The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย ป.3 (นร.)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sujittra.pam2506, 2021-11-08 01:18:37

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย ป.3 (นร.)

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย ป.3 (นร.)

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๘ เรอ่ื ง พินจิ คาํ ขวัญ ๒๔๓

ใบงานที่ ๔ เรอื่ ง การแตง คาํ ขวญั
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๑๘ เร่อื ง พนิ จิ คาํ ขวญั
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๔ เร่ือง สนุกกับคําขวญั (๑)
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

คาํ ชี้แจง ใหนําขอ ความที่กําหนดมาเขียนตอ คาํ ขวัญใหส มั พนั ธกนั

ปาพังชีพวาย รูรักษาใหยั่งยืน
รกั ษาพันธุสัตวป า ไทย ทรพั ยมคี าของคนไทย
รักสตั วอยาฆา รกั ปา อยา ทําลาย

๑. พลงั งานมีคา ___________________________
๒. ปาอยูช ีพยัง ___________________________
๓. ตน ไมแ ละสัตวป า ________________________
๔. รกั ตน ไมอยาตัด ________________________

___________________________
๕. ชาวไทยมารวมกัน _______________________

ช่อื ...........................................นามสกุล..........................................ชั้น...........เลขที.่ .........

๒๔๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานที่ ๕ เรือ่ ง สรางสรรคค ําขวญั
หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๑๘ เรือ่ ง พินิจคําขวญั
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๕ เรอ่ื ง สนุกกบั คําขวญั (๒)
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

คาํ ชีแ้ จง ใหแตงคําขวัญตอจากขอความท่ีกําหนด และแตงคําขวัญจาก
หัวขอที่กาํ หนดและวาดภาพประกอบ

๑. พลังงานน้ันมคี า ___________________
๒. แตงคําขวญั หวั ขอ “ประหยัดพลังงาน” หรอื “อนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ ม”

__________________ __________________
__________________ __________________

ช่อื ...........................................นามสกลุ ..........................................ชนั้ ...........เลขที่..........

หนว ยการเรยี นรูที่ ๑๘ เรื่อง พนิ ิจคําขวัญ ๒๔๕

ใบงานที่ ๖ เรื่อง การตัง้ คําถามจากการฟงและดู
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๘ เรอ่ื ง พนิ ิจคาํ ขวญั

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๖ เรื่อง สนกุ คดิ พินิจคําถาม
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓

คําชแ้ี จง ใหตงั้ คําถามและตอบคําถามจากเร่ืองท่ฟี ง และดู จาํ นวน ๓ ขอ
๑. คําถาม

คาํ ตอบ

๒๔๖ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

๒. คาํ ถาม
คาํ ตอบ

๓. คาํ ถาม
คาํ ตอบ

ช่ือ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้ัน...........เลขท.ี่ .........

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๘ เรอื่ ง พินจิ คาํ ขวญั ๒๔๗

ใบความรูท่ี ๓ เรือ่ ง การพดู เชญิ ชวน
หนว ยการเรียนรูท่ี ๑๘ เรอ่ื ง พินจิ คาํ ขวญั
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๗ เรือ่ ง พดู ดมี ีสาระ
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓

๑. ความหมายของการพูดเชญิ ชวน
การพูดเชิญชวน เปนการพูดจูงใจ มีจุดมุงหมายเพ่ือเปลี่ยนทัศนคติของ

ผูฟ งใหตามแนวทางของผูพ ูด จงึ ตอ งใชศ ิลปะในการพดู โนมนาวจิตใจของผูฟ ง
๒. ประเภทของการพูดเชญิ ชวน

๑. การพดู เชิญชวนใหรว มปฏิบัติทางสงั คม
๒. การเชญิ ชวนใหใชบริการตา ง ๆ มักปรากฏในรูปแบบของการโฆษณา
๓. การเชิญชวนใหเ ปลยี่ นความคิดทัง้ ทัศนคติ
๓. หลกั การสาํ คัญของการพดู เชญิ ชวน
๑. พูดเชิญชวนใหผูฟงสนใจและตองการที่จะฟงเรื่องราว จนเห็นจริง
ตามท่ีพูด โดยนําเสนอเรื่องราวอยา งมีเหตุผล มีการยกตัวอยาง หรือใชส่ือประกอบ
การพดู จนผูฟง เหน็ จรงิ
๒. เตรียมความพรอมที่จะพูด โดยศึกษาเรื่องราวอยางละเอียด ถูกตอง
มีความจรงิ และความจําเปน ท่ีจะตอ งปฏิบัตติ ามคาํ เชิญชวนนนั้
๓. ใชนาํ้ เสยี งท่ีแสดงความรสู กึ ใชทา ทางและสายตาอยา งเหมาะสม
๔. คํานงึ ถึงความถูกตอง เชญิ ชวนใหป ฏบิ ตั ิในสิ่งทีเ่ ปนประโยชนตอสวนรวม
มใิ ชเ ปน การเชญิ ชวนในส่งิ ที่ผดิ
๕. แสดงความคิดอยา งมเี หตุผล มคี วามรกู วางขวาง นํากลวธิ กี ารพดู ลกั ษณะ
ตาง ๆ ใหผูฟงสนใจ
๖. พูดตามลําดับขั้นตอน โดยพิจารณาหัวขอท่ีจะใชพูดเชิญชวน กําหนด
วตั ถุประสงคก ารพดู
๗. คน ควาความรปู ระกอบ เลือกวิธกี ารพดู เลือกเหตุการณประกอบการพูด
ใหเ หมาะสม

๒๔๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานที่ ๗ เรื่อง พูดดีมสี าระ
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๘ เรอื่ ง พนิ จิ คําขวญั
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๗ เรือ่ ง พูดดมี สี าระ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓

คําช้ีแจง ใหเ ขยี นบทพูดสําหรบั พดู เชิญชวนเกย่ี วกบั การประหยดั พลังงาน

ชื่อ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้ัน...........เลขที่..........

หนวยการเรยี นรูท ี่ ๑๘ เรอื่ ง พินจิ คาํ ขวัญ ๒๔๙

ใบความรูที่ ๔ เรอื่ ง เครอื่ งหมายวรรคตอน
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๘ เร่อื ง พินิจคาํ ขวญั
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๘ เรื่อง รเู ร่อื งเคร่อื งหมายวรรคตอน
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

เคร่ืองหมายวรรคตอน คือ เคร่ืองหมายที่ใชเขียนกํากับคํา กลุมคํา
ประโยค หรือขอความใหเดนชัดเพื่อใหอานไดถูกตอง และชวยใหผูอาน
เขาใจความหมายไดชัดเจนข้ึน ในภาษาไทยมีเครื่องหมายวรรคตอนใช
อยางหลากหลาย ดงั น้ี

ลาํ ดบั ชือ่ เคร่อื งหมาย ตวั อยางการใช
๑. มหพั ภาค . ๑. ใชเขียนไวหลังตัวอักษร เพ่ือแสดงวา
เปน อักษรยอ เชน ม.ค. คาํ เต็มวา มกราคม
๒. ใชเขียนไวขางหลังตัวอักษรหรือตัวเลข
ท่บี อกลาํ ดบั ขอ
๓. ใชคั่นระหวางช่ัวโมงกับนาทีเพื่อบอก
เวลา เชน ๙.๓๐ น. อานวา เกานาฬิกา
สามสิบนาที
๔. ใชเปนจุดทศนิยม จุดทศนิยมใหอาน
ตัวเลขเรียงกันไป เชน ๒.๓๔๕ อานวา
สองจดุ สามสีห่ า
๒. เสมอภาค = ใชเขียนค่ันกลาง เพ่ือแสดงความขางหนา
กับขางหลังวามีสวนเทากัน เชน ๒ + ๒
=๔
๓. จุลภาค , ๑. ใชค่ันจํานวนเลขนับจากหลักหนวย
ไปทีละ ๓ หลัก เชน ๑,๕๐๐ อา นวา หน่ึง
พันหารอ ย

