ท่าน : จริงๆ ถ้าเรารู้จักเรื่องของมัน รู้จักเรื่องของมัน
แล้วนะ มนั ก็ถกู ท่ีท่านพูดไวห้ มด ถูก ท่ที ่านกลา่ วไว้ในต�ำรา
ก็ตาม ถ้าเราไม่รู้จักเรื่องของมันแล้ว เราก็ไม่รู้จักข้างหน้า
ข้างหลงั ไม่รู้จักตน้ กบั ปลาย ไมร่ ้วู ่าอนั ไหนท�ำกอ่ นท�ำหลงั
บางทีแล้วน่ี สมัยก่อนครูบาอาจารย์ สมัยก่อนท่ี
ทา่ นภาวนา ท่านท�ำไดส้ บาย สบาย เพราะว่าสิ่งเหลา่ นีม้ ัน
ไม่ค่อยมาก สมัยก่อน ต�ำรับต�ำราก็ดี พวกเคร่ืองเสียงก็ดี
พวกอะไรตา่ งๆ กด็ ที ถี่ า่ ยทอดกนั มา ทา่ นเดนิ เขา้ ไปดคู วามจรงิ
มันเลย มันเกิดอะไรขึ้นในจิต ก็เอามาพูดกันเลย แต่ยุคน้ี
มันก็ดีไปอย่าง ดีไปอย่างท่ีมีสิ่งเหล่าน้ี แต่ว่าโทษมันก็มี
ตรงที่ว่าเราก็จะไปเอาสัญญาแล้วก็มาน้อม น้อมเข้ามากับ
ตัวเอง เอาสัญญาของท่าน น้อมมาเทียบกับส่ิงท่ีเราเกิด
แล้วก็เข้าใจว่ามันคืออันเดียวกัน แล้วก็เอาตรงน้ันเป็น
ตัวพิสูจน์ หรอื เปน็ ตัวตัดสินใจว่ามันใช่ เพราะครูบาอาจารย์
วา่ ไวอ้ ยา่ งนนั้ ทา่ นวา่ อะไรนนั้ มนั เปน็ เรอ่ื งของทา่ น เปน็ เรอ่ื ง
ทท่ี ่านพดู เอาไว้ ความร้สู กึ ความเป็นไปในจิตของท่าน เราก็
ไมอ่ าจจะไปคาดไปหมายไดว้ า่ ทา่ นเปน็ ยงั ไง และนนั่ กค็ อื โทษ
น่ันก็คือสิ่งที่เราต้องระวังในการมาแปล มาตีความ ของส่ิง
เหลา่ นนั้ ฉะนนั้ ครบู าอาจารยท์ งั้ หลาย เวลาทท่ี า่ นเกดิ อยา่ งน้ี
เกิดความรู้ในจิตของท่านก็ตาม ที่มันเกิดขึ้นก็ตาม ท่านจึง
ไม่แปลใหก้ ัน ความรเู้ ฉพาะตรงนั้นมันจะไปเกิดขึ้นในตัวเอง
ในตนเอง มนั คอื ความเข้าใจในความหมายเหลา่ นน้ั คนอน่ื
แปลให้มันก็ไม่ใช่ ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ มันคือเร่ืองเฉพาะ เป็น
เรื่องของท่านเอง นี่อันนี้จึงเป็นเรื่องท่ีเราต้องระวัง ระวังไว้
พอสมควร ส่งิ ที่เรารับ ท่ีเรารับตา่ งๆ เขา้ มา
137
ฉะน้ันการท่ีเราจะหายสงสัยในสิ่งเหล่านี้ พวกเราต้อง
ปฏิบตั เิ ขา้ ไป เอาหลักสำ� คัญ หลกั ส�ำคญั ทีจ่ ะคล่ีคลายความ
สงสัยของเราท้งั หมด สง่ิ ใดก็ตามทพ่ี วกเราเขา้ ไปรู้ไปเห็นมา
แล้วนี่ ตัววดั ส่ิงเหล่านี้ ตัววดั ในความเขา้ ใจหรอื ความรสู้ ึก
เหล่านี้ว่ามันใช่ไม่ใช่ เวลาเราท�ำไปแล้วนี้ ถ้าความโลภ
ความโกรธความหลง มันเบาลงไปมันน้อยลงไป อันนั้น
ประการหน่งึ อกี ประการหนึง่ คอื สตเิ ราก็ดี ปญั ญาเรากด็ ี
ศลี เราก็ดี สมาธิเราก็ดี มนั ดขี นึ้ มนั ชำ� นาญขนึ้ น่ันก็เปน็
ส่วนเทียบเคียงได้ มันก็จะเปลี่ยนเรา ปัญญาเรา ความรู้
ความเห็นเรา มันสอดมันคล้องกับค�ำสอนของพระพุทธเจ้า
มนั ตรงกบั ทา่ นทท่ี า่ นบอก กเิ ลสตณั หาเรามนั นอ้ ยลงไปเรอื่ ย
มันก็ถูกทาง ย่ิงการดูความละเอียดเข้าไป ละเอียดเข้าไป
ยังติดอยู่ ถ้าเราไม่ปลอ่ ยวางส่วนหยาบๆ ส่วนหยาบๆ กอ่ น
การไปเห็นตรงน้ัน ฉะน้ันผู้ที่จะยังไม่ได้ปล่อยตรงน้ัน
การจะเปล่ียนตรงน้ันมันเป็นไปได้ยาก มันเป็นได้ยาก
เพราะเป็นทอ่ี ยู่ขา้ งในมนั บงั เอาไว้ บงั เอาไว้ ยกเวน้ แต่ท่าน
เปน็ ผทู้ ม่ี วี าสนามากจรงิ ๆ อคุ ฆฏติ ญั ญกู ด็ ใี นครง้ั พทุ ธกาล ท่ี
จะคลค่ี ลายเหลา่ นไ้ี ปไดด้ ว้ ยความรวดเรว็ กด็ ว้ ยความดงี ามที่
ทา่ นสง่ั สมเอาไวม้ าก ในยคุ ปจั จบุ นั สว่ นใหญก่ พ็ วกเนยยะ
ถ้าได้ฟังมาก ก่�ำก่ึงตรงนั้นนะ การไปรู้เห็นสิ่งเหล่าน้ัน
โดยหลกั แลว้ ทา่ นกต็ อ้ งปลอ่ ยๆๆ ปลอ่ ยสว่ นหยาบๆ เขา้ ไป
สว่ นหยาบๆ ปล่อยๆๆ
การดูจิตเข้าไปให้เห็นจิตจริงๆ แล้วนี่ ดูแล้วมันจะ
เหมอื นง่าย น่นั คอื โวหาร แต่การเหน็ จริงๆ น้ไี มใ่ ช่ของงา่ ย
138
เหน็ ตวั จติ จรงิ ๆ เหน็ จนกระทง่ั วาง วาง วางมนั ไดจ้ รงิ ๆ ฉะนนั้
จะเปน็ อะไรกต็ ามที พวกเราอยา่ เพงิ่ ไปสงสยั อยา่ เพงิ่ ไปอะไร
มันมาก อยา่ เพ่ิงไปวดั ไปเทียบ หลักมนั อยู่ตรงนนั้ นะ เราจะ
เอาตัวเราเป็นพยาน เราจะเอาตัวเราเข้าไปดู ตราบใด
ถา้ เรายงั ไมเ่ หน็ ตรงนนั้ แลว้ เอาตวั เองเปน็ พยานไมไ่ ดแ้ ลว้
ความสงสัยมนั จะไมห่ มดไป ไม่หมดไป
สมัยอาจารย์ใหม่ๆ บวชเข้าไปใหม่ๆ ก็อ่านสิกขาบท
ทง้ั หลาย อา่ นพระวนิ ยั ทงั้ หลาย อา่ นไปเปน็ เลม่ เปน็ เรอ่ื ง และ
กพ็ ยายามทำ� ความเขา้ ใจไปพรอ้ ม ไปพรอ้ ม บางอยา่ งกเ็ ขา้ ใจ
มันก็ตีความตามตัวอักษร น่ันเราก็ลงใจ เราก็อ่านไป เราก็
อา่ นตอ่ แตบ่ างอยา่ งอา่ นแลว้ กย็ ง่ิ งง ยง่ิ คดิ กย็ งิ่ สบั สน คดิ หา
เหตผุ ลกย็ งิ่ วนุ่ วาย นม่ี นั อะไร ไปถามหมเู่ พอื่ นครบู าอาจารย์
หรือ ท่านก็อธิบาย แล้วเราก็ยังน่ีมันอะไร มันอะไรอยู่น่ัน
ครั้นปฏิบตั ิกป็ ฏิบัตไิ ปแบบทีว่ ่า มนั อะไรๆ ทงั้ หมดทั้งหลาย
เปน็ เร่อื งที่เรา ท้ังเปน็ ระวงั ทงั้ จะท�ำความเขา้ ใจ ทัง้ ว่าจะทำ�
ยงั ไงใหม้ นั บรบิ รู ณไ์ ด้ ทงั้ อยอู่ ยา่ งนน้ั กใ็ ครก่ ค็ รวญอยอู่ ยา่ งนน้ั
จนกระทงั่ วันหนึ่ง วนั หนง่ึ มันเกดิ ความรู้สกึ ขน้ึ ว่า เออเอาล่ะ
ทั้งหลายทั้งปวงท่ีเราได้อ่านอยู่น้ี เราจะผ่านไปก่อน เราจะ
ท�ำตามท่ีพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ สิ่งท่ีเราสงสัยก็ดี ส่ิงท่ีเรา
ไม่เข้าใจกด็ ี เราจะยกไว้ก่อน เราจะปฏบิ ัติเข้าไปเลย มนั จะรู้
ก็ไม่เป็นไร มันจะไม่รู้ก็ไม่เป็นไร คิดได้อย่างน้ันก็สบาย
เหมือนกับว่าเราแบกของท่ีหนักเราก็วางลงไปทุ่มลงไปเลย
แทนที่เราจะมาอ่านแล้วก็มาคิดและก็หาอะไรต่างๆ มัน
เคยอย่างนั้น เพราะเรามันถูกฝึกมาแบบนั้น ถูกฝึกมาแบบ
139
เหตุและผล ถูกฝึกมาแบบนน้ั บางอย่างใช้เหตุใช้ผลยังไมไ่ ด้
ยังใช้ไม่ได้ เหตุผลยังใช้ไม่ได้ส�ำหรับตอนน้ี เรายกไว้ก่อน
จากนนั้ กเ็ ดนิ หนา้ ตามแบบทคี่ รูบาอาจารยไ์ ดว้ างไว้ ธรรมะ
ของครูบาอาจารย์น้ีเราอ่าน เราอ่าน เราอ่านจนเราจ�ำได้
ทกุ กทิ กุ กเี ราอา่ นยง่ิ จดุ สำ� คญั ๆ ทา่ นได้ อา่ นๆๆ ไปอยบู่ างท่ี
ครูบาอาจารย์ท่านคอยเทศน์ ท่ีท่านเทศน์พูดจุดส�ำคัญๆ
เรากห็ ผู ง่ึ ฟงั ๆ ฟงั แลว้ กจ็ ำ� กเ็ ลยเปน็ สง่ิ ทน่ี า่ จะจำ� ทท่ี า่ นทำ� มา
จุดส�ำคัญๆ ของท่าน องค์นั้นก็อย่างนี้ องค์น้ีเป็นอย่างน้ี
เออๆ เรากฟ็ งั ๆๆ กจ็ ำ� ปฏบิ ตั มิ นั เขา้ ไปทนี ม้ี นั ตกี นั มนั ตกี นั
เอไอ้นี้ท่านว่าอย่างนี้ เออันนี้ท่านว่าอย่างน้ี เออันนี้ว่า
อย่างนี้ เดินเข้าไปแล้วก็ต้องถอยกลับมาอีก เดินเข้าไปก็
ถอยกลบั มาอกี เอ อนั นีใ้ ช่ อันนซ้ี า้ ย อนั น้ีขวา เอ อนั นใ้ี ช่
