The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-11-11 22:41:27

หนังสือ รอยธรรม สุปัณฑิโต

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

พระอาจารยบ์ ัณฑิต สปุ ณฑฺ โิ ต
จัดพิมพ์ถวาย
เป็นพุทธบูชา ธัมมบูชา สังฆบูชา
และอาจาริยบูชา

ISBN : ๙๗๘-๖๑๖-๓๘๒-๗๑๒-๘
พิมพ์ครั้งที่ ๓ : พฤษภาคม ๒๕๖๔
จ�ำนวนพมิ พ์ : ๑๐๐ เล่ม
ผ้จู ดั พมิ พ์ : คณะศษิ ยานศุ ษิ ย์
: คณุ ณฐั วฒั น์ อ่ิมสำ� ราญรัชต์ (สวนกุหลาบ 132)
: คณุ อสิ รีย์ อม่ิ ส�ำราญรชั ต์ และครอบครวั

พิมพ์เพื่อแจกเป็นธรรมทาน
ไม่อนุญาตให้จ�ำหน่าย

พิมพท์ ี่ : บริษทั ศลิ ป์สยามบรรจภุ ณั ฑ์และการพิมพ์ จำ� กัด
๖๑ ถนนเลยี บคลองภาษีเจรญิ ฝงั่ เหนือ ซอยเพชรเกษม​๖๙
แขวง/เขตหนองแขม กรงุ เทพฯ โทรศัพท์ ๐­-­๒๔๔๔-๓๓๕๑-๒
โทรสาร ๐-๒๔๔๔-๐๐๗๘ E-mail: [email protected]

หลวงป่มู ั่น ภรู ิทตโฺ ต

หลวงปู่จนั ทร์ศรี จนฺททโี ป

หลวงตามหาบัว าณสมฺปนโฺ น

หลวงปู่บญุ จนั ทร์ กมโล

หลวงป่แู นน สภุ ทโฺ ท

หลวงป่เู กลา้ ปมุตโฺ ต

คำ� ปรารภ

หนังสือ “รอยธรรม สุปณฺฑิโต” เกิดจากแรงใจของ
คณะศิษย์ทั้งปวงของท่านพระอาจารย์บัณฑิต สุปณฺฑิโต
(พระอาจารย์หมอ) ที่ได้เคยรับใช้งานกับท่าน เคยฟังธรรม
และเคยได้รับการอบรมสั่งสอนตักเตือนในขณะที่ท่านยัง
ครองขันธ์ รวมทั้งได้รับจดหมายท่ีส่งมาเก้ือกูลใจ ในยาม
วิปโยคโศกใจของศิษย์ การได้รวบรวมจัดท�ำ “รอยธรรม
สปุ ณฑฺ โิ ต” เปน็ สว่ นหนง่ึ ทช่ี ว่ ยคลายทกุ ขล์ งจากใจไดใ้ นระยะน้ี
ทั้งรอยธรรมและมรณานุสติของท่านพระอาจารย์ ได้ช่วย
เตอื นให้เห็นอนิจจงั ทกุ ขัง อนัตตา อยา่ งแท้จรงิ

ในกาลข้างหน้า หากเราไม่รวบรวมประวัติ ธรรมะของ
ท่านไว้ อาจจะไม่มีใครรู้จักท่านพระอาจารย์หมอในแง่ของ
ธรรมเลยและคงเลือนหายไปตามกาลเวลา งานคร้ังน้ีจึง
ส�ำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยใจอันศรัทธาย่ิงของทุกคน ทุกคนท�ำ
ดว้ ยนำ้� ใจ กระตอื รอื รน้ และกลา่ วเหมอื นกนั วา่ หากไดร้ ว่ มทำ�
แมเ้ พยี งนอ้ ยนดิ ก็อยากจะทำ� เพ่อื บูชาคุณ

เม่ือท่านยังทรงขันธ์ ท่านไม่เคยอนุญาตให้ท�ำการอัด
บนั ทกึ เสยี งธรรมของทา่ น ทา่ นวา่ ใหบ้ นั ทกึ ไวใ้ นใจ ไมอ่ ยากให้
เป็นความจ�ำ อีกประการคณะศิษย์เข้าใจดีว่าท่านมักจะ
ปรารภเนืองๆ วา่ ท่านเป็นพระผนู้ อ้ ย ท่านจะระวังองค์ท่าน
ไม่ให้ท�ำส่ิงใดเทียบเทียมพ่อแม่ครูอาจารย์เป็นอันขาด
หลายครง้ั ทพี่ ยายามออ้ นวอนขอเมตตาอดั บนั ทกึ เสยี งธรรม

ทา่ นกม็ ยิ นิ ยอม หากแตม่ ธี รรมะบางกณั ฑท์ เี่ ราแอบอดั กนั ไว้
ในระยะปีแรกดว้ ยความดอ้ื รน้ั โงเ่ ขลาของศิษย์ เม่อื ถงึ เวลานี้
เราจงึ ถอดเสยี งทา่ นออกมาเปน็ รอยธรรมดงั ปรากฏ เขา้ ใจวา่
ด้วยญาณวิถีท่านย่อมทราบดี คณะศิษย์ผู้ด้ือดึงและโง่เขลา
จึงกราบขอขมาแทบเทา้ ท่านพระอาจารย์

ในขณะเดียวกัน เมื่อท่านพระอาจารย์ห้ามบันทึก
เสยี งธรรม เราทง้ั หลายกไ็ มย่ อ่ ทอ้ เพราะเหน็ ถงึ คณุ อนั ลกึ ซง้ึ
แห่งธรรมเทศนาของท่านพระอาจารย์ พากันจดบันทึก
ธรรมนัน้ ลงในกระดาษ ลงสมดุ และท้ายทสี่ ดุ ลงทใ่ี จ วาระนี้
เราท้ังหลายจึงพากันคัดลอก รวบรวม จัดพิมพ์บันทึกธรรม
บางสว่ นทจี่ ดจารกนั ไวเ้ อง จงึ นา่ จะมขี อ้ คลาดเคลอ่ื นผดิ พลาด
ไปบา้ ง ไมม่ ากกน็ อ้ ย เพราะบนั ทกึ โดยผมู้ ากดว้ ยกเิ ลสทง้ั สนิ้
คณะศษิ ยจ์ งึ กราบขออโหสกิ รรม และนอ้ มรบั ความผดิ พลาด
ทง้ั ปวงไว้

หากแม้นว่ามีสิ่งใดจักเป็นประโยชน์ ขอน้อมถวาย
สักการบูชาคุณท่านพระอาจารย์ที่ได้เมตตาศิษย์ทุกกาล
ทุกเวลา ไม่ว่าใกล้ไกล นับเป็นพระกรุณาเมตตาอันย่ิงใหญ่
เหนือเศียรเกล้า เกินกว่าจะกลั่นกรองเรียงร้อยถ้อยค�ำลง
ใหต้ รงกับใจของศษิ ย์ท้ังปวง

เคารพบูชาย่งิ
คณะศษิ ย์

๑ มีนาคม ๒๕๕๘

สารบัญ

• ประวัตทิ า่ นพระอาจารย์บณั ฑิต สปุ ณฑฺ ิโต ๑

• รอยธรรม ๓๑
เทศนาธรรม ๓๓
๐๑ - ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ๓๕
๐๒ - ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๒ ๕๗
๐๓ - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ๖๑
๐๔ - ๗ มิถนุ ายน ๒๕๕๒ ๑๑๓
๐๕ - ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ๑๕๑
ธรรมลิขติ ถึงศิษย ์ ๑๕๙

• บนั ทึกธรรม ๑๗๗
ร้อยเรยี งธรรม ๑๗๙
ปกณิ กะธรรม ๑๙๗
ข้อคิดธรรม ๒๑๑

• เมตตาธรรม ๒๑๕
พระบรมธาตธุ รรมเจดยี ์ ๒๑๖
หอเมตตาธรรมบำ� บัดวิกฤติ (CICU) ๒๒๙
อนสุ รณ์ ๑๐๐ ปี

• ท้ิงขนั ธ์ ทิง้ โลก เหลือธรรม ๒๓๙

• สันตฏุ ฐี ณ ตอสเี สยี ด ๒๔๕
และบนั ทกึ ธรรมเพิ่มเติม

พระบัณฑติ สปุ ณฑฺ โิ ต

ป ร ะ วั ติ

หลวงปู่สุข สุจิโต บิดา

โยมยายทองคำ� รุวณี สงวนแกว้ โยมมารดา

2

ถือก�ำเนิด

ทา่ นพระอาจารย์บัณฑิต สปุ ณฑฺ ิโต นามสกุล สงวนแกว้
ท่านเกิดเม่ือวันศุกร์ท่ี ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐
ณ โรงพยาบาลวชิระ โยมบิดาของท่านชื่อ สุข (ภายหลัง
บวชเป็นพระ ณ วัดป่าตอสีเสียด) โยมมารดาชื่อ รุวณี
มีพี่น้องรว่ มบดิ ามารดา จ�ำนวนทง้ั หมด ๓ คน โดยมพี ่ีสาว
๑ คน และนอ้ งสาว ๑ คน

