The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักทรัพยากรบุคคล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sk.dsd0478, 2022-06-23 23:24:50

นักทรัพยากรบุคคล

นักทรัพยากรบุคคล

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล
สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ

รวบรวมและเรียบเรียงโดย.....
ฝ่ ายวิชาการ สถาบัน THE BEST CENTER

หา้ มตดั ต่อหรือคดั ลอกส่วนใดส่วนหนึง่ ของเน้ ือหา

สงวนลิขสทิ ธ์ติ าม พ.ร.บ.ลิขสทิ ธ์ิ พ.ศ. 2537
ราคา 280 บาท

จดั พิมพแ์ ละจำหน่ำยโดย

The Best Center InterGroup Co., Ltd.

บรษิ ทั เดอะเบสท์ เซ็นเตอร์ อนิ เตอรก์ รุป๊ จำกดั

บรหิ ารงานโดย ดร.สิงห์ทอง บวั ชุมและอาจารย์จนั ทนี บวั ชุม (ตวิ เตอร์ก้งุ ย่าน ม. ราม)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เลขท่ี 2145/7 ซอยรำมคำแหง 43/1 ถนนรำมคำแหง แขวงหวั หมำก เขตบำงกะปิ กรงุ เทพฯ 10240
โทรศพั ท.์081-496-9907,0-2314-1492, 0-2318-6868 โทรสำร. 0-2718-6274 line id: @ thebestcenter

www.thebestcenter.com หรอื www.facebook.com/bestcentergroup

ค่มู ือสอบ

นกั ทรพั ยากรบุคคล

สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ

ราคา 280-

คำนำ

คูม่ ือเตรียมสอบสำหรับตำแหนง่ นักทรัพยำกรบุคคลสำนกั งำนปลดั กระทรวง
ศกึ ษำธิกำร เล่มน้ี ทำงสถำบัน THE BEST CENTER และฝำ่ ยวชิ ำกำรของสถำบนั ไดเ้ รียบเรียงข้ึน
เพ่อื ใหผ้ ู้สมัครสอบใชส้ ำหรบั เตรียมสอบในกำรสอบแขง่ ขันฯในคร้งั น้ี

ทำงสถำบัน THE BEST CENTER ได้เลง็ เหน็ ควำมสำคญั จึงไดจ้ ัดทำหนังสือ
เล่มนข้ี นึ้ มำ ภำยในเลม่ ประกอบดว้ ยทกุ สว่ นท่ีกำหนดในกำรสอบ เจำะขอ้ สอบทุกส่วน พร้อม
คำเฉลยอธิบำย มำจดั ทำเป็นหนังสือชุดน้ีขึน้ เพอ่ื ใหผ้ ูส้ อบไดเ้ ตรยี มตัวอำ่ นลว่ งหนำ้ มีควำม
พรอ้ มในกำรทำข้อสอบ

ทำ้ ยน้ี คณะผู้จัดทำขอขอบคุณทำงสถำบนั THE BEST CENTER ทีไ่ ดใ้ ห้กำร
สนับสนนุ และมีสว่ นรว่ มในกำรจัดทำต้นฉบับ ทำใหห้ นังสอื เลม่ นสี้ ำมำรถสำเร็จข้ึนมำเป็น
เลม่ ได้ พร้อมกนั นี้คณะผจู้ ดั ทำขอนอ้ มรับข้อบกพร่องใดๆ อันเกดิ ขน้ึ และยนิ ดรี บั ฟงั ควำม
คดิ เหน็ จำกทุกๆทำ่ น เพ่อื ที่จะนำมำปรบั ปรุงแก้ไขให้ดียิง่ ขึ้น

ขอให้โชคดีในกำรสอบทุกทำ่ น
ฝ่ำยวิชำกำร

สถำบนั The Best Center

www.thebestcenter.com

สารบญั

ความรูค้ วามสามารถเกยี่ วกบั การปฏิบตั ิงาน (100 คะแนน) 1
ประมวลจริยธรรมขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3
31
แนวขอ้ สอบ พ.ร.บ.ขอ้ มูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 39
แนวขอ้ สอบ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เติมฉบบั ที่ 4. พ.ศ. 2562
พระราชบญั ญตั ิการบริหารงานและการใหบ้ รกิ ารภาครฐั ผา่ นระบบดิจิทลั พ.ศ. 2562 46
แนวขอ้ สอบ พ.ร.บ.ระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เติม
54
ฉบบั ที่ 3. พ.ศ. 2562
แนวขอ้ สอบ พ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ. 2547และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เติม 62

ฉบบั ที่ 4. พ.ศ. 2562 78
แนวขอ้ สอบ พระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการบริหารกจิ การบา้ นเมอื งทีด่ ี พ.ศ. 2546
86
และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เติมฉบบั ที่ 2. พ.ศ. 2562 117
 คาสงั่ หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 เรือ่ ง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ 122
126
กระทรวงศึกษาธิการ ลงวนั ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560 131
แนวขอ้ สอบ ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรีว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
135
และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เติมฉบบั ที่ 4 พ.ศ. 2564 138
แนวขอ้ สอบยุทธศาสตรช์ าติ 170
189
นโยบายรฐั บาล 197
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ 202

แนวขอ้ สอบความรูเ้ กยี่ วกบั สถานการณ์ เศรษฐกิจ สงั คม และการเมือง
ความรูค้ วามสามารถเกยี่ วกบั ตาแหนง่ (100 คะแนน)
ความรูเ้ กยี่ วกบั การบรรจุและแต่งต้งั
ความรูเ้ กยี่ วกบั การบริหารทรพั ยากรบุคคล
ความรูเ้ กยี่ วกบั การพฒั นาทรพั ยากรบุคคล
 ความรูเ้ กยี่ วกบั ระบบการบริหารกาลงั คนคุณภาพ
ความรูเ้ กยี่ วกบั การบริหารผลการปฏิบตั ิราชการ
ความรูเ้ กยี่ วกบั การกาหนดตาแหนง่ และประเมนิ ค่างาน

กฎ ก.พ.ว่าดว้ ยการเลอื่ นเงินเดือน พ.ศ. 2552 229
 กฎ ก.ค.ศ.การเลือ่ นเงนิ เดือนของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2561 235
ความรูเ้ กีย่ วกบั ประกาศคณะกรรมการบริหารพนกั งานราชการ เรือ่ งค่าตอบแทนพนกั งานราชการ
242
พ.ศ. 2554และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เติม 254
แนวขอ้ สอบ การบริหารงานบุคคลและพฒั นาบุคคล 261
แนวขอ้ สอบ นกั ทรพั ยากรบุคคล ชุดที่ 1. 269
แนวขอ้ สอบ นกั ทรพั ยากรบุคคล ชุดที่ 2. 277
แนวขอ้ สอบ นกั ทรพั ยากรบุคคล ชดุ ที่ 3. 284
แนวขอ้ สอบ นกั ทรพั ยากรบุคคล ชุดที่ 4. 290

เทคนคิ การสอบสมั ภาษณ์

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 1

------------------------------------------------------------------------------

ประมวลจริยธรรมข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา

โดยทเ่ี ปน็ การสมควรใหม้ ีประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาเพื่ออนุวัตใิ ห้

เป็นไปตามมาตรา 5 แหง่ พระราชบญั ญัติมาตรฐานทางจรยิ ธรรม พ.ศ. 2526 ซึง่ กาหนดใหม้ มี าตรฐานทางจรยิ ธรรม

เปน็ หลักเกณฑ์การประพฤตปิ ฏิบัตอิ ยา่ งมีคุณธรรมของเจ้าหนา้ ทข่ี องรฐั เพื่อใชเ้ ปน็ หลกั สาคญั ในการจดั ทาประมวล

จรยิ ธรรมของหน่วยงานของรัฐ

อาศัยอานาจตามความในมาตรา 6 วรรคหน่ึง แห่งพระราชบญั ญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.

2562ก.ค.ศ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงกาหนดประมวล

จรยิ ธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อใช้เปน็ หลกั ในการประพฤติปฏบิ ัติของข้าราชการครแู ละ

บคุ ลากรทางการศึกษา ไวด้ งั ตอ่ ไปนี้

ข้อ 1 ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษานี้ มผี ลใช้บงั คับตงั้ แต่วันถัดจากวนั

ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

ขอ้ 2 “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” หมายความวา่ ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการ

ศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ข้อ 3 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติปฏบิ ตั ิตนเพ่อื รักษาจรยิ ธรรมท่ีกาหนด

ไว้อยา่ งเคร่งครดั อย่เู สมอ ดังน้ี

(1) ยดึ มน่ั ในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์และการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข

(2) ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ มีจติ สานึกที่ดี มคี วามรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผ้เู กย่ี วข้องในฐานะขา้ ราชการครู

และบุคลากรทางการศึกษา

(3) กลา้ คดิ กล้าตดั สินใจ กลา้ แสดงออก และกระทาในส่ิงที่ถกู ต้องชอบธรรม

(4) มจี ติ อาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชนส์ ่วนรวมมากกว่าประโยชนส์ ่วนตัวหรือพวกพ้อง

(5) มงุ่ ผลสัมฤทธิข์ องงาน มุง่ มนั่ ในการปฏิบตั ิงานอยา่ งเตม็ กาลงั ความสามารถ ท่สี ะท้อนถงึ คณุ ภาพ

ผู้เรียนและคณุ ภาพการศกึ ษา

(6) ปฏิบัตหิ น้าท่อี ยา่ งเป็นธรรมและไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ

(7) ดารงตนเป็นแบบอย่างท่ดี ีและรกั ษาภาพลกั ษณ์ของข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา

(8) เคารพในศักด์ิศรคี วามเป็นมนษุ ย์ คานึงถงึ สทิ ธเิ ดก็ และยอมรบั ความแตกตา่ งของบุคคล

ขอ้ 4 หากข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาผู้ใดจะตอ้ งยึดถือหรือปฏิบตั ิตามจรรยาบรรณ

ของวิชาชีพตามกฎหมายหรือข้อบงั คบั อนื่ ใดที่กาหนดไว้โดยเฉพาะ นอกจากจะตอ้ งรกั ษาจรยิ ธรรมตามทบ่ี ญั ญัติไว้ใน

ประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษานี้แลว้ จะตอ้ งยึดม่นั ในจรรยาบรรณของวิชาชีพน้ันด้วย

ข้อ 5 การจดั ทาแนวทางการประพฤตปิ ฏิบัตติ นของข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตาม

ประมวลจรยิ ธรรมขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาน้ี ให้เปน็ ไปตามท่ี ก.ค.ศ. กาหนด
ขอ้ 6 ให้พนักงานราชการ ครูอตั ราจ้าง ลกู จ้าง หรือผปู้ ฏิบตั ิงานอื่นในหน่วยงานการศึกษาประพฤติ

ปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษานี้ด้วย

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 2

------------------------------------------------------------------------------
ข้อ 7 ให้ประธาน ก.ค.ศ. รักษาการตามประมวลจรยิ ธรรมนี้

ประกาศ ณ วนั ท่ี 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ตรนี ชุ เทียนทอง

รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ

ประธาน ก.ค.ศ.

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 3

------------------------------------------------------------------------------

แนวขอ้ สอบ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540

1. พระราชบัญญตั ิข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 น้ี ใหใ้ ชบ้ ังคับเม่ือใด

1. พน้ กาหนดหกสบิ วันนบั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ต้นไป

2. พน้ กาหนดเก้าสิบวนั นับแตว่ ันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป

3. พ้นกาหนดร้อยย่สี บิ วนั นับแต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป

4. พน้ กาหนดร้อยแปดสบิ วันนบั แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 1 พระราชบญั ญตั นิ ้ี เรียกวา่ พระราชบญั ญัติข้อมลู ข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

มาตรา 2 พระราชบัญญตั นิ ้ีใหใ้ ช้บังคบั เมื่อพน้ กาหนดเก้าสิบวนั นับแตว่ ันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

เป็นต้นไป

2. ข้อใดถกู ต้อง

1. สิทธิในการรบั รู้ข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธขิ น้ั พืน้ ฐานของประชาชน

2. การให้ประชาชนมีสิทธิในการรับรขู้ อ้ มลู ขา่ วสารของราชการเปน็ ส่งิ สาคัญที่ทาให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

ในกระบวนการตดั สินใจตา่ งๆของรัฐ

3. การใหป้ ระชาชนมีสทิ ธใิ นการรบั รขู้ ้อมูลขา่ วสารของราชการมผี ลเป็นการสรา้ งกระบวนการตรวจสอบการ

ใชอ้ านาจรฐั โดยประชาชน
4. ถกู ทุกข้อ

ตอบ 4. แนวคดิ สิทธใิ นการรับรูข้ ้อมูลขา่ วสารเปน็ สทิ ธิขน้ั พ้ืนฐานของประชาชนในประเทศทม่ี ีการปกครองใน

ระบอบประชาธปิ ไตยมาเป็นเวลานานแลว้ การให้ประชาชนมสี ทิ ธใิ นการรบั รูข้ ้อมลู ข่าวสารของราชการ เปน็ สงิ่

สาคญั ท่ที าให้ประชาชนเข้ามามสี ว่ นรว่ มในกระบวนการตัดสนิ ใจต่างๆของรฐั ซึง่ รวมไปถงึ การบริหารงานในด้าน

ตา่ งๆ ของรัฐด้วย และนอกจากนีย้ ังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมสี ิทธใิ นการรับร้ขู ้อมูลข่าวสารของราชการ มี

ผลเป็นการสร้างกระบวนการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐโดยประชาชน เพราะเม่ือประชาชนสามารถเข้าถงึ ข้อมูล

ข่าวสารของทางราชการไดง้ ่าย ประชาชนกจ็ ะทราบถึงกระบวนการตดั สินใจและการดาเนนิ กิจกรรมทางปกครองได้

งา่ ย ซ่งึ กจ็ ะส่งผลทาใหฝ้ ่ายปกครองระมัดระวังในการใช้อานาจของตนมากขนึ้

3. บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบงั คับอ่ืน ในส่วนทบ่ี ัญญตั ิไว้แล้วในพระราชบัญญตั ินี้ หรอื ซงึ่ ขดั หรือ

แยง้ กบั บทแห่งพระราชบญั ญัติน้ี จะมผี ลอย่างไร

1. ใชบ้ ังคับได้บางส่วน 2. ให้ใชพ้ ระราชบัญญัตินีแ้ ทน

3. เป็นโมฆะ 4. ไม่มผี ลทางกฎหมายแตป่ ระการใด

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 3 บรรดากฎหมาย กฎ ระเบยี บ และข้อบังคบั อืน่ ในสว่ นทบ่ี ญั ญัตไิ ว้แล้วใน

พระราชบญั ญัตินี้ หรือซึง่ ขัดหรอื แย้งกับบทแห่งพระราชบญั ญตั ินี้ ให้ใชพ้ ระราชบัญญัติน้ีแทน

4. ในพระราชบัญญตั นิ ี้ “ขอ้ มลู ขา่ วสาร” หมายความวา่ อย่างไร
1. ขอ้ มูลตา่ งๆ ของทางราชการท่ถี ูกบนั ทึกในระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น

2. สิง่ ที่สือ่ ความหมายให้รูเ้ ร่อื งราวข้อเท็จจรงิ ขอ้ มูล หรอื สิ่งใดๆ ไม่วา่ การส่ือความหมายนั้นจะทาได้โดยสภาพ

ของส่ิงนนั้ เองหรือโดยผา่ นวธิ ีการใดๆ

3. สง่ิ บันทึกโดยทาเป็นรปู แบบของข้อมลู ในรปู เอกสารเทา่ นัน้

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 4

------------------------------------------------------------------------------
4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตนิ ้ี

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความวา่ สิ่งทีส่ อ่ื ความหมายให้ร้เู รอื่ งราวข้อเทจ็ จรงิ ข้อมลู หรอื ส่ิงใดๆ ไม่ว่าการ

ส่อื ความหมายนั้นจะทาไดโ้ ดยสภาพของส่งิ นนั้ เองหรือโดยผา่ นวิธีการใดๆ และไมว่ า่ จะไดจ้ ัดทาไวใ้ นรปู ของเอกสาร

แฟม้ รายงาน หนงั สือ แผนผงั แผนที่ ภาพวาด ภาพถา่ ย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครือ่ ง

คอมพวิ เตอร์ หรือวธิ อี ืน่ ใดที่ทาใหส้ งิ่ ท่บี นั ทึกไว้ปรากฏได้

5. ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี ข้อใดคือความหมาย ของ “ขอ้ มลู ขา่ วสารของทางราชการ”ที่ถูกต้องท่ีสดุ

1. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของหนว่ ยงานของรฐั

2. ขอ้ มูลขา่ วสารที่อยใู่ นความควบคมุ ดูแลของหน่วยงานของรัฐ

3. ข้อมลู ข่าวสารที่อย่ใู นความครอบครองหรือควบคมุ ดแู ลของหนว่ ยงานของรัฐ ไม่วา่ จะเป็นข้อมลู ขา่ วสาร

เกย่ี วกบั การดาเนินงานของรัฐหรอื ข้อมลู ข่าวสารเกย่ี วกับเอกชน

4. ขอ้ มูลขา่ วสารท่ีอยใู่ นความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหนว่ ยงานของรฐั ไมว่ า่ จะเป็นข้อมลู ข่าวสาร

เกีย่ วกับการดาเนินงานของรฐั หรอื ข้อมลู ข่าวสารเกย่ี วกบั เอกชนรวมถงึ ข้อมูลทเ่ี อกชนเก็บรกั ษาไว้ด้วยตนเองด้วย

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 4 “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายความวา่ ข้อมลู ขา่ วสารท่ีอยู่ในความ

ครอบครองหรือควบคุมดูแลของหนว่ ยงานของรัฐ ไมว่ ่าจะเป็นขอ้ มลู ข่าวสารเกยี่ วกบั การดาเนินงานของรฐั หรือข้อมูล

ขา่ วสารเก่ยี วกบั เอกชน

6. ขอ้ ใดเปน็ หนว่ ยงานของรฐั ตามความหมายในพระราชบัญญัตนิ ี้

1. ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมภิ าค ราชการส่วนทอ้ งถน่ิ

2. รัฐวสิ าหกิจ สว่ นราชการสงั กดั รฐั สภา ศาลเฉพาะในสว่ นทีไ่ ม่เกย่ี วกับการพิจารณาพิพากษาคดี

3. องคก์ รควบคมุ การประกอบวชิ าชีพ หนว่ ยงานอิสระของรฐั และหน่วยงานอืน่ ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

4. ถกู ทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 4 “หน่วยงานของรัฐ” หมายความวา่ ราชการสว่ นกลาง ราชการสว่ นภูมภิ าค

ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น รัฐวิสาหกิจ สว่ นราชการสงั กดั รฐั สภา ศาลเฉพาะในสว่ นทีไ่ ม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี

องค์กรควบคมุ การประกอบวชิ าชพี หน่วยงานอิสระของรัฐและหน่วยงานอน่ื ตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง

7. แนวคดิ ในการจดั ทากฎหมายข้อมลู ขา่ วสารในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างจรงิ จงั เป็นคร้งั แรกในสมัย

นายกรฐั มนตรีทา่ นใด

1. นายชวน หลกี ภัย 2. นายอานันท์ ปนั ยารชนุ

3. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ 4. นายสมัคร สนุ ทรเวช

ตอบ 2. แนวคดิ แนวคดิ ในการจดั ทากฎหมายข้อมูลขา่ วสารในประเทศไทยเกดิ ข้ึนอย่างจริงจงั ครั้งแรกเม่ือ นาย

อานันท์ ปันยารชนุ นายกรัฐมนตรใี นสมัยนนั้ ได้ตั้งคณะกรรมการปรับปรุงระบบบรหิ ารราชการขน้ึ ในปี พ.ศ. 2534

8. ร่างกฎหมายเกยี่ วกบั ข้อมูลข่าวสารของทางราชการไดผ้ ่านการพิจารณาของรฐั สภาและประกาศในราชกิจจา

นเุ บกษา เมื่อวนั ท่ี 10 กันยายน 2540 ในสมัยนายกรัฐมนตรที ่านใด

1. นายชวน หลีกภยั 2. นายอานนั ท์ ปันยารชุน

3. พลเอกชวลิต ยงใจยทุ ธ 4. นายสมคั ร สุนทรเวช

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 5

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 3. แนวคดิ ร่างกฎหมายดงั กลา่ วประสบปญั หาและอุปสรรคหลายประการท้ังจากฝ่ายนิตบิ ัญญัตแิ ละฝา่ ย

บรหิ าร จนกระทัง่ ในปี พ.ศ. 2544 เมื่อ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรฐั มนตรี รา่ งกฎหมายเก่ียวกบั ข้อมลู

ข่าวสารของทางราชการได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เมื่อวนั ที่ 10 กันยายน

2540

9. ข้อใดเปน็ ตัวอย่าง ของ “ ขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คล ”

1. การศึกษา ฐานะการเงนิ ประวตั สิ ุขภาพ ประวัติอาชญากรรม

2. ประวตั กิ ารทางาน บรรดาทมี่ ีช่ือของผู้นัน้ หรือมีเลขหมาย รหัสหรอื สง่ิ บอกลกั ษณะอนื่ ทที่ าให้รูต้ วั ผนู้ ัน้ ได้

เชน่ ลายพมิ พ์น้วิ มือ แผ่นบนั ทึกลักษณะเสียงของคนหรือรูปถา่ ย

3. ขอ้ มูลข่าวสารเกยี่ วกบั สิ่งเฉพาะตัวของผู้ที่ถงึ แก่กรรมแล้ว

4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 4 “ข้อมลู ข่าวสารส่วนบุคคล” หมายความว่า ขอ้ มูลขา่ วสารเกีย่ วกับสิ่งเฉพาะตัวของ

บคุ คล เช่น การศกึ ษา ฐานะการเงนิ ประวัตสิ ุขภาพ ประวตั ิอาชญากรรม หรือประวัติการทางาน บรรดาท่ีมีช่อื ของผู้

นนั้ หรือมเี ลขหมาย รหสั หรือสง่ิ บอกลักษณะอ่นื ทีท่ าใหร้ ูต้ ัวผ้นู ้ันได้ เชน่ ลายพมิ พน์ วิ้ มือ แผ่นบันทึกลักษณะเสยี งของ

คนหรอื รปู ถ่าย และให้หมายความรวมถงึ ข้อมลู ขา่ วสารเกี่ยวกบั สงิ่ เฉพาะตัวของผทู้ ่ีถึงแก่กรรมแล้วดว้ ย

10. ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของ “คนตา่ งด้าว” ในพระราชบญั ญตั ินี้

1. บคุ คลธรรมดาและนิตบิ ุคคลที่ไม่มสี ัญชาติไทย 2. ไม่มถี ่นิ ที่อยู่ในประเทศไทย

3. บุคลผ้ไู ม่มเี ชอ้ื ชาติไทย 4. ถกู เฉพาะข้อ 1. และ 2.