อันน้ีซ้าย อนั นขี้ วาอยู่
นั่นแหละจนกระท่ังวันหน่ึง วันหนึ่งเราก็เกิดความรู้สึก
ข้นึ อย่างที่อาจารย์พูดเรือ่ ยๆ เราจะทำ� ตวั ประหนง่ึ ว่า เราจะ
ไปเปิดหีบสมบัติของเราเอง ของเราเอง มีอยู่ ข้างในน้ัน
มนั มอี ะไร สมบัตทิ า่ นเราไดย้ นิ มามากกต็ าม อันนนั้ คือเร่ือง
ของทา่ น เรอ่ื งของทา่ น เราจะจำ� ได้ เราจะผา่ นได้ เราจะศกึ ษา
มามากก็ตามที ต้องท�ำในความรู้สกึ ว่ามนั เป็นเร่อื งของทา่ น
เราจะดูกายของเราเป็นอานิสงส์ บัดนี้เราจะเข้าไปเปิดหีบ
สมบัติของเรา มนั จะน้อยกต็ าม มันจะมากกต็ าม มนั จะยาก
กต็ ามมนั จะงา่ ยกต็ าม กจ็ ะไขเขา้ ไป จะหากญุ แจไขเขา้ ไปใหไ้ ด้
จากนั้นความรู้สึก ภาระที่เราเคยแบกหามมาเรื่องสัญญา
อะไรๆ ต่างๆ มนั ก็เบาลง เบาลง ถงึ เราจะอา่ นถงึ เราไดย้ นิ
140
เราจะได้ฟังอะไรมากก็ตาม มันอยู่นอกๆ เพราะอันนั้น
มันไมใ่ ชเ่ ปา้ หมาย ทีจ่ ะเอาเขา้ มาขณะน้ี ไมใ่ ชเ่ ปา้ หมาย
ตราบใดท่ีเรายังไม่ได้เอาตัวเองเป็นพยาน ความ
สงสัยจะไม่หมดไป ไม่หมดไป ไม่หมดไป มันเข้าใจเหมอื น
เข้าใจ ฟังแล้วเหมือนเข้าใจก็จริง แต่ทว่า มันยังเป็นเพียง
ชน้ั สัญญา มนั ไมเ่ ข้าถึงใจแท้ มันขอบๆ มันยังเปล่ยี น มนั ยงั
เกดิ ความร้สู กึ ยม้ิ แย้ม เกิดความรสู้ กึ แปลกๆ เกิดความรสู้ ึก
อะไรตา่ งๆ ขน้ึ ได้ ฉะนนั้ ในแงห่ ลกั อยา่ งน้ี ความเกดิ ขน้ึ มาจงึ
เปน็ หลกั ทด่ี ี ในสว่ นของตวั เองทใี่ ช้ แลว้ กท็ ำ� ใหร้ สู้ กึ วา่ ภาระที่
เราจะตอ้ งไปอะไรตา่ งๆ มนั เบาลง เบาลง ดหี มด ดหี มดทา่ น
พดู ถกู หมด ถกู หมด ใชๆ่ ทง้ั นนั้ แตเ่ ปน็ เรอื่ งของทา่ น มนั เปน็
เรอื่ งของเรา สมบตั ทิ ่านไมใ่ ชส่ มบัติเรา ลมื ตอบคำ� ถามเลย
ศิษย์ : เข้าใจแลว้ เจ้าคะ่
ท่าน : เสียเวลานานเลยนะ ปวดหัวอยู่นาน การแบก
แบกตำ� รา แบกคมั ภรี ์ ตำ� ราหมอเปน็ ตง้ั ๆ สงู ทว่ มหวั เราอา่ น
ต�ำรา มองเข้าไปแหงนหน้ามอง โห ท้ังหลายมีแต่ต�ำรา
จ�ำไม่หมดหรอกแต่ก็ต้องจ�ำ ต้องพยายามจ�ำ จ�ำแล้วก็ลืม
ลืม เวลาจะสอบน้ีทอ่ งไดแ้ บบไม่น่าเช่ือ ออกห้องสอบมาท้ิง
ไปหมด ออกจากสอบนะ มนั จะเข้าสอบนี้ โอโ้ ห ไมน่ า่ เชอ่ื
มนั ทอ่ งไดย้ งั ไง ออกหอ้ งสอบแลว้ กล็ มื ๆ เราถงึ มาคดิ วา่ วชิ า
ทางโลกสวู้ ชิ าพระพทุ ธเจ้าไมไ่ ด้ ไมไ่ ด้ ไม่ได้เลย เพราะ
ความรู้ทั้งหลายมันอยู่ในช้ันสัญญา นักปราชญ์ท้ังหลาย
ในโลกน้ีเก่งแค่ไหนก็ตามทีเถอะ ความรู้เหล่านั้นก็เป็นช้ัน
สญั ญา เปน็ ช้ันที่เอาแน่เอานอนไมไ่ ด้ มนั ไมใ่ ช่เปน็ ท่พี ่งึ
141
สมัยเรียนเราเปลี่ยนอาจารย์ ผมก็หงอกแล้วล่ะเป็น
อาจารยเ์ รา เขา้ ไปในหอ้ งสมดุ กเ็ หน็ อาจารยย์ งั คน้ ตำ� ราอยเู่ ลย
ขณะเป็นนกั เรยี น ขนาดเปน็ อาจารยย์ งั ตอ้ งอา่ นเลย ขนาด
อาจารย์นะอาจารย์ผมหงอก เกิดข้ึนได้ เราก็คิดว่าอาจารย์
กค็ งจะพอตวั แลว้ วา่ นนั้ เถอะ โอ้ อาจารยก์ ย็ งั มาคน้ ตำ� รบั ตำ� รา
142
แต่วิชาพระพุทธเจ้านี้ไม่เหมือน ไม่เหมือน ทุกสิ่งที่เข้าไป
เปลยี่ นในใจแลว้ นน่ั แหละ ครบู าอาจารยท์ ง้ั หลาย งนั้ พวกเรา
ท�ำมันจึงไม่เสื่อม มันไม่กบฏคืน ภาษาหลวงปู่หล้าท่านว่า
มันไม่กบฏคืน มันไม่กลับกลอก มันไม่ต้องท�ำซ�้ำ ไม่ต้อง
ไปเรียนอีก เรียนแล้วจบ เรียนแล้วมันไม่ลืม น่ีแปลกวิชา
พระพุทธเจ้า น่ีแปลก ก็อย่างที่หลวงตาท่าน เอ เมื่อวาน
เราไปไหน อะไรต่างๆ เอ๊ะให้พรหรือยังอะไรต่างๆ ก็ไป
ตคี วามวา่ ทา่ นหลงนี้ไม่ใช่เรอื่ งนะน่ี คนละเรื่องกนั นะ สิง่ น้ัน
เปน็ สญั ญา สญั ญาเปน็ อนจิ จงั สญั ญาเอาเรอ่ื งเอาราวกบั
มันไม่ได้ คือมันจะเป็นตัววัดความเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้
ตรงนั้น แตส่ ่วนของท่านที่ไม่ลมื มันมีอยู่
สว่ นทอี่ ยใู่ นใจของทา่ นทมี่ นั ไมล่ มื พดู คราวใดกย็ งั แมน่ ยำ�
พูดคราวใดก็ชัด ชัด ไม่ลืม จ�ำได้ในสามแดนโลกธาตุก็ตาม
จะบังคบั ใหค้ วามร้ปู ระเภทนีม้ นั ลบไป มันลา้ งไป ทำ� ลายไป
ไม่มีทาง ไม่มีทางเลย สามโลกธาตุ หรือไปเอาชีวิตท่าน
ให้ตายไปว่านั้นเถอะ จะฆ่าท่านก็ฆ่าให้ตายเปล่าก็ไม่เกิด
ประโยชน์ จะลา้ งสมองทา่ นก็ลา้ งไมไ่ ด้ ใหท้ า่ นเปลยี่ นความ
รู้สกึ ฉะนัน้ คนเหลา่ นี้จึงเปน็ อะไรท่ีแปลก แปลก เหนอื จริงๆ
ธรรมะพระพุทธเจา้ มันเหนือ เลศิ เลอจรงิ ๆ สามโลกธาตนุ ้ี
ถึงอัศจรรย์ เพราะมันเป็นวิชาท่ีแปลก สมบัติก็คือสมบัติ
ที่แปลก ย่ังยนื เปน็ สมบตั ทิ ิพย์ ยงั่ ยืน มนั จะเกิด ใครจะมา
ฉกชิงวิ่งราว ใครจะมาปลน้ จ้ี ใครจะมาอะไรไม่ได้ ไมไ่ ดเ้ ลย
ใครจะมาท�ำลายล้างก็ไม่ได้ ใครจะมาเปล่ียนก็ไม่ได้
ไมถ่ อยหลงั ไมย่ อ้ นกลบั ไมล่ มื ความรปู้ ระเภทนไี้ มล่ มื ลมื ตา
143
กต็ ามจะหลบั ตากต็ ามมนั ยนื ตวั มนั อยๆู่ อยา่ งนนั้ นะ นแี่ หละ
ท่านถึงว่า จิตท่ีมันซักฟอกดีแล้วมันเข้าไปเป็นจิตเลย
มันเข้าไปในจิต ความรู้ทั้งหลาย บางทีหลวงตาท่านเอ้อ
ตา่ งๆ ว่าไปไหนนอ้ เมือ่ วาน คนไมร่ ู้จะไปหาคดิ กเ็ ปน็ บาป
เพราะไม่รเู้ รอ่ื ง มเี หมือนกนั ท่ีไปถามครูบาอาจารยท์ ้งั หลาย
ว่ามันหลงได้หรือ ยังหลงอยู่หรือว่าน้ันเถอะ ไปถาม
ทา่ นอาจารย์ ทา่ นเลา่ ใหฟ้ งั ไปถามทา่ น เออ้ หลวงตายงั หลง
อยูน่ ะน่นั นนั่ ไมร่ เู้ รื่อง ประมาททา่ น เป็นโทษถา้ ไมร่ ู้จกั เรอ่ื ง
สง่ิ เหลา่ นนั้ มนั เปน็ สง่ิ ภายนอกของทา่ น ทที่ า่ นจะอะไรกต็ ามที
เป็นเรื่องขันธ์เป็นเร่ืองร่างกายท่าน ส่ิงที่มี ใครก็เข้าไม่ถึง
เข้าไม่ถึง พ้นวิสัยของส่ิงท้ังหลายจะเข้าไป สมมุติท้ังหลาย
มันพน้ วสิ ยั สมมตุ ิทัง้ หลายท่จี ะเขา้ ไปทำ� อะไรได้ท้ังหมดเลย
ทงั้ หมดเลย มันจะเป็นส่ิง เหมอื นวา่ รวดเรว็ จรงิ ๆ
ตำ� ราของพระพทุ ธเจา้ ทที่ า่ นบญั ญตั ิ เอาสง่ิ ทมี่ นั พน้ วสิ ยั
ของมนุษย์ท่ีจะไปคาดเดาได้ เอามาบรรยาย เอามาแสดง
เอามารอ้ งบอก เอามาพดู เอามาเทยี บเคยี งใหเ้ หน็ ได้ จงึ เปน็
ปัญญาที่ล้�ำเลิศมาก สุดยอด เป็นส่ิงที่มนุษย์ทั้งหลายไม่มี
ทางจะมาจดั ใหด้ เู ปน็ ตวั เปน็ ตนได้ แตเ่ อามาบอกกลา่ วใหค้ น
ทั้งหลายเดินเข้าไป แล้วก็ไปเห็นความจริงน้ีได้ด้วยตัวของ
ตัวเอง โดยทส่ี ิง่ ท่เี ข้าไปเห็นกเ็ ปน็ สง่ิ ทไ่ี มม่ ีตัวไม่มีตน เปน็ สิ่ง
ที่ไมม่ ีทางจะบรรยายไดช้ ดั ๆ ไม่มีทาง เปน็ สง่ิ ทเี่ หนือคำ� พูด
ทั้งหมดที่เข้าไปพาดพิงถึงได้ แต่ท่านสามารถจะน�ำทาง