วชั รี สงวนแกว้ พีส่ าว เฉลิมพร สงวนแกว้ นอ้ งสาว

3

เหตแุ หง่ ชื่อ “บัณฑติ ”

ธรรมท้ังหลายมาแต่เหตุ บัณฑิตหรือผู้รู้ จึงมีเหตุแห่ง
ท่ีมาดงั นี้

“ตอนเกิดมาก็ท�ำให้แม่ทุกข์เสียแล้ว เป็นวันท่ีแม่ควร
จะได้ไปมีความสุขกับพ่อ พ่อรับปริญญา แต่เราก็ท�ำท่า
จะออก แม่ก็เลยไม่ไดไ้ ป เราจงึ ได้ชอ่ื ว่า ‘บณั ฑติ ’ ”

การศกึ ษา

ท่านเข้ารับการศึกษาเบ้ืองต้นช่วงประถมศึกษาจาก
โรงเรียนวัดอนันต์จนจบชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ ท่ีโรงเรียน
วดั อนนั ต์ ยงั มปี ระกาศตดิ บอรด์ ของโรงเรยี น วา่ ทา่ นสอบเขา้
โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลัยได้

จากน้ันท่านมาศึกษาต่อระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ณ โรงเรยี นสวนกุหลาบวทิ ยาลัย รุ่นท่ี ๑๐๓ ชีวติ ในเยาวว์ ยั
ของทา่ นเป็นชีวติ ท่เี รียบงา่ ย สมถะ ต้งั ใจเรยี น ไม่เท่ยี วเตร่
เปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ใี นการเชอื่ ฟงั พอ่ แม่ ใหท้ ง้ั พส่ี าวและนอ้ งสาว
ดเู ปน็ แบบอยา่ ง

มีค�ำบอกเลา่ วา่ ทา่ นเปน็ ผรู้ ้จู ักคณุ คา่ ของเงนิ แม่ใหเ้ งิน
แค่ไหน ทา่ นก็ใช้แคน่ ั้น ไมเ่ คยขอเพ่มิ เตมิ พี่สาวทา่ นเลา่ วา่
ตัวเธอไดเ้ งนิ จากแมเ่ ป็นรายเดือน ไม่พอใช้ แม่ตอ้ งจา่ ยเปน็

4

“จากการได้อ่าน อ่านคร้งั เดยี วปบุ๊
เกิดศรัทธา”

รายอาทิตย์และลดลงเป็นรายวัน ส่วนท่านได้เท่าใดก็เอา
เทา่ น้นั

จิตดวงเดิมของท่านพระอาจารย์เป็นจิตที่ใฝ่ในธรรม
มาแต่ตน้ ถอื วา่ เปน็ ของตดิ มา ดังท่ีทา่ นเลา่ ไวเ้ ม่อื วันที่ ๓๐
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ว่า

“สมัยอาจารย์ไปบวชเณร ตอนน้ันเรียนหนังสืออยู่
กรุงเทพฯ อยู่สวนกุหลาบ โอ้ เราเรียนเก่งมากตอนนั้น
ได้ไปอ่านหนังสือประวัติหลวงปู่ม่ันของหลวงตา โยมพ่อ
โยมแมท่ า่ นไปบา้ นตาด ทา่ นไปเอามา อา่ นประวตั ิ เรารอ้ งไห้
รอ้ งไหเ้ ลย มนั สะดดุ ใจมาก มอี ยา่ งนด้ี ว้ ยหรอื เราวา่ ทางโลก
เราก็เรียกว่าเรียนอะไรก็ได้ ไม่น้อยหน้าใครแล้วนะ โอ้โห
แต่วชิ านี้มนั ทางโลกไม่มนี ะ อยา่ งน้มี ันกม็ ี ตอนท่ีเราไดอ้ า่ น
ประวัติหลวงปู่มั่นที่หลวงตาท่านเขียน ท้ังท่ียังเรียนหนังสือ
นน่ั แหละ เกดิ ศรทั ธาอยากบวชนะนน่ั บวชเณร โยมพอ่ โยมแม่

5

ไม่ได้พูด ไม่ได้ร้องขออะไรเลย เกิดข้ึนมาเอง มันประจักษ์
เตอื นจรงิ ๆ จงั ๆ ทง้ั ทมี่ นั กย็ งั เรยี นอยา่ งสนกุ สนกุ มาก เพราะ
ว่าเรียน เราสนุก เราว่าเราเรียนขนาดน้ัน แต่คนเก่งกว่าน้ี
ก็ยงั มี วชิ าทโ่ี ลกไม่มี วชิ าแบบน้ีเขาไม่เรียนกัน หาทเี่ รียนก็
ไมม่ ี ใจมนั ถงึ ออกมา ออกมาบวชเณร สน้ั ๆ ทแี รกวา่ จะมาอยู่
ท่ีบ้านตาด แต่ว่าเป็นมหานิกาย เราบวชมาก่อนจากวัด
นายโรง ตอนนนั้ หลวงตาทา่ นกไ็ มอ่ ยากรบั เณรเทา่ ไหร่ ทา่ นก็
ใหไ้ ปอยทู่ ถ่ี ำ้� เกยี (หลวงปเู่ กลา้ ปมตุ โฺ ต) หลวงตาทา่ นบอกวา่
ไปอยูท่ นี่ น่ั ถำ�้ เกียเรากไ็ ม่เคยรู้จกั ไมเ่ คยรู้จกั ไปกไ็ ป ไปดว้ ย
ศรทั ธาจริงๆ ไปดว้ ยใจ อยกู่ ับทา่ น ก็อยู่แบบขอนซุง เราก็
ไมเ่ คยรมู้ ากอ่ น แตอ่ าศยั วา่ มนั อยากจะลองดู จากการไดอ้ า่ น
อา่ นครง้ั เดยี วปุบ๊ เกดิ ศรทั ธา แต่พอไปบวชเณรมีเวลาปฏบิ ัติ
จรงิ ๆ จังๆ มนั ถึงเห็น มันถงึ ไดส้ ัมผัสในบางส่งิ ซึ่งฝังอยใู่ นใจ
ตลอด ศาสนาน้ีเปน็ ส่ิงทว่ี เิ ศษจรงิ ๆ เปน็ สิ่งที่ลึกลบั และก็มี
อะไรอกี มากมายใหเ้ ราตอ้ งคน้ ลงไปใหม้ ากกวา่ น้ี อกี มากมาย
ทเี ดียว สง่ิ ทท่ี ่านเขยี นไว้นั้น ท่ีเราได้อ่านตำ� รับต�ำรา แลว้ พอ
เรามาบวชเณรจรงิ ๆ มาสมั ผสั แมเ้ พยี งนอ้ ยนดิ เรากย็ งั คดิ วา่
โอ้ ธรรมะของพระพทุ ธเจ้านไี่ ม่ธรรมดา ไมธ่ รรมดา ฝงั ในใจ
ตลอด และกเ็ ตอื นเจา้ ของตลอด วา่ ถา้ มโี อกาส เรากจ็ ะบวช”

ทา่ นไดบ้ วชเณรทวี่ ดั ดอยเทพนมิ ติ (ถำ�้ เกยี ) ชว่ งปดิ เทอม
การศกึ ษามธั ยมปที ่ี ๔ สมตามความปรารถนา

6

อยากเป็นหมอ

จากรวั้ สวนกหุ ลาบ ทา่ นทำ� ตามความปรารถนาของทา่ น
ทจี่ ะได้ช่วยเหลอื ผ้คู น เพราะการเปน็ หมอ

“แตอ่ กี ความรสู้ กึ หนง่ึ ทมี่ นั ฝงั อยใู่ นใจ มนั อยากเปน็ หมอ
มนั อยากเปน็ หมอมาก ผลกั ดนั ใหเ้ รา เรากต็ อ้ งออกไป ออกไป
เพื่อไปตามความฝันให้มันได้ ตามความฝันตัวเองให้มันได้
ทงั้ ทจ่ี รงิ ๆ บวชเรากร็ วู้ า่ ชอบ บวชเณร ชอบ แตค่ วามรสู้ กึ ลกึ ๆ
โอ้ มันเป็นอะไรท่ีฝังในใจมาก อยากเป็นหมอ อยากเป็น
หมอ”