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 4. “คนต่างด้าว” หมายความวา่ บคุ คลธรรมดาท่ีไม่มีสัญชาติไทยและไมม่ ถี น่ิ ท่อี ยู่ใน

ประเทศไทยและนิติบุคคลดังตอ่ ไปนี้

11. จากข้อ 10. นิติบุคคลต่างด้าว ไดแ้ ก่ นิติบคุ คลประเภทใด

1. บรษิ ัทหรือห้างหุ้นส่วนที่มีทุนเกินก่ึงหน่ึงเปน็ ของคนต่างด้าวใบหุ้นชนดิ ออกใหแ้ ก่ผูถ้ ือใหถ้ ือวา่ ใบหุ้นน้นั คน

ต่างด้าวเปน็ ผูถ้ ือ

2. สมาคมที่มสี มาชิกเกินก่ึงหนึง่ เป็นคนตา่ งด้าว

3. สมาคมหรือมูลนิธทิ ีม่ วี ัตถุประสงค์เพอ่ื ประโยชนข์ องคนต่างด้าว

4. ถูกทกุ ขอ้

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 4 “คนต่างดา้ ว” หมายความวา่ บคุ คลธรรมดาท่ีไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีถิ่นท่ีอยู่ใน

ประเทศไทยและนติ บิ ุคคลดังต่อไปน้ี

(1) บริษัทหรอื หา้ งหุ้นส่วนทม่ี ีทุนเกินกึ่งหนง่ึ เป็นของคนต่างด้าวใบหุ้นชนดิ ออกให้แก่ผู้ถอื ให้ถือวา่ ใบหนุ้ น้นั

คนตา่ งดา้ วเป็นผถู้ ือ

(2) สมาคมที่มีสมาชิกเกินกงึ่ หนึ่งเปน็ คนตา่ งด้าว

(3) สมาคมหรือมลู นิธทิ ีม่ วี ัตถุประสงคเ์ พ่ือประโยชนข์ องคนต่างดา้ ว

(4) นิติบุคคลตาม (1) (2) (3) หรือนติ ิบุคคลอื่นใดทีม่ ีผ้จู ดั การหรือกรรมการเกินกงึ่ หนึง่ เป็นคนต่างดา้ ว

12. ผใู้ ดเปน็ ผู้รักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้

1. นายกรัฐมนตรี 2. คณะรัฐมนตรี

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 6

------------------------------------------------------------------------------

3. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยฯี 4. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงกลาโหม

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 5 ให้ นายกรฐั มนตรีรกั ษาการ ตามพระราชบญั ญัติน้ี และมีอานาจออกกฎกระทรวง

เพอื่ ปฏิบัตติ ามพระราชบญั ญัติน้ี

13. ใหผ้ ู้รกั ษาการตามพระราชบัญญัตนิ ใี้ นข้อ 12. มีอานาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏบิ ัติตามพระราชบัญญัติน้ี

ซึง่ กฎกระทรวงจะใชบ้ ังคับได้ตอ่ เมื่อได้กระทาการตามข้อใด

1. ทนั ทีท่ีประกาศกฎกระทรวงน้ัน 2. เมอ่ื ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

3. เมือ่ รัฐสภาไดร้ ับรอง

4. เมื่อได้ปิดประกาศไวต้ อ่ หนา้ ศาลและที่ทาการอาเภอทกุ ทอ้ งที่

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 5 วรรคสอง กฎกระทรวงน้ันเมื่อประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้วใหใ้ ชบ้ ังคับได้

14. ขอ้ ใดเป็นจดุ หลักท่ีมาสาคญั ของการเขา้ ถึงข้อมลู ขา่ วสารของราชการ

1. รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550

2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

3. พระราชบัญญตั ิระเบยี บข้าราชการพลเรอื นฯ

4. มติคณะรฐั มนตรี

ตอบ 1. แนวคิด รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 ไดบ้ ญั ญัติไวใ้ นสว่ นท่ี 10 สทิ ธิ

ในเรื่องข้อมลู ข่าวสารและการรอ้ งเรียน มาตรา 56 และมาตรา 57 (ปจั จุบันยังบงั คับใช้อยู่ โดยรัฐธรรมนูญ

ฯ ฉบับชั่วคราว )

15. ใหจ้ ดั ตั้งสานกั งานคณะกรรมการข้อมลู ข่าวสารของราชการข้ึนในสานักงานใด

1. สานกั งานปลัดกระทรวงยตุ ิธรรม 2. สานักงานตารวจแห่งชาติ

3. สานกั งานปลัดสานักนายกรฐั มนตรี 4. ถูกทุกข้อ

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 6 ให้จัดตงั้ สานกั งานคณะกรรมการข้อมลู ขา่ วสารของราชการขึน้ ในสานักงานปลัด

สานักนายกรัฐมนตรี

16. สานกั งานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการมหี นา้ ที่ตามข้อใด

1. ปฏิบตั งิ านเกีย่ วกับงานวชิ าการและธรุ การ

2. ประสานงานกับหนว่ ยงานของรฐั

3. ใหค้ าปรึกษาแกเ่ อกชนเกี่ยวกับการปฏบิ ัตติ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี

4. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 6 ใหจ้ ดั ตัง้ สานกั งานคณะกรรมการข้อมูลขา่ วสารของราชการขึ้นในสานักงานปลัด

สานักนายกรัฐมนตรี มหี นา้ ท่ีปฏบิ ัติงานเก่ียวกับงานวิชาการและธรุ การให้แก่คณะกรรมการ และคณะกรรมการ

วินิจฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสาร ประสานงานกับหนว่ ยงานของรัฐ และให้คาปรึกษาแก่เอกชนเกยี่ วกับการปฏิบตั ิ

ตามพระราชบญั ญัตินี้

17. หนว่ ยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดงั ต่อไปนี้…” ลงพิมพใ์ นข้อใด

1. หนงั สือพิมพร์ ายวนั 2. ราชกิจจานุเบกษา

3. หนงั สือเวียน 4. ถกู ทุกข้อ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 7

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 7 หน่วยงานของรัฐต้องสง่ ข้อมูลขา่ วสารของราชการอยา่ งนอ้ ยดังต่อไปนี้ลงพมิ พ์ใน
ราชกิจจานเุ บกษา
18. ขอ้ ใดไม่ใช่ ข้อมูลข่าวสารของราชการ ทีต่ ้องลงพิมพ์ ตามข้อ 17.

1. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดาเนินงาน
2. สรปุ อานาจหนา้ ท่ที ส่ี าคัญและวธิ ีการดาเนินงาน
3. รายชอ่ื ของเอกชนผู้เสียภาษอี ากรต่างๆหรือนารายไดเ้ ขา้ แกห่ นว่ ยงานราชการไม่ว่าทางใดๆ
4. ถกู ทุกขอ้
ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 7 (1) – (5) หน่วยงานของรัฐต้องสง่ ข้อมลู ขา่ วสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ลง
พมิ พใ์ นราชกิจจานเุ บกษา
(1) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดาเนนิ งาน
(2) สรุปอานาจหนา้ ทีท่ ี่สาคัญและวิธกี ารดาเนินงาน
(3) สถานทีต่ ดิ ต่อเพ่ือขอรบั ข้อมลู ขา่ วสารหรอื คาแนะนาในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
(4) กฎ มตคิ ณะรฐั มนตรี ข้อบงั คบั คาสงั่ หนังสอื เวยี น ระเบยี บแบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ทัง้ น้ี
เฉพาะที่จดั ให้มีขึ้นโดยสภาพอย่างกฎเพ่อื ใหม้ ผี ลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวขอ้ ง
(5) ขอ้ มลู ขา่ วสารอ่นื ตามที่คณะกรรมการกาหนด
19. ขอ้ ใดเป็น ข้อมลู ข่าวสารที่ต้องลงพิมพ์ ตามข้อ 17.
1. สถานทต่ี ดิ ต่อเพอ่ื ขอรับข้อมลู ข่าวสารหรอื คาแนะนาในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ
2. กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคบั คาสงั่ หนงั สือเวยี น ระเบยี บแบบแผน นโยบาย หรือการตคี วาม ทั้งน้ี
เฉพาะทีจ่ ัดให้มีข้ึนโดยสภาพอย่างกฎเพอื่ ใหม้ ผี ลเป็นการท่ัวไปต่อเอกชนท่เี ก่ยี วข้อง
3. ขอ้ มลู ขา่ วสารอ่นื ตามท่ีคณะกรรมการกาหนด
4. ถกู ทุกข้อ
ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 7 (ตามข้อ 18.)
20. ข้อใดเปน็ อานาจของหนว่ ยงานของรัฐเก่ียวกับข้อมูลข่าวสารของราชการที่ไดจ้ ัดพมิ พล์ งในราชกิจจานุเบกษา
แล้ว
1. รวบรวมและจัดใหม้ ีขอ้ มูลข่าวสารของราชการได้
2. จัดจาหน่ายข้อมลู ขา่ วสารของราชการเพื่อเปน็ การเผยแพรไ่ ด้
3. จดั การจ่ายแจกข้อมูลข่าวสารของราชการ ณ ทท่ี าการของหน่วยงานของรัฐได้
4. ถูกทกุ ขอ้
ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 7 วรรคสาม ใหห้ น่วยงานของรฐั รวบรวมและจดั ใหม้ ีข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนงึ่ ไว้
เผยแพรเ่ พ่ือขายหรือจาหน่ายจ่ายแจก ณ ท่ีทาการของหนว่ ยงานของรัฐแห่งน้นั ตามทเ่ี หน็ สมควร
21. ขอ้ มลู ขา่ วสารที่ตอ้ งลงพิมพ์ ตามมาตรา 7 (4) เรอ่ื ง “กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบงั คับ คาส่ัง หนังสอื เวียน
ระเบยี บแบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ท้ังนี้ เฉพาะท่ีจดั ให้มขี ้นึ โดยสภาพอย่างกฎเพอ่ื ให้มผี ลเป็นการทัว่ ไปตอ่
เอกชนทเี่ ก่ยี วขอ้ ง” ถ้ายังไม่ได้ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาจะมีผลอย่างไร
1. จะนามาใช้บงั คบั ในทางใดๆไม่ได้เลย จนกวา่ จะไดม้ กี ารประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเทา่ นั้น

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 8

------------------------------------------------------------------------------
2. จะนามาใชบ้ ังคับในทางทีไ่ มเ่ ป็นคุณแก่ผ้ใู ดไม่ไดเ้ ลย
3. จะนามาใชบ้ งั คบั ในทางทไ่ี ม่เปน็ คณุ แกผ่ ู้ใดไม่ได้ เว้นแต่ผูน้ ัน้ จะได้รู้ถึงข้อมลู ขา่ วสารน้ันตามความเปน็ จรงิ

มาก่อนแลว้ เปน็ เวลาพอสมควร
4. สามารถนามาใช้บังคับได้ทันที เปน็ ขอ้ ยกเว้นของกฎหมาย

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 8 ขอ้ มลู ขา่ วสารที่ต้องลงพมิ พ์ตามมาตรา 7 (4) ถ้ายงั ไม่ได้ลงพิมพใ์ นราชกจิ จา
นุเบกษา จะนามาใช้บงั คบั ในทางที่ไม่เปน็ คุณแก่ผใู้ ดไมไ่ ด้ เว้นแตผ่ ู้นั้นจะไดร้ ูถ้ ึงข้อมลู ข่าวสารนนั้ ตามความเป็นจรงิ มา
ก่อนแล้วเปน็ เวลาพอสมควร
22. ภายใต้บังคบั มาตรา 14 และมาตรา 15 ในพระราชบัญญัติน้ี หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มขี ้อมูลขา่ วสารของ
ราชการอยา่ งน้อยดงั ต่อไปนี้...” ไว้เพ่อื วัตถปุ ระสงค์ตามข้อใดเปน็ สาคญั

1. เปน็ การประชาสมั พนั ธข์ ่าวสารของทางราชการ
2. เป็นข้อปฏบิ ัติแก่ขา้ ราชการในหนว่ ยงานน้ันๆ
3. ให้ประชาชนเขา้ ตรวจดไู ด้ตามหลกั เกณฑ์ท่กี าหนด
4. ถูกทกุ ขอ้
ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 9 ภายใต้บังคับมาตรา 14 และมาตรา 15 หน่วยงานของรฐั ต้องจดั ใหม้ ีข้อมลู
ข่าวสารของราชการอย่างน้อยดงั ตอ่ ไปน้ี ไว้ใหป้ ระชาชนเขา้ ตรวจดูได้ ทัง้ น้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารท่ี
คณะกรรมการกาหนด
23. ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการข้อใด ท่ีประชาชนสามารถตรวจดูได้ ตามหลกั เกณฑท์ ่ีกฎหมายกาหนด
1. ผลการพจิ ารณาหรือคาวินจิ ฉัยทมี่ ีผลโดยตรงตอ่ เอกชนรวมทงั้ ความเหน็ แย้งและคาสั่งทเ่ี กี่ยวข้องในการ
พจิ ารณาวินจิ ฉัยดงั กลา่ ว
2. นโยบายหรอื การตีความท่ีไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพใ์ นราชกจิ จานเุ บกษาตามมาตรา 7 (4)
3. แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจา่ ยประจาปีของปที ่ีกาลังดาเนินการ
4. ถกู ทุกขอ้
ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 9 (1) – (3) ภายใตบ้ ังคับมาตรา 14 และมาตรา 15 หนว่ ยงานของรฐั ต้องจดั ใหม้ ขี ้อมูล
ขา่ วสารของราชการอย่างน้อยดังตอ่ ไปนไี้ วใ้ หป้ ระชาชนเข้าตรวจดไู ด้ ทง้ั นี้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารที่
คณะกรรมการกาหนด

(1) ผลการพจิ ารณาหรอื คาวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชนรวมทงั้ ความเห็นแย้งและคาสั่งทเ่ี ก่ยี วข้องในการ
พิจารณาวนิ จิ ฉัยดงั กลา่ ว

(2) นโยบายหรอื การตคี วามที่ไมเ่ ข้าข่ายต้องลงพิมพใ์ นราชกิจจานเุ บกษา ตามมาตรา 7 (4)
(3) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจาปีของปที ี่กาลังดาเนนิ การ
24. ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการตามข้อใด ที่ประชาชนสามารถตรวจดูได้ ตามหลกั เกณฑ์ทก่ี ฎหมายกาหนด
1. คู่มือหรอื คาส่ังเกยี่ วกับวธิ ปี ฏบิ ตั งิ านของเจา้ หน้าท่ขี องรัฐซ่ึงมผี ลกระทบถึงสทิ ธิหน้าที่ของเอกชน
2. สง่ิ พิมพ์ท่ีได้มีการอา้ งอิงถึงตามมาตรา 7 วรรคสอง
3. มตคิ ณะรัฐมนตรี
4. ถกู ทุกข้อ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 9

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 9 (4) (5) (7) ภายใต้บงั คับมาตรา 14 และมาตรา 15 หน่วยงานของรัฐ ต้องจัดให้
มีขอ้ มูลขา่ วสารของราชการอยา่ งนอ้ ยดงั ต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการที่
คณะกรรมการกาหนด

(4) คู่มอื หรอื คาส่ังเกี่ยวกบั วธิ ีปฏิบัตงิ านของเจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐซึง่ มผี ลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน
(5) สง่ิ พมิ พ์ที่ได้มีการอา้ งอิงถงึ ตามมาตรา 7 วรรคสอง
(7) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการท่แี ตง่ ต้งั โดยกฎหมายหรอื โดยมติคณะรฐั มนตรี ท้งั นี้ ให้ระบุ
รายชอื่ รายงานทางวชิ าการ รายงานข้อเท็จจรงิ หรอื ขอ้ มลู ข่าวสารที่นามาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย
25. ขอ้ มูลข่าวสารของราชการตามข้อใดทีห่ น่วยงานของรัฐหรอื เจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคาสงั่ มิใหเ้ ปดิ เผยกไ็ ด้
1. สญั ญาสัมปทาน
2. สัญญาที่มลี ักษณะเปน็ การผกู ขาดตดั ตอนสญั ญารว่ มทุนกับเอกชนในการจัดทาบรกิ ารสาธารณะ
3. การเปดิ เผยจะก่อใหเ้ กิดอันตรายตอ่ ชวี ติ หรือความปลอดภัยของบุคคลหนึง่ บคุ คลใด
4. ถกู ทกุ ขอ้
ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 15 (4 ) ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการทมี่ ลี กั ษณะอยา่ งหนึ่งอย่างใดดังต่อไปน้ี หน่วยงาน
ของรัฐหรือเจา้ หน้าทข่ี องรฐั อาจมคี าส่ังมิใหเ้ ปดิ เผยก็ได้ โดยคานึงถงึ การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีตามกฎหมายของหนว่ ยงานของ
รัฐประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนท่ีเก่ียวข้องประกอบกนั
(4) การเปิดเผยจะก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภยั ของบุคคลหนง่ึ บคุ คลใด
มาตรา 9 (6) ภายใตบ้ งั คับมาตรา 14 และมาตรา 15 หน่วยงานของรฐั ต้องจดั ให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการ
อยา่ งน้อยดังต่อไปนี้ไว้ใหป้ ระชาชนเข้าตรวจดูไดท้ ง้ั น้ี ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารที่คณะกรรมการกาหนด
(6) สญั ญาสมั ปทาน สญั ญาที่มีลักษณะเปน็ การผูกขาดตัดตอนหรือสญั ญารว่ มทนุ กับเอกชนในการจดั ทา
บรกิ ารสาธารณะ
26. ขอ้ มูลข่าวสารทจี่ ดั ใหป้ ระชาชนเขา้ ตรวจดูได้ ตามมาตรา 9 วรรคหนงึ่ ถ้ามสี ่วนที่ตอ้ งห้ามมิใหเ้ ปิดเผยตาม
มาตรา 14 หรอื มาตรา 15 อยู่ดว้ ย ให้ปฏบิ ตั ิอยา่ งไร
1. ลบ 2. ตัดทอน
3. ทาโดยประการอ่นื ใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมลู ข่าวสารส่วนนน้ั
4. ถกู ทุกขอ้
ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 9 วรรคสอง ขอ้ มูลข่าวสารท่จี ดั ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามวรรคหนึง่ ถ้ามสี ว่ นท่ี
ต้องห้ามมใิ ห้เปดิ เผยตามมาตรา 14 หรอื มาตรา 15 อยดู่ ้วย ใหล้ บ หรอื ตัดทอนหรอื ทาโดยประการอื่นใดที่ไม่เปน็
การเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารส่วนนน้ั
27. บุคคลทม่ี ีอานาจในการเข้าตรวจดเู อกสาร ตามมาตรา 9 วรรคหนงึ่ (ข้อมูลข่าวสารของราชการ) จะต้องมี
ส่วนได้เสียในเรื่องนน้ั หรือไม่ เพราะเหตุใด
1. ตอ้ งมีส่วนไดเ้ สีย เพราะเป็นข้อมูลขา่ วสารของราชการ ราชการจาต้องปกปดิ
2. ตอ้ งมีสว่ นไดเ้ สีย เพราะเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ราชการจะปกปดิ หรือไม่ไม่สาคญั
3. จะมีสว่ นได้เสียเกยี่ วข้องหรือไม่กไ็ ด้ เพราะเปน็ ข้อมูลข่าวสารราชการ ที่ประชาชนมีอานาจตรวจดไู ด้อยู่
แลว้

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 10

------------------------------------------------------------------------------
4. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 9 วรรคสาม บุคคลไมว่ า่ จะมสี ่วนได้เสียเก่ียวข้องหรือไม่กต็ าม ย่อมมีสิทธิเข้า

ตรวจดู ขอสาเนาหรือขอสาเนาทม่ี ีคารับรองถูกต้องของขอ้ มูลขา่ วสารตามวรรคหน่งึ ได้ ในกรณีทส่ี มควรหน่วยงานของ

รัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลักเกณฑ์เรยี กค่าธรรมเนียมในการนนั้ กไ็ ด้ ในการนใ้ี ห้คานงึ ถึงการ

ชว่ ยเหลอื ผ้มู รี ายไดน้ ้อยประกอบด้วย ทงั้ นี้ เวน้ แตจ่ ะมีกฎหมายเฉพาะบัญญตั ไิ ว้เป็นอย่างอ่ืน

28. บคุ คลที่มีสทิ ธใิ นการตรวจดูเอกสารนอกจากทาการตรวจดูแลว้ ยงั มีสิทธอิ ยา่ งใดกับเอกสารน้ันไดอ้ ีก

1. ขอสาเนา

2. ขอสาเนา หรอื ขอสาเนาท่ีมีคารบั รองถกู ตอ้ ง

3. ขอสาเนา หรอื ขอสาเนาท่ีมคี ารบั รองถกู ตอ้ ง รวมทั้งการนาตน้ ฉบับออกจากสถานทร่ี าชการได้

4. ขอสาเนาท่ีมีคารบั รองถูกตอ้ ง นาต้นฉบับออกจากสถานทรี่ าชการ ร้องขอคัดสาเนาโดยไม่เสียค่าธรรมได้

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 9 วรรคสาม บุคคลไมว่ า่ จะมสี ว่ นไดเ้ สียเกี่ยวข้องหรือไมก่ ต็ าม ย่อมมีสิทธิเข้า

ตรวจดู ขอสาเนาหรือขอสาเนาท่มี ีคารับรองถูกต้องของขอ้ มูลขา่ วสารตามวรรคหน่งึ ได้ ในกรณที ส่ี มควรหนว่ ยงาน

ของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลกั เกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมในการนัน้ ก็ได้ ในการน้ใี หค้ านงึ ถึง

การชว่ ยเหลอื ผู้มีรายไดน้ ้อยประกอบดว้ ย ท้ังน้ี เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญตั ิไวเ้ ป็นอย่างอืน่

29. ข้อมลู ข่าวสารของราชการที่ประชาชนสามารถตรวจดไู ด้ ตามหลักเกณฑท์ ี่กฎหมายกาหนดน้ันหากเปน็ คนต่าง

ดา้ วจะมสี ิทธิตามมาตราน้ีเพียงใด กรณนี ี้ ใหเ้ ปน็ ไปตามที่ผ้ใู ดกาหนด

1. คาสงั่ นายกรัฐมนตรี 2. มติคณะรฐั มนตรี

3. กฎกระทรวง 4. คาสั่งของแตล่ ะหน่วยงานนั้นๆ

ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 9 วรรคท้าย คนตา่ งดา้ วจะมีสทิ ธติ ามมาตราน้เี พยี งใดให้เปน็ ไปตามทก่ี าหนดโดย

กฎกระทรวง

30. นอกจากข้อมูลขา่ วสารของราชการที่ลงพิมพใ์ นราชกิจจานุเบกษาแล้ว หรอื ท่ีจัดไวใ้ หป้ ระชาชนเข้าตรวจดูได้

แล้วหรือทมี่ กี ารจัดใหป้ ระชาชนไดค้ น้ ควา้ ตามมาตรา 26 แลว้ ถา้ บุคคลใดขอข้อมลู ข่าวสารอ่ืนใดของราชการอีก

คาขอของผู้น้นั ตอ้ งระบุรายละเอียดอยา่ งไร

1. ระบขุ ้อมูลข่าวสารท่ตี ้องการ ในลกั ษณะที่อาจเข้าใจไดต้ ามควร

2. ระบรุ ายละเอียดของข้อมูลขา่ วสารนน้ั ๆ ตามหลักเกณฑ์ทีก่ าหนด

3. ไม่ต้องระบุสิง่ ใดสามารถขอข้อมูลทต่ี ้องการได้ทนั ที

4. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 11 วรรคหนึ่ง นอกจากขอ้ มูลข่าวสารของราชการท่ีลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

หรอื ที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูไดแ้ ล้วหรือท่มี ีการจดั ให้ประชาชนไดค้ ้นควา้ ตามมาตรา 26 แลว้ ถา้ บุคคลใดขอ

ขอ้ มูลข่าวสารอืน่ ใดของราชการและคาขอของผนู้ ้นั ระบขุ ้อมลู ข่าวสารท่ตี ้องการในลักษณะท่ีอาจเข้าใจได้ตามควร

31. จากข้อ 30. ให้หน่วยงานของรฐั ผรู้ ับผดิ ชอบดังกลา่ ว ปฏิบตั ิอย่างไร

1. ให้หนว่ ยงานของรฐั ผรู้ บั ผิดชอบ ยังไม่ต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารนนั้ ใหแ้ กผ่ ขู้ อ จนกว่าจะไดย้ ่นื รายละเอียด

คาขอและค่าธรรมเนยี มกอ่ น

2. ให้หน่วยงานของรัฐผู้รับผดิ ชอบ จดั หาข้อมูลข่าวสารนนั้ ใหแ้ กผ่ ้ขู อภายในเวลาอันสมควรเว้นแต่ผู้นั้นขอ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 11

------------------------------------------------------------------------------
จานวนมากหรือบ่อยคร้งั โดยไม่มเี หตุผลอันสมควร

