The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-11-11 22:41:27

หนังสือ รอยธรรม สุปัณฑิโต

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

เดินทางใหม่ เวลาก็สน้ั ลงทุกที รบี กลบั ล�ำ รีบปฏิบตั ิ ธรรมน่ี
ของดี ดีจรงิ ๆ ทางโลกน่ีเรยี นอยา่ งไรกไ็ ม่จบ แต่ทางธรรมนี่
เรียนจบ

วนั พระใหญม่ กี ารสวดปาฏโิ มกข์ เปน็ วนั ทบทวนของพระ
ทบทวนพระวินัย พวกเราก็เหมอื นกนั ควรจะทบทวนตวั เอง
ทบทวนแนวทาง ความคดิ ความเหน็ และวธิ ปี ฏบิ ตั ิ ความพอดี
ของแตล่ ะคนอาจไมเ่ ทา่ กนั ตอ้ งมาปฏบิ ตั ิ เพอ่ื ใหร้ ชู้ ดั จะเอา
อะไรมาวดั ความพอดี – ศลี ธรรม – ทาน ศีล ภาวนา ตอ้ ง
ท�ำให้มาก เข้ามาศึกษาและปฏิบัติให้มันชัด ที่ทุกคนท�ำอยู่
กอ็ าจคดิ วา่ พอดแี ลว้ เพราะทำ� กนั มาตามความคดิ เหน็ ของตวั
กท็ ำ� กนั ไป ทำ� ไปๆ จนบางครงั้ กลายเปน็ ความเคยชนิ เคยทำ�
อยา่ งนี้ เห็นอยา่ งน้ี ก็คดิ วา่ พอดขี องตัว กท็ ำ� ไป จนไมร่ ู้ว่า
มันพอดจี รงิ หรอื เปลา่ ทำ� จนชิน ชอบท�ำอย่างนี้ ต้องเอาศลี
ธรรมมาจับ หลักทาน ศีล ภาวนา ถ้าพอดีจริง มันจะต้อง
สบาย สงบ เป็นสุข ไม่ใช่ท�ำแล้วยังมาป่วย เครียด กังวล
ตัววัดในความเข้าใจว่ามันใช่ ไม่ใช่ เวลาเราท�ำไปแล้วน้ี
ถ้าความโลภความโกรธความหลงมันเบาลงไปมันน้อยลงไป
อันนนั้ ประการหนึ่ง อีกประการหนงึ่ คือสตเิ รากด็ ี ปญั ญาเรา
กด็ ี ศลี เราก็ดี สมาธเิ รากด็ ี มันดขี ้นึ มนั ชำ� นาญขึน้ นัน่ ก็เปน็
ส่วนเทียบเคียงได้ มันก็จะเปล่ียนเรา ปัญญาเรา ความรู้
ความเห็นเรา มันสอดมันคล้องกับค�ำสอนของพระพุทธเจ้า
มนั ตรงกบั ทา่ นทที่ า่ นบอก กเิ ลสตณั หาเรามนั นอ้ ยลงไปเรอ่ื ย
มันก็ถกู ทาง

187

การปฏิบัติน้ัน ต้องอยู่ในจุดที่ไม่สงสัย ต้องแน่ใจว่า
ตรงกบั หลกั ธรรมไมม่ คี วามสงสยั ใดๆ ตอ้ งรวู้ า่ สงิ่ ทเ่ี ราทำ� นนั้
ถูกต้องหรอื ไม่ เปน็ ของจรงิ หรอื ของปลอม การทเ่ี ราจะรไู้ ด้
ว่าเราปฏิบัติถูกต้องหรือไม่นั้น อาจถูกต้องอยู่ได้แค่ตรงนี้
จดุ ที่ถัดไปอาจไม่ถกู ตอ้ งแลว้ เช่น ความสงบ เราอาจติดอยู่
ในความสงบ เมื่อเราเข้าในความสงบระดับกลางจะมีความ
อัศจรรย์มากจนเราติดและไม่รู้ว่าปฏิบัติไม่ถูกต้อง จึงต้อง
มีครูบาอาจารย์มาบอกทางออกให้ ไม่เช่นน้ันจะใช้เวลา
นานมากท่ีจะออกจากจุดนั้นได้ ทางกรรมฐานจึงเคารพครู
อาจารย์มาก

สรุปไดว้ ่า
๑ ให้ดตู วั เอง แกไ้ ขตัวเอง
๒ ใหอ้ ยใู่ นปจั จบุ นั มสี ตริ ้ใู นปัจจุบัน
๓ ทำ� ให้เป็นกลาง ไม่ซ้ายไมข่ วา
๔ ให้ดูทุกอย่างเกิดดบั เป็นไตรลักษณ์

188

เจริญเมตตาเป็นตัวต้งั

ทานเป็นการละความตระหนี่ ท�ำให้เกิดเมตตา เมตตา
ท�ำให้เกิดความสงบ โดยการเจริญเมตตา ต้องเมตตาเสมอ
เหมือนกันหมด โดยไม่มีรักชังเข้ามาปะปน เป็นเมตตา
ล้วนๆ ถ้าเมตตาแล้ว ท�ำอยู่บนเหตุผลแล้ว เมตตา กรุณา
มุทิตา อุเบกขา จะมาจากเมตตาที่ไม่มีรักชังเกลียดเข้ามา
เกี่ยวข้อง เช่น เราดูแลพ่อแม่ เรายังมีอุปาทาน ยึดม่ันอยู่
แมท้ �ำดว้ ยตั้งใจดี แต่เมตตาตวั นัน้ ยังปนดว้ ยรกั เมื่อไมเ่ ป็น
ตามความตอ้ งการของเรา เราจะเกดิ ความโมโห โกรธ เพราะ
เมตตาตัวนย้ี งั ครอบง�ำด้วยกิเลส จงึ ยงั เปน็ อเุ บกขาไม่ได้

ให้หมั่นเจริญเมตตาต่อตัวเอง คนใกล้ตัว คนท่ัวไป ไม่
วา่ คนเกลียด คนรัก ย่อมเป็นธาตุ ๔ ทัง้ สิน้ ตอ้ งมีเมตตาให้
เทา่ เทยี มตอ่ ตนเอง คนทร่ี กั คนทไ่ี มร่ กั ไมเ่ กลยี ด คนทเ่ี กลยี ด
ให้เมตตาตลอดเวลา คิดว่าเขากับเราเหมือนกัน มาจาก
ธาตุ ๔ ดิน นำ้� ลม ไฟ เหมอื นกนั ให้หม่นั สรา้ งเมตตาให้
เกดิ ขนึ้ ในใจ ตอ้ งเปน็ เมตตาท่ปี ราศจากความอยาก ทำ� ตาม
เหตุผลที่สมควรแม้ไม่อยากท�ำ แม้สิ่งใดท่ีเราชอบแต่
ไม่ถกู ต้อง ตอ้ งไม่ท�ำ การมเี มตตาต่อสง่ิ หนึ่งอาจไปกระทบ
หรือเบียดเบียนต่อส่ิงอื่น ถ้าไม่สามารถช่วยอะไรได้ให้วาง
อุเบกขา เมตตาท�ำให้เกิดความสงบ จิตสงบจะมีเมตตาได้
โดยง่าย คนเจริญเมตตาอยู่เสมอ จิตจะอ่อน ถ้าละจาก
โลกนไี้ ป ก็จะไดเ้ ปน็ มนุษย์ หรือ เทวดา หรือพรหม

