“การศกึ ษา คอื ความมนั่ คงของประเทศ”
การศกึ ษาตอ งสรา งใหค นไทย มคี ณุ ลกั ษณะสาํ คญั ๔ ประการ ไดแ ก
๑. มที ศั นคตทิ ี่ดแี ละถกู ตอ ง
๒. มพี ้นื ฐานชวี ติ ท่ีมั่นคงเขมแขง็
๓. มีอาชีพ มีงานทาํ
๔. เปนพลเมืองดี มรี ะเบียบวนิ ัย
พระบรมราโชบายดา นการศกึ ษา ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั
พระราชทานแกค ณะองคมนตรี
เมอ� วนั ท่ี ๒๓ มกราคม ๒๕๖๐
ณ พระทน่ี ง่ั อมั พรสถาน พระราชวงั ดสุ ติ
ก
คาํ ชแี้ จง
การใชช ดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรยี น
ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรับนักเรียน โดยใชการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม ระดับประถมศึกษา
ภาคเรียนท่ี ๒ ฉบับน้ี เปนการปรับปรุงคร้ังที่ ๒ ดําเนินการโดยมูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม
ในพระบรมราชูปถัมภ โดยความรวมมือจากคณะทํางาน ประกอบดวย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ คณาจารยจากมหาวิทยาลัย ศึกษานิเทศก และครูผูเช่ียวชาญ ท้ัง ๘ กลุม
สาระการเรียนรู
จุดประสงคของชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรับนักเรียน เพ่ือใหนักเรียนปลายทางไดศึกษา/ทบทวน
เอกสารใบความรู ของแตละหนวยการเรียนรู และใชในการฝกทักษะ /ปฏิบัติงานจากใบงาน หรือแบบฝกหัด
ของทุกกลุมสาระการเรียนรู ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และประเมินตนเองตามตัวชี้วัดและ
สาระการเรียนรูน้ัน ๆ ทุกทายหนวยการเรียนรู ทั้งน้ีเมื่อครูปลายทางไดตรวจผลการทําใบงานในรายชั่วโมง
สังเกตพฤติกรรมการเรียนรูอยางตอเน่ือง และประมวลผลการประเมินตนเองของนักเรียนทุกหนวยการเรียนรู
แลวจะไดนําผลไปเพ่ือสงเสริมและหรือจัดการสอนซอมเสริมใหนักเรียนเปนรายบุคคล เพื่อใหเกิดประสิทธิผล
นําไปสูการพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษาของโรงเรียนประถมศกึ ษาขนาดเลก็ ตอไป
มลู นธิ กิ ารศกึ ษาทางไกลผานดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ
ข
สารบญั
คาํ ชีแ้ จงการใชช ุดกิจกรรมการเรียนรสู าํ หรบั นกั เรียน หนา
สารบัญ ก
ข
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ ไตรตรองลองพดู ๑
ใบความรทู ่ี ๑ เร่ือง การอานออกเสยี ง ๒
บทอา น เรอื่ ง ไตรตรองกอ นเช่อื ๓
ใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง หาคําหาความหมาย ๔
ใบความรทู ี่ ๒ เร่ือง การใชพจนานกุ รม ๕
ใบงานที่ ๒ เรื่อง เขยี นคาํ และลาํ ดบั คาํ ตามพจนานกุ รม ๘
ใบงานที่ ๓ เรอ่ื ง เรยี งลําดับคาํ ตามพจนานกุ รมและเขียนความหมาย ๙
บทอา น เรอื่ ง มารูจ กั จระเขก ัน
ใบงานท่ี ๔ เรอื่ ง เรียงลาํ ดับช่ือจังหวดั ตามหลักพจนานกุ รม ๑๐
ใบความรทู ี่ ๓ เร่อื ง การอานจับใจความสําคญั ๑๑
บทอาน เรอ่ื ง หมาปากับนกกระสา ๑๒
ใบงานท่ี ๕ เร่อื ง จับใจความสาํ คญั จากนทิ าน ๑๕
ใบความรูท่ี ๔ เรอื่ ง การพูดแสดงความคิดเหน็ ๑๖
บทอา น เรื่อง ลงิ กนิ ผลไม ๑๘
ใบงานท่ี ๖ เร่อื ง เขียนแสดงความคิดเห็นจากการอา น ๑๙
ใบความรทู ่ี ๕ เรื่อง หลกั การและวิธกี ารคดั ลายมือ ๒๐
ใบงานท่ี ๗ เร่อื ง อาน คิดและคัดไทย ๒๒
ใบงานที่ ๘ เรื่อง คัดลายมือและคิดวิเคราะห ๒๕
ใบความรูที่ ๖ เร่อื ง คําคลองจอง ๒๖
บทอา น เร่ือง ลากับจง้ิ หรดี ๒๘
ใบงานท่ี ๙ เรือ่ ง แตง คําคลอ งจอง ๓๐
ใบความรูที่ ๗ เรอ่ื ง คําขวญั ๓๑
ใบงานที่ ๑๐ เร่ือง แตง คําขวญั ๓๓
ใบความรทู ี่ ๘ เรอ่ื ง การสอ่ื สารในโอกาสตาง ๆ ๓๔
ใบงานท่ี ๑๑ เรอื่ ง การสือ่ สารในโอกาสตาง ๆ ๓๕
แบบประเมนิ ตนเอง หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๑ ๓๖
๓๗
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๒ พิสูจนวิชาหนาเจา ๓๘
ใบความรทู ่ี ๑ เร่ือง การอา นออกเสียง ๓๙
บทอาน เร่ือง มนษุ ยกับการบิน ๔๐
ใบงานที่ ๑ เรอ่ื ง มนษุ ยกบั การบนิ ๔๑
ใบความรูท ี่ ๒ เรือ่ ง การลําดบั เหตุการณแ ละคาดคะเนเหตุการณ ค
บทอาน เร่อื ง มนษุ ยก ับการบิน ๔๒
ใบงานที่ ๒ เรอื่ ง เรยี งลาํ ดับเหตุการณแ ละคาดคะเนเหตกุ ารณ ๔๔
ใบความรทู ่ี ๓ เรือ่ ง บทอาขยาน ๔๕
บทอาน เรอ่ื ง วชิ าหนาเจา ๔๖
ใบงานท่ี ๓ เรอื่ ง หาคําศพั ทบทอาขยานวิชาหนาเจา ๔๗
ใบความรูท่ี ๔ เร่ือง การเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการจากคํา ๔๘
ใบงานที่ ๔ เรื่อง เขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการจากคํา ๕๐
ใบความรูท่ี ๕ เรอื่ ง การเขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการจากภาพ ๕๒
ใบงานท่ี ๕ เรือ่ ง เขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการจากภาพ ๕๔
ใบงานที่ ๖ เรื่อง เขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการจากภาพสรา งสรรค ๕๕
ใบงานท่ี ๗ เรื่อง ฝกแตงเรื่องตามจินตนาการตามหัวขอ ที่กาํ หนด ๕๗
ใบความรูที่ ๖ เรอ่ื ง คาํ ท่ใี ช ฑ ฤ ฤๅ ๕๘
ใบงานท่ี ๘ เรื่อง อา นคําแลว เลือกคําไปเขยี นใหตรงกบั ภาพ ๕๙
ใบงานท่ี ๙ เรอื่ ง คาํ ทใี่ ช ฤ ฤๅ ๖๑
ใบงานท่ี ๑๐ เรื่อง เตมิ คําใหต รงกบั ความหมาย ๖๓
ใบงานท่ี ๑๑ เรอื่ ง เตมิ คําท่ใี ช ฑ ฤ ฤๅ ๖๕
ใบความรทู ี่ ๗ เรอ่ื ง คาํ ทมี่ ีพยัญชนะและสระไมออกเสยี ง ๖๖
บทอาน เรื่อง คาํ ทม่ี พี ยญั ชนะไมอ อกเสียงและสระไมอ อกเสยี ง ๖๗
บทอาน เรื่อง เพชรเด็กดี ๖๘
ใบงานท่ี ๑๒ เรอ่ื ง จําแนกคําทมี่ ตี วั อักษรและสระไมอ อกเสยี ง ๖๙
ใบงานท่ี ๑๓ เรือ่ ง นาํ คาํ ไปเติมลงในชองวาง ๗๐
แบบประเมนิ ตนเอง หนวยการเรยี นรูท ่ี ๑๒ ๗๑
๗๓
หนวยการเรียนรูท่ี ๑๓ เรามาบนั ทึก ๗๔
ใบความรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง การอา นออกเสยี ง ๗๕
บทอาน เร่อื ง พาราลมิ ปก เกมส ๗๖
ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง หาคาํ หาความหมาย ๗๗
ใบความรูที่ ๒ เรอื่ ง การเขียนสรปุ ความรู ๗๘
บทอา น เรอ่ื ง การวิง่ เพ่ือสขุ ภาพ ๘๐
ใบงานท่ี ๒ เรอื่ ง การเขยี นสรุปความรจู ากเรอื่ งท่ีอาน ๘๑
ใบความรูที่ ๓ เร่อื ง การพูดเลา เหตกุ ารณในชวี ติ ประจาํ วัน ๘๒
ใบงานที่ ๓ เรื่อง พดู เลา เหตุการณในชวี ติ ประจําวัน ๘๓
ใบความรทู ี่ ๔ เรือ่ ง การเขียนบนั ทึกประจาํ วัน ๘๔
ใบงานที่ ๔ เร่ือง การเขียนบันทกึ ประจาํ วนั (ความทรงจาํ ) ๘๕
ใบงานที่ ๕ เรือ่ ง การเขียนบนั ทึกประจาํ วนั ตามลาํ ดับเวลา ๘๗
ใบความรทู ่ี ๕ เร่อื ง คาํ ท่ีมตี วั การนั ต ๘๙
ใบงานที่ ๖ เรอื่ ง เขยี นคําและคําอา น คาํ ที่มตี ัวการนั ต ๙๑
ง
ใบงานที่ ๗ เรือ่ ง จําแนกคาํ ทมี่ ตี วั การนั ต ๙๒
บทอาน เรือ่ ง สิงหแ ละสหาย ๙๓
ใบงานท่ี ๘ เร่อื ง เขยี นคําทม่ี ตี วั การนั ต ๙๕
บทอา น เร่อื ง ทําไมคา งคาวจึงหอยหวั ๙๖
ใบงานท่ี ๙ เรือ่ ง การเขยี นสรุปความรูจากนิทาน ๙๘
ใบความรทู ี่ ๖ เร่อื ง การพดู แสดงความคิดเหน็ ๑๐๓
ใบงานท่ี ๑๐ เรอ่ื ง การรางบทพดู แสดงความคิดเหน็ ๑๐๕