3. ใหห้ นว่ ยงานของรฐั ผู้รับผดิ ชอบ จดั หาข้อมูลขา่ วสารนน้ั ให้แกผ่ ้ขู อทันที
4. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 11 วรรคหน่ึง นอกจากข้อมูลขา่ วสารของราชการที่ลงพิมพใ์ นราชกจิ จานเุ บกษาแล้ว
หรือทจ่ี ดั ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูไดแ้ ลว้ หรือที่มีการจัดให้ประชาชนไดค้ น้ คว้าตามมาตรา 26 แลว้ ถ้าบุคคลใดขอ
ข้อมลู ข่าวสารอื่นใดของราชการและคาขอของผ้นู ้ันระบุข้อมลู ขา่ วสารที่ต้องการในลักษณะท่ีอาจเข้าใจได้ตามควร ให้
หน่วยงานของรฐั ผู้รับผดิ ชอบจดั หาขอ้ มลู ข่าวสารนัน้ ให้แก่ผขู้ อภายในเวลาอนั สมควร เว้นแต่ผนู้ ้ันขอจานวนมากหรือ
บ่อยครัง้ โดยไม่มเี หตุผลอนั สมควร
32. ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการใดมีสภาพท่อี าจบุบสลายง่าย หนว่ ยงานของรฐั นัน้ มีอานาจอย่างไร
1. หน่วยงานของรฐั จะขอขยายเวลาในการจดั หาใหก้ ็ได้
2. หน่วยงานของรฐั จะจดั ทาสาเนาใหใ้ นสภาพอย่างหนึง่ อย่างใดเพ่ือมิใหเ้ กดิ ความเสียหายแก่ข้อมลู ข่าวสาร
นั้นกไ็ ด้
3. หน่วยงานของรัฐจะใหผ้ ขู้ อวางเงินประกัน เพ่ือประกันความเสียหายแก่ขอ้ มลู น้นั ก็ได้
4. ถกู เฉพาะข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 11 วรรคสอง ขอ้ มูลข่าวสารของราชการใดมีสภาพท่อี าจบุบสลายง่าย หนว่ ยงาน
ของรัฐจะขอขยายเวลาในการจัดหาให้ หรือ จะจัดทาสาเนาให้ในสภาพอย่างหนึง่ อยา่ งใดเพื่อมิให้เกดิ ความเสียหาย
แกข่ ้อมูลขา่ วสารน้นั ก็ได้
33. ข้อมลู ข่าวสารของราชการที่หน่วยงานของรัฐจดั หาให้ ต้องเปน็ ขอ้ มลู ข่าวสารตามข้อใด
1. ต้องเป็นข้อมลู ทตี่ ้องไปจดั ทาวิเคราะห์ จาแนก รวบรวม หรอื จัดใหม้ ีขึน้ ใหม่
2. ทีม่ ีอยแู่ ล้วในสภาพที่พรอ้ มจะให้ได้
3. ถกู ท้ังข้อ 1. และ 2.
4. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 11 วรรคสาม ข้อมูลขา่ วสารของราชการทหี่ น่วยงานของรฐั จัดหาใหต้ ามวรรคหน่ึง
ต้องเปน็ ข้อมลู ข่าวสารทมี่ ีอยู่แล้วในสภาพท่ีพร้อมจะให้ได้ มิใช่เปน็ การต้องไปจดั ทาวิเคราะห์ จาแนก รวบรวม หรอื
จดั ให้มขี ึน้ ใหม่ เวน้ แต่เป็นการแปรสภาพเปน็ เอกสารจากขอ้ มูลข่าวสารทบ่ี ันทึกไวใ้ นระบบการบันทึกภาพหรอื เสียง
ระบบคอมพวิ เตอร์ หรือระบบอนื่ ใด ทัง้ น้ี ตามที่คณะกรรมการกาหนด แต่ถา้ หนว่ ยงานของรฐั เห็นวา่ กรณีทข่ี อนัน้
มใิ ช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า และเป็นเรื่องทจี่ าเปน็ เพอ่ื ปกป้องสิทธิเสรภี าพสาหรับผ้นู ้นั หรอื เป็นเรอ่ื งท่ีจะ
เป็นประโยชนแ์ กส่ าธารณะ หน่วยงานของรฐั จะจัดหาข้อมลู ข่าวสารนนั้ ใหก้ ไ็ ด้
34. ในกรณีใด ทผ่ี ู้ขอตรวจข้อมลู ข่าวสารของราชการมีสทิ ธริ อ้ งเรียนต่อคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินีไ้ ด้
1. หนว่ ยงานของรัฐไม่จดั พิมพ์ข้อมูลขา่ วสารตามมาตรา 7 หรือไมจ่ ัดข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้
ตามมาตรา 9
2. หรอื ไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ตนตามมาตรา 11 หรอื ฝา่ ฝืนหรือไมป่ ฏบิ ัตติ ามพระราชบญั ญตั ินี้
3. ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีล่าชา้ หรือเห็นว่าตนไม่ไดร้ บั ความสะดวกโดยไมม่ เี หตุอันสมควร
4. ถูกทุกขอ้

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 12

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 13 วรรคแรก ผู้ใดเหน็ วา่ หนว่ ยงานของรฐั ไม่จัดพิมพ์ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 7

หรือไมจ่ ดั ขอ้ มลู ขา่ วสารไวใ้ ห้ประชาชนตรวจดูไดต้ ามมาตรา 9 หรือไมจ่ ดั หาข้อมูลข่าวสารใหแ้ ก่ตนตามมาตรา 11

หรือฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏิบตั ิตามพระราชบัญญัตนิ ้ี หรอื ปฏิบัติหน้าทล่ี ่าชา้ หรือเหน็ วา่ ตนไม่ไดร้ บั ความสะดวกโดยไมม่ ี

เหตุอันสมควร ผนู้ นั้ มสี ิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการ

35. ในกรณีใด ที่ผู้ขอตรวจข้อมูลข่าวสารของราชการไม่มีสิทธิร้องเรยี นต่อคณะกรรมการตามพระราชบญั ญัตินี้ได้

1. เปน็ เรื่องเกีย่ วกับการมคี าส่งั มิใหเ้ ปิดเผยข้อมูลขา่ วสารตามมาตรา 15

2. คาสง่ั ไม่รบั ฟังคาคัดค้านตามมาตรา 17

3. คาสงั่ ไมแ่ กไ้ ขเปลี่ยนแปลงหรอื ลบข้อมูลข่าวสารสว่ นบคุ คลตามมาตรา 25

4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 13 วรรคแรก ผใู้ ดเห็นว่าหน่วยงานของรฐั ไมจ่ ัดพิมพ์ขอ้ มูลขา่ วสารตามมาตรา 7

หรือไมจ่ ดั ข้อมูลขา่ วสารไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 หรอื ไม่จัดหาขอ้ มลู ข่าวสารให้แก่ตนตามมาตรา 11

หรือฝา่ ฝนื หรือไม่ปฏบิ ัติตามพระราชบัญญัติน้ี หรือปฏบิ ตั หิ น้าทล่ี า่ ช้า หรอื เหน็ วา่ ตนไม่ไดร้ บั ความสะดวกโดยไมม่ ี

เหตุอันสมควร ผู้นน้ั มสี ิทธริ อ้ งเรยี นตอ่ คณะกรรมการ เว้นแตเ่ ป็นเรอ่ื งเก่ียวกับการมีคาสัง่ มใิ ห้เปดิ เผยข้อมูลขา่ วสาร

ตามมาตรา 15 หรือคาสั่งไม่รับฟงั คาคดั ค้านตามมาตรา 17 หรือคาสั่งไมแ่ กไ้ ขเปล่ียนแปลงหรอื ลบขอ้ มูลขา่ วสารสว่ น

บุคคลตามมาตรา 25

36. ในกรณีที่มกี ารร้องเรยี นต่อคณะกรรมการ ตามข้อ 34. คณะกรรมการตอ้ งพิจารณาให้แลว้ เสร็จ ภายในก่ี

วนั นับแตว่ นั ท่ไี ดร้ บั คาร้องเรียน

1. ภายใน 30 วนั 2. ภายใน 60 วัน

3. ภายใน 90 วนั 4. ภายใน 120 วัน

ตอบ 1. แนวคดิ มาตรา 13 วรรคสอง ในกรณที ีม่ ีการรอ้ งเรยี นต่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ

ต้องพจิ ารณาให้แลว้ เสรจ็ ภายในสามสบิ วนั นับแตว่ นั ท่ีได้รบั คารอ้ งเรียน

37. หน่วยงานของรฐั หรอื เจา้ หน้าที่ของรฐั อาจมีคาส่ังมใิ ห้เปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารของราชการท่มี ลี ักษณะบางอย่างก็

ได้ โดยคานงึ ถงึ สง่ิ ใด

1. การปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีตามกฎหมายของหนว่ ยงานของรัฐ

2. ประโยชนข์ องเอกชนทเ่ี ก่ียวข้อง

3. ประโยชนส์ าธารณะ

4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 15 ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการท่ี มลี กั ษณะอย่างหนึ่งอยา่ งใดดังต่อไปนี้ หน่วยงานของ

รัฐหรอื เจ้าหน้าทข่ี องรัฐอาจมีคาสงั่ มิให้เปิดเผยก็ได้โดยคานึงถงึ การปฏิบัตหิ นา้ ที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรฐั

ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เก่ยี วข้องประกอบกนั

38. ขอ้ มูลข่าวสารของราชการตามข้อใดท่หี น่วยงานของรัฐหรอื เจา้ หน้าที่ของรฐั อาจมีคาส่งั มิให้เปิดเผยกไ็ ด้

1. การเปดิ เผยจะก่อใหเ้ กิดความเสยี หายตอ่ ความมั่นคงของประเทศ

2. ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ

3. ความมน่ั คงในทางเศรษฐกิจหรอื การคลงั ของประเทศ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 13

------------------------------------------------------------------------------
4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 15 (1) ข้อมลู ขา่ วสารของราชการ ทม่ี ีลกั ษณะอย่างหนงึ่ อย่างใดดงั ต่อไปน้ี หนว่ ยงาน
ของรัฐหรอื เจา้ หน้าทข่ี องรฐั อาจมคี าสั่งมิให้เปดิ เผยก็ได้ โดยคานงึ ถึงการปฏิบัติหนา้ ทีต่ ามกฎหมายของหน่วยงานของ
รัฐประโยชน์สาธารณะ และประโยชนข์ องเอกชนทเี่ กย่ี วขอ้ งประกอบกัน

(1) การเปดิ เผยจะกอ่ ให้เกิดความเสยี หายตอ่ ความม่ันคงของประเทศความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศ หรือ
ความมน่ั คงในทางเศรษฐกจิ หรอื การคลงั ของประเทศ
39. ข้อมูลขา่ วสารของราชการเกี่ยวกบั การใช้กฎหมายตามข้อใดท่ีหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าทีข่ องรฐั อาจมีคาสง่ั
มิใหเ้ ปิดเผยก็ได้

1. การเปดิ เผยจะทาให้การบังคับใชก้ ฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ
2. การเปดิ เผยจะทาให้การบังคบั ใชก้ ฎหมายอาจไม่สาเร็จตามวตั ถปุ ระสงคไ์ ด้
3. การเปิดเผยจะทาให้การบังคบั ใช้กฎหมายอาจขาดความเปน็ ธรรมต่อคู่กรณี
4. ถกู ท้งั ข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 15 (2) ข้อมลู ข่าวสารของราชการ ท่มี ีลกั ษณะอย่างหน่ึงอยา่ งใดดงั ต่อไปนี้ หนว่ ยงาน
ของรฐั หรอื เจ้าหน้าทข่ี องรฐั อาจมคี าสัง่ มิให้เปดิ เผยก็ได้ โดยคานึงถงึ การปฏิบัติหน้าทตี่ ามกฎหมายของหน่วยงานของ
รัฐประโยชนส์ าธารณะ และประโยชน์ของเอกชนทีเ่ กย่ี วขอ้ งประกอบกนั
(2) การเปิดเผยจะทาใหก้ ารบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสทิ ธภิ าพหรือไมอ่ าจสาเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ได้ ไมว่ ่า
จะเกีย่ วกับการฟ้องคดี การป้องกนั การปราบปราม การทดสอบการตรวจสอบ หรอื การรู้แหลง่ ทม่ี าของข้อมลู ข่าวสาร
หรอื ไม่กต็ าม
40. ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการตามขอ้ ใดทีห่ น่วยงานของรัฐหรือเจา้ หน้าท่ีของรัฐอาจมีคาส่งั มิใหเ้ ปิดเผยก็ได้
1. รายงานทางวชิ าการ
2. ความเห็นหรือคาแนะนาภายในหนว่ ยงานของรฐั ในการดาเนินการเร่อื งหนงึ่ เร่อื งใด
3. ข้อมูลขา่ วสารทนี่ ามาใชใ้ นการทาความเหน็
4. ถูกทกุ ข้อ
ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 15 (3) ข้อมูลข่าวสารของราชการ ทมี่ ีลกั ษณะอยา่ งหนงึ่ อย่างใดดังต่อไปน้ี
หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าทีข่ องรฐั อาจมีคาสัง่ มิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคานึงถึงการปฏิบัตหิ น้าท่ตี ามกฎหมายของ
หนว่ ยงานของรฐั ประโยชนส์ าธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกย่ี วข้องประกอบกนั
(3) ความเห็นหรอื คาแนะนาภายในหนว่ ยงานของรฐั ในการดาเนินการเรอ่ื งหน่งึ เรือ่ งใด แตท่ ้ังน้ีไม่รวมถงึ
รายงานทางวิชาการ รายงานข้อเทจ็ จรงิ หรือข้อมูลข่าวสารทน่ี ามาใชใ้ นการทาความเห็นหรอื คาแนะนาภายใน
ดังกลา่ ว
41. ข้อมลู ข่าวสารของราชการตามขอ้ ใดท่ีหน่วยงานของรฐั หรอื เจ้าหนา้ ทข่ี องรฐั อาจมีคาสงั่ มิใหเ้ ปดิ เผยกไ็ ด้
1. การเปดิ เผยจะก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อชีวติ หรือความปลอดภัยของบุคคลหนงึ่ บุคคลใด
2. รายงานการแพทย์หรอื ขอ้ มูลขา่ วสารสว่ นบคุ คลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้าสทิ ธิส่วนบคุ คลโดยไม่
สมควร
3. ข้อมลู ขา่ วสารของราชการทมี่ กี ฎหมายคุ้มครองมิใหเ้ ปิดเผยหรอื ขอ้ มลู ขา่ วสารทม่ี ีผู้ให้มาโดยไมป่ ระสงค์ให้

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 14

------------------------------------------------------------------------------
ทางราชการนาไปเปดิ เผยต่อผู้อนื่

4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา มาตรา 15 ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการท่ีมลี ักษณะอยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดดงั ต่อไปน้ี

หน่วยงานของรฐั หรอื เจ้าหน้าท่ีของรฐั อาจมีคาสงั่ มิให้เปิดเผยกไ็ ด้ โดยคานงึ ถงึ การปฏบิ ัติหนา้ ที่ตามกฎหมายของ

หน่วยงานของรัฐประโยชนส์ าธารณะ และประโยชนข์ องเอกชนท่ีเก่ียวข้องประกอบกัน

(4) การเปดิ เผยจะก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อชีวติ หรือความปลอดภยั ของบุคคลหนึ่งบคุ คลใด

(5) รายงานการแพทยห์ รอื ข้อมูลข่าวสารสว่ นบคุ คลซงึ่ การเปดิ เผยจะเป็นการรุกล้าสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่

สมควร

(6) ขอ้ มูลข่าวสารของราชการท่ีมกี ฎหมายคุม้ ครองมิให้เปิดเผยหรือข้อมูลขา่ วสารทม่ี ผี ใู้ หม้ าโดยไมป่ ระสงค์ให้

ทางราชการนาไปเปิดเผยต่อผอู้ ืน่

42. คาส่ังมิใหเ้ ปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารของราชการจะกาหนดเง่ือนไขและระบุรายละเอยี ดตามขอ้ ใด

1. คาส่งั มิให้เปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารของราชการห้ามกาหนดเงอื่ นไข

2. คาสงั่ มใิ ห้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการจะกาหนดเง่ือนไขอย่างใดก็ได้แต่ต้องระบุไวด้ ้วยว่าที่เปิดเผย

ไม่ได้เพราะเป็นข้อมลู ข่าวสารประเภทใด

3. คาส่ังมิใหเ้ ปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารของราชการจะกาหนดเง่ือนไขอย่างใดก็ได้แต่ตอ้ งระบุไวด้ ้วยว่าท่ีเปดิ เผย

ไม่ได้เพราะเปน็ ข้อมลู ขา่ วสารประเภทใดและเพราะเหตุใด

4. คาส่ังมิให้เปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารของราชการจะกาหนดเง่ือนไขอย่างใดก็ได้ไม่ต้องต้องระบุไว้แต่อย่างใด

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 15 วรรคสอง คาสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลขา่ วสารของราชการ จะกาหนดเง่ือนไขอย่างใด

ก็ได้ แตต่ ้องระบุไวด้ ว้ ยว่าทีเ่ ปดิ เผยไมไ่ ด้เพราะเปน็ ข้อมลู ขา่ วสารประเภทใดและเพราะเหตใุ ด

43. การมคี าสั่งเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารของราชการใหถ้ ือว่ามีผลเป็นไปโดยอย่างไร

1. เป็นไปตามระเบยี บของหนว่ ยงานของรฐั นัน้ ๆ

2. เป็นดลุ พินจิ โดยเฉพาะของเจ้าหน้าทีข่ องรัฐตามลาดับสายการบงั คับบัญชา

3. เปน็ ดลุ พินจิ โดยเฉพาะของเจ้าหน้าทน่ี ั้นๆ

4. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 15 วรรคสอง คาสงั่ มิให้เปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารของราชการจะกาหนดเงื่อนไขอย่างใดก็ได้

แตต่ ้องระบไุ วด้ ว้ ยวา่ ท่เี ปิดเผยไม่ไดเ้ พราะเปน็ ข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตใุ ดและให้ถือวา่ การมคี าสงั่

เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นดลุ พนิ ิจโดยเฉพาะของเจ้าหนา้ ที่ของรัฐตามลาดับสายการบังคบั บัญชา

44. การอทุ ธรณ์คาสง่ั เกี่ยวกบั การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารฯ อาจอุทธรณไ์ ดต้ ่อผูใ้ ด

1. คณะกรรมการวนิ ิจฉัยอุทธรณ์ 2. คณะกรรมการการปกครอง

3. คณะกรรมการวินิจฉยั การเปดิ เผยข้อมูลข่าวสาร

4. ถูกทุกข้อ

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 15 วรรคสองคาส่งั มิใหเ้ ปิดเผยข้อมลู ข่าวสารของราชการจะกาหนดเง่ือนไขอยา่ งใดกไ็ ด้

แตต่ ้องระบไุ ว้ดว้ ยว่าท่เี ปดิ เผยไมไ่ ด้เพราะเป็นข้อมูลขา่ วสารประเภทใดและเพราะเหตุใด และให้ถือว่าการมีคาสง่ั

เปิดเผยข้อมลู ข่าวสารของราชการเปน็ ดลุ พนิ จิ โดยเฉพาะของเจา้ หน้าท่ขี องรัฐตามลาดับสายการบังคับบัญชาแตผ่ ขู้ อ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 15

------------------------------------------------------------------------------
อาจอุทธรณต์ ่อ คณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ไดต้ ามทก่ี าหนดในพระราชบัญญตั นิ ี้

45. เพ่อื ให้เกดิ ความชดั เจนในทางปฏบิ ัตวิ ่าข้อมลู ข่าวสารของราชการจะเปิดเผยต่อบคุ คลใดได้หรือไมภ่ ายใต้

เงอื่ นไขเช่นใด และสมควรมีวิธีรักษามใิ ห้รัว่ ไหลใหห้ นว่ ยงานของรฐั กาหนด วิธกี ารค้มุ ครองข้อมลู ข่าวสารนนั้ ท้ังนี้

ตามทก่ี าหนดในข้อใด

1. ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกาหนดวา่ ดว้ ยการรักษาความลับของทางราชการ

2. ตามระเบียบท่รี ัฐมนตรีกาหนดวา่ ด้วยการรกั ษาความลับของทางราชการ

3. ตามระเบยี บทน่ี ายกรฐั มนตรกี าหนดว่าดว้ ยการรักษาความลบั ของทางราชการ

4. ตามมตขิ องคณะรัฐมนตรี

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 16 เพือ่ ใหเ้ กดิ ความชัดเจนในทางปฏิบตั วิ ่าข้อมูลข่าวสารของราชการจะเปิดเผยต่อ

บุคคลใดไดห้ รอื ไม่ภายใต้เง่ือนไขเชน่ ใด และสมควรมวี ิธีรักษามิให้รัว่ ไหลให้หน่วยงานของรัฐกาหนดวิธกี ารคมุ้ ครอง

ขอ้ มูลขา่ วสารนัน้ ทัง้ น้ี ตามระเบยี บท่ีคณะรฐั มนตรีกาหนดว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

46. ในกรณีที่เจ้าหน้าทีข่ องรฐั เหน็ วา่ การเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถงึ ประโยชนไ์ ด้เสียของ

ผใู้ ด ให้เจ้าหน้าทข่ี องรฐั ปฏิบัตอิ ยา่ งไร

1. แจ้งให้ผูน้ ้นั เสนอคาคัดค้าน ภายในเวลาทก่ี าหนดแต่ต้องให้เวลาอันสมควรทีผ่ ูน้ ้ันอาจเสนอคาคัดค้านได้

2. ให้ปฏเิ สธไมอ่ นุญาตในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารน้นั

3. เจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐไมม่ หี นา้ ที่แตอ่ ย่างใด

4. ถกู ท้ังข้อ 1. และ 2.

ตอบ 1. แนวคดิ มาตรา 17 วรรคแรก ในกรณีทเ่ี จา้ หน้าทขี่ องรัฐเหน็ วา่ การเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารของราชการ

ใดอาจกระทบถงึ ประโยชนไ์ ด้เสียของผใู้ ด ให้เจ้าหน้าที่ของรฐั แจ้งให้ผนู้ นั้ เสนอคาคัดคา้ นภายในเวลาท่ีกาหนดแต่ต้อง

ใหเ้ วลาอนั สมควรท่ผี นู้ นั้ อาจเสนอคาคัดคา้ นได้

47. จากข้อ 48. การปฏบิ ตั ิดงั กล่าว เจา้ หนา้ ทนี่ น้ั ตอ้ งให้เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ กว่ี นั นบั แตว่ นั ท่ีได้รบั แจ้ง

1. 7 วนั 2. 10 วนั 3. 15 วัน 4. 30 วนั

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 17 วรรคแรก ในกรณีทีเ่ จา้ หนา้ ทีข่ องรัฐเหน็ วา่ การเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารของ

ราชการใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสยี ของผใู้ ด ให้เจ้าหน้าทีข่ องรัฐแจง้ ให้ผนู้ ัน้ เสนอคาคัดค้านภายในเวลาที่กาหนด

แตต่ ้องให้เวลาอันสมควรที่ผูน้ ้ันอาจเสนอคาคัดค้านได้ซง่ึ ต้องไมน่ ้อยกวา่ สบิ ห้าวันนบั แตว่ ันทไี่ ดร้ ับแจ้ง

48. ผูท้ ไ่ี ดร้ บั แจง้ หรอื ผู้ที่ทราบว่าการเปิดเผยข้อมลู ข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถงึ ประโยชน์ได้เสยี ของตน

มสี ทิ ธิคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลขา่ วสารนัน้ ได้ โดยกระทาตามข้อใด

1. โดยทาเปน็ หนงั สือหรือแจ้งเปน็ วาจาถงึ เจ้าหน้าท่ีของรฐั ผรู้ บั ผดิ ชอบ

2. โดยทาเป็นหนังสอื ถึงเจา้ หน้าท่ขี องรฐั ผรู้ ับผดิ ชอบ

3. โดยทาเป็นหนงั สอื ร้องเรยี นถงึ หน่วยงานของรฐั ตน้ สังกัดนั้น

4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 17 วรรคสอง ผู้ที่ได้รับแจ้งตามวรรคหน่ึง หรอื ผทู้ ี่ทราบวา่ การเปิดเผยข้อมลู ข่าวสาร

ของราชการใดอาจกระทบถึงประโยชน์ไดเ้ สียของตน มสี ทิ ธคิ ัดค้านการเปิดเผยขอ้ มูลขา่ วสารนนั้ ได้โดยทาเปน็ หนังสอื

ถึงเจา้ หนา้ ที่ของรฐั ผู้รบั ผิดชอบ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 16

------------------------------------------------------------------------------
49. ในกรณที ่ีมกี ารคดั คา้ นตามข้อ 48. เจ้าหน้าทข่ี องรฐั ผรู้ ับผิดชอบตอ้ งปฏบิ ตั ิอยา่ งไร

1. พิจารณาคาคดั ค้านน้นั โดยเร็ว

2. พจิ ารณาคาคัดค้านและแจ้งผลการพิจารณาให้ผคู้ ัดค้านทราบโดยไม่ชกั ช้า

3. มคี าสัง่ ปฏเิ สธการเปิดเผยขอ้ มูลนน้ั แกผ่ ูข้ อทนั ที

4. ต้องส่งเรื่องไปยงั หน่วยงานตน้ สังกัดเพ่ือพิจารณาต่อไป

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 17 วรรคสาม ในกรณีที่มกี ารคัดค้านเจ้าหนา้ ที่ของรฐั ผรู้ บั ผิดชอบ ต้องพิจารณาคา

คดั คา้ น และ แจง้ ผลการพจิ ารณาใหผ้ ู้คัดค้านทราบโดยไม่ชกั ช้า

50. ในกรณีท่ีมคี าส่งั ไมร่ บั ฟังคาคัดคา้ น ตามข้อ 48. เจา้ หนา้ ท่รี ัฐจะตอ้ งกระทาตามขอ้ ใด

1. เจา้ หน้าทร่ี ฐั สามารถเปดิ เผยขอ้ มลู ดงั กล่าวแก่ผขู้ อได้ทันที

2. เจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐจะเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารนัน้ มไิ ดจ้ นกว่าจะลว่ งพ้นกาหนดเวลาอุทธรณ์

3. เจ้าหน้าทขี่ องรฐั จะเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสารนนั้ มไิ ด้จนกว่าคณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารได้

มคี าวินจิ ฉยั ใหเ้ ปดิ เผยข้อมูลข่าวสารนน้ั ได้

4. ถูกท้งั ข้อ 2. และ 3.

