่
ถ้าขืนอยู่ต่อไปตัวมีหวังเป็นคนเสียหายแน่นอน แล้วไม่ยอมให้ใจท่ีคิดอยากเล่น
การพนนั จอ้ งๆ มองๆ อยตู่ อ่ ไป วริ ยิ ะ เพยี รฉดุ ลากตนออกจากทน่ี นั่ ทนั ทแี ละผา่ นพน้
ความเสยี หายไปได้อย่างหายหว่ ง แมเ้ ราไปพบผ่านอะไรตอ่ อะไรก็ตามที่เป็นส่งิ จะท�ำ
ให้เสียหายก็ควรปฏิบัติด้วยธรรมตามนัยน้ี ท่านจะเป็นคนดีเช่ือถือตัวเองได้และ
พึง่ ตัวเองได้ บิดามารดากเ็ บาใจไมเ่ ปน็ ห่วงใยมากไปกลวั จะเสยี หายดว้ ยเรื่องต่างๆ

ถ้าต่างมีธรรมคือสติปัญญาเป็นต้นอยู่กับตัว แม้คุณของพ่อแม่ท่ีอยู่บนศีรษะ
ตลอดเวลากอ็ าจระลกึ ได้ ไมก่ ลายเปน็ ลกู กบลกู ปลาไป โดยไมร่ สู้ กึ วา่ เราเปน็ ลกู มนษุ ย์
ทุกคน ธรรม ๕ ขอ้ คอื สติ ปญั ญา ศรัทธา วิรยิ ะ สมาธิ มีทั้งฝ่ายเหตุท่ีจ�ำต้อง
ปฏบิ ตั ติ าม ทง้ั ฝา่ ยผลทจ่ี ะคอยอำ� นวยความสขุ ใหแ้ กผ่ อู้ ตุ สา่ หป์ ฏบิ ตั ติ าม คอื เปน็ คนดี
มกี ลน่ิ หอมหวนชวนใหน้ ยิ มรกั ชอบตลอดกาล ฉะนน้ั ธรรมจงึ เปน็ สมบตั อิ นั มคี า่ และ
จำ� เปน็ มากกวา่ สมบตั อิ นื่ ใด ผจู้ ะมสี มบตั ไิ วเ้ ปน็ ทอ่ี บอนุ่ แกต่ นและบา้ นเรอื น ควรจะมี
ธรรมความอบอนุ่ ทางกายวาจาใจอนั เปน็ รากฐานแหง่ ความประพฤติ และทเี่ กบ็ ทรพั ย์
ภายในภายนอกไว้เท่าท่ีควรก่อน เวลาสมบัติเกิดมีขึ้นมาจะชุ่มเย็น ไม่เป็นภัยแก่
เจา้ ของและผู้มีสว่ นด้วย เวลาท�ำการแสวงหาก็ชอบธรรม เกบ็ ไว้กช็ อบธรรม มมี าก
มนี อ้ ยกช็ อบธรรม เวลาจา่ ยไปกช็ อบธรรม จะนำ� ไปทำ� ประโยชนอ์ ะไรกเ็ ปน็ ประโยชน์
และชอบธรรมจรงิ ๆ ไมม่ พี ษิ แฝงอยเู่ พราะผเู้ ปน็ เจา้ ของเปน็ ธรรมอยแู่ ลว้ หลกั ทรพั ย์
อนั แทจ้ รงิ คอื พอ่ กเ็ ปน็ ธรรม แมก่ เ็ ปน็ ธรรม ลกู หญงิ ลกู ชายนน้ั กเ็ ปน็ ธรรม ตามลำ� ดบั
ลำ� ดาแหง่ เพศและวยั ครอบครวั นกี้ เ็ ปน็ ธรรม ครอบครวั นนั้ กเ็ ปน็ ธรรม ครอบครวั โนน้
ก็เป็นธรรม วงงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวเน่ืองกับผู้เป็นธรรมไปเกี่ยวข้องก็กลายเป็นธรรม
ไปตามๆ กัน ทุกส่ิงทุกอย่างก็กลายเป็นของชุ่มเย็นไปด้วยผู้เป็นเจ้าของให้เป็นไป
ธรรมคือความสะอาดสวยงามแผ่กระจายไปถึงไหน สิ่งท่ีเคยรุงรังน่าเกลียดก็กลาย
เป็นของสวยงามและน่าดูน่าชมแผ่ไปถึงที่น้ันตามๆ กัน สมกับธรรมเป็นธรรมชาติ

145

ท่ีล้�ำยุคและบริสุทธิ์สวยงามในโลก นอกจากผู้แสวงหาธรรมมาประดับตัวส่งเสริม
ครอบครัวและประเทศชาติบ้านเมืองจะยังไม่เข้าถึงความจริงของธรรมท่ีมีอยู่ประจ�ำ
โลกตลอดมาเทา่ นนั้ จงึ มคี ำ� วา่ ธรรมเสอ่ื มธรรมเจรญิ ไปตามยคุ ตามสมยั และมคี วาม
ไมส่ งบสุขเกิดข้นึ ตามจุดทธี่ รรมเสื่อมและธรรมเข้าไมถ่ ึงอยู่เสมอมา

คำ� วา่ “ธรรม” ฟงั แลว้ ซาบซง้ึ เยน็ ใจเหลอื ทจ่ี ะพรรณนาใหถ้ กู ตอ้ งตามความจรงิ ได้
ผมู้ ธี รรมจงึ เปน็ ผมู้ เี หตผุ ลและปกครองงา่ ยไมด่ อื้ ดงึ ไมเ่ หน็ แกไ่ ดแ้ กท่ ำ� โดยถา่ ยเดยี ว
ซงึ่ เปน็ ทน่ี า่ เกลยี ดยง่ิ กวา่ สงิ่ ทนี่ า่ เกลยี ดทงั้ หลาย ในธรรมแสดงเรอื่ งคนนา่ เกลยี ดไวม้ าก
แตผ่ เู้ ขยี นกไ็ มส่ ามารถไมน่ ำ� มาลงเทา่ ทคี่ วร เพราะเกรงวา่ ตัวกค็ งไมพ่ น้ ไปจากบคุ คล
นา่ เกลยี ดแหง่ ธรรม ในสง่ิ ทตี่ นไมอ่ าจรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ดท้ ว่ั ถงึ จงึ นำ� มาลงไวเ้ พยี งเลก็ นอ้ ย
ส�ำหรับพวกเราผู้ตกอยู่ในภาวะเช่นเดียวกัน จะได้น�ำไปไตร่ตรองและแก้ไขไปตาม
ควรแก่ฐานะแห่งเพศและวัยของตน ท่านว่าคนที่ประพฤติผิดอันเป็นข้าศึกแห่งตน
และผู้อน่ื โดยการฆ่า การเบียดเบยี นเขา โดยไมม่ องดคู วามส�ำคญั แห่งชวี ติ จติ ใจเขา
การกดขี่ข่มเหงเอาตามใจชอบปราศจากความเมตตาสงสาร การลักขโมยปล้นจ้ี
การประพฤตไิ มม่ ขี อบเขตในทางอารมณช์ นดิ ดะไปไมไ่ วห้ นา้ ใคร ซงึ่ เปน็ กริ ยิ าทตี่ ะกละ
ตะกลามเลยขอบเขตมนษุ ย์ทีเ่ ปน็ ชาติสูงศกั ดไ์ิ มค่ วรท�ำอย่างยิง่ การพดู โกหกพกลม
ตม้ ตนุ๋ ทพี่ ลเมอื งดถี อื เปน็ ความเสยี หาย แตก่ ลบั เหน็ เปน็ อาชพี ทส่ี ะดวกรวดเรว็ ทนั ใจ
พอหลอกไดก้ ห็ ลอกเอา ใครโงเ่ งา่ รไู้ มท่ นั กลมารยากถ็ กู ตม้ ตนุ๋ ทง้ั เปน็ ใหล้ ม่ จมไปเลย
การด่ืมน้�ำธรรมดา พ่อแม่เคยพาด่ืมและเลี้ยงแต่ก�ำเนิดจนเติบโต ซ่ึงเมื่อด่ืมแล้ว
ไมม่ นึ เมาแตก่ ลบั ไมช่ อบ กลบั ไปชอบชนดิ ทด่ี มื่ แลว้ สามารถเสกคนดๆี ใหเ้ ปน็ บา้ บอ
เสยี สติ ไมม่ ีหิรโิ อตตปั ปะอยู่กับตัว กลายเป็นคนโหดร้ายทารณุ ไปอย่างสดๆ รอ้ นๆ
แบบหมดยางอายไปเลย นำ้� ประเภทนเี้ ขาชอบเรยี กกนั วา่ นำ�้ บา้ เพราะดม่ื แลว้ มกั ทำ� ให้
คนดีๆ เป็นบา้ อยา่ งทันทีทันใด เหล่านผ้ี ู้ประพฤตเิ พียงขอ้ ใดข้อหน่งึ ท่านกเ็ รียกว่า
เปน็ บุคคลนา่ เกลยี ด ถา้ ขืนประพฤตไิ ปหมดทกุ ข้อก็อาจเปน็ บุคคล.... ส่วนบคุ คลท่ี
ประพฤติตนเป็นที่อบอุ่นภายในตัวและเป็นที่รักชอบของชนทั่วๆ ไปน้ัน คือบุคคล
ท่ีมีนิสัยและความประพฤติตรงกันข้ามกับบุคคลประเภทท่ีกล่าวมา จัดเป็นบุคคล
ประเภทที่หอมหวนชวนให้นิยมรักชอบไม่จืดจาง จึงควรพยายามดัดแปลงตัวเรา

146

แต่ละคนให้เป็นคนประเภทนี้ให้มาก ประเทศชาติศาสนาจะได้เจริญรุ่งเรืองและอยู่
ดว้ ยความสงบสุข

วาสนาบารมีของคนเราเป็นสิ่งลึกลับที่รู้กันได้ยาก เพราะไม่มีเคร่ืองวัดระดับ
ความสงู ตำ�่ พอใหร้ ไู้ ดว้ า่ คนนมี้ มี าก คนนน้ั มนี อ้ ย เนอ่ื งจากวาสนาบารมเี ปน็ สว่ นนามธรรม
และมีอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ แม้เจ้าตัวผู้สร้างข้ึนมาก็อาจทราบได้ในขั้นเร่ิมแรก
ไม่เหมือนสมบตั ติ า่ งๆ ซง่ึ เป็นดา้ นวัตถุ เช่น สินคา้ ทม่ี ีอยู่ในห้างรา้ นท่วั ๆ ไปซงึ่ เปน็
สมบตั นิ อกกายนอกใจ ใครมมี ากมนี อ้ ยกพ็ อทราบกนั ได้ สว่ นวาสนาบารมเี ปน็ สมบตั ิ
ภายในใจของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ จะน�ำไปซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือแจกจ่ายกัน
ย่อมไมไ่ ด้ ทง้ั เปน็ สมบตั อิ ันมีค่าอย่ภู ายในอยา่ งลึกลับจึงยากทจี่ ะทราบได้ นอกจาก
จะแสดงออกทางกายวาจา อันเป็นเพียงส่วนยอ่ ยพอจะทราบไดบ้ ้างเทา่ น้ัน แมก้ าร
แสดงออกน้ันก็อาจมิใช่ส่วนที่อ�ำนวยออกมาจากวาสนาบารมีโดยตรง แต่อาจ
แสดงออกจากอ�ำนาจของฝ่ายต�่ำที่เป็นข้าศึกต่อวาสนาบารมีก็ได้ เพราะใจท่ีมีข้าศึก
คอื กเิ ลสครอบงำ� อยู่ ย่อมมที างจะใหก้ ายวาจาใจไหวไปตามอำ� นาจของมนั ได้ ถา้ เปน็
วาสนาบารมีพาให้แสดงต้องเป็นไปในทางดีเสมอ ทั้งนี้พอจะทราบได้จากประวัติ
ของทา่ นผมู้ วี าสนาบารมคี วรแกธ่ รรมขน้ั สงู อยแู่ ลว้ ยงั ถกู กเิ ลสบาปธรรมซง่ึ มอี ยใู่ นใจ
ดวงเดียวกันฉดุ ลากไปในทางผดิ ได้ในบางกาล แมจ้ ะไมส่ ามารถท�ำท่านใหเ้ สียไปได้
โดยตลอด แต่ก็ยังพอมองเห็นอ�ำนาจของมันว่ามีทางผลักดันด้วยกายวาจาใจให้
เปน็ ไปในทางผดิ ไดอ้ ยนู่ นั่ เอง ฉะนน้ั คนเราแมจ้ ะมวี าสนาบารมมี าในระดบั ใดกต็ าม
ถา้ กเิ ลสเครอื่ งผลกั ดนั ยงั มอี ยใู่ นฉากเดยี วกนั ถงึ ไมม่ าก กย็ งั มโี อกาสทำ� คนใหเ้ สยี ได้
เพราะความประมาทเป็นสาเหตุ เช่นเดียวกับโรคท่ีเกิดข้ึนในกาย แม้ไม่มากและ
ไม่สามารถท�ำอนั ตรายแกร่ ่างกายสว่ นใหญ่ทย่ี ังดอี ยใู่ หเ้ สียไปได้ในขัน้ เริ่มแรกก็ตาม
แตถ่ า้ ประมาทนอนใจไมร่ บี รกั ษาแตต่ น้ มอื โดยเหน็ วา่ เปน็ ของเล็กนอ้ ยแลว้ ปลอ่ ยไว้
ตามบุญตามกรรม นานเขา้ โรคยอ่ มมที างเจรญิ และมีกำ� ลังสามารถทำ� ลายร่างกายให้
เสียไปได้ฉะน้ัน นอกจากท่านที่มีวาสนาบารมีสมบูรณ์เต็มท่ีจนสามารถก�ำจัดสิ่ง
ท่ีมอี �ำนาจฝา่ ยต่�ำแมล้ ะเอียดย่ิงออกจากใจโดยสน้ิ เชิงแลว้ เท่านัน้ จึงเป็นฐานะทคี่ วร
อยเู่ ยน็ ใจโดยประการทง้ั ปวง

147

เราทา่ นทเี่ ปน็ พทุ ธศาสนกิ ชน จงึ ควรสนใจในหลกั กรรมและวาสนาบารมี ซงึ่ เปน็
คเู่ คยี งแหง่ ชวี ติ จติ ใจเราและศาสนาเปน็ ลำ� ดบั มา นบั แตก่ ารมาเกดิ เรากม็ าดว้ ยกรรม
และวาสนาบารมี พระพทุ ธเจ้าทรงอุบตั ิและบ�ำเพ็ญพระองค์จนได้ตรัสรแู้ ละประกาศ
ธรรมสอนโลก ก็ทรงเป็นมาและทรงส่ังสอนตามหลักกรรมและหลักวาสนาบารมี
ซงึ่ เปน็ หลกั ใหญข่ องศาสนาอนั เปน็ จดุ รวมของโลกทเ่ี ปน็ ไปอยตู่ ลอดเวลา ทง้ั ทเ่ี ชอื่ วา่
ตนทำ� กรรมหรอื ไมเ่ ชอื่ วา่ ตนทำ� แตก่ ฎธรรมชาตแิ ทก้ ค็ อื สตั วโ์ ลกผทู้ ำ� กรรมอยนู่ นั่ แล

ที่ว่าพระพุทธเจ้าทรงบ�ำเพ็ญและสั่งสอนตามหลักกรรมน้ัน คือเฉพาะส่วน
พระองค์ที่ทรงบำ� เพญ็ เพอื่ ตรสั รู้ ก็ทรงพยายามละช่วั ทำ� ดีมาเปน็ ลำ� ดับ ที่เรียกวา่ เป็น
กุศลกรรมมาตลอดสาย สว่ นพระบารมีทั้งหลายกท็ รงประมวลมาเพอ่ื หนนุ กำ� ลังแห่ง
การตรสั รจู้ นสมพระทยั หมาย อนั ดบั ตอ่ มากท็ รงประกาศธรรมสอนโลกดว้ ยระบบการ
ทใี่ หล้ ะชวั่ ทำ� ดแี ตต่ น้ จนถงึ ขนั้ วมิ ตุ ตพิ ระนพิ พาน ซง่ึ ลว้ นประกาศสอนตามหลกั กรรม
ทง้ั นนั้ ผทู้ เ่ี ชอ่ื ถอื และดำ� เนนิ ตามพระสทั ธรรมกเ็ ชอื่ และดำ� เนนิ ตามหลกั กรรมคอื ทำ� ดี
ไดด้ ี ท�ำชว่ั ได้ช่ัว แมผ้ ูท้ ไ่ี มเ่ ชอื่ และทำ� ไปตามความชอบใจของตน ซ่ึงก็หนหี ลกั กรรม
คอื ดชี วั่ ไปไมพ่ น้ สว่ นผลทไี่ ดร้ บั กค็ อื สขุ กบั ทกุ ข์ ทเี่ รยี กวา่ บญุ กบั บาปตามหลกั ศาสนา
ที่สอนไว้อยู่นั่นเอง ไม่มีผู้ใดสามารถแยกให้เป็นอย่างอ่ืนได้เพราะเป็นกฎธรรมชาติ
อนั ตายตวั มาดงั้ เดมิ กฎนไ้ี มม่ กี ารเปลย่ี นแปลง แมโ้ ลกและสง่ิ อน่ื ๆ จะเปลยี่ นไปตาม
ความคดิ เหน็ และตามธรรมชาตขิ องตน ศาสนาคอื คำ� สง่ั สอนของทา่ นผรู้ กู้ ฎความจรงิ
ผยู้ อมรบั นบั ถอื กป็ ฏบิ ตั ติ นใหถ้ กู ตามหลกั ศาสนาทส่ี อนไว้ สง่ิ รทู้ เ่ี หน็ ไดช้ ดั ภายในตวั
ของผู้ปฏิบัติ ก็คือความสุขเย็นใจและอบอุ่นใจว่าตนได้บ�ำเพ็ญและตนต้ังอยู่ใน
ศลี ธรรม ไมไ่ ดก้ อ่ ความเดอื ดรอ้ นเสยี หายใหแ้ กท่ า่ นผหู้ นงึ่ ผใู้ ดและสตั วต์ วั ใด แมค้ นอน่ื
ก็ย่อมทราบว่าผูน้ น้ั เปน็ คนดี การทำ� ความดีใสต่ น ทา่ นเรียกวา่ สร้างวาสนาบารมี คือ
การเพ่ิมพูนความดีให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นเป็นล�ำดับจนสมบูรณ์เต็มท่ี ผู้เป็นเจ้าของก็ถึง
ความสน้ิ ทกุ ข์ มแี ตค่ วามสขุ สมบรู ณเ์ ปน็ เครอื่ งเสวย ดงั พระพทุ ธเจา้ และพระอรหนั ต์
ทา่ นเปน็ ตัวอย่าง

กรรมเมอ่ื แปลตามโลกทฟ่ี งั กนั อยา่ งงา่ ยๆ กค็ อื การงานทเ่ี ราทำ� กนั อยทู่ กุ วนั เวลา
นี่เอง หาใช่อะไรที่ไหนไม่ ตัวเราแต่ละคนก็คือคลังแห่งการงานหรือคัมภีร์แห่งบุญ

148

และบาป คอื สขุ และทกุ ขก์ นั อยแู่ ลว้ การคดิ การพดู การทำ� เรยี กวา่ งานของกายของวาจา
และของใจ งานทง้ั สามนเ้ี ราทำ� กนั เปน็ ประจำ� จนไมม่ เี วลาหยดุ พกั ทงั้ กลางวนั กลางคนื
นอกจากหลับไปเสยี เทา่ น้ัน ถา้ ไมม่ กี ารหลบั นอนเลย โลกมนุษยเ์ ราคงเปน็ กังหันกัน
ไปเลย ไมม่ อี ะไรมอี ำ� นาจมาหา้ มได้ นอกจากความหลบั อยา่ งเดยี วพอจะบงั คบั มนษุ ย์
ไม่ให้เปน็ กงั หันได้

การทำ� งานนน่ั แล ทางศาสนาทา่ นใหช้ อ่ื วา่ “กรรม” กรรมนมี้ เี อนไปทางดบี า้ ง ชว่ั บา้ ง
กลางๆ บ้าง ตามความอำ� นวยของใจผเู้ ป็นหัวหน้างาน

เม่อื ทกุ คนต่างก็ทำ� งานเรยี กว่าสรา้ งกรรมอย่างแยกไม่ออกอยู่เช่นน้ี จะปฏิเสธ
ผลดชี ว่ั สขุ ทกุ ขท์ จ่ี ะตอ้ งเกดิ จากงานคอื กรรมอยโู่ ดยดไี ดอ้ ยา่ งไร กจ็ ำ� ตอ้ งยอมรบั กนั
ตลอดสายตามที่ยังมีการท�ำงานอยู่ ความจ�ำเป็นที่หลีกไม่ได้ก็คือโลกเราต้ังอยู่ได้
ตลอดมาดว้ ยผลของงานทที่ ำ� มาเปน็ ประจำ� คอื ตอ้ งทำ� งานและตอ้ งรบั ประทาน ใชส้ อย
ถ้าหยุดงานการแสวงหาผลก็ต้องหยุดการอ�ำนวยไปตามๆ กัน เม่ืองานก็หยุดผล
ก็หมดทางอำ� นวย โลกท่หี มดทางอาศยั ก็ตัง้ อยเู่ ปน็ โลกตอ่ ไปไม่ได้ กลายเปน็ โลกท่ี
ฉบิ หายลงในทนั ทที นั ใดอยา่ งไมม่ ปี ญั หา ดว้ ยเหตนุ แ้ี ล การทำ� ดที ำ� ชวั่ จงึ มที างอำ� นวย
สขุ และทกุ ขใ์ หแ้ กผ่ ทู้ ำ� ตามชนดิ ของกรรมอยา่ งแยกไมอ่ อก เชน่ เดยี วกบั ผลงานของโลก

ฉะนั้น ทา่ นจึงสอนยำ้� ลงในจดุ ท่จี ำ� เปน็ ของโลก คอื งานท่ีมนษุ ย์กำ� ลงั ทำ� กันอยู่
ซง่ึ จะแสดงผลขนึ้ ในลำ� ดบั ตอ่ ไป โดยใหใ้ ชก้ ารพจิ ารณาในกจิ ทจ่ี ะทำ� ดว้ ยดเี พอ่ื ปดิ ทาง
ทม่ี าแหง่ ทกุ ข์ ดว้ ยการงดเวน้ ไมท่ ำ� กรรมชว่ั ดว้ ยกายวาจาใจ อนั เปน็ ความถกู ตอ้ งและ
ปลอดภัยแก่ตัวเราเองท้ังปัจจุบันและอนาคต จะไม่ต้องไปทนเสวยกรรมชั่วที่ค้นหา
สาเหตุไม่เจอในแดนทรมานอันเป็นสถานท่ีรับผลอย่างเดียว ความจริงต้นเหตุก็คือ
ตนเป็นผู้เที่ยวแสวงหาหนามมาเสียบปักไว้เอง แต่เพราะไม่สนใจคิดว่าตนจะเป็น
ผเู้ หยยี บหนามทป่ี กั เสยี บไวจ้ นไดร้ บั ความทกุ ขอ์ ยา่ งไมค่ าดฝนั ทนี จี้ ะไปโทษกรรมวา่
ล�ำเอียงก็ไม่เกิดผล เพราะตัวเป็นผู้เร่ิมต้ังต้นเป็นข้าศึกแก่ตัวโดยไม่ค�ำนึงผลเสีย
มาแตต่ น้ เพอ่ื ตดั ความสบั สนของตน จะไมต่ อ้ งไปอา่ นกรรมชว่ั ดว้ ยความงนุ งงในเวลา
เจอเขา้ กับตัวอีกตอ่ ไป ทา่ นจึงสอนให้สร้างความดีทีเ่ รยี กวา่ วาสนาบารมี คุณธรรมน้ี

149

ต้องสร้างข้ึนจากการงานที่สะอาดด้วยกายวาจาใจท่ีสะอาดอันเป็นฝ่ายกุศล เช่น
การท�ำทาน รักษาศลี เจริญเมตตาภาวนาไหวพ้ ระสวดมนต์ เป็นต้น ผลทเ่ี กดิ จาก
การบำ� เพญ็ เหลา่ นแี้ ล สำ� เรจ็ เปน็ อำ� นาจบญุ วาสนาบารมี คณุ ธรรมเหลา่ นเ้ี รมิ่ มอี ำ� นาจ
แต่ขณะเริ่มลงมือบ�ำเพ็ญ คือทานมีอ�ำนาจบังคับก�ำจัดความตระหน่ีถ่ีเหนียว
ความคบั แคบไมใ่ หก้ ว้างขวาง ความเห็นแกต่ ัว ความอจิ ฉารษิ ยา เมอ่ื เห็นคนอืน่ ได้ดี
เห็นเขามง่ั มศี รสี ุข กลวั เขาจะเดน่ กว่าตนตามนสิ ยั ของมนษุ ย์ทม่ี คี วามเห็นแก่ตัวมาก
และชอบเดน่ ในหมชู่ นแมไ้ มม่ ใี นคณุ สมบตั ทิ ค่ี วรจะเดน่ คดิ อยากกำ� จดั ทำ� ลายเขาดว้ ย
อบุ ายวธิ ตี า่ งๆ เหลา่ นเ้ี สยี ได้ นอกจากการกำ� จดั สง่ิ ทเ่ี ปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ ทานแลว้ ยงั กลบั เกดิ
ความสงสารเพ่อื นๆ และมนษุ ย์ทย่ี ากจนไม่มปี ระมาณอีกด้วย คดิ อยากสงเคราะห์
ดว้ ยวตั ถแุ ละอบุ ายวธิ ตี า่ งๆ จนไมม่ ปี ระมาณอยภู่ ายใน บางครงั้ พยายามชว่ ยเขาไมไ่ ด้
อย่างสมใจที่อยากช่วย ตัวเองเลยกลับเป็นทุกข์เพราะความสงสารเขามากก็ยังมี
อานสิ งสข์ องการทำ� ทานน้ี ทำ� ใหส้ มบรู ณพ์ นู ผลในทางสมบตั ไิ มข่ ดั สน เวลานกึ อยากได้
อะไรขน้ึ มาซง่ึ เปน็ สง่ิ ทเ่ี จา้ ของผตู้ อ้ งการเหน็ วา่ จำ� เปน็ จรงิ ๆ และชอบธรรม รสู้ กึ จะแสดง
ผลตอบแทนให้เห็นประจักษ์ในไม่ช้าชนิดที่ค้นหาสาเหตุไม่เจอ บางคร้ังจนตัวเอง
ก็งงไปว่าเกิดมีมาได้อย่างไร เวลาถึงคราวจ�ำเป็นจริงๆ นึกถึงทานท่ีเคยบ�ำเพ็ญมา
ก็มักจะเห็นผลทันตาอย่างไม่น่าเช่ือ แต่ส�ำหรับผู้เขียนได้เชื่อเสียแล้ว จะว่าใจง่าย
เช่ืองมงายก็ยอมรับ เพราะเราไดร้ บั ส่ิงทีต่ ้องการดงั ท่ีวา่ จรงิ ๆ ในบางครัง้ เวลาเทยี่ ว
กรรมฐานตามป่าตามเขา เกิดไปหลงทางเขา้ ตอ้ งนอนในปา่ ในเขา ซงึ่ เตม็ ไปด้วยสงิ่ ท่ี
นา่ หวาดกลวั คอื สตั วร์ า้ ยนานาชนดิ จะมาฉวยเอาชวี ติ ไปเปน็ อาหารวา่ งเมอื่ ไรกไ็ มท่ ราบ
ที่นั้นห่างจากหมูบ่ ้านประมาณ ๓๐ หรอื ๔๐ กโิ ลเมตร ซึง่ เปน็ บ้านชาวปา่ ชาวเขา
ทงั้ นนั้ ๙ หรอื ๑๐ หลงั คาเรอื นบา้ ง มากกวา่ นนั้ บา้ ง มอี ยเู่ ปน็ หยอ่ มๆ ตามชายเขาบา้ ง
ตามหลงั เขาเตยี้ ๆ บา้ ง ประปราย ไมน่ กึ วา่ จะมชี วี ติ เหลอื เดนมาถงึ กบั ไดเ้ ขยี นเรอื่ งราว
ใหท้ า่ นอา่ นอยเู่ วลานี้ เพราะเปน็ ความลำ� บากเสย่ี งภยั ในปา่ เขาลำ� เนาไพรทส่ี ลบั ซบั ซอ้ น
สุดที่จะบุกป่าฝ่าดงและปีนป่ายเขาสูงๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ ขณะท่ีบุกป่าปีนเขาไปนั้น
กไ็ ดเ้ จอสตั วป์ า่ หลายชนดิ ทอี่ าศยั อยบู่ รเิ วณนนั้ พอเจอเขา้ ตวั ใดกเ็ หน็ เขาวงิ่ หนไี ปเสยี
แทบทกุ ครงั้ เปน็ เหตใุ หน้ กึ วา่ เรากเ็ ปน็ คนเหลอื เดนเดนิ บกุ ปา่ ไปแบบไมม่ คี วามหมาย