๒๕๐ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ลําดบั ช่อื เคร่ืองหมาย ตวั อยางการใช
๒,๓๕๐,๐๐๐ อานวา สองลานสามแสน
หาหมืน่
๒. ใชในหนังสือประเภทพจนานุกรม
เพื่อค่ันความหมายของคําท่ีมีความหมาย
หลาย ๆ อยาง เชน บรรเทา ก. ทุเลา
หรือทําใหทุเลา, ผอนคลายหรือทําให
ผอ นคลายลง
๔. วงเล็บ ( ) ๑. ใชกันขอความที่ขยายหรืออธิบายไว
นขลิขติ เปนพิเศษ เพ่ือชวยใหเขาใจขอความนั้น
ไดแจมแจงขึ้น เชน มนุษยไดสรางโลภะ
(ความโลภ) โทสะ (ความโกรธ) และโมหะ
(ความหลงผดิ ) ใหเกิดขนึ้ ในใจของตนเอง
๒. ใชกันขอความท่ีบอกท่ีมาของคําหรือ
ขอความ เชน ชลี (กลอน) ก. อัญชลี, ไหว
๓. ใชกับหัวขอท่ีเปนตัวอักษรหรือตัวเลข
ซึ่งอาจจะใชเพียงเครื่องหมายวงเล็บปด
ก็ได เชน (ก) หรอื ก) (๑) หรือ ๑)
๕. ยตั ภิ งั ค – ๑. ใชแยกพยางคเพ่ือบอกคําอา น โดยเขียน
ไวระหวางพยางคแตละพยางค เชน เสมา
อานวา เส – มา เกษตร อานวา กะ – เสด
๒. ใชในความหมายวา “ถึง” เพื่อแสดง
ชวงเวลา จาํ นวน สถานท่ี เชน
- เวลา ๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. อานวา
เวลาเกา นาฬิกาถงึ สบิ นาฬกิ าสามสิบนาที
- มีผชู มประมาณ ๑๐ - ๒๐ คน อานวา
มีผชู มประมาณสิบถึงยสี่ ิบคน

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๘ เรือ่ ง พินจิ คําขวัญ ๒๕๑

ลําดับ ชื่อ เคร่อื งหมาย ตัวอยางการใช
- ระยะทางนครนายก - จนั ทบุรี อา นวา
ระยะทางนครนายกถงึ จันทบุรี
๓. ใชเขียนแสดงลําดับยอยของรายการที่
ไมตอ งใสต วั อกั ษร มรี ายการคราว ๆ ดงั น้ี
- พธิ ีเปดงาน
- ราํ อวยพร
- ดนตรีบรรเลง
- ปดงาน
๖. อัญประกาศ “ ” ๑. ใชเพ่ือแสดงวาคําหรือขอความน้ัน
เปนคําพูดหรือความนึกคิด เชน “ขอให
ทุกคนต้ังใจจรงิ แลว จะประสบความสาํ เรจ็ ”
๒. ใชเพ่ือเนนคําหรือขอความนั้นให
เดนชัดขน้ึ เชน คําวา “ตะโก” พจนานกุ รม
ฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได
ใหความหมายไววา หมายถึง “ช่ือขนม
ชนิดหน่ึงทําดวยแปงขาวเจากวนเขากับ
นํ้าตาล ใสแหวหรือขาวโพด เปนตน ก็ได
หยอดหนาดว ยกะทกิ วนกบั แปง”
๗. ปรศั นี ? ใชเม่ือสิ้นสุดความหรือประโยคที่เปน
คาํ ถาม เชน
- ทาํ ไมเธอถึงมาโรงเรียนสาย ?
- ใครมาแลว บา ง ?
๘. อัศเจรยี  ! ๑. ใชเขียนหลังคํา วลี หรือประโยคที่เปน
คําอุทาน เชน อ้ือฮือ ! มากจังเลย โอย !
เจบ็

๒๕๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ลําดบั ช่ือ เครื่องหมาย ตัวอยา งการใช
๒. ใชเขียนหลังคําเลียนเสียงธรรมชาติ
เพื่อใหผูอานทําเสียงไดเหมาะสมกับ
เหตกุ ารณใ นเร่ืองนนั้ ๆ เชน โครม ! ปง !
๙. ไมย มก หรือ ๆ ใชเขียนหลังคํา วลี หรือประโยค เพ่ือให
ยมก อานซํ้าคํา วลี หรือประโยค อีกครั้งหน่ึง
เชน
- เด็กเลก็ ๆ อา นวา เด็กเลก็ เล็ก
- ในวนั หน่ึง ๆ อานวา ในวนั หน่ึงวันหน่งึ
- แตละวนั ๆ อานวา แตละวนั แตละวนั
๑๐. ไปยาลนอย ฯ ใชละคําท่ีรูกันดีแลวโดยละสวนทายไว
เหลือแตสวนหนาของคําพอเปนท่ีเขาใจ
เชน
- กรงุ เทพฯ คาํ เตม็ คือ กรุงเทพมหานคร
๑๑. ไปยาลใหญ ฯลฯ ใชสําหรับละขอความขางทายท่ีอยูใน
ประเภทเดียวกันซึ่งยังมีอีกมาก แตไมได
นํามาแสดงไว เชน
- สิง่ ของทีซ่ ้ือขายกันในตลาดมี เนือ้ สัตว
ผกั นํา้ ตาล น้าํ ปลา ฯลฯ
๑๒. สญั ประกาศ _________ ใชขีดไวใตคําหรือขอความท่ีสําคัญ เพื่อ
เนน ใหผูอ านสงั เกตเปน พิเศษ เชน
- หลักการอานตัวเลขมีตีพิมพรวมอยู
ในหนงั สอื อานอยางไรเขียนอยางไร
๑๓. บพุ สญั ญา ” ใชแทนคําหรือขอความที่อยูบรรทัดบน
เพอื่ ไมตอ งเขียนซาํ้ อีก เชน
กฎหมาย อานวา กด - หมาย
กระจก ” กระ - จก

หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๘ เร่อื ง พินิจคําขวัญ ๒๕๓

ลําดับ ชื่อ เครอ่ื งหมาย ตัวอยา งการใช
๑๔. ทบั / ใชขีดหลังจาํ นวนเลข เพอื่ แบงจํานวนยอ ย
ออกจากจํานวนใหญ เชน
บานเลขที่ ๕๖/๓๔๒ อา นวา บา น - เลข - ที่
- หา - สิบ - หก - ทับ - สาม - สี่ - สอง
๑๕. ทวภิ าค : ๑. ใชบงบอกวากําลังจะมีรายละเอียด
ปลีกยอ ยที่แยกไวเปน ขอ ๆ เชน
แมส มี ี ๓ สี : สแี ดง, สีเหลอื ง, สนี ้ําเงิน
๒. ใชเปนตัวแบงอัตราสวน อานวา ตอ
เชน
ผสมนํ้ายานี้ลงในนํ้าดวยอัตราสวน
๑ : ๔ (นํา้ ยาหน่งึ สวนตอ นาํ้ สี่สวน)
๓. ใชเปนตัวคั่นตัวเลขบอกเวลา สําหรับ
ภาษาไทยสามารถใชมหพั ภาคแทนได เชน
เวลา ๑๒ : ๐๐ น. (เวลาสิบสองนาฬิกา)

๒๕๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานที่ ๘ เรอ่ื ง อานไดใชเปน
หนวยการเรียนรูท ี่ ๑๘ เรอ่ื ง พินจิ คาํ ขวญั
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๘ เรือ่ ง รเู ร่อื งเคร่อื งหมายวรรคตอน
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓

คาํ ช้ีแจง ใหนกั เรียนเขียนช่ือเครือ่ งหมายวรรคตอนและบอกวิธกี ารใชใหถ ูกตอง

ๆ๑.
ชอ่ื
วิธใี ช

ฯ๒.
ชือ่
วธิ ใี ช

๓. ฯลฯ
ช่อื
วธิ ใี ช

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๘ เรือ่ ง พินิจคําขวัญ ๒๕๕

/๔.
ช่ือ
วิธีใช

,๕.
ชอ่ื
วธิ ีใช

๖.