ความรสู้ กึ อยากเปน็ หมอของทา่ นพระอาจารยม์ มี าตลอด
มีครั้งหน่งึ ทา่ นวา่

“ตอนเราอยู่ ม.๒ เพอื่ นทำ� มดี โกนบาดมอื เรา เรากลวั ครู
จะเหน็ จะวา่ เพอื่ น และจะใหเ้ ราไปหาหมอ แตแ่ อบไมส่ ำ� เรจ็
ครูเห็นและพาเราไปโรงพยาบาลกลาง เรากลัวมาก
คณุ พยาบาลมอี ายุ ดหู นา้ เฉยๆ บอกวา่ ตอ้ งเยบ็ เรากลวั มาก
เขาผูกตาเราไว้ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเย็บ แต่จากเสียงคุณ
พยาบาลเป็นผู้ใหญ่พูดอยู่ข้างๆ หู เข้าใจว่าจะเป็นคนเย็บ
ให้เรา เยบ็ เจบ็ มากๆ ยาชาไมไ่ ดช้ ่วยเลย เราเลยต้ังใจว่าจะ
เป็นหมอ และจะตอ้ งเป็นหมอทีเ่ ย็บไม่ให้คนเจ็บด้วย”

7

รับปริญญาบตั ร
จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั

“เรารักจุฬา รักมากๆ เลย
แต่ยงั มีส่งิ ทเี่ รารักมากกวา่
คือรักพระพุทธเจา้
และธรรมะของพระพทุ ธเจา้ ”
ท่านสอบเข้าศกึ ษาตอ่ ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย และจบการศกึ ษาในปี พ.ศ. ๒๕๓๔

8

เข้าสู่รม่ กาสาวพัสตรค์ รงั้ แรก

ขอย้อนว่าระหว่างที่ท่านเรียนหมออยู่ปี ๒ ท่านได้
ทำ� ตามความตัง้ ใจของทา่ นคือ บวช ทา่ นบรรพชาอปุ สมบท
กบั หลวงปเู่ กลา้ วดั ถำ้� เกยี วดั เดมิ ทท่ี า่ นเคยบวชเณร ทา่ นวา่

“ตอนเรียนเป็นแพทย์ กลับมาบวชอีก มาบวชอยู่กับ
หลวงปู่ มันมคี วามรสู้ ึกเลยว่ายังไงก็บวชเลยเถอะ ครบอายุ
บวชเรา มันไม่แน่อนาคตเผื่อเป็นหมอแล้ว ท�ำงานท�ำการ
ยุ่งวุ่นวาย เพื่อนเขาปิดเทอมเขาไปเท่ียวเล่น ชวนกันไป
ภเู ขาบา้ ง ไปทะเลบา้ ง อะไรบา้ ง เราบอกเราจะไปบวช เพอ่ื น
เขาก็งงกันหมดว่าง้ันเถอะ พอเราบวชกลับมามันก็ “มหา
ท่านมหาเป็นไงบ้าง” เพ่ือนมันแซว คนนน้ั ก็เล่าไปทะเลน้ัน
ไปภูเขาน้นั ๆ เราไปบวช ไปบวชกับหลวงปู่ มนั ก็ฝงั ลงไปอกี
ฝงั ลงไปอีก น่นั แหละฝงั ลงไปเรือ่ ยๆ มนั เป็นความรู้สึกลึกๆ
ในใจว่าเส้นทางนี้ยอดเย่ียม ยอดเยี่ยมจริงๆ ในชีวิตเรา
ถา้ ไมเ่ ปน็ หมอ เรากจ็ ะไปบวช สองอยา่ งเทา่ นนั้ เปน็ ความ
รู้สึก มันเป็นอะไร ท่ีไม่มีใครบอกนะ เป็นอยู่ในใจ โยมพ่อ
โยมแม่กไ็ มไ่ ด้บงั คบั ”

หลงั จากสกึ ออกมา ทา่ นกลบั ไปเรยี นตอ่ จนจบเปน็ แพทย์
ตามความฝัน

9

หมอชนบท

พอเรียนจบ ท่านก็เริ่มท�ำงานท่ีชนบทตามความตั้งใจ
โดยเรม่ิ รบั ราชการทโี่ รงพยาบาลโนนสะอาดกอ่ น แลว้ ยา้ ยไป
เป็นผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลไชยวาน ท่านเคยปรารภเร่ือง
หมอชนบทกับโยมแมข่ องท่านว่า

“เราบอกมาตลอดว่าอยากเป็นหมอ ท่ีบ้านก็อนุญาต
แมม้ คี า่ ใชจ้ า่ ยสงู ตอนอยปู่ ี ๑ เรากบ็ อกแมว่ า่ เราจะเปน็ หมอ
บ้านนอก จะบอกมาเร่ือยๆ ปี ๒ ก็บอกอีก โยมแม่อยากให้
เราเปน็ หมออยู่ในกรุง”

“ถา้ เราเปน็ แพทย์ เราไดช้ ว่ ยเหลอื คน เราชอบ เรารสู้ กึ วา่
การได้ช่วยเหลือคนเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ การได้เสียสละ
การได้ช่วยคน แต่มองไปวิชาอื่น โอ้โห เราว่าเป็นหมอนี้
มนั ตรงๆ อันอ่นื มนั กอ็ ้อม จะอ้อมบา้ งอะไรบ้าง ประโยชน์
มนั กม็ ี แตแ่ พทยน์ ่ีมนั โดยตรง ทำ� งานไปด้วย ชว่ ยเขาไปด้วย
ไดบ้ ุญไปดว้ ย เหน็ จิตเจ้าของไปดว้ ย เราไมไ่ ด้หวงั ว่าจะเป็น
แพทยท์ ่ีร�ำ่ รวย เราเรยี นเราบอกทา่ นไปวา่ ถ้าหวังใหเ้ รารวย
คงไม่ใช่ว่าง้ันเถอะ อยู่ข้างในความคิด ออกมาเป็นแพทย์
ชนบท เปน็ แพทยต์ า่ งจงั หวดั ไปอยทู่ กี่ นั ดาร อยทู่ ตี่ า่ งจงั หวดั
เรารู้สึกว่ามันมีความสุข ความสุขที่ได้ให้ ความสุขที่ได้
เสยี สละ ไดช้ ว่ ยคนเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย ใหเ้ ขาไดห้ ายจากความทกุ ข์
ทั้งหลาย ถึงเราจะล�ำบากเราก็ยินดี เพราะเรารู้สึกว่า
ความทกุ ข์ของเขามนั ย่งิ ใหญ่”

10

ท่านไม่ยอมเป็นหมอในเมืองตามที่โยมแม่ต้องการ
ภายหลังท่ีท่านกลับมาที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล
จุฬาลงกรณ์ก็เมื่อท่านบวชแล้ว เวลาท่านเดินรับบาตร
ด้านหน้าและด้านข้างๆ โรงพยาบาล คนที่ใส่บาตรท่าน
เขาคงไม่รู้ว่าท่านเป็นหมอ หากท่านได้เป็นทั้งสองอย่าง
ดงั ปรารถนา เพราะท่านเปน็ “พระหมอ”

ละโลกสูธ่ รรม - บวชตลอดชวี ติ

เมอ่ื มาอยทู่ ่ี อ.ไชยวาน ทา่ นไดม้ โี อกาสดยี ง่ิ ทไ่ี ดม้ โี อกาส
อปุ ฏั ฐากหลวงปบู่ ญุ จนั ทร์ กมโล วดั ปา่ สนั ตกิ าวาส อดุ รธานี
ทุกวันท่ีหลวงปู่ปรารภธรรมกับท่าน ได้ฝังรากลึกลงไปในใจ
ท�ำให้ท่านหันหลังให้กับโลกโดยสิ้นเชิงและหยุดการศึกษา
ต่อแพทย์เฉพาะทาง เม่ือหลวงปู่บอกกับท่านให้หยุดเรียน
เพราะวชิ าทางโลกเรยี นเทา่ ใดกไ็ มจ่ บ แตว่ ชิ าทางธรรมจบได้
จิตท่านพลกิ ไปทางธรรมอยา่ งแน่วแน่ ท่านว่า

“อาจารยไ์ ปเรยี นตอ่ แตเ่ รยี นไมจ่ บ ยงั ไมจ่ บ กำ� ลงั เรยี นอยู่
หลวงปู่บุญจันทร์ท่านมีบุญคุณมาก หลวงปู่บุญจันทร์
ทา่ นบอกใหห้ ยดุ เรยี น เปน็ อะไรทไ่ี มล่ มื อศั จรรย์ เราไมค่ ดิ วา่
ธรรมะของท่านจะพลิกจิตได้ขนาดน้ี ไม่น่าเชื่อเลย เด๋ียวนี้
กย็ งั งงเหมือนกัน งงเจา้ ของอยู่ เรากไ็ ด้ยนิ ได้ฟัง ตำ� รบั ตำ� รา
ก็ได้อ่าน อะไรก็ได้อ่าน มันไม่ถึงใจเหมือนอย่างท่ีท่านพูด