บทอา น เรอื่ ง กระตายตน่ื ตมู ๑๐๖
ใบงานท่ี ๑๑ เรอื่ ง การแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับวรรณกรรมท่ีอาน ๑๐๘
แบบประเมินตนเอง หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๓ ๑๐๙
๑๑๐
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๔ ฝก ภาษาถ่ิน ๑๑๑
ใบความรูท ่ี ๑ เรื่อง การอา นออกเสียง ๑๑๒
บทอา น เร่อื ง ในโลกนมี้ ีอะไรเปน ไทยแท ๑๑๓
ใบงานท่ี ๑ เร่ือง ในโลกนมี้ อี ะไรเปนไทยแท ๑๑๔
ใบความรูท่ี ๒ เรอื่ ง บทอาขยาน ๑๑๕
ใบความรทู ่ี ๓ เรือ่ ง การเขียนสรุปเร่อื งและขอ คิดจากเรอ่ื ง ๑๑๖
บทอาน เรื่อง ลูกนกแขกเตา พนี่ อ ง ๑๑๘
ใบงานที่ ๒ เรอื่ ง การเขียนสรุปเรื่องและขอ คดิ จากเรื่อง ๑๒๐
ใบความรทู ี่ ๔ เรือ่ ง ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถน่ิ เหนือ ๑๒๓
ใบงานที่ ๓ เรือ่ ง ภาษาถ่นิ เหนอื ๑๒๔
ใบความรูท่ี ๕ เรือ่ ง ภาษาถ่ินอีสานและภาษาถิ่นใต ๑๒๖
ใบงานท่ี ๔ เรอื่ ง ภาษาถ่ินอีสานและภาษาถิ่นใต ๑๒๘
ใบความรูท่ี ๖ เรอ่ื ง ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน ๑๓๐
ใบงานท่ี ๕ เร่ือง เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาไทยถนิ่ ๑๓๒
ใบความรูท ี่ ๗ เรื่อง การพูดแสดงความคิดเหน็ และความรสู ึก ๑๓๓
บทอา น เรื่อง ความสขุ อยทู ไี่ หน ๑๓๔
ใบงานที่ ๖ เร่อื ง ความสขุ ของฉนั คือ ๑๓๕
ใบความรูท่ี ๘ เรื่อง การเขยี นบรรยายคน ๑๓๗
ใบงานที่ ๗ เร่อื ง เขยี นบรรยายตนเอง ๑๓๘
ใบความรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง การเขยี นบรรยายสตั วและสิง่ ของ ๑๓๙
ใบงานที่ ๘ เร่อื ง การเขยี นบรรยายสตั วและส่ิงของ ๑๔๐
ใบความรูท ี่ ๑๐ เรือ่ ง การเขยี นบรรยายสถานที่ ๑๔๑
ใบงานที่ ๙ เร่อื ง เขียนบรรยายธรรมชาตทิ ีฉ่ ันช่นื ชอบ ๑๔๒
แบบประเมนิ ตนเอง หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๔
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๕ ศาสตรศลิ ปการลา จ
ใบความรูที่ ๑ เรื่อง การต้งั คําถามและตอบคาํ ถามเชงิ เหตุผลจากการอา น ๑๔๓
ใบงานที่ ๑ เรือ่ ง การต้ังคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผลจากการอา น ๑๔๔
ใบความรทู ่ี ๒ เรอื่ ง การเลารายละเอยี ดจากเร่อื งทีฟ่ ง และดู ๑๔๕
ใบความรูที่ ๓ เร่อื ง จดหมายลาครู (สวนประกอบของจดหมาย) ๑๔๘
ใบงานท่ี ๒ เรอ่ื ง ระบุสว นประกอบของจดหมายลาครู ๑๔๙
ใบงานท่ี ๓ เรอ่ื ง จดหมายลาครู (ลาปวย) ๑๕๖
ใบงานท่ี ๔ เรอ่ื ง จดหมายลาครู (ลากจิ ) ๑๖๐
ใบความรูท่ี ๔ เรอ่ื ง การอา นและการเขียนแผนภาพ ๑๖๒
ใบงานที่ ๕ เร่ือง อา นและเขยี นแผนภาพจากหวั ขอท่กี าํ หนด ๑๖๔
ใบความรทู ่ี ๕ เร่อื ง การอา นขอมลู จากแผนท่ี ๑๖๖
ใบงานที่ ๖ เรอ่ื ง อานขอ มลู แผนที่ตามหวั ขอท่กี าํ หนด ๑๖๙
ใบความรทู ่ี ๖ เรือ่ ง การอานและเขียนแผนภมู ิ ๑๗๐
ใบงานท่ี ๗ เร่อื ง อานและเขียนแผนภูมิตามหวั ขอที่กาํ หนด ๑๗๒
ใบความรทู ่ี ๗ เรื่อง การพดู แสดงความคิดเห็น ๑๗๔
บทอาน เร่ือง สุนขั จ้งิ จอกกบั ผลองนุ ๑๗๖
แบบประเมนิ ตนเอง หนว ยการเรียนรูท่ี ๑๕ ๑๗๗
บันทกึ การเรยี นรู (Learning log) ๑๗๘
๑๗๙
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๖ ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร ๑๘๐
ใบความรูที่ ๑ เรื่อง การอานออกเสยี ง ๑๘๑
บทอาน เรอ่ื ง เลนคาํ ทาย ๑๘๒
ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง คาํ มีความหมาย ๑๘๕
ใบงานที่ ๒ เรื่อง ปญ หาในการอา นออกเสยี งของฉนั ๑๘๗
ใบงานที่ ๓ เร่ือง สรุปความรูและขอ คดิ ทไี่ ด ๑๘๙
ใบความรทู ่ี ๒ เร่ือง สาํ นวนไทย ๑๙๑
ใบงานท่ี ๔ เรอ่ื ง สํานวนชวนรู ๑๙๒
ใบความรูท ี่ ๓ เร่ือง ปริศนาคาํ ทาย ๑๙๓
ใบงานที่ ๕ เร่อื ง ปริศนาคําทาย ๑๙๕
ใบความรทู ่ี ๔ เรือ่ ง ประโยค ๑๙๗
ใบงานท่ี ๖ เรอ่ื ง วิเคราะหประโยคเพ่ือการสือ่ สาร ๑๙๘
ใบความรูท่ี ๕ เรอ่ื ง การคดั ลายมอื ๒๐๐
ใบงานที่ ๗ เร่อื ง ฝกคดั ลายมอื ๒๐๒
ใบความรทู ี่ ๖ เรื่อง การเขยี นบรรยายภาพ ๒๐๓
ใบงานที่ ๘ เร่ือง เขียนบรรยายภาพ ๒๐๔
ใบความรทู ่ี ๗ เรอื่ ง การพดู แนะนาํ เชิญชวน ๒๐๕
ใบงานที่ ๙ เรอ่ื ง การพดู เชิญชวน ๒๐๖
ใบความรูท ่ี ๘ เรื่อง อักษรนํา ๒๐๗
ฉ
ใบงานที่ ๑๐ เร่ือง อักษรนาํ จาํ ใหดี ๒๐๘
แบบประเมินตนเอง หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๖ ๒๑๑
๒๑๒
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑๗ บทอา นชวนคดิ ๒๑๓
ใบงานท่ี ๑ เรื่อง คําศพั ทน า รู ๒๑๔
ใบงานที่ ๒ เร่ือง ตอบคาํ ถามจากเรือ่ ง ไชยเชษฐ ๒๑๕
ใบงานท่ี ๓ เรอ่ื ง คาดคะเนเหตกุ ารณจ ากเร่ืองไชยเชษฐ ๒๑๖
ใบงานที่ ๔ เรอื่ ง อา น คิด พินจิ วรรณคดี ๒๑๙
ใบความรูท ่ี ๑ เรื่อง การเขยี นบันทึกการอาน ๒๒๒
ใบงานที่ ๕ เรอ่ื ง หนังสอื เลมโปรดของฉนั ๒๒๓
ใบความรูที่ ๒ เรอื่ ง คาํ ควบกล้าํ แท ๒๒๕
บทอาน เร่ือง แบบฝกอานคําควบกล้ําแท (ร ควบ) ๒๒๖
ใบงานท่ี ๖ เรอื่ ง ร ควบ สขุ สนั ต ๒๒๗
ใบความรูท ่ี ๓ เรื่อง คําควบกลํ้าไมแ ท ๒๒๘
บทอาน เร่ือง แบบฝก อา นคาํ ควบกลาํ้ ไมแท ๒๒๙
ใบงานที่ ๗ เรอ่ื ง หรรษา ล ควบ ๒๓๐
บทอาน เรอ่ื ง แบบฝกอานคําควบกลํ้าแท (ว ควบ) ๒๓๑
ใบงานท่ี ๘ เรือ่ ง สนุกกบั ว ควบ ๒๓๒
ใบงานที่ ๙ เร่อื ง รูจักคําควบกล้ําไมแ ท ๒๓๓
แบบประเมนิ ตนเอง หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๗ ๒๓๔
๒๓๕
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑๘ พินิจคาํ ขวญั ๒๓๗
ใบงานที่ ๑ เรื่อง บฟุ เฟตค ํานาํ ไปใช ๒๓๘
ใบความรูที่ ๑ เร่ือง การตง้ั คําถามและการตอบคําถาม ๒๔๐
ใบงานที่ ๒ เรื่อง รอบรคู าํ ถาม ๒๔๑
ใบงานท่ี ๓ เรื่อง การเขียนแผนภาพความคดิ เพื่อสรุปความรู ๒๔๓
ใบความรทู ี่ ๒ เรอ่ื ง การแตงคาํ ขวัญ ๒๔๔
ใบงานท่ี ๔ เรอ่ื ง การแตง คําขวัญ ๒๔๕
ใบงานท่ี ๕ เร่อื ง สรางสรรคค าํ ขวัญ ๒๔๗
ใบงานที่ ๖ เร่อื ง การตั้งคําถามจากการฟง และดู ๒๔๘
ใบความรูที่ ๓ เร่อื ง การพดู เชิญชวน ๒๔๙
ใบงานที่ ๗ เรือ่ ง พูดดีมสี าระ ๒๕๔
ใบความรูท่ี ๔ เร่อื ง เคร่ืองหมายวรรคตอน ๒๕๗
ใบงานที่ ๘ เรื่อง อา นไดใชเปน ๒๕๙
ใบความรทู ี่ ๕ เรือ่ ง การทองบทอาขยาน ๒๖๑
บทอาน เรอ่ื ง บทรอยกรอง ๒๖๒
ใบงานที่ ๙ เรื่อง ทาํ นองเสนาะไพเราะเสยี ง
แบบประเมนิ ตนเอง หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๘
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๙ ครนื้ เครงเพลงไทย ช
ใบงานท่ี ๑ เร่ือง นําคํามาทาํ ประโยค ๒๖๓
ใบงานท่ี ๒ เรื่อง ขอคดิ จากกาเหวา ๒๖๔
ใบความรูท่ี ๑ เรือ่ ง เพลงกลอ มเด็กภาคอีสาน ๒๖๕
ใบงานท่ี ๓ เรอ่ื ง รอบรเู พลงกลอ มเด็กอีสาน ๒๖๗
ใบความรูที่ ๒ เรื่อง เพลงกลอมเดก็ ภาคเหนือ ๒๖๙
ใบงานท่ี ๔ เรื่อง รอบรเู พลงกลอ มเดก็ ภาคเหนอื ๒๗๐
ใบความรทู ่ี ๓ เรื่อง เพลงกลอมเด็กภาคใต ๒๗๒
ใบงานท่ี ๕ เรื่อง รอบรเู พลงกลอมเดก็ ภาคใต ๒๗๔