“”ชอ่ื

วิธีใช

๗. __

ชอ่ื
วธิ ีใช

๒๕๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

๘. !

ชื่อ
วธิ ีใช

?๙.

ชอื่
วธิ ีใช

.๑๐.

ช่ือ
วธิ ใี ช

ชอื่ ...........................................นามสกุล..........................................ชัน้ ...........เลขท่ี..........

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๘ เรื่อง พินิจคําขวญั ๒๕๗

ใบความรูท่ี ๕ เรอ่ื ง การทองบทอาขยาน
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๘ เร่อื ง พนิ ิจคําขวัญ
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๙ เรอื่ ง ทํานองเสนาะไพเราะเสียง
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓

วตั ถปุ ระสงคของการทอ งอาขยาน ดังน้ี
๑. เพอ่ื ใหน ักเรียนตระหนักในคณุ คา ของภาษาไทย และใหซาบซึง้ ในความ

ไพเราะของบทรอยกรอง
๒. เพอ่ื เปนพน้ื ฐานในการแตง คาํ ประพันธ
๓. เพื่อเปนการสื่อในการถายทอดคุณธรรม คติธรรม และขอคิดท่ีเปน

ประโยชน
๔. เพื่อสงเสริมใหมีจิตสํานึกทางวัฒนธรรมของคนในชาติในฐานะ

“รากรวมทางวฒั นธรรม”
บทอาขยานทีก่ ําหนดใหท อ งจํา

๑.บทหลกั : บทท่ีใหท องจําเพอื่ ความเปน อันหนึง่ อนั เดียวกันท่ัวประเทศ
๒.บทรอง : บทท่คี รผู สู อนหรือสถานศึกษากําหนดใหท อ งจาํ เสรมิ
๓.บทเลือกอิสระ : บทที่นักเรียนแตละคนเลือกทองเองดวยความสมัครใจ
หรือดวยความชื่นชอบ
บทรอ ยกรองที่จะคัดเลือกใหเปนบทรองและบทเลือกอิสระ มีลกั ษณะดงั น้ี
๑. มเี นอื้ หา ความยากงา ยเหมาะสมกบั วยั
๒. มีความยาวพอเหมาะพอควร
๓. มคี ุณธรรม คตธิ รรม ใหแ นวทางการดําเนนิ ชวี ิตท่ดี งี าม
๔. มีสนุ ทรยี รสทางภาษา
๕. มคี วามถูกตองตามฉนั ทลักษณ
๖. มีรูปแบบที่หลากหลาย

๒๕๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

การอานบทอาขยานเปน ทํานองเสนาะ มขี ้ันตอนดงั น้ี
๑. อานเปนรอยแกวธรรมดาใหถูกตองชัดเจนตามอักขรวิธีกอน ทั้ง ร , ล

ตวั ควบกล้ํา อานออกเสียงใหตรงตามเสียงวรรณยกุ ต
๒. อา นใหถกู จงั หวะวรรคตอน
๓. อานใหสัมผสั คลองจองกันเพอ่ื ความไพเราะ
๔. อา นใหถกู ทาํ นองและลลี าของคําประพันธแตละชนดิ
๕. อานโดยใชนํ้าเสียงใหเหมาะสมกับเน้ือหาและอานพยางคสุดทาย

ของวรรคดว ยการทอดเสียง แลวปลอ ยใหหางเสียงผวนขน้ึ จมูก
ประโยชนของการทอ งบทอาขยาน

การทองจําบทอาขยานไดเปรียบเสมือนเปนบันไดขั้นแรกที่นําไปสูการคิด
การทองจําบทอาขยานเปนพื้นฐานท่ีนําไปสูการเลือกจําบทประพันธที่ดีและมี
คุณคาทั้งในเชิงภาษาและเนื้อหาที่เราไดพบในชีวิตประจําวันตอไป การทองจํา
บทอาขยานมีประโยชน สรุปไดด งั น้ี

๑. ชวยใหเกดิ ความซาบซ้ึงในเรอื่ งที่อาน
๒. ฝกการคดิ วเิ คราะหประเมินคา เรอื่ งทอ่ี า น
๓. เปน ตวั อยางการใชภาษาที่ไพเราะ
๔. ชวยใหมีคตปิ ระจําตัว สอนใจใหระลึกถงึ คุณธรรมที่ไดจ ดจาํ
๕. ชวยกลอมเกลาและจรรโลงใจใหป ระณตี มากขน้ึ
๖. เปน ตวั อยางการแตง คาํ ประพันธตามรูปแบบท่ไี ดท องจาํ
๗. ไดร บั ความเพลดิ เพลิน สนกุ สนาน
๘. สามารถนําไปใชอา งองิ ในงานตาง ๆ ได

หนว ยการเรียนรูท ี่ ๑๘ เรือ่ ง พินจิ คาํ ขวญั ๒๕๙

บทอาน บทรอยกรอง
หนว ยการเรียนรูท่ี ๑๘ เรอื่ ง พนิ จิ คาํ ขวัญ
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๙ เร่ือง ทาํ นองเสนาะไพเราะเสียง
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓

บทท่ี ๑ เปนมนษุ ยสุดนิยมเพียงลมปาก
บทท่ี ๒ จะไดย ากโหยหวิ เพราะชวิ หา
บทท่ี ๓ แมน พดู ดมี ีคนเขาเมตตา
จะพูดจาพิเคราะหใหเ หมาะความ

ทมี่ า : พระอภัยมณ,ี สุนทรภู
มีสลึงพึงบรรจบใหค รบบาท
อยา ใหขาดส่งิ ของตอ งประสงค
มนี อยใชนอ ยคอ ยบรรจง
อยาจา ยลงใหมากจะยากนาน

ทีม่ า : สภุ าษิตสอนหญิง, สนุ ทรภู
ดว ยชนกชนนนี ้ันมคี ณุ
ไดการุญเลย้ี งรกั ษามาจนใหญ
อมุ อุทรปอนขา วมาเทาไร
หมายจะไดพ ่ึงพาธิดาดวง

ท่มี า : สุภาษติ สอนหญงิ , สนุ ทรภู

๒๖๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

บทที่ ๔ อันนนิ ทากาเลเหมือนเทน้ํา
บทท่ี ๕ ไมช อกชํา้ เหมือนเอามีดมากรีดหิน
แมองคพ ระปฏิมายังราคิน
คนเดินดินหรือจะสิน้ คนนนิ ทา

ทม่ี า : พระอภัยมณ,ี สุนทรภู
แลวสอนวาอยาไวใจมนุษย
มนั แสนสุดลึกลาํ้ เหนอื กําหนด
ถึงเถาวลั ยพ ันเกยี่ วท่ีเลยี้ วลด
ก็ไมค ดเหมอื นหน่งึ ในนํ้าใจคน

ทีม่ า : พระอภยั มณี, สุนทรภู

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๑๘ เรอ่ื ง พินจิ คาํ ขวัญ ๒๖๑

ใบงานท่ี ๙ เร่ือง ทํานองเสนาะไพเราะเสยี ง
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๘ เรอื่ ง พินจิ คําขวญั
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๙ เร่อื ง ทาํ นองเสนาะไพเราะเสยี ง
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓

คําช้แี จง ใหคัดเลือกบทรอยกรองที่สนใจมาคัดลายมือ และอธิบาย
เหตผุ ลทเ่ี ลอื ก

๑. บทอาขยานทเี่ ลือก คอื

๒. เหตผุ ลที่เลือกคืออะไร

ช่ือ...........................................นามสกลุ ..........................................ชน้ั ...........เลขท.ี่ .........