11

เรียกว่าคร้ังนั้นและครั้งเดียว ครั้งเดียวมันพลิกเข้าไปที่จิต
ถึงเช่ือว่าคร้ังพุทธกาลที่เวลาพระพุทธเจ้าท่านเทศน์
ท่านเทศน์มันพลิกเข้าไปที่จิต ความเห็นมันเปล่ียนออกไป
มันเปล่ียนได้ เปล่ียนได้จริงๆ ท่ีท่านนั่งฟังเทศน์ท่ีท่าน
บรรลธุ รรมอะไรต่างๆ เยอะแยะมากมาย ตอ้ งเปน็ ได้ เปน็
ได้แน่ๆ เพราะธรรมะของท่านมีก�ำลัง มีอ�ำนาจ ธรรมะที่
เขา้ ไปถกู จดุ ถกู เรอ่ื ง เขา้ ไปพลกิ จติ พลกิ จติ พลกิ ใจ พลกิ แพลง
ความเหน็ พลกิ ความรสู้ กึ พลกิ คนละโลกเลย คนละโลกไปเลย
ทงั้ ทเ่ี รากม็ กี เิ ลส มคี วามหลงอยนู่ ะ แตค่ วามเชอื่ มนั ลงไปมาก
มากจรงิ ๆ มากขนาดทว่ี า่ เราไมถ่ อยหลงั เราจะเอาหลงั พงิ ฝา
เราเอาหลังพงิ เชอื ก เราจะตายคาเวทนี ้นั เลย เพราะเราเช่ือ
แล้วว่าที่หลวงปู่ท่านบอกเรา แล้วเราปรากฏผลในใจเรา
ขณะเดียวตรงนั้นแหละ เราเชื่อว่ายิ่งใหญ่ ธรรมะของ
พระพทุ ธเจ้าเลศิ เลอทส่ี ดุ แลว้ มีคณุ คา่ ท่ีสดุ แลว้ คุณคา่ ท่ีเรา
จะทุ่มเทท้ังชีวิตน่ีเดินลงไปเลย เดินออกไปเลย โอ้โห
พระคุณท่าน ไม่ลืมเลย ไม่ลืมเลย หลวงปู่บุญจันทร์ท่าน
ไม่ใหเ้ ราก็ไมม่ ีวันนี้ เราอาจจะเรยี นสนกุ ไป”

12

พระอุโบสถ วัดโพธิสมภรณ์

ท่านหนั หลงั ให้โลกโดยส้นิ เชิง และบวชเมอื่ วนั มาฆบชู า
ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ตรงกับวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
เวลา ๑๐.๕๘ น. อายุ ๒๘ ปี ท่านบวชท่ีวัดโพธิสมภรณ์
ต.หมากแขง้ อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี ได้รบั ฉายาวา่ “สปุ ณฺฑิโต”

ท่านเจ้าคุณพระอุดมญาณโมลี (พระธรรมบัณฑิต)
เป็นพระอุปชั ฌาย์

พระครสู ริ ิสารสธุ ี เปน็ พระกรรมวาจาจารย์
พระครูประสาทคณานุกจิ เปน็ พระอนุสาวนาจารย์

13

หนังสอื สทุ ธิ พระอาจารยบ์ ณั ฑิต สปุ ณฺฑโิ ต

14

เปน็ เร่อื งท่ีแปลกมาก
ทท่ี า่ นทงิ้ ขนั ธ์ใกลว้ ันมาฆบูชาเชน่ กนั

หลังบวช ท่านได้ไปจ�ำพรรษา ณ วัดป่านาค�ำน้อย
อ.นายูง จ.อุดรธานี พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก
เปน็ เจา้ อาวาสวดั ปา่ นาคำ� นอ้ ย ชว่ งแรกของการบวช ทา่ นได้
กลับมาไชยวานบ่อยครั้ง เพราะท่านหลวงปู่บญุ จันทร์ กมโล
อาพาธหนัก ท่านได้เข้าไปถวายการดูแลนานราว ๓ เดือน
หลวงปู่ก็ละขันธ์

“ตอนท่านมรณภาพ อาจารย์ได้อยู่กับท่าน ตอนนั้น
บวชใหม่ๆ บวชมาไม่นานท่านก็มรณภาพ บวชมาไม่นาน
ใจหายเหมอื นกนั ใจหายมาก วชิ าธรรม เราเสยี ใจวา่ งน้ั เถอะ
คดิ วา่ จะไดอ้ ยกู่ บั ทา่ น จะไดพ้ ง่ึ พาอาศยั ทา่ น กเ็ ลยวา้ เหวม่ าก
เราถึงบอกพวกเรา ถ้าเรามีครูมีอาจารย์อย่าประมาท ต้อง
เร่งรีบ เร่งรีบตักตวงความดีงาม ให้มันเต็มเหนี่ยวในใจ
อยา่ ให้มันเสียใจเสียดาย เสยี ใจ วาสนาเรามันเป็นอย่างนนั้
มันอาภัพ อาภพั ความรู้สกึ ประหนึง่ ว่าทา่ น ทา่ น เราไมล่ มื
ฝังลงไปลึกมาก พระคุณท่าน มันไม่ได้อยทู่ สี่ มอง มันเขา้ ไป
ท่ีใจ เข้าไปท่ีใจ ธรรมะน้ีท่านเปล่ียนลงไปที่ใจ มันเปล่ียน
อยา่ งยง่ั ยนื มนั ไมไ่ ดเ้ ปลยี่ นแตช่ นั้ สญั ญาชน้ั ความจำ� มนั เปน็
ความจรงิ ความจริง”

15

(รปู แรก)
พระอาจารย์อนิ ทร์ถวาย
สนฺตุสสฺ โก วดั ป่านาคำ� น้อย
(รปู ท่สี อง)
พระอาจารยร์ ัตนะ เขมรตโน
วัดปา่ รวมธรรม

ระหว่างจ�ำพรรษา ณ วัดป่านาค�ำน้อย หลวงปู่หล้า
เขมปตฺโต แห่งภูจ้อก้อ เริ่มอาพาธหนัก ท่านพระอาจารย์
อินทร์ถวาย ได้ขอให้ท่านเข้าไปถวายการดูแล ความรู้
ทางแพทย์ท่ีเรียนมาจึงเป็นประโยชน์ตรงกับที่ท่านต้ังใจไว้
คอื ไดช้ ว่ ยคน นบั เปน็ ความสขุ อนั ยงิ่ ใหญ่ การอปุ ฏั ฐากครบู า
อาจารย์ส�ำหรับท่านแล้ว ถือเป็นกิจส�ำคัญย่ิง ท่านถวาย
การรบั ใชอ้ ยา่ งสุดความสามารถ โดยใช้วิชาท่รี ำ�่ เรยี นมาดแู ล
พระอริยสงฆ์หลายต่อหลายองค์ เริ่มแต่ หลวงปู่บุญจันทร์
กมโล หลวงปหู่ ลา้ เขมปตโฺ ต หลวงปแู่ นน สภุ ทโฺ ท หลวงปเู่ กลา้
ปมุตฺโต หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต หลวงตามหาบัว
ญาณสมฺปนฺโน หลวงปู่ลี กุสลธโร หลวงปู่ใหญ่ จันทร์ศรี
จนทฺ ทโี ป หลวงปเู่ พยี ร วริ โิ ย ฯลฯ หรอื แมแ้ ตพ่ ระพอ่ ของทา่ น

16

(หลวงปสู่ ขุ สุจโิ ต) ท่านพระอาจารยห์ มอรบั หนา้ ท่ีน้ดี ว้ ยปตี ิ
ยินดีและเต็มใจยิ่ง เพราะท่านถือว่าพระอริยสงฆ์มีคุณต่อ
สรรพสตั ว์ ยิ่งใหญก่ ว่าอนื่ ใด

สมัยเม่ือจ�ำพรรษา ณ วัดป่านาค�ำน้อย ๒ พรรษา
ทา่ นไดร้ บั เมตตาจากทา่ นพระอาจารยอ์ นิ ทรถ์ วาย สนตฺ สุ สฺ โก
เจ้าอาวาสตลอดมา แมเ้ มือ่ ทา่ นพระอาจารยห์ มอละสงั ขาร
ทา่ นพระอาจารยอ์ นิ ทรถ์ วาย พรอ้ มทงั้ ทา่ นพระอาจารยร์ ตั นะ
ได้เมตตามาเป็นธุระจัดงานบ�ำเพ็ญกุศลศพ รวมถึงท่าน
พระอาจารย์อินทร์ถวายได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในวันเผา
สรรี ะทา่ นพระอาจารย์หมอดว้ ย