ใบความรูท ่ี ๔ เรือ่ ง เพลงพื้นบา น ๒๗๖
ใบงานที่ ๖ เรือ่ ง ครบเคร่อื งเร่อื งเพลงพ้ืนบา น ๒๗๘
ใบความรทู ี่ ๕ เรอ่ื ง คําทีป่ ระวิสรรชนยี แ ละไมประวสิ รรชนยี ๒๘๑
ใบงานท่ี ๗ เร่ือง คาํ ที่ประวสิ รรชนยี แ ละไมป ระวสิ รรชนยี ๒๘๒
ใบความรูท่ี ๖ เรอื่ ง คําพองรูป ๒๘๔
ใบงานท่ี ๘ เรอ่ื ง คาํ พองรูปนา รู ๒๘๖
ใบความรูท ่ี ๗ เรือ่ ง คาํ พองเสียง ๒๘๗
ใบงานที่ ๙ เร่ือง คาํ พองเสยี ง ๒๘๘
แบบประเมนิ ตนเอง หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๙ ๒๙๐
๒๙๑
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ ภาษาไทยย่งั ยืน ๒๙๒
ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง สรปุ ขอคดิ พนิ จิ จากการอาน ๒๙๓
ใบความรทู ่ี ๑ เรอื่ ง การอานขอ เขียนเชงิ อธิบาย ๒๙๔
ใบงานท่ี ๒ เรอื่ ง อานประกาศและโฆษณา ๒๙๗
ใบงานท่ี ๓ เร่อื ง การอา นคาํ แนะนํา ๒๙๙
ใบความรทู ี่ ๒ เรือ่ ง คาํ นาม ๓๐๑
ใบงานที่ ๔ เร่ือง จําแนกคํานาม ๓๐๓
ใบความรูท ่ี ๓ เรื่อง คาํ สรรพนาม ๓๐๕
ใบงานที่ ๕ เร่ือง นกั สาํ รวจคาํ สรรพนาม ๓๐๖
ใบความรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง คํากรยิ า ๓๐๘
ใบงานที่ ๖ เรื่อง วิเคราะหคํากริยา ๓๑๐
ใบความรูท่ี ๕ เรอื่ ง คาํ วิเศษณ ๓๑๒
ใบงานที่ ๗ เรือ่ ง สนกุ กับคําวิเศษณ ๓๑๓
ใบงานท่ี ๘ เรอ่ื ง หนา ทีข่ องคาํ ในประโยค ๓๑๕
ใบความรูที่ ๖ เรอื่ ง การพูดเชิญชวน ๓๑๖
ใบงานท่ี ๙ เร่อื ง การพูดเชิญชวน ๓๑๘
แบบประเมินตนเอง หนวยการเรียนรทู ี่ ๒๐ ๓๑๙
บนั ทึกการเรียนรู (Learning log) ๓๒๐
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๑ เรื่อง ไตรตรองลองพูด ๑
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑
ไตรตรองลองพูด
๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบความรูท่ี ๑ เรอื่ ง การอานออกเสยี ง
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑ เร่ือง การอานออกเสียง (ไตรตรองกอ นเช่ือ)
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓
การอานออกเสียง
การอานออกเสียง คือ การอานที่ผูอานเปลงเสียงออกมาใหผูอ่ืน
ไดยนิ เปนถอยคํา ประโยค หรือเรอ่ื งราว
หลกั ในการอานออกเสียง
๑. มสี มาธแิ ละความม่ันใจในการอาน
๒. อานใหชัดเจนถูกตองตามอักขรวิธี ไมอานผิด อานตก หรือ
อา นเตมิ
๓. แบงวรรคตอนในการอานใหถ กู ตอ ง
๔. เวลาอานตองควบคุมสายตาใหไลไปตามตัวอักษรทุกตัวในแตละ
บรรทัดจากซายไปขวาดวยความรวดเร็ววองไวและรอบคอบ แลวยอน
สายตากลบั ลงไปยังบรรทดั ถัดไปอยางแมนยาํ
๕. อานออกเสียงใหดังพอสมควร ใหเหมาะกับสถานท่ีและจํานวน
ผูฟงไมดังหรอื คอยจนเกินไป จะทําใหผ ฟู ง เกิดความรําคาญและไมส นใจ
๖. ไมอา นออกเสยี งในทท่ี ่ไี มค วรอา น เชน ในหองสมุด เปน ตน
๗. อานออกเสียงใหเปนเสียงพูดอยางเปนธรรมชาติ โดยเนนเสียง
หนัก เบา สูง ตา่ํ ตามลักษณะการพดู โดยทวั่ ไป
หนวยการเรียนรูท ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพูด ๓
บทอา น เรอ่ื ง ไตรต รองกอนเชอ่ื
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เร่อื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ เร่ือง การอา นออกเสยี ง (ไตรตรองกอ นเชอ่ื )
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
ไตรตรองกอ นเชอ่ื
ทุกคนมักมีสิ่งท่ีหวัง สิ่งที่พึงปรารถนา ถาเรามุงม่ันในสิ่งใดแลว
พยายามปฏบิ ตั ิใหถูกทิศถกู ทาง ก็อาจสมปรารถนาได
ขณะเดินทางไปสูจุดหมาย ส่ิงหนึ่งท่ีมีความสําคัญ คือ ความเช่ือ
ซ่ึงเปรียบเหมือนหางเสือเรือ เปรียบเหมือนพวงมาลัยรถ ถามีความเช่ือ
ในทางท่ีผิด ก็อาจเดินทางผิดทิศ ถาเดินเบนไปทางขวาหรือเบ่ียงไป
ทางซาย ก็ทําใหเหน็ดเหนื่อย เสียเวลา หรือบางทีตองสูญเสียส่ิงที่หวัง
ดังนิทานคติธรรมเร่ือง พราหมณผูหนึ่งซ้ือแพะมา แลวแบกขึ้นบา
เพ่ือเดินทางกลับบาน ระหวางทางมีนักเลง ๓ คน อยากไดแพะ จึงออก
อบุ ายใหแ ตละคนแยกกนั เดินสวนทางกบั พราหมณ แลว พดู ใหพ ราหมณ
ไขวเขววา สัตวท่ีแบกมาเปนสุนัข ในที่สุดพราหมณก็ทิ้งแพะ ทําให
นักเลงทงั้ ๓ ไดแ พะไป
ถาเราจะเช่ือสิ่งใด ควรคิดไตรตรองใหรอบคอบ เพราะบางคร้ัง
อาจถึงจดุ หมายชา กวาที่ควร หรอื อาจสญู เสยี สิง่ ทมี่ งุ หวัง
เรอื่ ง ไตรตรองกอ นเช่อื จากหนงั สอื เรยี นรายวิชาภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาที
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ (หนา ๖๙)
๔ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง หาคาํ หาความหมาย
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๑ เร่อื ง การอานออกเสียง (ไตรต รองกอนเชื่อ)
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
คําชีแ้ จง เขียนคําและความหมายของคําจากเรื่องไตรตรองกอนเช่ือ (เขียนคําและ
ความหมายอยา งนอย ๕ คาํ )
ไตรตรองกอนเชอ่ื
ชื่อ...........................................นามสกุล..........................................ชัน้ ...........เลขท่.ี .........
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรตรองลองพดู ๕
ใบความรทู ่ี ๒ เรอื่ ง การใชพจนานุกรม
หนวยการเรยี นรูที่ ๑๑ เรื่อง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒ เรอื่ ง การใชพจนานกุ รม
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
การใชพจนานกุ รม
พจนานุกรม เปนหนังสือทีร่ วบรวมคําศัพท เพื่อใชสืบคนความหมาย
ของคํา การเขียนคํา การอานออกเสียง ชนิดของคํา ประวัติของคํา หรือ
คุณลักษณะอื่น ๆ เชน การใชคํา ความหมายแฝง พจนานุกรมเรียงลําดับ
ดงั น้ี
๑. เรยี งคําตามลําดับตวั อักษร ก – ฮ
ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌญ
ฎ ฏ ฐ ฑฒณด ต ถ ท ธ น บ
ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ฤ ฤา ล ฦ
ฦา ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ
๒. เรยี งลาํ ดับตามรปู สระ ดงั นี้ ๑๙) เ -ื (เสอื )
๑) -ะ ๑๐) -ุ ๒๐) เ -ื ะ (เกอื ะ)
๒) -ั (กัน) ๑๑) -ู
๓) -ั ะ (ผวั ะ) ๑๒) เ- ๒๑) แ -
๔) - า ๑๓) เ – ะ (เกะ) ๒๒) แ-ะ (แพะ)
๕) – ำ ๒๓) โ -
๖) -ิ ๑๔) เ- า (เอา) ๒๔) โ-ะ (โปะ )
๗) -ี ๒๕) ใ -
๘) - ึ ๑๕) เ-าะ (เกาะ) ๒๖) ไ -
๙) -ื ๑๖) เ –ิ (เกนิ )
๑๗) เ -ี (เสยี )
๑๘) เ -ี ะ (เผยี ะ)
๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
๓. มีอักษรยอ ดังน้ี
๓.๑ อกั ษรยออยหู นา ความหมายคาํ บอกชนดิ ของคาํ
ก. = กริยา เชน พิง ก. องิ
น. = นาม เชน บาศ น. บว ง
บ. = บุพบท เชน ของ บ. แหง
ส. = สรรพนาม เชน ทาน ส. คําท่ใี ชแทนผทู ี่เราพูดดวย
ว. = วิเศษณ เชน มาก ว. หลาย ตรงขา มนอย
สนั . = สนั ธาน เชน แต, แตว า สนั . เชือ่ มความใหกลับกนั หรือแยง กัน
อ. = อทุ าน เชน ออ อ. คาํ ทเี่ ปลง ออกมา แสดงวารแู ลว เขา ใจแลว
๓.๒ อักษรยอ ในวงเลบ็ บอกทม่ี าของคาํ เชน
(ข.) = เขมร เชน ถนน (ข. ถนฺ ล) (จ.) = จีน เชน กวยเตี๋ยว (จ.)
