The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย ป.3 (นร.)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sujittra.pam2506, 2021-11-08 01:18:37

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย ป.3 (นร.)

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย ป.3 (นร.)

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เรอ่ื ง ภาษาไทยย่งั ยนื ๒๙๓

ใบงานที่ ๑ เร่อื ง สรุปขอคดิ พนิ ิจจากการอาน
หนว ยการเรียนรูท่ี ๒๐ เร่อื ง ภาษาไทยยัง่ ยนื
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๑ เรือ่ ง การอาน เรอ่ื ง ของดีในตําบล
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓

คาํ ชีแ้ จง ใหน ักเรยี นตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี
๑. ขอ คิดทไ่ี ดจ ากการอาน เร่ือง “ของดีในตําบล” คอื อะไร

๒. นักเรยี นจะนาํ ขอ คิดท่ไี ดจ ากการอา นไปใชในชวี ติ ประจําวนั ไดอ ยางไร

ช่อื ...........................................นามสกุล..........................................ช้นั ...........เลขท่.ี .........

๒๙๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรทู ี่ ๑ เรือ่ ง การอา นขอ เขยี นเชิงอธิบาย
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยยง่ั ยนื
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๒ เรื่อง การอา นประกาศและโฆษณา
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓

การอา นขอเขยี นเชงิ อธิบาย

ขอ ความทน่ี กั เรียนพบเหน็ ในชวี ติ ประจาํ วันมหี ลายประเภท เชน คําแนะนํา
ประกาศ ปายโฆษณา คําโฆษณาสินคา คําขวัญ ซ่ึงจัดเปนขอเขียนเชิงอธิบาย
การอานขอความเหลา น้จี ะทําใหเ ราสามารถปฏิบัติตนไดอ ยางถกู ตอ งเพอื่ คุณภาพ
ชวี ิตทด่ี ี

๑. การอานประกาศ

ประกาศเปนขอความที่แจงใหทราบท่ัวกัน การอานประกาศจะทําให
นักเรยี นเขาใจจดุ ประสงคของประกาศนนั้ และสามารถนํามาปฏิบัตไิ ดอยา งถกู ตอ ง

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เรอื่ ง ภาษาไทยยง่ั ยืน ๒๙๕

๒. การอา นโฆษณา

โฆษณา หมายถึง การประกาศสินคาหรือบริการใหประชาชนทราบ
เพ่ือจูงใจหรือโนมนาวใจใหรูสึกถึงคุณคาและความแตกตาง ทําใหคลอยตาม
ตองการซื้อสินคาหรือบริการน้ัน ในปจจุบันการโฆษณาผานส่ือตาง ๆ เชน
สอ่ื หนงั สือพิมพ สอื่ โทรทัศน ส่ือวิทยุ ส่อื ทางอนิ เทอรเ น็ต หรอื การทาํ ปา ยโฆษณา
กลางแจงตามถนนตาง ๆ

การโฆษณาสินคาและบริการในปจจุบันบางรายการใชภาษาเกินจริง
เพื่อใหจําหนายสินคาหรือบริการไดจํานวนมาก ดังนั้น นักเรียนซ่ึงเปนผูบริโภค
จึงตองรูจักคิดพิจารณาขอความโฆษณาวามีความเปนไปไดหรือกลาวเกินจริง
หรือไม เพ่ือเปนขอมูลในการตัดสินใจเลือกซ้ือสินคาหรือบริการใหคุมคากับเงิน
ท่ตี องจา ยไปตามแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียง

๒๙๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

๓. การอา นคําแนะนํา

การอานคําแนะนํา เปนการอานขอเขียนเชิงอธิบายที่มักพบเห็นบอย
ในชีวิตประจําวัน การแนะนําไมใชก ารตดั สนิ ใจแทน ไมใ ชการยุยงสงเสริมใหเลอื ก
แตเพยี งแคทาํ ใหเ หน็ ทางเลือกในอีกมมุ มอง

หนวยการเรียนรทู ี่ ๒๐ เร่อื ง ภาษาไทยยง่ั ยืน ๒๙๗

ใบงานที่ ๒ เร่ือง อา นประกาศและโฆษณา
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๒๐ เร่ือง ภาษาไทยย่งั ยืน
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๒ เร่อื ง การอานประกาศและโฆษณา
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓

คาํ ชี้แจง ใหนกั เรียนอานขอ เขียนที่กาํ หนดและตอบคําถาม

๑.