สามารถจะร้องบอกทาง บัญญัติทางด�ำเนินเพื่อให้สาวก
ท้ังหลาย และผู้สนใจทั้งหลายด�ำเนินไปตามได้ อริยสัจ ๔
144
กด็ ี มรรค ๘ ก็ดี สตปิ ัฏฐาน ๔ ก็ดีคือเส้นทางทงั้ นั้นแหละ
ท่จี ะเดนิ เขา้ ไปสู่ความจริงอนั น้ี ความจรงิ ทเี่ ป็นสจั ธรรม
ความจริงที่แท้ ความจริงที่มันไม่เปล่ียน ความจริงที่
มันยั่งยืน ความจริงท่ีมันเหนือความทุกข์ท้ังหลาย
น่ันแหละมันยิ่งใหญ่ ย่งิ ใหญ่
ฉะน้ันทั้งหลายท้ังปวง ถ้าเราเห็นคุณค่าของส่ิงเหล่าน้ี
จรงิ ๆ แลว้ โอ้ มันอยู่ไมไ่ ด้แลว้ อยา่ งว่า ทมุ่ เท ตอ้ งทุ่มเท
พวกเรายังเป็นแนวหน้าอยู่ นักปฏิบัติทั้งหลาย นักบวช
ท้ังหลายก็ดี ที่เราต้ังหน้าตั้งตาจริงๆ แล้ว ถ้าเราท�ำไม่ได้ก็
หมดหวังพอดี ไม่มีทาง ถ้าเราแนวหน้าน้ียังท�ำไม่ได้ ก็เอ้อ
น่าอายว่างั้นเถอะ ตอ้ งทบทวนตวั เองแล้วนะนี่ ถ้ายังทำ� กนั
อยา่ งนไ้ี มไ่ ด้ นา่ อาย นา่ อายจรงิ ๆ สง่ิ ทพ่ี ระองคท์ รงวางเอาไว้
อาหารตอ่ หนา้ แลว้ ไมก่ นิ เออ้ ปรงุ ใหเ้ สรจ็ ทำ� ใหเ้ สรจ็ หรเู ลศิ
ท่ีสุดแล้ว ดีท่ีสุดแล้ว วางต่อหน้าแล้ว ยังเอ้อ มันอะไรนะ
อะไรมนั บงั เอาไว้ อะไรมนั ทำ� ใหม้ นั เมนิ เฉย อะไรทำ� ใหม้ นั ยงั
นอนใจ ยังขเ้ี กยี จอยู่ ยังไมใ่ สใ่ จ อะไรนั้นอะไร นา่ สงั เวชนะ
สตั วโ์ ลกตา่ งๆ ถา้ พดู ไปแลว้ ทไ่ี มไ่ ดส้ นใจคำ� สอนพระพทุ ธเจา้
ลมื เนอ้ื ลมื ตวั ปลอ่ ยจติ ปลอ่ ยใจตนเอง นนั่ นะนา่ สลด นา่ สงั เวช
ความมดื ของสตั ว์ อาภัพ อาภพั สตั วผ์ ้อู าภัพ พวกเรากอ็ ยา่
ให้เป็นคนท่ีอาภัพ อาภัพ ฟังๆ ดูอย่าให้มันเป็นคนพิการ
งอ่ ยเปลยี้ เหมอื นคนทงั้ หลายทเี่ ขาทพุ พลภาพทำ� อะไรกไ็ มไ่ ด้
ถ้าใจเราพิการแล้วมันเป็นอย่างน้ันนะ มันไม่มีก�ำลัง ใจท่ี
ออ่ นแอใจทพี่ กิ าร จะหยบิ จะจบั จะประกอบความเพยี ร กอ็ อ้ ๆ
แอ้ๆ น่ันแหละเรียกวา่ พิการทุพพลภาพ คนใจพิการท�ำอะไร
145
ก็ไม่ได้ ร่างกายสมบูรณ์เท่าไหร่แต่ใจพิการ อย่าได้เป็น
เหมือนอะไรล่ะ สงิ สาราสตั ว์ทั้งหลาย น่าสงสาร อาภพั
หลักของพระพุทธเจ้าวางไว้เป็นอย่างนี้ เปิดโลกธาตุ
สว่างกระจ่างแจ้ง ไมใ่ ส่ใจไมส่ นใจ คนเหล่านอี้ ยูไ่ ปกไ็ มไ่ ด้ว่า
ถึงอยู่ ๑๐๐ ปีก็ตามไม่มีความหมายคนเหล่านี้ อยู่ไปก็
อย่างนั้น ไม่มีความหมาย สู้คนที่เขาอยู่วันหนึ่งกับคืนหน่ึง
ถึงชีวิตเขาจะหมดไปเขาพากเพียรอยู่กับการปฏิบัติท้ังหลาย
วันหน่ึงคืนหน่ึงเขาก็มีค่ามาก มีค่ามากจริงๆ นี่ชัดเจนแล้ว
กบั สตู รท่ีหลวงปู่ม่ันท่านชมเชย ทา่ นพูดใหล้ กู ศษิ ย์ฟงั ตลอด
ภัทเทกรัตตสูตร สูตรของผู้มีราตรีเดียวท่ีท่านยกข้ึน
มาบอ่ ยๆ นนั่ แหละ มนั เดนิ ตวั มนั ตอ่ เนอ่ื ง มนั มกี ำ� ลงั ของมนั
จติ มนั จะอยใู่ นปจั จบุ นั อดตี กต็ ามอนาคตกต็ าม มนั เขา้ ไมถ่ งึ
ปัจจุบันจิตปัจจุบันธรรม มันถึงจะเอาใจเรื่อยๆ ธรรมะแท้
ธรรมะท่ีเรามาถามที่เรามาระลึกอะไรกัน มันธรรมเมา
ไมใ่ ชธ่ รรมแทห้ รอก ภาษาหลวงปแู่ หวนทา่ นวา่ ธรรมเมา
คนอดีตคนอนาคต เมาอดีตเมาอนาคต คิดให้มันสุดตัวอยู่
อาการท่ีถูกต้องนั้นมันจะอยู่ในวงปัจจุบัน อยู่ในวงปัจจุบัน
สัญญาอดีตอนาคตมันเข้าไม่ถึง สตินี้มันต้ังอยู่อย่างน้ี
ตลอด ธรรมะท่ีเราใคร่ครวญอย่ตู ลอด มันจะตง้ั มนั จะจดจอ่
จะเอาใจใส่อย่างนั้นตลอด จะเห็นคุณค่าเห็นอานิสงส์ เห็น
ความทุกข์เห็นทางรอด มันจะต้องเยียวยาก้าวให้มันมั่น
เห็นอยู่ข้องอยู่ เปิดแล้วช่องนั้นเปิดแล้ว ใครจะมาห้ามก็
ไม่หยุดหรอกพวกนั้นมันหยุดไม่ได้ เพราะมีประตูทางเดียว
ท่ีจะออก ไฟโหมพัดอยู่อย่างน้ันลุกโชนอยู่อย่างนั้น ถ้าเขา
146
ไม่ใช่คนท่ีตายไม่ใช่คนโง่ไม่ใช่คนบ้าแล้ว ต้องไม่นอนให้
ไฟไหม้หรอก มันจะพุ่งออกไปประตูนั้นอย่างสุดชีวิตเลย
เหน็ แลว้ ประตูทีอ่ อก ทางรอด
นค่ี นเหลา่ นเ้ี หมอื นกนั สาวกของพระพทุ ธเจา้ เหมอื นกนั
ปฏิบัติธรรมะเข้าไปเรื่อยจนกระทั่งน่ีโลกทั้งโลกลุกโชนขึ้น
ไฟไหม้ เหน็ ทง้ั หมดคอื ความทกุ ข์ เผาลนสตั วโ์ ลก เหน็ ธรรมะ
คือทางออก เห็นศีลธรรมคือส่ิงที่เลิศเลอ ความพากความ
เพยี รไม่ตอ้ งร้องบอกหรอก ไม่ตอ้ งร้องบอกเลย ห้ามก็ไมอ่ ยู่
ชวี ิตของเขาทั้งหมดจะทุ่มเทลงไป ความตายไว้พดู ทีหลังเลย
ไมม่ คี วามหมาย ไมม่ คี วามหมาย ความเปน็ ความตายไมต่ อ้ ง
มาพูดกัน อยู่ก็ตายแน่ๆ เผาตายแน่ๆ เมื่อตายจะมีทาง
รอดหรือ รอดไปข้างหน้า ตายก็ไม่สน เขาอยู่กันอย่างนี้
เผากันอย่างน้ีก็ตายอยู่นั่น เมื่อไรมีทางออกก็ทุ่มมันลงไป
นนั่ แหละความจรงิ ทมุ่ ทง้ั ชวี ติ ทงั้ ชวี ติ ฉะนนั้ คนเหลา่ นน้ั เปน็
คนท่ีมกี �ำลังมาก กำ� ลงั ใจ กำ� ลงั ใจทมี่ ันมาก มนั สง่ั สม สั่งสม
ตัวมันพอเพียง สั่งสมความดีงาม ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญา
ก็ดี มันหมุนตัวมัน งั้นคนเหล่าน้ีท�ำอะไรก็ได้ ท่านใช้ค�ำว่า
“อทิ ธบิ าท ๔” ทำ� อะไรกไ็ ด้ มนั อยใู่ นกำ� มอื แลว้ ใจเขายง่ิ ใหญ่
เราเห็นครูบาอาจารย์ท่านประกอบความเพียรแบบอย่าง
เหลือเชอ่ื ทไี่ มน่ า่ เชอ่ื มนั เปน็ ไปได้ ถา้ กำ� ลงั ใจทา่ นถงึ มนั เปน็
ไปได้เปน็ ไปได้แตถ่ า้ เรายงั ไมถ่ งึ อยา่ อยา่ ไปคดิ ทำ� อยา่ ไปเทยี บ
หรือไปน้อยใจไปอะไรต่างๆ อันนั้นคอื เรือ่ งของท่าน จังหวะ
ความเหมาะสมแต่ละท่านที่ท่านประกอบ เร่ืองของท่าน
แต่น่ันคือตัวอย่างที่ท�ำให้เห็นว่าน่ันแหละ ทั้งหมดทั้งมวล
147
กน็ กั ปฏบิ ตั เิ ขา้ ไปแลว้ ชวี ติ ทง้ั ชวี ติ นน่ั แหละกจ็ ะทมุ่ ลงไป ไมใ่ ช่
ทมุ่ ลงหมอนลงเสอื่ เสอื่ ขาดหมอนขาด นน่ั แหละตา่ งๆ ทมุ่ ลง
ทไี รกห็ มอนแตกเสอื่ ขาด ทห่ี ลวงตาทา่ นพดู เรอื่ ย กพ็ อเขา้ ใจนะ
ฟงั อาจารยเ์ ลา่ เรอื่ ง อยา่ ไปเขา้ ใจวา่ อาจารยร์ เู้ รอื่ งอะไรนะ
พวกเราอย่าเข้าใจผิด ฟังอาจารย์เล่าก็คืออาจารย์เอาเร่ือง
คนอน่ื มาเลา่ ใหฟ้ งั เอาเรอ่ื งคนอนื่ กเ็ รอ่ื งครบู าอาจารยท์ งั้ นนั้
ตัวเองไม่มีแหละ เรายังเป็นยาจกอยู่แหละ ยังเป็นยาจก
เปน็ คนเขญ็ ใจ พวกเราอยา่ ไปเขา้ ใจผดิ อยา่ ไปเขา้ ใจผดิ ทพี่ ดู
ทั้งหมดทพ่ี ูดมาเปน็ เรอ่ื งครูบาอาจารยท์ ั้งหลาย
เหลือเวลาไม่มากอีก ๓–๔ วัน ท�ำอะไรก็ให้รีบท�ำ
หมดเวลากต็ อ้ งกลบั ไปตามวาระ สงิ่ เหลา่ นเ้ี ปน็ เรอื่ งไมย่ งั่ ยนื
สดุ ทา้ ยพลดั พรากจากกนั ไป ขา้ งหนา้ กย็ งั ไมแ่ นใ่ นเรอ่ื งตา่ งๆ