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 17 วรรคสาม ในกรณีทมี่ ีการคดั คา้ นเจา้ หน้าท่ีของรฐั ผู้รบั ผดิ ชอบตอ้ งพจิ ารณาคา

คดั คา้ นและแจง้ ผลการพจิ ารณาให้ผู้คดั ค้านทราบโดยไมช่ ักช้า ในกรณีที่มีคาสง่ั ไมร่ บั ฟังคาคดั ค้าน เจ้าหน้าทีข่ องรฐั

จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารน้ันมิได้จนกวา่ จะล่วงพ้นกาหนดเวลาอุทธรณต์ ามมาตรา 18 หรือ จนกวา่ คณะกรรมการ

วนิ ิจฉยั การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้มคี าวินจิ ฉัยใหเ้ ปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารนั้นได้ แลว้ แต่กรณี

51. ในกรณีทีเ่ จ้าหน้าทขี่ องรฐั มีคาส่ังมใิ หเ้ ปิดเผยข้อมูลขา่ วสารใดตามมาตรา 14 หรอื มาตรา 15 หรอื มีคาสง่ั ไม่

รับฟงั คาคัดค้านของผมู้ ปี ระโยชนไ์ ด้เสียตามมาตรา 17 ผู้นน้ั อาจอุทธรณต์ อ่ ผ้ใู ด

1. คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปดิ เผยข้อมูลข่าวสาร

2. คณะรฐั มนตรี

3. คณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์

4. นายกรัฐมนตรี

ตอบ 1. แนวคดิ มาตรา 18 ในกรณที เี่ จ้าหน้าท่ขี องรฐั มีคาส่ังมใิ ห้เปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารใดตามมาตรา 14

หรือมาตรา 15 หรือมีคาสง่ั ไมร่ บั ฟังคาคดั คา้ นของผ้มู ปี ระโยชน์ไดเ้ สยี ตามมาตรา 17 ผู้นนั้ อาจอุทธรณต์ อ่

คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปิดเผยข้อมลู ข่าวสาร

52 การอทุ ธรณ์ตามขอ้ 51. จะตอ้ งอทุ ธรณ์กี่วนั นบั แต่วนั ท่ีไดร้ บั แจง้ คาสงั่ นั้น

1. 14 วัน 2. 15 วนั 3. 30 วนั 4. 60 วนั

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 18 ในกรณที ่เี จา้ หนา้ ที่ของรฐั มคี าส่งั มใิ หเ้ ปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดตามมาตรา 14

หรือมาตรา 15 หรือมคี าส่ังไม่รับฟงั คาคัดค้านของผู้มปี ระโยชนไ์ ด้เสยี ตามมาตรา 17 ผู้นั้นอาจอุทธรณ์ต่อ

คณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปิดเผยข้อมลู ข่าวสารภายใน สบิ หา้ วัน นับแตว่ ันที่ได้รบั แจง้ คาสงั่ นน้ั โดยย่นื คาอทุ ธรณ์ต่อ

คณะกรรมการ

53. การพจิ ารณาเก่ียวกับขอ้ มูลข่าวสารที่มคี าสัง่ มิให้เปิดเผยน้ันไม่วา่ จะเป็นการพจิ ารณาของ คณะกรรมการ

วนิ จิ ฉัยการเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารหรอื ศาลก็ตาม จะต้องดาเนนิ กระบวนการพิจารณาโดยปฏิบตั อิ ย่างไร

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 17

------------------------------------------------------------------------------
1. โดยมิให้ข้อมลู ขา่ วสารนัน้ เปดิ เผยแกบ่ ุคคลอื่นใดทีไ่ มจ่ าเปน็ แกก่ ารพิจารณา
2. ในกรณที ี่จาเปน็ จะพิจารณาลับหลงั คู่กรณหี รือคู่ความฝ่ายใดกไ็ ด้
3. ต้องพิจารณาโดยเปดิ เผยตอ่ หน้าคู่กรณีและประชาชนอ่ืนโดยมใิ หเ้ คลือบแคลงสงสยั ได้
4. ถูกท้งั ข้อ 1. และ 2.

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 19 การพจิ ารณาเกีย่ วกับขอ้ มูลขา่ วสารท่มี คี าสง่ั มิใหเ้ ปดิ เผยนัน้ ไม่ว่าจะเปน็ การ
พจิ ารณาของคณะกรรมการ คณะกรรมการวนิ จิ ฉัยการเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารหรือศาลก็ตาม จะต้องดาเนนิ
กระบวนการพจิ ารณาโดยมิให้ข้อมลู ข่าวสารนน้ั เปดิ เผยแกบ่ ุคคลอื่นใดทไ่ี ม่จาเป็นแกก่ ารพิจารณาและในกรณีที่จาเปน็
จะพจิ ารณาลบั หลังคูก่ รณหี รือคคู่ วามฝ่ายใดก็ได้
54. การเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารใดแม้จะเขา้ ข่ายต้องมีความรบั ผดิ ตามกฎหมายใดใหถ้ ือวา่ เจ้าหน้าที่ของรฐั ไมต่ ้องรับ
ผดิ หากเป็นการกระทาโดยสุจริต ในกรณีตามขอ้ ใด

1. ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 ถา้ เจ้าหน้าทขี่ องรัฐไดด้ าเนินการโดยถูกต้องตามระเบียบ
2. ข้อมูลขา่ วสารตามมาตรา 15 ถ้าเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐในระดับตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง มีคาสงั่ ใหเ้ ปดิ เผย
เปน็ การทว่ั ไป เพื่อประโยชน์อนั สาคญั ยิ่งกว่าทเี่ กีย่ วกบั ประโยชนส์ าธารณะ หรอื ชวี ิต รา่ งกาย สุขภาพ หรือ
ประโยชนอ์ ืน่ ของบุคคล และคาส่งั นัน้ ได้กระทาโดยสมควรแก่เหตุ
3. เป็นข้อมูลที่แมจ้ ะผิดระเบียบ เม่ือหากเป็นการช่วยเหลือผใู้ ดผู้หนงึ่
4. ถกู เฉพาะข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 20 การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดแม้จะเขา้ ข่ายตอ้ งมีความรับผิดตามกฎหมายใด ให้ถือ
ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไมต่ ้องรบั ผดิ หากเปน็ การกระทาโดยสุจรติ ในกรณดี ังตอ่ ไปน้ี
(1) ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 ถา้ เจ้าหนา้ ท่ีของรัฐได้ดาเนินการโดยถูกต้องตามระเบียบตามมาตรา 16

(2) ข้อมลู ขา่ วสารตามมาตรา 15 ถ้าเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ในระดับตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง มีคาสัง่ ให้
เปดิ เผยเป็นการท่วั ไปหรือเฉพาะแก่บคุ คลใดเพื่อประโยชนอ์ ันสาคญั ย่งิ กว่าทีเ่ กีย่ วกับประโยชน์สาธารณะ หรอื ชีวติ
ร่างกาย สขุ ภาพ หรือประโยชน์อน่ื ของบุคคล และคาส่งั นนั้ ได้กระทาโดยสมควรแก่เหตุ ในการนจ้ี ะมีการกาหนด
ขอ้ จากดั หรือเง่ือนไขในการใช้ขอ้ มลู ขา่ วสารนน้ั ตามความเหมาะสมก็ได้

การเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารตามวรรคหน่ึงไมเ่ ป็นเหตใุ ห้หนว่ ยงานของรฐั พน้ จากความรบั ผดิ ตามกฎหมายหาก
จะพึงมีในกรณดี ังกล่าว
55. “บุคคล” ตามความหมายในหมวด 3 แหง่ พระราชบญั ญัตขิ ้อมลู ข่าวสารฯ หมายความตามข้อใด

1. บุคคลธรรมดาทมี่ สี ญั ชาติไทย
2. บคุ คลธรรมดาทไ่ี มม่ สี ัญชาตไิ ทยแตม่ ีถิ่นท่ีอยู่ในประเทศไทย
3. บคุ คลทุกคนท่มี เี ชอ้ื ชาติไทย
4. ถกู เฉพาะข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 21 เพอื่ ประโยชน์แห่งหมวดนี้ บคุ คล หมายความวา่ บคุ คลธรรมดาทม่ี สี ัญชาตไิ ทยและ
บคุ คลธรรมดาที่ไมม่ สี ัญชาติไทยแตม่ ถี ิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
56. หนว่ ยงานใด มอี านาจออกระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกาหนดหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และ
เงือ่ นไข ท่มี ใิ หน้ าบทบญั ญัตวิ รรคหน่งึ (3) ของมาตรา 23 มาใชบ้ ังคบั กับข้อมลู ข่าวสารส่วนบคุ คลทีอ่ ยู่ในความ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 18

------------------------------------------------------------------------------
ควบคมุ ดูแลของหนว่ ยงานดังกลา่ วกไ็ ด้

1. สานักขา่ วกรองแหง่ ชาติ 2. สานักงานสภาความมนั่ คงแห่งชาติ

3. หน่วยงานของรฐั แห่งอ่นื ตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง

4. ถกู ทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 22 วรรคแรก สานกั ข่าวกรองแห่งชาติ สานักงานสภาความม่นั คงแห่งชาติ และ

หนว่ ยงานของรฐั แห่งอื่นตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง อาจออกระเบียบโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการกาหนด

หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไขทม่ี ใิ หน้ าบทบญั ญตั ิวรรคหน่ึง (3) ของมาตรา 23 มาใช้บังคับกบั ข้อมูลข่าวสารสว่ น

บคุ คลที่อยใู่ นความควบคมุ ดูแลของหน่วยงานดงั กล่าวกไ็ ด้

57. หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัตเิ ก่ียวกบั การจัดระบบข้อมลู ขา่ วสารส่วนบคุ คล ตามขอ้ ใด

1. ต้องจดั ให้มรี ะบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเพยี งเทา่ ท่ีเกี่ยวข้องและจาเปน็ เพื่อการดาเนินงานของหนว่ ยงาน

ของรฐั ใหส้ าเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคเ์ ท่าน้ันและยกเลกิ การจัดให้มรี ะบบดังกล่าวเมื่อหมดความจาเปน็

2. พยามยามเก็บข้อมลู ข่าวสารโดยตรงจากเจา้ ของข้อมลู โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในกรณีทจ่ี ะกระทบถึงประโยชน์ได้

เสยี โดยตรงของบุคคลนั้น

3. จดั ระบบรักษาความปลอดภยั ใหแ้ ก่ระบบขอ้ มูลข่าวสารส่วนบุคคลตามความเหมาะสมเพือ่ ป้องกนั มใิ ห้มี

การนาไปใช้โดยไมเ่ หมาะสมหรอื เป็นผลรา้ ยตอ่ เจา้ ของขอ้ มูล

4. ถูกทุกข้อ

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 23 วรรคแรก (1) (2) (5) หนว่ ยงานของรัฐต้องปฏบิ ตั ิเก่ยี วกับการจัดระบบข้อมลู

ข่าวสารส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

(1) ต้องจดั ให้มรี ะบบข้อมูลขา่ วสารสว่ นบุคคลเพียงเทา่ ที่เกย่ี วข้องและจาเป็นเพ่อื การดาเนินงานของ

หน่วยงานของรฐั ให้สาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์เท่านน้ั และยกเลกิ การจัดให้มีระบบดงั กลา่ วเมื่อหมดความจาเปน็

(2) พยามยามเก็บขอ้ มลู ขา่ วสารโดยตรงจากเจา้ ของข้อมูลโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในกรณีที่จะกระทบถึง

ประโยชน์ได้เสยี โดยตรงของบุคคลนน้ั

(5) จดั ระบบรกั ษาความปลอดภยั ใหแ้ ก่ระบบขอ้ มูลขา่ วสารสว่ นบคุ คลตามความเหมาะสมเพ่ือป้องกันมิให้

มีการนาไปใชโ้ ดยไม่เหมาะสมหรอื เปน็ ผลร้ายต่อเจา้ ของขอ้ มลู

58. หนว่ ยงานของรฐั ต้องปฏิบตั ิเก่ียวกับการจัดระบบข้อมลู ข่าวสารสว่ นบุคคลโดยจดั ให้มกี ารพมิ พ์ในราชกิจจา

นุเบกษา และ ตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องอยเู่ สมอเกย่ี วกบั สง่ิ ใด

1. ประเภทของบุคคลที่มีการเก็บข้อมูลไว้ 2. ประเภทของระบบข้อมูลข่าวสารสว่ นบคุ คล

3. ลกั ษณะการใช้ข้อมลู ตามปกติ 4. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 23 วรรค (3) จดั ให้มีการพิมพใ์ นราชกจิ จานเุ บกษาและตรวจสอบแกไ้ ขใหถ้ ูกต้องอยู่

เสมอเกยี่ วกับสงิ่ ดงั ต่อไปนี้

(ก) ประเภทของบคุ คลทีม่ ีการเก็บข้อมูลไว้

(ข) ประเภทของระบบข้อมลู ข่าวสารส่วนบุคคล

(ค) ลกั ษณะการใชข้ อ้ มลู ตามปกติ

(ง) วธิ กี ารขอตรวจดขู ้อมลู ขา่ วสารของเจา้ ของข้อมูล

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 19

------------------------------------------------------------------------------
(จ) วธิ ีการขอใหแ้ ก้ไขเปล่ยี นแปลงข้อมูล
(ฉ) แหล่งทีม่ าของขอ้ มลู

59. ในกรณีทเี่ ก็บข้อมูลขา่ วสารโดยตรงจากเจา้ ของข้อมลู หนว่ ยงานของรฐั ตอ้ งปฏิบัติอยา่ งไร
1. แจ้งใหเ้ จา้ ของข้อมูลทราบลว่ งหนา้ หรือพร้อมกับการขอข้อมูลถึงวตั ถุประสงค์ท่ีจะนาขอ้ มลู มาใชล้ ักษณะ

การใช้ขอ้ มลู ตามปกติ
2. หนว่ ยงานของรฐั สามารถนาข้อมูลจากเจา้ ของขอ้ มูลได้โดยตรงโดยไมจ่ าต้องได้รับอนุญาตเปน็ อานาจของรฐั

โดยเฉพาะ
3. ถกู ทง้ั ข้อ 1. และ 2.
4. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 23 วรรคสอง ในกรณที ีเ่ ก็บขอ้ มลู ข่าวสารโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล หน่วยงานของรัฐ
ตอ้ งแจง้ ให้เจา้ ของข้อมลู ทราบล่วงหน้าหรอื พร้อมกบั การขอข้อมลู ถงึ วัตถุประสงค์ท่จี ะนาข้อมูลมาใช้ลกั ษณะการใช้
ขอ้ มูลตามปกติ และกรณีที่ขอข้อมูลนัน้ เปน็ กรณีที่อาจให้ข้อมูลไดโ้ ดยความสมัครใจหรือเปน็ กรณมี ีกฎหมายบังคับ
60. หน่วยงานของรฐั ต้องแจ้งใหเ้ จ้าของขอ้ มูลทราบ ในกรณีตามขอ้ ใด

1. ในกรณีทีม่ ีการใหจ้ ัดสง่ ข้อมลู ข่าวสารส่วนบุคคลไปยังท่ใี ดซึ่งจะเปน็ ผลให้บุคคลท่ัวไปทราบขอ้ มูลข่าวสาร
นัน้ ได้

2. ในกรณที ม่ี ีการเขา้ ตรวจสอบข้อมลู นนั้ โดยหนว่ ยงานรัฐผู้เปน็ เจ้าของขอ้ มลู นนั้
3. ไม่มขี ้อใดถูก
4. ถูกทกุ ขอ้
ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 23 วรรคท้าย หนว่ ยงานของรฐั ต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมลู ทราบ ในกรณีทมี่ ีการให้
จดั ส่งขอ้ มลู ข่าวสารสว่ นบคุ คลไปยังทใี่ ดซึ่งจะเปน็ ผลให้บุคคลทว่ั ไปทราบข้อมลู ข่าวสารน้นั ได้ เว้นแตเ่ ป็นไปตาม
ลกั ษณะการใช้ขอ้ มลู ตามปกติ
61. ข้อใดผดิ
1. หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลขา่ วสารสว่ นบคุ คลทอ่ี ยใู่ นความควบคุมดแู ลของตนต่อหนว่ ยงานของรัฐ
แหง่ อื่น โดยไม่ต้องไดร้ บั ความยินยอมของเจา้ ของข้อมลู ก็ได้
2. หน่วยงานของรฐั จะเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารสว่ นบุคคลท่ีอยู่ในความควบคุมดแู ลของตนตอ่ หนว่ ยงานของรฐั
แห่งอ่นื โดยปราศจากความยนิ ยอมเปน็ หนังสือของเจ้าของข้อมูลไมไ่ ด้
3. หนว่ ยงานของรัฐจะเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารส่วนบคุ คลทีอ่ ย่ใู นความควบคุมดูแลของตนต่อเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ใน
หนว่ ยงานของตนเพ่ือการนาไปใช้ตามอานาจหน้าทข่ี องหน่วยงานของรฐั แหง่ นน้ั ได้
4. ไม่มขี ้อใดผดิ
ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 24 วรรคหนึง่ หนว่ ยงานของรฐั จะเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความ
ควบคุมดแู ลของตนต่อหน่วยงานของรฐั แห่งอ่ืนหรือผ้อู ่นื โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจา้ ของขอ้ มูลทีใ่ ห้
ไวล้ ว่ งหนา้ หรอื ในขณะนนั้ มิไดเ้ ว้นแตเ่ ป็นการเปิดเผย ดงั ต่อไปน้ี

(1) ต่อเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั ในหนว่ ยงานของตนเพือ่ การนาไปใช้ตามอานาจหนา้ ท่ีของหนว่ ยงานของรฐั แห่งนนั้

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 20

------------------------------------------------------------------------------
62. ข้อใด เปน็ ขอ้ ยกเว้นให้หน่วยงานของรฐั มีอานาจในการเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบคุ คลทีอ่ ยู่ในความ
ควบคมุ ดแู ลของตนตอ่ หนว่ ยงานของรฐั แหง่ อนื่ ได้ โดยไมต่ ้องไดร้ ับความยินยอมของเจา้ ของขอ้ มูลน้ัน

1. เปน็ การเปดิ เผยการใช้ข้อมูลตามปกติ ภายในวัตถุประสงคข์ องการจัดให้มรี ะบบข้อมูลขา่ วสารส่วนบคุ คล
นน้ั

2. หน่วยงานของรัฐทที่ างานดา้ นการวางแผนหรือการสถติ ิหรอื สามะโนตา่ ง ๆ ซ่ึงมหี น้าท่ีต้องรักษาขอ้ มูล
ขา่ วสารสว่ นบคุ คลไว้ไม่ให้เปิดเผยตอ่ ไปยังผ้อู น่ื

3. เป็นการให้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวจิ ัยโดยไม่ระบชุ ือ่ หรอื ส่วนท่ที าให้รู้วา่ เปน็ ข้อมูลขา่ วสารสว่ นบุคคลท่ี
เกยี่ วกบั บคุ คลใด

4. ถูกทกุ ข้อ
ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 24 หน่วยงานของรัฐจะเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบุคคลท่ีอยู่ในความควบคุมดูแลของ
ตนต่อหน่วยงานของรฐั แห่งอื่นหรอื ผอู้ ื่น โดยปราศจากความยนิ ยอมเป็นหนังสือของเจา้ ของข้อมลู ท่ีให้ไว้ลว่ งหนา้ หรือ
ในขณะน้นั มิไดเ้ วน้ แตเ่ ปน็ การเปิดเผย ดงั ต่อไปน้ี

(1) ตอ่ เจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐในหนว่ ยงานของตนเพ่ือการนาไปใช้ตามอานาจหนา้ ท่ีของหน่วยงานของรัฐแหง่ น้ัน
(2) เปน็ การใชข้ ้อมลู ตามปกตภิ ายในวัตถปุ ระสงค์ของการจัดใหม้ รี ะบบข้อมลู ข่าวสารส่วนบุคคลนัน้
(3) ตอ่ หนว่ ยงานของรฐั ที่ทางานดา้ นการวางแผนหรือการสถติ หิ รือสามะโนต่าง ๆ ซง่ึ มีหนา้ ทตี่ อ้ งรักษา
ขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลไว้ไม่ใหเ้ ปดิ เผยต่อไปยงั ผอู้ น่ื
63. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ข้อยกเว้นใหห้ นว่ ยงานของรัฐมอี านาจในการเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารสว่ นบุคคลทอี่ ยใู่ นความ
ควบคมุ ดูแลของตนต่อหนว่ ยงานของรฐั แห่งอ่ืนได้ โดยไม่ต้องได้รบั ความยินยอมของเจา้ ของข้อมูลนน้ั
1. เป็นการเปดิ เผยเพื่อประโยชน์ในการศกึ ษาวจิ ยั โดยไม่ระบชุ อ่ื หรือส่วนที่ทาใหร้ ู้วา่ เป็นข้อมูลขา่ วสารส่วน
บคุ คลท่ีเกย่ี วกับบคุ คลใด
2. เป็นการเปิดเผยต่อบรษิ ัทมหาชนจากัด เพื่อประโยชนต์ ่อผลประโยชนข์ องบริษัทฯน้ัน
3. เปน็ การเปิดเผยต่อหอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศลิ ปากร หรือหนว่ ยงานอ่ืนของรฐั ตามมาตรา 26 วรรค
หนึ่ง เพ่ือการตรวจดูคุณคา่ ในการเก็บรักษา
4. เป็นการเปิดเผยต่อเจ้าหน้าทขี่ องรฐั เพื่อการป้องกนั การฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏิบัตติ ามกฎหมาย การสบื สวน การ
สอบสวน หรือการฟ้องคดี ไม่ว่าเป็นคดปี ระเภทใดกต็ าม
ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 24 หนว่ ยงานของรัฐจะเปิดเผยขอ้ มูลขา่ วสารส่วนบุคคลที่อยใู่ นความควบคมุ ดูแลของ
ตนตอ่ หน่วยงานของรฐั แห่งอื่นหรือผู้อ่ืน โดยปราศจากความยินยอมเปน็ หนังสือของเจา้ ของข้อมูลท่ีใหไ้ ว้ล่วงหน้าหรือ
ในขณะนัน้ มิได้ เว้นแตเ่ ปน็ การเปดิ เผย ดังตอ่ ไปน้ี
(4) เป็นการใหเ้ พอื่ ประโยชนใ์ นการศึกษาวิจยั โดยไมร่ ะบชุ ื่อหรือส่วนทท่ี าใหร้ ู้ว่าเป็นขอ้ มลู ขา่ วสารส่วน
บคุ คลทเี่ กี่ยวกบั บคุ คลใด
(5) ต่อหอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากร หรือหนว่ ยงานอ่ืนของรฐั ตามมาตรา 26 วรรคหนงึ่ เพ่อื การ
ตรวจดูคณุ คา่ ในการเกบ็ รกั ษา
(6) ตอ่ เจ้าหน้าท่ีของรฐั เพ่ือการป้องกนั การฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏิบตั ิตามกฎหมาย การสบื สวน การสอบสวน
หรือการฟอ้ งคดี ไม่ว่าเปน็ คดีประเภทใดกต็ าม

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 21

------------------------------------------------------------------------------
64. การเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารสว่ นบุคคลตามมาตรา 24 วรรคหนง่ึ (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (9) จะต้องมีการ

ปฏบิ ตั อิ ย่างไร

1. ให้มกี ารจดั ทารายชื่อผ้เู ป็นเจ้าของขอ้ มลู และผลเสยี หายที่อาจจะได้รบั จากการเปิดเผยขอ้ มูลน้ัน

2. ให้มกี ารจัดทาบัญชแี สดงการเปดิ เผยกากับไว้กับข้อมลู ขา่ วสารนน้ั

3. ใหห้ นว่ ยงานรัฐวางประกันเงนิ ความเสียหายแกเ่ จ้าของขอ้ มูลเพ่ือความเสยี หายในอนาคต

4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 24 วรรคสอง การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามวรรคหนงึ่ (3) (4) (5) (6) (7)

(8) และ (9) ใหม้ กี ารจดั ทาบัญชแี สดงการเปิดเผยกากบั ไวก้ ับข้อมูลขา่ วสารน้ัน

65. การปฏบิ ัตติ ามข้อ 64. จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารทีก่ าหนดไวใ้ นข้อใด

1. มตคิ ณะรฐั มนตรี 2. กฎกระทรวง

3. คาสง่ั ของนายกรฐั มนตรี 4. คาส่งั ของคณะกรรมการเปดิ เผยขอ้ มลู ฯ

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 24 วรรคสอง การเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารส่วนบุคคลตามวรรคหนงึ่ (3) (4) (5) (6) (7)

(8) และ (9) ใหม้ ีการจดั ทาบัญชแี สดงการเปิดเผยกากบั ไวก้ ับข้อมูลข่าวสารน้ัน ตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารท่กี าหนดใน

กฎกระทรวง

66. ภายใต้บงั คับมาตรา 14 และมาตรา 15 บุคคลยอ่ มมีสทิ ธทิ ่ีจะได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบคุ คลทเี่ กีย่ วกบั ตน

และเม่ือบุคคลนนั้ มีคาขอเปน็ หนงั สอื หนว่ ยงานของรฐั ท่ีควบคมุ ดแู ลข้อมูลขา่ วสารนนั้ จะต้องให้บคุ คลนัน้ หรือ