189

ศีลเป็นพ้ืนฐาน
สมาธฟิ อกกเิ ลสอยา่ งกลาง
ปัญญาตัดวฏั สงสาร

ศีลเป็นตัวซักฟอกกิเลสอยา่ งหยาบ ทางกาย วาจาใจ
สมาธิ เปน็ ตวั ซกั ฟอกกเิ ลสอยา่ งกลาง (มสี ตเิ ปน็ พน้ื ฐาน)
ปญั ญา เปน็ ตวั ซกั ฟอกกเิ ลสอยา่ งละเอียด (วปิ ัสสนา)
ความสงบจะเกดิ ขน้ึ ได้ ตอ้ งมศี ลี เปน็ พนื้ ฐาน การรกั ษาศลี
คอื การรักษากาย วาจา ใจ ใหเ้ ป็นปกติ ตามธรรมชาติของ
จติ นน้ั จะสา่ ยแสค่ ดิ ปรงุ ตลอด เมอ่ื บรกิ รรมภาวนาเกดิ ความ
สงบ จติ จะตะลอ่ มเขา้ มา เกดิ การสำ� รวมกายวาจาใจ เรยี กวา่
อินทรยี สงั วร เมอ่ื อนิ ทรียสงั วรเต็มทีแ่ ลว้ จะนำ� ไปสกู่ ารมสี ติ
การมสี ตนิ นั้ เมอื่ มสี ง่ิ ใดไมถ่ กู ตอ้ งตามธรรม ตอ้ งปดั ออกโดย
อัตโนมัติ แต่สติยังเป็นการระลึกรู้ช่ัวคราว หากสติต่อเนื่อง
จึงจะเป็นสมั ปชัญญะ ส่วนสตปิ ญั ญาอัตโนมตั ิน้นั หมายถึง
การมสี ติรอู้ ยตู่ ลอดเวลา สติตง้ั มัน่ อย่างคลอ่ งแคลว่ ไม่เผลอ
อยู่ในปัจจุบัน รเู้ ท่าทนั ส่ิงทม่ี ากระทบ เกิดขึ้น และดบั ทันที
เหมอื นสายฟา้ แลบ สำ� หรบั มหาสติ มหาปญั ญานน้ั จะละเอยี ด
ลึกซ้ึงย่ิงกว่า ไม่ว่ากิเลสประเภทไหน สติปัญญาจะตามแก้
ไมล่ ดละ ไมห่ ยุดไม่ถอย
การกา้ วเดนิ ทางปญั ญา ใชก้ ารพจิ ารณารปู ขนั ธ์ นามขนั ธ์
และสภาวธรรมต่างๆ ทั้งสองส่ิงน้ี รวมลงเป็นไตรลักษณ์
รูปขันธ์ คือ กาย ท่ีเป็นธาตุ ๔ เป็นไตรลักษณ์ นามขันธ์

190

ประกอบด้วย เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ละเอียด
ลงไปในจติ ซง่ึ เป็นรงั ของอวิชชา

การเจริญทางปัญญา ต้องพิจารณากายเป็นพ้ืนฐาน
ให้พิจารณาให้ถ่องแท้ รู้ให้ชัด เพราะกายเป็นบ่อเกิดของ
ตัณหาที่ท�ำให้ต้องเวียนว่ายในวัฏสงสาร การก้าวออกทาง
ปัญญาคือการพิจารณากายท่ีเป็นบ่อเกิดแห่งกิเลสที่ท�ำ
ให้หลงยึดหลงติด ยึดม่ันในรูปกายน้ีมานานแสนนานช่ัวกัป
ชั่วกัลป์ ให้รู้จักปล่อยวางอุปาทานนี้เพื่อตัดวัฏสงสาร
ให้รูท้ ัน เห็นตามสภาวธรรมทั้งปวง แล้วปล่อยวาง ละในส่ิง
ทเี่ ปน็ โทษ และความอยาก และละการกระทำ� ทงั้ ปวงทม่ี กี เิ ลส
เป็นพนื้ ฐาน

การพิจารณากายหรืออวัยวะส่วนใดในห้องกรรมฐาน
ต้องพิจารณาให้เข้าใจละเอียดเป็นธาตุ เช่น ผมของเราก็
เหมือนกับผมของเขา เวลาพิจารณาให้พิจารณาให้ละเอียด
ตวั อยา่ งเชน่ จะพจิ ารณาช่องปาก ก็ใหด้ ใู หเ้ ห็นปาก เห็นฟัน
ให้เห็นเพดานปาก พจิ ารณาให้ชดั เริ่มตน้ อาจสอ่ งกระจกดู
ให้เหน็ รูปร่างให้ชดั ให้เกิดเป็นสัญญาก่อน แล้วเมอ่ื เวลาจะ
พจิ ารณากใ็ หพ้ จิ ารณาไปใหล้ ะเอยี ด เมอื่ เรมิ่ ปฏบิ ตั ติ อ้ งฝา่ ฟนั
เมื่อเกดิ ทกุ ขเวทนาต้องอดทน และผ่านไปใหไ้ ด้ ใหพ้ ิจารณา
ว่าส่วนไหนท่ีเป็นเรา ขน ผม หรือความเจ็บ ให้ท�ำต่อไป
แตอ่ ะไรทที่ ำ� ใหเ้ จรญิ ทางภาวนา ใหส้ งั เกตและทำ� ลงตรงจดุ นนั้
เช่น การอดอาหาร เปน็ ต้น

191

เช่อื กรรมและผลของกรรม

เราไม่เชื่อกรรมกันหรือ กรรมท�ำหน้าที่ของมันเสมอ
ใหเ้ ชอ่ื ในกรรมของแตล่ ะบคุ คล เรอ่ื งของคนอน่ื ปลอ่ ยใหก้ รรม
ท�ำหน้าทีข่ องมนั ไป ทงั้ หมดเปน็ ไปตามกรรมทั้งนน้ั

ใหเ้ ช่อื ในกรรมและผลของกรรม ส่งิ ท่ีเกิดข้ึนและเปน็ ไป
ย่อมสมควรกับเหตุปัจจัยที่ได้กระท�ำมา ลูกหนี้ท่ีดีย่อม
ไม่บิดพล้ิว หรือค้างช�ำระ เมื่อถึงเวลาท่ีต้องใช้หน้ีคืนให้กับ
เจ้าหน้ี หนี้สินย่อมลดน้อยลงไปทุกระยะ และจะหมดไปใน
ทีส่ ดุ เปน็ ไทแกต่ นเอง ตรงกันขา้ ม หากลูกหนบี้ ิดพลิ้ว หรือ
หลบหนี ย่อมกลายเป็นดอกเบี้ยทบต้น หนักหนาสาหัส
ทวีคณู สดุ ทา้ ยกลายเปน็ คนลม้ ละลาย

ความพอดี ที่แต่ละคนเปน็ อยู่ ท�ำอยู่ ประสบอยู่ หรอื
โดนอยู่ก็ตาม ให้คิดว่าเป็นของของเรา เราต้องท�ำมาก่อน
จึงโดนเชน่ น้ี แตล่ ะคนก็จะไม่เหมือนกนั เปรียบเหมือนเสื้อ
ของแตล่ ะคนไมเ่ ท่ากนั ถูก แพง สวยงามต่างกัน หรอื ขาด
กะรุ่งกะรงิ่ เพราะฉะนนั้ ให้ทำ� แต่กรรมดี ละบาป แล้วมันจะ
เปล่ยี นไปเอง เปรยี บเหมือนแมงมมุ มนั จะชกั โยงใยของมัน

192

แล้วมนั กม็ าอยูน่ ิ่งๆ ตรงกลาง นิ่งอยู่ ดูอยู่ รูอ้ ยู่ ถา้ มอี ะไร
มากระทบใยของมนั มนั กจ็ ะออกไปดู ถา้ เปน็ อาหาร มนั กจ็ ะ
จดั การ ถา้ ไมใ่ ช่ มนั กท็ งิ้ ไป ถา้ กระทบดา้ นนอกไมใ่ ชใ่ ยของมนั
มนั กไ็ มไ่ ปสนใจ เปรยี บเหมือนตัวเรา ให้เรานิ่งอยู่ รู้อยู่ ดอู ยู่
เฉพาะตวั ทำ� แตก่ รรมดี ละบาป ไมท่ ำ� กรรมไมด่ ี ทำ� ไปเรอื่ ยๆ
มอี ะไรมากระทบกใ็ หร้ วู้ า่ ผลดจี ากกรรมดขี องเรากำ� ลงั สง่ ผล
ถ้าไม่ดกี ย็ อมรบั มนั ไป นิง่ อยู่ รู้อยู่ การทำ� ความดีจะตอ้ งได้
รบั ผลแนน่ อน ขอใหม้ น่ั ใจได้ เชื่อใจได้ ไม่มสี ญู หายไปไหน
ถึงแม้ปัจจุบันเราจะท�ำกรรมดีเท่าไรก็ตามแล้วยังไม่เห็นผล
ก็อย่าคิดว่ากรรมดีจะไม่มีผล อันนั้นกิเลสมันหลอกเรา
มันจะให้เราหยุดท�ำกรรมดี กรรมดีย่อมส่งผลแน่นอน
ไมเ่ ปน็ อน่ื จงนอ้ มรบั ผลของกรรมไป และทำ� กรรมดไี ปเรอ่ื ยๆ
ผลของกรรมดีจะตามรักษาเราเสมอ ยกตัวอย่างในคร้ัง
พทุ ธกาล มหี ญงิ ตายทง้ั กลม โดนสปั เหรอ่ เผาอยู่ แลว้ สปั เหรอ่
เอาเหล็กแหลมทิ่มเข้าไปท่ีท้องหญิงนั้น พบว่าเด็กร้อง
ออกมา ยังไม่ตาย จึงช่วยออกมาได้ และต่อมาได้เป็น
พระอรหันต์ ต้งั แตอ่ ายุ ๗ ขวบ เพราะบุญรักษา ไมอ่ ย่างนนั้
ก็คงตกตายไปเชน่ กัน