๑.๑ ขอ เขียนเชิงอธบิ ายนเี้ ปน ขอ เขียนประเภทใด
๑.๒ ขอ เขียนน้มี ีเนื้อความเกีย่ วกบั อะไร
๑.๓ ขอเขียนนี้นา เชือ่ ถือหรือไม เพราะอะไร (บอกเหตผุ ล)

๒๙๘ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

๒.

๑.๑ ขอ เขยี นเชิงอธบิ ายน้เี ปนขอ เขียนประเภทใด
๑.๒ สินคาดงั กลาวราคาเทาไหร
๑.๓ สนิ คาที่โฆษณาเปน ผลิตภัณฑของหนวยงานใด
๑.๔ ถา นักเรยี นเปนผซู ือ้ จะซ้ือสนิ คา นห้ี รือไม เพราะอะไร
(บอกเหตุผล)

ชอ่ื ...........................................นามสกุล..........................................ช้ัน...........เลขท.ี่ .........

หนว ยการเรียนรูที่ ๒๐ เรอ่ื ง ภาษาไทยย่งั ยนื ๒๙๙

ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง การอา นคําแนะนาํ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒๐ เรอื่ ง ภาษาไทยยัง่ ยืน
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๓ เรอื่ ง การอา นคําแนะนํา
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓

คาํ ชี้แจง ใหนักเรยี นอานขอ เขียนที่กาํ หนดและตอบคําถาม

๓๐๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

๑. ขอเขยี นเชิงอธบิ ายนี้เปน ขอเขียนประเภทใด
๒. ขอ เขยี นน้มี เี นอื้ ความเกี่ยวกับอะไร
๓. นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ติ ามคําแนะนาํ ไดหรอื ไม เพราะอะไร
(บอกเหตุผล)

๔. คาํ แนะนํานีม้ ีประโยชนตอ นกั เรยี นอยา งไร จงอธบิ าย

ช่อื ...........................................นามสกุล..........................................ชัน้ ...........เลขที่..........

หนวยการเรียนรูท่ี ๒๐ เรือ่ ง ภาษาไทยยั่งยนื ๓๐๑

ใบความรูที่ ๒ เรื่อง คํานาม

หนว ยการเรียนรูท่ี ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยยั่งยนื
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๔ เร่อื ง คํานามนารู
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓

คาํ นาม
ความหมายของคํานาม

คํานาม คือ คําที่ใชเรียกชื่อ คน สัตว พืช สิ่งของ สถานที่ สภาพ อาการ
ลักษณะทั้งท่ีเปนส่ิงมีชีวิต หรือสิ่งไมมีชีวิต ท้ังที่เปนรูปธรรมและนามธรรม เชน
คาํ วา คน ปลา ตะกรา ไก ประเทศไทย จงั หวัดพิจติ ร ความดี ความงาม กอไผ

ประเภทของคํานาม

๑. สามานยนาม (คํานามทั่วไป)
๒. วสิ ามานยานาม (คาํ นามเฉพาะ)
๓. ลักษณะนาม (คาํ บอกลักษณะของคาํ นาม)
๔. สมหุ นาม (คํานามบอกหมวดหม)ู
๕. อาการนาม

คํานามที่ควรรูจกั

๑. สามานยนาม (คํานามทั่วไป) คือ คํานามท่ีใชเปนช่ือท่ัวไปโดยไม
เฉพาะเจาะจง เชน - บานของเขาอยูใกลต ลาด

