The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักทรัพยากรบุคคล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sk.dsd0478, 2022-06-23 23:24:50

นักทรัพยากรบุคคล

นักทรัพยากรบุคคล

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 95

------------------------------------------------------------------------------

3. ใช้กระดาษตามคาสง่ั ของผู้บังคบั บญั ชา 4. ใชก้ ระดาษเปล่า

ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 14. หนงั สอื ประทับตรา ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จดั ทาตามแบบที่ 3 ท้ายระเบยี บ

35. รายละเอยี ดของ”หนงั สอื ประทบั ตรา”ตามข้อ 30. ในส่วนของ “ขอ้ ความ”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามข้อใด

1. ใหล้ งสาระสาคัญของเร่ืองให้ชัดเจนและเขา้ ใจตามรปู แบบทางการพธิ ี

2. ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องใหช้ ัดเจนและเขา้ ใจง่าย หากมีความประสงค์ หลายประการ ให้แยกเปน็ ยอ่ หน้า

3. ใหล้ งสาระสาคัญของเร่ืองใหช้ ัดเจนและเข้าใจงา่ ย หากมคี วามประสงค์ หลายประการ ใหแ้ ยกเป็นข้อๆ

เท่าน้ัน

4. ให้ลงสาระสาคัญของเร่ืองใหช้ ัดเจนและเขา้ ใจง่าย

ตอบ 4. แนวคิด ขอ้ 14. หนังสอื ประทับตรา ใช้กระดาษตราครุฑ และใหจ้ ดั ทาตามแบบที่ 3 ท้ายระเบียบ โดย

กรอกรายละเอียดดงั นี้

14.3 ข้อความ ใหล้ งสาระสาคัญของเรื่องใหช้ ัดเจนและเข้าใจง่าย

36. รายละเอยี ดของหนังสอื ประทับตราตามข้อ 30. ในสว่ นของ “ตราช่อื สว่ นราชการ”.. ใหป้ ระทบั ตราตามข้อใด

1. ให้ประทบั ตราชอ่ื ส่วนราชการตามข้อ 72 ดว้ ยหมกึ นา้ เงิน

2. ให้ประทับตราชื่อสว่ นราชการตามขอ้ 72 ดว้ ยหมึกแดง

3. ใหป้ ระทบั ตราชอ่ื ส่วนราชการตามข้อ 72 ดว้ ยหมึกน้าเงิน และใหผ้ ู้รบั ผดิ ชอบลงลายมือชื่อย่อกากับตรา

4. ให้ประทบั ตราชอ่ื ส่วนราชการตามข้อ 72 ด้วยหมึกแดง และใหผ้ ้รู ับผดิ ชอบลงลายมือชอ่ื ย่อกากบั ตรา

ตอบ 4. แนวคิด ขอ้ 14. หนังสอื ประทับตรา ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดทาตามแบบที่ 3 ทา้ ยระเบียบ โดย

กรอกรายละเอียดดงั นี้

14. 5 ตราช่อื สว่ นราชการ ใหป้ ระทบั ตราชอื่ สว่ นราชการตามข้อ 72 ด้วยหมกึ แดง และใหผ้ ู้รบั ผิดชอบลง

ลายมือชอ่ื ย่อกากับตรา

37. หนังสือสง่ั การ ตามระเบียบน้ี ใหใ้ ช้ตามแบบในข้อใด

1. ตามแบบที่กาหนดไวใ้ นกฎกระทรวง 2. ตามแบบทีก่ าหนดไว้ในระเบียบนี้

3. ตามแบบท่ีกาหนดไวใ้ นมตคิ ณะรฐั มนตรี 4. ถูกทุกข้อ

ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 15. หนงั สอื สั่งการ ใหใ้ ชต้ ามแบบ ที่กาหนดไวใ้ นระเบยี บน้ี เว้นแต่จะมีกฎหมายกาหนด

แบบไว้โดยเฉพาะ

38. หนังสอื สั่งการ ตามระเบยี บน้ี มกี ี่ชนดิ

1. 2 ชนิด 2. 3 ชนดิ 3. 4 ชนดิ 4. 5 ชนิด

ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 15 วรรคสอง หนังสอื สง่ั การ มี 3 ชนิด ได้แก่ คาส่ัง ระเบยี บ และข้อบงั คับ

39. “คาส่ัง” ซึ่งเปน็ หนังสือสงั่ การชนิดหนึ่งในระเบียบน้ี ใชก้ ระดาษตามข้อใด

1. ใช้ กระดาษตราของกระทรวง ทบวง กรมตามท่ีออก และใหจ้ ัดทาตามแบบท่ี 4 ทา้ ยระเบยี บ

2. ใช้ กระดาษตราครฑุ และให้จดั ทาตามแบบท่ี 4 ทา้ ยระเบียบ

3. ใช้ กระดาษของหนว่ ยงานราชการนนั้ และใหจ้ ัดทาตามแบบท่ี 4 ทา้ ยระเบยี บ

4. จะใชก้ ระดาษหรอื สัง่ การเป็นวาจากย็ อ่ มได้

ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 16. คาสั่ง คือ บรรดาข้อความท่ีผบู้ ังคับบญั ชาสั่งการให้ปฏิบตั ิโดยชอบดว้ ยกฎหมายใช้

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 96

------------------------------------------------------------------------------
กระดาษตราครุฑ และให้จดั ทาตามแบบท่ี 4 ท้ายระเบยี บ

40. รายละเอยี ดของ “คาสั่ง” ในระเบยี บน้ี ในส่วนของ “คาสัง่ ”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามขอ้ ใด

1. ให้ลงชื่อส่วนราชการและตาแหนง่ ของผูม้ ีอานาจที่ออกคาสั่ง

2. ให้ลงชือ่ ส่วนราชการหรือตาแหนง่ ของผูม้ ีอานาจท่ีออกคาส่ัง

3. ให้ลงช่ือส่วนราชการท่ีออกคาสงั่

4. ให้ลงตาแหน่งของผูม้ อี านาจทอ่ี อกคาสัง่

ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 16. คาสั่ง คอื บรรดาข้อความท่ีผ้บู ังคบั บญั ชาส่ังการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้

กระดาษตราครุฑ และใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 4 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ดดังน้ี

16.1 คาสง่ั ให้ลงชอ่ื สว่ นราชการหรอื ตาแหนง่ ของผมู้ ีอานาจที่ออกคาสง่ั

41. รายละเอยี ดของ “คาสง่ั ” ในระเบียบนี้ ในส่วนของ “ขอ้ ความ”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามข้อใด

1. ให้อา้ งเหตทุ ี่ออกคาส่ังและข้อความตา่ งๆ

2. ใหอ้ า้ งเหตุท่ีออกคาสั่ง และอา้ งถึงอานาจท่ีให้ออกคาสงั่ (ถา้ มี) ไว้ดว้ ย

3. ใหอ้ า้ งเหตุท่ีออกคาส่งั และอา้ งถึงอานาจที่ให้ออกคาสัง่ (ถา้ ม)ี ไวด้ ว้ ย และจงึ ลงข้อความท่ีส่งั และวันใช้

บังคบั

4. ใหอ้ ้างเหตุที่ออกคาส่ัง และอ้างถึงอานาจท่ีให้ออกคาส่ัง (ถา้ มี) ไว้ด้วย และจงึ ลงข้อความที่สัง่ และวนั ใช้

บงั คบั ท้ังจะตอ้ งอา้ งช่ือผูบ้ งั คบั บัญชาในหนว่ ยงานน้ันๆด้วย

ตอบ 3. แนวคดิ ขอ้ 16. คาสั่ง คอื บรรดาข้อความที่ผบู้ งั คบั บัญชาสัง่ การใหป้ ฏิบตั ิโดยชอบดว้ ยกฎหมาย ใช้

กระดาษตราครุฑ และให้จดั ทาตามแบบท่ี 4 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียดดงั นี้

16.4 ข้อความ ให้อา้ งเหตุท่ีออกคาสง่ั และอา้ งถึงอานาจที่ให้ออกคาส่ัง (ถ้ามี) ไว้ดว้ ย และจงึ ลงข้อความที่

สง่ั และวันใชบ้ ังคบั

42. คาวา่ “ระเบียบ” ซึง่ เป็นหนงั สอื ส่งั การอย่างหนง่ึ ตามที่บัญญตั ไิ ว้ในระเบยี บนี้ คือความหมายตามขอ้ ใด

1. บรรดาขอ้ ความทผ่ี ้มู ีอานาจหน้าที่ได้วางไว้โดยจะต้องอาศัยอานาจของกฎหมายเท่านั้น เพ่อื ถือเปน็ หลกั

ปฏิบตั งิ านเป็นการประจา

2. บรรดาข้อความท่ผี ้มู ีอานาจหนา้ ทีไ่ ดว้ างไว้โดยจะอาศยั อานาจของกฎหมายหรือไมก่ ็ได้ เพ่ือถือเปน็ หลัก

ปฏิบัตงิ านเปน็ การประจา

3. บรรดาข้อความทผ่ี ู้มีอานาจหน้าทไ่ี ดว้ างไว้โดยจะอาศัยอานาจของกฎหมาย หรอื ไมก่ ็ได้ เพ่ือถือเปน็ หลกั

ปฏบิ ตั งิ านเปน็ การชัว่ คราว

4. ถกู ทั้งข้อ 2. และ 3.

ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 17. ระเบยี บ คือ บรรดาข้อความทผ่ี มู้ ีอานาจหน้าที่ไดว้ างไว้ โดยจะอาศยั อานาจของ

กฎหมาย หรอื ไม่ก็ได้ เพ่ือถือเปน็ หลักปฏิบตั งิ านเป็นการประจา ใชก้ ระดาษตราครุฑและใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 5 ท้าย

ระเบียบ

43. รายละเอียดของ” ระเบยี บ” ในระเบียบนี้ ในส่วนของ “ วา่ ด้วย ”.. ให้กรอกรายละเอียดตามข้อใด

1. ให้ลงชื่อสว่ นราชการท่ีออกระเบียบ 2. ให้ลงชอื่ ของระเบียบ

3. ใหล้ งตวั เลขพ.ศ.ที่ออกระเบยี บ 4. ถูกทุกข้อ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 97

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 17. ระเบียบ คือ บรรดาข้อความทผ่ี ้มู ีอานาจหนา้ ท่ีได้วางไว้ โดยจะอาศัยอานาจของ

กฎหมายหรอื ไมก่ ็ได้ เพ่ือถือเปน็ หลักปฏบิ ัตงิ านเป็นการประจาใช้กระดาษตราครฑุ และใหจ้ ดั ทาตามแบบที่ 5 ท้าย

ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังน้ี

17. 2 วา่ ดว้ ย ใหล้ งชือ่ ของระเบยี บ

44. รายละเอียดของ “ระเบยี บ” ในระเบียบนี้ ในส่วนของ “ ข้อความ ”.. ให้กรอกรายละเอียดตามขอ้ ใด

1. ใหล้ งสาระสาคญั ของเรื่องให้ชดั เจนและเข้าใจตามรปู แบบทางการพิธี

2. ให้อา้ งเหตุผลโดยยอ่ เพ่ือแสดงถึงความมุ่งหมายที่ตอ้ งออกระเบียบและ อ้างถงึ กฎหมายทใ่ี หอ้ านาจออก

ระเบียบ (ถา้ ม)ี

3. ให้ลงสาระสาคัญของเร่ืองให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมคี วามประสงค์ หลายประการ ให้แยกเปน็ ข้อๆ

เท่าน้ัน

4. ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องใหช้ ัดเจนและเข้าใจงา่ ย

ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 17. ระเบยี บ คือ บรรดาข้อความที่ผมู้ ีอานาจหนา้ ทไ่ี ดว้ างไว้ โดยจะอาศัยอานาจของ

กฎหมาย หรือไม่ก็ได้ เพื่อถือเป็นหลกั ปฏบิ ัติงานเปน็ การประจาใชก้ ระดาษตราครุฑและให้จัดทาตามแบบที่ 5 ทา้ ย

ระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดงั น้ี

17. 5 ขอ้ ความ ใหอ้ ้างเหตุผลโดยย่อ เพ่ือแสดงถงึ ความมงุ่ หมายท่ีต้องออกระเบยี บและ อ้างถงึ กฎหมายท่ี

ให้อานาจออกระเบยี บ (ถ้ามี)

45. คาวา่ “ข้อบังคบั ” ซง่ึ เป็นหนังสือสั่งการอย่างหนึ่ง ตามที่บญั ญตั ไิ วใ้ นระเบยี บน้ี คอื ความหมายตามขอ้ ใด

1. บรรดาระเบียบทีผ่ ้มู ีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายที่บัญญัตใิ หก้ ระทาได้

2. บรรดาคาส่ังทผ่ี ูม้ อี านาจหนา้ ทกี่ าหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของกฎหมายทบี่ ัญญตั ใิ ห้กระทาได้

3. บรรดาข้อความท่ีผมู้ ีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใชโ้ ดยอาศัยอานาจของกฎหมายทบ่ี ัญญัติให้กระทาได้

4. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 18. ข้อบงั คบั คือ บรรดาข้อความที่ผู้มอี านาจหน้าที่กาหนดให้ใช้โดยอาศัยอานาจของ

กฎหมายท่ีบัญญัตใิ หก้ ระทาได้ ใชก้ ระดาษตราครุฑ และให้จัดทาตามแบบที่ 6 ท้ายระเบยี บ

46. รายละเอียดของ “ข้อบังคับ” ในระเบียบนี้ ในส่วนของ “ ข้อบังคับ ”.. ใหก้ รอกรายละเอยี ดตามขอ้ ใด

1. ใหล้ งชอื่ ส่วนราชการท่ีออกข้อบงั คบั 2. ใหล้ งช่ือของข้อบังคบั

3. ให้ลงตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกข้อบงั คับ 4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 1. แนวคดิ แนวคิด ขอ้ 18. ขอ้ บงั คับ คือ บรรดาขอ้ ความทีผ่ ู้มีอานาจหน้าที่กาหนดให้ใชโ้ ดยอาศยั

อานาจของ กฎหมายที่บัญญัตใิ ห้กระทาได้ใช้กระดาษตราครุฑ และใหจ้ ดั ทาตามแบบท่ี 6 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอก

รายละเอียด ดังนี้

18. 1 ขอ้ บงั คับ ให้ลงชือ่ ส่วนราชการทอ่ี อกข้อบังคับ

47. รายละเอียดของ “ขอ้ บังคบั ” ในระเบียบน้ี ในส่วนของ “ ว่าดว้ ย ”.. ให้กรอกรายละเอียดตามข้อใด

1. ให้ลงชือ่ ส่วนราชการที่ออกขอ้ บังคบั 2. ให้ลงช่ือของข้อบังคบั

3. ให้ลงตวั เลขของปีพทุ ธศักราชที่ออกข้อบังคับ 4. ถูกทกุ ขอ้

ตอบ 2. แนวคิด แนวคิด ข้อ 18. ข้อบังคับ คือ บรรดาข้อความทผ่ี ู้มีอานาจหน้าท่กี าหนดให้ใช้โดยอาศัย

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 98

------------------------------------------------------------------------------
อานาจของ กฎหมายทีบ่ ญั ญัติใหก้ ระทาได้ ใช้กระดาษตราครฑุ และให้จัดทาตามแบบที่ 6 ท้ายระเบียบ

โดยกรอกรายละเอยี ด ดังนี้

18. 2 ว่าด้วย ให้ลงชอ่ื ของขอ้ บังคบั

48. รายละเอียดของ “ขอ้ บังคับ” ในระเบียบนี้ ในส่วนของ “ ขอ้ ความ ”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามขอ้ ใด

1. ใหล้ งสาระสาคญั ของเร่ืองให้ชดั เจนและเข้าใจตามรูปแบบทางการพธิ ี

2. ให้อา้ งเหตุผลโดยย่อ เพื่อแสดงถึงความมุง่ หมายที่ต้องออกระเบียบและ อา้ งถึงกฎหมายทีใ่ ห้อานาจออก

ระเบียบ (ถา้ มี)

3. ข้อความ ใหล้ งสาระสาคัญของเร่ืองให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีความประสงค์ หลายประการ ให้แยก

เปน็ ข้อๆ เท่านนั้

4. ให้อา้ งเหตุผลโดยยอ่ เพื่อแสดงถงึ ความม่งุ หมายทีต่ ้องออกขอ้ บงั คับและ อา้ งถงึ กฎหมายที่ใหอ้ านาจออก

ข้อบังคบั

ตอบ 4. แนวคดิ แนวคดิ ขอ้ 18. ข้อบังคบั คือ บรรดาข้อความท่ผี ้มู ีอานาจหน้าท่กี าหนดให้ใชโ้ ดยอาศยั

อานาจของ กฎหมายท่บี ญั ญัติใหก้ ระทาได้ ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดทาตามแบบท่ี 6 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอก

รายละเอียด ดงั นี้

18. 5 ขอ้ ความ ใหอ้ ้างเหตุผลโดยยอ่ เพือ่ แสดงถึงความมุ่งหมายทตี่ ้องออกข้อบงั คับและ อา้ งถึงกฎหมายที่

ให้อานาจออกข้อบงั คับ

49. หนงั สอื ประชาสมั พนั ธต์ ามระเบยี บน้ี ให้ใช้ตามแบบที่กาหนดไว้ในข้อใด

1. กฎกระทรวง 2. คาสั่งปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี

3. ระเบียบนี้ 4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 19. หนงั สอื ประชาสมั พันธ์ ให้ใชต้ ามแบบทีก่ าหนดไวใ้ นระเบียบน้ี เว้นแตจ่ ะมกี ฎหมาย

กาหนดแบบไวโ้ ดยเฉพาะ

50. หนงั สือประชาสัมพันธ์ตามระเบียบน้ี มกี ี่ชนิด

1. 2 ชนดิ 2. 3 ชนดิ 3. 4 ชนิด 4. 5 ชนิด

ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 19 วรรคสอง หนงั สอื ประชาสมั พนั ธม์ ี 3 ชนดิ ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว

51. “ประกาศ” ซง่ึ เป็นหนงั สือชนิดหนง่ึ ในหนังสือประชาสมั พนั ธ์ มีความหมายตามข้อใด

1. บรรดาคาสง่ั ที่ทางราชการประกาศหรือชแ้ี จงให้ทราบ หรือแนะแนวทาง ปฏบิ ตั ิ

2. บรรดาข้อบังคบั ท่ีทางราชการประกาศหรือชีแ้ จงใหท้ ราบ หรอื แนะแนวทาง ปฏบิ ตั ิ

3. บรรดาข้อความทีท่ างราชการประกาศหรือชแี้ จงใหท้ ราบ หรอื แนะแนวทาง ปฏบิ ตั ิ

4. ถกู ทุกข้อ

ตอบ 3. แนวคดิ ขอ้ 20. ประกาศ คอื บรรดาข้อความทที่ างราชการประกาศหรอื ช้ีแจงให้ทราบ หรือแนะ

แนวทาง ปฏิบัติ ใชก้ ระดาษตราครุฑ และให้จัดทาตามแบบท่ี 7 ท้ายระเบียบ

52. รายละเอยี ดของ “ประกาศ” ในระเบียบน้ี ในสว่ นของ “ ประกาศ ”.. ให้กรอกรายละเอยี ดตามขอ้ ใด

1. ใหล้ งช่ือสว่ นราชการท่ีออกประกาศ

2. ใหล้ งช่อื เรื่องทป่ี ระกาศ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 99

------------------------------------------------------------------------------
3. ให้อา้ งเหตผุ ลท่ีตอ้ งออกประกาศและข้อความท่ีประกาศ

4. ให้ลงตาแหน่งของผอู้ อกประกาศ

ตอบ 1. ข้อ 20. ประกาศ คอื บรรดาข้อความทท่ี างราชการประกาศหรอื ช้ีแจงใหท้ ราบ หรือแนะแนวทาง ปฏบิ ตั ิ

ใช้กระดาษตราครุฑ และใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 7 ท้ายระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ดดังนี้

20.1 ประกาศ ใหล้ งช่ือส่วนราชการท่ีออกประกาศ

53. รายละเอยี ดของ “ประกาศ” ในระเบยี บนี้ ในสว่ นของ “ เร่ือง ”.. ใหล้ งรายละเอยี ดตามข้อใด

1. ให้ลงชือ่ สว่ นราชการท่ีออกประกาศ

2. ใหล้ งชอ่ื เรื่องท่ีประกาศ

3. ให้อา้ งเหตุผลที่ต้องออกประกาศและขอ้ ความท่ีประกาศ

4. ให้ลงตาแหน่งของผู้ออกประกาศ

ตอบ 2. ขอ้ 20. ประกาศ คือ บรรดาข้อความทที่ างราชการประกาศหรือช้แี จงให้ทราบ หรอื แนะแนวทาง ปฏิบัติ

ใช้กระดาษตราครุฑ และใหจ้ ัดทาตามแบบท่ี 7 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอียดดังน้ี

20.2 เร่ือง ให้ลงช่ือเรอ่ื งท่ีประกาศ

54. รายละเอียดของ “ประกาศ” ในระเบยี บนี้ ในสว่ นของ “ ข้อความ ”.. ให้ลงรายละเอยี ดตามข้อใด

1. ใหอ้ า้ งเหตุผลทตี่ ้องออกประกาศและข้อความทปี่ ระกาศ

2. ให้อ้างเหตผุ ลโดยย่อ เพื่อแสดงถึงความมุง่ หมายทีต่ ้องออกระเบียบและ อ้างถงึ กฎหมายที่ให้อานาจออก

ประกาศ (ถา้ มี)

3. ให้ลงสาระสาคัญของเร่ืองใหช้ ัดเจนและเขา้ ใจง่าย หากมีความประสงค์ หลายประการ ให้แยกเปน็ ข้อๆ

เทา่ นั้น

4. ใหอ้ ้างเหตุผลโดยย่อเพ่ือแสดงถงึ ความมุง่ หมายท่ีตอ้ งออกขอ้ บังคบั และ อา้ งถึงกฎหมายทใ่ี ห้อานาจออก

ขอ้ บังคับ

ตอบ 1. ข้อ 20. ประกาศ คอื บรรดาข้อความทท่ี างราชการประกาศหรือชแี้ จงใหท้ ราบ หรอื แนะแนวทาง ปฏิบตั ิ

ใชก้ ระดาษตราครุฑ และใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 7 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ดดังน้ี

20.3 ขอ้ ความ ให้อ้างเหตผุ ลท่ีต้องออกประกาศและข้อความท่ีประกาศ

55. ในระเบยี บนี้ หากในกรณีที่กฎหมายกาหนดให้ทาเป็นแจง้ ความจะต้องเปลย่ี นคาว่าประกาศ เป็นคาใด

1. แจง้ ความ 2. คาร้อง 3. ขอ้ กาหนด 4. แจ้งเพือ่ ทราบ

ตอบ 1. แนวคิด ขอ้ 20. วรรคสอง ในกรณีท่ีกฎหมายกาหนดให้ทาเป็นแจง้ ความ ใหเ้ ปลยี่ นคาว่าประกาศ เปน็

แจง้ ความ

56. “แถลงการณ์” ซ่ึงเปน็ หนังสือชนดิ หนง่ึ ในหนงั สอื ประชาสมั พนั ธ์ มีความหมายตามข้อใด

1. บรรดาระเบยี บที่ทางราชการแถลงเพอ่ื ทาความเข้าใจในกจิ การของทาง ราชการ หรือเหตุการณห์ รือกรณี

ใดๆ ให้ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน

2. บรรดากฎข้อบงั คับต่างๆ ทที่ างราชการแถลงเพอ่ื ทาความเขา้ ใจในกิจการของทาง ราชการ หรอื เหตกุ ารณ์

หรอื กรณีใดๆ ใหท้ ราบชดั เจนโดยท่ัวกัน

3. บรรดาข้อความทีท่ างราชการแถลงเพอื่ ทาความเข้าใจในกจิ การของทาง ราชการ หรือเหตุการณห์ รือกรณี

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 100

------------------------------------------------------------------------------
ใดๆ ให้ทราบชัดเจนโดยท่ัวกัน

4. บรรดาประกาศท่ีทางราชการแถลงเพ่ือทาความเขา้ ใจในกิจการของทาง ราชการ หรือเหตกุ ารณห์ รอื กรณี

ใดๆ ใหท้ ราบชัดเจนโดยทั่วกัน

ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 21. แถลงการณ์ คือ บรรดาข้อความ ทท่ี างราชการแถลงเพื่อทาความเข้าใจในกิจการของ

ทาง ราชการ หรือเหตกุ ารณ์หรือกรณีใดๆ ใหท้ ราบขัดเจนโดยทั่วกนั ใชก้ ระดาษตราครุฑ และใหจ้ ัดทาตามแบบ ที่ 8

ท้ายระเบยี บ

57. “ข่าว” ซง่ึ เปน็ หนังสือชนิดหนงึ่ ในหนงั สือประชาสมั พนั ธ์ มคี วามหมายตามข้อใด

1. บรรดากฎระเบียบทท่ี างราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ

2. บรรดาข้อความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ

3. บรรดากฎระเบียบทีเ่ อกชนเผยแพร่ใหท้ ราบ

4. บรรดาข้อความที่เอกชนเผยแพรใ่ ห้ทราบ

ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 22. ขา่ ว คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการเหน็ สมควรเผยแพร่ใหท้ ราบ ใหจ้ ดั ทาตามแบบ

ท่ี 9 ท้ายระเบยี บ

58. ในระเบยี บนี้ “หนังสอื ท่ีเจา้ หน้าทท่ี าขึน้ รับไวเ้ ปน็ หลกั ฐานในราชการ” มคี วามหมายตามข้อใด

1. หนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพือ่ รบั รองแก่ บคุ คลนติ บิ ุคคล หรอื หนว่ ยงาน

2. หนังสอื ทหี่ น่วยงานอน่ื ใดซึง่ มิใชส่ ่วนราชการหรอื บุคคลภายนอกมีมาถงึ ส่วนราชการ และส่วนราชการรับไว้

เป็นหลกั ฐานของทางราชการ

3. ถกู ทงั้ ข้อ 1. และ 2. 4. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 23. หนงั สือทเ่ี จา้ หน้าท่ีทาขึน้ รบั ไว้เป็นหลักฐานในราชการ คือ หนังสอื ที่ทางราชการทา

ข้ึน นอกจากท่ีกลา่ วมาแลว้ ขา้ งต้น หรือหนังสือท่ีหน่วยงานอน่ื ใดซึ่งมิใช่สว่ นราชการหรอื บคุ คลภายนอกมมี าถงึ ส่วน

ราชการ และสว่ นราชการรับไวเ้ ปน็ หลกั ฐานของทางราชการ มี 4 ชนดิ คอื หนังสือรับรองรายงานการ ประชุม

บันทึก และหนงั สืออน่ื

59. ในระเบียบน้ี “หนังสือทเ่ี จ้าหนา้ ท่ีทาขึ้นรบั ไวเ้ ปน็ หลักฐานในราชการ” มกี ช่ี นิด

1. 3 ชนิด 2. 4 ชนดิ 3. 5 ชนดิ 4. 6 ชนิด

ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 23. หนงั สอื ทเี่ จ้าหนา้ ท่ีทาขนึ้ รบั ไว้เป็นหลักฐานในราชการ คอื หนังสอื ท่ที างราชการทาขน้ึ

นอกจากทกี่ ล่าวมาแล้วข้างต้น หรอื หนังสอื ท่หี น่วยงานอ่นื ใดซ่ึงมใิ ช่สว่ นราชการหรอื บุคคลภายนอกมีมาถึง สว่ น

ราชการ และส่วนราชการรบั ไว้เปน็ หลักฐานของทางราชการ มี 4 ชนดิ คอื หนงั สอื รับรองรายงานการ ประชุม

บนั ทกึ และหนังสืออืน่

60. “หนังสอื รับรอง” ตามระเบยี บน้ี มีความหมายตามข้อใด

1. หนงั สอื ทสี่ ่วนราชการออกใหเ้ พอ่ื รบั รองแก่ บคุ คลนติ ิบุคคล หรือ หนว่ ยงาน เพื่อวตั ถุประสงค์อยา่ งหนึ่ง

อย่างใดใหป้ รากฏแกบ่ ุคคลโดยท่วั ไปไมจ่ าเพาะเจาะจง

2. หนงั สอื ที่ส่วนราชการออกใหเ้ พอ่ื รบั รองแก่ บุคคลธรรมดาท่ีมิใช่นิตบิ คุ คล เพื่อวัตถปุ ระสงค์อยา่ งหนงึ่ อยา่ ง

ใดให้ปรากฏแก่บุคคลโดยท่ัวไปไม่จาเพราะเจาะจง

3. ถกู ท้ังข้อ 1. และข้อ 2.

