The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-11-11 22:41:27

หนังสือ รอยธรรม สุปัณฑิโต

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต

หลวงตาท่านก็อายุมากแล้ววัยท่านก็ล่วงไปมากแล้ว ย่ิงฟัง
ท่านแล้วก็สมุ้ เสียงท่านกด็ ี ก�ำลังทา่ นก็ดี หมดไปแลว้ สมยั ท่ี
ยังหนุ่มแน่นนะ สมัยที่ท่านมีก�ำลัง เราก็ยังได้เคยเห็นท่าน
เหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องเตือน ต้องเร่งรีบ จะต้องไม่ประมาท
จะตอ้ งเอาคำ� สอนทา่ นมาปฏิบัตใิ ห้ได้จรงิ ๆ ซ่ึงเหมือนคราว
ที่พระพุทธเจ้าท่านยังทรงพระชนม์อยู่ ก็เหมือนกัน ภิกษุ
ท้ังหลายก็เรียกว่ามีก�ำลังใจ ที่จะประกอบความพากความ
เพียรกัน ท่านล่วงไปแล้วเหลือเพียงสาวก สาวกก็น�ำพา
ศาสนามาเร่อื ยจนมาถงึ รุน่ เรา จากนีไ้ ปถ้าหมดหลวงตานี่จะ
เป็นยังไงน้ี ก็ยังเป็นเร่ืองที่น่าวิตกอยู่ ครูบาอาจารย์ท่ีท่าน
ยงั มคี ณุ ธรรม ทา่ นกค็ งจะรกั ษาศาสนาไวอ้ ยู่ กอ็ ยทู่ เี่ รานี้ กเ็ ปน็
สง่ิ ทเี่ ราตอ้ ง เรยี กวา่ ไมป่ ระมาท ไมป่ ระมาททกุ อยา่ ง จรงิ ๆ แลว้
แมแ้ ต่ชวี ิตเราก็เหมอื นกัน เราเหน็ ท่านอย่างนั้น ชวี ิตเรากย็ ัง
ไม่แนเ่ หมอื นกนั จะล่วงไปเม่อื ไหร่ เห็นๆ กนั อยูอ่ ย่างนต้ี อ่
ไปก็ยงั ไมแ่ น่ รา่ งกายสังขารต่างๆ มันกแ็ ปรปรวนตลอด ถา้
เราอยู่ดว้ ยความไมป่ ระมาทนเ้ี ปน็ ประโยชน์ทส่ี ดุ

ศิษย์ : ท่านอาจารย์เป็นหมอ ในการพิจารณา เมอื่ เรม่ิ
สนใจทางศาสนา ชว่ ยไหมคะเรอื่ งกาย เพราะไดผ้ า่ นการผา่ ศพ
ผ่าอะไร เป็นส่ิงท่ีช่วยเยอะไหมคะ เพราะอย่างคนท่ัวไป
ถ้าเราท�ำธรรมดาเราต้องต้ังรูปขึ้น เราต้องสมมุติขึ้น แต่ว่า
พวกหมอนน่ี า่ จะ คือคลา้ ยๆ มันเห็นมาแล้ว

ทา่ น : ใช่ คือเราเห็นมาแล้วนี่ เราสามารถจะนอ้ มเข้ามา
เพ่ือเป็นสัจธรรมได้ง่ายขึ้น ส่ิงที่เราเห็น เราเห็นมากกว่า

37

คนท่ัวไป เราสัมผัสมากกว่า และในส่ิงท่ีเราเห็นนั้นแต่ก่อน
เราคดิ วา่ มนั เปน็ หนา้ ท่ี หรอื คดิ วา่ เปน็ เรอื่ งทเ่ี ราจะตอ้ งเรยี น รู้
ศกึ ษา เปน็ เรอ่ื งผอู้ น่ื แตก่ อ่ นเรามาฝกึ ปฏบิ ตั ิ จรงิ ๆ เปน็ เรอ่ื ง
ของเรา เรอ่ื งคนอนื่ มนั คอื เรอื่ งของเรา เมอื่ เรอื่ งคนอนื่ เปน็ เรอื่ ง
ของเราเมอื่ น้อมมาดเู ราจะเหน็ ชัด

เพราะเราไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องคนอื่น อันนี้เรื่องคนอ่ืน
ที่เราเห็นมาเยอะ เม่ือมันน้อมลงมาในสิง่ เดียวกนั มนั กเ็ หน็
ได้มาก มันก็เห็นได้ง่าย แต่ทั้งนี้ท้ังน้ันมันก็อยู่ท่ีว่า เราจะ
สามารถนำ� เอามาใชป้ ระโยชนไ์ ดแ้ คไ่ หน จรงิ ๆ แลว้ น่ี มากหรอื
นอ้ ยทกุ คนมอี ยใู่ นตัวอยู่แลว้ จรงิ ๆ เพยี งแตเ่ ข้ามาดูตัวเอง
สิง่ นนั้ มีอยแู่ ลว้ ข้างนอกเปน็ เพยี งเครอ่ื งประกอบ ประกอบ
เพ่ือให้หันเข้ามาหาดูตัวเราเอง แต่จริงตัวเราน้ีสมบูรณ์
ทส่ี ดุ แลว้ และการทเี่ ราเหน็ ตวั เราน่ี จงึ จะสามารถวางสง่ิ นนั้ ได้
เหน็ ขา้ งนอกกต็ ามถ้ายงั ไมเ่ หน็ ขา้ งใน ไมด่ ตู วั เองก็วางไม่ได้

ฉะนั้นตรงนี้ทุกคนมีสิ่งเหล่าน้ีอยู่แล้ว พร้อมอยู่แล้ว
เพียงแต่การดูให้เห็นตัวเองได้ มันเป็นเร่ืองท่ีเราต้องมีจิตใจ
ทีส่ งบจริงๆ และก็ต้องมีอุบายทแ่ี ยบคาย สงิ่ เหล่าน้ันยงั เป็น
ส่ิงท่ีเราต้องอาศัยครูบาอาจารย์ อาศัยการปฏิบัติ ซ่ึงจริงๆ
แลว้ ถา้ หากวา่ ตา่ งจากพวกเราไหม อาจารยว์ า่ ไมต่ า่ งเทา่ ไหร่

ศษิ ย์ : หมคู่ ณะกท็ ำ� ภาวนากนั อยคู่ ะ่ สว่ นใหญ่ เนอื่ งจาก
กรุงเทพฯอยู่ใกล้ทางวัดญาณฯ เดือนหนึ่งก็จะข้ึนไปกราบ
พระอาจารย์สุชาติ เดือนละคร้ังเป็นประจ�ำ ท่านก็ให้อุบาย
ในการท�ำภาวนาเยอะมาก ท่านสอนดีค่ะ แต่ว่าเพียงแต่ว่า

38

ทขี่ องทา่ น คอื ทา่ นอยบู่ นยอดเขา แลว้ กถ็ งึ แมท้ า่ นจะรกั ษาการ
วดั ญาณฯก็ตาม ทา่ นไมล่ งมายงุ่ ขา้ งล่าง ท่านอยบู่ นยอดเขา
แลว้ ก็จะมพี ระอยกู่ นั ประมาณ ๔ รปู ที่ขึ้นไปปฏิบตั ิ แลว้ ก็
ท่านไม่อนุญาตให้โยมผู้หญิงไปอยู่ตรงนั้นกัน แต่ว่าเราไป
ฟังธรรมได้ ท่านอาจารย์ไม่เคยพบท่านไม่เคยเห็น ท่าน
บวชใกล้ๆ กับทา่ นอาจารยส์ ุดใจคะ่ แล้วก็อยบู่ า้ นตาด ๘ ปี
แลว้ กก็ ลบั ไปอย่วู ดั ญาณฯ หลวงตากไ็ ปเยยี่ มมาคะ่

ทา่ น : ดีแล้วเรายงั มที ี่พ่ึง เรามคี รูบาอาจารย์ดแี ลว้
ศษิ ย์ : แต่ก็ยังไม่ได้ไปไหน มันยากอยู่
ทา่ น : ดกี วา่ คนทไี่ มม่ เี ลยนะ ถา้ คนทไ่ี มม่ คี รบู าอาจารยน์ ี่
ย่ิงว้าเหว่นะ ย่ิงเป็นเรื่องที่ต้องคล�ำทาง ต้องคล�ำทางเอง
ตอ้ งลองผดิ ลองถกู เอง แตพ่ วกเรามคี รมู อี าจารยท์ เ่ี ราเลอื่ มใส
ศรทั ธาทา่ นแลว้ อนั นถี้ อื วา่ เปน็ บญุ เปน็ โชคมากเลยนะ เปน็
วาสนานะ เพราะถ้าไม่มีบุญกับท่านนี้ ไม่ได้มาเป็นลูกศิษย์
ท่านหรอกนะ มันเก่ียวโยง ถึงอยากจะเข้าไปก็ไม่สนิทกัน
มนั เหมอื นไมใ่ ชญ่ าตไิ มใ่ ชพ่ น่ี อ้ ง กไ็ ปรบั ฟงั ทา่ นมนั กไ็ มด่ ดู ดม่ื
มนั กไ็ ม่รเู้ รอ่ื ง มนั ก็เปน็ อะไรทค่ี นละทศิ ละทาง
ศิษย์ : มนั กแ็ ปลก หมู่คณะท่ลี กู ไปนก้ี ไ็ ปกันเยอะนะคะ่
ง้ันก็เก่ียวโยงทัง้ หมดเลย มันมาจากท่ีต่างๆ เดือนหน่งึ กจ็ ะ
นดั ไปกนั ประมาณยส่ี บิ กวา่ คน กแ็ ปลก ฟงั แลว้ กช็ อบ ชอบฟงั
คอื ทา่ นกจ็ ะสอนภาวนาเปน็ สว่ นใหญ่ ทา่ นกไ็ มไ่ ดส้ อนวธิ ที ำ�
นะค่ะ แต่ปัญหาธรรมท่ีเราสนใจท่านก็จะอธิบาย ถ้าท่าน
อาจารย์หมออยใู่ กลๆ้ กรงุ เทพฯก็จะดี จะได้ไปกัน

39

ท่าน : พวกเราดีแล้ว พวกเราอยู่ตรงไหน พวกเรา
มีโอกาสพวกเรากเ็ ขา้ ไป ส�ำคัญก็ดี อยา่ งทวี่ า่ การทเี่ ราจะได้
มีเวลาเฉพาะเรา มาท�ำจริงๆ ตรงน้ีคือสิ่งส�ำคัญ แต่ละคน
จะหาเวลาให้กับตัวเอง อยู่กับตัวเอง ได้ดูตัวเองให้มัน
ตอ่ เนอ่ื ง ตรงนม้ี นั ยาก ยากทสี่ ดุ ทกุ คนรหู้ มด ทกุ คนไดย้ นิ หมด
ทกุ คนเขา้ ใจหมด

ศิษย์ : แต่ท�ำไม่ได้ ท่านอาจารย์สุชาติก็ว่าอย่างน้ี
ทา่ นกไ็ ลน่ ะคะ่ ใหไ้ ปอยวู่ ดั เสมอ ใหข้ น้ึ ไปใหไ้ ปอยวู่ ดั ใหม้ าวดั
สกั ๒–๓ วันก็ยังดี ไปอยู่กบั ตัวเอง ทา่ นส่งั เรือ่ ย

ท่าน : แต่ท้ังนี้ทั้งน้ันเราก็ต้อง คือเมื่อเราออกจาก
วัดไปแล้วนี่ ความดีท่ีเราจะต้องเข้าไปท�ำต่อที่บ้าน หรือ
ทที่ ำ� งาน คอื สง่ิ ทเ่ี ราตอ้ งเอาไปทำ� ตอ่ กศุ ลทง้ั หลายถา้ เราทำ�
ต่อเนื่อง มันก็จะผลักดันเราให้ออกไป ไม่ใช่ว่าเรามาอยู่วัด
เราถงึ ทำ� ศลี ธรรมกด็ ี จะเปน็ ศลี ๕ กด็ ี ศีล ๘ ก็ดี หรอื ว่า
กรรมฐานต่างๆ ทเ่ี ราท�ำได้ เราพยายามรักษาเอา

สมยั ทลี่ าหลวงปบู่ ญุ จนั ทรไ์ ปเรยี น ไปเรยี นตอ่ ทา่ น
บอกคำ� เดยี ววา่ อยา่ ทง้ิ ภาวนา ทา่ นบอกแคน่ น้ั อยา่ ทงิ้ ภาวนา
จะไปเรยี นกไ็ ดแ้ ตอ่ ยา่ ทงิ้ ภาวนา อนั นี้ ความทเ่ี รากเ็ รยี นหนกั
เรียนก็เรียนหนัก ยุ่งก็ยุ่ง เวลาจะมาท�ำอะไรต่างๆ ก็ยาก
ก็นเ่ี ช้าก็ใส่บาตรท่าน ไปใสบ่ าตร คือถ้าเราไม่นั่น จรงิ ๆ เราก็
พยายามทำ� พยายามปฏิบตั ิ พยายามเอา พยายามเรยี กว่า
ภาวนาตามท่าน บางครั้งมันก็ไม่ดีเหมือนกัน บางครั้งมัน
กใ็ ชไ้ ด้ แตว่ า่ ตอนทเ่ี รามากราบทา่ นครงั้ หลงั สดุ พอทา่ นบอก
ใหเ้ ราเลกิ เรียนอะไรตา่ งๆ

40

ในความรู้ มันแปลกนะ มันแปลกที่ว่าไอ้สิ่งท่ีเราเคย
รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่สนุก มันเป็นสิ่งท่ีเราอยากจะเรียนรู้
เป็นสิ่งท่ีอยากศึกษาเพิ่มเติม มันกลับมองภาพเหล่านั้น
อกี แบบหนง่ึ มนั มองเหน็ เปน็ ทกุ ข์ มองเหน็ เปน็ ความไมเ่ ทยี่ ง
ไมแ่ น่ มองเหน็ คนไขท้ ีเ่ รารกั ษาเขา เหมอื นกบั วา่ เราหวังเขา
จะหาย เขาจะกลบั ออกไป แตค่ นไขบ้ างคนเขากไ็ มร่ อด บางคน
กจ็ ากเราไป มนั เหน็ ความไมแ่ น่ เหน็ ความไมเ่ ทย่ี ง ความรสู้ กึ
เหล่านั้นมันท�ำให้เราเบื่อ มันท�ำให้เราไม่ได้เพลิดเพลิน
ที่จะศึกษากับมันเหมือนแต่ก่อน นี่นะเราถึงอัศจรรย์ว่า
ธรรมะมนั มอี ำ� นาจจรงิ ๆ มอี ำ� นาจจรงิ ๆ ทส่ี ามารถทจ่ี ะทำ� ให้
ความเพลดิ เพลนิ ก็ดี ความท่ีเราชอบกด็ ี มนั คลายออกไปได้
มันเปล่ียนไปได้ ความเห็นที่เราสนุกสนานแต่ก่อนท่ีเราจะ
ดแู ลเขา รกั ษาเขาใหห้ าย อะไรตา่ งๆ พอเหน็ มนั เหน็ อกี แบบ
หน่ึง มันเห็นอีกมุมหน่ึง เห็นเป็นทุกข์นะ เห็นเป็นสิ่งที่มัน
ไม่น่าเพลิดเพลิน เป็นส่ิงท่ีเราเองก็ต้องตกอยู่ในแบบนั้น
เหมือนกัน นี่แหละ จึงเป็นสิ่งที่เราเตือนตนตลอด ท่ีเรา
เอาหลักของท่านมาปฏิบตั ิ ย่ิงเราเห็นสภาพนั้น เราระลกึ ไป
ถึงความเจ็บไข้ได้ป่วยของคนท้ังหลาย คนแก่ก็ดี คนเจ็บ
คนตายก็ดี ท่ีเราได้สัมผัสมา มันเปล่ียนไป อุทิศเข้ามาหา
ธรรมะเลย มนั ยงิ่ เปน็ สงิ่ กระตนุ้ เตอื น ใหเ้ ราตอ้ งรบี เลย ใหเ้ รา
อย่าประมาท

ทุกๆ คนตกอยู่ในส่ิงน้ันเหมือนกันหมด ทางรอดคือ
ธรรมะ ทางรอดคอื ทางนีเ้ ทา่ นัน้ ซง่ึ ครบู าอาจารย์ทั้งหลาย
ทเ่ี ราเขา้ มาสมั ผัสกบั ท่านแลว้ ที่ท่าน โอ้โห ทา่ นองอาจมาก

41

ท่านไม่คร่ันคร้ามในเร่ืองความเป็นความตายเลย ไม่สะทก
สะท้าน ไม่ได้หวั่นไหวเลย ไม่ได้อาลัยเลย ถามหามด
หาหมอนี้ไม่ได้มีเลย ไม่มี อย่างหลวงปู่หล้าก็ดี หลวงปู่
บุญจันทรน์ ี้ โอโ้ หท่าน ไอ้เราก็ตอ้ งยอมท่านเลยนะ ว่าจิตใจ
ท่านเป็นได้อย่างไร คนท้ังหลายยังต้องมาพึ่ง พ่ึงหมอ
พ่ึงหยูกยา คนทั้งหลายเม่ือทุกข์ครอบง�ำ เขาก็ต้องกระสับ
กระส่ายน่ี ก็ต้องอยากให้พ้นจากทุกข์น้ัน ซึ่งโลกก็ต้องหวัง
พึ่งหยูกยาพ่ึงหมอ แต่ท่านไม่ ไม่ คราวท่านสะอึกติดต่อ
ตดิ ตอ่ กนั ฉนั ก็ไม่ได้ เรากอ็ ยไู่ มร่ ูจ้ ะท�ำยังไง ยากต็ อ้ งไปเอา
มาจากทางโรงพยาบาล ท่านปิดประตู ท่านเข้าห้องเลยนะ
หลวงปู่บุญจันทร์เข้าไปในห้องท่านเลย ไม่ฉัน ไม่ฉันเลย
ตั้งแต่วันนั้น ไม่รู้จะท�ำอย่างไร เข้าไปก็ไม่กล้า ส่ีโมงท่าน
ออกมา หายนะสะอึกท่านหาย สะอึกท่านน่ากลัวมากนะ
สะอึกท่านติดต่อกัน ถ้าเป็นภาษาหมอเรียกว่ามันเป็นส่ิงท่ี
อันตราย ไม่หยุดๆ โอ้โหพอท่านเข้าไปห้อง ท่านออกมา
หายเลยนะ เหลา่ นค้ี อื สง่ิ ทเ่ี ปน็ เรอ่ื งที่ ทำ� ใหเ้ ราเหน็ วา่ ธรรมะ
มันต้องมีอะไรดีนะ ต้องมีอะไรดีกว่าน้ัน และจิตใจท่านนะ
ท�ำไมท่านถงึ เขม้ แข็งขนาดนั้น ทำ� ไมทา่ นถงึ องอาจขนาดนน้ั
ทำ� ไมทา่ นถงึ ไมห่ ว่นั ไหวกับความเปน็ ความตาย