150

เป็นผู้ไร้ญาติขาดมิตรไม่มีฤทธ์ิมีอ�ำนาจอะไรเลย แต่บรรดาสัตว์ที่เห็นเราแล้วก็ยังมี
ความกลวั และพากนั วงิ่ หนี เขาคงคดิ วา่ มนษุ ยเ์ ปน็ สตั วท์ โี่ หดรา้ ยทารณุ มาก และเคยเปน็
ศตั รตู อ่ เขามาจนฝงั ใจ ดงั นนั้ เมอ่ื เหน็ เราแมจ้ ะไมค่ ดิ วา่ จะทำ� อะไรเขา เขากย็ งั กลวั อยู่
จนได้ แตบ่ างตวั เมอื่ เจอเราเขา้ กท็ นยนื ดเู ราในทา่ ระวงั ไมย่ อมวงิ่ หนี จนเราเรยี กบอกเขา
วา่ ไมต่ อ้ งกลวั เราหรอก เราเปน็ เพอ่ื นเกดิ แกเ่ จบ็ ตายดว้ ยกนั เวลานเี้ รากก็ ำ� ลงั แสวงหา
ทพี่ น้ ภยั ทงั้ ทางชวี ติ รา่ งกายและทางจติ ใจ อยา่ วงิ่ หนใี หเ้ สยี กำ� ลงั แรงเลย เหนอ่ื ยเปลา่ ๆ
แม้แต่เราคอ่ ยเดินสะพายบาตรแบกกลดมาอยา่ งเช่ืองช้าไมไ่ ด้ว่ิงอะไรเลย เรายังรสู้ ึก
อ่อนเพลียจะตายอยู่แล้ว ทั้งอาหารก็ยังไม่มีอะไรตกบาตรตกท้องเลยสักเม็ดเดียว
บ้านคนไมท่ ราบว่าอยู่ท่ีไหน เรากด็ ้นด้ันไปตามภาษาของคนไม่มีบ้านมีเรอื นเหมอื น
พวกเธอนน่ั เอง เขากท็ นยนื ดอู ยจู่ นเราคอ่ ยเดนิ ผา่ นไปดว้ ยความงนุ งงสงสยั ของเขา วา่
สตั วอ์ ะไรศรี ษะไมเ่ หมอื นใครแตพ่ ดู จาไดเ้ หมอื นคน ในปา่ ทบึ ทเี่ ตม็ ไปดว้ ยขนุ เขาเชน่ นี้
ไมเ่ คยเหน็ สตั วป์ ระเภททพี่ ดู จาไพเราะและใหค้ วามสนทิ สนมอยา่ งยง่ิ ไมแ่ สดงทา่ ทาง
ทนี่ า่ กลวั อยา่ งเคยผา่ นมาเลย สว่ นเราแมจ้ ะหลงทางและนอนทอดอาลยั ในชวี ติ อยใู่ นปา่
ในเขาเชน่ นน้ั กเ็ ผอญิ มอี ะไรมาบนั ดาลใหน้ มิ ติ ฝนั จนได้ โดยมคี นมาบอกวา่ ชาวบา้ น
เขามาท�ำไร่ท�ำสวนกันอยู่ตรงโน้น ตรงมือท่ีชี้บอกอยู่เวลาน้ี เราก็ปรากฏว่ามองดู
ตามมือท่ีเขาช้ีบอกและจ�ำได้แม่นย�ำในขณะนั้นว่า ที่พักท�ำไร่เขาตั้งอยู่ทางทิศน้ัน
พอตน่ื เชา้ สวา่ งกเ็ ตรยี มตวั ออกเดนิ ทางไปตามมโนภาพในฝนั บอก โดยดน้ ดน้ั ไปแบบ
ไมม่ ีจดุ หมายปลายทางวา่ จะพบบ้านผบู้ า้ นคนหรอื จะเป็นจะตาย ซึ่งน่าจะสลดสงั เวช
และน่าภูมิใจก็เท่ากันเวลาคิดย้อนหลังในอดีตความเป็นมาของตน นับแต่เริ่มสว่าง
จนถงึ ประมาณสบิ นาฬกิ าครง่ึ (เชา้ ) กเ็ ผอญิ ไปเจอเอากระตอ๊ บ ๕ หลงั ของพวกชาวไร่
เขา้ พอดซี งึ่ ตงั้ อยใู่ นหบุ เขา โดยไมค่ าดฝนั วา่ จะเปน็ ไปได้ พอพวกชาวเขาเหน็ พระทเ่ี ดนิ
เปะปะเข้าไปอย่างอิดโรย ก็รีบออกมาต้อนรับและจัดอาหารถวายพอรอดไปได้
เพราะความหิวโหยโรยแรงมาตลอด ๓ วันที่ต้ังหน้าเดินบุกป่าปีนเขาอยู่ตลอดวัน
พอเขาพากนั นำ� ยาวติ ามนิ ขนานรวมเอามาให้ จงึ เหมอื นเกดิ ชาตใิ หมข่ น้ึ มาในขณะนน้ั
คร้ังนั้นคิดว่าพวกชาวเขาคงได้ท�ำบุญมากเป็นพิเศษ ขณะท่ีเราก้าวเข้าไปในบริเวณ
ทพี่ กั เขาๆ เขากพ็ ากนั พศิ วงงงงนั วา่ มาไดอ้ ยา่ งไร พรอ้ มกบั ถามเรอื่ งราวตา่ งๆ จากนนั้

151

เขาก็อธบิ ายให้เราฟังวา่ ท่นี ่ีมีแตป่ ่าแต่เขาทั้งนน้ั ทส่ี ลับซับซอ้ นไมร่ ู้กี่ ๑๐ ลูก ถ้าทา่ น
ไมไ่ ดพ้ บพวกผมแลว้ ทา่ นตอ้ งมหี วงั ตายแนๆ่ เพราะไมม่ หี นทางออกเอาเลย แมพ้ วกผม
มาอย่ทู น่ี ี่ก็บุกปา่ ฝ่าดงมาอยา่ งนน้ั เองดว้ ยความเคยชินและช�ำนาญป่า เพราะเกิดอยู่
กับป่ากับเขามาแต่พ่อแต่แม่อยู่แล้ว เวลาท่านจะออกจากท่ีน่ีไปพวกผมต้องตามส่ง
ไมเ่ ชน่ นั้นทา่ นจะต้องไปหลงป่าเขาและตายอยู่ในป่านแ้ี น่นอน พอเรยี บรอ้ ยทุกอย่าง
เขาก็ตามสง่ จริงๆ จนถงึ ทปี่ ลอดภยั

ทเ่ี ลา่ มานค้ี อื ปาฏหิ ารยิ ข์ องความรอดตายทผ่ี า่ นพน้ มาได้ ปาฏหิ ารยิ ท์ งั้ นคี้ ดิ วา่ มา
จาก “ทาน” ถา้ ไมใ่ ชเ่ พราะทานของเรากต็ อ้ งเพราะทานของพวกชาวเขามากกวา่ สำ� หรบั
วนั นนั้ พระกรรมฐานจงึ ไมห่ ายชอื่ ไปเสยี แตค่ รงั้ หลงปา่ หลงเขาโนน้ ยงั มผี มู้ าชบุ ชวี ติ
ไว้ได้ และกลายเป็นเร่ืองเป็นราวข้ึนในหนังสือน้ีจนได้ แม้ผลแห่งความดีอย่างอ่ืน
กเ็ ช่ือวา่ คงเปน็ ไปในทำ� นองเดยี วกัน

การบ�ำเพ็ญทานเมื่อท�ำจนเคยชินต่อนิสัยแล้ว ย่อมเกิดความกล้าหาญไม่กลัว
ต่อความอดอยากขาดแคลนท้ังปัจจุบันและอนาคต ท้ังเป็นคนมีนิสัยกว้างขวาง
มีหมู่เพ่ือนมากและมีผู้คนชอบเข้ามาอาศัยมิได้ขาด ถ้าเป็นน�้ำก็ท้ังใสสะอาดท้ังเย็น
ทั้งมรี สจดื สนิทดี ควรแกก่ ารอาบดม่ื ใชส้ อยโดยประการทง้ั ปวง ฉะนน้ั ทานจงึ เปน็
รากฐานสำ� คญั ของโลก หากขาดทานการเสียสละแบ่งปนั เสยี เพยี งอย่างเดียว โลกก็
ตงั้ อยไู่ มไ่ ด้ แทบจะพดู ไดว้ า่ ไมม่ ชี วี ติ ของมนษุ ยค์ นใดจะฝนื ตง้ั อยใู่ นโลกไดถ้ า้ ไมม่ ที าน
การเสียสละ เพราะโลกตา่ งกม็ ีชวี ติ เจริญขึ้นด้วยการเสยี สละของผูอ้ ่ืน มีบดิ ามารดา
เป็นต้นแทบทงั้ น้นั ตลอดสัตวเ์ ดียรัจฉานหลายชนดิ ทถี่ ือความเสยี สละต่อกันประจำ�
ชาติและนสิ ยั ของมนั

ทานคอื การเสยี สละหรอื แบง่ ปนั นี้ โลกถอื เปน็ ทางปฏบิ ตั ติ อ่ กนั มาแตด่ กึ ดำ� บรรพ์
มิได้เกิดมีขึ้นมาตามยุคตามสมัยพอจะถือว่าเป็นของใหม่และเห็นเป็นของไม่จำ� เป็น
และไม่สำ� คญั ความจรงิ ทานนีจ้ �ำเปน็ และสำ� คญั เท่ากับชวี ิตจติ ใจและความสุขที่โลก
ต้องการตลอดมาไม่มีวันจืดจาง ท่ีต้ังเป็นครอบครัวเหย้าเรือน เป็นบ้านเป็นเมือง
เปน็ ประเทศชาตทิ ีเ่ ป็นปกึ แผน่ แน่นหนาตลอดมาจนถึงพวกเรา ยอ่ มเปน็ มาจากทาน

152

การเสียสละต่อกันมากน้อยตามความจ�ำเป็นท่ีพาให้เป็นไปไม่ขาดวรรคขาดตอน
เสมอมา เหมอื นแมน่ ำ�้ ลำ� คลองใหญๆ่ ทไี่ หลรนิ อยตู่ ลอดเวลาทงั้ หนา้ แลง้ หนา้ ฝนนนั่ แล

คำ� วา่ ทานการเสยี สละแบง่ ปนั สมบตั เิ งนิ ทอง เรย่ี วแรง วชิ าความรู้ ตลอดอบุ าย
ความคดิ เหน็ ตา่ งๆ ตอ่ กนั นเี้ ปน็ เรอื่ งทป่ี ระทบั ใจแกผ่ ไู้ ดร้ บั อยา่ งจบั ใจซาบซงึ้ และสนทิ
ตดิ ใจไมม่ วี นั หลงลมื ตลอดกาล และยงั เปน็ เครอื่ งหมายทหี่ วงั ฝากชวี ติ จติ ใจฝากเปน็
ฝากตายดว้ ยความเชือ่ ถอื อย่างฝังใจอกี ดว้ ย แม้สัญญาความจดจำ� จะเปน็ ส่งิ ที่มีการ
หลงลมื ไปตามธรรมดาของขนั ธ์ท่ีทา่ นว่า สญฺา อนจิ ฺจา ก็ตาม แต่จะไม่มาอนจิ จา
ในคณุ ธรรมคอื การสงเคราะหท์ ที่ า่ นผมู้ พี ระคณุ เคยทำ� แกต่ นเลย ทานการสงเคราะหน์ ้ี
เป็นไปอย่างธรรมดาท่ีเคยปฏิบัติต่อกันก็มี เป็นไปในเวลาจ�ำเป็นท่ีฝ่ายหน่ึงจ�ำต้อง
ไดร้ บั ความสงเคราะหช์ ว่ ยเหลอื จากอกี ฝา่ ยหนงึ่ ดว้ ยความจำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ กม็ ี กรณเี ชน่ น้ี
เปน็ กรณที เี่ ดน่ และถงึ ใจทงั้ สองฝา่ ย แทบจะพดู ไดว้ า่ แมช้ วี ติ กส็ ละแทนกนั ได้ ฉะนน้ั
ทานจึงเป็นคุณธรรมประกันชีวิตและความเป็นอยู่แทบทุกด้านของแต่ละบุคคลใน
หมู่ชนที่อยู่ร่วมกัน ไม่ว่าส่วนย่อยหรือส่วนใหญ่ มีทานการเสียสละเป็นคุณธรรม
เครอื่ งประสานระหวา่ งกนั และกนั ใหส้ นทิ สนมกลมกลนื อยา่ งแยกไมอ่ อก ถา้ ไมแ่ ยกตน
ออกจากหมู่คณะไปอยู่เสียคนเดียวเท่านั้น หากยังขืนอยู่ด้วยกันแต่สองคนข้ึนไป
ตอ้ งมที านเปน็ เครอ่ื งยดึ เครอื่ งปกครองจนได้ เพราะทานเปน็ ธรรมทม่ี อี ำ� นาจชว่ ยโลก
ไดห้ ลายทางจนไมอ่ าจพรรณนาใหจ้ บสนิ้ ลงได้ เชน่ ชว่ ยทางดา้ นการปกครอง ทางดา้ น
ความรกั ความสนทิ สนม ทางดา้ นความเคารพย�ำเกรง ทางดา้ นความเช่อื ถือ ทางด้าน
ความรม่ เยน็ เปน็ สขุ ตอ่ กนั เปน็ ตน้ ในระหวา่ งเพอื่ นฝงู กม็ ที านเปน็ เครอื่ งยดึ เครอื่ งเสรมิ
ให้มีความไว้วางใจกันอย่างสนิทสนม ในครอบครัวผัวเมียและลูกๆ ก็มีทานเป็น
เครอื่ งยดึ เครอื่ งเสรมิ ความรกั ความมน่ั คงของครอบครวั และวงศส์ กลุ ตลอดวงงานตา่ งๆ
มที านการเสยี สละเปน็ คณุ ธรรมเครอ่ื งประสานได้เปน็ อยา่ งดี

ท่ัวโลกท่ีมีมนุษย์และสัตว์อาศัยอยู่จ�ำต้องมีทานการเสียสละแทรกอยู่ด้วย
ตามความจำ� เปน็ ทโ่ี ลกตอ้ งอาศยั พง่ึ กนั ตามอธั ยาศยั มที านเปน็ นำ้� ใจเครอื่ งยดึ เหนยี่ ว
และส่งเสริมอยู่แทบทุกหนทุกแห่ง ทานแผ่ไปถึงไหน โลกมีความร่มเย็นไปถึงนั่น

153

คนมีน�้ำใจเสียสละไปท่ีใด ท่ีนั้นได้รับความร่มเย็น ตลอดสัตว์เดียรัจฉานก็มีส่วน
รม่ เยน็ ไปดว้ ย ผิดกบั คนที่เห็นแก่ตวั และเห็นแกไ่ ด้ ไปถงึ ไหนไฟคือความเดอื ดรอ้ น
ไปถงึ นั้น โลกกบั ทานการเสยี สละแบ่งปันจงึ แยกกนั ไมอ่ อก ถ้าโลกยังมอี ยตู่ ราบใด
ทานการแบ่งปันจ�ำต้องมีอยู่ตราบนั้น เพราะโลกต้องอาศัยทานเป็นเส้นชีวิตจิตใจ
ตลอดมา

ค�ำว่าทานมีความหมายเป็นสอง คือทานโดยตรงหนึ่ง ทานโดยออ้ มหนึ่ง และ
มีความจ�ำเป็นทั้งทางตรงและทางอ้อม โลกย่อมถือปฏิบัติต่อกันท้ังสองทาง คือ
หยิบยน่ื ให้กันโดยทางตรงหรือสงเคราะห์กันโดยทางอ้อมด้วยวธิ ีการตา่ งๆ ท่เี ห็นวา่
สมควรแกเ่ หตกุ ารณ์ ทานนยี้ งั มแี ยกออกไปอกี ตามความนยิ มทใ่ี ชก้ นั คอื ทานอยา่ ง
เปดิ เผย เชน่ การบรจิ าคทำ� บญุ ตา่ งๆ มถี วายอาหารใสบ่ าตร ถวายจตปุ จั จยั ไทยทาน
เปน็ ตน้ ทานประเภทน้ชี าวพุทธเราทราบดแี ละเคยทำ� กันมาประจ�ำนสิ ยั ของผู้เช่ือบญุ
เชอ่ื กรรมตามหลกั ศาสนาทส่ี อนไวอ้ ยา่ งหนงึ่ ทานทไ่ี มเ่ ปดิ เผยในคำ� วา่ “ทาน” อยา่ งหนงึ่
ได้แก่การเสียสละหรือแบ่งปันวัตถุส่ิงของท่ีมีอยู่แก่ผู้ควรได้รับการสงเคราะห์
ซงึ่ เปน็ สงิ่ จำ� เปน็ ทมี่ นษุ ยแ์ ละสตั วบ์ างประเภทจำ� ตอ้ งทำ� ตอ่ กนั ในระหวา่ งสามกี บั ภรยิ า
ระหว่างบดิ ามารดากบั บุตรธดิ า ระหว่างบุตรธิดาด้วยกัน ระหว่างเพอ่ื นฝูง ระหว่าง
อาจารย์กับศิษย์ ระหว่างศิษย์ด้วยกัน ระหว่างเพื่อนบ้านที่ผูกไมตรีจิตเป็นมิตร
สหายกนั จำ� ตอ้ งมเี ครอ่ื งสมานและสง่ เสรมิ นำ�้ ใจเปน็ เครอ่ื งนำ� ทาง ตลอดสตั วเ์ ลยี้ งกบั
เจ้าของลงมาถึงสัตว์ต่อสัตว์ ที่จะพึงปฏิบัติต่อกันด้วยวัตถุเครื่องสงเคราะห์ต่างๆ
ไม่มีประมาณ

ทานในความจำ� เปน็ ทไ่ี มเ่ ปดิ เผยตวั วา่ เปน็ ทานนสี้ ำ� คญั และจำ� เปน็ ตอ่ โลกตลอดมา
อย่างแยกไม่ออก เพราะโลกอยู่ร่วมกันมาด้วยทานประเภทนี้เป็นเครื่องส่งเสริม
ความมนั่ คงของหมชู่ น เปรยี บเหมอื นโครงเหลก็ ในตวั อาคารบา้ นเรอื นหรอื สง่ิ กอ่ สรา้ ง
ตา่ งๆ ฉะนนั้ แมจ้ ะเรยี กวา่ ทานทางธรรมและทานทางโลกเปน็ คกู่ นั กค็ วรจะได้ เพราะ
โลกทอ่ี นเุ คราะหก์ นั เสมอมา กไ็ ดน้ ำ� วธิ ที ง้ั สองนม้ี าใชเ้ ปน็ คเู่ คยี งกนั ไปตามกรณนี นั้ ๆ
ดังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

154

ทรงบำ� เพญ็ พระองคแ์ กพ่ สกนกิ รทว่ั ประเทศไทยเสมอมาไมท่ รงลดละ ซง่ึ เปน็ พระราชกศุ ล
กรณยี กจิ ทค่ี วรสะดดุ ใจแกป่ วงประชาเปน็ อยา่ งยง่ิ ทง้ั ทหาร ตำ� รวจ และประชาราษฎร
เป็นจ�ำนวนมากที่ได้รับพระราชทานพระเมตตาราชานุเคราะห์ ต่างพากันดีอกดีใจ
ชน่ื บานหรรษาและต่นื เตน้ แทบตัวลอย เมือ่ ทงั้ สองพระองค์เสด็จฯ โปรด ณ ภาคใด
ประชาราษฎรในภาคนั้นทราบข่าวว่าจะเสด็จฯ เท่านนั้ ด้วยความตื้นตนั จนขนพอง
สยองเกลา้ ประหนงึ่ ใจไมอ่ ยกู่ บั ตวั ไปตามกนั ทง้ั ทยี่ งั ไมถ่ งึ วนั เสดจ็ ฯ เพราะความดใี จ
มากมายและปรารถนามานาน ท้ังอยากเห็น ทง้ั อยากกราบฝ่าพระบาทชมพระบารมี
ใหส้ มใจทเ่ี หยี่ วแหง้ มานาน แมไ้ ดเ้ หน็ และไดก้ ราบชมพระบารมชี ว่ั ขณะหนง่ึ กอ็ มิ่ เอบิ
ไปนาน เหมือนพฤกษชาติที่รอคอยฟ้าฝนจะโปรยปรายลงมาโสรจสรงล�ำต้นและ
ดอกใบให้สดช่ืนไปสักระยะหน่งึ ฉะน้ัน

ทางภาคอสี านพอทราบขา่ ววา่ จะเสดจ็ ฯ รสู้ กึ ดอี กดใี จตนื่ เตน้ เอามากมาย ถา้ เปน็
โรคชนดิ ทเี่ หมอื นความผาดโผนโลดเตน้ ดว้ ยความยนิ ดตี อ่ ขา่ วเสดจ็ ฯ ของพระบาท-
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯ โปรด
โสรจสรงทางภาคอีสานแต่ละคร้ังแล้ว คงจะไม่มีนายแพทย์คนใดสามารถมาตรวจ
ใหร้ ้สู าเหตขุ องโรค และไมม่ ยี าขนานใดสามารถบ�ำบัดรกั ษาใหห้ ายได้ อาจจะตายทง้ิ
เปล่าๆ มิฉะนั้นก็อาจเป็นคนพิการไปตลอดชาติ แต่น้ีมิใช่โรคท่ีน่ากลัวดังว่านั้น
หากเป็นความตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่งต่างหากที่ยากจะหาได้ ซึ่งท่ีผู้เต็มไปด้วยความ
เคารพรกั ความจงรกั ภกั ดี ความกระหยม่ิ ยม้ิ ยอ่ งปรารถนาอยากชมพระบารมที งั้ สอง
พระองคใ์ นเวลาเสดจ็ ฯ โปรดทางภาคอสี าน

เฉพาะจงั หวัดอุดรธานี เสด็จฯ แต่ละคร้ังรู้สกึ ไดข้ า่ วแปลกๆ ขบขนั เกยี่ วกบั
การเสดจ็ ฯ มาเลา่ ส่กู นั ฟังจนได้ คือเวลาเสด็จฯ ผา่ นตามถนนที่ทางการก�ำหนดไว้
ซง่ึ มีประชาชนคอยรับเสด็จฯ และชมพระบารมอี ยู่สองฟากถนนอยา่ งเนืองแนน่ และ
ยาวเหยียดจนไม่อาจประมาณได้ ขณะนั้นมีท้ังการแย่งชิงกันออกมาอย่างชุลมุน
วนุ่ วาย ทง้ั โดนกนั ชนกนั ทงั้ ผหู้ กลม้ ระเนระนาด ทง้ั เหยยี บยำ�่ กนั ไปขา้ มกนั ไปชนดิ ท่ี
ไมไ่ ดส้ ตสิ ตงั เอาเลย แตด่ อี ยา่ งหนงึ่ ทไี่ มม่ ใี ครถอื สากนั เลย ผทู้ ถี่ กู โดนถกู ชนจนหกลม้

155

พอลกุ ขนึ้ มาไดก้ ร็ บี วงิ่ ดกั ทางนน้ั ทางนเี้ พอื่ ตามเสดจ็ ฯ ชมพระบารมตี อ่ ไปอกี ไมย่ อม
ละความพยายาม ทเ่ี ปน็ เชน่ นน้ั เพราะสองฟากถนนถกู เจา้ หนา้ ทผ่ี รู้ กั ษาความปลอดภยั
กนั้ รว้ั ไว้ กลวั จะออกมาเพน่ พา่ นไมน่ า่ ดู บางแหง่ แมเ้ จา้ หนา้ ทรี่ กั ษาอยู่ ยงั พงั รว้ั ออกมา
เป็นแถบๆ โดยไม่มีใครสนใจว่าอะไรจะเสียหายไปบ้าง เพราะมนุษย์เป็นจ�ำนวน
พนั ๆ หมนื่ ๆ ทมี่ าจากทตี่ า่ งๆ ลว้ นมคี วามจงรกั ภกั ดตี อ่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
และสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ท้ังน้ัน และมาเพื่อรอรับเสด็จฯ และ
ชมพระบารมีโดยเฉพาะเท่าน้ัน แต่เม่ือมาถึงจะไม่สมหวังดังใจหมายก็จะเกิดความ
เสียอกเสียใจมากมาย เพราะในชีวิตของบางคนอาจจะมีเพียงครั้งเดียวเท่าน้ันท่ีจะ
ไดช้ มพระบารมใี นการรบั เสดจ็ ฯ จากนน้ั กไ็ มแ่ นน่ อนนกั อาจจะเปน็ อน่ื ไปกไ็ ด้ สดุ ทา้ ย
รวั้ กพ็ งั ไปเปน็ แถบๆ ประชาชนกแ็ หวกและผลกั ดนั กนั ออกมาจนไดก้ ราบชมพระบารมี
ของทั้งสองพระองค์ซ่ึงก�ำลังเสด็จฯ ผ่านมาอย่างสมใจ ผู้ที่ถูกถูไถเหยียบย�่ำจาก
คลนื่ มนษุ ยจ์ นถลอกปอกเปกิ และบอบชำ้� ไปทง้ั ตวั กม็ จี ำ� นวนมากพอดู ขณะนนั้ ใครก็
มงุ่ หนา้ แต่จะชมพระบารมีทา่ เดยี ว มไิ ดส้ นใจว่าใครจะเป็นอะไร บางรายแมว่ ่งิ หาลกู
สามภี รรยาพลดั กนั ลกู หลงแม่ แมห่ ลงลกู โกลาหลวนุ่ วายไปพกั ใหญก่ วา่ ทงั้ สองฝา่ ย
จะเจอกนั ได้

ท้ังนี้เพราะพระบารมีของท้ังสองพระองค์ท่ีมีพระราชหฤทัยเต็มเปี่ยมด้วย
พระเมตตาตอ่ ไพรฟ่ า้ ประชาชขี องพระองค์ เสดจ็ ฯ ไปทศิ ใดทางใด มปี ระชาชนรมุ ลอ้ ม
คอยชมพระบารมีอย่างหนาแน่น ไม่มีความอิ่มพอในการเห็นในการชมพระบารมี
ไมว่ า่ เมอื งหวั ทา้ ยปลายแดนทน่ี านๆ จะไดช้ มพระบารมสี กั ครง้ั หนงึ่ แมใ้ นพระนครเอง
กเ็ ปน็ ไปในทำ� นองเดยี วกนั เสมอมา กเ็ พราะทานทงั้ สองประเภททพ่ี ระองคท์ รงบำ� เพญ็
ตอ่ แผน่ ดินประจำ� พระราชอัธยาศยั ตลอดมา

ชาวพสกนิกรเราจะไปหาพระมหากษัตริย์ที่ไหนได้อย่างประเสริฐเลิศทุก
พระอาการที่แสดงออกเหมือนท้ังสองพระองค์เห็นจะไม่ได้พบอีกแล้วในผืนแผ่นดิน
นับว่าเป็นวาสนาบารมีที่เกิดมามีพระองค์ท้ังสองทรงเป็นพระชนกพระชนนีปกเกล้า
ปกกระหม่อม ถ้าพูดถึงพระเมตตาคุณก็ทรงแผ่ไปทั่วประเทศ โดยพระราชทาน

156

พระราชทรพั ยอ์ นั เปน็ สว่ นพระองคห์ รอื โดยพระราชกระแสรบั สงั่ ของพระองค์ ใหบ้ ำ� รงุ
ทน่ี ั้นบา้ งบ�ำบัดทีน่ ีบ้ ้าง สง่ เสรมิ หน่วยนั้นบา้ ง บรรเทาหนว่ ยนี้บ้าง หน่วยไหนกองใด
ก็ปรากฏว่าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซ่ึงเกี่ยวกับพระราชภาระหน้าที่ท่ีจะทรง
บำ� เพญ็ และทรงรบั ผดิ ชอบทง้ั นนั้ ทว่ั พระราชอาณาจกั รไทย หากมผี สู้ นใจตามเสดจ็ ฯ
ในพระราชกรณยี กจิ ตา่ งๆ ทท่ี รงดำ� เนนิ มา ซงึ่ พอเหมาะสมกบั ฐานะและกำ� ลงั ของตน
จะท�ำได้บ้าง เมืองไทยเราก็เป็นเมืองที่สมบูรณ์ทั้งด้านวัตถุและศีลธรรมวัฒนธรรม
อันดีงาม ประดับประเทศชาตใิ หร้ ุง่ เรอื งย่งิ ๆ ข้ึนไป ไม่มีสิ่งอับเฉามวั เมามาทบั ถม
บ้านเมืองใหร้ กรงุ รังตอ่ ไป

