The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นักทรัพยากรบุคคล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sk.dsd0478, 2022-06-23 23:24:50

นักทรัพยากรบุคคล

นักทรัพยากรบุคคล

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 245

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 246

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 247

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 248

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 249

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 250

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 251

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 252

------------------------------------------------------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 253

------------------------------------------------------------------------------

-----------------------------

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 254

------------------------------------------------------------------------------

แนวข้อสอบ การบรหิ ารงานบคุ คลและพัฒนาบุคคล

1. ขอ้ ความใดต่อไปน้ี ตรงกบั ความหมายของคาวา่ “การพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์” ในภาครัฐ

ก. การกาหนดกฏเกณฑก์ ารขอตาแหนง่ วิชาการอาจารย์มหาวทิ ยาลยั

ข. การเขม้ งวดบทบาทของพระอปุ ัชฌาย์ใหม้ ีมากข้นึ

ค. การจา่ ยค่าชดเชยการเลกิ จ้างตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

ง. การตรวจสอบรถโบราณของวดั ปากน้าโดย DSI

ตอบ ข.

2. ข้อความใดต่อไปนีต้ รงกบั ความหมายของคาว่า “การบริหารจดั การทรัพยากรมนุษย์” ในภาคเอกชน

ก. การจา่ ยคา่ ชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

ข. การกาหนดกฏเกณฑ์การขอตาแหนง่ วชิ าการอาจารยม์ หาวทิ ยาลัย

ค. การตรวจสอบรถโบราณของวดั ปากน้าโดย DSI

ง. การกาหนดคุณสมบตั ขิ องตัวแทนกลมุ่ อาชพี ในการสมัคร ส.ว.

ตอบ ก.

3. เรื่องใดต่อไปน้ีเปน็ ประเด็นในความหมายของคา “การบริหารจดั การงานบคุ คล”

ก. มารดาขอเอกสารการรักษาบตุ รทเ่ี สยี ชวี ติ ไปจาก ร.พ.เอกชน
ข. นายแดง เขา้ พิธบี วชเพ่อื อุทิศใหผ้ ถู้ ูกรถชนตาย

ค. ขอนแกน่ แบรนด์บุกตลาดเพือ่ นบา้ นกา้ วเขา้ สู่ AEC

ง. ผปู้ ระกอบการ OTOP อุดรธานี เน้นพนักงานขายสือ่ สารด้วยภาษาอังกฤษ

ตอบ ง.

4. อาชีพใดท่ีได้รบั แรงกดดนั ทางวิชาชพี สงู ในประเทศไทย

ก. ฝา่ ยตุลาการ ข. ครู – อาจารย์

ค. ฝา่ ยการเงิน – การบญั ชี ง. ตารวจ- ทหาร

ตอบ ข.

5. ในรอบ 20 ปที ่ีผา่ นมานักเรยี นไทยรบั ทุนไปศึกษาต่อระดบั โทและเอกไมต่ า่ กวา่ 5 พนั คน แต่ไม่กลับมาใช้ทนุ

ประมาณ 1,500 คน ถือวา่ เป็นปรากฏการณ์ท่ีอธบิ ายถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษยต์ ามลกั ษณะตามขอ้ ใด

ก. เน้นปญั หาเรง่ ดว่ นของมนุษยชาติ ข. กลุ่มผู้ด้อยโอกาส

ค. เนน้ ความร่วมมือจากผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสีย ง. เนน้ การพัฒนาคนตามทักษะของเชื้อชาติ

ตอบ ค.

6. รฐั บาลมีนโยบายให้ผ้จู บการศึกษาได้ทางานตรงกบั ความรูท้ ่ีเรยี นมา เป็นปรากฏการณ์ที่อธิบายถึงการพัฒนา

ทรัพยากรมนษุ ยใ์ นมติ ิใดต่อไปน้ี ข. การใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งเป็นธรรม
ก. การใหป้ ระโยชน์คืนกลบั

ค. การลงทุนในบริบท ง. การใช้ประโยชน์อยา่ งคุ้มค่า

ตอบ ง.

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 255

------------------------------------------------------------------------------
7. พฤติกรรมของผู้พิพากษาสตรีท่านหนง่ึ ท่ปี รากฏในสื่อสังคมทาใหป้ ระชาชนมีขอ้ กงั วลเก่ยี วกับความเทยี่ งของคา

ตดั สนิ คดีในอดตี เป็นปรากฏการณ์ท่อี ธิบายถงึ การพฒั นาทรัพยากรมนุษยต์ ามแนวคิดระบบคุณธรรมเร่ืองใด

ก. หลักคุณธรรม ข. หลกั จริยธรรม

ค. หลกั ความเป็นตวั แทน ง. หลกั ความเชอ่ื ถือศรทั ธา

ตอบ ข.

8. กาหนดสง่ิ ทข่ี ้าราชการต้องปฏบิ ตั ิและข้อห้ามการปฏบิ ตั ิ เปน็ ปรากฏการณ์ท่อี ธิบายถงึ การพัฒนาทรัพยากร

มนุษยต์ ามหลักแนวคดิ เรื่องใดตาม พ.ร.บ. ระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ก. วางมาตรฐานพทิ ักษ์ระบบคุณธรรม ข. การวางหลักการจดั ระเบยี บความสามารถ

ค. ปรบั ปรุงระบบจรรยาและวินยั ง. การกระจายอานาจ

ตอบ ค.

9. แจง้ ถึงเง่ือนไขการจ้าง ตรงกบั ข้อใด

ก. การฝึกอบรมแบบช่างฝึกหัด ข. การฝึกอบรมแบบจาลอง

ค. การฝกึ อบรมแบบปฐมนเิ ทศ ง. การฝึกอบรมแบบกรณีศึกษา

ตอบ ค.

10. เป็นเทคนคิ ทีน่ ิยมใช้อบรมผู้บริหาร ตรงกับข้อใด

ก. การฝึกอบรมแบบชา่ งฝกึ หัด ข. การฝกึ อบรมแบบจาลอง

ค. การฝึกอบรมแบบปฎิบัติงานจรงิ ง. การฝึกอบรมแบบกรณีศึกษา

ตอบ ง.

11. ใช้ฝกึ อบรมนักบนิ ตรงกับข้อใด

ก. การฝึกอบรมแบบชา่ งฝกึ หัด ข. การฝกึ อบรมแบบจาลอง

ค. การฝึกอบรมแบบปฎบิ ัตงิ านจริง ง. การฝกึ อบรมแบบกรณศี กึ ษา

ตอบ ข.

12. จา่ ยเทา่ กนั สาหรับงานที่เท่ากัน ตรงกับข้อใด

ก. คาบรรยายลักษณะงาน ข. การประเมนิ ค่างาน

ค. การออกแบบงาน ง. การวเิ คราะห์งาน

ตอบ ข.

13. คา่ ชดเชยกรณีอออกจากงาน ตรงกบั ข้อใด

ก. พ.ร.บ. แรงงานสมั พันธ์ ข. พ.ร.บ. เงนิ ทดแทน

ค. พ.ร.บ. ประกันสังคม ง. พ.ร.บ. คมุ้ ครองแรงงาน

ตอบ ง.

14 การระดมความช่วยเหลือผู้อพยพลภี้ ัยจากประเทศในกลุ่มยโุ รปตะวันตก เป็นเหตุการณท์ ี่เกย่ี วข้องกับแนวคิด

ในเรอ่ื งการพฒั นาทรัพยากรมนุษยข์ อง UN ตามข้อใด

ก. การพัฒนาโดยเน้นการสร้างเครอื ข่ายในภมู ิภาค

ข. การถ่ายทอดทักษะของมนุษย์เปน็ ไปตามเช้ือชาติ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 256

------------------------------------------------------------------------------
ค. การพฒั นาในเชิงความรว่ มมือทงั้ ในแนวราบและแนวดง่ิ

ง. การใหค้ วามสาคญั กบั ผ้ดู ้อยโอกาสและปัญหาเร่งดว่ น

ตอบ ก.

15. ข้อใดต่อไปนีเ้ ป็นเร่ืองการบริหารงานบุคคลของหน่วยงาน

ก. โครงสร้างลูกชาวนาจบปรญิ ญาเอก ข. โครงสรา้ งเล้ยี งลูกดว้ ยนมแม่

ค. โครงสรา้ งหมุนเวยี นงาน ง. โครงสรา้ งเรียนร้ตู ลอดชพี

ตอบ ค.

16. ข้อใดไม่ใชค่ ่านยิ มสร้างสรรค์ของขา้ ราชการ

ก. ไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ิ ข. ประหยดั

ค. มุ่งผลสัมฤทธิ์ ง. ซ่ือสัตย์ โปร่งใส

ตอบ ข

17. ข้อใดต่อไปนเ้ี ปน็ สิง่ ทรี่ ฐั บาลปัจจบุ ันดาเนินการเก่ยี วกบั การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ก. แจกเงินชาวนาไรล่ ะ หนงึ่ พนั บาท ข. ให้สมาชกิ กบข. ลาออกไปรับบานาญได้

ค. นายกรฐั มนตรีไปเยย่ี มพม่าอย่างเป็นทางการ ง. ตารวจจบั แรงงานต่างด้าวกรณีฆาตกรรม

นักท่องเที่ยว

ตอบ ข.

18 ภาระหนา้ ท่ีของรัฐบาลด้านทรัพยากรมนุษย์ สิน้ สุดลงเม่อื ใด

ก. หลงั การตาย ข. เมื่อสนิ้ ชวี ติ ปกติ

ค. เม่อื พน้ จากวัยทางาน ง. เม่อื สิ้นชีวิตด้วยโรครา้ ยแรง

ตอบ ก.

19. ข้อใดตอ่ ไปนเี้ ปน็ การพัฒนาทรพั ยากรมนุษยข์ องประเทศ

ก. การลาเพ่ือการศกึ ษาต่อ ข. การจา่ ยเบ้ียคนชรา

ค. การจา่ ยโบนสั ผู้ปฏบิ ตั ิงาน ง. การจ่ายเบ้ียกนั ดาร

ตอบ ข.

20. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์( Human resource Development หรือ HRD) ในความหมายอยา่ งกว้างรวมถงึ

ก. การฝึกอบรม การศึกษา การพฒั นา ข. การศกึ ษา การพฒั นาฝมี ือแรงงาน

ค. การศกึ ษา การสาธารณสขุ การพัฒนาฝีมือแรงงาน ง. การฝกึ อบรมด้านแรงงานและการพัฒนา

ตอบ ค.

21. ขอ้ ใดไม่ถูกต้องตามหลกั โครงสรา้ งขององค์การ

ก. ช่วงการควบคมุ ต้องเทา่ กันทุกหน่วยในองคก์ าร

ข. ภารกิจหรือหน้าท่อี ันชดั เจนของโครงการ

ค. มกี ารแบง่ ความรบั ผดิ ชอบของแตล่ ะหนว่ ยในองค์การ

ง. มีสายการบังคบั บญั ชาทชี่ ัดเจน

ตอบ ก.

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 257

------------------------------------------------------------------------------
22. การบริหารงานโดยวัตถุประสงค์ (Management by Objective) ช่วยให้เกิดผลขอ้ ใด

ก. ผู้ปฏบิ ตั ิงานควบคมุ ตวั เองมากกว่าจะถูกควบคุมโดยผู้บงั คบั บญั ชา

ข. ผู้ปฏิบตั งิ านถกู ควบคุมโดยกาหนดวิธีมาตรฐานและผลงาน

ค. ผ้ปู ฏิบัติงานมีความผกู พันสงู ตอ่ ผลสาเรจ็ ของงาน

ง. ถกู ทุกขอ้

ตอบ ง.

23. การกาหนดมาตรฐานในการปฏิบตั ิงานมีลักษณะอย่างไร

ก. กาหนดข้ึนเพอื่ ชว่ ยการวดั ผลหรือประเมนิ ผล ข. เป็นสว่ นหนงึ่ ของการวางแผน

ค. สว่ นใหญก่ าหนดขึน้ โดยอิงประสบการณ์ในอดีต ง. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ ง.

24. การพฒั นาองค์การ (Organization Development) หมายถงึ

ก. การขยายตัวองคก์ ารทง้ั ในดา้ นอตั รากาลังคนและงบประมาณ

ข. การเพิม่ พูนความรู้ ความสามารถให้กบั สมาชกิ ในองคก์ าร

ค. การเลื่อนระดับตาแหน่งของผบู้ รหิ ารองค์การให้สงู ขึ้น

ง. การทาให้องค์การเปล่ียนแปลงไปสสู่ ภาพท่ีพึงปรารถนาโดยมีแผนท่แี นน่ อนวางไว้ล่วงหน้า

ตอบ ง.

25. ผ้บู รหิ ารระดับกลางจักต้องบริหารงานโดยถอื ขอ้ ใดเปน็ หลักสาคญั

ก. เป้าหมายขององคก์ าร ข. เปา้ หมายส่วนตวั ของสมาชิกในองคก์ าร

ค. เป้าหมายสว่ นตวั ของผู้บริหารสูงสดุ ง. เปา้ หมายส่วนตวั ของตนเอง

ตอบ ก.

26. ถา้ ทา่ นมโี อกาสเลือกเข้าทางาน บคุ คลต่อไปนที้ า่ นจะเลือกใคร

ก. หวั หน้างานรับผดิ ชอบเตม็ ที่ ตดั สนิ ใจในเรอ่ื งตา่ ง ๆ แต่ผ้เู ดยี ว

ข.หวั หน้างานท่กี ระจายอานาจในการตัดสนิ ใจ

ค. หวั หน้างานที่คอยแก้ปัญหาใหท้ า่ นตลอดเวลา

ง. หวั หน้างานที่ไมส่ อนงานแก่ทา่ นเลย เพราะต้องการใหท้ ่านเรยี นรู้ดว้ ยประสบการณ์

ตอบ ข.

27. คุณสมบตั สิ าคัญเป็นองคป์ ระกอบเบ้ืองตน้ ที่จะทาให้บุคคลทางานได้ดคี ือ

ก. ความรคู้ วามสามารถ ความซื่อสัตยส์ ุจรติ ข. ความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ

ค. ความรู้ ความสามารถ ความขยนั หมั่นเพยี ร ง. ความรู้ ความสามรถ ความตงั้ ใจจริง

ตอบ ค.

28. ทฤษฎีและแนวความคิดของการบริหารงานบคุ คลแผนใหม่ มีดังนีค้ ือ

ก. มแี นวความคิดและการดาเนินงานตงั แตย่ ังมไิ ด้รบั คนเข้าทางานและพจิ ารณาถงึ สถานภาพในอนาคตของ ผู้

ทีท่ างานอยกู่ ับทางเศรษฐกิจและสงั คม

ข. มีแนวคิดและการดาเนนิ งานต้งั แต่ยังมิได้รบั คนเข้าทางาน

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 258

------------------------------------------------------------------------------
ค. มคี วามคิดและการดาเนนิ งานเมอ่ื บุคคลไดร้ ับเลือกสรรแลว้

ง. มแี นวคิดและการดาเนนิ งานต้งั แต่เรมิ่ การคัดเลือก จนกระท่ังบุคคลออกจากงาน

ตอบ ก.

29. ขอ้ ใดเปน็ เครื่องมือทีใ่ ชล้ ะลายพฤติกรรมของบุคคลในกลุ่มไดด้ ีท่ีสดุ

ก. การประชุมปรึกษาหารือ

ข. การเดนิ ทางไกล พักคา้ งคืนและมกี จิ กรรมร่วมกนั

ค. การฟังบรรยายหลกั วิชาพฤติกรรมศาสตร์

ง. การจดั งานเลย้ี งสงั สรรค์ร่วม

ตอบ ข.

30. Put the right man on the right job คือหลกั

ก. การบรรจุบุคคลเข้าดารงตาแหนง่ ต่าง ๆ ข. การพฒั นาตวั บคุ คล

ค. การมอบอานาจหนา้ ท่ี ง. การบริหารงานบคุ คลตามระบบอปุ ถัมป์

ตอบ ค.

31. สง่ิ ท่ีคอยกีดกนั มใิ หม้ นุษยม์ ีความคิดริเร่มิ ได้แก่

ก. ตนเอง ข. สงั คมและวฒั นธรรม

ค. หนว่ ยงาน ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบ ง.

32. ความพยายามท่จี ะพฒั นาสมรรถนะของหนว่ ยงานอย่างมีแผนและต่อเนื่องดว้ ยความรว่ มมือกันท้ังฝ่ายบรหิ าร

และผปู้ ฏบิ ตั หิ มายถึง

ก. การพัฒนาองค์กรการพัฒนาคน ข. การพัฒนางาน

ค. การพัฒนาคน ง. การวางแผน

ตอบ ก.

33. กจิ กรรมการแบง่ งานและมอบหมายงานนัน้ อยู่ในภารกิจของการบรหิ ารตามขอ้ ใด

ก. การวางแผน ข. การอานวยการ

ค. การจัดองคก์ าร ง. การควบคุมงาน

ตอบ ค.

34. แนวความคิดของการบริหารงานสมยั ใหมถ่ ือว่า

ก. คนคอื ทรัพยากรท่มี ีคุณค่า ข. คนคอื ตวั ปญั หา

ค. คนคือตัวนาโชค ง. คนคือผกู้ าหนดทศิ ทางขององค์การ

ตอบ ก.