อันนี้คือสิ่งท่ีท้าทาย คือสิ่งท่ีเราควรจะเข้าไปแสวงหา
หรือค้นคว้าหรือศึกษามัน ก็เมื่อเรามีครูมีอาจารย์ที่เป็น
เยี่ยงอย่างเป็นแบบฉบับ ท่านก็ท�ำให้เราดูแล้วท่านก็เป็น
ใหเ้ ราดดู ว้ ย ใชไ่ หม ท�ำไมเราถึงไม่ลองดู ใชไ่ หม ทำ� ไมเราถึง
ไม่ลองท�ำ ใชไ่ หม ทกุ คนมโี อกาส ทกุ คนสามารถทจ่ี ะท�ำได้

42

นค่ี อื สง่ิ ทเี่ ราจะตอ้ งทมุ่ เท เพราะฉะนน้ั ถา้ เรานบั เหมอื นกบั วา่
เราข้ึนเวทีแล้วนี่ เรียกว่าเราจะหลังพิงฝาก็ได้ เราจะไม่ถอย
ทุกคนถ้าตั้งได้อย่างน้ีนะ มันต้องไป ต้องไปนะ เพราะเรา
เหน็ ทกุ ขแ์ ลว้ วา่ ขา้ งหนา้ เปน็ กองทกุ ขไ์ มม่ ที างรอด แลว้ เรา
จะมาสกู้ บั เขา กค็ อื สดู้ ว้ ยธรรม ฉะนน้ั พวกเราจะหวงั สเู้ อาดี
กันตรงนีใ้ ห้ได้ เรากต็ อ้ งเรียกวา่ สไู้ ม่ถอย ต้องหวงั เรยี กว่า
หวังตายเลยนะ หวงั พ่งึ ธรรมะจริงๆ ถ้าคนหวังพ่งึ อย่างน้ี
จรงิ ๆ ตอ้ งไป ตอ้ งไปใหไ้ ด้ ตอ้ งได้ ตอ้ งได้ มนั จะหาทางไปเอง
เม่ือผิดมันจะถอยกลับมาเพื่อจะดูว่าสิ่งน้ีผิดยังไง เม่ือแพ้
มันจะลุกข้ึนมาเพื่อจะเดินเข้าไปใหม่ หาทางอยู่อย่างนั้น
ถา้ อนั ไหนมนั ถกู ตอ้ งกบั เรา เรากต็ อ้ งรจู้ กั คอื มนั กส็ บายขน้ึ
ปฏิบัตแิ ลว้ มนั ถกู มนั กร็ จู้ กั เจ้าของมันเจริญขนึ้ เวลาเสือ่ ม
มันก็รูจ้ ัก ในเมื่อเรารู้จกั วา่ จิตเสื่อมมนั เป็นอย่างนี้ เจรญิ มนั
เป็นอย่างน้ี มันจะมั่นใจในทางเดินของเรา อ๋อเป็นอย่างน้ี
อยา่ งนใ้ี ช่ อย่างน้ีไม่ใช่ ทแี รกก็ครบู าอาจารย์ทา่ นบอก บอก
อยา่ งนี้ๆ แล้วกม็ าปฏบิ ตั ิ ปฏิบัติแล้วไปลองจริงๆ ไปลองทำ�
มาจริงๆ พอลองแล้วเราก็จะรู้ผลเรา ผลลัพธ์เราเป็นยังไง
เราจะไปเปน็ อยา่ งนนี้ ะ อนั นสี้ งบ อนั นไ้ี มส่ งบ อนั นใ้ี ช่ อนั นถี้ กู
อนั นผี้ ดิ เรากจ็ ะแก้ คอื เปน็ สว่ นของเราจรงิ ๆ เปน็ เรอื่ งของเรา
เดินเข้าไปด�ำเนินเข้าไป อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องอาศัยครูบา
อาจารย์ก่อนเป็นเรื่องแรก เสร็จแล้วเราจึงต้องมาท�ำให้มัน
เกดิ ข้ึนจรงิ ๆ กบั เรา เอาตัวเราเองเป็นพยานให้ได้

ฉะน้ันการทใ่ี ครกต็ าม จะมายืนอยู่ตรงนี้ ยืนเพือ่ จะมาสู้
กบั สง่ิ เหลา่ นน้ั กบั ความเคยชนิ ของกเิ ลสทเ่ี คยทำ� มา กบั การท่ี

43

เราเคยทำ� มาทกุ อยา่ ง ตรงนมี้ นั ตอ้ งเดด็ เดย่ี วจรงิ ๆ มนั ตอ้ ง
ต้งั ใจจรงิ ๆ มันตอ้ งสูจ้ รงิ ๆ เอาอย่างนนั้ เถอะ เหมือนกับว่า
เอาชีวิตหนง่ึ ของเรา เราจะสละละว่าอยา่ งนนั้ เถอะ เราจะ
ไม่ถอย เราจะถือว่าน่ีแหละคือโอกาสท่ีดีท่ีสุดของเราท่ีเรา
จะท�ำ ฉะนน้ั เร่ืองอืน่ จึงเป็นเรือ่ งรอง จงึ เป็นเรอ่ื งรอง ฉะนั้น
คนที่จะก้าวหน้าไปได้ มันต้องปักลงไปอย่างน้ี ปักลงไป
ถา้ เราปกั ลงไปแลว้ นม่ี นั กจ็ ะเปน็ เรอื่ งทเ่ี ราจะตอ้ งพยายามๆ
พยายามสกู้ บั มนั แลว้ ไอจ้ ติ เราทต่ี งั้ ไวอ้ ยา่ งนี้ มนั หากจะเปน็
ไปเอง มันหากจะบันดลบันดาล มันจะติดเง่ือนไขก็จะมีคน
เข้ามา เขา้ มาช่วยเรา ตอ้ งมาแกต้ ้องมาอะไรต่างๆ อุปสรรค
ต่างๆ มันจะเปิดออก ไอ้ที่เราว่ายากมันจะออกไปได้ ที่ว่า
เปน็ ไปไมไ่ ดม้ นั จะเปน็ ไปได้ เพราะจติ ทเี่ ราตงั้ ไว้ ตง้ั ไวใ้ หอ้ อก
ไปใหไ้ ด้ พน้ ออกไปใหไ้ ด้

บางทเี ราตอ้ งเหน็ จรงิ ๆ คอื เราตอ้ งเหน็ ทกุ ขจ์ รงิ ๆ เหน็ โทษ
จริงๆ เห็นภัยจริงๆ ที่เราอยู่ตรงนี้ มันคือสิ่งที่น่ากลัว คือ
ส่ิงท่ีเราไม่น่าไว้ใจ คือสิ่งท่ีไม่น่าเพลิดเพลินเลยว่าง้ันเถอะ
เห็นทุกข์เห็นโทษในตัวเราให้มันชัด จริงๆ พวกเราเองก็มี
อยู่แล้ว ความทุกข์ที่มันเกิดขึ้น เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ใส่ใจ
ไมไ่ ดด้ ูมนั จรงิ ๆ เหน็ ว่าเราปรบั เปลย่ี นอิรยิ าบถต่างๆ เรามี
ชีวิตมีความเป็นอยู่ต่างๆ เราก็คิดว่าเราพอสมควรแล้ว
แตจ่ รงิ ๆ ถา้ เรามายอ้ นดตู วั เรา ความทกุ ขย์ งั ปรากฏอยตู่ ลอด
ถา้ ดใู หจ้ ริงๆ มันอย่ไู ม่ได้ มนั อยู่ไมไ่ ด้ มนั จะทนอยู่ไดย้ ังไง
ถ้าเห็นทุกข์ในตัวเราจริงๆ ก็ไอ้ท่ีมันเบียดเบียนเราอยู่ ไอ้ที่
มันแปรปรวนอยู่ก็ดี ไอ้ที่มันปรากฏอยู่ก็ดี ถ้าเราเห็น

44

อย่างนั้นนะ เราก็ต้องการที่จะหาทางจะดับทุกข์ให้ได้
เห็นเรากเ็ หน็ คนอน่ื ตกอยูใ่ นอนั เดยี วกนั มองไปเหน็ โลกเขา
ก็เหมือนกัน ทั้งโลกก็ตกอยู่ในความทุกข์ท้ังนั้น ไปเพลิน
ทุกข์ เผาลนอยู่ด้วยกิเลสตัณหา เม่ือเราตกอยู่ในท่ามกลาง
สง่ิ เหลา่ นเี้ หมอื นกนั เรากต็ อ้ งหาทางรอด หาทางออก ฉะนนั้
ทุกคนก็เหมือนกับคนป่วย ถ้าเรารู้สึกว่าเราป่วยเราต้องไป
หาหมอ เราต้องหาทางออกให้ได้ แตถ่ า้ เราคดิ วา่ เราสบายดี
วา่ เรายงั ไมป่ ่วย วา่ เรายงั พออยู่เราก็เอ้อระเหยไป ไอ้น้ีทกุ ข์
ทุกข์น่ีแหละ หรือว่าความไม่สบาย หรือว่าความเบื่อหน่าย
เป็นส่ิงที่เราจะต้องพยายาม พยายามท่ีจะเจริญให้มาก
ท่ีหลวงป่บู ุญจันทรท์ ่านถึงบอกเรา ตอนท่ีเราไปลาท่านบวช
ทา่ นถงึ บอกวา่ อะไรกต็ าม พจิ ารณาแลว้ เกดิ นพิ พทิ าใหเ้ จรญิ
ให้มาก ค�ำวา่ “นิพพิทา” ตอนนน้ั ทีเ่ ราไดย้ นิ ไมเ่ ขา้ ใจ สงิ่ ใดท่ี
พิจารณาแล้วเกิดนิพพิทาให้ท�ำให้มาก ให้ท�ำให้มาก
จริงๆ ท่านให้อบุ ายจรงิ ๆ ท่านให้อบุ ายท่แี ยบคายจรงิ ๆ

คำ� วา่ “นพิ พทิ า” เมอ่ื เรามาศกึ ษามาปฏบิ ตั เิ ราจงึ รวู้ า่
ไอค้ วามเบอ่ื หนา่ ยความเหน็ โทษไอท้ ม่ี นั เหน็ จรงิ ๆเหน็ กบั
ตัวเราจริงๆ อันน้ันนะส�ำคัญ ไอ้เบื่อหน่ายแบบท่ีทางโลก
เขาเบื่อๆ อยากๆ เบื่อแบบท่ีว่าเด๋ียวรักเด๋ียวชัง อันน้ันยัง
เอาแนไ่ มไ่ ด้ ยงั ไมไ่ ดเ้ บอื่ ดว้ ยอรยิ สจั ไมไ่ ดเ้ บอื่ ดว้ ยเหน็ ตาม
ความเปน็ จรงิ เปน็ การเบอื่ ดว้ ยความหลง เบอื่ ดว้ ยความไมร่ ู้
แตถ่ ้าเบื่อด้วยอรยิ สัจน้ีมันจะเห็น สภาวะมนั ต่าง มันเท่ากัน
มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มันไม่ใช่ว่าเห็นเรากับคนอ่ืน
ต่างกัน ไม่ใช่ว่าเห็นเขาเป็นอย่างน้ี เห็นเราเป็นอย่างหนึ่ง

45

ถา้ เบอื่ ในความหมายพระพทุ ธเจา้ ทกุ อยา่ งจะตกอยใู่ นภาวะ
อนั หน่งึ อนั เดียวกนั เขากบั เรา เรากบั เขา ทงั้ หมดมนั จะตก
อันเดียวกันหมด เม่ือตกอยู่ในสภาพอันเดียวกันหมดน้ี
เขากบั เราเปน็ อันหนึง่ อันเดียวกันแลว้ ไมม่ คี วามสงู ความต่ำ�
ทง้ั นน้ั มนั เปน็ การเบอ่ื ทเี่ หน็ ตามความเปน็ จรงิ ทท่ี า่ นวา่ เมอ่ื
เหน็ ตามความเป็นจรงิ เราก็สามารถทีจ่ ะวางไดแ้ ละดี ดียงั ไง

ความปลอ่ ยวางของพระพทุ ธเจา้ ดอี ยา่ งไร ดตี รงทวี่ า่
มนั ไมก่ ลบั ตรงนส้ี ำ� คญั มาก เปน็ อปุ ถมั ภ์ วชิ าทงั้ หลายในโลก
ท่เี ราเรียนมา เรียนแลว้ ลืมๆ ท้ังหมดเรียนแลว้ กต็ อ้ งเรยี นอีก
เรยี นแลว้ กต็ อ้ งศกึ ษาอกี แตว่ ชิ าพระพทุ ธเจา้ นแี้ ปลก มนั ไมล่ มื
สงิ่ ทร่ี แู้ ลว้ สง่ิ ทเี่ ขา้ ใจแลว้ มนั กจ็ ะอยตู่ รงนนั้ จะลบกไ็ มไ่ ด้ จะลา้ ง
กไ็ มไ่ ด้ จะฆา่ จะทำ� ลายกไ็ ม่ได้ นธ่ี รรมะพระพทุ ธเจ้านแี้ ปลก
แปลก เป็นส่ิงท่ีเรียกว่าเลิศประเสริฐที่สุดแล้ว ถ้าพูดแล้ว
มนั เขา้ ไปเปล่ียนทีใ่ จ ไปเปลีย่ นท่ีจติ ทีใ่ จเรา ไอจ้ ติ ๆ ที่มัน
เปลย่ี นออกไปแลว้ ธรรมะท่ีถูกตอ้ ง มันเปล่ยี นไปแลว้ นี้มนั
ไม่กลับคืน ท่ีหลวงปู่หล้าท่านว่ามันไม่ถูกกลับคืน มันไม่
กลบั กลอก อนั นแ้ี หละ จงึ เปน็ สงิ่ ทเ่ี ราจะตอ้ งแสวงหา จงึ เปน็
สง่ิ ที่เราตอ้ งเดินไปให้ได้ ถ้าเรายงั อยู่ในจุดทีเ่ รยี กวา่ ยังไมแ่ น่
หรือว่าจิตยังกลับกลอกอยู่ อันนี้ไม่ควรประมาท ไม่ควร
ประมาท จิตที่มันพลิกเด๋ียวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์
เด๋ียวเจริญเดี๋ยวเส่ือม เป็นจิตท่ียังไว้ใจไม่ได้ ต้องด�ำเนินไป
ถงึ จดุ ทวี่ า่ มนั ไมเ่ สอ่ื ม มนั ไมเ่ สอื่ ม ตรงนนั้ ซงึ่ ถา้ เราตง้ั ใจจรงิ ๆ
มุ่งหวังจริงๆ มุ่งม่ันจริงๆ ต้องท�ำได้ ต้องไปให้ได้ เป็นค�ำ
ท่ีท่านอาจารย์วันชัย ยังจ�ำได้แม่น ท่านอาจารย์วันชัย

46

ท่านบอกว่าถ้าเราขุดลงไปในแผ่นดินแล้ว ถ้าเราไม่เจอน้�ำ
อย่าไปโทษว่าแผ่นดินไม่มีน้�ำ ต้องโทษว่าเราขุดไม่ถึง ท่าน
บอกว่าต้องขุดลงไป ต้องถึง ถึงสักวัน ต้องถึง ขุดลงไป
ต้องเชื่อว่ามันมีน�้ำ ไร่นี้ต้องมี โอ้โหท่านเน้นนะ ท่านเน้น
ลงไป เนน้ ลงไป เนน้ ถงึ ใจจรงิ ๆ นะ อยา่ ถอย อยา่ ถอย ขดุ ลงไป
ต้องถึง ถึงสักวันหน่ึง ท่านบอกว่าเหมือนกับมืด เหมือน
กับว่ามันจะไม่สว่าง ท่านว่าอย่างนั้น แต่ว่ามันต้องสว่าง
ท่านว่า มันต้องสว่าง ขุดลงไปต้องถึง ถึงสักวันหน่ึง โอ้โห
เราฟงั แลว้ ไดก้ ำ� ลงั ใจนะ ฟงั แลว้ ไดก้ ำ� ลังใจ มนั เหมอื นกับวา่
ท่านช้ีว่า มันต้องมี มันต้องเป็นไปได้ แต่เราเองยังท�ำไม่ได้
เราเองยงั ทำ� ไม่ถึงมนั เราไปโทษว่ามนั ไมม่ ี มันไม่ใช่

ศษิ ย์ : วันน้ีธรรมะทา่ นก็ถงึ ใจค่ะ
ท่าน : อาจารย์ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีธรรมะอะไรหรอก
เอาละตงั้ ใจรบั พร
ศษิ ย์ : คณะของลูกกอ็ ยากๆ และกห็ ยุดๆ ไปขา้ งหนา้
แล้วก็ถอยกลับมาใหม่ ไม่ท�ำจริงอย่างที่ท่านอาจารย์ว่า
ก็ทำ� อยแู่ ตว่ า่ มันกย็ ากเยน็ ไปชา้
ทา่ น : เพราะความดพี วกเรา บญุ เรายงั ไมเ่ ตม็ ตอ้ งสะสม
บญุ ใหเ้ ตม็ บญุ เรายงั ไมเ่ ตม็ ความดที เ่ี ราทำ� อยู่ ตอ้ งทำ� ใหม้ นั
เต็มข้นึ แตเ่ ราต้องตง้ั จติ ว่าเราจะพน้ ทุกข์ไปให้ได้ ทกุ คร้งั ท่ี
เราทำ� บญุ ใหอ้ ธษิ ฐาน ขอใหเ้ ราพน้ ทกุ ข์ ความปรารถนา
นี้เป็นสิ่งส�ำคัญ มันจะเป็นเหมือนกับหางเสือ เราตั้ง