ศลี มอี ำ� นาจจำ� กดั ความประพฤตทิ ไี่ มด่ ที างกายวาจาใหส้ ะอาด กลายเปน็ ความ
ประพฤติเรยี บรอ้ ยสวยงามทางกายวาจา คนที่มีศีล พูดมที ีจ่ บท่ีลง มสี าระแก่นสาร
ในคำ� พดู พูดมีเหตุมีผล แมจ้ ะพูดมากกม็ ากไปด้วยสารประโยชน์ท่ีควรยดึ เปน็ คติ
เสมอไป ถา้ เป็นไม้ก็เปน็ ประโยชน์ทงั้ ราก ท้ังเปลือก ทั้งกระพ้ี ทง้ั กง่ิ ทั้งใบ ทงั้ ดอก
ทงั้ ผล มสี ารประโยชนร์ อบตวั ของมนั คนผมู้ ศี ลี อยา่ งแทจ้ รงิ ตอ้ งมธี รรม คอื หริ โิ อตตปั ปะ
ประจ�ำใจด้วย ไม่เพียงรกั ษาแตศ่ ลี ตอ้ งมีธรรมดงั กลา่ วปกครองอย่ดู ้วย ไมเ่ ชน่ นนั้
จะกลายเปน็ ศลี แหวกแนว คอื มแี ตค่ ำ� พดู วา่ ตนรักษาศีล แต่ใจผคู้ รองศลี ไม่มธี รรม
ปกครองตัว ใจจึงพาศีลแหวกแนว โลกจึงเรียกกันว่าศีลแหวกแนว ความจริงศีล
ก็ตอ้ งเปน็ ศลี อย่นู ั่นเอง ไมแ่ หวกแนวไปไหน ทวี่ ่าแหวกแนวกเ็ พราะคนตา่ งหากไมม่ ี
สมรรถภาพพอจะรักษากายวาจาของตัวให้เป็นศีลได้ตามแบบของผู้มีศีลอันแท้จริง
ถ้ามีหริ ิโอตตปั ปะธรรมครองอย่ดู ว้ ย ศีลกบ็ รสิ ทุ ธจิ์ รงิ ๆ เป็นบคุ คลท่สี วยงามอยา่ ง
ลกึ ซงึ้ โดยไมม่ เี ครอื่ งประดบั ตกแตง่ ใดๆ มาชว่ ยสง่ เสรมิ เปน็ คนถงึ ความสขุ ทงั้ ทไ่ี มไ่ ด้
ไปสูส่ ถานท่ีเขาว่าเปน็ ความสขุ เป็นคนไม่จนท้ังทไ่ี ม่มีทรพั ย์มากกวา่ โลกทีม่ ีกนั หรือ
ทง้ั ทจ่ี นๆ ผคู้ นเริ่มดบั ทกุ ข์ไดแ้ ตย่ งั ไมถ่ ึงนพิ พาน เพราะศีลเปน็ เครื่องผลติ ความสุข
ศีลเปน็ เครื่องผลิตโภคทรพั ยท์ างใจ ศลี เปน็ เครอ่ื งดับทกุ ข์ทางใจ

ท่านกลา่ วไวท้ ้ายศีลว่า คนจะถงึ สคุ ติได้เพราะศีล ถึงพร้อมด้วยโภคทรพั ยไ์ ด้
เพราะศลี ถงึ นพิ พานไดเ้ พราะศลี ดงั นี้ ผมู้ ศี ลี เปน็ ผมู้ คี วามสขุ ทางใจ โภคทรพั ยเ์ กดิ

157

มีข้ึนมากหรือน้อย ย่อมเกิดข้ึนด้วยความบริสุทธิ์มีมาในทางท่ีชอบ เพราะฉะนั้น
จึงท�ำให้เกิดความสุขได้ ความบริสุทธ์ิในศีล ความบริสุทธ์ิในสิ่งเก่ียวข้องอาศัย
ได้มามีมาด้วยความชอบธรรมท�ำให้เกิดความสุขได้ ถ้าไม่มีศีลคือทุศีล ส่ิงท่ีได้มา
มากหรอื น้อย ได้มาด้วยความไม่มศี ลี ปกครองรกั ษาด้วยความไม่มีศีล ซือ้ มาดว้ ย
ความไมม่ ศี ลี ขายไปดว้ ยความไมม่ ศี ลี นำ� มารบั ประทานใชส้ อยสมบตั ทิ ไี่ มม่ ศี ลี นน้ั ๆ
ด้วยความไมม่ ศี ลี เหล่าน้ี จะได้มามากมาย จะรกั ษาไวม้ ากมาย จะซอ้ื มาไดม้ ากมาย
จะขายไปมากมาย จะนำ� มารบั ประทานหรอื ใชส้ อยมากมาย กเ็ หมอื นไดก้ อ้ นเหลก็ แดง
เผาไฟมา เก็บรักษาก้อนเหล็กแดงไว้ ขายก้อนเหล็กแดงไป น�ำก้อนเหล็กแดงมา
รบั ประทาน ใชส้ อยเปน็ อยหู่ ลบั นอนบนกอ้ นเหลก็ แดงทง้ั นน้ั ซง่ึ เปน็ ไฟดว้ ยกนั ทง้ั กอง
ความสุขท่ีจะเกิดข้ึนจากส่ิงเหล่านี้จึงไม่มี นอกจากจะเป็นไฟท้ังกองท้ังปัจจุบันและ
อนาคตทีเดยี ว ไม่มอี ะไรเป็นสมบตั ิทีพ่ ึงพอใจว่าเป็นของตน แม้จะมีมากกว่ามนุษย์
เทวบตุ รเทวธดิ าในไตรภพ กค็ อื ผมู้ กี อ้ นเหลก็ แดงมากกวา่ โลกนนั้ แล ฉะนนั้ จงึ ไมค่ วร
ต่นื เตน้ ตะเกยี กตะกายไปตามกเิ ลสตณั หาน้�ำเหล็กแดงลน้ ฝ่ัง นอกจากมนั จะฉุดลาก
ผโู้ ลภมากมคี วามอยากไมร่ จู้ กั เปน็ จกั ตาย ไมร่ จู้ กั ผดิ จกั ถกู ไปเผาทงั้ เปน็ เทา่ นน้ั ไมม่ ี
จะได้ประโยชนอ์ ะไรจากมนั เลย

ค�ำวา่ สเี ลน สุคตึ ยนตฺ ิ สีเลน โภคสมฺปทา สีเลน นิพฺพุตึ ยนฺติ นน้ั คือ
คาถาดบั ไฟเหลก็ แดงนนั่ เอง ถา้ กลวั กโ็ ปรดรบี ทอ่ งคาถานใี้ หต้ ดิ ปากตดิ ใจ ฝากความ
ประพฤติกายวาจาใจไวก้ บั ธรรมบทนี้ ประพฤติตวั ใหม้ ศี ลี แสวงหาและได้อะไรมา
ใหม้ ศี ลี เปน็ ผ้พู าหาพาทำ� จะได้เรียกวา่ ได้มาด้วยศีล รกั ษาไวด้ ว้ ยศีล ซ้อื มาดว้ ยศีล
ไมค่ ดโกงขายไปดว้ ยศีล ไมต่ ลบตบตาเขา น�ำมารบั ประทาน ใชส้ อย อาศยั เป็นอยู่
หลบั นอนดว้ ยศลี จะเปน็ ผมู้ คี วามสขุ เพราะศลี มโี ภคทรพั ยส์ มบตั มิ าเสวยสขุ เพราะศลี
จะดับความทะยานอยากได้เพราะศีล มคี วามสุขไปเปน็ ล�ำดับท้ังทีย่ ังไม่ถึงนพิ พาน

ถ้าประพฤติให้เป็นไปด้วยศีลตามล�ำดับด้วยความรักสงวน นิพพานจะเป็น
ของผู้มีศีลบริสุทธ์ินี้อย่างแน่นอนเป็นเจ้าของ ผู้อื่นไม่สามารถจับจองเอาได้ เพราะ
นิพพานไมใ่ ช่ไรน่ าสาโทพอท่ีคนโง่และมีฐานะต่ำ� ตอ้ ยจบั จองไวแ้ ลว้ แตถ่ ูกคนฉลาด

158

และมฐี านะสงู มาจับจองทบั เอาไปเปน็ เจา้ ของเสยี เช่นนนั้ แดนแห่งศีลแดนแห่งธรรม
มคี วามเสมอภาค ไมเ่ หมอื นแดนแหง่ โลก จงึ ไมม่ กี ารยอื้ แยง่ กนั ได้ กรรมดชี ว่ั ของตวั
ผทู้ ำ� เองจะเป็นผ้ตู ดั สินเอง โดยไมต่ ้องหาผูพ้ พิ ากษาหรอื ผหู้ นงึ่ ผู้ใดมาตดั สนิ ให้

ไดก้ ลา่ วทานศลี อนั เปน็ เครอ่ื งมอื สรา้ งวาสนาบารมมี าบา้ งแลว้ ตอ่ ไปนจ้ี ะพยายาม
อธิบายเรอ่ื งภาวนา พอทา่ นผู้อา่ นที่สนใจได้น�ำไปพจิ ารณา

ค�ำว่าภาวนานี้ แปลว่าอบรมหรือขวนขวายกุศลธรรมคือความฉลาดรอบตัว
ให้เกิดข้ึนภายในดวงใจที่เคยหลงกลมารยาของตนอยู่เสมอโดยไม่รู้จักเบื่อหรือ
อม่ิ พอ เพอื่ ใหร้ จู้ กั คดิ หาอบุ ายแกค้ วามพยศของตวั บา้ งเทา่ ทคี่ วรแกก่ ำ� ลงั จะไดม้ เี รอื น
พักของใจพอให้มีความสงบสุขได้บ้าง เรือนที่โลกสร้างขึ้นนั้นทางธรรมท่านเรียกว่า
เรอื นกาย สว่ นเรอื นทสี่ รา้ งดว้ ยกศุ ล ศลี ทาน ภาวนา นท้ี า่ นเรยี กวา่ เรอื นใจ เรอื นกาย
ที่โลกเคยสร้างขึ้นและเคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่ต้นก�ำเนิดจนถึงปัจจุบันนั้น คุณสมบัติ
ของมนั พอทราบกนั ไดท้ วั่ ไป สว่ นคณุ สมบตั ขิ องเรอื นใจมภี าวนาเปน็ ตน้ นี้ เรายงั ไมไ่ ด้
ตั้งใจสร้างเท่าท่ีควร หากจะมีบ้าง โดยมากก็มีแต่คนแก่ๆ ถ้าเทียบกับการสร้าง
เรอื นกายแลว้ ยกกระดานแผน่ เดยี วกจ็ ะไมไ่ หว เพราะคนแกห่ มดเรยี่ วหมดแรง เวลาสรา้ ง
เรอื นใจกน็ า่ จะยกเครอื่ งอปุ กรณก์ ารสรา้ งไมไ่ หวเหมอื นกนั เชน่ นง่ั ไมไ่ หว ตงั้ สตไิ มไ่ ด้
ใจหลงลืม ปัญญาคิดไม่ออก ท�ำนองนี้ แทนท่ีจะยกธรรมบทหนึ่งขึ้นมาภาวนา
แตก่ ลายเป็นไปควา้ เอาธรรมอกี บทหนง่ึ มาภาวนาเสียบา้ ง จงึ รสู้ กึ จะเป็นบา้ นเรอื นขึน้
ไดย้ ากกว่าคนหนุ่มๆ สาวๆ ซ่ึงกำ� ลังว่องไวแขง็ แรง สตกิ ็ดี ปัญญากไ็ ว ใจก็เขม้ แขง็
ความจ�ำก็จ�ำได้รวดเร็วและอยู่ในระดับดีมากแทบทุกอย่าง บรรดาเคร่ืองอุปกรณ์
การปลกู เรอื นใจ แตก่ ารกลา่ วนมี้ ไิ ดป้ ระมาทคนแก่ แตอ่ ยากใหล้ กู ๆ หลานๆ ไดช้ ว่ ยกนั
สบื พระศาสนาดว้ ยการบำ� เพญ็ ทางจติ ตภาวนา คนแกผ่ เู้ ปน็ พอ่ เปน็ แมจ่ ะไดเ้ บาใจยงิ่ ขนึ้
หากลกู ๆ ไดพ้ ยายามปลูกเรอื นใจพอเปน็ ท่ียับยัง้ พกั ผ่อนทางใจ ไมก่ ระวนกระวาย
สา่ ยแส่ไปตามอารมณเ์ ครอ่ื งเสรมิ ไฟมากนกั พอมีเรอื นใจเปน็ ท่พี กั ผ่อนหย่อนใจได้
รับความสงบสุขบ้าง การภาวนาคือการดูเรื่องความบกพร่องและสมบูรณ์ของตัวว่า
ในตวั เรามอี ะไรไมด่ บี า้ ง เรยี กวา่ วชิ าอา่ นตวั เองออกดว้ ยการภาวนา เพราะเรอ่ื งของตวั

159

เปน็ เรอ่ื งใหญโ่ ตมากกวา่ เรอ่ื งอน่ื ใดในโลก การไมห่ ดั อา่ นตวั เองทำ� ใหเ้ กดิ เรอ่ื งยงุ่ บอ่ ยๆ
จึงควรเร่มิ เรียนและปฏบิ ัติจิตตภาวนาเพือ่ ร้เู ร่อื งของตัว

วิธีการของการภาวนามีมาก แต่จะย่นย่อเข้ามาพอให้เหมาะกับก�ำลังของท่าน
ผู้สนใจในขั้นเร่ิมแรก คือเวลานั่งเข้าที่ภาวนา จะน่ังพับเพียบหรือนั่งขัดสมาธิก็ได้
แลว้ เร่มิ นกึ ถงึ บทธรรมที่ตนคดิ ว่าถกู กบั จรติ มพี ุทโธ ธัมโม สงั โฆ หรอื อานาปานสติ
ก�ำหนดลมหายใจเขา้ ออกเปน็ ตน้ บทใดบทหนง่ึ นำ� มาเปน็ บทบริกรรมภาวนา เช่น
พทุ โธๆๆ ไวก้ บั ใจโดยเฉพาะเพยี งบทเดยี ว ไมส่ ง่ ใจไปทอ่ี น่ื มคี วามรสู้ กึ อยกู่ บั พทุ โธเปน็
อารมณอ์ ยา่ งเดียว ใจเมอ่ื อยู่ในอารมณ์อันเดียวโดยมสี ติกำ� กับรกั ษา ยอ่ มจะหยง่ั ลง
สคู่ วามสงบได้ ใจทส่ี งบตวั ลงไดด้ ว้ ยการภาวนาจะเปน็ ใจทสี่ ะอาดผอ่ งใส สงบเยอื กเยน็
เห็นความแปลกประหลาดที่ไม่เคยปรากฏข้ึนภายในจิตดวงสงบน้ันอย่างไม่คาดฝัน
ส่วนการน่ังท�ำภาวนาจะต้องการให้นานสักเท่าไรนั้นตามแต่จะก�ำหนดเวลาเอาเอง
เทา่ ทคี่ วร แตโ่ ปรดระวงั อยา่ ใหค้ วามเกยี จครา้ นกำ� หนดเวลาใหก้ แ็ ลว้ กนั ถา้ ปลอ่ ยให้
นายคนนี้ก�ำหนดให้ มันจะชี้บังคับลงท่ีหมอนนั่นเองมากกว่าจะชี้เวลาให้ท�ำภาวนา
การภาวนานแ้ี ล เปน็ วธิ กี ารของผแู้ สวงหาความสขุ โดยถกู ตอ้ งอยา่ งแทจ้ รงิ และเปน็ วธิ ี
ทไี่ มห่ ลอกลวงใหเ้ กดิ ความฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ ไปในทางผดิ แตเ่ ปน็ ทางดำ� เนนิ ทใี่ ครกต็ าม
ปฏิบัติให้ถูกตามแนวท่ีท่านสอนไว้ จะกลายเป็นคนดีและมีเหตุผลข้ึนกับตัวอย่าง
นา่ แปลกใจ เพราะการภาวนากค็ อื วธิ กี ารอา่ นตวั เองใหร้ คู้ วามผดิ ถกู ชวั่ ดไี ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ยงิ่ กวา่ ผอู้ นื่ จะมาคอยชแ้ี จงความบกพรอ่ งของเราใหเ้ ราทราบเสยี อกี ในขณะเดยี วกนั
ก็เป็นวิธีการก�ำจัดหรือลดละความผิดของตัวท่ีเคยมีมา และปิดก้ันสิ่งไม่ดีท้ังหลาย
มใิ หเ้ กดิ ขนึ้ อกี ตอ่ ไปดว้ ย โปรดนำ� ไปปฏบิ ตั เิ ปน็ ขนั้ ทดลองดเู พอื่ ทราบความมงุ่ หมายวา่
ทำ� ไมทา่ นจงึ สอนใหภ้ าวนา ความจรงิ การภาวนากเ็ พอ่ื ความดงี ามอนั เปน็ ผลยอดเยยี่ ม
ส�ำหรับใจเราเองดงั ท่ีเคยอธบิ ายมาแล้ว ใจที่มเี ช้อื แหง่ ภาวนาติดต่ออยู่บ้าง ไมค่ ่อย
วอกแวกคลอนแคลนไปตามส่ิงต่างๆ อย่างง่ายดาย ยังพอพิจารณาเหตุผลอยู่บ้าง
ไม่คลอ้ ยตามไปทเี ดยี ว ซึ่งบางอยา่ งอาจท�ำให้เสียไปด้วยได้ การกล่าวภาวนาในขั้นน้ี
จงึ ขอกลา่ วเพยี งเทา่ น้ี ถา้ มากไปกวา่ นกี้ เ็ กรงจะเปน็ การฟน่ั เฝอื ตอ่ ไปหากมคี วามสามารถ
และโอกาสอำ� นวยคอ่ ยอธบิ ายตอ่

160

การใหท้ านทกุ ประเภททคี่ วรแกก่ ารหนง่ึ การรกั ษาศลี หนง่ึ การอบรมภาวนาหนงึ่
ท่ีได้อธิบายมาเท่าที่ควรเหล่านี้ คือเคร่ืองส่งเสริมวาสนาบารมีให้สูงส่งข้ึนเป็นล�ำดับ
โปรดถอื เปน็ เรอ่ื งจำ� เปน็ สำ� หรบั เราทกุ ทา่ น อยา่ ทอ้ ถอยเบอื่ หนา่ ยจนเกดิ ความอดิ หนา
ระอาใจไมอ่ ยากทำ� โดยเหน็ วา่ เปน็ ของยากลำ� บากเลยความสามารถของมนษุ ยจ์ ะทำ� ได้
ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดผิดและอาจจะพาเราคิดผิดไปได้เรื่อยๆ เมื่อคล้อยตาม
ไม่มีการหักห้ามต้านทานไว้บ้าง อุบายรักษาตัว คือถ้าจิตคิดว่าเหลือวิสัยที่จะท�ำได้
ก็กรุณาใช้ความคิดเพื่อแก้ไขหรือหักห้ามความคิดเช่นนั้นเสียบ้าง โดยตั้งค�ำถามว่า
“ของดมี คี ณุ คา่ มากทโ่ี ลกปรารถนากนั เราตอ้ งการเหมอื นโลกทวั่ ๆ ไปไหม? ถา้ ตอ้ งการ
แตไ่ มส่ นใจทำ� เหตทุ คี่ วรจะได้ จะไมเ่ ปน็ ความตอ้ งการทเี่ หลอื วสิ ยั และพสิ ดารเหนอื โลก
และธรรมไปละหรือ” เพียงเท่าน้ีใจก็ควรรสู้ กึ ตวั วา่ อยๆู่ กน็ กึ อยากเปน็ คนทีพ่ สิ ดาร
เหนือโลกเขาท้ังท่ีเป็นไปไม่ได้ด้วยความคิดที่ปราศจากเหตุผล การเกิดเป็นมนุษย์
ในชาตชิ น้ั วรรณะใดกต็ าม กค็ วรแกภ่ าวะของผเู้ ปน็ ชาตชิ นั้ วรรณะนนั้ แตส่ ดุ วสิ ยั ของ
ผไู้ มม่ กี ำ� ลงั พอจะเปน็ ไดอ้ ยา่ งทท่ี า่ นเปน็ กนั แตห่ ากเหมาะกบั ความเปน็ อยขู่ องตนเทา่
ทเี่ ปน็ มาและเปน็ อยขู่ ณะน้ี ความเปน็ มนษุ ยช์ น้ั นน้ั ๆ เปน็ สงิ่ ทเ่ี หมาะสมกบั ภมู วิ าสนา
บารมีของตน แต่เป็นส่ิงท่ีเหลือวิสัยของสัตว์เดียรัจฉานจะมาเป็นมนุษย์ได้ ถ้าเข้า
ผดิ ฝาผิดตวั กนั แลว้ กป็ ิดไมล่ งอยู่โดยดี กก็ ารบ�ำเพ็ญความดดี ้วยทาน ศลี ภาวนา
มใิ ชเ่ ปน็ เรอื่ งทผี่ ดิ ฝาผดิ ตวั พอจะแกไ้ ขกนั ไมไ่ ดภ้ ายในใจของเราเอง จงึ ไมค่ วรยนิ ยอม
ให้ความคิดชนิดแหวกแนวทไี่ ม่มีเหตุผลเขา้ มาจบั จองทแ่ี ละตัง้ บ้านเรอื นบนหวั ใจเรา
แลว้ ลากเอาทาน ศลี ภาวนา ซง่ึ เปน็ ของดเี ยยี่ มทค่ี วรจะไดแ้ กเ่ ราอยทู่ กุ ขณะทบ่ี ำ� เพญ็ ไป
โยนลงหลมุ ลงบอ่ ไปเสยี เหลอื แตค่ วามเกยี จครา้ นผลาญตวั เองดว้ ยความคดิ พสิ ดาร
ท่ีโลกมนุษย์เขากลัวและไม่กล้าน�ำมาใช้กัน นี่คืออุบายวิธีการสอนตนด้วยเหตุผล
เพอ่ื ยกระดบั จติ ใหส้ งู กวา่ ความตำ่� ทรามซงึ่ แทรกสงิ อยใู่ นจติ ดวงเดยี วกนั แลว้ ผา่ นไป
ได้อย่างสบายไม่มอี ปุ สรรคในวาระตอ่ ไป

ค�ำที่ควรเช่ือถือได้อย่างสนิทใจในโลกมนุษย์เรา ก็คือค�ำของ “พระ” ได้แก่
พระพุทธเจ้าหนง่ึ พระธรรมดวงบรสิ ุทธิ์ท่ีออกมาจากพระโอษฐข์ องพระพุทธเจ้าหนึ่ง
พระสงฆ์สาวกท่ีด�ำรงความเป็นสามีจิกรรมตามเสด็จพระพุทธเจ้าโดยสุคโตหาทาง

161

ตำ� หนมิ ไิ ดต้ ลอดมาหนงึ่ คำ� ของพระเหลา่ นแ้ี ล เปน็ คำ� ทค่ี วรสลกั ลกึ ลงในดวงใจ ถอื เปน็
เครอื่ งยดึ เหนย่ี วของใจทก่ี ำ� ลงั แสวงหาทพี่ ง่ึ อยตู่ ลอดเวลา ซง่ึ โดยมากมกั พบแตค่ วาม
เหลวไหลเรอ่ื ยมา ไมค่ อ่ ยสมหวงั ดงั ทม่ี งุ่ หมาย สว่ นคำ� ของพระเปน็ คำ� แนน่ อนตายตวั
เพราะองคข์ องพระเปน็ พระทปี่ ระเสรฐิ และเทยี่ งธรรม ผเู้ ชอ่ื ถอื กต็ ายใจ นอนหลบั สนทิ
ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหลอกลวง พระเหล่าน้ีท่านมิได้ปฏิบัติและค้นคว้ามาเพื่อ
โกหกโลกใหง้ มงายและลม่ จม ทกุ ขณะจติ ทที่ า่ นทมุ่ เทกำ� ลงั ลงไปในเวลาปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็
กเ็ พอ่ื รตู้ ามความจรงิ อยา่ งเดยี วเทา่ นน้ั เวลารตู้ ามหลกั ความจรงิ แลว้ ธรรมทท่ี า่ นรเู้ หน็
ก็ยิ่งเพิ่มก�ำลังพระทัยและก�ำลังใจของสาวกให้มีความจริงยิ่งขึ้นท่ีจะประกาศความ
จริงน้ันๆ แก่หมู่ชนด้วยพระทัยและใจที่บริสุทธิ์ตลอดมา พวกเราซ่ึงก�ำลังแสวงหา
ความมนั่ ใจในคำ� แนน่ อนเชน่ นนั้ จะไปแสวงหาจากใครทไี่ หนในโลกมนษุ ยเ์ ราถงึ จะได้
พบค�ำจุใจมายึดถือและด�ำเนินตามโดยไม่มีส่ิงบอบช�้ำใจแฝงมากับค�ำท่ีเข้าใจว่าเป็น
ทเี่ ชอื่ ถอื ไดน้ น้ั ทงั้ นแ้ี มผ้ เู้ ขยี นเองกเ็ คยแสวงหาคำ� ทมี่ นั่ ใจฝากเปน็ ฝากตายจากทต่ี า่ งๆ
รอ้ ยแปดทิศมาแลว้ ยังไม่เคยปรากฏว่า “เจอ” แม้เจอก็มีเรอื่ งปวดหวั ใจแฝงตามมา
ดว้ ยจนได้ จงึ ไดพ้ ยายามแสวงหาคำ� เทย่ี งธรรมในทางนกั บวช เวลาบวชมาแลว้ แมย้ งั
ไม่มีสติปัญญาเห็นคุณของศีล คุณของสมาธิ และคุณของภาวนา ว่าเป็นอย่างไร
อย่างประจักษ์ใจตัวเองก็ตาม แต่ก็เชื่อในความเป็นอยู่ของตนว่าได้รับความร่มเย็น
ทางกายทางใจตลอดมา เพราะอาศัยร่มเงาของพระศาสนาซ่ึงออกมาจากค�ำของ
พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านผู้ควรเช่ือถืออย่างสลักใจ เพียงเท่านี้ก็พอมองเห็น
ความเทย่ี งธรรมและรม่ เยน็ ของพระคอื พระศาสนาแลว้ องคข์ องพระคอื พระพทุ ธเจา้
ผเู้ ปน็ เจา้ ของแหง่ พระสทั ธรรมและองคพ์ ระธรรม องคพ์ ระสงฆ์ กแ็ นใ่ จวา่ คอื องคพ์ ระ
อนั ประเสรฐิ ในไตรภพ ค�ำสั่งสอนท่ีเกี่ยวกบั บาป บุญ นรก สวรรค์ นพิ พาน น้ัน
ทา่ นจะไปหาคำ� โกหกหลอกลวงมาจากไหน เมอ่ื ไมม่ สี ง่ิ โกหกอยใู่ นใจแลว้ สว่ นผจู้ ะรู้
หรือไม่รู้ เหน็ หรอื ไมเ่ ห็นตามนน้ั เปน็ เร่ืองคนมกี ิเลสเครือ่ งปดิ หปู ิดตาปดิ ใจตา่ งหาก
ที่ท�ำไมใ่ หเ้ ห็นตามท่ีทา่ นได้ ไมใ่ ช่เรอ่ื งของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆท์ า่ น ปญั หา
ทีล่ บู ๆ คลำ� ๆ เร่ืองบญุ บาป นรก สวรรค์ นพิ พาน เหล่านจี้ ะได้ตกอย่กู ับผใู้ ด
ถา้ ไมต่ กอย่กู ับพวกเราทเ่ี ช่ือถือตัวเองไม่ได้ ซ่ึงเป็นผู้รบั ผลทเี่ กิดจากความไม่มีหลัก

162

ของตนเท่าน้ัน เพราะไม่รู้เห็นตามค�ำของพระที่ท่านสอนไว้ ปัญหาเหล่านี้ถ้ายังแก้
ไม่ตกไปบ้างเท่าที่ควร ก็ยังจะต้องเป็นภาระให้รับผิดชอบต่อไปตามล�ำดับแห่งชาติ
อันเป็นบ่อแห่งการเสวยกรรมของสัตว์อยู่โดยดี ถ้าแก้ปัญหาในค�ำว่า “ความเช่ือ
กรรมดีช่ัวท่ีตนท�ำข้ึนว่าเป็นสมบัติของผู้ท�ำ” ซึ่งเป็นส่ิงสลักลึกอยู่ในใจให้คลี่คลาย
ออกประจกั ษ์กับตัวซงึ่ เป็นเจ้าของ ก็พอจะลบล้างปัญหาท้ังหลายให้ตกไปเปน็ ลำ� ดบั
เพราะเร่ืองของกรรมเป็นเรื่องใหญ่โตมากในไตรภพ จึงไม่ควรประมาทว่าไม่ส�ำคัญ
การประมาทกรรมว่าเป็นของไม่ส�ำคัญ ก็เท่ากับประมาทตัวเองว่าเป็นคนไม่มีสาระ
สำ� คญั ใดๆ ภายในตัวน่ันเอง ความคิดเช่นน้นั ยงั จะพาตวั ใหถ้ ล�ำเขา้ สรา้ งบาปกรรม
โดยปราศจากความขยะแขยงและหาบความทุกข์ทรมานท่ีไม่คาดฝันอย่างไม่มีทาง
หลีกเลยี่ งได้ เพราะความคิดว่ากรรมไมส่ �ำคญั เปน็ ความคิดที่ลบลา้ งความสำ� คัญของ
มนษุ ยท์ งั้ คนใหส้ าบสญู ไป ยงั เหลอื แตเ่ รอื นรา่ งกบั ลมหายใจปรากฏอยเู่ ทา่ นน้ั ซง่ึ ไมม่ ี
ประโยชนอ์ ะไรเลย ดงั นน้ั คนเราถา้ ยงั มคี วามหวงั พง่ึ ตวั เองดงั ความรสู้ กึ ทมี่ คี วามรกั
สงวนตวั ท่เี ป็นอยู่ในปัจจุบนั น้ี จงึ ควรคดิ หาอุบายทจี่ ะชว่ ยบรรเทาหรอื ลบลา้ งความ
สกปรกอันคอยจะเกดิ ทางกายวาจาใจอยูเ่ สมอใหส้ น้ิ ไปจากตวั โดยล�ำดับ ความหวัง
ก็จะมที างงอกและส�ำเรจ็ ผลได้ ไม่กลายเป็นความหวังทเี่ ปน็ ลมเปน็ แลง้ ไปถา่ ยเดียว
โดยไม่มีจดุ ทหี่ มาย