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 101

------------------------------------------------------------------------------
4. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 1. แนวคดิ ข้อ 24. หนังสอื รับรอง คือ หนังสอื ทสี่ ่วนราชการออกให้เพ่อื รบั รองแก่ บคุ คลนิตบิ ุคคล หรอื
หน่วยงาน เพอื่ วตั ถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดใหป้ รากฏแก่บุคคลโดยทว่ั ไปไมจ่ าเพาะเจาะจง ใชก้ ระดาษ ตราครุฑ
และให้จัดทาตามแบบท่ี 10 ท้ายระเบียบ
61. รายละเอียดของ “หนังสือรบั รอง” ในระเบียบนี้ ในส่วนของ “ สว่ นราชการเจ้าของหนงั สือ ”.. ให้กรอก
รายละเอยี ดตามข้อใด

1. ลงช่ือของส่วนราชการซงึ่ เปน็ เจา้ ของหนังสือนั้น
2. สถานทต่ี งั้ ของส่วนราชการเจา้ ของหนังสือ
3. ใหล้ งช่ือของส่วนราชการซงึ่ เปน็ เจ้าของหนังสอื น้นั และจะลงสถานท่ตี ั้งของสว่ นราชการเจ้าของหนังสอื ด้วย
กไ็ ด้
4. ให้ลงช่อื ของสว่ นราชการซ่งึ เปน็ เจา้ ของหนังสอื น้ันและจะลงสถานทีต่ ั้งของสว่ นราชการเจ้าของหนังสอื
รวมท้ังชอ่ื ของผ้บู ังคับบัญชาในหน่วยงานนั้นๆ
ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 24. หนงั สอื รับรอง คือ หนงั สอื ทสี่ ว่ นราชการออกให้เพอื่ รับรองแก่ บุคคลนิติบุคคล หรอื
หนว่ ยงาน เพือ่ วตั ถปุ ระสงค์อย่างหนึง่ อย่างใดให้ปรากฏแกบคุ คลโดยทั่วไปไม่จาเพาะเจาะจง ใช้กระดาษ ตราครฑุ
และใหจ้ ดั ทาตามแบบที่ 10 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ดดังน้ี
24.2 ส่วนราชการเจา้ ของหนงั สอื ให้ลงชอ่ื ของสว่ นราชการซงึ่ เป็นเจ้าของหนังสอื นั้น และจะลงสถานท่ีตง้ั
ของส่วนราชการเจา้ ของหนังสือดว้ ยก็ได้
62. รายละเอยี ดของ “หนังสือรับรอง” ในระเบยี บนี้ ในสว่ นของ “ รูปถา่ ยและลายมือช่ือผู้ไดร้ บั การรับรอง ”..
ให้กรอกรายละเอียดตามข้อใด
1. ในกรณีท่ีการรับรองเป็นเรื่องสาคัญที่ ออกให้แกบ่ ุคคลให้ตดิ รูปถา่ ยของผ้ทู ี่ได้รับการรับรอง ขนาด 3x6
เซนติเมตร หนา้ ตรง ไมส่ วมหมวก ประทบั ตราช่ือสว่ นราชการทอี่ อกหนังสือบนขอบล่างดา้ นขวาของรปู ถา่ ยคาบต่อ
ลงบนแผ่นกระดาษ และ ให้ผนู้ ั้นลงลายมอื ชอื่ ไว้ใต้รปู ถ่ายพร้อมทัง้ พมิ พ์ชอื่ เตม็ ของเจา้ ของลายมือชอื่ ไว้ใตล้ ายมอื ช่ือ
ด้วย
2. ในกรณีที่การรับรองเป็นเร่ืองสาคัญท่ี ออกให้แกบ่ ุคคลใหต้ ิดรูปถ่ายของผ้ทู ่ีได้รบั การรับรอง ขนาด 4X6
เซนติเมตร หนา้ ตรง ไม่สวมหมวก ประทบั ตราช่ือส่วนราชการท่อี อกหนงั สือบนขอบลา่ งด้านขวาของรปู ถ่ายคาบตอ่ ลง
บนแผ่นกระดาษ และ ใหผ้ ูน้ ัน้ ลงลายมือชือ่ ไวใ้ ต้รปู ถ่ายพร้อมทง้ั พิมพ์ช่ือเตม็ ของเจา้ ของลายมือชอ่ื ไวใ้ ต้ลายมือช่ือด้วย
3. ในกรณีท่ีการรบั รองเปน็ เรื่องสาคญั ท่ี ออกใหแ้ ก่บคุ คลใหต้ ิดรูปถา่ ยของผู้ที่ได้รบั การรับรอง ขนาด 5X6
เซนติเมตร หน้าตรง ไมส่ วมหมวก ประทับตราช่ือส่วนราชการท่ีออกหนังสอื บนขอบล่างดา้ นขวาของรูปถ่ายคาบต่อ
ลงบนแผ่นกระดาษ และ ใหผ้ ู้นัน้ ลงลายมือชอ่ื ไว้ใต้รูปถ่ายพร้อมท้ังพิมพช์ ่อื เต็มของเจ้าของลายมอื ชื่อไวใ้ ต้ลายมือชอ่ื
ด้วย
4. ในกรณีท่ีการรับรองเปน็ เรื่องสาคัญท่ี ออกให้แก่บุคคลใหต้ ิดรูปถา่ ยของผู้ท่ีไดร้ ับการรับรอง ขนาด 6X6
เซนติเมตร หน้าตรง ไมส่ วมหมวก ประทบั ตราช่ือส่วนราชการทอ่ี อกหนงั สือบนขอบลา่ งด้านขวาของรปู ถา่ ยคาบตอ่ ลง
บนแผ่นกระดาษ และ ใหผ้ ้นู ัน้ ลงลายมอื ช่อื ไว้ใตร้ ปู ถ่ายพร้อมทั้งพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือช่ือไวใ้ ต้ลายมือชื่อด้วย
ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 24. หนงั สือรบั รอง คือ หนังสือที่ส่วนราชการออกใหเ้ พ่ือรับรองแก่ บุคคลนติ บิ ุคคล หรือ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 102

------------------------------------------------------------------------------
หนว่ ยงาน เพือ่ วตั ถปุ ระสงค์อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดให้ปรากฏแกบุคคลโดยทวั่ ไปไมจ่ าเพราะเจาะจง ใช้กระดาษ ตราครฑุ

และใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 10 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

24.7 รูปถ่ายและลายมือช่ือผไู้ ด้รับการรับรอง ในกรณีทก่ี ารรับรองเป็นเร่ืองสาคญั ที่ ออกใหแ้ ก่บุคคลให้ตดิ รูปถา่ ยของ

ผ้ทู ่ไี ด้รบั การรับรอง ขนาด 4X6 เซนตเิ มตร หน้าตรง ไม่สวมหมวก ประทับตราช่ือสว่ นราชการทีอ่ อกหนงั สือบนขอบ

ลา่ งดา้ นขวาของรูปถา่ ยคาบต่อลงบนแผน่ กระดาษ และ ให้ผู้นนั้ ลงลายมอื ชือ่ ไวใ้ ตร้ ปู ถา่ ยพรอ้ มท้ังพมิ พช์ ือ่ เตม็ ของ

เจ้าของลายมอื ช่ือไว้ใต้ลายมือชอ่ื ด้วย

63. ในระเบียบนี้ “รายงานการประชุม” มีความหมายตามข้อใด

1. การบันทึกความคดิ เห็นของผมู้ าประชมุ 2. การบันทึกผเู้ ขา้ ร่วมประชุม

3. การบันทึกมติของท่ีประชุมไวเ้ ปน็ หลักฐาน 4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 4. แนวคิด รายงานการประชุม คอื การบันทึกความคดิ เห็นของผมู้ าประชมุ ผ้เู ข้ารว่ มประชมุ และมติ ของท่ี

ประชมุ ไว้เป็นหลกั ฐาน ใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 11 ท้ายระเบียบ

64. รายละเอยี ดของ “รายงานการประชุม” ในระเบียบนี้ ในสว่ นของ “รายงานการประชมุ ”.. ใหก้ รอก

รายละเอยี ดตามข้อใด

1. ใหล้ งช่ือคณะที่ประชุมหรือช่ือการประชุมน้นั 2. ให้ลงคร้ังทป่ี ระชุม

3. ให้ ลง วนั เดือน ปี ทปี่ ระชมุ 4. ให้ลงสถานที่ทีป่ ระชุม

ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 25. รายงานการประชมุ คือ การบันทกึ ความคิดเห็นของผู้มาประชมุ ผู้เข้ารว่ มประชุม และ

มติ ของท่ีประชุมไว้เปน็ หลักฐาน ให้จดั ทาตามแบบที่ 11 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียด ดังนี้

25.1 รายงานการประชุม ให้ลงชอื่ คณะทปี่ ระชมุ หรือชอ่ื การประชมุ นัน้

65. รายละเอียดของ “รายงานการประชุม” ในระเบยี บน้ี ในส่วนของ “ครง้ั ท่ี”.. ใหก้ รอกรายละเอยี ดตามข้อใด

1. ให้ลงชอ่ื คณะท่ีประชุมหรือช่ือการประชุมนั้น 2. ใหล้ งครั้งที่ประชุม

3. ให้ ลง วนั เดือน ปี ท่ีประชุม 4. ใหล้ งสถานท่ีทป่ี ระชมุ

ตอบ 2. แนวคดิ แนวคิด ข้อ 25. รายงานการประชุม คือ การบนั ทึกความคดิ เห็นของผ้มู าประชมุ ผู้เข้าร่วม

ประชมุ และมติ ของท่ีประชมุ ไว้เปน็ หลักฐาน ใหจ้ ัดทาตามแบบท่ี 11 ท้ายระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ด ดังน้ี

25.2 ครงั้ ที่ ใหล้ งครั้งทปี่ ระชุม

66. รายละเอยี ดของ “รายงานการประชมุ ” ในระเบยี บน้ี ในส่วนของ “เมือ่ ”.. ให้กรอกรายละเอยี ดตามข้อใด

1. ให้ลงชื่อคณะทปี่ ระชมุ หรือช่ือการประชุมน้นั 2. ใหล้ งครง้ั ทีป่ ระชมุ

3. ให้ ลง วนั เดอื น ปี ทปี่ ระชมุ 4. ให้ลงสถานท่ีท่ีประชมุ

ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 25. รายงานการประชมุ คือ การบันทกึ ความคิดเห็นของผมู้ าประชมุ ผ้เู ข้ารว่ มประชมุ และ

มติ ของที่ประชมุ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐานใหจ้ ัดทาตามแบบท่ี 11 ท้ายระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียด ดังนี้

25.3 เมื่อ ให้ลงวนั เดือนปที ี่ประชุม

67. รายละเอยี ดของ “รายงานการประชมุ ” ในระเบยี บน้ี ในส่วนของ “ผ้มู าประชมุ ”.. ให้กรอกรายละเอียดตาม

ขอ้ ใด

1. ให้ลงเฉพาะชื่อผู้มาประชุม

2. ให้ลงช่ือและหรือตาแหน่งของผู้ได้รับแต่งตงั้ เปน็ คณะที่ประชุมซึง่ มาประชมุ หา้ มตงั้ ผใู้ ดมาประชมุ แทน

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 103

------------------------------------------------------------------------------
3. ให้ลงชอ่ื และหรอื ตาแหนง่ ของผู้ไดร้ ับแตง่ ต้ังเป็นคณะที่ประชุมซึง่ มาประชุมในกรณีท่ีมีผู้มาประชุมแทนให้

ลงช่อื ผู้มาประชุมแทน และลงว่ามาประชุมแทนผู้ใดหรอื ตาแหน่งใด

4. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 25. รายงานการประชุม คือ การบันทกึ ความคิดเหน็ ของผ้มู าประชุม ผเู้ ขา้ ร่วมประชมุ

และมติ ของทป่ี ระชมุ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน ให้จดั ทาตามแบบท่ี 11 ท้ายระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียด ดังน้ี

25.5 ผมู้ าประชมุ ให้ลงช่ือและหรอื ตาแหน่งของผ้ไู ด้รับแต่งตงั้ เปน็ คณะทีป่ ระชุมซ่ึง มาประชมุ ในกรณีที่มผี ู้

มาประชมุ แทนใหล้ งชือ่ ผ้มู าประชมุ แทน และลงวา่ มาประชุมแทนผ้ใู ดหรอื ตาแหน่งใด

68. รายละเอยี ดของ “รายงานการประชมุ ” ในระเบยี บนี้ ในสว่ นของ “ผู้ไม่มาประชมุ ”.. ให้กรอกรายละเอียด

ตามข้อใด

1. ใหล้ งเฉพาะชื่อผู้ไม่มาประชมุ

2. ใหล้ งชื่อและตาแหนง่ ของผ้ไู ดร้ ับแต่งต้ังเปน็ คณะทีป่ ระชุมซงึ่ ไมม่ าประชุม

3. ผู้ไมม่ าประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผูท้ ี่ไดร้ บั การแต่งต้ังเป็นคณะที่ ประชุมซ่ึงมิได้มาประชุมพร้อม

ทัง้ เหตุผล (ถ้ามี)

4. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 25. รายงานการประชุม คือ การบนั ทึกความคดิ เหน็ ของผมู้ าประชุม ผูเ้ ข้าร่วมประชมุ

และมติ ของทีป่ ระชุมไว้เปน็ หลกั ฐาน ใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 11 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอียด ดงั นี้

25.5 ผู้ไมม่ าประชุม ใหล้ งชอื่ และหรือตาแหน่งของผทู้ ี่ได้รบั การแต่งต้ังเปน็ คณะที่ ประชุมซ่ึงมไิ ด้มาประชุม

พรอ้ มท้ังเหตผุ ล (ถา้ มี)

69. รายละเอยี ดของ “รายงานการประชมุ ” ในระเบียบน้ี ในสว่ นของ “ข้อความ”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามขอ้

ใด

1. ใหล้ งเรือ่ งท่ีประชมุ กันโดยงา่ ยและชดั เจน

2. ให้ลงเฉพาะเร่ืองท่ีตกลงเจรจากนั เทา่ น้นั

3. ใหบ้ นั ทึกข้อความที่ประชุม โดยปกตใิ หเ้ รมิ่ ต้นด้วยประธานกลา่ วเปดิ ประชุมและเร่ืองที่ประชมุ

4. ให้บันทึกข้อความท่ีประชุม โดยปกตใิ ห้เริ่มตน้ ด้วยประธานกล่าวเปดิ ประชมุ และเร่ืองทปี่ ระชุม กับมตหิ รือ

ข้อสรุปของทปี่ ระชุมในแต่ละเร่ืองตามลาดบั

ตอบ 4. แนวคิด ข้อ 25. รายงานการประชมุ คอื การบันทึกความคิดเห็นของผูม้ าประชมุ ผเู้ ข้าร่วมประชมุ และ

มติ ของทป่ี ระชมุ ไวเ้ ป็นหลักฐาน ให้จัดทาตามแบบท่ี 11 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ด ดังน้ี

25.9 ข้อความ ให้บนั ทึกข้อความทป่ี ระชมุ โดยปกติให้เร่ิมต้นด้วยประธานกล่าวเปดิ ประชุมและเร่ืองท่ี

ประชุม กบั มตหิ รือข้อสรปุ ของท่ีประชุมในแตล่ ะเร่ืองตามลาดบั

70. รายละเอยี ดของ “รายงานการประชมุ ” ในระเบยี บนี้ ในส่วนของ “ผู้จดรายงานการประชุม”.. ใหก้ รอก

รายละเอียดตามข้อใด

1. ให้ลงช่อื ประธานการประชุมครั้งน้ัน 2. ใหล้ งชือ่ ผู้จดรายงานการประชมุ ครงั้ นัน้

3. ใหล้ งชอ่ื กรรมการการประชมุ 4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 25. รายงานการประชมุ คอื การบันทึกความคิดเหน็ ของผ้มู าประชมุ ผู้เข้ารว่ มประชมุ และ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 104

------------------------------------------------------------------------------
มติ ของท่ีประชมุ ไว้เป็นหลกั ฐาน ใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 11 ท้ายระเบียบโดยกรอกรายละเอียด ดงั นี้
25.11 ผจู้ ดรายงานการประชุม ใหล้ งชื่อผู้จดรายงานการประชมุ คร้ังนน้ั
71. ในระเบยี บน้ี “บันทกึ ” มีความหมายตามข้อใด

1. ข้อความซง่ึ ผู้ใต้บงั คับบัญชาเสนอตอ่ ผบู้ งั คับบญั ชา
2. ข้อความซึ่งผู้บังคับบญั ชาสั่งการ แกผ่ ู้ใตบ้ ังคับบญั ชา
3. ข้อความทีเ่ จ้าหน้าท่หี รอื หน่วยงานระดบั ต่ากว่าสว่ นราชการระดบั กรมตดิ ต่อกันใน การปฏบิ ัตริ าชการ
4. ถูกทุกขอ้
ตอบ 4. แนวคิด ข้อ 26. บันทึก คอื ข้อความซึ่งผ้ใู ต้บงั คับบัญชาเสนอต่อผบู้ ังคบั บัญชา หรือผบู้ งั คบั บัญชาส่ัง
การ แกผ่ ใู้ ต้บังคับบญั ชา หรือข้อความท่ีเจ้าหนา้ ท่หี รือหนว่ ยงานระดบั ตา่ กวา่ ส่วนราชการระดับกรมตดิ ต่อกันใน การ
ปฏบิ ัติราชการ
72. “บนั ทกึ ” ตามข้อ 71. โดยปกตใิ ห้ใช้กระดาษ ตามข้อใด
1. กระดาษที่มตี ราครุฑ
2. กระดาษบันทกึ ข้อความ
3. กระดาษบันทกึ ข้อความ ทมี่ ีตราครุฑเปน็ แบบเฉพาะ
4. กระดาษบนั ทกึ ข้อความ ทีม่ ตี ราหรอื สัญลักษณ์ของหน่วยงานน้ันๆ
ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 26. บันทกึ คือ ข้อความซึง่ ผู้ใต้บังคับบญั ชาเสนอต่อผู้บงั คับบัญชา หรอื ผูบ้ งั คบั บัญชาส่ัง
การ แก่ผู้ใต้บังคับบญั ชา หรอื ข้อความทเ่ี จ้าหนา้ ทห่ี รือหนว่ ยงานระดบั ตา่ กวา่ ส่วนราชการระดับกรมติดตอ่ กันใน การ
ปฏบิ ัตริ าชการ โดยปกติใหใ้ ช้กระดาษบันทกึ ขอ้ ความ
73. รายละเอยี ดของ “บนั ทึก” ในระเบยี บน้ี ในส่วนของ “สาระสาคญั ของเร่ือง”.. ใหล้ งรายละเอยี ดตามข้อใด
1. คาข้นึ ต้นตามทก่ี าหนดไวภ้ าคผนวก 2
2. ใหล้ งเฉพาะใจความของเรื่องท่บี นั ทึกเท่านัน้
3. ใหล้ งใจความของเร่ืองท่บี ันทกึ ถ้ามีเอกสารประกอบก็ให้ ระบุไวด้ ้วย
4. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 26. บนั ทกึ คอื ข้อความซึ่งผใู้ ต้บังคับบญั ชาเสนอต่อผบู้ ังคับบัญชา หรอื ผบู้ งั คับบัญชาส่งั การ
แกผ่ ใู้ ตบ้ งั คบั บัญชา หรอื ข้อความท่ีเจ้าหนา้ ท่หี รือหน่วยงานระดับต่ากว่าสว่ นราชการระดับกรมตดิ ต่อกนั ใน การ
ปฏิบัตริ าชการ โดยปกติใหใ้ ชก้ ระดาษบนั ทกึ ขอ้ ความ และให้มีหัวข้อดังต่อไปนี้
26. 2 สาระสาคญั ของเร่ือง ใหล้ งใจความของเร่ืองที่บันทึก ถา้ มเี อกสารประกอบก็ให้ ระบุไว้ด้วย
74. รายละเอียดของ “บันทกึ ” ในระเบยี บน้ี ในส่วนของ “ชอ่ื และตาแหนง่ ”.. ให้ลงรายละเอียดตามข้อใด
1. ใหล้ งลายมือชือ่ และตาแหนง่ ของผบู้ ังคบั บญั ชาในหน่วยงานนั้นๆ
2. ให้ลงลายมอื ชอ่ื และตาแหน่งของผู้บันทกึ และผบู้ งั คบั บัญชา
3. ใหล้ งลายมือชื่อและตาแหนง่ ของผ้บู นั ทกึ และในกรณที ี่ไมใ่ ช้ กระดาษบันทึกข้อความ ใหล้ งวนั เดือนปที ี่
บันทึกไว้ดว้ ย
4. ถูกทกุ ขอ้
ตอบ 3. แนวคิด ข้อ 26. บันทึก คือ ข้อความซ่งึ ผ้ใู ต้บังคับบัญชาเสนอต่อผูบ้ งั คับบัญชา หรือผู้บงั คับบญั ชาสั่ง

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 105

------------------------------------------------------------------------------
การ แกผ่ ู้ใต้บังคับบัญชา หรอื ขอ้ ความท่เี จา้ หน้าทหี่ รือหน่วยงานระดับตา่ กวา่ สว่ นราชการระดับกรมตดิ ตอ่ กนั ใน การ

ปฏบิ ตั ริ าชการ โดยปกติใหใ้ ชก้ ระดาษบันทึกขอ้ ความ และใหม้ ีหวั ข้อดังต่อไปนี้

26. 3 ชอ่ื และตาแหนง่ ให้ลงลายมอื ชื่อและตาแหน่งของผูบ้ ันทึก และในกรณีทไี่ มใ่ ช้ กระดาษบันทึก

ขอ้ ความ ใหล้ งวนั เดือนปีท่ีบันทกึ ไว้ด้วย

75. ในระเบียบนี้ “หนังสอื อนื่ ” มีความหมายตามข้อใด

1. หนังสอื หรอื เอกสารอ่ืนใดทีเ่ กดิ ขึน้ เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจา้ หน้าท่ี เพ่ือเป็นหลักฐานในราชการ

2. ภาพถ่าย ฟิล์ม แถบบนั ทึกเสยี ง แถบบันทกึ ภาพ และส่ือกลางบนั ทึก ข้อมูลดว้ ยท่เี กิดขึ้นเนอื่ งจากการ

ปฏิบตั งิ านของเจ้าหนา้ ท่ี เพ่ือเปน็ หลกั ฐานในราชการ

3. หนังสือของบุคคลภายนอก ท่ีย่นื ตอ่ เจา้ หน้าที่ และเจ้าหน้าทไ่ี ดร้ บั เข้าทะเบยี นรบั หนังสือ ของทางราชการ

แลว้

4. ถกู ทุกขอ้

ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 27. หนงั สอื อนื่ คือ หนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้นเน่ืองจากการปฏบิ ตั งิ านของ

เจา้ หน้าที่ เพื่อเป็นหลกั ฐานในราชการ

หมายเหตุ ขอ้ 27 ความเดมิ ถกู ยกเลิกโดย ข้อ 6 แห่งระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ

(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2548 และให้ใชค้ วามท่ีพิมพ์ไว้แทน

76. ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของ “สือ่ กลางบนั ทกึ ข้อมูล” ในระเบียบนี้

1. สอ่ื ใดๆ ทอี่ าจใชบ้ นั ทึกข้อมลู ไดด้ ว้ ยเอกสารต่างๆ

2. สอื่ ใดๆ ท่อี าจใชบ้ ันทกึ ขอ้ มูลไดด้ ้วยอุปกรณ์ ทางอิเล็กทรอนกิ ส์

3. สื่อใด ๆ ท่ีอาจใชบ้ นั ทึกข้อมลู ได้ด้วย

อุปกรณ์ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ รวมตลอดท้ังพน้ื ที่ทีส่ ว่ นราชการใช้ในการจดั เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดว้ ย เชน่ บริการ

คลาวด์ (cloud computing)”

4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 3. แนวคดิ ขอ้ 27 วรรคสอง “สือ่ กลางบันทึกข้อมูลตามวรรคหนึ่ง หมายความวา่ สอื่ ใด ๆ ท่ีอาจใช้บันทกึ

ขอ้ มลู ไดด้ ้วยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมตลอดท้ังพ้นื ท่ีทีส่ ว่ นราชการใชใ้ นการจัดเก็บขอ้ มูลอิเลก็ ทรอนิกสด์ ว้ ย

เช่น บรกิ ารคลาวด์ (cloud computing)”

หมายเหตุ ข้อ 27 ความเดิมถกู ยกเลกิ โดยข้อ 6 แห่งระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4)

พ.ศ. 2564 และให้ใชค้ วามที่พมิ พ์ไว้แทน

77. ข้อใด เป็นตัวอยา่ งของส่ือกลางบันทึกขอ้ มลู ตามข้อ 76.

1. แผ่นบนั ทึกข้อมูล 2. เทปแม่เหล็ก

3. แผ่นซีดี-อา่ นอย่างเดียว 4. บริการคลาวด์ (cloud computing)

ตอบ 4. แนวคิดอธิบายตามข้อ 76.