47

ปรารถนาไว้อย่างไร กุศลนั้นจะพาไป ผู้ฉลาดท้ังหลายนี้
ครูบาอาจารย์จึงสอนให้เราต้ังจิตไว้ ให้พ้นออกไป พ้นทุกข์
ไปให้ได้ ทีนี้บางคนนอกจากจะพ้นแล้ว เขายังปรารถนา
อย่างอ่ืนอีก อย่างเช่น จะเป็นพระพทุ ธเจ้ากด็ ี เป็นปจั เจก-
พุทธเจ้าก็ดี พระอรหันตสาวกก็ดี เป็นผู้ท่ีมีความแยบคาย
ตา่ งๆ อนั นน้ั ทา่ นสรา้ งบารมขี นึ้ ๆ ไป ฉะนน้ั พอบรรลแุ ลว้ จงึ
มคี วามตา่ งกนั แยกออก ความพเิ ศษต่างๆ ทีท่ า่ นปรารถนา
แตค่ วามบรสิ ุทธิ์น้เี ท่ากนั

ฉะนัน้ ตรงนี้ ทกุ ครง้ั ทเ่ี ราท�ำเราต้องต้ังจิตไวใ้ ห้ดี เข็มทิศ
ทางเดินที่เราตั้งไว้ดี มันจะหลอมรวมกันเพื่อส่ิงนี้ ทีน้ีทุกๆ
คร้ังถ้าเราท�ำแล้ว บุญกุศลมันจะไหลลงไป ผลักออกไป
ผลักออกไป พอมันเตม็ แลว้ น่ี กน็ ้อมลงมา นอ้ มลงมา มันจะ
เห็นโลกอันน้ีเป็นกองทุกข์แล้ว มันจะไม่เพลิดเพลิน มันจะ
ไม่ยนิ ดี ทุกคนมันจะมีบญุ และบาปเป็นเคร่อื งผลกั ดัน บาป
ก็จะดึงเอาไว้ ดึงเอาไว้ ถ่วงเอาไว้ ให้เราเพลิดเพลินยินดี
ให้เราข้องเก่ียว ให้เราอาลัยอาวรณ์ ให้เราเป็นห่วงหน้า
หว่ งหลงั จะดงึ เอาไว้ เหมอื นกบั วา่ กดเอาไวไ้ มใ่ หอ้ อก เหมอื น
กับว่าจะเป็นไปไม่ได้ เหมือนกับว่าไม่มีทาง แต่บุญตัวน้ีมัน
จะพาไป บญุ ตวั นม้ี นั จะปลดหว่ งทงั้ หลาย เครอ่ื งผกู ทงั้ หลาย
ทเ่ี ราคดิ วา่ มนั ยาก มนั ออก ทงั้ หมดนะมนั จะเปน็ อะไรทอี่ าศยั
บญุ และบุญตัวนมี้ ันก็คอื ส่งิ ทีเ่ รากำ� ลงั ท�ำน้ี แต่ถ้าเราทำ� ดว้ ย
ความฉลาดแลว้ กค็ อื อยา่ งทว่ี า่ หวงั ทจี่ ะมาเวยี นวา่ ยตายเกดิ
จะมาหวังไปเป็นกษัตริย์ก็ดีเทวดาก็ดี พระอินทร์พระพรหม
ก็ดี อยา่ ไปทางน้นั

48

และส่ิงที่เราท�ำแล้ว แล้วมันสลดใจ แล้วมันเบื่อหน่าย
สิ่งนั้นต้องท�ำให้มาก อย่าปล่อยให้ผ่านไป ถ้าเราปฏิบัติ
อะไรกต็ าม ถา้ เราระลกึ แลว้ เราดแู ลว้ นี่ มนั เปน็ เครอื่ งทที่ ำ� ให้
เราสลดใจสังเวชเบ่ือหน่าย อย่าปล่อยผ่านต้องจับให้แน่น
ต้องจับเลย ถ้าปล่อยผ่านไปปุ๊บน้ีเราไม่ได้เรื่อง มันผ่านไป
เลยแลว้ กม็ าควา้ อกี เสยี เวลา คนฉลาดปบุ๊ เขาดปู บ๊ั เขาสงั เกต
สิ่งท่ีมันเปล่ียนไปนั้นได้ จับให้แน่นเลย เรื่องเดียวเท่าน้ัน
มันจะออกไปท้ังหมด กระจายไปท่ัว พุ่ง แต่ถ้าคนไม่เข้าใจ
ควา้ โนน่ ควา้ น่ี คอื ไมร่ วู้ า่ เราชอบอะไร ไมร่ วู้ า่ อะไรจะทำ� ใหเ้ รา
สลดใจสงั เวชใจ ฉะนน้ั เราฟงั ครูบาอาจารย์นที้ ่ไี ด้ยินได้ฟงั
อนั นนั้ ชวี ติ ของทา่ นคอื เรอ่ื งของทา่ น เรอ่ื งของทา่ น มนั ถกู
กบั ทา่ น แตว่ า่ เราละ่ เรอ่ื งของเราเปน็ ยงั ไง เอาของทา่ นมา
ลองทง้ั หมด แคก่ ายหรอื วา่ การพจิ ารณากาย ตงั้ แตห่ วั จรดเทา้
ถ้าเรามองถ้าเราพิจารณาใหด้ ี ท�ำบอ่ ยๆ มนั จะสัมผัสได้
ว่าจุดไหนที่เราสะดุดใจจุดไหนที่เราสังเวช จุดไหนท่ีเรา
ชอบไปดูมัน คลกุ คลกี บั มนั หรือชอบไปอยูก่ ับมัน ชอบ
ไปอยู่กับมันแล้วมันก็จะปล่อยอันอื่นแล้วมันก็จะมาเอา
อนั น้ี อยู่กับอนั นี้ มันจะรวมเปน็ อันเดยี วกัน

ศิษย์ : แต่ถ้าอย่างนั้น ท่านอาจารย์หมายความว่า
ทา่ นจะให้ดูตรงน้นั ซำ้� อยู่ตลอด

ทา่ น : ซำ�้ ตลอด ไมต่ อ้ งเปลยี่ น แลว้ มนั จะเปลย่ี นของมนั
ไปเอง มนั จะเปลย่ี นตวั มนั ไปเอง ถา้ มนั อม่ิ พอ มนั จะเปลยี่ น
ตวั มนั แตโ่ ดยหลักมันจะต้องลงไปส่คู วามเปน็ จริง ความจรงิ

49

น้ันหมายถงึ วา่ มันตอ้ งเปน็ ธาตุนะ หมายถึงวา่ มนั เปน็ ดนิ น�้ำ
ลมไฟ แตส่ งิ่ ท่เี ราไปก�ำหนดดตู รงน้ัน ถ้ามนั เป็นส่วนของดิน
ก็ต้องมองให้เป็นดิน คือสภาวะที่มันข้นแข็ง มันไม่ใช่ตัวตน
มนั เปน็ สภาวะทบี่ งั คบั ได้ ถา้ เรากำ� หนดสว่ นทเ่ี ปน็ นำ้� เราชอบ
ก็คือส่ิงที่ไหลสงิ่ ท่ีส่งผ่าน ส่งิ ทีม่ ันเหลว

คำ� วา่ ธาตคุ อื สภาวะของอาการอนั หนง่ึ ธาตคุ อื สมมตุ ิ
ขนึ้ มา ความจรงิ คอื ตรงนน้ั ทจ่ี ะลงสอู่ นั เดยี วกนั หมด คำ� วา่
ดนิ คือขน้ แขง็ อยา่ งนี้ (ท่านเคาะตงั่ ไม้ทที่ ่านนงั่ เคาะหนงั สอื )
นี่คอื ดนิ ๆ นนั่ ก็ดิน เขา้ ใจไหม ข้นแขง็ ไมเ่ หลว คงรปู อยไู่ ด้
กระดกู ลองจบั ดู อนั นค้ี อื สภาวะตรงนี้ มองไปขา้ งนอก ตน้ ไม้
ภูเขานีก่ ็ดิน ผม ขน เล็บ ฟนั หนงั ดินๆ นอ้ มลงไปสคู่ วาม
เป็นดิน เป็นธาตุ ลงไปสู่ความเป็นดินเป็นธาตุแล้วก็ลงไป
อกี วา่ อนั นมี้ นั ไมเ่ ทย่ี ง อนั นม้ี นั แปรปรวน อนั นเ้ี กดิ ขน้ึ แลว้
ก็ดับไป เด๋ียวจะลงไปในแง่ของความไม่สวยไม่งามเป็น
ปฏกิ ลู กล็ งไป มนั จะเหน็ ลงไป แตถ่ า้ เราจบั เปน็ ธาตเุ ฉยๆ น่ี
คอื เป็นธาตุ ถา้ เราไมเ่ หน็ ซ้อนลงไปอีก วา่ มนั เป็นไตรลกั ษณ์
มนั ไมเ่ ทย่ี ง กจ็ ะหลงอนั นนั้ อกี หลงไปอกี จะสำ� คญั วา่ อนั นน้ั
มนั คอื ตวั ตนเราเขาสตั วบ์ คุ คล แลว้ กจ็ ะไปทำ� แบบทวี่ า่ หลงไป
วา่ งนั้ เถอะ กถ็ า้ เปน็ ปฏกิ ลู กป็ ฏกิ ลู จรงิ ๆ นะ เบอ่ื หนา่ ยจรงิ ๆ
แล้วก็ส�ำคัญว่าธาตุก็ไปนอนหมกอยู่กับไอ้กองขยะก็อยู่ได้
วา่ งนั้ เถอะ เพราะอนั นน้ั คอื ธาตอุ ะไรอยา่ งนนั้ แหละ ตอ้ งเหน็
ซ้อนลงไปอีก เห็นซ้อนลงไปอีกว่าอันนี้มันคือมันแปรปรวน
มนั ไม่เทยี่ ง ถ้าเราเห็นอยา่ งนเ้ี รื่อยๆ เห็นเรอื่ ยๆ

50

มันก็อยู่ที่จริตนิสัย บางคนก็ลงไปที่ธาตุมันจะเห็นชัด
บางคนไปอสุภะ เห็นความปฏิกูล พวกราคะจริตมันจะไป
เป็นปฏิกูล พอปฏิกูลมันจะสบาย จิตมันจะสบาย ไปเห็น
แลว้ พวกนพี้ อมนั เหน็ แลว้ เบอ้ื งแรกถา้ เรายงั ไมม่ คี วามสงบนี่
มันก็น้อมไปสู่ความสงบเข้าไปอีก พิจารณาเข้าไปอีกมันก็
ไหลเข้าสู่ความสงบ พอความสงบบริบูรณ์พอตัวมันแล้ว
มันจะออกไปทางปัญญา คอื หมายความว่าพอเราพิจารณา
ไปแลว้ มนั จะเห็น เห็นไปเรอ่ื งของไตรลกั ษณ์ เห็นไปในเรือ่ ง
ของธาตุ มันจะละไปได้ ละไปได้ ในเบอื้ งแรกถ้าเราจะจับมา
เปน็ สมถะ มนั กเ็ ปน็ สมถะ มนั กก็ รรมฐานอนั หนง่ึ พจิ ารณาไป
พจิ ารณาไป มนั จะไปเปน็ อะไรกช็ า่ งมนั เถอะ ไมต่ อ้ งไปสนมนั
มันก็จะไปของมันนะ ถ้ามันอยู่ในเรื่องของความสงบ
มันก็จะไปสู่ความสงบ ท่านให้ชื่อว่าสมาธิเท่าน้ันเองนะ
พอมันโตข้ึนไป มันท�ำไปเร่ือยๆ สมาธิมันแน่นข้ึน มันก็จะ
เปลยี่ นของมนั มนั ก็จะแยบคาย มันกจ็ ะโตขนึ้ มนั กจ็ ะเป็น
ปัญญา เราอย่าไปคิดว่าเราอยู่ขั้นนั้นขั้นน้ี หรืออยู่ตรงไหน
ไมต่ อ้ งไปคดิ มัน ไม่ต้องไปสนใจมัน

หน้าท่ีเราคือเดินอย่างเดียว เดินเข้าไป ท�ำเข้าไป
อนั ไหนถกู เราทำ� เขา้ ไปอยใู่ นกายเราอยใู่ นใจเรา ไมผ่ ดิ ๆ
แต่จับส�ำคัญให้มั่น แต่ถ้าคนไหนมีฐานของความสงบอยู่
แล้วนี่ มันก็ง่ายๆ ง่ายที่จะไปพิจารณาออกมาแล้วให้มัน
เห็นเป็นสภาวธรรม บางองค์บางท่าน ท่านเห็นท่านก็เห็น
เห็นสว่ นของกาย เหน็ ส่วนเดียวเทา่ น้ันแหละ เห็นสว่ นหน่ึง
ส่วนอันนั้นเป็นกาย แตอ่ ันเดยี วกัน แลว้ แตน่ สิ ยั วาสนาทเี่ รา

51

เคยบ�ำเพ็ญมา ตรงนีท้ ท่ี ่านถงึ ว่าครูบาอาจารยถ์ ึงวา่ พอมนั
เหน็ แลว้ น่ี ถ้ามันเห็นแลว้ มนั จะเห็นเปน็ อันหนึง่ อนั เดยี วกนั
โลกธาตุจะราบ เห็นเทา่ กนั มันไม่มีสูงมตี �ำ่ ไม่ใชว่ า่ เหน็ คนน้ี
แล้วไม่เห็นคนน้ัน ถ้าเราเห็นผมเส้นหนึ่ง ก็คือทั่วโลกก็คือ
อันเดียวกัน ในความหมายของความเป็นธาตุนะ มันเป็น
สภาวธรรมอันเดียวกัน ในความเป็นหญิงเป็นชายเป็นเร่ือง
ของสมมุติแลว้ ความเป็นเดก็ เปน็ ผใู้ หญ่เปน็ เรอื่ งของสมมตุ ิ
แตท่ างธรรมก็คอื ว่ามันเป็นธาตอุ ันหนงึ่ เป็นสภาวะอันหนงึ่
เสมอกันหมด มีขึ้นมีลง มันก็คืออยู่ในเรื่องของความ
เปลยี่ นแปลง ความไมเ่ ทย่ี ง ความทกุ ข์ ทนี เี้ ราไมร่ จู้ ะไปจบั อะไร
เพราะจบั อะไรคอื สงิ่ นนั้ จะแปรปรวน สง่ิ นนั้ จะไมเ่ ทย่ี ง ไปจบั
มันๆ กร็ ้อน มันจะทกุ ข์ จบั มันกไ็ มไ่ ด้ เพราะว่ามนั กไ็ ม่ใชเ่ รา
ไม่ใช่ของเรา มันก็แปรปรวน มันก็เห็นเร่ือยๆ เห็นเร่ือยๆ
มนั กค็ ลายความยดึ มนั่ ถอื มน่ั คลายความเพลดิ เพลนิ แตไ่ อค้ น
ทจ่ี ะเหน็ ตรงน้ี แลว้ มนั เหน็ ชดั นี่ เปน็ เรอ่ื งทเี่ ราจะตอ้ ง อยา่ เพง่ิ
ไปไวใ้ จมนั บางคนเขา้ ใจวา่ ใช่ อยา่ งน้ี บางคนเขา้ ใจวา่ ถงึ แลว้
อะไรอย่างน้ี บางคนเข้าใจว่าถกู แลว้ อะไรอย่างน้ี

ฉะนน้ั ครบู าอาจารยท์ า่ นจงึ สอนวา่ ไอส้ ง่ิ ทเ่ี ราปฏบิ ตั ิ
เขา้ ไป มนั มคี วามละเอยี ด มนั มคี วามอศั จรรยต์ า่ งๆ อยา่
เพงิ่ ไปเขา้ ใจวา่ มนั ใชเ่ ลย อยา่ เพง่ิ ไปเขา้ ใจ ถา้ เราเขา้ ใจวา่
ใชแ่ ลว้ ไปหยดุ อยู่ ตรงนน้ั กค็ อื สงิ่ ทเ่ี ราจะหลงได้ หลกั ของ
ครูบาอาจารยท์ า่ นถึงสอนวา่ ใหเ้ ราปฏิบัติเข้าไป อยา่ ไปคิด
ว่ามันถึงแล้ว หรืออะไรต่างๆ เดินเข้าไปอย่างเดียว ถ้ามัน
ใช่จริงๆ มันก็จะสันทิฐิโก มันไม่ต้องถามแล้ว แต่ถ้ามันยัง

52

ไมใ่ ชม่ นั กจ็ ะยงั ทงั้ ทวี่ า่ ถกู แลว้ แตก่ ย็ งั สงสยั เอะ๊ ๆ อะไรตา่ งๆ
พอไปถามคนนู้นกน็ ้อมเขา้ มา เออใช่ๆ ใชแ่ ลว้ ใชๆ่ พอไปดู
ตำ� รา กเ็ ออใช่ สงสยั ว่าใชแ่ ลว้ คนนั้นกใ็ ชแ่ ล้ว แล้วก็หยุดอยู่
หยุดอยู่ว่าถึงแล้ว หยุดอยู่ว่าใช่แล้ว หยุดอยู่ว่าเป็นแล้ว
แต่ค�ำว่าสันทิฐิโกของพระพุทธเจ้าท่าน เม่ือมันเข้าไป
เปลยี่ นทจ่ี ติ แลว้ ผนู้ นั้ จะตอ้ งรู้ ตอ้ งรู้ ตอ้ งรโู้ ดยทไ่ี มต่ อ้ งไป
ถามใคร ทา่ นจงึ อปุ มาไปวา่ แขนเรามนั ขาดออกไป ตอ้ งรู้
ว่าแขนขาด แต่ก่อนมันมีแขนอยู่ ตอนนี้ขาด ไม่ต้อง
ไปถามใคร ต้องรู้ว่ามันขาด ต้องรู้ว่ามันขาด น้ีธรรมะ
พระพทุ ธเจา้ เปน็ เรอื่ งทวี่ เิ ศษ เปน็ เรอ่ื งทเี่ ฉพาะ ซงึ่ หยบิ ยก
ขึ้นใหก้ ันดูไม่ได้ ส่งิ ทีพ่ ระพุทธเจา้ ท่านเอามาบัญญตั ิ ใหเ้ รา
พอเห็นเป็นรูปร่างได้ เป็นทิศทางได้น้ี เป็นพระปัญญาของ
พระองค์มากทีเดียว สูงสุดทีเดียว เพราะเป็นสิ่งที่พ้นวิสัย
ทจี่ ะเอามาบรรยายให้เป็นโวหาร ใหเ้ ป็นคำ� พดู ไมม่ ีทางเลย
จะเอาเครอ่ื งมอื อะไรกต็ ามจะเอาวตั ถอุ ะไรกต็ าม จะมาทำ� ให้
มันเหมอื น มันไมม่ ที างเหมอื น ไม่มีทางเหมือนไดเ้ ลย