ผู้กระทาการแทนบคุ คลนน้ั ได้มสี ิทธติ ามข้อใด

1. ตรวจดขู ้อมลู นน้ั หรอื ไดร้ ับสาเนาข้อมูลขา่ วสารสว่ นบคุ คลสว่ นท่ีเก่ียวกบั บุคคลนัน้

2. สามารถนาต้นฉบบั ของทางราชการออกไปใช้ได้ เมื่อมีการยืน่ คาขอต่อพนกั งานเจ้าหน้าที่แลว้

3. มสี ิทธใิ หเ้ จ้าหนา้ ท่ีของรฐั อธิบายรายละเอยี ดของเอกสารและนาพยานหลักฐานอื่นมาประกอบเอกสารน้ัน

ได้ เมอ่ื ยนื่ คาขอต่อพนักงานเจา้ หนา้ ท่แี ลว้

4. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 25 วรรคแรก ภายใต้บังคับมาตรา 14 และมาตรา 15 บคุ คลย่อมมีสทิ ธิท่จี ะไดร้ ู้ถึง

ขอ้ มูลข่าวสารส่วนบุคคลทเ่ี ก่ียวกบั ตน และเม่ือบุคคลนนั้ มีคาขอเป็นหนังสือ หน่วยงานของรฐั ที่ควบคมุ ดูแลขอ้ มลู

ขา่ วสารนัน้ จะตอ้ งใหบ้ ุคคลนั้นหรอื ผ้กู ระทาการแทนบุคคลนน้ั ไดต้ รวจดหู รือได้รบั สาเนาขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบุคคล

สว่ นท่ีเกย่ี วกบั บคุ คลนัน้ และให้นามาตรา 9 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม

67. ถา้ บคุ คลใดเหน็ วา่ ขอ้ มูลข่าวสารส่วนบคุ คลทีเ่ ก่ยี วกบั ตนส่วนใดไม่ถูกต้องตามทเ่ี ปน็ จริง ให้มีสทิ ธิอย่างไร

1. แจ้งเปน็ วาจาโดยเร่งด่วน เพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานนัน้ แก้ไขข้อมูล แต่ไม่มีอานาจลบข้อมูลน้ัน

2. ย่นื คาขอเป็นหนังสือให้หนว่ ยงานของรัฐท่ีควบคุมดูแลขอ้ มูลข่าวสารแก้ไขเปลย่ี นแปลงหรือลบขอ้ มูล

ข่าวสารส่วนนั้นได้ซ่งึ หน่วยงานของรัฐจะต้องพิจารณาคาขอดังกลา่ ว

3. ไม่มสี ทิ ธอิ ย่างใด เพราะเปน็ ข้อมูลของทางราชการ

4. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 25 วรรคสาม ถ้าบุคคลใดเห็นว่าขอ้ มลู ข่าวสารส่วนบุคคลทเ่ี กีย่ วกบั ตนสว่ นใดไม่

ถกู ต้องตามทเี่ ปน็ จรงิ ใหม้ สี ิทธิยนื่ คาขอเป็นหนงั สือใหห้ น่วยงานของรัฐท่ีควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารแก้ไข

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 22

------------------------------------------------------------------------------
เปลีย่ นแปลงหรือลบข้อมูลขา่ วสารส่วนน้ันได้ซง่ึ หนว่ ยงานของรฐั จะต้องพจิ ารณาคาขอดงั กลา่ ว และแจ้งใหบ้ ุคคลนน้ั

ทราบโดยไม่ชกั ช้า

68. จากข้อ 67. หากหน่วยงานรฐั ไม่กระทาการตามสทิ ธิ ดังกลา่ ว ให้ผนู้ น้ั มสี ทิ ธิอทุ ธรณ์ได้ต่อผู้ใด

1. คณะรัฐมนตรี 2. คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยข้อมลู ข่าวสาร

3. นายกรัฐมนตรี 4. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 25 วรรคส่ี ในกรณีทห่ี น่วยงานของรฐั ไม่แกไ้ ขเปลี่ยนแปลงหรอื ลบข้อมูลข่าวสารให้

ตรงตามที่มีคาขอ ใหผ้ ู้น้นั มีสิทธิอทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสาร

69. การอทุ ธรณ์ตามข้อ 68. จะตอ้ งอทุ ธรณภ์ ายในกาหนดเท่าใด นบั แตว่ นั ไดร้ บั แจ้งคาสัง่

1. 15 วนั 2. 30 วนั 3. 1 เดือน 4. 3 เดือน

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 25 วรรคส่ี ในกรณีทีห่ น่วยงานของรฐั ไมแ่ กไ้ ขเปลี่ยนแปลงหรือลบขอ้ มูลข่าวสารให้

ตรงตามท่ีมคี าขอให้ผู้นนั้ มีสิทธอิ ุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารภายใน สามสบิ วัน นับแต่

วนั ได้รบั แจ้งคาสัง่ ไม่ยนิ ยอมแก้ไขเปล่ยี นแปลงหรอื ลบข้อมูลข่าวสาร โดยยืน่ คาอทุ ธรณ์ต่อคณะกรรมการ และไม่วา่

กรณีใด ๆ ให้เจ้าของข้อมูลมสี ิทธิรอ้ งขอใหห้ น่วยงานของรัฐหมายเหตคุ าขอของตนแนบไวก้ ับขอ้ มลู ข่าวสารส่วนที่

เก่ยี วขอ้ งได้

70. ข้อมลู ขา่ วสารของราชการท่หี นว่ ยงานของรฐั ไมป่ ระสงค์จะเก็บรกั ษาหรือมีอายุครบกาหนดแลว้ ตาม

พระราชบญั ญัติน้ี นับแตว่ ันทีเ่ สรจ็ ส้นิ การจัดให้มีข้อมลู ข่าวสารนนั้ ให้หนว่ ยงานของรัฐส่งมอบให้แก่ผใู้ ด

1. หอจดหมายเหตุ 2. กรมศลิ ปากร

3. หนว่ ยงานอนื่ ของรฐั ตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎกี าเพอื่ คัดเลอื กไวใ้ ห้ประชาชนได้ศกึ ษาค้นคว้า

4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 26 วรรคแรก ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการท่ีหน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะเก็บรกั ษา

หรอื มีอายุครบกาหนดตามวรรคสองนับแต่วันท่ีเสร็จสิ้นการจัดใหม้ ีข้อมลู ข่าวสารนน้ั ให้หนว่ ยงานของรัฐส่งมอบใหแ้ ก่

หอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศลิ ปากร หรอื หน่วยงานอืน่ ของรัฐตามท่กี าหนดในพระราชกฤษฎกี าเพ่ือคดั เลือกไว้ให้

ประชาชนไดศ้ ึกษาค้นควา้

71. กาหนดเวลาตอ้ งส่งข้อมลู ขา่ วสารของราชการตามข้อ 70. ในกรณขี ้อมูลขา่ วสารของราชการตามมาตรา 14

แห่งพระราชบญั ญัตขิ ้อมูลข่าวสารฯ จะตอ้ งสง่ เมื่อครบกาหนดก่ปี ี

1. 50 ปี 2. 65 ปี 3. 75 ปี 4. 100 ปี

ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 26 วรรคสอง กาหนดเวลาตอ้ งส่งข้อมูลขา่ วสารของราชการตามวรรคหนงึ่ ให้แยกตาม

ประเภท ดงั นี้

(1) ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามมาตรา 14 เมือ่ ครบ เจด็ สิบหา้ ปี

72. กาหนดเวลาต้องสง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามข้อ 70. ในกรณขี ้อมลู ข่าวสารของราชการตามมาตรา 15

แหง่ พระราชบญั ญตั ิข้อมลู ข่าวสารฯ จะต้องสง่ เมือ่ ครบกาหนดกี่ปี

1. 20 ปี 2. 25 ปี 3. 50 ปี 4. 100 ปี

ตอบ 1. แนวคิด แนวคิด มาตรา 26 วรรคสอง กาหนดเวลาต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการตามวรรคหนึง่

ใหแ้ ยกตามประเภท ดงั นี้

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 23

------------------------------------------------------------------------------
(2) ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการตามมาตรา 15 เมอื่ ครบ ยี่สิบปี

73. กาหนดเวลาตามข้อ 71. และ 72. อาจขยายออกไปอีกได้ ตอ่ เมอ่ื มีเหตุตามข้อใด

1. หนว่ ยงานของรัฐยงั จาเปน็ ต้องเก็บรกั ษาข้อมลู ขา่ วสารของราชการไวเ้ องเพ่อื ประโยชนใ์ นการใช้สอย

2. หน่วยงานของรฐั เห็นว่าข้อมลู ขา่ วสารของราชการน้ันยังไมค่ วรเปดิ เผย

3. ไม่อาจขยายได้แตอ่ ย่างใด

4. ถกู ท้ังข้อ 1. และ 2.

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 26 วรรคสาม กาหนดเวลาตามวรรคสอง อาจขยายออกไปได้ในกรณีดงั ต่อไปน้ี

(1) หนว่ ยงานของรฐั ยังจาเปน็ ต้องเก็บรักษาข้อมลู ขา่ วสารของราชการไว้เองเพื่อประโยชน์ในการใช้สอย

โดยต้องจดั เก็บและจดั ให้ประชาชนได้ศกึ ษาคน้ ควา้ ตามท่ีจะตกลงกบั หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศลิ ปากร

(2) หน่วยงานของรฐั เห็นว่าขอ้ มลู ข่าวสารของราชการนน้ั ยังไม่ควรเปดิ เผยโดยมีคาสั่งขยายเวลากากับไว้

เป็นการเฉพาะราย คาส่งั การขยายเวลานนั้ ให้กาหนดระยะเวลาไว้ดว้ ย แตจ่ ะกาหนดเกนิ คราวละห้าปไี ม่ได้

74. การตรวจสอบหรือทบทวนมใิ หม้ ีการขยายระยะเวลาไมเ่ ปดิ เผยจนเกินความจาเปน็ ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์

และวธิ ีการทีก่ าหนดไวใ้ นข้อใด

1. คาส่งั นายกรัฐมนตรี 2. มติคณะรฐั มนตรี

3. กฎกระทรวง 4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 26 วรรคส่ี การตรวจสอบหรอื ทบทวนมิใหม้ กี ารขยายระยะเวลาไมเ่ ปดิ เผยจนเกินความ

จาเป็นให้ เป็นไปตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารท่กี าหนดใน กฎกระทรวง

75. ผ้ใู ดเปน็ ประธานในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

1. รฐั มนตรี ซ่งึ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย 2. ปลัดสานกั นายกรัฐมนตรี

3. ปลัดกระทรวงกลาโหม 4. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 27 วรรคแรก ให้มีคณะกรรมการข้อมลู ข่าวสารของราชการ ประกอบดว้ ย รฐั มนตรี

ซ่งึ นายกรัฐมนตรมี อบหมายเป็นประธาน ปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี ปลดั กระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและ

สหกรณ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลดั กระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เลขาธกิ ารสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้อานวยการสานกั ขา่ วกรองแห่งชาติ ผู้อานวยการสานกั งบประมาณ และผู้ทรงคณุ วุฒิ

อน่ื จากภาครฐั และภาคเอกชน ซึ่งคณะรฐั มนตรแี ต่งตั้งอีกเกา้ คนเป็นกรรมการ

76. ผู้ใด เป็นผ้แู ตง่ ต้งั ข้าราชการของสานักงานปลดั สานกั นายกรฐั มนตรี คนหนง่ึ เปน็ เลขานุการ และอกี สองคน

เปน็ ผ้ชู ว่ ยเลขานุการ ในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

1. นายกรัฐมนตรี 2. ปลัดสานกั นายกรัฐมนตรี

3. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 4. รองนายกรัฐมนตรี

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 27 วรรคสอง ให้ ปลัดสานกั นายกรัฐมนตรี แต่งต้งั ขา้ ราชการของสานักงานปลดั

สานกั นายกรฐั มนตรีคนหนึ่งเป็นเลขานกุ าร และอีกสองคนเป็นผ้ชู ่วยเลขานุการ

77. ข้อใดเป็นอานาจหน้าทขี่ องคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

1. สอดส่องดูแลและให้คาแนะนาเกยี่ วกับการดาเนนิ งานของเจ้าหน้าที่ของรฐั และหนว่ ยงานของรัฐในการ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 24

------------------------------------------------------------------------------
ปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

2. ใหค้ าปรกึ ษาแก่เจ้าหน้าท่ขี องรฐั หรือหน่วยงานของรฐั เก่ียวกบั การปฏิบตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ีตามท่ไี ด้

รับคาขอ

3. เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎกี าและการออกกฎกระทรวงหรือระเบียบของคณะรฐั มนตรีตาม

พระราชบัญญัติน้ี

4. ถกู ทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 28 คณะกรรมการมีอานาจหนา้ ท่ี ดังต่อไปนี้

(1) สอดส่องดูแลและใหค้ าแนะนาเกยี่ วกบั การดาเนนิ งานของเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั และหนว่ ยงานของรฐั ในการ

ปฏิบตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ี้

(2) ใหค้ าปรกึ ษาแก่เจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐหรอื หนว่ ยงานของรัฐเก่ยี วกับการปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญัตินี้ ตามท่ี

ไดร้ บั คาขอ

(3) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎกี าและการออกกฎกระทรวงหรอื ระเบียบของคณะรัฐมนตรี ตาม

พระราชบัญญตั ิน้ี

(4) พจิ ารณาและใหค้ วามเห็นเรอ่ื งร้องเรียนตามมาตรา 13

(5) จัดทารายงานเกี่ยวกับการปฏิบตั ิตามพระราชบัญญัตินเี้ สนอคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งคราว ตามความ

เหมาะสม แต่อยา่ งน้อยปลี ะหน่งึ ครัง้

(6) ปฏิบัติหน้าทอ่ี ื่นตามทกี่ าหนดในพระราชบัญญตั นิ ี้

(7) ดาเนนิ การเรื่องอื่นตามทค่ี ณะรฐั มนตรีหรือนายกรฐั มนตรีมอบหมาย

78. กรรมการผูท้ รงคณุ วฒุ ิในคณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของทางราชการซึ่งได้รับแตง่ ต้ังตามมาตรา 27 มีวาระ

อยู่ในตาแหน่งคราวละกป่ี ีนับแตว่ นั ทไี่ ดร้ ับแต่งต้งั

1. 2 ปี 2. 3 ปี 3. 4 ปี 4. 5 ปี

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 29 กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ซิ ่งึ ได้รบั แต่งตงั้ ตามมาตรา 27 มีวาระอยใู่ นตาแหนง่ คราว

ละ สามปี นบั แตว่ ันท่ไี ด้รับแตง่ ตง้ั ผู้ที่พ้นจากตาแหน่งแลว้ อาจได้รบั แตง่ ตัง้ ใหม่ได้

79. นอกจากการพน้ จากตาแหนง่ ตามวาระในขอ้ 78. กรรมการผูท้ รงคุณวฒุ ซิ งึ่ ได้รับแต่งต้ังตามมาตรา 27 จะ

พน้ จากตาแหนง่ ไดต้ ามขอ้ ใด

1. คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเส่ือมเสยี บกพรอ่ งหรือไมส่ จุ รติ ตอ่ หน้าที่หรอื หยอ่ น

ความสามารถ

2. เปน็ บุคคลล้มละลาย

3. ไดร้ บั โทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสดุ ให้จาคกุ เวน้ แตเ่ ป็นโทษสาหรับความผิดที่ไดก้ ระทาโดยประมาท

หรือความผดิ ลหุโทษ

4. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ 4. แนวคดิ มาตรา 30 นอกจากการพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ กรรมการ ผทู้ รงคุณวุฒิซ่งึ ได้รับแต่งต้ังตาม

มาตรา 27 พน้ จากตาแหนง่ เมอื่

(1) ตาย

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 25

------------------------------------------------------------------------------
(2) ลาออก

(3) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤตเิ สอ่ื มเสยี บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหนา้ ที่หรือหยอ่ น

ความสามารถ

(4) เป็นบคุ คลล้มละลาย

(5) เปน็ คนไร้ความสามารถหรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ

(6) ได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถงึ ทส่ี ุดใหจ้ าคกุ เวน้ แต่เปน็ โทษสาหรับความผดิ ที่ได้กระทาโดย

ประมาทหรือความผิดลหุโทษ

80. การประชมุ ของคณะกรรมการขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ ต้องมีกรรมการมาประชมุ ไมน่ ้อยกว่าเทา่ ใด ของ

จานวนกรรมการทั้งหมด จงึ จะเป็นองคป์ ระชุมตามกฎหมาย

1. ไมน่ ้อยกว่าหน่งึ ในสาม 2. ไมน่ ้อยกว่ากึง่ หน่ึง

3. ไม่น้อยกว่าสองในสาม 4. ไม่น้อยกวา่ สามในสี่

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 31 วรรคแรก การประชมุ ของคณะกรรมการตอ้ งมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากงึ่

หนึ่ง ของจานวนกรรมการทั้งหมดจงึ จะเป็นองค์ประชมุ

81. ให้ประธานกรรมการข้อมลู ข่าวสารของราชการ เปน็ ประธานในทปี่ ระชมุ แต่ถ้าประธานกรรมการไมม่ า

ประชมุ หรอื ไม่อาจปฏิบัตหิ นา้ ทีไ่ ด้ ให้กระทาตามข้อใด

1. ใหก้ รรมการที่มาประชมุ ผู้ทม่ี ีอาวุโสสูงสดุ ทาหน้าท่ปี ระธานในท่ปี ระชมุ

2. ให้รองประธานทาหนา้ ทแ่ี ทนประธานเป็นการชั่วคราว

3. ให้กรรมการที่มาประชุมเลอื กกรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในทปี่ ระชุม

4. ใหเ้ ลือ่ นการประชมุ ออกไปกอ่ น จนกว่าจะได้ผู้ทาหนา้ ที่ประธาน

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา วรรคสอง ใหป้ ระธานกรรมการเป็นประธานในทีป่ ระชุมถ้าประธานกรรมการไมม่ า

ประชุมหรือไม่อาจปฏิบตั ิหน้าทไ่ี ด้ให้กรรมการที่มาประชมุ เลือกกรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในท่ีประชุม

82. การวินจิ ฉัยช้ีขาดของท่ปี ระชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้ถอื เสยี งเทา่ ใด จงึ จะเปน็ เสียงช้ีขาด

ทถ่ี ูกต้องตามกฎหมาย

1. ให้ถือเสียงเกนิ กวา่ ก่งึ หน่ึง 2. ใหถ้ ือเสยี งข้างมาก

3. ใหถ้ ือเสียงเกินกว่าสองในสาม 4. ใหถ้ ือเสียงเอกฉันท์

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 31 วรรคสาม การวินิจฉยั ช้ีขาดของท่ีประชุม ให้ถอื เสยี งข้างมากกรรมการคนหนง่ึ

ใหม้ เี สียงหนึ่งในการลงคะแนน

83. จากข้อ 82. ถา้ คะแนนเสียงเทา่ กนั ให้กระทาตามขอ้ ใดจึงจะถกู ต้องตามกฎหมาย

1. ให้ประธานในท่ีประชมุ ออกเสยี งเพิ่มข้ึนอีกเสียงหนงึ่ เป็นเสียงช้ขี าด

2. ให้ยกเลิกการลงคะแนนเสียงชีข้ าด

3. ให้มกี ารจัดประชุมใหม่เพื่อลงคะแนนเสียงใหม่อีกคร้ังหนงึ่

4. ใหเ้ ปน็ ดลุ พินจิ ของประธานในท่ีประชุมวา่ จะมีคาสงั่ เปน็ ประการใด

ตอบ 1. แนวคดิ มาตรา 31 วรรคสาม การวินิจฉยั ชี้ขาดของท่ีประชมุ ให้ถือเสียงข้างมากกรรมการคนหนง่ึ ให้

มเี สยี งหนง่ึ ในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสยี งเท่ากนั ให้ประธานในที่ประชมุ ออกเสียงเพิ่มขึ้นอกี เสยี งหนงึ่ เป็นเสียงชี้

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 26

------------------------------------------------------------------------------
ขาด

84. คณะกรรมการข้อมลู ข่าวสารของราชการ มีอานาจในการรวบรวมหลักฐานมาประกอบการพิจารณาได้ ตามขอ้

ใด

1. เรียกใหบ้ ุคคลทเ่ี กยี่ วข้องมาให้ถ้อยคาได้

2. เรยี กใหบ้ ุคคลสง่ วตั ถุ หรือเอกสารทเ่ี กยี่ วข้องต่างๆได้

3. เรยี กใหบ้ ุคคลสง่ พยานหลักฐานทเี่ กยี่ วข้องได้

4. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 32 ใหค้ ณะกรรมการ มีอานาจเรียกให้บคุ คลใดมาให้ถ้อยคาหรือให้ส่งวัตถุ

เอกสาร หรอื พยานหลกั ฐานมาประกอบการพิจารณาได้

85. ในกรณที หี่ นว่ ยงานของรัฐปฏเิ สธว่าไมม่ ีข้อมูลขา่ วสารตามที่มีคาขอไม่ว่าจะเป็นกรณีตามมาตรา 11 หรอื

มาตรา 25 ถ้าผู้มีคาขอไมเ่ ชอ่ื ว่าเป็นความจริงและร้องเรียนต่อคณะกรรมการตามมาตรา 13 คณะกรรมการขอ้ มูล

ขา่ วสารของราชการจะมีอานาจตามข้อใด

1. ดาเนินการตรวจสอบข้อมูลขา่ วสารของราชการท่ีเก่ยี วข้องได้

2. แจง้ ผลการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียนทราบ

3. ถกู ท้ังข้อ 1. และ 2.

4. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 33 วรรคแรก ในกรณที ี่หน่วยงานของรฐั ปฏเิ สธวา่ ไมม่ ีข้อมูลข่าวสารตามทม่ี ีคาขอไม่

ว่าจะเป็นกรณตี ามมาตรา 11 หรือมาตรา 25 ถ้าผมู้ ีคาขอไม่เช่ือว่าเปน็ ความจรงิ และร้องเรยี นต่อคณะกรรมการ

ตามมาตรา 13 ให้คณะกรรมการมีอานาจเข้าดาเนนิ การตรวจสอบขอ้ มูลขา่ วสารของราชการท่ีเก่ยี วข้องไดแ้ ละแจง้

ผลการตรวจสอบใหผ้ รู้ ้องเรียนทราบ

86. จากข้อ 85. หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหนา้ ท่ขี องรฐั ต้องปฏิบตั ติ ามข้อใด

1. อาจปฏเิ สธต่อคณะกรรมการได้หากเป็นข้อมลู สาคัญที่ไมอ่ าจเปิดเผยได้

2. ตอ้ งแจง้ คาสัง่ ให้คณะกรรมการขออนุญาตต่อศาลปกครองเสียก่อน

3. ตอ้ งยนิ ยอมให้คณะกรรมการหรอื ผซู้ งึ่ คณะกรรมการมอบหมายเข้าตรวจสอบข้อมลู ข่าวสารท่ีอยู่ในความ

ครอบครองของตนได้ไม่ว่าจะเปน็ ข้อมลู ข่าวสารท่เี ปดิ เผยได้หรือไม่ก็ตาม

4. ถูกทกุ ขอ้

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 33 วรรคสอง หน่วยงานของรัฐหรือเจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ตอ้ งยินยอมให้คณะกรรมการ

หรือผซู้ ่ึงคณะกรรมการมอบหมายเขา้ ตรวจสอบขอ้ มูลข่าวสารทีอ่ ยใู่ นความครอบครองของตนได้ไมว่ ่าจะเปน็ ขอ้ มลู

ขา่ วสารทีเ่ ปิดเผยไดห้ รือไม่กต็ าม

87. ให้มคี ณะกรรมการวนิ ิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาตา่ งๆ ตามความเหมาะสม โดยผูใ้ ดเป็นผแู้ ตง่ ต้ังตาม

ข้อเสนอของคณะกรรมการฯ

1. นายกรัฐมนตรี 2. คณะรัฐมนตรี

3. รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย 4. ปลัดสานักนายกรฐั มนตรี

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 35 วรรคแรก ให้มคี ณะกรรมการวนิ ิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่างๆ ตาม

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 27

------------------------------------------------------------------------------
ความเหมาะสม ซงึ่ คณะรฐั มนตรี แต่งต้ังตามขอ้ เสนอของคณะกรรมการ

88. คณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสารสาขาตา่ งๆ มอี านาจหนา้ ท่ีตามข้อใด

1. พิจารณาวินจิ ฉยั อุทธรณ์คาสงั่ มใิ ห้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 14 หรอื มาตรา 15

2. พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คาสัง่ ไม่รับฟังคาคัดคา้ นตามมาตรา 17

3. พจิ ารณาวินิจฉยั อทุ ธรณ์คาส่ังไม่แกไ้ ขเปลี่ยนแปลงหรอื ลบข้อมูลข่าวสารสว่ นบคุ คลตามมาตรา 25

4. ถกู ทุกขอ้

ตอบ 4. แนวคิด มาตรา 35 วรรคแรก ใหม้ คี ณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสารสาขาต่าง ๆ ตาม

ความเหมาะสม ซึ่งคณะรัฐมนตรแี ต่งตงั้ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ มีอานาจหนา้ ท่ีพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั อุทธรณ์คาสง่ั

มิให้เปิดเผยข้อมลู ข่าวสารตามมาตรา 14 หรอื มาตรา 15 หรือคาสง่ั ไม่รับฟังคาคดั คา้ นตามมาตรา 17 และคาสงั่

ไม่แก้ไขเปลย่ี นแปลงหรอื ลบข้อมลู ข่าวสารสว่ นบคุ คลตามมาตรา 25

89. การแตง่ ตงั้ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารตามข้อ 88. ให้แตง่ ตั้งโดยพจิ ารณาตามข้อใด

1. ใหแ้ ต่งต้ังตามสาขาความเชย่ี วชาญเฉพาะดา้ นของข้อมูลข่าวสารของราชการ

2. ใหแ้ ตง่ ต้ังตามความรคู้ วามสามารถขององคก์ ร

3. ใหแ้ ตง่ ต้ังตามมตคิ ณะรัฐมนตรี

4. ใหแ้ ต่งตั้งตามคาส่งั ของนายกรฐั มนตรี

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 35 วรรคสอง การแตง่ ต้งั คณะกรรมการวินิจฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารตามวรรค

หนงึ่ ให้แต่งตงั้ ตามสาขาความเช่ียวชาญเฉพาะด้านของข้อมลู ขา่ วสารของราชการ เชน่ ความม่ันคงของประเทศ

เศรษฐกิจและการคลงั ของประเทศ หรือการบงั คบั ใช้กฎหมาย

90. คณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสารคณะหนง่ึ ๆ ประกอบดว้ ยบคุ คลตามความจาเป็นแต่ต้องไมน่ ้อย

กว่ากวา่ กคี่ น

1. 3 คน 2. 4 คน 3. 5 คน 4. 6 คน

ตอบ 1. แนวคิด มาตรา 36 วรรคแรก คณะกรรมการวินิจฉยั การเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสารคณะหนึ่ง ๆ

ประกอบดว้ ยบุคคลตามความจาเปน็ แตต่ อ้ งไมน่ ้อยกว่า สามคน

91. จากข้อ 90. ใหผ้ ู้ใดปฏิบัติหน้าทเี่ ปน็ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

1. ขา้ ราชการผู้สอบผา่ นตามหลักเกณฑ์ 2. ข้าราชการทคี่ ณะกรรมการแตง่ ต้งั

3. ขา้ ราชการที่คณะรฐั มนตรีแต่งตัง้ 4. ขา้ ราชการทีน่ ายกรฐั มนตรีมีคาสง่ั แตง่ ตั้ง

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 36 วรรคแรก คณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารคณะหนง่ึ ๆ

ประกอบด้วยบุคคลตามความจาเปน็ แตต่ ้องไมน่ ้อยกว่าสามคนและให้ข้าราชการท่ีคณะกรรมการแต่งตั้งปฏิบตั ิหนา้ ที่

เป็นเลขานุการและผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร

92. ข้อใดผดิ

1. ในกรณพี ิจารณาเก่ยี วกับข้อมูลขา่ วสารของหน่วยงานของรัฐแห่งใดกรรมการวินิจฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู

ขา่ วสารซงึ่ มาจากหน่วยงานของรัฐแห่งนน้ั จะเขา้ ร่วมพิจารณาดว้ ยไม่ได้

2. กรรมการวินจิ ฉยั การเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสาร จะเป็นเลขานกุ ารไม่ได้

3. กรรมการวนิ ิจฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสาร จะเป็นผู้ชว่ ยเลขานุการได้

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 28

------------------------------------------------------------------------------
4. ไม่มขี ้อใดผดิ

ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 36 วรรคสอง และสาม ในกรณีพจิ ารณาเกยี่ วกบั ขอ้ มลู ข่าวสารของหน่วยงานของ

รฐั แหง่ ใดกรรมการวินิจฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารซ่งึ มาจากหนว่ ยงานของรัฐแหง่ นั้นจะเข้ารว่ มพจิ ารณาดว้ ย

ไม่ได้

กรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยขอ้ มลู ข่าวสาร จะเป็นเลขานกุ ารหรอื ผชู้ ว่ ยเลขานุการไม่ได้

93. ให้คณะกรรมการพิจารณาสง่ คาอุทธรณ์ใหค้ ณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร โดยคานึงถึงความ

เชี่ยวชาญเฉพาะดา้ นของคณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปิดเผยขอ้ มูลขา่ วสารแต่ละสาขาภายในก่วี ันนบั แตว่ นั ท่ี

คณะกรรมการได้รับคาอุทธรณ์

1. 3 วนั 2. 7 วัน 3. 15 วัน 4. 30 วนั

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 37 วรรคแรก ให้คณะกรรมการพจิ ารณาสง่ คาอุทธรณใ์ ห้คณะกรรมการวินิจฉัยการ

เปดิ เผยข้อมูลข่าวสาร โดยคานึงถงึ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารแต่

ละสาขาภายใน เจ็ดวัน นบั แตว่ ันทีค่ ณะกรรมการไดร้ บั คาอทุ ธรณ์

94. อานาจหนา้ ท่ีของคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปดิ เผยข้อมูลข่าวสารแต่ละสาขาวธิ ีพจิ ารณาและวนิ จิ ฉยั และองค์

คณะในการพจิ ารณาและวินิจฉัยใหเ้ ปน็ ไปตามข้อใด

1. มติคณะรฐั มนตรี 2. คาสง่ั ของนายกรัฐมนตรี

3. ระเบียบทีค่ ณะกรรมการกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

4. ข้อกาหนดท่ีคณะกรรมการกาหนด

ตอบ 3. แนวคดิ มาตรา 38 อานาจหนา้ ที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสารแต่ละสาขาวิธี

พิจารณาและวนิ ิจฉยั และองค์คณะในการพิจารณาและวินจิ ฉยั ให้เป็นไปตาม ระเบียบท่ีคณะกรรมการกาหนดโดย

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

95. ผู้ใดไม่ปฏบิ ัตติ ามคาสง่ั ของคณะกรรมการทีส่ ง่ั ตามมาตรา 32 ต้องระวางโทษเท่าใด

1. จาคุกไม่เกินหน่งึ เดือน หรอื ปรับไมเ่ กนิ หา้ พันบาทหรือท้ังจาท้งั ปรบั

2. จาคกุ ไมเ่ กินสามเดือน หรือปรับไม่เกนิ ห้าพันบาทหรือท้ังจาท้ังปรับ

3. จาคกุ ไมเ่ กินสามเดือน หรือปรบั ไม่เกินหนึ่งหมืน่ บาทหรือทัง้ จาทงั้ ปรับ

4. จาคกุ ไมเ่ กนิ หกเดือน หรือปรบั ไมเ่ กินหนึ่งหมน่ื บาทหรือท้งั จาท้งั ปรบั

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 40 ผ้ใู ดไมป่ ฏิบตั ติ ามคาส่ังของคณะกรรมการทส่ี ่ังตามมาตรา 32 ต้องระวางโทษ

จาคุกไมเ่ กินสามเดอื น หรือปรบั ไม่เกินห้าพันบาทหรือท้ังจาทงั้ ปรบั

96. ผใู้ ดฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามข้อจากดั หรือเง่ือนไขท่เี จ้าหนา้ ที่ของรัฐกาหนดตามมาตรา 20 ต้องระวางโทษ

เท่าใด

1. จาคกุ ไมเ่ กนิ หนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมน่ื บาท หรือท้ังจาทั้งปรบั

2. จาคกุ ไมเ่ กินหน่งึ ปหี รือปรับไมเ่ กินสองหมน่ื บาท หรือทง้ั จาทั้งปรับ

3. จาคุกไมเ่ กนิ สองเดอื นหรือปรบั ไม่เกนิ สองหม่ืนบาท หรอื ท้ังจาทั้งปรับ

4. จาคุกไม่เกนิ สองปหี รือปรับไมเ่ กนิ สองหมื่นบาท หรือทัง้ จาทง้ั ปรับ

ตอบ 2. แนวคิด มาตรา 41 ผู้ใดฝา่ ฝืนหรือไมป่ ฏบิ ตั ิตามข้อจากดั หรือเงื่อนไขที่เจ้าหน้าทขี่ องรฐั กาหนดตาม

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 29

------------------------------------------------------------------------------
มาตรา 20 ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึง่ ปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ สองหม่นื บาท หรือทง้ั จาท้ังปรับ

97. บทบญั ญัติมาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 มิใหใ้ ช้บงั คับกบั ข้อมลู ขา่ วสารของราชการตามข้อใด

1. ข้อมลู ขา่ วสารของราชการทีเ่ กดิ ข้นึ หลงั วนั ที่พระราชบญั ญตั ินีใ้ ชบ้ งั คบั

2. ข้อมลู ข่าวสารของราชการทีเ่ กดิ ขึน้ กอ่ นวนั ทพ่ี ระราชบัญญัติน้ีใช้บงั คบั

3. ขอ้ มูลข่าวสารของราชการทเ่ี กิดข้ึนในวนั ที่พระราชบญั ญัตินใี้ ชบ้ งั คบั

4. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 42 วรรคแรก บทบัญญัติมาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 มใิ หใ้ ชบ้ ังคับกบั ข้อมูล

ข่าวสารของราชการ ทเ่ี กิดข้ึนก่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญัตินใี้ ช้บงั คบั

98. ให้หนว่ ยงานของรฐั จัดพิมพข์ ้อมูลขา่ วสาร หรือจัดให้มีข้อมูลขา่ วสารตามพระราชบัญญัตินี้เพอ่ื ใหป้ ระชาชนเข้า

ตรวจดูได้ แล้วแต่กรณี ทั้งน้ี ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการท่ีผู้ใดกาหนด

1. นายกรฐั มนตรี 2. คณะรัฐมนตรี 3. คณะกรรมการ 4. ปลัดกระทรวง

ตอบ 3. แนวคิด มาตรา 42 วรรคสอง ให้หนว่ ยงานของรฐั จดั พิมพ์ข้อมลู ข่าวสารตามวรรคหน่ึง หรือจดั ใหม้ ี

ขอ้ มลู ข่าวสารตามวรรคหน่งึ ไวเ้ พอ่ื ให้ประชาชนเข้าตรวจดไู ด้ แล้วแตก่ รณี ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ี

คณะกรรมการจะไดก้ าหนด

99. ให้ระเบยี บวา่ ด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517 ในสว่ นท่ีเกีย่ วกับขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ

มผี ลทางกฎหมายอย่างไร

1. เป็นโมฆะ

2. ยังคงใช้บังคบั ต่อไปไดเ้ ท่าที่ไม่ขดั หรือแย้งตอ่ พระราชบญั ญตั ิน้ี

3. เป็นอันยกเลิกไปท้ังหมด

4. ยังคงใชบ้ ังคบั ไดต้ อ่ ไปทั้งหมด

ตอบ 2. แนวคดิ มาตรา 43 ใหร้ ะเบยี บว่าดว้ ยการรกั ษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517 ในสว่ นท่ีเกยี่ วกบั

ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการ ยงั คงใช้บงั คบั ต่อไปไดเ้ ท่าที่ไม่ขัดหรอื แยง้ ต่อพระราชบญั ญัติน้ี เว้นแต่ระเบยี บท่ี

คณะรฐั มนตรีกาหนดตามมาตรา 16 จะได้กาหนดเป็นอยา่ งอน่ื

100. เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิฉบบั นี้ คือข้อใด

1. การใหป้ ระชาชนมีโอกาสกวา้ งขวางในการไดร้ ับข้อมูลข่าวสารเกย่ี วกบั การดาเนนิ การตา่ งๆ ของรัฐเปน็

สิ่งจาเปน็

2. เพ่ือทปี่ ระชาชนจะสามารถแสดงความคดิ เห็นและใชส้ ิทธิทางการเมืองได้โดยถูกต้องกับความเปน็ จรงิ อัน

เป็นการสง่ เสรมิ ให้มีความเป็นรัฐบาลโดยประชาชนมากยิง่ ขึ้น

3. สมควรกาหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้ร้ขู ้อมลู ข่าวสารของราชการโดยมีข้อยกเวน้ อันไม่ตอ้ งเปดิ เผยท่ีแจง้ ชดั

และจากดั เฉพาะข้อมลู ข่าวสารทหี่ ากเปิดเผยแลว้ จะเกดิ ความเสียหายตอ่ ประเทศชาติหรอื ตอ่ ประโยชนท์ ี่สาคญั ของ

เอกชน

4. ถูกทกุ ขอ้

ตอบ 4. แนวคิด เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญัตฉิ บับนี้ คอื ในระบอบประชาธปิ ไตย การให้ประชาชนมี

โอกาสกว้างขวางในการได้รับขอ้ มูลขา่ วสารเกีย่ วกับการดาเนินการตา่ ง ๆ ของรัฐเปน็ สิ่งจาเปน็ เพ่อื ท่ปี ระชาชนจะ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 30

------------------------------------------------------------------------------
สามารถแสดงความคดิ เห็นและใช้สทิ ธทิ างการเมืองได้โดยถูกตอ้ งกับความเป็นจริง อนั เป็นการสง่ เสริมให้มีความเป็น
รัฐบาลโดยประชาชนมากยง่ิ ขึ้น สมควรกาหนดให้ประชาชนมีสิทธิไดร้ ูข้ ้อมูลขา่ วสารของราชการ โดยมีขอ้ ยกเวน้ อันไม่
ต้องเปิดเผยท่ีแจ้งชัดและจากัดเฉพาะข้อมูลข่าวสารท่หี ากเปดิ เผยแล้วจะเกิดความเสยี หายตอ่ ประเทศชาตหิ รือตอ่
ประโยชนท์ ี่สาคญั ของเอกชน ทงั้ นี้ เพือ่ พัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้ม่ันคงและจะยังผลให้ประชาชนมโี อกาสรถู้ ึง
สทิ ธหิ น้าที่ของตนอย่างเตม็ ที่ เพอ่ื ทีจ่ ะปกปกั รักษาประโยชน์ของตนได้อกี ประการหน่งึ ด้วย ประกอบกับสมควร
ค้มุ ครองสทิ ธสิ ว่ นบุคคลในส่วนทเ่ี กย่ี วข้องกับข้อมลู ข่าวสารของราชการไปพรอ้ มกัน จงึ จาเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญัติ
นี้

----------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 31

------------------------------------------------------------------------------

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

และท่ีแก้ไขเพม่ิ เตมิ ถึงฉบบั ที่ 4. พ.ศ. 2562

1. การศึกษาก่อนระดบั อุดมศึกษา หมายถึงข้อใด

ก. การศึกษา ข. การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน

ค. การศึกษาตลอดชวี ิต ง. ถกู ทุกข้อ

ตอบ ข. มาตรา 4

“การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน” หมายความว่า การศึกษาก่อนระดับอุดมศกึ ษา

2. สถานพัฒนาเด็กปฐมวยั โรงเรียน ศนู ยก์ ารเรียน วทิ ยาลัย สถาบนั มหาวิทยาลยั หน่วยงานการศกึ ษา หรือ

หนว่ ยงานอน่ื ของรัฐหรอื ของเอกชน ทีม่ ีอานาจหน้าทีห่ รือมีวตั ถปุ ระสงคใ์ นการจัดการศึกษา หมายถงึ ขอ้ ใด

ก. สถานศึกษา ข. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ค. สถานศึกษาตลอดชีวติ ง. สถานพฒั นาการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน

ตอบ ก. มาตรา 4.

“สถานศึกษา” หมายความวา่ สถานพัฒนาเด็กปฐมวยั โรงเรียน ศูนยก์ ารเรียน วิทยาลยั สถาบัน มหาวทิ ยาลยั

หน่วยงานการศึกษา หรอื หน่วยงานอน่ื ของรฐั หรอื ของเอกชน ทม่ี ีอานาจหนา้ ทหี่ รือ

มีวัตถุประสงค์ในการจดั การศึกษา

3. มาตรฐานการศึกษา หมายถงึ

ก. มาตรฐานที่ตอ้ งการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง

ข. ข้อกาหนดเกย่ี วกบั คุณลกั ษณะ คุณภาพ ทีพ่ ึงประสงค์

ค. การประกนั คณุ ภาพทางการศึกษา ง. ถูกทุกขอ้

ตอบ ง. มาตรา 4.

“มาตรฐานการศกึ ษา” หมายความว่า ขอ้ กาหนดเกีย่ วกับคุณลกั ษณะ คุณภาพ ท่ีพึงประสงค์และมาตรฐานที่

ต้องการใหเ้ กดิ ขน้ึ ในสถานศกึ ษาทกุ แหง่ และเพ่ือใช้เป็นหลกั ในการเทียบเคียงสาหรับการส่งเสรมิ และกากบั ดูแล การ

ตรวจสอบ การประเมินผล และการประกนั คุณภาพทางการศึกษา

4. บคุ ลากรวชิ าชีพที่รบั ผิดชอบการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาตง้ั แตร่ ะดบั เขตพ้ืนที่การศึกษาขนึ้ ไป

หมายถึงใคร

ก. คณาจารย์ ข. ผบู้ ริหารสถานศึกษา

ค. ผบู้ ริหารการศกึ ษา ง. บคุ ลากรทางการศึกษา

ตอบ ข. มาตรา 4.

“ผูบ้ รหิ ารการศึกษา” หมายความวา่ บุคลากรวชิ าชีพท่ีรบั ผิดชอบการบรหิ ารการศกึ ษานอกสถานศกึ ษาต้งั แต่

ระดับเขตพน้ื ท่ีการศึกษาข้ึนไป

5. ผ้บู ริหารสถานศึกษา ผ้บู ริหารการศึกษา รวมทั้งผู้สนับสนนุ การศกึ ษาซ่ึงเป็นผู้ทาหน้าทีใ่ ห้บรกิ าร หรอื

ปฏิบตั ิงานเกีย่ วเน่อื งกบั การจัดกระบวนการเรยี นการสอน การนเิ ทศ และการบริหารการศึกษาในหนว่ ยงานการศกึ ษา

ต่าง ๆ หมายถึง

ก. ผบู้ รหิ ารการศึกษา ข. บคุ ลากรทางการศึกษา

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 32

------------------------------------------------------------------------------

ค. คณาจารย์ ง.ถกู ทุกขอ้

ตอบ ข. มาตรา 4.

“บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา รวมท้ังผสู้ นบั สนนุ การศึกษา

ซึ่งเป็นผทู้ าหน้าท่ีใหบ้ รกิ าร หรือปฏิบัตงิ านเกี่ยวเน่ืองกับการจดั กระบวนการเรียนการสอน การนเิ ทศ และการบรหิ าร

การศึกษาในหน่วยงานการศึกษาตา่ ง ๆ

6. รัฐมนตรีผูร้ กั ษาการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี คอื

ก. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทย ข. นายกรัฐมนตรี

ค. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ ค. มาตรา 5.

ให้รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ี้ และมีอานาจออกกฎกระทรวง ระเบยี บ

และประกาศ เพ่อื ปฏิบัติการตามพระราชบญั ญัติน้ี

7. การจัดการศึกษาใหย้ ดึ หลัก ตามข้อใด

ก. เปน็ การศกึ ษาตลอดชีวติ สาหรบั ประชาชน ข. ให้สงั คมมสี ว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา

ค. การพฒั นาสาระและกระบวนการเรยี นรู้ใหเ้ ป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ง. ถูกทกุ ขอ้

ตอบ ง. มาตรา 8.

การจัดการศกึ ษาให้ยดึ หลัก ดังนี้

(๑) เป็นการศึกษาตลอดชวี ติ สาหรบั ประชาชน(๒) ใหส้ ังคมมีส่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา

(๓) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรยี นรูใ้ หเ้ ปน็ ไปอยา่ งต่อเนอื่ ง

8. การจัดการศึกษา ตอ้ งจัดให้บุคคลมีสทิ ธิและโอกาสเสมอกันในการรบั การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานไม่น้อยกว่ากปี่ ีทีร่ ัฐ

ต้องจดั ให้อยา่ งทัว่ ถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จา่ ย

ก. ไมน่ อ้ ยกว่า 6 ปี ข. ไมน่ ้อยกวา่ 9 ปี ค. ไม่นอ้ ยกว่า 12 ปี ง. ไมน่ อ้ ยกวา่ 15 ปี

ตอบ ค. มาตรา 10.

การจดั การศึกษา ตอ้ งจดั ให้บุคคลมีสทิ ธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานไมน่ ้อยกว่าสิบสองปี

ท่ีรฐั ตอ้ งจัดให้อยา่ งทั่วถึงและมีคณุ ภาพโดยไม่เก็บคา่ ใชจ้ า่ ย

9. บดิ า มารดา หรือผูป้ กครองมีสิทธไิ ดร้ ับสิทธิประโยชน์ ตามข้อใด

ก. การสนบั สนนุ จากรฐั ใหม้ ีความรูค้ วามสามารถในการอบรมเลยี้ งดู และการให้การศกึ ษาแก่บตุ รหรอื บุคคล

ซึ่งอยใู่ นความดูแล

ข. เงนิ อุดหนุนจากรฐั สาหรบั การจดั การศึกษาขั้นพน้ื ฐานของบตุ รหรือบุคคลซ่ึงอย่ใู นความดูแลทค่ี รอบครวั จดั

ให้ ทงั้ นี้ ตามที่กฎหมายกาหนด

ค. การลดหย่อนหรอื ยกเว้นภาษีสาหรบั ค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกาหนด

ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ ง. มาตรา 13.

บดิ า มารดา หรือผ้ปู กครองมีสทิ ธิได้รบั สิทธปิ ระโยชน์ ดังต่อไปน้ี

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 33

------------------------------------------------------------------------------
(๑) การสนับสนนุ จากรัฐ ให้มีความรคู้ วามสามารถในการอบรมเล้ยี งดู และการให้การศกึ ษาแก่บุตรหรือบคุ คล

ซ่ึงอยู่ในความดแู ล

(๒) เงนิ อดุ หนุนจากรฐั สาหรบั การจดั การศึกษาข้ันพื้นฐานของบุตรหรือบุคคลซึ่งอยูใ่ นความดูแลทีค่ รอบครวั จดั

ให้ ท้ังนี้ ตามท่ีกฎหมายกาหนด

10. การจดั การศกึ ษามีกร่ี ูปแบบ

ก. 2 รูปแบบ ข. 3 รปู แบบ ค. 4 รปู แบบ ง. 5 รปู แบบ

ตอบ ข. มาตรา 15.

การจดั การศึกษามีสามรปู แบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอัธยาศัย

(1) การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาท่ีกาหนดจุดมงุ่ หมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา

การวัดและประเมินผล ซ่ึงเป็นเงื่อนไขของการสาเร็จการศึกษาที่แนน่ อน

(2) การศกึ ษานอกระบบ เป็นการศกึ ษาท่ีมคี วามยดื หย่นุ ในการกาหนดจดุ มงุ่ หมาย รูปแบบ วธิ กี ารจัดการ

ศกึ ษา ระยะเวลาของการศึกษา การวดั และประเมินผล ซงึ่ เป็นเงื่อนไขสาคัญของการสาเรจ็ การศกึ ษา โดยเนอ้ื หาและ

หลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั สภาพปญั หาและความต้องการของบุคคลแต่ละกล่มุ

(3) การศึกษาตามอัธยาศยั เป็นการศกึ ษาที่ให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นร้ดู ้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม

และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม ส่ือ หรอื แหล่งความรอู้ ื่น ๆ

11. เป็นการศึกษาท่ีมคี วามยืดหยุ่นในการกาหนดจุดม่งุ หมาย รปู แบบ วิธกี ารจัดการศึกษา ระยะเวลาของ

การศกึ ษา การวดั และประเมินผล ซึง่ เปน็ เงอ่ื นไขสาคัญของการสาเร็จการศกึ ษา โดยเนอ้ื หาและหลักสูตรจะต้องมี

ความเหมาะสมสอดคลอ้ งกับสภาพปญั หาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม หมายถงึ

ก. การศึกษาในระดบั ข. การศกึ ษานอกระบบ

ค. การศึกษาตามอธั ยาศัย ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ ข. อธบิ ายตามขอ้ ขา้ งต้น.

12. การศกึ ษาในระบบมีกรี่ ะดบั

ก. 1 ระดับ ข. 2 ระดับ ค. 3 ระดบั ง. 4 ระดับ

ตอบ ข. มาตรา 16.