จากวดั ปา่ นาคำ� นอ้ ย ทา่ นไดไ้ ปจำ� พรรษากบั หลวงปแู่ นน
สภุ ทโฺ ท วดั ซำ� ขามถำ�้ ยาว อ.นำ้� พอง จ.ขอนแกน่ หลวงปแู่ นน
เป็นพระสุปฏิปันโนส�ำคัญองค์หนึ่งของชาวขอนแก่น
ท่านพระอาจารย์หมอเล่าว่า เมื่อท่านไปขอพักภาวนากับ
หลวงปู่แนน หลวงปู่พูดธรรมะสัน้ ๆ กบั ทา่ นวา่

“อยกู่ ็ไดไ้ ม่เป็นไร หาธรรมะหาที่ใจ”
ท่านว่าท่านหยุดเลย ไม่ไปที่ไหนเร่ๆ ร่อนๆ แล้ว
งานเข้าถ้าเป็นภาษาทางโลก เหมือนหลวงปู่มั่นท่านทัก
หลวงตามหาบัว ตอนแรกท่ีท่านไปอยู่ด้วยว่า “ท่านจะหา
มรรคผลนิพพานเหรอ ต้นไม้ ภูเขา ไม่ใช่มรรคผลนิพพาน
มรรคผลนพิ พานมันอยทู่ ีใ่ จ”

17

ท่านพระอาจารย์หมอได้เร่งความเพียรที่วัดน้ีอย่าง
อกุ ฤษฏ์ ทา่ นแทบไม่ได้ออกมาพบปะผู้คนเลย ท�ำใหโ้ ยมแม่
ของทา่ นเป็นหว่ งมาก ถงึ กับตอ้ งไปกราบขอเมตตาจากท่าน
พระอาจารยอ์ นิ ทร์ถวาย ใหล้ งมาดแู ละพดู คยุ กับท่าน

ทา่ นอยกู่ บั หลวงปแู่ นนพรรษากวา่ ๆ พอดกี บั หลวงปเู่ กลา้
วดั ถำ�้ เกยี อาพาธ ทา่ นจงึ กราบลาหลวงปแู่ นนขนึ้ ไปอปุ ฏั ฐาก
หลวงปู่เกล้า เพราะท่านเคยบวชเณรและบวชพระคร้ังแรก
ท่ีถำ้� เกยี ตามที่กลา่ วไว้เบื้องต้น

ด้วยกตัญญูกตเวทิตา ท่านพระอาจารย์หมอได้อยู่ที่
วัดถ้�ำเกีย จนกระท่ังหลวงปู่เกล้ามรณภาพ ต่อมา ท่านไป
จำ� พรรษาทวี่ ดั ปา่ ภผู าแดง หลวงปลู่ ี กสุ ลธโร ทา่ นพระอาจารย์
หมอกล่าวถงึ ปฏิปทาของพอ่ แมค่ รูอาจารย์หลวงป่ลู วี า่

“หลวงปู่เอาจริงเอาจัง ไม่คลุกคลี ไม่พูดมาก ถ้าผู้ใด
ร่วมงานกับท่าน ปฏิบัติตรงกันข้าม ก็จะได้ร่วมงานกับท่าน
เพียงคร้ังเดียว แต่ถ้าใครท�ำงานเอาจริงเอาจัง ก็จะถูกเรียก
ใชอ้ ีก ทา่ นไมช่ อบการทะเลาะวิวาท”

ทา่ นไดต้ ดิ ตามหลวงปลู่ ไี ปกราบพระสปุ ฏปิ นั โนหลายองค์
คราวหนึ่งท่านได้ไปร่วมงานบุญสักการะศพคุณแม่ชีแก้ว
เสียงล�้ำ ท่ีมุกดาหาร แล้วเลยลงมาพักที่วัดป่าดานวิเวก
ดงสชี มพู และไดม้ โี อกาสกราบทา่ นพระอาจารยป์ รดี า ฉนทฺ กโร
(หลวงพ่อทุย) และพระอาจารย์ต้น (พระขจรศกั ด์ิ ธมมฺ รโต)
ทำ� ใหท้ า่ นเบิกบานในธรรม และคงอยูใ่ นใจทา่ นมิเคยลมื

18

ทา่ นจำ� พรรษาทภี่ ผู าแดงนานถงึ ๒ ปี จากนนั้ ทา่ นกลบั มา
จำ� พรรษาทวี่ ดั โพธสิ มภรณ์ อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี กบั หลวงปใู่ หญ่
(หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) พระอุปัชฌาจารย์ของท่าน
ท่านร�ำลึกถึงพระคุณของหลวงปู่ตลอดมา สิ่งใดท่ีสนองคุณ
และท�ำถวายหลวงปู่ใหญ่ ท่านจะทำ� ทันที และท�ำดว้ ยความ
อุตสาหะยิ่ง ท่านเป็นหัวจักรส�ำคัญ แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
การสร้างพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ และหอเมตตาธรรมบำ� บัด
วกิ ฤติ (CICU) โรงพยาบาลอดุ รธานี ในวาระหลวงปมู่ ชี นมายุ
ครบ ๑๐๓ พรรษา ทา่ นได้เป็นผูอ้ ยูเ่ บ้ืองหลงั การดำ� เนนิ งาน
แทบจะทุกข้ันตอน และคงไว้แต่ประโยชน์ต่อผู้คนข้างหลัง
อย่างแท้จรงิ

ท่านอย่รู บั ใช้หลวงปใู่ หญ่ประมาณ ๑ พรรษา พอดกี ับ
โยมนา้ ชาย (นายเทยี นชยั โพนภเู่ ขตโยง) และญาตๆิ ไดร้ ว่ มกนั
ซื้อท่ีดินบริเวณตอสีเสียด จ�ำนวน ๑๒ ไร่ถวาย เพราะมี
ที่ดนิ อยู่ใกลเ้ คยี งกัน ตอ่ มา โยมแม่ ญาตมิ ติ ร และลูกศิษย์
ได้ร่วมกนั ซอื้ ท่ีดนิ ถวายเพมิ่ เตมิ จนเป็น ๕๓ ไร่ในปจั จบุ ัน

ระยะแรก ท่านเข้ามาปรับปรุงสภาพรกชัฏเขตบริเวณ
ตอสีเสียดเพียงรูปเดียว เป็นงานท่ีหนักมาก เร่ิมจัดท�ำกุฎี
เลก็ ๆ ศาลาเลก็ ๆ ปถี ดั มา หลวงปสู่ ขุ สจุ โิ ต (พระพอ่ ) จงึ ยา้ ย
จากภผู าแดง มาจ�ำพรรษารว่ มกบั ท่าน หลงั จากทหี่ ลวงปูล่ ีฯ
อนุญาตแล้ว ระยะนั้นมีพระภิกษุสงฆ์ซึ่งไปๆ มาๆ อีก
๒-๓ รูปได้เขา้ มาพ�ำนกั ดว้ ยเปน็ ครงั้ คราว

19

พระอาจารยบ์ ณั ฑติ ขณะดูแลอปุ ัฏฐากหลวงป่จู นั ทรศ์ รี จนทฺ ทโี ป

เสนาสนะวดั ป่าตอสีเสยี ด

ท่านได้พัฒนาวัดป่าตอสีเสียดมาเป็นล�ำดับ จนกระทั่ง
คืนวันมรณภาพ ทา่ นถอื คตคิ วามเป็นอยู่ตามแนวกรรมฐาน
วดั ป่าอยา่ งเคร่งครดั กลา่ วคอื สมถะ เรียบงา่ ย ไมเ่ น้นเรอื่ ง
ถาวรวัตถุท้งั ปวง ไมม่ ีไฟฟา้ ไมม่ ีเครือ่ งอ�ำนวยความสะดวก
ตา่ งๆ มเี พยี งศาลาฉนั หอ้ งครวั เลก็ ๆ หอ้ งนำ�้ เลก็ ๆ ถนนในวดั
กเ็ ป็นถนนดนิ โรยกรวด ระยะแรก โยมแม่ท่านยงั ไมไ่ ด้เขา้ มา
อยู่ที่วัด ท้ังที่ท่านปรารถนาอยากเห็นโยมแม่ออกมาอยู่วัด
เตม็ ตัว ทา่ นวา่