(ช.) = ชวา เชน มะงมุ มะงาหรา (ช.) (ส.) = สันสกฤต เชน คริ ี (ป. ,ส. คริ )ิ
(ญ.ิ ) = ญีป่ ุน เชน คาราเต (ญ.ิ ) (อ.) = องั กฤษ เชน ฮอกกี้ (อ.hockey)
(ป.) = ปาล(ิ บาล)ี เชน จุล (ป. จุลลฺ ) (ฮ.) = ฮินดี เชน กําปน (เทียบมลายู
หรือ ฮนิ ดสู ตานี วา capell
๓.๓ อกั ษรยอบอกลกั ษณะของคํา เชน
(กฎ) คอื คาํ ทีใ่ ชใ นกฎหมาย (กลอน) คอื คาํ ที่ใชในบทรอ ยกรอง
(คณิต) คือ คาํ ที่ใชใ นคณิตศาสตร (ถน่ิ ) คือ คําท่ีเปน ภาษาเฉพาะถิน่
(ราชา) คือ คําราชาศัพท (โบ) คอื คําโบราณ
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๑ เรื่อง ไตรตรองลองพดู ๗
การใชพ จนานุกรม มีหลกั ในการสบื คน ดงั นี้
๑. พจนานุกรม เรียงลําดับตามตัวอกั ษร ก – ฮ
ใหเปดพจนานุกรมหมวดอักษรท่ีเปนพยัญชนะตนของคําน้ัน
เชน สบื คนคําวา “กฐนิ ” ตองเปดที่หมวดอักษร ก
๒. พจนานกุ รมเรยี งลําดบั ตามรปู สระ
ถาตองการสืบคนคําที่มีพยัญชนะตนเหมือนกัน แตรูปสระ
ตางกนั ใหดูการเรียงลาํ ดับรูปสระ เชน
กดั กา กํา ไก (ท้งั ๔ คาํ อยูในหมวด ก)
หนั เหาะ เหนิ ไห (ทงั้ ๔ คาํ อยูในหมวด ห)
๓. ในกรณคี าํ มพี ยัญชนะและรูปสระเหมอื นกนั ใหดูทตี่ วั สะกด เชน
ชาง ชาญ ชาย ชาว
๔. ในกรณีคํามีพยัญชนะตน รูปสระ และตัวสะกดเหมือนกันใหดูท่ี
วรรณยกุ ต เชน บาง บาง บาง
***** นักเรียนจะคนคําศัพทในพจนานุกรมไดรวดเร็ว เมื่อแมนยําในลําดับ
อกั ษร ก – ฮ
***** พจนานุกรมเปนแหลงคนควาหาความหมายของคํา การอานคําและ
สะกดคําไดถ ูกตอ ง ดังนั้นเมอ่ื นกั เรียนสงสยั หรอื ไมแ นใ จควรใชพ จนานุกรม
แหลง ภาพ : จากหนงั สอื แบบเรียนภาษาไทย ชุดพ้ืนฐานภาษา ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบงานท่ี ๒ เรือ่ ง เขยี นคาํ และลาํ ดบั คาํ ตามพจนานุกรม
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๑ เรือ่ ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๒ เรือ่ ง การใชพ จนานกุ รม
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
คําชี้แจง
๑. ขีดเสนใตพยญั ชนะตน และนําไปเขยี นในหมวดตัวอักษรใหถ กู ตอ ง
ฉกรรจ ชิงชา ระดับ ปรกึ ษา กรรมกร รา เรงิ
ครฑุ ชาํ รดุ เคารพ แฉลบ กษัตรยิ ปฏริ ูป
กคฉ
........................................... ........................................... ...........................................
.......................................... .......................................... ..........................................
ชปร
........................................... ........................................... ...........................................
.......................................... .......................................... ..........................................
๒. เลือกคํามาเตมิ ในชองวา งตามลําดับการเรียงคาํ ตามพจนานุกรม
วัน บาท คลอ ง อธบิ าย งวง มงกฎุ สกั การะ
๑) แกม ขวด ........................ คลาย
๒) นอน ................... ผลิ ภูมิ
๓) งก งง งบ .........................
๔) ฤกษ ฤชา ฤดู .........................
๕) อคติ ................... อธิการ อธิบดี
ชอื่ ...........................................นามสกลุ ..........................................ชั้น...........เลขท่ี..........
หนวยการเรยี นรูที่ ๑๑ เรือ่ ง ไตรต รองลองพดู ๙
ใบงานท่ี ๓ เร่ือง เรียงลําดับคําตามพจนานกุ รมและเขยี นความหมาย
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรื่อง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒ เรื่อง การใชพ จนานกุ รม
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓
คาํ ชแี้ จง ใหเรยี งลําดับคาํ ตามพจนานกุ รมแลวเขยี นความหมาย
พจิ ารณา ช้ีขาด ถกเถียง โอกาส ใจถึง
ขัดแยง ลดหลัน่ วนิ ยั คดั คา น เสมอภาค
๑. ………………………ความหมาย ............................................................
๒. ………………………ความหมาย ............................................................
๓. ………………………ความหมาย ............................................................
๔. ………………………ความหมาย ............................................................
๕. ………………………ความหมาย ............................................................
๖. ………………………ความหมาย ............................................................
๗. ………………………ความหมาย ............................................................
๘. ……………………...ความหมาย ............................................................
๙. ………………………ความหมาย ............................................................
๑๐. ………………...……ความหมาย ............................................................
ชื่อ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้ัน...........เลขที.่ .........
๑๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
บทอาน เรือ่ ง มารจู กั จระเขก นั
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๑ เร่ือง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๓ เรอื่ ง คําและความหมาย
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓
เรามารจู กั จระเขก ัน
จระเขเปนสัตวเลื้อยคลานขนาดใหญ ถานักเรียนเคยเห็นจ้ิงจก
หรือตุกแกจะพอนึกออกวารูปรางของจระเขก็คลายกับจิ้งจกและตุกแก
แตมีขนาดใหญกวามาก หนังท่ีหลังของจระเขเปนเกล็ดแข็งมาก คอส้ัน
หัวยาว ปากยาว และปลายปากนูนสูงขึ้นเปนชองเปดของรูจมูก
สวนนี้เรียกวา กอนข้ีหมา หางของมันแบนยาวใชโบกขณะวายนํ้า มันจึง
วายนาํ้ ไดเ รว็
จระเขชอบอาศัยอยูบริเวณปาริมนํ้า หรือตามแมน้ําลําคลอง
มนั ชอบหากนิ ในนํา้ อาหารของมนั ไดแก ปลาและเนอ้ื สัตวตาง ๆ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. ๒๕๓๘. หนงั สอื เรยี นภาษาไทยชดุ พ้ืนฐานภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เลม ๑ .
กรงุ เทพฯ :โรงพมิ พครุ สุ ภาลาดพราว. (หนา ๑๑)
หนว ยการเรียนรูที่ ๑๑ เร่ือง ไตรต รองลองพดู ๑๑
ใบงานที่ ๔ เรือ่ ง เรียงลําดบั ชื่อจังหวดั ตามหลกั พจนานกุ รม
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๑๑ เร่อื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๓ เรือ่ ง คาํ และความหมาย เรอ่ื ง ไตรต รองกอ นเช่อื
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓
คาํ ชี้แจง ๑. เขียนวงกลมลอ มรอบพยญั ชนะตนชอื่ จังหวดั ในกรอบ
เชยี งใหม แมฮอ งสอน ฉะเชงิ เทรา ปราจนี บรุ ี นราธิวาส หนองคาย ภเู กต็
กระบี่ สรุ าษฎรธ านี ขอนแกน อยุธยา จนั ทบุรี บึงกาฬ ยโสธร
ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌญ
ฎ ฏ ฐ ฑฒณด ต ถ ท ธ น บ
ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ฤ ฤา ล ฦ
ฦา ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ
๒. เรียงลําดับช่ือจังหวัดจากกรอบดานบนตามลําดับอักษร ก – ฮ โดย
คดั ลายมือ
๑. ....................................................... ๘. .......................................................
๒. ....................................................... ๙. .......................................................
๓. ....................................................... ๑๐. ....................................................
๔. ....................................................... ๑๑. ....................................................
๕. ....................................................... ๑๒. ....................................................
๖. ....................................................... ๑๓. ....................................................
๗. ....................................................... ๑๔. ....................................................
ช่อื ...........................................นามสกุล..........................................ชั้น...........เลขที่..........
๑๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบความรูท่ี ๓ เรือ่ ง การอานจบั ใจความสาํ คญั
หนวยการเรยี นรูที่ ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๓ เรอื่ ง คาํ และความหมาย เรื่องไตรต รองกอ นเชื่อ
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
การอานจบั ใจความสําคัญ
การอานจับใจความสําคัญ คือ การอานที่มุงคนหาสาระของเรื่อง หรือของหนังสือ
แตล ะเลมทเี่ ปน สว นใจความสาํ คญั และสวนขยายใจความสําคญั ของเรือ่ ง
ใจความสําคัญของเรื่อง คือ ขอความที่มีสาระคลุมขอความอื่น ๆ ในยอหนานั้น
หรือเร่อื งนน้ั ทง้ั หมด
สว นขยายใจความสําคัญ เปนประโยคหรอื ขอความท่ีขยายเนื้อหาสําคัญใหชัดเจนข้ึน
เชน การอธิบายความหมาย การยกตัวอยา ง การเปรยี บเทียบ เปนตน
ประโยคใจความสาํ คัญมี ๒ ลักษณะ
๑. ประโยคใจความสาํ คัญทเี่ ขยี นไวอยางชดั เจน
ไดแก ประโยคท่ีอยตู อนตน ยอ หนา ตอนทา ยยอ หนา และอยูทั้งตอนตน และ
ตอนทา ยยอ หนา
ตัวอยา งที่ ๑
ในการบันเทิงและการกีฬา ไมไผมีสวนสําคัญรวมอยูดวยเปนอันมาก
โดยเฉพาะในการทําเคร่ืองดนตรี อันไดแก ลูกระนาด อังกะลุง ขลุย เกราะ และ
สวนประกอบตาง ๆ ของการแสดง การเตนรํา เชน รํากระทบไม รําตาง ๆ ที่ตองใช
เครื่องมือทําจากไมไผ ทําใหการเตนรําน้ัน ๆ งดงามนาดูเปนอันมาก สําหรับการกีฬา
ไมไผใชทําโครงวาวไดด ี
(จาก ความรเู ร่อื งไมไผ ของกรมปา ไม )
ตัวอยางท่ี ๒
ในปาที่มีพ้ืนที่กวางใหญไพศาลนั้น นอกจากมีตนไมนอยใหญจํานวนมากข้ึนอยู
อยางหนาแนนน้ัน ยังเปนท่ีอยูของสัตวปานานาชนิด รวมท้ังนก แมลง และสิ่งมีชีวิต
ขนาดเล็กซึ่งมองไมเห็นดวยตาเปลาเรียกวา จุลินทรีย พืชและสัตวในปาตองพ่ึงพิง
อาศัยกนั และกัน ปา จงึ อุดมไปดว ยสงิ่ อนั เปน ประโยชนตอ มนษุ ยอ ยางมากมาย
(จากหนงั สอื อา นเพ่มิ เตมิ เร่ือง ทรัพยากรทม่ี คี าของเรา ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธกิ าร)
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๑ เรอื่ ง ไตรตรองลองพดู ๑๓
ตัวอยางที่ ๓
การอานหนังสือเปนสิ่งจําเปนสําหรับคนทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนตองถือวา
การอานหนังสือเปนส่ิงสําคัญมากกวางานอื่น ๆ เพราะวัยนักเรียนจะตองแสวงหา
ความรูเพื่อเตรียมสําหรับชีวิตในวัยผูใหญ การอานหนังสือจะชวยใหนักเรียนไดรับ
ความรูกวางขวาง การอานมากทําใหมีความรูมาก ทําใหสติปญญาเฉียบแหลม
สามารถนําความรูไปใชในการตัดสินใจไดถูกตอง และแกปญหาตาง ๆ ได ทําใหชีวิต
ประสบผลสาํ เรจ็ นอกจากน้นั การอา นหนงั สือยงั ทําใหนักเรียนไดรับความเพลิดเพลิน