๒๖๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ช้นั ป.๓ ภาคเรยี นท่ี ๒

แบบประเมินตนเอง

ชื่อ : ___________________________ สกลุ : ______________________ช้ัน_____เลขท่ี _____
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๘ เรอื่ ง พินิจคําขวญั

คําชีแ้ จง ๑. ระบายสีลงใน ของแตละกิจกรรมท่ีนกั เรยี นคิดวาทาํ ไดเ พื่อประเมนิ การเรียนรขู องนักเรยี น
ตามระดับการประเมินตอ ไปนี้

ปรบั ปรงุ พอใช คอนขางดี ดี ดีมาก

กิจกรรม ระดับความสามารถ
๑. อา นออกเสยี งเร่อื ง พลงั งานคือชวี ติ
๒. ตั้งคําถามและตอบคาํ ถามจากเรือ่ ง
๓. เขยี นแผนภาพความคดิ สรุปความรู
๔. แตง คําขวัญตามหัวขอทกี่ าํ หนด
๕. แสดงความคดิ เหน็ จากเรื่องทีฟ่ งและดู
๖. พดู เชิญชวนตามหวั ขอ ท่ีกาํ หนด
๗. อา นและเขยี นเคร่อื งหมายวรรคตอน

๒. นบั จํานวนดาวจากตารางขางบนเพอ่ื บนั ทึกผลการเรียนรขู องนักเรียน ดงั นี้
จาํ นวน.............................. จาํ นวน..............................
จํานวน.............................. จาํ นวน..............................
จํานวน..............................

๓. วงกลมรอบผลการเรยี นรขู องนักเรยี น โดยนบั จากขอท่ไี ดดาวมากท่ีสดุ

ปรบั ปรงุ พอใช คอนขางดี ดี ดีมาก

๔. กาเครื่องหมาย ลงใน  ที่นักเรียนวางแผนจะทําเพ่ือพัฒนาการเรียนในครั้งตอไป (เลือกได
มากกวา ๑ ขอ )

 อานภาษาไทยถูกตอ งตามหลักการ  จะรวมพูดแสดงความคิดเหน็ เร่อื งตา ง ๆ
 เขยี นภาษาไทยถูกตอ งตามหลกั การ  มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๙ เรื่อง ครน้ื เครงเพลงไทย ๒๖๓

หนวยการเรียนรูที่ ๑๙
ครื้นเครงเพลงไทย

๒๖๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง นาํ คํามาทําประโยค
หนว ยการเรยี นรูที่ ๑๙ เรือ่ ง คร้ืนเครงเพลงไทย
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑ เร่อื ง กาเหวา ทก่ี ลางกรงุ (๑)
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓

ตอนที่ ๑
คาํ ชี้แจง ใหนกั เรยี นเขยี นอธิบายความหมายของคาํ ตอไปน้ี
๑.บาตร ................................................................................................................
..............................................................................................................................
๒. ทวิ ทศั น ...........................................................................................................
..............................................................................................................................
๓. ธรรมชาติ .........................................................................................................
..............................................................................................................................
๔. คลอแคล .........................................................................................................
..............................................................................................................................
๕. สนั นษิ ฐาน .......................................................................................................
..............................................................................................................................
ตอนท่ี ๒
คําช้แี จง ใหน กั เรียนนําคาํ ท่ีกําหนดจากตอนที่ ๑ มาแตง ประโยค
๑. .........................................................................................................................
๒. .........................................................................................................................
๓. .........................................................................................................................
๔. .........................................................................................................................
๕. .........................................................................................................................

ชือ่ ...........................................นามสกลุ ..........................................ชั้น...........เลขท.ี่ .........

หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๙ เรอ่ื ง ครื้นเครงเพลงไทย ๒๖๕

ใบงานท่ี ๒ เร่ือง ขอ คดิ จากกาเหวา
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๙ เรอ่ื ง ครืน้ เครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๒ เรอื่ ง กาเหวา ท่ีกลางกรงุ (๒)
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

คําชี้แจง ใหนกั เรยี นตอบคําถามตอไปนี้
๑. ในเพลงกลอมเดก็ เร่ือง กาเหวา นักเรยี นสงสารใครมากทสี่ ดุ เพราะเหตุใด

๒. เม่ืออา นเรอ่ื งน้ีจบแลวนักเรยี นไดรับความรอู ะไรเพม่ิ เตมิ

๒๖๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

๓. นักเรียนไดข อคิดอะไรจากเพลงกลอ มเด็ก กาเหวา และจะนาํ ขอคิดไปใชอ ยางไร

ชื่อ...........................................นามสกุล..........................................ชนั้ ...........เลขท.่ี .........

หนวยการเรยี นรูท ่ี ๑๙ เร่อื ง ครนื้ เครงเพลงไทย ๒๖๗

ใบความรทู ่ี ๑ เร่ือง เพลงกลอ มเดก็ ภาคอีสาน
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๙ เรื่อง ครื้นเครงเพลงไทย
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๓ เร่ือง เพลงกลอมเด็กภาคอสี าน
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓

เพลงกลอ มเด็กภาคอีสาน

เพลงกลอมเด็ก ใชเพ่ือกลอมเด็กใหนอนหลับ มีทวงทํานองการขับที่ชาๆ
เนิบ ๆ เพอ่ื ชวนใหง ว งนอน

เพลงกลอมเด็ก ถายทอดความอาทรหวงใยออกมาทางเสียง ชวยใหเด็ก
เกิดความอบอุนใจ มีจิตใจท่ีม่ันคง เติบโตขึ้นและซึมซับคุณธรรม ตลอดจน
วิถีชีวิตตามท่ีปรากฏในเพลง อีกทั้งยังชวยใหเด็กคุนเสียงมนุษยซึ่งเปนโอกาส
อันดีสาํ หรบั การเรียนรภู าษา
เพลงกลอมเด็กภาคอีสาน มลี กั ษณะเดน ดังนี้

๑. การขับรองเปนธรรมชาติ บอกความจริงใจ ความสนุกสนาน และ
สอดคลอ งกลมกลนื กับเคร่อื งดนตรปี ระจาํ ทอ งถิ่น คอื แคน

๒. ขนึ้ ตนดวยคาํ วา “นอนสาหลา ” หรือ “นอกสาเดอ” หรือ “นอนสาแมเยอ”
๓. มีทํานองลีลาเรียบงายชาๆ และมีกลุมเสียงซํ้าๆ กัน ใชถอยคํามีเสียง
สัมผสั คลา ยกลอนสภุ าพ
๔. ใชคําสั่งสอนดวยความรักความผูกพัน ท่ีแสดงสภาพสังคมดานตางๆ เชน
ความเปน อยู บรรยากาศในหมบู าน คา นิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เปนตน