35. ผบู้ ริหารระดับกลาง (Middle Manager) มีหนา้ ที่

ก. วางแผนกลยทุ ธ์ (Strategic Planning) ข. วางแผนยุทธวิธี (Tactic Planning)

ค. วางแผนปฏิบตั ิงาน (Operating Planning) ง. วางแผนผลติ (Manufacturing Planning)

จ. วางแผนการตลาด (Marketing Planning)

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 259

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ ข.

36. งานขน้ั สดุ ทา้ ยของกระบวนการจดั การทรัพยากรมนุษย์ คือ

ก. การฝึกอบรมและพฒั นา ข. การบารงุ รักษา

ค. การปอ้ งกนั และรักษาความปลอดภยั ง. การจา่ ยคา่ ตอบแทน

จ. การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน

ตอบ ข.

37. ทกั ษะทางการบรหิ าร (Management Skills) ท่ีทาใหผ้ ู้บริหารสว่ นใหญ่ประสบความล้มเหลว คือ

ก. ทกั ษะด้านความคิดรวบยอด (Conceptual Skills)

ข. ทกั ษะด้านเทคนคิ การปฏิบัตกิ าร (Technical Skills)

ค. ทักษะดา้ นการแกป้ ัญหา (Problem-solving Skills)

ง. ทักษะด้านกลยทุ ธ์ (Strategic Skills)

จ. ทักษะดา้ นมนุษยสัมพันธ์ (Human Relation Skills)

ตอบ จ.

38. ผเู้ สนอทฤษฏีการบรหิ ารโดยวตั ถปุ ระสงค์ (Management by Objectives) คือ

ก. Peter Drucker ข. Abraham Maslow

ค. Milton Friedman ง. Henri Fayol

ตอบ ก.

39. เหตทุ ีน่ ักวิชาการกล่าววา่ “การบริหารน้ันถือเป็นหลกั สากลนิยมและอาจจะโยกยา้ ยสับเปลยี่ นกันได้”

หมายถึงการบรหิ ารนนั้

ก. สามารถนาไปใช้ได้ในองค์การทุกประเภท

ข. ผู้บริหารไมจ่ าเปน็ ตอ้ งเรียนรอู้ ะไรใหมๆ่ ก็ไดเ้ พราะเปน็ หลกั เตมิ ทนี่ ามาใช้ได้ทุกปัญหา

ค. เปน็ ศาสตรแ์ หง่ ความเป็นจริงอนั เป็นท่ยี อมรับกันโดยทว่ั ไป

ง. อาจมอบหมายให้คนอืน่ ไปทาแทนตน

ตอบ ก.

40. การบรหิ ารทรพั ยากรมนุษยท์ ี่มีคุณภาพในศตวรรษท่ี 21 จะอยบู่ นรากฐานในข้อใด

ก. No Action ข. Open-door Policy ค. Lay Off ง. Negotiation

ตอบ ข.

41. ข้อใดเปน็ การบริหารบุคคลในแนวคิดของ “Theory X”

ก. ใชร้ ะบบคุณธรรม ข. ว่าจา้ งระยะสัน้ (เปน็ ช้ันบันได)

ค. ใช้ Discipline เป็นกรอบ ง. เน้น Seniority

ตอบ ค.

42. ประโยชนข์ องระบบข้อมูลการบริหารทรัพยากรมนษุ ย์

ก. เปน็ คลงั ขอ้ มูล ข. ใชส้ าหรับการวางแผน

ค. เป็นข้อมลู ชว่ ยในการตดั สินใจ ง. ถกู ขอ้ ก และ ข

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 260

------------------------------------------------------------------------------
จ. ถูกข้อ ก ข และ ค

ตอบ จ.

43. ข้อมูลที่เป็น Input ในระบบข้อมูลการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์

ก. ประวัตสิ ว่ นตวั ของพนักงาน ข. ผลการปฏิบัติงานของพนักงาน

ค. การโยกยา้ ย/เลอ่ื นตาแหน่งของพนกั งาน ง. ถกู ขอ้ ก และ ข

จ. ถูกขอ้ ก, ข และ ค

ตอบ จ

44. ขอ้ ใดไม่ใชป้ ระโยชนข์ องการตรวจสอบและวิจยั การบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์

ก. เพือ่ ปรับปรงุ คณุ สมบัติของพนกั งาน ข. เพื่อค้นหาและแก้ไขปญั หาที่เกดิ ขนึ้ ในองค์การ

ค. เพ่อื ปรบั ปรงุ คุณภาพของพนักงาน ง. เพอ่ื ใหท้ ราบถงึ ผลลพั ธข์ องกจิ กรรมต่าง ๆ

ตอบ ก

45. ขอ้ ใดเปน็ เครื่องมือ/วิธีการที่ใช้ในการตรวจสอบและวจิ ยั การบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์

ก. การสมั ภาษณ์ ข. การใช้แบบสอบถาม

ค. การสังเกต ง. ถูกขอ้ ข และ ค

จ. ถูกขอ้ ก, ข และ ค

ตอบ จ.

46. ตัวช้วี ดั ในการตรวจสอบและวิจัยการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์

ก. การวดั ด้านประสิทธภิ าพ ข. การวัดด้านประสิทธผิ ล

ค. การวดั ด้านคณุ ภาพชีวติ ในการทางาน ง. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ ง.

48. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยชนเ์ พื่อการบรหิ าร (Administrative Uses) ท่ไี ดจ้ ากการประเมินผลการปฏิบตั ิงาน

ก. Compensation ข. Promotion

ค. Downsizing ง. Lay Off

จ. Teaching

ตอบ จ.

49. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ หลักการที่ใชใ้ นการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์

ก. หลักความเสมอภาค ข. หลกั ความสามารถ

ค. หลกั การปฏบิ ตั ิ ง. หลักการพฒั นา

ตอบ ค.

---------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 261

------------------------------------------------------------------------------

แนวขอ้ สอบนักทรพั ยากรบคุ คล ชดุ ท่ี 1

ข้อ 1. การพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์คือ

ก. การเสรมิ สรา้ งและเพิม่ พนู ความรู้ความสามารถ ข. การเสริมสร้างทักษะ ความชานาญ

ค. การพัฒนาความคิด ความสามารถ ความเขา้ ใจ ง. ถูกทุกข้อ

ตอบข้อ ง.

เหตุผล การพฒั นาทรัพยากรมนุษยห์ รือการพัฒนาและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource

Development/Human Resource Training and Developing) หมายถึง กระบวนการในการเสรมิ สร้างและ

เพม่ิ พนู ให้บคุ ลากรมีความรูค้ วามสามารถ มีทักษะและความชานาญในการทางานไดด้ ยี ง่ิ ขน้ึ หรอื เป็นกระบวนการใน

การพัฒนาทางความคดิ ความสามารถ ความเข้าใจ อุปนสิ ัย ทัศนคติ พฤติกรรม และวธิ กี ารในการทางาน อนั จะ

นาไปสู่ประสทิ ธิภาพในการทางาน

ขอ้ 2. หลกั ในการพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์ต้องยึดหลักการต่าง ๆ หลายประการ ยกเวน้ ข้อใด

ก. หลกั การเน้นหรอื ย้า ข. หลกั การรักษาเวลา

ค. หลักการสรา้ งความเข้าใจ ง. หลักการสร้างพฤติกรรม

ตอบข้อ ง.

เหตุผล หลักการจัดการพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์หรือการพัฒนาและฝกึ อบรมทรพั ยากรมนุษย์ มี 6 ประการ
ดังนี้ 1. หลักการเสริมสร้างความเช่อื ถือและศรทั ธา 2. หลักการรักษาระดบั ความสนใจใหอ้ ยู่ในระดบั สูงอยู่เสมอ

โดยรักษาระยะเวลาในการพัฒนาไม่ให้ยาวนานมาก 3. หลกั การเสรมิ สรา้ งภาวะสมอง 4. หลกั การเสรมิ สรา้ ง

ภาพพจนท์ ่ดี ีในหัวข้อต่าง ๆ 5. หลกั การสร้างความเขา้ ใจ 6. หลกั การเน้นหรือย้า

ข้อ 3. ข้อความใดต่อไปน้ีเปน็ การพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ในภาครัฐ

ก. กรปุ๊ ทวั ร์หลอกใหล้ ูกทัวร์ชาวจนี ซือ้ สินคา้ ด้อยคุณภาพ

ข. ปลดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์รดุ เยอื่ ยมชมุ ชนคนไร้บ้าน

ค. หนังสือพมิ พไ์ ทยรัฐแจกของช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั นา้ ท่วม

ง. บัณฑติ รฐั ศาสตร์ นาประสบการณง์ านบริษัทที่เคยทาไปทาเกษตรทีบ่ ้านเกดในยคุ ดิจิตอล

ตอบข้อ ข.

เหตผุ ล การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) ในภาครัฐ เปน็ ภาระหน้าที่ของรัฐบาลทจี่ ะต้องดูแลคนในดา้ น

ต่าง ๆ โดยให้ความสาคญั กบั เรอื่ งการศึกษา สาธารณสขุ ความม่นั คงและคณุ ภาพชีวติ มนุษย์ต้ังแต่ก่อนปฏิสนธิ

(ก่อนเกดิ ) จนถึงหลังการตาย ตวั อย่างทอ่ี ธิบายความหมายในเรอ่ื งนี้ เชน่ ปลดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความ

มนั่ คงของมนุษย์รดุ เย่ือยมชุมชนคนไรบ้ า้ น

ขอ้ 4. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษยใ์ นภาคเอกชน

ก. กรปุ๊ ทัวร์หลอกใหล้ ูกทวั รช์ าวจีนซอื้ สนิ ค้าดอ้ ยคุณภาพ
ข. ปลดั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษยร์ ุดเยอื่ ยมชุมชนคนไร้บ้าน

ค. หนังสอื พิมพไ์ ทยรฐั แจกของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้าท่วม

ง. บณั ฑติ รฐั ศาสตร์ นาประสบการณง์ านบริษทั ท่ีเคยทาไปทาเกษตรท่ีบ้านเกดในยคุ ดิจิตอล

ตอบข้อ ก.

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 262

------------------------------------------------------------------------------
เหตุผล การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาคธุรกิจเอกชน เป็นภาระหนา้ ท่ขี ององคก์ ารท่ีจะพฒั นาคนโดยให้

ความสาคัญกบั เรือ่ งการฝกึ อบรมท่มี ่งุ เสรมิ เพ่ิมพูนทักษะ ความรู้และความสามารถในการทางานใหแ้ ก่พนักงาน เพือ่

พัฒนาให้พนักงานสามารถปรับตวั ให้สอดคลอ้ งกบั เทคโนโลยีที่เปล่ยี นแปลงไปในการทางานไดง้ ่ายขึ้น เตรยี มพร้อมกับ

การเตบิ โตไปตามสายอาชีพและมศี ักยภาพทจี่ ะสรา้ งสรรค์ผลงานตามเป้าหมายและกลยุทธ์ทอี่ งค์การต้องการ

ขอ้ 5. ข้อใดต่อไปนไ้ี มใ่ ช่ขนั้ ตอนในการวางแผนทรัพยากรมนษุ ย์

ก. การพยากรณก์ าลงั คนที่ต้องการ

ข. สารวจกาลังคนทม่ี อี ยู่ในปัจจบุ นั

ค. สารวจตลาดแรงงาน

ง. เปรยี บเทยี บกาลงั คนที่ตอ้ งการในอนาคตกบั กาลังคนที่มีอยใู่ นปัจจบุ นั

ตอบข้อ ค.

เหตุผล ขั้นตอนในการวางแผนทรัพยากรมนษุ ย์ มี 3 ขั้นตอน ดังน้ี 1. การพยากรณ์กาลงั คนท่ตี ้องการ 2.

สารวจกาลังคนทมี่ ีอยใู่ นปจั จุบนั 3. เปรียบเทียบกาลังคนทีต่ อ้ งการในอนาคตกับกาลงั คนท่ีมีอยู่ในปจั จบุ นั

ข้อ 6. ข้นั ตอนแรกของกระบวนการในการจัดการพัฒนาและฝึกอบรมโดยทั่วๆ ไป คือ

ก. ตรวจสอบความตอ้ งการ ข. วิเคราะหค์ วามจาเปน็

ค. กาหนดหลกั สูตร ง. รา่ งโครงการ

ตอบข้อ ข.

เหตผุ ล กระบวนการในการจัดการพัฒนาทรพั ยากรมนุษยห์ รือการพฒั นาและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์ โดย

ท่วั ๆ ไป มี 7 ขนั้ ตอน ดงั น้ี 1. การวเิ คราะหค์ วามจาเป็น 2. การออกแบบโครงการ/หลกั สูตร

3. การใหผ้ ู้บรหิ ารอนมุ ตั ิ/เห็นชอบ 4. การวางระเบยี บปฏบิ ตั ใิ นการดาเนินงาน 5. การดาเนินการจดั การพัฒนา

และฝึกอบรม 3. การประเมินผล 7. การตดิ ตามผล

ขอ้ 7. ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการในการจดั การพฒั นาและฝกึ อบรมโดยทั่วๆ ไป คือ

ก. กาหนดระเบียบ ข. ประเมนิ ผล ค. รายงานผล ง. ติดตามผล

ตอบข้อ ง.

เหตผุ ล ดคู าอธบิ ายข้อ 6 ประกอบ

ขอ้ 8. การฝกึ อบรมกับการพัฒนามีสว่ นท่ีแตกต่างกนั ในเร่อื งใด

ก. วธิ ีการ ข. ผ้เู ขา้ รบั การพฒั นาและฝกึ อบรม

ค. ผ้ดู าเนนิ การ ง. ค่าใชจ้ า่ ย

ตอบข้อ ข.

เหตุผล การฝึกอบรมกับการพฒั นามีส่วนท่ีแตกต่างกัน ดังนี้

1. ขอบเขตของการเรยี นรู้ กล่าวคอื การฝึกอบรมจะเน้นเทคนิคการปฏิบตั ิ (Micro) สว่ นการพัฒนาจะเนน้

แนวคดิ และทฤษฎี (Macro)

2. ระดับของตวั บคุ คลที่จะเข้ารับการฝกึ อบรมและพฒั นา กล่าวคอื ผูป้ ฏบิ ตั งิ านจะใช้การฝกึ อบรม สว่ น

ผบู้ ริหารจะใช้การพฒั นา

3. ระยะเวลาทีใ่ ช้ กล่าวคอื การฝกึ อบรมจะใช้ระยะเวลาท่ีส้นั กวา่ การพัฒนา ฯลฯ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 263

------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ 9. การแนะนาให้พนักงานใหมเ่ ขา้ ใจเก่ียวกบั รายละเอียดต่าง ๆ ของหน่วยงาน

ก. การฝกึ อบรมก่อนเข้าทางาน ข. การฝึกอบรมขณะปฏิบัตงิ าน

ค. การฝกึ อบรมปฐมนิเทศ ง. การฝกึ อบรมโดยใหล้ งมือปฏบิ ัติงาน

ตอบข้อ ค

เหตุผล การฝกึ อบรมปฐมนเิ ทศ (Orientation) เปน็ การแนะนาให้พนกั งานใหม่ได้รู้จกั และเข้าใจเกี่ยวกับ

รายละเอียดต่างๆ ขององค์การ เช่น ลกั ษณะงาน หน่วยงาน ผู้บังคับบัญชา เพ่ือนร่วมงาน ผ้ใู ต้บังคับบญั ชา สิทธิ

ประโยชน์อนั พงึ มีพงึ ได้ของบุคลากร วฒั นธรรมองค์การ เป็นตน้ ทงั้ นเ้ี พื่อให้พนกั งานใหม่สามารถปรับตวั ให้เข้ากับ

องค์การและเตรียมพรอ้ มที่จะเรมิ่ เขา้ มาทางานได้ทนั ที

ขอ้ 10. การฝึกอบรมวิธใี ดทจ่ี ะแตกต่างกับวธิ กี ารอนื่ ๆ มากท่ีสุด

ก. การแสดงบทบาท ข. การสมั มนา ค. การระดมสมอง ง. การอภิปราย

ตอบข้อ ก.

เหตุผล การแสดงบทบาท คือ การทีผ่ ู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมได้รับมอบหมายให้แสดงบทบาทอย่างใดอยา่ งหนึ่ง

ตามทีไ่ ด้กาหนดขึน้ ซ่ึงเปน็ วิธฝี กึ อบรมทแี่ ตกตา่ งกับวธิ ีการสัมมนา การระดมสมอง การอภิปราย และการประชมุ ท่ีผู้

เขา้ รับการฝึกอบรมจะต้องแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับหัวข้อต่างๆ ท่กี าหนดไว้

ขอ้ 11. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วัตถุประสงคข์ องการจัดการทรัพยากรมนษุ ย์

ก. เพือ่ สรา้ งขวญั กาลงั ใจในการทางาน

ข. เพอื่ ใช้คนอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

ค. เพื่อให้พนกั งานมีค่าจา้ งสูงกวา่ พนักงานของบริษัทคู่แข่ง

ง. เพือ่ ให้ไดค้ นดี

ตอบข้อ ค.