“เมื่อวานโยมแม่บอกว่า จะตั้งใจภาวนาจริงจัง เหลือ
สักชาติ สองชาติ กย็ ังดี เราดีใจมาก เราท�ำให้โยมแม่ลำ� บาก
มามาก อาจจะทำ� ในสง่ิ ทโ่ี ยมแมอ่ ยากไมไ่ ด้ แตก่ ารใหธ้ รรมะ
ของพระพทุ ธเจา้ กับแมก่ ็ประเสริฐสดุ ”

กาลตอ่ มา ทา่ นไดส้ รา้ งเรอื นไมไ้ วใ้ หโ้ ยมยายของทา่ นซง่ึ
ชรามาก มีอายุกว่าเก้าสิบปี ซึ่งป่วยด้วยโรคเบาหวานและ
โรคไต ทา่ นจึงรับโยมยายจากบ้านโยมนา้ ชายจากหมากแขง้
อุดรฯ ให้ย้ายมาอยู่เสียท่ีวัด เพ่ือความสะดวกในการดูแล
รกั ษา และอาจเปน็ ขอ้ อา้ งทางออ้ มใหโ้ ยมแมต่ อ้ งเขา้ มาดแู ล
โยมยายอีกด้วย

“เบาหวานก็ต้องควบคุมของแสลง ความอยากของ
พวกเราก็ต้องควบคุม บังคับไว้ให้พอประมาณ และท�ำไป
จนถึงที่สุด ไม่มีความอยากหลงเหลืออยู่เลย แต่ตอนแรก
ถ้ายังทำ� ไมไ่ ดก้ ็ใหค้ วบคุมอย่าใหเ้ กินขอบข่าย เอาศีล สมาธิ
ปัญญามาคมุ ”

22

ทกุ ๆ วันก่อนสว่าง ท่านจะมาทเี่ รอื นโยมยาย ดแู ลเรื่อง
ยากินยาฉีดรักษาเบาหวาน โรคไตและโรคประจ�ำตัวต่างๆ
และมารับบาตรจากโยมยายเป็นประจ�ำ รวมท้ังดูแลเรื่อง
ความสะอาดเรยี บรอ้ ยที่เรือนโยมยาย

กจิ วัตรประจ�ำวัน

ท่านพระอาจารย์หมอออกรับบาตรทุกวัน ประมาณ
หกโมงส่ีสิบห้าถึงโมงเช้า ข้ึนกับฤดูกาล คือหลังรุ่งอรุณ
ก่อนออกรับบาตร ท่านจะเร่ิมภารกิจด้วยการดูแลวัด
ปดั กวาด เชด็ ถู ทำ� ความสะอาด ศาลาฉนั และศาลารบั ประทาน
อาหารของญาตโิ ยม ปูอาสนะ ปเู สื่อ ปูผ้าเช็ดเท้า จดั เตรยี ม
ภาชนะเครื่องใช้ ท้ังของญาติโยมและของท่ีจะใช้เพ่ือ
ประเคนพระ เตรยี มบาตร หลงั จากนน้ั ทา่ นจะกวาดบรเิ วณวดั
และศาลา ท่านลงมือท�ำด้วยตัวเอง จากนั้นท่านจึงออก
รับบาตร โดยไปรับบาตรที่เรือนโยมยายก่อน หลังจากน้ัน
จึงออกรับบาตรที่หมู่บ้านตอสีเสียดพร้อมพระสงฆ์องค์อ่ืน
(ถ้ามี) ท่านออกจากวัดแล้วเลี้ยวซ้าย ไปจนถึงหมู่บ้าน
ซ่งึ ค่อนขา้ งไกล ระหวา่ งทางเป็นทางดนิ แดงทร่ี ถว่ิง มีต้นไม้
ข้นึ เตม็ ๒ ข้างทาง นานๆ ทีจึงจะมรี ถผา่ นไปสักครั้งเพราะ
ถือว่าไกลชุมชน เวลาท่านรับบาตรจะมีลูกศิษย์ชายตามไป
ช่วยรับของ ๑ หรือ ๒ คน (บางวันก็อาจไม่มี ถ้าลูกศิษย์
มีกิจธุระมากันไม่ได้) และมีเจ้าสิงห์ (หมาของเจ้าอาวาส-
โยมแม่เรยี ก) ไปด้วย

23

ขอเล่าท่ีมาที่ไปของเจ้าสิงห์ว่า แม่เจ้าสิงห์คือเจ้าแดง
เจ้าแดงพลัดหลงมาอาศัยวัดอยู่ ท่านสงสารจึงสงเคราะห์ไว้
ตอ่ มาเจา้ แดงมีลูกถงึ ๗ ตวั ท่านรับเลยี้ งไว้คือ เจ้าสงิ ห์ และ
เจา้ เสอื (ซงึ่ ตกเปน็ ของโยมแมต่ ยุ๋ ) โยมแมท่ า่ นเลา่ วา่ เจา้ สงิ ห์
ฉลาดมาก เม่ือมันยังเล็กมาก ท่านทดลองเอาลูกหมาเล็ก
ทั้ง ๗ ตัวมาไว้ไกลจากศาลา แล้วให้เจ้าแดงตัวแม่นอนที่
ศาลา มเี จา้ สงิ หต์ วั เดยี วทส่ี ามารถคลานมาถงึ ศาลาได้ มนั รกั
ท่านมาก ตามท่านไปทุกหนแห่ง แม้เมื่อท่านแสดงธรรม
เราจะเห็นมันมานอนหลับใต้ต่ังอาสนะท่าน มันอาจจะ
ฟังธรรมจนหลับไปก็ได้ เมื่อท่านออกจากศาลามันจึงจะลุก
ตามทา่ นไป

24

เม่ือพ้นประตูวัด ท่านจะเลี้ยวซ้ายจนถึงหมู่บ้านตอ
สีเสียด ชาวบา้ นจะรอใสบ่ าตรเปน็ ประจ�ำทุกเช้า เขาเคารพ
รกั ทา่ นมาก เพราะทา่ นมอี ปุ การะคณุ กบั เขา ดแู ลทกุ ๆ อยา่ ง
แจกทาน รักษาโรค ให้อาหาร เส้ือผ้า เจ็บป่วยก็เป็นธุระ
ที่ส�ำคัญคือท่านให้ธรรมความสงบของใจ พอถึงวันเสาร์-
อาทติ ย์ และวนั พระช่วงเชา้ ชาวบา้ นจะพากันมาวดั ถวาย
จังหนั พอคำ่� เขาจะมาทำ� วตั ร สวดมนต์ ฟังธรรม ในตอนเช้า
ของวันเสาร์-อาทิตย์ จนถึงวันท่ีมีคนมาท่ีศาลาหลายคน
แลว้ อยากฟงั ธรรม ทา่ นกจ็ ะปรารภธรรมกอ่ นฉนั ธรรมะของ
ท่านพระอาจารย์หมอ ลึกซ้ึง ชัดเจน จนท�ำให้หลายต่อ
หลายคนตอ้ งวนเวียนกลบั มาท่วี ัดตอสเี สียดบ่อยๆ

หลังจังหัน ท่านพระอาจารย์กับหลวงปู่สุข จะช่วยกัน
ล้างบาตร จากนั้นท่านพระอาจารย์จะท�ำกิจธุระส่วนตัว
ตากจีวร ฯลฯ สายๆ ของวันธรรมดา ท่านจึงจะออกไป
วัดโพธิสมภรณ์ หรือท่ีโรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อติดตาม
งานที่คั่งค้าง ตลอดจนไปกราบหลวงปู่ใหญ่ ท่านไปประชุม
ที่ตกึ CICU ทุกวันพฤหสั บดที ่ี ๒ ของเดอื น เดือนละ ๒ คร้งั
จนเย็นท่านจึงจะกลับมาวัดป่าตอสีเสียดและท�ำกิจของวัด
เชน่ เคย

25

พ่อแมเ่ ปน็ บอ่ แห่งชวี ิต

ในความเป็นลูก ท่านพระอาจารย์หมอถือว่าเป็น
อภิชาตบุตร ตัง้ แต่เกดิ โยมแมก่ ลา่ วว่า ทา่ นไม่เคยท�ำความ
ล�ำบากใจให้พ่อแม่แม้แต่น้อย เชื่อฟัง เรียบร้อย อดออม
ไม่เท่ียวเตร่เกเร ตั้งใจเรียนหนังสือ ช่วยพ่อแม่ท�ำงานบ้าน
ทกุ อยา่ ง เมอื่ ครงั้ โยมพอ่ โยมแมไ่ ปอยเู่ พชรบรู ณ์ พน่ี อ้ งขนึ้ ไป
หาพอ่ แม่ โยมแมต่ ยุ๋ บอกวา่ ทา่ นพระอาจารยห์ มอจะไมอ่ อก
ไปไหนเลย ท่านจะช่วยท�ำขนมขายเพ่ือช่วยแบ่งเบาภาระ
ของพ่อแม่ ท่านไม่เคยปริปากหรือบ่นเพ้อแต่อย่างไรเลย
ส่ิงไหนที่ท�ำให้โยมแม่ไม่สบายใจ ท่านจะพยายามโอนอ่อน
ผ่อนตาม