193

เจ้ากรรมนายเวร จริงๆ แล้วก็เป็นกรรมเก่าของเราที่
เคยท�ำไว้ พอถงึ รอบของมนั ทจ่ี ะให้ผล มันกจ็ ะดูดเราเข้าไป
ถา้ เราแยบคายตอ่ กรรมนัน้ ๆ ตดั ดว้ ยสติสมาธภิ าวนา เราก็
จะผ่านไปด้วยดี ท่านให้ตัดต้งั แตก่ เิ ลส วบิ ากที่จะเกดิ ข้นึ นั้น
กจ็ ะมผี ลเพยี งกายเทา่ นนั้ ไมเ่ ขา้ ไปถงึ จติ กจ็ ะไมเ่ กดิ กรรมใหม่
คอื ไมท่ �ำด้วยความรกั ชงั ชอบ เกลยี ด โกรธ ถา้ ยงั ตดั กเิ ลส
ไม่ได้ ก็ให้น้อมรับกรรมน้ันๆ อย่างเข้าใจ และคิดให้เป็น
กศุ ล มันก็จะคอ่ ยๆ ลดวิบากไปเรื่อยๆ จนในท่ีสุดก็หมดไป
โดยไม่ไปสร้างกรรมใหม่ทปี่ รงุ แตง่ ด้วยกิเลสขน้ึ มาใหม่ มันก็
จะคอ่ ยๆ ดขี ้ึน

มีวบิ ากกรรมอะไรก็ค่อยๆ จัดการมนั ไปทีละตัว บางตัว
ก็ยังไม่หมด ยังวนเวียนเกิดมาให้จัดการอีก วิธีคิดพิจารณา
ให้แปลงทุกอย่างให้เป็นบุญกุศล ถ้าเกิดแล้ว ก็คิดให้เป็น
กศุ ลกรรม จะไดเ้ บาบางลงไป ไมก่ อ่ กรรมใหมท่ เี่ ปน็ อกศุ ลกรรม

การใหอ้ ภยั /อโหสกิ รรมตอ่ กนั จรงิ ๆ แลว้ ตอ้ งทำ� ดว้ ยกนั
ทง้ั ๒ ฝา่ ยมนั จงึ จะยุติจรงิ ๆ ถา้ แคฝ่ ่ายเดียว มนั ก็ยงั จะมผี ล
ไปเรื่อยๆ จนกว่าฝ่ายที่ยอมจะหมดกรรมน้ันไปในท่ีสุด
(คือน้อมรับด้วยความเข้าใจ และคิดให้เป็นกุศลแทน) เช่น
เร่ืองนางกาลียักษิณีกับนางกุลธิดา ท่ีผูกเวรกันมาหลายภพ
หลายชาติ ผลัดกันฆ่าลูกของกันและกัน จนได้มาพบ
พระพุทธเจา้ และไดอ้ โหสิกรรมกนั ในทส่ี ุด

194





ปกณิ กะธรรม

เหน็ อะไรก็เป็นขอ้ ธรรม

ทา่ นมองดนู กทบ่ี นิ มาตามเสยี งระฆงั แลว้ ปรารภธรรมวา่
นกเหลา่ นี้ บนิ มาวนเวยี นทกุ วนั เมอื่ มเี สยี งระฆงั เฉกเชน่ เดยี ว
กับพวกเรา ที่ติดอยู่กับสัญญา พามาเวียนว่ายตายเกิด
ไมล่ ดละ

อีกครั้งหน่ึง ได้ยินเสียงนกกาเหว่า ท่านเล่าว่านกตัวน้ี
เสียงเพราะกว่านกตวั ที่บ้านทา่ น สมัยน้ัน หลวงปสู่ ขุ เอามา
เลยี้ งไวใ้ นกรง นกตวั นน้ั กเ็ ปรยี บเหมอื นพวกเราทถ่ี กู กรงกเิ ลส
ขงั ไว้ ดน้ิ รนหาเงินทองเพือ่ จะไดม้ าบำ� รงุ กเิ ลส ซ่ึงหวังว่าจะ
ได้รับความสุขอย่างต้องการ แท้จริงแล้วเป็นเพียงความสุข
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พวกเราอย่าปล่อยให้วันเวลาล่วงไป
กับทางโลก โดยที่ได้รบั ผลเพียงเลก็ น้อย ให้ทำ� ความดี ใหห้ า

197

ท่ีจะไป ท่านว่าได้เตรียมท่ีจะไปหรือยัง เวลาเหลือน้อย
เตม็ ที ถ้าใครท�ำความชัว่ ไว้ ความชว่ั นัน้ จะต้องตดิ ตามเขาไป
แน่นอนไม่มีผิด ต่อให้หนีไปอยู่ไหนก็ตามกรรมจะต้องตาม
ไปถงึ เขาแนๆ่ สว่ นคนทม่ี คี วามดี ความดนี น้ั ยอ่ มตามใหผ้ ลดี
แนน่ อน ไมม่ ผี ดิ ขอใหพ้ วกเรารกั ษาความดตี อ่ ไป ทางดำ� เนนิ
ชีวิตจะได้ราบร่ืน ทั้งชีวิตและการงาน ขอยืนยันสวรรค์นรก
มีจริง ไม่ใชเ่ รือ่ งหลอกลวง ขอบอก ให้จำ� ไวพ้ วกเรา ทุกวนั นี้
กรรมมันไวเหมอื นตดิ จรวด

มีครั้งหน่ึงที่ท่านแก้หนังยางท่ีขดรัดพันกันจนแน่น
ท่านแก้อยู่หลายครั้ง นานพอสมควร มันก็ยังไม่ยอมคลาย
ออกจากกัน ท่านจึงเอาขดหนังยางน้ันท้ิง แล้วกล่าวเป็น
อปุ มาอปุ มยั ใหเ้ ราปล่อยวางวา่ อะไรเม่ือแกไ้ ม่ได้กท็ ิง้ มันไป

วันท่ีท่านมาโรงพยาบาลเกิดไฟดับทั้งตึก ท่านสอนว่า
เราควรหม่ันสร้างธรรมในตัวเราอย่างสม่�ำเสมอ ไม่ใช่ดับๆ
เกดิ ๆ ทางสวา่ งทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงชไ้ี วแ้ ลว้ พวกตาบอดอยา่ ง
เราอาจไม่เห็นทางชัด ก็ให้เช่ือคนตาดีอย่างพระพุทธองค์
ค่อยๆ สรา้ งความเพียร แมเ้ พยี งทลี ะเลก็ ละนอ้ ย

198

การท�ำบุญ

การใหท้ าน คอื การสละออก แบบหยาบคอื การสละปจั จยั
แบบละเอยี ด เช่น อภยั ทาน หรือการสละสงิ่ ทเ่ี รารัก ซ่งึ ทำ�
ไดย้ ากกวา่ เชน่ สมัยพระพุทธเจ้าเสวยชาตเิ ปน็ พระยาวานร
ทอดตัวแทนสะพานให้ลูกน้องหนีภัย แม้จะมีผู้กลั่นแกล้ง
กไ็ ม่ผกู เวร

บุญคือรากแก้ว สร้างความสงบและปกติของจิตใจ
เปน็ ทยี่ ดึ ได้ การรกั ษาศลี ๕ ทำ� ใหเ้ ปน็ คนมดี ใี นตวั มบี ญุ รกั ษา
ช่วยท�ำให้หนักเป็นเบา เพราะสุดท้ายแล้วก็มีแต่บุญกุศล
ทตี่ ดิ ตามเราไปได้ การทำ� บญุ ทไี่ มเ่ จอื ดว้ ยความอยาก เกดิ ขนึ้
จากผทู้ ีท่ �ำคิดทำ� เอง ไม่มกี ารบอกบญุ การรจู้ กั ท�ำบุญเช่นน้ี
ได้เต็มร้อย ให้ฉลาดท�ำ รู้จักท�ำ ส่วนการท�ำบุญตามท่ีมี
การบอกบุญหรือได้ยินมาแล้วอยากท�ำ บุญน้ันยังเจือด้วย
ความอยาก จะได้ไม่เต็มร้อย มักโดนหักออกไม่มากก็น้อย
การท�ำบุญซ้ือที่ดินถวายวัดนี้มีอานิสงส์มากเพราะถือเป็น
ธรณีสงฆ์ เป็นบุญที่ไม่มีใครจะสามารถเอาไปได้ ไม่ว่า
ภพไหนชาติไหนก็ตาม ถือเป็นบุญที่ไม่มีวันสูญหาย ฝังไว้
ในบวรพระพทุ ธศาสนา