บรรยายให้ฟังก็เป็นเรื่องหน่ึง เป็นเรื่องโวหารไปอีก
เป็นเรื่องสัญญาไปอีก เป็นเร่ืองความจ�ำไปอีก แต่ไอ้ความ
จริงทม่ี ันเปน็ จริงๆ นี่ ทท่ี า่ นบอกไว้รูปเปน็ อย่างนี้นะ เวทนา
เปน็ อย่างนี้นะ สัญญาอยา่ งน้ีสังขารอย่างน้ี ไอเ้ วทนาจริงๆ
ในตัวจริงมันเป็นยังไง ไอ้สัญญาจริงๆ ที่เราไปก�ำหนดรู้ใน
จติ เราเป็นยังไง ไอส้ งั ขารปรงุ แต่งมันเปน็ ยังไง ไอส้ ญั ญาใน
หนงั สอื มนั อยา่ งหนงึ่ นะ ไอส้ ญั ญาทม่ี นั เกดิ ทมี่ นั ดบั ทไี่ ปเหน็
ในใจนม่ี นั อกี อยา่ งหนงึ่ ไมม่ ตี วั เลขไมม่ ตี วั หนงั สอื นะ ตอ้ งเอา

53

ไปปฏบิ ตั แิ ลว้ เอามาดเู อามาตรวจสอบ เอาสง่ิ ทพ่ี ระพทุ ธเจา้
ท่านบัญญัติไว้แล้วน้ี เอามาเทียบเคียง โอ้โห บอกไว้หมด
ละเอียดยิบ ท่านบอกไว้ขนาดนัน้ เถอะ ทำ� ไมทา่ นถึงกำ� หนด
ได้ทั้งหมดๆ น่ีไงพระปัญญาของพระพุทธเจ้าที่ท่านวางไว้
ท้ังหมด คือพระไตรปิฎกเป็นเล่มออกมาจากใจ ท่านวาง
ไวห้ มดให้เห็น จะเป็นส่งิ ทีใ่ นสภาวะความจรงิ มันไมม่ ตี ัวเลข
มันไมม่ ตี วั อักษร ไมม่ ีตวั หนังสือ ไมม่ ีๆ ไมม่ ที ัง้ ส้นิ มแี ตว่ ่า
เอาจิตเข้าไปสัมผัสไปรับรู้จริงๆ แล้วคนท่ีแยบคายได้มากก็
สามารถทจ่ี ะจบั เอาสงิ่ เหลา่ นน้ั รวู้ า่ แตล่ ะขณะๆ เปน็ อยา่ งนน้ั
เอามาเทียบเคียงกับโวหารของพระพุทธเจ้า สมมุติบัญญัติ
จึงมาบอกได้ว่ามันเป็นอย่างน้ันมันเป็นอย่างน้ีๆ แต่ถ้าเรา
ไปเอาตรงน้ันมาเลย ไม่มีทาง ไม่มีทางเพราะมันไม่รู้ สิ่งท่ี
จะบอกออกมา

แต่ว่าสิ่งที่จะยืนยันกับเราแน่ๆ ก็คือท่ีท่านว่าสันทิฐิโก
ตรงนั้นท่ีว่ามันไม่เปลี่ยน ตรงท่ีมันไม่เปลี่ยน ตรงท่ีมันขาด
ออกไป ตรงท่มี ันไม่กลบั กลอก ตรงทห่ี ลวงตาท่านถึงพดู วา่
เวลาทา่ นขึน้ ไปแล้วมันไปเกาะอยูแ่ ลว้ มันไมเ่ ส่ือม เกาะแลว้
เกาะติด และทา่ นแน่ใจวา่ มันไมเ่ สอ่ื ม ท่ีเราไดย้ ินท่านเทศน์
เรือ่ ยๆ ทที่ า่ นนั่งตลอดทงั้ คนื คนื แรก เป็นจุดทที่ ่านบอกว่า
ไมเ่ สอื่ ม ไม่เส่ือม แนใ่ จว่าไมเ่ สือ่ ม ท่านสามารถจะแน่ใจวา่
นน่ั ทา่ นจะไมเ่ สอ่ื ม ขน้ึ ไปปบ๊ั เกาะปบุ๊ กต็ ดิ ถา้ ทา่ นขน้ึ ไปขนาดนน้ั
ความสงบมันก็เป็นความสงบในเรื่องของเป็นอริยะ มันสงบ
ของมนั เพราะมนั ละกเิ ลสสว่ นหนงึ่ มนั สงบกส็ งบเยน็ ตวั ไปเลย
เป็นความสงบท่ีมันไม่ใช่เป็นโลกิยะ มันเป็นโลกุตตรสมาธิ

54

ความสงบท่ียืนตัวเพราะละกิเลสได้ ความสงบที่ยืนตัวน้ี
มันจึงหามาเถอะ สัมผัสกับส่ิงต่างๆ แล้วมันก็จะเข้าใจส่ิง
เหล่านั้นโดยธรรมชาติ ที่มันหมุนตัวเป็นธรรมชาติจริงๆ
แยกๆ คลค่ี ลายสง่ิ ตา่ งๆ ทม่ี นั เกยี่ วขอ้ ง เพราะจติ ทม่ี นั ทรงตวั
อยู่บางส่วน ที่ครูบาอาจารย์ถึงว่า ว่างเป็นส่วน เป็นส่วน
ต่างๆ นานา เป็นเร่ืองท่ีเราฟังแล้วเราก็น่ันนะ ฟังมากก็ดี
ส่วนหนงึ่ แต่อยา่ เอาไปสับสน อยา่ เอาไปปนเป หลายครูบา
อาจารยท์ า่ นอยสู่ ่วนหนง่ึ แตอ่ ยา่ ท�ำใหเ้ ราลงั เลสงสยั ลงั เล
สงสัย ทุกทา่ นดีหมด ทกุ ทา่ นยอดเย่ียมทัง้ หมด ทง้ั หมดเลย
บุญวาสนาท่านที่ท่านได้ปฏิบัติได้ถึงขนาดน้ันยอดเย่ียม
แตน่ น่ั คอื เรอื่ งของทา่ น เรอื่ งของทา่ น เรอื่ งของเราแตล่ ะคนน้ี
กค็ อื วา่ ตอ้ งเอาแนวทางทา่ นมาดำ� เนนิ จรงิ ๆ แลว้ กม็ าคน้ ควา้
ดูตัวเองจริงๆ คือส่ิงที่เราจะได้สมบัติของเราล่ะ นี่แหละ
ของเราแท้ ฝากเอาไว้

ศิษย์ : ต้องกราบขอบพระคณุ ค่ะ อนั นเี้ ปน็ อุบายจริงๆ

55

56

๐๒

เทศนาธรรม

๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ วัดป่าตอสีเสยี ด

ทา่ น : เป็นไงไมไ่ ดม้ านาน ภาวนาเปน็ อย่างไรบ้าง
ศษิ ย์ : ยังลม้ ลกุ คลุกคลานอย่คู ะ่
ทา่ น : นา่ จะเก่งกันข้นึ
ศษิ ย์ : ยงั ไมส่ ฟู้ ากตายอยา่ งทา่ นอาจารย์ ทา่ นสฟู้ ากตาย
มนั ยากตรงผา่ นเวทนากนั ไมค่ อ่ ยไดเ้ พราะเวลาทน่ี ง่ั ไปนานๆ
แลว้ มนั ปวด ท่านอาจารยท์ ำ� อยา่ งไรคะ
ท่าน : มันแล้วแต่ แล้วแต่อุบาย แล้วแต่นิสัย ของส่ิง
ที่เราด�ำเนินสะดวก เวทนาที่เราจะสู้กับมันได้ ก�ำลังใจเรา
มนั ต้องฝกึ หัดกันพอสมควร หมายถงึ ก�ำลงั ใจนะ ในเบื้องตน้
เรากฝ็ กึ แบบอยา่ งนีแ้ หละทัว่ ๆ ไป อาจจะได้บ้างชั่วโมงสอง
ชว่ั โมง แตท่ เ่ี ราจะสเู้ ขาแบบทวี่ า่ แบบนน้ั เราตอ้ งผา่ นอะไรมา
พอสมควร ฉะนั้นจริงๆ เวทนามันเป็นเรื่องท่ี สักวันเราก็

57

ตอ้ งเจอ แตว่ า่ ในเบอื้ งแรกนอี่ าตมายงั คดิ วา่ การพจิ ารณากาย
การที่เราจะเข้าไปรู้จักร่างกายนี้นะ ท�ำตรงนี้ให้มันชัดก่อน
ลองหาตรงนี้ให้มันชัด เพราะมันจะคลี่คลายร่างกายให้มัน
เหน็ ตามความเป็นจรงิ ได้ชดั เจน ถ้ามันเข้าใจตรงน้ี เรามหี ลกั
ตรงนแ้ี ลว้ จะกา้ วตอ่ ไปมนั จะเปน็ เรอื่ งที่ ไมไ่ ดห้ นกั หนาอะไร
เพราะหลักมันก็จะหลักจากอันน้ีไป จะว่าหลักจากตรงนี้
มนั เปน็ หลกั ซงึ่ เราจะตอ้ งเขา้ ใหถ้ กู ทาง ทำ� ใหถ้ กู ทางใหต้ รงทาง

ศิษย์ : แต่น้ีท่านอาจารย์ใช้วิธี สมมุติว่ามันเกิดอะไร
อยา่ งนี้ ท่านอาจารยใ์ ชว้ ิธี พจิ ารณาไตรลักษณล์ ง ใช่ไหมคะ
หรอื ท่านอาจารย์กแ็ ล้วแต่

ท่าน : พูดถึงเวทนาหรอื
ศิษย์ : คะ่
ท่าน : เวทนามันลงท่ีตรงน้ัน มันลงที่ตรงน้ัน สุดท้าย
มันไปลงท่ีตรงน้ัน มันจึงจะสู้ถึงที่สุดของมัน ถึงที่สุดของ
แต่ละคนนะ
ศิษย์ : ค่ะ
ท่าน : ส่วนใหญ่เวทนาก็ยังสู้กันอยู่ เราก็ต้องวาง
วางชีวิตเราเอาไวเ้ ลย เขา้ ไปถงึ ตรงน้นั เลย แล้วกเ็ ข้าไปอยา่ ง
ที่ว่า อาการของจิตที่มันเกิดข้ึนเต็มท่ีแล้วมันก็ดับลงไป
จนกว่าเราจะไปเห็นตรงน้ันชัดว่า ในสิ่งที่เรายึดว่ามันเป็น
เวทนาจริงๆ มันเป็นอาการ กว่าท่ีใจจะยอมรับตรงนั้น
มนั ตอ้ งฝึกมาพอสมควร

58

59

60

๐๓

เทศนาธรรม

๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ณ วัดปา่ ตอสเี สียด

อาจารยว์ า่ สงิ่ ทพ่ี วกเราไดย้ นิ ไดฟ้ งั มนั นา่ จะบรบิ รู ณแ์ ลว้
ครูบาอาจารย์หลวงตาท่านเทศน์ โอ้โห สุดยอดแล้ว
สุดยอดแล้ว พวกเราได้ฟังท่าน มีโอกาสได้ท�ำบุญทำ� ทาน
กับท่าน และได้ฟังธรรมะท่านต้ังแต่ท่านยังแข็งแรงมีก�ำลัง
จนในวัยปลายทา่ น ท่าน ๙๖ จะเต็มสงิ หานี้ ก็ถือสิ่งท่ที ่าน
ถา่ ยทอดใหพ้ วกเราน่ี เรยี กวา่ หมดเปลอื กจรงิ ๆ หมดทกุ อยา่ ง
หมดทุกกิทุกกี ไม่ได้เก็บเอาไว้เลย อาจารย์ก็คิดว่าพวกเรา
มีบุญมากนะ มาก เหลือแต่ท�ำเท่านั้นแหละ ท�ำให้มันได้
เทา่ นนั้

ท่าน : เป็นไงภาวนา คราวท่ีแล้วนานแล้วไม่ได้มา
ก้าวหน้าอย่างไรบ้าง (ท่านพระอาจารย์ถามประสบการณ์
ภาวนาของลกู ศษิ ยแ์ ต่ละคน)

61

ศิษย์ ๑ : ก้าวแลว้ กถ็ อยลง ก้าวแล้วกถ็ อยลงคะ่
ศษิ ย์ ๒ : กต็ งั้ ใจปฏบิ ตั คิ ะ่ แตก่ ย็ งั วดั ผลยงั ไมค่ อ่ ยชดั เจน
ศษิ ย์ ๑ : แตท่ ำ� ใหร้ สู้ กึ วา่ เหมอื นกบั วา่ ตวั เองละเอยี ดขนึ้
ถ้าเป็นโดยรวมนะค่ะ อาจจะดีข้ึนนิดหน่อยที่ว่ารู้ตัวมากข้ึน
เหน็ อารมณอ์ น่ื ๆ ทมี่ นั กวนเราเยอะขนึ้ อะไรอยา่ งน้ี บางครงั้ ทนั
บางครงั้ ไมท่ นั แตว่ า่ การภาวนาโดยรวมสตยิ งั ไมค่ อ่ ยดี สมาธิ
ก็เลยยังไม่ค่อยแน่น ยังได้เป็นช่วงๆ ตอนนี้ก็มาบริกรรม
อสุภะอาการ ๓๒ อะไรอย่างนี้ ยาวขึ้นเผ่ือจะเผลอสติ
นอ้ ยลงค่ะ
ศษิ ย์ ๒ : เวลาทำ� อะไรอยูก่ ใ็ ห้มสี ติตามรอู้ ยู่กบั ปัจจุบนั
และก็พยายามมองอะไรให้เป็นไตรลักษณ์ พิจารณาเกิดแก่
เจ็บตายอยู่เร่ือยๆ ดูกายก็ค่อนข้างจะได้บ่อยเข้า ส้ันเข้า
ได้เร็วเข้า
ท่าน : แล้วเราล่ะ
ศิษย์ ๓ : ไม่ค่อยไดม้ าวัด ๒-๓ ปี จรงิ ๆ แตก่ ็ฝึกอย่เู ป็น
ประจ�ำ ฝึกมากห็ ลายปี ถ้าถามถึงความกา้ วหนา้ โดยสว่ นตัว
ก็ค่อนขา้ งม่ันใจ เพราะวา่ จากเมือ่ ๓๐-๔๐ ปีกอ่ น ท่ีเปน็ คน
มงุ่ มน่ั เรยี นหนงั สอื เกง่ ทำ� งานเกง่ อะไรอยา่ งนี้ ทางโลกยงั เยอะ
แต่ช่วงหน่ึงของชีวิตก็มาอยู่กับพ่อแม่ครูบาอาจารย์เยอะ
มาทกุ เดอื นมาปฏบิ ตั ทิ ี ๔-๕ วนั สง่ิ หนงึ่ ทไ่ี ดใ้ นชวี ติ มนั นงิ่ ขนึ้
อารมณ์มันมีอยู่มันเห็นอยู่ สมมุตินะค่ะ อย่างเช่นว่าการ
เลื่อนต�ำแหน่ง ซึ่งถ้าในอดีตเราอาจจะมีใจแบบเป็นอะไรท่ี

62

ตอ้ งแยง่ ชิง แลว้ เรากช็ นะเราก็มคี วามสุข แต่พอมาชว่ ง ๕-๖
ปีหลัง มันเฉยๆ มันกลับเห็นตัวทุกข์เกิดขึ้น ซ่ึงครั้งหนึ่ง
มนั เคยเกิดอาการเบื่ออยากออกบวช แตต่ อนหลงั ก็เขา้ ใจว่า
ภาระชีวิตมันเยอะค่ะ แต่ก็ฝึกอยู่ ก็เรียกว่าก้าวหน้าใน
ความคิดเห็น แต่สิ่งหนึ่งท่ีมันเป็นปัญหาจริงๆ เวลานี้
มันอยากจะวางภาระท้ังหมดแล้วก็มาลองเอาให้มันลึกชนิด
ถ้ามันจะต้องไปอีกข้ันหนึ่ง ตรงน้ีอย่างสมมุติตี ๓ วันปกติ
ท�ำงาน เราก็จะต้องตื่น คือจิตก็จะนิ่งลงสว่างของมันอยู่
อย่างน้ัน ถ้าจะท�ำน่ิงเฉยๆ มันก็อยู่แค่ตรงน้ัน เพราะเรา
ไมใ่ หล้ งลกึ แบบเวลาทเ่ี ราจะทำ� ยาวมนั ไมม่ ี เรานงั่ ไดส้ กั ชวั่ โมง
สองชั่วโมงเราตอ้ งลกุ ไปท�ำกจิ ธุระสว่ นตัว แต่ถามวา่ ระหว่าง
ทำ� กจิ ธรุ ะน่ี มนั จะไปเรอ่ื งอนื่ ฟงุ้ อะไรอยา่ งนมี้ นั ไมม่ ี มนั กค็ อื
ท�ำแล้วมันก็มีสติของมันอยู่ตรงนั้น แต่มันก็ คือมันมีความ
รู้สกึ วา่ ถา้ มนั จะตอ้ งไปอีกมันไม่ใช่แคน่ น้ี ะค่ะ กไ็ มท่ ราบวา่
ควรจะท�ำอย่างไรดี สมมุติว่าอย่างเดินน่ี ถ้าสมมุติเราดู
ธาตุ ๔ เห็นน่ี ดูผมปบุ๊ พอมนั จะรว่ งก็ดูมนั เป็นธาตุ เหน็ อยู่
อย่างน้ัน ว่ามันไม่เท่ียงมันอะไร แต่เราก็ไม่สามารถต่อมัน
มนั มคี วามรสู้ กึ วา่ มนั ไมใ่ ช่ มนั หยดุ มนั นา่ จะเปน็ คอื ครงั้ หนง่ึ
มันนานมาเป็น ๒๐ ปีได้ ที่มันเกิดอาการคร้ังหน่ึงว่า
มันเหมือนผมงอกข้ึนแล้วก็ร่วงหลุดไป หมดไป มันแบบวืด
ข้ึนมา มันเหมือนเป็นนิมิตบางอย่าง ซึ่งมันยังจ�ำภาพน้ัน
ไดอ้ ยู่ แตพ่ อเรามาทำ� ณ ปจั จบุ นั แลว้ มนั ไมใ่ ช่ มนั เปน็ เหมอื น
สัญญาทเี่ รารสู้ กึ แตม่ นั ไมใ่ ช่นะคะ่ ทา่ นอาจารย์