การศกึ ษาในระบบมีสองระดบั คือ การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน และการศกึ ษาระดับอุดมศกึ ษา

การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานประกอบด้วย การศึกษาซ่ึงจัดไม่น้อยกวา่ สบิ สองปีกอ่ นระดับอุดมศกึ ษา การแบ่งระดับ

และประเภทของการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน ใหเ้ ป็นไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

การศกึ ษาระดับอุดมศึกษาแบ่งเปน็ สองระดับ คือ ระดับต่ากวา่ ปรญิ ญา และระดบั ปรญิ ญา

การแบง่ ระดบั หรือการเทยี บระดับการศึกษานอกระบบหรอื การศึกษาตามอัธยาศยั ให้เป็นไปตามที่กาหนดใน

กฎกระทรวง

13. การศึกษาข้นั พน้ื ฐานประกอบดว้ ย การศึกษาซ่งึ จัดไมน่ ้อยกวา่ กป่ี ีกอ่ นระดบั อุดมศึกษา การแบง่ ระดับและ

ประเภทของการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ใหเ้ ป็นไปตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

ก. ไมน่ อ้ ยกว่า 6 ปี ข. ไมน่ ้อยกว่า 9 ปี ค. ไมน่ อ้ ยกว่า 12 ปี ง. ไม่น้อยกว่า 15 ปี

ตอบ ค. อธิบายตามข้อข้างต้น.

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 34

------------------------------------------------------------------------------
14. การศึกษาระดบั อุดมศึกษาแบ่งเป็นกรี่ ะดับ

ก. 1 ระดับ ข. 2 ระดบั ค. 3 ระดบั ง. 4 ระดับ

ตอบ ข. อธิบายตามข้อขา้ งต้น.

15. ให้มีการศึกษาภาคบังคับจานวนกป่ี ี โดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีทีเ่ จด็ เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐานจน

อายยุ ่างเขา้ ปีท่ีสิบหก เวน้ แต่สอบไดช้ ัน้ ปีทีเ่ กา้ ของการศึกษาภาคบงั คบั

ก. จานวน 6 ปี ข. จานวน 7 ปี ค. จานวน 8 ปี ง. จานวน 9 ปี

ตอบ ง. มาตรา 17.

ให้มกี ารศึกษาภาคบงั คับจานวนเก้าปี โดยให้เดก็ ซ่ึงมีอายยุ ่างเข้าปที ่เี จ็ด เข้าเรยี นในสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานจน

อายยุ า่ งเข้าปีท่สี ิบหก เวน้ แต่สอบได้ชั้นปที ี่เกา้ ของการศึกษาภาคบงั คบั หลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารนบั อายุใหเ้ ป็นไปตามท่ี

กาหนดในกฎกระทรวง

16. การจดั การศกึ ษาปฐมวยั และการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานใหจ้ ดั ในสถานศึกษา ตามขอ้ ใด

ก. สถานพฒั นาเด็กปฐมวัย ข.โรงเรยี น ค. ศนู ย์การเรยี น ง. ถกู ทุกข้อ

ตอบ ง. มาตรา 18.

การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานให้จดั ในสถานศึกษา ดงั ต่อไปนี้

(๑) สถานพฒั นาเด็กปฐมวยั ได้แก่ ศนู ย์เด็กเลก็ ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ ศูนย์พฒั นาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบัน

ศาสนา ศนู ย์บรกิ ารชว่ ยเหลือระยะแรกเร่ิมของเด็กพกิ ารและเดก็ ซ่งึ มคี วามต้องการพิเศษ หรอื สถานพัฒนาเด็กปฐมวยั

ท่ีเรียกชอ่ื อยา่ งอืน่

(๒) โรงเรียน ไดแ้ ก่ โรงเรยี นของรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรยี นท่สี งั กัดสถาบนั พุทธศาสนาหรือศาสนาอน่ื

(๓) ศูนย์การเรียน ไดแ้ ก่ สถานที่เรยี นทห่ี น่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรยี น บุคคล ครอบครัว ชมุ ชน องค์กร

ชมุ ชน องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล

สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบนั สังคมอ่ืนเป็นผู้จัด

17. การจัดการศกึ ษา ทงั้ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเนน้

ความสาคญั ในด้านใด

ก. ความรู้ ข. คุณธรรม

ค. กระบวนการเรียนร้แู ละบูรณาการตามความเหมาะสมของแตล่ ะระดบั การศึกษา

ง. ถกู ทุกขอ้

ตอบ ง. มาตรา 23.

การจัดการศึกษา ทัง้ การศกึ ษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศยั ต้องเนน้ ความสาคญั

ทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรแู้ ละบรู ณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปน้ี

(1) ความร้เู ร่อื งเกี่ยวกบั ตนเอง และความสมั พันธ์ของตนเองกบั สงั คม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคม

โลก รวมถึงความรูเ้ ก่ยี วกบั ประวัตศิ าสตร์ความเปน็ มาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข

(2) ความร้แู ละทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทง้ั ความรคู้ วามเขา้ ใจและประสบการณ์เรอ่ื งการ

จัดการ การบารงุ รักษา และการใช้ประโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมอยา่ งสมดลุ ยั่งยืน

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 35

------------------------------------------------------------------------------
(3) ความรเู้ ก่ียวกบั ศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม การกีฬา ภูมปิ ัญญาไทย และการประยุกตใ์ ช้ภมู ปิ ญั ญา

(4) ความรแู้ ละทักษะดา้ นคณิตศาสตรแ์ ละดา้ นภาษา เน้นการใชภ้ าษาไทยอยา่ งถูกต้อง

(5) ความรแู้ ละทักษะในการประกอบอาชีพและการดารงชวี ิตอยา่ งมีความสุข

18. ใครมีอานาจหนา้ ทีเ่ กีย่ วกบั การสง่ เสริมและกากับดูแลการศึกษาทุกระดับ ทกุ ประเภท และการอาชวี ศึกษา

ก. ผู้บรหิ ารการศกึ ษา ข. กระทรวงศึกษาธิการ

ค. รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ ง. ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา

ตอบ ข. มาตรา 31.

กระทรวงมีอานาจหนา้ ทเี่ กยี่ วกบั การส่งเสริมและกากับดูแลการศกึ ษาทุกระดับ ทุกประเภท และการ

อาชีวศกึ ษา

แตไ่ มร่ วมถงึ การศกึ ษาระดับอุดมศกึ ษาท่ีอยู่ในอานาจหนา้ ท่ีของกระทรวงอน่ื ท่ีมกี ฎหมายกาหนดไวเ้ ปน็ การเฉพาะ

กาหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา สนบั สนุนทรัพยากรเพือ่ การศึกษา สง่ เสริมและประสานงานการ

ศาสนา ศิลปะ วฒั นธรรม และการกฬี า ทั้งน้ี ในสว่ นท่เี ก่ียวกบั การศึกษา รวมทง้ั การตดิ ตาม ตรวจสอบและ

ประเมนิ ผลการจัดการศึกษา และราชการอื่นตามท่ีมกี ฎหมายกาหนดใหเ้ ปน็ อานาจหน้าทข่ี องกระทรวงหรอื สว่ น

ราชการทสี่ ังกัดกระทรวง

19. การจดั ระเบยี บบรหิ ารราชการในกระทรวงให้มีองค์กรหลักท่ีเป็นคณะบคุ คลในรูปสภาหรือในรูป

คณะกรรมการจานวนสามองคก์ ร ตามข้อใด

ก. สภาการศกึ ษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน

ค. คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ง. ถกู ทุกข้อ

ตอบ ง. มาตรา 32

การจัดระเบียบบริหารราชการในกระทรวงให้มีองค์กรหลักทีเ่ ปน็ คณะบคุ คลในรูปสภาหรอื ในรปู คณะกรรมการ

จานวนสามองค์กร ไดแ้ ก่ สภาการศึกษา คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน และคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา เพ่ือ

พิจารณาให้ความเหน็ หรือใหค้ าแนะนาแกร่ ัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี และมีอานาจหน้าท่ีอนื่ ตามทก่ี ฎหมายกาหนด

20. ใครมีนวตั กรรม มอี านาจหนา้ ทเี่ ก่ยี วกับการสง่ เสริม สนับสนนุ และกากับการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์ การวจิ ยั

และการสรา้ งสรรคน์ วัตกรรม เพ่ือใหก้ ารพัฒนาประเทศเทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงของโลกและราชการอ่นื

ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ

ค. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม

ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตอบ ค. ตามมาตรา 32/1

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม มีอานาจหน้าทเ่ี กี่ยวกบั การสง่ เสรมิ สนบั สนุน และ

กากับการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อให้การพฒั นาประเทศเท่าทันการ

เปล่ยี นแปลงของโลกและราชการอน่ื ตามทีม่ ีกฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหน้าท่ขี องกระทรวงการอุดมศึกษา

วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม หรอื สว่ นราชการท่สี งั กัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม

21. ใครมีสิทธจิ ดั การศึกษาในระดับใดระดบั หนึ่งหรือทุกระดบั ตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการ

ภายในท้องถิน่

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 36

------------------------------------------------------------------------------

ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ

ค. กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม

ง. องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน

ตอบ ง. มาตรา 41.

องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ มีสทิ ธจิ ัดการศึกษาในระดบั ใดระดบั หน่งึ หรอื ทกุ ระดับตามความพร้อม ความ

เหมาะสม และความต้องการภายในทอ้ งถน่ิ

22. ให้ใครกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

และมีหน้าท่ีในการประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ให้สามารถจัดการศึกษา

ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร

ค. กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม

ง. องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

ตอบ ก. มาตรา 42.

ใหก้ ระทรวงกาหนดหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารประเมินความพร้อมในการจดั การศกึ ษาขององค์กรปกครองส่วน

ท้องถน่ิ และมหี นา้ ที่ในการประสานและสง่ เสรมิ องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินให้สามารถจัดการศึกษา สอดคลอ้ งกบั

นโยบายและได้มาตรฐานการศึกษา รวมท้ังการเสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอดุ หนุนการจดั การศึกษาขององค์กร

ปกครองส่วนท้องถิ่น

23. ใหม้ กี ารประเมนิ คุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแหง่ อยา่ งนอ้ ยหนง่ึ คร้ังในทุกกปี่ นี ับต้ังแต่การประเมินคร้งั

สุดทา้ ย

ก. ทกุ 2 ปี ข. ทกุ 3 ปี ค. ทกุ 4 ปี ง. ทกุ 5 ปี

ตอบ ง. มาตรา 49.วรรคสอง

ใหม้ ีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแหง่ อย่างน้อยหนึง่ ครั้งในทุกห้าปนี ับต้งั แต่การประเมิน

คร้ังสุดทา้ ย และเสนอผลการประเมนิ ต่อหน่วยงานที่เกยี่ วข้องและสาธารณชน

24. บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคบั ระเบยี บ ประกาศ และคาส่ังเก่ยี วกบั การศกึ ษา ศาสนา ศิลปะ และ

วฒั นธรรม ทีใ่ ช้บงั คบั อยู่ในวันที่พระราชบัญญตั นิ ี้ใชบ้ ังคับ ยังคงใช้บังคับไดต้ ่อไปจนกวา่ จะได้มีการดาเนินการ

ปรับปรงุ แก้ไขตามบทบญั ญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ซึง่ ต้องไม่เกินกป่ี นี ับแตว่ ันท่ีพระราชบญั ญัติน้ใี ชบ้ งั คบั

ก. ไมเ่ กิน 3 ปี ข. ไม่เกนิ 4 ปี ค. ไม่เกนิ 5 ปี ง. ไม่เกนิ 6 ปี

ตอบ ค. มาตรา 70.

บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคบั ระเบยี บ ประกาศ และคาส่งั เก่ียวกับการศกึ ษา ศาสนา ศลิ ปะ และ

วฒั นธรรม ทีใ่ ช้บงั คบั อยูใ่ นวนั ท่ีพระราชบญั ญตั นิ ้ใี ชบ้ ังคับ ยังคงใช้บงั คบั ไดต้ ่อไปจนกวา่ จะได้มกี ารดาเนินการ

ปรับปรุงแก้ไขตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญตั ินี้ ซึง่ ต้องไมเ่ กนิ ห้าปีนบั แตว่ นั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ใี ชบ้ ังคบั

25. ให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานการศึกษา และสถานศกึ ษาทม่ี ีอยูใ่ นวนั ที่พระราชบญั ญัตนิ ใี้ ช้บังคับยงั คงมี

ฐานะและอานาจหนา้ ทีเ่ ชน่ เดิม จนกว่าจะได้มกี ารจัดระบบการบรหิ ารและการจัดการศึกษาตามบทบญั ญัติแห่ง

พระราชบญั ญัติน้ี ซึง่ ตอ้ งไมเ่ กินกป่ี ีนับแต่วันท่ีพระราชบญั ญัตินใี้ ช้บังคบั

ก. ไมเ่ กิน 3 ปี ข. ไมเ่ กนิ 4 ปี ค. ไม่เกนิ 5 ปี ง. ไมเ่ กนิ 6 ปี

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 37

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ ก. มาตรา 71.

ให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานการศึกษา และสถานศึกษาที่มีอยู่ในวันที่พระราชบญั ญัตนิ ้ใี ชบ้ งั คับยังคงมี

ฐานะและอานาจหน้าทเ่ี ช่นเดิม จนกว่าจะได้มีการจดั ระบบการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาตามบทบญั ญัตแิ ห่ง

พระราชบญั ญตั ิน้ี ซ่งึ ตอ้ งไม่เกินสามปนี ับแต่วันที่พระราชบัญญัตนิ ้ใี ช้บงั คับ

26. ภายในกป่ี ีนบั แตว่ นั ที่พระราชบญั ญตั นิ ใี้ ช้บังคบั ให้กระทรวงจดั ให้มกี ารประเมนิ ผลภายนอกคร้ังแรกของ

สถานศึกษาทุกแหง่

ก. ภายใน 3 ปี ข. ภายใน 4 ปี ค. ภายใน 5 ปี ง. ภายใน 6 ปี

ตอบ ง. มาตรา 72.วรรคทา้ ย

ภายในหกปีนบั แตว่ นั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใช้บงั คับ ใหก้ ระทรวงจัดให้มกี ารประเมินผลภายนอกครั้งแรกของ

สถานศกึ ษาทุกแหง่

27. ให้มีคณะกรรมการบรหิ ารสานักงานปฏิรูปการศึกษาจานวนกค่ี น

ก. จานวน 5 คน ข. จานวน 7 คน ค. จานวน 9 คน ง. จานวน 12 คน

ตอบ ค. มาตรา 76

ให้มคี ณะกรรมการบริหารสานกั งานปฏิรูปการศึกษาจานวนเกา้ คน ประกอบด้วยประธานกรรมการและ

กรรมการซึ่งคณะรฐั มนตรีแต่งต้ังจากผมู้ ีความรู้ความสามารถ มีประสบการณแ์ ละมีความเชยี่ วชาญด้านการบริหาร

การศกึ ษา การบริหารรัฐกิจ การบรหิ ารงานบุคคล การงบประมาณ การเงนิ และการคลงั กฎหมายมหาชน และ

กฎหมายการศึกษา ทง้ั น้ี จะตอ้ งมีผู้ทรงคุณวุฒิ ซงึ่ มใิ ชข่ ้าราชการหรือผู้ปฏบิ ัตงิ านในหน่วยงานของรฐั รวมอยู่ด้วยไม่

นอ้ ยกวา่ สามคน

28. คณะกรรมการบริหารและเลขาธิการมวี าระการดารงตาแหน่งตามข้อใด

ก. วาระเดียวเป็นเวลา 1 ปี ข. วาระเดยี วเปน็ เวลา 2 ปี

ค. วาระเดียวเปน็ เวลา 3 ปี ง. วาระเดียวเปน็ เวลา 4 ปี

ตอบ ค. มาตรา 76 วรรคทา้ ย

คณะกรรมการบรหิ ารและเลขาธกิ ารมีวาระการดารงตาแหน่งวาระเดียวเป็นเวลาสามปี เมื่อครบวาระแลว้ ให้

ยุบเลกิ ตาแหนง่ และสานกั งานปฏริ ูปการศึกษา

29. ให้มคี ณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการบรหิ ารสานกั งานปฏริ ปู การศึกษาคณะหน่งึ จานวนกคี่ น ทาหน้าท่ี

คัดเลือกบุคคลทสี่ มควรไดร้ ับการเสนอช่ือเป็นคณะกรรมการบริหารจานวนสองเท่าของจานวนประธานและ

กรรมการบรหิ าร

ก. จานวน 7 คน ข. จานวน 9 คน ค. จานวน 12 คน ง. จานวน 15 คน

ตอบ ง. มาตรา 77.

ใหม้ คี ณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการบรหิ ารสานักงานปฏริ ูปการศึกษาคณะหนึ่งจานวนสบิ ห้าคน ทาหน้าท่ี

คดั เลอื กบคุ คลทีส่ มควรไดร้ บั การเสนอชอ่ื เป็นคณะกรรมการบรหิ ารจานวนสองเท่าของจานวนประธานและ

กรรมการบริหาร เพ่ือเสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาแต่งต้ัง

30. ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้งั สานักงานปฏิรปู การศกึ ษา และมีอานาจกากบั ดแู ลกจิ การของ

สานักงานตามท่ีกาหนดไว้ในกฎหมายวา่ ด้วยองคก์ ารมหาชน

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 38

------------------------------------------------------------------------------

ก. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย ข. นายกรฐั มนตรี

ค. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ ข. ตามมาตรา 78

---------------------------

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 39

------------------------------------------------------------------------------
พระราชบญั ญตั ิ

การบริหารงานและการให้บริการภาครฐั ผ่านระบบดิจิทัล
พ.ศ. ๒๕๖๒

__________
พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รีสินทรมหาวชิราลงกรณ

พระวชิรเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

เปน็ ปีที่ ๔ ในรชั กาลปจั จบุ ัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกล้าเจ้าอยู่หัว มพี ระบรมราช
โองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศวา่
โดยท่เี ป็นการสมควรมีกฎหมายวา่ ดว้ ยการบริหารงานและการให้บรกิ ารภาครัฐผ่านระบบดิจทิ ัล
จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชบญั ญตั ิขน้ึ ไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอมของสภานติ ิบญั ญัติ
แห่งชาติทาหนา้ ที่รฐั สภา ดงั ต่อไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตนิ เ้ี รยี กว่า “พระราชบัญญตั กิ ารบรหิ ารงานและการให้บรกิ ารภาครัฐผ่าน
ระบบดจิ ิทลั พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญตั นิ ้ีให้ใชบ้ งั คับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัติน้ี
“ดจิ ทิ ัล” หมายความวา่ เทคโนโลยีทใ่ี ช้วธิ ีการนาสญั ลักษณศ์ ูนยแ์ ละหน่งึ หรอื สญั ลักษณ์อ่ืนมาแทนคา่
สิ่งทั้งปวง เพื่อใช้สร้างหรือก่อให้เกดิ ระบบตา่ ง ๆ เพ่ือให้มนษุ ยใ์ ช้ประโยชน์
“รฐั บาลดิจทิ ัล” หมายความว่า การนาเทคโนโลยีดิจทิ ัลมาใช้เปน็ เครอื่ งมือในการบรหิ ารงานภาครฐั และ
การบริการสาธารณะ โดยปรับปรุงการบริหารจัดการและบรู ณาการขอ้ มลู ภาครฐั และการทางานใหม้ ีความสอดคล้องและ
เชือ่ มโยงเข้าด้วยกันอยา่ งม่ันคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล เพอ่ื เพ่ิมประสทิ ธิภาพและอานวยความสะดวกในการใหบ้ ริการ
ประชาชน ในการเปดิ เผยข้อมูลภาครัฐตอ่ สาธารณชน และสรา้ งการมีส่วนร่วมของทกุ ภาคสว่ น
“หน่วยงานของรฐั ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภมู ิภาค ราชการสว่ นท้องถ่นิ
รฐั วิสาหกิจ องค์การมหาชน รฐั สภา ศาล องค์กรอิสระตามรฐั ธรรมนูญ องคก์ รอัยการ สถาบันอุดมศึกษาของรฐั และ
หน่วยงานอิสระของรัฐ
“สานักงาน” หมายความวา่ สานกั งานพัฒนารัฐบาลดจิ ทิ ัล (องคก์ ารมหาชน)
มาตรา ๔ เพ่ือให้การบริหารงานภาครัฐและการจัดทาบริการสาธารณะเป็นไปด้วยความสะดวก
รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อการให้บริการและการอานวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐจัด
ใหม้ กี ารบริหารงานและการจัดทาบริการสาธารณะในรูปแบบและชอ่ งทางดจิ ิทัลโดยมกี ารบรหิ ารจัดการและการบูรณาการ
ข้อมลู ภาครฐั และการทางานใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกันและเชือ่ มโยงเขา้ ดว้ ยกนั อย่างมนั่ คงปลอดภยั และมธี รรมาภบิ าล โดย
มงุ่ หมายในการเพิม่ ประสทิ ธิภาพและอานวยความสะดวกในการใหบ้ รกิ ารและการเขา้ ถงึ ของประชาชน และในการเปิดเผย
ข้อมูลภาครัฐต่อสาธารณะและสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคสว่ น
ในการดาเนนิ การตามวรรคหน่ึง อย่างนอ้ ยตอ้ งเป็นไปเพื่อวัตถปุ ระสงค์ ดังต่อไปน้ี

_______
[๑] ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนท่ี ๖๗ ก/หน้า ๕๗/๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 40

------------------------------------------------------------------------------
(๑) การนาระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ในการบรหิ ารและการให้บริการของหนว่ ยงานของรฐั ทกุ แหง่ เพ่อื

เพมิ่ ประสิทธิภาพและใหม้ ีการใชร้ ะบบดิจิทลั อยา่ งคมุ้ ค่าและเตม็ ศักยภาพ

(๒) การพัฒนามาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวธิ กี ารเก่ียวกบั ระบบดจิ ิทลั และพัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐานด้าน

ดิจิทัลท่ีจาเป็น ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพือ่ สร้างและพัฒนากระบวนการทางานของหน่วยงานของรัฐใหม้ ีความ

สอดคลอ้ งและมีการเช่ือมโยงและแลกเปลีย่ นข้อมลู ระหว่างกนั รวมทัง้ มีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชอื่ ถือ โดยมกี ารบูร

ณาการและสามารถทางานรว่ มกันอย่างเปน็ เอกภาพเกิดการพฒั นาการบริการภาครัฐทมี่ ปี ระสิทธภิ าพและนาไปสู่การ

บรหิ ารราชการและการบริการประชาชนแบบบรู ณาการ รวมทง้ั ให้ประชาชนเขา้ ถงึ ได้โดยสะดวก

(๓) การสร้างและพฒั นาระบบความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ระบบดิจิทัลและมาตรการปกปอ้ งคุ้มครอง

ข้อมลู ท่ีอาจกระทบถงึ ความมัน่ คงหรือความเปน็ ส่วนตวั ของประชาชนที่มีความพร้อมใช้และนา่ เชื่อถือ

(๔) การเปดิ เผยข้อมลู หรือข่าวสารสาธารณะท่ีหน่วยงานของรัฐจัดทาและครอบครองในรปู แบบและ

ชอ่ งทางดจิ ิทลั เพ่อื ให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก มีสว่ นร่วมและตรวจสอบการดาเนนิ งานของรัฐ และสามารถนา

ข้อมูลไปพฒั นาบรกิ ารและนวตั กรรมที่จะเปน็ ประโยชน์ต่อประเทศในดา้ นตา่ ง ๆ

(๕) การรักษาวินยั การเงนิ การคลงั ภาครัฐและเพิ่มประสทิ ธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความ

คมุ้ ค่าและเป็นไปตามเป้าหมาย โดยมกี ารติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความคุ้มค่าในการดาเนนิ งานเพอื่ ให้เป็นไปตาม

การบริหารงานภาครัฐและการจดั ทาบรกิ ารสาธารณะผ่านระบบดจิ ิทลั รวมท้งั พัฒนาใหม้ ีกลไกการใชข้ ้อมูลเพื่อลดความ
ซา้ ซอ้ นและเกดิ ความสอดคลอ้ งกบั แผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานของรฐั

มาตรา ๕ ให้มีแผนพัฒนารัฐบาลดจิ ิทลั เพื่อกาหนดกรอบและทศิ ทางการบรหิ ารงานภาครฐั และการ

จัดทาบรกิ ารสาธารณะในรูปแบบของเทคโนโลยีดจิ ิทัลเพอื่ การพฒั นาประเทศ มีการปฏบิ ัติงานท่ีสอดคลอ้ งกันระหว่าง

หนว่ ยงานของรฐั และมกี รอบการพัฒนาและแผนการดาเนนิ งานของประเทศโดยสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคต์ ามมาตรา ๔

ยทุ ธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง

ในแผนพัฒนารฐั บาลดจิ ิทลั ตามวรรคหน่งึ อาจกาหนดให้หน่วยงานของรัฐท่มี ีภารกิจเกย่ี วข้องกนั จัดทา

ระบบบูรณาการขอ้ มูลดจิ ทิ ัลระหว่างกนั และกาหนดรายชอื่ หน่วยงานของรฐั ท่ีต้องเผยแพรข่ อ้ มลู ท่ีศนู ย์กลางข้อมลู เปดิ