๒๖๘ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ตัวอยาง เพลงกลอมเดก็ ประจําภาคอีสาน

นอนสาหลาหลับตาแมก ลอม นอนตืน่ แลวจงั่ หลกุ กินนม
กินนมไผบป านนมแม กนิ นมแมม ันแซบ มันหวาน
มันหวานลงหวานลงคือกลว ย หวานจว ย ๆ ใสป ากคาํ แพง
เออ ฮะ เออ ฮะ เออ ฮะ เออ
แมไ ปไฮเอาไขม าหา แมไปนาเอาปลามาปอ น
แมเ ลี้ยงมอนอยูในสวนมอน เออ ฮะ เออ ฮะ เออ ฮะ เออ
นอนสาหลาหลบั ตาแมซิกลอม ขดออมปอ มนอนแลว อยา ตีง
มิดอง้ิ ติ้งอยา กวนอยา แอว นอนตนื่ แลวจังลกุ กนิ นม
เออ ฮะ เออ ฮะ เออ ฮะ เออ

แหลง ภาพจาก : สารานุกรมสาํ หรบั เยาวชน เลมท่ี ๓๙ เร่ืองที่ ๒ เพลงกลอ มเด็ก
ของมูลนิธิโครงการสารานกุ รมไทยสาํ หรบั เยาวชน

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๑๙ เรอื่ ง ครนื้ เครงเพลงไทย ๒๖๙

ใบงานที่ ๓ เรื่อง รอบรเู พลงกลอ มเด็กอสี าน
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๙ เร่อื ง คร้ืนเครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๓ เรื่อง เพลงกลอ มเดก็ ภาคอีสาน
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓

คําช้ีแจง ใหนกั เรียนตอบคําถามตอ ไปนี้

๑. เพลงกลอมเด็กภาคอสี านจะใชเ ครอ่ื งดนตรีชนดิ ใดประกอบการรอ ง

๒. จากเนื้อรอง “แมไปไฮเอาไขมาหา แมไปนาเอาปลามาปอน แมเล้ียงมอน
อยูในสวนมอน” แสดงใหเ ห็นวถิ ชี วี ิตคนอีสานอยา งไร

๓. เน้อื หาของบทเพลงเปรียบเทียบนํ้านมของแมมีรสหวานเหมอื นผลไมชนดิ ใด
๔. เพลงกลอมเด็กมีคุณคา อยา งไร

๕. คาํ วา “คําแพง” เปรยี บเทยี บกบั ภาษากลาง หมายถงึ อะไร

ชือ่ ...........................................นามสกุล..........................................ช้นั ...........เลขท่.ี .........

๒๗๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรูท ่ี ๒ เร่อื ง เพลงกลอมเด็กภาคเหนือ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๙ เรอื่ ง ครืน้ เครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๔ เรือ่ ง เพลงกลอ มเดก็ ภาคเหนอื
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓

เพลงกลอ มเดก็ ภาคเหนือ
เพลงกลอมเด็กภาคเหนือ หรือเพลงกลอมเด็กลานนา เรียกวา
เพลงอื่อ จา จา (บางตําราวา อื่อ ชา ชา) ตามเสียงท่ีเอ้ือนออกมาตอน
ขึ้นตนเพลง ทําใหเ กดิ ความนุมนวล ชวนใหเด็กหลับไปไดง าย
เน้ือเพลงมีลักษณะคําประพันธไมตายตัว และจํานวนคําสัมผัส
ไมเครงครัดเชนเดียวกับเพลงพื้นบานอืน่ ๆ การรองใชทํานองรํ่า (ออกเสียง
วา “ฮํ่า”) โดยเอื้อนเสียงทอดยาวท่ีพยางคสุดทายของวรรค และเปลงเสียง
ขึ้นลงตามระดับสูงตํ่าของเสียงวรรณยุกต เน้ือหาของเพลงมุงชักจูงใหเด็ก
นอนหลับ ใชถอยคําที่มีท้ังการปลอบประโลม ขูใหกลัว และติดสินบน
ใหของกิน หรือส่ิงตาง ๆ แกเด็ก เพลงกลอมเด็กทุกบทจะรองขึ้นตนดวย
การออกเสยี ง “อือ่ จา จา” หรอื “ออื่ ออ่ื จา จา”

แหลงท่ีมาของภาพ โดย cocoparisienne จาก Pixabay

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๙ เรือ่ ง คร้นื เครงเพลงไทย ๒๗๑

ตัวอยา ง เพลงกลอมเดก็ ประจําภาคเหนือ

๑) อ่ือ จา จา หลบั สองตาอยาไห
แกวแกนไท แมจกั อ่ือจาจา
นายไหอ ยากกนิ ช้ิน บมีไผไป (ไป) หา
นายไหอ ยากกินปลา บมีไผไปสอ น
มขี าวเยน็ สองสามกอ น ปอนแลวลวดหลับไป
๒) อ่ือ ออ่ื อ่ือ อือ่ ออื่ ออ่ื
อื่อ จา จา ออื่ จา จา
หลบั สองตา เสียเทอะนองหนอย
อี่พอ ก็ไปปา บม า อพี่ อ ก็ไปนากบั บา น
อี่แมจะเกบ็ บาลา น ใสช ามาหา
เก็บบาแตงกวา ใสช า มาตอน
กอนอน่ี องไหออน เด๋ยี วอแี่ มจะเอาไมค อ นกอ ม
มาตีกลางหลงั
ทม่ี า : สารานุกรมไทยสาํ หรับเยาวชนฯ เลมท่ี ๓๙ เรือ่ งท่ี ๒ เพลงกลอ มเด็ก

แหลง ท่มี าภาพ : จากสํานักทรพั ยากรการเรยี นรคู ณุ หญิงหลง อรรถกระวีสนุ ทร

๒๗๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานท่ี ๔ เรื่อง รอบรูเ พลงกลอมเด็กภาคเหนือ
หนว ยการเรียนรูท่ี ๑๙ เรือ่ ง คร้ืนเครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๔ เรอื่ ง เพลงกลอ มเด็กภาคเหนือ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

คาํ ชแ้ี จง ใหนกั เรียนตอบคําถามตอไปน้ี

๑. เพลงกลอมเดก็ ภาคเหนือมีทาํ นองท่เี ปน ลกั ษณะเดนอยางไร

๒. จากเน้ือรอง “กอนอี่นอ งไหออ น เดย๋ี วอแ่ี มจะเอาไมคอ นกอ ม มาตกี ลางหลงั ”
แสดงใหเหน็ ลักษณะของการกลอ มเด็กอยา งไร

๓. จากเนอ้ื เพลง “นายไหอ ยากกินปลา บมีไผไปสอน” แปลวาอยา งไร

หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๙ เรอื่ ง คร้ืนเครงเพลงไทย ๒๗๓

๔. จากเน้ือรองเพลงกลอมเด็กภาคเหนือแสดงใหเห็นบทบาทของคนใน
ครอบครัว (พอ แม ลกู ) อยา งไร

๕. คาํ วา “บา แตงกวา” เปรียบเทียบกบั ภาษากลาง หมายถึงอะไร

๒๗๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรูที่ ๓ เรื่อง เพลงกลอ มเด็กภาคใต
หนว ยการเรียนรูท่ี ๑๙ เร่อื ง ครืน้ เครงเพลงไทย
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๕ เร่อื ง เพลงกลอมเด็กภาคใต
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓

เพลงกลอ มเดก็ ภาคใต
เพลงกลอมเด็กภาคใตโดยทั่วไปจะใชถ อยคํางา ย ๆ มีเสียงคลองจองกนั
แตไ มไ ดบงั คับลักษณะสมั ผสั สามารถยึดหยุนไดตามทํานองของผขู ับกลอม
เพลงกลอมเด็กภาคใตในแตละทองถ่ินอาจเรียกช่ือแตกตางกัน เชน
เพลงชานอง เพลงรองเรือ หรือนองนอน เพลงกลอมเด็กภาคใตโดยท่ัวไป
วรรคแรกของเพลงกลอมเด็กภาคใตโ ดยทวั่ ไป วรรคแรกของเพลงกลอมเด็ก
มักข้ึนตน ดวยคําวา “ฮาเออ” หรอื “ฮาเหอ”
เพลงกลอมเด็กภาคใต มีเนอ้ื รอ งกลอ มใหเด็กนอนโดยตรงไมม ากนัก
สวนใหญมักแตงบทรองใหเปนคําสอน การประพฤติปฏิบัติตน ปลูกฝง
คุณธรรม และสะทอนเรื่องราวที่เกิดข้ึนในสังคมดวย หลายเพลงบอกเลา
ถึงคนท่ีประพฤติไมดี บางเพลงก็ติเตียนผูท่ีประพฤติตนไมเหมาะสม และ
บางเพลงถึงข้ันเสียดสีประชดประชันบุคคลเหลาน้ันดวย แตผูรองคงจะมี
เจตนาแฝงท่ีจะอบรมใหเด็กโต ท่ีเปนลูกหลานหรือบริวารในบานไดยิน
ไดฟง และรอง เพื่อส่ือสารใหคนอื่น ๆ ในชุมชนไดรับรูดวย แมวาผูแตง
ไดก ลา วไวเ ปนเชิงออกตวั วา รอ งเพลงกลอ มหลานไมเ กี่ยวของกับใคร

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๑๙ เร่ือง ครน้ื เครงเพลงไทย ๒๗๕

ตัวอยางเพลงกลอมเดก็ ประจําภาคใต

เพลง ไกเถื่อน

“...ไกเ ถอื่ นเหอ... ขนั เทอื นทัง้ บา น
ลูกสาวขี้ครา น... นอนใหแมปลกุ
แมเ อาดา มขวาน... แทงวานดังพลุก
นอนใหแ มป ลกุ ... ลกู สาวขี้ครานเหอ...”

ทมี่ า : สารานกุ รมไทยสาํ หรับเยาวชนฯ เลม ท่ี ๓๙ เรอ่ื งที่ ๒ เพลงกลอ มเดก็

แหลงท่ีมาของภาพจาก โครงการวาดภาพเพลงกลอ มไทย คณะมณั ฑนศลิ ป และ
คณะดุรยิ างคศาสตร มหาวทิ ยาศาสตรศิลปากร และ สํานกั ศิลปวฒั นธรรม

๒๗๖ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานที่ ๕ เรือ่ ง รอบรเู พลงกลอมเด็กภาคใต
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๙ เร่ือง คร้ืนเครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๕ เร่อื ง เพลงกลอมเดก็ ภาคใต
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

คาํ ช้แี จง ใหน ักเรียนตอบคําถามตอ ไปน้ี

๑. เพลงกลอมเดก็ ภาคใตม คี ําขน้ึ ตนทีเ่ ปน ลักษณะเดนอยา งไร

๒. จากเนื้อรอง “ลูกสาวข้คี ราน... นอนใหแมป ลุก” สะทอ นแนวคดิ อยา งไร

๓. จากเนื้อเพลง “ไกเ ถ่ือนเหอ... ขนั เทือนทัง้ บาน” แปลวาไดอ ยางไร

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๑๙ เร่ือง ครืน้ เครงเพลงไทย ๒๗๗

๔. ลักษณะเดนทางแนวคิดท่ีสอดแทรกในเพลงกลอ มเด็กภาคใตเ ปน อยางไร

๕. คาํ วา “ไกเถือ่ น” เปรยี บเทียบกับภาษากลาง หมายถึงอะไร

ชือ่ ...........................................นามสกุล..........................................ช้ัน...........เลขที.่ .........

๒๗๘ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรทู ี่ ๔ เรอื่ ง เพลงพื้นบา น
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๙ เรอ่ื ง ครื้นเครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๖ เรื่อง สนุกสนานเพลงพ้นื บานไทย
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

เพลงพนื้ บา น
เพลงพ้ืนบาน คือ เพลงของชาวบานที่จดจําสืบทอดกันมาแบบปากเปลา
ใชรองเลน เพื่อความสนุกสนานรื่นเริง ใชคําที่งาย ๆ เนนเสียงสัมผัสและจังหวะ
การรองเปนสําคัญ ใชเครื่องประกอบจังหวะงาย ๆ ท่ีสําคัญตองมีเสียงรองรับ
ของลูกคู ทําใหเ กิดความสนุกสนานมากขนึ้
ประเภทของเพลงพนื้ บาน
เพลงพ้ืนบานภาคกลาง เปนเพลงทีห่ นมุ สาวใชร องโตตอบกนั มีคนรองนํา
เพลงฝายชายและฝายหญิง สวนคนอ่ืนๆ เปนลูกคูรองรับ ใหจังหวะดวยการ
ปรบมือ เชน เพลงเรือ เพลงเกี่ยวขาว เพลงเตนกํา เพลงพวงมาลัย เพลงระบํา
เพลงเหยอย เพลงแหนาค เพลงลําตัด เพลงฉอย เพลงอีแซว เพลงขอทาน
เพลงสาํ หรบั เด็ก

แหลง ภาพจาก หนังสือแบบเรยี นภาษาไทยชุดพื้นฐานภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๔ เลม ๑
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๙ เร่อื ง ครนื้ เครงเพลงไทย ๒๗๙

เพลงพ้ืนบานภาคเหนือ ผูกพันอยูกับชีวิตของชาวบานตั้งแตเด็กไปจนถึง
ผูใหญ เพลงท่ียังรองเลนมี ๓ ประเภท ๑) เพลงสําหรับเด็ก มีเพลงกลอมเด็ก
และเพลงรองเลน ๒) จอย เปนเพลงท่ีชายหนุมใชรองเก้ียวสาวในตอนกลางคืน
และ ๓) ซอ เปนเพลงท่ีชายและหญงิ รอ งโตต อบกนั หรอื รองเปนเร่ืองนิทาน

แหลงภาพจาก หนงั สอื สารานกุ รมสาํ หรับเยาวชน เลม ที่ ๓๔ เรอ่ื งท่ี ๒ เพลงพืน้ บา น
ของมูลนธิ ิโครงการสารานุกรมไทยสําหรบั เยาวชน

เพลงพื้นบานภาคอีสาน แบงเปน ๓ กลุม คือ ๑) เพลงพ้ืนบานกลุม

วัฒนธรรมไทย-ลาว รองเพลงหมอลํา ๒) เพลงพ้ืนบานกลุมวัฒนธรรมเขมร-สวย
รองเพลงเจรียง เปนภาษาเขมร และ ๓) เพลงพ้ืนบานกลุมวัฒนธรรมไทยโคราช
รองเพลงโคราช