“การดแู ลแมห่ รอื คนทเ่ี รารกั ทกุ วนั ทตี่ นื่ มา เราตอ้ งคดิ วา่
จะทำ� อะไรดๆี ใหค้ นทเี่ รารกั สง่ิ ดๆี ทท่ี ำ� ไดก้ ค็ อื การทำ� ใหเ้ ขา้ ถงึ
หลักธรรมให้ได้ เราต้องเร่ิมต้นจากท่ีตัวเองต้องท�ำดีก่อน
เมอ่ื เราทำ� แลว้ เรากจ็ ะสามารถสรา้ งสงิ่ ทด่ี ใี หก้ บั คนทเี่ รารกั ได”้
(๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

ระยะแรกทที่ า่ นมาจ�ำพรรษาท่ีตอสีเสียด ทา่ นจะแวะไป
ที่บ้านธนาดรเพื่อดูโยมแม่เปน็ ประจ�ำ เวลาท่โี ยมแมต่ ุย๋ ปว่ ย
ทา่ นจะเปน็ ธรุ ะทกุ ๆ ครง้ั ครงั้ ทโี่ ยมแมต่ ยุ๋ ตอ้ งเขา้ โรงพยาบาล
ท่านจะเป็นผู้พาไปเอง เวลาผ่าตัด ท่านจะขออนุญาตหมอ
เข้าไปดอู ยู่ดว้ ย ท่านจะอยู่เป็นเพ่อื นโยมแมข่ องทา่ น นับแต่
วันเข้าโรงพยาบาลจนถงึ วันออกจากโรงพยาบาล

26

ครงั้ หนงึ่ โยมแม่ต๋ยุ น้อยใจนกั เกดิ จากโยมแมอ่ ยากจะ
ขอเปลย่ี นรถใหม่ เพราะคนั ทใ่ี ชน้ นั้ เกา่ มาก และการเดนิ ทาง
ในหนา้ ฝน จากหมบู่ า้ นธนาดรมาวัดลำ� บากมาก เพราะเป็น
ทางดนิ แดง เมอ่ื โยมแมบ่ อกกบั ทา่ น ทา่ นไมย่ นิ ยอม ขอแตใ่ ห้
เอารถไปซ่อม ท่านวา่ ทา่ นขัดใจโยมแม่ตลอด

“เราบอกมาตลอดว่าอยากเป็นหมอ ท่ีบ้านก็อนุญาต
แม้ค่าใช้จ่ายจะสูง พออยู่ปี ๑ เราก็บอกแม่ว่าเราจะเป็น
หมอบ้านนอก จะบอกมาเรื่อยๆ ปี ๒ ก็บอกอีก โยมแม่
อยากใหเ้ ราเปน็ หมออยใู่ นกรุง”

โยมแมต่ ยุ๋ กลา่ วท้ังนำ้� ตาวา่ ท่านไมเ่ คยท�ำความหนักใจ
ใหพ้ อ่ แมส่ กั ครงั้ เดยี ว ไมข่ ดั ใจพอ่ แม่ ยกเวน้ ในเรอื่ งของธรรม
ซง่ึ ทา่ นถือว่าเปน็ ของสงู สุด ท่านพระอาจารยไ์ มย่ ินยอมเลย
ถ้าเรื่องน้ันขัดหลักธรรม ทุกครั้งเวลาท่านแสดงธรรม หาก
โยมแมเ่ ขา้ มาฟงั ทา่ นจะปตี ยิ นิ ดมี าก ทา่ นเปน็ พระทพ่ี ดู นอ้ ย
ไม่เคยปริปากหรือบ่นเบื่อหน่ายส่ิงใด ในเร่ืองไม่พูดไม่เล่าน้ี
โยมแม่ตุ๋ยบอกว่า ท่านไม่เล่าสิ่งใดท่ีนอกเหนือธรรมให้แม่
ฟงั เลย

ส�ำหรับหลวงปู่สุขน้ัน ท่านพระอาจารย์มิได้เป็นห่วง
แต่ประการใด เพราะหลวงปู่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางธรรมแล้ว
ตง้ั แตร่ ะยะตน้ ปี ๒๕๕๘ ทา่ นไดป้ รารภธรรมกบั พสี่ าวทา่ นวา่

“ตอนเราบวช เราขออนุญาตหลวงพ่อ (หลวงปู่สุข) ว่า
จะบวช หลวงพอ่ ไมข่ ดั ขอ้ งและยนิ ดมี าก อานสิ งสต์ รงนนั้ คงทำ�
ให้หลวงพอ่ ปฏิบตั ิกา้ วหน้าไปมาก”

27

และประมาณ ๒ อาทิตย์ก่อนมรณภาพ ท่านได้ขอให้
หลวงปสู่ ขุ เดนิ ทางไปอนิ เดยี เพอื่ ไปกราบไหวส้ งั เวชนยี สถาน
ทั้ง ๔ แห่ง พร้อมทั้งจัดเตรียมข้าวของให้ด้วย เป็นเร่ืองท่ี
น่าแปลกมาก เพราะธรรมดาแลว้ ทา่ นพระอาจารย์ไมค่ ่อย
อนุญาตให้พระเณรในวัดไปตามที่ต่างๆ การไปอินเดียของ
หลวงปสู่ ขุ ครงั้ นใ้ี ชเ้ วลาไมน่ านนกั และกลบั มากอ่ นวนั มรณภาพ
ของทา่ นพระอาจารยเ์ พยี ง ๑ วัน

“แม้แบกพ่อแม่ไว้บนบ่าตลอด ก็ไม่สามารถทดแทน
บุญคุณได้ที่ท่านให้ก�ำเนิดร่างกายมา แต่ส่ิงทดแทนที่
ประเสรฐิ และพระพทุ ธเจา้ ยกยอ่ ง คอื การทำ� ใหท้ า่ นมศี รทั ธา
มสี มั มาทฐิ ิ เพราะจะเป็นส่ิงที่ติดตวั ทา่ นไปได้”

สายบญุ สายกรรม

ท่านพระอาจารย์เป็นหลักพ�ำนักใจให้คณะศิษย์มา
ยาวนาน ทั้งอบรมสั่งสอน ให้ที่พักพิงภาวนา ตักเตือนให้
ก้าวเดนิ บนเสน้ ทางธรรม ทา่ นรับฟงั ทง้ั ปัญหาในการปฏิบัติ
แมแ้ ตป่ ญั หาทางโลกทค่ี ณะศษิ ยไ์ ดพ้ รำ�่ บน่ ดว้ ยเมตตาอยา่ ง
เหลอื ลน้ มเิ คยทำ� ทา่ ระอดิ ระอา อากปั กริ ยิ าทกี่ ม้ ตวั ลงรบั ฟงั
ปญั หา พรอ้ มกบั พยกั หนา้ รบั คำ� เปน็ อากปั กริ ยิ าทเ่ี ราเคยชนิ
และถามทา่ นซำ�้ ๆ ซากๆ ทา่ นพระอาจารยก์ ไ็ มเ่ หนด็ เหนอื่ ย
ในการตอบปัญหาวกวนนน้ั ด้วยความอดทน และชแี้ จงกลับ
ด้วยเหตผุ ลทกุ คร้งั ไป

28

เวลาของท่านมีไม่มาก เพราะมีกิจที่ต้องท�ำอยู่ตลอด
แต่ท่านก็ให้โอกาสกับลูกศิษย์เสมอ ช่วงปี ๒๕๕๖ ท่านได้
อนุญาตให้คณะศิษย์จัดทอดกฐินที่วัดป่าตอสีเสียดเป็น
คร้ังแรก และในปี ๒๕๕๗ ท่านได้อนุญาตให้ทอดผ้าป่าได้
และเป็นคร้ังสดุ ท้ายทค่ี ณะศษิ ยไ์ ดท้ �ำถวายทา่ น

กาลเวลามีแต่ก้าวไปข้างหน้า อดีตไม่หวนคืน ท่าน
พระอาจารยจ์ งึ ยำ�้ เตอื นใหเ้ ราไมป่ ระมาท ใหร้ บี เรง่ ขวนขวาย
ปฏบิ ตั ภิ าวนาโดยเรว็ ทา่ นมกั จะกลา่ วเสมอวา่ เวลาเหลอื นอ้ ย
เต็มทีแล้ว แต่เราก็ชะล่าใจจริงๆ ก่อนวันมรณภาพไม่กี่วัน
ท่านได้ฝากความระลึกถึงมายังหมู่คณะพร้อมกับกล่าว
เตือนว่า