สิ่งที่เป็นพยานแห่งความมีอยู่ไม่ขาดสูญนั้น คือใจที่มีการแสดงตัวออกจาก
มนุษย์และสัตว์อยู่ทุกเวลา เฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เรานับวันเกิดมากเป็นพิเศษแทบ
จะลน้ โลกอยู่แลว้ แมเ้ ชน่ น้นั ปญั หาการตายแล้วเกิด และตายแล้วสญู กน็ ับวันทวี
และแสดงออกอย่างเปิดเผย ผู้จะคอยให้ค�ำช้ีแจงซ่ึงตกอยู่ในภาวะเช่นเดียวกัน
จึงรู้สึกเป็นภาวะหนักและหมดสติปัญญาเพราะมีมากด้วยกัน ท้ังเป็นไปในแง่ต่างๆ
ตามทรรศนะของแต่ละบุคคล เพียงปัญหาการตายแล้วเกิดก็ไม่สู้หนักใจเท่าไรนัก
พอมองเหน็ เงอ่ื นอยบู่ า้ งวา่ มนษุ ยแ์ ละสตั วม์ กี ารเกดิ อยทู่ กุ วนั เวลาไมล่ ะเวน้ ทนี่ า่ หนกั ใจ
ก็คือ มนุษย์เรานับวันเกดิ มากผิดปกติ ถา้ เป็นน�ำ้ กก็ ำ� ลังจะล้นฝง่ั อยูแ่ ลว้ และกำ� ลงั
หาท่ีระบายไปตามที่ต่างๆ พอมีทางหายใจ นอกจากจะหาที่ขยับขยายออกไปตาม
โลกมนษุ ย์ซงึ่ พอมชี อ่ งวา่ งแล้วยังคดิ พยายามจะขยับขยายไปอยโู่ ลกอื่นๆ อีก เช่น

163

โลกพระจันทร์ เป็นต้น ปัญหาเก่ียวแก่ท่ีอยู่อาศัยและท่ีท�ำมาหาเลี้ยงชีพส�ำหรับ
มนุษยชาติ จึงนับว่าเป็นเรื่องท่ีหนักอยู่มากในปัจจุบัน แทบจะยกไม่ไหวและคอย
จะอบั ปางลงดว้ ยเหตตุ า่ งๆ อยตู่ ลอดเวลาทม่ี นษุ ยเ์ ผลอตวั พอ่ แมก่ บั ลกู ๆ กอ็ กจะแตก
อยแู่ ลว้ เพราะการปกครองเลยี้ งดไู มท่ วั่ ถงึ ทา่ นผปู้ กครองบา้ นเมอื งคนทง้ั โลกกแ็ ทบ
จะไม่มีสมองท�ำงาน เพราะถูกปัญหาของโลกท�ำลายแทบจะกลายเป็นคนปราศจาก
สมองไป แถมยังมปี ญั หาเก่ียวกบั การตายแลว้ สูญซ้อนเข้ามาอกี โลกจะไม่ร้อนเปน็
ดวงอาทิตย์ถึงกับละลายตัวเองไปด้วยหรืออย่างไร ผู้เขียนเองก็หมดปัญญาในเมื่อ
ความผวนผนั ปน่ั ปว่ นของหวั ใจทช่ี อบสงสยั ในสงิ่ ทเี่ ปน็ อฐานะ คอื ใจอนั เปน็ ของมอี ยู่
ดงั้ เดมิ วา่ เปน็ สิ่งทีต่ ้องสญู ไปตามความเขา้ ใจของตนเช่นน้ี ความจริง ความสงสยั ว่า
ตายแล้วสญู นไี้ มค่ วรจะมอี ยใู่ นมวลมนุษย์ ผูไ้ ดร้ ับการศึกษามาดว้ ยดีจากใจทมี่ ีอยู่
กบั ตวั ซง่ึ รบั รอู้ ยตู่ ลอดเวลาทงั้ หลบั และตน่ื ทงั้ เปน็ ธรรมชาตพิ าใหเ้ กดิ สบื ภพสบื ชาติ
อยู่ทุกระยะที่ร่างเดิมสลายตัวลงตามกฎหมายของธรรมชาติ คือความเปลี่ยนแปลง
แตก่ อ็ ดสงสยั ไมไ่ ด้ จำ� ตอ้ งกลายมาเปน็ ภาระใหแ้ บกขนทนทกุ ขจ์ นได้ ใครกต็ ามถา้ มี
ความสงสยั วา่ ตายแลว้ สญู อนั เปน็ เหมอื นยาพษิ ทคี่ อยทำ� ลายความสงบสขุ อยภู่ ายในใจ
อย่างลึกลบั อยแู่ ล้ว ตอ้ งจัดว่าเป็นผ้อู าภพั ความสุขความร่ืนเรงิ ต่ออนาคตทจี่ ะก้าวไป
สู่ความหวงั ที่พงึ พอใจจากกรรมดที ่ีเคยทำ� แล้วในอดีต ขอ้ นีท้ ่านผู้หวังความสุขความ
สมหวังแก่ตัวเพ่ือความเป็นสุขในปัจจุบัน และเพ่ือความรื่นเริงในอนาคต จึงควร
สะดดุ ใจในความสงสยั วา่ ตายแลว้ สญู นเ้ี ปน็ ขา้ ศกึ ประเภททตี่ ดั รอนบอ่ นทำ� ลายความดี
ในปัจจุบันและความหวังในอนาคตของตัวให้ขาดสูญลงอย่างหาช้ินต่อกันไม่ได้
แต่สิ่งท่ีจะพอกพูนตัวของมันให้เจริญย่ิงข้ึน จนหาช่องทางหายใจไม่ได้นั้น คือ
ความทกุ ขท์ รมานในทกุ ภพทกุ ชาตเิ พราะสาเหตมุ าจากคำ� วา่ ตายแลว้ สญู เปน็ ผกู้ นั้ กาง
ทางดีและเปิดทางช่ัวให้ผู้เห็นตามส่ังสมพอกพูนความไม่ดีท้ังหลายไว้เผาผลาญตน
แตก่ ฎอนั ตายตวั ของวฏั ฏะประจำ� จติ นน้ั คอื ตายแลว้ ตอ้ งเกดิ เมอ่ื เชอ้ื พาใหเ้ กดิ ยงั มอี ยู่
ภายในใจ กฎนี้มไิ ดอ้ ยูใ่ ต้อำ� นาจของความสำ� คัญใดๆ ซ่งึ เป็นเพยี งความเหน็ ของคน
มกี เิ ลสเคร่อื งดน้ เดาเปน็ เจ้าเรือนพาใหเ้ ปน็ ไป เพราะเป็นกฎใหญ่ในวงไตรภพ ไม่มี
ผใู้ ดจะเสกสรรใหเ้ ปน็ ไปตามอำ� นาจของตวั ได้ เชน่ เดยี วกบั การคดิ ทำ� ลายพระอาทติ ย์
ด้วยความคิดนึกโดยปราศจากเหตุผล ฉะนั้น กฎธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในไตรภพ

164

ที่มีอยู่ในจิตของสามัญชน ก็คือการท่องเท่ียวในภพน้อยภพใหญ่ท่ีโลกให้นามว่า
เกิดตายน่นั เอง จะเปน็ สิ่งอืน่ เร่อื งอ่ืนมาจากไหน พดู ฟงั งา่ ยๆ กไ็ ดแ้ กส่ ามัญชนและ
สตั วท์ ว่ั ไตรภพนนั่ แล เปน็ ผเู้ ทย่ี วจบั จองวฏั ฏะเพอ่ื เกดิ ตายไมม่ ปี ระมาณของแตล่ ะราย
ฉะนั้น การลบล้างท�ำลายการตายแล้วเกิดตามกฎธรรมชาติอันตายตัวของวัฏวนให้
สาบสญู ไปดว้ ยความสำ� คญั ตา่ งๆ จงึ ไมใ่ ชฐ่ านะจะเปน็ ไปได้ นอกจากจะเปน็ ภยั แกต่ น
เปล่าๆ ท�ำนองก้าวเข้าไปเหยียบกองเพลิงท่ีก�ำลังแสดงเปลวอยู่อย่างเต็มที่ ให้ดับ
ด้วยเท้าเปล่าที่ปราศจากเครื่องป้องกัน แต่เท้าจะกลายเป็นเช้ือเพลิงเครื่องเสริมไฟ
และเปน็ เถา้ ถ่านไปโดยไมม่ ที างเกดิ ผลแมน้ ้อยเพียงใด

อุบายวิธีพิสูจน์การตายเกิดหรือตายสูญให้รู้ตามความจริง ไม่เสียเวลาและ
เปน็ การท�ำลายตนด้วยความคดิ พสิ ดารไปตา่ งๆ ตามมโนภาพนนั้ ควรยึดหลกั ธรรม
ในพระพุทธศาสนาเปน็ หลกั พจิ ารณา ถ้าเป็นเคร่อื งมือกเ็ ป็นเครื่องมือช้นั เอก ถา้ เป็น
หลักวิชาก็เป็นวิชาช้ันเอก ถ้าเป็นเครื่องท�ำลายความสงสัยท้ังมวลภายในใจ ก็เป็น
เครอื่ งทำ� ลายชน้ั เอกอยา่ งทนั สมยั ไมม่ คี ำ� วา่ เหลวไหลแฝงอยเู่ ลย ผตู้ อ้ งการความจรงิ
ความไมเ่ หลวไหล ความเหน็ ภพเหน็ ชาตอิ นั เปน็ โรงงานผลติ ทกุ ขท์ งั้ มวลใหแ้ กส่ ตั วโ์ ลก
ได้รับความทุกข์ทรมาน ควรน�ำธรรมดังกล่าวปฏิบัติต่อตัวเอง ด้วยวิธีภาวนาเพ่ือ
พสิ จู นค์ วามจรงิ จะดว้ ยธรรมบทใดๆ กไ็ ดต้ ามแตจ่ รติ ชอบ จนเกดิ ผลเปน็ ความสงบสขุ
ขึ้นมาที่ดวงใจแสนปล้ินปล้อนหลอกลวงนั้น จะเริ่มเห็นความดื้อความคะนอง
ไมเ่ ขา้ เรอื่ งของใจทค่ี อยแสดงอาการแหวกแนวพาใหห้ ลงเชอื่ อยตู่ ลอดเวลา พรอ้ มทง้ั
ความเห็นคุณของความสงบสุขของจิตที่ไม่เคยประสบมาแต่กาลไหนๆ ค�ำว่าความ
สงบสุข หมายถึงการหยุดนิ่งแห่งการคิดก่อกวนทุกอาการ ทรงตัวอยู่ด้วยความ
เทย่ี งธรรม มคี วามสงา่ และเปดิ เผยตอ่ ตวั เองเปน็ เครอื่ งดำ� รง มผี ลเกนิ คาดหมายเปน็
เครอ่ื งแสดงความอศั จรรย์ มี อกาลโิ ก ความปราศจากกาลสถานท่เี ปน็ เครอ่ื งแสดง
ความพอตวั วา่ ไมห่ วิ โหยอยกู่ บั ใจดวงเคยหวิ โหยมาประจำ� นสิ ยั มกี ารไมเ่ ขยา่ กอ่ กวน
ตัวเองว่าเป็นความสงบสุขอย่างบริสุทธ์ิใจในขณะน้ัน มีความเที่ยงธรรมแน่วแน่ว่า
น้ีคือธรรมชาติท่ีไม่สูญส้ินโดยประการท้ังปวง แม้ร่างกายจะสลายสูญไปจากความ
เป็นมนษุ ย์และสัตว์ มคี วามแน่วแน่แสดงอย่กู ับใจอยา่ งประจกั ษ์วา่ จติ ดวงนมี้ ใิ ช่ผู้

165

เกดิ ตายไปตามธาตขุ นั ธท์ ส่ี ลายตวั ลงไป ดงั ทเี่ คยกลวั กนั ตามความสำ� คญั มาหลอกลวง
แต่เป็นธรรมชาติท่ีทรงภพชาติตลอดมาและตลอดไป ถ้าไม่ก�ำจัดเช้ือแห่งภพที่
แทรกสงิ อยภู่ ายในใหส้ นิ้ ไป และนเ้ี ปน็ ธรรมชาตทิ จ่ี ะไมพ่ าธาตขุ นั ธเ์ ทย่ี วผดุ เทย่ี วเกดิ
อกี ตอ่ ไป ถา้ ไดช้ ำ� ระตนจนหมดเชอ้ื แหง่ ภพแลว้ ธรรมเหลา่ นยี้ อ่ มปรากฏขนึ้ เปน็ ลำ� ดบั
จากการพิสูจน์ทางจิตตภาวนาตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาท่ีประกาศสอนไว้
แต่มิได้เกิดจากความคาดคะเนหรือวิธีอ่ืนใดท่ีผิดจากความจริงแห่งธรรมที่ทรง
สอนไวโ้ ดยถกู ตอ้ งตายตวั ภาระจากการเกดิ การตายเปน็ ภาระทห่ี นกั และกดถว่ งจติ ใจ
ไปนานแสนนานไมม่ เี วลาจบสนิ้ ถา้ ไมส่ นใจแกไ้ ขเสยี แตเ่ วลาทค่ี วร เราทกุ ทา่ นมคี วาม
รักสงวนและหวงั พง่ึ ตวั เองอยู่ทกุ ขณะลมหายใจ ความรสู้ ึกของมวลมนษุ ย์เปน็ เชน่ น้ี
จงึ ควรสำ� นกึ และบำ� เพญ็ ตนตามหลกั ธรรมดงั กลา่ วเพอื่ พสิ จู นต์ วั เองและสง่ิ จอมปลอม
ทซ่ี อ่ งสมุ อยใู่ นจติ มาเปน็ เวลานาน จะมที างเหน็ พษิ ภยั ของมนั ในปจั จบุ นั ทนั ตา อาจใน
วนั นี้ เดอื นนี้ ปนี ้ี หรอื ชาตนิ ้ี กาลใดเวลาหนงึ่ โดยไมส่ งสยั ถา้ ไมป่ ลอ่ ยใหน้ ายขเี้ กยี จ
ผไู้ มเ่ อาถา่ นกบั สารธรรมใดๆ เขา้ มาเหยยี บยำ�่ ทำ� ลายงานนใ้ี หล้ ม้ เหลวไปเสยี ตอ้ งพบ
ความจรงิ คนจรงิ ใจจรงิ ธรรมจรงิ เกดิ จรงิ ตายจรงิ และความไม่เกิดไม่ตาย
ภายในใจ จากการพิสูจน์ด้วยหลักภาวนาน้อี ย่างแนน่ อน

ตามหลกั ธรรมดาทว่ั ๆ ไป มนษุ ยเ์ รามไิ ดเ้ กดิ มาเพอ่ื สรา้ งกรรมทำ� เขญ็ และกอ่ เวร
แกต่ วั และใครๆ แต่ท่ีทำ� ไปโดยมิไดค้ าดหมายไวก้ ่อนเลยน้นั ก็เพราะใจซึง่ เป็นผูน้ �ำ
ได้รับการศึกษาอบรมในแง่ผิดถูกดีช่ัวมาต่างๆ กัน กิริยาที่แสดงออกจึงต่างกันไป
ตามจรติ นสิ ยั ของแตล่ ะราย พระพทุ ธเจา้ ผเู้ ปน็ จอมนกั ปราชญท์ รงฉลาดรอบรบู้ รรดา
ส่ิงท่ีเป็นภัยในใจสัตว์ และคอยโปรยยาพิษออกท�ำลายสัตว์โลกให้ได้รับความ
ทรมานใจจนหาทางออกมไิ ด้น้นั ๆ วา่ เปน็ สิง่ ที่นา่ เกลยี ดน่ากลวั มาก จงึ ทรงประกาศ
สอนธรรมอนั เปน็ โอสถเครอื่ งกำ� จดั ทำ� ลายไวแ้ กม่ วลสตั วพ์ อมที างหลบหลกี ปลกี ทกุ ข์
ไดบ้ า้ ง ไมแ่ ผดเผาจนเกินไป ผมู้ ีนิสยั ใคร่ครวญไม่ลืมตัวจนเกนิ ไป ก็รบี เร่งปฏบิ ตั ิ
บำ� เพญ็ ตนไม่นอนใจ ดังทา่ นพุทธบรษิ ทั บ�ำเพญ็ สืบๆ กนั มาโดยวิธีต่างๆ นับวา่ เป็น
ผมู้ คี วามหวงั อนั ไมเ่ ปลา่ จากประโยชน์ ตอ้ งประสบโชคในวนั หนงึ่ แนน่ อน ชวี ติ ปจั จบุ นั
จะสดชนื่ ความสบื ต่ออนาคตกจ็ ะเจริญรุ่งเรอื งไม่มวี นั อบั เฉาอยา่ งแน่นอน

166

การก�ำจัดความสงสัยภายในใจที่เก่ียวกับบาป บุญ นรก สวรรค์ นิพพาน
ตลอดการตายเกิดหรือตายสูญนั้น ไม่มีเคร่ืองมือใดๆ จะเย่ียมไปกว่าธรรมของ
พระพทุ ธเจ้า เป็นเครอื่ งมอื ถากถางบุกเบกิ เครือ่ งปกปิดใจท้งั มวล มคี วามส�ำคญั วา่
ตายแล้วสูญเป็นต้น จะถูกเพิกถอนท�ำลายออกเป็นช้ันๆ จนหมดส้ินไปโดยไม่
เหลือหลอแม้ปรมาณู และเห็นประจกั ษซ์ ึ่งสง่ิ มหัศจรรย์คอื ใจดวงบริสุทธิอ์ ยู่ภายใน
ดว้ ยการพสิ จู นท์ างหลกั ภาวนา วธิ นี เี้ ปน็ ทางเดนิ เพอ่ื เหน็ ประจกั ษส์ งิ่ ลล้ี บั ทงั้ ฝา่ ยตำ�่ สดุ
ทง้ั ฝา่ ยสงู สดุ ทมี่ อี ยใู่ นใจดวงเดยี วกนั ใจจงึ เทยี บกบั นางงามจกั รวาลทท่ี วั่ โลกตอ้ งการ
แต่ผู้สมหวังโดยมากมักจะเป็นผู้สูงศักดิ์และมีฐานะดีๆ เป็นเจ้าของ ส่วนนางงาม
ในไตรภพคือใจท่ีโลกถือเป็นส่ิงส�ำคัญในตัวคนและสัตว์ รู้สึกจะขาดความสนใจ
อย่างลึกลบั แบบพดู ไมถ่ กู พิกล ท้งั ที่มอี ยูก่ ับทุกคน โดยมากมักจะเปน็ ฝ่ายตำ�่ คอื
กิเลสความเศร้าหมองมืดมนเป็นฝ่ายยึดครองเป็นเจ้าของ ส่ิงน้ันจึงกลายเป็นความ
อับเฉาไปตามเรอ่ื งของสงิ่ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งพวั พัน ดังนัน้ ความงามประเภทนี้จงึ ไม่ค่อยมี
โชควาสนาไดข้ น้ึ โชวบ์ นเวทใี หโ้ ลกไดช้ มเปน็ ขวญั ตาขวญั ใจในปจั จบุ นั ในครงั้ พทุ ธกาล
ก็มีพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ท่านท่ีทรงต�ำแหน่งแห่งความงามอันเลิศน้ี และ
ทรงประกาศธรรมแกป่ วงชนให้ไดด้ ่มื ธรรมรสจนกระเทือนทว่ั โลกธาตุ เทวดาอนิ ทร์
พรหมไดต้ รสั รตู้ ามเปน็ จำ� นวนมาก โลกมคี วามกระหยม่ิ ยมิ้ ยอ่ งอยากไดพ้ บไดเ้ หน็ และ
กราบไหวบ้ ชู าเปน็ ขวัญตาขวัญใจ ระลกึ ไวด้ ว้ ยศรัทธา อุตสา่ ห์ปฏบิ ตั ติ ามอย่างสุดใจ
ยดึ ไวต้ ลอดมา ผมู้ บี ารมแี กก่ ลา้ สามารถตรสั รตู้ ามพระองคน์ บั เปน็ จำ� นวนสบิ ๆ รอ้ ยๆ
พันๆ หมื่นๆ แสนๆ กลายเป็นแดนแหง่ บคุ คลอศั จรรยข์ ึ้นมาในขณะทจี่ ติ บรรลถุ ึง
ความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากเครื่องผูกพันท้ังปวง พระพุทธเจ้าและสาวกทรงประสาท
ความอศั จรรยใ์ หแ้ กโ่ ลกตลอดมาจนถงึ วนั เสดจ็ เขา้ สนู่ พิ พาน แมว้ นั สดุ ทา้ ยทจ่ี ะเสดจ็
นพิ พานกย็ งั มีคนแก่ผูห้ นึง่ ชอ่ื สุภทั ทะ อตุ สา่ หด์ ้นดัน้ มาทูลถามปญั หา สดับธรรมกบั
พระองค์และบวชจนได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ในราตรีนิพพาน เป็นองค์พยานแห่ง
ปัจฉิมสาวกในราตรีที่บรรยากาศก�ำลังสยบซบเซาประหน่ึงโลกธาตุจะดับสูญไปตาม
พระองค์ ซึง่ นับเป็นมหาวิโยคพลัดพรากอย่างใหญห่ ลวง เพราะการปรนิ ิพพานของ
ศาสดาเอกผู้ลือนามในไตรโลกธาตุ ทรงย่ืนประทีปดวงไฟ คือพระธรรมอันแสง

167

สว่างรุ่งโรจน์ทั่วไตรภพจากพระหัตถ์มอบประทานให้สาวกท�ำหน้าที่ส่ังสอนโลกแทน
สว่ นพระองคเ์ สดจ็ เขา้ สนู่ พิ พานอนั เปน็ บรมสขุ ประเภทอกาลกิ ธรรม ไมม่ กี าลสถานที่
เขา้ ไปยงุ่ เกยี่ วก่อกว่ นเหมอื นโลกตายเกดิ ตายสูญทเี่ สกสรรปรงุ แตง่ กนั ไมเ่ ลกิ ไมแ่ ลว้
สักที

ทา่ นผใู้ ดจะสนใจในความงามใดกโ็ ปรดพจิ ารณาตดั สนิ ใจเสยี แตบ่ ดั นี้ ซงึ่ กำ� ลงั
เป็นกาลอนั ควร ถา้ เลยกาลทเี่ ป็นอยู่น้ี กา้ วเข้าสู่มรณกาลแล้วจะหมดหวงั และจะหา
ที่ตั้งตัวพักผ่อนใจไม่ได้เหมือนแดนมนุษย์ท่ีเราอยู่ เพราะแดนแห่งความตายไม่มี
สถานท่ีจอดแวะและพกั ผ่อนตามสบาย กรรมพาไปต้องไดไ้ ป กรรมพาว่งิ ต้องไดว้ ่ิง
กรรมพาลงต้องได้ลง กรรมพาทกุ ข์ต้องได้รับทุกข์ จะอิดเอ้ือนเปล่ียนตัวเพื่อขอทาง
พักผ่อนหรือขโมยหนีย่อมไม่ได้ ไม่เหมือนงานมนุษย์ซึ่งหาทางหลบหลีกยังพอได้
และกรรมพาดตี อ้ งไดเ้ ปน็ คนดี กรรมพาขนึ้ ตอ้ งไดข้ น้ึ กรรมพาสขุ ตอ้ งไดส้ ขุ กรรมพา
พน้ ทกุ ขต์ อ้ งได้พน้ ทุกข์ เพราะกรรมเปน็ ผู้สำ� คัญยงิ่ กว่าส่ิงอืน่ ใดในไตรภพ แมจ้ ะมวั
ปฏเิ สธความสบื ตอ่ แหง่ ภพชาติ และรบั รองยนื ยนั วา่ ตายแลว้ สญู อยอู่ ยา่ งมน่ั ใจกต็ าม
แต่ก็ยังไม่สามารถบังคับใจอันด้ังเดิมซึ่งเป็นของมีอยู่ให้ฉิบหายละลายตัวไปได้อยู่
นนั่ เอง ตอ้ งมอี ยวู่ นั ยงั คำ�่ ตลอดอนนั ตกาล นคี่ อื ฐานะไมค่ วรแตะตอ้ งทำ� ลาย หากสง่ิ นน้ั
ไม่เป็นไปตามความเสกสรร จะกลายเป็นเรื่องเพ่ิมทุกข์แก่ตัวเปล่า ค�ำว่าสาบสูญ
ไมว่ ่าสง่ิ ใดสาบสูญ สิ่งนนั้ ตอ้ งหมดความหมายโดยประการทัง้ ปวง ส่วนใจมใิ ช่เปน็
ส่ิงท่ีหมดความหมาย แต่เป็นส่ิงท่ีทรงความหมายไว้ในตัวอย่างสมบูรณ์ ฉะน้ัน
ใจอันแท้จริงจึงไม่ต้องการความหมายจากสิ่งทั้งปวงในโลก ส่วนใจซ่ึงเต็มไปด้วย
สิ่งแอบแฝงแปลงปลอมจึงมคี วามตอ้ งการสิ่งต่างๆ อยู่อย่างไมม่ ีวนั อิ่มพอ

ผปู้ ระสงคท์ ราบความจรงิ จากใจดวงปลนิ้ ปลอ้ นหลอกลวงแตท่ นตอ่ การพสิ จู นน์ ้ี
กค็ วรท�ำตามแบบที่แนะไว้ จะรู้เหน็ ความจริงจากจิตโดยไมม่ ที างปลีกแวะไปเป็นอ่นื
ถ้ารอไปนานเกรงว่าจิตกับธาตุขันธ์จะแตกสามัคคีกันและหาเวลาพบกันได้ยาก
ไม่เหมือนเพื่อนฝูงหรือสิ่งอื่นๆ ที่จากกันไปยังพอมีเวลาพบกันได้ ส่วนธาตุขันธ์
มนษุ ยเ์ ราแตกจากกันแล้วเปน็ ของไมแ่ น่นอนเลย ถ้าใจดมี กี ศุ ล อยา่ งนอ้ ยกก็ ลับมา

168

เจอความเป็นมนุษย์อีก แต่อาจเปล่ียนรูปร่างลักษณะฐานะสูงส่งข้ึนไปกว่าเดิม
ย่ิงกว่าน้ันก็เปลี่ยนภพภูมิสูงข้ึนไปเป็นล�ำดับ และเลยข้ึนไปถึงแดนแห่งวิมุตติ
อนั เป็นที่สดุ เอ้ือมของทุกขต์ ามแตก่ ุศลท่อี บรมมาพาใหเ้ ป็นไป

พระพทุ ธศาสนา คือ บ่อแหง่ มหาสมบตั ิสารพัดอยา่ งในไตรภพ แดนมนษุ ย์
เปน็ สถานทส่ี ถติ แหง่ ศาสนธรรมอันล�้ำค่า ผ้ปู ระสงคส์ มบัตจิ ากศาสนธรรมจึงไมค่ วร
ปล่อยโอกาสที่มอี ยู่ให้ผา่ นพน้ ไป จะเสียใจในภายหลัง เพราะการเกิดมาเปน็ มนุษย์
ท่ีบรสิ ุทธเ์ิ ตม็ ภูมิอยา่ งเราๆ ท่านๆ นมี้ ไิ ดเ้ ป็นของหาไดอ้ ยา่ งง่ายดาย ในธรรมทา่ น
บอกไวว้ า่ “กจิ ฺโฉ” คอื ของหายากมาด้งั เดมิ ผูไ้ ม่มีภมู คิ วรแก่ความเป็นมนษุ ยแ์ ต่จะ
โผลม่ าผดุ มาเกดิ เปน็ มนษุ ยเ์ อาเลยนน้ั ยอ่ มผดิ วสิ ยั เปน็ ไปไมไ่ ดอ้ ยา่ งแนน่ อน แมฝ้ นื
มาเกดิ ก็จะเป็นทำ� นองสตั วน์ รกตนหน่งึ ทยี่ งั ไม่พน้ โทษ แต่ขโมยเกดิ เปน็ มนษุ ย์ และ
มาบวชเป็นสามเณรในศาสนา พ�ำนักอาศัยอยู่ในวัดท่ีมีชื่อเสียงของพระมหาเถระ
รูปหนึง่ ซ่ึงมีพระเณรเป็นจำ� นวนมาก ในคนื วันหน่ึง มหาเถระผ้ทู รงคุณวฒุ แิ ละเปน็
ท่ีเคารพนับถือของพระเณรและประชาชนทุกชั้นเป็นจ�ำนวนมาก ท่านนิมิตฝันไปว่า
มนี ายยมบาลมรี ปู รา่ งใหญแ่ ละสงู เสมอกฎุ สี องชน้ั ทที่ า่ นพกั อยู่ ทงั้ รปู รา่ งและลกั ษณะ
ท่าทางนา่ กลัวมากเขา้ มาหาทา่ น แล้วถามหาตัวบุรษุ ผชู้ ือ่ วา่ นายสม ผมู้ ีกรรมเบาบาง
บ้างแล้วจวนจะพ้นโทษจากนรก เธอได้รับความผ่อนผันจากการควบคุมเช่นเดียว
กับนักโทษในเมืองมนุษยท์ ี่จวนพน้ โทษไดร้ บั การผ่อนผนั พอประมาณฉะนนั้ แตพ่ อ
สตั วน์ รกตนน้นั ได้ชอ่ งเป็นโอกาสอันดี กค็ ิดเป็นขโมยสองชั้น คอื เม่อื ชาตเิ ป็นมนุษย์
เธอก็เคยขโมยเขาเก่งจนถึงได้ไปตกนรกเพราะกรรมน้ัน ครั้นพอไปอยู่ในนรก
พอได้โอกาสจากการผ่อนผัน เธอก็ขโมยจากนรกกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ทราบว่า
เธอมาบวชเป็นเณรอยู่ในวัดของท่านใช่ไหม และเณรช่ือสมอยู่ในวัดนี้มีหรือเปล่า
ฝ่ายพระมหาเถระกแ็ ปลกใจและบอกดว้ ยความจริงว่า มสี ามเณรชอื่ ดงั กลา่ วมาบวช
และอยูใ่ นวดั อาตมาจริง แตท่ า่ นจะมาเทย่ี วตามหาเธอไปทำ� ไม เวลานเ้ี ธอก�ำลงั บวช
ประพฤติศีลธรรมอยู่ด้วยความเล่ือมใสศรัทธา ควรจะให้อภัยเธอบ้างมิได้หรือ
นายยมบาลบอกว่าไม่ได้ท่าน จะต้องเอาตัวเธอกลับไปนรกเพราะยังไม่พ้นโทษ
เธอต้องกลับไปเสวยกรรมซ่ึงเป็นส่ิงที่เธอสร้างไว้เสียก่อน เมื่อพ้นจากโทษนั้นแล้ว