ฉะนนั้ สง่ิ เหลา่ น้ี ปฏบิ ตั พิ วกเราตอ้ งใหไ้ ดจ้ ากการปฏบิ ตั ิ ตอ้ ง
ได้หลักต้องไดแ้ นวทาง ไปอยู่ไหนกจ็ ะท�ำ อย่ไู หนก็จะปฏบิ ตั ิ
จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ภายในใจเรา หลักเหล่านี้เป็นส่ิงที่เรา
จะต้องเข้าไปค้นในใจเรา อุบายต่างๆ เราต้องคิดอยู่ตลอด
คิดเพ่ือจะหาช่องทางเปิดออก อย่าไปวางใจในส่ิงต่างๆ
อันนี้ไม่ใช่ อันน้ีได้ไหม อันน้ันได้ไหม ได้ไหม ลองมันอยู่
อยา่ งนนั้ นะ
เร่มิ ต้นมนั จะสงสัยเปน็ เร่อื งธรรมดา อยา่ เอาความ
สงสยั มากดี ขวางเจา้ ของ ความสงสยั ทงั้ หลายนอี้ ยา่ เอามา
เป็นเคร่ืองขวางก้นั จะฟงั ดูจะเป็นยังไงอะไรตา่ งๆ ยกมนั ไว้
ก็จะท�ำมันอยู่อย่างน้ีแหละ ท�ำเข้าไปเลย มันถูกเรื่อง
148
ถกู ราวมนั จะเปลย่ี นตวั มนั เอง มนั จะเปลย่ี นมนั ไปเองแหละ
นั่นแหละ มันเปลี่ยนก็จะรู้จักเร่ืองมัน ศีลแบบนี้อย่างนั้น
มันก็จะรู้จัก มันเร่ิมเปล่ียนมันรู้จัก ตอนน้ีมันเป็นแบบน้ีนะ
เหมือนเด็กมันก็ล้มลุกคลุกคลาน มันก็คลานอยู่นั่นแหละ
แตก่ ล็ ม้ ๆ คลานเขา่ แตก หนา้ แตก ลม้ ลกุ คลกุ คลาน หาทางเดนิ
เจ้าของ กวา่ จะยนื ข้นึ มาได้ โอโ้ ห ล้มแล้วลม้ เลา่ อยอู่ ยา่ งนัน้
นึกถึงเจ้าของเป็นเด็กมายังไงก็อย่างน้ัน เอามือยันบ้าง
เอาเทา้ ยันบ้าง เอาหวั ยนั บา้ ง นนั่ แหละทกุ ทา่ ทุกทางแหละ
จนกระท่ังมันรู้ว่าขานี้มันต้องยืนข้ึนมา จนกระทั่งว่าอาหาร
การกินจนกระทั่งวันหนึ่งโตใหญ่ข้ึนมา ขาน่ีเองที่มันจะย้ัง
มันได้ ยนื อยู่บนขาไม่ใชเ่ อาหัวยนื ไมใ่ ช่เอาแขนยืน ขา ๒ ขา
มนั เปน็ ทยี่ นื มนั จะรจู้ กั เรอ่ื ง ทนี ม้ี นั จะยนื ๒ ขาละ่ ถา้ ๔ ขาก็
เปน็ หมา นนั่ กไ็ มใ่ ช่ เอาหวั ยนื กไ็ มใ่ ช่ ทแี รกมนั จะหวั บา้ งแขน
บา้ งขาบา้ ง ลม้ บา้ ง ลองเขา้ ไป หวั แตกกใ็ หร้ จู้ กั แตอ่ ยา่ ไปทอ้
อยา่ ไปถอย มนั กอ็ ยแู่ คน่ แ้ี หละธรรมะพระพทุ ธเจา้ จากบทไหน
ก็ตามอันเดียวกันหมด อันเดียวกันหมดนะ มันอวัยวะ
เดียวกันทั้งหมด มันจะไปแค่ไหนก็อันเดียวกัน รวมเข้ามา
อนั เดยี วกนั หมด แตเ่ รายงั ไมร่ จู้ กั เรอ่ื ง มนั ยงั ไมเ่ ปน็ ประโยชน์
มนั เหมอื นเดก็ นอ้ ย กล็ องเขา้ ไป อยา่ ไปทอ้ ไมใ่ ชค่ นงอ่ ยเปลยี้
เสียขา ยืนมันเข้าไป จะใช้มือบ้างก็ให้รู้จัก ใช้ขาบ้างก็ให้
ร้จู กั มนั ไมใ่ ชก่ ใ็ ห้รจู้ กั เอาไว้ ขาเราเออ้ มนั เปน็ อยา่ งนี้นหี่ วา่
มันสบายมันเดินมันสบายอย่างนี้ แต่ก่อนเอาหัวเดินมัน
ลำ� บาก อยา่ งน้นั เถอะ เอาหวั เดนิ ต่อไปเอาขาเดินไดก้ ร็ ้จู ัก
เรอ่ื งแล้ว ไปลองดู ไปลองเดินดู
149
150
๐๕
เทศนาธรรม
๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์
เราพาโยมแม่มาผ่าตัดไทรอยด์ เน่ืองจากทีมคุณหมอ
ท่ีผ่าตัดหลวงปู่จันทร์ศรีได้ไปเยี่ยมและตรวจอาการหลวงปู่
ทอ่ี ดุ รฯ และได้มาตรวจโยมแม่ เหน็ ว่ามนั โตขน้ึ มากสมควร
ผ่าตัดได้แล้ว จึงนัดโยมแม่มาผ่าท่ีนี่ และโยมแม่ก็อยากให้
อาตมามาให้ก�ำลังใจ ทีมแพทย์ก็จัดที่พักให้ท่ีโรงพยาบาล
เพอ่ื ความสะดวก กไ็ ดเ้ ดนิ บณิ ฑบาต พวกเรากม็ าใสบ่ าตรทน่ี ี่
ส่วนเรากบ็ อกโยมแม่วา่ ให้ภาวนาพุทโธไว้
อนั นเ้ี ตือนพวกเราไว้ ให้เตรียมพร้อมไว้ ความเจ็บปว่ ย
พวกเราได้พบกันทุกคน อย่าหวังพ่ึงหมอท้ังหมด จ�ำไว้
หมอเขาเรียนมาและรักษาเราเพียงร่างกาย จิตใจเราพ่ึงเขา
ไม่ได้หรอก ดูสิ ชัน้ ๒๐ (ตกึ สก.) ชนั้ พเิ ศษเขาแหละ อะไรก็
สะดวกครบ หมอก็ดีมาก มีความเชยี่ วชาญช�ำนาญแตจ่ ิตใจ
ก็ยังอยู่เหมือนเดิม แม้วัตถุเคร่ืองไม้เคร่ืองมือแพทย์จะ
151
พรั่งพร้อมส่วนจิตใจพวกเรามันลึกลับ หมอเขาเรียนมา
ทางรา่ งกาย มาซอ่ มรา่ งกายเรา แตจ่ ติ ใจพระพทุ ธเจา้ เทา่ นน้ั
ท่ีบอกไว้ รกั ษาได้ ใหเ้ ราหนั เขา้ มาหาธรรมะ อย่าลืมธรรมะ
วนั ๆ หนึ่งอย่าใหล้ ะเลยธรรมะ เอาธรรมะเตรยี มพร้อมไว้
สมัยก่อนเราอยู่ที่นี่ หมอก็ไม่มาก เครื่องไม้เคร่ืองมือ
ไม่เท่าไหร่ แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาฯ ขยายใหญ่โต
เครอ่ื งไมเ้ ครอ่ื งมอื ทนั สมยั แพทยก์ เ็ ยอะมคี วามเปลยี่ นแปลง
มากเท่าไหร่ก็ตาม พวกเราอย่าคิดว่าสิ่งเหล่าน้ีเป็นท่ีพ่ึง
ให้เราได้
ไม่ว่าโลกจะเปล่ียนไป เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
กต็ าม แตค่ วามแก่ ความเจบ็ ความตาย มนั ไมเ่ ปลยี่ น ไมเ่ คย
มีสิ่งใดหยุดยั้งมันได้ เพราะส่ิงเหล่าน้ีน�ำมาซ่ึงความทุกข์
ความพลัดพราก พวกเราได้ยินอย่างน้ีเข้าใจมากแค่ไหน
คนทไี่ มร่ ู้ไมส่ นใจแคฟ่ งั ผา่ นๆ ไป อาภพั นะ เพราะอยทู่ า่ มกลาง
ธรรมะแต่ไม่เห็นคุณค่าของมัน ปล่อยจิตปล่อยใจให้วุ่นวาย
กับเร่ืองของโลกภายนอก วิ่งหาท่ีพึ่งวัตถุภายนอก คิดว่า
มันเป็นความสุข ซึ่งโง่ที่สุด ในทางธรรมถือว่าไม่ฉลาด
การใช้ชีวิตที่ไม่ฉลาด ไม่มีธรรมะมาเทียบเคียง ซึ่งผู้ฉลาด
ทั้งหลายเขาเอาธรรมะมาเทียบเคียงว่าโลกกับธรรมต่างกัน
แคไ่ หน อะไรเดน่ กวา่ หรอื อะไรดอ้ ยกวา่ เอามาเทยี บเคยี งกนั
จะเหน็ ไดว้ า่ พระธรรมมคี ณุ คา่ มากกวา่ สงิ่ อน่ื ใดในโลก เหน็ ได้
จากโลกบอกว่ามีความทุกข์ ธรรมะบอกว่าไม่มีความทุกข์
เพราะท�ำให้เราพ้นทุกข์ได้ พวกเราคิดดูโลกบอกไม่มีท่ีพึ่ง
152
ไปไหนกว็ นุ่ วาย ธรรมะบอกมที พ่ี งึ่ เปน็ หลกั ไดจ้ รงิ ๆ โลกบอก
วา่ มาเกดิ มาแก่ เจบ็ ตาย แตธ่ รรมะบอกไมต่ อ้ งมาเกดิ อกี แลว้
ไม่มีเจ็บและไม่มีตาย น่ีคือวิชาธรรมะก็เทียบดูว่ามีค่า
ขนาดไหน แลว้ ทำ� ไมถึงจะปลอ่ ยปละละเลย
มาเอาธรรมเขา้ ไปอกี ธรรมะสงู สง่ มากนะทำ� งานทางโลก
ก็ตอ้ งเอาธรรมะเขา้ ไปก�ำกับ ทำ� อยา่ งไรจงึ จะมศี ีล มธี รรมะ
และพัฒนาให้ได้มากข้ึน พระพุทธเจ้าท่านล้วนสร้างบารมี
กับโลกนะ ไม่เคยสร้างนอกโลก เพียรสร้างทุกวัน วันแล้ว
วนั เลา่ ๔ อสงไขยแสนมหากปั จนบรรลธุ รรม ชท้ี างสงั่ สอนแก่
พวกเรา ยากแค่ไหนกว่าจะประกาศธรรมะข้นึ มาได้ พวกเรา
ได้ยินได้ฟังแคน่ ค้ี ิดว่ามันงา่ ยนกั หรือ อนิจจงั ทุกขัง อนตั ตา
พวกเราฟังสบายๆ หรือเปล่า กว่าจะได้มาไม่ใช่ของ
ง่ายนะ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านพากเพียรพยายาม
ลำ� บากลำ� บนแคไ่ หน วงกรรมฐานของเราทา่ นลำ� บากแคไ่ หน
เพียรแค่ไหน กว่าจะพิสูจน์ให้แจ้งเพื่อความสุขของพวก
เรา ส่วนท่านสบายแล้วละ ล�ำบากปกปักรักษาไว้เพ่ือความ
สงบร่มเย็น ก็หวังว่าพวกเราจะเข้ามารับสิ่งเหล่านั้น ดังนั้น