- เตาชอบกินผักบงุ
- เขาชอบดขู าวจากโทรทัศน
- นักเรียนวิง่ เลน ในโรงเรียน
จะเห็นไดวา คาํ ตาง ๆ เปนคาํ นามทไี่ มช เ้ี ฉพาะเจาะจง ไดแก
- บา น ตลาด โรงเรยี น หมายถึง ชอื่ สถานท่ี
- เตา หมายถงึ ชือ่ สตั ว
- ผักบุง หมายถึง ช่อื พชื
- ขา ว หมายถึง ชอื่ ส่งิ ทเ่ี ปน รูปธรรม

๓๐๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

- โทรทศั น หมายถงึ ชื่อสงิ่ ของ
- นักเรยี น หมายถงึ ชื่อเรียกคน
๒. วิสามานยานาม (คํานามเฉพาะ) คอื คํานามท่ีใชเปนชอ่ื เฉพาะเจาะจง
ลงไปใหรูชัดเจน เปน คํานามทตี่ ั้งขึ้นเพื่อเรียกคนเดยี วหรอื ส่ิงเดียวเชน
- กรุงเทพมหานครเปน เมืองหลวงของประเทศไทย
- พระพทุ ธชินราชอยูท ีจ่ ังหวัดพษิ ณุโลก
- เดก็ ชายทองเรียนอยชู ้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๔
จะเห็นไดวาคําตา ง ๆ เปน คาํ นามท่เี ปน ช่ือเฉพาะเจาะจง ไดแ ก
- กรงุ เทพมหานคร หมายถงึ ชอ่ื สถานท่ี
- ประเทศไทย หมายถึง ช่ือสถานท่ี
- พษิ ณโุ ลก หมายถงึ ช่ือสถานท่ี
- ทอง หมายถึง ช่อื บคุ คล

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยย่งั ยนื ๓๐๓

ใบงานที่ ๔ เร่อื ง จาํ แนกคํานาม
หนวยการเรียนรทู ่ี ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยย่งั ยนื
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๔ เรอื่ ง คํานามนารู
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓

คาํ ช้แี จง ใหอานคํานามท่กี ําหนดใหและจาํ แนกประเภทคํานามใหถ ูกตอ ง

ครอู นุชา กรุงเทพมหานคร กระตาย ขวดนาํ้
ตน ไม ผักบุง อาํ เภอหัวหิน โรงเรียน ถนน

สถานตี าํ รวจ ประเทศไทย กระเปา
เจา ดา ง เบญจมาภรณ พดั ลม

๑. คาํ นามท่ัวไป ไดแ ก

๓๐๔ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

๒. คํานามเฉพาะ ไดแก

บนั ทกึ ความรู คาํ นามคือ
____________________________________________
____________________________________________
____________________________________________
____________________________________________

ชอื่ ...........................................นามสกุล..........................................ชนั้ ...........เลขที่..........

หนวยการเรยี นรูที่ ๒๐ เรอื่ ง ภาษาไทยยัง่ ยนื ๓๐๕

ใบความรทู ี่ ๓ เร่ือง คําสรรพนาม
หนวยการเรยี นรูท ี่ ๒๐ เรอ่ื ง ภาษาไทยย่ังยืน
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๕ เรอื่ ง คาํ สรรพนาม
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓

คําสรรพนาม หมายถึง คําท่ีใชแทนคํานามที่กลาวถึงมาแลว เพ่ือจะได
ไมตองกลาวคํานามนั้นซ้ําอีก เชนคําวา ฉัน เรา ดิฉัน กระผม คุณ ทาน
ใตเ ทา เขา มนั สง่ิ ใด ผูใด น่ี นัน่ ใคร เปน ตน

ตวั อยา ง
- คุณยายชอบแจกขนมใหเ ด็ก ๆ คณุ ยายจงึ เปน ท่ีรักของทุกคน
- คุณยายชอบแจกขนมใหเ ด็ก ๆ ทานจงึ เปนท่รี กั ของทุกคน