169

จะมาบวชอีกหรือจะไปที่ไหน ทางนรกมิไดส้ นใจเกย่ี วขอ้ ง แตเ่ วลานจ้ี ำ� เป็นอยา่ งยิง่
ที่จะต้องน�ำตัวเธอกลับไปนรก ทางฝ่ายพระมหาเถระก็พูดย�้ำขอความผ่อนผันอีกว่า
เวลาน้ีเณรกก็ �ำลงั บวชปฏิบตั บิ �ำเพญ็ ดว้ ยความต้ังอกตัง้ ใจ ทงั้ ไมร่ ู้เนอ้ื รู้ตัวว่าแตก่ อ่ น
ตนได้เคยท�ำอะไรไม่ดีไว้บ้าง จึงน่าสงสารและเห็นใจอย่างย่ิง ไม่อยากให้เธอต้อง
พลัดพรากจากเพศเณรอันเป็นเพศท่ีเย็นตาเย็นใจเลื่อมใสของมวลมนุษย์ผู้รู้จัก
บุญบาปอยู่บ้าง แล้วกลับไปเป็นเพศสัตว์นรกทนทุกข์ทรมานเช่นนั้นอีก อาตมา
ขอบิณฑบาตเณรไว้ประพฤติพรหมจรรย์ต่อไป กรรมท่ียังเหลือเล็กน้อยนั้นก็ขอได้
เป็นอโหสิไปเสีย อย่าต้องมาท�ำลายเพศและความดีของเณรให้เสียไปเลย ขอท่าน
จงเห็นใจและอนุญาตให้เณรได้มีโอกาสทรงเพศน้ีต่อไปจนสุดความสามารถแห่ง
ศรัทธาของเธอ จะพอผอ่ นผันให้ได้หรืออยา่ งไร ฝา่ ยยมบาลก็พูดยนื ค�ำว่าไมไ่ ด้ทา่ น
ไม่ว่าท่านไม่ว่าผมและไม่ว่าใครๆ จะขอร้องทั้งน้ันเพราะเป็นเรื่องสุดวิสัย ข้ึนช่ือว่า
กรรมแล้ว ไม่ว่ากรรมดีหรือกรรมไม่ดี ล้วนเป็นส่ิงท่ีมีอ�ำนาจมากเหนือการขอร้อง
การบงั คบั และการวงิ วอนใดๆ ทง้ั นนั้ ถา้ เปน็ การผอ่ นผนั ไดบ้ า้ ง ตวั ผมเองกไ็ มม่ าตาม
หาเณรใหล้ �ำบากและเสียเวลา ผมยอมให้การผ่อนผนั ไปแลว้ แต่น้ีมใิ ช่เร่ืองของผม
ซ่งึ พอพูดกนั ได้ หากเป็นเรือ่ งของกรรม ซึง่ มิใช่ฐานะจะพอเปน็ ไปตามคำ� ขอร้องของ
ใครๆ แมผ้ มมานก้ี ม็ าในนามของกรรมเณรเอง มใิ ชต่ วั ผมเองเปน็ ผมู้ า แตเ่ ปน็ ตวั กรรม
ต่างหากเป็นผู้มา จึงไม่มีอคติแก่ผู้ใด ต้องเป็นไปตามกรรมเท่านั้น พระมหาเถระ
เกดิ สงสยั ถามวา่ ไมใ่ ชต่ วั ผมอยา่ งไร อาตมาไมเ่ ขา้ ใจเลย เพราะกเ็ หน็ ทา่ นเดนิ เขา้ มา
หาอาตมาและถามหาเณรสมอยู่เด๋ียวนี้อย่างสดๆ ร้อนๆ ถ้าไม่เป็นท่านแล้วจะเป็น
ใครทไ่ี หนกนั อกี นายยมบาลพดู กบั ทา่ นวา่ เปน็ ผมจรงิ ในรา่ งยมบาล แตม่ ใิ ชผ่ มในรปู
แห่งกรรมและอ�ำนาจแห่งกรรม ทัง้ สองนน้ั เปน็ เรื่องกรรมของเณร ไมใ่ ช่เร่อื งของผม
พอจะพูดขอความผ่อนผนั กันได้ แมเ้ ณรเองถา้ ทราบวา่ ถูกตามหาตัว เธอก็จะเสยี ใจ
เอาอยา่ งมากและอาจสลบหรอื ตายไปในขณะนั้นก็ได้ เธอเองกไ็ ม่ปรารถนา แต่กไ็ ด้
ท�ำกรรมน้ันมาเสียแล้ว จึงสุดวิสัยท่ีจะแก้ไขให้เป็นอย่างอ่ืนได้ นอกจากต้องยอม
ให้เป็นไปตามหลักกรรมอันเป็นหลักตายตัวเท่านั้น ไม่มีทางหลบหลีกเอาเลยท่าน
เพราะค�ำวา่ กรรมชัว่ น้ี ใครจะเปน็ ผทู้ ำ� ข้นึ กต็ าม ตอ้ งเป็นไปในท�ำนองน้ที ั้งนัน้

170

เมอื่ ตา่ งฝา่ ยตา่ งรอ้ งขอตอ่ รองกนั ไมเ่ กดิ ผลแลว้ พระมหาเถระจงึ ถามยมบาลวา่
เณรนข้ี โมยมาจากนรกนานเทา่ ไรถงึ ไดต้ ามมา เขาบอกวา่ มาไดค้ รเู่ ดยี วเทา่ นนั้ กต็ ามมา
ทำ� ไมถงึ ไดท้ นั มาเกดิ เปน็ มนษุ ยม์ นาและบวชเปน็ เณรเรว็ นกั หนา เวลาของเมอื งมนษุ ยน์ ้ี
นบั วา่ เรว็ เสยี จรงิ ๆ แลว้ เวลานอ้ี ายเุ ณรไดเ้ ทา่ ไรแลว้ ทา่ น มหาเถระตอบวา่ ได้ ๑๖ ปแี ลว้
เขาอทุ านว่า โอโ้ ฮตายจรงิ น่าสงสารเณร กรรมนี้เหลอื ประมาณ ไมย่ อมลดหยอ่ น
ผอ่ นผนั พอใหเ้ ณรไดป้ ระพฤติพรหมจรรยส์ บื พระศาสนาตอ่ ไปบา้ งเลย เขาพูดอยา่ ง
ออ่ นใจประหนงึ่ เปน็ เชงิ เหน็ ใจเณรทไี่ มร่ อู้ ะไรกบั เรอ่ื งนเี้ ลยในขณะนนั้ มวั แตน่ อนหลบั
นอนฝนั เพลนิ ไปตามภาษาของคนไมร่ ู้ แมส้ ง่ิ ทต่ี นทำ� แลว้ กลบั มาเปน็ ภยั แกต่ นทเ่ี รยี ก
ว่ากรรมตามทนั เวลาเขามาหาพระมหาเถระเปน็ ยามดึกสงดั และพดู เป็นเชงิ สงสาร
มหาเถระผู้เป็นอาจารย์ซึ่งเณรเคารพเล่ือมใสมาก และก�ำลังจะหลุดมือจากอ้อมอก
อันอบอุ่นไปในวันรุ่งขึ้นอยู่แล้ว ตามค�ำท่ียมบาลบอกกับท่านว่า ราว ๓ ทุ่มของ
วนั รงุ่ ขน้ึ จะมารบั เณรไป พอนายยมบาลลาจากไปแลว้ ทา่ นกเ็ รม่ิ รสู้ กึ ตวั ตนื่ ขน้ึ เกดิ ความ
สะดุ้งตกใจและเสียใจเป็นก�ำลังแทบสลบไปในเวลาน้ัน เพราะท่านเคยฝันแม่นย�ำ
มากตลอดมา ทั้งองคท์ า่ นเองก็เปน็ พระโพธสิ ัตว์ปรารถนาพุทธภูมิ ท่านเคยปรารภ
ความมุ่งม่ันต่อโพธิญาณของตนให้ใครต่อใครฟังอย่างออกหน้าออกตาไม่มีความ
สะทกสะท้านเลย พอรุ่งข้ึนก็ให้เณรไปนิมนต์พระที่ท่านสนิทและไว้ใจมาหา และ
เลา่ กระซบิ เรอ่ื งนมิ ติ ใหฟ้ งั พรอ้ มกบั กำ� ชบั ไมใ่ หพ้ ดู ใหเ้ ณรสมรู้ และไมใ่ หใ้ ครๆ รดู้ ว้ ย
แม้นิมิตน้ันจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม เพราะกลัวจะเป็นภัยแก่เณรเองและเป็นเรื่อง
ออื้ ฉาวไปไปในทตี่ า่ งๆ ซงึ่ เปน็ สงิ่ ไมด่ ไี มง่ าม พระมหาเถระกบั พระทที่ ราบเรอื่ งเณรแลว้
ต่างก็รู้กันเป็นการภายใน และรอดูเหตุการณ์ตามวันเวลาท่ีนายยมบาลบอกไว้
นบั แตเ่ ชา้ ถงึ เยน็ วนั นนั้ มหาเถระมคี วามกงั วลวนุ่ วายอยกู่ บั นมิ ติ และเณรทเ่ี ปน็ ตน้ เหตุ
ตลอดเวลา จนไม่เป็นอันขบฉันและพักผ่อนร่างกายและจิตใจ ตลอดการงาน
และการปฏิสันถารต้อนรับประชาชนพระเณรที่มาเกี่ยวข้องก็ระงับไปท้ังวัน เก็บตัว
อยลู่ ำ� พงั ภายในหอ้ งกฎุ แี ละพจิ ารณาใครค่ รวญเฉพาะเรอ่ื งนมิ ติ อยา่ งเดยี วดว้ ยความ
ประหลาดใจและสงสารเณรเป็นล้นพ้นท่ีสุดวิสัยจะช่วยได้ เพราะนิมิตประเภทที่
แปลกประหลาดดงั ที่ปรากฏคนื นี้ไม่เคยมมี ากอ่ น แม้ผทู้ ีป่ รากฏให้เปน็ เรื่องในนิมิต

171

กเ็ ปน็ บคุ คลทแี่ ปลกเหลอื ทจี่ ะประมาณถกู ทง้ั รปู รา่ งกใ็ หญโ่ ตกวา่ มนษุ ยธ์ รรมดาเอามาก
ทง้ั ความสงู กส็ งู เสมอกฏุ ติ กึ สองชนั้ ทท่ี า่ นพกั อยู่ ซง่ึ นบั วา่ เกนิ ประมาณทมี่ นษุ ยใ์ นโลก
จะเปน็ ได้ ลักษณะทา่ ทางกน็ ่ากลวั มาก ค�ำพดู ทีเ่ ขาพดู กับท่านผูท้ รงศีลและมีอ�ำนาจ
ทางธรรมภายในใจ ก็เป็นค�ำพูดทเี่ ฉียบขาดบาดใจ แม้จะเป็นค�ำพูดกนั อยา่ งสามญั
ธรรมดามิได้เป็นค�ำกระแทกแดกดัน ก็ยังเป็นค�ำพูดที่เต็มไปด้วยอ�ำนาจราชศักดิ์
อยู่นั่นเอง เป็นที่น่ากลัวและเกรงขามหาผู้เสมอมิได้ในแดนมนุษย์ ในวันนั้นท้ังวัน
พระมหาเถระภาวนาและใครค่ รวญกบั นมิ ติ อยา่ งไมย่ อมขยบั เขยอื้ นไปมาในทศิ ทางใด
มีความสนใจและเศร้าใจในเหตุการณ์เป็นอันมาก ประหน่ึงน่ังดูเปลวไฟนรกก�ำลัง
เผาผลาญสัตว์โลกอยู่ในขณะนั้นอย่างน่าใจหาย ท้ังรอเวลาที่เหตุการณ์นั้นจะมาถึง
ตามก�ำหนดเวลาที่ทราบไวใ้ นค�ำฝนั

กรรมชา่ งรซู้ อกแซกไปจนกระทง่ั เวลานาทขี องนาฬกิ าในเมอื งมนษุ ยต์ บี อกเวลา
อะไรเชน่ นนั้ พอเวลา ๓ ทมุ่ เศษนดิ กเ็ หน็ พระองคท์ ที่ ราบเหตกุ ารณด์ ว้ ยกนั วง่ิ ตะลตี ะลาน
ขึ้นมากุฎีท่ีท่านพระมหาเถระ พร้อมกับเรียนขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือแทบจะไม่เป็น
เสยี งมนษุ ยว์ า่ เณรสมเจบ็ ทอ้ งถา่ ยออกมาเปน็ เลอื ดสดๆ มอี จุ จาระตดิ ออกมาเลก็ นอ้ ย
และเรมิ่ ไปสว้ มไดส้ องครง้ั แลว้ กระผมกร็ บี มาน่ี อาการเปน็ ทนี่ า่ วติ กมาก และการถา่ ยนน้ั
ห่างระยะกันเพียง ๕ นาทีเทา่ นัน้ จึงนา่ วติ กมาก พระมหาเถระถามวา่ เธอเริ่มเปน็
เวลาเท่าไร เริ่มเวลา ๓ ทุ่ม ตามเวลาท่ีนิมิตบอกไว้ไม่มีผิดเลย พระเรียนท่าน
พอจบประโยคคำ� พูด ท้งั พระมหาเถระและพระทม่ี าตามกร็ บี วง่ิ ลงไปกฎุ ีเณรสมและ
ถามอาการ เณรกเ็ ลา่ ถวายวา่ เหน็ จะไมพ่ น้ คนื วนั นแ้ี น่ เพราะความรสู้ กึ ทเ่ี คยมตี อ่ โลก
ปรากฏว่าเร่ิมขาดความสบื ต่อกนั หมดแลว้ ความหวงั ท่ีจะไดอ้ ย่ใู นโลกอกี ตอ่ ไปไม่มี
ความรูส้ ึกเลย มีความจากไปเทา่ นนั้ ท่ีเต็มอยูใ่ นธาตขุ ันธ์และจติ ใจ ทา่ นกเ็ ตือนเณร
เพื่อมีสติในเวลาดับขันธ์ด้วยอุบายที่เข้าใจไว้ก่อนแล้วว่าจะไปไม่รอดดังนิมิตบอก
อบุ ายทท่ี า่ นสอนเณรกพ็ อเหมาะสมกบั เหตกุ ารณท์ กี่ ำ� ลงั เปน็ ไปอยอู่ ยา่ งเรง่ รบี ประหนง่ึ
แทบจะหายใจไม่ทัน ต้องส้วมบ่อยที่เต็มไปด้วยเลือดสดทั้งน้ัน การเจ็บปั่นป่วน
อยู่ภายในน้ัน เหมือนมีเคร่ืองจักรเคร่ืองยนต์ตั้งโรงงานและท�ำงานอยู่ภายในด้วย
เครื่องจักรชนดิ ตา่ งๆ ท่ีหมนุ ไม่มีการหยดุ ยัง้ ประหนึง่ อวัยวะภายในจะขาดออกมา

172

เป็นจุณวิจุณต่อหน้าต่อตาฉะนั้น มหาเถระก็รีบให้โอวาทอย่างกะทัดรัด ถือเอาแต่
ใจความซงึ่ พอจะนำ� มาเขยี นไว้เท่าท่จี �ำไดว้ า่ โรคชนิดท่เี ณรเป็นนี้ เราเองก็ไม่เคยพบ
เคยเห็นมากอ่ น คงจะเป็นโรคกรรมตามทนั กระมัง ท่อี ยๆู่ ก็เป็นขน้ึ มาอย่างปุบปบั
เช่นนี้ การถ่ายแทนท่ีจะเป็นเหมือนธรรมดาที่โลกเคยเป็นกัน แต่แล้วก็กลายเป็น
เลอื ดสดๆ ร้อนๆ ออกมาโดยไมฟ่ งั เสียงหยูกยาอะไรเลยเช่นนี้ กน็ ่าแปลกใจและ
น่าวติ กอยูม่ าก เพ่อื ความไมป่ ระมาทและความไม่พลาดท่าเสียที หากถึงคราวจ�ำเปน็
จรงิ ๆ เณรจงตงั้ สตใิ หด้ แี ละทลู อาราธนาพระพทุ ธเจา้ องคป์ ระเสรฐิ สดุ เขา้ มาไวท้ ดี่ วงใจ
โดยบริกรรมวา่ “พุทโธๆ” อย่าให้เผลอ เผื่อตายกข็ อใหต้ ายกบั ท่านทีเ่ ปน็ องคส์ รณะ
ของใจและยึดไว้จนส้ินลม นี้แลจะช่วยเณรได้ อย่างอื่นเรามองไม่เห็น นอกจาก
พระธรรมดวงเอกน้ีเท่านั้น แม้จิตเณรจะหมดความหวังที่จะอยู่กับโลกต่อไปก็ตาม
แตจ่ ติ อย่าใหห้ มดความหวังพงึ่ พุทโธ และให้ตายกบั พทุ โธนีเ้ ทา่ น้ัน เณรอย่าเสยี ใจ
เพราะการตายนี้ โลกทัง้ โลกจะตอ้ งตายเหมือนเณรนท้ี ้งั นน้ั จะต่างกันอยบู่ า้ งก็เพยี ง
ก่อนและหลัง แม้เราเองผู้ก�ำลังสอนเณรอยู่ขณะน้ีก็ต้องตายเช่นเดียวกับเณร และ
เราก็ก�ำลังเตรียมตัวก่อนตายด้วยความไม่ประมาทในการบ�ำเพ็ญภาวนาและความดี
อย่างอื่นที่เราสามารถอยู่แล้ว เณรประนมมือรับโอวาทของท่านด้วยท่าทางอันสงบ
ยิ้มแย้ม และบรกิ รรมภาวนาด้วยทา่ ทางองอาจกล้าหาญ ไมส่ ะทกสะทา้ นตอ่ โรคและ
มรณภัย ซึ่งเป็นท่ีน่าสงสารเหลือประมาณอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ถึงกับน�้ำตา
พระมหาเถระและพระทรี่ เู้ หตกุ ารณด์ ว้ ยรว่ งพรลู งในขณะนนั้ ซง่ึ เปน็ เวลาเดยี วกนั กบั
ขณะทีเ่ ณรจะส้ินลมดว้ ยทา่ อนั สงบตลอดมา นับแตข่ ณะทไ่ี ด้รับโอวาทจากมหาเถระ
เปน็ ตน้ มา ในเวลาประมาณ ๔ ทมุ่ พอดี ธรรมสงั เวชไดเ้ กดิ แกพ่ ระมหาเถระและพระเณร
ตลอดประชาชนท่ีไปเยี่ยมอาการของเณร สุดวิสัยท่ีจะอดกลั้นไว้ได้ในเวลานั้น
เพราะความสงสารสุดจะกล่าว เฉพาะมหาเถระเกิดความสลดใจต่อกรรมซ่ึงเป็น
สงิ่ ลกึ ลบั เหลอื วสิ ยั ทค่ี นธรรมดาสามญั จะทราบได้ แมจ้ ะเปน็ ทางนมิ ติ ฝนั แตก่ ช็ า่ งตรง
ตามค�ำบอกและเวลาอะไรเช่นน้ัน ทั้งท่ีเคยเช่ือกรรมอย่างฝังใจมาก่อนอยู่แล้ว
ยงิ่ มาเหน็ เร่อื งเณรเป็นประจักษพ์ ยาน ก็ย่งิ ท�ำใหซ้ ึง้ ตอ่ กรรมที่เกยี่ วพนั ตอ่ ชวี ติ จติ ใจ
ของมวลมนุษย์ว่าเป็นเหมือนผักปลาเคร่ืองสังเวยต่อกรรมไม่มีทางหลีกเลี่ยง และ

173

ไม่มีสิ่งใดในตัวมนุษย์ปุถุชนจะฉลาดรู้และแผลงฤทธิ์ว่าตัวมีอ�ำนาจเหนือกรรม
ผคู้ รองไตรภพแต่ผูเ้ ดียว ท่านได้ยึดเหตกุ ารณ์ท่ีประสบนั้นเป็นเทวทูตหรอื ธรรมทตู
เครอื่ งเตอื นสตอิ นั ยอดเยย่ี มประจำ� ใจตลอดมา ชวี ติ รา่ งกายจติ ใจทง้ั มวลอนั เปน็ สมบตั ิ
ประจ�ำองค์ท่าน ได้อุทิศต่อความเชื่อกรรมโดยสิ้นเชิง ไม่มีการแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อ
การหลบหลกี ปลกี ตวั แตอ่ ยา่ งใด แตเ่ ปน็ ความเชอ่ื และมน่ั ใจอยา่ งมนั่ คงวา่ ถงึ อยา่ งไร
ก็ขอให้ได้บ�ำเพ็ญความดีอย่างสมใจเสียก่อน ก่อนยมบาลหรือพระยากรรมจะมา
เอาตวั ไป จะไมต่ อ้ งเสยี ใจภายหลงั วา่ เรายงั ขาดอะไรบา้ งบรรดาความดที ค่ี วรทำ� ในชวี ติ
ทลี่ มหายใจยงั ครองตวั อยู่ เผอ่ื เวลาสน้ิ ลมจะไดส้ น้ิ เรอ่ื งกงั วลไปพรอ้ มๆ กนั เทา่ ทชี่ วี ติ
ไดร้ บั ความผอ่ นผนั จากเหตกุ ารณท์ นี่ า่ สลดสงั เวชใจเหลอื ประมาณมา และไดม้ โี อกาส
บ�ำเพ็ญพรหมจรรย์ตามหน้าท่ีของนักบวชมาถึงวันนี้ นับว่าเป็นผู้มีบุญวาสนาพอ
จะอวดตัวเองได้ว่ามิใช่ผู้ขโมยกรรมอันลามกที่ตนสร้างไว้มาเกิดโดยไม่ยอมรับโทษ
ให้ส้ินกรรมก่อน แต่เป็นผู้มีกรรมพามา พาอยู่ และพาไป เหมือนโลกที่มีกรรม
ทว่ั ๆ ไป นเ่ี ปน็ คำ� รำ� พงึ รำ� พนั ของพระมหาเถระทไี่ ดร้ บั จากเหตกุ ารณข์ องเณรแลว้ นำ� มา
พร่�ำสอนตน ซ่ึงเป็นอุบายท่ีน่าจับใจไพเราะอย่างยิ่ง ยากจะได้พบบุคคลและอุบาย
ทำ� นองน้ี แมผ้ เู้ ขยี นเองกอ็ ดจะวาดภาพไปตามดว้ ยความสลดสงั เวชมไิ ด้ และยงั รสู้ กึ
ประทบั ใจตลอดมาทง้ั ๆ ท่เี ชื่อกรรมอยูแ่ ล้วตามศรทั ธาอำ� นวย

ตามหลักคติธรรมดา คนเราเมื่อยังช่วยตัวเองไม่ได้ก็จ�ำต้องพ่ึงพิงผู้อื่น เช่น
เด็กพึ่งผู้ใหญ่เป็นต้น ถ้ายังเช่ือตัวเองไม่ได้ก็ควรแสวงหาผู้ที่ควรเช่ือถือได้เป็นท่ี
ยึดเหนี่ยวเก่ียวเกาะ จะหาญท�ำไปโดยล�ำพังคนเดียวท้ังท่ีไม่แน่ใจ ย่อมเป็นความ
ไมป่ ลอดภัย หากเสียไปไมว่ ่าจะเสียไปน้อยมากเพียงไร ยอ่ มท�ำความเสียหายและ
บกพรอ่ งแกต่ นและผอู้ นื่ นอ้ ยมากเทา่ จำ� นวนหรอื ขนาดทเ่ี สยี ไปนน้ั ๆ ฉะนนั้ คำ� วา่ เสยี ไป
ไมว่ ่าสมบัตหิ รอื สงิ่ ของใดๆ เสียไป หรือตวั เสยี ไป ใครเสียไป หรอื อะไรๆ เสยี ไป
ไม่ใชข่ องดีทคี่ วรปรารถนากนั โลกถอื ว่าเป็นสงิ่ ไม่ควรทงั้ นนั้ จงึ ควรท�ำความสนใจ
เปน็ พเิ ศษในคำ� วา่ เสยี ไป สมมตุ วิ า่ สมบตั เิ งนิ ทองของเราเสยี ไป สตั วส์ าราสงิ สำ� หรบั ใช้
การใช้งานเพ่อื ค�้ำประกนั ชวี ติ ของเราเสียไป รถราราคาแพงๆ เสยี ไป ลูกหญงิ ลกู ชาย
เสยี ไป ภริยาหรอื สามีคู่ชีวติ ของเราเสียไป พ่อแม่เสยี ไป ญาติมติ รทีส่ นิทไวใ้ จเสียไป

174

การงานของเราเสยี ไป รายไดข้ องเราเสียไป ส่งิ ต่างๆ ท่อี ยูใ่ นกรรมสิทธห์ิ รอื อยู่ใน
ความรับผดิ ชอบของเราเสยี ไป เหลา่ นไ้ี มว่ า่ สิง่ หนงึ่ สง่ิ ใดจะสูญเสียไปน้อยมาก และ
ไม่ว่าจะเสียไปด้วยกรณีใดๆ เราต้องเสียไปด้วยกับสิ่งเหล่านั้น คือเราต้องเสียใจ
เป็นทุกข์ไปด้วยตามเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน เพียงสมมุติขึ้นเป็นตัวอย่างเทียบเคียง
ความเสยี ไปเทา่ นนั้ กจ็ ะมองเหน็ ภาพของสง่ิ ทเ่ี สยี ไป และมองเหน็ ใจเราผเู้ ปน็ เจา้ ของ
ที่รับผิดชอบว่าเป็นภาพที่ไม่พึงปรารถนา แถมยังจะเปิดช่องให้ภาพสมมุติข้ึนนั้น
กลายเปน็ ความจรงิ ขนึ้ มา แลว้ ใจของเราจะเปน็ เชน่ ไรบา้ ง ซงึ่ พอจะเดาไดอ้ ยา่ งไมผ่ ดิ
คนเราถา้ เดาอยา่ งนเี้ รยี กวา่ เดาไมผ่ ดิ เพราะเดามเี หตผุ ลทเ่ี รยี กวา่ ปญั ญา ความคาดการณ์
ล่วงหน้าเพื่อปอ้ งกนั ความผิดพลาดเสียหาย จดั วา่ เป็นความฉลาดรอบตัวและกิจการ
ที่ท�ำตลอดสิ่งท่ีตนเกี่ยวข้องทั่วไป ปัญญาน่ีแลท่ีทางพุทธศาสนาชมเชยอย่างยิ่งและ
ถือเป็นเครื่องมือสำ� คัญส�ำหรับบกุ เบิกอปุ สรรคเคร่อื งกดี ขวางต่างๆ ท้งั ภายนอกและ
ภายในใหเ้ ตยี นราบไปได้ และปญั ญานแี้ ลเปน็ ผเู้ พกิ ถอนกรรมทไ่ี มพ่ งึ ปรารถนาทงั้ หลาย
ให้หมดสิ้นไปจากใจ ความเกิดไม่หยุด ความตายไม่ยอมลดระดับและมีปริมาณ
เพม่ิ ขน้ึ เปน็ ลำ� ดบั ตามจำ� นวนความเกดิ ซงึ่ เปน็ ผเู้ ปดิ ทาง ตลอดความทกุ ขไ์ มม่ ปี ระมาณ
ท่ีเกดิ ตามและท�ำลายสุขภาพทางกายทางใจของสตั ว์ กเ็ พราะความรกรงุ รังของกเิ ลส
อาสวะเป็นผบู้ งการและฝงั เช้อื อยภู่ ายในใจ สนุกปลกู บ้านสรา้ งเรอื น สรา้ งโรงหนัง
โรงลิเกละครและโรงอะไรร้อยแปดบนหัวใจ ก็เพราะมิได้น�ำปัญญาเข้าไปขับไล่
กวาดตอ้ นทำ� ลายเสยี บา้ งใหเ้ บาบางลงพอมคี วามสขุ ทางกายทางใจ ไมด่ นิ้ รนกวดั แกวง่
เหมอื นกงั หันถูกลมพัด ทั้งๆ ทีม่ สี ่งิ บ�ำรุงเพอื่ ความอยู่สบายเท่าที่ควรบา้ ง