78. หนังสือทีต่ ้องปฏบิ ตั ใิ หเ้ รว็ กวา่ ปกติ เปน็ หนังสือที่ต้องจัดส่งและดาเนินการทางสารบรรณ ดว้ ยความรวดเร็ว

เปน็ พเิ ศษ แบง่ เป็นกปี่ ระเภท

1. 2 ประเภท 2. 3 ประเภท 3. 4 ประเภท 4. 5 ประเภท

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 106

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 28. หนังสอื ทต่ี ้องปฏบิ ัติให้เรว็ กว่าปกติ เป็นหนงั สอื ทีต่ ้องจัดส่งและดาเนนิ การทางสาร

บรรณ ดว้ ยความรวดเรว็ เปน็ พิเศษ แบ่งเป็น 3 ประเภท

79. จากข้อ 78. ประเภทหนงั สอื ท่กี ลา่ วมา ไดแ้ ก่ข้อใด

1. ดว่ นทส่ี ดุ 2. ด่วนมาก 3. ดว่ น 4. ถกู ทุกข้อ

ตอบ 4. แนวคิด ขอ้ 28. หนังสือทตี่ ้องปฏบิ ัติให้เร็วกวา่ ปกติ เปน็ หนังสือทตี่ อ้ งจัดสง่ และดาเนินการทางสารบรรณ

ด้วยความรวดเร็วเป็นพิเศษ แบ่งเป็น 3 ประเภท ดว่ นที่สดุ ดว่ นมาก ด่วน

80. หนังสอื ประเภท “ด่วนท่ีสดุ ” หมายถึงข้อใด

1. ให้เจ้าหน้าทปี่ ฏบิ ัติในทนั ทีทีไ่ ด้รับหนังสือนัน้ 2. ใหเ้ จา้ หน้าท่ีปฏบิ ัติโดยเรว็

3. ให้เจ้าหน้าที่ปฏบิ ตั ิเรว็ กว่าปกติ เทา่ ที่จะทาได้ 4. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ 1. แนวคิด ขอ้ 28. หนงั สือทตี่ ้องปฏบิ ัตใิ หเ้ ร็วกว่าปกติ เปน็ หนงั สอื ทตี่ อ้ งจัดสง่ และดาเนินการทางสารบรรณ

ด้วยความรวดเรว็ เป็นพเิ ศษ แบง่ เปน็ 3 ประเภท คอื

28.1 ด่วนท่สี ดุ ใหเ้ จ้าหนา้ ที่ปฏบิ ัติในทันทีทไ่ี ด้รับหนงั สือน้นั

28.2 ดว่ นมาก ใหเ้ จ้าหนา้ ท่ีปฏบิ ัตโิ ดยเรว็

28.3 ดว่ น ใหเ้ จ้าหน้าทป่ี ฏิบัตเิ ร็วกว่าปกติ เทา่ ที่จะทาได้

81. หนงั สอื ประเภท “ด่วนมาก” หมายถงึ ข้อใด

1. ใหเ้ จา้ หนา้ ที่ปฏิบัตใิ นทันทีที่ได้รบั หนงั สือนั้น 2. ให้เจ้าหน้าท่ปี ฏบิ ัติโดยเรว็

3. ใหเ้ จา้ หนา้ ทีป่ ฏิบตั เิ ร็วกวา่ ปกติ เท่าท่ีจะทาได้ 4. ถกู ทุกขอ้

ตอบ 2. แนวคิด ขอ้ 28. หนงั สือทีต่ ้องปฏิบตั ใิ หเ้ ร็วกว่าปกติ เปน็ หนังสือท่ีตอ้ งจัดส่งและดาเนนิ การทางสารบรรณ

ดว้ ยความรวดเรว็ เปน็ พิเศษ แบ่งเป็น 3 ประเภท คอื

28.1 ดว่ นทส่ี ุด ให้เจา้ หนา้ ทป่ี ฏิบัตใิ นทนั ทที ี่ได้รบั หนงั สอื นั้น

28.2 ด่วนมาก ใหเ้ จ้าหนา้ ท่ปี ฏิบัติโดยเร็ว

28.3 ดว่ น ใหเ้ จา้ หน้าทีป่ ฏบิ ตั ิเร็วกวา่ ปกติ เท่าที่จะทาได้

82. หนังสือประเภท “ด่วน” หมายถึงข้อใด

1. ใหเ้ จา้ หนา้ ทป่ี ฏบิ ตั ใิ นทันทีที่ได้รับหนงั สือนั้น 2. ใหเ้ จ้าหน้าที่ปฏบิ ัติโดยเร็ว

3. ให้เจ้าหน้าทป่ี ฏิบัติเรว็ กวา่ ปกติ เทา่ ทจ่ี ะทาได้ 4. ถูกทกุ ขอ้

ตอบ 3. แนวคิด ข้อ 28. หนังสือทตี่ ้องปฏบิ ตั ิให้เรว็ กว่าปกติ เปน็ หนังสือท่ีตอ้ งจัดสง่ และดาเนินการทางสารบรรณ

ด้วยความรวดเรว็ เป็นพเิ ศษ แบง่ เปน็ 3 ประเภท คอื

28.1 ดว่ นท่ีสุด ใหเ้ จา้ หนา้ ทปี่ ฏบิ ตั ิในทนั ทที ี่ได้รับหนงั สอื นน้ั

28.2 ด่วนมาก ให้เจา้ หน้าที่ปฏบิ ัติโดยเร็ว

28.3 ดว่ น ให้เจา้ หน้าท่ีปฏบิ ตั เิ ร็วกว่าปกติ เทา่ ทจี่ ะทาได้

83. ในกรณที ่ีต้องการให้หนังสือสง่ ถงึ ผรู้ บั ภายในเวลาทก่ี าหนด ใหร้ ะบุคาใดลงในหนังสือท่ีส่งนน้ั

1. ดว่ นมากท่สี ุด

2. ด่วนภายในแล้วลงวนั เดอื น ปี

3. ด่วนภายในแล้วลงวัน เดอื น ปี และกาหนดเวลาที่ต้องการใหห้ นังสอื นั้นไปถึงผรู้ ับ กับให้เจา้ หนา้ ทส่ี ่งถึงผรู้ บั

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 107

------------------------------------------------------------------------------
ซึง่ ระบบุ นหน้าซอง ภายในเวลาทกี่ าหนด

4. ด่วนภายในแลว้ ลงวนั เดือน ปี และกาหนดเวลาที่ต้องการให้หนงั สอื นน้ั ไปถึงผูร้ ับ กับให้เจ้าหน้าท่ีลงชอื่ ของ
ผู้บงั คับบัญชาในหนว่ ยงานน้ันๆ
ตอบ 3. แนวคดิ ขอ้ 28. วรรคสาม ในกรณที ่ีต้องการให้หนังสอื สง่ ถึงผู้รบั ภายในเวลาที่กาหนด ให้ระบคุ าว่า
ดว่ นภายในแล้วลงวนั เดือน ปี และกาหนดเวลาทต่ี ้องการใหห้ นังสือนน้ั ไปถงึ ผู้รับ กบั ให้เจ้าหน้าที่สง่ ถึงผ้รู ับซ่งึ ระบุบน
หน้าซอง ภายในเวลาท่กี าหนด
84. ข้อใดผดิ

1. การตดิ ต่อราชการจะต้องทาเปน็ เอกสารเท่านัน้
2. การตดิ ต่อราชการให้ดาเนินการด้วยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสเ์ ป็นหลกั เว้นแตก่ รณีที่เป็นข้อมลู ข่าวสาร
ลบั ชั้นลับทส่ี ดุ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
3. ในกรณีทีต่ ดิ ต่อราชการดว้ ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผ้สู ่งตรวจสอบผลการสง่ ทกุ คร้ัง
และใหผ้ รู้ ับแจง้ ตอบรับเพ่ือยืนยันวา่ หนงั สือไดจ้ ดั สง่ ไปยงั ผู้รับเรียบรอ้ ยแล้ว
4. การส่งข้อความทางเคร่อื งมอื สื่อสาร เชน่ โทรศพั ท์ วทิ ยุสอ่ื สาร วทิ ยกุ ระจายเสียง ให้ผู้รับปฏิบัติ
เช่นเดยี วกบั ไดร้ ับหนงั สอื
ตอบ 1. แนวคิด ขอ้ 29. “การติดต่อราชการให้ดาเนนิ การดว้ ยระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ ปน็ หลักเว้นแต่
กรณที เ่ี ป็นข้อมูลขา่ วสารลบั ช้นั ลับทสี่ ดุ ตามระเบียบวา่ ด้วยการรกั ษาความลบั ของทางราชการหรือเป็นส่งิ ทีเ่ ป็น
ความลบั ของทางราชการชน้ั ลับทีส่ ุดตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการรกั ษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรอื มี
เหตจุ าเป็นอื่นใดท่ีไม่สามารถดาเนินการด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสไ์ ด้
ในกรณีท่ีติดตอ่ ราชการดว้ ยระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส์ ใหผ้ สู้ ่งตรวจสอบผลการส่งทกุ คร้งั
และให้ผู้รับแจง้ ตอบรบั เพอ่ื ยืนยันว่าหนงั สือไดจ้ ดั ส่งไปยงั ผู้รับเรียบรอ้ ยแล้ว ถ้าได้รบั การแจ้งตอบรบั แล้ว
ส่วนราชการผู้ส่งไม่ต้องจดั ส่งหนังสือเป็นเอกสารตามไปอีก
การสง่ ข้อความทางเคร่ืองมือสือ่ สาร เชน่ โทรศัพท์ วิทยสุ ่ือสาร วิทยกุ ระจายเสียง ให้ผ้รู ับปฏบิ ัตเิ ชน่ เดยี วกบั
ไดร้ บั หนังสอื ในกรณีทจ่ี าเป็นตอ้ งยนื ยนั เปน็ หนังสือ ให้ทาหนงั สอื ยืนยนั ตามไปทันทสี าหรบั กรณที ่ขี ้อความที่ส่งไม่มี
หลักฐานปรากฏชดั แจ้ง ให้ผูส้ ง่ และผรู้ บั บันทึกข้อความไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน
การสง่ หรอื จัดเก็บข้อความตามวรรคสามด้วยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ไวใ้ นระบบสารบรรณ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ให้ถือเปน็ การบนั ทึกข้อความไว้เปน็ หลักฐานแล้ว”
หมายเหตุ ขอ้ 29 ความเดิมถูกยกเลกิ โดยข้อ 7 แห่งระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ
(ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2564 และให้ใชค้ วามที่พิมพ์ไว้แทน
85. ในระเบียบนี้ หนังสอื ที่จัดทาข้นึ โดยปกติใหม้ ีการปฏบิ ตั ิอย่างไร
1. ให้มสี าเนาคฉู่ บบั เก็บไวท้ ่ีตน้ เรอื่ ง 1 ฉบบั
2. ใหม้ ีสาเนาเกบ็ ไวท้ หี่ นว่ ยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบบั
3. ใหม้ กี ารรบั รองสาเนาถกู ต้อง โดยลงชอ่ื ผบู้ งั คบั บัญชาทุกคร้ังที่ออกหนงั สือนน้ั
4. ถูกทง้ั ข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคิด ข้อ 30 วรรคแรก หนงั สือทจ่ี ัดทาข้ึนโดยปกติให้มสี าเนาคูฉ่ บับเก็บไวท้ ตี่ น้ เรื่อง 1 ฉบบั และให้

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 108

------------------------------------------------------------------------------
มสี าเนาเก็บ ไวท้ ่ีหน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบบั
86. ในระเบียบนี้ “สาเนาคฉู่ บบั ” จะต้องมีรายละเอียดอยา่ งไร

1. ให้ผ้ลู งชอื่ ลงลายมือช่ือหรือลายมือช่ือยอ่
2. ใหผ้ รู้ า่ ง ผพู้ ิมพ์ และผู้ตรวจลงลายมือชอื่ หรอื ลายมือช่อื ย่อไว้ทข่ี ้างท้ายขอบล่างด้านขวาของหนังสอื
3. ลงลายมอื ช่ือรบั รองเอกสาร โดยผู้บังคบั บญั ชาในหน่วยงานน้ัน
4. ถกู ทง้ั ข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคดิ ขอ้ 30 วรรคสอง สาเนาคู่ฉบับใหผ้ ู้ลงชอื่ ลงลายมือชื่อหรือลายมือชอ่ื ยอ่ และให้ผู้ร่าง ผ้พู ิมพ์
และผตู้ รวจลงลายมือช่ือ หรือลายมือชือ่ ย่อไวท้ ี่ขา้ งท้ายขอบล่างดา้ นขวาของหนังสือ
87. ในระเบียบนี้ ถา้ หนังสือที่เจ้าของหนงั สือเห็นว่า มีสว่ นราชการอน่ื ที่เกีย่ วข้องควรได้รับทราบด้วย โดยปกติ
ให้ปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
1. ให้ส่งสาเนาไปใหท้ ราบโดยทาเปน็ หนังสือ
2. ใหส้ ่งสาเนาไปให้ทราบโดยทาเปน็ หนังสอื ประทบั ตรา
3. ใหส้ ง่ สาเนาไปให้ทราบโดยทาเป็นหนงั สือประทบั ตรา และลงช่ือผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานน้ัน
4. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2. แนวคิด ขอ้ 31. วรรคแรก หนังสอื ทีเ่ จ้าของหนงั สอื เหน็ วา่ มีสว่ นราชการอ่ืนทเี่ ก่ยี วข้องควร
ได้รับทราบด้วย โดยปกติ ใหส้ ่งสาเนาไปให้ทราบโดยทาเปน็ หนงั สือประทบั ตรา
88. สาเนาหนงั สือ ตามขอ้ 87. นี้ จะตอ้ งมีรายละเอยี ดตามขอ้ ใด
1. ใหม้ คี ารบั รองว่าสาเนาถกู ตอ้ ง
2. โดยใหข้ า้ ราชการพลเรือนหรือพนักงานสว่ นท้องถ่ินประเภทวิชาการ ระดบั ปฏบิ ัตกิ าร หรือประเภทท่วั ไป
ระดบั ชานาญงาน ขึน้ ไป
3. เจา้ ของเร่อื งท่ีทาสาเนาหนงั สอื นั้นลงลายมือชือ่ รับรอง
4. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ 4. แนวคิด ขอ้ 31 วรรคสอง “สาเนาหนังสอื ตามวรรคหนึ่งใหม้ ีคารับรองว่า สาเนาถูกต้อง โดยใหข้ ้าราชการ
พลเรือนหรอื พนักงานสว่ นทอ้ งถ่นิ ประเภทวิชาการ ระดบั ปฏบิ ัตกิ าร หรือประเภททว่ั ไป ระดบั ชานาญงาน ข้ึนไป หรือ
เจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐอ่นื ทเี่ ทียบเท่า หรอื พนกั งานราชการ ซ่งึ เป็นเจา้ ของเรื่องท่ีทาสาเนาหนังสอื น้ันลงลายมอื ช่ือรับรอง
พร้อมทงั้ ลงชอ่ื ตวั บรรจง ตาแหนง่ และวัน เดือน ปีทีร่ บั รอง ไวท้ ่ีขอบล่างของหนงั สือ” (แก้ไขเพ่มิ เติม ฉบบั ที่ 3 พ.ศ.
2560)
89. ในระเบียบน้ี “หนงั สือเวยี น” มคี วามหมายตามข้อใด
1. หนังสอื ที่มีถงึ ผู้รับเป็นจานวนนอ้ ย มใี จความอยา่ งเดียวกนั
2. หนังสอื ท่ีมถี ึงผรู้ ับเปน็ จานวนมาก มีใจความท่ีแตกต่างกนั
3. หนงั สอื ที่มถี ึงผรู้ บั เป็นจานวนมาก มใี จความอยา่ งเดียวกัน
4. หนงั สือที่มีถึงผู้รับเป็นจานวนมาก มใี จความอยา่ งเดยี วกนั และเป็นหนังสือท่จี ะต้องสง่ กลับมายงั ผ้สู ่งอีกครง้ั
ตอบ 3. แนวคิด ข้อ 32. หนงั สอื เวยี น คอื หนังสอื ที่มีถึงผรู้ บั เปน็ จานวนมาก มใี จความอย่างเดียวกัน
ให้เพ่ิมรหัส ตวั พยญั ชนะ ว หนา้ เลขทะเบียนหนังสือสง่ ซ่ึงกาหนดเป็นเลขที่หนงั สอื เวยี นโดยเฉพาะ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 109

------------------------------------------------------------------------------
เริ่มตั้งแต่เลข 1 เรียงเปน็ ลาดับไปจนถึงสน้ิ ปีปฏิทนิ หรือใช้เลขทขี่ องหนังสอื ทวั่ ไปตามแบบหนงั สอื ภายนอกอยา่ งหน่งึ

อยา่ ง ใด

90. เม่อื ผูร้ ับได้รับหนังสือเวียนแล้วเหน็ วา่ เร่อื งนั้นจะตอ้ งให้หน่วยงานหรอื บคุ คลในบงั คบั บัญชาใน ระดบั ตา่ งๆ

ไดร้ ับทราบด้วย ก็ให้มีหน้าที่ปฏิบตั ิอย่างไร

1. จัดทาสาเนาให้หน่วยงานหรอื บุคคลเหลา่ นนั้ โดยเรว็

2. จดั สง่ ให้หนว่ ยงานหรอื บุคคลเหลา่ นัน้ โดยเรว็

3. ถกู ทั้งข้อ 1. และ 2.

4. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 32. วรรคสอง เมอื่ ผรู้ ับไดร้ บั หนังสอื เวยี นแล้วเห็นวา่ เร่ืองนั้นจะต้องใหห้ น่วยงานหรือบคุ คล

ในบงั คบั บญั ชาใน ระดบั ตา่ งๆ ได้รบั ทราบดว้ ย กใ็ หม้ หี น้าที่จัดทาสาเนาหรือจดั สง่ ให้หน่วยงานหรือบคุ คลเหล่านั้น

โดยเรว็

91. ในระเบยี บนี้ สรรพนามทใ่ี ชใ้ นหนังสอื ให้ใชอ้ ย่างไร

1. ใช้อยา่ งไรก็ได้ตามความเหมาะสม

2. ใหใ้ ชต้ ามฐานะแห่งความสมั พันธร์ ะหว่างเจา้ ของหนงั สือ

3. ใหใ้ ช้ตามฐานะแหง่ ความสมั พันธร์ ะหว่างเจ้าของหนงั สือและ ผรู้ บั หนังสือ

4. ใหใ้ ช้ตามคาสง่ั ของผบู้ งั คับบญั ชาในหน่วยงานน้นั ๆ

ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 33. สรรพนามท่ใี ช้ในหนังสือ ใหใ้ ชต้ ามฐานะแหง่ ความสัมพันธ์ระหวา่ งเจ้าของหนังสือและ

ผูร้ บั หนงั สอื ตามภาคผนวก 2

92. ในระเบยี บนี้ “หนงั สือภาษาตา่ งประเทศ” ใหใ้ ชก้ ระดาษอย่างไร

1. กระดาษบนั ทึกข้อความ 2. กระดาษตราครฑุ

3. กระดาษบันทึกข้อความท่ีมีตราครฑุ ลักษณะเฉพาะ

4. ใหเ้ ปน็ ไปตามประเพณนี ิยม

ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 34. หนงั สือภาษาตา่ งประเทศ ให้ใชก้ ระดาษตราครุฑ

93. ในระเบยี บน้ี “หนงั สอื ภาษาอ่ืนๆซ่งึ มิใชภ่ าษาอังกฤษ” ใหใ้ ชก้ ระดาษอยา่ งไร

1. กระดาษบนั ทึกข้อความ 2. กระดาษตราครุฑ

3. กระดาษบันทึกข้อความท่ีมีตราครุฑลักษณะเฉพาะ

4. ใหเ้ ป็นไปตามประเพณนี ยิ ม

ตอบ 4. แนวคดิ สาหรับหนังสือท่ีเป็นภาษาอนื่ ๆ ซ่ึงมิใช่ภาษาองั กฤษ ใหเ้ ปน็ ไปตามประเพณีนิยม

94. ในระเบียบนี้ “หนงั สอื รบั ” มีความหมายตามข้อใด

1. หนงั สือทไี่ ดร้ ับมาจากผบู้ งั คับบญั ชา ให้เจ้าหน้าท่ีของหนว่ ยงานสารบรรณกลางปฏิบัตติ ามที่กาหนดไวใ้ น

ส่วนน้ี

2. หนงั สอื ที่ได้รบั เขา้ มาจากภายนอก ให้เจา้ หน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณ กลางปฏบิ ัติตามท่กี าหนดไวใ้ น

สว่ นนี้

3. หนงั สอื ทไ่ี ดร้ ับเข้ามาจากหนว่ ยงานราชการกลาง ให้เจ้าหน้าท่ขี องหน่วยงานสารบรรณกลางปฏิบัติตามที่

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 110

------------------------------------------------------------------------------
กาหนดไวใ้ นส่วนนี้

4. ถกู ทุกขอ้

ตอบ 2. แนวคิด ขอ้ 35. หนังสอื รับ คอื หนังสอื ทไ่ี ด้รับเขา้ มาจากภายนอก ให้เจา้ หนา้ ท่ขี องหนว่ ยงานสาร

บรรณ กลางปฏบิ ัติตามทกี่ าหนดไว้ในส่วนน้ี

95. การรบั หนังสอื ท่ีมีช้ันความลบั ในชน้ั ลับหรอื ลบั มากดว้ ยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์ ให้ ผู้ใชง้ านหรือ

ผู้ปฏบิ ตั งิ านทีไ่ ด้รับการแต่งตั้งใหเ้ ขา้ ถึงเอกสารลับแต่ละระดับ เปน็ ผูร้ ับผา่ นระบบการรักษา ความปลอดภัย โดยให้

เป็นไปตามระเบียบใด

1. ระเบียบว่าด้วยการรบั ส่งข้อมลู ของทางราชการ

2. ระเบยี บว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

3. ระเบยี บวา่ ดว้ ยการใชแ้ ละรักษาข้อมูลของทางราชการ

4. ระเบยี บว่าดว้ ยการปฏบิ ตั ิงานเกีย่ วกบั ความลับของทางราชการ

ตอบ 2. แนวคิด ขอ้ 35. วรรคสอง การรับหนังสือท่ีมีชนั้ ความลับ ในช้ันลับหรือลบั มาก ด้วยระบบสารบรรณ

อเิ ล็กทรอนิกส์ ให้ ผู้ใช้งานหรือผูป้ ฏบิ ัตงิ านท่ีได้รับการแตง่ ตงั้ ใหเ้ ขา้ ถงึ เอกสารลบั แต่ละระดับ เปน็ ผรู้ บั ผา่ นระบบการ

รกั ษา ความปลอดภัย โดยใหเ้ ป็นไปตาม ระเบียบวา่ ดว้ ยการรักษาความลบั ของทางราชการ

หมายเหตุ ข้อ 35 ความเดิมถกู ยกเลิกโดยข้อ 8 แหง่ ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ

(ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2548 และให้ใช้ความทีพ่ ิมพ์ไว้แทน

96. กรณกี ารประทบั ตรารบั หนงั สือตามแบบท่ี 12 ท้ายระเบียบ ท่ีมมุ บนด้านขวาของหนังสือ ในส่วนทเี่ ก่ยี วกบั

“เลขรบั ” ให้กรอกรายละเอยี ดอยา่ งไร

1. ให้ลงเลขท่ีรบั ตามเลขทร่ี บั ในทะเบียน 2. ให้ลงวนั เดอื นปีท่รี ับหนังสือ

3. ให้ลงเวลาที่รบั หนงั สอื 4. ใหล้ ง เลขท่ีรบั ตามวนั เดือนปีนนั้ ๆ

ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 37. ประทับตรารบั หนังสือตามแบบที่ 12 ทา้ ยระเบียบ ที่มุมบนดา้ นขวาของหนังสือ

โดยกรอกรายละเอยี ดดังน้ี

37.1 เลขรบั ใหล้ งเลขท่ีรบั ตามเลขท่ีรับในทะเบยี น

97. กรณีการประทบั ตรารับหนังสือตามแบบที่ 12 ทา้ ยระเบียบ ท่ีมุมบนด้านขวาของหนังสือ ในส่วนท่เี กย่ี วกบั

“วันที่” ใหก้ รอกรายละเอยี ดอยา่ งไร

1. ใหล้ งเลขทีร่ บั ตามเลขทร่ี บั ในทะเบียน 2. ให้ลงวันเดอื นปีทีร่ บั หนังสือ

3. ให้ลงเวลาทร่ี บั หนงั สือ 4. ใหล้ ง เลขที่รับตามวนั เดือนปีนน้ั ๆ

ตอบ 2. แนวคิด ขอ้ 37. ประทบั ตรารบั หนังสือตามแบบที่ 12 ทา้ ยระเบยี บ ทม่ี ุมบนดา้ นขวาของหนงั สือ

โดยกรอกรายละเอียดดงั นี้

37.2 วันท่ี ใหล้ งวันเดอื นปีที่รับหนังสอื

98. กรณีการประทบั ตรารบั หนงั สือตามแบบท่ี 12 ท้ายระเบียบ ทม่ี ุมบนดา้ นขวาของหนังสือ ในสว่ นทเ่ี กยี่ วกับ

“เวลา” ให้กรอกรายละเอียดอย่างไร

1. ให้ลงเลขทีร่ บั ตามเลขทร่ี ับในทะเบียน 2. ใหล้ งวนั เดอื นปีที่รบั หนังสือ

3. ให้ลงเวลาทร่ี ับหนังสอื 4. ให้ลง เลขท่ีรับตามวนั เดือนปีนัน้ ๆ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 111

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 3. แนวคิด ข้อ 37. ประทบั ตรารบั หนังสือตามแบบท่ี 12 ทา้ ยระเบียบ ทมี่ ุมบนด้านขวาของหนังสือ
โดย กรอกรายละเอยี ดดังน้ี

37.3 เวลา ใหล้ งเวลาทรี่ บั หนงั สอื
99. ในระเบยี บนี้ “หนงั สือสง่ ” หมายถึงข้อใด

1. หนงั สือทสี่ ่งออกไปภายนอก ใหป้ ฏบิ ัติตามที่กาหนดไว้ในสว่ นนี้
2. หนงั สอื ทีส่ ่งเข้ามาจากหน่วยงานราชการ ใหป้ ฏิบัติตามทีก่ าหนดไว้ในสว่ นนี้
3. หนงั สอื ทส่ี ่งออกไปยงั หนว่ ยงานราชการและบุคคลตา่ งๆ ให้ปฏิบตั ติ ามท่กี าหนดไวใ้ นส่วนนี้
4. ถูกทกุ ขอ้
ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 41. หนงั สอื ส่ง คือ หนังสือทีส่ ่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบตั ติ ามท่ีกาหนดไวใ้ นส่วนนี้
หมายเหตุ ขอ้ 41 ความเดมิ ถูกยกเลิกโดยขอ้ 9 แห่งระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบับ
ที่ 2) พ.ศ. 2548 และให้ใชค้ วามที่พิมพ์ไว้แทน
100. การสง่ หนังสือที่มีช้นั ความลบั ในชนั้ ลบั หรือลับมาก ดว้ ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้ ผ้ใู ช้งานหรือ
ผปู้ ฏบิ ัติงานทไี่ ดร้ ับการแตง่ ต้ังให้เข้าถึงเอกสารลับแตล่ ะระดับ เปน็ ผู้สง่ ผ่านระบบการรักษา ความปลอดภัย โดยให้
เป็นไปตามระเบยี บในขอ้ ใด
1. ระเบียบวา่ ด้วยการรับสง่ ข้อมูลของทางราชการ
2. ระเบียบวา่ ดว้ ยการรักษาความลบั ของทางราชการ
3. ระเบียบวา่ ด้วยการใชแ้ ละรักษาข้อมลู ของทางราชการ
4. ระเบยี บว่าด้วยการปฏบิ ัติงานเก่ยี วกับความลับของทางราชการ
ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 41. วรรคสอง การสง่ หนงั สอื ท่ีมชี ัน้ ความลบั ในชัน้ ลับหรือลบั มาก ด้วยระบบสารบรรณ
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ให้ ผู้ใช้งานหรือผูป้ ฏิบัตงิ านที่ไดร้ บั การแต่งตั้งใหเ้ ขา้ ถึงเอกสารลับแต่ละระดบั เป็นผสู้ ่งผ่านระบบการ
รักษา ความปลอดภัย โดยให้เป็นไปตาม ระเบียบวา่ ด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
101. ในการส่งหนงั สอื ตามระเบียบนี้ ใหเ้ จา้ ของเรื่องปฏิบตั ติ ามข้อใด
1. ตรวจความเรียบรอ้ ยของหนังสอื รวมทั้งสง่ิ ทจี่ ะสง่ ไปดว้ ยใหค้ รบถ้วน
2. สง่ เร่ืองให้เจา้ หน้าทีข่ องหน่วยงานสารบรรณกลางเพอื่ ส่งออก
3. ติดตอ่ ผูร้ ับไมว่ า่ ทางใด ก่อนที่จะสง่ เรื่องนน้ั ไปถึง
4. ถกู ทง้ั ข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคดิ ขอ้ 42. ให้เจา้ ของเร่ือง ตรวจความเรยี บร้อยของหนังสอื รวมท้ังส่ิงทจี่ ะสง่ ไปด้วยให้ครบถ้วน
แล้วส่งเรือ่ งใหเ้ จา้ หนา้ ที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางเพอื่ ส่งออก
102. ในการสง่ หนังสอื ตามระเบยี บน้ี เม่อื เจา้ หน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางไดร้ บั เรอ่ื งแลว้ ให้ปฏิบัตติ ามข้อ
ใดเป็นอันดบั แรก
1. ลงทะเบียนหนงั สือในทะเบียนหนังสือสง่ ตามแบบท่ี 14 ท้ายระเบยี บ
2. บรรจซุ องใหเ้ จ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลาง
3. จ่าหน้าซองเรื่องท่ีสง่
4. ส่งหนงั สอื โดยทางไปรษณีย์

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 112

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 1. แนวคดิ ขอ้ 43. เม่ือเจ้าหนา้ ที่ของหนว่ ยงานสารบรรณกลางได้รับเรอ่ื งแล้ว ใหป้ ฏบิ ัติดงั นี้

43.1 ลงทะเบยี นหนงั สอื ในทะเบียนหนงั สือส่ง ตามแบบท่ี 14 ทา้ ยระเบยี บ

3. ในการส่งหนังสอื การลงทะเบยี นหนงั สอื ในทะเบียนหนงั สือส่งตามแบบที่ 14 ทา้ ยระเบียบ ในส่วนของ