199

เรอ่ื งของครอบครัว และหมูค่ ณะ

เวลาท�ำบุญแล้วคิดถึงกัน บอกบุญกันในครอบครัวให้
ร่วมกันยินดีในบุญ และท�ำความเห็นให้ตรงกันภายใน
ครอบครัว เช้ามาท�ำบุญก็ให้มีความสบายใจ อ่ิมเอิบใจ
ไปตลอด อย่ากลับไปบ้านแล้วหาเรื่องทะเลาะกัน ให้เห็น
ประโยชน์สุขของครอบครัว ไม่ใช่เห็นความสุขทางโลก
เลก็ ๆ นอ้ ยๆ สว่ นตวั จนลมื ศลี ๕ ลมื ความสขุ ของครอบครวั
เช่น พ่อบ้าน ตกเย็นก็ไปมีสังคมของตัวเองกับเพื่อนๆ
ไปกินเหล้า ผดิ ศีล และทำ� ลายความสุขของครอบครวั

การท่ีคนเราได้มาพบกัน และร่วมเดินทางไปด้วยกันได้
อย่างตลอดรอดฝั่ง หรือร่วมเดินทางกันแล้วต้องแยกกันไป
ในทส่ี ดุ นน้ั มาจากความเหน็ ๒ อยา่ งเทา่ นนั้ คอื ความศรทั ธา
และความคิดเหน็ (ทฐิ ิมานะ) ถา้ ไดม้ าพบ และร่วมเดนิ ทาง
กนั แล้วกจ็ ากกันไป กเ็ พราะตวั ใดตัวหน่งึ นไี้ มเ่ ท่ากัน ไม่ปรบั
ความเหน็ ใหต้ รงกนั เหน็ ตา่ งและไมย่ อมลงใหก้ นั การมเี พอ่ื น
ร่วมเดินทาง ร่วมพูดคุยกันได้ก็น่าจะดี แต่เพราะความเห็น
ตวั ใดตวั หนง่ึ ในสองตวั นไี้ มต่ รงกนั จงึ มกั ทำ� ใหร้ ว่ มเดนิ ทางกนั
ไม่ได้ตลอด เพราะฉะน้ันสัมมาทิฐิจึงส�ำคัญมาก พวกเรา
จงึ ต้องมาสรา้ งและรกั ษาขอ้ ปฏิบัติ ๓ ประการ คอื ทานเพื่อ
สละความตระหนี่ จะได้มเี มตตา รกั ษาศลี เพ่ือทำ� ความสงบ
กายวาจา และภาวนาเพื่อทำ� ใจใหต้ รง ให้ถกู ตา่ งชำ� ระกเิ ลส
ของตนเอง

200

สามีภรรยาและลูก ต่างก็มีความเก่ียวข้องกันมาก่อน
ท้ังน้ัน เพราะเราต่างเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เราจะ
ชว่ ยเขาไดเ้ พยี งสว่ นหนงึ่ สว่ นทเ่ี หลอื นนั้ เขาตดิ มากบั ดวงจติ
ซึง่ เราทำ� อะไรไม่ได้ ความทุกขท์ เ่ี กดิ จากลกู เพราะเราถอื วา่
เป็นลูกของเรา ความเป็นพ่อแม่ลูกกันมันติดอยู่มาก ลูกก็
เปน็ เรื่องของเขา เป็นกรรมของเขา เป็นเรื่องของแตล่ ะคนไป

201

ความปว่ ยไข้ และการดแู ลผูป้ ่วย

การทเี่ ราไม่สบาย ก็เพราะธาตุ ๔ ไม่สมดลุ แต่บางครัง้
เมอ่ื ใจไมไ่ ปยงุ่ กบั กาย กายมนั กป็ รบั สมดลุ ของมนั เอง ถา้ มนั
ไม่หาย มันก็ทุเลาไปเอง บางคร้ังเอาอะไรๆ ไปใส่มันมาก
มันก็ปรับยาก นักปฏิบัติควรเอาเยี่ยงอย่างนักปราชญ์ท่าน
อยา่ เอาทางโลกมาก ปว่ ยแล้ว กห็ าสามี หาลูก หานนู้ หาน้ี
ให้ดตู วั อย่างหลวงปมู่ ่ัน ตอนที่อยู่ถ�ำ้ สาริกา ที่วา่ ใครไปอยกู่ ็
ตอ้ งหามลงมา แลว้ หลวงปมู่ นั่ จะเปน็ อกี องคห์ นงึ่ หรอื อยา่ งไร
สดุ ทา้ ยเมอ่ื ทา่ นปว่ ย ทา่ นใชเ้ พยี งธรรมโอสถรกั ษา นกั ปฏบิ ตั ิ
ต้องเอาตายเข้าแลก มนั จึงจะได้

เวลาทเี่ ราทำ� หนา้ ทดี่ แู ลผปู้ ว่ ยนนั้ ผดู้ แู ลมกั ไมร่ วู้ า่ จะเอา
ทางไหนดี คนป่วยอยู่ก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ได้ มันไม่แน่ใจ ไม่ชัด
ในเมื่อเรายังไมช่ ัดในตัวเอง ยังลังเลสงสัย จงึ ไม่รู้ ถา้ เราชดั
ในตัวเราแล้ว คนอ่ืนชัดตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ให้เร่งรีบ
ภาวนาเสยี ใหช้ ดั ตายกอ่ นตาย อยา่ ประมาท รา่ งกายเปน็ เพยี ง
เครื่องมือ ใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็หมดปัญญา ท่านจึง
ให้เตรียมตัวเสียแต่เด๋ียวนี้ เพราะไม่มีใครหนีพ้นความตาย
เราทกุ คนในท่ีนีเ้ ท่ากันหมด ไม่มีใครเกง่ กวา่ ใครในเรื่องนี้

202

203

หมอคืออาชีพที่พยายามจะเอาชนะความเจ็บป่วย
ความตาย ท่ีจริงแล้วก็คือการท�ำไปเพ่ือที่จะแพ้ เพราะ
การเอาชนะความเจ็บป่วย ความตายนั้น ท�ำได้แค่เป็น
การช่ัวคราว ในที่สุดแล้วก็ต้องแพ้ วิชาแพทย์แก้ได้เท่าน้ี
ตอ้ งเดนิ มาทต่ี น้ ตอ ทำ� ทางธรรม

เวลาเจ็บป่วย เราตอ้ งดูแลใหเ้ วทนาน้อยลง ใครๆ กม็ ัก
ขอให้คนที่ป่วยหนักให้ไปที่ชอบที่ชอบ เรารู้กันหรือเปล่า
ว่าที่จะให้ไปนั่นน่ะ เป็นท่ีชอบจริงหรือ สบายกว่าจริงหรือ
รู้หรือไม่ว่าก่อนร่างกายจะแตกดับ เวทนาจะกล้าขนาดไหน
แล้วจะไปที่ชอบได้อย่างไร ให้ลองคิดดู วาระสุดท้ายแล้ว
เวทนาจะรนุ แรงมาก ขณะนนั้ จติ จะสบั สน จะออกจากเวทนา
ไดย้ ากมาก การดแู ลคนปว่ ยทเ่ี วทนากลา้ จงึ ใหใ้ ชก้ ารบรรเทา
อาการ โดยทางการแพทย์ เพ่ือให้เวทนาลดลงชั่วคราว
ใหจ้ ติ มคี วามสงบเขา้ ถงึ ธรรม

ยกตัวอย่างจากในคร้ังพุทธกาล พระพุทธเจ้าท่าน
บรรเทาเวทนาพระบิดาด้วยการต้ังจิตอธิษฐานด้วยความดี
ทท่ี า่ นกระทำ� มานาน ขอบรรเทาเวทนาใหพ้ ระบดิ า โดยไมไ่ ด้
ใช้อิทธิฤทธ์ิใดๆ พระราหุล พระนันทะก็ตั้งจิตอธิษฐาน
เชน่ เดยี วกัน เม่อื เวทนาของพระบดิ าบรรเทา ในขณะท่ที ่าน
จวนไดอ้ นาคามผิ ลแล้ว ท่านจงึ สามารถเขา้ ถึงธรรมขัน้ ตอ่ ๆ
ไปได้ จนบรรลุนิพพานไปพร้อมกับการสวรรคต