แหลง ภาพจาก สํานักงานประชาสัมพนั ธจ งั หวัดกาฬสนิ ธุ

๒๘๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

เพลงพืน้ บานภาคใต มีจาํ นวนไมม ากนัก เชน เพลงเรือ เลน ในงานชกั พระ

หรือแหพระ ชายและหญิงรองโตตอบกันในเรือ เพลงบอก เปนเพลงที่เลนใน
เทศกาลสงกรานต เดินไปรองตามบานเพ่ืออวยพรปใหมและยกยองเจาของบาน
เพลงรองเรือหรือเพลงชานอง เปนเพลงกลอมเด็กใหนอน เน้ือเพลงรองข้ึนตน
วา “ฮาเออ ” และลงทา ยวรรคแรกวา “เหอ”

แหลง ภาพจาก หนงั สือสารานกุ รมสําหรับเยาวชน เลม ท่ี ๓๔ เรื่องที่ ๒ เพลงพน้ื บาน
ของมลู นิธิโครงการสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน

ลกั ษณะของเพลงพน้ื บาน

๑. สืบทอดจากปากสปู ากอาศัยการฟง และจาํ ไมม กี ารจดบนั ทึก
๒. เปนเพลงท่ีไมมีตนกําเนิดที่แนนอน เน้ือรองใชคํา สํานวนโวหาร
และความเปรียบงาย ๆ ทํานอง จํานวนคํา และสัมผัสไมมีกฎเกณฑตายตัว
ใหค วามสาํ คัญกบั เสียง และจงั หวะการรองมากกวา
๓. ใชก ารปรบมอื หรอื มเี ครื่องประกอบจังหวะงา ย ๆ ไดแก กรบั ฉ่ิง กลอง
บางครั้งกไ็ มไ ดใ ชเ คร่อื งดนตรชี นิดใดเลย นอกจากเสยี งเอ้อื น
คณุ คา ของเพลงพืน้ บาน
๑. ใหค วามสนกุ สนานกอใหเ กดิ ความรกั และความสมคั คกี ัน
๒. สะทอ นวัฒนธรรมประเพณีของทองถิน่ นัน้
๓ การฝกรองและเรียนรูเพลงพื้นบาน ยังเปนการชวยใหผูรองมีไหวพริบ
ปฏภิ านดใี นการแกปญหาในการโตตอบเพลง

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๙ เรอ่ื ง ครื้นเครงเพลงไทย ๒๘๑

ใบงานที่ ๖ เรื่อง ครบเครอ่ื งเรือ่ งเพลงพ้ืนบา น
หนวยการเรยี นรูที่ ๑๙ เรอื่ ง ครื้นเครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๖ เรื่อง สนกุ สนานเพลงพ้นื บา นไทย
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓

คาํ ชแี้ จง ใหเขียนแผนภาพความคิดสรุปความรเู กี่ยวกบั เพลงพน้ื บา น

ช่ือ...........................................นามสกุล..........................................ช้ัน...........เลขท.่ี .........

๒๘๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรูท ่ี ๕ เรื่อง คําทปี่ ระวิสรรชนยี แ ละไมป ระวสิ รรชนยี 
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑๙ เร่ือง ครื้นเครงเพลงไทย

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๗ เรอ่ื ง คาํ ทีป่ ระวสิ รรชนยี และไมป ระวิสรรชนีย
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓

๑. คาํ ที่ประวสิ รรชนีย
คําท่ีประวิสรรชนีย คือ ท่ีนําพยัญชนะมาประสมสระ อะ และ

คงรูปสระ อะ ไวหลังพยัญชนะเวลาอานออกเสียงจะอานออกเสียง
อะ เต็มเสียง (ถา ประสมอยูทีพ่ ยางคห นา ใหอ อกเสียง อะ กง่ึ เสียง)

คําท่ปี ระวสิ รรชนยี ท พี่ ยางคห นา เชน
กระ ไดแก กระเปา กระจก
กะ ไดแ ก กะทัดรัด กะทิ
คะ ไดแก คะนา คะแนน
ตะ ไดแ ก ตะปู ตะกรา
ทะ ไดแก ทะลุ ทะเล
ปะ ไดแ ก ปะทะ ปะการงั
ประ ไดแก ประตู ประมง
มะ ไดแ ก มะระ มะขาม
ระ ไดแ ก ระเบียง ระฆัง
สะ ไดแ ก สะอาด สะดดุ

คําที่ประวสิ รรชนียที่พยางคห ลงั ไดแ กคําวา พาหนะ ภาชนะ

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๑๙ เร่ือง คร้นื เครงเพลงไทย ๒๘๓

๒. คําท่ีไมม ีประวสิ รรชนยี 
คําท่ีไมมีประวิสรรชนีย คือ คําท่ีประสมสระ อะ เวลาอาน
ออกเสียง คําที่ไมประวิสรรชนยี จะอานออกเสียง อะ กึ่งเสยี ง เชน
ข ไดแก ขมุกขมัว ขนนุ
จ ไดแก จรวด จมูก
ฉ ไดแก ฉลาด ฉบบั
ช ไดแ ก เชลย ชฎา
ต ไดแ ก ตลาด ตวดั
ป ไดแ ก ปฏทิ ิน ปทุม
ว ไดแ ก วลี วสันต
ส ไดแก สมอง สงา

๒๘๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานท่ี ๗ เร่ือง คาํ ที่ประวิสรรชนยี แ ละไมป ระวสิ รรชนีย
หนวยการเรียนรูท่ี ๑๙ เรื่อง คร้ืนเครงเพลงไทย

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๗ เรื่อง คาํ ทป่ี ระวิสรรชนยี และไมป ระวิสรรชนีย
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

คาํ ช้ีแจง ใหเขียนคําที่ประวิสรรชนียและไมประวิสรรชนีย จากกิจกรรม
“ตกปลาหาคาํ ” อยา งละ ๕ คํา

คาํ ที่ประวิสรรชนยี 

หนว ยการเรียนรูที่ ๑๙ เรอ่ื ง คร้ืนเครงเพลงไทย ๒๘๕

คาํ ท่ไี มป ระวสิ รรชนยี 

ชือ่ ...........................................นามสกุล..........................................ชั้น...........เลขท่.ี .........

๒๘๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรูท่ี ๖ เรอ่ื ง คําพอ งรปู
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๙ เรือ่ ง ครื้นเครงเพลงไทย

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๘ เรอื่ ง คําพอ งรูป
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

คําพอง
คําพอง คือคําท่ีมีการเขียนหรืออานออกเสียงเหมือนกัน แบงเปน
๒ ชนิดคอื คําพองรปู และคําพองเสียง
คําพองรูป คือ คําท่ีเขียนเหมือนกัน แตออกเสียงตางกันและมี
ความหมายตางกัน ในการอานจึงตองระวัง การอานคําพองรูปใหถูกตอง
และสื่อความหมายไดตรงตามเจตนาของสารตอ งอาศัยบริบท
ลักษณะของคําพองรูป คอื
๑) เขยี นเหมือนกนั ๒) ออกเสียงตา งกนั ๓) ความหมายตางกัน
ตัวอยาง คาํ พอ งรูป
๑) แหน แหน (หน + แ-) ชอื่ ไมลมลกุ ชนดิ หน่งึ
แหน (ห + แ- + น) ชื่อไมลมลกุ ชนิดหนึ่ง
๒) สระ สะ แองน้ํา
สะ - หระ ตวั อกั ษรที่ใชประกอบกับพยญั ชนะ
๓) เพลา เพลา แกนสาํ หรับสอดในดมุ รถ
เพ - ลา เวลา
๔) แขม แขม ไมลมลกุ ชนดิ หนึง่
ขะ - แม ชาวเขมร
๕) ปกเปา ปก - เปา วา วชนิดหนึง่
ปก - กะ - เปา ปลาชนิดหน่ึง

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๙ เรือ่ ง ครน้ื เครงเพลงไทย ๒๘๗