พวกเรากเ็ รง่ รบี เขา้ อยา่ อยบู่ นโลกจนลมื ตวั ลมื ตน อยา่ ประมาท
พวกเราจะไปอยทู่ ี่ไหน
อย่างนี้พวกเรามาโรงพยาบาล เราเห็นว่าโรงพยาบาล
เปน็ ที่ประกาศชัดว่าความเจ็บ ความตาย สักวนั พวกเราต้อง
มาเจอ ไมค่ ดิ เลยหรอื สจั ธรรมทงั้ ๔ ประกาศอยแู่ ลว้ เทวทตู
ท่ีพระพุทธเจ้าท่านเห็น พวกเราก็ดูสิ ความแก่ ความเจ็บ
153
ความตาย ความเกดิ พวกเราเหน็ อยนู่ ี่ ปลกุ จติ ปลกุ ใจเขา้ ไปสิ
พงุ่ เขา้ ไปสิ ทำ� เขา้ ไปสิ มนั มที างออกอยู่ ถา้ ธรรมะไมม่ ใี นโลก
เป็นอีกเร่ือง พระพุทธเจ้าไม่อุบัติข้ึนในโลก อันนี้พวกเรา
ใกลม้ าก ครบู าอาจารยก์ ย็ งั มอี ยู่ และไดย้ นิ ไดฟ้ งั สง่ิ ทท่ี า่ นพดู
ให้ฟังแสดงให้เรา ถือว่ามีวาสนามากแล้ว เข้าใกล้มากกว่า
คนอื่นแล้วนะ น�ำพาความดีทั้งหลายเข้าสู่จิตใจ แล้วผล
ทัง้ หลายจะตามมา
คิดดูว่าจะว้าเหว่แค่ไหน ถ้ามันยังอ้อยอ่ิงร่ืนเริงอยู่
มองหาปูย่ า่ ตายาย เขาว้าเหว่หัวใจอยู่ พ่อแมก่ ไ็ มม่ ีหลกั มีใจ
ปล่อยเคว้งคว้างอยู่อย่างนั้น ไม่มีที่พ่ึงเราต้องท�ำตนให้เป็น
ที่พ่ึงของเราก่อน ส�ำรวจตรวจตราดู เช้าจรดเย็นตรวจตรา
ดูก่อน ก่อนหลับกอ่ นนอน วา่ ทำ� อะไรบา้ ง ทำ� อะไรหรือยัง
จะต้องท�ำอะไรต่อไปอีก สิ่งใดในธรรมะที่เรายังท�ำไม่ได้
ทางโลกไม่ต้องไปคิดมันนะ ต่ืนขึ้นมาท�ำงานโน้นงานน้ี
ลดลงบ้าง งานทางธรรมท่ียังค้างอยู่ ตรวจเข้าไป ศีล ๕
ศีล ๘ ทำ� ใหไ้ ด้ ขยับเข้าไป ความสงบในใจเปน็ ยังไง
พทุ โธ พุทโธ ที่หลวงตา (หลวงตามหาบัว) ท่านเมตตา
สอนตงั้ อยใู่ นใจพวกเราจรงิ หรอื เปลา่ พวกเราทำ� กนั ดหี รอื ยงั
ทำ� ตอ่ เนอ่ื งหรอื ยงั วนั หนงึ่ ๆ พวกเราปลอ่ ยอารมณ์ ปลอ่ ยจติ
ปลอ่ ยใจไปไม่หยุด ศีล ๑ สมาธิ ๑ ภาวนา ๑ น�ำเข้าไปสใู่ นใจ
เราสิ ท�ำให้ต้ังอยู่ในใจของเราได้ เมื่อธรรมะเข้าสู่จิตใจเรา
แลว้ เมอื่ ความเจบ็ ปว่ ยเขา้ มา เรากส็ ามารถยนื หยดั กบั ความ
เจ็บป่วย ความเวทนานั้นได้ ยืนหยัดอยู่บนความเจ็บความ
154
ตายได้ โดยจติ ใจไมว่ า้ วนุ่ จติ ใจไมว่ นุ่ วายถงึ เวลาจะตายจติ ใจ
ไมร่ สู้ กึ กงั วล เพราะรูแ้ ล้วว่า อะไรคือความตาย ฝึกให้รู้เรอ่ื ง
ให้ได้ ไม่ใช่ว่ากลัวอยู่นั้นแหละ ตายอยู่ท่ีไหน อะไรตายฝึก
ให้มันเข้าถึงความตายก่อนที่มันจะตาย เตรียมพร้อมไปสิ
อยา่ กลวั มนั ดใู หม้ นั เหน็ วา่ งานภาวนางานสำ� คญั มาก เตรยี ม
ตัวเรากอ่ นจะเจบ็ จะตาย ร่างกายปล่อยให้เปน็ หน้าท่หี มอ
จติ ใจเรากฝ็ ึกอยา่ งนแ้ี หละธรรมะอยใู่ นใจน่ีแหละ
เตอื นเรอื่ ยๆ เตอื นตนเอง ตนื่ มารบั รคู้ วามจรงิ และขยาย
ต่อท�ำต่อ ตอ้ งไมห่ ยุด ให้มนั หมุนในใจนะธรรมะ จะหลบั จะ
ตื่นให้ธรรมะอย่ใู นใจ ให้มันแตกลูกแตกหลานในจติ ในใจเรา
นี่แหละ ไม่ใช่แตกเข้าไปก็มีแต่โลภ โกรธ หลง หันหน้า
เข้าหากันก็ปานจะอยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย ไม่ตาย
ไม่พลัดพรากจากกันหรืออะไรก็ของฉันของเธอ สามีฉัน
ภรรยาฉัน ลูกฉัน สมบัติฉัน หลานฉัน ของฉันๆ ของฉัน
ฉันมีหน้าที่มีภาระ ท่ีบอกว่าพวกเราเป็นเจ้าของ แล้วเป็น
เจ้าของจริงหรือเปล่า ทบทวนดูสิต่างคนต่างบอกว่าเป็น
เจ้าของ เจ้าของอยู่ไหน รู้สึกว่าเดือดร้อนเพราะเจ้าข้าว
เจ้าของนแี่ หละ แลว้ เจ้าของอยู่ทไ่ี หน เป็นเจา้ ของจริงเหรอ
ตวั เราอยูไ่ หนแน่ ทวนเขา้ ไป วันหน่ึงๆ ทวนเข้าไป
พอวันหนึ่งมันแก่มันเจ็บมา ก็ห้ามไม่ได้ แล้วของเรา
อยไู่ หนทวนเปน็ ระยะๆ มองอะไรให้เห็นถงึ ความพลัดพราก
ทงั้ ลูกทั้งสามภี รรยา วันหนึ่งเขาตอ้ งจากเราไป หรือเราจาก
เขาไป มองสิ มันไม่ใช่ตัวเราหรอก มองใหเ้ หน็ ตน้ เห็นปลาย
155
แต่พวกเรามองเห็นเป็นจุดเป็นหย่อม มองเข้าไปเลย
ให้เหน็ ต้น เห็นปลาย เห็นความไมเ่ ทย่ี ง ความเปล่ยี นแปลง
มองในกายในใจดว้ ยวา่ เป็นยังไงมัง่
มากด็ ี เหน็ กด็ ี ไมม่ ากด็ ี ไมเ่ หน็ กส็ บาย ใหม้ นั ไดอ้ ยา่ งนนั้
เหน็ ทกุ ขก์ ใ็ หร้ วู้ า่ เดย๋ี วมนั กจ็ ากเราไป แปบ๊ เดยี ว เขามาไมน่ าน
เดย๋ี วกจ็ ากกนั ไป มาแลว้ กไ็ ป เปน็ อยา่ งนน้ั โลกใบนี้ ความจรงิ
เป็นอยา่ งนี้ มองมันไปเร่ือยๆ ให้มันอยู่ในจิตในใจ
อยา่ งทานน้ี วนั นพ้ี วกเราจองกฐนิ (วนั เสารท์ ี่ ๒๖ ตลุ าคม
๒๕๕๖) คิดมาแล้วต้ังท่ามานานแล้ว ได้โอกาสแล้ว เพราะ
ท่ีวัดมีพระครบ ๕ รูปพอดี แต่อย่าคิดว่าวัตถุทานน้ีจะพา
เขา้ สูน่ ิพพาน ถ้าไมภ่ าวนาใหเ้ กดิ ปัญญา
และตอนท้าย ท่านก็ย้�ำเร่ืองความกตัญญู โดยเฉพาะ
พ่อแม่ ท่ีแม้แบกท่านไว้บนบ่าตลอดก็ไม่สามารถทดแทน
บุญคุณได้ ที่ท่านให้ก�ำเนิดร่างกายเรามา แต่สิ่งทดแทน
ที่ประเสริฐและพระพุทธเจ้ายกย่อง คือการท�ำให้ท่านมี
ศรทั ธามสี มั มาทิฐิ เพราะจะเป็นส่งิ ที่ติดตัวท่านไปได้
156
158
ธรรมลิขิตถึงศิษย์
พระอาจารย์เมตตาตอบจดหมาย
159
160
161
วัดป่าตอสีเสียด
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒
ถงึ ..........๑
อาตมาไดร้ ับจม. ทัง้ ๓ ฉบบั แล้ว ฉบบั ท่ี ๑, ๒ ไม่มอี ะไร
เพ่ิมเติม ฉบับที่ ๓ ลงวันท่ี ๒ ส.ค. ๒๕๕๒ มีเรื่อง
ควรพจิ ารณาดังน้ี
๑. การน่ังภาวนาแล้วตก “ภวังค์หลวง” (น่ังหลับ) ควร
ระมดั ระวงั อยา่ งยง่ิ อยา่ ใหเ้ ปน็ เรอื่ ยๆ จะแกย้ ากในภายหลงั
• ให้ตั้งสติเฉพาะหน้า จดจ่ออยู่กับอารมณ์กรรมฐาน
ไม่ปล่อยจิตให้ไปอยู่กับความสุขสบาย ท่ีเกิดข้ึนในเวลา
น่ังภาวนา
• การชินชากับสถานท่ี และความสะดวกสบายต่างๆ
ย่อมเกิดความรู้สึกประมาทได้ง่าย ขาดความระมัดระวัง
ตนื่ ตวั จติ นอนจมอยกู่ บั สงิ่ ตา่ งๆ รอบตวั ปรบั เปลย่ี นสถานที่
หาความวเิ วกสงดั กบั สถานทใ่ี หม้ ากข้ึนตามโอกาส
๒. ความกลวั ความวิตกกงั วล ความเศร้าหมองของจติ
จะหมดไป หากบคุ คลใดกต็ าม มายดึ เอา พระพทุ ธ พระธรรม
๑ เจ้าของจดหมายฉบับน้ีป่วยด้วยโรคมะเร็ง ท�ำให้ใจเป็นทุกข์เศร้าหมอง
ภาวนาไม่ได้ จงึ เขียนจดหมายถึงทา่ นเพื่อระบายความทุกขน์ น้ั และคำ� ตอบ
จากทา่ นได้ชว่ ยคลายความเศรา้ หมองในใจของเธอลงได้
162
พระสงฆ์ มาเป็นสรณะท่ีพ่ึงอย่างแท้จริง เชื่อกรรมและผล
ของกรรม ส่งิ ทีเ่ กิดข้ึนและเปน็ ไป ยอ่ มสมควรกับเหตุปัจจัย
ที่ตนได้กระท�ำมา ลูกหน้ีท่ีดีย่อมไม่บิดพล้ิวหรือค้างช�ำระ
เมอ่ื ถงึ เวลาทต่ี อ้ งใชห้ นคี้ นื ใหก้ บั เจา้ หน้ี หนส้ี นิ ยอ่ มลดนอ้ ยลง