204

ชว่ ยผ้อู ืน่ ตอ้ งมกี �ำลังมากพอ

ทุกวันที่ตื่นขึ้นมา เราต้องคิดว่าจะท�ำอะไรดีๆ ให้คน
ทีเ่ รารัก สิ่งดีๆ ท่ีท�ำให้ได้ ก็คือการทำ� ให้เขาเข้าถึงหลักธรรม
ใหไ้ ด้ ดงั นน้ั เราเองตอ้ งเรมิ่ ตน้ จากตวั เองกอ่ น ตอ้ งทำ� ดกี อ่ น
เม่อื เราทำ� ดแี ลว้ เราก็จะสามารถสรา้ งสิ่งทีด่ ีใหค้ นที่เรารกั ได้
เราเร่มิ จากการรกั ษาศีล ๕ ศลี ๘ กอ่ น เวลาปฏิบัติ เราตอ้ ง
ติดตามดูว่าท�ำไมเราจึงรักษาศีลไม่ได้ ติดขัดอะไรให้แก้ไป
ท�ำไมเราเจริญปัญญาไม่ได้ แล้วจะได้หาทางปรับปรุง
วิธีการใหม่ให้เหมาะสม

คนท่ีจะช่วยผู้อ่ืน ต้องมีก�ำลังมากพอ ไม่เช่นนั้นจะ
ช่วยไม่ได้ ให้ดูตัวอย่างพระโพธิสัตว์นกคุ่ม ขณะเป็นลูกนก
ยงั เลก็ อยู่ ไมม่ กี ำ� ลงั จะดบั ไฟได้ จงึ ใชว้ ธิ ที ำ� สจั กริ ยิ า (ดว้ ยคณุ
ความดีคุณแห่งศีลที่ท่านได้สะสมมานาน) ขอให้ไฟเล่ียงไป
จึงไม่เกิดอันตราย (อ้างถึง หนังสือนิทานชาดก เล่มที่ ๑
โดยพระมหาสนุ ทร สุนทฺ รธมฺโม (เสนาซยุ ))

205

การปฏบิ ตั ิธรรมของสตรี

ผู้หญิงให้ศึกษาสิกขาบทพระธรรมวินัยของภิกษุณี
เป็นแนวทางแบบอย่าง ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนไว้แล้ว
ท�ำด้วยศรัทธาไปก่อน ท�ำตามก�ำลังเพ่ือเพ่ิมก�ำลัง
เพมิ่ อนิ ทรีย์ ๕ เพ่อื ไปสู่พระอรยิ สัจ ๔ และมรรคมอี งค์ ๘
ให้เจริญสติให้มาก ให้เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ว่านอน
สอนงา่ ย ไมด่ ือ้ ดึง ไม่สอนพระภิกษุ ไม่ว่าพระภิกษุ ต้องลด
ทิฐิมานะลงไปเร่ือยๆ จนไม่มี คนเขาว่าก็ฟังได้ คนเขาชม
ก็ฟังได้ ต้องไม่มีตัวตน ผู้หญิงที่ปฏิบัติธรรมควรอยู่กันเป็น
หม่คู ณะ จงึ จะเกอ้ื กูลกนั ให้การปฏบิ ัตธิ รรมกา้ วหน้าไปได้

206

ทำ� ตัวใหเ้ ป็นพรมเช็ดเท้า

เวลาที่มีคนต�ำหนิ พอมันเหนื่อยเดี๋ยวมันก็หยุดไปเอง
ถ้าเราไม่เข้าไปยุ่งเก่ียว มันก็ไม่มีปัญหา ท่ีมันเป็นปัญหา
เพราะทใี่ จของเราเอง ไปรว่ มกนิ ไปกบั เขา มนั ไมไ่ ดอ้ ยกู่ บั เขา
มนั อย่ทู ่ีใจเราเอง

ต้องท�ำตัวเป็นพรมเช็ดเท้า ไม่รังเกียจเท้าจะสกปรก
หรอื ไม่ ขอใหท้ �ำหน้าทเี่ ทา่ นั้น ยง่ิ จะภูมิใจเสยี อกี หรอื ท�ำตัว
เปน็ แผ่นดนิ ใครจะทงิ้ อะไรลงมามนั ไมเ่ ห็นวา่ อะไร ทงั้ ของดี
ของไม่ดี เปรียบเหมอื นน�้ำ กใ็ หค้ วามชมุ่ เย็นไปหมด ท้ังคนดี
และไม่ดี ไปทไ่ี หนก็เย็นหมด

ยิ่งเรียนมากรู้มาก ย่ิงยึดติดความคิดเห็นของตัวเอง
ตัวนี้แหละอันตราย ตัวทิฐมิ านะ ท่ีเห็นวา่ ของเราถูก ของเขา
ผิด ต่างคนต่างก็มีความคิดเห็นของตัวเอง จะเป็นอย่างไร
ก็วางเสีย ใหเ้ ข้าใจกฎแห่งกรรม ใครท�ำกรรมอนั ใดไว้ ก็เปน็
กรรมของคนนั้นเอง ความมีทิฐิ ยึดม่ัน ถือมั่น แก้ยาก
อย่าไปถอื อย่าไปท�ำเชน่ น้นั

207

ไม้ ๒ ท่อน

พระพุทธเจ้าท่านเปรียบไว้น่าฟัง เร่ือง ไม้ ๒ ท่อน
เม่ือน�ำมาสีกันเพื่อให้เกิดไฟ ถ้าไม้น้ันอยู่ในน�้ำ เปียกน้�ำ
น�ำมาถูกันอย่างไรๆ มันก็ไม่เกิดไฟ เปรียบเหมือนคนอยู่
ทางโลก ภาวนาอยา่ งไรกไ็ ม่เกดิ ผล

ถา้ น�ำไมน้ นั้ ข้ึนมาจากน้ำ� มาตากแดด แหง้ แล้ว แตข่ า้ ง
ในยังมียางไม้อยู่ น�ำมาสีกัน ก็ไม่เกิดไฟ เปรียบเหมือนคน
ออกมาจากโลก แต่ใจยังข้องอยู่กับโลก ภาวนาอย่างไร
ก็ไม่เกิดผล ถ้าไม้นั้นแห้งแล้ว และไม่มียางไม้ น�ำมาถูกัน
ถ้าความเพียรพอเหมาะ ท�ำอย่างไรก็ต้องเกิดไฟ มันต้อง
เกิดผลแน่นอน

208

เข่อื นเกบ็ กกั ทกุ ข์

ไม่มีใครวา่ ตัวเองมแี ต่ความสุข ไมม่ ีความทุกขเ์ ลย มีแต่
หลวงตาองคเ์ ดยี วทท่ี า่ นประกาศอยา่ งชดั เจนวา่ ทา่ นไมม่ ที กุ ข์
แตพ่ วกเราบางคนคดิ แตเ่ รอ่ื งปญั หาอยตู่ ลอด จะหาทางออกก็
ไมร่ จู้ ะภาวนาหรอื จะพจิ ารณาเรอื่ งทท่ี กุ ขด์ ี หรอื จะสวดมนตด์ ี
บางคร้ังถึงกับร้องไห้ จะว่าไปก็ยังดีที่มีน�้ำตาให้ออก มันก็
หายอดั อ้นั ไดบ้ ้าง

การเก็บความทกุ ข์ของพวกเรา ก็เปรียบเหมือนกับเขอื่ น
เขื่อนนั้นก็เก็บกักน�้ำ และระบายออกมาทางที่เหมาะสมที่
ท�ำไว้ แล้วยังสามารถน�ำพลังงานน้ันออกมาท�ำประโยชน์
เช่นผลิตกระแสไฟเป็นต้น พวกเราก็เปรียบเหมือนเขื่อนคือ
เกบ็ กกั สง่ิ ตา่ งๆ ไวม้ ากมายหลายอยา่ ง ไมร่ จู้ กั ปลอ่ ยไมร่ จู้ กั วาง
พวกเราระบายออกกันไม่เป็นไม่ถูกทาง ไปออกทางรูปรส
กล่ินเสียงสัมผัส ทางกามคุณ ทางความชอบความพอใจ
ถ้าระบายออกในช่องทีเ่ หมาะสม พลังนัน้ ก็จะเป็นประโยชน์
มหาศาล ใหอ้ อกทางศลี สมาธิปัญญา ใหภ้ าวนา ไม่มอี ะไร
เปน็ ท่ีพ่งึ ของเราได้ นอกจากพระธรรมเท่าน้ัน

209

210

ข้อคดิ ธรรม

• ความยดึ มน่ั ถอื มน่ั อยทู่ ใี่ จ ถงึ ทวี่ นุ่ วาย ถา้ รจู้ กั รกั ษาใจ
ก็จะมีความสงบได้ท้ังสิ้น ให้ท�ำตัวเหมือนนกที่บินไปเกาะ
กง่ิ ไม้ ยามโบยบนิ ไปในอากาศก็ไมอ่ าลัยกิ่งนนั้ ๆ

• ชอบ ไมช่ อบ รกั ชงั เปน็ เรื่องทางโลก เก็บทกุ เรอื่ ง
มาคิดไม่ดูภายในใจเจ้าของ ต้องไม่รัก ไม่ชัง จึงเป็นผู้ใจสูง
ไม่เอาเร่ืองโลกมาเกย่ี วหัวใจใหห้ นัก