“เครอ่ื งเลน่ ทงั้ หลายเปน็ ความสขุ ชว่ั แลน่ และเปน็ เครอื่ ง
ยืดยาวของวฏั ฏะ ใหล้ ะสิง่ สนกุ สนานน้นั เสีย และเร่งยน่ ยอ่
วัฏฏะให้ส้ันเข้า”

เชา้ ตรูข่ องวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๘ เหตุการณท์ ไี่ มค่ าด
คิดก็บังเกิดข้ึน ท่านพระอาจารย์จากไปด้วยอาการอันสงบ
ทิ้งแต่ความอาลยั รกั ของผู้อยูเ่ บ้ืองหลงั

“ความเมตตาต้องเมตตาเสมอเหมอื นกนั หมด โดยไมม่ ี
รกั ชงั เขา้ มาปะปน เปน็ เมตตาลว้ นๆ ถา้ เมตตาแลว้ ทำ� ทกุ อยา่ ง
บนเหตุผลแลว้ เมตตา กรณุ า มทุ ติ า จะมาจากเมตตาทีไ่ มม่ ี
รกั ชัง เกลียด เข้ามาเกี่ยวขอ้ ง”

29

30

รอยธรรม

31

32

เทศนาธรรม

พระธรรมเทศนาและตอบปัญหาธรรมะ

33

“ไอเ้ รามันก็ดื้อเหมอื นกันนะ อาจารย์กด็ ้ือ ด้ือเหมือนกัน
อาจารย์ถงึ ไม่อยากให้อัดอะไรต่างๆ
ส่งิ ทเี่ ปน็ สมบัติเราแท้ มันต้องอยทู่ ่ีใจ
ตัวสญั ญาเอาประมาณไม่ได้

ถึงจะฟังรทู้ ุกกิทกุ กกี ็ตาม มันกไ็ มใ่ ช่ของเรา ไมใ่ ช่
ถ้าฟงั รจู้ กั ฟงั ตง้ั จิตไว้ดีจะไดป้ ระโยชน์ ไดป้ ระโยชนม์ ากๆ

มันเขา้ ไปไดร้ บั รแู้ ละก็แก้กนั ตรงนน้ั ตรงน้นั เลย
เปน็ เรือ่ งของเหตุปัจจัยท่ีพอดีเหมาะสมขณะนน้ั
ถึงเราไปเปิดใหม่ เหตุปจั จยั มันต่างกนั ตา่ งกัน อกี แบบหนงึ่
ได้อยู่น่ะได้ ได้ แตจ่ ะลดหลัน่ กันไป ลดหลน่ั กันไป
แต่สดุ ยอดที่สดุ ก็คอื น่ีสดๆ ร้อนๆ นีค่ ือสุดยอดทสี่ ดุ

ต้ังจติ เอาไวใ้ หถ้ กู ต้ังจติ เอาไว้ใหด้ ี
แลว้ เหตผุ ลที่ท่านแสดง มันจะเหมาะกนั อกี

ไมเ่ หมาะกบั เวลาอ่นื
ไปแลว้ ความเปลย่ี นแปลงของแต่ละกาล แตล่ ะโอกาส

นอ้ มจิตไปกค็ นละแบบอกี คนละแบบ
ความรู้สึกไม่เหมือนเรามาฟังนี่
ผลมนั ถงึ ต่าง

และบางอย่างที่ทา่ นพดู ออกไป ถา้ คนไม่รจู้ ักเอาไปตีความ
บางทกี ็เปน็ โทษอีก ไม่รู้เรือ่ งอกี เปน็ โทษกับเขาอกี
เพราะฟังกันในฐานะของอาจารย์กบั ลูกศิษย์
มนั อีกแบบหน่งึ อีกแบบหน่ึง”

พระบัณฑิต สุปณฺฑิโต

๐๑

เทศนาธรรม

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ณ วัดปา่ ตอสเี สียด

ศิษย์ : พวกลูกคราวนี้ไดไ้ ปภูจ้อกอ้ กนั ค่ะ ตอนหลวงปู่
หล้าส้นิ แลว้ ก็ไม่เคยไปกันอกี เลย

ท่าน : เป็นอย่างไรบา้ ง
ศิษย์ : ก็ยังเหมือนเดิม ยังสงบ แต่คงไม่เหมือน
ตอนหลวงปอู่ ยู่ แลว้ ไดข้ นึ้ ไปนงั่ ภาวนาทเ่ี รอื นหลวงปอู่ าพาธ
ตรงห้องกระจกนะค่ะ เขาก็พยายามรักษาไว้ค่อนข้าง
เหมือนเดมิ
ทา่ น : พระยังมีเยอะอยู่ไหม
ศิษย์ : ลูกไปไมไ่ ด้ยงุ่ กับพระเลยค่ะ ไปกราบพระอัฐธิ าตุ
แล้วกล็ งมานง่ั ท่เี รือนนน้ั เท่านัน้

35

ทา่ น : เวลาเราไป ความรสู้ กึ มนั ผดิ กนั เยอะ ระหวา่ งที่
ทา่ นยงั อยู่กบั เวลาทที่ า่ นลว่ งไป ความรสู้ กึ มนั ไมเ่ หมอื นนะ
ถึงแม้เราจะมีรูปเหมือนท่านอยู่ ความรู้สึกที่มันรู้สึกว่า
ท่านจากเราไป รู้สึกว่าเหมือนกับเราสูญเสียอะไรต่างๆ
ความมีชีวิตชีวาก็ดี หรือความกระปร้ีกระเปร่าก็ดี หรือ
ความแชม่ ชน่ื ในใจมนั กไ็ ม่เหมือนกับทท่ี า่ นมีชวี ติ อยู่ หลวงปู่
บุญจันทร์ก็เหมือนกัน เวลาเราไปกราบเจดีย์ท่าน เห็นรูป
เหมือนท่านก็ตาม ก็อ้างว้างพิกล ไม่เหมือนกับที่ท่านยังมี
ชีวิตอยู่ ยังให้เราได้กราบได้ไหว้ได้เห็นจริงๆ ความอบอุ่น
ชุ่มเย็นตรงน้ันมันผิดกันทีเดียว รสชาติมัน เทปท่านธรรมะ
ทา่ นหนงั สอื ทา่ นเรามาอา่ นดู มนั กเ็ หมอื นเปน็ ของทจ่ี ดื ชดื ไป
จึงมาย้อนนึก จงึ มาย้อนนกึ แลว้ ก็เตือนตนเองเสมอว่า น่ถี า้
ครูบาอาจารย์มีชีวิตอยู่เราต้องรีบนะ เราต้องเร่ง ถ้าท่าน
ยังมีชีวิตอยู่ เราควรจะน�ำค�ำสอนท่านมาปฏิบัติให้เกิด
ผลจริงๆ ถ้าท่านล่วงไปแล้วส่ิงต่างๆ ที่เหลืออยู่ มันก็เป็น
เพียงเคร่ืองประกอบ มันไม่มีน้�ำหนักพอ ในความรู้สึกนะ
แตถ่ า้ ทา่ นยงั อยกู่ บั เรา คำ� สอนทา่ นกด็ ี กริ ยิ าทา่ นกด็ ี รสู้ กึ
มนั ดึงดดู รสู้ ึกมันดดู ด่ืม รู้สกึ มันกระปรี้กระเปร่า ฉะน้นั
ส่ิงเหล่านี้เอง จึงเป็นเครื่องที่ท�ำให้เรา ไม่ว่าไปทุกคร้ังก็
เรียกว่าสังเวช สังเวชแล้วก็เตือนตนตลอด ส่ิงเหล่านี้เอง
ถา้ เรายงั ไมม่ ที พ่ี ง่ึ สำ� หรบั ตนเอง ครบู าอาจารยท์ เ่ี ราศรทั ธา
เลอื่ มใสทา่ น ทจ่ี ะเปน็ หลกั ใหก้ บั เราได้ เราตอ้ งรบี ยดึ เอา
ค�ำสอนท่านมาปฏิบัติให้ได้จริงๆ องค์ใดก็ตามที่เรา
เลอื่ มใสทา่ น นกี่ ็ยงั ระลกึ ถึง ระลึกถึงความคนุ้ เคย ยงั อยู่กด็ ี
เคยอาศัยก็ดี ตอนน้ีก็มีหลวงตา (หลวงตามหาบัว) อย่าง

36


Click to View FlipBook Version