ไปทกุ ระยะ และจะหมดไปในทสี่ ดุ เปน็ ไทแกต่ นเอง ตรงกนั ขา้ ม
หากลกู หนบ้ี ดิ พลวิ้ หรอื หลบหนี ยอ่ มกลายเปน็ ดอกเบย้ี ทบตน้
หนักหนาสาหัสทวีคณู สุดท้ายกลายเป็นคนลม้ ละลาย
๓. เมอ่ื ทกุ ขเวทนาเกดิ ขนึ้ การเพง่ ท่ี “จติ ” ในขณะนยี้ งั เรว็
เกินไป ควรจดจ่ออยู่กับค�ำบริกรรม เม่ือจิตสงบจนช�ำนิ
ชำ� นาญแลว้ คำ� บรกิ รรมยอ่ มเปลยี่ นไปตามระยะ จะรไู้ ดด้ ว้ ย
ตนเอง
เมอื่ จติ สงบ ยอ่ มปลอ่ ยวางอารมณภ์ ายนอกไดม้ ากนอ้ ย
ตามกำ� ลงั ของตน ตง้ั แตข่ นั้ ตน้ ขน้ั กลาง ขนั้ ละเอยี ด ความทกุ ข์
ท่ีประสบอยู่ ย่อมบรรเทาลงเช่นกัน แต่เป็นเพียงชั่วคราว
ไม่ย่งั ยืน
ทางที่ควรด�ำเนินคือ เม่ือจิตสงบจากอารมณ์เคร่ือง
เศร้าหมอง สตจิ ดจ่อกับอารมณก์ รรมฐานได้มากพอสมควร
เม่ือจิตคลี่คลายออกมา ให้ใคร่ครวญในความจริง เฉพาะ
หนา้ ทปี่ รากฏอยู่ จะเปน็ ในกายหรอื เวทนา เชน่ ทกุ ขจ์ ากโรคภยั
163
ไข้เจ็บ ให้ก�ำหนดรู้ทุกข์ท่ีเกิดข้ึน แล้วค้นคว้าหาสาเหตุ
อนั แทจ้ รงิ วา่ ทกุ ขเวทนา, กาย, จติ เปน็ อนั เดยี วกนั จรงิ หรอื ไม่
หากเปน็ อนั เดยี วกนั จรงิ แลว้ ยอ่ มเกดิ ขนึ้ แปรปรวนและดบั ไป
พร้อมกันทุกระยะ, หากเป็น “เรา” จริงๆ แล้ว ย่อมต้อง
บังคับบัญชาได้ตามใจหมาย ทดสอบเทียบเคียงด้วยสติ
ปัญญา มิได้มุง่ หวังวา่ ทุกขเวทนาจะหายหรอื ดับไป เพียงแต่
ต้องการความจริงแท้ของส่งิ เหล่าน้ี
พิจารณาย้อนหน้าย้อนหลัง ท�ำให้มาก ท�ำให้ช�ำนาญ
ไม่ต้องคาดหมายผลจะเกิดข้ึนอย่างไร ด้วยจิตใจท่ีเข้มแข็ง
เด็ดเดยี่ ว อาจหาญ มติ ้องพะวงเรื่องเปน็ หรือตาย
หากจิตใจกระสับกระส่าย ฟุ้งซ่าน ส่งออกภายนอก
ให้กลับมาอยู่กับค�ำบริกรรม จนจิตพัก มีก�ำลังแล้วค่อย
พิจารณาใหม่
164
๔. การฝกึ หดั สติ ตอ้ งกระทำ� ทกุ อริ ยิ าบถ ยกเวน้ แตห่ ลบั
ตอ้ งทำ� ความรู้สึกตัวอยเู่ สมอ ในการกระท�ำ ค�ำพูด ความคดิ
ระมัดระวังให้ต้ังอยู่ในศีลธรรมเสมอ จนกลายเป็นนิสัย
ทีถ่ ูกต้องดงี าม ฝกึ ให้เป็นคนช่างสังเกต ละเอียด รอบคอบ
ใคร่ครวญก่อนทุกกรณี ควบคุมจิตให้อยู่ในกรอบของหลัก
เหตผุ ล มใิ ชป่ ลอ่ ยจติ ใจลอ่ งลอยไปตามอารมณท์ ง้ั หลาย เวลา
เดนิ จงกรมภาวนาค่อยมาคุมจิต ย่อมไม่ได้รบั ผลเท่าทีค่ วร
อาตมภาพเพ่ิงบวชได้ไม่นานนัก ตอบข้อสงสัยไป
ตามประสีประสา หากไมเ่ ปน็ ประโยชน์ ขอจงปลอ่ ยผ่านไป
หากมสี าระประโยชนอ์ ยบู่ า้ ง จงนอ้ มนำ� ไปพจิ ารณาใครค่ รวญ
ปฏิบัติด้วยความต้ังใจจริงแล้ว ความสงสัยทั้งหลายจะหมด
ไปในท่สี ุด
ด้วยความเมตตาธรรมพรอ้ มนี้
พระบณั ฑติ
165
ดา้ นหนา้ จดหมาย
166
ดา้ นหลงั จดหมาย
167
168
วัดป่าตอสเี สียด
วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๔
ถึง..........
พระบรมศาสดาผทู้ รงพระคณุ อนั ประเสรฐิ มฤี ทธาศกั ดา
นุภาพมาก ก็ยังไม่อาจหลีกพ้นจากโรคภัยท่ีมาเบียดเบียน
หากแตพ่ ระทยั อนั บรสิ ทุ ธ์ิ มไิ ดย้ ดึ มนั่ ถอื มนั่ ในขนั ธ์ ๕ พระทยั
จงึ ไม่หวน่ั ไหว หรือประสบความทุกขแ์ ต่อยา่ งใด
ความเจ็บป่วยที่โยมก�ำลังประสบอยู่ จึงเป็นส่ิงปกติท่ี
เกิดขึ้น ตามวาระกรรมของแต่ละคน แม้ร่างกายจะประสบ
ความทุกข์ การท�ำใจให้ยอมรับกับทุกส่ิงท่ีพึงก�ำหนดรู้และ
ปล่อยวางลงสู่ไตรลักษณ์เสมอ ไม่พึงส่ังสมสมุทัย ได้แก่
ความอยากหรอื ความไมอ่ ยาก ในประการใดๆ ใหเ้ ปน็ เชอื้ ไฟ
เพมิ่ เตมิ เขา้ อกี ใจจะไดค้ ลายจากความยดึ มน่ั ในรา่ งกาย และ
ไม่หวน่ั ไหวเสยี ใจไปกบั ความเจบ็ ปว่ ยท่ปี ระสบอยู่
อาตมาได้ฝากพระพุทธรูปไม้ มาพร้อมกับจ.ม. ฉบับน้ี
เพ่ือเป็นเคร่ืองยึดเหนี่ยว แม้พระพุทธรูปจะมีความช�ำรุด
เสยี หายไปบา้ ง แต่ก็ยงั คงประทบั นิ่ง มิไดบ้ น่ เพ้อคร่ำ� ครวญ
แต่อย่างใด ขอให้โยมจงพยายามประพฤติตนให้เป็นดัง
พระพุทธรปู นี้ จงประกอบไปดว้ ย ขนั ติ เมตตา อเุ บกขา และ
ปัญญา ธรรมทง้ั ๔ ประการนี้ จักเปน็ ท่พี ่ึงอันแทจ้ ริง
ด้วยความเมตตา
พระบัณฑิต สปุ ณฺฑโิ ต
169
170
วดั ปา่ ตอสีเสยี ด ต.บา้ นตาด
อ.เมือง จ.อุดร
วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๖
ถึง..........
อาตมภาพไดร้ บั ปจั จยั เปน็ เชค็ ๒ ใบ ใบละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท
๑ ใบ และใบละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑ ใบ ท่ีส่งมาถวายทาง
ไปรษณยี ์เรียบร้อยแล้ว เม่อื วนั ท่ี ๑๓ กันยายน ๒๕๕๖ เพ่อื
ประโยชนแ์ กพ่ ระพุทธศาสนาตามเจตนารมณ์ตอ่ ไป
ขอขอบใจและอนุโมทนาในน�้ำใจ ของชาวคณะทุกท่าน
ทไี่ ดก้ รณุ าเสยี สละในครงั้ น้ี ดว้ ยเจตนาอนั เปน็ กศุ ลยง่ิ ประกอบ
ด้วยความศรัทธาเล่ือมใสในคุณพระรัตนตรัย และความ
เห็นชอบ เพ่ือพึ่งพิงอาศัยพระรัตนตรัย น้อมน�ำหลักธรรม
สถิตยเ์ ป็นหลกั ใจ อันมั่นคงแก่ตนตลอดไป
ความพร้อมเพรยี งกนั สรา้ งกศุ ลในคร้ังน้ี และทุกๆ คร้ัง
ทผ่ี ่านมา ยอ่ มส่งเสรมิ ความแนน่ หนามนั่ คง น�ำความสขุ มา
สหู่ มคู่ ณะ ท่ีมีคุณค่าสูงยง่ิ
ทา้ ยสดุ น้ี ขออำ� นวยพรใหช้ าวคณะ ถงึ ความเจรญิ งอกงาม
ในสาระคุณอันเป็นแก่นสารของพระพุทธศาสนา ที่ไม่มีวัน
เสอ่ื มคลายไปจากจติ ใจ โดยไมเ่ นน่ิ ชา้ ทกุ ถว้ นหนา้ กนั เทอญ
ดว้ ยความเมตตา
พระบณั ฑติ สุปณฑฺ ิโต
171
172
วดั ป่าตอสีเสียด บ.ตอสีเสียด
ต.บ้านตาด อ.เมอื ง จ.อุดร
วนั ท่ี ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗
ถึง..........
อาตมาไดร้ ับปัจจยั เป็นเชค็ จ�ำนวน ๕,๐๐๐ บาท (Draft)
ทีฝ่ าก.......... นำ� มาถวาย เมื่อวนั ท่ี ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗
เรียบร้อยแลว้
การต้ังใจปฏิบัติธรรม ด้วยความสัจความจริง ในการ
ท�ำความดี ประการใดๆ อย่างมั่นคง แน่วแน่ ให้ได้ตลอด
ในช่วงเข้าพรรษา เป็นปฏิปทาอันงดงามที่สืบต่อกันมา
ในองคพ์ ระกรรมฐาน โดยเฉพาะนกั ปฏบิ ตั ธิ รรม ทง้ั พระสงฆ์
สามเณร ตลอดทั้งฆราวาส ย่อมน�ำความเจริญงอกงาม
ในพระธรรมคำ� สอนของพระพุทธเจ้า เปน็ ล�ำดับ
การเกดิ ยอ่ มนำ� ความทกุ ขม์ าให้ ผไู้ มม่ าเกดิ ยอ่ มพน้ ทกุ ข์
ทง้ั ปวง
สังขารรา่ งกาย มคี วามเส่อื มไปเป็นลำ� ดับ ถูกความชรา
และโรคภัยครอบง�ำ มคี วามแตกดบั ไป ในท่สี ุด
จงรีบเร่งพากเพียรภาวนา ให้รู้จักความตายก่อนตาย
พาตนเขา้ ถงึ อมตธรรมใหไ้ ด้โดยเร็ว
ดว้ ยความเมตตา
พระบณั ฑติ สปุ ณฺฑิโต
173
174
วนั ท่ี ๒๘ สงิ หาคม ๒๕๕๗
ถึง..........