• เรอ่ื งเรยี นทางโลกไมจ่ บสน้ิ วชิ ามปี รบั เปลย่ี นอยเู่ สมอ
จบแล้วก็เลือนๆ ไป แล้วยังมีเคร่ืองล่อเป็นระยะๆ ยังเด็ก
ก็ไปโรงเรียน เป็นหนุ่มสาวมีอาชีพแล้วก็มีครอบครัว มีลูก
เรยี นทางธรรมใหจ้ บดกี วา่ เรยี นจบแลว้ จบเลย ใหเ้ อาธรรมฝงั
ในจิต ให้ตามไปทุกภพทุกชาติ ต้องใช้ความเพียรให้มาก
ตอ้ งมงุ่ ม่ัน ไมพ่ งึ ใจท้งั ดี ทง้ั ชัว่

211

• คนทโี่ กรธงา่ ยมธี รรมชาตคิ ลา้ ยลกู งเู หา่ ทเ่ี จออะไรกฉ็ ก
ไว้ก่อน ไม่รู้ว่าเป็นศัตรูหรือไม่ แต่เป็นเพราะธรรมชาติของ
ลกู งูเห่านั้น ความโกรธท่ีคนอ่ืนใหเ้ ราเหมอื นอาหาร เราก็แค่
ไมร่ ับ อาหารกอ็ ยู่กับคนให้

• ความซุ่มซ่ามเผอเรอเป็นเรื่องของการขาดสติ ครูบา
อาจารย์ท่านจึงว่ากล่าวเรื่องน้ีมาก ไม่เช่นนั้นจะก้าวหน้า
ได้ยาก

• วันส่งท้ายปีเก่าควรคิดทบทวนการกระท�ำของเรา
ถ้าผิดพลาดก็ไม่ต้องท้อแต่ต้องแก้ไข ปีใหม่ก็จะเหมือนกับ
ปเี ก่าถ้าเราไม่เปลีย่ นแปลง

• มาท�ำบุญท่ีวัดกลับบ้านไปก็ต้องไปท�ำต่อ พิจารณา
ทบทวนชีวติ ตัวเอง ถา้ กลับไปใช้ชวี ติ แบบเดิมก็เปน็ แบบเดิม

212

• ผู้ล่วงลับจะได้กุศลที่อุทิศไปให้หรือไม่ก็ข้ึนอยู่กับ
ภพภูมิของเขา ถ้าเคยมคี วามเก่ยี วข้องกับผู้ให้ ก็จะรับไดง้ ่าย

• เรามาโรงพยาบาล ได้ยินแต่เสียงโอดโอยของ
ความทุกข์ของเวทนา ได้ยินกันบ้างหรือเปล่า ไม่เบ่ือหน่าย
กันบ้างเลยหรือ

• การุณยฆาต (mercy killing) บางประเทศทำ� ไดไ้ มผ่ ดิ
กฎหมาย แตม่ ันไม่ถูกศีลธรรม ถอื ว่าท�ำผดิ อยู่ดี กรณีเชน่ นี้
แตกต่างจากกรณีครูบาอาจารย์ท่ีเอาเครื่องช่วยหายใจออก
เพราะจิตครูบาอาจารย์ท่านสบายแล้ว แต่ขันธ์ไม่ไหวแล้ว
แพทย์ก็เอาไม่อยู่แล้ว จะไปย้ือไว้ท�ำไม ก็ให้ปล่อยท่านไป
เท่าน้นั เอง ขนั ธ์เป็นเร่ืองเครื่องมอื ส่วนจติ นั้นคนละเร่ืองกนั
ผู้ทพี่ น้ แล้วกจ็ ะไมม่ ีปัญหาในเรอื่ งน้ี

213



เมตตาธรรม

215

พระบรมธาตธุ รรมเจดยี ์

ทา่ นพระอาจารยบ์ ณั ฑติ ไดอ้ ปุ สมบท ณ วดั โพธสิ มภรณ์
อ�ำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระอุดมญาณโมลี
(หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่าน
พระอาจารยย์ งั เคยอยจู่ ำ� พรรษากบั หลวงปเู่ ปน็ เวลาประมาณ
๑ ปี ก่อนที่ท่านจะสร้างวัดป่าตอสีเสียด โนนเดื่อ จังหวัด
อุดรธานี ท่านเป็นผู้มีกตเวทิคุณต่อองค์อุปัชฌาย์ของท่าน
และไดถ้ วายงานรบั ใชห้ ลวงปจู่ นั ทรศ์ รมี าโดยตลอด ทำ� หนา้ ที่
เปน็ ทั้งเลขานุการ สมหุ บ์ ญั ชี และแพทย์ประจ�ำองคห์ ลวงปู่
นอกจากน้ันท่านพระอาจารย์ยังเป็นก�ำลังส�ำคัญท่านหน่ึง
และเป็นคณะกรรมการด�ำเนินงานในการก่อสร้างพระบรม
ธาตธุ รรมเจดยี ์ วดั โพธสิ มภรณ์ ซงึ่ หลวงปจู่ นั ทรศ์ รเี ปน็ ประธาน
ในการก่อสร้าง มีการประชุมคณะกรรมการด�ำเนินงาน
ทุกเดือนเพื่อควบคุมก�ำกับ ติดตามการด�ำเนินงาน แก้ไข
ปญั หาและอปุ สรรคตา่ งๆ ทำ� ใหก้ ารกอ่ สรา้ งดำ� เนนิ ไปดว้ ยดี

เมื่อหลวงปู่จันทร์ศรีด�ำริท่ีจะสร้างพระบรมธาตุ
ธรรมเจดยี ์ หลวงปู่ไดเ้ ล่าถึงแรงบันดาลใจวา่

“เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ อาตมภาพได้ไปเข้าเฝ้าสมเด็จ-
พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันน้ี ท่านได้

216

มอบพระบรมสารีริกธาตุให้ข้าพเจ้าเอามาเก็บไว้สักการบูชา
ครั้นต่อมาอายุสังขารเข้าสู่วัยชรา เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง คิดถึง
คุณพระพุทธศาสนาและครูบาอาจารย์ ดังนั้นจึงปรารภ
สร้างเจดีย์ให้ช่ือว่า “พระบรมธาตุธรรมเจดีย์” ไว้เป็นท่ี
เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของหลวงปู่มั่น
ซง่ึ เจ้าคณุ ธรรมเจดีย์ไดม้ ารักษาไว้ พอทา่ นมรณภาพไปแลว้
อาตมภาพกเ็ ก็บเอามารกั ษาไว้ให้

​ญาตโิ ยมผมู้ จี ติ ศรทั ธามาสรา้ งเจดยี น์ ข้ี น้ึ เพอื่ เปน็ ศกั ดศ์ิ รี
ของวัด และเปน็ ที่สักการบชู าของปวงชนทวั่ ไป เป็นหลกั ชัย
ของพระพุทธศาสนา ตามปรกติวัดหลวงตา่ งๆ ก็ตอ้ งมีเจดีย์
เพราะฉะน้ันเจดีย์ยังขาด ก็มาสร้างข้ึนเพ่ือให้ลูกหลานที่
เกิดมาในภายหลังจะได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุและ
อัฐิครูบาอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานหลายองค์ ดังน้ันจึงได้
เร่ิมสร้างมาพอสมควร เด๋ียวน้ีก�ำลังสร้างช้ันหนึ่ง ดังน้ันจึง
ขออนุโมทนาสาธุการให้ญาติโยมที่มีศรัทธามาสร้างเจดีย์นี้
ช่วยกันคนละไม้ละมือ คงส�ำเร็จ...นับว่าเป็นประวัติศาสตร์
ท่ีจะให้ลูกหลานได้กราบไหว้ สักการบูชาสืบต่อไปนาน
เท่านาน” (วันท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๔๙)

217



219

ปรศิ นาธรรมอันย่ิงใหญ่

• เจดยี พ์ ิพธิ ภณั ฑท์ รงแปดเหลย่ี ม หมายถึง อริยมรรค
มอี งค์ ๘

• ความสูงจากฐานถึงยอดฉัตร ๓๘ เมตร หมายถึง
มงคล ๓๘ ประการ

• บนั ไดนาค ๔ ตัว หมายถึง อริยสัจ ๔
• หอ้ งพพิ ิธภณั ฑ์ ๓ ช้ัน หมายถึง ทาน ศลี ภาวนา
• มาลัยเถา ๓ ช้ัน หมายถึง อโลภะ อโทสะ อโมหะ
• ยอดพระเจดีย์ ๓ ชน้ั หมายถึง พระรตั นตรยั
• ยอดฉัตรทองค�ำ ๕ ชั้น หมายถึง สรา้ งเพอ่ื นอ้ มเกลา้
น้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เน่ืองในวโรกาส
ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ
๘๐ ชันษา ในปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐
• ปลยี อดฉตั รทองค�ำ หมายถึง พระนพิ พาน