“ทะเบยี นหนังสอื สง่ ” จะต้องมกี ารกรอกรายละเอียดตามข้อใด

1. ใหล้ งเลขลาดับของทะเบียนหนงั สือลงเรยี งลาดบั ตดิ ต่อกันไปตลอดปปี ฏิทิน

2. ให้ลงวันเดือนปีท่ีจะสง่ หนังสอื นัน้ ออก

3. วนั ท่ี เดือน พ.ศ. ใหล้ งวันเดือนปีท่ลี งทะเบียน

4. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 43. เม่อื เจา้ หนา้ ท่ีของหน่วยงานสารบรรณกลางไดร้ บั เรอ่ื งแล้ว ใหป้ ฏิบตั ิดังนี้

43.1.1 ทะเบียนหนงั สือส่ง วันท่ี เดือน พ.ศ. ให้ลงวันเดอื นปที ลี่ งทะเบียน

103. รายละเอยี ดของ “บัตรตรวจค้น”ในระเบียบน้ี ในสว่ นของ “เลขทะเบียนรับ”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามข้อใด

1. ใหล้ งเลขทะเบยี นตามที่ปรากฏในทะเบยี นหนงั สือรบั

2. ให้ลงเลขที่ของหนังสือ

3. ใหล้ งวันเดอื นปีของหนังสือ 4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 51 บัตรตรวจค้น ใหจ้ ัดทาตามแบบที่18 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ด ดงั น้ี

51.2 เลขทะเบียนรบั ใหล้ งเลขทะเบยี นตามทปี่ รากฏในทะเบียนหนงั สือรบั

104. รายละเอียดของ “บัตรตรวจคน้ ” ในระเบียบน้ี ในสว่ นของ “ท”ี่ .. ใหก้ รอกรายละเอียดตามข้อใด

1. ใหล้ งเลขทะเบยี นตามทป่ี รากฏในทะเบียนหนังสือรบั

2. ใหล้ งเลขท่ีของหนังสือ

3. ให้ลงวันเดือนปีของหนังสอื 4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 51.บัตรตรวจค้น ให้จัดทาตามแบบที่ 18 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ด ดังน้ี

51.3 ที่ ใหล้ งเลขทข่ี องหนังสือ

105. รายละเอียดของ “บัตรตรวจคน้ ” ในระเบยี บน้ี ในสว่ นของ “ลงวนั ที่”.. ให้กรอกรายละเอยี ดตามขอ้ ใด

1. ให้ลงเลขทะเบียนตามทปี่ รากฏในทะเบยี นหนังสอื รับ

2. ใหล้ งเลขที่ของหนังสือ

3. ให้ลงวนั เดอื นปีของหนังสือ 4. ถูกทุกขอ้

ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 51 บัตรตรวจคน้ ให้จดั ทาตามแบบที่ 18 ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ด ดงั น้ี

51.4 ลงวนั ท่ี ใหล้ งวันเดอื นปีของหนงั สือ

106. ในระเบียบน้ี อายุการเก็บหนังสือ โดยปกตใิ ห้เก็บไว้ไมน่ ้อยกว่ากป่ี ี

1. 10 ปี 2. 20 ปี 3. 30 ปี 4. 40 ปี

ตอบ 1. แนวคดิ ขอ้ 57. อายุการเก็บหนังสอื โดยปกติให้เก็บไว้ไมน่ อ้ ยกว่า 10 ปี

107. ในระเบียบน้ี หากเปน็ หนงั สือทีไ่ ด้ปฏิบตั ิงานเสร็จส้ินแล้ว และเปน็ คสู่ าเนาทม่ี ตี น้ เร่ืองจะคน้ ได้จากที่อน่ื ให้

เก็บไว้ไมน่ ้อยกว่าก่ปี ี

1. 3 ปี 2. 4 ปี 3. 5 ปี 4. 6 ปี

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 113

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 3. แนวคดิ ขอ้ 57.4 หนงั สอื ทไี่ ดป้ ฏิบตั ิงานเสร็จส้ินแลว้ และเปน็ คู่สาเนาทม่ี ีตน้ เร่อื งจะคน้ ได้จากท่ีอืน่ ให้

เก็บไว้ไม่นอ้ ยกว่า 5 ปี

108. ในระเบยี บน้ี หากเป็นหนงั สือท่ีเปน็ เร่ืองธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสาคญั และเป็นเร่ืองท่ีเกิดข้ึนเปน็ ประจา

เมื่อดาเนินการแลว้ เสรจ็ ให้เก็บไวไ้ มน่ ้อยกว่า กป่ี ี

1. 1 ปี 2. 2 ปี 3. 3 ปี 4. 4 ปี

ตอบ 1. แนวคิด ขอ้ 57.5 หนงั สือทเี่ ปน็ เรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสาคัญ และเป็นเรอ่ื งทีเ่ กดิ ขึ้นเป็น ประจา

เมื่อดาเนินการแล้วเสรจ็ ใหเ้ ก็บไว้ ไม่น้อยกวา่ 1 ปี

109. หนงั สอื หรอื เอกสารเกยี่ วกับการเงินเมื่อ สานักงานการตรวจเงินแผน่ ดนิ ตรวจสอบแลว้ ไม่มปี ญั หา และไม่มี

ความจาเปน็ ต้องใชป้ ระกอบการ ตรวจสอบหรือเพ่ือการใดๆ อกี ให้เก็บไว้ไม่นอ้ ยกวา่ กป่ี ี

1. 3 ปี 2. 4 ปี 3. 5 ปี 4. 6 ปี

ตอบ 3. แนวคิด 57.6 หนังสอื หรือเอกสารเก่ียวกบั การเงิน การจา่ ยเงิน หรือการก่อหน้ผี กู พันทาง การเงนิ ท่ีไม่

เป็นหลกั ฐานแห่งการก่อ เปล่ียนแปลง โอน สงวน หรอื ระงบั ซ่งึ สทิ ธใิ นทางการเงนิ รวมถึง หนงั สือหรอื เอกสาร

เกย่ี วกับการรับเงนิ การจา่ ยเงิน หรอื การก่อหนี้ผูกพนั ทางการเงินทหี่ มดความจาเป็นใน การใชเ้ ปน็ หลักฐานแห่งการ

กอ่ เปลีย่ นแปลง โอน สงวน หรือระงบั ซึ่งสทิ ธิในทางการเงินเพราะไดม้ ี หนงั สือหรือเอกสารอน่ื ท่สี ามารถนามาใช้

อา้ งอิง หรอื ทดแทนหนังสือหรอื เอกสารดังกล่าวแล้ว เม่ือ สานกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ตรวจสอบแล้วไมม่ ปี ญั หา

และไม่มีความจาเป็นต้องใชป้ ระกอบการ ตรวจสอบหรือเพื่อการใดๆ อีก ให้เกบ็ ไว้ไมน่ ้อยกว่า 5 ปี

110. ทุกปีปฏิทนิ ให้สว่ นราชการจดั สง่ หนงั สือที่มีอายุครบกป่ี ี นบั จากวันท่ไี ด้จดั ทาขึน้ ที่ เก็บไว้ ณ สว่ นราชการใด

ใหส้ านักหอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศลิ ปากร

1. 10 ปี 2. 15 ปี 3. 20 ปี 4. 25 ปี

ตอบ 3. แนวคิด ข้อ 58. ทกุ ปีปฏิทินให้ส่วนราชการจัดสง่ หนังสอื ที่มีอายคุ รบ 20 ปี นับจากวนั ที่ไดจ้ ัดทาขนึ้ ที่

เกบ็ ไว้ ณ ส่วนราชการใด พร้อมท้ังบญั ชีส่งมอบหนังสือครบ 20 ปี ให้สานกั หอจดหมายเหตุแห่งชาติกรมศิลปากร

111. ผู้ใดเป็นผู้แตง่ ตงั้ คณะกรรมการทาลายหนงั สอื ในระเบียบนี้

1. นายกรัฐมนตรี 2. หัวหนา้ ส่วนราชการระดบั กรม

3. คณะรฐั มนตรี 4. อธิบดีกรมฯ

ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 67. ใหห้ ัวหนา้ ส่วนราชการระดับกรม แตง่ ตงั้ คณะกรรมการทาลายหนังสอื

112. คณะกรรมการทาลายหนังสือประกอบด้วย ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างนอ้ ยกีค่ น

1. 2 คน 2. 3 คน 3. 4 คน 4. 5 คน

ตอบ 1. แนวคดิ ขอ้ 67. ใหห้ ัวหน้าสว่ นราชการระดับกรมแตง่ ตัง้ คณะกรรมการทาลายหนงั สือประกอบด้วย

ประธานกรรมการ และกรรมการอีกอย่างน้อย สองคน

113. ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏบิ ตั หิ นา้ ทไ่ี ด้ ให้ปฏบิ ตั ิตามข้อใด

1. ใหก้ รรมการท่ีมาประชุมเลอื กกรรมการคนหน่ึงทา หน้าท่ีประธาน

2. ใหร้ องประธานทาหนา้ ท่แี ทนประธาน

3. ให้เลือ่ นการประชุมออกไปก่อน

4. ไม่มีข้อใดถูก

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 114

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 1. แนวคิด ขอ้ 67. วรรคสอง ถ้าประธานกรรมการไมส่ ามารถปฏิบตั หิ น้าทีไ่ ด้ใหก้ รรมการทมี่ าประชมุ

เลอื กกรรมการคนหน่งึ ทา หน้าที่ประธาน

114. ตราครฑุ สาหรับแบบพมิ พ์ ในระเบียบน้ี มีก่ีขนาด

1. 1 ขนาด 2. 2 ขนาด 3. 3 ขนาด 4. 4 ขนาด

ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 71. ตราครฑุ สาหรบั แบบพิมพ์ ใหใ้ ช้ตามแบบที่ 26 ท้ายระเบียบ มี 2 ขนาด

115. ระเบียบนี้ “ตราครฑุ แบบแรก” มขี นาดตวั สูงกีเ่ ซนตเิ มตร

1. 1 เซนตเิ มตร 2. 2 เซนติเมตร 3. 3 เซนติเมตร 4. 4 เซนติเมตร

ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 71. ตราครฑุ สาหรับแบบพมิ พ์ ให้ใช้ตามแบบที่ 26 ท้ายระเบียบ มี 2 ขนาด คือ

71.1 ขนาดตัวครุฑสงู 3 เซนติเมตร

116. ในระเบียบนี้ “ตราครฑุ แบบทส่ี อง” มีขนาดตวั สงู กเี่ ซนติเมตร

1. 1.5 เซนติเมตร 2. 2.5 เซนติเมตร 3. 3.5 เซนตเิ มตร 4. 4.5 เซนตเิ มตร

ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 71. ตราครฑุ สาหรบั แบบพมิ พ์ ใหใ้ ชต้ ามแบบท่ี 26 ท้ายระเบียบ มี 2 ขนาด คือ

71.2 ขนาดตวั ครุฑสงู 1.5 เซนตเิ มตร

117. ในระเบียบน้ี มาตรฐานกระดาษโดยปกติให้ใช้กระดาษปอนดข์ าว นา้ หนกั กี่กรมั ตอ่ ตารางเมตร

1. นา้ หนัก 40 กรัม ตอ่ ตารางเมตร 2. นา้ หนัก 50 กรัม ตอ่ ตารางเมตร

3. นา้ หนกั 60 กรมั ต่อตารางเมตร 4. น้าหนัก 70 กรัม ต่อตารางเมตร

ตอบ 3. แนวคดิ ขอ้ 74 มาตรฐานกระดาษและซอง

74.1 มาตรฐานกระดาษโดยปกติ ให้ใช้กระดาษปอนดข์ าว นา้ หนัก 60 กรมั ต่อตารางเมตร

118. ในระเบยี บน้ี จากข้อ 117. มาตรฐานกระดาษดงั กล่าว มกี ี่ขนาด

1. 2 ขนาด 2. 3 ขนาด 3. 4 ขนาด 4. 5 ขนาด

ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 74.1 มาตรฐานกระดาษโดยปกตใิ ห้ใชก้ ระดาษปอนด์ขาว น้าหนัก 60 กรัม ตอ่ ตาราง เมตร

มี 3 ขนาด

119. มาตรฐานกระดาษในระเบียบน้ี “ขนาด เอ 4” มีขนาดตามขอ้ ใด

1. 210 มลิ ลเิ มตร X 297 มลิ ลิเมตร 2. 210 มิลลเิ มตร X 298 มลิ ลิเมตร

3. 210 มิลลเิ มตร X 299 มิลลเิ มตร 4. 210 มิลลิเมตร X 300 มลิ ลเิ มตร

ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 74.1.1 ขนาดเอ 4 หมายความวา่ ขนาด 210 มิลลเิ มตร x 297 มิลลเิ มตร

120. มาตรฐานกระดาษในระเบียบน้ี “ขนาด เอ 5” มีขนาดตามข้อใด

1. หมายความวา่ ขนาด 148 มลิ ลิเมตร x 210 มลิ ลิเมตร

2. หมายความวา่ ขนาด 148 มลิ ลิเมตร x 211 มลิ ลิเมตร

3. หมายความว่า ขนาด 148 มลิ ลเิ มตร x 212 มลิ ลเิ มตร

4. หมายความว่า ขนาด 148 มิลลเิ มตร x 213 มลิ ลเิ มตร

ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 74.1.2 ขนาดเอ 5 หมายความว่า ขนาด 148 มิลลิเมตร x 210 มลิ ลิเมตร

121. มาตรฐานกระดาษในระเบยี บน้ี “ขนาด เอ 8” มขี นาดตามขอ้ ใด

1. หมายความว่า ขนาด 52 มิลลิเมตร x 73 มลิ ลิเมตร

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 115

------------------------------------------------------------------------------
2. หมายความวา่ ขนาด 52 มลิ ลเิ มตร x 74 มลิ ลิเมตร
3. หมายความวา่ ขนาด 52 มลิ ลิเมตร x 75 มลิ ลิเมตร
4. หมายความวา่ ขนาด 52 มลิ ลิเมตร x 76 มิลลเิ มตร

ตอบ 2. แนวคิด ขอ้ 74.1.3 ขนาดเอ 8 หมายความวา่ ขนาด 52 มลิ ลิเมตร x 74 มลิ ลเิ มตร
122. ในระเบียบนี้ “ตรารบั หนังสอื ” มีวตั ถุประสงคต์ ามข้อใด

1. ตราที่ใช้ประทับบนหนังสือ เพื่อลงเลขทะเบียนรบั หนังสือตามแบบท่ี 12 ท้ายระเบยี บ
2. ใช้สาหรบั ลงรายการหนังสือที่ได้รับเขา้ เป็นประจาวันโดยเรียงลาดับ ลงมาตามเวลาที่ไดร้ บั หนังสือ
3. เปน็ บัตรกากับหนังสอื แต่ละรายการเพ่ือให้ทราบวา่ หนังสือนัน้ ๆ ได้มีการ ดาเนินการตามลาดับข้นั ตอน
อย่างใด
4. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ 1. แนวคิด ข้อ 78. ตรารบั หนงั สอื คือ ตราที่ใช้ประทับบนหนงั สอื เพือ่ ลงเลขทะเบยี นรับหนังสือตาม
แบบที่ 12 ทา้ ยระเบียบ มีลักษณะเป็นรปู สี่เหลยี่ มผืนผ้า ขนาด 2.5 เซนติเมตร x 5 เซนตเิ มตร มชี ่อื สว่ นราชการ อยู่
ตอนบน
123. ในระเบียบนี้ “บัตรตรวจค้น” มคี วามหมายตามข้อใด
1. เปน็ บตั รกากบั หนงั สือแต่ละรายการเพ่ือใหท้ ราบวา่ หนังสอื นั้นๆ ได้มีการ ดาเนนิ การตามลาดบั ขนั้ ตอน
อยา่ งใด จนกระท่ังเสรจ็ สิ้น
2. เป็นบตั รกากบั หนงั สือแต่ละรายการเพื่อใหส้ ะดวกต่อการตรวจคน้
3. เป็นบัตรกากบั หนงั สอื แต่ละรายการเพื่อสะดวกต่อการจดั เกบ็ รกั ษา
4. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ 1. แนวคิด ขอ้ 82. บัตรตรวจค้น เปน็ บตั รกากับหนังสอื แตล่ ะรายการเพ่ือให้ทราบวา่ หนงั สอื นน้ั ๆ ได้
มกี ารดาเนนิ การตามลาดับขน้ั ตอนอย่างใด จนกระทงั่ เสร็จส้ิน บตั รน้เี กบ็ เรียงลาดับกนั เป็นชุดในท่ีเก็บโดยมี กระดาษ
ตดิ เป็นบัตรดรรชนี ซึง่ แบ่งออกเปน็ ตอนๆ เพื่อสะดวกแก่การตรวจคน้ มขี นาดเอ 5 พมิ พ์สองหน้า ตามแบบท่ี 18 ทา้ ย
ระเบียบ
124. ในระเบียบน้ี “บญั ชีฝากหนงั สอื ” เป็นบญั ชที ี่ใช้สาหรบั สิง่ ใด
1. เป็นบญั ชีทใ่ี ช้ลงรายการหนงั สือที่ ส่วนราชการ นาฝากไว้กับกอง จดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศลิ ปากร มี
ลักษณะเปน็ แผ่นขนาดเอ 4 พิมพ์สองหนา้
2. เปน็ บญั ชีท่ีใช้ลงรายการหนังสอื ท่ี บุคคลภายนอก นาฝากไว้กบั กอง จดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศลิ ปากร
มีลกั ษณะเป็นแผ่นขนาดเอ 4 พมิ พ์สองหนา้
3. เป็นบญั ชที ีใ่ ช้ลงรายการหนังสอื ที่ สว่ นราชการ นาฝากไว้กับหน่วยงานราชการอ่นื มีลกั ษณะเป็นแผ่น
ขนาดเอ 4 พิมพ์สองหน้า
4. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 1. แนวคดิ ขอ้ 87. บญั ชีฝากหนังสอื เป็นบัญชที ่ใี ชล้ งรายการหนังสอื ทส่ี ว่ นราชการนาฝากไว้กับกอง
จดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศลิ ปากร มีลกั ษณะเปน็ แผน่ ขนาดเอ 4 พมิ พส์ องหนา้ ตามแบบท่ี 23 ทา้ ยระเบียบ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 116

------------------------------------------------------------------------------
125. ในระเบียบนี้ “บัตรยมื หนงั สือ” มีวัตถปุ ระสงค์เพื่อใชใ้ นการใด

1. ใช้สาหรับเป็นหลกั ฐานแทนหนังสอื ท่ใี ห้ยมื ไป มีขนาด เอ 4 พมิ พห์ น้าเดียว
2. ใชส้ าหรบั เปน็ หลักฐานแทนหนงั สอื ท่ีรับไป มขี นาด เอ 4 พิมพห์ นา้ เดยี ว
3. ใช้สาหรบั เปน็ หลกั ฐานแทนหนังสอื ที่ส่งไป มีขนาด เอ 4 พิมพ์หน้าเดยี ว
4. ใช้สาหรับเป็นหลักฐานแทนหนงั สอื ทย่ี มื มีขนาด เอ 4 พมิ พ์หน้าเดียว
ตอบ 1. แนวคดิ ขอ้ 88. บัตรยืมหนังสือ ใชส้ าหรับเป็นหลกั ฐานแทนหนังสอื ที่ให้ยมื ไป มีขนาดเอ 4 พิมพ์
หนา้ เดยี ว ตามแบบที่ 24 ท้ายระเบียบ

------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 117

------------------------------------------------------------------------------

แนวข้อสอบยทุ ธศาสตรช์ าติ

ข้อ 1. พระราชบญั ญัติการจัดทายุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใชเ้ ม่ือใด

1. 31 กรกฎาคม 2560 2. 31 สิงหาคม 2560

3. 1 สงิ หาคม 2560 4. 1 กรกฎาคม 2560

ตอบข้อ 3.

ข้อ 2. ใครเปน็ ผ้รู ักษาการตามพระราชบัญญตั ินี้

1. สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ

2. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ

3. รฐั สภา

4.นายกรฐั มนตรี

ตอบข้อ 4.

ข้อ 3. เพอื่ ใชเ้ ปน็ กรอบในการจัดทาแผนต่างๆ ให้มียทุ ธศาสตร์ชาตเิ ปน็ เป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างไร

1. อย่างมั่งคง ตามหลักธรรมาภิบาล 2. อยา่ งมั่งคั่ง ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง

3.อยา่ งย่ังยืน ตามหลักธรรมาภิบาล 4. ถกู ท้ังหมดท่ีกลา่ วมา

ตอบข้อ 3.
ขอ้ 4. การประกาศใช้ยทุ ธศาสตร์ชาตเิ ม่อื ไดป้ ระกาศใน...........แลว้ ใหใ้ ชบ้ ังคบั ได้

1. พระบรมราชโองการ 2. ราชกจิ จานเุ บกษา

3.พระราชบัญญัติ 4.กฎมณเฑยี รบาล

ตอบข้อ 2.

ขอ้ 5. ยทุ ธศาสตร์ชาตอิ ยา่ งน้อยต้องประกอบด้วยอะไร

1. วิสัยทศั นก์ ารพัฒนาประเทศ

2.เปา้ หมายการพัฒนาประเทศในระยะยาวและตัวช้วี ดั การบรรลเุ ป้าหมาย

3.ยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ

4.ถูกทุกข้อ

ตอบข้อ 4.

ขอ้ 6. เปา้ หมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว อย่างนอ้ ยต้องมีเป้าหมายใด

1. ด้านความมน่ั คงของประเทศ

2. ด้านคุณภาพและความเปน็ อยูข่ องประชาชน

3.ด้านบทบาทของรัฐที่มตี อ่ ประชาชน

4. ถกู ทุกขอ้
ตอบข้อ 4.

ขอ้ 7. ขอ้ ใดมไิ ด้กาหนดไวใ้ นการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ

1. คานงึ ถึงผลประโยชนแ์ หง่ ชาติมาก่อนสิ่งอนื่ ใด

2. ใหส้ อดคล้องกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 118

------------------------------------------------------------------------------
3. การพฒั นาทย่ี ัง่ ยนื ตามหลกั ธรรมาภิบาล

4.เป้าหมายการปฏิรปู ประเทศตามทร่ี ัฐธรรมนูญบัญญัติ

ตอบข้อ 1.

ข้อ 8. ให้คณะรัฐมนตรีนาร่างยทุ ธศาสตร์ชาติท่ไี ด้รบั จากคณะกรรมการหรือที่คณะกรรมการแก้ไขเพมิ่ เตมิ

ตามวรรคหนึ่ง มาตรา 9 แลว้ เสนอต่อใครพิจารณาร่างยทุ ธศาสตรช์ าติ

1. เสนอตอ่ สภาผู้แทนราษฎรภายใน 20 วันนับแตว่ นั ทีไ่ ดร้ ับร่างยทุ ธศาสตรช์ าติ

2. เสนอตอ่ สภาผแู้ ทนราษฎรภายใน 30 วันนับแตว่ นั ที่ไดร้ ับรา่ งยุทธศาสตร์ชาติ

3. เสนอตอ่ วุฒสิ ภาภายใน 20 วนั นับแต่วันที่ได้รบั ร่างยุทธศาสตรช์ าติ

4. เสนอตอ่ วฒุ สิ ภาภายใน 20 วันนับแตว่ ันที่ไดร้ ับร่างยทุ ธศาสตรช์ าติ

ตอบข้อ 2.

ข้อ 9. ใหว้ ฒุ ิสภาพิจารณาและลงมติเหน็ ชอบหรอื ไมเ่ หน็ ชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติให้แลว้ เสร็จภายในกี่วันนับแต่วันท่ี

ได้รับร่างจากสภาผแู้ ทนราษฎร

1.15 วัน 2. 20 วนั 3. 30 วนั 4. 60 วนั

ตอบข้อ 3.

ข้อ 10. รา่ งยุทธศาสตรช์ าตทิ ่ีไดร้ ับความเหน็ ชอบของรฐั สภาแล้ว ใหน้ ายกรฐั มนตรีนา ข้ึน

ทลู เกล้าทลู กระหม่อมถวายภายในกีว่ ัน

1.15 วัน 2. 20 วนั 3. 30 วนั 4. 60 วนั

ตอบข้อ 2.

ข้อ 11. ให้คณะกรรมการจัดใหม้ ีการทบทวนยุทธศาสตร์ชาติทุกก่ีปี

1. 2 ปี 2. 3 ปี 3. 4 ปี 4. 5 ปี

ตอบข้อ 4.

ข้อ 12. “คณะกรรมการยทุ ธศาสตรช์ าติ”ประกอบดว้ ยใครเป็นประธานกรรมการ

1. ประธานสภาผ้แู ทนราษฎร 2. ประธานวุฒิสภา

3. นายกรฐั มนตรี 4. ปลัดกระทรวงกลาโหม

ตอบข้อ 3.

ข้อ 13. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒปิ ฏบิ ตั ิหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ จานวนเทา่ ใด

1. ไมเ่ กนิ 15 คน 2. อย่างน้อย 15 คน

3. ไม่เกิน 17 คน 4.อย่างนอ้ ย 20 คน

ตอบข้อ 3.

ข้อ 14. กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒมิ ีวาระการดารงตาแหน่งคราวละกป่ี ี

1. 4 ปี 2. 5 ปี 3. 6 ปี 4. 10 ปี

ตอบข้อ 2.

ข้อ 15. ใครทาหน้าทส่ี านักงานเลขานุการของคณะกรรมการและคณะกรรมการจดั ทายทุ ธศาสตรช์ าติ

1. สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 119

------------------------------------------------------------------------------
2. สานกั งานสภาความม่นั คงแห่งชาติ

3. กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ ซง่ึ คณะรัฐมนตรแี ตง่ ตั้ง

4. ไมม่ ีข้อใดถกู

ตอบข้อ 1.

ข้อ 16. รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตราใด กาหนดให้รัฐพงึ จดั ให้มยี ุทธศาสตร์ชาติเป็น

เป้าหมายในการพฒั นาประเทศ

1. มาตรา 60 2. มาตรา 65

3. มาตรา 75 4. มาตรา 85

ตอบข้อ 2.

ข้อ 17. ข้อใดเปน็ วิสยั ทัศนใ์ นยุทธศาสตร์ชาตทิ ถี่ กู ต้อง

1. ประเทศไทยเป็นประเทศกาลังพฒั นา มีความม่นั คง มัง่ ค่ัง ยงั่ ยนื ดว้ ยการพฒั นาตามหลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

2.ประเทศไทยมีความมน่ั คง มั่งค่ัง ยง่ั ยนื ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

3. ประเทศไทยมีความมนั่ คง มง่ั ค่งั ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพฒั นาตามหลกั

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

4.ด้วยการพฒั นาตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งประเทศไทยมคี วามม่ันคง มงั่ คั่ง ยง่ั ยืน เป็นประเทศ

พัฒนาแล้ว

ตอบข้อ 3.

ข้อ 18. ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปีในปัจจบุ นั ประกอบด้วยกย่ี ุทธศาสตร์

1. 4 ยทุ ธศาสตร์ 2. 5 ยุทธศาสตร์

3. 6 ยทุ ธศาสตร์ 4. 7 ยุทธศาสตร์

ตอบข้อ 3.

ข้อ 18. ข้อใดไม่ถกู ต้องตามความหมายของ “มนั่ คง” ตามวิสัยทศั น์ในยทุ ธศาสตร์ชาติ

1. การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัย

2. ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย

3. สังคมมีความปรองดองและความสามัคคี

4. มีการขยายตัวของเศรษฐกจิ อย่างต่อเนื่องและมีความย่ังยืน

ตอบข้อ 4.

ขอ้ 19. ขอ้ ใดไม่ถกู ต้องตามความหมายของ “มั่งค่งั ” ตามวิสยั ทศั น์ในยทุ ธศาสตร์ชาติ

1. ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกจิ อย่างต่อเนอื่ ง

2. การพัฒนาทส่ี ามารถสรา้ งความเจรญิ รายได้ และคุณภาพชวี ิตของประชาชนใหเ้ พ่ิมขึ้นอย่างต่อเนอื่ ง

3. เศรษฐกจิ มีความสามารถในการแข่งขันสูง

4. มคี วามสมบูรณ์ในทนุ ท่ีจะสามารถสรา้ งการพฒั นาต่อเน่ือง

ตอบข้อ 2.