เหตุผล วตั ถุประสงค์ของการบริหารหรอื จดั การทรัพยากรมนุษย์ มีดงั นี้

1. เพอื่ ให้ไดค้ นที่ดีและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อใช้คนอย่างมปี ระสิทธิภาพ

3. เพื่อก่อใหเ้ กิดบรรยากาศทดี่ ใี นการทางาน 4. เพอ่ื พัฒนาและบารุงรกั ษาคนไวใ้ นองค์การ

5. เพื่อสรา้ งขวญั กาลังใจในการทางาน

ขอ้ 12. ขอ้ ใดเปน็ Job Specification

ก. ระบกุ ารศึกษาที่จาเปน็ ของผูท้ ีท่ างานนัน้ ข. ระบหุ นา้ ทขี่ องตาแหน่งงาน

ค. ระบุรายละเอียดของงาน ง. ระบุความรับผดิ ชอบของตาแหนง่ งาน

ตอบข้อ ก.

เหตผุ ล การระบุคุณสมบตั ิเฉพาะตาแหนง่ (Job Specification : JS) หมายถึง ข้อความทแ่ี สดง

รายละเอียดเกย่ี วกบั คุณสมบัติขัน้ ต่าของผู้ทจี่ ะทางานในตาแหน่งน้ัน ๆ อยา่ งได้ผลตามที่ต้องการ โดยประกอบดว้ ย

วุฒิการศกึ ษา เพศ อายุ ความสงู สภาพร่างกาย และลักษณะส่วนตัวอื่น ๆ ซ่ึงจะแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความเหมาะสมของ

พนกั งานกบั ตาแหน่งงาน

ข้อ 13. ขอ้ ใดหมายถึง Job Enrichment

ก. ขยายงานในแนวนอน ข. ขยายงานตามโครงสรา้ งองค์การ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 264

------------------------------------------------------------------------------

ค. หวั หนา้ มอบหมายงานให้ทาเพม่ิ ข้นึ ง. เพ่มิ คณุ ค่าของงานในหน้าท่ีเดมิ

ตอบข้อ ง.

เหตุผล Job Enrichment หมายถึง การเพ่ิม/ขยายงานในแนวด่ิง ทาใหล้ ูกจา้ งที่อยู่ขา้ งล่างมีภาระหน้าที่

งานเพิม่ ขน้ึ กลา่ วคือ เมือ่ มกี ารลดขนาดขององคก์ รแล้ว หัวหน้างานจะถูกเลิกจา้ งและลกู จา้ งท่ีอยู่ข้างลา่ งต้องทา

หนา้ ทร่ี ับผิดชอบงานของหัวหนา้ ดว้ ยบนงานหนา้ ทีเ่ ดมิ หรือกล่าวไดว้ ่าเปน็ การเพ่ิมคณุ ค่าของงานในหนา้ ท่ีเดิม

ขอ้ 14.ส่ิงที่ไมจ่ าเปน็ ต้องระบใุ น JD: Job Description

ก. ความสมั พนั ธก์ บั งานอ่ืน ข. Core Competency

ค. ลกั ษณะการบังคบั บัญชา ง. เคร่ืองมือและอุปกรณท์ ี่ต้องใช้ในงาน

ตอบข้อ ข.

เหตุผล การพรรณนาหรอื การบรรยายลกั ษณะงาน (Job Description : JD) หมายถึง ข้อความท่ีบอกว่า

ผ้ปู ฏิบัติงานต้องทางานอะไรบ้าง ทาอย่างไร และทาไมจึงทาอยา่ งนนั้ โดยสงิ่ จาเป็นที่ต้องระบไุ ว้ใน Job Description

มีดังนี้ 1. ชอ่ื ตาแหน่ง แผนก ฝา่ ย 2. หนา้ ทโ่ี ดยสรปุ 3. ภาระหน้าท่โี ดยละเอียดของงาน

4. ลกั ษณะการบังคับบัญชา 5. ความสัมพนั ธ์กบั งานอนื่ 6. เครอ่ื งมือและอปุ กรณท์ ตี่ ้องใช้ในงาน 7. เง่ือนไขหรือ

สภาพการทางาน

ขอ้ 15. ขอ้ ใดเปน็ Recruitment

ก. เสาะหาแรงงาน ข. ลดกาลงั แรงงาน

ค. เพ่มิ เวลาทางาน ง. เพ่อื จานวนพนักงาน

ตอบข้อ ก.

เหตุผล การสรรหาบคุ คลเข้าทางานหรอื การเสาะหาแรงงาน (Recruitment) มี 2 วธิ ีคือ

1. การสรรหาจากแหลง่ ภายนอก ถือเป็นวธิ ีการสรรหาทเี่ หมาะกับการใช้นโยบายการจ้างงานตลอดชีพ เช่น

การโอนหรือโยกย้าย (Transfer), การเลอื่ นขัน้ เล่อื นตาแหนง่ (Promotion), การลดขัน้ ตาแหนง่ (Demotion),

การปดิ ประกาศตาแหนง่ งานทวี่ ่างในสถานประกอบการ (Job Posting) เป็นต้น

2. การสรรหาจากแหลง่ ภายนอก เช่น การโฆษณารบั สมัครงาน (Advertising), การเดนิ เข้าไปสมัครงานด้วย

ตนเอง (Walk-In Application), การสง่ จดหมายไปสมคั ร (Mailed), สหภาพแรงงาน (Labour Unions), สานักจัดหา

งาน (Employment Agency), ซ้ือตัวจากคู่แข่ง, จดั งานดั พบแรงงาน, การให้พนักงานเกา่ แนะนาคนเข้ามา เปน็ ต้น

ขอ้ 16. ข้อใดไม่ใช่องคป์ ระกอบของทุนมนษุ ย์ (Human Capital)

ก. ความรู้ ข. ประสบการณ์ ค. ทักษะ ง. ค่าตอบแทน

ตอบข้อ ง.

เหตุผล องค์ประกอบของทนุ มนุษย์ (Human Capital) มดี ังน้ี 1. ความรู้ (Knowledge) 2. ทักษะ (Skill)

3. ประสบการณห์ รอื ความชานาญการ (Experience)

ข้อ 17. Talent Employee คือ

ก. พนักงานท่ี Outsource ข. พนกั งานทว่ี ่าจา้ งชว่ั คราว

ค. พนักงานทเ่ี กง่ มาก ๆ ง. พนกั งานทโ่ี ยกย้ายสบั เปล่ียนงาน

ตอบข้อ ค.

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 265

------------------------------------------------------------------------------
เหตผุ ล Talent Employee หรือ Talent Worker คือ พนักงานที่มีความเกง่ มาก ๆ ซึง่ มีลกั ษณะโดยทวั่ ไป

ดังนี้ 1. ชอบทางานท่ีมีความยาก ท้าทาย 2. มคี วามกระตือรอื ร้น 3. มีมนุษย์สมั พนั ธด์ ี ฉายแววสดใส

4. สนใจเทคโนโลยี 5. พูดได้ 2 ภาษาข้ึนไป 6. มคี วามคิดสร้างสรรค์ 7. เรยี นรู้ไดร้ วดเรว็ 8. มีความสามารถใน

การแกป้ ัญหาไดด้ ี วางแผนป้องกันปญั หาได้ ฯลฯ

ขอ้ 18. ขอ้ ใดเปน็ การวัดผลงานด้านมมุ มองของลูกค้า

ก. ความพอใจของลกู คา้ ข. จานวนลกู คา้ ใหม่

ค. ข้อรอ้ งเรยี นจากลกู คา้ ง. ถูกทกุ ข้อ

ตอบข้อ ง.

เหตผุ ล KPI ทใ่ี ชป้ ระเมินผลงานหรือผลการปฏิบัติงานตามกรอบแนวคดิ Balanced Scorecard (BSC) มี

ดังน้ี

1. ด้านการเงิน เชน่ การเตบิ โตของยอดขาย อัตรากาไร อัตราการลดต้นทุน

2. ดา้ นลูกค้า เช่น การเติบโตของยอดขาย จานวนลูกค้าใหม่ จานวนลูกคา้ เกา่ ซื้อซ้า ข้อร้องเรยี นจากลูกค้า

3. ด้านกระบวนการภายใน เชน่ อตั ราการขาดงานของพนักงาน อตั ราความเสียหายของสนิ คา้ ในการผลิตแตล่ ะครง้ั

4. ด้านการเรยี นร้แู ละเตบิ โตของพนกั งาน เชน่ คา่ ใชจ้ ่ายการฝกึ อบรมต่อหัว จานวนช่ัวโมงในการฝึกอบรมพนักงาน

ท้ังปี

ข้อ 19. ข้อใดเปน็ KPI

ก. อตั รากาไร ข. อัตราการขาดงาน

ค. คา่ ใช้จ่ายอบรมต่อหวั ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบข้อ ง. เหตุผลดคู าอธบิ ายข้อ 18 ประกอบ

ข้อ 20. ขอ้ ใดหมายถึง Succession Plan

ก. แผนกลยทุ ธ์แหง่ ความสาเรจ็ ทางธุรกจิ ข. พนักงานทีป่ ระสบความสาเรจ็

ค. คดั เลือกคนท่ีสาเรจ็ การศึกษาจากมหาวทิ ยาลยั ง. แผนทดแทนตาแหนง่ สาคัญ ๆ

ตอบข้อ ง.

เหตุผล การวางแผนสืบทอดหรอื ทดแทนตาแหนง่ สาคัญ ๆ (Succession Plan) หมายถึง การวางแผนหรือ

การเตรียมบุคลากรระดบั บริหารเพือ่ ทดแทนตาแหนง่ ผูบ้ รหิ ารเดิมทต่ี ้องสญู เสียไป หรือเตรียมผูบ้ รหิ ารไวร้ องรับการ

ขยายตัวทางธุรกจิ ในอนาคต เพอ่ื จะได้สามารถนาผู้บรหิ ารที่มีศักยภาพหรือขีดระดบั ความสามารถในการปฏิบตั ิงานได้

จริงมาใช้ในตาแหน่งทเ่ี กิดขนึ้ ใหม่ได้อย่างต่อเนือ่ ง

ขอ้ 21. ขอ้ ใดไมใ่ ชค่ ่าตอบแทน (Compensation)

ก. เงนิ บานาญ ข. คา่ ครองชีพ

ค. ค่ารกั ษาพยาบาล ง. ผิดทกุ ข้อ

ตอบข้อ ง.

เหตุผล ค่าตอบแทน (Compensation) หมายถงึ ค่าตอบแทนทงั้ หมดท่อี งคก์ ารใหแ้ ก่พนักงานเพอ่ื ตอบแทน

การทางานของพนักงานโดยแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. คา่ ตอบแทนในรปู ตวั เงนิ (Financial Compensation) คอื คา่ ตอบแทนในรปู การเงินท้งั ทางตรงและ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 266

------------------------------------------------------------------------------
ทางอ้อม เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน เงนิ โบนสั เงินบานาญ ค่าครองชีพ ค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม เปน็ ต้น

2. คา่ ตอบแทนทีไ่ มอ่ ยู่ในรูปตัวเงนิ (Non-Financial Compensation) คอื ความพึงพอใจท่ีพนักงานไดร้ ับจาก

ตวั งานโดยตรงหรอื จากสภาพแวดล้อมของงาน เช่น ผู้จัดการทเ่ี ก่ง ๆ งานท่ีใชท้ ักษะหลากหลาย เวลาทางานทีย่ ดื หยนุ่

เป็นต้น

ข้อ 22. ข้อใดคือความหมายของ “Engagement” ในการจัดการทรพั ยากรมนุษย์

ก. สนับสนุนให้พนักงานมีครอบครัว

ข. สิทธปิ ระโยชนส์ าหรับคสู่ มรสในองค์การ

ค. สง่ เสรมิ ให้ลกู จา้ งและนายจา้ งปฏิบัติตอ่ กันเหมอื นเป็นคู่รกั

ง. ใหร้ บั คหู่ ม้ันของพนักงานเข้าทางานในบริษัทเดยี วกนั

ตอบข้อ ค.

เหตุผล เทคนคิ ท่ีช่วยสร้างความรักผูกพนั และทัศนคติทีด่ ีต่อกนั (Engagement) ระหว่างลูกจา้ งและ

นายจ้างใหป้ ฏิบัติต่อกนั เหมือนเปน็ คูร่ ักกัน มีดังนี้ 1. ยกย่องใหเ้ กียรติลกู จา้ ง 2. พฒั นาลกู จา้ งโดยไม่ต้องวิตกวา่ เขา

จะไปทางานที่อ่ืน 3. จดั ระบบการสอื่ สารทด่ี ีระหวา่ งองค์การกบั ลกู จ้าง 4. สร้างความสมดลุ ในคณุ ภาพชีวิตลูกจ้าง

ขอ้ 23. ขอ้ ใดไม่ใช่องคป์ ระกอบหลักของการประเมนิ ผลงานทใี่ ช้หลกั MBO

ก. ลูกนอ้ งร่วมกาหนดเปา้ หมายของตวั เอง ข. ติดตามผลงานตลอดระยะเวลา

ค. อาจปรบั เปลยี่ นเปา้ หมายผลงานไดใ้ นภายหลัง ง. หัวหนา้ คอยแนะนาแก้ปัญหาให้

ตอบข้อ ข.

เหตผุ ล การประเมนิ ผลงานท่ใี ชห้ ลกั MBO มอี งค์ประกอบหลัก ดังน้ี

1. กาหนดเป้าหมายของงาน โดยทเ่ี ปา้ หมายนจี้ ะตกลงรว่ มกันระหวา่ งหวั หน้ากับพนักงาน

2. การกาหนดเป้าหมายในกรอบเวลา เชน่ อาจจะทุก 3 เดอื น จนครบ 1ปี

3. การติดตามตรวจสอบผลงานเป็นระยะ ๆ วา่ บรรลุเปา้ หมายตามที่กาหนดไว้หรือไม่

4. หวั หน้าจะคอยใหค้ าแนะนา แก้ปัญหา หรืออาจจะตกลงกบั ลกู นอ้ งในการปรับเปลี่ยนเปา้ หมายใหม่ได้ใน

ภายหลงั หากสถานการณ์ท่ีคาดการณ์ไวเ้ ปล่ยี นแปลงไป

ข้อ 24. ข้อใดไม่ใช่คุณภาพชวี ติ ในการทางานตามความหมายของมาตรฐาน MS-QWL

ก. สุขภาวะทางกาย ข. สขุ ภาวะทางอารมณ์

ค. สขุ ภาวะทางสังคม ง. สุขภาวะทางครอบครวั และสภาพแวดล้อม

ตอบข้อ ง. เหตุผล มาตรฐาน MS-QWL (Management System of Quality of Work Life) ของสภา

อตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นมาตรฐานระบบการบริหารจัดการคณุ ภาพชวี ติ การทางานในองค์การ ซึ่ง

ประกอบดว้ ยข้อกาหนดและแนวทางปฏบิ ตั เิ พื่อให้องค์การสามารถนาไปใชค้ วบคุม ปรบั ปรุง และใชเ้ ปน็ แนวทางใน

การพฒั นา เพือ่ ใหเ้ กิดระบบการบรหิ ารจัดการด้านคุณภาพชวี ิตของคนทางานในองค์การทตี่ อ่ เนื่อง ย่ังยนื และ

ครอบคลุมสขุ ภาวะทัง้ 4 ด้าน ได้แก่ สขุ ภาวะทางกาย สุขภาวะทางอารมณ์ สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางจติ

วญิ ญาณ

ขอ้ 25. ข้อใดคอื การใช้หลกั Shared Services

ก. บรษิ ทั ในเครือใช้ศูนยฝ์ กึ อบรมที่บรษิ ทั แมร่ ว่ มกนั

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 267

------------------------------------------------------------------------------
ข. ใชบ้ ริการขนสง่ จากบรษิ ัทภายนอกในการขนสินคา้

ค. มีตวั แทนจาหน่ายไมจ่ ากดั จานวน

ง. ปรับโครงสรา้ งองค์การโดยแบ่งแผนกการให้บรกิ าร

ตอบข้อ ก. เหตผุ ล Shared Services คอื การรวมศูนยก์ ารปฏิบัติงานเขา้ ด้วยกนั หรอื ใชบ้ ริการร่วมกนั โดยผ่าน

ศูนย์ ซงึ่ ศูนย์จะเป็นผ้ใู หบ้ รกิ ารกับหนว่ ยงานตา่ ง ๆ เพือ่ ลดความซ้าซ้อน ลดข้ันตอน ลดคา่ ใชจ้ า่ ย และลดบุคลากร

เพื่อประสิทธภิ าพและความชานาญงานทีด่ ีกวา่ เชน่ บริษัทในเครอื ใช้ศูนย์ฝกึ อบรมที่บริษทั แม่ร่วมกนั การใช้รถรบั สง่

ส่วนกลางร่วมกัน เป็นต้น

ขอ้ 26. ขอ้ ใดหมายถึง “Downsizing”

ก. การดาเนินธุรกจิ ในช่วงเศรษฐกิจขาลง ข. ปรับขนาดองคก์ ารใหเ้ ล็กลง

ค. การเลกิ จ้างพนักงานบางส่วน ง. การมอบอานาจให้ระดบั ล่างตดั สินใจเองได้

ตอบข้อ ข. เหตผุ ล การปรบั ขนาดองค์การให้เล็กลง (Downsizing หรอื Rightsizing) เปน็ การปรับ

โครงสร้างองค์การให้มขี นาดเล็กลง โดยการยุบรวมหน่วยงานบางแผนกไวด้ ้วยกันหรือลดจานวนคนงานลงดว้ ยการเลิก

จา้ ง (Layoff) ซง่ึ เปน็ กลยุทธ์การลดคา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนนิ งานขององคก์ ารในภาวะวิกฤติ

ขอ้ 27. หมายถึงลดกาลังคนในองค์การ

ก. Job Redesign ข. Reduce Work Week

ค. Decruitment ง. Job Enlargement

ตอบข้อ ค. เหตผุ ล Decruitment คือ การลดกาลังคนในองค์การ ซ่ึงมักจะเกดิ กับองคก์ ารทป่ี ระสบปญั หาคน

ล้นงานอนั เกิดจากการควบรวมกจิ การ (Merging & Acquisition) หรอื แผนการปรบั ลดขนาดองค์การใหเ้ ล็กลง

(Downsizing) ซ่งึ วิธีทใ่ี ชใ้ นการลดกาลังคน ได้แก่ 1. การระงับการรับพนักงานใหม่ 2. การโอนหรือโยกย้าย 3.