220



ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
ของพระบรมธาตุธรรมเจดยี ์

นยั ยะแห่งสัจธรรม สรู่ ปู ธรรมองค์เจดยี ์
พระบรมธาตุธรรมเจดีย์ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะ
ผสมผสานสญั ลกั ษณข์ องอีสานตอนบน และสถาปตั ยกรรม
ไทยประยุกต์ โดยค�ำนึงถึงหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนา
เนน้ สาระธรรม ความเรยี บงา่ ย มนั่ คงถาวร สะดวกในการดแู ล
รักษา งามสง่าสูงค่าน่าเล่ือมใส ประกอบด้วย พระเจดีย์
พิพิธภัณฑ์ พระระเบียงพระเจดีย์ ศาลามงคลธรรม และ
ส�ำนักงานท�ำนบุ �ำรุง

222

223

พระเจดีย์พิพธิ ภัณฑ์

ชัน้ ๑
มีจารึกคติธรรม เหตุการณ์เรื่องราวส�ำคัญ อัฐบริขาร
รูปเหมือนของพระธรรมเจดีย์ (พระมหาจูม พนฺธุโล) พระ
อุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) และเหตุการณ์
สำ� คญั เกยี่ วกบั พระบรมธาตธุ รรมเจดยี ์ รปู เหมอื นพระธรรม-
วิสทุ ธมิ งคล (หลวงตามหาบวั ญาณสมฺปนโฺ น)
ช้นั ๒
ประดิษฐานพระพุทธเมตตาธรรมเจดีย์ และพระพุทธ-
มหามณีศรีรัตนอุดมญาณโมลี (พระแก้วมรกตจ�ำลอง) ซ่ึง
แกะสลกั จากหนิ หยกแมน่ ำ�้ โขง พระพทุ ธโคดมและพระพทุ ธ-
เมตไตรย์ ซ่ึงภายในพระเกศบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
รูปเหมือนหลวงปู่ม่ัน ภูริทตฺโต และหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
ตลอดจนจารึกโอวาทธรรมของทง้ั สองท่าน

224

นอกจากนั้นยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง แสดงปฏิปทา
พระธุดงคกัมมัฏฐาน ผู้มุ่งปฏิบัติเพ่ือความพ้นทุกข์ตาม
แบบอย่างพระบูรพาจารย์ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และ
หลวงปู่มั่น ภูริทตโฺ ต ภาพหมพู่ ระบรู พาจารย์เพ่อื ส่ือให้เหน็
ความเกี่ยวโยงระหว่างต้นก�ำเนิดวงศ์ธรรมยุติ และวงศ์
พระธดุ งคกมั มฏั ฐาน ตลอดจนภาพแสดงความเปน็ มาในการ
กอ่ สรา้ งพระบรมธาตธุ รรมเจดีย์ เป็นต้น

ช้ัน ๓
ท่ีผนังหินแกรนิตภายนอก มีจารึกพุทธโอวาทและ
ทศบารมี พร้อมทั้งบานประตูไม้แกะสลักแสดงเรื่องราว
พุทธประวัติ

225

226

ตอบแทนพระคุณพระอุปัชฌาย์

นอกจากทา่ นพระอาจารย์บณั ฑติ ไดร้ บั ใชถ้ วายการดแู ล
ดา้ นการรักษาพยาบาลพระอุดมญาณโมลี (หลวงปจู่ ันทร์ศรี
จนฺททีโป) พระอุปัชฌาย์ ผู้เป็นพระมหาเถระที่มีวัตร
ปฏิบัติอันงดงาม ด�ำเนินรอยบาทตามพระศาสดา เสียสละ
สงเคราะหโ์ ลกดว้ ยเมตตาธรรมอนั บรสิ ุทธิ์ ท่านพระอาจารย์
ยังได้เสียสละเวลาทุ่มเทแรงกายและแรงใจอย่างไม่เห็นแก่
ความเหนด็ เหนอื่ ย โดยไมห่ วงั ผลประโยชนห์ รอื สง่ิ ใดเปน็ การ
ตอบแทน มงุ่ มน่ั ชว่ ยเหลอื หลวงปู่ ในการกอ่ สรา้ งพระบรมธาตุ
ธรรมเจดีย์ดังกล่าวข้างต้นไว้เป็นมงคลสถานอันศักด์ิสิทธ์ิ
คู่แผ่นดินไทย ท้ังน้เี พอ่ื เป็นการแสดงความกตญั ญูกตเวทติ า
ตอบแทนพระคุณพระอุปัชฌาย์และเป็นพุทธบูชาจนส�ำเร็จ
เรียบร้อยเป็นศรีสง่าแก่วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี
เปน็ สถานทใี่ หพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนไดก้ ราบไหวเ้ ปน็ ทป่ี ตี เิ บกิ บานใจ

อน่ึง หลวงปู่จันทร์ศรีได้เคยกล่าวว่า “ขอให้ลูกหลาน
ทุกคนจงรีบเร่งสร้างความดีใส่ตน อย่าพากันประมาท
เพราะสักวันหน่ึงเราต้องจากโลกน้ีไป” และ “ผู้ไม่ประมาท
ช่ือว่าเป็นผู้ไม่ตาย คือไม่ตายจากคุณงามความดี” ท่าน
พระอาจารยบ์ ณั ฑติ ทา่ นมไิ ดป้ ระมาท ไดด้ ำ�เนนิ ตามปฏปิ ทา
พระอุปัชฌาย์และพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายกัมมัฏฐาน
หนักแน่นในการบำ�เพ็ญความดี สนับสนุนช่วยก่อสร้าง
พระบรมธาตธุ รรมเจดยี ์ ซงึ่ เปน็ มหากศุ ลอนั ยงิ่ ใหญ่ เปน็ การ
บำ�รุงพระพุทธศาสนาให้วัฒนาสถาพรย่ิงๆ ข้ึนไป นับเป็น
เยย่ี งอย่างอันดีแก่อนชุ นรุ่นหลังสบื ไป

227

228

หอเมตตาธรรมบำ� บัดวกิ ฤติ (CICU)
อนุสรณ์ ๑๐๐ ปี

พระอดุ มญาณโมลี (จนั ทร์ศรี จนฺททโี ป)
โรงพยาบาลอุดรธานี

พระอาจารยบ์ ัณฑิต สุปณฺฑิโต เป็นผทู้ ่มี ีความเคารพรกั
พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) เจ้าอาวาส
วัดโพธิสมภรณ์ เป็นอย่างสูง คอยดูแลด้านสุขภาพ และ
ถวายการรับใช้ด้านอ่ืนๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะระหว่าง
ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๗ ที่หลวงปู่อาพาธหนักอยู่หลายครั้ง
จนต้องเข้าห้องผ่าตัดและพักในหอผู้ป่วยภาวะวิกฤติ (ICU)
พระอาจารยบ์ ณั ฑิตไดค้ อยดูแลคอยสังเกตอาการ พรอ้ มทงั้
ประสานกบั แพทยผ์ รู้ กั ษาเพอื่ ถวายการรกั ษาหลวงปจู่ นั ทรศ์ รี
อย่างดีที่สุดจนหลวงปู่จันทร์ศรีผ่านพ้นวิกฤติและมีอาการ
ดีข้นึ เปน็ ล�ำดบั

ในปี ๒๕๕๔ เป็นปีที่หลวงปู่จันทร์ศรีเจริญอายุครบ
๑๐๐ ปี ก่อนท่ีท่านจะอาพาธด้วยโรคเนื้องอกกระพุ้งแก้ม
ขา้ งซา้ ยชนดิ ลกุ ลามระยะเรมิ่ แรก พระอาจารยบ์ ณั ฑติ ไดเ้ ปน็

229

230

231

ตัวแทนหลวงปู่จันทร์ศรี และคณะกรรมการจัดงานบ�ำเพ็ญ
กศุ ลอายวุ ฒั นะครบ ๑๐๐ ปหี ลวงปจู่ นั ทรศ์ รี ในการประสาน
กบั โรงพยาบาลอดุ รธานี อำ� เภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพอื่
หารือการจัดท�ำอนุสรณ์แห่งเมตตาธรรมที่เป็นรูปธรรมของ
หลวงป่จู ันทร์ศรี