ทา่ น : อืม ฟังๆ พอร้เู รือ่ ง แลว้ เราล่ะ

63

ศษิ ย์ ๔ : ลูกนะค่ะ ยงั ไปไม่ถงึ ไหนเลยคะ่ แคน่ ง่ั ใหส้ งบ
นนี่ ะกค็ ่อนขา้ งยาก แตก่ ็พยายามทำ� นะค่ะ แต่กไ็ มค่ ่อยสงบ
เท่าที่ควร มันก็ยังไปนู้นไปนี่อะไรอย่างน้ี แต่ก็พยายาม
ดงึ กลบั ก็ใช้พุทโธๆ อยา่ งน้ี กพ็ ยายามทจ่ี ะนัง่ แต่ก็ค่อนขา้ ง
สงบยาก ทา่ นสอนวา่ ตอ้ งสงบกอ่ นนะแลว้ คอ่ ยพจิ ารณา กแ็ ยง้
ตวั เอง เอ มันยังไม่สงบน่ีแล้วจะพจิ ารณาไดย้ งั ไง ใช่ไหมคะ
มันก็เหมือนไก่กับไข่ ตกลงถ้ามันยังไม่สงบก็ไม่พิจารณา
แล้วถ้าเราไม่สงบเราจะพิจารณาก่อนได้ไหม อะไรอย่างน้ี
นะค่ะ แต่ว่าดีกว่าเก่าดีกว่าสมัยเม่ือสิบยี่สิบปีอะไรอย่างน้ี
เรอื่ งสตอิ ะไรอยา่ งน้ี แตว่ า่ ไอเ้ รอ่ื งสงบนยี่ งั ยาก มนั จะมนี านๆ
คร้ังหนงึ่ อะไรอยา่ งนคี้ ่ะ

ทา่ น : อมื เขา้ ใจ อาจารยเ์ ขา้ ใจ แลว้ เราละ่ พดู ไทยไดไ้ หม
ศิษย์ ๕ : พูดได้ค่ะ
ท่าน : เปน็ ไงภาวนา
ศิษย์ ๕ : เคยภาวนาแบบว่าเอาความรู้สึกมาอยู่ตรงนี้
(ตรงกลางอก) เวลามอี ารมณต์ า่ งๆ คะ่ แลว้ กท็ ำ� มาเกอื บ ๓ ปแี ลว้
ตอนนี้จะวาง กว็ างมาได้หลายเดอื นแล้ว แล้วตอนน้มี ันชอบ
จะกลบั มาอยเู่ รอื่ ยนะคะ่ แลว้ ตอนนเี้ หมอื นกบั ปลอ่ ย ปลอ่ ย
ไปเลยไมค่ ่อยไดน้ ่ังสมาธิ กด็ สู ัมปชัญญะไป เหน็ ขนึ้ กร็ บู้ า้ ง
ท่าน : ๕ อย่าง ๕ แบบ อืม คนละแบบ นี่ก็คือส่ิงท่ี
พวกเราเล่า กค็ อื ธรรมะอนั หนง่ึ เปน็ ธรรมะอย่างหนึ่ง ส่ิงที่
พวกเราเผชิญหน้ากับมัน ก็มีความหลากหลายอย่างที่เล่า

64

ให้ฟัง อย่างที่พวกเราพูด เป็นเรื่องที่เราจะต้องแก้ปัญหา
เป็นเรอ่ื งทีเ่ ราจะต้องแก้ไข เพอ่ื ท่จี ะให้กา้ วไปให้ได้ แตล่ ะคน
กจ็ ะมวี ถิ ที างของตน ของตนอยู่ ซึง่ ดูเหมือนคล้ายกนั แต่ก็
ไมใ่ ชท่ ัง้ หมด

ท�ำอย่างไรเราถึงเข้าไปเห็นถึงความจริง ความจริงซ่ึง
เป็นส่ิงท่ีจริงแท้ อย่างนี้ก็คือส่ิงท่ีเราต้องการ การด�ำเนินไป
เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ไปถงึ ตรงนน้ั ได้ กค็ อื เราตอ้ งเจอจรงิ ๆ เจออปุ สรรค
กด็ ี หรอื เจอความรสู้ กึ ตา่ งๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ ทเ่ี ราเผชญิ กบั มนั จรงิ ๆ
พวกเรากไ็ ดย้ นิ ไดฟ้ งั มาทง้ั หมด ไดย้ นิ ไดฟ้ งั มา แตเ่ พยี งแตว่ า่
เราจบั เอาอะไร จะเอาตรงไหนมาเป็นตัวต้ัง เอาตัวไหนเป็น
ตวั ถดั ไป หรอื จะทำ� อะไรยงั ไง ไอน้ มี่ นั มาพรอ้ มกนั ทา่ นเรยี กวา่
ความสงสยั ความลงั เล ความไมแ่ นใ่ จ เปน็ ปกติ เปน็ ปกติ
ของการด�ำเนินไป ตราบใดท่ีเรายังท�ำไม่ถึงที่ของมัน
แตข่ อใหท้ ำ� ไปเถดิ ท�ำๆ ไป ทำ� ไปเลย ความจรงิ ทงั้ หมด
มันก็คอื สิ่งทเ่ี ราต้องเขา้ ไปทดสอบดู เขา้ ไปท�ำดู แตก่ าร
ทำ� นนั้ มนั ต้องท�ำใหม้ ันจรงิ จัง ใหม้ นั ต่อเน่ืองจรงิ ๆ ไมใ่ ช่
ทำ� หยดุ ๆ หรือว่าทำ� แบบพอเปน็ พิธี ถ้าเราร้สู ึกเหมอื นกับ
ว่าเราป่วย เหมือนอย่างคนที่เขาต้องกลับไปนี่ เขาต้องไป
หาหมอ จริงๆ เขาก็อยากอยู่ แต่เขาต้องกลับไปก่อน
ความทกุ ขท์ างกายนที่ ำ� ใหต้ อ้ งหาหมอ กต็ อ้ งรกั ษา เขารสู้ กึ วา่
เขาป่วย เขาไม่สบาย

ทำ� อยา่ งไรเราจงึ จะร้สู ึกว่าเรากม็ คี วามทกุ ข์ทางใจ ทกุ ข์
ทางใจเป็นความทุกข์หนัก คือสาเหตุหลัก ท�ำอย่างไร

65

เราจงึ จะรสู้ กึ วา่ มนั เปน็ สง่ิ สำ� คญั ทเี่ ราตอ้ งแกไ้ ขมนั ใหไ้ ด้
เพราะวิธีแก้มันมีอยู่ ถ้าเรารู้สึกประหน่ึงว่ามันเป็นสิ่ง
สำ� คญั จรงิ ๆ สำ� คัญจรงิ ๆ ถา้ เราไมแ่ ก้มัน มนั ก็จะเรื้อรงั
ท้องเสียถ่ายก็ไม่หยุด และก็ท�ำอะไรก็ไม่ได้ เราก็อยากหาย
อยากหายปว่ ย การปว่ ยทางใจนมี่ นั เปน็ การปว่ ยซงึ่ พวกเรา
เห็นได้ยาก เห็นได้ยาก เป็นโรคซ่ึงหาคนที่จะสงบไปเลย
หาได้ยาก ยกเว้นพระอรหันต์ท่าน ป่วยทางกายนี่ยังมีวัน
ไดพ้ ักผ่อน หายบา้ ง หยดุ บา้ ง กนิ ยามนั ก็หยดุ ไปบา้ ง แตโ่ รค
ทางใจนี้เป็นโรคท่ีมันหาคนท่ีจะหายได้ยากทีเดียว แต่คนที่
จะรู้สึกว่าเจ้าของป่วยก็ยาก ยากอีกเหมือนกัน เราเห็นแต่
ความปว่ ยทางกาย เราเห็นแตค่ วามผดิ ปกติทางกาย ซ่งึ เราก็
อยากทจี่ ะบรรเทามนั มหี ยกู มยี า มหี มอทไ่ี หนดกี จ็ ะไป ไปหา
แตป่ ว่ ยทางใจน่ี เรากร็ สู้ กึ อยวู่ า่ มนั ทกุ ข์ รสู้ กึ อยวู่ า่ มนั ไมส่ บาย
รสู้ ึกอยู่ ครูบาอาจารย์ก็บอกอยวู่ า่ มันเปน็ สิง่ ทเ่ี ราควรแก้ไข

แต่ความรู้สึกจริงๆ ของเรา มันยังไม่เกิดข้ึนจริงๆ
ในใจเรา ภายในตวั เปน็ สง่ิ ทค่ี นอน่ื บอก เปน็ สง่ิ ทเี่ ราไดย้ นิ
ไดฟ้ งั อา่ นตำ� รากด็ ี ไดย้ นิ ครบู าอาจารยพ์ ดู กด็ ี แลว้ กเ็ กดิ
ความศรัทธาขึ้นมา แล้วเกิดความที่จะอยากจะปฏิบัติ
ลองดแู ลว้ มนั กเ็ หมอื นกบั ทา่ นเรยี กวา่ มนั คลา้ ยๆ วา่ ศรทั ธา
หวั เตา่ มนั ผลบุ ๆ โผลๆ่ เดยี๋ วเขา้ เดย๋ี วออก เดย๋ี วดี เดย๋ี วรา้ ย
จริงๆ เป็นอะไรท่ีมันปักลงไปไม่ได้เสียที ท�ำอย่างไรเราจึง
เหน็ ทุกข์ ทุกขจ์ ริงๆ ในใจเรา ท�ำอย่างไรเราจึงจะรูส้ กึ วา่
เราเดอื ดรอ้ นจริงๆ เปน็ ปัญหาจริงๆ เป็นสิง่ ทีต่ อ้ งแกไ้ ข
จริงๆ เหมอื นปากท้องเรา เรากต็ ้องตืน่ มาเราก็ต้องหิวโหย

66

เราก็ต้องทานอาหาร ทานข้าวทานปลา ร่างกายเราก็ต้อง
บ�ำบัด อาบน้�ำอาบท่าก็ดี พักผ่อนร่างกายก็ดี เรื่องจิตใจ
มันเป็นสิ่งละเอียดอ่อน เป็นสิ่งที่เห็นได้ยาก แต่ส�ำคัญมาก
ส�ำคัญมากทีเดียว

จรงิ ๆ แล้วนี่ ถา้ พวกเรามสี ตอิ ยู่ มีความใคร่ครวญอยู่
เราจะเห็น เราจะเห็นความทุกข์อยู่ตลอด ทุกข์ทางกาย
เป็นคร้ังคราว ทุกข์ทางใจท่ีมันคลุกคลีวุ่นวายอยู่ด้วย
อารมณ์ทั้งหลาย มันเป็นเร่ืองที่หาความสงบได้ยาก
ทเี ดยี ว ถา้ จติ ใจเราไมส่ งบอยา่ งทวี่ า่ ปรงุ แตง่ เรอ่ื งตา่ งๆ แลว้
ก็พาเราสารพัด ไอ้ความเพลินน่ี เป็นเหตุหลักที่ท�ำให้เรามี
แตเ่ รอื่ งทกุ ข์ มันมีความสขุ เล็กๆ อยู่ มันลอ่ พวกเราไว้ ไมว่ า่
จะเป็นการเป็นอยู่ก็ดี หน้าที่การงานก็ดี ครอบครัวก็ดี
ความเปน็ อยตู่ า่ งๆ เรา เรากค็ ดิ วา่ เราพงึ่ พงิ อาศยั และกเ็ พยี ง
พอทจี่ ะด�ำรงชีวิตในอัตภาพเราให้เป็นไปได้ และกไ็ ปของมัน
ตา่ งๆ กเ็ ปน็ ความสขุ ความสขุ ในโลก ความสขุ เลก็ ๆ อนั น้ี
มันเป็นเหยื่อล่อ เหย่ือล่อหัวจิตหัวใจเรา ให้เราวิ่งตาม
แลว้ กเ็ พลดิ เพลิน และกป็ ล่อยเวลาไปกับสง่ิ เหลา่ นัน้

ทา่ นจงึ สอนใหพ้ วกเราหนั เขา้ มา หนั เขา้ มา หาความจรงิ
จรงิ ๆ แลว้ ในโลกมนั ไมม่ คี วามสขุ อะไรเลย ทา่ นวา่ ความทกุ ข์
ทม่ี นั ดบั ลงไป ทมี่ นั ระงบั ไปชว่ั คราว ภาษาพระพทุ ธเจา้ ทา่ นวา่
จริงๆ นะมนั มแี ต่ความทกุ ขท์ ี่เกิดขน้ึ ตัง้ อยู่ และก็ดับไป
ไอต้ รงทด่ี บั ไป โลกกน็ ยิ ามวา่ เปน็ ความสขุ ความสขุ ทร่ี ะงบั
ตัวไปอันน้ันนะ เราก็พอใจกับมัน เราก็นอนใจกับมัน เราก็
ตายใจกับมัน จนกระทั่งว่าเวลาหนึ่งมาถึงอย่างท่ีเราป่วยไข้

67

อยา่ งนี้ หรอื อยา่ งทเี่ ราจวนตวั เขา้ มาอยา่ งนี้ เราถงึ ขวนขวาย
หรืออย่างได้ยินได้ฟังอะไรบ้าง ครูบาอาจารย์บ้างอะไรบ้าง
กข็ มีขมันขน้ึ มาบา้ ง ตักเตือนสตเิ จา้ ของขน้ึ มาบ้าง ไอ้น่กี ค็ ือ
ส่ิงทเี่ ราตอ้ งพยายาม พยายามที่จะใคร่ครวญดู จริงๆ แล้ว
ความเป็นอยู่ของเราทั้งหมดท้ังมวล ณ ปัจจุบัน มันก็ไม่ได้
มอี ะไรท่ีเป็นจรงิ จงั เปน็ เคร่ืองอาศัย เปน็ เครื่องยงั ชพี เราก็
แกไ่ ปเรื่อยๆ ทกุ ขณะ ความปว่ ยก็รออยูข่ ้างหนา้ ความตาย
กร็ ออยแู่ นๆ่ ความทกุ ขท์ างกายเปน็ ครง้ั คราวทเ่ี ราประสบอยู่
ทกุ ขท์ างใจทเ่ี ราไมไ่ ดด้ งั ทใี่ จเราตอ้ งการ สงิ่ เหลา่ นจ้ี รงิ ๆ แลว้
ถา้ เราใครค่ รวญอยใู่ หเ้ หน็ อยตู่ ลอด เรากจ็ ะเกดิ ความเบอ่ื
หนา่ ย เบอ่ื หนา่ ย เบอ่ื หนา่ ยในความสขุ ทางโลก ความสขุ
อนั เลก็ นอ้ ย เบอื่ หนา่ ยในความเปน็ อยซู่ ง่ึ มนั ไมม่ ที สี่ น้ิ สดุ
ไมร่ ู้มันจบทีต่ รงไหน

การเดินทางยาวไกลของเรา ตั้งแต่ก�ำเนิดเกิดมาจน
ปัจจุบัน กบั ชีวิตเราทจี่ ะไปขา้ งหนา้ ตอ้ งมีภพชาติแนๆ่ เรา
จะเป็นยงั ไง ต้องมาเกดิ มาแก่ มาเจ็บ มาตายอกี สิง่ เหลา่ น้ี
เป็นสิ่งที่เราจะต้องพยายามใคร่ครวญ และน้อมจิตของเรา
ให้มันเห็นโทษ เห็นทุกข์ในโลก เห็นภัยในโลก คนท่ีเห็น
อยา่ งนนั้ เขาอยู่ไมไ่ ด้ อยู่ไม่ไดใ้ นโลก จะต้องสละ คดิ หา
ทางออกจากทุกข์ เพราะเขารูว้ ่าจรงิ ๆ โลกน้ีไมม่ ีทพ่ี ึ่ง ไม่มี
ทพ่ี ง่ึ จรงิ ๆ ไมม่ ใี นโลก เปน็ เครอื่ งอาศยั ชว่ั คราวเฉยๆ พอดบั
ทุกข์บรรเทาทุกข์เป็นครั้งคราว เอาจริงเอาจังอะไรไม่ได้เลย
เป็นสามีก็ตาม ภรรยาก็ตาม บุตรธิดาก็ตาม สมบัติก็ตาม
แม้แต่ร่างกายตัวเองก็ตาม เขาก็ยังป่วยให้เห็น เขาก็ยัง

68

ทพุ พลภาพให้เห็น เขากย็ งั ไม่ไดด้ ัง่ ใจท่ีเราตอ้ งการ อยากให้
เขาไมป่ ว่ ยไมไ่ ขก้ ไ็ มไ่ ด้ ตวั เองกไ็ มใ่ ชท่ พ่ี งึ่ ฉะนน้ั มองไปใหร้ อบ
จริงๆ แล้วไอ้ท่ีที่เราอาศัยอยู่นั้น มันไม่ใช่ที่พ่ึงอันจริงจัง
อย่างนี้ ถ้าเรามองให้ดี เราก็เป็นคนอาภัพ เหมือนพเนจร
รอ่ นเร่ เพื่อหาท่พี ง่ึ อนั แทจ้ ริง รอ่ นเร่ไปตา่ งๆ ในจติ ใจทมี่ นั
ยงั หาท่ีปลงท่ีวางไม่ได้