บางทา่ นเกดิ ความสงสยั ในการเกดิ ตายหนกั ๆ เขา้ จนกลายเปน็ ความเหน็ ดงิ่ ลง
วา่ “ตายแลว้ สญู ไมม่ ีทางเกิดเป็นอะไรได้อกี ” กม็ ี โดยใหเ้ หตุผลวา่ เพราะเวลา
คนตายแล้ว อะไรกถ็ ูกไฟเผาเปน็ จณุ วิจณุ ไปหมดดงั นี้ ผู้เขยี นได้ยนิ และซกั ถามเอง
แตก่ ็ไม่ปรากฏมเี หตผุ ลอะไรนกั เลย ฟังแลว้ นา่ สงสารมากทที่ ่านผนู้ น้ั ยังมหี วงั อะไรๆ
กบั โลกเขาอยอู่ ยา่ งมนษุ ยท์ วั่ ๆ ไป ทง้ั นอี้ าจจะยดึ เอาภาพของคนทตี่ ายแลว้ ปราศจาก
ความรู้สึกโดยประการทั้งปวง แม้ถูกไฟเผาก็กลายเป็นเถ้าท้ังท่ีเห็นว่าตายแล้วสูญ
ความเห็นเช่นนี้อาจจะยึดเอาภาพของคนตายแล้วปราศจากความรู้สึกโดยประการ

175

ท้ังปวง และเวลาถกู ไฟเผาไหมไ้ ปแลว้ อวยั วะกลายเปน็ เถ้าถา่ นไปหมด ไม่ปรากฏ
มีอะไรเล็ดลอดไปเกิดได้อีกพอจะเช่ือได้ว่าคนตายแล้วไม่สูญ ทิฐิความเห็นผิดน้ี
ส�ำคญั มาก ทำ� คนให้เสียไปอย่างสดๆ ร้อนๆ มากมาย ฉดุ ไมไ่ ด้ ไล่ไม่จน แตเ่ วลา
จะจนก็มาจนกับตัวเองอย่างหาทางออกไม่ได้ จนต่อความทุกข์ซึ่งเป็นสาเหตุมา
จากความเห็นผิดที่มีกิเลสเป็นผู้บงการให้ท�ำ ซ่ึงไม่มีมนุษย์และสัตว์ตัวใดต้องการ
แต่กจ็ ำ� ต้องรับผลนั้นๆ เฉพาะอยา่ งยิง่ คอื ใจท่เี กดิ ความทกุ ข์เพราะความรัก ความชัง
ความโกรธ ความเกลียด ความกลัว เป็นสาเหตุ แต่ไม่สามารถละหรือตัดสาเหตุ
เหลา่ นน้ั ออกจากใจไดด้ ว้ ยวธิ ที ถี่ กู ตลอดสง่ิ ทก่ี ลา้ คดิ กลา้ พดู กลา้ ทำ� ตา่ งๆ ทงั้ ทเี่ หน็
ว่าไม่ถกู ไม่ควร ลว้ นเปน็ สิ่งที่จ�ำตอ้ งยอมใหส้ ิ่งนนั้ ๆ ผลติ ผลเปน็ ทุกข์อยา่ งอิสรเสรี
โดยไมถ่ กู จำ� กดั ปดั เปา่ เสยี บา้ งเลย และเปน็ อนั ยอมรบั ไปในตวั ทงั้ ทไี่ มป่ รารถนา นแี้ ล
คือความจนตอ่ เร่ืองของตวั

การตาย จะสูญหรือไม่สญู ตามความส�ำคัญของใจท่ไี ม่มขี อบเขตเป็นผู้คิดและ
ผลิตขึ้น ย่อมเป็นภาระจ�ำต้องยอมรับผลของมันโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าตนสร้างกรรม
หรือไม่จากความคิดผิดนั้นๆ ความคดิ เหน็ และความสำ� คัญตอ่ สงิ่ ตา่ งๆ น้นั เปน็ การ
สร้างกรรมอยู่โดยดี ผลจะสูญสิ้นไปไม่ได้ แม้จะเข้าใจว่าตายแล้วสูญอยู่วันยังค่�ำ
ก็ยังถือว่าเป็นการสร้างกรรมเพื่อตัวเองอยู่วันยังค�่ำอยู่น่ันเอง ความจริงเราเป็น
ผรู้ ับผิดชอบตัวเราเองทกุ กรณี จงึ ควรทราบวธิ ปี ฏบิ ตั ิต่อตัวเอง เฉพาะอย่างย่ิงการ
ปฏบิ ตั ติ อ่ ใจซงึ่ เปน็ หลกั ใหญ่ ควรไดร้ บั ความสนใจเปน็ พเิ ศษ เพราะเปน็ ผจู้ ะดำ� รงตวั
ต่อไปโดยไม่มีก�ำหนดว่าเท่านั้นกัปเท่านี้กัลป์ เน่ืองจากใจมิได้อยู่ในกฎเกณฑ์ของ
ขอบเขตแหง่ สถานทก่ี าลเวลา แตเ่ ป็นอกาลโิ ก โดยลำ� พงั ตนเองตามธรรมชาติ ดงั นนั้
การที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปจับจองยึดครองเอาตามอ�ำนาจด้วยความส�ำคัญใดๆ
ทปี่ ราศจากเหตผุ ล มคี วามสำ� คญั วา่ “ตายแลว้ สญู ” เปน็ ตน้ จงึ อดไมส่ บายใจดว้ ยไมไ่ ด้
ทง้ั นเ้ี พราะไมเ่ หน็ ความสำ� คญั ของใจตลอดมาพอสมควร ทงั้ ดา้ นความผาดโผนโลดเตน้
ท้งั ด้านความสงบสขุ อันเกยี่ วกับส่งิ เก่ยี วขอ้ งพาใหเ้ ปน็ ไป วา่ เป็นธรรมชาติท่ีสามารถ
แสดงฤทธไิ์ ดอ้ ยา่ งมหศั จรรยเ์ กนิ ความคาดหมายใดๆ เราพอทราบฤทธเ์ิ ดชของใจได้
จากการฝึกอบรมตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาโดยวิธีต่างๆ ด้วยความสนใจ

176

โดยเริ่มสังเกตแต่ต้นท่ีใจยังไม่เคยได้รับการอบรมศึกษามาเลย กิริยาที่แสดงออก
ด้วยก�ำลังความผลักดันของฤทธิ์เดชฝ่ายต่�ำท่ีมีภายใน รู้สึกว่ารุนแรงมากมายแทบ
ทกุ อารมณท์ ใ่ี จตอ้ งการ โดยมไิ ดค้ ำ� นงึ วา่ ผดิ หรอื ถกู ตอ้ งแสดงความบกพรอ่ งตอ้ งการ
ออกมา ทง้ั วิธยี ุแหยก่ อ่ กวนต่างๆ ท้งั วิธที �ำลายตัวเองให้เสียหายย่อยยับแบบไม่รูจ้ ัก
ยับย้ังช่ังตวงบ้างเลย ทั้งจะเอาให้ได้สมใจโดยไม่ค�ำนึงว่าควรหรือไม่แม้เพียงใด
พยายามเขย่าก่อกวนด้วยอารมณ์ต่างๆ ไม่มีประมาณ จนเป็นท่ีน่าร�ำคาญมาก
แทบตง้ั ตวั ไมต่ ดิ ในบางครง้ั ฉะนนั้ คนเราจงึ มที างเสยี ไดเ้ พราะความผาดโผนรนุ แรง
ของอารมณ์ภายในใจดวงพยศเขย่าอย่างไม่ปรานีปราศรัยหรือโอนอ่อนผ่อนเบาต่อ
ใครๆ เลย พอไดร้ บั การอบรมฝกึ ฝนดว้ ยธรรมโดยวธิ ตี า่ งๆ โดยมกี ารอนโุ ลมตามบา้ ง
ไม่หักล้างจนเกินไป เป็นเพียงสอดส่องดูด้วยเหตุผลเพ่ือไม่ให้เสีย มีการหักห้าม
ด้วยเหตุผลไม่ปล่อยตามใจบ้าง มีการหักห้ามบังคับกันอย่างรุนแรงด้วยเหตุผล
แบบเอาตายเข้าเป็นประกันบ้าง ในบางครั้งจิตยอมจ�ำนนและท�ำตามค�ำสั่งท่ีต้อง
ด้วยเหตผุ ลไม่ดื้อดึงฝา่ ฝืนตามใจชอบ ในบางกาลจติ พาลหาเรอื่ งวา่ เราจะทรมานให้
เขาตายโดยไม่เกดิ ประโยชน์ และแสดงการตอ่ สู้ ถา้ เขาชนะเราด้วยพลการก็จำ� ต้อง
ผอ่ นไปบา้ ง เพราะก�ำลงั สตปิ ัญญายังมไี ม่พอ ตอ้ งยอมทนทกุ ข์เสียใจไปบา้ ง และ
คดิ มมุ านะผกู อาฆาตไวแ้ บบนกั ธรรมวา่ คราวนเี้ รายอมใหเ้ ขาไป แตค่ ราวหนา้ ตอ้ งปราบ
ใหอ้ ย่มู ือ แบบให้เข็ดหลาบด้วย แบบยอมจ�ำนนดว้ ย ฝนื กันไปไสกันมา ผลัดกนั รกุ
ผลดั กนั รบั ผลดั กนั แพ้ ผลดั กนั ชนะ ไปทำ� นองนน้ั ดว้ ยความเพยี รพยายามไมล่ ดละ
นานไปใจก็ค่อยยอมรับธรรมเข้าสู่ตน โดยการยอมรับเหตุผลไปวันละเล็กละน้อย
นานไปความฝา่ ฝนื ดอ้ื ดงึ กเ็ บาลง เพราะเหตผุ ลพาใหเ้ ปน็ ไป และหายพยศลดทฐิ มิ านะ
ความคดิ เหน็ ทช่ี ว่ั ลงไปทกุ วนั คนื เดอื นปี ความเคยชนิ ตอ่ การฝกึ ฝนอบรม ตอ่ การสำ� รวม
ระวังตนด้วยธรรม ต่อความอดกลั้นขันตี ต่อความพากเพียรและต่อส่ิงเกี่ยวข้อง
ทเี่ หน็ วา่ เคยเปน็ พษิ เปน็ ภยั ยอ่ มซมึ ซาบเขา้ สจู่ ติ ใจทกุ วนั เวลา และนบั วนั กลายเปน็ ใจ
ที่มีธรรมและอ่อนโยนน่ิมนวลต่อตนเองและผู้อื่นไปเป็นล�ำดับ ใจไม่ชอบก่อกรรม
กอ่ เวรกับผู้ใด ไม่ชอบเบียดเบยี น ไมช่ อบเอารัดเอาเปรยี บเพอื่ นมนุษยต์ ลอดสตั ว์ท่ี
อย่รู ว่ มโลก ทัง้ ทีเ่ คยเป็นมาในทางไมด่ จี นชนิ ใจไมน่ ึกวา่ จะกลบั ตัวได้ แต่ใจทไี่ ดร้ บั

177

กระแสธรรมเขา้ สตู่ นโดยสมำ่� เสมอดว้ ยการอบรมฝกึ ฝน กค็ อ่ ยๆ เปลย่ี นความคดิ เหน็
ทเ่ี ปน็ ฝา่ ยชว่ั มาเปน็ ฝา่ ยดโี ดยลำ� ดบั มคี วามสงบสขุ เปน็ เพอื่ นอยรู่ ว่ มใจ มคี วามเมตตา
สงสาร มคี วามเห็นอกเห็นใจเพอื่ นมนษุ ยต์ ลอดสตั ว์ทัง้ หลายเป็นธรรมคใู่ จ มคี วาม
เป็นอยู่อย่างง่ายๆ ไม่ฟุ้งเฟ้อเผลอตัวกับส่ิงที่เคยเผลอและเคยเสียเปรียบมาแล้ว
ไม่ชอบท�ำในส่ิงไม่มีเหตุผลในทางไม่เกิดประโยชน์ ไม่ชอบเพ่งเล็งโทษคนอื่น
มากกว่าเพ่งเล็งโทษของตัว ไม่ชอบมองคนอื่นไนแง่ร้าย แต่ชอบมองในแง่เหตุผล
ทั้งที่เคยชอบเพ่งเล็งในแง่ตรงข้ามเสมอมาตามนิสัยของคนมีกิเลสที่ชอบเข้าข้าง
ตัวเองเสมอมา แตธ่ รรมเปน็ มชั ฌมิ า มีความเปน็ กลาง มีความสม�่ำเสมอเปน็ ทีด่ �ำรง
ผู้บ�ำเพ็ญธรรมจนเห็นผลประจักษ์ใจข้ึนโดยล�ำดับ ย่อมเปล่ียนแปลงจิตใจให้
กลบั กลายตวั เองไปตามธรรมวนั ละเลก็ ละนอ้ ยเทา่ ทธี่ รรมเขา้ สใู่ จเพยี งไร จนกลายเปน็
ผู้มีความรู้ความเห็นตรงตามธรรมคือหลักความจริงไม่เอนเอียง เป็นผู้สม่�ำเสมอ
ไม่ล�ำเอียงทั้งต่อตัวและต่อสิ่งภายนอก โดยเห็นเป็นส่ิงเสมอกันตามหลักธรรมชาติ
การมองดูตัวด้วยธรรมกับสิ่งเก่ียวข้องดีชั่วท่ีพัวพันไม่มีวันลดละ จนกลายเป็น
คนไม่มีเวลาลดละความเพียรทั้งกลางวันกลางคืน ยืน เดิน น่ัง นอน กิเลส
ความลามกโสมมมีมากน้อยภายในใจย่อมทราบได้จากการสังเกตสอดรู้ด้วยสติ
ปญั ญาไมล่ ดละลา่ ถอย และถอดถอนขน้ึ เปน็ ระยะๆ แมค้ วามสำ� คญั วา่ “ตายแลว้ สญู ”
ท่ีเป็นความสกปรกโสมมของกิเลสประเภทหนึ่งซึ่งแอบมาตั้งรากฐานบ้านเรือน
อยภู่ ายในใจ กถ็ กู ขบั ไลไ่ สสง่ ออกจนหายซากไปจากใจ สดุ ทา้ ยแทนทใ่ี จจะสญู สนิ้ ไป
ไม่มีเหลอื แตก่ ลบั เปน็ ฝ่ายกิเลสตัวกล้าหาญอาจเอ้ือมกลา่ วตวู่ ่า “ตายแล้วสญู ” นัน้
สูญส้นิ ไปจากใจเสียเอง ใจที่เคยถกู กลา่ วหาวา่ เปน็ ผสู้ ูญสิ้นเลยกลบั เปน็ ใจที่บริสทุ ธิ์
วิมุตตพิ ทุ โธข้นึ มาทง้ั ดวง

พทุ โธดวงนแ้ี ลทที่ ำ� พระสทิ ธตั ถะใหเ้ ปน็ ศาสดาสอนธรรมแกโ่ ลก ธรรมทโี่ ลกได้
กราบไวบ้ ูชาฝากเป็นฝากตายตลอดมาจนถงึ พวกเรา ก็สถติ อยู่กับพระทยั ดวงวมิ ตุ ติ
พทุ โธของพระพทุ ธเจา้ นน่ั แล พระองคท์ รงอาราธนาออกมาประกาศเปน็ ธรรมสอนโลก
พระสาวกและชาวเราจึงได้สดับตรับฟังและปฏิบัติตามจนเกิดความรู้ความเห็นไป
ตามสติปัญญาของตนๆ ตลอดปัจจุบันน้ี ส่วนกิเลสโสมมประเภทหลอกลวงว่า

178

ตายแล้วสูญนั้น ไม่ปรากฏว่าได้ส�ำเร็จเป็นความบริสุทธ์ิพุทโธขึ้นมาและส่ังสอนโลก
ให้ได้กราบไหว้บ้างเหมือนใจดวงท่ีถูกกล่าวหาว่า “สูญ” แต่กลับหายซากไปแบบ
สูญส้ินจากใจดวงส�ำเร็จเป็นพุทโธ ไม่มีวันกลับมาครองอ�ำนาจหลอกลวงได้อีกแล้ว
สรุปแล้วก็คือส่ิงหลอกลวงนี่แลเป็นสิ่งท่ีสูญสิ้นไป จิตใจจะสูญส้ินไปไม่ได้ แม้ยัง
ไมบ่ รสิ ทุ ธก์ิ ต็ อ้ งทอ่ งเทย่ี วไปตามกรรมอนั เปน็ สง่ิ เกยี่ วขอ้ ง ดงั ทโ่ี ลกใหน้ ามวา่ เกดิ ตาย
น่ันแล ใจมีการเปล่ียนแปลงความรู้สึกได้ตามสิ่งท่ีเข้าไปแทรกซึม ถ้ากิเลสอาสวะ
เขา้ ไปแทรกซมึ ใจก็เปน็ อาการของกิเลสหรือเป็นกเิ ลสไปตามแตก่ ิเลสประเภทน้ันๆ
ชอบแสดงอาการอยา่ งใด ใจกแ็ สดงอาการอยา่ งนนั้ ถา้ ธรรมเขา้ ไปแทรกซมึ ใจ ใจกเ็ ปน็
อาการของธรรมหรือเป็นธรรมขึ้นมา ดังท่ีได้อธิบายมาเป็นล�ำดับเกี่ยวกับใจที่ยัง
ไมเ่ คยไดร้ บั การอบรม และไดร้ บั การอบรมมาเปน็ ชนั้ ๆ ตลอดจนไดร้ บั การอบรมอยา่ ง
สมบรู ณ์เตม็ ทแี่ ล้ว ใจยอ่ มแสดงความเปลยี่ นแปลงความรู้สกึ ไปตามธรรมเปน็ ล�ำดบั
จนถึงขั้นตายตวั คอื แกน่ ใจ แก่นธรรม แกน่ คน ยอดใจ ยอดธรรม ยอดคน
ถา้ เป็นหญงิ ก็คือยอดหญงิ เปน็ ชายก็คือยอดชาย เป็นพระกค็ อื ยอดพระ เป็นเณร
ก็คอื ยอดเณร ผดิ กับยอดใดๆ ในไตรภพ ท่านผู้ประสงค์อยากเปน็ ยอดคนกก็ รุณา
สนใจปฏบิ ตั ติ อ่ ใจใหถ้ ูกทาง

ผลท่ีเกิดจากการอบรมฝกึ ฝนตนด้วยธรรมไมล่ ดละความพยายาม ยอ่ มทำ� ให้
คนชัว่ กลายเปน็ คนดี ใจชว่ั กลายเป็นใจดี และท�ำใหผ้ ูม้ ีธรรมอยแู่ ลว้ กลายเปน็ คนดี
ขนึ้ ไปไมม่ ที ส่ี นิ้ สดุ จนกลายเปน็ คนอศั จรรย์ ใจอศั จรรย์ ลอื กระฉอ่ นทว่ั ไตรโลกธาตุ
ดังพระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์เป็นตัวอย่าง อย่างน้อยใจมีเหตุผลเพียง
อย่างเดียว ภาระท่ีเกี่ยวข้องกับตัวน้อยมากซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของใจเป็น
ผ้ดู �ำเนินงาน ยอ่ มกลายเป็นสง่ิ ท่มี เี หตุผลและสะดวกราบร่ืนไปตามเราผู้เปน็ เจา้ ของ
ครอบครัว ผวั เมยี ลกู เตา้ เหลา่ กอในครอบครวั อยูร่ ว่ มกันดว้ ยธรรมคอื เหตุผลเปน็
เคร่ืองปกครองเช่ือมโยง ย่อมมีความผาสุกเย็นใจ สามีก็มีเหตุผลเป็นสมบัติ
เครอื่ งดำ� เนนิ ภรยิ ากม็ เี หตผุ ลเปน็ สมบตั เิ ครอื่ งดำ� เนนิ ลกู ๆ ตา่ งกม็ เี หตผุ ลเปน็ สมบตั ิ
เครอ่ื งดำ� เนนิ ไมน่ ำ� ยาพษิ คอื ความอยากแบบนำ้� ลน้ ฝง่ั มาทำ� ลายกนั ไมน่ ำ� ความปลอ่ ย
ตามใจชอบแบบไมม่ ฝี ง่ั มีฝาเข้ามาทำ� ลายกนั ครอบครัวผัวเมยี พอ่ แมล่ ูกเต้าเหล่ากอ

179

ในครัวเรือนนั้นๆ ย่อมมีความผาสุกเย็นใจ สมกับมีสามีไว้เพ่ือความอบอุ่นพูนผล
เปน็ ต้นสกุลในครอบครัว มภี รยิ าไว้เพ่ือความปลอบโยนรบเร้าในคราวมีทกุ ขใ์ หเ้ กดิ
ความผาสุกเย็นใจ มีบุตรธิดาไว้เพ่ือระบายคลายทุกข์มีความผาสุกและอบอุ่นใน
ครอบครวั และสมกับทกุ คนมไิ ด้ม่งุ ปรารถนาทจ่ี ะหาสามมี าท�ำลายหัวใจ และสังหาร
ทรัพย์สินที่มีอยู่ให้บอบช้�ำและล่มจมไป และหาภริยามาท�ำโทษโกรธกร้ิวห้ิวกระเป๋า
สมบตั ทิ ส่ี ามหี ามาไดว้ งิ่ ตามชายชเู้ พอื่ เปน็ หญงิ บำ� เรอ จนสามไี มม่ เี งนิ ทองเหลอื ตดิ ตวั
พอได้เป็นค่าเสบียงเล้ียงลูกๆ แม้เพียงบาทเดียว ลูกก็มิได้เป็นลูกวอดวายท�ำลาย
ทรพั ยข์ องพอ่ แมใ่ หล้ ม่ จมฉบิ หาย ตา่ งฝา่ ยตา่ งมสี มบตั คิ อื ธรรมในใจเปน็ เครอื่ งบำ� รงุ
ส่งเสริมน�้ำใจซึ่งกันและกัน ครอบครัวผัวเมียและลูกเต้าเหล่ากอครัวเรือนน้ันๆ
แสนสบายหายกังวลหว่ งใย เพราะไมม่ ไี ฟภายในเกดิ ขึน้ เผาผลาญกัน ต่างคนต่างมี
ความสขุ ความสำ� ราญ ปราศจากความรำ� คาญเครอ่ื งกอ่ กวนตา่ งๆ ตา่ งคนตา่ งประกอบ
การงานตามหน้าท่ีของตน ต่างคนต่างแสวงหารายได้มาค้�ำจุนอุดหนุนครอบครัว
สมบตั ไิ มม่ ที างรวั่ ไหลเขา้ ปากแรง้ ปากกา การจา่ ย จา่ ยไปนอ้ ยมากเพยี งใด ผลทเี่ กดิ จาก
การจ่ายก็กระจายความสุขไปตลอดครอบครัว เมื่อต่างคนต่างมีธรรมเคร่ืองด�ำเนิน
ทางความประพฤติ ไมป่ นี เกลยี วไปจากเหตผุ ลคอื ความถกู ตอ้ ง เรอ่ื งทะเลาะววิ าทกนั
กไ็ มม่ ี ความอย่ดู กี นิ ดีกม็ ที างดำ� เนนิ ไปโดยสะดวก ผ้อู ุตส่าห์อบรมตนด้วยธรรมทาง
ความประพฤติไดเ้ พียงเท่านี้ ก็เห็นเปน็ สขุ อยมั ภทันตา สามกี ไ็ ม่กรวิ้ ภรยิ ากไ็ มโ่ กรธ
ต่างไม่แสวงหาโทษมาทับถมโจมตีกันด้วยเร่ืองต่างๆ นี่คือสวรรค์ในครอบครัวแห่ง
เมอื งมนษุ ยเ์ รา ท่านผ้ไู มเ่ คยเห็นสวรรคว์ ิมานบนสวรรค์ ก็โปรดสนใจปฏบิ ตั ติ ัวให้
ถกู ตอ้ งตามคลองธรรมทเ่ี หมาะกบั ฐานะของตน ทา่ นจะไดช้ มสวรรคว์ มิ านในครวั เรอื น
ของท่านเองทเ่ี ต็มไปด้วยเทวบตุ รผมู้ ใี จเป็นธรรม เทวธดิ าผมู้ ีใจเป็นทพิ ย์ คือ สามี
ภรรยามคี วามรกั สงวนกนั เทดิ ทนู นำ�้ ใจกนั เหน็ อกเหน็ ใจกนั วา่ เปน็ ของมคี ณุ คา่ ยง่ิ กวา่
เพชรนลิ จนิ ดา มอบความเปน็ ใหญใ่ หค้ รองดว้ ยความภมู ใิ จตามหนา้ ทขี่ องแตล่ ะฝา่ ย
จะด�ำเนินไปตามหน้าที่ท่ีชอบธรรมของตน ลกู ๆ ก็บอกนอนสอนงา่ ย ไม่ดอ้ื ดงึ ฝ่าฝืน
น่ีแลคือแดนสวรรค์ในเมืองมนุษย์ แม้จะอยู่ในโลกเดียวกันกับสัตว์ผู้ไม่รู้จักบุญ
บาป ดี ช่วั กแ็ ตกตา่ งกันราวฟ้ากบั ดนิ เพราะมนุษยเ์ รามคี ณุ ค่าอย่ทู คี่ วามประพฤติ

180

ทางกาย วาจา ใจ ทโี่ ลกถือว่าเปน็ ส่ิงสำ� คญั ย่งิ กว่าสงิ่ อ่นื ใด แม้เทวบตุ ร เทวธิดา
อนิ ทร์ พรหมอยบู่ นสวรรค์ กต็ อ้ งกราบไหวท้ า่ นผมู้ ศี ลี ธรรม ดงั มใี นตำ� ราวา่ ชาวเทพฯ
เปน็ หมนื่ ๆ แสนๆ พากนั เหาะลอยลงจากสวรรค์ชนั้ ต่างๆ มากราบพระพุทธเจ้าและ
พระอรหันต์ท่านในราตรียามดึกสงัด ปราศจากกลิ่นไอมนุษย์ผู้เหม็นสาบไปด้วย
ความประพฤติที่น่ารังเกียจ ไม่ว่าแต่เทวดาเท่านั้น แม้มนุษย์ผู้มีศีลธรรมยังต้อง
รังเกียจ เมื่อทราบไว้อย่างน้ีแล้ว เราเองจะได้ส�ำนึกตัวว่า ถ้าเกิดเป็นเรากลายเป็น
คนท่ีน่ารังเกียจทางความประพฤติต่อสังคมขึ้นมา ก็เท่ากับเราท�ำตัวเป็นกองมูตร
กองคูถเพื่อสร้างความไม่สบายจมูกแก่เพื่อนมนุษย์ จัดว่าเราท�ำบาปกรรมหนักต่อ
หมชู่ น ซง่ึ เปน็ การไมส่ มควรอยา่ งยง่ิ แลว้ จะไดท้ ำ� ความพยายามลดละกรรมประเภทนน้ั
ไมท่ ำ� ตอ่ ไป เร่ืองช่ัวก็ยตุ ลิ งเอง ไม่ก�ำเริบ

พระพทุ ธศาสนา เปน็ ศาสนาทส่ี ง่ั สอนโลกมานาน และรสู้ กึ จะเปน็ ศาสนาทมี่ เี หตผุ ล
และทนต่อการพิสูจน์ในทุกแง่ได้ดี พระพุทธเจ้าผู้ทรงประกาศสอนธรรมแก่ปวงชน
ทรงแสดงท้งั ส่วนวัตถุทีต่ ดิ แนบอยู่กับตวั คนและสตั ว์ ตลอดส่ิงเก่ยี วข้องตา่ งๆ ทอ่ี ยู่
ในความรบั ผิดชอบ และเปน็ ส่วนกลางคอื ทั่วไป ซงึ่ เป็นวตั ถุทพี่ อมองเห็นได้ด้วยตา
เช่น แสดงวา่ ทุกส่ิงไม่เทยี่ ง เป็นทกุ ข์ และเป็นอนตั ตา เปน็ ต้น และทรงแสดงสว่ น
นามธรรมซ่ึงมีอยกู่ ับตัวเชน่ เดียวกนั คือ เวทนา ความสุข ทกุ ข์ อเุ บกขา สญั ญา
ความจำ� ไดห้ มายรู้ สงั ขาร ความคดิ ปรงุ ดชี ว่ั และกลางๆ ทเี่ กดิ อยภู่ ายในใจทกุ ๆ ขณะ
และวญิ ญาณ ความรับทราบสง่ิ ท่ีสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ว่าเป็นของ
ไมเ่ ทยี่ ง เปน็ ตน้ เหมอื นดา้ นวตั ถุ นอกจากแสดงวตั ถแุ ละนามธรรมเหลา่ นโี้ ดยละเอยี ด
ถี่ถ้วนแล้ว ยังแสดงนามธรรมอันเปน็ ตวั การสำ� คัญซ่ึงเป็นท่เี กดิ และรับรู้สง่ิ ทงั้ หลาย
ไวอ้ ยา่ งละเอยี ดอกี ดว้ ย และทรงแสดงดว้ ยความรคู้ วามเหน็ จรงิ จากพระทยั ทบี่ รสิ ทุ ธิ์
สดุ สว่ น ไมม่ กี ารคาดคะเนหรือเดาแฝงอยู่ในพระโอวาทเลยแมแ้ ต่นอ้ ย ผู้เคยไดย้ นิ
ได้ฟังมานานพอสมควรดังพวกเรา จึงไม่น่าสงสัยและเกิดปัญหาเรื้อรังอยู่ภายใน
ตลอดมาทั้งผู้ศึกษาและผู้ปฏิบัติตามอย่างใกล้ชิด แต่ก็อดจะน�ำความสงสัยและ
เรอ่ื งปลอมแปลงของตนๆ เขา้ ไปแทรกธรรมของจรงิ ใหก้ ลายเปน็ ธรรมปลอมไปไมไ่ ด้
คือความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ที่แฝงธรรมชอบปลอมขึ้นเสมอ ความส�ำคัญชอบปลอม