และด้วยเหตุที่โรงพยาบาลอุดรธานีก�ำลังมีแผนจะ
จดั ต้งั หอผู้ป่วยภาวะวิกฤติ (ICU) แหง่ ใหม่ขนึ้ พระอาจารย์
บัณฑิตจึงเสนอโรงพยาบาลอุดรธานีจัดท�ำโครงการสร้าง
หอเมตตาธรรมบ�ำบัดวิกฤติ ศูนย์บ�ำบัดวิกฤติผู้ป่วยหนัก
ทางอายุรกรรม (CICU) หรือ COMPASSION INTENSIVE
CARE UNIT เพื่อเป็นอนุสรณ์เมตตาธรรมในโอกาสท่ี
หลวงปจู่ ันทรศ์ รเี จริญอายคุ รบ ๑๐๐ ปี โดยหลวงปู่จนั ทรศ์ รี
รับเป็นประธานอุปถัมภ์ รวมทั้งสนับสนุนด้านงบประมาณ
ในการปรบั ปรุงอาคารสถานที่ และจดั ซอ้ื ครุภัณฑก์ ารแพทย์
ท่ีจำ� เป็น

ใ น ก า ร น้ี วั ด โ พ ธิ ส ม ภ ร ณ ์ ไ ด ้ อ อ ก ป ร ะ ก า ศ แ ต ่ ง ตั้ ง
คณะกรรมการโครงการจัดต้ังหอเมตตาธรรมบ�ำบัดวิกฤติ
ศูนย์บ�ำบัดวิกฤติผู้ป่วยหนักทางอายุรกรรม (CICU) หรือ
COMPASSION INTENSIVE CARE UNIT โดยหลวงปบู่ ุญมี
ปรปิ ณุ โฺ ณ วดั ปา่ บา้ นนาคณู เปน็ องคป์ ระธาน และพระอาจารย์
บณั ฑติ ร่วมเป็นกรรมการ

หอเมตตาธรรมบ�ำบัดวิกฤติ หรือ CICU แห่งใหม่นี้
ตงั้ อยู่ท่ชี ัน้ ที่ ๔ อาคารตา หู คอ จมูก โรงพยาบาลอุดรธานี

232

ใช้งบประมาณทั้งส้ิน ๗๔ ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณ
กอ่ สรา้ งอาคารสถานที่ ๔๓ ลา้ นบาท และงบประมาณในการ
จัดซ้ืออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ๓๑ ล้านบาท ซ่ึงนอกจาก
ผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมสละบริจาคทรัพย์ ในการก่อสร้าง
คร้ังน้ีแล้ว โครงการหอเมตตาธรรมบ�ำบัดวิกฤติ ยังได้รับ
พระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานทรัพยส์ ่วนพระองค์ใหก้ บั โครงการอีกด้วย

โดยเมอ่ื วนั ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ พระอาจารยบ์ ณั ฑติ
ได้กล่าวกับสื่อมวลชนความว่า เป็นความเมตตาที่หลวงปู่
จนั ทรศ์ รี หรอื หลวงปใู่ หญ่ มอบใหแ้ กป่ ระชาชนชาวอดุ รธานี
และใกลเ้ คยี งทเี่ จบ็ ปว่ ย เพอื่ ปรบั ปรงุ เปน็ อาคารหอผปู้ ว่ ยหนกั
ช่ือหอเมตตาธรรมบ�ำบัดวิกฤติ (CICU) อนุสรณ์ ๑๐๐ ปี
พระอดุ มญาณโมลี (จนั ทรศ์ รี จนทฺ ทโี ป) โดยเรอื่ งทห่ี ลวงปใู่ หญ่
ให้ความอนุเคราะห์กับทางโรงพยาบาลอุดรธานี พระบาท-
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบเรื่องจึงทรงมีพระราชศรัทธา
มสี ว่ นรว่ มดว้ ยการพระราชทานทรพั ยส์ ว่ นพระองคใ์ หใ้ นสว่ น
ท่ียังขาดท้ังหมด ๒๒,๖๙๙,๙๖๔.๗๓ บาท (ยี่สิบสองล้าน
หกแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยหกสิบส่ีบาทเจ็ดสิบสาม
สตางค์)

"นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นความภาคภูมิใจ
อย่างย่ิงของชาวจังหวัดอุดรธานี จึงอยากให้ประชาชน
ทั้งจังหวัดได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณท่ีมีต่อผู้เจ็บป่วย
รวมท้ังอยากให้ทุกคนร่วมยินดีและตอบแทนพระองค์ท่าน

233

ให้มากทส่ี ดุ โดยเฉพาะผูป้ ว่ ยทีม่ ารกั ษาตวั ที่ตึกหลงั นี้ ซึง่ จะ
ส่งผลให้กุศลทั้งหมดถวายบูชาพระคุณของหลวงปู่จันทร์ศรี
ท่ีท่านจะมีอายุครบ ๑๐๒ ปี ในวันท่ี ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖
รวมถึงในโอกาสท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญ
พระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา ในวนั ท่ี ๕ ธันวาคมนเี้ ช่นกนั
โดยขอให้ทุกคนมีจิตยินดีร่วมกันสร้างความดีน้อมถวาย
ท้ังสองทา่ นดว้ ย”

ในระหว่างการก่อสร้างหอเมตตาธรรมบ�ำบัดวิกฤติน้ัน
พระอาจารยบ์ ณั ฑติ ไดต้ ดิ ตามงานอยา่ งใกลช้ ดิ โดยเขา้ ประชมุ
เพอ่ื ติดตามงานทกุ วนั พฤหสั บดที ี่ ๒ ของเดือน และเพม่ิ เปน็
เดือนละ ๒ คร้ังในช่วงที่งานก่อสร้างคืบหน้าไปมาก โดย
พระอาจารย์บัณฑิตได้ให้แนวคิดในการออกแบบที่ประกอบ
ดว้ ยหลกั ๓ หลัก คือ

๑. หลกั เมตตาธรรมต่อเพ่อื นมนษุ ย์ หรอื Compassion
Concept ท่คี �ำนึงถงึ การดแู ลรักษาผูป้ ่วยในภาวะวิกฤติ ใหม้ ี
คุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเมตตาธรรมเป็นหลัก
ส�ำคัญ โดยเน้นการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่แพทย์
และพยาบาลทีม่ าปฏบิ ตั งิ าน

๒. หลักที่พึ่งทางด้านร่างกาย โดยมีการตระเตรียม
ความพรอ้ มทกุ ดา้ น เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ยใหไ้ ดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที
โดยพระอาจารยบ์ ณั ฑติ จะมกี ารประชมุ ปรกึ ษากบั ผเู้ กย่ี วขอ้ ง
ทุกฝ่ายโดยตลอด แม้กระทั่งการออกแบบห้องผู้ป่วย
ท่ีพระอาจารย์บัณฑิตจะจัดวางเรียงต�ำแหน่งห้องผู้ป่วยเป็น

234

235

รูปตัวยู (U) ที่มีเคาน์เตอร์พยาบาล อยู่ตรงกลาง เพ่ือให้
พยาบาลสามารถให้บริการได้โดยสะดวกรวดเร็ว ทันท่วงที
และท่ัวถงึ รวมทง้ั สะดวกต่อการบริการผูท้ เ่ี ข้าเยย่ี มอีกดว้ ย

นอกจากน้ีพระอาจารย์บัณฑิตยังประสานในการจัดซื้อ
เคร่ืองมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยการร่วมมือกับ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลอ่ืนๆ ท่ีก�ำลัง
จะจัดซื้ออุปกรณ์และเคร่ืองมือทางการแพทย์เพื่อร่วมกัน
จดั ซอื้ ไปในคราวเดยี วกนั ทำ� ใหส้ ามารถประหยดั งบประมาณ
ในการจัดซ้ือลงอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ได้เครื่องมือและ
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานสูงเทียบ
เทา่ กบั ทใ่ี ชใ้ นโรงพยาบาลเอกชนเพอื่ ใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การรกั ษา
อย่างทันท่วงที จนท�ำให้ปัจจุบันโรงพยาบาลอุดรธานีเป็น
โรงพยาบาลศูนย์ที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
ในห้อง CICU ทีท่ นั สมัยท่สี ุดแหง่ หนึ่ง

๓. หลักที่พึ่งทางจิตใจ โดยมีการเตรียมสถานท่ีไว้เป็น
เครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้แก่ผู้ป่วยและญาติมิตร เช่น
พระธรรมธาตุเจดีย์ ท่ีอยู่บนดาดฟ้าอาคาร ภายในบรรจุ
พระบรมสารรี กิ ธาตุ หอ้ งพระ ตงั้ อยบู่ รเิ วณดา้ นหนา้ ทางเขา้
หอเมตตาธรรมบ�ำบัดวกิ ฤติ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป
ซุ้มสักการะหลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป บริเวณผนังโถง
ทางเดนิ หน้าลฟิ ต์

236


Click to View FlipBook Version