การเกษียณก่อนกาหนด 4. การลดเวลาทางานลง 5. การเลิกจ้าง 6. การไล่ออก

ขอ้ 28. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ Software ที่ใช้ในงานด้าน HRM

ก. People Soft ข. Oracle ค. Snook ง. Coach

ตอบข้อ ค. เหตผุ ล ปัจจุบันมีการนาโปรแกรมหรือคาสง่ั งาน (Software) มาใช้กับงานด้านการบริหารหรอื การ

จัดการทรัพยากรมนุษย์ (HRM) ทกุ หนา้ ท่ีทงั้ ดา้ นการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ การสรรหาและคดั เลือก การพฒั นา

ทรพั ยากรมนุษย์ การประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน วนิ ยั ในการทางาน คา่ ตอบแทนการทางานและแรงงานสัมพนั ธ์ ซึ่ง

โปรแกรมดงั กลา่ วได้แก่ People Soft, Oracle, Coach และ SAP

ข้อ 29. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลักการที่สาคญั ในการบริหารค่าตอบแทนการทางาน

ก. ความยุตธิ รรม ข. สอดคล้องกับการครองชีพ

ค. ความพึงพอใจ ง. ความสามารถของบุคคล

ตอบข้อ ค. เหตผุ ล หลกั การทส่ี าคัญในการบรหิ ารค่าตอบแทนการทางาน มดี ังน้ี

1. มีความยตุ ธิ รรม 2. มีสอดคลอ้ งกับการครองชีพ 3. ยึดหลกั ความสามารถของบุคคล 4. มแี ผน

และโครงสรา้ งการจา่ ยท่ีแนน่ อน

ขอ้ 30. ข้อใดเป็นหลักในการพจิ ารณากาหนดคา่ ตอบแทนการทางาน

ก. หลกั ความมนั่ คงทางเศรษฐกจิ ข. หลกั ผลของการปฏบิ ตั ิงาน

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 268

------------------------------------------------------------------------------
ค. หลกั ความสามารถในการจ่ายขององค์การ ง. ถูกทกุ ข้อ

ตอบข้อ ง. เหตุผลหลักในการพจิ ารณากาหนดค่าตอบแทนการทางาน มดี งั นี้ 1. หลกั ความมน่ั คงทางเศรษฐกิจ

2. หลกั ผลของการปฏิบัติงาน 3. หลักความสามารถในการจา่ ยขององคก์ าร 4. หลักความยุติธรรมและความเสมอ

ภาค

--------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 269

------------------------------------------------------------------------------

แนวขอ้ สอบนกั ทรพั ยากรบคุ คล ชุดท่ี 2

ข้อ 1. “เนน้ การจัดการคนตงั้ แตแ่ รกเกิด” เป็นแนวคิดของขอ้ ใด

ก. Staffing ข. Personnel Management

ค. Human Resource Management ง. Human Capital

ตอบข้อ ค.

เหตุผล การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management : HRM) เป็นแนวคิดที่เน้นการ

จัดการคนตัง้ แต่แรกเกิด โดยผา่ นสถาบันครอบครัว สถาบันการศกึ ษา และหนว่ ยงานทางสังคม ซึ่ง HRM ไม่ไดเ้ น้น

เฉพาะหน้าทใ่ี นการคัดเลือกคน การฝกึ อบรม และค่าตอบแทน แต่จะเนน้ กลยทุ ธ์ (Strategy) ของหนา้ ทต่ี ่าง ๆ โดย

จะปรบั กลยุทธข์ องหน้าท่ีเหล่าน้ันให้สอดคล้องกับกลยทุ ธ์ขององคก์ าร ภาวะเศรษฐกจิ สังคม และกฎระเบียบต่าง ๆ

ทรี่ ัฐออกมาใชบ้ งั คบั

ข้อ 2. ข้อใดเปน็ ปจั จัยภายในท่ีกระทบต่อ HRM

ก. Technology ข. Laws

ค. Organization Structure ง. Unions

ตอบข้อ ค.

เหตผุ ล ปจั จัยสภาพแวดลอ้ มท่ีมีผลกระทบต่อการบรหิ ารหรือการจัดการทรพั ยากรมนุษย์ (HRM) แบง่
ออกเป็น 2 ประเภทคอื

1. ปจั จัยสภาพแวดล้อมภายใน (Internal Environments) เช่น กลยทุ ธข์ ององค์การ (Organization

Structure), โครงสร้างขององค์การ (Organization Structure), วัฒนธรรมขององค์การ (Organization Culture),

คณุ ลักษณะของพนักงาน (Workforce Characteristic), ระเบยี บวนิ ยั (Discipline) เปน็ ต้น

2. ปัจจยั สภาพแวดลอ้ มภายนอก (External Environments) เชน่ เง่อื นไขทางธรุ กิจหรือการค้า

(Business Conditions), เทคโนโลยี (Technology), กฎหมาย (Laws) กฎระเบียบข้อบังคับ (Regulations) สหภาพ

(Unions) คู่แข่งขนั ทางธรุ กิจ (Business Competitor) เปน็ ต้น

ข้อ 3. ขอ้ ใดเป็นหลกั การสาคญั ของ MBO

ก. วตั ถุประสงคก์ ับเป้าหมายต้องสวนทางกัน

ข. ทาเพอ่ื บรรลุเป้าหมายส่วนตวั จะช่วยให้อกี ฝา่ ยหน่ึงบรรลเุ ป้าหมายดว้ ย

ค. ต้องทาใหผ้ ู้อ่นื บรรลเุ ปา้ หมายเป็นอันดบั แรก

ง. ใช้การเสริมแรงเป็นหลกั

ตอบข้อ ข.

เหตผุ ล MBO (Management by Objectives) เปน็ แนวคดิ ทางการจัดการที่ทาใหว้ ัตถุประสงค์หรือ

เปา้ หมายของพนกั งานกบั วัตถุประสงค์หรือเปา้ หมายขององคก์ ารสอดคล้องต้องกันไปในทิศทางเดยี วกนั ถ้าฝา่ ยหนึ่ง
ทาเพื่อบรรลุเปา้ หมายของตนเอง ก็เท่ากบั ช่วยให้อีกฝ่ายหน่ึงบรรลเุ ปา้ หมายด้วย ตัวอย่างของการจา่ ยคา่ ตอบแทนที่

เข้าหลักแนวคดิ การจดั การแบบ MBO ได้แก่ การให้ผลตอบแทนเป็นห้นุ หรอื การใหค้ า่ คอมมชิ ชั่นเป็นต้น

ขอ้ 4. ข้อใดไมใ่ ช่องค์ประกอบหลกั ของการประเมนิ ผลงานที่ใช้หลัก MBO

ก. ลูกน้องร่วมกาหนดเป้าหมายของตัวเอง ข. ติดตามผลงานตลอดระยะเวลา

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 270

------------------------------------------------------------------------------
ค. อาจปรบั เปลีย่ นเป้าหมายผลงานไดใ้ นภายหลัง ง. หวั หนา้ คอยแนะนาแกป้ ญั หาให้

ตอบข้อ ข.

เหตุผล การประเมินผลงานท่ใี ชห้ ลกั MBO มีองค์ประกอบหลักดงั นี้

1. การกาหนดเปา้ หมายของงาน โดยทีเ่ ป้าหมายนจ้ี ะตกลงรว่ มกนั ระหวา่ งหวั หนา้ กบั พนกั งาน 2. การ

กาหนดเปา้ หมายในกรอบเวลา เชน่ อาจจะทกุ 3 เดอื น จนครบ 1 ปี 3. การติดตามตรวจสอบผลงานเป็นระยะ ๆ

ว่าบรรลุเปา้ หมายตามท่ีกาหนดไว้หรือไม่ 4. หวั หน้าจะคอยใหค้ าแนะนา แก้ปัญหา หรอื อาจจะตกลงกบั ลูกน้องใน

การปรับเปลี่ยนเปา้ หมายใหม่ไดใ้ นภายหลัง หากสถานการณ์ที่คาดการณ์ไวเ้ ปลี่ยนแปลงไป

ข้อ 5. ข้อใดไมใ่ ช่เปา้ หมายทีด่ ีในการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน

ก. จาเพาะเจาะจง ข. ไม่เป็นตัวเลข

ค. วดั ผลได้ ง. เป้าหมายทส่ี งู นิด ๆ

ตอบข้อ ข.

เหตผุ ล เปา้ หมายทีด่ ีในการประเมินผลการปฏิบัตงิ าน มีดังนี้

1. Specific คือ เฉพาะเจาะจง ชดั เจน เข้าใจงา่ ย และมุง่ ท่ีผลลพั ธข์ องงาน

2. Measurable คอื วัดผลไดง้ า่ ยทง้ั ดา้ นคุณภาพ ปรมิ าณหรือต้นทนุ

3. Attainable คือ อยู่ในวสิ ัยทท่ี าได้ เป้าหมายทีจ่ งู ใจต้องอยูใ่ นระดบั สูงเล็กน้อยแตท่ า้ ทาย

4. Relevant คือ เก่ียวขอ้ งกับงาน และสนองตอบต่อภาระหน้าทท่ี ั้งของพนกั งานหนว่ ยงานและองคก์ าร

5. Time Bound คอื มีช่วงระยะเวลาแนน่ นอน

ขอ้ 6. ข้อใดไมใ่ ช่วัตถุประสงคข์ อง “การจดั การผลการปฏิบัตงิ าน”

ก. เพื่อผลักดนั กลยุทธข์ ององคก์ ารใหส้ ัมฤทธผิ ล ข. ใช้วางแผนการเล่อื นตาแหนง่ ไดอย่างเลื่อนไหล

ค. ใช้ประโยชนใ์ นการจดั การพัฒนาพนักงาน ง. เพอื่ รบั สมคั รคนท่ีมีคณุ ภาพโดดเด่น

ตอบข้อ ง.

เหตผุ ล การจัดการผลการปฏิบตั งิ าน (Performance Management System: PMS) มีวัตถปุ ระสงค์ดงั น้ี

1. เพ่อื ผลักดันกลยุทธ์ขององค์การให้สมั ฤทธผ์ิ ล (Strategic Purpose) 2. ใช้วางแผนการเลอื่ นตาแหน่งได้อย่าง

เลื่อนไหล (Succession Plan) 3. ใช้ประโยชนใ์ นการจัดการพัฒนาพนักงาน (Development) 4. ใชป้ ระโยชนใ์ น

การให้รางวลั พนักงาน (Rewarding)

ขอ้ 7. ข้อใดเป็น “สวัสดกิ ารทางเลือก”

ก. โบนัสตามอายงุ าน ข. Cafeteria Fringe Benefit

ค. เงนิ ชว่ ยค่าครองชีพ ง. ค่านา้ มนั รถ

ตอบข้อ ข.

เหตผุ ล สวัสดกิ ารทางเลือก (Cafeteria Fringe Benefit) เปน็ สวสั ดิการที่องค์การใหส้ ทิ ธแิ ก่พนักงาน

ในการเลือกสวสั ดกิ ารใหต้ รงกับความต้องการของตนเอง ทั้งนี้เนอ่ื งจากความแตกตา่ งในเร่อื งเพศ อายุ และ

สถานภาพ จงึ ทาให้พนกั งานแตล่ ะคนมีความต้องการสวัสดิการท่ีแตกตา่ งกนั

ขอ้ 8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มุมมองตามแนวคิด Balanced Scorecard

ก. มุมมองด้านการเงนิ ข. มุมมองด้านลูกค้า

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 271

------------------------------------------------------------------------------

ค. มุมมองด้านค่แู ขง่ ง. มุมมองดา้ นกระบวนการภายใน

ตอบข้อ ค.

เหตผุ ล มุมมองตามแนวคิด Balanced Scorecard (BSC) มี 4 ดา้ นคือ

1. มมุ มองด้านการเงนิ (Financial Perspective)

2. มุมมองด้านลกู ค้า ( Customer Perspective)

3. มมุ มองด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Perspective)

4. มุมมองด้านการเรยี นรแู้ ละเติบโตของพนักงาน (Learning and Growth Perspective)

ข้อ 9. เพ่อื รองรับการเข้าส่ปู ระชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (ASEAN Economic Community: AEC) กลยุทธ์ทางดา้ น

HR ข้อใดท่ไี ม่ถูกต้อง

ก. พฒั นาภาษาจนี ซ่ึงเปน็ ภาษากลางที่ใชใ้ นกลมุ่ AEC

ข. ปรบั พฤตกิ รรมพนักงานใหร้ องรับชาวตา่ งชาตทิ ี่จะมาทางานรว่ มกัน

ค. พนกั งานไทยและตา่ งชาติตอ้ งได้รบั การประเมินผลงานบนมาตรฐานเดียวกัน

ง. พัฒนาฝมี อื แรงงานขน้ึ มาแทน Talent ท่อี าจถูกซื้อตัวไป

ตอบข้อ ก.

เหตผุ ล กลยุทธท์ างดา้ น HR เพื่อรองรบั การเข้าสปู่ ระชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (ASEAN Economic

Community: AEC) มดี ังนี้ 1. พัฒนาภาษาองั กฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางท่ีใช้ในกลมุ่ AEC 2. ปรับพฤติกรรมพนักงานให้

รองรับชาวต่างชาตทิ จ่ี ะมาทางานร่วมกนั 3. ปรบั มาตรฐานการประเมนิ ผลงานให้พนักงานไทยและตา่ งชาติไดร้ บั การ

ประเมินผลงานบนมาตรฐานเดยี วกัน 5. พฒั นาฝมี อื แรงงานข้ึนมาแทนพนักงานเก่ง ๆ (Talent) ทอ่ี าจถูกซื้อตัวไป

5. ปรบั วฒั นธรรมในองคก์ าร

ขอ้ 10. การประเมินผลงานจะต้องกระทาเป็นขั้นตอน ซึ่งกระบวนการเรม่ิ แรกคอื

ก. กาหนดนโยบายในการประเมินผล ข. กาหนดวธิ ีการในการประเมนิ ผลงาน

ค. กาหนดมาตรฐานท่ีจะใช้ในการประเมนิ ผลงาน ง. กาหนดตัวผูป้ ระเมนิ ผลงาน

ตอบข้อ ก.

เหตุผล กระบวนการในการการประเมินผลงาน มีขนั้ ตอนดังน้ี

1. กาหนดนโยบาย/เป้าหมาย 2. กาหนดวธิ กี ารและมาตรฐาน

3. ทาการประเมินโดยเปรยี บเทียบกบั มาตรฐาน 4. สรุปผลการประเมนิ

ข้อ 11. องคป์ ระกอบทส่ี าคญั ในการประเมนิ ผลงาน คอื

ก. ผปู้ ระเมิน มาตรฐาน วธิ ีการประเมนิ ข. ผู้ประเมนิ มาตรฐาน ผูถ้ ูกประเมนิ

ค. ผปู้ ระเมนิ วธิ กี ารประเมิน ผถู้ กู ประเมนิ ง. มาตรฐาน วธิ ีการประเมิน ผูถ้ กู ประเมิน

ตอบข้อ ก.

เหตผุ ล องคป์ ระกอบท่สี าคัญในการประเมินผลงาน มดี ังนี้ 1. มาตรฐานสาหรับการประเมิน

2. ผ้ปู ระเมิน 3. วิธีการประเมนิ

ข้อ 12. วัตถุประสงค์หลักของการประเมนิ ผลงาน คือ

ก. กาหนดค่าตอบแทนการทางาน ข. กาหนดตาแหน่งหนา้ ท่ีความรับผิดชอบ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 272

------------------------------------------------------------------------------

ค. หาความผดิ ของพนกั งาน ง. หาข้อบกพร่องของพนักงาน

ตอบข้อ ง.

เหตุผล วตั ถปุ ระสงคห์ ลักของการประเมินผลงาน คอื การหาข้อบกพรอ่ งของพนักงานเพอ่ื ทาการปรับปรุง

แก้ไข แตไ่ ม่ควรใช้การประเมินผลงานเป็นเครือ่ งมือในการจัดผดิ หรือนาผลการประเมนิ ไปใช้ในการลงโทษ

ขอ้ 13. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วธิ ีการประเมินผลงาน

ก. Category Rating Method ข. Management by Participation

ค. Narrative Method ง. Comparative Method

ตอบข้อ ข.