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 120

------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ 20. ขอ้ ใดไม่ถกู ต้องตามความหมายของ “ยัง่ ยนื ” ตามวสิ ยั ทศั น์ในยุทธศาสตรช์ าติ

1. การพัฒนาที่สามารถสรา้ งความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวติ ของประชาชนใหเ้ พิ่มข้นึ อย่างต่อเน่ือง
2. การผลิตและการบริโภคเปน็ มิตรกับส่งิ แวดล้อม
3. คนมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม มีความเอ้ืออาทร เสยี สละเพื่อผลประโยชนส์ ว่ นรวม
4. ไม่มีข้อใดผิด
ตอบข้อ 4.
ข้อ 21. ขอ้ ใดไม่ใช่หวั ข้อสาคัญใน 6 ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี
1. ยุทธศาสตรช์ าตดิ ้านความม่ันคง
2. ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านความอยู่ดีกนิ ดีของประชาชน
3. ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านด้านการพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์
4. ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชวี ิตที่เปน็ มติ รต่อสิง่ แวดล้อม
ตอบข้อ 2.
ข้อ 22. ในยุทธศาสตรช์ าติด้านความมั่นคง ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
1. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 4 ประเด็นหลกั 4 เปา้ หมาย และ 4 ตวั ชี้วัด
2. ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ประเดน็ หลัก 4 เป้าหมาย และ 5 ตัวชว้ี ดั
3. ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็นหลกั 5 เปา้ หมาย และ 5 ตัวชี้วดั
4. ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็นหลัก 4 เป้าหมาย และ 4 ตวั ชี้วดั
ตอบข้อ 3.
ขอ้ 23. ในยทุ ธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ประกอบด้วยอะไรบ้าง
1. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 4 ประเด็นหลกั 2 เปา้ หมาย และ 4 ตวั ชว้ี ัด
2. ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ประเดน็ หลัก 4 เปา้ หมาย และ 5 ตวั ชี้วัด
3. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 5 ประเดน็ หลัก 2 เป้าหมาย และ 4 ตัวชี้วดั
4. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 5 ประเด็นหลัก 4 เปา้ หมาย และ 4 ตวั ชวี้ ัด
ตอบข้อ 3.
ขอ้ 24. ในยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 ประกอบด้วยอะไรบ้าง
1. ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ประเด็นหลกั 2 เปา้ หมาย และ 4 ตัวชว้ี ดั
2. ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็นหลัก 4 เปา้ หมาย และ 5 ตัวช้ีวัด
3. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 6 ประเดน็ หลกั 2 เป้าหมาย และ 4 ตวั ช้วี ดั
4. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 7 ประเด็นหลัก 2 เป้าหมาย และ 3 ตวั ชว้ี ัด
ตอบข้อ 4.
ขอ้ 25. ในยทุ ธศาสตร์ชาติ ยทุ ธศาสตร์ที่ 4 ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
1. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 4 ประเดน็ หลกั 2 เป้าหมาย และ 4 ตวั ชว้ี ัด
2. ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ประเดน็ หลัก 3 เป้าหมาย และ 4 ตวั ชี้วัด
3. ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็นหลัก 2 เป้าหมาย และ 5 ตวั ชว้ี ดั

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 121

------------------------------------------------------------------------------
4. ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเดน็ หลัก 4 เป้าหมาย และ 3 ตัวชว้ี ัด

ตอบข้อ 2.

ขอ้ 26. ในยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ท่ี 5 ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง

1. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 4 ประเดน็ หลกั 2 เปา้ หมาย และ 4 ตวั ช้ีวดั

2. ประเด็นยุทธศาสตร์ 5ประเด็นหลัก 3 เป้าหมาย และ 4 ตัวชี้วัด

3. ประเด็นยุทธศาสตร์ 6 ประเด็นหลัก 4 เปา้ หมาย และ 4 ตวั ช้วี ดั

4. ประเด็นยุทธศาสตร์ 7 ประเด็นหลัก 4 เปา้ หมาย และ 3 ตวั ชี้วัด

ตอบข้อ 3.

ขอ้ 27. ในยทุ ธศาสตรช์ าติ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 6 ประกอบด้วยอะไรบ้าง

1. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 4 ประเด็นหลกั 2 เปา้ หมาย และ 4 ตวั ช้ีวัด

2. ประเด็นยุทธศาสตร์ 6 ประเด็นหลกั 3 เป้าหมาย และ 5 ตัวชี้วัด

3. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 7 ประเดน็ หลกั 2 เปา้ หมาย และ 5 ตวั ช้วี ดั

4. ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 8 ประเด็นหลัก 4 เปา้ หมาย และ 4 ตัวชว้ี ัด

ตอบข้อ 4.

ข้อ 28. “ประชาชนอยู่ดี กนิ ดี มคี วามสุข” อยู่เปา้ หมายท่ีอยู่ในประเดน็ ใดของยุทธศาสตรช์ าติ

1. อยู่ในเป้าหมายท่ี 1 ของยุทธศาสตร์ที่ 1 2. อยูใ่ นเป้าหมายที่ 1 ของยุทธศาสตรท์ ี่ 2

3. อยใู่ นเป้าหมายที่ 2 ของยุทธศาสตร์ท่ี 3 4. อย่ใู นเป้าหมายท่ี 1 ของยุทธศาสตร์ท่ี 4

ตอบข้อ 1.

ข้อ 29. “ประเทศไทยเปน็ ประเทศท่ีพัฒนาแลว้ เศรษฐกจิ เติบโตอย่างมเี สถยี รภาพและยัง่ ยืน”

คากลา่ วทีว่ า่ นี้ ข้อใดไม่ได้เป็นตัวช้ีวดั ตามท่ีกาหนดในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี้

1. รายไดป้ ระชาชาติ การขยายตวั ของผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภายในประเทศ

2. ผลติ ภาพการผลิตของประเทศ

3. การพฒั นาคุณภาพชวี ิต

4. ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ

ตอบข้อ 3.

ข้อ 30. “คนไทยเปน็ คนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสาหรบั วถิ ชี ีวิตในศตวรรษที่ 21” ตามยทุ ธศาสตรช์ าตขิ ้อใดเป็น

ตัวชีว้ ดั อนั ดับแรก

1. การพัฒนาสังคมและครอบครัวไทย

2. การพัฒนาคุณภาพชวี ติ สขุ ภาวะ และความเปน็ อยู่ท่ดี ขี องคนไทย

3. ผลสมั ฤทธ์ิทางการศึกษาและการเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต

4. ความก้าวหน้าของการพฒั นาคน

ตอบข้อ 2.

.......................

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 122

------------------------------------------------------------------------------
นโยบายรฐั บาล

คาแถลงนโยบาย

ของ

คณะรัฐมนตรี

พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรี

แถลงต่อรฐั สภา

วันพฤหสั บดีที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ท่านประธานรัฐสภาทเ่ี คารพ

ตามที่ไดม้ ีประกาศพระบรมราชโองการแตง่ ตัง้ ใหก้ ระผมดารงตาแหนง่ นายกรฐั มนตรเี ม่ือวนั ท่ี ๙ มิถุนายน

พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ และแตง่ ต้ังรฐั มนตรเี มอ่ื วนั ท่ี ๑๐กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ น้ัน บัดนี้ คณะรัฐมนตรไี ดก้ าหนด

นโยบายการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ทีย่ ึดมน่ั การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข โดย

มีความสอดคล้องกับหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ และหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐตามรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ตลอดจนยุทธศาสตรช์ าติ พุทธศกั ราช ๒๕๖๑-๒๕๘๐เรียบร้อยแลว้ คณะรัฐมนตรจี ึงขอแถลง

นโยบายตอ่ รัฐสภาให้ทราบถึงแนวทางการบรหิ ารราชการแผน่ ดินทรี่ ัฐบาลจะดาเนนิ การ เพอ่ื พฒั นาประเทศไทยให้กา้ วไป

ข้างหน้าดว้ ยความมั่นคงสังคมไทยมคี วามสงบสุข สามคั คี และเอ้ืออาทร คนไทยมคี ุณภาพชีวิตท่ีดขี ึน้ และมีความพรอ้ มท่ี
จะดาเนินชวี ิตในศตวรรษที่ ๒๑ เศรษฐกจิ ไทยมคี วามแขง็ แกรง่ และมคี วามสามารถในการแขง่ ขนั สงู ขึน้ ควบคไู่ ปกบั การ

ดูแลทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ทา่ นประธานรฐั สภาท่เี คารพ

แมว้ า่ ประเทศไทยจะมกี ารพฒั นามาอยา่ งต่อเนอ่ื ง แต่เนือ่ งจากขณะนี้ ปัจจัยทงั้ ภายนอกและภายในประเทศ

เปลี่ยนไปมาก ประเทศไทยในขณะนตี้ ้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆทมี่ คี วามซับซ้อนสงู ท้ังจากภายในและภายนอก

ประเทศ การเข้าบรหิ ารราชการแผน่ ดินของรัฐบาลในครัง้ นี้ จึงเป็นการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ในช่วงที่สถานการณ์ต่าง ๆ

มคี วามไมแ่ น่นอนในทุกมติ ทิ ้ังในด้านเศรษฐกิจโลกทีย่ งั มีความเสีย่ งจากปจั จัยหลายประการ โดยเฉพาะการค้าระหวา่ ง

ประเทศทีม่ แี นวโนม้ ท่ีจะสง่ ผลต่อเศรษฐกจิ โลกและฉุดร้งั การเตบิ โตของเศรษฐกิจไทย ปัจจัยดา้ นการเปล่ยี นแปลงของ

เทคโนโลยี และการเขา้ สู่สังคมสงู วัย รวมทัง้ ปัจจยั ดา้ นส่งิ แวดลอ้ มท่ปี ระเทศไทยต้องดาเนนิ การตามขอ้ ตกลงระหว่าง

ประเทศท่ปี ระเทศไทยไดม้ ีข้อผูกพนั ไว้ในเวทโี ลก

ประเทศไทยในขณะนถี้ ือวา่ อยู่ในชว่ งระยะของการเปลี่ยนผ่านและตอ้ งต่อสู้กับปัญหาใหม่ ๆ หลายประการ อาทิ

จากการตอ่ สูก้ ับความยากจนในอดตี ก็ไดแ้ ปรเปล่ียนเปน็ การต่อสกู้ บั ความเหล่ือมลา้ ในหลากรปู แบบ เช่น ความเหลอ่ื มลา้

ทางการศกึ ษา ความเหลอื่ มล้าของโอกาส และความเหลื่อมลา้ ของรายไดแ้ ละทรัพยส์ นิ หรือแม้แตก่ ารต่อสกู้ ับความไม่
สงบภายในประเทศในอดีต มาสูก่ ารต่อส้กู ับภัยคุกคามทไ่ี ม่มีแบบแผนในปัจจุบนั ไมว่ า่ จะเป็นเครอื ข่ายยาเสพติดขา้ มชาติ

เครอื ข่ายการกอ่ การรา้ ยขา้ มชาติ โรคระบาด และสงครามไซเบอร์ประเดน็ ท้าทายขา้ งต้นเหล่านี้สามารถสะท้อนใหเ้ หน็ ถงึ

ความเส่ยี งของการบรหิ ารประเทศทร่ี ฐั บาลจะต้องเผชญิ ได้เป็นอย่างดี

ดังนนั้ รัฐบาลน้ีจึงมคี วามมุ่งมนั่ ทีจ่ ะพฒั นาประเทศไทยให้หลดุ พน้ จากกบั ดักประเทศรายไดป้ านกลาง มกี ารดูแล
ประชาชนอย่างท่ัวถงึ แก้ไขปัญหาปากทอ้ งและสร้างรายได้ให้ประชาชนใหเ้ พยี งพอตอ่ การดารงชีวิตเพ่อื ลดความเหล่อื ม

ล้า คนไทยในทุกชว่ งวัยจะมีความพร้อมท้งั ในดา้ นหลักคิด คณุ ธรรม และจริยธรรม และมีศกั ยภาพทจ่ี ะดาเนินชวี ิตใน

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 123

------------------------------------------------------------------------------
ศตวรรษที่ ๒๑ เราจะร่วมกันสร้าง “การเตบิ โตเชงิ คณุ ภาพ” ไม่ใช่ “การเตบิ โตเชงิ ปริมาณ” ทงั้ น้ี การบริหารราชการ

แผน่ ดนิ ของรฐั บาลนี้ จะมงุ่ เน้นการพฒั นาประเทศในด้านตา่ ง ๆ ใหท้ ันการเปล่ยี นแปลง

เสริมสรา้ งความเขม้ แขง็ และแกไ้ ขปัญหาที่ยงั ดารงอยู่ของภาคส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยมีภูมิคมุ้ กนั

และมคี วามแขง็ แกร่งเพยี งพอท่จี ะเผชญิ กบั สถานการณค์ วามไม่แน่นอนจากปัจจัยต่าง ๆ ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ สามารถ

กา้ วไปขา้ งหนา้ อย่างตอ่ เนอ่ื ง และมีความเข้มแข็งในระยะยาว นอกจากนี้ จะสง่ เสริมใหป้ ระเทศไทยมบี ทบาทมากขึ้นใน

ประชาคมโลกและมีบทบาทนาในการขับเคล่อื นความยงั่ ยนื ในประชาคมโลกผา่ นการพฒั นาบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียงเพ่อื เป้าหมายการพัฒนาท่ยี ่ังยืน อนั จะทาใหป้ ระเทศไทยมีความมั่นคง ม่งั คัง่ ยัง่ ยนื และเปน็ ประเทศทพ่ี ฒั นาแล้ว

โดยไม่ทิง้ ใครไว้ข้างหลงั เพื่อให้บรรลตุ ามวสิ ัยทศั นแ์ ละเป้าหมายท่กี าหนดไว้ในยุทธศาสตรช์ าติ โดยการบริหารราชการ

แผ่นดนิ ในช่วง ๔ ปีของรฐั บาลจะยดึ หลกั การสาคัญสปี่ ระการ ไดแ้ ก่

๑. น้อมนาพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หวั เป็นหลกั ในการบรหิ ารประเทศ

๒. ยดึ ม่ันในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข

๓. พัฒนาประเทศตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอ

ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

๔. บูรณาการการทางานระหวา่ งภาครฐั ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีการพัฒนาตา่ ง ๆ ในลักษณะ

ประชารัฐเพ่ือพัฒนาประเทศให้มีความเจริญกา้ วหนา้ อยา่ งย่งั ยืนและทาให้ประชาชนคนไทยมีความม่ันคงอยู่ดมี สี ขุ
ทา่ นประธานรฐั สภาทเ่ี คารพ

ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนือ่ งผ่านวิสัยทัศนแ์ ละการขบั เคลอื่ นการพัฒนาของผู้นาประเทศในอดีต และ

ในวันนี้วสิ ยั ทศั นใ์ นการขบั เคล่ือนประเทศของรฐั บาลชดุ นี้ คือ“มงุ่ ม่นั ให้ประเทศไทยเปน็ ประเทศท่พี ฒั นาแล้วใน

ศตวรรษท่ี ๒๑” โดยรฐั บาลได้กาหนดนโยบายในการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ

แบ่งเปน็ 2 สว่ นหลัก คือ นโยบายหลกั 12 ด้าน ซ่ึงจะเปน็ ทิศทางการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ของรฐั บาลในชว่ ง 4

ปขี ้างหนา้ และนโยบายเร่งด่วน 12 เร่ือง ท่จี ะต้องดาเนนิ การเพ่ือบรรเทาปัญหาและลดผลกระทบกบั ประชาชนและระบบ

เศรษฐกจิ ของประเทศสรปุ ผลได้ ดังน้ี

1. “นโยบายหลกั ” ในความคดิ เหน็ ของประชาชนท่ีอยากให้รัฐบาลประยทุ ธ์ เรง่ ดาเนินการมากทสี่ ุด

อันดับ 1 การปกป้องและเชดิ ชสู ถาบันพระมหากษตั ริย์ 74.45% เพราะสถาบันพระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ศูนยร์ วม

จติ ใจคนไทย ทาใหป้ ระเทศมคี วามมั่นคง สงบสขุ สรา้ งความสามคั คขี องคนในชาติ ฯลฯ

อันดับ 2 การพฒั นาเศรษฐกจิ และความสามารถในการแข่งขนั ของไทย 67.97% เพราะจะชว่ ยใหป้ ระเทศพฒั นา

ไปในทางท่ีดขี ึน้ สามารถแขง่ ขนั กบั นานาประเทศได้ นารายได้เขา้ สปู่ ระเทศ ฯลฯ

อนั ดบั 3 การพฒั นาพน้ื ที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจรญิ สภู่ มู ภิ าค 65.61% เพราะเป็นการกระจายรายได้
ใหท้ ั่วถงึ สรา้ งโอกาสและนาความเจรญิ ไปสูท่ กุ พืน้ ทีอ่ ยา่ งเทา่ เทียมกัน ไม่ใช่เฉพาะหัวเมืองใหญ่ ฯลฯ

อันดบั 4 การป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ และประพฤตมิ ิชอบ และกระบวนการยุติธรรม 61.69% เพราะ

การทุจริตเป็นภัยทร่ี า้ ยแรงและสร้างความความเสยี หายตอ่ ประเทศ มใี ห้เหน็ ทุกยุคทุกสมัย ยงั ไมเ่ คยเห็นปราบปรามได้

หมดสน้ิ ฯลฯ
อนั ดับ 5 การสรา้ งความมนั่ คงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ 61.61% เพราะ

สภาพสงั คมปจั จุบนั มีภัยอันตรายรอบตวั มคี วามไม่ปลอดภัยในชวี ิตและทรพั ย์สิน กฎหมายตอ้ งเข้มงวด แก้ไขอย่างจริงจงั

ฯลฯ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 124

------------------------------------------------------------------------------
อันดบั 6 การพฒั นาสรา้ งความเขม้ แข็งจากฐานราก 61.43% เพราะความเข้มแขง็ ของประเทศต้องเร่ิมจาก

ชุมชน ต้องพัฒนาท้องถิน่ ให้เข็มแขง็ เพือ่ นาไปส่กู ารพัฒนาบา้ นเมืองต่อไป ฯลฯ

อันดบั 7 การสร้างบทบาทของไทยในเวทโี ลก 61.30% เพราะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศ สร้าง

ชอ่ื เสยี ง

ใหท้ วั่ โลกรจู้ ัก เพิ่มอานาจในการตอ่ รอง กระตนุ้ เศรษฐกจิ ให้ดขี น้ึ ฯลฯ

อันดับ 8 การทานบุ ารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 58.84% เพราะศิลปะและวัฒนธรรมบ่งบอกถงึ ความเปน็

ชาตไิ ทย ควรอนุรกั ษใ์ ห้คนร่นุ หลงั ได้เรยี นร้แู ละสานต่อ ไม่ถกู วัฒนธรรมต่างชาติครอบงา ฯลฯ

อันดับ 9 การปฏิรปู กระบวนการเรยี นรแู้ ละการพฒั นาศกั ยภาพของคนไทยทกุ ช่วงวยั 57.38% เพราะการศกึ ษา

เป็นพ้นื ฐานในการพัฒนาคน ควรเร่งการปฏิรปู การศกึ ษาให้ทดั เทียมตา่ งประเทศ มีคุณภาพและไดม้ าตรฐาน ฯลฯ

อันดับ 10 การพฒั นาระบบสาธารณสขุ และหลกั ประกันทางสังคม 55.63% เพราะเปน็ เร่ืองทีเ่ ก่ียวกับคณุ ภาพ

ชวี ิตของประชาชนโดยตรง ชว่ ยใหป้ ระชาชนไดร้ บั สิทธใิ นการรักษาเท่าเทียมและทัว่ ถึง ฯลฯ

อันดับ 11 การปฏิรูปการบรหิ ารจดั การภาครัฐ 53.87% เพราะอยากใหก้ ารดาเนนิ งานมีความโปรง่ ใส ตรวจสอบ

ได้ แก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น เจา้ หน้าที่ทางานรวดเรว็ ขนึ้ ฯลฯ

อันดับ 12 การฟน้ื ฟทู รพั ยากรธรรมชาตแิ ละการรกั ษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสรา้ งการเติบโตอยา่ งยั่งยนื 48.21%

เพราะสิง่ แวดลอ้ มเสือ่ มโทรม มปี ญั หาภัยแลง้ นา้ ท่วมเกิดขึ้นทกุ ปี ควรใหค้ วามสาคญั กบั การอนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งจริงจัง ฯลฯ

2. “นโยบายเร่งดว่ น” ในความคดิ เห็นของประชาชนทอ่ี ยากใหร้ ัฐบาลประยุทธเ์ รง่ ดาเนินการมากที่สุด

อันดบั 1 การแก้ไขปญั หาในการดารงชวี ิตของประชาชน 81.30% เพราะค่าครองชพี สงู ขึ้นมาก ไม่

สอดคล้องกับรายได้ อยากให้เร่งช่วยเหลอื ประชาชน ลดความเหลอ่ื มลา้ แกไ้ ขปญั หาความยากจน ฯลฯ

อนั ดบั 2 การปรับปรุงระบบสวัสดกิ ารและพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตของประชาชน 66.92% เพราะประชาชนควร

ไดร้ บั สิทธิครอบคลมุ ตลอดชีวติ ในดา้ นสุขภาพ การศกึ ษา สวสั ดิการพ้นื ฐานตา่ ง ๆ ควรปรับปรุงใหค้ รอบคลุมทกุ ด้าน

ฯลฯ

อนั ดบั 3 มาตรการเศรษฐกจิ เพอ่ื รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก 61.19% เพราะส่งผลกระทบตอ่

เศรษฐกิจของประเทศ ไมม่ เี สถยี รภาพ ภาคธุรกิจ การคา้ การส่งออกได้รบั ผลกระทบ เกิดปัญหาเงนิ เฟอ้ ฯลฯ

อนั ดับ 4 การแก้ไขปัญหาทจุ ริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝา่ ยการเมืองและฝ่ายราชการประจา

60.41% เพราะเปน็ สาเหตุหลักท่ีทาให้ประเทศไมพ่ ฒั นา อยากใหม้ กี ารป้องกันและปราบปรามอยา่ งจรงิ จัง เปน็ ตน้ แบบท่ี

ดใี หก้ บั เยาวชน ฯลฯ

อันดับ 5 การใหค้ วามช่วยเหลือเกษตรกรและพฒั นานวัตกรรม 57.28% เพราะเกษตรกรไทยควรมชี วี ิตความ
เป็นอยู่ท่ดี กี ว่าน้ี ได้รับการดูแลอย่างท่ัวถึง สนิ ค้าการเกษตรควรมรี าคาสงู ข้นึ พัฒนาสู่สากล ฯลฯ

อันดับ 6 การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต 55.19% เพราะชว่ ยใหป้ ระเทศพฒั นา

เจริญกา้ วหนา้ กอ่ ให้เกิดเสถยี รภาพและมคี วามมน่ั คงทางเศรษฐกิจ เป็นการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยืน ฯลฯ

อันดบั 7 การจัดเตรยี มมาตรการรองรบั ภัยแล้งและอุทกภัย 53.67% เพราะสถานการณ์น่าเปน็ หว่ ง รนุ แรงมาก
ข้นึ ทกุ ปี สร้างความเสียหายอย่างมาก สงสารเกษตรกรและประชาชนทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบ ฯลฯ

อันดบั 8 การสนับสนุนให้มกี ารศึกษา การรบั ฟงั ความเห็นของประชาชน และการดาเนนิ การเพ่อื แกไ้ ขเพิม่ เตมิ

รฐั ธรรมนญู 53.62% เพราะควรเปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนมสี ่วนรว่ ม มคี วามเปน็ ประชาธปิ ไตย กฎหมายต้องเปน็ กลาง ไม่

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 125

------------------------------------------------------------------------------
เอื้อประโยชน์ต่อฝา่ ยใดฝ่ายหน่ึง ฯลฯ

อนั ดบั 9 การแก้ไขปญั หายาเสพตดิ และสรา้ งความสงบสขุ ในพื้นทช่ี ายแดนภาคใต้ 53.04% เพราะอยากเห็น

บา้ นเมืองสงบเรยี บร้อย ลดการสูญเสยี สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ อยากให้ปัญหายาเสพติดหมดไปจากสงั คมไทย

ฯลฯ

อนั ดบั 10 การยกระดบั ศกั ยภาพของแรงงาน 52.70% เพราะปรบั ขน้ึ ค่าแรงใหเ้ หมาะสมกบั สภาพสงั คม

ยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของแรงงาน พัฒนาฝมี อื ให้เปน็ ที่ยอมรบั ของต่างชาติ ฯลฯ

อันดบั 11 การพัฒนาระบบการใหบ้ รกิ ารประชาชน 47.53% เพราะการบรกิ ารภาครัฐตอ้ งเปน็ ระบบ รวดเรว็

เทียบเทา่ เอกชน ควรพฒั นาอย่างต่อเนือ่ ง อานวยความสะดวกแกป่ ระชาชน ฯลฯ

อันดับ 12 การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษท่ี 21 45.87% เพราะโลกมกี ารเปล่ยี นแปลงอยูต่ ลอดเวลา เทคโนโลยมี ี

ความเจรญิ ก้าวหน้ามากขึน้ คนไทยต้องเรยี นรู้และปรับตวั สู่อนาคต ฯลฯ

-----------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 126

------------------------------------------------------------------------------

ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ

เร่ือง นโยบายและจุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ปงี บประมาณ พ.ศ.2565

ด้วยกระทรวงศึกษาธิการตระหนกั ถงึ ความสาคัญยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการพฒั นา และเสริมสรา้ ง

ศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ ประเด็นการพฒั นาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชวี ิต

การสรา้ งสภาพแวดลอ้ มท่เี อ้อื ตอ่ การพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตง้ั แตช่ ่วงการตั้งครรภ์จนถงึ

ปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรยี น/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดบั ศกั ยภาพวยั แรงงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัย

ผู้สูงอายุ ประเดน็ การพฒั นาการเรียนร้ทู ่ีตอบสนองต่อการเปลยี่ นแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหปุ ญั ญาของมนุษย์ที่

หลากหลาย และประเด็นอืน่ ท่ีเก่ียวข้อง

อาศยั อานาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารราชการ

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร จงึ ประกาศนโยบายและจุดเนน้ ของ

กระทรวงศึกษาธกิ าร ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565 ดังนี้

หลักการตามนโยบาย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565

กระทรวงศกึ ษาธกิ ารมงุ่ มั่นดาเนินการภารกจิ หลกั ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.