ภาครัฐไว้ดว้ ยได้

เมอ่ื มีการประกาศใช้แผนพัฒนารัฐบาลดิจทิ ัลแลว้ ให้หน่วยงานของรฐั ดาเนินการตามแผนดงั กล่าวและ

ตอ้ งจัดทาหรอื ปรบั ปรุงแผนปฏบิ ตั ิการหรอื แผนงานของหน่วยงานของรฐั ใหส้ อดคล้องกับแผนพัฒนารัฐบาลดจิ ิทัล พร้อม

ทั้งสง่ แผนปฏิบัติการหรอื แผนงานดังกล่าวให้สานักงานทราบด้วย

มาตรา ๖ ใหม้ ีคณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดิจิทลั ประกอบดว้ ย

(๑) นายกรัฐมนตรเี ปน็ ประธานกรรมการ
(๒) รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงดิจิทัลเพอ่ื เศรษฐกิจและสังคม ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการ

อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้อานวยการสานัก

งบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และเลขาธิการ

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ
(๓) กรรมการอ่ืนจานวนหา้ คน ซึง่ มาจากกรรมการผูท้ รงคุณวฒุ ิในคณะกรรมการดจิ ิทัลเพื่อเศรษฐกจิ

และสงั คมแหง่ ชาติ คณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ คณะกรรมการข้อมูลขา่ วสารของราชการ คณะกรรมการ

ค้มุ ครองข้อมลู ส่วนบคุ คล และคณะกรรมการการรักษาความมัน่ คงปลอดภัยไซเบอรแ์ หง่ ชาติ ซึ่งคณะกรรมการดงั กล่าว

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 41

------------------------------------------------------------------------------
มอบหมายคณะละหนึง่ คน เป็นกรรมการ ท้งั น้ี ตอ้ งเปน็ ผูซ้ ึ่งมีความรู้ความเชย่ี วชาญอนั จะเป็นประโยชนต์ ่อการปฏบิ ัติ

หนา้ ท่ขี องคณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดจิ ทิ ัล

ใหผ้ อู้ านวยการสานกั งานเป็นกรรมการและเลขานกุ าร และอาจแต่งต้ังผู้ปฏิบตั งิ านในสานกั งานเปน็

ผชู้ ่วยเลขานุการไดไ้ มเ่ กินสองคน

กรรมการตาม (๓) หากพ้นจากการเป็นกรรมการหรอื ตอ้ งหยดุ ปฏบิ ัติหนา้ ที่ในคณะกรรมการท่ตี นได้รับ

มอบหมาย ใหพ้ ้นจากการเป็นกรรมการพฒั นารฐั บาลดจิ ทิ ัลด้วย

ในกรณีท่มี ีเหตุไม่วา่ ด้วยประการใด ๆ อนั ทาให้ไมม่ ีกรรมการตาม (๑) (๒) หรอื (๓) ในตาแหน่งใด ให้

คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจิทัลประกอบด้วยกรรมการทง้ั หมดเทา่ ท่ีมีอยู่ เว้นแต่มกี รรมการไมถ่ งึ ก่งึ หนงึ่ ของจานวน

กรรมการท้ังหมด

การปฏบิ ัติหนา้ ทแี่ ละการประชุมของคณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดจิ ิทัล ให้เป็นไปตามระเบียบท่ี

คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ิทลั กาหนด ในกรณีที่คณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดิจิทลั ยังมิไดก้ าหนดเกย่ี วกับการประชมุ

ในเรือ่ งใด ให้นาบทบญั ญัตวิ า่ ด้วยคณะกรรมการทมี่ ีอานาจพจิ ารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าดว้ ยวธิ ีปฏบิ ตั ริ าชการ

ทางปกครองในเร่ืองนนั้ มาใช้บังคบั แก่การประชุมของคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจทิ ลั โดยอนโุ ลม

มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ิทัลมหี น้าทีแ่ ละอานาจ ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) เสนอแนะนโยบายและจัดทาแผนพฒั นารฐั บาลดจิ ทิ ัลตามมาตรา ๕ ตอ่ คณะรฐั มนตรี
(๒) จัดทาธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐเพ่ือเป็นหลกั การและแนวทางในการดาเนนิ การให้เป็นไปเพื่อ

พิจารณาอนุมัตติ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี

(๓) กาหนดมาตรฐาน ข้อกาหนด และหลกั เกณฑ์เก่ียวกับระบบดิจิทัลเพ่อื ดาเนนิ การให้เป็นไปตาม

วตั ถุประสงค์ตามมาตรา ๔ วรรคสอง และตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญตั ินี้

(๔) กาหนดแนวทางการพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรภาครัฐเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานและการให้บริการ

ภาครฐั ผ่านระบบดจิ ิทัล

(๕) เสนอแนะต่อคณะรฐั มนตรีในการจดั ให้มีหรอื ปรบั ปรุงกฎหมายทีเ่ กยี่ วข้องเพ่ือให้เป็นไปตาม

เปา้ หมายและวตั ถปุ ระสงค์ตามมาตรา ๔ และอาจเสนอตอ่ ผู้รักษาการตามกฎหมายในการพิจารณายกเวน้ หรอื ลด

คา่ ธรรมเนยี ม ค่าบรกิ าร คา่ ปรบั หรือคา่ ใช้จา่ ยอ่นื ใด เพ่ือประโยชน์ในการดาเนนิ การให้เป็นไปตามวตั ถุประสงคข์ อง

พระราชบญั ญตั ินี้

(๖) ให้คาแนะนาหรอื ขอ้ เสนอแนะแกห่ น่วยงานของรัฐในการดาเนินการตามแผนพฒั นารฐั บาลดิจทิ ัล

และตามพระราชบัญญัตินี้

(๗) กากบั และติดตามให้หนว่ ยงานของรัฐมกี ารดาเนินการใหเ้ ปน็ ไปตามแผนพัฒนารฐั บาลดิจทิ ัล
รวมทง้ั เสนอแนะตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอ่ื ใหม้ ีการดาเนนิ งานตามยทุ ธศาสตร์ เป้าหมาย และโครงการในแผนดงั กลา่ ว

(๘) กากับและตดิ ตามการดาเนินงานของศูนยแ์ ลกเปลย่ี นข้อมลู กลาง และศูนย์กลางขอ้ มูลเปิดภาครัฐ

(๙) ออกระเบยี บหรอื ประกาศเพอื่ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตนิ ้ี

(๑๐) ปฏิบัติหนา้ ทอี่ ่ืนตามทีน่ ายกรฐั มนตรหี รือคณะรฐั มนตรมี อบหมาย หรอื ตามท่มี กี ฎหมาย
กาหนดให้เป็นหนา้ ที่ของคณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจทิ ลั

เพ่อื ประโยชน์ในการปฏิบัตงิ านตามวรรคหนงึ่ คณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดิจิทลั อาจแตง่ ตั้ง

คณะอนุกรรมการหรือบุคคลใดเพ่ือปฏบิ ตั ิการตามทค่ี ณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดิจทิ ลั มอบหมาย

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 42

------------------------------------------------------------------------------
แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตาม (๑) และการกาหนดมาตรฐาน ข้อกาหนด และหลักเกณฑ์ตาม (๓)

และระเบียบหรือประกาศตาม (๙) เม่ือได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

มาตรา ๘ ธรรมาภบิ าลข้อมูลภาครัฐตามมาตรา ๗ (๒) อยา่ งนอ้ ยต้องประกอบดว้ ย

(๑) การกาหนดสทิ ธิ หน้าที่ และความรับผดิ ชอบในการบรหิ ารจัดการขอ้ มูลของหนว่ ยงานของรัฐ

รวมถงึ สทิ ธิและหน้าท่ีของผู้ครอบครองหรือควบคมุ ข้อมูลดังกล่าวในทุกขนั้ ตอน

(๒) การมีระบบบริหารและกระบวนการจัดการและคุ้มครองข้อมลู ทค่ี รบถว้ น ตั้งแตก่ ารจดั ทา การ

จัดเกบ็ การจาแนกหมวดหมู่ การประมวลผลหรอื ใช้ขอ้ มูล การปกปิดหรือเปิดเผยขอ้ มูล การตรวจสอบ และการทาลาย

(๓) การมีมาตรการในการควบคมุ และพัฒนาคณุ ภาพขอ้ มลู เพือ่ ใหข้ ้อมูลมคี วามถูกต้องครบถว้ น พรอ้ ม

ใช้งาน เป็นปัจจบุ ัน สามารถบูรณาการและมคี ุณสมบตั ิแลกเปล่ียนกนั ได้ รวมทง้ั มกี ารวดั ผลการบริหารจัดการข้อมูล

เพือ่ ใหห้ นว่ ยงานของรัฐมีข้อมลู ทีม่ ีคณุ ภาพและต่อยอดนวตั กรรมจากการใช้ข้อมลู ได้

(๔) การกาหนดนโยบายหรือกฎเกณฑก์ ารเข้าถงึ และใช้ประโยชน์จากขอ้ มูลทชี่ ัดเจนและมรี ะบบบริหาร

จดั การ รวมทง้ั มมี าตรการและหลักประกันในการคุม้ ครองข้อมูลทีอ่ ยใู่ นความครอบครองให้มคี วามม่นั คงปลอดภยั และมิ

ใหข้ อ้ มลู ส่วนบคุ คลถกู ละเมดิ

(๕) การจัดทาคาอธิบายชุดขอ้ มูลดิจิทัลของภาครัฐ เพอ่ื ให้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสรา้ งของขอ้ มูล

เนื้อหาสาระ รปู แบบการจัดเก็บ แหลง่ ข้อมลู และสิทธใิ นการเข้าถึงข้อมลู
มาตรา ๙ ใหป้ ระธานกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจิทลั กรรมการพัฒนารฐั บาลดิจทิ ลั หรืออนุกรรมการ

และบุคคลซึง่ คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจิทัลแต่งตงั้ ไดร้ ับเบยี้ ประชมุ หรือคา่ ตอบแทนตามหลกั เกณฑท์ ่ีคณะรฐั มนตรี

กาหนด

มาตรา ๑๐ ใหส้ านักงานทาหน้าทีอ่ านวยการและสนับสนนุ การปฏบิ ตั ิงานตามทคี่ ณะกรรมการพฒั นา

รฐั บาลดิจิทลั มอบหมาย รวมทั้งรับผดิ ชอบงานธรุ การและวชิ าการของคณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดิจทิ ัล และให้

สานักงานดาเนนิ การดังตอ่ ไปน้ีดว้ ย

(๑) จดั ทารา่ งแผนพัฒนารฐั บาลดิจิทลั ตามแนวทางที่คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจทิ ลั กาหนดและร่าง

มาตรฐาน ข้อกาหนด และหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๗ (๓) เสนอคณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจิทัล

(๒) ประสานงาน แนะนา และให้ความช่วยเหลือแกห่ น่วยงานของรัฐในการดาเนินการให้เป็นไปตาม

แผนพฒั นารัฐบาลดิจทิ ัลตามมาตรา ๗ (๑) และมาตรฐาน ข้อกาหนด และหลกั เกณฑต์ ามมาตรา ๗ (๓) และตาม

พระราชบัญญัตนิ ้ี

(๓) สารวจเก็บรวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะห์ และวิจยั เพื่อจัดทาตัวช้วี ดั ดชั นีสนับสนนุ การพฒั นารัฐบาล

ดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทลั
(๔) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตามมาตรา ๗ (๑) มาตรฐาน

ข้อกาหนด และหลกั เกณฑ์ตามมาตรา ๗ (๓) และแผนปฏิบัตกิ ารหรอื แผนงานของหน่วยงานของรฐั ตามมาตรา ๕ วรรคสาม

เพ่อื รายงานผลตอ่ คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจทิ ลั

(๕) สนับสนุนการเชื่อมโยงบรกิ ารดิจิทลั ของหนว่ ยงานของรัฐใหเ้ กดิ บริการสาธารณะแบบเบ็ดเสรจ็ ตามที่
คณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดิจิทลั กาหนด เพื่ออานวยความสะดวกใหแ้ ก่ประชาชน

(๖) ส่งเสริมและสนบั สนุนการใหบ้ รกิ ารทางวชิ าการและความรเู้ กีย่ วกบั ระบบดิจิทลั เพอ่ื ยกระดับทกั ษะ

ความรู้ความสามารถของเจา้ หน้าท่ีของรัฐเพื่อประโยชน์ในการปฏบิ ตั หิ น้าท่แี ละดาเนินการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 43

------------------------------------------------------------------------------
(๗) ปฏิบัติหน้าทีอ่ ืน่ ตามทค่ี ณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจทิ ัลกาหนด

มาตรา ๑๑ เพอื่ ประโยชนใ์ นการบรหิ ารงานภาครัฐและการบรกิ ารประชาชนในรูปแบบและช่องทาง

ดิจทิ ัล ในกรณีท่ีกฎหมาย กฎ หรือระเบยี บใดกาหนดให้ผู้ขอรับอนมุ ตั ิ อนุญาต หรือใบอนุญาต หรือผู้ยื่นขอจดทะเบียน

หรือจดแจ้ง หรือผู้แจ้ง ต้องใช้เอกสารหรือหลักฐานของทางราชการที่หนว่ ยงานของรฐั ออกให้ เพื่อประกอบการ

พิจารณาหรือดาเนนิ การตามกฎหมาย กฎ หรือระเบยี บ ใหผ้ ู้มีอานาจอนุมัติ อนญุ าต ออกใบอนุญาต รับจดทะเบยี น รบั

จดแจง้ หรือรับแจ้งน้ัน ดาเนินการให้หน่วยงานของรัฐท่ีออกเอกสารหรือหลกั ฐานของราชการเช่นว่านนั้ สง่ ข้อมลู หรอื

สาเนาเอกสารหรอื หลักฐานดงั กลา่ วผา่ นช่องทางดิจทิ ัลมาเพอ่ื ประกอบการพิจารณาหรอื ดาเนินการตามกฎหมาย กฎ หรอื

ระเบียบดงั กล่าว ในการน้ี หา้ มมใิ หเ้ รียกเก็บคา่ ใช้จา่ ยท่ีเกดิ จากการทาสาเนาดังกลา่ วจากหนว่ ยงานของรัฐท่ีขอเอกสาร เวน้

แตก่ ฎหมาย กฎ หรอื ระเบียบดังกลา่ วกาหนดไวเ้ ป็นอย่างอื่น

ในกรณีท่ีมีการเชอื่ มโยงข้อมูลดิจทิ ัลจากหน่วยงานของรฐั ที่เก่ียวข้องตามวรรคหน่ึงแล้ว ใหถ้ ือวา่ ได้มีการยน่ื

เอกสารหรือหลกั ฐานมาแสดงตามกฎหมายของหน่วยงานของรฐั นั้นแลว้

มาตรา ๑๒ เพื่อใหก้ ารบริหารงานและการใหบ้ รกิ ารภาครัฐผ่านระบบดจิ ิทัลเปน็ ไปตามวัตถุประสงค์
ตามมาตรา ๔ และเกดิ การบรู ณาการร่วมกนั ใหห้ นว่ ยงานของรัฐจดั ทาธรรมาภบิ าลข้อมลู ภาครฐั ในระดับหน่วยงาน และ

ดาเนินการดงั ต่อไปน้ีให้เป็นไปตามธรรมาภบิ าลขอ้ มลู ภาครัฐตามมาตรา ๘

(๑) จัดทาข้อมลู ตามภารกจิ ให้อยใู่ นรปู แบบข้อมูลดิจทิ ลั โดยเปน็ ขอ้ มลู ทม่ี คี วามสมบรู ณ์เชอื่ ถอื ได้ และ

สามารถใช้ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ มีความถกู ต้องและเป็นปจั จบุ นั สามารถแลกเปล่ียนกบั หน่วยงานของรฐั แห่งอน่ื และ

นาไปประมวลผลต่อไปได้

(๒) จัดทากระบวนการหรือการดาเนินงานทางดิจทิ ัลเพอ่ื การบรหิ ารราชการแผน่ ดินและการให้บริการ

ประชาชน กระบวนการหรือการดาเนินงานทางดิจิทัลน้ันต้องทางานร่วมกันได้ตามมาตรฐาน ข้อกาหนด และ

หลักเกณฑ์ท่คี ณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ิทัลกาหนด เพอื่ ให้มีความสอดคล้องและเชอื่ มโยงระหวา่ งหนว่ ยงานของรัฐ

แห่งอน่ื ได้ โดยมุง่ เน้นถงึ การอานวยความสะดวกและการเข้าถงึ ของประชาชนท่ีเป็นไปตามมาตรฐานและมีการบูรณาการ

ขอ้ มูลระหวา่ งหนว่ ยงานของรัฐเปน็ สาคัญ

(๓) จัดให้มีระบบการชาระเงนิ ทางดิจิทลั อีกชอ่ งทางหนึง่ กรณีท่ีมกี ฎหมายกาหนดใหห้ นว่ ยงานของรฐั

สามารถเรยี กเกบ็ เงนิ คา่ ธรรมเนยี ม ค่าบริการ คา่ ปรบั หรอื คา่ ใช้จ่ายอ่นื ใดจากประชาชนจากการใหบ้ รกิ ารของหนว่ ยงาน

ของรัฐนั้น และอาจตกลงกบั หนว่ ยงานของรฐั แห่งอืน่ ให้จดั เก็บเงนิ ดังกล่าวแทนได้

(๔) จัดให้มรี ะบบการพิสูจนแ์ ละยนื ยันตัวตนทางดิจิทัล เพื่อประโยชนใ์ นการอานวยความสะดวกในการ

บรกิ ารประชาชน ซึง่ มมี าตรฐานและแนวทางท่ีสอดคล้องกนั ตามทีค่ ณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดิจิทัลกาหนด

(๕) จดั ใหม้ มี าตรการหรือระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าสู่บริการดิจทิ ัลของหนว่ ยงานของ

รัฐ เพ่อื ใหม้ คี วามพรอ้ มใช้ น่าเชื่อถอื และสามารถตรวจสอบได้ โดยอย่างนอ้ ยต้องจดั ใหม้ ีระบบป้องกนั หรอื รบั มือกบั ภัย

คกุ คามหรอื ความเสยี่ งทางไซเบอร์ตามกฎหมายว่าดว้ ยการรักษาความมั่นคงปลอดภยั ไซเบอร์

(๖) จดั ใหม้ ีการพัฒนาทักษะบคุ ลากรภาครัฐใหม้ ีความรู้ความสามารถในการดาเนนิ งานด้านการ

บรหิ ารงานและการใหบ้ รกิ ารภาครัฐผ่านระบบดิจิทลั ใหเ้ ปน็ ไปตามแผนพัฒนารฐั บาลดิจิทลั

(๗) ให้มีการทบทวนแผนปฏบิ ัติการหรอื แผนงาน นโยบาย และแนวปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับการบริหารงานและ

การให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐ โดยต้องจัดให้มีการประเมินผลการดาเนนิ งานตามแผน

นโยบาย และแนวปฏิบัตดิ งั กล่าวด้วย ทงั้ น้ี อยา่ งนอ้ ยปลี ะหนง่ึ ครงั้

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 44

------------------------------------------------------------------------------
การจดั ทาข้อมูลใหอ้ ยใู่ นรปู แบบขอ้ มูลดิจิทัลตาม (๑) ให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑท์ ่ี

คณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดิจิทัลกาหนด

กรณหี น่วยงานของรัฐจะจัดทาขอ้ มลู ดิจทิ ลั ตาม (๑) เพอ่ื ประโยชนใ์ นการปฏบิ ัตงิ านของหน่วยงานของ

ตน หากมีหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นซ่งึ มหี น้าทแ่ี ละอานาจรบั ผิดชอบในการจัดทาหรอื รวบรวมข้อมูลดิจิทัลนั้นไว้เป็นข้อมลู หลกั

ในเรอื่ งดงั กลา่ วแลว้ ไมว่ ่าท้ังหมดหรือบางส่วน ใหห้ น่วยงานของรัฐดังกล่าวจัดให้มีการเช่ือมโยงและแลกเปล่ียนข้อมูล

ดิจิทัลน้ันระหว่างกันโดยไม่จาต้องจัดทาข้อมูลขน้ึ ใหม่ทงั้ หมด โดยคณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดิจิทัลอาจวางระเบียบใน

การดาเนนิ การดงั กลา่ ว ทงั้ นี้ ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมลู ภาครัฐ

มาตรา ๑๓ เพอ่ื ประโยชน์ในการบรหิ ารราชการแผน่ ดินและการให้บริการประชาชน ให้หนว่ ยงานของรัฐ

จดั ใหม้ กี ารเชื่อมโยงและแลกเปล่ียนข้อมูลดิจิทัลทม่ี กี ารจดั ทาและครอบครองตามทห่ี นว่ ยงานของรัฐแหง่ อ่นื รอ้ งขอ ทจ่ี ะ

เกิดการบรู ณาการร่วมกนั

มาตรา ๑๔ หนว่ ยงานของรฐั ผูร้ ับขอ้ มูลดจิ ทิ ัลตามมาตรา ๑๓ ตอ้ งใชข้ ้อมูลตามวัตถุประสงค์ในหน้าที่

และอานาจของตนเท่าน้ัน และต้องดูแลรักษาข้อมูลให้มคี วามมั่นคงปลอดภัย ไม่มกี ารเปดิ เผยหรอื โอนขอ้ มลู ไปยังบุคคล

ทไี่ ม่มีสิทธิเข้าถงึ ขอ้ มลู

มาตรา ๑๕ ให้มศี ูนยแ์ ลกเปล่ียนข้อมลู กลางทาหนา้ ท่ีเปน็ ศูนยก์ ลางในการแลกเปลีย่ นขอ้ มูลดิจิทัลและ

ทะเบียนดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพอื่ สนับสนนุ การดาเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บรกิ ารประชาชนผ่าน

ระบบดจิ ิทลั และดาเนนิ การในเรอ่ื งดังตอ่ ไปน้ี

(๑) กาหนดนโยบายและมาตรฐานเก่ียวกบั การเช่อื มโยงและแลกเปล่ยี นขอ้ มูลดิจิทัลเสนอต่อ

คณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดจิ ทิ ลั ใหค้ วามเห็นชอบ

(๒) ประสานและให้ความชว่ ยเหลือแกห่ น่วยงานของรฐั ในการเช่อื มโยงและแลกเปลีย่ นข้อมูลดิจิทลั

ระหวา่ งกัน รวมท้งั กากับตดิ ตามใหก้ ารดาเนินการดงั กล่าวเป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกนั ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร

และเงือ่ นไขที่คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ิทัลกาหนด

(๓) จัดทาคาอธิบายชุดข้อมูลดิจิทัลของภาครัฐ และจัดเก็บบันทึกหลักฐานของการเชื่อมโยงและ
แลกเปลี่ยนขอ้ มูลดิจทิ ัล

(๔) เร่ืองอ่นื ๆ ตามท่คี ณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดิจทิ ลั มอบหมาย

มาตรา ๑๖ ภายใต้บทบญั ญัติแหง่ กฎหมายวา่ ด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีท่ีหน่วยงาน

ของรัฐได้มาซ่ึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือมีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในความครอบครอง หากหน่วยงานของรฐั ประสงค์จะใช้

ขอ้ มลู ส่วนบุคคลดงั กลา่ วในรูปแบบข้อมลู ดจิ ทิ ัลเพ่ือประโยชน์ในการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ หน่วยงานของรัฐนั้นสามารถ

ขอเชื่อมโยงและแลกเปล่ียนขอ้ มูลส่วนบคุ คลนั้นจากหน่วยงานของรัฐท่ีครอบครองเพอื่ นามาวเิ คราะห์หรอื ประมวลผลได้

มาตรา ๑๗ ใหห้ นว่ ยงานของรฐั จัดทาข้อมลู ท่ีต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าดว้ ยขอ้ มลู ข่าวสารของ

ราชการในรปู แบบขอ้ มูลดิจทิ ลั ตอ่ สาธารณะ โดยต้องให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถงึ ได้อย่างเสรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

และสามารถนาไปเผยแพร่ ใช้ประโยชน์ หรอื พฒั นาบรกิ ารและนวตั กรรมในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ทงั้ นี้ มาตรฐานและ

หลักเกณฑ์การเปดิ เผยข้อมลู ใหเ้ ป็นไปตามที่คณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ัลกาหนด ซึ่งต้องเปน็ ไปเพอ่ื ประโยชนใ์ นการ

อานวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเขา้ ถงึ ข้อมลู

มาตรา ๑๘ เพ่ืออานวยความสะดวกในการให้บรกิ ารแกป่ ระชาชนและการดาเนินงานของหน่วยงานของ

รัฐผา่ นระบบดจิ ิทลั ให้มีศนู ย์กลางข้อมูลเปิดภาครฐั ในสานกั งานทาหน้าทใี่ นการประสานงานใหห้ นว่ ยงานของรัฐจัดสง่


Click to View FlipBook Version