เหตุผล วธิ กี ารประเมินผลงาน แบ่งออกเปน็ 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังน้ี

1. วิธกี ารแบ่งแยกตามลาดบั ช้ัน (Category Rating Method) ได้แก่ แบบกราฟ (Graphic Rating Scale)

และแบบสารวจรายการ (Check List)

2. วิธกี ารเปรียบเทียบ (Comparison/Comparative Method) ได้แก่ แบบเรยี งลาดับ (Ranking), แบบ

จบั คู่ (Paired Comparison) และแบบกระจายเปน็ กลุ่ม (Forced Distribution)

3. วิธีการพิเศษ (Special Method) เชน่ แบบเนน้ วตั ถุประสงค์ (Management by Objective: MBO), วธิ ี

สอบถาม (Survey), แบบเน้นพฤติกรรมหลกั (Behavior Rating Approach) เปน็ ตน้

4. วิธีการเขียน (Narrative Method) เช่น Essay, Field Review เป็นตน้

ขอ้ 14.การรักษาความปลอดภยั ในการทางาน คอื

ก. การควบคมุ วธิ กี ารทางานใหม้ คี วามปลอดภัยมากที่สุด

ข. การควบคุมดแู ลอุปกรณแ์ ละวิธปี ฏิบัติใหอ้ ยูใ่ นสภาพท่ีไม่ทาให้เกิดการสูญเสียต่อชวี ติ และทรัพย์สิน

ค. การควบคมุ ดแู ลอุปกรณ์ใหอ้ ยใู่ นสภาพที่ไม่ทาให้เกิดการสญู เสียต่อชีวติ และทรัพย์สิน

ง. การดแู ลวิธปี ฏบิ ตั งิ านให้เกดิ ความปลอดภยั มากทีส่ ดุ

ตอบข้อ ข.

เหตผุ ล การรกั ษาความปลอดภัยในการทางาน หมายถงึ การควบคุมดแู ลคน อุปกรณ์ วสั ดุ และวิธีการ

ปฏิบัติงาน ให้อย่ใู นสภาพทีไ่ ม่ทาให้เกิดการสญู เสยี ต่อชวี ติ และทรัพย์สนิ

ข้อ 15. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงคข์ องระบบข้อมูลทรพั ยากรมนษุ ย์

ก. เพ่อื จดั เกบ็ และรวบรวมข้อมลู ทางทรัพยากรมนุษย์อยา่ งเปน็ ระบบ

ข. สะดวกในการค้นหาและเรยี กกลับมาใช้ประโยชน์ในอนาคต

ค. เพือ่ ใช้ในการวางแผนและตัดสนิ ใจในกิจกรรมตา่ ง ๆ ด้านทรัพยากรมนษุ ย์

ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบข้อ ง.

เหตุผล วัตถุประสงค์ของระบบขอ้ มลู ทรัพยากรมนุษย์ (HRIS) มดี ังนี้ 1. เพื่อจัดเกบ็ และรวบรวมขอ้ มลู ทาง

ทรพั ยากรมนุษย์อย่างเป็นระบบ 2. สะดวกในการค้นหาและเรยี กกลับมาใชป้ ระโยชน์ในอนาคต

3. เพื่อใชใ้ นการวางแผนและตัดสนิ ใจในกจิ กรรมต่าง ๆ ด้านทรัพยากรมนุษย์ 4. เพื่อให้การจดั การทรัพยากรมนษุ ย์

มคี วามเช่อื มโยงและสอดคล้องกบั การดาเนินการทางธรุ กิจ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 273

------------------------------------------------------------------------------

ขอ้ 16. ข้อใดไม่ใชล่ กั ษณะทด่ี ีของระบบข้อมลู ทรพั ยากรมนษุ ย์

ก. พรอ้ มท่ีจะใชไ้ ดต้ ลอดเวลา (Timely) ข. ถูกตอ้ ง (Accurate)

ค. สมบรู ณ์ (Complete) ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบข้อ ง.

เหตผุ ล ลกั ษณะทีด่ ีของระบบข้อมูลทรัพยากรมนุษย์ (HRIS) มีดงั นี้ 1. พร้อมทจี่ ะใชไ้ ด้ตลอดเวลา (Timely)

2. รวดเร็ว (Speedy) 3. ถกู ตอ้ ง (Accurate) 4. สมบูรณ์ (Complete) 5. ตรงกับความตอ้ งการ (Relevant)

6. ตรวจสอบได้ (Verifiability) 7. ปลอดภยั (Security) 8. ปรับเปลีย่ นได้ (Adaptability)

ข้อ 17. ข้อใดไม่ใช่ปัจจยั ภายในทีจ่ ะสร้าง HRIS ในองค์การ

ก. Vision of Management ข. IT Person

ค. Technology ง. Objective of Organization

ตอบข้อ ค.

เหตุผล ปจั จัยภายในท่ีจะใช้สร้างระบบข้อมูลทรัพยากรมนษุ ย์ (HRIS) ในองค์การมีดงั นี้ 1. วสิ ยั ทัศนข์ อง

ผบู้ ริหาร (Vision of Management) 2. บคุ ลากรทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (IT Person)

3. วัตถปุ ระสงคข์ ององคก์ าร (Objective of Organization) 4. ทรัพยากร (Resources)

ข้อ 18. ปจั จยั ที่ทาให้ HRIS ประสบความสาเร็จ

ก. Cost/Budget ข. Competitive

ค. Relationship in Organization ง. ถูกทุกข้อ

ตอบข้อ ง.

เหตผุ ล ปจั จยั ทท่ี าใหร้ ะบบข้อมูลทรัพยากรมนษุ ย์ (HRIS) ประสบความสาเร็จหรือล้มเหลว มีดังนี้

1. วสิ ัยทศั นข์ องผู้บริหาร (Vision of Management) 2. บุคลากรทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ (IT Person)

3. คา่ ใช้จ่าย/งบประมาณ (Cost/Budget) 4. เทคโนโลยี (Technology) 5. ความสัมพนั ธ์ในองคก์ าร

(Relationship in Organization) 6. การแข่งขนั (Competitive)

ข้อ 19. ขอ้ ใดไมใ่ ชป่ ระโยชนข์ องการตรวจสอบและวิจัยทรพั ยากรมนุษย์

ก. เพื่อปรับปรุงคณุ สมบตั ิของพนกั งาน ข. เพอ่ื ค้นหาและแกไ้ ขปญั หาทเี่ กิดขน้ึ ในองค์การ

ค. เพื่อปรบั ปรุงคุณภาพของพนักงาน ง. เพื่อใหท้ ราบถงึ ผลลพั ธข์ องกจิ กรรมต่าง ๆ

ตอบข้อ ก.

เหตผุ ลประโยชนข์ องการตรวจสอบและวิจัยทรัพยากรมนุษย์ มดี งั นี้ 1. เพื่อปรับปรุงคุณสมบตั ขิ อง

พนักงาน 2. เพื่อกระตุ้นใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลงและเกดิ ความคดิ รเิ ริ่มสร้างสรรค์ใหม่ ๆ 3. เพอื่ ใหท้ ราบถงึ ผลลัพธ์

ของกิจกรรมต่าง ๆ ทัง้ เชิงคุณภาพและเชงิ ปรมิ าณ 4. เพื่อคน้ หาและแกไ้ ขปญั หาสาคญั ตา่ ง ๆ ที่เกดิ ขน้ึ ภายใน

องค์การ

ข้อ 20. ขอ้ ใดไม่ใชข่ อบเขตในการตรวจสอบและวจิ ัยทรพั ยากรมนษุ ย์

ก. ตรวจสอบการปฏิบัตติ ามขอ้ บงั คับทางกฎหมาย ข. ตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามนโยบายและเป้าหมาย

ค. ตรวจสอบและวจิ ัยความพงึ พอใจของพนกั งาน ง. ไมม่ ีข้อใดถูก

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 274

------------------------------------------------------------------------------
ตอบข้อ ง.

เหตุผล ขอบเขตในการตรวจสอบและวจิ ยั ทรัพยากรมนุษย์ มดี งั น้ี 1. ตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามข้อบงั คับทาง

กฎหมาย 2. ตรวจสอบการปฏบิ ัติตามนโยบายและเปา้ หมายขององค์การ 3. ตรวจสอบและวจิ ัยความพึงพอใจของ

พนักงานในองค์การ 4. ตรวจสอบการปฏิบตั งิ านของฝา่ ยทรพั ยากรมนษุ ย์ 5. ตรวจสอบการบรหิ ารงานด้าน

ทรัพยากรมนษุ ย์ขององคก์ าร

ขอ้ 21. ตวั ชีว้ ัดในการตรวจสอบและวิจัยทรัพยากรมนุษย์

ก. การวดั ดา้ นประสิทธภิ าพ ข. การวดั ดา้ นประสิทธิผล

ค. การวัดด้านคุณภาพชวี ติ ในการทางาน ง. ถูกทกุ ข้อ

ตอบข้อ ง.

เหตุผล ตวั ช้ีวัดในการตรวจสอบและวจิ ัยทรัพยากรมนุษย์ มีดังนี้ 1. ตวั ช้ีวัดดา้ นประสิทธิผล

(Effectiveness)

2. ตัวชวี้ ดั ดา้ นประสทิ ธภิ าพ (Efficiency) 3. ตัวชว้ี ัดด้านผลติ ภาพหรือผลผลติ (Productivity) 4. ตวั ชีว้ ัดด้าน

คุณภาพ

ชีวติ ในการทางาน (Quality of Work Life)

ข้อ 22. หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ก. เป็นหลกั แห่งความรู้และความเปน็ จรงิ ข. เปน็ หลักคดิ ของการดาเนินชีวติ แบบพอเพยี ง

ค. เปน็ กรอบแนวคดิ ของความพอเพียงบนสายกลาง ง. ถกู ทกุ ข้อ

ตอบข้อ ง.

เหตผุ ล หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง เป็นหลกั แห่งความรู้และความเป็นจริง เปน็ หลักคดิ พนื้ ฐานของการ

ดาเนินชีวติ แบบพอเพียง และเปน็ กรอบแนวคดิ ของความพอเพยี งบนสายกลาง ซ่งึ ประกอบคณุ ลักษณะ 3 ประการ

คอื ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และมีภมู ิคมุ้ กัน และจะต้องต้ังอยู่บน 2 เงื่อนไข คือ ความรู้ และคุณธรรม

ขอ้ 23. หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการคือ

ก. ความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภมู ิคมุ้ กัน ข. ความมีเหตุผล มภี มู ิคมุ้ กนั ทางสายกลาง

ค. มภี มู ิคุ้มกนั ทางสายกลาง ความพอเพยี ง ง. ทางสายกลาง ความพอเพียง ความพอประมาณ

ตอบข้อ ก.

เหตุผล ดขู อ้ 22 ที่ผ่านมา

ขอ้ 24. หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงนาไปสกู่ ารจดั การทรพั ยากรมนษุ ย์ใน 3 ระบบ คอื

ก. ระบบเสาะหาคน ระบบรักษาคน ระบบพฒั นาคน

ข. ระบบรักษาคน ระบบพัฒนาคน ระบบคุณภาพชีวิตของคน

ค. ระบบพฒั นาคน ระบบคุณภาพชวี ติ ของคน ระบบความยง่ั ยนื

ง. ระบบคณุ ภาพชวี ติ ของคน ระบบความย่ังยืน ระบบเสาะหาคน

ตอบข้อ ก.

เหตผุ ล หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงนาไปสกู่ ารจัดการทรัพยากรมนุษย์ใน 3 ระบบ คอื 1. ระบบ

เสาะหาคน 2. ระบบรักษาคน 3. ระบบพฒั นาคน

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 275

------------------------------------------------------------------------------
ข้อ 25. องคก์ ารท่ีดีบนพ้ืนฐานของหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงทเ่ี รียกว่า Happy Workplace ตามท่ีสานักงาน

กองทนุ สนับสนุนการเสริมสรา้ งสุขภาพ (สสส.) ได้กาหนดภาวะทดี่ คี ือ

ก. ทาให้คนทางานมคี วามสุข ข. ทาใหท้ ่ที างานน่าอยู่

ค. ทาใหช้ มุ ชนสมานฉันท์ ง. ถูกทุกข้อ

ตอบข้อ ง.

เหตุผล สานกั งานกองทนุ สนับสนุนการเสรมิ สรา้ งสขุ ภาพ (สสส.) ได้กาหนด “ภาวะที่ดี” ขององคก์ ารที่ดี

บนพื้นฐานของหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งหรอื ที่เรียกว่า Happy Workplace ไว้ 3 ประการ คือ 1. ทาให้

คนทางานมคี วามสุข 2. ทาให้ที่ทางานน่าอยู่ 3. ทาใหช้ มุ ชนสมานฉนั ท์

นอกจากนยี้ งั กาหนดให้ Happy Workplace ประกอบด้วย “ความสุข 8 ประการ” คือ

1. Happy Body (สขุ ภาพดี) 2. Happy Brain (หาความรู)้

3. Happy Heart (นา้ ใจงาม) 4. Happy Relax (ผอ่ นคลาย)

5. Happy Money (ปลอดหนี)้ 6. Happy Soul (ทางสงบ)

7. Happy Family (ครอบครัวด)ี 8. Happy Society (สงั คมดี)

ข้อ 26 – 29. จงใชต้ ัวเลอื กต่อไปนีต้ อบคาถาม

(ก) อิทธพิ ลจาก Halo Effect (ข) อิทธพิ ลจาก Stereotyping

(ค) Bias (ง) Performance Appraisal

(จ) Job Evaluation

ขอ้ 26. ผู้สมคั รงานแต่งตวั สะอาดเป็นระเบยี บ แสดงว่าต้องทางานเป็นระเบยี บเรยี บร้อยดว้ ย

ตอบข้อ ก.

เหตผุ ล Halo Effect คือ การใชอ้ ปุ ทานหรือความยึดมนั่ ในสง่ิ ใดสิ่งหนึง่ เปน็ หลักในการประเมนิ ซึ่งเป็น

อิทธพิ ลที่เกิดจากความประทับใจในสิ่งหนงึ่ สิง่ ใดของผสู้ มัคร แล้วจงึ คดิ วา่ ในด้านอ่ืนของผ้สู มัครก็จะเปน็ แบบน้ันดว้ ย

เช่น เห็นวา่ ผู้สมัครงานแตง่ ตัวสะอาดเปน็ ระเบยี บ ก็คดิ วา่ ต้องทางานเปน็ ระเบียบเรียบร้อยดว้ ย

ข้อ 27. คดั เลอื กผสู้ มคั รรายนี้ เพราะเธอเป็นคนจังหวดั เดยี วกับเรา

ตอบข้อ ค.

เหตผุ ล Bias คอื อคติหรอื ความลาเอียงของผู้สมั ภาษณ์งานทเี่ กดิ ข้ึนโดยเจตนา เป็นความรสู้ กึ นึกคดิ ทเ่ี กิด

จากความพอใจสว่ นบคุ คลร่วมกับการใชว้ จิ ารณญาณสว่ นตัว ซง่ึ อาจเกิดจากความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านอายุ

เพศ เชื้อชาติ ศาสนา สถาบนั ภูมิลาเนา ฯลฯ เชน่ คดั เลอื กผ้สู มัครงานเพราะเห็นว่าเป็นคนจงั หวดั เดียวกันหรอื จบ

สถาบนั การศึกษาเดียวกนั เป็นต้น โดยความมอคตหิ รอื ความลาเอยี งนี้ไมค่ วรนามาใช้เปน็ ข้อมูลในการคดั เลือก

พนักงาน เพราะอาจจะทาใหอ้ งค์การได้บุคคลท่ีมีคุณสมบัตไิ มเ่ หมาะสมกับงาน

ขอ้ 28. เลือ่ นตาแหนง่ ใหว้ นิดาเพราะผลงานดีท่ีสดุ

ตอบข้อ ง.เหตุผล การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงาน (Performance Appraisal) คือ การวัดผลการทางานของ

พนกั งานแต่ละคนในชว่ งระยะเวลาหนึง่ โดยเปรียบเทยี บผลการทางานกับมาตรฐานที่กาหนดไว้ หรืออาจจะหมายถึง

กระบวนการท่ีจะประเมินศักยภาพในการปฏบิ ัติงานของบุคลากร เพ่ือใช้ในการพฒั นาทรัพยากรมนุษยใ์ ห้มีความรู้

ความสามารถมากขึ้น และใชเ้ ป็นเครือ่ งมือในการพิจารณาเงินเดอื นและการเลื่อนตาแหน่งให้แก่พนกั งาน ซึ่งหากผล

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 276

------------------------------------------------------------------------------
การปฏิบัตงิ านออกมาดีเด่น พนกั งานก็อาจจะไดร้ ับการขึ้นเงินเดอื นหรอื เลือ่ นตาแหน่ง ในขณะเดยี วกนั หากผลการ

ปฏิบัตงิ านออกมาไมด่ ีเพราะทางานบกพรอ่ ง พนักงานก็อาจจะไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือน ถูกตดั เงินเดือน หรืองดการ

เลือ่ นตาแหน่งกไ็ ด้

ขอ้ 29. งานที่ยากก็ตอ้ งไดค้ า่ จา้ งสงู กวา่ งานทงี่ า่ ย

ตอบข้อ จ.