อาตมาไดร้ บั จดหมายของคณุ โยม เมอื่ วนั ที่ ๒๕ สงิ หาคม
ทผ่ี า่ นมา เขา้ ใจดใี นเนื้อความทกุ ประการ ระลึกถึงดว้ ยความ
เมตตาเสมอในความดที ล่ี กู ศษิ ยท์ กุ คน พยายามกระทำ� ความดี
เพอ่ื ตอบแทนบชู าคณุ อนั เปน็ สง่ิ ทห่ี าไดย้ าก และเปน็ คณุ ธรรม
ประการส�ำคัญ ซ่ึงนกั ปราชญ์ทั้งหลายสรรเสริญ และปฏิบตั ิ
ตามด้วยความเคารพ เทดิ ทูนเสมอมา
ตงั้ ใจไว้เสมอ ทีจ่ ะสนับสนนุ สง่ เสรมิ ใหล้ ูกศษิ ยท์ กุ คน
กา้ วไปสแู่ ดนแหง่ ความเกษม ไดโ้ ดยสะดวก ราบรน่ื ไมเ่ นนิ่ ชา้
อนญุ าตให้มาทอดผา้ ปา่ ได้ ตามกำ� หนดการทไี่ ดต้ ัง้ ใจไว้
ดว้ ยความเมตตาเสมอ
พระบณั ฑติ สปุ ณฑฺ ิโต
175
176
บั น ทึ ก ธ ร ร ม
177
178
ร้อยเรียงธรรม
อยูท่ ่ามกลางโลกของความรัก ความชัง
โลกนเี้ ปน็ โลกของความรกั และความชงั แลว้ เราจะอยกู่ นั
ได้อย่างไร ให้เราน้อมน�ำธรรมเข้าสู่ตน จะได้พร้อมที่จะ
อยู่ท่ามกลางความร้อน ความวุ่นวาย จะได้รู้เท่าทันและ
ปลอ่ ยวาง เร่อื งตา่ งๆ จงึ จะไม่กระทบจิตใจ คือ สามารถอยู่
กับส่ิงท่ีเป็นภัย รู้จัก และหลีกเลี่ยงส่ิงที่เป็นภัย โลกใบนี้
มีเคร่อื งล่อใหส้ ัตว์ทง้ั หลาย หลงเกิด หลงตาย หลายเลห่ น์ กั
แม้แต่เสียงหัวเราะในทางโลก ยังเป็นเคร่ืองล่อที่ทางธรรม
ถอื เปน็ เสยี งรอ้ งไห้ ใหเ้ ราใชศ้ ลี สมาธิ ปญั ญา เปน็ อาวธุ ตอ่ สู้
กิเลส ถงึ กิเลสจะมากมาย เปล่ียนไปมามากน้อยสกั เพียงใด
มชั ฌมิ าจะรทู้ ันกิเลส เหมาะสมกับทกุ เพศ ทุกวยั
179
พวกเราจงทำ� วนั หนง่ึ คืนหนึง่ ให้มีคา่ ที่สุด ใหจ้ ดจอ่ กบั
ปัจจุบันกาล เราได้พบพระพุทธศาสนาแล้ว อย่าเสียเวลา
ความเป็นมนุษย์โดยไม่รักษา พัฒนา ศีล สมาธิ ปัญญา
ธรรมของพระพทุ ธเจา้ มอี ยทู่ กุ ที่ ใหเ้ ราหาธรรมในใจของเราเอง
เมื่อมีธรรมในใจแล้ว จะรสู้ ึกรม่ เย็นอยตู่ ลอดเวลา ไมต่ ้องหา
ทไ่ี หน เมอื่ ไมม่ ธี รรมในใจ จติ ใจจะแหง้ ผาก ทำ� ใหต้ อ้ งแสวงหา
หาไดแ้ ลว้ กเ็ ปน็ เพยี งสญั ญาชว่ั เดย๋ี วเดยี ว แลว้ เรากล็ มื แลว้ ก็
เรมิ่ ตน้ หาใหมอ่ กี ถา้ เรามธี รรมในใจแลว้ เปรยี บเสมอื นเรารจู้ กั
วดั แลว้ เรากจ็ ะมาไดถ้ กู ที่ ถา้ เราไมร่ จู้ กั หาไมพ่ บ กจ็ ะรมุ่ รอ้ น
หรอื บางทีเราอาจแวะข้างทางเสียก่อนทจ่ี ะพบจดุ หมาย
ขั้นต้นที่เราปฏิบัติธรรมก็เพราะมีศรัทธา แต่เม่ือเราท�ำ
ไปเรื่อยๆ แล้ว ก็จะได้พบกับความสงบ เม่ือเกิดความสงบ
แม้เพียงคร้ังเดียว จะมีพลังที่จะปฏิบัติธรรมเพ่ือให้หลุดพ้น
ถา่ ยเดยี ว พลงั ทจี่ ะกระทำ� ความดเี พอื่ ใหห้ ลดุ พน้ นี้ มอี านภุ าพ
มหาศาล และทางท่ีจะท�ำความดีกจ็ ะเบกิ ออก
“การปฏิบัติสมควรแก่ธรรม” น้ัน ให้เรามองดูตัวเอง
ใหท้ �ำให้ดีกวา่ ทเ่ี คยทำ� ความดใี ดท่ไี ม่เคยทำ� ที่ยังไม่ท�ำ ก็ให้
ทำ� เสยี อยา่ อยกู่ บั ท่ี มศี รทั ธาแลว้ ยงั ไมพ่ อ เราตอ้ งมปี ญั ญาดว้ ย
สมั มาทฐิ ิ คอื ความเหน็ ชอบ เหน็ จรงิ มกี ำ� ลงั มาก เสมอื นอาวธุ
ที่คมกริบ ท�ำให้เรารู้จริง ไม่ใช่สักแต่ใครว่าดีก็ท�ำตามเขา
ให้มีสติรกั ษา รูส้ ่งิ ใด รไู้ ดจ้ รงิ ในเรือ่ งน้ันๆ แล้วจะดี
ความดใี ดๆ ใหเ้ กดิ เปน็ ไปตามธรรมชาติ ใหร้ ะวงั ความดี
ทีอ่ ยากดปี นอย่ใู นความดี สรา้ งความดีดว้ ยศีล อนิ ทรียสงั วร
ศีลสังวร เพียรเร่ือยๆ พอดีๆ ค่อยๆ แยกตัวออกจากโลก
180
อย่างเป็นธรรมชาติ เข้าสู่ความดีละเอียดเพื่อสู่มรรคผล
ทางแห่งอรยิ มรรค ความดสี งู สดุ คอื การวางความดที ัง้ หมด
ท่ีมี ไม่ถือความดี ความดีแบบโลกๆ ไม่ดีจริง ไม่มีจริง
สร้างความดีด้วยความดีล้วน ไม่ถือ ความดีมันก็เกิดอยู่ใน
ความไมด่ ี อาศัยซง่ึ กันและกัน
การทำ� กศุ ลทงั้ ปวง เพอื่ ตดั กเิ ลสภายใน ไมใ่ หร้ กั ไมใ่ หช้ งั
ใหอ้ ยกู่ ลางๆ อะไรเปน็ เหตแุ หง่ ความเจรญิ เปน็ กศุ ล ใหท้ ำ� ไป
แมไ้ มอ่ ยากทำ� กต็ อ้ งพยายามทำ� อะไรทเี่ ปน็ เหตแุ หง่ ความเสอ่ื ม
ใหล้ ะ การทำ� ความเพยี ร อยา่ ยอ่ ทอ้ ใหท้ ำ� ตอ่ ไป อยา่ หวงั ผล
หาเหตใุ หม้ ี ผลจะดตี ามมาเอง ถา้ เปน็ นกั ปราชญจ์ ะอยกู่ บั เหตุ
แตป่ ถุ ชุ นมกั อย่กู บั ผล ปัญหาของพวกเราอยู่ตรงนี้ ท�ำอะไร
คาดหวังผลอย่างเดยี ว ไม่อย่กู ับเหตุ ถา้ เราท�ำเหตไุ ปเรอื่ ยๆ
เปรยี บเหมอื นการกนิ ขา้ ว กนิ ไป กนิ ไป ไมต่ อ้ งมารอ้ งบอกวา่
เราอ่ิม กนิ ไปถงึ เวลาแล้วเราก็จะรเู้ องว่าเราอิม่
ใหพ้ วกเราพากนั เจริญในส่งิ ที่เปน็ คุณ เชน่ การรกั ษาศีล
การเจริญภาวนา การกระทำ� ใดๆ ใหอ้ ยูบ่ นพนื้ ฐานของเหตุ
และความถูกต้อง จะท�ำอะไรให้ดูท่ีจิตเป็นหลัก ถ้าไม่รู้จริง
ไม่แน่ใจ อย่าท�ำ เพราะถ้าท�ำแล้วจะเป็นผลของกิเลสที่
ผลักดันให้เกิดความอยากซ่ึงเป็นสมุทัย ความอยากมาจาก
กิเลส ท�ำอะไรก็ตามถ้ามีความอยากเข้ามาเก่ียวข้องก็จะ
เป็นสิ่งท่ีไม่ถูกต้อง ระหว่างความอยากกับความถูกต้อง
ทางธรรม บ่อยครงั้ ทเ่ี ราไมร่ ู้ ร้ไู ม่ทนั กต็ อ้ งถูกหลอกไปกอ่ น
แต่กต็ ้องท�ำไป ปฏิบัติไป พยายามไป ท�ำไป ท�ำไป แล้วมัน
จะคอ่ ยละเอยี ดขนึ้ ไป ตอ้ งอดทน
181
ใหท้ ำ� ความดีจนอยใู่ น อฐานะ
ทำ� คณุ งามความดนี ้ี ถา้ มนั มากเขา้ กรรมไมด่ มี นั กจ็ ะตาม
ไมท่ นั แตถ่ ้าไมม่ ากพอ มนั ก็จะตามทนั เราไมส่ ามารถจะทำ�
อะไรได้ ท�ำไดแ้ ค่ยอมรบั และเขา้ ใจมนั ฉะนน้ั ให้ทำ� คุณงาม
ความดไี ว้ มธี รรมนอี้ ยา่ งเดยี วทจี่ ะชว่ ยได้ เปน็ ทพ่ี ง่ึ อยา่ งอนื่
ไม่ได้ ให้ท�ำคณุ งามความดนี ม้ี ากๆ จนอย่ใู นอฐานะ ท่ีวบิ าก
กรรมไม่ดีจะมาท�ำอะไรไม่ได้ หมายถึง มันไม่สามารถที่
จะเข้าไปในจิตในใจได้ จะท�ำได้ก็แต่เพียงร่างกายนี้เท่านั้น
ไมส่ ามารถกระทบในจิตใจไดเ้ ลย
ใหพ้ จิ ารณางา่ ยๆ มหี ลกั อยู่ ๒ อยา่ ง วา่ อะไรเปน็ คณุ งาม
ความดี เป็นบญุ อะไรทไ่ี มใ่ ช่ คือ ถ้าท�ำแลว้ ยงั ตอ้ งไปหนา้
อยเู่ รื่อย ก็ไม่ใช่ หมายความวา่ ทำ� แลว้ กย็ ังตอ้ งมีอะไรทำ� อีก
ทำ� อกี ไปหนา้ อย่เู รอ่ื ย อันน้ไี ม่ใช่ แต่ถ้าท�ำแลว้ มันย้อนมา
ส่ทู ใี่ จน้ี ถึงจะเป็นบุญทถ่ี กู ต้อง
ทพ่ี วกเราทำ� กนั นที้ กุ อยา่ ง กเ็ พอ่ื ตอ้ งการกำ� จดั ทกุ ขใ์ นใจนี้
ทงั้ นัน้ แลว้ อะไรละ่ ทีต่ ้องทำ� ศีล สมาธิ ปญั ญา และตอ้ งมี