และใชเวลาวางใหเปนประโยชน ถา นักเรยี นตองการเปนคนรอบรู กต็ องเปน นกั อา น
๒. ประโยคใจความสําคัญที่ไมไ ดเ ขียนไวอยางชดั เจน
การหาใจความสําคัญจะตองหาคําสําคัญหรือคําหลัก โดยการต้ังคําถามแลว
ตอบคําถามวา ขอความในยอหนาน้ัน “ ตัวละครมีใครบาง ใครทําอะไร และผลเปน
อยา งไร” จากนน้ั นาํ คําสาํ คัญหรอื คาํ หลกั มาเรียบเรียงใหเ ปน ประโยคใจความสําคญั
วธิ ีการหาใจความสําคญั จากนทิ าน
๑. อานโดยตลอดทง้ั เรือ่ ง เพอื่ ใหร ูวา เรือ่ งทอ่ี านเปน เรอื่ งอะไร จุดใดเปนจดุ สาํ คัญ
ของเร่อื ง
๒. อา นใหละเอียดอกี ครง้ั เพอ่ื ทําความเขา ใจเรื่องราวที่อา น
๓. ตั้งคําถามหาคําสําคัญ หรอื คาํ หลกั ของแตละยอหนา ดังน้ี
- ตัวละครในยอหนา นมี้ ีใครบา ง
- ตวั ละครในยอ หนา น้ที าํ อะไร
- ผลของการกระทําเปนอยา งไร
๔. นาํ คาํ สําคญั หรอื คาํ หลักมาเรียบเรียงเปน ประโยคใจความสําคญั ของแตล ะยอหนา
ตวั อยาง
นิทานเรอ่ื ง ผงึ้ กับนกพริ าบ
ครัง้ หนึง่ ผึง้ ตวั หน่งึ หลนลงไปในน้ํา และคงจะจมนาํ้ ตายเปน แน ถา นกพริ าบตวั หนึ่ง
มองไมเหน็ เสียกอ น นกพิราบคาบใบไมยน่ื ใหผงึ้ ไตข้ึนมาได
วันตอมาขณะที่นกพิราบกําลังเกาะอยูบนก่ิงไม นายพรานคนหนึ่งเขามาในปา
และเอาปนจองจะยิงมัน แตผึ้งเห็นเสียกอน จึงบินไปตอยมือของนายพราน ทําใหมือ
ของนายพรานสั่น กระสนุ หางเปาไปมาก นกพริ าบไมเปน อันตราย
(จากเรื่อง ผ้ึงกับนกพริ าบ ของ ทองสกุ เกตโุ รจน ในหนังสือ สาวเจา ปญญา)
๑๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ยอ หนาที่ ๑
ตง้ั คาํ ถามหาคาํ สาํ คัญหรือคําหลกั
คําถาม คําสําคัญ หรอื คาํ หลัก
๑. ตวั ละครในยอ หนาน้มี ีใครบา ง ผงึ้ กับ นกพิราบ
๒. ตวั ละครในยอหนานท้ี าํ อะไร ผึง้ หลน นํา้
นกพริ าบเห็นจงึ คาบใบไมย ่ืนให
๓. ผลของการกระทาํ เปนอยา งไร ผ้งึ ไตข ้ึนมาได
นําคําสําคญั มาเรยี บเรียงเปน ประโยคใจความสําคญั
นกพริ าบเห็นผึง้ หลนน้าํ จึงคาบใบไมใหผ ้งึ ไตขึ้นมาได
ยอหนาที่ ๒
ต้ังคาํ ถามหาคาํ สําคัญหรือคาํ หลกั
คาํ ถาม คําสาํ คญั หรือคําหลกั
๑. ตัวละครในยอหนา น้มี ีใครบาง นกพิราบ นายพราน ผ้งึ
๒. ตวั ละครในยอหนา นีท้ าํ อะไร นายพรานจะยิงนกพริ าบ
ผ้งึ เห็นนายพราน
ผึ้งบนิ ไปตอยมือนายพราน
๓. ผลของการกระทําเปนอยา งไร นกพิราบไมเปนอนั ตราย
นาํ คาํ สาํ คัญมาเรียบเรยี งเปนประโยคใจความสาํ คัญ
ผึ้งเห็นนายพรานจะยิงนกพิราบ จึงบินไปตอยมือนายพราน นกพิราบ
ไมเ ปน อันตราย
ใจความสาํ คัญนทิ านเร่ืองผงึ้ กบั นกพริ าบ
นําสิ่งท่ีสรุปทั้ง ๒ ยอหนา มาเรียบเรียงเปนใจความสําคัญใหมดวยภาษาของ
ตนเอง
นกพิราบเหน็ ผงึ้ หลน น้ําจึงคาบใบไมใ หผ ึ้งไตข ้ึนมาได ตอ มาผึ้งเห็นนายพราน
จะยิงนกพริ าบ จงึ บินไปตอ ยมือนายพราน นกพิราบไมเปนอันตราย
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรตรองลองพูด ๑๕
บทอาน เรอื่ ง หมาปากับนกกระสา
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๑ เรอื่ ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๔ เร่ือง การจับใจความสําคญั จากนทิ าน
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
นิทานเร่ือง หมาปา กับนกกระสา
หมาปาตัวหน่ึงสวาปามอาหารอยางตะกละตะกลาม
จนกางติดขวางคอหอยของมัน จะกลืนก็ไมเขาจะคายก็ไมออก
มันจะกินอะไรอยางอื่นก็ไมได น่ันคือสถานการณสุดเลวราย
สําหรับเจาหมาปาจอมตะกละ มันจึงรีบว่ิงแจนไปหานกกระสา
มันม่ันใจวาดวยคอและจะงอยปากอันยาวของนกกระสาคง
พอท่ีจะลว งลงไปคบี กางออกมาไดอ ยางงายดาย
หมาปาบอกนกกระสาวา"ขาจะตอบแทนเจาอยางงามเลย
ทีเดียว หากเจาดึงกางออกมาใหขาได" เจานกกระสาลําบากใจ
มากกับการมุดหัวเขาไปในคอหอยหมาปา แตมันเปนสัตวท่ีมี
ความละโมบโดยธรรมชาติ มันจึงทําตามท่ีหมาปาขอรอ ง
พอหมาปารูสึกวากางชิ้นน้ันหลุดออกมาแลว มันก็เดิน
จากไป "แลวรางวัลของขาละ" เจานกกระสารองเรียกดวย
น้ําเสียงรอนรน “วาไงนะ” เจาหมาปาคํารามพรอมกับเดินไป
เดนิ มา “เจา ยงั ไมไ ดม ันไปอกี หรอื ไง ยงั ไมพออีกเหรอทข่ี าปลอ ย
ใหเจามุดหัวลงไปในปากของขา โดยที่ขาไมงับคอของเจา
เสียนะ”
นิทานเร่ืองน้ีสอนใหรูวา อยาคาดหวังผลตอบแทนจาก
การรับใชคนพาล
๑๖ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบงานที่ ๕ เรอ่ื ง จับใจความสาํ คญั จากนิทาน
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรื่อง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๔ เรื่อง การจับใจความสําคัญจากนทิ าน
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
คําชี้แจง ใหตอบคําถามแลวเขียนใจความสําคัญจากนิทานหมาปากับ
นกกระสา
๑. จากยอ หนาที่ ๑ ตอบคาํ ถามและเขียนประโยคใจความสาํ คัญ
คาํ ถาม คาํ สาํ คญั หรอื คาํ หลัก
๑. ตวั ละครในยอ หนาน้มี ใี ครบา ง ...............................................................................
๒. ตัวละครในยอ หนานีท้ ําอะไร ...............................................................................
...............................................................................
๓. ผลของการกระทาํ เปนอยา งไร ...............................................................................
...............................................................................
ประโยคใจความสาํ คัญของยอ หนาท่ี ๑ .............................................................................
...........................................................................................................................................
๒. จากยอ หนาที่ ๒ ตอบคาํ ถามและเขยี นประโยคใจความสําคัญ
คําถาม คาํ สําคัญ หรอื คําหลัก
๑. ตวั ละครในยอหนา น้ีมใี ครบา ง ...............................................................................
๒. ตวั ละครในยอหนานท้ี าํ อะไร ...............................................................................
...............................................................................
๓. ผลของการกระทาํ เปนอยา งไร ...............................................................................
...............................................................................
ประโยคใจความสําคญั ของยอหนาท่ี ๒ .............................................................................
...........................................................................................................................................
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพูด ๑๗
๓. จากยอหนาท่ี ๓ ตอบคําถามและเขียนประโยคใจความสาํ คัญ
คาํ ถาม คาํ สาํ คัญ หรอื คาํ หลกั
๑. ตัวละครในยอ หนา นมี้ ใี ครบาง ...............................................................................
๒. ตวั ละครในยอหนา น้ีทาํ อะไร ...............................................................................
...............................................................................
๓. ผลของการกระทําเปน อยา งไร ...............................................................................
...............................................................................
ประโยคใจความสําคญั ของยอ หนาที่ ๓ .............................................................................
...........................................................................................................................................
๔. นําประโยคจากขอ ๑ – ๓ มาเรียบเรียงเขียนสรุปใจความสําคัญนิทานและ
วาดภาพ
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ชื่อ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้นั ...........เลขท่ี..........
๑๘ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบความรทู ่ี ๔ เรื่อง การพดู แสดงความคิดเหน็
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๑ เร่ือง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๕ เรอื่ ง การพดู แสดงความคดิ เหน็ จากการอาน
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
การพูดแสดงความคิดเห็น
การพูดแสดงความคิดเห็น หมายถึง การพูดเพื่อแสดงความรูสึกหรือ
แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเร่ืองใดเร่อื งหนึ่งอยางมเี หตผุ ล
ลกั ษณะของผพู ูดแสดงความคิดเห็นทด่ี ี
๑. ผพู ดู จะตอ งมคี วามรใู นเร่ืองทจี่ ะแสดงความคดิ เหน็ เปนอยา งดี
๒. ควรมหี ลกั การแสดงความคดิ เหน็ ในเชงิ ขดั แยง และเชิงวิจารณ
- มเี หตุผลประกอบการพูด
- ยกตัวอยางประกอบการแสดงความคดิ เห็น
๓. ใชภาษาสุภาพเหมาะสมกับโอกาส โดยเฉพาะการแสดงความ
คิดเห็นในเชิงขัดแยงและเชิงวิจารณ เพื่อรักษาความสัมพันธที่ดีตอผูพูด
และผูฟ ง
๔. ควรแสดงความคิดเห็นในเชิงสรางสรรค และเปนประโยชนตอ
สว นรวมเปน สาํ คญั
หลกั การพูดแสดงความคดิ เห็น
๑) ฟง อา น หรอื ดเู รอ่ื งทต่ี อ งพดู แสดงความคดิ เหน็ อยางตัง้ ใจ
๒) ใชค วามคิดพิจารณาหาเหตุผลเพอ่ื ประกอบการแสดงความคิดเหน็
๓) มคี วามยุติธรรม ไมเ ขา ขา งฝายใดฝา ยหน่งึ
๔) ไมนําอารมณช อบหรอื ไมช อบสวนตัวมาเกีย่ วของ
๕) มีมารยาทในการพูด ใชถอ ยคาํ ทส่ี ภุ าพ และใชน้าํ เสยี งนมุ นวล
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรื่อง ไตรตรองลองพดู ๑๙
บทอาน เร่ือง ลิงกินผลไม
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๕ เรอ่ื ง การพดู แสดงความคิดเห็นจากการอา น
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
ลิงกนิ ผลไม
ลิงนอยตัวหน่ึงมาท่ีไรแตงโม ท่ีมีผลแตงโมใหญ ผิวเตงตึง สุกไดที่ ดูนา
กินมาก มันวิ่งเขาไปดึงกานปลิดขั้วแตงโมออกมาผลหน่ึง ในเวลานั้นมีวัว
ตัวหนึ่งกําลังกินหญาอยูใ กล ๆ จึงรองบอกวา “มอ มอ เจาลิงนอย ฉันจะบอก
วิธีกินแตงโมให” ลิงนอยบอกวา “ไมใชธุระของเจา”แลวมันก็กัดกินเปลือก
แตงโม “อี๊ ไมอรอยเลย” วัวบอกใหลิงนอยกินเน้ือท่ีอยูขางใน “จริงดวยตอง
กินเนอื้ ใน”
ตอมาลิงนอยไปท่ีไรแตงหอม มันเลือกแตงหอมมาแลวกระแทกจน
ผลแตงหอมแตก แลวควักเนื้อแตงหอมมากิน “อี๊ไมอรอยเลย”ลาตัวหน่ึง
เดินอยูแถวน้ันรองบอกวา “น่ีแนะลิง เจาตองกินเปลือกแตงหอม ไมใชกิน
เน้อื แตงหอม”
ไมนานลิงนอยไปท่ีบานของชาวบาน มันเห็นกระจาดถ่ัวที่มีเปลือกแข็ง
มนั รีบเขาไปหยิบเมล็ดถั่วมาแกะกนิ เปลือกถั่ว ทม่ี ีรสขมฝาด จนลงิ นอยตอ งว่ิง
ไปที่ริมแมน้ํา วักนํ้าบวนปากแทบไมทัน พรอมบนแกมโมโหวา “ไมมีอะไร
อรอ ยเลย ตอ ไปฉันจะไมกนิ ผลไมพ วกนีอ้ ีกแลว เลิกกนั ที”
กรมวิชาการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๔๑) เลานทิ านใหหนฟู งหนอ ย . กรุงเทพฯ : โรงพิมพครสุ ภา
ลาดพรา ว.