2561 – 2580) ในฐานะหนว่ ยงานเจา้ ภาพขบั เคลอื่ นทกุ แผนย่อยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรยี นรู้ และแผนย่อยท่ี

3 ในประเดน็ 11 ศักยภาพคนตลอดชว่ งชีวติ รวมทงั้ แผนการปฏิรปู ประเทศ ดา้ นการศึกษา และนโยบายรฐั บาลทัง้ ใน
ส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรปู กระบวนการเรยี นรู้ และการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวติ และนโยบายเร่งด่วน

เรื่องการเตรยี มคนไทยสศู่ ตวรรษท่ี 21 นอกจากนี้ ยงั สนับสนนุ การขบั เคลื่อนแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ

ประเดน็ อน่ื ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) นโยบายและแผนระดบั ชาติ

ว่าด้วยความม่นั คงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562 – 2565) รวมท้ังนโยบายและแผนตา่ ง ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง โดยคาดหวงั วา่ การ

พฒั นาศักยภาพคนตลอดชว่ งชีวติ จะไดร้ บั การพฒั นาการเรียนรู้ให้เปน็ คนดี คนเกง่ มคี ุณภาพ และมคี วามพร้อมรว่ ม

ขบั เคลอื่ นการพัฒนาประเทศสคู่ วามมน่ั คง มั่งคั่ง และย่งั ยืน ดังนน้ั ในการเร่งรัดการทางานภาพรวมกระทรวงใหเ้ กิด

ผลสัมฤทธเ์ิ พื่อสรา้ งความเชอ่ื มั่นให้กับสังคม และผลกั ดันใหก้ ารจัดการศึกษามคี ุณภาพและประสิทธิภาพ จึงกาหนด

นโยบายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้

1.ปลดล็อก ปรับเปล่ยี น และเปดิ กวา้ ง ระบบการบริหารจดั การและการพฒั นากาลงั คน โดยมุ่ง

ปฏิรูปองคก์ ารเพ่ือหลอมรวมภารกิจและบุคลากร เช่น ดา้ นการประชาสมั พนั ธ์ ด้านการต่างประเทศ ดา้ นเทคโนโลยี

ดา้ นกฎหมาย ฯลฯ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพและความเปน็ เอกภาพ รวมท้งั การนาเทคโนโลยดี ิจทิ ัลเขา้ มาช่วยในการ

บรหิ ารงานและการจดั การศกึ ษา

2.ปลดลอ็ ก ปรบั เปลยี่ น และเปดิ กว้าง ระบบการจดั การศึกษาและการเรียนรู้ โดยมุง่ ใหค้ รอบคลมุ ถงึ

การจัดการศึกษาเพ่ือคุณวุฒิ และการเรยี นร้ตู ลอดชวี ิตที่สามารถตอบสนองการเปลย่ี นแปลงในศตวรรษท่ี 21

3.ปลดล็อก ปรบั เปลี่ยน เปดิ กว้าง ทีเ่ ปน็ เง่ือนไขต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุผลตามนโยบายการศึกษายก
กาลังสอง (Thailand Education Eco – System : TE2S) การศึกษาทีเ่ ข้าใจ Supply และตอบโจทย์ Demand

โดยใหท้ กุ หนว่ ยงานพจิ ารณาวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกนั อยา่ งรอบด้าน ครบถ้วน ร่วมกันพิจารณาหาแนวทาง ขัน้ ตอน

และวิธกี ารดาเนินการร่วมกนั แบบบูรณาการการทางานทุกภาคส่วน

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 127

------------------------------------------------------------------------------
จุดเน้นประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565
การพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์

1)ICT (Information and Communication Technologies) เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่อื สาร ประกอบด้วย 7 เรื่องยอ่ ย ไดแ้ ก่ (1) Data Center ศูนยข์ อ้ มูลกลาง (2) Big Data ข้อมูลขนาดใหญ่
(คลงั ข้อมูล การนาข้อมลู มารวมกัน) (3) Platform (e-library e-learning และ Teaching Resource Platform) (4)
e-book (5) e-office e-mail และ document (6) ระบบบรหิ ารจดั การหอ้ งเรียน School และ Classroom
Management และ (7) โครงสร้างพ้ืนฐาน Infrastructure (Internet)

2)การจดั การองค์ความรู้และยกระดับทักษะทจ่ี าเป็น เน้นพัฒนาความรู้และสมรรถนะด้าน Digital
Literacy สาหรับผูเ้ รยี นที่มคี วามแตกตา่ งกนั ตามระดับและประเภทของการจัดการศึกษา เชน่ STEM Coding เป็น
ตน้

3)การศกึ ษาเพ่ือทักษะอาชีพและการมงี านทา พฒั นา 3 ทักษะหลกั ได้แก่ โลกทัศนอ์ าชพี การเสริม
ทกั ษะใหม่ (Up Skill) และการเพิ่มทักษะใหม่ท่จี าเป็น (Re-Skills) ให้แก่กลุม่ เปา้ หมาย ประกอบดว้ ย (1) ผอู้ ยู่ใน
ระบบการศึกษา (การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน และอาชีวศกึ ษา) (2) ผ้อู ยู่นอกระบบการศึกษา (3) วยั แรงงาน และ (4)
ผู้สงู อายุ เพ่ือใหม้ ีทกั ษะและสมรรถนะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทเ่ี กดิ จากเทคโนโลยดี ิจทิ ลั และอาชพี ทีเ่ กดิ ขึ้น
ใหม่ (Digital Disruption) โดยเนน้ เพิม่ บทบาทของ กศน.ในการ Re-Skills ดา้ นอาชวี ศึกษากับสานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

4)การต่างประเทศ เน้นภารกิจท่ีตอ้ งใช้ความร่วมมือระดับนานาชาตใิ นการจัดหาครูชาวตา่ งชาติ
ใหแ้ ก่สถานศกึ ษาทุกระดับ ทุกประเภทของกระทรวงศกึ ษาธิการเพือ่ จัดการศึกษาในสถานศกึ ษา 2 ด้านหลกั ๆ ได้แก่
(1) ดา้ นภาษาต่างประเทศ และ (2) ดา้ นวิชาการ โดยเฉพาะอาชวี ศึกษา

5)กฎหมายและระเบียบ เน้นแผนงาน 2 เรอ่ื ง ทบ่ี รรจุอยู่ในแผนการปฏริ ูปประเทศด้านการศึกษา
ประกอบด้วย

เรื่องท่ี 1 : การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรโู้ ดยรวมของประเทศ โดยพระราชบญั ญัติ
การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลาดบั รอง มปี ระเดน็ ปฏิรูป 5 ประเด็น ได้แก่

– การมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และมีการทบทวน จดั ทา แกไ้ ข และปรับปรงุ
กฎหมายทีเ่ กี่ยวข้อง

– การสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ และเอกชน เพ่อื การจัดการศึกษา
– การขับเคลื่อนการจดั การศึกษาเพอื่ การพฒั นาตนเองและการศกึ ษาเพ่ือการเรียนรตู้ ลอดชีวิตเพื่อ
รองรับการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชว่ งชีวิต
– การทบทวนและปรบั ปรงุ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
– การจัดต้ังสานกั งานคณะกรรมการนโยบายการศกึ ษาแห่งชาติ
เรอื่ งท่ี 6 การปรับโครงสรา้ งของหน่วยงานในระบบการศกึ ษา ประกอบด้วยประเด็นปฏิรปู 3
ประเด็น ได้แก่ สถานศกึ ษามีความเปน็ อสิ ระในการบริหารและจดั การศึกษา พนื้ ที่นวัตกรรมการศึกษา การปรับปรุง
โครงสรา้ งของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
6)ระบบบริหารจดั การและการพฒั นาบคุ ลากร โดยรวบรวมหลักสตู รวิชาการของแตล่ ะหนว่ ยงานใน

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 128

------------------------------------------------------------------------------
สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือไม่ให้เกดิ ความซ้าซ้อนในการจัดฝกึ อบรมให้แต่ละกลุ่มเป้าหมาย และใชป้ ระโยชน์จาก
สถาบนั พัฒนาที่มีอยู่แลว้ เชน่ สถาบนั พัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพือ่ เปน็ หนว่ ยงานกลางใน
การจดั ฝกึ อบรมพฒั นาทกั ษะสมรรถนะใหแ้ กบ่ คุ ลากรของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ผู้บริหารหนว่ ยงานทุกระดับ ผูบ้ ริหาร
สถานศึกษาทุกระดบั ทุกประเภท ครู อาจารย์ และบุคลากรอื่น ๆ) รวมทัง้ พฒั นายกระดับให้เป็นสถาบันฝกึ อบรม
ระดบั นานาชาติ

7)การประชาสัมพันธ์ โดยจัดต้ังศนู ย์ประชาสัมพนั ธข์ องกระทรวงศึกษาธกิ าร เปน็ หนว่ ยงานสงั กัด
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ดาเนนิ การผลติ สื่อและจัดทาเน้ือหา (Content) เพ่ือเผยแพร่ผลงาน กจิ กรรมและ
การเขา้ ร่วมงานต่าง ๆ ของทุกหน่วยงานในภาพรวมของ กระทรวงศึกษาธิการ

8)การพฒั นาเด็กปฐมวัย ดาเนนิ การขับเคลื่อนนโยบายและแนวปฏบิ ัตใิ นการจัดการศึกษาและการ
เรียนรู้สาหรบั เด็กปฐมวัย

9)การพัฒนาโรงเรยี นขนาดเล็ก โดยการสง่ เสริมโครงการ 1 ตาบล 1 โรงเรียนคณุ ภาพ
10)การรบั เร่ืองราวร้องทุกข์ที่เกย่ี วขอ้ งกับกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการนาเทคโนโลยีมาใชใ้ นการ
บริหารจดั การ เชน่ การยกระดับตอบรับอัตโนมตั เิ พอ่ื แก้ไขปัญหาเบ้ืองต้น (Call Center ด้านกฎหมาย) การวาง
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบรหิ ารจดั การการรบั เร่อื งราวรอ้ งทกุ ข์ในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ
11)การปฏริ ปู องค์การและโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
12)การพฒั นาครู ในสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อใหม้ มี าตรฐานวิชาชพี ทส่ี งู ขนึ้
13)การศึกษายกกาลงั สอง โดย
– พัฒนาครทู ุกระดบั ใหม้ ที ักษะ ความรู้ที่จาเป็น เพื่อทาหนา้ ทว่ี ิทยากรมืออาชพี (Train The
Trainer) และขยายผลการพัฒนาผา่ นศูนยพ์ ฒั นาศักยภาพบคุ คลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence
Center : HCEC)
– จัดการเรียนรตู้ ลอดชีวติ ผ่านเวบ็ ไซต์ http://www.deep.go.th โดยปลดล็อกและเปิดกว้างให้
ภาคเอกชนสามารถเข้ามาพัฒนาเนอ้ื หา เพื่อใหผ้ ู้เรยี น ครู และผบู้ ริหารทางการศกึ ษามีทางเลอื กในการเรยี นรทู้ ี่
หลากหลาย และตลอดเวลาผ่านแพลตฟอรม์ ดา้ นการศกึ ษาเพ่ือความเปน็ เลศิ (Digital Education Excellence
Platform : DEEP)
– ใหผ้ ้เู รยี น ครู ผบู้ รหิ ารทางการศกึ ษามีแผนพฒั นารายบุคคลผา่ นแผนพฒั นารายบุคคลสู่ความเป็น
เลิศ (Excellence Individual Development Plan : EIDP)
– จัดทา “คู่มือมาตรฐานโรงเรยี น” เพ่อื กาหนดให้ทุกโรงเรียนตอ้ งมีพืน้ ฐานที่จาเปน็
การสร้างความสามารถในการแข่งขัน
-มุ่งเน้นการศึกษาเพื่อทกั ษะอาชพี และการมีงานทาดว้ ยคุณภาพ โดยสรา้ งค่านิยมอาชวี ศึกษา และ
เตมิ เตม็ ช่องว่างระหวา่ งทักษะ (Full fill Skill Gaps) โดยขยายและยกระดบั อาชีวศึกษาทวภิ าคสี ู่คณุ ภาพมาตรฐาน
เน้นร่วมมือกับสถานประกอบการชั้นนา (Tailor-made Curriculum) ขับเคลอ่ื นความรว่ มมือการจดั การอาชีวศึกษา
ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนสู่มาตรฐานนานาชาติ
-มงุ่ เนน้ Re-Skills, Up Skill และ New Skill การฝกึ อบรมวิชาชพี ระยะสน้ั รวมทง้ั ผลิตกาลัง
แรงงานทมี่ ีคุณภาพตามความเป็นเลศิ ของแต่ละสถานศึกษาและตามบรบิ ทของพื้นที่ เพื่อตอบโจทย์การพฒั นา

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 129

------------------------------------------------------------------------------
ประเทศและสถานประกอบการ

-มุ่งเน้นพฒั นาศูนยป์ ระสานงานกลางการผลิตและพฒั นากาลังคนอาชีวศึกษา (TVET Excellence
Center) สมู่ าตรฐานสากล ผลิตอาชีวะพนั ธใ์ุ หม่ รวมถงึ การนานวตั กรรม Digital เพ่ือม่งุ ส่กู ารอาชีวศึกษาดิจทิ ลั
(Digital College)

-มงุ่ เนน้ พฒั นาศักยภาพผูเ้ รยี นอาชวี ศกึ ษา ใหเ้ ป็นผปู้ ระกอบการ พัฒนาทักษะการเรยี นรู้ผเู้ รียนเพ่อื
การดารงชีวิตใหม้ ีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์และทักษะทีจ่ าเป็นในศตวรรษที่ 21 (Technical Vocational
Education and Training : TVET, Student Skill Set) รวมท้ังให้ความรว่ มมอื ในการพัฒนาขีดความสามารถของ
ผเู้ รียนผา่ นการฝกึ ประสบการณ์วชิ าชพี ในตา่ งประเทศและการแขง่ ขนั ในเวทรี ะดบั นานาชาติ

-มุ่งเนน้ การเพม่ิ ปรมิ าณผ้เู รียนในหลกั สูตรอาชีวศกึ ษา สร้างภาพลักษณ์สถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อ
ดึงดูดให้ผู้ท่สี นใจเข้ามาเรยี น

-สนับสนุนใหส้ ถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษาบริหารจัดการอย่างมคี ุณภาพ และจัดการเรยี นการสอนดว้ ย
เครอ่ื งมอื ปฏบิ ัตทิ ี่ทันสมยั
การสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา

-ขับเคลือ่ นพื้นที่นวัตกรรมการศกึ ษา ใหส้ อดคล้องกับพระราชบัญญตั พิ ้ืนท่ีนวตั กรรมการศกึ ษา พ.ศ.
2562

-ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นทย่ี ตุ กิ ารศึกษา ท้งั ก่อนและหลงั สาเร็จการศึกษาภาคบังคับให้ได้รับโอกาสทาง
การศึกษาจนสาเร็จการศึกษาภาคบงั คบั
การจัดการศกึ ษาเพือ่ สรา้ งเสริมคณุ ภาพชวี ิตท่เี ป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม

-เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคณุ ลกั ษณะและพฤตกิ รรมที่พึงประสงค์
ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม รวมทั้งการปรบั ตัวรองรับการเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศทจี่ ะเกิดขน้ึ ในอนาคต

-ส่งเสริมการพัฒนาสง่ิ ประดษิ ฐแ์ ละนวตั กรรมท่ีเปน็ มิตรกบั สิง่ แวดลอ้ ม ใหส้ ามารถเป็นอาชีพ และ
สร้างรายได้
การพฒั นาการศกึ ษาเพ่ือความมั่นคง

เฝา้ ระวงั ภัยทุกรปู แบบท่เี กดิ ขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศกึ ษา
การปรบั สมดลุ และพัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการ

-ปฏริ ปู องคก์ ารเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความเปน็ เอกภาพของหน่วยงาน
-ปรับปรงุ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศต่าง ๆ ท่เี ป็นอปุ สรรคและขอ้ จากัดในการดาเนนิ งาน
โดยคานึงถงึ ประโยชน์ของผ้เู รียนและประชาชน ตลอดจนกระทรวงศึกษาธิการโดยรวม
-ยกระดบั การประเมนิ คุณธรรมและความโปร่งใสในการดาเนนิ งานของหนว่ ยงานภาครฐั (Integrity
and Transparency Assessment : ITA) ของหนว่ ยงานในสงั กัดกระทรวงศึกษาธิการ
-พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการศึกษา (Big Data)
การขับเคล่อื นนโยบายและจุดเน้นสู่การปฏิบัติ
1.ให้สว่ นราชการ หน่วยงานในสงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร นานโยบายและจุดเนน้ เป็นกรอบแนวทาง
ในการวางแผนและจดั ทางบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตามที่รฐั มนตรวี ่าการ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 130

------------------------------------------------------------------------------
กระทรวงศกึ ษาธิการได้ใหแ้ นวทางในการบริหารงบประมาณไว้

2.ใหม้ ีคณะกรรมการตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานการขับเคลือ่ นนโยบายและจุดเนน้ สู่การปฏบิ ัติ
ระดับพนื้ ที่ โดยให้ผตู้ รวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เปน็ ประธาน สานักงานศึกษาธิการภาคและสานกั ตรวจ
ราชการและติดตามประเมนิ ผล สป. เปน็ ฝา่ ยเลขานุการและผ้ชู ่วยเลขานกุ ารตามลาดบั โดยมีบทบาทภารกจิ ในการ
ตรวจราชการ ตดิ ตาม ประเมินผลในระดับนโยบาย และจดั ทารายงานเสนอต่อรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธกิ าร
และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร ทราบตามลาดบั

3.กรณมี ีปญั หาในเชิงพน้ื ท่หี รือข้อขัดข้องในการปฏิบตั งิ าน ใหศ้ ึกษา วเิ คราะห์ขอ้ มูลและดาเนินการ
แก้ไขปัญหาในระดบั พ้ืนท่ีก่อน โดยใช้ภาคเี ครอื ข่ายในการแก้ไขข้อขดั ข้อง พร้อมทัง้ รายงานต่อคณะกรรมการตดิ ตาม
ฯ ขา้ งตน้ ปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร และรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ ารตามลาดับ

อนง่ึ สาหรับภารกจิ ของส่วนราชการหลักและหนว่ ยงานทปี่ ฏิบัตใิ นลักษณะงานในเชิงหนา้ ที่
(Function) งานในเชงิ ยุทธศาสตร์ (Agenda) และงานในเชิงพน้ื ท่ี (Area) ซง่ึ ได้ดาเนนิ การอยกู่ ่อน เม่ือรัฐบาลหรือ
กระทรวงศึกษาธิการมนี โยบายสาคญั เพิ่มเติมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 นอกเหนือจากท่ีกาหนดหากมีความ
สอดคล้องกับหลกั การนโยบายและจดุ เน้นขา้ งตน้ ให้ถือเป็นหนา้ ทีข่ องส่วนราชการหลกั และหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งตอ้ ง
เรง่ รัด กากับ ติดตาม ตรวจสอบให้การดาเนินการเกิดผลสาเร็จ และมปี ระสิทธภิ าพอย่างเปน็ รปู ธรรมด้วยเชน่ กัน

ทั้งนี้ ตัง้ แต่บัดนเี้ ป็นตน้ ไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี 6 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2563
นายณฏั ฐพล ทปี สุวรรณ
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 131

------------------------------------------------------------------------------

แนวขอ้ สอบความรเู้ กี่ยวกับสถานการณ์ เศรษฐกจิ สงั คม และการเมือง

1. การเลอื กตั้งผู้วา่ กทม.2565 เปิดรบั สมคั รวนั ท่ใี ด

ก. 30 มีนาคม – 3 เมษายน 65 2. 31 มีนาคม – 4 เมษายน 65

3. 30 มีนาคม – 4 เมษายน 65 4. 31 มีนาคม – 3 เมษายน 65

ตอบ 2. การเลือกตั้งผู้ว่ากทม.2565 คณะกรรมการการเลอื กตั้ง เปิดรับสมคั รระหว่างวนั พฤหสั บดที ี่ 31 มนี าคม ถึง

วันจันทร์ท่ี 4 เมษายน 2565 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวตั พัฒนา ศาลาว่าการ

กรงุ เทพมหานคร 2 ดนิ แดง โดยไม่เว้นวนั หยดุ ราชการ

2. กาหนดวันเลือกตั้งผูว้ ่า กทม 2565 คือวนั ที่ใด

1. 24 เมษายน 2565 2. 8 พฤษภาคม 2565

3. 15 พฤษภาคม 2565 4. 22 พฤษภาคม 2565

ตอบ 4. วันเลือกต้งั วนั อาทติ ย์ท่ี 22 พ.ค. 2565 เวลาออกเสยี งลงคะแนนตั้งแต่ 08.00-17.00 น.

3. กาหนดวนั แข่งขัน “ศึกแดงเดือด” ลิเวอรพ์ ูล vs แมนเชสเตอรย์ ไู นเตด็ จดั ข้ึนที่ประเทศไทยในวนั ท่เี ทา่ ใด

1. 10 กรกฎาคม 2565 2. 11 กรกฎาคม 2565

3. 12 กรกฎาคม 2565 4. 13 กรกฎาคม 2565

ตอบ 3. การแข่งขันฟุตบอลนัดหยดุ โลก ศึกแดงเดือดในไทย ทบี่ ริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวลั จากดั เป็นโต้โผผูจ้ ดั นา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอรพ์ ลู จะลงสนามฟาดแขง้ กันในในรายการ THE MATCH Bangkok Century Cup

2022 ในวนั ที่ 12 กรกฎาคม 2565 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร

4. คาขวัญวนั เด็กปี 2565 คืออะไร

1. รอบคอบ รู้คิด มจี ติ สาธารณะ 2. เด็กไทยยุคใหม่ รรู้ ักสามคั คี รู้หน้าทพี่ ลเมืองไทย

3. รูค้ ดิ รอบคอบ รบั ผดิ ชอบต่อสงั คม 4. ความรู้ คคู่ ุณธรรม นาส่อู นาคต

ตอบ 3. คาขวัญวนั เด็ก 2565 โดย พล.อ.ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรแี ละรฐั มนตรีวา่ การกระทรวงกลาโหม

ไดม้ อบคาขวัญเน่ืองในวันเดก็ แห่งชาติ ประจาปี 2565 ซง่ึ ตรงกับวันที่ 8 มกราคม 2565 ให้กับเด็กๆ เยาวชนไทย เพื่อ

เป็นขอ้ คิดคตเิ ตือนใจ กบั อนาคตของชาติ นนั่ ก็คือ ‘รคู้ ดิ รอบคอบ รบั ผดิ ชอบต่อสังคม’

5. การฉดี วคั ซนี โควดิ 19 พบวา่ มอี าการข้างเคยี งท่ีพบไดบ้ ่อย ไดแ้ ก่

1. อาการปวด บวม แดง ตรงจุดทฉ่ี ีดยา 2. รสู้ ึกอ่อนเพลีย ไม่สบายตัว

3. มีอาการไข้ ครัน่ เน้ือครัน่ ตัว 4. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ 4. การฉีดวคั ซนี โควิด 19 พบว่ามอี าการข้างเคียงที่พบไดบ้ ่อย ได้แก่

-อาการปวด บวม แดง คนั หรือชา้ ตรงจุดทฉ่ี ีดยา

-รสู้ กึ ออ่ นเพลยี ไม่สบายตัว ปวดหัวเลก็ น้อย

-มอี าการไข้ ครั่นเนอ้ื ครน่ั ตวั ปวดเมอื่ ยกล้ามเนื้อและตามข้อ
-มีอาการคลน่ื ไส้

6. วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา (AstraZeneca) เป็นวคั ซนี ประเภท Viral Vector สาหรบั ฉีดในแก่ผทู้ ่มี ีอายุกีป่ ีขน้ึ ไป

1. 12 ปีขนึ้ ไป 2. 15 ปีข้นึ ไป

3. 18 ปขี ึน้ ไป 4. 20 ปีขึ้นไป

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 132

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 3. วัคซีนแอสตรา้ เซนเนกา (AstraZeneca) เป็นวคั ซีนประเภท Viral Vector สาหรับฉดี ในแก่ผทู้ ่มี ีอายุ 18 ปี

ข้นึ ไป (แตใ่ นประเทศไทยใชใ้ นผทู้ ม่ี อี ายุ 60 ปขี ึ้นไป) โดยจะฉดี บริเวณต้นแขนทั้งหมด 2 เข็ม ซงึ่ ทางคณะอนกุ รรมการ

สรา้ งเสริมภูมคิ ุ้มกันโรค กาหนดใหฉ้ ดี แต่ละเข็มห่างกนั 10 – 12 สัปดาห์ (ไมแ่ นะนาให้ผู้ท่มี ีภาวะภมู ิคุ้มกนั บกพร่อง

อย่างมากฉดี วัคซนี ดังกล่าว)

7. การลงทะเบียนจองวัคซนี โควิด-19 "แอสตร้าเซนเนกา" สาหรบั ผู้สงู อายุ 60 ปขี ้ึนไป มชี ือ่ วา่

1. เราชนะ 2. หมอพร้อม

3. หมอชนะ 4. ไมม่ ขี ้อใดถูกต้อง

ตอบ 2. “หมอพรอ้ ม” เป็นระบบลงทะเบียนขอสิทธ์ิการฉีดวคั ซีนผ่านทาง Line Official Account (Line OA) และ

Mobile application ซงึ่ อาจเปน็ ส่งิ ใหมส่ าหรับบางคน รวมถึงมเี งือ่ นไข และข้อมลู ต่างๆ ท่ีทาใหม้ ีคาถามตามมา

มากมาย

8. โควดิ รอบ 3 ไดม้ ีการออก พ.ร.ก.กู้เงนิ เพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่เทา่ ไร

1. 700,000 ลา้ นบาท 2. 800,000 ล้านบาท

3. 900,000 ลา้ นบาท 4. ไมม่ ีข้อใดถูกต้อง

ตอบ 1 ครม.ผ่านร่าง พ.ร.ก.ก้เู งนิ รอบใหม่เพิ่ม 700,000 ลา้ นบาท หลงั เงินกู้ 1 ลา้ นลา้ นบาทเดิมไม่พอใช้

จ่าย ชาแหละเงินกู้ก้อนเดิมพบว่าเหลือเพียง 16,525 ล้านบาท คลงั แจงจาเปน็ ตอ้ งมเี งนิ แก้ไขปญั หาเศรษฐกิจและ

สงั คมจากการระบาดระลอกใหม่ ชใี้ ชง้ บประมาณปี 2565 ไม่ทนั ต่อสถานการณ์

9. มสิ ยูนเิ วริ ส์ 2020 ผชู้ นะอันดับหนง่ึ ไดแ้ กป่ ระเทศใด

1. อนิ เดยี 2. เมก็ ซิโก

3. ปานามา 4. ไทย

ตอบ 2 นางสาวอันเดรอา เมซา ตวั แทนจากเม็กซโิ ก ไดร้ ับชยั ชนะจากเวทีประกวดมิสยนู ิเวิร์ส 2020 ที่จดั ทร่ี ฐั

ฟลอรดิ าของสหรฐั เม่ือวันจนั ทร์ (17 พ.ค.)

10. แอสตรา้ เซนเนกา้ ข้นึ ทะเบียน อย.ในไทยตงั้ แต่เม่ือใด

1. 20 มกราคม 64 2. 20 กุมภาพนั ธ์ 64

3. 20 มีนาคม 64 4. 20 เมษายน 64

ตอบ 1 แอสตร้าเซนเนก้า ขน้ึ ทะเบียน อย.ในไทยตัง้ แต่ประมาณ 20 ม.ค.64

11. ซิโนแวค เป็นวคั ซนี ทมี่ าจากประเทศใด

1. อเมรกิ า 2. รสั เซีย

3. จีน 4. เกาหลี

ตอบ 3 ซโิ นแวค วคั ซีนจากประเทศจีน ขึ้นทะเบียน อย.ในไทยตงั้ แต่ช่วงเดอื น ก.พ.64

12. จอหน์ สนั แอนด์ จอห์นสัน เป็นวคั ซนี ท่ีมาจากประเทศใด

1. อเมรกิ า 2. รสั เซีย

3. จีน 4. เกาหลี

ตอบ 1 จอห์นสนั แอนด์ จอหน์ สนั วัคซียนจาดสหรัฐฯ : ขนึ้ ทะเบียน อย.ในไทยตั้งแตช่ ว่ งเดือน ม.ค.64 (วคั ซนี ชนดิ

เขม็ เดยี ว)

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 133

------------------------------------------------------------------------------
13. โมเดอร์นา ขน้ึ ทะเบียน อย.ไทย เม่อื วนั ที่เท่าไร

1. 10 พ.ค.64 2. 11 พ.ค.64

3. 12 พ.ค.64 4. 13 พ.ค.64

ตอบ 4 โมเดอร์นา ขึ้นทะเบยี น อย.ไทย เมื่อวันที่ 13 พ.ค.64

14. ในการอภิปรายไม่ไวว้ างใจรฐั บาลเมื่อวันท่ี 31 สงิ หาคม 2564 มคี าพูดท่ชี แ้ี จงในสภาผุ้แทนราษฎรที่วา่

“ตนเองไดส้ วดมนตท์ ุกวนั เพราะฉะนัน้ ตนจะไมท่ าอะไรทีม่ ันผดิ ” เป็นคาพูดของใคร

1. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ 2. นายไพบลู ย์ นติ ิตะวัน

3. พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา 4. พล.ต.อ.เสรีพิศทุ ธ์ เตมยี เวส

5. นายสมพงษ์ อมรววิ ัฒน์

ตอบ 3. จากเหตุการณ์ท่ี นายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา ลกุ ขึ้นชี้แจงในสภา อ้างถึง ได้สวดมนต์ทุกวนั

เพราะฉะนัน้ ไมท่ าอะไรทผ่ี ดิ ขอให้เข้าใจกันด้วย ทาให้คาว่า “สวดมนต์” เปน็ หัวข้อท่ีถูกพูดถึงในแพลทฟอร์มโซเชียล

จนตัวเลขดาต้าพุง่ สงู

15. ใหส้ วดมนต์ขอพน้ พายุ เปน็ คากลา่ วของใคร

1. พล.อ.อนพุ งษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 2. นายเฉลมิ ชัย ศรีออ่ น รมว.เกษตรฯ

3. พล.อ.ประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรี 4. นายฉัตรชัย พรหมเลศิ ปลดั กระทรวงมหาดไทย

ตอบ 3. “บกิ๊ ต-ู่ บกิ๊ ป๊อก” ดูน้าท่วมสุโขทัยเม่ือเวลา วันที่ 26 ก.ย. 64 ทผ่ี า่ นมา โดยพูดผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถ

ทกั ทายชาวบ้าน 2 ขา้ งทาง เมื่อถึงวดั ดอนจันทร์ นายกฯกล่าวกับประชาชนท่มี าต้อนรบั วา่ ปัญหาบ้านเมอื งไม่ใช่มี

เพยี งแค่ตรงน้ี มหี ลายที่ วันนี้พายุเข้ามา 1 ลกู ปี 63 พายเุ ข้ามา 5 ลกู นล่ี กู เดียวสวดมนต์หน่อย อย่ามาอีกเลย ลูก

เดยี วก็พอแลว้

16. องค์การอนามยั โลก (WHO) ตงั้ ชื่อเช้อื โควดิ กลายพันธุ์ตวั ใหม่ท่พี บในแอฟริกาใตว้ ่า.