จากตัวอยางใชสรรพนาม “ทาน” แทน “คุณยาย” เพ่ือไมตองกลาวคําวา
“คุณยาย” ซํา้

บุรุษสรรพนาม คือ คําสรรพนามท่ีใชแทนผูพูด ผูฟง และผูท่ีกลาวถึง
(บุคคลท่ี ๓) แบง เปนชนิดยอยได ๓ ชนิด คอื

สรรพนามบุรุษท่ี ๑ สรรพนามบรุ ษุ ที่ ๒ สรรพนามบุรษุ ที่ ๓
ใชแ ทนตัวผูพดู เชน ผม ใชแทนผฟู ง หรอื ผูท เี่ รา ใชแทนผทู ก่ี ลาวถงึ เชน
ฉัน ดฉิ ัน กระผม พดู ดว ย เชน คุณ เธอ เขา มนั ทา น พระองค
ขา พเจา เรา ใตเทา ทาน
ขา พระพทุ ธเจา อาตมา ใตฝาละอองธลุ ีพระบาท
หมอ มฉนั ฝา พระบาท พระคุณเจา
เกลากระหมอม

นกั เรียนอา นและสงั เกตประโยคตอไปน้ี (ฉนั คือ สรรพนามบรุ ุษท่ี ๑)
ฉันชอบอา นหนังสือในหอ งสมุด (เธอ คือ สรรพนามบรุ ุษที่ ๒)
วนั นีเ้ ธอจะไปขายของไหม (เขา คือ สรรพนามบุรุษที่ ๓)
พอใจไมสบาย เขาจึงไมไดม าโรงเรียน

๓๐๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานท่ี ๕ เร่อื ง นกั สํารวจคําสรรพนาม
หนวยการเรียนรทู ี่ ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยยัง่ ยนื
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๕ เร่ือง คาํ สรรพนาม
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓

คาํ ชแ้ี จง ใหนักเรียนอานประโยคและหาคําสรรพนามในประโยคพรอมทั้งระบุ
บุรษุ สรรพนามใหถ ูกตอ ง

ตวั อยาง ฉนั เล้ียงสนุ ขั ไวหนงึ่ ตัว

ฉัน เปน คาํ สรรพนามบุรุษท่ี ๑

๑. งูตัวนน้ั มันเลอื้ ยอยบู นตนไม

๒. ผมจะไปโรงเรียน

๓. เขานยิ มใชโทรศัพทม ือถอื กนั

๔. อาตมาจะไปโรงพยาบาล

หนวยการเรียนรทู ี่ ๒๐ เร่ือง ภาษาไทยยั่งยืน ๓๐๗

๕. ทานจะไปไหนคะ
๖. เธอไปกินขา วกันเถอะ
๗. กระผมมาขอพบคุณครู
๘. คุณชว ยเปดประตใู หห นอยคะ
๙. ดฉิ นั วาภาพยนตรเ รือ่ งนี้นาดนู ะคะ
๑๐. หมวกของคณุ พอเธอสวยนะ

ช่อื ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้ัน...........เลขท.ี่ .........

๓๐๘ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรูท ่ี ๔ เรอ่ื ง คาํ กรยิ า
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เรอ่ื ง ภาษาไทยยั่งยืน
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๖ เรอ่ื ง คาํ กริยา
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

คาํ กริยา

คํากริยา คือ คําท่ีแสดงอาการ สภาพ หรือการกระทําของคํานาม และ
คําสรรพนามในประโยค คํากริยาบางคําอาจมีความหมายสมบูรณในตัวเอง
บางคาํ ตอ งมคี ําอื่นมาประกอบ และบางคาํ ตองไปประกอบคําอนื่ เพื่อขยายความ