ใบงานท่ี ๘ เร่อื ง คําพองรปู นารู
หนว ยการเรียนรูที่ ๑๙ เรื่อง คร้ืนเครงเพลงไทย

แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๘ เรื่อง คําพอ งรปู
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓

คาํ ชแ้ี จง ใหจับคูคําพองรูปกับความหมายใหตรงกัน โดยนําอักษรท่ีกํากับ
ความหมายมาเขยี นลงชอ งวางหนา หมายเลขลําดับขอ

คํา ความหมาย
๑. _______ กรี (กะ - รี) ก. ครู
๒. _______ กรี (กรี) ข. ช่อื ปลาชนิดหน่ึง
๓. _______ แขม (แขม) ค. ช่อื วา วไทย
๔. _______ แขม (ขะ - แม) ง. หญา
๕. _______ ปก เปา (ปก - เปา ) จ. ภาชนะชนิดหนึ่งรปู กลม ๆ,

๖. _______ปกเปา (ปก-กะ-เปา ) ยาชัน
๗. _______ เสมา (เส - มา) ฉ. เครอ่ื งหมายบอกเขตโบสถ
๘. _______ เสมา (สะ - เหมา) ช. คนเขมร
๙. _______ ครุ (ครุ) ซ. กระดกู แหลมท่หี ัวกุง
๑๐. _______ ครุ (คะ -ร)ุ ฌ. ชือ่ พรรณไมชนดิ หนง่ึ
ญ. ชาง

ชอ่ื ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้นั ...........เลขท่ี..........

๒๘๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรูที่ ๗ เรื่อง คําพอ งเสียง
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๑๙ เรอ่ื ง ครื้นเครงเพลงไทย
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๙ เร่ือง คําพอ งเสยี ง
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓

คาํ พอ งเสยี ง
คําพองเสียง คือ คําท่ีออกเสียงเหมือนกัน เขียนตางกัน และมี
ความหมายตางกัน ดงั ตวั อยา งตอ ไปนี้

๑. ทีอ่ านออกเสียงวา “กนั ” บัง, หาม
กัน หมายถงึ โกน, ตดั
กันต หมายถงึ หู
กรรณ หมายถงึ คอ
กัณฐ หมายถึง ระยะเวลาอนั ยาวนาน
กลั ป หมายถงึ ชอ่ื ราศีท่ี ๖
กนั ย หมายถงึ ขอความทีแ่ ตง เปน
กณั ฑ หมายถงึ คําเทศนเรื่องหน่งึ ๆ
ตดั , ราน
๒. คาํ ทอี่ า นออกเสยี งวา “กาน” กจิ , ธุระ, งาน
กาน หมายถงึ เวลา
การ หมายถงึ บทกลอน
กาล หมายถงึ ดาํ
กานท หมายถึง เปน ทร่ี ัก
กาฬ หมายถงึ เหตุ
กานต หมายถงึ
การณ หมายถึง

หนวยการเรยี นรูท ่ี ๑๙ เร่อื ง ครืน้ เครงเพลงไทย ๒๘๙

๓. คาํ ท่ีอานออกเสียงวา “กดุ ” บงึ , ลํานาํ้ , ดว น, เหยี้ น
กดุ หมายถึง เรือนสาํ หรบั พระภิกษ,ุ เณร
กุฏิ หมายถงึ ยอด
กฎุ หมายถงึ ชื่อตนไม, ปลานํ้าจืด, ลูกองนุ
ช่ือดาว, ธง
๔. คาํ ท่ีอา นออกเสียงวา “เกด” ผม
เกด หมายถึง ภาชนะสําหรบั ตักนํา้ ,
เกตุ หมายถงึ ทาํ ใหตึงโดยวิธีหมุน, แข็งแรง
เกศ หมายถงึ ภาค, ตอน, สว น, ทอน,
ตัว, หม,ู กอง, พวก
๕. ทอี่ า นออกเสียงวา “ขนั ” ศัตราวุธชนิดหนึง่
ขัน หมายถงึ
ขัณฑ หมายถึง
ขันธ หมายถงึ
ขรรค หมายถงึ

๒๙๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานท่ี ๙ เรอ่ื ง คําพอ งเสียง
หนวยการเรยี นรูท่ี ๑๙ เรอื่ ง คร้ืนเครงเพลงไทย
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๙ เรือ่ ง คําพอ งงเสยี ง
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓

คําชแี้ จง ใหนกั เรยี นเขียนคําพอ งเสียงตรงกบั คําที่ขีดเสน ใต
๑. การงาน ______________________________
๒. ถางหญา ______________________________
๓. ซอื่ สตั ย ______________________________
๔. เถาถาน ______________________________
๕. ทาทาง ______________________________
๖. นา รกั ______________________________
๗. รดน้าํ ______________________________
๘. วนั ศุกร ______________________________
๙. พกั ผอน ______________________________
๑๐. สีสนั ______________________________

ชอื่ ...........................................นามสกลุ ..........................................ชัน้ ...........เลขที่..........

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑๙ เร่อื ง คร้นื เครงเพลงไทย ๒๙๑
ช้นั ป.๓ ภาคเรียนที่ ๒

แบบประเมนิ ตนเอง

ชื่อ : ___________________________ สกุล : ______________________ชั้น_____เลขท่ี _____
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๙ เรือ่ ง คร้นื เครงเพลงไทย

คําชแ้ี จง ๑. ระบายสีลงใน ของแตละกิจกรรมที่นกั เรยี นคิดวา ทําไดเ พือ่ ประเมินการเรยี นรูของนักเรยี น
ตามระดับการประเมนิ ตอ ไปนี้

ปรับปรุง พอใช คอ นขา งดี ดี ดีมาก

กิจกรรม ระดับความสามารถ
๑. อานออกเสียงเรอื่ ง กาเหวากลางกรุง
๒. อานออกเสียงเพลงกลอ มเดก็
๓. วเิ คราะหเนอ้ื หาเพลงกลอ มเดก็ ภาคอสี าน
๔. วิเคราะหเ นื้อหาเพลงกลอมเดก็ ภาคเหนอื
๕. วเิ คราะหเ น้อื หาเพลงกลอ มเดก็ ภาคใต
๖. เขียนแผนภาพความคดิ สรปุ ความรเู กีย่ วกบั เพลงพน้ื บาน
๗. เขยี นสะกดคําทปี่ ระวิสรรชนียแ ละไมประวิสรรชนีย
๘. อา นและเขยี นคาํ พอ งรูป
๙. อา นและเขยี นคําพอ งเสยี ง

๒. นบั จํานวนดาวจากตารางขางบนเพ่ือบันทกึ ผลการเรียนรขู องนกั เรยี น ดงั น้ี
จํานวน.............................. จํานวน..............................
จํานวน.............................. จาํ นวน..............................
จาํ นวน..............................

๓. วงกลมรอบผลการเรียนรูข องนกั เรียน โดยนับจากขอที่ไดดาวมากทีส่ ุด

ปรับปรุง พอใช คอ นขางดี ดี ดมี าก

๔. กาเคร่ืองหมาย ลงใน  ที่นักเรียนวางแผนจะทําเพื่อพัฒนาการเรียนในคร้ังตอไป (เลือกได
มากกวา ๑ ขอ )

 อา นภาษาไทยถูกตอ งตามหลกั การ  ทบทวนบทเรียนทุกวนั กอ นนอน
 เขยี นภาษาไทยถูกตอ งตามหลกั การ  ________________________________

๒๙๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒๐
ภาษาไทยย่งั ยนื


Click to View FlipBook Version