ความทุกข์ท้ังหลายถ้าเรามองดูให้ดีแล้ว แม้คนอื่นทุกข์
กต็ าม เรากเ็ ปน็ เชน่ เดยี วกนั เรากต็ อ้ งประสบอยา่ งนนั้ เหมอื นกนั
ถ้าเรามองไปให้ไกลๆ เราจะเห็น เราจะได้ยิน นั่งอยู่น่ีก็ยัง
ได้ยนิ เสยี งของความพลดั พราก เสียงคนทร่ี ้องไห้ ของญาติ
พน่ี อ้ ง ของคนทเ่ี ขาสญู เสยี ของคนทเ่ี ขาตาย ของคนทเ่ี ขาทกุ ข์
ของคนทเ่ี ขาเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย โลกทงั้ โลกเปน็ ประหนง่ึ เหมอื นไฟ
ท่ีลุกโชน เต็มไปด้วยความร้องระงม เต็มไปด้วยความทุกข์
เต็มไปด้วยความบ่นเพ้อต่างๆ มันอยู่ตรงไหนที่มันจะไม่มี
ไม่มีความทุกข์ ตรงไหนที่มันจะมีแต่ความสุขอันจริงจัง
มองออกไป ทง้ั ตวั เราเองก็ตาม ทง้ั คนท้งั หลายกต็ าม นก่ี ค็ ือ
สิง่ ทถ่ี ้าเราเหน็ ถา้ เราใคร่ครวญอยู่เร่ือยๆ ความเพลินมัน
ก็จะน้อยลง ความเห็นโทษเห็นภัยในโลกมันจะมากข้ึน
มนั กจ็ ะสละปลอ่ ยออกมา แรกๆ กเ็ ปน็ ครงั้ คราว มาวดั มาวา
บา้ ง มากราบครบู าอาจารยบ์ า้ ง มาไดย้ นิ ไดฟ้ งั คำ� สอน ทำ� บญุ
ท�ำทานบ้าง ได้ความสุขอันละเอียด ความสุขอันประณีต
ทใ่ี นโลกเขาไมม่ ี มันพอใจที่จะมา ฝนตกก็มา ล�ำบากแค่ไหน
กม็ า มันอมิ่ ใจ มันดใี จได้ท�ำบญุ ล�ำบากกไ็ มว่ ่า งานการก็มี
ภาระกม็ ี เรากอ็ อกมา

69

เปน็ ความสขุ ละเอยี ดขน้ึ มา จากความสขุ หยาบๆ ทเ่ี รา
เคยไปเทยี่ วเตรด็ เตรร่ อ่ นเร่ ดตู ามทท่ี ม่ี นั สนกุ สนาน เรากเ็ หน็
ว่าอันน้ันมันไร้สาระ ไม่ได้มีอะไรความสุขแบบนั้น มากเข้า
มากเขา้ มนั กจ็ ะเหน็ เหน็ ความละเอยี ดขนึ้ ไปอกี เหน็ การสละ
ออกมาจากความกงั วลเปน็ ครง้ั คราวอยา่ งทวี่ า่ ออกมาอยู่
ออกมาปฏิบัติบ้าง ห่างออกจากความกังวลท้ังหลาย
มนั ยงั ตดั ไมไ่ ดห้ รอก แตว่ า่ เราตอ้ งหา่ งออกมาบา้ ง จากความ
เกี่ยวข้องของญาติพี่น้องก็ดี จากครอบครัวก็ดี จากหน้าท่ี
การงานกด็ ี ตดั ความกงั วลทง้ั หลายทเี่ รามอี ยู่ เราตอ้ งหา่ งมนั
ความพะรุงพะรังก็จะน้อยลง มันจะเบาลง และก็มีความ
สงบสงัดของสถานท่ี มีความวิเวกพอสมควร เราก็เอา
บทธรรม หรือธรรมะที่เราชอบเอามาฟังให้ติดต่อต่อเน่ือง
มันถงึ จะกา้ วหนา้ ฟังเข้ามากเขา้ เร่ือยๆ มนั กจ็ ะดูดดม่ื จิตใจ
มนั จะดูดดม่ื เห็นผลล่ะ ความสงบแตก่ อ่ นนีเ้ คยไดย้ ินครูบา
อาจารย์เขาเล่าให้ฟังมันเป็นอย่างไร มันรวมเข้ามาเป็น
อยา่ งไร มันเดน่ มนั หนกั มนั แนน่ มนั เป็นอยา่ งไร ความสงบ
จริงๆ มันเป็นยังไง เกิดข้ึนประจักษ์ใจเจ้าของก็ไม่ได้
สงสยั ไมไ่ ดล้ ังเล เห็นผลเหน็ คณุ คา่ ข้นึ มาล่ะ ขยันขนั แข็ง
ไม่ต้องรอ้ งบอกเลย ทำ� ได้ทัง้ วนั ทัง้ คนื มนั เหน็ ความสขุ เหน็
ความอัศจรรย์ เหมือนเราหารายได้ เรามีรายได้ เราได้ราย
ได้ในส่ิงเหล่านั้น เราได้ผลก�ำไร ก็เกิดความขยันหม่ันเพียร
เกดิ ขน้ึ แตก่ วา่ จะเขา้ ไปตรงนน้ั ได้ กวา่ จติ จะสงบได้ มนั ตอ้ งใช้
ก�ำลังแห่งความดี ก�ำลังแหง่ ความเพยี ร ก�ำลังแห่งสติปัญญา
ให้มันต่อเนื่อง ธรรมบทใด อารมณ์ใดที่เราจะใคร่ครวญ

70

ให้มันสงบ ระลึกอยู่ต่อเน่ืองในธรรมนั้นก็ได้ หรือเราจะ
ใคร่ครวญ ในอสุภะในร่างกายเรา อันนี้ก็เป็นการภาวนา
อันหนึ่ง จติ เราทม่ี ันเคยฟ้งุ ซา่ นจากอารมณท์ ้งั หลาย มันจะ
หดตวั ลงไป

ครบู าอาจารยท์ า่ นจงึ บอกวา่ สมาธมิ นั จะเกดิ ความสงบ
มันจะเกิดขึ้นได้ อาศัยสมถะก็มี สงบด้วยอาศัยปัญญา
ก็มี สงบได้ท้ังคู่ แล้วแต่เหตุปัจจัย แล้วแต่นิสัยของ
แต่ละคน ด�ำเนินให้ถูกทาง นิสัยบางนิสัยชอบอยู่กับ
คำ� บรกิ รรม ไม่ชอบปรุงแตง่ ไม่ชอบฟุ้งซา่ นวุน่ วาย ไมช่ อบ
คิดปรุงต่างๆ อยู่กับบทธรรมบทใดบทหน่ึง จดจ่อต่อเนื่อง
ท�ำอยู่ตลอด ท�ำไม่หยุดไม่ถอย จิตก็จะรวมตัวเข้าสู่ความ
สงบได้ หรอื อกี แบบนสิ ยั หนงึ่ ใครค่ รวญในเหตใุ นผล ใครค่ รวญ
ในรา่ งกาย ใครค่ รวญในความเปน็ ปฏกิ ูล ใครค่ รวญในความ
ไม่เท่ียง ใคร่ครวญในความที่เป็นทุกข์เป็นโทษ ใคร่ครวญ
อยู่อย่างน้ันในตัวเรา ในร่างกายเรา จิตก็สงบได้เหมือนกัน
ทงั้ สองวธิ นี เี้ ปน็ วธิ ที เ่ี ราจะตอ้ งกระทำ� ใหต้ อ่ เนอื่ ง ใหต้ ดิ กนั
อนั ไหนก็ไดอ้ ันไหนก็ถูก ใหต้ ีจติ รวมเขา้ สคู่ วามสงบ ถึงดู
เหมือนจะใช้การใคร่ครวญพิจารณา แต่ในจิตท่ีมันอยู่ใน
เร่ืองน้ัน พิจารณาไปก็ไปสู่ความสงบ สงบอารมณ์ สงบ
อารมณ์ ยงั ไมใ่ ชป่ ญั ญาอนั แทจ้ รงิ สงบอารมณก์ อ่ น อารมณ์
ที่สงบแล้วน่ีจึงจะเกิด จิตท่ีสงบแล้วจึงจะน�ำเอาความ
สงบน้ันไปใคร่ครวญเป็นปัญญาอันแท้จริง ใคร่ครวญ
ในร่างกาย ใครค่ รวญในไตรลกั ษณ์ อนั นี้ปัญญาแทจ้ รงิ
จะเกิดขน้ึ อีกครงั้ หน่ึง

71

แตใ่ นเบอื้ งตน้ อยา่ งทเี่ ราพดู มา นน่ั แหละความสงบ ทเี่ รา
แสวงหากนั อยู่ ทำ� ไมครูบาอาจารยท์ า่ นถงึ บอกวา่ มนั จำ� เปน็
ก็เพราะว่าถ้าจิตท่ีมันฟุ้งซ่าน จิตที่มันขุ่นมัวอยู่ จิตที่มัน
วา้ วนุ่ อยู่ การจะเหน็ ความจรงิ นะมนั ไมช่ ดั ความจรงิ ทเ่ี ราเหน็
เมื่อมันไมช่ ัด มันก็วางไม่ได้ มนั ก็ปล่อยวางไมไ่ ด้ มันกก็ �ำเริบ
ความจริงเขาอยู่ของเขาอยู่แล้ว เขาปรากฏ เขาประกาศ
ความจริงอยู่ตลอด แต่ใจเรามันวุ่นวาย ใจเรามันสับสน
มันมองก็ไม่เห็นความจริง สัมผัสสัมพันธ์อยู่ก็เฉยๆ ไป
ไมร่ สู้ กึ อะไรตา่ งๆ นก่ี เ็ พราะวา่ จติ ของเรามนั ยงั ไมส่ ะอาดพอ
จึงเป็นหน้าท่ีเราท่ีจะต้องชะล้าง ซึ่งถ้าหากเราไม่ท�ำให้มัน
จริงจงั แลว้ มันก็เกดิ ขน้ึ ได้ยาก เพราะอารมณเ์ รามันฟุ้งซ่าน
มานาน จติ เราไม่ไดฝ้ ึกมานาน

นอกจากนี้ บาทฐานส�ำคัญก็คือศีลนั่นแหละ ศีลซึ่ง
พวกเราจะตอ้ งตง้ั ใจใหบ้ รบิ รู ณ์ ศลี เปน็ พน้ื ฐานอยแู่ ลว้ ศลี ๕
กด็ ี ศีล ๘ กด็ ี เปน็ ครง้ั คราว พวกเราตอ้ งต้ังใจ เมอื่ จติ เรา
ตั้งอยู่ในศีล จิตเราตั้งอยู่ในค�ำบริกรรมน้ัน มันจะโตใหญ่ไป
ข้างหน้า จะท�ำอะไรต้องท�ำให้มันจริงจัง ท�ำอะไรให้มัน
ตอ่ เน่อื งจริงๆ อย่าไปสงสัย อยา่ ไปจบั จด ท�ำเข้าไปเลย
ใหม้ นั รไู้ ปหรอก วา่ อนั นถี้ กู กบั เราหรอื เปลา่ มนั ไมถ่ กู กจ็ ะ
รู้จัก ถ้ามันถูกก็จะรู้จัก ถ้ามันถูกก็ใช่ จิตใจจะสงบระงับไป
ขา้ งหนา้ จติ มนั จะมสี ตติ อ่ เนอ่ื ง มนั จะเพลดิ เพลนิ จะใครค่ รวญ
มันจะดูของมันอย่างน้ันแหละ ถ้ามันท�ำเข้าไปแล้วมันยิ่ง
เดือดร้อน มันย่ิงวนุ่ วาย มนั ย่งิ กระสบั กระส่าย อันนี้กไ็ มใ่ ช่
มันไม่ถูกกับเรา โรคไม่ถูกกับยา อันน้ีก็คือส่ิงท่ีเราจะต้อง

72

สงั เกตตวั เราเองตลอด การเปน็ อยขู่ องเราอยา่ งไร การปฏบิ ตั ิ
ถงึ จะกา้ วหนา้ อาหารกด็ ี มากยงั ไงนอ้ ยยงั ไง การพกั ผอ่ นกด็ ี
การเกยี่ วขอ้ งกด็ กี บั ผคู้ นทั้งหลาย กบั ส่ิงท้งั หลาย การเขา้ ไป
ซ่องเสพสิ่งใดแล้วท�ำให้จิตใจเรามันก้าวหน้า จิตใจเราเจริญ
ไปข้างหน้า อันน้ันเราก็ต้องสังเกต อะไรที่มันเสื่อม เข้าไป
คลกุ คลแี ลว้ เขา้ ไปพดู แลว้ เขา้ ไปเกยี่ วขอ้ งแลว้ จติ มนั นอนใจ
จติ มนั ตายใจ จติ มนั เพลดิ เพลนิ จติ มนั ลมุ่ หลง จติ มนั มแี ตเ่ หน็
ความสุข ความสวยความงาม อนั นน้ั ก็ผดิ ไม่ใช่ นักปฏบิ ัติ
ต้องสังเกต สังเกตเจ้าของตลอด มันเป็นยังไง มันรู้จัก
มนั ใช่ไม่ใช่ นงั่ ไปแล้วจิตมนั สงบระงบั หรือเปล่า

นกี่ ค็ อื สงิ่ ทเ่ี ราจะตอ้ งพยายาม พยายามกระทำ� ไปเรอ่ื ยๆ
ยงิ่ ถา้ เราไมถ่ อย ไมท่ อ้ ถอย และเราทำ� ดว้ ยความรสู้ กึ วา่ นมี่ นั
เปน็ งานสำ� คญั จรงิ ๆ เปน็ งานสำ� คญั จรงิ ๆ เปน็ งานหลกั จรงิ ๆ
เปน็ งานอนั หนง่ึ ทเี่ ราจะตอ้ งทมุ่ เท ผลกจ็ ะปรากฏขน้ึ ชดั มนั ก็
เหมือนอย่างที่ท่านว่า เหมือนกับเราขุดลงไปใต้ดิน เราขุด
ไมถ่ ึงน้�ำ ขุดลงไปเม่อื ไหรก่ ไ็ ม่ไดน้ ำ้� มันก็ถอย มนั กพ็ กั มนั ก็
ไมไ่ ด้สักที เราตอ้ งเชอื่ ต้องเชื่อว่ามนั ต้องมนี ้ำ� ข้างใต้ ตอ้ งขุด
ลงไป ตอ้ งทำ� ลงไป ท�ำใหม้ นั ต่อเน่ือง ท�ำใหม้ นั จรงิ จัง ท�ำให้
มนั เอาใจใสจ่ รงิ ๆ ทำ� จรงิ ๆ อยา่ ทำ� เหลาะแหละ ทำ� เลน่ ไมไ่ ด้
ทำ� เลน่ ไมไ่ ด้ ทำ� เลน่ เรากไ็ มไ่ ดอ้ ะไร ฉะนนั้ ความรสู้ กึ ของเรา
ทเ่ี รากระทำ� นี่ ทำ� อยา่ งไรเราจงึ จะสรา้ งขนึ้ มาใหไ้ ด้ ศรทั ธา
ความเชอ่ื มน่ั ความเชอ่ื มนั่ ในความดงี ามในสงิ่ ทเ่ี รากระทำ�
ความพากเพียรจะประคองไว้อย่างไรให้มันสม�่ำเสมอ
ไม่ให้มันถอยหลัง จะกระตุ้นจิตใจเราอย่างไรไม่ให้มัน

73

นอนเน่ือง กระตุกจิตเราอย่างไร สติเราปัญญาเราจะ
ใคร่ครวญอย่างไรให้มันเห็นโทษภัยอยู่ตลอด ในวัฏฏะ
ในความเป็นอยู่ เห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัย ไม่นอนใจ
ไม่ตายใจ ไม่ประมาท น่ีแหละก็คือศีล อันนี้คือหนทาง
อนั นคี้ ือทางดำ� เนิน

เมอ่ื สกั ครทู่ แ่ี ตล่ ะคนไดพ้ ดู มา มนั กค็ อื นนั่ แหละ เสน้ ทาง
ที่แต่ละคน แล้วก็พยายามด�ำเนิน พยายามต่อไป คนท่ี
พิจารณาอะไร พิจารณาอยู่แล้วก็พิจารณาต่อไป ท�ำต่อไป
ใครทกี่ ำ� หนดคำ� บรกิ รรมกท็ ำ� ตอ่ ทำ� ตอ่ เนอ่ื ง แลว้ สง่ิ ทป่ี รากฏ
ข้ึนมา ถ้าพวกเราสงสัย ถ้าไม่แน่ใจ ให้ศึกษาให้ไต่ถาม
การปฏบิ ตั เิ หลา่ นเ้ี ปน็ ของละเอยี ด สงิ่ ทมี่ นั ปรากฏขนึ้ มนั เปน็
ส่ิงท่ีเราไม่เคย สิ่งท่ีละเอียดสิ่งท่ีปรากฏ ถ้าพวกเราไม่รู้จัก
เรื่องของมัน มันก็ถล�ำไปก็มี คิดว่าใช่ก็มี ออกนอกทางก็มี
ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นเร่ืองจิตใจ เป็นเร่ืองละเอียด การที่
เราได้ศึกษา ได้ไต่ถาม มีครูบาอาจารย์ท่ีเราเคารพ
เลอื่ มใสทา่ น ยนิ ดี มอี ะไรเรากศ็ กึ ษาปรารภ กลั ยาณมติ ร
ก็เป็นส่ิงส�ำคัญๆ การด�ำเนินไปของพวกเราทั้งหลาย
จะด�ำเนินไปด้วยความราบรื่น ถ้าพวกเรามีกัลยาณมิตร
มีคนทรี่ ู้จกั เรื่อง บอกเรา อนั น้ีถกู อันนผี้ ดิ อันน้ใี ช่ ไมใ่ ช่ ก็จะ
ไปด้วยความราบร่นื พวกเรามันสาวก พวกเราไม่ใชพ่ ทุ ธภมู ิ
พทุ ธวสิ ยั ฉะนน้ั สงิ่ สำ� คญั อนั หนง่ึ ถา้ พวกเราไดม้ กี ลั ยาณมติ ร
ทดี่ ี พวกเรากพ็ ยายามผกู ศรทั ธาความเชอื่ ความเลอื่ มใส และ
ก็ท�ำตนของตนใหด้ ำ� เนิน ตามโอวาทค�ำสอนทา่ น เอาย่อๆ
แค่นแ้ี หละ มใี ครถามอะไรไหม สงสยั อะไรไหม

74

ศิษย์ : ท่ีท่านอาจารย์เทศน์น่ะค่ะคือ ถ้าเรานั่งแล้วเรา
ไมส่ งบ พอนานเขา้ เรากท็ อ้ แทเ้ รากเ็ บอ่ื เพราะเรานง่ั เสรจ็ เรา
กย็ ังไม่เหน็ ผล ท่านอาจารย์ก็บอก กต็ ้องเหมือนกับให้แน่ใจ
ว่ามีน้�ำแล้วเราขุดลงไปแล้วมาเจอน�้ำ แต่บางทีมันยังไม่ทัน
ขดุ ถงึ นำ้� มนั ทอ้ แท้ออ่ นแอเสียก่อน มนั อาจจะเป็นเพราะวา่
เราอาจจะมีความเพียรพยายามไม่พอ มันจะมีวิธีอะไร
ทท่ี า่ นอาจารยจ์ ะแนะน�ำ ท่จี ะท�ำใหเ้ ราร้สู ึกได้นัง่ ไดส้ งบขน้ึ