เหตผุ ล การประเมินค่างาน (Job Evaluation) เปน็ การตีราคาหรือกาหนดค่าของงานหนึง่ ที่มีส่วนสมั พนั ธ์

กบั งานต่าง ๆ ภายในบริษัทเดียวกัน โดยพจิ ารณาที่ความยากงา่ ยของงาน เพ่ือนาไปใช้ประกอบการตัดสินใจกาหนด

อตั ราค่าตอบแทนทีเ่ หมาะสมและยุตธิ รรมกบั งานน้ัน ๆ ซ่ึงงานทมี่ ีความยากง่ายเทา่ กนั ต้องได้รบั คา่ ตอบแทนเทา่ กัน

ส่วนงานทยี่ ากกวา่ ก็ตอ้ งได้รับคา่ ตอบแทนทีส่ ูงกว่างานท่งี ่ายกวา่

ข้อ 30. กระบวนการสรรหา หมายถึง

ก. การสัมภาษณ์พนักงาน ข. การสอบข้อเขียน

ค. การประกาศรบั สมัคร ง. การตรวจรา่ งกาย

ตอบข้อ ค.เหตผุ ล กระบวนการสรรหา หมายถึง การสรรหาเปน็ กระบวนการแสวงหาและจูงใจให้กลุ่มบคุ คลท่ี

มคี วามรู้ ความสามารถ ศักยภาพ และคุณสมบตั ติ า่ ง ๆ อันเหมาะสมกบั ตาแหนง่ งานท่เี ปิดรับสมคั รเข้ามาสมคั รกับ

องค์การ ท้งั นโ้ี ดยมีการประชาสัมพันธใ์ ห้ตลาดแรงงานรบั ทราบ เชน่ การประกาศรบั สมคั ร เปน็ ต้น

----------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 277

------------------------------------------------------------------------------

แนวขอ้ สอบ นกั ทรพั ยากรบคุ คล ชุดท่ี 3.

1. สทิ ธติ ามกฎหมายซงึ่ ใช้ทรัพยากรสาหรบั การทางานใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคเ์ รียกวา่ อะไร

ก. อานาจ ข. อานาจหน้าท่ี

ค. ความรับผิดชอบ ง. ภารกจิ

ตอบ ข.

2. ข้อใดเป็นประเดน็ ในการศึกษาพฤติกรรมผนู้ า

ก. ความยนิ ยอม ข. ความผกู พัน

ค. ความขดั แยง้ ง. ความสามารถในการสอื่ สาร

ตอบ ง.

3. ขอ้ ใดไม่ใชง้ บประมาณแบบเน้นการจดั การ

ก. Functional budget ข. Activity budget

ค. Performance budget ง. Line item budget

ตอบ ง.

5. ประสทิ ธิภาพในการดาเนนิ งานขององค์การขึ้นอยู่กับประสิทธภิ าพของอะไร

ก. กาไรสูง ข. ตน้ ทุนตา่
ค. ผลการปฏบิ ตั ิของบุคคล ง. ความพึงพอใจของลูกคา้ หรือผูใ้ ช้บรกิ าร

ตอบ ค.

6. หลักการบริหารทเี่ น้นคนและขวญั กาลังใจในการทางานคือทฤษฎใี ด

ก. คลาสสิก ข. นีโอคลาสสกิ

ค. สมยั ใหม่ ง. สังคมวิทยา

ตอบ ข.

7. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องตามแนวคิดการบรหิ ารสมัยใหม่

ก. มุ่งกาไรสูงสดุ ข. เพม่ิ ผลผลิตโดยใชเ้ คร่ืองจักร

ค. มุ่งความสามารถในเร่ืองทั่วไป ง. จดั หน่วยงานอสิ ระคลอ่ งตัว

ตอบ ง.

8. Empowerment เป็นแนวคดิ ในเรอื่ งใด

ก. การรวมอานาจไวท้ ผี่ ้บู รหิ ารระดบั สงู ข. การกระจายอานาจใหผ้ ู้บริหารระดับรองลงมา

ค. การมอบอานาจให้พนักงานหรือเจา้ หนา้ ที่ ง. การเปลย่ี นแปลงบทบาทหรือพนักงานเจา้ หน้าท่ี

ตอบ ค.

9. ตามแนวคดิ ธรรมมาภิบาล 'Accountability' หมายถึงอะไร
ก. จติ สานกึ รับผิดชอบต่องานหรือสิ่งทไ่ี ด้กระทาไป

ข. ความพรอ้ มให้มีการตรวจสอบ เพ่ือป้องกนั มิให้เกดิ การทุจริต

ค. การรู้จักรบั ผิดชอบในภารกิจท่ีได้รบั มอบหมาย

ง. การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 278

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ ก.

10. เปา้ หมายสาคญั ของการบริการงานบุคคลคืออะไร

ก. แสวงหาบุคคลผ้มู ีความรู้ความสามารถสาหรับองค์การ

ข. เสาะหาบคุ คลผมู้ ีความรูค้ วามสามารถให้แก่องค์การท่วั ไป

ค. สรรหาและธารงรักษา และพฒั นาบุคคลผูม้ ีความสามารถ มีความร้เู ปน็ คนดีใหแ้ ก่หน่วยงาน

ง. ข้อ ก. กบั ข้อ ข. ถูก

ตอบ ค.

11. ทรพั ยากรใดถือว่าเปน็ ทรัพยากรทส่ี าคญั ทีส่ ดุ

ก. วัสดุอุปกรณ์ ข. เงิน ค. การจัดการ ง. คน

ตอบ ง.

12. ขอ้ ใดเป็นทรัพยากรการบริหาร

ก. คน และการจัดการ ข. เงิน ค. วสั ดอุ ุปกรณ์ ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง.

13. การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ (Human Resource Development หรอื HRD)

ก. การฝกึ อบรม การศึกษา การพัฒนา

ข. การศกึ ษา การพัฒนาฝมี ือและแรงงาน

ค. การสาธารณสุขและการศึกษา เพราะถอื เปน็ ด้านสังคม

ง. การศึกษา การสาธารณสุข การพัฒนาฝมี ือและแรงงาน

จ. การฝกึ อบรมดา้ นแรงงานและการพัฒนา

ตอบ ง.

14. ข้อใดไม่ใช่ข้อพจิ ารณาของการวางแผนความต้องการกาลงั คน

ก. จานวนกาลังคนที่จะผลติ เพมิ่ ขึ้น

ข. การสารวจความรขู้ องกาลังคนที่มีอยู่

ค. อัตรากาลังท่คี าดว่าจะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี

ง. ประเมินกาลังคนท้งั ประเภท ระดบั จานวน ที่มีอยู่ทั้งหมดในปัจจุบัน

จ. ฝึกอบรมกาลังคนท่มี ีอยู่ให้มสี มรรถภาพสูงข้นึ

ตอบ ง.

15. ข้อใดไม่ใชว่ ธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการวิเคราะห์งาน

ก. การสมั ภาษณ์ ข. การตอบแบบสอบถาม

ค. การทดสอบ ง. การสงั เกต

จ. การบันทึกประจาวนั

ตอบ ค.

16. ขอ้ ใดไม่ใช่ข้อมลู ที่ตอ้ งใชใ้ นการวิเคราะหง์ าน

ก. กจิ กรรมของงาน (Work Activities)

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 279

------------------------------------------------------------------------------
ข. พฤตกิ รรมของบคุ คล (Human Behavior)

ค. เครื่องจกั ร เครือ่ งมอื อปุ กรณ์ (Machine, Tool, Equipment)

ง. การประเมินค่างาน (Job Evaluation)

จ. เน้ือหาของงาน (Job Context)

ตอบ ง.

17. สถานการณ์ดังตอ่ ไปนข้ี ้อใดไม่ใช่สถานการณ์ด้านการพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย

ก. แรงงานไทยมคี วามรู้ในระดับประถมศกึ ษา ข. มีวิกฤตด้านค่านิยม

ค. มีการขยายโอกาสด้านการเรยี น ง. การประกนั สังคมไม่ครอบคลมุ ประชากรทุกลมุ่

จ. มีการเพมิ่ นักวจิ ัยใหไ้ ด้ 1 คนต่อประชากรพันคน

ตอบ จ.

18. ข้อใดคอื เปา้ หมายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยในอนาคต

ก. เพมิ่ ค่าเฉลย่ี อายุของประชากรให้ถึง 80 ปี ข. มงุ่ สู่ความเป็นรัฐสวัสดกิ าร

ค. เพิ่มความมีจติ สาธารณะ ง. ใช้การพัฒนาแบบทางเลอื ก

จ. พัฒนาชนชนั้ กลางใหม้ ากข้ึน

ตอบ ก.

19. เร่ืองใดต่อไปนเี้ ปน็ ภูมิคุ้มกันทรพั ยากรมนุษยใ์ นด้านปจั เจกชน

ก. ภมู ิปัญญาชาวบา้ น ข. ภาวะผนู้ าของนายกรัฐมนตรี

ค. มูลนิธผิ ู้หญงิ ง. ความร้ใู นพระธรรมคาสอนทางศาสนา

จ. เทคโนโลยที างการสื่อสาร

ตอบ ง.

20. อุดมการณใ์ นเร่ืองใดไม่ใช่ออทธพิ ลต่อแนวคิดการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ของไทย

ก. ประชาธิปไตย ข. ระบบคุณธรรม

ค. ระบบราชการ ง. ระบบประสิทธิภาพและการศกึ ษา

จ. แนวคดิ เร่อื งสตรนี ยิ ม (Feministism)

ตอบ จ.

21. ขอ้ ใดไม่ใชห่ ลักการที่สาคญั ในการบรหิ ารคา่ ตอบแทนการทางาน

ก. ความยุติธรรม ข. ความสามารถของบุคคล

ค. ความพึงพอใจ ง. มแี ผนและโครงสรา้ งท่ีแน่นอน

จ. ความสอดคล้องกับการครองชีพ

ตอบ ค.

22. สว่ นประกอบท่สี าคญั ในเรื่องค่าตอบแทนในการทางาน คอื ข้อใด

ก. ตาแหน่ง เงินเดอื น สวสั ดิการ

ข. เงินเดอื น คา่ จ้าง โบนสั

ค. การจ่ายขั้นพืน้ ฐาน การจา่ ยเพ่ือจูงใจ สวสั ดิการและผลตอบแทนอนื่ ๆ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 280

------------------------------------------------------------------------------
ง. ตาแหน่ง เงินเดือน โบนสั

จ. ถกู ทุกข้อ

ตอบ ค.

23. ข้อใดเป็นประโยชนจ์ ากการทา Job Evaluation

ก. ช่วยในการปรับปรงุ ระบบงาน ข. ช่วยในการบรหิ ารค่าตอบแทนการทางาน

ค. ช่วยประเมินผลการทางานของพนกั งาน ง. ช่วยในการพัฒนาและการฝกึ อบรม

จ. ช่วยในการบรรยายลักษณะงาน

ตอบ ข.

24. ตวั ช้วี ดั ในการตรวจสอบและวิจยั การบรหิ ารทรัพยากรมนุษยต์ รงกับข้อใด

ก. การวดั ด้านคุณภาพชวี ติ ในการทางาน ข. การวัดด้านประสทิ ธิผล

ค. การวดั ดา้ นประสทิ ธภิ าพ ง. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ ง.

25. ข้อใดไม่ใชป่ ญั หาการบรหิ ารงานบคุ คลภาครัฐ

ก. ใชค้ นน้อย ข. ไม่ได้รบั ความเชือ่ ถือศรทั ธาจากประชาชน

ค. ทางานอยู่ในกระบวนทัศน์ / ค่านยิ มเดิม ง. การพัฒนายังไมท่ ่วั ถึง / ตรงเปา้ หมาย

ตอบก.

26. Human Resource Scorecard คอื อะไร

ก. กระบวนการวิเคราะหค์ วามต้องการกาลงั คนขององค์การภายใตส้ ภาพแวดลอ้ มทเ่ี ปลย่ี นแปลงรวมถงึ

กิจกรรมต่างๆทีเ่ กยี่ วขอ้ ง

ข. ตัวช้วี ดั ทรพั ยากรมนุษย์โดยใชค้ วามรู้ความสามารถทักษะการทางานประสบการณ์คณุ ลกั ษณะของแตล่ ะ

บุคคลมาวดั

ค. ตัวชี้วดั ท้ังองคก์ ารและกระจายความสาคัญของปัญหาในการวดั ผลการดาเนนิ งานโดยใช้ 4 ดา้ น

ง. คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ทักษะ / ความสามารถตลอดจนทัศนคติท่ีจาเป็นในการ

ทางานได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและประสิทธิผล

ตอบ ข.

27. ข้อใดคอื ประโยชนข์ องการวางแผนทรัพยากรมนุษย์

ก. ปรบั ปรุงการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรมนุษยข์ องหน่วยงาน

ข. สร้างความรอบคอบเกีย่ วกับกาลงั คนไดล้ ว่ งหนา้

ค. เตรยี มมาตรการรบั มอื ปัญหากาลงั คนไดแ้ ต่เน่ินๆ

ง. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ ง.

28. ข้อใดคอื ลักษณะการบรหิ ารสมรรถนะทรัพยากรมนษุ ย์

ก. ต้องรแู้ ละเข้าใจในงานองค์กร ข. ต้องสรา้ งความเชื่อมน่ั เช่ือถอื และซอ่ื สตั ย์

ค. ตอ้ งรแู้ ละเขา้ ใจในคนขององค์การ ง. ถูกทกุ ข้อ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 281

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ ง.

29. ขอ้ ใดไม่ใช่กระบวนการบริหารทรพั ยากรบุคคล

ก. วางแผนกาลังคน ค. การใหร้ างวัล

ข. การเลอื่ นตาแหน่ง ง. การบรรจุแตง่ ต้ัง

ตอบ ค.

30. ข้อใดคือความหมายของการพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์

ก. กระบวนการเพิม่ ความรู้ความสามารถโดยรวมของประชากรในสงั คม

ข. กระบวนการเพมิ่ ความรคู้ วามชานาญและความสามารถโดยรวมของประชากรในสังคม

ค. ผลรวมของความรคู้ วามชานาญความถนัดของประชากรทงั้ หมดในประเทศ

ง. กิจกรรมต่างๆหรือพฤติกรรมต่างๆซงึ่ จะมีผลต่อระดับรายไดท้ เ่ี ปน็ เงนิ

ตอบ ข.

31. การบรหิ ารบคุ คลในปัจจุบนั มีลกั ษณะที่สาคัญตามข้อใด

ก. การพฒั นาและแรงงานสมั พนั ธ์ ข. การบริหารตามหลกั วทิ ยาศาสตร์

ค. การใหค้ วามสาคัญทางด้านสวัสดกิ ารแกค่ นงาน ง. ถกู ทุกข้อ

ตอบ ง.

32. วัตถปุ ระสงค์ของการบริหารงานบคุ คล คือข้อใด

ก. การแสวงหาวธิ ีการทางานทีด่ ที ส่ี ดุ ข. การวางแผนอัตรากาลงั ของหนว่ ยงาน

ค. การวางโครงสร้างการบรหิ ารในองค์การ ง. การพัฒนาบคุ คลให้เหมาะสมกับงาน

ตอบ ง.

33. การพฒั นาองค์การคือข้อใดต่อไปนี้

ก. การทาให้องค์การเปลีย่ นแปลงไปในทางทีป่ รารถนา

ข. การมอบหมายงานให้คนอ่ืนทา

ค. การเพ่มิ ความรู้ให้สมาชิกในหนว่ ยงาน

ง. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ ก.

34. เปา้ หมายทีด่ ที ่ีสุดในการบรหิ ารงานบคุ คลคือข้อใด

ก. การมอบหมายงานให้บุคลากรทาอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

ข. การสรรหาคนดีมาปฏบิ ัติงานกบั องค์การ

ค. การพจิ ารณาความดีความชอบอย่างยุติธรรม

ง. การได้คนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมมาปฏบิ ัติงานและรักษาคนเหล่านน้ั ไว้ตลอดไป

ตอบ ง.

35. ทรัพยากรพืน้ ฐานของการบริหารคอื

ก. วัสดุสิ่งของ ข. คน เงิน

ค. วิธกี ารจดั การ ง. ถูกทกุ ข้อ

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 282

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ ง.

36. การบริหารทรัพยากรมนุษยใ์ นปจั จบุ ันเป็นอยา่ งไร

ก. มุ่งเนน้ งานธรุ การบคุ คลและยดึ ตดิ กับกิจกรรมทที่ า

ข. ยดึ กฎระเบียบเป็นท่ีต้งั

ค. จดั โครงสร้างการบริหารโดยยึดกระบวนการบรหิ ารทรพั ยากรบุคคลเปน็ หลัก

ง. ถกู ทุกข้อ

ตอบ ง.

37. เหตกุ ารณต์ ่อไปน้ีข้อใดเก่ยี วข้องกับ “การพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์” HRD

ก. การรณรงค์ให้คนกรุงเทพฯมาใชส้ ิทธิเ์ ลือกต้งั ผวู้ า่ ฯ กทม.

ข. การแต่งต้งั เอกอคั รราชทูตไปประจา ณ ต่างประเทศ

ค. การปลอ่ ยนางราตรีออกจากคกุ เขมร

ง. การเดนิ ทางไปภาคใต้ของนายกประยุทธ์

ตอบ ค.

38. การเขยี น Job Description สาหรบั พนกั งานระดับปฏิบตั ิการควรเป็นแบบใด

ก. Modified Functional Description ข. Work Sample Description

ค. Generic Description ง. เขยี นตามภารกจิ ทีผ่ ู้น้ันกาลงั ปฏบิ ัติอยู่

ตอบ ก.

39. “Head Hunter” ในกระบวนการ HRM ใชเ้ รียกบคุ คลในขอ้ ใด

ก. ลกู จา้ งที่มีความเกง่ กาจเป็นพิเศษ ข. ลูกจ้างทมี่ าสมัครงานเป็นรายแรก

ค. Employment Agency ง. บุคคลทีจ่ ะมาเปน็ มันสมองให้กับบรษิ ัท

ตอบ ค.