๑. หนา ที่ของคาํ กรยิ า มีดงั นี้

๑.๑ ทําหนาท่ีเปนกริยาสําคัญของประโยค เชน คนกินขาว นกบินมา
เปนฝงู เปนตน

๑.๒ ทาํ หนาทเ่ี ปนประธานของประโยค เชน กนิ มากทาํ ใหอว น เปน ตน
๑.๓ ทําหนาท่ีเปนกรรมของประโยค เชน ฉันชอบเตนแอโรบิกตอนเชา
เปน ตน
๑.๔ ทําหนาท่ีชวยขยายกริยาสําคัญใหมีความหมายชัดเจนย่ิงข้ึน เชน
พ่คี งจะกลบั บานเยน็ น้ี เปนตน
๑.๕ ทําหนาท่ีชวยขยายคํานามใหเขาใจเดนชัดข้ึน เชน ฉันชอบกิน
กว ยเตยี๋ วผัด เปนตน

หนวยการเรยี นรูท ่ี ๒๐ เร่อื ง ภาษาไทยย่งั ยนื ๓๐๙

๒. ประเภทของคํากรยิ าทน่ี กั เรยี นควรรจู กั มีดังนี้
๒.๑ กริยาท่ีตองการกรรม (สกรรมกริยา) กริยาชนิดน้ียังขาดความ
บริบูรณในตัวเองตองมีนามหรือสรรพนามมารับขางทายจึงจะไดความครบถวน
เชน
- เดก็ กิน - เขาเหน็
- แมครวั ซือ้ - ฉันชอบ
ขอสังเกต ประโยคขางตนยังขาดความบริบูรณเพราะกริยาขางตนทําให
ผูอานสงสัยวากินอะไร, เห็นอะไร, ซื้ออะไร, ชอบอะไร หากมีคําถามดังน้ีในใจ
เเสดงวากริยานั้นตองมกี รรมมารบั ขางทา ย เชน
- เด็กกินขนม (คาํ วา ขนม เปน กรรมรองรบั กรยิ า กนิ )
- เขาเห็นฉนั (คําวา ฉนั เปน กรรมรองรับกริยา เหน็ )
- แมครวั ซื้อปลา (คําวา ปลา เปนกรรมรองรบั กรยิ า ซ้ือ)
- ฉนั ชอบเธอ (คาํ วา เธอ เปน กรรมรองรับกรยิ า ชอบ)

๒.๒ กริยาท่ีไมตองการกรรม (อกรรมกริยา) กริยาชนิดน้ีเเสดงอาการ
ทม่ี คี วามบรบิ ูรณเเลว เชน
- เดก็ หัวเราะ - ไกข ัน
- นอ งนอน - นกั กีฬาวิ่ง
ขอ สงั เกต หากมคี าํ ตามทา ยกรยิ าชนิดน้ี คาํ น้นั จะทาํ หนาท่ขี ยาย ไมใ ชก รรม
เชน
- เด็กหัวเราะเสียงดงั (เสยี งดัง ขยายคาํ กรยิ า หวั เราะ)
- ไกข ันนา ฟง (นาฟง ขยายคาํ กริยา ขนั )
- นองนอนกรน (กรน ขยายคํากริยา นอน)
- นกั กฬี าวิง่ เรว็ (เรว็ ขยายคํากริยา วิ่ง)

๓๑๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานท่ี ๖ เรือ่ ง วเิ คราะหคาํ กรยิ า
หนว ยการเรียนรูท่ี ๒๐ เรือ่ ง ภาษาไทยยง่ั ยนื
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๖ เร่ือง คาํ กริยา
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓

ตอนที่ ๑
คาํ ชแี้ จง ใหนักเรยี นอา นประโยคและวิเคราะหป ระเภทของคาํ กริยา

ขอ ประโยค คาํ กริยา ประเภทคาํ กรยิ า
สกรรมกรยิ า อกรรมกรยิ า
ตัวอยาง คณุ แมก นิ ขาว กนิ ✓
๑. นกบินเร็ว
๒. ฝนตกหนกั
๓. นอ งรอ งไห
๔. แมวกนิ ปลา
๕. พอขบั รถยนต
๖. คุณตาดมื่ กาแฟตอนเชา
๗. เขาอานหนังสอื พิมพ
๘. ฉันเล้ยี งสนุ ัขหนึ่งตวั
๙. เธอวง่ิ เร็วมาก
๑๐. สนุ ขั คาบกระดกู

หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยยั่งยนื ๓๑๑

ตอนท่ี ๒
คําช้แี จง ใหแ ตง ประโยคจากคาํ กริยาตอไปน้ี
๑. วา ยนํา้

๒. เลน

๓. รองเพลง

๔. ทาํ งาน

๕. เดนิ ทาง

ชื่อ...........................................นามสกลุ ..........................................ชั้น...........เลขท.ี่ .........