วธิ ีการดว้ ย เมอื่ ท�ำคุณงามความดีไปแลว้ ก็ดใี จ มีความสขุ ใจ
กต็ อ้ งรู้วา่ เดย๋ี วมันกจ็ บ
182
ใหค้ วามตอ้ งการพ้นทุกข์ปักลงในจติ ใจ
พวกเราก็ต้องฝังลกึ เขา้ ไปในใจ ใหล้ ึกท่ีสดุ ว่าจะอยา่ งไร
ก็จะไป จะออก จะพ้นทุกข์ให้ได้ เมื่อมีโอกาสเม่ือไร ก็จะ
ออกจะไป ยงั ไงก็ตอ้ งออกให้ได้ มนั ตอ้ งปกั ลงไปในจติ ในใจ
การอธิษฐาน เปรียบเหมือนการต้ังเข็มทิศ ควรท�ำทุกคร้ัง
เพอ่ื ตอกย�ำ้ การตดั สนิ ใจ ใหอ้ ธิษฐานใหถ้ งึ ความสนิ้ ทกุ ขจ์ าก
วัฏสงสาร
ทางธรรมนน้ั ทา่ นวา่ ทำ� คณุ งามความดนี นั้ มนั จะถงึ กนั หมด
แตพ่ วกเราติดสมมุติกัน จงึ คิดวา่ อยากทำ� ตรงโน้น อยากท�ำ
ตรงน้ี คนละท่ี คนละตอนกนั พวกเรายงั ตดิ ซา้ ยตดิ ขวา ไมอ่ ยู่
ตรงกลาง อยตู่ รงนกี้ ็คิดถงึ ตรงน้ัน พอออกจากตรงนี้ไปแล้ว
กย็ ังคดิ ถงึ ตรงนีอ้ ยู่ “ใหอ้ ยู่กบั ปัจจุบัน” ให้ได้ พวกเรายังโลเล
อย่างนั้นก็จะเอา อย่างน้กี จ็ ะเอา ไม่ท�ำจริงๆ จังๆ แต่เมอ่ื
ปักใจแล้ว ก็ต้องท�ำไปด้วยความหนักแน่น เอาจริง ไม่ต้อง
ห่วงซา้ ยพะวงขวา เมอ่ื เราพิจารณาแล้วว่าอนั นี้ดี ก็ทำ� ลงไป
ใหเ้ ราเหน็ ธรรมชาตขิ องธรรมเปรยี บเสมอื นทอ่ นไมอ้ ยใู่ นแมน่ ำ�้
ถ้าไมต่ ดิ ฝงั่ ซา้ ย ฝง่ั ขวา (รัก ชงั ) ถา้ ไม่จม (ตาย) หรอื ไม่มี
ใครหยิบออกไปเสียกอ่ น (มอี ุบัติเหตุให้ออกจากทาง) แม่น�้ำ
ยอ่ มไหลไปสมู่ หาสมทุ รฉนั ใด การปฏบิ ตั ขิ องเรากเ็ ปน็ ฉนั นน้ั
183
ให้เราดูตัวอย่างครูบาอาจารย์ ท่านยอมตายกันท้ังนั้น
อยา่ งหลวงปชู่ อบทที่ า่ นเจอเสอื ทง้ั ขา้ งหนา้ ขา้ งหลงั แลว้ ทา่ น
กจ็ ติ รวม ทา่ นรวู้ า่ ธรรมนนั้ เปน็ ทพี่ งึ่ ทา่ นจะรเู้ ลยวา่ ไมม่ อี ะไร
จะสามารถท�ำอะไรท่านได้แน่ พวกเรารู้กันบ้างไหมว่าเรา
มาน่ังฟังเทศน์กันอย่างนี้กี่ภพกี่ชาติแล้ว ชาติน้ีให้ปฏิบัติให้
จติ รวมใหไ้ ด้ อยา่ เอาคำ� สอนของพอ่ แมค่ รอู าจารยม์ าทำ� เสยี
ทเ่ี รา ตอ้ งทำ� ใหม้ าก ใหอ้ ยเู่ หนอื โลก ออกจากโลก (วฏั สงสาร)
ให้ได้
ใหข้ ดุ เข้าไปจนเจอเร่ืองของเรา
บญุ จะเปน็ เคร่ืองพาไป
เมือ่ ปฏบิ ตั ิธรรมไปเรอื่ ยๆ วันหนึ่งจะเห็นวา่ อยใู่ นโลกนี้
ปฏิบัติธรรมยาก การอยู่ในโลกยากท่ีจะเอาชนะโลก ครูบา
อาจารยท์ า่ นจงึ ออกจากทางโลกไปปฏบิ ตั ใิ นสถานทเ่ี หมาะสม
เรายงั ไมเ่ ข้มแขง็ พอ มาอยใู่ นโลก ยากมากท่ีจะชนะ ต้องไป
อยใู่ นสภาพทตี่ วั เราเหมาะสม สถานทเ่ี หมาะสม จงึ จะปฏบิ ตั ิ
ได้ดี เราอาจปลีกตัวไปชั่วคราวเพื่อปฏิบัติก่อน เราต้องรวู้ ธิ ี
ทจ่ี ะเลอื กหาสปั ปายะสำ� หรบั ตนเอง เพอื่ เพม่ิ พนู กำ� ลงั ธรรม
สถานที่ไม่ให้คุณให้โทษแก่ใคร แต่ที่สัปปายะจะช่วยให้จิต
วิเวกได้ เบอ้ื งตน้ เราตอ้ งหาท่ีสปั ปายะ เพอื่ ให้เกดิ กายวเิ วก
จิตวิเวก จิตท่ียังไม่เข้มแข็งมักส่งออกภายนอก จึงต้องมี
สถานทีส่ ปั ปายะเพ่อื ช่วยในการภาวนา
184
การปฏิบัติธรรมก็เหมือนเลือกเส้นทาง การท่ีเราอยู่
ชั้น ๑๙ บนตึกน้ี มองลงมา จะมองไดไ้ กล กวา้ ง ผดิ กบั อยู่
ข้างล่าง มองได้แคบ หรือเส้นทางภายในจุฬามีหลายทาง
ถา้ เราไมร่ เู้ รากจ็ ะหลง แตท่ างเดนิ กเ็ ชอื่ มกนั หมด เพราะฉะนนั้
เสน้ ไหนถา้ ไม่แน่ใจก็อยา่ เดิน การปฏบิ ตั ิก็เชน่ กนั ท�ำทีแ่ น่ใจ
ชัดในตัวเรา อะไรท่ีเกินตัวเราอย่าเพิ่งท�ำ ธุดงควัตรนี้ยาก
ครูบาอาจารยท์ า่ นท�ำกัน
วธิ ีไหนทีเ่ หมาะกบั ตัวเรา ต้องมี หาใหไ้ ด้ เชน่ กินอาหาร
นอ้ ย ๓๐ คำ� ๑๕ คำ� ๕ คำ� อนั ไหนทำ� ใหส้ ตดิ ี ตงั้ มน่ั ภาวนาได้
ให้เอาอันน้ัน เช่น ๕ ค�ำดี ให้เอาอันน้ันเลย แล้วท�ำ
ความเพยี รไปเลย หรืออดนอนดี ผ่อนอาหาร ต้องหาให้เจอ
เมอื่ ไดค้ วามสงบแลว้ ใหท้ ำ� ใหช้ ำ� นาญ พอออกจากความสงบ
ให้มาพิจารณากาย จะเอาอะไรก็ได้ อสุภกรรมฐาน ธาตุ
กรรมฐาน อาการ ๓๒ แลว้ ใหไ้ ปลงทไ่ี ตรลกั ษณ์ การพจิ ารณา
ต้องท�ำใหร้ อบ ย้อนหน้า ย้อนหลัง
เร่ืองของเราเป็นอย่างไร ให้ท�ำเข้าไป ขุดเข้าไป สักวัน
มันต้องเจอ บุญจะเป็นเครื่องพาไป สิ่งไหนท่ีเราชอบไปอยู่
กบั มนั ใหพ้ จิ ารณาตรงนนั้ สง่ิ ไหนทท่ี ำ� ใหเ้ ราสลดใจ เกดิ ความ
เบ่ือหน่าย อย่าปล่อยให้ผ่านไป ต้องจับให้ม่ัน ท�ำมันซ้�ำๆ
มันตอ้ งลงไปสู่ความจรงิ แล้วมนั จะเปลี่ยนไปเอง
ให้รู้จักความแยบคาย จงั หวะโอกาส ไหนตวั เรา ตวั เรา
มนั อยู่ตรงไหน อะไรคอื ตวั เรา ท�ำซำ้� ๆ ท�ำไปเรอื่ ยๆ อะไร
ท่ีเป็นปัญหา ให้ท�ำทะลุผ่านให้ได้ ท�ำไป ท�ำไปเรื่อยๆ ให้
185
ทำ� ให้มาก ตั้งสติ ตรวจสอบศลี สำ� รวมอินทรียสงั วร เครือ่ ง
ใชส้ งั วร ให้พจิ ารณากอ่ นใช้ ทำ� ไปเรอื่ ยๆ ท�ำไปมากๆ แล้ว
จะร้วู ่าอันไหนถูกกบั ตัว ฝกึ สติให้มาก ท�ำความเพยี รให้มาก
ต้ังหลักให้ได้ ไม่ว่ายามใดก็ตาม ท้ังยามที่ปกติหรือยามที่
มที ุกข์ ใหท้ บทวนดูในศลี สังวรและอริยสจั ๔ เราต้องตรวจดู
ของตวั เอง ความพอดขี องแตล่ ะคนกไ็ มเ่ หมอื นกนั ของพอ่ แม่
ครบู าอาจารย์ต้องยกเอาไว้กอ่ น ใหห้ าของตวั เอง ทำ� ให้มาก
เห็นอะไรภายนอก ให้น้อมเข้ามาหาตัว สอนตัวเรา ให้ขัด
จากกิริยาหยาบไปสู่ละเอยี ด ให้รู้จักมักนอ้ ยสนั โดษ
ในการฟงั เทศน์ ก็ตอ้ งใชใ้ จฟงั ให้ท�ำความร้สู ึกอยู่กบั ตัว
ไมต่ อ้ งหว่ งผเู้ ทศน์ ไมใ่ ชใ่ ชห้ ฟู งั เสยี งเขาหรอื อะไร ไมต่ อ้ งกลวั
ไม่ได้ยิน จะบริกรรมภาวนาไปเลยก็ได้ การบริกรรมพุทโธ
ไมใ่ ช่ทอ่ งแบบนกแก้ว นกขนุ ทอง ใหท้ �ำความร้สู กึ สตอิ ยูก่ ับ
พุทโธด้วย ตา่ งคนต่างมีห่วง ใหเ้ อาไวก้ ่อน ท้ิงไว้ก่อน ทุกคน
ตอ้ งมีแต่ทงิ้ ไว้ก่อน ขณะนีจ้ ะมาภาวนา ธรรมเทา่ ทร่ี บั เข้าไป
ในใจในครั้งท่ีฟังธรรมนั่นแหละ คือระดับธรรมท่ีพอดีกับ
ตัวเรา
การท่ีเราได้ไปใกล้ชดิ กับครบู าอาจารย์ ใช่วา่ ใกลช้ ดิ แลว้
จะได้อะไร ต้องคิดว่าท่านสอนได้ เราเอามาปฏิบัติ เอามา
ทำ� ตามไดไ้ หม อยา่ ใหเ้ ปน็ เหมอื นหลงั หมา หมานเี่ วลาอาบนำ้�
นำ�้ นเี่ ปน็ ของดี ของสะอาด แตพ่ อราดลงบนหลงั หมา หมามนั
สลัดทิง้ พวกเราจะเปน็ อย่างน้ันไหม ชีวิตเรามนั ก็เดนิ ทางน้ี
มาตลอดชวี ิต มันไดอ้ ะไร ได้แค่นก้ี ็เห็นกันอยู่ ท�ำไมไม่ลอง
186