1. โครไมครอน 2. โอมคิ รอน

3. โพไซดอน 4. ไพโรออน

ตอบ 2. องค์การอนามยั โลก (WHO) ต้ังชื่อเช้ือโควิดกลายพันธต์ุ ัวใหม่ท่ีพบในแอฟริกาใต้วา่ “โอมิครอน” พรอ้ ม

ประกาศให้เปน็ เชอื้ กลายพนั ธุ์ทีน่ ่ากังวล

วนั ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 ผสู้ ื่อข่าวรายงานวา่ คณะทีป่ รึกษาทางเทคนิกด้านววิ ัฒนาการเชอ้ื ไวรัสโคโรนาสาย

พันธใุ์ หม่ (SARS-CoV-2) ถูกเรยี กประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจกิ ายน เพื่อประเมินสถานการณก์ ารระบาดของไวรัสสาย

พนั ธ์ุ B.1.1.529. ซ่งึ องคก์ ารอนามัยโลก (WHO) ได้รบั รายงานการพบไวรัสสายพันธุน์ คี้ ร้ังแรกในแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่

24 พฤศจิกายนทีผ่ ่านมา

17. นางงามจักรวาล ปี 2021 คือนางงามจากประเทศอะไร

1.สหรฐั อเมรกิ า 2. ปารากวยั

3.อนิ เดีย 4.แอฟริกาใต้

ตอบ 3. Harnaaz Sandhu (ฮารน์ าซ สันธ)ู สาวงามจากประเทศ อนิ เดยี ควา้ ตาแหน่ง “มสิ ยนู เิ วิร์ส 2021” และ

ครอบครองมงกฎุ สดุ ล้าคา่ ได้สาเร็จ ส่วนรองชนะเลิศอนั ดบั 1 ได้แก่ Nadia Ferreira (นาเดีย เฟอไรรา) จาก

ปารากวัย ในขณะที่ Latela Mswane (ลาเลลา มสิ วอเน) จาก แอฟริกาใต้ ไดร้ องชนะเลิศอันดับที่ 2

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 134

------------------------------------------------------------------------------
18. นางสงกรานต์ ประจาปี 2565 มชี อื่ วา่ อะไร

1.กิริณเี ทวี 2. กิรณาเทวี

3.กิรยิ าเทวี 4.กลั ยาเทวี

ตอบ 1. "สงกรานต์ 2565" เปิดคาทานายนางสงกรานต์ทรงนามวา่ กิริณีเทวี รงพาหรุ ดั ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้ว

มรกต ภักษาหารถว่ั งา พระหัตถ์ขวาทรงขอ พระหตั ถซ์ ้ายทรงปืน เสด็จยืนมาเหนอื หลังกุญชร (ชา้ ง) เปน็ พาหนะ

19. งานพชื สวนโลก (Horticultural International Expositions) จดั ขึน้ ชว่ งวันท่ที ่าไร

1. 14 เม.ย.-9 ม.ิ ย.2565 2. 14 เม.ย.-9 ก.ค.2565

3. 14 เม.ย.-9 ก.ย.2565 4. 14 เม.ย.-9 ต.ค.2565

ตอบ 4. งานพชื สวนโลก (Horticultural International Expositions) กาหนดจัดข้นึ ทุกๆ 10 ปี หมุนเวียนไปตาม

เมอื งต่างๆ จดั ข้ึนครง้ั แรกในปี พ.ศ.2503 สาหรบั ปนี ้ีมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural

Exposition 2022 หรอื EXPO 2022 Floriade Almere จัดขน้ึ ระหว่างวันท่ี 14 เม.ย.-9 ต.ค.2565 ณ เมืองอัลเมียร์

ประเทศเนเธอรแ์ ลนด์

20. ประเทศใดในเอเชียทเ่ี ปิดประเทศรับนกั ทอ่ งเทยี่ ว ทีเ่ ร่ิมผ่อนปรนมาตรการป้องกนั โรคโควดิ -19 และเปิดรบั นกั

เดินทางท่ีฉีดวคั ซีนแล้วจาก 32 ประเทศ โดยไมต่ ้องกักตัว

1. เวียดนาม 2. สงิ คโปร์ 3. มาเลเซยี 4. จีน

ตอบ 2. สงิ คโปรเ์ ป็นหน่ึงในประเทศแรกๆ ของเอเชีย ที่เร่มิ ผอ่ นปรนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 และเปดิ รับนัก

เดนิ ทางทฉ่ี ีดวคั ซนี แลว้ จาก 32 ประเทศ โดยไมต่ ้องกักตวั กลายเป็นกา้ วท่ีสาคญั ในการเปิดประเทศรับนกั เดนิ ทางอกี

ครัง้ หลังตอ่ สู้กับโรคระบาดมายาวนานร่วมปี พร้อมทุ่มงบ 500 ล้านดอลลารส์ งิ คโปร์ หรอื ราว 12,466 เพื่อฟ้ืนการ

ท่องเที่ยว

21. มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครัง้ ท่ี 31 ที่ประเทศใด

1. เวียดนาม 2. สิงคโปร์ 3. มาเลเซีย 4. จีน

ตอบ 1. การแขง่ ขนั ซเี กมส์ ครง้ั ที่ 31 ซึ่งมกี ารกาหนดวา่ จะจัดข้นึ ท่ีประเทศเวยี ดนามในวนั ท่ี 13 – 23 พฤษภาคม

พ.ศ. 2565 โดยจะแขง่ ขันจานวนกีฬาทงั้ สนิ้ 40 ชนดิ กีฬา 11 ประเทศ

-------------------------

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 135

------------------------------------------------------------------------------

การบรรจุและแต่งตง้ั

การบรรจุ

การรบั บุคคลทไ่ี ม่ไดเ้ ป็นขา้ ราชการพลเรอื นสามัญมาทาให้มีสถานภาพเปน็ ข้าราชการพลเรอื นตามกฎหมาย

ว่าดว้ ยข้าราชการพลเรือน

การแต่งตั้ง

การส่ังให้ข้าราชการมีอานาจหน้าทีแ่ ละรับผิดชอบงานในตาแหน่งใดตาแหน่งหน่ึงและมีสิทธิท่จี ะไดร้ บั

เงินเดือนตามตาแหน่งทีไ่ ด้รบั แตง่ ต้งั

การบรรจุมี 8 กรณี ดังน้ี

1. บรรจุผูส้ อบแข่งขันได้

2. บรรจผุ ู้ไดร้ ับคัดเลือก

3. บรรจผุ มู้ ีความรู้ ความสามารถและความชานาญงานสูง

4. บรรจผุ ้ทู ่ีออกไปรับราชการทหาร กลบั เข้ารบั ราชการ

5. บรรจุผ้ไู ปปฏิบตั งิ านตามมติคณะรฐั มนตรีกลบั เข้ารบั ราชการ

6. บรรจุผเู้ คยเปน็ ขา้ ราชการพลเรือนสามญั กลบั เขา้ รบั ราชการ

7. รับโอนพนักงานส่วนท้องถ่ิน ขา้ ราชการตามกฎหมายอนื่ เจา้ หน้าทีห่ นว่ ยงานอื่นของรัฐตามท่ี ก.พ.
กาหนด มาบรรจุ

8.บรรจุผเู้ คยเปน็ พนกั งานสว่ นท้องถน่ิ ข้าราชการตามกฎหมายอ่นื กลบั เข้ารับราชการ

การแตง่ ตั้ง

- แตง่ ตง้ั ผ้ไู ด้รบั การบรรจุ

- ย้าย

- โอน

- เล่อื น

การยา้ ย

การแตง่ ตั้งข้าราชการพลเรอื นสามญั ผูด้ ารงตาแหนง่ หนึ่งให้ดารงตาแหน่งอนื่ ในกรมเดยี วกันซึง่ จะเปน็

ตาแหน่งประเภทเดยี วกันหรอื ต่างประเภทกันก็ได้

การโอน

การแต่งตัง้ ขา้ ราชการพลเรอื นสามญั ผู้ดารงตาแหน่งในกระทรวงหรือกรมหน่ึงให้ดารงตาแหนง่ ในกระทรวง

หรือกรมอืน่ ซึ่งจะเปน็ ตาแหน่งประเภทเดยี วกนั หรือต่างประเภทกันกไ็ ด้

การเลอ่ื น

การแตง่ ตง้ั ข้าราชการพลเรือนสามญั ให้ดารงตาแหนง่ ประเภทเดียวกนั ในระดับที่สูงกวา่ เดิม
ทว่ั ไป

ปฏิบตั ิงานชานาญงานอาวุโสทักษะพเิ ศษ

วิชาการ

ปฏบิ ตั กิ ารชานาญการชานาญการพเิ ศษเชยี่ วชาญทรงคณุ วฒุ ิ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 136

------------------------------------------------------------------------------
อานวยการ

ระดบั ตน้ ระดบั สูง
บริหาร

ระดับตน้ ระดับสงู
หวั ใจสาคัญของการบรรจุ แตง่ ตง้ั

- ผมู้ ีอานาจสัง่ บรรจุและแตง่ ตงั้ (ม.57)

- มีตาแหน่งในระดับท่ีจะแต่งตง้ั
- คณุ สมบัติ
- ดาเนินการตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการ
- การออกคาสง่ั แต่งตั้ง
การบรรจุ (Placement) ถือเป็นขน้ั ตอนสุดทา้ ยของการจดั หาบุคลากร เปน็ การใหพ้ นักงานทไี่ ด้รบั การ
คัดเลอื กไปทางานในหน่วยงานที่ต้องการบุคลากรหลังจากที่ผสู้ มัครไดผ้ า่ นกระบวนการคัดเลือกแล้ว ทางฝ่ายนายจ้าง
มกั จะยินยอมใหเ้ วลากับฝา่ ยผสู้ มคั รงานประมาณ 1 เดือน เพอื่ เปดิ โอกาสให้ผู้สมัครงานได้สะสางงานทเ่ี ดมิ ให้
เรียบร้อยก่อน เพราะโดยมารยาทในธรุ กิจแลว้ ในกรณีลาออกจากงาน ควรแจง้ ใหน้ ายจา้ งไดร้ ูล้ ว่ งหน้าอยา่ งน้อย 1
เดือน เพ่อื จะได้เตรยี มจดั หากาลังคนมาทางานแทนไดท้ นั ทีทคี่ นเกา่ ลาออก

การบรรจมุ ขี ั้นตอนดงั นี้
1. ตอ้ งมีระยะในการทดลองงาน
2. มกี ารปฐมนเิ ทศ
3. ติดตามประเมนิ ผล เพ่ือพจิ ารณาว่าคน ๆ น้นั เหมาะสมท่ีจะทางานต่อไปหรือไม่
4. การบรรจุเปน็ พนักงาน
เม่อื พนักงานเร่ิมเข้ามาทางานก่อนทีจ่ ะไดร้ บั การบรรจนุ นั้ การบรหิ ารงานบคุ คลท่ีดีไดว้ างหลักการสาคญั ให้
องค์การปฏบิ ตั ิตอ่ พนักงานเข้าใหม่ 2 ประการ คือ
1. ระยะทดลองงาน (Probation)
2. การปฐมนิเทศ (Orientation)

 ระยะทดลองงาน
เพือ่ เปิดโอกาสให้องคก์ ารและพนกั งานได้ศึกษาซง่ึ กันและกัน เพื่อตดั สนิ ใจอีกครง้ั หนึ่งวา่ จะยอมรับซึ่งกัน

และกันไดห้ รือไม่
ระยะเวลาการทดลองงาน ถา้ ไม่เกนิ 4 เดือน ( 120 วนั ) บรษิ ัทก็สามารถเลิกจา้ งได้ โดยไมต่ ้องจ่ายเงนิ

ชดเชย
ในปัจจบุ นั กฎหมายไดใ้ ห้ระยะเวลาในการทดลองงานถึง 6 เดอื น แตถ่ ้าจ้างเกนิ 4 เดอื นแลว้ เลกิ จ้างบริษทั

ตอ้ งจ่ายเงนิ ชดเชย
ในอดีตนัน้ ในเรื่องการทดลองงานมกั จะดเู พียงว่าทางานได้หรอื ไม่ แตใ่ นปจั จบุ นั น้นั ดูหลายอยา่ ง คือดวู า่

ทางานได้ดหี รือไม่ มนุษยส์ มั พันธ์เปน็ อย่างไร มคี วามออ่ นน้อมถ่อมตนแค่ไหน ความสามารถในการปรบั ตัวเขา้ กับ
สังคม เคารพเชื่อฟงั ระเบียบวินัย เปน็ ตน้

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 137

------------------------------------------------------------------------------

 การปฐมนเิ ทศ
การปฐมนเิ ทศ หมายถงึ กิจกรรมทางด้านการบริหารงานบุคคลเกย่ี วข้องกับการพยายามแนะนาพนกั งาน

ใหม่ให้รู้จักหนว่ ยงาน และให้รู้จกั งานในหนา้ ท่ีท่ตี ้องทาตลอดจนผูบ้ งั คับบัญชาและเพอื่ นรว่ มงาน
การปฐมนิเทศ ถือเปน็ การฝึกอบรม (Training) อยา่ งหน่งึ ที่นิยมใชก้ บั พนักงานเขา้ ใหม่ เพือ่ ให้เขาได้ทราบ

ถึงรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ในสาระสาคญั ขององค์การ และชว่ ยให้สามารถพัฒนาตนเองใหเ้ ข้ากบั องคก์ ารน้นั ๆ
พนักงานท่ที างานมาแล้วกจ็ าเปน็ ต้องมีการปฐมนิเทศเหมือนกัน เพ่ือจะไดท้ ราบถงึ ความเปลย่ี นแปลงใน

เรื่องของการดาเนินงาน นโยบาย โครงสร้างขององค์การ และลักษณะของงานซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้อม
วัตถปุ ระสงค์ของการจัดปฐมนิเทศ

1. เพ่อื ให้บุคลากรใหมม่ ีความรู้และความเขา้ ใจในนโยบาย และหน้าที่ของหนว่ ยงานในองค์การที่ตนทา
2. เพ่ือให้บคุ ลากรใหมม่ ีความร้คู วามเขา้ ใจในเรื่องหลกั เบื้องต้น ทเ่ี กีย่ วกับระเบยี บกฎเกณฑ์ขอ้ บังคับตา่ ง ๆ
ขององค์การ รวมทงั้ สทิ ธิ ประโยชนแ์ ละบริการต่างๆท่อี งค์การจัดให้
3. เพื่อสร้างขวัญและสรา้ งความคุ้นเคยต่อสภาพแวดล้อมในการทางาน ในอนั ที่จะทาให้บุคลากรใหม่เกิด
ความสบายใจ เป็นการชว่ ยใหเ้ ขาเรมิ่ ตน้ ท่ีดีในการทางานตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
การปฐมนิเทศพนักงานเข้าใหมน่ ี้ จาเป็นตอ้ งใชร้ ะยะเวลายาวนานพอสมควร บางองค์การใช้เวลาถงึ 1 – 2
เดอื น องค์การธุรกิจหลายแห่งนิยมท่จี ะใชเ้ วลาในช่วงทดลองงาน เป็นเวลาสาหรบั การปฐมนิเทศด้วย การปฐมนิเทศน้ี
เป็นหนา้ ท่ีของแผนกบุคคลร่วมกับผู้บงั คับบัญชา (Line)

----------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 138

------------------------------------------------------------------------------

ความรู้เกี่ยวกับการบรหิ ารทรัพยากรบคุ คล

การบริหารทรพั ยากรบคุ คล (human resource management) มสี ว่ นสาคัญในการผลักดันองค์กรให้มี

การพัฒนาอย่างเป็นระบบและตอ่ เนื่อง ตลอดจนส่งเสริมให้องค์กรประสบความสาเรจ็ ในการดาเนินการในอนาคต

โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในสถานการณ์ปจั จุบนั ท่แี ตล่ ะองคก์ รไมว่ ่าท้งั ภาครัฐหรือเอกชน ต่างก็ใหค้ วามสาคัญต่องาน

ทรพั ยากรบุคคลเพิ่มขน้ึ โดยได้ตระหนกั ถงึ ความสาคญั ว่าการบริหารทรัพยากรบุคลควรต้องแทรกอยูใ่ นทุกกจิ กรรม

ขององค์กร เพ่ือส่งเสริมและเปน็ หลกั ประกนั วา่ ทุกกิจกรรมขององค์กรจะสามารถดาเนินงานได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

(ณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์,2546: 14)

ความเปน็ มาของการบริหารทรพั ยากรบุคคลภาครฐั

ทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยพน้ื ฐานในการบรหิ ารงานขององค์การ ซึ่งการบรหิ ารงานในหน่วยงานใดกต็ าม

จดุ ม่งุ หมายทส่ี าคญั ก็คือ การทาให้งานบรรลุวัตถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนดไว้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพเกดิ ประสทิ ธิผล และมีการ

พฒั นาอยู่เสมอ นอกจากน้ใี นสว่ นตัวของบคุ ลากรในองคก์ รยงั จะเป็นปจั จัยทีส่ ง่ ผลใหน้ โยบายหรือโครงการท่ีจะนาไป
ดาเนินการไม่ประสบผลสาเร็จ หรือประสบความสาเรจ็ แต่กข็ าดคณุ ภาพ ไม่ครบถ้วนกระบวนการ ปจั จยั ดงั กลา่ ว

อาจจะเกิดจากการขาดความรูค้ วามเขา้ ใจในกฎระเบยี บ ในงานทีด่ าเนินการ ขาดความชานาญและทักษะในการ

ปฏบิ ตั ิงานที่ถูกตอ้ ง (รัชนี พยุงธนทรัพย์,2547และศภุ ามาศ แก้วดวงดี,2553) ดังน้นั บุคลากรจึงเป็นหวั ใจสาคัญของ

การดาเนินกลยุทธ์ การควบคุมพลังงานและความมุ่งม่นั ของบุคลากรที่มีการเปลยี่ นแปลงเชงิ กลยุทธ์ เป็นความท้าทาย

สูงสุดในการบริหารจดั การ บุคลากรจะต้องรู้สึกและกระตือรอื ร้นท่จี ะกล่าวถึงแผนปฏบิ ัติการท่ีไดร้ บั มอบหมายให้

ดาเนนิ การ และรับรูว้ า่ ผลสาเร็จของการปฏบิ ัติตามแผนจะมีผลต่อความก้าวหนา้ ในอาชีพการงาน ทั้งนพ้ี นักงานต้อง

ไดร้ บั การจงู ใจอยา่ งดใี ห้ปฏิบัตงิ านอย่างมีประสิทธิผล และมองเหน็ ปัจจยั เสริมแรงตอ่ ความอุตสาหะในการทางานของ

ตน (จักร ตงิ ศภทั ยิ ์,2549และศุภามาศ แกว้ ดวงดี,2553)

ความหมายของการบริหารทรพั ยากรบคุ คลภาครฐั

การบริหารทรพั ยากรบุคคลภาครฐั หมายถงึ กระบวนการท่ผี ูบ้ รหิ ารใช้ศิลปะและกลยุทธ์ ดาเนินการสรรหา

คดั เลือก และบรรจบุ คุ คลทีม่ ีคณุ สมบัตเิ หมาะสม ใหป้ ฏิบตั ิงานในองคก์ ารพร้อมทงั้ สนใจพฒั นาธารงรกั ษาใหส้ มาชิกที่

ปฏบิ ัตงิ านในองค์กรเพ่ิมพนู ความรู้ ความสามารถ มสี ุขภาพกายและสขุ ภาพจิตทีด่ ใี นการทางาน และยังรวมไปถึงการ

แสวงหาวิธีการทีท่ าให้สมาชกิ ในองค์กรท่ีต้องพน้ จากการทางานดว้ ยเหตทุ พุ พลภาพ เกษียณอายุ หรอื เหตุอื่นใดในงาน

ให้สามารถดารงชีวิตอยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสุข (พยอม วงศส์ ารศรี,2542: 5)

ความสาคญั ของการบรหิ ารทรัพยากรบคุ คลภาครฐั
ความสาคัญของการบริการทรัพยากรบุคคลภาครัฐนัน้ มีอยู่มากมายหลายประการแต่โดยสว่ นใหญ่จะเข้าใจ

ว่ามคี วามสาคัญเฉพาะในดา้ นขององค์กรของรฐั โดยตรง จากการท่ีรัฐมีแนวทางการบรหิ ารงานทรพั ยากรบุคคลท่มี ี

ประสิทธภิ าพ อย่างไรก็ตาม ธัญญา ผลอนันต์, (2546:17) ไดก้ ลา่ วถงึ ความสาคญั ของการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์ ที่

นอกเหนือจากดา้ นองค์กรแล้ว ยังมีผลต่อด้านบุคลากรตลอดจนสงั คมส่วนรวมดว้ ย ซง่ึ ได้อธบิ ายถึงความสาคัญไว้ 3

ด้าน ดงั ตอ่ ไปน้ี

ดา้ นบคุ ลากร

ช่วยใหพ้ นกั งานในองค์การได้คน้ พบศักยภาพของตนเอง และได้พัฒนาตนเองใหม้ ีความสามารถเชิงสมรรถนะ

ในการปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ย่างเตม็ ที่ มคี วามผาสุกและความพึงพอใจในงาน เกิดความก้าวหน้า สามารถทางานที่ให้ผลการ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 139

------------------------------------------------------------------------------
ดาเนนิ การท่ีดีมปี ระสิทธิผล
ด้านองค์กร

ชว่ ยพฒั นาองค์กรบุคลากรที่มีคณุ ภาพก็จะดาเนนิ การตามแผนปฏิบตั ิการ ตามแนวทางท่ีผนู้ าระดับสูงวางไว้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิผล ทาให้เกิดผลการดาเนินงานท่เี ป็นเลิศทั้งด้านบริการสาธารณะ ดา้ นการพัฒนาองคก์ รให้มคี วาม
เจรญิ กา้ วหน้าในดา้ นการทางานทั้งวิชาการและงานปฏบิ ัติ องค์กรก็ย่อมจะมคี วามเจรญิ มนั่ คง และขยายงานออกไป
ไดด้ ้วยดี
ด้านสงั คม

ชว่ ยเสรมิ สรา้ งความมั่นคงให้แก่สงั คมและประเทศชาติ เม่ือองค์กรซึ่งเป็นหนว่ ยหน่งึ ของสงั คมเจริญก้าวหนา้
และม่ันคงดี ก็สง่ ผลไปถึงสังคมโดยรวมด้วยเมื่อบุคลากรได้พัฒนาตนจนมีความสามารถหารายไดม้ าช่วยให้ครอบครัว
มัน่ คงกส็ ง่ ผลดตี ่อชุมชน
หลักปรัชญาการบริหารทรพั ยากรบุคคลภาครฐั

โดยปกติมนษุ ยจ์ ะตดั สนิ ใจทาสิง่ ใดสิ่งหนง่ึ น้ันตามความคดิ ความเชอ่ื และคา่ นยิ มทอ่ี ยใู่ นตวั ของเขา โดยมี
แนวความคดิ ท่เี ป็นพืน้ ฐานวา่ สง่ิ ทเ่ี ลอื กทาเป็นส่งิ ที่มีค่ามากที่สดุ ซง่ึ สิ่งทเ่ี ปน็ พืน้ ฐานของความคดิ ก็คอื ปรัชญา
ประจาตัวนั้นเอง การบริหารทรพั ยากรบุคคลกเ็ ชน่ กนั ผบู้ ริหารหรือผู้จดั การกจ็ ะต้องมีปรัชญาการบริหารทรพั ยากร
บุคคลเปน็ แนวทางในการปฏิบัติ ปรัชญาการบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล ประกอบด้วย 4 หลัก ได้แก่ หลกั คุณธรรม หลกั
สมรรถนะ หลกั การกระจายอานาจและความรบั ผดิ ชอบ และหลกั คุณภาพชีวิตในการทางาน (สานักงาน
คณะกรรมการนโยบายรัฐวสิ าหกิจ)

หลักคณุ ธรรม
หลกั คุณธรรมในการบริหารทรัพยากรบุคคล มีผู้ให้แนวคิดไวห้ ลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดา้ นศลี ธรรม จรยิ ธรรม

ตามศาสนา ซง่ึ มคี ณุ ประโยชน์ และความจาเปน็ ท่ีตอ้ งมีประมวลจริยธรรมเป็นเคร่อื งมือควบคมุ กากับดว้ ย วันชัย มี
ชาติ, (๒๕๕๒) กล่าวถงึ หลักคุณธรรมซ่ึงเป็นสว่ นสาคัญของระบบคณุ ธรรม (THE MERIT SYSTEM) ในการบริหาร
ทรัพยากรบุคคลแนวใหมไ่ วว้ ่า หลักคณุ ธรรมนี้ต้องประกอบด้วย หลกั ความเสมอภาคในโอกาส หลกั ความสามารถ
หลกั ความมน่ั คงในอาชีพ และหลกั ความเป็นกลางทางการเมือง
หลกั สมรรถนะ

เพอ่ื เป็นกรอบการปฏิบตั เิ ก่ยี วกบั การบรรจุแต่งตงั้ โยกย้ายบุคคลใหม้ ีคณุ สมบัตติ รงตามความตอ้ งการในการ
ปฏิบัติหนา้ ท่ีใหม้ ีประสิทธิผล ซง่ึ ในการบริหารทรพั ยากรบุคคลตอ้ งใช้เคร่ืองมอื ทถ่ี กู ต้องเหมาะสมในการกาหนด
สมรรถนะ รวมทัง้ พัฒนาบคุ ลากรให้มีสมรรถนะตามตอ้ งการอกี ด้วย
หลกั ผลงาน

การบรหิ ารภายใต้หลักผลงานนตี้ อ้ งใช้เครื่องมือท่เี หมาะสม มอี านาจจาแนกผลงาน และมีค่าความเช่ือมน่ั ท่ี
สามารถนาไปใชพ้ จิ ารณาประกอบการแต่งต้ังโยกย้ายได้อย่างเป็นธรรม
หลกั การกระจายอานาจและความรบั ผิดชอบ

การบริหารทรพั ยากรบุคคลต้องมีการมอบอานาจและการกระจายอานาจการบรหิ ารทรัพยากรบุคคลให้ส่วน
ราชการและจังหวดั มากขนึ้ เพอ่ื ความคล่องตัวรวดเรว็ เหมาะสมกบั ภารกจิ ในแตล่ ะพนื้ ที่ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละ
ส่วนราชการและจังหวดั

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 140

------------------------------------------------------------------------------
หลกั คณุ ภาพชีวิตในการทางาน

การบริหารทรพั ยากรบุคคลที่ดีต้องทาให้บุคลากรทุกคนในองค์กรมีคุณภาพชวี ติ ทีด่ ี มสี วัสดิการท่ีอานวย
ความสะดวกสบายพอควร สมดุลกับชีวติ ราชการที่เจรญิ กา้ วหนา้ ตามโอกาสท่เี สมอภาค
กระบวนการบรหิ ารทรัพยากรบุคคลภาครฐั
การสรรหาและคดั เลอื กบุคลากร