๓๑๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรทู ่ี ๕ เรอื่ ง คําวเิ ศษณ
หนว ยการเรยี นรูที่ ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยยง่ั ยืน
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๗ เรอ่ื ง คําวเิ ศษณ
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

คาํ วเิ ศษณ

คําวิเศษณ คือ คาํ ทีท่ ําหนา ท่ีขยายคํานาม คําสรรพนาม คํากริยา หรอื
คาํ วิเศษณเ อง เพือ่ ใหไดใ จความชัดเจนข้ึน คําวเิ ศษณมกั จะอยหู ลงั คําทน่ี ํามาขยาย

หนาทีข่ องคาํ วิเศษณ
๑. คําวเิ ศษณท ําหนา ท่ขี ยายคํานามท่ีอยูขา งหนา เชน

บานสวยราคาไมแ พง
(สวย เปน คาํ วเิ ศษณ ขยายคาํ นาม บา น)
๒. คําวิเศษณทําหนาทีข่ ยายคาํ สรรพนามที่อยูข างหนา เชน
ฉนั เองเปน คนบอกความจริง
(เอง เปน วิเศษณ ขยายคาํ สรรพนาม ฉนั )
๓. คําวิเศษณทําหนา ท่ขี ยายคาํ กริยา เชน
คนตื่นเชา มกั ไดเ ปรยี บคนอืน่
(เชา เปนคําวเิ ศษณแสดงเวลา ขยายคํากรยิ า ตื่น)
๔. คาํ วเิ ศษณทําหนา ที่ขยายคาํ วิเศษณด ว ยกันเอง เชน
นางสาวไทยคนนมี้ ีหนา ตาสวยมาก
(มาก เปน คาํ วเิ ศษณ ขยายคําวเิ ศษณ สวย)

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒๐ เรอื่ ง ภาษาไทยย่งั ยืน ๓๑๓

ใบงานที่ ๗ เรอ่ื ง สนุกกับคําวเิ ศษณ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒๐ เร่อื ง ภาษาไทยยั่งยืน
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๗ เร่อื ง คําวเิ ศษณ
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓

ตอนที่ ๑
คําช้ีแจง ใหน ักเรียนอานประโยคและเติมคาํ วิเศษณใ หเหมาะสมกับประโยค

๑. เสียงยิหวารอ ง อยหู นาบาน

๒. คณุ ยายทําดอกไมประดิษฐ

๓. คณุ แมท าํ กับขาว

๔. พอกลบั บา น

๕. บาน หลังน้ีขายแลว

๖. เด็กคนนพี้ ูดจา

๗. เขาเปนคน ทกุ คนจึงรกั เขา

๘. ตอนกลางคนื สุนขั เหา

๙. ปลาตัวน้ใี หญ

๑๐. ลุงบญุ เลานทิ าน

๓๑๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ตอนที่ ๒
คําชี้แจง ใหนกั เรียนแตง ประโยคจากคําวิเศษณตอไปน้ี
๑. ฉลาด
๒. อรอ ย
๓. หอม
๔. แซบ
๕. เรว็

ชอ่ื ...........................................นามสกลุ ..........................................ช้ัน...........เลขท่ี..........