๒๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบงานที่ ๖ เรื่อง เขียนแสดงความคดิ เหน็ จากการอาน
หนว ยการเรยี นรูที่ ๑๑ เรื่อง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๕ เรือ่ ง การพดู แสดงความคดิ เห็นจากการอา น
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
คําช้แี จง อานนิทานเรื่องหมาปากับลูกแกะ แลวตอบคําถามและเขียน
แสดงความคิดเหน็
นทิ านเรอื่ ง หมาปา กบั ลกู แกะ
ขณะทห่ี มาปากาํ ลงั กนิ นาํ้ อยทู ต่ี นลาํ ธารแหง หน่งึ แลเห็นลกู แกะ
เดินเลนทองน้ํามาแตไกล หมาปาคิดจะจับลูกแกะกิน แตมันตองทําให
ลูกแกะเห็นความชอบธรรมของตนเสียกอน มันจึงตรงเขาไปตอวา
ลูกแกะวา“เจาน้ีนิสัยไมดี ถือดีอยางไรจึงมากวนน้ํากินของขาใหขุน
เปนตม” ลูกแกะตกใจ รองตอบโตไปโดยซ่ือวา “ทานจะวาขาพเจา
กวนน้ํากินของทานใหขุน ไดอยา งไร เพราะน้ําในลําธารนี้ไหลจากทาน
มายงั ขาพเจา หาไดไ หลจากขา พเจาไปหาทา นไม”
หมาปาแกลงหาความตอไปวา “เอาเถิด ถึงเจาจะไมไดทํานํ้า
ใหขุนวันน้ี เม่ือปกลายเจามาดาวาขา” ลูกแกะตัวส่ันรองตอบไปวา
“พธุ โธเอย เม่อื ปกลายน้ีขาพเจายังไมไ ดเกิดมาเหน็ เดือนเห็นตะวันเลย”
หมาปา ตอบวา “เอาเถอะนะ ถึงเจา ไมไ ดดาวาขา พอของเจากด็ าวา ขา
เจามีความผิดเหมือนกันจะมามัวตอลอตอเถียงกันไปทําไม” วาแลวก็
ตะครบุ ลูกแกะกินเปน อาหาร
นิทานเรื่องนี้สอนใหรูวา ผูที่มีนิสัยพาลยอมหาเหตุที่จะพาลผูไมมี
ความผดิ ใหไ ด
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๑ เรื่อง ไตรต รองลองพูด ๒๑
๑. ในเรอื่ งมตี ัวละครอะไรบาง ...................................................................
๒. หมาปา คิดจะทาํ อะไรกบั ลกู แกะ ...........................................................
๓. นักเรยี นอา นนิทานเร่ืองนแี้ ลว คิดวาเรอื่ งน้เี ปน อยา งไร เลือกตอบเพียง
๑ เหตผุ ล
เน้อื เรอ่ื งสนกุ เพราะ..............................................................................
..............................................................................................................
เนื้อเรอื่ งไมสนุก เพราะ..........................................................................
..............................................................................................................
๔. ขอคดิ ท่ไี ดจ ากนทิ านเรื่อง หมาปา กบั ลูกแกะ.........................................
..............................................................................................................
๕. เขียนแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั นิทานเรอ่ื ง หมาปา กับลกู แกะ
..............................................................................................................
..............................................................................................................
..............................................................................................................
..............................................................................................................
..............................................................................................................
๖. วาดภาพตัวละครในเรอ่ื งหมาปา กบั ลกู แกะ ตามจินตนาการ
ชอ่ื ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้ัน...........เลขท.่ี .........
๒๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบความรูที่ ๕ เรอ่ื ง หลกั การและวิธกี ารคัดลายมอื
หนวยเรียนรทู ่ี ๑๑ เรื่อง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๖ เรอ่ื ง คัดลายมอื เอกลกั ษณไ ทย
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การคัดลายมือใหถูกตองตามหลักการเขียนคําไทย คือ เขียนตัวอักษรไทย
ถูกตอง อานงาย มีชองไฟ มีวรรคตอน ตัวอักษรเสมอกัน วางพยัญชนะ สระและ
วรรณยกุ ตใหถ กู ที่ ตัวสะกดการนั ตถ ูกตอ ง และลายมือสวยงามตาม
ลกั ษณะการนัง่ ท่ีถูกวิธี
๑. หันหนา เขาหาโตะ การน่งั เอียงอาจทําใหหลงั คด
๒. แขนทงั้ ๒ ขา งวางอยบู นโตะ ประมาณ ๓ ใน ๔ ของความยาวระหวา ง
ศอกกับขอมอื พาดไวกบั ขอบโตะ ขอ ศอกตองไมกางออกหรือแนบตัวมากเกิน
๓. กระดาษตองวางใหต รงไวหนาผเู ขยี น
๔. จับดินสอหรือปากกาพอเหมาะ ไมแนนเกินไป นิ้วชี้กับน้ิวหัวแมมือ
จะประคองดินสอ หรอื ปากการว มกบั น้ิวกลาง มอื จะพกั อยูบนนิ้วนางและนิว้ กอย
๕. ขณะคดั ลายมอื แขน มือ และน้ิวมอื จะตอ งเคลอื่ นไหวใหสัมพนั ธก นั
หลกั การคัดลายมอื
๑. เขียนตวั อกั ษรใหถ ูกสวน ตวั อกั ษรตัง้ ตรง การเขียนพยญั ชนะไทยทุกตัว
ตองเริ่มเขียนหัวกอน ยกเวน ก และ ธ ซ่ึงไมมีหัว เวนชองไฟและวรรคตอน
ใหพ องาม และวางเครอ่ื งหมายตา งๆ ใหถ กู ตองตามตําแหนง
๒. ขนาดของตัวอักษรโดยทั่วไปมีความกวางเปนคร่ึงหนึ่งของความสูง
ไมรวมหางและเชิง ยกเวน ข ฃ ช ซ กวางเปนครึ่งหนึ่งของตัวอ่ืน ๆ และ
ตัวอักษรท่ีเหมือน ๒ ตัวติดกัน ไดแก ฌ ญ ฒ ณ ตัวหนากวางคร่ึงหน่ึงของ
ความสูง ตัวหลงั กวางครึง่ หน่งึ ของตวั หนา
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพูด ๒๓
วิธกี ารคัดลายมือ
๑. อานขอ ความที่จะคัดใหจบกอ นคดั เพอ่ื ทําความเขาใจขอ ความ
๒. คัดตัวบรรจงเต็มบรรทัด หัวอักษรตองสัมผัสเสนบรรทัดบนและลาง
ถา คดั ลายมือคร่ึงบรรทัด ขนาดความสูงของตวั อักษรตองสูงเทา กนั โดยตลอด
๓. คัดตัวอักษรและขอความดวยตัวตรงเสมอแนวเดียวกัน ตัวอักษรไม
เอนเอียง โยไปขางหนาหรือหลัง
๔. เวนระยะชอ งไฟระหวา งตัวอักษรใหห า งเสมอกนั
๕. ถาเขียนผิดหรือจําเปนตองลบ ตองระมัดระวังเร่ืองความสะอาด
กอนเขียนใหมตองลบรอยเกาใหสะอาดเรยี บรอยเสยี กอ น
๖. สระและวรรณยกุ ตตอ งวางใหถูกท่ี
๗. ขนาดความกวางความสูงของตวั อกั ษรและสระตอ งตรงตามแบบ
๘. ควรควบคุมอัตราความเรว็ ในการเขยี น อยา เขียนเร็วเกนิ ไป
๙. ตองระมดั ระวงั อยาคัดใหต กหลน การเวนวรรคตอนตองถูกตอง
๑๐. เม่อื คัดจบตอ งอานทบทวนและตรวจสอบอีกครั้ง
ความสาํ คญั ของการคดั ลายมอื
การคัดลายมือเปนการฝกสมาธิและความต้ังใจ ฝกความเปนระเบียบ
และความเปน ผูม ศี ลิ ปะ
การคัดลายมือถูกตองตามแบบอักษรไทย เปนการปลูกฝงใหเด็กมี
ความภาคภูมิใจในความเปน ชาติไทยท่มี ตี วั อักษรเปน ของเราเอง
แหลงภาพ : จากหนังสอื แบบเรยี นภาษาไทย ชดุ พืน้ ฐานภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
๒๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ลองคัดตวั อักษรทคี่ ดิ วาเขยี นยาก
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑๑ เร่ือง ไตรตรองลองพดู ๒๕
ใบงานที่ ๗ เรื่อง อา น คดิ และคดั ไทย
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรือ่ ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๖ เรอื่ ง คัดลายมอื เอกลักษณไทย
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
คาํ ชี้แจง อานออกเสยี งขอความตอ ไปนี้ แลวคดั ลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
คนดี ของพอ แม จงทาํ ดี
คนดี ของครู จงพูดดี
คนดี ของเพอ่ื น จงคิดดี
คนทาํ ดี เรียนดี พูดดี และคิดดี
ลวนแลว แตเ ปน เด็กดี
วิธีที่จะเปนเด็กดีนั้นมีมากมาย เธอจะเปนเด็กดีไดอยางไรบาง
ตอบตามที่เธอคิด ..............................................................................................
..............................................................................................................................
ชือ่ ...........................................นามสกลุ ..........................................ชัน้ ...........เลขท่ี..........
๒๖ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบงานที่ ๘ เรื่อง คดั ลายมอื และคิดวิเคราะห
หนว ยการเรยี นรูที่ ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๗ เร่อื ง คดั ลายมือและคดิ วเิ คราะห
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
คาํ ชี้แจง อา นบทอาขยาน เด็กนอย คดั ตวั บรรจงเตม็ บรรทัด แลวเขยี นความตง้ั ใจ
ของเธอ เรอ่ื ง การเรยี น และวาดภาพประกอบ
เด็กนอย
เดก็ เอย เดก็ นอ ย
ความรเู รายังดอยเรงศกึ ษา
เมอ่ื เติบใหญเ ราจะไดม ีวิชา
เปนเคร่อื งหาเลยี้ งชพี สาํ หรบั ตน
ไดป ระโยชนห ลายสถานเพราะการเรียน
จงพากเพยี รไปเถิดจะเกิดผล
ถงึ ลําบากตรากตรํากจ็ าํ ทน
เกดิ เปนคนควรหม่นั ขยันเอย
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๑ เรอ่ื ง ไตรตรองลองพดู ๒๗
ฉันตัง้ ใจวา
ชื่อ...........................................นามสกุล..........................................ชน้ั ...........เลขท.ี่ .........