40. บทบาทของ HR Manager ในปจั จบุ ันท่ผี บู้ ริหารระดับสูงต้องการคือ บทบาทในฐานะท่ีเป็น

Strategic Partner and Change Agent ข้อใดต่อไปน้ีเป็นคณุ สมบัติทจ่ี าเป็นสาหรับบทบาทดงั กล่าว

ก. รา้ นในแผนกผลิต ข. รูง้ านและปัญหาในทกุ Business Unit

ค. รปู้ ญั หาในแผนกบัญชแี ละการเงิน ง. รู้งานในด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์

ตอบ ข.

41. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ทางเลอื กที่องค์การทั่วไปนิยมใช้ในการพฒั นาระบบสารสนเทศการบริหารทรัพยากรมนุษย์

ก. พฒั นาระบบโดยใช้บุคลากรขององค์การเอง

ข. วา่ จ้างบริษทั ภายนอกใหพ้ ัฒนาระบบใหต้ รงความต้องการขององค์การ

ค. เชา่ ใช้ระบบซอฟตแ์ วรจ์ ากบรษิ ัทผใู้ ห้บริการ

ง. ซอื้ ซอฟตแ์ วร์สาเรจ็ รูปท่มี ีจาหน่ายในทอ้ งตลาดทัว่ ไป / ทางอินเตอร์เน็ต

ตอบ ง.

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 283

------------------------------------------------------------------------------
42. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์

ก. การดาเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ เพือ่ ใหบ้ ุคลากรมคี วามรู้ความสามารถที่เหมาะสม มีความสุข ตั้งใจทุ่มเทใหก้ ับการ
ทางาน และสามารถทางานบรรลผุ ลไดต้ ามเป้าหมายขององค์การ

ข. การจัดการกจิ กรรมต่างๆ เพอ่ื ดึงดดู พัฒนา จูงใจและรักษาบคุ ลากรท่มี ผี ลงานและความสามารถสงู ไวใ้ น
องค์การ

ค. การจดั ระบบความสมั พนั ธ์ระหวา่ งหน่วยงานงานตา่ งๆ และบุคคลากรในองค์การ เพ่ือใหบ้ คุ ลากรสามารถ
ทางานอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและบรรลตุ ามเปา้ หมายขององค์การ

ง. การดาเนนิ กจิ กรรมตา่ งๆ เพ่อื ใหบ้ ุคลากรมีความพงึ พอใจในงาน มคี วามสัมพันธ์อนั ดีระหว่างกันและกบั ฝา่ ย
บรหิ าร และผลติ ผลงานใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จตามที่องค์การมงุ่ หวังตลอดเวลาท่ที างานให้แก่องค์การ

จ. การจัดการเก่ยี วกบั บุคลากรในองค์การอย่างเป็นระ
ตอบ ค.

-------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 284

------------------------------------------------------------------------------

แนวขอ้ สอบ นกั ทรพั ยากรบุคคล ชุดท่ี 4.

1. ข้อผดิ พลาดในการประเมินผลงานทเี่ รยี กว่า “Halo Effect” คือ

ก. ผลกระทบตอ่ การปฏบิ ตั งิ าน ข. อทิ ธิพลตอ่ ผ้รู ่วมงาน

ค. ความพงึ พอใจในการทางาน ง. ความยดึ มน่ั ในสิ่งใดส่ิงหนึ่ง

ตอบ ค. Halo Effect คือ การใช้อปุ ทานหรอื ความยึดม่ันในสง่ิ ใดสง่ิ หนง่ึ เป็นหลัก ซง่ึ หมายถงึ การท่ีผทู้ าการ

ประเมนิ มีแนวโน้มท่จี ะประเมินบุคคลใดบุคคลหน่งึ ไปในทางเดยี วกันอยา่ งสม่าเสมอ โดยอาศัยความรู้สึกและการรับรู้

ส่วนตวั ที่มตี อ่ บคุ คลนนั้

2. “The Loose Rater” คือ

ก. ผูถ้ กู ประเมินสญู เสียโอกาส ข. ผถู้ กู ประเมนิ ก้าวร้าวผปู้ ระเมิน

ค. ผู้ประเมนิ ไมช่ อบให้ใครดีกว่า ง. ผู้ประเมนิ ใจดเี กินไป

ตอบ ง. The Loose Rater คอื การทีผ่ ปู้ ระเมนิ ใจดีเกินไป ปลอ่ ยอิสระไมเ่ ข้มงวดหรอื ไม่มคี วามเด็ดขาด ซ่ึงเกดิ

จากสาเหตหุ ลายประการ เชน่ ผปู้ ระเมินมคี วามสนิทสนมเป็นการสว่ นตัวกับผู้ถกู ประเมนิ ผู้ประเมนิ มีความรสู้ กึ

สว่ นตัวในดา้ นดตี ่อผู้ถูกประเมินเป็นต้น

3. ขอ้ ใดไม่ใช่เรอ่ื งของการออกจากงาน (Separation)

ก. การลาออก (Resignation) ข. การตาย (Death)
ค. การโยกยา้ ย (Transfer) ง. การเลิกจ้าง (Termination)

ตอบ ค. การออกจากงาน (Separation) หมายถงึ การพ้นสภาพจากการเปน็ พนักงานซึ่ง โดยท่วั ไปจะกาหนดไว้

หลายลกั ษณะ ได้แก่ 1. การลาออก (Resignation) 2. การตาย (Death) 3. การเลกิ จ้าง (Termination)

4. การปลดเกษียณ (Retirement) 5. การลงโทษให้ออก ปลดออก และไลอ่ อก (Firing)

4. คาวา่ “KUSAB” มีข้อใดทผี่ ิด

ก. Knowledge ข. Understanding

ค. Skill ง. Aptitude

ตอบ ง. KUSAB ประกอบดว้ ย 1. Knowledge คือความรู้ 2. Understanding คอื ความเข้าใจ 3. Skill คอื

ทักษะ

4. Attitude คือ ทัศนคตหิ รือเจตคติ 5. Behavior คอื พฤติกรรม

5. ขอ้ ใดเปน็ ลกั ษณะของการกระทาความผดิ ระเบียบวินยั

ก. การมาปฏิบัตงิ าน ข. พฤตกิ รรมในการปฏิบตั งิ าน

ค. ความไมซ่ ่ือสัตย์ ง. ถูกทง้ั ข้อ ก ข และ ค

ตอบ ง. ลกั ษณะการทาผิดระเบียบวินยั แบง่ ออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. การมาปฏบิ ัตงิ าน (Attendance) เช่น การมาสาย การลาหยดุ การขาดงาน ฯลฯ
2. พฤตกิ รรมในการปฏิบตั งิ าน (On-the-Job Behaviors) เช่น การทะเลาะวิวาท เล่นการพนนั การเล่นพรรค

เล่นพวก การติดสุราหรือยาเสพตดิ การทางานล่าช้า

3. ความไม่ซ่ือสตั ย(์ Dishonesty) เช่น การลกั เล็กขโมยนอ้ ย การทจุ รติ ในหน้าท่ี การโกงบริษทั การลกั ทรัพย์

ฯลฯ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 285

------------------------------------------------------------------------------
4. กจิ กรรมภายนอก (Outside Activities) เชน่ การนดั หยดุ งาน การประกอบอาชญากรรม การทางานใหก้ บั

องค์การท่คี ู่แขง่ ฯลฯ

6. ปัจจยั สาคัญท่ใี ชว้ เิ คราะหเ์ พ่ือการตดั สินใจลงโทษผกู้ ระทาผิดระเบียบวนิ ัย

ก. ความรุนแรงของปัญหา ข. ประวตั ิการทางาน

ค. แนวปฏิบตั ิท่ีผ่านมา ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ปัจจยั สาคัญทใ่ี ช้วเิ คราะห์เพื่อการตดั สนิ ใจลงโทษผ้กู ระทาผิดระเบียบวินยั มีดังน้ี

1. ความรนุ แรงของปญั หา

2. ความยาวนานของปัญหา

3. ลักษณะและความถี่ของ ปญั หา

4. ประวตั กิ ารทางานของลูกจ้าง

5. ปัจจยั ท่ีมคี วามต่อเนื่องกัน

6. สภาพการณ์ทางสงั คม

7. แนวการปฏบิ ตั ทิ ่ผี ่านมาเกี่ยวกับระเบียบวนิ ัยขององค์การ

8. ความเกย่ี วพนั กับลูกจ้างคนอ่ืน ๆ

9. การสนับสนนุ ของฝา่ ยบริหาร

7. ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการลงโทษผฝู้ า่ ฝืนระเบียบวนิ ยั

ก. ควรให้มกี ารปรบั ปรงุ แกไ้ ขพฤตกิ รรมมากกว่าการลงโทษ

ข. เม่อื มีการกระทาผดิ ซา้ ๆ ควรเพิ่มการลงโทษ

ค. ตอ้ งลงโทษทันที

ง. ถกู ทัง้ ข้อ ก ข และ ค

ตอบ ง. ขอ้ ปฏบิ ตั ิในการลงโทษผู้ฝ่าฝืนหรือทาผดิ ระเบยี บวินัยมดี ังน้ี

1. ควรใหม้ ีการปรบั ปรุงแก้ไขพฤติกรรมมากกวา่ การลงโทษ

2. เม่ือมกี ารกระทาผดิ ซา้ ๆ ควรเพม่ิ การลงโทษ มากข้ึนเรื่อย ๆ

3. ต้องลงโทษทันทีเมอ่ื สอบสวนว่าผิดจรงิ (กฎ Hot Stove)

8. ส่วนประกอบของคา่ ของค่าตอบแทน (Compensation) คือ

ก. การจ่ายขั้นพืน้ ฐาน (Base Pay)

ข. การจา่ ยเพอ่ื จูงใจ (Incentive Pay)

ค สวัสดิการและผลตอบแทนอน่ื ๆ (Fringe Benefit)

ง. ถูกทกุ ข้อ

ตอบ ง. สว่ นประกอบท่สี าคญั ในการพจิ ารณาเร่อื ค่าตอบแทนในการทางาน มี 3 ประการ คือ

1. การจา่ ยข้ันพื้นฐาน (Base Pay)

2. การจา่ ยเพ่ือจูงใจ (Incentive Pay)

3.สวัสดกิ ารและผลตอแทนอ่ืน ๆ (Fringe Benefit)

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 286

------------------------------------------------------------------------------
9. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดของนายจา้ ง

ก. ผลผลติ สงู สดุ ข. สวสั ดกิ าร

ค. สทิ ธิในการจัดการ ง. ความเจรญิ เตบิ โตของบริษัท

ตอบ ข. แนวคดิ ของนายจ้าง ไดแ้ ก่

1. กาไร/ผลผลติ สงู สุด 2. สทิ ธใิ นการจดั การ 3. ความรับผดิ ชอบ

4. ความเจรญิ เติบโตของบริษัท 5. การอุทิศตน/เวลา

10. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดของลกู จ้าง

ก. ความรบั ผดิ ชอบ ข. คา่ จา้ ง

ค. ความยุติธรรม ง. ความก้าวหน้า

ตอบ ก. แนวคิดของลูกจ้าง ไดแ้ ก่ 1. ค่าจา้ ง/สวสั ดกิ าร/ผลผลประโยชน์อ่นื ๆ2. ความยุตธิ รรม

3. ความก้าวหนา้ 4. ความมั่นคง 5. การแบ่งผลกาไรจากบริษัท

11. ข้อใดไม่ใชบ่ ทบาทของรัฐด้านแรงงานสมั พนั ธ์

ก. กาหนดกตกิ าหลกั ข. รับผิดชอบระบบแรงงานโดยตรง

ค. กาหนดระเบยี บข้อบังคับในการทางาน ง. ป้องกนั และแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน

ตอบ ค. บทบาทของรัฐดา้ นแรงงานสมั พันธ์ มีดังนี้ 1. เปน็ ผู้กาหนดกติกาหลกั 2. เป็นผูร้ ับผดิ ชอบระบบแรงงาน

โดยตรง 3. เป็นผปู้ ้องกันและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน4. เปน็ ผสู้ ง่ เสริมและสนบั สนนุ กิจกรรมด้านแรงงาน

12. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระเภทของศาลแรงงาน

ก. ศาลแรงงานกลาง ข. ศาลแรงงานภาค

ค. ศาลแรงงานเขต ง. ศาลแรงงานจงั หวดั

ตอบ ค. ศาลแรงงานมี 3 ประเภท คือ

1. ศาลแรงงานกลาง

2. ศาลแรงงานภาค

3. ศาลแรงงานจงั หวัด ซึ่งหลักในการดาเนินคดีในศาลแรงงาน คอื สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และเท่ยี งธรรม

13. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะท่ีดีของระบบข้อมลู การบริหารทรัพยากรมนุษย์

ก. พรอ้ มทจี่ ะใชไ้ ด้ตลอดเวลา (Timely) ข. ถกู ตอ้ ง (Accurate)

ค. สมบูรณ์ (Complete) ง. ไมม่ ขี ้อใดถูก

ตอบ ง. ระบบข้อมูลการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์ (HRIS) ที่ดี จะตอ้ งมลี ักษณะดังน้ี

1. พรอ้ มจะใชไ้ ดต้ ลอดเวลา (Timely)

2. ถูกต้อง (Accurate)

3. สมบรู ณ์ (Complete)

4. เปน็ ปัจจุบัน (Up to date)

5. ตอบสนองเรว็ (Quick Response)

6. คน้ หางา่ ย (Easy to Search)

7. ตรงกบั ความต้องการ (Relevant)

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 287

------------------------------------------------------------------------------
14. ประโยชน์ของระบบข้อมูลการบริหารทรัพยากรมนุษย์

ก. เปน็ คลังข้อมูล ข. ใชส้ าหรบั การวางแผน

ค. เป็นขอ้ มูลชว่ ยในการตัดสินใจ ง. ถกู ทง้ั ก ข และ ค

ตอบ ง. ประโยชน์ของระบบขอ้ มลู การบริหารทรัพยากรมนษุ ย์ (HRIS) มดี งั นี้

1. เป็นคลังข้อมลู สาหรับองค์การ

2. ใชส้ าหรบั การวางแผนบุคลากร

3. เป็นข้อมลู ช่วยในการตัดสินใจเกีย่ วกบั บคุ ลากรขององค์การ

4. ใชใ้ นการวิเคราะหป์ ญั หาและกาหนดแนวทางแก้ไขปญั หา

5. ใช้เปน็ ข้อมูลในการเจรจาตอ่ รองต่าง ๆ

6. ใชใ้ นการปรับปรุงนโยบายการบริหารทรพั ยากรมนุษย์

15. ข้อมูลที่เป็น Input ในระบบข้อมูลการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์

ก. ประวัติส่วนตวั ของพนักงาน ข. ผลการปฏบิ ัติของพนักงาน

ค. การโยกย้าย/เลอื่ นตาแหน่งของพนกั งาน ง. ถกู ทั้ง ก ข และ ค

ตอบ ง. ข้อมูลที่เป็นข้อมูลนาเขา้ (Input) ในระบบข้อมูลการบริหารทรัพยากรมนุษย์มีดงั น้ี

1. ประวตั ิส่วนตวั

2. ผลการปฏบิ ตั ิงาน

3. การโยกย้ายหรือการเลื่อนตาแหนง่

4. คา่ ตอบแทน

5. การลาออกจากงานและการครบกาหนดการจา้ ง

6. ประวัติการรกั ษาพยาบาล

7. ใบรับรองประวตั กิ ารทางาน

8. ประวัตกิ ารผา่ นการอบรม ฯลฯ

16. ขอ้ ใดไม่ใชป่ จั จัยภายในทจ่ี ะสร้าง HRIS ในองค์การ

ก. Vision of Management ข. IT Person

ค. Technology ง. Objective of Organization

ตอบ ค. ปจั จัยภายในท่ีจะใชส้ รา้ งระบบข้อมูลการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์ (HRIS) ในองคก์ าร ได้แก่

1. วสิ ัยทัศน์ของการบรหิ าร (Vision of Management)

2. วตั ถปุ ระสงค์ ขององค์การ (Objective of Organization)

3. ทรพั ยากร (Resources)

4. บคุ ลากรทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ (IT Person)

17. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชนข์ องการตรวจสอบและวิจยั การบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์

ก. เพอ่ื ปรบั ปรงุ คุณสมบัติของพนักงาน

ข. เพอ่ื ปรบั ปรุงคุณภาพของพนักงาน

ค. เพื่อคน้ หาและแกไ้ ขปัญหาทเี่ กดิ ขนึ้ ในองค์การ

คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 288

------------------------------------------------------------------------------
ง. เพ่อื ใหท้ ราบถึงผลลพั ธข์ องกจิ กรรมต่าง ๆ

ตอบ ก .ประโยชนของการตรวจสอบและวิจัยการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์ มีดังนี้

1. เพ่อื ปรับปรงุ คณุ ภาพของบุคลากร

2. เพ่ือคน้ หาและแกไ้ ขปัญหาสาคญั ตา่ ง ๆ ทีเ่ กิดขน้ึ จากบคุ ลากรในองค์การ

3. เพื่อเป็นการกระตนุ้ ให้เกดิ การเปล่ยี นแปลและเกิดความคดิ สรา้ งสรรคใ์ หม่ ๆ

4. เพื่อให้ทราบถงึ ผลลัพธข์ องกจิ กรรมต่าง ๆ ทง้ั เชิงคุณภาพและปริมาณ

18. ขอ้ ใดเปน็ เครื่องมือ/วธิ ีการที่ใช้ในการตรวจสอบและวจิ ัยการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์

ก. การสมั ภาษณ์ ข. การใช้แบบสอบถาม

ค. การสงั เกต ง. ถกู ทัง้ ข้อ ก ข และ ค

ตอบ ง. เคร่ืองมือและวิธกี ารทใ่ี ช้ในการตรวจสอบและวจิ ัยการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มี

ดงั นี้ 1. การสัมภาษณ์ 2. การใช้แบบสอบถาม 3. การใช้ขอ้ มลู ท่ีเกบ็ บันทึกไว้ 4. การทดลอง 5. การสงั เกต

6. การใช้แหล่งข้อมลู จากภายนอก

19. ขอ้ ใดไม่ใช่ขอบเขตในการตรวจสอบและวจิ ยั การบริหารทรัพยากรมนุษย์

ก. ตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามข้อบังคับทางกฎหมาย

ข. ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายและเป้าหมาย

ค. ตรวจสอบและวิจยั ความพึงพอใจของพนักงาน

ง. ไม่มขี ้อใดถูก

ตอบ ง. ขอบเขตในการในการตรวจสอบและวิจยั การบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์ มีดังน้ี

1. ตรวจสอบการปฏิบัตติ ามข้อบงั คับทางกฎหมาย

2. ตรวจสอบการปฏิบัตติ ามนโยบายและเปา้ หมายขององคก์ าร

3. ตรวจสอบและวจิ ัยความพึงพอใจของพนักงานในองคก์ าร

4. ตรวจสอบการปฏิบัติงานของฝา่ ยทรัพยากรมนุษย์

5. ตรวจสอบการบรหิ ารงานดา้ นทรัพยากรมนษุ ย์ขององค์การ

20. ขอ้ ใดคอื หลักพนื้ ฐานทส่ี าคญั ที่ทุกองค์การจาเปน็ ต้องยึดถือในการบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์

ก. หลักความรคู้ วามสามารถ ข. หลกั ความเสมอภาค

ค. หลกั ความมัน่ คงในอาชพี ง. ถกู ทกุ ขอ้

ตอบ ง.