181

ขึ้นเสมอ ความประพฤติทาง กาย วาจา ใจ ชอบปลอมขึน้ เสมอ ตลอดส่งิ เกยี่ วขอ้ ง
กบั ตวั กเ็ ลยกลายเปน็ ของปลอมแปลงไปตามๆ กนั จนไมส่ น้ิ สดุ โดยอาศยั จติ ดวงเดยี ว
ท่ีมีความรู้ความเห็นปีนเกลียวกันกับธรรม โดยเจ้าตัวไม่รู้สึกบ้าง โดยรู้อยู่เป็น
บางส่วนบ้าง และโดยเป็นความรู้ความเห็นท่ีขัดแย้งกับธรรมจริงๆ บ้าง ดังที่ท่าน
พระอาจารย์มั่นแสดงไว้ในหนังสือมุตโตทยั วา่ ธรรมของพระอริยเจา้ เมื่อเขา้ ไปสถติ
อยใู่ นใจของปถุ ชุ น ยอ่ มกลายเปน็ ธรรมปลอมไป เปน็ ตน้ ทงั้ นที้ า่ นแสดงไวร้ วมๆ กนั
มิได้แยกประเภทแห่งธรรมและประเภทแห่งบุคคลผู้ทรงธรรมออกเป็นประเภทๆ
พอให้เขา้ ใจง่ายข้นึ เหมือนเวลาทา่ นอธบิ ายให้พระฟงั จงึ ขอแยกประเภทแห่งธรรม
และประเภทแห่งบคุ คลบา้ งเทา่ ที่จำ� ได้ หากผิดพลาดกข็ ออภยั ดว้ ย คอื ท่านวา่ ปถุ ุชน
จดจำ� ไดใ้ นบทแหง่ ธรรมดว้ ยการศึกษาทอ่ งบน่ หรอื ไดย้ นิ ได้ฟังมาจากทตี่ า่ งๆ แตย่ งั
มไิ ดส้ นใจจะปฏบิ ตั ติ าม ดงั ทเี่ คยเรยี กกนั วา่ “นงั่ กอดคมั ภรี ”์ ธรรมเหลา่ นนั้ ยงั ไมอ่ าจ
อ�ำนวยประโยชนอ์ ะไรแกผ่ ูน้ นั้ แต่ผ้สู นใจปฏิบัติตามบ้าง ผลทเี่ กิดจากการปฏิบัติได้
กเ็ ปน็ สมบตั อิ นั แทจ้ รงิ ของผนู้ น้ั ทย่ี งั ไมส่ ามารถทง้ั ทรี่ อู้ ยกู่ ย็ อมใหผ้ า่ นไปกอ่ นจนกวา่
จะสามารถ ผนู้ กี้ ็มีความจริงแฝงอย่ใู นใจบา้ งไม่ปลอมไปเสยี หมด กบั พระอริยะข้นั
พระโสดา ทา่ นตง้ั อยใู่ นภมู ธิ รรมทที่ า่ นไดบ้ รรลแุ ลว้ ธรรมนนั้ กเ็ ปน็ ของจรงิ สำ� หรบั ทา่ น
ส่วนธรรมท่ีสูงกว่านั้นแม้ท่านจะรู้ด้วยการศึกษาหรือการได้ยินได้ฟังมา แต่ยัง
ไมส่ ามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ ทา่ นกย็ อมรบั วา่ ธรรมเหลา่ นน้ั ยงั ไมเ่ ปน็ ของจรงิ สำ� หรบั ทา่ น เพยี ง
เปน็ ของจริงอยเู่ ฉพาะธรรมเทา่ น้นั สรปุ แลว้ พระโสดายงั ปลอมในธรรมข้นั สกทิ าคา
อนาคา และอรหนั ต์ พระสกทิ าคายงั ปลอมในขนั้ อนาคาและอรหนั ต์ พระอนาคายงั ปลอม
ในขั้นพระอรหันต์ ส่วนพระอรหันต์และธรรมของพระอรหันต์เป็นความบริสุทธ์ิ
โดยสิ้นเชิงไม่มีอะไรปลอม ใจก็จริง ธรรมก็จริง ใจก็บริสุทธ์ิ ธรรมก็บริสุทธ์ิ
เหมอื นอาหารทคี่ วรแกก่ ารรบั ประทาน ธาตขุ นั ธก์ ค็ วรแกอ่ าหารทกุ ประเภท ทงั้ สองฝา่ ย
เขา้ กนั ไดอ้ ย่างสนิทไม่มีอะไรขดั แยง้ กัน

ทีท่ ่านแสดงไว้วา่ ธรรมที่บรสิ ุทธ์สิ ถิตอยู่กับปุถชุ นย่อมกลายเป็นของปลอมนน้ั
ท่านเทียบกับอาหารท่ีดีมีคุณค่าควรแก่การรับประทาน แต่อาหารน้ันได้พลัดตก
จากภาชนะท่ีสะอาดลงไปคลกุ เคล้ากบั ส่ิงทีส่ กปรกทั้งหลาย อาหารจงึ กลายเปน็ ของ

182

ไม่น่ารับประทานไป แม้จะเรียกว่าอาหารได้กลายเป็นของปลอมไปจากส่ิงท่ีควรแก่
การรบั ประทานกไ็ มน่ า่ จะผดิ ทผ่ี ดิ กเ็ พยี งคำ� พดู ซง่ึ นยิ มใชก้ นั หรอื ไมเ่ ทา่ นนั้ ความจรงิ
ก็คืออาหารท่ีน่าเสียดายได้กลายเป็นของรับประทานไม่ได้นั่นเอง ฉะนั้น ใจจึงมี
คณุ สมบตั ทิ ค่ี วรแกธ่ รรมตา่ งกนั ดงั ใจของพระอรยิ เจา้ ขน้ั นน้ั ๆ กบั ธรรมขนั้ นน้ั ๆ ยอ่ ม
ตา่ งกันกบั ใจและธรรมของปุถุชนอยู่มาก อะไรก็ตามถ้ามีของปลอมเข้าแทรกซมึ แลว้
ของจรงิ ทงั้ หลายจะเปน็ ของจรงิ ตามสมมตุ นิ ยิ มหรอื จรงิ ปรมตั ถก์ ต็ าม ตอ้ งมสี ว่ นเสยี
ไปด้วยตามส่วนแห่งการแทรกซึมของสิ่งท่ีปลอมมีมากน้อย เช่น ธนบัตรปลอม
อาหารปลอม เครอ่ื งใช้สอยตา่ งๆ ปลอม ลายมือปลอม ตลอดคนปลอม ล้วนเปน็
ส่ิงที่จะบ่ันทอนและท�ำลายของจริงหรือของดีให้ลดคุณภาพลงและเสียไปโดยล�ำดับ
ยง่ิ อะไรๆ กก็ ลายเปน็ ของปลอมไปเสยี หมด โลกกห็ มดความหมาย สงิ่ ทหี่ มดความหมาย
กค็ อื สงิ่ ท่ไี ร้คุณค่าโดยประการทงั้ ปวงแลว้ นนั่ เอง เชน่ คนตาย เป็นตน้ ซึ่งทง้ั โลก
ไมม่ ใี ครปรารถนากนั นอกจากปลาตายและสัตวอ์ ่ืนๆ ตายเพ่ือเป็นอาหารของมนุษย์
เท่านนั้ สตั ว์เหล่าน้นั มนุษยผ์ ทู้ �ำลายและผไู้ ม่คดิ ถงึ ชวี ติ เขา ยอ่ มถือเปน็ ของมีคา่ จาก
เลือดเน้ือและชีวิตเขาเพื่อการครองชีพของตน แต่ตัวผู้ถูกฆ่าจะมีความรู้สึกอย่างไร
ขอ้ นใี้ ครตอบกค็ งไมผ่ ดิ กระทง่ั เดก็ กต็ อบได้ สว่ นใจเรากย็ งั ฝนื ความจรงิ ไปตามความ
ชอบใจของตนอยู่นั่นเอง ฉะน้นั ท่านจึงว่าจติ ปลอมธรรมปลอมในตวั คน คอื ปลอม
ท้งั รๆู้ เห็นๆ กันอยนู่ ี่แล ถา้ หากคดิ เทียบเคียงทบทวนส่วนยอ่ ยสว่ นใหญ่ทงั้ ภายใน
ภายนอก ทัง้ ท่านทัง้ เราทั้งสตั ว์ชนิดต่างๆ ไมม่ ีประมาณเข้าหากันว่า ตา่ งมคี วามร้สู ึก
เชน่ เดยี วกันบา้ งแลว้ ย่อมจะมีทางรูส้ กึ ตวั ส่ิงทเ่ี ป็นภัยแก่ตนและผู้อืน่ ก็จะบรรเทา
ลงไป โลกท่ีอาศัยกันอยู่เป็นจ�ำนวนมากท้ังสัตว์ท้ังมนุษย์ต่างจะอยู่ด้วยความผาสุก
ท้ังยังจะได้เห็นคุณค่าแห่งธรรมท่ีท่านผู้บริสุทธิ์และมีเมตตาแก่โลกสั่งสอนไว้เพ่ือ
ส่ิงสำ� คัญคือใจดวงเดียวในโลกนี้เทา่ น้ัน

ทา่ นผสู้ ง่ั สอนหมชู่ นคอื พระพทุ ธเจา้ ทรงเปน็ ผฉู้ ลาดพอไมม่ ที างตำ� หนิ ทรงทราบ
จุดซ่ึงเป็นที่สถิตอยู่แห่งความดีและช่ัวทั้งมวลคือใจ จึงประกาศสอนธรรมลงท่ีจุดน้ี
เพราะใจเป็นบ่อหรือต้นเหตุแห่งการท�ำดีท�ำช่ัวท้ังปวง ส่วนกายกับวาจาเป็นเพียง
เครื่องมือท่ีจะคอยท�ำตามค�ำส่ังของใจเท่านั้น เมื่อใจคิดและส่ังงานออกมาทางใด

183

ดหี รอื ชว่ั กายวาจาจำ� ตอ้ งทำ� ตามทกุ กรณี ไมฝ่ า่ ฝนื ดงั นน้ั ใจจงึ ควรไดร้ บั การฝกึ อบรม
ในทางทดี่ มี ศี ลี ธรรมเปน็ หลกั ใจ จะไดเ้ หน็ ความสขุ เยน็ ใจปรากฏขนึ้ กบั ตวั บา้ ง สมกบั
ต่างพยายามเสาะแสวงหาความสุขกันท่ัวโลกตลอดมา แต่พอพูดถึงการแสวงหา
ความสขุ จากธรรมแล้ว ไม่ว่าท่านวา่ เราใจชักถอยๆ ชอบกล ไม่คอ่ ยมมี านะบกึ บึน
เหมอื นทางอน่ื แมไ้ มถ่ กู ทาง ทงั้ นเ้ี พราะจติ เคยเดนิ ทางนม้ี านาน จงึ ชอบจะไปตามทาง
ที่เคยเดิน พยายามเท่าไรก็รูส้ ึกถอยๆ และคอยแตจ่ ะให้เราเผลอพอมีทางออกจนได้
พอเผลอไปนิดเท่านัน้ เปน็ ไดก้ ารทันที ทีนีต้ ามหาตัวเทา่ ไรกไ็ มเ่ จอ กวา่ จะเจอกเ็ ปน็
เวลาเขาไปเที่ยวหาดื่มอารมณ์จนอ่ิมแล้ว ท่ีเหลือเศษเดนเขาเอามาทิ้งให้เราก็คือ
กองทุกข์ซ่ึงเกิดจากกี่ร้อยก่ีพันเร่ืองในระยะช่ัวกะพริบตาเดียวเท่านั้นท่ีเขาขโมยไป
จติ เปน็ สง่ิ ทรี่ วดเรว็ มากทง้ั ๆ ทมี่ สี ง่ิ เหนอื กวา่ อยู่ สง่ิ ทเี่ หนอื เขานน้ั โดยมากกเ็ ปน็ สง่ิ ท่ี
ถกู ประณามจากทา่ นผมู้ อี ำ� นาจเหนอื เขาแลว้ ไดแ้ ก่ พระพทุ ธเจา้ และพระอรหนั ตท์ า่ น
นอกนนั้ ไมค่ อ่ ยมใี ครจะเหน็ วา่ เขาไมด่ แี ละควรจะขบั ไลไ่ สสง่ ออกไปจากใจ ยงิ่ ผเู้ ขยี น
ดว้ ยแลว้ ไมอ่ ยากจะเขยี นไปมากอายทา่ นผอู้ า่ น ซงึ่ ตา่ งกำ� ลงั แสวงหาความดจี ากธรรม
บางทา่ นกจ็ ะเกิดความอดิ หนาระอาใจและปลงความสังเวชวา่ ไมค่ วรจะเป็นอยา่ งน้นั
แต่เรื่องก็เคยได้เป็นมาแล้วแทบจะตั้งตัวไม่ติด เวลามันหักโหมเราจริงๆ บางครั้ง
ถึงกบั จะถลกหนงั เชอื ดเน้ือสดๆ รอ้ นๆ ไปกินจนได้ แต่ก็อาศยั ความพยายามเสรมิ
กำ� ลงั ดว้ ยความพากเพยี รไปทลี ะเลก็ ละนอ้ ย พอรอดตวั มาไดบ้ า้ งเปน็ วนั ๆ จงึ พอทราบ
เรื่องของมันได้พอควร ที่น�ำเรื่องไม่ดีของตัวมาประจานน้ีก็เพราะทนอายตัวเอง
คนเดยี วไม่ไหว จึงไดน้ �ำลงใหท้ า่ นผูอ้ า่ นช่วยตำ� หนอิ ย่างหนักๆ บ้าง จะไดเ้ ขด็ หลาบ
และเหน็ โทษของตวั ตอ่ ไป และเพอ่ื ทา่ นทมี่ คี วามรกั สงวนตวั จะไดม้ ที างเตรยี มพรอ้ มไว้
แตต่ น้ มอื ไมน่ อนใจวา่ มนั เปน็ มติ รชนดิ เกลยี้ กลอ่ มใหห้ ลับสนทิ ไดต้ ลอดไปจนพอมี
สติเห็นโทษและแบ่งให้มันพอประมาณ ไม่ยอมยกให้หมดทีเดียว เพราะปกติเรา
ชอบเห็นใจที่ควรแก่ธรรมทุกขั้นความดีทุกประเภทเป็นของไม่ส�ำคัญเท่าความอยาก
อนั เปน็ ฝา่ ยกเิ ลสทท่ี ว่ มทน้ อยภู่ ายใน ซงึ่ คอยบงการเพอ่ื ความเดอื ดรอ้ นฉบิ หายแกต่ น
และผอู้ น่ื อยตู่ ลอดเวลานไี้ ปเสยี จงึ มกั จะพบกบั ความไมส่ มหวงั เสมอมา การปลอ่ ยใจ
ไปสทู่ างตำ่� ทรามโดยไมม่ กี ารหกั หา้ มไวบ้ า้ ง จงึ เปน็ เหมอื นนำ� ของทสี่ ะอาดไปคละเคลา้

184

กับของสกปรกทั้งหลายให้กลายเป็นของไม่น่าดูมากข้ึน ผิดกับการน�ำไปช�ำระล้าง
ด้วยน้�ำท่ีสะอาดเป็นไหนๆ ใจตามปกติชอบความสะอาดสวยงามและความสงบสุข
แตเ่ จา้ ของผรู้ บั ผดิ ชอบหากชอบพาไปลงหลมุ ลงบอ่ ลงตมลงโคลนเสยี เรอื่ ย ไมม่ วี นั เวลา
นำ� ขน้ึ บนบกและเกบ็ รกั ษาไวใ้ นทป่ี ลอดภยั คอื ศลี ธรรมบา้ งเลย อยา่ งนอ้ ยพอเปน็ กาล
เป็นเวลาก็ยังดีกว่าการน�ำไปปล่อยแช่ไว้...เสียเลย ซึ่งเป็นการไม่สมควรส�ำหรับตัว
ซึ่งยังหวังความสุขความเจริญจากใจดวงพร้อมที่จะทรงคุณค่าอย่างมหาศาลอยู่
ทุกขณะท่ีพาไปถูกทาง

ธรรมทา่ นสอนไวแ้ ทบทุกบททุกบาททุกคัมภรี ท์ เ่ี ก่ียวกับใจวา่ ตราบใดที่ใจยงั
ปล่อยตัวไปตามกระแสความอยากอันเป็นทางเส่ือมโทรมทางสุขภาพและโภคทรัพย์
ไมม่ กี ารหกั หา้ มตา้ นทานบา้ ง ยงั จะไมเ่ จอความสขุ ความเจรญิ ดงั ใจหมายอยตู่ ราบนน้ั
เพราะฉะนนั้ มใิ ชท่ างสง่ เสรมิ ตวั ในทางดมี คี วามสขุ แตเ่ ปน็ ทางเหยยี บยำ�่ ทำ� ลายตวั เอง
ในทุกประโยคที่คล้อยตาม ผู้ต้องการทราบวิธีการท�ำลายตนอย่างสุขุมลุ่มลึกของ
ความอยากไม่มีเวลาอิ่มพอในทุกส่ิงที่เป็นอยู่ภายในใจ ก็พอจะทราบได้จากการ
ปล่อยใจปลอ่ ยตัวใหเ้ ปน็ ไปตามกระแสของมัน และพอมที างปฏบิ ัตจิ ัดการกับมันได้
ด้วยอุบายวิธีของผู้สังเกตตัวเองเพื่อการย้ือแย่งแบ่งส่วนจากมันมาเป็นส่วนความดี
ของตนบา้ ง ไมป่ ลอ่ ยใหม้ นั เอาไปขยท้ี ำ� ลายใหฉ้ บิ หายปน่ ปไ้ี ปเสยี หมดตลอดวนั เวลา
หนึง่ ๆ ทีผ่ า่ นไป แตค่ วรแน่ใจว่า ไมว่ ่าจะเปน็ ความไมด่ ีประเภทใดทเ่ี กดิ ข้นึ กบั ตน
ธรรมเปน็ เครอ่ื งกำ� จดั ปดั เปา่ หรอื ทำ� ลายไดเ้ ปน็ อยา่ งดถี า้ นำ� มาปฏบิ ตั ริ กั ษาตนเทา่ ทค่ี วร
หรอื ปฏิบตั ิอยา่ งเครง่ ครดั กย็ ง่ิ มคี วามอบอนุ่ และม่นั คงต่อตัวเองอยา่ งไมม่ ปี ระมาณ
ทั้งปัจจุบันและอนาคต ค�ำว่า ธรรม คือสายญาติสายมิตรความสนิทท่ีไว้วางใจได้
ไม่ปล้ินปล้อนหลอกลวงให้ผู้เชื่อถือและปฏิบัติตามขาดทุนและล่มจม ไม่ว่าธรรม
ข้ันใดล้วนมีความสัตย์ซื่อเท่ียงตรงต่อผู้นับถือไม่มีการฉุดการลาก ไม่ท�ำให้ล�ำบาก
รำ� คาญใจ ไม่มกี ารหลอกลวงต้มตนุ๋ มีแต่การอุดหนุนคำ�้ ชู เวลาอยกู่ ส็ บาย เวลาตาย
กเ็ ปน็ สขุ ตลอดสาย ไมเ่ ลอื กทอ่ี ยแู่ ละทไี่ ป จะอยทู่ ใ่ี ด จะไปทใี่ ด ธรรมเปน็ ทงั้ แวน่ ดวงใจ
คอยสอ่ งทาง เป็นท้งั เครอื่ งปอ้ งกนั และเปน็ ท้งั โอชารสท่ปี รากฏอยกู่ ับใจ จะอย่จู ะไป
ไม่ล�ำบากทรมาน มีแต่ความสุขความอาจหาญและส�ำราญบานใจไปตามภพชาติที่

185

ตนอุบัติและอยู่อาศัย สมบัติปัจจัยเคร่ืองเสวยหากเกิดมีมาเองตามวิบากกรรมดี
ท่ีสร้างไว้ ผู้สร้างไว้มากก็มีบุญมากต่างหลากไหลมา เป็นผู้มีวาสนาดีบารมีแก่กล้า
เวลาข้ึนสวรรค์ชั้นฟ้าก็มิได้ขึ้นแบบเสี่ยงได้เส่ียงเสียเสี่ยงเป็นเส่ียงตายและเสี่ยงต่อ
ความฉบิ หายลม่ จมใดๆ ไมเ่ หมอื นพวกนกั อวกาศทเี่ อาชวี ติ เขา้ ไปเสย่ี งเวลาขนึ้ ไปบน
พระจนั ทร์ เส่ยี งตอ่ การเหยยี บย�่ำตรวจตราบนผวิ พระจันทร์และเสี่ยงลงสโู่ ลกมนุษย์
ซึ่งถ้าลงผิดช่องแห่งความปลอดภัยก็มีหวังเป็นอวกาศไปตามๆ กันทั้งชีวิตร่างกาย
ท้ังยานอวกาศทุกชิ้น ไม่มีสิ่งใดจะยังเหลือลงมาให้ชาวโลกมนุษย์แทบทั่วโลกผู้
รอคอยชมบารมอี ยู่อย่างกระหายได้ชมพอเปน็ ขวญั ตาขวัญใจบา้ งเลย แต่สิ่งที่ใครๆ
ไม่คาดฝันและไม่พึงปรารถนากันคือความโศกศัลย์กันแสงอันสุดจะอดกลั้นน่ันแล
จะสะเทอื นไปทกุ มมุ โลก อนั เปน็ ความเศรา้ โศกเสยี ใจตามทา่ นผปู้ ระสบภยั มหาวนิ าศ
เพราะความเอาตนและยานผา่ นพน้ ความเสย่ี งภยั ไปไมไ่ ด้ ทงั้ จะกลายเปน็ ประวตั ศิ าสตร์
อนั ไมพ่ งึ ปรารถนาขนึ้ มาใหท้ ม่ิ แทงจติ ใจของชาวโลกไปตลอดกาล แตท่ เี่ ปน็ ประวตั ศิ าสตร์
อันงดงามน�ำความปลาบปล้ืมช่ืนใจมาให้ชาวโลกได้ชมด้วยความร่ืนเริงโดยท่ัวกัน
ก็เพราะความรอบคอบรอบด้านของนักอวกาศเหล่านั้นเอง ดังนั้น ความรอบคอบ
รอบร้สู ิ่งท้งั หลายท้ังเรอื่ งของตนและเร่ืองของผ้อู ่นื ทง้ั ภายในและภายนอก ทง้ั ใกล้
และไกล ท้ังปจั จุบนั และอนาคต จึงเป็นสิ่งทท่ี กุ คนพึงปรารถนากนั กค็ วามรอบคอบ
รอบรู้ในสภาวะทั้งหลายน้ันเป็นความประสงค์ของหลักศาสนาท่ีสอนไว้ ผู้มีธรรม
เหลา่ นปี้ ระดบั ตน ยอ่ มไมผ่ ดิ พลาดตอ่ ตนและสง่ิ เกยี่ วขอ้ งทงั้ ภายในภายนอก ทง้ั ไกล
และใกล้ ไม่เป็นผู้ตกอยู่ในความเส่ียงภัยเส่ียงเวร แต่เป็นผู้ต้ังอยู่ในธรรมบทว่า
สคุ โต อยกู่ ด็ มี คี วามสขุ เยน็ ใจ ไปกไ็ มม่ ที กุ ขค์ อยกลมุ้ รมุ ใหเ้ กดิ ความกลดั กลมุ้ ทรมาน
ท่านผู้บ�ำเพ็ญตนตามหลักธรรมจนได้รับความสุขเป็นที่พึงพอใจ ก็คือท่านผู้เป็น
ต้นเหตุของพระพทุ ธศาสนา ไดแ้ ก่ พระพุทธเจ้า พระองคว์ ดั ผลจากพระทัยท่ไี ด้รบั
จากพระธรรมในหลักธรรมชาติว่าเป็นส่ิงที่ถูกต้องดีงามสุดส่วนแล้ว ก็ทรงน�ำออก
ประกาศสัง่ สอน หมูช่ นทไ่ี ดร้ ับรสพระสัทธรรมของจรงิ จากพระองคจ์ นเกดิ ความเชือ่
เลื่อมใสและเห็นผลขึ้นมาต่อหน้าต่อตาเป็นขั้นๆ จนถึงข้ันสุดยอด สามารถก�ำจัด
ความมืดบอดออกจากใจได้โดยส้ินเชิง กลายเป็นองค์พยานของพระศาสดาขึ้นมา

186

ก็มีเป็นล�ำดับ ธรรมท่ีประกาศสอนจงึ กลายเปน็ เนติแบบฉบับสบื ๆ มา โลกไดน้ ับถอื
เปน็ สรณะคือหลักยดึ ของกายวาจาใจตลอดมา โดยค�ำว่า พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ
คจฉฺ ามิ ดงั นี้ ทั่วแดนแห่งพทุ ธบรษิ ทั ผ้นู บั ถือพุทธธรรม ทา่ นผนู้ บั ถอื คณุ ธรรม ท้ังน้ี
โปรดพยายามบริกรรมภาวนาจนคุณธรรมทั้งสามรัตนะนี้เข้าถึงใจสักคร้ังหน่ึง
เท่าน้ันก่อน ท่านจะได้เห็นความอัศจรรย์ของคุณธรรมเหล่าน้ีสถิตอยู่ท่ีใจท่านเอง
ตอ่ ไปใจท่านกับคณุ ธรรมนีจ้ ะไม่อยหู่ า่ งจากกัน

ใจผสู้ งบเยน็ อยทู่ ไ่ี หน จะทราบวา่ คณุ ธรรมอยใู่ นทแี่ หง่ เดยี วกนั นนั้ จนสามารถ
ท�ำใจกับคุณธรรมน้ีให้เป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน อยู่ที่ใดไปท่ีใดจะปรากฏในใจว่า
ทา่ นไดไ้ ปและอยดู่ ว้ ยคณุ ธรรมนน้ั ตลอดเวลาอกาลโิ ก ขอ้ นถ้ี า้ พดู ตามความจรงิ เราถอื
เป็นความเหมาะสมแลว้ กอ็ ยากจะเรยี นว่า ผูป้ ฏบิ ัติจติ ตภาวนาท้งั หลาย ทง้ั นักบวช
และฆราวาส หญิงชาย ยอ่ มไดด้ ่มื รสแหง่ ธรรมจากการทำ� จรงิ ของตน อย่างนอ้ ยกม็ ี
ความสงบเยน็ ใจในเวลาทำ� มากกวา่ นน้ั กม็ รี ากฐานแหง่ ความสงบประจำ� ใจ ตดั เครอื่ ง
กงั วลใจได้ และยิ่งปฏบิ ัติได้สงู ขึน้ ไปตามลำ� ดบั แห่งธรรม ความสงบสุขก็ยง่ิ ละเอยี ด
ท้งั ฝกึ ซ้อมทางสมาธิความสงบ ทั้งฝึกหัดคดิ อา่ นทางปัญญาไตรต่ รองดคู วามเปน็ อยู่
ของชีวิตธาตุขันธ์ก�ำลังวังชา และความแปรสภาพของสิ่งต่างๆ ในร่างกาย และ
พจิ ารณากระจายออกไปหาสง่ิ ภายนอก แลว้ ยอ้ นพจิ ารณาประสานเขา้ มาหาสงิ่ ภายใน
ทมี่ อี ยกู่ บั ตนจนเปน็ ทเี่ ขา้ ใจในความจรงิ ทแ่ี สดงอยทู่ กุ ขณะตามหนา้ ทขี่ องเขาแตล่ ะสง่ิ
ใจยอ่ มทรงตวั ไดด้ ว้ ยความสงบสขุ ทไ่ี มม่ อี ะไรเหมอื นความสวา่ งแพรวพราวทเ่ี รยี กวา่
กระแสของปัญญา ก็เริ่มปรากฏขึ้นกับใจดวงคอยสอดส่องตรวจตราเร่ืองของตน
อยเู่ สมอ จนกลายเปน็ ใจทที่ งั้ สงบเยอื กเยน็ ทง้ั ฉลาดทนั กริ ยิ าทแี่ สดงออกดชี ว่ั ของตวั
ค�ำว่า พุทธะ ธมั มะ สงั ฆะ ทเี่ คยน้อมเข้ามาสใู่ จเพอ่ื เป็นเครื่องระลกึ กค็ ่อยๆ ใกล้
ต่อความเปน็ พุทธะ ธมั มะ สงั ฆะ อันแท้จริงประจักษข์ ึน้ มาทใี่ จ และใกล้เขา้ มาจนใจ
กบั รตั นะทงั้ สามกลมกลนื เปน็ อนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั ไมม่ กี าลสถานทตี่ ลอดเรอ่ื งทง้ั มวล
เขา้ มาเกยี่ วขอ้ ง มแี ตธ่ รรมลว้ นๆ ภายในใจ คำ� วา่ กาลนนั้ จติ เศรา้ หมอง เวลานจ้ี ติ ผอ่ งใส
อยสู่ ถานท่นี ัน้ จิตเป็นอยา่ งนัน้ มาอยสู่ ถานทีน่ ้ีจติ เปน็ อยา่ งน้ี เวลานนั้ มอี ารมณ์ดีชัว่
มากวนใจ เวลานไี้ มม่ ี เหลา่ นจี้ ะไมม่ มี ายงุ่ กบั จติ ดวงเปน็ ธรรมลว้ นๆ อกี ตอ่ ไป จงึ สมนาม