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เรอื่ ง ภาษาไทยย่งั ยืน ๓๑๕

ใบงานท่ี ๘ เรื่อง หนาทข่ี องคาํ ในประโยค
หนวยการเรียนรูท่ี ๒๐ เร่ือง ภาษาไทยยงั่ ยืน
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๗ เร่ือง คําวเิ ศษณ
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓

คาํ ชแ้ี จง อานประโยคและวิเคราะหช นิดและหนา ทีข่ องคําลงในตาราง

หนาที่ของคาํ / สวนประกอบของประโยค
ภาคประธาน ภาคแสดง
ประธาน ขยายประธาน กรยิ า ขยายกริยา กรรม ขยายกรรม
ตวั อยาง นอ งกินขนมหวาน
นอง - กนิ - ขนม หวาน
(คาํ นาม) (คํากรยิ า) (คาํ นาม) (คําวเิ ศษณ)
๑. เขาเดินเร็ว
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
๒. นองพดู จาไพเราะ
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
๓. พอตัดตนใหญ
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
๔. แมอานหนงั สอื
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
๕. ฉนั กินกวยเตี๋ยวผัด
_______ ____________ __________ __________ __________ __________
_______ ____________ __________ __________ __________ __________

ชอ่ื ...........................................นามสกุล..........................................ชนั้ ...........เลขท่.ี .........

๓๑๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบความรทู ่ี ๖ เร่ือง การพดู เชญิ ชวน
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒๐ เรอ่ื ง ภาษาไทยยง่ั ยืน
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๙ เรื่อง การพดู เชญิ ชวน
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

การพดู เชิญชวน
ความหมายของการพูดเชิญชวน

การพดู เชิญชวนเปนการพูดลกั ษณะหนึง่ ของการพูดจูงใจ มจี ุดมงุ หมายหลกั
ท่ีจะเปล่ียนทัศนคติของผูฟงใหเปนไปตามแนวทางของผูพูด การพูดลักษณะนี้
จาํ เปน อยางย่งิ ทจ่ี ะตอ งใชศิลปะการพูดเพ่อื โนม นา วจิตใจของผฟู ง
ประเภทของการพดู เชิญชวน

๑. การพูดเชญิ ชวนใหร ว มปฏบิ ัติทางสงั คม
๒. การเชญิ ชวนใหใชบรกิ ารตาง ๆ ซง่ึ มักปรากฏในรปู แบบของการโฆษณา
๓. การเชิญชวนใหเปลยี่ นความคดิ ท้ังทศั นคติ
หลกั การสาํ คัญของการพดู เชญิ ชวน
การพูดเชิญชวนจําเปนอยางยิ่งที่ผูพูดจะตองศึกษาและทําความเขาใจ
เกีย่ วกับหลักการในการพดู ดังน้ี
๑. ผูพูดควรตระหนักถึงหลักการพูดเชิญชวน เพื่อใหผูฟงเกิดความสนใจ
มีความตองการที่จะฟงเรื่องราวตอไปจนเกิดความพึงพอใจเห็นจริงตามท่ีพูด
ท้ังนี้เพราะผูพูดไดนําเสนอเรื่องราวอยางมีเหตุผล มีการสรางมโนภาพใหแกผูฟง
ดวยการยกตวั อยางหรอื ใชส่ือประกอบการพูดจนผฟู งเหน็ จรงิ
๒. ผพู ูดทดี่ ีตองเตรียมความพรอ มท่ีจะพูดโดยศกึ ษาเร่ืองราวอยางละเอยี ด
แสดงเหตุผลในการเชิญชวนไดอยางถูกตองนาฟงและมีน้ําหนัก เพ่ือใหผูฟง
ตระหนกั ถงึ ความจริงและความจําเปนท่ีจะตองปฏบิ ัติตามคาํ เชญิ ชวนน้ัน
๓. ผูพูดตองใชน้ําเสียงและแสดงความรูสึกที่แทจริง มีความกระตือรือรน
ท่จี ะพดู พรอ มท้ังใชทาทางและสายตาประกอบอยา งเหมาะสม

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยยัง่ ยนื ๓๑๗

๔. การพูดเชิญชวนท่ีดีตองคํานึงถึงความถกู ตอง เปนการเชิญชวนใหปฏบิ ตั ิ
ในสง่ิ ทเ่ี ปน ประโยชนต อ สว นรวมมิใชเ ปนการเชญิ ชวนในสิง่ ที่ผดิ