21. “Competency ” ตรงกบั หลักพ้ืนฐานในการบรหิ ารทรัพยากรมนุษย์ในข้อใด

ก. หลักความรู้ความสามารถ ข. หลกั ความเสมอภาค

ค. หลกั ความมนั่ คงในอาชพี ง. หลกั คุณธรรมและจรยิ ธรรม

ตอบ ก.

22. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ภารกจิ หลกั 4 ดา้ นของการบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์

ก. การสรรหาบุคลากร ข. การพัฒนาบุคลากร

ค. การบริหารคา่ ตอบแทน ง. การดแู ลรักษาบุคลากร

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 289

------------------------------------------------------------------------------
ตอบ ค.

23. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ เป้าหมายสาคญั ของการพฒั นาบุคลากร

ก. เพื่อใหบ้ ุคลากรสร้างผลงานท่มี คี ุณภาพใหแ้ กอ่ งค์การได้อยา่ งต่อเนือ่ ง

ข. เพ่ือชว่ ยพฒั นาองค์การให้ทันสมัยและลดการลาออกของบคุ ลากร

ค. เพ่อื ลดช่องว่างระหว่างความรู้ สมรรถนะ ของบุคลากรกบั ความรู้ความสามารถทีต่ อ้ งใชใ้ นการปฏบิ ัตงิ าน

ง. เพอ่ื ใหบ้ ุคลากรมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และทัศนคติท่ดี ขี น้ึ

ตอบ ข.

24. ข้อใด ไมใ่ ช่ กจิ กรรมในการสรรหาและคดั เลือกบุคลากร

ก. การรบั สมคั รงาน ข. การจัดสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์

ค. การตรวจสอบหลักฐาน และบคุ คลทอี่ ้างองิ ง. การทาประกันสุขภาพและอุบตั ิเหตุใหบ้ ุคลากร

ตอบ ง.

25. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ กจิ กรรมหลกั ของการบรหิ ารทรพั ยากรมนุษยท์ ่ีใชป้ ระโยชน์จากผลการประเมินการปฏบิ ตั ิงาน

ก. การสรรหาและคดั เลือกบุคลากร

ข. การเลื่อนตาแหน่ง

ค. การพัฒนาบุคลากรรายบคุ คล

ง. การสนบั สนุนใหม้ กี ารรบั ฟังความคดิ เหน็ ข้อเสนอแนะจากบุคลากร

ตอบ ง.

26. ข้อใด ไม่ใช่ เครื่องมือและอปุ กรณ์ที่นามาใช้กบั งานบริหารทรัพยากรมนุษย์

ก. เคร่ืองคอมพวิ เตอรแ์ ม่ข่ายและเคร่ืองคอมพวิ เตอรส์ ่วนบุคคล

ข. เครอ่ื งควบคุมการเปดิ -ปิดประตู

ค. เครอ่ื งใช้สานักงาน

ง. เครื่องบนั ทึกเวลาเข้า-ออกของบุคลากร

ตอบ ค.

27. ข้อใด ไมใ่ ช่ กิจกรรมของงานบริหารทรพั ยากรมนุษย์ท่อี งค์การต่างๆ ใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยีอินเทอร์เนต็

ก. การรับสมคั รงาน ข. การจัดสอบสมั ภาษณ์

ค. การลาหยดุ งาน

ง. การบนั ทกึ เวลาเขา้ -ออกโดยใช้เคร่ืองบันทกึ เวลาการทางาน

ตอบ ข.

28. ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์

ก. การบริหารจดั การ ข. กฏเกณฑ์และระเบียบวิธีปฏิบตั ิต่างๆ

ค. ผ้ใู ชง้ าน ง. ฮารด์ แวรแ์ ละซอฟต์แวร์

ตอบ ก.

--------------------------------

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 290

------------------------------------------------------------------------------

เทคนคิ การสอบสมั ภาษณ์

งานราชการ เป็นงานที่หลายคนใฝ่ฝนั เพราะตอบโจทยท์ ้ังในเรื่องของความม่นั คงรวมถงึ สวสั ดิการที่ดี ซ่งึ การ

จะเขา้ ทางานราชการกอ็ าจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องสอบเข้าและมีการแข่งขนั สงู อีกด้วย แตถ่ ้าคุณตั้งใจจริงและเตรยี ม

ตวั ใหพ้ รอ้ ม การได้เข้าทางานราชการจะไม่ใชเ่ ร่อื งยากอกี ต่อไป

เม่ือคุณสอบผา่ นข้อเขยี นแลว้ ควรวางแผนเรอ่ื งตารางเวลาใหด้ ที ่ีสดุ รวมถงึ ลาดับที่เขา้ สอบสัมภาษณ์ และควร

ไปถงึ สถานทีส่ อบก่อนเวลาด้วย เพราะหากไปสายอาจถูกตัดสทิ ธิได้

การสอบสัมภาษณง์ านราชการ ควรมีขอ้ มลู ด้านวชิ าการ อาทิ ลกั ษณะงานทป่ี ฏิบัติในตาแหนง่ ทส่ี อบได้ (ดจู าก

คู่มอื รบั สมัครสอบจะเขียนบรรยายไว้อยา่ งละเอยี ด) ศึกษาขอ้ มูลการเมือง เศรษฐกจิ สงั คม ดขู า่ วทางทวี ี อา่ น

หนงั สือพมิ พใ์ นชว่ งก่อนสมั ภาษณ์ 1-5 วัน และเตรยี มตอบคาถาม ซึ่งแนวทางในการสัมภาษณพ์ น้ื ฐาน มตี ัวอย่าง

พร้อมเทคนิคดีๆ ท่จี ะทาให้โดนใจกรรมการ ดังนี้

1.ช่วยเลา่ เกย่ี วกับตวั คุณ

ควรตอบใหก้ ระชบั ได้ใจความ พร้อมยกตวั อยา่ งเพื่อเพิ่มความเข้าใจเก่ยี วกบั ตัวคุณใหม้ ากขึ้น อาจแนะนาตวั 2-

3 นาที และควรเล่ียงการเลา่ ทกุ อย่างทเี่ ก่ียวกับคุณ ตั้งแต่จบประถม มธั ยม เข้ามหาวิทยาลัยจนถงึ เขา้ ทางาน แต่ไมม่ ี

จุดเด่นอะไรเพียงพอท่จี ะทาให้ตวั คณุ น่าสนใจ

ตวั อยา่ งคาตอบ : "หลงั จากเรียนจบดา้ นบญั ชี ดฉิ ันได้ทางานทบี่ ริษทั ตรวจสอบบัญชีมา 5 ปี ทาให้เป็นคนทางานเรว็
และละเอียดรอบคอบ เพราะการตรวจสอบบัญชีแต่ละครงั้ มรี ะยะเวลากาหนดชดั เจนว่าก่ีวันหรอื กสี่ ปั ดาห์ และได้ฝึก

ความเปน็ ผู้นา เพราะต้องดูแลนอ้ งในทีมท่ีออกตรวจงานด้วยกนั รวมถึงแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้าได้ดี ดฉิ นั จงึ ได้รับ

มอบหมายใหด้ แู ลโปรเจคใหญ่ๆ อยู่เสมอ"

2.ทาไมคุณถึงคดิ ว่าเหมาะกับงานนี้

โอกาสมาถึงแล้ว อย่ากลวั ท่จี ะพูด เริม่ จากประสบการณ์ และความสามารถของตวั คุณท่ีผา่ นมา ท่ีทาให้คุณ

เหมาะสมทส่ี ุดสาหรับการเข้าทางานราชการตาแหน่งนี้ พร้อมทั้งบอกสิง่ ที่เป็นจดุ เด่นทแ่ี ตกต่างจากผู้สมัครคนอ่ืน ไม่

ควรตอบคาถามส้ันๆ เชน่ "ดว้ ยประสบการณ์ทางาน 2 ปีทผี่ า่ นมา เชื่อว่าสามารถทางานน้ีได้" แล้วจบทนั ที ในกรณีนี้

คณุ อาจไม่ผา่ นการสัมภาษณง์ านราชการ เพราะไม่มเี หตุผลและตัวอยา่ งทจ่ี ะทาใหผ้ สู้ มั ภาษณเ์ ช่ือและมนั่ ใจในตัวคุณ

ได้เลย

นอกจากนี้ ถ้าคุณเพ่ิงจบการศกึ ษาและเป็นนักกิจกรรม ให้พดู ถึงการทากจิ กรรมสมัยเรยี น เชน่ ออกค่าย

ฝกึ งาน โครงการนักเรียนแลกเปลีย่ น ฯลฯ เพราะมันจะแสดงถึงบุคลิกของคนท่ีเข้ากับคนอ่นื งา่ ย รู้จกั ปรบั ตัว และ

ยอมรบั ความคดิ เห็นของคนอ่ืนไดด้ ว้ ย

ตวั อยา่ งคาตอบ: “ตอนเรียนมหาวิทยาลัยดิฉนั ชอบทากิจกรรมร่วมกับเพ่ือนๆ อย่างการออกค่ายพัฒนาโรงเรียนใน

ชนบท เพ่อื ชว่ ยเหลอื น้องๆ ใหไ้ ดร้ บั การศกึ ษาอยา่ งท่ัวถงึ และเข้ารว่ มโครงการนักเรยี นแลกเปล่ยี นกับเพ่ือนต่างชาติ

ได้เรียนรกู้ ารใชภ้ าษาอย่างถูกตอ้ ง และไดเ้ รยี นรูว้ ิถชี ีวิตของคนท่ีนน่ั ดว้ ย”
แตห่ ากเป็นเด็กเรยี น ไม่ค่อยสนใจกิจกรรม คุณต้องตอบเพ่ือแสดงใหเ้ หน็ ว่าเป็นคนท่ที ุ่มเทกับเรื่องที่ได้

รบั ผิดชอบ เชน่ เร่ืองเรยี น อาจยกเกรดเฉล่ยี เลขสวยๆ มาเป็นตัวอยา่ ง หรอื วธิ กี ารเลอื กวิชาเรียน ที่แสดงให้เหน็ วา่ มี

การเตรยี มตวั วางแผนการเรียนมาเปน็ อยา่ งดี

คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 291

------------------------------------------------------------------------------
ตัวอยา่ งการตอบ: “ตอนเรยี นมหาวทิ ยาลัย ดฉิ ันชอบศึกษาหาความรเู้ ก่ียวกบั งานรัฐศาสตร์ สงั คมสงเคราะห์ และ
จิตวทิ ยา และศึกษาข้อมลู ในบทเรียนก่อนจะถึงชั่วโมงเรียน จงึ ไดเ้ กรดเฉล่ียที่นา่ พึงพอใจและไดเ้ กียรตินยิ มอนั ดับ 1
เหรยี ญทอง คณะครศุ าสตรบัณฑติ ค่ะ”
3.ตามความเขา้ ใจของคุณ คิดว่าตาแหน่งน้ตี อ้ งรบั ผิดชอบงานอะไรบ้าง

ตอบให้สน้ั และกระชบั ได้ใจความ แตส่ ิง่ สาคญั ต้องม่ันใจว่าเขา้ ใจจริงๆ ถา้ ไม่แนใ่ จสว่ นไหนไม่ต้องกลัวท่จี ะถาม
อาจต้งั คาถามกลบั ในทานองว่า เขา้ ใจตาแหนง่ งาน แต่ไม่แนใ่ จเกีย่ วกบั ข้อมูลมากนัก อยากให้ชว่ ยอธบิ ายให้เขา้ ใจใน
เบ้ืองต้น ไม่ควรทาเปน็ รู้ถ้าไม่รู้ เพราะถ้าตอบผิด น่ันหมายความว่าคุณไม่ไดท้ าการบ้านมา และอาจเป็นการแสดงให้
เห็นว่าคุณไม่ได้ให้ความสนใจกบั งานนีม้ ากพอ
ตวั อยา่ งคาตอบ: “ในการเข้ารับงานราชการครู ดิฉันต้องดูแลเดก็ ๆ ในห้องเรยี น และจัดเตรียมการเรยี นการสอน แต่
ไมแ่ นใ่ จเก่ียวกบั รายละเอยี ดเฉพาะของเนอื้ หาท่ีต้องสอนเด็กๆ อยากให้ช่วยอธิบายให้เข้าใจในเบือ้ งต้นได้ไหมค่ะ”

การสอบสัมภาษณง์ านราชการ คุณตอ้ งเตรยี มเอกสารให้พร้อม หากตอนสมัครคณุ ย่นื ไว้ไม่ครบ เขาเปิดโอกาส
ให้คุณสอบในส่วนข้อเขียนก่อนได้ และต้องย่ืนเอกสารที่เหลือเพิ่มเตมิ ก่อนถึงวันสมั ภาษณ์ ซึ่งเอกสารทต่ี ้องเตรยี มใน
การเข้าทางานราชการ มีดงั นี้
1.บตั รประจาตวั ผู้สอบ
2. บตั รประชาชน (ตวั จริง) พร้อมสาเนาบตั รประชาชน
3. สาเนาทะเบียนบ้าน
4.ปรญิ ญาบัตร หรอื วฒุ ิบตั ร และทรานสคริป ฉบับภาษาไทย
5.หนังสือจดทะเบยี นสมรส , หนงั สือจดทะเบียนหยา่ (ถา้ ม)ี
6. หนังสือเปลยี่ นชอ่ื -สกุล (ถ้ามี)
7. หนงั สอื รบั รองตรวจสุขภาพ (ใบรบั รองแพทย)์
8. ใบสาคญั ทางทหาร (ถา้ มี)
9. ใบเฉพาะวิชาชพี สาหรับบางตาแหนง่ เช่น การศึกษา ได้แก่ ใบประกอบวิชาชพี ครู, วิศวกร ได้แก่ ใบอนุญาต
วชิ าชพี วศิ วกรรม

ในวันสอบสัมภาษณง์ านราชการ ต้องแต่งกายให้เรียบร้อย ทรงผม เล็บมือต้องสะอาด ผู้ชายควรสวมเส้อื เชติ้ สี
สุภาพ ผูกเนคไท สว่ นผหู้ ญงิ ควรนุง่ กระโปรงคลุมเขา่ หรอื เหนอื เข่าขึ้นมาไม่เกิน 1 นิว้ สวมเส้อื เชิ้ต เส้อื แฟชัน่ ทรง
สภุ าพและใส่สทู ด้วยก็ได้ ไม่ควรใสเ่ สื้อรัดรปู หรอื เส้ือที่โชวแ์ ขน และงดการย้อมสีผมโทนสวา่ ง

เทคนคิ ดังกลา่ วเปน็ พื้นฐานที่ตอ้ งเตรยี มตัวใหพ้ ร้อม นอกจากน้ีคุณกต็ ้องศึกษาลักษณะงานราชการในตาแหน่ง
ท่ีสมคั ร พร้อมทาความร้จู กั และหาข้อมูลเกีย่ วกบั องค์กรที่จะเขา้ ทางานใหม้ ากทสี่ ดุ ดว้ ย รับรองวา่ การเตรียมตัวและ
เตรยี มคาตอบของคุณจะตอ้ งโดนใจและมัดใจกรรมการได้แน่นอน

----------------------------

ขอใหโ้ ชคดใี นการสอบทุกท่าน


Click to View FlipBook Version