๒๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบความรูที่ ๖ เร่ือง คําคลอ งจอง
หนว ยการเรียนรูที่ ๑๑ เร่ือง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๘ เรือ่ ง คาํ คลอ งจอง
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓
คําคลองจอง
คําคลองจอง คือ คําท่ีประสมดวยสระเดียวกัน และสะกดดวยตัวสะกด
ในมาตราเดยี วกัน แตม ีพยัญชนะตน ตา งกัน ทําใหเกิดเสยี งสัมผัสในบทรอยกรอง
คาํ คลอ งจอง ๑ พยางค
มา คลองจองกับ นา (มสี ระเดยี วกัน)
ดี คลองจองกับ ป (มีสระเดียวกัน)
ฉัน คลองจองกบั กนั (มีสระเดียวกันและมีตัวสะกดมาตราเดยี วกัน)
คดิ คลองจองกับ พิษ (มีสระเดียวกันและมีตวั สะกดมาตราเดยี วกนั )
คําคลองจอง ๒ พยางค
คําคลองจอง ๒ คํา ใหคําที่สองของกลุมหนาคลองจองกับคําท่ีหน่ึงของ
กลมุ หลัง เชน
ตอ นรับ ขบั สู
บกุ ปา ฝาดง
น้ําใส ใจจรงิ
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรือ่ ง ไตรต รองลองพูด ๒๙
คําคลองจอง ๓ พยางค
คําคลองจอง ๓ คํา ใหคําท่ีสามของกลุมหนาคลองจองกับคําท่ีหนึ่งหรือคาํ
ทีส่ องของกลุมหลงั เชน
นา้ํ พึ่งเรอื เสอื พ่ึงปา
หนกั ไมเอา เบาไมสู
ตามใจปาก ลาํ บากทอง
คําคลองจอง ๔ พยางค
คําคลองจอง ๔ คํา ใหคําที่สี่ของกลุมคําหนาคลองจองกับคําที่หน่ึง หรือ
คําท่สี อง หรือคําทสี่ ามของกลมุ คําหลัง เชน
ฟง ไมไดศ ัพท จับไปกระเดียด
รกั ดหี ามจั่ว รักช่วั หามเสา
ชางตายทงั้ ตัว เอาใบบวั ปด
คําคลองจอง บางคร้ังใชในการเขียนคําขวัญ สุภาษิต คติเตือนใจตาง ๆ
หรือใชในการเลนปริศนาคําทาย สวนมากจะใหคําสุดทายของวรรคตน สัมผัสกับ
คาํ ใดคําหนึ่งในวรรคตอไป เชน
รกั ชาตศิ าสนก ษัตรยิ เปนคุณสมบตั ขิ องเดก็ ไทย
เด็กดีเปน ศรีแกชาติ เด็กฉลาดชาตเิ จรญิ
๓๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
บทอาน เรอื่ ง ลากับจ้งิ หรดี
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๑ เรือ่ ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๘ เรอื่ ง คําคลอ งจอง
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓
ลากบั จิง้ หรีด
ลาโงตัวโตตัวหนงึ่ พึ่งออกจากบานมาหากินหญาที่ชายปา มันไดยิน
เสียงดังกองมาจากพงหญา มันหันไปพบจ้ิงหรีดสงเสียงรอง มันยืนฟง
และรูสึกวาเสียงนั้นชางไพเราะจับใจ จึงเดินไปถามจิ้งหรีดวา “ เจากิน
อะไรจึงรองไดเสียงเพราะอยางน้ี” จ้ิงหรีดบอกวา “เรากินนํ้าคางจาก
ใบหญา ”
ลาไดยินดังนั้นมันจึงไมกินหญา ไมกินน้ําในลําธาร มันเอาแต
ต้ังหนาตง้ั ตาเท่ียวเลียกนิ นํา้ คา งตามใบหญา และใบไม ไมชา ลากเ็ สียชีวติ
นิทานเรอื่ งนีส้ อนใหรูวา สงิ่ ใดท่ผี ดิ วสิ ัยตน หากไปทาํ อาจจะใหโ ทษ
แหลงทม่ี าเรื่องและภาพ : จากหนงั สืออานเพ่มิ เตมิ นิทานอสี ป ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
คําคลอ งจองในเรอ่ื งนี้ ...........................................................................................
..............................................................................................................................
..............................................................................................................................
..............................................................................................................................
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๑ เรอื่ ง ไตรตรองลองพูด ๓๑
ใบงานที่ ๙ เร่อื ง แตง คาํ คลองจอง
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๘ เรอื่ ง คําคลองจอง
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
คําชีแ้ จง
ตอนท่ี ๑ จับคูคําคลอ งจองท่มี ีความหมายสอดคลองกนั
๑. ผลิดอก ก. กรรมแตง
๒. กวา งใหญ ข. แดงแจ
๓. บญุ ทํา ค. เข็ญใจ
๔. ยากเยน็ ง. ปลงใจ
๕. บาปบญุ จ. ไพศาล
๖. ตกลง ฉ. ทบั สิทธิ์
๗. ชอื่ เสยี ง ช. รามไห
๘. นอนหลับ ซ. คณุ โทษ
๙. แจมแจง ฌ. ออกผล
๑๐. ถว ยชาม ญ. เรยี งนาม
๓๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ตอนที่ ๒ แตง ประโยค โดยใชคําคลอ งจองที่มีความหมายสอดคลอ งกัน
ตัวอยา ง ถา ฉันเปนฝน ฉนั จะขนเมฆกอนโตมาใหนํ้าแกชาวนา
๑. ถาฉันเปน เทวดา ฉันจะ.......................................................................
..............................................................................................................
๒. ถาฉนั เปน คนรวย ฉนั จะ.......................................................................
..............................................................................................................
๓. ถา ฉนั เปน ตนมะมว ง ฉนั จะ.................................................................
..............................................................................................................
๔. ถาเธอเปนคณุ ครู เธอจะ......................................................................
..............................................................................................................
๕. ถา แมฉันมฤี ทธิ์ แมจ ะ..........................................................................
..............................................................................................................
ชือ่ ...........................................นามสกลุ ..........................................ชัน้ ...........เลขท่.ี .........
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑๑ เรื่อง ไตรตรองลองพูด ๓๓
ใบความรูท่ี ๗ เร่อื ง คําขวัญ
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๑ เร่ือง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๘ เร่ือง คําคลอ งจอง
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
การเขยี นคําขวัญ
คําขวัญเปนถอยคําท่ีกลาวส้ัน ๆ ใหขอคิดหรือเปนคติเตือนใจในเรื่องใด
เรือ่ งหนึง่ เชน
โรงเรยี นจะสวย ถา นักเรยี นชว ยกันรักษาความสะอาด
ตนไมควรรักษา หมนั่ ปลกู ปา เปน ประจํา
เมอื งไทยจะรงุ เรือง พลเมอื งดตี องมวี นิ ยั
การเขียนคําขวัญควรเปน ขอความที่จูงใจ ใชคําสั้นกะทัดรัด
มีความหมายดี และตรงตามความตองการ มีความคลองจองกัน
เพื่อใหจ าํ ไดงา ย
๓๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบงานท่ี ๑๐ เรื่อง แตง คําขวญั
หนวยการเรียนรูท ี่ ๑๑ เร่อื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง คาํ ขวัญ
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓
คําชแ้ี จง
ตอนที่ ๑ นาํ คําท่ีกําหนดใหเ ตมิ ลงในชอ งวางใหเ ปน คาํ ขวัญทีส่ มบรู ณ
เปน เศรษฐใี นวนั หนา หวงลกู หลาน ไทยเจริญ มจี ิตสาธารณะ
จุดประกายฝน ตนไมเทา นน้ั ทัง้ กนั และแก ปลอดจากภัย
๑. รักในหลวง .................................รว มกันตาน ยาเสพติด
๒. รอบคอบ รคู ิด........................................................................................
๓. ฉลาดคดิ จติ บรสิ ทุ ธ์.ิ ....................................ผูกพนั รกั สามคั คี
๔. ประหยดั วันน.้ี ........................................................................................
๕. อากาศเปนพิษ ชีวติ จะสน้ั ......................................................................
ตอนที่ ๒ แตงคําขวญั เก่ียวกับการปลูกตน ไม ๑ คาํ ขวญั
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ช่ือ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้ัน...........เลขที่..........
หนว ยการเรียนรูที่ ๑๑ เรือ่ ง ไตรตรองลองพดู ๓๕
ใบความรทู ่ี ๘ เรือ่ ง การส่อื สารในโอกาสตา ง ๆ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๑ เรอ่ื ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑๐ เรอื่ ง การส่ือสารในโอกาสตาง ๆ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓
การสอื่ สารในโอกาสตาง ๆ
ประโยคทเ่ี ราใชใ นการสือ่ สารมหี ลายชนดิ ไดแก ประโยคบอกเลา ประโยค
ปฏเิ สธ ประโยคคําถาม ประโยคขอรอง ประโยคคําสง่ั ประโยคแสดงความตองการ
๑. ประโยคบอกเลา เปน ประโยคทบ่ี อกใหทราบวา ใคร ทาํ อะไร
ตัวอยา ง กระตา ยกนิ ผัก แมท าํ อาหาร นอ งกินนม
๒. ประโยคปฏิเสธ เปนประโยคไมยอมรับ หรือคัดคาน บอกใหทราบวา
ประธานไมไดเปนผูกระทํา มกั มีคําวา ไม ไมไ ด มิได อยใู นประโยค
ตัวอยาง ฝนไมไ ดต ก นกั เรยี นไมคยุ กันเวลาเรยี น
๓. ประโยคคําถาม เปนประโยคท่ีแสดงความสงสัย และตองการคําตอบ
ในประโยคมกั มีคาํ วา ใคร ทีไ่ หน อะไร ทาํ ไม อยา งไร
ตวั อยา ง ใครเอาหนงั สอื ไป ทําไมนองรองไห
๔. ประโยคขอรอง เปนประโยคที่มีใจความเพ่ือขอความชวยเหลือใหใคร
ชวยเหลือหรือไมใหทําส่ิงใดส่ิงหน่ึง ซ่ึงจะละประธานของประโยคไว มีคําวา
กรุณา โปรด ชว ย อยูหนาประโยค
ตวั อยาง กรุณายกเกาอีใ้ หด ว ยคะ โปรดรกั ษาความสะอาด
๕. ประโยคคาํ สง่ั เปน ประโยคท่ีใหทาํ หรือหา มทาํ สง่ิ ใดสงิ่ หนึ่ง ซึง่ จะละ
ประธานของประโยคไว แตจ ะใชคาํ กรยิ าหรือคําวา อยา หาม จง ข้นึ ตน ประโยค
ตัวอยา ง จงแปรงฟน กอนนอน หา มจับสัตวน าํ้ อยา เลนไฟ
๖. ประโยคแสดงความตอ งการ แสดงถงึ ความอยากได อยากมี อยากเปน
ตวั อยา ง ฉันอยากไปเทยี่ วทะเล ฉนั ตองการกนิ ขา วผดั
๓๖ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบงานท่ี ๑๑ เรอื่ ง การสอื่ สารในโอกาสตา ง ๆ
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๑ เรือ่ ง ไตรต รองลองพดู
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑๐ เรือ่ ง การส่ือสารในโอกาสตาง ๆ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
คาํ ชแี้ จง
ตอนท่ี ๑ เขียนชนดิ ของประโยคลงในชองวา ง
๑. ใครเปนเจาของโทรศพั ทเ คร่อื งนี้ .........................................................