187

ว่า จติ เปน็ อกาลโิ ก ทา่ นแสดงไวใ้ นธรรมคุณวา่ อกาลิโกนั้นเป็นได้ทงั้ ฝ่ายเหตแุ ละ
ฝา่ ยผล ฝา่ ยเหตเุ ราบำ� เพญ็ เมอ่ื ไรกเ็ ปน็ ธรรมอยอู่ ยา่ งนนั้ มไิ ดเ้ ปน็ อนื่ ฝา่ ยผลเมอ่ื ปรากฏ
กับใจโดยสมบูรณ์แล้ว ก็เป็นอกาลิกธรรมประจ�ำใจอยู่อย่างนั้น ไม่มีอะไรเข้าไป
ยงุ่ เกยี่ วไดอ้ กี ไมเ่ หมอื นจติ สามญั ชนหรอื จติ พระอรยิ เจา้ ขนั้ เสขบคุ คล เพราะจติ ขนั้ นนั้
เปน็ ธรรมแทง่ เดยี วทเ่ี รยี กวา่ อกาลกิ จติ อกาลกิ ธรรมเปน็ อเสขจติ อเสขบคุ คลผไู้ มต่ อ้ ง
ศึกษาหาความรู้ความฉลาดมาแก้หรือถอดถอนกิเลสชนิดใดๆ อีกแล้ว เพราะไม่มี
กิเลสอยู่ในใจดังท่ีเคยเป็นมา จิตท่ีเสร็จกิจไม่ต้องบ�ำเพ็ญเพ่ืออะไรต่อไปอีกก็คือ
อเสขจติ ทหี่ ลอ่ หลอมตวั จนเปน็ ธรรมแทง่ เดยี วแลว้ นนั่ แล คำ� วา่ เสรจ็ กจิ แมแ้ ตท่ างโลก
ยงั ถอื เปน็ ความเบาใจ เชน่ ทำ� งานตา่ งๆ เสรจ็ เปน็ ตน้ ยอ่ มถอื เปน็ ความสบายหายหว่ ง
ไประยะหนึ่ง ค�ำว่าเสร็จธุระของจิต ยิ่งเป็นการท�ำงานเสร็จอย่างประเสริฐเลิศโลก
ไม่มีความเสร็จส้ินใดๆ จะเสมอเหมือน พูดมาถึงตอนนี้อดคิดถึงพวกเราผู้มีกิเลส
ประเภทไมอ่ ยากเสรจ็ สน้ิ ไมไ่ ด้ นอกจากจะพยายามหามาเพมิ่ ขนึ้ เรอื่ ย บน่ เรอื่ ยจากผล
ทห่ี ามาเพม่ิ แลว้ เทา่ นน้ั ยง่ิ ผเู้ ขยี นดว้ ยแลว้ ตอ้ งลอื นามทางความขยนั หามาเพมิ่ เพมิ่ จน
จะยกไมไ่ หวไปไมร่ อดในบางคราว ถา้ หนกั มากๆ เขา้ กบ็ น่ วา่ ทกุ ขเ์ สยี พกั หนงึ่ เสรจ็ แลว้
กห็ ามาเพมิ่ อกี ทำ� นองนนั้ ขณะทเี่ ขยี นกน็ กึ ละอายตวั เองอยเู่ หมอื นกนั แตก่ ย็ งั ดอื้ เขยี น
เพ่อื ให้ทา่ นผู้อ่านไดเ้ ห็นกิเลสของพระเสยี บ้างวา่ มิใช่จะดไี ปเสยี ทุกอยา่ ง ดังนัน้ คำ� วา่
หนัก จึงถือเป็นเรื่องของภาระแต่ละอย่าง การปล่อยวางภาระโลกถือกันว่าสบาย
สว่ นการปลอ่ ยภาระทางจิต แมจ้ ะไม่เข้าใจและถอื วา่ สบาย แต่ก็เป็นความแสนสบาย
ไปตามธรรมชาติของใจที่เป็นอิสระอย่างเต็มภูมิ ผู้เช่นนี้แลคือผู้ไม่มีกาลเวลาจะมา
แยกใจจากธรรม และธรรมไมแ่ ยกจากใจ ผหู้ มดความวิตกกงั วลในภาระและความ
เปน็ อยแู่ ละความสลายไปแหง่ ขนั ธ์ เหน็ ความเปน็ อยแู่ ละความสลายไปนำ�้ หนกั เสมอกนั
เพราะจิตหมดความเก่ียวข้องกังวล นอกจากจะคิดเพื่อท�ำประโยชน์แก่ผู้อ่ืนเท่าน้ัน
ความเป็นอย่กู เ่ี วลาพอจะมีน้�ำหนักขน้ึ กว่าความสลายไป ดงั พระพทุ ธเจ้าทรงบ�ำเพญ็
ประโยชนแ์ กโ่ ลก เปน็ ตน้ นอกนนั้ ทา่ นไมม่ ปี ญั หาในตวั เอง ไมว่ ติ กวา่ ตนจะไปเปน็ สตั ว์
หรอื เปน็ มนษุ ย์ ตนจะไปตกนรกขน้ึ สวรรคน์ พิ พาน ไมว่ ติ กกบั โลกไหนๆ และกาลใดๆ
ว่าตนจะไปเกีย่ วขอ้ ง ไม่วติ กวา่ พระพทุ ธเจา้ และสาวกนพิ พานไปกอ่ นแลว้ เม่อื ไรเรา

188

ถงึ จะไดต้ ามเสดจ็ วนั เดอื น ปี สถานที่ และกาลใด ถงึ จะเปน็ เรอ่ื งของเรา ไมว่ ติ กวา่
พระพทุ ธเจ้าอันแทจ้ รงิ ท้งั หลายนนั้ มีพระรูปลกั ษณะสงู ตำ�่ ด�ำ ขาว ประการใดบ้าง
ทา่ นนพิ พาน ณ ทใี่ ด ทนี่ นั้ เปน็ ลกั ษณะเชน่ ไร วนั เดอื น ปี อนั เปน็ เวลาทา่ นนพิ พานนน้ั
เปน็ ฤกษง์ ามยามดอี ากาศปลอดโปรง่ ประการใดบา้ ง แตท่ า่ นแนว่ ในธรรมทปี่ ระจำ� ใจ
ทา่ นวา่ “ผใู้ ดเหน็ ธรรม ผนู้ น้ั เหน็ เราตถาคต” นแ่ี ลเปน็ หลกั ประกนั ความสงสยั ของทา่ น
แตค่ วามเคารพในพระกายอนั เปน็ เรอื นรา่ งของพระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลาย และสง่ิ เกย่ี วขอ้ ง
กบั พระพทุ ธเจา้ มกี าลสถานทเี่ ปน็ ตน้ นนั้ ทา่ นเคารพอยา่ งถงึ ใจ มไิ ดป้ ระมาททงั้ ดา้ น
สมมุตแิ ละวิมุตติของพระองค์ท้ังหลาย

นบั แตเ่ รม่ิ เขยี นมากเ็ ปน็ เวลาหลายเดอื น แตต่ อนทผี่ า่ นมานไ้ี ดเ้ ผน่ ผยองเกนิ ภมู ิ
ไปบ้าง หวังว่าท่านผู้อ่านคงให้อภัยพระป่าซ่ึงไม่ค่อยสันทัดจัดเจนในสังคมและ
ความนยิ มในเนอ้ื หาของธรรมเท่าที่ควร พอควา้ ได้ก็น�ำมาลงไปตามนิสยั และคดิ วา่
ยงั อาจจะมอี ยพู่ อนำ� มาแทรกใหท้ า่ นผอู้ า่ นรำ� คาญและขดั จงั หวะไปเรอ่ื ยๆ เรอื่ งผยอง
พองตัวเกนิ ภูมิท�ำนองน้ี เกดิ จากฤทธิป์ ่าท่ที ำ� ใหโ้ ดดกิ่งน้นั กิ่งนอ้ี ยูเ่ รือ่ ยๆ ทัง้ นค้ี วาม
มงุ่ หมายกห็ วงั ใหท้ า่ นผสู้ นใจในธรรมหลายขนั้ ไดอ้ า่ นหลายรสหลายชาติ อาจจะเหมาะ
กบั วยั วฒุ คิ ณุ วฒุ ทิ ม่ี ตี า่ งกนั ตลอดความรสู้ กึ ในแงธ่ รรมขน้ั ตา่ งๆ อาจจะเกดิ ประโยชน์
แก่บางท่าน จึงได้เขียนลงไว้ทั้งที่ไม่ค่อยสะดวกใจนัก ความจริงการปฏิบัติธรรม
ด้วยความตั้งใจผลควรจะเป็นอย่างน้ัน เพราะทางอ�ำนวยผลของธรรมทุกข้ันก็คือ
การปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็

ไมว่ ่าจะบำ� เพ็ญในทางใด ทางทาน ทางศลี ทางภาวนา หรือความประพฤตดิ ี
อยา่ งอนื่ ๆ ลว้ นเปน็ ทางอำ� นวยผลใหผ้ เู้ ปน็ เจา้ ของไดร้ บั เปน็ ทพี่ งึ พอใจดว้ ยกนั ฉะนนั้
พระพุทธเจ้าผู้เป็นเจ้าของศาสนาจึงทรงส่ังสอนเน้นหนักลงที่การท�ำ คือสั่งก็ส่ังให้
ละชวั่ ทำ� ดี สอนก็สอนให้ละชว่ั ทำ� ดี ท่ีเรยี กว่าทำ� เป็นหลักใหญ่ อนั มเี จ้าของคือกาย
วาจาใจเป็นตน้ เหตแุ ห่งดีช่วั ทั้งหลาย เพราะสิง่ ส�ำเรจ็ รปู ข้ึนมาให้เราได้อาศยั ทกุ อย่าง
ล้วนเป็นข้นึ จากการทำ� มไิ ดเ้ กดิ ข้ึนอย่างลอยๆ เชน่ สถานท่บี ้านเรอื น อาหารเคร่อื ง
บ�ำรุงชีวิตให้เป็นอยู่ ตลอดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มใช้สอยอื่นๆ ล้วนมีการท�ำเป็นหลัก

189

ประกัน แม้เราจะมิได้ท�ำข้ึนเองแต่ก็มีผู้ใดผู้หน่ึงท�ำข้ึนอยู่นั่นเอง เช่น บิดามารดา
เปน็ ตน้ การกอ่ รา่ งสรา้ งรปู สรา้ งนามขน้ึ มาเปน็ รปู เปน็ กายชายหญงิ ตลอดสตั วช์ นดิ ตา่ งๆ
ยอ่ มเปน็ ขน้ึ มาในขอบเขตของการสรา้ งตวั ทเ่ี รยี กวา่ ทำ� ของแตล่ ะราย โดยไมข่ นึ้ อยกู่ บั
คำ� วา่ “ตายด้าน” โดยปราศจากเหตุปจั จยั เครื่องปรุงแตง่ อุดหนุน แต่เป็นสง่ิ วิวฒั นา
ตวั ขน้ึ ดว้ ยเหตปุ จั จยั ทมี่ อี ยกู่ บั ตวั เอง เหลา่ นเี้ ปน็ เครอ่ื งสอ่ แสดงถงึ ความตอ้ งการเปน็
คนดีมีความสุขเป็นเรือนอาศัย จ�ำต้องสร้างตัวสร้างใจให้เป็นไปตามแบบแปลน
แผนผัง สิง่ ส�ำเรจ็ รูปข้นึ มาจะเป็นไปตามแปลนคือความมงุ่ หมาย ไม่ปล่อยให้ความ
อยากวาดภาพเอาเอง แตแ่ ลว้ พาท�ำนอกแปลนคอื นอกลนู่ อกทาง ซง่ึ ถ้าเปน็ บ้านเรือน
ก็เป็นบ้านเรือนนอกแปลน เปน็ ความสุขความทุกขก์ เ็ ป็นประเภทนอกแปลน คอื สขุ
ประเภทกอ่ ทกุ ขข์ นึ้ ในลำ� ดบั ทกุ ขก์ เ็ ปน็ ประเภทหนนุ ทกุ ขใ์ หเ้ จรญิ ขนึ้ เปน็ ลำ� ดบั ทำ� นอง
เขา้ ไปนอนหลบั เพลนิ อยใู่ นถำ้� เสอื และเอาตวั เขา้ ไปเปน็ อาหารเสอื ซง่ึ ไรค้ วามมงุ่ หมาย
ทัง้ สองวธิ ี

การท�ำความดีใส่ตัวเป็นส่ิงท�ำยากมาแต่กาลไหนๆ มิใช่จะมายากเฉพาะวันน้ี
และยากเฉพาะเราคนเดียว แต่ท�ำยากมาทุกยุคทุกสมัยและยากมาด้วยกันทุกคน
ยากแทบทุกกรณีท่ีเห็นว่าเป็นกิจท่ีดีมีประโยชน์ แต่จะยากหรือง่ายเพียงไรในกรณี
เชน่ ไรกต็ าม ตอ้ งขนึ้ อยกู่ บั ใจผสู้ มคั รรกั ชอบเปน็ สำ� คญั ถา้ ใจรกั ชอบในทางใด ทางนน้ั
จะดีหรือช่ัวยากหรือง่ายประการใด ก็อยู่ในวิสัยแห่งความพอใจท่ีจะท�ำ แม้จะเป็น
ของยากก็ย่อมกลายเป็นของง่ายและสะดวกไปได้อย่างไม่มีปัญหา ในข้อน้ีเพ่ือเป็น
การเตือนตนท่ีเข้าใจว่ามีความยุ่งยากล�ำบากและฝืนใจยิ่งกว่ามนุษย์ทั้งหลายพอมี
ช่องเดินได้ไม่ปิดทางตัวเอง คือลองคิดถึงพระธุระหน้าท่ีของพระพุทธเจ้าที่ทรงฝืน
เริม่ แรกท่จี ะเสดจ็ ออกทรงผนวชบวชเป็นนักพรต ซ่งึ ปรากฏเปน็ กจิ ทีย่ ากล�ำบากและ
ฝืนใจไม่มีใครกล้าท�ำกนั ในคร้ังนนั้ เพราะเป็นการสละทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งบรรดาทโ่ี ลกมี
ความรักหวงแหนกัน คือลูกก็เป็นท่ีรัก ภรรยาก็เป็นท่ีรัก สมบัติเงินทองมากน้อย
กเ็ ปน็ ทร่ี กั เพ่อื นฝงู บรษิ ัทบริวารก็เปน็ ทีร่ กั สงวนท้งั สิ้น เกยี รตยิ ศชอื่ เสยี งกเ็ ป็นท่ีรัก
ของหัวใจคนท่ีมีกิเลสซึ่งถือว่าเป็นความสุขและมีเกียรติ เพราะสิ่งเหล่าน้ีเป็นเครื่อง
เชิดหน้าชูตาและจิตใจ แต่พระองค์ทรงตัดพระทัยจากความรักในส่ิงท่ีมีคุณค่า

190

มหาศาลเหลา่ นน้ั อยา่ งฝนื พระทยั แทบสลบไสลอยแู่ ลว้ แตข่ ณะทจ่ี ะเสดจ็ ออก เพราะ
การจากพระราชวงั ของกษตั รยิ ท์ ง้ั องค์ การจากลกู รกั ทเี่ ปน็ พระโอรสของกษตั รยิ ท์ ง้ั องค์
การจากเมยี ท่ีแสนรักอนั เป็นพระชายาของกษัตรยิ ท์ ั้งองค์ และการจากพระตำ� แหนง่
ของพระมหากษัตริย์ทั้งพระองค์ ออกไปเป็นมนุษย์อนาถาหมดคุณค่าภายในตัวที่
ยงั ไมต่ าย เพยี งสามสตี่ ำ� แหนง่ เทา่ น้ี ถา้ เปน็ อยา่ งเราๆ ทา่ นๆ แลว้ ใครบา้ งจะกลา้ ตดั ได้
อย่างได้ก็คงจะออกไปสลบและนอนสิ้นลมหายใจตายอยู่ข้างพระต�ำหนักบริเวณ
พระราชวงั นน่ั เอง เพราะความรกั ความเปน็ หว่ งมหาศาลสุดทจี่ ะอดกลั้นทนทานชวี ิต
ไว้ได้ คงมิได้มีลมหายใจสืบต่อกันไปถึงแม่น�้ำเนรัญชรา อันเป็นสถานท่ีทรงผนวช
เหมือนพระองค์ท่านแน่ๆ แต่ทรงสละปล่อยวางโดยส้ินเชิงท้ังท่ีมีพระทัยครอง
พระชนม์ชีพอยู่เช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วๆ ไป ม้าท่ีเป็นพระพาหนะตามส่งเสด็จออก
ทรงผนวช ซ่ึงเป็นเพียงสัตว์เดียรัจฉานตัวหนึ่งเท่าน้ัน ยังมีความรักในเจ้าของมาก
และอดกล้ันในความอาลัยรักในเจ้าของไม่ได้ ต้องทอดอาลัยในชีวิตตายในขณะท่ี
กา้ วผ่านคลองพระจกั ษเุ จา้ ของออกมาไมก่ กี่ ้าวเลย ความรักความอาลยั ในเจา้ ของมี
มากกว่าความอาลัยในชีวิตของตัว ถึงกับต้องยอมพลีชีพอยู่ในสถานท่ีท่ีทรงผนวช
ไม่ยอมกลับคืนสู่พระราชฐานบ้านเรือน นับว่าเป็นม้าตัวอย่างที่มีความรักภักดีต่อ
เจ้าของมากมาย ถงึ กับมีประวัติเป็นคเู่ คียงของพระพทุ ธเจา้ มาในพุทธประวัติ ไมม่ ี
ท่านผ้ใู ดกลา้ ตดั ออก เพราะเป็นเร่ืองเพม่ิ ความส�ำคญั ของพระพทุ ธประวตั ิ และเป็น
ความสำ� คญั ของมา้ กณั ฐกะ ซงึ่ เปน็ สตั วท์ มี่ คี วามจงรกั ภกั ดตี อ่ พระพทุ ธองคอ์ ยา่ งมาก
เม่ือทรงตัดความอาลัยอาวรณ์นั้น ข้ันโลกธาตุหว่ันไหวประหน่ึงพระหฤทัยจะขาด
กระเดน็ ออกมาในขณะนนั้ ไดแ้ ลว้ โดยการเสดจ็ ออกทรงผนวช แมข้ ณะทที่ รงบำ� เพญ็
อยใู่ นปา่ พระองคเ์ ดยี วนนั้ กม็ ไิ ดป้ ระทบั อยสู่ บายในพระอริ ยิ าบถตา่ งๆ แตท่ รงรบรนั
กล้นั พระทยั กับความอาลัยรัก ซ่งึ เป็นอารมณใ์ นอดีตผสมกับอารมณ์ปัจจุบนั อันเปน็
อารมณ์ประเภทเดียวกันอย่างเผลอพระองค์ไม่ได้ ระหว่างความรักความอาลัยและ
ความห่วงใยในพระโอรส พระชายา กษัตริย์ สมบัติบริวาร กับความมุ่งหวังเป็น
พระพทุ ธเจ้า ตอ้ งแยง่ บัลลงั กก์ ันไมม่ ีวันมีคนื ยนื เดนิ นั่ง นอน และพระอาการ
แสดงออกใดๆ พอเปน็ ทส่ี ะดวกพระกายสบายพระทยั บา้ งเลย แตล่ ว้ นเปน็ พระอาการ

191

ทอ่ี ยใู่ นสนามรบ ซงึ่ เตม็ ไปดว้ ยความคดิ หว่ งใยและความไตรต่ รองเพอ่ื ความหลดุ พน้
จากส่ิงพัวพันในพระทัยอย่างไม่มีวันเวลาลดหย่อนผ่อนคลายบ้างเลย ท่ีประทับ
อยู่อาศัยหลับนอนในขณะน้ัน ถ้าเทียบกับปราสาทของกษัตริย์กรุงกบิลพัสดุ์แล้ว
กเ็ ทา่ กับโลงผีดิบ อาหารกเ็ ทียบกับอาหารสัตวน์ รก เพราะทรงได้รบั จากการขอทาน
ของชาวบ้าน ซึ่งสมยั นน้ั ยังไม่มีศาสนาพอคนจะรู้เรอื่ งการให้ทาน สิ่งที่ได้มาเสวยจึง
เป็นเหมือนอาหารของสัตว์นรกเราดีๆ น่ีเอง ทุกส่ิงท่ีเป็นเคร่ืองทรงอาศัยไม่มีอะไร
เหมือนเคร่ืองทรงของกษัตริย์ในพระราชวังแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ถ้าจะให้เป็นความ
สะดวกแบบทางโลกแลว้ พระองคจ์ ะทรงไดร้ บั มาจากอะไรทไี่ หนอยา่ งไร กค็ อื ผตู้ กนรก
ทั้งเปน็ เราดๆี น่ีเอง ทที่ รงมีความทกุ ขท์ รมานอยใู่ นลกั ษณะน้ัน นบั แตเ่ ร่มิ เสด็จออก
จนถงึ วนั ตรัสรกู้ เ็ ปน็ เวลา ๖ ปี ขนาดเป็นพระมหากษัตริย์ทีเ่ ล่อื งลือระบอื ทัว่ พระราช
อาณาจักรที่ทรงปกครอง ต้องฝืนพระทัยเสด็จออกออกปราสาทซ่ึงเทียบกับแดน
สวรรค์ หันพระพักตร์เขา้ สู่ปา่ อันเปน็ เหมอื นแดนนรกตกอยใู่ นมหนั ตทกุ ขถ์ ึง ๖ ปี
จะไม่ทรงมีความทุกข์ความล�ำบากและฝืนพระทัยแล้ว จะเห็นว่าใครเป็นผู้มีความ
สามารถเผชิญกับทุกข์ความทรมานทางกายและฝืนทุกข์ความทรมานทางใจย่ิงกว่า
พระพทุ ธองคบ์ า้ ง เทา่ ทพ่ี บมาในวงพระศาสนายงั ไมเ่ คยปรากฏวา่ มที า่ นผใู้ ดสามารถ
ฝ่าฝืนความทุกข์ทรมานทางกายและทางใจได้เหมือนพระองค์เลย อย่างมากก็พอ
มองเหน็ รอ่ งรอยทที่ รงเหยยี บยำ่� กรำ� ทกุ ขใ์ นเวลาทรงบำ� เพญ็ บา้ ง พอเปน็ เครอ่ื งหมายวา่
เปน็ ลกู ศษิ ยม์ คี รสู อนและทรงพาดำ� เนนิ กย็ งั นบั วา่ มบี ญุ มากอยแู่ ลว้ ใครจะเกง่ กวา่ ครู
คือศาสดายังมองไม่เห็นนับแต่คร้ังโน้นมาถึงบัดน้ี จึงควรกราบไหว้พระองค์ผู้ทรง
เป็นตัวอย่างแก่สัตว์โลกอย่างถึงใจ แม้จะยังไม่สามารถในส่ิงท่ีควรแก่ฐานะของตน
ก็พอเปน็ อุปนิสัยปัจจัยสืบเนอ่ื งในอนาคต ไม่ขาดทนุ สญู ดอกไปเสยี ทีเดยี ว

นแ่ี ลการทำ� ความดเี พอื่ เปน็ หลกั ยดึ แกต่ วั เอง ไมว่ า่ สมยั ใด ทา่ นผใู้ ดและกรณใี ด
เคยเปน็ กจิ ท่ียากล�ำบากทกุ ประโยคท่ีทำ� อยา่ งน้ีเอง

ทางเดนิ เพ่อื ความดีก็มที างเดียวเท่าน้ี คอื จะยากหรืองา่ ยหวังพ่งึ ตวั เองเพื่อเปน็
หลกั ยดึ ทีม่ ั่นคง ก็จ�ำต้องฝนื กเิ ลสความผลักดันลงทางต�่ำของตน ไมม่ ที างปลกี แวะ

192

เป็นอย่างอ่นื โดยไม่ฝืน อีกประการหนง่ึ พวกเรายงั เปน็ ชา้ งเทา้ หลังคอยด�ำเนนิ ตาม
เสด็จพระพุทธเจ้าท่ีทรงอุตส่าห์บุกเบิกหนทางโลกันตะท่ีมืดแปดด้าน พอมีช่อง
รอ่ งรอยลบู คลำ� ไปได้ ถงึ จะลำ� บากกม็ ที างใหเ้ ดนิ มไิ ดเ้ ปน็ แบบปดิ ตนั เหมอื นพระองค์
ผดู้ ำ� เนนิ ไปก่อน ทางก็มี เทา้ กม็ ี ก�ำลังก็มี สติปัญญาก็มี เหมอื นมนษุ ย์ในคร้ังโน้น
ไมม่ อี ะไรบกพรอ่ งพอคนสมยั นก้ี บั คนสมยั นน้ั และศาสนาพทุ ธองคเ์ ดยี วกนั ในสมยั น้ี
กับสมัยโน้นจะเข้ากนั ไมไ่ ด้ เม่ือทกุ อยา่ งก็มีสมบรู ณ์ หากไมย่ อมเดนิ แตต่ ้องการถึง
ที่มุ่งหมายอยา่ งนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้แตไ่ หนแตไ่ รมา และขดั กบั หลักศาสนาท่มี เี หตผุ ล
นอกจากนั้นยังขัดตอ่ ความมุง่ หมายและเปน็ อุปสรรคแกต่ นไปตลอดกาลอีกด้วย

ความหวงั ของคนเรามอี ยมู่ ากทส่ี งิ อยภู่ ายในอยา่ งลกึ ลบั จนไมส่ ามารถนำ� มาแสดง
ให้ทว่ั ถึงได้ คอื ความสขุ ความสมหวังเปน็ ต้นเหตุ จะเกิดในภพใดชาตใิ ด ความหวัง
ย่อมออกหน้าเสมอไมเ่ คยลา้ หลัง คอื ขอให้เกิดในภพชาตทิ ีส่ มหวงั ดงั ใจหมาย ส่ิงใด
ทีม่ าเกย่ี วข้องกบั ตน สิ่งน้นั ขอให้อย่ใู นขา่ ยแห่งความหวงั สิ่งใดท่ีเปน็ ของดี สง่ิ น้ัน
ขอให้เป็นสมบัติของตนมากกว่าจะเป็นสมบัติของคนอื่น สุขใดที่เป็นสุขล้�ำเลิศ
ประเสรฐิ สดุ ในโลก สขุ นนั้ จงเปน็ สขุ ในหว้ งแหง่ ความหวงั ของตนอยา่ ไดผ้ า่ นไป สมบตั ิ
ในไตรภพแมก้ องเทา่ โลกทมี่ นษุ ยอ์ าศยั อยู่ ขอใหต้ นไดเ้ ปน็ เจา้ ของกอ่ นใครๆ อำ� นาจ
ราชศักด์ิอันยิ่งใหญ่ในไตรภพ ขอให้ตนได้เข้ายึดครองเป็นส่วนใหญ่แต่ผู้เดียว
ความขัดสนจนทรัพย์อับสติปัญญาจงผ่านไป แต่ความเฉลียวฉลาดปราดเปร่ือง
เลอื่ งลอื ระบอื ทว่ั ขอบเขตจกั รวาลจะบนั ดาลผา่ นเขา้ มาเปน็ ของตน เกดิ ในภพใดชาตใิ ด
ขอให้มีฤทธิ์เดชกล้าสามารถอาจบันดาลได้ดังใจในทุกท่ีทุกสถานตลอดกาลทุกเม่ือ
อยา่ ไดเ้ บอื่ ไดเ้ มาเศรา้ โศกดว้ ยนำ�้ ตา ขอใหเ้ ตม็ ไปดว้ ยความรน่ื เรงิ หรรษาทไี่ หลมาเทมา
ความทกุ ขอ์ ยา่ ไดพ้ บ ความสยดสยองอยา่ ไดเ้ หน็ ความมเี คราะหม์ เี ขญ็ อยา่ ไดป้ ระสบ
หลับต่ืนลืมตาขอให้ประจวบส่ิงที่เจริญหูเจริญตาอันเป็นที่ไหลมาแห่งความสุขท่ีพึง
ปรารถนา ขอใหม้ วี าสนาบารมแี กก่ ลา้ สามารถฆา่ กเิ ลสตาย คลายกเิ ลสหลดุ ถงึ วมิ ตุ ติ
พระนพิ พานในอนาคตกาลเบอ้ื งหนา้ อนั ใกล้ อยา่ ไดพ้ ลาดหวงั เถดิ เหลา่ นล้ี ว้ นเปน็ ความ
ปรารถนาของมนุษย์เราซ่ึงอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ รู้สึกว่าพิสดารกว่าสัตว์ชนิดใดๆ
ในโลก แตก่ ารกระทำ� บำ� เพญ็ ไมเ่ ปน็ ไปตามรอ่ งรอย ผผู้ ดิ หวงั กค็ อื ผปู้ รารถนานนั่ เอง

193


Click to View FlipBook Version