การสรรหาและคัดเลอื กบุคลากร เป็นกระบวนการหลกั สาคัญท่ีเปน็ จุดเริ่มต้นในการบริหารทรพั ยากรบุคคลท่ี
ส่งผลกับความอยรู่ อดขององคก์ ร เพราะหากระบบการสรรหาคดั เลือกไดบ้ ุคคลท่ีมคี วามรูค้ วามสามารถ กจ็ ะทาให้
องค์กรมศี ักยภาพ สามารถดาเนนิ การได้บรรลุเปา้ หมาย (วุฒิไกร จาปาทอง )

การสรรหาบคุ ลากร
การสรรหาบคุ ลากร คือ กระบวนการในการค้นหาบุคคลท่ีมคี วามเหมาะสมกับตาแหนง่ ทอี่ งคก์ รต้องการจาก

แหลง่ ตา่ งๆใหส้ นใจสมัครเขา้ ร่วมงานกับองค์กร โดยผ้มู หี น้าท่ใี นการสรรหาบคุ ลากรจะต้องเข้าถงึ แหล่งท่มี าของ
บุคลากร ดงึ ดูดบุคลากรที่มศี ักยภาพเหมาะสมกับงานใหเ้ กิดความสนใจที่จะรว่ มงานกับองค์กรอย่างมปี ระสิทธิภาพ
ภายใตข้ อ้ จากดั ของระยะเวลาและคา่ ใชจ้ ่าย (พทั ธ์ธรี า สมทรง,2557)

กระบวนการในการสรรหาบุคลากร
การทางานใดๆจะมคี ุณภาพและตรงตามเป้าหมาย จาเปน็ ทจี่ ะต้องทางานอยา่ งมรี ะบบและขั้นตอน มี

กระบวนการในการปฏิบัติงาน กระบวนการที่ควรนามาพิจารณาในการสรรหาอาจประกอบด้วย ข้ันตอนตา่ งๆ มี 9
ขน้ั ตอน ดังนี้

1. การวางแผนทรัพยากรบคุ คล การวางแผนจะให้ขอ้ มลู เกี่ยวกบั แผนงานรวมขององค์กร จะชว่ ยให้ผสู้ รรหา
ไดร้ บั รูง้ านที่ดาเนนิ การในปจั จบุ ันและงานท่จี ะกาหนดไวใ้ นอนาคต ทาให้ทราบความต้องการด้านทรัพยากรบุคคลของ
องค์กรวา่ ต้องการบุคคลประเภทใดระดบั ใดจานวนใดและเมือ่ ใด

2. ความต้องการของหนว่ ยงานหลกั ผ้รู ับผิดชอบหน่วยงานหลักเป็นผู้รนู้ โยบายขององค์กรความต้องการของ
หนว่ ยงานหลกั จะเป็นแนวทางประกอบการพจิ ารณากาหนดตาแหน่งขน้ึ ใหม่ในองค์กร ซ่ึงจะต้องระบุชดั เจนว่าจะสรร
หาบคุ ลากรเพ่ือทางานตาแหน่งอะไร จานวนเท่าใด ต้องการเมอ่ื ใด ลักษณะของงานท่ีรับผิดชอบมอี ะไรบ้าง คุณสมบตั ิ
ท่ตี อ้ งการมีอะไรบ้าง

3. การระบุตาแหน่งงานท่จี ะเปดิ รับสมัคร ตาแหน่งงานท่รี ะบนุ ้ไี ดม้ าจากการวางแผนทรพั ยากรบคุ คล และ
การจ้างบคุ ลากรตามความต้องการของหน่วยงานหลัก เป็นการใหภ้ าพรวมวา่ องค์กรตอ้ งการบุคลากรใหมเ่ พอ่ื ทางาน
ในตาแหน่งใดบ้าง

4. การรวบรวมขอ้ มลู ที่ได้จากการวิเคราะหง์ าน เปน็ การรวบรวมข้อมลู จากการวิเคราะห์งาน ซ่ึงจะเป็น
ประโยชน์ทาให้ทราบถึงคาบรรยายลกั ษณะงานและข้อกาหนดคณุ สมบตั ิพิเศษของบุคคลผมู้ าสมัคร

5. ข้อคดิ เห็นของฝ่ายบริหาร ขอ้ คิดเหน็ หรอื ข้อสังเกตของผู้บรหิ ารระดับสงู ขององค์กรรัฐจะเป็นข้อมลู
สะท้อนให้เห็นถงึ ความตอ้ งการที่เป็นปัจจุบนั และทันสมยั ชว่ ยให้ขอ้ มลู ประกอบการสรรหาสมบรู ณแ์ ละตรงกับความ
ตอ้ งการของหนว่ ยปฏิบตั มิ ากขนึ้

6. การกาหนดคุณลักษณะของบคุ ลากรทีเ่ ก่ียวกบั งาน เปน็ ผลจากการวเิ คราะหแ์ ละสงั เคราะหข์ ้อมลู ของการ
วเิ คราะห์งานและการศึกษาข้อคดิ เหน็ ของผู้บรหิ าร ซึ่งจะช่วยกาหนดเง่อื นไขและคุณสมบัติของตวั บุคลากรที่พงึ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 141

------------------------------------------------------------------------------
ประสงค์

7. การกาหนดวธิ ีการสรรหา เป็นการกาหนดแหลง่ สรรหาและวธิ กี ารสรรหา
8. การดาเนินการสรรหา ผู้สรรหาดาเนนิ การสรรหาตามวิธีทกี่ าหนดไว้
9. การประเมนิ ผล เป็นการตรวจสอบวา่ จานวนผูส้ มคั รในแตล่ ะตาแหน่งเป็นไปตามท่ีคาดการณ์ไว้หรอื ไม่
หากไมเ่ ปน็ ไปตามท่ีคาดการณ์ไว้ ผสู้ รรหาจะตอ้ งทบทวนวิธีการหรือขยายระยะเวลารบั สมคั รออกไป ซึง่ การ
ประเมนิ ผลจะช่วยการสรรหามีประสิทธภิ าพมากขนึ้ ( สมั ฤทธ์ิ ยศสมศกั ดิ์,2549,น.137-138 )
การคัดเลอื กบุคลากร
การคดั เลือกบคุ ลากร คือ กระบวนการท่อี งคก์ รใช้ขั้นตอนต่างๆ มาดาเนินการพจิ ารณาคัดเลอื กผูส้ มคั ร
จานวนมากใหเ้ หลือตามจานวนทอ่ี งค์กรต้องการ ฉะนั้นการคดั เลอื กจาเป็นท่ีจะตอ้ งมเี กณฑ์กาหนดขนึ้ เพื่อเป็นกรอบ
ในการพจิ ารณาให้ได้คนทมี่ คี ุณสมบตั ิตรงกับงานที่เปิดรบั ( พทั ธธ์ รี า สมทรง,2557 )
กระบวนการการคดั เลอื กบคุ ลากร
นักวชิ าการได้กาหนดกระบวนการในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทางานไว้หลายขั้นตอนแตกตา่ งกนั แต่เมื่อ
นามาเปรยี บเทยี บจะพบสว่ นคล้ายคลึงกัน อยา่ งไรกต็ าม ขั้นตอนนี้ควรที่จะเปน็ ข้นั ตอนทต่ี ่อเน่ืองจากกระบวนการ
สรรหา สรปุ ข้ันตอนการคัดเลือกบุคลากรออกเป็น 9 ข้ันตอนทีส่ มบูรณ์ ดงั นี้
1. การต้อนรับผู้สมคั ร เป็นการนดั หมายกบั ผูส้ มัครใหเ้ ข้ารบั การคดั เลือก โดยมกี ารกาหนดสถานท่แี ละเวลาท่ี
ชดั เจน จัดสภาพแวดลอ้ มตอ้ นรับผู้สมัครเกิดความประทับใจ
2. การสัมภาษณ์ขัน้ ตน้ เปน็ การกล่นั กรองผสู้ มัครเบ้ืองตน้ เชน่ การตรวจสอบคุณสมบัตบิ ุคลกิ ภาพ และ
หลักฐานขัน้ ต้น อาจใชเ้ กณฑ์ขน้ั ต่าเพ่ือกล่ันกรองผู้สมัครเบ้ืองตน้
3. การกรอกใบสมัคร ใหผ้ ู้สมคั รกรอกรายละเอยี ดข้อมลู ลงไปในใบสมัครที่หน่วยงานจัดทาไวใ้ ห้ เชน่ ประวตั ิ
สว่ นตัว คณุ วุฒิการศกึ ษา ประสบการณ์ในการทางาน คุณสมบัติสว่ นตวั ความสามารถพิเศษ เปน็ ต้น
4. การตรวจสอบหลักฐานของผูส้ มคั ร เป็นการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ทผี่ ู้สมัครไดน้ ามาประกอบใบสมัคร
วา่ ถกู ต้องครบถว้ นตามท่ีได้มีการแถลงไวใ้ นใบสมัครหรือไม่
5. การทดสอบเพอื่ คัดเลือก การทดสอบเปน็ เครือ่ งมือการคัดเลือกท่ีใช้วัดความแตกตา่ งของคุณสมบตั ิ
ระหวา่ งผู้สมัครซงึ่ มีความสมั พนั ธ์กับการทางานการทดสอบนับเป็นวิธีการชว่ ยเสริมวิธคี ดั เลือกอน่ื ๆท่ีมปี ระสิทธภิ าพ
จึงเช่อื กันวา่ ผลการทดสอบสามารถใช้เปน็ ข้อมลู ประกอบการตัดสินใจจ้างงานได้ค่อนขา้ งมาก การทดสอบจงึ เปน็
ความพยายามท่ีจะวดั คุณสมบตั ิและความสามารถของผู้สมคั ร เช่น สติปญั ญา ความถนัด ทกั ษะ บุคลกิ ภาพ สภาพ
ร่างกาย เปน็ ตน้
6. การสมั ภาษณ์ ผบู้ รหิ ารในองค์กรมกั เลือกใชว้ ิธีการสัมภาษณ์ ประกอบการคัดเลือกบุคลากร เน่อื งจากเปดิ
โอกาสให้ผู้สมั ภาษณ์และผสู้ มัครไดส้ นทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น นอกเหนอื จากข้อมูลทปี่ รากฏในใบ
สมคั ร และจากผลการทดสอบ
7. การสืบสวนภมู ิหลงั และการตรวจสอบแหลง่ อา้ งอิง การตรวจสอบยนื ยันขอ้ มูลความรู้ความสามารถของ
ผสู้ มัครทอ่ี งคก์ รประสงคจ์ ะบรรจุเขา้ ทางาน โดยข้อมูลท่ีได้อาจมาจากสถาบนั การศึกษา หนังสอื รับรอง การตดิ ต่อทาง
โทรศัพท์ หรือจดหมายกับบุคคลทเ่ี ก่ยี วข้องกับผู้สมัครให้ยืนยันเพื่อเกดิ ความม่ันใจ
8. การตรวจสภาพร่างกาย การตรวจสอบสภาพรา่ งกายมักทาเป็นข้นั ตอนเกือบสุดท้าย เพื่อให้แนใ่ จว่า

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 142

------------------------------------------------------------------------------
พนกั งานมสี ภาพรา่ งกายทีส่ มบูรณ์ มีอวยั วะครบถ้วน ประสาทสัมผสั ดี ไมบ่ กพร่อง สาหรบั การคัดเลือกบุคลากรใน
ตาแหน่งงานทต่ี ้องใช้แรงงานหนกั อาจมีการทดสอบสมรรถภาพรา่ งกาย เพอ่ื ดอู ตั ราการเตน้ ของหัวใจ การหายใจ
ความเมื่อยลา้ และอาจมีการทดสอบโรคภูมแิ พ้ ภมู คิ ุม้ กนั บกพร่อง หรอื ตดิ สารเสพติด

9. การตัดสินใจคดั เลือก เปน็ การตดั สินใจคดั เลือกผสู้ มัครท่ีมีคณุ สมบัติและความสามารถเหนือกว่าผู้สมัคร
รายอ่นื ๆ โดยพจิ ารณาจากผลทไี่ ดใ้ นขั้นตอนต่างๆท่ีกล่าวขา้ งตน้ ในการน้ีองค์กรจะแจ้งผลการคดั เลอื กใหผ้ ู้สมคั รที่
ไดร้ บั การคัดเลือกทราบ ขณะเดียวกัน องค์กรจะต้องแจ้งผสู้ มัครรายอื่นๆ ท่ีไมผ่ ่านการคัดเลือกให้ทราบผลด้วยเชน่ กนั
( สัมฤทธิ์ ยศสมศักดิ์,2549,น.135-137 )
การพัฒนาทรัพยากรบคุ คล

การพัฒนาทรัพยากรบุคคล คือ กระบวนการท่จี ัดทาขน้ึ เพอื่ ใหบ้ ุคลากรไดเ้ รยี นรู้ ปรับทัศนคตใิ นการทางาน
และให้มีความชานาญในการปฏบิ ตั ิงานมากขึ้น สมั ฤทธิ์ ยศสมศักดิ์, (2549:195-196)ได้กลา่ ววา่ แมว้ า่ บุคลากรของ
องค์กรจะได้ผา่ น

กระบวนการสรรหาและคัดเลือกมาอยา่ งดี กย็ งั ไมเ่ ป็นเครอ่ื งยนื ยันไดเ้ สมอไปว่าบุคลากรจะสามารถทางานได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ องค์กรจาเปน็ ต้องมีการพัฒนาบุคลากรอยู่อย่างสม่าเสมอ เพอ่ื ให้สามารถเพิม่ พูนความรู้
ความชานาญในการปฏิบตั ิงานอย่างต่อเน่อื ง มีทศั นคตทิ ่ดี ีและสามารถปรับตวั กบั สภาพแวดล้อมทีเ่ ปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา และพร้อมที่จะยอมรับความเปลยี่ นแปลงที่สอดคลอ้ งกับความกา้ วหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยี
สมัยใหม่ บคุ ลากรทไี่ ดร้ บั การพัฒนาจากองค์กรแล้วจึงมผี ลมากต่อความสาเรจ็ และความมปี ระสิทธภิ าพขององคก์ รใน
ยคุ โลกาภวิ ัฒน์ ดังนั้น การพัฒนาทรัพยากรบคุ คลจะประกอบด้วย 3 เร่อื ง ได้แก่การฝึกอบรม (training) การศกึ ษา

(education) และการพัฒนา (development)
ข้ันตอนการพฒั นาบุคลากรมี 5 ขั้นตอน ดงั น้ี

1. การสารวจความต้องการ
2. การกาหนดวัตถปุ ระสงค์ของการพัฒนาบุคลากร
3. การกาหนดรปู แบบในการพัฒนาบคุ ลากร
4. การดาเนินการพฒั นา
5. การประเมินผล (จกั รสนั ต์ เลยหยดุ ,2556)
การประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน
การประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน เปน็ ระบบที่องค์กรจัดทาข้นึ มา เพ่ือหาคุณคา่ ของบุคลากรในแงข่ องการ
ปฏิบตั งิ าน อนั ได้แก่ การกาหนดบุคคลทีท่ าหน้าทป่ี ระเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน วธิ ีการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงาน และ
วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมินผลการปฏิบัตงิ าน (จกั รสันต์ เลยหยุด,2556)
ความสาคญั ของการประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน
การประเมินผลการปฏิบัตงิ านมคี วามสาคัญต่อการดาเนนิ งานในระดบั ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ บคุ ลากร ผูบ้ ังคบั บัญชา
และองค์กร ดงั น้ีคือ
1. ความสาคัญต่อบุคลากร บุคลากรย่อมต้องการทราบวา่ ผลการปฏบิ ัติงานของตนเปน็ อยา่ งไรมีคุณคา่
หรอื ไมเ่ พียงใดในสายตาของผู้บังคับบญั ชา มีจุดบกพร่องที่ควรจะตอ้ งปรับปรุงหรือไม่ เม่ือมกี ารประเมินผลการ
ปฏิบัติงานและแจง้ ผลให้บุคลากรทราบก็จะได้รบั รูก้ ารปฏบิ ัติงานเปน็ อย่างไร หากไม่มกี ารประเมินผล บคุ ลากรก็ไม่มี

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 143

------------------------------------------------------------------------------
ทางรถู้ งึ ผลการปฏิบัติงานของตนว่า มสี ว่ นใดทค่ี วรจะคงไว้และสว่ นใดควรจะปรบั ปรุง บุคลากรที่มีผลการปฏิบตั ิงาน
อยูใ่ นระดบั ดีอยู่แล้วก็จะไดเ้ สริมสรา้ งให้มผี ลการปฏบิ ตั งิ านดีย่งิ ข้นึ

2. ความสาคัญต่อผู้บังคบั บญั ชา ผลการปฏิบัติงานของบุคลากรแต่ละคน ย่อมสง่ ผลตอ่ การปฏิบัตงิ านโดย
ส่วนรวมในความรับผดิ ชอบของผู้บังคับบัญชา การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านของบุคลากรจงึ มีความสาคัญตอ่
ผบู้ ังคบั บัญชา เพราะจะทาให้รู้วา่ บุคลากรมคี ุณค่าต่องานหรือต่อองค์กรมากนอ้ ยเทา่ ใด จะหาวิธสี ่งเสริม รกั ษา และ
ปรบั ปรงุ ผลการปฏิบตั งิ านของผ้ใู ตบ้ งั คับบัญชาอย่างไร ควรจะใหท้ าหนา้ ทเี่ ดิมหรือสบั เปล่ียนโอนย้ายหนา้ ทไ่ี ปทางาน
ใด จึงจะไดป้ ระโยชนต์ ่อองค์กรยิ่งข้นึ หากไม่มีการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานกไ็ ม่สามารถจะพิจารณาในเรื่องเหล่าน้ีได้

3. ความสาคัญต่อองค์กร เนื่องจากผลสาเรจ็ ขององคก์ รมาจากผลการปฏิบตั ิงานของบุคลากรแตล่ ะคน ดังน้นั
การประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรจะทาใหร้ วู้ า่ บุคลกรแต่ละคนปฏิบตั ิงานที่ได้รบั มอบหมายจากองค์กรอยูใ่ น
ระดับใด มีจุดเดน่ หรือจดุ ด้อยอะไรบ้าง เพอ่ื องค์กรจะได้หาทางปรบั ปรงุ หรอื จัดสรรบคุ ลากรให้เหมาะสมกับ
ความสามารถซึ่งจะทาใหก้ ารดาเนนิ งานขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ
การรกั ษาทรัพยากรบุคคลไว้ในองคก์ ร
โดยปฏิบัตไิ ด้ ดังน้ี
การบริหารคา่ ตอบแทน

การบรหิ ารคา่ ตอบแทน หมายถึง ค่าใช้จา่ ยต่าง ๆ ท่อี งคก์ รจ่ายให้แกบ่ ุคลากร ค่าใช้จา่ ยนอี้ าจจ่ายในรปู ตวั
เงินหรือมิใชต่ วั เงินกไ็ ด้ เพอ่ื ตอบแทนการปฏิบตั ิงานตามหน้าทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ จูงใจให้มีการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพส่งเสรมิ ขวญั กาลังใจของผปู้ ฏิบัตงิ าน การให้ค่าตอบแทนถือเป็นกลไกสาคัญในการธารงรกั ษาทรัพยากร

บคุ คลให้อยู่กบั องค์กร
ประเภทของค่าตอบแทน จาแนกออกเปน็ 3 ลกั ษณะ ได้แก่

1. คา่ ตอบแทนหลกั ได้แก่ เงินเดือน การจา่ ยค่าจ้างเป็นเงินเดอื นได้ถือปฏบิ ตั ิกนั มาเปน็ ปกตวิ สิ ัย เพราะเงิน
คอื สือ่ กลางแหง่ การแลกเปล่ียนทท่ี กุ คนทางานกห็ วงั จะไดเ้ งินมา

2. คา่ ตอบแทนท่ีเปน็ รปู ตาแหนง่ งานทไ่ี ด้รับเล่ือนใหส้ งู ขึ้น ผู้ท่ไี ดร้ ับอานาจและตาแหนง่ หนา้ ท่ีใหม่ท่ีไดร้ ับ
เลอื่ นขนั้ มาน้ี ถือวา่ องค์กรได้จา่ ยค่าตอบแทนทางสงั คมให้อยา่ งหนึง่ ซ่งึ ในบางคร้ังมีความสาคัญมากกว่าเงินและเป็นที่
ใฝห่ าของบุคลากรท่ีจะก้าวขึ้นไปสู่ระดบั บรหิ าร และสรา้ งความพงึ พอใจใหเ้ กดิ ขนึ้ แก่บุคลากรได้เป็นอยา่ งดี

3. คา่ จ้างจูงใจ ได้แก่ การเล่ือนเงนิ เดอื นประจาปี ซง่ึ จา่ ยเป็นคา่ ตอบแทนแกบ่ ุคลากรผทู้ ี่ทางานมี
ประสทิ ธิภาพ ได้ผลงานตามมาตรฐานทกี่ าหนด หรอื ให้เปน็ รางวลั ตามผลงาน (จินดาลกั ษณ์ วัฒนสินธุ์,2534,น.375)
การใหส้ วสั ดิการ

สวัสดิการ หมายถงึ ผลประโยชนอ์ ่นื ๆของบุคลากรทีอ่ งค์กรจา่ ยนอกเหนือจากเงนิ เดอื นและค่าจา้ ง
ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจจา่ ยเป็นเงินสดสงิ่ ของหรอื บริการ เช่น อาหาร คา่ พาหนะ ภาษีเงินได้ท่ีองค์กรออกให้ เส้อื ผา้
ท่ีพกั อาศัย เป็นต้น
ประเภทของสวสั ดิการ จาแนกออกเป็น 2 ลกั ษณะดงั ต่อไปน้ี

1. สวสั ดกิ ารตามกฎหมาย หมายถงึ สวัสดกิ าร ประโยชน์ และบรกิ ารท่ีองคก์ รจัดสรรให้กับบุคลากรตาม
ข้อกาหนดของกฎหมาย เช่น บริการดา้ นสุขอนามัย ห้องพยาบาล และหอ้ งสุขา เป็นต้น การจดั สวสั ดิการตาม
ข้อกาหนดของกฎหมายมวี ัตถุประสงค์เพ่อื ตอบสนองตอ่ ความต้องการพนื้ ฐานของบคุ ลากรในสถานประกอบการ ส่ง

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 144

------------------------------------------------------------------------------
เสริมสวัสดภิ าพและความปลอดภัยในการปฏิบัตงิ านของบุคลากร ตลอดจนสง่ เสริมคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ีของประชากร

2. สวสั ดกิ ารนอกเหนือจากท่ีกฎหมายกาหนด หมายถึง สวสั ดิการ ประโยชน์ และบรกิ ารที่องค์การจัดให้กับ
บุคลากรดว้ ยความเต็มใจขององค์กร ความรว่ มมือระหว่างองค์กรและบุคลากร หรือการร้องขอจากบุคลากร โดย
สวัสดกิ ารท่ใี หจ้ ะอยู่นอกเหนือจากข้อกาหนดของกฎหมาย เช่น รถรับสง่ ทีอ่ ยู่อาศยั เงินชว่ ยเหลือพเิ ศษ กจิ กรรม
นันทนาการและกีฬา เป็นตน้ (สานักงานคณะกรรมการนโยบายรฐั วิสาหกจิ )
การให้พ้นสถานภาพการเปน็ บคุ ลากร

การพ้นสภาพการเป็นบุคลากรของรฐั หมายถึง การทบี่ ุคลากรของรฐั ได้แก่บคุ คลท่ปี ฏบิ ตั ิหน้าท่ตี ามกฎหมาย
กฎและระเบียบท่เี กยี่ วขอ้ งในองค์กรของรฐั ซึง่ อาจมีชอื่ เรียกแตกต่างกนั ไป ให้ออกจากการปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ในองค์การของ
รัฐน้ันๆไป

สาเหตุของการพน้ สภาพบุคลากรของรัฐ
1. การพน้ สภาพบุคลากรของรัฐดว้ ยความสมคั รใจของบุคลากรเอง เชน่ ไม่พอใจในงาน ต้องการประกอบ

อาชีพใหม/่ อาชีพส่วนตัว หรือลาออกเพื่อไปสมคั รหรือดารงตาแหน่งทางการเมืองในระดับตา่ งๆ
2. การพ้นสภาพบุคลากรของรัฐตามเงอื่ นไขหรือเงือ่ นเวลาทกี่ าหนดในเงอ่ื นไขการเข้าทางาน ได้แก่
1. สงู อายตุ ามกฎหมาย คือ การเกษียณอายรุ าชการเมอื่ อายคุ รบ 60 ปบี รบิ รู ณ์ มีสทิ ธิ์ได้รบั บาเหนจ็ บานาญ

(มบี ุคลากรของรฐั บางประเภททไ่ี ม่ได้กาหนดอายเุ กษยี ณท่ี 60 ปี เช่น ขา้ ราชการพลเรือนในพระองค์ ขา้ ราชการ
การเมือง ข้าราชการในกระบวนการยตุ ธิ รรม)

2. รับราชการมานาน (เคยมกี รณมี คี าสง่ั ออกจากทางราชการ รบั ราชการครบ 30 ปี และเปน็ ผบู้ กพร่องใน
การปฏบิ ตั ริ าชการ [พ.ศ. 2494])

3. การพ้นสภาพบุคลากรของรัฐเนือ่ งจากการเลกิ หรือยุบตาแหน่งหรือลดกาลังคน มักใช้ในกรณที ่ีองค์การมี
ลักษณะ “คนล้นงาน” มกั เป็นการให้ออกจากราชการโดยมีบาเหน็จบานาญทดแทนให้

4. การพน้ สภาพบุคลากรของรฐั เพราะเหตุของตวั บุคลากรเอง เชน่ ตาย ต้องโทษจาคกุ ในความผิดโดย
ประมาท หรือความผดิ ลหโุ ทษ รบั ราชการทหาร เจ็บปว่ ยจนไมส่ ามารถปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ราชการได้ ขาดคุณสมบัตเิ ฉพาะ
ตาแหนง่ หรอื ในกรณีทหี่ ย่อนความสามารถ ประพฤตติ นไม่เหมาะสม มีมลทิน ถูกกลา่ วหาวา่ กระทาผิดวินยั ร้ายแรง
ไม่สามารถปฏิบัตริ าชการให้มีประสิทธภิ าพและเกิดประสิทธผิ ลในระดับทนี่ า่ พอใจของทางราชการได้ หรือใหอ้ อกไว้
ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพจิ ารณาทางวินัยหรอื ถูกฟ้องคดอี าญา (สานกั งานคณะกรรมการนโยบายรัฐวสิ าหกิจ)
ปัญหาของการบริหารทรัพยากรบคุ คลภาครฐั

ปัญหาโครงสรา้ งสว่ นราชการทีไ่ มค่ ล่องตัว โครงสรา้ งการบรหิ ารงานภาครัฐในปจั จุบันมลี กั ษณะที่ไม่
ยืดหยนุ่ ขาดความคล่องตัว ทาใหก้ ารบริหารยดึ ติดกบั กรอบตามอานาจหนา้ ทีท่ ี่กฎหมายกาหนดเป็นหลกั ส่งผลให้
การบริหารไมส่ อดคล้องกับกระแสความเปลย่ี นแปลงของสงั คมได้อยา่ งทันการณ์ การปรบั เปล่ียนโครงสรา้ งองค์กรทา
ไดไ้ มค่ ลอ่ งตวั และเน่ืองจากโครงสร้างองค์กรมีขนาดใหญ่ ทาให้การปรบั ร้ือต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการ
ดาเนินการ

ปญั หากฎระเบยี บ เทคโนโลยี และวิธีปฏบิ ัติงานไม่ทนั สมัย การบริหารงานภาครัฐเป็นการบรหิ ารงานโดย
ยึดโยงกบั กฎหมายและระเบียบต่างๆ เป็นจานวนมาก กฎระเบียบบางเรื่องเปน็ อุปสรรคต่อการบรหิ ารงานภาครฐั และ


Click to View FlipBook Version