ท่าน : ก็คือก�ำลังทั้งหลาย ก�ำลังที่เราจะด�ำเนินออก
ไปเพื่อเอาชนะกเิ ลส เรยี กว่า กำ� ลงั ๕ ศรัทธา วิริยะ สติ
สมาธิ ปญั ญา กำ� ลังท้ัง ๕ น่ี คอื กำ� ลัง กำ� ลังที่จะพาเราออก
จากวฏั ฏะอนั นี้ ๕ อยา่ งนที้ กุ คนจะตอ้ งสรา้ งขน้ึ มา ๕ อยา่ ง
อนั นถ้ี า้ พวกเราทำ� ไดบ้ รบิ รู ณแ์ ลว้ มนั จะเปน็ กำ� ลงั กำ� ลงั ใหญ่
ทจ่ี ะท�ำใหเ้ ราสามารถที่จะเอาชนะกเิ ลสได้

ในเบื้องต้นถ้าเรายังไม่รู้จักอะไร ความศรัทธา ความ
ศรัทธา ความเช่ือในค�ำสอนของพระพุทธเจ้า ความเชื่อ
เล่ือมใสในครูบาอาจารย์ท้ังหลายก็ดี ความเช่ือนี้เราต้อง
ฝังลงไป ฝังลงไปให้ลึก เป็นความเชื่อเบื้องต้น จากนั้นเรา
เอาค�ำสอนท่านมาปฏิบัติเข้าไป เป็นความเช่ืออีกช้ันหน่ึง
เพราะมันประจักษ์ใจเราเอง ความเช่ือนี่ก็จะย�้ำลงไปอีก
ความเพียรก็จะตามมา อันนี้คือบางคนนะ คือคนที่หนักใน
ศรัทธา คนอีกประเภทหน่ึง ได้ยินได้ฟังแล้วก็ท�ำเลย ออก
ทำ� เลย เขากไ็ ม่ได้สน จะยากก็ตาม จะงา่ ยก็ตาม พอครบู า
อาจารยบ์ อกว่ามนั ควรนะ เขาท�ำเลย ท�ำไมห่ ยดุ ท�ำไมถ่ อย
อันนี้ก็ไปได้เหมือนกัน เขาเรียกว่าความเพียร คนขยัน

75

ฝนจะตก แดดจะออกกจ็ ะทำ� และอกี ประเภทหนง่ึ ตอ้ งไดย้ นิ
ไดฟ้ งั ต้องเข้าใจ เข้าใจกอ่ น ร้จู กั มนั กอ่ น เขา้ ใจแลว้ ถงึ ทำ�
ไดย้ นิ ไดฟ้ งั แลว้ ศกึ ษาแลว้ พอรแู้ นวทางแลว้ คราวนเ้ี ขา้ ไปทำ�
ท�ำแล้วมันก็จะก�ำกับเจ้าของว่าต้องท�ำเพราะเหตุนี้ ไม่ท�ำ
ไมไ่ ด้ ไมท่ �ำใครกท็ ำ� ให้เราไม่ได้ ไม่ทำ� เราก็ทกุ ข์ ไมท่ �ำก็ไม่มี
ใครมาแก้ใหเ้ รา

อนั นกี้ ค็ อื แตล่ ะรายๆ ซงึ่ จะตอ้ งสรา้ ง แลว้ มนั จะนำ� หนา้
ออกไป มนั เหมือนหัวขบวน มนั มขี บวนอยู่ ๕ อนั นี้ อนั ไหน
น�ำหน้ามันก็จะน�ำไป ท้ายท่ีหลังมันก็จะตามมา รวมก�ำลัง
เป็นหน่ึงเข้าไป เพื่อไปท�ำความเห็นให้มันถูกต้อง พอเข้าใจ
ไหม เพราะฉะนน้ั พวกเราเปน็ แบบไหนกเ็ อา ทำ� เขา้ ไป ฉะนน้ั
ถา้ เราเปน็ คนแบบไหน มนั จะไปแบบนั้น มนั จะไป เกยี่ วขอ้ ง
สมั ผสั สมั พนั ธอ์ ะไรตา่ งๆ มนั กจ็ ะไอพ้ วกนนั้ นะ่ นำ� หนา้ นำ� หนา้
แต่มันยังไง มันหมายความว่าคนศรัทธา ถ้าศรัทธามากๆ
มากเกินไปก็งมงาย แบบนี้ก็ต้องมีคนร้องบอกเหมือนกัน
มันงมงายเกินไป เชื่อแบบไร้สาระ เชื่อแบบไม่มีเหตุผล
อีกประเภทหน่ึงนั้นแข็งแกร่ง ประเภทที่มันไม่ฟังใครเลย
วา่ ฉนั ถกู ฉันถกู ฉนั ใช่ ประเภทนม้ี ันใช้เหตผุ ลมากเกินไปก็มี
ไม่ฟังใคร ไม่ลงใคร ใครบอกก็ไม่ได้ อีกประเภทหน่ึงท่ีมัน
ความเพยี รมากเกนิ ไปกม็ ี ทำ� จนเจา้ ของจะตายกย็ งั ไมร่ จู้ กั วา่
งน้ั เถอะ อันน้กี ็เกนิ ไปกม็ ี

ฉะนั้นส่ิงเหล่าน้ีอาจารย์ถึงบอกว่ามันต้องมีคนท่ีจะร้อง
บอกเรา ถ้ามันหนักไปก็ต้องหยุด ถ้ามันเบาไปก็ต้องเติม

76

เข้าไป ฉะนั้นคนท่ีเคยผ่านแล้วเขาจะรู้จัก จะรู้จัก จะคอย
กระตกุ กนั ไว้ พอเขา้ ใจไหม แลว้ เราละ่ เปน็ อยา่ งไร เขา้ ใจไหม

ศิษย์ : เขา้ ใจเจ้าคะ่
ท่าน : เข้าใจว่าอยา่ งไร
ศษิ ย์ : เขา้ ใจวา่ เราตอ้ งทำ� นะ่ คะ่ ทนี ก้ี ารทำ� ของเรา เขา้ ใจ
ว่าตัวเองน่ียังไม่ต่อเน่ือง และบางครั้งน่ีธรรมะของเราเอง
ทเี่ ราฟงั จากครบู าอาจารยม์ นั กระตนุ้ เราไดเ้ ปน็ ครงั้ ๆ บางครง้ั
ก็ผ่อน ฟังอีกทีก็อยากท�ำอีก มันเหมือนว่าเรายังรู้ไม่จริง
อยา่ งทท่ี า่ นวา่ เราตอ้ งทำ� เพราะวา่ เราตอ้ งทำ� คอื เราตอ้ งทำ�
คอื เหมือนเราตอ้ งท้ิงทุกอยา่ งเพอื่ ทำ� มันจริงๆ
ท่าน : อาศัยตรงน้ีไปก่อน อาศัยตรงน้ีไปก่อน ถ้าเรา
ไดย้ นิ ไดฟ้ งั แลว้ เราเกดิ ความพากความเพยี รขนึ้ มา ตอ้ งอาศยั
ตรงนีบ้ อ่ ยๆ บ่อยๆ ทนี ี้พอมนั ท�ำไปเร่ือยๆ จนกระทัง่ ว่ามนั
เห็นปรากฏผลขนึ้ มา มนั ดดู ดืม่ มนั เกดิ ขน้ึ มาแล้วนนั้ มนั จะ
เหน็ ชดั ในใจ เหน็ ชดั ซงึ่ ตรงนนั้ ถงึ เวลาใครเวลาเรา มนั กห็ ยดุ
ไมอ่ ยู่ มนั กเ็ หมอื นนเี่ ขากต็ อ้ งกลบั ไปหาหมอ เขากบ็ นิ เครอ่ื ง
กลับไปเลย เขาไมอ่ ยหู่ รอก ถงึ เวลาใครเวลาเราทม่ี นั จะเดนิ
ออกจากวัฏฏะไปน้ี มันสมบูรณ์พร้อมในตัวมันเองเสร็จ
นั่นคือบุญกุศลที่มันหล่อหลอมมันมาเพียงพอแล้ว ศรัทธา
แบบวันละเล็กละน้อยอย่างที่พวกเราท�ำอยู่น่ี ถึงท้ายท่ีสุด
เขากจ็ ะจากโลกน้ไี ป ไมอ่ าลัยอาวรณ์ และจะเหน็ ว่านีโ่ ลกน้ี
ก็เท่านี้แหละ ไม่ได้มีอะไรย่ิงใหญ่หรอก เราจะเดินหันหลัง

77

ให้มันแล้วก็จะออกไปจากวัฏฏะอันน้ีได้ เพราะเช่ือแน่แล้ว
ความดีงามในจิตในใจ เพราะบุญกุศลท่ีมันมาตักเตือน
มันก็จะเปน็ ไปของมัน

หน้าที่เราคือท�ำอย่างเดียว ท�ำเข้าไปเลย น้อยก็ท�ำ
มากกท็ ำ� แลว้ ไมต่ อ้ งไปคาดหมายวา่ จะถงึ หรอื ยงั ไมถ่ งึ หรอื ยงั
หรือว่าเมื่อไหร่ต่างๆ นานา ไม่ต้องไปท้อ ไม่ต้องไปถอย
ท�ำมันไป อย่าไปท�ำด้วยความอยาก ความอยากนี่มันก็
คือตวั ขวางเรา ไม่ท�ำด้วยความอยาก มนั อยากทำ� น่ีจะท�ำ
ยังไง น่ีคือปัญหาเหมือนกัน มันปนเปกัน พวกเรานี่มัน
ปนเปกัน แยกกันยาก ใหม่ๆ แยกกันยาก มันมาด้วยกัน
กว่าเราจะเข้าใจว่าไอ้นี่คืออยาก ไอ้นี่คืออยาก อย่าไปท�ำ
ไอ้น่ีคือไม่ใช่ด้วยความอยาก แต่เป็นธรรมะ กว่าเราจะได้
เขา้ ใจมนั นยี่ ากอยู่ ใชเ้ วลา ทำ� ไปกอ่ น ตอนทม่ี นั อยากทำ�
ดีก็ท�ำไปก่อน จนกระท่ังรู้ว่าความอยากน่ีมันก็เป็นสิ่งท่ี
มันไมใ่ ช่เราจะเอามันมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อจิตมันจะสงบ
นอ่ี ยากไม่ได้ อยากไมไ่ ด้ ปรุงแต่งไม่ได้ ถา้ เรานง่ั ลงไป อยาก
ให้มันสงบ มนั ไม่สงบ ทำ� อย่างไรกไ็ ม่สงบ กลบั วุน่ วาย แตถ่ า้
นงั่ ไปเฉยๆ ไมค่ ดิ ไมอ่ ะไร ชา่ งหวั มนั แหละ นง่ั ไปอยา่ งนน้ั ละ่
ว่าง้ันเถอะ บทมันจะเป็นมันเป็นของมันเอง แต่ต้องอาศัย
อย่างนีแ้ หละ ศรทั ธามันจะมาหรอก ความอยากมันกจ็ ะมา
ตัณหามนั จะไปอกี ตณั หากับศรทั ธามันจะมาอีก ธรรมะกับ
กิเลสจะแข่งกันไป แข่งกันไปก่อน แต่ถ้าเราได้ยินได้ฟังมาก
ธรรมะมันพอเราได้ยินได้ฟัง เอ้อ อย่าไปอยาก นักปฏิบัติ
อยา่ ไปอยาก อยา่ ไปเอาความอยากเขา้ มา ๑. คอื ความอยาก

78

๒. สัญญา ความจ�ำ เราได้ฟังครูบาอาจารยท์ ่านเล่าวา่ เป็น
อย่างน้ันๆ อันน้ันเรื่องของท่าน เร่ืองของเราเป็นยังไงจะดู
ของเรานี่ เรื่องของท่าน ท่านมาน่ังแล้วเป็นอย่างน้ันนะ
เราได้ยินอยา่ งนนั้ นะ ออ้ อย่างน้นั ๆ อันนน้ั เราไม่มีทาง

ศษิ ย์ : ท�ำๆ ไปแล้วแบบเหมือนรวู้ ่าท่ีเคยคดิ มานม่ี นั ผดิ
อยา่ งสมยั กอ่ นกเ็ คยคดิ วา่ ทำ� ๆ ไปแลว้ ทำ� แลว้ มนั จะสบายๆ
แต่ตอนน้ีมันเพ่ิงเริ่มตระหนักว่าจริงๆ แล้วนี่ มันคือทุกข์
มนั ต้องเจอทุกข์ มนั ไมใ่ ช่วา่ ทำ� ไปแล้วจะใหท้ �ำแบบสบายๆ

ท่าน : ถูกสิ มนั ตอ้ งเจอ ตอ้ งเจอทุกข์
ศิษย์ : แล้วเจอแล้ว บางครงั้ การจัดการกบั ทกุ ขต์ รงนน้ั
ในแตล่ ะครง้ั มนั ไมเ่ หมอื นกันเลย
ทา่ น : ไม่เหมือนหรอก มันแลว้ แต่ระดับขนั้ จิตใจเราใน
แตล่ ะขน้ั ถา้ ขน้ั เบอ้ื งตน้ อยา่ งนนี้ ี่ ทกุ ขป์ บุ๊ เรากไ็ ปหาหมอเลย
วิ่งไปหาหมอเลย แต่ถ้าในส่วนที่เราขึ้นมาหน่อย มันก็จะมี
วิธีบำ� บดั น่นั แหละ วธิ บี �ำบัดก็มี และสดุ ท้ายเรากจ็ ะรจู้ กั ว่า
อนั น้ีมนั กเ็ รอ่ื งของร่างกาย เป็นเรอ่ื งของขันธ์
ศษิ ย์ : แลว้ กร็ ู้ๆ ขน้ึ มาด้วยวา่ ธรรมน้ีคอื กายน้ี จติ น้ี
ไมเ่ กย่ี วกบั คนอนื่ เลยกายเขาคนอนื่ คอื ครง้ั แรกทที่ ำ� ๆเหมอื นกบั
เรากก็ เิ ลสกต็ วั เดยี วกนั จรงิ ๆ แลว้ ถงึ แมว้ า่ ตวั เดยี วกนั กไ็ มใ่ ช่
มนั คือของเรา มันคอื ตัวน้ีๆ จิตน้ี กายน้ี เจา้ ค่ะ
ท่าน : ทุกข์ธรรมดาแบบหนึ่ง ทุกข์ในอริยสัจเป็น
อีกแบบหน่ึง ทุกข์ธรรมดานี่เราก�ำหนดธรรมดาก็ธรรมดา

79

เหมือนเราก�ำหนดทั่วๆ ไป เหมือนกับเป็นทุกข์ของคนอื่น
เป็นเร่ืองคนอื่น ทุกข์ในอริยสัจน่ีคือทุกข์ของเราจริงๆ
ทุกขน์ น้ั เป็นทกุ ข์ของตัวเราเอง ไมใ่ ชท่ กุ ขข์ องคนอน่ื แลว้ วธิ ี
แก้ทุกข์ในอริยสัจไม่ได้ไปแก้ท่ีคนอื่น แต่มาแก้ท่ีตัวเอง
มนั เหน็ ทกุ ข์ มนั เหน็ ธรรมดากเ็ หน็ แบบหนงึ่ เหน็ ทวั่ ๆ ไปกเ็ หน็
อีกแบบหนี่ง เห็นแบบที่พระพุทธเจ้าท่านด�ำเนินมา เห็น
แบบน้ันน่ะ จิตเราต้องสงบพอสมควร จิตต้องรู้จักเร่ือง
พอสมควร ตงั้ มน่ั พอสมควร จงึ จะกำ� หนดรไู้ ดว้ า่ ทกุ ขจ์ รงิ ๆ นนั้
เหตทุ เี่ กดิ ทกุ ขก์ ด็ ี หรอื ความดบั ทกุ ขก์ ด็ ี เรอื่ งของมนั ไมใ่ ชเ่ รอื่ ง
คนอื่น เป็นเร่ืองกิเลสตัณหาท้ังนั้นแหละที่มันมาหลอกเรา
ถ้าจิตเราสงบตัว รู้จักเรื่องของมันแล้ว มันปรุงแต่งไปก็รู้จัก
มนั เปน็ เร่อื งความหลง ความไมร่ ูเ้ ทา่ แตเ่ ราก็เอาตรงนน้ั มา
เปน็ ตวั ปลายเหตุ แลว้ เรากไ็ มร่ จู้ กั เรอ่ื งมนั ไปดดี ดนิ้ วนุ่ วายกนั
ไม่วา่ เรอื่ งของรู้ เร่อื งธรรม ก็แกก้ ันไป ปลายเหตทุ ง้ั น้ันเลย
ทงั้ นนั้ กวา่ จะรจู้ กั เรอ่ื งของมนั วา่ จรงิ ๆ มนั คอื ตณั หา ความหลง
ไอ้ท่ีมันส�ำคัญว่าเป็นตัวเราของเรา ไอ้ท่ีนั่งอยู่ที่นี่แหละ
ว่าง้ันเถอะ ตัวเราของเรา ร่างกายนี้ก็ว่าของเราว่าตัวเรา
ปนเปกนั ไปหมด สำ� คญั ผดิ พอรา่ งกายมนั ฟบุ ใจกฟ็ บุ ไปดว้ ย
มนั นึกว่าเปน็ ตัวเรา คดิ วา่ มันอนั เดยี วกนั

นวี่ ชิ าพระพทุ ธเจา้ จงึ เปน็ วชิ าทส่ี ดุ ยอดจรงิ ๆ ลกึ ลบั จรงิ ๆ
ถา้ วา่ เปน็ หมอกเ็ ปน็ หมอใหญ่ หมอใหญจ่ รงิ ๆ หมอทงั้ หลาย
ทเ่ี รยี นมาไมใ่ ชห่ มอ มนั หมอดู หมอเดา หมอเดาเสยี มากกวา่
เลศิ เลอทสี่ ดุ แลว้ คำ� สอนของพระพทุ ธเจา้ ธรรมะของพระองค์
เลิศเลอท่ีสุด ไม่น่าเชื่อว่าพระองค์คิดข้ึนมา แล้วพระองค์