๒. ฉนั ไมเ คยเอารดั เอาเปรยี บผอู นื่ .........................................................
๓. ใครจะกนิ ขนมบา ง .........................................................
๔. กรณุ าถอดรองเทา กอ นเขา หอง .........................................................
๕. ออกไปนอกหอ งเดี๋ยวน้ี .........................................................
๖. ฉันรบั ประทานขา วผัด .........................................................
ตอนที่ ๒ แตง ประโยคตามทก่ี าํ หนด
๑. ตอบคาํ ถามเปนประโยคบอกเลา
นักเรียนชอบเรียนวชิ าใดมากทส่ี ดุ
........................................................................................................................
๒. เปล่ยี นประโยคตอไปนใ้ี หเ ปนประโยคปฏิเสธ
เดก็ ๆ ชอบรบั ประทานนาํ้ พรกิ ปลาทู
........................................................................................................................
๓. เขียนประโยคคาํ ถามจากประโยคคําตอบ
แมท าํ อาหารไปใหค ณุ ยาย
........................................................................................................................
๔. เปลี่ยนประโยคใหเปนประโยคแสดงความตองการ
พี่เปนนักวาดรูป
........................................................................................................................
ช่อื ...........................................นามสกลุ ..........................................ชน้ั ...........เลขท่.ี .........
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๑ เรือ่ ง ไตรต รองลองพูด ๓๗
ชั้น ป.๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
แบบประเมินตนเอง
ช่อื : ___________________________ สกุล : ______________________ช้นั _____เลขท่ี _____
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๑ เร่ือง ไตรตรองลองพูด
คําช้แี จง ๑. ระบายสลี งใน ของแตละกิจกรรมท่ีนักเรียนคิดวาทาํ ไดเ พ่ือประเมินการเรียนรูของนกั เรียน
ตามระดบั การประเมนิ ตอ ไปนี้
ปรบั ปรุง พอใช คอ นขา งดี ดี ดีมาก
กจิ กรรม ระดบั ความสามารถ
๑. อา นและวเิ คราะหความหมายของคํา
๒. คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
๓. แตง คําคลองจองและคาํ ขวญั
๔. เขียนใจความสาํ คญั ของเร่ืองทอี่ าน
๕. บอกและเขยี นขอ คิดจากเรอ่ื งทีอ่ า น
๖. พูดและเขียนสื่อสารในชีวติ ประจําวันในโอกาสตาง ๆ
๒. นบั จาํ นวนดาวจากตารางขางบนเพื่อบนั ทกึ ผลการเรยี นรขู องนกั เรียน ดังนี้
จํานวน.............................. จํานวน..............................
จํานวน.............................. จํานวน..............................
จาํ นวน..............................
๓. วงกลมรอบผลการเรียนรขู องนักเรยี น โดยนบั จากขอทีไ่ ดด าวมากที่สดุ
ปรบั ปรุง พอใช คอ นขา งดี ดี ดีมาก
๔. กาเครื่องหมาย ลงใน ที่นักเรียนวางแผนจะทําเพื่อพัฒนาการเรียนในครั้งตอไป (เลือกได
มากกวา ๑ ขอ)
ทบทวนความรู มสี มาธิในการเรียน
ฝก อานและเขียน __________________________________
๓๘ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๑๒
พิสจู นวิชาหนาเจา
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๒ เรื่อง พสิ จู นวชิ าหนาเจา ๓๙
ใบความรทู ่ี ๑ เรือ่ ง การอา นออกเสยี ง
หนว ยการเรียนรูที่ ๑๒ เร่อื ง พิสูจนวชิ าหนาเจา
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑ เรือ่ ง การอา นออกเสียง เรอ่ื งมนุษยก บั การบนิ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
การอานออกเสียง
การอานออกเสียง คือ การอานที่ผูอานเปลงเสียงออกมาใหผูอื่นไดยินเปน
ถอยคํา ประโยค หรือเร่ืองราว
หลกั ในการอา นออกเสียง
๑. มีสมาธแิ ละความมน่ั ใจในการอา น
๒. อา นใหชดั เจนถูกตอ งตามอักขรวิธี ไมอ านผิด อานตก หรอื อานเติม
๓. แบงวรรคตอนในการอา นใหถกู ตอง
๔. เวลาอานตองควบคุมสายตาใหไลไปตามตัวอักษรทุกตัวในแตละ
บรรทัดจากซายไปขวาดวยความรวดเร็ววองไวและรอบคอบ แลวยอนสายตา
กลบั ลงไปยังบรรทัดถดั ไปอยางแมนยาํ
๕. อานออกเสียงใหดังพอสมควร ใหเหมาะกับสถานที่และจํานวนผูฟง
ไมดงั หรอื คอ ยจนเกินไป จะทาํ ใหผฟู งเกดิ ความรําคาญและไมส นใจ
๖. ไมอา นออกเสียงในทท่ี ไ่ี มค วรอาน เชน ในหองสมุด เปนตน
๗. อานออกเสียงใหเปนเสียงพูดอยางเปนธรรมชาติ โดยเนนเสียงหนัก
เบา สูง ตํ่า ตามลกั ษณะการพดู โดยท่ัวไป
๔๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
บทอา น เรือ่ ง มนษุ ยก บั การบิน
หนวยการเรียนรูท ่ี ๑๒ เรื่อง พิสูจนว ชิ าหนาเจา
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๑ เร่ือง การอานออกเสยี ง เรื่องมนุษยกับการบนิ
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
มนุษยกบั การบนิ
มนุษยมีความใฝฝน ทีจ่ ะบนิ ใหไดอ ยา งนกมานานแลว ไดม ผี พู ยายาม
คิดคนวิธีการตาง ๆ เชน หาปกมาติดตามแขนแลวกระพือแบบนก แตก็
ยังไมเปนผล ผูจุดประกายการบินโดยมีเครื่องชวย คือพี่นองตระกูลไรท
ไดพยายามสรางเคร่ืองรอนข้ึนเปนผลสําเร็จ สามารถบังคับใหยานข้ึนลง
หรือเอียงซายขวาได ตอมาจึงทดลองใชเคร่ืองยนต และแสดงการบิน
ดวยอากาศยานท่ีใชเครื่องยนตควบคุมการบินไดเปนผล หลังจากน้ัน
กิจกรรมดานการบินจงึ เกิดขน้ึ ทุกหนทุกแหงทัว่ โลก และมีผคู ิดเคร่ืองบิน
ทขี่ ้ึนลงบนพื้นนํา้ ได โดยนาํ สกใี สแทนทลี่ อของเครอ่ื งบนิ ทมี่ ีปกสองช้นั
หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ไดมีการติดตั้งอาวุธปน ระเบิด และ
ตอรปโดบนเครื่องบิน มีการออกแบบอากาศยานท่ีเปนมาตรฐานและ
พัฒนาความเร็วของเครื่องบินมากขึ้น จนสามารถสรางเคร่ืองบินท่ีบิน
ไดด ว ยความเรว็ เหนอื ความเร็วของเสยี ง
ปจจุบันประเทศตาง ๆ ไดผลิตเครื่องบินเพื่อใชในการพาณิชย
ชวยยนเวลาการเดินทาง และกลายเปนสวนหน่ึงของการคมนาคมไปแลว
ประเทศไทยมีสายการบินไทยหลายสายรับสงผูโดยสารท้ังในประเทศ
และระหวา งประเทศทว่ั โลก
เรื่อง มนุษยกบั การบนิ จากหนงั สือเรียนรายวิชาภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ (หนา ๙๒)
หนวยการเรียนรูท ี่ ๑๒ เรื่อง พสิ จู นวิชาหนาเจา ๔๑
ใบงานที่ ๑ เร่อื ง มนษุ ยกับการบิน
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๑๒ เรอื่ ง พสิ จู นวชิ าหนาเจา
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๑ เรื่อง การอานออกเสยี ง เร่อื งมนษุ ยก บั การบนิ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓
คาํ ชีแ้ จง เขียนคําและความหมายของคําจากเร่ืองมนุษยกับการบิน (เขียนคําและ
ความหมายอยางนอ ย ๕ คาํ )
มนุษยก ับการบิน
ชอ่ื ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้นั ...........เลขท.่ี .........
๔๒ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ใบความรทู ่ี ๒ เร่อื ง การลาํ ดบั เหตุการณแ ละคาดคะเนเหตกุ ารณ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๒ เรอื่ ง พสิ จู นว ชิ าหนาเจา
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๒ เรื่อง การลําดบั เหตุการณแ ละคาดคะเนเหตุการณ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓
การเรียงลาํ ดบั เหตกุ ารณแ ละการคาดคะเนเหตกุ ารณ
การเรียงลาํ ดบั เหตุการณ
ในชวี ติ ประจําวนั เราจะตองมกี ารลําดบั เหตุการณอ ยูอยา งเสมอ ๆ ไมว าจะ
เปนการเรียงลําดับชีวิตประจําวัน วาเราจะตองทําอะไรกอนหลัง เรียงลําดับ
ภาระงานหรือการบา นทเี่ ราจะทาํ
การฝกเรียงลําดับเหตุการณและการคาดคะเนเหตุการณจะชวยใน
การตัดสินใจเร่ืองตาง ๆ ในชีวิตอยางเปนเหตุเปนผล สงเสริมทักษะการคิด
วเิ คราะห ทกั ษะการคิดอยางมีวจิ ารณญาณอกี ดว ย
ข้นั ตอนการเรียงลาํ ดับเหตุการณ
๑. อานจับใจความใหทราบวา “ใคร ทําอะไร ทําที่ไหน ทําอยางไร
ทาํ เมือ่ ไร”
๒. เรียงเหตกุ ารณที่เกดิ ขน้ึ กอ น-หลงั ตามลาํ ดบั เชน
- ตอนแรก ตอ มา ตอนจบ
- ตามชวงเวลา เชา สาย บาย เย็น
- ตามฤดูกาล ตามปฏทิ ิน ป พ.ศ
การคาดคะเนเหตุการณจากเรอ่ื งท่ีอา น
การคาดคะเนเหตุการณ หมายถึง การคาดการณถึงส่ิงท่ีจะเกิดขึ้นตอไป
ในอนาคต ทีต่ อ งอาศัยเหตผุ ลสนบั สนนุ
การคาดคะเนเหตุการณจากเร่ืองท่ีอานนั้น ตองอาศัยการอานจับใจความ
สําคัญเปนพ้ืนฐาน เพ่ือใหเราสามารถเชื่อมโยงขอ มูลที่สาํ คัญของเร่ืองได และทําให
เราสามารถคาดคะเนเหตุการณท จ่ี ะเกิดขึ้นตอไปไดอยา งสมเหตุสมผล นาเชื่อถือ
หรอื มคี วามแมน ยํา