๕. ผูพูดที่ดีตองแสดงความคิดอยางมีเหตุผล มีความรูกวางขวาง นํากลวิธี
การพูดลักษณะตาง ๆ ใหผฟู ง สนใจ

๖. พูดตามลําดับข้ันตอน โดยพิจารณาหัวขอที่จะใชพูดเชิญชวน กําหนด
วัตถุประสงคการพดู

๗. คนควา ความรปู ระกอบ เลอื กวิธีการพูด เลือกเหตกุ ารณป ระกอบการพดู
ใหเหมาะสม

๓๑๘ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)

ใบงานท่ี ๙ เร่ือง การพดู เชญิ ชวน
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒๐ เรื่อง ภาษาไทยยง่ั ยืน
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๙ เร่ือง การพดู เชญิ ชวน
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓

คาํ ชีแ้ จง ใหเ ขียนบทพูดสาํ หรบั พดู เชิญชวนตามหัวขอทน่ี กั เรยี นสนใจ

ช่ือ...........................................นามสกลุ ..........................................ชน้ั ...........เลขท่ี..........

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เร่อื ง ภาษาไทยยงั่ ยืน ๓๑๙
ช้ัน ป.๓ ภาคเรียนที่ ๒

แบบประเมินตนเอง

ชือ่ : ___________________________ สกุล : ______________________ช้นั _____เลขท่ี _____
หนวยการเรยี นรูที่ ๒๐ เรอื่ ง ภาษาไทยยง่ั ยนื

คาํ ชแ้ี จง ๑. ระบายสีลงใน ของแตละกิจกรรมทนี่ กั เรยี นคิดวา ทาํ ไดเพื่อประเมนิ การเรียนรูของนักเรยี น
ตามระดับการประเมนิ ตอไปน้ี

ปรบั ปรงุ พอใช คอ นขา งดี ดี ดมี าก

กจิ กรรม ระดบั ความสามารถ
๑. อานออกเสียงประกาศและปายโฆษณา
๒. จําแนกคํานามท่ัวไปกบั คํานามเฉพาะ
๓. จาํ แนกบุรษุ สรรพนาม
๔. จาํ แนกคํากรยิ าในประโยค
๕. แตงประโยคโดยใชคาํ กริยา
๖. แตง ประโยคโดยใชคําวเิ ศษณ
๗. พดู เชญิ ชวน

๒. นบั จาํ นวนดาวจากตารางขา งบนเพื่อบนั ทึกผลการเรยี นรูของนกั เรียน ดังนี้
จํานวน.............................. จํานวน..............................
จาํ นวน.............................. จํานวน..............................
จาํ นวน..............................

๓. วงกลมรอบผลการเรยี นรขู องนักเรียน โดยนับจากขอทไ่ี ดด าวมากที่สดุ

ปรบั ปรุง พอใช คอนขางดี ดี ดีมาก

๔. กาเครื่องหมาย ลงใน  ท่ีนักเรียนวางแผนจะทําเพื่อพัฒนาการเรียนในคร้ังตอไป (เลือกได
มากกวา ๑ ขอ )

 อา นภาษาไทยถกู ตองตามหลักการ  ทบทวนบทเรยี น
 เขียนภาษาไทยถูกตองตามหลกั การ  ________________________________

๓๒๐ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๒ (ภาษาไทย ป.๓)
ชั้น ป.๓ กลางภาค

บันทกึ การเรยี นรู (Learning log)

ชื่อ : _________________ สกลุ : ___________________วนั ____ เดือน_______________ พ.ศ. _____

สิง่ ท่ฉี ันชอบในการเรียนวิชาน้ี คอื
............................................................................
............................................................................
............................................................................

.................................................

สงิ่ ที่ฉนั ไมช อบในการเรยี นวิชานี้ คอื
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

...........................................................

สิ่งทฉี่ ันจะทาํ ใหด ขี นึ้ คือ
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

...........................................................


Click to View FlipBook Version