80

นำ� เอาสง่ิ ทม่ี นั มอี ยมู่ นั ปรากฏอยแู่ ลว้ ทรงเอาเหตตุ รงนน้ั นะ
เอามาบอกพวกเรา วา่ เปน็ สง่ิ ทสี่ ามารถจะกำ� จดั ทกุ ขไ์ ดจ้ รงิ ๆ
พน้ ไปได้จรงิ ๆ ธรรมะจงึ เป็นของวิเศษ เปน็ ของเลิศเลอทส่ี ดุ
พวกเราเขา้ ไปใกลธ้ รรมะเมอ่ื ไหร่ พวกเรากส็ บาย สบาย จติ ใจ
กช็ ่มุ เยน็ พวกเราหา่ งธรรมะเมื่อไหร่ กเ็ ดอื ดรอ้ น จรงิ ๆ แล้ว
ครูบาอาจารย์ท่านถึงบอก จริงๆ แล้วธรรมะไม่ได้อยู่ที่อ่ืน
มนั ไมไ่ ดอ้ ยไู่ กลหรอก มนั ไมอ่ ยไู่ กลจากพวกเราเลย พวกเราหา
แสวงหากนั หากนั นาน มนั อยูต่ รงไหน ธรรมะ

ศิษย์ : ท่านอาจารย์คะ เมื่อกี้ที่ท่านอาจารย์พูดว่า
อย่าท�ำเพราะอยากท�ำ ท�ำนองน้ันใช่ไหมคะ ถ้าสมมุติว่า
เราไมท่ ำ� เพราะอยากทำ� มนั เปน็ สงิ่ ทตี่ อ้ งทำ� ใชไ่ หมคะ เพราะ
ว่าท่านอาจารย์หลายองค์ก็เตือนเรา ท�ำอย่างน้ีนะ ต้องน่ัง
ภาวนานะอะไรแบบน้ี มันเป็นส่ิงที่ควรจะต้องท�ำ ว่าก่อน
อยากจะท�ำใชไ่ หมคะ หรือไม่ใช่

ท่าน : อย่างน้ันก็เป็นเหตุผล เหตุผลท่ีเราจะต้อง
ใครค่ รวญให้มนั ชัด วา่ เราจ�ำเปน็ ตอ้ งทำ� เพราะว่าธรรมะมัน
มีคุณค่าท่ีจะบ�ำบัดทุกข์ในใจเรา เหตุผลท่ีนำ� หน้าตรงน้ันน่ะ
มนั จะบงั คบั เจา้ ของไป แตค่ ำ� วา่ ความอยากเอากเิ ลสทำ� นม่ี นั
ไม่เหมือนกนั ท�ำดว้ ยความอยากเชน่ อยากวิเศษ อยากเดน่
อยากดงั อย่างนี้ อยากใหม้ ันสงบ อยากให้มนั เห็นน่นู เห็นน่ี
ความอยากอันน้ันมันแฝงเข้ามาเร่ือยๆ แต่ถ้าเราท�ำด้วย
ความศรัทธาน้ันอีกแบบหนึ่ง ศรัทธาในความเชื่อ ในความ
เลอ่ื มใสในคำ� สอนของครบู าอาจารย์ ศรทั ธาถา้ มนั เชอ่ื กจ็ ะทำ�

81

เข้าไป แต่ความอยากน่ีมันจะปนเข้าไป มันละเอียดๆ เขา้ ไป
ทุกขณะ จะแฝงเข้าไป เข้าไปแล้ว เราจะไม่ทันมัน ไม่ทัน
ส่วนละเอียดมันก็จะมี สงบเข้าไปแล้วจะรู้สึกยินดีมัน
มนั พอใจมนั อันนู่นอนั นขี่ ้นึ มาแลว้ จะตดิ มนั ถลำ� ไป สารพดั
ท่ีเขาจะมาล่อเรา กว่าเราจะวางเป็นส่วน เป็นส่วนไป รู้จัก
เร่ืองของเขา ก็ถล�ำไป ถล�ำไปตลอด กว่าจะถอยกลับมา
ฉะนน้ั ตรงนน้ี ่ะ ท่ที ่านบอกเราน่ะ ถา้ เราชดั ในใจเรา ชัดใน
เหตผุ ล มนั ก็จะอยกู่ ับตัวเราตลอด มนั ก็จะอย่กู ับเราไปเร่ือย
ตดิ อยกู่ บั เราไป แตถ่ า้ มนั ไมช่ ดั เราตอ้ งอาศยั ทา่ น กต็ อ้ งมาหา
ทา่ นเรอ่ื ยๆ เพ่ือให้ท่านบอก จนกระท่งั ว่าเราเขา้ ไปท�ำแล้ว
มนั ปรากฏข้ึนในตวั เรา แต่สุดทา้ ยทงั้ หมดท้งั มวล เราต้องท้ิง
ความอยากไปเปน็ ระยะๆ ท้งิ ไปเป็นระยะๆ

จดุ ไฟจุดเทียน เดี๋ยวพวกเราจะหลบั กนั
ศิษย์ ๑ : จะขอเล่าประสบการณข์ องลูก ไมท่ ราบว่าจะ
เปน็ ตวั อยา่ งไดไ้ หม ตอนทล่ี กู เรม่ิ สนใจปฏบิ ตั ิ คอื วา่ มาเทย่ี ว
อสี านกบั ทที่ ำ� งาน มากราบครอู าจารยส์ ายวดั ปา่ มาเทยี่ วนน้ั
แลว้ กไ็ มไ่ ดค้ ดิ วา่ จะตอ้ งมาซำ้� ๆ อกี แตค่ รงั้ ทส่ี องมเี หตตุ อ้ งมา
วัดอีกรอบ แล้วคราวน้ันหลวงปู่ท่านให้ไปอยู่วัดสาขาที่เป็น
สถานทปี่ ฏบิ ัตเิ ฉพาะ สมยั ก่อนล�ำบากมาก วนั น้ันก็เหนอ่ื ย
มากจากการเดินทาง ก็ว่าจะนอนหลับก่อนแล้วค่อยลุกข้ึน
มาทำ� ความสะอาดเรอื น อยดู่ ๆี มนั กว็ บู ไปตรงนน้ั จะวา่ หลบั
ก็ไม่ใชห่ ลับ รู้ตัวตลอดแต่มันดิ่งลงไปสวา่ ง พรึบ บอกไมถ่ กู
ทม่ี นั ตดิ ตาฝงั ใจอยใู่ นวนั นน้ั กเ็ ปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ความขยนั อยาก

82

ภาวนา คอื จริงๆ มันคอื ความอยาก ความรสู้ กึ ว่า อยากจะ
เหน็ ไอ้ตรงนั้นอกี เพราะว่ามันมหัศจรรยท์ ส่ี ดุ จรงิ ๆ ลูกว่า
ไอ้ตัวเริ่มต้นมันอาจจะเป็นความบังเอิญหรือเป็นอะไรนี่
แตพ่ อเราทำ� ไปเร่ือยๆ พอไปกราบเรยี นถามหลวงปู่ หลวงปู่
กบ็ อกวา่ ตอ้ งทำ� สมาธพิ ทุ โธๆ ทำ� ทนี ท้ี ำ� ไปกไ็ มเ่ คยเหน็ อยา่ งน้ี
อีกเลย จนหลายปีผ่านมาถึงเข้าใจ เพราะฉะนั้น จะบอกพ่ี
เขาวา่ ไอค้ วามรูส้ ึกนี้บางขณะมนั กเ็ หมอื นกบั ว่าความอยาก
ของเรามันก็มีอยู่ มันต้องมีอยู่มันถึงจะจูงใจ แต่เราจะรู้ได้
อย่างไรว่าไอ้อยากของเราตัวนั้นนะมันผิดทางแล้ว เพราะ
ว่าการนั่งสมาธิน่ีบางทีตอนท่ีเราน่ังนี่มันมีปรากฏการณ์
แปลกๆ นะ ซึ่งอย่างน้ีกว่าเราจะรู้น่ี ถ้าเราท�ำแบบสุ่มส่ีสุ่ม
ห้าแบบไม่มีครูบาอาจารย์ น่ี ติดขัดนาน  แต่ถ้าเราไม่ด้ือ
มปี ญั หากราบเรยี นถาม เพราะวา่ เรากลวั หลวงปเู่ รากต็ อ้ งทำ�
ตามทที่ า่ นบอก อยา่ งนมี้ นั กป็ ลอดภยั เพราะเคยถามทา่ นวา่
หลวงปู่ถ้าท�ำอย่างน้ีแล้ว ใครก็บอกว่าระวังเพ้ียนๆ ก็เห็น
คนเพย้ี นเยอะกก็ ลวั หลวงปบู่ อก มนั ไมเ่ พยี้ นกนั งา่ ยๆ หรอก
ก็ทำ� ไปกอ่ น เพยี้ นสดิ ี ก็ให้ลองเพี้ยนดู กค็ อื จริงๆ ตอ้ งอยู่
ใกลช้ ดิ ครบู าอาจารย์ แตก่ เ็ ปน็ ปญั หานะทา่ นอาจารย์ คอื พอ
ไม่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์นะ ความขี้เกียจของคนกรุงเทพฯ
มันก็งา่ ยกวา่ มนั กท็ ำ� ๆ เลิกๆ  

ท่าน : ทท่ี ่านวา่ หมอนกับเสอื่ มดั ตดิ กัน หมอนแตก
ศิษย์ ๒ : แต่ของลูกอีกอย่างหน่ึงคะ่ เป็นคนชอบอา่ น
หนังสือ และก็ชอบพิจารณาอะไรๆ ในชีวิตประจ�ำวันอะไร

83

อย่างนี้ ชีวิตกพ็ รอ้ มทกุ อย่าง มคี วามสขุ แตไ่ ม่ไดร้ ่ำ� รวยมาก
ก็พอใจ แต่พอถึงเวลาหนึ่งมันมีความรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้ว
เราต้องท�ำบุญ สมยั เดก็ ๆ ก็ใส่บาตร เพราะคณุ ยายชอบใส่
พอเริ่มท�ำบุญแล้วสักระยะหนึ่งก็มีความรู้สึกว่า คือชอบ
อ่านหนังสือทุกอย่างรวมท้ังธรรมะ ก็ครูบาอาจารย์บอกว่า
พระท่านบอกว่า ท�ำไมไม่ภาวนา ดูลมหายใจ พุทโธอะไร
อย่างน้ี ก็เลยมีความรู้สึกน่าสนใจ ไปแอบท�ำ ท�ำแบบไม่รู้
คือน่ังหลับตาเฉยๆ เพราะเพื่อนๆ ไม่มีใครท�ำ พอท�ำแล้ว
รสู้ กึ ดดู ดม่ื มนั มคี วามรสู้ กึ วา่ ใจมนั จดจอ่ อยากจะทำ� อยเู่ รอ่ื ย
พอท�ำไปได้สักระยะหนง่ึ ก็มคี วามรสู้ ึกว่า ไอ้ท่เี ราเหน็ ว่าดีนะ
มนั ไมไ่ ดด้ อี ยา่ งทเ่ี ราคดิ ชวี ติ มนั มคี วามทกุ ขม์ นั เหน็ อยา่ งนน้ั
ขึ้นมา ต้ังแต่น้ันมาก็ไมเ่ คยทิ้งเร่อื งภาวนาเลย จนระยะหลงั
จงึ ได้มีโอกาสกราบครบู าอาจารย์ ไดค้ �ำแนะน�ำ หลวงพ่อพุธ
ทา่ นกส็ อนงา่ ยๆ วา่ ใหม้ สี ตริ ตู้ วั นะ ยนื เดนิ นงั่ นอนทำ� พดู คดิ
กใ็ ห้มีสติรูต้ ัวแลว้ กภ็ าวนาพุทโธ กท็ ำ� มาอยา่ งนี้ แตก่ ร็ สู้ กึ ว่า
จิตใจมันพัฒนาหรือมันเปล่ียนแปลงอะไรหลายๆ อย่าง
มคี วามรสู้ ึกวา่ เหน็ อะไรละเอียดข้ึน ธรรมชาตทิ ่เี ราเคยคิดวา่
ดแี ลว้ มนั กน็ า่ เบอ่ื อะไรอยา่ งน้ี กไ็ มท่ ราบเหมอื นกนั มนั เปน็
กิเลสหยาบหรือเปล่า แต่ใจมันจดจ่ออยากท�ำ มันมีความ
รสู้ กึ วา่ ไมก่ นิ ขา้ วกไ็ ดไ้ มเ่ ปน็ ไรขอใหไ้ ดท้ ำ� พกั กลางวนั กไ็ ปทำ�
มคี วามสุข จติ ใจกส็ งบเยน็

ทา่ น : สมยั อาจารยไ์ ปบวชเณร ตอนนนั้ เรยี นหนงั สอื อยู่
กรุงเทพฯ อยสู่ วนกุหลาบ โอ้ เราเรยี นเก่งมากตอนนัน้ ได้ไป
อ่านหนังสือประวัติหลวงปู่ม่ันของหลวงตา โยมพ่อโยมแม่

84

ท่านไปบ้านตาด ท่านไปเอามา อ่านประวัติ เราร้องไห้
รอ้ งไหเ้ ลย มนั สะดดุ ใจมาก มอี ยา่ งนด้ี ว้ ยหรอื เราวา่ ทางโลก
เราก็เรียกว่าเรียนอะไรก็ได้ ไม่น้อยหน้าใครแล้วนะ โอ้โห
แต่วชิ านีม้ นั ทางโลกไม่มนี ะ อยา่ งนมี้ ันก็มี ตอนที่เราไดอ้ ่าน
ประวัติหลวงปู่ม่ันที่หลวงตาท่านเขียน ทั้งท่ียังเรียนหนังสือ
นั่นแหละ เกิดศรัทธาอยากบวชนะน่ัน บวชเณร โยมพ่อ
โยมแม่ไม่ได้พูด ไม่ได้ร้องขออะไรเลย เกิดขึ้นมาเอง
มันประจักษ์เตือนจริงๆ จังๆ ทั้งที่มันก็ยังเรียนอย่างสนุก
สนุกมาก เพราะว่าเรียน เราสนุก เราว่าเราเรียนขนาดน้ัน
แตค่ นเกง่ กวา่ น้กี ็ยังมี

วิชาท่ีโลกไม่มี วิชาแบบน้ีเขาไม่เรียนกัน หาท่ีเรียน
ก็ไมม่ ี ใจมนั ถึงออกมา ออกมาบวชเณร ส้ันๆ ทีแรกวา่ จะมา
อย่ทู ่ีบ้านตาด แตว่ ่าเปน็ มหานิกาย เราบวชมาก่อน ตอนนน้ั
หลวงตาท่านก็ไม่อยากรับเณรเท่าไหร่ ท่านก็ให้ไปอยู่ท่ี
ถำ้� เกยี หลวงตาทา่ นบอกวา่ ไปอยทู่ น่ี น่ั ถำ้� เกยี เรากไ็ มเ่ คยรจู้ กั
ไมเ่ คยรจู้ กั ไปกไ็ ป ไปดว้ ยศรทั ธาจรงิ ๆ ไปดว้ ยใจ อยกู่ บั ทา่ น
ก็อยู่แบบขอนซุง เรากไ็ มเ่ คยรูม้ ากอ่ น แตอ่ าศัยว่ามนั อยาก
จะลองดู จากการไดอ้ า่ น อา่ นครง้ั เดยี วปบุ๊ เกดิ ศรทั ธา แตพ่ อ
ไปบวชเณรมเี วลาปฏบิ ตั จิ รงิ ๆ จงั ๆ มนั ถงึ เหน็ มนั ถงึ ไดส้ มั ผสั
ในบางสิ่งซึ่งฝังอยู่ในใจตลอด ศาสนานี้เป็นสิ่งท่ีวิเศษจริงๆ
เป็นสิ่งท่ีลึกลับ และก็มีอะไรอีกมากมายให้เราต้องค้นลงไป
ใหม้ ากกว่าน้ี อกี มากมายทีเดียว สง่ิ ท่ที ่านเขยี นไวน้ นั้ ทเ่ี รา
ได้อ่านต�ำรับต�ำรา แล้วพอเรามาบวชเณรจริงๆ มาสัมผัส
แม้เพียงน้อยนิด เราก็ยังคิดว่า โอ้ ธรรมะของพระพุทธเจ้า

85

น่ไี มธ่ รรมดา ไมธ่ รรมดา ฝงั ในใจตลอด และกเ็ ตอื นเจา้ ของ
ตลอด วา่ ถ้ามีโอกาส เราก็จะบวช

ศิษย์ : ตอนนัน้ บวชอยู่ชว่ งนานไหมคะ
ท่าน : ปิดเทอม
ศษิ ย์ : แล้วทา่ นอาจารยอ์ ยู่ช้ันไหน
ทา่ น : ม.๔
ศษิ ย์ : แล้วไมม่ ีความกลัวเหรอคะ เพราะถ้�ำเกยี ด้วย
ท่าน : กลัว กลัวมาก กลัวที่สุด เราเป็นเด็กกรุงเทพฯ
มากอ่ น ไม่เคยไปอยู่แบบน้ัน
ศษิ ย์ ๑ : ช่วงบวชเณรได้ภาวนาไหมคะ
ศิษย์ ๒ : คงภาวนาดีด้วย
ท่าน : ดีที่สุด ก็ชว่ งเรียนเราไมไ่ ด้ภาวนา มนั ตอ้ งเรยี น
หนังสือ ต้องอะไร แต่ว่ามันก็มีนิสัยอยู่แล้ว ท่ีมันมีพื้นเพ
อยู่แล้ว แต่เราก็ไม่เท่าไหร่ แต่อีกความรู้สึกหน่ึงท่ีมันฝังอยู่
ในใจ มนั อยากเปน็ หมอ มนั อยากเปน็ หมอมาก ผลกั ดนั ใหเ้ รา
เราก็ต้องออกไป ออกไป เพ่ือไปตามความฝันให้มันได้
ตามความฝันตัวเองให้มันได้ ทั้งท่ีจริงๆ บวชเราก็รู้ว่าชอบ
บวชเณร ชอบ แตค่ วามรสู้ กึ ลกึ ๆ โอ้ มนั เปน็ อะไรทฝี่ งั ในใจมาก
อยากเป็นหมอ อยากเป็นหมอ จนกระท่ังได้เป็นหมอแล้ว
แต่เป็นหมอนั้น ตอนเรียนเป็นแพทย์ กลับมาบวชอีก มา
บวชอยกู่ บั หลวงปู่ มนั มคี วามรสู้ กึ เลยวา่ ยงั ไงกบ็ วชเลยเถอะ

86


Click to View FlipBook Version